
01 ธ.ค. 2025
สายชาห้ามพลาด! ถ้าคุณกำลังมองหาร้านชาที่มอบประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งในด้านรสชาติ ความหอม และบรรยากาศสุดคิ้วท์วันนี้ Chill On จะพาคุณมาทำความรู้จักกับ Molly Tea แบรนด์ชาสัญชาติจีนที่กำลังเป็นกระแสและมาแรงที่สุดในขณะนี้!1.ทำไม Molly Tea ถึงครองใจ 'สายชา' อย่างรวดเร็ว?ความพิเศษที่ทำให้ Molly Tea แตกต่างจากร้านชาทั่วไป คือการยกระดับการชงชาไปอีกขั้น ด้วยการให้ความสำคัญกับ "ชาดอกไม้" (Floral Tea) โดยเฉพาะชาที่ทำจากดอกมะลิคุณภาพสูง (Premium Jasmine Tea)กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์: Molly Tea คัดสรรชาดอกมะลิระดับพรีเมียม ที่ให้กลิ่นหอมละมุน ชวนหลงใหล และผ่อนคลายในทุกสัมผัสรสชาติที่นุ่มนวล: รสชาติของชาดอกไม้ไม่ขมฝาด แต่มีความนุ่มนวล ชุ่มคอ ดื่มง่าย ทำให้การดื่มชาไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไปประสบการณ์ที่ครบเครื่อง: นอกจากชาคุณภาพแล้ว ร้านยังมีมาสคอต "น้องมอลลี่" สุดน่ารัก เป็นอีกหนึ่งมุมให้สายคอนเทนต์ได้มาเช็คอินและถ่ายรูป!2 เมนูซิกเนเจอร์ Molly Tea ที่ 'ห้ามพลาด' เด็ดขาด!1. Snowy Gardenia (สโนวี่ การ์ดีเนีย) - เมนูชาผลไม้ตัวท็อปแค่ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าพรีเมียมแค่ไหน! เมนูนี้โดดเด่นด้วยการผสมผสานชาหอมคุณภาพเข้ากับรสชาติสดชื่นของผลไม้ ให้รสสัมผัสที่บางเบา นุ่มละมุน ชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังเป็นเจ้าหญิงในสวนดอกไม้ เป็นเมนูที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนชอบชาที่มีความสดชื่นและมีมิติ2. Premium Jasmine Milk Tea (พรีเมียม จัสมิน มิลค์ ที) - ชานมที่ไม่เหมือนใครสำหรับสายชานมที่ต้องการความแตกต่าง Premium Jasmine Milk Tea คือคำตอบ! ด้วยการใช้ชาดอกมะลิคุณภาพสูงมาเป็นเบส ทำให้ชานมแก้วนี้ไม่เลี่ยน แต่ยังคงไว้ซึ่งความหอมของดอกมะลิที่เป็นเอกลักษณ์ ดื่มแล้วได้ทั้งความเข้มข้นของนมและความหอมละมุนของชาในเวลาเดียวกันติดใจความหอม? ซื้อ 'ชาดอกไม้' กลับบ้านได้เลย!สำหรับใครที่ดื่มชาที่ร้านแล้วติดใจในความหอมละมุนของชาดอกมะลิ หรือชาชนิดอื่นๆ ของ Molly Tea ทางร้านก็มีผลิตภัณฑ์ชาคุณภาพให้คุณสามารถซื้อกลับไปชงดื่มเองที่บ้านได้เช่นกัน รับรองว่าคุณภาพแน่น! ให้รสชาติและกลิ่นหอมไม่ต่างจากการทานที่ร้าน มอบความผ่อนคลายได้ทุกที่ทุกเวลาค้นหาร้าน Molly Tea ใกล้บ้านคุณวันนี้ แล้วเปลี่ยนประสบการณ์การดื่มชาแบบเดิมๆ ให้พิเศษกว่าที่เคย!ผู้เขียน : บาลี บัญชานิตยกาลภาพ : เบญญาภา แนบเนียน

28 พ.ย. 2025
Cheung Hing Kee (เชิงเฮ่งเก): เชิงเจียนเปาทอด Michelin Guide จากฮ่องกง มาเสิร์ฟให้ถึงไทยแล้ว ที่เซนทรัลชิดลม!วันนี้ Chill On จะพาไปลอง เชิงเจียนเปา หรือถ้าจะให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ก็คือ เมนูที่คล้าย ๆ กับเสี่ยวหลงเปาทอด กัดไปเนื้อกรอบนอก นุ่มที่ด้านใน น้ำซุปที่ห่ออยู่ข้างในไหลทะลักออกมาฉ่ำ ๆ นัวลงตัวแบบสุด ๆ แค่คิดภาพตามก็หิวแล้วใช่มั้ยล่ะ ซึ่งบอกเลยว่า ตอนนี้หาทานได้แบบไม่ลำบากเลย เพราะ เชิง เฮ่ง เก ร้านเชิงเจียนเปา ระดับ Michelin Guide จากฮ่องกง เขามาเปิดแล้วที่เซนทรัลชิดลมเชิง เฮ่ง เก (Cheung Hing Kee) เป็นร้านเสี่ยวหลงเปาทอด สไตล์เซี่ยงไฮ้ ร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังจากฮ่องกง ในย่าน Tsim Sha Tsui และเป็นเจ้าของรางวัล Michelin Bib Gourmand ปี 2016, 2024 และล่าสุด 2025 จากมิชลินไกด์ฮ่องกงและมาเก๊าที่สาขานี้ เขาดึงเอาความเป็นสตรีทฟู้ดมาคงไว้ได้อย่างชัดเจน โดยการเป็นครัวที่เปิดให้สามารถมองเห็นทุกกระบวนการอันแสนพิถีพิถันในการรังสรรค์ เจ้าเชิงเจียนเปา แสนอร่อยนั้น ตั้งแต่การปั้นแป้ง ยัดไส้ ลงทอด ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยความตั้งใจของทุกคนในครัว‘เชิงเจียนเปาเซ็ตคอมโบ (300 บาท)’รวมเสี่ยวหลงเปาลูกใหญ่ 3 ไส้ ไว้ในจานเดียว ครบทั้งไส้หมู, ทรัฟเฟิล และหมาล่าเรื่องรสชาตินี่ต้องยกให้เขาเลยล่ะ เพราะมันบรรเจิดเลิศเลอเป็นที่สุด กัดเข้าไปเราจะได้รับรู้ถึงความกรอบของแป้งก่อน แล้วต่อด้วยความนุ่มของตัวไส้ด้านใน ตามมาด้วยความหอมจากน้ำซุปและซอสสูตรพิเศษที่เคี่ยวจากสมุนไพรหลายชนิด บอกเลยว่า ฟินสุด ๆ อร่อยมาก ก.ไก่ ล้านตัวเรื่องรสชาตินี่ต้องยกให้เขาเลยล่ะ เพราะมันบรรเจิดเลิศเลอเป็นที่สุด กัดเข้าไปเราจะได้รับรู้ถึงความกรอบของแป้งก่อน แล้วต่อด้วยความนุ่มของตัวไส้ด้านใน ตามมาด้วยความหอมจากน้ำซุปและซอสสูตรพิเศษที่เคี่ยวจากสมุนไพรหลายชนิด บอกเลยว่า ฟินสุด ๆ อร่อยมาก ก.ไก่ ล้านตัวเครื่องเคียงความอร่อยไม่ได้หยุดแค่เชิงเจียนเปา แต่มันลามไปถึงเครื่องเคียงเลยล่ะ อะไรมันจะอร่อยไปหมดขนาดนี้ ถ้าทานแล้วรู้สึกเลี่ยน เครื่องเคียงเหล่านี้ช่วยได้นะจ๊ะใครที่อยากจะลองของเด็ด ของดี แบบนี้บ้างล่ะก็ ไปตำกันได้เลยนะที่ เซนทรัลชิดลม จ้า!Cheung Hing Kee เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.ร้านอยู่ชั้น 1 โซน Public Market ที่ Central Chidlomผู้เขียน นาย ชานนท์ ไชยศรี

28 พ.ย. 2025
ใครมีแพลนมาเที่ยวชะอำ-หัวหิน แอดขอป้ายยาแรงๆ ให้มาลองร้านนี้ "ครัวเจ๊นงค์ซีฟู๊ด" ร้านอาหารเล็กๆ ริมชายทะเลบ่อเคียะ ที่นำเสนอรสชาติอาหารพื้นบ้านแท้ๆ ในราคาที่สบายกระเป๋าสุดๆ! ร้านนี้แอดกับเพื่อนบังเอิญเจอตอนเสิร์ชหาร้านขากลับเข้ากรุงเทพฯ พิกัดร้านจะอยู่ในซอยเล็กๆ ครับ พอจอดรถที่ลานด้านหน้าแล้ว ทางร้านจะมี บริการรถกอล์ฟ ขับพาเราเข้าไปที่ร้าน (เก๋มาก!) วันที่ไปเป็นเที่ยงวันอาทิตย์ ลูกค้าเต็มร้านแต่รอคิวไม่นานเลย การจัดการดีเยี่ยมครับมาถึงเมนูเด็ดที่ "ร้านนี้ทำถึง" จนต้องบอกต่อ:หอยนางรมทรงเครื่อง: เห็นสั่งกันทุกโต๊ะเลยจัดบ้าง! ทางร้านใช้หอยไซส์เล็กแต่สด สะอาดมาก เสิร์ฟพร้อมกระถิน หอมเจียว น้ำพริกเผา และน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ด พอตักเข้าปากพร้อมกันคือฟิน! รสสัมผัสละมุน หวาน เจอกับความแซ่บคือลงตัวปูนิ่มผัดฉ่า: (Recommended) จานนี้แอดแนะนำมาก! ปูนิ่มทอดมากรอบกำลังดี ผัดกับเครื่องผัดฉ่ารสร้อนแรง หอมสมุนไพร กินคู่ข้าวสวยร้อนๆ คือที่สุด! แถมปริมาณที่ให้คือคุ้มเกินราคาต้มยำปลากะพงน้ำใส: สายดื่มต้องสั่ง! ซดแล้วสดชื่นตาสว่าง น้ำซุปหอมใบกะเพรา รสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนต้มยำในกรุงเทพฯ ส่วนเนื้อปลากะพงคือใส่มาแบบไม่หวง ชิ้นใหญ่ หนา เนื้อเด้ง สดหวานจนแทบละลายในปาก (แอบคิดว่าร้านจะได้กำไรไหมเนี่ย)หอยเชลล์ผัดเนยกระเทียม: เมนูยอดฮิตจากรีวิว สั่งมาแล้วไม่ผิดหวัง หอยตัวใหญ่ผัดเนยกระเทียมมาแบบหอมฟุ้ง รสชาตินัวละมุน ยิ่งกินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดคือเด็ดขาด! มาต่อกับบรรยากาศ ไฮไลท์ของร้านนี้ เนื่องจากร้านอยู่ติดชายหาดบรรยากาศเลยชิลมาก มีบริการเช่าม้าขี่เล่นด้วย แอบกระซิบว่าน้องม้านี่นี่เฟรนด์ลี่สุดๆ แถมยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ บนหาดให้แชะภาพระหว่างรออาหาร แอดว่าถ้ามาช่วงเย็นรอดูพระอาทิตย์ตก วิวต้องหลักล้านแน่นอน เสียดายมากที่มื้อเช้าแอดจัดหนักมาแล้ว เลยทานได้ไม่กี่อย่าง แต่บอกเลยว่า "ครัวเจ๊นงค์ซีฟู๊ด" คือร้านที่ต้องซ้ำ! ครั้งหน้ากลับมาจัดเต็มอีกแน่นอน ใครผ่านไปแถวนั้น ห้ามพลาดนะครับ!พิกัด: ครัวเจ๊นงค์ซีฟู๊ด ชายทะเลบ่อเคียะ จ.เพชรบุรี (เข้าซอยชะอำ 59 ปากซอยมีเซเว่น ใกล้โรงแรมสยามบีช)เบอร์โทร: 081-986-0916, 081-941-8073, 084-569-3519เวลาเปิด-ปิด:จันทร์ - พฤหัสบดี: 11.00 - 21.00 น.ศุกร์ - อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์: รอบเช้า: 11.00 - 15.30 น. และรอบเย็น: 17.30 - 21.00 น.

24 พ.ย. 2025
ใครผ่าน สมุทรสงคราม บอกเลยว่าห้ามพลาดร้านก๋วยเตี๋ยวปลาเจ้าดังที่ครอบครัวอินฟลูสายฮา—คุณบาส คุณบิว คุณโบว์—ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “ของดีต้องลอง!” วันนี้แอดกับเพื่อน ๆ เลยไม่พลาด แวะมาลิ้มรสด้วยตัวเองกับร้านก๋วยเตี๋ยวปลาคลองโคน ร้านตั้งอยู่ในปั๊ม PTT โซนจุดพักรถ หาไม่ยากเลยค่ะ พอมาถึงหน้าร้านปุ๊บ สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือ ความน่ารักของพี่ ๆ พนักงาน บริการดีจนเหมือนได้มากินข้าวบ้านญาติแบบอบอุ่น ฟีลดีตั้งแต่ยังไม่ทันได้กิน! ตัวร้านเป็น ครัวแบบเปิด มองเห็นทุกขั้นตอนการทำ แอดแอบไปดูตอนพี่ๆเขาทำบอกเลยว่าเขาทำสดใหม่ทุกชามและวัตถุดิบที่ใช้ไม่ใช่เล่นๆ เห็นแล้วต้องรีบหยิบเมนูขึ้นมาสั่งเลย มาถึงเรื่องอาหาร ทางร้านมีทั้งเมนูน้ำใส ต้มยำและเย็นตาโฟ วันนี้แอดและเพื่อนๆจัดบะหมี่ปลาน้ำใสเส้นเล็กปลาน้ำใสเย็นตาโฟปลา บอกเลยว่า อร่อยจริงตามคำล่ำลือ! น้ำซุปกลมกล่อม ปลาสด ลูกชิ้นแน่นเต็มคำ ที่สำคัญทุกชามจะเสิร์ฟคู่กับ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรเด็ด หอม มัน นัว กินกับลูกชิ้นก็ดี ใส่ในน้ำซุปก็ยิ่งฟิน! ที่นี่คือไม่หวงของเลย ปริมาณแน่น ๆ อิ่มจุกในชามเดียว นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้วทางร้านยังมีเมนูข้าวต้มปลาหรือทะเลด้วยนะ ส่วนของกินเล่นก็จัดว่าเด็ดมากไม่ว่าจะเป็น เกี๊ยวทอด เต้าหู้ทอด แฮ่กึ๊นทอด ปลาลวกจิ้ม ลูกชิ้นลวกจิ้มหรือสั่งเป็นรวมมิตรก็มี! แต่ที่สุดของที่สุดต้องมอบมงให้ เต้าหู้ทอด บอกเลยว่ากรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน ทอดมาร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มถั่ว หอม เข้มข้น อร่อยแบบ “เด็กอ้วนชอบ” จริง ๆ! ส่วนรวมมิตรลวกจิ้มก็คุ้มมาก ให้เยอะ ราคาเป็นมิตรสุด ๆสรุปเลยว่า…อิ่ม อร่อย คุ้มค่า ครบจบในร้านเดียวบรรยากาศดี พนักงานเป็นกันเอง ราคาเฟรนด์ลี่ ใครผ่านมาแถวนี้ต้องแวะให้ได้ค่ะ!พิกัด : ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาคลองโคน (ในปั๊ม ปตท. ปากทางเข้าคลองโคน) จ.สมุทรสงครามเบอร์ติดต่อ : 081-880-6699เวลาเปิด–ปิด : เปิดทุกวัน 09.00 – 16.00 น.จัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

17 พ.ย. 2025
ร้านโอชาโพธาราม หมูแดงหมูกรอบ ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่เกี๊ยวคือ หนึ่งในตำนานความอร่อยที่สืบทอดรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์มาอย่างยาวนาน คู่เมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี จนเป็นที่กล่าวขานของผู้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาสัมผัสความอร่อยบรรยากาศร้านเก่าแก่แต่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามารับประทาน ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้าน คุณจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและกลิ่นหอมของน้ำซุปที่ลอยมาเตะจมูกเมนูยอดนิยมที่ต้องลิ้มลองเมนูที่เป็นเสมือน "พระเอก" และสร้างชื่อเสียงให้กับร้านคือ ข้าวหมูแดง และ ข้าวหมูกรอบรสเลิศ ที่ทำสดใหม่วันต่อวัน หมูกรอบของที่นี่มีจุดเด่นที่หนังฟูกรอบ เนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ส่วนหมูแดงก็ย่างได้หอมและนุ่มลิ้น ราดด้วยน้ำราดสูตรเฉพาะที่เข้มข้นกลมกล่อมลงตัวข้าวหมูแดงข้าวหมูกรอบนอกจากนี้ยังมีเมนูไม่ควรพลาดก๋วยเตี๋ยวต้มยำสำหรับสายแซ่บ ทางร้านปรุงรสจัดจ้านด้วยน้ำมะนาวแท้ หอม ครบเครื่อง พร้อมหมูแดงหมูกรอบที่ทำเองเกี๊ยวน้ำหมูแดงเกี๊ยวแผ่นบางนุ่ม ห่อไส้แน่นๆ (ทั้งไส้หมูและไส้กุ้ง) เสิร์ฟในน้ำซุปหอมๆ ซดคล่องคอที่อยู่ : 77 ตำบล โพธาราม อำเภอโพธาราม ราชบุรี 70120วันจันทร์ - วันเสาร์: 11:30–16:00 น.วันอาทิตย์: 11:00–16:00 น.โทร : 083 223 2158ผู้เขียน : บาลี บัญชานิตยกาล

13 พ.ย. 2025
PAUL แบรนด์เบเกอรี่และร้านอาหารฝรั่งเศสระดับตำนานที่สืบทอดคุณภาพมาแล้วกว่า 5 รุ่นตั้งแต่ปี 1889 สูตรดั้งเดิมและวัตถุดิบชั้นเลิศ ทำให้ครัวซองต์และขนมปังทุกชิ้นมีความหอมกรุ่นและรสชาติคงที่ การันตีประสบการณ์อาหารฝรั่งเศสที่ประณีตและจริงใจในทุกสาขา และที่สำคัญร้านนี้มีโปรลับ ที่มีแต่วงในเท่านั้นที่รู้โปร 2 แถม 1 ที่มีทุกวัน ย้ำว่าทุกวัน Happy Hourเป็นโปรลับที่ทางร้านไม่ได้ประกาศอะไรมากนัก ทำให้มีแต่วงใน หรือแฟนตัวยงแบรนด์ PAUL เท่านั้นที่รู้ โดยโปรนี้มีทุกวัน หลังเวลา 20.00 - 21.00 น.(แล้วแต่วัน)PAUL เป็นร้านเบเกอรี่ที่ทำสดใหม่วันต่อวัน โปรโมชั่นนี้จึงเป็นการลด Food waste ไปในตัว ทำให้ลูกค้าทุกคนมั่นใจได้เลยว่า จะได้รับขนมสดใหม่ที่ทำวันต่อวันแน่นอน ใครสายเบเกอรี่ต้องห้ามพลาดโปรนี้เด็ดขาด ทั้งอิ่มท้องอิ่มใจ ได้รักษ์โลกไปในตัวในโปรนี้ สามารถเลือกขนมได้ทุกชนิด ทุกราคา ไม่ว่าจะเป็นเบเกอรี่หน้าผลไม้สด ยูสุเลม่อน ทาร์ต สตอเบอร์รี่ทาร์ต ช็อกโกแลตทาร์ต หรือจะเป็นขนมปีกผีเสื้อ ครัวซองต์ตัวดังของ PAUL ที่ใช้เนยฝรั่งเศษเเท้ๆ ก็ร่วมโปร Happy Hour ด้วยเช่นกันขนมที่ถูกจัดโปรจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆในแต่ละวัน รับประกันความคุ้มค่า และความอร่อย ถูกใจสายหวานแน่นอนพิกัด :Central EmbassyCentralwOrld (Groove)The EmporiumThe 8 ThonglorTops Central ChidlomICONSIAMSuvarnabhumi Airport (Gate F zone)Bangkok Hospitalโทร : 095 254 8204เวลา : 10:00 - 22:00 น.เขียนโดย : บาลี บัญชานิตยกาล

11 ธ.ค. 2025
เทศกาลแห่งความสุขกำลังจะมาถึง! การเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ และ "เล็บ" ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยเพิ่มความสนุกสนานและบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าคุณจะชอบสไตล์น่ารักขี้เล่น, หรูหราวิบวับ, หรือเรียบง่ายแต่ดูดี เราได้รวบรวม 15 ไอเดียเพ้นท์เล็บธีมคริสต์มาส ที่กำลังอินเทรนด์มาฝาก รับรองว่าทำตามได้ง่าย หรือจะใช้เป็นแรงบันดาลใจให้ช่างทำเล็บของคุณสไตล์หรูหรา วิงค์วับ และคลาสสิกไอเดียสำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหรา และยังคงไว้ซึ่งสีสันคลาสสิกของเทศกาลอย่างสีแดง เขียว และทองคริสต์มาสคลาสสิก แดง-เขียว-ขาว ลายตารางและโฮลลี่การจับคู่สี แดงเบอร์กันดี (Maroon), เขียวเข้ม (Forest Green) และ สีครีม/ขาว ไม่มีวันตกยุค ลองเพิ่มลวดลายคลาสสิกอย่างลาย ตารางสก็อต (Tartan/Plaid) หรือเพ้นท์ลาย ใบฮอลลี่และลูกเบอร์รี (Holly Berries) ลงบนเล็บเพื่อเพิ่มความสวยงามแบบดั้งเดิมต้นคริสต์มาสสีทองอร่ามบนพื้นเข้มสำหรับคนที่ชอบความวิบวับเป็นพิเศษ ลองทาเล็บพื้นสีเขียวเข้มหรือสีน้ำตาลอมแดง แล้วใช้ กลิตเตอร์สีทอง วาดเป็นรูปทรง ต้นคริสต์มาส หรือทำเป็นดีไซน์ สลับกับเล็บกลิตเตอร์สีทองเต็มเล็บ จะช่วยเพิ่มมิติและดูหรูหราขึ้นทันทีเล็บแดงเมทัลลิคและกลิตเตอร์สีแดงเป็นสีหลักของคริสต์มาส! เลือกทาสีแดงสดหรือแดงเข้มในรูปแบบ เงา (Glossy) หรือ ด้าน (Matte) ผสมกับการทาสีแดง กลิตเตอร์ (Glitter) เต็มเล็บ หรือทำเป็นปลายเล็บแบบ เฟรนช์ทิป (French Tip) เพื่อให้ลุคที่ดูแพงและโดดเด่นสะดุดตามินนี่ มิกกี้ เฟรนช์ทิปคริสต์มาสใครที่รักตัวการ์ตูนสุดคลาสสิกอย่างมิกกี้และมินนี่ ลองดีไซน์ ปลายเล็บสีแดงขาว สลับกับเล็บที่เพ้นท์ลาย หูมิกกี้, โบว์, และใบฮอลลี่ บนพื้นสีนู้ด เป็นการผสมผสานความน่ารักและความหรูหราอย่างลงตัวโบว์ผูกของขวัญหลากสีเล็บสไตล์เรียบหรูที่เน้นการเพ้นท์ลายเส้น ลองใช้สีแดงสด, เขียว, และทอง วาดเป็นรูป โบว์ผูกของขวัญ (Ribbon Bow) บนพื้นเล็บสีนู้ดหรือสีขาว เป็นลุคที่ดูสะอาดตาแต่มีรายละเอียดที่น่ารักมากๆ ค่ะสไตล์ฤดูหนาวและเกล็ดหิมะเน้นสีโทนเย็นอย่างขาว น้ำเงิน และนู้ด พร้อมลวดลายที่สื่อถึงฤดูหนาวอย่างชัดเจนลายถักนิตติ้งและใบฮอลลี่มงกุฎเพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้กับเล็บด้วยการเพ้นท์ลาย ถักนิตติ้ง (Sweater Nails) สีขาวนูนๆ สลับกับการเพ้นท์ลาย ใบฮอลลี่ สีแดง-เขียวบนพื้นเล็บสีนู้ด เป็นการจำลองลวดลายของเสื้อกันหนาวคริสต์มาสที่คุณชื่นชอบมาไว้บนเล็บสโนว์เฟล็กสีทองบนพื้นสีขาวสะอาดตาหากต้องการความเรียบง่ายแต่ยังคงธีมคริสต์มาสไว้ ลองทาเล็บด้วย สีขาวครีม (Off-White) แล้วประดับด้วย สติ๊กเกอร์หรือเพ้นท์ลายเกล็ดหิมะสีทอง เล็กๆ และเพิ่มดีไซน์ลายเส้นมินิมอลอื่นๆ ลุคนี้ดูสะอาดตาและเข้ากับเสื้อผ้าได้ทุกสไตล์ขนมปังขิง (Gingerbread Man) และขนมหวานแปลงโฉมเล็บให้กลายเป็นตู้ขนมคริสต์มาส! เพ้นท์ ตุ๊กตาขนมปังขิง, ไม้เท้าลูกกวาด (Candy Cane), พวงหรีด, หรือแม้แต่ลาย HO HO HO สีชมพู-แดงลงบนพื้นเล็บสีนู้ดหรือสีชมพูอ่อน เป็นไอเดียที่น่ารักและขี้เล่นสุดๆเกล็ดหิมะสีขาวบนปลายเล็บออมเบรกลิตเตอร์เป็นหนึ่งในลายที่ได้รับความนิยมที่สุด! ทำเล็บทรงอัลมอนด์หรือโลงศพด้วยเทคนิค ออมเบร (Ombré) สีขาว/กลิตเตอร์ที่ปลายเล็บ และเพ้นท์ เกล็ดหิมะ (Snowflakes) สีขาวขนาดต่างๆ ลงไป เป็นลุคที่ดูอ่อนโยน โรแมนติก และเข้ากับบรรยากาศหิมะตกสุดๆลายกวางเรนเดียร์และคริสต์มาสเฟรนช์ทิปใช้สีนู้ดเป็นพื้นฐาน แล้วเพ้นท์ลายต่างๆ ผสมกัน เช่น ลายกวางเรนเดียร์, เกล็ดหิมะ, ปลายเล็บสีขาวชมพูสลับลายทาง, และเพิ่มความวาวด้วย กลิตเตอร์สีทอง/น้ำตาล ที่เล็บใดเล็บหนึ่ง ลุคนี้ดูซอฟต์และน่ารักมากๆ ค่ะลายเส้นสีเขียวเมทัลลิคกับเกล็ดหิมะสำหรับสายเขียว! ลองใช้สีเขียวเข้มในรูปแบบ เมทัลลิค (Metallic) หรือ Cat Eye สลับกับเล็บพื้นสีนู้ดที่เพ้นท์ ลายเส้นสีเขียว และ เกล็ดหิมะสีขาว ดีไซน์นี้ดูมีความทันสมัยและสวยงามไม่ซ้ำใครสไตล์น่ารักขี้เล่นเน้นลวดลายน่ารักๆ ที่สื่อถึงขนม ของเล่น และความสนุกสนานของเทศกาลสีเขียวและทองกับไฟประดับสำหรับเล็บยาว ลองใช้สีเขียวเข้มและสีทองสลับกัน แล้วเพ้นท์ลาย ต้นคริสต์มาสประดับไฟ (Christmas Tree) เป็นเส้นสายสีทองและจุดเล็กๆ สีแดง เป็นลุคที่ผสมผสานความน่ารักและหรูหราไว้ด้วยกันไม่ว่าคุณจะเลือกดีไซน์ไหน อย่าลืมเตรียมพร้อมและดูแลสุขภาพเล็บให้แข็งแรงก่อนทำสีนะคะเขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

15 ก.ย. 2025
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสการใส่ใจในสุขภาพและการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จากการที่ผู้คนหันมาใส่ใจในโภชนาการที่ดี และเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากความตระหนักถึงผลกระทบของการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลเยอะ หรือมีสารเคมีตกค้างต่าง ๆ ที่สามารถทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ตามมา ในปัจจุบันไม่เพียงแค่การออกกำลังกายที่เป็นที่นิยม แต่การเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองที่สำคัญ หลายคนเริ่มหันมาเลือกทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่เต็มไปด้วยสารเคมีหรือของแปรรูป โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาวิธีการรักษาสุขภาพให้สมดุลทั้งในเรื่องการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อน Chill on กินเที่ยว จะพาทุกท่านไปรู้จักกับอาหารเพื่อสุขภาพที่ทั้งอร่อยและดีต่อร่างกาย พร้อมทั้งยกตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน ทั้งเมนูหลักและของว่างเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยเสริมสร้างพลังงานและดูแลสุขภาพในระยะยาวอาหารเพื่อสุขภาพคืออะไร อาหารเพื่อสุขภาพ คืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้ โดยมักจะประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งหรือแปรรูปมากเกินไป อาหารเหล่านี้มักจะมีการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีสารอาหารครบถ้วน ทั้งคาร์โบไฮเดรตที่ดี ไขมันที่มีประโยชน์ โปรตีนจากแหล่งธรรมชาติ และเส้นใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่ายและดูแลระบบย่อยอาหารตัวอย่างของอาหารสุขภาพ คือ การเลือกทานผักผลไม้สด เนื้อสัตว์ที่ปราศจากไขมัน รวมถึงการใช้ไขมันที่ดีจากน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอัลมอนด์ การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีการเติมน้ำตาลหรือโซเดียมสูง รวมถึงการทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อควบคุมน้ำหนักและสุขภาพโดยรวมทำอาหารเพื่อสุขภาพ มีหลักการอะไรบ้าง การทำอาหารเพื่อสุขภาพไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงแค่เข้าใจหลักการง่าย ๆ และเลือกใช้วัตถุดิบที่มีประโยชน์ โดยมีหลักการดังนี้ลดเครื่องปรุงที่ไม่จำเป็น - ลดการใช้เครื่องปรุงที่มีน้ำตาลและโซเดียมสูง เช่น น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส หรือผงชูรส ใช้เครื่องปรุงธรรมชาติ เช่น กระเทียม ขิง พริกไทย และสมุนไพรต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับอาหารลดการใช้น้ำมัน - หากต้องการทอดหรือผัด ควรเลือกใช้น้ำมันที่มีไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว หรือใช้น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากไขมันที่ร่างกายสามารถดูดซึมและใช้ได้ง่ายเพิ่มผักและผลไม้ - ผักและผลไม้ ควรเป็นส่วนประกอบหลักในมื้ออาหารเพื่อสุขภาพ เพราะพวกมันมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารและลดการดูดซึมของไขมันในลำไส้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายเพิ่มโปรตีนจากแหล่งที่ดี - โปรตีนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์และกล้ามเนื้อ ควรเลือกทานโปรตีนจากแหล่งที่มีคุณภาพ เช่น ปลา ไก่ไม่ติดหนัง ถั่ว และธัญพืช เนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมันสูงเป็นทางเลือกที่ดีลดการปรุงด้วยน้ำตาล - การหลีกเลี่ยงการใช้น้ำตาลหรือเลือกใช้น้ำตาลธรรมชาติ เช่น น้ำผึ้งหรือน้ำตาลมะพร้าว จะช่วยลดปริมาณแคลอรี่และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดยกตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ 1. เมนูหลักเพื่อสุขภาพข้าวกล้องผัดผักรวม - ข้าวกล้องเป็นแหล่งของเส้นใยอาหารที่ช่วยระบบย่อยอาหาร ผัดกับผักสด เช่น แครอท ถั่วฝักยาว เห็ด และโปรตีนจากเต้าหู้หรืออกไก่ เน้นการใช้น้ำมันมะกอกในการผัด จะได้ อาหารเพื่อสุขภาพ ที่มีความหลากหลายทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนซุปมิโสะใส่เต้าหู้และผัก - ซุปมิโสะมีรสชาติอูมามิที่ช่วยเติมเต็มรสชาติของอาหาร ใช้ผักสดต่าง ๆ เช่น ผักกาดขาว เห็ดหอม และเต้าหู้ขาว เพิ่มความอร่อยและเต็มไปด้วยโปรตีนจากพืช นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสุขภาพระบบย่อยอาหารสลัดผักทูน่า - เมนูง่าย ๆ ที่เต็มไปด้วยวิตามินจากผักสด ๆ และโปรตีนจากทูน่ากระป๋องในน้ำแร่ ปรุงรสด้วยน้ำมันมะกอกและน้ำมะนาว เพิ่มรสชาติด้วยพริกไทยและเกลือเล็กน้อย 2. ของว่างเพื่อสุขภาพยเกิร์ตผสมผลไม้และเมล็ดเจีย - โยเกิร์ตไขมันต่ำผสมกับผลไม้สด เช่น เบอร์รี่ หรือกล้วยหอม และเมล็ดเจีย เป็น ของว่างเพื่อสุขภาพ ที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติกส์จากโยเกิร์ต และไฟเบอร์จากเมล็ดเจียขนมปังโฮลวีตทาอะโวคาโด - ขนมปังโฮลวีตที่มีไฟเบอร์สูง ทาอะโวคาโดบดพร้อมพริกไทยและเกลือเล็กน้อย เป็นของว่างที่มีไขมันดีจากอะโวคาโดและไฟเบอร์จากขนมปังโฮลวีตสาหร่ายอบกรอบ - เมนูนี้ทำง่ายและให้พลังงานต่ำ เพียงแค่ใช้สาหร่ายสดหรือแผ่นสาหร่ายวางบนถาดอบจนกรอบ เป็น ของว่างเพื่อสุขภาพ ที่มีแร่ธาตุจากสาหร่ายและไขมันต่ำประโยชน์ของการทานอาหารเพื่อสุขภาพเป็นประจำ การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเป็นประจำ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่ช่วยให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดีควบคุมน้ำหนัก: การทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำและมีสารอาหารครบถ้วน ช่วยในการควบคุมน้ำหนักและป้องกันโรคอ้วน อีกทั้งยังลดไขมันภายในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน: การทานผักและผลไม้สดช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ลดการเกิดโรคต่าง ๆลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง: การทานอาหารสุขภาพ คือ การลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ, เบาหวาน และโรคมะเร็งดีต่อระบบย่อยอาหาร: การเพิ่มไฟเบอร์จากผักและผลไม้ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีและลดปัญหาท้องผูกสรุป การทานอาหารเพื่อสุขภาพเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและช่วยรักษาสุขภาพให้แข็งแรง การเลือกทานเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่ปรุงด้วยส่วนผสมที่ดีต่อร่างกาย ไม่เพียงแต่ทำให้เรามีสุขภาพที่ดี แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ และทำให้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ดังนั้นอย่าลืมเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมกับร่างกาย เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว สำหรับคนอ่านที่สนใจบทความน่ารู้ สามารถเข้ามาอ่านเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Chill on กินเที่ยวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

