เพิ่งค้นพบตัวเองในวัย 33 ปี l CLUB PRIDE DAY inside EP.15 ไบรโอนี่ ไบรอัน ตัน

Recap

เพิ่งค้นพบตัวเองในวัย 33 ปี l CLUB PRIDE DAY inside EP.15 ไบรโอนี่ ไบรอัน ตัน

จาก “ไบรอัน ตัน” สู่ “ไบรโอนี่ ตัน” ชีวิตที่กล้าเปลี่ยนเพื่อเป็นตัวเอง

ความรักที่เหมือน “น้ำ” ที่ไหลไปตามความรู้สึก

     ไบรโอนี่เปรียบความรักของตัวเองว่า “เหมือนน้ำ” และจริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้นที่เป็นเหมือนน้ำ แต่ตัวไบรโอนี่เองก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน ไบรโอนี่เป็นคนอินกับความรักมาก เวลาอยู่ในความสัมพันธ์ ไบรโอนี่สามารถไหลไปตามอีกฝ่ายได้เสมอ น้ำมีหลายอุณหภูมิ บางครั้งก็เย็น สงบ อ่อนโยน แต่บางครั้งก็ร้อนจนถึงจุดเดือด ความรักของไบรโอนี่จึงเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์และความรู้สึกในแต่ละช่วงเวลา

ปมในใจที่ทำให้ไบรโอนี่หลงลืมความฝัน

     ความฝันในวัยเด็กของไบรโอนี่คือการเป็นนักร้อง และมี “ทาทา ยัง” เป็นไอดอลที่อยากเติบโตขึ้นไปเป็นแบบนั้น แต่ไบรโอนี่ยอมรับว่าตัวเองมีปมเรื่องการร้องเพลง เพราะทุกครั้งที่ไปออดิชั่นมักไม่เคยผ่านรอบแรก ทั้งที่ไบรโอนี่มั่นใจในศักยภาพของตัวเอง

     มีอยู่ครั้งหนึ่ง ไบรโอนี่ตกรอบจากเวทีประกวดรายการหนึ่งในวันเดียวกับที่ไปประกวดร้องเพลงในมหาวิทยาลัย แต่กลับคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มาได้ เหตุการณ์นั้นจึงกลายเป็นคำถามในใจว่า “ตกลงไบรโอนี่ดีพอไหม”

     เมื่อเวลาผ่านไป ไบรโอนี่หันไปโฟกัสงานอื่น กลายเป็นคนทำงานหนัก รับหลายโปรเจกต์จนเริ่มนอนไม่หลับ ก่อนจะตัดสินใจปรึกษาจิตแพทย์ และค้นพบว่าความอึดอัดทั้งหมดเกิดจากความฝันที่ยังไม่ได้ทำ ไบรโอนี่จึงตัดสินใจว่า “ถ้าอยากเป็นอะไร ต้องลงมือทำเอง” และเริ่มทำเพลงจากมือถือเพียงเครื่องเดียว ศึกษาทุกอย่างด้วยตัวเอง จนผลงานได้รับการตอบรับอย่างดี

แรงกดดันของการเป็นลูกชาย

     ไบรโอนี่เติบโตมาในครอบครัวเชื้อสายจีน คุณพ่อเป็นชาวสิงคโปร์ และมีความคาดหวังสูงกับการมี “ลูกชาย” หลังจากสูญเสียลูกชายคนแรกไป ความคาดหวังทั้งหมดจึงมาทับถมอยู่ที่ไบรโอนี่ ความกดดันนั้นเหมือนการถูกวางกรอบให้ต้องเป็น “ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน”

     แม้ครอบครัวของไบรโอนี่ค่อนข้างเคร่งครัด แต่คุณแม่จะเป็นคนที่คอยซัพพอร์ตและให้อิสระในการเลือกเส้นทางชีวิต แม้ฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยมาก แต่คุณแม่ก็เลี้ยงลูกด้วยหัวใจนักสู้

     ไบรโอนี่สนิทกับคุณแม่มาก คุยกันแทบทุกเรื่อง วันที่ไบรโอนี่ตัดสินใจคัมเอาต์ บอกแม่ว่าไบรโอนี่มีแฟนและแฟนเป็นผู้ชาย คุณแม่ก็ช็อกในตอนแรก แต่สุดท้ายก็พูดประโยคที่ไบรโอนี่ไม่มีวันลืม “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นลูกชายก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ ขอแค่เป็นคนดีของสังคม” แม้คุณแม่จะต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่บ้าง แต่ความรักของคุณแม่ที่มีต่อไบรโอนี่ไม่เคยลดลงเลย

Miss Fabulous เวทีที่ไบรโอนี่ต้องสู้จนสุดแรง

    ชีวิตของไบรโอนี่ไม่เคยง่าย โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นโปรเจกต์ “Miss Fabulous” ที่เกิดจากความชอบดูการประกวดนางงาม จนไบรโอนี่ตั้งคำถามว่า ทำไมเวทีของผู้หญิงกับทรานส์เจนเดอร์ต้องแยกจากกัน ทั้งสองกลุ่มก็น่าจะสามารถแข่งขันร่วมกันในฐานะ Beauty Queen ได้

