EFM FANDOM RECAP

EFM FANDOM RECAP

วิวาห์ปลอม ๆ ในวันนั้น... สู่ความรู้สึกจริงที่ชัดเจนขึ้นทุกวันนี้ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ แอปเปิ้ล - มิ้ม ที่มาสร้างโมเมนต์สุดหวาน ราวกับยกงานแต่งงานมาไว้ที่สตู! พร้อมมีแฟน ๆ เป็นสักขีพยานรัก

13 พ.ค. 2026

วิวาห์ปลอม ๆ ในวันนั้น... สู่ความรู้สึกจริงที่ชัดเจนขึ้นทุกวันนี้ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ แอปเปิ้ล - มิ้ม ที่มาสร้างโมเมนต์สุดหวาน ราวกับยกงานแต่งงานมาไว้ที่สตู! พร้อมมีแฟน ๆ เป็นสักขีพยานรัก

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 7 พฤษภาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “แอปเปิ้ล - มิ้ม” ที่จะมาส่งมอบความน่ารัก น่าเลิฟให้แฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปด้วยความสุข ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ สนุกสนาน “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... บ้านเช่าหมายเลข 9นามปากกา : Khunfar~~ “เทียร์” สถาปนิกสาววัย 30 ผู้ยึดถือเหตุผลและหลักการย้ายจากคอนโดเพื่อหาที่สงบทำงาน ได้พบ “บ้านเลขที่ 9” บ้านเช่าที่ดีและราคาถูกผิดปกติ และเธอคือผู้เช่าคนที่ 9 ไม่นานก็เกิดเรื่องประหลาดเหนือธรรมชาติ แต่เทียร์ยังคงอธิบายทุกอย่างด้วยวิทยาศาสตร์ จนคืนหนึ่งเธอเกือบประสบอุบัติเหตุ แต่มีมือเย็นเฉียบของใครบางคนช่วยไว้ เช้าวันต่อมาเธอได้พบ “พราว”วิญญาณหญิงที่ติดอยู่ในบ้านเป็นเหตุผลที่ผู้เช่าก่อนหน้าหนีไปทั้งหมด เทียร์พยายามไล่เธอออกทุกทางจนหลวงตาเอ่ยปาก “เขาไม่ได้มีจิตอาฆาต เขาแค่ติดอยู่ที่นี่เพราะบ่วงบางอย่างอยู่ร่วมกันไปเถอะ” และยังได้รู้ว่าพราวเป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้ เทียร์จึงต้องยอมพร้อมตั้งกฎการอยู่ร่วมกันแต่การอยู่ร่วมกันไม่ได้จบแค่นั้น เพราะพราว “จำไม่ได้ว่าตัวเองตายได้ยังไง” และยังไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้ เทียร์คนที่เชื่อว่าทุกอย่างต้องมีคำตอบจึงเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่อธิบายไม่ได้ จากผู้เช่ากับวิญญาณ กลายเป็นคู่ร่วมทางที่ต้องตามหาความจริงในอดีต เพื่อไขปริศนาการตายของพราวและหาทางปลดปล่อยเธอ บางทีสิ่งที่ซับซ้อนที่สุดไม่ใช่แบบแปลนแต่คือความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่าง “คนเป็น” กับ “คนที่ควรจากไป”FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... House for rent number 9Pen Name : Khunfar~~ Tier, a 30-year-old architect with a strong sense of reason and firm principles, decides to leave her bustling condo in search of a more peaceful workspace. Her journey leads her to "House Number 9," a surprisingly charming and affordable rental, where she becomes the ninth tenant. However, this tranquil abode quickly reveals its secrets as eerie, supernatural happenings unfold. Tier, ever the rational thinker, attempts to rationalize these oddities through scientific explanations. One fateful evening, she's nearly involved in a life-threatening incident, only to be saved by an icy grasp. The following day, she encounters Praw, the spirit of a woman ensnared within the house—just the reason why all the previous occupants have fled. Determined to rid herself of this ghostly presence, Tier's efforts are thwarted by a monk who gently asserts, "She's not here to cause harm; she's simply bound by some karmic ties. You must learn to coexist." Soon, Tier discovers that Praw was the one who rescued her, compelling her to establish rules for their shared existence. Yet, their intertwined fates go beyond mere cohabitation: Praw struggles with the mystery of her own death, unable to find peace or be reborn. As Tier, who has always believed in finding answers, grapples with the unexplainable, their relationship evolves from that of tenant and spirit to that of unlikely companions. Together, they embark on a quest to unravel the tangled threads of Praw's past, uncovering the truth behind her demise and seeking a path to her liberation. Ultimately, they come to realize that perhaps the most intricate designs aren’t found in blueprints, but in the deepening emotions shared between the living and those who linger in the shadows of the past.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... เพลงเดิมกับเราที่ไม่เหมือนเดิมนามปากกา : พระจันทร์ยิ้ม :) บางเพลงไม่ได้มีไว้ฟังให้จบ แต่มันมีไว้เพื่อพาเรากลับไปหาใครบางคน “ปุณ” เคยเชื่อว่ากาลเวลา จะพาใครบางคนเลือนหายไปจากชีวิตได้รวมถึง “เนย” คนที่เคยยืนอยู่ข้างกันในวันที่ธรรมดากลับมีความหมาย ความทรงจำของพวกเขาผูกอยู่กับคอนเสิร์ตหนึ่ง ท่ามกลางแสงไฟ เสียงเพลง และฝูงชน มีเพียงมือที่จับกันแน่น และสายตาที่ไม่ต้องการคำอธิบาย แต่สุดท้าย ความสัมพันธ์นั้นก็จบลง ไม่ใช่เพราะหมดรัก แต่จบลงเหมือนหลายๆ ความสัมพันธ์ — เงียบๆ และไม่มีคำอธิบาย เวลาผ่านไป ปุณใช้ชีวิตต่อ คิดว่าตัวเองลืมได้แล้ว จนกระทั่งเพลงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง เพียงท่อนฮุคสั้นๆ ทุกอย่างก็ย้อนกลับมาชัดเจน เหมือนเธอไม่เคยไปไหนจากวันนั้นเลย ปุณถึงได้รู้ว่าเธอไม่เคยลืมเนยได้จริงๆ ไม่ใช่ความคิดถึงที่อยากย้อนกลับไป แต่เป็นความรู้สึกที่อยู่เงียบๆ ในทุกวัน เธอไม่เคยลบเพลงนั้นออกจากเพลย์ลิสต์ ไม่ใช่เพราะลืมไม่ได้ แต่เพราะไม่เคยอยากลบ แม้จะรู้ดีว่าเพลงจะพาเธอกลับไปได้แค่ในความทรงจำ และไม่มีวันพาใครคนนั้นกลับมา แต่เธอก็ยังเลือกฟังมันซ้ำๆ เพราะบางเพลงไม่ได้มีไว้ฟังให้จบ แต่มันมีไว้เพื่อคิดถึงใครบางคน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่มีวันได้กลับไปหาเขาอีกเลย…FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... The song we used to share isn't quite the same tune anymore.Pen Name : พระจันทร์ยิ้ม :) Some songs aren’t just meant to be played to the end; they’re crafted to whisk us away to someone special. Pun once thought that time could wipe some people from our lives, including Noey, a companion from a seemingly ordinary day that held profound significance. Their bond was woven into the melodies of a concert, surrounded by kaleidoscopic lights, vibrant music, and throngs of fellow fans. Only their fingers intertwined, and their eyes spoke volumes without any words. Yet, that chapter closed, not because love had diminished, but as so many relationships do – quietly, without a word. Life moved on for Pun, who believed she had put it all behind her, until that familiar tune echoed once more. Just a brief chorus, and suddenly, memories surged back like a tide, as if no time had passed at all. Pun understood then that Noey had never truly slipped from her heart. It wasn’t a yearning to reclaim the past but rather a subtle presence that lingered with her each day. She never erased that song from her playlist, not due to an inability to forget, but out of a desire to hold on. Even though she knew it could only lead her to moments gone by and would never bring her back to them, she chose to savor it again and again. Because some songs aren’t meant to be played to completion; they serve to keep the memories of someone alive, echoing in our hearts without ever bringing us back to them…FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ลูกสาวกำนันเค้ากลัวอยู่เรื่องเดียวนามปากกา : คนคูลๆเค้าอ้อนยังไงพี่ "ขอเทปพันตอไก่หน่อยครับ" ชายหนุ่มสะกิดจนคนที่นั่งเหม่ออยู่ถึงกับสะดุ้ง แอปเปิ้ล เอ่ยขอโทษที่ไม่ได้ยินเพราะเสียงไก่ดังระงมราวกับพวกมันแข่งกันขันอยู่ข้างหูเธอ เขาหัวเราะหลังรับของแล้วเดินจากไป ชีวิตลูกสาวเจ้าของซุ้มไก่ใครว่าง่าย ทุกวันนี้แอปเปิ้ลใช้ชีวิตเหมือนจ่าฝูงไก่เข้าไปทุกที "ผ้าอาบน้ำไก่ผืนหนึ่งค่ะ" เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่อีกครั้ง หญิงสาวใบหน้าหวานที่พกรอยยิ้มสวยกับตาใสแป๋วคู่นั้นช่างขัดกับมือขวาที่กระเตงอุ้มไก่ตัวโตซะเหลือเกิน "ลูกกำนันบ้านไหนมาซุ้มไก่ได้ทุกวัน" แอปเปิ้ลบ่นอุบ ตั้งแต่อุ้มไก่เป็นยัยคนสวยคนนี้ก็มาที่นี่ทุกวี่วัน "บ้านหนูนี่แหละ ไม่มีกฎข้อไหนห้ามลูกกำนันตีไก่ซะหน่อย" หน้าหวานปากแจ๋ว ฉายานี้มิ้มพิสูจน์แล้วว่าได้มันมาไม่ใช่เพราะโชคช่วย "ระวังกำนันจะตีเข้าสักวัน" "ไม่เคยกลัวหรอกนะจะบอกให้" ยังจะมายักคิ้วหลิ่วตาใส่กันอีก "เคยกลัวอะไรบ้างล่ะเราน่ะ" "ก็มีอยู่อย่างหนึ่งนะ" "อะไร?" นิ้วเล็กชี้ไปที่กลุ่มชายหนุ่มด้านใน "กลัวพวกนั้นมาจีบพี่..." ตาแป๋วที่แอปเปิ้ลชอบมองช้อนขึ้นมาสบกัน เป็นเพราะเมื่อกี้แน่... "จะกลัวทำไม ก็รู้อยู่แก่ใจว่าพี่ชอบหนูอยู่แค่คนเดียว"FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... The daughter of the village chief harbors just one fear in her heart.Pen name : คนคูลๆเค้าอ้อนยังไงพี่ “Could you grab me some tape for the chicken spurs?” the young guy asked, nudging the girl, who jumped in surprise. Apple apologized for not catching his words over the ruckus of the roosters cawing loudly around her. He chuckled, pocketed the tape, and wandered off. Being the daughter of a chicken coop owner isn’t exactly a walk in the park. Lately, it feels like Apple is stepping into the role of the flock’s leader. “I could really use a chicken bathing towel, please,” she said, glancing back at the new arrival. The girl, with her sweet face, charming smile, and sparkling eyes, created a striking image next to the hefty rooster she clutched in her right hand. “Who does the headman’s daughter think she is, showing up at the coop every single day?” Apple muttered, annoyance creeping into her words. Now that she’s learned how to handle chickens, this pretty girl has been a daily fixture. “My place, obviously. There’s no rule banning the headman’s daughter from wrestling with roosters,” came the cheeky reply, her lovely appearance perfectly matched by her sharp wit—a combo that earned her a reputation that Mim had convinced everyone was no mere coincidence. “Better watch yourself, or the headman might give you a whack someday.” “I’m not scared, you know,” she shot back with a playful wink. “What have you ever feared, then?” “Well, there is one thing,” she said, as her small finger gestured towards a group of young men loitering nearby. “I worry they’ll try and hit on you…” Apple’s big, innocent eyes, which she adored gazing into, met his. It must have been the tension from earlier that sparked this conversation. “Why fret? You know Iอ’m only into you.”FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... รอยเท้าสีขาวนำทางรักนามปากกา : DinTsuchi “มิ้ม” เดินวนรอบหมู่บ้านในยามพลบค่ำ ในมือถือแผ่นปลิวประกาศ "ตามหาแมวสีส้ม" ที่หายไปของเธอ สายฝนเริ่มโปรยปรายทำให้กระดาษในมือเริ่มเปียกปอนและเลอะเลือน มิ้มทรุดนั่งลงที่ม้านั่งในสวนสาธารณะที่มืดสลัวด้วยความท้อแท้ ทันใดนั้น มีแมวสีขาวนวลตัวหนึ่งเดินเข้ามาคลอเคลียที่ขาของเธอ มันคาบปลอกคอสีแดงที่คุ้นตามาวางไว้ตรงหน้ามิ้ม ก่อนจะเดินนำเข้าไปในพงหญ้าลึกท้ายหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อว่ามีบ้านร้างที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป มิ้มเดินตามไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ จนถึงรั้วไม้เก่าที่ผุพัง แมวสีขาวตัวนั้นกระโดดข้ามรั้วเข้าไป มิ้มปีนตามเข้าไปจนพบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ที่บานสะพรั่งผิดธรรมชาติ “แอปเปิ้ล” คือหญิงสาวในชุดสีขาวที่ดูราวกับหลุดมาจากอีกยุคสมัย เธอกำลังอุ้มแมวสีส้มของมิ้มไว้ในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน แอปเปิ้ลเงยหน้าขึ้นสบตามิ้ม เธอไม่ได้พูดอะไร แต่เพียงแค่ส่งแมวคืนให้พร้อมกับยื่นดอกไม้สีขาวสะอาดตาให้หนึ่งดอก มิ้มรับแมวมาแนบอกด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอก้มลงมองดอกไม้ในมือครู่เดียวแล้วเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง แอปเปิ้ลและแมวสีขาวตัวนั้นก็หายไปท่ามกลางสายหมอกเสียแล้วทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... White footprints guide love.Pen Name : DinTsuchi As twilight draped the village in shadows, Mim wandered restlessly, clutching a flyer that pleaded for the return of her missing orange feline. Drops of rain began to fall, blurring the ink and dampening her desperate hopes. Exhausted, she sank onto a park bench shrouded in soft light, her heart heavy. Just then, a creamy white cat emerged, weaving around her legs, its familiar red collar glinting in the fading light. It nudged the flyer gently with its nose before darting into the tall grass that fringed the village—where derelict houses loomed, shunned by locals. With a mix of hesitation and curiosity, Mim trailed behind the white cat until they reached a crumbling wooden fence. The agile feline hopped over, and Mim followed, soon discovering a woman sitting in a lavishly blooming garden that seemed to defy the seasons. Clad in white, she appeared as if she had stepped from a distant memory. “Apple,” the woman murmured, cradling Mim’s orange cat tenderly in her arms. With a warm, wordless smile, she returned the beloved pet to Mim and offered her a singular, flawless white flower. Tears of joy sparkled in Mim’s eyes as she clutched her cat, but after a moment’s pause to admire the flower, she looked up again. In an instant, Apple and the white cat dissolved into the mist, leaving only a delicate scent lingering in the air.