เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

Temple & Mutelu

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

14 ก.พ. 2026

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เปิดตำราเทพแห่งความมั่งคั่ง 

บูชาถูกวิธี ชีวิตเปลี่ยนเป็นเศรษฐี

     ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง การมีความเก่งกาจในการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับความสำเร็จที่ยั่งยืน คนไทยเชื้อสายจีนและนักธุรกิจทั่วเอเชียจึงให้ความสำคัญกับ "ที่พึ่งทางใจ" เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและดึงดูดพลังงานบวก และเมื่อเอ่ยถึงเทพเจ้าที่เป็นที่สุดแห่งเรื่องเงินทอง โชคลาภ และความมั่งคั่ง ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคือ "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" (Cai Shen Ye)

     ทุกครั้งที่เวียนมาบรรจบถึงเทศกาลตรุษจีน ภาพที่คุ้นตาคือผู้คนจำนวนมากต่างจัดเตรียมโต๊ะไหว้เพื่อรอรับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเข้าสู่เคหะสถานเป็นองค์แรกของปี แต่คุณมั่นใจแล้วหรือยังว่าคุณรู้จักท่านดีพอ? ท่านไม่ได้มีเพียงปางเดียว และการไหว้ขอพรก็มีเคล็ดลับที่ลึกซึ้งกว่าแค่การจุดธูป บทความนี้คือไกด์ฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณไปรู้จักเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ประวัติความเป็นมาที่แท้จริง ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง บทสวดและสถานที่ ไหว้ที่ไหน แล้วปังที่สุด เพื่อเตรียมตัวเปิดรับความเฮงเข้ากระเป๋าแบบจัดเต็ม

ตำนาน "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" ประวัติและปางต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้

     เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) หรือ ไฉ่เสินเย่ (ในภาษาจีนกลาง) เขียนอักษรจีนว่า 財神 มีความหมายตรงตัวว่า "เทพเจ้าแห่งทรัพย์สิน" ชาวจีนเชื่อว่าท่านคือเทพชั้นสูงที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเริ่มเข้าสู่วันตรุษจีน เพื่อประทานพรด้านโชคลาภ เงินตรา และความสำเร็จให้แก่ผู้ที่ศรัทธา

     แต่ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่คือคิดว่าท่านมีเพียงองค์เดียว แท้จริงแล้วตามตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแบ่งออกเป็น 2 ปางหลักๆ ตามลักษณะบุคลิกและหน้าที่ ซึ่งผู้บูชาควรเลือกให้เหมาะกับอาชีพของตนเอง ดังนี้

     1. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบุ๋น (ฝ่ายพลเรือน/ปัญญา) : เทพเจ้าปี่กาน (Bi Gan)

  • ลักษณะเด่น: เป็นรูปขุนนางชั้นผู้ใหญ่ หน้าตายิ้มแย้ม ใจดี อบอุ่น สวมชุดขุนนางโบราณ มือข้างหนึ่งถือเล่มสมุดบัญชีหรือม้วนกระดาษ อีกข้างหนึ่งถือถุงเงินหรือก้อนทอง
  • ประวัติและตำนาน: เชื่อกันว่าคือ "ปี่กาน" อัครมหาเสนาบดีในสมัยราชวงศ์ซาง ผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างหาที่สุดมิได้ ท่านถูกทรราชสั่งให้ควักหัวใจออกมาดูเพื่อพิสูจน์ความภักดี เมื่อท่านเสียชีวิต สวรรค์เห็นในความดีจึงแต่งตั้งให้เป็นเทพแห่งโชคลาภ โดยมีนัยยะว่า "เพราะท่านไม่มีหัวใจ ท่านจึงไม่มีความลำเอียง" ท่านจึงแจกจ่ายโชคลาภให้แก่ทุกคนอย่างยุติธรรมที่สุด
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่รับราชการพลเรือน, พนักงานบริษัท, ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป, นักวิชาการ, ที่ปรึกษา หรืออาชีพที่ใช้ปัญญาและความสามารถในการเจรจา ท่านจะช่วยให้การบริหารเงินราบรื่นและมีสติปัญญาในการหาทรัพย์

     2. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบู๊ (ฝ่ายการทหาร/นักรบ) : เทพเจ้าจ้าวกงหมิง (Zhao Gongming)

  • ลักษณะเด่น: หน้าตาดุดัน น่าเกรงขาม สวมชุดเกราะนักรบ ขี่เสือโคร่งดุร้าย มือข้างหนึ่งถือกระบองเหล็กหรือดาบ อีกข้างถือถุงเงินหรือก้อนทอง บางครั้งจะเห็นท่านเหยียบเสืออยู่
  • ประวัติและตำนาน: "จ้าวกงหมิง" เป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่มีฝีมือการรบเป็นเลิศ มีความกล้าหาญและรักษาสัจจะยิ่งชีพ ท่านสามารถปราบภูตผีปีศาจและศัตรูที่มาราวีได้ เชื่อกันว่าเสือที่ท่านขี่คือพาหนะที่ช่วยตะปบเงินทองเข้าหาเจ้านาย และช่วยเฝ้าทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหล
  • เหมาะกับใคร: เจ้าของธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง, ผู้ที่ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก, ทหาร, ตำรวจ, นักธุรกิจสีเทา, ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ หรือผู้ที่ต้องการทวงหนี้สิน ท่านจะช่วยขจัดอุปสรรค ศัตรูคู่แข่ง และช่วยให้เก็บเงินอยู่
  • เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: นอกจากปางจีนแล้ว ในทางพุทธศาสนามหายานและทิเบต ยังมีการนับถือเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยในรูปแบบของ "ท้าวกุเวร" (Vaisravana) หรือ "ชัมภล" (Jambhala) ซึ่งมีรูปลักษณ์และคติความเชื่อที่ใกล้เคียงกัน คือเป็นผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ของโลก

เช็คของไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย: เตรียมอย่างไรให้ถูกหลัก 5 หมู่มงคล

     การไหว้รับ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย นิยมทำในคืนวันซาจั๊บ (วันสิ้นปีจีน) ช่วงเวลาคาบเกี่ยวเข้าสู่วันตรุษจีน (โดยส่วนใหญ่คือเวลา 23.00 – 01.00 น.) สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ของแพง แต่คือ "ความหมาย" ของของไหว้และการจัดเตรียมด้วยความประณีต เราได้รวบรวมรายการของไหว้ที่ต้องมี โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้คุณเตรียมได้ง่ายๆ ดังนี้

