Chill On ไลฟ์สไตล์ กิน เที่ยว ช้อปปิ้ง สายมู ดูดวง

News Updates

Food & Beverage

เบื้องหลังความสำเร็จ YOGURUTO ร้านโยเกิร์ตสดปั่นที่โดดเด่นจนคนต่อคิว

20 ก.พ. 2026

เบื้องหลังความสำเร็จ YOGURUTO ร้านโยเกิร์ตสดปั่นที่โดดเด่นจนคนต่อคิว

Yoguruto อาจดูเหมือนเป็นแบรนด์ญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้วเป็น แบรนด์เครื่องดื่มโยเกิร์ตสดปั่นสัญชาติไทย ที่มาแรงจนกลายเป็นหนึ่งในร้านสุขภาพยอดนิยมของคนไทยทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและรสชาติที่อร่อยลงตัวใครเป็นเจ้าของ แนวคิดธุรกิจ ผู้ก่อตั้งหลักคือ คุณเอลฟ์ – เอื้อการย์ สำรวลหรรษ์ ร่วมกับทีมผู้ประกอบการอีกหลายท่าน โดยเธอมีแนวคิดต้องการสร้างเครื่องดื่มโยเกิร์ตสดปั่น ที่อร่อย ดีต่อสุขภาพ และราคาจับต้องได้ง่าย เพื่อให้ลูกค้าสามารถดื่มทุกวัน โดยไม่รู้สึกผิดเรื่องสุขภาพหรือราคาแพง จุดเริ่มต้น: สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ธุรกิจเดิมต้องปรับตัว — ไอเดียโยเกิร์ตสดปั่นจึงเกิดขึ้นเพื่อให้คนเข้าถึงอาหารดีต่อสุขภาพอย่างง่ายและสะดวก ในช่วงแรก ผู้ก่อตั้งใช้เวลา เกือบ 1 ปีในการพัฒนาสูตร จนได้รสชาติที่เข้มข้นและถูกปากผู้บริโภคก่อนจะเปิดธุรกิจจริงจังจุดเริ่มต้น – สาขาแรกและการเติบโต Yoguruto เปิดสาขาแรก วันที่ 15 ธันวาคม 2563 ที่หน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เพื่อเจาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ก่อนขยายไปสู่พื้นที่ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ปัจจุบัน (ปี 2569) แบรนด์มี จำนวนสาขามากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นตัวเลขจริงจากบทความปีล่าสุดที่สรุปสถานะธุรกิจหลัง 4-5 ปีของการดำเนินงานเมนูสินค้าและจุดเด่นที่ขายดี Yoguruto โดดเด่นที่การเสิร์ฟ โยเกิร์ตสดปั่นพร้อมดื่ม โดยมีหลายเมนูให้เลือก ทั้งรสคลาสสิกและเมนูสร้างสรรค์ เช่น:โยเกิร์ตข้าวเหนียวนิล (เมนูรีวิวยอดนิยม)โยเกิร์ตน้ำผึ้งโยเกิร์ตอโวคาโดโยเกิร์ตผลไม้ตามฤดูกาลเมนูตามเทรนด์ Superfood ต่าง ๆและท็อปปิ้งให้เลือกมากมาย รวมถึงการปรับระดับความหวานได้ตามใจลูกค้าราคาส่วนใหญ่เริ่มต้น ประมาณ 49-89 บาทขึ้นไป ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายและซื้อซ้ำบ่อย ๆทำไมถึง “ขายดีและเติบโตเร็ว”?ราคาเข้าถึงง่าย + คุณภาพจริงจังด้วยราคาเริ่มต้นต่ำ แต่เน้นวัตถุดิบคุณภาพและรสชาติที่เข้มข้น ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ เพราะได้ทั้งความอร่อยและความคุ้มค่าเน้นสุขภาพแต่ยังอร่อยเมนูหลายอย่างตอบโจทย์แนวสุขภาพ แต่ยังคงความอร่อยและสามารถปรับแต่งได้ตามความชอบของลูกค้าDigital Word-of-Mouth และโซเชียลมีเดียเสียงรีวิวจากลูกค้าบน TikTok, Instagram และ Facebook เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้แบรนด์กลายเป็นกระแสไวรัลแบบไม่ต้องพึ่งแค่โฆษณาอย่างเดียวระบบแฟรนไชส์ที่รองรับการขยายYoguruto มีระบบแฟรนไชส์ที่ชัดเจนและการสนับสนุนทีมงาน ทำให้การขยายสาขาในหลายพื้นที่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและมีมาตรฐานเดียวกันโมเดลการตลาดที่ทำให้แบรนด์แข็งแรงใช้การสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ให้เป็น lifestyle drink — ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มทั่วไปสร้างคอนเทนต์รีวิวจากลูกค้าจริงเพื่อเพิ่ม Trust และการเข้าถึงบนโซเชียลทำราคาและเมนูให้ “ไม่เลือกคนซื้อ” — ทั้งวัยเรียน วัยทำงาน และคนใส่ใจสุขภาพรองรับบริการแฟรนไชส์อย่างเป็นระบบเพื่อเร่งการขยายสาขาสรุป (Key Takeaways)Yoguruto เป็น แบรนด์ไทยแท้ ที่สร้างตัวเองจากไอเดียและการพัฒนาสูตรจนแตกต่างในตลาดเครื่องดื่มสุขภาพใช้ ราคาเข้าถึงง่าย และ รสเด็ดจริง ๆ เป็นจุดแข็งในการเติบโตการตลาดเน้น รีวิวและโซเชียลมีเดีย เป็นตัวผลักกระแสให้คนรู้จักกว้างและไวโมเดลแฟรนไชส์ช่วยให้แบรนด์ขยายได้ง่ายและเร็วกว่าคู่แข่งหลายรายจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

Molly Tea เปิดวาร์ป 'ร้านชา' สัญชาติจีนที่มาแรงที่สุด!

01 ธ.ค. 2025

Molly Tea เปิดวาร์ป 'ร้านชา' สัญชาติจีนที่มาแรงที่สุด!

สายชาห้ามพลาด! ถ้าคุณกำลังมองหาร้านชาที่มอบประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งในด้านรสชาติ ความหอม และบรรยากาศสุดคิ้วท์วันนี้ Chill On จะพาคุณมาทำความรู้จักกับ Molly Tea แบรนด์ชาสัญชาติจีนที่กำลังเป็นกระแสและมาแรงที่สุดในขณะนี้!1.ทำไม Molly Tea ถึงครองใจ 'สายชา' อย่างรวดเร็ว?ความพิเศษที่ทำให้ Molly Tea แตกต่างจากร้านชาทั่วไป คือการยกระดับการชงชาไปอีกขั้น ด้วยการให้ความสำคัญกับ "ชาดอกไม้" (Floral Tea) โดยเฉพาะชาที่ทำจากดอกมะลิคุณภาพสูง (Premium Jasmine Tea)กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์: Molly Tea คัดสรรชาดอกมะลิระดับพรีเมียม ที่ให้กลิ่นหอมละมุน ชวนหลงใหล และผ่อนคลายในทุกสัมผัสรสชาติที่นุ่มนวล: รสชาติของชาดอกไม้ไม่ขมฝาด แต่มีความนุ่มนวล ชุ่มคอ ดื่มง่าย ทำให้การดื่มชาไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไปประสบการณ์ที่ครบเครื่อง: นอกจากชาคุณภาพแล้ว ร้านยังมีมาสคอต "น้องมอลลี่" สุดน่ารัก เป็นอีกหนึ่งมุมให้สายคอนเทนต์ได้มาเช็คอินและถ่ายรูป!2 เมนูซิกเนเจอร์ Molly Tea ที่ 'ห้ามพลาด' เด็ดขาด!1. Snowy Gardenia (สโนวี่ การ์ดีเนีย) - เมนูชาผลไม้ตัวท็อปแค่ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าพรีเมียมแค่ไหน! เมนูนี้โดดเด่นด้วยการผสมผสานชาหอมคุณภาพเข้ากับรสชาติสดชื่นของผลไม้ ให้รสสัมผัสที่บางเบา นุ่มละมุน ชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังเป็นเจ้าหญิงในสวนดอกไม้ เป็นเมนูที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนชอบชาที่มีความสดชื่นและมีมิติ2. Premium Jasmine Milk Tea (พรีเมียม จัสมิน มิลค์ ที) - ชานมที่ไม่เหมือนใครสำหรับสายชานมที่ต้องการความแตกต่าง Premium Jasmine Milk Tea คือคำตอบ! ด้วยการใช้ชาดอกมะลิคุณภาพสูงมาเป็นเบส ทำให้ชานมแก้วนี้ไม่เลี่ยน แต่ยังคงไว้ซึ่งความหอมของดอกมะลิที่เป็นเอกลักษณ์ ดื่มแล้วได้ทั้งความเข้มข้นของนมและความหอมละมุนของชาในเวลาเดียวกันติดใจความหอม? ซื้อ 'ชาดอกไม้' กลับบ้านได้เลย!สำหรับใครที่ดื่มชาที่ร้านแล้วติดใจในความหอมละมุนของชาดอกมะลิ หรือชาชนิดอื่นๆ ของ Molly Tea ทางร้านก็มีผลิตภัณฑ์ชาคุณภาพให้คุณสามารถซื้อกลับไปชงดื่มเองที่บ้านได้เช่นกัน รับรองว่าคุณภาพแน่น! ให้รสชาติและกลิ่นหอมไม่ต่างจากการทานที่ร้าน มอบความผ่อนคลายได้ทุกที่ทุกเวลาค้นหาร้าน Molly Tea ใกล้บ้านคุณวันนี้ แล้วเปลี่ยนประสบการณ์การดื่มชาแบบเดิมๆ ให้พิเศษกว่าที่เคย!ผู้เขียน : บาลี บัญชานิตยกาลภาพ : เบญญาภา แนบเนียน

Cheung Hing Kee Michelin Guide จากฮ่องกง มาเสิร์ฟให้ถึงไทยแล้ว

28 พ.ย. 2025

Cheung Hing Kee Michelin Guide จากฮ่องกง มาเสิร์ฟให้ถึงไทยแล้ว

Cheung Hing Kee (เชิงเฮ่งเก): เชิงเจียนเปาทอด Michelin Guide จากฮ่องกง มาเสิร์ฟให้ถึงไทยแล้ว ที่เซนทรัลชิดลม!วันนี้ Chill On จะพาไปลอง เชิงเจียนเปา หรือถ้าจะให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ก็คือ เมนูที่คล้าย ๆ กับเสี่ยวหลงเปาทอด กัดไปเนื้อกรอบนอก นุ่มที่ด้านใน น้ำซุปที่ห่ออยู่ข้างในไหลทะลักออกมาฉ่ำ ๆ นัวลงตัวแบบสุด ๆ แค่คิดภาพตามก็หิวแล้วใช่มั้ยล่ะ ซึ่งบอกเลยว่า ตอนนี้หาทานได้แบบไม่ลำบากเลย เพราะ เชิง เฮ่ง เก ร้านเชิงเจียนเปา ระดับ Michelin Guide จากฮ่องกง เขามาเปิดแล้วที่เซนทรัลชิดลมเชิง เฮ่ง เก (Cheung Hing Kee) เป็นร้านเสี่ยวหลงเปาทอด สไตล์เซี่ยงไฮ้ ร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังจากฮ่องกง ในย่าน Tsim Sha Tsui และเป็นเจ้าของรางวัล Michelin Bib Gourmand ปี 2016, 2024 และล่าสุด 2025 จากมิชลินไกด์ฮ่องกงและมาเก๊าที่สาขานี้ เขาดึงเอาความเป็นสตรีทฟู้ดมาคงไว้ได้อย่างชัดเจน โดยการเป็นครัวที่เปิดให้สามารถมองเห็นทุกกระบวนการอันแสนพิถีพิถันในการรังสรรค์ เจ้าเชิงเจียนเปา แสนอร่อยนั้น ตั้งแต่การปั้นแป้ง ยัดไส้ ลงทอด ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยความตั้งใจของทุกคนในครัว‘เชิงเจียนเปาเซ็ตคอมโบ (300 บาท)’รวมเสี่ยวหลงเปาลูกใหญ่ 3 ไส้ ไว้ในจานเดียว ครบทั้งไส้หมู, ทรัฟเฟิล และหมาล่าเรื่องรสชาตินี่ต้องยกให้เขาเลยล่ะ เพราะมันบรรเจิดเลิศเลอเป็นที่สุด กัดเข้าไปเราจะได้รับรู้ถึงความกรอบของแป้งก่อน แล้วต่อด้วยความนุ่มของตัวไส้ด้านใน ตามมาด้วยความหอมจากน้ำซุปและซอสสูตรพิเศษที่เคี่ยวจากสมุนไพรหลายชนิด บอกเลยว่า ฟินสุด ๆ อร่อยมาก ก.ไก่ ล้านตัวเรื่องรสชาตินี่ต้องยกให้เขาเลยล่ะ เพราะมันบรรเจิดเลิศเลอเป็นที่สุด กัดเข้าไปเราจะได้รับรู้ถึงความกรอบของแป้งก่อน แล้วต่อด้วยความนุ่มของตัวไส้ด้านใน ตามมาด้วยความหอมจากน้ำซุปและซอสสูตรพิเศษที่เคี่ยวจากสมุนไพรหลายชนิด บอกเลยว่า ฟินสุด ๆ อร่อยมาก ก.ไก่ ล้านตัวเครื่องเคียงความอร่อยไม่ได้หยุดแค่เชิงเจียนเปา แต่มันลามไปถึงเครื่องเคียงเลยล่ะ อะไรมันจะอร่อยไปหมดขนาดนี้ ถ้าทานแล้วรู้สึกเลี่ยน เครื่องเคียงเหล่านี้ช่วยได้นะจ๊ะใครที่อยากจะลองของเด็ด ของดี แบบนี้บ้างล่ะก็ ไปตำกันได้เลยนะที่ เซนทรัลชิดลม จ้า!Cheung Hing Kee เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.ร้านอยู่ชั้น 1 โซน Public Market ที่ Central Chidlomผู้เขียน นาย ชานนท์ ไชยศรี

ปักหมุดร้านลับริมเล! "ครัวเจ๊นงค์ซีฟู๊ด" อร่อย พื้นบ้าน ราคาดีต่อใจ ที่ชะอำ

28 พ.ย. 2025

ปักหมุดร้านลับริมเล! "ครัวเจ๊นงค์ซีฟู๊ด" อร่อย พื้นบ้าน ราคาดีต่อใจ ที่ชะอำ

ใครมีแพลนมาเที่ยวชะอำ-หัวหิน แอดขอป้ายยาแรงๆ ให้มาลองร้านนี้ "ครัวเจ๊นงค์ซีฟู๊ด" ร้านอาหารเล็กๆ ริมชายทะเลบ่อเคียะ ที่นำเสนอรสชาติอาหารพื้นบ้านแท้ๆ ในราคาที่สบายกระเป๋าสุดๆ! ร้านนี้แอดกับเพื่อนบังเอิญเจอตอนเสิร์ชหาร้านขากลับเข้ากรุงเทพฯ พิกัดร้านจะอยู่ในซอยเล็กๆ ครับ พอจอดรถที่ลานด้านหน้าแล้ว ทางร้านจะมี บริการรถกอล์ฟ ขับพาเราเข้าไปที่ร้าน (เก๋มาก!) วันที่ไปเป็นเที่ยงวันอาทิตย์ ลูกค้าเต็มร้านแต่รอคิวไม่นานเลย การจัดการดีเยี่ยมครับมาถึงเมนูเด็ดที่ "ร้านนี้ทำถึง" จนต้องบอกต่อ:หอยนางรมทรงเครื่อง: เห็นสั่งกันทุกโต๊ะเลยจัดบ้าง! ทางร้านใช้หอยไซส์เล็กแต่สด สะอาดมาก เสิร์ฟพร้อมกระถิน หอมเจียว น้ำพริกเผา และน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ด พอตักเข้าปากพร้อมกันคือฟิน! รสสัมผัสละมุน หวาน เจอกับความแซ่บคือลงตัวปูนิ่มผัดฉ่า: (Recommended) จานนี้แอดแนะนำมาก! ปูนิ่มทอดมากรอบกำลังดี ผัดกับเครื่องผัดฉ่ารสร้อนแรง หอมสมุนไพร กินคู่ข้าวสวยร้อนๆ คือที่สุด! แถมปริมาณที่ให้คือคุ้มเกินราคาต้มยำปลากะพงน้ำใส: สายดื่มต้องสั่ง! ซดแล้วสดชื่นตาสว่าง น้ำซุปหอมใบกะเพรา รสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนต้มยำในกรุงเทพฯ ส่วนเนื้อปลากะพงคือใส่มาแบบไม่หวง ชิ้นใหญ่ หนา เนื้อเด้ง สดหวานจนแทบละลายในปาก (แอบคิดว่าร้านจะได้กำไรไหมเนี่ย)หอยเชลล์ผัดเนยกระเทียม: เมนูยอดฮิตจากรีวิว สั่งมาแล้วไม่ผิดหวัง หอยตัวใหญ่ผัดเนยกระเทียมมาแบบหอมฟุ้ง รสชาตินัวละมุน ยิ่งกินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดคือเด็ดขาด! มาต่อกับบรรยากาศ ไฮไลท์ของร้านนี้ เนื่องจากร้านอยู่ติดชายหาดบรรยากาศเลยชิลมาก มีบริการเช่าม้าขี่เล่นด้วย แอบกระซิบว่าน้องม้านี่นี่เฟรนด์ลี่สุดๆ แถมยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ บนหาดให้แชะภาพระหว่างรออาหาร แอดว่าถ้ามาช่วงเย็นรอดูพระอาทิตย์ตก วิวต้องหลักล้านแน่นอน เสียดายมากที่มื้อเช้าแอดจัดหนักมาแล้ว เลยทานได้ไม่กี่อย่าง แต่บอกเลยว่า "ครัวเจ๊นงค์ซีฟู๊ด" คือร้านที่ต้องซ้ำ! ครั้งหน้ากลับมาจัดเต็มอีกแน่นอน ใครผ่านไปแถวนั้น ห้ามพลาดนะครับ!พิกัด: ครัวเจ๊นงค์ซีฟู๊ด ชายทะเลบ่อเคียะ จ.เพชรบุรี (เข้าซอยชะอำ 59 ปากซอยมีเซเว่น ใกล้โรงแรมสยามบีช)เบอร์โทร: 081-986-0916, 081-941-8073, 084-569-3519เวลาเปิด-ปิด:จันทร์ - พฤหัสบดี: 11.00 - 21.00 น.ศุกร์ - อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์: รอบเช้า: 11.00 - 15.30 น. และรอบเย็น: 17.30 - 21.00 น.

ก๋วยเตี๋ยวปลาคลองโคน – ร้านเด็ดที่ต้องแวะเมื่อมาสมุทรสงคราม!

24 พ.ย. 2025

ก๋วยเตี๋ยวปลาคลองโคน – ร้านเด็ดที่ต้องแวะเมื่อมาสมุทรสงคราม!

ใครผ่าน สมุทรสงคราม บอกเลยว่าห้ามพลาดร้านก๋วยเตี๋ยวปลาเจ้าดังที่ครอบครัวอินฟลูสายฮา—คุณบาส คุณบิว คุณโบว์—ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “ของดีต้องลอง!” วันนี้แอดกับเพื่อน ๆ เลยไม่พลาด แวะมาลิ้มรสด้วยตัวเองกับร้านก๋วยเตี๋ยวปลาคลองโคน ร้านตั้งอยู่ในปั๊ม PTT โซนจุดพักรถ หาไม่ยากเลยค่ะ พอมาถึงหน้าร้านปุ๊บ สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือ ความน่ารักของพี่ ๆ พนักงาน บริการดีจนเหมือนได้มากินข้าวบ้านญาติแบบอบอุ่น ฟีลดีตั้งแต่ยังไม่ทันได้กิน! ตัวร้านเป็น ครัวแบบเปิด มองเห็นทุกขั้นตอนการทำ แอดแอบไปดูตอนพี่ๆเขาทำบอกเลยว่าเขาทำสดใหม่ทุกชามและวัตถุดิบที่ใช้ไม่ใช่เล่นๆ เห็นแล้วต้องรีบหยิบเมนูขึ้นมาสั่งเลย มาถึงเรื่องอาหาร ทางร้านมีทั้งเมนูน้ำใส ต้มยำและเย็นตาโฟ วันนี้แอดและเพื่อนๆจัดบะหมี่ปลาน้ำใสเส้นเล็กปลาน้ำใสเย็นตาโฟปลา บอกเลยว่า อร่อยจริงตามคำล่ำลือ! น้ำซุปกลมกล่อม ปลาสด ลูกชิ้นแน่นเต็มคำ ที่สำคัญทุกชามจะเสิร์ฟคู่กับ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรเด็ด หอม มัน นัว กินกับลูกชิ้นก็ดี ใส่ในน้ำซุปก็ยิ่งฟิน! ที่นี่คือไม่หวงของเลย ปริมาณแน่น ๆ อิ่มจุกในชามเดียว นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้วทางร้านยังมีเมนูข้าวต้มปลาหรือทะเลด้วยนะ ส่วนของกินเล่นก็จัดว่าเด็ดมากไม่ว่าจะเป็น เกี๊ยวทอด เต้าหู้ทอด แฮ่กึ๊นทอด ปลาลวกจิ้ม ลูกชิ้นลวกจิ้มหรือสั่งเป็นรวมมิตรก็มี! แต่ที่สุดของที่สุดต้องมอบมงให้ เต้าหู้ทอด บอกเลยว่ากรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน ทอดมาร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มถั่ว หอม เข้มข้น อร่อยแบบ “เด็กอ้วนชอบ” จริง ๆ! ส่วนรวมมิตรลวกจิ้มก็คุ้มมาก ให้เยอะ ราคาเป็นมิตรสุด ๆสรุปเลยว่า…อิ่ม อร่อย คุ้มค่า ครบจบในร้านเดียวบรรยากาศดี พนักงานเป็นกันเอง ราคาเฟรนด์ลี่ ใครผ่านมาแถวนี้ต้องแวะให้ได้ค่ะ!พิกัด : ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาคลองโคน (ในปั๊ม ปตท. ปากทางเข้าคลองโคน) จ.สมุทรสงครามเบอร์ติดต่อ : 081-880-6699เวลาเปิด–ปิด : เปิดทุกวัน 09.00 – 16.00 น.จัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

ตำนานความอร่อย หมูแดง หมูกรอบ คู่เมืองโพธาราม ราชบุรี

17 พ.ย. 2025

ตำนานความอร่อย หมูแดง หมูกรอบ คู่เมืองโพธาราม ราชบุรี

ร้านโอชาโพธาราม หมูแดงหมูกรอบ ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่เกี๊ยวคือ หนึ่งในตำนานความอร่อยที่สืบทอดรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์มาอย่างยาวนาน คู่เมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี จนเป็นที่กล่าวขานของผู้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาสัมผัสความอร่อยบรรยากาศร้านเก่าแก่แต่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามารับประทาน ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้าน คุณจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและกลิ่นหอมของน้ำซุปที่ลอยมาเตะจมูกเมนูยอดนิยมที่ต้องลิ้มลองเมนูที่เป็นเสมือน "พระเอก" และสร้างชื่อเสียงให้กับร้านคือ ข้าวหมูแดง และ ข้าวหมูกรอบรสเลิศ ที่ทำสดใหม่วันต่อวัน หมูกรอบของที่นี่มีจุดเด่นที่หนังฟูกรอบ เนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ส่วนหมูแดงก็ย่างได้หอมและนุ่มลิ้น ราดด้วยน้ำราดสูตรเฉพาะที่เข้มข้นกลมกล่อมลงตัวข้าวหมูแดงข้าวหมูกรอบนอกจากนี้ยังมีเมนูไม่ควรพลาดก๋วยเตี๋ยวต้มยำสำหรับสายแซ่บ ทางร้านปรุงรสจัดจ้านด้วยน้ำมะนาวแท้ หอม ครบเครื่อง พร้อมหมูแดงหมูกรอบที่ทำเองเกี๊ยวน้ำหมูแดงเกี๊ยวแผ่นบางนุ่ม ห่อไส้แน่นๆ (ทั้งไส้หมูและไส้กุ้ง) เสิร์ฟในน้ำซุปหอมๆ ซดคล่องคอที่อยู่ : 77 ตำบล โพธาราม อำเภอโพธาราม ราชบุรี 70120วันจันทร์ - วันเสาร์: 11:30–16:00 น.วันอาทิตย์: 11:00–16:00 น.โทร : 083 223 2158ผู้เขียน : บาลี บัญชานิตยกาล

Beauty & Health

ไวรัสฮันตา จะกลายเป็นโรคระบาดใหญ่ไหม?

08 พ.ค. 2026

ไวรัสฮันตา จะกลายเป็นโรคระบาดใหญ่ไหม?

ไวรัสฮันตา (Hantavirus) คืออะไร? อาการ การติดต่อ สายพันธุ์ และความเสี่ยงแพร่จากคนสู่คน “ฮันตาไวรัส” (Hantavirus) คือกลุ่มไวรัสที่มีสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะ “หนู” เป็นแหล่งรังโรคหลัก สามารถก่อโรครุนแรงในมนุษย์ได้ทั้งระบบทางเดินหายใจและไต โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า การติดเชื้อส่วนใหญ่มักเกิดจากการสัมผัสปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลาย หรือฝุ่นที่ปนเปื้อนเชื้อจากหนู ปัจจุบันไวรัสชนิดนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีรายงานคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางร่วมกันบนเรือสำราญ และการจับตาสายพันธุ์ Andes virus ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีหลักฐานว่าสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ฮันตาไวรัสทำให้เกิดโรคอะไร?โรคจากฮันตาไวรัสแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่1. Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) หรือ HCPSโรคที่ส่งผลต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ พบมากในทวีปอเมริกา อาการรุนแรงอาจทำให้ปอดล้มเหลวและเสียชีวิตได้2. Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome (HFRS)โรคไข้เลือดออกร่วมกับไตวาย พบมากในเอเชียและยุโรป ผู้ป่วยอาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติและไตทำงานล้มเหลวฮันตาไวรัสติดต่ออย่างไร?ช่องทางการติดเชื้อหลักของฮันตาไวรัส ได้แก่สูดดมฝุ่นหรืออากาศที่ปนเปื้อนปัสสาวะและมูลหนูสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อแล้วจับตา จมูก หรือปากถูกหนูกัดรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อการติดเชื้อส่วนใหญ่ยังคงเกี่ยวข้องกับ “สัตว์ฟันแทะ” มากกว่าการแพร่ระหว่างมนุษย์ฮันตาไวรัสแพร่จากคนสู่คนได้ไหม?ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตามองมากที่สุดในปัจจุบัน CDC ระบุว่า ฮันตาไวรัสส่วนใหญ่ “ไม่แพร่จากคนสู่คน” โดยการติดเชื้อหลักยังมาจากหนูและสัตว์ฟันแทะ อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำคัญคือ Andes virus (ANDV) ซึ่งพบในอเมริกาใต้ และเป็นสายพันธุ์ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ แม้จะพบไม่บ่อยก็ตามการแพร่เชื้อมักเกี่ยวข้องกับการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยการอยู่ในพื้นที่ปิดร่วมกันเป็นเวลานานการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อWHO ยังคงเฝ้าติดตามสายพันธุ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะมีพฤติกรรมแตกต่างจากฮันตาไวรัสสายพันธุ์อื่นอาการของฮันตาไวรัสอาการช่วงแรกมักคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่นไข้สูงปวดกล้ามเนื้อปวดศีรษะหนาวสั่นคลื่นไส้อาเจียนหากอาการรุนแรงขึ้น อาจเกิดภาวะต่อไปนี้หายใจลำบากน้ำท่วมปอดความดันโลหิตต่ำไตวายเลือดออกผิดปกติผู้ป่วยบางรายอาการอาจทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันอัตราการเสียชีวิตของฮันตาไวรัส ความรุนแรงขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของไวรัสAndes virus และ Sin Nombre virus มีอัตราเสียชีวิตค่อนข้างสูงHantaan virus และ Dobrava virus มีอัตราเสียชีวิตประมาณ 5–15%Seoul virus และ Puumala virus มักมีอาการรุนแรงน้อยกว่าCDC ระบุว่า โรค HPS มีอัตราเสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 30–40% หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วปัจจุบันมีวัคซีนฮันตาไวรัสหรือไม่? ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนฮันตาไวรัสที่ใช้แพร่หลายทั่วโลก การป้องกันที่ดีที่สุดยังคงเป็นการหลีกเลี่ยงการสัมผัสหนูและสิ่งคัดหลั่งจากสัตว์ฟันแทะทำไม “เรือสำราญ” จึงถูกจับตาเรื่องฮันตาไวรัส? หนึ่งในประเด็นที่ทำให้ฮันตาไวรัสกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง คือรายงานคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางบนเรือสำราญ ซึ่ง WHO กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดปัจจัยเสี่ยงบนเรือสำราญเป็นพื้นที่ปิดมีผู้โดยสารจำนวนมากใช้พื้นที่ร่วมกันเป็นเวลานานมีการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างผู้โดยสาร แม้ยังไม่มีหลักฐานว่าฮันตาไวรัสระบาดแบบเดียวกับโควิด-19 แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าคลัสเตอร์ที่เกิดในพื้นที่ปิดยังคงต้องเฝ้าระวังฮันตาไวรัสจะกลายเป็นโรคระบาดใหญ่ไหม? ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญยังประเมินว่า “โอกาสเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลกยังต่ำ” เนื่องจากฮันตาไวรัสไม่ได้แพร่กระจายง่ายเหมือนไข้หวัดหรือโควิด-19การแพร่จากคนสู่คนพบได้จำกัดมากส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยการสัมผัสใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม WHO และ CDC ยังคงติดตามการกลายพันธุ์ของไวรัสและพฤติกรรมของสายพันธุ์ Andes virus อย่างต่อเนื่องสรุป ฮันตาไวรัสเป็นไวรัสจากสัตว์ฟันแทะที่อาจก่อโรครุนแรงต่อปอดและไต แม้ส่วนใหญ่จะไม่แพร่จากคนสู่คน แต่สายพันธุ์ Andes virus ยังคงเป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตา โดยเฉพาะกรณีคลัสเตอร์ในพื้นที่ปิดอย่างเรือสำราญ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนใช้แพร่หลาย การป้องกันที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสหนูและสิ่งคัดหลั่งที่อาจปนเปื้อนเชื้อ

ทำไมบางคนถึง Move On ช้า ทั้งที่รู้ว่าควรไปต่อ

19 เม.ย. 2026

ทำไมบางคนถึง Move On ช้า ทั้งที่รู้ว่าควรไปต่อ

ทำไมบางคนถึง Move On ช้า ทั้งที่รู้ว่าควรไปต่อ Move on ช้า ผิดไหม? หรือจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องปกติ หลังจากความสัมพันธ์จบลง หลายคนมักจะบอกตัวเองว่า “ควรไปต่อได้แล้ว” แต่ในความเป็นจริง กลับยังรู้สึกเหมือนเดิม ยังคิดถึง ยังวนอยู่กับความทรงจำเดิม ๆ จนเกิดคำถามว่า ทำไมเราถึง move on ช้า ทั้งที่ก็รู้ว่ามันจบไปแล้ว ในทางจิตวิทยา การ move on ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเหตุผลเพียงอย่างเดียว เพราะความรักไม่ใช่แค่เรื่องของความคิด แต่เป็นเรื่องของ “ความผูกพันในสมอง” ด้วย ในระหว่างที่เราคบกับใครบางคน สมองจะหลั่งสารเคมีที่ทำให้เรารู้สึกผูกพันและมีความสุข เช่น โดพามีนและออกซิโทซินเมื่อความสัมพันธ์จบลง สมองจึงต้องใช้เวลาในการปรับตัว เหมือนการขาดบางสิ่งบางอย่างไปอย่างกะทันหัน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนถึงรู้สึกเหมือน “ถอนตัวไม่ขึ้น” แม้จะเข้าใจเหตุผลทุกอย่างแล้วก็ตาม นอกจากนี้ หลายครั้งที่เราคิดถึง ไม่ใช่เพราะตัวเขาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะเราคิดถึง “ช่วงเวลาที่เคยมีความสุข” รวมถึงภาพอนาคตที่เราเคยวางไว้ร่วมกัน การสูญเสียจึงไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนคนหนึ่ง แต่รวมถึงความฝันบางอย่างที่หายไปพร้อมกันด้วย อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ move on ช้าคือ “คำถามที่ไม่มีคำตอบ” โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่จบแบบไม่ชัดเจน สมองจะพยายามหาคำอธิบายซ้ำ ๆ ทำให้เรายังคงติดอยู่ในความรู้สึกเดิม ดังนั้น หากคุณกำลังรู้สึกว่า move on ได้ช้า อาจไม่ใช่เพราะคุณอ่อนแอ แต่เป็นเพราะคุณเป็นมนุษย์ที่เคยรู้สึกกับบางอย่างอย่างจริงจัง การ move on ไม่ใช่การลืมทั้งหมดในทันที แต่คือการค่อย ๆ ยอมรับ และปล่อยให้ความรู้สึกนั้นเบาลงตามเวลาจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

ฟังเพลงเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน เป็นเรื่องปกติไหม?

18 เม.ย. 2026

ฟังเพลงเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน เป็นเรื่องปกติไหม?

เหตุผลที่เราชอบฟังเพลงเดิมซ้ำ ๆ(Why We Repeat Songs จิตวิทยาของเพลงที่ฟังไม่เบื่อ)ฟังเพลงเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน เป็นเรื่องปกติไหม? หลายคนอาจเคยเปิดเพลงเดิมวนซ้ำทั้งวัน ทั้งที่มีเพลงใหม่ออกมาเต็มไปหมด แต่สุดท้ายก็ยังเลือกกลับมาฟังเพลงเดิมอยู่ดี จนเริ่มสงสัยว่าพฤติกรรมแบบนี้มีอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า ในมุมของจิตวิทยา การ “ฟังเพลงซ้ำ” ไม่ได้แปลว่าเราน่าเบื่อ แต่เป็นเพราะสมองของเราชอบความคุ้นเคย เมื่อเราได้ยินเพลงเดิมซ้ำ ๆ สมองจะสามารถคาดเดาทำนอง จังหวะ และเนื้อเพลงได้ล่วงหน้า ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เกิดความสบายใจ และลดความเครียดได้โดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ เพลงบางเพลงยังทำหน้าที่เป็นเหมือน “ตัวแทนของความรู้สึก” ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่มีความสุข เสียใจ หรือกำลังคิดถึงใครบางคน การกลับไปฟังเพลงเดิมจึงไม่ใช่แค่การฟังเพลง แต่เป็นการกลับไปสัมผัสความรู้สึกเดิมอีกครั้ง อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือ สมองจะหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) หรือสารแห่งความสุข ในช่วงที่เพลงดำเนินไปถึงท่อนที่เราชอบ เช่น ท่อนฮุคหรือท่อนพีค ยิ่งเราฟังซ้ำมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งได้สัมผัสความรู้สึกดีแบบเดิมซ้ำ ๆ จนกลายเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึง “หยุดฟังเพลงเดิมไม่ได้” และในบางครั้ง เพลงก็อาจผูกโยงกับ “ใครบางคน” โดยที่เราไม่รู้ตัว ทำให้ทุกครั้งที่เพลงนั้นเล่นขึ้นมา ความทรงจำบางอย่างก็กลับมาพร้อมกันเสมอ สุดท้ายแล้ว การฟังเพลงเดิมซ้ำ ๆ อาจไม่ได้หมายความว่าเราติดเพลง แต่เราแค่กำลังยึดโยงกับความรู้สึกบางอย่างที่เพลงนั้นให้เราเท่านั้นเองจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

ทำไมเราถึงคิดถึงคนบางคนตอนฝนตก

17 เม.ย. 2026

ทำไมเราถึงคิดถึงคนบางคนตอนฝนตก

ทำไมเราถึงคิดถึงคนบางคนตอนฝนตก(Rainy Day Psychology ทำไมฝนถึงพาเราย้อนความทรงจำ) ทำไมเวลาฝนตกเราถึงคิดถึงใครบางคนโดยไม่รู้ตัว? เจาะลึกจิตวิทยาความทรงจำและอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ พร้อมคำอธิบายเข้าใจง่ายเคยไหม…อยู่ดี ๆ ฝนก็ตก แล้วคนบางคนก็ลอยเข้ามาในหัวแบบไม่ได้ตั้งใจ ในหลายช่วงของชีวิต เราอาจไม่ได้คิดถึงใครคนนั้นเลยด้วยซ้ำ แต่พอฝนเริ่มตก เสียงเม็ดฝนกระทบพื้น กลิ่นดินลอยขึ้นมาเบา ๆ ความทรงจำบางอย่างกลับชัดขึ้นอย่างน่าประหลาด จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมฝนถึงทำให้ “คิดถึงแฟนเก่า” หรือ “คิดถึงใครบางคน” ได้ง่ายขนาดนี้ ในทางจิตวิทยา สิ่งนี้เรียกว่า “การเชื่อมโยงระหว่างอารมณ์กับความทรงจำ” (Emotional Memory) สมองของเรามักจะจดจำช่วงเวลาที่มีความรู้สึกชัดเจนเอาไว้ได้ดีเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความเหงา หรือความผูกพัน และบรรยากาศอย่าง “วันฝนตก” ก็มักจะเป็นหนึ่งในฉากสำคัญของความทรงจำเหล่านั้น เมื่อวันหนึ่งเราได้ยินเสียงฝน หรือเห็นท้องฟ้าหม่น ๆ สมองจึงดึงภาพเก่า ๆ กลับมาโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะถ้าในช่วงเวลานั้นเคยมี “ใครบางคน” อยู่ด้วย ความรู้สึกคิดถึงก็จะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ อีกเหตุผลหนึ่งคือ ฝนทำให้เรามีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น วันที่อากาศครึ้ม คนเรามักจะช้าลง เงียบลง และเปิดรับความรู้สึกของตัวเองมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความเหงาเล็ก ๆ ที่อาจซ่อนอยู่ลึก ๆ จึงถูกขยายให้ชัดขึ้น และเมื่อความเหงานั้นเกิดขึ้น สมองก็มักจะพาเราไปนึกถึงคนที่เคยทำให้เรารู้สึกดี ดังนั้น ถ้าคุณเคยสงสัยว่า “ทำไมฝนตกแล้วคิดถึงใครบางคน” คำตอบอาจไม่ใช่เพราะฝน แต่เป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างในตัวคุณยังคงอยู่ตรงนั้นเสมอแล้วคุณล่ะ…มีใครบางคนที่คุณจะนึกถึงทุกครั้งเวลาฝนตกไหม?จัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร? เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

19 ก.พ. 2026

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร? เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ปากกาลดน้ำหนัก” กลายเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วแต่น้ำหนักยังไม่ลดตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม การใช้ยาประเภทนี้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะเป็น “ยา” ไม่ใช่อาหารเสริมทั่วไป บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าปากกาลดน้ำหนักคืออะไร เหมาะกับใคร ต้องศึกษาข้อมูลอย่างไร และมีผลข้างเคียงอะไรที่ควรรู้บ้างปากกาลดน้ำหนักคืออะไร? ปากกาลดน้ำหนักส่วนใหญ่เป็นยาฉีดในกลุ่มที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนในร่างกายที่ชื่อว่า GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และส่งสัญญาณไปยังสมองให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น อิ่มนานขึ้น ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง ยาประเภทนี้ถูกพัฒนามาเพื่อใช้ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และภายหลังได้รับการรับรองในบางชนิดสำหรับใช้รักษาภาวะโรคอ้วนโดยเฉพาะปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับใคร?โดยทั่วไป แพทย์มักพิจารณาให้ใช้ในกรณีต่อไปนี้ผู้ที่มีค่า BMI ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป (โรคอ้วน)ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไป และมีโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูงผู้ที่พยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วไม่เห็นผลผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักเพื่อลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาวทั้งนี้ ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักเพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม และไม่ควรซื้อมาใช้เองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ก่อนตัดสินใจใช้ ควรศึกษาข้อมูลอะไรบ้าง?ตรวจสุขภาพและปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน BMI โรคประจำตัว ประวัติครอบครัว และความเหมาะสมในการใช้ยาศึกษากลไกการออกฤทธิ์เข้าใจว่ายาไม่ได้ “เผาผลาญไขมัน” โดยตรง แต่ช่วยควบคุมความอยากอาหารทำความเข้าใจเรื่องระยะเวลาใช้ยายานี้มักต้องใช้ต่อเนื่อง หากหยุดใช้โดยไม่ปรับพฤติกรรม น้ำหนักอาจกลับมาเพิ่มได้ตรวจสอบแหล่งที่มาของยาควรเป็นยาที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอยู่ภายใต้การดูแลของสถานพยาบาลโทษและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น แม้จะช่วยลดน้ำหนักได้จริงในหลายกรณี แต่ก็มีผลข้างเคียงที่ควรทราบ เช่นผลข้างเคียงที่พบบ่อยคลื่นไส้ อาเจียนท้องเสีย หรือท้องผูกท้องอืด แน่นท้องเบื่ออาหารมากผิดปกติ อาการเหล่านี้มักเกิดในช่วงเริ่มต้นและอาจดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่ควรระวังตับอ่อนอักเสบปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาร่วมกัน)อาการแพ้รุนแรง นอกจากนี้ ยังมีข้อห้ามใช้ในบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคทางระบบทางเดินอาหารรุนแรงสิ่งสำคัญที่ควรรู้: ไม่ใช่ทางลัดตลอดไป ปากกาลดน้ำหนักอาจเป็น “เครื่องมือช่วย” ในช่วงหนึ่งของการลดน้ำหนัก แต่ไม่ใช่คำตอบระยะยาวหากไม่มีการปรับพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย เพราะเมื่อหยุดยา ความอยากอาหารอาจกลับมา และน้ำหนักอาจเพิ่มขึ้นอีกการลดน้ำหนักที่ยั่งยืนควรประกอบด้วยการควบคุมอาหารอย่างเหมาะสมการเลือกทานอาหารครบ 5 หมู่ในปริมาณพอดีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาทีการพักผ่อนให้เพียงพอการจัดการความเครียดสรุป ปากกาลดน้ำหนักเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วนหรือมีโรคร่วม และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน เข้าใจทั้งข้อดีและความเสี่ยง และไม่มองว่าเป็นวิธีลัดในการลดน้ำหนัก ท้ายที่สุดแล้ว การดูแลสุขภาพด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการมีรูปร่างและสุขภาพที่ดีในระยะยาวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