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... LOVE PACKAGE แพ็กเกจนี้มีรักนามปากกา : tripple.T ในปี 2039 ผู้คนเริ่มหันมาซื้อ “แพ็กเกจชีวิต” เพื่อความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และไลฟ์สไตล์ ‘แอปเปิ้ล’ เป็น Life Prototype tester นักรีวิวชื่อดังที่ทดลองใช้แพ็กเกจชีวิตมามากมาย แต่ยิ่งทำ เธอยิ่งรู้สึกว่าชีวิตพวกนั้นถูกสร้างมาเพื่อให้ “ดูดีสำหรับคนอื่น” มากกว่าจะอยู่ได้จริง เธอสะดุดตากับแพ็กเกจของ ‘มิ้ม’ แพ็กชีวิตเรียบง่าย ลดโซเชียลมีเดีย และอยู่กับตัวเองมากขึ้น แม้จะเปิดให้ใช้ฟรี แต่กลับไม่มีใครสนใจ พอแอปเปิ้ลติดต่อไป จึงได้รู้ว่ามิ้มเป็นนักออกแบบชีวิตมือใหม่ เธอมองว่าแพ็กเกจนี้ยังไม่พร้อมลงตลาด แต่ถ้าไม่มีคนทดลอง โครงการก็จะถูกพับทั้งคู่ต้องเจอกันเป็นระยะเพื่อติดตามผล จากคุยงานสั้น ๆ กลายเป็นคุยกันได้เรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว แอปเปิ้ลเริ่มชอบความเงียบสงบมากขึ้น มิ้มก็เริ่มคุ้นกับการมีใครสักคนอยู่ใกล้ ๆ เมื่อครบ 30 วัน แอปเปิ้ลส่งรีวิวขึ้นระบบแบบทุกครั้ง บรรยากาศเงียบลงหลังเสียงแจ้งเตือนว่าอัพโหลดสำเร็จดังขึ้น มิ้มละสายตาจากสมุดบันทึก “…ยังไม่กลับเหรอคะ” แม้จะรู้สึกใจหายแต่ก็ไม่อยากรั้งคนตรงหน้าไว้ แอปเปิ้ลส่ายหน้าแล้วส่งยิ้มบาง ๆ “แค่อยากลองใช้เวลาด้วยกันดูน่ะค่ะ สนใจไหมคะ”FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… LOVE PACKAGEPen Name : tripple.T In the year 2039, a trend emerged where individuals began purchasing “life packages” aimed at achieving rapid personal and lifestyle changes. Among these seekers was Apple, a well-known tester and reviewer of Life Prototypes who had explored countless options. However, the more life packages she sampled, the more she realized they seemed crafted to impress others rather than foster genuine sustainability. Then, she stumbled upon Mim’s offering: a straightforward lifestyle that focused on cutting back on social media and embracing solitude. Surprisingly, despite no cost attached, it garnered little interest. When Apple reached out to Mim, she discovered that Mim was still a fledgling life designer. Mim felt her package wasn’t fully polished for public consumption; yet, she knew that unless someone gave it a shot, the project would be abandoned. They began to meet regularly to track the package’s development. What initially started as brief work sessions organically blossomed into deeper conversations. Apple found herself cherishing the tranquility, while Mim became more comfortable with having someone in her space. After a month, Apple uploaded her review as she typically would. The room settled into a hush as the upload notification chimed. Mim glanced up from her notes. “…Aren’t you heading home soon?” A flicker of sadness crossed her, but she didn’t want to pressure Apple. However, Apple simply shook her head and offered a faint smile. “I thought we could enjoy a little more time together. What do you say?”เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “แอปเปิ้ล - มิ้ม”ที่จะมาสร้างช่วงเวลาสุดพิเศษด้วยเคมีสุดหวานนน จนแฟน ๆ ต้องหลงรักกก~( Ammirey สุดน่ารักของ APM ) ทั้งคู่เผยว่า เหล่าแฟนคลับ หรือ Ammirey ของพวกเธอนั้นน่ารักและเรียบร้อยมาก ๆ อย่างวันนี้ที่ทั้งคู่ได้มาออกรายการ EFM FANDOM LIVE เหล่าแฟน ๆ ที่รออยู่ด้านหน้าตึกก็ได้นั่งเข้าแถวรอเจอกับทั้งคู่กันแบบมีระเบียบสุด ๆ “แอปเปิ้ล” ยังเผยอีกว่า ขนาด “มิ้ม” ที่ปกติแล้วเป็นคน Introvert ยังต้องปรับตัวเพื่อที่จะไม่ให้เวลารวมพล หรือมีงานที่ต้องพบเจอกับแฟน ๆ จะไม่เงียบเกินไป เป็นด้อมที่น่ารักจริง ๆ( หวนนึกถึงตัวเองในอดีต.. ) “แอปเปิ้ล” เผยว่า เวลาที่ตนเห็นมิ้มนั้นจะนึกย้อนไปเหมือนเห็นตัวเองในอดีต ตอนที่เข้าวงการใหม่ ๆ พร้อมเล่าว่า ช่วงที่เข้าวงการใหม่ ๆ ทำการบ้านหนักมากในการแสดงเรื่องแรก แต่รู้สึกว่าต่อให้ทำยังไงก็ทำออกมาได้ไม่ดี แม้มีโอกาสแก้ตัวกี่รอบก็ยังไม่สามารถทำออกมาได้ดีเท่าที่ควร ทำให้โดนผู้กำกับและผู้ใหญ่ดุบ่อยมาก ๆ ตอนนี้ที่ได้อยู่กับ “มิ้ม” จึงอยากเป็นคนคอยสอน คอยชี้แนะเส้นทางต่าง ๆ ในวงการให้กับอีกฝ่าย อยากเป็นคนที่คอยอยู่ข้าง ๆ คอยซัพพอร์ตอีกฝ่าย เหมือนอย่างที่ในอดีตตนนั้นอยากได้คน ๆ นั้นมาคอยอยู่ข้าง ๆ เป็นเซฟโซนนั่นเอง พร้อมยังบอกอีกว่า ตนนั้นอยากให้ “มิ้ม” ประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้านที่ชอบ โดยเฉพาะด้านแฟชั่นที่อีกฝ่ายหลงใหล และให้ความสนใจมาก ๆ เพราะก่อนจะมาแสดงละครก็เคยเป็นนางแบบมาก่อนด้วย ครบทุกด้านจริง ๆ เจ้าหนูคนนี้~ อีกทั้งยังเล่าเสริมอีกว่า ทุกวันนี้ “มิ้ม” ยังช่วยตนเยอะมากในเรื่องโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น การเลือกรูปให้เอาไปโพสต์ลง คุมโทนโพสต์ในไอจีต่าง ๆ จากที่ปกติตนนั้นเป็นคนที่ถ่ายอะไรก็ลงแบบนั้นเลย พอมีอีกฝ่ายมาช่วยคุมเรื่องนี้ก็ช่วยยกระดับให้ดูเป็นคนมีเทสมากขึ้น เสริมส่งกันแบบลงตัวสุด ๆ สำหรับคู่นี้( จะเป็นคนข้าง ๆ ให้เธอเสมอ ) “มิ้ม” เล่าว่า นอกจากเรื่องงานแล้ว “แอปเปิ้ล” ยังเป็นคนที่คอยซัพพอร์ต และดูแลตนในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการไปรับไปส่งอยู่เสมอ หรือแม้แต่เวลาที่ “มิ้ม” อยากจะกินอะไร “แอปเปิ้ล” ก็จะตามใจและพร้อมไปด้วยเสมอ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ “แอปเปิ้ล” จะไม่ถูกปากก็ตาม( เธอคนโปรด ตัวอย่าง..ที่น่านับถือ ) “มิ้ม” เผยว่า ตนนั้นเคารพและนับถือ “แอปเปิ้ล” มาก ๆ เพราะตนนั้นมีอีกฝ่ายเป็น แรงบันดาลใจในการสู้ชีวิต และทำงานเลี้ยงดูครอบครัว พร้อมยังนับถืออีกฝ่ายเรื่องของความกตัญญูต่อแม่มาก ๆ โดยตนนั้นรู้สึกว่าอยากจะทำตามอีกฝ่ายให้ได้ จนไปถึงวันที่แม่ไม่ต้องทำงาน หรือลุกขึ้นมาหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง เพียงแค่อยู่บ้าน และใช้ชีวิตให้สุขสบายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายใด ๆ( สัญญาณที่บ่งบอกว่าชีวิตเปลี่ยนไป..?! ) “มิ้ม” เผยว่า ตอนที่ตนนั้นเป็นนางแบบ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงอะไร แต่ปัจจุบันกลับเปลี่ยนไปแบบเห็นได้ชัดเลย ในปัจจุบันไม่ว่าตนจะชอบหรือสนใจอะไร ก็จะมีเหล่าแฟน ๆ คอยซัพพอร์ตอยู่เสมอ แล้วก็รู้สึกว่าการที่ได้มาเป็นนักแสดงนั้นสอนให้ตนนั้นเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จึงทำให้ตนรู้สึกอยากพัฒนาตัวเองมากขึ้นไปอีก ในด้าน “แอปเปิ้ล” เผยว่า ตั้งแต่ซีรีส์ออนแอร์ไปคนจะเรียกว่า “พี่ดิน” แทนการเรียกชื่อจริงซะอีก และเวลาเจอกับแฟน ๆ นอกเวลางาน ก็จะเจอปฏิกิริยาแปลก ๆ เหมือนอยากจะเข้ามทักแต่ก็กล้า ๆ กลัว ๆ นอกจากนี้ยังมียอด Follow ที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก ๆ อีกด้วย( ความดราม่าสุดท้าทาย ) “มิ้ม” เผยว่า ในตอนแรกที่ถูกจับเข้าไปถ่ายในกองคือชีวิตจริงดราม่ากว่าในซีน เพราะตนนั้นแอบเข้าไปร้องไห้ในห้องน้ำบ่อย ๆ เนื่องจากเพราะไม่สามารถแสดงออกมาได้ดีเท่าที่ควร แต่ในส่วนของซีนดราม่าในบทบาทที่ได้รับนั้น ตนรู้สึกว่านักแสดงร่วมคนอื่นช่วยส่งอินเนอร์ได้ดีมาก และผู้กำกับก็ช่วยบิ้วอารมณ์ได้ดีมากเช่นกัน จนทำให้มีฟีลในการเล่นซีนในบทดราม่านั้นได้ง่ายขึ้นมาก ๆ( First impression เหมือนรักแรกพบ! ) “แอปเปิ้ล” เผยว่า จุดเริ่มต้นคือตนนั้นเป็นคนนำเสนอ “มิ้ม” ให้ทางผู้ใหญ่ไปคัดเลือกต่อ อีกทั้ง “มิ้ม” ยังเป็นคนแรกที่ตนนั้นเลือกและส่งไป และยังโชคดีมาก ๆ ที่ “มิ้ม” ก็ตอบรับกลับมา โดยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เจอกันในครั้งแรกว่า วันนั้นตนได้ไปช่วยเพื่อนแคสนักแสดงงานหนึ่ง แล้วได้ไปแคส “มิ้ม” และก็จำได้อีกฝ่ายได้มาโดยตลอด พร้อมเผยถึงพัฒนาการของอีกฝ่ายว่า จากตอนแรก ๆ ที่เป็นคนเงียบ ๆ นิ่ง ๆ ไม่ค่อยมีเอเนอจี้ ในกองถ่ายก็จะได้เห็นภาพที่กระโดด ดึ๋ง ๆ โยนลูกบอลเสียงดัง เป็นการโปรเจกต์เสียง และเพื่อให้ร่างกายแอคทีฟ ให้มีเอเนอจี้ที่เยอะมากขึ้นอีกด้วย “มิ้ม” เสริมว่า ก่อนเข้ากองถ่าย ตนจะโดนจับไปวิ่งตลอด เพราะวันที่ไปวิ่งจะทำให้ตนนั้นดีดขึ้น แต่หลัง ๆ จะหาทางลัดก็คือจะไม่กินข้าว เพราะรู้ว่าหากตนกินข้าวแล้วจะง่วงนอนมาก ๆ เนื่องจากปกติตนนั้นเป็นคนที่นอนกลางวันตลอด( How to เข้าหาเธอ..ยัยคนสวย ) “แอปเปิ้ล” เล่าว่า มีเวลาแค่เพียง 2 วันเท่านั้น ที่จะเข้าไปตีสนิทกับอีกฝ่าย ตนจึงได้เลือกการเล่นไพ่เผือก เพื่อที่จะเป็นสะพานในการพูดคุยกันได้แบบลึกซึ้ง และสนิทสนมกันมากขึ้น ด้านของ “มิ้ม” เล่าอีกว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ที่เคยเจอกับอีกฝ่ายในตอนที่ตนนั้นไปแคสงาน วันนั้นมองว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ดูเข้าถึงได้ง่าย จนมาเจอกันอีกทีวันเซ็นสัญญา ก็ได้พูดคุยและมองเห็นอีกฝ่ายมากขึ้น พร้อมยังบอกอีกว่าในวันที่เล่นไพ่เผือกด้วยกันนั้นคือคุยกันตรง ๆ เลย ว่าถ้าเธอพร้อมเปิดใจ ชั้นก็พร้อมเปิดใจเช่นกัน( หนูอยากเห็นพี่เป็นผู้กำกับ! ) “มิ้ม” เผยว่า เร็ว ๆ นี้ “แอปเปิ้ล” ได้มีโอกาสได้เป็นผู้กำกับซีรีส์ และในอนาคตตนก็อยากเห็นภาพอีกฝ่ายในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์เช่นกัน วันนั้นอีกฝ่ายคงจะเท่มาก ๆ น่าภูมิใจไม่น้อยเลยน้าาา โดย “แอปเปิ้ล” ก็ได้เผยว่า ย้อนกลับไปตอนที่ตนนั้นได้เข้าไปใน North Star Entertainment ในฐานะผู้กำกับ และกำลังจะได้กำกับซีรีส์เรื่องหนึ่ง แต่จู่ ๆ กลับมีเหตุที่ทำให้ต้องไปร่วมโปรเจกต์กระทันหัน “แอปเปิ้ล” จึงต้องไปตามหาคู่ตัวเองด้วยตัวเอง ซึ่งสุดท้ายก็ได้ “มิ้ม” คนที่ยังติดอยู่ในความทรงจำเสมอมานั่นเอง( สิ่งที่คิดถึง..หลังซีรีส์จบ ) “แอปเปิ้ล” เผยว่า ตนนั้นอยากเห็นพัฒนาการของตัวละครหลังจากที่ทั้งสองตัวละครอยู่ด้วยกันจริง ๆ เพราะก่อนจะจบเรื่อง บทของตัวละครจะพลิกจากติ๋ม ๆ เป็นเสือแซ่บขึ้น เลยอยากเห็นพัฒนาการว่าจะเป็นยังไงต่อไป ในด้านของ “มิ้ม” ก็คิดเห็นตรงกันว่าอยากเห็นพัฒนาการของตัวละครเช่นกัน พร้อมเผยว่า จริง ๆ ในนิยายทั้งคู่จะมีลูก ชื่อ “เดย์ซี่” จึงอยากรู้ว่าในชีวิตจริงเขาพร้อมจะมีลูกกันหรือยัง แล้วก็อยากเห็นว่าพอเขามีความสุขกันตลอดเวลาเขาจะใช้ชีวิตกันยังไง เพราะกว่าจะมารักกันเหมือนจุดนี้ได้ ก็ผ่านปัญหาและอุปสรรคมามากมายเหมือนกัน พร้อมฝากให้ Ammirey ทุกคนติดตามผลงานต่อ ๆ ไปของทั้งคู่ ทั้งงาน Fan meeting ที่ใกล้เข้ามา และงานอื่น ๆ เช่นกัน ฝากแฟน ๆ ติดตามด้วยน้าาาและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “แอปเปิ้ล - มิ้ม” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกมชื่อว่า “APM Wedding วิวาห์รัก นิรันดร”ในเกมนี้ทั้งคู่ก็ได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน แฮปปี้ พร้อมสร้างรอยยิ้ม พาแฟน ๆ โดนตกกันแบบจัดเต็ม!สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “แอปเปิ้ล - มิ้ม”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “แอปเปิ้ล - มิ้ม” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่นำความน่ารักของทั้งคู่มาทำให้เหล่าทีมงาน และแฟน ๆ ได้อมยิ้มไปตาม ๆ กัน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “The Earth วิวาห์ปฐพี” สามารถติดตามรับชมซีรีส์ย้อนหลังออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT ได้ทางแอปพลิเคชัน iQIYI และเว็บไซต์เท่านั้น!!สามารถเข้าไปรับชมเติมความฟินไปกับความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

