พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนสนิทที่คบมา 40 ปี ขอให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขา และอยากได้อสุจิสามีเราไปทำ GIFT จะปฏิเสธก็รู้สึกผิด ควรทำยังไงดี?

24 เม.ย. 2026

เพื่อนสนิทที่คบมา 40 ปี ขอให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขา และอยากได้อสุจิสามีเราไปทำ GIFT จะปฏิเสธก็รู้สึกผิด ควรทำยังไงดี?

เพื่อนสนิทที่คบมา 40 ปีขอให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขาและอยากได้อสุจิสามีเราไปทำ GIFTจะปฏิเสธก็รู้สึกผิด ควรทำยังไงดี? ‘คุณองศา (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนสนิทที่คบกันมานานอยากมีลูก แต่ไม่มีสามี จึงมาขอจดทะเบียนสมรสกับสามีของเราเพื่อจะไปทำ GIFT ‘คุณองศา (นามสมมุติ)’ อายุ 47 ปี ได้เล่าว่า “เพื่อนสนิทของเราให้ชื่อว่า ‘คุณเอ (นามสมมุติ)’ อยากให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขา ด้วยเหตุผลเพราะเขาอยากมีลูก องศากับเอเป็นเพื่อนกันมา 40 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่อนุบาล จนโต และแยกย้ายไปมีครอบครัวของตัวเอง ครอบครัวของเราก็ปกติดี มีลูก 2 คน ลูกชายคนโตเรียนอยู่ระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ส่วนคนเล็กเป็นลูกหลง ตอนนี้เพิ่งจะ 5 ขวบ ซึ่งเราก็จดทะเบียนสมรสกับสามีมาตั้งแต่ต้น ส่วนทางฝั่งคุณเอกับสามีหย่าร้างและยังไม่มีลูก แม่ของคุณเออยากมีหลาน แต่คุณเอไม่มีพี่น้องคนอื่น ๆ เลย และยังไม่มีสามีใหม่ จึงมีให้ไม่ได้ 2-3 ปีหลังนี้ คุณเอมาบ่นให้ฟังว่าอยากหาลูกเขยให้แม่ เคยมีคบผ่าน ๆ บ้าง แต่ไม่ได้จริงจัง พอถึงตอนที่เราคลอดลูกคนเล็ก เขาก็มาพูดกับเราว่า ลูกเราน่ารักจัง อยากขอไปเลี้ยง แต่เรากับสามีก็ไม่ให้ ปีนี้คุณเอได้มีการไปฝากไข่ และแม่ของคุณเอก็มาคุยกับองศาว่า “ให้สามีองศามาจดทะเบียนกับเอได้มั้ย เพื่อที่จะไปทำ GIFT จะต้องใช้เอกสารทะเบียนสมรส และอสุจิ" ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยขอให้เราอุ้มบุญให้ แต่เราก็ไม่สามารถทำได้ เพราะอายุก็มาก และเราก็ทำหมันแล้ว เขาจึงมาขอสามีเราไปช่วยเรื่องการทำ GIFT แทน คุณแม่ของเขามาขอกับสามีเราโดยตรงว่าอยากให้ไปจดทะเบียนกับคุณเอ หลังจากนั้นสามีก็มาถามเราว่า “องศากับเพื่อนสนิทกันขนาดไหน ทำไมเขาถึงมาขอผมขนาดนี้” เราตอบว่าก็สนิทกันนะ องศาถามสามีกลับว่า “คุณคิดว่าไง?” สามีตอบว่า “แล้วแต่คุณ” เราก็งง แล้วถามกลับว่า “อ้าว แล้วคุณยอมหรอ ถ้าจะทำจริง ๆ คือเราต้องหย่ากันก่อน คุณถึงจะไปจดทะเบียนกับเอได้” ซึ่งเราก็รู้ว่าขั้นตอนมันก็ยุ่งยาก นอกจากนี้ทางคุณเอยังบอกเราอีกว่า "อยากเรียกร้องอะไรก็ได้เลยนะ" สำหรับเรามองว่าถ้าเราจะช่วยจริง ๆ มันเป็นเพราะน้ำใจ ไม่จำเป็นต้องไปเรียกร้องอะไรจากเขา แต่ทำไมฝั่งนั้นถึงพูดแบบนี้ ส่วนเรื่องอสุจิแม่ของเอก็มาถามว่า "ขอใช้ของสามีเราได้มั้ย" ทำให้เรารู้สึกแปลก ๆ ล่าสุดหลังจากที่คุณเอไปฝากไข่ เขาก็มาบอกกับเราว่าเขาไปตรวจร่างกาย-ตรวจผนังมดลูกมาเรียบร้อยแล้ว ประมาณว่าเขาพร้อมแล้ว ฝั่งเราพร้อมหรือเปล่า เราเลยคิดว่าต่อให้เอไม่ได้เป็นคนมาพูดขอสามีเราเอง แต่เขาก็น่าจะเห็นด้วยกับที่แม่เขาทำ แต่เราก็ตอบไปว่า “เธอก็เคลียร์ตัวเองก่อน ส่วนเรื่องสามีเรา เรายังไม่ตัดสินใจ” ซึ่งจริง ๆ ในใจเราก็ไม่อยากช่วย แต่เราก็สนิทกันมากขนาดนี้ เราจะปฏิเสธอย่างไร เราเคยคิดว่า ถ้าให้อสุจิสามีไป แล้วลูกออกมาหน้าเหมือนกัน 3 คน ลูกเรา และลูกเขา จะเป็นอย่างไร เพราะมาจากสามีเราทั้ง 3 คน จึงอยากโทรมาปรึกษาดีเจทั้งสามว่า ถ้าเราไม่เห็นด้วยกับเอ แล้วปฏิเสธไป จะผิดมั้ย เพราะเราเป็นเพื่อนสนิทกันมานานมากขนาดนี้ เราจะปฏิเสธไม่ช่วยเหลือเพื่อนยังไง” เริ่มด้วย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า “ที่เขาทำมันผิดกฎหมาย เพราะเป็นการจดทะเบียนใหม่เพื่อไปทำ GIFT เท่านั้น มันเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง เราต้องล้างความเป็นครอบครัวของเรา แค่เพื่อที่จะช่วยให้เขามีลุ้นว่าจะมีลูกได้หรือเปล่า แล้วถ้ามีได้ มรดกสามีต้องเป็นของใคร? ตามกฎหมาย ก็ต้องเป็นของลูกคุณเอด้วยนะ ถ้าเขาไม่ยอมหย่ากับสามีคุณองศาจะทำยังไง หรือถ้าหย่า สังคมสงเคราะห์ก็จะเข้ามาตรวจสอบว่าเด็กสามารถอยู่กับแม่คนเดียวได้มั้ย ถ้าไม่ได้ต้องทำยังไง มันจะมีเรื่องอีกมากมายเลยที่จะเข้ามา เรื่องนี้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่แม่ของคุณเอคิด หรือหาวิธีแก้ปัญหาอื่น ลองหาคนที่บริจาคเชื้ออสุจิแทน หรือถ้าอุ้มบุญก็ต้องเป็นญาติสายตรงเท่านั้น” ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าคุณองศาคิดว่า การที่เราไม่ช่วยแล้วรู้สึกผิด ตัดตรงนี้ออกได้เลย เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาขอกัน มันขอกันไม่ได้ ตอนนี้ครอบครัวคุณองศามีความสุขดี แต่ถ้าไปช่วย มันจะมีปัญหาอะไรเข้ามามากมายเลย ไม่ต้องลังเล ปฏิเสธได้เลย” ปิดท้ายด้วย “ดีเจพี่หอม” ให้ความคิดเห็นว่า “ไม่ช่วยก็ได้ ไม่น่าเกลียด ไม่ผิด ขอเสริมนิดหนึ่งว่า อย่าให้ความหวังเขา บอกไปตรง ๆ ว่ามันไม่ได้ แนะนำวิธีอื่นไปค่ะ ติดต่อคนอื่นที่พร้อมไป ไม่ใช่สามีเรา ถึงแม้เขาจะไม่ได้มีเจตนาแย่งสามีเราก็ตาม แต่มันจะมีปัญหาแน่ ๆ มันจะยุ่งเหยิง แต่ก็แปลกนะที่สามีคุณองศา ไม่โวยวายอะไร และยอมที่จะตามใจคุณองศาเลย ไม่ว่าจะให้เขาหย่าไปจดทะเบียนกับเอหรือเปล่า”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เขาบอกเลิกเรา เพราะเราดีเกินไป บอกว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา แต่สุดท้ายก็ไม่สมหวังอยู่ดี แล้วเราจะเป็นคนดีไปทำไม ถ้าไม่มีใครมารักเรา ??

