พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูอยากให้แฟนซื้อของให้ แต่ก็ไม่กล้าบอกเขาตรง ๆ เกริ่นก็เกริ่นไปแล้ว แต่ทำไมเขายังเฉยอยู่ หนูควรทำยังไงดีคะ ?

13 มี.ค. 2026

หนูอยากให้แฟนซื้อของให้ แต่ก็ไม่กล้าบอกเขาตรง ๆ เกริ่นก็เกริ่นไปแล้ว แต่ทำไมเขายังเฉยอยู่ หนูควรทำยังไงดีคะ ?

หนูอยากให้แฟนซื้อของให้ แต่ก็ไม่กล้าบอกเขาตรง ๆเกริ่นก็เกริ่นไปแล้ว แต่ทำไมเขายังเฉยอยู่ หนูควรทำยังไงดีคะ ? ‘คุณแอปเปิ้ล’ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่ตนนั้นได้กักเก็บไว้อยู่ในใจ แต่ไม่กล้าบอกกับแฟนหนุ่มของตัวเองไปตรง ๆ ให้ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' ได้ฟัง ‘คุณแอปเปิ้ล’ ได้เล่าว่า ตนนั้นอยากให้แฟนซื้อแว่นกันแดดให้ไว้ใส่เวลาไปเที่ยว จะได้ถ่ายรูปสวย ๆ ซึ่งมีราคารวมส่วนลดแล้วอยู่ที่ประมาณสี่ร้อย แต่ด้วยความที่ไม่กล้าบอกกับแฟนหนุ่มตรง ๆ เพราะคิดว่าหากบอกไปแล้วนั้นจะดูเหมือนการมัดมือชก เธอจึงได้เคยมีการพูดเกริ่นไปทำนองว่า "เลือกสีไหนดี" แต่แฟนหนุ่มก็ยังไม่ได้ซื้อมาให้ คุณแอปเปิ้ล ยังเล่าเพิ่มเติมว่า เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน แค่ยื่นหนังสือเล่มให้ดูพร้อมบอกว่า “เล่มนี้น่าอ่านดีนะ” เพียงเท่านั้น แฟนหนุ่มก็หายไป และกลับมาพร้อมกับหนังสือเล่มนั้นทันที สิ่งนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับคุณแอปเปิ้ลเป็นอย่างมาก พร้อมบอกว่า ตนนั้นเคยซื้อเสื้อกั๊กให้กับแฟนหนุ่ม แต่แฟนหนุ่มของเธอก็ดันไม่ชอบอีก จึงทำให้แอปเปิ้ลเกิดความรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย เมื่อฟังจบ เหล่าดีเจทั้งสามจึงได้ถามถึงเวลาช่วงเวลาเทศกาลอื่น ๆ ว่าเคยได้รับสิ่งของจากแฟนหนุ่มมาหรือไม่ ซึ่งคุณแอปเปิ้ลก็ได้ตอบว่า ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมานั้น ได้รับของจากแฟนหนุ่มมาเยอะแยะมากมาย ทำเอาในรายการแตกตื่นทันที เหล่าดีเจทั้งสามจึงได้บอกว่า นั่นมันก็เป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว พร้อมบอกให้คุณแอปเปิ้ลเลิกคิดมาก และกลับไปซื้อด้วยกำลังทรัพย์ของตัวเอง เหล่าดีเจทั้งสามยังให้คำแนะนำเสริมว่า หากซื้อแว่นตากันแดดในราคาย่อมเยานั้น อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพตาได้ หากอยากจะซื้อมาใส่ ให้ยอมซื้อในราคาที่สูงขึ้น เพื่อแลกกับคุณภาพการปกป้องสายตาที่ดีกว่า สิ่งนี้จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ขนาดน้องชายใหญ่กว่า ผมรู้สึกแย่มากเลย จนทำให้ผมรู้สึกว่า ขนาดของน้องชาย มันกลายเป็นปมในชีวิตไปแล้ว

13 มี.ค. 2026

ผมเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ขนาดน้องชายใหญ่กว่า ผมรู้สึกแย่มากเลย จนทำให้ผมรู้สึกว่า ขนาดของน้องชาย มันกลายเป็นปมในชีวิตไปแล้ว

ผมเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ขนาดน้องชายใหญ่กว่าผมรู้สึกแย่มากเลย จนทำให้ผมรู้สึกว่า ขนาดของน้องชายมันกลายเป็นปมในชีวิตไปแล้ว ‘คุณบ๊อบ (นามสมมติ)’ อายุ 20 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ใหญ่กว่า จนกลายเป็นปมในชีวิต โดย ‘คุณบ๊อบ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ผมมีความชื่นชอบในเพศเดียวกัน หรือเรียกว่าเกย์ อีกอย่างผมก็เป็นสายรุกด้วย ผมมีความไม่สบายใจอย่างหนึ่ง ส่วนตัวผมชอบนัดกับคนอื่น ๆ เพื่อที่จะมีอะไรกัน แต่ทุกครั้งที่ผมนัดเจอกับอีกฝ่าย เขามักมีขนาดน้องชายที่ใหญ่กว่าผมตลอดเลยครับ บางครั้งที่ผมกำลังจะนัดกับใครสักคน แล้วเขาขอดูรูปตรงนั้นของผม เมื่อผมส่งรูปไปให้ เขาก็บล็อคแชตผมหนีไปเลยครับ ทั้งที่ยังไม่ทันได้เจอกันเลย ส่วนคนที่ได้เจอกันจริง ๆ เขาก็มีขนาดใหญ่กว่าผมทุกคนเลย ผมคิดว่าน้องชายของผมอาจจะมีขนาดที่ต่ำกว่ามาตรฐานนิดหน่อย เรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกว่ามันกลายเป็นปมในชีวิตของผมไปแล้วครับ ผมรู้สึกแย่มาก จนไม่อยากไปเจอใครใหม่ ๆ เลย” หลังจากดีเจทั้งสามคน ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ฟังเรื่องราวของคุณบ๊อบจบ ก็ได้ให้คำแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่า “เรื่องแบบนี้เราก็ต้องทำใจ เพราะเขาชัดเจนอยู่แล้วในความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน ว่าเขาต้องการจะหาอะไร เราไม่จำเป็นต้องน้อยใจ หรือใส่ใจคนเหล่านี้ มีคนบนโลกนี้มากมาย ที่น้องชายไม่ได้มีขนาดใหญ่ แต่เขาก็มีความสุขกับสิ่งที่เขามี คนบางคนอาจจะไม่ชอบคนที่มีน้องชายขนาดใหญ่เลยด้วยซ้ำ แค่เรายังไม่เจอคนที่พอดีกับเรา แต่ถ้ายังรู้สึกไม่มั่นใจจริง ๆ อาจจะลองออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายเราดูดีขึ้น หรือดูแลหน้าตาของเราให้ดูดีทดแทนกันไปก่อนก็ได้”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนชอบพาไปเที่ยวและชอบสปอยที่เที่ยวมาก ซึ่งทุกที่ที่เขาไป ทุกเรื่องที่เขาเล่า คือเรื่องของเขากับแฟนเก่า ควรทำยังไงดีค่ะ อยากไปที่ที่เขาไม่เคยไปกับแฟนเก่าบ้าง

13 มี.ค. 2026

แฟนชอบพาไปเที่ยวและชอบสปอยที่เที่ยวมาก ซึ่งทุกที่ที่เขาไป ทุกเรื่องที่เขาเล่า คือเรื่องของเขากับแฟนเก่า ควรทำยังไงดีค่ะ อยากไปที่ที่เขาไม่เคยไปกับแฟนเก่าบ้าง

