Chill On ไลฟ์สไตล์ กิน เที่ยว ช้อปปิ้ง สายมู ดูดวง

News Updates

Food & Beverage

เบื้องหลังความสำเร็จ YOGURUTO ร้านโยเกิร์ตสดปั่นที่โดดเด่นจนคนต่อคิว

20 ก.พ. 2026

เบื้องหลังความสำเร็จ YOGURUTO ร้านโยเกิร์ตสดปั่นที่โดดเด่นจนคนต่อคิว

Yoguruto อาจดูเหมือนเป็นแบรนด์ญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้วเป็น แบรนด์เครื่องดื่มโยเกิร์ตสดปั่นสัญชาติไทย ที่มาแรงจนกลายเป็นหนึ่งในร้านสุขภาพยอดนิยมของคนไทยทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและรสชาติที่อร่อยลงตัวใครเป็นเจ้าของ แนวคิดธุรกิจ ผู้ก่อตั้งหลักคือ คุณเอลฟ์ – เอื้อการย์ สำรวลหรรษ์ ร่วมกับทีมผู้ประกอบการอีกหลายท่าน โดยเธอมีแนวคิดต้องการสร้างเครื่องดื่มโยเกิร์ตสดปั่น ที่อร่อย ดีต่อสุขภาพ และราคาจับต้องได้ง่าย เพื่อให้ลูกค้าสามารถดื่มทุกวัน โดยไม่รู้สึกผิดเรื่องสุขภาพหรือราคาแพง จุดเริ่มต้น: สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ธุรกิจเดิมต้องปรับตัว — ไอเดียโยเกิร์ตสดปั่นจึงเกิดขึ้นเพื่อให้คนเข้าถึงอาหารดีต่อสุขภาพอย่างง่ายและสะดวก ในช่วงแรก ผู้ก่อตั้งใช้เวลา เกือบ 1 ปีในการพัฒนาสูตร จนได้รสชาติที่เข้มข้นและถูกปากผู้บริโภคก่อนจะเปิดธุรกิจจริงจังจุดเริ่มต้น – สาขาแรกและการเติบโต Yoguruto เปิดสาขาแรก วันที่ 15 ธันวาคม 2563 ที่หน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เพื่อเจาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ก่อนขยายไปสู่พื้นที่ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ปัจจุบัน (ปี 2569) แบรนด์มี จำนวนสาขามากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นตัวเลขจริงจากบทความปีล่าสุดที่สรุปสถานะธุรกิจหลัง 4-5 ปีของการดำเนินงานเมนูสินค้าและจุดเด่นที่ขายดี Yoguruto โดดเด่นที่การเสิร์ฟ โยเกิร์ตสดปั่นพร้อมดื่ม โดยมีหลายเมนูให้เลือก ทั้งรสคลาสสิกและเมนูสร้างสรรค์ เช่น:โยเกิร์ตข้าวเหนียวนิล (เมนูรีวิวยอดนิยม)โยเกิร์ตน้ำผึ้งโยเกิร์ตอโวคาโดโยเกิร์ตผลไม้ตามฤดูกาลเมนูตามเทรนด์ Superfood ต่าง ๆและท็อปปิ้งให้เลือกมากมาย รวมถึงการปรับระดับความหวานได้ตามใจลูกค้าราคาส่วนใหญ่เริ่มต้น ประมาณ 49-89 บาทขึ้นไป ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายและซื้อซ้ำบ่อย ๆทำไมถึง “ขายดีและเติบโตเร็ว”?ราคาเข้าถึงง่าย + คุณภาพจริงจังด้วยราคาเริ่มต้นต่ำ แต่เน้นวัตถุดิบคุณภาพและรสชาติที่เข้มข้น ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ เพราะได้ทั้งความอร่อยและความคุ้มค่าเน้นสุขภาพแต่ยังอร่อยเมนูหลายอย่างตอบโจทย์แนวสุขภาพ แต่ยังคงความอร่อยและสามารถปรับแต่งได้ตามความชอบของลูกค้าDigital Word-of-Mouth และโซเชียลมีเดียเสียงรีวิวจากลูกค้าบน TikTok, Instagram และ Facebook เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้แบรนด์กลายเป็นกระแสไวรัลแบบไม่ต้องพึ่งแค่โฆษณาอย่างเดียวระบบแฟรนไชส์ที่รองรับการขยายYoguruto มีระบบแฟรนไชส์ที่ชัดเจนและการสนับสนุนทีมงาน ทำให้การขยายสาขาในหลายพื้นที่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและมีมาตรฐานเดียวกันโมเดลการตลาดที่ทำให้แบรนด์แข็งแรงใช้การสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ให้เป็น lifestyle drink — ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มทั่วไปสร้างคอนเทนต์รีวิวจากลูกค้าจริงเพื่อเพิ่ม Trust และการเข้าถึงบนโซเชียลทำราคาและเมนูให้ “ไม่เลือกคนซื้อ” — ทั้งวัยเรียน วัยทำงาน และคนใส่ใจสุขภาพรองรับบริการแฟรนไชส์อย่างเป็นระบบเพื่อเร่งการขยายสาขาสรุป (Key Takeaways)Yoguruto เป็น แบรนด์ไทยแท้ ที่สร้างตัวเองจากไอเดียและการพัฒนาสูตรจนแตกต่างในตลาดเครื่องดื่มสุขภาพใช้ ราคาเข้าถึงง่าย และ รสเด็ดจริง ๆ เป็นจุดแข็งในการเติบโตการตลาดเน้น รีวิวและโซเชียลมีเดีย เป็นตัวผลักกระแสให้คนรู้จักกว้างและไวโมเดลแฟรนไชส์ช่วยให้แบรนด์ขยายได้ง่ายและเร็วกว่าคู่แข่งหลายรายจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

Molly Tea เปิดวาร์ป 'ร้านชา' สัญชาติจีนที่มาแรงที่สุด!

01 ธ.ค. 2025

Molly Tea เปิดวาร์ป 'ร้านชา' สัญชาติจีนที่มาแรงที่สุด!

สายชาห้ามพลาด! ถ้าคุณกำลังมองหาร้านชาที่มอบประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งในด้านรสชาติ ความหอม และบรรยากาศสุดคิ้วท์วันนี้ Chill On จะพาคุณมาทำความรู้จักกับ Molly Tea แบรนด์ชาสัญชาติจีนที่กำลังเป็นกระแสและมาแรงที่สุดในขณะนี้!1.ทำไม Molly Tea ถึงครองใจ 'สายชา' อย่างรวดเร็ว?ความพิเศษที่ทำให้ Molly Tea แตกต่างจากร้านชาทั่วไป คือการยกระดับการชงชาไปอีกขั้น ด้วยการให้ความสำคัญกับ "ชาดอกไม้" (Floral Tea) โดยเฉพาะชาที่ทำจากดอกมะลิคุณภาพสูง (Premium Jasmine Tea)กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์: Molly Tea คัดสรรชาดอกมะลิระดับพรีเมียม ที่ให้กลิ่นหอมละมุน ชวนหลงใหล และผ่อนคลายในทุกสัมผัสรสชาติที่นุ่มนวล: รสชาติของชาดอกไม้ไม่ขมฝาด แต่มีความนุ่มนวล ชุ่มคอ ดื่มง่าย ทำให้การดื่มชาไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไปประสบการณ์ที่ครบเครื่อง: นอกจากชาคุณภาพแล้ว ร้านยังมีมาสคอต "น้องมอลลี่" สุดน่ารัก เป็นอีกหนึ่งมุมให้สายคอนเทนต์ได้มาเช็คอินและถ่ายรูป!2 เมนูซิกเนเจอร์ Molly Tea ที่ 'ห้ามพลาด' เด็ดขาด!1. Snowy Gardenia (สโนวี่ การ์ดีเนีย) - เมนูชาผลไม้ตัวท็อปแค่ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าพรีเมียมแค่ไหน! เมนูนี้โดดเด่นด้วยการผสมผสานชาหอมคุณภาพเข้ากับรสชาติสดชื่นของผลไม้ ให้รสสัมผัสที่บางเบา นุ่มละมุน ชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังเป็นเจ้าหญิงในสวนดอกไม้ เป็นเมนูที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนชอบชาที่มีความสดชื่นและมีมิติ2. Premium Jasmine Milk Tea (พรีเมียม จัสมิน มิลค์ ที) - ชานมที่ไม่เหมือนใครสำหรับสายชานมที่ต้องการความแตกต่าง Premium Jasmine Milk Tea คือคำตอบ! ด้วยการใช้ชาดอกมะลิคุณภาพสูงมาเป็นเบส ทำให้ชานมแก้วนี้ไม่เลี่ยน แต่ยังคงไว้ซึ่งความหอมของดอกมะลิที่เป็นเอกลักษณ์ ดื่มแล้วได้ทั้งความเข้มข้นของนมและความหอมละมุนของชาในเวลาเดียวกันติดใจความหอม? ซื้อ 'ชาดอกไม้' กลับบ้านได้เลย!สำหรับใครที่ดื่มชาที่ร้านแล้วติดใจในความหอมละมุนของชาดอกมะลิ หรือชาชนิดอื่นๆ ของ Molly Tea ทางร้านก็มีผลิตภัณฑ์ชาคุณภาพให้คุณสามารถซื้อกลับไปชงดื่มเองที่บ้านได้เช่นกัน รับรองว่าคุณภาพแน่น! ให้รสชาติและกลิ่นหอมไม่ต่างจากการทานที่ร้าน มอบความผ่อนคลายได้ทุกที่ทุกเวลาค้นหาร้าน Molly Tea ใกล้บ้านคุณวันนี้ แล้วเปลี่ยนประสบการณ์การดื่มชาแบบเดิมๆ ให้พิเศษกว่าที่เคย!ผู้เขียน : บาลี บัญชานิตยกาลภาพ : เบญญาภา แนบเนียน

Cheung Hing Kee Michelin Guide จากฮ่องกง มาเสิร์ฟให้ถึงไทยแล้ว

28 พ.ย. 2025

Cheung Hing Kee Michelin Guide จากฮ่องกง มาเสิร์ฟให้ถึงไทยแล้ว

Cheung Hing Kee (เชิงเฮ่งเก): เชิงเจียนเปาทอด Michelin Guide จากฮ่องกง มาเสิร์ฟให้ถึงไทยแล้ว ที่เซนทรัลชิดลม!วันนี้ Chill On จะพาไปลอง เชิงเจียนเปา หรือถ้าจะให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ก็คือ เมนูที่คล้าย ๆ กับเสี่ยวหลงเปาทอด กัดไปเนื้อกรอบนอก นุ่มที่ด้านใน น้ำซุปที่ห่ออยู่ข้างในไหลทะลักออกมาฉ่ำ ๆ นัวลงตัวแบบสุด ๆ แค่คิดภาพตามก็หิวแล้วใช่มั้ยล่ะ ซึ่งบอกเลยว่า ตอนนี้หาทานได้แบบไม่ลำบากเลย เพราะ เชิง เฮ่ง เก ร้านเชิงเจียนเปา ระดับ Michelin Guide จากฮ่องกง เขามาเปิดแล้วที่เซนทรัลชิดลมเชิง เฮ่ง เก (Cheung Hing Kee) เป็นร้านเสี่ยวหลงเปาทอด สไตล์เซี่ยงไฮ้ ร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังจากฮ่องกง ในย่าน Tsim Sha Tsui และเป็นเจ้าของรางวัล Michelin Bib Gourmand ปี 2016, 2024 และล่าสุด 2025 จากมิชลินไกด์ฮ่องกงและมาเก๊าที่สาขานี้ เขาดึงเอาความเป็นสตรีทฟู้ดมาคงไว้ได้อย่างชัดเจน โดยการเป็นครัวที่เปิดให้สามารถมองเห็นทุกกระบวนการอันแสนพิถีพิถันในการรังสรรค์ เจ้าเชิงเจียนเปา แสนอร่อยนั้น ตั้งแต่การปั้นแป้ง ยัดไส้ ลงทอด ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยความตั้งใจของทุกคนในครัว‘เชิงเจียนเปาเซ็ตคอมโบ (300 บาท)’รวมเสี่ยวหลงเปาลูกใหญ่ 3 ไส้ ไว้ในจานเดียว ครบทั้งไส้หมู, ทรัฟเฟิล และหมาล่าเรื่องรสชาตินี่ต้องยกให้เขาเลยล่ะ เพราะมันบรรเจิดเลิศเลอเป็นที่สุด กัดเข้าไปเราจะได้รับรู้ถึงความกรอบของแป้งก่อน แล้วต่อด้วยความนุ่มของตัวไส้ด้านใน ตามมาด้วยความหอมจากน้ำซุปและซอสสูตรพิเศษที่เคี่ยวจากสมุนไพรหลายชนิด บอกเลยว่า ฟินสุด ๆ อร่อยมาก ก.ไก่ ล้านตัวเรื่องรสชาตินี่ต้องยกให้เขาเลยล่ะ เพราะมันบรรเจิดเลิศเลอเป็นที่สุด กัดเข้าไปเราจะได้รับรู้ถึงความกรอบของแป้งก่อน แล้วต่อด้วยความนุ่มของตัวไส้ด้านใน ตามมาด้วยความหอมจากน้ำซุปและซอสสูตรพิเศษที่เคี่ยวจากสมุนไพรหลายชนิด บอกเลยว่า ฟินสุด ๆ อร่อยมาก ก.ไก่ ล้านตัวเครื่องเคียงความอร่อยไม่ได้หยุดแค่เชิงเจียนเปา แต่มันลามไปถึงเครื่องเคียงเลยล่ะ อะไรมันจะอร่อยไปหมดขนาดนี้ ถ้าทานแล้วรู้สึกเลี่ยน เครื่องเคียงเหล่านี้ช่วยได้นะจ๊ะใครที่อยากจะลองของเด็ด ของดี แบบนี้บ้างล่ะก็ ไปตำกันได้เลยนะที่ เซนทรัลชิดลม จ้า!Cheung Hing Kee เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.ร้านอยู่ชั้น 1 โซน Public Market ที่ Central Chidlomผู้เขียน นาย ชานนท์ ไชยศรี

ปักหมุดร้านลับริมเล! "ครัวเจ๊นงค์ซีฟู๊ด" อร่อย พื้นบ้าน ราคาดีต่อใจ ที่ชะอำ

28 พ.ย. 2025

ปักหมุดร้านลับริมเล! "ครัวเจ๊นงค์ซีฟู๊ด" อร่อย พื้นบ้าน ราคาดีต่อใจ ที่ชะอำ

ใครมีแพลนมาเที่ยวชะอำ-หัวหิน แอดขอป้ายยาแรงๆ ให้มาลองร้านนี้ "ครัวเจ๊นงค์ซีฟู๊ด" ร้านอาหารเล็กๆ ริมชายทะเลบ่อเคียะ ที่นำเสนอรสชาติอาหารพื้นบ้านแท้ๆ ในราคาที่สบายกระเป๋าสุดๆ! ร้านนี้แอดกับเพื่อนบังเอิญเจอตอนเสิร์ชหาร้านขากลับเข้ากรุงเทพฯ พิกัดร้านจะอยู่ในซอยเล็กๆ ครับ พอจอดรถที่ลานด้านหน้าแล้ว ทางร้านจะมี บริการรถกอล์ฟ ขับพาเราเข้าไปที่ร้าน (เก๋มาก!) วันที่ไปเป็นเที่ยงวันอาทิตย์ ลูกค้าเต็มร้านแต่รอคิวไม่นานเลย การจัดการดีเยี่ยมครับมาถึงเมนูเด็ดที่ "ร้านนี้ทำถึง" จนต้องบอกต่อ:หอยนางรมทรงเครื่อง: เห็นสั่งกันทุกโต๊ะเลยจัดบ้าง! ทางร้านใช้หอยไซส์เล็กแต่สด สะอาดมาก เสิร์ฟพร้อมกระถิน หอมเจียว น้ำพริกเผา และน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ด พอตักเข้าปากพร้อมกันคือฟิน! รสสัมผัสละมุน หวาน เจอกับความแซ่บคือลงตัวปูนิ่มผัดฉ่า: (Recommended) จานนี้แอดแนะนำมาก! ปูนิ่มทอดมากรอบกำลังดี ผัดกับเครื่องผัดฉ่ารสร้อนแรง หอมสมุนไพร กินคู่ข้าวสวยร้อนๆ คือที่สุด! แถมปริมาณที่ให้คือคุ้มเกินราคาต้มยำปลากะพงน้ำใส: สายดื่มต้องสั่ง! ซดแล้วสดชื่นตาสว่าง น้ำซุปหอมใบกะเพรา รสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนต้มยำในกรุงเทพฯ ส่วนเนื้อปลากะพงคือใส่มาแบบไม่หวง ชิ้นใหญ่ หนา เนื้อเด้ง สดหวานจนแทบละลายในปาก (แอบคิดว่าร้านจะได้กำไรไหมเนี่ย)หอยเชลล์ผัดเนยกระเทียม: เมนูยอดฮิตจากรีวิว สั่งมาแล้วไม่ผิดหวัง หอยตัวใหญ่ผัดเนยกระเทียมมาแบบหอมฟุ้ง รสชาตินัวละมุน ยิ่งกินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดคือเด็ดขาด! มาต่อกับบรรยากาศ ไฮไลท์ของร้านนี้ เนื่องจากร้านอยู่ติดชายหาดบรรยากาศเลยชิลมาก มีบริการเช่าม้าขี่เล่นด้วย แอบกระซิบว่าน้องม้านี่นี่เฟรนด์ลี่สุดๆ แถมยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ บนหาดให้แชะภาพระหว่างรออาหาร แอดว่าถ้ามาช่วงเย็นรอดูพระอาทิตย์ตก วิวต้องหลักล้านแน่นอน เสียดายมากที่มื้อเช้าแอดจัดหนักมาแล้ว เลยทานได้ไม่กี่อย่าง แต่บอกเลยว่า "ครัวเจ๊นงค์ซีฟู๊ด" คือร้านที่ต้องซ้ำ! ครั้งหน้ากลับมาจัดเต็มอีกแน่นอน ใครผ่านไปแถวนั้น ห้ามพลาดนะครับ!พิกัด: ครัวเจ๊นงค์ซีฟู๊ด ชายทะเลบ่อเคียะ จ.เพชรบุรี (เข้าซอยชะอำ 59 ปากซอยมีเซเว่น ใกล้โรงแรมสยามบีช)เบอร์โทร: 081-986-0916, 081-941-8073, 084-569-3519เวลาเปิด-ปิด:จันทร์ - พฤหัสบดี: 11.00 - 21.00 น.ศุกร์ - อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์: รอบเช้า: 11.00 - 15.30 น. และรอบเย็น: 17.30 - 21.00 น.

ก๋วยเตี๋ยวปลาคลองโคน – ร้านเด็ดที่ต้องแวะเมื่อมาสมุทรสงคราม!

24 พ.ย. 2025

ก๋วยเตี๋ยวปลาคลองโคน – ร้านเด็ดที่ต้องแวะเมื่อมาสมุทรสงคราม!

ใครผ่าน สมุทรสงคราม บอกเลยว่าห้ามพลาดร้านก๋วยเตี๋ยวปลาเจ้าดังที่ครอบครัวอินฟลูสายฮา—คุณบาส คุณบิว คุณโบว์—ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “ของดีต้องลอง!” วันนี้แอดกับเพื่อน ๆ เลยไม่พลาด แวะมาลิ้มรสด้วยตัวเองกับร้านก๋วยเตี๋ยวปลาคลองโคน ร้านตั้งอยู่ในปั๊ม PTT โซนจุดพักรถ หาไม่ยากเลยค่ะ พอมาถึงหน้าร้านปุ๊บ สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือ ความน่ารักของพี่ ๆ พนักงาน บริการดีจนเหมือนได้มากินข้าวบ้านญาติแบบอบอุ่น ฟีลดีตั้งแต่ยังไม่ทันได้กิน! ตัวร้านเป็น ครัวแบบเปิด มองเห็นทุกขั้นตอนการทำ แอดแอบไปดูตอนพี่ๆเขาทำบอกเลยว่าเขาทำสดใหม่ทุกชามและวัตถุดิบที่ใช้ไม่ใช่เล่นๆ เห็นแล้วต้องรีบหยิบเมนูขึ้นมาสั่งเลย มาถึงเรื่องอาหาร ทางร้านมีทั้งเมนูน้ำใส ต้มยำและเย็นตาโฟ วันนี้แอดและเพื่อนๆจัดบะหมี่ปลาน้ำใสเส้นเล็กปลาน้ำใสเย็นตาโฟปลา บอกเลยว่า อร่อยจริงตามคำล่ำลือ! น้ำซุปกลมกล่อม ปลาสด ลูกชิ้นแน่นเต็มคำ ที่สำคัญทุกชามจะเสิร์ฟคู่กับ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรเด็ด หอม มัน นัว กินกับลูกชิ้นก็ดี ใส่ในน้ำซุปก็ยิ่งฟิน! ที่นี่คือไม่หวงของเลย ปริมาณแน่น ๆ อิ่มจุกในชามเดียว นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้วทางร้านยังมีเมนูข้าวต้มปลาหรือทะเลด้วยนะ ส่วนของกินเล่นก็จัดว่าเด็ดมากไม่ว่าจะเป็น เกี๊ยวทอด เต้าหู้ทอด แฮ่กึ๊นทอด ปลาลวกจิ้ม ลูกชิ้นลวกจิ้มหรือสั่งเป็นรวมมิตรก็มี! แต่ที่สุดของที่สุดต้องมอบมงให้ เต้าหู้ทอด บอกเลยว่ากรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน ทอดมาร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มถั่ว หอม เข้มข้น อร่อยแบบ “เด็กอ้วนชอบ” จริง ๆ! ส่วนรวมมิตรลวกจิ้มก็คุ้มมาก ให้เยอะ ราคาเป็นมิตรสุด ๆสรุปเลยว่า…อิ่ม อร่อย คุ้มค่า ครบจบในร้านเดียวบรรยากาศดี พนักงานเป็นกันเอง ราคาเฟรนด์ลี่ ใครผ่านมาแถวนี้ต้องแวะให้ได้ค่ะ!พิกัด : ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาคลองโคน (ในปั๊ม ปตท. ปากทางเข้าคลองโคน) จ.สมุทรสงครามเบอร์ติดต่อ : 081-880-6699เวลาเปิด–ปิด : เปิดทุกวัน 09.00 – 16.00 น.จัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

ตำนานความอร่อย หมูแดง หมูกรอบ คู่เมืองโพธาราม ราชบุรี

17 พ.ย. 2025

ตำนานความอร่อย หมูแดง หมูกรอบ คู่เมืองโพธาราม ราชบุรี

ร้านโอชาโพธาราม หมูแดงหมูกรอบ ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่เกี๊ยวคือ หนึ่งในตำนานความอร่อยที่สืบทอดรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์มาอย่างยาวนาน คู่เมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี จนเป็นที่กล่าวขานของผู้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาสัมผัสความอร่อยบรรยากาศร้านเก่าแก่แต่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามารับประทาน ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้าน คุณจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและกลิ่นหอมของน้ำซุปที่ลอยมาเตะจมูกเมนูยอดนิยมที่ต้องลิ้มลองเมนูที่เป็นเสมือน "พระเอก" และสร้างชื่อเสียงให้กับร้านคือ ข้าวหมูแดง และ ข้าวหมูกรอบรสเลิศ ที่ทำสดใหม่วันต่อวัน หมูกรอบของที่นี่มีจุดเด่นที่หนังฟูกรอบ เนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ส่วนหมูแดงก็ย่างได้หอมและนุ่มลิ้น ราดด้วยน้ำราดสูตรเฉพาะที่เข้มข้นกลมกล่อมลงตัวข้าวหมูแดงข้าวหมูกรอบนอกจากนี้ยังมีเมนูไม่ควรพลาดก๋วยเตี๋ยวต้มยำสำหรับสายแซ่บ ทางร้านปรุงรสจัดจ้านด้วยน้ำมะนาวแท้ หอม ครบเครื่อง พร้อมหมูแดงหมูกรอบที่ทำเองเกี๊ยวน้ำหมูแดงเกี๊ยวแผ่นบางนุ่ม ห่อไส้แน่นๆ (ทั้งไส้หมูและไส้กุ้ง) เสิร์ฟในน้ำซุปหอมๆ ซดคล่องคอที่อยู่ : 77 ตำบล โพธาราม อำเภอโพธาราม ราชบุรี 70120วันจันทร์ - วันเสาร์: 11:30–16:00 น.วันอาทิตย์: 11:00–16:00 น.โทร : 083 223 2158ผู้เขียน : บาลี บัญชานิตยกาล

Beauty & Health

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร? เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

19 ก.พ. 2026

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร? เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ปากกาลดน้ำหนัก” กลายเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วแต่น้ำหนักยังไม่ลดตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม การใช้ยาประเภทนี้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะเป็น “ยา” ไม่ใช่อาหารเสริมทั่วไป บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าปากกาลดน้ำหนักคืออะไร เหมาะกับใคร ต้องศึกษาข้อมูลอย่างไร และมีผลข้างเคียงอะไรที่ควรรู้บ้างปากกาลดน้ำหนักคืออะไร? ปากกาลดน้ำหนักส่วนใหญ่เป็นยาฉีดในกลุ่มที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนในร่างกายที่ชื่อว่า GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และส่งสัญญาณไปยังสมองให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น อิ่มนานขึ้น ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง ยาประเภทนี้ถูกพัฒนามาเพื่อใช้ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และภายหลังได้รับการรับรองในบางชนิดสำหรับใช้รักษาภาวะโรคอ้วนโดยเฉพาะปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับใคร?โดยทั่วไป แพทย์มักพิจารณาให้ใช้ในกรณีต่อไปนี้ผู้ที่มีค่า BMI ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป (โรคอ้วน)ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไป และมีโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูงผู้ที่พยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วไม่เห็นผลผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักเพื่อลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาวทั้งนี้ ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักเพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม และไม่ควรซื้อมาใช้เองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ก่อนตัดสินใจใช้ ควรศึกษาข้อมูลอะไรบ้าง?ตรวจสุขภาพและปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน BMI โรคประจำตัว ประวัติครอบครัว และความเหมาะสมในการใช้ยาศึกษากลไกการออกฤทธิ์เข้าใจว่ายาไม่ได้ “เผาผลาญไขมัน” โดยตรง แต่ช่วยควบคุมความอยากอาหารทำความเข้าใจเรื่องระยะเวลาใช้ยายานี้มักต้องใช้ต่อเนื่อง หากหยุดใช้โดยไม่ปรับพฤติกรรม น้ำหนักอาจกลับมาเพิ่มได้ตรวจสอบแหล่งที่มาของยาควรเป็นยาที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอยู่ภายใต้การดูแลของสถานพยาบาลโทษและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น แม้จะช่วยลดน้ำหนักได้จริงในหลายกรณี แต่ก็มีผลข้างเคียงที่ควรทราบ เช่นผลข้างเคียงที่พบบ่อยคลื่นไส้ อาเจียนท้องเสีย หรือท้องผูกท้องอืด แน่นท้องเบื่ออาหารมากผิดปกติ อาการเหล่านี้มักเกิดในช่วงเริ่มต้นและอาจดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่ควรระวังตับอ่อนอักเสบปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาร่วมกัน)อาการแพ้รุนแรง นอกจากนี้ ยังมีข้อห้ามใช้ในบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคทางระบบทางเดินอาหารรุนแรงสิ่งสำคัญที่ควรรู้: ไม่ใช่ทางลัดตลอดไป ปากกาลดน้ำหนักอาจเป็น “เครื่องมือช่วย” ในช่วงหนึ่งของการลดน้ำหนัก แต่ไม่ใช่คำตอบระยะยาวหากไม่มีการปรับพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย เพราะเมื่อหยุดยา ความอยากอาหารอาจกลับมา และน้ำหนักอาจเพิ่มขึ้นอีกการลดน้ำหนักที่ยั่งยืนควรประกอบด้วยการควบคุมอาหารอย่างเหมาะสมการเลือกทานอาหารครบ 5 หมู่ในปริมาณพอดีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาทีการพักผ่อนให้เพียงพอการจัดการความเครียดสรุป ปากกาลดน้ำหนักเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วนหรือมีโรคร่วม และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน เข้าใจทั้งข้อดีและความเสี่ยง และไม่มองว่าเป็นวิธีลัดในการลดน้ำหนัก ท้ายที่สุดแล้ว การดูแลสุขภาพด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการมีรูปร่างและสุขภาพที่ดีในระยะยาวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

โรคติดเชื้อไวรัส “นิปาห์” ระบาดในอินเดีย ยังไม่มีวัคซีนรักษา | อ่านรับพอยท์

29 ม.ค. 2026

โรคติดเชื้อไวรัส “นิปาห์” ระบาดในอินเดีย ยังไม่มีวัคซีนรักษา | อ่านรับพอยท์

โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน ที่เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค ได้แก่ ค้างคาวผลไม้ หรือสุกร ม้า แมว แพะ แกะ ที่รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกต่อหนึ่งโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน ที่เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค ได้แก่ ค้างคาวผลไม้ หรือสุกร ม้า แมว แพะ แกะ ที่รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกต่อหนึ่งสามารถติดเชื้อจากคนสู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ เช่น เลือด หรือน้ำลายโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เคยแพร่ระบาดครั้งแรกในช่วงปี 2541-2542 ที่มาเลเซีย สิงคโปร์ บังกลาเทศ และอินเดียอินเดียประกาศให้ประชาชนระวังการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ (Nipah) หลังมีรายงานว่าเมืองโคษิโฆษ (Kozhikode) เมืองทางใต้ของอินเดียมีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตแล้ว 10 รายอินเดียประกาศให้ประชาชนระวังการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ (Nipah) หลังมีรายงานว่าเมืองโคษิโฆษ (Kozhikode) เมืองทางใต้ของอินเดียมีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตแล้ว 10 รายไวรัสนิปาห์ (Nipah henipavirus, Nipah virus, NiV) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1998 ในประเทศมาเลเซีย แต่มีการรายงานว่าระบาดสู่มนุษย์ที่ประเทศบังกลาเทศในปี ค.ศ. 2004 และพบว่าระบาดจากคนสู่คนครั้งแรกในประเทศอินเดียเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (22 พ.ค. 2018)องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าไวรัสนิปาห์ถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในสิบของเชื้อโรคในโลกสมัยใหม่ ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงได้ จากรายงานในอดีตพบว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คนจากผู้ติดเชื้อประมาณ 300 คน และได้พบการแพร่ระบาดในสุกรที่มาจากประเทศมาเลเซีย และต้องกระทำการการุณยฆาตสุกรอย่างน้อยหนึ่งล้านตัว ระยะการแสดงอาการของไวรัสนิปาห์คล้ายกับไข้หวัดทั่วไป ในหนึ่งถึงสองวันแรกมีไข้สูง วิงเวียนศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก แต่จะรุนแรงขึ้นเมื่อมีอาการไอเสียงดัง ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา จะทำให้เป็นโรคสมองอักเสบ (Encephalitis) และเสียชีวิตยังไม่มีการระบุว่าพบผู้ป่วยในประเทศไทย แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าเล็กน้อยที่ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนในการรักษาทั้งในคนและสัตว์ และผู้ที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 70การรักษาปัจจุบันยังไม่มียาตัวไหนที่สามารถต้านทานไวรัสนิปาห์ได้โดยตรง รวมไปถึงยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันไวรัสนิปาห์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ดังนั้นแพทย์จะทำการรักษาตามอาการ โดยอาจใช้ยาต้านไวรัส Ribavirin ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ สามารถลดความรุนแรงของโรคได้จนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในประเทศไทย แต่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจต่อการแพร่ระบาดของโรคนี้ ยังคงติดตามเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ตรวจสอบผู้ที่เดินทางกลับมาจากแหล่งที่เชื้อโรคระบาด รวมไปถึงเตรียมความพร้อมในการตรวจหาเชื้อจากผู้ที่เสี่ยงได้รับเชื้อที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขตลอดเวลาราชการ

15 ไอเดีย เพ้นต์เล็บธีมคริสต์มาส

11 ธ.ค. 2025

15 ไอเดีย เพ้นต์เล็บธีมคริสต์มาส

เทศกาลแห่งความสุขกำลังจะมาถึง! การเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ และ "เล็บ" ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยเพิ่มความสนุกสนานและบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าคุณจะชอบสไตล์น่ารักขี้เล่น, หรูหราวิบวับ, หรือเรียบง่ายแต่ดูดี เราได้รวบรวม 15 ไอเดียเพ้นท์เล็บธีมคริสต์มาส ที่กำลังอินเทรนด์มาฝาก รับรองว่าทำตามได้ง่าย หรือจะใช้เป็นแรงบันดาลใจให้ช่างทำเล็บของคุณสไตล์หรูหรา วิงค์วับ และคลาสสิกไอเดียสำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหรา และยังคงไว้ซึ่งสีสันคลาสสิกของเทศกาลอย่างสีแดง เขียว และทองคริสต์มาสคลาสสิก แดง-เขียว-ขาว ลายตารางและโฮลลี่การจับคู่สี แดงเบอร์กันดี (Maroon), เขียวเข้ม (Forest Green) และ สีครีม/ขาว ไม่มีวันตกยุค ลองเพิ่มลวดลายคลาสสิกอย่างลาย ตารางสก็อต (Tartan/Plaid) หรือเพ้นท์ลาย ใบฮอลลี่และลูกเบอร์รี (Holly Berries) ลงบนเล็บเพื่อเพิ่มความสวยงามแบบดั้งเดิมต้นคริสต์มาสสีทองอร่ามบนพื้นเข้มสำหรับคนที่ชอบความวิบวับเป็นพิเศษ ลองทาเล็บพื้นสีเขียวเข้มหรือสีน้ำตาลอมแดง แล้วใช้ กลิตเตอร์สีทอง วาดเป็นรูปทรง ต้นคริสต์มาส หรือทำเป็นดีไซน์ สลับกับเล็บกลิตเตอร์สีทองเต็มเล็บ จะช่วยเพิ่มมิติและดูหรูหราขึ้นทันทีเล็บแดงเมทัลลิคและกลิตเตอร์สีแดงเป็นสีหลักของคริสต์มาส! เลือกทาสีแดงสดหรือแดงเข้มในรูปแบบ เงา (Glossy) หรือ ด้าน (Matte) ผสมกับการทาสีแดง กลิตเตอร์ (Glitter) เต็มเล็บ หรือทำเป็นปลายเล็บแบบ เฟรนช์ทิป (French Tip) เพื่อให้ลุคที่ดูแพงและโดดเด่นสะดุดตามินนี่ มิกกี้ เฟรนช์ทิปคริสต์มาสใครที่รักตัวการ์ตูนสุดคลาสสิกอย่างมิกกี้และมินนี่ ลองดีไซน์ ปลายเล็บสีแดงขาว สลับกับเล็บที่เพ้นท์ลาย หูมิกกี้, โบว์, และใบฮอลลี่ บนพื้นสีนู้ด เป็นการผสมผสานความน่ารักและความหรูหราอย่างลงตัวโบว์ผูกของขวัญหลากสีเล็บสไตล์เรียบหรูที่เน้นการเพ้นท์ลายเส้น ลองใช้สีแดงสด, เขียว, และทอง วาดเป็นรูป โบว์ผูกของขวัญ (Ribbon Bow) บนพื้นเล็บสีนู้ดหรือสีขาว เป็นลุคที่ดูสะอาดตาแต่มีรายละเอียดที่น่ารักมากๆ ค่ะสไตล์ฤดูหนาวและเกล็ดหิมะเน้นสีโทนเย็นอย่างขาว น้ำเงิน และนู้ด พร้อมลวดลายที่สื่อถึงฤดูหนาวอย่างชัดเจนลายถักนิตติ้งและใบฮอลลี่มงกุฎเพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้กับเล็บด้วยการเพ้นท์ลาย ถักนิตติ้ง (Sweater Nails) สีขาวนูนๆ สลับกับการเพ้นท์ลาย ใบฮอลลี่ สีแดง-เขียวบนพื้นเล็บสีนู้ด เป็นการจำลองลวดลายของเสื้อกันหนาวคริสต์มาสที่คุณชื่นชอบมาไว้บนเล็บสโนว์เฟล็กสีทองบนพื้นสีขาวสะอาดตาหากต้องการความเรียบง่ายแต่ยังคงธีมคริสต์มาสไว้ ลองทาเล็บด้วย สีขาวครีม (Off-White) แล้วประดับด้วย สติ๊กเกอร์หรือเพ้นท์ลายเกล็ดหิมะสีทอง เล็กๆ และเพิ่มดีไซน์ลายเส้นมินิมอลอื่นๆ ลุคนี้ดูสะอาดตาและเข้ากับเสื้อผ้าได้ทุกสไตล์ขนมปังขิง (Gingerbread Man) และขนมหวานแปลงโฉมเล็บให้กลายเป็นตู้ขนมคริสต์มาส! เพ้นท์ ตุ๊กตาขนมปังขิง, ไม้เท้าลูกกวาด (Candy Cane), พวงหรีด, หรือแม้แต่ลาย HO HO HO สีชมพู-แดงลงบนพื้นเล็บสีนู้ดหรือสีชมพูอ่อน เป็นไอเดียที่น่ารักและขี้เล่นสุดๆเกล็ดหิมะสีขาวบนปลายเล็บออมเบรกลิตเตอร์เป็นหนึ่งในลายที่ได้รับความนิยมที่สุด! ทำเล็บทรงอัลมอนด์หรือโลงศพด้วยเทคนิค ออมเบร (Ombré) สีขาว/กลิตเตอร์ที่ปลายเล็บ และเพ้นท์ เกล็ดหิมะ (Snowflakes) สีขาวขนาดต่างๆ ลงไป เป็นลุคที่ดูอ่อนโยน โรแมนติก และเข้ากับบรรยากาศหิมะตกสุดๆลายกวางเรนเดียร์และคริสต์มาสเฟรนช์ทิปใช้สีนู้ดเป็นพื้นฐาน แล้วเพ้นท์ลายต่างๆ ผสมกัน เช่น ลายกวางเรนเดียร์, เกล็ดหิมะ, ปลายเล็บสีขาวชมพูสลับลายทาง, และเพิ่มความวาวด้วย กลิตเตอร์สีทอง/น้ำตาล ที่เล็บใดเล็บหนึ่ง ลุคนี้ดูซอฟต์และน่ารักมากๆ ค่ะลายเส้นสีเขียวเมทัลลิคกับเกล็ดหิมะสำหรับสายเขียว! ลองใช้สีเขียวเข้มในรูปแบบ เมทัลลิค (Metallic) หรือ Cat Eye สลับกับเล็บพื้นสีนู้ดที่เพ้นท์ ลายเส้นสีเขียว และ เกล็ดหิมะสีขาว ดีไซน์นี้ดูมีความทันสมัยและสวยงามไม่ซ้ำใครสไตล์น่ารักขี้เล่นเน้นลวดลายน่ารักๆ ที่สื่อถึงขนม ของเล่น และความสนุกสนานของเทศกาลสีเขียวและทองกับไฟประดับสำหรับเล็บยาว ลองใช้สีเขียวเข้มและสีทองสลับกัน แล้วเพ้นท์ลาย ต้นคริสต์มาสประดับไฟ (Christmas Tree) เป็นเส้นสายสีทองและจุดเล็กๆ สีแดง เป็นลุคที่ผสมผสานความน่ารักและหรูหราไว้ด้วยกันไม่ว่าคุณจะเลือกดีไซน์ไหน อย่าลืมเตรียมพร้อมและดูแลสุขภาพเล็บให้แข็งแรงก่อนทำสีนะคะเขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

แนะนำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพรสชาติดี ตามทันเทรนด์รักสุขภาพ

15 ก.ย. 2025

แนะนำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพรสชาติดี ตามทันเทรนด์รักสุขภาพ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสการใส่ใจในสุขภาพและการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จากการที่ผู้คนหันมาใส่ใจในโภชนาการที่ดี และเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากความตระหนักถึงผลกระทบของการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลเยอะ หรือมีสารเคมีตกค้างต่าง ๆ ที่สามารถทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ตามมา ในปัจจุบันไม่เพียงแค่การออกกำลังกายที่เป็นที่นิยม แต่การเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองที่สำคัญ หลายคนเริ่มหันมาเลือกทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่เต็มไปด้วยสารเคมีหรือของแปรรูป โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาวิธีการรักษาสุขภาพให้สมดุลทั้งในเรื่องการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อน Chill on กินเที่ยว จะพาทุกท่านไปรู้จักกับอาหารเพื่อสุขภาพที่ทั้งอร่อยและดีต่อร่างกาย พร้อมทั้งยกตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน ทั้งเมนูหลักและของว่างเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยเสริมสร้างพลังงานและดูแลสุขภาพในระยะยาวอาหารเพื่อสุขภาพคืออะไร อาหารเพื่อสุขภาพ คืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้ โดยมักจะประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งหรือแปรรูปมากเกินไป อาหารเหล่านี้มักจะมีการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีสารอาหารครบถ้วน ทั้งคาร์โบไฮเดรตที่ดี ไขมันที่มีประโยชน์ โปรตีนจากแหล่งธรรมชาติ และเส้นใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่ายและดูแลระบบย่อยอาหารตัวอย่างของอาหารสุขภาพ คือ การเลือกทานผักผลไม้สด เนื้อสัตว์ที่ปราศจากไขมัน รวมถึงการใช้ไขมันที่ดีจากน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอัลมอนด์ การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีการเติมน้ำตาลหรือโซเดียมสูง รวมถึงการทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อควบคุมน้ำหนักและสุขภาพโดยรวมทำอาหารเพื่อสุขภาพ มีหลักการอะไรบ้าง การทำอาหารเพื่อสุขภาพไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงแค่เข้าใจหลักการง่าย ๆ และเลือกใช้วัตถุดิบที่มีประโยชน์ โดยมีหลักการดังนี้ลดเครื่องปรุงที่ไม่จำเป็น - ลดการใช้เครื่องปรุงที่มีน้ำตาลและโซเดียมสูง เช่น น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส หรือผงชูรส ใช้เครื่องปรุงธรรมชาติ เช่น กระเทียม ขิง พริกไทย และสมุนไพรต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับอาหารลดการใช้น้ำมัน - หากต้องการทอดหรือผัด ควรเลือกใช้น้ำมันที่มีไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว หรือใช้น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากไขมันที่ร่างกายสามารถดูดซึมและใช้ได้ง่ายเพิ่มผักและผลไม้ - ผักและผลไม้ ควรเป็นส่วนประกอบหลักในมื้ออาหารเพื่อสุขภาพ เพราะพวกมันมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารและลดการดูดซึมของไขมันในลำไส้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายเพิ่มโปรตีนจากแหล่งที่ดี - โปรตีนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์และกล้ามเนื้อ ควรเลือกทานโปรตีนจากแหล่งที่มีคุณภาพ เช่น ปลา ไก่ไม่ติดหนัง ถั่ว และธัญพืช เนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมันสูงเป็นทางเลือกที่ดีลดการปรุงด้วยน้ำตาล - การหลีกเลี่ยงการใช้น้ำตาลหรือเลือกใช้น้ำตาลธรรมชาติ เช่น น้ำผึ้งหรือน้ำตาลมะพร้าว จะช่วยลดปริมาณแคลอรี่และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดยกตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ 1. เมนูหลักเพื่อสุขภาพข้าวกล้องผัดผักรวม - ข้าวกล้องเป็นแหล่งของเส้นใยอาหารที่ช่วยระบบย่อยอาหาร ผัดกับผักสด เช่น แครอท ถั่วฝักยาว เห็ด และโปรตีนจากเต้าหู้หรืออกไก่ เน้นการใช้น้ำมันมะกอกในการผัด จะได้ อาหารเพื่อสุขภาพ ที่มีความหลากหลายทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนซุปมิโสะใส่เต้าหู้และผัก - ซุปมิโสะมีรสชาติอูมามิที่ช่วยเติมเต็มรสชาติของอาหาร ใช้ผักสดต่าง ๆ เช่น ผักกาดขาว เห็ดหอม และเต้าหู้ขาว เพิ่มความอร่อยและเต็มไปด้วยโปรตีนจากพืช นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสุขภาพระบบย่อยอาหารสลัดผักทูน่า - เมนูง่าย ๆ ที่เต็มไปด้วยวิตามินจากผักสด ๆ และโปรตีนจากทูน่ากระป๋องในน้ำแร่ ปรุงรสด้วยน้ำมันมะกอกและน้ำมะนาว เพิ่มรสชาติด้วยพริกไทยและเกลือเล็กน้อย 2. ของว่างเพื่อสุขภาพยเกิร์ตผสมผลไม้และเมล็ดเจีย - โยเกิร์ตไขมันต่ำผสมกับผลไม้สด เช่น เบอร์รี่ หรือกล้วยหอม และเมล็ดเจีย เป็น ของว่างเพื่อสุขภาพ ที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติกส์จากโยเกิร์ต และไฟเบอร์จากเมล็ดเจียขนมปังโฮลวีตทาอะโวคาโด - ขนมปังโฮลวีตที่มีไฟเบอร์สูง ทาอะโวคาโดบดพร้อมพริกไทยและเกลือเล็กน้อย เป็นของว่างที่มีไขมันดีจากอะโวคาโดและไฟเบอร์จากขนมปังโฮลวีตสาหร่ายอบกรอบ - เมนูนี้ทำง่ายและให้พลังงานต่ำ เพียงแค่ใช้สาหร่ายสดหรือแผ่นสาหร่ายวางบนถาดอบจนกรอบ เป็น ของว่างเพื่อสุขภาพ ที่มีแร่ธาตุจากสาหร่ายและไขมันต่ำประโยชน์ของการทานอาหารเพื่อสุขภาพเป็นประจำ การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเป็นประจำ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่ช่วยให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดีควบคุมน้ำหนัก: การทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำและมีสารอาหารครบถ้วน ช่วยในการควบคุมน้ำหนักและป้องกันโรคอ้วน อีกทั้งยังลดไขมันภายในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน: การทานผักและผลไม้สดช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ลดการเกิดโรคต่าง ๆลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง: การทานอาหารสุขภาพ คือ การลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ, เบาหวาน และโรคมะเร็งดีต่อระบบย่อยอาหาร: การเพิ่มไฟเบอร์จากผักและผลไม้ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีและลดปัญหาท้องผูกสรุป การทานอาหารเพื่อสุขภาพเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและช่วยรักษาสุขภาพให้แข็งแรง การเลือกทานเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่ปรุงด้วยส่วนผสมที่ดีต่อร่างกาย ไม่เพียงแต่ทำให้เรามีสุขภาพที่ดี แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ และทำให้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ดังนั้นอย่าลืมเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมกับร่างกาย เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว สำหรับคนอ่านที่สนใจบทความน่ารู้ สามารถเข้ามาอ่านเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Chill on กินเที่ยวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