15 ก.ย. 2025
Chill on กินเที่ยว วันนี้จะมาพูดถึงการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ที่ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของใครหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นต้นเหตุของ “อาการปวดหลัง” ที่สร้างความไม่สบาย และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อใช้อุปกรณ์ที่ไม่รองรับสรีระ เช่น เก้าอี้ทั่วไปที่ไม่ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ปัญหาสุขภาพจากการนั่งทำงานที่ไม่ถูกต้อง ในยุคที่การทำงานส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ การนั่งทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของชาวออฟฟิศจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในสายไอที งานบัญชี งานเขียน หรืองานบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ ถึงแม้ว่าการนั่งจะดูเหมือนไม่ใช่พฤติกรรมที่ส่งผลร้ายต่อร่างกาย แต่ในความเป็นจริง การนั่งที่ผิดท่าติดต่อกันเป็นระยะเวลานานสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังโดยเฉพาะ อาการปวดหลัง ปวดคอ และปวดไหล่ จนนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม หากเราไม่ใส่ใจในท่านั่งหรือไม่ใช้เก้าอี้สุขภาพ ที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับสรีระร่างกาย อาการเหล่านี้อาจพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรง เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อม เส้นประสาทถูกกดทับ หรือกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังได้ ดังนั้นการเลือกใช้อุปกรณ์สำนักงานที่ส่งเสริมการนั่งอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเก้าอี้ Ergonomic หรือ เก้าอี้ทำงานสุขภาพ จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าทางเลือกออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิต Office Syndrome หรือออฟฟิศซินโดรม คือกลุ่มอาการที่เกิดจากพฤติกรรมซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่มีการขยับเปลี่ยนอิริยาบถ ซึ่งสาเหตุหลักมักเกิดจากการนั่งในท่าที่ไม่ถูกต้อง หรือใช้อุปกรณ์สำนักงานที่ไม่รองรับสรีระของผู้ใช้งาน อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ และหลังปวดศีรษะจากความเครียดของกล้ามเนื้อชาปลายมือหรือแขนจากการกดทับเส้นประสาทการหายใจตื้นเนื่องจากกล้ามเนื้อทรวงอกเกร็ง การใช้เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถลดความเสี่ยงจากออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะถูกออกแบบมาให้รองรับการนั่งที่ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดแรงกดทับ และปรับท่าทางให้นั่งได้ในระยะเวลานานอย่างปลอดภัยแนะนำเก้าอี้สุขภาพหรือ เก้าอี้ ergonomic สำหรับการนั่งทำงาน เก้าอี้สุขภาพหรือที่เรียกกันว่า เก้าอี้ Ergonomic เป็นเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่ถูกออกแบบมาด้วยหลักการทางสรีรศาสตร์ (Ergonomics) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนท่าทางการนั่งที่เหมาะสม ช่วยลดภาระของกระดูกสันหลัง และป้องกันการบาดเจ็บจากการนั่งนาน ๆ คุณสมบัติสำคัญของเก้าอี้ Ergonomic ที่ควรมองหาพนักพิงหลังที่รองรับกระดูกสันหลัง - ควรมีพนักพิงที่โค้งเว้าตามแนวกระดูกสันหลัง โดยเฉพาะช่วงเอว เพื่อช่วยพยุงหลังส่วนล่าง ลดอาการปวดหลังเบาะนั่งปรับระดับได้ - สามารถปรับความสูงของเบาะให้เหมาะสมกับโต๊ะทำงาน และความสูงของผู้ใช้งาน เพื่อให้เท้าสัมผัสพื้นได้อย่างเต็มที่พนักพิงศีรษะและที่รองแขน - ช่วยลดแรงตึงของกล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และต้นแขน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องนั่งประชุมหรือพิมพ์งานต่อเนื่องวัสดุระบายอากาศ - เบาะและพนักพิงควรผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่น และระบายอากาศได้ดี เพื่อลดการสะสมความร้อนล้อเลื่อนและระบบหมุนรอบตัว - เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหว ลดแรงบิดของร่างกายขณะเอื้อมของหรือหันซ้ายขวาข้อดีของเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ การลงทุนในเก้าอี้ทำงานสุขภาพ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความสบาย แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพระยะยาวอย่างแท้จริง ซึ่งข้อดีหลักของเก้าอี้สุขภาพ มีดังนี้ลดอาการปวดเมื่อยและป้องกันออฟฟิศซินโดรม - เก้าอี้ Ergonomic ถูกออกแบบให้รองรับโครงสร้างร่างกายของมนุษย์อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะช่วงคอ บ่า ไหล่ และกระดูกสันหลัง ช่วยลดแรงกดทับจากการนั่งในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อไม่เกร็งหรือเมื่อยล้าเกินไป จึงลดความเสี่ยงในการเกิดออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นอาการยอดฮิตของคนที่ต้องนั่งทำงานตลอดวันเพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงาน - เมื่อร่างกายรู้สึกสบายและไม่ต้องเผชิญกับความปวดเมื่อย สมองก็สามารถจดจ่อกับงานตรงหน้าได้ดีขึ้น ความเหนื่อยล้าที่สะสมจากท่านั่งที่ไม่เหมาะสมจะถูกลดทอนลง ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ผู้ใช้งานจะมีสมาธินานขึ้น ทำงานได้ต่อเนื่อง และมีพลังงานเหลือเฟือในช่วงท้ายของวันปรับท่าทางการนั่งให้ถูกต้อง - หลายคนไม่รู้ว่าท่านั่งที่ผิดเพียงเล็กน้อย เช่น การนั่งหลังงอ การห่อตัว หรือการนั่งเอียงตัวซ้ำ ๆ เป็นระยะเวลานาน จะสะสมจนกลายเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสียในระยะยาว เก้าอี้สุขภาพจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบังคับทางอ้อมให้ผู้ใช้งานนั่งในท่าที่ถูกต้อง ลดการโค้งงอผิดธรรมชาติของหลัง และส่งเสริมโครงสร้างร่างกายที่สมดุลมากยิ่งขึ้นปรับระดับให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคน - ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรูปร่างเล็กหรือใหญ่เก้าอี้ทำงานสุขภาพก็สามารถปรับระดับความสูง ความลึกของเบาะ ที่วางแขน พนักพิงหลัง หรือแม้แต่พนักพิงศีรษะให้เหมาะสมกับสรีระเฉพาะบุคคลได้อย่างลงตัว ความยืดหยุ่นในการปรับใช้นี้ ทำให้เก้าอี้สามารถรองรับผู้ใช้งานทุกประเภท และช่วยให้การนั่งทำงานในแต่ละวันรู้สึกพอดีอย่างแท้จริงช้งานได้นาน คุ้มค่าการลงทุน - แม้ว่าเก้าอี้สุขภาพจะมีราคาสูงกว่าเก้าอี้สำนักงานทั่วไป แต่ด้วยวัสดุคุณภาพสูง ระบบการปรับที่ซับซ้อน และดีไซน์ที่ผ่านการวิจัยด้านสรีรศาสตร์มาอย่างดี ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าเก้าอี้ทั่วไปหลายเท่า อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาอาการปวดหลัง ค่ากายภาพบำบัด หรือค่าเวชภัณฑ์อื่น ๆ เมื่อนำมาคำนวณในระยะยาวแล้ว ถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่เห็นผลจริงและคุ้มค่าที่สุดสรุป การดูแลสุขภาพจากการทำงาน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกกำลังกายหรือพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้น แต่ “การนั่งให้ถูกวิธี” ก็เป็นพื้นฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การเลือกเก้าอี้สุขภาพ หรือ เก้าอี้ทำงานสุขภาพ ที่ดีสามารถช่วยป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมและบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ ได้อย่างเห็นผล อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ยั่งยืน โดยสามารถเลือกซื้อเก้าอี้สุขภาพได้ตามโชว์รูม หรือร้านขายเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำที่สนใจ ด้วยราคาของเก้าอี้เพื่อสุขภาพในยุคนี้ที่เข้าถึงได้ง่ายมากกว่าเดิม ทำให้ทุกคนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างง่ายดาย สำหรับใครที่อยากอ่านบทความไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน การกินเที่ยว หรือรีวิวอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถเข้ามาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Chill on กินเที่ยว บนแพลตฟอร์มเว็บไซต์ Atime มีบทความหลากหลายให้คุณได้ติดตาม รับรองว่าได้ทั้งความรู้และความบันเทิงในเวลาเดียวกันจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

12 ก.ย. 2025
ในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา หนึ่งในกระแสที่ได้รับความนิยมแบบถล่มทลายคงหนีไม่พ้นชาเขียว ที่กลับมาเป็นกระแสฟีเวอร์อีกครั้ง ด้วยความฮิตจากเมนูใหม่ ๆ ของร้านแฟรนไชส์เครื่องดื่มชื่อดัง การรีวิวบนโซเชียลมีเดีย และเทรนด์สุขภาพที่กลับมาครองใจคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่เริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จากร้านกาแฟธรรมดาไปจนถึงคาเฟ่เฉพาะทาง หลายร้านถึงกับต้องขึ้นป้าย "ชาเขียวหมดชั่วคราว" เนื่องจากออร์เดอร์ที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด ขณะเดียวกันชาเขียวก็ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องดื่มหอมอร่อยเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ วันนี้ Chill On กินเที่ยวจะพาไปทำความรู้จักกับชาเขียวในมิติต่าง ๆ ทั้งรสชาติ เกรด ประโยชน์ เมนูน่าสนใจ รวมถึงคาเฟ่เด็ด ๆ ที่ต้องลองสักครั้งชาเขียว มีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย เราควรกินชาเขียวแบบไหนดี เพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุด เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เพราะชาเขียวไม่ได้มีดีแค่กลิ่นหอมและรสชาติละมุน แต่ยังเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อร่างกาย โดยเฉพาะชาเขียวแบบไม่ใส่น้ำตาล หรือที่เรียกกันว่าชาเขียวแท้ ประโยชน์ของชาเขียวมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด - สารโพลีฟีนอลในชาเขียวช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LDL และป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดกระตุ้นระบบเผาผลาญ - คาเฟอีนและแคทิชินในชาเขียวช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักลดความเสี่ยงมะเร็ง - สารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียวอาจช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิดดีต่อสุขภาพฟันและลมหายใจ - สาร EGCG ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก ทำให้ลมหายใจสดชื่น และลดการเกิดฟันผุช่วยคลายเครียดและเพิ่มสมาธิ - ธีอะนีน (Theanine) ซึ่งพบได้ในชาเขียว มีคุณสมบัติช่วยให้สมองผ่อนคลายแต่ยังคงตื่นตัวประเภทรสชาติ(โทน)ของชาเขียว มีแบบไหนบ้างโทนสาหร่าย - เป็นชาเขียวมัทฉะ ที่มีความโดดเด่นในกลิ่นของสาหร่าย และกลิ่นหญ้าโทนถั่ว - เป็นชาเขียวมัทฉะ ที่ค่อนข้างได้รับความนิยม เนื่องจากมีกลิ่นหอมคล้ายถั่ว โดดเด่นในด้านความหอมละมุนชาเขียวมีกี่เกรด 1. Ceremonial Grade (เกรดพิธีการ) - ชาเขียวระดับสูงสุดที่ใช้ในพิธีชงชาของญี่ปุ่น เป็นมัทฉะที่ทำจากยอดอ่อนของใบชาเท่านั้น ผ่านกระบวนการบดด้วยหินแบบดั้งเดิม ทำให้ได้เนื้อผงที่ละเอียดพิเศษจนแทบละลายได้เองในน้ำร้อน รสชาติหอมละมุน ไม่ขม ไม่ฝาด 2. Premium Grade (เกรดพรีเมียม) - เกรดนี้จัดอยู่ในระดับสูงรองจากเกรดพิธีการ แต่ยังคงใช้ใบชาคุณภาพดี ผสมยอดใบอ่อน และมีกระบวนการผลิตที่รักษาคุณลักษณะของมัทฉะไว้ได้ดี มักนิยมใช้ในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นทั่วไป มีสีเขียวสดแต่น้อยกว่าเกรดพิธีการ มีกลิ่นหญ้าอ่อน ๆ แบบธรรมชาติ 3. Culinary Grade (เกรดทำอาหาร) - เกรดนี้ถือเป็นชาเขียวสำหรับการปรุงอาหาร นิยมใช้ทำขนม เบเกอรี่ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมอื่น ๆ เพิ่มเติม เพราะมีรสเข้มที่ไม่โดนกลบง่าย ราคาไม่สูงมาก รสขมฝาด และอาจมีกลิ่นแรงแนะนำเมนูชาเขียวที่น่าสนใจ ทำเองได้ สำหรับผู้ที่อยากสนุกกับการดื่มชาเขียวแบบ DIY ที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์บาริสต้าหรือวัตถุดิบหรูหราแต่อย่างใด เพราะมีเมนูชาเขียวหลากหลายแบบที่ทำง่าย ใช้วัตถุดิบไม่มาก และยังได้รสชาติอร่อยไม่แพ้ร้านคาเฟ่ดัง แถมยังสามารถปรับสูตรได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะหวานมาก หวานน้อย หรือเพิ่มความครีมมี่ด้วยนมชนิดต่าง ๆ สำหรับเมนูชาเขียวแบบทำเองที่คัดมาแล้วว่าอร่อย สดชื่น และสุขภาพดี มีดังนี้ 1. ชาเขียวเย็นสูตรน้ำผึ้งมะนาว - เมนูนี้เหมาะมากสำหรับหน้าร้อน หรือวันที่คุณต้องการความสดชื่นแบบไม่หวานจัด โดยใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาลให้ได้ความหวานจากธรรมชาติ วิธีทำ: ผสมผงชาเขียว 1 ช้อนชากับน้ำร้อนประมาณ 100 มล. คนให้ละลาย กรองเอาแต่น้ำเพื่อให้ได้รสชาติใสสะอาด จากนั้นเติมน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนชา และน้ำมะนาวเล็กน้อย คนให้เข้ากัน ใส่น้ำแข็ง ดื่มทันที หรือจะแช่เย็นไว้ก่อนก็ดี ดื่มแล้วสดชื่น คลายร้อนได้ดีเยี่ยม 2. มัทฉะลาเต้เย็น -เมนูยอดนิยมที่พบได้ในทุกคาเฟ่ แต่รู้ไหมว่าคุณสามารถทำเองที่บ้านได้แบบง่าย ๆ ด้วยวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง และยังเลือกปรับสูตรให้เป็นแนวสุขภาพมากขึ้นด้วย วิธีทำ: ผสมผงมัทฉะ 1 ช้อนชากับน้ำร้อนเล็กน้อย (ประมาณ 50 มล.) คนให้ละลาย จากนั้นเติมนมสดหรือนมอัลมอนด์ประมาณ 150-200 มล. ใส่น้ำแข็ง และเติมไซรัปหรือน้ำเชื่อมเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหวานตามชอบ หากต้องการให้เข้มข้นกว่านี้ อาจใช้ครีมเทียมหรือวิปครีมเป็นท็อปปิ้งก็ได้ 3. สมูทตี้ชาเขียวกล้วยหอม - เมนูสายสุขภาพที่ได้ทั้งพลังงานดี ๆ และรสชาติหอมมันกลมกล่อมจากกล้วยหอมและชาเขียว เหมาะสำหรับเป็นมื้อเช้าหรือดื่มหลังออกกำลังกาย วิธีทำ: นำกล้วยหอมแช่แข็ง 1 ลูก ผงชาเขียว 1 ช้อนชา นมสดหรือโยเกิร์ต ½ ถ้วย และน้ำแข็งเล็กน้อย ใส่ลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนียนละเอียด เสิร์ฟใส่แก้ว สามารถเพิ่มเมล็ดเจียหรือข้าวโอ๊ตบดเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารได้อีกด้วย 4. พุดดิ้งชาเขียว - ของหวานที่ทำง่ายแต่ดูดี เหมาะทั้งทำกินเองในครอบครัวหรือเสิร์ฟในมื้อพิเศษ โดยใช้ผงเจลาตินช่วยให้เนื้อขนมจับตัวแต่ยังคงความนุ่มนวล วิธีทำ: ละลายผงเจลาตินประมาณ 1 ช้อนชาในน้ำอุ่น ผสมกับนมสด 1 ถ้วย ผงชาเขียว 1 ช้อนชา และน้ำตาลเล็กน้อย จากนั้นคนให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อนให้พอร้อนแต่ไม่เดือด เทใส่ถ้วยหรือพิมพ์ที่เตรียมไว้ พักให้เย็นแล้วแช่ตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมงจนเซตตัว เสิร์ฟพร้อมวิปครีม หรือถั่วแดงกวนก็อร่อยไม่แพ้กันคาเฟ่ชาเขียวที่ได้รับความนิยมชาหน้าผา - คาเฟ่ชาเขียวที่กำลังเป็นกระแสจากเขาใหญ่ ซึ่งตอนนี้มาเปิดสาขาที่กรุงเทพ ฯ แล้ว มีเมนูชาเขียวและไอศกรีมให้เลือกหลากหลายแบบKyo Roll En - ร้านขนมหวานที่หลายคนคุ้นเคย เนื่องจากตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า มีเมนูชาเขียวมากมาย โดยเฉพาะเค้กโรลชาเขียวFuku Matcha - ร้านชาที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้ม กินแล้วตาสว่างไปถึงเช้า แน่นอนว่าเมนูชาเขียวก็เข้มข้นถึงใจ ดื่มแล้วลืมไม่ลง จนอยากไปซ้ำPeace Oriental Teahouse - ร้านโปรดในดวงใจของใครหลายคน ด้วยเมนูชาเขียวมัทฉะเข้มข้นหลากหลายแบบMini Oriental speedbar - ร้านมัทฉะเครือเดียวกันกับ Peace Oriental speedbar ที่สำคัญคือ ทุกเมนูในร้านราคา 65 บาทเท่านั้นSeven Suns - ร้านชาเขียวมัทฉะที่แอดชอบมากที่สุด รสชาติเข้มข้น แต่ก็มีความกลมกล่อม หอมหวาน สาวกชาเขียวต้องได้ลองกันสักครั้งหนึ่งในชีวิตสรุป จากกระแสชาเขียวที่ฟีเวอร์จนขาดตลาด ทำให้เห็นได้ชัดว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นเทรนด์ที่ผสมผสานระหว่างความอร่อย ความสุข และสุขภาพได้อย่างลงตัว การตัดสินใจว่าจะกินชาเขียวแบบไหนดี จึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเพื่อสุขภาพ ความผ่อนคลาย หรือความเพลิดเพลิน การรู้จักประโยชน์ของชาเขียว ประเภท เกรด และวิธีการดื่มที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณได้รับคุณค่าจากเครื่องดื่มแก้วโปรดอย่างเต็มที่ และหากคุณยังไม่เคยลองทำเมนูชาเขียวเองที่บ้าน นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะเริ่มต้น เพราะชาเขียวไม่ใช่แค่เครื่องดื่มธรรมดา แต่คือไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่รักสุขภาพอย่างแท้จริง สามารถอ่านบทความไลฟ์สไตล์อื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ Chill on กินเที่ยวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ บาลี บัญชานิตยกาล

10 ก.ย. 2025
วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะมาพูดถึงเทรนด์รักสุขภาพมาแรงอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน อาหารแนวคลีน หรืออาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน กำลังกลายเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ ของผู้คนทุกเพศทุกวัย และหนึ่งในเมนูที่ติดเทรนด์มากที่สุดในช่วงที่ผ่านมาคือ Overnight Oat อาหารเช้าสุดเฮลธ์ตี้ที่กลายเป็นขวัญใจของสายคลีน คนลดน้ำหนัก และผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพไปพร้อมกับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันด้วยความที่สามารถเตรียมไว้ล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องใช้ไฟ ไม่ต้องเสียเวลาปรุงตอนเช้า และยังดัดแปลงรสชาติได้หลากหลายตามใจชอบ ทำให้ Overnight Oat กลายเป็น “อาหารเช้ายุคใหม่” สำหรับคนยุคใหม่ที่อยากเริ่มต้นวันดี ๆ ด้วยอาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณประโยชน์ครบถ้วนOvernight Oat คืออะไร Overnight Oat คือเมนูข้าวโอ๊ตที่ไม่ต้องต้ม แต่ใช้วิธีแช่ในของเหลว เช่น นมสด นมพืช หรือน้ำเปล่าผสมโยเกิร์ต ทิ้งไว้ในตู้เย็นข้ามคืน โดยข้าวโอ๊ตจะค่อย ๆ ซึมซับของเหลวจนกลายเป็นเนื้อเนียนนุ่มพร้อมรับประทานในตอนเช้า รูปแบบของ Overnight Oat แตกต่างจากโจ๊กหรือโอ๊ตต้มทั่วไป เพราะไม่ผ่านความร้อน ทำให้คงคุณค่าสารอาหารไว้ได้เต็มที่ อีกทั้งยังสามารถเติมผลไม้สด ถั่ว เมล็ดเจีย น้ำผึ้ง หรือเครื่องเทศต่าง ๆ เพื่อเสริมรสชาติและประโยชน์เพิ่มเติม จุดเด่นอีกประการคือความพกพาสะดวก และเหมาะสำหรับคนยุคเร่งรีบ เพียงแค่เตรียมไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด แล้วแช่ไว้ในตู้เย็น เมื่อเช้าถึงก็สามารถหยิบขึ้นมากินได้ทันที ไม่ว่าจะทานบนรถหรือพกไปทานที่ทำงานก็สามารถทำได้ ที่สำคัญคือไม่มีกลิ่นรบกวนคนรอบข้าง เนื่องจากส่วนผสมมีเพียงแค่ข้าวโอ๊ต นม โยเกิร์ต ผลไม้ และเมล็ดเจียเท่านั้นส่วนประกอบและวิธีการทำ Overnight Oat แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของ Overnight Oat จะดูเหมือนซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้วเมนูนี้ทำได้ง่ายมาก และดัดแปลงได้ตามวัตถุดิบในตู้เย็นของคุณ เราสามารถเริ่มต้นจาก Overnight Oats สูตรพื้นฐาน ดังนี้ 1. ส่วนประกอบหลัก (สูตรมาตรฐาน)ข้าวโอ๊ตชนิด Rolled Oats (ไม่ใช่ quick oats) ½ ถ้วย หรือตามความต้องการนม (นมสด, นมอัลมอนด์, นมถั่วเหลือง ฯลฯ) ½ - 1 ถ้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2-3 ช้อนโต๊ะ (ไม่ใส่ก็ได้ หรือเลือกใช้เป็นกรีกโยเกิร์ต)เมล็ดเจีย / เมล็ดแฟลกซ์ 1 ช้อนชาน้ำผึ้ง / อินทผลัมบด / กล้วยสุกบด (ใช้เพิ่มความหวานจากธรรมชาติ) 2. วิธีทําเมนู Overnight Oatเทข้าวโอ๊ตลงในภาชนะ เช่น ขวดแก้วหรือกล่องมีฝาปิดเติมนมและโยเกิร์ต คนให้เข้ากันใส่เมล็ดเจียและส่วนผสมที่ให้รสหวานตามชอบปิดฝาแล้วนำไปแช่เย็นข้ามคืน (อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง)ตอนเช้าสามารถใส่ผลไม้สด ถั่ว หรือ topping อื่น ๆ ก่อนเสิร์ฟได้* หากต้องการเปลี่ยนรสชาติ ให้เติมผงโกโก้ ผงอบเชย กลิ่นวานิลลา หรือผลไม้แช่แข็งลงไปก่อนแช่เย็น เพื่อให้อาหารมีรสชาติที่น่าสนใจมากขึ้นประโยชน์ของการทาน Overnight Oat นอกจากความอร่อยและสะดวกสบายแล้ว Overnight Oat ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่เหมาะกับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ และคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น - ข้าวโอ๊ตมีใยอาหารสูง โดยเฉพาะ “เบต้ากลูแคน” ที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล และกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร ทำให้ขับถ่ายได้ดีขึ้นควบคุมน้ำหนักและคอเลสเตอรอล - ใยอาหารที่อยู่ในข้าวโอ๊ตช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ลดการกินจุกจิกในระหว่างวัน และช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง - หลายการศึกษาระบุว่าการบริโภคข้าวโอ๊ตเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูงเป็นมิตรกับผู้แพ้แลคโตส - สามารถปรับเปลี่ยนสูตรโดยใช้ “นมพืช” แทนได้ เช่น นมอัลมอนด์ หรือนมข้าวโอ๊ต ซึ่งยังคงให้รสชาติเข้มข้นเหมือนเดิมประหยัดเวลาและพลังงาน - เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ เพราะไม่ต้องปรุง ไม่ต้องล้างหม้อ และไม่ต้องรอร้อน ทานได้ทันทีที่ตื่น หากพูดถึง Overnight Oats ประโยชน์นั้นมีมากมาย นี่คือเมนูที่ไม่เพียงแต่อร่อยและอยู่ท้อง แต่ยังสนับสนุนให้เรารักษาสุขภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาวแนะนำเมนูอื่น ๆ ที่น่าสนใจจากข้าวโอ๊ต แม้ว่า Overnight Oat จะเป็นเมนูยอดฮิต แต่จริง ๆ แล้วข้าวโอ๊ตยังสามารถนำไปดัดแปลงเป็นเมนูอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ทั้งคาวและหวาน เช่นOatmeal ต้มร้อน - เมนูนี้เป็นอาหารเช้าแบบคลาสสิกที่เราคุ้นเคยกันดี เพียงแค่นำข้าวโอ๊ตไปต้มกับน้ำหรือนมจนได้ความข้นและเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล ก็สามารถเติมความอร่อยเพิ่มเติมด้วยผลไม้สดอย่างกล้วยหอมหั่นบาง เบอร์รี หรือผลไม้แห้ง และหากต้องการรับประทานในแบบคาว ก็อาจเพิ่มไข่ต้ม ไข่ดาว หรือแม้แต่เนื้อไก่ฉีกเล็กน้อย พร้อมโรยพริกไทยดำเพื่อตัดรสก็อร่อยได้ในอีกสไตล์คุกกี้ข้าวโอ๊ต - เมนูนี้ใช้ข้าวโอ๊ตแทนแป้งขัดขาว ทำให้ลดคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวได้ดี พร้อมทั้งเพิ่มใยอาหารที่ช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารและทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ส่วนผสมหลักที่นิยมใช้มีทั้งกล้วยสุกบดที่ช่วยให้เนื้อคุกกี้นุ่มและให้ความหวานจากธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาล ลูกเกดหรือดาร์กช็อกโกแลตชิ้นเล็กที่ช่วยเติมรสสัมผัส และกลิ่นหอมของผงอบเชยที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแพนเค้กข้าวโอ๊ต - แพนเค้กข้าวโอ๊ตก็เป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะสามารถใช้ข้าวโอ๊ตบดละเอียดแทนแป้ง ทำให้ได้แพนเค้กที่ไฟเบอร์แน่น โปรตีนสูง และมีรสสัมผัสที่เหนียวนุ่มไม่แพ้แป้งธรรมดา สูตรพื้นฐานเพียงแค่ผสมไข่ไก่และกล้วยหอมบดเข้ากับข้าวโอ๊ต เติมผงฟูเล็กน้อยให้แพนเค้กฟูสวย เมื่อสุกก็สามารถทานได้ทันทีข้าวโอ๊ตปั่น (Oat Smoothie) - เหมาะมากกับเช้าที่เร่งรีบหรือวันที่ไม่มีเวลาทำอาหาร เพียงแค่ใส่ข้าวโอ๊ตลงในเครื่องปั่นร่วมกับนมหรือโยเกิร์ต และผลไม้ที่ชอบ เช่น กล้วยหอม สตรอว์เบอร์รี่ หรือเบอร์รีรวม เติมน้ำแข็งเล็กน้อย แล้วปั่นให้เข้ากัน ก็จะได้สมูทตี้ที่เนื้อข้นและนุ่มลื่นจากข้าวโอ๊ต แถมยังอยู่ท้องได้นานโดยไม่ต้องเพิ่มแป้งหรือน้ำตาลสรุป Overnight Oat คือเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่ลงตัวที่สุดสำหรับคนยุคใหม่ ที่ต้องการเริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างมีคุณภาพและไม่ยุ่งยาก ด้วยคุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วน ความสะดวกสบายในการเตรียม และรสชาติที่ปรับได้ตามใจ ทำให้เมนูนี้กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในหมู่คนลดน้ำหนักและผู้รักสุขภาพ หากคุณสนใจบทความด้านอาหารคลีนไลฟ์สไตล์ หรือท่องเที่ยวผสมสุขภาพ สามารถเลือกอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ Chill on กินเที่ยว บนเว็บไซต์ Atime ที่รวบรวมเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแนวในแบบที่อ่านง่ายและได้แรงบันดาลใจในทุกบทความจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

02 ก.ย. 2025
หากพูดถึงการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง มีความเข้าใจผิดมากมายเกี่ยวกับการออกกำลังกายประเภทนี้ ด้วยคำนิยามที่เป็นการออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แต่หลายคนมักจะพูดด้วยคำว่าออกกำลังกายเพิ่มกล้าม ทำให้ตัวใหญ่ ตัวบวม หรือกล้ามใหญ่ จนผู้หญิงหลายคนอาจกลัวการออกกำลังกายประเภทนี้ แต่ความจริงแล้วการออกกำลังการเวทเทรนนิ่ง หากเลือกออกอย่างถูกต้องและพอดี ก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงไปพร้อม ๆ กับรูปร่างที่สวยงามมากขึ้น วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการออกกำลังกายประเภทนี้ให้ละเอียดมากขึ้น และไขข้อเข้าใจผิดที่หลายคนยังไม่รู้ให้ถูกต้องการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง คืออะไร ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คอนเทนต์หรือเทรนด์เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและรูปร่างได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สังเกตง่าย ๆ ได้จากโซเชียลมีเดีย โดยหนึ่งในวิธีการออกกำลังกายที่ได้รับความสนใจจากทั้งผู้หญิงและผู้ชายทุกช่วงวัยก็คือ การเวทเทรนนิ่ง”หรือการฝึกกล้ามเนื้อด้วยแรงต้าน ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้อยู่บ่อย ๆ แต่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเวทเทรนนิ่ง คือ อะไร และมีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย เวทเทรนนิ่ง (Weight Training) คือ การออกกำลังกายที่เน้นการใช้น้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักตัวหรืออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ดัมเบล บาร์เบล หรือเครื่องออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มแรงต้านให้กล้ามเนื้อทำงานหนักขึ้น การออกแรงซ้ำ ๆ และสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ รวมถึงกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากรูปร่างที่ดูดีขึ้นแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วยเวทเทรนนิ่ง ช่วยเรื่องอะไรบ้าง การออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง ไม่ได้มีข้อดีแค่การทำให้รูปร่างผอมเพรียวหรือทำให้เห็นกล้ามเนื้อได้ชัดเจนเพียงเท่านั้น แต่การเวทเทรนนิ่งยังมีประโยชน์อีกหลายประการ ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต เช่นเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ: เมื่อเราอายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดลง การทำเวทเทรนนิ่งเป็นประจำจะช่วยชะลอการสูญเสียกล้ามเนื้อ และยังสามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ นอกจากนี้การไม่มีกล้ามเนื้อยังส่งผลเสียต่อความแข็งแรงของกระดูก เมื่อแก่ตัวขึ้นอาจทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงเท่าที่ควรกระตุ้นระบบเผาผลาญ: กล้ามเนื้อมีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญพลังงาน การมีกล้ามเนื้อที่มากขึ้นจะทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น แม้ในช่วงเวลาที่ไม่ได้ออกกำลังกายก็ตาม สำหรับใครที่มีปัญหาด้านการเผาผลาญหรือกินน้อยแต่ยังอ้วน สามารถเลือกใช้วิธีออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก: การฝึกเวทเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อกระดูก ลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน ควรฝึกการออกกำลังกายให้เป็นนิสัยตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อลดปัญหาสุขภาพเมื่ออายุมากขึ้นช่วยควบคุมน้ำหนัก: การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อช่วยให้การควบคุมน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้นลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง: เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ฯลฯเพิ่มความมั่นใจในรูปร่าง: เมื่อรูปร่างกระชับ ดูดีขึ้น ย่อมส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเองและภาพลักษณ์ในสังคมเวทเทรนนิ่งจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสมอไปหรือไม่ คำถามยอดฮิตของคนที่เริ่มต้นออกกำลังกายแรก ๆ คือ การออกกำลังกายจำเป็นต้องมีอุปกรณ์หรือไม่, เวทเทรนนิ่งไม่มีอุปกรณ์สามารถทำได้ เพราะการออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งไม่ได้หมายถึงการใช้อุปกรณ์เป็นตัวช่วยเสมอไป การออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งไม่มีอุปกรณ์ เรียกกันว่า Bodyweight คือการเอาน้ำหนักตัวมาเป็นแรงต้าน ตัวอย่างของ Bodyweight เช่นSquat เพื่อฝึกต้นขาและก้นPush-up เพื่อฝึกกล้ามเนื้ออก แขน และไหล่Plank สำหรับเสริมความแข็งแรงของแกนกลางลำตัวLunges สำหรับเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของขาแนะนำตารางการออกกำลังกายให้ Balance ระหว่าง Cardio and Weight Trainingข้อควรระวังในการออกกำลังกาย แม้ว่าการเวทเทรนนิ่งจะมีประโยชน์มากมาย แต่หากทำผิดวิธี ก็อาจก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ จึงควรระมัดระวังดังนี้อย่าฝืนมากเกินไป: สำหรับผู้เริ่มต้นออกกำลังในช่วงแรก ควรเริ่มใช้ดัมเบลน้ำหนักเบา หรือเลือกจำนวนครั้งที่พอเหมาะแล้วค่อย ๆ ไต่ระดับเพิ่มขึ้นทีละน้อย อย่าหักโหมเพราะอาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบหรือเกิดการบาดเจ็บวอร์มอัพก่อนและหลังเสมอ: การอุ่นร่างกายช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อเตรียมพร้อม ลดโอกาสการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายศึกษาท่าทางที่ถูกต้อง: ท่าทางที่ผิดอาจทำให้เกิดแรงกดที่ไม่เหมาะสม เช่น อาการปวดหลังจากการ Squat ผิดวิธีฟังร่างกายตัวเอง: หากรู้สึกเจ็บ หรือไม่สบาย ควรหยุดทันที ไม่ควรอย่าฝืนออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้ร่างกายบาดเจ็บเรื้อรังพักผ่อนและรับประทานอาหารให้เหมาะสม: ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน เนื่องจากกล้ามเนื้อต้องการโปรตีนและการพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อการฟื้นตัวและเจริญเติบโตสรุป เวทเทรนนิ่ง ไม่ใช่แค่การออกกำลังกายสำหรับนักเพาะกาย แต่เป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะต้องการรูปร่างที่ดี เสริมสร้างกล้ามเนื้อ หรือกระตุ้นระบบเผาผลาญ การออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง คือทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อผสมผสานกับคาร์ดิโออย่างสมดุล จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ฟิต และดูดีจากภายในสู่ภายนอก ที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสมอไป ผู้เริ่มต้นสามารถเริ่มจากการเวทเทรนนิ่งไม่มีอุปกรณ์ได้เลย และเมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น ค่อยขยับไปใช้อุปกรณ์เพิ่มเติมตามความเหมาะสม การดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็สามารถมีสุขภาพดี และรูปร่างที่แข็งแรงได้ไม่ยากเลย ติดตามอ่านบทความดี ๆ เพิ่มเติมหรืออ่านบทความเกี่ยวกับการคาร์ดิโอได้ที่ Chill on กินเที่ยวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

11 ธ.ค. 2025
เตรียมตัวให้พร้อม! มหัศจรรย์ดิสนีย์แลนด์ใจกลางกรุงเทพฯเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอยกลับมาอีกครั้ง! ปีนี้ เซ็นทรัลเวิลด์ จัดเต็มยิ่งกว่าที่เคย ด้วยการร่วมมือกับ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ เนรมิตพื้นที่ลานหน้าศูนย์การค้าให้กลายเป็นอาณาจักรเทพนิยายสุดอลังการ ในธีม "Disney The Magical Stars 2025 at centralwOrld" เหมือนยก ดิสนีย์แลนด์ มาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ให้คุณได้สัมผัสความมหัศจรรย์และถ่ายรูปเช็กอินกับตัวละครดิสนีย์ที่ชื่นชอบได้อย่างจุใจ!ไฮไลต์ห้ามพลาด! 7 โซนถ่ายรูปสุดอลังการในงาน คริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ 2025โซนที่ 1: ต้นคริสต์มาสยักษ์ Mickey Friendsแน่นอนว่าแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง ต้นคริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงตระการตา พร้อมด้วยรูปปั้น มิกกี้ เมาส์ ขนาดใหญ่ และผองเพื่อนมาต้อนรับไฮไลต์พิเศษ: ปีนี้มี "หิมะตก" จำลองเพิ่มบรรยากาศความฟินเหมือนอยู่ต่างประเทศ!โซนที่ 2: Toy Story Wonderlandหลุดเข้าไปในโลกของแอนดี้! โซนนี้จำลองเป็นกล่องของขวัญและของเล่นขนาดมหึมา พบกับ เร็กซ์ ไดโนเสาร์เขียวตัวโต, เจสซี่ คาวเกิร์ลสุดซ่า และ เอเลี่ยน 3 ตา ที่ยืนอยู่บนบล็อกของเล่นโซนที่ 3: Frozen Winter Magicสัมผัสบรรยากาศเมืองหิมะจากอาณาจักรเอเรนเดลล์ พบกับราชินี เอลซ่า ในชุดสีฟ้าสวยสง่า, เจ้าหญิง อันนา, คริสตอฟฟ์, กวางเรนเดียร์ สเวน และมนุษย์หิมะสุดน่ารัก โอลาฟโซนที่ 4: Stitch’s Cozy Cornerมุมสุดอบอุ่นสำหรับแฟนคลับเอเลี่ยนตัวแสบ! พบกับโมเดล สติทช์ (Stitch) และ แองเจิล (Angel) ในชุดซานต้าสุดน่ารัก (ดังภาพที่ 5) รวมถึงเหล่าฟิกเกอร์สติทช์หลากหลายอิริยาบถโซนที่ 5: Mickey Friends' Happy Houseโซนที่จำลองบ้านและฉากจากมิกกี้และผองเพื่อน พบกับ พลูโต ที่คาบลูกอมคริสต์มาส และมุมจำหน่ายสินค้าคาแรกเตอร์สุดน่ารักจากดิสนีย์โซนที่ 6: Disney Princess Castleปราสาทเจ้าหญิงดิสนีย์สุดอลังการ ที่ให้คุณได้ถ่ายรูปกับรูปปั้นเสมือนจริงของเจ้าหญิงคนโปรด ไม่ว่าจะเป็น ซินเดอเรลล่า, เบลล์, สโนว์ไวท์, แอเรียล และราพันเซล!โซนที่ 7: Hong Kong Disneyland Resort 20th Anniversaryร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ พบกับ มิกกี้เมาส์เป่าลมขนาดใหญ่ 5 เมตร เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่พลาดไม่ได้!วิธีเดินทางสู่ดินแดนมหัศจรรย์ เซ็นทรัลเวิลด์BTS Skytrain: ลงสถานีชิดลม หรือ สถานีสยาม และใช้ทางเชื่อม Skywalk เดินตรงเข้าสู่ศูนย์การค้ารถยนต์ส่วนตัว: มีพื้นที่จอดรถรองรับ แต่แนะนำให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะในช่วงเทศกาลเพื่อความสะดวกงานไฟประดับ centralwOrld Light Up Christmas Tree Celebration 2025-2026 เซ็นทรัลเวิลด์ที่อยู่ : 999/9 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯเปิดให้เข้าชม : 10.00-22.00 น.เขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

09 ธ.ค. 2025
ต้อนรับเทศกาลแห่งการให้และการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี! เซ็นทรัล เอ็มบาสซีเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความสุขสุดคิวต์ในงาน "FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING"ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Sticky Monster Lab สตูดิโอครีเอทีฟชื่อดังระดับโลกจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยเป็นการประเดิมจัดงานครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!อุโมงค์ไฟและของตกแต่งตื่นตาตื่นใจกับ The Monster Gateway ทางเข้าเชื่อมสถานี BTS เพลินจิต ที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีสันสดใส และของประดับในธีมคริสต์มาสสุดน่ารัก และห้ามพลาดกับ ป๊อปอัพสโตร์ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวบรวมของที่ระลึกและสินค้าลิขสิทธิ์สุดคิวต์มาให้เลือกซื้อเป็นของฝากหรือของสะสมทำความรู้จัก Sticky Monster Lab และคอนเซ็ปต์สุดว้าวSticky Monster Lab คือสตูดิโอที่โดดเด่นในการสร้างสรรค์คาแรคเตอร์มอนสเตอร์สุดน่ารักที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านงานดีไซน์ที่ผสมผสานความขี้เล่น ความตลกขบขัน และมุมมองศิลปะร่วมสมัยอย่างลงตัวงาน "FUNNY LITTLE MESS" ได้รับแรงบันดาลใจจากคาแรคเตอร์ Redmon และ Elfmon โดยสองครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ SML คือ Fla และ Boo ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยสุดอบอุ่นที่ชวนให้ทุกคนค้นพบความสุขจาก “ความวุ่นวายเล็ก ๆ ที่อบอุ่นใจ” หรือ "funny little mess" ของชีวิต อันเต็มไปด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพ คุณจะได้พบกับคู่หูเพื่อนซี้ Redmon และ Elfmon ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในกรุงเทพฯ มาก่อน! และถูกนำมาจัดแสดงในรูปแบบอาร์ตอินสตอลเลชันขนาดใหญ่ทั่วทั้งศูนย์การค้าดื่มด่ำกับ Installation Art สุดคิวต์ทุกมุมของ Central Embassyคุณจะได้พบกับคู่หูเพื่อนซี้ Redmon และ Elfmon ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในกรุงเทพฯ มาก่อน! และถูกนำมาจัดแสดงในรูปแบบอาร์ตอินสตอลเลชันขนาดใหญ่ทั่วทั้งศูนย์การค้าจุดถ่ายรูปสุดชิคอย่าพลาดมุมถ่ายรูปสุดสร้างสรรค์อื่น ๆ ทั่วห้าง ไม่ว่าจะเป็น The Wishing Tree หรือ Stick-Ey Together Fountain ที่ทางเข้าเพลินจิต และแน่นอนว่าต้องมีหุ่น Nutcracker ยักษ์ ที่หน้าทางเข้าของห้างอีกด้วยงาน FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงศิลปะที่น่ารักเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อพลังบวกและความหมายของ "การให้" และ "มิตรภาพ" ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความรู้สึกดี ๆ อีกด้วยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี งาน FUNNY LITTLE MESS : SEASON OF GIVING 2025 ที่อยู่ : 1031 ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯพิกัด : https://maps.app.goo.gl/iCYMagoYMWYfGX819เปิดให้เข้าชม : 10.00-22.00 น.การเดินทาง : รถไฟฟ้า BTS สถานีเพลิตจิตมาเปลี่ยนช่วงเวลาส่งท้ายปีให้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความทรงจำที่อบอุ่นใจไปกับเหล่ามอนสเตอร์สุดน่ารักที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงอาจซ่อนอยู่ใน "ความวุ่นวายเล็กๆ" ที่น่ารักนี้!เขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