     1. หมวดรูปเคารพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

  • รูปปั้น หรือ รูปภาพองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย: หากไม่มีสามารถใช้ตัวอักษรจีนคำว่า "ไฉ่ซิงเอี๊ย" เขียนใส่กระดาษแดงแทนได้
  • กระถางธูป: ควรใส่ข้าวสารให้เต็มกระถาง (สื่อถึงความกินดีอยู่ดี) และปักกิมฮวยเพื่อความสวยงาม
  • เทียนแดง 1 คู่: สื่อถึงแสงสว่างและความรุ่งโรจน์
  • แจกันดอกไม้สด 1 คู่: นิยมใช้ดอกเบญจมาศ หรือดอกไม้มงคลที่มีสีสันสดใส

     2. หมวดผลไม้มงคล (เลือก 3 หรือ 5 อย่าง)

  • ส้ม: (ขาดไม่ได้) หมายถึง ทองคำ และความเป็นสิริมงคล
  • กล้วยหอม: (ต้องมีหวีเครือสวย) หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และให้ลูกหลานสืบสกุล
  • สับปะรด: ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียก "อั่งไล้" แปลว่า โชคลาภกำลังมาถึง
  • องุ่น: หมายถึง ความงอกงามและความเจริญรุ่งเรือง
  • แอปเปิ้ลแดง: หมายถึง ความสันติสุขและสุขภาพที่แข็งแรง

     3. หมวดอาหารเจ (เจไฉ่) 5 อย่าง

     เนื่องจากเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเป็นเทพชั้นสูง การไหว้ด้วยอาหารเจจึงบริสุทธิ์ที่สุด ประกอบด้วย

  • เห็ดหอม: หมายถึง ความมีชื่อเสียง
  • วุ้นเส้น: หมายถึง อายุยืนยาว
  • ฟองเต้าหู้: หมายถึง ความร่ำรวย (รูปลักษณ์คล้ายทองคำ)
  • ดอกไม้จีน: หมายถึง ความเบิกบาน
  • สาหร่ายทะเล: ภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า ร่ำรวย

     4. หมวดขนมและน้ำ

  • ขนมจันอับ (จับกิ้ม): ขนมแห้ง 5 อย่าง สื่อถึงความหวานชื่นและความสามัคคี
  • ขนมถ้วยฟู หรือ ขนมสาลี่: สื่อถึงความเฟื่องฟู รุ่งเรือง
  • น้ำชา 5 ถ้วย: น้ำชาถือเป็นเครื่องดื่มของเทพเจ้า
  • น้ำสะอาด 5 แก้ว: เพื่อความใสสะอาดบริสุทธิ์

     5. หมวดของมงคลเรียกทรัพย์ 

  • กระดาษเงินกระดาษทอง (หงิ่งเตี๋ย): จำนวน 12-13 แผ่น (ตามจำนวนเดือนในปฏิทินจีนปีนั้น)
  • เทียบเชิญสีแดง และ สีเขียว: กระดาษสำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของคนในครอบครัว เพื่อฝากดวงชะตา
  • กระเป๋าสตางค์ใบใหม่: ใส่ธนบัตร (เลขมงคล หรือแบงค์ใหม่) ไว้เต็มกระเป๋า เพื่อเป็นเคล็ดเรียกเงิน
  • สมุดบัญชีธนาคาร: วางไว้เพื่อขอพรให้ยอดเงินเพิ่มพูน

ขั้นตอนการไหว้และวิธีตั้งโต๊ะรับทรัพย์ 

     เมื่อเตรียมของครบแล้ว ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พิธีการลื่นไหลและทรงพลังที่สุด

ขั้นตอนที่ 1: เช็คฤกษ์และทิศทาง ในแต่ละปี ทิศที่องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยจะเสด็จลงมาจะแตกต่างกัน คุณต้องตรวจสอบปฏิทินจีนประจำปีนั้นๆ ว่าท่านมาทิศไหน ให้หันหน้าโต๊ะไหว้ไปทางทิศนั้น

ขั้นตอนที่ 2: การจัดโต๊ะ ตั้งโต๊ะไหว้ในที่โล่งแจ้ง หน้าบ้าน หรือดาดฟ้า (ต้องมองเห็นท้องฟ้า) ปูผ้าสีแดง จัดวางกระถางธูปไว้ด้านหน้าสุด ตามด้วยถ้วยน้ำชา/น้ำ และเรียงลำดับของไหว้ตามความเหมาะสม วางเทียบเชิญและกระดาษเงินกระดาษทองไว้ใกล้ๆ

ขั้นตอนที่ 3: เริ่มพิธี เมื่อถึงฤกษ์มงคล ให้ผู้นำครอบครัวจุดธูป (3, 5, 9 หรือ 12 ดอก แล้วแต่ตำรา แต่ปกตินิยม 3 ดอกเพื่อระลึกถึง ไตรสรณคมน์ หรือ เทพเจ้า 3 ภพ) พร้อมจุดเทียนแดง

ขั้นตอนที่ 4: กล่าวคำเชิญและสวดมนต์ กล่าวชื่อ-นามสกุล ของตนเองและคนในครอบครัวอย่างชัดเจน แจ้งที่อยู่บ้านเลขที่ แล้วกล่าวเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยให้มารับเครื่องสักการะ (ดูบทสวดในหัวข้อถัดไป)

ขั้นตอนที่ 5: ขอพร เมื่อสวดจบ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร "เน้นขอเรื่องโชคลาภและการงานโดยเฉพาะ" ขอให้ท่านประทานความมั่งคั่ง ขจัดอุปสรรคทางการเงิน

ขั้นตอนที่ 6: ลาของไหว้และเผากระดาษ เมื่อธูปไหม้หมดไปประมาณครึ่งดอก ให้ทำการลาของไหว้ นำกระดาษเงินกระดาษทองและเทียบเชิญไปเผาในถังเผา

ขั้นตอนที่ 7: เชิญเข้าบ้าน (เคล็ดลับสำคัญ) เมื่อเผากระดาษเสร็จ ให้ทำการ "อัญเชิญกระถางธูป" และ "รูปปั้นเทพเจ้า" เข้าสู่ตัวบ้าน โดยให้คนถือเดินนำเข้าบ้านและวางบนหิ้งพระที่เตรียมไว้ เสมือนการเชิญท่านเข้ามาประทับให้พรตลอดปี


บทสวดเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หัวใจสำคัญของการสื่อสาร

     เพื่อให้จิตเป็นสมาธิและเชื่อมโยงกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ การสวดมนต์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด นี่คือคาถาที่ได้รับความนิยมและเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มาก

คาถาบูชาขอพร (แบบย่อ - สวดได้ทุกวัน)

"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา" (แนะนำให้สวด 3, 5, 9 หรือ 12 จบ เพื่อความเป็นสิริมงคล)

คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (แบบเต็ม) (ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนเริ่มสวด)

"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ" (3 จบ)

"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา โอม อา ฮูม โฮ ฌะ ขอนอบน้อมบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ผู้ประทานความมั่งคั่ง ร่ำรวย ข้าพเจ้าชื่อ (บอกชื่อ-นามสกุล) ขออัญเชิญบารมีแห่งท่าน โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา กิจการค้ารุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคทั้งปวงด้วยเทอญ"

เคล็ดลับขณะสวด: ให้พยายามทำจิตใจให้ว่าง ละเว้นความโลภโมโทสัน แต่ให้เน้นความรู้สึก "ขอบคุณ" และ "ศรัทธา" จินตนาการเห็นภาพแสงสีทองสว่างไสวโอบล้อมตัวเราและบ้าน

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไหว้ที่ไหน? แจก 4 พิกัดศักดิ์สิทธิ์รับทรัพย์ทั่วไทย

     สำหรับใครที่ไม่สะดวกจัดโต๊ะไหว้ที่บ้าน หรือต้องการพลังเสริมดวงแบบคูณสอง การเดินทางไปไหว้ที่ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเรื่อง เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม เราคัดมาให้แล้วกับ 4 สถานที่ยอดฮิต

     1. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) - เยาวราช

     ตำนานแห่งย่านไชน่าทาวน์ ที่นี่คือศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยปางมหายานที่แกะสลักอย่างงดงามและดูเข้มขลัง

  • จุดเด่น: สามารถทำบุญแก้ชงไปพร้อมๆ กับการขอพรโชคลาภได้ในที่เดียว

     2. ศาลเจ้าพ่อเสือ - เสาชิงช้า

     ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภประดิษฐานอยู่ด้วย โดยเฉพาะใครที่ทำธุรกิจแล้วติดขัด มีศัตรูคู่แข่งเยอะ ต้องมาที่นี่

  • จุดเด่น: ขอพรเรื่องอำนาจบารมีคู่กับการเงิน (ปางบู๊จะเด่นมากที่นี่)

     3. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) - อ่างศิลา ชลบุรี

     ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่ตระการตาและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย มีอาคาร 4 ชั้น ประดิษฐานเทพเจ้าครบทุกองค์ รวมถึงไฉ่ซิงเอี๊ยที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก

  • จุดเด่น: บรรยากาศดี สถาปัตยกรรมสวยงาม เหมาะกับการพาครอบครัวไปเที่ยวและไหว้พระ

     4. เทวาลัยพระพิฆเนศ - ห้วยขวาง

     แหล่งรวมสายมูเตลูใจกลางเมือง แม้จะเป็นเทวาลัยพราหมณ์ แต่มีการประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเพื่อให้คนทำงานกลางคืนและคนรุ่นใหม่ได้กราบไหว้

  • จุดเด่น: เดินทางสะดวกด้วย MRT และเปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ความมั่งคั่งเริ่มที่ "ศรัทธา" และการ "ลงมือทำ"

     การบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของบรรพบุรุษ ที่สอนให้เรารู้จักการ "ตั้งเป้าหมาย" (ผ่านการอธิษฐาน) การ "เตรียมความพร้อม" (ผ่านการจัดโต๊ะไหว้) และการ "มีสติรู้ตื่น" (ผ่านการสวดมนต์)

     เมื่อคุณมีจิตใจที่สงบ มั่นคง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวกจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำพลังใจนั้นไปขับเคลื่อนการทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม ดั่งเช่นประวัติของท่านไฉ่ซิงเอี๊ยทั้งสองปาง เมื่อศรัทธาประสานกับการลงมือทำ ความสำเร็จและความร่ำรวยย่อมรอคุณอยู่ที่ปลายทางอย่างแน่นอนค่ะ

related Temple & Mutelu

งานวันเทวสมภพของเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง

16 เม.ย. 2025

งานวันเทวสมภพของเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง

งานวันเทวสมภพเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง งานวันเทวสมภพเจ้าแม่ทับทิม (อาหมาแซ) ประจำปี 2568 ณ ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–21 เมษายน 2568 โดยวันเทวสมภพตรงกับวันที่ 20 เมษายนกิจกรรมภายในงาน:พิธีสักการะขอพรด้านการงาน โชคลาภ และบุตรการแสดงงิ้วจีนหาชมยากตลอด 3 คืนชมสถาปัตยกรรมจีนโบราณของศาลเจ้า ซึ่งได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2568 จากสมาคมสถาปนิกสยามที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กเพจเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองวิธีขอพร:ท่องบทสวดตามที่ศาลเจ้าจัดเตรียมไว้ตั้งจิตอธิษฐาน บอกชื่อ-สกุล วันเกิด และสิ่งที่ต้องการอย่างละเอียด (แนะนำให้ขอพรหลักเพียงข้อเดียว)สามารถถวายอาหาร (ยกเว้นเนื้อวัว) และผลไม้ตามความศรัทธาที่มาของภาพ : PMCUประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง (อึ่งเกี่ยเทียงโห่วเก็ง) เป็นศาลเจ้าจีนเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในย่านสามย่านกรุงเทพฯ มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 150 ปี เริ่มต้นจากเพิงไม้เล็ก ๆ ในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 โดยชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในสยามศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวจีนในย่าบรรทัดทอง-สามย่าน และเป็นสถานที่สำคัญในการประกอบพิธีกรรมและขอพรจากเจ้าแม่ทับทิมที่มาของภาพ : The Peopleมูอะไรได้บ้างที่ ศาลเจ้าแม่ทับทิม:ขอพรเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางเพราะเจ้าแม่ทับทิมเป็นเทพแห่งทะเล เชื่อกันว่าคุ้มครองผู้เดินทางทั้งทางน้ำและทางบกให้ปลอดภัยขอพรเรื่องสุขภาพและการปลดเคราะห์หลายคนมาไหว้เพื่อให้หายจากโรคภัย หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์ เสริมดวงขอพรเรื่องการงานและโชคลาภนักธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้ามักมาไหว้เพื่อให้กิจการราบรื่น มีลูกค้าเยอะ และค้าขายคล่องขอพรเรื่องความรักและครอบครัวบางคนเชื่อว่าเจ้าแม่ทับทิมมีเมตตามาก หากตั้งจิตดี ๆ จะช่วยดลใจเรื่องความสัมพันธ์ ครอบครัว และคู่ครองบนบานหรือแก้บนหากเคยขอพรไว้แล้วสมหวัง ก็นิยมกลับมาแก้บน เช่น นำชุดจีน เครื่องไหว้ หรือจัดแสดงงิ้วถวายรายละเอียดงาน:วันที่จัดงาน: 19–21 เมษายน 2568เวลา: 09:00–21:00 น.สถานที่: ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง ใกล้ MRT สามย่าน ผู้ที่สนใจสามารถร่วมทำบุญสนับสนุนการจัดงานได้ที่ตู้รับบริจาคภายในศาลเจ้าหรือผ่านบัญชีที่ทางศาลเจ้าแจ้งไว้ในเพจอย่างเป็นทางการผู้เขียน : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