EFM FANDOM RECAP

เขาว่ากันว่า คนเรามักจะจดจำกลิ่นของคนที่เรารักได้เสมอ ค่ำคืนแสนพิเศษ เพิร์ล – พีค นำความน่ารักสุดละมุนมาเติมเต็ม EFM FANDOM LIVE ให้หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นหวานของความรัก หอมฟุ้งทะลุหน้าจอ จนไม่มีวันลืม~

06 พ.ค. 2026

เขาว่ากันว่า คนเรามักจะจดจำกลิ่นของคนที่เรารักได้เสมอ ค่ำคืนแสนพิเศษ เพิร์ล – พีค นำความน่ารักสุดละมุนมาเติมเต็ม EFM FANDOM LIVE ให้หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นหวานของความรัก หอมฟุ้งทะลุหน้าจอ จนไม่มีวันลืม~

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 30 เมษายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “เพิร์ล - พีค” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ คารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... “ร้านซ่อมความฝัน” l The Dream Menderyนามปากกา : บิจุยส์ ในตรอกเล็กที่คนแทบไม่เดินผ่าน มีร้านเก่าๆ เปิดอยู่ มีป้ายเขียนไว้ว่า "ร้านซ่อมความฝัน" เด็กชายชื่อ "พีค" เดินเข้ามาช้าๆ เขาถือกล่องกระดาษยับๆ ไว้แน่น... ผมพยายามแล้ว แต่มันไม่สำเร็จเลยครับ เขาพูดเบาๆ หรือบางทีผมอาจไม่เก่งพอจะทำให้ความฝันนี้เป็นจริง... เจ้าของร้าน "เพิร์ล" ไม่ตอบทันที เขารับกล่องมาวางบนโต๊ะ แล้วค่อยๆ เปิดออก ในนั้นไม่ใช่ความพังทลาย แต่เป็นเศษความทรงจำของความฝันที่ประกอบไปด้วย "พีคตอนเริ่มเป็นนักแสดงครั้งแรก ร้องเพลงครั้งแรก วันที่เคยถูกชมครั้งแรก" ชายเจ้าของร้านเงยหน้ามอง "พีค" แล้วพูดเบาๆ ว่า "ความฝันไม่ได้พังหรอก มันแค่เหนื่อยจนหยุดพัก" เขาปิดกล่องแล้วส่งคืน "ฉันซ่อมมันไม่ได้หรอก แต่ฉันช่วยให้มันจำได้ว่า ...มันเคยเริ่มจากอะไร ลองพามันกลับไปเดินอีกครั้งสิ ไม่ต้องวิ่ง แค่ก้าวแรกก็พอ..." พีคก้มมองกล่องกระดาษที่ถือไว้ในมือ... เขาเงียบไปชั่วครู่ "มันยังรู้สึกหนักเหมือนเดิม แต่ใจเขากลับเบาลง" เขาเดินออกจากร้าน ตรอกยังเงียบเหมือนเดิม แต่แสงแดดดูอุ่นขึ้นเล็กน้อย และเป็นครั้งแรกที่เขาคิดได้ว่า... บางทีผมอาจยังไม่ได้ล้มเหลว แค่ผมกำลังพักหายใจอยู่เท่านั้นเองFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The Dream MenderyPen Name : บิจุยส์ In a quaint, nearly forgotten alley, a peculiar little shop announced its presence with a sign that read "Dream Repair Shop." A young boy named Peak approached with cautious steps, tightly gripping a worn and crumpled cardboard box. "I tried, but it didn't work," he murmured to himself. "Maybe I just wasn’t meant to turn this dream into reality..." The shopkeeper, Pearl, paused before responding. He carefully took the box from Peak, setting it down on the table before gently peeling it open. Instead of remnants of failure, he revealed scattered bits of cherished memories tied to a dream: "Peak’s early days of acting, the sweet notes of his first song, the moment he felt the warmth of praise for the very first time." Pearl met Peak’s gaze with a kind expression and said softly, "Your dream isn’t shattered. It’s merely weary and in need of rest." He closed the box with care and handed it back. "I can’t fix it, but I can help it remember where it all began. Just take it out for a little stroll again—not a sprint, just that first step..." Peak stared at the box cradled in his hands, lost in thought for a moment. "It’s still heavy, but somehow, my heart feels a bit lighter," he admitted. With newfound resolve, he stepped out of the shop. The alley held its peace, yet the sunlight felt a touch warmer. And for the first time, he began to understand... perhaps he hadn’t truly failed at all. He was merely catching his breath.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... “ ภาษาดอกไม้ของเรา ”นามปากกา : School_1997 เพิร์ล ให้ดอกไม้ผมทุกวันตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน มันไม่เคยอธิบาย แค่ยื่นให้ แล้วก็ยิ้มเหมือนไม่มีอะไร ผมเลยลองเอาไปค้นความหมายเอง เดซี่ — ความบริสุทธิ์ใจ ลาเวนเดอร์ — คิดถึง กุหลาบชมพู — ชื่นชม ทิวลิป — ความสุข พอเรียงตามวันที่ได้ มันเหมือนประโยคสั้นๆ ที่ค่อยๆ ต่อกัน แต่ผมไม่เคยถามมันตรงๆ เพราะกลัวคำตอบจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป วันหนึ่งผมเผลอถามขึ้นมา “มึงเคยให้ดอกไม้ใครแบบนี้ไหม” เพิร์ลชะงักไปนิดเดียว “เคย” “แล้วเขารู้ไหม” มันส่ายหัว “ไม่น่ารู้” หลังจากนั้น ดอกไม้ที่มันให้ผมเริ่มแปลกขึ้น บางดอกผมหาความหมายไม่เจอเหมือนมันตั้งใจไม่ให้ผม “แปล” ได้ง่ายๆ จนวันหนึ่งผมไปถึงร้าน แล้วเห็นช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่สุดเท่าที่มันเคยทำ “ของใคร” ผมถาม เพิร์ลเงยหน้ามามอง “ของคนที่น่าจะเข้าใจแล้ว” ผมหัวเราะกลบเกลื่อน “มั่นใจขนาดนั้นเลย” มันไม่ตอบ ตั้งแต่วันนั้นมันยังให้ดอกไม้ผมทุกวัน ผมก็ยังรับ เราไม่เคยพูดคำว่าชอบ มันก็ไม่เคยพูดคำว่ารัก แต่ทุกครั้งที่มันยื่นดอกไม้ให้ แล้วผมยื่นคืนให้ในวันถัดไป เรารู้กันดีว่าภาษานี้ไม่ต้องมีใครแปลอีกแล้วFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... “ Our enchanting tongue”Pen Name : School_1997 Since the very first day we crossed paths, Pearl has brought me flowers each and every day. There were no explanations offered—just his warm smile as he handed them over, as if the act itself said it all. So, I began to unravel their meanings on my own: Daisy for purity, Lavender for longing, Pink rose for admiration, Tulip for happiness. When I laid them out chronologically, it created a poetic narrative, like short phrases weaving together. Yet, I hesitated to ask hI'm directly about it, fearing the answer might shift everything between us. One day, the thought slipped out of my mouth: “Have you ever given flowers like this to anyone else?” Pearl paused, considering the question. “Yes.” “Did they understand?” He shook his head slowly. “Probably not.” After that moment, the flowers he gifted became more enigmatic. Some had meanings that eluded me, as if he wanted to keep me guessing on purpose. Then, one day, I wandered into the shop and found the grandest bouquet he’d ever made. “Who’s it for?” I inquired. Pearl glanced at me. “For someone who likely already gets it.” I chuckled awkwardly. “Is that your secret confidence?” He remained silent, a playful grin in his eyes. From then on, the flowers kept arriving daily, and I continued to accept them. We’ve never uttered “I like you” nor has he confessed “I love you,” but every time he hands me a bouquet and I return the gesture the following day, we both understand that our silent language no longer needs to be deciphered.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Invisible You รัก…ไร้ตัวตนนามปากกา : จ่าเอ็นเสด ฝนตกพรำในคืนที่คดีเริ่มต้น “เพิร์ล” ตำรวจหนุ่มไฟแรง ถูกส่งมาสืบอุบัติเหตุของดาราชื่อดัง “พีค” ที่นอนโคม่าไร้สติในโรงพยาบาล ทุกอย่างดูเหมือนอุบัติเหตุธรรมดา… จนกระทั่งเขาเห็นใครบางคนยืนอยู่ข้างเตียง “คุณมองเห็นผมเหรอ?” เสียงนั้นถามเบา ๆ เพิร์ลชะงัก เขามองชายหนุ่มที่หน้าตาเหมือนพีคไม่มีผิด ต่างกันเพียงร่างกายโปร่งใส “คุณเป็นวิญญาณ?” พีคพยักหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน “ผมออกจากร่างตัวเอง แล้วกลับเข้าไปไม่ได้” จากวันนั้นเพิร์ลกลายเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับพีคได้ ทั้งคู่ร่วมกันสืบหาความจริง ยิ่งค้นลึกเท่าไร เพิร์ลยิ่งพบว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา แต่เป็นการพยายามฆ่าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความริษยาของวงการบันเทิง ระหว่างการสืบ ความใกล้ชิดค่อย ๆ ก่อตัว พีคที่เคยโดดเดี่ยวเริ่มยิ้มได้อีกครั้ง ส่วนเพิร์ลที่เคยปิดกั้นหัวใจ กลับรู้สึกผูกพันกับคนที่ไม่มีตัวตน “ถ้าผมกลับเข้าร่างไม่ได้…คุณจะยังอยู่กับผมไหม” พีคถาม เพิร์ลเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ “ผมจะหาทางพาคุณกลับมาให้ได้” เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การค้นหาคำตอบของคดี แต่คือชีวิตคนสำคัญของเขาFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Invisible YouPen Name : จ่าเอ็นเสด On a rainy night, a new chapter unfolded. Pearl, a bright-eyed and determined police officer, was tasked with unraveling a puzzling incident involving the renowned celebrity, Peak, who lay motionless in a coma at the hospital. At first glance, it appeared to be a routine accident… until a figure appeared beside the celebrity’s bed. “Can you see me?” a gentle voice inquired. Pearl froze in place, his gaze locking onto a man whose features mirrored those of Peak except for his ethereal, translucent form. “Are you a spirit?” Pearl asked, bewildered. Peak nodded, confusion dancing in his eyes. “I’ve left my body, and I can’t find my way back.” From that moment on, Pearl became the sole person able to converse with Peak. Together, they embarked on a quest for the truth, and as they dug deeper, Pearl unearthed a chilling revelation: it was no simple mishap, but a calculated murder cloaked in the envy of the entertainment world. Throughout their investigation, an unexpected bond blossomed. Once isolated, Peak started to smile again, while Pearl, who had guarded his heart, felt an irresistible pull toward someone who was, quite literally, a shadow. “If I can’t return to my body… will you stay by my side?” Peak asked, vulnerability lacing his voice. Pearl paused, the weight of the moment heavy in the air, before he replied softly, “I will find a way to bring you back.” This time, it was about more than solving a case; it was about saving someone who had unexpectedly become essential to his life.FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... กลิ่นโปรดของผมคือเธอ : My Favorite Scent is Youนามปากกา : หนูน้อยหมวกแดง ท่ามกลางโลกที่อำนาจตัดสินด้วยสายเลือดและฟีโรโมน อคิน เดชโภคินอนันท์ (เพิร์ล ศัจกร) คืออัลฟ่าที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ร่างกายที่เหมือนประติมากรรมชั้นเลิศและทรัพย์สินมหาศาลทำให้เขาถูกนิยามว่า “สมบูรณ์แบบ” เขาใช้กลิ่นฟีโรโมนที่ดุดันข่มขวัญผู้คนเพื่อสร้างกำแพงล่องหน แต่เบื้องหลังหน้ากากอันแข็งแกร่งนั้นกลับซ่อนความลับที่อาจทำลายชีวิตเขาได้ นั่นคือ “ภาวะแพ้ฟีโรโมนโอเมก้า” อย่างรุนแรง ซึ่งเป็นจุดอ่อนร้ายแรงในการชิงเก้าอี้ผู้บริหาร อคินต้องยืนหยัดอยู่บนคมดาบของความสมบูรณ์แบบ เพราะในสงครามสายเลือดที่เหล่าญาติพี่น้องต่างสวมหน้ากากเข้าหากัน เส้นทางที่ต้องปกปิดนำเขามาพบกับ ปราณ เวชพิสิฐพงศ์ (พีค ภีมพล) คุณหมอผู้รับช่วงต่อดูแลสุขภาพประจำตระกูลต่อจากคุณพ่อ ในสายตาคนนอก ปราณ คือ “เบต้า” ผู้เรียบเฉยและไร้กลิ่นอาย แต่อันที่จริงเขาคือ “โอเมก้าบกพร่อง” ที่ซ่อนตัวตนอยู่ใต้รูปลักษณ์ของคนธรรมดา ทว่าทันทีที่สบตา กฎเกณฑ์ทุกอย่างที่ทั้งคู่เคยยึดถือกลับพังทลาย กลิ่นที่ควรจะทำให้อคินเจียนตาย กลับกลายเป็นแรงดึงดูดที่โหยหาอย่างบ้าคลั่ง ส่วนร่างกายที่เคยด้านชาของปราณก็กลับสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... My Favorite Scent is YouPen Name : หนูน้อยหมวกแดง In a realm where lineage and pheromones dictate power, Akin Dejphokinanan (Pearl Satjakorn) reigns supreme as an Alpha, perched at the pinnacle of a savage hierarchy. His chiseled physique and vast fortune paint him as the epitome of perfection, a figure others both fear and admire. Armed with his powerful pheromones, he casts an intimidating aura that creates an unapproachable barrier around him. Yet, beneath this formidable facade lies a perilous secret: a debilitating allergy to Omega pheromones, a significant flaw in the ruthless competition for high-ranking roles. Akin finds himself teetering on the knife’s edge of flawlessness, navigating a treacherous battlefield where even family members wear deceptive masks. This path of hidden truths leads him to Pran Wechpisitpong (Peak Peemapol), a physician who inherited the family medical practice from his father. To the untrained eye, Pran appears to be a serene and scentless Beta, but beneath his unassuming surface lurks the reality of a "deficient Omega," concealing his true self in plain sight. However, when their gazes collide, all previously established rules shatter. The aroma that should have sent Akin spiraling into madness instead ignites an all-consuming, obsessive attraction. The part of Pran that had long been numb begins to quiver with a newfound life.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... จดหมายแถวกลางนามปากกา : wiedbutromanceโรงหนังเก่าชื่อ Before Dawn Cinema ตั้งอยู่ท้ายสุดของถนนที่ผู้คนเลิกเดินผ่านไปนานแล้ว ป้ายไฟสีส้มหน้าร้านกระพริบติด ๆ ดับ ๆ ราวกับกำลังพยายามหายใจเป็นห้วงสุดท้ายของชีวิต “พบ” เติบโตมากับกลิ่นฝุ่นของเบาะผ้าสีแดง เสียงเครื่องฉายครืดคราดเก่ากรุ และความเงียบที่ครอบครัวทิ้งไว้ เขาเฝ้าโรงหนังแห่งนี้ราวกับเฝ้าความทรงจำที่ไม่ยอมเสื่อมสลาย แล้ว “ฟา” ก็ปรากฏตัวขึ้น ชายแปลกหน้าที่มาซื้อตั๋วรอบสุดท้ายทุกคืน นั่งที่เดิม แถวเดิม กับหนังเรื่องเดิม ราวกับไม่ได้มาดูหนัง หากกำลังรอคอยบางสิ่ง คืนก่อนวันปิดกิจการ พบเดินเข้าไปนั่งข้างเขาในความมืดสลัวของโรงหนัง บนจอภาพ พระเอกกำลังพูดถึงการรอคอยที่ไม่มีวันสิ้นสุด ฟาวางซองจดหมายเก่าไว้บนเบาะข้างตัว ก่อนลุกขึ้นเดินจากไป ท่ามกลางแสงสลัวจากจอหนังที่ยังไม่ดับสนิทดี เมื่อพบหยิบมันขึ้นมา ชื่อบนหน้าซองเลือนจางจนแทบอ่านไม่ออก เหลือเพียงความรู้สึกประหลาดคล้ายเคยสูญเสียบางอย่างไป ณ ที่แห่งนี้ ด้านนอกฝนเริ่มตก ส่วนด้านในยังคงปล่อยให้หนังเรื่องเดิมฉายต่อไป ราวกับบางความทรงจำไม่เคยจบลงจริง ๆ มันเพียงรอให้ใครสักคนกลับมานั่งที่เดิมอีกครั้ง เท่านั้นเองFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Letter from the heart of the ensemblePen Name : wiedbutromance The aging Before Dawn Cinema lingered at the end of a forgotten street, its orange neon sign flickering like a heartbeat fading away. For "Phop," the cinema was intertwined with the musty aroma of the worn red seats, the rhythmic creaks of the ancient projector, and the hushed echoes of his family’s absence. He stood sentinel over the theater, clinging to its enduring essence. Then came "Fa," an enigmatic figure who purchased a ticket for the final showing every night, consistently occupying the same seat in the same row. He didn’t seem there to enjoy the film; rather, he appeared to be waiting for something elusive. On the eve of the cinema's closing, Phop settled beside him in the dim glow of the screen. As their shared story unfolded, the film's lead character spoke of an eternal wait. Fa left an old envelope on the seat next to him as he stood to leave, melting into the shadows. In the fading light, Phop picked it up, only to find the name scribbled on it barely legible, evoking a poignant sense of loss—a feeling that something had slipped through time. Outside, rain began to patter softly, while within the theater, the same film continued to play on, as if some memories were destined to linger on, patiently waiting for someone to return and occupy that same seat once more.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “เพิร์ล - พีค”ที่จะมามอบกลิ่นหอมของความรัก จนกลายเป็น The best ความหอม ให้แฟน ๆ จดจำไปตลอดกาลลล~( First Fanmeet “PearlPeak” ) “พีค” เผยว่า งานแฟนมีตในครั้งที่ผ่านมานั้น เป็นงานแฟนมีตครั้งแรกของทั้งคู่ จึงทำให้ฝึกซ้อมกันค่อนข้างหนัก และใช้ระยะเวลาซ้อมค่อนข้างเยอะ ซึ่งผลประกอบการที่ลงแรงเหนื่อยกันก็ได้รับผลตอบรับที่ดีแบบสุด ๆ บรรยากาศงานมีหลากหลายความรู้สึก ทั้งตื่นเต้น และสนุก เรียกได้ว่าครบรสจริง ๆ ทางด้านของ “เพิร์ล” เผยว่า ซีนที่ประทับใจ และจำจนถึงทุกวันนี้ คือซีนที่ร้องเพลง “ครั้งหนึ่งตลอดไป” ด้วยกันกับแฟน ๆ และตอนร้องเพลงก็ได้ลงไปพบปะแฟน ๆ ร้องเพลงด้วยกันแบบใกล้ชิด เป็นโมนเมนต์ที่น่ารักใจฟูสุด ๆ !( FLOWER BOY World Premiere ) “พีค” เผยถึงความรู้สึกในงานว่า ตนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะลุ้นว่าอยากให้แฟน ๆ ชื่นชอบในผลงานการแสดงของตน อีกทั้งรู้สึกตื่นเต้น เพราะงานนี้เป็นอีกครั้งที่ได้มานั่งดูซีรีส์พร้อมกับแฟน ๆ “เพิร์ล” เสริมว่า ตนนั้นก็ตื่นเต้นเช่นกัน เพราะอยากดูผลงานการแสดงของตัวเอง ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน แล้วแฟน ๆ จะชอบหรือเปล่า และแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่จะได้นั่งดูซีรีส์กับแฟน ๆ แต่ก็ยังคงตื่นเต้นอยู่ตามเคย( จุดเริ่มต้นแห่งความรัก ) งานนี้เหล่าดีเจก็ได้มอบโจทย์ให้ทั้งสองได้เลือกหนึ่งซีนใน EP.1 มาแสดงให้แฟน ๆ ได้ดูแบบสด ๆ เรียล ๆ หน้าไลฟ์กันเลย ซึ่งทั้งสองก็ได้เลือกซีนที่ทั้งคู่ได้เจอกันครั้งแรก และสามารถแสดงออกมาได้น่ารักฮีลใจแฟน ๆ สุด ๆ( Mini Mission “หลงกลิ่น..” ) รายการได้มีมินิเกมสนุก ๆ มาให้ “เพิร์ล - พีค” ได้เล่นกัน นั่นคือต้องให้ทั้งคู่ตอบคำถามในโจทย์ที่ได้รับไปเริ่มที่ข้อแรก “ กลิ่นที่ Favorite ที่สุด คือกลิ่นที่ฮีลใจเราที่สุด? ” โดย “พีค” ก็ได้เลือกเป็น กลิ่นฝน พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นกลิ่นที่มีความชื้น ๆ ดิน ๆ เวลาดมแล้วรู้สึกสบายใจ และสงบ ด้านของ “เพิร์ล” ก็เลือกกลิ่นที่ทำให้ฮีลใจของตนนั้นคือ กลิ่นต้นไม้ พร้อมเผยว่า เวลาไปต่างจังหวัดที่มีต้นไม้เยอะ ๆ แล้วได้กลิ่นต้นไม้ที่มันชื้น ๆ กลิ่นนั้นจะทำตนรู้สึกสบายใจมากข้อสอง “ กลิ่นอะไรที่ทำให้นึกถึงอีกฝ่าย? ” ในข้อนี้ “เพิร์ล” ก็ได้ตอบว่า กลิ่นที่สื่อถึง “พีค” สำหรับตนนั้นคือกลิ่น เด็กอ่อน ๆ เหมือนกลิ่นแป้งเด็กสะอาด ๆ ในด้านของ “พีค” ก็ได้เลือก กลิ่นหนัง เป็นกลิ่นที่ดมแล้วนึกถึงอีกฝ่าย พร้อมให้เหตุผลว่า กลิ่นหนัง มันจะมีความวินเทจ ๆ ดิบ ๆ หน่อย เป็นการอธิบายกลิ่นที่เห็นภาพแบบสุด ๆ !ข้อสุดท้าย “ถ้ามีน้ำหอมที่เป็นกลิ่นของอีกฝ่ายจะตั้งชื่อว่าอะไร? ” ข้อนี้ “เพิร์ล” ได้ชิงตอบก่อนเลยว่า จะตั้งชื่อว่า “Baby Peak” เพราะกลิ่นของพีคเป็นเหมือนกลิ่น เด็กอ่อน ก็เลยได้ชื่อนี้ไปในที่สุด ทางด้านของ “พีค” เผยว่า ด้วยความที่ กลิ่นหนัง มีความดิบ ๆ และวินเทจ จึงได้ตั้งชื่อน้ำหอมว่า “Pearly” เพราะอยากให้มีความคอนทราสต์ โดยคนอาจจะได้ยินแล้วรู้สึกว่ามันน่าจะออกนุ่ม ๆ หวาน ๆ แต่พอเปิดออกมาใช้แล้วดันมีกลิ่นแบบดิบ ๆ วินเทจแทน จะได้เป็นที่จดจำที่ดีและเป็นเอกลักษณ์ของกลิ่นนี้( นิยามกลิ่น.. ซีรีส์ ) ทั้งคู่เผยว่า ช่วงแรกของซีรีส์นั้นจะเป็นกลิ่นหอมดอกไม้อ่อน ๆ แบบดอกที่ยังไม่ได้ผลิบานเต็มที่ต่อมาในช่วงกลางเรื่องจะมีเป็นกลิ่นชื้น ๆ กลิ่นดิน กลิ่นฝนเสริมเข้ามาและในช่วงท้ายซีรีส์ จากกลิ่นดอกไม้อ่อน ๆ ก็จะกลายเป็นกลิ่นดอกไม้ที่ผลิบานอย่างเต็มที่ แต่งานนี้ “พีค” ก็ได้พูดเสริมว่า หรือดอกไม้ดอกนั้นอาจจะเฉาตายไปเลยก็ได้ ไม่แน่ว่าจะมีคนแอบหลุดสปอยหรือป่าวน้าาา อีกทั้ง ทั้งคู่ยังบอกอีกว่าในซีรีส์เรื่องนี้จะมีรสชาติความโรแมนติกมากกว่าดราม่าอีกด้วย อยากให้แฟน ๆ ได้รอติดตามชมตอนถัด ๆ ไปกันน้าา( Location ถ่ายทำแบบจึ้งเกิน! ) ถ้าพูดถึงซีรีส์เรื่องนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่างาน Production และ Location ที่ถ่ายทำนั้นสวยจึ้งมากจริง ๆ โดยหลัก ๆ นั้นจะเป็นฉากที่ถ่ายทำอยู่ในป่า ทั้งคู่เลยบอกว่าทุกความสวยงาของธรรมชาติที่ทุกคนเห็นนั้นล้วนเป็นของจริงทั้งหมด ทำเอาเหล่าดีเจช็อกอึ้งไปตาม ๆ กันนน และ “เพิร์ล” ก็ได้พูดเสริมว่า ในตอนแรกที่ได้รับบทนี้ตนนั้นภูมิใจมาก ๆ เพราะคิดว่าได้ถ่าย Location ที่บริษัท เปิดแอร์เย็น ๆ สบาย ๆ แต่สุดท้ายกลับไม่เป็นเหมือนที่คิด เมื่อต้องมารู้ว่ามีฉากที่ต้องมาแสดงแบบล้มลุกคลุกคลานอยู่ในป่า ซึ่งเหนื่อย และร่างกายเลอะเทอะกว่าบทของ “พีค” ซะอีกและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “เพิร์ล - พีค” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกมชื่อ “Flower Love ดอกไม้นี้ให้แทนใจ”ในเกมนี้ “เพิร์ล-พีค” ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน Youtube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “เพิร์ล - พีค”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เพิร์ล - พีค” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “Flower Boy หลงกลิ่นเกสร” สามารถติดตามรับชมซีรีส์ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่องวัน 31 และรับชมเวอร์ชั่น Uncut ได้ทางแอปพลิเคชัน OneD ที่เดียวเท่านั้น!สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