23 เม.ย. 2026

เขาบอกเลิกเรา เพราะเราดีเกินไป บอกว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา แต่สุดท้ายก็ไม่สมหวังอยู่ดี แล้วเราจะเป็นคนดีไปทำไม ถ้าไม่มีใครมารักเรา ??

เขาบอกเลิกเรา เพราะเราดีเกินไปบอกว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา แต่สุดท้ายก็ไม่สมหวังอยู่ดีแล้วเราจะเป็นคนดีไปทำไม ถ้าไม่มีใครมารักเรา ?? ‘คุณเมษา (นามสมมติ)’ อายุ 30 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 เมษายน 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่อง เขาก็ไม่ลงเอยกับหนู เพราะหนูดีเกินไป โดย ‘คุณเมษา (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ที่ผ่านมามีความรักมากี่ครั้ง เขาก็ให้เหตุผล และบอกว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขามีมาเลย แต่สุดท้ายกลับไม่สมหวังอยู่ตลอด จนเรารู้สึกเหนื่อย หมดกำลังใจจากการเป็นแฟนที่ดี เรามีแฟนมา 2 คน ซึ่งทั้งสองมีลูกติดทั้งคู่ ความรักครั้งแรกของเรา คือตอนที่เราอายุ 25 เราคบกับแฟนคนแรกมา 3 ปี แต่อยู่ดี ๆ เขาก็บอกเลิกเรา จนวันหนึ่งเราได้รู้ว่าเขาบล็อกเฟซบุ๊กเรา และเพิ่งแต่งงานใหม่หลังจากเลิกกับเราได้ไม่นาน ด้วยเหตุผลว่าโดนที่บ้านคลุมถุงชน แต่เขาก็ยังพูดกับเราเสมอว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ ต่อมาแฟนคนที่ 2 ทุกอย่างดีมาก จนเราคิดว่าความรักในครั้งนี้มันต้องเวิร์กมากแน่ ๆ เราก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกของเขา เรารักลูกเขามาก ๆ เขาเองก็พูดว่า เขาไม่เคยเจอผู้หญิงที่ดีขนาดนี้มาก่อน แต่คบกันไปสักพักหนึ่งก็มีการเปิดอกคุยกัน เขาบอกว่าเขา Love Idea of You ในแง่ที่เราจะสร้างครอบครัวที่ดีได้แน่ ๆ ต้องเป็นแม่ที่ดีได้แน่ๆ อนาคตเราต้องเป็นครอบครัวที่ดีแน่ ๆ แต่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ สุดท้ายแล้วเขาก็กลับไปหาความสัมพันธ์เดิม ที่เขาเคยบอกกับเราว่ามันท็อกซิก เราก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่ามันถูกแล้วหรือไม่ ที่เราเป็นแฟนที่ดี แต่มันกลับผิดหวังทุกรอบเลย เราไม่เคยเช็คโทรศัพท์แฟน เราไม่เคยจู้จี้จุกจิก เราไม่เคยทะเลาะกับแฟนแม้แต่ครั้งเดียว มีอะไรเราก็เปิดใจคุยกันตลอด สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า เรากลัวเขาจะไม่รักเรา เราเลยยอมเขาทุกอย่าง จนเราเริ่มคิดว่าการที่เราเป็นแบบนี้มันน่าเบื่อหรอ สุดท้ายความสัมพันธ์ก็จบแบบเดิมทุกครั้ง อยากรู้ว่าการที่เราเป็นแบบนี้ต่อไปมันถูกแล้วใช่ไหม เราเองก็ไม่ได้ไร้เดียงสา ขนาดที่จะไม่รู้ว่าความรักมันไม่ได้แฟร์ในทุก ๆ ครั้ง เราเป็นของเราแบบนี้มันถูกแล้วไหม หรือว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายเขาตามหาจริง ๆ บางครั้งก็สงสัยเหมือนกัน เห็นหลาย ๆ คนที่ไม่ได้ดี แต่เขากลับมีความรักที่ดีได้ เราก็ไม่ได้อยากเป็นแฟนที่ไม่ดีของใคร แล้วเราจะต้องทำยังไง ถ้าเราเป็นแบบนี้ต่อไป เราจะเจอความรักที่ดีจริง ๆ ได้ใช่ไหมคะ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “วันนี้เรายังไม่เจอคนที่เป็นคู่ของเราเพียงเท่านั้นเอง จังหวะเวลาที่เจอกันก็ส่วนหนึ่ง ปัจจัยแวดล้อมมากมาย ที่มาเป็นองค์ประกอบที่ทำให้คนเราได้มาเป็นคู่ชีวิตกันก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เราแค่ยังไม่เจอคนที่เป็นคู่ของเรา มีคนที่ต้องการผู้หญิงดี ๆ ที่ไม่ได้ทำร้ายหัวใจเขาเยอะแยะ กลับกันผู้หญิงเองก็ต้องการเหมือนกัน เพียงแต่ยังหากันไม่เจอ เรื่องที่ว่าเป็นคนดีแล้วมันไม่มีใคร มันไม่จริง เป็นตัวเองตัวเองต่อไป แล้ววันหนึ่งเดี๋ยวเราก็เจอคนที่ใช่” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เหตุผลที่เขาบอกว่าเราเป็นคนดี จริง ๆ แล้วอาจจะเป็นข้ออ้างของเขา ให้การเลิกกันของเรามันไม่ดูแย่ อย่าไปสนใจ อย่าไปโฟกัสตรงนั้น ส่วนเรื่องที่เราเป็นคนดีแล้วมันไม่มีใคร จะเปลี่ยนเป็นคนเลวดีไหม เราอยากได้คนแบบไหน เราจงเป็นคนแบบนั้น เราอยากได้ชีวิตแบบไหน ให้ใช้ชีวิตแบบนั้น คนดีมันก็ต้องอยู่กับคนดี มันถึงจะไปด้วยกันได้ อย่างที่พี่เผือกบอก เราแค่ยังไม่เจอคนคนนั้น เป็นเรื่องปกติที่เรายังไม่เจอ แต่เมื่อเราเจอเขาแล้ว เราจะไม่ต้องพยายามอะไรอีก เพราะคนคนนั้นจะรักในสิ่งที่เราเป็น” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เราก็คงแค่น้อยใจในโชคชะตา ถ้าถามว่าเราจะดี หรือเราจะร้าย อยากให้เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด อะไรที่อยากทำก็ทำ อะไรที่ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ ใช้ชีวิตให้มีความสุข การที่คนเราเป็นคนดีก็โดนเท ร้ายก็โดนเท เพียงเพราะว่าเรายังไม่เจอคนที่พอดี ถ้าคนนี้มันไม่ใช่ก็แค่หาใหม่ จนกว่าจะเจอคนที่พอดีกับเรา”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมเป็นเกย์ร่างบางที่ลองนัดเกย์หุ่นหมี เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมเกือบตาย เพราะพุงของเขาทับผมจนหายใจไม่ออก!

23 เม.ย. 2026

ผมเป็นเกย์ร่างบางที่ลองนัดเกย์หุ่นหมี เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมเกือบตาย เพราะพุงของเขาทับผมจนหายใจไม่ออก!

ผมเป็นเกย์ร่างบางที่ลองนัดเกย์หุ่นหมีเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมเกือบตายเพราะพุงของเขาทับผมจนหายใจไม่ออก! ‘คุณกูเกิ้ล’ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาสอบถามปัญหาเรื่องที่ตนกังวลใจ กับ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นนัดเกย์หุ่นหมี แต่กลับเจอประสบการณ์เฉียดตายกลับมา โดย ‘คุณกูเกิ้ล’ ได้เล่าว่า ในตอนที่ได้เข้ามหาลัยปี 1 ก็เป็นแค่เกย์ตัวเล็ก ๆ ใส ๆ จนขึ้นปี 2 ก็ได้รับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ว่าเราสามารถนัดพบกันเพื่อ One Night Stand ได้ ซึ่งนั่นมันก็ทำให้คุณกูเกิ้ลรู้สึกอยากลอง เมื่อลองนัดไปได้ 2-3 คน ก็รู้สึกถูกใจมาก ๆ จนมีคนหนึ่งทักมา ซึ่งพี่คนนั้นเป็นเกย์หุ่นหมี คุณกูเกิ้ลก็ไม่ได้ติดอะไรในส่วนนี้ จึงได้ตอบตกลงพากันไปเปิดห้อง เมื่อทั้งคู่ไปถึงห้องก็ได้เริ่มกิจกรรมบนเตียงกัน แต่ดันมาติดตรงที่ตอนนั้นคุณกูเกิ้ลอยู่ด้านล่าง พี่เกย์หุ่นหมีอยู่ด้านบน และพยายามจะโน้มตัวลงมาจูบ แต่ด้วยสรีระร่างกายที่มีหน้าท้องที่ใหญ่จึงไม่สามารถโน้มตัวลงมาได้ นั่นจึงทำให้คุณกูเกิ้ลพยายามผลักออกแต่ก็ไม่สำเร็จ ทันใดนั้นคุณกูเกิ้ลได้ถอนหายใจเฮือกสุดท้ายออกไป ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับตอนคนด้านบนโน้มตัวลงมาจูบได้สำเร็จ ซึ่งก็ได้จูบกันนานถึง 2 นาที และการที่โดนคนด้านบนทับลงมานั้นก็ทำให้คุณกูเกิ้ลหายใจไม่ออกนานถึง 2 นาทีเช่นกัน โดยคุณกูเกิ้ลก็ได้เล่าว่าเหตุการณ์ในตอนนั้นรู้สึกเหมือนตนนั้นกำลังจะขาดใจเพราะขาดอากาศหายใจ เมื่อคนด้านบนผละออกไปคุณกูเกิ้ลจึงได้รีบหายใจเข้าทันที และสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ไม่มีอารมณ์ทำเรื่องตรงหน้าต่อ เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงกลายเป็นเหมือนความทรงจำที่ไม่ดีของคุณกูเกิ้ลสำหรับการจะนัดเจอกับเกย์หุ่นหมีอีกในอนาคต ซึ่งก็ได้ให้คำถามทิ้งท้ายกับเหล่าดีเจว่า “หากเหล่าดีเจเจอสถานการณ์แบบเดียวกัน แล้วในครั้งถัดไปมีเกย์หุ่นหมีทักมาขอนัดเจออีก จะมีวิธีปฏิเสธยังไง?” เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจทั้งสามจึงได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มที่ 'ดีเจเติ้ล' ได้บอกว่า “จริง ๆ สามารถบล็อกได้เลย เป็นเรื่องปกติสำหรับการโดนทักในแชท ถ้าเราไม่ชอบก็แค่บล็อก แต่ถ้าอยากตอบปฏิเสธก็คงต้องบอกตรง ๆ ว่าเราไม่โอเค แต่ก็ต้องมานั่งอธิบายให้เขาฟังอีก หรือไม่งั้นบอกเขาว่าขอให้ผมอยู่ข้างบนอย่างเดียวติดมั้ย ถ้าเขาไม่ติดก็สามารถไปกันได้ บอกเขาไปเลยว่าเรามีอดีตฝังใจ เขาอาจจะหัวเราะนิดนึง แต่คิดว่าเขาเข้าใจเรานะ เพราะเรื่องแบบนี้สามารถคุยกันได้” ถัดมาที่ 'ดีเจต้นหอม' ได้บอกว่า “จริง ๆ แล้วเราไม่ต้องตอบเลยก็ได้ มันก็เหมือนกับเรากำลังเดินหาซื้อของอยู่ คิดแค่ว่าถ้าถูกใจก็ซื้อ ไม่ถูกใจก็ผ่านไปแค่นั้นเอง” สุดท้าย 'ดีเจเผือก' ได้บอกว่า “เชียร์ให้บล็อกเงียบ ๆ ไปเลยดีกว่า ถ้าไม่อยากเสียเวลาไปนั่งอธิบาย และเล่าประสบการณ์ให้เขาฟัง หรือถ้าอยากตอบจริง ๆ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติ เราสามารถคุยกันได้”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ไม่โอเคมาก ๆ ! มีคนถ่ายรูปในฟิตเนสแล้วติดหน้าเราไปด้วย ซึ่งสภาพหน้าเราไม่พร้อม!