เก้าอี้สุขภาพ (Ergonomic) อุปกรณ์เสริม สร้างการนั่งที่ดี

15 ก.ย. 2025

เก้าอี้สุขภาพ (Ergonomic) อุปกรณ์เสริม สร้างการนั่งที่ดี

Chill on กินเที่ยว วันนี้จะมาพูดถึงการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ที่ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของใครหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นต้นเหตุของ “อาการปวดหลัง” ที่สร้างความไม่สบาย และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อใช้อุปกรณ์ที่ไม่รองรับสรีระ เช่น เก้าอี้ทั่วไปที่ไม่ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ปัญหาสุขภาพจากการนั่งทำงานที่ไม่ถูกต้อง ในยุคที่การทำงานส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ การนั่งทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของชาวออฟฟิศจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในสายไอที งานบัญชี งานเขียน หรืองานบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ ถึงแม้ว่าการนั่งจะดูเหมือนไม่ใช่พฤติกรรมที่ส่งผลร้ายต่อร่างกาย แต่ในความเป็นจริง การนั่งที่ผิดท่าติดต่อกันเป็นระยะเวลานานสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังโดยเฉพาะ อาการปวดหลัง ปวดคอ และปวดไหล่ จนนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม หากเราไม่ใส่ใจในท่านั่งหรือไม่ใช้เก้าอี้สุขภาพ ที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับสรีระร่างกาย อาการเหล่านี้อาจพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรง เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อม เส้นประสาทถูกกดทับ หรือกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังได้ ดังนั้นการเลือกใช้อุปกรณ์สำนักงานที่ส่งเสริมการนั่งอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเก้าอี้ Ergonomic หรือ เก้าอี้ทำงานสุขภาพ จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าทางเลือกออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิต Office Syndrome หรือออฟฟิศซินโดรม คือกลุ่มอาการที่เกิดจากพฤติกรรมซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่มีการขยับเปลี่ยนอิริยาบถ ซึ่งสาเหตุหลักมักเกิดจากการนั่งในท่าที่ไม่ถูกต้อง หรือใช้อุปกรณ์สำนักงานที่ไม่รองรับสรีระของผู้ใช้งาน อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ และหลังปวดศีรษะจากความเครียดของกล้ามเนื้อชาปลายมือหรือแขนจากการกดทับเส้นประสาทการหายใจตื้นเนื่องจากกล้ามเนื้อทรวงอกเกร็ง การใช้เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถลดความเสี่ยงจากออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะถูกออกแบบมาให้รองรับการนั่งที่ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดแรงกดทับ และปรับท่าทางให้นั่งได้ในระยะเวลานานอย่างปลอดภัยแนะนำเก้าอี้สุขภาพหรือ เก้าอี้ ergonomic สำหรับการนั่งทำงาน เก้าอี้สุขภาพหรือที่เรียกกันว่า เก้าอี้ Ergonomic เป็นเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่ถูกออกแบบมาด้วยหลักการทางสรีรศาสตร์ (Ergonomics) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนท่าทางการนั่งที่เหมาะสม ช่วยลดภาระของกระดูกสันหลัง และป้องกันการบาดเจ็บจากการนั่งนาน ๆ คุณสมบัติสำคัญของเก้าอี้ Ergonomic ที่ควรมองหาพนักพิงหลังที่รองรับกระดูกสันหลัง - ควรมีพนักพิงที่โค้งเว้าตามแนวกระดูกสันหลัง โดยเฉพาะช่วงเอว เพื่อช่วยพยุงหลังส่วนล่าง ลดอาการปวดหลังเบาะนั่งปรับระดับได้ - สามารถปรับความสูงของเบาะให้เหมาะสมกับโต๊ะทำงาน และความสูงของผู้ใช้งาน เพื่อให้เท้าสัมผัสพื้นได้อย่างเต็มที่พนักพิงศีรษะและที่รองแขน - ช่วยลดแรงตึงของกล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และต้นแขน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องนั่งประชุมหรือพิมพ์งานต่อเนื่องวัสดุระบายอากาศ - เบาะและพนักพิงควรผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่น และระบายอากาศได้ดี เพื่อลดการสะสมความร้อนล้อเลื่อนและระบบหมุนรอบตัว - เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหว ลดแรงบิดของร่างกายขณะเอื้อมของหรือหันซ้ายขวาข้อดีของเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ การลงทุนในเก้าอี้ทำงานสุขภาพ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความสบาย แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพระยะยาวอย่างแท้จริง ซึ่งข้อดีหลักของเก้าอี้สุขภาพ มีดังนี้ลดอาการปวดเมื่อยและป้องกันออฟฟิศซินโดรม - เก้าอี้ Ergonomic ถูกออกแบบให้รองรับโครงสร้างร่างกายของมนุษย์อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะช่วงคอ บ่า ไหล่ และกระดูกสันหลัง ช่วยลดแรงกดทับจากการนั่งในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อไม่เกร็งหรือเมื่อยล้าเกินไป จึงลดความเสี่ยงในการเกิดออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นอาการยอดฮิตของคนที่ต้องนั่งทำงานตลอดวันเพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงาน - เมื่อร่างกายรู้สึกสบายและไม่ต้องเผชิญกับความปวดเมื่อย สมองก็สามารถจดจ่อกับงานตรงหน้าได้ดีขึ้น ความเหนื่อยล้าที่สะสมจากท่านั่งที่ไม่เหมาะสมจะถูกลดทอนลง ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ผู้ใช้งานจะมีสมาธินานขึ้น ทำงานได้ต่อเนื่อง และมีพลังงานเหลือเฟือในช่วงท้ายของวันปรับท่าทางการนั่งให้ถูกต้อง - หลายคนไม่รู้ว่าท่านั่งที่ผิดเพียงเล็กน้อย เช่น การนั่งหลังงอ การห่อตัว หรือการนั่งเอียงตัวซ้ำ ๆ เป็นระยะเวลานาน จะสะสมจนกลายเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสียในระยะยาว เก้าอี้สุขภาพจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบังคับทางอ้อมให้ผู้ใช้งานนั่งในท่าที่ถูกต้อง ลดการโค้งงอผิดธรรมชาติของหลัง และส่งเสริมโครงสร้างร่างกายที่สมดุลมากยิ่งขึ้นปรับระดับให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคน - ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรูปร่างเล็กหรือใหญ่เก้าอี้ทำงานสุขภาพก็สามารถปรับระดับความสูง ความลึกของเบาะ ที่วางแขน พนักพิงหลัง หรือแม้แต่พนักพิงศีรษะให้เหมาะสมกับสรีระเฉพาะบุคคลได้อย่างลงตัว ความยืดหยุ่นในการปรับใช้นี้ ทำให้เก้าอี้สามารถรองรับผู้ใช้งานทุกประเภท และช่วยให้การนั่งทำงานในแต่ละวันรู้สึกพอดีอย่างแท้จริงช้งานได้นาน คุ้มค่าการลงทุน - แม้ว่าเก้าอี้สุขภาพจะมีราคาสูงกว่าเก้าอี้สำนักงานทั่วไป แต่ด้วยวัสดุคุณภาพสูง ระบบการปรับที่ซับซ้อน และดีไซน์ที่ผ่านการวิจัยด้านสรีรศาสตร์มาอย่างดี ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าเก้าอี้ทั่วไปหลายเท่า อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาอาการปวดหลัง ค่ากายภาพบำบัด หรือค่าเวชภัณฑ์อื่น ๆ เมื่อนำมาคำนวณในระยะยาวแล้ว ถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่เห็นผลจริงและคุ้มค่าที่สุดสรุป การดูแลสุขภาพจากการทำงาน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกกำลังกายหรือพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้น แต่ “การนั่งให้ถูกวิธี” ก็เป็นพื้นฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การเลือกเก้าอี้สุขภาพ หรือ เก้าอี้ทำงานสุขภาพ ที่ดีสามารถช่วยป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมและบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ ได้อย่างเห็นผล อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ยั่งยืน โดยสามารถเลือกซื้อเก้าอี้สุขภาพได้ตามโชว์รูม หรือร้านขายเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำที่สนใจ ด้วยราคาของเก้าอี้เพื่อสุขภาพในยุคนี้ที่เข้าถึงได้ง่ายมากกว่าเดิม ทำให้ทุกคนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างง่ายดาย สำหรับใครที่อยากอ่านบทความไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน การกินเที่ยว หรือรีวิวอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถเข้ามาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Chill on กินเที่ยว บนแพลตฟอร์มเว็บไซต์ Atime มีบทความหลากหลายให้คุณได้ติดตาม รับรองว่าได้ทั้งความรู้และความบันเทิงในเวลาเดียวกันจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

กระแสชาเขียวฟีเวอร์จนขาดตลาด นอกจากอร่อยแล้วมีประโยชน์ยังไง

12 ก.ย. 2025

กระแสชาเขียวฟีเวอร์จนขาดตลาด นอกจากอร่อยแล้วมีประโยชน์ยังไง

ในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา หนึ่งในกระแสที่ได้รับความนิยมแบบถล่มทลายคงหนีไม่พ้นชาเขียว ที่กลับมาเป็นกระแสฟีเวอร์อีกครั้ง ด้วยความฮิตจากเมนูใหม่ ๆ ของร้านแฟรนไชส์เครื่องดื่มชื่อดัง การรีวิวบนโซเชียลมีเดีย และเทรนด์สุขภาพที่กลับมาครองใจคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่เริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จากร้านกาแฟธรรมดาไปจนถึงคาเฟ่เฉพาะทาง หลายร้านถึงกับต้องขึ้นป้าย "ชาเขียวหมดชั่วคราว" เนื่องจากออร์เดอร์ที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด ขณะเดียวกันชาเขียวก็ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องดื่มหอมอร่อยเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ วันนี้ Chill On กินเที่ยวจะพาไปทำความรู้จักกับชาเขียวในมิติต่าง ๆ ทั้งรสชาติ เกรด ประโยชน์ เมนูน่าสนใจ รวมถึงคาเฟ่เด็ด ๆ ที่ต้องลองสักครั้งชาเขียว มีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย เราควรกินชาเขียวแบบไหนดี เพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุด เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เพราะชาเขียวไม่ได้มีดีแค่กลิ่นหอมและรสชาติละมุน แต่ยังเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อร่างกาย โดยเฉพาะชาเขียวแบบไม่ใส่น้ำตาล หรือที่เรียกกันว่าชาเขียวแท้ ประโยชน์ของชาเขียวมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด - สารโพลีฟีนอลในชาเขียวช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LDL และป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดกระตุ้นระบบเผาผลาญ - คาเฟอีนและแคทิชินในชาเขียวช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักลดความเสี่ยงมะเร็ง - สารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียวอาจช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิดดีต่อสุขภาพฟันและลมหายใจ - สาร EGCG ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก ทำให้ลมหายใจสดชื่น และลดการเกิดฟันผุช่วยคลายเครียดและเพิ่มสมาธิ - ธีอะนีน (Theanine) ซึ่งพบได้ในชาเขียว มีคุณสมบัติช่วยให้สมองผ่อนคลายแต่ยังคงตื่นตัวประเภทรสชาติ(โทน)ของชาเขียว มีแบบไหนบ้างโทนสาหร่าย - เป็นชาเขียวมัทฉะ ที่มีความโดดเด่นในกลิ่นของสาหร่าย และกลิ่นหญ้าโทนถั่ว - เป็นชาเขียวมัทฉะ ที่ค่อนข้างได้รับความนิยม เนื่องจากมีกลิ่นหอมคล้ายถั่ว โดดเด่นในด้านความหอมละมุนชาเขียวมีกี่เกรด 1. Ceremonial Grade (เกรดพิธีการ) - ชาเขียวระดับสูงสุดที่ใช้ในพิธีชงชาของญี่ปุ่น เป็นมัทฉะที่ทำจากยอดอ่อนของใบชาเท่านั้น ผ่านกระบวนการบดด้วยหินแบบดั้งเดิม ทำให้ได้เนื้อผงที่ละเอียดพิเศษจนแทบละลายได้เองในน้ำร้อน รสชาติหอมละมุน ไม่ขม ไม่ฝาด 2. Premium Grade (เกรดพรีเมียม) - เกรดนี้จัดอยู่ในระดับสูงรองจากเกรดพิธีการ แต่ยังคงใช้ใบชาคุณภาพดี ผสมยอดใบอ่อน และมีกระบวนการผลิตที่รักษาคุณลักษณะของมัทฉะไว้ได้ดี มักนิยมใช้ในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นทั่วไป มีสีเขียวสดแต่น้อยกว่าเกรดพิธีการ มีกลิ่นหญ้าอ่อน ๆ แบบธรรมชาติ 3. Culinary Grade (เกรดทำอาหาร) - เกรดนี้ถือเป็นชาเขียวสำหรับการปรุงอาหาร นิยมใช้ทำขนม เบเกอรี่ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมอื่น ๆ เพิ่มเติม เพราะมีรสเข้มที่ไม่โดนกลบง่าย ราคาไม่สูงมาก รสขมฝาด และอาจมีกลิ่นแรงแนะนำเมนูชาเขียวที่น่าสนใจ ทำเองได้ สำหรับผู้ที่อยากสนุกกับการดื่มชาเขียวแบบ DIY ที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์บาริสต้าหรือวัตถุดิบหรูหราแต่อย่างใด เพราะมีเมนูชาเขียวหลากหลายแบบที่ทำง่าย ใช้วัตถุดิบไม่มาก และยังได้รสชาติอร่อยไม่แพ้ร้านคาเฟ่ดัง แถมยังสามารถปรับสูตรได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะหวานมาก หวานน้อย หรือเพิ่มความครีมมี่ด้วยนมชนิดต่าง ๆ สำหรับเมนูชาเขียวแบบทำเองที่คัดมาแล้วว่าอร่อย สดชื่น และสุขภาพดี มีดังนี้ 1. ชาเขียวเย็นสูตรน้ำผึ้งมะนาว - เมนูนี้เหมาะมากสำหรับหน้าร้อน หรือวันที่คุณต้องการความสดชื่นแบบไม่หวานจัด โดยใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาลให้ได้ความหวานจากธรรมชาติ วิธีทำ: ผสมผงชาเขียว 1 ช้อนชากับน้ำร้อนประมาณ 100 มล. คนให้ละลาย กรองเอาแต่น้ำเพื่อให้ได้รสชาติใสสะอาด จากนั้นเติมน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนชา และน้ำมะนาวเล็กน้อย คนให้เข้ากัน ใส่น้ำแข็ง ดื่มทันที หรือจะแช่เย็นไว้ก่อนก็ดี ดื่มแล้วสดชื่น คลายร้อนได้ดีเยี่ยม 2. มัทฉะลาเต้เย็น -เมนูยอดนิยมที่พบได้ในทุกคาเฟ่ แต่รู้ไหมว่าคุณสามารถทำเองที่บ้านได้แบบง่าย ๆ ด้วยวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง และยังเลือกปรับสูตรให้เป็นแนวสุขภาพมากขึ้นด้วย วิธีทำ: ผสมผงมัทฉะ 1 ช้อนชากับน้ำร้อนเล็กน้อย (ประมาณ 50 มล.) คนให้ละลาย จากนั้นเติมนมสดหรือนมอัลมอนด์ประมาณ 150-200 มล. ใส่น้ำแข็ง และเติมไซรัปหรือน้ำเชื่อมเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหวานตามชอบ หากต้องการให้เข้มข้นกว่านี้ อาจใช้ครีมเทียมหรือวิปครีมเป็นท็อปปิ้งก็ได้ 3. สมูทตี้ชาเขียวกล้วยหอม - เมนูสายสุขภาพที่ได้ทั้งพลังงานดี ๆ และรสชาติหอมมันกลมกล่อมจากกล้วยหอมและชาเขียว เหมาะสำหรับเป็นมื้อเช้าหรือดื่มหลังออกกำลังกาย วิธีทำ: นำกล้วยหอมแช่แข็ง 1 ลูก ผงชาเขียว 1 ช้อนชา นมสดหรือโยเกิร์ต ½ ถ้วย และน้ำแข็งเล็กน้อย ใส่ลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนียนละเอียด เสิร์ฟใส่แก้ว สามารถเพิ่มเมล็ดเจียหรือข้าวโอ๊ตบดเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารได้อีกด้วย 4. พุดดิ้งชาเขียว - ของหวานที่ทำง่ายแต่ดูดี เหมาะทั้งทำกินเองในครอบครัวหรือเสิร์ฟในมื้อพิเศษ โดยใช้ผงเจลาตินช่วยให้เนื้อขนมจับตัวแต่ยังคงความนุ่มนวล วิธีทำ: ละลายผงเจลาตินประมาณ 1 ช้อนชาในน้ำอุ่น ผสมกับนมสด 1 ถ้วย ผงชาเขียว 1 ช้อนชา และน้ำตาลเล็กน้อย จากนั้นคนให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อนให้พอร้อนแต่ไม่เดือด เทใส่ถ้วยหรือพิมพ์ที่เตรียมไว้ พักให้เย็นแล้วแช่ตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมงจนเซตตัว เสิร์ฟพร้อมวิปครีม หรือถั่วแดงกวนก็อร่อยไม่แพ้กันคาเฟ่ชาเขียวที่ได้รับความนิยมชาหน้าผา - คาเฟ่ชาเขียวที่กำลังเป็นกระแสจากเขาใหญ่ ซึ่งตอนนี้มาเปิดสาขาที่กรุงเทพ ฯ แล้ว มีเมนูชาเขียวและไอศกรีมให้เลือกหลากหลายแบบKyo Roll En - ร้านขนมหวานที่หลายคนคุ้นเคย เนื่องจากตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า มีเมนูชาเขียวมากมาย โดยเฉพาะเค้กโรลชาเขียวFuku Matcha - ร้านชาที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้ม กินแล้วตาสว่างไปถึงเช้า แน่นอนว่าเมนูชาเขียวก็เข้มข้นถึงใจ ดื่มแล้วลืมไม่ลง จนอยากไปซ้ำPeace Oriental Teahouse - ร้านโปรดในดวงใจของใครหลายคน ด้วยเมนูชาเขียวมัทฉะเข้มข้นหลากหลายแบบMini Oriental speedbar - ร้านมัทฉะเครือเดียวกันกับ Peace Oriental speedbar ที่สำคัญคือ ทุกเมนูในร้านราคา 65 บาทเท่านั้นSeven Suns - ร้านชาเขียวมัทฉะที่แอดชอบมากที่สุด รสชาติเข้มข้น แต่ก็มีความกลมกล่อม หอมหวาน สาวกชาเขียวต้องได้ลองกันสักครั้งหนึ่งในชีวิตสรุป จากกระแสชาเขียวที่ฟีเวอร์จนขาดตลาด ทำให้เห็นได้ชัดว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นเทรนด์ที่ผสมผสานระหว่างความอร่อย ความสุข และสุขภาพได้อย่างลงตัว การตัดสินใจว่าจะกินชาเขียวแบบไหนดี จึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเพื่อสุขภาพ ความผ่อนคลาย หรือความเพลิดเพลิน การรู้จักประโยชน์ของชาเขียว ประเภท เกรด และวิธีการดื่มที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณได้รับคุณค่าจากเครื่องดื่มแก้วโปรดอย่างเต็มที่ และหากคุณยังไม่เคยลองทำเมนูชาเขียวเองที่บ้าน นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะเริ่มต้น เพราะชาเขียวไม่ใช่แค่เครื่องดื่มธรรมดา แต่คือไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่รักสุขภาพอย่างแท้จริง สามารถอ่านบทความไลฟ์สไตล์อื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ Chill on กินเที่ยวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ บาลี บัญชานิตยกาล

Travel & Hotel

“Disney The Magical Stars 2025” คริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย!

11 ธ.ค. 2025

“Disney The Magical Stars 2025” คริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย!

เตรียมตัวให้พร้อม! มหัศจรรย์ดิสนีย์แลนด์ใจกลางกรุงเทพฯเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอยกลับมาอีกครั้ง! ปีนี้ เซ็นทรัลเวิลด์ จัดเต็มยิ่งกว่าที่เคย ด้วยการร่วมมือกับ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ เนรมิตพื้นที่ลานหน้าศูนย์การค้าให้กลายเป็นอาณาจักรเทพนิยายสุดอลังการ ในธีม "Disney The Magical Stars 2025 at centralwOrld" เหมือนยก ดิสนีย์แลนด์ มาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ให้คุณได้สัมผัสความมหัศจรรย์และถ่ายรูปเช็กอินกับตัวละครดิสนีย์ที่ชื่นชอบได้อย่างจุใจ!ไฮไลต์ห้ามพลาด! 7 โซนถ่ายรูปสุดอลังการในงาน คริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ 2025โซนที่ 1: ต้นคริสต์มาสยักษ์ Mickey Friendsแน่นอนว่าแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง ต้นคริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงตระการตา พร้อมด้วยรูปปั้น มิกกี้ เมาส์ ขนาดใหญ่ และผองเพื่อนมาต้อนรับไฮไลต์พิเศษ: ปีนี้มี "หิมะตก" จำลองเพิ่มบรรยากาศความฟินเหมือนอยู่ต่างประเทศ!โซนที่ 2: Toy Story Wonderlandหลุดเข้าไปในโลกของแอนดี้! โซนนี้จำลองเป็นกล่องของขวัญและของเล่นขนาดมหึมา พบกับ เร็กซ์ ไดโนเสาร์เขียวตัวโต, เจสซี่ คาวเกิร์ลสุดซ่า และ เอเลี่ยน 3 ตา ที่ยืนอยู่บนบล็อกของเล่นโซนที่ 3: Frozen Winter Magicสัมผัสบรรยากาศเมืองหิมะจากอาณาจักรเอเรนเดลล์ พบกับราชินี เอลซ่า ในชุดสีฟ้าสวยสง่า, เจ้าหญิง อันนา, คริสตอฟฟ์, กวางเรนเดียร์ สเวน และมนุษย์หิมะสุดน่ารัก โอลาฟโซนที่ 4: Stitch’s Cozy Cornerมุมสุดอบอุ่นสำหรับแฟนคลับเอเลี่ยนตัวแสบ! พบกับโมเดล สติทช์ (Stitch) และ แองเจิล (Angel) ในชุดซานต้าสุดน่ารัก (ดังภาพที่ 5) รวมถึงเหล่าฟิกเกอร์สติทช์หลากหลายอิริยาบถโซนที่ 5: Mickey Friends' Happy Houseโซนที่จำลองบ้านและฉากจากมิกกี้และผองเพื่อน พบกับ พลูโต ที่คาบลูกอมคริสต์มาส และมุมจำหน่ายสินค้าคาแรกเตอร์สุดน่ารักจากดิสนีย์โซนที่ 6: Disney Princess Castleปราสาทเจ้าหญิงดิสนีย์สุดอลังการ ที่ให้คุณได้ถ่ายรูปกับรูปปั้นเสมือนจริงของเจ้าหญิงคนโปรด ไม่ว่าจะเป็น ซินเดอเรลล่า, เบลล์, สโนว์ไวท์, แอเรียล และราพันเซล!โซนที่ 7: Hong Kong Disneyland Resort 20th Anniversaryร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ พบกับ มิกกี้เมาส์เป่าลมขนาดใหญ่ 5 เมตร เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่พลาดไม่ได้!วิธีเดินทางสู่ดินแดนมหัศจรรย์ เซ็นทรัลเวิลด์BTS Skytrain: ลงสถานีชิดลม หรือ สถานีสยาม และใช้ทางเชื่อม Skywalk เดินตรงเข้าสู่ศูนย์การค้ารถยนต์ส่วนตัว: มีพื้นที่จอดรถรองรับ แต่แนะนำให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะในช่วงเทศกาลเพื่อความสะดวกงานไฟประดับ centralwOrld Light Up Christmas Tree Celebration 2025-2026 เซ็นทรัลเวิลด์ที่อยู่ : 999/9 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯเปิดให้เข้าชม : 10.00-22.00 น.เขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

Central Embassy ชวนมาค้นพบความสุขในความวุ่นวายเล็กๆ กับ FUNNY LITTLE MESS | SEASON OF GIVING โดย STICKY MONSTER LAB!

09 ธ.ค. 2025

Central Embassy ชวนมาค้นพบความสุขในความวุ่นวายเล็กๆ กับ FUNNY LITTLE MESS | SEASON OF GIVING โดย STICKY MONSTER LAB!

ต้อนรับเทศกาลแห่งการให้และการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี! เซ็นทรัล เอ็มบาสซีเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความสุขสุดคิวต์ในงาน "FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING"ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Sticky Monster Lab สตูดิโอครีเอทีฟชื่อดังระดับโลกจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยเป็นการประเดิมจัดงานครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!อุโมงค์ไฟและของตกแต่งตื่นตาตื่นใจกับ The Monster Gateway ทางเข้าเชื่อมสถานี BTS เพลินจิต ที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีสันสดใส และของประดับในธีมคริสต์มาสสุดน่ารัก และห้ามพลาดกับ ป๊อปอัพสโตร์ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวบรวมของที่ระลึกและสินค้าลิขสิทธิ์สุดคิวต์มาให้เลือกซื้อเป็นของฝากหรือของสะสมทำความรู้จัก Sticky Monster Lab และคอนเซ็ปต์สุดว้าวSticky Monster Lab คือสตูดิโอที่โดดเด่นในการสร้างสรรค์คาแรคเตอร์มอนสเตอร์สุดน่ารักที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านงานดีไซน์ที่ผสมผสานความขี้เล่น ความตลกขบขัน และมุมมองศิลปะร่วมสมัยอย่างลงตัวงาน "FUNNY LITTLE MESS" ได้รับแรงบันดาลใจจากคาแรคเตอร์ Redmon และ Elfmon โดยสองครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ SML คือ Fla และ Boo ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยสุดอบอุ่นที่ชวนให้ทุกคนค้นพบความสุขจาก “ความวุ่นวายเล็ก ๆ ที่อบอุ่นใจ” หรือ "funny little mess" ของชีวิต อันเต็มไปด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพ คุณจะได้พบกับคู่หูเพื่อนซี้ Redmon และ Elfmon ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในกรุงเทพฯ มาก่อน! และถูกนำมาจัดแสดงในรูปแบบอาร์ตอินสตอลเลชันขนาดใหญ่ทั่วทั้งศูนย์การค้าดื่มด่ำกับ Installation Art สุดคิวต์ทุกมุมของ Central Embassyคุณจะได้พบกับคู่หูเพื่อนซี้ Redmon และ Elfmon ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในกรุงเทพฯ มาก่อน! และถูกนำมาจัดแสดงในรูปแบบอาร์ตอินสตอลเลชันขนาดใหญ่ทั่วทั้งศูนย์การค้าจุดถ่ายรูปสุดชิคอย่าพลาดมุมถ่ายรูปสุดสร้างสรรค์อื่น ๆ ทั่วห้าง ไม่ว่าจะเป็น The Wishing Tree หรือ Stick-Ey Together Fountain ที่ทางเข้าเพลินจิต และแน่นอนว่าต้องมีหุ่น Nutcracker ยักษ์ ที่หน้าทางเข้าของห้างอีกด้วยงาน FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงศิลปะที่น่ารักเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อพลังบวกและความหมายของ "การให้" และ "มิตรภาพ" ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความรู้สึกดี ๆ อีกด้วยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี งาน FUNNY LITTLE MESS : SEASON OF GIVING 2025 ที่อยู่ : 1031 ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯพิกัด : https://maps.app.goo.gl/iCYMagoYMWYfGX819เปิดให้เข้าชม : 10.00-22.00 น.การเดินทาง : รถไฟฟ้า BTS สถานีเพลิตจิตมาเปลี่ยนช่วงเวลาส่งท้ายปีให้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความทรงจำที่อบอุ่นใจไปกับเหล่ามอนสเตอร์สุดน่ารักที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงอาจซ่อนอยู่ใน "ความวุ่นวายเล็กๆ" ที่น่ารักนี้!เขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

บ๊อกบ๊อก! คาเฟ่น้องหมาที่จะทำให้หัวใจละลาย – Corgi in the Garden

19 ก.ค. 2025

บ๊อกบ๊อก! คาเฟ่น้องหมาที่จะทำให้หัวใจละลาย – Corgi in the Garden

“บ๊อคบ๊อค~ เสียงใครน้า?” อ๋อ! เสียงเจ้าตัวเล็กสี่ขานี่เอง! ถ้าใครกำลังมองหาคาเฟ่น้องหมาน่ารักๆ แอดขอป้ายยาแรงๆ ให้ไป Corgi in the Garden คาเฟ่คอร์กี้สุดคิวท์ที่สายหมาต้องร้องกรี๊ด! เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก แต่ยังมอบความสุขจนใจฟู ใครได้มาแล้วระวังจะติดใจกลับบ้านไม่ถูกน้า~รอบเข้า การจอง บอกก่อนว่าที่นี่เขาเปิดเป็นรอบๆ นะจ๊ะ แนะนำว่าให้ ทักไลน์ไปจองล่วงหน้า เลย จะได้ไม่พลาดรอบเด็ดๆ เพราะทางร้านจำกัดจำนวนคนต่อรอบ ให้เราได้ฟินกับน้องๆ แบบเต็มอิ่ม ไม่แออัด ไม่แย่งกันถ่ายรูป! โดยแพ็คเกจมีให้เลือก 2 แบบ คือStandardค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว = 350.-ค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว + เค้ก/ไอศกรีม 1 ชิ้น = 450.-Premiumค่าเข้า + ของที่ระลึกจากทางร้าน = 550.-หรือจัดเต็ม! ค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว + เค้ก/ไอศกรีม 1 ชิ้น + ของที่ระลึก = 650.- บรรยากาศร้านอบอุ่น น่ารัก มีมุมถ่ายรูปเพียบ! ทั้งมุมชิคๆ คิ้วท์ๆ และมุมของที่ระลึกให้เลือกช้อปกลับบ้าน พอถึงเวลาเข้าเล่น พนักงานจะอธิบายกฎระเบียบ เช่น ใส่ถุงคลุมเท้า ก่อนเข้าโซนน้องหมา และบอกวิธีให้อาหาร (ถ้วยละ 100.-) เพื่อความปลอดภัยของเราและน้องๆ สายถ่ายรูปห้ามพลาด! เพราะพี่พนักงานใจดี๊ใจดี จะช่วยดึงความน่ารักของน้องๆ มาให้เราได้รูปสวยๆ ฟินๆ กลับบ้านแน่นอน ขนมและเครื่องดื่มที่นี่ไม่ใช่แค่พร็อพถ่ายรูปนะจ๊ะ แต่อร่อยจริง! หวานกำลังดี ไม่เลี่ยน แนะนำให้วางกลางโต๊ะให้ดี เพราะถ้าเผลอวางไว้ใกล้ขอบโต๊ะ มีสิทธิ์โดนเจ้าตัวแสบแอบจกไปกินก่อน บอกเลยว่าเอ็นเนอจี้เต็มร้อยตอนขาไป แต่พอได้เล่นกับน้องๆ เท่านั้นแหละ…เอ็นเนอจี้หายหมด เหลือแค่ ใจที่ฟูฟ่องกลับบ้าน น้องๆน่ารักจนลืมเวลา ใครกำลังหาคาเฟ่ชิลๆ เติมพลังใจ แอดแนะนำสุดตัว Corgi in the Garden เลยจ้า แล้วเธอจะติดใจเหมือนแอด!ตั้งอยู่ใน: OURSที่อยู่: 240/1 ซอยเจริญนคร 10 แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600โทร: 062-865-6156เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 10:00 - 18:00 น.เขียนและจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ สาริศา ปริมาณ

แบ่งปันสถานที่เที่ยวกรุงเทพแบบสับ เลือกเที่ยวตามสไตล์ตัวเอง

15 ก.ค. 2025

แบ่งปันสถานที่เที่ยวกรุงเทพแบบสับ เลือกเที่ยวตามสไตล์ตัวเอง

แนะนำแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจในจังหวัดกรุงเทพ ฯ ฉบับอัปเดตปี 2025 แบ่งปันที่เที่ยวรอบเมืองแบบจุก ๆ เหมาะกับทุกสไตล์กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวที่ผสมผสานวัฒนธรรมเก่าแก่กับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นพระบรมมหาราชวัง วัดวาอาราม ตลาดนัดสุดคึกคัก ไปจนถึงคาเฟ่เก๋ ๆ และห้างสรรพสินค้าระดับโลก ทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองที่เที่ยวได้ไม่มีเบื่อ สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ต้องออกนอกเมืองก็สามารถหามุมพักผ่อนดี ๆ ได้ในกรุงเทพเอง เพราะที่เที่ยวกรุงเทพมีให้เลือกมากมายตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชิล สายแชะ หรือสายสายมู ก็สามารถเลือกเที่ยวในเมืองหลวงแห่งนี้ได้อย่างสนุกและน่าจดจำ วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะมาแนะนำสถานที่เที่ยวกรุงเทพเด็ด ๆ อัปเดตฉบับ 2025 กันจังหวัดกรุงเทพ แหล่งศูนย์กลางการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร หรือที่หลายคนเรียกกันสั้น ๆ ว่า "กรุงเทพ ฯ" ถือเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามอันเก่าแก่ สถานบันเทิงสุดชิค หรือห้างสรรพสินค้าระดับโลก ทุกสิ่งทุกอย่างถูกรวมไว้ในเมืองหลวงแห่งนี้อย่างครบถ้วน สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กรุงเทพไม่ใช่เพียงเมืองที่เดินทางสะดวกและคึกคักตลอด 24 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยที่เที่ยวกรุงเทพหลากหลายสไตล์ที่สามารถเลือกได้ตามความชอบส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา เที่ยวชมพระบรมมหาราชวัง หรือหามุมถ่ายรูปสุดเก๋ในคาเฟ่ย่านเก่าอย่างย่านปากคลองตลาดหรือเยาวราช ทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่ไม่เคยน่าเบื่อ เพราะมีสิ่งใหม่ ๆ รอให้ค้นหาเสมอ หากคุณกำลังมองหาไอเดียสำหรับการ เที่ยวกรุงเทพ 1 วัน หรือจะวางแผนเที่ยวแบบจัดเต็มหลายวัน บทความนี้จะแนะนำที่เที่ยวในกรุงเทพแบบหลากหลาย พร้อมแบ่งสไตล์ให้เลือกตามใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชิล สายบุญ หรือสายถ่ายรูป รับรองว่าต้องได้ไอเดียใหม่ ๆ แน่นอนความต่างของจุดเช็กอินกรุงเทพ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแม้ว่าจะเป็นจังหวัดเดียวกัน แต่จุดเช็กอินที่ชาวไทยนิยมไปกับที่ชาวต่างชาติชื่นชอบอาจมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ทั้งนี้ก็เพราะความสนใจและมุมมองต่อความเป็นไทยที่แตกต่างกัน เนื่องจากบางครั้งคนไทยอาจมีความเคยชินกับสถานที่เที่ยวในกรุงเทพ เนื่องจากได้พบเจอมาเป็นเวลานาน เพราะฉะนั้นเรามาดูกันว่าคนแต่ละกลุ่มนิยมไปสถานที่เที่ยวกรุงเทพ ที่ไหนกันบ้างจุดเช็กอินยอดนิยมของชาวต่างชาติพระบรมมหาราชวัง และวัดพระแก้วที่นี่ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ที่ทุกคนต้องมาเยือน ด้วยความอลังการของสถาปัตยกรรมไทยผสมผสานกับประวัติศาสตร์ ทำให้สถานที่นี้ไม่เคยว่างเว้นจากนักท่องเที่ยวถนนข้าวสารอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร บาร์ และเกสต์เฮาส์มากมาย ทั้งยังเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของนักเดินทางจากทั่วโลกตลาดน้ำตลิ่งชันแม้จะไม่ใช่ตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็ให้บรรยากาศแบบไทยแท้ พร้อมอาหารท้องถิ่นและของฝากมากมายย่านเยาวราชสวรรค์ของคนรักอาหารสตรีทฟู้ด ทั้งข้าวมันไก่ ก๋วยจั๊บ ขนมเบื้องโบราณ และของหวานสารพัดชนิดจุดเช็กอินยอดนิยมของชาวไทยห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างไอคอนสยาม เซ็นทรัลเวิลด์ หรือเอ็มควอเทียร์ ที่รวมครบทั้งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และกิจกรรมหลากหลายไว้ในที่เดียววัดวาอารามที่ให้โชคเช่น วัดแขก สีลม, วัดมังกรกมลาวาส ที่หลายคนมักจะไปไหว้พระขอพรตามความเชื่อคาเฟ่และร้านกาแฟสไตล์มินิมอลหรือวินเทจที่ผุดขึ้นทั่วกรุงเทพ โดยเฉพาะในย่านอารีย์ ทองหล่อ หรือเสนานิคมสวนสาธารณะใหญ่ ๆอย่างสวนลุมพินีหรือสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เหมาะสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายและพักผ่อนใกล้ธรรมชาติแนะนำสถานที่เที่ยวยอดฮิต และน่าสนใจเพื่อให้คุณสามารถเลือกสถานที่เที่ยวกรุงเทพได้ตามสไตล์ของตัวเอง เราขอแบ่งสถานที่ท่องเที่ยวออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายต่อการวางแผนและเดินทาง ดังนี้สายบุญ – ไหว้พระ ขอพร เสริมดวงวัดอรุณราชวรารามโดดเด่นด้วยพระปรางค์ที่สวยงามและเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมวัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์)มีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ และยังเป็นแหล่งเรียนรู้การนวดแผนไทยวัดปากน้ำภาษีเจริญมีพระมหาเจดีย์แก้วมรกต และเป็นวัดที่เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์เรื่องโชคลาภสายช้อปเดินชิล กิน เที่ยว ครบจบในที่เดียวไอคอนสยามรวมครบทั้งช้อปปิ้งแบรนด์ดัง ร้านอาหารริมแม่น้ำ และโชว์น้ำพุดิจิทัลสุดตระการตาจตุจักรสวรรค์ของนักช้อปของมือสอง เสื้อผ้าแฟชั่น ต้นไม้ และของตกแต่งบ้านสยามสแควร์เหมาะกับสายแฟชั่นที่ชอบอัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ ทั้งยังเป็นแหล่งรวมของกินและร้านเสื้อผ้าเก๋ ๆสายถ่ายรูปมุมสวย ๆ ไว้ลงในโซเชียลย่านปากคลองตลาดดอกไม้สดสวยงาม สีสันสดใสตลอดทั้งวันพิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สันสถาปัตยกรรมบ้านไม้ไทยโบราณ พร้อมของสะสมจากทั่วเอเชียสวนลอยฟ้าเจ้าพระยาจุดถ่ายรูปวิวเมืองมุมสูงแบบพาโนรามา พร้อมทางเดินลอยฟ้าที่เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูปสวย ๆสายธรรมชาติพักผ่อนเบา ๆ ในเมืองใหญ่บางกระเจ้าได้ชื่อว่าเป็น "ปอดของกรุงเทพฯ" มีเส้นทางปั่นจักรยาน ท่ามกลางธรรมชาติและความเงียบสงบสวนรถไฟพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เหมาะกับการวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือปิกนิกกับครอบครัวพิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครสถานที่เรียนรู้และพักผ่อนสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ๆสรุปสถานที่เที่ยวกรุงเทพมีให้เลือกหลากหลายสไตล์ และไม่ได้จำกัดแค่เพียงวัดวาอารามหรือห้างสรรพสินค้าเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคนชอบถ่ายรูป ชอบเดินตลาด หรืออยากพักผ่อนในสวนสวยกลางเมือง ทุกอย่างก็สามารถหาได้ในที่เดียว ความโดดเด่นของจังหวัดกรุงเทพ คือความสามารถในการผสมผสานความเป็นไทยแบบดั้งเดิมเข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมีบริการขนส่งสาธารณะครบครัน ไม่ว่าจะเป็น BTS, MRT, ตุ๊กตุ๊ก หรือเรือด่วน ทำให้การเดินทางไปยังที่เที่ยวในกรุงเทพ เป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย หากคุณยังไม่แน่ใจว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน ลองเลือกจากสไตล์ที่คุณชอบ แล้วเปิดใจออกไปสัมผัสเสน่ห์ของการ