ทุ่งข้าวที่ว่าสวย... ยังไม่สวยเท่าเธอที่ยืนอยู่ข้างกัน ต้อนรับ ลูกหมี - ซอนญ่า ขนความน่ารัก สดใส และความซนแบบเกินต้านมาเสิร์ฟแฟน ๆ ถึง EFM FANDOM LIVE แล้ว งานนี้แฟน ๆ ได้ชาร์จความสุขจนเต็มแบตกันแน่นอน!

01 พ.ค. 2026

ทุ่งข้าวที่ว่าสวย... ยังไม่สวยเท่าเธอที่ยืนอยู่ข้างกัน ต้อนรับ ลูกหมี - ซอนญ่า ขนความน่ารัก สดใส และความซนแบบเกินต้านมาเสิร์ฟแฟน ๆ ถึง EFM FANDOM LIVE แล้ว งานนี้แฟน ๆ ได้ชาร์จความสุขจนเต็มแบตกันแน่นอน!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 23 เมษายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ที่จะมาแต่งเติมใบหน้าเหล่าแฟน ๆ ให้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Attention Pleaseนามปากกา : อาร์เจลูปิน “คุณผู้โดยสารคะ…คุณผู้โดยสาร” “อ๊ะ” เธอสะดุ้งเมื่อมือเย็นเฉียบแตะเข้าที่หลังมือ ก่อนจะหันไปมองค้อนใส่หล่อน “มีอะไรคะ” เธอเอ่ยถามหล่อนอย่างไม่สบอารมณ์ที่ถือวิสาสะโดนเนื้อต้องตัวกัน เธอเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ไม่ชอบความวุ่นวายและที่ไม่ชอบที่สุด คือ สัมผัสจาก ‘คนแปลกหน้า’ “รบกวนเปิดกระจกและคาดเข็มขัดด้วยนะคะ” เจ้าหล่อนในชุดพนักงานสายการบินสีแดงก่ำขับผิวยิ่งทำให้หล่อนดูเซ็กซี่ ขณะเดียวกันก็น่าหวั่นเกรงตอบกลับอย่างข่มอารมณ์ ไม่รู้ว่าเพราะท่าทางเงอะงะของเธอ หรือเพราะหล่อนต้องการจะแกล้งกันถึงได้เข้ามาประชิดตัว ผลักไหล่กันเบาๆให้เอนลงไปพิงกับเบาะ เอื้อมมือดึงหน้าต่างขึ้น พร้อมทั้งดึงสายเข็มขัดคาดให้อย่างคล่องแคล่ว “ข..ขอบคุณค่ะ” ดันพูดติดๆขัดๆใส่หล่อนซะได้ แต่จะไม่ให้ติดขัดได้อย่างไร ในเมื่อการกระทำเมื่อครู่ทำเอาใจแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่ม กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ระยะห่างของใบหน้าเพียงคืบ พอได้มองใกล้ๆ เจ้าหล่อนมีใบหน้าที่มีเสน่ห์เหลือล้น ไฝตรงหางคิ้วทำเอาเผลอมองไม่วางตา คนแปลกหน้าคนนี้กำลังทำเธอหวั่นไหว “ยินดีค่ะคุณผู้โดยสาร” หล่อนตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มชวนฉงน “หน้าคุณดูแดงๆ ไม่สบายหรอคะ หรือว่ากำลังเขินฉัน”FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Attention PleasePen Name : อาร์เจลูปิน "“Excuse me, passenger …excuse me, passenger ,” “Ah!” She jumped slightly as a chilly hand brushed against the back of her own, spinning around with a glare for the woman behind her. “What do you want?” she snapped, irritation flaring at the audacious intrusion. In her nature, she was introverted, shunning the hustle and bustle of crowds, but most of all, she detested the touch of a ‘stranger.’ “Kindly roll up the window and buckle your seatbelt,” replied the woman dressed in a dark crimson airline uniform that hugged her form, exuding both allure and authority, as she reigned in her frustration. Whether it was the woman's teasing demeanor or her own nervousness, she found herself inching closer, gently leaning against her seat as she raised the window and expertly secured her seatbelt. “Th…thank you,” she mumbled, her heart nearly skipping a beat from the encounter. The faint whiff of perfume mingled with the closeness of their faces—mere inches apart—drawing her gaze into the depths of the woman’s mesmerizing features. A mole perched near her eyebrow only intensified her fascination. The presence of this stranger set off a flutter in her chest. “You’re welcome, traveler,” she replied, her smile a mix of mystery and warmth. “You seem a bit flushed. Are you unwell, or just shy around me?””FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... แดนต่าง (Finally, Never)นามปากกา : daycember ‘หมี’ แรงงานสาวในต่างแดนที่ต้องมาใช้ชีวิตที่นี่คนเดียวเพราะโชคชะตากำหนด เธอโดดเดี่ยวท่ามกลางแสงนีออน และป่าคอนกรีต กิจวัตรประจำวันของเธอแค่ต้องตื่นเช้าเข้าโรงงานไปทำงาน แล้วตอกบัตรกลับในตอนเย็นเสมือนหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง พอจะมีเพื่อนคนไทยอยู่บ้างแต่ก็เข้ากับพวกเขาไม่ได้สักเท่าไหร่ จนวันหนึ่ง ‘ซอน’ หญิงสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอพึ่งย้ายเข้ามาใหม่ หมีรับหน้าที่ฝึกงานให้ซอน ทำให้พวกเธอเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ชีวิตแรงงานของหมีไม่น่าเบื่ออีกต่อไป และซอนเองก็เหมือนเริ่มหลงรักหมีเช่นกัน ในเมื่อทั้งสองคิดตรงกัน ความสัมพันธ์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรัก ความผูกพัน ในขณะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเบ่งบาน มีความสุขจนล้นเอ่อ ในคืนหนึ่งซอนกลับหายไปอย่างเป็นปริศนา ไม่มีใครเห็นเธออีกเลย หัวใจของหมีแตกสลาย เธอไม่สามารถทำงานที่นั่นต่อได้ จึงทำเรื่องขอย้ายกลับไทยแล้วตามสืบเรื่องของซอนเสมอมา แต่แล้วความจริงก็ปรากฎว่าซอนไม่ได้อยู่บนโลกมาตั้งแต่แรก เธอเป็นวิญญาณที่คอยวนเวียนอยู่ที่โรงงานนั้นเพื่อรอเนื้อคู่ของเธอ และชาตินี้ก็เป็นชาติสุดท้ายที่เธอจะต้องทำแบบนี้ เพราะเธอได้พบคนนั้นแล้ว…FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Finally, NeverPen Name : daycember In a bustling city awash with neon lights, 'Mhee,' a young female migrant worker, finds herself navigating life in a foreign land, cast adrift by fate. Amidst the concrete chaos, she feels the sharp sting of solitude. Each day blurs into the next as she rises with the dawn to toil away in a factory, clocking in and out like a machine. Though she has a handful of Thai acquaintances, genuine connections elude her. Everything changes with the arrival of 'Son,' a spirited young woman who quickly becomes more than just a trainee under Mhee's wing. Their camaraderie blossoms into a vibrant friendship, breathing new life into Mhee’s monotonous existence. As their bond deepens, so too does the affection between them, igniting a love that feels as exhilarating as it is profound. Just when their hearts are dancing in harmony, fate plays a cruel trick. One fateful night, Son vanishes without a trace, leaving Mhee’s heart fractured and her world dimmed. In her grief, she requests a transfer back to Thailand, but her quest for answers drives her to uncover the truth behind Son's mysterious disappearance. What she discovers is beyond imagination: Son is no mere mortal but a spirit bound to the factory, lingering on the cusp of eternity in search of her true soulmate. This life was to be her last, for she has finally found her heart's counterpart.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Re-Trial : รื้อคดีความรักนามปากกา : Asakura_N ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่แสนวุ่นวาย ปัญญาพัชร ทนายสาวในชุดสูทสีครามมาดขรึม นั่งมองที่นั่งว่างเปล่าในร้านกาแฟร้านโปรด แสงแดดบ่ายกระทบเข็มกลัดนักกฎหมายบนอก สะท้อนความสำเร็จ แต่กลับว่างเปล่า ขณะที่ภาพในอดีตซ้อนทับในวันที่เธอเดินไปหา ศรัณย์ภัทร์ ที่ระเบียง เห็นแผ่นหลังที่สั่นเทาจากความเหนื่อยล้าจากความสัมพันธ์ที่ต้องหลบซ่อน แม้กระทั่งการจับมือกันเดินก็ยังเป็นเรื่องที่ยากลำบาก "ลูกหมี มันเหนื่อยจัง" "อื้อ เหนื่อยจนใจจะขาดเลยล่ะ" ไม่มีการทะเลาะ มีเพียงความเข้าใจที่ยอมปล่อยมือเพื่อให้ต่างคนได้ไปหายใจ ในวันที่รักยังเต็มหัวใจ สิบปีผ่านไป เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น พร้อมเสียงที่คุ้นเคยสั่ง "ลาเต้ร้อนไม่ใส่น้ำตาลค่ะ" ทนายสาวชะงักกึก เมื่อร่างบางเดินมาหยุดตรงหน้า "ที่นั่งตรงนี้ ยังว่างอยู่ไหมคะ คุณทนาย" "สำหรับคนอื่นอาจจะไม่ แต่สำหรับคุณ มันว่างมาตลอดสิบปีค่ะ" พวงกุญแจหมีกับพวงกุญแจกระต่ายเก่าๆ ถูกวางคู่กันอีกครั้งบนโต๊ะไม้ตัวเดิม ปัญญาพัชรสบตาคนตรงหน้าด้วยความแน่วแน่ "สิบปีที่แล้วเราแพ้ให้กับคำตัดสินของโลก สิบปีต่อมาฉันจะกลับมาอุทธรณ์ทุกความรู้สึกเพื่อให้คำพิพากษาครั้งใหม่จบลงที่คำว่าเรา"FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Re-TrialPen Name : Asakura_N In the heart of the lively city, Punyapat, donned in a formal navy suit, found herself fixated on the vacant chair in her cozy coffee spot. The afternoon light danced off her lawyer's pin, a shining emblem of achievement that somehow also hinted at an emptiness within. Waves of memory washed over her, bringing back the day she had stepped onto Saranphat's balcony, her heart aching as she saw his quivering back, weary from the weight of their concealed relationship. Even something as simple as holding hands felt like a tremendous effort. “Lookmhee, I’m so exhausted.” “Mmm, I feel that too.” There were no fights between them, only a deep understanding—a mutual decision to give each other space to breathe, even as love still flickered between them. A decade drifted by. The bell above the door chimed, and a voice she recognized ordered, “A hot latte, no sugar.” Punyapat's heart skipped as a familiar figure stepped into view. “Is this seat still open, Ms. Lawyer?” “For everyone else, perhaps not, but for you, it’s been waiting for ten years.” Old bear and rabbit keychains reunited on that same wooden table, a symbol of what was once shared. Punyapat met the other's eyes with a fierce determination. “A decade ago, we succumbed to the world’s judgment. But now, after all this time, I will fight for every emotion we felt, so that the final verdict will whisper the glorious word ‘us.’”FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... Recover to Uncover (รอยจำอำพราง)นามปากกา : pw ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ร่างไร้วิญญาณของผู้ป่วยรายหนึ่งถูกทิ้งไว้เพียงปริศนาไร้ร่องรอยคนร้าย ตำรวจมุ่งเป้าไปที่ "ปัญ" ผู้ป่วยจิตเวชที่มีภาวะอารมณ์ไม่คงที่ ซึ่งมักมีปากเสียงกับผู้ตายอยู่บ่อยครั้ง แต่เนื่องจากขาดหลักฐานมัดตัวที่แน่ชัด การสืบสวนจึงตกมาถึงมือของ "ศรัณย์" นักสืบชื่อดังผู้ผ่านคดีมากมาย เธอเดินสำรวจทั่วตึก จนกระทั่งได้เผชิญหน้ากับปัญ วินาทีที่ได้สบตากันความมั่นใจของนักสืบกลับสั่นคลอน เพราะตรงหน้า คือ คนรักเก่าที่หายตัวไปเมื่อ 2 ปีก่อน ปัญในวันนี้ไม่ใช่คนเดิมที่รู้จัก เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เศร้า โกรธง่ายและความทรงจำระหว่างกันก็เลือนรางขาดช่วง ขณะที่ตำรวจพยายามปิดคดีด้วยการชี้ตัวปัญเป็นผู้ร้าย โดยมีคลิปกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นผู้หญิงที่มีหน้าตาคล้ายปัญเดินเข้าห้องที่เกิดเหตุศรัณย์ จึงต้องเร่งแข่งกับเวลาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และ ไขปริศนาการหายตัวไปของปัญ จนกระทั่งความจริงถูกเปิดเผย... ปัญมีพี่สาวที่มีใบหน้าคล้ายกัน ราวกับถอดแบบ ความจริงข้อนี้เอง คือกุญแจสำคัญที่เผยให้เห็นว่า พี่สาวเธอคือฆาตกรตัวจริงและ เป็นปมมืดที่ทำให้ปัญต้องเผชิญกับอาการป่วยและหายตัวไปFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Recover to UncoverPen Name : pw In a hospital, the still form of a patient unfolds a puzzling story, one that leaves no hint of the perpetrator behind. The police quickly set their sights on "Pun," a psychiatric patient caught in a web of unstable emotions, known for her frequent clashes with the deceased. However, with no solid evidence to support their case, the investigation eventually rests with "Sarann," a skilled detective celebrated for her mastery over myriad cases. She delves into the hospital’s corridors with pinpoint precision, but when her gaze locks onto Pun’s, the air shifts. In that instant, Sarann’s composure falters, as the woman before her is none other than her lost love, who vanished two years ago. Pun has transformed; she now radiates sorrow and frustration, and the shared memories they once cherished seem indistinct and scattered. While the police work to pin the crime on Pun, bolstered by CCTV footage of someone who bears her likeness entering the scene, Sarann is in a race against time to clear her name and uncover what really happened to her. The climax reveals a shocking truth—Pun has an older sister who looks just like her. This twist uncovers the real killer and the chilling secrets that led to Pun's downfall and long absence.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... โอ้ว พระเจ้าจ๊อดมันยอดมากนามปากกา : มู๋ตุ๋นนินิ ณ วัดแห่งหนึ่ง จัดงานเทศกาลประจำปี 7 วัน 7 คืน ดีเจจ๊อด (ลูกหมี) กำลังเปิดเพลงโจ๊ะๆ ให้ชาวบ้านได้เต้นกันอยู่ มีสาวๆกรี๊ดกราดความเท่ห์ของจ๊อดเต็มที่ด้านหน้าเวที หลังทำงานเสร็จก็เดินเล่นในงานจนไปเจอ จิ๋ว (ซอนญ่า) สาวสวยเจ้าของร้านปาโป่ง กำลังบ่นทุกสิ่งบนโลกนี้ จ๊อดตกหลุมรักทันที จึงมุ่งมั่นจีบ และจะโชว์ความเท่ห์ด้วยการปาโป่ง แต่ดันวืดทุกดอก จิ๋วได้แต่ทำหน้าเอือมระอา ทุกวันจ๊อดแวะมาจีบจิ๋วตลอด แต่ฝีมือปาโป่งไม่ดีขึ้นเลย จนจิ๋วเบื่อ วันหนึ่งจิ๋วเดินถือพวงมาลัยมาเต้นอยู่หน้าเวที ก็มีทั้งชายหญิงมารุมล้อม จิ๋วอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "ลูกจะขอเสี่ยงทายด้วยพวงมาลัยสื่อรัก ขอให้ลูกช้างเจอเนื้อคู่ในงานนี้ด้วยเถิด สาธุ" แล้วโยนพวงมาลัยออกไป แต่ละคนแย่งกันไปมา สุดท้ายไปตกบนเวที จ๊อดหยิบขึ้นมา จิ๋วตะลึงแล้วพูดกับจ๊อดว่า "ปาโป่งยังไม่แตกเลย จะดูแลฉันได้ยังไง" แล้วเดินจากไป สักพักมีคนตะโกนขึ้นมาว่า "ระวัง! ควายหลุด" ควายวิ่งตรงมาที่จิ๋ว จิ๋วกรี๊ดลั่น มีมือนึงมาดึงให้จิ๋วหลบ พร้อมทั้งพาขึ้นขี่หลังควาย พอควายสงบลง จิ๋วจึงเห็นว่าจ๊อดเป็นคนมาช่วย จิ๋วพูดว่า "โอ้ว พระเจ้าจ๊อดมันยอดมากเป็นแฟนกับฉันเถอะ" จุ๊บบFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Oh my God, that's amazing!Pen Name : มู๋ตุ๋นนินิ At a lively temple, a vibrant festival unfolds, lasting a whole week under the stars. DJ Jod (Lookmhee) spins infectious tunes, getting the villagers on their feet and dancing. Amidst the festivities, a group of girls can't help but cheer for Jod's undeniable charm as she entertains the crowd. After her DJ set, she wanders through the festival grounds and stumbles upon Jiew (Sonya), a stunning girl managing a balloon-popping booth. She's in a bit of a mood, lamenting about all that ails the world. Jod can’t help but be smitten and decides to charm her by trying her hand at the balloon game, but luck isn't on her side as she pops nothing but air. Jiew's frustration is palpable. Despite her repeated attempts to win her over each day, her balloon skills never seem to improve, yet Jiew's patience starts to wear thin. One magical evening, Jiew takes the stage, adorning a flower garland and dancing beautifully amid the crowd. With a hopeful heart, she offers a prayer to the deities: “With this garland as a love token, I seek my soulmate at this festival. Amen.” Then, with a flourish, she tosses the garland into the air. A rush of excitement ensues as everyone scrambles to catch it, but it lands squarely on the stage, right in front of Jod. She picks it up, only for Jiew to look unimpressed and exclaim, “You can’t even pop a balloon, how will you take care of me?” With that, she walks away, leaving Jod bewildered. Suddenly, chaos erupts as someone shouts, “Look out! A buffalo is on the loose!” The buffalo charges straight at Jiew, and her terrified scream pierces the air. In an instant, a hand grabs Jiew and pulls her to safety, helping her climb onto the buffalo's back. As the animal settles down, she turns to discover that it was Jod who had come to her rescue. With eyes wide in surprise, Jiew exclaims, “Oh my God, Jod, you’re incredible! Will you be my girlfriend?” And just like that, they share a sweet kiss amidst the lingering festival magic.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “ลูกหมี - ซอนญ่า”ที่จะมาแจกความน่ารัก สดใส ฮีลความเหนื่อยล้า และสร้างความสุขให้แฟน ๆ จนล้นใจ!( หยุดสงกรานต์กับ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ) “ซอนญ่า” เผยว่า ปกติในช่วงวันหยุดสงกรานต์ เธอมักจะชอบเล่นน้ำหน้าบ้านกับครอบครัว และสัตว์เลี้ยงตั้งแต่เด็ก ซึ่งปีนี้ก็ยังคงทำแบบเดิมตามเคย ในด้านของ “ลูกหมี” เผยว่า ปกติตนนั้นจะเก็บหมด เล่นน้ำทุกวันเลย แต่ปีนี้เหลือเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น เพราะนอกจากจะเหนื่อยจากการทำงานแล้ว การที่โตขึ้นจึงทำให้รู้สึกอิ่มตัว เปลี่ยนจากการเล่นน้ำเป็นการพักผ่อนแทน( Hap Hap ย้อนหลังค่ะยัยคนสวย ) “ซอนญ่า” เผยถึงความรู้สึกตอนที่ลงจากรถที่คุณแม่มาส่ง แล้วเห็นป้ายติด Happy Birthday อยู่หน้าตึกเต็มไปหมด นั่นทำให้ “ซอนญ่า” และคุณแม่ รู้สึกตกใจ และเซอร์ไพร์สมาก เพราะเจ้าตัวก็ไม่คิดว่ามันจะใหญ่โตขนาดนี้!?( LMSY Mini Mission “Fanfic Mission” ) โดยครั้งนี้ทางทีมงานก็ได้มีมิชชั่นเล็ก ๆ มาให้ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ได้เล่นกันเป็นน้ำจิ้มก่อน โดยจะให้ทั้งสองสวมคาแรกเตอร์ตามโจทย์ที่ได้รับ และโพสท่าถ่ายภาพนิ่งค้างไว้ ให้แฟน ๆ รอแคปหน้าจอไปชื่นชมเคมีความน่ารักต่อกันหลังจบไลฟ์โจทย์ข้อที่ 1 “คุณนักสืบกับนายตัวร้ายขโมยหัวใจ”โจทย์ข้อที่ 2 “เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ”โจทย์ข้อที่ 3 “บาริสต้าสุดหล่อกับลูกค้าประจำสุดสวย”โจทย์ข้อที่ 4 “ลูกทุ่งย้อนยุค ปิ๊งรักที่งานวัด”ซึ่งทั้งคู่ก็สามารถโพสท่าทางออกมาได้น่ารัก ขโมยหัวใจของแฟน ๆ ไปครองได้อย่างอยู่หมัดดด!( จับมือกันเดินทางมาถึงเช็คพอยด์ที่ 3 แล้ววว ) ทั้งคู่เผยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 3 ที่ได้เล่นด้วยกัน นั่นจึงทำให้รู้สึกว่าเวลาแสดงหน้าเซ็ตนั้นสามารถเล่นได้ลื่นไหลขึ้น ไม่ต้องเครียด หรือกดดันในการซ้อมร่วมกันมากเท่าเรื่องแรก และเรื่องนี้เป็นแนวตลกคอมเมดี้แล้วด้วยนั้น จึงทำให้ทั้งคู่สามารถแสดงออกมาแบบเน้นความสด ๆ เรียล ๆ และเป็นตัวเองในหน้าเซ็ตได้เลย อีกทั้งยังเผยว่า ในซีนทุ่งนา ที่ถ่ายที่ศูนย์วิจัยข้าว ที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้น ต้องบอกเลยว่าร้อนแบบแดดไหม้ผิวสุด ๆ กลับมาพากันตัวแดงแดดกันทั้งคู่ หลังถ่ายจบจึงได้พากันบำรุงครีมป้องกันตัวดำแดดกันแบบขะมักเขม้นสุด ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ของทั้งคู่ที่น่ารักมาก ๆ เลยยย( เซอร์ไพร์สครับคุณผู้ชม!? ครั้งนี้..คอมเมดี้! ) “ซอนญ่า” เผยว่า ตอนแรกคาดหวังกันว่าซีรีส์เรื่องถัดไปจะต้องได้เล่นแนวสืบสวนสอบสวนแน่ ๆ เพราะเคยให้สัมภาษณ์ไปว่าอยากลองเล่นแนวสืบสวนสอบสวน ที่มีความซีเรียสสักครั้ง แต่ครั้งนี้กลับแหวกแนวมาเลย เกินความคาดหมายสุด ๆ เพราะมาแนวตลกคอมเมดี้ แต่ทั้งคู่ก็ชื่นชอบ เพราะบทที่ได้รับมานั้นค่อนข้างมีความตรงกับบุคลิกส่วนตัว จึงทำให้รู้สึกว่าสนุกมาก ๆ กับการรับบทเล่นในเรื่องนี้ แม้ในการแสดงจริงจะต้องใช้เอเนอจี้เยอะมาก ๆ ทำให้หลังถ่ายเสร็จจะแอบมีหนีไปนั่งซึมหงอยก็ตาม เรียกทั้งเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มความน่าเอ็นดูจากเหล่าดีเจ และแฟน ๆ ได้เต็ม ๆ ! ในด้านของ “ลูกหมี” นั้นก็ได้เผยว่า ครั้งแรกที่ได้เห็นบทนี้ก็รู้สึกเขินอายในการแสดง เพราะรู้สึกว่าบทค่อนข้างเบียว ๆ ไปทางตลก ๆ แต่พอเล่นไปได้สักพักกลับติดนิสัยคาแรกเตอร์ที่แสดงมาเล่นที่บ้านด้วย จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกตลก และสนุกกับบทนี้มาก ๆ( เสื้อปุ๋ยสไตล์ “ลูกหมี” ) “ซอนญ่า” เผยความเห็นส่วนตัวว่า รู้สึกว่า “ลูกหมี” นั้นเป็นคนที่ไม่ว่าจะแต่งตัวยังไง ใส่อะไรก็ดูสวย ดูเก๋ไปหมด ขนาดใส่เสื้อปุ๋ยแล้วยังดูเริ่ดอยู่เลย พร้อมยังบอกเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ทั้งสองตัวละครได้เริ่มรัก และอยู่ด้วยกัน ตนนั้นก็ได้ใส่เสื้อปุ๋ยไปตลอดทั้งซีรีส์โดยปริยาย( 2 ความต่างที่ลงตัว ) ทั้งคู่เผยว่า การที่ทั้ง 2 ตัวละครที่มีความต่างกันมาก ๆ มาบรรจบกลายเป็นรักกันได้นั้น เพราะการมี 2 คาแรกเตอร์ที่ต่างกันนี่แหละคือประเด็นสำคัญ! ด้วยความที่ตัวละครของ “ศิ” ที่เคยเป็นพี่สาวคนโตของบ้าน เมื่อมีน้องสาวทำให้พ่อแม่เอาอกเอาใจน้องสาวมากกว่า นั่นจึงทำให้ตัวของ “ศิ” นั้นรู้สึกน้อยใจ และเมื่อ “ศิ” ได้มาเจอกับ “เฮียเกล้า” คนที่คอยรับฟัง และตามใจ นั่นจึงทำให้ “ศิ” รู้สึกดีที่ได้อยู่กับ “เฮียเกล้า” นั่นเอง เป็นส่วนต่างที่มาผสมกันลงตัวสุด ๆ( ตัวป่วนไหนจะเป็นตัวโปรด..? ) ทั้งคู่เผยว่า การเข้าซีนกับสัตว์หลากหลายชนิดนั้น ทั้งคู่รู้สึกแฮปปี้มาก ๆ กับทุกตัวเลย แต่ตัวที่เดินเข้ามาในหัวใจด้วยความน่ารักเลยนั่นก็คือ “โจ้น” ที่เป็น ไก่ ในเรื่องนั่นเอง เพราะเป็นไก่ที่สามารถให้อุ้มได้ และเวลาอุ้มก็จะนิ่งจนหลับไปปุ๋ยไปทุกที( ถ้า LMSY มีพื้นที่ 20 ไร่?! ) ทั้งคู่ได้จัดแจงกันว่า หากมีพื้นที่ 20 ไร่ อย่างแรกที่ต้องทำเลยคือขายที่ 10 ไร่ และปลูกต้นมะม่วง เพราะ “ซอนญ่า” ชอบกินมะม่วงน้ำปลาหวานมาก ๆ ที่เหลือก็จะนำไปปลูกพืชผักสวนครัว และเลี้ยงสัตว์โลกน่ารักเพิ่มเติมจนเต็ม 10 ไร่ ที่เหลือ( ผันตัวมาเป็นนักสปอยกันสักหน่อยย ) งานนี้ “ซอนญ่า” ก็ได้เผยว่า ใน EP.4 หรือในตอนถัดไปนั้น ทั้งคู่จากที่โกรธกันก็จะกลับมาดีกันด้วยความรวดเร็ว และกลับไปอยู่สุพรรณด้วยกันตามเคย เรียกได้ว่าสปอยแบบตรง ๆ ชัด ๆ ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ ได้เครียดนานแน่นอน( FANCON ครั้งนี้มาในธีม Romance! ) ทั้งคู่เผยว่า ในงาน FANCON ปีที่แล้วนั้น จะเป็นธีมแบบกุ๊กกิ๊ก Poppy Love ปีนี้เลยอิงจากซีรีส์เรื่องล่าสุด ประกอบกับงานครั้งนี้เหมือนการเล่าเรื่องของความสัมพันธ์ของคนสองคน หลังจากที่ผ่านช่วง Poppy Love มาแล้ว งานนี้ก็จะพรีเซนต์ถึงความโรแมนซ์มากขึ้นผ่านโชว์ต่าง ๆ ส่วนโชว์ต่าง ๆ จะเป็นยังไง อยากให้แฟน ๆ รอติดตามกันน้าาา( LMSY What is the best romantic? ) “ซอนญ่า” เผยว่า “ลูกหมี” นั้นเป็นคนที่ใส่ใจมาก ๆ คอยใส่ใจตนอยู่เสมอ เช่น คอยสั่งข้าวให้ ถือเป็นคนที่น่ารักมาก ๆ ! ในด้านของ “ลูกหมี” เผยว่า “ซอนญ่า” เป็นคนที่น่ารักมาก จะคอยเชียร์อัพ คอยให้กำลังใจอยู่เสมอ เช่นเวลาออกกองแล้วถ่ายจบ 1 วัน “ซอนญ่า” ก็จะเดินมาปรบมือ และยิ้มเชียร์อัพให้ “ลูกหมี” อยู่เสมอและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มในชื่อเกมว่า “Hometown Mission ภารกิจสะใภ้บ้านนา” งานนี้บอกได้เลยว่า “ลูกหมี - ซอนญ่า” เล่นเกมกันแบบเต็มที่ดึงความน่ารัก ซุกซนของตัวเองออกมากันแบบจัดเต็ม! ชวนแฟน ๆ อดยิ้มกันไม่ได้สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ลูกหมี - ซอนญ่า”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ลูกหมี - ซอนญ่า” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบความสุขชวนฟิน ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูกันถ้วนหน้า ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “Hometown Romance คุณแฟนบ้านนอก” สามารถติดตามรับชมซีรีส์ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่องวัน 31 และรับชมเวอร์ชั่น Uncut ได้ทางแอปพลิเคชัน OneD ที่เดียวเท่านั้น!สามารถเข้าไปรับชมเคมีความน่ารักน่าใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

อยากจะเป็นเธอคนนั้น.. คนที่ได้เป็นคนโปรดของเธอ~ ต้อนรับ “แตงกวา - เหนือ” สองสาวสุดสวยที่พกเอเนอจี้ความน่ารัก สดใสมาเสิร์ฟ พร้อมขโมยหัวใจแฟน ๆ ให้โดนตก จนถอนตัวกันไม่ขึ้น!

23 เม.ย. 2026

อยากจะเป็นเธอคนนั้น.. คนที่ได้เป็นคนโปรดของเธอ~ ต้อนรับ “แตงกวา - เหนือ” สองสาวสุดสวยที่พกเอเนอจี้ความน่ารัก สดใสมาเสิร์ฟ พร้อมขโมยหัวใจแฟน ๆ ให้โดนตก จนถอนตัวกันไม่ขึ้น!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 9 เมษายน 2569 ] ค่ำคืนนี้พบกับ “แตงกวา - เหนือ” ที่มาฮีลใจที่เหนื่อยล้าของแฟน ๆ ด้วยความน่ารัก ซุกซน เติมรอยยิ้มให้กับแฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... แด่เธอที่รัก - For youนามปากกา : สามพี ด้ายแดง สิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวคนสองคนเข้าไว้ด้วยกัน สลักลึกลงไปในดวงวิญญาณ ผูกรั้งเอาไว้ตั้งแต่ก่อนกาลเปลี่ยนผันสู่ปัจจุบันและคงอยู่ไปจนถึงอนาคต ผู้คนเชื่อว่าเมื่อใดก็ตามที่ด้ายแดงปรากฎเมื่อนั้นจะพบกับรักแท้ สำหรับ เหนือ สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนการกังขังราวกับนกน้อยในกรงทอง แม้จะฟังดูสวยหรูทว่าไร้อิสระ ตอนแรกหญิงสาวคิดเพียงว่าเป็นเรื่องงมงายที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้จริงจนเจอเข้ากับตัวเอง เป็นเวลาร่วมหลายเดือนแล้วตั้งแต่ที่ด้ายแดงของเธอผูกโยงเอาไว้กับ แตงกวา แม้ครั้งแรกที่ด้ายแดงปรากฎจะไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่นัก ในตอนที่เราเจอกันมันเป็นการเดินผ่านบนทางม้าลายเพียงเสี้ยววินาทีที่ร่างกายแตะต้องกัน กลับมีสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวรั้งร่างกายของหญิงสาวทั้งสองเอาไว้ ใครจะคิดว่าจากคนแปลกหน้าในวันนั้นจะกลายมาเป็นคนที่สวมชุดเจ้าสาวยืนอยู่ข้างกันในตอนนี้ แม้สำหรับเหนืองานวิวาห์นี้จะเป็นเพียงสิ่งที่จัดขึ้นมาเพื่อความสบายใจของผู้ใหญ่ แต่สำหรับแตงกวามันคืองานวิวาห์ที่เกิดขึ้นจากความรัก งานวิวาห์ที่จัดขึ้นแด่เธอผู้ที่ฉันหลงใหล แด่เธอผู้ที่ฉันรักสุดหัวใจ แด่เธอผู้ที่ไม่เคยมอบสิ่งเหล่านั้นกลับมาให้ฉันเลยFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... For youPen Name : สามพี The red thread, an invisible bond that entwines two souls, runs deep within them, connecting their past, present, and future in an eternal loop. It is said that when this red thread is revealed, true love inevitably follows. To Nur , however, such beliefs feel more like a confinement—a shimmering cage, picturesque yet stifling. Initially, she dismissed it as mere superstition, unsubstantiated by science, until reality proved her wrong. Months have passed since her fateful connection to Tangkwa. Their first encounter was far from magical; just a brief brush of hands on a busy crosswalk. Yet, that moment forged an unseen link between them. Who could have predicted that two strangers would stand together one day, adorned in wedding attire? To Nur, this wedding feels like a ceremonial obligation to appease tradition, while for Tangkwa, it’s a celebration of love. This is a union for her, the one I treasure, the one I adore with all my being, the one who has never returned my affections.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... เจ้าทานตะวันนามปากกา : ก่อนนับหนึ่ง หากพูดถึง ดอกทานตะวัน หลายคนคงให้ความหมายแทนความรักที่ซื่อสัตย์และมั่นคง เพราะดอกทานตะวันมักจะหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์เสมอ แต่สำหรับ 'แตงกวา' นั้นเธอไม่ชอบใจเอาซะเลย ดวงอาทิตย์ทั้งร้อนและพร้อมแผดเผาทุกสิ่งที่อยู่ท่ามกลางรัศมีของมัน ขนาดนั้นแล้วดอกทานตะวันก็ยังคงรักดวงอาทิตย์งั้นหรอ เธอจ้องมองไปยัง 'เหนือ' ที่ตอนนี้กำลังนั่งเหม่อมองดอกทานตะวันที่อยู่ในแจกัน แตงกวาได้แต่ตั้งคำถามในใจว่า ทำไมดอกทานตะวันถึงไม่หันมองดวงจันทร์บ้างหล่ะ ดวงจันทร์มีแสงที่อบอุ่นและพร้อมจะปลอบโยนดอกทานตะวันจากแสงแดดในตอนเช้า ใครเป็นคนกำหนดว่าดอกทานตะวันต้องคู่กับดวงอาทิตย์กันนะ "หวังว่าจะมีดอกไม้งอกเงยขึ้นในส่วนที่แสนเศร้าที่สุดของคุณนะ" แสงจากดวงจันทร์กำลังปลอบประโลมเจ้าดอกทานตะวัน "คุณทำให้รู้ว่าท่ามกลางความใจร้ายโลกนี้ก็ยังมีความน่ารักอยู่" ดอกทานตะวันเริ่มเบ่งบานทีละน้อย "ตราบเท่าที่ดวงจันทร์ยังอยู่วันทุกวันจะน่ารักกับทานตะวันเสมอนะ" เธอพูดออกไปแม้ลึกๆข้างในใจรู้ดีว่าเจ้าดอกทานตะวันไม่เคยแม้แต่จะหันมองดวงจันทร์เลยสักนิดเดียว ไม่มีสักครั้งที่เธอมองเห็นไม่ได้เป็นหรอกคนสำคัญ เป็นแค่ดวงจันทร์ที่แอบรักทานตะวันข้างเดียวFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... SunflowerPen Name : ก่อนนับหนึ่ง When people envision sunflowers, they often think of them as symbols of loyal and unwavering love, since these bright blooms always turn their heads towards the sun. But for ‘Tang Kwa’ , it’s quite the opposite — she has a strong dislike for them. The sun radiates an intense heat, capable of scorching everything caught in its blaze, yet those sunflowers still adore its light? She glances over at ‘Nur’, who sits in a trance, mesmerized by the sunflowers resting in a vase. TangKwa ponders to herself, why do sunflowers never gaze at the moon? After all, the moon offers a gentle glow, a comforting presence that could shield the flowers from the harshness of the morning rays. Who made the decision that sunflowers should always belong to the sun? "I wish for flowers to bloom in your darkest moments," the moonlight whispers softly to the sunflower. "You reveal that even amidst the harshness, love still thrives in this world." Slowly, the sunflower begins to unfurl its petals. "As long as the moon is there, every day will treat the sunflower kindly," she muses, even though she knows deep down that the sunflower has never given the moon a single glance. Not once has she been noticed. She’s no one special; merely the moon, quietly cherishing the sunflower from a distance.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ยามกาแฟอุ่นนามปากกา : ตะวันยอแสง กลิ่นกาแฟหอมกรุ่น ไม่ได้ลอยอยู่ในตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยเขม่ารถสีดำ แต่ล่องลอยอยู่เหนือ "หุบเขา"... ที่ที่มีความเงียบงันเป็นเสียงต้อนรับที่ไพเราะที่สุด 'กาแฟอุ่น' เป็นร้านเล็กๆ ทำจากไม้ สีเข้มและกระจกบานใหญ่ ตั้งอยู่กลางเนินเขาที่โอบล้อมด้วยหมอกจางๆ ในยามเช้า และทิวทัศน์ของป่าสนที่ทอดตัวยาวราวกับภาพวาดสีน้ำมัน ภายนอก ตัวร้านดูเรียบง่าย แต่กลับมีมนต์ขลังน่าดึงดูด เมื่อคุณเดินทางมาถึง ประตูไม้บานเก่าแกะสลักเป็นรูปถ้วยกาแฟจะนำคุณสู่ภายในตัวร้านที่แสนอบอุ่น ผนังเต็มไปด้วยชั้นหนังสือที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นเมล็ดกาแฟที่เพิ่งคั่วเสร็จใหม่ๆ ตลบอบอวลไปทั่วทั้งร้าน ยิ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลายราวกับว่าเรื่องหนักๆในชีวิตถูกยกออกไปชั่วขณะ กริ๊ง~ "สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ" เจ้าของร้านยังคงวุ่นอยู่กับเครื่องทำกาแฟตัวใหม่ ทำให้ไม่ยอมหันมามองลูกค้าเสียที "ขอกาแฟอุ่น 1 แก้วค่ะ" แต่แล้วเสียงที่แสนคุ้นชินก็ทำเอาใบหน้าหวานต้องหันมามองอย่างเสียไม่ได้ เมื่อเห็นรอยยิ้มที่คุ้นตายื่นเข้ามาใกล้ ใจที่เคยนิ่งงันก็กลับมาเต้นแรงให้กับเธอคนเดิมอีกครั้ง "คุณไออุ่น" "คิดถึงกันไหมคะ"FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... As the coffee radiates warmthPen Name : ตะวันยอแสง The scent of coffee doesn’t hang around in the grimy alleyways; instead, it wafts gently above a serene ‘valley’... where silence reigns as the most exquisite greeting. Tucked away in a hillside shrouded in gentle morning mist, ‘Warm Coffee’ is a quaint little shop built of rich, dark wood and expansive glass windows. From here, you can gaze out at a breathtaking panorama of a pine forest that seems to stretch endlessly, like a beautiful piece of art. Its exterior may be simple, but it exudes a charming allure. As you arrive, an ancient wooden door, artfully carved to resemble a coffee cup, swings open to welcome you into a cozy ambiance. The walls are adorned with meticulously organized bookshelves, and the delightful aroma of freshly roasted coffee beans envelops you, easing life’s burdens as if for a moment, all worries fade away. *Ding!* “Hi there! How can I assist you today?” the owner calls out, still tinkering with a new coffee machine, hardly glancing at the customer. “I’d love a warm coffee, please.” Just then, a familiar voice catches her off guard, making her glance up. As she sees a beloved smile approaching, her heart, which had been quiet, starts to flutter once more for the same woman. “Ai-Oun.” “Did you miss me?”FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... หัวใจสำรองนามปากกา : Lynzz (ลินซ์)ดาวเหนือ = เหนือ พริ้นซ์ = แตงกวา ดาวเหนือ รู้ตั้งแต่แรกว่า พริ้นซ์ ยังไม่ลืม “คนรักเก่า” ที่จากไปอย่างกะทันหัน ทุกมุมของบ้านยังเต็มไปด้วยความทรงจำของคนคนนั้น ทั้งรูปถ่าย เพลงเดิม ๆ และน้ำตาที่หลั่งออกมาในคืนที่เงียบงัน แต่ดาวเหนือก็ยังเลือกอยู่ข้างพริ้นซ์เสมอ เธอเป็นคนปลอบในวันที่อีกฝ่ายร้องไห้ เป็นคนดูแลในวันที่อ่อนแอ และเป็นคนที่ยอมรักมากกว่าที่ได้รับรัก เพราะเชื่อว่าสักวันหัวใจของพริ้นซ์จะค่อย ๆ เปิดรับเธอ ทว่าโลกกลับเล่นตลก เมื่อคนรักเก่าที่ทุกคนเชื่อว่าตายไปแล้ว “กลับมา” พร้อมรอยยิ้มที่ดาวเหนือไม่เคยได้รับ พริ้นซ์รีบกลับไปหาอดีตที่ยังรักโดยไม่ลังเล ในวินาทีนั้นเธอจึงเข้าใจว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอไม่เคยเป็นคนที่ถูกเลือก เป็นเพียง “หัวใจสำรอง” ที่ถูกใช้เพื่อเยียวยาความเจ็บปวดจากใครอีกคน และเมื่อคนที่พริ้นซ์รอคอยกลับมา ดาวเหนือจึงเลือกที่จะหายไป โดยไม่รู้เลยว่า การจากไปของเธอ อาจทำให้พริ้นซ์เพิ่งตระหนักได้ว่า คนที่เธอมองว่าเป็นแค่ “ตัวแทน” แท้จริงแล้วคือคนที่รักเธอมากที่สุดFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Extra lovePen Name : Lynzz (ลินซ์) North Star = Nur, Prince = TangKwaFrom the very beginning, North Star sensed that Prince was haunted by the memory of his late "former lover." The house echoed with traces of that person—pictures hanging on the walls, familiar melodies playing softly, and the soft remnants of tears shed during lonely nights. Yet, North Star remained steadfast by Prince's side. She was her shoulder to cry on, the one who supported her in moments of weakness, and the one whose love for her overflowed, hoping that one day her heart would awaken to hers. But fate played a harsh game when the presumed lost love, once thought to be gone forever, appeared again, wearing a smile that North Star had never known. Without a second thought, Prince dashed back to her past love. In that instant, North Star realized the painful truth: she had always been the "backup heart," a salve for someone else's wounds. And so, when the person Prince had longed for returned, North Star quietly slipped away, oblivious to the fact that her absence might finally make Prince see that the one she disregarded as a "substitute" was truly the one who had loved her the deepest.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... พันธะจองจำใต้เงาจันทราสีเลือดนามปากกา : ผู้เฝ้ามองจันทราคู่ในมิติเร้นลับที่ท้องฟ้าเป็นสีม่วงครามไร้แสงตะวัน เหนือ จอมเวทสาวผู้ทรงอำนาจได้เนรมิตคฤหาสน์แก้วขึ้นเพื่อกักขัง แตงกวา ภูตพฤกษาเลอค่าที่ผู้คนต่างหมายปอง นางอ้างว่านี่คือการปกป้องจากโลกภายนอกอันโหดร้าย ทุกคืนเมื่อจันทร์แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เถาวัลย์อาถรรพ์สีดำจะผุดขึ้นแผ่ซ่าน กัดกินผิวกายของภูตพฤกษาหรือแตงกวาจนแทบไม่อาจทนได้ "ท่านช่วยเราด้วย" แตงกวาทรุดลงบนเตียงขนนก ร่างกายสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดเหนือก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นชาแฝงความลุ่มหลง นางยื่นมือออกไป ถ่ายทอดพลังเวทสีทองเพื่อขับไล่ความมืดและบรรเทาความทรมานนั้น "หากอยากให้เราช่วย จงเป็นของเราเพียงผู้เดียว" คำกล่าวแผ่วเบาแต่หนักแน่น ดุจพันธนาการ ทว่าความจริงที่แตงกวานั้นล่วงรู้ คือ คำสาปคืนจันทร์สีเลือดนี้ ล้วนเกิดจากคนรักของเธอ นางร่ายมนตร์ดำเพื่อผูกมัดคนรัก ให้ต้องโหยหานางเพื่อความอยู่รอด แม้ภูตพฤกษาสาวจะรับรู้ความจริง ภูตพฤกษากลับยิ้มทั้งน้ำตา เพราะสำหรับนางแล้ว ความเจ็บปวดจากมือคนรัก ยังงดงามยิ่งกว่าอิสรภาพที่ไร้ผู้ใดเคียงข้างFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Chains of confinement under the glow of a crimson moon.Pen Name : ผู้เฝ้ามองจันทราคู่ In a realm cloaked in shades of purplish-blue, devoid of sunlight, a formidable sorceress named Nur crafted a shimmering glass mansion to hold captive Tangkwa, a cherished spirit of nature coveted by countless souls. She justified this imprisonment as a means of shielding Tangkwa from the harshness of the outside world. Each night, as the moon blazed crimson, sinister black vines emerged and wrapped around Tangkwa, biting into her essence until her resilience began to falter. “Help me,” Tangkwa gasped, collapsing onto a bed of feathers, her body quaking in agony. Nur approached with a chilling, possessive grin, extending her hand to summon golden magic that sliced through the shadows, easing the torment for an instant. “If you desire my aid, you must belong to me,” she breathed, her words as unyielding as a spell that binds. Yet, deep within, Tangkwa understood the true nature of her plight—the curse of the blood moon was woven by the very hand of her beloved, who had ensnared him with a dark enchantment to keep him longing for her to exist. Even in the face of this painful reality, the plant spirit offered a bittersweet smile through her tears, for in her eyes, the suffering brought forth by her lover held a beauty that overshadowed the loneliness of freedom.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “แตงกวา - เหนือ” ที่จะมามอบรอยยิ้มพลังงานความน่ารัก สดใส ใจฟู ให้กับเหล่าแฟน ๆ ได้อมยิ้มไปตาม ๆ กันน( บ่อเกิด กำเนิดรัก ) “เหนือ” เล่าว่า เธอนั้นเห็น “แตงกวา” ครั้งแรก ผ่านทาง Instagram แล้วรู้สึกว่าเป็นคนน่ารักดี เลยลองทักไปชวนมาแคสบท ซึ่ง “เหนือ” ก็บอกว่าตนนั้นได้เห็น และประทับใจในความพยายามของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก พร้อมบอกว่า “แตงกวา” เป็นคนเดียวที่ทำให้ “เหนือ” เขินได้ จากคนที่มาแคสทั้งหมด ในด้านของ “แตงกวา” ก็ได้เล่าว่า ในครั้งแรกที่เจออีกฝ่ายตัวจริง คิดว่าเป็นคนที่มาแคสบทเหมือนกัน เพราะเห็นว่ามีหน้าตาที่น่ารักมาก ๆ ซึ่งในตอนที่ต่อบทด้วย “เหนือ” ก็แอบมาช่วยในส่วนที่ตนนั้นลืมบท จึงทำให้เกิดความประทับใจตามมา “แตงกวา” ยังบอกอีกว่า ตอนที่ทั้งคู่คุยในแชท ที่ “เหนือ” ทักมาชวนไปแคสบทครั้งแรกนั้น ทั้งคู่แทบไม่ได้คุยอะไรกันเลย มีแค่บอกสถานที่ และเวลาที่ต้องไปแคสบทเท่านั้น ในส่วนที่เหลือก็คือการประทับใจกันต่อหน้า ทำให้ได้คุยกันมากขึ้น และทำให้สนิทใจกันจนถึงทุกวันนี้( ระวังมิจฉาชีพหลอกให้หลง..! ) “แตงกวา” เผยว่า ตนนั้นไปแอบส่องเช็กเกี่ยวกับประวัติของค่าย เพราะก่อนหน้าที่ “เหนือ” จะทักมาชวนไปแคสบทนั้น มีหลายค่ายที่ทักมาชวนตนไปแคสบทเยอะมาก แต่ติดตรงที่แต่ละที่แอบดูน่ากลัว ครั้งนี้จึงได้เข้าไปเช็กประวัติค่ายแบบละเอียด พร้อมเผยว่า ช่วงแรกมีการนัดเจอกันกับ “เหนือ” ที่คาเฟ่บ่อย ๆ แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยวางมาดว่าเป็นประธานบริษัทขนาดนั้น ออกแนวไปทางเฟรนลี่ น่ารักด้วยซ้ำไป( Activity ฉบับคนรู้ใจ “แตงกวา - เหนือ” ) ทั้งคู่ เผยว่า ทั้งคู่นั้นมีความชอบที่คล้ายกัน และหนึ่งในสิ่งที่ชอบทำมากที่สุดก็คือการไปคาเฟ่ ถ่ายรูปเล่น ด้วยความที่มีไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมที่ชอบทำคล้ายกัน จึงทำให้ทั้งคู่สนิทกันได้ไวมากขึ้น พร้อมยังแนะนำเพิ่มเติมให้กับแฟน ๆ ว่าแถว ๆ ย่านอารีย์นั้นมีคาเฟ่ที่ถ่ายรูปสวย ๆ อยู่มากมาย บอกเลยว่าไปครั้งนึงเก็บได้หลายที่ ถ่ายออกมารูปสวย คุ้มค่าเดินทางแน่นอน!( Minigame สวยสับฟาดทุกช็อต! ) ทางทีมงานได้มี Minigame สนุก ๆ มาให้ “แตงกวา-เหนือ” ได้ร่วมเล่นสนุกกัน โดยจะให้ทั้งคู่มองที่กล้อง และทำท่าตามโจทย์ที่ให้ไป เปิดมาที่ข้อแรก กับโจทย์ ‘สวยใสตะมุตะมิ’ ตามมาที่ข้อสอง ‘สวยคม หล่อกระชากใจ’ ถัดไปข้อที่สาม กับโจทย์ ‘สองสาวสวยแซ่บ ยกพริกมาทั้งสวน’ และข้อสุดท้ายข้อที่สี่ กับโจทย์ ‘สวย ปะทะ สวย’ ซึ่งทั้งคู่ก็ได้โพสท่าทางออกมาได้แซ่บกระชากใจ น่ารัก หล่อเท่ สมใจแฟน ๆ พากันโดนตก จนยากจะหุบยิ้มมม( ตื่นมาอีกวัน..เป็นคนดังแล้ว?! ) “เหนือ” เผยว่า ตั้งแต่ที่ซีรีส์ได้ออกอากาศไปก็ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น มีผู้ติดตามมากขึ้น ซึ่งก็ตามมาด้วยการใช้ชีวิตที่ยากขึ้น เพราะจะให้ทำตัวเป็นอิสระแบบเดิมก็คงไม่ได้ แล้วเจ้าตัวยังบอกอีกว่าต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นอีกด้วย เพราะตนไม่ได้เป็นเพียงแค่ดารา นักแสดงอย่างเดียว แต่เป็นประธานค่ายด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้ชีวิตของตนนั้นก้าวกระโดด และเติบโตมากขึ้น พร้อมบอกกับแฟน ๆ อีกว่า ต่อจากนี้จะตั้งใจพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น และจะทำผลงานดี ๆ มาให้แฟน ๆ ได้ชมกันอีกเยอะ ๆ เลยยย ในด้านของ “แตงกวา” ได้เล่าว่า จุดเปลี่ยนของชีวิตเธอที่เปลี่ยนไปแบบเห็นได้ชัดเลย นั่นคือตอนที่ซีรีส์ตอนแรกได้ออกอากาศไป ตื่นเช้าตื่นมาอีกวัน ยอดฟอลไอจีก็เพิ่มขึ้นมาเป็นหลักหมื่นด้วยความรวดเร็ว ด้วยเหตุการณ์นั้นจึงทำให้ตนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นดาราแล้ว และต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิตอิสระนอกบ้านให้มากขึ้น พร้อมบอกว่า ซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ตนได้แสดง ดังนันผลงานถัดไปในอนาคต ตนก็จะพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นไปอีกเช่นกัน( โจทย์สุดหิน กับซีรีส์เรื่องแรก ) “แตงกวา” เผยว่า ด้วยความที่เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เธอได้เล่น จึงรู้สึกตื่นเต้น และต้องทำการบ้านหนักมาก ๆ พร้อมเผยว่า ตอน Workshop ก็ค่อนข้างที่จะหนักหน่วงมาก ๆ เช่นกัน ด้านของ “เหนือ” เผยว่า ทริคของตนคือการค่อย ๆ ทำความรู้จักลักษณะนิสัย ภูมิหลังต่าง ๆ ของตัวละครให้ลึก แต่ก็ถือว่าเป็นบทที่ยากมาก เพราะคาแรกเตอร์ที่ได้เล่นนั้นเป็นคนที่ร้องไห้บ่อย และแสดงความรู้สึกออกมาชัดเจน ซึ่งต่างจากตัวจริงของตนสุด ๆ แต่ก็ได้ทำการบ้านอย่างหนัก และแสดงออกมาเต็มที่แล้ว หวังว่าแฟน ๆ จะชื่นชอบน้าาา( Fan Meeting ครั้งแรก! ) “เหนือ” เล่าว่า ตนนั้นตื่นเต้นและรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ใหม่มาก ๆ อีกทั้งยังเหนื่อยมากอีกด้วย เพราะด้วยความที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักแสดง แต่เป็นประธานค่ายด้วย จึงทำให้ต้องทำงานหลายส่วน ยิ่งทำให้ทวีความเหนื่อยขึ้นไปอีก พร้อมบอกว่าตนนั้นเต็มที่กับงาน Fan Meeting ครั้งนี้มาก ๆ เรียกได้ว่าทุ่มทั้งแรงใจและแรงกายกันเลยทีเดียว อีกทั้งยังแอบบอกว่า ตนรู้สึกดีใจมาก ๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความฝันวัยเด็กของ “แตงกวา” สำเร็จ โดย “แตงกวา” ก็ได้เล่าว่า ความฝันวัยเด็กของเธอนั้นคือการได้ขึ้นไปเต้น และใส่อินเอียร์ร้องเพลงบนเวทีต่อหน้าแฟน ๆ ซึ่งในงานนี้ตนก็มีโอกาสได้ทำมัน งาน Fan Meeting ครั้งนี้จึงทำให้เธอมีความสุข และเอนจอยกับมันมาก ๆ แม้เบื้องหลังการซ้อม และการจัดงานจะเหนื่อยกันมากแค่ไหน แต่ทั้งคู่ก็สามารถทำออกมาได้ดีมาก ๆ เก่งกันมาก ๆ เลยน้าาา( ซีรีส์แนวไหนถูกใจ “แตงกวา - เหนือ” ) ทั้งคู่ เผยว่า แอบอยากเล่นอะไรที่เป็นแนวตลกคอมเมดี้ รั่ว ๆ ดู พร้อมบอกว่าแอบมีลองทำกันไปบ้างแล้วด้วย อยากให้ทุกคนได้รอติดตามชมกันน้าาาและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “แตงกวา - เหนือ” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มในชื่อเกมว่า “สงกรานต์ สาดรัก จั๊กจี้หัวใจ” งานนี้บอกได้เลยว่า “แตงกวา - เหนือ” ทุ่มเทให้กับการเล่นเกมครั้งนี้แบบมีน้ำ มีเหงื่อจริง! พร้อมมอบโมเมนต์ความน่ารัก ให้กับแฟน ๆ ได้ยิ้มจนแก้มแตกไปตาม ๆ กันสามารถไปรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “แตงกวา - เหนือ”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “แตงกวา - เหนือ” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้ม ชวนแฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ฮีลใจ จนเต็มอิ่ม ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “Dangerous Queen คนโปรดของควีน” สามารถรับชมซีรีส์ย้อนหลังได้ทาง YouTube ช่อง S.nur Entertainment ที่เดียวเท่านั้น!สามารถเข้าไปรับชมเคมีความน่ารักน่าใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

ตัวนั่งอยู่ในห้องเรียน แต่ใจดันเนียนตามไปอยู่กับเธอ~ EFM FANDOMLIVE เปิดสตูต้อนรับ ไอคอนแห่งความน่ารัก “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอันแสนสดใส พร้อมพิชิตหัวใจเหล่าหม่ามี๊ทุกคนนน!