ศิลปะแห่งการซ่อมแซมใจ

16 มี.ค. 2026

ศิลปะแห่งการซ่อมแซมใจ

ในวันที่เข็มทิศในใจดูเหมือนจะพังทลายเราทุกคนต่างมีวันที่ "แบตเตอรี่ใจ" เหลือ 0% วันที่คุณรู้สึกว่าความพยายามทั้งหมดไม่มีใครเห็น หรือวันที่การจากลาทิ้งหลุมดำขนาดใหญ่ไว้ในอกในทางจิตวิทยา ภาวะนี้ไม่ใช่แค่ความเศร้าชั่วคราว แต่มันคือ "Emotional Exhaustion" หรือความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ที่สะสมจนถึงขีดสุด บทความนี้จะชวนคุณมา "กางแผนที่ใจ" และใช้เครื่องมือทางจิตวิทยาเพื่อเยียวยาตัวเองอย่างยั่งยืนทำความเข้าใจ "เงา" ในใจ (Shadow Work Awareness)ก่อนจะฮีลได้ เราต้องรู้ก่อนว่า "จุดที่เจ็บ" คืออะไร หลายครั้งความทุกข์ของเรามาจาก "ความคาดหวังที่ไม่ได้พูดออกไป"Childhood Schemaบาดแผลจากอดีต เช่น การเป็นลูกคนเดียวที่แบกความหวัง หรือลูกคนเล็กที่ถูกขังในกรอบเด็กตลอดกาล สิ่งเหล่านี้สร้าง "เสียงในหัว" ที่คอยตำหนิเราเมื่อเราล้มเหลวNegativity Biasสมองมนุษย์ถูกออกแบบมาให้โฟกัสเรื่องร้ายเพื่อความอยู่รอด แต่ในโลกปัจจุบัน มันทำให้เรามองข้ามสิ่งดีๆ 99 อย่าง เพื่อไปจมปลักกับคำวิจารณ์เพียงอย่างเดียวหลักการ Self-Compassion พลังของการ "ใจดีกับตัวเอง"ดร. คริสติน เนฟฟ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ระบุว่าการรักตัวเองประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลักที่คนส่วนใหญ่มักลืมทำSelf-Kindness vs. Self-Judgment: หยุดก่นด่าตัวเองเหมือนที่คุณไม่เคยทำกับเพื่อน ลองเปลี่ยนโทนเสียงในใจให้กลายเป็น "เพื่อนที่หวังดี"Common Humanity: ตระหนักว่า "ความเจ็บปวด" คือส่วนหนึ่งของประสบการณ์มนุษย์ คุณไม่ได้ล้มเหลวอยู่คนเดียว ทุกคนบนโลกนี้ต่างมีบาดแผลที่มองไม่เห็นทั้งนั้นMindfulness: การอยู่กับปัจจุบันโดยไม่ตัดสิน (Non-judgmental) หากคุณเศร้า ก็แค่รับรู้ว่า "ตอนนี้ฉันกำลังเศร้า" ไม่ต้องรีบผลักไสมันออกไป เพราะยิ่งผลักไส มันยิ่งฝังรากลึก4 ขั้นตอนปฏิบัติ "กู้คืนความสดใส" แบบยั่งยืนStep 1: Emotional Validation (อนุญาตให้ตัวเองรู้สึก)อย่าเป็นเหยื่อของ Toxic Positivity หรือการบังคับให้ตัวเองยิ้มทั้งที่ใจพัง การยอมรับว่า "วันนี้ฉันไม่ไหว" คือก้าวแรกของการเยียวยาที่จริงใจที่สุดStep 2: Boundary Setting (การตีเส้นล้อมใจ)ในทางจิตวิทยา การมี "ขอบเขต" คือการบอกโลกวา "อะไรคือสิ่งที่ฉันรับได้และรับไม่ได้" การพูดคำว่า "ไม่" ในสิ่งที่เกินกำลัง คือการทำเพื่อสุขภาพจิตของตัวเอง ไม่ใช่การเห็นแก่ตัวStep 3: Finding Your "Glimmers"ตรงข้ามกับ Triggers คือ Glimmers ซึ่งเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้ใจฟู เช่น กลิ่นกาแฟตอนเช้า แสงแดดที่กระทบใบไม้Step 4: The Power of Rituals (พิธีกรรมเยียวยาใจ)การสร้างกิจวัตรเล็กๆ ที่มี "ความหมาย" เช่น การรดน้ำต้นไม้ การกอดคนข้างๆ หรือแม้แต่การระลึกถึงน้องที่กลับดาวด้วยความคิดถึงที่เปี่ยมด้วยขอบคุณ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความรู้สึก Control หรือการควบคุมชีวิตตัวเองกลับคืนมาคุณคือศิลปินผู้แต่งแต้มสีสันให้ชีวิตตัวเองสุดท้ายแล้ว บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจิตวิทยาการฮีลใจ คือการรู้ว่า "คุณไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเพื่อที่จะมีค่า" ชีวิตเปรียบเสมือนงานภาพที่มี Texture แบบ Grainy มีความหยาบ มีจุดด่างพร้อย แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้คุณ "เป็นคุณ" ที่ไม่ซ้ำใครจำไว้นะ... แม้ในคืนที่มืดมิดที่สุด ดวงดาวก็ยังคงทำหน้าที่ของมัน และคุณเองก็เช่นกัน

Travel & Hotel

“BANGKOK SYNDROME” สำรวจ “เรื่องปกติ” ของการสัญจรประจำวัน คนกรุงฯ

25 เม.ย. 2026

“BANGKOK SYNDROME” สำรวจ “เรื่องปกติ” ของการสัญจรประจำวัน คนกรุงฯ

“BANGKOK SYNDROME”สำรวจ “เรื่องปกติ” ของการสัญจรประจำวันคนกรุงฯ 24 -26 เมษายนนี้ ที่ Siam Square Walking Street BANGKOK SYNDROME อีเวนต์ จัดโดย Smooth Operator (SMOP) โปรเจกต์ที่อยากชวนทุกคนมาสำรวจ และ ตั้งคำถามชีวิตการเดินทางของกรุงเทพฯ ในชีวิตประจำวัน ผ่านการพูดคุยระหว่างผู้ใช้จริงในเมืองกรุงเทพฯ ตั้งแต่นักวิชาการไปถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดบทสนทนาที่เป็นประโยชน์กับผู้คน ในการทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่ยั่งยืน ทั้งในการท่องเที่ยว และการอยู่อาศัยของคนกรุงฯ ผ่านกิจกรรมทั้ง 3 โซน ที่สะท้อนความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ ปิดท้ายวันด้วยตลาดคนเมือง กับ การแสดงดนตรีจากเหล่าศิลปินจากค่ายเพลงชั้นน้ำ3 โซน พาคนกรุงฯ สำรวจ “เรื่องปกติ” กับการสัญจรภายในเมืองภายในงานประกอบไปด้วยSyndrome Art Installation ศิลปะจัดวาง สะท้อนถึงบรรยากาศและความรู้สึกของการสัญจรของคนเมือง ตั้งแต่การเดินทางเท้าไปจนถึงขนส่งสาธารณะ ที่ชวนทุกคนมาสัมผัสและขีดเขียนไปกับบริเวณพื้นที่ พร้อมตั้งคำถามไปกับชีวิตการเดินทางในกรุงเทพฯภายในโซนประกอบไปด้วยห้องจำลองโดยสาร ที่พาทุกคนเดินเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศในชั่วโมงเร่งด่วนโซนท่ารถสาธารณะ ให้ทุกคนได้มาขีดเขียน เติมเต็มพื้นที่ว่าง ในการแบ่งปันสิ่งที่ต้องพบเจอในการเดินทางในกรุงเทพฯ​ เพื่อให้เกิดบทสนทนาระหว่างผู้คน และรวมไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดินเนอร์ฟุตพาท ที่นำการรับประทานอาหารสตรีทฟู้ดมาไว้ในบริเวณทางเดินสยาม โดยนำคอนเซปต์ร้านอาหารบนฟุตพาท ที่เป็นเหมือนโซนพักผ่อนของคนในเมืองกรุงเทพฯLively Market ตลาดแห่งชีวิต ที่ชวนเพื่อน ๆ ร้านค้า อาหาร เครื่องดื่ม งานคราฟต์ และนิทรรศการจากพันธมิตร ที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศความคึกของคนเมืองกรุงเทพ ย้ำเตือนให้ทุกคนไม่ลืมที่จะพักผ่อนแม้จะอยู่ในเมืองใหญ่ ที่มีความเร่งรีบและวุ่นวาย และกิจกรรมเวิร์กชอประหว่างวันTurbulence stage เวทีแห่ง แรงกระเพื่อม พื้นที่กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองและเปิดความคิดใหม่ ชวนบุคคลจากหลากหลายภาคส่วนมาร่วมกันนิยามและค้นหาคำตอบของ “ชีวิตการสัญจรที่ใช่ของคนกรุงฯ” ผ่านการเสวนาประกอบด้วยหลากหลายหัวข้อ ที่เผยให้เห็นมุมมองของเหล่านักสัญจรเมืองกรุงเทพฯ และปิดท้ายด้วยการแสดงจากศิลปินและวงดนตรี ถ่ายทอดและเยียวยาอารมณ์ของผู้คนในเมืองหัวข้อที่พูดในแต่ละวัน และการแสดงดนตรี24 เม.ย. Transportation Friday – รถ คน และมหานคร สนทนากับประเด็นรถติดในเมืองใหญ่ จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ พบกับคุณศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรองศาสตราจารย์ ดร.พนิต ภู่จินดา นายกสมาคมนักผังเมืองไทย และ หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมืองคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย25 เม.ย. Unrestful Saturday ทางเลือกสัญจรคนกรุงเทพฯ พบกับเหล่านักสัญจรหลายรูปแบบในกรุงเทพ ที่จะเล่าถึงการสัญจรทางเลือก และเสนอมุมมองถึงแนวทางที่ผู้ใช้กรุงเทพอยากเห็น พูดคุยกับคุณกรธวัช พูพาร์ต จาก Go Out Bikeคุณพงศธร พรหมบุปผา จาก Derndai.projคุณเมธาพัฒน์ สุนทรวราภาส ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย26 เม.ย. Sunday to Reality พบกับองค์กรอิสระ ที่จะเปิดมุมมอง และพูดถึงสิ่งที่พวกเขากำลังผลักดัน เพื่อให้เมืองกรุงฯ เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับการเดินทางในหลายรูปแบบคุณธีรเมศร์ เลิศเศวตพงศ์ จาก CAFE Velodomeคุณวีร์ วีรพร กรรมการที่ปรึกษา ภาคีจักรยานเมือง กรุงเทพฯ (BUCA) และ Project owner: bike bus BKKDW2026คุณกรวิชญ์ ขวัญอารีย์ จาก Mayday ปิดท้ายวันด้วย การแสดงดนตรีสด จากเหล่าศิลปิน Landokmai, Loserpop, CHiLLiZ, Gamma, Lalatate, Sour Sauce, Katcha และอื่น ๆ ที่จะมาสร้างบรรยากาศในยามเย็นของคนกรุงเทพฯ

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

28 มี.ค. 2026

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

“เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569” หรือ Thailand Tourism Festival ครั้งที่ 44เป็นอีเวนต์ท่องเที่ยวระดับประเทศที่รวบรวมเสน่ห์ของไทยทั้ง 5 ภูมิภาคมาไว้ในที่เดียวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร วัฒนธรรม สินค้าท้องถิ่น หรือแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว ไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้คือการจัดโซนแบบ immersive ที่ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนได้ “เดินทางจริง” ผ่านแต่ละภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “สุขทันที ที่เที่ยวไทย”ไฮไลต์โซนในงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 หนึ่งในจุดเด่นของงานคือการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค พร้อมกิจกรรมและประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนโซนภาคเหนือ – เสน่ห์ล้านนาและวัฒนธรรมดั้งเดิม โซนภาคเหนือถูกออกแบบให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบล้านนา ทั้งการตกแต่งไม้ งานคราฟต์ และกลิ่นอายของวิถีชีวิตชุมชนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่กาดพื้นเมือง จำลองตลาดเหนืองานหัตถกรรม เช่น ผ้าทอ เครื่องเงิน งานไม้อาหารเหนือ เช่น ข้าวซอย น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่วกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและการแสดงพื้นบ้านเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมโซนภาคอีสาน – สีสันความม่วนซื่นและอาหารรสจัดโซนอีสานโดดเด่นด้วยความสนุกสนานและความเป็นกันเอง พร้อมสีสันที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ลาบ น้ำตกเวทีหมอลำและการแสดงพื้นบ้านสินค้าชุมชน เช่น ผ้าไหม เครื่องจักสานบรรยากาศงานวัดแบบอีสานโซนนี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความนิยมสูงในทุกปีโซนภาคกลาง – วัฒนธรรมผสมผสานความร่วมสมัยภาคกลางสะท้อนความหลากหลายทั้งในด้านวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารไทยต้นตำรับและสตรีทฟู้ดงานศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทั้งความคลาสสิกและความทันสมัยโซนภาคตะวันออก – ไลฟ์สไตล์ทะเลและคาเฟ่โซนนี้เน้นการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารทะเลสดและเมนูร่วมสมัยคาเฟ่และมุมถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลกิจกรรมเชิงไลฟ์สไตล์เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบชิลและการถ่ายภาพโซนภาคใต้ – เสน่ห์ทะเลและวัฒนธรรมเข้มข้นโซนภาคใต้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของทะเลและวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างชัดเจนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารใต้ เช่น แกงเหลือง ข้าวยำ โรตีการแสดงวัฒนธรรมภาคใต้วิถีชีวิตชุมชนชายทะเลสินค้าพื้นเมืองและงานคราฟต์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและอาหารรสเข้มข้นโซนกิจกรรมพิเศษ และไฮไลต์เพิ่มเติมในงานนอกจากโซนภูมิภาคแล้ว ภายในงานยังมีพื้นที่กิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจโซนอาหารรวมทั่วไทยรวมเมนูเด่นจากแต่ละภูมิภาค ทั้งอาหารพื้นบ้านและสตรีทฟู้ดเป็นหนึ่งในโซนที่ได้รับความนิยมสูงและมีผู้เข้าชมจำนวนมากโซนสินค้า OTOP และของดีท้องถิ่นรวบรวมสินค้าชุมชน งานหัตถกรรม และของฝากจากทั่วประเทศพร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงานโซนถ่ายภาพและแลนด์มาร์กจำลองมีการจำลองสถานที่ท่องเที่ยวและจัดมุมถ่ายภาพหลากหลายรูปแบบเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียโซนเวทีการแสดงและกิจกรรมมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากแต่ละภูมิภาค รวมถึงกิจกรรมบนเวทีและนิทรรศการช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชมตลอดทั้งวันโซนท่องเที่ยวแบบยั่งยืนส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีการจัดจุดคัดแยกขยะและรณรงค์ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสรุปไฮไลต์ เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 เป็นงานที่รวบรวมประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยไว้ในที่เดียวอย่างครบถ้วน ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรม การช้อปปิ้ง และกิจกรรมความบันเทิง งานนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว สัมผัสวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย และใช้เวลาเพียงวันเดียวก็สามารถสัมผัสความหลากหลายของประเทศไทยได้อย่างครบถ้วนข้อมูลงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ปี 2569จัดโดย ททท. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศวันที่: 25 – 29 มีนาคม 2569เวลา: 10.00 – 21.00 น.สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Hall 1–4 ชั้น G)เข้าชมฟรีตลอดงาน

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว

26 มี.ค. 2026

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5–8)ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569และนี่คืออีเวนต์ที่คนรักการอ่านห้ามพลาด ไม่ว่าคุณจะเป็นสายอ่านนิยาย สายสอบ หรือสายสะสมหนังสือหายาก ภายในงานนี้มีให้เลือกแบบจุใจ ตั้งแต่หนังสือดังที่ถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์วายยอดฮิต หนังสือเก่าหายากที่นักอ่านตามหา ไปจนถึงหนังสือเตรียมสอบยอดนิยม รวมถึงหนังสือแปลจากต่างประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น และตะวันตก ที่คัดมาแล้วว่าอ่านสนุกและน่าสนใจ สายการ์ตูนและนิยายวัยใสก็ห้ามพลาด เพราะมีทั้งการ์ตูนในตำนานอย่าง “ขำหัวเราะ” และ “ครอบครัวตึ๋งหนืด” รวมถึงนิยายรักใส ๆ จากแจ่มใส ที่หลายคนคุ้นเคย เรียกได้ว่าเดินงานเดียว ได้ย้อนวัยและเติมคลังหนังสือแบบเต็มอิ่ม ภายในงานมีการจัดโซนอย่างเป็นสัดส่วน เดินง่าย ไม่ต้องกลัวหลง และสำหรับใครที่อยากวางแผนการเดิน สามารถซื้อแผนที่บูสภายในงานได้ในราคาเพียง 5 บาท ช่วยให้ช้อปได้ครบทุกโซนแบบไม่พลาดร้านเด็ด อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือซุ้มถ่ายรูปและจุดเช็คอินภายในงาน ที่จัดไว้หลากหลายมุม เหมาะมากสำหรับสายคอนเทนต์ ไม่ว่าจะสายรีวิว สาย Vlog หรือสายถ่ายรูปลงโซเชียล ก็สามารถเก็บภาพบรรยากาศงานไปแชร์ได้แบบจัดเต็ม ไฮไลต์สำคัญยังคงเป็นโปรโมชั่นจัดหนัก ทั้งส่วนลดพิเศษ และการขายแบบบุฟเฟ่หนังสือ ที่บอกเลยว่ายิ่งซื้อยิ่งคุ้ม เหมาะกับสาย “ซื้อก่อน อ่านทีหลัง” แบบสุด ๆ และแน่นอนว่าของดีมีจำนวนจำกัด ใครมาก่อนได้ก่อน ช้าอาจพลาดเล่มที่อยากได้โดยไม่รู้ตัว ถ้าใครกำลังหาที่เดินเล่นช่วงนี้ หรือยังไม่รู้จะไปไหนดี ลองแวะมางานนี้ได้เลย เพราะงานจัดยาวหลายวัน เดินได้เรื่อย ๆ แบบไม่ต้องรีบ จะมาเดินชิล ๆ หรือมาจัดหนักกวาดหนังสือกลับบ้านก็ฟินได้เหมือนกัน ถ้าคุณกำลังมองหางานหนังสือ 2569 ที่ครบที่สุด คุ้มที่สุด และรวมหนังสือทุกแนวไว้ในที่เดียว งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 คือคำตอบ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปช้อปให้จุใจกันได้เลยสถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5-8)วันที่: 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569เวลา: 10:00 – 21:00 น.

“Disney The Magical Stars 2025” คริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย!

11 ธ.ค. 2025

“Disney The Magical Stars 2025” คริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย!

เตรียมตัวให้พร้อม! มหัศจรรย์ดิสนีย์แลนด์ใจกลางกรุงเทพฯเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอยกลับมาอีกครั้ง! ปีนี้ เซ็นทรัลเวิลด์ จัดเต็มยิ่งกว่าที่เคย ด้วยการร่วมมือกับ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ เนรมิตพื้นที่ลานหน้าศูนย์การค้าให้กลายเป็นอาณาจักรเทพนิยายสุดอลังการ ในธีม "Disney The Magical Stars 2025 at centralwOrld" เหมือนยก ดิสนีย์แลนด์ มาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ให้คุณได้สัมผัสความมหัศจรรย์และถ่ายรูปเช็กอินกับตัวละครดิสนีย์ที่ชื่นชอบได้อย่างจุใจ!ไฮไลต์ห้ามพลาด! 7 โซนถ่ายรูปสุดอลังการในงาน คริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ 2025โซนที่ 1: ต้นคริสต์มาสยักษ์ Mickey Friendsแน่นอนว่าแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง ต้นคริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงตระการตา พร้อมด้วยรูปปั้น มิกกี้ เมาส์ ขนาดใหญ่ และผองเพื่อนมาต้อนรับไฮไลต์พิเศษ: ปีนี้มี "หิมะตก" จำลองเพิ่มบรรยากาศความฟินเหมือนอยู่ต่างประเทศ!โซนที่ 2: Toy Story Wonderlandหลุดเข้าไปในโลกของแอนดี้! โซนนี้จำลองเป็นกล่องของขวัญและของเล่นขนาดมหึมา พบกับ เร็กซ์ ไดโนเสาร์เขียวตัวโต, เจสซี่ คาวเกิร์ลสุดซ่า และ เอเลี่ยน 3 ตา ที่ยืนอยู่บนบล็อกของเล่นโซนที่ 3: Frozen Winter Magicสัมผัสบรรยากาศเมืองหิมะจากอาณาจักรเอเรนเดลล์ พบกับราชินี เอลซ่า ในชุดสีฟ้าสวยสง่า, เจ้าหญิง อันนา, คริสตอฟฟ์, กวางเรนเดียร์ สเวน และมนุษย์หิมะสุดน่ารัก โอลาฟโซนที่ 4: Stitch’s Cozy Cornerมุมสุดอบอุ่นสำหรับแฟนคลับเอเลี่ยนตัวแสบ! พบกับโมเดล สติทช์ (Stitch) และ แองเจิล (Angel) ในชุดซานต้าสุดน่ารัก (ดังภาพที่ 5) รวมถึงเหล่าฟิกเกอร์สติทช์หลากหลายอิริยาบถโซนที่ 5: Mickey Friends' Happy Houseโซนที่จำลองบ้านและฉากจากมิกกี้และผองเพื่อน พบกับ พลูโต ที่คาบลูกอมคริสต์มาส และมุมจำหน่ายสินค้าคาแรกเตอร์สุดน่ารักจากดิสนีย์โซนที่ 6: Disney Princess Castleปราสาทเจ้าหญิงดิสนีย์สุดอลังการ ที่ให้คุณได้ถ่ายรูปกับรูปปั้นเสมือนจริงของเจ้าหญิงคนโปรด ไม่ว่าจะเป็น ซินเดอเรลล่า, เบลล์, สโนว์ไวท์, แอเรียล และราพันเซล!โซนที่ 7: Hong Kong Disneyland Resort 20th Anniversaryร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ พบกับ มิกกี้เมาส์เป่าลมขนาดใหญ่ 5 เมตร เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่พลาดไม่ได้!วิธีเดินทางสู่ดินแดนมหัศจรรย์ เซ็นทรัลเวิลด์BTS Skytrain: ลงสถานีชิดลม หรือ สถานีสยาม และใช้ทางเชื่อม Skywalk เดินตรงเข้าสู่ศูนย์การค้ารถยนต์ส่วนตัว: มีพื้นที่จอดรถรองรับ แต่แนะนำให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะในช่วงเทศกาลเพื่อความสะดวกงานไฟประดับ centralwOrld Light Up Christmas Tree Celebration 2025-2026 เซ็นทรัลเวิลด์ที่อยู่ : 999/9 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯเปิดให้เข้าชม : 10.00-22.00 น.เขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

Central Embassy ชวนมาค้นพบความสุขในความวุ่นวายเล็กๆ กับ FUNNY LITTLE MESS | SEASON OF GIVING โดย STICKY MONSTER LAB!

09 ธ.ค. 2025

Central Embassy ชวนมาค้นพบความสุขในความวุ่นวายเล็กๆ กับ FUNNY LITTLE MESS | SEASON OF GIVING โดย STICKY MONSTER LAB!

ต้อนรับเทศกาลแห่งการให้และการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี! เซ็นทรัล เอ็มบาสซีเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความสุขสุดคิวต์ในงาน "FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING"ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Sticky Monster Lab สตูดิโอครีเอทีฟชื่อดังระดับโลกจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยเป็นการประเดิมจัดงานครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!อุโมงค์ไฟและของตกแต่งตื่นตาตื่นใจกับ The Monster Gateway ทางเข้าเชื่อมสถานี BTS เพลินจิต ที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีสันสดใส และของประดับในธีมคริสต์มาสสุดน่ารัก และห้ามพลาดกับ ป๊อปอัพสโตร์ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวบรวมของที่ระลึกและสินค้าลิขสิทธิ์สุดคิวต์มาให้เลือกซื้อเป็นของฝากหรือของสะสมทำความรู้จัก Sticky Monster Lab และคอนเซ็ปต์สุดว้าวSticky Monster Lab คือสตูดิโอที่โดดเด่นในการสร้างสรรค์คาแรคเตอร์มอนสเตอร์สุดน่ารักที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านงานดีไซน์ที่ผสมผสานความขี้เล่น ความตลกขบขัน และมุมมองศิลปะร่วมสมัยอย่างลงตัวงาน "FUNNY LITTLE MESS" ได้รับแรงบันดาลใจจากคาแรคเตอร์ Redmon และ Elfmon โดยสองครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ SML คือ Fla และ Boo ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยสุดอบอุ่นที่ชวนให้ทุกคนค้นพบความสุขจาก “ความวุ่นวายเล็ก ๆ ที่อบอุ่นใจ” หรือ "funny little mess" ของชีวิต อันเต็มไปด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพ คุณจะได้พบกับคู่หูเพื่อนซี้ Redmon และ Elfmon ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในกรุงเทพฯ มาก่อน! และถูกนำมาจัดแสดงในรูปแบบอาร์ตอินสตอลเลชันขนาดใหญ่ทั่วทั้งศูนย์การค้าดื่มด่ำกับ Installation Art สุดคิวต์ทุกมุมของ Central Embassyคุณจะได้พบกับคู่หูเพื่อนซี้ Redmon และ Elfmon ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในกรุงเทพฯ มาก่อน! และถูกนำมาจัดแสดงในรูปแบบอาร์ตอินสตอลเลชันขนาดใหญ่ทั่วทั้งศูนย์การค้าจุดถ่ายรูปสุดชิคอย่าพลาดมุมถ่ายรูปสุดสร้างสรรค์อื่น ๆ ทั่วห้าง ไม่ว่าจะเป็น The Wishing Tree หรือ Stick-Ey Together Fountain ที่ทางเข้าเพลินจิต และแน่นอนว่าต้องมีหุ่น Nutcracker ยักษ์ ที่หน้าทางเข้าของห้างอีกด้วยงาน FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงศิลปะที่น่ารักเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อพลังบวกและความหมายของ "การให้" และ "มิตรภาพ" ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความรู้สึกดี ๆ อีกด้วยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี งาน FUNNY LITTLE MESS : SEASON OF GIVING 2025 ที่อยู่ : 1031 ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯพิกัด : https://maps.app.goo.gl/iCYMagoYMWYfGX819เปิดให้เข้าชม : 10.00-22.00 น.การเดินทาง : รถไฟฟ้า BTS สถานีเพลิตจิตมาเปลี่ยนช่วงเวลาส่งท้ายปีให้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความทรงจำที่อบอุ่นใจไปกับเหล่ามอนสเตอร์สุดน่ารักที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงอาจซ่อนอยู่ใน "ความวุ่นวายเล็กๆ" ที่น่ารักนี้!เขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

บ๊อกบ๊อก! คาเฟ่น้องหมาที่จะทำให้หัวใจละลาย – Corgi in the Garden

19 ก.ค. 2025

บ๊อกบ๊อก! คาเฟ่น้องหมาที่จะทำให้หัวใจละลาย – Corgi in the Garden

“บ๊อคบ๊อค~ เสียงใครน้า?” อ๋อ! เสียงเจ้าตัวเล็กสี่ขานี่เอง! ถ้าใครกำลังมองหาคาเฟ่น้องหมาน่ารักๆ แอดขอป้ายยาแรงๆ ให้ไป Corgi in the Garden คาเฟ่คอร์กี้สุดคิวท์ที่สายหมาต้องร้องกรี๊ด! เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก แต่ยังมอบความสุขจนใจฟู ใครได้มาแล้วระวังจะติดใจกลับบ้านไม่ถูกน้า~รอบเข้า การจอง บอกก่อนว่าที่นี่เขาเปิดเป็นรอบๆ นะจ๊ะ แนะนำว่าให้ ทักไลน์ไปจองล่วงหน้า เลย จะได้ไม่พลาดรอบเด็ดๆ เพราะทางร้านจำกัดจำนวนคนต่อรอบ ให้เราได้ฟินกับน้องๆ แบบเต็มอิ่ม ไม่แออัด ไม่แย่งกันถ่ายรูป! โดยแพ็คเกจมีให้เลือก 2 แบบ คือStandardค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว = 350.-ค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว + เค้ก/ไอศกรีม 1 ชิ้น = 450.-Premiumค่าเข้า + ของที่ระลึกจากทางร้าน = 550.-หรือจัดเต็ม! ค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว + เค้ก/ไอศกรีม 1 ชิ้น + ของที่ระลึก = 650.- บรรยากาศร้านอบอุ่น น่ารัก มีมุมถ่ายรูปเพียบ! ทั้งมุมชิคๆ คิ้วท์ๆ และมุมของที่ระลึกให้เลือกช้อปกลับบ้าน พอถึงเวลาเข้าเล่น พนักงานจะอธิบายกฎระเบียบ เช่น ใส่ถุงคลุมเท้า ก่อนเข้าโซนน้องหมา และบอกวิธีให้อาหาร (ถ้วยละ 100.-) เพื่อความปลอดภัยของเราและน้องๆ สายถ่ายรูปห้ามพลาด! เพราะพี่พนักงานใจดี๊ใจดี จะช่วยดึงความน่ารักของน้องๆ มาให้เราได้รูปสวยๆ ฟินๆ กลับบ้านแน่นอน ขนมและเครื่องดื่มที่นี่ไม่ใช่แค่พร็อพถ่ายรูปนะจ๊ะ แต่อร่อยจริง! หวานกำลังดี ไม่เลี่ยน แนะนำให้วางกลางโต๊ะให้ดี เพราะถ้าเผลอวางไว้ใกล้ขอบโต๊ะ มีสิทธิ์โดนเจ้าตัวแสบแอบจกไปกินก่อน บอกเลยว่าเอ็นเนอจี้เต็มร้อยตอนขาไป แต่พอได้เล่นกับน้องๆ เท่านั้นแหละ…เอ็นเนอจี้หายหมด เหลือแค่ ใจที่ฟูฟ่องกลับบ้าน น้องๆน่ารักจนลืมเวลา ใครกำลังหาคาเฟ่ชิลๆ เติมพลังใจ แอดแนะนำสุดตัว Corgi in the Garden เลยจ้า แล้วเธอจะติดใจเหมือนแอด!ตั้งอยู่ใน: OURSที่อยู่: 240/1 ซอยเจริญนคร 10 แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600โทร: 062-865-6156เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 10:00 - 18:00 น.เขียนและจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ สาริศา ปริมาณ

Chill Art Space

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ศูนย์รวมมรดกสิ่งทอไทย และฉลองพระองค์สุดวิจิตร

04 ธ.ค. 2025

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ศูนย์รวมมรดกสิ่งทอไทย และฉลองพระองค์สุดวิจิตร

วันนี้ Chillon จะพาไปสัมผัสความงามและความภาคภูมิใจของชาติ ณ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่งดงามที่สุดใจกลางกรุงเทพมหานครนั่นคือ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่นี่ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นจุดที่ศิลปะสิ่งทอและพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้บรรจบกันอย่างวิจิตรตระการตา และเป็นการ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงกอบกู้มรดกสิ่งทอไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกพิพิธภัณฑ์ผ้าแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตาม พระราชปณิธาน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ผ้าไทย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าและกำลังจะเลือนหายไปพิพิธภัณฑ์ผ้าจัดตั้งขึ้นภายในอาคาร หอรัษฎากรพิพัฒน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ พระบรมมหาราชวัง อาคารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับการบูรณะให้เป็นอาคารจัดแสดงที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมกับการเก็บรักษาผ้าโบราณพิพิธภัณฑ์ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2555 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม จัดเก็บ จัดแสดง และเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับผ้าไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกผ่านโครงการศิลปาชีพหัวใจสำคัญของพิพิธภัณฑ์คือการแสดงให้เห็นถึง พระอัจฉริยภาพในการนำเสนอเอกลักษณ์ไทย ในเวทีโลกชุดไทยพระราชนิยมทรงริเริ่มการออกแบบ ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ (เช่น ชุดไทยจักรพรรดิ, ชุดไทยจักรี) โดยทรงผสมผสานรูปแบบการตัดเย็บสากลเข้ากับผ้าไหมไทยและเอกลักษณ์ไทย ทำให้เครื่องแต่งกายประจำชาติมีความสง่างามและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลฉลองพระองค์ในเวทีโลกในปี พ.ศ. 2503 เมื่อครั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรปและสหรัฐอเมริกา การที่ทรงสวมฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บจากผ้าไหมไทย ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ ผ้าไหมไทยกลายเป็นที่ต้องการและได้รับการยกย่องจากนักออกแบบแฟชั่นระดับโลกทันที นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผ้าไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลกผ้าไหมแต่ละผืน ไม่ว่าจะเป็น มัดหมี่อีสาน ที่ซับซ้อน หรือ ผ้ายกภาคใต้ ที่หรูหรา ล้วนถักทอด้วยเทคนิคโบราณที่สืบทอดกันมา ลวดลายต่างๆ เช่น "ลายนาค" หรือ "ลายขอ" ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็น สัญลักษณ์ของความเชื่อและวิถีชีวิต ที่ชาวบ้านใช้บันทึกประวัติศาสตร์ของพวกเขาจินตนาการถึงสีครามเข้มจากต้นคราม หรือสีเหลืองทองจากแก่นขนุน นี่คือเสน่ห์ของ การย้อมสีธรรมชาติ ที่ทำให้ผ้าไทยมีมิติและดูมีชีวิตชีวา ไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือผลงานหัตถศิลป์ที่ใช้ความอดทนและเวลาพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯจึงเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รวบรวมมรดกเหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้สัมผัส ที่นี่ คุณจะได้ชม ฉลองพระองค์จริง ที่ทรงสวมใส่ในโอกาสสำคัญต่างๆ ซึ่งแต่ละชุดคือผลงานศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงความประณีตของการปักและการทอผ้าไหมไทยชั้นสูง คุณจะเห็นว่า ผ้าไทยผืนหนึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ที่งดงามและทันสมัยเหนือกาลเวลาได้อย่างไรที่ตั้ง: หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวังเวลา: เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 16.30 น.เขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ The Ghost Halloween#2 “ป่าช้าแตก”

25 ต.ค. 2025

การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ The Ghost Halloween#2 “ป่าช้าแตก”

ในช่วงเทศกาลฮาโลวีน แบบนี้ สิ่งหนึ่งที่จะพลาดไปไม่ได้เลย คือ “บ้านผีสิง” สถานที่แห่งการท้าพิสูจน์ความกล้า สำหรับปี 2025 นี้นิทรรศการบ้านผีสิง จากรายการเล่าเรื่องผีชื่อดังอย่าง “The Ghost Radio” ก็ได้กลับมาท้าพิสูจน์ใจ พร้อมมอบความตื่นเต้นและหวาดกลัวสุดขีดให้กับทุกท่าน กับงาน “The Ghost Halloween#2 ป่าช้าแตก”ธีมของงานที่ชื่อ “ป่าช้าแตก” บอกเลยว่าไม่ได้เป็นแค่ชื่อ มันแตก แหก ระเบิด ออกมาเลยจริง ประชากรผีในงานคับคั่ง ที่พร้อมจะหลอกผู้เข้าชมทุกคนให้ขวัญกระเจิง มีมาเสิร์ฟความกลัวให้หมดทั้งป่าช้าโซนหลักของงานที่ห้ามพลาดเลย คือ บ้านผีสิง ซึ่งจัดหนักจักเต็มกันไปเลย 4 หลัง ที่ระยะทางรวมกันเมื่อเดินครบแล้วนั้นยาวถึง 1 กิโลเมตรบ้านทั้ง 4 หลังนี้ มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปตามชื่อของแต่ละหลังที่บอกธีมของบ้านผีนั้น ๆ ได้อย่างชัดเจน ซึ่งได้แก่ บ้านเลขที่ 13/31, โรงเรียนวัดร้างไร้ธรรม, ศูนย์อนามัยเก่า, และ สำนักงานหลอนบรรยากาศภายในบ้านผีสิงแต่ละหลัง ถูกสร้างขึ้นมาได้หลอนสติกันสุด ๆ พร๊อบทุกชิ้น ฉากทุกฉาก ดูสมจริงราวกับเป็นของจริงจากสถานที่นั้น ๆ ทำให้ผู้เข้าชมได้รับอรรถรสแบบเต็มเปี่ยมเสมือนได้ไปเดินอยู่ในสถานที่นั้น ๆ จริง ๆ เลยผีในงานคือที่สุด ทุกตัวพร้อมหลอกแบบไม่มีหยุด คาดเดาการหลอกไม่ได้ในแต่ละรอบ ยิ่งเพิ่มทวีความน่ากลัวมากขึ้นไปอีกเดินออกจากบ้านผีสิงมาได้ จะเป็นการเข้าสู่โซน นิทรรศการ ที่ก็ต้องบอกตรง ๆ แบบไม่อวยว่า ทำถึงสุด ๆ ฉาก พร๊อบ ผี ทุกอย่างมาเต็ม ที่สำคัญโซนนี้ เราจะมีโอกาสได้พูดคุยกับผีที่เขาป้วนเปี้ยนอยู่ทั่ว แอบบอกเลยว่า พอไปถึงโซนนี้เนี่ย หาซื้อหมากพลูติดเอาไว้ด้วยนะ ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือนถัดออกมาจะเป็นโซนสำหรับซื้อ ของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็น หมวก เสื้อ พวงกุญแจ แก้วน้ำ ปฏิทิน และอื่น ๆ อีกเยอะสารพัด น่าสน น่าตำกันทั้งนั้น เพราะของเหล่านี้ ไม่ได้มีมาขายกันบ่อย ๆสำหรับใครที่อยากท้าพิสูจน์ความหลอนของบ้านผีสิง The Ghost Halloween#2 ป่าช้าแตก สามารถไปร่วมงานกันได้ที่สถานที่: MCC HALL THE MALL LIFESTORE BANGKAE (เดอะ มอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค)วันที่: 25 ตุลาคม - 9 พฤศจิกายน 2568เวลา: 10.00 - 22.00 น.จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่เว็บ Ticketmelonราคาบัตร- บัตร Fast Pass 2,000.- เข้าได้ทั้ง 4 หลัง / มีเลนพิเศษ ไม่ต้องรอคิวนาน- บัตรเหมา 4 หลัง 1,290.- เข้าได้ทั้ง 4 หลัง ต้องรอคิว- บัตรแยกหลัง 399.-- บัตรเข้าโซนนิทรรศการ 100.-เขียน: ชานนท์ ไชยศรี

Junji Ito Collection Horror House

15 ต.ค. 2025

Junji Ito Collection Horror House

มาเสิร์ฟที่ไทยแล้ววันนี้ กับนิทรรศกาลสุดหลอน Junji Ito Collection Horror Houseที่จะพาคุณไปหลอนผ่านผลงานของอาจารย์ จุนจิ อิโต้ เจ้าพ่อความหลอนของวงการนักวาดจงเตรียมตัวดำดิ่ง สู่โลกแห่งความมืดมิด กับบ้านผีสิงสุดหลอน สั่นประสาท ลุ้นระทึกตลอดทาง คำเตือน อย่าปล่อยเชือก และจงอย่าอยู่คนเดียวกับสองทางหลอนให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Rute A นครแห่งการจากลา Farewell City หรือ Rute B หมู่บ้านสั่นประสาท Horror Town เลือกได้ตามใจ กับตาราง Break Route ให้หลอนกันได้ทั้งวันนอกจากความหลอนจาก Horror house แล้ว ยังมีนิทรรศกาลสุดหลอนให้สยองกันแบบไม่พัก กับผลงานมากมาย จากอาจารย์จุนจิ อิโต้ ที่ขนมาให้แฟนๆหลอนถึงที่ราคาบัตรเข้า Horror house Normal เริ่มต้นเพียงแค่ 400 บาทเท่านั้น แต่ Chillon ขอแนะนำบัตรที่ฮิตที่สุดในงาน กับบัตร VIP ที่แฟนพันธุ์แท้ห้ามพลาด เพราะนอกจากจะได้หลอนแล้ว ยังได้ของที่ระลึกให้กลับไประทึกกันต่อที่บ้านอีกด้วยอีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน ที่ใครมาก็ห้ามพลาด กับโซน Cafe สุดสยอง ที่เสิร์ฟมาแบบล้นๆ กับ 4 เมนู 4 คาแรคเตอร์และสายสะสมห้ามพลาดเด็ดขาด กับโซน Exclusive Junji Ito x Sanrio Charecters ของแท้จากญี่ปุ่น ลิมิเต็ดเฉพาะในงานนี้เท่านั้นนอกจากนี้ ยังมีสินค้าสุดสยองจากจักรวาล Junji Ito ที่รวมสินค้าลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น ทั้งเสื้อผ้า ของสะสม และไอเท็มลิเต็ด ที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้นจัดแสดง 10 ต.ค. 2568 - 5 ม.ค. 2568ช่องทางการจำหน่ายบัตร : เว็บไซต์หรือ แอปพลิเคชั่น ticketmelonพิกัด : MBK Center ชั้น 4 โซน Aเวลา : เปิดทำการทุกวัน 11 : 00 น. - 21 : 00 นโทร : 028539000ผู้เขียน : บาลี บัญชานิตยกาล

รีวิวนิทรรศการ "DRAGON BALL HEROES RISE ASIA TOUR IN THAILAND": เปิดจักรวาลดราก้อนบอลที่ไอคอนสยาม!

07 ส.ค. 2025

รีวิวนิทรรศการ "DRAGON BALL HEROES RISE ASIA TOUR IN THAILAND": เปิดจักรวาลดราก้อนบอลที่ไอคอนสยาม!