ปล่อยปลาตามวันเกิด 2569 เสริมดวงรุ่ง พร้อมคำอธิษฐาน

07 ก.ค. 2026

ปล่อยปลาตามวันเกิด 2569 เสริมดวงรุ่ง พร้อมคำอธิษฐาน

ปล่อยปลาตามวันเกิด 2569 เสริมดวงชะตา รับความเฮงตลอดปี (ครบจบในที่เดียว)เมื่อก้าวเข้าสู่ปีใหม่ หลายคนคงกำลังมองหาวิธีเสริมดวงชะตา สะเดาะเคราะห์ และเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต การทำบุญต่อชีวิตสัตว์ หรือการปล่อยปลาตามวันเกิด ถือเป็นหนึ่งในวิธีทำบุญที่คนไทยและชาวพุทธนิยมปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยโบราณกาล เพราะมีความเชื่ออย่างลึกซึ้งว่า การมอบชีวิตใหม่ให้กับสัตว์ที่กำลังจะตกที่นั่งลำบากหรือกำลังจะถูกฆ่า จะส่งผลให้อานิสงส์ผลบุญนั้นหนุนนำให้ชีวิตของผู้ที่ปล่อยพบเจอแต่ความราบรื่น แคล้วคลาดปลอดภัย ปราศจากอุปสรรคและโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวงแต่คุณรู้หรือไม่ว่า การปล่อยปลาให้ได้บุญสูงสุดและสามารถส่งเสริมดวงชะตาได้อย่างตรงจุดนั้น ไม่ใช่แค่การเดินไปตลาดแล้วซื้อปลาชนิดใดมาปล่อยก็ได้ตามใจชอบ แต่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของชนิดปลาที่เหมาะสมกับดวงดาวประจำวันเกิด จำนวนที่ควรปล่อยให้สอดคล้องกับหลักทักษา และที่สำคัญที่สุดคือสถานที่ที่เหมาะสมต่อระบบนิเวศ เพื่อให้สัตว์เหล่านั้นสามารถรอดชีวิตได้จริงทำไมถึงควร "ปล่อยปลาตามวันเกิด" ในปี 2569?การทำบุญปล่อยปลาตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ ถือเป็นการ "ต่อดวงชะตา" และ "แก้เคล็ด" รูปแบบหนึ่งที่มีความขลังและให้ผลลัพธ์ทางใจที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2569 ที่ดวงดาวสำคัญหลายดวงบนท้องฟ้ามีการโคจรและโยกย้ายตำแหน่ง ซึ่งเหตุการณ์ทางโหราศาสตร์เหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อดวงชะตาของแต่ละคนแตกต่างกันไป บางคนอาจพบเจอกับโอกาสทอง ในขณะที่บางคนอาจต้องเผชิญกับบททดสอบชีวิต การเลือกชนิดของสัตว์น้ำให้สอดคล้องกับวันเกิด จะช่วยเสริมจุดเด่นและแก้จุดด้อยในดวงชะตาของคุณได้อย่างน่าอัศจรรย์นอกจากนี้ ในทางพุทธศาสนา การไปซื้อปลาที่กำลังจะถูกฆ่าในตลาดสดมาปล่อย ยังถือเป็นการทำ "อภัยทาน" ขั้นสูงสุด ซึ่งมีอานิสงส์แรงมาก การมอบอิสระและชีวิตใหม่ให้แก่สรรพสัตว์ จะช่วยลดทอนกรรมเก่า บรรเทาเคราะห์กรรมที่กำลังเผชิญ และเปิดทางให้โชคลาภ สิ่งดีๆ รวมถึงกัลยาณมิตรใหม่ๆ เดินทางเข้ามาในชีวิตได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้นไขข้อสงสัย: ปล่อยปลาตามวันเกิดกี่ตัว ถึงจะถูกต้องและได้บุญมากที่สุด?หลายคนมักมีคำถามในใจเสมอเมื่อถึงเวลาต้องไปทำบุญว่า เราควรจะปล่อยปลาตามวันเกิดกี่ตัว ถึงจะถูกต้องตามหลักตำราและได้อานิสงส์มากที่สุด? ตามหลักโหราศาสตร์ไทยและความเชื่อโบราณ มีสูตรการนับจำนวนปลาที่นิยมใช้และสืบทอดกันมาอยู่ 2 รูปแบบหลักๆ ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้ได้ตามความสะดวกและกำลังทรัพย์ของตนเอง ดังนี้แบบที่ 1: ปล่อยตามอายุ (บวก 1) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดและมีความหมายที่เป็นมงคลอย่างยิ่ง นั่นคือการปล่อยปลาให้มีจำนวน "เท่ากับอายุย่างของตนเอง" หรือก็คืออายุเต็มบวกเพิ่มไปอีก 1 ตัว ยกตัวอย่างเช่น หากปีนี้คุณมีอายุครบ 30 ปีบริบูรณ์ (กำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 31) จำนวนปลาที่คุณควรปล่อยคือ 31 ตัว การปล่อยปลาด้วยวิธีนี้เปรียบเสมือนการต่ออายุขัย เสริมดวงชะตาให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น และเป็นการรับขวัญปีใหม่ของชีวิตให้มีความเจริญรุ่งเรืองแบบที่ 2: ปล่อยตามกำลังดวงดาวประจำวันเกิด สำหรับผู้ที่อาจจะไม่สะดวกในการปล่อยปลาตามจำนวนอายุ เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ เวลา หรือความเหมาะสมของสถานที่ คุณสามารถเปลี่ยนมาเลือกปล่อยปลาตาม "กำลังวัน" ของดวงดาวประจำวันเกิดของคุณได้ ซึ่งถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคลไม่แพ้กันเลย โดยมีรายละเอียดจำนวนดังต่อไปนี้ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์: ปล่อยจำนวน 6 ตัวผู้ที่เกิดวันจันทร์: ปล่อยจำนวน 15 ตัวผู้ที่เกิดวันอังคาร: ปล่อยจำนวน 8 ตัวผู้ที่เกิดวันพุธ (กลางวัน): ปล่อยจำนวน 17 ตัวผู้ที่เกิดวันพุธ (กลางคืน): ปล่อยจำนวน 12 ตัวผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี: ปล่อยจำนวน 19 ตัวผู้ที่เกิดวันศุกร์: ปล่อยจำนวน 21 ตัวผู้ที่เกิดวันเสาร์: ปล่อยจำนวน 10 ตัวเคล็ดลับ ปล่อยปลาตามวันเกิด ทั้ง 7 วัน ประจำปี 2569เพื่อให้การทำบุญของคุณตรงจุดและส่งเสริมดวงชะตาได้อย่างเต็มศักยภาพ เรามาดูกันว่าผู้ที่เกิดในแต่ละวันควรเลือกสัตว์น้ำชนิดใดไปปล่อย