    แม้จะเริ่มต้นโดยแทบไม่มีต้นทุน มีเพียงช่องยูทูบและความตั้งใจ ไบรโอนี่ก็สร้างรายการเรียลลิตี้ขึ้นมาเอง ความท้าทายสำคัญคือการแย่งพื้นที่สื่อจากเวทีใหญ่ ๆ จึงต้องสร้างจุดยืนของเวทีให้ชัดเจน ภายใต้แนวคิดคำว่า “Fabulous” ที่ไม่ได้ตัดสินกันแค่ความสวย แต่รวมถึงความฉลาด มารยาท บุคลิก เทสต์แฟชั่น และตัวตนของผู้เข้าประกวด แม้จะมีดราม่าเกิดขึ้นระหว่างทาง ไบรโอนี่ก็เลือกนิ่งและเดินหน้าพัฒนาเวทีต่อไป

จากรัก 15 ปี สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิต

     สเปกในใจของไบรโอนี่คือผู้ชายสไตล์ Sugar Daddy ที่มีความเป็นผู้ใหญ่และสามารถดูแลกันได้ ความรักครั้งล่าสุดของไบรโอนี่กินเวลานานถึง 15 ปี ตั้งแต่อายุ 19 ถึง 33 ปี จนเรียกได้ว่าเป็นความรักครึ่งชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองคนเติบโตและเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย ทำให้ความสัมพันธ์ต้องจบลง แม้ไบรโอนี่จะเป็นฝ่ายตัดสินใจบอกเลิกเพราะไม่อยากอยู่ในความสัมพันธ์ที่อึดอัด แต่ก็ยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดมาก อย่างไรก็ตาม ความรักครั้งนี้ได้สอนบทเรียนสำคัญให้ไบรโอนี่รู้จักตัวเองมากขึ้น และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต จนค้นพบตัวตนที่แท้จริงและก้าวมาเป็น “ไบรโอนี่” ในวันนี้อย่างมั่นใจ

อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ

     หลายคนมองว่าไบรโอนี่เป็นคนอ่อนโยน ซึ่งไบรโอนี่ก็ยอมรับและชอบในบุคลิกนี้ เพราะทำให้คนรู้สึกเข้าถึงง่ายและเป็นมิตร แม้บางครั้งความอ่อนโยนอาจทำให้ถูกเอาเปรียบ แต่ไบรโอนี่เลือกจัดการด้วยการตัดคนที่ไม่ดีออกจากชีวิต และเตือนตัวเองเสมอว่า “เสียใจได้ แต่ต้องไม่จมอยู่นาน” กว่าจะมาถึงวันที่หลายคนเห็นว่าไบรโอนี่ประสบความสำเร็จ เส้นทางนั้นเต็มไปด้วยความล้มเหลวและความเจ็บปวด ซึ่งมีเพียงไบรโอนี่เท่านั้นที่รู้ว่ามันยากแค่ไหน

อายุ 33 ที่ยิ้มง่ายกว่าเดิม

     ในวัย 33 ปี ไบรโอนี่รู้สึกว่าตัวเองยิ้มได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เพราะวันนี้ไบรโอนี่ได้ใช้ชีวิตอย่างมี “อิสระ” มากขึ้น ต่างจากในอดีตที่มักอยู่ภายใต้กรอบของคำว่า “ต้อง” จนทำให้ต้องวางตัวสุขุมและเป็นผู้ใหญ่ตลอดเวลา แต่เมื่อไบรโอนี่เริ่มรู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ และสนุกกับการเป็นตัวเองอย่างแท้จริง จึงทำให้วันนี้ไบรโอนี่ยิ้มและหัวเราะได้ง่ายกว่าที่เคย

ความฝันที่ยังเติบโตต่อไป

     แม้วันนี้ไบรโอนี่จะประสบความสำเร็จหลายอย่าง แต่ไบรโอนี่ก็ยอมรับว่ายังไม่ถึงจุดที่เรียกว่าความฝัน เพราะไบรโอนี่เป็นคนที่ฝันใหญ่ และความฝันนั้นก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เป้าหมายสำคัญคือการเป็นนักร้องที่มีแฟนคลับทั่วโลก แม้อาจดูเป็นความฝันที่ไกล แต่สำหรับไบรโอนี่มันไม่ไกลเกินความพยายาม และถึงแม้สุดท้ายปลายทางอาจไม่เป็นอย่างที่หวัง อย่างน้อยไบรโอนี่ก็เชื่อว่าการได้พยายามและทำอย่างเต็มที่ก็เพียงพอแล้ว

การรักตัวเองในแบบไบรโอนี่

     สำหรับไบรโอนี่ การรักตัวเองคือการทำให้ “ใจแข็งแรง” เพราะไบรโอนี่เป็นคนที่ทำงานด้วยหัวใจ หากจิตใจไม่แข็งแรง งานที่ทำก็ย่อมออกมาไม่ดี แต่เมื่อใจเข้มแข็งพอ ไบรโอนี่ก็พร้อมจะก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง และใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวของไบรโอนี่เอง

ดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

you may also like