19 ก.ค. 2025
“บ๊อคบ๊อค~ เสียงใครน้า?” อ๋อ! เสียงเจ้าตัวเล็กสี่ขานี่เอง! ถ้าใครกำลังมองหาคาเฟ่น้องหมาน่ารักๆ แอดขอป้ายยาแรงๆ ให้ไป Corgi in the Garden คาเฟ่คอร์กี้สุดคิวท์ที่สายหมาต้องร้องกรี๊ด! เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก แต่ยังมอบความสุขจนใจฟู ใครได้มาแล้วระวังจะติดใจกลับบ้านไม่ถูกน้า~รอบเข้า การจอง บอกก่อนว่าที่นี่เขาเปิดเป็นรอบๆ นะจ๊ะ แนะนำว่าให้ ทักไลน์ไปจองล่วงหน้า เลย จะได้ไม่พลาดรอบเด็ดๆ เพราะทางร้านจำกัดจำนวนคนต่อรอบ ให้เราได้ฟินกับน้องๆ แบบเต็มอิ่ม ไม่แออัด ไม่แย่งกันถ่ายรูป! โดยแพ็คเกจมีให้เลือก 2 แบบ คือStandardค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว = 350.-ค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว + เค้ก/ไอศกรีม 1 ชิ้น = 450.-Premiumค่าเข้า + ของที่ระลึกจากทางร้าน = 550.-หรือจัดเต็ม! ค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว + เค้ก/ไอศกรีม 1 ชิ้น + ของที่ระลึก = 650.- บรรยากาศร้านอบอุ่น น่ารัก มีมุมถ่ายรูปเพียบ! ทั้งมุมชิคๆ คิ้วท์ๆ และมุมของที่ระลึกให้เลือกช้อปกลับบ้าน พอถึงเวลาเข้าเล่น พนักงานจะอธิบายกฎระเบียบ เช่น ใส่ถุงคลุมเท้า ก่อนเข้าโซนน้องหมา และบอกวิธีให้อาหาร (ถ้วยละ 100.-) เพื่อความปลอดภัยของเราและน้องๆ สายถ่ายรูปห้ามพลาด! เพราะพี่พนักงานใจดี๊ใจดี จะช่วยดึงความน่ารักของน้องๆ มาให้เราได้รูปสวยๆ ฟินๆ กลับบ้านแน่นอน ขนมและเครื่องดื่มที่นี่ไม่ใช่แค่พร็อพถ่ายรูปนะจ๊ะ แต่อร่อยจริง! หวานกำลังดี ไม่เลี่ยน แนะนำให้วางกลางโต๊ะให้ดี เพราะถ้าเผลอวางไว้ใกล้ขอบโต๊ะ มีสิทธิ์โดนเจ้าตัวแสบแอบจกไปกินก่อน บอกเลยว่าเอ็นเนอจี้เต็มร้อยตอนขาไป แต่พอได้เล่นกับน้องๆ เท่านั้นแหละ…เอ็นเนอจี้หายหมด เหลือแค่ ใจที่ฟูฟ่องกลับบ้าน น้องๆน่ารักจนลืมเวลา ใครกำลังหาคาเฟ่ชิลๆ เติมพลังใจ แอดแนะนำสุดตัว Corgi in the Garden เลยจ้า แล้วเธอจะติดใจเหมือนแอด!ตั้งอยู่ใน: OURSที่อยู่: 240/1 ซอยเจริญนคร 10 แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600โทร: 062-865-6156เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 10:00 - 18:00 น.เขียนและจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ สาริศา ปริมาณ

15 ก.ค. 2025
แนะนำแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจในจังหวัดกรุงเทพ ฯ ฉบับอัปเดตปี 2025 แบ่งปันที่เที่ยวรอบเมืองแบบจุก ๆ เหมาะกับทุกสไตล์กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวที่ผสมผสานวัฒนธรรมเก่าแก่กับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นพระบรมมหาราชวัง วัดวาอาราม ตลาดนัดสุดคึกคัก ไปจนถึงคาเฟ่เก๋ ๆ และห้างสรรพสินค้าระดับโลก ทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองที่เที่ยวได้ไม่มีเบื่อ สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ต้องออกนอกเมืองก็สามารถหามุมพักผ่อนดี ๆ ได้ในกรุงเทพเอง เพราะที่เที่ยวกรุงเทพมีให้เลือกมากมายตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชิล สายแชะ หรือสายสายมู ก็สามารถเลือกเที่ยวในเมืองหลวงแห่งนี้ได้อย่างสนุกและน่าจดจำ วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะมาแนะนำสถานที่เที่ยวกรุงเทพเด็ด ๆ อัปเดตฉบับ 2025 กันจังหวัดกรุงเทพ แหล่งศูนย์กลางการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร หรือที่หลายคนเรียกกันสั้น ๆ ว่า "กรุงเทพ ฯ" ถือเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามอันเก่าแก่ สถานบันเทิงสุดชิค หรือห้างสรรพสินค้าระดับโลก ทุกสิ่งทุกอย่างถูกรวมไว้ในเมืองหลวงแห่งนี้อย่างครบถ้วน สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กรุงเทพไม่ใช่เพียงเมืองที่เดินทางสะดวกและคึกคักตลอด 24 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยที่เที่ยวกรุงเทพหลากหลายสไตล์ที่สามารถเลือกได้ตามความชอบส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา เที่ยวชมพระบรมมหาราชวัง หรือหามุมถ่ายรูปสุดเก๋ในคาเฟ่ย่านเก่าอย่างย่านปากคลองตลาดหรือเยาวราช ทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่ไม่เคยน่าเบื่อ เพราะมีสิ่งใหม่ ๆ รอให้ค้นหาเสมอ หากคุณกำลังมองหาไอเดียสำหรับการ เที่ยวกรุงเทพ 1 วัน หรือจะวางแผนเที่ยวแบบจัดเต็มหลายวัน บทความนี้จะแนะนำที่เที่ยวในกรุงเทพแบบหลากหลาย พร้อมแบ่งสไตล์ให้เลือกตามใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชิล สายบุญ หรือสายถ่ายรูป รับรองว่าต้องได้ไอเดียใหม่ ๆ แน่นอนความต่างของจุดเช็กอินกรุงเทพ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแม้ว่าจะเป็นจังหวัดเดียวกัน แต่จุดเช็กอินที่ชาวไทยนิยมไปกับที่ชาวต่างชาติชื่นชอบอาจมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ทั้งนี้ก็เพราะความสนใจและมุมมองต่อความเป็นไทยที่แตกต่างกัน เนื่องจากบางครั้งคนไทยอาจมีความเคยชินกับสถานที่เที่ยวในกรุงเทพ เนื่องจากได้พบเจอมาเป็นเวลานาน เพราะฉะนั้นเรามาดูกันว่าคนแต่ละกลุ่มนิยมไปสถานที่เที่ยวกรุงเทพ ที่ไหนกันบ้างจุดเช็กอินยอดนิยมของชาวต่างชาติพระบรมมหาราชวัง และวัดพระแก้วที่นี่ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ที่ทุกคนต้องมาเยือน ด้วยความอลังการของสถาปัตยกรรมไทยผสมผสานกับประวัติศาสตร์ ทำให้สถานที่นี้ไม่เคยว่างเว้นจากนักท่องเที่ยวถนนข้าวสารอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร บาร์ และเกสต์เฮาส์มากมาย ทั้งยังเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของนักเดินทางจากทั่วโลกตลาดน้ำตลิ่งชันแม้จะไม่ใช่ตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็ให้บรรยากาศแบบไทยแท้ พร้อมอาหารท้องถิ่นและของฝากมากมายย่านเยาวราชสวรรค์ของคนรักอาหารสตรีทฟู้ด ทั้งข้าวมันไก่ ก๋วยจั๊บ ขนมเบื้องโบราณ และของหวานสารพัดชนิดจุดเช็กอินยอดนิยมของชาวไทยห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างไอคอนสยาม เซ็นทรัลเวิลด์ หรือเอ็มควอเทียร์ ที่รวมครบทั้งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และกิจกรรมหลากหลายไว้ในที่เดียววัดวาอารามที่ให้โชคเช่น วัดแขก สีลม, วัดมังกรกมลาวาส ที่หลายคนมักจะไปไหว้พระขอพรตามความเชื่อคาเฟ่และร้านกาแฟสไตล์มินิมอลหรือวินเทจที่ผุดขึ้นทั่วกรุงเทพ โดยเฉพาะในย่านอารีย์ ทองหล่อ หรือเสนานิคมสวนสาธารณะใหญ่ ๆอย่างสวนลุมพินีหรือสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เหมาะสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายและพักผ่อนใกล้ธรรมชาติแนะนำสถานที่เที่ยวยอดฮิต และน่าสนใจเพื่อให้คุณสามารถเลือกสถานที่เที่ยวกรุงเทพได้ตามสไตล์ของตัวเอง เราขอแบ่งสถานที่ท่องเที่ยวออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายต่อการวางแผนและเดินทาง ดังนี้สายบุญ – ไหว้พระ ขอพร เสริมดวงวัดอรุณราชวรารามโดดเด่นด้วยพระปรางค์ที่สวยงามและเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมวัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์)มีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ และยังเป็นแหล่งเรียนรู้การนวดแผนไทยวัดปากน้ำภาษีเจริญมีพระมหาเจดีย์แก้วมรกต และเป็นวัดที่เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์เรื่องโชคลาภสายช้อปเดินชิล กิน เที่ยว ครบจบในที่เดียวไอคอนสยามรวมครบทั้งช้อปปิ้งแบรนด์ดัง ร้านอาหารริมแม่น้ำ และโชว์น้ำพุดิจิทัลสุดตระการตาจตุจักรสวรรค์ของนักช้อปของมือสอง เสื้อผ้าแฟชั่น ต้นไม้ และของตกแต่งบ้านสยามสแควร์เหมาะกับสายแฟชั่นที่ชอบอัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ ทั้งยังเป็นแหล่งรวมของกินและร้านเสื้อผ้าเก๋ ๆสายถ่ายรูปมุมสวย ๆ ไว้ลงในโซเชียลย่านปากคลองตลาดดอกไม้สดสวยงาม สีสันสดใสตลอดทั้งวันพิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สันสถาปัตยกรรมบ้านไม้ไทยโบราณ พร้อมของสะสมจากทั่วเอเชียสวนลอยฟ้าเจ้าพระยาจุดถ่ายรูปวิวเมืองมุมสูงแบบพาโนรามา พร้อมทางเดินลอยฟ้าที่เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูปสวย ๆสายธรรมชาติพักผ่อนเบา ๆ ในเมืองใหญ่บางกระเจ้าได้ชื่อว่าเป็น "ปอดของกรุงเทพฯ" มีเส้นทางปั่นจักรยาน ท่ามกลางธรรมชาติและความเงียบสงบสวนรถไฟพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เหมาะกับการวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือปิกนิกกับครอบครัวพิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครสถานที่เรียนรู้และพักผ่อนสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ๆสรุปสถานที่เที่ยวกรุงเทพมีให้เลือกหลากหลายสไตล์ และไม่ได้จำกัดแค่เพียงวัดวาอารามหรือห้างสรรพสินค้าเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคนชอบถ่ายรูป ชอบเดินตลาด หรืออยากพักผ่อนในสวนสวยกลางเมือง ทุกอย่างก็สามารถหาได้ในที่เดียว ความโดดเด่นของจังหวัดกรุงเทพ คือความสามารถในการผสมผสานความเป็นไทยแบบดั้งเดิมเข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมีบริการขนส่งสาธารณะครบครัน ไม่ว่าจะเป็น BTS, MRT, ตุ๊กตุ๊ก หรือเรือด่วน ทำให้การเดินทางไปยังที่เที่ยวในกรุงเทพ เป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย หากคุณยังไม่แน่ใจว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน ลองเลือกจากสไตล์ที่คุณชอบ แล้วเปิดใจออกไปสัมผัสเสน่ห์ของการ

14 ก.ค. 2025
ถนนทรงวาด สถานที่เที่ยวมาแรงอันดับ 1 ในกรุงเทพที่พลาดไม่ได้ เที่ยวทรงวาด ถนนย่านชุมชนสุดฮิตใกล้เยาวราช กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขนม ขนมเก่าแก่ ร้านขายของฝาก และมุมถ่ายรูปสุดชิคสุดถนนภาพจาก ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการท่องเที่ยวของผู้คนสมัยนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บางครั้งก็สนใจเทรนด์ใหม่ ๆ กันอย่างเนืองแน่น แต่ในขณะเดียวกันเทรนด์เก่า ๆ ที่เคยได้รับความนิยมในอดีต ก็กลับมาเป็นกระแสใหม่ได้อยู่เรื่อย ๆ สังเกตได้จากทั้งแฟชั่น การกิน การเที่ยว ยกตัวอย่างถนนทรงวาดที่กำลังได้รับความนิยมมากในยุคนี้ เหล่าวัยรุ่นยุคใหม่ได้ทำการแห่กันไปตามร้านอาหาร ถ่ายรูป เดินเที่ยวกันอย่างหนาแน่น ถือเป็นย่านเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯที่กำลังกลายเป็น แลนด์มาร์กใหม่ของนักเที่ยวสายอาร์ตและสายกล้อง ที่ต้องมาเช็กอินให้ได้สักครั้ง ด้วยความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมยุคเก่า ความคึกคักของชุมชนจีน-ไทย และการฟื้นฟูพื้นที่ด้วยคาเฟ่สุดชิค ร้านค้าสร้างสรรค์ และกิจกรรมศิลปะร่วมสมัย วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะมาแนะนำมุมถ่ายรูป คาเฟ่ และสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับถนนทรงวาด"ถนนทรงวาด" ชุมชนไทยที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ใกล้เยาวราชและตลาดน้อย ถนนทรงวาด ตั้งอยู่บริเวณฝั่งพระนคร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมต่อระหว่างถนนเยาวราชกับถนนเจริญกรุง โดยหากนั่ง MRT มาลงสถานีวัดมังกรแล้วเดินเข้ามาไม่ถึง 10 นาที คุณจะพบกับถนนสายเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอดีต ตั้งแต่ตึกแถวสไตล์ชิโนโปรตุกีส หัวมุมซอยที่ยังคงความดิบของเมืองเก่า ไปจนถึงร้านค้าเก่าแก่ที่ดำเนินกิจการมาหลายรุ่น นอกจากนี้ ถนนเส้นนี้ยังมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ เพราะในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าริมน้ำที่มีความคึกคักไม่แพ้ท่าเรือคลองเตย เรียกได้ว่าเป็น "ย่านธุรกิจริมเจ้าพระยา" ที่มีบทบาทอย่างมากในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น และแม้เวลาจะเปลี่ยน แต่เสน่ห์ของถนนทรงวาดยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลายภาพจากแนะนำจุดถ่ายรูปน่าสนใจในถนนทรงวาด ถ้าใครกำลังมองหามุมถ่ายรูปใหม่ ๆ ที่ให้ความรู้สึก เท่ คลาสสิก และมีสไตล์ บอกเลยว่าคุณมาถูกที่แล้ว เพราะการถ่ายรูปทรงวาด เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตที่หลายคนติดใจ ด้วยมุมต่าง ๆ ที่จัดจ้านในแบบสตรีทและวินเทจผสมกันอย่างลงตัว ความจริงแล้วถนนทรงวาดเป็นถนนที่ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหน ก็สามารถถ่ายรูปให้ออกมาดูเก๋ได้ ด้วยกลิ่นอายชุมชนเก่าที่มีอารยธรรมต่าง ๆ มากอย่างยาวนาน ส่งผลให้ทั้งโซนถนนทรงวาดมีสไตล์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร แต่สำหรับใครที่อยากได้ไอเดียในการถ่ายรูป ให้ทุกคนรู้ว่านี่คือถนนทรงวาดแบบตะโกนน เราก็มีมาแนะนำเหมือนกันป้าย I wanna bangkok - จุดเช็กอินสุดจึ้ง ไม่ว่าใครก็ต้องหยุดถ่ายรูปกับป้ายตรงทางม้าลายจุดนี้ซุ้มประตูเก่าและซอยแคบสไตล์ฮ่องกง - ได้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในภาพยนตร์เก่า โทนสีซีเปียและเงาตึกเรียงรายเหมาะกับการถ่ายพอร์เทรตตึกแถวโบราณพร้อมป้ายจีน - ป้ายภาษาจีนแดงสดที่ตัดกับตึกสีซีดให้อารมณ์วินเทจสุด ๆกำแพงกราฟฟิตี้และศิลปะริมถนน - งานอาร์ตจากศิลปินท้องถิ่นและนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ถูกผสมผสานเข้ากับกำแพงเก่าได้อย่างน่าสนใจริมแม่น้ำเจ้าพระยา - ท่าเรือเก่า ๆ ที่มีแสงอาทิตย์ยามเย็นตกกระทบกับน้ำ สร้างภาพที่สวยงามและมีเรื่องราวร้าน Oyster Things - ร้านขายของฝากสุดชิคสไตล์วินเทจ ที่เพิ่งมาเปิดสาขาใหม่ที่ถนนทรงวาดภาพจากแนะนำคาเฟ่ทรงวาด เยาวราช และตลาดน้อย อีกสิ่งที่ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮิตในชั่วข้ามคืนก็คือ การเกิดขึ้นของคาเฟ่ทรงวาดที่ทั้งรสชาติดี บรรยากาศเก๋ และคอนเซ็ปต์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการรีโนเวตตึกเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่ หรือการผสมผสานระหว่างกลิ่นอายวินเทจกับความมินิมอลสมัยใหม่ แน่นอนว่าถนนทรงวาด ตลาดน้อย และเยาวราช เป็นถนนที่อยู่ในย่านเดียวกัน คาเฟ่ที่จะแนะนำต่อไปนี้จึงอยู่ทั้งในแถบ 3 สถานที่นี้Mother Roaster - คาเฟ่ชื่อดังจากตลาดน้อยที่มาเปิดสาขาใหม่ในทรงวาด ตัวร้านเป็นตึกเก่า 3 ชั้น เสิร์ฟกาแฟดริปแบบคลาสสิก รสเข้มข้น และมีเบเกอรี่อบสดใหม่Woodbrook Bangkok - คาเฟ่ริมแม่น้ำที่มองเห็นวิวเจ้าพระยาและสะพานพุทธ ตัวร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และกระจก ให้แสงธรรมชาติเข้ามาเต็มที่Hong Sieng Kong - คาเฟ่-แกลเลอรีสุดเก๋ในบ้านจีนโบราณที่เปิดให้เข้าชมและถ่ายรูปได้ เสิร์ฟกาแฟพรีเมียมและเมนูขนมไทยฟิวชันLocal Boys Coffee - คาเฟ่สไตล์วินเทจ โทนของร้านเป็นสีส้ม-ดำ เหมาะกับคนที่ชื่นชอบบรรยากาศหม่น ๆ กลิ่นอายเก่าเล็กน้อยเอฟ วี - คาเฟ่ที่เอาบ้านเก่ามารีโนเวททำใหม่เป็นคาเฟ่ มาพร้อมกับเมนูขนมไทยโบราณ ใครที่เบื่อเมนูขนมคาเฟ่แบบเดิม ๆ แนะนำร้านนี้เลยBad Poutine - คาเฟ่ที่มีการตกแต่งหน้าร้านสุดเก๋ มีอาหารแคนาดารสชาติดี เลือกท็อปปิ้งได้ร้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจในถนนทรงวาดSongViet at SongWat - ร้านอาหาร street food สัญชาติเวียดนาม รสชาติดี พอร์ชันไม่ใหญ่มาก สามารถสั่งมาทานร่วมกันเพื่อน ๆ ได้กู่หลงเปา - ร้านซาลาเปาโบราณ ที่มีทั้งซาลาเปาแบบนึ่ง แบบอบ ขนมจีบ และชาไทยรสชาติเข้มข้น จะซื้อกลับบ้านหรือนั่งกินหน้าร้านก็ไดอี-กา - ร้านอาหารไทย ที่มีจำหน่ายทั้งอาหารคาวหวาน หรือจะแวะมาดื่มเครื่องดื่มให้สดชื่น ก่อนไปตะลุยถนนทรงวาดกันต่อโรงกลั่นเนื้อ - ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และเนื้อตุ๋น น้ำซุปมีส่วนผสมของสมุนไพรต่าง ๆ ส่งกลิ่นหอมยาจีนภาพจากข้อควรรู้ เตรียมตัวก่อนไปถนนทรงวาดอากาศประเทศค่อนข้างร้อน หากเลือกเดินช่วงบ่าย ควรพกพัดลมพกพา ผ้าเย็น หรือไอเท็มที่ช่วยบรรเทาอากาศร้อน เนื่องจากทั้งสองข้างทางไม่ได้มีที่หลบแดดให้หลบมากนักร้านอาหารที่ถนนทรงวาดอัดแน่นเต็มสองข้างทาง ตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม ควรเตรียมท้องให้พร้อมทานของอร่อย แบ่งท้องให้พอสำหรับการทานอาหารหลาย ๆ ร้านวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นวันหยุดที่คนค่อนข้างเยอะ ควรเตรียมแผนในการเดินเที่ยวให้พร้อมว่าต้องไปร้านไหนบ้าง จะได้ไม่เสียเวลาในการหาและต่อแถวหลีกเลี่ยงการไปเที่ยงทรงวาดช่วงหน้าฝน เนื่องจากเป็นสถานที่เที่ยวที่ต้องเดินทางและเป็นถนนกลางแจ้ง การเลือกเที่ยวในหน้าฝนจึงอาจไม่เหมาะนักสายถ่ายรูป ควรฟิตติ้งชุดให้พร้อมกับมุมที่ต้องการถ่าย มุมถ่ายรูปฮิต ๆ อาจต้องอาศัยจังหวะเวลาในการเข้าไป เนื่องจากมีคนหนาแน่นอยู่ตลอดเวลาหลีกเลี่ยงการเข้าไปถ่ายรูปในพื้นที่ส่วนบุคคล เนื่องจากถนนทรงวาดเป็นชุมชนเก่า มีผู้พักอาศัยมากมาย อีกทั้งร้านค้าหลายร้านก็เป็นที่พักอาศัยเช่นกันภาพจากสรุป ถนนทรงวาดไม่ใช่แค่ถนนสายเล็ก ๆ ในเมืองเก่า แต่เป็นโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของอดีตที่ยังมีชีวิตในปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายกล้อง สายคาเฟ่ สายอาร์ต หรือแค่คนที่ชอบเดินดูเมืองแบบไม่เร่งรีบ เที่ยวทรงวาด จะให้ประสบการณ์ที่คุ้มค่าในทุกก้าวเดิน อย่าลืมเตรียมกล้องให้พร้อม แบตให้เต็ม แล้วออกเดินไปกับความเก่าแบบเก๋ ๆ บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรม และอย่าลืมแวะจิบกาแฟที่คาเฟ่ทรงวาดสักแห่ง แล้วเก็บภาพความทรงจำดี ๆ ผ่านเลนส์ในแบบของคุณเอง สำหรับใครที่รอติดตามบทความดี ๆ อย่าลืมมาดูได้ที่ Chill on กินเที่ยวอ่านบทความทรงวาดเพิ่มเติมได้ที่ : Atime.live

30 มิ.ย. 2025
ส่งท้าย Pride Month อย่างยิ่งใหญ่กับงาน “LOVE PRIDE PARADE 2025” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–29 มิถุนายน ณ ศูนย์การค้า EmSphere โดยแอดได้มีโอกาสไปร่วมงานในวันแรก และต้องบอกเลยว่าบรรยากาศคึกคัก สนุก ครบทุกอรรถรส ทั้งกิน เที่ยว ช้อป และความบันเทิงแบบจัดเต็ม เริ่มต้นกันที่โซน Pride Societ บริเวณ EM MARKET ที่รวมร้านอาหารจากเหล่า Celebrity Chef มากมาย ใครเป็นสายกินรับรองต้องถูกใจ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอของอร่อยชวนลิ้มลอง เรียกว่ายังไม่ทันเดินทั่วท้องก็ร้องแล้ว! ถัดมาเป็นโซน Sphere Gallery แหล่งรวมสินค้าแฟชั่นจากแบรนด์ไทย บรรยากาศชิลล์สุดๆ เพราะมีทั้งดนตรีสดและ DJ ที่สลับกันมาเปิดแผ่น เติมสีสันให้กับบรรยากาศการช้อปปิ้งได้แบบไม่มีเบื่อ และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือโซน Em Wonder กับกิจกรรม Pride Spirit ที่ขนกองทัพศิลปินสุดฮอตมาเรียกเสียงกรี๊ดแบบจัดเต็มทั้งวัน Line-up แน่นสะใจ สมกับเป็นงานส่งท้ายเดือนแห่งความภาคภูมิใจอย่างแท้จริง ครั้งหน้าแอดจะพาไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ กับกิจกรรมดี ๆ หรือสถานที่สุดปังที่ไหน อย่าลืมติดตามกันด้วยน้า~เขียนโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดีคอนเทนต์โดย : สาริศา ปริมาณ

04 ธ.ค. 2025
วันนี้ Chillon จะพาไปสัมผัสความงามและความภาคภูมิใจของชาติ ณ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่งดงามที่สุดใจกลางกรุงเทพมหานครนั่นคือ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่นี่ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นจุดที่ศิลปะสิ่งทอและพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้บรรจบกันอย่างวิจิตรตระการตา และเป็นการ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงกอบกู้มรดกสิ่งทอไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกพิพิธภัณฑ์ผ้าแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตาม พระราชปณิธาน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ผ้าไทย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าและกำลังจะเลือนหายไปพิพิธภัณฑ์ผ้าจัดตั้งขึ้นภายในอาคาร หอรัษฎากรพิพัฒน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ พระบรมมหาราชวัง อาคารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับการบูรณะให้เป็นอาคารจัดแสดงที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมกับการเก็บรักษาผ้าโบราณพิพิธภัณฑ์ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2555 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม จัดเก็บ จัดแสดง และเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับผ้าไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกผ่านโครงการศิลปาชีพหัวใจสำคัญของพิพิธภัณฑ์คือการแสดงให้เห็นถึง พระอัจฉริยภาพในการนำเสนอเอกลักษณ์ไทย ในเวทีโลกชุดไทยพระราชนิยมทรงริเริ่มการออกแบบ ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ (เช่น ชุดไทยจักรพรรดิ, ชุดไทยจักรี) โดยทรงผสมผสานรูปแบบการตัดเย็บสากลเข้ากับผ้าไหมไทยและเอกลักษณ์ไทย ทำให้เครื่องแต่งกายประจำชาติมีความสง่างามและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลฉลองพระองค์ในเวทีโลกในปี พ.ศ. 2503 เมื่อครั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรปและสหรัฐอเมริกา การที่ทรงสวมฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บจากผ้าไหมไทย ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ ผ้าไหมไทยกลายเป็นที่ต้องการและได้รับการยกย่องจากนักออกแบบแฟชั่นระดับโลกทันที นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผ้าไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลกผ้าไหมแต่ละผืน ไม่ว่าจะเป็น มัดหมี่อีสาน ที่ซับซ้อน หรือ ผ้ายกภาคใต้ ที่หรูหรา ล้วนถักทอด้วยเทคนิคโบราณที่สืบทอดกันมา ลวดลายต่างๆ เช่น "ลายนาค" หรือ "ลายขอ" ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็น สัญลักษณ์ของความเชื่อและวิถีชีวิต ที่ชาวบ้านใช้บันทึกประวัติศาสตร์ของพวกเขาจินตนาการถึงสีครามเข้มจากต้นคราม หรือสีเหลืองทองจากแก่นขนุน นี่คือเสน่ห์ของ การย้อมสีธรรมชาติ ที่ทำให้ผ้าไทยมีมิติและดูมีชีวิตชีวา ไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือผลงานหัตถศิลป์ที่ใช้ความอดทนและเวลาพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯจึงเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รวบรวมมรดกเหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้สัมผัส ที่นี่ คุณจะได้ชม ฉลองพระองค์จริง ที่ทรงสวมใส่ในโอกาสสำคัญต่างๆ ซึ่งแต่ละชุดคือผลงานศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงความประณีตของการปักและการทอผ้าไหมไทยชั้นสูง คุณจะเห็นว่า ผ้าไทยผืนหนึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ที่งดงามและทันสมัยเหนือกาลเวลาได้อย่างไรที่ตั้ง: หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวังเวลา: เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 16.30 น.เขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

25 ต.ค. 2025
ในช่วงเทศกาลฮาโลวีน แบบนี้ สิ่งหนึ่งที่จะพลาดไปไม่ได้เลย คือ “บ้านผีสิง” สถานที่แห่งการท้าพิสูจน์ความกล้า สำหรับปี 2025 นี้นิทรรศการบ้านผีสิง จากรายการเล่าเรื่องผีชื่อดังอย่าง “The Ghost Radio” ก็ได้กลับมาท้าพิสูจน์ใจ พร้อมมอบความตื่นเต้นและหวาดกลัวสุดขีดให้กับทุกท่าน กับงาน “The Ghost Halloween#2 ป่าช้าแตก”ธีมของงานที่ชื่อ “ป่าช้าแตก” บอกเลยว่าไม่ได้เป็นแค่ชื่อ มันแตก แหก ระเบิด ออกมาเลยจริง ประชากรผีในงานคับคั่ง ที่พร้อมจะหลอกผู้เข้าชมทุกคนให้ขวัญกระเจิง มีมาเสิร์ฟความกลัวให้หมดทั้งป่าช้าโซนหลักของงานที่ห้ามพลาดเลย คือ บ้านผีสิง ซึ่งจัดหนักจักเต็มกันไปเลย 4 หลัง ที่ระยะทางรวมกันเมื่อเดินครบแล้วนั้นยาวถึง 1 กิโลเมตรบ้านทั้ง 4 หลังนี้ มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปตามชื่อของแต่ละหลังที่บอกธีมของบ้านผีนั้น ๆ ได้อย่างชัดเจน ซึ่งได้แก่ บ้านเลขที่ 13/31, โรงเรียนวัดร้างไร้ธรรม, ศูนย์อนามัยเก่า, และ สำนักงานหลอนบรรยากาศภายในบ้านผีสิงแต่ละหลัง ถูกสร้างขึ้นมาได้หลอนสติกันสุด ๆ พร๊อบทุกชิ้น ฉากทุกฉาก ดูสมจริงราวกับเป็นของจริงจากสถานที่นั้น ๆ ทำให้ผู้เข้าชมได้รับอรรถรสแบบเต็มเปี่ยมเสมือนได้ไปเดินอยู่ในสถานที่นั้น ๆ จริง ๆ เลยผีในงานคือที่สุด ทุกตัวพร้อมหลอกแบบไม่มีหยุด คาดเดาการหลอกไม่ได้ในแต่ละรอบ ยิ่งเพิ่มทวีความน่ากลัวมากขึ้นไปอีกเดินออกจากบ้านผีสิงมาได้ จะเป็นการเข้าสู่โซน นิทรรศการ ที่ก็ต้องบอกตรง ๆ แบบไม่อวยว่า ทำถึงสุด ๆ ฉาก พร๊อบ ผี ทุกอย่างมาเต็ม ที่สำคัญโซนนี้ เราจะมีโอกาสได้พูดคุยกับผีที่เขาป้วนเปี้ยนอยู่ทั่ว แอบบอกเลยว่า พอไปถึงโซนนี้เนี่ย หาซื้อหมากพลูติดเอาไว้ด้วยนะ ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือนถัดออกมาจะเป็นโซนสำหรับซื้อ ของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็น หมวก เสื้อ พวงกุญแจ แก้วน้ำ ปฏิทิน และอื่น ๆ อีกเยอะสารพัด น่าสน น่าตำกันทั้งนั้น เพราะของเหล่านี้ ไม่ได้มีมาขายกันบ่อย ๆสำหรับใครที่อยากท้าพิสูจน์ความหลอนของบ้านผีสิง The Ghost Halloween#2 ป่าช้าแตก สามารถไปร่วมงานกันได้ที่สถานที่: MCC HALL THE MALL LIFESTORE BANGKAE (เดอะ มอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค)วันที่: 25 ตุลาคม - 9 พฤศจิกายน 2568เวลา: 10.00 - 22.00 น.จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่เว็บ Ticketmelonราคาบัตร- บัตร Fast Pass 2,000.- เข้าได้ทั้ง 4 หลัง / มีเลนพิเศษ ไม่ต้องรอคิวนาน- บัตรเหมา 4 หลัง 1,290.- เข้าได้ทั้ง 4 หลัง ต้องรอคิว- บัตรแยกหลัง 399.-- บัตรเข้าโซนนิทรรศการ 100.-เขียน: ชานนท์ ไชยศรี

15 ต.ค. 2025
มาเสิร์ฟที่ไทยแล้ววันนี้ กับนิทรรศกาลสุดหลอน Junji Ito Collection Horror Houseที่จะพาคุณไปหลอนผ่านผลงานของอาจารย์ จุนจิ อิโต้ เจ้าพ่อความหลอนของวงการนักวาดจงเตรียมตัวดำดิ่ง สู่โลกแห่งความมืดมิด กับบ้านผีสิงสุดหลอน สั่นประสาท ลุ้นระทึกตลอดทาง คำเตือน อย่าปล่อยเชือก และจงอย่าอยู่คนเดียวกับสองทางหลอนให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Rute A นครแห่งการจากลา Farewell City หรือ Rute B หมู่บ้านสั่นประสาท Horror Town เลือกได้ตามใจ กับตาราง Break Route ให้หลอนกันได้ทั้งวันนอกจากความหลอนจาก Horror house แล้ว ยังมีนิทรรศกาลสุดหลอนให้สยองกันแบบไม่พัก กับผลงานมากมาย จากอาจารย์จุนจิ อิโต้ ที่ขนมาให้แฟนๆหลอนถึงที่ราคาบัตรเข้า Horror house Normal เริ่มต้นเพียงแค่ 400 บาทเท่านั้น แต่ Chillon ขอแนะนำบัตรที่ฮิตที่สุดในงาน กับบัตร VIP ที่แฟนพันธุ์แท้ห้ามพลาด เพราะนอกจากจะได้หลอนแล้ว ยังได้ของที่ระลึกให้กลับไประทึกกันต่อที่บ้านอีกด้วยอีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน ที่ใครมาก็ห้ามพลาด กับโซน Cafe สุดสยอง ที่เสิร์ฟมาแบบล้นๆ กับ 4 เมนู 4 คาแรคเตอร์และสายสะสมห้ามพลาดเด็ดขาด กับโซน Exclusive Junji Ito x Sanrio Charecters ของแท้จากญี่ปุ่น ลิมิเต็ดเฉพาะในงานนี้เท่านั้นนอกจากนี้ ยังมีสินค้าสุดสยองจากจักรวาล Junji Ito ที่รวมสินค้าลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น ทั้งเสื้อผ้า ของสะสม และไอเท็มลิเต็ด ที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้นจัดแสดง 10 ต.ค. 2568 - 5 ม.ค. 2568ช่องทางการจำหน่ายบัตร : เว็บไซต์หรือ แอปพลิเคชั่น ticketmelonพิกัด : MBK Center ชั้น 4 โซน Aเวลา : เปิดทำการทุกวัน 11 : 00 น. - 21 : 00 นโทร : 028539000ผู้เขียน : บาลี บัญชานิตยกาล

07 ส.ค. 2025
สำหรับแฟน ๆ ดราก้อนบอล ทั่วประเทศไทยและผู้ที่กำลังมองหา นิทรรศการอนิเมะ สุดยิ่งใหญ่ในกรุงเทพฯ ห้ามพลาดกับ"DRAGON BALL HEROES RISE ASIA TOUR IN THAILAND"ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชีย ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 19 ตุลาคม 2568 นี่คืองานที่รวบรวมทุกความประทับใจจากซีรีส์ระดับตำนานมาไว้ให้คุณได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดประสบการณ์สุดอลังการสำหรับแฟนพันธุ์แท้นิทรรศการ Dragon Ball Heroes Rise Asia Tour ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดแสดง แต่คือการพาคุณดำดิ่งเข้าสู่จักรวาลดราก้อนบอลอย่างแท้จริง ด้วยพื้นที่กว่า 2,000 ตร.ม. งานนี้จำลองฉากสุดไอคอนิกจากอนิเมะมาไว้ให้คุณได้เดินสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางบนเส้นทางงู การขี่เมฆสีทอง หรือแม้แต่การถูกลิงยักษ์จับ! คุณจะได้พบกับ โมเดลตัวละคร Dragon Ball ขนาดเท่าตัวจริง กว่า 40 ตัว ไม่ว่าจะเป็นโกคู เบจิต้า พิคโกโร่ ฟรีซเซอร์ เซลล์ และอีกมากมาย ที่พร้อมให้คุณถ่ายภาพและสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเหล่านักรบไซย่ากิจกรรมและโซนอินเทอร์แอคทีฟที่ไม่ควรพลาดไฮไลต์สำคัญของ งาน Dragon Ball ครั้งนี้คือโซนอินเทอร์แอคทีฟที่เปิดโอกาสให้คุณได้เป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัย คุณจะได้ลอง ปล่อยพลังคลื่นเต่า (Kamehameha) ด้วยตัวเอง ฝึกฝนเทคนิคการฟิวชั่นรวมร่างกับเพื่อน หรือทดสอบทักษะการต่อสู้เสมือนนักรบตัวจริง นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชัน "Incubase" ที่ให้แฟน ๆ ร่วมทำภารกิจตามหาดราก้อนบอลเพื่อแลกรับ ของที่ระลึก Dragon Ball สุดลิมิเต็ด ที่มีจำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น!ข้อมูลการเข้าชมและบัตรนิทรรศการ Dragon Ball Heroes Rise Asia Tour จัดแสดงที่ ไอคอนสยาม (ICONSIAM) Attraction Hall ชั้น 6 เปิดทำการทุกวัน เวลา 10:30 – 21:00 น. (ปิดรับคิว 20:30 น.)ราคาบัตรเข้างาน (รวม VAT และค่าธรรมเนียม):บัตรวันธรรมดา (จันทร์–ศุกร์): 550 บาทบัตรวันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์: 650 บาทบัตรสำหรับเด็ก (ส่วนสูง 91–120 ซม.) และผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป): 400 บาทบัตรพรีเมียมเซ็ต จำนวนจำกัดให้เลือกซื้อ ได้แก่:Premium Set A: 850 บาท (ได้แก้วน้ำลายสุ่ม 1 ใบ + บัตรเข้างานได้ทุกวัน)Premium Set B: 1,100 บาท (ได้ชุดจิ๊กซอว์สุดพิเศษ 1 ชุด + บัตรเข้างานได้ทุกวัน)สามารถซื้อบัตรได้ที่ TicketMelon และ Klookนิทรรศการ "DRAGON BALL HEROES RISE ASIA TOUR IN THAILAND" เป็นสุดยอดประสบการณ์ที่แฟน ๆ ดราก้อนบอลตัวจริงไม่ควรพลาด ด้วยการจำลองฉากอันน่าจดจำ โมเดลขนาดเท่าตัวจริง กิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ และของสะสมสุดพิเศษ งานนี้จะพาคุณย้อนวันวานและสร้างความทรงจำใหม่ ๆ ในโลกของโกคูและผองเพื่อนได้อย่างเต็มอิ่ม หากคุณกำลังมองหา กิจกรรมในกรุงเทพฯ หรือ นิทรรศการน่าสนใจ ที่จะปลุกความเป็นซูเปอร์ไซย่าในตัวคุณ งานนี้คือคำตอบ!ผู้เขียน : เบญญาภา แนบเนียน

07 ส.ค. 2025
"The Voice" เสียงสะท้อนจากใจกลางกรุงเทพฯสำหรับผู้ที่กำลังมองหา งานศิลปะ ที่จะช่วยเติมเต็มจิตใจ และมอบความสงบ นิทรรศการ "The Voice" โดยศิลปิน Jamsan ที่ River City Bangkok คือหนึ่งใน นิทรรศการกรุงเทพ ที่ไม่ควรพลาดในปี 2568 นี้นิทรรศการนี้จัดแสดงอยู่ที่ RCB Galleria 5 ชั้น 3 และเปิดให้ เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม ถึง 30 สิงหาคม 2568สัมผัส "เสียงในใจ" ผ่านงานศิลปะอันอ่อนโยน"The Voice" ไม่ใช่เพียงแค่นิทรรศการภาพวาด แต่เป็นการเดินทางเข้าสู่ห้วงลึกของความรู้สึกภายใน ศิลปิน Jamsan ผู้เป็นที่รู้จักจากผลงานภาพประกอบในซีรีส์ชื่อดัง ได้นำเสนอผลงานที่ไม่ได้ส่งเสียงดังอึกทึก แต่กลับสื่อสารความเจ็บปวดเงียบงันและความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่มักถูกมองข้ามในชีวิตประจำวันได้อย่างลึกซึ้ง ผลงานแต่ละชิ้นเปรียบเสมือนบทกวีในห้วงเวลาอันเงียบสงบ เป็นของขวัญแห่งความนิ่งงันท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ ศิลปะบำบัด และต้องการพักผ่อนจิตใจสไตล์ศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของ JamsanJamsan สร้างสรรค์ผลงานด้วยลายเส้นที่อ่อนโยน โทนสีที่อบอุ่น และองค์ประกอบแบบ soft surreal ที่ชวนฝัน การจัดวางองค์ประกอบในภาพมีความประณีตและลงตัว ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความสงบและผ่อนคลายในทุกๆ มุมมองของนิทรรศการ คุณจะได้สัมผัสกับความงามที่สะท้อนอารมณ์และความรู้สึกที่ซับซ้อนได้อย่างละมุนละไม เป็นประสบการณ์ทาง งานจิตรกรรม ที่แตกต่างและน่าประทับใจผลงานเด่น: "Red Chair" และ "Rose from the Star"หัวใจหลักของนิทรรศการนี้คือผลงานภาพวาด 2 ชุด ได้แก่ "Red Chair" และ "Rose from the Star" ซึ่ง Jamsan ได้ผสมผสานความทรงจำกับจินตนาการ และความโดดเดี่ยวกับสายใยของความผูกพันไว้อย่างกลมกลืน ผลงานเหล่านี้เชื้อเชิญให้ผู้ชมได้ใคร่ครวญถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับโลกรอบตัว และค้นพบความหมายที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่มักถูกมองข้ามไปนิทรรศการ "The Voice"ตั้งอยู่ที่ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก (River City Bangkok) เลขที่ 23 ซอยเจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 น. ถึง 20:00 น.การเดินทางสะดวกสบาย และมีพื้นที่สำหรับจอดรถ หากคุณกำลังมองหา ที่เที่ยวกรุงเทพ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง นิทรรศการนี้คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม อย่าพลาดโอกาสที่จะมาสัมผัสประสบการณ์ศิลปะอันลึกซึ้งและเติมเต็มจิตใจกับ นิทรรศการ "The Voice" โดย Jamsan ที่ River City Bangkok ได้แล้ววันนี้!ผู้เขียน : เบญญภา แนบเนียน

30 ก.ค. 2025
เปิดประสบการณ์สู่การผจนภัยครั้งใหม่ในโลกของดาบพิฆาตอสูร กับงาน "DEMON SLAYER Pop Up Store" ครั้งแรกในไทย MBK Centerแฟนตัวยง"DEMON SLAYER: Kimetsu no Yaiba" เตรียมตัวให้พร้อม! เพราะ "DEMON SLAYER Pop Up Store In Thailand" ป็อปอัพสโตร์ครั้งแรกในประเทศไทยเปิดแล้วที่ MBK Center ชั้น 4 โซน A ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม - 28 กันยายน 2568การเปิดตัวป็อปอัพสโตร์ครั้งนี้มาพร้อมกับความพิเศษเพื่อต้อนรับภาพยนตร์ "DEMON SLAYER: Kimetsu no Yaiba – The Movie: Infinity Castle" ที่กำลังจะเข้าฉายในประเทศไทย นับเป็นโอกาสทองที่แฟนๆ จะได้สัมผัสบรรยากาศของโลกนักล่าอสูรแบบจัดเต็มบนพื้นที่กว่า 248 ตารางเมตร4 โซนสุดปัง ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในอนิเมะจริงๆPhoto Booth Zone - สถานที่เช็คอินสุดฮิตHistory Room - ย้อนรอยการผจญภัยของทันจิโร่Shopping Zone - สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟที่หาที่ไหนไม่ได้Themed Café - ลิ้มรสอาหารแห่งโลกนักล่าอสูรสวรรค์ของสายสะสม! ด้วยสินค้าลิขสิทธิ์แท้และสินค้าพิเศษที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะงานนี้เท่านั้น พร้อมแผ่นรองแก้วลิมิเต็ดอิดิชั่นที่รวมทั้งทีมนักล่าอสูร ทีมเสาหลัก ทีมอสูรข้างข้น และราชันของเหล่าอสูร ที่คุณจะหาซื้อที่อื่นไม่ได้แน่นอนเมนูพิเศษ 5 รายการ ที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวละครโปรด แต่ละเมนูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้กินอาหารร่วมกับตัวละครจริงๆ:ทันจิโร่ - ซอฟต์เสิร์ฟ ปราณมัทฉะรสเข้มข้นละมุนลิ้น บนครัมเบิลช็อกโกแลต ที่ดึงเอาสีประจำตัวของทันจิโร่มาใช้อย่างลงตัวเนซึโกะ - ซอฟต์เสิร์ฟ นมชมพู หวาน หอมนุ่มกลิ่นนม ดั่งรอยยิ้มอันสดใสของเนซึโกะเซ็นอิตสึ - ปราณอัสนีรสเปรี้ยว ที่มาพร้อมความสดชื่นของยูซุ ดั่งวิชาลับที่สืบทอดมาจากสำนักวิชาอิโนะสุเกะ - ความแข็งแกร่งที่นำพา 2 รสชาติมารวมเป็นหนึ่งเดียว ระหว่าง Cocoa กับ Mint Milk เกิดเป็นความอร่อยสำหรับผู้แข็งแกร่งตัวจริงชิโนบุ - การผสมผสานรสชาติของยูซุ ลิ้นจี่ และอัญชัน (Butterfly Pea) ที่สื่อถึงผีเสื้อ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของชิโนบุมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัยครั้งใหม่ ที่ MBK Center ก่อนที่จะได้เห็นทันจิโร่และเพื่อนๆ ต่อสู้กับอสูรบนจอภาพยนตร์ใหญ่ !ก่อนใคร และตรียมความพร้อมก่อนที่ภาพยนตร์ "DEMON SLAYER: Kimetsu no Yaiba – The Movie: Infinity Castle" จะเข้าฉายในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นศึกครั้งใหญ่ที่แฟนๆ รอคอยมานานสถานที่: ศูนย์การค้า MBK Center ชั้น 4 โซน Aวันที่: 25 กรกฎาคม - 28 กันยายน 2568เวลา: 11:00 น. - 20:00 น. (ทุกวัน)ค่าเข้าชม: ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย

11 ก.ย. 2025
T-POP คืออะไร ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา T-POP หรือวงการเพลงไทยป็อปได้กลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างมากในประเทศไทยและในต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เพลงเกาหลี K-POP กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก แต่สิ่งที่ทำให้ T-POP กลับมามีอิทธิพลในวงการเพลงนั้นคือการปรับตัวของวงการเพลงไทยให้เข้ากับยุคสมัย โดยเฉพาะการผสมผสานระหว่างเสียงเพลงและความเป็นเอกลักษณ์ของไทย ทำให้ กระแส T-POP กลับมาบูมได้อย่างไม่คาดคิด การที่ T-POP กลับมามีบทบาทสำคัญในวงการเพลงไทยในปัจจุบันนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากหลายปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้เกิดการฟื้นตัวและการเติบโตของวงการนี้ในรูปแบบที่ใหม่และทันสมัย สำหรับบทความนี้ เราจะมาพูดถึง T-POP คือ อะไร, ทำไม T-POP ถึงกลับมาบูม และปัจจัยอะไรที่ทำให้กระแส T-POP กลายเป็นที่นิยมในขณะนี้ T-POP หรือที่รู้จักกันในวงการเพลงไทยป็อป เป็นแนวเพลงที่ได้รับอิทธิพลจาก K-POP หรือเพลงป็อปจากเกาหลี แต่มีการผสมผสานเอกลักษณ์ของเพลงไทยและศิลปะการแสดงในแบบของไทย ทำให้ T-POP มีความเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร นอกจากจะเน้นในด้านเสียงเพลงที่ฟังง่ายและติดหูแล้ว ยังมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมไทยที่สะท้อนผ่านดนตรีและมิวสิกวิดีโอ ที่ทั้งสวยงามและสนุกสนาน อีกทั้งยังมีการใช้ภาษาที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ผู้ฟังสามารถรับรู้และเชื่อมโยงกับเพลงได้ดี ศิลปินในวงการ T-POP มักจะมีการผสมผสานแนวเพลงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป็อป, แร็ป, หรืออิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้ฟังทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอคอนเทนต์ที่มีกลิ่นอายของความเป็นไทย ซึ่งทำให้ T-POP มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครในวงการเพลงเจาะลึกความสำเร็จ ทำไม T-POP ถึงกลับมาบูม การที่ T-POP กลับมาบูมในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่การเติบโตของวงการเพลงไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวของศิลปินและวงการเพลงไทยในยุคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การที่ กระแส T-POP กลับมามีอิทธิพลอย่างมากในตอนนี้นั้นเกิดจากหลายปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ 1. การเปิดตลาดสากล ในยุคที่โลกดิจิทัลเชื่อมต่อกันอย่างรวดเร็ว T-POP ได้เริ่มก้าวไปสู่การเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำให้ศิลปิน T-POP สามารถขยายฐานแฟนคลับได้อย่างรวดเร็ว การที่ศิลปินไทยเริ่มเข้าร่วมเวทีโลกในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานเทศกาลเพลงนานาชาติ หรือการเข้าร่วมกับโปรเจ็กต์ดนตรีร่วมกับศิลปินต่างประเทศ ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของ วงการ T-POP ไปสู่ระดับสากล 2. การปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัล ในยุคที่การเข้าถึงเพลงเป็นเรื่องง่ายผ่านการฟังวิทยุออนไลน์ และแอปพลิเคชันสตรีมมิ่ง เช่น Spotify, YouTube หรือ Apple Music ศิลปินใน วงการ T-POP ก็สามารถเผยแพร่ผลงานได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องมีการจำกัดแค่ตลาดภายในประเทศเท่านั้น การที่เพลง T-POP สามารถเข้าถึงผู้ฟังจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างทันที นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ T-POP กลับมามีบทบาทและได้รับความนิยม 3. ความสามารถของศิลปินรุ่นใหม่ ศิลปินรุ่นใหม่ในวงการ T-POP มีความสามารถที่โดดเด่นในการผสมผสานเสียงเพลงกับความทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงที่มีความหลากหลายหรือการออกแบบมิวสิกวิดีโอที่สะดุดตา การพัฒนาตัวตนของศิลปินเพื่อให้สามารถเชื่อมโยงกับผู้ฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ T-POP สามารถสร้างกระแสที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วTikTok หนึ่งในปัจจัยความสำเร็จของวงการเพลง หนึ่งในเครื่องมือที่มีผลต่อกระแส T-POP คือ TikTok แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่นทั่วโลก ซึ่งได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เพลง T-POP กลายเป็นที่นิยม TikTok เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้เพลงสามารถเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ใช้สามารถสร้างคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับเพลงนั้น ๆ และแชร์ไปยังเพื่อนหรือผู้ติดตามจำนวนมากได้ทันที 1. ความง่ายในการสร้างคอนเทนต์ TikTok ช่วยให้การเผยแพร่เพลงใหม่ ๆ จากศิลปิน T-POP ทำได้ง่ายมากขึ้น โดยการที่เพลงสามารถกลายเป็นกระแสใน TikTok ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ใช้สามารถใช้เพลงในคลิปของตัวเองได้ ทำให้เพลงนั้นกลายเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในวงกว้าง อีกทั้งยังมีแฮชแท็กที่ช่วยในการค้นหาเพลงและคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องได้สะดวก 2. การมีส่วนร่วมของแฟนคลับ การที่แฟนคลับสามารถสร้างคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับเพลง T-POP และแชร์ไปยังกลุ่มเพื่อนหรือคนรู้จัก ก็ช่วยเสริมการเติบโตของ กระแส T-POP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเมื่อเพลงใดเพลงหนึ่งกลายเป็นที่นิยมใน TikTok แล้ว ก็จะทำให้เพลงนั้นถูกพูดถึงมากขึ้น และยิ่งมีการร่วมมือกับศิลปินที่มีชื่อเสียง ก็จะยิ่งเพิ่มความสนใจจากแฟนคลับและผู้ฟังมากยิ่งขึ้น 3. การใช้ Challenge หรือกิจกรรมสนุก ๆ ศิลปินและค่ายเพลงหลายแห่งใช้ฟีเจอร์ Challenge ของ TikTok เป็นหนึ่งในเครื่องมือโปรโมตเพลง เช่น การปล่อย ท่าเต้น Challenge หรือกิจกรรมที่ให้แฟนคลับร่วมสร้างคอนเทนต์ด้วยกันกับศิลปิน การมีกิจกรรมเหล่านี้ทำให้แฟนเพลงรู้สึกมีส่วนร่วมและเพิ่มความผูกพันกับเพลงและศิลปินมากยิ่งขึ้น ยิ่ง Challenge นั้นได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ เพลงก็ยิ่งมีโอกาสที่จะทะยานขึ้นสู่ความเป็นไวรัล 4. ระบบอัลกอริธึมที่ผลักดันคอนเทนต์อย่างชาญฉลาด หนึ่งในจุดแข็งของ TikTok คือระบบอัลกอริธึมที่สามารถดันคอนเทนต์ให้เข้าถึงผู้ชมกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามจำนวนมากก็สามารถทำให้คลิป "ปัง" ได้ ส่งผลให้เพลงจากศิลปินหน้าใหม่ใน วงการ T-POP มีโอกาสแจ้งเกิดได้ง่ายขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะแค่ศิลปินดังเพียงอย่างเดียว 5. การเกิดซ้ำของเพลงเก่าในรูปแบบใหม่ นอกจากจะผลักดันเพลงใหม่ให้เป็นที่นิยมแล้ว TikTok ยังมีส่วนสำคัญในการทำให้ เพลงเก่าในวงการ T-POP กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง เช่น เพลงจากยุค 2000 ที่ถูกนำมา Remix หรือใช้ประกอบคลิปสร้างสรรค์ ทำให้ผู้ฟังรุ่นใหม่ได้รู้จักเพลงเหล่านั้นในมุมมองใหม่ ส่งผลให้ศิลปินในยุคก่อนกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ซึ่งเป็นการฟื้นฟูวงการเพลงไทยให้หลากหลายและมีมิติยิ่งขึ้นสรุป ฟังเพลงออนไลน์ที่ Atime T-POP กลับมาเป็นกระแสที่น่าจับตามองในวงการเพลงไทย ไม่เพียงแค่ในประเทศไทย แต่ยังได้ขยายตัวไปสู่ระดับสากล และด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัล หรือการใช้ TikTok เพื่อกระตุ้นความสนใจจากแฟนคลับและผู้ฟังในวงกว้าง ทำให้ กระแส T-POP กลับมาเติบโตอย่างรวดเร็ว หากคุณต้องการสัมผัสกับ T-POP และเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงออนไลน์ที่สะดวกและง่ายดาย สามารถฟังเพลงจากศิลปิน T-POP ผ่านวิทยุออนไลน์ได้ที่ Atime ที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงเพลงใหม่ ๆ ได้ทันที ผ่านการฟังวิทยุออนไลน์หรือฟังเพลงย้อนหลัง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาเพลงยอดฮิตหรือเพลงที่คุณชื่นชอบจากวงการ T-POP คุณสามารถสนุกสนานไปกับโลกของดนตรีได้อย่างเต็มที่ที่ Atimeจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ ชานนท์ ไชยศรี

09 ก.ย. 2025
ปรากฏการณ์เพลงฮิตในอดีตที่กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์เพลงฮิตไทยในอดีตที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งกลายเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ฟังหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเพลงจากยุค 90 หรือแม้แต่เพลงจากช่วงต้นปี 2000 ที่เคยเป็นที่นิยมในวงการเพลงไทยและการฟังวิทยุออนไลน์ เมื่อเพลงเหล่านี้กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและการสื่อสารก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว เพลงฮิตที่คิดถึงเหล่านี้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความทรงจำที่ผู้คนไม่สามารถลืมได้เลยทีเดียว หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไมเพลงเก่าถึงกลับมาฮิตและได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน? อาจเป็นเพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่เชื่อมโยงเพลงเหล่านั้นกับประสบการณ์ชีวิตของคนในทุกยุคสมัย และในบทความนี้ เราจะมาวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้เพลงฮิตไทยในอดีตยังคงได้รับความนิยม และสิ่งที่ทำให้เพลงเหล่านี้กลับมาเป็นที่พูดถึงในปัจจุบันอะไรคือสิ่งที่ทำให้เพลงเหล่านั้นยังคงอยู่ในความทรงจำ หลายคนอาจสงสัยว่าเพลงเก่ายอดฮิตเหล่านั้นยังคงมีความหมายและทำให้ผู้คนต้องย้อนกลับไปฟังซ้ำอยู่เสมอ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ทำให้เพลงเหล่านี้ยังคงอยู่ในความทรงจำและสามารถสร้างอิทธิพลต่อผู้ฟังได้อย่างต่อเนื่อง อาจมาจากหลายปัจจัยที่มีผลอย่างมากต่อการเชื่อมโยงกับชีวิตและอารมณ์ของผู้ฟัง โดยไม่ว่าจะเป็นความเรียบง่ายในเนื้อเพลงที่เข้าใจง่าย หรือการเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ซึ่งทุกปัจจัยเหล่านี้ทำให้เพลงเก่า ๆ ยังคงมีความหมายและสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังทั้งในอดีตและปัจจุบันเนื้อเพลงที่เข้าใจง่าย - เพลงหลายเพลงในอดีตมักจะมีเนื้อหาที่ตรงไปตรงมา ทำให้ผู้ฟังสามารถเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกได้อย่างชัดเจน เช่น เพลงรักที่ถ่ายทอดอารมณ์ของความรักอันบริสุทธิ์ หรือเพลงเศร้าที่สะท้อนถึงความเจ็บปวดและความผิดหวัง เพลงเหล่านี้มักสื่อความหมายที่ลึกซึ้งและเข้าถึงจิตใจผู้ฟังได้อย่างง่ายดายดนตรีที่ติดหู - ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เพลงเก่ายังคงมีอิทธิพลและอยู่ในความทรงจำของผู้ฟังคือ ดนตรีที่ติดหูแนวดนตรีในเพลงเก่ามีความหลากหลาย ตั้งแต่เพลงป็อปที่มีจังหวะสนุกสนาน ไปจนถึงเพลงร็อคที่เต็มไปด้วยพลัง และเพลงลูกทุ่งที่มีความเป็นเอกลักษณ์ทางด้านทำนองและการบรรยายชีวิต แนวดนตรีเหล่านี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้ผู้ฟังสามารถจดจำได้ทันทีเมื่อได้ยินการเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในชีวิต - หลาย ๆ ครั้ง เพลงเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ซึ่งทำให้เพลงเหล่านั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์หรือความทรงจำที่มีค่า นอกจากนี้เพลงประกอบละครดัง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เพลงเก่ากลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพลงเหล่านี้ถูกใช้เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมกับผู้ชมในละคร ซึ่งทำให้เพลงนั้นไม่เพียงแต่เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมในช่วงนั้น แต่ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้ชมอย่างยาวนานศิลปินที่มีอิทธิพลในอดีต และผลงานที่สร้างชื่อเสียง หลายศิลปินที่เคยมีชื่อเสียงในอดีตได้สร้างผลงานเพลงที่ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขากลายเป็นที่รู้จักในยุคนั้น แต่ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้ฟังมาจนถึงทุกวันนี้ พวกเขามีบทบาทสำคัญในวงการเพลงไทย โดยเฉพาะศิลปินที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาแนวดนตรีในช่วงเวลานั้น ตัวอย่างศิลปินที่มีผลงานเพลงฮิตไทยในอดีต ได้แก่เสก โลโซ - นักร้องและนักแต่งเพลงที่สร้างชื่อเสียงด้วยเพลงร็อคสุดมันส์ที่เป็นเอกลักษณ์บิ๊กแอส - วงดนตรีร็อคที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุค 90 เพลงของพวกเขามักสะท้อนอารมณ์และความรู้สึกของผู้คนในช่วงเวลานั้นปาล์มมี่ - ศิลปินที่เป็นที่รักในหมู่ผู้ฟังเพลงป็อป โดยเพลงของเธอมีทั้งความสดใสและความเศร้า ซึ่งทำให้หลายคนสามารถเชื่อมโยงกับเพลงของเธอได้ง่ายความผูกพันระหว่างเพลงกับช่วงเวลาหรือเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของผู้ฟัง หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เพลงฮิตไทยในอดีตกลับมาฮิตอีกครั้ง ก็คือความผูกพันที่มีระหว่างเพลงเหล่านั้นกับช่วงเวลาหรือเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของผู้ฟัง เพลงเหล่านี้มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่สำคัญ เช่นเพลงประกอบละครดัง - เพลงที่ใช้เป็นเพลงประกอบละครมักได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นที่พูดถึงในหมู่ผู้ชม ซึ่งทำให้เพลงเหล่านั้นเชื่อมโยงกับความทรงจำที่ดีในช่วงเวลาที่เราได้ดูละครเพลงในงานสำคัญ - เพลงที่ฟังในงานแต่งงานหรือในงานสังสรรค์กับเพื่อนฝูง มักจะถูกจำไปตลอดชีวิต เมื่อได้ยินเพลงนั้นอีกครั้ง มันจะทำให้เรานึกถึงช่วงเวลานั้นทันทีเพลงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในชีวิต - เพลงบางเพลงที่มีความหมายพิเศษและเป็นเครื่องเตือนใจให้เราได้หวนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตสรุปถึงความสำคัญของเพลงฮิตในอดีตที่ยังคงมีอิทธิพลต่อผู้คนในปัจจุบันสามารถเลือกฟังวิทยุออนไลน์ได้ที่ Atime เพลงฮิตไทยในอดีตที่กลับมาฮิตอีกครั้งไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วขณะ แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างความทรงจำและการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เพลงเก่ายอดฮิตเหล่านี้ทำให้ผู้ฟังสามารถย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่มีความสุข ความรัก หรือแม้กระทั่งช่วงเวลาที่ทำให้พวกเขารู้สึกเศร้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและความทรงจำที่ไม่สามารถลืมได้ การฟังเพลงเหล่านี้ไม่เพียงแค่ทำให้เรานึกถึงอดีต แต่ยังช่วยให้เราได้รู้สึกถึงอารมณ์ที่หลากหลาย ที่อาจถูกเก็บซ่อนไว้ในหัวใจของเรามานาน การกลับมาของเพลงฮิตที่คิดถึงเหล่านี้จึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ให้กับคนในทุกช่วงวัย และในบางครั้งยังช่วยเชื่อมต่อระหว่างรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ผ่านการฟังเพลงที่มีคุณค่าและความหมาย สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่ให้คุณสามารถฟังเพลงฮิตไทยในอดีตได้อย่างครบครันและทันสมัย เราขอแนะนำให้คุณลองฟังวิทยุออนไลน์ที่ Atime ที่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การฟังเพลงของคุณให้ครบรส ไม่ว่าจะเป็นการฟังสดหรือการฟังย้อนหลังที่สะดวกสบาย ทุกคนสามารถพบกับเพลงฮิตที่คิดถึงได้ที่นี่จัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

18 ธ.ค. 2025
ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลแห่งความสุขกันแล้ว "การเลือกซื้อ ของขวัญปีใหม่" กลายเป็นภารกิจสำคัญที่หลายคนเริ่มมองหา ไม่ว่าจะเป็นการมอบเพื่อแสดงความขอบคุณ การกระชับความสัมพันธ์ หรือการสร้างรอยยิ้มให้กับคนที่เรารัก แต่ปัญหาที่หลายคนเจอคือ ไม่รู้จะซื้ออะไรดี? ซื้อไปแล้วเขาจะชอบไหม? หรือจะเลือก ของขวัญปีใหม่ 2568 อย่างไรให้ดูทันสมัยและใช้ประโยชน์ได้จริงทำไมการเลือกของขวัญปีใหม่ถึงสำคัญต่อความสัมพันธ์? การให้ของขวัญไม่ใช่แค่การแลกเปลี่ยนสิ่งของ แต่มันคือการส่งต่อ "ความรู้สึก" และ "คำขอบคุณ" ในรอบปีที่ผ่านมา การเลือกของขวัญที่ผ่านการคิดมาอย่างดี จะช่วยสร้างความประทับใจได้มากกว่าของที่มีราคาสูงแต่ไม่ได้ใช้งานจริง โดยเฉพาะในปี 2568 ที่เทรนด์การให้ของขวัญเริ่มเปลี่ยนไปสู่กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ (Wellness), เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก (Smart Gadget) และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainability)เทรนด์ของขวัญปีใหม่ 2568 มีอะไรน่าสนใจบ้าง? ก่อนจะไปดูลิสต์ของขวัญ เรามาอัปเดตเทรนด์ในปีนี้กันก่อนค่ะ เพื่อให้ของขวัญของคุณดูไม่เอาท์Health Wellness: สินค้าดูแลสุขภาพยังคงมาแรงเป็นอันดับ 1Home Office Comfort: ของแต่งบ้านที่เน้นความผ่อนคลายEco-Friendly: ของขวัญที่ทำจากวัสดุรักษ์โลกExperience Gifts: การให้บัตรกำนัลที่พัก หรือคอร์สเรียนสั้นๆไอเดียของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใหญ่ เน้นความมีภูมิฐานและสุขภาพ การเลือก ของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือหัวหน้างาน สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ความมีกาลเทศะ" และ "ประโยชน์ใช้สอย"1. กระเช้าผลไม้พรีเมียมหรือผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก แทนที่จะเป็นกระเช้าขนมปังปี๊บแบบเดิม ลองเปลี่ยนเป็นกระเช้าผลไม้นำเข้าตามฤดูกาล หรือเซตน้ำผึ้งป่าแท้ ชาสมุนไพรเกรดพรีเมียม ซึ่งแสดงถึงความใส่ใจในสุขภาพของผู้รับ2. อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ (Healthcare Gadgets) ในปี 2568 เทคโนโลยีสุขภาพเข้าถึงง่ายขึ้น เช่นเครื่องนวดคอบ่าไหล่แบบพกพาเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็กนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่วัดค่าออกซิเจนและหัวใจได้ (เหมาะมากสำหรับผู้สูงอายุ)3. ชุดเครื่องหอมและสปา (Aromatherapy) ช่วยให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายจากการพักผ่อนที่บ้าน ลองเลือกก้านไม้หอม (Reed Diffuser) กลิ่นที่นุ่มนวล เช่น มะลิ, ลาเวนเดอร์ หรือไม้กฤษณาไอเดียของขวัญปีใหม่ วัยรุ่น เน้นมีสไตล์ ความสนุก และเทคโนโลยี สำหรับ ของขวัญปีใหม่ วัยรุ่น หรือกลุ่มเพื่อนวัยทำงาน (First Jobber) ความโดดเด่นและฟังก์ชันการใช้งานคือหัวใจหลัก1. IT Gadget Accessories วัยรุ่นยุคนี้อยู่กับหน้าจอและเสียงเพลง ของขวัญที่ได้รับความนิยมเสมอคือหูฟังไร้สาย (TWS) ดีไซน์สวยลำโพงบลูทูธขนาดพกพาสำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือปาร์ตี้พาวเวอร์แบงค์ความจุสูงที่รองรับ Fast Charge2. ของตกแต่งโต๊ะทำงาน (Desk Setup) เทรนด์จัดโต๊ะทำงานคอมพิวเตอร์กำลังมาแรงโคมไฟหน้าจอคอมพิวเตอร์ (Screenbar)แผ่นรองเมาส์ขนาดใหญ่ลายอาร์ตๆคีย์บอร์ดกลไก (Mechanical Keyboard) สีสันสดใส3. สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์กระเป๋าผ้าแบรนด์ดังที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลเสื้อผ้าแนว Streetwear หรือหมวกแก๊ปกล้องฟิล์มหรือกล้องดิจิทัลคอมแพคยุค Y2K ที่กลับมาฮิตอีกครั้ง5 ขั้นตอนเลือกของขวัญปีใหม่ให้โดนใจไม่มีพลาด หากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ ลองใช้ Checklist นี้ตรวจสอบเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อวิเคราะห์ไลฟ์สไตล์: ผู้รับชอบทำอะไรในเวลาว่าง? (ออกกำลังกาย, ทำอาหาร, เล่นเกม)กำหนดงบประมาณ: ตั้งงบไว้ในใจเพื่อบีบขอบเขตการเลือกให้แคบลงตรวจสอบความจำเป็น: ของชิ้นนี้เขามีหรือยัง? ถ้ามีแล้ว ของเราดีกว่าหรือต่างอย่างไร?ใส่ใจแพ็กเกจจิ้ง: การห่อของขวัญที่สวยงามช่วยเพิ่มมูลค่าทางจิตใจได้มหาศาลเขียนการ์ดอวยพร: อย่าลืมแนบข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือ เพิ่มความ Exclusiveวิธีการเลือก "ของขวัญปีใหม่ 2568" ตามงบประมาณ ไม่ว่าคุณจะมีงบเท่าไหร่ ก็สามารถหาของขวัญที่ดูดีได้ ดังนี้งบประมาณไม่เกิน 500 บาทเทียนหอม: เลือกกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ แพ็กเกจมินิมอลต้นไม้มงคลขนาดเล็ก: เช่น ต้นยางอินเดีย หรือลิ้นมังกรแคระ ใส่กระถางเซรามิกสวยๆสมุดแพลนเนอร์ปี 2569: เหมาะสำหรับสายจดบันทึกและพนักงานออฟฟิศงบประมาณ 500 - 1,500 บาทเครื่องชงกาแฟพกพา: สำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือคนรักกาแฟชุดหม้อไฟฟ้าอเนกประสงค์: ตอบโจทย์เด็กหอหรือคนอยู่คอนโดบัตรของขวัญ (Gift Card): เช่น บัตร Starbuck หรือบัตร Central ซึ่งช่วยให้ผู้รับเลือกสิ่งที่ต้องการได้เองงบประมาณ 2,000 บาทขึ้นไปเครื่องดูดฝุ่นโรบอท: ตัวช่วยทุ่นแรงในบ้านแท็บเล็ตระดับเริ่มต้น: สำหรับการเรียนหรือความบันเทิงคอร์สสปาพรีเมียม: มอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับ 5 ดาวคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับของขวัญปีใหม่Q: ซื้อของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชาย เลือกอะไรดี?A: เน้นของที่ใช้งานได้จริง เช่น เนคไทคุณภาพดี, กระเป๋าสตางค์หนังแท้, หรืออุปกรณ์กอล์ฟ/ออกกำลังกาย หากชอบดื่ม แนะนำเป็นเซตกาแฟดริปพรีเมียมค่ะQ: ของขวัญปีใหม่วัยรุ่นที่งบประหยัดแต่ดูแพงมีอะไรบ้าง?A: แนะนำ "Case โทรศัพท์มือถือ" แบรนด์ดัง หรือ "GripTok" ลายศิลปิน/การ์ตูนที่กำลังฮิต รวมถึง "โคมไฟพระจันทร์" ที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในห้องนอนได้ดีQ: การจับฉลากปีใหม่ควรเลือกของขวัญแบบไหน?A: ควรเลือกของที่เป็น Unisex (ใช้ได้ทุกเพศ) และมีมูลค่าตามที่ตกลงกันไว้ ของที่แนะนำคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือแก้วน้ำเก็บอุณหภูมิคุณภาพสูง (Yeti/Stanley)ส่งต่อความสุขด้วยของขวัญที่มาจากใจ การเลือก ของขวัญปีใหม่ ไม่ใช่เรื่องยากหากเราเริ่มต้นจาก "ความใส่ใจ" ไม่ว่าจะเป็น ของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใหญ่ ที่เน้นความเคารพรัก หรือ ของขวัญปีใหม่ วัยรุ่น ที่เน้นความสนุกสนาน สิ่งสำคัญคือการเลือกให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้รับและงบประมาณของผู้ให้ สำหรับปี ของขวัญปีใหม่ 2568 นี้ ขอให้ทุกคนสนุกกับการเลือกซื้อของขวัญ และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสุขและความประทับใจจากการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้แก่กันนะคะ