23 เม.ย. 2026

ไม่โอเคมาก ๆ ! มีคนถ่ายรูปในฟิตเนสแล้วติดหน้าเราไปด้วย ซึ่งสภาพหน้าเราไม่พร้อม!

ไม่โอเคมาก ๆ !มีคนถ่ายรูปในฟิตเนสแล้วติดหน้าเราไปด้วยซึ่งสภาพหน้าเราไม่พร้อม! ‘คุณแอร์’ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาสอบถามปัญหาที่เจอในชีวิตประจำวัน กับ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับปัญหาที่เธอนั้นเห็นว่ามีคนถ่ายคลิปวิดีโอติดเธอในเวลาออกกำลังกายที่ฟิตเนส โดยที่เธอนั้นไม่ยินยอม ‘คุณแอร์’ ได้เล่าว่า ช่วงที่ผ่านมานี้เธอมักจะเห็นคนที่มาออกกำลังกายที่ฟิตเนสหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งกล้องถ่ายตัวเอง แต่ดันถ่ายติดเธอด้วย เธอนั้นรู้สึกว่ามันเป็นปัญหา เพราะช่วงนี้เธอมักจะโดนถ่ายติดในคลิปคนอื่นอยู่บ่อย ๆ โดยที่ไม่เคยเข้ามาถามถึงความยินยอมก่อน สิ่งนั้นทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจมาก เพราะเธอรู้สึกว่าสภาพหน้าและร่างกายตอนกำลังออกกำลังกายเป็นภาพที่ไม่ค่อยพร้อมในการจะถูกนำไปเผยแพร่ลงโซเชียลสู่สาธารณะ ซึ่งคุณแอร์เคยแจ้งเรื่องนี้กับทางเทรนเนอร์ไปแล้ว แต่ก็ไม่อาจทราบได้ว่าทางฟิตเนสได้จัดการปัญหานี้หรือไม่ พร้อมเล่าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อนก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ คือมีคนมาแอบถ่ายคุณแอร์ ซึ่งถ่ายแบบลืมปิดแฟลช จึงทำให้โดนจับได้ เธอจึงได้โทรเรียกตำรวจ เมื่อตำรวจมาถึง ตำรวจก็ได้ถามว่าถ่ายรูปไปทำไม แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมตอบ เหตุการณ์นั้นจึงทำให้คุณแอร์ไม่โอเคกับเรื่องนี้สุด ๆ พร้อมมีคำถามทิ้งท้ายให้กับเหล่าดีเจว่า “หากเป็นพวกพี่ที่เจอสถานการณ์แบบนี้จะทำยังไง?” หลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา และตอบคำถามปัญหาที่ได้รับข้อมูลมา โดนเริ่มที่ 'ดีเจต้นหอม' ได้บอกว่า “ในมุมที่หอมเป็นคนที่ปกติไปเข้าฟิสเนตแล้วจะชอบถ่ายวิดีโอ หอมจะถ่ายให้เห็นแค่ตัวเอง ถ้าหอมรู้เรื่องนี้ หลังจากนี้หอมจะระวังให้มากขึ้น และเวลาหอมถ่ายติดคนอื่น หอมจะไม่เอาลงโซเชียล หรือถ้าถ่ายติดมาแล้วจะลง ก็จะเซ็นเซอร์หน้าไว้ ถ้าสมมติว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่หลายคนเห็นด้วยว่าไม่โอเค อาจจะต้องมีการรณรงค์กันเพิ่ม ให้คนรู้ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นหอมก็อยากให้รายการพุธทอล์คพุธโทรเป็นหนึ่งกระบอกเสียง” ถัดมาที่ 'ดีเจเติ้ล' ได้บอกว่า “ฟิตเนสที่เติ้ลเล่นก็ไม่ได้มีกฎชัดเจนว่าห้ามถ่าย แต่ที่ห้ามถ่ายจริง ๆ คือบริเวณห้องน้ำ ถ้าคุณแอร์ไม่อยากไปพูดกับคนที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายด้วยตัวเอง ก็ให้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ดีกว่า ให้เขาเป็นคนกลางไปพูดแทนเรา เพราะสมัยนี้คนก็ถ่ายคลิปทำคอนเทนต์กันเยอะ แต่ก็เข้าใจคุณแอร์ในส่วนนี้เช่นกัน” สุดท้าย 'ดีเจเผือก' ได้บอกว่า “จริง ๆ ทุกวันนี้สาว ๆ ที่ไปฟิตเนสก็มักจะถ่ายคลิปลงกันเป็นส่วนใหญ่ แล้วการไม่ถ่ายติดคนอื่นลงโซเชียลมันก็ถือเป็นมารยาทพื้นฐานอยู่แล้ว ถ้าเขาตั้งใจถ่ายโดยมีเจตนาไม่ดี เราก็สามารถเข้าไปคุยกับเขาตรง ๆ ได้ แต่ถ้าดูแล้วเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร ตอนเขาถ่ายเราก็พยายามหลบเอง แล้วก็ลองบอกเจ้าหน้าที่ในฟิตเนสดูว่าให้ลองไปคุยกับเขาแทนให้”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต ! ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่า ล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาด และพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต ! ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่า ล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาด และพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต !ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่าล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาดและพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่ 'คุณบ๊อบ' (นามสมมติ) อายุ 20 ปี สายที่ 9 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 กับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนเองเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ใหญ่กว่า จนเสียความมั่นใจ กลายเป็นปมชีวิต ความคืบหน้าล่าสุด 'คุณบ๊อบ (นามสมมติ)' ได้เล่าว่า "ตอนนี้ผมเองก็ได้เปลี่ยนไปโฟกัสกับคนที่ไม่ได้สนเรื่องขนาดมากกว่า และหลังจากที่ได้รับคำปรึกษา ก็ลองเปลี่ยนกลุ่มตลาด ไปทางคนที่อยากไปเจอกันในสถานที่ใหม่ ๆ ได้รู้จัก และชอบก่อนในหลาย ๆ เรื่องก่อน ค่อยไปถึงเรื่องบนเตียง และจากที่อ่านคอมเมนต์จากทางบ้านก็เห็นด้วยที่ว่าถ้าเราอยู่ในตลาดแบบนี้การที่เขาจะสนใจแค่ขนาดของเรามันก็ไม่แปลก" 'ดีเจต้นหอม' ได้พูดให้กำลังใจต่อว่า ‘เห็นมั้ยว่าการที่เรากล้าเปิดใจถาม ทำให้ไม่ต้องเก็บความกังวลไว้คนเดียว และก็ได้เห็นความคิดเห็นของคนอื่น ๆ อีกว่า สิ่งนี้เป็นเรื่องปกติมากเลย’ ปิดท้ายด้วย 'ดีเจเผือก' ฝากไว้ว่า ‘ไม่ต้องรีบ ปล่อยไปตามจังหวะชีวิตครับ’เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง!ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธเพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้ 'คุณแพนด้า' (นามสมมติ) อายุ 34 ปี สายที่ 11 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนเจ้าสาวไม่ได้ใส่ซองงานแต่ง แถมซองที่คนอื่นฝากมาก็มาไม่ถึงมือเราความคืบหน้าล่าสุด 'คุณแพนด้า (นามสมมติ)' ได้เล่าว่า "ปล่อยวางค่ะ ไม่ได้ไปทวง จริง ๆ ก็ปล่อยไปนานแล้วตั้งแต่ที่รู้เรื่อง แต่เมื่อเห็นว่ามีการถกเถียงกันในโซเชียลเรื่อง ไปงานแต่งงานจำเป็นต้องให้เงินใส่ซองหรือไม่ เลยนึกขึ้นได้อีกครั้งว่าเพื่อนเราเคยไม่ใส่ซองให้เราเหมือนกัน ก็เลยอยากลองมาแชร์เรื่องราว หลังจากที่โทรมาปรึกษา ก็ทำให้เราเข้าใจเพื่อนมากขึ้นว่า การเป็นเพื่อนเจ้าสาวไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้นะ และเราก็ไม่ได้โกรธเพื่อนด้วย ตอนเจอกันก็คุยกันปกติ ไม่ได้คิดอคติที่เขาไม่ใส่ซองให้เรา" สุดท้ายคุณแพนด้าขอฝากว่า การที่มาเล่าให้ฟังในรายการนี้ แค่อยากมาแชร์ประสบการณ์เท่านั้น ไม่ได้จริงจังอะไร เห็นว่าบางคอมเมนต์ มีการแสดงความคิดเห็นในทางลบ อยากให้เปิดใจ เข้าใจเรื่องราวให้มากก่อนแสดงความคิดเห็นเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ ! จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วัน ผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา!