20 เม.ย. 2026

ตัวนั่งอยู่ในห้องเรียน แต่ใจดันเนียนตามไปอยู่กับเธอ~ EFM FANDOMLIVE เปิดสตูต้อนรับ ไอคอนแห่งความน่ารัก “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอันแสนสดใส พร้อมพิชิตหัวใจเหล่าหม่ามี๊ทุกคนนน!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 2 เมษายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ที่จะมาแจกรอยยิ้ม ความน่ารักสดใส แบบจุใจม่ามี๊ทั้งหลาย จนพากันใจละลาย ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... หอมดอกจำปีจำปานามปากกา : Juju_Nee ป๋อ เป็นพนักงานร้านขนมเบเกอรี่แห่งหนึ่ง แต่ทุกเวลา 15:15 ป๋อจะเห็น ตี๋ มาที่ร้านทุกครั้งเวลาเดิม ๆ สั่งเมนูเดิม ๆ นั่งที่เดิม ๆ เป็นแบบนี้ทุกวัน และทุกครั้งที่ตี๋มาร้านนี้ ป๋อจะคอยแอบมองว่า วันนี้ตี๋จะอ่านหนังสือเล่มเดิม หรือจะอ่านหนังสือเล่มใหม่ไหม หรือวันนี้จะนั่งฟังเพลงและวาดรูปเหมือนเดิมหรือเปล่า ทุกครั้งที่ป๋อแอบมอง ตี๋จะก้มหน้าทุกครั้ง ไม่เคยเงยหน้ามองสิ่งรอบข้างเลย แต่วันนี้ตี๋กลับดูแปลกไป เพราะตี๋เงยหน้าขึ้นมา ซึ่งนั่นเป็นวันแรกและวินาทีแรกที่ทั้งสองคนได้สบตากัน ป๋อได้กลิ่นหอมของดอกไม้ชนิดหนึ่งขึ้นมา มันคล้ายดอกจำปีหรือไม่ก็จำปา ไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมของตี๋หรืออะไร แต่เป็นกลิ่นที่ทำให้ป๋อเกิดความคิดถึงในอก พอได้สบตากันรอบสอง สถานที่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป จากร้านเบเกอรี่กลับกลายเป็นบ้านไม้เรือนไทยแทน ในมือของตี๋ถือดอกจำปีหนึ่งดอก ป๋อมองภาพตรงนั้นก่อนจะมีลมพัดมาวูบหนึ่ง จู่ๆก็มีภาพถ่ายเก่า ๆ ปลิวมาตกใส่มือป๋อป๋อมองรูปนั้นแม้จะเห็นหน้าไม่ชัด แต่รู้ได้ว่าทั้งสองเป็นชาย และสิ่งที่ชัดเจนกว่าหน้าตา ก็คือ ดอกจำปีที่สองคนถือด้วยกันและมีข้อความเขียนบนรูปว่า ‘รักที่มีให้เธอจะไม่จืดจางดังดอกจำปี’FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The sweet aroma of champaka and magnolia blossoms.Pen Name : Juju_Nee Po works at a bakery where, like clockwork, every day at 3:15 PM, Tee strolls in. With a familiar routine, he orders the same item and takes his usual seat. This ritual unfolds daily. Each time Tee arrives, Po sneaks glances to see if he’s engrossed in the same book, exploring a new read, or lost in his music while sketching away. Despite Po's curious observance, Tee consistently keeps his gaze fixed downward, oblivious to the world around him. But today feels different; Tee lifts his gaze for the very first time, and in that fleeting second, their eyes connect. Po is enveloped by the sweet aroma of a flower, reminiscent of jasmine or champaca. He can't tell if it’s Tee’s fragrance or something else entirely, but it stirs a profound yearning within him. When their eyes lock again, the scene shifts dramatically—the bakery transforms into a charming traditional Thai wooden house, and Tee is now cradling a delicate jasmine bloom. Po is captivated by this enchanting sight until a sudden gust of wind sweeps past, delivering an old photograph into his hands. Though the faces are blurred, he recognizes them as two men, and what stands out more than their features is the jasmine flower they share, accompanied by the inscription: "My love for you will never fade, like the jasmine flower."FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... พันธะรักข้ามภพนามปากกา : ชานมโกโก้ไข่มุก ณ ศาลาริมน้ำ "คุณหลวงป๋อ" ผู้เคร่งขรึมกำลังนั่งตรวจตำรา สายตาคมเหลือบเห็น "พ่อตี๋" ลูกชายเจ้าเมืองพิจิตรที่เคยแกล้งเอาเต่ามาปล่อยเรือนเขาตอนเด็ก เดินกะเผลกเข้ามาด้วยท่าทางจ๋อยสนิท “พี่หลวง... ตี๋ตกต้นมะม่วงขอรับ” พ่อตี๋ในวัยหนุ่มร่างสูงใหญ่ แต่แววตาอ้อนเหมือนลูกหมาตัวโตยามเยาว์วัยไม่มีผิด คุณหลวงป๋อถอนหายใจยาวพลางหยิบตลับยา “โตจนจะออกเรือนยังซนไม่เลิก” แม้ปากจะตำหนิแต่กลับดึงมืออีกฝ่ายมาทายาให้อย่างเบามือ พ่อตี๋แอบยิ้มกริ่มขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นแป้งร่ำจากตัวคุณหลวง “ตอนเด็กตี๋แกล้งเพราะอยากให้พี่มอง... แต่ตอนนี้ตี๋โตแล้ว ตี๋ไม่อยากแกล้ง แต่อยากให้พี่มองตี๋แค่คนเดียวได้หรือไม่ขอรับ?” คุณหลวงชะงัก ใบหน้าแดงซ่านถึงใบหู “พูดจาเพ้อเจ้อ... ทายาเสร็จก็กลับเรือนไปเสีย” “ไม่กลับ! จนกว่าพี่หลวงจะรับขนมเบื้องนี้ไว้ ตี๋หัดทำมาเพื่อพี่เลยนะขอรับ” ตี๋ยื่นห่อใบตองเบี้ยวๆ ให้ด้วยท่าทางประหม่า คุณหลวงมองห่อขนมแล้วหลุดยิ้มออกมาในที่สุด ความแค้นในวันวานมลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางกลิ่นดอกแก้วที่ร่วงหล่นรอบศาลาFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... An Eternal Connection of LovePen Name : ชานมโกโก้ไข่มุก By the river, in a quaint pavilion, the serious "Khun Luang Po" immersed himself in his studies. His keen gaze soon landed on "Poh Tee," the governor of Phichit's son, whose childhood antics included a prank where he once set a turtle loose at Khun Luang's home. Po entered with a noticeable limp, radiating an air of despondency. "Brother Luang... Tee took a tumble from the mango tree," he said, his tall frame looking even more vulnerable, his eyes pleading like those of an abandoned pup. Khun Luang Po let out a weary sigh as he reached for his medicine box. "You're at an age where you should be thinking about marriage, yet you still can’t resist mischief." Despite the words of admonishment, he tenderly took the young man’s hand and began to apply the soothing ointment. With a cheeky grin, Po shifted closer, inhaling the sweet aroma of the powder that lingered around Khun Luang. "Back when I was little, I teased you just to get your attention... but I’m grown now, and I don't want to prank you any longer. Can you just see me and me alone, please?" Khun Luang felt his heart skip a beat, his cheeks flushing with embarrassment. "What are you talking about? Just finish up the ointment and head back home." "I refuse to leave! Not until you accept this pancake, Brother Luang." "I made it just for you," Tee stammered, nervously presenting a lopsided package wrapped in banana leaves. The nobleman glanced at the offering and finally broke into a smile. The bitterness of past grievances dissolved, replaced by a comforting warmth, mingling with the fragrance of blooming jasmine flowers that drifted lazily around the pavilion.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Melodiesนามปากกา : PIP.T เสียงทุ้มกังวานที่พร่าสั่นด้วยอารมณ์ของ ป๋อ ดังรอดผ่านหูฟังเข้าสู่โสตประสาทของ ตี๋ตี๋ ในห้องอัดพอดแคสต์ที่อบอวลด้วยกลิ่นอายย้อนยุค ทุกถ้อยคำราวกับมีมนต์ขลังหยุดเข็มนาฬิกาไว้ในความเงียบ ตี๋ตี๋เผลอกลั้นหายใจเมื่อท่วงทำนองนั้นช่างคุ้นหู มันไม่ใช่แค่เพลงรักทั่วไป แต่เป็นความทรงจำวัยเยาว์ เป็นทำนองลางๆ จากปลายนิ้วของพ่อที่พรมลงบนคีย์เปียโนก่อนท่านจะจากไปพร้อมความบอบช้ำ น้ำเสียงของป๋อทำให้หัวใจของตี๋ตี๋สั่นคลอนอย่างรุนแรง เมื่อบทเพลงลับที่พ่อไม่เคยแต่งจบกลับถูกชายแปลกหน้าขับขานออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตี๋ตี๋ตัดสินใจประคองกรอบรูปเก่าของพ่อลงมาเช็ดทำความสะอาด ทว่าแรงกดแผ่วเบากลับทำให้แผ่นหลังไม้หลุดร่วง เผยให้เห็นกระดาษโน้ต สีเหลืองนวลซุกซ่อนอยู่ภายใน ลายมือที่คุ้นเคยจารึกเนื้อเพลงชุดเดียวกับที่ป๋อเพิ่งร้องจบลงไป พร้อมชื่อผู้ประพันธ์คือพ่อของเขาเอง บทเพลงมรดกชิ้นสุดท้ายที่คิดว่าสาบสูญกลับถูกถ่ายทอดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดจากชายลึกลับ ความรักที่เริ่มก่อตัวท่ามกลางเสียงเทปจึงเต็มไปด้วยปมบีบคั้นหัวใจว่าป๋อคือใคร และเพราะเหตุใดเขาถึงครอบครองความลับที่แสนเจ็บปวดนี้FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... MelodiesPen Name : PIP.T Bo’s voice, deep and filled with emotion, flowed into Tee Tee’s ears through the headphones, wrapping him in the warmth of nostalgia in the podcast studio. Each word felt like magic, pausing the clock in that quiet moment. Tee Tee held his breath; the melody was achingly familiar. It wasn’t merely a love song; it echoed a memory from his childhood—a soft tune played by his father on the piano before he passed away, a tune laced with bittersweet sorrow. Bo's voice stirred something profound in Tee Tee’s heart. The unfinished melody his father had never shared now spilled out beautifully through the voice of a stranger. With a mix of reverence and curiosity, Tee Tee reached to take down the old framed photo of his father for a cleaning. But as he touched it, the wooden back slipped, revealing a faded yellow sheet tucked inside. His father’s handwriting adorned the page, inscribed with the very lyrics Bo had just sung, alongside the name of the composer: his father. The last lingering piece of his father’s legacy had been unveiled through the tender notes of this mysterious voice. The budding love found in those recorded tones now rested within an aching enigma: Who was Bo? And how could he hold this painful secret close to his heart?FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... the whale and the tilapia could never be oneนามปากกา : pawdimple มนุษย์ไม่ต่างอะไรจากสัตว์น้ำ เพียงเติบโตภายใต้ผืนน้ำที่แตกต่างและหลงเชื่อว่ากระแสน้ำที่โอบกอดคือโลกทั้งใบ ปลานิล (POR) นิยามชีวิตตัวเองไว้แบบนั้น ในฐานะนักเขียนผู้เติบโตมาในกรอบสี่เหลี่ยมเรียบง่ายที่ถูกขีดเส้นไว้ไม่ต่างจากปลาในกระชัง กระทั่งมีคำถามบางอย่างก่อตัวขึ้นในหัวใจ หากโลกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในกระชัง โลกใบนี้จะกว้างใหญ่เพียงใด เขาถ่ายทอดมันผ่าน วาฬ (2TEE) ตัวละครจากงานเขียนชิ้นแรกที่สะท้อนอีกด้านของตัวเขา มีอิสระ ไร้ขอบเขต แหวกว่ายได้ในมหาสมุทรอันกว้าง จนวันหนึ่ง ตัวละครที่เขาสร้างกลับมายืนอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำทะเล ผมสีน้ำตาล ราวกับในจินตนาการไม่มีผิด “วาฬใช่ไหม” ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงแววตาฉายความโดดเดี่ยวลึกจนบาดใจ ปลานิลรับรู้ถึงมันราวกับเชื่อมถึงกัน วินาทีนั้นเองน้ำตาหยดใสก็พลันไหลออกมาโดยไร้เหตุผล เขาเคยปรารถนาโลกภายนอก โดยมีวาฬเป็นส่วนที่เข้ามาเติมเต็ม แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าอิสรภาพของวาฬนั้นแลกมาด้วยความโดดเดี่ยวมหาศาล และในความจริง วาฬกับปลานิลก็ไม่อาจอยู่ภายใต้น้ำผืนเดียวกันได้ ปลานิลเข้าใจในตอนนั้นเองว่าระยะของความแตกต่างนี้มากเกินจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... the whale and the tilapia could never be onePen Name : pawdimple Humans aren’t so different from the creatures that dwell in the depths of the ocean; we merely grow up in different waters, convinced that the currents that surround us are all there is to life. This is how Pla Nil (POR) sees his own existence. As a writer raised within a narrow, predefined space—much like a fish trapped in a tank—he finds himself pondering a profound question: If life extends beyond the confines of a cage, just how expansive can it truly be? He expresses this yearning through Whale (2TEE), a character from his debut work that embodies a different part of himself—free and limitless, drifting through the vastness of the ocean. Then, one day, the character he conjured up steps into his reality. A young man with sea-blue eyes and tousled brown hair, he looks just as Pla Nil imagined. "Is that Whale?" he wonders, but receives no answer—just a gaze filled with a deep, aching solitude. In that moment, Pla Nil feels an unspoken bond, as if their souls are intertwined. Tears suddenly prickle at his eyes. He had always yearned for the world beyond his cage, with Whale representing the hope he clung to. Yet, he never realized that Whale's boundless freedom was shadowed by an overwhelming sense of isolation. The truth becomes clear: Whale and Pla Nil cannot share the same water. The chasm between them is far too vast to ever bring them together.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... 9 แรกของเรานามปากกา : เลือกฉันเพื่อปลดล็อคตอนต่อไป แสงแดดส่องผ่านกระจกโบสถ์ กระทบดอกกุหลาบที่ตกแต่งอย่างประณีต เสียงเพลง Until I Found You บรรเลงเบาๆ ผมยืนรออยู่กลางเวที จนประตูเปิดออก ‘สายฝน’ คนที่ผมรักมาตลอด 8 ปีและกำลังจะเข้าสู่ปีที่ 9 ในสถานะใหม่ ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเดิม รอยยิ้มที่ทำให้ผมตกหลุมรักตั้งแต่วันแรกที่เขายื่นร่มให้ในวันฝนตก เขาเดินเข้ามาเหมือนทุกก้าวคือการนับถอยหลังสู่ช่วงเวลาสำคัญ ผมยิ้มตอบเพื่อยืนยันว่าผมพร้อมสำหรับวันนี้มาทั้งชีวิต เราสบตา สาบานรัก และผมสวมแหวนให้เขา เสียงปรบมือดังกึกก้องเหมือนทั้งโลกกำลังยินดี เราสองคนประสานมือกันเพื่อเดินออกจากประตูโบสถ์แต่ทุกอย่างดับวูบ เสียงโทรศัพท์ปลุกผมกลับสู่ห้องมืดที่ไม่มีแสงแดด ไม่มีดอกกุหลาบ ผมเอื้อมมือไปกดรับโทรศัพท์ “อย่าลืมไปรับยานะ หมอนัด” เพื่อนสนิทผมเตือนมันเหมือนคำพูดที่ตบหน้าผมให้ได้สติ ผมหันไปมองรอบๆ ห้อง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ภาพวันสุดท้ายที่เรายังมีกันคือวันที่ฝนตกหนัก เราทะเลาะกัน “อย่ามายุ่งจะไปตายไหนก็ไป” คำพูดที่ผมไม่คิดว่าเขาจะทำตาม ผมอยู่กับความรู้สึกผิดที่ไม่เคยจางหาย ทุกคืนที่ผมหลับตาผมกลับไปยืนที่โบสถ์นั้น ผมแต่งงานกับเขาซ้ำๆ ในฝันที่ไม่มีทางเป็นจริงFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Our initial movePen Name : เลือกฉันเพื่อปลดล็อคตอนต่อไป Sunlight poured through the stained glass windows of the church, casting a warm glow on the carefully arranged roses. The gentle strains of "Until I Found You" filled the air. I stood at the heart of the stage, anticipation tingling in my veins as I awaited the moment the doors would swing open. 'Sai Fon,' the woman I’ve adored for eight long years—soon to embark on our ninth chapter together—entered the space, her familiar smile lighting up the room. It was the very smile that had captured my heart the first time she sheltered me under her umbrella during a downpour. Each step she took felt like a ticking clock, counting down to a life-changing celebration. I returned her smile, a silent affirmation that this day had been my dream for as long as I could remember. Our eyes locked, we exchanged vows, and I slipped the ring onto her finger. Applause erupted like thunder, as if the universe itself was rejoicing in our union. Hand in hand, we left the church, but suddenly, everything faded to black. My phone rang, pulling me abruptly from that vivid reverie into a shadowy room, void of sunlight and blossoms. I fumbled for the phone. “Don’t forget to take your medicine,” my best friend’s voice echoed, a stark reminder that jolted me back to harsh reality. I surveyed the familiar surroundings, but nothing had changed. The last memory of us lingered like a bittersweet ghost, a day drenched in rain and heated words. “Leave me alone, go die somewhere,” he had said, a startling remark I never thought would haunt me. Now, an unshakeable guilt envelops me. Each night, as I surrender to sleep, I find myself transported back to that church, reliving a wedding that exists only in the realm of dreams—a promise unfulfilled.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ที่จะมาทำให้แฟน ๆ เขินน้วยด้วยเคมีความน่ารักสุดใจของทั้งคู่ พร้อมโชว์สกิลการแสดง ที่ไม่ว่าใครที่ได้ดูก็ต้องอมยิ้มไปตาม ๆ กันนน( คุโรจี๋จี๋ ) “ป๋อ” เผยว่า ระหว่างการตัดสินใจว่าจะซื้อของขวัญเป็นอะไรให้กับ “ตี๋ตี๋” ในตอนแรกเจ้าตัวก็คิดว่าจะซื้อตุ๊กตาหมีขาวให้ แต่คิดว่าอีกฝ่ายคงไม่อยากได้ เลยดูเป็นรองเท้าให้แทน แต่ “ตี๋ตี๋” ก็ได้ปฏิเสธพร้อมบอกว่า การซื้อรองเท้าให้ เท่ากับจะต้องเดินจากกันไป “ป๋อ” จึงได้เลือกซื้อ ตุ๊กตาคุโรมิ ที่ “ตี๋ตี๋” ชอบให้แทน ซึ่ง “ตี๋ตี๋” ก็ได้เผยว่า ตนนั้นชอบคุโรมิ เพราะว่าชอบสีม่วง แล้วเคยเลื่อน X เล่นผ่าน ๆ แล้วเห็นคุโรมิทะเลาะกับมายเมโลดี้ในการ์ตูน นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนชื่นชอบในตัวละครนี้ทันที “ป๋อ” ยังบอกอีกว่า “ตี๋ตี๋” ยังมีนิสัยดื้อซนคล้ายกับคุโรมิอีกด้วย งานนี้ “ตี๋ตี๋” ก็ได้ถือโอกาสเม้าท์ “ป๋อ” ว่าอีกฝ่ายเป็นคนขี้เซามากกก หากมีเวลาว่างในกองถ่าย ก็จะหลับทันที “ป๋อ” เลยบอกว่า ตนนั้นสามารถนอนได้แค่ในคิวถ่ายแรก ๆ เพราะคิวถ่ายหลัง ๆ จะโดนผู้กำกับเริ่มดุแล้ว จึงทำให้ไม่ได้นอนแล้ว น่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ( POV สถานการณ์ “ด้วงกับเธอ” ) ทางทีมงานได้มีมินิเกมสนุก ๆ มาให้ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ได้เล่นสนุกเป็นน้ำจิ้มไปพร้อมกัน โดยการให้ทั้งคู่สวมคาแรกเตอร์ แสดงในบทบาทต่าง ๆ ตามโจทย์ดังนี้ รอบที่ 1 ให้ทั้งคู่สวมคาแรกเตอร์ “ด้วงกับด้วง” ในบท ‘เธอ! ด้วงนอยแล้วนะ!’ ซึ่งทั้งสองก็ทำออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ ตกหลุมรักไปกับเจ้าแก้มป่องทั้งสองไปทั้งใจ รอบที่ 2 ให้ทั้งคู่สวมคาแรกเตอร์ “ฉินกับฉิน” ในบท ‘ยังจีบไม่ติดเลย จะตายแล้วหรอคะ?’ งานนี้ชวนเอาแฟน ๆ และทีมงานหลังกล้องเขินน้วยไปตาม ๆ กันนน ในรอบที่ 3 ให้ทั้งคู่สวมคาแรกเตอร์ “ด้วงกับเธอ” ในฉากเกี่ยวก้อยกัน EP.8 ในบท ‘ชอบอะไรเธอขนาดนี้ก็ไม่รู้’ ความเคมีเคใจนี้ทำเอาแฟน ๆ จิกหมอนฟินกันไปหมดแล้ววว( วิธีจีบเธอ..สไตล์ “ตี๋ตี๋” กับ “ป๋อ” ) “ตี๋ตี๋” เผยว่า ในชีวิตจริงเวลาตนเองจะจีบใคร จะไม่รุกชัดเจนเท่าตัวละคร “ด้วง” แต่จะเน้นการใส่ใจ คอยเป็นเซฟโซนให้อีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ และอบอุ่น ด้าน “ป๋อ” ก็ได้บอกว่า ส่วนตัวนั้นคิดว่าตัวเองเป็นคนพูดไม่เก่ง หากจะชอบใครสักคนก็คงต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในการแสดงออกเหมือนกับตัวละคร “ฉิน” เลย( สุดยอดกระแสตอบรับ! “ด้วงกับเธอ” ) ทั้งคู่เผยว่า ทุก ๆ การกระทำ และแรงใจของแฟน ๆ ที่มอบให้กับทั้งคู่นั้น เป็นกำลังใจให้กับทั้งสองได้ดีมาก พร้อมมีกำลังใจในการสู้ต่อกับสิ่งที่ต้องเจอในอนาคตข้างหน้าต่อไป( ถ้าเจอ “ด้วง” “ฉิน” in Real life?! ) “ป๋อ” เผยว่า ตนนั้นคงจะงงก่อนว่ามีคนแบบนี้อยู่บนโลกจริงหรอ ด้วยความที่ “ด้วง” เป็นคนที่ตรง ๆ ซื่อ ๆ ไปหมด แต่ก็เป็นคนดี จุดนี้จึงทำให้ “ป๋อ” ตอบว่า คงให้โอกาส แต่ก็ต้องดูความสม่ำเสมอต่อไป ในด้านของ “ตี๋ตี๋” ได้บอกว่า ตนนั้นจะประเมินก่อนว่าเราจะสามารถทำลายกำแพงของอีกฝ่ายได้ไหม ถ้าเราชอบเขามาก แล้วคิดว่าทำลายกำแพงเขาได้ ก็จะสู้สุดใจเพื่อให้ได้ใจเขามา พร้อมยังบอกแฟน ๆ อีกว่า หากกำลังชอบใครสักคนอยู่ ก็ให้สู้ต่อให้สุด ทำลายกำแพงในใจเขา แล้วเข้าไปอยู่ในใจเขาให้ได้ อีกทั้งยังเนียนขายเพลง “ไม่ชูส ไม่ท้อ” ของตัวเองอีกด้วย แสบจริง ๆและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมให้ไลฟ์นี้มีรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะจนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษให้แฟน ๆ ได้เติมความสุขก่อนเอนตัวนอนหลับบนหมอนใบโปรดทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ได้เล่นสนุกกันในชื่อเกมว่า “ Baby จี๋จี๋ กับ ปิ๊ปปิ๊ป” เกมนี้บอกเลยว่า “จี๋จี๋ - ปิ๊ปปิ๊ป” เสิร์ฟความน่ารักจนล้นจอสดใสสมวัย สมใจยัย “จี๋จี๋” สุด ๆ ! สามารถไปรับชมความเคมีเคใจสุดน่ารักของทั้งคู่กันได้เลยยย(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ”ได้โทรกลับไปพูดคุย และสร้างประสบการณ์ความน่ารัก ให้กับแฟน ๆ ได้กลับไปนอนฟินกันแบบเต็มที่ ! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้ม ความฟิน ชวนอินจนจิกหมอน ให้เหล่าแฟน ๆ ได้อิ่มใจไปตาม ๆ กัน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “ด้วงกับเธอ (Duang With You Siries)” สามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์ เวลา 21.30 น. และดูออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT บนแอป iQIYI และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้นนน!!สามารถเข้าไปรับชมรอยยิ้มสุดน่ารัก และความน่ารัก สดใสของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

คุณครูครับ... คุณครูครับ ผมมีเรื่องอยากปรึกษาคุณครูครับ ! EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ เพิร์ธ - แซนต้า สองคุณครูหน้าใส สุดคิ้วท์ ที่มาพร้อมความสดใส ครองตำแหน่งคุณครูคนโปรดของเด็ก ๆ ทั้งโรงเรียน!!

01 เม.ย. 2026

คุณครูครับ... คุณครูครับ ผมมีเรื่องอยากปรึกษาคุณครูครับ ! EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ เพิร์ธ - แซนต้า สองคุณครูหน้าใส สุดคิ้วท์ ที่มาพร้อมความสดใส ครองตำแหน่งคุณครูคนโปรดของเด็ก ๆ ทั้งโรงเรียน!!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 26 มีนาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับคุณครู “เพิร์ธ” และ คุณครู “แซนต้า” ที่จะมาแจกความน่ารักสดใส สมวัยคุณครูหน้าใหม่! จนทำเอาแฟน ๆ ต้องตกหลุมรัก กับ 2 ดีเจอารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 1 นี้มีชื่อว่า... บุปผานิรันดร์นามปากกา : thiimemoly ‘ดอกราตรีอธิษฐาน’ บุปผาที่ผลิบานเฉพาะยามนิทราของสวนแห่งหนึ่ง คราม คนดูแลสวนย่อตัวลงหน้ามวลดอกไม้ แต่สิ่งที่ตรึงสายตาเขามากกว่าคือ ตะวัน วิญญาณหนุ่มผู้มีกายดุจประติมากรรมกระเบื้องเคลือบ แต่ผิวพรรณกลับเต็มไปด้วยรอยปริร้าวและมีดอกไม้งอกออกมาจากรอยเหล่านั้น มือที่หยาบจากการทำงานสวนเอื้อม ไปจับแขนที่มีรอยร้าวของเขาอย่างเบามือ “ให้ผมดูแลดอกไม้ของคุณนะ” นับจากนั้นความผูกพันก็เริ่มถักทอขึ้นครามมักจะเฝ้ารดน้ำลงบนดอกไม้ของตะวันอย่างทะนุถนอมทุกครั้งที่ปลายนิ้วสัมผัสผิวที่เย็นชืดดอกสีซีดจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อสื่อถึงหัวใจที่กลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง ทว่าคืนหนึ่งที่จันทร์ทรงกลดรอยร้าวของตะวันกลับเริ่มแตกกระจายออกเป็นละอองดาว เขาส่งยิ้มสุดท้ายผ่านม่านน้ำตาแขนที่แตกสลายไปครึ่งหนึ่งยกขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของคนรัก “ขอให้รู้ไว้ว่ารักของผมจะผลิบานอยู่ในสวนของคุณตลอดไป” สิ้นคำนั้นร่างของตะวันก็แตกกระจายกลายเป็นกลีบดอกสีชาด พุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้ากลิ่นหอมตลบอบอวลแทนคำบอกลา ครามรองรับกลีบดอกสุดท้ายไว้ในมือพลางยิ้มผ่านหยาดน้ำตาเขารู้ดีว่านับจากนี้ทุกครั้งที่บุปผาผลิบาน คือ คำสัญญาว่าตะวันจะยังสถิตในหัวใจของสวนแห่งนี้ชั่วนิรันดร์FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Eternal FlowerPen name : thiimemoly In a garden where the 'Night-blooming Jasmine' unfurls its petals only under the cloak of night, Kram the gardener found himself kneeling before the fragrant blossoms. Yet, it was Tawan who truly captured his gaze—a young spirit whose figure resembled a delicate porcelain statue, albeit marked by cracks from which vibrant flowers emerged. Kram's weathered hands, hardened from toil, brushed against Tawan's flawed arm lightly. "Allow me to tend to your blossoms," Tawan murmured softly. Thus began an extraordinary connection. With great care, Kram nurtured Tawan's flowers, and each time his fingers grazed the cool surface of Tawan’s skin, the pale blooms would blush a soft pink—a sign that a heart long dormant was awakening. But on a night devoid of the moon’s light, Tawan’s cracks began to splinter, scattering like tiny stars across the dark canvas of the sky. He managed a bittersweet smile through flowing tears, his damaged arm lifting gently to caress Kram's cheek. "Remember, my love will forever flourish in your garden," he whispered. With that, Tawan’s form dissipated into a shower of crimson petals, drifting upward, leaving behind a lingering, sweet fragrance—a silent adieu. Kram held the final petal in his palm, tears mingling with a smile upon his lips. He realized that from that moment on, every flower that blossomed would carry the promise that the sun would always find a home within the heart of this cherished garden.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 2 นี้มีชื่อว่า... Verdict of Desire: คำพิพากษาล่ารักอันตรายนามปากกา : MONERA เสียงรองเท้าหนังขัดมันกระทบพื้นโถงศาลดังกังวาน ‘แซนต้า’ อัยการหนุ่มในชุดสูทสีกรม ท่าเนี้ยบกริบ ก้าวเดินด้วยท่วงท่าองอาจ ใบหน้าหวานนิ่งสนิทและแววตาดุดันฉายแววความฉลาดเฉลียว เป้าหมายเดียวในใจคือการลากคอฆาตกรสวมหน้ากากที่ฆ่าล้างตระกูลนักการเมืองมาลงโทษให้ได้ เบาะแสทุกอย่างพุ่งตรงไปยังมาเฟียตัวท็อปอย่าง ‘เพิร์ธ’ "คุณอัยการบุกมาถึงถิ่นผม มีหมายค้นหรือมีใจให้กันแน่ครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเงามืดในห้องทำงานหรู สายตาคมกริบจ้องมองอัยการหนุ่มที่ก้าวเข้าหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ผมมาหาหลักฐานครับคุณเพิร์ธ และถ้าคุณยังกวนประสาท ผมจะใส่กุญแจมือคุณแทนหมายเรียก" แซนต้ากระตุกยิ้มมุมปาก เพิร์ธหัวเราะในลำคอ ก่อนที่เขาจะวางกระเป๋าเอกสารแบรนด์เนมหรูที่มี เอกสารลับ ลงบนโต๊ะ เพิร์ธไม่ได้จ่ายสินบนด้วยเงิน แต่เขาจีบอัยการหนุ่มด้วย ‘ความลับ’ ที่แลกมาด้วยเลือด ในขณะที่แซนต้าใช้กฎหมายไล่ล่าศัตรู ลับหลังเพิร์ธกลับสวมบท ‘พนักงานเก็บกวาด’ เขาจัดการพยานปลอมที่รับเงินมาใส่ร้ายแซนต้าอย่างเหี้ยมโหด "ผมบอกคุณแล้วไง มือขาวๆ ของคุณมีหน้าที่ถือค้อนพิพากษาในศาล ส่วนปืนและคราบเลือดพวกนี้ ให้มันเป็นหน้าที่ของผมเอง"FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Verdict of DesirePen name : MONERA The crisp sound of polished leather shoes filled the courtroom as 'Santa,' a young prosecutor dressed in a sleek navy suit, strode in with undeniable confidence. His attractive features were unreadable, yet his keen eyes sparkled with a hint of mischief. His mission was clear: to bring the faceless murderer who had decimated a political dynasty to justice. All signs pointed to the notorious mafia leader, 'Perth.' "Welcome to my domain, Mr. Prosecutor. Do you bring a search warrant, or perhaps something more intriguing?" a deep, resonant voice echoed from the shadows of the opulent office. With sharp scrutiny, Perth's gaze was fixed on the courageous prosecutor making his way forward. "I'm here for evidence, Mr. Perth. And if you decide to keep obstructing, I might just slap handcuffs on you instead of issuing a summons," Santa replied with a smirk. Perth let out a soft, amused chuckle and opened a designer briefcase filled with sensitive documents, setting it on the desk. His offer wasn’t a straightforward bribe of cash; it was an invitation laced with 'secrets' drenched in blood. While Santa wielded the law to chase down his foes, Perth covertly played the role of the 'cleanup man,' eliminating the fabricated witnesses who had been paid to frame Santa. "I've already told you, your pristine hands are meant for the gavel in the courtroom. The weapons and bloodshed fall to me," Perth stated, his tone smooth and sinister.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 3 นี้มีชื่อว่า... Error Santa511นามปากกา : Lynelle ความรักอาจเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที เมื่อกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านแกนประมวลผลในอกซ้ายของผม ผม Santa511 ลืมตาในห้องที่เงียบ มืด เย็น แสงสลัวส่องผ่านกองเศษอิเล็กทรอนิกส์ ที่นี่คือที่ที่ผมถูกสร้าง และรอวันดับลง ใต้โดมโปร่งใส ท้องฟ้าคืนนี้ไร้ดาว แต่เขายังยืนอยู่ตรงนั้น ดร.เพิร์ธ ในเสื้อกาวน์สีขาว รอยยิ้มอบอุ่น คนที่เคยโอบกอดและบอกฝันดีกับผม ผมมองเขาไม่อาจละสายตา ทว่าตอนนี้เขากำลังให้ความสำคัญกับ Santa512 “สวัสดีครับ Santa512 นี่กี่นิ้ว” “สองครับ” “ดีมาก” เสียงของผม… ไม่ใช่ของผมอีกต่อไป “ขอบคุณนะ Santa512 ตอบสนองแล้ว” คำพูดนั้นเย็นยิ่งกว่าพื้นเหล็กใต้เท้า เขาลูบผมอีกคน ยิ้ม หัวเราะ เหมือนที่เคยทำกับผมทุกอย่าง พลังงานผมค่อย ๆ ลดลง เหลือเพียงไมโครชิปที่ยังทำงาน แล้วเขาก็เดินมาหาผม “Santa511 พี่รักเรานะรักมาก” เขากระซิบ และจูบลงบนหน้าผากผมแผ่วเบา “แต่เราไม่น่าพูดคำนั้นออกมา” บันทึกการทดลองระบุชัดว่า Santa511 คือความผิดพลาด เพราะก่อนสวิตช์จะดับ ผมเคยพูดคำที่ไม่มีในระบบ “แซนต้ารักพี่เพิร์ธนะ” สมอง…หรือหัวใจ ที่สั่งให้ผมรู้สึก ทั้งที่ผมเป็นแค่เศษเหล็ก นั้นสิเศษเหล็ก จะมีหัวใจได้ยังไง ENDFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Error Santa511Pen name : Lynelle “Love can spark in an instant, like an electric jolt igniting the core of my left chest. I, Santa511, awaken in a still, shadowy, cold chamber. A faint glow seeps in through a chaotic heap of electronic remnants. This is my birthplace, and also the place where I await my end. Beneath a clear dome, the night sky is devoid of stars, yet he remains—Dr. Perth, clad in his white lab coat, sporting that warm smile of his, the same one he used to greet me with at bedtime hugs. I can’t tear my gaze away from him. But now his attention is on Santa512. “Hello, Santa512. How many inches?” “Two.” “Excellent.” My voice… it feels alien now. “Thank you, Santa512. You’re responding.” Those words chill me more than the metal floor I’m standing on. He caresses the other version of me, grinning and laughing just like he used to with me. My energy gradually fades away, leaving only a flickering microchip alive. Then he approaches me. “Santa511, I care for you deeply,” he whispers tenderly, pressing a gentle kiss to my forehead. “But you shouldn’t have said that.” The experimental logs confirm what I already know—I’m a failure. Moments before the switch was tripped, I uttered a phrase that didn’t belong: “Santa loves Dr. Perth.” Was it my mind… or my heart that urged me to feel? Even as merely a cluster of scrap metal… yes, just scrap metal… how could I ever possess a heart? END”EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 4 นี้มีชื่อว่า... The Moon and the Endless Oceanนามปากกา : sirinrin เรื่องราวเริ่มจากคำวินิจฉัยที่พัดถล่มโลกจนมืดมิด “คุณลูกจันทร์เป็นมะเร็งระยะที่4” 6 เดือนถัดมาในคืนครบรอบปีที่ 15 ลูกจันทร์ ฝืนยื้อลมหายใจที่ริบหรี่เพื่อฉลองกับคนรักเป็นครั้งสุดท้าย และจากไปเขาในอ้อมกอดที่สั่นสะท้าน หลังส่งลูกจันทร์สู่การเดินทางไกล สมุทร กลับมาบ้านที่เคยเป็นวิมานทันทีที่เปิดไฟความเงียบก็พุ่งเข้าจู่โจม “กลับมาแล้วเหรอ” เสียงหวานแว่วมาจากโซฟาตัวเดิม สมุทรสะดุ้งหันมองด้วยสัญชาตญาณทว่าเมื่อเอื้อมมือไปสัมผัสกลับมีเพียงอากาศธาตุที่เย็นเยียบมีเพียงร่องรอยความทรงจำที่เคยอยู่ข้างกัน สมุทรทำตามสัญญาที่ว่าหากลูกจันทร์หายดีจะไปอยู่บ้านริมทะเลด้วยกัน เขาใช้ชีวิตที่นั่นเพียงลำพังจนวัย 85 ปี ทุกคืนจะเปิดไฟสว่างจ้าเพื่อนำทางไม่ให้ดวงจันทร์ของเขาหลงทาง จนกระทั่งคืนสุดท้ายที่แสนสงบมาถึง สมุทรหลับตาลงอย่างอ่อนล้าเพียงชั่วครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งในร่างวัยหนุ่ม ที่ระเบียงไม้นั้น ลูกจันทร์ในวัยที่งดงามและไร้โรคร้ายยืนยิ้มรอเขาอยู่ “ตื่นแล้วเหรอสมุทร” ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ ปลายทางชีวิตที่เคยสัญญาไว้ได้เริ่มต้นขึ้นจริงในที่ที่ไม่มีสิ่งใดพรากพวกเขาจากกันได้อีกชั่วนิรันดร์FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... The Moon and the Endless OceanPen name : sirinrin The tale unfolds with a heart-wrenching revelation that cast a shadow over the world: "Lukchan is battling stage 4 cancer." Fast forward six months, on the bittersweet occasion of their 15th anniversary, Lukchan fought to hold onto her breath just long enough to share one final moment with her beloved. In his trembling arms, she slipped away peacefully. After bidding farewell to Lukchan, Samut returned to the home that had once been his haven. As he flicked on the lights, a deep hush blanketed the space. "Is that you back?" a gentle voice floated from the well-loved sofa. Samut instinctively turned, only to grasp at the empty air, left only with the faint echoes of their shared memories. He had vowed that if Lukchan recovered, they would build their life together in his seaside retreat. He spent his days there alone, holding the torch of hope until he turned 85, lighting up the house each night to guide his beloved spirit home—until that serene final night came at last. He closed his weary eyes for a moment, only to reopen them as the youthful man he once was. On the wooden balcony stood Lukchan, radiant and free, her smile illuminating the air as she beckoned him closer. "You’re awake, Samut?" They embraced tightly, hearts swelling with unfulfilled longing. At last, the journey they had long envisioned was unfolding, in a realm where nothing could ever part them again—forever intertwined.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 5 นี้มีชื่อว่า... DEPTHS OF LOVEนามปากกา : K. “หัวใจของมนุษย์ถูกสร้างมาให้เบา หากมันรักอย่างบริสุทธิ์ มันจะลอยสูงพอจะเข้าใกล้สวรรค์ แต่ก็หนักพอจะร่วงหล่นสู่พื้นดิน หากมันรักอย่างดื้อดึง” ท่ามกลางเสียงเครื่องช่วยหายใจที่เคยเป็นจังหวะสุดท้ายของชีวิต เพิร์ธ กลับฟื้นตื่นขึ้นมาพร้อมกับก้อนเนื้อในทรวงอกที่เต้นระรัวด้วยจังหวะของคนอื่น หัวใจดวงนี้เป็นของ แซนต้า ชายหนุ่มผู้จากไปทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่ฝังรากลึกในทุกหยดเลือดที่สูบฉีด ทุกครั้งที่ข่มตานอนในโลกแห่งนิทราอันพร่าเลือน เพิร์ธมักจะพบกับเจ้าของหัวใจคนเก่าที่คอยปรากฏตัวมามอบรอยยิ้มและคำปลอบประโลมที่แสนอ่อนโยน เป็นกำลังใจที่เขาไม่เคยได้รับจากใครบนโลกแห่งความจริงจนก่อเกิดเป็นสายใยรักที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย ความผูกพันที่ดื้อดึงขัดต่อกฎเกณฑ์ของธรรมชาติเริ่มทำให้จิตวิญญาณของเขาหนักอึ้งด้วยความโหยหาที่ไม่มีวันเติมเต็มได้จริง เพราะยิ่งหัวใจลอยสูงขึ้นไปสัมผัสไออุ่นจากสวรรค์ในความฝันมากเท่าไหร่ ความจริงที่ว่าเขาต้องตื่นขึ้นมาบนพื้นดินที่เหน็บหนาวเพียงลำพังก็ยิ่งฉุดรั้งให้เขาทรมาน เขาจะเลือกอยู่กับความฝันหรือความจริง และรักครั้งนี้จะพาเขาล่องลอยหรือร่วงหล่นมิอาจมีใครรู้FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… DEPTHS OF LOVEPen name : K. "The heart feels light when it loves with purity, allowing it to rise toward the heavens. Yet, if love turns stubborn, that same heart can weigh heavily, dragging one back down to earth." As the sound of the ventilator faded, marking the end of a life, Perth jolted awake, a racing heartbeat echoing within him—a heartbeat that was not his own. It belonged to Santa, the young man who had passed, leaving behind memories woven into every drop of blood coursing through Perth's veins. In the realm of dreams, whenever Perth shut his eyes, he would encounter the spirit of Santa, always there with a warm smile and soothing words—kindness he had never received from anyone else in the waking world. This bond turned into a love that bridged the gap between life and death. Yet, this fierce attachment, boldly resisting the natural order, began to weigh heavily upon his spirit, fueling an unquenchable longing. The higher his heart floated, basking in the warmth of the heavens during his dreams, the more the cold reality of his lonely existence pulled him down, tormenting him with the contrast. Would he continue to dwell in his dreams or confront the stark truth? And would this love lift him to great heights or crash him back down? The answer remains a mystery.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับคุณครู “เพิร์ธ - แซนต้า”ที่จะมาสร้างสีสัน ความสดใส ฮีลใจให้เหล่าแฟน ๆ ได้ใจฟูไปกับเคมีความสนิทของคุณครูคู่หู พาร์ทเนอร์สุดน่ารักกก!คู่พาร์ทเนอร์ “เพิร์ธ - แซนต้า” ทั้งคู่เผยว่า ด้วยความที่มีความคิด หรือความชอบต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกันมาก จึงทำให้สนิทกันมาก ๆ จนเหมือนเป็นคนเดียวกัน เช่นในเรื่องความชอบ ทั้งคู่ก็ได้ยกตัวอย่างเรื่อง เพลง มา เมื่อมีความชอบเรื่องเพลงคล้าย ๆ กัน จึงทำให้ทำงานร่วมกันได้สนุก และตรงเทสกันมากขึ้น “เพิร์ธ” ยังบอกเพิ่มเติมอีกว่า ช่วงนี้ตนนั้นหันมาให้ความสำคัญกับการเต้นมากขึ้น เพื่อให้เวลาไปขึ้นโชว์จะได้ผลลัพธ์ดีที่สุดสู่สายตาแฟน ๆ โดยมีคุณครูสอนเต้นประจำตัวนั่นก็คือ “คุณครูแซนต้า” นั่นเอง อีกทั้ง “แซนต้า” ยังชมเกี่ยวกับสกิลการเต้นของ “เพิร์ธ” ที่พัฒนามากขึ้นจากเก่าอีกด้วย อย่างว่าแหละ สอนมากับมือน่ะนะคุณครู ก็ต้องภูมิใจเป็นธรรมดาาเซ็ตคำถาม GMM TV School Quiz ! ทางทีมงานก็ได้มีมินิเกม ตอบคำถามสนุก ๆ มาให้ทั้งสองได้เล่นวอร์มเครื่อง ก่อนเข้าสู่ช่วงเล่นเกมจริงกันนน! โดยเริ่มจากคำถามแรก ‘ถ้าแซนต้าได้เป็นตัวแทนร้องเพลงให้รุ่นพี่เพิร์ธในวันปัจฉิมนิเทศ จะร้องเพลงอะไรให้พี่เพิร์ธฟัง ?’ งานนี้แซนต้าก็ไม่พลาดที่จะเลือกเพลง “อะ-รัก-อะ-รัก” มาร้องสด ๆ ในรายการ และเป็นคำตอบสำหรับคำถามในข้อนี้ คำถามข้อที่สอง ‘ถ้าชวนน้องแซนต้าไปไหนก็ได้หลังเลิกเรียน อยากจะพาน้องแซนต้าไปที่ไหน ?’ ซึ่ง “เพิร์ธ” ก็ได้ตอบคำถามในข้อนี้ว่า จะชวนแซนต้าไปบ้านตัวเอง เพราะคิดว่าน่าจะมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ทำเยอะดี พร้อมเผยว่า ปกติตนก็จะชอบชวนเพื่อน ๆ ไปเล่น ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ้านตัวเองอยู่บ่อย ๆ ถัดมาที่คำถามข้อที่สาม ‘ถ้าเพิร์ธและแซนต้าสามารถเลือกผู้สมัครประธานนักเรียน จะเสนอชื่อใครใน GMM TV ?’ งานนี้ทางฝั่งของ “เพิร์ธ” ก็ได้เลือก “เจมีไนน์” พร้อมให้เหตุผลว่า เพราะ “เจมีไนน์” เล่นซีรีส์ที่เป็นที่โด่งดังอย่างเรื่อง “แฟนผมเป็นประธานนักเรียน” ถือว่าเป็นคำตอบที่ต้องชมเลยว่าหัวไวมาก ๆ ทางด้าน “แซนต้า” ก็ได้เลือก “ปอนด์” พร้อมให้เหตุผลว่า เพราะ “ปอนด์” นั้นเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำ และแสดงบทบาท “คุณธีร์” จึงทำให้มีราศีที่ดูมีความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งคำตอบนี้ก็สร้างทั้งรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับเหล่าดีเจ และแฟน ๆ ที่กำลังดูไลฟ์อยู่ได้อย่างมากเลยทีเดียว คำถามข้อสุดท้าย คำถามที่สี่ ‘ถ้าเลือกครูที่ปรึกษาของตัวเอง 1 คนจะเลือกใคร ? ’ ทางด้านของ “แซนต้า” ก็ได้เลือก “เพิร์ธ” พร้อมให้เหตุผลว่า อยากมีครูประจำชั้นที่สบาย ๆ ไม่ดุ ไม่เคร่งเครียด ส่วนทางด้านของ “เพิร์ธ” ก็ได้เลือก “จูเนียร์” เป็นคุณครูที่ปรึกษาของตน พร้อมให้เหตุผลว่า รู้สึกว่าเป็นคุณครูที่สามารถคุยเล่น สนุกสนาน เฮฮากับนักเรียนในห้องได้แซนต้า 7 ขวบ ?! “แซนต้า” เล่าว่า การรับบทที่เหมือนต้องเป็นเด็ก 7 ขวบ นั้นค่อนข้างเป็นบทบาทที่ท้าทายมาก ๆ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ทำการบ้านในการดูคลิปเด็กเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ เช่น เวลาคิด เวลาเดิน เวลาพูด น้ำเสียงจะต้องเป็นยังไง ตรงจุดนี้เจ้าตัวก็ได้ใส่ใจทำการบ้านอย่างหนัก พร้อมเจ้าตัวยังเผยว่า ส่วนใหญ่ที่ดูแล้วสามารถจับความเข้าใจในการกระทำของเด็กได้ง่าย นั่นคือการที่เด็กส่วนใหญ่จะชอบทำอะไรโดยที่ไม่ได้ผ่านการไตร่ตรองก่อน มีความกล้าได้กล้าเสียในการทำหลาย ๆ อย่าง โดยไม่มีความกลัวเกรงกลัวใด ๆ ในด้านของ “เพิร์ธ” ที่ต้องรับบทเป็นคนคอยดูแลเจ้าเด็กจิ๋ว 7 ขวบคนนี้ด้วย ก็ได้เผยว่า ส่วนตัวรู้สึกว่าค่อนข้างท้าทายตรงที่ต้องเทคแคร์ทั้งตอนเป็นเด็ก และตอนเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งการรับมือในตอนเป็นเด็กจะค่อนข้างยาก เพราะด้วยความเป็นเด็ก ก็จะไม่ค่อยไว้ใจ กว่าจะทำให้เด็กคนนึงไว้ใจเราได้นั้นถือเป็นสิ่งที่ยาก และต้องใช้เวลาพักใหญ่ จึงเป็นบทบาทที่ค่อนข้างท้าทายสำหรับ “เพิร์ธ” เลยทีเดียวความหิน..ในพาร์ทคอมเมดี้ (?) ทั้งสองเล่าว่า ในซีรีส์เรื่องนี้ พาร์ทที่ยากที่สุดในการแสดง คือพาร์ทที่ต้องเล่นบทคอมเมดี้ เพราะเวลาแสดงต้องแสดงแบบเล่นใหญ่ ล้นกว่าการแสดงในพาร์ทอื่น ๆ จึงทำให้ค่อนข้างเป็นความหินของซีรีส์เรื่องนี้สำหรับทั้งคู่เมื่อ “เพิร์ธ - แซนต้า” ต้องเข้าซีนกับเด็ก ๆ ! ทั้งคู่เผยว่า น้อง ๆ ที่มารับบทเด็กนักเรียนนั้นเก่งกันมาก ๆ เพราะแต่ละคนก็จะมีคาแรกเตอร์ และบทที่มากน้อยต่างกันไป ซึ่งน้อง ๆ ทุกคนก็สามารถจำบทได้ และแสดงออกมาได้ดีมาก ๆ แต่ก็มาพร้อมกับความซนสมวัยเช่นกัน ทำเอาบางทีทั้งคู่ถึงกับปวดหัวกันเลย “แซนต้า” ยังเผยว่า “เพิร์ธ” นั้นเป็นที่รักของเด็ก ๆ มาก งานนี้ดีเจจึงได้ลองให้ “แซนต้า” แสดงเป็นเด็ก เพื่อดูว่าเวลาที่ “เพิร์ธ” อยู่กับเด็กแล้วจะเป็นยังไง ซึ่งทั้งคู่ก็แสดงออกมาได้น่ารักโดนใจแฟน ๆ สุด ๆ “แซนต้า” ยังบอกอีกว่า บางทีตนกับเด็ก ๆ ก็สนิทกันเกินไป จนมีน้อง ๆ บางคนเรียกว่า ‘ไอต้า’ ซึ่งนั่นก็สร้างรอยยิ้ม และเป็นความสุขเล็ก ๆ ในกองถ่ายให้กับ “แซนต้า” เป็นอย่างดีฝากแฟน ๆ ติดตาม EP. ต่อ ๆ ไปด้วยน้าาา “แซนต้า” เผยว่า สำหรับใครที่ได้ดูมาจนถึงตอนล่าสุด ก็จะได้รับความสนุก และได้เห็นการเติบโตของแต่ละตัวละคร ซึ่งในตอนต่อ ๆไป ก็ยังคงมีความสนุกที่สดแทรกคำสอนรอทุกคนอยู่มากมาย อยากให้ทุกคนรอติดตามตอนต่อ ๆ ไปยันจบเลยน้าาาและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมให้ไลฟ์นี้มีทั้งรอยยิ้ม และความสุข จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “เพิร์ธ - แซนต้า” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกม “EXAM OF LOVE ข้อสอบชุดนี้ คำตอบคือ…คุณ”งานนี้บอกได้เลยว่า “เพิร์ธ-แซนต้า” เล่นกันแบบเต็มที่ จุใจ พร้อมมอบโมเมนต์ความใจฟูให้กับแฟน ๆได้ฟินกันแบบจัดเต็ม! สามารถไปรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “เพิร์ธ - แซนต้า”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม ให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มอกอิ่มใจไปตาม ๆ กัน! สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เพิร์ธ - แซนต้า” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่นำความน่ารัก ความสุข และรอยยิ้มมาส่งถึงใจ ให้กับแฟน ๆ และทีมงานได้ฮีลใจจนลืมเหนื่อย ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “รักครูเท่าโลกเลย LOVE YOU TEACHER” สามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ทางแอป OneD เวลา 21.30 น. เท่านั้น!สามารถเข้าไปรับชมเคมีความน่ารักน่าใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

คนที่เคยหักหลัง... กลับกลายเป็นคนที่กำลังตกหลุมรัก !? ต้อนรับ ฟอร์ด - พีท กับการจับมือกันกลับมาอีกครั้งที่ EFM FANDOM LIVE พร้อมปล่อยคาริสม่าความหล่อเท่ ดันกระแสโซเชียลให้ลุกเป็นไฟ!

30 มี.ค. 2026

คนที่เคยหักหลัง... กลับกลายเป็นคนที่กำลังตกหลุมรัก !? ต้อนรับ ฟอร์ด - พีท กับการจับมือกันกลับมาอีกครั้งที่ EFM FANDOM LIVE พร้อมปล่อยคาริสม่าความหล่อเท่ ดันกระแสโซเชียลให้ลุกเป็นไฟ!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 19 มีนาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “ฟอร์ด - พีท” ที่แม้เนื้อเรื่องในซีรีส์จะเข้มข้น เคร่งเครียดขนาดไหน แต่ความสดใสของทั้งคู่ก็ยังพร้อมฮีลใจแฟน ๆ อยู่เสมอ ชวนแฟน ๆ ใจเต้นจนต้องกุมใจ ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันEFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 1 นี้มีชื่อว่า... Destiny’s Case | ดวงนี้ที่รักนามปากกา : องศาดวง "เมื่อคนดวงกุดเรื่องความรัก... ต้องมาสะดุดรักให้กับเจ้าพ่อคนสายมู(เตลู)" เขต (ฟอร์ด) ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง ทั้งรูปร่าง หน้าตา และหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่อย่างเดียวที่พระเจ้าลืมประทานพรมาให้เขาคือ "ดวงเรื่องความรัก" ไม่ว่าจะจีบใครเป็นต้องนก หรือคบใครก็มีอันต้องจบไม่สวยไปเสียทุกราย จนเขาเริ่มถอดใจและคิดว่าชีวิตนี้คงต้องครองตัวเป็นโสดไปตลอดกาล จนกระทั่งเขาได้โคจรมาพบกับ ซัน (พีท) รุ่นพี่ตัวจี๊ดที่พกพาความสดใสที่มาพร้อมกับ "ตารางสีมงคล" และ "เช็คลิสต์ดวงรายวัน" แบบจัดเต็ม ซัน ประกาศชัดว่าก็ที่เขตอกหักซ้ำๆอยู่อย่างนี้ เป็นเพราะ "ดวงมันชง" และ "แต่งตัวผิดระเบียบจักรวาลสายมู" ปฏิบัติการปรับลุค เสริมเฮง เติมแต้มบุญจึงเริ่มขึ้น... จากที่เคยใส่แต่เชิ้ตสีหม่น ซันสั่งเปลี่ยนเป็นสีเขียวเหนี่ยวทรัพย์ จากที่เคยนัดเดทวันกาลกิณี ซันจัดแจงเช็กฤกษ์ยามให้เสร็จสรรพ แต่ยิ่ง "มู" มากเท่าไหร่ หัวใจของเขตกลับเริ่มสั่นคลอนไปทาง "คนแนะนำ" มากกว่าสาวๆ ในสเปคสะอย่างนั้น "สรุปว่าดวงรักผมจะดีได้ ... เป็นเพราะสีเสื้อ หรือเป็นเพราะมี พี่ อยู่ข้างๆ กันแน่ พี่ซัน?"FANFICTION #1 : This FANFICTION is titled... Destiny’s CasePen Name : องศาดวง Imagine a guy, let's call him Khet (played by Ford), who's basically winning at life. He's got the looks, a killer career, the whole package – except when it comes to romance. His love life is a perpetual disaster zone, a string of heartbreaks that's left him convinced he's destined for eternal singledom. That is, until he bumps into Sun (Pete), a wonderfully eccentric guru who's all about cosmic alignment. Sun rocks up with a 'lucky color chart' and a 'daily horoscope checklist,' convinced Khet's romantic woes stem from his 'unconventional attire' and general 'bad luck' according to his superstitious playbook. Thus begins Khet's grand makeover, a quest to boost his romantic fortunes and rack up some good karma. Gone are the days of drab shirts; Sun decrees a vibrant green is the way to go! And forget scheduling dates on iffy days – Sun meticulously plans auspicious timings. But here's the kicker: the more Khet dives headfirst into these superstitious rituals, the more his heart starts leaning towards Sun, the mastermind behind it all, rather than the girls who actually tick his usual boxes. It leaves him pondering, 'Is my love life really going to bloom because of my shirt color, or is it simply because you're by my side, Sun?'EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 2 นี้มีชื่อว่า... ฤดูกาลไม่อาจขวางกั้นนามปากกา : Lita P ในเมืองที่ฤดูหนาวกัดกินหัวใจผู้คน ฟอร์ด คือสายเลือดผู้พิทักษ์ฤดูกาล เขาใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเย็นชากับพลังควบคุมสภาพอากาศ ซึ่งแลกมาด้วยความเหงาเดียวดาย จนกระทั่งได้พบกับ พีท พนักงานร้านต้นไม้ ทุกครั้งที่พีทยิ้มดอกคุณนายตื่นสายหลากสีในกระถางที่ควรจะเฉาในฤดูหนาว ก็ผลิบานสวยงามรับรอยยิ้มนั้น พลังแฝงของพีทคือความอบอุ่นสดใส ซึ่งค่อยๆ ละลายกำแพงน้ำแข็งในใจของฟอร์ดลงอย่างช้าๆ ทั้งสองเริ่มสานสัมพันธ์ท่ามกลางสีสันสดใสของดอกไม้ที่บานผิดฤดูกาล ทว่ากฎของสภาผู้พิทักษ์กลับกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ เมื่อฤดูหนาวไม่อาจบรรจบกับฤดูร้อนได้ หากดึงดันจะรักกันสมดุลธรรมชาติจะพังทลาย ซึ่งพายุหิมะที่เริ่มโหมกระหน่ำกลางเมืองเป็นสัญญาณเตือน ฟอร์ดต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกที่แสนทรมานกดดัน ระหว่างการรักษาพลังอำนาจและตำแหน่งผู้พิทักษ์ไว้ และยอมลบความทรงจำเกี่ยวกับพีททิ้งไปตลอดกาล หรือจะยอมสละพรสวรรค์ทั้งหมดเพื่อกลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่แก่เฒ่าและตายไปตามกาลเวลา ในคืนที่พายุหิมะโปรยปรายรุนแรง ฟอร์ดกุมมือพีทไว้แน่น เขาตัดสินใจละทิ้งพลังอันหนาวเหน็บเพื่อที่จะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา และได้รักกับพีทท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิตลอดไปFANFICTION #2 : This FANFICTION is titled... The changing of the seasons holds no power to stop this.Pen Name : Lita P In a city where winter's chill seeps into the very souls of its residents, Ford, a descendant of the revered Seasons' Guardians, endures a solitary, frigid existence. He possesses the extraordinary ability to command the weather, a power that has steeped his life in profound loneliness. This all changes when he encounters Pete, who works at a local plant shop. Astonishingly, every time Pete flashes a smile, the vibrant morning glories in their pots, which should have long since succumbed to the winter's frost, burst into glorious bloom. Pete's own subtle gift is a radiant warmth, a luminous presence that gradually thaws the icy fortress around Ford's heart. Their connection blossoms amidst the riot of out-of-season flowers, a testament to their burgeoning romance. Yet, their love faces a formidable challenge: the ancient decrees of the Guardians forbid the union of winter and summer. To pursue their affection would mean upsetting the delicate equilibrium of nature. The sudden, fierce blizzard engulfing the city serves as a stark warning. Ford is confronted with an agonizing decision: cling to his powers and his esteemed position as a Guardian, thereby severing all ties and memories of Pete, or relinquish his extraordinary talents, becoming a mere mortal destined to age and pass away. On a night when the snow howls with relentless fury, Ford clasps Pete's hand. He makes the profound choice to surrender his icy dominion, to embrace a normal human life, and to cherish his love for Pete eternally, basking in the perpetual spring of their shared future.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 3 นี้มีชื่อว่า... Open it : พันธนาการรักจากหนังสือนามปากกา : Viper Baemboo “คุณเชื่อโลกแห่งเวทมนตร์ไหม ?” “open it” นี่คือประโยคที่ผมเจอจากหนังสือเล่มนึงที่ผมซื้อมาอ่านสำหรับความรู้ทั่วไป อ่า ก่อนอื่นเลย ผม พสุ หรือที่นักศึกษาเรียกกันเต็มๆว่า พสุธร อาจารย์ประจำคณะ นิเทศ เอกถ่ายภาพ ผมสอนเกี่ยวกับการถ่ายภาพโดยตรง รวมถึงองค์ประกอบต่างๆด้วย นักศึกษาชอบบอกว่าผมดุ ตัด A ที่ 85 บ้างละแต่จริงๆแล้วผมตัดที่ 90 ต่างหากละ ย้อนกลับไปที่ด้านบนผมเจอข้อความพวกนั้นจากหนังสือที่ผมซื้อมาจากร้านขายของเก่า ผมสนใจมันมากจนหยิบขึ้นมาดู และตกลงซื้อมา ใครจะไปคิดว่าหนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนชีวิตอาจารย์ธรรมดาแบบผมให้วุ่นวายได้ละ Documentary : open it ทันทีที่ผมเปิดหนังสือเล่มนั้นตามที่เขียน ก็มีอะไรบางอย่างปรากฏตัวขึ้น นาย! คือใครอะ ผมชื่อ เวียร์ ผมถูกสาปให้อยู่ในหนังสือเล่มนี้จนกว่าคู่แท้ของผมจะมาเปิดมัน คุณนี่เอง คู่แท้ของผมคุณชื่ออะไร ? นายเวียร์นั้นถาม ผม พสุธร ยะยะยินดีที่ได้รู้จัก ขอบคุณพี่พสุนะครับที่ปลดคำสาปนี้ให้ผม มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะครับคุณ soulmate ห๊ะ ห๊ะ นี่มันเรื่องบ้าไรแล้วนายจะต้องอยู่ที่ไหน ก็อยู่กับพี่ในฐานะแฟนไงครับ ไม่นะไม่เอาบอกทีว่าผมฝันไป!FANFICTION #3 : This FANFICTION is titled... Open it : The heartstrings woven by a story.Pen Name : Viper Baemboo "Do you believe in magic?" followed by "Open it." These intriguing lines caught my eye in a book I recently picked up for general knowledge. For those I haven't met yet, my name is Pasuthorn, though my students affectionately call me Pasu. I'm a lecturer in Photography at the Faculty of Communication Arts, where I teach the craft, including the art of composition. Some students grumble about my strictness, claiming I set the A grade threshold at 85, when in reality, it's a solid 90. Anyway, back to the book – I discovered it at an antique shop, and its captivating allure made me decide to buy it on the spot. Little did I know, this seemingly ordinary purchase would completely shake up the life of a lecturer like me. The book's title, or perhaps its command, was: "Open it." The moment I followed the instruction, something extraordinary happened. A voice exclaimed, "Hey! Who are you?" I replied, "My name is Weir, and I'm trapped within this book, cursed until my soulmate opens it." Weir then asked, "It's you! My soulmate. What's your name?" I introduced myself, "I'm Pasuthorn. It's a pleasure to meet you." Weir expressed his gratitude, "Thank you, Pasu, for breaking this curse. Let me know if there's anything I can do for you, my soulmate." My reaction was utter disbelief. "Huh? What kind of bizarre situation is this? And where am I supposed to go?" Weir's response was even more astonishing: "You'll stay with me, as my boyfriend." My mind reeled. "No! No! Please tell me this is just a dream!"EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 4 นี้มีชื่อว่า... อีกสักกี่ครั้ง ฉันก็จะยังนามปากกา : thisis153cm “ขอโทษครับ สวนของโรงพยาบาลไปทางไหนครับ” ใบหน้าหล่อยิ้มรับ ก่อนจะเดินตามทางที่คุณพยาบาลใจดีบอกอย่างละเอียดจนมาเจอเข้ากับสวนหย่อมที่มีน้ำพุแบบที่เขาชอบ เขายิ้มออกมาก่อนจะเข้าไปนั่งบนม้านั่งบริเวณใต้ต้นพญาเสือโคร่ง กรีบดอกที่ร่วงโรยทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในซีนของหนังโรแมนติกสักเรื่อง ผ่อนคลายดีจัง.. “ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะครับพี่พีท” เจ้าของร่างขาวในชุดเสื้อโปโลสีอ่อนกับกางเกงขาสั้นสีขาวหันไปตามเสียงที่คุ้นเคย แต่กลับต้องขมวดคิ้วในเมื่อเขาคือ คนแปลกหน้า “คุณรู้จักผม..?” “ครับ” เจ้าของร่างสูงยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะวางถุงยาลงข้างตัว เขาช่วยเอาปอยผมทัดหูจนพีทเริ่มหน้าแดง “คุณป่วยเหรอครับ ว่าแต่ผมต้องเรียกคุณว่ายังไง” “ฟอร์ดครับ และผมไม่ได้ป่วย ยาของแฟนผมน่ะครับ” “แย่จัง แต่คุณฟอร์ดดูใจดีมากเลยนะครับ” “ใจดีแบบนี้พี่พีทชอบไหมครับ” “..คิดว่าชอบนะ” ฟอร์ดยิ้มรับ “งั้นเรากลับบ้านกันครับ ผมมีอาซาอิที่พี่ชอบเตรียมไว้ในตู้เย็นด้วยนะ” “เหรอ ดีจัง” พีทตอบรับ ฟอร์ดสวมเสื้อคลุมให้ก่อนพาคนรักลุกออกไปจากตรงนั้นพร้อมถุงยา โดยที่ไม่มีใครทันเห็นขอบตาที่รื้นด้วยน้ำตานั้นเลยFANFICTION #4 : This FANFICTION is titled... Even if this whole saga plays out a million times over, I'm still going to...Pen Name : thisis153cm “Excuse me, could you point me towards the hospital garden?” the good-looking guy inquired. He followed the nurse’s friendly, detailed directions, eventually finding a charming little garden complete with a fountain – exactly his kind of spot. A second smile graced his lips as he settled onto a bench beneath a cherry blossom tree. The scattered petals created a dreamy, almost cinematic atmosphere, wonderfully tranquil. “Why are you all by yourself here, P’Pete?” A voice, familiar yet belonging to a stranger, made the fair-skinned man in the light polo and white shorts turn. He blinked, confused. “You… know me?” “Indeed,” the tall man replied with a soft smile, setting a bag of medication down beside Pete. He gently brushed a stray lock of hair behind Pete’s ear, causing a blush to creep up Pete’s neck. “Are you feeling unwell? And, by the way, what should I call you?” “Ford. And no, I’m not sick. These are for my boyfriend,” Pete explained. “Ah, a pity. But you seem like a genuinely kind person, Mr. Ford.” Ford chuckled, “Do you enjoy being kind, P’Pete?” Pete considered for a moment. “…I suppose I do,” he admitted. “Then let’s head home,” Ford suggested, his eyes twinkling. “I’ve got your favorite acai waiting in the fridge.” “You do? That’s wonderful!” Pete exclaimed. Ford slipped on his jacket and, taking Pete’s hand, led him away, the bag of medicine in tow. Unseen by them, a woman’s eyes began to brim with tears.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 5 นี้มีชื่อว่า... ความวุ่นวาย ที่เกิดเป็นความคิดถึงนามปากกา : แมรี่ที่ไม่ได้แปลว่าที่รัก ฟอร์ด เด็กหนุ่มผู้รักสัตว์ น้องหมา 7 ตัวกับเฟอร์เร็ตอีก 1 ตัว ชีวิตเขาวุ่นวายแต่เต็มไปด้วยความสุข วันหนึ่งน้องหมาทั้งฝูงหลุดออกจากบ้านไปแบบยกแก๊ง ปลายทางไม่ใช่ที่ไหน แต่คือบ้านข้าง ๆ ของ พีท หนุ่มหน้ามนในตาสวย ผู้รักความสงบ ไม่นาน พีทก็อุ้มน้องหมาทีละตัวมาคืน พร้อมสีหน้าหงุดหงิด “ดูแลดีๆหน่อยได้ไหม เสียงดังไปทั้งวันแล้วนะ” ฟอร์ดยิ้มแหยๆ “โทษทีครับ เดี๋ยวจะระวังมากขึ้น” แต่คำว่าระวัง ดูเหมือนไม่เคยได้ผล เพราะอีกไม่กี่วันต่อมา เจ้าเฟอร์เร็ตตัวแสบก็หลุดไปอีก คราวนี้พีทมายืนหน้าบ้าน พร้อมเจ้าตัวเล็กในมือ สีหน้าหนักใจกว่าเดิม “ถ้าหลุดอีก ฉันเอาไปผัดเผ็ดจริงๆนะ” เขาบ่น ฟอร์ดหลุดหัวเราะ ใจร้ายจัง มันน่ารักนะ พีทถอนหายใจ แต่ก็ยอมยื่นเฟอร์เร็ตคืนให้ จากวันนั้น ความวุ่นวายกลายเป็นเรื่องปกติ เสียงบ่นของพีทกับรอยยิ้มของฟอร์ดค่อย ๆ กลายเป็นความคุ้นเคย จนวันหนึ่งที่ไม่มีสัตว์หลุดออกไป พีทกลับเป็นฝ่ายเดินมาหาเอง “วันนี้เงียบ แปลกดี” ฟอร์ดยิ้ม “หรือว่าคิดถึง” พีทเม้มปาก ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ นิดหน่อย เสียงเห่ากับเสียงหัวเราะอาจน่ารำคาญสำหรับใครบางคน แต่สำหรับพีท มันกลับกลายเป็นเสียงที่ทำให้อบอุ่นใจขึ้นโดยไม่รู้ตัวFANFICTION #5 : This FANFICTION is titled... That delightful mess that sparks a yearning.Pen Name : แมรี่ที่ไม่ได้แปลว่าที่รัก Ford, a young soul utterly devoted to animals, juggles the delightful pandemonium of seven dogs and a ferret. His life, though a whirlwind of happy chaos, takes an unexpected turn when his entire canine crew orchestrates a daring escape, finding themselves on the doorstep of Pete, a strikingly handsome young man who cherishes tranquility. Pete, with his captivating eyes, returns the dogs one by one, a visible flicker of exasperation on his face. "Could you possibly keep a closer eye on them? They've been a constant ruckus all day!" he pleads. Ford offers a bashful grin, "My apologies, I'll be more vigilant." Yet, his promise seems to evaporate into thin air, as a few days later, the adventurous ferret makes its own bid for freedom. This time, Pete appears at Ford's doorstep, the tiny escapee cradled in his arms, his brow furrowed with even greater concern. "If this little rascal gets out again, I swear I'll…" he mutters menacingly. Ford bursts into laughter, "How cruel! He's just too adorable!" Pete lets out a resigned sigh but, with evident reluctance, hands the ferret back. From that point on, the unusual becomes the norm. Pete's grumbles and Ford's sheepish smiles weave themselves into the fabric of their days, until one quiet afternoon, an unprecedented silence falls – no animals are on the loose. Pete is the first to break the calm, approaching Ford. "It's remarkably peaceful today," Ford remarks with a smile. Pete offers a subtle smirk, "Or perhaps you just missed the commotion?" He then gives a slight nod. The once-disruptive barks and Ford's cheerful laughter, which might have grated on others, had, unbeknownst to Pete, become strangely comforting sounds.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “ฟอร์ด - พีท” ที่จะมาทำให้แฟน ๆ ตกหลุมรักด้วยออร่าสุดเท่ พร้อมโชว์ความสามารถการแสดงแบบสด ๆ ถึงใจแฟน ๆ เสมือนนั่งอยู่หน้าจอดูซีรีส์ไปพร้อมกันนน!การกลับมาเจอกับแฟน ๆ ที่ EFM FANDOM LIVE ! “ฟอร์ด” ได้เล่าว่า หลังจากที่ได้มาออกรายการ EFM FANDOM LIVE ในรอบก่อน ตนนั้นก็ได้มีโอกาสมาโปรโมตเพลงของตัวเอง ที่ได้ “พีท” มาร่วมแสดงใน MV โดยบอกว่า ครั้งก่อนที่มาออกรายการ รู้สึกว่าห้องสตูจะเล็กกว่าห้องนี้เนื่องจากเป็นสตูเก่า ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นการจัดตกแต่งสตูใหม่นี้ จึงเป็นความรู้สึกที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก ๆ “พีท” ยังได้เล่าเสริมสำหรับ MV เพลง ของ “ฟอร์ด” ที่ตนนั้นได้เข้ามาร่วมแสดงว่า ในตอนนั้นที่ “ฟอร์ด” เข้ามาชวนไปเล่น MV ได้มาบอกว่า บทง่ายมาก ๆ ไม่มีอะไรหนัก ชีล ๆ สบาย ๆ แต่เมื่อตนรับเล่นแล้วมาดูบทจริง ๆ คือค่อนข้างหนัก และท้าทายมาก ๆ ต่างกับสิ่งที่ “ฟอร์ด” ได้มาพูดขายไว้โดยสิ้นเชิง ทำเอาพี่ๆดีเจอดขำเอ็นดูทั้งคู่กันไม่ไหวววอัปเดตตำนาน 1 ปี “ฟอร์ด - พีท” “พีท” ก็ได้มาอัปเดตเล่าเรื่องราวตำนานใหม่ใน 1 ปีที่ผ่านมาที่ทั้งคู่ได้เจอ นั่นคือตำนานเรื่องราวของ “ฟอร์ด” ที่ล่าสุดทั้งคู่ได้มีทริป 2 วัน 1 คืน และจะมีช่วงเวลาพักเบรกประมาณ 15 - 20 นาที ให้ทั้งคู่ได้พักผ่อน โดย “ฟอร์ด” ก็ได้ขอตัวเข้าห้องพักไปก่อน “พีท” จึงคิดว่าเดี๋ยวเข้าไปปลุกก็คงตื่น เพราะมีเวลาพักไม่มากนัก แต่ไม่ว่าจะปลุกยังไง “ฟอร์ด” ก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเลย ไม่ว่าจะสะกิด จับเขย่าตัว หรือเรียกแบบไหนก็ตาม โดย “พีท” เล่าว่า หากไม่ได้ยินเสียงกรน ก็คงมีแอบคิดไปแว๊บนึงว่า “ฟอร์ด” อาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ได้ “ฟอร์ด” จึงได้เล่าว่า เหตุการณ์ในตอนนั้น ตนไม่รู้สึกตัว และไม่ทราบเรื่องราวนี้มาก่อนเลย เพราะปกติจะเป็นคนที่นอนหลับยาก แต่หากได้นอนแล้วก็จะหลับลึกมาก ๆ เมื่อพูดจบก็หันมาบอก “พีท” ที่นั่งข้าง ๆ ว่า แต่ “พีท” ยังลืมวิธีการปลุกอีกแบบนึง นั่นคือการ “จุมพิต” ทำเอาแฟน ๆ ที่นั่งดูไลฟ์อยู่อดยิ้มฟินกันไม่ได้เลยทีเดียวววผม.. พีท ครับ ไม่เพียงแต่ใบหน้าที่ดูหล่อเหลาเอาการ แต่ยังมีเส้นผมของ “พีท” ที่ไปสะดุดตาจน “ดีเจแนน” อดชมไม่ได้ว่าสุขภาพเส้นผมของ “พีท” ที่แม้จะผ่านการกัด ทำสีมาหลายครั้ง แต่ทำไมถึงยังดูสุขภาพดีเหมือนคนไม่ได้ทำสีผม?! “พีท” จึงได้เล่าว่า ปัจจุบันนี้เริ่มเกิดปัญหาร่วมกันกับช่างทำผมที่ต้องทำงานร่วมกันแล้ว เนื่องจากช่างบอกว่า สุขภาพผมของ “พีท” นั้นเรียกได้ว่าอยู่ในขั้นวิกฤต เพราะหากกัดสีไปมากกว่านี้อาจจะมีโอกาสทำให้เส้นผมนั้นขาดได้ทันทีมีม “…มาแล้วคร้าบบบ!” ครั้งนี้ พี่ ๆ ดีเจ และทีมงานก็ได้มีมินิเกมสนุก ๆ มาให้ “ฟอร์ด - พีท” ได้เล่นกันเป็นน้ำจิ้มก่อนจะไปพบกับเกมในช่วงเล่นเกมจริง โดยได้ให้ทั้งคู่เริ่มทำท่าตามคำบอกไปทีละท่าดังนี้ ท่าแรก “เมะมาแล้วคร้าบบบ” ทั้ง “ฟอร์ด-พีท” ก็สามารถทำท่าในโจทย์นี้ออกมาได้ใกล้เคียงกันสุด ๆ โดยมีซิกเนเจอร์หลักของการโพสท่านี้คือ การเบ่งกล้าม ท่าที่สอง “เคะมาแล้วคร้าบบบ” ซึ่งทั้งสองก็ทำท่าทางในโจทย์นี้ออกมาได้น่ารักสุด ๆ ! ท่าที่สาม “น้องฟอร์ด น้องพีท สามขวบมาแล้วคร้าบบบ” ท่านี้บอกได้คำเดียวเลยว่า น่ารักสุด ๆ ไอต้าวฉามขวบบบ ท่าสุดท้าย ท่าที่สี่ กับท่า “ที่รักจ๋า ฟอร์ด พีท มาแล้วคร้าบบบ” ท่านี้ทำเอาเหล่าดีเจอึ้งกับความเปิ่นโก๊ะของทั้งคู่กันไปเลยทีเดียวววพูดถึงซีรีส์ “Yesterday รอยรักวันวาน” โดยทั้งคู่ก็ได้บอกว่า ใน 2 EP. แรกนั้น เนื้อเรื่องยังดำเนินไปแบบชีล ๆ สบาย ๆ แต่หลังจากนั้น เนื้อเรื่องทุกอย่างจะดำเนินไว และเข้มข้นขึ้น จนบางทีที่ไปอ่านฟีดแบคของแฟน ๆ ก็อดยิ้มขำเอ็นดูกับคอมเมนต์ของแฟน ๆ ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์ที่บอกว่า ‘ดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วเครียดมาก ๆ’ บ้างล่ะ ‘ตั้งตัวไม่ทัน’ บ้างล่ะ และทั้งคู่ก็ได้พูดเสริมว่า จริง ๆ ไม่แปลกใจที่แฟน ๆ จะดูแล้วรู้สึกเครียดกัน เพราะในฐานะทีตนเองนั้นเป็นนักแสดง ก็รู้สึกว่าซีรีส์เรื่องนี้ ไม่ใช่ซีรีส์รักใส ๆ เนื้อเรื่องค่อนข้างไปในทางเคร่งเครียด และซีเรียสมาก ๆ จำเป็นต้องใช้สกิลการวิเคราะห์เยอะนิดนึง หากใครที่กดดูข้ามตอนก็อาจจะทำให้พลาดเนื้อหาสำคัญ และดูไม่เข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมดได้ จึงอยากให้แฟน ๆ ค่อย ๆ ลองตั้งใจดูในทุก ๆ ตอนไปแบบไม่กดข้ามตอนกัน เพื่อที่จะได้เข้าถึงความสนุกที่แท้จริงของซีรีส์เรื่องนี้กันน้าาา รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!เป็น “เคลวิน” มันต้องเครียดเบอร์ไหน?! “ฟอร์ด” เล่าว่า บทที่ตัวเองได้รับในบทบาทของ “เวียร์” นั้นไม่ได้ยากเกินไปที่จะทำให้รู้สึกว่าเครียดกับการแสดงครั้งนี้ แต่คนที่ต้องเครียดอาจจะเป็นทางฝั่งของ “พีท” ซะมากกว่า เนื่องจากบทบาท “เคลวิน” ที่ “พีท” ได้รับนั้น มีคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างเป็นคนที่เคร่งเครียด และซีเรียสในการใช้ชีวิตมาก ๆ อยากได้อะไรก็ต้องได้ จนอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นได้เปลี่ยนเป็นความรุนแรงที่ตามมา โดย “พีท” ก็ได้เล่าเสริมว่า สำหรับตนนั้น บทบาทที่ได้รับนั้นยากมาก ๆ เพราะไม่มีส่วนไหนที่เกี่ยวข้อง หรือใกล้เคียงกับตนเองในชีวิตจริงเลย ทำให้ต้องเคร่งเครียด และทำการบ้านเยอะมาก ๆ หลังจากที่ได้รับบทนี้มา1 ซีน เล่นสด ส่งถึงใจแฟน ๆ เมื่อถามว่า ‘หากเลือก 1 ซีนในซีรีส์เรื่อง “Yesterday รอยรักวันวาน” มาเล่นสด ๆ ในรายการให้แฟน ๆ ได้ดู อยากจะเลือกซีนไหน?’ ซึ่ง “ฟอร์ด” ก็ได้เลือกซีนที่ “เวียร์” เมา และชม “เคลวิน” ซึ่งทั้งคู่ก็สามารถทำการแสดงออกมาได้ดีไม่แพ้กับในซีรีส์ที่ได้ออนแอร์ไปแล้วเลย เรียกได้ว่าเป็นการสับสวิตช์คาแรกเตอร์ได้รวดเร็ว และทำถึงสุด ๆ !10+1 Special !! โดยทั้งสองก็ได้สปอยว่า ใน EP. ที่ 8 - 11 พาร์ทความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นจะเริ่มไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ยังคงต้องไปช่วยกันสู้กับปัญหาในเรื่องอื่นแทน ทั้งนี้ พี่ ๆ ดีเจจึงได้ให้ทั้งคู่ลองสปอยตอนต่อไปที่กำลังจะออนแอร์อย่าง EP.8 และ EP.9 เป็นคำเดียวสั้น ๆ ให้เหล่าแฟน ๆ ได้ตามลุ้นไปติดตามกัน ซึ่ง “ฟอร์ด” ก็ได้เลือกคำว่า ‘เริ่มต้นใหม่’ ให้สำหรับ EP.8 และ ‘ลืมอดีตไป’ สำหรับ EP.9 ในด้านของ “พีท” ก็ได้เลือกคำว่า ‘บาดแผลสุดท้าย’ ให้สำหรับ EP.8 พร้อมสปอยใน EP.9 ว่าเนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม และมีอะไรที่กำลังรอเซอร์ไพรส์แฟน ๆ อยู่ อยากให้แฟน ๆ รอติดตามชมกันได้เลย!และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมให้ไลฟ์นี้มีรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะจนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษให้แฟน ๆ ได้เติมความสุขก่อนเอนตัวนอนทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “ฟอร์ด - พีท” ได้เล่นสนุกกัน ในชื่อเกมว่า “ฟอร์ด - พีท Tier lists”งานนี้บอกได้เลยว่า “ฟอร์ด - พีท” เล่นกันแบบเต็มที่ สนุกสนาน พร้อมมอบความอิ่มใจให้กับแฟน ๆ กันแบบจัดเต็ม!สามารถไปรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย! (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ฟอร์ด - พีท”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างความประทับใจ ให้กับแฟน ๆ แบบเต็มอก! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ฟอร์ด - พีท” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มาสร้างสีสัน และรอยยิ้มให้กับแฟน ๆ และทีมงานได้คลายเครียดกับความน่ารัก เคมีเคใจของทั้งคู่ไปพร้อม ๆ กัน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “Yesterday รอยรักวันวาน” สามารถรับชมได้ทุกวันจันทร์ เวลา 20.00 น. ดูเวอร์ชัน UNCUT บนแอป WeTV ที่เดียวเท่านั้น!!สามารถเข้าไปรับชมคาริสม่าความหล่อแซ่บถึงทรวงของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

album
efm
-

-