ถนนทรงวาด สถานที่เที่ยวมาแรงอันดับ 1 ในกรุงเทพที่พลาดไม่ได้

14 ก.ค. 2025

ถนนทรงวาด สถานที่เที่ยวมาแรงอันดับ 1 ในกรุงเทพที่พลาดไม่ได้

ถนนทรงวาด สถานที่เที่ยวมาแรงอันดับ 1 ในกรุงเทพที่พลาดไม่ได้ เที่ยวทรงวาด ถนนย่านชุมชนสุดฮิตใกล้เยาวราช กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขนม ขนมเก่าแก่ ร้านขายของฝาก และมุมถ่ายรูปสุดชิคสุดถนนภาพจาก ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการท่องเที่ยวของผู้คนสมัยนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บางครั้งก็สนใจเทรนด์ใหม่ ๆ กันอย่างเนืองแน่น แต่ในขณะเดียวกันเทรนด์เก่า ๆ ที่เคยได้รับความนิยมในอดีต ก็กลับมาเป็นกระแสใหม่ได้อยู่เรื่อย ๆ สังเกตได้จากทั้งแฟชั่น การกิน การเที่ยว ยกตัวอย่างถนนทรงวาดที่กำลังได้รับความนิยมมากในยุคนี้ เหล่าวัยรุ่นยุคใหม่ได้ทำการแห่กันไปตามร้านอาหาร ถ่ายรูป เดินเที่ยวกันอย่างหนาแน่น ถือเป็นย่านเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯที่กำลังกลายเป็น แลนด์มาร์กใหม่ของนักเที่ยวสายอาร์ตและสายกล้อง ที่ต้องมาเช็กอินให้ได้สักครั้ง ด้วยความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมยุคเก่า ความคึกคักของชุมชนจีน-ไทย และการฟื้นฟูพื้นที่ด้วยคาเฟ่สุดชิค ร้านค้าสร้างสรรค์ และกิจกรรมศิลปะร่วมสมัย วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะมาแนะนำมุมถ่ายรูป คาเฟ่ และสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับถนนทรงวาด"ถนนทรงวาด" ชุมชนไทยที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ใกล้เยาวราชและตลาดน้อย ถนนทรงวาด ตั้งอยู่บริเวณฝั่งพระนคร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมต่อระหว่างถนนเยาวราชกับถนนเจริญกรุง โดยหากนั่ง MRT มาลงสถานีวัดมังกรแล้วเดินเข้ามาไม่ถึง 10 นาที คุณจะพบกับถนนสายเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอดีต ตั้งแต่ตึกแถวสไตล์ชิโนโปรตุกีส หัวมุมซอยที่ยังคงความดิบของเมืองเก่า ไปจนถึงร้านค้าเก่าแก่ที่ดำเนินกิจการมาหลายรุ่น นอกจากนี้ ถนนเส้นนี้ยังมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ เพราะในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าริมน้ำที่มีความคึกคักไม่แพ้ท่าเรือคลองเตย เรียกได้ว่าเป็น "ย่านธุรกิจริมเจ้าพระยา" ที่มีบทบาทอย่างมากในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น และแม้เวลาจะเปลี่ยน แต่เสน่ห์ของถนนทรงวาดยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลายภาพจากแนะนำจุดถ่ายรูปน่าสนใจในถนนทรงวาด ถ้าใครกำลังมองหามุมถ่ายรูปใหม่ ๆ ที่ให้ความรู้สึก เท่ คลาสสิก และมีสไตล์ บอกเลยว่าคุณมาถูกที่แล้ว เพราะการถ่ายรูปทรงวาด เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตที่หลายคนติดใจ ด้วยมุมต่าง ๆ ที่จัดจ้านในแบบสตรีทและวินเทจผสมกันอย่างลงตัว ความจริงแล้วถนนทรงวาดเป็นถนนที่ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหน ก็สามารถถ่ายรูปให้ออกมาดูเก๋ได้ ด้วยกลิ่นอายชุมชนเก่าที่มีอารยธรรมต่าง ๆ มากอย่างยาวนาน ส่งผลให้ทั้งโซนถนนทรงวาดมีสไตล์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร แต่สำหรับใครที่อยากได้ไอเดียในการถ่ายรูป ให้ทุกคนรู้ว่านี่คือถนนทรงวาดแบบตะโกนน เราก็มีมาแนะนำเหมือนกันป้าย I wanna bangkok - จุดเช็กอินสุดจึ้ง ไม่ว่าใครก็ต้องหยุดถ่ายรูปกับป้ายตรงทางม้าลายจุดนี้ซุ้มประตูเก่าและซอยแคบสไตล์ฮ่องกง - ได้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในภาพยนตร์เก่า โทนสีซีเปียและเงาตึกเรียงรายเหมาะกับการถ่ายพอร์เทรตตึกแถวโบราณพร้อมป้ายจีน - ป้ายภาษาจีนแดงสดที่ตัดกับตึกสีซีดให้อารมณ์วินเทจสุด ๆกำแพงกราฟฟิตี้และศิลปะริมถนน - งานอาร์ตจากศิลปินท้องถิ่นและนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ถูกผสมผสานเข้ากับกำแพงเก่าได้อย่างน่าสนใจริมแม่น้ำเจ้าพระยา - ท่าเรือเก่า ๆ ที่มีแสงอาทิตย์ยามเย็นตกกระทบกับน้ำ สร้างภาพที่สวยงามและมีเรื่องราวร้าน Oyster Things - ร้านขายของฝากสุดชิคสไตล์วินเทจ ที่เพิ่งมาเปิดสาขาใหม่ที่ถนนทรงวาดภาพจากแนะนำคาเฟ่ทรงวาด เยาวราช และตลาดน้อย อีกสิ่งที่ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮิตในชั่วข้ามคืนก็คือ การเกิดขึ้นของคาเฟ่ทรงวาดที่ทั้งรสชาติดี บรรยากาศเก๋ และคอนเซ็ปต์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการรีโนเวตตึกเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่ หรือการผสมผสานระหว่างกลิ่นอายวินเทจกับความมินิมอลสมัยใหม่ แน่นอนว่าถนนทรงวาด ตลาดน้อย และเยาวราช เป็นถนนที่อยู่ในย่านเดียวกัน คาเฟ่ที่จะแนะนำต่อไปนี้จึงอยู่ทั้งในแถบ 3 สถานที่นี้Mother Roaster - คาเฟ่ชื่อดังจากตลาดน้อยที่มาเปิดสาขาใหม่ในทรงวาด ตัวร้านเป็นตึกเก่า 3 ชั้น เสิร์ฟกาแฟดริปแบบคลาสสิก รสเข้มข้น และมีเบเกอรี่อบสดใหม่Woodbrook Bangkok - คาเฟ่ริมแม่น้ำที่มองเห็นวิวเจ้าพระยาและสะพานพุทธ ตัวร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และกระจก ให้แสงธรรมชาติเข้ามาเต็มที่Hong Sieng Kong - คาเฟ่-แกลเลอรีสุดเก๋ในบ้านจีนโบราณที่เปิดให้เข้าชมและถ่ายรูปได้ เสิร์ฟกาแฟพรีเมียมและเมนูขนมไทยฟิวชันLocal Boys Coffee - คาเฟ่สไตล์วินเทจ โทนของร้านเป็นสีส้ม-ดำ เหมาะกับคนที่ชื่นชอบบรรยากาศหม่น ๆ กลิ่นอายเก่าเล็กน้อยเอฟ วี - คาเฟ่ที่เอาบ้านเก่ามารีโนเวททำใหม่เป็นคาเฟ่ มาพร้อมกับเมนูขนมไทยโบราณ ใครที่เบื่อเมนูขนมคาเฟ่แบบเดิม ๆ แนะนำร้านนี้เลยBad Poutine - คาเฟ่ที่มีการตกแต่งหน้าร้านสุดเก๋ มีอาหารแคนาดารสชาติดี เลือกท็อปปิ้งได้ร้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจในถนนทรงวาดSongViet at SongWat - ร้านอาหาร street food สัญชาติเวียดนาม รสชาติดี พอร์ชันไม่ใหญ่มาก สามารถสั่งมาทานร่วมกันเพื่อน ๆ ได้กู่หลงเปา - ร้านซาลาเปาโบราณ ที่มีทั้งซาลาเปาแบบนึ่ง แบบอบ ขนมจีบ และชาไทยรสชาติเข้มข้น จะซื้อกลับบ้านหรือนั่งกินหน้าร้านก็ไดอี-กา - ร้านอาหารไทย ที่มีจำหน่ายทั้งอาหารคาวหวาน หรือจะแวะมาดื่มเครื่องดื่มให้สดชื่น ก่อนไปตะลุยถนนทรงวาดกันต่อโรงกลั่นเนื้อ - ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และเนื้อตุ๋น น้ำซุปมีส่วนผสมของสมุนไพรต่าง ๆ ส่งกลิ่นหอมยาจีนภาพจากข้อควรรู้ เตรียมตัวก่อนไปถนนทรงวาดอากาศประเทศค่อนข้างร้อน หากเลือกเดินช่วงบ่าย ควรพกพัดลมพกพา ผ้าเย็น หรือไอเท็มที่ช่วยบรรเทาอากาศร้อน เนื่องจากทั้งสองข้างทางไม่ได้มีที่หลบแดดให้หลบมากนักร้านอาหารที่ถนนทรงวาดอัดแน่นเต็มสองข้างทาง ตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม ควรเตรียมท้องให้พร้อมทานของอร่อย แบ่งท้องให้พอสำหรับการทานอาหารหลาย ๆ ร้านวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นวันหยุดที่คนค่อนข้างเยอะ ควรเตรียมแผนในการเดินเที่ยวให้พร้อมว่าต้องไปร้านไหนบ้าง จะได้ไม่เสียเวลาในการหาและต่อแถวหลีกเลี่ยงการไปเที่ยงทรงวาดช่วงหน้าฝน เนื่องจากเป็นสถานที่เที่ยวที่ต้องเดินทางและเป็นถนนกลางแจ้ง การเลือกเที่ยวในหน้าฝนจึงอาจไม่เหมาะนักสายถ่ายรูป ควรฟิตติ้งชุดให้พร้อมกับมุมที่ต้องการถ่าย มุมถ่ายรูปฮิต ๆ อาจต้องอาศัยจังหวะเวลาในการเข้าไป เนื่องจากมีคนหนาแน่นอยู่ตลอดเวลาหลีกเลี่ยงการเข้าไปถ่ายรูปในพื้นที่ส่วนบุคคล เนื่องจากถนนทรงวาดเป็นชุมชนเก่า มีผู้พักอาศัยมากมาย อีกทั้งร้านค้าหลายร้านก็เป็นที่พักอาศัยเช่นกันภาพจากสรุป ถนนทรงวาดไม่ใช่แค่ถนนสายเล็ก ๆ ในเมืองเก่า แต่เป็นโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของอดีตที่ยังมีชีวิตในปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายกล้อง สายคาเฟ่ สายอาร์ต หรือแค่คนที่ชอบเดินดูเมืองแบบไม่เร่งรีบ เที่ยวทรงวาด จะให้ประสบการณ์ที่คุ้มค่าในทุกก้าวเดิน อย่าลืมเตรียมกล้องให้พร้อม แบตให้เต็ม แล้วออกเดินไปกับความเก่าแบบเก๋ ๆ บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรม และอย่าลืมแวะจิบกาแฟที่คาเฟ่ทรงวาดสักแห่ง แล้วเก็บภาพความทรงจำดี ๆ ผ่านเลนส์ในแบบของคุณเอง สำหรับใครที่รอติดตามบทความดี ๆ อย่าลืมมาดูได้ที่ Chill on กินเที่ยวอ่านบทความทรงวาดเพิ่มเติมได้ที่ : Atime.live

LOVE PRIDE PARADE 2025 @ EMSPHERE

30 มิ.ย. 2025

LOVE PRIDE PARADE 2025 @ EMSPHERE

ส่งท้าย Pride Month อย่างยิ่งใหญ่กับงาน “LOVE PRIDE PARADE 2025” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–29 มิถุนายน ณ ศูนย์การค้า EmSphere โดยแอดได้มีโอกาสไปร่วมงานในวันแรก และต้องบอกเลยว่าบรรยากาศคึกคัก สนุก ครบทุกอรรถรส ทั้งกิน เที่ยว ช้อป และความบันเทิงแบบจัดเต็ม เริ่มต้นกันที่โซน Pride Societ บริเวณ EM MARKET ที่รวมร้านอาหารจากเหล่า Celebrity Chef มากมาย ใครเป็นสายกินรับรองต้องถูกใจ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอของอร่อยชวนลิ้มลอง เรียกว่ายังไม่ทันเดินทั่วท้องก็ร้องแล้ว! ถัดมาเป็นโซน Sphere Gallery แหล่งรวมสินค้าแฟชั่นจากแบรนด์ไทย บรรยากาศชิลล์สุดๆ เพราะมีทั้งดนตรีสดและ DJ ที่สลับกันมาเปิดแผ่น เติมสีสันให้กับบรรยากาศการช้อปปิ้งได้แบบไม่มีเบื่อ และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือโซน Em Wonder กับกิจกรรม Pride Spirit ที่ขนกองทัพศิลปินสุดฮอตมาเรียกเสียงกรี๊ดแบบจัดเต็มทั้งวัน Line-up แน่นสะใจ สมกับเป็นงานส่งท้ายเดือนแห่งความภาคภูมิใจอย่างแท้จริง ครั้งหน้าแอดจะพาไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ กับกิจกรรมดี ๆ หรือสถานที่สุดปังที่ไหน อย่าลืมติดตามกันด้วยน้า~เขียนโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดีคอนเทนต์โดย : สาริศา ปริมาณ

Chill Art Space

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ศูนย์รวมมรดกสิ่งทอไทย และฉลองพระองค์สุดวิจิตร

04 ธ.ค. 2025

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ศูนย์รวมมรดกสิ่งทอไทย และฉลองพระองค์สุดวิจิตร

วันนี้ Chillon จะพาไปสัมผัสความงามและความภาคภูมิใจของชาติ ณ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่งดงามที่สุดใจกลางกรุงเทพมหานครนั่นคือ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่นี่ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นจุดที่ศิลปะสิ่งทอและพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้บรรจบกันอย่างวิจิตรตระการตา และเป็นการ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงกอบกู้มรดกสิ่งทอไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกพิพิธภัณฑ์ผ้าแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตาม พระราชปณิธาน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ผ้าไทย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าและกำลังจะเลือนหายไปพิพิธภัณฑ์ผ้าจัดตั้งขึ้นภายในอาคาร หอรัษฎากรพิพัฒน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ พระบรมมหาราชวัง อาคารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับการบูรณะให้เป็นอาคารจัดแสดงที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมกับการเก็บรักษาผ้าโบราณพิพิธภัณฑ์ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2555 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม จัดเก็บ จัดแสดง และเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับผ้าไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกผ่านโครงการศิลปาชีพหัวใจสำคัญของพิพิธภัณฑ์คือการแสดงให้เห็นถึง พระอัจฉริยภาพในการนำเสนอเอกลักษณ์ไทย ในเวทีโลกชุดไทยพระราชนิยมทรงริเริ่มการออกแบบ ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ (เช่น ชุดไทยจักรพรรดิ, ชุดไทยจักรี) โดยทรงผสมผสานรูปแบบการตัดเย็บสากลเข้ากับผ้าไหมไทยและเอกลักษณ์ไทย ทำให้เครื่องแต่งกายประจำชาติมีความสง่างามและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลฉลองพระองค์ในเวทีโลกในปี พ.ศ. 2503 เมื่อครั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรปและสหรัฐอเมริกา การที่ทรงสวมฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บจากผ้าไหมไทย ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ ผ้าไหมไทยกลายเป็นที่ต้องการและได้รับการยกย่องจากนักออกแบบแฟชั่นระดับโลกทันที นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผ้าไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลกผ้าไหมแต่ละผืน ไม่ว่าจะเป็น มัดหมี่อีสาน ที่ซับซ้อน หรือ ผ้ายกภาคใต้ ที่หรูหรา ล้วนถักทอด้วยเทคนิคโบราณที่สืบทอดกันมา ลวดลายต่างๆ เช่น "ลายนาค" หรือ "ลายขอ" ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็น สัญลักษณ์ของความเชื่อและวิถีชีวิต ที่ชาวบ้านใช้บันทึกประวัติศาสตร์ของพวกเขาจินตนาการถึงสีครามเข้มจากต้นคราม หรือสีเหลืองทองจากแก่นขนุน นี่คือเสน่ห์ของ การย้อมสีธรรมชาติ ที่ทำให้ผ้าไทยมีมิติและดูมีชีวิตชีวา ไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือผลงานหัตถศิลป์ที่ใช้ความอดทนและเวลาพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯจึงเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รวบรวมมรดกเหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้สัมผัส ที่นี่ คุณจะได้ชม ฉลองพระองค์จริง ที่ทรงสวมใส่ในโอกาสสำคัญต่างๆ ซึ่งแต่ละชุดคือผลงานศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงความประณีตของการปักและการทอผ้าไหมไทยชั้นสูง คุณจะเห็นว่า ผ้าไทยผืนหนึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ที่งดงามและทันสมัยเหนือกาลเวลาได้อย่างไรที่ตั้ง: หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวังเวลา: เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 16.30 น.เขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ The Ghost Halloween#2 “ป่าช้าแตก”

25 ต.ค. 2025

การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ The Ghost Halloween#2 “ป่าช้าแตก”

ในช่วงเทศกาลฮาโลวีน แบบนี้ สิ่งหนึ่งที่จะพลาดไปไม่ได้เลย คือ “บ้านผีสิง” สถานที่แห่งการท้าพิสูจน์ความกล้า สำหรับปี 2025 นี้นิทรรศการบ้านผีสิง จากรายการเล่าเรื่องผีชื่อดังอย่าง “The Ghost Radio” ก็ได้กลับมาท้าพิสูจน์ใจ พร้อมมอบความตื่นเต้นและหวาดกลัวสุดขีดให้กับทุกท่าน กับงาน “The Ghost Halloween#2 ป่าช้าแตก”ธีมของงานที่ชื่อ “ป่าช้าแตก” บอกเลยว่าไม่ได้เป็นแค่ชื่อ มันแตก แหก ระเบิด ออกมาเลยจริง ประชากรผีในงานคับคั่ง ที่พร้อมจะหลอกผู้เข้าชมทุกคนให้ขวัญกระเจิง มีมาเสิร์ฟความกลัวให้หมดทั้งป่าช้าโซนหลักของงานที่ห้ามพลาดเลย คือ บ้านผีสิง ซึ่งจัดหนักจักเต็มกันไปเลย 4 หลัง ที่ระยะทางรวมกันเมื่อเดินครบแล้วนั้นยาวถึง 1 กิโลเมตรบ้านทั้ง 4 หลังนี้ มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปตามชื่อของแต่ละหลังที่บอกธีมของบ้านผีนั้น ๆ ได้อย่างชัดเจน ซึ่งได้แก่ บ้านเลขที่ 13/31, โรงเรียนวัดร้างไร้ธรรม, ศูนย์อนามัยเก่า, และ สำนักงานหลอนบรรยากาศภายในบ้านผีสิงแต่ละหลัง ถูกสร้างขึ้นมาได้หลอนสติกันสุด ๆ พร๊อบทุกชิ้น ฉากทุกฉาก ดูสมจริงราวกับเป็นของจริงจากสถานที่นั้น ๆ ทำให้ผู้เข้าชมได้รับอรรถรสแบบเต็มเปี่ยมเสมือนได้ไปเดินอยู่ในสถานที่นั้น ๆ จริง ๆ เลยผีในงานคือที่สุด ทุกตัวพร้อมหลอกแบบไม่มีหยุด คาดเดาการหลอกไม่ได้ในแต่ละรอบ ยิ่งเพิ่มทวีความน่ากลัวมากขึ้นไปอีกเดินออกจากบ้านผีสิงมาได้ จะเป็นการเข้าสู่โซน นิทรรศการ ที่ก็ต้องบอกตรง ๆ แบบไม่อวยว่า ทำถึงสุด ๆ ฉาก พร๊อบ ผี ทุกอย่างมาเต็ม ที่สำคัญโซนนี้ เราจะมีโอกาสได้พูดคุยกับผีที่เขาป้วนเปี้ยนอยู่ทั่ว แอบบอกเลยว่า พอไปถึงโซนนี้เนี่ย หาซื้อหมากพลูติดเอาไว้ด้วยนะ ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือนถัดออกมาจะเป็นโซนสำหรับซื้อ ของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็น หมวก เสื้อ พวงกุญแจ แก้วน้ำ ปฏิทิน และอื่น ๆ อีกเยอะสารพัด น่าสน น่าตำกันทั้งนั้น เพราะของเหล่านี้ ไม่ได้มีมาขายกันบ่อย ๆสำหรับใครที่อยากท้าพิสูจน์ความหลอนของบ้านผีสิง The Ghost Halloween#2 ป่าช้าแตก สามารถไปร่วมงานกันได้ที่สถานที่: MCC HALL THE MALL LIFESTORE BANGKAE (เดอะ มอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค)วันที่: 25 ตุลาคม - 9 พฤศจิกายน 2568เวลา: 10.00 - 22.00 น.จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่เว็บ Ticketmelonราคาบัตร- บัตร Fast Pass 2,000.- เข้าได้ทั้ง 4 หลัง / มีเลนพิเศษ ไม่ต้องรอคิวนาน- บัตรเหมา 4 หลัง 1,290.- เข้าได้ทั้ง 4 หลัง ต้องรอคิว- บัตรแยกหลัง 399.-- บัตรเข้าโซนนิทรรศการ 100.-เขียน: ชานนท์ ไชยศรี

Junji Ito Collection Horror House

15 ต.ค. 2025

Junji Ito Collection Horror House

มาเสิร์ฟที่ไทยแล้ววันนี้ กับนิทรรศกาลสุดหลอน Junji Ito Collection Horror Houseที่จะพาคุณไปหลอนผ่านผลงานของอาจารย์ จุนจิ อิโต้ เจ้าพ่อความหลอนของวงการนักวาดจงเตรียมตัวดำดิ่ง สู่โลกแห่งความมืดมิด กับบ้านผีสิงสุดหลอน สั่นประสาท ลุ้นระทึกตลอดทาง คำเตือน อย่าปล่อยเชือก และจงอย่าอยู่คนเดียวกับสองทางหลอนให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Rute A นครแห่งการจากลา Farewell City หรือ Rute B หมู่บ้านสั่นประสาท Horror Town เลือกได้ตามใจ กับตาราง Break Route ให้หลอนกันได้ทั้งวันนอกจากความหลอนจาก Horror house แล้ว ยังมีนิทรรศกาลสุดหลอนให้สยองกันแบบไม่พัก กับผลงานมากมาย จากอาจารย์จุนจิ อิโต้ ที่ขนมาให้แฟนๆหลอนถึงที่ราคาบัตรเข้า Horror house Normal เริ่มต้นเพียงแค่ 400 บาทเท่านั้น แต่ Chillon ขอแนะนำบัตรที่ฮิตที่สุดในงาน กับบัตร VIP ที่แฟนพันธุ์แท้ห้ามพลาด เพราะนอกจากจะได้หลอนแล้ว ยังได้ของที่ระลึกให้กลับไประทึกกันต่อที่บ้านอีกด้วยอีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน ที่ใครมาก็ห้ามพลาด กับโซน Cafe สุดสยอง ที่เสิร์ฟมาแบบล้นๆ กับ 4 เมนู 4 คาแรคเตอร์และสายสะสมห้ามพลาดเด็ดขาด กับโซน Exclusive Junji Ito x Sanrio Charecters ของแท้จากญี่ปุ่น ลิมิเต็ดเฉพาะในงานนี้เท่านั้นนอกจากนี้ ยังมีสินค้าสุดสยองจากจักรวาล Junji Ito ที่รวมสินค้าลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น ทั้งเสื้อผ้า ของสะสม และไอเท็มลิเต็ด ที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้นจัดแสดง 10 ต.ค. 2568 - 5 ม.ค. 2568ช่องทางการจำหน่ายบัตร : เว็บไซต์หรือ แอปพลิเคชั่น ticketmelonพิกัด : MBK Center ชั้น 4 โซน Aเวลา : เปิดทำการทุกวัน 11 : 00 น. - 21 : 00 นโทร : 028539000ผู้เขียน : บาลี บัญชานิตยกาล

รีวิวนิทรรศการ "DRAGON BALL HEROES RISE ASIA TOUR IN THAILAND": เปิดจักรวาลดราก้อนบอลที่ไอคอนสยาม!

07 ส.ค. 2025

รีวิวนิทรรศการ "DRAGON BALL HEROES RISE ASIA TOUR IN THAILAND": เปิดจักรวาลดราก้อนบอลที่ไอคอนสยาม!

สำหรับแฟน ๆ ดราก้อนบอล ทั่วประเทศไทยและผู้ที่กำลังมองหา นิทรรศการอนิเมะ สุดยิ่งใหญ่ในกรุงเทพฯ ห้ามพลาดกับ"DRAGON BALL HEROES RISE ASIA TOUR IN THAILAND"ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชีย ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 19 ตุลาคม 2568 นี่คืองานที่รวบรวมทุกความประทับใจจากซีรีส์ระดับตำนานมาไว้ให้คุณได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดประสบการณ์สุดอลังการสำหรับแฟนพันธุ์แท้นิทรรศการ Dragon Ball Heroes Rise Asia Tour ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดแสดง แต่คือการพาคุณดำดิ่งเข้าสู่จักรวาลดราก้อนบอลอย่างแท้จริง ด้วยพื้นที่กว่า 2,000 ตร.ม. งานนี้จำลองฉากสุดไอคอนิกจากอนิเมะมาไว้ให้คุณได้เดินสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางบนเส้นทางงู การขี่เมฆสีทอง หรือแม้แต่การถูกลิงยักษ์จับ! คุณจะได้พบกับ โมเดลตัวละคร Dragon Ball ขนาดเท่าตัวจริง กว่า 40 ตัว ไม่ว่าจะเป็นโกคู เบจิต้า พิคโกโร่ ฟรีซเซอร์ เซลล์ และอีกมากมาย ที่พร้อมให้คุณถ่ายภาพและสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเหล่านักรบไซย่ากิจกรรมและโซนอินเทอร์แอคทีฟที่ไม่ควรพลาดไฮไลต์สำคัญของ งาน Dragon Ball ครั้งนี้คือโซนอินเทอร์แอคทีฟที่เปิดโอกาสให้คุณได้เป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัย คุณจะได้ลอง ปล่อยพลังคลื่นเต่า (Kamehameha) ด้วยตัวเอง ฝึกฝนเทคนิคการฟิวชั่นรวมร่างกับเพื่อน หรือทดสอบทักษะการต่อสู้เสมือนนักรบตัวจริง นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชัน "Incubase" ที่ให้แฟน ๆ ร่วมทำภารกิจตามหาดราก้อนบอลเพื่อแลกรับ ของที่ระลึก Dragon Ball สุดลิมิเต็ด ที่มีจำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น!ข้อมูลการเข้าชมและบัตรนิทรรศการ Dragon Ball Heroes Rise Asia Tour จัดแสดงที่ ไอคอนสยาม (ICONSIAM) Attraction Hall ชั้น 6 เปิดทำการทุกวัน เวลา 10:30 – 21:00 น. (ปิดรับคิว 20:30 น.)ราคาบัตรเข้างาน (รวม VAT และค่าธรรมเนียม):บัตรวันธรรมดา (จันทร์–ศุกร์): 550 บาทบัตรวันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์: 650 บาทบัตรสำหรับเด็ก (ส่วนสูง 91–120 ซม.) และผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป): 400 บาทบัตรพรีเมียมเซ็ต จำนวนจำกัดให้เลือกซื้อ ได้แก่:Premium Set A: 850 บาท (ได้แก้วน้ำลายสุ่ม 1 ใบ + บัตรเข้างานได้ทุกวัน)Premium Set B: 1,100 บาท (ได้ชุดจิ๊กซอว์สุดพิเศษ 1 ชุด + บัตรเข้างานได้ทุกวัน)สามารถซื้อบัตรได้ที่ TicketMelon และ Klookนิทรรศการ "DRAGON BALL HEROES RISE ASIA TOUR IN THAILAND" เป็นสุดยอดประสบการณ์ที่แฟน ๆ ดราก้อนบอลตัวจริงไม่ควรพลาด ด้วยการจำลองฉากอันน่าจดจำ โมเดลขนาดเท่าตัวจริง กิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ และของสะสมสุดพิเศษ งานนี้จะพาคุณย้อนวันวานและสร้างความทรงจำใหม่ ๆ ในโลกของโกคูและผองเพื่อนได้อย่างเต็มอิ่ม หากคุณกำลังมองหา กิจกรรมในกรุงเทพฯ หรือ นิทรรศการน่าสนใจ ที่จะปลุกความเป็นซูเปอร์ไซย่าในตัวคุณ งานนี้คือคำตอบ!ผู้เขียน : เบญญาภา แนบเนียน

รีวิวนิทรรศการ "The Voice" โดย Jamsan: เสียงสะท้อนจากใจกลางกรุงเทพฯ ที่ River City Bangkok

07 ส.ค. 2025

รีวิวนิทรรศการ "The Voice" โดย Jamsan: เสียงสะท้อนจากใจกลางกรุงเทพฯ ที่ River City Bangkok

"The Voice" เสียงสะท้อนจากใจกลางกรุงเทพฯสำหรับผู้ที่กำลังมองหา งานศิลปะ ที่จะช่วยเติมเต็มจิตใจ และมอบความสงบ นิทรรศการ "The Voice" โดยศิลปิน Jamsan ที่ River City Bangkok คือหนึ่งใน นิทรรศการกรุงเทพ ที่ไม่ควรพลาดในปี 2568 นี้นิทรรศการนี้จัดแสดงอยู่ที่ RCB Galleria 5 ชั้น 3 และเปิดให้ เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม ถึง 30 สิงหาคม 2568สัมผัส "เสียงในใจ" ผ่านงานศิลปะอันอ่อนโยน"The Voice" ไม่ใช่เพียงแค่นิทรรศการภาพวาด แต่เป็นการเดินทางเข้าสู่ห้วงลึกของความรู้สึกภายใน ศิลปิน Jamsan ผู้เป็นที่รู้จักจากผลงานภาพประกอบในซีรีส์ชื่อดัง ได้นำเสนอผลงานที่ไม่ได้ส่งเสียงดังอึกทึก แต่กลับสื่อสารความเจ็บปวดเงียบงันและความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่มักถูกมองข้ามในชีวิตประจำวันได้อย่างลึกซึ้ง ผลงานแต่ละชิ้นเปรียบเสมือนบทกวีในห้วงเวลาอันเงียบสงบ เป็นของขวัญแห่งความนิ่งงันท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ ศิลปะบำบัด และต้องการพักผ่อนจิตใจสไตล์ศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของ JamsanJamsan สร้างสรรค์ผลงานด้วยลายเส้นที่อ่อนโยน โทนสีที่อบอุ่น และองค์ประกอบแบบ soft surreal ที่ชวนฝัน การจัดวางองค์ประกอบในภาพมีความประณีตและลงตัว ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความสงบและผ่อนคลายในทุกๆ มุมมองของนิทรรศการ คุณจะได้สัมผัสกับความงามที่สะท้อนอารมณ์และความรู้สึกที่ซับซ้อนได้อย่างละมุนละไม เป็นประสบการณ์ทาง งานจิตรกรรม ที่แตกต่างและน่าประทับใจผลงานเด่น: "Red Chair" และ "Rose from the Star"หัวใจหลักของนิทรรศการนี้คือผลงานภาพวาด 2 ชุด ได้แก่ "Red Chair" และ "Rose from the Star" ซึ่ง Jamsan ได้ผสมผสานความทรงจำกับจินตนาการ และความโดดเดี่ยวกับสายใยของความผูกพันไว้อย่างกลมกลืน ผลงานเหล่านี้เชื้อเชิญให้ผู้ชมได้ใคร่ครวญถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับโลกรอบตัว และค้นพบความหมายที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่มักถูกมองข้ามไปนิทรรศการ "The Voice"ตั้งอยู่ที่ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก (River City Bangkok) เลขที่ 23 ซอยเจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 น. ถึง 20:00 น.การเดินทางสะดวกสบาย และมีพื้นที่สำหรับจอดรถ หากคุณกำลังมองหา ที่เที่ยวกรุงเทพ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง นิทรรศการนี้คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม อย่าพลาดโอกาสที่จะมาสัมผัสประสบการณ์ศิลปะอันลึกซึ้งและเติมเต็มจิตใจกับ นิทรรศการ "The Voice" โดย Jamsan ที่ River City Bangkok ได้แล้ววันนี้!ผู้เขียน : เบญญภา แนบเนียน

DEMON SLAYER Pop Up Store ครั้งแรกในไทย MBK Center

30 ก.ค. 2025

DEMON SLAYER Pop Up Store ครั้งแรกในไทย MBK Center

เปิดประสบการณ์สู่การผจนภัยครั้งใหม่ในโลกของดาบพิฆาตอสูร กับงาน "DEMON SLAYER Pop Up Store" ครั้งแรกในไทย MBK Centerแฟนตัวยง"DEMON SLAYER: Kimetsu no Yaiba" เตรียมตัวให้พร้อม! เพราะ "DEMON SLAYER Pop Up Store In Thailand" ป็อปอัพสโตร์ครั้งแรกในประเทศไทยเปิดแล้วที่ MBK Center ชั้น 4 โซน A ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม - 28 กันยายน 2568การเปิดตัวป็อปอัพสโตร์ครั้งนี้มาพร้อมกับความพิเศษเพื่อต้อนรับภาพยนตร์ "DEMON SLAYER: Kimetsu no Yaiba – The Movie: Infinity Castle" ที่กำลังจะเข้าฉายในประเทศไทย นับเป็นโอกาสทองที่แฟนๆ จะได้สัมผัสบรรยากาศของโลกนักล่าอสูรแบบจัดเต็มบนพื้นที่กว่า 248 ตารางเมตร4 โซนสุดปัง ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในอนิเมะจริงๆPhoto Booth Zone - สถานที่เช็คอินสุดฮิตHistory Room - ย้อนรอยการผจญภัยของทันจิโร่Shopping Zone - สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟที่หาที่ไหนไม่ได้Themed Café - ลิ้มรสอาหารแห่งโลกนักล่าอสูรสวรรค์ของสายสะสม! ด้วยสินค้าลิขสิทธิ์แท้และสินค้าพิเศษที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะงานนี้เท่านั้น พร้อมแผ่นรองแก้วลิมิเต็ดอิดิชั่นที่รวมทั้งทีมนักล่าอสูร ทีมเสาหลัก ทีมอสูรข้างข้น และราชันของเหล่าอสูร ที่คุณจะหาซื้อที่อื่นไม่ได้แน่นอนเมนูพิเศษ 5 รายการ ที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวละครโปรด แต่ละเมนูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้กินอาหารร่วมกับตัวละครจริงๆ:ทันจิโร่ - ซอฟต์เสิร์ฟ ปราณมัทฉะรสเข้มข้นละมุนลิ้น บนครัมเบิลช็อกโกแลต ที่ดึงเอาสีประจำตัวของทันจิโร่มาใช้อย่างลงตัวเนซึโกะ - ซอฟต์เสิร์ฟ นมชมพู หวาน หอมนุ่มกลิ่นนม ดั่งรอยยิ้มอันสดใสของเนซึโกะเซ็นอิตสึ - ปราณอัสนีรสเปรี้ยว ที่มาพร้อมความสดชื่นของยูซุ ดั่งวิชาลับที่สืบทอดมาจากสำนักวิชาอิโนะสุเกะ - ความแข็งแกร่งที่นำพา 2 รสชาติมารวมเป็นหนึ่งเดียว ระหว่าง Cocoa กับ Mint Milk เกิดเป็นความอร่อยสำหรับผู้แข็งแกร่งตัวจริงชิโนบุ - การผสมผสานรสชาติของยูซุ ลิ้นจี่ และอัญชัน (Butterfly Pea) ที่สื่อถึงผีเสื้อ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของชิโนบุมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัยครั้งใหม่ ที่ MBK Center ก่อนที่จะได้เห็นทันจิโร่และเพื่อนๆ ต่อสู้กับอสูรบนจอภาพยนตร์ใหญ่ !ก่อนใคร และตรียมความพร้อมก่อนที่ภาพยนตร์ "DEMON SLAYER: Kimetsu no Yaiba – The Movie: Infinity Castle" จะเข้าฉายในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นศึกครั้งใหญ่ที่แฟนๆ รอคอยมานานสถานที่: ศูนย์การค้า MBK Center ชั้น 4 โซน Aวันที่: 25 กรกฎาคม - 28 กันยายน 2568เวลา: 11:00 น. - 20:00 น. (ทุกวัน)ค่าเข้าชม: ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย

Movie & Trend

กระแส T-POP ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน ทำไมถึงกลับมาบูม

11 ก.ย. 2025

กระแส T-POP ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน ทำไมถึงกลับมาบูม

T-POP คืออะไร ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา T-POP หรือวงการเพลงไทยป็อปได้กลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างมากในประเทศไทยและในต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เพลงเกาหลี K-POP กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก แต่สิ่งที่ทำให้ T-POP กลับมามีอิทธิพลในวงการเพลงนั้นคือการปรับตัวของวงการเพลงไทยให้เข้ากับยุคสมัย โดยเฉพาะการผสมผสานระหว่างเสียงเพลงและความเป็นเอกลักษณ์ของไทย ทำให้ กระแส T-POP กลับมาบูมได้อย่างไม่คาดคิด การที่ T-POP กลับมามีบทบาทสำคัญในวงการเพลงไทยในปัจจุบันนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากหลายปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้เกิดการฟื้นตัวและการเติบโตของวงการนี้ในรูปแบบที่ใหม่และทันสมัย สำหรับบทความนี้ เราจะมาพูดถึง T-POP คือ อะไร, ทำไม T-POP ถึงกลับมาบูม และปัจจัยอะไรที่ทำให้กระแส T-POP กลายเป็นที่นิยมในขณะนี้ T-POP หรือที่รู้จักกันในวงการเพลงไทยป็อป เป็นแนวเพลงที่ได้รับอิทธิพลจาก K-POP หรือเพลงป็อปจากเกาหลี แต่มีการผสมผสานเอกลักษณ์ของเพลงไทยและศิลปะการแสดงในแบบของไทย ทำให้ T-POP มีความเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร นอกจากจะเน้นในด้านเสียงเพลงที่ฟังง่ายและติดหูแล้ว ยังมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมไทยที่สะท้อนผ่านดนตรีและมิวสิกวิดีโอ ที่ทั้งสวยงามและสนุกสนาน อีกทั้งยังมีการใช้ภาษาที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ผู้ฟังสามารถรับรู้และเชื่อมโยงกับเพลงได้ดี ศิลปินในวงการ T-POP มักจะมีการผสมผสานแนวเพลงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป็อป, แร็ป, หรืออิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้ฟังทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอคอนเทนต์ที่มีกลิ่นอายของความเป็นไทย ซึ่งทำให้ T-POP มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครในวงการเพลงเจาะลึกความสำเร็จ ทำไม T-POP ถึงกลับมาบูม การที่ T-POP กลับมาบูมในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่การเติบโตของวงการเพลงไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวของศิลปินและวงการเพลงไทยในยุคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การที่ กระแส T-POP กลับมามีอิทธิพลอย่างมากในตอนนี้นั้นเกิดจากหลายปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ 1. การเปิดตลาดสากล ในยุคที่โลกดิจิทัลเชื่อมต่อกันอย่างรวดเร็ว T-POP ได้เริ่มก้าวไปสู่การเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำให้ศิลปิน T-POP สามารถขยายฐานแฟนคลับได้อย่างรวดเร็ว การที่ศิลปินไทยเริ่มเข้าร่วมเวทีโลกในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานเทศกาลเพลงนานาชาติ หรือการเข้าร่วมกับโปรเจ็กต์ดนตรีร่วมกับศิลปินต่างประเทศ ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของ วงการ T-POP ไปสู่ระดับสากล 2. การปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัล ในยุคที่การเข้าถึงเพลงเป็นเรื่องง่ายผ่านการฟังวิทยุออนไลน์ และแอปพลิเคชันสตรีมมิ่ง เช่น Spotify, YouTube หรือ Apple Music ศิลปินใน วงการ T-POP ก็สามารถเผยแพร่ผลงานได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องมีการจำกัดแค่ตลาดภายในประเทศเท่านั้น การที่เพลง T-POP สามารถเข้าถึงผู้ฟังจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างทันที นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ T-POP กลับมามีบทบาทและได้รับความนิยม 3. ความสามารถของศิลปินรุ่นใหม่ ศิลปินรุ่นใหม่ในวงการ T-POP มีความสามารถที่โดดเด่นในการผสมผสานเสียงเพลงกับความทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงที่มีความหลากหลายหรือการออกแบบมิวสิกวิดีโอที่สะดุดตา การพัฒนาตัวตนของศิลปินเพื่อให้สามารถเชื่อมโยงกับผู้ฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ T-POP สามารถสร้างกระแสที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วTikTok หนึ่งในปัจจัยความสำเร็จของวงการเพลง หนึ่งในเครื่องมือที่มีผลต่อกระแส T-POP คือ TikTok แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่นทั่วโลก ซึ่งได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เพลง T-POP กลายเป็นที่นิยม TikTok เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้เพลงสามารถเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ใช้สามารถสร้างคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับเพลงนั้น ๆ และแชร์ไปยังเพื่อนหรือผู้ติดตามจำนวนมากได้ทันที 1. ความง่ายในการสร้างคอนเทนต์ TikTok ช่วยให้การเผยแพร่เพลงใหม่ ๆ จากศิลปิน T-POP ทำได้ง่ายมากขึ้น โดยการที่เพลงสามารถกลายเป็นกระแสใน TikTok ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ใช้สามารถใช้เพลงในคลิปของตัวเองได้ ทำให้เพลงนั้นกลายเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในวงกว้าง อีกทั้งยังมีแฮชแท็กที่ช่วยในการค้นหาเพลงและคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องได้สะดวก 2. การมีส่วนร่วมของแฟนคลับ การที่แฟนคลับสามารถสร้างคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับเพลง T-POP และแชร์ไปยังกลุ่มเพื่อนหรือคนรู้จัก ก็ช่วยเสริมการเติบโตของ กระแส T-POP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเมื่อเพลงใดเพลงหนึ่งกลายเป็นที่นิยมใน TikTok แล้ว ก็จะทำให้เพลงนั้นถูกพูดถึงมากขึ้น และยิ่งมีการร่วมมือกับศิลปินที่มีชื่อเสียง ก็จะยิ่งเพิ่มความสนใจจากแฟนคลับและผู้ฟังมากยิ่งขึ้น 3. การใช้ Challenge หรือกิจกรรมสนุก ๆ ศิลปินและค่ายเพลงหลายแห่งใช้ฟีเจอร์ Challenge ของ TikTok เป็นหนึ่งในเครื่องมือโปรโมตเพลง เช่น การปล่อย ท่าเต้น Challenge หรือกิจกรรมที่ให้แฟนคลับร่วมสร้างคอนเทนต์ด้วยกันกับศิลปิน การมีกิจกรรมเหล่านี้ทำให้แฟนเพลงรู้สึกมีส่วนร่วมและเพิ่มความผูกพันกับเพลงและศิลปินมากยิ่งขึ้น ยิ่ง Challenge นั้นได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ เพลงก็ยิ่งมีโอกาสที่จะทะยานขึ้นสู่ความเป็นไวรัล 4. ระบบอัลกอริธึมที่ผลักดันคอนเทนต์อย่างชาญฉลาด หนึ่งในจุดแข็งของ TikTok คือระบบอัลกอริธึมที่สามารถดันคอนเทนต์ให้เข้าถึงผู้ชมกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามจำนวนมากก็สามารถทำให้คลิป "ปัง" ได้ ส่งผลให้เพลงจากศิลปินหน้าใหม่ใน วงการ T-POP มีโอกาสแจ้งเกิดได้ง่ายขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะแค่ศิลปินดังเพียงอย่างเดียว 5. การเกิดซ้ำของเพลงเก่าในรูปแบบใหม่ นอกจากจะผลักดันเพลงใหม่ให้เป็นที่นิยมแล้ว TikTok ยังมีส่วนสำคัญในการทำให้ เพลงเก่าในวงการ T-POP กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง เช่น เพลงจากยุค 2000 ที่ถูกนำมา Remix หรือใช้ประกอบคลิปสร้างสรรค์ ทำให้ผู้ฟังรุ่นใหม่ได้รู้จักเพลงเหล่านั้นในมุมมองใหม่ ส่งผลให้ศิลปินในยุคก่อนกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ซึ่งเป็นการฟื้นฟูวงการเพลงไทยให้หลากหลายและมีมิติยิ่งขึ้นสรุป ฟังเพลงออนไลน์ที่ Atime T-POP กลับมาเป็นกระแสที่น่าจับตามองในวงการเพลงไทย ไม่เพียงแค่ในประเทศไทย แต่ยังได้ขยายตัวไปสู่ระดับสากล และด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัล หรือการใช้ TikTok เพื่อกระตุ้นความสนใจจากแฟนคลับและผู้ฟังในวงกว้าง ทำให้ กระแส T-POP กลับมาเติบโตอย่างรวดเร็ว หากคุณต้องการสัมผัสกับ T-POP และเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงออนไลน์ที่สะดวกและง่ายดาย สามารถฟังเพลงจากศิลปิน T-POP ผ่านวิทยุออนไลน์ได้ที่ Atime ที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงเพลงใหม่ ๆ ได้ทันที ผ่านการฟังวิทยุออนไลน์หรือฟังเพลงย้อนหลัง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาเพลงยอดฮิตหรือเพลงที่คุณชื่นชอบจากวงการ T-POP คุณสามารถสนุกสนานไปกับโลกของดนตรีได้อย่างเต็มที่ที่ Atimeจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ ชานนท์ ไชยศรี

เพลงฮิตไทยกลับมาฮิต จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ทุกคนคิดถึง

09 ก.ย. 2025

เพลงฮิตไทยกลับมาฮิต จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ทุกคนคิดถึง

ปรากฏการณ์เพลงฮิตในอดีตที่กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์เพลงฮิตไทยในอดีตที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งกลายเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ฟังหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเพลงจากยุค 90 หรือแม้แต่เพลงจากช่วงต้นปี 2000 ที่เคยเป็นที่นิยมในวงการเพลงไทยและการฟังวิทยุออนไลน์ เมื่อเพลงเหล่านี้กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและการสื่อสารก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว เพลงฮิตที่คิดถึงเหล่านี้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความทรงจำที่ผู้คนไม่สามารถลืมได้เลยทีเดียว หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไมเพลงเก่าถึงกลับมาฮิตและได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน? อาจเป็นเพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่เชื่อมโยงเพลงเหล่านั้นกับประสบการณ์ชีวิตของคนในทุกยุคสมัย และในบทความนี้ เราจะมาวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้เพลงฮิตไทยในอดีตยังคงได้รับความนิยม และสิ่งที่ทำให้เพลงเหล่านี้กลับมาเป็นที่พูดถึงในปัจจุบันอะไรคือสิ่งที่ทำให้เพลงเหล่านั้นยังคงอยู่ในความทรงจำ หลายคนอาจสงสัยว่าเพลงเก่ายอดฮิตเหล่านั้นยังคงมีความหมายและทำให้ผู้คนต้องย้อนกลับไปฟังซ้ำอยู่เสมอ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ทำให้เพลงเหล่านี้ยังคงอยู่ในความทรงจำและสามารถสร้างอิทธิพลต่อผู้ฟังได้อย่างต่อเนื่อง อาจมาจากหลายปัจจัยที่มีผลอย่างมากต่อการเชื่อมโยงกับชีวิตและอารมณ์ของผู้ฟัง โดยไม่ว่าจะเป็นความเรียบง่ายในเนื้อเพลงที่เข้าใจง่าย หรือการเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ซึ่งทุกปัจจัยเหล่านี้ทำให้เพลงเก่า ๆ ยังคงมีความหมายและสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังทั้งในอดีตและปัจจุบันเนื้อเพลงที่เข้าใจง่าย - เพลงหลายเพลงในอดีตมักจะมีเนื้อหาที่ตรงไปตรงมา ทำให้ผู้ฟังสามารถเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกได้อย่างชัดเจน เช่น เพลงรักที่ถ่ายทอดอารมณ์ของความรักอันบริสุทธิ์ หรือเพลงเศร้าที่สะท้อนถึงความเจ็บปวดและความผิดหวัง เพลงเหล่านี้มักสื่อความหมายที่ลึกซึ้งและเข้าถึงจิตใจผู้ฟังได้อย่างง่ายดายดนตรีที่ติดหู - ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เพลงเก่ายังคงมีอิทธิพลและอยู่ในความทรงจำของผู้ฟังคือ ดนตรีที่ติดหูแนวดนตรีในเพลงเก่ามีความหลากหลาย ตั้งแต่เพลงป็อปที่มีจังหวะสนุกสนาน ไปจนถึงเพลงร็อคที่เต็มไปด้วยพลัง และเพลงลูกทุ่งที่มีความเป็นเอกลักษณ์ทางด้านทำนองและการบรรยายชีวิต แนวดนตรีเหล่านี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้ผู้ฟังสามารถจดจำได้ทันทีเมื่อได้ยินการเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในชีวิต - หลาย ๆ ครั้ง เพลงเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ซึ่งทำให้เพลงเหล่านั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์หรือความทรงจำที่มีค่า นอกจากนี้เพลงประกอบละครดัง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เพลงเก่ากลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพลงเหล่านี้ถูกใช้เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมกับผู้ชมในละคร ซึ่งทำให้เพลงนั้นไม่เพียงแต่เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมในช่วงนั้น แต่ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้ชมอย่างยาวนานศิลปินที่มีอิทธิพลในอดีต และผลงานที่สร้างชื่อเสียง หลายศิลปินที่เคยมีชื่อเสียงในอดีตได้สร้างผลงานเพลงที่ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขากลายเป็นที่รู้จักในยุคนั้น แต่ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้ฟังมาจนถึงทุกวันนี้ พวกเขามีบทบาทสำคัญในวงการเพลงไทย โดยเฉพาะศิลปินที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาแนวดนตรีในช่วงเวลานั้น ตัวอย่างศิลปินที่มีผลงานเพลงฮิตไทยในอดีต ได้แก่เสก โลโซ - นักร้องและนักแต่งเพลงที่สร้างชื่อเสียงด้วยเพลงร็อคสุดมันส์ที่เป็นเอกลักษณ์บิ๊กแอส - วงดนตรีร็อคที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุค 90 เพลงของพวกเขามักสะท้อนอารมณ์และความรู้สึกของผู้คนในช่วงเวลานั้นปาล์มมี่ - ศิลปินที่เป็นที่รักในหมู่ผู้ฟังเพลงป็อป โดยเพลงของเธอมีทั้งความสดใสและความเศร้า ซึ่งทำให้หลายคนสามารถเชื่อมโยงกับเพลงของเธอได้ง่ายความผูกพันระหว่างเพลงกับช่วงเวลาหรือเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของผู้ฟัง หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เพลงฮิตไทยในอดีตกลับมาฮิตอีกครั้ง ก็คือความผูกพันที่มีระหว่างเพลงเหล่านั้นกับช่วงเวลาหรือเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของผู้ฟัง เพลงเหล่านี้มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่สำคัญ เช่นเพลงประกอบละครดัง - เพลงที่ใช้เป็นเพลงประกอบละครมักได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นที่พูดถึงในหมู่ผู้ชม ซึ่งทำให้เพลงเหล่านั้นเชื่อมโยงกับความทรงจำที่ดีในช่วงเวลาที่เราได้ดูละครเพลงในงานสำคัญ - เพลงที่ฟังในงานแต่งงานหรือในงานสังสรรค์กับเพื่อนฝูง มักจะถูกจำไปตลอดชีวิต เมื่อได้ยินเพลงนั้นอีกครั้ง มันจะทำให้เรานึกถึงช่วงเวลานั้นทันทีเพลงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในชีวิต - เพลงบางเพลงที่มีความหมายพิเศษและเป็นเครื่องเตือนใจให้เราได้หวนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตสรุปถึงความสำคัญของเพลงฮิตในอดีตที่ยังคงมีอิทธิพลต่อผู้คนในปัจจุบันสามารถเลือกฟังวิทยุออนไลน์ได้ที่ Atime เพลงฮิตไทยในอดีตที่กลับมาฮิตอีกครั้งไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วขณะ แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างความทรงจำและการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เพลงเก่ายอดฮิตเหล่านี้ทำให้ผู้ฟังสามารถย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่มีความสุข ความรัก หรือแม้กระทั่งช่วงเวลาที่ทำให้พวกเขารู้สึกเศร้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและความทรงจำที่ไม่สามารถลืมได้ การฟังเพลงเหล่านี้ไม่เพียงแค่ทำให้เรานึกถึงอดีต แต่ยังช่วยให้เราได้รู้สึกถึงอารมณ์ที่หลากหลาย ที่อาจถูกเก็บซ่อนไว้ในหัวใจของเรามานาน การกลับมาของเพลงฮิตที่คิดถึงเหล่านี้จึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ให้กับคนในทุกช่วงวัย และในบางครั้งยังช่วยเชื่อมต่อระหว่างรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ผ่านการฟังเพลงที่มีคุณค่าและความหมาย สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่ให้คุณสามารถฟังเพลงฮิตไทยในอดีตได้อย่างครบครันและทันสมัย เราขอแนะนำให้คุณลองฟังวิทยุออนไลน์ที่ Atime ที่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การฟังเพลงของคุณให้ครบรส ไม่ว่าจะเป็นการฟังสดหรือการฟังย้อนหลังที่สะดวกสบาย ทุกคนสามารถพบกับเพลงฮิตที่คิดถึงได้ที่นี่จัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

20 ไอเดียของขวัญปีใหม่ 2026 เลือกอย่างไรให้ถูกใจผู้ใหญ่และวัยรุ่น

18 ธ.ค. 2025

20 ไอเดียของขวัญปีใหม่ 2026 เลือกอย่างไรให้ถูกใจผู้ใหญ่และวัยรุ่น

ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลแห่งความสุขกันแล้ว "การเลือกซื้อ ของขวัญปีใหม่" กลายเป็นภารกิจสำคัญที่หลายคนเริ่มมองหา ไม่ว่าจะเป็นการมอบเพื่อแสดงความขอบคุณ การกระชับความสัมพันธ์ หรือการสร้างรอยยิ้มให้กับคนที่เรารัก แต่ปัญหาที่หลายคนเจอคือ ไม่รู้จะซื้ออะไรดี? ซื้อไปแล้วเขาจะชอบไหม? หรือจะเลือก ของขวัญปีใหม่ 2568 อย่างไรให้ดูทันสมัยและใช้ประโยชน์ได้จริงทำไมการเลือกของขวัญปีใหม่ถึงสำคัญต่อความสัมพันธ์? การให้ของขวัญไม่ใช่แค่การแลกเปลี่ยนสิ่งของ แต่มันคือการส่งต่อ "ความรู้สึก" และ "คำขอบคุณ" ในรอบปีที่ผ่านมา การเลือกของขวัญที่ผ่านการคิดมาอย่างดี จะช่วยสร้างความประทับใจได้มากกว่าของที่มีราคาสูงแต่ไม่ได้ใช้งานจริง โดยเฉพาะในปี 2568 ที่เทรนด์การให้ของขวัญเริ่มเปลี่ยนไปสู่กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ (Wellness), เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก (Smart Gadget) และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainability)เทรนด์ของขวัญปีใหม่ 2568 มีอะไรน่าสนใจบ้าง? ก่อนจะไปดูลิสต์ของขวัญ เรามาอัปเดตเทรนด์ในปีนี้กันก่อนค่ะ เพื่อให้ของขวัญของคุณดูไม่เอาท์Health Wellness: สินค้าดูแลสุขภาพยังคงมาแรงเป็นอันดับ 1Home Office Comfort: ของแต่งบ้านที่เน้นความผ่อนคลายEco-Friendly: ของขวัญที่ทำจากวัสดุรักษ์โลกExperience Gifts: การให้บัตรกำนัลที่พัก หรือคอร์สเรียนสั้นๆไอเดียของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใหญ่ เน้นความมีภูมิฐานและสุขภาพ การเลือก ของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือหัวหน้างาน สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ความมีกาลเทศะ" และ "ประโยชน์ใช้สอย"1. กระเช้าผลไม้พรีเมียมหรือผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก แทนที่จะเป็นกระเช้าขนมปังปี๊บแบบเดิม ลองเปลี่ยนเป็นกระเช้าผลไม้นำเข้าตามฤดูกาล หรือเซตน้ำผึ้งป่าแท้ ชาสมุนไพรเกรดพรีเมียม ซึ่งแสดงถึงความใส่ใจในสุขภาพของผู้รับ2. อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ (Healthcare Gadgets) ในปี 2568 เทคโนโลยีสุขภาพเข้าถึงง่ายขึ้น เช่นเครื่องนวดคอบ่าไหล่แบบพกพาเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็กนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่วัดค่าออกซิเจนและหัวใจได้ (เหมาะมากสำหรับผู้สูงอายุ)3. ชุดเครื่องหอมและสปา (Aromatherapy) ช่วยให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายจากการพักผ่อนที่บ้าน ลองเลือกก้านไม้หอม (Reed Diffuser) กลิ่นที่นุ่มนวล เช่น มะลิ, ลาเวนเดอร์ หรือไม้กฤษณาไอเดียของขวัญปีใหม่ วัยรุ่น เน้นมีสไตล์ ความสนุก และเทคโนโลยี สำหรับ ของขวัญปีใหม่ วัยรุ่น หรือกลุ่มเพื่อนวัยทำงาน (First Jobber) ความโดดเด่นและฟังก์ชันการใช้งานคือหัวใจหลัก1. IT Gadget Accessories วัยรุ่นยุคนี้อยู่กับหน้าจอและเสียงเพลง ของขวัญที่ได้รับความนิยมเสมอคือหูฟังไร้สาย (TWS) ดีไซน์สวยลำโพงบลูทูธขนาดพกพาสำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือปาร์ตี้พาวเวอร์แบงค์ความจุสูงที่รองรับ Fast Charge2. ของตกแต่งโต๊ะทำงาน (Desk Setup) เทรนด์จัดโต๊ะทำงานคอมพิวเตอร์กำลังมาแรงโคมไฟหน้าจอคอมพิวเตอร์ (Screenbar)แผ่นรองเมาส์ขนาดใหญ่ลายอาร์ตๆคีย์บอร์ดกลไก (Mechanical Keyboard) สีสันสดใส3. สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์กระเป๋าผ้าแบรนด์ดังที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลเสื้อผ้าแนว Streetwear หรือหมวกแก๊ปกล้องฟิล์มหรือกล้องดิจิทัลคอมแพคยุค Y2K ที่กลับมาฮิตอีกครั้ง5 ขั้นตอนเลือกของขวัญปีใหม่ให้โดนใจไม่มีพลาด หากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ ลองใช้ Checklist นี้ตรวจสอบเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อวิเคราะห์ไลฟ์สไตล์: ผู้รับชอบทำอะไรในเวลาว่าง? (ออกกำลังกาย, ทำอาหาร, เล่นเกม)กำหนดงบประมาณ: ตั้งงบไว้ในใจเพื่อบีบขอบเขตการเลือกให้แคบลงตรวจสอบความจำเป็น: ของชิ้นนี้เขามีหรือยัง? ถ้ามีแล้ว ของเราดีกว่าหรือต่างอย่างไร?ใส่ใจแพ็กเกจจิ้ง: การห่อของขวัญที่สวยงามช่วยเพิ่มมูลค่าทางจิตใจได้มหาศาลเขียนการ์ดอวยพร: อย่าลืมแนบข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือ เพิ่มความ Exclusiveวิธีการเลือก "ของขวัญปีใหม่ 2568" ตามงบประมาณ ไม่ว่าคุณจะมีงบเท่าไหร่ ก็สามารถหาของขวัญที่ดูดีได้ ดังนี้งบประมาณไม่เกิน 500 บาทเทียนหอม: เลือกกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ แพ็กเกจมินิมอลต้นไม้มงคลขนาดเล็ก: เช่น ต้นยางอินเดีย หรือลิ้นมังกรแคระ ใส่กระถางเซรามิกสวยๆสมุดแพลนเนอร์ปี 2569: เหมาะสำหรับสายจดบันทึกและพนักงานออฟฟิศงบประมาณ 500 - 1,500 บาทเครื่องชงกาแฟพกพา: สำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือคนรักกาแฟชุดหม้อไฟฟ้าอเนกประสงค์: ตอบโจทย์เด็กหอหรือคนอยู่คอนโดบัตรของขวัญ (Gift Card): เช่น บัตร Starbuck หรือบัตร Central ซึ่งช่วยให้ผู้รับเลือกสิ่งที่ต้องการได้เองงบประมาณ 2,000 บาทขึ้นไปเครื่องดูดฝุ่นโรบอท: ตัวช่วยทุ่นแรงในบ้านแท็บเล็ตระดับเริ่มต้น: สำหรับการเรียนหรือความบันเทิงคอร์สสปาพรีเมียม: มอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับ 5 ดาวคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับของขวัญปีใหม่Q: ซื้อของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชาย เลือกอะไรดี?A: เน้นของที่ใช้งานได้จริง เช่น เนคไทคุณภาพดี, กระเป๋าสตางค์หนังแท้, หรืออุปกรณ์กอล์ฟ/ออกกำลังกาย หากชอบดื่ม แนะนำเป็นเซตกาแฟดริปพรีเมียมค่ะQ: ของขวัญปีใหม่วัยรุ่นที่งบประหยัดแต่ดูแพงมีอะไรบ้าง?A: แนะนำ "Case โทรศัพท์มือถือ" แบรนด์ดัง หรือ "GripTok" ลายศิลปิน/การ์ตูนที่กำลังฮิต รวมถึง "โคมไฟพระจันทร์" ที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในห้องนอนได้ดีQ: การจับฉลากปีใหม่ควรเลือกของขวัญแบบไหน?A: ควรเลือกของที่เป็น Unisex (ใช้ได้ทุกเพศ) และมีมูลค่าตามที่ตกลงกันไว้ ของที่แนะนำคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือแก้วน้ำเก็บอุณหภูมิคุณภาพสูง (Yeti/Stanley)ส่งต่อความสุขด้วยของขวัญที่มาจากใจ การเลือก ของขวัญปีใหม่ ไม่ใช่เรื่องยากหากเราเริ่มต้นจาก "ความใส่ใจ" ไม่ว่าจะเป็น ของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใหญ่ ที่เน้นความเคารพรัก หรือ ของขวัญปีใหม่ วัยรุ่น ที่เน้นความสนุกสนาน สิ่งสำคัญคือการเลือกให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้รับและงบประมาณของผู้ให้ สำหรับปี ของขวัญปีใหม่ 2568 นี้ ขอให้ทุกคนสนุกกับการเลือกซื้อของขวัญ และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสุขและความประทับใจจากการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้แก่กันนะคะ

วันคริสต์มาสคือวันอะไร? แจก 7 เคล็ดลับจัดงานสุดปัง!

18 ธ.ค. 2025

วันคริสต์มาสคือวันอะไร? แจก 7 เคล็ดลับจัดงานสุดปัง!

ในช่วงปลายปีที่อากาศเริ่มเย็นสบายและบรรยากาศแห่งความสุขอบอวล การวางแผนจัดงานเฉลิมฉลอง วันคริสต์มาสคือภารกิจสำคัญของใครหลายคน จากการรวมญาติอบอุ่นในครอบครัวไปจนถึงปาร์ตี้บริษัทที่ยิ่งใหญ่ กิจกรรมในวันคริสต์มาส ถือเป็นไฮไลท์ของการปิดท้ายปี แต่การจัดงานที่ “สุดปัง” ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ! มันต้องอาศัยการวางแผนอย่างเป็นระบบ การเข้าใจในคอนเซ็ปต์ของเทศกาล และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำให้งานของคุณมีความแตกต่างไม่เหมือนใครวันคริสต์มาสคือวันอะไร?วันคริสต์มาส ในความหมายทางศาสนา วันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี คือวันแห่งการเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซูคริสต์ ซึ่งถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ที่เน้นย้ำถึงความรัก, การให้อภัย, และความหวังความสำคัญทางจิตวิญญาณการประสูติของพระเยซูเปรียบเสมือน "ของขวัญอันยิ่งใหญ่ที่สุด" ที่ถูกมอบให้แก่มวลมนุษย์ นั่นจึงเป็นที่มาของธรรมเนียมการแลกของขวัญในปัจจุบันความสำคัญทางวัฒนธรรมสมัยใหม่วันคริสต์มาสได้วิวัฒนาการมาเป็นเทศกาลแห่งครอบครัวและการรวมตัว โดยเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนหยุดพักผ่อนเพื่อใช้เวลากับคนที่รัก และเป็นโอกาสในการส่งต่อความเมตตาให้กับผู้อื่นประวัติวันคริสต์มาสและที่มาของธรรมเนียมสุดคลาสสิกการจัดปาร์ตี้คริสต์มาสที่สมบูรณ์แบบส่วนใหญ่มีการอ้างอิงถึงธรรมเนียมที่สืบทอดกันมา เรามาดูกันว่า ประวัติวันคริสต์มาส ได้กำหนดธรรมเนียมที่เราใช้จัดงานในปัจจุบันได้อย่างไรการประดับไฟในอดีต ชาวโรมันโบราณใช้ไฟเพื่อเฉลิมฉลองช่วงวันเหมายัน (Winter Solstice) เมื่อธรรมเนียมคริสต์มาสเข้ามาแทนที่ ไฟจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของพระเยซูผู้เป็น "แสงสว่างแห่งโลก" (Light of the World)ซานตาคลอส (Santa Claus)มีต้นกำเนิดจากนักบุญนิโคลัสในตุรกี ผู้มีชื่อเสียงด้านความใจดีและการให้ของขวัญแก่คนยากจน ในศตวรรษที่ 19 ซานตาคลอสถูกนำมาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้เป็นชายชราใจดีที่บินมาพร้อมกับรถเลื่อนการร้องเพลงคริสต์มาส (Caroling)มีต้นกำเนิดในยุคกลาง โดยเริ่มจากการร้องเพลงเต้นรำรอบกองไฟ (Carole) ก่อนจะถูกนำมาปรับใช้ในการร้องเพลงสวดเพื่อบอกเล่าเรื่องราวการประสูติไอเดียการเฉลิมฉลองในวันคริสต์มาสไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน การเฉลิมฉลองในวันคริสต์มาส มักจะมีองค์ประกอบหลักๆ ที่เหมือนกันคือการแขวนถุงเท้าไว้หน้าเตาผิง, การติดพวงมาลัย (Wreath) ที่หน้าประตู และการเปิดไฟประดับรอบบ้าน รวมไปถึงการเข้าร่วมพิธีมิสซาเที่ยงคืนที่โบสถ์เพื่อซึมซับบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่นเรื่องเกี่ยวกับวันคริสต์มาสที่คุณต้องรู้!มาเพิ่มความสนุกกับสิ่งที่คุณอาจยังไม่เคยได้ยินมาก่อนซานตาคลอสไม่ได้ใส่ชุดแดงมาตั้งแต่แรกเดิมทีภาพลักษณ์ของนักบุญนิโคลัสสวมชุดหลายสี แต่สีแดงกลายเป็นเอกลักษณ์ระดับโลกหลังจากแคมเปญโฆษณาของ Coca-Cola ในยุค 1930เพลง "Jingle Bells" ไม่ใช่เพลงคริสต์มาสเดิมทีเพลงนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อใช้ในเทศกาล Thanksgiving (วันขอบคุณพระเจ้า) ต่างหากถุงเท้าคริสต์มาสมาจากความบังเอิญตามตำนาน นักบุญนิโคลัสหย่อนเหรียญทองลงในปล่องไฟแล้วเหรียญตกลงไปในถุงเท้าที่ตากไว้พอดีต้นคริสต์มาสกินได้?ในอดีตชาวเยอรมันประดับต้นไม้ด้วยอาหาร เช่น แอปเปิล ถั่ว และคุกกี้ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นของตกแต่งพลาสติกในปัจจุบันคริสต์มาสคือฤดูกาลแห่งการเลิกกันน้อยที่สุดจากสถิติโซเชียลมีเดียพบว่า ช่วงก่อนคริสต์มาส 2 สัปดาห์เป็นช่วงที่คนเลิกกันน้อยที่สุด เพราะทุกคนอยากใช้เวลาที่มีความสุขร่วมกันแนะนำการจัดการงบประมาณนการจัดงาน ไม่ให้บานปลายการกำหนดงบประมาณที่ชัดเจนตั้งแต่แรกเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ปาร์ตี้ของคุณไม่สิ้นเปลือง ควรจะแบ่งงบประมาณออกเป็นหมวดหมู่อาหารและเครื่องดื่ม (40%): เป็นส่วนที่ใช้จ่ายมากที่สุด ควรจัดเมนูที่คุ้มค่าและสามารถทำล่วงหน้าได้การตกแต่งและบรรยากาศ (30%): ลงทุนกับแสงไฟและดนตรี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการสร้าง Moodของขวัญและรางวัล (20%): งบประมาณสำหรับกิจกรรมแลกของขวัญและรางวัลสำหรับเกมต่าง ๆเบ็ดเตล็ด (10%): เช่น ค่าเช่าสถานที่ (ถ้ามี), ค่าทำความสะอาด, ค่าอุปกรณ์เสริมแจก 7 เคล็ดลับจัดงานปาร์ตี้คริสต์มาสสุดปังการเป็นเจ้าภาพจัดงานปาร์ตี้คริสต์มาสที่น่าจดจำ ไม่ใช่แค่การมีอาหารอร่อยและการตกแต่งสวยงามเท่านั้น แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่เข้าถึงทุกประสาทสัมผัสและเต็มไปด้วยปฏิสัมพันธ์ กิจกรรมในวันคริสต์มาส ที่สุดยอดต้องอาศัยการวางแผนกลยุทธ์ที่ทำให้งานของคุณแตกต่างจากงานเลี้ยงทั่วไป นี่คือ 7 เคล็ดลับทองคำ ที่ผ่านการคัดสรรจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานอีเวนต์ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเนรมิตปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ สร้างความสุขที่ยั่งยืน และทำให้แขกทุกคนรู้สึกพิเศษจนต้องแชร์รูปภาพลงโซเชียลมีเดียเลือกธีมสีที่ดูดีและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแทนที่จะใช้แค่สีแดงและสีเขียวแบบเดิมๆ ลองยกระดับงานของคุณด้วยการเลือกโทนสีที่ดูทันสมัยและเข้ากับสถานที่ เช่น ธีม "Winter Wonderland" ที่เน้นสีขาวและเงินเพื่อความหรูหรา หรือธีม "Rustic Christmas" ที่เน้นงานไม้และสีน้ำตาลธรรมชาติเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นเป็นกันเอง การคุมโทนสีให้ชัดเจนตั้งแต่วงกบประตูไปจนถึงผ้าปูโต๊ะ จะช่วยให้งานปาร์ตี้ของคุณดูเป็นระเบียบและเป็นมืออาชีพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเน้นการจัดแสงไฟแบบ Warm White เพื่อสร้างมู๊ดเคล็ดลับความปังที่หลายคนมองข้ามคือการควบคุม "แสงสว่าง" ภายในงาน โดยการปิดไฟเพดานที่มีความสว่างจ้าเกินไป แล้วแทนที่ด้วยไฟเส้น (Fairy Lights) หรือไฟประดับสีส้มนวล (Warm White) พาดผ่านตามมุมห้องหรือบนต้นคริสต์มาส แสงไฟที่นุ่มนวลจะไม่เพียงแต่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูน่าค้นหาและอบอุ่น แต่ยังเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้แขกถ่ายรูปออกมาผิวสวยและภาพดูมีมิติมากขึ้นอีกด้วยจัดมุมอาหารและเครื่องดื่มแบบ "บริการตัวเอง" (DIY Bar)ลดภาระการดูแลแขกของเจ้าภาพด้วยการจัดมุมอาหารที่แขกสามารถร่วมสนุกและสร้างสรรค์เมนูในแบบของตนเองได้ เช่น การจัด "Hot Cocoa Bar" ที่มีเครื่องเคียงอย่างมาชเมลโลว์และแท่งซินนามอน หรือมุม "Mini Slider" ที่แขกสามารถเลือกท็อปปิ้งเองได้ กิจกรรมนี้นอกจากจะช่วยลดขั้นตอนการบริการแล้ว ยังเป็นจุดรวมตัวที่ทำให้แขกได้ยืนพูดคุยสังสรรค์กันยกระดับกิจกรรมแลกของขวัญให้น่าตื่นเต้นกว่าเดิมเปลี่ยนการจับฉลากที่แสนธรรมดาให้กลายเป็นกิจกรรมไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยด้วยการเพิ่มกติกาที่สร้างสรรค์ เช่น การเล่นเกม "White Elephant" ที่อนุญาตให้แขกสามารถขโมยของขวัญจากคนก่อนหน้าได้ หรือการกำหนดโจทย์ของขวัญที่ "ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรชื่อเล่น" เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ การเพิ่มเรื่องราวและกติกาลงไปในการแลกของขวัญจะช่วยสร้างเสียงหัวเราะและความตื่นเต้นที่เป็นจุดสูงสุดของงานปาร์ตี้คริสต์มาสปีนี้กระตุ้นบรรยากาศด้วยกลิ่นหอมประจำเทศกาลประสาทสัมผัสเรื่อง "กลิ่น" คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้แขกเข้าถึงจิตวิญญาณของเทศกาลคริสต์มาสได้ทันทีตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้างาน ลองใช้เทียนหอมหรือเครื่องพ่นอโรม่ากลิ่นไม้สน (Pine), อบเชย (Cinnamon) หรือกลิ่นเปลือกส้มอบแห้งมาประดับไว้ตามจุดต่างๆ กลิ่นหอมที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้จะช่วยเชื่อมโยงความรู้สึกของแขกเข้ากับความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับวันคริสต์มาส และทำให้บ้านของคุณดูสะอาดและน่าอยู่มากยิ่งขึ้นจัดเพลย์ลิสต์เพลงที่คุมโทนบรรยากาศตั้งแต่ต้นจนจบเสียงเพลงคือตัวกำหนดจังหวะความสนุกของงานเลี้ยง ดังนั้นคุณควรจัดเรียงลำดับเพลงล่วงหน้าโดยแบ่งเป็นช่วงๆ เริ่มจากเพลงแนว Jazz Christmas เบาๆ ในช่วงเปิดตัวและรับประทานอาหารเพื่อขับกล่อมให้แขกรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เร่งจังหวะเป็นเพลง Pop Christmas ที่คุ้นหูในช่วงทำกิจกรรมแลกของขวัญ เพื่อกระตุ้นให้แขกรู้สึกตื่นตัวและสนุกสนานไปกับเสียงเพลงที่คัดสรรมาอย่างถูกที่ถูกเวลาออกแบบมุมถ่ายภาพพร้อมพร็อพสุดเก๋ในยุคโซเชียลมีเดีย มุมถ่ายภาพคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยโปรโมตความสำเร็จของงานคุณผ่านรูปภาพที่แขกนำไปโพสต์ลงอินสตาแกรมหรือติ๊กต็อก ควรจัดพื้นที่เล็กๆ ที่มีฉากหลังสวยงามเข้ากับธีมงาน พร้อมตะกร้าพร็อพ เช่น หมวกซานต้า, แว่นตาแฟนซี หรือป้ายคำพูดสนุกๆ ที่เกี่ยวกับวันคริสต์มาส การมีพื้นที่ที่จัดแสงมาอย่างดีและมีอุปกรณ์พร้อมสับ จะทำให้แขกเพลิดเพลินกับการเก็บภาพความประทับใจและช่วยกระจายบรรยากาศความสุขออกไปสู่โลกออนไลน์

ไอเดีย ของขวัญจับฉลากปีใหม่ 2026

16 ธ.ค. 2025

ไอเดีย ของขวัญจับฉลากปีใหม่ 2026

ไอเดียของขวัญปีใหม่ 2569ช่วงสิ้นปีใกล้เข้ามาแล้ว ใครที่กำลังมองหาไอเดีย ของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อใช้ในการ จับฉลาก ที่ออฟฟิศ หรือกลุ่มเพื่อน แต่ยังไม่รู้จะเลือกอะไรดีให้ถูกใจทุกคนและคุ้มค่าตามงบประมาณวันนี้ Chillon เราได้รวบรวม 6 หมวดหมู่ของขวัญที่รับประกันว่า "ปัง" และใช้งานได้จริงมาให้แล้วค่ะ!6 หมวดหมู่สุดฮิต: ไอเดียของขวัญจับฉลากปีใหม่ 2569ชุดเครื่องหอม: มอบการพักผ่อนและความผ่อนคลาย (Aromatherapy Set)หลังการทำงานหนักมาตลอดปี ชุดเครื่องหอม คือการมอบช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและความผ่อนคลายให้ผู้รับโดยตรง กลิ่นหอมๆ สามารถช่วยลดความเครียดและเพิ่มพลังบวกได้ดีทริกการเลือกเทียนหอม: เลือกกลิ่นยอดนิยม เช่น ลาเวนเดอร์ (ผ่อนคลาย), ส้ม/ซิตรัส (สดชื่น), หรือวานิลลา (อบอุ่น)ก้านไม้หอม (Diffuser): เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย เพราะไม่ต้องจุดไฟ เหมาะสำหรับห้องนอนหรือโต๊ะทำงานเหมาะสำหรับ: ผู้ที่ทำงานหนัก, คนรักการตกแต่งบ้าน, ผู้ที่ชื่นชอบกลิ่นบำบัดแก้วเก็บอุณหภูมิ: ของขวัญที่ "ใช่" สำหรับยุค Work From Anywhereเป็นของขวัญที่ใช้งานได้จริงในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะดื่มน้ำ ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม แก้วเก็บอุณหภูมิ คุณภาพดีจะช่วยรักษาอุณหภูมิของเครื่องดื่มได้ยาวนานตลอดวันทริกการเลือก: เลือกสีกลางๆ (ดำ, ขาว, เทา, กรมท่า) หรือสีพาสเทลยอดนิยม และเน้นแบรนด์ที่ไว้ใจได้ในเรื่องการเก็บความเย็น/ร้อน รวมถึงเลือกขนาดที่พอดีมือและสามารถวางในช่องวางแก้วในรถได้เหมาะสำหรับ: ทุกเพศทุกวัย, พนักงานออฟฟิศ, คนที่เดินทางบ่อย, และสายออกกำลังกายต้นไม้มงคล: ของขวัญสายรักษ์โลก พร้อมความหมายดีๆ (Auspicious Plants)การให้ต้นไม้มงคลเป็นของขวัญสื่อถึง ความเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์ และการเริ่มต้นใหม่ เป็นของขวัญที่มี "ชีวิต" และสามารถนำไปประดับตกแต่งโต๊ะทำงานหรือบ้านได้ทันทีทริกการเลือก: เลือกต้นไม้ขนาดเล็กที่ดูแลรักษาง่าย เช่น กระบองเพชร (สื่อถึงความอดทนและแข็งแกร่ง), ลิ้นมังกรแคระ (ช่วยฟอกอากาศและปัดเป่าสิ่งไม่ดี), หรือ พลูด่าง (เสริมความเป็นสิริมงคลด้านเงินทอง)เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชอบแต่งบ้าน, ผู้ที่ใช้ชีวิตในคอนโด, สายมู (ผู้ที่เชื่อเรื่องโชคลาง)เครื่องเขียน: ของขวัญที่สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่และการเรียนรู้การให้ เครื่องเขียน สื่อถึงการเริ่มต้น วางแผนชีวิตและเป้าหมายใหม่ ในปี 2569 ที่จะมาถึงทริกการเลือก: เลือก สมุดแพลนเนอร์/ไดอารี่ ประจำปี 2026 ที่มีดีไซน์สวยงาม หรือชุดปากกาพรีเมียม ที่ช่วยให้การทำงานหรือการเรียนสนุกขึ้นเหมาะสำหรับ: นักเรียน นักศึกษา, คนทำงานที่ต้องจดบันทึก, ผู้ที่ชอบวางแผนรายวัน/รายเดือนเครื่องใช้ไฟฟ้า: ของขวัญที่ใช้งานได้จริงและคุ้มค่าสำหรับงบที่สูงขึ้นมาหน่อยเครื่องใช้ไฟฟ้า ขนาดเล็กคือตัวเลือกที่ใครได้ไปก็แฮปปี้ เพราะช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันทริกการเลือก: เน้นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ได้บ่อย เช่น หม้อต้มอเนกประสงค์, เครื่องปิ้งขนมปัง/แซนด์วิช, โคมไฟตั้งโต๊ะแบบมินิมอล, หรือ เครื่องพ่นไอน้ำ (เพิ่มความชื้นและลดอาการภูมิแพ้)เหมาะสำหรับ: นักเรียน นักศึกษาที่อยู่หอ, ผู้ที่อยู่คอนโด, ผู้ที่ชอบทำอาหารง่ายๆเวาเชอร์ / บัตรกำนัล: มอบ "อิสระในการเลือก" (The Freedom of Choice)นี่คือของขวัญสำหรับคนที่ไม่แน่ใจในรสนิยมของผู้รับ การให้ บัตรกำนัล (Gift Voucher) คือการมอบ อำนาจการตัดสินใจ ให้ผู้รับได้เลือกสิ่งที่เขาต้องการจริงๆทริกการเลือกเลือกบัตรกำนัลของ ห้างสรรพสินค้า (ใช้ได้หลากหลายที่สุด)เลือก เวาเชอร์ร้านกาแฟชื่อดัง หรือ ร้านอาหาร ที่มีสาขาเยอะข้อควรระวัง: ตรวจสอบวันหมดอายุของบัตรให้ชัดเจนก่อนมอบให้ค่ะเหมาะสำหรับ: ทุกเพศทุกวัย, ผู้ที่คุณไม่แน่ใจความชอบส่วนตัว, และผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยสุดท้ายนี้ ขอให้ผู้อ่านทุกท่านที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเฉลิมฉลอง มีความสุขกับการเลือกซื้อและมอบของขวัญให้กับคนพิเศษนะคะ

ฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมงก่อนใครได้ทุกเมื่อ ที่ Atime

03 ก.ย. 2025

ฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมงก่อนใครได้ทุกเมื่อ ที่ Atime

การฟังวิทยุออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป ที่เว็บไซต์ Atime มีคลื่นวิทยุออนไลน์มากมายให้เลือกฟังเหมาะสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย แค่เพียงมีเครื่องมือสื่อสารในโลกยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยแอปพลิเคชันและสื่อใหม่ ๆ มากมาย การฟังวิทยุออนไลน์เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เพียงแต่ทำให้คุณได้ฟังเพลงโปรด หรืออัปเดตข่าวสารต่าง ๆ แต่ยังช่วยให้คุณเชื่อมโยงกับโลกภายนอกได้อย่างต่อเนื่องและสะดวกสบาย การฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านอินเทอร์เน็ตทำให้คุณสามารถเลือกฟังรายการโปรดได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่จำกัดแค่การฟังในรถหรือบ้านเท่านั้น สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีฟังวิทยุออนไลน์ที่มีความหลากหลายและเข้าถึงง่าย ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับจุดเด่นของการฟังวิทยุออนไลน์ที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเหตุผลว่าทำไม Atime จึงเป็นแพลตฟอร์มที่คุณไม่ควรพลาดการฟังวิทยุออนไลน์ในปัจจุบันในยุคที่การเสพสื่อเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การฟังวิทยุออนไลน์กลับกลายเป็นทางเลือกที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ฟังวัยผู้ใหญ่ที่เติบโตมากับคลื่นวิทยุและยังหลงใหลในเสน่ห์ของเสียง ดีเจ และเพลงที่เลือกสรรมาอย่างมีรสนิยม การฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องรับวิทยุอีกต่อไป ขอเพียงมีอินเทอร์เน็ต ก็สามารถเข้าถึงรายการโปรดได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่บ้าน ขับรถ หรือทำงาน การเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลไม่ได้ทำให้วิทยุเลือนหาย แต่กลับทำให้มันเข้าถึงง่ายและทันสมัยมากยิ่งขึ้นจุดเด่นของวิทยุออนไลน์ ที่สื่อบันเทิงอื่น ๆ เทียบไม่ได้แม้ปัจจุบันจะมีแพลตฟอร์มความบันเทิงมากมายให้เลือกใช้ ทั้ง YouTube, Spotify, หรือพอดแคสต์ แต่สิ่งที่ทำให้การฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมงยังคงโดดเด่นคือ ความเรียลไทม์ และอารมณ์ร่วมขณะฟังที่สื่ออื่นไม่สามารถมอบให้ได้ทั้งหมดการถ่ายทอดสดจากดีเจมืออาชีพ - ดีเจในรายการวิทยุมีประสบการณ์ในการจัดรายการ การเลือกเพลง และการสื่อสารกับผู้ฟังแบบทันที ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตข่าวสาร เพลงใหม่ หรือประเด็นร้อนจากสังคม ล้วนถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงและลีลาที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนมีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลาเลือกฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง - หลายคนเลือกฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดช่วงเวลาออกอากาศ หากไม่มีเวลาฟังสด ก็สามารถย้อนฟังรายการที่ชอบได้อย่างสะดวก เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต และยังตอบโจทย์คนที่ทำงานเป็นกะ หรือมีเวลาว่างไม่แน่นอนเพลงหลากหลาย ไม่ต้องเลือกเอง - ในยุคที่การเลือกเพลงฟังกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก วิทยุออนไลน์ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาจัดเพลย์ลิสต์เอง เพราะดีเจจะคัดเพลงที่น่าสนใจมาให้ฟังแบบต่อเนื่อง โดยเฉพาะสายที่ชอบเปิดเพลงคลอทำงาน หรือฟังเพลงตอนขับรถ การ ฟังเพลงวิทยุออนไลน์ จึงเป็นทางเลือกที่ผ่อนคลายและง่ายดายมีรายการบันเทิงและสาระครบทุกรส - นอกจากเพลงแล้ว วิทยุออนไลน์ยังมีรายการข่าว รายการทอล์กโชว์ รายการดูดวง ไปจนถึงคอนเทนต์เพื่อสุขภาพและครอบครัว ผู้ฟังสามารถเลือกฟังได้ตามความสนใจ โดยไม่ต้องสลับแอปให้วุ่นวายใครที่เหมาะกับการฟังวิทยุออนไลน์บ้างการฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ไม่ได้จำกัดกลุ่มผู้ฟังเฉพาะวัยใดวัยหนึ่งเท่านั้น แต่สามารถตอบโจทย์ผู้ฟังหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความต่อเนื่อง ความบันเทิง และความรู้สึกเชื่อมโยงกับสังคมผ่านเสียงคนวัยทำงานอายุ 40 ปีขึ้นไป - กลุ่มนี้เติบโตมากับวิทยุ และยังคงชื่นชอบการฟังเสียงดีเจ เลือกเพลง และพูดคุยเรื่องราวใกล้ตัว การฟังเพลงวิทยุออนไลน์ ช่วยให้พวกเขายังคงรักษาวิถีการเสพสื่อแบบเดิมไว้ได้ แต่ในรูปแบบที่ทันสมัยกว่าแม่บ้านหรือผู้ที่อยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ - สำหรับผู้ที่ทำงานบ้านทั้งวัน การเปิดวิทยุออนไลน์ไว้เป็นเพื่อนคือสิ่งที่เติมเต็มบรรยากาศในบ้านได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะฟังเพื่อความบันเทิง หรือฟังข่าวสาร ก็สามารถทำไปพร้อมกับกิจวัตรประจำวันได้โดยไม่รบกวนมือนักเรียน นักศึกษา - แม้จะดูเหมือนว่าวัยรุ่นยุคใหม่จะไม่ฟังวิทยุ แต่หลายคนกลับเลือกฟังวิทยุออนไลน์เพื่อเปิดเพลงคลอขณะทำงาน อ่านหนังสือ หรือแม้แต่เรียนออนไลน์ เพราะช่วยลดความเครียดและสร้างสมาธิได้ดีคนที่เดินทางบ่อยหรือใช้รถส่วนตัว - คนขับรถแท็กซี่ คนส่งของ หรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศที่ต้องเดินทางไปทำงานทุกวัน มักเลือกฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านมือถือหรืออุปกรณ์ในรถ เพื่อให้การเดินทางไม่น่าเบื่อ และยังอัปเดตข่าวสารได้แบบทันทีสรุปการฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ไม่ใช่แค่การเสพสื่อเสียงเท่านั้น แต่คือประสบการณ์ที่ผสมผสานความบันเทิง ข่าวสาร เพลงดี ๆ และความเชื่อมโยงทางอารมณ์ ที่สื่อสมัยใหม่ไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด เหมาะกับผู้ฟังทุกวัยที่ต้องการเพื่อนทางเสียงที่เข้าใจจังหวะชีวิต หากคุณกำลังมองหาแพลตฟอร์มวิทยุออนไลน์ที่มีทั้งคุณภาพ เสียงคมชัด และรายการคุณภาพ ขอแนะนำเว็บไซต์ Atime แพลตฟอร์มที่รวมคลื่นวิทยุชั้นนำอย่าง EFM, Green Wave และ Chill Online ให้คุณสามารถฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ได้อย่างไม่มีสะดุด พร้อมฟีเจอร์พิเศษที่สามารถฟังรายการย้อนหลังได้อีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่พลาดช่วงเวลาออกอากาศ หรืออยากย้อนฟังช่วงที่ชอบซ้ำอีกครั้ง

TCAS

อยากเรียนวิศวกรรมการบินและอวกาศ ม.เกษตรฯ ต้องเตรียมตัวยังไง ที่ Atime มีบอก

12 ก.พ. 2026

อยากเรียนวิศวกรรมการบินและอวกาศ ม.เกษตรฯ ต้องเตรียมตัวยังไง ที่ Atime มีบอก

“วิศวกรรมการบินและอวกาศ ม.เกษตรฯ” วิศวะการบิน ≠ นักบินดีเจเผือก-ดีเจโบ พร้อมดีดตัว! พุ่งไป “สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์” นอกจากหลักสูตรที่น่าสนใจของทั้ง 3 ภาควิชาแล้วอุปกรณ์การเรียนและห้องปฏิบัติการก็สุดยอดไม่แพ้กัน ใครจะไปคิดว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้!? ที่นี่มีพื้นที่ให้น้องได้ทดลอง ได้เล่น ได้เรียนรู้แบบเต็มที่พร้อมโอกาสดีๆ กับการไปฝึกงานจริงถึงต่างประเทศ บอกเลยว่า.. มีให้เซอร์ไพรส์กันทั้งอีพี!วันนี้ Atime พาเพื่อนๆ มากันที่ ม.เกษตร มาดูกันว่าหลักสูตรที่วิทยาลัยนี้เปิดสอน มีหลักสูตรอะไรกันบ้าง??ช่องทางการรับเข้าศึกษามีทั้งหมด 4 รอบตามนี้เลย สนใจสาขาไหนก็ยื่นสมัครกันเลยหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ (ภาคปกติ-AE หลักสูตร 4 ปี)หลักสูตรปริญญาตรีร่วมนานาชาติสองปริญญา สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ - บริหารธุรกิจ (IDDP)หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีการบิน (ภาคพิเศษ)(ATM)หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ (M.Eng) (ป.โท)ใต้โต๊ะวิทยา [EP.37] : “วิศวกรรมการบินและอวกาศ ม.เกษตรฯ” วิศวะการบิน ≠ นักบินอีกหนึ่งสาขาน่าสนใจของวิศวะ ที่ไม่ใช่แค่วิศวะการบินธรรมดา แต่พ่วงอวกาศมาด้วย!ดูไลฟ์สไตล์เด็กวิศวะการบิน พาทัวร์จัดเต็มทั้ง 3 ภาควิชา ภาคปกติ ภาคพิเศษ และภาคอินเตอร์ใครหลงใหลในโดรน เครื่องบิน เครื่องบินเจ็ท หรือจรวด เตรียมตัวพุ่งทะยานไปพร้อมกัน!

รวมสาขาที่เปิดสอน ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา

08 ก.ย. 2025

รวมสาขาที่เปิดสอน ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา

ดีเจเผือก-อาร์ต-โบ กับความทรงจำเด็กหลังห้อง เรียนสายสามัญไม่รอดอย่าเพิ่งหมดหวัง ยังมีสายอาชีพรออยู่ กับอีกหนึ่งวิทยาลัยชื่อดังย่านปากคลองตลาด ‘วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา’ ที่หลายคนยังคิดว่าเรียนรีดพิษงูวันนี้ Atime พาเพื่อนๆ มากันที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา มาดูกันว่าหลักสูตรที่วิทยาลัยนี้เปิดสอน มีหลักสูตรอะไรกันบ้างใต้โต๊ะวิทยา [EP.36] : “วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา” ชอบปฏิบัติ = อาชีวะจากโรงเรียนสตรีสู่อาชีวศึกษาที่มีอายุเก่าแก่กว่า 124 ปี และผลิตศิษย์คุณภาพมากมายอีกหนึ่งวิทยาลัยสายอาชีพที่มีแต่เด็กเก่ง สร้างชื่อให้ประเทศมาอย่างต่อเนื่อง!รีวิวครบ 8 สาขา ที่ต้องบอกว่าการเรียนการสอนไม่แพ้ใคร สมัยนี้อาชีวะเขาไปไกลแล้วนะ!วันนี้พามาดูแล้วว่าแต่ละสาขาเขาเรียนอะไรกันบ้าง เดินกันจุกๆ เช่นเคย น้องๆ งัดของเด็ดมาโชว์เพียบ เก่งกันขนาดที่คว้ารางวัลระดับโลกมาเยอะแยะมากมาย ใครกำลังสนใจสายอาชีพ ดูอีพีนี้ได้เลย~

รวมหลักสูตร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต

23 ก.ค. 2025

รวมหลักสูตร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต

ใครที่ชื่อชอบ และหลงไหลการทำอาหาร วันนี้ Atime ขอพาเพื่อนๆ มากันที่รายการใต้โต๊ะวิทยา กับ โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต” เชฟ ที่ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ทั้งในหลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบอาหารคาว (Diplôme de Cuisine) และหลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบขนมอบ (Diplôme de Pâtisserie) โดยนักเรียนสามารถเลือกเรียนหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งก่อน หรือเรียนทั้งสองหลักสูตรควบคู่กันได้อีกด้วยแอดมินเลยมาแปะหลักสูตรให้เพื่อน ๆ ที่รักในอาหาร และชอบในการทำอาหารที่สนใจอยากเรียนรู้ จะมีหลักสูตรไหนกันบ้าง ไปดูกันใต้โต๊ะวิทยา [EP.33] : “โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต” เชฟ = คนครัวโรงเรียนสอนทำอาหารระดับโลก ที่ใครใฝ่ฝันอยากเป็นเชฟมืออาชีพ ต้องมีที่นี่อยู่ในลิสต์รีวิวบรรยากาศแบบลักชูรี่ พร้อม Workshop สุดพิเศษกับแขกรับเชิญสุดปังสนุกด้วย อร่อยด้วย รีวิวหลักสูตรสอนทำอาหารหลากหลาย ที่ไม่ได้มีแค่อาหารยุโรปวันนี้ไม่ได้พาไปใต้โต๊ะแต่พาไปใต้เตา! ดีเจเผือก-อาร์ต พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ ‘ยายป๋อมแป๋ม-คุณแพรไหม’ นักเรียนตัวจริงจาก ‘โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต’ ที่จะพาทุกคน School tour ให้เห็นทุกซอก ทุกมุม ทุกสเตชั่นครัว แบบเดินไปน้ำลายไหลไป โรงเรียนสอนทำอาหารระดับโลกมาเปิดสอนในประเทศไทยทั้งที ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว! เชื่อว่าใครที่อยากเป็นเชฟแล้วเรียนจบจากที่นี่ มีนามสกุลเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิตติดตัวไป ใจฟูฝุดๆอ่า~ติดตามรายการ ใต้โต๊ะวิทยา ได้ทาง Youtube Channel: Atime Do Dee ทุกวันศุกร์ เดือนละ 2 อีพี

How To สอบเข้า ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

27 มิ.ย. 2025

How To สอบเข้า ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

น้อง ๆ คนไหนที่มีความฝันอยากเป็นทันตแพทย์ ต้องห้ามพลาดทริกการเตรียมตัวเพื่อสอบเข้า "ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ" จะมีอะไรที่เราต้องเตรียมกันบ้างไปดูกันเลยคณะทันตะฯ แห่งแรกของไทย หลักสูตรทันสมัย ติดอันดับโลก!อ้าปากค้าง.. กับความจริงที่ว่า หมอฟันไม่ได้เรียนแค่ฟัน! แถมต้องผ่าอาจารย์ใหญ่ด้วย!?รีวิวห้องเรียน เมาท์มอยชีวิตเด็กทันตะ จุฬาฯ จากปากรุ่นพี่นิสิตทันตแพทย์ใต้โต๊ะวิทยา [EP.32] : “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ” หมอฟัน ≠ เรียนแค่ฟัน

เปิดสาขาเฉพาะทาง "ทันตแพทย์" จะมีสาขาไหน ติดตามได้ใน EP32 ใต้โต๊ะวิทยา “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

27 มิ.ย. 2025

เปิดสาขาเฉพาะทาง "ทันตแพทย์" จะมีสาขาไหน ติดตามได้ใน EP32 ใต้โต๊ะวิทยา “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

วันนี้ดีเจเผือก-อาร์ต-โบ พามาส่องชีวิตนิสิตทันตะกันที่นี่ “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” อีกหนึ่งคณะในฝันของหลายๆ คน ใครอยากเห็นภาพมากขึ้นว่าหมอฟันเขาเรียนอะไรกันบ้าง? มาดูและฟังจากปากรุ่นพี่นิสิตทันตแพทย์กันได้เลย รับรองว่าอึ้งจนอ้าปากหวอ ขำจนกรามค้าง เมาท์แฟ่ดจนน้ำลายแห้ง! ดูจบแล้วอยากไปขูดหินปูน (?)คณะทันตะฯ แห่งแรกของไทย หลักสูตรทันสมัย ติดอันดับโลก!อ้าปากค้าง.. กับความจริงที่ว่า หมอฟันไม่ได้เรียนแค่ฟัน! แถมต้องผ่าอาจารย์ใหญ่ด้วย!?รีวิวห้องเรียน เมาท์มอยชีวิตเด็กทันตะ จุฬาฯ จากปากรุ่นพี่นิสิตทันตแพทย์เปิดสาขาเฉพาะทาง "ทันตแพทย์" จะมีสาขาไหน ติดตามได้ใน EP32 ใต้โต๊ะวิทยา “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯสาขาปริทันตวิทยาสาขาทันตกรรมหัตถการสาขาศัลยศาสตร์ช่องปาก และแม็กซิลโลเฟเชียลสาขาทันตสาธารณสุขสาขาทันตกรรมประดิษฐ์สาขาทันตกรรมสำหรับเด็กสาขาวิทยาเอ็นโดคอนต์สาขาทันตกรรมจัดฟันสาขาวิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปากใต้โต๊ะวิทยา [EP.32] : “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ” หมอฟัน ≠ เรียนแค่ฟัน

เปิดหลักสูตรที่ที่มีจำนวนสมัครมากที่สุดในรอบ 3 Admission

21 พ.ค. 2025

เปิดหลักสูตรที่ที่มีจำนวนสมัครมากที่สุดในรอบ 3 Admission

15 อันดับหลักสูตรที่สมัครกันมากที่สุดในรอบ 3 Admissionจะมีมหาลัย และคณะไหนกันบ้างไปดูกันหากใครอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะ 2 คณะนี้ ใต้โต๊ะวิทยาพาไปรีวิวแบบจัดเต็มกับ 2 อีพีนี้อันดับที่ 1ใต้โต๊ะวิทยา [EP.3] : "นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์” เรียนกฎหมาย ≠ ท่องจำหลายๆ คนอาจสงสัยว่า คณะนี้รวมเด็กเครียด? วัน ๆ ท่องจำแต่ประมวลกฎหมาย? อ่านหนังสือหนัก สอบโหด เรียนยากแน่เลย.. ดู EP นี้ให้จบ แล้วคุณจะมองนิติศาสตร์เปลี่ยนไปอันดับที่ 13ใต้โต๊ะวิทยา [EP.27] : “คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร” อักษร = ความเป็นมนุษย์ใต้โต๊ะวิทยายกขบวนกันไปถึงนครปฐม พาทัวร์ ‘คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร’ คณะที่มีเอกให้เลือกหลากหลายกว่าที่คิด! ไม่ใช่แค่ภาษา แต่คือทุกสิ่งที่เป็นรากฐานของการรู้จักความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ภาพจำที่หลายๆ คนคิดว่าเด็กอักษรเรียนแต่ภาษา หมกตัวอยู่กับหนังสือ อีพีนี้จะเปลี่ยนภาพจำนั้นแน่นอน สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่แบบเด็กนครปฐม นั่งเมล์เครื่องมาเรียน เอนจอยชีวิตมหาลัยไปกับเพื่อนๆ รวมถึงเปิดสถานที่ลับ อยากเข้าอักษรศิลปากรต้องมามูที่นี่เท่านั้น ใครเล็งคณะนี้อยู่ ดูให้จบ แล้วเตรียมปักเอกที่ชอบไว้ในใจได้เลย

Work

โค้งสุดท้ายกับการยื่นภาษีออนไลน์ ปี2568

02 เม.ย. 2025

โค้งสุดท้ายกับการยื่นภาษีออนไลน์ ปี2568

ไหนใครยังไม่ได้ยื่นภาษียกมือขึ้น ตอนนี้เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้วกับการยื่นภาษีของปี 2568 โดยจะหมดเขตในวันที่ 8 เมษายน 2569 นี้เองสำหรับใครที่ต้องการยื่นภาษี ก็สามารถยื่นเอกสารผ่านระบบ e-Filing และ D-MyTax (Digital MyTax) ได้เลยวิธีการยื่นภาษีออนไลน์ 2569 ผ่านระบบ D-MyTaxสำหรับบุคคลธรรมดาที่ต้องการยื่นภาษีออนไลน์ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้เข้าไปที่เว็บไซต์ กรมสรรพากรเลือกเมนู Digital MyTax (One Portal) ซึ่งเป็นศูนย์รวมบริการทางภาษีเข้าสู่ระบบ โดยใช้ RD ID (รหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน) หรือผ่านระบบ National Digital ID (NDID) เช่น แอปพลิเคชัน ThaiD หรือ เป๋าตังระบบจะนำไปสู่ MyTax Account ให้ตรวจสอบข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนกดยืนยันข้อมูล และเลือก ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91ระบบจะนำไปยัง e-Filing เพื่อตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งระบบแสดงผลว่ามีภาษีที่ต้องชำระ หรือได้รับเงินคืนกดยืนยันการยื่นภาษี และดำเนินการชำระเงิน (หากมีภาษีที่ต้องชำระ)ใครที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2568ตามกฎหมายของกรมสรรพากร บุคคลที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่บุคคลธรรมดาที่มีรายได้จากการทำงาน หรือธุรกิจห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษีกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งวิสาหกิจชุมชนที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลส่วนใครที่กำลังส่งสัยว่า ถ้าหากยื่นภาษีล่าช้าเราจะเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่าปรับกรณียื่นภาษีล่าช้าหากลืมยื่นภาษีภายในกำหนด จะมีโทษปรับตามรายละเอียดต่อไปนี้1. ไม่ยื่นภายในกำหนด (31 มีนาคม 2569)โดนค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท (แต่สามารถขอลดค่าปรับได้)2. ยื่นภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตแต่ไม่ชำระภาษีภายในกำหนดถ้าไม่ชำระเงินภาษีภายใน 31 มีนาคม 2569 ต้องไปยื่นแบบที่สำนักงานสรรพากร พร้อมเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของเงินภาษีที่ต้องชำระ รวมถึงค่าปรับตามข้อ 13. ยื่นภาษีเกินกำหนดเวลามีเงินภาษีต้องชำระ → ต้องจ่ายเงินภาษีพร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของเงินที่ต้องชำระ รวมค่าปรับไม่มีเงินภาษีต้องชำระ → จ่ายค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท4. ยื่นภาษีเพิ่มเติมหลังพ้นกำหนดหากต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ต้องเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน แต่ไม่ต้องเสียค่าปรับสรุป ยื่นภาษี 2569ได้ถึงวันไหนยื่นแบบกระดาษ: ภายใน 31 มีนาคม 2569ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing หรือ D-MyTax: ภายใน 8 เมษายน 2569ค่าปรับกรณียื่นล่าช้า: สูงสุด 2,000 บาท + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (ถ้ามีภาษีต้องชำระ)เพื่อน ๆ ทราบข้อมูลกันแล้วก็รีบไปเตรียมเอกสารยื่นภาษีกันด่วนนนน!!!!.ขอขอบคุณข้อมูลจากกรมสรรพากร.ผู้เขียน : เบญญาภา แนบเนียน

Astrology

ดวงการงานของ 12 ลัคนาราศี

12 ก.ย. 2025

ดวงการงานของ 12 ลัคนาราศี

เช็กดวงการงานของ 12 ลัคนาราศีราศีเมษ มีโอกาสใหม่หรือลงทุน แต่ดาวการงานประจำราศีเมษหรือดาวเสาร์มีการเดินถอยหลังอยู่ตอนนี้ ทำให้ไม่ค่อยมีความคืบหน้า หรืออยู่ในช่วยริเริ่ม ควรมีแผนสำรองราศีพฤษภ มีโอกาสใหม่ แต่ชะงักหรือล่าช้าจะต้องรอให้ดาวเสาร์หรือก็คือดาวการงาน เดินโคจรเป็นปกติก่อน เนื่องจากตอนนี้เดินถอยหลัง ผู้ใหญ่ยังช่วยเหลือราศีเมถุน มีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น ผู้ใหญ่หนุน มีโอกาสเลื่อนขั้น แตมีเกณฑ์เพื่อนร่วมงานบางคนอาจไม่ชอบหน้า ถูกอิจฉา ระวังปัญหาปากเสียงราศีกรกฎช่วงนี้กดดัน งานไม่คืบ การคุยธุรกิจอาจไม่สมหวัง กลางเดือนจะเริ่มดีขึ้น ปลายเดือนจะดีที่สุดราศีสิงห์ ครึ่งเดือนแรกจะไม่ค่อยได้ดั่งใจ ปิดทองหลังพระ ครึ่งหลังดีขึ้น ได้ผู้ใหญ่ช่วยเหลือราศีกันย์ กดดัน เพื่อนร่วมงานไม่ช่วย อาจย้ายงานหรือไปต่างประเทศราศีตุลย์ มีเกณฑ์โยกย้ายหรือเปลี่ยนงาน อาจจะมีการหยุดพักงานชั่วคราว บางคนมีเกณฑ์ได้ไปต่างประเทศ นักเรียนนักศึกษามีเกณฑ์ไม่สมหวัง แต่มีโอกาสสมหวังเกี่ยวกับพวกต่างประเทศราศีพิจิก มีโอกาสในทิศทางที่ดี เพราะว่าดาวการงาน หรือดาวอาทิตย์โคจรอยู่ในเดือนราศีสิงห์ได้ตำแหน่งเกษมดาวธิบดี หากทะเลาะหัวหน้าอาจตกงาน แต่ถ้าคุมได้จะมีโอกาสใหม่ งานหนักขึ้น ควรมีการวางแผนสำรองราศีธนู ได้โปรเจกต์ใหญ่ แต่เสี่ยงทำงานผิดพลาด ถูกใส่ร้าย หักหลังจากเพื่อนร่วมงานราศีมังกร เสี่ยงตกงานกะทันหัน หรือย้ายงาน เนื่องจากดาวการงานหรือดาวศุกร์ได้โคจรย้ายไปสู่เดือนมรณะ เจ้าของกิจการธุรกิจค่อนข้างเงียบ ระวังการทำงานที่ผิดพลาดราศีกุมภ์ ต้นเดือนงานค่อนข้างไม่เดิน ผิดหวัง แต่หลัง วันที่ 13 ดาวการงานจะโคจรย้ายไปสู่ในเรือนสุภะ การงานจะดีขึ้น มีโอกาสสมหวังคนว่างงานมีเกณฑ์ได้งานราศีมีน หน้าที่เปลี่ยนไปในทางดี มีโอกาสดีๆเข้ามา หากมีการดีลงานกับผู้ใหญ่ควรรอหลังกลางเดือนปริมหมอดูอวตาร

เช็กดวงประจำสัปดาห์ 8-14 ก.ย. 2568

08 ก.ย. 2025

เช็กดวงประจำสัปดาห์ 8-14 ก.ย. 2568

ดวงประจำสัปดาห์ 8-14 ก.ย. 2568ราศีเมษ ระวังอุบัติเหตุ หรือการมีปากเสียงกับผู้อื่นเพราะเรื่องการเงิน หนี้สิน ผลประโยชน์ ระวังถูกโกงเงิน การเงินตึงเครียด ใช้เงินเยอะมากช่วงนี้ราศีพฤษภ มีเกณฑ์การถูกหักหลังแทงข้างหลังจากคนรอบข้าง เสียเปรียบคนอื่น หรือ ทะเลาะวิวาทได้ ต้องมีสติให้ดี การงานจะมีโอกาสที่ดีเข้ามา การเงินกำลังจะมีทิศทางที่ดีแล้วราศีเมถุน ระมัดระวังการมีปากเสียงกับคนในครอบครัว เครือญาติ หรือสุขภาพผู้ใหญ่ในบ้าน การงานยังมีโอกาสที่ดี มีเกณฑ์มีชื่อเสียงเพราะความสามารถราศีกรกฎ มีเกณฑ์เครียดกดดันเรื่องการงานมาก รับผิดชอบงานที่หนักหรือถูกเอาเปรียบ การเงิน เก็บเงินยาก มีเรื่องต้องใช้จ่ายตลอด แต่จะมีโชคลาภเข้ามาบ้างให้ชื่นใจราศีสิงห์ การงานอยู่ในช่วงต้องมีความรอบคอบ ต้องตรวจทานซ้ำ หรือถูกกินแรงเอาเปรียบได้ มีความแบกรับภาระเกี่ยวกับบ้านหรือครอบครัว การเงินจะโชคดี แต่รายจ่ายรออยู่เยอะเช่นกัน ความรัก ต้องมีสติ อย่าหลงใหลใครง่ายๆราศีกันย์ ระวังอุบัติเหตุ หรือการทะเลาะมีปากเสียงกับคนอื่น หรือ มีเกณฑ์ผู้อื่นทำให้เดือดร้อน ระวังการทะเลาะกับคนรัก การเงินมีความโชคดี มีโชคลาภดีราศีตุลย์ ระวังมีปากเสียงกับคนรัก หรือคนรอบข้าง การเงินเหนื่อยหนักใจ ระวังมีคนมาหยิบยืมเงิน ทำให้อึดอัดใจ หรือมีคนเอาเปรียบทางการเงิน การงานต้องปรับตัว หรือระวังตกงานราศีพิจิก ยังคงต้องระวังความเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุอยู่ มีเกณฑ์การงานเปลี่ยนแปลง โยกย้าย ย้ายแล้วจะดี การเงินต้องใช้จ่ายอย่างมีสติ อย่าลงทุนอะไรเสี่ยงๆเด็ดขาดราศีธนู การเรียนการศึกษาต้องพยายามมากขึ้น มีเกณฑ์การแข่งขัน การประกวด จะมีโอกาสที่ดี ระวังมีเรื่องทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน การเงินยังไม่เป็นดั่งใจมากนักราศีมังกร ระวังสุขภาพของผู้ใหญ่ในบ้าน หรือปัญหาเรื่องที่บ้าน หรือมีเกณฑ์ซ่อมบ้านซ่อมรถ มีเกณฑ์เจอคู่ในที่ทำงาน เพื่อนร่วมงานแอบสนใจคุณ การเงินจะมีทิศทางที่ดี แต่ใช้จ่ายเยอะราศีกุมภ์ ระวังคิดผิดตัดสินใจผิดเกี่ยวกับความรักหรือการงาน เป็นช่วงไม่ค่อยอยากเข้าสังคมหรือติดต่อใคร จะมีความคิดมา หรือนอยด์บางอย่าง การเงินยังตึง ไม่โล่ง การงานต้องเปลี่ยนแปลง ระวังตกงานช่วงนี้ราศีมีน เป็นช่วงเอื่อยเฉื่อย หมดไฟ หมดแรงใจ ต้องกระตุ้นตัวเอง!ระวังคำพูดให้ดี อาจจะมีปากเสียงกับคนรักหรือคนอื่นได้ การงานมีเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงได้ การเงินใช้จ่ายเยอะ ระวังถูกเอาเปรียบให้จ่ายเงินก่อนแล้วตามทวงคืนยากช่วงนี้

เช็กดวงประจำสัปดาห์ 2-7 ก.ย. 2568

02 ก.ย. 2025

เช็กดวงประจำสัปดาห์ 2-7 ก.ย. 2568

ดวงประจำสัปดาห์ 2-7 ก.ย. 2568ราศีเมษ ระวังมีปากเสียงกับผู้อื่นเพราะเรื่องการเงิน หนี้สิน ผลประโยชน์ มีโอกาสได้ริเริ่มงานใหม่ ๆ จะหมดเงินไปกับที่บ้าน ครอบครัว หรือเกี่ยวกับรถราศีพฤษภ ระวังคำพูด มีเกณฑ์มีปากเสียง วิวาทกับคนอื่น การงานและ การเงินกำลังจะมีโอกาสดี ๆ เข้ามา จะได้เงินที่รอคอย แต่ระมัดระวังรายจ่ายฟุ่มเฟื่อยราศีเมถุน ระวังครอบครัวหรือญาติ มาทำให้หนักใจ การงานดี แต่เหนื่อยสายตัวแทบขาด ..มีโอกาสหาเงินได้จากช่องทางใหม่ ๆ เงินพิเศษ เงินตกเบิกราศีกรกฎ มีโชคภาพจากคนในครอบครัว ครอบครัวช่วยเหลือดี การงานเครียด กดดัน มีปัญหาเยอะ การเงินยังหมุนคล่อง ความรักมีอุปสรรคเรื่องของความห่างไกล การไม่มีเวลาราศีสิงห์ ค้าขายคล่อง เงินไหลมาเทมา พูดจาอะไรก็ได้เงินได้ทอง เจรจาสมหวัง การเรียนการประกวดจะโชคดี ระวังคนในบ้านเจ็บป่วยหรือทะเลาะกับครอบครัว ดวงความรักต้องประคับประคอง คนโสด มีเกณฑ์หลงใหลมัวเมาคนที่เข้ามาช่วงนี้ราศีกันย์ เป็นช่วงที่มีความเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ไม่อยากสุงสิงกับคนอื่นมากนัก เก็บตัว การเงินจะโชคดี สมหวังกับรายได้ แต่ใช้จ่ายเยอะ ความรักหนักใจ มีความหงุดหงิด รำคาน หรือทะเลาะจุกจิกได้ง่ายราศีตุลย์ มีโอกาสเปลี่ยนงาน ย้ายงาน จะได้ผลดีในด้านการพูด การเจรจา การขอความร่วมมือต่างๆ มีเกณฑ์ขยับขยายที่อยู่อาศัย หรือเป็นหนี้เพราะกู้ซื้อบ้านราศีพิจิก ยังคงต้องระวังความเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุในระยะนี้ ระวังคำพูดทำให้ทะเลาะกับคนอื่น มีเกณฑ์ย้ายงาน หรือปรับเปลี่ยนการทำงาน งดการลงทุน หรือการเสี่ยงโชคต่าง ๆราศีธนู มีเกณฑ์ได้พบเจอผู้ใหญ่ที่จะเข้ามาช่วยเหลือ สนับสนุนทำให้คุณมีโอกาสที่ดีขึ้น มีเกณฑ์เดินทางไกล ไปทำงาน หรือไปเที่ยวกับคู่ การเงินยังไม่คล่องมากนักราศีมังกร คนรักจะยอมคุณ ตามใจคุณ ระวังคำพูดทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือการไม่อธิบายเลย.. ยิ่งก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เรื่องราวบานปลาย ระวังผิดใจกับผู้ใหญ่ หรือคนในบ้านเจ็บป่วยราศีกุมภ์ เป็นช่วงดูแลตัวเอง พัฒนาตัวเองหนักมาก เกิดจุดเปลี่ยนทางความคิด อยากลองทำอะไรใหม่ ๆ การเงินเครียด วิตกกังวล จะมีเกณฑ์ได้หารายได้ใหม่ ๆ เข้ากระเป๋า ดวงความรักเกิดจุดเปลี่ยน คนมีคู่ระวังมีปากเสียง จนแยกทางเดินราศีมีน มีเหตุการณ์ทำให้มีความเครียดสะสม มีความไม่ได้ดั่งใจบางอย่าง แต่ในความโชคร้าย จะมีโอกาสดี ๆ ที่จะเข้ามาในเร็ววันนี้ การงานกำลังจะมั่นคง เข้าที่เข้าทางมากขึ้น การเงินพัง ใช้จ่ายเยอะ อย่าให้ใครยืมเงินเด็ดขาดปริมหมอดูอวตาร

Temple & Mutelu

ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก? รวมคู่มือบูชาฉบับอัปเดต 2569

13 มี.ค. 2026

ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก? รวมคู่มือบูชาฉบับอัปเดต 2569

"ตี่จู้เอี๊ยะ" ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก ให้บ้านร่มเย็น เรียกทรัพย์ตลอดปี สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน หรือแม้แต่คนไทยแท้ๆ ที่มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย การซื้อบ้านใหม่หรือการเปิดร้านค้า สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คือการอัญเชิญ "ตี่จู้เอี๊ยะ" มาประดิษฐาน ด้วยความเชื่อที่ว่าท่านคือเทพเจ้าผู้ดูแลผืนดินและปกปักรักษาเคหสถานนั้นๆ อย่างไรก็ตาม หลายคนมักเกิดความสับสนและมีคำถามมากมาย เช่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะคืออะไรกันแน่? ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ถึงจะถูกหลักฮวงจุ้ยและไม่บังเจ้าของบ้าน? และเวลาบูชาจริงต้อง ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก?ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คืออะไร? ทำความเข้าใจความสำคัญของเทพเจ้าประจำบ้าน ก่อนจะไปดูวิธีตั้ง เรามาทำความรู้จักกับรากฐานความเชื่อกันก่อน ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คือ ศาลเจ้าที่จีนขนาดเล็กที่มักตั้งอยู่ติดกับพื้นดิน ภายในบ้านหรือร้านค้า คำว่า "ตี่" (地) แปลว่า ดิน, "จู้" (主) แปลว่า เจ้า, และ "เอี๊ยะ" (爺) แปลว่า ท่านหรือปู่ รวมกันจึงหมายถึง "เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ในผืนดิน" หรือเจ้านายแห่งที่ดินบริเวณนั้นๆ ในวัฒนธรรมจีน เชื่อว่าทุกตารางนิ้วของพื้นดินมีเทพเจ้าดูแลอยู่ การตั้งตี่จู้เอี๊ยะจึงเปรียบเสมือนการให้ความเคารพแก่เจ้าของที่เดิม และอัญเชิญท่านมาประทับเพื่อปกปักรักษา: คุ้มครองคนในบ้านให้พ้นจากอันตราย สิ่งชั่วร้าย และอุบัติเหตุสร้างความร่มเย็น: ดลบันดาลให้ครอบครัวมีความรักใคร่กลมเกลียว ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเรียกโชคลาภ: ส่งเสริมเรื่องการงาน การค้าขาย และดึงดูดเงินทองให้ไหลเข้าบ้านปัดเป่าอุปสรรค: ช่วยให้การดำเนินชีวิตหรือธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะส่วนใหญ่จะมีสีแดงสด แต่งแต้มด้วยสีทอง ซึ่งสีแดงสื่อถึงความเป็นสิริมงคล ความสุข และพลังงานหยาง (Yang Energy) ส่วนสีทองสื่อถึงความมั่งคั่งและรวยทองฮวงจุ้ยการจัดวาง: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนให้ถูกหลัก เรียกทรัพย์ ไม่กาลกิณี นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุดและคนค้นหามากที่สุด: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน? การวางตำแหน่งตี่จู้เอี๊ยะผิดจุดอาจส่งผลเสียต่อฮวงจุ้ยของบ้าน ทำให้อับโชค หรือคนในบ้านเจ็บป่วยได้ ดังนั้น ควรยึดหลักการดังต่อไปนี้ตำแหน่งมงคลที่ "ควร" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะตั้งติดพื้นดินเสมอ: ตี่จู้เอี๊ยะคือเทพแห่งผืนดิน ฐานของศาลต้องวางอยู่บนพื้นบ้านโดยตรง ห้ามตั้งบนหิ้งสูง ห้ามแขวน และห้ามมีอะไรมารองฐานให้สูงเกินความจำเป็น (ยกเว้นฐานรองศาลที่ทำมาคู่กันโดยเฉพาะ)หันหน้าออกประตูหน้าบ้าน: ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือการวางศาลโดยหันหน้าออกไปทางประตูหลักของบ้าน เพื่อให้ท่านคอยตรวจตราคนเข้าออก ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และดักรับพลังงานโชคลาภที่ไหลเข้ามามีผนังทึบด้านหลัง: ด้านหลังของศาลตี่จู้เอี๊ยะควรเป็นผนังทึบที่มั่นคง เปรียบเสมือนมีภูเขาเป็นที่พิงหลัง เสริมความมั่นคงในหน้าที่การงานและการเงิน ห้ามพิงกระจกหรือช่องว่างบริเวณที่โปร่ง โล่ง สว่าง: จุดที่ตั้งควรสะอาด มีแสงสว่างเพียงพอ และไม่อับชื้น เพื่อให้พลังงานชี่ (Qi) ไหลเวียนได้สะดวกตำแหน่งต้องห้าม! "ห้าม" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะเด็ดขาด หากคุณไม่อยากให้อับโชค หรือมีเรื่องร้อนใจในบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะในจุดเหล่านี้ห้ามตั้งใต้บันได: การวางท่านไว้ใต้บันไดเปรียบเสมือนการให้คนเดินข้ามหัวท่านตลอดเวลา ถือเป็นการลบหลู่และทำให้คนในบ้านไม่เจริญก้าวหน้าห้ามหันหน้าเข้าห้องน้ำ หรือวางติดผนังห้องน้ำ: ห้องน้ำเป็นแหล่งรวมพลังงานลบ (ความสกปรก อับชื้น) การวางศาลใกล้ห้องน้ำจะทำให้โชคลาภหดหาย และส่งผลเสียต่อสุขภาพห้ามวางติดผนังห้องครัว หรือใกล้เตาไฟ: พลังงานไฟที่ร้อนแรงจากห้องครัวจะทำให้องค์เทพอยู่ไม่สุข ส่งผลให้คนในบ้านมีเรื่องร้อนใจ ทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยห้ามวางใต้คานบ้าน: คานเปรียบเสมือนแรงกดทับ จะทำให้การเงินติดขัด การงานอุปสรรคเยอะห้ามวางใกล้ถังขยะหรือที่เก็บรองเท้า: พื้นที่รอบศาลต้องบริสุทธิ์ การวางสิ่งสกปรกไว้ใกล้ๆ จะทำให้ท่านไม่ประทับอยู่และนำความไม่เป็นมงคลมาสู่บ้านพิธีบูชาประจำวันและวันพระจีน: ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และต้องเตรียมอะไรบ้าง? เมื่อตั้งศาลเรียบร้อยแล้ว การบูชาอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญในการรักษาสิริมงคล หลายคนยังสงสัยว่า ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก? จึงจะถูกต้อง คำตอบคือ: ใช้ธูป 5 ดอก เหตุผลที่ใช้ธูป 5 ดอก เพราะเป็นการบูชาธาตุทั้ง 5 (ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง) และทิศทั้ง 5 (เหนือ ใต้ ออก ตก และกลาง) เพื่อให้เทพเจ้าตี่จู้เอี๊ยะดูแลคุ้มครองทั่วทุกทิศทางเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (ประจำวัน) สำหรับการไหว้ในทุกๆ เช้า เพื่อเป็นการบอกกล่าวและขอพรให้ราบรื่นตลอดวัน สิ่งที่ต้องเตรียมมีเพียงไม่กี่อย่าง:น้ำชา 5 ถ้วย: (หรือน้ำเปล่าสะอาด) ควรเปลี่ยนใหม่ทุกวันธูป 5 ดอกส้ม 5 ลูก: ส้มสื่อถึงโชคลาภ ความสุข และความสำเร็จเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (วันพระจีน - ชิวอิก/จับโหงว) ในวันพระจีน (วันที่ 1 และ 15 ของจันทรคติจีน) ควรไหว้ให้พิเศษขึ้น โดยเพิ่มของไหว้ดังนี้:ผลไม้มงคล 3 หรือ 5 อย่าง: เช่น ส้ม (โชคดี), แอปเปิล (สันติสุข), องุ่น (ความเจริญ), สับปะรด (ความรอบรู้) หลีกเลี่ยงผลไม้ชื่อไม่ดี เช่น ระกำ, ลางสาดขนมมงคล: เช่น ขนมถ้วยฟู (เฟื่องฟู), ขนมจันอับ (ความสุข), ซาลาเปา (เปาไช้ - ห่อโชค)กระดาษเงินกระดาษทอง: (หงิ่งเตี๋ย) เพื่อเผาถวายท่าน(หากขอพรใหญ่) ของคาว: เช่น หมูสามชั้นต้ม, ไก่ต้ม, เป็ดต้ม (ชุดซาแซ หรือ โหงวแซ)ขั้นตอนการไหว้ตี่จู้เอี๊ยะแบบถูกต้อง ให้ได้ผลลัพธ์ทันใจ เพื่อให้การขอพรของคุณส่งถึงเทพเจ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ทำความสะอาด: เริ่มจากเช็ดทำความสะอาดศาลและบริเวณรอบๆ ให้สะอาด เปลี่ยนน้ำชาเก่าออกแล้วรินน้ำชาใหม่ 5 ถ้วยจัดของไหว้: นำผลไม้ ขนม หรือของคาวที่เตรียมไว้ จัดวางด้านหน้าศาลอย่างเป็นระเบียบจุดธูป: จุดธูป 5 ดอกกล่าวอธิษฐาน: พนมมือถือนามสิงห์ (หรือแผ่นจารึกชื่อเทพ) ยืนหน้าศาล กล่าวชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และบอกกล่าวท่านว่าวันนี้วันอะไร ขอนำของไหว้มาถวาย พร้อมขอพร (ควรขอพรในสิ่งที่เป็นไปได้ และขออย่างตั้งใจ)ปักธูป: ปักธูป 5 ดอกลงในกระถางธูปอย่างตั้งใจ (ปักให้ตรง ไม่เอียง)เผากระดาษ (ถ้ามี): เมื่อธูปหมดไปประมาณครึ่งดอก ให้นำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผาในที่ที่เหมาะสมลาของไหว้: เมื่อธูปหมดดอก ให้นำของไหว้มาแบ่งกันทานในครอบครัวเพื่อความเป็นสิริมงคลการดูแลรักษาศาลตี่จู้เอี๊ยะ: เคล็ดลับให้ท่านอยู่ติดบ้าน เรียกทรัพย์ไม่หยุด ศาลตี่จู้เอี๊ยะที่สะอาด หมั่นดูแล เปรียบเสมือนบ้านที่น่าอยู่ เทพเจ้าก็พร้อมจะประทับอยู่และประทานพร การปล่อยให้ศาลสกปรก อับเฉา จะทำให้โชคลาภติดขัด นี่คือเช็คลิสต์การดูแลเปลี่ยนน้ำทุกวัน: ห้ามปล่อยให้น้ำแห้งหรือสกปรกเด็ดขาดทำความสะอาดฝุ่น: ปัดกวาดฝุ่นรอบศาลและบนตัวศาลเป็นประจำจัดการก้านธูป: หากก้านธูปเต็มกระถาง ให้ถอนออก (เหลือไว้ 5 ก้านเสมอ) เพื่อให้กระถางไม่รกและรับโชคใหม่ๆ ได้เปลี่ยนกิมฮวย (หางนกยูง): ควรเปลี่ยนใหม่ในปีละครั้ง (ช่วงก่อนตรุษจีน) เพื่อความสดใหม่สรุป: บูชาตี่จู้เอี๊ยะอย่างเข้าใจ นำมาซึ่งความสุขและความมั่งคั่ง การจัดตั้งและบูชา "ตี่จู้เอี๊ยะ" ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากคุณทำความเข้าใจถึงความหมาย และปฏิบัติตามหลักฮวงจุ้ยอย่างถูกต้อง การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมอย่าง ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนที่ถูกต้อง การรู้ว่าตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และหมั่นดูแลรักษาศาลให้สะอาดอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้องค์เทพประทับอยู่คู่บ้าน คอยปกปักรักษาครอบครัวของคุณให้ร่มเย็นเป็นสุข และเปิดทางให้โชคลาภ เงินทอง ไหลมาเทมาตลอดปี

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

14 ก.พ. 2026

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เปิดตำราเทพแห่งความมั่งคั่งบูชาถูกวิธี ชีวิตเปลี่ยนเป็นเศรษฐี ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง การมีความเก่งกาจในการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับความสำเร็จที่ยั่งยืน คนไทยเชื้อสายจีนและนักธุรกิจทั่วเอเชียจึงให้ความสำคัญกับ "ที่พึ่งทางใจ" เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและดึงดูดพลังงานบวก และเมื่อเอ่ยถึงเทพเจ้าที่เป็นที่สุดแห่งเรื่องเงินทอง โชคลาภ และความมั่งคั่ง ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคือ "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" (Cai Shen Ye) ทุกครั้งที่เวียนมาบรรจบถึงเทศกาลตรุษจีน ภาพที่คุ้นตาคือผู้คนจำนวนมากต่างจัดเตรียมโต๊ะไหว้เพื่อรอรับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเข้าสู่เคหะสถานเป็นองค์แรกของปี แต่คุณมั่นใจแล้วหรือยังว่าคุณรู้จักท่านดีพอ? ท่านไม่ได้มีเพียงปางเดียว และการไหว้ขอพรก็มีเคล็ดลับที่ลึกซึ้งกว่าแค่การจุดธูป บทความนี้คือไกด์ฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณไปรู้จักเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ประวัติความเป็นมาที่แท้จริง ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง บทสวดและสถานที่ ไหว้ที่ไหน แล้วปังที่สุด เพื่อเตรียมตัวเปิดรับความเฮงเข้ากระเป๋าแบบจัดเต็มตำนาน "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" ประวัติและปางต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) หรือ ไฉ่เสินเย่ (ในภาษาจีนกลาง) เขียนอักษรจีนว่า 財神 มีความหมายตรงตัวว่า "เทพเจ้าแห่งทรัพย์สิน" ชาวจีนเชื่อว่าท่านคือเทพชั้นสูงที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเริ่มเข้าสู่วันตรุษจีน เพื่อประทานพรด้านโชคลาภ เงินตรา และความสำเร็จให้แก่ผู้ที่ศรัทธา แต่ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่คือคิดว่าท่านมีเพียงองค์เดียว แท้จริงแล้วตามตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแบ่งออกเป็น 2 ปางหลักๆ ตามลักษณะบุคลิกและหน้าที่ ซึ่งผู้บูชาควรเลือกให้เหมาะกับอาชีพของตนเอง ดังนี้ 1. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบุ๋น (ฝ่ายพลเรือน/ปัญญา) : เทพเจ้าปี่กาน (Bi Gan)ลักษณะเด่น: เป็นรูปขุนนางชั้นผู้ใหญ่ หน้าตายิ้มแย้ม ใจดี อบอุ่น สวมชุดขุนนางโบราณ มือข้างหนึ่งถือเล่มสมุดบัญชีหรือม้วนกระดาษ อีกข้างหนึ่งถือถุงเงินหรือก้อนทองประวัติและตำนาน: เชื่อกันว่าคือ "ปี่กาน" อัครมหาเสนาบดีในสมัยราชวงศ์ซาง ผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างหาที่สุดมิได้ ท่านถูกทรราชสั่งให้ควักหัวใจออกมาดูเพื่อพิสูจน์ความภักดี เมื่อท่านเสียชีวิต สวรรค์เห็นในความดีจึงแต่งตั้งให้เป็นเทพแห่งโชคลาภ โดยมีนัยยะว่า "เพราะท่านไม่มีหัวใจ ท่านจึงไม่มีความลำเอียง" ท่านจึงแจกจ่ายโชคลาภให้แก่ทุกคนอย่างยุติธรรมที่สุดเหมาะกับใคร: ผู้ที่รับราชการพลเรือน, พนักงานบริษัท, ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป, นักวิชาการ, ที่ปรึกษา หรืออาชีพที่ใช้ปัญญาและความสามารถในการเจรจา ท่านจะช่วยให้การบริหารเงินราบรื่นและมีสติปัญญาในการหาทรัพย์ 2. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบู๊ (ฝ่ายการทหาร/นักรบ) : เทพเจ้าจ้าวกงหมิง (Zhao Gongming)ลักษณะเด่น: หน้าตาดุดัน น่าเกรงขาม สวมชุดเกราะนักรบ ขี่เสือโคร่งดุร้าย มือข้างหนึ่งถือกระบองเหล็กหรือดาบ อีกข้างถือถุงเงินหรือก้อนทอง บางครั้งจะเห็นท่านเหยียบเสืออยู่ประวัติและตำนาน: "จ้าวกงหมิง" เป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่มีฝีมือการรบเป็นเลิศ มีความกล้าหาญและรักษาสัจจะยิ่งชีพ ท่านสามารถปราบภูตผีปีศาจและศัตรูที่มาราวีได้ เชื่อกันว่าเสือที่ท่านขี่คือพาหนะที่ช่วยตะปบเงินทองเข้าหาเจ้านาย และช่วยเฝ้าทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหลเหมาะกับใคร: เจ้าของธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง, ผู้ที่ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก, ทหาร, ตำรวจ, นักธุรกิจสีเทา, ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ หรือผู้ที่ต้องการทวงหนี้สิน ท่านจะช่วยขจัดอุปสรรค ศัตรูคู่แข่ง และช่วยให้เก็บเงินอยู่เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: นอกจากปางจีนแล้ว ในทางพุทธศาสนามหายานและทิเบต ยังมีการนับถือเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยในรูปแบบของ "ท้าวกุเวร" (Vaisravana) หรือ "ชัมภล" (Jambhala) ซึ่งมีรูปลักษณ์และคติความเชื่อที่ใกล้เคียงกัน คือเป็นผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ของโลกเช็คของไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย: เตรียมอย่างไรให้ถูกหลัก 5 หมู่มงคล การไหว้รับ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย นิยมทำในคืนวันซาจั๊บ (วันสิ้นปีจีน) ช่วงเวลาคาบเกี่ยวเข้าสู่วันตรุษจีน (โดยส่วนใหญ่คือเวลา 23.00 – 01.00 น.) สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ของแพง แต่คือ "ความหมาย" ของของไหว้และการจัดเตรียมด้วยความประณีต เราได้รวบรวมรายการของไหว้ที่ต้องมี โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้คุณเตรียมได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. หมวดรูปเคารพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รูปปั้น หรือ รูปภาพองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย: หากไม่มีสามารถใช้ตัวอักษรจีนคำว่า "ไฉ่ซิงเอี๊ย" เขียนใส่กระดาษแดงแทนได้กระถางธูป: ควรใส่ข้าวสารให้เต็มกระถาง (สื่อถึงความกินดีอยู่ดี) และปักกิมฮวยเพื่อความสวยงามเทียนแดง 1 คู่: สื่อถึงแสงสว่างและความรุ่งโรจน์แจกันดอกไม้สด 1 คู่: นิยมใช้ดอกเบญจมาศ หรือดอกไม้มงคลที่มีสีสันสดใส 2. หมวดผลไม้มงคล (เลือก 3 หรือ 5 อย่าง)ส้ม: (ขาดไม่ได้) หมายถึง ทองคำ และความเป็นสิริมงคลกล้วยหอม: (ต้องมีหวีเครือสวย) หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และให้ลูกหลานสืบสกุลสับปะรด: ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียก "อั่งไล้" แปลว่า โชคลาภกำลังมาถึงองุ่น: หมายถึง ความงอกงามและความเจริญรุ่งเรืองแอปเปิ้ลแดง: หมายถึง ความสันติสุขและสุขภาพที่แข็งแรง 3. หมวดอาหารเจ (เจไฉ่) 5 อย่าง เนื่องจากเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเป็นเทพชั้นสูง การไหว้ด้วยอาหารเจจึงบริสุทธิ์ที่สุด ประกอบด้วยเห็ดหอม: หมายถึง ความมีชื่อเสียงวุ้นเส้น: หมายถึง อายุยืนยาวฟองเต้าหู้: หมายถึง ความร่ำรวย (รูปลักษณ์คล้ายทองคำ)ดอกไม้จีน: หมายถึง ความเบิกบานสาหร่ายทะเล: ภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า ร่ำรวย 4. หมวดขนมและน้ำขนมจันอับ (จับกิ้ม): ขนมแห้ง 5 อย่าง สื่อถึงความหวานชื่นและความสามัคคีขนมถ้วยฟู หรือ ขนมสาลี่: สื่อถึงความเฟื่องฟู รุ่งเรืองน้ำชา 5 ถ้วย: น้ำชาถือเป็นเครื่องดื่มของเทพเจ้าน้ำสะอาด 5 แก้ว: เพื่อความใสสะอาดบริสุทธิ์ 5. หมวดของมงคลเรียกทรัพย์กระดาษเงินกระดาษทอง (หงิ่งเตี๋ย): จำนวน 12-13 แผ่น (ตามจำนวนเดือนในปฏิทินจีนปีนั้น)เทียบเชิญสีแดง และ สีเขียว: กระดาษสำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของคนในครอบครัว เพื่อฝากดวงชะตากระเป๋าสตางค์ใบใหม่: ใส่ธนบัตร (เลขมงคล หรือแบงค์ใหม่) ไว้เต็มกระเป๋า เพื่อเป็นเคล็ดเรียกเงินสมุดบัญชีธนาคาร: วางไว้เพื่อขอพรให้ยอดเงินเพิ่มพูนขั้นตอนการไหว้และวิธีตั้งโต๊ะรับทรัพย์ เมื่อเตรียมของครบแล้ว ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พิธีการลื่นไหลและทรงพลังที่สุดขั้นตอนที่ 1: เช็คฤกษ์และทิศทาง ในแต่ละปี ทิศที่องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยจะเสด็จลงมาจะแตกต่างกัน คุณต้องตรวจสอบปฏิทินจีนประจำปีนั้นๆ ว่าท่านมาทิศไหน ให้หันหน้าโต๊ะไหว้ไปทางทิศนั้นขั้นตอนที่ 2: การจัดโต๊ะ ตั้งโต๊ะไหว้ในที่โล่งแจ้ง หน้าบ้าน หรือดาดฟ้า (ต้องมองเห็นท้องฟ้า) ปูผ้าสีแดง จัดวางกระถางธูปไว้ด้านหน้าสุด ตามด้วยถ้วยน้ำชา/น้ำ และเรียงลำดับของไหว้ตามความเหมาะสม วางเทียบเชิญและกระดาษเงินกระดาษทองไว้ใกล้ๆขั้นตอนที่ 3: เริ่มพิธี เมื่อถึงฤกษ์มงคล ให้ผู้นำครอบครัวจุดธูป (3, 5, 9 หรือ 12 ดอก แล้วแต่ตำรา แต่ปกตินิยม 3 ดอกเพื่อระลึกถึง ไตรสรณคมน์ หรือ เทพเจ้า 3 ภพ) พร้อมจุดเทียนแดงขั้นตอนที่ 4: กล่าวคำเชิญและสวดมนต์ กล่าวชื่อ-นามสกุล ของตนเองและคนในครอบครัวอย่างชัดเจน แจ้งที่อยู่บ้านเลขที่ แล้วกล่าวเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยให้มารับเครื่องสักการะ (ดูบทสวดในหัวข้อถัดไป)ขั้นตอนที่ 5: ขอพร เมื่อสวดจบ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร "เน้นขอเรื่องโชคลาภและการงานโดยเฉพาะ" ขอให้ท่านประทานความมั่งคั่ง ขจัดอุปสรรคทางการเงินขั้นตอนที่ 6: ลาของไหว้และเผากระดาษ เมื่อธูปไหม้หมดไปประมาณครึ่งดอก ให้ทำการลาของไหว้ นำกระดาษเงินกระดาษทองและเทียบเชิญไปเผาในถังเผาขั้นตอนที่ 7: เชิญเข้าบ้าน (เคล็ดลับสำคัญ) เมื่อเผากระดาษเสร็จ ให้ทำการ "อัญเชิญกระถางธูป" และ "รูปปั้นเทพเจ้า" เข้าสู่ตัวบ้าน โดยให้คนถือเดินนำเข้าบ้านและวางบนหิ้งพระที่เตรียมไว้ เสมือนการเชิญท่านเข้ามาประทับให้พรตลอดปีบทสวดเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หัวใจสำคัญของการสื่อสาร เพื่อให้จิตเป็นสมาธิและเชื่อมโยงกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ การสวดมนต์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด นี่คือคาถาที่ได้รับความนิยมและเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากคาถาบูชาขอพร (แบบย่อ - สวดได้ทุกวัน)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา" (แนะนำให้สวด 3, 5, 9 หรือ 12 จบ เพื่อความเป็นสิริมงคล)คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (แบบเต็ม) (ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนเริ่มสวด)"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ" (3 จบ)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา โอม อา ฮูม โฮ ฌะ ขอนอบน้อมบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ผู้ประทานความมั่งคั่ง ร่ำรวย ข้าพเจ้าชื่อ (บอกชื่อ-นามสกุล) ขออัญเชิญบารมีแห่งท่าน โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา กิจการค้ารุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคทั้งปวงด้วยเทอญ"เคล็ดลับขณะสวด: ให้พยายามทำจิตใจให้ว่าง ละเว้นความโลภโมโทสัน แต่ให้เน้นความรู้สึก "ขอบคุณ" และ "ศรัทธา" จินตนาการเห็นภาพแสงสีทองสว่างไสวโอบล้อมตัวเราและบ้านเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไหว้ที่ไหน? แจก 4 พิกัดศักดิ์สิทธิ์รับทรัพย์ทั่วไทย สำหรับใครที่ไม่สะดวกจัดโต๊ะไหว้ที่บ้าน หรือต้องการพลังเสริมดวงแบบคูณสอง การเดินทางไปไหว้ที่ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเรื่อง เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม เราคัดมาให้แล้วกับ 4 สถานที่ยอดฮิต 1. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) - เยาวราช ตำนานแห่งย่านไชน่าทาวน์ ที่นี่คือศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยปางมหายานที่แกะสลักอย่างงดงามและดูเข้มขลังจุดเด่น: สามารถทำบุญแก้ชงไปพร้อมๆ กับการขอพรโชคลาภได้ในที่เดียว 2. ศาลเจ้าพ่อเสือ - เสาชิงช้า ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภประดิษฐานอยู่ด้วย โดยเฉพาะใครที่ทำธุรกิจแล้วติดขัด มีศัตรูคู่แข่งเยอะ ต้องมาที่นี่จุดเด่น: ขอพรเรื่องอำนาจบารมีคู่กับการเงิน (ปางบู๊จะเด่นมากที่นี่) 3. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) - อ่างศิลา ชลบุรี ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่ตระการตาและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย มีอาคาร 4 ชั้น ประดิษฐานเทพเจ้าครบทุกองค์ รวมถึงไฉ่ซิงเอี๊ยที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากจุดเด่น: บรรยากาศดี สถาปัตยกรรมสวยงาม เหมาะกับการพาครอบครัวไปเที่ยวและไหว้พระ 4. เทวาลัยพระพิฆเนศ - ห้วยขวาง แหล่งรวมสายมูเตลูใจกลางเมือง แม้จะเป็นเทวาลัยพราหมณ์ แต่มีการประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเพื่อให้คนทำงานกลางคืนและคนรุ่นใหม่ได้กราบไหว้จุดเด่น: เดินทางสะดวกด้วย MRT และเปิดตลอด 24 ชั่วโมงความมั่งคั่งเริ่มที่ "ศรัทธา" และการ "ลงมือทำ" การบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของบรรพบุรุษ ที่สอนให้เรารู้จักการ "ตั้งเป้าหมาย" (ผ่านการอธิษฐาน) การ "เตรียมความพร้อม" (ผ่านการจัดโต๊ะไหว้) และการ "มีสติรู้ตื่น" (ผ่านการสวดมนต์) เมื่อคุณมีจิตใจที่สงบ มั่นคง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวกจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำพลังใจนั้นไปขับเคลื่อนการทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม ดั่งเช่นประวัติของท่านไฉ่ซิงเอี๊ยทั้งสองปาง เมื่อศรัทธาประสานกับการลงมือทำ ความสำเร็จและความร่ำรวยย่อมรอคุณอยู่ที่ปลายทางอย่างแน่นอนค่ะ

เซียนแปะโรงสี วิธีไหว้ขอพรปลดหนี้ บูชายันต์ฟ้าประทานพร

12 ก.พ. 2026

เซียนแปะโรงสี วิธีไหว้ขอพรปลดหนี้ บูชายันต์ฟ้าประทานพร

หากคุณกำลังรู้สึกว่าการทำมาหากินติดขัด ยอดขายตก หรือกำลังแบกรับภาระหนี้สินที่มองไม่เห็นทางออก การพึ่งพาความขยันเพียงอย่างเดียวในยุคเศรษฐกิจแบบนี้อาจไม่เพียงพอ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับที่พึ่งทางใจระดับตำนานของชาวปทุมธานีและพ่อค้าแม่ค้าทั่วประเทศ นั่นคือ "เซียนแปะโรงสี" หรือ "อาแปะโง้วกิมโคย" ณ วัดศาลเจ้า จังหวัดปทุมธานี ทำไมผู้คนมากมายถึงหลั่งไหลไปกราบไหว้? เซียนแปะโรงสีช่วยเรื่องอะไร? และหากต้องการความสำเร็จต้องมี วิธีการไหว้เซียนแปะโรงสี อย่างไรให้เห็นผล? บทความนี้รวบรวมทุกคำตอบ ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา บทสวด ไปจนถึงเคล็ดลับการบูชายันต์ฟ้าประทานพร เพื่อให้คุณเตรียมตัวไปมูเตลูได้อย่างถูกต้องและรับความเฮงกลับบ้านค่ะรู้จัก "เซียนแปะโรงสี" (โง้วกิมโคย) คือใคร? ทำไมถึงศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่จะไปขอพร สิ่งสำคัญคือการรู้จักและศรัทธาในตัวผู้ที่เราจะไปกราบไหว้ เซียนแปะโรงสี มีชื่อเดิมว่า "โง้วกิมโคย" ท่านเป็นชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 โดยเริ่มต้นจากการประกอบอาชีพค้าขายข้าวเปลือกและก่อตั้งโรงสีข้าวขึ้นในจังหวัดปทุมธานี จนชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า "แปะกิมโคย" หรือ "เถ้าแก่กิมโคย"จากพ่อค้าสู่ฆราวาสจอมขมังเวทย์ สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นที่เคารพไม่ใช่เพียงความร่ำรวย แต่เป็น "คุณธรรม" และ "วิชาความรู้" ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านฮวงจุ้ยและพิธีกรรมตามความเชื่อจีนโบราณอย่างแตกฉาน มักจะคอยช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำมาหากิน การเจ็บไข้ได้ป่วย หรือการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย โดยไม่หวังผลตอบแทน จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่ท่านเป็นผู้บูรณะและดูแล "ศาลเจ้าพ่อวัดศาลเจ้า" ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก จนมีเรื่องเล่าขานว่าท่านสามารถสื่อสารกับเจ้าพ่อได้ และได้รับความไว้วางใจให้เป็นร่างทรง หรือผู้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ จนชาวบ้านยกย่องให้เป็น "เซียน" ในร่างมนุษย์เกร็ดน่ารู้: แม้ท่านจะเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 แต่ความศรัทธาไม่ได้จางหายไป ปัจจุบันรูปปั้นของท่านประดิษฐานอยู่ที่ศาลานที ทองศิริ ภายในวัดศาลเจ้า จ.ปทุมธานีเซียนแปะโรงสีช่วยเรื่องอะไร? ทำไมพ่อค้าแม่ค้าถึงบูชา คำถามยอดฮิตที่คนค้นหาคือ เซียนแปะโรงสีช่วยเรื่องอะไร คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ "เรื่องเงินทอง การค้า และการปลดหนี้" ท่านเปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งโชคลาภของคนทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือระดับมหาชนสิ่งที่ผู้ศรัทธามักมาขอพรการค้าขายรุ่งเรือง: ใครที่ค้าขายฝืดเคือง ลูกค้าเงียบหาย มักมาขอให้ท่านช่วยเปิดทางทำมาหากินการปลดหนี้สิน: เชื่อกันว่าท่านมีความเมตตาสูงในการช่วยให้ผู้ศรัทธาหลุดพ้นจากวิกฤตทางการเงินการงานราบรื่น: ขจัดอุปสรรค ศัตรูคู่แข่ง หรือปัญหาในที่ทำงานกันสิ่งไม่ดีและภูตผี: ด้วยวิชาอาคมของท่าน ยันต์ของท่านจึงขึ้นชื่อเรื่องการปัดเป่าสิ่งอัปมงคล ปรับฮวงจุ้ยที่พักอาศัย"ยันต์ฟ้าประทานพร" เครื่องรางคู่บารมีแปะโรงสี เมื่อพูดถึงเซียนแปะโรงสี จะขาดสิ่งนี้ไปไม่ได้ คือ "ยันต์ฟ้าประทานพร" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของท่าน ลักษณะเป็นยันต์ภาษาจีน (ยันต์กา) ที่มีความหมายมงคล เชื่อว่าเป็นใบเบิกทางจากสวรรค์ให้เงินทองไหลมาเทมาความหมายของจำนวน "กา" (วงกลมหยดน้ำ) ในผ้ายันต์ จำนวน "กา" ในผ้ายันต์มีความหมายแตกต่างกันไป ผู้บูชาควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการ1 กา: ใช้พกติดตัว ป้องกันภูตผีปีศาจ อำนาจคุณไสย ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย2 กา: เหมาะสำหรับร้านเสริมสวย ร้านนวด หรือสถานบันเทิง ช่วยเรื่องเมตตามหานิยม3 กา: ใช้สำหรับที่พักอาศัย แก้ฮวงจุ้ยที่ไม่ดี กันของต่ำ กันคุณไสย4 กา: เหมาะสำหรับสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม ภัตตาคาร เพิ่มเสน่ห์ดึงดูดลูกค้า5 กา: เหมาะสำหรับโรงเรียน สังฆภัณฑ์ ร้านขายยา เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข6 กา: เหมาะสำหรับร้านขายของชำ ร้านแลกเปลี่ยนเงินตรา เสริมสภาพคล่อง7 กา: เหมาะสำหรับคลินิก ร้านทำฟัน กิจการที่ต้องใช้ความเชื่อถือ8 กา: (ยอดนิยม) เหมาะสำหรับนักธุรกิจ ห้างร้าน โรงงาน เน้นความร่ำรวย มหาลาภ มหาโชค9 กา: เหมาะสำหรับสังฆภัณฑ์ และผู้ปฏิบัติธรรม (ไม่ค่อยพบเห็นทั่วไป)10 กา: เสริมความมั่นคง ฮวงจุ้ยสมบูรณ์แบบ (นิยมติดในสำนักงานใหญ่)วิธีการไหว้เซียนแปะโรงสี ให้ปัง! การไปไหว้ขอพรให้ได้ผล ไม่ใช่แค่ยกมือไหว้แล้วจบ แต่ควรมีการเตรียมตัวและทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง นี่คือวิธีการไหว้เซียนแปะโรงสี ที่คุณทำตามได้ทันทีเตรียมของไหว้ (สามารถหาซื้อได้ที่หน้าวัด)ส้ม: 5 ผล (เป็นผลไม้มงคล หมายถึงความโชคดี)พวงมาลัยดาวเรือง: 1 พวงธูป: 5 ดอก (สำหรับไหว้แปะ)หมากพลู: 1 ชุด (ของโปรดของแปะ)น้ำชาหรือน้ำเปล่า: 1 ขวด/แก้วขนมมงคล: เช่น ขนมเปี๊ยะ (ตามศรัทธา)ห้ามถวายเนื้อวัวโดยเด็ดขาดขั้นตอนการไหว้จุดธูป 5 ดอก: ตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย เจ้าพ่อวัดศาลเจ้า และเซียนแปะโรงสีกล่าวชื่อ-นามสกุล: บอกวันเดือนปีเกิด และที่อยู่ให้ชัดเจนกล่าวคำขอพร: (ควรขอเพียง 1 เรื่องที่สำคัญที่สุด จะเห็นผลไวกว่าขอหว่าน) เช่น "ขอให้ธุรกิจ... มียอดขาย..." หรือ "ขอให้ปลดหนี้จำนวน... ได้ภายใน..."ปักธูป: รอให้ธูปหมดดอก หรือสักพักใหญ่ลาของไหว้: นำส้มกลับไปรับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคลTip: วันที่คนนิยมไปไหว้มากที่สุดคือ วันอาทิตย์ และช่วงเทศกาลตรุษจีน หากใครต้องการความสงบ แนะนำให้ไปวันธรรมดา ช่วงเช้าค่ะบทสวด คาถาบูชาเซียนแปะโรงสี เพื่อการสื่อสารที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น ควรท่อง บทสวดเซียนแปะโรงสีก่อนขอพร โดยตั้งนะโม 3 จบ ก่อน แล้วตามด้วยคาถา ดังนี้:ตั้งนะโม 3 จบ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)คาถาขอพรเซียนแปะโรงสี (โง้วกิมโคย) "เทียน กัว สื่อ ฮก โหงว ลี่ ขอให้ฟ้าประทานพร โชคลาภ ความร่ำรวย รุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว"(สามารถสวดภาษาไทยง่ายๆ แบบนี้ได้เลย เพราะท่านเข้าใจเจตนาของผู้ขอหรือจะใช้บทสวดจีนตามป้ายที่วัดก็ได้เช่นกัน)พิกัดและการเดินทางไปวัดศาลเจ้า จ.ปทุมธานี วัดศาลเจ้า ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศร่มรื่นเดินทางโดยรถส่วนตัว: ปักหมุด Google Maps ว่า "วัดศาลเจ้า ปทุมธานี" ขับไปตามทางด่วนแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด ลงทางลงปทุมธานี ตรงไปเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกทางเข้าวัดชัดเจน มีลานจอดรถให้บริการเดินทางโดยรถสาธารณะ: นั่งรถเมล์สายที่ผ่านท่าน้ำปากเกร็ด แล้วนั่งเรือด่วนเจ้าพระยา หรือเรือข้ามฟากมายังท่าวัดศาลเจ้าได้ (แนะนำให้เช็คตารางเดินเรือล่วงหน้า)แวะเที่ยวตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้า หลังจากไหว้แปะโรงสีเสร็จ อย่าลืมเดินเที่ยว "ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้า" ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องของกินอร่อยมาก!เมนูห้ามพลาด: กุยช่ายเจ๊มล (คิวยาวมาก), ห่อหมกตาเรศ, ก๋วยเตี๋ยวเรือรสเด็ด และขนมไทยโบราณคำถามที่พบบ่อย (FAQ)Q: บนบานศาลกล่าวได้ไหม?A: ได้ค่ะ แต่แนะนำให้ "ขอพร" จะดีกว่า หากสำเร็จแล้ว ให้กลับมาไหว้ขอบคุณท่านด้วยของไหว้ชุดเดิม หรือตามที่ได้สัญญาไว้ เช่น นำส้มมาถวาย 100 ลูก เป็นต้นQ: บูชาวัตถุมงคลรุ่นไหนดี?A: รุ่นยอดนิยมคือ เหรียญรูปไข่ รุ่นแรก ปี 2519 แต่ราคาค่อนข้างสูง สำหรับผู้เริ่มต้น สามารถบูชา รูปถ่ายล็อกเก็ต หรือ ผ้ายันต์ฟ้าประทานพร ที่ทางวัดจัดสร้างในปัจจุบัน ก็มีความศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน เพราะสำคัญที่ศรัทธาและการปฏิบัติตัวของผู้บูชาQ: ห้อยยันต์แปะโรงสีแล้วทำผิดศีลได้ไหม?A: ไม่ควรอย่างยิ่งค่ะ ท่านเป็นผู้ถือศีลกินเจ หากผู้บูชาทำธุรกิจผิดกฎหมาย หรือคดโกงผู้อื่น บารมีท่านย่อมไม่คุ้มครองพลังศรัทธา + ความมานะ = ความสำเร็จ การบูชาเซียนแปะโรงสี ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นที่พึ่งทางใจที่ช่วยสร้างกำลังใจในการต่อสู้กับอุปสรรคทางเศรษฐกิจ ผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการขอพรท่าน ส่วนใหญ่คือผู้ที่ไม่ย่อท้อต่อการทำงาน เมื่อมีกำลังใจดี (จากศรัทธา) และลงมือทำอย่างเต็มที่ (ความเพียร) ความสำเร็จย่อมตามมาแน่นอน หากสุดสัปดาห์นี้คุณยังไม่มีแพลนไปไหน ลองหาเวลาไปกราบไหว้ เซียนแปะโรงสี ที่วัดศาลเจ้าดูสักครั้ง ไม่แน่ว่า... พรจากฟ้าอาจกำลังรอประทานให้คุณอยู่ก็ได้!

บูชาพระแม่กาลี คือใคร ช่วยเรื่องอะไร พร้อมบทสวดและวิธีไหว้

13 มี.ค. 2026

บูชาพระแม่กาลี คือใคร ช่วยเรื่องอะไร พร้อมบทสวดและวิธีไหว้

รู้จัก "พระแม่กาลี" เทวีแห่งการทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย บูชาอย่างไรให้ปัง!หากพูดถึงเทพฮินดูที่มีรูปลักษณ์ดุดัน น่าเกรงขาม และดูน่ากลัวในสายตาของผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษา หลายคนคงนึกถึง "พระแม่กาลี" อย่างแน่นอน ด้วยภาพจำของสตรีที่มีผิวกายสีดำสนิท แลบลิ้นยาว สวมสร้อยคอที่ทำจากหัวกะโหลก และในมือถือดาบพร้อมหัวของอสูร ทำให้บางคนอาจรู้สึกกลัวและไม่กล้าที่จะเข้าใกล้แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูน่าสะพรึงกลัวนั้น พระแม่กาลีเปรียบเสมือน "มารดา" ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความเมตตาต่อบุตรของพระองค์ (ผู้ศรัทธา) พระองค์พร้อมที่จะออกมาปกป้องและทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย อุปสรรค และศัตรูที่เข้ามาทำร้ายผู้ที่ศรัทธาในพระองค์พระแม่กาลี คือใคร? เปิดตำนานเทวีผู้ทรงพลังแห่งจักรวาลพระแม่กาลี คือใคร ตอบได้สั้นๆ ว่า พระองค์คือปางหนึ่งของ "พระแม่อุมาเทวี" (ชายาของพระศิวะ) ที่อวตารลงมาเพื่อปราบอสูรโดยเฉพาะตามตำนานในคัมภีร์ฮินดู เล่าว่ามีอสูรตนหนึ่งชื่อ "อสูรทารุณ" (Raktabija) ที่ได้รับพรวิเศษจากพระพรหมว่า หากเลือดของอสูรตนนี้หยดลงพื้นดินเมื่อใด เลือดทุกหยดจะกลายเป็นอสูรตนใหม่ที่ทรงพลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไม่มีเทพองค์ใดสามารถสังหารอสูรตนนี้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นพระอินทร์ พระพรหม หรือแม้แต่พระนารายณ์เมื่อความเดือดร้อนแผ่ขยายไปทั่วทั้งสามโลก พระแม่อุมาเทวีจึงทนไม่ได้ พระองค์ได้บำเพ็ญตบะจนเกิดเป็นร่างอวตารที่มีความดุร้ายและทรงพลังอำนาจสูงสุด นั่นก็คือ "พระแม่กาลี" ในการต่อสู้ พระแม่กาลีได้ใช้ดาบตัดหัวอสูรทารุณ และเพื่อไม่ให้เลือดหยดลงพื้นดิน พระองค์จึงได้แลบลิ้นที่ยาวและใหญ่โตออกมารองรับเลือดของอสูรและดื่มกินจนหมดสิ้น ทำให้เผ่าพันธุ์ของอสูรทารุณถูกสูญสิ้นไปในที่สุด แต่ด้วยความเมามายในรสเลือดและอารมณ์โกรธที่พุ่งพล่าน พระแม่กาลีได้เต้นรำด้วยความบ้าคลั่งจนโลกเกิดความสั่นสะเทือน ร้อนถึง พระศิวะ ต้องลงมานอนขวางพื้นไว้ เมื่อพระแม่กาลีเผลอเหยียบลงบนยอดอกของพระสวามี พระองค์ก็ตกใจและแลบลิ้นออกมาด้วยความละอายใจ สติจึงกลับคืนมา และโลกก็กลับสู่ความสงบสุขอีกครั้งรูปลักษณ์และสัญลักษณ์ของพระแม่กาลี บ่งบอกถึงอะไร?ในทางปรัชญาของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู รูปลักษณ์ที่ดูดุดันของพระแม่กาลีไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้ผู้คนหวาดกลัว แต่ทุกสัดส่วนล้วนมีความหมายแฝงที่ลึกซึ้งผิวกายสีดำสนิท: หมายถึง ความเป็นนิรันดร์ กาลเวลาที่ไร้จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด สีดำคือสีที่ดูดซับทุกสี เป็นตัวแทนของความว่างเปล่าและสัจธรรมแห่งจักรวาลการแลบลิ้น: หมายถึง ความละอายใจเมื่อรู้ตัวว่าเหยียบลงบนอกของพระศิวะ นอกจากนี้ยังสื่อถึงการดูดกลืนกิเลส ตัณหา และความชั่วร้ายทั้งปวงสร้อยคอหัวกะโหลก 50 หัว: เป็นตัวแทนของตัวอักษรภาษาสันสกฤตทั้ง 50 ตัว สื่อถึงความรู้และภูมิปัญญา นอกจากนี้ยังหมายถึงการทำลายอีโก้ (Ego) หรือความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนกระโปรงที่ทำจากแขนคน: แขนและมือคือสัญลักษณ์ของการกระทำ (กรรม) พระแม่กาลีสวมมันไว้เพื่อปลดปล่อยผู้ศรัทธาออกจากบ่วงกรรมพระหัตถ์ทั้ง 4: มือซ้ายบนถือดาบสัญลักษณ์ของการใช้ปัญญาตัดความโง่เขลามือซ้ายล่างถือหัวอสูร: การตัดขาดจากอีโก้และความลุ่มหลงมือขวาบนทำปางประทานพร: ประทานความสำเร็จและความกล้าหาญมือขวาล่างทำปางห้ามมาร: ปกป้องคุ้มครองผู้ศรัทธาจากภัยอันตรายพระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไร? ทำไมสายมูถึงต้องบูชาหลายคนอาจสงสัยว่าด้วยภาพลักษณ์ที่ดุร้าย พระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไรบ้าง? ขอบอกเลยว่าพุทธคุณ (ตามความเชื่อ) ของพระองค์นั้นครอบคลุมและทรงพลังมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการพลิกฟื้นดวงชะตาและการปกป้องคุ้มครอง ดังนี้1. ขจัดศัตรูและอุปสรรคชิ้นใหญ่หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาที่แก้ไม่ตก มีคู่แข่งทางการค้าที่เล่นไม่ซื่อ หรือมีเพื่อนร่วมงานที่คอยแทงข้างหลัง การขอพรกับพระแม่กาลีจะช่วยปัดเป่าคนพาลและสิ่งกีดขวางเหล่านั้นให้ออกไปจากชีวิต ทำให้ทางเดินของคุณราบรื่นขึ้น2. ป้องกันคุณไสย มนต์ดำ และวิญญาณร้ายด้วยความที่พระองค์คือมหาเทวีผู้ทำลายล้างความชั่วร้าย พลังงานด้านลบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณไสย อาถรรพ์ หรือสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น จะไม่สามารถกล้ำกรายผู้ที่บูชาพระแม่กาลีอย่างศรัทธาได้เลย3. ประทานความกล้าหาญและความมั่นใจสำหรับผู้ที่รู้สึกอ่อนแอ ขาดความมั่นใจ หรือตกอยู่ในสถานะที่ถูกเอาเปรียบ (โดยเฉพาะผู้หญิงที่ถูกรังแก) พระแม่กาลีจะประทานพลังใจ ความกล้าหาญ และความเด็ดขาด เพื่อให้คุณลุกขึ้นสู้และทวงคืนความยุติธรรมให้กับตนเอง4. เสริมดวงการงานและธุรกิจที่กำลังติดขัดใครที่ทำธุรกิจแล้วขาดทุน หรือการงานสะดุด การบูชาพระแม่จะช่วย "ล้าง" พลังงานแย่ๆ และเปิดทางให้กับการเริ่มต้นใหม่ที่ดีกว่าเดิม นำพาความสำเร็จและชัยชนะมาให้เตรียมของไหว้บูชาพระแม่กาลี (ฉบับทำได้ด้วยตัวเอง)การบูชาพระแม่กาลีนั้นเน้นไปที่ความบริสุทธิ์ใจและของถวายที่มี "สีแดง" เป็นหลัก เนื่องจากสีแดงสื่อถึงพลังงาน เลือดของอสูร (กิเลส) และชัยชนะ สิ่งที่ควรเตรียมมีดังนี้ของถวายที่ควรมี:ดอกไม้สีแดง เช่น ดอกชบาแดง (พระองค์โปรดปรานมากที่สุด), ดอกกุหลาบแดง หรือดอกบัวแดงน้ำเปล่า และ น้ำหวานสีแดงผลไม้สีแดง หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว (นิยมใช้มะนาวเสียบพวงมาลัยถวาย), ทับทิม, แอปเปิ้ลแดงขนมหวานที่ไม่มีส่วนผสมของไข่และเนื้อสัตว์ (ห้ามเด็ดขาด)กำยาน หรือ ธูป (แนะนำให้ใช้กลิ่นเครื่องเทศ กลิ่นมะลิ หรือกลิ่นจันทน์หอม)น้ำมันงา สำหรับจุดประทีปข้อห้ามในการถวายของ:ห้ามถวายเนื้อสัตว์ทุกชนิด (แม้ในตำนานจะกล่าวถึงการดื่มเลือด แต่ในการบูชาของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในปัจจุบัน เน้นความบริสุทธิ์และละเว้นการเบียดเบียนสัตว์)ห้ามถวายของมึนเมาวิธีบูชาและขั้นตอนการขอพรที่ถูกต้องชำระร่างกาย: อาบน้ำ ล้างมือ ล้างหน้าให้สะอาด และทำจิตใจให้สงบก่อนเริ่มพิธีบูชาพระพิฆเนศก่อนเสมอ: ตามกฎของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ต้องสวดบูชาพระพิฆเนศเป็นอันดับแรกเสมอ (โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา - 3 จบ)ถวายของบูชา: นำดอกไม้ น้ำแดง ผลไม้ และขนม วางถวายที่หน้าหิ้งหรือรูปปั้นของพระแม่กาลีจุดธูปหรือกำยาน: ถวายแสงสว่างและกลิ่นหอมสวดมนต์บูชาพระแม่กาลี: ตั้งสมาธิ มองไปที่พระพักตร์ของพระองค์ (หรือบริเวณดวงตาที่สาม) แล้วเริ่มสวดมนต์การขอพร: บอกชื่อ-นามสกุลของคุณอย่างชัดเจน เล่าปัญหาที่คุณกำลังเผชิญ และขอให้พระองค์ช่วยปัดเป่าอุปสรรคข้อแนะนำ: ควรขอพรในสิ่งที่ถูกต้องและมีศีลธรรม ไม่ควรขอให้พระองค์ไปทำร้ายใครที่ไม่ได้ทำผิดต่อเราพระแม่กาลี บทสวด และคาถาบูชาเพื่อการเชื่อมต่อพลังงานที่ทรงพลานุภาพ นี่คือ พระแม่กาลี บทสวดที่นิยมใช้กัน คุณสามารถเลือกสวดบทใดบทหนึ่งตามความสะดวก แต่สิ่งสำคัญคือสมาธิและความศรัทธาบทสวดแบบสั้น“โอม กาลี มาตา นะมะฮา”บทสวดแบบยาว“โอม ศรี มาฮา กาลี เก ไนะมะฮาโอม กาลี กาลี กาลี ฮารา ฮารา ฮาราศักติ มาฮาเทวี คาลีมาทาอปัทยามิ สารณังคัชชามิ”ความหมายของบทสวด: ขอนอบน้อมแด่พระแม่กาลี ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ความเป็นสิริมงคล ผู้ปกป้องคุ้มครองจากภัยอันตราย ผู้ทรงสวมสร้อยหัวกะโหลก ขอนอบน้อมแด่พระแม่ทุรคา ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาให้อภัย พระแม่ผู้เป็นที่พึ่งพา ขอนอบน้อมแด่พระองค์ด้วยความเคารพอย่างสูงสุดสถานที่ไหว้พระแม่กาลีในประเทศไทย ที่สายมูต้องไปเยือนหากคุณไม่มีหิ้งบูชาที่บ้าน หรือต้องการไปรับพลังงานบวกในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในประเทศไทยมีสถานที่ประดิษฐานองค์พระแม่กาลีที่ได้รับความนิยม ดังนี้วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม)สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่ง ศูนย์รวมความศรัทธาของชาวฮินดูและสายมูในไทย ภายในประดิษฐานองค์พระแม่กาลีที่ทรงความศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง (คำแนะนำ: ควรแต่งกายสุภาพ และปฏิบัติตามกฎของวัดอย่างเคร่งครัด)วิหารพระแม่กาลี พัทยาอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้คนนิยมไปกราบไหว้ขอพร โดยเฉพาะเรื่องการปลดหนี้ ขจัดศัตรู และขอความเจริญก้าวหน้าในธุรกิจศาลพระทักษิณกาลี (เทวาลัยศิวะมหาเทพ ขอนแก่น)สำหรับชาวอีสานที่ต้องการไปกราบไหว้ขอพรพระแม่กาลีโดยไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯจากทั้งหมดที่กล่าวมา คงจะช่วยคลายข้อสงสัยได้แล้วว่า พระแม่กาลี คือใคร และ พระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไร พระองค์ไม่ใช่เทพแห่งความโหดร้ายตามที่หลายคนหวาดกลัว แต่ทรงเป็น "มารดาแห่งจักรวาล" ที่พร้อมจะกลายร่างเป็นนักรบผู้แข็งแกร่งเพื่อปกป้องลูกๆ ของพระองค์จากภัยอันตราย ความชั่วร้าย และความอยุติธรรมทั้งปวง การหมั่นสวดมนต์ พระแม่กาลี บทสวด พร้อมกับการลงมือทำหน้าที่ของตนเองอย่างซื่อสัตย์สุจริต จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พระองค์ประทานพรแห่งชัยชนะและความสำเร็จมาสู่ชีวิตคุณได้อย่างแน่นอน

พระสังกัจจายน์ บูชาอย่างไรให้รวย? ประวัติ วิธีบูชาและวัดดัง 2569

14 ก.พ. 2026

พระสังกัจจายน์ บูชาอย่างไรให้รวย? ประวัติ วิธีบูชาและวัดดัง 2569

ประวัติพระสังกัจจายน์ คือใคร? รวมวิธีบูชาขอโชคลาภ เคล็ดลับเรียกทรัพย์ และลายแทงพระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุดในไทย อ่านจบรู้วิธีบูชาให้เห็นผลทันตา!"พระสังกัจจายน์" บูชาอย่างไรให้รวย? เปิดตำนานมหาเถระผู้บันดาลโชคลาภและปัญญาหากพูดถึงสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ความอุดมสมบูรณ์ และความโชคดีในทางพุทธศาสนา ภาพของพระพุทธรูปที่มีลักษณะอ้วนท้วนสมบูรณ์ ใบหน้ายิ้มแย้ม และดูเปี่ยมไปด้วยเมตตาคงเป็นภาพที่หลายคนคุ้นตาเป็นอย่างดี ซึ่งเราเรียกท่านว่า "พระสังกัจจายน์" ในปัจจุบัน การบูชาพระสังกัจจายน์กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ประกอบธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้า และนักลงทุน เนื่องจากเชื่อกันว่าท่านเป็น "เทพเจ้าแห่งโชคลาภ" ที่สามารถประทานพรให้เงินทองไหลมาเทมา แต่ความจริงแล้วท่านไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความรวยเท่านั้นพระสังกัจจายน์ คือใคร? เปิดตำนานพระอัครสาวกผู้เลิศด้วยปัญญาหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าท่านเป็นเพียงเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวจีน แต่ในความเป็นจริง พระสังกัจจายน์ (หรือ พระมหากัจจายนะ) เป็นพระอรหันต์สาวกองค์สำคัญในสมัยพุทธกาล ท่านประสูติในตระกูลพราหมณ์ชั้นสูง และเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกอย่างหาตัวจับยากเหตุผลที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องให้ท่านเป็น "เอตทัคคะ" (ผู้เป็นเลิศ) ในด้านการขยายความย่อให้พิสดาร เป็นเพราะท่านมีปัญญาที่ปราดเปรื่อง สามารถอธิบายข้อธรรมะที่สั้นและยาก ให้คนทั่วไปเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งและง่ายดาย ทำให้มีผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมากจากการฟังธรรมของท่านทำไมท่านถึงต้องมีรูปร่างอ้วน?นี่คือประเด็นที่น่าสนใจที่สุด ตามตำนานระบุว่า เดิมทีพระสังกัจจายน์เป็นผู้ที่มีรูปงามมาก ผิวกายเหลืองทองอร่ามดั่งทองคำ จนมีเหตุการณ์ที่ทำให้คนเข้าใจผิดบ่อยครั้งคนเข้าใจผิดว่าเป็นพระพุทธเจ้า: ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างาม ทำให้แม้แต่เทวดาและมนุษย์มักเข้าใจผิดว่าท่านคือพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งตำนานของโสเรยยะ: มีเรื่องเล่าว่าเศรษฐีหนุ่มชื่อโสเรยยะ เห็นพระสังกัจจายน์แล้วเกิดอกุศลจิต คิดว่า "ถ้าพระองค์นี้เป็นภรรยาเราคงจะดีไม่น้อย" ด้วยบาปกรรมนั้นทำให้เขาตัวกลายเป็นผู้หญิงทันทีด้วยความที่ท่านเป็นผู้มีความกตัญญูและมุ่งหวังในธรรมอย่างแท้จริง ท่านจึงอธิษฐานจิตเนรมิตร่างกายของตนให้อ้วนท้วน พุงพลุ้ย เพื่อไม่ให้ใครมาหลงใหลในรูปโฉมภายนอก และให้ผู้คนหันมาสนใจ "ธรรมะ" ที่ท่านสั่งสอนแทน แต่นั่นกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความ "อิ่มหนำสำราญ" และความไม่มีที่สิ้นสุดของโชคลาภในภายหลังถอดรหัสพุทธลักษณะ ความหมายที่ซ่อนอยู่ใต้ความสมบูรณ์การที่เราเห็นองค์พระสังกัจจายน์มีลักษณะพุงพลุ้ยและยิ้มแย้มนั้น ไม่ได้เป็นเพียงศิลปะที่สวยงาม แต่มีความหมายทางธรรมแฝงอยู่ดังนี้พุงที่ใหญ่โต: สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ การมีกินมีใช้ไม่ขัดสน และความใจกว้างราวกับมหาสมุทรที่รองรับความทุกข์ของมนุษย์ได้ใบหน้ายิ้มแย้ม: สื่อถึงความเมตตาปราณี การปล่อยวางจากความทุกข์ และความสุขที่เกิดจากภายในการนั่งที่มั่นคง: สื่อถึงความมั่งคั่งที่ยั่งยืน ไม่สั่นคลอนง่ายๆ ตามสภาวะเศรษฐกิจเปิดโผ "พระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุด" ในประเทศไทยที่สายมูต้องไปสำหรับใครที่กำลังมองหาพิกัดเพื่อไปกราบไหว้ขอพร วันนี้เราคัดสรรสถานที่ที่ได้ชื่อว่ามี พระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุด และมีผู้คนไปแก้บนบ่อยที่สุดมาให้แล้วค่ะ1. วัดสังกระจายวรวิหาร กรุงเทพฯ (เขตบางกอกใหญ่)ถ้าพูดถึงต้นตำรับต้องที่นี่เลยค่ะ วัดนี้มีความเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ภายในวิหารประดิษฐานพระสังกัจจายน์องค์เก่าแก่ที่มีพุทธลักษณะงดงามมาก เชื่อกันว่าใครที่ติดขัดเรื่องการเงิน หรือทำธุรกิจแล้วติดลบ หากมาขอพรที่นี่มักจะเกิดปาฏิหาริย์ให้พบทางออกเสมอ2. วัดปากน้ำ ภาษีเจริญนอกจากหลวงพ่อสดที่เป็นที่เคารพรักแล้ว ที่วัดปากน้ำยังมีพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ผู้คนนิยมไปกราบไหว้เพื่อขอให้ชีวิตมีความสุข ความเจริญ และขอโชคลาภจากการทำงาน3. วัดโสธรวรารามวรวิหาร (ฉะเชิงเทรา)แม้คนจะไปไหว้หลวงพ่อโสธรเป็นหลัก แต่ภายในบริเวณวัดมีองค์พระสังกัจจายน์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน หลายคนมักไปขอพรเรื่องบุตร หรือขอให้ครอบครัวมีความร่มเย็นเป็นสุข4. วัดทุ่งเศรษฐี จ.สมุทรปราการที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการ "แก้เคล็ดเงินทอง" โดยเฉพาะพระสังกัจจายน์ที่นี่มีการออกแบบมาเพื่อดึงดูดทรัพย์โดยเฉพาะ ใครที่เป็นเจ้าของกิจการมักจะเดินทางมามูที่นี่เป็นจำนวนมากวิธีบูชาพระสังกัจจายน์ให้เห็นผลทันตาการบูชาพระสังกัจจายน์ไม่ใช่เพียงการวางท่านไว้บนหิ้งแล้วจบไป แต่มีเคล็ดลับการบูชาที่ช่วยส่งเสริมพลังงานด้านบวก ดังนี้1. การเลือกตำแหน่งวางองค์ท่านควรวางในที่ที่มองเห็นได้ง่าย เช่น ห้องรับแขก หรือหน้าร้านค้าทิศที่เหมาะสมที่สุดคือ ทิศตะวันออก (ทิศแห่งความเจริญ) หรือ ทิศเหนือ (ทิศแห่งโชคลาภ)ข้อควรระวัง: ห้ามวางพระสังกัจจายน์ไว้ในที่อับ พื้นห้องน้ำ หรือใต้คานบ้าน เพราะจะทำให้โชคลาภถูกกดทับ2. ของไหว้ที่ท่านโปรดธูป 3 ดอก: เพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ดอกไม้สีขาวหรือสีเหลือง: เช่น ดอกบัว (ความบริสุทธิ์) หรือดอกดาวเรือง (ความเจริญรุ่งเรือง) 7ดอกน้ำสะอาด: ต้องเปลี่ยนทุกวัน ห้ามปล่อยให้น้ำแห้งแก้วเด็ดขาด เพราะเปรียบเสมือนกระแสเงินทองที่ต้องไหลเวียนผลไม้มงคล: ส้ม 4 ผล (สื่อถึงความโชคดี), สับปะรด (สื่อถึงการมีตาสับปะรดมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ)3. เคล็ดลับการขอพรมีเคล็ดลับหนึ่งที่บอกต่อกันมาในหมู่ผู้บูชา"ขณะที่อธิษฐานขอพร ให้ใช้มือลูบที่ท้องขององค์พระสังกัจจายน์ โดยลูบวนเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ พร้อมตั้งจิตให้มั่นขอให้ทรัพย์สินเงินทองไหลเข้าพุงเราเหมือนที่ไหลเข้าพุงท่าน"คาถาบูชาพระสังกัจจายน์ก่อนสวดคาถา ให้ตั้งนะโม 3 จบ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย“กัจจานะจะมหาเถโร พุทโธ พุทธานัง พุทธะตัง พุทธัญจะ พุทธะสุภา สิตัง พุทธะตังสะมะนุปปัตโต พุทธะโชตัง นะมามิหัง ปิโยเทวะ มะนุสสานัง ปิโยพรหม นะมุตตะโม ปิโยนาคะ สุปันนานัง ปิยินทะริยัง นะมามิหัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ปุริโสชะนา อิถีชะนา ราชาภาคินิ จิตตัง อาคัจฉาหิ ปิยังมะมะฯ”สวดบทนี้เป็นประจำทุกเช้าก่อนเปิดร้าน หรือก่อนเริ่มทำงาน จะช่วยสร้างสมาธิและดึงดูดพลังงานที่ดีเข้ามาในชีวิตพระสังกัจจายน์ ประสบการณ์ จากผู้บูชาจริง: ปาฏิหาริย์ที่เกิดจากความศรัทธาเรื่องราวประสบการณ์ของผู้บูชาพระสังกัจจายน์นั้นมีมากมาย แต่ที่โดดเด่นที่สุดมักจะเป็นเรื่องของ "การปลดหนี้" และ "โอกาสทางธุรกิจ"ประสบการณ์ที่ 1: เจ้าของธุรกิจออนไลน์ คุณเอ (นามสมมติ) เคยประสบปัญหาคลังสินค้าล้นแต่ขายไม่ออก หลังจากได้เช่าบูชาพระสังกัจจายน์มาประดิษฐานและทำตามเคล็ดลับการลูบท้องพระทุกเช้า พร้อมทั้งสวดมนต์สม่ำเสมอ ปรากฏว่าภายในเดือนเดียว มีตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่เข้ามาติดต่อขอรับของไปกระจายทั้งหมด จนสามารถปิดหนี้ธนาคารได้ในเวลาอันรวดเร็วประสบการณ์ที่ 2: พนักงานบริษัทที่มองหาทางเลือก คุณบี (นามสมมติ) บูชาพระสังกัจจายน์เพราะต้องการความสบายใจ แต่ท่านกลับประทานปัญญาให้เห็นช่องทางทำอาชีพเสริม ซึ่งปัจจุบันรายได้จากอาชีพเสริมนั้นมากกว่างานประจำไปแล้ว คุณบีเชื่อว่านั่นคือ "ปัญญา" ที่พระสังกัจจายน์ประทานให้ ไม่ใช่แค่ดวงดีเพียงอย่างเดียวข้อปฏิบัติและข้อห้ามในการบูชาพระสังกัจจายน์เพื่อให้การบูชาเกิดผลสูงสุดและไม่เป็นการลบหลู่ มีข้อควรระวังดังนี้รักษาความสะอาด: หิ้งพระต้องไม่มีฝุ่นเกาะ เพราะความสกปรกคืออุปสรรคของโชคลาภห้ามถวายเนื้อสัตว์: ควรเป็นผลไม้ น้ำสะอาด หรือขนมหวานที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ เนื่องจากท่านเป็นพระอรหันต์จิตใจต้องสะอาด: การขอพรจะเห็นผลเร็วที่สุดหากผู้ขอมีใจเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และไม่คิดคดโกงใคร เพราะพระสังกัจจายน์คือตัวแทนของความเมตตา หากใจเราตรงกับท่าน พรนั้นจะสำเร็จโดยง่ายพลังแห่งศรัทธาที่มาพร้อมกับปัญญาการศึกษาว่า พระสังกัจจายน์ คือใคร และการตามหาว่า พระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุด อยู่ที่ไหน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางมหาเศรษฐี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำ "ธรรมะ" ของท่านมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ความอ้วนท้วนของท่านสอนให้เรารู้จักความพอดี ความยิ้มแย้มสอนให้เรามีสติรับมือกับปัญหา และปัญญาของท่านสอนให้เรามองหาโอกาสในทุกวิกฤตหากคุณมีความศรัทธาและลงมือทำอย่างเต็มที่ พลังจากองค์พระสังกัจจายน์จะช่วยเกื้อหนุนให้ความพยายามของคุณผลิดอกออกผลเป็นความมั่งคั่งอย่างแน่นอน

อยากมีโชคลาภ เงินทองไม่ขาดมือ ต้องบูชาพระสิวลี! เจาะลึกประวัติ พระสิวลี ช่วยเรื่องอะไร เป็นเลิศด้านใด พร้อมแจกคาถาและวิธีบูชาที่นี่

13 ก.พ. 2026

อยากมีโชคลาภ เงินทองไม่ขาดมือ ต้องบูชาพระสิวลี! เจาะลึกประวัติ พระสิวลี ช่วยเรื่องอะไร เป็นเลิศด้านใด พร้อมแจกคาถาและวิธีบูชาที่นี่

พระสิวลี บูชาอย่างไรให้รวย? เปิดประวัติ วิธีไหว้ และคาถามหาลาภพระสิวลี มหาลาภ บูชาอย่างไรให้รวย? เปิดตำนานพระอรหันต์แห่งโชคลาภที่ครองใจชาวพุทธในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนทางการเงิน หลายคนมองหาที่พึ่งทางใจเพื่อเสริมสร้างสิริมงคลและความมั่นใจในการทำมาหากิน หากจะกล่าวถึงพระอรหันต์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดแห่งโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์ ชื่อของ “พระสิวลี” มักจะเป็นชื่อแรกที่คนไทยนึกถึงเสมอเรามักจะเห็นรูปเคารพของท่านในลักษณะพระธุดงค์ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาบารมี แต่ทราบหรือไม่ว่าทำไมท่านถึงได้รับยกย่องเช่นนี้? แล้ว พระสิวลี ช่วยเรื่องอะไร กันแน่? บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกแง่มุม ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา ความเชื่อไปจนถึงเคล็ดลับการบูชา พระสิวลี มหาลาภ ให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดพระสิวลี คือใคร? ย้อนรอยประวัติเอตทัคคะผู้เลิศด้วยลาภสักการะตามพุทธประวัติ พระสิวลีเถระ คือพระโอรสของพระนางสุปปวาสา ราชธิดาแห่งโกลิยวงศ์ ความอัศจรรย์ของท่านเริ่มต้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา โดยท่านอาศัยอยู่ในครรภ์นานถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ซึ่งเป็นผลมาจากวิบากกรรมในอดีตชาติ แต่ทว่าในความยากลำบากนั้น กลับมีความเป็นมงคลซ่อนอยู่ เพราะนับตั้งแต่ท่านมาปฏิสนธิ พระมารดาก็กลายเป็นผู้ที่มีลาภสักการะไหลมาเทมาอย่างไม่ขาดสายเมื่อท่านประสูติออกมาและได้อุปสมบทเป็นสาวกในพุทธศาสนา ท่านได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์อย่างรวดเร็ว และได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าให้เป็น “เอตทัคคะในทางผู้มีลาภมาก” ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสูงสุดที่พระภิกษุรูปหนึ่งจะพึงได้รับในด้านของโชคลาภพระสิวลี เป็นเลิศด้านใด?หากถามว่า พระสิวลี เป็นเลิศด้านใด คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ "การได้รับลาภสักการะโดยไม่มีที่สิ้นสุด" ในสมัยพุทธกาล มีเรื่องเล่าว่าครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าทรงพาสาวก 500 รูป เดินทางผ่านป่าทึบและทุรกันดารที่ไม่มีบ้านเรือนคนอาศัยอยู่เลย พระอานนท์ทรงวิตกว่าพระสงฆ์จะขาดแคลนภัตตาหาร แต่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า "ไม่ต้องกังวล เพราะมีสิวลีร่วมเดินทางไปด้วย" และก็เป็นจริงตามนั้น เพราะเทวดาทั้งหลายต่างพากันเนรมิตที่พักและอาหารมาถวายพระสิวลีและคณะสงฆ์ตลอดเส้นทาง นี่คือเครื่องยืนยันถึงบุญบารมีอันยิ่งใหญ่ของท่านพระสิวลี ช่วยเรื่องอะไร? ทำไมคนทำธุรกิจต้องบูชาสำหรับคนทำงาน พ่อค้าแม่ค้า หรือนักธุรกิจ การบูชาพระสิวลีไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อเรื่องงมงาย แต่เป็นการน้อมนำเอาสิริมงคลมาสู่ชีวิต โดยอานิสงส์หลัก ๆ ที่ผู้บูชาจะได้รับมีดังนี้เสริมดวงด้านการเงิน : ช่วยให้เงินทองไหลมาเทมา มีใช้ไม่ขาดมือ ไม่ติดขัดเมตตามหานิยม : ไปที่ไหนก็มีแต่คนรักใคร่ อยากช่วยเหลือสนับสนุน เป็นที่เอ็นดูของผู้ใหญ่การค้าขายรุ่งเรือง : ช่วยดึงดูดลูกค้า ทำให้การเจรจาธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ปิดการขายได้ง่ายขึ้นความแคล้วคลาดปลอดภัย : ในฐานะพระธุดงค์ ท่านยังช่วยคุ้มครองผู้ที่เดินทางบ่อยให้ปลอดภัยจากอันตรายความอุดมสมบูรณ์ : เชื่อกันว่าผู้ที่บูชาพระสิวลีอย่างถูกวิธี จะ "ไม่มีคำว่าอด" ชีวิตจะพรั่งพร้อมไปด้วยปัจจัยสี่เจาะลึกปางต่างๆ ของพระสิวลี มหาลาภพระสิวลีที่นิยมบูชากันในปัจจุบันมีหลายลักษณะ ซึ่งแต่ละปางแฝงไปด้วยความหมายที่แตกต่างกันดังนี้1. พระสิวลีปางธุดงค์ (ปางยืน)เป็นรูปลักษณ์ที่เราเห็นบ่อยที่สุด ท่านจะอยู่ในท่าเดิน ถือไม้เท้า แบกกลด และสะพายบาตรความหมาย: สื่อถึงความคล่องตัว การไม่อยู่กับที่ และการเดินทางไปที่ใดก็มีแต่คนต้อนรับเหมาะสำหรับ: เซลส์ขายของ นักเดินทาง หรือคนที่ต้องออกไปพบปะลูกค้าเป็นประจำ2. พระสิวลีปางสมาธิหรือนั่งรับทรัพย์เป็นปางที่ท่านนั่งสงบนิ่ง มือวางซ้อนกันความหมาย: สื่อถึงลาภผลที่มาอย่างสงบ มั่นคง และยาวนานเหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการความมั่นคงในหน้าที่การงานและการเงินในระยะยาว3. พระสิวลีปางจกบาตร (ปางนั่งฉันอาหาร)ท่านจะอยู่ในท่าประทับนั่ง มือข้างหนึ่งจกไปในบาตร และมีหน้าตาที่อิ่มเอิบความหมาย: สื่อถึงความกินดีอยู่ดี มีกินมีใช้ตลอดเวลา ลาภผลเข้าหาตัวโดยไม่ต้องออกไปไขว่คว้าให้เหนื่อยแรงเหมาะสำหรับ: ตั้งไว้ที่ร้านค้า เคาน์เตอร์เก็บเงิน หรือที่บ้านเพื่อความอุดมสมบูรณ์วิธีบูชาพระสิวลีให้เห็นผลทันตาการบูชาให้ได้ผล ไม่ใช่แค่มีองค์ท่านตั้งไว้ แต่ต้องทำด้วยจิตที่เลื่อมใสและถูกวิธีนี่คือขั้นตอนการบูชาที่เหล่าศิษย์สายตรงแนะนำการจัดตั้งหิ้งบูชาตำแหน่ง: ควรตั้งพระสิวลีไว้ในที่สะอาด หากเป็นบ้านควรให้ท่านหันหน้าออกไปทางประตูทางเข้าหลักความสูง: ควรวางไว้ต่ำกว่าพระพุทธรูปเสมอ แต่สูงกว่าระดับเอวขึ้นไปทิศทาง: ทิศตะวันออกหรือทิศเหนือถือเป็นทิศที่เป็นมงคลที่สุดของที่ใช้ในการถวาย (เครื่องสักการะ)การบูชาท่านไม่ได้ต้องการความหรูหรา แต่เน้นที่ความสม่ำเสมอน้ำสะอาด 1 แก้ว: ต้องเปลี่ยนทุกวันอย่าให้ขาดดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม: เช่น ดอกมะลิ หรือดอกบัว 3-5 ดอกธูป 3 ดอก และเทียน 1 คู่: สำหรับการจุดเพื่อทำสมาธิสวดมนต์น้ำผึ้ง: ถือเป็นของโปรดของพระสิวลี (ถวายวันพฤหัสบดีจะดีมาก)วันและเวลาที่เหมาะสมนิยมเริ่มบูชาครั้งแรกใน วันพฤหัสบดี (วันครู) หรือ วันอาทิตย์ (วันแห่งโชคลาภ) เวลาเช้าเป็นเวลาที่ดีที่สุดเพื่อให้จิตใจผ่องใสพร้อมรับทรัพย์คาถาบูชาพระสิวลี มหาลาภก่อนสวดคาถาใด ๆ ให้ตั้ง "นะโม 3 จบ" เพื่อเป็นการนอบน้อมต่อพระพุทธเจ้าก่อนเสมอ จากนั้นจึงสวดคาถาหลักดังนี้พระคาถาบูชาพระสิวลี” สีวะลี มะหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทาฯสิวสีจะ มะหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทาฯสิวะลีเถระคุณังเอตัง โสตถุลาภัง ภะวันตุฯ “เคล็ดลับพิเศษ: ทำไมบางคนบูชาแล้วได้ผลเร็ว บางคนได้ผลช้า?นี่คือ Checklist สำคัญที่คุณต้องสำรวจเพื่อให้พลังแห่ง พระสิวลี มหาลาภ ส่งผลต่อคุณได้เต็มที่การรักษาศีล 5: โดยเฉพาะข้อ "อทินนาทานา" (ไม่ลักทรัพย์) พระสิวลีท่านเป็นผู้มีลาภบริสุทธิ์ หากเรายังโกงคนอื่นหรือประกอบมิจฉาชีพ ลาภจากท่านจะเข้าหาเราได้ยากการเป็นผู้ให้: เคล็ดลับของการมีลาภมากคือ "การให้ทาน" ท่านควรทำบุญใส่บาตร หรือบริจาคทานตามกำลังศรัทธาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการ "เปิดทาง" ให้ลาภใหม่ไหลเข้ามาน้ำผึ้งอย่าให้ขาด: มีความเชื่อว่าการถวายน้ำผึ้งแท้ในวันพฤหัสบดี จะช่วยให้ชีวิตมีความหวานชื่นและโชคลาภเข้ามาง่ายขึ้นเป็นพิเศษทำงานด้วยความขยัน: พระสิวลีช่วยเปิดโอกาสและดวงชะตา แต่คุณต้องเป็นคนลงมือทำ "โชค" มักจะมาหาคนที่ "พร้อม" เสมอการบูชา พระสิวลี ไม่ใช่เรื่องของการรอคอยปาฏิหาริย์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการน้อมนำเอาแบบอย่างของพระอรหันต์ผู้มีบุญบารมีสูงส่งมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำความดี เมื่อคุณมีความศรัทธาที่ถูกต้อง (สัมมาทิฐิ) ประกอบกับการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และขยันหมั่นเพียร อานุภาพแห่ง พระสิวลี มหาลาภ จะช่วยเกื้อหนุนให้ชีวิตของคุณพบกับความรุ่งเรืองและไม่ขัดสนอีกต่อไป

Recap

เพิ่งค้นพบตัวเองในวัย 33 ปี l CLUB PRIDE DAY inside EP.15 ไบรโอนี่ ไบรอัน ตัน

11 มี.ค. 2026

เพิ่งค้นพบตัวเองในวัย 33 ปี l CLUB PRIDE DAY inside EP.15 ไบรโอนี่ ไบรอัน ตัน

จาก “ไบรอัน ตัน” สู่ “ไบรโอนี่ ตัน” ชีวิตที่กล้าเปลี่ยนเพื่อเป็นตัวเองความรักที่เหมือน “น้ำ” ที่ไหลไปตามความรู้สึก ไบรโอนี่เปรียบความรักของตัวเองว่า “เหมือนน้ำ” และจริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้นที่เป็นเหมือนน้ำ แต่ตัวไบรโอนี่เองก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน ไบรโอนี่เป็นคนอินกับความรักมาก เวลาอยู่ในความสัมพันธ์ ไบรโอนี่สามารถไหลไปตามอีกฝ่ายได้เสมอ น้ำมีหลายอุณหภูมิ บางครั้งก็เย็น สงบ อ่อนโยน แต่บางครั้งก็ร้อนจนถึงจุดเดือด ความรักของไบรโอนี่จึงเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์และความรู้สึกในแต่ละช่วงเวลาปมในใจที่ทำให้ไบรโอนี่หลงลืมความฝัน ความฝันในวัยเด็กของไบรโอนี่คือการเป็นนักร้อง และมี “ทาทา ยัง” เป็นไอดอลที่อยากเติบโตขึ้นไปเป็นแบบนั้น แต่ไบรโอนี่ยอมรับว่าตัวเองมีปมเรื่องการร้องเพลง เพราะทุกครั้งที่ไปออดิชั่นมักไม่เคยผ่านรอบแรก ทั้งที่ไบรโอนี่มั่นใจในศักยภาพของตัวเอง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ไบรโอนี่ตกรอบจากเวทีประกวดรายการหนึ่งในวันเดียวกับที่ไปประกวดร้องเพลงในมหาวิทยาลัย แต่กลับคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มาได้ เหตุการณ์นั้นจึงกลายเป็นคำถามในใจว่า “ตกลงไบรโอนี่ดีพอไหม” เมื่อเวลาผ่านไป ไบรโอนี่หันไปโฟกัสงานอื่น กลายเป็นคนทำงานหนัก รับหลายโปรเจกต์จนเริ่มนอนไม่หลับ ก่อนจะตัดสินใจปรึกษาจิตแพทย์ และค้นพบว่าความอึดอัดทั้งหมดเกิดจากความฝันที่ยังไม่ได้ทำ ไบรโอนี่จึงตัดสินใจว่า “ถ้าอยากเป็นอะไร ต้องลงมือทำเอง” และเริ่มทำเพลงจากมือถือเพียงเครื่องเดียว ศึกษาทุกอย่างด้วยตัวเอง จนผลงานได้รับการตอบรับอย่างดีแรงกดดันของการเป็นลูกชาย ไบรโอนี่เติบโตมาในครอบครัวเชื้อสายจีน คุณพ่อเป็นชาวสิงคโปร์ และมีความคาดหวังสูงกับการมี “ลูกชาย” หลังจากสูญเสียลูกชายคนแรกไป ความคาดหวังทั้งหมดจึงมาทับถมอยู่ที่ไบรโอนี่ ความกดดันนั้นเหมือนการถูกวางกรอบให้ต้องเป็น “ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน” แม้ครอบครัวของไบรโอนี่ค่อนข้างเคร่งครัด แต่คุณแม่จะเป็นคนที่คอยซัพพอร์ตและให้อิสระในการเลือกเส้นทางชีวิต แม้ฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยมาก แต่คุณแม่ก็เลี้ยงลูกด้วยหัวใจนักสู้ ไบรโอนี่สนิทกับคุณแม่มาก คุยกันแทบทุกเรื่อง วันที่ไบรโอนี่ตัดสินใจคัมเอาต์ บอกแม่ว่าไบรโอนี่มีแฟนและแฟนเป็นผู้ชาย คุณแม่ก็ช็อกในตอนแรก แต่สุดท้ายก็พูดประโยคที่ไบรโอนี่ไม่มีวันลืม “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นลูกชายก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ ขอแค่เป็นคนดีของสังคม” แม้คุณแม่จะต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่บ้าง แต่ความรักของคุณแม่ที่มีต่อไบรโอนี่ไม่เคยลดลงเลยMiss Fabulous เวทีที่ไบรโอนี่ต้องสู้จนสุดแรง ชีวิตของไบรโอนี่ไม่เคยง่าย โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นโปรเจกต์ “Miss Fabulous” ที่เกิดจากความชอบดูการประกวดนางงาม จนไบรโอนี่ตั้งคำถามว่า ทำไมเวทีของผู้หญิงกับทรานส์เจนเดอร์ต้องแยกจากกัน ทั้งสองกลุ่มก็น่าจะสามารถแข่งขันร่วมกันในฐานะ Beauty Queen ได้ แม้จะเริ่มต้นโดยแทบไม่มีต้นทุน มีเพียงช่องยูทูบและความตั้งใจ ไบรโอนี่ก็สร้างรายการเรียลลิตี้ขึ้นมาเอง ความท้าทายสำคัญคือการแย่งพื้นที่สื่อจากเวทีใหญ่ ๆ จึงต้องสร้างจุดยืนของเวทีให้ชัดเจน ภายใต้แนวคิดคำว่า “Fabulous” ที่ไม่ได้ตัดสินกันแค่ความสวย แต่รวมถึงความฉลาด มารยาท บุคลิก เทสต์แฟชั่น และตัวตนของผู้เข้าประกวด แม้จะมีดราม่าเกิดขึ้นระหว่างทาง ไบรโอนี่ก็เลือกนิ่งและเดินหน้าพัฒนาเวทีต่อไปจากรัก 15 ปี สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิต สเปกในใจของไบรโอนี่คือผู้ชายสไตล์ Sugar Daddy ที่มีความเป็นผู้ใหญ่และสามารถดูแลกันได้ ความรักครั้งล่าสุดของไบรโอนี่กินเวลานานถึง 15 ปี ตั้งแต่อายุ 19 ถึง 33 ปี จนเรียกได้ว่าเป็นความรักครึ่งชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองคนเติบโตและเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย ทำให้ความสัมพันธ์ต้องจบลง แม้ไบรโอนี่จะเป็นฝ่ายตัดสินใจบอกเลิกเพราะไม่อยากอยู่ในความสัมพันธ์ที่อึดอัด แต่ก็ยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดมาก อย่างไรก็ตาม ความรักครั้งนี้ได้สอนบทเรียนสำคัญให้ไบรโอนี่รู้จักตัวเองมากขึ้น และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต จนค้นพบตัวตนที่แท้จริงและก้าวมาเป็น “ไบรโอนี่” ในวันนี้อย่างมั่นใจอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ หลายคนมองว่าไบรโอนี่เป็นคนอ่อนโยน ซึ่งไบรโอนี่ก็ยอมรับและชอบในบุคลิกนี้ เพราะทำให้คนรู้สึกเข้าถึงง่ายและเป็นมิตร แม้บางครั้งความอ่อนโยนอาจทำให้ถูกเอาเปรียบ แต่ไบรโอนี่เลือกจัดการด้วยการตัดคนที่ไม่ดีออกจากชีวิต และเตือนตัวเองเสมอว่า “เสียใจได้ แต่ต้องไม่จมอยู่นาน” กว่าจะมาถึงวันที่หลายคนเห็นว่าไบรโอนี่ประสบความสำเร็จ เส้นทางนั้นเต็มไปด้วยความล้มเหลวและความเจ็บปวด ซึ่งมีเพียงไบรโอนี่เท่านั้นที่รู้ว่ามันยากแค่ไหนอายุ 33 ที่ยิ้มง่ายกว่าเดิม ในวัย 33 ปี ไบรโอนี่รู้สึกว่าตัวเองยิ้มได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เพราะวันนี้ไบรโอนี่ได้ใช้ชีวิตอย่างมี “อิสระ” มากขึ้น ต่างจากในอดีตที่มักอยู่ภายใต้กรอบของคำว่า “ต้อง” จนทำให้ต้องวางตัวสุขุมและเป็นผู้ใหญ่ตลอดเวลา แต่เมื่อไบรโอนี่เริ่มรู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ และสนุกกับการเป็นตัวเองอย่างแท้จริง จึงทำให้วันนี้ไบรโอนี่ยิ้มและหัวเราะได้ง่ายกว่าที่เคยความฝันที่ยังเติบโตต่อไป แม้วันนี้ไบรโอนี่จะประสบความสำเร็จหลายอย่าง แต่ไบรโอนี่ก็ยอมรับว่ายังไม่ถึงจุดที่เรียกว่าความฝัน เพราะไบรโอนี่เป็นคนที่ฝันใหญ่ และความฝันนั้นก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เป้าหมายสำคัญคือการเป็นนักร้องที่มีแฟนคลับทั่วโลก แม้อาจดูเป็นความฝันที่ไกล แต่สำหรับไบรโอนี่มันไม่ไกลเกินความพยายาม และถึงแม้สุดท้ายปลายทางอาจไม่เป็นอย่างที่หวัง อย่างน้อยไบรโอนี่ก็เชื่อว่าการได้พยายามและทำอย่างเต็มที่ก็เพียงพอแล้วการรักตัวเองในแบบไบรโอนี่ สำหรับไบรโอนี่ การรักตัวเองคือการทำให้ “ใจแข็งแรง” เพราะไบรโอนี่เป็นคนที่ทำงานด้วยหัวใจ หากจิตใจไม่แข็งแรง งานที่ทำก็ย่อมออกมาไม่ดี แต่เมื่อใจเข้มแข็งพอ ไบรโอนี่ก็พร้อมจะก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง และใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวของไบรโอนี่เองดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

ทำทุกอย่างให้เหมือนเป็นเฮือกสุดท้ายของชีวิต l CLUB PRIDE DAY inside EP.14 พาเวล นเรศ

18 ก.พ. 2026

ทำทุกอย่างให้เหมือนเป็นเฮือกสุดท้ายของชีวิต l CLUB PRIDE DAY inside EP.14 พาเวล นเรศ

ความรักของพาเวลเหมือน “ทุเรียน” พาเวลเปรียบความรักของตัวเองเหมือนทุเรียน ภายนอกอาจดูแข็ง ๆ หน้านิ่ง ลุคเท่แบบ masculine ดูเข้าถึงยาก แต่ความจริงแล้วถ้ามีแฟนจะเป็นคนอ้อนเก่งและอ้อนหนักมาก เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกและการดูแลกันและกันจากเด็กเอเชียในนิวซีแลนด์ สู่การพิสูจน์ตัวเอง พาเวลย้ายไปนิวซีแลนด์ตั้งแต่เด็ก ต้องเผชิญกับการเป็นเด็กเอเชียไม่กี่คนในโรงเรียน พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ และเคยถูกบูลลี่อยู่บ่อยครั้ง เขาใช้เวลาปรับตัวถึง 3–4 ปี ทั้งเรียนภาษา เรียนรู้วัฒนธรรม และพยายามหาจุดเด่นของตัวเอง จนเลือก “การเต้น” เป็นสิ่งที่ทำให้ได้รับการยอมรับ ชีวิตที่นั่นไม่ได้สวยหรู หลังเลิกเรียนต้องทำงานร้านอาหารไทย ล้างจาน เสิร์ฟอาหาร เก็บเงินซื้อรถเอง และช่วยแบ่งเบาภาระแม่จุดเริ่มต้นในวงการที่ไม่เคยอยู่ในความฝัน เดิมทีพาเวลตั้งใจเรียนสายไอที และไม่เคยคิดจะเป็นนักแสดง เพราะขาดความมั่นใจในตัวเอง แต่เมื่อกลับมาไทยและมีอาจารย์แนะนำให้ลองไปแคสงาน นั่นจึงเป็นก้าวแรกในวงการบันเทิง จากคนที่ไม่เคยฝันอยากแสดง กลับค้นพบว่าตัวเองสนุกกับมันจุดเปลี่ยนชีวิตกับ PIT BABE The Series โอกาสสำคัญเกิดขึ้นเมื่อได้แคสกับ Change และได้รับบท “เบ๊บ” ใน PIT BABE The Series ซึ่งเป็นซีรีส์วายออริจินัลเรื่องแรกของค่าย พาเวลตั้งใจทำการบ้านอย่างหนัก และได้แสดงคู่กับ “พูห์” กระแสตอบรับที่ดีตั้งแต่อีพีแรก กลายเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต และเป็นจุดที่ช่วยเติมเต็ม Self-Esteem ที่เคยขาดหาย ทำให้เขาเข้าใจว่า “ไม่ว่าเราจะเป็นแบบไหน ถ้าเขารัก เขาก็รักเรา”เคมี “พูห์–พาเวล” ที่กลายเป็นไวรัล ครั้งแรกที่เจอพูห์คือในงานวันเกิดพี่ฉอด เห็นว่าเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ น่ารักดี แล้วต่อมาพวกเขาก็มีโอกาสมาแคสซีรีส์ด้วยกันกับคนอื่นๆในโปรเจค วันแคสจริง ๆ เขาต้องเข้าคู่กับหลายคน จนมาถึงพูห์ พาเวลรู้สึกว่าเด็กคนนี้ดูยอมทุกอย่าง พาเวลเลยเลือกเล่นเต็มที่ อิมโพรไวส์จนเกิดโมเมนต์ไวรัล และสุดท้ายทั้งคู่ได้กลายเป็นนักแสดงนำของเรื่อง กลายเป็นพาร์ทเนอร์ที่แฟน ๆ ให้การตอบรับอย่างล้นหลามความกดดันและความรักจากแฟนคลับ แม้จะประสบความสำเร็จ พาเวลยอมรับว่าทุกครั้งที่เจอแฟนคลับยังรู้สึกกดดัน เพราะอยากทำให้ทุกคนที่ซื้อบัตรมาเจอเขาได้รับความสุขกลับไปให้คุ้มค่า เขาเชื่อว่าถ้าเขามีความสุขบนเวที แฟน ๆ ก็จะสัมผัสได้ สำหรับคอมเมนต์ด้านลบ เขาเลือกโฟกัสที่คนที่มอบความรักให้มากกว่า แม้บางคำพูดจะทำให้เจ็บ แต่เตือนตัวเองเสมอว่าหน้าที่ของเขาคือทำผลงานให้ดีที่สุดครอบครัวคือแรงผลักดันสำคัญ พาเวลเติบโตมาโดยที่แม่ต้องทำงานหนักมาก ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันและเขาก็ไม่ได้มีกำลังทรัพย์อะไรมากเลยไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ดังนั้นคำสอนของแม่ที่จำได้ขึ้นใจคือ “ถ้าได้โอกาส จงทำให้เต็มที่” นั่นเลยทำให้เขาเป็นเขาในวันนี้ พาเวลมีความฝันว่าอยากได้อยู่ใกล้ๆแม่ วันนี้เขาสามารถทำให้แม่มาอยู่ใกล้ ๆ และใช้ชีวิตสบายขึ้นได้แล้ว และอีกหนึ่งคนที่สำคัญสำหรับพาเวล คือ “พี่ฉอด” ผู้หญิงที่มอบโอกาสและเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเขามุมมองความรักในวันนี้ จาก Puppy Love ในวัยเด็ก วันนี้พาเวลเข้าใจคำว่ารักมากขึ้น ความรักของพาเวลคือการ Give Take ความรักไม่ใช่แค่การได้รับ แต่ต้องเติมเต็มให้อีกฝ่ายด้วย ทุกความสัมพันธ์ที่ผ่านมา สอนให้เขารู้จักการประนีประนอมและหาจุดกึ่งกลาง เพราะ “ทุกอย่างมันไม่สามารถเป็นไปดั่งใจเราหรือดั่งใจเขาได้เสมอ มันควรหาตรงกลาง”อนาคตในวงการ และสิ่งที่อยากบอกตัวเองในอดีต พาเวลอยากอยู่ในวงการให้นานที่สุด แต่ก็ยืนยันว่าต่อให้วันหนึ่งไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว ก็ยังอยากอัปเดตชีวิตให้แฟน ๆ ได้ติดตาม หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่แก้ไขอะไรเลย เพราะทุกประสบการณ์พามาถึงวันนี้ และอยากบอกเด็กคนนั้นว่า “เชื่อมั่นในตัวเองนะ นายทำได้ และวันนี้มีคนรักนายแล้ว”ดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

ซื่อสัตย์และไม่คาดหวังกับตัวเอง l CLUB PRIDE DAY inside EP.13 ญดา นริลญา

21 ม.ค. 2026

ซื่อสัตย์และไม่คาดหวังกับตัวเอง l CLUB PRIDE DAY inside EP.13 ญดา นริลญา

ความรักของญดาเหมือนหมาความรักของหมาที่มีต่อเจ้าของคือความรักที่บริสุทธิ์ ไม่หวังสิ่งตอบแทน และจริงใจเสมอ ญดาเติบโตมากับความเชื่อว่าการเป็นนักแสดงเป็นเรื่องไกลตัว ด้วยความที่ตัวเองเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่เคยคิดว่าวงการบันเทิงจะเอื้อมถึงได้ง่าย แต่โอกาสเล็ก ๆ ในวัยเด็ก จากการไปถ่ายรูปกับเพื่อนที่โมเดลลิ่ง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อญดาเป็นคนเดียวที่ได้รับการติดต่อให้ไปแคสต์โฆษณา และนั่นคือก้าวแรกของเส้นทางในวงการ แม้เส้นทางจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ราบรื่น ญดาต้องผ่านการแคสต์งานและการประกวดมานับครั้งไม่ถ้วน รวมถึงประสบการณ์ผิดหวังจากความไม่โปร่งใส จนเกิดบาดแผลในใจและความกลัวต่อ “ความคาดหวัง” หลายครั้งที่เกือบถอดใจ แต่สิ่งที่ทำให้ญดายังเดินต่อได้ คือกำลังใจจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ คำสอนของคุณแม่เรื่องการไม่คาดหวังเกินตัว และการอยู่กับความสำเร็จเป็นวันต่อวัน กลายเป็นหลักคิดสำคัญในชีวิตญดา ทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างสมดุล อยู่ในจุดที่สุขไม่สุดและทุกข์ไม่สุด เข้าใจว่าทั้งความสุขและความเศร้าล้วนไม่ถาวร และทุกอย่างสามารถผ่านไปได้เสมอ มีช่วงหนึ่งที่ญดาเกือบจะหยุดเส้นทางนี้ เพราะต้นทุนชีวิตที่ไม่สูงและค่าใช้จ่ายในการแคสต์งาน โดยเฉพาะในช่วงที่คุณแม่ป่วย แต่ภาพของคุณแม่ที่ยังพามาแคสต์งานทั้งที่ตัวเองไม่สบาย กลับกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ ทำให้ญดาตั้งใจสู้เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองและดูแลคนในครอบครัว ญดาโตมากับความรับผิดชอบตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี แม้จะหนัก แต่ญดาไม่เคยมองว่าสิ่งนี้เป็นภาระ เพราะเป็นการทำเพื่อคนที่รักญดารัก ในฐานะนักแสดง ญดาเป็นคนที่เข้า–ออกจากตัวละครได้ดี ไม่ยึดติดบทบาทมาปะปนกับชีวิตจริง มองทุกบทที่ได้รับเป็นโอกาสเรียนรู้ โดยเฉพาะบทดราม่าหนักที่ต้องใช้พลังใจสูง ซึ่งเธอผ่านมันมาได้ด้วยการสนับสนุนจากครอบครัวและทีมงาน พร้อมทั้งมองว่าการแสดงคอมเมดี้ยิ่งท้าทาย เพราะต้องอาศัยเซนส์และความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง การเป็นนักแสดงทำให้ญดาต้องแลกหลายอย่าง ทั้งชีวิตวัยเด็ก เพื่อนสนิท และช่วงเวลาสำคัญในชีวิต แต่เธอเลือกแลกเพราะรักในงานที่ทำ และมองว่านี่คือความท้าทายที่ทำให้ตัวเองเติบโต ญดาจึงเลือกรับบทอย่างระมัดระวัง ไม่รับบทที่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับบทเดิม เพื่อให้คนดูได้เห็นมุมใหม่อยู่เสมอ ในเรื่องความรักและตัวตน ญดาเลือกซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง กล้าที่จะยอมรับรสนิยมทางเพศอย่างตรงไปตรงมา แม้จะต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์ แต่เธอมองว่านั่นคืออีกหนึ่งบททดสอบของนักแสดง หากแสดงแล้วคนไม่เชื่อ ก็เป็นเรื่องของฝีมือ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง กุญแจสำคัญที่ทำให้ญดากล้าเป็นตัวเอง คือการยอมรับจากคุณแม่ที่บอกเสมอว่า ไม่ว่าลูกจะรักใครหรือเป็นแบบไหน ก็พร้อมสนับสนุน ญดาจึงเชื่อว่าชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาหรือคำทำนายใด ๆ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำและการเลือกของตัวเอง แม้ญดาจะไม่ใช่คนที่มีความฝันชัดเจน แต่ญดาเป็นคนที่คว้าโอกาสทุกครั้งที่เข้ามา และทำให้ดีที่สุด ญดาเชื่อว่าโอกาสบางอย่างมาเพียงครั้งเดียว หากไม่ตั้งใจทำ ก็อาจต้องเสียใจภายหลัง สำหรับญดา ความเข้มแข็งไม่ได้หมายถึงการไม่ร้องไห้ แต่คือการรู้ว่าตัวเองยังสู้ได้ แม้จะขอพัก อ่อนแอ หรือร้องไห้ในบางช่วง และรักตัวเองในรูปแบบของญดา มันเป็นเรื่องง่ายๆในชีวิต ที่ได้ให้รางวัลกับตัวเอง มีชีวิตอยู่ในทุกๆวันและทำเพื่อคนอื่นดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

ต้นกล้าแห่งความรัก เติบโตเพราะใส่ใจและร่วงโรยเพราะถูกลืม l CLUB PRIDE DAY inside EP.12 นนท์ อินทนนท์

13 ธ.ค. 2025

ต้นกล้าแห่งความรัก เติบโตเพราะใส่ใจและร่วงโรยเพราะถูกลืม l CLUB PRIDE DAY inside EP.12 นนท์ อินทนนท์

ความรักของนนท์ก็เหมือนต้นกล้า หากช่วยกันรดน้ำดูแล มันก็จะเติบโตไปได้ แต่ถ้าวันหนึ่งไม่มีใครใส่ใจหรือปล่อยให้ละเลยกันไป ความสัมพันธ์นั้นก็อาจกลายเป็นการต่างคนต่างอยู่ในที่สุดจุดเริ่มต้นของความฝันและครอบครัวที่สนับสนุน นนท์มีความฝันอยากเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็ก เพราะไม่ชอบวิชาการและชอบทำกิจกรรม ที่บ้านเห็นความชอบนี้เลยสนับสนุนเต็มที่ ถึงแม้ฐานะไม่ได้ดีมาก แต่พวกเขาก็ส่งนนท์ไปเรียน จนนนท์ได้เล่นละครเวที ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของเส้นทางนี้ อย่างไรก็ตาม ความฝันที่สวยงามก็ต้องแลกมาด้วยการซ่อนตัวตนของตัวเอง ตอนนั้นนนท์ไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น และไม่อยากทำให้บ้านเสียใจ การเก็บทุกอย่างไว้ทำให้นนท์กลายเป็นคนขี้ระแวง ไม่มั่นใจ และกลัวสายตาของคนรอบข้าง ก่อนจะค่อยๆ ปลดล็อกตัวเองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาความพยายามหนีตัวตนและการยอมรับ ช่วงรอยต่อประถมกับมัธยม นนท์อยากเริ่มต้นใหม่ด้วยการย้ายโรงเรียนเพราะเพื่อนเริ่มตั้งคำถามว่า “นนท์แตกต่าง” แต่สุดท้ายเพื่อนบางคนก็ย้ายตามมา ทุกอย่างจึงเหมือนเดิม นนท์พยายามทำตัวให้ “เหมือนผู้ชายมากขึ้น” ด้วยการมีแฟนเป็นผู้หญิง ซึ่งนนท์ชอบเธอจริงๆ ไม่ได้ทำเพื่อปิดบังอะไร แต่เพราะนนท์ยังไม่สามารถยอมรับตัวตนของตัวเองได้ และกลัวว่าจะทำให้ครอบครัวผิดหวัง ชีวิตช่วงนั้นของนนท์จึงเต็มไปด้วยความอึดอัดและไม่มีความสุข นนท์ใช้เวลากว่า 10 ปีในการเก็บซ่อนความจริงไว้ในใจ จนวันหนึ่งตัดสินใจจะไม่หนีอีกต่อไป และเลือกที่จะบอกความจริงกับที่บ้าน แม้ในใจจะกลัวมากว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือพวกเขาจะรับได้หรือไม่ แต่สิ่งที่ทำให้นนท์กล้าเผชิญคือกำลังใจจากเพื่อนๆ ที่บอกว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะอยู่ข้างนนท์เสมอ”วันที่บอกความจริงกับครอบครัว นนท์ทำคลิปสารภาพกับที่บ้านว่าตัวเองไม่ได้ชอบผู้หญิง ทุกคนในบ้านช็อก เพราะเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างหัวโบราณ และนนท์เป็นลูกคนเดียว แม่พยายามถามว่า “ไม่เป็นแบบนี้ได้ไหม” แต่นนท์ก็อธิบายว่านี่คือสิ่งที่เป็นจริงๆ หลังวันนั้น แม่ไม่คุยกับนนท์นานหนึ่งปี แต่พ่อกลับเป็นคนที่เข้ามาปลอบและให้กำลังใจตลอด ส่วนอีกคนที่เป็นหลักสำคัญคือ “ป้า” ที่อยู่กับนนท์ในทุกความรู้สึก ไม่ว่าจะร้องไห้ เสียใจ หรือสับสนคำสัญญาที่ตั้งใจทำเพื่อครอบครัวก่อนจะบอกความจริง นนท์ตั้งใจไว้ 3 อย่างเรียนให้จบด้วยเกียรตินิยมบวชให้ครอบครัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับแอลกอฮอล์เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้อาจทดแทนความผิดหวังที่เขาอาจมีต่อสิ่งที่นนท์เป็นได้ จนวันที่แม่กลับมาพูดกับนนท์หลังจากนนท์เก็บเงินได้หนึ่งล้านบาทด้วยน้ำพักน้ำแรงและอยากให้แม่เป็นของขวัญ แม่ไม่รับ และถามเพียงว่า “เหนื่อยไหม” ประโยคสั้นๆ ที่ทำให้นนท์เหมือนยกภูเขาออกจากอก เพราะมันคือสัญญาณว่าแม่เริ่มยอมรับในตัวนนท์แล้วนนท์…คนที่อยากทำให้ทุกคนมีความสุข นนท์เป็นคนเอ็นเตอร์เทน ชอบเห็นคนรอบตัวมีความสุข และการได้ยินเสียงหัวเราะคือพลังสำคัญ แต่ในมุมการทำงาน นนท์กลับเป็นคนซีเรียสและคาดหวังสูงกับตัวเอง โดยเฉพาะเวลามีบรีฟว่า “ต้องตลก” เพราะไม่รู้ว่าคนอื่นคาดหวังแค่ไหน ลักษณะเพอร์เฟ็กชันนิสต์นี้บางทีก็ทำให้คนรอบข้างลำบาก จนนนท์เริ่มเรียนรู้ว่า การปล่อยวางบ้างคือสิ่งจำเป็นช่วงเวลาที่ฝังใจ ครั้งหนึ่งนนท์ถูกหลอกให้ไปแคสงาน พี่คนรู้จักให้ช่วยแคสคนอื่นก่อน ทั้งวันนนท์ทุ่มเทเต็มที่ แต่สุดท้ายกลับบอกว่า “ไม่ต้องแคสแล้ว คนเยอะพอแล้ว” พร้อมให้เงินเพียง 500 บาท ไม่ใช่เพราะเงิน แต่มันคือความผิดหวัง ตอนนนท์นั่งร้องไห้ มีคุณป้าขายข้าวเกรียบเดินมาปลอบ พร้อมคำพูดว่า “วันดีมันก็ดี วันไม่ดีเดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ประโยคนี้ทำให้นนท์เห็นว่า ความสุข sometimes อยู่ใกล้แบบคาดไม่ถึง อยู่ที่เราจะมองเห็นมันหรือไม่บทเรียนความรัก รักครั้งแรกในปีหนึ่งเป็นช่วงเวลาที่นนท์ทุ่มเทมาก เขาคือคนแรกที่มาจีบนนท์ก่อน ทำให้นนท์รู้สึกว่า “เขาคือโลกทั้งใบ” แต่สุดท้ายความสัมพันธ์จบลงเพราะเขามีคนอื่น แถมเป็นพี่คนสนิทของนนท์เอง หลังจากผ่านครั้งนั้น นนท์เรียนรู้เรื่องสติและการใช้เหตุผลมากขึ้น จึงสามารถเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ในความสัมพันธ์หลังๆมุมมองต่อความสูญเสีย นนท์มองว่า “เกิด แก่ เจ็บ ตาย” คือสัจธรรม แม้คนที่รักจะทยอยจากไป แต่เราจะไม่มีวันชินกับความรู้สึกสูญเสีย เพียงแต่เวลาเท่านั้นที่จะช่วยเยียวยา นนท์เชื่อว่าเมื่อเสียอะไรไป มักมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นเสมอการเติบโตและมาตรฐานของตัวเอง หลายคนมองว่านนท์อยู่ในจุดที่ดี ทำงานดี มีคนรู้จักมากขึ้น แต่นนท์เตือนตัวเองเสมอว่า เมื่อก่อนก็เคยเป็นแค่ “เอ็กซ์ตร้า” ที่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครยื่นโอกาสให้ นนท์ต้องวิ่งหาเอง วันนี้ถึงจะมีโอกาสมากขึ้น แต่มาตรฐานของนนท์ยังเหมือนเดิม ทำให้ดีที่สุดในแบบที่วันหนึ่งหันกลับมามองแล้วจะไม่เสียใจ เพราะได้ทุ่มเทเต็มที่แล้วดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Deeจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ ชานนท์ ไชยศรี

ความรักไม่ได้มีแต่ความสุข ทำไมเราเลือกที่จะมีมันอยู่ดี? l CLUB PRIDE DAY inside EP.11 ฟาอัล สุดติ่ง

19 พ.ย. 2025

ความรักไม่ได้มีแต่ความสุข ทำไมเราเลือกที่จะมีมันอยู่ดี? l CLUB PRIDE DAY inside EP.11 ฟาอัล สุดติ่ง

CLUB PRIDE DAY inside EP.11 เมื่อ “ฟาอัล สุดติ่ง” อินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ชื่อดัง เปิดใจเล่าเรื่องราวชีวิต ความรัก การเติบโตในครอบครัว รวมถึงเส้นทางที่ทำให้เธอกลายเป็นที่รักของผู้คนมากมาย บทสนทนาครั้งนี้เต็มไปด้วยแง่คิดและแรงบันดาลใจที่ทำให้ทุกคนรู้จักฟาอัลในมุมลึกซึ้งกว่าเดิมความรักที่เหมือนรถไฟเหาะ ฟาอัลมองว่าความรักสำหรับเธอเหมือน รถไฟเหาะ (Roller Coaster) ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น หวาดเสียว และเวลาเล่นบางครั้งก็เหนื่อย แต่ถึงแบบนั้นเราก็ยังเลือกที่จะรัก เพราะมนุษย์ต่างเสพติดความรู้สึกที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ฟาอัลเชื่อว่า “เรามักจะเป็นคนหนึ่งที่มีใครสักคนรออยู่ และเราก็กำลังรอเขาเหมือนกัน” มันเลยทำให้ฟาอัลไม่ได้โหยหาความรัก สำหรับสเปกของฟาอัลฟาอัลให้ความสำคัญกับ “ความใส่ใจ” มากกว่ารูปลักษณ์ และถ้าฟาอัลชอบใคร ฟาอัลจะกล้าบอกตรง ๆ เพราะเชื่อในการซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองการเติบโตท่ามกลางความต่าง แต่ไม่เคยถูกมองว่าแตกต่าง หนึ่งในหัวใจสำคัญของชีวิตฟาอัล คือการได้รับการเลี้ยงดูที่ “ไม่แบ่งแยก” จากครอบครัว ครอบครัวไม่เคยมองว่าฟาอัลเป็นเด็กพิเศษ แม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์เหมือนคนทั่วไป คุณตาของฟาอัลเคยสอนว่า “การที่เราเกิดมาแบบนี้ ไม่ได้แปลว่าเราผิดแปลกจากคนอื่น” คำสอนนี้หล่อหลอมให้ฟาอัลเติบโตอย่างเข้มแข็ง พร้อมรับมือกับโลกภายนอกแม้อาจไม่ยุติธรรมเสมอไป ช่วงวัยเด็ก ฟาอัลเคยรู้สึกไม่อยากออกจากบ้านเพราะคิดว่าตัวเอง “ผิดแปลกจากคนอื่น” แต่เมื่อโตขึ้น เธอเรียนรู้ว่าการสู้กลับแบบเด็ก ๆ ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยจากการคลาน สู่การเดินได้ด้วยพระราชานุเคราะห์ ฟาอัลเริ่มต้นด้วยการ “คลาน” ก่อนที่จะได้รับพระราชานุเคราะห์ในการรักษา จนสามารถเดินได้ในวันนี้ และฟาอัลภูมิใจมากที่มาไกลจากจุดเริ่มต้น เมื่อถูกถามว่าอายไหมที่เดินไม่เหมือนคนอื่น ฟาอัลตอบอย่างมั่นใจว่า “ไม่เลย เพราะเมื่อก่อนเราต้องคลาน แต่ตอนนี้เราเดินได้แล้ว” สิ่งนี้ทำให้ฟาอัลมองว่ามันคือ เอกลักษณ์ มากกว่าข้อบกพร่องบาดแผลในโรงเรียนที่ไม่มีใครเห็น ชีวิตในโรงเรียนไม่ใช่ Safe Zone สำหรับฟาอัล เธอเคยถูกบุลลี่ทั้งจากเพื่อนและครู ทำให้ฟาอัลถึงขั้นต้องโกหกที่บ้านว่าไม่อยากไปโรงเรียน เพราะการบอกผู้ปกครองอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง ฟาอัลมองว่า “การเรียนมันจะสนุกขึ้นมาก ถ้าสังคมในโรงเรียนทำให้เราอยากไป” ประสบการณ์เหล่านี้กลายเป็นปมสำคัญ แต่ก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ฟาอัลเติบโตอย่างเข้าใจโลกมากขึ้นเรียนรู้ที่จะคิดบวกและเข้าใจความเป็นมนุษย์ ฟาอัลมองว่า “ทุกคนมีปม” ไม่ว่าเราจะเห็นหรือไม่ก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น เราอาจไม่ชอบนิสัยเพื่อนร่วมงานบางคน แต่เราไม่รู้เลยว่าเขาต้องเจออะไรในชีวิตประจำวัน เพราะเราไม่ได้อยู่กับเขาตลอด 24 ชั่วโมง หากเห็นทุกมุมของเขา เราอาจเข้าใจเขามากกว่านี้ก็ได้ นี่คือมุมคิดที่ทำให้ฟาอัลกลายเป็นคนที่เข้าใจผู้อื่นและพร้อมให้เกียรติทุกคนโรงเรียนพิเศษ vs โรงเรียนปกติ: มุมมองจากคนที่เคยผ่านเส้นทางนี้ ฟาอัลเชื่อว่า หากเด็กพิเศษช่วยเหลือตัวเองได้ ควรส่งเข้าเรียนใน โรงเรียนปกติ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและให้เด็กได้เรียนรู้การเข้าสังคม การแยกไปเรียนเฉพาะทางตั้งแต่แรกอาจยิ่งจำกัดโอกาส เพราะพ่อแม่ไม่สามารถอยู่ดูแลเด็กตลอดชีวิต ฟาอัลอยากให้สังคมมองเด็กพิเศษเป็น “มนุษย์คนหนึ่ง” ที่ควรได้รับเกียรติและโอกาสเท่าเทียมกับทุกคนการซัพพอร์ตคนพิการในไทยยังไปไม่ถึงเป้าหมาย ฟาอัลมองว่าระบบสนับสนุนคนพิการในไทยยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเงินช่วยเหลือ 800 บาทต่อเดือนที่ไม่ครอบคลุมคุณภาพชีวิตพื้นฐาน แต่ถ้าเราสามารถปรับมาเป็นการซัพพอร์ตแบบยั่งยืน เช่น การสร้างอาชีพ มันอาจจะเป็นโครงการช่วยเหลือระยะยาวมากกว่าการช่วยแบบฉาบฉวยแบบในปัจจุบันแรงกดดันจากสังคม ศาสนา และตัวตนที่แท้จริง ฟาอัลเคยคิดจะเลิก “แต่งหญิง” เพราะแรงกดดันจากสังคมและศาสนา เธอไม่อยากทำผิดหลักความเชื่อ แต่ก็รู้ว่าการฝืนตัวเองทำให้ไม่มีความสุข เราอาจทำให้คนอื่นพอใจได้ แต่ถ้าเราไม่เป็นตัวเอง เราจะทุกข์ที่สุด โชคดีที่ครอบครัวของฟาอัลสนับสนุนและให้ฟาอัลใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการเส้นทางสู่วงการบันเทิงและอินฟลูเอนเซอร์ ฟาอัลฝันอยากเป็นนักแสดง และเริ่มต้นเส้นทางในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ ความพยายามทำให้ฟาอัลมาถึงทุกวันนี้ แม้จะมีเสียงวิจารณ์ด้านลบ แต่เมื่อคนรู้จักมากขึ้น ก็เห็นความตั้งใจและเปิดใจยอมรับฟาอัลมากขึ้นสรุป: ฟาอัลไม่ใช่แค่ครีเอเตอร์ แต่คือแรงบันดาลใจของหลายคน จากบทความนี้ทำให้เห็นว่าฟาอัลเป็นคนที่ผ่านหลายสิ่ง แต่ยังคงมองโลกในมุมบวก กล้ารักตัวเอง กล้าเป็นตัวเอง และกล้าต่อสู้เพื่อความฝัน นี่คือเหตุผลที่ฟาอัลกลายเป็นแรงบันดาลใจของใครหลายๆคน และเป็นหนึ่งในตัวแทนที่สะท้อนว่าความแตกต่างคือความงดงามของมนุษย์ดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Deeจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ ชานนท์ ไชยศรี

ในวันที่ดอกไม้แห้งเหี่ยว แต่ความรู้สึกยังคงอยู่ตลอดไป l CLUB PRIDE DAY inside EP.10 น้ําปิง นภัสกร

21 ต.ค. 2025

ในวันที่ดอกไม้แห้งเหี่ยว แต่ความรู้สึกยังคงอยู่ตลอดไป l CLUB PRIDE DAY inside EP.10 น้ําปิง นภัสกร

" ในวันที่ดอกไม้แห้งเหี่ยว แต่ความรู้สึกยังคงอยู่ตลอดไป"ได้นำเสนอแง่คิดและประสบการณ์ชีวิตของ น้ำปิง นภัสกร นักแสดงดาวรุ่งวัย 24 ปีผ่านบทสัมภาษณ์ที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง โดยน้ำปิงได้เริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบความรักเสมือน "ช่อดอกไม้" ซึ่งเป็นมุมมองที่ยอมรับความเป็นอนิจจังของความสัมพันธ์ เขามองว่าแม้ดอกไม้จะเหี่ยวเฉาและไม่สามารถอยู่กับเราได้ตลอดไป แต่แก่นแท้และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ "ความรู้สึก" ของผู้ให้และผู้รับที่ถูกเติมเต็มและยังคงอยู่ในความทรงจำตลอดไป เป็นการตอกย้ำว่าคุณค่าของความรักไม่ได้อยู่ที่ความยั่งยืนทางกายภาพ แต่อยู่ที่ความรู้สึกที่มอบให้กันและกัน ในส่วนของ ชีวิตส่วนตัวและครอบครัว น้ำปิงได้เผยให้เห็นถึงรากฐานทางความคิดที่แข็งแกร่งซึ่งได้รับมาจาก คุณแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของการเผชิญหน้ากับความกลัว น้ำปิงได้เล่าถึงสิ่งที่น้ำปิงกลัวที่สุดในวัยเด็กคือ การร้องเพลง เนื่องจากเคยมีบาดแผลจากการถูกเพื่อนล้อเลียน ซึ่งคำสอนของคุณแม่ที่เปรียบเสมือนแสงนำทางคือประโยคที่ว่า "จงทำในสิ่งที่ท่านกลัว แล้วความกลัวจะหายไป" คำสอนนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้น้ำปิงก้าวข้ามความหวาดกลัวเรื่องการร้องเพลงได้เท่านั้น แต่ยังกลายเป็น ทัศนคติ สำคัญที่ถูกนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตและรับมือกับความท้าทายทุกรูปแบบ ทำให้น้ำปิงกลายเป็นคนที่มีวิธีคิดแบบมีมิติ (Layered) ที่มีความลึกซึ้งแต่ไม่ซับซ้อน และพร้อมที่จะเรียนรู้จากทุกประสบการณ์ที่เข้ามาในชีวิตอย่างเปิดกว้าง นอกจากคุณแม่แล้ว อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่เป็นหัวใจของน้ำปิงคือคุณยาย ผู้ที่เลี้ยงดูน้ำปิงมาตั้งแต่เด็กและเป็นดั่ง "เซฟโซน" ที่มอบความรักและความอบอุ่นให้เสมอมา แม้ว่าวันนี้ท่านจะจากไปแล้ว แต่น้ำปิงยังคงระลึกถึงท่านเสมอและมีความปรารถนาอย่างสุดซึ้งที่อยากให้ท่านได้เห็นความสำเร็จของน้ำปิงในวันนี้ โดยน้ำปิงเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด คุณยายยังคงเฝ้ามองและภูมิใจในตัวน้ำปิงอยู่เสมอและจากพื้นฐานครอบครัวนี้เอง น้ำปิงรู้สึกว่าตนเองโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่ ทางบ้านไม่เคยกดดันหรือตั้งคำถามในสิ่งที่น้ำปิงเป็นหรือน้ำปิงเลือกจะทำ แต่กลับเป็นกำลังใจและพร้อม ซัพพอร์ต อย่างเต็มที่ ทำให้น้ำปิงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและเติบโตในแบบที่ตนเองต้องการ สำหรับการ เข้ามาในวงการบันเทิง และการก้าวเข้าสู่เมืองกรุงเพื่อ ศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น้ำปิงเปิดเผยว่าเขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาของการ ปรับตัว ที่ยากลำบากอย่างมาก เนื่องจากความแตกต่างระหว่างสังคมในต่างจังหวัดกับสังคมในเมือง ทำให้เขาต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งใหม่ ๆ มากมาย นอกจากเรื่องส่วนตัวแล้ว การได้รับบทบาทใน ซีรีส์ เขมจิราต้องรอด ซึ่งเป็นนิยายชื่อดังที่หลายคนชื่นชอบ ก็มาพร้อมกับความกดดันอย่างหนัก ทั้งจากคำถามว่าตนเองเหมาะสมที่จะถ่ายทอดบทบาทหรือไม่ และความกดดันจากกระแสสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสจากผู้ชมบางส่วนที่ต้องการให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์ชาย-หญิง แทนที่จะเป็นซีรีส์ BL (Boys' Love) ตามที่ถูกสร้างขึ้น ซึ่งจากเหตุการณ์นี้เอง ทำให้น้ำปิงเกิดการตั้งคำถามต่อมุมมองของสังคมไทย ต่อซีรีส์ BL ว่า แท้จริงแล้วสังคมไทยเปิดใจและยอมรับซีรีส์ประเภทนี้อย่างแท้จริงแล้วหรือยัง หรือเป็นเพียงการกล่าวอ้างว่ายอมรับกันไปเอง สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ศิลปินต้องเผชิญในการนำเสนอผลงานที่แตกต่าง เมื่อมีปัญหาหรือเรื่องราวที่เข้าใจผิดทำให้เกิดดราม่าต่างๆ น้ำปิงมักเลือกที่จะ ออกมาอธิบายและเคลียร์ทุกอย่างอย่างเปิดเผย ทันที เพราะน้ำปิงเชื่อว่าการเงียบไม่ใช่ทางแก้ปัญหา แต่การออกมาปกป้องตนเองหรือคนที่เรารัก การอธิบายให้เกิดความเข้าใจจะช่วยให้ทุกฝ่ายสบายใจ ในส่วนของ ประสบการณ์เรื่องความรัก น้ำปิงมองว่าตนเองเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความรักบ่อยครั้ง แต่เมื่อรักแล้วจะ ทุ่มเท ให้กับความสัมพันธ์นั้นอย่างมาก โดยธรรมชาติแล้วน้ำปิงเป็นคนที่ชอบเป็นผู้ให้ และเชื่อในความสัมพันธ์แบบ Give and Take แต่พอเราเป็นฝ่ายให้มากกว่าได้รับอย่างต่อเนื่อง น้ำปิงเลยเริ่มรู้สึกเหนื่อย จนกระทั่งนำไปสู่การ ตกตะกอนทางความคิด ว่าตนเองต้องการอะไร และความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่มันโอเคแล้วหรือไม่ เมื่อได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว การแยกย้ายจึงเกิดขึ้น แม้จะเจอการอกหักครั้งแรกที่ทำให้เสียใจอย่างหนัก แต่เหตุการณ์นี้กลับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้น้ำปิงค้นพบว่า แม้ในวันที่รู้สึกว่าไม่เหลือใคร แต่เขาก็ยังมีเพื่อนและครอบครัวที่ยังรักและคอยอยู่เคียงข้างเสมอ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านั้นจึงเปรียบเสมือน "สารเร่งโต" ที่ทำให้น้ำปิงเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Deeจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ ชานนท์ ไชยศรี

NEWS & UPDATES

GSK คว้า 2 รางวัล ‘Top Employer 2026’ ทั้งระดับประเทศและเอเชียแปซิฟิก ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล

05 ก.พ. 2026

GSK คว้า 2 รางวัล ‘Top Employer 2026’ ทั้งระดับประเทศและเอเชียแปซิฟิก ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล

บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) รับ 2 รางวัลใหญ่ระดับประเทศและระดับเอเชียแปซิฟิก "องค์กรดีเด่นที่น่าทำงานด้วยที่สุดแห่งปี 2026" จาก Top Employers Institute สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรและสภาพแวดล้อมการทำงานที่โดดเด่นและมีประสิทธิภาพสูง ผ่านแนวปฏิบัติด้านบุคลากรที่สนับสนุนทั้งผลลัพธ์ทางธุรกิจ การมีส่วนร่วมของพนักงาน และการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน คุณมาเรีย คริสติช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “GSK รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับ 2 รางวัลสำคัญ ได้แก่ ‘Top Employer ประเทศไทย และ Top Employer ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2026’ ตอกย้ำ ‘องค์กรดีเด่นที่น่าทำงานด้วยที่สุดแห่งปี 2026’ ระดับประเทศและระดับเอเชียแปซิฟิก สะท้อนถึงความสำเร็จของ GSK ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน ผ่านนโยบายด้านทรัพยากรบุคคลที่ครอบคลุมในหลายมิติ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนองค์กร (Steer)และการมีส่วนร่วม (Engage) ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการเป็นผู้นำของเรา และการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับ ผลงาน การเติบโตในสายอาชีพและการพัฒนา ความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และสุขภาวะของพนักงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วม มีคุณค่า และได้รับการสนับสนุนให้เติบโตและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ สอดคล้องกับพันธกิจ ‘Ahead Together’ของ GSK ในฐานะผู้ค้นคว้าวิจัยและพัฒนายาและวัคซีนนวัตกรรมระดับโลก ด้วยในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศักยภาพของบุคลากร มาพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ เพื่อก้าวล้ำนำโรคต่างๆ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย” Top Employers Institute เป็นองค์กรระดับโลกด้านการประเมินความเป็นเลิศในการบริหารทรัพยากรบุคคล ดำเนินงานในกว่า130ประเทศทั่วโลก โดยการประเมินครอบคลุมแนวปฏิบัติด้านบุคลากรและการดำเนินธุรกิจอย่างรอบด้าน เช่น กลยุทธ์ด้านบุคลากร สภาพแวดล้อมการทำงาน การสรรหาบุคลากร การเรียนรู้และพัฒนา ความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และสุขภาวะที่ดีของพนักงาน

“Beach Boys Concert 2025" รวมบอยสมบัติล้ำค่า ฟินหาดแตก! 8 ชม.เต็ม

24 พ.ย. 2025

“Beach Boys Concert 2025" รวมบอยสมบัติล้ำค่า ฟินหาดแตก! 8 ชม.เต็ม

ฟินฉ่ำรับลมหนาวเติมฟินยาวเต็มอิ่มกว่า 8 ชม. กันไปแล้วสำหรับ มหกรรมคอนเสิร์ตฟินริมทะเลที่กลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง “Beach Boys Concert 2025" (บีช บอย คอนเสิร์ต 2025) ที่ Atimeshowbiz ผู้ผลิตคอนเสิร์ตเบอร์ต้นของเมืองไทย ชวนทุกด้อมมาหวีดให้ตัวแตกเปลี่ยนเสียงคลื่นให้เป็นเสียงกรี๊ดกับปรากฏการณ์ความฟินริมทะเล ด้วยไลน์อัพที่สุดของการรวม BOYS "สมบัติของชาติ" สาดความมันให้ใจละลาย มัดรวมไว้บนเวทีเดียวกัน อย่าง JEFF SATUR (เจฟ ซาเตอร์) / POLYCAT (โพลี่แคท) / FELLOW FELLOW (เฟลโล่ เฟลโล่) / NO ONE ELSE (โน วัน เอลส์) / NUNEW (นุนิว) / ATLAS (แอทลาส) / PROXIE (พร็อกซี่) /LYKN (ไลแค่น) / DICE (ไดซ์) / และ JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXX (เจมส์ – ตี๋ตี๋ – ป๋อ –ติวเตอร์ - ยิม จากวง เด็กซ์ ) เมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ SEA SAND SUN HUAHIN RESORT งานนี้รวมพลเหล่า FC ที่แต่งตัวจัดเต็มตามธีมเดรสโค้ดสีขาวมาต่อแถวรอเข้างานเพื่อไปจับจองที่นั่งกันเต็มพื้นที่ จนเรียกว่าชายหาดแคบไปถนัดตา โดยมี ดีเจ เคเบิ้ล และ ดีเจ โซเซฟ จากคลื่น EFM94 บ้าน ATIME มารับหน้าที่ต้อนรับและนำทีมทุกคนไปร่วมสนุกกับบูธกิจกรรมต่างๆภายในงาน ก่อนออกสตาร์ทแบบวอร์มๆ ด้วยวงดนตรีบอยเจ้าของฉายาเจ้าพ่อแนวเพลงรักชื่อเพลงยาวที่สุดอย่าง NO ONE ELSE ที่จัดเพลงฮิตติดหูอย่าง “ต่อจากนี้เพลงรักทุกเพลงจะเป็นของเธอเท่านั้น”, “เธอคือกาแฟในตอนเช้า” , “แค่มีเธอไปเดินเตะคลื่นทะเลด้วยกัน” มาเสิร์ฟให้ใจฟู ปูบรรยากาศยามเย็นให้ชิลสบาย ต่อด้วยบอยกรุ๊ป Gen Z วง “DICE” ที่มาครั้งนี้แจกความสดใสแถมพลังความสนุกแบบปลุกหาดด้วยเซ็ทเพลงป็อปติดหูอย่าง “Billionaire” ซิงเกิ้ลล่าสุด และ “เชฟบ๊ะ” ที่งัดสะโพกมาสะบัดซะจน FC ที่มาเกาะขอบเวทีแทบใจละลายเอ็นดูไปกับความน่ารัก เพิ่มดีกรีความความร้อนแรงของเวทีให้ไฟลุกกับศิลปินบอยสมบัติล้ำค่าที่บรรดาแฟนคลับไทยและอินเตอร์ต่างรอคอย “JEFF SATUR” ที่ไม่เคยทำให้แฟนๆผิดหวังกับความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์พลังเสียงร้องที่ปลุกทุกโสตประสาท ด้วยเพลงฮิตติดหูอย่าง “ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง” , “เหมือนวิวาห์” แถมซีนเด็ดในเพลง “มือปืน” ที่หนุ่มเจฟแอบโชว์ให้เห็นกล้ามท้องจนสาวๆกรี๊ตจนใจสั่น และตามด้วยซิงเกิ้ลล่าสุดอย่างเพลง “ของขวัญปีใหม่” สลับฟิลมาสนุกกับ “FELLOW FELLOW” วงดนตรีเพลงรักสุดอบอุ่นเสียงละมุน แนวเพลง ป็อป อะคูสติก ที่มีเพลงฮิตติดชาร์จในตำนานอย่าง “เมษา(Maysa)” , “ดาวหางฮัลเลย์” และไม่พลาดที่จะหยิบซิงเกิ้ลล่าสุด “Milky way” มาฝากให้หวานซึ้งไปด้วยกัน ไปต่อกับ “DEXX” บอยกรุ๊ป จากค่าย DMD Music ที่มาขยับดีกรีความเดือดของเวทีนี้กับซิงเกิ้ลแรก “Clang Clang” แถมต่อกับซิงเกิ้ลล่าสุด “อกหักเป็นเพื่อนเธอ (Beside You)” ได้แบบน่ารักสดใสตกแฟนคลับกลับบ้านไปเพียบ กรี๊ดต่อไม่ต้องพักกับ “NU NEW” ที่ก้าวขาขึ้นเวทีมาในชุดดีเทลน่ารักเกินเบอร์ สมคำ“บอยสมบัติแห่งชาติ”เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับระดับนานาชาติ ที่ขึ้นมาจัดเต็มอารมณ์กับเซ็ตเพลงฮิตรัวๆ อย่าง “เอ๊ะ” , “ขึ้นใจ” ปิดท้ายด้วย “รักแท้” ที่แอบมีหนุ่มหน้าคุ้นเคยอย่าง “ซี พฤกษ์” มายืนดูจนนุนิวออกปากว่า “วันนี้มีกำลังใจละ” เรียกว่าคอนนี้หวานเกินไปมากจริงๆ ไปต่อกับอีกหนึ่งตัวท็อป 7 หนุ่ม “ATLAS” เล่นเอาคนดูลุกขึ้นขยับแข้งขากรี๊ดกันตั่งแต่เริ่มกับเพลง “Mayday Mayday” , “เป๊ะ” , “Boyfriend” , “โลเล” ที่บอกเลยว่าเป๊ะทั้งร้องทั้งเต้นเรียกเสียงกรี๊ดได้แน่นสนั่นเวทีจริงๆ จากนั้นไปต่อแบบไม่ต้องพัก กับ “PROXIE” ที่จัดเพลย์ลิสมาเปิดตี้ปลุกมูดความสนุกแบบไม่ยั้ง จัดเต็มตั้งแต่เริ่มด้วยเซ็ตเพลงติดแท่นท็อปชาร์ตอย่าง “สถานะเบลอ”(BLURR) , “คนไม่คุย” , “ อ๊อดแอด” และ “Bad Shawty” บิ้วคนดูให้ฟินอินกับบรรยากาศค่ำคืนที่อัพดีกรีความสนุกหนักขึ้นไปอีก ถึงคิว “LYKN” ที่แค่ก้าวขาขึ้นเวทีมาก็เรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาสาวๆจนหาดแทบแตก วาดลวดลายเอวหวานท็อปฟอร์มทั้งร้องทั้งเต้นเอ็นเตอร์เทนคนดูฉ่ำจนแทบเมาเอว เรียกว่าตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้ายขนมาแต่เพลงฮิตล้วนๆ อย่างซิงเกิ้ลล่าสุด “ชอบก็บอก” (Feel Like Me ) , โฮ่ง” , “ฉ่ำ” , “หูดับ” จัดหนักไปแบบรัวๆเล่นเอาแฟนๆ ส่งเสียงกรี๊ดกันสุดเสียง ปิดท้ายกับ “POLYCAT” วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจนที่สุด เตรียมเซ็ตเพลงฮิตมาให้แบบนอนสต็อป อย่าง “อาวรณ์” , “เวลาเธอยิ้ม” , “มันเป็นใคร” รันยาวให้ทุกคนร้องและโบกมือตามแบบสมการรอคอย มอบความสุขส่งท้าย สร้างบรรยากาศให้ค่ำคืนนี้อบอุ่นด้วยความสุขความทรงจำเต็มกราฟความฟินเลยทีเดียว

เครือสหพัฒน์ จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดพิเศษ “The Next Live Creator” พร้อมอัปสกิลสายไลฟ์ แชร์ทริคเด็ด กับก้าวแรกสู่การสร้างตัวตนใหม่ เพื่อช่วยสร้างช่องทาง สร้างรายได้ในยุคดิจิทัล

08 ต.ค. 2025

เครือสหพัฒน์ จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดพิเศษ “The Next Live Creator” พร้อมอัปสกิลสายไลฟ์ แชร์ทริคเด็ด กับก้าวแรกสู่การสร้างตัวตนใหม่ เพื่อช่วยสร้างช่องทาง สร้างรายได้ในยุคดิจิทัล

กรุงเทพฯ 8 ตุลาคม 2568 - เครือสหพัฒน์ จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดพิเศษ “The Next Live Creator” สร้างตัวตนใหม่ผ่านช่องทางไลฟ์ พร้อมให้ทุกคนได้อัปสกิล ด้วยเทคนิคการขาย การสร้างคอนเทนต์ และเคล็ดลับดันยอดขายยังไงให้ปัง ซึ่งทางเครือสหพัฒน์มีความตั้งใจจะสร้างคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังช่วยเปิดโอกาส สร้างอาชีพใหม่ให้กับทุกคนได้มีรายได้เสริมในยุคดิจิทัลนี้โดยกิจกรรมในช่วงเช้ามีคุณฐาปกรณ์ ก้อนทองคำ TIKTOK Expert มาแชร์เทคนิคการปั้นช่อง รวมทั้งการสร้างคลิปอย่างไรให้เป็นไวรัล เพื่อให้ได้เรียนรู้ถึงพฤติกรรมคนเล่น Tiktokและเข้าถึงคนดูมากที่สุด และสำหรับช่วงบ่ายครูลูกแก้ว – วริศรา บำรุงเวศ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการแสดง ที่มาสอนภายใต้หลักสูตรครูเงาะ ในการแชร์ถึงเทคนิค การเพิ่มพลังในการนำเสนอ / การสร้างตัวตนให้คนจดจำ และเทคนิคการนำ pain pleasure สิ่งที่ลูกค้าต้องการและอยากได้ มาถ่ายทอดให้กับผู้ร่วมเวิร์คช้อปได้นำไปปรับใช้ในช่องทางการขายของตัวเองและพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมเวิร์คช้อปนอกจากได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ ยังได้รับสินค้าตัวอย่างจากเครือสหพัฒน์ อาทิ Wacoal, LION, มาม่า, BSC, Ora Pet Care และอีกมากมาย เพื่อนำไปโชว์สกิลพร้อมลงสนามแข่งขัน ทั้งจากการไลฟ์ / ปักตะกร้า เพื่อรับ Affiliate และชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 95,000 บาท*จากการขายสินค้าแค่มีช่องทางบนแพลตฟอร์ม Tiktok โดยไม่ต้องสต้อคสินค้า ไม่ต้องจัดส่งสินค้าเอง เพราะทางแบรนด์มีระบบหลังบ้านครบครัน ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ให้ผู้ต้องการมีรายได้เสริมอีกด้วย และสำหรับใครอยากร่วมเป็น The Next Live Creator สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Wacoal Thailand เพราะสุดยอดนักไลฟ์หน้าใหม่อาจเป็นคุณ!

MUSIC AWARDS JAPAN 2026 เฉลิมฉลองความสำเร็จศิลปินเอเชียอย่างต่อเนื่อง ยกระดับผลงานไทยสู่เวทีรางวัลระดับสากล

06 มี.ค. 2026

MUSIC AWARDS JAPAN 2026 เฉลิมฉลองความสำเร็จศิลปินเอเชียอย่างต่อเนื่อง ยกระดับผลงานไทยสู่เวทีรางวัลระดับสากล

เตรียมเปิดฉากงานประกาศรางวัลดนตรีระดับสากลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น 13 มิถุนายนนี้ ณ Toyota Arena Tokyoโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น — MUSIC AWARDS JAPAN 2026 (MAJ) แพลตฟอร์มงานประกาศรางวัลดนตรีระดับสากลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประกาศกลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีกำหนดจัดงานขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 ณ TOYOTA ARENA TOKYO ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการMAJ ยังคงร่วมขับเคลื่อนปรากฏการณ์ “T-Wind” ให้เป็นที่ประจักษ์ ผ่านการมอบรางวัล International Special Award for Popular Music (Thailand) ภายใต้ความร่วมมือกับ TOTY Awards ซึ่งรางวัลสาขานี้จัดขึ้นเพื่อเชิดชูพลังสร้างสรรค์และความสัมพันธ์อันโดดเด่นระหว่างแฟนเพลงชาวไทยและชาวญี่ปุ่น สานต่อความสำเร็จจากการสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้างของ เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) เจ้าของรางวัลในปีที่ผ่านมากับผลงานเพลง “Ghost”ภายใต้พันธกิจ “Connecting with the World and Illuminating the Future of Music” งาน MAJ 2026 เตรียมสานต่อความสำเร็จจากปีก่อนที่สร้างปรากฏการณ์ไว้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการแสดงจากศิลปินแถวหน้าอย่าง Fujii Kaze, YOASOBI, Creepy Nuts และ Mrs. GREEN APPLE ซึ่งดึงดูดผู้ชมทั่วโลกจนมียอดเข้าชมบน YouTube รวมกว่า 62 ล้านครั้ง พร้อมการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศผ่านสถานีโทรทัศน์ NHK ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ด้วยยอดผู้รับชมผ่านทุกแพลตฟอร์มรวมกว่า 13.4 ล้านคนปัจจุบัน MAJ กำลังมุ่งสู่การเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดนตรีเอเชีย ผ่าน 66 สาขารางวัลที่ครอบคลุมทุกมิติของดนตรีสมัยใหม่ เพื่อสะท้อนถึงความหลากหลายและความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของภูมิทัศน์ดนตรีในภูมิภาคเอเชีย โดยความพิเศษของปีนี้คือการคัดเลือกผู้ชนะผ่านผลโหวตของศิลปินและบุคลากรในอุตสาหกรรมดนตรีทั่วเอเชียกว่า 5,000 รายชื่อ เพื่อเฟ้นหาผลงานที่เป็นตัวแทนแห่งเสียงดนตรีในยุคสมัยนี้อย่างแท้จริงสำหรับผลงานที่มีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล MAJ 2026 จะต้องเป็นบทเพลงหรืออัลบั้มที่เผยแพร่สู่สาธารณะอย่างเป็นทางการ ทั้งในรูปแบบดิจิทัลหรือแผ่นเสียง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568รายละเอียดรางวัลในปีนี้ MAJ 2026 ได้มีการปรับโฉมโครงสร้างรางวัลครั้งสำคัญ โดยเพิ่มรางวัลใหม่เข้ามาอีก 14 สาขา เพื่อให้สอดคล้องกับความหลากหลายของภูมิทัศน์ดนตรีทั้งในญี่ปุ่นและระดับสากล พร้อมมุ่งเน้นการรวมพลังคนในอุตสาหกรรมเพื่อเชิดชูความเป็นเลิศทางดนตรี ตอกย้ำพันธกิจของ MAJ ในการเผยแพร่ผลงานเพลงจากญี่ปุ่นและเอเชียสู่สายตาชาวโลกสำหรับปี 2569 ได้มีการสรุปรางวัลรวมทั้งสิ้น 66 สาขา แบ่งเป็นรางวัลใหญ่ (Major Awards) 6 รางวัล, รางวัลเพลงยอดเยี่ยมในประเทศ 21 รางวัล, รางวัลเพลงยอดเยี่ยมระดับสากล 12 รางวัล, รางวัลอัลบั้มยอดเยี่ยม 3 รางวัล, รางวัลศิลปินยอดเยี่ยม 11 รางวัล และสาขาอื่นๆ โดยในส่วนของรางวัลเพลงยอดเยี่ยมระดับสากลนั้น จะมีรางวัลพิเศษ (International Special Awards) 6 รางวัล มอบให้กับศิลปินเอเชียที่มีผลงานโดดเด่น ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรผู้จัดงานประกาศรางวัลชั้นนำ อาทิ TOTY Awards (ประเทศไทย), Anugerah Musik Indonesia (อินโดนีเซีย), Awit Awards (ฟิลิปปินส์) และ Giải thưởng Âม nhạc Cống hiến (เวียดนาม)MAJ 2026 ยังคงสานต่อการมอบรางวัลใหญ่ (Major Awards) ทั้ง 6 สาขาต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ได้แก่Song of the Year (รางวัลเพลงแห่งปี)Artist of the Year (รางวัลศิลปินแห่งปี)New Artist of the Year (รางวัลศิลปินหน้าใหม่แห่งปี)Album of the Year (รางวัลอัลบั้มแห่งปี)Best Global Hit from Japan (รางวัลเพลงฮิตยอดเยี่ยมระดับโลกจากญี่ปุ่น)Best Song Asia (รางวัลเพลงยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย)MAJ 2026 ยังคงทำหน้าที่เป็นแสงสว่างสู่อนาคตของวงการดนตรี ผ่านการเชิดชูความหลากหลายและคุณค่าของวัฒนธรรมดนตรีจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งนี้ สำหรับการประกาศรายชื่อรางวัลใหม่เพิ่มเติม จะมีการเปิดเผยรายละเอียดให้ทราบในลำดับถัดไปรางวัลพิเศษระดับสากล (INTERNATIONAL SPECIAL AWARD)นอกจากนี้ MAJ 2026 ยังคงสานต่อการมอบรางวัลพิเศษระดับสากล (International Special Awards) ซึ่งเป็นสาขาที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูศักยภาพอันโดดเด่นและอิทธิพลทางวัฒนธรรมของศิลปินทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยการมอบรางวัลให้กับผลงานดนตรีที่มีความเป็นเลิศในเกาหลีใต้, จีน, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ไทย และเวียดนาม ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ MAJ ในการสนับสนุนและสร้างระบบนิเวศทางดนตรีของเอเชียให้มีความแข็งแกร่งและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างแท้จริงรายละเอียดการจัดงานสำหรับงานประกาศรางวัลในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ จะเริ่มต้นด้วยพิธี Premiere Ceremony ในช่วงบ่าย เพื่อมอบรางวัลในสาขาเฉพาะทาง ตามด้วยไฮไลต์สำคัญในช่วงค่ำกับพิธี Grand Ceremony และการเดินพรมแดง สำหรับรางวัลเกียรติยศหลัก ซึ่งทั้งสองกิจกรรมนี้จะร่วมกันจารึกวันประวัติศาสตร์แห่งการเฉลิมฉลองความเป็นเลิศทางดนตรีระดับโลกนอกจากกิจกรรมหลักแล้ว ยังมีการจัดงาน MAJ Awards Week ระหว่างวันที่ 8 - 13 มิถุนายน เพื่อสร้างความคึกคักให้กับย่านอาริอาเกะ (Ariake) ในกรุงโตเกียว ด้วยการแสดงสด การสัมมนาเชิงวิชาการสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมดนตรี และกิจกรรม Showcase จากศิลปินและผู้เชี่ยวชาญทั้งจากญี่ปุ่นและต่างประเทศ

สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ จับมือ GSK ลงนาม MOU โครงการ “Guardian For Healthy Heart” ยกระดับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยโรคหัวใจ

06 ก.พ. 2026

สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ จับมือ GSK ลงนาม MOU โครงการ “Guardian For Healthy Heart” ยกระดับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยโรคหัวใจ

สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัทแกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการ “Guardian For Healthy Heart: Empowering Cardiologists and Patients Through Adult Immunization Awareness” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพหัวใจเชิงป้องกัน และสร้างความตระหนักรู้ด้านการป้องกันโรคติดเชื้อด้วยวัคซีนในผู้ป่วยโรคหัวใจพลตำรวจตรี นพ.เกษม รัตนสุมาวงศ์ นายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์“ผู้ป่วยโรคหัวใจ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด และภาวะหัวใจล้มเหลว มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปหากเกิดการติดเชื้อ ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรืออาจเสียชีวิตได้ สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯจึงได้ร่วมกับบริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GSK ดำเนินโครงการนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของอายุรแพทย์โรคหัวใจให้มีความรู้ที่ทันสมัย สามารถแนะนำวัคซีนที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยโรคหัวใจได้อย่างมั่นใจ และเสริมสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ป่วยโรคหัวใจและประชาชน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคติดเชื้อด้วยวัคซีน ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพของตนเอง”“ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ระหว่างแพทย์ ผู้ป่วย และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเปรียบเสมือน ‘ผู้พิทักษ์หัวใจ’ ในการส่งเสริมการป้องกันโรคติดเชื้อด้วยวัคซีนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจ และลดภาระของระบบสาธารณสุขไทยอย่างยั่งยืน”ศาสตราธิคุณ พญ.สมนพร บุณยะรัตเวช สองเมือง อุปนายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์กล่าวเสริมว่า “การดูแลผู้ป่วยไม่ได้จำกัดเพียงแค่การรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการป้องกันโรคติดเชื้อที่อาจกระตุ้นให้โรคประจำตัวของผู้ป่วยมีอาการกำเริบหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น ซึ่งการป้องกันโรคติดเชื้อมักถูกมองข้าม ในผู้ป่วยโรคหัวใจการติดเชื้อสามารถส่งผลโดยตรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเข้ารักษาในโรงพยาบาล และอาจจะทำให้อาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการป้องกันโรคติดเชื้อด้วยวัคซีนจึงเป็นแนวทางสำคัญในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ความร่วมมือนี้จะช่วยให้แพทย์มีข้อมูลและเครื่องมือที่ชัดเจน ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้ที่ถูกต้องและเข้าใจง่ายแก่ผู้ป่วย อันจะนำไปสู่การป้องกันเชิงรุกที่เกิดขึ้นได้จริง”สำหรับโครงการ “Guardian For Healthy Heart” จะมีการดำเนินการ 3 ด้าน ดังต่อไปนี้ 1. การจัดทำสื่อข้อมูลเพื่อผู้ป่วยผ่านช่องทางความรู้สู่ประชาชนของสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ ในชื่อ Thai Healthy Heart ในรูปแบบวิดีโอสั้นและอินโฟกราฟิก โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจถ่ายทอดข้อมูลที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวรับรู้ความสำคัญของวัคซีนอย่างถูกต้องและเชื่อถือได้ 2. การสนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการสำหรับอายุรแพทย์โรคหัวใจ และ 3. การจัดทำเครื่องมือสำหรับแพทย์ในการแนะนำวัคซีน โดยอ้างอิงแนวทางสากลที่ทันสมัย เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องคุณมาเรีย คริสติช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “GSK รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจในประเทศไทย ในการดำเนินโครงการนี้ เพื่อส่งเสริมการดูแลป้องกันโรคหัวใจเชิงรุกมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ และสนับสนุนบทบาทของอายุรแพทย์โรคหัวใจในการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้ป่วย เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อที่อาจส่งผลต่อสุขภาพหัวใจ”GSK เล็งเห็นว่าการป้องกันเริ่มจากความรู้และความเข้าใจ เมื่อบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนมีความตระหนักเพิ่มขึ้น การจัดการความเสี่ยงก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโครงการนี้มุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และความเข้าใจเรื่องการป้องกันการติดเชื้อ รวมทั้งบทบาทของวัคซีนผู้ใหญ่ในการดูแลสุขภาพหัวใจ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ GSK ที่จะทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในระบบสาธารณสุข เพื่อขับเคลื่อนแนวคิดการป้องกันอย่างยั่งยืน โดยการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สอดคล้องกับพันธกิจ Ahead Together ของ GSKผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพหัวใจที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ จากสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งรวบรวมคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและแนวทางการดูแลสุขภาพหัวใจเชิงป้องกันที่เข้าใจง่ายและทันสมัย ได้ทาง LINE Official Account: @THHealthyHeart รวมถึง Facebook: ThaiHealthyHeart และเว็บไซต์ ThaiHealthyHeart.com

ทรอส เปิดตัวนวัตกรรมกู้ผมร่วง “TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Series”

04 ก.พ. 2026

ทรอส เปิดตัวนวัตกรรมกู้ผมร่วง “TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Series”

ทรอส เปิดตัวนวัตกรรมกู้ผมร่วง ชวนนักแสดงหนุ่มมากความสามารถ “ก๊อต จิรายุ” ร่วมเจาะลึกปัญหาเส้นผม พร้อมผู้เชี่ยวชาญเผยเคล็ดลับวิทยาการล่าสุดจาก “สารสกัดเหงือกปลาหมอ” การันตีด้วยรางวัลระดับสากลยกระดับความโปรให้หนุ่ม ๆ มั่นใจขั้นสุด ทรอส (TROS) ผู้นำผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตัวเองและช่วยเสริมสร้างความมั่นใจสำหรับผู้ชาย หนึ่งในแบรนด์สินค้าคุณภาพภายใต้ นีโอ คอร์ปอเรท บริษัทสินค้าอุปโภคสัญชาติไทย คุณภาพระดับสากล เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดเพื่อแก้ปัญหาผมขาดหลุดร่วงโดยเฉพาะ “TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Series” (ทรอส โปร แอดวานซ์ แอนตี้-แฮร์ ลอส ซีรีส์) ตอบโจทย์อินไซต์ผู้ชายไทยที่กังวลเรื่องปัญหาผมบางและสุขภาพหนังศีรษะ ในวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ที่ Préf Café Barภายในงานเปิดตัวได้รับเกียรติจาก อ.ดร.วนัชวรรณ วิสุทธิพรต อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มาร่วมไขความลับแห่งนวัตกรรมพืชพื้นถิ่นของไทยสู่รางวัลระดับสากล พร้อมด้วย “ก๊อต” จิรายุ ตันตระกูล นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ เจ้าของบุคลิกโดดเด่นและใส่ใจดูแลตัวเองในทุกมิติ มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลตัวเองศิริสุภา อาจสัญจร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เผยถึงทิศทางของแบรนด์ว่า “ภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์ Personal Care สำหรับผู้ชาย (Men’s Grooming) ในปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเซกเมนต์ที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาและแก้ปัญหาเฉพาะจุด จากการศึกษาเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่าปัญหา ‘ผมร่วงและผมบาง’ เป็นหนึ่งในความกังวลอันดับต้น ๆ ที่ทำลายความมั่นใจของผู้ชายทุกวัย ไม่ใช่แค่ในกลุ่มผู้ใหญ่เท่านั้น แต่เริ่มพบในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้นจากไลฟ์สไตล์และความเครียด อีกทั้งในส่วนของผู้ชายเอง ค่อนข้างมีแนวโน้มผมขาดร่วงมากกว่าผู้หญิง เนื่องจากผู้ชายมีกิจกรรมที่แตกต่างจากผู้หญิง ตลอดจนมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงกว่า และจะถูกเปลี่ยนเป็น DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งมีผลกระทบต่อรากผมโดยตรง ทำให้เส้นผมบางลงและวงจรชีวิตสั้นลง ซึ่งทำให้รูขุมขนอ่อนแอและเส้นผมหลุดร่วงง่ายกว่า โดยผู้ชายมักมีรูขุมขนบริเวณขมับและกระหม่อมไวต่อ DHT มากกว่าผู้หญิง”“การตัดสินใจขยับเข้ามาสู่ตลาดนี้ เป็นความตั้งใจของแบรนด์ที่จะยกระดับภาพลักษณ์สู่ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Expertise) มากยิ่งขึ้น ภายใต้ Sub-Brands “TROS PRO”(ทรอส โปร) ที่เน้นนำเสนอความ พรีเมียมผ่านการวิจัย คิดค้นและพัฒนาสูตร คัดสรรวัตถุดิบจากความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่นอกจากมีประสิทธิภาพที่ดีแล้วยังสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง โดยครั้งนี้เราได้ร่วมมือกับนักวิจัยไทย ที่นำพืชพื้นถิ่นของไทยอันทรงคุณค่ามาพัฒนาเป็นสารสกัดสำคัญ คือ ‘สารสกัดเหงือกปลาหมอ’ (Sea Holly Extract) โดยมี สิทธิบัตรงานวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวรรองรับ การันตีด้วยรางวัลระดับนานาชาติ 2 รางวัล คือ เหรียญรางวัล Bronze Award จากงาน Geneva International Exhibition of Inventions 2024 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และ Special Prize จาก Korea Invention Promotion สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ไทยที่มีความโดดเด่นไม่แพ้แบรนด์จากชาติใดในโลก” ศิริสุภา กล่าวสำหรับ TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Series เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคิดค้นและวิจัยร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญจากสถานวิจัยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดดเด่นด้วยสารสกัดหลักจากธรรมชาติ “สารสกัดเหงือกปลาหมอ” ซึ่งถูกคัดคุณภาพและใช้วิธีสกัดด้วยเทคนิคพิเศษ ผ่านการควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม เพื่อคงประสิทธิภาพของสารสำคัญและให้ได้คุณภาพสูงสุดในทุกๆ ฤดูกาล ในการนำมาบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ พร้อมทั้งมีผลงานวิจัยรองรับประสิทธิภาพ พร้อมเทคโนโลยี Advanced Anti-Hair Loss การันตีถึงความสามารถในการลดการขาดร่วงของเส้นผมช่วยส่งเสริมการเกิดใหม่ของเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปราศจากสารเคมีทำร้ายเส้นผม อาทิ ซิลิโคน แอลกอฮอล์ และพาราเบน ประกอบด้วยคู่หู 2 สเต็ป ที่จะมาช่วยจัดการปัญหาผมบางและขาดหลุดร่วงได้อย่างครอบคลุม ได้แก่TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Shampoo (ทรอส โปร แอดวานซ์ แอนตี้-แฮร์ ลอส แชมพู)แชมพูสูตรลดผมขาดหลุดร่วง ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ Sea Holly Extract (สารสกัดเหงือกปลาหมอ) ชะลอผมขาดหลุดร่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพทำความสะอาดล้ำลึก ควบคุมความมันอย่างอ่อนโยน เตรียมผิวหนังศีรษะให้พร้อมรับการบำรุง ปราศจาก Sulfate, Silicone, SLS, SLES และ Paraben ​ขนาด 230 มล. ราคา 359 บาทTROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Tonic (ทรอส โปร แอดวานซ์ แอนตี้-แฮร์ ลอส โทนิก)โทนิก ฟื้นฟูและบำรุงลึกถึงโคนผมและหนังศีรษะ และฟื้นบำรุงเส้นผมที่อ่อนแอด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ Sea Holly Extract (สารสกัดเหงือกปลาหมอ) ตรงเข้าไปดูแลลึกถึงสาเหตุของผมร่วง เปราะขาดง่าย ได้รับการวิจัยและพัฒนาสูตร พร้อมทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม ปราศจาก Alcohol, Paraben และ Silicone ขนาด 70 มล. ราคา 799 บาทจากผลทดสอบความพึงพอใจของผู้ใช้จริง พบว่า 90.48% รู้สึกว่าการขาดหลุดร่วงของเส้นผมลดลงและ 71.43% รู้สึกว่าเส้นผมแลดูหนา มีวอลลุ่ม ลูกผมมากขึ้น เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์แชมพูและโทนิกควบคู่กันต่อเนื่องเป็นเวลา 6 สัปดาห์พิสูจน์ความโปรในการกู้ผมร่วง เสริมความมั่นใจให้หนุ่ม ๆ ด้วย TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Series ได้แล้ววันนี้ที่ร้านค้าทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์Shopee : https://shp.ee/2478ltrLazada : https://bit.ly/4rp3rBaKonvy : https://konvy.me/49APOZj พร้อมติดตามกิจกรรมและเคล็ดลับการดูแลตัวเองเพิ่มเติมได้ทางFacebook www.facebook.com/TROSThailandTikTok www.tiktok.com/@trosthailand