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ ! จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วัน ผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา!

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ !จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วันผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา! 'คุณต้นไม้' (นามสมมติ) อายุ 27 ปี สายที่ 10 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นจับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานเพียงไม่กี่วัน แต่ที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เพราะกลัวจะโดนนินทาและเป็นหม้ายขันหมาก ความคืบหน้าล่าสุด “คุณต้นไม้ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตัดสินใจแต่งงานต่อ เพราะต้องแต่งค่ะ ในวันงาน บรรยากาศก็ดี เพราะคนรอบข้างไม่ได้รู้เรื่องนี้ ตอนที่พิธีกรให้คู่บ่าวสาวพูด เราก็ให้เขาพูดก่อนตามคำแนะนำ ซึ่งเขาก็พูดว่า “จะเป็นสามีที่ดี เพื่อดูแลเจ้าสาว” เมื่อถึงคิวเรา ต้นไม้ก็พูดขอบคุณแขกทุกคนที่มาร่วมงาน และทิ้งท้ายไว้ว่า “ความรักที่ดี คือความรักที่มีความซื่อสัตย์ให้กันนะคะ” เจ้าบ่าวก็มีสะอึกนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรมาก และตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ก็ดำเนินต่อไป ตั้งแต่วันที่เราจับได้ เขาก็เลิกติดต่อกับผู้หญิงคนนั้น และผู้หญิงคนนั้นก็บล็อกเรา ไม่ได้มายุ่งกับเราอีก ถึงแม้จะมีแผลเป็น แต่ก็สามารถไปต่อกันได้ และดูแผลนั้นไว้เป็นอุทาหรณ์ อาจมีระแวงบ้าง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาก็พยายามปรับเปลี่ยน เขารายงานทุกความเคลื่อนไหวของเขา ว่าไปไหน ทำอะไร แต่เราก็ยังไม่เชื่อใจเขา 100%ค่ะ’ ปิดท้ายด้วย “ดีเจทั้งสาม” อวยพร ให้คุณต้นไม้มีความสุขในชีวิตคู่ ขอให้เขากลับตัวกลับใจ เป็นคนดีได้ตลอดรอดฝั่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) ลูกโตแล้ว ถึงคราวที่เราต้องเปิดใจ จะลองเดตดีไหมน้า ?

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) ลูกโตแล้ว ถึงคราวที่เราต้องเปิดใจ จะลองเดตดีไหมน้า ?

(ภาคต่อ) ลูกโตแล้วถึงคราวที่เราต้องเปิดใจจะลองเดตดีไหมน้า ? ‘คุณนาเดีย (นามสมมติ)’ อายุ 42 ปี สายที่ 7 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ลูกโตแล้ว ถึงคราวที่เราต้องเปิดใจบ้างหรือเปล่า เรื่องราวของ ‘คุณนาเดีย (นามสมมติ)’ มีอยู่ว่าคุณนาเดีย เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกตัวคนเดียว อาศัยอยู่ในอเมริกา ใช้ชีวิตโสด เป็นสุขมาตลอด เมื่อก่อนนั้น คุณแม่ตัวติดกับลูกตลอดเวลา แต่เมื่อถึงเวลาที่ลูกโตเป็นวัยรุ่น เริ่มมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว คุณนาเดียจึงรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วหรือเปล่าที่เธอจะต้องเปิดใจ โดย ‘คุณนาเดีย (นามสมมติ)’ ได้โทรมาอัปเดตว่า “หลังจากได้รับคำแนะนำจากพี่ ๆ ดีเจมาในวันนั้น ล่าสุดคุณนาเดียได้ลองโหลดแอปหาคู่มาเรียบร้อยแล้ว ลองปัดเล่น ๆ ดูคนไปมา แต่ถึงเวลาจะสานต่อกลับต้องเสียเงิน จึงคิดเรื่องนี้อยู่ คุณนาเดียคิดว่าช่วงนี้ยังไม่ค่อยเหงา เอาเวลาไปเล่นกับเพื่อนก่อน ส่วนรูปที่เธอใช้ลงในแอปหาคู่ เธอลงรูปปกติ ไม่ผ่านการแต่งอะไรมาก เพราะกลัวเขาตกใจเวลาที่เจอตัวจริง ถ้าเขารับได้แต่แรก ก็จะได้คัดคนไปเลย และจะได้ไม่เป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่าย นอกจากโหลดแอปหาคู่แล้ว ล่าสุดคุณนาเดียได้บอกว่าเธอนั้น อยากไปลองพายเรือคายัค เพราะที่ผ่านมาลูกสาวของเธอไม่ชอบทำกิจกรรมที่เหนื่อย แต่ตอนนี้เธอคงได้มีเวลาออกไปทำกิจกรรมข้างนอกมากขึ้น ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่อยากทำมานานแล้ว ส่วนเรื่องไปเที่ยว ตอนนี้เธอก็ยังไม่มีเพื่อนไป แต่เธอคิดว่าถึงไปคนเดียวก็คงไม่เหงา เพราะสามารถไปหาเพื่อนเที่ยวที่นั่นได้” หลังจากได้ฟังเรื่องราวของคุณนาเดียแล้วดีเจทั้งสาม ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ได้อวยพรให้กับคุณนาเดียเป็นเสียงเดียวกันว่า “ขอให้คุณนาเดียเอ็นจอยกับชีวิต ถ้าเจอใคร ก็ขอให้เจอคนที่ใช่ เลือกเขาให้ดี ๆ ไม่ต้องรีบ และขอให้เที่ยวให้สนุก”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) สายคุณลุงเปิดเสียงบทสวดดังลั่นซอย ตอนนี้ตำรวจลงแล้ว! ทวงคืนความสงบสุขช่วงเวลากลางคืนได้สำเร็จ!

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) สายคุณลุงเปิดเสียงบทสวดดังลั่นซอย ตอนนี้ตำรวจลงแล้ว! ทวงคืนความสงบสุขช่วงเวลากลางคืนได้สำเร็จ!

(ภาคต่อ) สายคุณลุงเปิดเสียงบทสวดดังลั่นซอยตอนนี้ตำรวจลงแล้ว!ทวงคืนความสงบสุขช่วงเวลากลางคืนได้สำเร็จ! ‘คุณแก้วตา’ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 กับ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องที่มีคุณลุงคนหนึ่งเปิดเสียงบทสวดดังลั่นซอย ในเวลาตี 3 ทำเอานอนไม่ได้! ‘คุณแก้วตา’ ได้มาอัปเดตว่า สถานการณ์ตอนนี้สงบสุขดีขึ้นมาก หลังจากที่ได้คุยกับพี่ ๆ ดีเจในรายการ ซึ่งในตี 3 ของวันถัดไปนั้นก็ได้มีเสียงบทสวดดังขึ้นจากบ้านคุณลุงเหมือนเดิม และเสียงนั้นมันก็ทำให้คุณแก้วตาหงุดหงิดมาก จึงได้โทรแจ้งตำรวจซ้ำ ๆ แต่ครั้งนี้กับต่างจากครั้งก่อน เพราะรอบนี้ตำรวจโทรกลับมา พร้อมถามถึงสถานที่อยู่อาศัยของคุณแก้วตา นั่นจึงทำให้รู้ว่าที่ผ่านมาตำรวจไม่ทราบที่อยู่ และไม่เคยมาลงพื้นที่เลยสักครั้ง โดย ‘คุณแก้วตา’ บอกว่า ครั้งแรก ๆ ที่โทรแจ้งตำรวจไปแต่ไม่ได้รับการแก้ไข หรือไม่เห็นผลนั้น ตนคิดว่าคุณลงอาจจะดื้อ หรือไม่ยอมฟังคำเตือนของตำรวจ แต่แท้จริงแล้วนั้นคือ ตำรวจไม่เคยมาเลย เพราะไม่รู้สถานที่อยู่อาศัยของเธอ พร้อมเล่าอีกว่า ด้วยความที่เป็นช่วงเวลาตี 3 ซึ่งเป็นตอนกลางคืน ในตอนที่ตำรวจมาถึงหน้าบ้านของเธอ แล้วก็เข้าไปคุยกับคุณลุง เธอได้ยินเนื้อหาในบทสนทนาประมาณว่าให้เปิดเสียงเบาลงหน่อย เพราะมีข้างบ้านมาแจ้งว่าทำเสียงดัง และคุณลุงก็ไม่ได้เถียง หรือโต้ตอบอะไร หลังจากนั้นคุณลุงก็เงียบไป และไม่มีเสียงบทสวดดังมาจากบ้านคุณลุงอีกเลย หลังจากที่เหล่าดีเจทั้งสามได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ก็ได้ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จในการทวงคืนความสงบสุขของคุณแก้วตาด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ถือเป็นการอัปเดตสายที่เคลียร์ปัญหาจบไปได้ด้วยดีเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-