แฟนชอบพาไปเที่ยวและชอบสปอยที่เที่ยวมากซึ่งทุกที่ที่เขาไป ทุกเรื่องที่เขาเล่า คือเรื่องของเขากับแฟนเก่ารู้สึกรำคาญ น้อยใจจนหมดสนุกควรทำยังไงดีค่ะ อยากไปที่ที่เขาไม่เคยไปกับแฟนเก่าบ้างแต่พวกเขาไปเที่ยวกันมาเกือบทุกที่แล้ว ‘คุณมายด์ (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนชอบพาไปเที่ยว แต่ก็ชอบสปอยที่เที่ยวและเล่าประสบการณ์ของเขากับแฟนเก่าให้เราฟัง ‘คุณมายด์ (นามสมมุติ)’ อายุ 24 ปี ได้เล่าว่าแฟนของเธอชอบเล่าประสบการณ์และสปอยสถานที่ท่องเที่ยวให้เธอฟังทุกทริป และทุกที่ที่แฟนพาไป มันคือที่ที่แฟนเคยไปกับแฟนเก่าแล้วทั้งนั้น เธอมีแฟน อายุ 34 ปี และเคยมีแฟนเก่าที่คบกันมา 7 ปี ซึ่งตอนที่พวกเขาคบกันก็ไปเที่ยวกันบ่อยมาก ไปทุกเสาร์ - อาทิตย์ จนเมื่อฝ่ายชายมาคบกับคุณมายด์ที่เป็นคนที่ไม่ค่อยเที่ยว ก็ได้พาคุณมายด์ไปเปิดโลกในสถานที่เที่ยวใหม่ ๆ หลายที่ ก่อนหน้านี้ แฟนคุณมายด์ถามว่า "อยากไปเที่ยวเกาะเสม็ดหรือเกาะช้างดี" คุณมายด์ตอบว่า “อยากไปเกาะเสม็ด” แฟนจึงเล่าให้ฟังว่า เกาะเสม็ดจะมีอะไรบ้าง ร้านอาหารมีแบบไหนบ้าง คุณมายด์ก็ต้องทนฟังไป และรู้อยู่แล้วว่าที่แฟนเล่าแบบนี้แปลว่าต้องเคยไปกับแฟนเก่ามาแล้วแน่ ๆ ก่อนเดินทางหนึ่งอาทิตย์​ คุณมายด์ก็เตรียมแพลนไว้เรียบร้อยว่าจะไปทานอาหารร้านไหน และบอกแฟนว่าต้องไปก่อน 1 ทุ่ม เพราะจองไว้แล้ว หากไม่ไปตามเวลาร้านจะปล่อยโต๊ะ จนกระทั่ง 1 ทุ่มกว่า แฟนเธอก็ยังไม่ไปที่ร้าน และทั้งคู่ก็ไม่ได้ทานในอาหารร้านที่คุณมายด์อยากไป แฟนจึงพาไปอีกร้านหนึ่ง เมื่อไปถึง เขาก็เริ่มเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เคยมาที่นี่ เล่าว่าร้านอาหารมีอะไรบ้าง เวลา 2 ทุ่มจะเริ่มมีโชว์ควงไฟ และก็พูดต่อไม่หยุด ซึ่งร้านอาหารร้านนี้ก็คือร้านที่เขาเคยมากับแฟนเก่าเช่นเดิม ครั้งหนึ่งคุณมายด์เคยไปเขาใหญ่กับแฟน เขาก็เริ่มเล่าว่าเขามาบ่อยมาก เลี้ยวซ้ายจะมีร้านชำ เลี้ยวขวาจะเป็นอะไร เล่าต่าง ๆ นานา ภาพในหัวของคุณมายด์เวลาที่เขาเล่าให้ฟัง ก็จะเห็นเป็นภาพแฟนกับแฟนเก่าของเขาขึ้นมา และมีอีกเหตุการณ์ที่ไปสวนผึ้ง แฟนก็ยังพูดว่าที่นี่คล้าย ๆ กับจันทบุรีที่เขาเคยไป ด้วยความเด็กกว่าคุณมายด์ไม่กล้าพูดว่าไม่พอใจ เพราะกลัวว่าเขาจะมองว่างี่เง่า แต่ก็มีอาการน้อยใจ เธอรู้สึกว่าไม่อยากทับรอยแฟนเก่า อยากไปเที่ยวในที่ใหม่ ๆ ของทั้งคู่บ้าง อย่างเช่นเมื่อไปเที่ยวบางที่ ที่ทั้งคู่ยังไม่เคยไป จะสนุกกว่าเดิมมาก ๆ เพราะไม่ต้องมานั่งฟังว่าแฟนเคยไปไหนกับแฟนเก่าบ้างแล้ว จึงโทรมาปรึกษาว่า อยากหาวิธีทำอย่างไรไม่ให้รู้สึกน้อยใจ และมีสถานที่เที่ยวไหนใกล้ ๆ ที่แฟนเธอน่าจะยังไม่เคยไปกับแฟนเก่าบ้างหรือไม่ อยากให้พี่ ๆ ช่วยแนะนำ ดีเจทั้งสามคนมีความคิดเห็นและให้คำแนะนำตรงกันว่า คุณมายด์ควรคุยกับแฟนตรง ๆ อายุเขาวัยนี้ เขาชอบพูด ชอบเล่า เป็นปกติ เพราะมองว่าคุณมายด์เด็กกว่า อาจจะรู้และมีประสบการณ์น้อยกว่า จึงอยากแชร์ ตอนนี้เขาอาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกเรา แต่ถ้าได้คุยเขาจะสามารถฟังเราได้ และได้แนะนำให้ไปเที่ยวเมืองรองแทน หรือเริ่มไปต่างประเทศด้วยกันก็เป็นตัวเลือกที่ดี นอกจากนี้ ‘ดีเจเผือก’ ยังฝากบอกแฟนของคุณมายด์อีกด้วยว่า “เพลา ๆ ลงบ้าง ไม่ต้องเล่า ไม่ต้องสปอยไปซะทุกอย่างขนาดนั้น” หวังว่าทริปต่อไปทั้งคู่จะไปสถานที่ใหม่ ๆ สามารถสนุกกันได้นะเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อน จู่ ๆ น้องสาวสามีทักมาขอรหัสผ่าน Account Social Media โดยให้เหตุผลว่าจะเอาไปเล่นต่อ แต่เรารู้สึกไม่สบายใจ