สำหรับแฟน ๆ ดราก้อนบอล ทั่วประเทศไทยและผู้ที่กำลังมองหา นิทรรศการอนิเมะ สุดยิ่งใหญ่ในกรุงเทพฯ ห้ามพลาดกับ"DRAGON BALL HEROES RISE ASIA TOUR IN THAILAND"ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชีย ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 19 ตุลาคม 2568 นี่คืองานที่รวบรวมทุกความประทับใจจากซีรีส์ระดับตำนานมาไว้ให้คุณได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดประสบการณ์สุดอลังการสำหรับแฟนพันธุ์แท้นิทรรศการ Dragon Ball Heroes Rise Asia Tour ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดแสดง แต่คือการพาคุณดำดิ่งเข้าสู่จักรวาลดราก้อนบอลอย่างแท้จริง ด้วยพื้นที่กว่า 2,000 ตร.ม. งานนี้จำลองฉากสุดไอคอนิกจากอนิเมะมาไว้ให้คุณได้เดินสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางบนเส้นทางงู การขี่เมฆสีทอง หรือแม้แต่การถูกลิงยักษ์จับ! คุณจะได้พบกับ โมเดลตัวละคร Dragon Ball ขนาดเท่าตัวจริง กว่า 40 ตัว ไม่ว่าจะเป็นโกคู เบจิต้า พิคโกโร่ ฟรีซเซอร์ เซลล์ และอีกมากมาย ที่พร้อมให้คุณถ่ายภาพและสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเหล่านักรบไซย่ากิจกรรมและโซนอินเทอร์แอคทีฟที่ไม่ควรพลาดไฮไลต์สำคัญของ งาน Dragon Ball ครั้งนี้คือโซนอินเทอร์แอคทีฟที่เปิดโอกาสให้คุณได้เป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัย คุณจะได้ลอง ปล่อยพลังคลื่นเต่า (Kamehameha) ด้วยตัวเอง ฝึกฝนเทคนิคการฟิวชั่นรวมร่างกับเพื่อน หรือทดสอบทักษะการต่อสู้เสมือนนักรบตัวจริง นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชัน "Incubase" ที่ให้แฟน ๆ ร่วมทำภารกิจตามหาดราก้อนบอลเพื่อแลกรับ ของที่ระลึก Dragon Ball สุดลิมิเต็ด ที่มีจำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น!ข้อมูลการเข้าชมและบัตรนิทรรศการ Dragon Ball Heroes Rise Asia Tour จัดแสดงที่ ไอคอนสยาม (ICONSIAM) Attraction Hall ชั้น 6 เปิดทำการทุกวัน เวลา 10:30 – 21:00 น. (ปิดรับคิว 20:30 น.)ราคาบัตรเข้างาน (รวม VAT และค่าธรรมเนียม):บัตรวันธรรมดา (จันทร์–ศุกร์): 550 บาทบัตรวันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์: 650 บาทบัตรสำหรับเด็ก (ส่วนสูง 91–120 ซม.) และผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป): 400 บาทบัตรพรีเมียมเซ็ต จำนวนจำกัดให้เลือกซื้อ ได้แก่:Premium Set A: 850 บาท (ได้แก้วน้ำลายสุ่ม 1 ใบ + บัตรเข้างานได้ทุกวัน)Premium Set B: 1,100 บาท (ได้ชุดจิ๊กซอว์สุดพิเศษ 1 ชุด + บัตรเข้างานได้ทุกวัน)สามารถซื้อบัตรได้ที่ TicketMelon และ Klookนิทรรศการ "DRAGON BALL HEROES RISE ASIA TOUR IN THAILAND" เป็นสุดยอดประสบการณ์ที่แฟน ๆ ดราก้อนบอลตัวจริงไม่ควรพลาด ด้วยการจำลองฉากอันน่าจดจำ โมเดลขนาดเท่าตัวจริง กิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ และของสะสมสุดพิเศษ งานนี้จะพาคุณย้อนวันวานและสร้างความทรงจำใหม่ ๆ ในโลกของโกคูและผองเพื่อนได้อย่างเต็มอิ่ม หากคุณกำลังมองหา กิจกรรมในกรุงเทพฯ หรือ นิทรรศการน่าสนใจ ที่จะปลุกความเป็นซูเปอร์ไซย่าในตัวคุณ งานนี้คือคำตอบ!ผู้เขียน : เบญญาภา แนบเนียน

รีวิวนิทรรศการ "The Voice" โดย Jamsan: เสียงสะท้อนจากใจกลางกรุงเทพฯ ที่ River City Bangkok

07 ส.ค. 2025

รีวิวนิทรรศการ "The Voice" โดย Jamsan: เสียงสะท้อนจากใจกลางกรุงเทพฯ ที่ River City Bangkok

"The Voice" เสียงสะท้อนจากใจกลางกรุงเทพฯสำหรับผู้ที่กำลังมองหา งานศิลปะ ที่จะช่วยเติมเต็มจิตใจ และมอบความสงบ นิทรรศการ "The Voice" โดยศิลปิน Jamsan ที่ River City Bangkok คือหนึ่งใน นิทรรศการกรุงเทพ ที่ไม่ควรพลาดในปี 2568 นี้นิทรรศการนี้จัดแสดงอยู่ที่ RCB Galleria 5 ชั้น 3 และเปิดให้ เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม ถึง 30 สิงหาคม 2568สัมผัส "เสียงในใจ" ผ่านงานศิลปะอันอ่อนโยน"The Voice" ไม่ใช่เพียงแค่นิทรรศการภาพวาด แต่เป็นการเดินทางเข้าสู่ห้วงลึกของความรู้สึกภายใน ศิลปิน Jamsan ผู้เป็นที่รู้จักจากผลงานภาพประกอบในซีรีส์ชื่อดัง ได้นำเสนอผลงานที่ไม่ได้ส่งเสียงดังอึกทึก แต่กลับสื่อสารความเจ็บปวดเงียบงันและความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่มักถูกมองข้ามในชีวิตประจำวันได้อย่างลึกซึ้ง ผลงานแต่ละชิ้นเปรียบเสมือนบทกวีในห้วงเวลาอันเงียบสงบ เป็นของขวัญแห่งความนิ่งงันท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ ศิลปะบำบัด และต้องการพักผ่อนจิตใจสไตล์ศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของ JamsanJamsan สร้างสรรค์ผลงานด้วยลายเส้นที่อ่อนโยน โทนสีที่อบอุ่น และองค์ประกอบแบบ soft surreal ที่ชวนฝัน การจัดวางองค์ประกอบในภาพมีความประณีตและลงตัว ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความสงบและผ่อนคลายในทุกๆ มุมมองของนิทรรศการ คุณจะได้สัมผัสกับความงามที่สะท้อนอารมณ์และความรู้สึกที่ซับซ้อนได้อย่างละมุนละไม เป็นประสบการณ์ทาง งานจิตรกรรม ที่แตกต่างและน่าประทับใจผลงานเด่น: "Red Chair" และ "Rose from the Star"หัวใจหลักของนิทรรศการนี้คือผลงานภาพวาด 2 ชุด ได้แก่ "Red Chair" และ "Rose from the Star" ซึ่ง Jamsan ได้ผสมผสานความทรงจำกับจินตนาการ และความโดดเดี่ยวกับสายใยของความผูกพันไว้อย่างกลมกลืน ผลงานเหล่านี้เชื้อเชิญให้ผู้ชมได้ใคร่ครวญถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับโลกรอบตัว และค้นพบความหมายที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่มักถูกมองข้ามไปนิทรรศการ "The Voice"ตั้งอยู่ที่ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก (River City Bangkok) เลขที่ 23 ซอยเจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 น. ถึง 20:00 น.การเดินทางสะดวกสบาย และมีพื้นที่สำหรับจอดรถ หากคุณกำลังมองหา ที่เที่ยวกรุงเทพ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง นิทรรศการนี้คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม อย่าพลาดโอกาสที่จะมาสัมผัสประสบการณ์ศิลปะอันลึกซึ้งและเติมเต็มจิตใจกับ นิทรรศการ "The Voice" โดย Jamsan ที่ River City Bangkok ได้แล้ววันนี้!ผู้เขียน : เบญญภา แนบเนียน

DEMON SLAYER Pop Up Store ครั้งแรกในไทย MBK Center

30 ก.ค. 2025

DEMON SLAYER Pop Up Store ครั้งแรกในไทย MBK Center

เปิดประสบการณ์สู่การผจนภัยครั้งใหม่ในโลกของดาบพิฆาตอสูร กับงาน "DEMON SLAYER Pop Up Store" ครั้งแรกในไทย MBK Centerแฟนตัวยง"DEMON SLAYER: Kimetsu no Yaiba" เตรียมตัวให้พร้อม! เพราะ "DEMON SLAYER Pop Up Store In Thailand" ป็อปอัพสโตร์ครั้งแรกในประเทศไทยเปิดแล้วที่ MBK Center ชั้น 4 โซน A ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม - 28 กันยายน 2568การเปิดตัวป็อปอัพสโตร์ครั้งนี้มาพร้อมกับความพิเศษเพื่อต้อนรับภาพยนตร์ "DEMON SLAYER: Kimetsu no Yaiba – The Movie: Infinity Castle" ที่กำลังจะเข้าฉายในประเทศไทย นับเป็นโอกาสทองที่แฟนๆ จะได้สัมผัสบรรยากาศของโลกนักล่าอสูรแบบจัดเต็มบนพื้นที่กว่า 248 ตารางเมตร4 โซนสุดปัง ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในอนิเมะจริงๆPhoto Booth Zone - สถานที่เช็คอินสุดฮิตHistory Room - ย้อนรอยการผจญภัยของทันจิโร่Shopping Zone - สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟที่หาที่ไหนไม่ได้Themed Café - ลิ้มรสอาหารแห่งโลกนักล่าอสูรสวรรค์ของสายสะสม! ด้วยสินค้าลิขสิทธิ์แท้และสินค้าพิเศษที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะงานนี้เท่านั้น พร้อมแผ่นรองแก้วลิมิเต็ดอิดิชั่นที่รวมทั้งทีมนักล่าอสูร ทีมเสาหลัก ทีมอสูรข้างข้น และราชันของเหล่าอสูร ที่คุณจะหาซื้อที่อื่นไม่ได้แน่นอนเมนูพิเศษ 5 รายการ ที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวละครโปรด แต่ละเมนูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้กินอาหารร่วมกับตัวละครจริงๆ:ทันจิโร่ - ซอฟต์เสิร์ฟ ปราณมัทฉะรสเข้มข้นละมุนลิ้น บนครัมเบิลช็อกโกแลต ที่ดึงเอาสีประจำตัวของทันจิโร่มาใช้อย่างลงตัวเนซึโกะ - ซอฟต์เสิร์ฟ นมชมพู หวาน หอมนุ่มกลิ่นนม ดั่งรอยยิ้มอันสดใสของเนซึโกะเซ็นอิตสึ - ปราณอัสนีรสเปรี้ยว ที่มาพร้อมความสดชื่นของยูซุ ดั่งวิชาลับที่สืบทอดมาจากสำนักวิชาอิโนะสุเกะ - ความแข็งแกร่งที่นำพา 2 รสชาติมารวมเป็นหนึ่งเดียว ระหว่าง Cocoa กับ Mint Milk เกิดเป็นความอร่อยสำหรับผู้แข็งแกร่งตัวจริงชิโนบุ - การผสมผสานรสชาติของยูซุ ลิ้นจี่ และอัญชัน (Butterfly Pea) ที่สื่อถึงผีเสื้อ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของชิโนบุมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัยครั้งใหม่ ที่ MBK Center ก่อนที่จะได้เห็นทันจิโร่และเพื่อนๆ ต่อสู้กับอสูรบนจอภาพยนตร์ใหญ่ !ก่อนใคร และตรียมความพร้อมก่อนที่ภาพยนตร์ "DEMON SLAYER: Kimetsu no Yaiba – The Movie: Infinity Castle" จะเข้าฉายในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นศึกครั้งใหญ่ที่แฟนๆ รอคอยมานานสถานที่: ศูนย์การค้า MBK Center ชั้น 4 โซน Aวันที่: 25 กรกฎาคม - 28 กันยายน 2568เวลา: 11:00 น. - 20:00 น. (ทุกวัน)ค่าเข้าชม: ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย

Movie & Trend

กระแส T-POP ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน ทำไมถึงกลับมาบูม

11 ก.ย. 2025

กระแส T-POP ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน ทำไมถึงกลับมาบูม

T-POP คืออะไร ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา T-POP หรือวงการเพลงไทยป็อปได้กลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างมากในประเทศไทยและในต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เพลงเกาหลี K-POP กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก แต่สิ่งที่ทำให้ T-POP กลับมามีอิทธิพลในวงการเพลงนั้นคือการปรับตัวของวงการเพลงไทยให้เข้ากับยุคสมัย โดยเฉพาะการผสมผสานระหว่างเสียงเพลงและความเป็นเอกลักษณ์ของไทย ทำให้ กระแส T-POP กลับมาบูมได้อย่างไม่คาดคิด การที่ T-POP กลับมามีบทบาทสำคัญในวงการเพลงไทยในปัจจุบันนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากหลายปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้เกิดการฟื้นตัวและการเติบโตของวงการนี้ในรูปแบบที่ใหม่และทันสมัย สำหรับบทความนี้ เราจะมาพูดถึง T-POP คือ อะไร, ทำไม T-POP ถึงกลับมาบูม และปัจจัยอะไรที่ทำให้กระแส T-POP กลายเป็นที่นิยมในขณะนี้ T-POP หรือที่รู้จักกันในวงการเพลงไทยป็อป เป็นแนวเพลงที่ได้รับอิทธิพลจาก K-POP หรือเพลงป็อปจากเกาหลี แต่มีการผสมผสานเอกลักษณ์ของเพลงไทยและศิลปะการแสดงในแบบของไทย ทำให้ T-POP มีความเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร นอกจากจะเน้นในด้านเสียงเพลงที่ฟังง่ายและติดหูแล้ว ยังมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมไทยที่สะท้อนผ่านดนตรีและมิวสิกวิดีโอ ที่ทั้งสวยงามและสนุกสนาน อีกทั้งยังมีการใช้ภาษาที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ผู้ฟังสามารถรับรู้และเชื่อมโยงกับเพลงได้ดี ศิลปินในวงการ T-POP มักจะมีการผสมผสานแนวเพลงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป็อป, แร็ป, หรืออิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้ฟังทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอคอนเทนต์ที่มีกลิ่นอายของความเป็นไทย ซึ่งทำให้ T-POP มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครในวงการเพลงเจาะลึกความสำเร็จ ทำไม T-POP ถึงกลับมาบูม การที่ T-POP กลับมาบูมในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่การเติบโตของวงการเพลงไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวของศิลปินและวงการเพลงไทยในยุคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การที่ กระแส T-POP กลับมามีอิทธิพลอย่างมากในตอนนี้นั้นเกิดจากหลายปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ 1. การเปิดตลาดสากล ในยุคที่โลกดิจิทัลเชื่อมต่อกันอย่างรวดเร็ว T-POP ได้เริ่มก้าวไปสู่การเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำให้ศิลปิน T-POP สามารถขยายฐานแฟนคลับได้อย่างรวดเร็ว การที่ศิลปินไทยเริ่มเข้าร่วมเวทีโลกในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานเทศกาลเพลงนานาชาติ หรือการเข้าร่วมกับโปรเจ็กต์ดนตรีร่วมกับศิลปินต่างประเทศ ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของ วงการ T-POP ไปสู่ระดับสากล 2. การปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัล ในยุคที่การเข้าถึงเพลงเป็นเรื่องง่ายผ่านการฟังวิทยุออนไลน์ และแอปพลิเคชันสตรีมมิ่ง เช่น Spotify, YouTube หรือ Apple Music ศิลปินใน วงการ T-POP ก็สามารถเผยแพร่ผลงานได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องมีการจำกัดแค่ตลาดภายในประเทศเท่านั้น การที่เพลง T-POP สามารถเข้าถึงผู้ฟังจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างทันที นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ T-POP กลับมามีบทบาทและได้รับความนิยม 3. ความสามารถของศิลปินรุ่นใหม่ ศิลปินรุ่นใหม่ในวงการ T-POP มีความสามารถที่โดดเด่นในการผสมผสานเสียงเพลงกับความทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงที่มีความหลากหลายหรือการออกแบบมิวสิกวิดีโอที่สะดุดตา การพัฒนาตัวตนของศิลปินเพื่อให้สามารถเชื่อมโยงกับผู้ฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ T-POP สามารถสร้างกระแสที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วTikTok หนึ่งในปัจจัยความสำเร็จของวงการเพลง หนึ่งในเครื่องมือที่มีผลต่อกระแส T-POP คือ TikTok แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่นทั่วโลก ซึ่งได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เพลง T-POP กลายเป็นที่นิยม TikTok เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้เพลงสามารถเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ใช้สามารถสร้างคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับเพลงนั้น ๆ และแชร์ไปยังเพื่อนหรือผู้ติดตามจำนวนมากได้ทันที 1. ความง่ายในการสร้างคอนเทนต์ TikTok ช่วยให้การเผยแพร่เพลงใหม่ ๆ จากศิลปิน T-POP ทำได้ง่ายมากขึ้น โดยการที่เพลงสามารถกลายเป็นกระแสใน TikTok ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ใช้สามารถใช้เพลงในคลิปของตัวเองได้ ทำให้เพลงนั้นกลายเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในวงกว้าง อีกทั้งยังมีแฮชแท็กที่ช่วยในการค้นหาเพลงและคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องได้สะดวก 2. การมีส่วนร่วมของแฟนคลับ การที่แฟนคลับสามารถสร้างคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับเพลง T-POP และแชร์ไปยังกลุ่มเพื่อนหรือคนรู้จัก ก็ช่วยเสริมการเติบโตของ กระแส T-POP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเมื่อเพลงใดเพลงหนึ่งกลายเป็นที่นิยมใน TikTok แล้ว ก็จะทำให้เพลงนั้นถูกพูดถึงมากขึ้น และยิ่งมีการร่วมมือกับศิลปินที่มีชื่อเสียง ก็จะยิ่งเพิ่มความสนใจจากแฟนคลับและผู้ฟังมากยิ่งขึ้น 3. การใช้ Challenge หรือกิจกรรมสนุก ๆ ศิลปินและค่ายเพลงหลายแห่งใช้ฟีเจอร์ Challenge ของ TikTok เป็นหนึ่งในเครื่องมือโปรโมตเพลง เช่น การปล่อย ท่าเต้น Challenge หรือกิจกรรมที่ให้แฟนคลับร่วมสร้างคอนเทนต์ด้วยกันกับศิลปิน การมีกิจกรรมเหล่านี้ทำให้แฟนเพลงรู้สึกมีส่วนร่วมและเพิ่มความผูกพันกับเพลงและศิลปินมากยิ่งขึ้น ยิ่ง Challenge นั้นได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ เพลงก็ยิ่งมีโอกาสที่จะทะยานขึ้นสู่ความเป็นไวรัล 4. ระบบอัลกอริธึมที่ผลักดันคอนเทนต์อย่างชาญฉลาด หนึ่งในจุดแข็งของ TikTok คือระบบอัลกอริธึมที่สามารถดันคอนเทนต์ให้เข้าถึงผู้ชมกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามจำนวนมากก็สามารถทำให้คลิป "ปัง" ได้ ส่งผลให้เพลงจากศิลปินหน้าใหม่ใน วงการ T-POP มีโอกาสแจ้งเกิดได้ง่ายขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะแค่ศิลปินดังเพียงอย่างเดียว 5. การเกิดซ้ำของเพลงเก่าในรูปแบบใหม่ นอกจากจะผลักดันเพลงใหม่ให้เป็นที่นิยมแล้ว TikTok ยังมีส่วนสำคัญในการทำให้ เพลงเก่าในวงการ T-POP กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง เช่น เพลงจากยุค 2000 ที่ถูกนำมา Remix หรือใช้ประกอบคลิปสร้างสรรค์ ทำให้ผู้ฟังรุ่นใหม่ได้รู้จักเพลงเหล่านั้นในมุมมองใหม่ ส่งผลให้ศิลปินในยุคก่อนกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ซึ่งเป็นการฟื้นฟูวงการเพลงไทยให้หลากหลายและมีมิติยิ่งขึ้นสรุป ฟังเพลงออนไลน์ที่ Atime T-POP กลับมาเป็นกระแสที่น่าจับตามองในวงการเพลงไทย ไม่เพียงแค่ในประเทศไทย แต่ยังได้ขยายตัวไปสู่ระดับสากล และด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัล หรือการใช้ TikTok เพื่อกระตุ้นความสนใจจากแฟนคลับและผู้ฟังในวงกว้าง ทำให้ กระแส T-POP กลับมาเติบโตอย่างรวดเร็ว หากคุณต้องการสัมผัสกับ T-POP และเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงออนไลน์ที่สะดวกและง่ายดาย สามารถฟังเพลงจากศิลปิน T-POP ผ่านวิทยุออนไลน์ได้ที่ Atime ที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงเพลงใหม่ ๆ ได้ทันที ผ่านการฟังวิทยุออนไลน์หรือฟังเพลงย้อนหลัง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาเพลงยอดฮิตหรือเพลงที่คุณชื่นชอบจากวงการ T-POP คุณสามารถสนุกสนานไปกับโลกของดนตรีได้อย่างเต็มที่ที่ Atimeจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ ชานนท์ ไชยศรี

เพลงฮิตไทยกลับมาฮิต จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ทุกคนคิดถึง

09 ก.ย. 2025

เพลงฮิตไทยกลับมาฮิต จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ทุกคนคิดถึง

ปรากฏการณ์เพลงฮิตในอดีตที่กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์เพลงฮิตไทยในอดีตที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งกลายเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ฟังหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเพลงจากยุค 90 หรือแม้แต่เพลงจากช่วงต้นปี 2000 ที่เคยเป็นที่นิยมในวงการเพลงไทยและการฟังวิทยุออนไลน์ เมื่อเพลงเหล่านี้กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและการสื่อสารก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว เพลงฮิตที่คิดถึงเหล่านี้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความทรงจำที่ผู้คนไม่สามารถลืมได้เลยทีเดียว หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไมเพลงเก่าถึงกลับมาฮิตและได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน? อาจเป็นเพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่เชื่อมโยงเพลงเหล่านั้นกับประสบการณ์ชีวิตของคนในทุกยุคสมัย และในบทความนี้ เราจะมาวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้เพลงฮิตไทยในอดีตยังคงได้รับความนิยม และสิ่งที่ทำให้เพลงเหล่านี้กลับมาเป็นที่พูดถึงในปัจจุบันอะไรคือสิ่งที่ทำให้เพลงเหล่านั้นยังคงอยู่ในความทรงจำ หลายคนอาจสงสัยว่าเพลงเก่ายอดฮิตเหล่านั้นยังคงมีความหมายและทำให้ผู้คนต้องย้อนกลับไปฟังซ้ำอยู่เสมอ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ทำให้เพลงเหล่านี้ยังคงอยู่ในความทรงจำและสามารถสร้างอิทธิพลต่อผู้ฟังได้อย่างต่อเนื่อง อาจมาจากหลายปัจจัยที่มีผลอย่างมากต่อการเชื่อมโยงกับชีวิตและอารมณ์ของผู้ฟัง โดยไม่ว่าจะเป็นความเรียบง่ายในเนื้อเพลงที่เข้าใจง่าย หรือการเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ซึ่งทุกปัจจัยเหล่านี้ทำให้เพลงเก่า ๆ ยังคงมีความหมายและสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังทั้งในอดีตและปัจจุบันเนื้อเพลงที่เข้าใจง่าย - เพลงหลายเพลงในอดีตมักจะมีเนื้อหาที่ตรงไปตรงมา ทำให้ผู้ฟังสามารถเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกได้อย่างชัดเจน เช่น เพลงรักที่ถ่ายทอดอารมณ์ของความรักอันบริสุทธิ์ หรือเพลงเศร้าที่สะท้อนถึงความเจ็บปวดและความผิดหวัง เพลงเหล่านี้มักสื่อความหมายที่ลึกซึ้งและเข้าถึงจิตใจผู้ฟังได้อย่างง่ายดายดนตรีที่ติดหู - ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เพลงเก่ายังคงมีอิทธิพลและอยู่ในความทรงจำของผู้ฟังคือ ดนตรีที่ติดหูแนวดนตรีในเพลงเก่ามีความหลากหลาย ตั้งแต่เพลงป็อปที่มีจังหวะสนุกสนาน ไปจนถึงเพลงร็อคที่เต็มไปด้วยพลัง และเพลงลูกทุ่งที่มีความเป็นเอกลักษณ์ทางด้านทำนองและการบรรยายชีวิต แนวดนตรีเหล่านี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้ผู้ฟังสามารถจดจำได้ทันทีเมื่อได้ยินการเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในชีวิต - หลาย ๆ ครั้ง เพลงเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ซึ่งทำให้เพลงเหล่านั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์หรือความทรงจำที่มีค่า นอกจากนี้เพลงประกอบละครดัง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เพลงเก่ากลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพลงเหล่านี้ถูกใช้เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมกับผู้ชมในละคร ซึ่งทำให้เพลงนั้นไม่เพียงแต่เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมในช่วงนั้น แต่ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้ชมอย่างยาวนานศิลปินที่มีอิทธิพลในอดีต และผลงานที่สร้างชื่อเสียง หลายศิลปินที่เคยมีชื่อเสียงในอดีตได้สร้างผลงานเพลงที่ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขากลายเป็นที่รู้จักในยุคนั้น แต่ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้ฟังมาจนถึงทุกวันนี้ พวกเขามีบทบาทสำคัญในวงการเพลงไทย โดยเฉพาะศิลปินที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาแนวดนตรีในช่วงเวลานั้น ตัวอย่างศิลปินที่มีผลงานเพลงฮิตไทยในอดีต ได้แก่เสก โลโซ - นักร้องและนักแต่งเพลงที่สร้างชื่อเสียงด้วยเพลงร็อคสุดมันส์ที่เป็นเอกลักษณ์บิ๊กแอส - วงดนตรีร็อคที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุค 90 เพลงของพวกเขามักสะท้อนอารมณ์และความรู้สึกของผู้คนในช่วงเวลานั้นปาล์มมี่ - ศิลปินที่เป็นที่รักในหมู่ผู้ฟังเพลงป็อป โดยเพลงของเธอมีทั้งความสดใสและความเศร้า ซึ่งทำให้หลายคนสามารถเชื่อมโยงกับเพลงของเธอได้ง่ายความผูกพันระหว่างเพลงกับช่วงเวลาหรือเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของผู้ฟัง หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เพลงฮิตไทยในอดีตกลับมาฮิตอีกครั้ง ก็คือความผูกพันที่มีระหว่างเพลงเหล่านั้นกับช่วงเวลาหรือเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของผู้ฟัง เพลงเหล่านี้มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่สำคัญ เช่นเพลงประกอบละครดัง - เพลงที่ใช้เป็นเพลงประกอบละครมักได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นที่พูดถึงในหมู่ผู้ชม ซึ่งทำให้เพลงเหล่านั้นเชื่อมโยงกับความทรงจำที่ดีในช่วงเวลาที่เราได้ดูละครเพลงในงานสำคัญ - เพลงที่ฟังในงานแต่งงานหรือในงานสังสรรค์กับเพื่อนฝูง มักจะถูกจำไปตลอดชีวิต เมื่อได้ยินเพลงนั้นอีกครั้ง มันจะทำให้เรานึกถึงช่วงเวลานั้นทันทีเพลงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในชีวิต - เพลงบางเพลงที่มีความหมายพิเศษและเป็นเครื่องเตือนใจให้เราได้หวนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตสรุปถึงความสำคัญของเพลงฮิตในอดีตที่ยังคงมีอิทธิพลต่อผู้คนในปัจจุบันสามารถเลือกฟังวิทยุออนไลน์ได้ที่ Atime เพลงฮิตไทยในอดีตที่กลับมาฮิตอีกครั้งไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วขณะ แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างความทรงจำและการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เพลงเก่ายอดฮิตเหล่านี้ทำให้ผู้ฟังสามารถย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่มีความสุข ความรัก หรือแม้กระทั่งช่วงเวลาที่ทำให้พวกเขารู้สึกเศร้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและความทรงจำที่ไม่สามารถลืมได้ การฟังเพลงเหล่านี้ไม่เพียงแค่ทำให้เรานึกถึงอดีต แต่ยังช่วยให้เราได้รู้สึกถึงอารมณ์ที่หลากหลาย ที่อาจถูกเก็บซ่อนไว้ในหัวใจของเรามานาน การกลับมาของเพลงฮิตที่คิดถึงเหล่านี้จึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ให้กับคนในทุกช่วงวัย และในบางครั้งยังช่วยเชื่อมต่อระหว่างรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ผ่านการฟังเพลงที่มีคุณค่าและความหมาย สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่ให้คุณสามารถฟังเพลงฮิตไทยในอดีตได้อย่างครบครันและทันสมัย เราขอแนะนำให้คุณลองฟังวิทยุออนไลน์ที่ Atime ที่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การฟังเพลงของคุณให้ครบรส ไม่ว่าจะเป็นการฟังสดหรือการฟังย้อนหลังที่สะดวกสบาย ทุกคนสามารถพบกับเพลงฮิตที่คิดถึงได้ที่นี่จัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

20 ไอเดียของขวัญปีใหม่ 2026 เลือกอย่างไรให้ถูกใจผู้ใหญ่และวัยรุ่น

18 ธ.ค. 2025

20 ไอเดียของขวัญปีใหม่ 2026 เลือกอย่างไรให้ถูกใจผู้ใหญ่และวัยรุ่น

ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลแห่งความสุขกันแล้ว "การเลือกซื้อ ของขวัญปีใหม่" กลายเป็นภารกิจสำคัญที่หลายคนเริ่มมองหา ไม่ว่าจะเป็นการมอบเพื่อแสดงความขอบคุณ การกระชับความสัมพันธ์ หรือการสร้างรอยยิ้มให้กับคนที่เรารัก แต่ปัญหาที่หลายคนเจอคือ ไม่รู้จะซื้ออะไรดี? ซื้อไปแล้วเขาจะชอบไหม? หรือจะเลือก ของขวัญปีใหม่ 2568 อย่างไรให้ดูทันสมัยและใช้ประโยชน์ได้จริงทำไมการเลือกของขวัญปีใหม่ถึงสำคัญต่อความสัมพันธ์? การให้ของขวัญไม่ใช่แค่การแลกเปลี่ยนสิ่งของ แต่มันคือการส่งต่อ "ความรู้สึก" และ "คำขอบคุณ" ในรอบปีที่ผ่านมา การเลือกของขวัญที่ผ่านการคิดมาอย่างดี จะช่วยสร้างความประทับใจได้มากกว่าของที่มีราคาสูงแต่ไม่ได้ใช้งานจริง โดยเฉพาะในปี 2568 ที่เทรนด์การให้ของขวัญเริ่มเปลี่ยนไปสู่กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ (Wellness), เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก (Smart Gadget) และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainability)เทรนด์ของขวัญปีใหม่ 2568 มีอะไรน่าสนใจบ้าง? ก่อนจะไปดูลิสต์ของขวัญ เรามาอัปเดตเทรนด์ในปีนี้กันก่อนค่ะ เพื่อให้ของขวัญของคุณดูไม่เอาท์Health Wellness: สินค้าดูแลสุขภาพยังคงมาแรงเป็นอันดับ 1Home Office Comfort: ของแต่งบ้านที่เน้นความผ่อนคลายEco-Friendly: ของขวัญที่ทำจากวัสดุรักษ์โลกExperience Gifts: การให้บัตรกำนัลที่พัก หรือคอร์สเรียนสั้นๆไอเดียของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใหญ่ เน้นความมีภูมิฐานและสุขภาพ การเลือก ของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือหัวหน้างาน สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ความมีกาลเทศะ" และ "ประโยชน์ใช้สอย"1. กระเช้าผลไม้พรีเมียมหรือผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก แทนที่จะเป็นกระเช้าขนมปังปี๊บแบบเดิม ลองเปลี่ยนเป็นกระเช้าผลไม้นำเข้าตามฤดูกาล หรือเซตน้ำผึ้งป่าแท้ ชาสมุนไพรเกรดพรีเมียม ซึ่งแสดงถึงความใส่ใจในสุขภาพของผู้รับ2. อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ (Healthcare Gadgets) ในปี 2568 เทคโนโลยีสุขภาพเข้าถึงง่ายขึ้น เช่นเครื่องนวดคอบ่าไหล่แบบพกพาเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็กนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่วัดค่าออกซิเจนและหัวใจได้ (เหมาะมากสำหรับผู้สูงอายุ)3. ชุดเครื่องหอมและสปา (Aromatherapy) ช่วยให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายจากการพักผ่อนที่บ้าน ลองเลือกก้านไม้หอม (Reed Diffuser) กลิ่นที่นุ่มนวล เช่น มะลิ, ลาเวนเดอร์ หรือไม้กฤษณาไอเดียของขวัญปีใหม่ วัยรุ่น เน้นมีสไตล์ ความสนุก และเทคโนโลยี สำหรับ ของขวัญปีใหม่ วัยรุ่น หรือกลุ่มเพื่อนวัยทำงาน (First Jobber) ความโดดเด่นและฟังก์ชันการใช้งานคือหัวใจหลัก1. IT Gadget Accessories วัยรุ่นยุคนี้อยู่กับหน้าจอและเสียงเพลง ของขวัญที่ได้รับความนิยมเสมอคือหูฟังไร้สาย (TWS) ดีไซน์สวยลำโพงบลูทูธขนาดพกพาสำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือปาร์ตี้พาวเวอร์แบงค์ความจุสูงที่รองรับ Fast Charge2. ของตกแต่งโต๊ะทำงาน (Desk Setup) เทรนด์จัดโต๊ะทำงานคอมพิวเตอร์กำลังมาแรงโคมไฟหน้าจอคอมพิวเตอร์ (Screenbar)แผ่นรองเมาส์ขนาดใหญ่ลายอาร์ตๆคีย์บอร์ดกลไก (Mechanical Keyboard) สีสันสดใส3. สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์กระเป๋าผ้าแบรนด์ดังที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลเสื้อผ้าแนว Streetwear หรือหมวกแก๊ปกล้องฟิล์มหรือกล้องดิจิทัลคอมแพคยุค Y2K ที่กลับมาฮิตอีกครั้ง5 ขั้นตอนเลือกของขวัญปีใหม่ให้โดนใจไม่มีพลาด หากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ ลองใช้ Checklist นี้ตรวจสอบเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อวิเคราะห์ไลฟ์สไตล์: ผู้รับชอบทำอะไรในเวลาว่าง? (ออกกำลังกาย, ทำอาหาร, เล่นเกม)กำหนดงบประมาณ: ตั้งงบไว้ในใจเพื่อบีบขอบเขตการเลือกให้แคบลงตรวจสอบความจำเป็น: ของชิ้นนี้เขามีหรือยัง? ถ้ามีแล้ว ของเราดีกว่าหรือต่างอย่างไร?ใส่ใจแพ็กเกจจิ้ง: การห่อของขวัญที่สวยงามช่วยเพิ่มมูลค่าทางจิตใจได้มหาศาลเขียนการ์ดอวยพร: อย่าลืมแนบข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือ เพิ่มความ Exclusiveวิธีการเลือก "ของขวัญปีใหม่ 2568" ตามงบประมาณ ไม่ว่าคุณจะมีงบเท่าไหร่ ก็สามารถหาของขวัญที่ดูดีได้ ดังนี้งบประมาณไม่เกิน 500 บาทเทียนหอม: เลือกกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ แพ็กเกจมินิมอลต้นไม้มงคลขนาดเล็ก: เช่น ต้นยางอินเดีย หรือลิ้นมังกรแคระ ใส่กระถางเซรามิกสวยๆสมุดแพลนเนอร์ปี 2569: เหมาะสำหรับสายจดบันทึกและพนักงานออฟฟิศงบประมาณ 500 - 1,500 บาทเครื่องชงกาแฟพกพา: สำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือคนรักกาแฟชุดหม้อไฟฟ้าอเนกประสงค์: ตอบโจทย์เด็กหอหรือคนอยู่คอนโดบัตรของขวัญ (Gift Card): เช่น บัตร Starbuck หรือบัตร Central ซึ่งช่วยให้ผู้รับเลือกสิ่งที่ต้องการได้เองงบประมาณ 2,000 บาทขึ้นไปเครื่องดูดฝุ่นโรบอท: ตัวช่วยทุ่นแรงในบ้านแท็บเล็ตระดับเริ่มต้น: สำหรับการเรียนหรือความบันเทิงคอร์สสปาพรีเมียม: มอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับ 5 ดาวคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับของขวัญปีใหม่Q: ซื้อของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชาย เลือกอะไรดี?A: เน้นของที่ใช้งานได้จริง เช่น เนคไทคุณภาพดี, กระเป๋าสตางค์หนังแท้, หรืออุปกรณ์กอล์ฟ/ออกกำลังกาย หากชอบดื่ม แนะนำเป็นเซตกาแฟดริปพรีเมียมค่ะQ: ของขวัญปีใหม่วัยรุ่นที่งบประหยัดแต่ดูแพงมีอะไรบ้าง?A: แนะนำ "Case โทรศัพท์มือถือ" แบรนด์ดัง หรือ "GripTok" ลายศิลปิน/การ์ตูนที่กำลังฮิต รวมถึง "โคมไฟพระจันทร์" ที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในห้องนอนได้ดีQ: การจับฉลากปีใหม่ควรเลือกของขวัญแบบไหน?A: ควรเลือกของที่เป็น Unisex (ใช้ได้ทุกเพศ) และมีมูลค่าตามที่ตกลงกันไว้ ของที่แนะนำคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือแก้วน้ำเก็บอุณหภูมิคุณภาพสูง (Yeti/Stanley)ส่งต่อความสุขด้วยของขวัญที่มาจากใจ การเลือก ของขวัญปีใหม่ ไม่ใช่เรื่องยากหากเราเริ่มต้นจาก "ความใส่ใจ" ไม่ว่าจะเป็น ของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใหญ่ ที่เน้นความเคารพรัก หรือ ของขวัญปีใหม่ วัยรุ่น ที่เน้นความสนุกสนาน สิ่งสำคัญคือการเลือกให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้รับและงบประมาณของผู้ให้ สำหรับปี ของขวัญปีใหม่ 2568 นี้ ขอให้ทุกคนสนุกกับการเลือกซื้อของขวัญ และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสุขและความประทับใจจากการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้แก่กันนะคะ

วันคริสต์มาสคือวันอะไร? แจก 7 เคล็ดลับจัดงานสุดปัง!

18 ธ.ค. 2025

วันคริสต์มาสคือวันอะไร? แจก 7 เคล็ดลับจัดงานสุดปัง!

