พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูจะกลับไปคบแฟนเก่าดีไหม ถ้าเขามีเงื่อนไขว่าห้ามมีอะไรกัน แต่หนูก็กลัวว่า หนูจะทนไม่ไหว

21 พ.ค. 2026

หนูจะกลับไปคบแฟนเก่าดีไหม ถ้าเขามีเงื่อนไขว่าห้ามมีอะไรกัน แต่หนูก็กลัวว่า หนูจะทนไม่ไหว

หนูจะกลับไปคบแฟนเก่าดีไหมถ้าเขามีเงื่อนไขว่าห้ามมีอะไรกันแต่หนูก็กลัวว่า หนูจะทนไม่ไหว ‘คุณคอร์นเนอร์’ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 พฤษภาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่กำลังจะคืนดีกับแฟนเก่า แต่เขายื่นเงื่อนไขว่าขอไม่มีอะไรกัน ‘คุณคอร์นเนอร์' (นามสมมติ) อายุ 22 ปี เธอมีแฟนที่อายุน้อยกว่าเธอประมาณ 2 ปี อายุราว 20 ปี ทั้งคู่คบหากันและย้ายมาอยู่ด้วยกัน พร้อมใช้ชีวิตคู่และมีเพศสัมพันธ์กันตามปกติ กระทั่งมาถึงจุดหนึ่งที่ทั้งคู่ตัดสินใจเลิกรากัน เนื่องจากฝ่ายชายยังลืมคนรักเก่าไม่ได้ ในช่วงแรกเขายังไม่ยอมรับเหตุผลที่แท้จริง แต่เมื่อเธอพยายามถามอย่างจริงจัง เขาจึงยอมบอกว่าไม่อยากให้เธอกลายเป็นเพียงคนคั่นเวลาระหว่างที่เขากำลังพยายามลืมคนรักเก่า อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเขากลับมาบอกอีกครั้งว่าสิ่งที่พูดไปอาจเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น หลังจากทั้งคู่เลิกรากันอยู่ประมาณ 2 วัน ฝ่ายชายก็ได้ย้ายออกจากบ้านไป แต่ก่อนหน้านั้นทั้งสองเคยสัญญากันไว้ว่าจะไปเที่ยวทะเลด้วยกัน อีกทั้งได้ทำการจองทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เธอจึงตัดสินใจกลับไปง้อเขา และกลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง แม้จะยังไม่ได้กลับมาอยู่ในสถานะแฟนเหมือนเดิมก็ตาม หลังจากนั้นทั้งคู่ได้เดินทางไปเที่ยวทะเลด้วยกัน และมีเพศสัมพันธ์ใกล้ชิดเหมือนเช่นที่ผ่านมา โดยเธอเล่าว่า ฝ่ายชายเป็นคนเริ่มต้นก่อน แต่เมื่อกลับจากทริปทะเล ฝ่ายชายกลับพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า หลังจากนี้เขาไม่อยากมีความสัมพันธ์ทางเพศอีก พร้อมให้เหตุผลว่าเขากลัวว่าเธอจะตั้งครรภ์ และกังวลว่าอนาคตของเธออาจไม่มีความสุข เธอเล่าว่า ตัวเธอเองยังมีความต้องการในเรื่องนี้อยู่ และยืนยันว่าทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์กัน ทั้งคู่ป้องกันอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเธอเองนั้นก็มีการกินยาคุมเป็นประจำเนื่องจากปัญหาสุขภาพ แต่ฝ่ายชายยังยืนยันว่า ต่อให้กลับมาคบกันในสถานะเดิม เขาก็ยังไม่อยากมีความสัมพันธ์ทางเพศอีก นอกจากนี้ เธอยังเล่าเพิ่มเติมว่า ฝ่ายชายอาจได้รับผลกระทบทางความคิดจากเรื่องของเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เคยพลาดตั้งครรภ์ จึงอาจเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกกังวลกับเรื่องนี้ เธอยังเล่าอีกว่า เธอเป็นคนแรกที่เขาเคยมีความสัมพันธ์ด้วย และหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้กลับมาเจอหน้ากันอีกเลย ในตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี พร้อมที่จะกลับมาคบกันในสถานะแฟน แต่มีเพียงเรื่องเดียว นั่นก็คือเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้คุณคอร์นเนอร์ยังกังวลอยู่ในใจ เพราะเธอเองก็รักเขา แต่ก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองนั้นจะทนไหว จึงอยากถามดีเจว่าควรจะทำอย่างไรดี ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า “แต่เรารู้สึก ชอบเขา รักเขาใช่ไหมล่ะ ก็ลอง แต่ก็ต้องเปิดใจไว้เจ็บ เจ็บก็เจ็บสิ คิดอย่างงี้ อย่างน้อยขอให้ได้ลอง สิ่งที่เขาพูดมันเอาแค่หล่อหรือเปล่า มันอดไม่ได้หรอกนะ คอร์นเนอร์ลองถามตัวเองว่าเราสามารถอยู่ได้ไหม ความสุขบางอย่างมันอาจจะมาทดแทนสิ่งนี้ก็ได้ เพราะความสัมพันธ์ในชีวิตคู่เรื่องเซ็กซ์ก็เป็นส่วนประกอบหลักเหมือนกันสำหรับบางคน” ‘ดีเจเผือก’ ให้คำแนะนำว่า “จากที่ฟังมาก็ดูว่าไม่ได้อยากเลิก เหมือนเราต้องรู้ก่อนว่าปริศนานี้มันคืออะไรกันแน่ เอาให้รู้คำตอบก่อน ไม่งั้นมันจะคาใจ เราไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า ถ้านอกเหนือจากกลัวการท้องก่อนกำหนด คอร์นเนอร์ลองอยู่ต่อให้หาคำตอบนี้ก็ได้ แต่ก็อยากให้รู้เหตุผลข้อนี้ก่อน” ‘ดีเจเติ้ล’ ได้เสริมอีกว่า “พี่ก็ยังไม่เชียร์ว่าให้เราเลิกกัน ลองพูดตรง ๆ ก่อนว่าถ้าเกิดไม่มีเพศสัมพันธ์กัน ก็ยังมีวิธีอื่นที่ทำให้เรามีความสุข จากที่เบอร์ 10 ก็ไปเบอร์ 5 เบอร์ 3 ก็ทำได้ และยังมีวิธีป้องกันอีกมาก ลองไปศึกษาดูด้วย และที่สำคัญก็มีสติ ดูเขาดี ๆ อะไรที่เขาประหลาดก็ทดไว้ในใจ” ปิดท้ายด้วยดีเจทั้งสามร่วมกันให้กำลังใจคุณคอร์นเนอร์ พร้อมอวยพรให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ดำเนินไปในทางที่ดี และสามารถกลับมาอัปเดตเรื่องราวกันได้อีกในอนาคตเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทั้งแฟนและครอบครัวของเราต่างไม่พอใจกัน เราที่เป็นคนกลางลำบากใจมาก ไม่รู้จะว่าไปต่อหรือพอกับรักครั้งนี้