18 ธ.ค. 2025
ในช่วงปลายปีที่อากาศเริ่มเย็นสบายและบรรยากาศแห่งความสุขอบอวล การวางแผนจัดงานเฉลิมฉลอง วันคริสต์มาสคือภารกิจสำคัญของใครหลายคน จากการรวมญาติอบอุ่นในครอบครัวไปจนถึงปาร์ตี้บริษัทที่ยิ่งใหญ่ กิจกรรมในวันคริสต์มาส ถือเป็นไฮไลท์ของการปิดท้ายปี แต่การจัดงานที่ “สุดปัง” ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ! มันต้องอาศัยการวางแผนอย่างเป็นระบบ การเข้าใจในคอนเซ็ปต์ของเทศกาล และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำให้งานของคุณมีความแตกต่างไม่เหมือนใครวันคริสต์มาสคือวันอะไร?วันคริสต์มาส ในความหมายทางศาสนา วันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี คือวันแห่งการเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซูคริสต์ ซึ่งถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ที่เน้นย้ำถึงความรัก, การให้อภัย, และความหวังความสำคัญทางจิตวิญญาณการประสูติของพระเยซูเปรียบเสมือน "ของขวัญอันยิ่งใหญ่ที่สุด" ที่ถูกมอบให้แก่มวลมนุษย์ นั่นจึงเป็นที่มาของธรรมเนียมการแลกของขวัญในปัจจุบันความสำคัญทางวัฒนธรรมสมัยใหม่วันคริสต์มาสได้วิวัฒนาการมาเป็นเทศกาลแห่งครอบครัวและการรวมตัว โดยเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนหยุดพักผ่อนเพื่อใช้เวลากับคนที่รัก และเป็นโอกาสในการส่งต่อความเมตตาให้กับผู้อื่นประวัติวันคริสต์มาสและที่มาของธรรมเนียมสุดคลาสสิกการจัดปาร์ตี้คริสต์มาสที่สมบูรณ์แบบส่วนใหญ่มีการอ้างอิงถึงธรรมเนียมที่สืบทอดกันมา เรามาดูกันว่า ประวัติวันคริสต์มาส ได้กำหนดธรรมเนียมที่เราใช้จัดงานในปัจจุบันได้อย่างไรการประดับไฟในอดีต ชาวโรมันโบราณใช้ไฟเพื่อเฉลิมฉลองช่วงวันเหมายัน (Winter Solstice) เมื่อธรรมเนียมคริสต์มาสเข้ามาแทนที่ ไฟจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของพระเยซูผู้เป็น "แสงสว่างแห่งโลก" (Light of the World)ซานตาคลอส (Santa Claus)มีต้นกำเนิดจากนักบุญนิโคลัสในตุรกี ผู้มีชื่อเสียงด้านความใจดีและการให้ของขวัญแก่คนยากจน ในศตวรรษที่ 19 ซานตาคลอสถูกนำมาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้เป็นชายชราใจดีที่บินมาพร้อมกับรถเลื่อนการร้องเพลงคริสต์มาส (Caroling)มีต้นกำเนิดในยุคกลาง โดยเริ่มจากการร้องเพลงเต้นรำรอบกองไฟ (Carole) ก่อนจะถูกนำมาปรับใช้ในการร้องเพลงสวดเพื่อบอกเล่าเรื่องราวการประสูติไอเดียการเฉลิมฉลองในวันคริสต์มาสไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน การเฉลิมฉลองในวันคริสต์มาส มักจะมีองค์ประกอบหลักๆ ที่เหมือนกันคือการแขวนถุงเท้าไว้หน้าเตาผิง, การติดพวงมาลัย (Wreath) ที่หน้าประตู และการเปิดไฟประดับรอบบ้าน รวมไปถึงการเข้าร่วมพิธีมิสซาเที่ยงคืนที่โบสถ์เพื่อซึมซับบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่นเรื่องเกี่ยวกับวันคริสต์มาสที่คุณต้องรู้!มาเพิ่มความสนุกกับสิ่งที่คุณอาจยังไม่เคยได้ยินมาก่อนซานตาคลอสไม่ได้ใส่ชุดแดงมาตั้งแต่แรกเดิมทีภาพลักษณ์ของนักบุญนิโคลัสสวมชุดหลายสี แต่สีแดงกลายเป็นเอกลักษณ์ระดับโลกหลังจากแคมเปญโฆษณาของ Coca-Cola ในยุค 1930เพลง "Jingle Bells" ไม่ใช่เพลงคริสต์มาสเดิมทีเพลงนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อใช้ในเทศกาล Thanksgiving (วันขอบคุณพระเจ้า) ต่างหากถุงเท้าคริสต์มาสมาจากความบังเอิญตามตำนาน นักบุญนิโคลัสหย่อนเหรียญทองลงในปล่องไฟแล้วเหรียญตกลงไปในถุงเท้าที่ตากไว้พอดีต้นคริสต์มาสกินได้?ในอดีตชาวเยอรมันประดับต้นไม้ด้วยอาหาร เช่น แอปเปิล ถั่ว และคุกกี้ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นของตกแต่งพลาสติกในปัจจุบันคริสต์มาสคือฤดูกาลแห่งการเลิกกันน้อยที่สุดจากสถิติโซเชียลมีเดียพบว่า ช่วงก่อนคริสต์มาส 2 สัปดาห์เป็นช่วงที่คนเลิกกันน้อยที่สุด เพราะทุกคนอยากใช้เวลาที่มีความสุขร่วมกันแนะนำการจัดการงบประมาณนการจัดงาน ไม่ให้บานปลายการกำหนดงบประมาณที่ชัดเจนตั้งแต่แรกเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ปาร์ตี้ของคุณไม่สิ้นเปลือง ควรจะแบ่งงบประมาณออกเป็นหมวดหมู่อาหารและเครื่องดื่ม (40%): เป็นส่วนที่ใช้จ่ายมากที่สุด ควรจัดเมนูที่คุ้มค่าและสามารถทำล่วงหน้าได้การตกแต่งและบรรยากาศ (30%): ลงทุนกับแสงไฟและดนตรี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการสร้าง Moodของขวัญและรางวัล (20%): งบประมาณสำหรับกิจกรรมแลกของขวัญและรางวัลสำหรับเกมต่าง ๆเบ็ดเตล็ด (10%): เช่น ค่าเช่าสถานที่ (ถ้ามี), ค่าทำความสะอาด, ค่าอุปกรณ์เสริมแจก 7 เคล็ดลับจัดงานปาร์ตี้คริสต์มาสสุดปังการเป็นเจ้าภาพจัดงานปาร์ตี้คริสต์มาสที่น่าจดจำ ไม่ใช่แค่การมีอาหารอร่อยและการตกแต่งสวยงามเท่านั้น แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่เข้าถึงทุกประสาทสัมผัสและเต็มไปด้วยปฏิสัมพันธ์ กิจกรรมในวันคริสต์มาส ที่สุดยอดต้องอาศัยการวางแผนกลยุทธ์ที่ทำให้งานของคุณแตกต่างจากงานเลี้ยงทั่วไป นี่คือ 7 เคล็ดลับทองคำ ที่ผ่านการคัดสรรจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานอีเวนต์ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเนรมิตปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ สร้างความสุขที่ยั่งยืน และทำให้แขกทุกคนรู้สึกพิเศษจนต้องแชร์รูปภาพลงโซเชียลมีเดียเลือกธีมสีที่ดูดีและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแทนที่จะใช้แค่สีแดงและสีเขียวแบบเดิมๆ ลองยกระดับงานของคุณด้วยการเลือกโทนสีที่ดูทันสมัยและเข้ากับสถานที่ เช่น ธีม "Winter Wonderland" ที่เน้นสีขาวและเงินเพื่อความหรูหรา หรือธีม "Rustic Christmas" ที่เน้นงานไม้และสีน้ำตาลธรรมชาติเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นเป็นกันเอง การคุมโทนสีให้ชัดเจนตั้งแต่วงกบประตูไปจนถึงผ้าปูโต๊ะ จะช่วยให้งานปาร์ตี้ของคุณดูเป็นระเบียบและเป็นมืออาชีพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเน้นการจัดแสงไฟแบบ Warm White เพื่อสร้างมู๊ดเคล็ดลับความปังที่หลายคนมองข้ามคือการควบคุม "แสงสว่าง" ภายในงาน โดยการปิดไฟเพดานที่มีความสว่างจ้าเกินไป แล้วแทนที่ด้วยไฟเส้น (Fairy Lights) หรือไฟประดับสีส้มนวล (Warm White) พาดผ่านตามมุมห้องหรือบนต้นคริสต์มาส แสงไฟที่นุ่มนวลจะไม่เพียงแต่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูน่าค้นหาและอบอุ่น แต่ยังเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้แขกถ่ายรูปออกมาผิวสวยและภาพดูมีมิติมากขึ้นอีกด้วยจัดมุมอาหารและเครื่องดื่มแบบ "บริการตัวเอง" (DIY Bar)ลดภาระการดูแลแขกของเจ้าภาพด้วยการจัดมุมอาหารที่แขกสามารถร่วมสนุกและสร้างสรรค์เมนูในแบบของตนเองได้ เช่น การจัด "Hot Cocoa Bar" ที่มีเครื่องเคียงอย่างมาชเมลโลว์และแท่งซินนามอน หรือมุม "Mini Slider" ที่แขกสามารถเลือกท็อปปิ้งเองได้ กิจกรรมนี้นอกจากจะช่วยลดขั้นตอนการบริการแล้ว ยังเป็นจุดรวมตัวที่ทำให้แขกได้ยืนพูดคุยสังสรรค์กันยกระดับกิจกรรมแลกของขวัญให้น่าตื่นเต้นกว่าเดิมเปลี่ยนการจับฉลากที่แสนธรรมดาให้กลายเป็นกิจกรรมไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยด้วยการเพิ่มกติกาที่สร้างสรรค์ เช่น การเล่นเกม "White Elephant" ที่อนุญาตให้แขกสามารถขโมยของขวัญจากคนก่อนหน้าได้ หรือการกำหนดโจทย์ของขวัญที่ "ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรชื่อเล่น" เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ การเพิ่มเรื่องราวและกติกาลงไปในการแลกของขวัญจะช่วยสร้างเสียงหัวเราะและความตื่นเต้นที่เป็นจุดสูงสุดของงานปาร์ตี้คริสต์มาสปีนี้กระตุ้นบรรยากาศด้วยกลิ่นหอมประจำเทศกาลประสาทสัมผัสเรื่อง "กลิ่น" คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้แขกเข้าถึงจิตวิญญาณของเทศกาลคริสต์มาสได้ทันทีตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้างาน ลองใช้เทียนหอมหรือเครื่องพ่นอโรม่ากลิ่นไม้สน (Pine), อบเชย (Cinnamon) หรือกลิ่นเปลือกส้มอบแห้งมาประดับไว้ตามจุดต่างๆ กลิ่นหอมที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้จะช่วยเชื่อมโยงความรู้สึกของแขกเข้ากับความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับวันคริสต์มาส และทำให้บ้านของคุณดูสะอาดและน่าอยู่มากยิ่งขึ้นจัดเพลย์ลิสต์เพลงที่คุมโทนบรรยากาศตั้งแต่ต้นจนจบเสียงเพลงคือตัวกำหนดจังหวะความสนุกของงานเลี้ยง ดังนั้นคุณควรจัดเรียงลำดับเพลงล่วงหน้าโดยแบ่งเป็นช่วงๆ เริ่มจากเพลงแนว Jazz Christmas เบาๆ ในช่วงเปิดตัวและรับประทานอาหารเพื่อขับกล่อมให้แขกรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เร่งจังหวะเป็นเพลง Pop Christmas ที่คุ้นหูในช่วงทำกิจกรรมแลกของขวัญ เพื่อกระตุ้นให้แขกรู้สึกตื่นตัวและสนุกสนานไปกับเสียงเพลงที่คัดสรรมาอย่างถูกที่ถูกเวลาออกแบบมุมถ่ายภาพพร้อมพร็อพสุดเก๋ในยุคโซเชียลมีเดีย มุมถ่ายภาพคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยโปรโมตความสำเร็จของงานคุณผ่านรูปภาพที่แขกนำไปโพสต์ลงอินสตาแกรมหรือติ๊กต็อก ควรจัดพื้นที่เล็กๆ ที่มีฉากหลังสวยงามเข้ากับธีมงาน พร้อมตะกร้าพร็อพ เช่น หมวกซานต้า, แว่นตาแฟนซี หรือป้ายคำพูดสนุกๆ ที่เกี่ยวกับวันคริสต์มาส การมีพื้นที่ที่จัดแสงมาอย่างดีและมีอุปกรณ์พร้อมสับ จะทำให้แขกเพลิดเพลินกับการเก็บภาพความประทับใจและช่วยกระจายบรรยากาศความสุขออกไปสู่โลกออนไลน์

16 ธ.ค. 2025
ไอเดียของขวัญปีใหม่ 2569ช่วงสิ้นปีใกล้เข้ามาแล้ว ใครที่กำลังมองหาไอเดีย ของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อใช้ในการ จับฉลาก ที่ออฟฟิศ หรือกลุ่มเพื่อน แต่ยังไม่รู้จะเลือกอะไรดีให้ถูกใจทุกคนและคุ้มค่าตามงบประมาณวันนี้ Chillon เราได้รวบรวม 6 หมวดหมู่ของขวัญที่รับประกันว่า "ปัง" และใช้งานได้จริงมาให้แล้วค่ะ!6 หมวดหมู่สุดฮิต: ไอเดียของขวัญจับฉลากปีใหม่ 2569ชุดเครื่องหอม: มอบการพักผ่อนและความผ่อนคลาย (Aromatherapy Set)หลังการทำงานหนักมาตลอดปี ชุดเครื่องหอม คือการมอบช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและความผ่อนคลายให้ผู้รับโดยตรง กลิ่นหอมๆ สามารถช่วยลดความเครียดและเพิ่มพลังบวกได้ดีทริกการเลือกเทียนหอม: เลือกกลิ่นยอดนิยม เช่น ลาเวนเดอร์ (ผ่อนคลาย), ส้ม/ซิตรัส (สดชื่น), หรือวานิลลา (อบอุ่น)ก้านไม้หอม (Diffuser): เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย เพราะไม่ต้องจุดไฟ เหมาะสำหรับห้องนอนหรือโต๊ะทำงานเหมาะสำหรับ: ผู้ที่ทำงานหนัก, คนรักการตกแต่งบ้าน, ผู้ที่ชื่นชอบกลิ่นบำบัดแก้วเก็บอุณหภูมิ: ของขวัญที่ "ใช่" สำหรับยุค Work From Anywhereเป็นของขวัญที่ใช้งานได้จริงในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะดื่มน้ำ ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม แก้วเก็บอุณหภูมิ คุณภาพดีจะช่วยรักษาอุณหภูมิของเครื่องดื่มได้ยาวนานตลอดวันทริกการเลือก: เลือกสีกลางๆ (ดำ, ขาว, เทา, กรมท่า) หรือสีพาสเทลยอดนิยม และเน้นแบรนด์ที่ไว้ใจได้ในเรื่องการเก็บความเย็น/ร้อน รวมถึงเลือกขนาดที่พอดีมือและสามารถวางในช่องวางแก้วในรถได้เหมาะสำหรับ: ทุกเพศทุกวัย, พนักงานออฟฟิศ, คนที่เดินทางบ่อย, และสายออกกำลังกายต้นไม้มงคล: ของขวัญสายรักษ์โลก พร้อมความหมายดีๆ (Auspicious Plants)การให้ต้นไม้มงคลเป็นของขวัญสื่อถึง ความเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์ และการเริ่มต้นใหม่ เป็นของขวัญที่มี "ชีวิต" และสามารถนำไปประดับตกแต่งโต๊ะทำงานหรือบ้านได้ทันทีทริกการเลือก: เลือกต้นไม้ขนาดเล็กที่ดูแลรักษาง่าย เช่น กระบองเพชร (สื่อถึงความอดทนและแข็งแกร่ง), ลิ้นมังกรแคระ (ช่วยฟอกอากาศและปัดเป่าสิ่งไม่ดี), หรือ พลูด่าง (เสริมความเป็นสิริมงคลด้านเงินทอง)เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชอบแต่งบ้าน, ผู้ที่ใช้ชีวิตในคอนโด, สายมู (ผู้ที่เชื่อเรื่องโชคลาง)เครื่องเขียน: ของขวัญที่สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่และการเรียนรู้การให้ เครื่องเขียน สื่อถึงการเริ่มต้น วางแผนชีวิตและเป้าหมายใหม่ ในปี 2569 ที่จะมาถึงทริกการเลือก: เลือก สมุดแพลนเนอร์/ไดอารี่ ประจำปี 2026 ที่มีดีไซน์สวยงาม หรือชุดปากกาพรีเมียม ที่ช่วยให้การทำงานหรือการเรียนสนุกขึ้นเหมาะสำหรับ: นักเรียน นักศึกษา, คนทำงานที่ต้องจดบันทึก, ผู้ที่ชอบวางแผนรายวัน/รายเดือนเครื่องใช้ไฟฟ้า: ของขวัญที่ใช้งานได้จริงและคุ้มค่าสำหรับงบที่สูงขึ้นมาหน่อยเครื่องใช้ไฟฟ้า ขนาดเล็กคือตัวเลือกที่ใครได้ไปก็แฮปปี้ เพราะช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันทริกการเลือก: เน้นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ได้บ่อย เช่น หม้อต้มอเนกประสงค์, เครื่องปิ้งขนมปัง/แซนด์วิช, โคมไฟตั้งโต๊ะแบบมินิมอล, หรือ เครื่องพ่นไอน้ำ (เพิ่มความชื้นและลดอาการภูมิแพ้)เหมาะสำหรับ: นักเรียน นักศึกษาที่อยู่หอ, ผู้ที่อยู่คอนโด, ผู้ที่ชอบทำอาหารง่ายๆเวาเชอร์ / บัตรกำนัล: มอบ "อิสระในการเลือก" (The Freedom of Choice)นี่คือของขวัญสำหรับคนที่ไม่แน่ใจในรสนิยมของผู้รับ การให้ บัตรกำนัล (Gift Voucher) คือการมอบ อำนาจการตัดสินใจ ให้ผู้รับได้เลือกสิ่งที่เขาต้องการจริงๆทริกการเลือกเลือกบัตรกำนัลของ ห้างสรรพสินค้า (ใช้ได้หลากหลายที่สุด)เลือก เวาเชอร์ร้านกาแฟชื่อดัง หรือ ร้านอาหาร ที่มีสาขาเยอะข้อควรระวัง: ตรวจสอบวันหมดอายุของบัตรให้ชัดเจนก่อนมอบให้ค่ะเหมาะสำหรับ: ทุกเพศทุกวัย, ผู้ที่คุณไม่แน่ใจความชอบส่วนตัว, และผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยสุดท้ายนี้ ขอให้ผู้อ่านทุกท่านที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเฉลิมฉลอง มีความสุขกับการเลือกซื้อและมอบของขวัญให้กับคนพิเศษนะคะ

03 ก.ย. 2025
การฟังวิทยุออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป ที่เว็บไซต์ Atime มีคลื่นวิทยุออนไลน์มากมายให้เลือกฟังเหมาะสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย แค่เพียงมีเครื่องมือสื่อสารในโลกยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยแอปพลิเคชันและสื่อใหม่ ๆ มากมาย การฟังวิทยุออนไลน์เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เพียงแต่ทำให้คุณได้ฟังเพลงโปรด หรืออัปเดตข่าวสารต่าง ๆ แต่ยังช่วยให้คุณเชื่อมโยงกับโลกภายนอกได้อย่างต่อเนื่องและสะดวกสบาย การฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านอินเทอร์เน็ตทำให้คุณสามารถเลือกฟังรายการโปรดได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่จำกัดแค่การฟังในรถหรือบ้านเท่านั้น สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีฟังวิทยุออนไลน์ที่มีความหลากหลายและเข้าถึงง่าย ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับจุดเด่นของการฟังวิทยุออนไลน์ที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเหตุผลว่าทำไม Atime จึงเป็นแพลตฟอร์มที่คุณไม่ควรพลาดการฟังวิทยุออนไลน์ในปัจจุบันในยุคที่การเสพสื่อเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การฟังวิทยุออนไลน์กลับกลายเป็นทางเลือกที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ฟังวัยผู้ใหญ่ที่เติบโตมากับคลื่นวิทยุและยังหลงใหลในเสน่ห์ของเสียง ดีเจ และเพลงที่เลือกสรรมาอย่างมีรสนิยม การฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องรับวิทยุอีกต่อไป ขอเพียงมีอินเทอร์เน็ต ก็สามารถเข้าถึงรายการโปรดได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่บ้าน ขับรถ หรือทำงาน การเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลไม่ได้ทำให้วิทยุเลือนหาย แต่กลับทำให้มันเข้าถึงง่ายและทันสมัยมากยิ่งขึ้นจุดเด่นของวิทยุออนไลน์ ที่สื่อบันเทิงอื่น ๆ เทียบไม่ได้แม้ปัจจุบันจะมีแพลตฟอร์มความบันเทิงมากมายให้เลือกใช้ ทั้ง YouTube, Spotify, หรือพอดแคสต์ แต่สิ่งที่ทำให้การฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมงยังคงโดดเด่นคือ ความเรียลไทม์ และอารมณ์ร่วมขณะฟังที่สื่ออื่นไม่สามารถมอบให้ได้ทั้งหมดการถ่ายทอดสดจากดีเจมืออาชีพ - ดีเจในรายการวิทยุมีประสบการณ์ในการจัดรายการ การเลือกเพลง และการสื่อสารกับผู้ฟังแบบทันที ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตข่าวสาร เพลงใหม่ หรือประเด็นร้อนจากสังคม ล้วนถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงและลีลาที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนมีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลาเลือกฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง - หลายคนเลือกฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดช่วงเวลาออกอากาศ หากไม่มีเวลาฟังสด ก็สามารถย้อนฟังรายการที่ชอบได้อย่างสะดวก เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต และยังตอบโจทย์คนที่ทำงานเป็นกะ หรือมีเวลาว่างไม่แน่นอนเพลงหลากหลาย ไม่ต้องเลือกเอง - ในยุคที่การเลือกเพลงฟังกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก วิทยุออนไลน์ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาจัดเพลย์ลิสต์เอง เพราะดีเจจะคัดเพลงที่น่าสนใจมาให้ฟังแบบต่อเนื่อง โดยเฉพาะสายที่ชอบเปิดเพลงคลอทำงาน หรือฟังเพลงตอนขับรถ การ ฟังเพลงวิทยุออนไลน์ จึงเป็นทางเลือกที่ผ่อนคลายและง่ายดายมีรายการบันเทิงและสาระครบทุกรส - นอกจากเพลงแล้ว วิทยุออนไลน์ยังมีรายการข่าว รายการทอล์กโชว์ รายการดูดวง ไปจนถึงคอนเทนต์เพื่อสุขภาพและครอบครัว ผู้ฟังสามารถเลือกฟังได้ตามความสนใจ โดยไม่ต้องสลับแอปให้วุ่นวายใครที่เหมาะกับการฟังวิทยุออนไลน์บ้างการฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ไม่ได้จำกัดกลุ่มผู้ฟังเฉพาะวัยใดวัยหนึ่งเท่านั้น แต่สามารถตอบโจทย์ผู้ฟังหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความต่อเนื่อง ความบันเทิง และความรู้สึกเชื่อมโยงกับสังคมผ่านเสียงคนวัยทำงานอายุ 40 ปีขึ้นไป - กลุ่มนี้เติบโตมากับวิทยุ และยังคงชื่นชอบการฟังเสียงดีเจ เลือกเพลง และพูดคุยเรื่องราวใกล้ตัว การฟังเพลงวิทยุออนไลน์ ช่วยให้พวกเขายังคงรักษาวิถีการเสพสื่อแบบเดิมไว้ได้ แต่ในรูปแบบที่ทันสมัยกว่าแม่บ้านหรือผู้ที่อยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ - สำหรับผู้ที่ทำงานบ้านทั้งวัน การเปิดวิทยุออนไลน์ไว้เป็นเพื่อนคือสิ่งที่เติมเต็มบรรยากาศในบ้านได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะฟังเพื่อความบันเทิง หรือฟังข่าวสาร ก็สามารถทำไปพร้อมกับกิจวัตรประจำวันได้โดยไม่รบกวนมือนักเรียน นักศึกษา - แม้จะดูเหมือนว่าวัยรุ่นยุคใหม่จะไม่ฟังวิทยุ แต่หลายคนกลับเลือกฟังวิทยุออนไลน์เพื่อเปิดเพลงคลอขณะทำงาน อ่านหนังสือ หรือแม้แต่เรียนออนไลน์ เพราะช่วยลดความเครียดและสร้างสมาธิได้ดีคนที่เดินทางบ่อยหรือใช้รถส่วนตัว - คนขับรถแท็กซี่ คนส่งของ หรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศที่ต้องเดินทางไปทำงานทุกวัน มักเลือกฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านมือถือหรืออุปกรณ์ในรถ เพื่อให้การเดินทางไม่น่าเบื่อ และยังอัปเดตข่าวสารได้แบบทันทีสรุปการฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ไม่ใช่แค่การเสพสื่อเสียงเท่านั้น แต่คือประสบการณ์ที่ผสมผสานความบันเทิง ข่าวสาร เพลงดี ๆ และความเชื่อมโยงทางอารมณ์ ที่สื่อสมัยใหม่ไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด เหมาะกับผู้ฟังทุกวัยที่ต้องการเพื่อนทางเสียงที่เข้าใจจังหวะชีวิต หากคุณกำลังมองหาแพลตฟอร์มวิทยุออนไลน์ที่มีทั้งคุณภาพ เสียงคมชัด และรายการคุณภาพ ขอแนะนำเว็บไซต์ Atime แพลตฟอร์มที่รวมคลื่นวิทยุชั้นนำอย่าง EFM, Green Wave และ Chill Online ให้คุณสามารถฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ได้อย่างไม่มีสะดุด พร้อมฟีเจอร์พิเศษที่สามารถฟังรายการย้อนหลังได้อีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่พลาดช่วงเวลาออกอากาศ หรืออยากย้อนฟังช่วงที่ชอบซ้ำอีกครั้ง

08 ก.ย. 2025
ดีเจเผือก-อาร์ต-โบ กับความทรงจำเด็กหลังห้อง เรียนสายสามัญไม่รอดอย่าเพิ่งหมดหวัง ยังมีสายอาชีพรออยู่ กับอีกหนึ่งวิทยาลัยชื่อดังย่านปากคลองตลาด ‘วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา’ ที่หลายคนยังคิดว่าเรียนรีดพิษงูวันนี้ Atime พาเพื่อนๆ มากันที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา มาดูกันว่าหลักสูตรที่วิทยาลัยนี้เปิดสอน มีหลักสูตรอะไรกันบ้างใต้โต๊ะวิทยา [EP.36] : “วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา” ชอบปฏิบัติ = อาชีวะจากโรงเรียนสตรีสู่อาชีวศึกษาที่มีอายุเก่าแก่กว่า 124 ปี และผลิตศิษย์คุณภาพมากมายอีกหนึ่งวิทยาลัยสายอาชีพที่มีแต่เด็กเก่ง สร้างชื่อให้ประเทศมาอย่างต่อเนื่อง!รีวิวครบ 8 สาขา ที่ต้องบอกว่าการเรียนการสอนไม่แพ้ใคร สมัยนี้อาชีวะเขาไปไกลแล้วนะ!วันนี้พามาดูแล้วว่าแต่ละสาขาเขาเรียนอะไรกันบ้าง เดินกันจุกๆ เช่นเคย น้องๆ งัดของเด็ดมาโชว์เพียบ เก่งกันขนาดที่คว้ารางวัลระดับโลกมาเยอะแยะมากมาย ใครกำลังสนใจสายอาชีพ ดูอีพีนี้ได้เลย~

23 ก.ค. 2025
ใครที่ชื่อชอบ และหลงไหลการทำอาหาร วันนี้ Atime ขอพาเพื่อนๆ มากันที่รายการใต้โต๊ะวิทยา กับ โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต” เชฟ ที่ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ทั้งในหลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบอาหารคาว (Diplôme de Cuisine) และหลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบขนมอบ (Diplôme de Pâtisserie) โดยนักเรียนสามารถเลือกเรียนหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งก่อน หรือเรียนทั้งสองหลักสูตรควบคู่กันได้อีกด้วยแอดมินเลยมาแปะหลักสูตรให้เพื่อน ๆ ที่รักในอาหาร และชอบในการทำอาหารที่สนใจอยากเรียนรู้ จะมีหลักสูตรไหนกันบ้าง ไปดูกันใต้โต๊ะวิทยา [EP.33] : “โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต” เชฟ = คนครัวโรงเรียนสอนทำอาหารระดับโลก ที่ใครใฝ่ฝันอยากเป็นเชฟมืออาชีพ ต้องมีที่นี่อยู่ในลิสต์รีวิวบรรยากาศแบบลักชูรี่ พร้อม Workshop สุดพิเศษกับแขกรับเชิญสุดปังสนุกด้วย อร่อยด้วย รีวิวหลักสูตรสอนทำอาหารหลากหลาย ที่ไม่ได้มีแค่อาหารยุโรปวันนี้ไม่ได้พาไปใต้โต๊ะแต่พาไปใต้เตา! ดีเจเผือก-อาร์ต พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ ‘ยายป๋อมแป๋ม-คุณแพรไหม’ นักเรียนตัวจริงจาก ‘โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต’ ที่จะพาทุกคน School tour ให้เห็นทุกซอก ทุกมุม ทุกสเตชั่นครัว แบบเดินไปน้ำลายไหลไป โรงเรียนสอนทำอาหารระดับโลกมาเปิดสอนในประเทศไทยทั้งที ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว! เชื่อว่าใครที่อยากเป็นเชฟแล้วเรียนจบจากที่นี่ มีนามสกุลเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิตติดตัวไป ใจฟูฝุดๆอ่า~ติดตามรายการ ใต้โต๊ะวิทยา ได้ทาง Youtube Channel: Atime Do Dee ทุกวันศุกร์ เดือนละ 2 อีพี

27 มิ.ย. 2025
น้อง ๆ คนไหนที่มีความฝันอยากเป็นทันตแพทย์ ต้องห้ามพลาดทริกการเตรียมตัวเพื่อสอบเข้า "ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ" จะมีอะไรที่เราต้องเตรียมกันบ้างไปดูกันเลยคณะทันตะฯ แห่งแรกของไทย หลักสูตรทันสมัย ติดอันดับโลก!อ้าปากค้าง.. กับความจริงที่ว่า หมอฟันไม่ได้เรียนแค่ฟัน! แถมต้องผ่าอาจารย์ใหญ่ด้วย!?รีวิวห้องเรียน เมาท์มอยชีวิตเด็กทันตะ จุฬาฯ จากปากรุ่นพี่นิสิตทันตแพทย์ใต้โต๊ะวิทยา [EP.32] : “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ” หมอฟัน ≠ เรียนแค่ฟัน

27 มิ.ย. 2025
วันนี้ดีเจเผือก-อาร์ต-โบ พามาส่องชีวิตนิสิตทันตะกันที่นี่ “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” อีกหนึ่งคณะในฝันของหลายๆ คน ใครอยากเห็นภาพมากขึ้นว่าหมอฟันเขาเรียนอะไรกันบ้าง? มาดูและฟังจากปากรุ่นพี่นิสิตทันตแพทย์กันได้เลย รับรองว่าอึ้งจนอ้าปากหวอ ขำจนกรามค้าง เมาท์แฟ่ดจนน้ำลายแห้ง! ดูจบแล้วอยากไปขูดหินปูน (?)คณะทันตะฯ แห่งแรกของไทย หลักสูตรทันสมัย ติดอันดับโลก!อ้าปากค้าง.. กับความจริงที่ว่า หมอฟันไม่ได้เรียนแค่ฟัน! แถมต้องผ่าอาจารย์ใหญ่ด้วย!?รีวิวห้องเรียน เมาท์มอยชีวิตเด็กทันตะ จุฬาฯ จากปากรุ่นพี่นิสิตทันตแพทย์เปิดสาขาเฉพาะทาง "ทันตแพทย์" จะมีสาขาไหน ติดตามได้ใน EP32 ใต้โต๊ะวิทยา “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯสาขาปริทันตวิทยาสาขาทันตกรรมหัตถการสาขาศัลยศาสตร์ช่องปาก และแม็กซิลโลเฟเชียลสาขาทันตสาธารณสุขสาขาทันตกรรมประดิษฐ์สาขาทันตกรรมสำหรับเด็กสาขาวิทยาเอ็นโดคอนต์สาขาทันตกรรมจัดฟันสาขาวิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปากใต้โต๊ะวิทยา [EP.32] : “คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ” หมอฟัน ≠ เรียนแค่ฟัน

21 พ.ค. 2025
15 อันดับหลักสูตรที่สมัครกันมากที่สุดในรอบ 3 Admissionจะมีมหาลัย และคณะไหนกันบ้างไปดูกันหากใครอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะ 2 คณะนี้ ใต้โต๊ะวิทยาพาไปรีวิวแบบจัดเต็มกับ 2 อีพีนี้อันดับที่ 1ใต้โต๊ะวิทยา [EP.3] : "นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์” เรียนกฎหมาย ≠ ท่องจำหลายๆ คนอาจสงสัยว่า คณะนี้รวมเด็กเครียด? วัน ๆ ท่องจำแต่ประมวลกฎหมาย? อ่านหนังสือหนัก สอบโหด เรียนยากแน่เลย.. ดู EP นี้ให้จบ แล้วคุณจะมองนิติศาสตร์เปลี่ยนไปอันดับที่ 13ใต้โต๊ะวิทยา [EP.27] : “คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร” อักษร = ความเป็นมนุษย์ใต้โต๊ะวิทยายกขบวนกันไปถึงนครปฐม พาทัวร์ ‘คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร’ คณะที่มีเอกให้เลือกหลากหลายกว่าที่คิด! ไม่ใช่แค่ภาษา แต่คือทุกสิ่งที่เป็นรากฐานของการรู้จักความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ภาพจำที่หลายๆ คนคิดว่าเด็กอักษรเรียนแต่ภาษา หมกตัวอยู่กับหนังสือ อีพีนี้จะเปลี่ยนภาพจำนั้นแน่นอน สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่แบบเด็กนครปฐม นั่งเมล์เครื่องมาเรียน เอนจอยชีวิตมหาลัยไปกับเพื่อนๆ รวมถึงเปิดสถานที่ลับ อยากเข้าอักษรศิลปากรต้องมามูที่นี่เท่านั้น ใครเล็งคณะนี้อยู่ ดูให้จบ แล้วเตรียมปักเอกที่ชอบไว้ในใจได้เลย

20 ม.ค. 2025
ถึงเวลาแล้วของเด็กสายวิทย์ ! สำหรับน้อง ๆ ที่หลงใหลในวิทยาศาสตร์ และกำลังมองหาคณะที่ตอบโจทย์ความฝันในอนาคต วันนี้ใต้โต๊ะวิทยาจะพาไปทำความรู้จักกับ 6 คณะ สายวิทย์ที่ไม่เพียงแค่เรียนสนุก แต่ยังมีโอกาสทำงานที่หลากหลายอีกด้วย มาดูกันดีกว่าว่าคณะไหนที่เหมาะกับความฝันของน้อง ๆ บ้าง ไปลุยกันเลย !คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์มาเริ่มต้นกันที่ คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ถ้าพูดถึงคณะ และมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่องวิทยาศาสตร์ทางทะเล ก็คงหนีไม่พ้นที่นี่ คณะนี้ไม่ใช่เรียนแค่เรื่องสัตว์ทะเลอย่างที่หลายคนคิด แต่น้อง ๆ จะได้เรียนรู้ทั้งระบบนิเวศทางน้ำ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การจัดการทรัพยากรทางทะเล กฎหมายด้านการประมง ไปจนถึงธุรกิจด้านการประมง คณะเหมาะสำหรับคนที่หลงใหลในโลกใต้น้ำและอยากมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ธรรมชาติ จบไปสามารถทำงานได้หลากหลาย ทั้งนักวิชาการประมง ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเล หรือแม้กระทั่งธุรกิจทางทะเล ใครที่อยากผจญภัยในเส้นทางสายประมง บอกเลยว่าคณะนี้ตอบโจทย์สุด ๆคณะแพทย์ฯ รามา ม.มหิดลมาต่อกันที่คณะในฝันของใครหลาย ๆ คนที่อยากจะเป็นหมอ และพร้อมที่จะลุยไปกับการเรียนสุดเข้มข้น “คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล” คือที่ที่ทุกคนจะได้สัมผัสทั้งทฤษฎี และการปฏิบัติแบบเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ห้องเรียนสู่ห้องผ่าตัดจริง น้อง ๆ จะได้เรียนรู้การดูแลคนไข้ ฝึกทักษะการตัดสินใจในสถานการณ์ที่หลากหลาย รวมไปถึงการเรียนชั้นคลินิกที่ได้ไปสัมผัสกับสถานการณ์จริง และร่วมทีมกับบุคลากรทางการแพทย์ที่เก่งที่สุด จบไปมีอนาคตที่มั่นคงและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหมอเฉพาะทาง พยาบาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ นักฉุกเฉินการแพทย์ หรือแม้กระทั่งนักเวชศาสตร์การสื่อความหมายคณะวิศวกรรมสังคีต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังหากน้อง ๆ มีความสงสัยในเรื่องเสียงที่เกิดขึ้น แต่ก็สนใจเทคโนโลยีไม่แพ้กัน “คณะวิศวกรรมสังคีต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง” พร้อมเปิดโลกใหม่ให้น้อง ๆ คณะนี้เป็นการผสมผสานระหว่างศาสตร์แห่งเสียงและวิศวกรรมที่ทันสมัย น้อง ๆ จะได้เรียนเกี่ยวกับเสียงทั้งหมด ทั้งการออกแบบระบบเสียง การออกแบบห้องให้เหมาะกับการใช้เสียง การสร้างเครื่องดนตรี ไปจนถึงการจัดการแสงและเสียงในงานแสดงสด เรียนที่นี่จะได้พัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีเพื่อให้พร้อมก้าวสู่โลกอุตสาหกรรมบันเทิงได้ จบไปสามารถทำงานได้หลากหลาย เช่น วิศวกรเสียง นักออกแบบระบบเสียงในสตูดิโอ ทำงานด้านสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ ด้านกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดนตรี / เสียงดนตรี เป็นต้นคณะอาชญาวิทยา ม.รังสิตเรื่องราวการสืบสวนสอบสวนมาถึงแล้ว หากน้อง ๆ คนไหนที่สนใจในเรื่องปริศนาอาชญากรรม และอยากเข้าใจเบื้องหลังพฤติกรรมของผู้กระทำความผิด “คณะอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยรังสิต” คือที่ที่จะพาน้อง ๆ ไปสู่โลกแห่งการศึกษาและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอย่างรอบด้าน ที่นี่ครอบคลุมเนื้อหาการเรียนตั้งแต่ทฤษฎีอาชญาวิทยา การบริหารงานตำรวจ การพิสูจน์หลักฐาน หลักการทางนิติวิทยาศาสตร์และกฎหมาย เป็นต้น น้อง ๆ จะได้ฝึกวิเคราะห์คดี เรียนรู้การเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และเข้าใจระบบกระบวนการยุติธรรม จบไปสามารถทำงานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรม นักสืบมืออาชีพ ผู้เชี่ยวชาญในหน่วยงานยุติธรรม หรือแม้กระทั่งทำงานในองค์กรป้องกันอาชญากรรม ผู้เชี่ยวชาญในหน่วยงานยุติธรรมคณะสัตวแพทย์ ม.เกษตรศาสตร์ใครที่รักสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ และมีความฝันที่อยากช่วยเหลือสัตว์ทุกชนิดให้มีสุขภาพดี ก็ต้องพาตัวเองมาที่ “คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” ได้เลย ที่นี่จะให้น้อง ๆ ได้เปลี่ยนความรักเป็นความรู้แบบมืออาชีพ หลักสูตรที่นี่เน้นทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจริง ตั้งแต่การตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยง การวินิจฉัยโรคซับซ้อนในสัตว์ ไปจนถึงการผ่าตัดสุดท้าทาย ที่สำคัญน้อง ๆ จะได้ฝึกกับสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ผ่านการลงพื้นที่อีกด้วย จบจากที่นี่สามารถทำงานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสัตวแพทย์ประจำในคลินิกเอกชนหรือหน่วยงานราชการ สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์ม , ผู้แทนขายผลิตภัณฑ์ เช่น ยา อาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ ครุภัณฑ์ต่าง ๆ รวมไปถึงสามารถเปิดโรงพยาบาลหรือคลินิกเองได้คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯวิศวะ จุฬา นับเป็นอีกหนึ่งในคณะยอดนิยมสำหรับน้อง ๆ ที่มีความฝันอยากจะเป็นนักวิศวกร หลักสูตรที่นี่ครอบคลุมทุกสาขาวิชาวิศวกรรม และมีถึง 20 สาขาอีกด้วยรวมทั้งภาคปกติและภาคอินเตอร์ โดยมีตั้งแต่วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมยานยนต์ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมไฟฟ้า ไปจนถึงวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม พร้อมด้วยอุปกรณ์การเรียนและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย อย่างห้องแล็บ MI the Making of Innovatist center น้อง ๆ จะได้ทั้งความรู้และประสบการณ์จากการทำโปรเจกต์จริง เมื่อจบไป เส้นทางอาชีพก็หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ นักพัฒนานวัตกรรม หรือผู้ประกอบการที่สร้างเทคโนโลยีใหม่ ๆ ใครอยากเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและการออกแบบโลกอนาคต วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ คือจุดเริ่มต้นที่ไม่ควรพลาดจริง ๆจบไปแล้วกับบทความแนะนำน้อง ๆ ที่สนใจจะศึกษาต่อในคณะและมหาวิทยาลัยสายวิทย์ ซึ่งไม่จำกัดเพียงเด็กสายวิทย์เท่านั้น หากน้อง ๆ มีความตั้งใจและเตรียมตัวดี เด็กสายศิลป์ก็สามารถเข้าศึกษาได้เช่นกัน สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเลือกสายเรียนมัธยมปลาย สายวิทย์ก็เป็นตัวเลือกที่เปิดโอกาสสู่เส้นทางการศึกษาอย่างน่าตื่นเต้น ใต้โต๊ะวิทยาหวังว่าน้อง ๆ จะค้นพบคณะและมหาวิทยาลัยที่ตรงใจ พร้อมก้าวสู่เป้าหมายในอนาคตได้อย่างมั่นคงกัน !