ในช่วงปลายปีที่อากาศเริ่มเย็นสบายและบรรยากาศแห่งความสุขอบอวล การวางแผนจัดงานเฉลิมฉลอง วันคริสต์มาสคือภารกิจสำคัญของใครหลายคน จากการรวมญาติอบอุ่นในครอบครัวไปจนถึงปาร์ตี้บริษัทที่ยิ่งใหญ่ กิจกรรมในวันคริสต์มาส ถือเป็นไฮไลท์ของการปิดท้ายปี แต่การจัดงานที่ “สุดปัง” ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ! มันต้องอาศัยการวางแผนอย่างเป็นระบบ การเข้าใจในคอนเซ็ปต์ของเทศกาล และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำให้งานของคุณมีความแตกต่างไม่เหมือนใครวันคริสต์มาสคือวันอะไร?วันคริสต์มาส ในความหมายทางศาสนา วันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี คือวันแห่งการเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซูคริสต์ ซึ่งถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ที่เน้นย้ำถึงความรัก, การให้อภัย, และความหวังความสำคัญทางจิตวิญญาณการประสูติของพระเยซูเปรียบเสมือน "ของขวัญอันยิ่งใหญ่ที่สุด" ที่ถูกมอบให้แก่มวลมนุษย์ นั่นจึงเป็นที่มาของธรรมเนียมการแลกของขวัญในปัจจุบันความสำคัญทางวัฒนธรรมสมัยใหม่วันคริสต์มาสได้วิวัฒนาการมาเป็นเทศกาลแห่งครอบครัวและการรวมตัว โดยเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนหยุดพักผ่อนเพื่อใช้เวลากับคนที่รัก และเป็นโอกาสในการส่งต่อความเมตตาให้กับผู้อื่นประวัติวันคริสต์มาสและที่มาของธรรมเนียมสุดคลาสสิกการจัดปาร์ตี้คริสต์มาสที่สมบูรณ์แบบส่วนใหญ่มีการอ้างอิงถึงธรรมเนียมที่สืบทอดกันมา เรามาดูกันว่า ประวัติวันคริสต์มาส ได้กำหนดธรรมเนียมที่เราใช้จัดงานในปัจจุบันได้อย่างไรการประดับไฟในอดีต ชาวโรมันโบราณใช้ไฟเพื่อเฉลิมฉลองช่วงวันเหมายัน (Winter Solstice) เมื่อธรรมเนียมคริสต์มาสเข้ามาแทนที่ ไฟจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของพระเยซูผู้เป็น "แสงสว่างแห่งโลก" (Light of the World)ซานตาคลอส (Santa Claus)มีต้นกำเนิดจากนักบุญนิโคลัสในตุรกี ผู้มีชื่อเสียงด้านความใจดีและการให้ของขวัญแก่คนยากจน ในศตวรรษที่ 19 ซานตาคลอสถูกนำมาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้เป็นชายชราใจดีที่บินมาพร้อมกับรถเลื่อนการร้องเพลงคริสต์มาส (Caroling)มีต้นกำเนิดในยุคกลาง โดยเริ่มจากการร้องเพลงเต้นรำรอบกองไฟ (Carole) ก่อนจะถูกนำมาปรับใช้ในการร้องเพลงสวดเพื่อบอกเล่าเรื่องราวการประสูติไอเดียการเฉลิมฉลองในวันคริสต์มาสไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน การเฉลิมฉลองในวันคริสต์มาส มักจะมีองค์ประกอบหลักๆ ที่เหมือนกันคือการแขวนถุงเท้าไว้หน้าเตาผิง, การติดพวงมาลัย (Wreath) ที่หน้าประตู และการเปิดไฟประดับรอบบ้าน รวมไปถึงการเข้าร่วมพิธีมิสซาเที่ยงคืนที่โบสถ์เพื่อซึมซับบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่นเรื่องเกี่ยวกับวันคริสต์มาสที่คุณต้องรู้!มาเพิ่มความสนุกกับสิ่งที่คุณอาจยังไม่เคยได้ยินมาก่อนซานตาคลอสไม่ได้ใส่ชุดแดงมาตั้งแต่แรกเดิมทีภาพลักษณ์ของนักบุญนิโคลัสสวมชุดหลายสี แต่สีแดงกลายเป็นเอกลักษณ์ระดับโลกหลังจากแคมเปญโฆษณาของ Coca-Cola ในยุค 1930เพลง "Jingle Bells" ไม่ใช่เพลงคริสต์มาสเดิมทีเพลงนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อใช้ในเทศกาล Thanksgiving (วันขอบคุณพระเจ้า) ต่างหากถุงเท้าคริสต์มาสมาจากความบังเอิญตามตำนาน นักบุญนิโคลัสหย่อนเหรียญทองลงในปล่องไฟแล้วเหรียญตกลงไปในถุงเท้าที่ตากไว้พอดีต้นคริสต์มาสกินได้?ในอดีตชาวเยอรมันประดับต้นไม้ด้วยอาหาร เช่น แอปเปิล ถั่ว และคุกกี้ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นของตกแต่งพลาสติกในปัจจุบันคริสต์มาสคือฤดูกาลแห่งการเลิกกันน้อยที่สุดจากสถิติโซเชียลมีเดียพบว่า ช่วงก่อนคริสต์มาส 2 สัปดาห์เป็นช่วงที่คนเลิกกันน้อยที่สุด เพราะทุกคนอยากใช้เวลาที่มีความสุขร่วมกันแนะนำการจัดการงบประมาณนการจัดงาน ไม่ให้บานปลายการกำหนดงบประมาณที่ชัดเจนตั้งแต่แรกเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ปาร์ตี้ของคุณไม่สิ้นเปลือง ควรจะแบ่งงบประมาณออกเป็นหมวดหมู่อาหารและเครื่องดื่ม (40%): เป็นส่วนที่ใช้จ่ายมากที่สุด ควรจัดเมนูที่คุ้มค่าและสามารถทำล่วงหน้าได้การตกแต่งและบรรยากาศ (30%): ลงทุนกับแสงไฟและดนตรี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการสร้าง Moodของขวัญและรางวัล (20%): งบประมาณสำหรับกิจกรรมแลกของขวัญและรางวัลสำหรับเกมต่าง ๆเบ็ดเตล็ด (10%): เช่น ค่าเช่าสถานที่ (ถ้ามี), ค่าทำความสะอาด, ค่าอุปกรณ์เสริมแจก 7 เคล็ดลับจัดงานปาร์ตี้คริสต์มาสสุดปังการเป็นเจ้าภาพจัดงานปาร์ตี้คริสต์มาสที่น่าจดจำ ไม่ใช่แค่การมีอาหารอร่อยและการตกแต่งสวยงามเท่านั้น แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่เข้าถึงทุกประสาทสัมผัสและเต็มไปด้วยปฏิสัมพันธ์ กิจกรรมในวันคริสต์มาส ที่สุดยอดต้องอาศัยการวางแผนกลยุทธ์ที่ทำให้งานของคุณแตกต่างจากงานเลี้ยงทั่วไป นี่คือ 7 เคล็ดลับทองคำ ที่ผ่านการคัดสรรจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานอีเวนต์ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเนรมิตปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ สร้างความสุขที่ยั่งยืน และทำให้แขกทุกคนรู้สึกพิเศษจนต้องแชร์รูปภาพลงโซเชียลมีเดียเลือกธีมสีที่ดูดีและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแทนที่จะใช้แค่สีแดงและสีเขียวแบบเดิมๆ ลองยกระดับงานของคุณด้วยการเลือกโทนสีที่ดูทันสมัยและเข้ากับสถานที่ เช่น ธีม "Winter Wonderland" ที่เน้นสีขาวและเงินเพื่อความหรูหรา หรือธีม "Rustic Christmas" ที่เน้นงานไม้และสีน้ำตาลธรรมชาติเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นเป็นกันเอง การคุมโทนสีให้ชัดเจนตั้งแต่วงกบประตูไปจนถึงผ้าปูโต๊ะ จะช่วยให้งานปาร์ตี้ของคุณดูเป็นระเบียบและเป็นมืออาชีพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเน้นการจัดแสงไฟแบบ Warm White เพื่อสร้างมู๊ดเคล็ดลับความปังที่หลายคนมองข้ามคือการควบคุม "แสงสว่าง" ภายในงาน โดยการปิดไฟเพดานที่มีความสว่างจ้าเกินไป แล้วแทนที่ด้วยไฟเส้น (Fairy Lights) หรือไฟประดับสีส้มนวล (Warm White) พาดผ่านตามมุมห้องหรือบนต้นคริสต์มาส แสงไฟที่นุ่มนวลจะไม่เพียงแต่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูน่าค้นหาและอบอุ่น แต่ยังเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้แขกถ่ายรูปออกมาผิวสวยและภาพดูมีมิติมากขึ้นอีกด้วยจัดมุมอาหารและเครื่องดื่มแบบ "บริการตัวเอง" (DIY Bar)ลดภาระการดูแลแขกของเจ้าภาพด้วยการจัดมุมอาหารที่แขกสามารถร่วมสนุกและสร้างสรรค์เมนูในแบบของตนเองได้ เช่น การจัด "Hot Cocoa Bar" ที่มีเครื่องเคียงอย่างมาชเมลโลว์และแท่งซินนามอน หรือมุม "Mini Slider" ที่แขกสามารถเลือกท็อปปิ้งเองได้ กิจกรรมนี้นอกจากจะช่วยลดขั้นตอนการบริการแล้ว ยังเป็นจุดรวมตัวที่ทำให้แขกได้ยืนพูดคุยสังสรรค์กันยกระดับกิจกรรมแลกของขวัญให้น่าตื่นเต้นกว่าเดิมเปลี่ยนการจับฉลากที่แสนธรรมดาให้กลายเป็นกิจกรรมไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยด้วยการเพิ่มกติกาที่สร้างสรรค์ เช่น การเล่นเกม "White Elephant" ที่อนุญาตให้แขกสามารถขโมยของขวัญจากคนก่อนหน้าได้ หรือการกำหนดโจทย์ของขวัญที่ "ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรชื่อเล่น" เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ การเพิ่มเรื่องราวและกติกาลงไปในการแลกของขวัญจะช่วยสร้างเสียงหัวเราะและความตื่นเต้นที่เป็นจุดสูงสุดของงานปาร์ตี้คริสต์มาสปีนี้กระตุ้นบรรยากาศด้วยกลิ่นหอมประจำเทศกาลประสาทสัมผัสเรื่อง "กลิ่น" คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้แขกเข้าถึงจิตวิญญาณของเทศกาลคริสต์มาสได้ทันทีตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้างาน ลองใช้เทียนหอมหรือเครื่องพ่นอโรม่ากลิ่นไม้สน (Pine), อบเชย (Cinnamon) หรือกลิ่นเปลือกส้มอบแห้งมาประดับไว้ตามจุดต่างๆ กลิ่นหอมที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้จะช่วยเชื่อมโยงความรู้สึกของแขกเข้ากับความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับวันคริสต์มาส และทำให้บ้านของคุณดูสะอาดและน่าอยู่มากยิ่งขึ้นจัดเพลย์ลิสต์เพลงที่คุมโทนบรรยากาศตั้งแต่ต้นจนจบเสียงเพลงคือตัวกำหนดจังหวะความสนุกของงานเลี้ยง ดังนั้นคุณควรจัดเรียงลำดับเพลงล่วงหน้าโดยแบ่งเป็นช่วงๆ เริ่มจากเพลงแนว Jazz Christmas เบาๆ ในช่วงเปิดตัวและรับประทานอาหารเพื่อขับกล่อมให้แขกรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เร่งจังหวะเป็นเพลง Pop Christmas ที่คุ้นหูในช่วงทำกิจกรรมแลกของขวัญ เพื่อกระตุ้นให้แขกรู้สึกตื่นตัวและสนุกสนานไปกับเสียงเพลงที่คัดสรรมาอย่างถูกที่ถูกเวลาออกแบบมุมถ่ายภาพพร้อมพร็อพสุดเก๋ในยุคโซเชียลมีเดีย มุมถ่ายภาพคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยโปรโมตความสำเร็จของงานคุณผ่านรูปภาพที่แขกนำไปโพสต์ลงอินสตาแกรมหรือติ๊กต็อก ควรจัดพื้นที่เล็กๆ ที่มีฉากหลังสวยงามเข้ากับธีมงาน พร้อมตะกร้าพร็อพ เช่น หมวกซานต้า, แว่นตาแฟนซี หรือป้ายคำพูดสนุกๆ ที่เกี่ยวกับวันคริสต์มาส การมีพื้นที่ที่จัดแสงมาอย่างดีและมีอุปกรณ์พร้อมสับ จะทำให้แขกเพลิดเพลินกับการเก็บภาพความประทับใจและช่วยกระจายบรรยากาศความสุขออกไปสู่โลกออนไลน์

ไอเดีย ของขวัญจับฉลากปีใหม่ 2026

16 ธ.ค. 2025

ไอเดีย ของขวัญจับฉลากปีใหม่ 2026

ไอเดียของขวัญปีใหม่ 2569ช่วงสิ้นปีใกล้เข้ามาแล้ว ใครที่กำลังมองหาไอเดีย ของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อใช้ในการ จับฉลาก ที่ออฟฟิศ หรือกลุ่มเพื่อน แต่ยังไม่รู้จะเลือกอะไรดีให้ถูกใจทุกคนและคุ้มค่าตามงบประมาณวันนี้ Chillon เราได้รวบรวม 6 หมวดหมู่ของขวัญที่รับประกันว่า "ปัง" และใช้งานได้จริงมาให้แล้วค่ะ!6 หมวดหมู่สุดฮิต: ไอเดียของขวัญจับฉลากปีใหม่ 2569ชุดเครื่องหอม: มอบการพักผ่อนและความผ่อนคลาย (Aromatherapy Set)หลังการทำงานหนักมาตลอดปี ชุดเครื่องหอม คือการมอบช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและความผ่อนคลายให้ผู้รับโดยตรง กลิ่นหอมๆ สามารถช่วยลดความเครียดและเพิ่มพลังบวกได้ดีทริกการเลือกเทียนหอม: เลือกกลิ่นยอดนิยม เช่น ลาเวนเดอร์ (ผ่อนคลาย), ส้ม/ซิตรัส (สดชื่น), หรือวานิลลา (อบอุ่น)ก้านไม้หอม (Diffuser): เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย เพราะไม่ต้องจุดไฟ เหมาะสำหรับห้องนอนหรือโต๊ะทำงานเหมาะสำหรับ: ผู้ที่ทำงานหนัก, คนรักการตกแต่งบ้าน, ผู้ที่ชื่นชอบกลิ่นบำบัดแก้วเก็บอุณหภูมิ: ของขวัญที่ "ใช่" สำหรับยุค Work From Anywhereเป็นของขวัญที่ใช้งานได้จริงในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะดื่มน้ำ ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม แก้วเก็บอุณหภูมิ คุณภาพดีจะช่วยรักษาอุณหภูมิของเครื่องดื่มได้ยาวนานตลอดวันทริกการเลือก: เลือกสีกลางๆ (ดำ, ขาว, เทา, กรมท่า) หรือสีพาสเทลยอดนิยม และเน้นแบรนด์ที่ไว้ใจได้ในเรื่องการเก็บความเย็น/ร้อน รวมถึงเลือกขนาดที่พอดีมือและสามารถวางในช่องวางแก้วในรถได้เหมาะสำหรับ: ทุกเพศทุกวัย, พนักงานออฟฟิศ, คนที่เดินทางบ่อย, และสายออกกำลังกายต้นไม้มงคล: ของขวัญสายรักษ์โลก พร้อมความหมายดีๆ (Auspicious Plants)การให้ต้นไม้มงคลเป็นของขวัญสื่อถึง ความเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์ และการเริ่มต้นใหม่ เป็นของขวัญที่มี "ชีวิต" และสามารถนำไปประดับตกแต่งโต๊ะทำงานหรือบ้านได้ทันทีทริกการเลือก: เลือกต้นไม้ขนาดเล็กที่ดูแลรักษาง่าย เช่น กระบองเพชร (สื่อถึงความอดทนและแข็งแกร่ง), ลิ้นมังกรแคระ (ช่วยฟอกอากาศและปัดเป่าสิ่งไม่ดี), หรือ พลูด่าง (เสริมความเป็นสิริมงคลด้านเงินทอง)เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชอบแต่งบ้าน, ผู้ที่ใช้ชีวิตในคอนโด, สายมู (ผู้ที่เชื่อเรื่องโชคลาง)เครื่องเขียน: ของขวัญที่สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่และการเรียนรู้การให้ เครื่องเขียน สื่อถึงการเริ่มต้น วางแผนชีวิตและเป้าหมายใหม่ ในปี 2569 ที่จะมาถึงทริกการเลือก: เลือก สมุดแพลนเนอร์/ไดอารี่ ประจำปี 2026 ที่มีดีไซน์สวยงาม หรือชุดปากกาพรีเมียม ที่ช่วยให้การทำงานหรือการเรียนสนุกขึ้นเหมาะสำหรับ: นักเรียน นักศึกษา, คนทำงานที่ต้องจดบันทึก, ผู้ที่ชอบวางแผนรายวัน/รายเดือนเครื่องใช้ไฟฟ้า: ของขวัญที่ใช้งานได้จริงและคุ้มค่าสำหรับงบที่สูงขึ้นมาหน่อยเครื่องใช้ไฟฟ้า ขนาดเล็กคือตัวเลือกที่ใครได้ไปก็แฮปปี้ เพราะช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันทริกการเลือก: เน้นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ได้บ่อย เช่น หม้อต้มอเนกประสงค์, เครื่องปิ้งขนมปัง/แซนด์วิช, โคมไฟตั้งโต๊ะแบบมินิมอล, หรือ เครื่องพ่นไอน้ำ (เพิ่มความชื้นและลดอาการภูมิแพ้)เหมาะสำหรับ: นักเรียน นักศึกษาที่อยู่หอ, ผู้ที่อยู่คอนโด, ผู้ที่ชอบทำอาหารง่ายๆเวาเชอร์ / บัตรกำนัล: มอบ "อิสระในการเลือก" (The Freedom of Choice)นี่คือของขวัญสำหรับคนที่ไม่แน่ใจในรสนิยมของผู้รับ การให้ บัตรกำนัล (Gift Voucher) คือการมอบ อำนาจการตัดสินใจ ให้ผู้รับได้เลือกสิ่งที่เขาต้องการจริงๆทริกการเลือกเลือกบัตรกำนัลของ ห้างสรรพสินค้า (ใช้ได้หลากหลายที่สุด)เลือก เวาเชอร์ร้านกาแฟชื่อดัง หรือ ร้านอาหาร ที่มีสาขาเยอะข้อควรระวัง: ตรวจสอบวันหมดอายุของบัตรให้ชัดเจนก่อนมอบให้ค่ะเหมาะสำหรับ: ทุกเพศทุกวัย, ผู้ที่คุณไม่แน่ใจความชอบส่วนตัว, และผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยสุดท้ายนี้ ขอให้ผู้อ่านทุกท่านที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเฉลิมฉลอง มีความสุขกับการเลือกซื้อและมอบของขวัญให้กับคนพิเศษนะคะ

ฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมงก่อนใครได้ทุกเมื่อ ที่ Atime

03 ก.ย. 2025

ฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมงก่อนใครได้ทุกเมื่อ ที่ Atime

การฟังวิทยุออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป ที่เว็บไซต์ Atime มีคลื่นวิทยุออนไลน์มากมายให้เลือกฟังเหมาะสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย แค่เพียงมีเครื่องมือสื่อสารในโลกยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยแอปพลิเคชันและสื่อใหม่ ๆ มากมาย การฟังวิทยุออนไลน์เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เพียงแต่ทำให้คุณได้ฟังเพลงโปรด หรืออัปเดตข่าวสารต่าง ๆ แต่ยังช่วยให้คุณเชื่อมโยงกับโลกภายนอกได้อย่างต่อเนื่องและสะดวกสบาย การฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านอินเทอร์เน็ตทำให้คุณสามารถเลือกฟังรายการโปรดได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่จำกัดแค่การฟังในรถหรือบ้านเท่านั้น สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีฟังวิทยุออนไลน์ที่มีความหลากหลายและเข้าถึงง่าย ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับจุดเด่นของการฟังวิทยุออนไลน์ที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเหตุผลว่าทำไม Atime จึงเป็นแพลตฟอร์มที่คุณไม่ควรพลาดการฟังวิทยุออนไลน์ในปัจจุบันในยุคที่การเสพสื่อเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การฟังวิทยุออนไลน์กลับกลายเป็นทางเลือกที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ฟังวัยผู้ใหญ่ที่เติบโตมากับคลื่นวิทยุและยังหลงใหลในเสน่ห์ของเสียง ดีเจ และเพลงที่เลือกสรรมาอย่างมีรสนิยม การฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องรับวิทยุอีกต่อไป ขอเพียงมีอินเทอร์เน็ต ก็สามารถเข้าถึงรายการโปรดได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่บ้าน ขับรถ หรือทำงาน การเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลไม่ได้ทำให้วิทยุเลือนหาย แต่กลับทำให้มันเข้าถึงง่ายและทันสมัยมากยิ่งขึ้นจุดเด่นของวิทยุออนไลน์ ที่สื่อบันเทิงอื่น ๆ เทียบไม่ได้แม้ปัจจุบันจะมีแพลตฟอร์มความบันเทิงมากมายให้เลือกใช้ ทั้ง YouTube, Spotify, หรือพอดแคสต์ แต่สิ่งที่ทำให้การฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมงยังคงโดดเด่นคือ ความเรียลไทม์ และอารมณ์ร่วมขณะฟังที่สื่ออื่นไม่สามารถมอบให้ได้ทั้งหมดการถ่ายทอดสดจากดีเจมืออาชีพ - ดีเจในรายการวิทยุมีประสบการณ์ในการจัดรายการ การเลือกเพลง และการสื่อสารกับผู้ฟังแบบทันที ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตข่าวสาร เพลงใหม่ หรือประเด็นร้อนจากสังคม ล้วนถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงและลีลาที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนมีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลาเลือกฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง - หลายคนเลือกฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดช่วงเวลาออกอากาศ หากไม่มีเวลาฟังสด ก็สามารถย้อนฟังรายการที่ชอบได้อย่างสะดวก เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต และยังตอบโจทย์คนที่ทำงานเป็นกะ หรือมีเวลาว่างไม่แน่นอนเพลงหลากหลาย ไม่ต้องเลือกเอง - ในยุคที่การเลือกเพลงฟังกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก วิทยุออนไลน์ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาจัดเพลย์ลิสต์เอง เพราะดีเจจะคัดเพลงที่น่าสนใจมาให้ฟังแบบต่อเนื่อง โดยเฉพาะสายที่ชอบเปิดเพลงคลอทำงาน หรือฟังเพลงตอนขับรถ การ ฟังเพลงวิทยุออนไลน์ จึงเป็นทางเลือกที่ผ่อนคลายและง่ายดายมีรายการบันเทิงและสาระครบทุกรส - นอกจากเพลงแล้ว วิทยุออนไลน์ยังมีรายการข่าว รายการทอล์กโชว์ รายการดูดวง ไปจนถึงคอนเทนต์เพื่อสุขภาพและครอบครัว ผู้ฟังสามารถเลือกฟังได้ตามความสนใจ โดยไม่ต้องสลับแอปให้วุ่นวายใครที่เหมาะกับการฟังวิทยุออนไลน์บ้างการฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ไม่ได้จำกัดกลุ่มผู้ฟังเฉพาะวัยใดวัยหนึ่งเท่านั้น แต่สามารถตอบโจทย์ผู้ฟังหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความต่อเนื่อง ความบันเทิง และความรู้สึกเชื่อมโยงกับสังคมผ่านเสียงคนวัยทำงานอายุ 40 ปีขึ้นไป - กลุ่มนี้เติบโตมากับวิทยุ และยังคงชื่นชอบการฟังเสียงดีเจ เลือกเพลง และพูดคุยเรื่องราวใกล้ตัว การฟังเพลงวิทยุออนไลน์ ช่วยให้พวกเขายังคงรักษาวิถีการเสพสื่อแบบเดิมไว้ได้ แต่ในรูปแบบที่ทันสมัยกว่าแม่บ้านหรือผู้ที่อยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ - สำหรับผู้ที่ทำงานบ้านทั้งวัน การเปิดวิทยุออนไลน์ไว้เป็นเพื่อนคือสิ่งที่เติมเต็มบรรยากาศในบ้านได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะฟังเพื่อความบันเทิง หรือฟังข่าวสาร ก็สามารถทำไปพร้อมกับกิจวัตรประจำวันได้โดยไม่รบกวนมือนักเรียน นักศึกษา - แม้จะดูเหมือนว่าวัยรุ่นยุคใหม่จะไม่ฟังวิทยุ แต่หลายคนกลับเลือกฟังวิทยุออนไลน์เพื่อเปิดเพลงคลอขณะทำงาน อ่านหนังสือ หรือแม้แต่เรียนออนไลน์ เพราะช่วยลดความเครียดและสร้างสมาธิได้ดีคนที่เดินทางบ่อยหรือใช้รถส่วนตัว - คนขับรถแท็กซี่ คนส่งของ หรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศที่ต้องเดินทางไปทำงานทุกวัน มักเลือกฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านมือถือหรืออุปกรณ์ในรถ เพื่อให้การเดินทางไม่น่าเบื่อ และยังอัปเดตข่าวสารได้แบบทันทีสรุปการฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ไม่ใช่แค่การเสพสื่อเสียงเท่านั้น แต่คือประสบการณ์ที่ผสมผสานความบันเทิง ข่าวสาร เพลงดี ๆ และความเชื่อมโยงทางอารมณ์ ที่สื่อสมัยใหม่ไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด เหมาะกับผู้ฟังทุกวัยที่ต้องการเพื่อนทางเสียงที่เข้าใจจังหวะชีวิต หากคุณกำลังมองหาแพลตฟอร์มวิทยุออนไลน์ที่มีทั้งคุณภาพ เสียงคมชัด และรายการคุณภาพ ขอแนะนำเว็บไซต์ Atime แพลตฟอร์มที่รวมคลื่นวิทยุชั้นนำอย่าง EFM, Green Wave และ Chill Online ให้คุณสามารถฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ได้อย่างไม่มีสะดุด พร้อมฟีเจอร์พิเศษที่สามารถฟังรายการย้อนหลังได้อีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่พลาดช่วงเวลาออกอากาศ หรืออยากย้อนฟังช่วงที่ชอบซ้ำอีกครั้ง

TCAS

อัปเดตระบบสอบเข้ามหาลัย TCAS 70

06 พ.ค. 2026

อัปเดตระบบสอบเข้ามหาลัย TCAS 70

อัปเดตระบบสอบเข้ามหาลัย การศึกษาไทยทำอะไรอยู่!? | ใต้โต๊ะวิทยา [EP.48]: ‘พี่ลาเต้ Dek-D’ทำความเข้าใจระบบสอบเข้ามหาลัยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เปลี่ยนมาแล้วกี่รอบ?การสอบแบบต่างๆ TGAT/TPAT/A-Level ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คืออะไร๊?พูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง กับฮีโร่ของเด็กที่จะเข้ามหาลัย ผู้อยู่ในวงการการศึกษาไทยมายาวนานกว่า 15 ปีน้องๆ ผู้ปกครอง มามุงด่วน!! อีพีนี้ Special มากกก ‘ดีเจเผือก-โบ-อาร์ต’ แก๊งใต้โต๊ะวิทยาบุกถึงถิ่นออฟฟิศ ‘Dek-D.com’ เว็บไซต์ดีๆ เพื่อเด็กไทย ขอคลานเข่าเข้าไปคุยกับ ‘พี่ลาเต้’ รุ่นพี่ในวงการการศึกษา ผู้ที่เปรียบเสมือนครูแนะแนวของเด็กทุกรุ่นที่จะเข้ามหาลัย ไม่มีใครไม่รู้จักพี่ลาเต้! เมาท์กันฉ่ำๆ เกี่ยวกับ ‘ระบบสอบเข้ามหาลัยไทย’ ตั้งแต่ Entrance-Admission-TCAS เปลี่ยนไปยังไง? แล้วทำไมต้องเปลี่ยน? ใครยัง งง สงสัย บอกได้เลยว่า ฟังแล้วเข้าใจเตรียมพร้อมเข้ามหาลัยได้เลยติดตามรายการ ใต้โต๊ะวิทยา ได้ทาง Youtube Channel: Atime Do Dee ทุกวันศุกร์ เดือนละ 2 อีพี

อยากเรียนวิศวกรรมการบินและอวกาศ ม.เกษตรฯ ต้องเตรียมตัวยังไง ที่ Atime มีบอก

12 ก.พ. 2026

อยากเรียนวิศวกรรมการบินและอวกาศ ม.เกษตรฯ ต้องเตรียมตัวยังไง ที่ Atime มีบอก

“วิศวกรรมการบินและอวกาศ ม.เกษตรฯ” วิศวะการบิน ≠ นักบินดีเจเผือก-ดีเจโบ พร้อมดีดตัว! พุ่งไป “สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์” นอกจากหลักสูตรที่น่าสนใจของทั้ง 3 ภาควิชาแล้วอุปกรณ์การเรียนและห้องปฏิบัติการก็สุดยอดไม่แพ้กัน ใครจะไปคิดว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้!? ที่นี่มีพื้นที่ให้น้องได้ทดลอง ได้เล่น ได้เรียนรู้แบบเต็มที่พร้อมโอกาสดีๆ กับการไปฝึกงานจริงถึงต่างประเทศ บอกเลยว่า.. มีให้เซอร์ไพรส์กันทั้งอีพี!วันนี้ Atime พาเพื่อนๆ มากันที่ ม.เกษตร มาดูกันว่าหลักสูตรที่วิทยาลัยนี้เปิดสอน มีหลักสูตรอะไรกันบ้าง??ช่องทางการรับเข้าศึกษามีทั้งหมด 4 รอบตามนี้เลย สนใจสาขาไหนก็ยื่นสมัครกันเลยหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ (ภาคปกติ-AE หลักสูตร 4 ปี)หลักสูตรปริญญาตรีร่วมนานาชาติสองปริญญา สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ - บริหารธุรกิจ (IDDP)หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีการบิน (ภาคพิเศษ)(ATM)หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ (M.Eng) (ป.โท)ใต้โต๊ะวิทยา [EP.37] : “วิศวกรรมการบินและอวกาศ ม.เกษตรฯ” วิศวะการบิน ≠ นักบินอีกหนึ่งสาขาน่าสนใจของวิศวะ ที่ไม่ใช่แค่วิศวะการบินธรรมดา แต่พ่วงอวกาศมาด้วย!ดูไลฟ์สไตล์เด็กวิศวะการบิน พาทัวร์จัดเต็มทั้ง 3 ภาควิชา ภาคปกติ ภาคพิเศษ และภาคอินเตอร์ใครหลงใหลในโดรน เครื่องบิน เครื่องบินเจ็ท หรือจรวด เตรียมตัวพุ่งทะยานไปพร้อมกัน!

รวมสาขาที่เปิดสอน ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา

08 ก.ย. 2025

รวมสาขาที่เปิดสอน ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา

ดีเจเผือก-อาร์ต-โบ กับความทรงจำเด็กหลังห้อง เรียนสายสามัญไม่รอดอย่าเพิ่งหมดหวัง ยังมีสายอาชีพรออยู่ กับอีกหนึ่งวิทยาลัยชื่อดังย่านปากคลองตลาด ‘วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา’ ที่หลายคนยังคิดว่าเรียนรีดพิษงูวันนี้ Atime พาเพื่อนๆ มากันที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา มาดูกันว่าหลักสูตรที่วิทยาลัยนี้เปิดสอน มีหลักสูตรอะไรกันบ้างใต้โต๊ะวิทยา [EP.36] : “วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา” ชอบปฏิบัติ = อาชีวะจากโรงเรียนสตรีสู่อาชีวศึกษาที่มีอายุเก่าแก่กว่า 124 ปี และผลิตศิษย์คุณภาพมากมายอีกหนึ่งวิทยาลัยสายอาชีพที่มีแต่เด็กเก่ง สร้างชื่อให้ประเทศมาอย่างต่อเนื่อง!รีวิวครบ 8 สาขา ที่ต้องบอกว่าการเรียนการสอนไม่แพ้ใคร สมัยนี้อาชีวะเขาไปไกลแล้วนะ!วันนี้พามาดูแล้วว่าแต่ละสาขาเขาเรียนอะไรกันบ้าง เดินกันจุกๆ เช่นเคย น้องๆ งัดของเด็ดมาโชว์เพียบ เก่งกันขนาดที่คว้ารางวัลระดับโลกมาเยอะแยะมากมาย ใครกำลังสนใจสายอาชีพ ดูอีพีนี้ได้เลย~

รวมหลักสูตร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต

23 ก.ค. 2025

รวมหลักสูตร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต

ใครที่ชื่อชอบ และหลงไหลการทำอาหาร วันนี้ Atime ขอพาเพื่อนๆ มากันที่รายการใต้โต๊ะวิทยา กับ โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต” เชฟ ที่ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ทั้งในหลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบอาหารคาว (Diplôme de Cuisine) และหลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบขนมอบ (Diplôme de Pâtisserie) โดยนักเรียนสามารถเลือกเรียนหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งก่อน หรือเรียนทั้งสองหลักสูตรควบคู่กันได้อีกด้วยแอดมินเลยมาแปะหลักสูตรให้เพื่อน ๆ ที่รักในอาหาร และชอบในการทำอาหารที่สนใจอยากเรียนรู้ จะมีหลักสูตรไหนกันบ้าง ไปดูกันใต้โต๊ะวิทยา [EP.33] : “โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต” เชฟ = คนครัวโรงเรียนสอนทำอาหารระดับโลก ที่ใครใฝ่ฝันอยากเป็นเชฟมืออาชีพ ต้องมีที่นี่อยู่ในลิสต์รีวิวบรรยากาศแบบลักชูรี่ พร้อม Workshop สุดพิเศษกับแขกรับเชิญสุดปังสนุกด้วย อร่อยด้วย รีวิวหลักสูตรสอนทำอาหารหลากหลาย ที่ไม่ได้มีแค่อาหารยุโรปวันนี้ไม่ได้พาไปใต้โต๊ะแต่พาไปใต้เตา! ดีเจเผือก-อาร์ต พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ ‘ยายป๋อมแป๋ม-คุณแพรไหม’ นักเรียนตัวจริงจาก ‘โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต’ ที่จะพาทุกคน School tour ให้เห็นทุกซอก ทุกมุม ทุกสเตชั่นครัว แบบเดินไปน้ำลายไหลไป โรงเรียนสอนทำอาหารระดับโลกมาเปิดสอนในประเทศไทยทั้งที ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว! เชื่อว่าใครที่อยากเป็นเชฟแล้วเรียนจบจากที่นี่ มีนามสกุลเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิตติดตัวไป ใจฟูฝุดๆอ่า~ติดตามรายการ ใต้โต๊ะวิทยา ได้ทาง Youtube Channel: Atime Do Dee ทุกวันศุกร์ เดือนละ 2 อีพี

How To สอบเข้า ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

27 มิ.ย. 2025

How To สอบเข้า ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

น้อง ๆ คนไหนที่มีความฝันอยากเป็นทันตแพทย์ ต้องห้ามพลาดทริกการเตรียมตัวเพื่อสอบเข้า "ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ" จะมีอะไรที่เราต้องเตรียมกันบ้างไปดูกันเลยคณะทันตะฯ แห่งแรกของไทย หลักสูตรทันสมัย ติดอันดับโลก!อ้าปากค้าง.. กับความจริงที่ว่า หมอฟันไม่ได้เรียนแค่ฟัน! แถมต้องผ่าอาจารย์ใหญ่ด้วย!?รีวิวห้องเรียน เมาท์มอยชีวิตเด็กทันตะ จุฬาฯ จากปากรุ่นพี่นิสิตทันตแพทย์ใต้โต๊ะวิทยา [EP.32] : “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ” หมอฟัน ≠ เรียนแค่ฟัน

เปิดสาขาเฉพาะทาง "ทันตแพทย์" จะมีสาขาไหน ติดตามได้ใน EP32 ใต้โต๊ะวิทยา “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

27 มิ.ย. 2025

เปิดสาขาเฉพาะทาง "ทันตแพทย์" จะมีสาขาไหน ติดตามได้ใน EP32 ใต้โต๊ะวิทยา “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

วันนี้ดีเจเผือก-อาร์ต-โบ พามาส่องชีวิตนิสิตทันตะกันที่นี่ “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” อีกหนึ่งคณะในฝันของหลายๆ คน ใครอยากเห็นภาพมากขึ้นว่าหมอฟันเขาเรียนอะไรกันบ้าง? มาดูและฟังจากปากรุ่นพี่นิสิตทันตแพทย์กันได้เลย รับรองว่าอึ้งจนอ้าปากหวอ ขำจนกรามค้าง เมาท์แฟ่ดจนน้ำลายแห้ง! ดูจบแล้วอยากไปขูดหินปูน (?)คณะทันตะฯ แห่งแรกของไทย หลักสูตรทันสมัย ติดอันดับโลก!อ้าปากค้าง.. กับความจริงที่ว่า หมอฟันไม่ได้เรียนแค่ฟัน! แถมต้องผ่าอาจารย์ใหญ่ด้วย!?รีวิวห้องเรียน เมาท์มอยชีวิตเด็กทันตะ จุฬาฯ จากปากรุ่นพี่นิสิตทันตแพทย์เปิดสาขาเฉพาะทาง "ทันตแพทย์" จะมีสาขาไหน ติดตามได้ใน EP32 ใต้โต๊ะวิทยา “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯสาขาปริทันตวิทยาสาขาทันตกรรมหัตถการสาขาศัลยศาสตร์ช่องปาก และแม็กซิลโลเฟเชียลสาขาทันตสาธารณสุขสาขาทันตกรรมประดิษฐ์สาขาทันตกรรมสำหรับเด็กสาขาวิทยาเอ็นโดคอนต์สาขาทันตกรรมจัดฟันสาขาวิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปากใต้โต๊ะวิทยา [EP.32] : “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ” หมอฟัน ≠ เรียนแค่ฟัน

Work

โค้งสุดท้ายกับการยื่นภาษีออนไลน์ ปี2568

02 เม.ย. 2025

โค้งสุดท้ายกับการยื่นภาษีออนไลน์ ปี2568

ไหนใครยังไม่ได้ยื่นภาษียกมือขึ้น ตอนนี้เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้วกับการยื่นภาษีของปี 2568 โดยจะหมดเขตในวันที่ 8 เมษายน 2569 นี้เองสำหรับใครที่ต้องการยื่นภาษี ก็สามารถยื่นเอกสารผ่านระบบ e-Filing และ D-MyTax (Digital MyTax) ได้เลยวิธีการยื่นภาษีออนไลน์ 2569 ผ่านระบบ D-MyTaxสำหรับบุคคลธรรมดาที่ต้องการยื่นภาษีออนไลน์ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้เข้าไปที่เว็บไซต์ กรมสรรพากรเลือกเมนู Digital MyTax (One Portal) ซึ่งเป็นศูนย์รวมบริการทางภาษีเข้าสู่ระบบ โดยใช้ RD ID (รหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน) หรือผ่านระบบ National Digital ID (NDID) เช่น แอปพลิเคชัน ThaiD หรือ เป๋าตังระบบจะนำไปสู่ MyTax Account ให้ตรวจสอบข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนกดยืนยันข้อมูล และเลือก ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91ระบบจะนำไปยัง e-Filing เพื่อตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งระบบแสดงผลว่ามีภาษีที่ต้องชำระ หรือได้รับเงินคืนกดยืนยันการยื่นภาษี และดำเนินการชำระเงิน (หากมีภาษีที่ต้องชำระ)ใครที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2568ตามกฎหมายของกรมสรรพากร บุคคลที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่บุคคลธรรมดาที่มีรายได้จากการทำงาน หรือธุรกิจห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษีกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งวิสาหกิจชุมชนที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลส่วนใครที่กำลังส่งสัยว่า ถ้าหากยื่นภาษีล่าช้าเราจะเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่าปรับกรณียื่นภาษีล่าช้าหากลืมยื่นภาษีภายในกำหนด จะมีโทษปรับตามรายละเอียดต่อไปนี้1. ไม่ยื่นภายในกำหนด (31 มีนาคม 2569)โดนค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท (แต่สามารถขอลดค่าปรับได้)2. ยื่นภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตแต่ไม่ชำระภาษีภายในกำหนดถ้าไม่ชำระเงินภาษีภายใน 31 มีนาคม 2569 ต้องไปยื่นแบบที่สำนักงานสรรพากร พร้อมเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของเงินภาษีที่ต้องชำระ รวมถึงค่าปรับตามข้อ 13. ยื่นภาษีเกินกำหนดเวลามีเงินภาษีต้องชำระ → ต้องจ่ายเงินภาษีพร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของเงินที่ต้องชำระ รวมค่าปรับไม่มีเงินภาษีต้องชำระ → จ่ายค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท4. ยื่นภาษีเพิ่มเติมหลังพ้นกำหนดหากต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ต้องเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน แต่ไม่ต้องเสียค่าปรับสรุป ยื่นภาษี 2569ได้ถึงวันไหนยื่นแบบกระดาษ: ภายใน 31 มีนาคม 2569ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing หรือ D-MyTax: ภายใน 8 เมษายน 2569ค่าปรับกรณียื่นล่าช้า: สูงสุด 2,000 บาท + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (ถ้ามีภาษีต้องชำระ)เพื่อน ๆ ทราบข้อมูลกันแล้วก็รีบไปเตรียมเอกสารยื่นภาษีกันด่วนนนน!!!!.ขอขอบคุณข้อมูลจากกรมสรรพากร.ผู้เขียน : เบญญาภา แนบเนียน

Astrology

ดวงการงานของ 12 ลัคนาราศี

12 ก.ย. 2025

ดวงการงานของ 12 ลัคนาราศี

เช็กดวงการงานของ 12 ลัคนาราศีราศีเมษ มีโอกาสใหม่หรือลงทุน แต่ดาวการงานประจำราศีเมษหรือดาวเสาร์มีการเดินถอยหลังอยู่ตอนนี้ ทำให้ไม่ค่อยมีความคืบหน้า หรืออยู่ในช่วยริเริ่ม ควรมีแผนสำรองราศีพฤษภ มีโอกาสใหม่ แต่ชะงักหรือล่าช้าจะต้องรอให้ดาวเสาร์หรือก็คือดาวการงาน เดินโคจรเป็นปกติก่อน เนื่องจากตอนนี้เดินถอยหลัง ผู้ใหญ่ยังช่วยเหลือราศีเมถุน มีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น ผู้ใหญ่หนุน มีโอกาสเลื่อนขั้น แตมีเกณฑ์เพื่อนร่วมงานบางคนอาจไม่ชอบหน้า ถูกอิจฉา ระวังปัญหาปากเสียงราศีกรกฎช่วงนี้กดดัน งานไม่คืบ การคุยธุรกิจอาจไม่สมหวัง กลางเดือนจะเริ่มดีขึ้น ปลายเดือนจะดีที่สุดราศีสิงห์ ครึ่งเดือนแรกจะไม่ค่อยได้ดั่งใจ ปิดทองหลังพระ ครึ่งหลังดีขึ้น ได้ผู้ใหญ่ช่วยเหลือราศีกันย์ กดดัน เพื่อนร่วมงานไม่ช่วย อาจย้ายงานหรือไปต่างประเทศราศีตุลย์ มีเกณฑ์โยกย้ายหรือเปลี่ยนงาน อาจจะมีการหยุดพักงานชั่วคราว บางคนมีเกณฑ์ได้ไปต่างประเทศ นักเรียนนักศึกษามีเกณฑ์ไม่สมหวัง แต่มีโอกาสสมหวังเกี่ยวกับพวกต่างประเทศราศีพิจิก มีโอกาสในทิศทางที่ดี เพราะว่าดาวการงาน หรือดาวอาทิตย์โคจรอยู่ในเดือนราศีสิงห์ได้ตำแหน่งเกษมดาวธิบดี หากทะเลาะหัวหน้าอาจตกงาน แต่ถ้าคุมได้จะมีโอกาสใหม่ งานหนักขึ้น ควรมีการวางแผนสำรองราศีธนู ได้โปรเจกต์ใหญ่ แต่เสี่ยงทำงานผิดพลาด ถูกใส่ร้าย หักหลังจากเพื่อนร่วมงานราศีมังกร เสี่ยงตกงานกะทันหัน หรือย้ายงาน เนื่องจากดาวการงานหรือดาวศุกร์ได้โคจรย้ายไปสู่เดือนมรณะ เจ้าของกิจการธุรกิจค่อนข้างเงียบ ระวังการทำงานที่ผิดพลาดราศีกุมภ์ ต้นเดือนงานค่อนข้างไม่เดิน ผิดหวัง แต่หลัง วันที่ 13 ดาวการงานจะโคจรย้ายไปสู่ในเรือนสุภะ การงานจะดีขึ้น มีโอกาสสมหวังคนว่างงานมีเกณฑ์ได้งานราศีมีน หน้าที่เปลี่ยนไปในทางดี มีโอกาสดีๆเข้ามา หากมีการดีลงานกับผู้ใหญ่ควรรอหลังกลางเดือนปริมหมอดูอวตาร

