กลับมาเจอตัวเองอีกครั้ง… เพราะรักครั้งนี้ l CLUB PRIDE DAY inside EP.17 เขื่อน ภัทรดนัย

Recap

กลับมาเจอตัวเองอีกครั้ง… เพราะรักครั้งนี้ l CLUB PRIDE DAY inside EP.17 เขื่อน ภัทรดนัย

     “วันที่ไม่ดี ไม่ใช่ชีวิตที่ไม่ดี” หนึ่งในประโยคที่สะท้อนตัวตนและการเติบโตของ “เขื่อน ภัทรดนัย” ได้ชัดที่สุด จากบทสนทนาในรายการ CLUB PRIDE DAY inside EP.17 ที่ไม่ได้พูดถึงแค่ความรัก แต่ยังพูดถึงการกลับมาเข้าใจตัวเอง การยอมรับความเปราะบาง และการเรียนรู้ที่จะรักตัวเองอย่างแท้จริง

     เรื่องราวของเขื่อนในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของศิลปิน แต่คือเรื่องของมนุษย์คนหนึ่งที่เคยผิดหวัง เคยพัง เคยพยายามเป็นคนที่ทุกคนชอบ จนลืมไปว่าตัวเองต้องการอะไร

การตกผลึกในวัย 30 เมื่อชีวิตมี “อุปกรณ์ครบพร้อม”

เขื่อนเปรียบชีวิตในวัย 30 เหมือนเกม RPG ที่ผ่านการสะสมค่าประสบการณ์มาตลอดชีวิต ทั้งจากความสำเร็จ ความผิดหวัง ความเสียใจ และบทเรียนต่างๆ จนถึงวันที่รู้สึกว่า ตัวเองมี “อุปกรณ์ชีวิต” พร้อมมากพอที่จะเลือกเส้นทางที่ต้องการจริงๆ

แทนที่จะวิ่งตามมาตรฐานสังคมว่าอายุเท่านี้ต้องมีอะไร ต้องสำเร็จแบบไหน เขื่อนเลือกกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ความสำเร็จสำหรับเราคืออะไร”

เพราะเมื่อเราใช้ชีวิตด้วยการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นมากเกินไป สุดท้ายอาจหลงลืมความสุขที่แท้จริงของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว

การสื่อสารความเปราะบาง ไม่ต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เขื่อนพูดถึง คือ “Vulnerability” หรือการกล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเอง

เขื่อนแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับอาการ Panic Attack บนเวที รวมถึงรูปแบบความสัมพันธ์แบบ Avoidant ที่เคยเลือกวิ่งหนีปัญหาแทนการสื่อสาร แต่เมื่อเริ่มกล้าพูดความรู้สึกตรงๆ ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความกังวล หรือความไม่โอเค สิ่งเหล่านั้นกลับช่วยลดแรงกดดันในใจได้มาก

เขื่อนมองว่า มนุษย์ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งหรือสมบูรณ์แบบตลอดเวลา แค่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองก็เพียงพอแล้ว

การเลิกเป็น People Pleaser และกลับมาเลือกตัวเอง

เขื่อนยอมรับว่า ครั้งหนึ่งเคยใช้ชีวิตเพื่อทำให้คนอื่นมีความสุขมากกว่าตัวเอง ถึงขั้นเปรียบว่า 70% ของชีวิตคือการตอบสนองคนอื่น และเหลือพื้นที่ให้ตัวเองเพียง 30%

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาลองลิสต์สิ่งที่ตัวเองทำเพื่อตัวเองจริงๆ แล้วพบว่า หลายอย่างล้วนทำเพื่อให้คนอื่นพอใจ

People Pleaser คือกลไกทางจิตวิทยาที่ผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับการยอมรับจากคนรอบข้าง และหลายครั้งทำให้เราฝืนตัวเองโดยไม่รู้ตัว

เขื่อนจึงเรียนรู้ว่า “การรักตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว” การปฏิเสธบางอย่างเพื่อรักษาพลังงานชีวิตของตัวเอง เป็นสิ่งที่จำเป็น และเราไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนชอบเราเสมอไป

ความรักที่ปลอดภัย คือพื้นที่ที่เราเป็นตัวเองได้

ความรักครั้งล่าสุดทำให้เขื่อนเข้าใจคำว่า Secure Attachment หรือความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยมากขึ้น

สำหรับเขื่อน ความรักที่ดีไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบ แต่คือความสัมพันธ์ที่เรากล้าพูดถึงความไม่มั่นใจ ความหึงหวง หรือมุมที่ไม่น่ารักของตัวเองได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน

คนที่รักเราในวันที่เราเองยังไม่รักตัวเองมากพอ อาจกลายเป็นกระจกสำคัญที่ช่วยให้เราอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

“กลับบ้านลูก” ประโยคสั้นๆ ที่เปลี่ยนชีวิต

หนึ่งในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของชีวิตเขื่อน คือช่วงที่ชีวิตสมรสสิ้นสุดลง และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวังในตัวเอง

แต่คำพูดสั้นๆ จากคุณแม่ว่า “กลับบ้านลูก” กลับกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้เขื่อนรู้ว่า ต่อให้ล้มเหลวแค่ไหน ก็ยังมีคนรักและพร้อมโอบรับเขาเสมอ

ความรักแบบไม่มีเงื่อนไข หรือ Unconditional Love ทำให้เขื่อนกล้ากลับมาเผชิญหน้ากับความจริง และเติบโตจากความผิดพลาดได้อย่างแท้จริง

การอยู่กับความรู้สึกผิด โดยไม่ต้องรีบขอโทษตัวเอง

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือการจัดการกับ “ความรู้สึกผิด” หรือ Guilt

เขื่อนอธิบายว่า หลายคนไม่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี จนสุดท้ายเลือกฝืนใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา

เขื่อนเปรียบการฝึกอยู่กับความรู้สึกผิดเหมือนการลงออนเซ็น ช่วงแรกอาจร้อนและอึดอัด แต่เมื่อค่อยๆ ฝึก เราจะเรียนรู้ว่า ความรู้สึกผิดบางอย่างไม่จำเป็นต้องรีบแก้ไข หรือรีบขอโทษ ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรผิด

Move on ไม่จำเป็นต้องรีบ และมนุษย์ควรมีความหวัง

ในมุมของการ Move on เขื่อนเชื่อว่า การสูญเสียไม่ว่าจะเกิดจากความรักหรือการจากลา ล้วนต้องใช้เวลาในการเยียวยา ความเศร้าไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมันคือร่องรอยของความทรงจำที่เคยมีความหมาย

ขณะเดียวกัน เขื่อนยังเชื่อว่า มนุษย์ควร “กล้าที่จะหวัง” แม้จะมีโอกาสผิดหวังก็ตาม เพราะชีวิตที่ไม่มีความหวัง อาจเป็นชีวิตที่เศร้ายิ่งกว่า

เลือกความสุข มากกว่าการเอาชนะ

เขื่อนพูดถึงอีกมุมสำคัญของชีวิตว่า มนุษย์มีเวลาเฉลี่ยเพียงประมาณ 4,000 กว่าสัปดาห์เท่านั้น

การเสียเวลาไปกับการตอบโต้คำวิจารณ์หรือพยายามเอาชนะคนอื่น จึงไม่คุ้มค่ากับความสุขที่เสียไป

แม้เขาจะเลือกโกรธหรือเกลียดคนที่เข้ามาวิจารณ์ได้ แต่สุดท้ายเขาเลือกที่จะ “ไม่เอาความสุขไปแลก”

และย้ำอีกครั้งว่า“วันที่ไม่ดี ไม่ใช่ชีวิตที่ไม่ดี”

สุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องน่าอาย

อีกหนึ่งสิ่งที่เขื่อนพยายามสื่อสารมาตลอด คือเรื่องสุขภาพจิต

เขื่อนมองว่า การพบจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัด ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอหรือเป็นบ้า แต่คือรูปแบบหนึ่งของการรักตัวเอง

หากวันหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าความสุขลดลง ใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิม หรือเหนื่อยล้าทางใจ การขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ คือการดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ก่อนที่ปัญหาจะกลายเป็นบาดแผลเรื้อรังในระยะยาว

     บทสนทนาใน CLUB PRIDE DAY inside EP.17 ของ “เขื่อน ภัทรดนัย” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความรัก แต่คือการเรียนรู้ที่จะกลับมา “เจอตัวเองอีกครั้ง” ผ่านความผิดหวัง ความเปราะบาง และการยอมรับว่า มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรักตัวเองได้ โดยไม่ต้องรู้สึกผิด

ดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee
 

you may also like