และแต่ละชนิดนั้นให้ความหมายที่เป็นมงคลในด้านใดบ้างผู้ที่เกิดวันอาทิตย์คนเกิดวันอาทิตย์มักเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสูง ใจร้อน และมีความมุ่งมั่น ในปี 2569 นี้ เพื่อเป็นการดับความร้อนรุ่มและเพิ่มความราบรื่นในชีวิตสัตว์น้ำที่แนะนำ: ปลาไหล และ ปลาหมอความหมายมงคล: การปล่อยปลาไหลจะช่วยเสริมให้ชีวิตและการงานมีความลื่นไหล ปราศจากอุปสรรคหรือคนคอยขัดแข้งขัดขา ส่วนปลาหมอจะช่วยเสริมในเรื่องของสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนจำนวนที่แนะนำ: 6 ตัวผู้ที่เกิดวันจันทร์คนเกิดวันจันทร์เป็นคนมีเสน่ห์ อ่อนโยน แต่อาจมีความโลเลหรือคิดมากได้ง่าย การเสริมดวงในปีนี้ควรเน้นไปที่ความมั่นคงทางการเงินและโชคลาภสัตว์น้ำที่แนะนำ: ปลาช่อน และ นก (หากต้องการปล่อยสัตว์ปีก)ความหมายมงคล: คำว่า "ช่อน" พ้องเสียงกับการซ่อนทรัพย์ ซ่อนเงินซ่อนทอง การปล่อยปลาช่อนจึงช่วยเสริมโชคลาภให้เงินทองไม่รั่วไหล มีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำ ส่วนการปล่อยนกคือการเสริมความอิสระและปล่อยวางความทุกข์ใจจำนวนที่แนะนำ: 15 ตัวผู้ที่เกิดวันอังคารดวงชะตาของคนวันอังคารมักต้องเผชิญกับการต่อสู้ แข่งขัน และความเหน็ดเหนื่อย การทำบุญในปีนี้ควรเน้นการขจัดศัตรูและสิ่งอัปมงคลสัตว์น้ำที่แนะนำ: หอยขม และ ปลาดุกความหมายมงคล: การปล่อยหอยขมเปรียบเสมือนการทิ้งความขมขื่น ความทุกข์ระทม และปัญหาที่สะสมมานานให้ออกไปจากชีวิต ส่วนการปล่อยปลาดุก (ดุก = ดุด่า, แคล้วคลาด) จะช่วยให้ศัตรูพ่ายแพ้ แคล้วคลาดจากผู้ที่คิดร้ายหรือคนพาลจำนวนที่แนะนำ: 8 ตัวผู้ที่เกิดวันพุธ (กลางวัน)สำหรับคนวันพุธกลางวัน มักโดดเด่นเรื่องการเจรจา ค้าขาย และการสื่อสาร การเสริมดวงควรเน้นไปที่ความเจริญก้าวหน้าในสายอาชีพสัตว์น้ำที่แนะนำ: ปลาไหล และ ปลาตะเพียนความหมายมงคล: ปลาไหลช่วยเรื่องความราบรื่นในการติดต่อประสานงาน ในขณะที่ปลาตะเพียนเป็นสัญลักษณ์ของความขยันหมั่นเพียรและการทำธุรกิจ จะช่วยให้การค้าขายดี มีกำไร กิจการรุ่งเรืองจำนวนที่แนะนำ: 17 ตัวผู้ที่เกิดวันพุธ (กลางคืน)คนวันพุธกลางคืน (พระราหู) มักมีลางสังหรณ์แม่นยำ แต่อาจมีเรื่องให้ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าบ่อยครั้ง ควรเน้นทำบุญที่ช่วยเสริมเรื่องการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีสัตว์น้ำที่แนะนำ: ปลาหมอ และ ปลากรายความหมายมงคล: ปลาหมอช่วยเสริมเรื่องสุขภาพและป้องกันการเจ็บป่วยกะทันหัน ส่วนปลากรายจะช่วยสนับสนุนเรื่องการเปลี่ยนแปลง โยกย้ายหน้าที่การงาน หรือการเปลี่ยนผ่านของชีวิตให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นและแคล้วคลาดปลอดภัยจำนวนที่แนะนำ: 12 ตัวผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดีผู้ที่เกิดวันครู มักเป็นคนมีสติปัญญาดี มีเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ควรเน้นการทำบุญเพื่อเสริมบารมีและความมั่นคงในระยะยาวสัตว์น้ำที่แนะนำ: เต่า และ ปลาจาระเม็ดความหมายมงคล: เต่าเป็นสัญลักษณ์สากลของความมีอายุยืนยาวและความมั่นคง การปล่อยเต่าจึงช่วยเสริมอายุขัยและทำให้ชีวิตมีรากฐานที่แข็งแรง ส่วนปลาจาระเม็ดช่วยเสริมให้ได้รับความเมตตาเอ็นดูจากผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชาจำนวนที่แนะนำ: 19 ตัวผู้ที่เกิดวันศุกร์คนวันศุกร์รักสวยรักงาม ชอบศิลปะและความรื่นรมย์ ในปี 2569 นี้ ควรเน้นการทำบุญที่ช่วยรักษาสมดุลของความสัมพันธ์และสุขภาพใจสัตว์น้ำที่แนะนำ: ปลาหมอ และ ปลาจงผุหรือปลาจ้องม้อง (ปลาสวยงามบางชนิดที่สามารถอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติได้)ความหมายมงคล: เน้นไปที่การปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ เสริมเสน่ห์ และทำให้ความรักความสัมพันธ์กับคนรอบข้างมีความราบรื่น สุขภาพกายและใจสมบูรณ์แข็งแรงจำนวนที่แนะนำ: 21 ตัวผู้ที่เกิดวันเสาร์คนวันเสาร์เป็นคนเด็ดเดี่ยว หนักแน่น แต่ก็มักจะต้องแบกรับภาระหนักอยู่เสมอ ควรทำบุญเพื่อชำระล้างความเหนื่อยล้าและเคราะห์กรรมสัตว์น้ำที่แนะนำ: ปลาไหล และ ปลาช่อนความหมายมงคล: ช่วยชำระล้างเคราะห์กรรมเก่า ทำให้ชีวิตที่ติดขัดสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น เงินทองที่เคยฝืดเคืองก็จะกลับมาไหลมาเทมา และช่วยให้มีความมั่นคงทางอารมณ์มากยิ่งขึ้นจำนวนที่แนะนำ: 10 ตัวบทสวดและคำอธิษฐานปล่อยปลา ตามวันเกิดเพื่อให้การทำบุญอภัยทานในครั้งนี้ส่งผลานิสงส์อย่างเต็มเปี่ยมไปถึงดวงวิญญาณและดวงชะตาของคุณ ก่อนที่จะทำการปล่อยสัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ขอให้คุณพนมมือขึ้น ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ นำปลาหรือสัตว์น้ำที่เตรียมไว้มาวางไว้ในมือหรือตรงหน้า จากนั้นให้สวดบทคำอธิษฐานปล่อยปลา ตามวันเกิด ดังต่อไปนี้อย่างช้าๆ และชัดเจนเริ่มต้นด้วยการตั้งนะโม 3 จบ"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ""นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ""นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ"กล่าวคำอธิษฐาน (ตั้งจิตให้แน่วแน่ นึกถึงสิ่งดีๆ)"ข้าพเจ้าชื่อ (ระบุชื่อ-นามสกุลของคุณ) เกิดวันที่ (ระบุวันเดือนปีเกิดของคุณ)ขอน้อมตั้งจิตอุทิศผลบุญกุศลในการทำอภัยทาน ปล่อยสัตว์น้ำจำนวน (ระบุจำนวน) ตัว ในวันนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ทั้งในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ ที่ข้าพเจ้าเคยล่วงเกินมาโดยตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ตลอดจนเทวดาประจำตัวที่ปกปักรักษาข้าพเจ้าขอให้สรรพสัตว์เหล่านี้ จงได้รับความเป็นอิสระ พ้นจากความทุกข์ทรมาน และภัยอันตรายทั้งปวง เมื่อสัตว์เหล่านี้ได้รับอิสระแล้ว ขอให้ชีวิตของข้าพเจ้าจงได้รับความเป็นอิสระเช่นกัน ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากอุปสรรค โรคภัยไข้เจ็บ และความขัดข้องใดๆ ขอให้การงาน การเงิน และความรักของข้าพเจ้าจงลื่นไหล ราบรื่น เจริญรุ่งเรืองขอให้ผลบุญแห่งการให้ชีวิตในครั้งนี้ จงส่งผลให้ข้าพเจ้าพบเจอแต่กัลยาณมิตร มีความสุขความเจริญ แคล้วคลาดปลอดภัย ประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวังตลอดปี 2569 และตลอดไปเทอญ... สาธุ สาธุ สาธุ"สิ่งที่ต้องเตรียมและข้อควรรู้ "ก่อน" ปล่อยปลา เพื่อไม่ให้ได้บาปการได้บุญนั้น นอกจากการตั้งจิตอธิษฐานอย่างบริสุทธิ์ใจแล้ว "ความอยู่รอดของสัตว์น้ำหลังจากที่เราปล่อยไป" ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ในยุคปัจจุบันที่เราต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศเป็นหลัก นี่คือ Checklist สำคัญที่คุณต้องรู้และปฏิบัติตามเลือกซื้อปลาจากหน้าเขียงในตลาดสด: ขอแนะนำให้ไปหาซื้อปลาที่พ่อค้าแม่ค้ากำลังจะนำไปชำแหละเพื่อทำอาหาร การซื้อปลาเหล่านี้จะทำให้คุณได้อานิสงส์ของการ "ต่อชีวิต" หรือ "อภัยทาน" อย่างแท้จริง ดีกว่าการไปซื้อปลาที่เขาจับมาใส่ถุงรอขายให้คนทำบุญโดยเฉพาะห้ามปล่อย "เอเลี่ยนสปีชีส์" เด็ดขาด: ข้อนี้สำคัญมาก! ห้ามปล่อยปลาซัคเกอร์ (ปลาเทศบาล), เต่าญี่ปุ่น (เต่าแก้มแดง), ปลาดุกบิ๊กอุย, ปลาทับทิม หรือ ปลาหมอคางดำ ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทยโดยเด็ดขาด เพราะสัตว์เหล่านี้มีความดุร้ายและแพร่พันธุ์เร็ว จะไปทำลายระบบนิเวศและกินปลาท้องถิ่นของไทยจนสูญพันธุ์ การทำบุญด้วยความไม่รู้จะกลายเป็นการทำบาปใหญ่ทางอ้อมได้ทันทีเลือกสถานที่ปล่อยให้เหมาะสมกับระบบนิเวศของปลาแต่ละชนิด: - กลุ่มปลาที่ชอบน้ำนิ่ง (ปลาไหล, ปลาดุก, ปลาช่อน, หอยขม): ควรไปปล่อยในบริเวณที่มีกอหญ้า ริมตลิ่ง เป็นดินโคลน หรือหนองน้ำที่น้ำไม่ลึกมาก ห้ามนำไปปล่อยกลางแม่น้ำใหญ่ที่กระแสน้ำไหลเชี่ยว เพราะปลาเหล่านี้จะว่ายสู้กระแสน้ำไม่ไหวและอาจตายได้ - เต่า: สัตว์เลื้อยคลานชนิดนี้ต้องมีพื้นที่ตลิ่ง โขดหิน หรือเนินดินให้เขาสามารถปีนขึ้นมาอาบแดดและพักผ่อนเพื่อหายใจได้ ห้ามปล่อยเต่าลงในแม่น้ำลึกที่มีการสร้างเขื่อนปูนสูงชันและไม่มีตลิ่ง เพราะเต่าจะไม่มีที่เกาะและอาจจมน้ำตายในที่สุด - กลุ่มปลาที่ชอบน้ำไหล (ปลาตะเพียน, ปลาสวาย): สามารถนำไปปล่อยในแม่น้ำกว้างใหญ่ คลองที่มีน้ำไหลเวียนตลอดเวลา หรือบริเวณเขตอภัยทานหน้าวัดที่ติดกับแม่น้ำได้เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม: ขอแนะนำให้ไปปล่อยปลาในช่วงเช้าตรู่ที่อากาศยังไม่ร้อนจัด เพื่อช่วยลดความเครียดของสัตว์น้ำระหว่างการขนย้ายจากตลาดไปยังแหล่งน้ำ และทำให้พวกมันมีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้นบทสรุปการปล่อยปลาตามวันเกิด 2569 ไม่ใช่เป็นเพียงแค่พิธีกรรมทางความเชื่อที่ทำสืบต่อกันมาเท่านั้น แต่เนื้อแท้แล้ว มันคือการฝึกฝนจิตใจของเราให้รู้จักกับคำว่า "ความเมตตากรุณา" และ "การให้" ซึ่งการมอบชีวิตใหม่ให้แก่ผู้อื่นนั้น ถือเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ที่สุดประการหนึ่ง เมื่อเราเริ่มต้นทำบุญด้วยใจที่บริสุทธิ์ เลือกชนิดของสัตว์น้ำได้อย่างถูกต้องตามตำรา รู้ชัดเจนว่าควร ปล่อยปลาตามวันเกิดกี่ตัว และได้กล่าว คำอธิษฐานปล่อยปลา ตามวันเกิด ด้วยความตั้งใจจริง รวมถึงมีความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศของสังคม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยส่งพลังงานบวกกลับคืนสู่ตัวคุณ ทำให้ชีวิตราบรื่น การงานก้าวหน้า และดึงดูดโชคลาภโชคดีเข้ามาตลอดทั้งปี

สายมู 1 วัน มูแล้วปัง ครบทุกด้าน

17 เม.ย. 2025

สายมู 1 วัน มูแล้วปัง ครบทุกด้าน

สายมู 1 วัน มูแล้วปัง ครบทุกด้าน! "ทริปมูสายปัง 1 วันในกรุงเทพฯ" โดยเน้นให้ครอบคลุม ความรัก, การงาน, เงินทอง และโชคลาภ แถมเดินทางได้ง่าย ไม่วนไปวนมาช่วงเช้า – เริ่มวันแบบรุ่งๆ1. วัดพระแก้ว (เสริมดวงรวม ความมั่นคง)เวลา: 08.30 น.บริเวณพระบรมมหาราชวังขอให้ชีวิตราบรื่น เจริญก้าวหน้าแนะนำ: ไหว้พระแก้วมรกต เดินวนโบสถ์ 3 รอบ2. ศาลหลักเมือง (มั่นคงในชีวิตและงาน)ต่อเนื่องจากวัดพระแก้ว เดินข้ามถนนไปได้เลยเสริมพื้นฐานชีวิตและงานให้มั่นคงจุดธูป 3 ดอก ขอพรให้ชีวิตมั่นคง มีที่ยืนในสังคมช่วงสาย – เสริมพลังงานการงาน โชคลาภ3. พระพรหมเอราวัณ (ขอเรื่องงานและโชคลาภ)ประมาณ 10.30–11.00 น.แยกราชประสงค์ขอเรื่องงาน ความสำเร็จ การเจรจาไหว้ครบ 4 หน้า ใช้ธูป 12 ดอก พวงมาลัย 4 พวง4. พระพิฆเนศ (บูชาความสำเร็จ)ติดกับพระพรหมเลย!ขอเรื่องเรียน งาน ศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์จุดธูป 9 ดอก ของไหว้แนะนำ: กล้วย มะพร้าว ขนมพักกลางวันแนะนำ: Central World มีอาหารเยอะ หรือแวะ Platinum / Gaysorn แล้วต่อ MRT หรือ BTS ต่อได้ช่วงบ่าย – เสริมความรัก เสน่ห์เมตตา5. พระตรีมูรติ (ขอเรื่องรักโดยเฉพาะ)ช่วงบ่าย หรือรอขอแบบพิเศษวันพฤหัส 21.30 น.ความรัก คู่ครอง เสน่ห์แรงดอกกุหลาบแดง 9 ดอก จุดเทียนแดง 1 คู่6. วัดแขก สีลม (เสริมเสน่ห์ ครอบครัว ความรัก)ต่อได้เลยบ่ายๆ (เดินทาง MRT ลงสถานีศาลาแดง)ขอพรพระแม่อุมาและเทพแห่งความรักห้ามของมีชีวิต บูชาด้วยดอกไม้หอม และธูปหอมช่วงเย็น – ปิดท้ายมูปังเรื่องชื่อเสียง แก้ปีชง7. วัดระฆัง (ชื่อเสียง เมตตา เสริมบุญ)ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกริมเจ้าพระยา นั่งเรือข้ามจากท่าช้างก็ได้ขอให้เป็นที่รักของคน เมตตา ปังๆตีระฆังเบาๆ 3 ครั้ง เสริมเสียงให้ชีวิต8. วัดเล่งเน่ยยี่ (ถ้าอยากแก้ปีชงด้วย)ปิดประมาณ 16.00 น. ถ้าไปทันแวะก่อนวัดระฆังแก้ชง เสริมเคราะห์ให้เบาลงไหว้ไท่ส่วยเอี๊ย พร้อมทำพิธีแก้ชงที่วัดทริคเล็กๆ:ธูปควรเตรียมไว้เองบ้าง หรือซื้อรวมชุดที่วัดถ้าไม่สะดวกเดินเยอะ ใช้ BTS + MRT เป็นหลักเตรียมเงินแบงค์ย่อยไว้ทำบุญ หยอดตู้ตามจุดต่างๆผู้เขียน : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