21 พ.ค. 2026

ทั้งแฟนและครอบครัวของเราต่างไม่พอใจกัน เราที่เป็นคนกลางลำบากใจมาก ไม่รู้จะว่าไปต่อหรือพอกับรักครั้งนี้

ทั้งแฟนและครอบครัวของเราต่างไม่พอใจกันเราที่เป็นคนกลางลำบากใจมากไม่รู้จะว่าไปต่อหรือพอกับรักครั้งนี้ ‘คุณฟร๊องส์’ (นามสมมติ) สายแรกในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่แฟนไม่ชอบที่ครอบครัวของเธอ ทำให้เธอที่เป็นคนกลางรู้สึกลำบากใจ ‘คุณฟร๊องส์’ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ได้เล่าว่าความสัมพันธ์กับแฟนตอนนี้กำลังจะเข้าปีที่ 4 แล้ว แฟนเป็นผู้หญิงเหมือนกัน อายุ 25 ปี แต่ก่อนหน้านั้นช่วงระยะเวลาปีที่ 2 แฟนได้เข้ามาร่วมงานกับที่บ้านของเธอในระยะหนึ่ง โดยที่บ้านก็รู้สึกเข้ากันไม่ได้กับแฟนของคุณฟร๊องส์ เช่น ไม่ชอบนิสัยส่วนตัวของแฟน แฟนไม่รู้จักกาละเทศะ มีพฤติกรรมขณะทำงานที่ทำให้ที่บ้านไม่ค่อยชอบ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เพียงแต่ขอไม่เข้าไปยุ่งด้วย พอแฟนรู้เรื่องนี้ก็เกิดความไม่พอใจ เมื่อไหร่ก็ตามที่ทะเลาะกันก็จะนำเรื่องนี้มาพูดตลอด ซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าจะนำเรื่องของที่บ้านมาพูดทำไม ตัวคุณฟร๊องส์เองได้พูดตรง ๆ กับแฟนไปแล้วว่าการที่นำเรื่องที่บ้านมาพูดมันก็ไม่โอเค แฟนก็รับฟังแต่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร หลังจากนั้นแฟนก็นำเรื่องที่บ้านมาพูดเรื่อย ๆ และเริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น มีการพูดคำหยาบ และเริ่มใช้ความรุนแรง ถึงแม้ว่าจะเกิดเพียงแค่ครั้งเดียวแต่คุณฟร๊องส์ก็รู้สึกว่าการใช้ความรุนแรงมันไม่ควรเกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียวในความสัมพันธ์ แม้แฟนรับรู้ว่าครอบครัวของคุณฟร๊องส์ไม่ชอบตรงไหน แต่แฟนก็มักจะพูดถึงครอบครัวของคุณฟร๊องส์ในทางไม่ดีอยู่บ่อยครั้ง ยกตัวอย่างเหตุการณ์เช่น แฟนจะมาหาคุณฟร๊องส์ที่บ้านตามอำเภอใจไม่ได้ เพราะเป็นบ้านของญาติที่มีปัญหากัน แฟนคุณฟร๊องส์จึงเกิดอาการน้อยใจที่ไม่ได้ทำตามใจตนเอง และพาลพูดถึงครอบครัวในทางไม่ดี คุณฟร๊องส์เองก็พยายามมองอย่างเป็นกลาง และเห็นด้วยกับที่ครอบครัวพูดถึงนิสัยของแฟน เรื่องที่แฟนนิสัยไม่น่ารัก ซึ่งแฟนก็มองว่าทำไมต้องถือสาเขาด้วย ทำให้คุณฟร๊องส์พยายามอยู่ตรงกลางให้ได้มากที่สุด แต่ถ้ามีวันไหนแฟนว่าแรงเกินกว่าเหตุ คุณฟร๊องส์ก็จะห้ามปราม และบอกว่าเรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป แต่แฟนก็หาว่าเธอเข้าข้างครอบครัว และยังพูดอีกว่าถ้าเขาเข้ากับที่บ้านไม่ได้แล้วเราจะอยู่ด้วยกันอย่างไร นับวันปัญหาก็ดูเหมือนจะไม่จบสิ้น คุณฟร๊องส์เสริมว่าเธอทะเลาะกับแฟนเรื่องนี้เป็นประจำ อย่างน้อย 2 - 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แฟนเคยหลุดปากพูดด้วยว่า 