ทำทุกอย่างให้เหมือนเป็นเฮือกสุดท้ายของชีวิต l CLUB PRIDE DAY inside EP.14 พาเวล นเรศ

Recap

ทำทุกอย่างให้เหมือนเป็นเฮือกสุดท้ายของชีวิต l CLUB PRIDE DAY inside EP.14 พาเวล นเรศ

ความรักของพาเวลเหมือน “ทุเรียน”

     พาเวลเปรียบความรักของตัวเองเหมือนทุเรียน ภายนอกอาจดูแข็ง ๆ หน้านิ่ง ลุคเท่แบบ masculine ดูเข้าถึงยาก แต่ความจริงแล้วถ้ามีแฟนจะเป็นคนอ้อนเก่งและอ้อนหนักมาก เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกและการดูแลกันและกัน

จากเด็กเอเชียในนิวซีแลนด์ สู่การพิสูจน์ตัวเอง

     พาเวลย้ายไปนิวซีแลนด์ตั้งแต่เด็ก ต้องเผชิญกับการเป็นเด็กเอเชียไม่กี่คนในโรงเรียน พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ และเคยถูกบูลลี่อยู่บ่อยครั้ง เขาใช้เวลาปรับตัวถึง 3–4 ปี ทั้งเรียนภาษา เรียนรู้วัฒนธรรม และพยายามหาจุดเด่นของตัวเอง จนเลือก “การเต้น” เป็นสิ่งที่ทำให้ได้รับการยอมรับ

     ชีวิตที่นั่นไม่ได้สวยหรู หลังเลิกเรียนต้องทำงานร้านอาหารไทย ล้างจาน เสิร์ฟอาหาร เก็บเงินซื้อรถเอง และช่วยแบ่งเบาภาระแม่

จุดเริ่มต้นในวงการที่ไม่เคยอยู่ในความฝัน

     เดิมทีพาเวลตั้งใจเรียนสายไอที และไม่เคยคิดจะเป็นนักแสดง เพราะขาดความมั่นใจในตัวเอง แต่เมื่อกลับมาไทยและมีอาจารย์แนะนำให้ลองไปแคสงาน นั่นจึงเป็นก้าวแรกในวงการบันเทิง จากคนที่ไม่เคยฝันอยากแสดง กลับค้นพบว่าตัวเองสนุกกับมัน

จุดเปลี่ยนชีวิตกับ PIT BABE The Series

     โอกาสสำคัญเกิดขึ้นเมื่อได้แคสกับ Change และได้รับบท “เบ๊บ” ใน PIT BABE The Series ซึ่งเป็นซีรีส์วายออริจินัลเรื่องแรกของค่าย พาเวลตั้งใจทำการบ้านอย่างหนัก และได้แสดงคู่กับ “พูห์”

     กระแสตอบรับที่ดีตั้งแต่อีพีแรก กลายเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต และเป็นจุดที่ช่วยเติมเต็ม Self-Esteem ที่เคยขาดหาย ทำให้เขาเข้าใจว่า “ไม่ว่าเราจะเป็นแบบไหน ถ้าเขารัก เขาก็รักเรา”

เคมี “พูห์–พาเวล” ที่กลายเป็นไวรัล

     ครั้งแรกที่เจอพูห์คือในงานวันเกิดพี่ฉอด เห็นว่าเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ น่ารักดี แล้วต่อมาพวกเขาก็มีโอกาสมาแคสซีรีส์ด้วยกันกับคนอื่นๆในโปรเจค วันแคสจริง ๆ เขาต้องเข้าคู่กับหลายคน จนมาถึงพูห์ พาเวลรู้สึกว่าเด็กคนนี้ดูยอมทุกอย่าง พาเวลเลยเลือกเล่นเต็มที่ อิมโพรไวส์จนเกิดโมเมนต์ไวรัล และสุดท้ายทั้งคู่ได้กลายเป็นนักแสดงนำของเรื่อง กลายเป็นพาร์ทเนอร์ที่แฟน ๆ ให้การตอบรับอย่างล้นหลาม

ความกดดันและความรักจากแฟนคลับ

     แม้จะประสบความสำเร็จ พาเวลยอมรับว่าทุกครั้งที่เจอแฟนคลับยังรู้สึกกดดัน เพราะอยากทำให้ทุกคนที่ซื้อบัตรมาเจอเขาได้รับความสุขกลับไปให้คุ้มค่า เขาเชื่อว่าถ้าเขามีความสุขบนเวที แฟน ๆ ก็จะสัมผัสได้

     สำหรับคอมเมนต์ด้านลบ เขาเลือกโฟกัสที่คนที่มอบความรักให้มากกว่า แม้บางคำพูดจะทำให้เจ็บ แต่เตือนตัวเองเสมอว่าหน้าที่ของเขาคือทำผลงานให้ดีที่สุด

ครอบครัวคือแรงผลักดันสำคัญ

     พาเวลเติบโตมาโดยที่แม่ต้องทำงานหนักมาก ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันและเขาก็ไม่ได้มีกำลังทรัพย์อะไรมากเลยไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ดังนั้นคำสอนของแม่ที่จำได้ขึ้นใจคือ “ถ้าได้โอกาส จงทำให้เต็มที่” นั่นเลยทำให้เขาเป็นเขาในวันนี้ พาเวลมีความฝันว่าอยากได้อยู่ใกล้ๆแม่ วันนี้เขาสามารถทำให้แม่มาอยู่ใกล้ ๆ และใช้ชีวิตสบายขึ้นได้แล้ว และอีกหนึ่งคนที่สำคัญสำหรับพาเวล คือ “พี่ฉอด” ผู้หญิงที่มอบโอกาสและเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเขา

มุมมองความรักในวันนี้

     จาก Puppy Love ในวัยเด็ก วันนี้พาเวลเข้าใจคำว่ารักมากขึ้น ความรักของพาเวลคือการ  Give & Take ความรักไม่ใช่แค่การได้รับ แต่ต้องเติมเต็มให้อีกฝ่ายด้วย ทุกความสัมพันธ์ที่ผ่านมา สอนให้เขารู้จักการประนีประนอมและหาจุดกึ่งกลาง เพราะ “ทุกอย่างมันไม่สามารถเป็นไปดั่งใจเราหรือดั่งใจเขาได้เสมอ มันควรหาตรงกลาง”

อนาคตในวงการ และสิ่งที่อยากบอกตัวเองในอดีต

     พาเวลอยากอยู่ในวงการให้นานที่สุด แต่ก็ยืนยันว่าต่อให้วันหนึ่งไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว ก็ยังอยากอัปเดตชีวิตให้แฟน ๆ ได้ติดตาม

     หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่แก้ไขอะไรเลย เพราะทุกประสบการณ์พามาถึงวันนี้ และอยากบอกเด็กคนนั้นว่า “เชื่อมั่นในตัวเองนะ นายทำได้ และวันนี้มีคนรักนายแล้ว”


 

ดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

you may also like