One day trip เที่ยว 5 วัดดัง ที่อยุธยา

12 มิ.ย. 2024

One day trip เที่ยว 5 วัดดัง ที่อยุธยา

ช่วงวัดหยุดนี้ ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวใกล้กรุงเทพ แบบไปเช้า-เย็นกลับ Atime ขอพาทุกคนไปชมวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย พร้อมทั้งตามรอยละครดังกับ 5 วัด จังหวัด พระนครศรีอยุธยา จะมีวัดไหนกันบ้างไปดูกันวัดแรกของจังหวัดอยุธยาที่เราพามานั้น คือ วัดใหญ่ชัยมงคล ถือเป็นวัดที่มีสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทยอย่างมาก โดยจุดเด่นของวัดนี้ คือ สถาปัตยกรรมที่วิจิตร งดงามมาก ทั้งเจดีย์องค์ใหญ่ที่สูงที่สุดในอยุธยา อีกทั้งยังเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุด และโดยรอบเจดีย์จะเป็นสวนหย่อมให้เดินชม ถ้าใครได้ไปช่วงเย็น จะบอกว่า ที่นี่บรรยากาศดีมากพิกัด : https://goo.gl/maps/PdTxx23ZYHJ3g29o6เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.ค่าเข้าชม : คนไทยเข้าฟรี , ต่างชาติ 40 บาทมาต่อกันที่วัดที่ 2 กับ วัดพนัญเชิงวรวิหาร ใครที่ได้มาวัดนี้ ต้องห้ามพลาดที่จะมาสักการะ “หลวงพ่อโต” เพื่อความเป็นสิริรมงคล โดยหล่วงพ่อโต ถือเป็นพระพุทธรูปปางวมารชัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา มีสีทองอร่าม สวยงาม จึงทำให้มีผู้คนมากมาย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามากราบไหว้สักการะพิกัด : https://goo.gl/maps/BArmRHdvmvzToTb87เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.วัดที่ 3 ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ในอดีตนั้น วัดแห่งนี้เป็นวัดประจำวังหลวง จึงไม่พระภิษุจำพรรษาอยู่ เช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ วัดพระแก้ว จุดเด่นของวัดนี้ก็คือ เจดีย์ทรงลังกา 3 องค์ตั้งวางเรียงกัน งดงามด้วยโบราณสถาน พระพุทธรูปปูนปั้นเก่าแก่ ถึงจะทรุดโทรมแล้ว แต่ก็ยังดึงดูดให้ชวนมอง และยังคงร่องรอยของความใหญ่โตอลังการของสถาปัตยกรรมไว้ เดินชมไปก็ชวนให้นึกถึงว่า ถ้าเป็นในสมัยนั้นคงสวยงาม ๆ ส่วนใครไม่อยากเดิน ที่วัดเขามีบริการนั่งช้างชมวัดด้วยนะ บอกเลยว่าเป็นวัดที่ต้องมาให้ได้พิกัด : https://maps.app.goo.gl/mjbkPx9VTTVdEprP8?g_st=icเปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 น.–16.30 น.ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท , ชาวต่างประเทศ 50 บาทมาต่อกันที่ วัดพุทไธศวรรย์ เป็นวัดที่สำคัญมาก ๆ ในสมัยอยุธยา ก่อตั้งขึ้นมานานถึง 600 กว่าปี โดยจุดเด่นของวัดนี้ คือ ปรางค์ประธานองค์ใหญ่ศิลปะแบบขอม และมีพระพุทธรูปรอบ ๆ ปรางประธานเรียงสวยงาม ผู้คนส่วนใหญ่นอกจากมากราบไหว้สักการะแล้ว ยังมีการสวมชุดไทยมาถ่ายรูปตามรอยละครดัง ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปอยู่สมัยกรุงศรีอธุยธยาพิกัด : https://goo.gl/maps/MctB4kUAywbtnQ8dAเปิดให้เข้าชม : ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.ปิดท้ายด้วยวัดที่ 5 กับวัดไชยวัฒนาราม ปัจจุบันวัดนี้เป็นเหมือนกับโบราณสถานที่เปิดให้มาชื่นชมความงาม และศึกษาประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา ถึงแม้จะโรยราไปตามกาลเวลา แต่ยังคงสวยงามดึงดูดให้ชื่นชมหากใครที่เดินถ่ายรูปเล่น แล้วต้องการแวะพักเหนื่อย แนะนำที่คาเฟ่เรือนมยุรา ที่นี้เขามีไอศกรีมรูปทรงวัดไชยวัฒนาราม ที่ใครมาวัดนี้ก็ต้องมาแวะซื้อไปถ่ายรูปกันคนละแท่ง อีกทั้งยังรสชาติไอศครีมมีให้เลือกมากมายพิกัด : https://maps.app.goo.gl/w6N8odFVFg2KkEJq8?g_st=icเปิดให้เข้าชม : ทุกวัน เวลา 8.00 - 18.00 น.ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท / ชาวต่างประเทศ 50 บาทเต็มอิ่มกับ 5 วัดดังที่จังพระนครศรีอยุธยา ได้ทั้งไปไหว้พระทำบุญ และยังได้ไปห่มสไบตามรอยละครดัง พร้อมทั้งได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยในอดีต ใครวางแผนจะไปเที่ยวในวัดหยุด แบบไป เช้า-เย็นกลับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็เป็นตัวเลือกที่ดีอับดับต้น ๆ เลย