02 เม.ย. 2025
ไหนใครยังไม่ได้ยื่นภาษียกมือขึ้น ตอนนี้เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้วกับการยื่นภาษีของปี 2568 โดยจะหมดเขตในวันที่ 8 เมษายน 2569 นี้เองสำหรับใครที่ต้องการยื่นภาษี ก็สามารถยื่นเอกสารผ่านระบบ e-Filing และ D-MyTax (Digital MyTax) ได้เลยวิธีการยื่นภาษีออนไลน์ 2569 ผ่านระบบ D-MyTaxสำหรับบุคคลธรรมดาที่ต้องการยื่นภาษีออนไลน์ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้เข้าไปที่เว็บไซต์ กรมสรรพากรเลือกเมนู Digital MyTax (One Portal) ซึ่งเป็นศูนย์รวมบริการทางภาษีเข้าสู่ระบบ โดยใช้ RD ID (รหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน) หรือผ่านระบบ National Digital ID (NDID) เช่น แอปพลิเคชัน ThaiD หรือ เป๋าตังระบบจะนำไปสู่ MyTax Account ให้ตรวจสอบข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนกดยืนยันข้อมูล และเลือก ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91ระบบจะนำไปยัง e-Filing เพื่อตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งระบบแสดงผลว่ามีภาษีที่ต้องชำระ หรือได้รับเงินคืนกดยืนยันการยื่นภาษี และดำเนินการชำระเงิน (หากมีภาษีที่ต้องชำระ)ใครที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2568ตามกฎหมายของกรมสรรพากร บุคคลที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่บุคคลธรรมดาที่มีรายได้จากการทำงาน หรือธุรกิจห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษีกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งวิสาหกิจชุมชนที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลส่วนใครที่กำลังส่งสัยว่า ถ้าหากยื่นภาษีล่าช้าเราจะเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่าปรับกรณียื่นภาษีล่าช้าหากลืมยื่นภาษีภายในกำหนด จะมีโทษปรับตามรายละเอียดต่อไปนี้1. ไม่ยื่นภายในกำหนด (31 มีนาคม 2569)โดนค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท (แต่สามารถขอลดค่าปรับได้)2. ยื่นภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตแต่ไม่ชำระภาษีภายในกำหนดถ้าไม่ชำระเงินภาษีภายใน 31 มีนาคม 2569 ต้องไปยื่นแบบที่สำนักงานสรรพากร พร้อมเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของเงินภาษีที่ต้องชำระ รวมถึงค่าปรับตามข้อ 13. ยื่นภาษีเกินกำหนดเวลามีเงินภาษีต้องชำระ → ต้องจ่ายเงินภาษีพร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของเงินที่ต้องชำระ รวมค่าปรับไม่มีเงินภาษีต้องชำระ → จ่ายค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท4. ยื่นภาษีเพิ่มเติมหลังพ้นกำหนดหากต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ต้องเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน แต่ไม่ต้องเสียค่าปรับสรุป ยื่นภาษี 2569ได้ถึงวันไหนยื่นแบบกระดาษ: ภายใน 31 มีนาคม 2569ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing หรือ D-MyTax: ภายใน 8 เมษายน 2569ค่าปรับกรณียื่นล่าช้า: สูงสุด 2,000 บาท + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (ถ้ามีภาษีต้องชำระ)เพื่อน ๆ ทราบข้อมูลกันแล้วก็รีบไปเตรียมเอกสารยื่นภาษีกันด่วนนนน!!!!.ขอขอบคุณข้อมูลจากกรมสรรพากร.ผู้เขียน : เบญญาภา แนบเนียน

20 ธ.ค. 2025

12 ก.ย. 2025
เช็กดวงการงานของ 12 ลัคนาราศีราศีเมษ มีโอกาสใหม่หรือลงทุน แต่ดาวการงานประจำราศีเมษหรือดาวเสาร์มีการเดินถอยหลังอยู่ตอนนี้ ทำให้ไม่ค่อยมีความคืบหน้า หรืออยู่ในช่วยริเริ่ม ควรมีแผนสำรองราศีพฤษภ มีโอกาสใหม่ แต่ชะงักหรือล่าช้าจะต้องรอให้ดาวเสาร์หรือก็คือดาวการงาน เดินโคจรเป็นปกติก่อน เนื่องจากตอนนี้เดินถอยหลัง ผู้ใหญ่ยังช่วยเหลือราศีเมถุน มีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น ผู้ใหญ่หนุน มีโอกาสเลื่อนขั้น แตมีเกณฑ์เพื่อนร่วมงานบางคนอาจไม่ชอบหน้า ถูกอิจฉา ระวังปัญหาปากเสียงราศีกรกฎช่วงนี้กดดัน งานไม่คืบ การคุยธุรกิจอาจไม่สมหวัง กลางเดือนจะเริ่มดีขึ้น ปลายเดือนจะดีที่สุดราศีสิงห์ ครึ่งเดือนแรกจะไม่ค่อยได้ดั่งใจ ปิดทองหลังพระ ครึ่งหลังดีขึ้น ได้ผู้ใหญ่ช่วยเหลือราศีกันย์ กดดัน เพื่อนร่วมงานไม่ช่วย อาจย้ายงานหรือไปต่างประเทศราศีตุลย์ มีเกณฑ์โยกย้ายหรือเปลี่ยนงาน อาจจะมีการหยุดพักงานชั่วคราว บางคนมีเกณฑ์ได้ไปต่างประเทศ นักเรียนนักศึกษามีเกณฑ์ไม่สมหวัง แต่มีโอกาสสมหวังเกี่ยวกับพวกต่างประเทศราศีพิจิก มีโอกาสในทิศทางที่ดี เพราะว่าดาวการงาน หรือดาวอาทิตย์โคจรอยู่ในเดือนราศีสิงห์ได้ตำแหน่งเกษมดาวธิบดี หากทะเลาะหัวหน้าอาจตกงาน แต่ถ้าคุมได้จะมีโอกาสใหม่ งานหนักขึ้น ควรมีการวางแผนสำรองราศีธนู ได้โปรเจกต์ใหญ่ แต่เสี่ยงทำงานผิดพลาด ถูกใส่ร้าย หักหลังจากเพื่อนร่วมงานราศีมังกร เสี่ยงตกงานกะทันหัน หรือย้ายงาน เนื่องจากดาวการงานหรือดาวศุกร์ได้โคจรย้ายไปสู่เดือนมรณะ เจ้าของกิจการธุรกิจค่อนข้างเงียบ ระวังการทำงานที่ผิดพลาดราศีกุมภ์ ต้นเดือนงานค่อนข้างไม่เดิน ผิดหวัง แต่หลัง วันที่ 13 ดาวการงานจะโคจรย้ายไปสู่ในเรือนสุภะ การงานจะดีขึ้น มีโอกาสสมหวังคนว่างงานมีเกณฑ์ได้งานราศีมีน หน้าที่เปลี่ยนไปในทางดี มีโอกาสดีๆเข้ามา หากมีการดีลงานกับผู้ใหญ่ควรรอหลังกลางเดือนปริมหมอดูอวตาร

08 ก.ย. 2025
ดวงประจำสัปดาห์ 8-14 ก.ย. 2568ราศีเมษ ระวังอุบัติเหตุ หรือการมีปากเสียงกับผู้อื่นเพราะเรื่องการเงิน หนี้สิน ผลประโยชน์ ระวังถูกโกงเงิน การเงินตึงเครียด ใช้เงินเยอะมากช่วงนี้ราศีพฤษภ มีเกณฑ์การถูกหักหลังแทงข้างหลังจากคนรอบข้าง เสียเปรียบคนอื่น หรือ ทะเลาะวิวาทได้ ต้องมีสติให้ดี การงานจะมีโอกาสที่ดีเข้ามา การเงินกำลังจะมีทิศทางที่ดีแล้วราศีเมถุน ระมัดระวังการมีปากเสียงกับคนในครอบครัว เครือญาติ หรือสุขภาพผู้ใหญ่ในบ้าน การงานยังมีโอกาสที่ดี มีเกณฑ์มีชื่อเสียงเพราะความสามารถราศีกรกฎ มีเกณฑ์เครียดกดดันเรื่องการงานมาก รับผิดชอบงานที่หนักหรือถูกเอาเปรียบ การเงิน เก็บเงินยาก มีเรื่องต้องใช้จ่ายตลอด แต่จะมีโชคลาภเข้ามาบ้างให้ชื่นใจราศีสิงห์ การงานอยู่ในช่วงต้องมีความรอบคอบ ต้องตรวจทานซ้ำ หรือถูกกินแรงเอาเปรียบได้ มีความแบกรับภาระเกี่ยวกับบ้านหรือครอบครัว การเงินจะโชคดี แต่รายจ่ายรออยู่เยอะเช่นกัน ความรัก ต้องมีสติ อย่าหลงใหลใครง่ายๆราศีกันย์ ระวังอุบัติเหตุ หรือการทะเลาะมีปากเสียงกับคนอื่น หรือ มีเกณฑ์ผู้อื่นทำให้เดือดร้อน ระวังการทะเลาะกับคนรัก การเงินมีความโชคดี มีโชคลาภดีราศีตุลย์ ระวังมีปากเสียงกับคนรัก หรือคนรอบข้าง การเงินเหนื่อยหนักใจ ระวังมีคนมาหยิบยืมเงิน ทำให้อึดอัดใจ หรือมีคนเอาเปรียบทางการเงิน การงานต้องปรับตัว หรือระวังตกงานราศีพิจิก ยังคงต้องระวังความเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุอยู่ มีเกณฑ์การงานเปลี่ยนแปลง โยกย้าย ย้ายแล้วจะดี การเงินต้องใช้จ่ายอย่างมีสติ อย่าลงทุนอะไรเสี่ยงๆเด็ดขาดราศีธนู การเรียนการศึกษาต้องพยายามมากขึ้น มีเกณฑ์การแข่งขัน การประกวด จะมีโอกาสที่ดี ระวังมีเรื่องทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน การเงินยังไม่เป็นดั่งใจมากนักราศีมังกร ระวังสุขภาพของผู้ใหญ่ในบ้าน หรือปัญหาเรื่องที่บ้าน หรือมีเกณฑ์ซ่อมบ้านซ่อมรถ มีเกณฑ์เจอคู่ในที่ทำงาน เพื่อนร่วมงานแอบสนใจคุณ การเงินจะมีทิศทางที่ดี แต่ใช้จ่ายเยอะราศีกุมภ์ ระวังคิดผิดตัดสินใจผิดเกี่ยวกับความรักหรือการงาน เป็นช่วงไม่ค่อยอยากเข้าสังคมหรือติดต่อใคร จะมีความคิดมา หรือนอยด์บางอย่าง การเงินยังตึง ไม่โล่ง การงานต้องเปลี่ยนแปลง ระวังตกงานช่วงนี้ราศีมีน เป็นช่วงเอื่อยเฉื่อย หมดไฟ หมดแรงใจ ต้องกระตุ้นตัวเอง!ระวังคำพูดให้ดี อาจจะมีปากเสียงกับคนรักหรือคนอื่นได้ การงานมีเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงได้ การเงินใช้จ่ายเยอะ ระวังถูกเอาเปรียบให้จ่ายเงินก่อนแล้วตามทวงคืนยากช่วงนี้

02 ก.ย. 2025
ดวงประจำสัปดาห์ 2-7 ก.ย. 2568ราศีเมษ ระวังมีปากเสียงกับผู้อื่นเพราะเรื่องการเงิน หนี้สิน ผลประโยชน์ มีโอกาสได้ริเริ่มงานใหม่ ๆ จะหมดเงินไปกับที่บ้าน ครอบครัว หรือเกี่ยวกับรถราศีพฤษภ ระวังคำพูด มีเกณฑ์มีปากเสียง วิวาทกับคนอื่น การงานและ การเงินกำลังจะมีโอกาสดี ๆ เข้ามา จะได้เงินที่รอคอย แต่ระมัดระวังรายจ่ายฟุ่มเฟื่อยราศีเมถุน ระวังครอบครัวหรือญาติ มาทำให้หนักใจ การงานดี แต่เหนื่อยสายตัวแทบขาด ..มีโอกาสหาเงินได้จากช่องทางใหม่ ๆ เงินพิเศษ เงินตกเบิกราศีกรกฎ มีโชคภาพจากคนในครอบครัว ครอบครัวช่วยเหลือดี การงานเครียด กดดัน มีปัญหาเยอะ การเงินยังหมุนคล่อง ความรักมีอุปสรรคเรื่องของความห่างไกล การไม่มีเวลาราศีสิงห์ ค้าขายคล่อง เงินไหลมาเทมา พูดจาอะไรก็ได้เงินได้ทอง เจรจาสมหวัง การเรียนการประกวดจะโชคดี ระวังคนในบ้านเจ็บป่วยหรือทะเลาะกับครอบครัว ดวงความรักต้องประคับประคอง คนโสด มีเกณฑ์หลงใหลมัวเมาคนที่เข้ามาช่วงนี้ราศีกันย์ เป็นช่วงที่มีความเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ไม่อยากสุงสิงกับคนอื่นมากนัก เก็บตัว การเงินจะโชคดี สมหวังกับรายได้ แต่ใช้จ่ายเยอะ ความรักหนักใจ มีความหงุดหงิด รำคาน หรือทะเลาะจุกจิกได้ง่ายราศีตุลย์ มีโอกาสเปลี่ยนงาน ย้ายงาน จะได้ผลดีในด้านการพูด การเจรจา การขอความร่วมมือต่างๆ มีเกณฑ์ขยับขยายที่อยู่อาศัย หรือเป็นหนี้เพราะกู้ซื้อบ้านราศีพิจิก ยังคงต้องระวังความเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุในระยะนี้ ระวังคำพูดทำให้ทะเลาะกับคนอื่น มีเกณฑ์ย้ายงาน หรือปรับเปลี่ยนการทำงาน งดการลงทุน หรือการเสี่ยงโชคต่าง ๆราศีธนู มีเกณฑ์ได้พบเจอผู้ใหญ่ที่จะเข้ามาช่วยเหลือ สนับสนุนทำให้คุณมีโอกาสที่ดีขึ้น มีเกณฑ์เดินทางไกล ไปทำงาน หรือไปเที่ยวกับคู่ การเงินยังไม่คล่องมากนักราศีมังกร คนรักจะยอมคุณ ตามใจคุณ ระวังคำพูดทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือการไม่อธิบายเลย.. ยิ่งก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เรื่องราวบานปลาย ระวังผิดใจกับผู้ใหญ่ หรือคนในบ้านเจ็บป่วยราศีกุมภ์ เป็นช่วงดูแลตัวเอง พัฒนาตัวเองหนักมาก เกิดจุดเปลี่ยนทางความคิด อยากลองทำอะไรใหม่ ๆ การเงินเครียด วิตกกังวล จะมีเกณฑ์ได้หารายได้ใหม่ ๆ เข้ากระเป๋า ดวงความรักเกิดจุดเปลี่ยน คนมีคู่ระวังมีปากเสียง จนแยกทางเดินราศีมีน มีเหตุการณ์ทำให้มีความเครียดสะสม มีความไม่ได้ดั่งใจบางอย่าง แต่ในความโชคร้าย จะมีโอกาสดี ๆ ที่จะเข้ามาในเร็ววันนี้ การงานกำลังจะมั่นคง เข้าที่เข้าทางมากขึ้น การเงินพัง ใช้จ่ายเยอะ อย่าให้ใครยืมเงินเด็ดขาดปริมหมอดูอวตาร

01 ก.ย. 2025
ราศีเมษราศีพฤษภราศีเมถุนราศีกรกฎราศีสิงห์ราศีกันย์ราศีตุลย์ราศีพิจิกราศีธนูราศีมังกร

27 ม.ค. 2026

23 ธ.ค. 2025
การเริ่มต้นปีใหม่ 2569 สำหรับสายมูและผู้ที่เชื่อในพลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาดคือ ศาลเจ้าไต้ฮงกง เยาวราช ศาลเจ้าจีนเก่าแก่คู่กรุงเทพฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ด้าน การคุ้มครองชีวิต สุขภาพ ความปลอดภัย และการแก้เคราะห์ต่อดวงชะตา โดยเฉพาะในช่วงขึ้นปีใหม่ที่หลายคนต้องการเริ่มต้นชีวิตด้วยพลังบวกและความเป็นสิริมงคลศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนพลับพลาไชย ใกล้ย่านเยาวราช และอยู่ในความดูแลของ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมีรากฐานมาจากปณิธานแห่งความเมตตาของ “ไต้ฮงกง” สิ่งศักดิ์สิทธิ์หลักของศาลไต้ฮงกง คือใคร ทำไมผู้คนถึงศรัทธาไต้ฮงกง (大峰公) เป็นพระภิกษุชาวจีนในสมัยโบราณ ผู้มีชื่อเสียงด้านความเมตตาและการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ท่านอุทิศชีวิตในการเก็บศพผู้ยากไร้ไร้ญาติ จัดพิธีฝังศพอย่างสมเกียรติ แจกจ่ายอาหารและยารักษาโรค รวมถึงช่วยสร้างสาธารณประโยชน์ให้ชุมชน ความเสียสละของท่านจึงกลายเป็นต้นแบบของการทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนด้วยเหตุนี้ ผู้คนจึงเชื่อว่า ไต้ฮงกงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองชีวิต ปัดเป่าสิ่งไม่ดี แก้เคราะห์ และเสริมความปลอดภัย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาสักการะในช่วงต้นปีใหม่ เพื่อขอให้ตลอดทั้งปีแคล้วคลาด ปลอดภัย และมีพลังชีวิตที่เข้มแข็งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เด่นภายในศาลเจ้าไต้ฮงกงภายในศาลเจ้าแห่งนี้ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้หลายจุด แอดมินแนะนำว่า หากมาแล้วควรไหว้ให้ครบ เพื่อเสริมพลังชีวิตแบบรอบด้าน ได้แก่องค์ไต้ฮงกง (องค์ประธาน) ขอพรด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการคลี่คลายอุปสรรคเจ้าแม่กวนอิม เทพแห่งความเมตตา นิยมขอพรเรื่องสุขภาพ ครอบครัว และความสงบทางใจไท้ส่วยเอี๊ย เทพแห่งดวงชะตา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปีชง เสริมดวง และลดแรงปะทะของเคราะห์กรรมนอกจากนี้ ภายในศาลยังมีอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ไม่ควรพลาด คือ รูปพ่อปู่ยี่กอฮงรูปพ่อปู่ยี่กอฮง ต้นแบบแห่งการให้และการแก้เคราะห์พ่อปู่ยี่กอฮง คือผู้ก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเป็นบุคคลสำคัญด้านงานกุศลในประเทศไทย ท่านอุทิศชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ตกทุกข์ได้ยาก โดยเฉพาะการดูแลศพไร้ญาติ ความดีของท่านจึงเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูงผู้คนนิยมมากราบไหว้ รูปพ่อปู่ยี่กอฮง เพื่อขอพรเรื่องการ แก้เคราะห์ ต่อดวง เสริมความปลอดภัยเสริมบุญบารมี และขอให้มีผู้เกื้อหนุนในชีวิตขอให้ปัญหาหนัก ๆ คลี่คลายและเริ่มต้นปีใหม่อย่างราบรื่นแอดมินขอกระซิบว่า หลายคนจะนิยมทำบุญหรือบริจาคสมทบกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งควบคู่ไปด้วย เชื่อกันว่าเป็นการเสริมดวงแบบตรงจุด เพราะสอดคล้องกับปณิธานของพ่อปู่ยี่กอฮงโดยตรงวิธีไหว้ศาลเจ้าไต้ฮงกง เพื่อรับสิริมงคลปีใหม่ 2569การไหว้ศาลเจ้าไต้ฮงกงสามารถทำได้ไม่ยุ่งยาก โดยเน้นความตั้งใจและความเคารพเป็นสำคัญเริ่มจาก ไหว้ฟ้าดิน บริเวณด้านหน้าศาล โดยใช้ธูป 5 ดอก เพื่อขออนุญาตและขอพรโดยรวมให้ชีวิตราบรื่น จากนั้นเข้าสู่ด้านในเพื่อ ไหว้องค์ไต้ฮงกง ใช้ธูป 3 ดอก ตั้งจิตขอพรด้านสุขภาพ ความปลอดภัย การงาน และการคลี่คลายอุปสรรคในชีวิตหลังจากนั้นสามารถไหว้ เจ้าแม่กวนอิม และ ไท้ส่วยเอี๊ย ตามลำดับ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการแก้ปีชงหรือรู้สึกว่าดวงชะตาติดขัดในช่วงที่ผ่านมา แนะนำให้ตั้งจิตอธิษฐานอย่างชัดเจน และไม่เร่งรีบของไหว้ที่เหมาะ เสริมพลังมงคลของไหว้ที่นิยม ได้แก่ ธูป เทียน น้ำมันตะเกียง ดอกไม้สด และผลไม้ ซึ่งล้วนมีความหมายถึงความสว่าง ความเจริญ และความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้หลายคนยังนิยม ถวายทำบุญกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เช่น บริจาคตามกำลังศรัทธา ถือเป็นการเสริมบุญ เสริมดวง ตามแนวคิด “ยิ่งให้ ยิ่งได้”อีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับความนิยมคือ ฮู้หรือยันต์ไต้ฮงกง ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยคุ้มครอง ป้องกันภัย และเสริมความปลอดภัยตลอดปี สามารถนำไปติดบ้านหรือพกติดตัวได้ทริคแก้ปีชง รับปีใหม่ 2569 ให้เบาแรงเคราะห์สำหรับผู้ที่อยู่ในปีชงหรือรู้สึกว่าดวงตก แนะนำให้ไหว้ ไท้ส่วยเอี๊ย พร้อมตั้งจิตขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถวายน้ำมันตะเกียง เพื่อเสริมแสงสว่างให้ชีวิตทำบุญช่วยเหลือผู้อื่น เช่น บริจาคหรือร่วมกิจกรรมกุศลของมูลนิธิหลังไหว้ ควรตั้งใจทำความดีอย่างสม่ำเสมอ เชื่อกันว่าจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาสรุป: ไหว้ศาลเจ้าไต้ฮงกง เสริมพลังชีวิตรับปีใหม่การมาไหว้ ศาลเจ้าไต้ฮงกง เยาวราช ในช่วงปีใหม่ 2569 เปรียบเสมือนการเริ่มต้นชีวิตด้วยพลังแห่งความเมตตา ความปลอดภัย และความเป็นสิริมงคล หากใครกำลังมองหาที่พึ่งทางใจ แก้ปีชง เสริมดวง และตั้งต้นปีด้วยความสบายใจ ศาลเจ้าแห่งนี้คืออีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาดพิกัด ศาลเจ้าไต้ฮงกง เยาวราชที่ตั้ง: ถนนพลับพลาไชย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานครเวลาเปิด–ปิดเปิดทุกวัน: ประมาณ 06.00 – 17.00 น.วิธีการเดินทางMRT : สถานีวัดมังกร ทางออก 3 เดินหรือเรียกวิน/แท็กซี่ต่อประมาณ 5–10 นาทีรถประจำทาง : สายที่ผ่านบริเวณใกล้เคียง เช่น1, 4, 7, 21, 37, 40, 48, 73, 109, 529 ลงบริเวณ ถนนพลับพลาไชย / วงเวียน 22 กรกฎารถยนต์ส่วนตัว : สามารถจอดรถได้ที่บริเวณมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งหรืออาคารจอดรถใกล้เคียง (อาจมีค่าบริการ)

23 ธ.ค. 2025
หากพูดถึงแลนด์มาร์คสำคัญในกรุงเทพฯ ที่ทั้งชาวไทยและต่างชาติต้องมาเยือนสักครั้ง "วัดโพธิ์" หรือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร คือจุดหมายปลายทางที่ไม่เคยตกยุค ไม่เพียงแต่ความงดงามทางสถาปัตยกรรม แต่ที่นี่ยังเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์และศาสตร์ความรู้จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกจาก UNESCOวันนี้ Chillon จะพาทุกคนไปอัปเดตการเที่ยววัดโพธิ์ฉบับสมบูรณ์ พร้อมเทคนิคการเดินชมให้ครบจุดไฮไลท์นมัสการ "พระพุทธไสยาสน์" (พระนอน) ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯไฮไลท์อันดับหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือการเข้าชม พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 46 เมตร องค์พระปิดทองเหลืองอร่ามทั้งองค์ จุดเด่นที่สำคัญคือ พระบาท (เท้า) ของพระพุทธรูปที่มีการประดับมุกเป็นลวดลายมงคล 108 ประการ ตามคติความเชื่อแบบชมพูทวีปบริเวณด้านหลังพระนอนจะมีบาตรพระวางเรียงราย แนะนำให้แลกเหรียญสตางค์เพื่อหยอดบาตรอธิษฐานจิตเพื่อความเป็นสิริมงคลตระการตา "มหาเจดีย์สี่รัชกาล"เดินถัดมาจะพบกับกลุ่มพระมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ 4 องค์ ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีสันสดใส ตัดกับท้องฟ้าอย่างสวยงาม ซึ่งแต่ละองค์สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่สะท้อนถึงความประณีตของศิลปะไทยประยุกต์จีนยักษ์วัดโพธิ์ และตุ๊กตาศิลาจีนหลายคนอาจเคยได้ยินตำนาน "ท่าเตียน" เรื่องการต่อสู้ของยักษ์วัดแจ้งกับยักษ์วัดโพธิ์ อย่าลืมแวะไปดู ยักษ์วัดโพธิ์ ตัวจริงที่เฝ้าซุ้มประตู และสังเกต ตุ๊กตาศิลาจีน (ลั่นถัน) ที่ตั้งอยู่ทั่วบริเวณวัด ซึ่งเป็นของนำเข้าจากจีนในสมัยรัชกาลที่ 3ต้นตำรับ "นวดแผนไทย" และฤๅษีดัดตนวัดโพธิ์ได้ชื่อว่าเป็น "มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย" เพราะเป็นแหล่งรวมสรรพวิชา โดยเฉพาะวิชาการแพทย์แผนไทย อย่าพลาดชม รูปปั้นฤๅษีดัดตน ในท่าทางต่างๆ และถ้าใครเดินจนเมื่อย ที่นี่มีบริการนวดแผนไทยแบบต้นตำรับที่โด่งดังไปทั่วโลกไว้คอยบริการด้วยสรุปทำไมต้องมาวัดโพธิ์?วัดโพธิ์ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนา แต่เป็น "พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง" ที่รวบรวมงานศิลปะและภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายบุญ สายถ่ายรูป หรือสายประวัติศาสตร์ ที่นี่มีคำตอบให้ทุกคนแน่นอนเวลาเปิด-ปิด08.00 - 18.30 น. (เปิดทุกวัน)ค่าเข้าชมคนไทย: ฟรี / ชาวต่างชาติ: 300 บาทการแต่งกายชุดสุภาพ คลุมเข่า มิดชิด (มีผ้าคลุมให้ยืมหน้าวิหาร)การเดินทางรถไฟฟ้า MRT สถานีสนามไชย (ทางออก 1) เดินต่อประมาณ 5 นาที

18 ธ.ค. 2025
การเริ่มต้นปีใหม่ 2569 หลายคนเลือกเดินสายมูเพื่อเสริมดวงชีวิต หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความนิยมทุกปีคือ ศาลหลักเมืองกรุงเทพ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาและความมั่นคงของบ้านเมือง เชื่อกันว่าการมา ไหว้ศาลหลักเมืองปีใหม่ 2569 จะช่วยเสริมดวงการงาน การเงิน สุขภาพ และความมั่นคงในชีวิต การเริ่มต้นปีด้วยการไหว้ศาลหลักเมือง เปรียบเสมือนการตั้งหลักให้ชีวิตเดินหน้าอย่างราบรื่นตลอดทั้งปีศาลหลักเมืองกรุงเทพเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาอย่างยาวนาน ภายในประดิษฐาน เสาหลักเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมพลังสำคัญ เชื่อว่าผู้ที่มาไหว้ขอพรด้วยจิตตั้งมั่น จะได้รับความเป็นสิริมงคล เสริมความมั่นคง และเปิดทางสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะในช่วงต้นปีใหม่ที่ถือเป็นฤกษ์ดีในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆลำดับการไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพ ที่ถูกต้องการ ไหว้ศาลหลักเมือง ควรไหว้ตามลำดับจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน เพื่อความเป็นสิริมงคล เริ่มจากการจุดธูปเทียนบูชาที่ด้านหน้า จากนั้นไหว้ พระสยามเทวาธิราช เทพผู้คุ้มครองแผ่นดินไทย ต่อด้วย พระเสื้อเมืองและพระทรงเมือง ซึ่งเชื่อว่าช่วยปกป้องบ้านเมืองและประชาชน แล้วจึงไหว้ เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อเสริมอำนาจ บารมี และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รวมถึง เจ้าพ่อเจตคุปต์ ซึ่งนิยมขอพรเรื่องการเงิน ความยุติธรรม และความสำเร็จ ก่อนจะปิดท้ายที่ เสาหลักเมืองกรุงเทพ ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมพลังที่สำคัญที่สุดภายในศาลหลักเมืองมีป้ายแนะนำการไหว้อย่างชัดเจนทุกจุด พร้อมเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำว่าควรไหว้อะไรยังไง ทำให้แม้จะเป็นผู้ที่มาไหว้ศาลหลักเมืองครั้งแรก หรือมาคนเดียว ก็สามารถไหว้ได้อย่างถูกต้องและสบายใจวิธีขอพรศาลหลักเมือง ให้ได้ผลรับปีใหม่ 2569การขอพรศาลหลักเมือง ควรขอด้วยจิตที่ตั้งมั่นและมีสติ โดยกล่าว ชื่อ–นามสกุล วันเดือนปีเกิด และบอกสิ่งที่ต้องการอย่างชัดเจน ควรขอเพียงเรื่องเดียว เช่น ขอให้การงานมั่นคง การเงินราบรื่น หรือชีวิตก้าวหน้า ไม่ควรขอพรที่เกินกำลังหรือเบียดเบียนผู้อื่น และตั้งจิตว่าจะทำความดีหรือแก้บนเมื่อสมหวัง เพื่อเสริมพลังบุญให้คำอธิษฐานสัมฤทธิ์ผลทริคการผูกผ้าที่ศาลหลักเมือง เสริมดวงให้ตรงจุดอีกหนึ่งพิธีกรรมยอดนิยมเมื่อมา ไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพ คือ การผูกผ้าที่เสาหลักเมือง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็น การผูกดวง ผูกชะตา และเสริมความมั่นคงให้ชีวิต โดยตำแหน่งการผูกผ้าแต่ละจุดมีความหมายแตกต่างกัน หากเลือกผูกให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการขอพร จะช่วยเสริมพลังให้เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นการผูกผ้าที่ ฐานเสาหลักเมือง เหมาะสำหรับการขอพรเรื่องรากฐานชีวิต ความมั่นคง ความร่ำรวย และความสุขในครอบครัว เชื่อว่าจะช่วยให้ชีวิตลงหลักปักฐาน มีเงินทองไม่ขาดมือ และครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวการผูกผ้าที่ ช่วงกลางเสาหลักเมือง นิยมขอพรให้ผู้ใหญ่เกื้อหนุน อุปถัมภ์ ส่งเสริมหน้าที่การงาน และช่วยผลักดันให้เติบโตในเส้นทางอาชีพ รวมถึงเชื่อว่ายังช่วยเสริมด้านสุขภาพ ให้มีพลังทั้งกายและใจส่วนการผูกผ้าที่ ยอดเสาหลักเมือง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จในระดับสูง โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ การค้าขาย และการเงิน เชื่อว่าจะช่วยเปิดทางให้ธุรกิจไปได้สวย การเงินคล่องตัว และประสบความสำเร็จรอบด้านตลอดปี 2569เวลาไหว้ศาลหลักเมือง และทริคสายมูรับปีใหม่ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไหว้ศาลหลักเมืองปีใหม่ 2569 คือช่วงเช้า ระหว่างเวลา 07.00–09.00 น. ซึ่งเป็นช่วงพลังดี คนไม่พลุกพล่าน ควรแต่งกายสุภาพ โทนสีขาว ครีม หรือสีอ่อน ตั้งเจตนาเริ่มต้นใหม่อย่างจริงใจ และหลังไหว้เสร็จสามารถทำบุญหรือบริจาคเล็กน้อย เพื่อเสริมบุญหนุนดวงตลอดทั้งปีศาลหลักเมืองกรุงเทพเปิดให้สักการะทุกวัน มีจุดจำหน่ายของไหว้ครบ พร้อมป้ายแนะนำและเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเส้นทาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นปีใหม่ 2569 ด้วยพลังดี ความมั่นคง และความเป็นสิริมงคลอย่างแท้จริงพิกัด : ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯเปิดทุกวัน 06.30 – 18.30 น.วิธีการเดินทาง :รถไฟฟ้า MRT : ลงสถานีสนามไชย (ทางออกใกล้วัดพระแก้ว)รถเมล์ : สาย 1, 3, 6, 9, 12, 32, 44, 53, 82รถส่วนตัว : จอดบริเวณสนามหลวง (ตรวจสอบวัน–เวลาจอด)ฃ

17 ธ.ค. 2025
หากคุณเป็นสายประวัติศาสตร์หรือสายมูที่หลงใหลในงานศิลปะชั้นสูง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร คือจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่เก็บรักษาโบราณวัตถุล้ำค่าของชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ประดิษฐานของประติมากรรมที่มีความสำคัญระดับโลกและมีความลึกลับซ่อนอยู่ โดยเฉพาะ "พระพิฆเนศปางยืนบนหัวกะโหลก" ที่หาชมได้ยากยิ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่บริเวณ "พระราชวังบวรสถานมงคล" หรือวังหน้า เดิมทีเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล จุดเด่นของที่นี่คือสถาปัตยกรรมไทยอันงดงาม และการจัดแสดงโบราณวัตถุที่ครอบคลุมตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีความทันสมัย การจัดแสงและอุณหภูมิช่วยให้การเดินชมประวัติศาสตร์ไทยมีความน่าสนใจและถ่ายรูปสวยงามมากยิ่งขึ้นไฮไลท์ห้ามพลาด: พระพิฆเนศปางยืนบนหัวกะโหลก (ศิลปะชวา)ท่ามกลางเทวรูปมากมายในห้องจัดแสดง อาคารมหาสุรสิงหนาท มีประติมากรรมชิ้นหนึ่งที่ดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาเป็นอย่างมาก นั่นคือ พระพิฆเนศสลักจากหินภูเขาไฟ ซึ่งเป็นศิลปะชวาตะวันออก (ศิลปะสิงหัดส่าหรี) จากประเทศอินโดนีเซียความหมายของ "การเหยียบหัวกะโหลก"พระพิฆเนศองค์นี้มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากที่เราคุ้นเคยทั่วไป คือ "ประทับนั่งบนฐานหัวกะโหลกมนุษย์" และมีเครื่องประดับที่ทำจากกะโหลก ซึ่งมีนัยสำคัญทางพุทธศาสนานิกายมหายานตันตระการเอาชนะความตาย: หัวกะโหลกเป็นสัญลักษณ์ของความตายและการแตกดับ การที่พระองค์ประทับอยู่เหนือหัวกะโหลก สื่อถึงการอยู่เหนือวัฏสงสารและการเอาชนะอวิชชาพลังอำนาจและการคุ้มครอง: ในลัทธิความเชื่อแบบตันตระ รูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามนี้มีไว้เพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและสิ่งอัปมงคลขั้นรุนแรงความแปลกตาที่หาดูยาก: พระพิฆเนศปางนี้สะท้อนถึงอิทธิพลของลัทธิไศวนิกายที่ผสมผสานกับความเชื่อท้องถิ่นในชวา ซึ่งถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ทางพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาไว้ข้อมูลการเข้าชมและพิกัดสถานที่: ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร (ใกล้กับสนามหลวง)เวลาทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์และวันอังคาร) เวลา 09:00 – 16:00 น.ค่าเข้าชม: คนไทย 30 บาท / ชาวต่างชาติ 200 บาทการมาเยือน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไม่ใช่แค่การมาดูของเก่า แต่คือการมาเชื่อมต่อกับภูมิปัญญาและพลังศรัทธาของบรรพบุรุษ โดยเฉพาะการได้ชม พระพิฆเนศเหยียบหัวกะโหลก ที่จะทำให้คุณได้เห็นมุมมองใหม่ขององค์พระพิฆเนศที่เต็มไปด้วยอำนาจและความขลังเขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

17 ธ.ค. 2025
หากพูดถึงตำนานความรักที่มั่นคงและเฮี้ยนที่สุดในประเทศไทย คงไม่มีใครไม่นึกถึงชื่อ "แม่นาคพระโขนง" หญิงสาวผู้รอคอยคนรักอยู่ที่ท่าน้ำจนลมหายใจสุดท้าย และสถานที่ที่เป็นจุดกำเนิดของตำนานนี้ก็คือ วัดมหาบุศย์ เขตอ่อนนุช กรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของสายมูที่ต้องการมาขอพรทั้งเรื่องความรักและการคัดเลือกทหารวัดมหาบุศย์ เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดย "พระมหาบุศย์" จากวัดมหาธาตุ เป็นผู้สร้างขึ้น เดิมทีวัดนี้เป็นศูนย์กลางของชาวบ้านในย่านพระโขนงแต่สิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้โด่งดังไปทั่วประเทศคือเรื่องราวของ นางนาค หญิงสาวที่ตายทั้งกลมขณะรอคอย นายมาก สามีที่ไปรบ ตามตำนานกล่าวว่าดวงวิญญาณของแม่นาคมีความผูกพันกับวัดแห่งนี้มาก จนมีการสร้างศาลขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้มากราบไหว้และรำลึกถึงความรักที่มั่นคง และขอขมาต่อดวงวิญญาณเพื่อให้ท่านประทานพรให้แก่ผู้ที่ศรัทธามาวัดมหาบุศย์... ขอพรเรื่องอะไรเรื่องความรักใครที่โสดหรือมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ มักมาขอให้พบรักแท้ หรือให้คนรักกลับมา เนื่องจากย่านาคคือสัญลักษณ์ของความรักที่มั่นคงการคัดเลือกทหาร (จับใบดำใบแดง)นี่คือไฮไลท์ที่โด่งดังที่สุด เพราะตามตำนานนายมากต้องพรากจากย่านาคไปเพราะการไปรบ เชื่อกันว่าย่านาคไม่ชอบการพลัดพราก จึงมักช่วยให้คนที่มาขอพร "จับได้ใบดำ" หรือไม่ต้องไปเป็นทหารนั่นเองโชคลาภและเลขเด็ดหลายคนมาขอโชคลาภและการเสี่ยงดวง ซึ่งมักจะได้รับโชคกลับไปจนต้องกลับมาแก้บนกันอย่างเนืองแน่นสุขภาพและความปลอดภัยขอให้คลอดบุตรอย่างปลอดภัยวิธีการขอพรและของแก้บนย่านาคของที่ต้องเตรียมเพื่อไหว้ขอพรธูป 2 ดอกเทียน 1 เล่มดอกไม้ (นิยมดอกมะลิหรือดอกกุหลาบแดง)ทองคำเปลว เพื่อนำไปปิดที่รูปปั้นย่านาควิธีการแก้บน (เมื่อสมปรารถนาแล้ว)หากสิ่งที่ขอประสบความสำเร็จ สิ่งที่ย่านาคโปรดปรานและนิยมนำมาแก้บน ได้แก่ชุดไทย: มักเห็นชุดไทยหลากสีสันแขวนอยู่รอบศาลของเล่นเด็กและชุดเด็ก: สื่อถึงลูกของแม่นาคเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายสตรี: เช่น สร้อยคอ กระจก หวีอาหาร: นิยม ขนมหวาน ผลไม้ หรืออาหารคาวที่ท่านชอบการจัดฉายภาพยนตร์: ในอดีตนิยมแก้บนด้วยลิเกหรือภาพยนตร์กลางแปลงภายในวัดข้อควรระวัง: ห้ามปิดทองที่ใบหน้า ดวงตา และริมฝีปากของรูปปั้นย่านาค และควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าเขตวัดวัดมหาบุศย์และศาลแม่นาคพระโขนง ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์หรือตำนานสยองขวัญเท่านั้น แต่ยังเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนมาหลายยุคสมัย ความศรัทธาที่มีต่อ "ความรักอมตะ" ของย่านาคยังคงไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของวัดแห่งนี้ หากใครที่กำลังมองหาที่พึ่งในเรื่องความรักหรือโชคลาภ การเดินทางมาเยือนวัดมหาบุศย์สักครั้งอาจทำให้คุณได้รับคำตอบที่ตามหาก็เป็นได้พิกัดและข้อมูลทั่วไปที่ตั้ง: 749 ซอยอ่อนนุช 7 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250ลิงก์แผนที่: วัดมหาบุศย์ (แม่นาคพระโขนง)วิธีการเดินทาง1. โดยรถไฟฟ้า (BTS)ลงที่ สถานีอ่อนนุช (Sukhumvit Line) ออกทางออกที่ 1 จากนั้นสามารถต่อรถสาธารณะเข้าซอยอ่อนนุช (สุขุมวิท 77) เช่นรถสองแถว: สายที่เขียนว่าไป "มิตรภาพ" หรือสายที่ผ่านปากซอยอ่อนนุช 7วินมอเตอร์ไซค์: บอกว่าไปวัดมหาบุศย์ (ค่าบริการประมาณ 20-30 บาท)รถเมล์: สาย 519 หรือสายอื่นๆ ที่วิ่งเข้าเส้นอ่อนนุช2. โดยรถส่วนตัวหากมาทางถนนสุขุมวิท ให้เลี้ยวเข้า ซอยสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) ขับตรงมาเรื่อยๆ จนถึง ซอยอ่อนนุช 7 (อยู่ทางซ้ายมือ) เลี้ยวเข้าซอยไปไม่ไกลจะถึงวัดทางวัดมีที่จอดรถให้บริการ แต่อาจจะหนาแน่นในช่วงวันหยุดหรือช่วงก่อนวันหวยออก3. โดยเรือ (คลองพระโขนง)สามารถนั่งเรือหางยาวมาลงที่ ท่าเรือวัดมหาบุศย์ ได้โดยตรง ซึ่งจะได้บรรยากาศริมน้ำตามตำนานแม่นาคพระโขนงแบบดั้งเดิมผู้เขียน : เบญญาภา แนบเนียน

21 ม.ค. 2026
ความรักของญดาเหมือนหมาความรักของหมาที่มีต่อเจ้าของคือความรักที่บริสุทธิ์ ไม่หวังสิ่งตอบแทน และจริงใจเสมอ ญดาเติบโตมากับความเชื่อว่าการเป็นนักแสดงเป็นเรื่องไกลตัว ด้วยความที่ตัวเองเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่เคยคิดว่าวงการบันเทิงจะเอื้อมถึงได้ง่าย แต่โอกาสเล็ก ๆ ในวัยเด็ก จากการไปถ่ายรูปกับเพื่อนที่โมเดลลิ่ง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อญดาเป็นคนเดียวที่ได้รับการติดต่อให้ไปแคสต์โฆษณา และนั่นคือก้าวแรกของเส้นทางในวงการ แม้เส้นทางจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ราบรื่น ญดาต้องผ่านการแคสต์งานและการประกวดมานับครั้งไม่ถ้วน รวมถึงประสบการณ์ผิดหวังจากความไม่โปร่งใส จนเกิดบาดแผลในใจและความกลัวต่อ “ความคาดหวัง” หลายครั้งที่เกือบถอดใจ แต่สิ่งที่ทำให้ญดายังเดินต่อได้ คือกำลังใจจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ คำสอนของคุณแม่เรื่องการไม่คาดหวังเกินตัว และการอยู่กับความสำเร็จเป็นวันต่อวัน กลายเป็นหลักคิดสำคัญในชีวิตญดา ทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างสมดุล อยู่ในจุดที่สุขไม่สุดและทุกข์ไม่สุด เข้าใจว่าทั้งความสุขและความเศร้าล้วนไม่ถาวร และทุกอย่างสามารถผ่านไปได้เสมอ มีช่วงหนึ่งที่ญดาเกือบจะหยุดเส้นทางนี้ เพราะต้นทุนชีวิตที่ไม่สูงและค่าใช้จ่ายในการแคสต์งาน โดยเฉพาะในช่วงที่คุณแม่ป่วย แต่ภาพของคุณแม่ที่ยังพามาแคสต์งานทั้งที่ตัวเองไม่สบาย กลับกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ ทำให้ญดาตั้งใจสู้เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองและดูแลคนในครอบครัว ญดาโตมากับความรับผิดชอบตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี แม้จะหนัก แต่ญดาไม่เคยมองว่าสิ่งนี้เป็นภาระ เพราะเป็นการทำเพื่อคนที่รักญดารัก ในฐานะนักแสดง ญดาเป็นคนที่เข้า–ออกจากตัวละครได้ดี ไม่ยึดติดบทบาทมาปะปนกับชีวิตจริง มองทุกบทที่ได้รับเป็นโอกาสเรียนรู้ โดยเฉพาะบทดราม่าหนักที่ต้องใช้พลังใจสูง ซึ่งเธอผ่านมันมาได้ด้วยการสนับสนุนจากครอบครัวและทีมงาน พร้อมทั้งมองว่าการแสดงคอมเมดี้ยิ่งท้าทาย เพราะต้องอาศัยเซนส์และความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง การเป็นนักแสดงทำให้ญดาต้องแลกหลายอย่าง ทั้งชีวิตวัยเด็ก เพื่อนสนิท และช่วงเวลาสำคัญในชีวิต แต่เธอเลือกแลกเพราะรักในงานที่ทำ และมองว่านี่คือความท้าทายที่ทำให้ตัวเองเติบโต ญดาจึงเลือกรับบทอย่างระมัดระวัง ไม่รับบทที่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับบทเดิม เพื่อให้คนดูได้เห็นมุมใหม่อยู่เสมอ ในเรื่องความรักและตัวตน ญดาเลือกซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง กล้าที่จะยอมรับรสนิยมทางเพศอย่างตรงไปตรงมา แม้จะต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์ แต่เธอมองว่านั่นคืออีกหนึ่งบททดสอบของนักแสดง หากแสดงแล้วคนไม่เชื่อ ก็เป็นเรื่องของฝีมือ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง กุญแจสำคัญที่ทำให้ญดากล้าเป็นตัวเอง คือการยอมรับจากคุณแม่ที่บอกเสมอว่า ไม่ว่าลูกจะรักใครหรือเป็นแบบไหน ก็พร้อมสนับสนุน ญดาจึงเชื่อว่าชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาหรือคำทำนายใด ๆ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำและการเลือกของตัวเอง แม้ญดาจะไม่ใช่คนที่มีความฝันชัดเจน แต่ญดาเป็นคนที่คว้าโอกาสทุกครั้งที่เข้ามา และทำให้ดีที่สุด ญดาเชื่อว่าโอกาสบางอย่างมาเพียงครั้งเดียว หากไม่ตั้งใจทำ ก็อาจต้องเสียใจภายหลัง สำหรับญดา ความเข้มแข็งไม่ได้หมายถึงการไม่ร้องไห้ แต่คือการรู้ว่าตัวเองยังสู้ได้ แม้จะขอพัก อ่อนแอ หรือร้องไห้ในบางช่วง และรักตัวเองในรูปแบบของญดา มันเป็นเรื่องง่ายๆในชีวิต ที่ได้ให้รางวัลกับตัวเอง มีชีวิตอยู่ในทุกๆวันและทำเพื่อคนอื่นดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

13 ธ.ค. 2025
ความรักของนนท์ก็เหมือนต้นกล้า หากช่วยกันรดน้ำดูแล มันก็จะเติบโตไปได้ แต่ถ้าวันหนึ่งไม่มีใครใส่ใจหรือปล่อยให้ละเลยกันไป ความสัมพันธ์นั้นก็อาจกลายเป็นการต่างคนต่างอยู่ในที่สุดจุดเริ่มต้นของความฝันและครอบครัวที่สนับสนุน นนท์มีความฝันอยากเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็ก เพราะไม่ชอบวิชาการและชอบทำกิจกรรม ที่บ้านเห็นความชอบนี้เลยสนับสนุนเต็มที่ ถึงแม้ฐานะไม่ได้ดีมาก แต่พวกเขาก็ส่งนนท์ไปเรียน จนนนท์ได้เล่นละครเวที ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของเส้นทางนี้ อย่างไรก็ตาม ความฝันที่สวยงามก็ต้องแลกมาด้วยการซ่อนตัวตนของตัวเอง ตอนนั้นนนท์ไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น และไม่อยากทำให้บ้านเสียใจ การเก็บทุกอย่างไว้ทำให้นนท์กลายเป็นคนขี้ระแวง ไม่มั่นใจ และกลัวสายตาของคนรอบข้าง ก่อนจะค่อยๆ ปลดล็อกตัวเองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาความพยายามหนีตัวตนและการยอมรับ ช่วงรอยต่อประถมกับมัธยม นนท์อยากเริ่มต้นใหม่ด้วยการย้ายโรงเรียนเพราะเพื่อนเริ่มตั้งคำถามว่า “นนท์แตกต่าง” แต่สุดท้ายเพื่อนบางคนก็ย้ายตามมา ทุกอย่างจึงเหมือนเดิม นนท์พยายามทำตัวให้ “เหมือนผู้ชายมากขึ้น” ด้วยการมีแฟนเป็นผู้หญิง ซึ่งนนท์ชอบเธอจริงๆ ไม่ได้ทำเพื่อปิดบังอะไร แต่เพราะนนท์ยังไม่สามารถยอมรับตัวตนของตัวเองได้ และกลัวว่าจะทำให้ครอบครัวผิดหวัง ชีวิตช่วงนั้นของนนท์จึงเต็มไปด้วยความอึดอัดและไม่มีความสุข นนท์ใช้เวลากว่า 10 ปีในการเก็บซ่อนความจริงไว้ในใจ จนวันหนึ่งตัดสินใจจะไม่หนีอีกต่อไป และเลือกที่จะบอกความจริงกับที่บ้าน แม้ในใจจะกลัวมากว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือพวกเขาจะรับได้หรือไม่ แต่สิ่งที่ทำให้นนท์กล้าเผชิญคือกำลังใจจากเพื่อนๆ ที่บอกว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะอยู่ข้างนนท์เสมอ”วันที่บอกความจริงกับครอบครัว นนท์ทำคลิปสารภาพกับที่บ้านว่าตัวเองไม่ได้ชอบผู้หญิง ทุกคนในบ้านช็อก เพราะเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างหัวโบราณ และนนท์เป็นลูกคนเดียว แม่พยายามถามว่า “ไม่เป็นแบบนี้ได้ไหม” แต่นนท์ก็อธิบายว่านี่คือสิ่งที่เป็นจริงๆ หลังวันนั้น แม่ไม่คุยกับนนท์นานหนึ่งปี แต่พ่อกลับเป็นคนที่เข้ามาปลอบและให้กำลังใจตลอด ส่วนอีกคนที่เป็นหลักสำคัญคือ “ป้า” ที่อยู่กับนนท์ในทุกความรู้สึก ไม่ว่าจะร้องไห้ เสียใจ หรือสับสนคำสัญญาที่ตั้งใจทำเพื่อครอบครัวก่อนจะบอกความจริง นนท์ตั้งใจไว้ 3 อย่างเรียนให้จบด้วยเกียรตินิยมบวชให้ครอบครัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับแอลกอฮอล์เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้อาจทดแทนความผิดหวังที่เขาอาจมีต่อสิ่งที่นนท์เป็นได้ จนวันที่แม่กลับมาพูดกับนนท์หลังจากนนท์เก็บเงินได้หนึ่งล้านบาทด้วยน้ำพักน้ำแรงและอยากให้แม่เป็นของขวัญ แม่ไม่รับ และถามเพียงว่า “เหนื่อยไหม” ประโยคสั้นๆ ที่ทำให้นนท์เหมือนยกภูเขาออกจากอก เพราะมันคือสัญญาณว่าแม่เริ่มยอมรับในตัวนนท์แล้วนนท์…คนที่อยากทำให้ทุกคนมีความสุข นนท์เป็นคนเอ็นเตอร์เทน ชอบเห็นคนรอบตัวมีความสุข และการได้ยินเสียงหัวเราะคือพลังสำคัญ แต่ในมุมการทำงาน นนท์กลับเป็นคนซีเรียสและคาดหวังสูงกับตัวเอง โดยเฉพาะเวลามีบรีฟว่า “ต้องตลก” เพราะไม่รู้ว่าคนอื่นคาดหวังแค่ไหน ลักษณะเพอร์เฟ็กชันนิสต์นี้บางทีก็ทำให้คนรอบข้างลำบาก จนนนท์เริ่มเรียนรู้ว่า การปล่อยวางบ้างคือสิ่งจำเป็นช่วงเวลาที่ฝังใจ ครั้งหนึ่งนนท์ถูกหลอกให้ไปแคสงาน พี่คนรู้จักให้ช่วยแคสคนอื่นก่อน ทั้งวันนนท์ทุ่มเทเต็มที่ แต่สุดท้ายกลับบอกว่า “ไม่ต้องแคสแล้ว คนเยอะพอแล้ว” พร้อมให้เงินเพียง 500 บาท ไม่ใช่เพราะเงิน แต่มันคือความผิดหวัง ตอนนนท์นั่งร้องไห้ มีคุณป้าขายข้าวเกรียบเดินมาปลอบ พร้อมคำพูดว่า “วันดีมันก็ดี วันไม่ดีเดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ประโยคนี้ทำให้นนท์เห็นว่า ความสุข sometimes อยู่ใกล้แบบคาดไม่ถึง อยู่ที่เราจะมองเห็นมันหรือไม่บทเรียนความรัก รักครั้งแรกในปีหนึ่งเป็นช่วงเวลาที่นนท์ทุ่มเทมาก เขาคือคนแรกที่มาจีบนนท์ก่อน ทำให้นนท์รู้สึกว่า “เขาคือโลกทั้งใบ” แต่สุดท้ายความสัมพันธ์จบลงเพราะเขามีคนอื่น แถมเป็นพี่คนสนิทของนนท์เอง หลังจากผ่านครั้งนั้น นนท์เรียนรู้เรื่องสติและการใช้เหตุผลมากขึ้น จึงสามารถเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ในความสัมพันธ์หลังๆมุมมองต่อความสูญเสีย นนท์มองว่า “เกิด แก่ เจ็บ ตาย” คือสัจธรรม แม้คนที่รักจะทยอยจากไป แต่เราจะไม่มีวันชินกับความรู้สึกสูญเสีย เพียงแต่เวลาเท่านั้นที่จะช่วยเยียวยา นนท์เชื่อว่าเมื่อเสียอะไรไป มักมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นเสมอการเติบโตและมาตรฐานของตัวเอง หลายคนมองว่านนท์อยู่ในจุดที่ดี ทำงานดี มีคนรู้จักมากขึ้น แต่นนท์เตือนตัวเองเสมอว่า เมื่อก่อนก็เคยเป็นแค่ “เอ็กซ์ตร้า” ที่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครยื่นโอกาสให้ นนท์ต้องวิ่งหาเอง วันนี้ถึงจะมีโอกาสมากขึ้น แต่มาตรฐานของนนท์ยังเหมือนเดิม ทำให้ดีที่สุดในแบบที่วันหนึ่งหันกลับมามองแล้วจะไม่เสียใจ เพราะได้ทุ่มเทเต็มที่แล้วดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Deeจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ ชานนท์ ไชยศรี

19 พ.ย. 2025
CLUB PRIDE DAY inside EP.11 เมื่อ “ฟาอัล สุดติ่ง” อินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ชื่อดัง เปิดใจเล่าเรื่องราวชีวิต ความรัก การเติบโตในครอบครัว รวมถึงเส้นทางที่ทำให้เธอกลายเป็นที่รักของผู้คนมากมาย บทสนทนาครั้งนี้เต็มไปด้วยแง่คิดและแรงบันดาลใจที่ทำให้ทุกคนรู้จักฟาอัลในมุมลึกซึ้งกว่าเดิมความรักที่เหมือนรถไฟเหาะ ฟาอัลมองว่าความรักสำหรับเธอเหมือน รถไฟเหาะ (Roller Coaster) ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น หวาดเสียว และเวลาเล่นบางครั้งก็เหนื่อย แต่ถึงแบบนั้นเราก็ยังเลือกที่จะรัก เพราะมนุษย์ต่างเสพติดความรู้สึกที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ฟาอัลเชื่อว่า “เรามักจะเป็นคนหนึ่งที่มีใครสักคนรออยู่ และเราก็กำลังรอเขาเหมือนกัน” มันเลยทำให้ฟาอัลไม่ได้โหยหาความรัก สำหรับสเปกของฟาอัลฟาอัลให้ความสำคัญกับ “ความใส่ใจ” มากกว่ารูปลักษณ์ และถ้าฟาอัลชอบใคร ฟาอัลจะกล้าบอกตรง ๆ เพราะเชื่อในการซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองการเติบโตท่ามกลางความต่าง แต่ไม่เคยถูกมองว่าแตกต่าง หนึ่งในหัวใจสำคัญของชีวิตฟาอัล คือการได้รับการเลี้ยงดูที่ “ไม่แบ่งแยก” จากครอบครัว ครอบครัวไม่เคยมองว่าฟาอัลเป็นเด็กพิเศษ แม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์เหมือนคนทั่วไป คุณตาของฟาอัลเคยสอนว่า “การที่เราเกิดมาแบบนี้ ไม่ได้แปลว่าเราผิดแปลกจากคนอื่น” คำสอนนี้หล่อหลอมให้ฟาอัลเติบโตอย่างเข้มแข็ง พร้อมรับมือกับโลกภายนอกแม้อาจไม่ยุติธรรมเสมอไป ช่วงวัยเด็ก ฟาอัลเคยรู้สึกไม่อยากออกจากบ้านเพราะคิดว่าตัวเอง “ผิดแปลกจากคนอื่น” แต่เมื่อโตขึ้น เธอเรียนรู้ว่าการสู้กลับแบบเด็ก ๆ ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยจากการคลาน สู่การเดินได้ด้วยพระราชานุเคราะห์ ฟาอัลเริ่มต้นด้วยการ “คลาน” ก่อนที่จะได้รับพระราชานุเคราะห์ในการรักษา จนสามารถเดินได้ในวันนี้ และฟาอัลภูมิใจมากที่มาไกลจากจุดเริ่มต้น เมื่อถูกถามว่าอายไหมที่เดินไม่เหมือนคนอื่น ฟาอัลตอบอย่างมั่นใจว่า “ไม่เลย เพราะเมื่อก่อนเราต้องคลาน แต่ตอนนี้เราเดินได้แล้ว” สิ่งนี้ทำให้ฟาอัลมองว่ามันคือ เอกลักษณ์ มากกว่าข้อบกพร่องบาดแผลในโรงเรียนที่ไม่มีใครเห็น ชีวิตในโรงเรียนไม่ใช่ Safe Zone สำหรับฟาอัล เธอเคยถูกบุลลี่ทั้งจากเพื่อนและครู ทำให้ฟาอัลถึงขั้นต้องโกหกที่บ้านว่าไม่อยากไปโรงเรียน เพราะการบอกผู้ปกครองอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง ฟาอัลมองว่า “การเรียนมันจะสนุกขึ้นมาก ถ้าสังคมในโรงเรียนทำให้เราอยากไป” ประสบการณ์เหล่านี้กลายเป็นปมสำคัญ แต่ก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ฟาอัลเติบโตอย่างเข้าใจโลกมากขึ้นเรียนรู้ที่จะคิดบวกและเข้าใจความเป็นมนุษย์ ฟาอัลมองว่า “ทุกคนมีปม” ไม่ว่าเราจะเห็นหรือไม่ก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น เราอาจไม่ชอบนิสัยเพื่อนร่วมงานบางคน แต่เราไม่รู้เลยว่าเขาต้องเจออะไรในชีวิตประจำวัน เพราะเราไม่ได้อยู่กับเขาตลอด 24 ชั่วโมง หากเห็นทุกมุมของเขา เราอาจเข้าใจเขามากกว่านี้ก็ได้ นี่คือมุมคิดที่ทำให้ฟาอัลกลายเป็นคนที่เข้าใจผู้อื่นและพร้อมให้เกียรติทุกคนโรงเรียนพิเศษ vs โรงเรียนปกติ: มุมมองจากคนที่เคยผ่านเส้นทางนี้ ฟาอัลเชื่อว่า หากเด็กพิเศษช่วยเหลือตัวเองได้ ควรส่งเข้าเรียนใน โรงเรียนปกติ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและให้เด็กได้เรียนรู้การเข้าสังคม การแยกไปเรียนเฉพาะทางตั้งแต่แรกอาจยิ่งจำกัดโอกาส เพราะพ่อแม่ไม่สามารถอยู่ดูแลเด็กตลอดชีวิต ฟาอัลอยากให้สังคมมองเด็กพิเศษเป็น “มนุษย์คนหนึ่ง” ที่ควรได้รับเกียรติและโอกาสเท่าเทียมกับทุกคนการซัพพอร์ตคนพิการในไทยยังไปไม่ถึงเป้าหมาย ฟาอัลมองว่าระบบสนับสนุนคนพิการในไทยยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเงินช่วยเหลือ 800 บาทต่อเดือนที่ไม่ครอบคลุมคุณภาพชีวิตพื้นฐาน แต่ถ้าเราสามารถปรับมาเป็นการซัพพอร์ตแบบยั่งยืน เช่น การสร้างอาชีพ มันอาจจะเป็นโครงการช่วยเหลือระยะยาวมากกว่าการช่วยแบบฉาบฉวยแบบในปัจจุบันแรงกดดันจากสังคม ศาสนา และตัวตนที่แท้จริง ฟาอัลเคยคิดจะเลิก “แต่งหญิง” เพราะแรงกดดันจากสังคมและศาสนา เธอไม่อยากทำผิดหลักความเชื่อ แต่ก็รู้ว่าการฝืนตัวเองทำให้ไม่มีความสุข เราอาจทำให้คนอื่นพอใจได้ แต่ถ้าเราไม่เป็นตัวเอง เราจะทุกข์ที่สุด โชคดีที่ครอบครัวของฟาอัลสนับสนุนและให้ฟาอัลใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการเส้นทางสู่วงการบันเทิงและอินฟลูเอนเซอร์ ฟาอัลฝันอยากเป็นนักแสดง และเริ่มต้นเส้นทางในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ ความพยายามทำให้ฟาอัลมาถึงทุกวันนี้ แม้จะมีเสียงวิจารณ์ด้านลบ แต่เมื่อคนรู้จักมากขึ้น ก็เห็นความตั้งใจและเปิดใจยอมรับฟาอัลมากขึ้นสรุป: ฟาอัลไม่ใช่แค่ครีเอเตอร์ แต่คือแรงบันดาลใจของหลายคน จากบทความนี้ทำให้เห็นว่าฟาอัลเป็นคนที่ผ่านหลายสิ่ง แต่ยังคงมองโลกในมุมบวก กล้ารักตัวเอง กล้าเป็นตัวเอง และกล้าต่อสู้เพื่อความฝัน นี่คือเหตุผลที่ฟาอัลกลายเป็นแรงบันดาลใจของใครหลายๆคน และเป็นหนึ่งในตัวแทนที่สะท้อนว่าความแตกต่างคือความงดงามของมนุษย์ดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Deeจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ ชานนท์ ไชยศรี

21 ต.ค. 2025
" ในวันที่ดอกไม้แห้งเหี่ยว แต่ความรู้สึกยังคงอยู่ตลอดไป"ได้นำเสนอแง่คิดและประสบการณ์ชีวิตของ น้ำปิง นภัสกร นักแสดงดาวรุ่งวัย 24 ปีผ่านบทสัมภาษณ์ที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง โดยน้ำปิงได้เริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบความรักเสมือน "ช่อดอกไม้" ซึ่งเป็นมุมมองที่ยอมรับความเป็นอนิจจังของความสัมพันธ์ เขามองว่าแม้ดอกไม้จะเหี่ยวเฉาและไม่สามารถอยู่กับเราได้ตลอดไป แต่แก่นแท้และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ "ความรู้สึก" ของผู้ให้และผู้รับที่ถูกเติมเต็มและยังคงอยู่ในความทรงจำตลอดไป เป็นการตอกย้ำว่าคุณค่าของความรักไม่ได้อยู่ที่ความยั่งยืนทางกายภาพ แต่อยู่ที่ความรู้สึกที่มอบให้กันและกัน ในส่วนของ ชีวิตส่วนตัวและครอบครัว น้ำปิงได้เผยให้เห็นถึงรากฐานทางความคิดที่แข็งแกร่งซึ่งได้รับมาจาก คุณแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของการเผชิญหน้ากับความกลัว น้ำปิงได้เล่าถึงสิ่งที่น้ำปิงกลัวที่สุดในวัยเด็กคือ การร้องเพลง เนื่องจากเคยมีบาดแผลจากการถูกเพื่อนล้อเลียน ซึ่งคำสอนของคุณแม่ที่เปรียบเสมือนแสงนำทางคือประโยคที่ว่า "จงทำในสิ่งที่ท่านกลัว แล้วความกลัวจะหายไป" คำสอนนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้น้ำปิงก้าวข้ามความหวาดกลัวเรื่องการร้องเพลงได้เท่านั้น แต่ยังกลายเป็น ทัศนคติ สำคัญที่ถูกนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตและรับมือกับความท้าทายทุกรูปแบบ ทำให้น้ำปิงกลายเป็นคนที่มีวิธีคิดแบบมีมิติ (Layered) ที่มีความลึกซึ้งแต่ไม่ซับซ้อน และพร้อมที่จะเรียนรู้จากทุกประสบการณ์ที่เข้ามาในชีวิตอย่างเปิดกว้าง นอกจากคุณแม่แล้ว อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่เป็นหัวใจของน้ำปิงคือคุณยาย ผู้ที่เลี้ยงดูน้ำปิงมาตั้งแต่เด็กและเป็นดั่ง "เซฟโซน" ที่มอบความรักและความอบอุ่นให้เสมอมา แม้ว่าวันนี้ท่านจะจากไปแล้ว แต่น้ำปิงยังคงระลึกถึงท่านเสมอและมีความปรารถนาอย่างสุดซึ้งที่อยากให้ท่านได้เห็นความสำเร็จของน้ำปิงในวันนี้ โดยน้ำปิงเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด คุณยายยังคงเฝ้ามองและภูมิใจในตัวน้ำปิงอยู่เสมอและจากพื้นฐานครอบครัวนี้เอง น้ำปิงรู้สึกว่าตนเองโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่ ทางบ้านไม่เคยกดดันหรือตั้งคำถามในสิ่งที่น้ำปิงเป็นหรือน้ำปิงเลือกจะทำ แต่กลับเป็นกำลังใจและพร้อม ซัพพอร์ต อย่างเต็มที่ ทำให้น้ำปิงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและเติบโตในแบบที่ตนเองต้องการ สำหรับการ เข้ามาในวงการบันเทิง และการก้าวเข้าสู่เมืองกรุงเพื่อ ศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น้ำปิงเปิดเผยว่าเขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาของการ ปรับตัว ที่ยากลำบากอย่างมาก เนื่องจากความแตกต่างระหว่างสังคมในต่างจังหวัดกับสังคมในเมือง ทำให้เขาต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งใหม่ ๆ มากมาย นอกจากเรื่องส่วนตัวแล้ว การได้รับบทบาทใน ซีรีส์ เขมจิราต้องรอด ซึ่งเป็นนิยายชื่อดังที่หลายคนชื่นชอบ ก็มาพร้อมกับความกดดันอย่างหนัก ทั้งจากคำถามว่าตนเองเหมาะสมที่จะถ่ายทอดบทบาทหรือไม่ และความกดดันจากกระแสสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสจากผู้ชมบางส่วนที่ต้องการให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์ชาย-หญิง แทนที่จะเป็นซีรีส์ BL (Boys' Love) ตามที่ถูกสร้างขึ้น ซึ่งจากเหตุการณ์นี้เอง ทำให้น้ำปิงเกิดการตั้งคำถามต่อมุมมองของสังคมไทย ต่อซีรีส์ BL ว่า แท้จริงแล้วสังคมไทยเปิดใจและยอมรับซีรีส์ประเภทนี้อย่างแท้จริงแล้วหรือยัง หรือเป็นเพียงการกล่าวอ้างว่ายอมรับกันไปเอง สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ศิลปินต้องเผชิญในการนำเสนอผลงานที่แตกต่าง เมื่อมีปัญหาหรือเรื่องราวที่เข้าใจผิดทำให้เกิดดราม่าต่างๆ น้ำปิงมักเลือกที่จะ ออกมาอธิบายและเคลียร์ทุกอย่างอย่างเปิดเผย ทันที เพราะน้ำปิงเชื่อว่าการเงียบไม่ใช่ทางแก้ปัญหา แต่การออกมาปกป้องตนเองหรือคนที่เรารัก การอธิบายให้เกิดความเข้าใจจะช่วยให้ทุกฝ่ายสบายใจ ในส่วนของ ประสบการณ์เรื่องความรัก น้ำปิงมองว่าตนเองเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความรักบ่อยครั้ง แต่เมื่อรักแล้วจะ ทุ่มเท ให้กับความสัมพันธ์นั้นอย่างมาก โดยธรรมชาติแล้วน้ำปิงเป็นคนที่ชอบเป็นผู้ให้ และเชื่อในความสัมพันธ์แบบ Give and Take แต่พอเราเป็นฝ่ายให้มากกว่าได้รับอย่างต่อเนื่อง น้ำปิงเลยเริ่มรู้สึกเหนื่อย จนกระทั่งนำไปสู่การ ตกตะกอนทางความคิด ว่าตนเองต้องการอะไร และความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่มันโอเคแล้วหรือไม่ เมื่อได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว การแยกย้ายจึงเกิดขึ้น แม้จะเจอการอกหักครั้งแรกที่ทำให้เสียใจอย่างหนัก แต่เหตุการณ์นี้กลับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้น้ำปิงค้นพบว่า แม้ในวันที่รู้สึกว่าไม่เหลือใคร แต่เขาก็ยังมีเพื่อนและครอบครัวที่ยังรักและคอยอยู่เคียงข้างเสมอ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านั้นจึงเปรียบเสมือน "สารเร่งโต" ที่ทำให้น้ำปิงเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Deeจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ ชานนท์ ไชยศรี

29 ก.ย. 2025
นินิว หรือ คริตตินา แซ่แต้จาก “เด็กขี้อาย” สู่ “เด็กกิจกรรม”ครอบครัว การยอมรับตัวตน นินิวเกิดในครอบครัวที่คุณพ่อเป็นตำรวจ ในสังคมตำรวจสมัยนั้นมักมองว่าการมีลูกเป็น LGBTQ+ เป็นเรื่องแปลก ทำให้นินิวรู้สึกเหมือนถูก “ฟรีซ” จากสายตาคนอื่น ถูกบอกว่าเป็นกะเทยแล้วไม่ควรเปิดเผย จึงไม่กล้าพูดหรือแสดงออก ตอนเด็กนินิวเคยถูกป้าข้างบ้านพูดใส่ว่า “ดีนะ ที่บ้านเราไม่มีลูกเป็นตุ๊ด” คำพูดนั้นฝังใจ แต่นินิวเลือกปล่อยผ่าน ให้เขาอยู่กับทัศนคติแบบเดิมของเขาไป อย่างไรก็ตาม นินิวมองว่าตัวเอง “โชคดีมาก” เพราะครอบครัวเปิดกว้าง เข้าใจ และไม่กดดัน ไม่คาดหวังให้นินิวต้องพิสูจน์ตัวเองเพียงเพราะเป็น LGBTQ+ อยากเรียนอะไร ทำอะไร ทางบ้านก็พร้อมที่จะสนับสนุนนินิวอย่างเต็มที่ทดลอง-เรียนรู้-ค้นหาความชอบ นินิวชอบลองสิ่งใหม่เพื่อรู้จักตัวเอง เคยฝันอยากเป็นนักร้อง พอได้ทำจริงกลับพบว่า “ไม่ชอบ” ถ้าว่าแล้วอาชีพนักแสดง นินิวก็ “ทำได้” แต่ยังไม่ใช่สิ่งที่ใช่ เพราะนินิวคิดว่า“ความชอบของคนเราเปลี่ยนได้ทุกวัย ทุกวัน”จึงไม่รีบการันตีว่าอะไรคือสิ่งที่ชอบที่สุด เปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้ลองเสมอจุดเริ่มต้นสายท่องเที่ยว เริ่มจากอยากไปต่างประเทศเลยเรียนเป็น “ไกด์” ชอบเมืองชนบทต่างประเทศ ได้เห็นมุมชีวิตเรียบง่ายจนตกผลึกว่า“ความสุขจริง ๆ ไม่ได้ยากขนาดนั้น มันอยู่รอบตัวและไม่เหมือนกันในแต่ละคน” นินิวมองว่าตัวเองเป็น introvert ที่เข้าสังคมได้ รักการท่องเที่ยวพอ ๆ กับการอยู๋กับตัวเองในพื้นที่ที่มีความสงบและธรรมชาติการสูญเสีย มุมมองต่อความตาย การสูญเสียคุณพ่อคือบทเรียนครั้งใหญ่ นินิวไม่ร้องไห้ในวันนั้น เพราะรู้ว่าตัวเองทำหน้าที่ลูกได้เต็มที่แล้ว ถ้าถามว่านินิวกลัวตายมั้น นินิวตอบได้เลยว่าไม่กลัวความตาย“ถ้าเรากลัวความตาย เราอาจลืมความสุขที่ทำได้ในปัจจุบัน”เลยตั้งใจอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุดรับมือคอมเมนต์ ดราม่า นินิวชอบอ่านทุกคอมเมนต์ไม่ว่าจะมาในทางที่ดีและไม่ดี โดยวิธีรับมือของนินิวคือ “ไม่รับมือ” เพราะนั่นคือความคิดของเขา ไม่ใช่ตัวเรา ถ้าเขาไม่สำคัญกับชีวิตเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไร นินิวยอมรับว่าเคยโต้ตอบบ้างในอดีต ก่อนจะตกผลึกว่ามันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย และอาจกลายเป็น Digital Footprint ที่ว่าถ้าวันนึงเรามองย้อนกลับมา เราอาจจะไม่ชอบตัวเองในตอนนั้นก็ได้มุมมองเรื่องเพื่อน ถ้าพูดถึงเพื่อนสนิทของนินิวก็ต้องเป็น ฝน (monsterfon) จุดเริ่มต้นของพวกเรามาจากการไลฟ์เล่น ๆ กัน จนมีลูกค้าจ้าง ฝนเป็นเพื่อนที่คุยได้ทุกเรื่อง ทั้งไร้สาระและ deep talk เพราะมีตรรกะชีวิตคล้ายกัน รับฟังและเตือนกันได้ สำหรับมุมมองเรื่องเพื่อนของนินิว นินิวมองว่ามันสำคัญที่ “ทัศนคติที่ต้องไปด้วยกันได้” นินิวมักเป็นฝ่ายประนีประนอม เพราะคนรอบตัวส่วนใหญ่ใจร้อนความรักสเป็กของนินิว คือ “หนุ่มขาวตี๋” นินิวเคยอกหักครั้งแรกตอนมัธยม คบกันราวหนึ่งปี อีกฝ่าย “ยืมหูฟังบลูทูธของเราแล้วหายไป” มันจบลงด้วยการที่เขาหายไปเลย นั้นเป็นครั้งแรกที่เข้าใจความรู้สึกอกหัก จากนั้นเวลาอกหักนินวจะมีสเต็ปการอกหักที่ทำคือ ร้องไห้ เปิดเพลงเศร้า ดื่มกับเพื่อน ขับรถไปทะเล กินเหล้าจุดพลุถ่ายรูปลงรูปเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา จนวันหนึ่งนินิวเลือกไปเที่ยวคนเดียว ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยเรียงความคิด นินิวรู้สึกชัดเจนขึ้นว่า ที่เราเจ็บก็เพราะนินิวยังรักตัวเองไม่พอ จากนั้นนินิวก็คิดได้ว่า ถ้าจะรักใคร ต้องรักในแบบที่เขาเป็น ไม่ผูกความคาดหวังของนินิวไว้กับชีวิตอีกคน“ความรักเหมือนอากาศ” อยู่รอบตัวในหลายรูปแบบ ทั้งครอบครัว เพื่อน ตัวนินิวเอง หรือสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้ยิ้มได้ วันนี้นินิวไม่ได้ตามหามัน แต่ถ้ามีคนเดินเข้ามา นินิวก็ยินดีที่จะค่อย ๆ เรียนรู้กันงานที่ใช่ เส้นทางครีเอทีฟ อยากใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ ถ้ามีโอกาสก็ทำให้เต็มที่ แต่รู้ชัดอย่างหนึ่งคือ “ไม่ชอบร้องเพลงตามร้าน” เพราะควบคุมปัจจัยรอบตัวไม่ได้ ยอมรับว่า “ทำตามใจตัวเอง” เงินซื้อไม่ได้ ถ้าใจไม่อยาก นินิวก็จะไม่ทำ นินิวค้นพบความเป็นคนตลกและสร้างสีสันแบบ “ไม่วางแผน” มาจากอินเนอร์ ไม่ค่อยตามกระแส ชอบหาความต่าง เลยออกมาเป็นธรรมชาติและถูกจริตผู้คนความกังวล แผนชีวิต นินิวรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ตอนนี้ “นินิวไม่มีเรื่องให้ต้องกังวล” เพราะนินิววางแผนคร่าว ๆ ของชีวิตไว้แล้ว ทั้งเรื่องการย้ายกลับต่างจังหวัด และเรื่องทำประกัน นินิวรู้ว่าอะไรสำคัญกับตัวเองที่สุด นินิวให้ความสำคัญกับความสุขเป็นลำดับแรก สำหรับคนที่ยังไม่เจอสิ่งที่ใช่ นินิวอยากให้ “ลองไปเรื่อยๆ” เพื่อค้นเจอความสุขของตัวเอง เพราะสิ่งที่ใช่วันนี้ พรุ่งนี้อาจไม่ใช่ ไม่เป็นไร แค่ลอง นินิวคิดว่าทุกเรื่องที่ผ่านมาคือ บทเรียน เราต้องอยู่กับปัจจุบัน สิ่งไหนไม่ดีเราก็เรียนรู้แล้วแก้มันเลย ไม่ต้องรอให้อนาคตย้อนกลับมารักตัวเองฉบับนินิว เข้าใจตัวเองให้มาก ทบทวนตัวเอง คุยกับตัวเอง ฟังเสียงตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องให้ใครมายอมรับ แค่เรายอมรับตัวเอง ชีวิตก็จะ “สุขง่ายขึ้น”ดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Deeจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ ชานนท์ ไชยศรี

09 ก.ย. 2025
ความรักที่เหมือน "อากาศ" และการใช้ชีวิตอย่างอิสระ ม๊าเดี่ยว คือหนึ่งในคนที่เลือกจะใช้ชีวิตแบบไม่เหมือนใคร ไม่ยึดติดกรอบสังคม และกล้าที่จะเป็นตัวเองเต็มที่ มุมมองความรักของม๊าเดี่ยวเปรียบเหมือน “อากาศ” สิ่งที่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่ก็ขาดไม่ได้ เหมือนอากาศ วันหนึ่งถ้ามันควบแน่นกลายเป็นฝน เราก็อาจได้เห็นสายรุ้ง แม้ม๊าเดี่ยวไม่เคยมีความรักและไม่ได้อยากผูกมัดใคร แม้จะกลัวความรักบ้าง แต่ม๊าเดี่ยวก็พร้อมจะเปิดใจให้คนที่เข้าใจและอยู่เคียงข้างกันจริงๆการเติบโตและครอบครัว ม๊าเดี่ยวเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่เลือกทำอาชีพอิสระ แม้จะดูไม่มั่นคงในสายตาคนอื่น แต่กลับปลูกฝังให้ม๊าเดี่ยวเชื่อว่าความสุขอยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่รัก พ่อแม่สนับสนุนทุกการตัดสินใจและให้อิสระเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นตัวเองหรือแม้แต่การอยากแต่งหญิง ครอบครัวไม่เคยตั้งคำถาม มีแต่ยอมรับและภูมิใจเส้นทางสู่โลกแฟชั่น จุดเริ่มต้นมาจากการเสพแฟชั่นต่างประเทศทางอินเทอร์เน็ต ม๊าเดี่ยวลองหยิบสิ่งของรอบบ้านมาทำชุดและโพสต์ลงโซเชียล จนกลายเป็นไวรัลและทำให้คนรู้จัก ม๊าเดี่ยวมีจุดยืนชัดเจนว่า ต่อต้าน Fast Fashion เพราะมองว่าเป็นการทำลายคุณค่าความคิดสร้างสรรค์ และเชื่อว่าการแต่งตัวไม่เหมือนใครไม่น่าอาย แต่การก๊อปปี้ต่างหากที่น่าอายการรับมือกับอุปสรรค ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ม๊าเดี่ยวเคยถูกโกงโดยคนที่ไว้ใจ และเคยโดนบูลลี่เรื่องรูปร่าง แต่เขาเลือกจะเรียนรู้และปล่อยวาง ไม่ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบจนกดดันตัวเอง รวมถึงไม่ให้คอมเมนต์ลบมามีอิทธิพล จนได้ข้อคิดที่ว่า “ให้เป็นเรื่องของมาร์ก” (มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook)เป้าหมายชีวิต จากเดิมที่เคยฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ให้เสื้อผ้าของตนอยู่ในตู้ทุกบ้าน ม๊าเดี่ยวเปลี่ยนมุมมองใหม่ มุ่งทำเป้าหมายเล็กๆ ในแต่ละวัน เพราะเชื่อว่า “การตั้งเป้าหมายเล็กๆ จะทำให้เรามีความสุขทุกวัน”แรงบันดาลใจให้คนอื่น ทุกวันนี้ ม๊าเดี่ยวกลายเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคน แม้จะมองตัวเองว่าไม่ได้เป็นคนดีอะไร แค่เป็นตัวเอง เช่น การกรีดอายไลเนอร์ธรรมดาๆ ก็อาจทำให้ใครสักคนกล้าที่จะลองแตกต่าง จุดเด่นของม๊าเดี่ยวคือ การทำได้หมด ม๊าเดี่ยวคิดว่า ”เราไม่จำเป็นต้องทำให้ดีที่สุด แต่ขอให้ลอง” เพราะว่า “ชีวิตมันไม่มีคำว่าสำเร็จ ชีวิตมีแค่คำว่าได้ทำแล้ว คำว่าสำเร็จมีไว้หลอกคนเท่านั้น”ดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Deeจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ ชานนท์ ไชยศรี

24 พ.ย. 2025
ฟินฉ่ำรับลมหนาวเติมฟินยาวเต็มอิ่มกว่า 8 ชม. กันไปแล้วสำหรับ มหกรรมคอนเสิร์ตฟินริมทะเลที่กลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง “Beach Boys Concert 2025" (บีช บอย คอนเสิร์ต 2025) ที่ Atimeshowbiz ผู้ผลิตคอนเสิร์ตเบอร์ต้นของเมืองไทย ชวนทุกด้อมมาหวีดให้ตัวแตกเปลี่ยนเสียงคลื่นให้เป็นเสียงกรี๊ดกับปรากฏการณ์ความฟินริมทะเล ด้วยไลน์อัพที่สุดของการรวม BOYS "สมบัติของชาติ" สาดความมันให้ใจละลาย มัดรวมไว้บนเวทีเดียวกัน อย่าง JEFF SATUR (เจฟ ซาเตอร์) / POLYCAT (โพลี่แคท) / FELLOW FELLOW (เฟลโล่ เฟลโล่) / NO ONE ELSE (โน วัน เอลส์) / NUNEW (นุนิว) / ATLAS (แอทลาส) / PROXIE (พร็อกซี่) /LYKN (ไลแค่น) / DICE (ไดซ์) / และ JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXX (เจมส์ – ตี๋ตี๋ – ป๋อ –ติวเตอร์ - ยิม จากวง เด็กซ์ ) เมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ SEA SAND SUN HUAHIN RESORT งานนี้รวมพลเหล่า FC ที่แต่งตัวจัดเต็มตามธีมเดรสโค้ดสีขาวมาต่อแถวรอเข้างานเพื่อไปจับจองที่นั่งกันเต็มพื้นที่ จนเรียกว่าชายหาดแคบไปถนัดตา โดยมี ดีเจ เคเบิ้ล และ ดีเจ โซเซฟ จากคลื่น EFM94 บ้าน ATIME มารับหน้าที่ต้อนรับและนำทีมทุกคนไปร่วมสนุกกับบูธกิจกรรมต่างๆภายในงาน ก่อนออกสตาร์ทแบบวอร์มๆ ด้วยวงดนตรีบอยเจ้าของฉายาเจ้าพ่อแนวเพลงรักชื่อเพลงยาวที่สุดอย่าง NO ONE ELSE ที่จัดเพลงฮิตติดหูอย่าง “ต่อจากนี้เพลงรักทุกเพลงจะเป็นของเธอเท่านั้น”, “เธอคือกาแฟในตอนเช้า” , “แค่มีเธอไปเดินเตะคลื่นทะเลด้วยกัน” มาเสิร์ฟให้ใจฟู ปูบรรยากาศยามเย็นให้ชิลสบาย ต่อด้วยบอยกรุ๊ป Gen Z วง “DICE” ที่มาครั้งนี้แจกความสดใสแถมพลังความสนุกแบบปลุกหาดด้วยเซ็ทเพลงป็อปติดหูอย่าง “Billionaire” ซิงเกิ้ลล่าสุด และ “เชฟบ๊ะ” ที่งัดสะโพกมาสะบัดซะจน FC ที่มาเกาะขอบเวทีแทบใจละลายเอ็นดูไปกับความน่ารัก เพิ่มดีกรีความความร้อนแรงของเวทีให้ไฟลุกกับศิลปินบอยสมบัติล้ำค่าที่บรรดาแฟนคลับไทยและอินเตอร์ต่างรอคอย “JEFF SATUR” ที่ไม่เคยทำให้แฟนๆผิดหวังกับความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์พลังเสียงร้องที่ปลุกทุกโสตประสาท ด้วยเพลงฮิตติดหูอย่าง “ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง” , “เหมือนวิวาห์” แถมซีนเด็ดในเพลง “มือปืน” ที่หนุ่มเจฟแอบโชว์ให้เห็นกล้ามท้องจนสาวๆกรี๊ตจนใจสั่น และตามด้วยซิงเกิ้ลล่าสุดอย่างเพลง “ของขวัญปีใหม่” สลับฟิลมาสนุกกับ “FELLOW FELLOW” วงดนตรีเพลงรักสุดอบอุ่นเสียงละมุน แนวเพลง ป็อป อะคูสติก ที่มีเพลงฮิตติดชาร์จในตำนานอย่าง “เมษา(Maysa)” , “ดาวหางฮัลเลย์” และไม่พลาดที่จะหยิบซิงเกิ้ลล่าสุด “Milky way” มาฝากให้หวานซึ้งไปด้วยกัน ไปต่อกับ “DEXX” บอยกรุ๊ป จากค่าย DMD Music ที่มาขยับดีกรีความเดือดของเวทีนี้กับซิงเกิ้ลแรก “Clang Clang” แถมต่อกับซิงเกิ้ลล่าสุด “อกหักเป็นเพื่อนเธอ (Beside You)” ได้แบบน่ารักสดใสตกแฟนคลับกลับบ้านไปเพียบ กรี๊ดต่อไม่ต้องพักกับ “NU NEW” ที่ก้าวขาขึ้นเวทีมาในชุดดีเทลน่ารักเกินเบอร์ สมคำ“บอยสมบัติแห่งชาติ”เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับระดับนานาชาติ ที่ขึ้นมาจัดเต็มอารมณ์กับเซ็ตเพลงฮิตรัวๆ อย่าง “เอ๊ะ” , “ขึ้นใจ” ปิดท้ายด้วย “รักแท้” ที่แอบมีหนุ่มหน้าคุ้นเคยอย่าง “ซี พฤกษ์” มายืนดูจนนุนิวออกปากว่า “วันนี้มีกำลังใจละ” เรียกว่าคอนนี้หวานเกินไปมากจริงๆ ไปต่อกับอีกหนึ่งตัวท็อป 7 หนุ่ม “ATLAS” เล่นเอาคนดูลุกขึ้นขยับแข้งขากรี๊ดกันตั่งแต่เริ่มกับเพลง “Mayday Mayday” , “เป๊ะ” , “Boyfriend” , “โลเล” ที่บอกเลยว่าเป๊ะทั้งร้องทั้งเต้นเรียกเสียงกรี๊ดได้แน่นสนั่นเวทีจริงๆ จากนั้นไปต่อแบบไม่ต้องพัก กับ “PROXIE” ที่จัดเพลย์ลิสมาเปิดตี้ปลุกมูดความสนุกแบบไม่ยั้ง จัดเต็มตั้งแต่เริ่มด้วยเซ็ตเพลงติดแท่นท็อปชาร์ตอย่าง “สถานะเบลอ”(BLURR) , “คนไม่คุย” , “ อ๊อดแอด” และ “Bad Shawty” บิ้วคนดูให้ฟินอินกับบรรยากาศค่ำคืนที่อัพดีกรีความสนุกหนักขึ้นไปอีก ถึงคิว “LYKN” ที่แค่ก้าวขาขึ้นเวทีมาก็เรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาสาวๆจนหาดแทบแตก วาดลวดลายเอวหวานท็อปฟอร์มทั้งร้องทั้งเต้นเอ็นเตอร์เทนคนดูฉ่ำจนแทบเมาเอว เรียกว่าตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้ายขนมาแต่เพลงฮิตล้วนๆ อย่างซิงเกิ้ลล่าสุด “ชอบก็บอก” (Feel Like Me ) , โฮ่ง” , “ฉ่ำ” , “หูดับ” จัดหนักไปแบบรัวๆเล่นเอาแฟนๆ ส่งเสียงกรี๊ดกันสุดเสียง ปิดท้ายกับ “POLYCAT” วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจนที่สุด เตรียมเซ็ตเพลงฮิตมาให้แบบนอนสต็อป อย่าง “อาวรณ์” , “เวลาเธอยิ้ม” , “มันเป็นใคร” รันยาวให้ทุกคนร้องและโบกมือตามแบบสมการรอคอย มอบความสุขส่งท้าย สร้างบรรยากาศให้ค่ำคืนนี้อบอุ่นด้วยความสุขความทรงจำเต็มกราฟความฟินเลยทีเดียว

08 ต.ค. 2025
กรุงเทพฯ 8 ตุลาคม 2568 - เครือสหพัฒน์ จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดพิเศษ “The Next Live Creator” สร้างตัวตนใหม่ผ่านช่องทางไลฟ์ พร้อมให้ทุกคนได้อัปสกิล ด้วยเทคนิคการขาย การสร้างคอนเทนต์ และเคล็ดลับดันยอดขายยังไงให้ปัง ซึ่งทางเครือสหพัฒน์มีความตั้งใจจะสร้างคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังช่วยเปิดโอกาส สร้างอาชีพใหม่ให้กับทุกคนได้มีรายได้เสริมในยุคดิจิทัลนี้โดยกิจกรรมในช่วงเช้ามีคุณฐาปกรณ์ ก้อนทองคำ TIKTOK Expert มาแชร์เทคนิคการปั้นช่อง รวมทั้งการสร้างคลิปอย่างไรให้เป็นไวรัล เพื่อให้ได้เรียนรู้ถึงพฤติกรรมคนเล่น Tiktokและเข้าถึงคนดูมากที่สุด และสำหรับช่วงบ่ายครูลูกแก้ว – วริศรา บำรุงเวศ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการแสดง ที่มาสอนภายใต้หลักสูตรครูเงาะ ในการแชร์ถึงเทคนิค การเพิ่มพลังในการนำเสนอ / การสร้างตัวตนให้คนจดจำ และเทคนิคการนำ pain pleasure สิ่งที่ลูกค้าต้องการและอยากได้ มาถ่ายทอดให้กับผู้ร่วมเวิร์คช้อปได้นำไปปรับใช้ในช่องทางการขายของตัวเองและพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมเวิร์คช้อปนอกจากได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ ยังได้รับสินค้าตัวอย่างจากเครือสหพัฒน์ อาทิ Wacoal, LION, มาม่า, BSC, Ora Pet Care และอีกมากมาย เพื่อนำไปโชว์สกิลพร้อมลงสนามแข่งขัน ทั้งจากการไลฟ์ / ปักตะกร้า เพื่อรับ Affiliate และชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 95,000 บาท*จากการขายสินค้าแค่มีช่องทางบนแพลตฟอร์ม Tiktok โดยไม่ต้องสต้อคสินค้า ไม่ต้องจัดส่งสินค้าเอง เพราะทางแบรนด์มีระบบหลังบ้านครบครัน ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ให้ผู้ต้องการมีรายได้เสริมอีกด้วย และสำหรับใครอยากร่วมเป็น The Next Live Creator สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Wacoal Thailand เพราะสุดยอดนักไลฟ์หน้าใหม่อาจเป็นคุณ!

03 พ.ย. 2025
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ทัพ นักกีฬา สแต็ค ทีมชาติไทย จำนวน 18 ชีวิต จาก นักกีฬาที่ผ่านการคัดเลือก จาก ทั่วประเทศ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ สังกัด WSSA Thailand พร้อมนำทีมโดย โค้ชสแต๊คทีมชาติไทย นำทีมโดย โค้ชวริษฐ์ แจ้งใจ, โค้ชอำไพวรรณ ดวงแก้วกาศ, โค้ชเกษมพัฒน์ อาณัฐฐ์พงศ์พันธุ์ และผู้ช่วยโค้ชกิตติ ทรงวศิน ได้เดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขัน Asian Sport Stacking Championships ประจำปี 2025 ณ เมืองต้าเหลียน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังจากได้ผ่านการฝึกซ้อมทั้ง online และ Onsite ตลอดทั้งมีการเก็บตัวอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 4วัน 3 คืน ณ สถานตากอากาศบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันจริงในวันที่ 24-26 ตุลาคม 2025 ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ มีนักกีฬาสแต็คชาย-หญิงเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 426 ชีวิต จาก 11 ประเทศสมาชิก อาทิ เช่น ประเทศไทย, จีน, สิงคโปร์, มาเลเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลียเป็นต้น การเดินทางในครั้งนี้ได้องค์กรภาคเอกชน อาทิเช่น แบรนด์เสื้อกีฬาชั้นนำ Next design, ขนมบราวนี่กรอบ Bruno และทีมผู้ปกครองของนักกีฬาสแต็ค ร่วมกันสนับสนุนการเดินทางของนักกีฬาทั้งหมดในครั้งนี้ การแข่งขันวันที่ 1 เป็นการแข่งขันเป็นพิธีเปิดการแข่งขัน และการต้อนรับอย่างอบอุ่นของทัพนักกีฬาจากประเทศสมาชิกทั้ง 11 ประเทศ โดยในวันนี้เป็นการแข่งขันรอบคัดเลือกของประเภท Team Time 363 relay ของทุกรุ่นอายุ ซึ่งทัพนักกีฬาไทยก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมและผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 2 ของการแข่งขันสำหรับการแข่งขันประเภท Head to Head 363 รอบชิงชนะเลิศเช่นกันในวันนี้ ทีมน้องเล็กอย่าง Silver fox รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ก็สามารถคว้ารางวัลเหรียญทองแดงมาครอบครองได้อย่างยอดเยี่ยม นำทีมโดย เด็กชายชิติพัทธ์ ทรงวศิน, เด็กหญิงพิชญธิดา สมศรี, เด็กชายธนภัทร กองชุ่ม, เด็กชายธนากร ตั้งทวีกิจ, เด็กชายณัฐรัชต์ คำซาว และเด็กหญิงฐิตาภัทร์ กิจดี ด้วยสถิติเวลา 15.646 วินาทีทีมรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี Cougar นำทีมโดยเด็กชายภคิน และกัณตภณ สิริโชติพล, เด็กชายปกรวิชญ์ และเด็กหญิงพิทย์รดา วศินพงศ์วณิช, เด็กชายณัชชนม์ ลาภรัตนทอง และนายภพธร จันทร์ทอง แม้จะไม่ได้ผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่ก็สามารถทำเวลาได้อย่างดีเยี่ยมอยู่ที่ 16.515 วินาที รั้งอันดับที่ 7 จาก 9 ทีมส่วนทีมพี่ใหญ่ Ambe Axe นำโดยเด็กชาย ณัชชานนท์ เนียมเส็ง นายภูมิพัฒน์ จีรังกูล, เด็กชายวรุฒ งามศิริจิตต์, นายอภิสรรค์ โอภาษณ์วีระกุล, เด็กชายกฤษฎา ทันปรีชา และ นายพสุธา เปาอินทร์ ก็ไม่น้อยหน้า คว้าเหรียญทองแดงมาครอบครองได้เช่นกันที่สถิติเวลา 14.707 วินาทีการแข่งขันในวันที่ 2 เป็นการแข่งขันรอบคัดเลือกประเภทเดี่ยว และรอบชิงชนะเลิศประเภทคู่, childparents และ ประเภททีมซึ่งในประเภทเดี่ยว แม้การแข่งขันที่ประเทศจีนในครั้งนี้ นักกีฬาสแต็ค จะต้องต่อสู้ ตลอดการแข่งขัน ภายใต้สภาพอากาศหนาวเย็น ถึง 8°C แต่นักกีฬาสแต็คทีมชาติไทยทุกรุ่นอายุก็ยังสามารถผ่านเข้าสู่รอบชองชนะเลิศได้เกือบครบทุกคนส่วนประเภทคู่นั้น child parents double cycle นักกีฬาคู่ผู้ปกครองคู่เดียวของประเทศไทย ซึ่งคือ เด็กชายธนากร และคุณแม่เบญญาภา ตั้งทวีกิจ ซึ่งจบการแข่งขันได้ด้วยเวลา 11.170 วินาที อยู่ที่ลำดับที่ 12 จาก 38 คู่ตามมาด้วย คู่รุ่นอายุไม่เกิน 12ปี เด็กชาย ธนากร ตั้งทวีกิจ และเด็กชายชิติพัทธ์ ทรงวศิน คว้าเหรียญเงิน ที่ 2 ของเอเชียจากนักกีฬาที่ลงแข่งขันประเภทคู่จำนวนทั้งสิ้น 40คู่ ไปด้วยสถิติเวลา 7.695วินาที ซึ่งพลาดเหรียญทองไปเพียงแค่ 0.149 วินาทีเท่านั้น ส่วนเด็กหญิงฐิตาภัทร์ กิจดี และเด็กหญิงพิชญธิดา สมศรี ได้เหรียญทองแดงลำดับที่ 3 ของเอเชีย ด้วยสถิติเวลา 9.036 วินาทีทีมนักกีฬารุ่นอายุไม่เกิน 16ปีทีม Amber Axe หนึ่งเดียวของทีมจากประเทศไทย ที่สามารถคว้าเหรียญทองแดงประเภท Team time 363 relay ได้สำเร็จ ด้วยสถิติเวลา 14.891 วินาที วันสุดท้ายของการแข่งขัน ในการแข่งขันประเภทเดี่ยวเด็กชาย ชิติพัทธ์ ทรงวศิน นักกีฬาสแต็ครุ่นอายุ 9 ปีชาย จากโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จังหวัดชลบุรี 1 เดียวของประเทศไทยที่สามารถ คว้า ตำแหน่งแชมป์เอเชียมาครอบคองได้สำเร็จด้วย รางวัล 2 เหรียญทอง จากท่า 363 และ cycle และเหรียญทองแดงจากท่า 333 โดยมีสถิติเวลารวม 3 ท่า เป็นอันดับที่ 1 ที่สถิติเวลา 10.842 วินาทีในวันสุดท้ายนี้ มีการแข่งขันประเภททีม Head to Head cycle โดยที่ทีมน้องเด็ก 12ปี Silver fox ของเรา แม้จะจิ๋ว แต่แจ๋ว สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแบบรวดเดียวจบ โดยไร้ความผิดพลาด และในรอบชิงชนะเลิศกับทีมสุดแกร่งจากฮ่องกง ก็ยังสามารถคว้าชัยชนะ ตำแหน่งแชมป์เอเชียประจำปี 2025 มาฝากชาวไทยได้ 2 ใน 3 set รวด ทำให้เสียงเชียร์ Team Thailand กระหึ่มกึกก้องทั่วสนามแข่งขันเป็นรายการสุดท้ายที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ตามคอนเซป “จิ๋วแต่แจ๋ว เล็กพริกขี้หนู” ของจริง โดยสรุปการแข่งขันในรายการ 2025 Asian Sport Stacking Championships ในครั้งนี้ ประเทศไทยขึ้นมาอยู่ลำดับที่ 7 ของตาราง โดยมีชนิดของเหรียญรางวัลที่ได้ตามประเภทของการแข่งขันอยู่ที่ 5 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 9 เหรียญทองแดง 1 ถ้วยรางวัล all around แชมป์เอเชียรุ่นอ่ยุ 9 ปีชาย รวมทั้งสิ้น 17 เหรียญรางวัลจากสนามนี้ ขอแสดงความชื่นชมในความพยายาม และขอแสดงความยินดีในความสำเร็จของเยาวชนนักกีฬาสแต็คทีมชาติไทยในครั้งนี้ด้วยขอบคุณข้อมูลจาก : สมาคมเรียงแก้ว และกิจกรรมนันทนาการ โดย World Sport Stacking Association (Thailand)

31 ต.ค. 2025
นิว - ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ หนุ่มหล่อสุดฮอตจาก GMM จูงมือ “โพก้าซัง” มาสคอตสุดคิวท์ที่ใครเห็นเป็นต้องใจละลายไปกับความน่ารักพลังล้น สมกับเป็นลูกครึ่งหมีขาว-วาฬ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “การให้” ที่ยิ่งใหญ่ ในงาน “บุญมาร์เก็ต”ประจำปี 2568งานแฟร์การกุศลที่ทุกคนรอคอย! ซึ่งปีนี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ ยังคงเล่นใหญ่เหมือนเคย ชวนทุกคนมาอิ่มท้อง อิ่มใจ และอิ่มบุญตลอด 7 วันเต็ม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “งานแฟร์สายบุญที่ท้าให้มาลอง (ของ) ดี” ยกขบวนร้านดัง Emily's เส้นหมี่ไก่ฉีก, ลุงใจไข่ปิ้ง, ชาไทย Fighting, Bonnana house, Doughnut Library, Sweet Boxes, A Little Catz Sweet Savory, HokiHoki, Kleansy พร้อมกิจกรรมสาระความรู้ด้านสุขภาพ และความบันเทิงมากมายมาไว้ในงานเดียว โดยรายได้จากการจัดงานจะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ของโรงพยาบาลรามาธิบดี จัดขึ้นระหว่าง 30 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10:00 - 22:00 น. ณ M SPACE ชั้น G ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิทั้งนี้บรรยากาศบนเวทีเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง ในโอกาสนี้ นิวและโพก้าซัง ได้เป็นตัวแทนในการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดย นิว ได้เผยถึงความรู้สึกที่ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และการศึกษา เช่น การมอบทุนการศึกษา การจัดตั้งโรงเรียนทางภาคเหนือ รวมถึงการช่วยเหลือโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้จริง ที่สำคัญประโยชน์ทั้งหมดยังส่งต่อไปถึงประชาชนถ้วนหน้าสำหรับการมาร่วมงานบุญมาร์เก็ต ปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สอง นิวและโพก้าซัง ถือเป็นตัวแทนเด็กรุ่นใหม่ ที่มาร่วมแสดงพลังความดีส่งต่อการให้…ไม่สิ้นสุด กับมูลนิธิรามาธิบดีฯ นิวกล่าวว่า“ผมรู้สึกดีใจและเต็มใจอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิรามาธิบดีฯ อีกครั้ง หลังจากเคยได้มีโอกาสร่วมงานกับทางมูลนิธิเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ส่วนตัวผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่อง การแพทย์และการศึกษาและมองว่าโรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นหนึ่งในศูนย์รวมของประชาชนชาวไทยเวลาที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ โดยเฉพาะในการร่วมเป็นกระบอกเสียง เพื่อมาบอกเล่าเรื่องราวดี ๆ และเชิญชวนทุกคนมาร่วมทำบุญด้วยกัน” ด้านโพก้าซัง ที่ได้มีโอกาสมาร่วมงาน “'บุญมาร์เก็ต' เป็นครั้งแรก หลังจากได้มีโอกาสตะลุยชมบูธต่างๆ ทั้งงาน ก็อดที่จะตื่นเต้นและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศในงานแฟร์ที่โดนใจคนทุกเพศทุกวัยไม่ได้ โดยเฉพาะบูธของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่โพกาซังกดไลค์ เทใจให้รัวๆ เพราะนอกจากจะได้ของน่ารัก ๆ ติดมือกลับไปบ้านมากมาย ยังได้ร่วมทำบุญ ส่งต่อการให้...ไม่สิ้นสุด และอยากเชิญชวนอูนย่า อูนยาย และทุก ๆ คนมาร่วมทำบุญกันเยอะ ๆ อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือ โมเมนต์ใจฟูหลังจากจบกิจกรรมบนเวที โดยพ่อพ่อนิวและโพกาซัง แท็กทีมกันมาที่บูธมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อมาสวมบทพ่อค้าสุดคิวท์ ช่วยกันจำหน่ายเสื้อของมูลนิธิรามาธิบดีฯ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น มีเหล่าแฟนคลับตามมาอุดหนุนและให้กำลังใจจนแน่นบูธ สมกับเป็นงานแฟร์สายบุญ ที่ทำให้ทุคนใจฟูไปกับพลังของการให้...ไม่สิ้นสุด ถ้วนหน้า งานนี้ ก่อนโบกมือลาแฟนๆ พ่อพ่อนิว ยังถือโอกาสป้ายยาคนที่กำลังมองหากิจกรรมดี ๆ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “การให้” ที่ยิ่งใหญ่ ในงาน“บุญมาร์เก็ต” ประจำปี 2568 ตั้งแต่วันนี้ถึง 5 พฤศจิกายน 2568 ณ M SPACE ชั้น G ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ติดตามข่าวสารมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้ที่ FB • IG • LINE @RAMAFOUNDATION“คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด”

08 ก.ย. 2025
กรุงเทพฯ ประเทศไทย [6 กันยายน 2568] - BINANCE TH by Gulf Binance ผู้นำแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการกำกับดูแลภายใต้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สร้าง Destination เจาะกลุ่ม Digital Native ผ่านกิจกรรม ‘BINANCE TH ON THE ROAD’ ที่นำรถเทรลเลอร์สีเหลืองวิ่งไปส่งความรู้สินทรัพย์ดิจิทัลถึงคนรุ่นใหม่ตามมหาวิทยาลัยและแหล่งแฮงเอาท์สุดฮิป สานต่อความสำเร็จจากงาน "Street of the Future" ที่สยามสแควร์ต้นปี โดยกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นเปลี่ยนการลงทุนให้เป็น "Money Life Experience" ที่ทุกคนออกแบบได้เอง ตั้งเป้าเติมความรู้ให้คนไทยกว่า 10,000 คนข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต) เดือนกรกฎาคม 2568 ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 2.7 ล้านบัญชี โดยตลาดมีมูลค่าสูงถึง 99.6 พันล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมยุคดิจิทัล และมีความพร้อมปรับตัวเรียนรู้กับสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนใครเพื่อน สอดคล้องกับผลวิจัยหัวข้อ Gen Z Finance Survey: เจาะพฤติกรรมการเงินคนรุ่นใหม่ของธนาคารกรุงศรี ที่ระบุว่า 7 ใน 10 ของ Gen Z เก็บเงินหรือลงทุนทุกเดือน ทว่าความรู้ให้เท่าทันโลกเทคโนโลยีของการลงทุนยังเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่ยังต้องหมั่นเติมอยู่เสมอ และ BINANCE TH ตระหนักและพร้อมเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันนางสาวแทนรัก เชียงทอง, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ไบแนนซ์ ทีเอช บาย กัลฟ์ ไบแนนซ์ (BINANCE TH) กล่าวว่า "ON THE ROAD เป็นโปรเจกต์การศึกษาแบบ Proactive ที่เราไม่รอให้คนมาหาเรา แต่เราไปหาเอง ผ่านรถเทรลเลอร์สีเหลืองที่วิ่งไปเสิร์ฟความรู้และเทรนด์การลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบถึงที่ สำหรับผลตอบรับจาก 2 ทริปแรกที่ ม.ธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) และ ม.เกษตรศาสตร์ เกินคาดมาก มีน้อง ๆ นักศึกษาสนใจร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 ราย สิ่งนี้ตอกย้ำว่าเรื่องคริปโทฯ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และกำลังอยู่ในความสนใจในคนรุ่นใหม่"โลกการเงินยุคใหม่วันนี้หลอมรวมเข้าไปอยู่ในทุกพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิต ถนนทรงวาดเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างคอมมูนิตี้การเงินให้เติบโตไปพร้อมกับการผลักดัน Soft Power ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เชื่อมต่อการท่องเที่ยวกับโลกสินทรัพย์ดิจิทัลได้ลงตัว สอดรับกับโครงการ Tourist DigiPay ที่เป็นแนวคิดใหม่ และสามารถผสาน Experience กับ Education ที่ทุกคนจะได้ทั้งความสนุกและความรู้ สอดรับเทรนด์ Digital Nomad หรือ Workation ที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ แต่เพิ่มมิติการเรียนรู้เรื่องการเงินเข้าไป เปลี่ยนการลงทุนให้เป็นการวางแผนไลฟ์สไตล์แบบที่ตัวเองต้องการ" นางสาวแทนรัก อธิบายเพิ่มเติมงานนี้ BINANCE TH ON THE ROAD เตรียมไปพบเจน Digital Native ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จัดเต็มกับ On-Event Auditorium หิ้ว Mini-Class บทเรียนทางการเงินในโลกความเป็นจริง จาก Money Guru ที่ทุกคนต้องเริ่มคิดและวางแผนกันแล้วตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมตอบข้อสงสัยให้กับเหล่านักศึกษานอกจากนี้ อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ คือการสร้าง Community Experience ฉายภาพและแบ่งปันประสบการณ์วิถีโลกการเงินดิจิทัลที่ถนนทรงวาด ต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกการเงินที่เสถียร ปลอดภัย และคล่องตัวยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น Gen Z นักชิม นักช้อป สายเที่ยว สายคอนเทนท์ หรือใครที่อยากเรียนรู้ประสบการณ์โลกคริปโต ด้วยบูธกิจกรรม เกมส์ที่ทำให้เข้าใจโลกบล็อกเชนง่าย ๆ ในบรรยากาศที่เป็นมิตรกับมือใหม่จากความเคลื่อนไหวเรื่อง Crypto Tourism เป็นอีกหนึ่งสัญญาณสะท้อนว่าคริปโตฯ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และทรงวาดที่เป็นอีกหนึ่ง destination ของนักท่องเที่ยวและคนรุ่นใหม่ การเปิดกว้างและเตรียมความพร้อมสำหรับเทรนด์การใช้งานที่กำลังมาถึงนี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหมายถึงโอกาสของธุรกิจและผู้ประกอบการ และพลังการใช้จ่ายที่มากขึ้น จากสถิติของ Travala x Binance Pay เมื่อปี 2024 เผยว่า นักท่องเที่ยวที่ใช้คริปโตยังใช้จ่ายสูงกว่าผู้ที่ใช้เงินทั่วไปถึง 2.5 เท่าสถานีต่อไป จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยกรุงเทพเส้นทางสร้าง Crypto-Friendly Spaces ถัดจากทรงวาด รถเทรลเลอร์สีเหลืองจะไปต่อที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (8 ก.ย.) และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (10 ก.ย.) พร้อมแผนขยายการเดินทางไปยังชุมชนคน Gen Z อื่น ๆ ทั่วประเทศ“Decentralized Finance จะไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่จะเป็นแนวทางสำหรับการวางแผนการเงิน โดยการลงทุนจะเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เหมือนการใช้โซเชียลมีเดียหรือแอปต่าง ๆ ในปัจจุบัน ที่สำคัญคือ BINANCE TH ทำความเข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Insights) เกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเงินของผู้บริโภค เพราะนั่นคือความสำเร็จที่แท้จริง เพราะเราไม่ได้ต้องการให้คนมาเทรดเพื่อรวยเร็ว แต่เราอยากให้คนเข้าใจว่าสินทรัพย์ดิจิทัลคือส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอการลงทุนในอนาคต" คุณแทนรักกล่าวสรุปนอกเหนือจากนโยบายรัฐบาลและการลงทุนขนาดใหญ่แล้ว การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทยยังต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของภาคประชาชนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจเริ่มจากรถเทรลเลอร์สีเหลืองคันหนึ่งจอดที่หัวมุมถนน ที่พาผู้คนไปสู่อนาคตของโลกการเงินและการลงทุนคำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาข้อมูลและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

28 ส.ค. 2025
คอลเลคชัน UNIQLO and COMPTOIR DES COTONNIERS Fall/Winter 2025วางจำหน่ายพร้อมกันวันที่ 12 กันยายนนี้26 สิงหาคม 2568, กรุงเทพฯ – ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก เปิดตัวคอลเลคชัน UNIQLO and COMPTOIR DES COTONNIERS ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2025 คอลเลคชันที่มีรายละเอียดของการออกแบบเสื้อผ้าสไตล์ฝรั่งเศสสุดชิค โดยคอลเลคชัน UNIQLO and COMPTOIR DES COTONNIERS พร้อมนำเสนอไอเทมต่างๆ ที่สร้างสรรค์จากเนื้อผ้าคุณภาพสูงผสานกับโทนสีสันที่สวยงามให้ทุกคนได้ช้อปพร้อมกันทั้งคอลเลคชันในวันที่ 12 กันยายน เป็นต้นไปไอเทมทรงโมเดิร์นในโทนสีสันสดใสคอลเลคชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2025 ประกอบด้วยไอเทม 7 ชิ้นที่โดดเด่นด้วยทรงบ็อกซี่ และการแต่งตัวแบบเข้าเซ็ต ไอเทมที่ทำจากผ้าลูกฟูก เช่น กางเกงทรงโค้ง, เสื้อแจ็คเก็ต และกระโปรงสั้น เผยให้เห็นถึงเสน่ห์สไตล์แคชชวลชิคแบบฝรั่งเศสซึ่ง 3 ไอเทมนี้ยังสามารถจับคู่เป็นชุดเซ็ตได้ด้วย สำหรับไอเทมประเภทผ้าถัก ให้ความสำคัญเรื่องเนื้อผ้าและการออกแบบที่พิถีพิถัน ทรงเสื้อมีความเรียบง่ายแต่แฝงด้วยรายละเอียดที่สวยงาม โดยเสื้อต่างๆ มาในโทนสีกรมท่า สีขาวออฟไวท์ สีแดง สีเขียวเข้ม และสีน้ำตาลช็อกโกแลตที่เข้ากับการแต่งตัวช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้รายละเอียดของคอลเลคชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาววันวางจำหน่าย: วันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2568สาขาที่ว่างจำหน่าย: ร้านยูนิโคล่ทุกสาขา และพบกับสินค้าครบทั้งคอลเลคชันได้ที่ร้านยูนิโคล่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน เอ็มควอเทียร์ และออนไลน์สโตร์Special website: https://www.uniqlo.com/th/th/women/special-collaboration/uniqlo-and-comptoir-des-cotonniersไลน์อัพไอเทมสำหรับผู้หญิง 7 ไอเทมเสื้อคาร์ดิแกนคอกลม ผ้าวูลผสม 1,290 บาทเสื้อสเวตเตอร์ผ้าคอตตอนถักลายป๊อปคอร์น 790 บาทเสื้อแจ็คเก็ตผ้าลูกฟูก 1,790 บาทเสื้อสเวตเตอร์คอตั้ง ผ้าวูล 1,290 บาทเสื้อโปโลสเวตเตอร์ ผ้าวูลผสม 1,290 บาทกางเกงผ้าลูกฟูก ทรงโค้ง 1,290 บาทกระโปรงสั้นผ้าลูกฟูก 1,290 บาทเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้อย่างลงตัว สร้างลุคการแต่งตัวสไตล์รีแล็กซ์แต่ดูเรียบหรูโดดเด่นด้วยการมิกซ์แอนด์แมตช์ที่หลากหลาย และคงคุณภาพโดยรวมเอาไว้อย่างครบถ้วน สะท้อนถึงดีเอ็นเอของ COMPTOIR DES COTONNIERS ได้อย่างแท้จริง นั่นคือความเป็นผู้หญิงที่ทันสมัยและเปี่ยมด้วยสไตล์ที่สร้างสรรค์ขึ้นเองอย่างลงตัว