'อยากหาคนใหม่' อีกเหตุการณ์คือคุณฟร๊องส์และแฟนทะเลาะกันเรื่องสิ่งของ คุณฟร๊องส์จึงพยายามตีตัวออกหากเพื่อเรียกสติแฟน เมื่อแฟนเห็นว่าไม่ตอบแชตและหายไป แฟนจึงทำการติดต่อไปยังที่บ้านของคุณฟร๊องส์เพื่อที่จะทวงสิ่งของ ทำให้อาของคุณฟร๊องส์งง อาไปเกี่ยวอะไรด้วย และถ้าให้คุณฟร๊องเลือกระหว่างแฟนและครอบครัว เธอเองก็เลือกไม่ได้ เพราะเธอเองก็รักทั้งแฟนและครอบครัว คุณฟร๊องส์จึงพยายามปลอบแฟนว่า อะไรที่เกี่ยวกับที่บ้านจะไม่พูดถึงให้ อย่างน้อยก็ให้นึกถึงแต่เรื่องดี ๆ ที่เคยทำด้วยกันแทน เธอเลยอยากได้คำแนะนำว่า ถ้ามันยังเป็นแบบนี้ต่อไปอีกเรื่อย ๆ และยังทะเลาะกันอีก ควรทำอย่างไรต่อดี เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “ตามพื้นฐานของความสัมพันธ์ ถ้าความสัมพันธ์ไหนไม่ได้ทำให้เราดีขึ้น หรือถ้าหากไม่ดีขึ้นก็ควรจะเท่าเดิม ถ้าการที่อยู่ในความสัมพันธ์แล้วไม่มีความสุขจะอยู่ด้วยกันต่อทำไม ให้ลองนำข้อดีมาแบ่งและหักล้างกับข้อเสียว่าถ้าในอนาคตจะเป็นคู่คิด คู่ชีวิตกันจะเป็นยังไงบ้าง ให้เอามาพิจารณาคำตอบให้ตัวเองดู” ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ที่สนับสนุนคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ว่า “ถ้าเขารู้ว่าที่บ้านของคุณฟร๊องส์ไม่ชอบอะไร แล้วเขาอยากให้ชีวิตรักดีขึ้น เขาก็ควรจะปรับตัว แต่นี่เขายืนยันจะเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นคุณฟร๊องส์ต้องตัดสินแล้วว่าอยู่แบบไหนถึงจะมีความสุขมากกว่ากัน ถ้าหากเขาซัพพอร์ตเราดี แต่มีปัญหา toxic เรื่องครอบครัวของเราแล้วไม่เปลี่ยนเราก็ต้องเลือกแล้วว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “เคยได้ยินคนเขาพูดว่า 'ก่อนหน้านี้ที่เราใช้ชีวิตผ่านปัญหา 99% แต่พอเราได้เจอเธอทำให้เรามีปัญหา 100%' เธอมาเติมเต็มปัญหาเลยละค่ะ ดังนั้นแฟนคือปัญหา เขาหยาบคาย ทำร้ายร่างกาย ไม่คิดจะปรับตัว อยากเลิก อยากมีคนอื่น พยายามอยู่เหนือเรา ข่มเรา แล้วเราจะเก็บเอาไว้ทำไม ตัดเขาออกแล้วอยู่คนเดียวดีกว่า ไม่ต้องมีภาระทางใจ ตอนนี้คุณฟร๊องส์อยู่เพราะอะไร แล้วเป็นแบบนี้ต่อจะไหวมั้ย จะทะเลาะกับคนรักอาทิตย์ละ 2 ครั้งเลยหรอ แต่ถ้าไม่เลิกก็ต้องทน เพราะเขาตั้งใจไม่ปรับ ยอมรับและอดทนให้ได้ เวลาเขาด่าที่บ้านเราก็นั่งลอย ๆ ไม่ต้องรับทราบอะไร แต่ถ้าได้สติ คนดี ๆ มีเยอะ” หลังจากให้คำปรึกษาเสร็จเรียบร้อย ‘ดีเจเผือก’ ได้เสริมว่า "อีกอย่างที่รับไม่ได้ในความสัมพันธ์คือขู่จะเลิกไปมีคนอื่น แม้จะทะเลาะกันแค่ไหนก็ไม่ควรพูดแบบนี้" จากนั้นคุณฟร๊องก็พูดขึ้นมาว่า "หนูเห็นเขาพูดหลายรอบแล้ว หนูก็เลยไปมีชู้ซะเลย" นั่นทำให้ดีเจทั้งสามถึงกับไปไม่เป็น คดีพลิก เตรียมเบิกตัวพยานอีกปากเพื่อที่จะได้พิจารณาได้อย่างถูกต้องเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

บ้านเรากำลังรีโนเวทใหม่ เลยไปขออาศัยกับบ้านญาติ กลายเป็นมีสมาชิกอยู่ในบ้าน 5 คน แต่มี 1 ห้องน้ำ บางครั้งเราอยากเข้าห้องน้ำมันก็จะเต็มตลอด เราทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง

21 พ.ค. 2026

บ้านเรากำลังรีโนเวทใหม่ เลยไปขออาศัยกับบ้านญาติ กลายเป็นมีสมาชิกอยู่ในบ้าน 5 คน แต่มี 1 ห้องน้ำ บางครั้งเราอยากเข้าห้องน้ำมันก็จะเต็มตลอด เราทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง

บ้านเรากำลังรีโนเวทใหม่ เลยไปขออาศัยกับบ้านญาติกลายเป็นมีสมาชิกอยู่ในบ้าน 5 คน แต่มี 1 ห้องน้ำบางครั้งเราอยากเข้าห้องน้ำมันก็จะเต็มตลอดเราทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง ‘คุณฟรีคิก’ (นามสมมติ) สายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษาจาก ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่ต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวใหญ่ แต่มีปัญหาเรื่องการใช้ห้องน้ำ ‘คุณฟรีคิก’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า เธอเองมีเหตุที่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่บ้านญาติ เพราะบ้านที่เคยอยู่กำลังรีโนเวทใหม่ โดยบ้านหลังนี้มีพ่อ แม่ ย่า ลุง และตัวคุณฟรีคิกเอง ซึ่งปัญหาอยู่ที่เธอไม่สามารถใช้ห้องน้ำในเวลาที่ต้องการ บางวันต้องรีบวิ่งเข้าไปจองห้องน้ำทันทีถ้าเห็นว่าตอนนั้นไม่มีใครกำลังใช้ห้องน้ำอยู่ ถึงแม้ว่าตัวเธอเองไม่ได้คิดจะใช้ห้องน้ำ และอีกเหตุผลที่ห้องน้ำไม่ค่อยว่างคือ ผู้สูงอายุในบ้านชอบซักผ้าในห้องน้ำ ทำให้ไม่สามารถใช้ห้องน้ำในช่วงเวลานั้นได้ และเนื่องจากเธอมาขออาศัยอยู่ด้วยจึงเกรงใจที่จะขอเข้าไปใช้ห้องน้ำ เธอยกเหตุการณ์เพิ่มเติมว่า ในวันหนึ่งช่วงเวลาประมาณ 9 โมง จะเป็นช่วงเวลาชุลมุนในบ้าน เธออยากเข้าห้องน้ำมากแต่ห้องน้ำก็ไม่ว่าง คุณฟรีคิกจึงต้องจำใจไปทำธุระเบาที่ใต้ต้นมะม่วงนอกบ้านแทน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอมั่นใจว่าไม่มีใครเห็นอย่างแน่นอน และเหตุการณ์ที่หนักใจที่สุดคือ คุณฟรีคิกตื่นมารออาบน้ำตั้งแต่ 6 โมงเช้าเพื่อจะเตรียมตัวไปเข้ายิมต่อ แต่จนเวลา 7 โมงแล้วก็ยังไม่ได้อาบน้ำ จะขับรถออกไปยิมก็ไม่ทันเพราะรถติดมาก ทำให้วันนั้นไม่ได้อาบน้ำและต้องตรงไปที่ออฟฟิศ คุณฟรีคิกต้องขออนุญาต CEO ว่าขอตัวไปอาบน้ำก่อนจึงจะมาเข้าทำงาน นี่คือผลจากปัญหาที่ห้องน้ำไม่พอต่อจำนวนคน เธอจึงอยากได้คำแนะนำว่า 'จะแก้ไขเรื่องปัญหาห้องน้ำไม่พออย่างไรดี' เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้กล่าวว่า “อาจจะแก้ปัญหาด้วยการไปเช่าห้องอยู่แทน หรือถ้าหากจำเป็นต้องอยู่ที่บ้านก็ลองใช้แพมเพิสผู้ใหญ่ก็ดี ดีกว่าไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง” ต่อด้วย ‘ดีเจเผือก’ ที่สมทบคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า “แต่ถ้าหากทำธุระใต้ต้นมะม่วงได้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แพมเพิสหรอก อาจจะไปอาบน้ำที่ฟิตเนสก็ได้นะ จัดการเวลาให้ทัน หรือจากคำแนะนำของพี่เติ้ลที่ให้ไปเช่าห้องอยู่ก็โอเค เพราะห้องน้ำก็มีได้แค่ห้องเดียวอยู่แล้วแก้ปัญหาไม่ได้” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “ถ้าแก้ที่เจ้าของบ้านไม่ได้ ก็ต้องแก้ที่ตัวเองตามที่ทุกคนให้คำแนะนำไป ไปเช่าห้องอยู่ที่อื่นใกล้ ๆ ละแวกบ้านเดียวกัน” นอกจากนี้ และคุณฟรีคิกยังเสริมคำถามปิดท้ายด้วยว่า หากเป็นดีเจทั้งสามจะแก้ปัญหาอย่างไรถ้าไม่ย้ายออก ดีเจทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าก็จะตื่นเช้ากว่าเดิมเพื่อที่จะได้เข้าไปใช้ห้องน้ำก่อน หรือแปรงฟันที่ออฟฟิศและอาบน้ำที่ฟิตเนสก่อนเข้าบ้านแทนเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แรก ๆ เราก็คบกันดี แต่หลัง ๆ แฟนเริ่มพูดคำหยาบคายใส่เรา ทั้งตอนที่ทะเลาะและไม่ได้ทะเลาะกัน จนแม่หนูบอกว่า "พ่อกับแม่ไม่เคยพูดจาแบบนี้ใส่กันเลยนะ"

16 พ.ค. 2026

แรก ๆ เราก็คบกันดี แต่หลัง ๆ แฟนเริ่มพูดคำหยาบคายใส่เรา ทั้งตอนที่ทะเลาะและไม่ได้ทะเลาะกัน จนแม่หนูบอกว่า "พ่อกับแม่ไม่เคยพูดจาแบบนี้ใส่กันเลยนะ"

แรก ๆ เราก็คบกันดีแต่หลัง ๆ แฟนเริ่มพูดคำหยาบคายใส่เราทั้งตอนที่ทะเลาะและไม่ได้ทะเลาะกันจนแม่หนูบอกว่า "พ่อกับแม่ไม่เคยพูดจาแบบนี้ใส่กันเลยนะ" ‘คุณแตงโม’ (นามสมมติ) อายุ 24ปีสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เเฟนของเธอนั้นมักจะพูดคำหยาบคายกับเธอแทบทุกวัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยหยาบคายขนาดนี้ ‘คุณแตงโม’ (นามสมมติ) เล่าว่า เธอคบกับแฟนมาได้ประมาณ 3 ปีกว่าแล้ว เเฟนอายุน้อยกว่าเธอประมาณ 3 ปี ช่วงแรกแฟนก็พูดจาไพเราะเป็นปกติ เรียกแทนกันว่า 'เธอ - เค้า' แต่เมื่อคบกันไปได้ประมาณ 8 - 9 เดือน ก็เกิดเหตุการณ์ทะเลาะกัน แฟนก็เริ่มเปลี่ยนสรรพนามเป็น 'มึง - กู' แทน นับตั้งแต่นั้นมา ก็ใช้สรรพนามนี้เรียกกันมาโดยตลอด แม้กระทั่งการพูดจาปกติที่ไม่ได้ทะเลาะกัน แฟนก็จะใช้คำหยาบคายในการพูดคุย ในช่วงแรก คุณแตงโมก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่หลังจากนั้นก็มีคำสร้อยที่รุนแรงมากขึ้น บางครั้งก็เป็น 'ชื่อสัตว์' ยิ่งเวลาที่แฟนโกรธ ก็จะยิ่งทวีถ้อยคำรุนแรงเพิ่มขึ้นไปอีก ขณะเดียวกัน คุณแตงโมกลับใช้ถ้อยคำหยาบคายกับแฟนน้อยมาก และยังพยายามใจเย็น รวมถึงพยายามใช้ถ้อยคำที่ดีตอบกลับไปเสมอ นอกจากนี้ เธอยังเล่าว่าเมื่อช่วง 1 - 2 เดือนที่แล้ว เธอทะเลาะกับแฟนในขณะที่เธอกำลังเปิด Speakerphone อยู่ นั่นทำให้แม่ของเธอได้ยินคำพูดของแฟนที่ใช้ด่าเธอที่รุนแรง เช่น อีห. หรือ อีค. แม่ของเธอจึงบอกคุณแตงโมว่า “ทำไมเขาพูดกับหนูแบบนี้ แม่ไม่โอเคเลยนะ พ่อยังไม่เคยพูดกับแม่แบบนี้เลย” คุณแตงโมบอกว่าได้บอกให้แฟนพูดจากับเธอให้ดีขึ้นกว่านี้และงดคำหยาบคายกับเธอได้หรือไม่ แต่แฟนของเธอก็ตอบกลับมาว่า “มึงก็รู้ว่ากูปรับเรื่องนี้ไม่ได้”เธอจึงอยากปรึกษาว่าควรจะทำอย่างไรดี ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้บอกว่า “ชีวิตคู่ไม่ใช่ปรับ 50 - 50 มันจะมีบางเรื่องที่อาจจะ 100% ไปเลยที่เราต้องปรับ หรือ 80 - 20 ในตอนนี้เเฟนแตงโมค่อนข้างที่จะเอนไปถึง 100% ที่ไม่สามารถปรับได้ในเมื่อแฟนปรับไม่ได้ ก็ต้องรับให้ได้ ถ้าจะคบอยู่กับคนคนนี้” คุณแตงโมได้ตอบกลับไปว่า “หนูอยากเลิก แต่ตื่นมาอีกครั้ง ก็ไม่อยาก” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้เสริมว่า "ถ้าไม่อยากเลิกก็ต้องยอมทนต่อ ก็ต้องเจอแบบนี้ไปเรื่อย ๆ” ทางฝั่งของคุณแตงโมก็ได้บอกว่า ถ้าเป็นเรื่องอื่น แฟนคนนี้ก็ดี สามารถเข้ากันได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องคำพูดเท่านั้น แต่ในช่วงนี้ค่อนข้างหนัก เธอแทบน้อยใจแฟนแทบจะทุกวัน ในฝั่งของ ‘ดีเจเผือก’ ได้เสริมว่า "ส่วนตัวไม่ชอบการเรียกกันว่ามึงกูในความสัมพันธ์ของคู่รัก แตงโมต้องเด็ดขาดในการจะจบความสัมพันธ์ แต่ในเมื่อตื่นมาก็ยังทนได้ ก็คงต้องทน ทำได้อย่างเดียว” ปิดท้ายด้วยดีเจทั้งสามได้ส่งกำลังใจให้คุณแตงโม หากคุณแตงโมเลือกที่จะอยู่ในความสัมพันธ์นี้ และให้คุณแตงโมลองคิดไปในแง่ดีว่าแฟนอาจจะปากร้ายแต่เขาก็รักเราดีเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำยังไงดีคะ รักบ้านหลังนี้มาก ไม่อยากย้ายออก แต่ดันมี ‘เจ้าจิ้งจก’ ตัวปัญหาที่ทำให้คุณแฟนอยู่ไม่ได้ !

15 พ.ค. 2026

ทำยังไงดีคะ รักบ้านหลังนี้มาก ไม่อยากย้ายออก แต่ดันมี ‘เจ้าจิ้งจก’ ตัวปัญหาที่ทำให้คุณแฟนอยู่ไม่ได้ !

ทำยังไงดีคะ รักบ้านหลังนี้มาก ไม่อยากย้ายออกแต่ดันมี ‘เจ้าจิ้งจก’ ตัวปัญหาที่ทำให้คุณแฟนอยู่ไม่ได้ ! ‘คุณพีช (นามสมมุติ)’ สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก — ดีเจเติ้ล — ดีเจต้นหอม’ ด้วยคำถามที่ว่า ควรทำอย่างไรกับปัญหาเรื่อง ‘จิ้งจกในบ้าน’ ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ดันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับแฟน ‘คุณพีช (นามสมมุติ)’ อายุ 32 ปี เล่าว่า คบกับแฟนมาหลายปี จนปีที่แล้วเริ่มคิดที่จะลงหลักปักฐาน แฟนตัดสินใจจะซื้อบ้านอยู่ร่วมกัน ทั้งคู่ใช้เวลาในการหาบ้านจนได้เจอบ้านที่ถูกใจ ซึ่งเป็นบ้านเปล่า คุณพีชจึงได้ทำการตกแต่ง เลือกของที่ชอบเองทุกอย่าง จนกลายเป็นบ้านที่รักมาก แต่หลังจากอยู่ไปได้เพียง 2-3 เดือน เรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่เคยนึกถึงอย่าง ‘จิ้งจก’ กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะแฟนกลัวจิ้งจกเข้าขั้นแพนิค จิ้งจก 1 ตัวในห้องครัวก็เป็นปัญหา เพียงได้ยินเสียงก็หลอนแล้ว แฟนคุณพีชกลัวจิ้งจกถึงขั้นที่ก่อนลงจากรถต้องเช็กกำแพงว่ามีหรือไม่ ต้องเดินกระทืบเท้าดัง ๆ ก่อนเข้าบ้านก็ต้องตีประตูแรง ๆ เพื่อที่จะให้เจ้าจิ้งจกตกใจหนีไป ส่วนตัวคุณพีชไม่ได้ชอบจิ้งจก แต่พอแฟนกลัวก็ต้องกลายเป็นยอดมนุษย์หญิงคอยปกป้อง คุณพีชเล่าว่าเคยมีอยู่คืนหนึ่งวันที่เหนื่อยมาก ต้องการพักผ่อน แต่แฟนโทรมาบอกว่ามีจิ้งจกในห้องครัว ตอนนี้กำลังจะขับรถไปรับเธอมาจับให้ ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่เธอไปนอนบ้านในเมือง อยู่ไกลกับบ้านแฟนถึง 30 กิโลเมตร เธอพยายามเสนอทุกวิถีทางที่จะทำให้แฟนไม่ต้องมารับ โดยเสนอว่าให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านช่วยจับให้ แต่แฟนก็ปฏิเสธ แม้จะบอกว่าเธอจะคุยให้เองแฟนจะได้ไม่ต้องอาย แต่แฟนก็ไม่โอเค ต้องให้เธอมาจับเท่านั้น เธอจึงโมโหและบอกแฟนว่า “ไม่ต้องมารับ เดี๋ยวไปเอง” จากนั้นเธอก็ขับรถไปด้วยความเร็ว แล้วรีบไปจับจิ้งจกให้แฟน เมื่อไปถึงก็พบว่าเจ้าจิ้งจกที่แฟนเจอตัวเล็กกว่านิ้วก้อยอีก นอกจากนี้ คุณพีชยังเล่าอีกว่า มีอยู่วันหนึ่ง แฟนโทรมาเหมือนต้องการปรึกษาเรื่องสำคัญ ‘เป็นเรื่องบ้าน’ คุณพีชก็ถามทันทีว่าเป็นเพราะเรื่องจิ้งจกใช่หรือไม่ แต่แฟนบอกว่านั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนเป็นเรื่อง Location บ้านไกล ได้เจอเพื่อนน้อยลง แต่คุณพีชมองว่าไม่น่าจะใช่เรื่องนี้ เพราะตั้งแต่ย้ายบ้านมา เพื่อนของแฟนก็แวะเวียนมาหลายกลุ่มแล้ว แฟนจึงเสนอว่าจะย้ายไปอยู่คอนโดพี่สาวและให้พี่สาวมาอยู่ที่บ้านแทน เพราะก่อนหน้านี้เคยอยู่คอนโดมาก่อนจึงมั่นใจว่าไม่มีจิ้งจก เพราะเป็นคอนโดสูงจิ้งจกปีนไม่ถึง แฟนทำงานแบบ Work from home ต้องอยู่บ้านเป็นหลัก ส่วนคุณพีชจะทำงานที่ออฟฟิศ ต้องทำงานนอกสถานที่อยู่บ่อย ๆ จึงไม่อยากเห็นแก่ตัวเอาแต่ความรู้สึกตัวเองเพียงอย่างเดียว คุณพีชจึงอยากถามดีเจว่าควรจัดการกับปัญหานี้อย่างไร บ้านหลังนี้แฟนเป็นคนออกค่าใช้จ่าย แต่แฟนก็ให้คุณพีชทำหน้าที่ตกแต่งบ้านได้อย่างเสรี จนบ้านหลังนี้กลายเป็นบ้านที่คุณพีชรัก และคุณพีชเองก็ไม่อยากที่จะจากบ้านหลังนี้ไป หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด เหล่าดีเจก็ได้ให้คำแนะนำโดยมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า สิ่งสำคัญคือให้ลองคุยกันจริงจังว่าปัญหาคือเรื่องอะไร เป็นเพราะ Location หรือหรือ จิ้งจก จะได้แก้ปัญหาได้ถูกจุด ด้าน ’ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ลองขอเวลาจากแฟนสัก 3 เดือน ทำทุกวิถีทางให้จิ้งจกหายไป นอกจากนี้ถ้าแฟนยอม ก็ลองพาเขาไปพบจิตแพทย์เผื่อจะมีทางออกที่ดีในด้านจิตใจ หรือลองพยายามหาเหยื่อวางไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งของบ้าน ให้เป็นกันรู้ว่าอาหารอยู่ตรงนี้ ให้จิ้งจกมาอยู่ที่นี่ที่เดียว" ฝั่ง ‘ดีเจเผือก’ ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า "ให้ลองจ้างบริษัทจัดการ หรือลองใช้เหยื่อดักจิ้งจกไปวาง ลองทุกวิธีที่พอจะทำให้ได้มากที่สุด น่าจะทำให้ปัญหาทุเลาลงจนอยู่ได้ และหวังว่าเมื่อเวลาผ่านไปเขาจะปรับตัวได้ดีขึ้น แม้สักนิดก็ยังดี" และคุณพีชมีคำถามพิเศษกับ ‘ดีเจต้นหอม’ ว่าควรวางตัวอย่างไร พูดกับเขาอย่างไร และเป็นหลักให้เขาอย่างไรดี ด้าน ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “พยายามกำจัดแมลง เพราะหากไม่มีอาหารมันก็ไม่อยู่ แต่ก็ต้องบอกผู้ชายของเราด้วยเช่นกันว่า จิ้งจกมีทุกที่เราจะช่วยจับได้ก็เฉพาะที่บ้านเท่านั้น"เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทย เลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้าน มีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่า แม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง

15 พ.ค. 2026

อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทย เลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้าน มีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่า แม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง

อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทยเลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้านมีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่าแม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง ‘คุณเมล่า (แอปเปิ้ล)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่ตนนั้นอาศัยอยู่ที่อิตาลี และมีธุรกิจตู้หยอดเหรียญที่ไทย โดยให้พ่อแม่ดูแลกิจการ แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึเสียใจคือเห็นว่าแม่แอบขโมยเงินในร้านไป ‘คุณเมล่า (แอปเปิ้ล)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่าตัวเธอเองอยู่ต่างประเทศ สามีได้ลงทุนเปิดธุรกิจตู้หยอดเหรียญประเภทหนึ่ง เป็นการทำธุรกิจครั้งแรก มีเพียงสาขาเดียว เปิดกิจการเข้าเดือนที่สามแล้ว โดยให้พ่อกับแม่ของคุณเมล่าคอยดูแลเครื่อง ดูแลลูกค้า เก็บเงิน และเธอเองก็จ่ายเงินให้เป็นค่าแรงค่าเสียเวลาให้กับพ่อแม่ สำหรับระบบการดูแลร้าน คุณเมล่าจะให้พ่อแม่โอนยอดเงินให้เธอทุกวันอาทิตย์ โดยไม่มีการตรวจสอบยอด แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เธอได้เช็คกล้องวงจรปิดก็เห็นว่าแม่ได้หยิบเงินสดในตู้หยอดเหรียญเข้ากระเป๋าตัวเอง ซึ่งแม่ก็รู้อยู่แล้วว่ามีกล้องวงจรปิด คุณเมล่าบอกเรื่องนี้แค่กับน้องชาย และไม่อยากพูดเรื่องนี้กับสามี เพราะสามีเป็นคนลงทุนร้านให้ กลัวสามีจะมองแม่ไม่ดี นอกจากนี้ก็พบว่ายอดเงินของสัปดาห์นั้นหายไปประมาณหลักพัน เธอได้เล่าต่อว่าพ่อแม่ช่วยกันดูแลร้านให้ พ่อดูแลทุกอย่างไม่มีปัญหา แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้คุณเมล่ากังวลและเช็คกล้องวงจรปิดถี่มากขึ้น คุณเมล่าไม่อยากให้แม่ทำแบบนี้อีก แต่ก็ไม่อยากพูด ไม่อยากจะมีปัญหากับแม่ เพราะที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกก็ไม่ได้ดีนัก คุณเมล่าเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าแม่เป็นเซฟโซนของเธอ เธอจึงอยากได้คำแนะนำและวิธีการแก้ไขไม่ให้แม่ทำแบบนี้อีก เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการคุย ไม่ว่าจะคุยกับพ่อหรือแม่ก็ต้องคุยเพราะมันเป็นปัญหาของร้าน ไม่ต้องเอาเรื่องอื่นมาเกี่ยว เป็นเรื่องของครอบครัว ต้องค่อย ๆ แก้กันทีละคน หรือถ้าหากคุยไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการเก็บเงิน เปลี่ยนระบบร้าน หรือเปลี่ยนคนคุมเงิน ซึ่งคุณเมล่าเองต้องเลือกว่าจะคุยหรือจะเปลี่ยน ซึ่งถ้าไม่อยากคุยจริง ๆ ก็ต้องสร้างระบบร้านที่ปลอดภัยแทน” ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ที่สนับสนุนคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ว่า “ จากระบบของร้านมันควรรู้ว่าต่อวันมีคนเข้าใช้บริการเท่าไหร่ และใช้อะไรบ้าง ไม่อย่างนั้นระยะยาวมันจะพัง เพราะตอนนี้ไว้ใจคุณแม่ไม่ได้ จะให้เขาโอนให้เป็นรายอาทิตย์ไม่ได้ ซึ่งต่อให้จ้างคนนอกเข้ามาคุมมันก็ไว้ใจไม่ได้ เพราะระบบมันหลวม แนะนำให้ลองดูสถานการณ์ ถ้าหากคุยได้ก็ให้คุย หรือลองอ้างว่าสามีเป็นคนเปิดกล้องวงจรปิดดูแล้วเห็นพฤติกรรมแบบนี้แล้วเขาไม่โอเค และขอไม่ให้แม่ทำอีก และถ้าหากแม่ไม่ได้ทำงานตรงนี้แล้ว แม่จะมีเงินจากตรงไหน บางทีอาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้จ้างงานแม่ เลยทำให้แม่รู้สึกว่าต้องได้เงินบ้าง อย่างไรก็ตาม ลองเปลี่ยนระบบใหม่ ลองให้เงินเดือนแม่เขา และถ้ายังมีอีกเราก็มีหลักฐาน สุดท้ายแล้วยังไงก็ต้องคุยกัน เพราะถ้าไม่สื่อสารก็คงจะไม่มีการเปลี่ยน" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “พี่หอมคิดเหมือนกัน หนึ่งคุยกับแม่ สองเปลี่ยนระบบเป็นโอนเงินหรือสแกนก็จะสะดวกกว่าด้วย สามให้เงินเดือนเป็นกิจจะลักษณะ ต้องเลือกว่าสะดวกวิธีไหน ถ้าหากเปลี่ยนระบบยากเกินไป ลองให้เงินเดือน โดยพ่อจะเป็นคนจัดการให้เงินเดือน หรือจะแก้โดยใช้ข้อหนึ่งกับข้อสามไปพร้อมกัน ลองดูนะคะ”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน เขาเข้ารับการรักษามาตลอด เจ็บทั้งร่างกายและเสียกำลังใจ อยากให้แฟนมีกำลังใจมากขึ้นกว่านี้ และอยากขอบคุณผู้ที่บริจาคไขกระดูกให้ด้วย

15 พ.ค. 2026

แฟนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน เขาเข้ารับการรักษามาตลอด เจ็บทั้งร่างกายและเสียกำลังใจ อยากให้แฟนมีกำลังใจมากขึ้นกว่านี้ และอยากขอบคุณผู้ที่บริจาคไขกระดูกให้ด้วย

แฟนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันเขาเข้ารับการรักษามาตลอด เจ็บทั้งร่างกายและเสียกำลังใจอยากให้แฟนมีกำลังใจมากขึ้นกว่านี้และอยากขอบคุณผู้ที่บริจาคไขกระดูกให้ด้วย ‘คุณเมล่อน (นามสมมุติ)’ สายแรกในรายการ 'พุธทอล์คพุธโทร' เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอกำลังใจจาก ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ และ ‘ชาวพุธโทรเรี่ยน’ เนื่องจากแฟนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งเขารักษามาหลายครั้งแล้ว ทำให้เจ็บปวดทั้งร่างกายและยังรู้สึกหมดกำลังใจในการรักษาต่อ ‘คุณเมล่อน (นามสมมุติ)’ อายุ 31 ปี ได้เล่าว่า “แฟนป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันและดื้อยา ตรวจเจอตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ได้รับการรักษาคีโมมาเรื่อย ๆ โดยแนวทางของคุณหมอคือปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด และมีโอกาสหายมากถึง 60:40 ซึ่ง 60% คือโอกาสที่จะหาย ในตอนนี้เข้ารับการปลูกถ่ายมาทั้งหมด 4 รอบแล้ว แต่การเข้ารับการปลูกถ่ายไขกระดูกที่กำลังจะถึงมีแนวโน้มที่ไม่ดี เพราะผลเชื้อมะเร็งเหมือนจะกลับมาใหม่อีกครั้ง และถ้าผลเชื้อกลับมาก็ต้องเลื่อนการปลูกถ่ายไขกระดูกออกไป นั่นทำให้แฟนเริ่มท้อ และไม่อยากจะไปต่อแล้ว” ดังนั้นที่คุณเมล่อนโทรมาในวันนี้ก็เพราะอยากขอกำลังใจไปให้แฟน เริ่มด้วยคำพูดให้กำลังใจของ ‘ดีเจต้นหอม’ ว่า “ไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีการอะไรก็ขอให้ตอบสนองและเป็นไปได้ด้วยดี ถ้าจิตใจแข็งแรงมันก็จะพาให้ร่างกายเราแข็งแรงไปด้วย เป็นกำลังใจให้สุดตัว” ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้กำลังใจว่า “โรคนี้อยู่ได้ด้วยกำลังใจของผู้ป่วยและทุกคนรอบตัว ปาฏิหารย์จะเกิดขึ้นได้เสมอถ้าหากจิตใจของเรายังสู้ ในตอนนี้แฟนยังได้รับการรักษาที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ยิ่งถ้าคนรอบตัวให้กำลังใจ มีเมล่อนให้กำลังใจ รวมถึงพวเราดีเจ 3 คน และชาวพุธโทรเรี่ยนทุกคน สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นแรงใจให้เสมอ จากการที่ฟังคนรอบข้างเล่ามามันก็เจ็บปวดทรมาน แต่จิตเป็นกาย นายเป็นบ่าว ถ้าจิตใจเราไม่แพ้หรือยอมแพ้ไปก่อน ก็จะมีวันที่เราหายดี สู้ ๆ ส่งกำลังใจให้นะคะ ขอให้การรักษาเป็นไปอย่างดีที่สุดค่ะ” นอกจากนี้ ‘ดีเจต้นหอม’ ก็ได้อ่านคอมเมนต์ในช่องไลฟ์สดเพิ่มเติมว่า “มีคอมเมนต์จากพุธโทรเรี่ยนบอกว่า 'เราเป็นคุณหมอที่เห็นมาทุกรูปแบบ ถึงมันจะยากแต่ใช่ว่าจะไม่มีทางออก เป็นกำลังใจให้คนป่วยและคนที่อยู่ข้าง ๆ ผู้ป่วยนะ' ตอนนี้ชาวพุธโทรเรี่ยนส่งกำลังใจกันมามากมายเลย หอมเชื่อว่ากำลังใจจากคนแปลกหน้า ณ เวลานี้มีค่ามากเลย” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก’ ให้กำลังใจว่า “พยายามสู้และมีกำลังใจเอาไว้ ถึงแม้ว่าฟังดูแล้วมันอาจจจะดูจับต้องไม่ได้ แต่กับโรคนี้มันมีผลมาก ๆ ถ้าหากเราคิดดี ทำดี มันก็จะส่งผลต่อสมองของเรา และการที่เราเจอเรื่องยากลำบากแบบนี้มันก็จะทำให้เราเห็นค่าของปัจจุบัน ถ้าคุณเมล่อนและแฟนผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันได้มันก็เป็นการพิสูจน์ เรื่องนี้อาจถูกส่งมาเพื่อทดสอบทั้ง 2 คน เปอร์เซ็นต์ที่คุณหมอบอกมันอาจจะมีอยู่น้อย แต่ถ้ามันยังมีอยู่ ก็แปลว่ายังมีโอกาส และขอให้ 60% มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเรายังสู้และคิดว่าจะชนะ มันจะต้องมีวันที่เพิ่มขึ้น และต้องมีวันนั้น เป็นกำลังใจให้มาก ๆ เลยครับ แล้วก็ขอบคุณคุณเมล่อนมาก ๆ ที่เลือกรายการของเราในการสร้างกำลังใจในครั้งนี้” ในวันพรุ่งนี้ (14 พฤษภาคม 2569) แฟนของคุณเมล่อนจะต้องเข้ารับการเจาะไขกระดูกสันหลังเพื่อตรวจเชื้อมะเร็งอีกครั้ง คุณเมล่อนจึงอยากโทรเข้ามาเพื่อขอกำลังใจให้แฟน เพราะส่วนตัวนั้นก็เป็นชาวพุธโทรเรี่ยนอยู่แล้ว และอยากจะขอบคุณผู้บริจาคที่ได้บริจาคไขกระดูก เนื่องจากแฟนเป็นลูกคนเดียว จึงไม่มีญาติพี่น้องที่จะสามารถบริจาคไขกระดูกที่เข้ากันได้ คุณเมล่อนกล่าว่า "ขอบคุณผู้บริจาคจริง ๆ ค่ะ ที่เลือกที่จะบริจาคไขกระดูกให้กับใครสักคนหนึ่ง มันเป็นการต่อชีวิตให้กับคนคนหนึ่ง ขอบคุณจริง ๆ" นอกจากนี้ คุณเมล่อนยังได้แชร์ความรู้เกี่ยวกับการบริจาคไขกระดูกเพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วย คุณเมล่อนกล่าวว่า "ขั้นตอนการบริจาคจะต้องเจาะช่วงหลอดเลือดดำใต้คอ โดยทุกคนสามารถบริจาคได้ แล้วข้อมูลนั้นจะถูกเก็บไว้ในสภากาชาด ถ้าเจอว่าผู้บริจาคและผู้รับบริจาคเข้ากันได้ ก็จะได้รับการติดต่อไป และเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ต่อไป สุดท้ายนี้ ทางรายการพุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้กับแฟนคุณเมล่อนและคุณเมล่อน ให้ต่อสู้กับเรื่องราวที่กำลังเผชิญอยู่ ขอให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-