Temple & Mutelu

บูชาเทพเจ้ากวนอู ช่วยเรื่องอะไร? ส่องปางต่างๆ และพิกัดศาลเจ้า

13 มิ.ย. 2026

บูชาเทพเจ้ากวนอู ช่วยเรื่องอะไร? ส่องปางต่างๆ และพิกัดศาลเจ้า

บูชา "เทพเจ้ากวนอู" ช่วยเรื่องอะไร มีปางไหนบ้าง พร้อมวิธีไหว้เสริมความปัง ในยุคที่เศรษฐกิจและการแข่งขันทางธุรกิจดุเดือด นอกจากการวางกลยุทธ์ที่เฉียบขาดและการบริหารงานที่ยอดเยี่ยมแล้ว "ที่พึ่งทางใจ" ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เหล่านักธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้า และผู้คนมากมายขาดไม่ได้ หนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็คือเทพเจ้ากวนอู (Guan Yu) เทพเจ้าที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ โชคลาภ และชัยชนะ หลายคนอาจเคยเห็นรูปปั้นชายหน้าแดง องอาจดุดัน มีหนวดเครายาว ถือง้าวมังกรเขียวตั้งอยู่ตามบริษัท ห้างร้าน หรือศาลเจ้าต่างๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วเทพเจ้ากวนอู ช่วยเรื่องอะไร? ทำไมผู้คนระดับเจ้าสัวหรือนักธุรกิจถึงนิยมบูชากันอย่างแพร่หลาย? และหากเราอยากจะเริ่มต้นอัญเชิญท่านมาบูชาบ้าง เทพเจ้ากวนอูปางต่างๆมีความหมายที่แตกต่างกันอย่างไร? ปางไหนถึงจะเหมาะกับอาชีพของเรามากที่สุด?ทำความรู้จัก "เทพเจ้ากวนอู" ท่านคือใครในหน้าประวัติศาสตร์? ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้วิธีการบูชาและการขอพร เรามาทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาของท่านกันก่อน เทพเจ้ากวนอูไม่ได้เป็นเพียงเทพเจ้าในตำนานปรัมปรา แต่ท่านเคยเป็นบุคคลที่มีชีวิตอยู่จริงในหน้าประวัติศาสตร์ยุคปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออกและยุคสามก๊กของประเทศจีน ท่านเป็นยอดขุนพลผู้เก่งกาจและเป็นพี่น้องร่วมสาบานในสวนท้อกับ "เล่าปี่" และ "เตียวหุย" กวนอูมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแผ่นดินจากความเก่งกาจในการรบ ความกล้าหาญหาตัวจับยาก และที่สำคัญที่สุดคือ "ความซื่อสัตย์กตัญญู" ที่ท่านมีต่อเจ้านายและพี่น้องร่วมสาบานอย่างเล่าปี่ แม้ในช่วงเวลาที่ท่านตกเป็นเชลยของโจโฉ และถูกเสนอทรัพย์สินเงินทอง ยศฐาบรรดาศักดิ์มากมายเพื่อซื้อใจ แต่กวนอูก็ไม่เคยหวั่นไหวหรือคิดทรยศต่อเล่าปี่เลยแม้แต่น้อย หลังจากการเสียชีวิต กวนอูได้รับการยกย่องและเชิดชูเกียรติจากผู้คนในยุคต่อมาอย่างล้นหลาม จนได้รับการสถาปนาให้เป็นเทพเจ้าในลัทธิต่างๆ ทั้งพุทธศาสนามหายาน ลัทธิเต๋า และลัทธิขงจื๊อ จากวีรบุรุษขุนศึกในหน้าประวัติศาสตร์ ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรมอันสูงสุด และได้รับการยกย่องให้เป็น "เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์" รวมถึงเป็น "เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง" (ไฉ่ซิงเอี้ยฝ่ายบู๊) ในเวลาต่อมาเทพเจ้ากวนอู ช่วยเรื่องอะไร? ทำไมคนทำธุรกิจถึงต้องมีไว้บูชา คำถามยอดฮิตสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการมูเตลู หรือผู้ที่กำลังมองหาที่พึ่งทางใจในการทำธุรกิจคือ "เทพเจ้ากวนอู ช่วยเรื่องอะไร?" หากมองเพียงผิวเผิน ท่านคือเทพเจ้าแห่งสงครามและการรบ แต่ในแง่ของคติความเชื่อ หลักฮวงจุ้ย และการขอพร ท่านครอบคลุมความช่วยเหลือในหลายมิติที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ ดังนี้ดึงดูดบริวารที่ดี สร้างความซื่อสัตย์ในองค์กร: จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของท่านคือ "ความซื่อสัตย์" การตั้งบูชาท่านในบริษัท สำนักงาน หรือห้างร้าน เชื่อว่าจะช่วยบารมีให้เจ้าของกิจการได้พบเจอกับลูกน้อง บริวาร และพนักงานที่ซื่อสัตย์ รักองค์กร ไม่คดโกง และยังช่วยป้องกันไม่ให้ถูกหุ้นส่วนหักหลังหรือแทงข้างหลังคว้าชัยชนะเหนือคู่แข่งทางธุรกิจ: ด้วยบารมีของแม่ทัพผู้ไร้พ่าย การขอพรกับท่านจะช่วยเสริมพลังใจและพลังงานบวกให้คุณสามารถเอาชนะอุปสรรค ชนะคู่แข่งทางการค้า ทำให้การเจรจาธุรกิจราบรื่น ปิดดีลได้ง่ายขึ้น และได้เปรียบในเชิงกลยุทธ์คุ้มครองป้องกันภัย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย: ตามหลักฮวงจุ้ย เชื่อกันว่าพลังหยาง (พลังงานแห่งความแข็งแกร่งและแสงสว่าง) ในตัวท่านมีสูงมาก บารมีของท่านสามารถปัดเป่าพลังงานลบ ภูตผีปีศาจ อัปมงคล และคนพาลที่คิดร้ายให้ออกไปจากบ้านหรือร้านค้าของคุณได้เสริมโชคลาภและความมั่งคั่งไม่รั่วไหล: ในคติความเชื่อของชาวจีน เชื่อว่ากวนอูเป็นผู้ที่เก่งกาจเรื่องการทำบัญชี (มีตำนานเล่าว่าท่านเป็นผู้คิดค้นระบบบัญชีแบบบันทึกรับ-จ่าย) พ่อค้าแม่ค้าจึงเคารพท่านในฐานะเทพเจ้าแห่งโชคลาภฝ่ายบู๊ ที่ไม่เพียงแต่ช่วยหาเงินเข้าบ้าน แต่ยังช่วยปกป้องทรัพย์สินเงินทองไม่ให้รั่วไหลไปโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วยเสริมสติปัญญาและการสอบแข่งขัน: สำหรับปางที่ท่านนั่งอ่านหนังสือ ยังเชื่อว่าช่วยเสริมเรื่องสมาธิ สติปัญญา การคิดวิเคราะห์ ทำให้การสอบเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง หรือการสอบแข่งขันของบุตรหลานผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเทพเจ้ากวนอูปางต่างๆ ปางไหนเหมาะกับใคร? เลือกให้ถูกโฉลกการจะเชิญองค์กวนอูมาบูชาที่บ้านหรือที่ทำงานนั้น ไม่ใช่ว่าจะเลือกแบบไหนก็ได้ แต่ควรพิจารณาเลือกปางที่สอดคล้องกับสายอาชีพและเป้าหมายสิ่งที่คุณต้องการขอพร เพราะเทพเจ้ากวนอูปางต่างๆ จะสะท้อนพลังงานและมีความหมายที่เป็นมงคลแตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน1. เทพเจ้ากวนอู ปางนั่งอ่านหนังสือ (ปางบุ๋น)ปางนี้องค์กวนอูจะนั่งในอิริยาบถที่สงบนิ่ง สายตาจดจ่อ มือหนึ่งถือตำรา "ชุนชิว" (ตำราประวัติศาสตร์ที่ท่านชื่นชอบ) บางรูปเคารพอาจมีง้าวมังกรเขียวตั้งอยู่ด้านข้าง หรือมีบริวารอย่างกวนเป๋งและจิวฉองยืนอยู่ด้วยความหมายมงคล: สื่อถึงการใช้สติปัญญาอันเฉียบแหลม การคิดวิเคราะห์ การวางแผนอย่างรอบคอบ สมาธิที่แน่วแน่ และความสงบร่มเย็นผู้ที่เหมาะสม: ผู้บริหารระดับสูงที่ต้องใช้สมองในการวางกลยุทธ์, นักวิเคราะห์การเงิน, นักเรียนนักศึกษาที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้า, นักกฎหมาย, ผู้พิพากษา และผู้ที่ต้องใช้ความคิดในการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ อยู่เสมอ2. เทพเจ้ากวนอู ปางขี่ม้า (ปางออกศึก / ปางขี่ม้าพยศ)รูปเคารพปางนี้ท่านจะประทับอยู่อย่างสง่างามบนหลัง "ม้าเซ็กเธาว์" สุดยอดม้ากัณฐกะในตำนาน มือถือง้าวมังกรเขียว ท่าทางองอาจพร้อมออกรบ ม้าอาจจะกำลังกระโจนขึ้นฟ้าหรือวิ่งพุ่งทะยานไปข้างหน้าความหมายมงคล: สื่อถึงความรวดเร็ว ว่องไว ปราดเปรียว การบุกเบิกสิ่งใหม่ๆ การเอาชนะอุปสรรคที่เข้ามาอย่างกะทันหัน และการคว้าชัยชนะที่เด็ดขาดเหนือศัตรูผู้ที่เหมาะสม: ธุรกิจที่ต้องแข่งขันสูงและต้องทำเวลา, งานฝ่ายขาย (Sales) ที่ต้องทำยอด, อาชีพที่ต้องเดินทางบ่อยๆ, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, ลอจิสติกส์ หรือผู้ที่ต้องการให้กิจการก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดแซงหน้าคู่แข่ง3. เทพเจ้ากวนอู ปางยืนประทานพร / ปางยืนถือง้าว (ปางบู๊)เป็นปางคลาสสิกที่เราพบเห็นได้บ่อยที่สุดตามศาลเจ้าและร้านค้าทั่วไป ท่านจะยืนตัวตรง ท่าทางน่าเกรงขาม มือหนึ่งถือง้าวมังกรเขียวจรดพื้น อีกมือหนึ่งอาจจับหนวดเคราหรือถือกระชับเข็มขัดความหมายมงคล: สื่อถึงความมั่นคง ความน่าเกรงขาม การปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัย และความพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เข้ามากระทบผู้ที่เหมาะสม: ข้าราชการระดับต่างๆ, ตำรวจ, ทหาร, เจ้าของกิจการที่ต้องการคุมลูกน้องหรือบริวารจำนวนมากให้อยู่ในโอวาท หรือนำมาตั้งไว้ที่หน้าบ้าน/หน้าร้านเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการป้องกันสิ่งอัปมงคลและสะกดพลังงานลบ4. เทพเจ้ากวนอู ปางนั่งบนบัลลังก์มังกร (ปางกษัตริย์)เป็นปางที่แสดงถึงช่วงเวลาที่ท่านได้รับการสถาปนาแต่งตั้งให้เป็น "กวนเต้กุน" หรือมหาราชในยุคหลัง ท่านจะสวมหมวกและชุดเกราะแบบกษัตริย์ นั่งบนบัลลังก์มังกรอย่างสง่างาม ทรงอำนาจความหมายมงคล: สื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด บารมีที่แผ่ไพศาล อำนาจวาสนาที่ไม่มีใครเทียบได้ และความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ในทุกๆ ด้านผู้ที่เหมาะสม: เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่, ผู้ที่ต้องการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งไปสู่จุดสูงสุดขององค์กร, ประธานบริษัท หรือหัวหน้าครอบครัวที่ต้องการเสริมบารมีและความเป็นสิริมงคลสูงสุดให้แก่วงศ์ตระกูลสรุปทริคการเลือกปางแบบเข้าใจง่ายเน้นใช้ปัญญา วางแผนกลยุทธ์ การศึกษา: ให้เลือก ปางอ่านหนังสือเน้นความรวดเร็ว บุกเบิก แย่งชิงส่วนแบ่งตลาด: ให้เลือก ปางขี่ม้าเน้นความมั่นคง ปกป้องคุ้มครอง คุมบริวาร: ให้เลือก ปางยืนถือง้าวเน้นบารมีสูงสุด อำนาจวาสนา ความยิ่งใหญ่: ให้เลือก ปางนั่งบัลลังก์ขั้นตอนและวิธีไหว้บูชาเทพเจ้ากวนอูที่บ้าน เสริมสิริมงคลรับทรัพย์ เมื่อคุณได้อัญเชิญองค์เทพที่ตรงใจมาแล้ว การจัดตั้งและการบูชาอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม จะช่วยเปิดรับพลังงานที่ดีและเสริมความเป็นสิริมงคลได้อย่างเต็มที่Checklist ของไหว้เทพเจ้ากวนอูที่ควรเตรียมน้ำชา 3 ถ้วย: สำคัญที่สุดและขาดไม่ได้ สื่อถึงความบริสุทธิ์และการต้อนรับเหล้าจีน 3 ถ้วย: เพื่อแสดงความเคารพแบบขุนศึกและแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ผลไม้มงคล 3 หรือ 5 ชนิด: เช่น ส้ม (ความมงคล), แอปเปิล (ความสงบสุข), กล้วย (กวักโชคลาภ), สาลี่ (โชคดี), องุ่น (ความงอกงาม)พวงมาลัย หรือดอกไม้สด: เพื่อความสดชื่นและสวยงามธูป 3 ดอก: สำหรับการจุดบูชาข้อควรระวังที่สำคัญ: ไม่ควรนำเนื้อสัตว์มาถวายท่านโดยเด็ดขาด เนื่องจากตามคติของพุทธมหายาน พระโพธิสัตว์และเทพเจ้าหลายองค์รวมถึงกวนอู ทรงถือศีลและเว้นจากการเบียดเบียนสัตว์ (กินเจ)วิธีอัญเชิญ ขอพร และจัดฮวงจุ้ยการจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสม: ตามหลักฮวงจุ้ย ควรตั้งหิ้งบูชาองค์กวนอูให้หันหน้าออกไปทางประตูหลักของบ้านหรือห้องทำงาน เพื่อให้ท่านช่วยสอดส่อง ปกป้องสิ่งไม่ดีที่กำลังจะเข้ามา และช่วยกวักเรียกทรัพย์สิน ไม่ควรตั้งหันหน้าเข้าหาประตูห้องน้ำ ไม่ตั้งไว้ใต้บันได และไม่ควรตั้งในห้องนอนการถวายของบูชา: จัดเตรียมของไหว้ตามที่กล่าวไว้ นำไปวางเรียงอย่างเป็นระเบียบหน้าหิ้งบูชา (ข้อแนะนำคือควรเปลี่ยนน้ำชาทุกวัน เพื่อความสดชื่นและกระตุ้นพลังงานบวก)การจุดธูปและสวดมนต์: เริ่มต้นด้วยการทำจิตใจให้สงบ จุดธูป 3 ดอก ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวดคาถาบูชาดังนี้: "นำมอ ไต่ชื้อ ไต่ปุย ฮกม้อไต่ตี่ เต็กเต็กจงงี้ เซี้ยกวงง้อฮุก กวงเต้กุน" (สวด 3 จบ)การอธิษฐานขอพร: กล่าวบอกชื่อ-นามสกุล และวันเดือนปีเกิดของตนเองอย่างชัดเจน จากนั้นจึงขอพรในสิ่งที่ต้องการเคล็ดลับที่สายมูต้องรู้คือ: ควรขอพรเพียงเรื่องเดียวให้ชัดเจนและเจาะจงไปเลย เช่น ขอให้ยอดขายในเดือนนี้ทะลุเป้า 1 ล้านบาท หรือขอให้ลูกน้องในทีมทำงานด้วยความซื่อสัตย์ไม่ทิ้งงาน เมื่อสำเร็จผลตามที่ตั้งใจแล้ว จึงค่อยกลับมาขอพรในเรื่องใหม่ต่อไปสายมูต้องรู้! ไหว้เทพเจ้ากวนอู มีที่ไหนบ้างในประเทศไทย? สำหรับใครที่ยังไม่พร้อมตั้งศาลหรืออัญเชิญองค์เทพมาที่บ้าน หรืออยากจะไปรับพลังบวกและขอพรจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน หลายคนมักถามหาว่า เทพเจ้ากวนอู มีที่ไหนบ้าง ที่มีความขลังและควรไปสักการะสักครั้งในชีวิต? เราได้รวบรวมพิกัดระดับตำนานที่คุณไม่ควรพลาดมาให้แล้ว1. ศาลเจ้ากวนอู คลองสาน (กรุงเทพมหานคร) นี่คือศาลเจ้ากวนอูที่ได้รับการบันทึกว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย! มีอายุยาวนานกว่า 280 ปี สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ภายในประดิษฐานองค์เทพเจ้ากวนอูถึง 3 องค์ ที่อัญเชิญมาจากมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีนเคล็ดลับการขอพร: นอกจากการจุดธูปไหว้ขอพรเรื่องการงานและคดีความแล้ว ผู้คนจำนวนมากนิยมไปจับที่เท้าขององค์กวนอูเพื่อขอความมั่นคง และจับที่ใบหน้าของ "ม้าเซ็กเธาว์" เพื่อขอให้การงานราบรื่น ปราศจากอุปสรรค และเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยขอบคุณภาพจาก : palanla2. ศาลเจ้ากวนอูและเทพเจ้าม้า เยาวราช (ตลาดเก่า กรุงเทพฯ) ตั้งซ่อนตัวอยู่ในซอยเยาวราช 11 บรรยากาศภายในศาลเจ้ามีความเข้มขลังและเต็มไปด้วยกลิ่นอายวิถีชีวิตของชาวไทยเชื้อสายจีน ศาลเจ้าแห่งนี้มีความพิเศษตรงที่มี "เทพเจ้าม้า" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นม้าเซ็กเธาว์คู่กายขององค์กวนอูประดิษฐานอยู่เคียงข้างด้วยเคล็ดลับการขอพร: นักธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้านิยมมาขอพรเรื่องการจัดการลูกน้องบริวาร และขอให้ชนะการแข่งขันทางการค้า มักจะนำ "ผักบุ้ง" ไปถวายเทพเจ้าม้า เพื่อเป็นเคล็ดลับในการเสริมความว่องไว ก้าวหน้า และให้ธุรกิจเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วขอบคุณภาพจาก : bltbangkok3. วิหารเทพเจ้ากวนอู อ่างศิลา (จังหวัดชลบุรี) หากคุณมีโอกาสเดินทางออกต่างจังหวัด นี่คือหนึ่งในวิหารที่สวยงาม ยิ่งใหญ่ และอลังการที่สุดแห่งหนึ่ง องค์กวนอูที่นี่หล่อด้วยทองเหลืองขนาดใหญ่โตตระการตา ตั้งตระหง่านพร้อมกับมีวิวทิวทัศน์ริมทะเลอ่างศิลาที่สวยงาม รับพลังงานฮวงจุ้ยที่ดีเยี่ยมทั้งภูเขาและสายน้ำเคล็ดลับการขอพร: สถานที่นี้เหมาะอย่างยิ่งกับการไปขอพรเรื่องการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ขอความก้าวหน้าในอาชีพรับราชการ หรือผู้ที่ทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการให้ผู้ใหญ่เมตตาเอ็นดูและสนับสนุนให้เติบโตในสายงานขอบคุณภาพจาก : songkaow29บทสรุป มาถึงตรงนี้ คุณคงได้คำตอบอย่างครบถ้วนแล้วว่า เทพเจ้ากวนอู ช่วยเรื่องอะไร และทำไมท่านถึงเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจที่สำคัญของนักธุรกิจทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นความหมายเชิงลึกของ เทพเจ้ากวนอูปางต่างๆ อย่างปางอ่านหนังสือ ปางขี่ม้า ปางยืนถือง้าว หรือปางนั่งบัลลังก์ ทุกปางล้วนแฝงไปด้วยความหมายมงคลที่ช่วยซัพพอร์ตและเกื้อหนุนดวงชะตาตามแต่ละบริบทของสายอาชีพ อย่างไรก็ตาม นอกจากการจัดเตรียมของไหว้และการตระเวนกราบไหว้บูชาตามพิกัดว่า เทพเจ้ากวนอู มีที่ไหนบ้าง แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดที่องค์กวนอูได้สอนพวกเราผ่านเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ก็คือ "ความซื่อสัตย์" และ "ความกตัญญูรู้คุณ" หากคุณทำการกราบไหว้ขอพร ควบคู่ไปกับการประกอบสัมมาอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดโกง ไม่เอาเปรียบลูกค้าและคู่ค้า และมีความจริงใจต่อลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน บารมีของเทพเจ้ากวนอูย่อมแผ่ซ่านมาปกปักรักษา เปิดทางให้ธุรกิจของคุณราบรื่น และประทานความมั่งคั่งให้คุณอย่างยั่งยืนแน่นอน

ไหว้พระแม่อุมาเทวี ขอพรความรัก การงาน (คู่มือสายมู 2026)

08 เม.ย. 2026

ไหว้พระแม่อุมาเทวี ขอพรความรัก การงาน (คู่มือสายมู 2026)

เคล็ดลับไหว้ "พระแม่อุมาเทวี"ขอพรความรัก การงาน ให้ปัง ฉบับสายมูตัวจริง หากพูดถึงเทพฮินดูที่ประทานพรด้านความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว และความสำเร็จในหน้าที่การงาน ชื่อของ พระแม่อุมาเทวี ย่อมเป็นชื่อแรกๆ ที่สายมูเตลูทุกคนต้องนึกถึง สังเกตได้จากคลื่นมหาชนที่หลั่งไหลไปสักการะตามเทวสถานต่างๆ อย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการมูเตลู หรือผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาชีวิตและต้องการที่พึ่งทางใจ อาจจะมีคำถามในใจว่า พระแม่อุมาเทวีคือใคร ท่านศักดิ์สิทธิ์ด้านไหน พระแม่อุมาเทวีช่วยเรื่องอะไรบ้าง และถ้าอยากจะไปกราบไหว้ขอพรให้สมดั่งใจหมาย พระแม่อุมาเทวี มีที่ไหนบ้าง วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลที่ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการบูชาพระแม่อุมาเทวีมาฝากกันค่ะ ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา พิกัดสถานที่ไหว้ยอดฮิต ไปจนถึงวิธีเตรียมของไหว้และบทสวดที่ถูกต้อง รับรองว่าอ่านจบแล้ว คุณสามารถไปไหว้ขอพรได้อย่างมั่นใจและรับความปังกลับบ้านแน่นอน!พระแม่อุมาเทวีคือใคร? มารดาแห่งจักรวาลผู้เปี่ยมด้วยเมตตา คำถามแรกที่หลายคนสงสัยคือ พระแม่อุมาเทวีคือใคร? ตามคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู พระแม่อุมาเทวี (หรืออีกพระนามหนึ่งคือ ปารวตี) ทรงเป็นพระชายาของพระศิวะ (หนึ่งในตรีมูรติผู้ทำลายล้างและสร้างโลกใหม่) และทรงเป็นพระมารดาของเทพที่สำคัญอีกสองพระองค์ ได้แก่ พระพิฆเนศ (เทพแห่งความสำเร็จ) และพระขันธกุมาร (เทพแห่งสงคราม) พระองค์ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่ง "ศักติ" หรือพลังอำนาจแห่งสตรีเพศ ทรงเป็นมารดาแห่งจักรวาลที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตา ความงดงาม และความรักอันบริสุทธิ์ แต่ในขณะเดียวกัน หากมีภัยอันตรายหรืออธรรมมารุกราน พระองค์ก็สามารถอวตารร่างเป็นปางที่ดุดันเพื่อปราบมารได้เช่นกัน โดยปางอวตารที่ผู้คนนิยมบูชามีดังนี้ปางพระแม่อุมาเทวี (ปารวตี): ปางที่เปี่ยมด้วยความเมตตา อ่อนโยน ประทานพรด้านความรัก ครอบครัว และความสงบสุขปางพระแม่ทุรคา: ปางแห่งพละกำลัง มี 10 ถึง 18 กร ประทับบนหลังสิงโตหรือเสือ ทรงเป็นตัวแทนของการปราบปรามศัตรูและอุปสรรคต่างๆปางพระแม่กาลี: ปางที่ดุดันที่สุด มีรูปลักษณ์น่าเกรงขาม ทรงทำลายล้างความชั่วร้าย ไสยเวท และมนต์ดำทั้งปวง ใครที่ถูกปองร้ายหรือมีศัตรูมักจะไปขอพึ่งบารมีท่านพระแม่อุมาเทวีช่วยเรื่องอะไร? สายมูต้องรู้! ด้วยความที่พระองค์ทรงเป็นมารดาแห่งโลกธาตุ พรที่พระองค์ประทานให้จึงครอบคลุมแทบจะทุกมิติของการใช้ชีวิต หากถามว่า พระแม่อุมาเทวีช่วยเรื่องอะไร นี่คือ 4 เรื่องหลักๆ ที่ผู้คนมักจะได้รับความสมหวังกลับไปความรักและการครองคู่: นี่คือไฮไลท์สำคัญ! พระแม่อุมาเทวีทรงมีความรักที่มั่นคงและภักดีต่อพระศิวะเพียงพระองค์เดียว ผู้คนจึงนิยมไปขอพรให้พบเจอคู่ครองที่ดี ขอให้ความรักราบรื่น หรือหากใครมีปัญหาครอบครัว ก็มักจะไปขอให้ท่านช่วยผูกพันจิตใจให้กลับมารักใคร่ปรองดองกันการขอบุตร: สำหรับคู่สามีภรรยาที่แต่งงานมานานแล้วแต่ยังไม่มีทายาท มักจะไปขอบุตรกับท่าน เพราะเชื่อว่าท่านคือมารดาผู้ให้กำเนิดที่พร้อมจะประทานลูกน้อยที่น่ารักและเลี้ยงง่ายมาให้หน้าที่การงานและการเลื่อนขั้น: นอกจากเรื่องความรักแล้ว พลังแห่งศักติยังหมายถึงพลังอำนาจ บารมี และความเป็นผู้นำ การขอพรเรื่องความก้าวหน้าในสายอาชีพ ขอให้เจ้านายเมตตา หรือขอให้ธุรกิจเติบโต ก็เป็นสิ่งที่ท่านโปรดปรานที่จะประทานให้ขจัดศัตรูและปัดเป่าอุปสรรค: หากชีวิตติดขัด โดนกลั่นแกล้ง หรือมีคนคิดร้าย การบูชาพระองค์ (โดยเฉพาะในปางทุรคาหรือกาลี) จะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นออกไปจากชีวิต ทำให้ทางเดินชีวิตโล่ง โปร่ง และราบรื่นขึ้นพระแม่อุมาเทวี มีที่ไหนบ้าง? แจกพิกัดไหว้ขอพรสุดปัง เมื่อทราบแล้วว่าท่านศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน ลำดับต่อไปคือการเดินทางไปสักการะ สำหรับคนที่กำลังค้นหาว่า พระแม่อุมาเทวี มีที่ไหนบ้าง เราได้คัดเลือก 3 พิกัดเด่นๆ ที่เดินทางง่ายและขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์มาฝากค่ะขอบคุณรูปจาก travel.trueid1. วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) นี่คือแลนด์มาร์กอันดับ 1 ของประเทศไทยสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้เทพฮินดู วัดแขกสีลมมีสถาปัตยกรรมแบบอินเดียใต้ที่งดงามตระการตา องค์พระประธานคือพระแม่อุมาเทวี นอกจากนี้ยังมีองค์เทพอื่นๆ ให้สักการะอย่างครบถ้วนจุดเด่น: มีพลังงานที่ดีมาก พราหมณ์ที่นี่เป็นพราหมณ์จากอินเดียแท้ๆ ของไหว้สามารถหาซื้อได้สะดวกทั้งในและนอกวัด และเป็นจุดศูนย์กลางของงานเทศกาลนวราตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทยการเดินทาง: BTS สถานีเซนต์หลุยส์ หรือ ศาลาแดง แล้วต่อรถสาธารณะ หรือเดินเท้าประมาณ 10-15 นาทีขอบคุณรูปจาก siamganesh2. เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ (เสาชิงช้า) เทวสถานคู่บ้านคู่เมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ภายในมีโบสถ์ที่ประดิษฐานเทวรูปสำคัญของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู หนึ่งในนั้นคือ โบสถ์สถานพระแม่ซึ่งประดิษฐานพระแม่อุมาเทวี พระแม่สรัสวดี และพระแม่ลักษมีจุดเด่น: บรรยากาศสงบร่มเย็น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำสมาธิและสวดมนต์ขอพรอย่างตั้งใจ ไม่พลุกพล่านเท่าปริมณฑลอื่นๆการเดินทาง: MRT สถานีสามยอด เดินเท้าต่อประมาณ 10 นาทีขอบคุณรูปจาก matichon online3. ศาลพระแม่อุมาเทวี หน้า Big C ราชดำริ สำหรับสายช้อปปิ้งที่ไม่อยากเดินทางไกล ใจกลางย่านราชประสงค์ก็มีศาลพระแม่อุมาเทวีตั้งอยู่ บริเวณด้านหน้าห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ (ฝั่งตรงข้ามเซ็นทรัลเวิลด์)จุดเด่น: เดินทางสะดวกมาก สามารถจัดทริปไหว้เทพย่านราชประสงค์ได้ครบจบในวันเดียว (เช่น พระพรหมเอราวัณ พระตรีมูรติ พระพิฆเนศ)การเดินทาง: BTS สถานีชิดลม เดินผ่าน Skywalk มายังหน้าห้างบิ๊กซีได้เลยวิธีไหว้พระแม่อุมาเทวีให้สัมฤทธิ์ผล (พร้อมของไหว้) การไหว้เทพฮินดูมีข้อปฏิบัติและธรรมเนียมที่ควรทราบ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและให้การขอพรของเราส่งไปถึงองค์เทพได้ดีที่สุดของไหว้ที่พระแม่อุมาเทวีโปรดปราน สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ห้ามถวายเนื้อสัตว์ทุกชนิดโดยเด็ดขาด (รวมถึงขนมที่มีส่วนผสมของไข่) ควรเน้นไปที่ผลไม้ ดอกไม้ และขนมหวานที่มีสีสันสดใส โดยเฉพาะสีแดงและสีชมพู ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ดอกไม้มงคล: นิยมใช้ ดอกกุหลาบแดง, ดอกดาวเรือง, ดอกมะลิ, หรือดอกบัวแดง การถวายดอกไม้สีแดงสื่อถึงพลังงาน ความรักที่สดใส และความภักดี ส่วนการถวายพวงมาลัยดอกดาวเรืองสื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตผลไม้สด: แนะนำทับทิม, แอปเปิลแดง, กล้วยน้ำว้า (กล้วยหอม), และมะพร้าวอ่อน ทับทิมและแอปเปิลแดงสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภ ส่วนน้ำมะพร้าวเป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์เครื่องดื่มบริสุทธิ์: นมสดจืด, น้ำแดง, น้ำอ้อย, หรือน้ำเปล่าบริสุทธิ์ นมสดถือเป็นเครื่องบูชาชั้นสูงตามคติฮินดู สื่อถึงความบริสุทธิ์และการหล่อเลี้ยงชีวิตขนมหวาน (ต้องไม่มีไข่): เช่น ขนมลาดู, ขนมโมทกะ, ขนมเปียกปูน, ทองหยิบทองหยอด (หากทำจากธัญพืชและน้ำตาล) หรือขนมอินเดียที่มีกลิ่นหอมและรสหวาน สื่อถึงความหอมหวานและความสุขสมหวังในชีวิตเครื่องหอมสักการะ: ธูปหอม (นิยมใช้ 9 ดอก), กำยานกลิ่นดอกไม้หรือไม้จันทน์, และน้ำมันตะเกียง แสงสว่างและกลิ่นหอมจะช่วยนำพาคำอธิษฐานไปสู่สรวงสวรรค์ และเป็นการปัดเป่าความมืดมิดออกจากชีวิตข้อห้ามและข้อควรระวังในการไปไหว้ (สำคัญมาก)งดเนื้อสัตว์ก่อนไปไหว้: แนะนำให้ทานมังสวิรัติหรือเจอย่างน้อย 1 มื้อ หรือ 1 วันก่อนไปสักการะ เพื่อชำระล้างร่างกายให้บริสุทธิ์สตรีมีครรภ์และสตรีที่มีรอบเดือน: ตามธรรมเนียมฮินดูดั้งเดิม (โดยเฉพาะที่วัดแขก สีลม) ไม่อนุญาตให้สตรีที่มีรอบเดือนเข้าไปในพื้นที่ประกอบพิธีด้านในสุด เนื่องจากถือเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังขับของเสีย ควรเลื่อนวันไปก่อนเพื่อความสบายใจและเป็นการให้เกียรติสถานที่การแต่งกาย: แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย งดกางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น เสื้อสายเดี่ยว และควรหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าสีดำหรือสีไว้ทุกข์ แนะนำให้ใส่สีสันสดใส เช่น สีแดง สีชมพู สีเหลือง หรือสีขาวสวดมนต์ให้ปัง! บทสวดบูชาพระแม่อุมาเทวี เมื่อเตรียมของไหว้และกายใจพร้อมแล้ว ลำดับการไหว้ที่ถูกต้องคือ ต้องสวดบูชาพระพิฆเนศก่อนเสมอ เพื่อขอเปิดทางและขจัดอุปสรรคในการสื่อสารกับเทพยดา1. บทสวดบูชาพระพิฆเนศ (สวด 3 จบ) โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา2. บทสวดบูชาพระแม่อุมาเทวีโอม ไจ มาตา ดี (3 จบ)โอม ชยะ ศรี ปารวตี มาตา (3 จบ)โอม ศรี มหา อุมาเทวะไย นะมะฮา (3 จบ)โอม ตัสสะ ปารวตี กาลี ทุรคา เจ นะมะฮา (3 จบ)โอม ตัสสะ ปารวตี กาลี ทุรคา ปิยัง มะมะทุติยัมปิ ตัสสะ ปารวตี กาลี ทุรคา ปิยัง มะมะตะติยัมปิ ตัสสะ ปารวตี กาลี ทุรคา ปิยัง มะมะโอม โรคา นะเศษา นะปะหัมสิตุษฎารุษฏาตุกามาน สะกะลา นะภีษะตานตะวามา ศะริตานาม นะวิปัน นะรานามตะวามา ศะริตายา ศะระยะตาม ปะระยานติ (1 จบ) ทริคการอธิษฐาน: ให้บอกชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิดของตนเองให้ชัดเจน ตามด้วยคำอธิษฐาน ควรขอทีละเรื่องอย่างเจาะจง ไม่ควรขอแบบกว้างๆ เช่น "ขอให้รวย" แต่ควรเปลี่ยนเป็น "ขอให้โปรเจกต์งานที่กำลังทำอยู่...ประสบความสำเร็จ ได้กำไร..." เป็นต้นเทศกาลนวราตรี (Navaratri) ช่วงเวลาทองของสายมู หากคุณอยากรับพลังบารมีจากพระแม่อุมาเทวีแบบขั้นสุด ไม่ควรพลาด "เทศกาลนวราตรี" ซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองชัยชนะของพระแม่อุมาเทวี (ปางพระแม่ทุรคา) ที่มีต่ออสูรควาย (มหิงสาสูร) โดยจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมของทุกปี (ขึ้นอยู่กับปฏิทินจันทรคติ) เทศกาลนี้จะกินระยะเวลา 9 วัน 9 คืน ซึ่งตามเทวสถานต่างๆ อย่างวัดแขก สีลม จะมีการจัดพิธีบูชาอย่างยิ่งใหญ่ มีการสวดมนต์ ทำพิธีโฮมัม (บูชาไฟ) และในวันสุดท้าย หรือที่เรียกว่า "วันวิชัยทัสมิ" จะมีงานแห่ขบวนเทวรูปไปตามท้องถนนอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา เชื่อกันว่าใครที่ได้มาร่วมงานและรับคำพรจากพราหมณ์ในวันนั้น จะได้รับสิริมงคลสูงสุด ช่วยล้างซวย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และพลิกฟื้นดวงชะตาได้อย่างน่าอัศจรรย์ขอบคุณรูปจาก THE STANDARD TEAMสรุปทิ้งท้ายการเดินทางไปกราบไหว้ พระแม่อุมาเทวี ไม่ได้เป็นเพียงแค่การร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ดลบันดาลโชคชะตาเท่านั้น แต่ยังเป็นกุศโลบายที่ช่วยให้เรามีสติ มีที่พึ่งทางใจ และเป็นการตั้งเป้าหมายในชีวิตให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อใจเราสงบและมีความหวัง พลังบวกเหล่านั้นก็จะดึงดูดสิ่งดีๆ ทั้งความรักดีๆ และโอกาสในหน้าที่การงานให้เข้ามาหาเราเองอย่างไรก็ตาม นอกจากการสวดมนต์ขอพรแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้พรนั้นสัมฤทธิ์ผลเร็วขึ้นคือ "การลงมือทำ" ควบคู่ไปกับการประพฤติตนเป็นคนดี คิดดี ทำดี ตามหลักคำสอนของศาสนานั่นเอง

ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก? รวมคู่มือบูชาฉบับอัปเดต 2569

13 มี.ค. 2026

ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก? รวมคู่มือบูชาฉบับอัปเดต 2569

"ตี่จู้เอี๊ยะ" ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก ให้บ้านร่มเย็น เรียกทรัพย์ตลอดปี สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน หรือแม้แต่คนไทยแท้ๆ ที่มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย การซื้อบ้านใหม่หรือการเปิดร้านค้า สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คือการอัญเชิญ "ตี่จู้เอี๊ยะ" มาประดิษฐาน ด้วยความเชื่อที่ว่าท่านคือเทพเจ้าผู้ดูแลผืนดินและปกปักรักษาเคหสถานนั้นๆ อย่างไรก็ตาม หลายคนมักเกิดความสับสนและมีคำถามมากมาย เช่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะคืออะไรกันแน่? ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ถึงจะถูกหลักฮวงจุ้ยและไม่บังเจ้าของบ้าน? และเวลาบูชาจริงต้อง ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก?ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คืออะไร? ทำความเข้าใจความสำคัญของเทพเจ้าประจำบ้าน ก่อนจะไปดูวิธีตั้ง เรามาทำความรู้จักกับรากฐานความเชื่อกันก่อน ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คือ ศาลเจ้าที่จีนขนาดเล็กที่มักตั้งอยู่ติดกับพื้นดิน ภายในบ้านหรือร้านค้า คำว่า "ตี่" (地) แปลว่า ดิน, "จู้" (主) แปลว่า เจ้า, และ "เอี๊ยะ" (爺) แปลว่า ท่านหรือปู่ รวมกันจึงหมายถึง "เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ในผืนดิน" หรือเจ้านายแห่งที่ดินบริเวณนั้นๆ ในวัฒนธรรมจีน เชื่อว่าทุกตารางนิ้วของพื้นดินมีเทพเจ้าดูแลอยู่ การตั้งตี่จู้เอี๊ยะจึงเปรียบเสมือนการให้ความเคารพแก่เจ้าของที่เดิม และอัญเชิญท่านมาประทับเพื่อปกปักรักษา: คุ้มครองคนในบ้านให้พ้นจากอันตราย สิ่งชั่วร้าย และอุบัติเหตุสร้างความร่มเย็น: ดลบันดาลให้ครอบครัวมีความรักใคร่กลมเกลียว ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเรียกโชคลาภ: ส่งเสริมเรื่องการงาน การค้าขาย และดึงดูดเงินทองให้ไหลเข้าบ้านปัดเป่าอุปสรรค: ช่วยให้การดำเนินชีวิตหรือธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะส่วนใหญ่จะมีสีแดงสด แต่งแต้มด้วยสีทอง ซึ่งสีแดงสื่อถึงความเป็นสิริมงคล ความสุข และพลังงานหยาง (Yang Energy) ส่วนสีทองสื่อถึงความมั่งคั่งและรวยทองฮวงจุ้ยการจัดวาง: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนให้ถูกหลัก เรียกทรัพย์ ไม่กาลกิณี นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุดและคนค้นหามากที่สุด: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน? การวางตำแหน่งตี่จู้เอี๊ยะผิดจุดอาจส่งผลเสียต่อฮวงจุ้ยของบ้าน ทำให้อับโชค หรือคนในบ้านเจ็บป่วยได้ ดังนั้น ควรยึดหลักการดังต่อไปนี้ตำแหน่งมงคลที่ "ควร" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะตั้งติดพื้นดินเสมอ: ตี่จู้เอี๊ยะคือเทพแห่งผืนดิน ฐานของศาลต้องวางอยู่บนพื้นบ้านโดยตรง ห้ามตั้งบนหิ้งสูง ห้ามแขวน และห้ามมีอะไรมารองฐานให้สูงเกินความจำเป็น (ยกเว้นฐานรองศาลที่ทำมาคู่กันโดยเฉพาะ)หันหน้าออกประตูหน้าบ้าน: ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือการวางศาลโดยหันหน้าออกไปทางประตูหลักของบ้าน เพื่อให้ท่านคอยตรวจตราคนเข้าออก ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และดักรับพลังงานโชคลาภที่ไหลเข้ามามีผนังทึบด้านหลัง: ด้านหลังของศาลตี่จู้เอี๊ยะควรเป็นผนังทึบที่มั่นคง เปรียบเสมือนมีภูเขาเป็นที่พิงหลัง เสริมความมั่นคงในหน้าที่การงานและการเงิน ห้ามพิงกระจกหรือช่องว่างบริเวณที่โปร่ง โล่ง สว่าง: จุดที่ตั้งควรสะอาด มีแสงสว่างเพียงพอ และไม่อับชื้น เพื่อให้พลังงานชี่ (Qi) ไหลเวียนได้สะดวกตำแหน่งต้องห้าม! "ห้าม" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะเด็ดขาด หากคุณไม่อยากให้อับโชค หรือมีเรื่องร้อนใจในบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะในจุดเหล่านี้ห้ามตั้งใต้บันได: การวางท่านไว้ใต้บันไดเปรียบเสมือนการให้คนเดินข้ามหัวท่านตลอดเวลา ถือเป็นการลบหลู่และทำให้คนในบ้านไม่เจริญก้าวหน้าห้ามหันหน้าเข้าห้องน้ำ หรือวางติดผนังห้องน้ำ: ห้องน้ำเป็นแหล่งรวมพลังงานลบ (ความสกปรก อับชื้น) การวางศาลใกล้ห้องน้ำจะทำให้โชคลาภหดหาย และส่งผลเสียต่อสุขภาพห้ามวางติดผนังห้องครัว หรือใกล้เตาไฟ: พลังงานไฟที่ร้อนแรงจากห้องครัวจะทำให้องค์เทพอยู่ไม่สุข ส่งผลให้คนในบ้านมีเรื่องร้อนใจ ทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยห้ามวางใต้คานบ้าน: คานเปรียบเสมือนแรงกดทับ จะทำให้การเงินติดขัด การงานอุปสรรคเยอะห้ามวางใกล้ถังขยะหรือที่เก็บรองเท้า: พื้นที่รอบศาลต้องบริสุทธิ์ การวางสิ่งสกปรกไว้ใกล้ๆ จะทำให้ท่านไม่ประทับอยู่และนำความไม่เป็นมงคลมาสู่บ้านพิธีบูชาประจำวันและวันพระจีน: ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และต้องเตรียมอะไรบ้าง? เมื่อตั้งศาลเรียบร้อยแล้ว การบูชาอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญในการรักษาสิริมงคล หลายคนยังสงสัยว่า ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก? จึงจะถูกต้อง คำตอบคือ: ใช้ธูป 5 ดอก เหตุผลที่ใช้ธูป 5 ดอก เพราะเป็นการบูชาธาตุทั้ง 5 (ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง) และทิศทั้ง 5 (เหนือ ใต้ ออก ตก และกลาง) เพื่อให้เทพเจ้าตี่จู้เอี๊ยะดูแลคุ้มครองทั่วทุกทิศทางเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (ประจำวัน) สำหรับการไหว้ในทุกๆ เช้า เพื่อเป็นการบอกกล่าวและขอพรให้ราบรื่นตลอดวัน สิ่งที่ต้องเตรียมมีเพียงไม่กี่อย่าง:น้ำชา 5 ถ้วย: (หรือน้ำเปล่าสะอาด) ควรเปลี่ยนใหม่ทุกวันธูป 5 ดอกส้ม 5 ลูก: ส้มสื่อถึงโชคลาภ ความสุข และความสำเร็จเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (วันพระจีน - ชิวอิก/จับโหงว) ในวันพระจีน (วันที่ 1 และ 15 ของจันทรคติจีน) ควรไหว้ให้พิเศษขึ้น โดยเพิ่มของไหว้ดังนี้:ผลไม้มงคล 3 หรือ 5 อย่าง: เช่น ส้ม (โชคดี), แอปเปิล (สันติสุข), องุ่น (ความเจริญ), สับปะรด (ความรอบรู้) หลีกเลี่ยงผลไม้ชื่อไม่ดี เช่น ระกำ, ลางสาดขนมมงคล: เช่น ขนมถ้วยฟู (เฟื่องฟู), ขนมจันอับ (ความสุข), ซาลาเปา (เปาไช้ - ห่อโชค)กระดาษเงินกระดาษทอง: (หงิ่งเตี๋ย) เพื่อเผาถวายท่าน(หากขอพรใหญ่) ของคาว: เช่น หมูสามชั้นต้ม, ไก่ต้ม, เป็ดต้ม (ชุดซาแซ หรือ โหงวแซ)ขั้นตอนการไหว้ตี่จู้เอี๊ยะแบบถูกต้อง ให้ได้ผลลัพธ์ทันใจ เพื่อให้การขอพรของคุณส่งถึงเทพเจ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ทำความสะอาด: เริ่มจากเช็ดทำความสะอาดศาลและบริเวณรอบๆ ให้สะอาด เปลี่ยนน้ำชาเก่าออกแล้วรินน้ำชาใหม่ 5 ถ้วยจัดของไหว้: นำผลไม้ ขนม หรือของคาวที่เตรียมไว้ จัดวางด้านหน้าศาลอย่างเป็นระเบียบจุดธูป: จุดธูป 5 ดอกกล่าวอธิษฐาน: พนมมือถือนามสิงห์ (หรือแผ่นจารึกชื่อเทพ) ยืนหน้าศาล กล่าวชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และบอกกล่าวท่านว่าวันนี้วันอะไร ขอนำของไหว้มาถวาย พร้อมขอพร (ควรขอพรในสิ่งที่เป็นไปได้ และขออย่างตั้งใจ)ปักธูป: ปักธูป 5 ดอกลงในกระถางธูปอย่างตั้งใจ (ปักให้ตรง ไม่เอียง)เผากระดาษ (ถ้ามี): เมื่อธูปหมดไปประมาณครึ่งดอก ให้นำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผาในที่ที่เหมาะสมลาของไหว้: เมื่อธูปหมดดอก ให้นำของไหว้มาแบ่งกันทานในครอบครัวเพื่อความเป็นสิริมงคลการดูแลรักษาศาลตี่จู้เอี๊ยะ: เคล็ดลับให้ท่านอยู่ติดบ้าน เรียกทรัพย์ไม่หยุด ศาลตี่จู้เอี๊ยะที่สะอาด หมั่นดูแล เปรียบเสมือนบ้านที่น่าอยู่ เทพเจ้าก็พร้อมจะประทับอยู่และประทานพร การปล่อยให้ศาลสกปรก อับเฉา จะทำให้โชคลาภติดขัด นี่คือเช็คลิสต์การดูแลเปลี่ยนน้ำทุกวัน: ห้ามปล่อยให้น้ำแห้งหรือสกปรกเด็ดขาดทำความสะอาดฝุ่น: ปัดกวาดฝุ่นรอบศาลและบนตัวศาลเป็นประจำจัดการก้านธูป: หากก้านธูปเต็มกระถาง ให้ถอนออก (เหลือไว้ 5 ก้านเสมอ) เพื่อให้กระถางไม่รกและรับโชคใหม่ๆ ได้เปลี่ยนกิมฮวย (หางนกยูง): ควรเปลี่ยนใหม่ในปีละครั้ง (ช่วงก่อนตรุษจีน) เพื่อความสดใหม่สรุป: บูชาตี่จู้เอี๊ยะอย่างเข้าใจ นำมาซึ่งความสุขและความมั่งคั่ง การจัดตั้งและบูชา "ตี่จู้เอี๊ยะ" ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากคุณทำความเข้าใจถึงความหมาย และปฏิบัติตามหลักฮวงจุ้ยอย่างถูกต้อง การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมอย่าง ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนที่ถูกต้อง การรู้ว่าตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และหมั่นดูแลรักษาศาลให้สะอาดอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้องค์เทพประทับอยู่คู่บ้าน คอยปกปักรักษาครอบครัวของคุณให้ร่มเย็นเป็นสุข และเปิดทางให้โชคลาภ เงินทอง ไหลมาเทมาตลอดปี

