
บางความรักสั้นกว่าที่หวัง แต่ยาวนานกว่าที่จะลืม l CLUB PRIDE DAY inside EP.18 แพรวา ณิชาภัทร
การเติบโตในฐานะลูกสาวคนกลาง การเติบโตมาในฐานะลูกคนกลางของบ้าน ทำให้แพรวาต้องรับบทเป็นทั้งน้องและพี่ในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน แพรวารู้สึกว่าครอบครัวเตรียมความพร้อมให้เธอมาอย่างดี เพราะที่บ้านไม่ได้เลี้ยงแบบประคบประหงม แต่เลี้ยงให้ทำอะไรเป็นทุกอย่าง และสามารถดูแลทั้งพี่และน้องได้ แต่ในขณะเดียวกัน แพรวาก็เคยเกิดคำถามว่า ทำไมการเป็นลูกสาวถึงถูกปฏิบัติไม่เหมือนลูกชาย เช่น ตอนเด็ก ๆ ที่บ้านสอนว่า ถ้าอยากกินน้ำหรืออยากได้อะไรให้ไปหยิบเอง แต่เมื่อพี่ชายหิวน้ำ กลับกลายเป็นว่าเขาสามารถบอกให้แพรวาไปหยิบให้ได้ และเมื่อแพรวาบอกให้น้องไปหยิบบ้าง ก็กลายเป็นว่า “เราเป็นพี่ ทำไมไม่ทำให้น้อง” นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามเล็ก ๆ ในใจว่า “แล้วใครจะดูแลเรา” หากมองในแง่ลบ เรื่องนี้อาจทำให้รู้สึกน้อยใจ แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง มันก็ทำให้แพรวาได้เรียนรู้การดูแลคนรอบข้าง และกลายเป็นคนที่ชอบเทกแคร์ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวคำสอนจากแม่ที่กลายเป็นหลักคิดในชีวิต คุณแม่มักบอกแพรวาอยู่เสมอว่า “ไม่มีอะไรแย่ ในวันที่จิตใจเราดี” ตอนแรกแพรวายังไม่เข้าใจความหมายของประโยคนี้ จนกระทั่งได้มาทำงาน คำสอนนี้จึงช่วยดึงสติในหลาย ๆ ครั้ง เหมือนในวันที่ชีวิตรู้สึกแย่มาก อย่างน้อยเราก็ยังมีงานทำ ประโยคนี้เหมือนเป็นการสอนให้แพรวารู้จักแยกแยะเรื่องต่าง ๆ และทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุด โดยไม่ปล่อยให้ทุกอย่างแย่ไปกว่าเดิมจุดอ่อนคือการถูกมองข้ามและไม่ให้เกียรติ จุดอ่อนของแพรวาคือ การไม่ให้เกียรติหรือการถูกมองข้าม แพรวาจะรู้สึกไม่โอเคมาก ๆ หากถูกกระทำแบบนั้น เมื่อโตขึ้น แพรวาได้เรียนรู้ว่า “การร้องไห้กับเรื่องเศร้า มันยากกว่าการร้องไห้กับเรื่องที่มีความสุข” เธอสังเกตตัวเองว่า เวลารู้สึกเสียใจมาก ๆ กว่าจะร้องไห้ออกมาได้ ต้องผ่านการคิดค่อนข้างเยอะ หรือมีบางอย่างมากระตุ้นให้น้ำตาไหล แต่กลับกลายเป็นว่า เพียงแค่ดูหนังเรื่องหนึ่งที่จบแบบแฮปปี้ ก็ทำให้ร้องไห้ออกมาได้ง่ายกว่า เหมือนกับการที่เราต้องเข้มแข็งตลอดเวลา จนเผลอกดความเสียใจเอาไว้วันที่ต้องเข้มแข็งเพราะเห็นแม่อ่อนแอ แพรวารู้ว่าสิ่งนี้เกิดจากเหตุการณ์ในอดีต ตอนที่คุณยายเสีย จากที่ไม่เคยเห็นแม่ร้องไห้ แพรวากลับเห็นแม่ร้องไห้ ทั้งที่ในตอนนั้นแพรวายังเด็กและสนิทกับคุณยายมาก แต่แพรวาก็คิดได้ว่า นั่นก็แม่ของเขาเหมือนกัน เหตุการณ์นั้นจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้แพรวารู้สึกว่า เมื่อเห็นแม่อ่อนแอหรือใครก็ตาม เราจะต้องเข้มแข็งให้ได้วิธีจัดการกับความเสียใจ การจัดการความเสียใจของแพรวาคือ การร้องไห้ เพราะมองว่านั่นคือการปลดปล่อย เหมือนได้ระบายสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาอีกวิธีหนึ่งคือการออกกำลังกาย เพราะหากเราไม่ทำอะไรกับความรู้สึกนั้นเลย มันอาจค่อย ๆ กลายเป็นการเก็บกดเส้นทางสู่วงการที่เริ่มจากความฝันอยากเป็นนักร้อง การเป็นนักแสดงไม่ใช่ความฝันแรกของแพรวา ความฝันจริง ๆ ของเธอคือการเป็นนักร้องหรือแอร์โฮสเตส การเข้าสู่วงการของแพรวาเริ่มจากการตามความฝัน ด้วยการไปสมัคร The Star สองปี แต่ก็ไม่ผ่าน จนกระทั่งช่วงหนึ่ง Hormones เปิดรับสมัครนักแสดง แพรวาจึงลองไปสมัคร และผ่านเข้ารอบมาเรื่อย ๆ จนได้เป็นนักแสดงก่อนที่จะได้เป็นนักแสดง คุณแม่ไม่เห็นด้วย เพราะกลัวว่าถ้าแพรวาไม่ผ่านจะเสียใจ จนคุณพ่อต้องช่วยพูดว่าให้ลูกได้ลองทำ สุดท้ายแพรวาก็ได้เป็นนักแสดง และเพิ่งมารู้ภายหลังว่าคุณแม่เคยไปบนขอพรให้เธอบท “ขนมปัง” กับวันที่คนยังแยกตัวละครไม่ออก สมัยที่รับบท “ขนมปัง” ใน Hormones แพรวายอมรับว่ากระแสตอนนั้นแรงมาก เหมือนคนยังแยกแยะคาแรกเตอร์กับตัวจริงไม่ได้ ตอนนั้นเธอรู้สึกแย่มากกับคำด่าและคำวิจารณ์ อีกทั้งตอนนั้นยังเป็นเด็กใหม่ในวงการ จึงยังรับมือกับเรื่องแบบนี้ได้ไม่ดีนักจนได้คุยกับพี่ย้ง มุมมองของแพรวาก็เปลี่ยนไปจากคำพูดสั้น ๆ ว่า “ก็เราเล่นดีไง เขาเลยอิน”การรับมือกับคอมเมนต์และพื้นที่สาธารณะ การรับมือกับคอมเมนต์ของแพรวา คือการเข้าใจว่า เมื่อเราเป็นพื้นที่สาธารณะ มันง่ายมากที่เราจะกลายเป็นที่ระบายของคนอื่น แพรวาจึงคิดเพียงว่า “มนุษย์เกิดมาก็ไม่จำเป็นต้องชอบทุกคนบนโลก ทุกคนก็ไม่ได้ชอบเรา แต่มันคือการเมตตาซึ่งกันและกัน”ความรักที่สวยงามเหมือนพลุในดิสนีย์แลนด์ สำหรับแพรวา ความรักเปรียบเหมือนพลุในดิสนีย์แลนด์ ทุกคนชอบเพราะมันสวยงาม แพรวามองว่าทุกความรักล้วนสวยงาม ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นหรือจบลง มันก็ยังมีความสวยงามในแบบของมัน เหมือนพลุในดิสนีย์แลนด์ที่ไม่เหมือนกัน และเปลี่ยนไปได้ตลอดสเปกความรักและคนที่ดูแลหัวใจได้ แพรวาเป็นได้ทั้งผู้นำและผู้ตามในความรัก การเป็นผู้ตามของแพรวาเหมือนการทิ้งตัวอยู่บนเรือ บางครั้งเราก็อยากปล่อยให้ใครสักคนดูแล ส่วนเรื่องสเปก แพรวายอมรับว่าชอบคนหล่อ เพราะในวันที่แย่หรือเหนื่อยแค่ไหน แค่ได้เห็นแฟนหน้าตาดี ก็ทำให้มีความสุขได้ แต่ความจริงแล้ว แพรวาชอบคนที่ดูแลจิตใจได้ เช่น ถามคำถามง่าย ๆ ว่า “วันนี้เหนื่อยไหม” เป็นคนที่ดูแลและใส่ใจโดยที่เราไม่ต้องบอก แพรวายอมรับว่าเป็นคนคลั่งรักมาก เพราะหากจะคบใครสักคน เธอจะมองไปถึงอนาคต ถ้าคบกันไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีเป้าหมาย มันเหมือนเสียเวลา แพรวาเป็นคนชัดเจนกับความรักมาก ถ้าใช่ก็คือใช่ ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ไม่มีอะไรซับซ้อนความรักที่เจ็บที่สุด คือการเลิกกันทั้งที่ยังรัก สำหรับความรักที่ผ่านมา แพรวารู้สึกว่าทุกครั้งเธอไปจนสุดทาง ถึงแม้มันจะพังแค่ไหน แต่ก็ได้เรียนรู้เสมอ ครั้งที่เจ็บที่สุดคือ การเลิกกันทั้งที่ยังรักกัน มันไม่ใช่เพราะหมดใจ แต่มันหมดแรงที่จะไปต่อ ไม่ใช่ว่าไม่พยายาม แต่เพราะรักกัน จึงต้องปล่อยกันไป เพราะมันไปต่อไม่ได้จริง ๆ เรื่องนั้นทำให้แพรวาเข้าใจว่า ความรักที่ดีไม่ควรยากจนเกินไปความรักปัจจุบันและการรู้จักคัดกรองหัวใจตัวเอง สำหรับความรักในปัจจุบัน แพรวาต้องขอบคุณเฟยและแพทที่ช่วยเตือนสติ ทำให้เธอได้ทบทวนตัวเองว่า จริง ๆ แล้วต้องการความรักแบบไหน ถ้าเจอคนที่เราพร้อมจะเทหมดหน้าตัก นั่นแหละคือความรักที่เราตามหา และการได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ได้คุยกับตัวเองมากขึ้น ทำให้แพรวาเข้าใจตัวเองมากขึ้น และง่ายต่อการคัดกรองคนที่เข้ามาในชีวิตรักตัวเองในแบบของ แพรวา ณิชาภัทร แพรวาให้ตัวเองเป็นลำดับแรกเสมอ เป็นการเลือกตามใจตัวเอง แต่จะชั่งน้ำหนักระหว่างใจกับสมอง ถ้าเอาแต่ใจได้โดยไม่เดือดร้อนคนอื่น แพรวาก็จะทำ เพราะถ้าเรารักตัวเองไม่เป็น แล้วเราจะรักคนอื่นได้อย่างไรข้อผิดพลาดที่กลายเป็นเกราะป้องกันชีวิต สำหรับข้อผิดพลาดที่ผ่านมาในชีวิต แพรวามองว่า 30 ปีที่ผ่านมา เธอเจอมรสุมมาเยอะมาก แต่ถ้าให้ย้อนกลับไปได้ แพรวาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรเลย เพราะทุกสิ่งที่เจอมาสอนอะไรหลายอย่างให้เธอ ถ้าไม่มีข้อผิดพลาดเหล่านั้นเกิดขึ้น วันนี้เธออาจไม่มีเกราะป้องกันตัวเองเหมือนในปัจจุบันดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee















