วันคริสต์มาสคือวันอะไร? แจก 7 เคล็ดลับจัดงานสุดปัง!

Movie & Trend

วันคริสต์มาสคือวันอะไร? แจก 7 เคล็ดลับจัดงานสุดปัง!

18 ธ.ค. 2025

ในช่วงปลายปีที่อากาศเริ่มเย็นสบายและบรรยากาศแห่งความสุขอบอวล การวางแผนจัดงานเฉลิมฉลอง วันคริสต์มาสคือภารกิจสำคัญของใครหลายคน จากการรวมญาติอบอุ่นในครอบครัวไปจนถึงปาร์ตี้บริษัทที่ยิ่งใหญ่ กิจกรรมในวันคริสต์มาส ถือเป็นไฮไลท์ของการปิดท้ายปี แต่การจัดงานที่ “สุดปัง” ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ! มันต้องอาศัยการวางแผนอย่างเป็นระบบ การเข้าใจในคอนเซ็ปต์ของเทศกาล และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำให้งานของคุณมีความแตกต่างไม่เหมือนใคร


วันคริสต์มาสคือวันอะไร?

วันคริสต์มาส ในความหมายทางศาสนา วันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี คือวันแห่งการเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซูคริสต์ ซึ่งถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ที่เน้นย้ำถึงความรัก, การให้อภัย, และความหวัง

  • ความสำคัญทางจิตวิญญาณ

การประสูติของพระเยซูเปรียบเสมือน "ของขวัญอันยิ่งใหญ่ที่สุด" ที่ถูกมอบให้แก่มวลมนุษย์ นั่นจึงเป็นที่มาของธรรมเนียมการแลกของขวัญในปัจจุบัน

  • ความสำคัญทางวัฒนธรรมสมัยใหม่

วันคริสต์มาสได้วิวัฒนาการมาเป็นเทศกาลแห่งครอบครัวและการรวมตัว โดยเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนหยุดพักผ่อนเพื่อใช้เวลากับคนที่รัก และเป็นโอกาสในการส่งต่อความเมตตาให้กับผู้อื่น

 

ประวัติวันคริสต์มาสและที่มาของธรรมเนียมสุดคลาสสิก

การจัดปาร์ตี้คริสต์มาสที่สมบูรณ์แบบส่วนใหญ่มีการอ้างอิงถึงธรรมเนียมที่สืบทอดกันมา เรามาดูกันว่า ประวัติวันคริสต์มาส ได้กำหนดธรรมเนียมที่เราใช้จัดงานในปัจจุบันได้อย่างไร

  • การประดับไฟ

ในอดีต ชาวโรมันโบราณใช้ไฟเพื่อเฉลิมฉลองช่วงวันเหมายัน (Winter Solstice) เมื่อธรรมเนียมคริสต์มาสเข้ามาแทนที่ ไฟจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของพระเยซูผู้เป็น "แสงสว่างแห่งโลก" (Light of the World)

  • ซานตาคลอส (Santa Claus)

มีต้นกำเนิดจากนักบุญนิโคลัสในตุรกี ผู้มีชื่อเสียงด้านความใจดีและการให้ของขวัญแก่คนยากจน ในศตวรรษที่ 19 ซานตาคลอสถูกนำมาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้เป็นชายชราใจดีที่บินมาพร้อมกับรถเลื่อน

  • การร้องเพลงคริสต์มาส (Caroling)

มีต้นกำเนิดในยุคกลาง โดยเริ่มจากการร้องเพลงเต้นรำรอบกองไฟ (Carole) ก่อนจะถูกนำมาปรับใช้ในการร้องเพลงสวดเพื่อบอกเล่าเรื่องราวการประสูติ

 

 ไอเดียการเฉลิมฉลองในวันคริสต์มาส

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน การเฉลิมฉลองในวันคริสต์มาส มักจะมีองค์ประกอบหลักๆ ที่เหมือนกันคือการแขวนถุงเท้าไว้หน้าเตาผิง, การติดพวงมาลัย (Wreath) ที่หน้าประตู และการเปิดไฟประดับรอบบ้าน รวมไปถึงการเข้าร่วมพิธีมิสซาเที่ยงคืนที่โบสถ์เพื่อซึมซับบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่น

 

เรื่องเกี่ยวกับวันคริสต์มาสที่คุณต้องรู้!

มาเพิ่มความสนุกกับสิ่งที่คุณอาจยังไม่เคยได้ยินมาก่อน

  • ซานตาคลอสไม่ได้ใส่ชุดแดงมาตั้งแต่แรก

เดิมทีภาพลักษณ์ของนักบุญนิโคลัสสวมชุดหลายสี แต่สีแดงกลายเป็นเอกลักษณ์ระดับโลกหลังจากแคมเปญโฆษณาของ Coca-Cola ในยุค 1930

  • เพลง "Jingle Bells" ไม่ใช่เพลงคริสต์มาส

เดิมทีเพลงนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อใช้ในเทศกาล Thanksgiving (วันขอบคุณพระเจ้า) ต่างหาก

  • ถุงเท้าคริสต์มาสมาจากความบังเอิญ

ตามตำนาน นักบุญนิโคลัสหย่อนเหรียญทองลงในปล่องไฟแล้วเหรียญตกลงไปในถุงเท้าที่ตากไว้พอดี

  • ต้นคริสต์มาสกินได้? 

ในอดีตชาวเยอรมันประดับต้นไม้ด้วยอาหาร เช่น แอปเปิล ถั่ว และคุกกี้ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นของตกแต่งพลาสติกในปัจจุบัน

  • คริสต์มาสคือฤดูกาลแห่งการเลิกกันน้อยที่สุด

 จากสถิติโซเชียลมีเดียพบว่า ช่วงก่อนคริสต์มาส 2 สัปดาห์เป็นช่วงที่คนเลิกกันน้อยที่สุด เพราะทุกคนอยากใช้เวลาที่มีความสุขร่วมกัน


แนะนำการจัดการงบประมาณนการจัดงาน ไม่ให้บานปลาย

การกำหนดงบประมาณที่ชัดเจนตั้งแต่แรกเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ปาร์ตี้ของคุณไม่สิ้นเปลือง ควรจะแบ่งงบประมาณออกเป็นหมวดหมู่

  • อาหารและเครื่องดื่ม (40%): เป็นส่วนที่ใช้จ่ายมากที่สุด ควรจัดเมนูที่คุ้มค่าและสามารถทำล่วงหน้าได้
  • การตกแต่งและบรรยากาศ (30%): ลงทุนกับแสงไฟและดนตรี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการสร้าง Mood
  • ของขวัญและรางวัล (20%): งบประมาณสำหรับกิจกรรมแลกของขวัญและรางวัลสำหรับเกมต่าง ๆ
  • เบ็ดเตล็ด (10%): เช่น ค่าเช่าสถานที่ (ถ้ามี), ค่าทำความสะอาด, ค่าอุปกรณ์เสริม

 

แจก 7 เคล็ดลับจัดงานปาร์ตี้คริสต์มาสสุดปัง 

การเป็นเจ้าภาพจัดงานปาร์ตี้คริสต์มาสที่น่าจดจำ ไม่ใช่แค่การมีอาหารอร่อยและการตกแต่งสวยงามเท่านั้น แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่เข้าถึงทุกประสาทสัมผัสและเต็มไปด้วยปฏิสัมพันธ์ กิจกรรมในวันคริสต์มาส ที่สุดยอดต้องอาศัยการวางแผนกลยุทธ์ที่ทำให้งานของคุณแตกต่างจากงานเลี้ยงทั่วไป นี่คือ 7 เคล็ดลับทองคำ ที่ผ่านการคัดสรรจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานอีเวนต์ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเนรมิตปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ สร้างความสุขที่ยั่งยืน และทำให้แขกทุกคนรู้สึกพิเศษจนต้องแชร์รูปภาพลงโซเชียลมีเดีย

  • เลือกธีมสีที่ดูดีและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

แทนที่จะใช้แค่สีแดงและสีเขียวแบบเดิมๆ ลองยกระดับงานของคุณด้วยการเลือกโทนสีที่ดูทันสมัยและเข้ากับสถานที่ เช่น ธีม "Winter Wonderland" ที่เน้นสีขาวและเงินเพื่อความหรูหรา หรือธีม "Rustic Christmas" ที่เน้นงานไม้และสีน้ำตาลธรรมชาติเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นเป็นกันเอง การคุมโทนสีให้ชัดเจนตั้งแต่วงกบประตูไปจนถึงผ้าปูโต๊ะ จะช่วยให้งานปาร์ตี้ของคุณดูเป็นระเบียบและเป็นมืออาชีพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

  • เน้นการจัดแสงไฟแบบ Warm White เพื่อสร้างมู๊ด

เคล็ดลับความปังที่หลายคนมองข้ามคือการควบคุม "แสงสว่าง" ภายในงาน โดยการปิดไฟเพดานที่มีความสว่างจ้าเกินไป แล้วแทนที่ด้วยไฟเส้น (Fairy Lights) หรือไฟประดับสีส้มนวล (Warm White) พาดผ่านตามมุมห้องหรือบนต้นคริสต์มาส แสงไฟที่นุ่มนวลจะไม่เพียงแต่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูน่าค้นหาและอบอุ่น แต่ยังเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้แขกถ่ายรูปออกมาผิวสวยและภาพดูมีมิติมากขึ้นอีกด้วย

 

  • จัดมุมอาหารและเครื่องดื่มแบบ "บริการตัวเอง" (DIY Bar)

ลดภาระการดูแลแขกของเจ้าภาพด้วยการจัดมุมอาหารที่แขกสามารถร่วมสนุกและสร้างสรรค์เมนูในแบบของตนเองได้ เช่น การจัด "Hot Cocoa Bar" ที่มีเครื่องเคียงอย่างมาชเมลโลว์และแท่งซินนามอน หรือมุม "Mini Slider" ที่แขกสามารถเลือกท็อปปิ้งเองได้ กิจกรรมนี้นอกจากจะช่วยลดขั้นตอนการบริการแล้ว ยังเป็นจุดรวมตัวที่ทำให้แขกได้ยืนพูดคุยสังสรรค์กัน

 

  • ยกระดับกิจกรรมแลกของขวัญให้น่าตื่นเต้นกว่าเดิม

เปลี่ยนการจับฉลากที่แสนธรรมดาให้กลายเป็นกิจกรรมไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยด้วยการเพิ่มกติกาที่สร้างสรรค์ เช่น การเล่นเกม "White Elephant" ที่อนุญาตให้แขกสามารถขโมยของขวัญจากคนก่อนหน้าได้ หรือการกำหนดโจทย์ของขวัญที่ "ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรชื่อเล่น" เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ การเพิ่มเรื่องราวและกติกาลงไปในการแลกของขวัญจะช่วยสร้างเสียงหัวเราะและความตื่นเต้นที่เป็นจุดสูงสุดของงานปาร์ตี้คริสต์มาสปีนี้

 

  • กระตุ้นบรรยากาศด้วยกลิ่นหอมประจำเทศกาล

ประสาทสัมผัสเรื่อง "กลิ่น" คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้แขกเข้าถึงจิตวิญญาณของเทศกาลคริสต์มาสได้ทันทีตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้างาน ลองใช้เทียนหอมหรือเครื่องพ่นอโรม่ากลิ่นไม้สน (Pine), อบเชย (Cinnamon) หรือกลิ่นเปลือกส้มอบแห้งมาประดับไว้ตามจุดต่างๆ กลิ่นหอมที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้จะช่วยเชื่อมโยงความรู้สึกของแขกเข้ากับความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับวันคริสต์มาส และทำให้บ้านของคุณดูสะอาดและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

 

  • จัดเพลย์ลิสต์เพลงที่คุมโทนบรรยากาศตั้งแต่ต้นจนจบ

เสียงเพลงคือตัวกำหนดจังหวะความสนุกของงานเลี้ยง ดังนั้นคุณควรจัดเรียงลำดับเพลงล่วงหน้าโดยแบ่งเป็นช่วงๆ เริ่มจากเพลงแนว Jazz Christmas เบาๆ ในช่วงเปิดตัวและรับประทานอาหารเพื่อขับกล่อมให้แขกรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เร่งจังหวะเป็นเพลง Pop Christmas ที่คุ้นหูในช่วงทำกิจกรรมแลกของขวัญ เพื่อกระตุ้นให้แขกรู้สึกตื่นตัวและสนุกสนานไปกับเสียงเพลงที่คัดสรรมาอย่างถูกที่ถูกเวลา

 

  • ออกแบบมุมถ่ายภาพพร้อมพร็อพสุดเก๋

ในยุคโซเชียลมีเดีย มุมถ่ายภาพคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยโปรโมตความสำเร็จของงานคุณผ่านรูปภาพที่แขกนำไปโพสต์ลงอินสตาแกรมหรือติ๊กต็อก ควรจัดพื้นที่เล็กๆ ที่มีฉากหลังสวยงามเข้ากับธีมงาน พร้อมตะกร้าพร็อพ เช่น หมวกซานต้า, แว่นตาแฟนซี หรือป้ายคำพูดสนุกๆ ที่เกี่ยวกับวันคริสต์มาส การมีพื้นที่ที่จัดแสงมาอย่างดีและมีอุปกรณ์พร้อมสับ จะทำให้แขกเพลิดเพลินกับการเก็บภาพความประทับใจและช่วยกระจายบรรยากาศความสุขออกไปสู่โลกออนไลน์


 

related Movie & Trend

H&M ขนทัพแฟชั่น ลดราคาจัดหนักสูงสุด 50%

12 ต.ค. 2022

H&M ขนทัพแฟชั่น ลดราคาจัดหนักสูงสุด 50%

ใครไวใครได้ HM ขนกองทัพเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ จะของผู้หญิง ผู้ชาย หรือของเด็กก็ลดราคาจัดหนักสูงสุด 50% ราคาดีแบบนี้ ต้องรีบวิ่งไปซื้อกันแล้ว ช็อปสะบัดได้ตั้งแต่ 4-19 ตุลาคม 2565 ที่ HM ทุกสาขาเงื่อนไข- สินค้าในแต่ละสาขาอาจจะต่างกัน

ฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมงก่อนใครได้ทุกเมื่อ ที่ Atime

03 ก.ย. 2025

ฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมงก่อนใครได้ทุกเมื่อ ที่ Atime

การฟังวิทยุออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป ที่เว็บไซต์ Atime มีคลื่นวิทยุออนไลน์มากมายให้เลือกฟังเหมาะสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย แค่เพียงมีเครื่องมือสื่อสารในโลกยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยแอปพลิเคชันและสื่อใหม่ ๆ มากมาย การฟังวิทยุออนไลน์เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เพียงแต่ทำให้คุณได้ฟังเพลงโปรด หรืออัปเดตข่าวสารต่าง ๆ แต่ยังช่วยให้คุณเชื่อมโยงกับโลกภายนอกได้อย่างต่อเนื่องและสะดวกสบาย การฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านอินเทอร์เน็ตทำให้คุณสามารถเลือกฟังรายการโปรดได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่จำกัดแค่การฟังในรถหรือบ้านเท่านั้น สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีฟังวิทยุออนไลน์ที่มีความหลากหลายและเข้าถึงง่าย ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับจุดเด่นของการฟังวิทยุออนไลน์ที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเหตุผลว่าทำไม Atime จึงเป็นแพลตฟอร์มที่คุณไม่ควรพลาดการฟังวิทยุออนไลน์ในปัจจุบันในยุคที่การเสพสื่อเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การฟังวิทยุออนไลน์กลับกลายเป็นทางเลือกที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ฟังวัยผู้ใหญ่ที่เติบโตมากับคลื่นวิทยุและยังหลงใหลในเสน่ห์ของเสียง ดีเจ และเพลงที่เลือกสรรมาอย่างมีรสนิยม การฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องรับวิทยุอีกต่อไป ขอเพียงมีอินเทอร์เน็ต ก็สามารถเข้าถึงรายการโปรดได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่บ้าน ขับรถ หรือทำงาน การเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลไม่ได้ทำให้วิทยุเลือนหาย แต่กลับทำให้มันเข้าถึงง่ายและทันสมัยมากยิ่งขึ้นจุดเด่นของวิทยุออนไลน์ ที่สื่อบันเทิงอื่น ๆ เทียบไม่ได้แม้ปัจจุบันจะมีแพลตฟอร์มความบันเทิงมากมายให้เลือกใช้ ทั้ง YouTube, Spotify, หรือพอดแคสต์ แต่สิ่งที่ทำให้การฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมงยังคงโดดเด่นคือ ความเรียลไทม์ และอารมณ์ร่วมขณะฟังที่สื่ออื่นไม่สามารถมอบให้ได้ทั้งหมดการถ่ายทอดสดจากดีเจมืออาชีพ - ดีเจในรายการวิทยุมีประสบการณ์ในการจัดรายการ การเลือกเพลง และการสื่อสารกับผู้ฟังแบบทันที ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตข่าวสาร เพลงใหม่ หรือประเด็นร้อนจากสังคม ล้วนถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงและลีลาที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนมีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลาเลือกฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง - หลายคนเลือกฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดช่วงเวลาออกอากาศ หากไม่มีเวลาฟังสด ก็สามารถย้อนฟังรายการที่ชอบได้อย่างสะดวก เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต และยังตอบโจทย์คนที่ทำงานเป็นกะ หรือมีเวลาว่างไม่แน่นอนเพลงหลากหลาย ไม่ต้องเลือกเอง - ในยุคที่การเลือกเพลงฟังกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก วิทยุออนไลน์ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาจัดเพลย์ลิสต์เอง เพราะดีเจจะคัดเพลงที่น่าสนใจมาให้ฟังแบบต่อเนื่อง โดยเฉพาะสายที่ชอบเปิดเพลงคลอทำงาน หรือฟังเพลงตอนขับรถ การ ฟังเพลงวิทยุออนไลน์ จึงเป็นทางเลือกที่ผ่อนคลายและง่ายดายมีรายการบันเทิงและสาระครบทุกรส - นอกจากเพลงแล้ว วิทยุออนไลน์ยังมีรายการข่าว รายการทอล์กโชว์ รายการดูดวง ไปจนถึงคอนเทนต์เพื่อสุขภาพและครอบครัว ผู้ฟังสามารถเลือกฟังได้ตามความสนใจ โดยไม่ต้องสลับแอปให้วุ่นวายใครที่เหมาะกับการฟังวิทยุออนไลน์บ้างการฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ไม่ได้จำกัดกลุ่มผู้ฟังเฉพาะวัยใดวัยหนึ่งเท่านั้น แต่สามารถตอบโจทย์ผู้ฟังหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความต่อเนื่อง ความบันเทิง และความรู้สึกเชื่อมโยงกับสังคมผ่านเสียงคนวัยทำงานอายุ 40 ปีขึ้นไป - กลุ่มนี้เติบโตมากับวิทยุ และยังคงชื่นชอบการฟังเสียงดีเจ เลือกเพลง และพูดคุยเรื่องราวใกล้ตัว การฟังเพลงวิทยุออนไลน์ ช่วยให้พวกเขายังคงรักษาวิถีการเสพสื่อแบบเดิมไว้ได้ แต่ในรูปแบบที่ทันสมัยกว่าแม่บ้านหรือผู้ที่อยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ - สำหรับผู้ที่ทำงานบ้านทั้งวัน การเปิดวิทยุออนไลน์ไว้เป็นเพื่อนคือสิ่งที่เติมเต็มบรรยากาศในบ้านได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะฟังเพื่อความบันเทิง หรือฟังข่าวสาร ก็สามารถทำไปพร้อมกับกิจวัตรประจำวันได้โดยไม่รบกวนมือนักเรียน นักศึกษา - แม้จะดูเหมือนว่าวัยรุ่นยุคใหม่จะไม่ฟังวิทยุ แต่หลายคนกลับเลือกฟังวิทยุออนไลน์เพื่อเปิดเพลงคลอขณะทำงาน อ่านหนังสือ หรือแม้แต่เรียนออนไลน์ เพราะช่วยลดความเครียดและสร้างสมาธิได้ดีคนที่เดินทางบ่อยหรือใช้รถส่วนตัว - คนขับรถแท็กซี่ คนส่งของ หรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศที่ต้องเดินทางไปทำงานทุกวัน มักเลือกฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านมือถือหรืออุปกรณ์ในรถ เพื่อให้การเดินทางไม่น่าเบื่อ และยังอัปเดตข่าวสารได้แบบทันทีสรุปการฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ไม่ใช่แค่การเสพสื่อเสียงเท่านั้น แต่คือประสบการณ์ที่ผสมผสานความบันเทิง ข่าวสาร เพลงดี ๆ และความเชื่อมโยงทางอารมณ์ ที่สื่อสมัยใหม่ไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด เหมาะกับผู้ฟังทุกวัยที่ต้องการเพื่อนทางเสียงที่เข้าใจจังหวะชีวิต หากคุณกำลังมองหาแพลตฟอร์มวิทยุออนไลน์ที่มีทั้งคุณภาพ เสียงคมชัด และรายการคุณภาพ ขอแนะนำเว็บไซต์ Atime แพลตฟอร์มที่รวมคลื่นวิทยุชั้นนำอย่าง EFM, Green Wave และ Chill Online ให้คุณสามารถฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ได้อย่างไม่มีสะดุด พร้อมฟีเจอร์พิเศษที่สามารถฟังรายการย้อนหลังได้อีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่พลาดช่วงเวลาออกอากาศ หรืออยากย้อนฟังช่วงที่ชอบซ้ำอีกครั้ง

กลับมาแล้ว! นำแก้วมาเอง ลด 5.- ที่ Cafe Amazon

04 ต.ค. 2022

กลับมาแล้ว! นำแก้วมาเอง ลด 5.- ที่ Cafe Amazon

ชาวออฟฟิศร้องกรี๊ด กลับมา Cafe Amazon แค่นำแก้ว Tumbler พลาสติก หรือ Tumbler สแตนเลสมาก็ใช้เป็นส่วนลดเครื่องดื่มได้ 5.- ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 65 เป็นต้นไป ที่ Café Amazon ทุกสาขา สายเครื่องดื่มอย่าลืมแวะอเมซอน แล้วเอาแก้วตัวเองมาก็ลดค่าเครื่องดื่มได้เลย ไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์ด้วยน้าาาเงื่อนไข- เฉพาะเมนูปั่นหรือเย็นเท่านั้น

7 เคล็ดลับจัดกระเป๋ายังไงให้ประหยัดพื้นที่

19 เม.ย. 2023

7 เคล็ดลับจัดกระเป๋ายังไงให้ประหยัดพื้นที่

ปัญหาที่ทุกคนเจอเวลาต้องแพ็กกระเป๋าไปเที่ยว โดยเฉพาะเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ ก็คือต้องบริหารพื้นที่ในกระเป๋าให้ดี ไหนจะเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว รวมไปถึงต้องเผื่อพื้นที่สำหรับใส่ของฝากกลับมาด้วย Chill Online เอาใจสายเที่ยว ขอแชร์เคล็ดลับที่อยากบอกต่อ จัดกระเป๋ายังไงให้ประหยัดพื้นที่ เรามาดูกันได้เลยรูปภาพจาก Pinterestม้วนแทนพับวิธีที่ง่ายที่สุดที่เราลองแล้วเวิร์คมาก ๆ คือเปลี่ยนจากการพับเสื้อผ้า เป็นการม้วนเอาแทน นอกจากจะช่วยประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าเดินทาง สามารถวางเรียงได้อย่างเป็นระเบียบ หรือใส่ตามซอกเล็กซอกน้อยได้แล้ว ยังช่วยให้เสื้อผ้าไม่เป็นรอยพับ ยับน้อยลงอีกด้วยใส่ถุงสูญญากาศสำหรับใครที่ต้องจัดกระเป๋าไปเที่ยวเมืองหนาว แล้วต้องพกเสื้อโค้ท เสื้อไหมพรม หรือสเวตเตอร์หนา ๆ ไปหลายตัว ถุงซิปล็อกสูญญากาศถือเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลย การเอาเสื้อผ้าใส่ถุงสูญญากาศแล้วสูบลมออก จะช่วยลดการใช้พื้นที่ในกระเป๋าไปได้มาก แถมยังช่วยรักษาความสะอาดได้ด้วยรูปภาพจาก Pinterestของใช้ไซซ์พกพาเวลาไปเที่ยวแต่ละครั้ง ทุกคนก็ต้องพกของใช้ส่วนตัวต่าง ๆ ไปด้วย เช่น ครีมอาบน้ำ ยาสระผม ครีมทาผิว สกินแคร์ แน่นอนว่าถ้าหากเอาไปทั้งขวดจากที่บ้าน ก็จะเปลืองพื้นที่ในกระเป๋าไม่ใช่น้อย ดังนั้นควรเลือกซื้อของใช้ไซซ์พกพาเอาไว้ สำหรับใช้เวลาไปเที่ยวโดยเฉพาะ หรือหาซื้อขวดหรือกระปุกเล็ก ๆ เพื่อแบ่งไปแทนหยิบเสื้อผ้าสีพื้นไปด้วยการแต่งตัว ถ่ายรูป อัปโซเชียล ถือเป็นสิ่งที่มาคู่กันกับการท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ แต่ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ในกระเป๋า จะพกเสื้อผ้าจากบ้านไปเยอะ ๆ ก็กลัวจะไม่เหลือพื้นที่ใส่ของฝากกลับมา ดังนั้นเราแนะนำว่านอกจากเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดที่ดูมีเอกลักษณ์แล้ว ให้หยิบเสื้อผ้าสีพื้นที่ใส่ง่ายแมตช์ได้หลายลุคไปด้วย เช่น สีดำ สีขาว ยีนส์ จะช่วยให้ทุกครีเอทลุคใหม่ ๆ ได้ง่าย ใส่ซ้ำได้ โดยไม่เปลืองเสื้อผ้าและพื้นที่กระเป๋ารูปภาพจาก Pinterestเก็บถุงเท้าไว้ในรองเท้าสำหรับคนที่มีความจำเป็น หรือต้องการพกรองเท้าไปหลายคู่ เพื่อแมตช์กับหลาย ๆ ลุค สิ่งหนึ่งที่จะช่วยประหยัดพื้นที่ได้ คือการม้วนถุงเท้าเก็บไว้ในรองเท้า แต่ถ้าหากกังวลเรื่องความสะอาด ก็สามารถนำถุงเท้าใส่ถุงซิปล็อกก่อน แล้วค่อยเก็บไว้ในรองเท้าก็ได้เช่นเดียวกันเก็บชุดชั้นในตามซอกกระเป๋าชุดชั้นในถือเป็นเสื้อผ้าชิ้นเล็ก ๆ ที่สามารถเก็บไว้ตามซอกกระเป๋าได้ เราจึงแนะนำให้ทุกคนลองจัดเสื้อผ้า และของใช้อื่น ๆ ลงกระเป๋าให้เรียบร้อยก่อน แล้วดูว่าตรงไหนมีพื้นที่เหลือพอที่จะเก็บชุดชั้นในได้บ้าง ค่อยเหน็บชุดชั้นในไว้ตามที่ว่าง อาจจะเน้นตามด้านข้างกระเป๋า เพื่อให้สามารถหาและหยิบใช้ได้ง่ายรูปภาพจาก Pinterestถือเสื้อผ้าหนัก ๆ ขึ้นเครื่องอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยประหยัดพื้นที่และน้ำหนักกระเป๋าได้ ก็คือการถือเสื้อผ้าหนัก ๆ ขึ้นเครื่อง ใครที่เอาเสื้อโค้ท หรือแจ็กเก็ตไปหลาย ๆ ตัว ให้เลือกสักตัวมาใส่หรือถือขึ้นเครื่องไปด้วย นอกจากจะช่วยประหยัดพื้นที่แล้ว ยังใช้ถือเป็นพร็อบเก๋ ๆ ถ่ายรูป Airport Look ได้ด้วยนะใครเป็นสายเที่ยว จัดกระเป๋าตามเคล็ดลับที่เราเอามาแชร์เหล่านี้ รับรองว่าทริปหน้ามีพื้นที่กระเป๋าเหลือเยอะกว่าเดิมแน่นอน เที่ยวให้สนุกแบบชิล ๆ แล้วก็อย่าลืมระวังทรัพย์สินมีค่ากันด้วยนะ