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

14 ก.พ. 2026

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เปิดตำราเทพแห่งความมั่งคั่งบูชาถูกวิธี ชีวิตเปลี่ยนเป็นเศรษฐี ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง การมีความเก่งกาจในการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับความสำเร็จที่ยั่งยืน คนไทยเชื้อสายจีนและนักธุรกิจทั่วเอเชียจึงให้ความสำคัญกับ "ที่พึ่งทางใจ" เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและดึงดูดพลังงานบวก และเมื่อเอ่ยถึงเทพเจ้าที่เป็นที่สุดแห่งเรื่องเงินทอง โชคลาภ และความมั่งคั่ง ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคือ "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" (Cai Shen Ye) ทุกครั้งที่เวียนมาบรรจบถึงเทศกาลตรุษจีน ภาพที่คุ้นตาคือผู้คนจำนวนมากต่างจัดเตรียมโต๊ะไหว้เพื่อรอรับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเข้าสู่เคหะสถานเป็นองค์แรกของปี แต่คุณมั่นใจแล้วหรือยังว่าคุณรู้จักท่านดีพอ? ท่านไม่ได้มีเพียงปางเดียว และการไหว้ขอพรก็มีเคล็ดลับที่ลึกซึ้งกว่าแค่การจุดธูป บทความนี้คือไกด์ฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณไปรู้จักเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ประวัติความเป็นมาที่แท้จริง ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง บทสวดและสถานที่ ไหว้ที่ไหน แล้วปังที่สุด เพื่อเตรียมตัวเปิดรับความเฮงเข้ากระเป๋าแบบจัดเต็มตำนาน "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" ประวัติและปางต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) หรือ ไฉ่เสินเย่ (ในภาษาจีนกลาง) เขียนอักษรจีนว่า 財神 มีความหมายตรงตัวว่า "เทพเจ้าแห่งทรัพย์สิน" ชาวจีนเชื่อว่าท่านคือเทพชั้นสูงที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเริ่มเข้าสู่วันตรุษจีน เพื่อประทานพรด้านโชคลาภ เงินตรา และความสำเร็จให้แก่ผู้ที่ศรัทธา แต่ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่คือคิดว่าท่านมีเพียงองค์เดียว แท้จริงแล้วตามตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแบ่งออกเป็น 2 ปางหลักๆ ตามลักษณะบุคลิกและหน้าที่ ซึ่งผู้บูชาควรเลือกให้เหมาะกับอาชีพของตนเอง ดังนี้ 1. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบุ๋น (ฝ่ายพลเรือน/ปัญญา) : เทพเจ้าปี่กาน (Bi Gan)ลักษณะเด่น: เป็นรูปขุนนางชั้นผู้ใหญ่ หน้าตายิ้มแย้ม ใจดี อบอุ่น สวมชุดขุนนางโบราณ มือข้างหนึ่งถือเล่มสมุดบัญชีหรือม้วนกระดาษ อีกข้างหนึ่งถือถุงเงินหรือก้อนทองประวัติและตำนาน: เชื่อกันว่าคือ "ปี่กาน" อัครมหาเสนาบดีในสมัยราชวงศ์ซาง ผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างหาที่สุดมิได้ ท่านถูกทรราชสั่งให้ควักหัวใจออกมาดูเพื่อพิสูจน์ความภักดี เมื่อท่านเสียชีวิต สวรรค์เห็นในความดีจึงแต่งตั้งให้เป็นเทพแห่งโชคลาภ โดยมีนัยยะว่า "เพราะท่านไม่มีหัวใจ ท่านจึงไม่มีความลำเอียง" ท่านจึงแจกจ่ายโชคลาภให้แก่ทุกคนอย่างยุติธรรมที่สุดเหมาะกับใคร: ผู้ที่รับราชการพลเรือน, พนักงานบริษัท, ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป, นักวิชาการ, ที่ปรึกษา หรืออาชีพที่ใช้ปัญญาและความสามารถในการเจรจา ท่านจะช่วยให้การบริหารเงินราบรื่นและมีสติปัญญาในการหาทรัพย์ 2. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบู๊ (ฝ่ายการทหาร/นักรบ) : เทพเจ้าจ้าวกงหมิง (Zhao Gongming)ลักษณะเด่น: หน้าตาดุดัน น่าเกรงขาม สวมชุดเกราะนักรบ ขี่เสือโคร่งดุร้าย มือข้างหนึ่งถือกระบองเหล็กหรือดาบ อีกข้างถือถุงเงินหรือก้อนทอง บางครั้งจะเห็นท่านเหยียบเสืออยู่ประวัติและตำนาน: "จ้าวกงหมิง" เป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่มีฝีมือการรบเป็นเลิศ มีความกล้าหาญและรักษาสัจจะยิ่งชีพ ท่านสามารถปราบภูตผีปีศาจและศัตรูที่มาราวีได้ เชื่อกันว่าเสือที่ท่านขี่คือพาหนะที่ช่วยตะปบเงินทองเข้าหาเจ้านาย และช่วยเฝ้าทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหลเหมาะกับใคร: เจ้าของธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง, ผู้ที่ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก, ทหาร, ตำรวจ, นักธุรกิจสีเทา, ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ หรือผู้ที่ต้องการทวงหนี้สิน ท่านจะช่วยขจัดอุปสรรค ศัตรูคู่แข่ง และช่วยให้เก็บเงินอยู่เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: นอกจากปางจีนแล้ว ในทางพุทธศาสนามหายานและทิเบต ยังมีการนับถือเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยในรูปแบบของ "ท้าวกุเวร" (Vaisravana) หรือ "ชัมภล" (Jambhala) ซึ่งมีรูปลักษณ์และคติความเชื่อที่ใกล้เคียงกัน คือเป็นผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ของโลกเช็คของไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย: เตรียมอย่างไรให้ถูกหลัก 5 หมู่มงคล การไหว้รับ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย นิยมทำในคืนวันซาจั๊บ (วันสิ้นปีจีน) ช่วงเวลาคาบเกี่ยวเข้าสู่วันตรุษจีน (โดยส่วนใหญ่คือเวลา 23.00 – 01.00 น.) สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ของแพง แต่คือ "ความหมาย" ของของไหว้และการจัดเตรียมด้วยความประณีต เราได้รวบรวมรายการของไหว้ที่ต้องมี โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้คุณเตรียมได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. หมวดรูปเคารพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รูปปั้น หรือ รูปภาพองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย: หากไม่มีสามารถใช้ตัวอักษรจีนคำว่า "ไฉ่ซิงเอี๊ย" เขียนใส่กระดาษแดงแทนได้กระถางธูป: ควรใส่ข้าวสารให้เต็มกระถาง (สื่อถึงความกินดีอยู่ดี) และปักกิมฮวยเพื่อความสวยงามเทียนแดง 1 คู่: สื่อถึงแสงสว่างและความรุ่งโรจน์แจกันดอกไม้สด 1 คู่: นิยมใช้ดอกเบญจมาศ หรือดอกไม้มงคลที่มีสีสันสดใส 2. หมวดผลไม้มงคล (เลือก 3 หรือ 5 อย่าง)ส้ม: (ขาดไม่ได้) หมายถึง ทองคำ และความเป็นสิริมงคลกล้วยหอม: (ต้องมีหวีเครือสวย) หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และให้ลูกหลานสืบสกุลสับปะรด: ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียก "อั่งไล้" แปลว่า โชคลาภกำลังมาถึงองุ่น: หมายถึง ความงอกงามและความเจริญรุ่งเรืองแอปเปิ้ลแดง: หมายถึง ความสันติสุขและสุขภาพที่แข็งแรง 3. หมวดอาหารเจ (เจไฉ่) 5 อย่าง เนื่องจากเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเป็นเทพชั้นสูง การไหว้ด้วยอาหารเจจึงบริสุทธิ์ที่สุด ประกอบด้วยเห็ดหอม: หมายถึง ความมีชื่อเสียงวุ้นเส้น: หมายถึง อายุยืนยาวฟองเต้าหู้: หมายถึง ความร่ำรวย (รูปลักษณ์คล้ายทองคำ)ดอกไม้จีน: หมายถึง ความเบิกบานสาหร่ายทะเล: ภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า ร่ำรวย 4. หมวดขนมและน้ำขนมจันอับ (จับกิ้ม): ขนมแห้ง 5 อย่าง สื่อถึงความหวานชื่นและความสามัคคีขนมถ้วยฟู หรือ ขนมสาลี่: สื่อถึงความเฟื่องฟู รุ่งเรืองน้ำชา 5 ถ้วย: น้ำชาถือเป็นเครื่องดื่มของเทพเจ้าน้ำสะอาด 5 แก้ว: เพื่อความใสสะอาดบริสุทธิ์ 5. หมวดของมงคลเรียกทรัพย์กระดาษเงินกระดาษทอง (หงิ่งเตี๋ย): จำนวน 12-13 แผ่น (ตามจำนวนเดือนในปฏิทินจีนปีนั้น)เทียบเชิญสีแดง และ สีเขียว: กระดาษสำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของคนในครอบครัว เพื่อฝากดวงชะตากระเป๋าสตางค์ใบใหม่: ใส่ธนบัตร (เลขมงคล หรือแบงค์ใหม่) ไว้เต็มกระเป๋า เพื่อเป็นเคล็ดเรียกเงินสมุดบัญชีธนาคาร: วางไว้เพื่อขอพรให้ยอดเงินเพิ่มพูนขั้นตอนการไหว้และวิธีตั้งโต๊ะรับทรัพย์ เมื่อเตรียมของครบแล้ว ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พิธีการลื่นไหลและทรงพลังที่สุดขั้นตอนที่ 1: เช็คฤกษ์และทิศทาง ในแต่ละปี ทิศที่องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยจะเสด็จลงมาจะแตกต่างกัน คุณต้องตรวจสอบปฏิทินจีนประจำปีนั้นๆ ว่าท่านมาทิศไหน ให้หันหน้าโต๊ะไหว้ไปทางทิศนั้นขั้นตอนที่ 2: การจัดโต๊ะ ตั้งโต๊ะไหว้ในที่โล่งแจ้ง หน้าบ้าน หรือดาดฟ้า (ต้องมองเห็นท้องฟ้า) ปูผ้าสีแดง จัดวางกระถางธูปไว้ด้านหน้าสุด ตามด้วยถ้วยน้ำชา/น้ำ และเรียงลำดับของไหว้ตามความเหมาะสม วางเทียบเชิญและกระดาษเงินกระดาษทองไว้ใกล้ๆขั้นตอนที่ 3: เริ่มพิธี เมื่อถึงฤกษ์มงคล ให้ผู้นำครอบครัวจุดธูป (3, 5, 9 หรือ 12 ดอก แล้วแต่ตำรา แต่ปกตินิยม 3 ดอกเพื่อระลึกถึง ไตรสรณคมน์ หรือ เทพเจ้า 3 ภพ) พร้อมจุดเทียนแดงขั้นตอนที่ 4: กล่าวคำเชิญและสวดมนต์ กล่าวชื่อ-นามสกุล ของตนเองและคนในครอบครัวอย่างชัดเจน แจ้งที่อยู่บ้านเลขที่ แล้วกล่าวเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยให้มารับเครื่องสักการะ (ดูบทสวดในหัวข้อถัดไป)ขั้นตอนที่ 5: ขอพร เมื่อสวดจบ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร "เน้นขอเรื่องโชคลาภและการงานโดยเฉพาะ" ขอให้ท่านประทานความมั่งคั่ง ขจัดอุปสรรคทางการเงินขั้นตอนที่ 6: ลาของไหว้และเผากระดาษ เมื่อธูปไหม้หมดไปประมาณครึ่งดอก ให้ทำการลาของไหว้ นำกระดาษเงินกระดาษทองและเทียบเชิญไปเผาในถังเผาขั้นตอนที่ 7: เชิญเข้าบ้าน (เคล็ดลับสำคัญ) เมื่อเผากระดาษเสร็จ ให้ทำการ "อัญเชิญกระถางธูป" และ "รูปปั้นเทพเจ้า" เข้าสู่ตัวบ้าน โดยให้คนถือเดินนำเข้าบ้านและวางบนหิ้งพระที่เตรียมไว้ เสมือนการเชิญท่านเข้ามาประทับให้พรตลอดปีบทสวดเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หัวใจสำคัญของการสื่อสาร เพื่อให้จิตเป็นสมาธิและเชื่อมโยงกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ การสวดมนต์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด นี่คือคาถาที่ได้รับความนิยมและเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากคาถาบูชาขอพร (แบบย่อ - สวดได้ทุกวัน)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา" (แนะนำให้สวด 3, 5, 9 หรือ 12 จบ เพื่อความเป็นสิริมงคล)คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (แบบเต็ม) (ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนเริ่มสวด)"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ" (3 จบ)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา โอม อา ฮูม โฮ ฌะ ขอนอบน้อมบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ผู้ประทานความมั่งคั่ง ร่ำรวย ข้าพเจ้าชื่อ (บอกชื่อ-นามสกุล) ขออัญเชิญบารมีแห่งท่าน โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา กิจการค้ารุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคทั้งปวงด้วยเทอญ"เคล็ดลับขณะสวด: ให้พยายามทำจิตใจให้ว่าง ละเว้นความโลภโมโทสัน แต่ให้เน้นความรู้สึก "ขอบคุณ" และ "ศรัทธา" จินตนาการเห็นภาพแสงสีทองสว่างไสวโอบล้อมตัวเราและบ้านเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไหว้ที่ไหน? แจก 4 พิกัดศักดิ์สิทธิ์รับทรัพย์ทั่วไทย สำหรับใครที่ไม่สะดวกจัดโต๊ะไหว้ที่บ้าน หรือต้องการพลังเสริมดวงแบบคูณสอง การเดินทางไปไหว้ที่ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเรื่อง เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม เราคัดมาให้แล้วกับ 4 สถานที่ยอดฮิต 1. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) - เยาวราช ตำนานแห่งย่านไชน่าทาวน์ ที่นี่คือศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยปางมหายานที่แกะสลักอย่างงดงามและดูเข้มขลังจุดเด่น: สามารถทำบุญแก้ชงไปพร้อมๆ กับการขอพรโชคลาภได้ในที่เดียว 2. ศาลเจ้าพ่อเสือ - เสาชิงช้า ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภประดิษฐานอยู่ด้วย โดยเฉพาะใครที่ทำธุรกิจแล้วติดขัด มีศัตรูคู่แข่งเยอะ ต้องมาที่นี่จุดเด่น: ขอพรเรื่องอำนาจบารมีคู่กับการเงิน (ปางบู๊จะเด่นมากที่นี่) 3. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) - อ่างศิลา ชลบุรี ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่ตระการตาและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย มีอาคาร 4 ชั้น ประดิษฐานเทพเจ้าครบทุกองค์ รวมถึงไฉ่ซิงเอี๊ยที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากจุดเด่น: บรรยากาศดี สถาปัตยกรรมสวยงาม เหมาะกับการพาครอบครัวไปเที่ยวและไหว้พระ 4. เทวาลัยพระพิฆเนศ - ห้วยขวาง แหล่งรวมสายมูเตลูใจกลางเมือง แม้จะเป็นเทวาลัยพราหมณ์ แต่มีการประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเพื่อให้คนทำงานกลางคืนและคนรุ่นใหม่ได้กราบไหว้จุดเด่น: เดินทางสะดวกด้วย MRT และเปิดตลอด 24 ชั่วโมงความมั่งคั่งเริ่มที่ "ศรัทธา" และการ "ลงมือทำ" การบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของบรรพบุรุษ ที่สอนให้เรารู้จักการ "ตั้งเป้าหมาย" (ผ่านการอธิษฐาน) การ "เตรียมความพร้อม" (ผ่านการจัดโต๊ะไหว้) และการ "มีสติรู้ตื่น" (ผ่านการสวดมนต์) เมื่อคุณมีจิตใจที่สงบ มั่นคง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวกจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำพลังใจนั้นไปขับเคลื่อนการทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม ดั่งเช่นประวัติของท่านไฉ่ซิงเอี๊ยทั้งสองปาง เมื่อศรัทธาประสานกับการลงมือทำ ความสำเร็จและความร่ำรวยย่อมรอคุณอยู่ที่ปลายทางอย่างแน่นอนค่ะ

เซียนแปะโรงสี วิธีไหว้ขอพรปลดหนี้ บูชายันต์ฟ้าประทานพร

12 ก.พ. 2026

เซียนแปะโรงสี วิธีไหว้ขอพรปลดหนี้ บูชายันต์ฟ้าประทานพร

หากคุณกำลังรู้สึกว่าการทำมาหากินติดขัด ยอดขายตก หรือกำลังแบกรับภาระหนี้สินที่มองไม่เห็นทางออก การพึ่งพาความขยันเพียงอย่างเดียวในยุคเศรษฐกิจแบบนี้อาจไม่เพียงพอ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับที่พึ่งทางใจระดับตำนานของชาวปทุมธานีและพ่อค้าแม่ค้าทั่วประเทศ นั่นคือ "เซียนแปะโรงสี" หรือ "อาแปะโง้วกิมโคย" ณ วัดศาลเจ้า จังหวัดปทุมธานี ทำไมผู้คนมากมายถึงหลั่งไหลไปกราบไหว้? เซียนแปะโรงสีช่วยเรื่องอะไร? และหากต้องการความสำเร็จต้องมี วิธีการไหว้เซียนแปะโรงสี อย่างไรให้เห็นผล? บทความนี้รวบรวมทุกคำตอบ ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา บทสวด ไปจนถึงเคล็ดลับการบูชายันต์ฟ้าประทานพร เพื่อให้คุณเตรียมตัวไปมูเตลูได้อย่างถูกต้องและรับความเฮงกลับบ้านค่ะรู้จัก "เซียนแปะโรงสี" (โง้วกิมโคย) คือใคร? ทำไมถึงศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่จะไปขอพร สิ่งสำคัญคือการรู้จักและศรัทธาในตัวผู้ที่เราจะไปกราบไหว้ เซียนแปะโรงสี มีชื่อเดิมว่า "โง้วกิมโคย" ท่านเป็นชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 โดยเริ่มต้นจากการประกอบอาชีพค้าขายข้าวเปลือกและก่อตั้งโรงสีข้าวขึ้นในจังหวัดปทุมธานี จนชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า "แปะกิมโคย" หรือ "เถ้าแก่กิมโคย"จากพ่อค้าสู่ฆราวาสจอมขมังเวทย์ สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นที่เคารพไม่ใช่เพียงความร่ำรวย แต่เป็น "คุณธรรม" และ "วิชาความรู้" ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านฮวงจุ้ยและพิธีกรรมตามความเชื่อจีนโบราณอย่างแตกฉาน มักจะคอยช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำมาหากิน การเจ็บไข้ได้ป่วย หรือการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย โดยไม่หวังผลตอบแทน จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่ท่านเป็นผู้บูรณะและดูแล "ศาลเจ้าพ่อวัดศาลเจ้า" ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก จนมีเรื่องเล่าขานว่าท่านสามารถสื่อสารกับเจ้าพ่อได้ และได้รับความไว้วางใจให้เป็นร่างทรง หรือผู้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ จนชาวบ้านยกย่องให้เป็น "เซียน" ในร่างมนุษย์เกร็ดน่ารู้: แม้ท่านจะเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 แต่ความศรัทธาไม่ได้จางหายไป ปัจจุบันรูปปั้นของท่านประดิษฐานอยู่ที่ศาลานที ทองศิริ ภายในวัดศาลเจ้า จ.ปทุมธานีเซียนแปะโรงสีช่วยเรื่องอะไร? ทำไมพ่อค้าแม่ค้าถึงบูชา คำถามยอดฮิตที่คนค้นหาคือ เซียนแปะโรงสีช่วยเรื่องอะไร คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ "เรื่องเงินทอง การค้า และการปลดหนี้" ท่านเปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งโชคลาภของคนทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือระดับมหาชนสิ่งที่ผู้ศรัทธามักมาขอพรการค้าขายรุ่งเรือง: ใครที่ค้าขายฝืดเคือง ลูกค้าเงียบหาย มักมาขอให้ท่านช่วยเปิดทางทำมาหากินการปลดหนี้สิน: เชื่อกันว่าท่านมีความเมตตาสูงในการช่วยให้ผู้ศรัทธาหลุดพ้นจากวิกฤตทางการเงินการงานราบรื่น: ขจัดอุปสรรค ศัตรูคู่แข่ง หรือปัญหาในที่ทำงานกันสิ่งไม่ดีและภูตผี: ด้วยวิชาอาคมของท่าน ยันต์ของท่านจึงขึ้นชื่อเรื่องการปัดเป่าสิ่งอัปมงคล ปรับฮวงจุ้ยที่พักอาศัย"ยันต์ฟ้าประทานพร" เครื่องรางคู่บารมีแปะโรงสี เมื่อพูดถึงเซียนแปะโรงสี จะขาดสิ่งนี้ไปไม่ได้ คือ "ยันต์ฟ้าประทานพร" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของท่าน ลักษณะเป็นยันต์ภาษาจีน (ยันต์กา) ที่มีความหมายมงคล เชื่อว่าเป็นใบเบิกทางจากสวรรค์ให้เงินทองไหลมาเทมาความหมายของจำนวน "กา" (วงกลมหยดน้ำ) ในผ้ายันต์ จำนวน "กา" ในผ้ายันต์มีความหมายแตกต่างกันไป ผู้บูชาควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการ1 กา: ใช้พกติดตัว ป้องกันภูตผีปีศาจ อำนาจคุณไสย ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย2 กา: เหมาะสำหรับร้านเสริมสวย ร้านนวด หรือสถานบันเทิง ช่วยเรื่องเมตตามหานิยม3 กา: ใช้สำหรับที่พักอาศัย แก้ฮวงจุ้ยที่ไม่ดี กันของต่ำ กันคุณไสย4 กา: เหมาะสำหรับสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม ภัตตาคาร เพิ่มเสน่ห์ดึงดูดลูกค้า5 กา: เหมาะสำหรับโรงเรียน สังฆภัณฑ์ ร้านขายยา เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข6 กา: เหมาะสำหรับร้านขายของชำ ร้านแลกเปลี่ยนเงินตรา เสริมสภาพคล่อง7 กา: เหมาะสำหรับคลินิก ร้านทำฟัน กิจการที่ต้องใช้ความเชื่อถือ8 กา: (ยอดนิยม) เหมาะสำหรับนักธุรกิจ ห้างร้าน โรงงาน เน้นความร่ำรวย มหาลาภ มหาโชค9 กา: เหมาะสำหรับสังฆภัณฑ์ และผู้ปฏิบัติธรรม (ไม่ค่อยพบเห็นทั่วไป)10 กา: เสริมความมั่นคง ฮวงจุ้ยสมบูรณ์แบบ (นิยมติดในสำนักงานใหญ่)วิธีการไหว้เซียนแปะโรงสี ให้ปัง! การไปไหว้ขอพรให้ได้ผล ไม่ใช่แค่ยกมือไหว้แล้วจบ แต่ควรมีการเตรียมตัวและทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง นี่คือวิธีการไหว้เซียนแปะโรงสี ที่คุณทำตามได้ทันทีเตรียมของไหว้ (สามารถหาซื้อได้ที่หน้าวัด)ส้ม: 5 ผล (เป็นผลไม้มงคล หมายถึงความโชคดี)พวงมาลัยดาวเรือง: 1 พวงธูป: 5 ดอก (สำหรับไหว้แปะ)หมากพลู: 1 ชุด (ของโปรดของแปะ)น้ำชาหรือน้ำเปล่า: 1 ขวด/แก้วขนมมงคล: เช่น ขนมเปี๊ยะ (ตามศรัทธา)ห้ามถวายเนื้อวัวโดยเด็ดขาดขั้นตอนการไหว้จุดธูป 5 ดอก: ตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย เจ้าพ่อวัดศาลเจ้า และเซียนแปะโรงสีกล่าวชื่อ-นามสกุล: บอกวันเดือนปีเกิด และที่อยู่ให้ชัดเจนกล่าวคำขอพร: (ควรขอเพียง 1 เรื่องที่สำคัญที่สุด จะเห็นผลไวกว่าขอหว่าน) เช่น "ขอให้ธุรกิจ... มียอดขาย..." หรือ "ขอให้ปลดหนี้จำนวน... ได้ภายใน..."ปักธูป: รอให้ธูปหมดดอก หรือสักพักใหญ่ลาของไหว้: นำส้มกลับไปรับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคลTip: วันที่คนนิยมไปไหว้มากที่สุดคือ วันอาทิตย์ และช่วงเทศกาลตรุษจีน หากใครต้องการความสงบ แนะนำให้ไปวันธรรมดา ช่วงเช้าค่ะบทสวด คาถาบูชาเซียนแปะโรงสี เพื่อการสื่อสารที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น ควรท่อง บทสวดเซียนแปะโรงสีก่อนขอพร โดยตั้งนะโม 3 จบ ก่อน แล้วตามด้วยคาถา ดังนี้:ตั้งนะโม 3 จบ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)คาถาขอพรเซียนแปะโรงสี (โง้วกิมโคย) "เทียน กัว สื่อ ฮก โหงว ลี่ ขอให้ฟ้าประทานพร โชคลาภ ความร่ำรวย รุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว"(สามารถสวดภาษาไทยง่ายๆ แบบนี้ได้เลย เพราะท่านเข้าใจเจตนาของผู้ขอหรือจะใช้บทสวดจีนตามป้ายที่วัดก็ได้เช่นกัน)พิกัดและการเดินทางไปวัดศาลเจ้า จ.ปทุมธานี วัดศาลเจ้า ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศร่มรื่นเดินทางโดยรถส่วนตัว: ปักหมุด Google Maps ว่า "วัดศาลเจ้า ปทุมธานี" ขับไปตามทางด่วนแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด ลงทางลงปทุมธานี ตรงไปเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกทางเข้าวัดชัดเจน มีลานจอดรถให้บริการเดินทางโดยรถสาธารณะ: นั่งรถเมล์สายที่ผ่านท่าน้ำปากเกร็ด แล้วนั่งเรือด่วนเจ้าพระยา หรือเรือข้ามฟากมายังท่าวัดศาลเจ้าได้ (แนะนำให้เช็คตารางเดินเรือล่วงหน้า)แวะเที่ยวตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้า หลังจากไหว้แปะโรงสีเสร็จ อย่าลืมเดินเที่ยว "ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้า" ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องของกินอร่อยมาก!เมนูห้ามพลาด: กุยช่ายเจ๊มล (คิวยาวมาก), ห่อหมกตาเรศ, ก๋วยเตี๋ยวเรือรสเด็ด และขนมไทยโบราณคำถามที่พบบ่อย (FAQ)Q: บนบานศาลกล่าวได้ไหม?A: ได้ค่ะ แต่แนะนำให้ "ขอพร" จะดีกว่า หากสำเร็จแล้ว ให้กลับมาไหว้ขอบคุณท่านด้วยของไหว้ชุดเดิม หรือตามที่ได้สัญญาไว้ เช่น นำส้มมาถวาย 100 ลูก เป็นต้นQ: บูชาวัตถุมงคลรุ่นไหนดี?A: รุ่นยอดนิยมคือ เหรียญรูปไข่ รุ่นแรก ปี 2519 แต่ราคาค่อนข้างสูง สำหรับผู้เริ่มต้น สามารถบูชา รูปถ่ายล็อกเก็ต หรือ ผ้ายันต์ฟ้าประทานพร ที่ทางวัดจัดสร้างในปัจจุบัน ก็มีความศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน เพราะสำคัญที่ศรัทธาและการปฏิบัติตัวของผู้บูชาQ: ห้อยยันต์แปะโรงสีแล้วทำผิดศีลได้ไหม?A: ไม่ควรอย่างยิ่งค่ะ ท่านเป็นผู้ถือศีลกินเจ หากผู้บูชาทำธุรกิจผิดกฎหมาย หรือคดโกงผู้อื่น บารมีท่านย่อมไม่คุ้มครองพลังศรัทธา + ความมานะ = ความสำเร็จ การบูชาเซียนแปะโรงสี ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นที่พึ่งทางใจที่ช่วยสร้างกำลังใจในการต่อสู้กับอุปสรรคทางเศรษฐกิจ ผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการขอพรท่าน ส่วนใหญ่คือผู้ที่ไม่ย่อท้อต่อการทำงาน เมื่อมีกำลังใจดี (จากศรัทธา) และลงมือทำอย่างเต็มที่ (ความเพียร) ความสำเร็จย่อมตามมาแน่นอน หากสุดสัปดาห์นี้คุณยังไม่มีแพลนไปไหน ลองหาเวลาไปกราบไหว้ เซียนแปะโรงสี ที่วัดศาลเจ้าดูสักครั้ง ไม่แน่ว่า... พรจากฟ้าอาจกำลังรอประทานให้คุณอยู่ก็ได้!

จัดฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน 2026 ดึงดูดความสำเร็จ งานรุ่ง เงินพุ่ง

14 มิ.ย. 2026

จัดฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน 2026 ดึงดูดความสำเร็จ งานรุ่ง เงินพุ่ง

จัดฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน 2026 ดึงดูดความสำเร็จ งานรุ่ง เงินพุ่ง คุณเคยรู้สึกไหมว่า ทำงานหนักแค่ไหนผลงานก็ไม่เข้าตาเจ้านาย? หรือบางครั้งรู้สึกหมดไฟ สมองตื้อ ไอเดียไม่แล่น เอาดื้อๆ? ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากความสามารถของคุณที่ลดลง แต่อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมรอบตัว โดยเฉพาะพื้นที่ที่คุณต้องใช้เวลาอยู่ด้วยวันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง นั่นก็คือ "โต๊ะทำงาน" ของคุณนั่นเอง ตามศาสตร์ของชาวจีนโบราณฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน ไม่ใช่แค่เรื่องของความเชื่อหรืองมงาย แต่คือศาสตร์แห่งการจัดการสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับพลังงานธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า "พลังชี่" (Qi) เพื่อสร้างความสมดุล ส่งเสริมสมาธิ และดึงดูดพลังงานบวกเข้ามาสู่ตัวผู้ปฏิบัติงานทำไมการ "จัดโต๊ะทํางาน" ตามหลักฮวงจุ้ยถึงมีความสำคัญ? ก่อนที่เราจะลงมือจัดโต๊ะ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ฮวงจุ้ย (แปลตรงตัวว่า ลมและน้ำ) คือการจัดการการไหลเวียนของพลังงาน การจัดโต๊ะทํางานออฟฟิศ ให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยนั้น ส่งผลดีใน 2 มิติหลักๆ ได้แก่มิติด้านพลังงานและโชคลาภ (ความเชื่อ): ช่วยเปิดทางให้พลังงานที่ดีไหลเวียนเข้ามาสู่ตัวคุณ ปัดเป่าอุปสรรค ลดความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน และดึงดูดโอกาสดีๆ ในหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนขั้น หรือโบนัสก้อนโตมิติด้านจิตวิทยาและประสิทธิภาพการทำงาน (เหตุผล): โต๊ะทำงานที่สะอาด เป็นระเบียบ และมีแสงสว่างเพียงพอ จะช่วยลดความเครียดทางสายตา (Visual Clutter) ทำให้สมองปลอดโปร่ง โฟกัสกับงานได้ดีขึ้น ลดความวิตกกังวล และช่วยป้องกันปัญหาออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อทราบถึงข้อดีที่ครอบคลุมทั้งเรื่องจิตใจและหลักการทำงานจริงแล้ว เรามาเริ่มต้นทำความเข้าใจกับคำถามแรกที่หลายคนมักจะค้นหากันมากที่สุดกันเลยฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน หันหน้าไปทางไหน ถึงจะรับทรัพย์และบารมี? คำถามยอดฮิตที่คนวัยทำงานมักสงสัยและกังวลใจเป็นอันดับต้นๆ คือ "ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน หันหน้าไปทางไหน" ถึงจะดีที่สุดและช่วยส่งเสริมดวงชะตา? คำตอบคือ ทิศทางแต่ละทิศจะส่งเสริมพลังงานที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสายอาชีพและเป้าหมายของคุณในขณะนั้น ลองมาดูความหมายของแต่ละทิศกันทิศมงคลทั้ง 4 และความหมายที่ซ่อนอยู่ทิศเหนือ (ทิศแห่งความก้าวหน้าในอาชีพ): เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง หรือผู้ที่ทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ ข้าราชการ ทิศนี้จะช่วยให้เส้นทางการงานมั่นคง ราบรื่น และได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ทิศใต้ (ทิศแห่งชื่อเสียงและเกียรติยศ): เหมาะสำหรับสายงานวงการบันเทิง ครีเอทีฟ นักการตลาด พีอาร์ อินฟลูเอนเซอร์ หรือผู้ที่ต้องใช้ชื่อเสียงในการทำธุรกิจ ทิศนี้จะช่วยให้ผลงานโดดเด่น เป็นที่ประจักษ์ และได้รับการยอมรับในวงกว้างทิศตะวันออก (ทิศแห่งครอบครัวและสุขภาพ): เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุลในชีวิตการทำงาน (Work-Life Balance) ลดความเครียด และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนร่วมงาน การเจรจาต่อรองจะราบรื่นขึ้นทิศตะวันตก (ทิศแห่งความคิดสร้างสรรค์): เหมาะสำหรับนักออกแบบ นักเขียน ศิลปิน โปรแกรมเมอร์ หรือผู้ที่ต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ทิศนี้จะช่วยกระตุ้นไอเดียให้บรรเจิด สมองแล่นอยู่เสมอข้อควรระวัง! ตำแหน่งโต๊ะทำงาน "ต้องห้าม" (ตำแหน่งอัปมงคล) แม้จะหันหน้าไปทิศที่ดีแล้ว แต่ถ้าตำแหน่งตั้งโต๊ะผิด ก็อาจทำให้พลังงานดีๆ หายไปได้ หรือก่อให้เกิดอุปสรรคในการทำงาน นี่คือตำแหน่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงนั่งหันหลังให้ประตู: ในทางฮวงจุ้ยถือเป็นตำแหน่ง "ขาดคนอุปถัมภ์" และในทางจิตวิทยาจะทำให้คุณระแวง ขาดสมาธิ เพราะจิตใต้สำนึกจะไม่รู้ว่าใครจะเดินเข้ามาด้านหลัง ทำให้สะดุ้งตกใจได้ง่ายนั่งตรงกับประตูพอดี (ตำแหน่งชง): พลังงานชี่จะพุ่งเข้าหาคุณแรงเกินไป ทำให้มีเรื่องวุ่นวายเข้ามาตลอดเวลา งานล้นมือจนจัดการไม่ทัน มีแต่คนโยนปัญหามาให้นั่งใต้คานรับน้ำหนัก: ทำให้รู้สึกกดดัน ถูกบีบคั้น เครียดง่าย และมักจะมีอาการปวดหัวหรือปวดหลังเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุนั่งหันหน้าเข้ากำแพงทึบ: เปรียบเสมือนการทำงานที่เจอทางตัน ขาดวิสัยทัศน์ และไม่มีความก้าวหน้า รู้สึกอึดอัดเวลาคิดงานเคล็ดลับตำแหน่งที่ดีที่สุด (Commanding Position): คือตำแหน่งที่นั่งแล้วสามารถมองเห็นประตูทางเข้าได้อย่างชัดเจน แต่ไม่ได้อยู่ตรงกับประตูเป๊ะๆ (มักจะเป็นมุมทแยงกับประตู) และด้านหลังของคุณควรเป็นกำแพงทึบเพื่อเสริมความมั่นคง เปรียบเสมือนมีภูเขาตระหง่านอยู่ด้านหลัง คอยหนุนหลังและให้การสนับสนุนอย่างแข็งแกร่ง8 สเต็ป "จัดโต๊ะทํางาน ออฟฟิศ" ตามแผนผังปากัว (Bagua Map) ให้งานปัง เจ้านายรัก แผนผังปากัว (Bagua Map) คือเครื่องมือระดับปรมาจารย์ในทางฮวงจุ้ยที่แบ่งพื้นที่ออกเป็น 9 ส่วน โดยแต่ละส่วนจะแทนความหมายของชีวิตในด้านต่างๆ การนำแผนผังนี้มาประยุกต์ใช้กับการจัดโต๊ะทํางาน จะช่วยให้คุณปรับสมดุลพลังงานบนโต๊ะได้อย่างสมบูรณ์แบบ ลองจินตนาการว่าโต๊ะทำงานของคุณถูกแบ่งเป็นตาราง 3x3 (ตาราง 9 ช่อง) โดยให้คุณนั่งอยู่ฝั่งตรงกลางด้านล่างของโต๊ะ มาดูกันว่าแต่ละโซนควรวางอะไรบ้างเพื่อกระตุ้นโชคลาภ1. มุมซ้ายบน: โซนความมั่งคั่งและโชคลาภ (Wealth Prosperity) มุมนี้คือจุดดึงดูดทรัพย์สินและเงินทองให้ไหลมาเทมาสิ่งที่ควรวาง: ต้นไม้เล็กๆ ที่มีใบกลมมน (เช่น ต้นศุภโชค ต้นพลูด่าง หรือต้นเงินไหลมา), กล่องเก็บเงิน, กระปุกออมสิน, หรือสิ่งของที่มีสีม่วง สีแดง หรือสีทองสิ่งที่ห้ามวางเด็ดขาด: บิลค่าใช้จ่าย, เอกสารทวงหนี้, หรือของที่แตกหัก เพราะจะทำให้เงินรั่วไหล2. มุมกลางบน: โซนชื่อเสียงและการยอมรับ (Fame Reputation)จุดนี้ส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของคุณในสายตาเจ้านาย ลูกค้า และเพื่อนร่วมงานสิ่งที่ควรวาง: ป้ายชื่อและตำแหน่ง, รางวัลที่เคยได้รับ, ถ้วยรางวัล, นามบัตร, หรือโคมไฟให้แสงสว่าง (ตัวแทนของธาตุไฟที่ช่วยส่องสว่างให้ชื่อเสียงโด่งดัง)3. มุมขวาบน: โซนความรักและความสัมพันธ์ (Love Relationships) ไม่ใช่แค่ความรักแบบคู่ครองเท่านั้น แต่รวมถึงคอนเนคชั่นทางธุรกิจที่ดีด้วยสิ่งที่ควรวาง: รูปถ่ายคู่กับคนรัก, รูปถ่ายครอบครัวที่อบอุ่น, หรือของประดับที่เป็นคู่ (เช่น นกคู่ ตุ๊กตาคู่) สีที่เหมาะสมคือสีชมพู หรือสีแดง4. มุมซ้ายกลาง: โซนครอบครัวและสุขภาพ (Family Health) สุขภาพที่แข็งแรงคือต้นทุนที่ดีที่สุดของการทำงานสิ่งที่ควรวาง: ของที่ทำจากไม้ธรรมชาติ, รูปภาพครอบครัวในกรอบไม้, หรือต้นไม้สีเขียว เพื่อเสริมสร้างความร่มเย็นและสุขภาพที่แข็งแรง ป้องกันอาการเจ็บป่วยบ่อย5. จุดกึ่งกลางโต๊ะ: โซนสุขภาพองค์รวมและสมดุล (Center / Health) จุดศูนย์กลางคือจุดรวมพลังงานทั้งหมดบนโต๊ะ เป็นจุดพักสายตาและจิตใจสิ่งที่ควรวาง: "ความว่างเปล่า" จุดนี้ควรปล่อยให้โล่งที่สุด สะอาดที่สุด เพื่อให้พลังงานชี่ไหลเวียนได้สะดวก และยังช่วยให้คุณมีพื้นที่ในการเขียนหรือพิมพ์งานได้อย่างไม่อึดอัด ไม่รู้สึกว่างานล้นมือ6. มุมขวากลาง: โซนความคิดสร้างสรรค์ (Creativity Children) สำหรับใครที่สมองตีบตัน คิดงานไม่ออก ต้องดูแลมุมนี้เป็นพิเศษสิ่งที่ควรวาง: สมุดโน้ตไอเดีย, ดินสอสี, ผลงานศิลปะเล็กๆ, ปฏิทินดีไซน์เก๋ๆ, หรือสิ่งของที่เป็นโลหะรูปทรงกลม สีที่ส่งเสริมคือ สีขาว สีเงิน สีทอง7. มุมซ้ายล่าง: โซนความรู้และสติปัญญา (Knowledge Wisdom) โซนแห่งการเรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และสมาธิสิ่งที่ควรวาง: หนังสืออ้างอิงสำหรับการทำงาน, สมุดแพลนเนอร์, หรือคริสตัลใส (Clear Quartz) ที่ช่วยเสริมสมาธิ ความจำ และความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน8. มุมกลางล่าง (ตำแหน่งที่คุณนั่ง): โซนหน้าที่การงาน (Career Life Path) นี่คือจุดที่คุณสัมผัสบ่อยที่สุด เป็นเส้นทางแห่งอาชีพของคุณสิ่งที่ควรวาง: คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ หรือพื้นที่โล่งสำหรับทำงาน สีที่เข้ากับโซนนี้คือสีดำ สีน้ำเงินเข้ม การมีแผ่นรองเมาส์หรือแผ่นรองโต๊ะ (Desk Mat) สีน้ำเงินจะช่วยเสริมความลื่นไหลในการทำงานได้ดีมาก (เปรียบเสมือนธาตุน้ำที่ไหลลื่น)9. มุมขวาล่าง: โซนผู้อุปถัมภ์และการเดินทาง (Helpful People Travel) หากคุณต้องการคนช่วยเหลือ ต้องการลูกค้ารายใหญ่ ต้องกระตุ้นมุมนี้สิ่งที่ควรวาง: โทรศัพท์ประจำโต๊ะ, สมุดใส่นามบัตรของลูกค้า, หรือรูปภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณอยากไป (เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานเก็บเงิน) โซนนี้จะช่วยดึงดูดลูกค้าและคนที่จะเข้ามาช่วยเหลือซัพพอร์ตงานคุณในยามคับขันเคล็ดลับการแก้ฮวงจุ้ยสำหรับคนที่ "ย้ายโต๊ะไม่ได้" หลายคนอาจเจอปัญหาว่า ออฟฟิศฟิกซ์ที่นั่งมาให้แล้ว ไม่สามารถขยับขยายหรือหันโต๊ะไปทิศอื่นได้เลย จะทำอย่างไรดี? ไม่ต้องกังวล ฮวงจุ้ยมีทางแก้เสมอถ้านั่งหันหลังให้ประตู: ให้หา "กระจกเงาบานเล็กๆ" มาตั้งไว้บนโต๊ะ หรือติดไว้ที่ขอบหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คุณสามารถมองเห็นภาพสะท้อนของผู้ที่เดินเข้ามาด้านหลังได้ เป็นการแก้เคล็ดและลดความหวาดระแวงถ้านั่งตรงกับประตูพอดี: ให้หาต้นไม้กระถางเล็กๆ (เช่น ลิ้นมังกร) หรือคริสตัล มาวางไว้หน้าโต๊ะ เพื่อทำหน้าที่เป็น "ตัวกรอง" ลดความแรงของพลังงานชี่ที่พุ่งเข้ามาปะทะโดยตรงถ้านั่งหันหน้าเข้ากำแพง: ให้หารูปภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม กว้างไกล เช่น ภาพภูเขา ทุ่งหญ้า หรือทะเล มาติดไว้ที่กำแพงตรงหน้า เพื่อเปิดวิสัยทัศน์ทางความคิดให้กว้างไกล ไม่รู้สึกอุดอู้ถ้านั่งใกล้ถังขยะหรือห้องน้ำ: ให้วางกระถางต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศไว้บนโต๊ะ และพยายามปิดประตูห้องน้ำเสมอเพื่อไม่ให้พลังงานลบ (กลิ่นและเชื้อโรค) ลอยมากระทบตัวคุณเปรียบเทียบชัดๆ: สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำบนโต๊ะทำงาน เพื่อให้คุณสามารถนำไปเช็กโต๊ะทำงานของตัวเองได้ทันที เราได้สรุปกฎเหล็กในการจัดระเบียบโต๊ะมาให้แล้ว5 สิ่งที่ควรทำเพื่อเสริมฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานจัดเก็บสายไฟให้เป็นระเบียบ: ควรซ่อนสายไฟคอมพิวเตอร์ สายชาร์จต่างๆ ไม่ให้รุงรัง เพื่อให้การงานราบรื่น ไม่ติดขัด ไม่เกิดความสับสนวุ่นวายตั้งหน้าจอคอมฯ ในระดับสายตา (Ergonomics): นอกจากจะดีต่อสรีระแล้ว การตั้งภาพพื้นหลัง (Wallpaper) ที่เป็นธรรมชาติ เช่น ภูเขา น้ำตก หรือท้องฟ้าที่สดใส ยังช่วยเสริมพลังบวกทุกครั้งที่มองหน้าจอปลูกต้นไม้ใบมนหรือต้นไม้มงคล: เช่น พลูด่าง ลิ้นมังกร ต้นกวนอิม หรือศุภโชค ต้นไม้เหล่านี้ช่วยกรองอากาศ ดูดซับพลังงานจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และดึงดูดความเจริญงอกงามเคลียร์ของไม่จำเป็นทุกเย็น: หมั่นทิ้งขยะ เก็บเอกสารให้เข้าที่ ทุกๆ เย็นก่อนเลิกงาน เพื่อต้อนรับโชคใหม่และพลังงานที่สดใสในวันรุ่งขึ้นเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอ: หากแสงไฟในออฟฟิศบริเวณที่คุณนั่งสลัวเกินไป ให้หาโคมไฟตั้งโต๊ะเล็กๆ (Task Lighting) มาตั้งทางซ้ายมือ แสงสว่างคือตัวแทนของความรุ่งโรจน์ สติปัญญา และช่วยถนอมสายตา5 สิ่งที่ไม่ควรทำเพราะจะทำลายฮวงจุ้ยปล่อยให้โต๊ะรกและสกปรก: เอกสารเก่าที่ไม่ได้ใช้ กองพะเนิน จะเป็นการสะสมพลังงานที่ตายแล้ว (Stagnant Energy) ทำให้ความคิดตื้อตัน และมีอุปสรรคในการทำงานวางต้นกระบองเพชรไว้บนโต๊ะ: ในทางฮวงจุ้ย หนามแหลมคมของกระบองเพชรเปรียบเสมือนการถูกทิ่มแทง จะทำให้คุณมีศัตรู ถูกนินทาว่าร้าย หรือเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนร่วมงานสะสมแก้วกาแฟ กล่องข้าว หรือของกินข้ามวัน: นอกจากจะสร้างกลิ่นเหม็นและเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคแล้ว ของบูดเน่ายังสร้างพลังงานลบอย่างรุนแรง ส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยตรงใช้อุปกรณ์ที่พังหรือชำรุด: ปากกาที่เขียนไม่ออก นาฬิกาที่ถ่านหมด หรือกรรไกรที่หัก เป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลว ความสะดุด และเวลาที่หยุดนิ่ง ควรทิ้งหรือซ่อมทันทีวางของมีคมหันเข้าหาตัว: เช่น กรรไกร คัตเตอร์ หรือที่เปิดจดหมาย ไม่ควรวางเปิดเผยและหันปลายแหลมเข้าหาตัวเอง ควรเก็บมิดชิดในลิ้นชักเมื่อไม่ใช้งานเสริมพลังด้วย จิตวิทยาของสีและธาตุทั้ง 5 นอกจากการวางตำแหน่งสิ่งของแล้ว การเลือกใช้สีของโต๊ะทำงานหรืออุปกรณ์สำนักงานให้สอดคล้องกับ "ธาตุทั้ง 5" ยังเป็นอีกหนึ่งเทคนิคขั้นสูงในการจัดโต๊ะทํางาน ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างแนบเนียนธาตุไม้ (สีเขียว, สีน้ำตาล): เสริมความเจริญเติบโต ความคิดสร้างสรรค์ และไอเดียใหม่ๆ (เหมาะกับการเลือกใช้โต๊ะลายไม้ธรรมชาติ หรือการใช้แผ่นรองตัดสีเขียว)ธาตุไฟ (สีแดง, สีส้ม, สีชมพู): กระตุ้นพลังงาน ความกระตือรือร้น และความโดดเด่น (ควรใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ควรใช้เยอะเกินไป เช่น อาจใช้แค่ปากกาสีแดง โคมไฟสีอุ่น หรือกรอบรูปสีส้ม)ธาตุดิน (สีเหลือง, สีน้ำตาลอ่อน, สีเอิร์ธโทน): เสริมความมั่นคง หนักแน่น น่าเชื่อถือ (เหมาะกับแฟ้มใส่เอกสารสีน้ำตาล แฟ้มสีเหลือง หรือสมุดโน้ตปกหนัง)ธาตุทอง/โลหะ (สีขาว, สีเทา, สีเงิน, สีทอง): เสริมเรื่องความเด็ดขาด การตัดสินใจที่แม่นยำ และความยุติธรรม (เหมาะกับอุปกรณ์ไอที ขาตั้งแล็ปท็อปอะลูมิเนียม หรือชั้นวางเอกสารเหล็ก)ธาตุน้ำ (สีดำ, สีน้ำเงิน, สีฟ้า): เสริมความลื่นไหล การสื่อสารที่ราบรื่น ความยืดหยุ่น และสติปัญญา (เหมาะกับแผ่นรองเมาส์ แก้วน้ำสีน้ำเงิน หรืออุปกรณ์โทนสีเข้ม) การผสมผสานสีสันเหล่านี้ลงบนโต๊ะทำงานอย่างพอดี จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมทั้งอารมณ์และสมาธิได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้คุณทำงานได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้าChecklist สำรวจตัวเอง ก่อนเริ่มลุยงานโปรเจกต์ใหม่ เพื่อไม่ให้คุณพลาดจุดสำคัญ ลองนำ Checklist นี้ไปใช้สำรวจโต๊ะทำงานของคุณดูว่าพร้อมรับโชคแล้วหรือยังโต๊ะทำงานของฉันอยู่ในมุมที่สามารถมองเห็นประตูทางเข้าได้อย่างชัดเจนหรือไม่?ด้านหลังเก้าอี้ที่ฉันนั่ง เป็นกำแพงทึบ หรือมีตู้เอกสารที่มั่นคงช่วยหนุนหลังหรือไม่?บนโต๊ะไม่มีสิ่งของที่แตกหัก ชำรุด หรือนาฬิกาตาย วางทิ้งไว้ใช่ไหม?ปากกาที่ไม่ติด กระดาษโน้ตที่ใช้แล้ว ถูกเคลียร์ทิ้งลงถังขยะหมดแล้วหรือยัง?บริเวณตรงกลางโต๊ะมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 30-40% เพื่อให้ทำงานและเขียนหนังสือได้สะดวกหรือไม่?สายไฟคอมพิวเตอร์และที่ชาร์จโทรศัพท์ ถูกม้วนเก็บและมัดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วหรือยัง?มีต้นไม้เล็กๆ สีเขียว หรือของตกแต่งที่ทำให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย วางอยู่บ้างไหม? หากคุณสำรวจแล้วสามารถติ๊กถูกได้ครบทุกข้อ ขอแสดงความยินดีด้วย! พื้นที่การทำงานของคุณพร้อมเปิดรับทรัพย์ โอกาสใหม่ๆ และความสำเร็จในหน้าที่การงานแล้วสรุปส่งท้าย การให้ความสำคัญกับฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน ไม่ใช่เพียงแค่เคล็ดลับทางสายมูเตลูเพื่อหวังพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือโชคลาภเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญของการจัดโต๊ะทํางาน คือการจัดระเบียบสภาพแวดล้อมรอบตัว (Environment Organization) เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้สมองได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ ลดสิ่งรบกวนสายตา และสร้างความรู้สึกปลอดภัย มั่นคงในการทำงาน ไม่ว่าคุณจะกังวลว่าฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน หันหน้าไปทางไหน ดีที่สุด ท้ายที่สุดแล้ว "ความสะอาด" "ความสว่าง" และ "ความเป็นระเบียบเรียบร้อย" คือรากฐานที่สำคัญที่สุดของฮวงจุ้ยทุกตำรา เมื่อโต๊ะทำงานของคุณน่าปรารถนาที่จะนั่งทำงาน พลังงานบวกและความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน เริ่มต้นเคลียร์โต๊ะทำงานของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อเปิดรับสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเข้ามากันดีกว่า!

Recap

กลับมาเจอตัวเองอีกครั้ง… เพราะรักครั้งนี้ l CLUB PRIDE DAY inside EP.17 เขื่อน ภัทรดนัย

18 พ.ค. 2026

กลับมาเจอตัวเองอีกครั้ง… เพราะรักครั้งนี้ l CLUB PRIDE DAY inside EP.17 เขื่อน ภัทรดนัย

“วันที่ไม่ดี ไม่ใช่ชีวิตที่ไม่ดี” หนึ่งในประโยคที่สะท้อนตัวตนและการเติบโตของ “เขื่อน ภัทรดนัย” ได้ชัดที่สุด จากบทสนทนาในรายการ CLUB PRIDE DAY inside EP.17 ที่ไม่ได้พูดถึงแค่ความรัก แต่ยังพูดถึงการกลับมาเข้าใจตัวเอง การยอมรับความเปราะบาง และการเรียนรู้ที่จะรักตัวเองอย่างแท้จริง เรื่องราวของเขื่อนในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของศิลปิน แต่คือเรื่องของมนุษย์คนหนึ่งที่เคยผิดหวัง เคยพัง เคยพยายามเป็นคนที่ทุกคนชอบ จนลืมไปว่าตัวเองต้องการอะไรการตกผลึกในวัย 30 เมื่อชีวิตมี “อุปกรณ์ครบพร้อม”เขื่อนเปรียบชีวิตในวัย 30 เหมือนเกม RPG ที่ผ่านการสะสมค่าประสบการณ์มาตลอดชีวิต ทั้งจากความสำเร็จ ความผิดหวัง ความเสียใจ และบทเรียนต่างๆ จนถึงวันที่รู้สึกว่า ตัวเองมี “อุปกรณ์ชีวิต” พร้อมมากพอที่จะเลือกเส้นทางที่ต้องการจริงๆแทนที่จะวิ่งตามมาตรฐานสังคมว่าอายุเท่านี้ต้องมีอะไร ต้องสำเร็จแบบไหน เขื่อนเลือกกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ความสำเร็จสำหรับเราคืออะไร”เพราะเมื่อเราใช้ชีวิตด้วยการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นมากเกินไป สุดท้ายอาจหลงลืมความสุขที่แท้จริงของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัวการสื่อสารความเปราะบาง ไม่ต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เขื่อนพูดถึง คือ “Vulnerability” หรือการกล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเองเขื่อนแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับอาการ Panic Attack บนเวที รวมถึงรูปแบบความสัมพันธ์แบบ Avoidant ที่เคยเลือกวิ่งหนีปัญหาแทนการสื่อสาร แต่เมื่อเริ่มกล้าพูดความรู้สึกตรงๆ ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความกังวล หรือความไม่โอเค สิ่งเหล่านั้นกลับช่วยลดแรงกดดันในใจได้มากเขื่อนมองว่า มนุษย์ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งหรือสมบูรณ์แบบตลอดเวลา แค่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองก็เพียงพอแล้วการเลิกเป็น People Pleaser และกลับมาเลือกตัวเองเขื่อนยอมรับว่า ครั้งหนึ่งเคยใช้ชีวิตเพื่อทำให้คนอื่นมีความสุขมากกว่าตัวเอง ถึงขั้นเปรียบว่า 70% ของชีวิตคือการตอบสนองคนอื่น และเหลือพื้นที่ให้ตัวเองเพียง 30%จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาลองลิสต์สิ่งที่ตัวเองทำเพื่อตัวเองจริงๆ แล้วพบว่า หลายอย่างล้วนทำเพื่อให้คนอื่นพอใจPeople Pleaser คือกลไกทางจิตวิทยาที่ผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับการยอมรับจากคนรอบข้าง และหลายครั้งทำให้เราฝืนตัวเองโดยไม่รู้ตัวเขื่อนจึงเรียนรู้ว่า “การรักตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว” การปฏิเสธบางอย่างเพื่อรักษาพลังงานชีวิตของตัวเอง เป็นสิ่งที่จำเป็น และเราไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนชอบเราเสมอไปความรักที่ปลอดภัย คือพื้นที่ที่เราเป็นตัวเองได้ความรักครั้งล่าสุดทำให้เขื่อนเข้าใจคำว่า Secure Attachment หรือความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับเขื่อน ความรักที่ดีไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบ แต่คือความสัมพันธ์ที่เรากล้าพูดถึงความไม่มั่นใจ ความหึงหวง หรือมุมที่ไม่น่ารักของตัวเองได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสินคนที่รักเราในวันที่เราเองยังไม่รักตัวเองมากพอ อาจกลายเป็นกระจกสำคัญที่ช่วยให้เราอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น“กลับบ้านลูก” ประโยคสั้นๆ ที่เปลี่ยนชีวิตหนึ่งในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของชีวิตเขื่อน คือช่วงที่ชีวิตสมรสสิ้นสุดลง และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวังในตัวเองแต่คำพูดสั้นๆ จากคุณแม่ว่า “กลับบ้านลูก” กลับกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้เขื่อนรู้ว่า ต่อให้ล้มเหลวแค่ไหน ก็ยังมีคนรักและพร้อมโอบรับเขาเสมอความรักแบบไม่มีเงื่อนไข หรือ Unconditional Love ทำให้เขื่อนกล้ากลับมาเผชิญหน้ากับความจริง และเติบโตจากความผิดพลาดได้อย่างแท้จริงการอยู่กับความรู้สึกผิด โดยไม่ต้องรีบขอโทษตัวเองอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือการจัดการกับ “ความรู้สึกผิด” หรือ Guiltเขื่อนอธิบายว่า หลายคนไม่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี จนสุดท้ายเลือกฝืนใจตัวเองอยู่ตลอดเวลาเขื่อนเปรียบการฝึกอยู่กับความรู้สึกผิดเหมือนการลงออนเซ็น ช่วงแรกอาจร้อนและอึดอัด แต่เมื่อค่อยๆ ฝึก เราจะเรียนรู้ว่า ความรู้สึกผิดบางอย่างไม่จำเป็นต้องรีบแก้ไข หรือรีบขอโทษ ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรผิดMove on ไม่จำเป็นต้องรีบ และมนุษย์ควรมีความหวังในมุมของการ Move on เขื่อนเชื่อว่า การสูญเสียไม่ว่าจะเกิดจากความรักหรือการจากลา ล้วนต้องใช้เวลาในการเยียวยา ความเศร้าไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมันคือร่องรอยของความทรงจำที่เคยมีความหมายขณะเดียวกัน เขื่อนยังเชื่อว่า มนุษย์ควร “กล้าที่จะหวัง” แม้จะมีโอกาสผิดหวังก็ตาม เพราะชีวิตที่ไม่มีความหวัง อาจเป็นชีวิตที่เศร้ายิ่งกว่าเลือกความสุข มากกว่าการเอาชนะเขื่อนพูดถึงอีกมุมสำคัญของชีวิตว่า มนุษย์มีเวลาเฉลี่ยเพียงประมาณ 4,000 กว่าสัปดาห์เท่านั้นการเสียเวลาไปกับการตอบโต้คำวิจารณ์หรือพยายามเอาชนะคนอื่น จึงไม่คุ้มค่ากับความสุขที่เสียไปแม้เขาจะเลือกโกรธหรือเกลียดคนที่เข้ามาวิจารณ์ได้ แต่สุดท้ายเขาเลือกที่จะ “ไม่เอาความสุขไปแลก”และย้ำอีกครั้งว่า“วันที่ไม่ดี ไม่ใช่ชีวิตที่ไม่ดี”สุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกหนึ่งสิ่งที่เขื่อนพยายามสื่อสารมาตลอด คือเรื่องสุขภาพจิตเขื่อนมองว่า การพบจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัด ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอหรือเป็นบ้า แต่คือรูปแบบหนึ่งของการรักตัวเองหากวันหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าความสุขลดลง ใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิม หรือเหนื่อยล้าทางใจ การขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ คือการดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ก่อนที่ปัญหาจะกลายเป็นบาดแผลเรื้อรังในระยะยาว บทสนทนาใน CLUB PRIDE DAY inside EP.17 ของ “เขื่อน ภัทรดนัย” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความรัก แต่คือการเรียนรู้ที่จะกลับมา “เจอตัวเองอีกครั้ง” ผ่านความผิดหวัง ความเปราะบาง และการยอมรับว่า มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรักตัวเองได้ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

เพราะสายรุ้ง... ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งหลังฝนตก l CLUB PRIDE DAY inside EP.16 เป็นต่อ POLARIX

28 เม.ย. 2026

เพราะสายรุ้ง... ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งหลังฝนตก l CLUB PRIDE DAY inside EP.16 เป็นต่อ POLARIX

“เป็นต่อ” หนึ่งในศิลปินรุ่นใหม่ที่เติบโตจากเวทีเซอร์ไววัล ก้าวสู่การเป็นสมาชิกวง Laz1 ก่อนต่อยอดสู่เส้นทางการเป็นศิลปินโกอินเตอร์ในฐานะสมาชิกวง POLARIX เรื่องราวของเป็นต่อไม่ใช่เพียงเส้นทางในวงการบันเทิง แต่คือการเดินทางของคนคนหนึ่งที่ค่อย ๆ เรียนรู้ เติบโต และค้นหาตัวตน ผ่านทั้งความสำเร็จ ความกดดัน และการเปลี่ยนแปลงของชีวิตจุดเริ่มต้นของ “เป็นต่อ”: ครอบครัวที่สนับสนุน และการเติบโตแบบไม่ถูกกดดัน "เป็นต่อ" ชื่อนี้มาจากกระแสความฮิตชื่อสองพยางค์ต่อสมัยมัธยม เดิมทีชื่อว่า "ต่อ" และสุดท้ายก็มาจบที่ชื่อ "เป็นต่อ" ที่ให้ความหมายในเชิงบวก เป็นต่อเติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น และเปิดโอกาสให้ลูกได้เลือกเส้นทางของตัวเองอย่างอิสระ โดยไม่มีการกดดันเรื่องอนาคตความฝันในวัยเด็ก: จาก “อยากเป็นครู” สู่ “ความฝันศิลปินที่เก็บไว้เงียบ ๆ” ในช่วงวัยเด็ก เป็นต่อมีความฝันอยากเป็น “ครู” เพราะใกล้ชิดกับอาชีพนี้ด้วยการที่มีคนในครอบครัวเป็นครู เลยทำให้เป็นต่อกลายเป็นคนที่ “กดดันตัวเอง” โดยไม่รู้ตัว พยายามทำทุกอย่างให้ดี ทั้งการเรียนและกิจกรรม เพื่อเป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ในขณะเดียวกัน เป็นต่อก็มีความฝันอยากเป็น "นักร้อง" จากการดูรายการประกวดร้องเพลง แต่ด้วยความเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่มีโอกาสหรือคอนเนกชันในวงการ รวมถึงความขี้อาย ทำให้ความฝันนี้ถูกเก็บไว้จุดเปลี่ยนสำคัญ: จากความเสียดายในอดีต สู่การกล้าก้าวออกจากกรอบ ช่วงหนึ่งของชีวิต เป็นต่อมีโอกาสไปเรียนที่แลกเปลี่ยนช่วงสั้นๆที่ประเทศจีน แต่ด้วยความไม่มั่นใจ ทำให้เป็นต่อไม่กล้าพูดหรือแสดงออก และพอกลับมาไทยแล้วมองย้อนกลับไป ณ ตอนนั้น มันเกิดเป็นความรู้สึกเสียดายที่ตอนนั้นเรามีโอกาส แต่ทำไมเราไม่กล้าที่จะทำมัน จุดนั้นมันกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ ที่ทำให้เป็นต่อเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง และตัดสินใจเปลี่ยนแปลง จากคนที่ไม่กล้าลอง กลายเป็นคนที่เริ่ม “เปิดโอกาสให้ตัวเอง” มากขึ้นจุดเริ่มต้นในวงการ: จาก LAZ iCON สู่การเป็นสมาชิกวง LAZ1 ในช่วงโควิด เป็นต่อได้เห็นการเปิดออดิชันของ Insight Entertainment สำหรับรายการเซอร์ไววัล LAZ iCON แม้ในตอนแรกจะมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมหนึ่ง แต่การตัดสินใจเข้าร่วม กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางในวงการบันเทิง จากเวที LAZ iCON เป็นต่อได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง และก้าวสู่การเป็นสมาชิกวง LAZ1 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตการเป็นสมาชิก LAZ1: ความสำเร็จที่มาเร็ว และการเติบโตแบบไม่ทันตั้งตัว การได้เป็นส่วนหนึ่งของ LAZ1 ทำให้ชีวิตของ “เป็นต่อ” เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ก้าวสู่การเป็นศิลปินที่มีแฟนคลับ และได้รับโอกาสมากมายในวงการบันเทิง แต่ในช่วงเวลานั้น เป็นต่อยังไม่ทันได้ตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ “ความสำเร็จ” อย่างแท้จริง จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไป หลังจากหมดสัญญากับ LAZ1 เป็นต่อได้เริ่มต้นเส้นทางใหม่ในฐานะศิลปินเดี่ยว พร้อมโอกาสในงานแสดงและงานบันเทิงที่ยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน เป็นต่อก็เริ่มหันกลับมาทบทวนตัวเองมากขึ้น ช่วงเวลานี้จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญ ที่ทำให้เป็นต่อเข้าใจคุณค่าของโอกาส และตระหนักว่าชื่อเสียงไม่ใช่สิ่งถาวร เป็นต่อเรียนรู้ว่า การทำงานไม่จำเป็นต้องทำเพื่อให้ทุกคนชื่นชอบเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุข และเข้าใจตัวตนของตัวเองอย่างแท้จริงการรับมือกับคอมเมนต์: บทเรียนสำคัญของศิลปินยุคใหม่ ในเส้นทางของศิลปิน เป็นต่อต้องเผชิญกับความคิดเห็นที่หลากหลาย แทนที่จะพยายามทำให้ทุกคนพอใจ เป็นต่อเลือกที่จะกลับมาถามตัวเองว่าสิ่งที่ทำถูกต้องหรือไม่ และไม่สร้างผลกระทบต่อใคร ซึ่งแนวคิดนี้ช่วยให้เป็นต่อสามารถรับมือกับแรงกดดัน และเติบโตทางความคิดได้อย่างมั่นคงเวที Star Light Boy ที่เกาหลี: การท้าทายครั้งใหม่ของเป็นต่อ อีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญคือการเข้าร่วมแข่งขันในรายการ Star Light Boy ที่ประเทศเกาหลี ครั้งนี้แตกต่างจากเวที LAZ iCON เพราะเป็นต่อมีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น และมีความทะเยอทะยานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังที่สูงขึ้นก็ทำให้เกิดแรงกดดัน จนบางช่วงเป็นต่อรู้สึกสูญเสียความเป็นตัวเอ แต่สุดท้าย ประสบการณ์ครั้งนี้กลับทำให้เป็นต่อได้เรียนรู้ ปรับตัว และเข้าใจตัวเองมากขึ้นความฝันในวันนี้: เส้นทางที่ยังเดินต่อ แม้จะมีประสบการณ์ในวงการแล้ว แต่เป็นต่อยังมีเป้าหมายอีกมาก ทั้งการทำเพลง การแสดงภาพยนตร์ และการเรียนต่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่เกาหลี การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง คือสิ่งที่ทำให้เป็นต่อยังคงก้าวไปข้างหน้าประสบการณ์อกหัก และมุมมองความรักที่เปลี่ยนไป เป็นต่อเคยเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรักเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อความสัมพันธ์จบลงอย่างกะทันหัน ทำให้เกิดความรู้สึกเสียหลักและสับสนอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป เป็นต่อได้เรียนรู้ว่า ทุกความสัมพันธ์ล้วนมีคุณค่า ไม่ว่าจะจบลงอย่างไร ปัจจุบันเป็นต่อมองว่าความรักไม่ใช่ศูนย์กลางของชีวิตอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ต้องสมดุลกับหน้าที่และความรับผิดชอบความรักของเป็นต่อ: “สายรุ้ง” ที่ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา ในมุมมองของเป็นต่อ ความรักเปรียบเหมือน “สายรุ้ง” มันสวยงาม แต่ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอ และไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะได้พบ แม้บางครั้งจะต้องเผชิญกับความผิดหวัง แต่เมื่อได้สัมผัส ความรักก็ยังคงเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าข้อคิดจากเป็นต่อ: สำหรับคนที่ยังค้นหาตัวเอง สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร เป็นต่อมองว่าไม่ใช่เรื่องผิด เพราะความฝันสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ สิ่งสำคัญคือการลงมือทำ และเรียนรู้ตัวเองไปเรื่อย ๆ“ถ้าเราไม่กล้าลองทำอะไรเลยเพราะกลัวผิดหวัง วันหนึ่งเราจะเสียดายมัน” จากเด็กขี้อาย สู่ศิลปินจากเวที LAZ iCON สมาชิกวง LAZ1 และการเติบโตสู่ POLARIX เส้นทางของเป็นต่อเต็มไปด้วยบทเรียน ทั้งความสำเร็จ ความกดดัน และการค้นหาตัวเองและไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรเป็นต่อยังคงเดินหน้าต่อไป ในแบบของ “เป็นต่อ”ดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

เพิ่งค้นพบตัวเองในวัย 33 ปี l CLUB PRIDE DAY inside EP.15 ไบรโอนี่ ไบรอัน ตัน

11 มี.ค. 2026

เพิ่งค้นพบตัวเองในวัย 33 ปี l CLUB PRIDE DAY inside EP.15 ไบรโอนี่ ไบรอัน ตัน

จาก “ไบรอัน ตัน” สู่ “ไบรโอนี่ ตัน” ชีวิตที่กล้าเปลี่ยนเพื่อเป็นตัวเองความรักที่เหมือน “น้ำ” ที่ไหลไปตามความรู้สึก ไบรโอนี่เปรียบความรักของตัวเองว่า “เหมือนน้ำ” และจริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้นที่เป็นเหมือนน้ำ แต่ตัวไบรโอนี่เองก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน ไบรโอนี่เป็นคนอินกับความรักมาก เวลาอยู่ในความสัมพันธ์ ไบรโอนี่สามารถไหลไปตามอีกฝ่ายได้เสมอ น้ำมีหลายอุณหภูมิ บางครั้งก็เย็น สงบ อ่อนโยน แต่บางครั้งก็ร้อนจนถึงจุดเดือด ความรักของไบรโอนี่จึงเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์และความรู้สึกในแต่ละช่วงเวลาปมในใจที่ทำให้ไบรโอนี่หลงลืมความฝัน ความฝันในวัยเด็กของไบรโอนี่คือการเป็นนักร้อง และมี “ทาทา ยัง” เป็นไอดอลที่อยากเติบโตขึ้นไปเป็นแบบนั้น แต่ไบรโอนี่ยอมรับว่าตัวเองมีปมเรื่องการร้องเพลง เพราะทุกครั้งที่ไปออดิชั่นมักไม่เคยผ่านรอบแรก ทั้งที่ไบรโอนี่มั่นใจในศักยภาพของตัวเอง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ไบรโอนี่ตกรอบจากเวทีประกวดรายการหนึ่งในวันเดียวกับที่ไปประกวดร้องเพลงในมหาวิทยาลัย แต่กลับคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มาได้ เหตุการณ์นั้นจึงกลายเป็นคำถามในใจว่า “ตกลงไบรโอนี่ดีพอไหม” เมื่อเวลาผ่านไป ไบรโอนี่หันไปโฟกัสงานอื่น กลายเป็นคนทำงานหนัก รับหลายโปรเจกต์จนเริ่มนอนไม่หลับ ก่อนจะตัดสินใจปรึกษาจิตแพทย์ และค้นพบว่าความอึดอัดทั้งหมดเกิดจากความฝันที่ยังไม่ได้ทำ ไบรโอนี่จึงตัดสินใจว่า “ถ้าอยากเป็นอะไร ต้องลงมือทำเอง” และเริ่มทำเพลงจากมือถือเพียงเครื่องเดียว ศึกษาทุกอย่างด้วยตัวเอง จนผลงานได้รับการตอบรับอย่างดีแรงกดดันของการเป็นลูกชาย ไบรโอนี่เติบโตมาในครอบครัวเชื้อสายจีน คุณพ่อเป็นชาวสิงคโปร์ และมีความคาดหวังสูงกับการมี “ลูกชาย” หลังจากสูญเสียลูกชายคนแรกไป ความคาดหวังทั้งหมดจึงมาทับถมอยู่ที่ไบรโอนี่ ความกดดันนั้นเหมือนการถูกวางกรอบให้ต้องเป็น “ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน” แม้ครอบครัวของไบรโอนี่ค่อนข้างเคร่งครัด แต่คุณแม่จะเป็นคนที่คอยซัพพอร์ตและให้อิสระในการเลือกเส้นทางชีวิต แม้ฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยมาก แต่คุณแม่ก็เลี้ยงลูกด้วยหัวใจนักสู้ ไบรโอนี่สนิทกับคุณแม่มาก คุยกันแทบทุกเรื่อง วันที่ไบรโอนี่ตัดสินใจคัมเอาต์ บอกแม่ว่าไบรโอนี่มีแฟนและแฟนเป็นผู้ชาย คุณแม่ก็ช็อกในตอนแรก แต่สุดท้ายก็พูดประโยคที่ไบรโอนี่ไม่มีวันลืม “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นลูกชายก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ ขอแค่เป็นคนดีของสังคม” แม้คุณแม่จะต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่บ้าง แต่ความรักของคุณแม่ที่มีต่อไบรโอนี่ไม่เคยลดลงเลยMiss Fabulous เวทีที่ไบรโอนี่ต้องสู้จนสุดแรง ชีวิตของไบรโอนี่ไม่เคยง่าย โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นโปรเจกต์ “Miss Fabulous” ที่เกิดจากความชอบดูการประกวดนางงาม จนไบรโอนี่ตั้งคำถามว่า ทำไมเวทีของผู้หญิงกับทรานส์เจนเดอร์ต้องแยกจากกัน ทั้งสองกลุ่มก็น่าจะสามารถแข่งขันร่วมกันในฐานะ Beauty Queen ได้ แม้จะเริ่มต้นโดยแทบไม่มีต้นทุน มีเพียงช่องยูทูบและความตั้งใจ ไบรโอนี่ก็สร้างรายการเรียลลิตี้ขึ้นมาเอง ความท้าทายสำคัญคือการแย่งพื้นที่สื่อจากเวทีใหญ่ ๆ จึงต้องสร้างจุดยืนของเวทีให้ชัดเจน ภายใต้แนวคิดคำว่า “Fabulous” ที่ไม่ได้ตัดสินกันแค่ความสวย แต่รวมถึงความฉลาด มารยาท บุคลิก เทสต์แฟชั่น และตัวตนของผู้เข้าประกวด แม้จะมีดราม่าเกิดขึ้นระหว่างทาง ไบรโอนี่ก็เลือกนิ่งและเดินหน้าพัฒนาเวทีต่อไปจากรัก 15 ปี สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิต สเปกในใจของไบรโอนี่คือผู้ชายสไตล์ Sugar Daddy ที่มีความเป็นผู้ใหญ่และสามารถดูแลกันได้ ความรักครั้งล่าสุดของไบรโอนี่กินเวลานานถึง 15 ปี ตั้งแต่อายุ 19 ถึง 33 ปี จนเรียกได้ว่าเป็นความรักครึ่งชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองคนเติบโตและเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย ทำให้ความสัมพันธ์ต้องจบลง แม้ไบรโอนี่จะเป็นฝ่ายตัดสินใจบอกเลิกเพราะไม่อยากอยู่ในความสัมพันธ์ที่อึดอัด แต่ก็ยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดมาก อย่างไรก็ตาม ความรักครั้งนี้ได้สอนบทเรียนสำคัญให้ไบรโอนี่รู้จักตัวเองมากขึ้น และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต จนค้นพบตัวตนที่แท้จริงและก้าวมาเป็น “ไบรโอนี่” ในวันนี้อย่างมั่นใจอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ หลายคนมองว่าไบรโอนี่เป็นคนอ่อนโยน ซึ่งไบรโอนี่ก็ยอมรับและชอบในบุคลิกนี้ เพราะทำให้คนรู้สึกเข้าถึงง่ายและเป็นมิตร แม้บางครั้งความอ่อนโยนอาจทำให้ถูกเอาเปรียบ แต่ไบรโอนี่เลือกจัดการด้วยการตัดคนที่ไม่ดีออกจากชีวิต และเตือนตัวเองเสมอว่า “เสียใจได้ แต่ต้องไม่จมอยู่นาน” กว่าจะมาถึงวันที่หลายคนเห็นว่าไบรโอนี่ประสบความสำเร็จ เส้นทางนั้นเต็มไปด้วยความล้มเหลวและความเจ็บปวด ซึ่งมีเพียงไบรโอนี่เท่านั้นที่รู้ว่ามันยากแค่ไหนอายุ 33 ที่ยิ้มง่ายกว่าเดิม ในวัย 33 ปี ไบรโอนี่รู้สึกว่าตัวเองยิ้มได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เพราะวันนี้ไบรโอนี่ได้ใช้ชีวิตอย่างมี “อิสระ” มากขึ้น ต่างจากในอดีตที่มักอยู่ภายใต้กรอบของคำว่า “ต้อง” จนทำให้ต้องวางตัวสุขุมและเป็นผู้ใหญ่ตลอดเวลา แต่เมื่อไบรโอนี่เริ่มรู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ และสนุกกับการเป็นตัวเองอย่างแท้จริง จึงทำให้วันนี้ไบรโอนี่ยิ้มและหัวเราะได้ง่ายกว่าที่เคยความฝันที่ยังเติบโตต่อไป แม้วันนี้ไบรโอนี่จะประสบความสำเร็จหลายอย่าง แต่ไบรโอนี่ก็ยอมรับว่ายังไม่ถึงจุดที่เรียกว่าความฝัน เพราะไบรโอนี่เป็นคนที่ฝันใหญ่ และความฝันนั้นก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เป้าหมายสำคัญคือการเป็นนักร้องที่มีแฟนคลับทั่วโลก แม้อาจดูเป็นความฝันที่ไกล แต่สำหรับไบรโอนี่มันไม่ไกลเกินความพยายาม และถึงแม้สุดท้ายปลายทางอาจไม่เป็นอย่างที่หวัง อย่างน้อยไบรโอนี่ก็เชื่อว่าการได้พยายามและทำอย่างเต็มที่ก็เพียงพอแล้วการรักตัวเองในแบบไบรโอนี่ สำหรับไบรโอนี่ การรักตัวเองคือการทำให้ “ใจแข็งแรง” เพราะไบรโอนี่เป็นคนที่ทำงานด้วยหัวใจ หากจิตใจไม่แข็งแรง งานที่ทำก็ย่อมออกมาไม่ดี แต่เมื่อใจเข้มแข็งพอ ไบรโอนี่ก็พร้อมจะก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง และใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวของไบรโอนี่เองดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

ทำทุกอย่างให้เหมือนเป็นเฮือกสุดท้ายของชีวิต l CLUB PRIDE DAY inside EP.14 พาเวล นเรศ

18 ก.พ. 2026

ทำทุกอย่างให้เหมือนเป็นเฮือกสุดท้ายของชีวิต l CLUB PRIDE DAY inside EP.14 พาเวล นเรศ

ความรักของพาเวลเหมือน “ทุเรียน” พาเวลเปรียบความรักของตัวเองเหมือนทุเรียน ภายนอกอาจดูแข็ง ๆ หน้านิ่ง ลุคเท่แบบ masculine ดูเข้าถึงยาก แต่ความจริงแล้วถ้ามีแฟนจะเป็นคนอ้อนเก่งและอ้อนหนักมาก เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกและการดูแลกันและกันจากเด็กเอเชียในนิวซีแลนด์ สู่การพิสูจน์ตัวเอง พาเวลย้ายไปนิวซีแลนด์ตั้งแต่เด็ก ต้องเผชิญกับการเป็นเด็กเอเชียไม่กี่คนในโรงเรียน พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ และเคยถูกบูลลี่อยู่บ่อยครั้ง เขาใช้เวลาปรับตัวถึง 3–4 ปี ทั้งเรียนภาษา เรียนรู้วัฒนธรรม และพยายามหาจุดเด่นของตัวเอง จนเลือก “การเต้น” เป็นสิ่งที่ทำให้ได้รับการยอมรับ ชีวิตที่นั่นไม่ได้สวยหรู หลังเลิกเรียนต้องทำงานร้านอาหารไทย ล้างจาน เสิร์ฟอาหาร เก็บเงินซื้อรถเอง และช่วยแบ่งเบาภาระแม่จุดเริ่มต้นในวงการที่ไม่เคยอยู่ในความฝัน เดิมทีพาเวลตั้งใจเรียนสายไอที และไม่เคยคิดจะเป็นนักแสดง เพราะขาดความมั่นใจในตัวเอง แต่เมื่อกลับมาไทยและมีอาจารย์แนะนำให้ลองไปแคสงาน นั่นจึงเป็นก้าวแรกในวงการบันเทิง จากคนที่ไม่เคยฝันอยากแสดง กลับค้นพบว่าตัวเองสนุกกับมันจุดเปลี่ยนชีวิตกับ PIT BABE The Series โอกาสสำคัญเกิดขึ้นเมื่อได้แคสกับ Change และได้รับบท “เบ๊บ” ใน PIT BABE The Series ซึ่งเป็นซีรีส์วายออริจินัลเรื่องแรกของค่าย พาเวลตั้งใจทำการบ้านอย่างหนัก และได้แสดงคู่กับ “พูห์” กระแสตอบรับที่ดีตั้งแต่อีพีแรก กลายเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต และเป็นจุดที่ช่วยเติมเต็ม Self-Esteem ที่เคยขาดหาย ทำให้เขาเข้าใจว่า “ไม่ว่าเราจะเป็นแบบไหน ถ้าเขารัก เขาก็รักเรา”เคมี “พูห์–พาเวล” ที่กลายเป็นไวรัล ครั้งแรกที่เจอพูห์คือในงานวันเกิดพี่ฉอด เห็นว่าเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ น่ารักดี แล้วต่อมาพวกเขาก็มีโอกาสมาแคสซีรีส์ด้วยกันกับคนอื่นๆในโปรเจค วันแคสจริง ๆ เขาต้องเข้าคู่กับหลายคน จนมาถึงพูห์ พาเวลรู้สึกว่าเด็กคนนี้ดูยอมทุกอย่าง พาเวลเลยเลือกเล่นเต็มที่ อิมโพรไวส์จนเกิดโมเมนต์ไวรัล และสุดท้ายทั้งคู่ได้กลายเป็นนักแสดงนำของเรื่อง กลายเป็นพาร์ทเนอร์ที่แฟน ๆ ให้การตอบรับอย่างล้นหลามความกดดันและความรักจากแฟนคลับ แม้จะประสบความสำเร็จ พาเวลยอมรับว่าทุกครั้งที่เจอแฟนคลับยังรู้สึกกดดัน เพราะอยากทำให้ทุกคนที่ซื้อบัตรมาเจอเขาได้รับความสุขกลับไปให้คุ้มค่า เขาเชื่อว่าถ้าเขามีความสุขบนเวที แฟน ๆ ก็จะสัมผัสได้ สำหรับคอมเมนต์ด้านลบ เขาเลือกโฟกัสที่คนที่มอบความรักให้มากกว่า แม้บางคำพูดจะทำให้เจ็บ แต่เตือนตัวเองเสมอว่าหน้าที่ของเขาคือทำผลงานให้ดีที่สุดครอบครัวคือแรงผลักดันสำคัญ พาเวลเติบโตมาโดยที่แม่ต้องทำงานหนักมาก ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันและเขาก็ไม่ได้มีกำลังทรัพย์อะไรมากเลยไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ดังนั้นคำสอนของแม่ที่จำได้ขึ้นใจคือ “ถ้าได้โอกาส จงทำให้เต็มที่” นั่นเลยทำให้เขาเป็นเขาในวันนี้ พาเวลมีความฝันว่าอยากได้อยู่ใกล้ๆแม่ วันนี้เขาสามารถทำให้แม่มาอยู่ใกล้ ๆ และใช้ชีวิตสบายขึ้นได้แล้ว และอีกหนึ่งคนที่สำคัญสำหรับพาเวล คือ “พี่ฉอด” ผู้หญิงที่มอบโอกาสและเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเขามุมมองความรักในวันนี้ จาก Puppy Love ในวัยเด็ก วันนี้พาเวลเข้าใจคำว่ารักมากขึ้น ความรักของพาเวลคือการ Give Take ความรักไม่ใช่แค่การได้รับ แต่ต้องเติมเต็มให้อีกฝ่ายด้วย ทุกความสัมพันธ์ที่ผ่านมา สอนให้เขารู้จักการประนีประนอมและหาจุดกึ่งกลาง เพราะ “ทุกอย่างมันไม่สามารถเป็นไปดั่งใจเราหรือดั่งใจเขาได้เสมอ มันควรหาตรงกลาง”อนาคตในวงการ และสิ่งที่อยากบอกตัวเองในอดีต พาเวลอยากอยู่ในวงการให้นานที่สุด แต่ก็ยืนยันว่าต่อให้วันหนึ่งไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว ก็ยังอยากอัปเดตชีวิตให้แฟน ๆ ได้ติดตาม หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่แก้ไขอะไรเลย เพราะทุกประสบการณ์พามาถึงวันนี้ และอยากบอกเด็กคนนั้นว่า “เชื่อมั่นในตัวเองนะ นายทำได้ และวันนี้มีคนรักนายแล้ว”ดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

ซื่อสัตย์และไม่คาดหวังกับตัวเอง l CLUB PRIDE DAY inside EP.13 ญดา นริลญา

21 ม.ค. 2026

ซื่อสัตย์และไม่คาดหวังกับตัวเอง l CLUB PRIDE DAY inside EP.13 ญดา นริลญา

ความรักของญดาเหมือนหมาความรักของหมาที่มีต่อเจ้าของคือความรักที่บริสุทธิ์ ไม่หวังสิ่งตอบแทน และจริงใจเสมอ ญดาเติบโตมากับความเชื่อว่าการเป็นนักแสดงเป็นเรื่องไกลตัว ด้วยความที่ตัวเองเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่เคยคิดว่าวงการบันเทิงจะเอื้อมถึงได้ง่าย แต่โอกาสเล็ก ๆ ในวัยเด็ก จากการไปถ่ายรูปกับเพื่อนที่โมเดลลิ่ง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อญดาเป็นคนเดียวที่ได้รับการติดต่อให้ไปแคสต์โฆษณา และนั่นคือก้าวแรกของเส้นทางในวงการ แม้เส้นทางจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ราบรื่น ญดาต้องผ่านการแคสต์งานและการประกวดมานับครั้งไม่ถ้วน รวมถึงประสบการณ์ผิดหวังจากความไม่โปร่งใส จนเกิดบาดแผลในใจและความกลัวต่อ “ความคาดหวัง” หลายครั้งที่เกือบถอดใจ แต่สิ่งที่ทำให้ญดายังเดินต่อได้ คือกำลังใจจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ คำสอนของคุณแม่เรื่องการไม่คาดหวังเกินตัว และการอยู่กับความสำเร็จเป็นวันต่อวัน กลายเป็นหลักคิดสำคัญในชีวิตญดา ทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างสมดุล อยู่ในจุดที่สุขไม่สุดและทุกข์ไม่สุด เข้าใจว่าทั้งความสุขและความเศร้าล้วนไม่ถาวร และทุกอย่างสามารถผ่านไปได้เสมอ มีช่วงหนึ่งที่ญดาเกือบจะหยุดเส้นทางนี้ เพราะต้นทุนชีวิตที่ไม่สูงและค่าใช้จ่ายในการแคสต์งาน โดยเฉพาะในช่วงที่คุณแม่ป่วย แต่ภาพของคุณแม่ที่ยังพามาแคสต์งานทั้งที่ตัวเองไม่สบาย กลับกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ ทำให้ญดาตั้งใจสู้เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองและดูแลคนในครอบครัว ญดาโตมากับความรับผิดชอบตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี แม้จะหนัก แต่ญดาไม่เคยมองว่าสิ่งนี้เป็นภาระ เพราะเป็นการทำเพื่อคนที่รักญดารัก ในฐานะนักแสดง ญดาเป็นคนที่เข้า–ออกจากตัวละครได้ดี ไม่ยึดติดบทบาทมาปะปนกับชีวิตจริง มองทุกบทที่ได้รับเป็นโอกาสเรียนรู้ โดยเฉพาะบทดราม่าหนักที่ต้องใช้พลังใจสูง ซึ่งเธอผ่านมันมาได้ด้วยการสนับสนุนจากครอบครัวและทีมงาน พร้อมทั้งมองว่าการแสดงคอมเมดี้ยิ่งท้าทาย เพราะต้องอาศัยเซนส์และความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง การเป็นนักแสดงทำให้ญดาต้องแลกหลายอย่าง ทั้งชีวิตวัยเด็ก เพื่อนสนิท และช่วงเวลาสำคัญในชีวิต แต่เธอเลือกแลกเพราะรักในงานที่ทำ และมองว่านี่คือความท้าทายที่ทำให้ตัวเองเติบโต ญดาจึงเลือกรับบทอย่างระมัดระวัง ไม่รับบทที่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับบทเดิม เพื่อให้คนดูได้เห็นมุมใหม่อยู่เสมอ ในเรื่องความรักและตัวตน ญดาเลือกซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง กล้าที่จะยอมรับรสนิยมทางเพศอย่างตรงไปตรงมา แม้จะต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์ แต่เธอมองว่านั่นคืออีกหนึ่งบททดสอบของนักแสดง หากแสดงแล้วคนไม่เชื่อ ก็เป็นเรื่องของฝีมือ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง กุญแจสำคัญที่ทำให้ญดากล้าเป็นตัวเอง คือการยอมรับจากคุณแม่ที่บอกเสมอว่า ไม่ว่าลูกจะรักใครหรือเป็นแบบไหน ก็พร้อมสนับสนุน ญดาจึงเชื่อว่าชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาหรือคำทำนายใด ๆ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำและการเลือกของตัวเอง แม้ญดาจะไม่ใช่คนที่มีความฝันชัดเจน แต่ญดาเป็นคนที่คว้าโอกาสทุกครั้งที่เข้ามา และทำให้ดีที่สุด ญดาเชื่อว่าโอกาสบางอย่างมาเพียงครั้งเดียว หากไม่ตั้งใจทำ ก็อาจต้องเสียใจภายหลัง สำหรับญดา ความเข้มแข็งไม่ได้หมายถึงการไม่ร้องไห้ แต่คือการรู้ว่าตัวเองยังสู้ได้ แม้จะขอพัก อ่อนแอ หรือร้องไห้ในบางช่วง และรักตัวเองในรูปแบบของญดา มันเป็นเรื่องง่ายๆในชีวิต ที่ได้ให้รางวัลกับตัวเอง มีชีวิตอยู่ในทุกๆวันและทำเพื่อคนอื่นดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

ต้นกล้าแห่งความรัก เติบโตเพราะใส่ใจและร่วงโรยเพราะถูกลืม l CLUB PRIDE DAY inside EP.12 นนท์ อินทนนท์

13 ธ.ค. 2025

ต้นกล้าแห่งความรัก เติบโตเพราะใส่ใจและร่วงโรยเพราะถูกลืม l CLUB PRIDE DAY inside EP.12 นนท์ อินทนนท์

ความรักของนนท์ก็เหมือนต้นกล้า หากช่วยกันรดน้ำดูแล มันก็จะเติบโตไปได้ แต่ถ้าวันหนึ่งไม่มีใครใส่ใจหรือปล่อยให้ละเลยกันไป ความสัมพันธ์นั้นก็อาจกลายเป็นการต่างคนต่างอยู่ในที่สุดจุดเริ่มต้นของความฝันและครอบครัวที่สนับสนุน นนท์มีความฝันอยากเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็ก เพราะไม่ชอบวิชาการและชอบทำกิจกรรม ที่บ้านเห็นความชอบนี้เลยสนับสนุนเต็มที่ ถึงแม้ฐานะไม่ได้ดีมาก แต่พวกเขาก็ส่งนนท์ไปเรียน จนนนท์ได้เล่นละครเวที ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของเส้นทางนี้ อย่างไรก็ตาม ความฝันที่สวยงามก็ต้องแลกมาด้วยการซ่อนตัวตนของตัวเอง ตอนนั้นนนท์ไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น และไม่อยากทำให้บ้านเสียใจ การเก็บทุกอย่างไว้ทำให้นนท์กลายเป็นคนขี้ระแวง ไม่มั่นใจ และกลัวสายตาของคนรอบข้าง ก่อนจะค่อยๆ ปลดล็อกตัวเองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาความพยายามหนีตัวตนและการยอมรับ ช่วงรอยต่อประถมกับมัธยม นนท์อยากเริ่มต้นใหม่ด้วยการย้ายโรงเรียนเพราะเพื่อนเริ่มตั้งคำถามว่า “นนท์แตกต่าง” แต่สุดท้ายเพื่อนบางคนก็ย้ายตามมา ทุกอย่างจึงเหมือนเดิม นนท์พยายามทำตัวให้ “เหมือนผู้ชายมากขึ้น” ด้วยการมีแฟนเป็นผู้หญิง ซึ่งนนท์ชอบเธอจริงๆ ไม่ได้ทำเพื่อปิดบังอะไร แต่เพราะนนท์ยังไม่สามารถยอมรับตัวตนของตัวเองได้ และกลัวว่าจะทำให้ครอบครัวผิดหวัง ชีวิตช่วงนั้นของนนท์จึงเต็มไปด้วยความอึดอัดและไม่มีความสุข นนท์ใช้เวลากว่า 10 ปีในการเก็บซ่อนความจริงไว้ในใจ จนวันหนึ่งตัดสินใจจะไม่หนีอีกต่อไป และเลือกที่จะบอกความจริงกับที่บ้าน แม้ในใจจะกลัวมากว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือพวกเขาจะรับได้หรือไม่ แต่สิ่งที่ทำให้นนท์กล้าเผชิญคือกำลังใจจากเพื่อนๆ ที่บอกว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะอยู่ข้างนนท์เสมอ”วันที่บอกความจริงกับครอบครัว นนท์ทำคลิปสารภาพกับที่บ้านว่าตัวเองไม่ได้ชอบผู้หญิง ทุกคนในบ้านช็อก เพราะเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างหัวโบราณ และนนท์เป็นลูกคนเดียว แม่พยายามถามว่า “ไม่เป็นแบบนี้ได้ไหม” แต่นนท์ก็อธิบายว่านี่คือสิ่งที่เป็นจริงๆ หลังวันนั้น แม่ไม่คุยกับนนท์นานหนึ่งปี แต่พ่อกลับเป็นคนที่เข้ามาปลอบและให้กำลังใจตลอด ส่วนอีกคนที่เป็นหลักสำคัญคือ “ป้า” ที่อยู่กับนนท์ในทุกความรู้สึก ไม่ว่าจะร้องไห้ เสียใจ หรือสับสนคำสัญญาที่ตั้งใจทำเพื่อครอบครัวก่อนจะบอกความจริง นนท์ตั้งใจไว้ 3 อย่างเรียนให้จบด้วยเกียรตินิยมบวชให้ครอบครัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับแอลกอฮอล์เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้อาจทดแทนความผิดหวังที่เขาอาจมีต่อสิ่งที่นนท์เป็นได้ จนวันที่แม่กลับมาพูดกับนนท์หลังจากนนท์เก็บเงินได้หนึ่งล้านบาทด้วยน้ำพักน้ำแรงและอยากให้แม่เป็นของขวัญ แม่ไม่รับ และถามเพียงว่า “เหนื่อยไหม” ประโยคสั้นๆ ที่ทำให้นนท์เหมือนยกภูเขาออกจากอก เพราะมันคือสัญญาณว่าแม่เริ่มยอมรับในตัวนนท์แล้วนนท์…คนที่อยากทำให้ทุกคนมีความสุข นนท์เป็นคนเอ็นเตอร์เทน ชอบเห็นคนรอบตัวมีความสุข และการได้ยินเสียงหัวเราะคือพลังสำคัญ แต่ในมุมการทำงาน นนท์กลับเป็นคนซีเรียสและคาดหวังสูงกับตัวเอง โดยเฉพาะเวลามีบรีฟว่า “ต้องตลก” เพราะไม่รู้ว่าคนอื่นคาดหวังแค่ไหน ลักษณะเพอร์เฟ็กชันนิสต์นี้บางทีก็ทำให้คนรอบข้างลำบาก จนนนท์เริ่มเรียนรู้ว่า การปล่อยวางบ้างคือสิ่งจำเป็นช่วงเวลาที่ฝังใจ ครั้งหนึ่งนนท์ถูกหลอกให้ไปแคสงาน พี่คนรู้จักให้ช่วยแคสคนอื่นก่อน ทั้งวันนนท์ทุ่มเทเต็มที่ แต่สุดท้ายกลับบอกว่า “ไม่ต้องแคสแล้ว คนเยอะพอแล้ว” พร้อมให้เงินเพียง 500 บาท ไม่ใช่เพราะเงิน แต่มันคือความผิดหวัง ตอนนนท์นั่งร้องไห้ มีคุณป้าขายข้าวเกรียบเดินมาปลอบ พร้อมคำพูดว่า “วันดีมันก็ดี วันไม่ดีเดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ประโยคนี้ทำให้นนท์เห็นว่า ความสุข sometimes อยู่ใกล้แบบคาดไม่ถึง อยู่ที่เราจะมองเห็นมันหรือไม่บทเรียนความรัก รักครั้งแรกในปีหนึ่งเป็นช่วงเวลาที่นนท์ทุ่มเทมาก เขาคือคนแรกที่มาจีบนนท์ก่อน ทำให้นนท์รู้สึกว่า “เขาคือโลกทั้งใบ” แต่สุดท้ายความสัมพันธ์จบลงเพราะเขามีคนอื่น แถมเป็นพี่คนสนิทของนนท์เอง หลังจากผ่านครั้งนั้น นนท์เรียนรู้เรื่องสติและการใช้เหตุผลมากขึ้น จึงสามารถเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ในความสัมพันธ์หลังๆมุมมองต่อความสูญเสีย นนท์มองว่า “เกิด แก่ เจ็บ ตาย” คือสัจธรรม แม้คนที่รักจะทยอยจากไป แต่เราจะไม่มีวันชินกับความรู้สึกสูญเสีย เพียงแต่เวลาเท่านั้นที่จะช่วยเยียวยา นนท์เชื่อว่าเมื่อเสียอะไรไป มักมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นเสมอการเติบโตและมาตรฐานของตัวเอง หลายคนมองว่านนท์อยู่ในจุดที่ดี ทำงานดี มีคนรู้จักมากขึ้น แต่นนท์เตือนตัวเองเสมอว่า เมื่อก่อนก็เคยเป็นแค่ “เอ็กซ์ตร้า” ที่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครยื่นโอกาสให้ นนท์ต้องวิ่งหาเอง วันนี้ถึงจะมีโอกาสมากขึ้น แต่มาตรฐานของนนท์ยังเหมือนเดิม ทำให้ดีที่สุดในแบบที่วันหนึ่งหันกลับมามองแล้วจะไม่เสียใจ เพราะได้ทุ่มเทเต็มที่แล้วดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Deeจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ ชานนท์ ไชยศรี

NEWS & UPDATES

"เดียร์น่า ฟลีโป" ร่วมงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

29 พ.ค. 2026

"เดียร์น่า ฟลีโป" ร่วมงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

เผยภาพการเตรียมตัวไปจนถึงลุคในชุดไทยพระราชนิยมงดงามสะกดทุกสายตานานาชาติของ “เดียร์น่า ฟลีโป” นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ที่ได้รับเชิญจาก SACIT เพื่อเข้าชมนิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ กรุงปารีส “เดียร์น่า” ปรากฏตัวอย่างสง่างามในชุด “ชุดไทยดุสิต" หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม ลุคสุดเลอค่านี้คือความลงตัวระหว่างสองวัฒนธรรม ตัวเสื้องามวิจิตรด้วยเทคนิคการปักลูกปัดคริสตัลแบบไทย ผสมผสานงานปักชั้นสูง Lesage ซึ่งใช้เวลาในการรังสรรค์กว่า 2 เดือน ส่วนผ้านุ่งเป็นผ้าไหมยกดอกลำพูน ลายสุริยฉาย จากจังหวัดลำพูน สมกับที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ร่วมสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทยสู่สากล ในวาระที่ชุดไทยได้รับการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO นิทรรศการนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง SACIT @sacit_official, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ @qsmtthailand, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส @thaiembassyparis และ Musée des Arts Décoratifs @madparisเปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Musée des Arts Décoratifs

MK Restaurants ฉลอง 40 ปี กับแคมเปญ “ทุกความสุขยังอุ่นเสมอ” ย้อนความทรงจำผ่านมื้ออาหารของครอบครัวไทย

02 เม.ย. 2026

MK Restaurants ฉลอง 40 ปี กับแคมเปญ “ทุกความสุขยังอุ่นเสมอ” ย้อนความทรงจำผ่านมื้ออาหารของครอบครัวไทย

MK Restaurants แบรนด์สุกี้อันดับหนึ่งที่อยู่คู่ครอบครัวคนไทยมายาวนานกว่า 40 ปี กลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งกับแคมเปญใหญ่ “ทุกความสุขยังอุ่นเสมอ” เพื่อชวนทุกคนย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุข ความอบอุ่น และรอยยิ้มที่เคยเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหารของเอ็มเค ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา MK ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหาร แต่คือพื้นที่ของ “ความทรงจำ” ที่เชื่อมโยงคนในครอบครัวเข้าหากัน และในโอกาสครบรอบ 40 ปีนี้ แบรนด์ได้ตอกย้ำความเป็นตัวจริงด้าน “มื้อแห่งความสุข” ด้วยประสบการณ์สุดพิเศษที่ถ่ายทอดผ่านแคมเปญครั้งใหญ่ไฮไลต์แคมเปญ MK 40 ปี ที่ห้ามพลาดเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ MK Restaurants ได้จัดเต็ม 3 ประสบการณ์สำคัญ ที่จะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสู่ความทรงจำเดิมอีกครั้ง1. Reconnect the Memory ผ่าน “กรอบรูปแห่งความทรงจำ”MK เชื่อว่า “ทุกมื้ออาหารคือช่วงเวลาสำคัญของครอบครัว”จึงนำสัญลักษณ์สำคัญอย่าง “กรอบรูป MK” กลับมาเป็นตัวแทนของความทรงจำแคมเปญนี้ได้รวบรวมภาพถ่ายจริงของลูกค้าจากหลากหลายยุคนำไปจัดแสดงบน Digital Billboard ทั่วประเทศ เพื่อปลุกความคิดถึงให้กลับมาอีกครั้งนอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์โฆษณาที่ถ่ายทอดเรื่องราวจากลูกค้าตัวจริงพาผู้ชมย้อนกลับไปสัมผัส “โมเมนต์อบอุ่น” ที่หลายคนเคยมีร่วมกับ MK2. ชุดครอบครัวดั้งเดิม เสิร์ฟรสชาติแห่งความคิดถึงอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวเมนูพิเศษ“ชุดครอบครัวรสดั้งเดิม” ที่รวมเมนูในตำนานที่หลายคนคิดถึงไว้ครบไม่ว่าจะเป็นสุกี้รสดั้งเดิมเป็ดย่าง MKบะหมี่หยกชุดผักเพื่อสุขภาพออกแบบมาให้ทุกเจเนอเรชันในครอบครัวได้ร่วมแบ่งปันความอร่อยด้วยกันพร้อมให้บริการแล้วที่ MK Restaurants ทุกสาขาทั่วประเทศ3. MK Original คอนเซปต์สโตร์ย้อนยุคแห่งแรกไฮไลต์ที่โดดเด่นที่สุดของการฉลอง 40 ปี คือการเปิดตัว“MK Original” คอนเซปต์สโตร์ สาขาแรกและสาขาเดียวที่ เซ็นทรัลลาดพร้าวที่นี่ถูกออกแบบให้พาทุกคนย้อนกลับไปสู่วันแรกของ MK ด้วยบรรยากาศสุดคลาสสิกสิ่งที่น่าสนใจภายใน MK Original• การตกแต่งร้านสไตล์เรโทรแรงบันดาลใจจากสาขาแรก ทั้งศาลาจีน โต๊ะสีหยก และไฟนีออน• รถเข็นติ่มซำในตำนานกลับมาเสิร์ฟติ่มซำร้อน ๆ ถึงโต๊ะ เช่น ฝั่นโก๋ สาหร่ายห่อกุ้ง และเมนูคลาสสิกอื่น ๆ• เมนูในความทรงจำ (มีเฉพาะที่นี่)หม้อสุกี้โบราณ (ปรับมาตรฐานใหม่)ปลาสวรรค์ หมูทรงเครื่อง ปลาทรงเครื่องเมนูกระทะร้อน เช่น หมูเกาหลี ข้าวอบหม้อดินก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ของหวานอย่าง Banana Split และไอศกรีมเยลลี่• บริการแบบ Analog (Human Touch)กลับมาสั่งอาหารผ่านเมนูกระดาษ และพนักงานรุ่นเก๋า• ยูนิฟอร์มพนักงานแบบดั้งเดิมนำชุดพนักงานยุคแรกกลับมาใช้อีกครั้ง• จานชามลายจีนสุดคลาสสิกช้อนกระเบื้องและลวดลายแบบสาขาแรก• เพลย์ลิสย้อนยุค 80-90sเติมเต็มบรรยากาศให้ครบทุกมิติของความทรงจำระยะเวลาและสถานที่จัดแคมเปญร่วมย้อนความทรงจำกับ MK ได้ตั้งแต่ วันที่ 3 – 30 เมษายน 2569 ที่ MK Restaurants สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และ MK Original ชั้น 1 เซ็นทรัลลาดพร้าว (เปิดให้บริการตั้งแต่ 3 เมษายน 2569 เป็นต้นไป)MK Restaurants กับ 40 ปีแห่ง “ความสุขที่ยังอุ่นเสมอ”ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี MK Restaurants ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหารแต่คือ “พื้นที่แห่งความทรงจำ” ของครอบครัวไทยแคมเปญนี้จึงไม่ใช่แค่การฉลองครบรอบแต่คือการชวนทุกคนกลับมา “สัมผัสความรู้สึกเดิม”ที่ยังคงอบอุ่นเหมือนวันแรกติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Facebook: https://www.facebook.com/mkrestaurants

GSK คว้า 2 รางวัล ‘Top Employer 2026’ ทั้งระดับประเทศและเอเชียแปซิฟิก ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล

05 ก.พ. 2026

GSK คว้า 2 รางวัล ‘Top Employer 2026’ ทั้งระดับประเทศและเอเชียแปซิฟิก ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล

บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) รับ 2 รางวัลใหญ่ระดับประเทศและระดับเอเชียแปซิฟิก "องค์กรดีเด่นที่น่าทำงานด้วยที่สุดแห่งปี 2026" จาก Top Employers Institute สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรและสภาพแวดล้อมการทำงานที่โดดเด่นและมีประสิทธิภาพสูง ผ่านแนวปฏิบัติด้านบุคลากรที่สนับสนุนทั้งผลลัพธ์ทางธุรกิจ การมีส่วนร่วมของพนักงาน และการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน คุณมาเรีย คริสติช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “GSK รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับ 2 รางวัลสำคัญ ได้แก่ ‘Top Employer ประเทศไทย และ Top Employer ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2026’ ตอกย้ำ ‘องค์กรดีเด่นที่น่าทำงานด้วยที่สุดแห่งปี 2026’ ระดับประเทศและระดับเอเชียแปซิฟิก สะท้อนถึงความสำเร็จของ GSK ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน ผ่านนโยบายด้านทรัพยากรบุคคลที่ครอบคลุมในหลายมิติ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนองค์กร (Steer)และการมีส่วนร่วม (Engage) ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการเป็นผู้นำของเรา และการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับ ผลงาน การเติบโตในสายอาชีพและการพัฒนา ความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และสุขภาวะของพนักงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วม มีคุณค่า และได้รับการสนับสนุนให้เติบโตและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ สอดคล้องกับพันธกิจ ‘Ahead Together’ของ GSK ในฐานะผู้ค้นคว้าวิจัยและพัฒนายาและวัคซีนนวัตกรรมระดับโลก ด้วยในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศักยภาพของบุคลากร มาพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ เพื่อก้าวล้ำนำโรคต่างๆ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย” Top Employers Institute เป็นองค์กรระดับโลกด้านการประเมินความเป็นเลิศในการบริหารทรัพยากรบุคคล ดำเนินงานในกว่า130ประเทศทั่วโลก โดยการประเมินครอบคลุมแนวปฏิบัติด้านบุคลากรและการดำเนินธุรกิจอย่างรอบด้าน เช่น กลยุทธ์ด้านบุคลากร สภาพแวดล้อมการทำงาน การสรรหาบุคลากร การเรียนรู้และพัฒนา ความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และสุขภาวะที่ดีของพนักงาน

“Beach Boys Concert 2025" รวมบอยสมบัติล้ำค่า ฟินหาดแตก! 8 ชม.เต็ม

24 พ.ย. 2025

“Beach Boys Concert 2025" รวมบอยสมบัติล้ำค่า ฟินหาดแตก! 8 ชม.เต็ม

ฟินฉ่ำรับลมหนาวเติมฟินยาวเต็มอิ่มกว่า 8 ชม. กันไปแล้วสำหรับ มหกรรมคอนเสิร์ตฟินริมทะเลที่กลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง “Beach Boys Concert 2025" (บีช บอย คอนเสิร์ต 2025) ที่ Atimeshowbiz ผู้ผลิตคอนเสิร์ตเบอร์ต้นของเมืองไทย ชวนทุกด้อมมาหวีดให้ตัวแตกเปลี่ยนเสียงคลื่นให้เป็นเสียงกรี๊ดกับปรากฏการณ์ความฟินริมทะเล ด้วยไลน์อัพที่สุดของการรวม BOYS "สมบัติของชาติ" สาดความมันให้ใจละลาย มัดรวมไว้บนเวทีเดียวกัน อย่าง JEFF SATUR (เจฟ ซาเตอร์) / POLYCAT (โพลี่แคท) / FELLOW FELLOW (เฟลโล่ เฟลโล่) / NO ONE ELSE (โน วัน เอลส์) / NUNEW (นุนิว) / ATLAS (แอทลาส) / PROXIE (พร็อกซี่) /LYKN (ไลแค่น) / DICE (ไดซ์) / และ JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXX (เจมส์ – ตี๋ตี๋ – ป๋อ –ติวเตอร์ - ยิม จากวง เด็กซ์ ) เมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ SEA SAND SUN HUAHIN RESORT งานนี้รวมพลเหล่า FC ที่แต่งตัวจัดเต็มตามธีมเดรสโค้ดสีขาวมาต่อแถวรอเข้างานเพื่อไปจับจองที่นั่งกันเต็มพื้นที่ จนเรียกว่าชายหาดแคบไปถนัดตา โดยมี ดีเจ เคเบิ้ล และ ดีเจ โซเซฟ จากคลื่น EFM94 บ้าน ATIME มารับหน้าที่ต้อนรับและนำทีมทุกคนไปร่วมสนุกกับบูธกิจกรรมต่างๆภายในงาน ก่อนออกสตาร์ทแบบวอร์มๆ ด้วยวงดนตรีบอยเจ้าของฉายาเจ้าพ่อแนวเพลงรักชื่อเพลงยาวที่สุดอย่าง NO ONE ELSE ที่จัดเพลงฮิตติดหูอย่าง “ต่อจากนี้เพลงรักทุกเพลงจะเป็นของเธอเท่านั้น”, “เธอคือกาแฟในตอนเช้า” , “แค่มีเธอไปเดินเตะคลื่นทะเลด้วยกัน” มาเสิร์ฟให้ใจฟู ปูบรรยากาศยามเย็นให้ชิลสบาย ต่อด้วยบอยกรุ๊ป Gen Z วง “DICE” ที่มาครั้งนี้แจกความสดใสแถมพลังความสนุกแบบปลุกหาดด้วยเซ็ทเพลงป็อปติดหูอย่าง “Billionaire” ซิงเกิ้ลล่าสุด และ “เชฟบ๊ะ” ที่งัดสะโพกมาสะบัดซะจน FC ที่มาเกาะขอบเวทีแทบใจละลายเอ็นดูไปกับความน่ารัก เพิ่มดีกรีความความร้อนแรงของเวทีให้ไฟลุกกับศิลปินบอยสมบัติล้ำค่าที่บรรดาแฟนคลับไทยและอินเตอร์ต่างรอคอย “JEFF SATUR” ที่ไม่เคยทำให้แฟนๆผิดหวังกับความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์พลังเสียงร้องที่ปลุกทุกโสตประสาท ด้วยเพลงฮิตติดหูอย่าง “ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง” , “เหมือนวิวาห์” แถมซีนเด็ดในเพลง “มือปืน” ที่หนุ่มเจฟแอบโชว์ให้เห็นกล้ามท้องจนสาวๆกรี๊ตจนใจสั่น และตามด้วยซิงเกิ้ลล่าสุดอย่างเพลง “ของขวัญปีใหม่” สลับฟิลมาสนุกกับ “FELLOW FELLOW” วงดนตรีเพลงรักสุดอบอุ่นเสียงละมุน แนวเพลง ป็อป อะคูสติก ที่มีเพลงฮิตติดชาร์จในตำนานอย่าง “เมษา(Maysa)” , “ดาวหางฮัลเลย์” และไม่พลาดที่จะหยิบซิงเกิ้ลล่าสุด “Milky way” มาฝากให้หวานซึ้งไปด้วยกัน ไปต่อกับ “DEXX” บอยกรุ๊ป จากค่าย DMD Music ที่มาขยับดีกรีความเดือดของเวทีนี้กับซิงเกิ้ลแรก “Clang Clang” แถมต่อกับซิงเกิ้ลล่าสุด “อกหักเป็นเพื่อนเธอ (Beside You)” ได้แบบน่ารักสดใสตกแฟนคลับกลับบ้านไปเพียบ กรี๊ดต่อไม่ต้องพักกับ “NU NEW” ที่ก้าวขาขึ้นเวทีมาในชุดดีเทลน่ารักเกินเบอร์ สมคำ“บอยสมบัติแห่งชาติ”เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับระดับนานาชาติ ที่ขึ้นมาจัดเต็มอารมณ์กับเซ็ตเพลงฮิตรัวๆ อย่าง “เอ๊ะ” , “ขึ้นใจ” ปิดท้ายด้วย “รักแท้” ที่แอบมีหนุ่มหน้าคุ้นเคยอย่าง “ซี พฤกษ์” มายืนดูจนนุนิวออกปากว่า “วันนี้มีกำลังใจละ” เรียกว่าคอนนี้หวานเกินไปมากจริงๆ ไปต่อกับอีกหนึ่งตัวท็อป 7 หนุ่ม “ATLAS” เล่นเอาคนดูลุกขึ้นขยับแข้งขากรี๊ดกันตั่งแต่เริ่มกับเพลง “Mayday Mayday” , “เป๊ะ” , “Boyfriend” , “โลเล” ที่บอกเลยว่าเป๊ะทั้งร้องทั้งเต้นเรียกเสียงกรี๊ดได้แน่นสนั่นเวทีจริงๆ จากนั้นไปต่อแบบไม่ต้องพัก กับ “PROXIE” ที่จัดเพลย์ลิสมาเปิดตี้ปลุกมูดความสนุกแบบไม่ยั้ง จัดเต็มตั้งแต่เริ่มด้วยเซ็ตเพลงติดแท่นท็อปชาร์ตอย่าง “สถานะเบลอ”(BLURR) , “คนไม่คุย” , “ อ๊อดแอด” และ “Bad Shawty” บิ้วคนดูให้ฟินอินกับบรรยากาศค่ำคืนที่อัพดีกรีความสนุกหนักขึ้นไปอีก ถึงคิว “LYKN” ที่แค่ก้าวขาขึ้นเวทีมาก็เรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาสาวๆจนหาดแทบแตก วาดลวดลายเอวหวานท็อปฟอร์มทั้งร้องทั้งเต้นเอ็นเตอร์เทนคนดูฉ่ำจนแทบเมาเอว เรียกว่าตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้ายขนมาแต่เพลงฮิตล้วนๆ อย่างซิงเกิ้ลล่าสุด “ชอบก็บอก” (Feel Like Me ) , โฮ่ง” , “ฉ่ำ” , “หูดับ” จัดหนักไปแบบรัวๆเล่นเอาแฟนๆ ส่งเสียงกรี๊ดกันสุดเสียง ปิดท้ายกับ “POLYCAT” วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจนที่สุด เตรียมเซ็ตเพลงฮิตมาให้แบบนอนสต็อป อย่าง “อาวรณ์” , “เวลาเธอยิ้ม” , “มันเป็นใคร” รันยาวให้ทุกคนร้องและโบกมือตามแบบสมการรอคอย มอบความสุขส่งท้าย สร้างบรรยากาศให้ค่ำคืนนี้อบอุ่นด้วยความสุขความทรงจำเต็มกราฟความฟินเลยทีเดียว

เครือสหพัฒน์ จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดพิเศษ “The Next Live Creator” พร้อมอัปสกิลสายไลฟ์ แชร์ทริคเด็ด กับก้าวแรกสู่การสร้างตัวตนใหม่ เพื่อช่วยสร้างช่องทาง สร้างรายได้ในยุคดิจิทัล

08 ต.ค. 2025

เครือสหพัฒน์ จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดพิเศษ “The Next Live Creator” พร้อมอัปสกิลสายไลฟ์ แชร์ทริคเด็ด กับก้าวแรกสู่การสร้างตัวตนใหม่ เพื่อช่วยสร้างช่องทาง สร้างรายได้ในยุคดิจิทัล

กรุงเทพฯ 8 ตุลาคม 2568 - เครือสหพัฒน์ จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดพิเศษ “The Next Live Creator” สร้างตัวตนใหม่ผ่านช่องทางไลฟ์ พร้อมให้ทุกคนได้อัปสกิล ด้วยเทคนิคการขาย การสร้างคอนเทนต์ และเคล็ดลับดันยอดขายยังไงให้ปัง ซึ่งทางเครือสหพัฒน์มีความตั้งใจจะสร้างคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังช่วยเปิดโอกาส สร้างอาชีพใหม่ให้กับทุกคนได้มีรายได้เสริมในยุคดิจิทัลนี้โดยกิจกรรมในช่วงเช้ามีคุณฐาปกรณ์ ก้อนทองคำ TIKTOK Expert มาแชร์เทคนิคการปั้นช่อง รวมทั้งการสร้างคลิปอย่างไรให้เป็นไวรัล เพื่อให้ได้เรียนรู้ถึงพฤติกรรมคนเล่น Tiktokและเข้าถึงคนดูมากที่สุด และสำหรับช่วงบ่ายครูลูกแก้ว – วริศรา บำรุงเวศ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการแสดง ที่มาสอนภายใต้หลักสูตรครูเงาะ ในการแชร์ถึงเทคนิค การเพิ่มพลังในการนำเสนอ / การสร้างตัวตนให้คนจดจำ และเทคนิคการนำ pain pleasure สิ่งที่ลูกค้าต้องการและอยากได้ มาถ่ายทอดให้กับผู้ร่วมเวิร์คช้อปได้นำไปปรับใช้ในช่องทางการขายของตัวเองและพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมเวิร์คช้อปนอกจากได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ ยังได้รับสินค้าตัวอย่างจากเครือสหพัฒน์ อาทิ Wacoal, LION, มาม่า, BSC, Ora Pet Care และอีกมากมาย เพื่อนำไปโชว์สกิลพร้อมลงสนามแข่งขัน ทั้งจากการไลฟ์ / ปักตะกร้า เพื่อรับ Affiliate และชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 95,000 บาท*จากการขายสินค้าแค่มีช่องทางบนแพลตฟอร์ม Tiktok โดยไม่ต้องสต้อคสินค้า ไม่ต้องจัดส่งสินค้าเอง เพราะทางแบรนด์มีระบบหลังบ้านครบครัน ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ให้ผู้ต้องการมีรายได้เสริมอีกด้วย และสำหรับใครอยากร่วมเป็น The Next Live Creator สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Wacoal Thailand เพราะสุดยอดนักไลฟ์หน้าใหม่อาจเป็นคุณ!

Zero Nicotine Fest – หยุดนิโคติน ชีวิตวิน ไม่ง้อควัน” เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก

04 มิ.ย. 2026

Zero Nicotine Fest – หยุดนิโคติน ชีวิตวิน ไม่ง้อควัน” เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก

31 พฤษภาคม 2569 - คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย, บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด และภาคีเครือข่าย* จัดงาน “Zero Nicotine Fest – หยุดนิโคติน ชีวิตวิน ไม่ง้อควัน” เพื่อรณรงค์ให้เยาวชนรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีสารเสพติด อันตรายต่อปอด และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ภายในงาน มีเสวนาและนิทรรศการให้ความรู้ ตรวจสมรรถภาพปอด กิจกรรมร่วมสนุก และการแสดงจากเยาวชนในงาน ได้รับเกียรติจาก ผู้แทนหน่วยงานด้านสุขภาพและภาคีเครือข่าย ร่วมแสดงพลังขับเคลื่อน “สังคมไทยปลอดนิโคติน”คุณโสมรสา พงษ์เพิ่มพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัดนพ. ดนัย มโนรมณ์ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบสุขภาพ สถาบันมะเร็งแห่งชาติรศ.นพ. กมล แก้วกิติณรงค์ นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยรศ. ดร.นพ. จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนพ. สกานต์ บุนนาค รองอธิบดี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขรศ.นพ. ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ที่ปรึกษาคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้รั้งตำแหน่งประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยคุณตี๋ ธนพล จารุจิตรานนท์ นักร้อง-นักแสดง ตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่ ไม่สูบบุหรี่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมภาคีเครือข่าย มุ่งส่งเสริมสังคมไทยปลอดนิโคติน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพปอด และการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระยะยาว#WorldNoTobaccoDay #ZeroNicotineFest*ภาคีเครือข่าย ได้แก่ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่, สมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อแห่งประเทศไทย และ สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย