หนูอายุ 19 แต่น้องชายหนูที่บ้านตามใจทุกเรื่อง แฟนก็มีได้ แต่หนูที่บ้านห้ามไม่ให้มี รู้สึกว่าไม่มีความเท่าเทียมเลย ความเท่าเทียมควรเริ่มต้นจากที่บ้านรึเปล่า? พอหนูถามไปผู้ใหญ่ที่บ้านก็ว่า Toxic ที่หนูคิดมันผิดมากเลยหรอคะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูอายุ 19 แต่น้องชายหนูที่บ้านตามใจทุกเรื่อง แฟนก็มีได้ แต่หนูที่บ้านห้ามไม่ให้มี รู้สึกว่าไม่มีความเท่าเทียมเลย ความเท่าเทียมควรเริ่มต้นจากที่บ้านรึเปล่า? พอหนูถามไปผู้ใหญ่ที่บ้านก็ว่า Toxic ที่หนูคิดมันผิดมากเลยหรอคะ

11 เม.ย. 2025

              “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 เม.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในครอบครัว

             โดย “คุณเอ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่รู้ว่านิสัยเด็ก Gen Z เเบบหนูเรียกว่า Toxic รึป่าว หนูมีน้องชายเเท้ๆ อายุ 17 ปี อยู่ด้วยกัน แต่หนูก็มีความรู้สึกว่าคนทั้งบ้าน รัก เเละเอ็นดูน้องชายมากกว่าตัวหนู ตอนเเรกหนูไม่ได้สังเกต จนตอนที่เพื่อนหนูมาที่บ้านและถามว่า ทำไมรู้สึกว่าน้ามึงพูดกับน้องอย่างนึง พูดกับมึงอีกอย่าง ทั้งน้ำเสียงเเละคำพูด ท่าทาง ตอนเเรกหนูก็ไม่ได้คิดว่าจริงรึป่าว เเต่พอมานึกดูดีๆ บางอย่างก็จริงอย่างที่เพื่อนบอก จนหนูก็ลองสังเกตดู เเละเห็นว่าสิ่งที่น้องได้รับเเละหนูได้รับมันก็ต่างกัน เลยมีความรู้สึกน้อยใจ ไม่เท่าเทียมว่าทำไมน้องของหนูถึงมีสิทธิ์ทำอะไรได้มากกว่าหนู เช่น อิสระเรื่องความรัก เเละอีกหลายอย่าง

             ด้วยความที่บ้านของหนูเป็นเชื้อสายจีนเลยอาจจะเอ็นดูเด็กผู้ชายมากกว่า เวลาน้องหนูจะไปไหน ไปกับสาว ไปกับเเฟนเขาก็จะบอกที่บ้านตรงๆ เเต่พอเป็นหนู หนูไม่สามารถที่จะบอกเเบบนั้นได้เหมือนน้อง เพราะเวลาบอกไป เขาจะทำท่าทางไม่พอใจ และด้วยความที่น้องหนูเรียนโรงเรียนประจำห่างจากบ้าน ทำให้เวลาเสาร์ - อาทิตย์ น้องของหนูจะไปกรุงเทพ ไปเที่ยว เขาก็ไปได้ เเต่พอเป็นหนูที่ขอเขาไปอำเภอใกล้เคียง เขาก็จะถามมาเลยว่า กลับกี่โมง ไปกับใคร สมมติหนูบอกว่าจะกลับบ้านตอนเที่ยง สิบเอ็ดโมงครึ่ง เขาก็จะโทรมาตามหนูเเล้วว่า อยู่ไหนเเล้ว มันเลยทำให้หนูเกิดความอึดอัด เเล้วค้างคาใจ

             พอมีวันหนึ่งที่หนูมาหาเเม่ที่บ้าน เเล้วนั่งกินข้าวกัน 3 คน มีเเม่ น้องชาย แล้วก็หนู เเม่ก็เปิดประเด็นว่า ถ้าคราวหน้าน้องชายหนูจะพาเเฟนมานอนที่บ้านด้วยก็ได้ หนูเลยเเกล้งๆพูดไปว่า หนูทำบ้าง เเม่ของหนูก็พูดขึ้นมาเลยว่า ถ้าเป็นหนูต้องรอจนกว่าจะขึ้นมหาลัยก่อน หนูเลยไม่พอใจ เเล้วถามว่า เเล้วน้องหนูมีสิทธ์อะไรมากกว่าหนูถึงทำได้ อายุก็ไล่เลี่ยกัน เเม่ก็เลยบอกว่า ผู้ชาย กับ ผู้หญิง มันไม่เท่าเทียมกัน เกิดว่าหนูไปนอนบ้านเเฟนเเล้วพลาดท้อง ผู้หญิงอนาคตก็คือจบไปเลย เเต่ผู้ชายก็ยังไปเรียนต่อได้หรือว่าทำอะไรได้มากกว่าหนู อาจจะเพราะเเม่มีลูกตั้งเเต่ยังเด็กเลยทำให้เป็นห่วงหนู และสังคมรอบตัวหนู เพื่อนๆของหนูก็ท้อง มีลูกกันหมดแล้วด้วย

             หลังจากที่ทะเลาะกับเเม่เสร็จ น้องชายหนูก็เอาเรื่องนี้ไปฟ้องน้า เขาเลยอธิบายว่าทำไมเเม่ถึงพูดว่าไม่เท่าเทียม พยายามที่จะทำให้หนูเข้าใจ เเต่หนูก็คิดว่า ถึงหนูจะเป็นผู้หญิงเเต่หนูก็รับผิดชอบตัวเองได้ ไม่ต้องทำให้ใครเป็นห่วงเหมือนกับน้องชาย เเต่หนูยิ่งพูดก็เหมือนน้าจะยิ่งไม่เข้าใจ เขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา หนูก็เลยยิ่งสงสัยว่าทำไมน้องหนูเขาถึงทำได้ สุดท้ายหนูก็ได้ไปพูดกับเเม่ว่า ถ้าเเม่รู้สึกผู้หญิงกับผู้ชายไม่เท่าเทียมกัน เเม่ก็อย่าเเสดงออกเเบบนี้ได้ไหม ถ้าเเม่ไม่ให้หนูทำ ก็ต้องห้ามน้องทำเหมือนกัน พอหนูพูดไปเเบบนี้ เเม่เขาก็พูดสวนกลับมาว่า หนูเป็นลูก หนูมีสิทธิ์อะไรที่จะไปสั่งเขาเเบบนั้น ก็เลยทะเลาะกันใหญ่โต น้าเลยต้องเข้ามาคุยด้วย เเต่หนูก็ยังมีคำถามในหัวว่า ทำไม! ทำไม! หนูเลยไม่ได้คุยกับเเม่

             ส่วนน้องชายก็มาเยาะเย้ย ซ้ำเติม ทำให้หนูรู้สึกว่าตอนนั้นไม่เหลือใครเลย เพราะน้าหนูก็เหมือนจะไม่เข้าใจตัวหนูเลย เเล้วบอกว่าหนู Toxic บอกให้หนูลองย้อนมามองตัวเองบ้าง เเละใน 2 เดือนที่หนูทะเลาะกับที่บ้าน ที่มี ลุง ป้า น้า น้องชาย ในบ้านไม่มีใครคุยกับหนูเลย พอหนูกลับไปเล่าเรื่องนี้ให้เเม่ฟัง เเม่ก็ถามว่า ให้หนูมาอยู่กับเเม่ไหม เเต่ป้าก็เหมือนจะไม่อยากให้ไป เพราะเเม่หนูไม่สามารถซัพพอร์ตเรื่องค่าใช้จ่ายให้หนูได้ จนตอนนี้พอน้าได้มาคุยกับหนู เขาบอกว่า เขาไม่สามารถเอ็นดูหนูได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะทิฐิที่หนูมีกับคนในบ้านมันมากเกินไป หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า หนูผิดไหมที่หนูทิฐิกับคนในบ้านมากเกินไป เเละ ความเท่าเทียมมันควรเริ่มจากคนในบ้านรึป่าว?

             เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันยากมากที่จะทำให้คนที่มีอายุต่างกัน มองในมุมกันเเละกัน พวกพี่ที่นั่งกันตรงนี้ก็มีลูก เเละหลาน การพยายามปรับตัวเรื่องการสื่อสาร หรือมุมมอง คำเดียวที่พี่จะบอกเอได้ คือในวันที่เอมีลูก เอจะเข้าใจเพราะฉะนั้น ณ วันนี้เอรู้สึกไม่เเฟร์ เออาจจะต้องอดทนเพราะอีกนิดเดียวเอก็จะเข้ามหาลัย มีชีวิตเป็นของตัวเองเเล้ว เพราะเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนความคิดของคนที่มีอายุห่างกันเยอะๆได้อยู่เเล้ว เพราะงั้นอีกนิดเดียว เอก็จะได้กำหนดชีวิตตัวเองเเล้ว ใช้ชีวิตให้มันดี’

             ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าน้องเอเป็นตัวเเทนของเด็กหลายๆบ้านที่มีความคิดเเบบเดียวกัน เเละที่น้องเอถามว่า เพศสภาพ ควรเริ่มที่จะเท่าเทียมกันตั้งเเต่ในครอบครัวรึเปล่า อันนี้พี่เห็นด้วย เเต่ความเท่าเทียมในสังคมเป็นเรื่องที่ยากมากในบางประเทศ ผู้หญิงยังไม่มีสิทธิ์ได้รับการศึกษาเลย เพราะฉะนั้นพี่รู้สึกดีที่น้องเอ เข้าใจถึงข้อนี้ เเต่สำหรับเรื่องที่บ้านของน้องเอ พี่ว่าเขารักน้องเอเเหละ เเต่อาจจะสื่อสารไม่ดี เเละที่เขาเข้มงวดกับเอ เพราะเขามองเห็นว่าเอเป็นผู้หญิงเลยอาจจะดูเเลตัวเองได้ไม่ดีเท่ากับน้องชายตัวเอง เพราะผู้หญิงมีความเสี่ยงกว่า มีพันธะมากกว่า เพราะงั้นเออาจจะลองมองในมุมว่าเขาเข้มงวด เพราะเขาเป็นห่วงเรา ลองหาความสุขในบ้านหลังนี้จนกว่าเอจะย้ายออกจากบ้านไปใช้ชีวิตของตัวเอง น้อยใจเรื่องเพศสภาพได้ เเต่อย่าน้อยใจว่าเขาไม่รักเรา พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราดูเเลตัวเองได้’

             สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เอมีทางเลือกอยู่อย่างเดียวคือ พิสูจน์ตัวเอง ทำในสิ่งที่ที่บ้านทำไม่ได้ เอาชนะในเรื่องความสำเร็จ ไม่ใช่เอาชนะในเรื่องคำพูด เมื่อเราทำงานได้ หาเงินได้ นั่นเเหละคือตอนที่เราจะมีอิสระจากครอบครัว อย่าเกลียดคนในบ้านเช่น ป้า น้า น้องชาย เพราะสุดท้ายทุกคนก็คือครอบครัวของเอ อาจจะไม่ต้องใช้เหตุผลคุยกัน เพราะทั้งเหตุผลของเอ เเละเหตุผลของครอบครัว ทั้งคู่เป็นเหตุผลที่ถูก ไม่ได้ผิด เเต่เเค่ต่างมุมมองกัน’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชม

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผ่านมา 14 ปี ผมมีเรื่องสารภาพ ผมปิ๊งสาวเฝ้าร้านเกมเชียงใหม่ วันนั้นเข้าห้องน้ำ แต่ทำสายฉีดตกพื้น หัวฉีดหลุดน้ำสะบัดทั้งห้อง ตกใจจนลืมเช็ดตูด หันไปเห็นฟองน้ำล้างจานเลยหยิบมาเช็ด เช็ดเสร็จ ล้างวางที่เดิม กดชักโครก อ้าว ส้วมเต็ม

10 มิ.ย. 2024

ผ่านมา 14 ปี ผมมีเรื่องสารภาพ ผมปิ๊งสาวเฝ้าร้านเกมเชียงใหม่ วันนั้นเข้าห้องน้ำ แต่ทำสายฉีดตกพื้น หัวฉีดหลุดน้ำสะบัดทั้งห้อง ตกใจจนลืมเช็ดตูด หันไปเห็นฟองน้ำล้างจานเลยหยิบมาเช็ด เช็ดเสร็จ ล้างวางที่เดิม กดชักโครก อ้าว ส้วมเต็ม

ผ่านมา 14 ปี ผมมีเรื่องสารภาพ ผมปิ๊งสาวเฝ้าร้านเกมเชียงใหม่ วันนั้นเข้าห้องน้ำแต่ทำสายฉีดตกพื้น หัวฉีดหลุดน้ำสะบัดทั้งห้อง ตกใจจนลืมเช็ดตูด หันไปเห็นฟองน้ำล้างจานเลยหยิบมาเช็ดเช็ดเสร็จ ล้างวางที่เดิม กดชักโครก อ้าว ส้วมเต็ม ไปบอกน้อง จากนั้นผมก็ไม่ได้ไปร้านนั้นอีกเลย “คุณเกม (นามสมมติ)” อายุ 36 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 มิ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาสารภาพความผิดกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วในอดีต ซึ่งผ่านมา 14 ปีแล้ว และวันนี้ก็มาถึง… วันที่คุณเกมได้ตัดสินใจอยากที่จะสารภาพความผิด! โดย ​“คุณเกม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ผมมักจะไปเล่นเกมที่ร้านหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหนึ่งในเหตุผลที่ผมไปร้านนี้เป็นประจำ เพราะผมแอบชอบน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นคนดูแลร้าน และในทุกครั้งที่ผมจะเข้าไปเล่นเกม ผมมักจะซื้อขนมขบเคี้ยวติดไม้ติดมือเข้าไปด้วยอยู่เสมอ ผมเป็นคนที่เมื่อกินเสร็จก็จะถ่ายเลยทันที เป็นเหมือนภารกิจประจำวันที่ผมจะทำทุกครั้งเมื่อมาที่ ‘ร้านเกม’ แห่งนี้ จนมีวันหนึ่งผมก็เข้ามาเล่นเกมตามปกติ ผมก็ปวดท้องจึงลุกไปเข้าห้องน้ำ หลังทำภารกิจเสร็จสิ้น ผมก็เอื้อมมือไปหยิบสายฉีดชำระ จังหวะที่หยิบขึ้นมา มือของผมดันไปปัดชนกับขอบผนัง สายฉีดชำระจึงหล่นลงพื้นเสียงดัง ปั๊ก… ทำให้ตัวจับของสายฉีดชำระแตก สายฉีดชำระจึงสะบัดน้ำกระจายไปทั่วทั้งห้องน้ำ ซึ่งน้ำมันแรงมาก ทำให้ความเปียกครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งพื้นกระเบื้อง พื้นผนัง พื้นเพดาน รวมถึงตัวผมด้วย เปียกตั้งแต่เส้นผมจดถึงเท้า ในใจผมก็คิดว่า ผมควรจะทำยังไงดี ? เพราะผมยังไม่เสร็จธุระ และเท่าที่สมองผมจะคิดได้ ผมก็พยายามมองหาวาล์วปิดน้ำ แต่มันไม่มี! ผมเลยเลือกที่จะทนเปียก และลากสายอ้อมทางด้านหลังจากฝั่งขวามาฝั่งซ้าย เพราะทางฝั่งซ้ายมีรูท่อระบายน้ำอยู่ ผมจึงตัดสินใจ จุ่มหัวของสายฉีดชำระลงไปในรูท่อระบาย และใช้เท้าเหยียบสายกดเอาไว้ หลังจากนั้นผมก็สบายใจขึ้นที่จะไม่ต้องเปียกเพิ่ม แต่ผมลืมคิดไปว่า ผมยังไม่ได้ล้างก้น !? ซึ่งผมไม่สามารถใช้น้ำตรงนั้นได้เลย เพราะน้ำมันแรงมาก ทำได้เพียงแต่กดเท้าซ้ายไว้ ในใจก็ค่อนข้างกระวนกระวายมาก แต่ก็ต้องทำอะไรสักอย่าง เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ผมก็เห็นอ่างล้างหน้าที่มีสก็อตไบรท์วางอยู่ ด้วยสถานการณ์ที่ผมเลือกอะไรไม่ได้ ผมคิดว่าจะต้องจัดการปัญหาให้เร็วที่สุด ผมจึงเอี้ยวตัวพยายามเอื้อมมือไปหยิบ ‘สก็อตไบรท์’ และพยายามที่จะเปิดน้ำที่อ่าง ทั้งที่ธุระของผมก็ยังค้างอยู่ ผมจึงเอาสก็อตไบรท์ชุบกับน้ำมาเช็ดก้น ซึ่งหลังจากเช็ดเสร็จ ผมก็ล้างทำความสะอาดสก๊อตไบรท์ และวางมันไว้ที่เดิม… หลังจากนั้นผมก็คิดว่า ผมจะทำอะไรต่อไปดี ? แม้ว่าผมจะทำธุระล้างก้นเสร็จแล้ว ผมก็ยังไม่สามารถลุกขึ้นได้ เพราะเท้าของผมยังเหยียบกับสายฉีดชำระอยู่ ผมจึงตัดสินใจถอดถุงเท้าข้างหนึ่ง และยัดอุดเข้าไปในรูท่อ เพื่อที่จะล็อคสายฉีดชำระกับรูท่อระบายไว้ด้วยกันได้ ซึ่งมันก็ได้ผล ! ผมจึงสามารถลุกขึ้นเพื่อที่จะแต่งตัว และทำการกดชักโครก เพื่อที่จะเคลียร์กับปัญหาตรงนี้ให้หมดไปได้สักที แต่เหมือนผมมีเคราะห์ซัดกรรมซัด… เพราะชักโครกมันตัน ซึ่งหลังจากที่ผมกดชักโครก ทำให้น้ำและสิ่งปฏิกูลตรงนั้นมันเอ่อล้นขึ้นมา ผมจึงรีบปิดฝาชักโครก และตั้งสติใหม่อีกครั้ง ผมเลือกที่จะไม่กดน้ำซ้ำ เพราะกลัวว่าครั้งนี้มันจะล้นออกมาข้างนอก หลังจากนั้นผมจึงจัดการกับตัวเอง สะบัดผมให้แห้ง รวมถึงบิดเสื้อผ้าให้หมาด ทำให้ทุกอย่างดูเป็นปกติที่สุด แต่เมื่อผมเดินเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ… ผมก็เจอกับน้องผู้หญิงคนนั้น ผมบอกกับเธอว่า ขอโทษครับ ห้องน้ำพัง… น้องผู้หญิงคนนั้นก็ทำหน้างุนงงใส่ผม แล้วก็เดินตรงไปเช็คที่ห้องน้ำ ด้วยความที่ผมกลัวความผิดและอับอาย จึงรีบเก็บของและออกไปทันที จากนั้นผมก็นำเหตุการณ์นี้มาเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็ถามผมว่า แล้วทำไมถึงไม่เอาสก็อตไบรท์ทิ้งไปใส่ถังขยะ !? ผมจึงตอบว่า ก็ตอนนั้นมันคิดไม่ทัน แล้วผมก็นึกขึ้นได้ว่า สก็อตไบรท์อันนั้น โดยปกติแล้ว น้องผู้หญิงคนนั้นน่าจะเอาไว้ใช้ล้างแก้วและจาน เพราะมันเป็นที่เดียวที่เธอสามารถจัดการกับภาชนะได้ ซึ่งหลังเหตุการณ์นั้นมันทำให้ผมรู้สึกผิดและฝังใจกับเรื่องนี้มาก ๆ เพราะผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมถึงไม่ทิ้งสก็อตไบรท์ไป ทำไมถึงเลือกที่จะทำความสะอาด เพื่อที่จะทำลายหลักฐาน หรือมันเป็นเพราะว่า ผมรนที่จะแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า’ งานนี้ 3 ดีเจก็ให้ความคิดเห็นคล้ายกันว่า ‘เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณเกม มันทรหดและเป็นปัญหาเฉพาะหน้าจริง ๆ ซึ่งคนที่น่าสงสารที่สุดสำหรับเรื่องนี้ ก็คือ น้องผู้หญิงคนนั้น ไม่รู้ว่าตอนนั้นเธอได้ใช้สก็อตไบรท์ไปหรือเปล่า ?’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบสามีมา 15 ปี มีลูก 2 คน ช่วงที่เรามีหนี้ สามีลากกระเป๋าออกบ้านไปเลย สุดท้ายมีผู้หญิงอีกคน สามีบอก "เธอต้องยอมรับนะ ถ้าเธอไม่มีหนี้วันนั้น ฉันคงไม่เจออีกคนหรอก" ตอนนี้สามีอยากกลับมาหาเรา แต่ผู้หญิงคนนั้นโทรมา...

15 มี.ค. 2024

คบสามีมา 15 ปี มีลูก 2 คน ช่วงที่เรามีหนี้ สามีลากกระเป๋าออกบ้านไปเลย สุดท้ายมีผู้หญิงอีกคน สามีบอก "เธอต้องยอมรับนะ ถ้าเธอไม่มีหนี้วันนั้น ฉันคงไม่เจออีกคนหรอก" ตอนนี้สามีอยากกลับมาหาเรา แต่ผู้หญิงคนนั้นโทรมา...

คบสามีมา 15 ปี มีลูก 2 คน ช่วงที่เรามีหนี้ สามีลากกระเป๋าออกบ้านไปเลยสุดท้ายมีผู้หญิงอีกคน สามีบอก "เธอต้องยอมรับนะ ถ้าเธอไม่มีหนี้วันนั้น ฉันคงไม่เจออีกคนหรอก"ตอนนี้สามีอยากกลับมาหาเรา แต่ผู้หญิงคนนั้นโทรมา"ตอนสามีพี่อยู่กับหนูเขาก็พูดถึงแต่พี่" ขออยู่กัน 3 คนผัวเมีย “คุณเค(นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 มี.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟน โดย ​“คุณเค(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งมา 15 ปี เราเป็นแฟนกันตั้งแต่หนูอายุ 17 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน ตลอดเวลา 15 ปี เราก็ใช้ชีวิตของเรา มีปัญหามากมายเข้ามา เขาก็ทะเลาะวิวาท ไปติดคุก เราก็รอเขาอยู่ 3 - 4 ปี จนเดินทางมาถึงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายนปลายปีที่แล้ว หนูมีปัญหาเรื่องหนี้สิน บริหารการเงินผิดพลาด มันมาจากหนี้ก้อนเล็ก ๆ เหมือนเรายืมเงินจากเจ้านี้ไปจ่ายเจ้านู้น ก็เลยกลับกลายเป็นงูกินหาง แล้วทีนี้เขาก็มีการถามหนู แต่หนูบอกเขาไม่หมด จนวันหนึ่งเขามารู้ความจริง หนูก็คิดว่าเขาน่าจะช่วยหนูแหละ แต่เขากลับเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ที่มีในบ้านออกไป แต่การไปของเขาคือ เรายังไปมาหาสู่กัน ยังมารับไปกินข้าว ไปนอนด้วยกัน เราก็ไม่ได้เลิกขาดแต่เราแค่ห่างกัน แล้วเขาก็บอกหนูตลอดว่า เนี่ยเธอก็ไปจัดการของเธอให้เสร็จนะ แล้วเดี๋ยวเราก็กลับมาอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 เราตกลงเป็นแฟนกัน จนมาถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 วันนั้นหนูรู้สึกไม่อยากไปทำงาน เลยโทรไปถามเขาว่า อยู่ห้องหรือเปล่า? ด้วยความที่เขาออกจากบ้านไปเช่าห้องอยู่ เขาก็บอกว่า ไม่ได้อยู่ห้อง หนูก็บอกว่า ไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ต้องล็อคห้องนะ เดี๋ยวจะไปนอน เขาบอกว่า ไม่ต้องมา ออกมาแล้ว ซึ่งหนูก็รู้สึกว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง หนูก็ไปถึงปุ๊บ เห็นรถเขาจอดอยู่ หนูก็เลยไลน์ไปถามอีกว่า อยู่ห้องหรือเปล่า? เขาบอกว่า ไม่อยู่ ออกมาแล้ว หนูก็เลยถามตัวเองว่า ยอมรับได้หรือเปล่าถ้าต้องเจออะไร ก็เลยเลือกที่จะรออยู่ตรงนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ก็คิดในใจว่าขึ้นไปดีกว่า แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างก็เหมือนในหนังเลย พอหนูผลักประตูเข้าไปในตัวอาคาร เขาเดินลงมาด้วยกัน 2 คนจากบันไดขั้นสุดท้ายพอดี พอเขาเห็นหนู เขาดึงมือผู้หญิงคนนั้นไว้ข้างหลังเขา หนูก็เลือกที่จะไม่พูด ไม่ถามอะไรสักคำ แล้วเดินหันหลังมาเลย หนูได้แต่บอกตัวเองว่ามันจบแล้ว และหนูก็ไม่ติดต่อเขาไปอีก จนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขาไลน์มาว่า เธอพรุ่งนี้วันวาเลนไทน์นะ อยากได้อะไรหรือเปล่า? เขาอยากให้หนูเป็นครั้งสุดท้าย หนูก็ตอบไปว่า ไม่อยากได้อะไรเลย เพราะสิ่งที่ขอ ได้ขอไปหมดแล้ว ไม่เอาแล้ว เขาก็บอกว่า งั้นดูแลตัวเองดี ๆ แล้วกัน หนูก็มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ เช่าห้องเล็ก ๆ อยู่คนเดียว เพราะบางวันเราเลิกงานดึก เผื่อไม่ต้องกลับบ้าน ส่วนลูกอยู่กับพ่อ-แม่ของหนู วันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พอหนูขับรถจากที่ทำงานมาถึงหอพัก รถเขาก็จอดอยู่ หนูก็ตกใจว่าเขามาได้ยังไง เขาก็บอกว่า ทุกวันเขาไปแอบดูหนูที่ทำงาน แล้วก็สะกดรอยตามจนรู้ว่าหนูอยู่ที่นี่ ตลอดเวลาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เขาพูดตลอดว่า ขอเวลาได้ไหม สัญญาด้วยชีวิตว่าวันหนึ่งจะกลับมา ขอโอกาสได้ไหม? ซึ่งหนูก็บอกเขาไปว่า ให้เวลาได้แต่ไม่นานพอถึงกับไม่มีกำหนด แล้วมันคาราคาซังแบบนี้ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เขามาหาหนู เขาก็จะพูดแบบนี้ ซึ่งหนูไม่อยากจะเชื่อในคำพูดเขาแล้ว เพราะการกระทำของเขามันทำให้เห็นชัดแล้วว่า เขาไม่กลับมาหรอก... แต่ด้วยความที่เราอยู่ด้วยกันมานาน ทุกครั้งที่เขาจะมา เหมือนเราใจอ่อนปล่อยให้เขามา ทุกครั้งที่หนูเริ่มที่จะอยู่ได้ พอเขามาหนูต้องเริ่มต้นใหม่อีก แต่หนูก็ได้บอกสิ่งที่ต้องการกับเขาไปแล้วว่า ถ้าคุณจะไป คุณไปจากเราได้เลย ไม่ต้องหันหลังกลับมา ซึ่งเขาก็บอกว่า เขารู้แค่ว่าเขาไม่มีวันทิ้งหนู เขาไปจากหนูไม่ได้ เขาไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น แต่เขาก็คิดถึงหนู แต่หนูบอกว่า ไม่เป็นไร ถ้าจะไปคุณไปให้สุดเลย แต่ถ้าวันหนึ่งคุณอยากกลับมา คุณต้องมาแบบ 100% เขาก็บอกว่า ขอได้ไหมอย่าเป็นแบบนี้ ช่วยยอมรับหน่อยได้ไหมว่ามันเป็นความผิดของหนู ถ้าวันนั้นหนูไม่เป็นหนี้ ไม่มีปัญหาชีวิตแบบนั้น เขาก็ไม่ออกจากบ้านมาหรอก เราก็มีความสุขกันดี แต่วันนี้ที่เขาไปมีคนอื่นมันเป็นเพราะหนู ในเรื่องของความเป็นพ่อ เขาก็เป็นพ่อที่ดีในระดับหนึ่ง เขาส่งเงินมาให้ตลอดทุกอาทิตย์ แต่ตอนที่ลูกอยู่กับพ่อ-แม่ของหนู เราก็ไม่ได้ห่างกัน เพราะบ้านเราอยู่ตรงข้ามกัน เมื่อก่อนเราทำงานกลางคืน ช่วงกลางวันลูกจะอยู่กับเรา เราจะไปส่งลูกที่โรงเรียน ไปรับลูกมาอยู่ด้วยกัน พอถึงเวลานอนแค่นั้นที่จะให้อยู่กับตายาย หลังจากนั้นเขาก็บอกว่า เขาเลิกกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ เขายอมรับว่ารักผู้หญิงคนนั้น แต่รักหนูมากกว่า วันที่หนูจับได้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ทางผู้หญิงคนนั้นโทรมาหาหนูว่า พี่จะเอายังไง? หนูก็บอกว่า พี่ต้องเอาสามีพี่คืนสิ เขาก็บอกว่า ไม่ให้ ก็นี่จะเอาเหมือนกัน หนูก็บอกว่า พี่ก็ไม่อยากแย่งผู้ชายกับใครนะ แม้ผู้ชายคนนี้จะเป็นสามีพี่ก็ตาม ถ้าหนูจะเอาก็เอาไปเถอะ จนเมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นได้โทรมาหาหนูและถามว่า พี่คิดว่าเราจะใช้ชีวิตกันแบบ 3 คนได้ไหม เพราะเขาก็ยังคิดถึงพี่ พี่จะรับได้ไหม? หนูก็บอกว่า รับไม่ได้ ไปอยู่กันเถอะ หนูอยากถามว่า หนูจะทำยังไง ให้ตัวเองเด็ดขาดที่ไม่ให้เขามาหาอีก? ซึ่ง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่มีวันทำได้ ไม่ต้องพยายาม หนูเฝ้าบอกทั้งตัวเองและพวกพี่ทั้ง 3 คนว่าหนูทำใจได้ แต่ในความเป็นจริงหนูไม่มีวันทำได้ ถ้าทำได้มันทำไปแล้ว และปลายทางที่ยังบอกเขาว่า ถ้าเธอจะกลับมาเมื่อไหร่ เธอต้องกลับมา 100% นะ แค่คำนี้ก็บอกแล้วว่าต่อให้เขาไปเลวระยำตำบอนที่ไหน กลับมาได้ทุกเมื่อ สำหรับเคก็ยอมผู้ชายคนนี้ไปทั้งชีวิตแล้ว ไม่มีวันที่เคจะต่อต้านอะไรเขาได้ เพราะลึก ๆ แล้วจิตใต้สำนึกเคไม่ได้จะต่อต้านเขา จริง ๆ วิธีการที่เราจะตัดใครสักคน ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าก็ตัดให้มันเด็ดขาด แต่สุดท้ายเราฟังออกว่า ใครที่มีความเด็ดเดี่ยวที่จะตัดจริง ๆ กับใครที่ไม่มีวันตัดได้ คือถ้าคนที่บอกว่าตัวเองเด็ดขาด มันจะไม่รับโทรศัพท์ด้วยซ้ำ ไม่ว่าเขาจะขอกลับมาด้วยรูปแบบไหน เขาจะไม่มีวันได้กลับมา แต่ตอนนี้กับเคมันไม่ใช่ วัดจากอายุเขาอยู่กับเรามาครึ่งชีวิต แต่เขาคือส่วนที่เลวร้ายของชีวิต ถ้าเป็นร่างกายเขาก็อาจจะไม่ต่างอะไรกับเนื้อร้าย วันหนึ่งอยู่ดี ๆ ก็มีคนเอาก้อนเนื้อร้ายนั้นออกไป แต่เราเองนี่แหละที่พยายามแย่งชิงเนื้อร้ายกลับมา มันแค่นี้เอง โดยที่เราคิดว่านี่คือแฟนคนแรกที่อยู่กับเรามาครึ่งชีวิต แต่เราไม่ได้คิดว่าชีวิตฉันแย่มาครึ่งชีวิตแล้ว คำว่าครอบครัวที่สมบูรณ์ไม่จำเป็นต้องครบพ่อ แม่ ลูก 3 คน จำนวนของคนครอบครัวที่น้อยที่สุดคือ 2 คน ตอนนี้โรงเรียนเขาสอนเด็กทุกคนแบบนี้ หลาย ๆ ครอบครัวเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เมื่อมีใครสักคนออกไป ลองเปลี่ยนความคิดนี้ดูใหม่ ค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับมัน แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่าอะไรดีหรือไม่ดีกับชีวิต ครอบครัว และลูกของตัวเอง ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ช่วยยังไงในเมื่อปากเคยังบอกให้เขาเข้ามา พวกพี่จะทำอะไรได้ แย่งเขากลับมายังง่ายกว่าเลย เพราะผู้หญิงคนนั้นเขาเริ่มลังเลแล้วว่า ผู้ชายอยู่กับเรายังบอกคิดถึงเมียเก่า แต่สิ่งที่แย่งชิงคือ แย่งขยะกันอยู่ไง ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่สบายใจหรอก โยนกันไป โยนกันมา ขยะติดมือใครคนนั้นก็เหม็นแค่นั้นเอง แล้วก็ผู้ชายที่มีคนอื่น มีโลกสองใบ ยังจะโยนความผิดให้กูอีก เพราะว่ากูเป็นหนี้ถึงทำให้มึงมีเมียน้อยมันใช่ไหมล่ะ ตอนนี้พี่ก็เหลือแค่งัดปากเคขึ้นมาบอกว่า ไม่ให้มา ปากเคเป็นคนพูดเอง เคต้องรู้จักปฏิเสธ และขอย้ำเลยว่า ครอบครัวที่สมบูรณ์ไม่ใช่พ่อ แม่ ลูกเท่านั้น ครอบครัวที่สมบูรณ์คือ การดูแลเด็กคนนี้ด้วยความรัก ความสุข ด้วยกำลังแรงกายแรงใจทั้งหมดที่เธอมี ซึ่งวันนี้เธอจะเอาความสุขไปดูแลลูกไม่ได้เลย ถ้าชีวิตเธอยังไม่มีความสุข ผู้ชายคนนี้อยู่ในชีวิต ต่อให้มันไปมีเมียน้อยก็ไม่มีความสุข กลับมาก็ไม่มีความสุข ให้ผู้คนหญิงคนนั้นไป เด็ดเดี่ยวในการพูดว่า ไม่ แล้วบล็อก ต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับฉัน เธอไม่ได้ดีพอที่จะเป็นสามีที่ดีและพ่อของลูกฉัน ณ วันนี้ทำหน้าที่พ่อไป เพราะหน้าที่สามีสิ้นสุดตั้งแต่มีผู้หญิงคนนั้นแล้ว สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งที่พูดมันอาจจะทำร้ายความรู้สึกหนู แต่ว่าพี่อยากให้หนูมีชีวิตที่ดีกว่านี้ คำถามที่หนูถามว่า ทำยังไงถึงจะหลุดพ้นจากเรื่องนี้ได้ พี่ก็จะบอกว่า ทำให้ได้อย่างที่หนูพูดกับพวกพี่ทั้งหมดตั้งแต่ต้นรายการ ถ้าหนูจำไม่ได้หนูไปเปิดฟังอีกทีก็ได้ เอาจริง ๆ หนูเป็นคนฉลาด หนูพูดเหมือนหนูรู้ทุกอย่างว่าสามีคนนี้เป็นคนแบบไหน หนูแค่ต้องทำให้ได้อย่างที่หนูรู้ด้วยการใช้สมอง เพราะพี่รู้สึกว่าทุกครั้งเวลาที่เขากลับมา หนูจะใช้ความรู้สึกอย่างเดียวเลยว่า หนูขาดเขาไม่ได้ แต่ถ้าหนูใช้สมองตามที่หนูคิด อย่างที่พูดกับพวกพี่มาทั้งหมด หนูจะบอกกับตัวเองได้ทันทีว่า หนูจะไม่ปล่อยให้คนนี้กลับเข้ามาในชีวิตเป็นอันขาด มันยากพี่เข้าใจ แต่ถ้าเราใช้เหตุผลคุยกับตัวเอง พี่ว่าหนูจะผ่านมันไปได้ การที่เขาอยู่กับเรามาตลอดครึ่งชีวิต แล้วเขาทำกับเราแบบนี้ มันยิ่งชัดเจนเหลือเกินว่า คนนี้ไม่มีค่าอะไรเลยที่เราจะต้องรักษาเอาไว้ อยากให้กลับไปฟังสิ่งที่ตัวเองพูดทั้งหมด แล้วทุกครั้งถ้าเขาจะกลับมาก็เปิดสิ่งที่พูดให้พวกพี่ฟังก็ได้ และเราเป็นคนเลือกได้นะเค ไม่ใช่เขาเป็นคนเลือก ว่าจะกลับหรือไม่กลับมาในชีวิตเรา มันเป็นสิทธิ์ของเรา เหมือนที่เขาเลือกชีวิตของเขาที่จะทิ้งเราไปและมีผู้หญิงคนอื่น...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนน้องสาวโดนยิงเสียชีวิตที่ทำงาน แต่น้องสาวยังต้องทำงานที่เดิมอยู่ ตอนนี้ในฐานะพี่สาวเป็นห่วงน้องมาก น้องมีลูกอีก 2 คน คนโตเรารับมาเลี้ยง คนเล็กให้อยู่กับตายาย แต่คุณตาขี้เหล้า แอบเอาเหล้าให้หลานชิม พ่นควันบุหรี่ใส่หน้าหลาน

24 พ.ค. 2024

แฟนน้องสาวโดนยิงเสียชีวิตที่ทำงาน แต่น้องสาวยังต้องทำงานที่เดิมอยู่ ตอนนี้ในฐานะพี่สาวเป็นห่วงน้องมาก น้องมีลูกอีก 2 คน คนโตเรารับมาเลี้ยง คนเล็กให้อยู่กับตายาย แต่คุณตาขี้เหล้า แอบเอาเหล้าให้หลานชิม พ่นควันบุหรี่ใส่หน้าหลาน

แฟนน้องสาวโดนยิงเสียชีวิตที่ทำงาน แต่น้องสาวยังต้องทำงานที่เดิมอยู่ตอนนี้ในฐานะพี่สาวเป็นห่วงน้องมาก น้องมีลูกอีก 2 คน คนโตเรารับมาเลี้ยงคนเล็กให้อยู่กับตายาย แต่คุณตาขี้เหล้า แอบเอาเหล้าให้หลานชิม พ่นควันบุหรี่ใส่หน้าหลานเป็นห่วงไปหมด เราควรให้กำลังใจน้องยังไงดีคะ? “คุณแมว (นามสมมติ)” อายุ 35 ปีสายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [22 พ.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาชีวิตของน้องสาว โดย “คุณแมว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ช่วงประมาณปลายเดือนมีนาที่ผ่านมา น้องสาวได้โทรมาว่า ‘ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล’ เพราะแฟนของน้องสาวถูกยิงเสียชีวิต หนูเลยรีบไปหาน้องสาวแล้วช่วยเคลียร์เรื่องงานศพ หลังจบงานก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิต แต่หลังจากงานศพ 1 - 2 อาทิตย์ น้องสาวของหนูก็ต้องไปกลับไปทำงานที่เดิม ซึ่งคือที่ที่แฟนของน้องสาวถูกยิง หนูก็โทรหาน้องทุกวัน ไม่อยากให้น้องเหงา เพราะเค้าก็ยังมีลูกสาวอีก 2 คนอยู่เป็นเพื่อน คนเล็กเป็นลูกของแฟนที่พึ่งเสียไป ส่วนคนโตเป็นลูกติด และน้องสาวจะพูดตลอดว่า เค้าอยู่ได้ เค้าไหว ซึ่งหนูรู้ว่าเค้าพยายามที่จะเข้มแข็ง โดยทุก ๆ 5 - 6 โมงเย็นจะเป็นเวลาพักของหนู หนูก็จะโทรหาน้องสาวตลอด น้องสาวก็จะร้องไห้เวลานี้ทุกวันแล้วก็จะมีคำว่า ผ่านไปไม่ได้เลย เพราะ 6 โมงเย็นเป็นเวลาที่น้องสาวกับแฟนจะไปกินข้าวด้วยกันในที่ทำงาน แล้วน้องสาวก็จะใจหายทุกครั้ง ไข้ขึ้นทุกวัน พอเป็นแบบนี้น้องสาวก็จะลางานกลับบ้านทุกครั้งที่รู้สึกไม่สบาย ที่ทำงานก็ใจดีให้กลับ จนตอนหลังที่ทำงานเรียกไปคุยว่าจะให้กลับไปพักผ่อนที่บ้าน ไปฮีลใจก่อน หลังได้กลับมาพักผ่อนที่บ้านมันก็มีเรื่องตามมา น้องสาวก็มาคุยกับหนูเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายของเค้ามันพอดี ไม่สามารถกระดิกได้และยังไม่รวมค่ากิน ปกติแล้วเรื่องค่ากินของน้องสาวจะมีแฟนของเค้าเป็นคนซัพพอร์ต เพราะเค้าจะช่วยกันหา โดยคนหนึ่งจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้าน อีกคนจ่ายค่ากิน เค้าทั้งสองคนพยายามมาก ๆ ในการหาเงิน และใช้หนี้เพื่อที่จะได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านด้วยกัน พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นมันพังหมดเลย ลูกสาว 3 ขวบต้องไปอยู่บ้านตายาย ซึ่งตายายค่อนข้างที่จะ Toxic ในตอนที่โรงงานให้กลับไปพักผ่อนน้องสาวอยู่ที่บ้านไม่ไหวเลยขอมาอยู่กับหนู หนูเลยบอกว่า มา มาอยู่กับพี่ก่อน ครอบครัวแฟนน้องสาวอยู่คนละจังหวัดแต่ใกล้ ๆ กัน พ่อแม่ฝั่งผู้ชายดูแลน้องสาวเราดีมาก ๆ ทุกคนคอยซัพพอร์ตจิตใจน้องสาวของเรา คอยซื้อข้าวให้กิน พยายามทำให้เค้ามีความสุข ซึ่งน้องสาวก็เครียดว่าจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ชีวิตต่อ จนหนูพึ่งมารู้ว่าน้องเครียดจนต้องกินยาแก้แพ้ทุกคืนให้หลับ หนูเลยอยากถามพี่ ๆ ว่าหนูควร ให้คำปรึกษาน้องยังไงในการใช้ชีวิตต่อ’ ซึ่ง “ดีเจพี่เผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นผม ผมอยากให้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม เปลี่ยนที่ทำงานเลย ถ้าเหตุการณ์ประมาณนี้เกิดขึ้นกับผม ผมคงไปทำที่เดิมคงลำบากมาก ๆ และไม่ไหว แต่ถ้าติดปัญหาเรื่องเงินจริง ๆ ในระหว่างนี้เป็นไปได้มั้ยที่จะหางานใหม่ โดยที่ยังไม่ได้ทิ้งงานเก่า ไม่ให้มันมีรอยต่อ เช่น ในระแวกนั้นมีโรงงานอื่น หรือมีงานอื่นที่ทำได้มั้ย แต่ทั้งหลายทั้งมวลในคำแนะนำนี้ก็ต้องประเมินดูจากน้องสาวของคุณแมวอยู่ดี ว่าตัวน้องสาวคุณแมวไหวที่จะกลับไปไหม คือถ้าไม่ไหวจริง ๆ การเปลี่ยนงาน เปลี่ยนสถานที่ก็อาจจะจำเป็นที่จะลองทำ ลองไปหางานอื่น ลองไปดูโรงงานอื่น ที่อาจจะเทียบเคียงกันพอได้ แล้วค่อยออกเพื่อให้มันไม่มีรอยต่อเรื่องของค่าใช้จ่าย แต่ถ้าน้องสาวไหว ลองกลับไปดู ลองใช้ชีวิตดูกันสักตั้ง เพื่อให้งานและเรื่องรายได้ไปต่อไหว เรื่องของหลานสาวน่าเป็นห่วงมากเหมือนกัน ด้วยวัยที่กำลังจดจำและเลียนแบบกับสิ่งที่เห็นและจะแสดงออกแบบนั้น อันนี้น่าเป็นห่วงมาก อาจจะต้องปรึกษากับน้องสาวว่าเราจะทำยังไงได้บ้างให้เอาหลาน 3 ขวบออกมาได้ และเป็นไปได้ไหมที่น้องสาวจะมาอยู่กับคุณแมวก่อน เพราะถ้าน้องสาวอยู่คนเดียวอาจจะไม่สามารถที่จะเอาลูก 3 ขวบออกมาได้ แต่ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนสถานที่ให้เด็กคนหนึ่งได้ ก็ต้องพร่ำสอนในสิ่งที่ถูกต้องไปก่อน พยายามสอนทุกวิถีทาง ให้เวลากับเด็กเยอะ ๆ เพราะผู้ใหญ่บางคนเค้าห้ามตัวเองไม่ได้ แล้วก็จะทำสิ่งที่ไม่ดีออกมาบ้าง เพราะทุกครั้งที่เราปล่อยห่างออกไปอยู่กับตายายก็อาจจะได้เห็นพฤติกรรมที่มันไม่ควร แล้วในอนาคตสามารถตั้งหลักได้แล้วก็ต้องพยายามเอาลูก ๆ หลาน ๆ ออกมาให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น และน้องสาวคุณแมวที่ตอนนี้อยู่คนเดียวจะเป็นไปได้มั้ยที่จะย้ายมาอยู่กับคุณแมวเพื่อที่จะอยู่ใกล้ ๆ กัน ในเมื่อชีวิตมันมีเฟืองตัวหนึ่งที่เป็นเฟืองใหญ่แล้วมันหายไป แน่นอนการเดินต่อไปมันจะไม่เหมือนเดิม ผมมองว่าถ้ามันไม่เหมือนเดิมและถ้าอยู่แล้วมันไม่ราบรื่น เราควรเปลี่ยนมั้ยเพื่อที่จะได้ตั้งหลักอีกครั้งหนึ่ง’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับน้องสาวคุณแมวถ้าเค้าเลือกที่จะกลับไป สำหรับพี่ พี่คิดว่าน่าจะบอกกับน้องสาวว่าลองกลับไปได้เลยถ้าไหว ทางนี้จะซัพพอร์ตเต็มที่ แต่ถ้าไม่ไหวก็คือไม่ไหวไม่ต้องฝืน คือพี่ไม่รู้ว่าน้องสาวอาจจะอยากกลับไป เพราะน้องสาวคิดว่าถ้าเค้าไม่กลับตอนนี้จะไม่มีรายได้ แต่การที่น้องสาวกลับไปแล้วเค้าต้องผ่านสถานที่เกิดเหตุ แล้วทำให้เค้าผ่านไปไม่ได้ เป็นพี่พี่จะไม่บังคับและบอกกับน้องสาวคุณแมวว่าอย่าบังคับตัวเองถ้าไปแล้วมันทำไม่ได้จริง ๆ เพราะมันคือสิ่งที่ยากมากในการที่จะบอกว่ามันจะผ่านมันไปได้ พี่ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น เพราะมันจะส่งผลระยะยาวกับเรื่องนี้มาก ๆ ถ้าเค้ายังฝืนต่อไปเรื่อย ๆ โดยที่น้องสาวคุณแมวไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น คุณแมวต้องบอกน้องว่าวันไหนเสียใจก็คือเสียใจ มันเป็นเรื่องปกติ อย่างที่ 2 ถ้าข้อจำกัดมันทำให้หลานคนเล็กต้องไปอยู่อีกบ้านตากับยายที่มีปัญหาจริง ๆ ถ้ามันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ คุณแมวกับคุณแม่และญาติทุก ๆ คนก็ต้องคอยหมั่นตรวจสอบ คอยโทรไปหา ถ้ามีเวลาว่างต้องไปเยี่ยมแล้วถามหลานว่าเป็นยังไงบ้าง เกิดอะไรขึ้น และคุณแมวต้องทำให้น้องสาวรู้สึกว่าเราคือที่ปลอดภัยที่เค้าสามารถโทรหาเราได้ทุกเมื่อ และสำหรับตัวคุณแมวพี่รู้สึกว่าคุณแมวต้องมองเรื่องนี้เหมือนคุณแมวเป็นคนนอก คุณแมวต้องไม่เอาตัวเองเข้าไปเป็นน้องสาว และรู้สึกมากไปซึ่งบางทีมันอาจจะมากกว่าตัวน้องสาวเพราะมันจะทำให้คุณแมวไม่มีสติและไม่แข็งแรงพอที่จะแก้ปัญหานี้’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งที่จะให้ไปบอกน้องสาวคือให้น้องสาวรับรู้ถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากที่เกิดขึ้น ไม่ว่าใครเจอสถานการณ์นี้ก็ก้าวข้ามไปได้ยากเหมือนกัน แต่มันคือสัจธรรมหรือเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกหนึ่งเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่น้องสาวคุณแมวจะต้องเผชิญ คือความเจ็บปวด แต่ถ้ารู้สึกเจ็บปวดก็ปล่อยให้ตัวเองเจ็บปวด ให้น้องสาวรู้ไว้ว่าเค้าไม่ได้อยู่คนเดียว ถ้าจะเจ็บเราจะเจ็บไปด้วยกัน ความโชคดีของน้องสาวคุณแมวคือเค้าไม่ได้อยู่คนเดียว เค้ายังเหลือครอบครัวญาติพี่น้องและคุณแมวที่จะช่วยแก้ปัญหาไปพร้อม ๆ กัน ณ ตอนนี้กำลังจะเข้าสู่เรื่องการแก้ปัญหา ความเจ็บปวดจะเดินทางไปคู่กับเราแต่การแก้ปัญหาก็จะไปกับเราเช่นเดียวกัน ปัญหาตอนนี้คือปัญหาเรื่องเงิน ถ้ายังเลือกที่จะทำงานที่เดิมเพราะฉะนั้นต้องยอมรับความเจ็บปวดที่มันจะยังอยู่กับเรา และในเรื่องการหาเงินคุณแมวสามารถบอกน้องสาวว่าตัวคุณแมวจะช่วยน้องคิด เราจะค่อย ๆ คุยกันถ้าวันนี้มันเครียดจนคิดไม่ออก วันพรุ่งนี้ค่อยคิดใหม่ ถ้าได้ไอเดียอะไรมาก็มาปรึกษากันนะ ในส่วนของเด็ก 3 ขวบถ้ามีเวลาว่างทยอยกันไปดู อย่างน้องยังมียายอยู่ที่สามารถเป็นที่พึ่งได้ ตัวคุณแมวเองก็ต้องพูดกับคุณพ่อเรื่องที่กังวล และสิ่งสำคัญคือคุณแมวต้องเข้มแข็ง ไม่ต้องไปกดดันว่าเราจะต้องหาทางออกให้ได้ภายในวันนี้ ค่อย ๆ หาคำตอบ เพราะบางทีคำตอบอาจจะอยู่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่เราไปเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมาเกือบปี ถ้าทำอะไรผิดแฟนจะปรับหนู โทษหนัก เบา ต่างวาระ แอบไปเที่ยวปรับ 3000 ทักหาแฟนเก่าปรับ 30000 ตอนนี้จ่ายไปเกือบ 50000 บางโทษผ่อนชำระได้ แต่ถ้าแฟนคุยกับหญิงอื่นหนูไม่มีสิทธิ์ปรับ

07 มี.ค. 2025

คบกับแฟนมาเกือบปี ถ้าทำอะไรผิดแฟนจะปรับหนู โทษหนัก เบา ต่างวาระ แอบไปเที่ยวปรับ 3000 ทักหาแฟนเก่าปรับ 30000 ตอนนี้จ่ายไปเกือบ 50000 บางโทษผ่อนชำระได้ แต่ถ้าแฟนคุยกับหญิงอื่นหนูไม่มีสิทธิ์ปรับ

“คุณหนู(นามสมมติ)”อายุ 27 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 มีนาคม 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหา โดนแฟนปรับเงินทุกครั้งที่ทำผิด โดย “คุณหนู(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คบกับแฟนได้ประมาณ 1 ปี เวลาที่หนูทำผิด แล้วเขาไม่โอเค เขาจะมาปรับเงินเราเพื่อเป็นการชดเชย ตอนนี้หนูโดนปรับเงินรวมทั้งหมด 50,000 บาทแล้ว และแฟนก็บอกว่ามันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งความผิดหลักๆ เลย ที่โดนปรับทีละมากๆ ก็คือ บางทีหนูแอบไปเที่ยวแต่บอกเขาว่านอนแล้ว อันนี้รอบแรกโดนประมาณ 3,000 - 5,000 บาท แล้วก็มีเรื่องที่หนูทำผิดเองคือ ทักไปหาแฟนเก่า ประมาณว่าอยากกลับไปหาแฟนเก่า พอเขาจับได้ เขาจะเลิก แต่หนูก็รั้งเขาไว้ เขาเลยปรับเป็นเงินแทน อันนี้โดนปรับ 30,000 บาท และเรื่องที่หนูคุยกับเพื่อนผู้ชาย ซึ่งเป็นเพื่อนที่สนิทกัน รู้จักกันมานานแล้วตั้งแต่มัธยม หนูก็ไม่ได้คิดอะไรกับเพื่อนคนนี้ ส่วนเนื้อหาที่คุยกันก็ปกติ เวลาไปเที่ยวก็อาจจะมีถาม มีบอกบ้างว่าที่นี่สนุกนะ มาเที่ยวสิ ก็โดนปรับประมาณทีละ 10,000 - 20,000 บาท อีกรอบหนึ่ง คือเรื่องที่หนูไม่มั่นใจในตัวเขา เพราะเขามีเรื่องผู้หญิง ส่วนมากผู้หญิงที่ทักมาก็จะเป็นคนเดิมๆ เขาตอบผู้หญิงคนอื่น และก็มีบางครั้งที่เขาทักไปเอง แต่กับคนที่หนูมีปัญหา เขาก็ไม่ยอมบล็อก ไม่ยอมทำอะไรให้มันเคลียร์ แต่หนูก็ไม่เคยปรับเงินเขาเลย ซึ่งเขามีสิทธิ์ที่จะปิด บล็อก และเช็คโทรศัพท์หนูทุกอย่าง หนูให้สิทธิ์เขาหมดเลย เพราะว่าที่ผ่านมาหนูทำผิด หนูจะไม่ทำแล้ว แต่เขาบอกว่าหนูเป็นคนทำก่อน หนูไม่มีสิทธิ์ที่จะไปปรับเขา ที่หนูยอมให้เขาปรับเพราะตอนนั้นหนูก็ยังอยากไปต่อกับเขา แต่ก็เพิ่งมาเอ๊ะตอนหลังเขาเคยพูดอยู่ครั้งหนึ่งว่า จะทำผิดอะไรมา ต้องโดนทั้งจำทั้งปรับ จะเอาเงินมาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมันเสียความรู้สึกเขาไปแล้ว เขาเลยบอกว่าเรายังไม่มีสิทธิ์ที่จะไปดูโทรศัพท์ของเขา ตอนนี้หนูข้องใจว่ามันเป็นเรื่องปกติไหม เพราะหนูก็รู้สึกว่าจำนวนเงินมันก็เยอะ และหนูโดนปรับแล้ว แต่หนูไม่มีสิทธิ์ที่จะเช็ค จะอะไรเขาอยู่ดี ซึ่งหนูก็ไม่รู้ว่าเขาเลิกคุยกับผู้หญิงคนอื่นหรือยัง เขาบอกว่าเขาเลิกคุยแล้ว แต่บางทีหนูก็ยังเห็นมีเด้งมาอยู่ หรือว่าแฟนเก่าเขายังโทรมาหาอยู่ หนูก็สงสัยว่าเราจะต้องจ่ายขนาดนี้เลยหรอ? เพราะว่าในชีวิตประจำวันค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่หนูก็เป็นคนจ่าย หารกันบ้าง เช่น ค่าอาหาร กินข้าว ไปคาเฟ่ ไปเที่ยว แล้วรายได้เราก็ไล่เลี่ยกัน แต่เขามองว่าเรามีรายได้เสริม และถ้าหนูไม่มีเงินก้อนจ่าย เขาก็ให้ผ่อนชำระได้เป็นรายเดือน ก่อนหน้านี้ตอนที่เราก็ยังคุยกันอยู่ ไม่มีสถานะที่ชัดเจน หนูก็ไปคุยกับอีกคนหนึ่ง แล้วก็โดนปรับแบบนี้เหมือนกัน ตลอดเวลาที่คบกันมาเขาก็ดูแลหนูดีจริงๆ อบอุ่น ใส่ใจหนูตลอด มีแค่เรื่องนี้ที่หนูรู้สึกว่ามันแปลก หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า แบบนี้ปกติไหม แล้วหนูควรไปต่อหรือควรพอแค่นี้ดีคะ?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ มันแปลกไปหมดเลย เงื่อนไขของการคบกัน การปรับเงิน ปรับมาก ปรับน้อยแล้วแต่คดี และแว็บแรกที่เขามาในหัวพี่คือ สมกันเนอะคู่นี้ คุณหนูก็แสบ ไอแฟนก็ไถเงิน คนหนึ่งก็คุยกับแฟนเก่าว่าจะกลับไป ในขณะที่ผู้ชายก็ปรับเงินได้ แต่ตัวเองก็ทำด้วย และพอฟังแล้ว ความผิดก็มีทั้งคู่ แต่แฟนคุณหนูคนนี้ รู้สึกแปลกและไม่น่าคบหามากขึ้นไปอีก คือไม่ใช่เขาเป็นคนดีหรือพยายามทำตัวให้ดี เขาเหมือนหวังเอาเงินจากคุณหนู จากความสัมพันธ์ครั้งนี้ เพราะตัวเขาเองก็ไปคุยกับผู้หญิงคนนั้นคนนี้ ไม่ให้คุณหนูทำอะไรด้วย เพราะฉะนั้นคำถามแรก ปกติไหม มันก็มีคู่ที่เขาปรับเงินกัน แต่เขาไม่ได้ปรับกันจริงจังหวังเงินแบบนี้ อันนี้คือเอาไป 50,000 ไม่มีเงินก้อนก็ผ่อนชำระได้ มันดูเป็น Business เกินไป ซึ่งมันแปลก แล้วถามว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ก็พิจารณาเอาเอง เพราะต้องยอมรับว่าฝั่งคุณหนูก็ไม่ได้ทำตัวดี แล้ววันหนึ่งคุณหนูลองไม่จ่ายค่าปรับดูว่ามันจะเป็นยังไงต่อ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันแปลกไปหมดเลยคุณหนู มันตุๆ ไปหมดทุกอย่างที่คุณหนูเล่ามาเลย ยังไม่ได้เป็นแฟนกันก็ปรับเงินแล้ว ผู้ชายคนไหนหรือคู่ชีวิตคนไหน ที่รู้ว่าแฟนของเราไปคุยกับแฟนเก่าว่าอยากจะกลับไป แล้วเขาปรับเงิน คนปกติคือเขาเลิก แสดงว่าผู้ชายคนนี้อะไรก็สามารถแลกด้วยเงินได้ และเขาอาจจะอยู่กับหนูเพราะเขาไม่ได้รักหนู เขาโอเคเพราะหนูเอาเงินฟาดให้เขาอยู่ มีผู้ชายคนไหนที่ปรับเงินเราได้ แต่พอตัวเองทำผิดก็ไม่ยอมให้เราปรับ เพราะฉะนั้นทุกวันนี้เขาก็อยู่เพื่อเงินของหนู’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เหตุผลที่คนไม่ไปจากเรามีเยอะแยะมากมาย ที่อยู่ก็ไม่ใช่เพราะรัก อาจเป็นความเคยชิน หรือความสุขสบาย เป็นไปได้หมด แต่ว่าอยู่แล้วเรามีความสุขไหม ก็ต้องถามตัวเอง เพราะว่าเขาก็มีความเห็นแก่ตัวที่ค่อนข้างสูงเลย บางเรื่องเขาทำได้ เราทำไม่ได้ เหมือนมันไม่เท่ากัน คือถ้าจะตั้งกฎอะไรสักอย่าง มันควรเป็นเอกภาพ คือทุกคนใช้กฎนี้ร่วมกัน ไม่ใช่ว่ากฎนี้ถูกบังคับใช้กับฉันอย่างเดียว แต่ตอนนี้ก็เหมือนมันได้ถูกใช้กับเราแค่คนเดียว ก็รู้สึกว่าเห็นแก่ตัว ถ้าอยากได้ผู้ชายดี ต้องถามตัวเองว่า แล้วเราสมควรได้รับสิ่งนั้นไหม สำหรับวันนี้หนูก็ยังไม่พร้อม ถ้าการคบกับแฟนแล้วหนูยังคุยกับผู้ชายคนอื่นอยู่ และถ้าอยากได้ผู้ชายดีๆ จริงๆ ลองพัฒนาตัวเองก่อน ให้ดีพอที่จะได้รับผู้ชายดีๆ มาอยู่ในชีวิต แล้วแฟนคนนี้จะเอาเงินอีกก็คือเลิก เพราะผู้ชายคนนี้อยู่กับหนูก็เพราะเงิน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-