13 มี.ค. 2026

สามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อน จู่ ๆ น้องสาวสามีทักมาขอรหัสผ่าน Account Social Media โดยให้เหตุผลว่าจะเอาไปเล่นต่อ แต่เรารู้สึกไม่สบายใจ

สามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อนจู่ ๆ น้องสาวสามีทักมาขอรหัสผ่าน Account Social Mediaโดยให้เหตุผลว่าจะเอาไปเล่นต่อ แต่เรารู้สึกไม่สบายใจ ‘คุณจอย’ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่สร้างความไม่สบายใจให้ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' ได้ฟัง เกี่ยวกับการที่น้องสาวของสามีขอรหัสผ่าน Social Media ของสามี โดยให้เหตุผลว่าจะนำไปเล่นต่อเอง! ‘คุณจอย’ เล่าว่า สามีของเธอเสียชีวิตไปเมื่อครึ่งปีที่แล้ว จู่ ๆ น้องสาวสามีก็ได้ทักมาขอรหัสผ่าน Social Media ของสามี โดยไม่ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจนบอกเพียงแค่ว่าจะขอเข้าไปเก็บรูปของพี่ชายเพื่อที่จะนำไปทำเป็นอัลบั้มให้กับพ่อแม่ และจะนำ Account นี้ไปเล่นต่อ ซึ่งตัวคุณจอยนั้นก็ไม่เคยรู้รหัสผ่านของสามีเช่นกัน เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของสามี เธออยากให้การจากไปของสามีนั้นไม่คงเหลือการเคลื่อนไหวใด ๆ อีก ต้องการให้จบไปอย่างเงียบ ๆ จึงได้ปฏิเสธน้องสาวของสามีไป คุณจอยเล่าเพิ่มเติมว่า ที่เธอนั้นสามารถใช้ Social Media ของสามีได้ เพราะเข้าจากโทรศัพท์สามีโดยตรง ในบางทีเธอก็จะเข้าไปเช็กข้อความที่มีคนทักเข้ามา และเธอก็จะคอยแจ้งกลับไปว่าสามีนั้นเสียแล้ว แต่มาวันหนึ่ง เธอก็ได้พบว่ารหัสผ่านนั้นเปลี่ยนไป และเปลี่ยนจากการต้องขออนุญาตแท็กก่อนที่จะแท็กได้ เป็นเปิดให้สามารถแท็กและโพสต์ลงได้โดยไม่ต้องขออนุญาตอีกต่อไป ทั้งหมดนี้ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าน้องสาวของสามีสามารถเข้า Log in เข้าได้แล้ว นอกจากนี้น้องสาวของสามียังชอบโพสต์ลงถึงสามีในโพสต์ของตัวเอง และแท็กสามีอยู่บ่อย ๆ จนทำให้เธอที่มาเห็นก็รู้สึกไม่สบายใจ และอีกเหตุผลที่ทำให้คุณจอยรู้สึกไม่ดีนั่นก็เพราะย้อนกลับไปตอนที่สามียังมีชีวิตอยู่ เขาป่วยเป็นมะเร็งนอนอยู่ที่โรงพยาบาล เธอเล่าว่าไม่เห็นว่าจะมีญาติพี่น้องคนไหนที่จะมาช่วยเธอดูแลสามีสักคน แม้จะมีผ่านเข้ามาเยี่ยมบ้างก็ตาม สิ่งนี้ทำให้คุณจอยเกิดความสงสัยว่า แล้วทำไมถึงเพิ่งมาคิดถึงในตอนที่สามีได้จากไปแล้ว คุณจอยยังเล่าอีกว่า เคยได้ยินจากสามีมาว่า น้องสาวชอบพูดถึงเธอในทางที่ไม่ดี ในตอนที่สามียังมีชีวิตอยู่และป่วยเป็นมะเร็ง น้องสาวสามีก็จะชอบพูดว่ากับสามีว่า “ไปคบกับคนใหม่ เขาได้มาช่วยจ่ายเงินบ้างไหม?” แต่สามีของคุณจอยก็ไม่อยากรบกวน หรือมาพูดอะไรกับคุณจอยในเรื่องนี้ต่อ เพราะคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาส่วนตัวของตัวเขา เขาจึงอยากที่จะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองมากกว่า หลังจากที่ได้เล่าจบ คุณจอยก็ได้ปรึกษากับเหล่าดีเจว่า เธอนั้นควรจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ดีควรพูดตรง ๆ กับน้องสาวสามีหรือควรปล่อยไป แล้วหันมาจัดการความรู้สึกของตนเองดี หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด เหล่าดีเจจึงได้เริ่มให้คำปรึกษาตามความคิดเห็นของแต่ละคน เริ่มต้นจาก ‘ดีเจต้นหอม’ โดยให้ความเห็นว่า “ให้เราโพสต์ใน Facebook ใน Account ของสามีเลยว่า ‘เราเป็นภรรยา และเพิ่งได้รหัสผ่านของสามีมา การจากไปครั้งนี้ก็อยากสร้างความทรงจำที่ดี วันนี้เราขอทำการปิด Account นี้ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำระหว่างเราสองคนนะคะ’ แล้วเราก็ปิดการอนุญาตให้แท็ก เปลี่ยนรหัสไปเลย แล้วถ้าน้องเขาจะขอรหัสออีก ก็บอกไปเลยว่า อย่าเลย ให้อยู่แบบนี้ดีกว่า ถ้าอยากได้รูปอะไรก็ไปแคปเอา หรือให้เราไปแคปให้เขาเองก็ได้ ถ้าอยากได้อะไรก็ให้บอกมา เพราะเรารู้สึกว่า ไม่อยากให้มีการเคลื่อนไหวใด ๆ แล้ว ส่วนตัวพี่รู้สึกว่า เรายังไม่ควรไปพูดเปิด ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรเยอะเกินไป รู้สึกว่าเราแค่แจ้งก็เป็นอันรับทราบกันแล้วก็พอ แต่ถ้าเขายังมาวุ่นวายกับเราอยู่ เราก็สามารถพูดตรง ๆ ได้เลย” ต่อมาที่ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้ความเห็นว่า “พี่ว่าคุณจอยก็มีสิทธิ์ทำและดูแลทุกอย่างใน Account ของสามีนะ เพราะเป็นของสามีเราที่จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายแล้ว แต่ถ้าคุณจอยทำแล้วมันมีปัญหา คุณจอยก็ต้องใจแข็งนะ คือพี่รู้สึกว่า สิ่งเกิดขึ้นนี้มันแปลกตรงที่เหมือนไม่ใช่พี่น้องที่สนิทกัน เพราะตอนสามีของคุณจอยป่วย เขาก็ไม่ได้มาดูแล ถ้าคุณจอยไม่ได้มีปัญหากับเขา แล้วเขาไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตเรา ลองทำแบบที่พี่หอมบอก พี่ว่าก็เป็นทางเลือกที่ดี” สุดท้าย ‘ดีเจเผือก’ ก็ได้ออกความเห็นว่า “เท่าที่ฟังมาก็รู้สึกว่าก็เป็นไปได้ที่พอหลังจากสามีเสียไปแล้ว เขาจะคิดถึงพี่ชาย หรือเขาจะรู้สึกอะไรขึ้นมา แล้วการที่เขาโพสต์อะไรบางอย่าง แล้วมันขึ้นอยู่ในฟีดของพี่ชายเขา พยายามคิดแบบใส ๆ โลกสวยเลย คือเขาอาจจะคิดว่า นี่คือหนึ่งช่องทางในการเชื่อมโยงตัวเขากับพี่ชายที่เสียไปแล้ว คิดว่าเป็นไปได้ที่เขาจะคิดแบบนี้ ส่วนเรื่องราวก่อนที่สามีจะเสีย พี่รู้สึกว่า อารมณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นมันอาจจะเยอะมาก แต่วันนั้นก็ส่วนของวันนั้น ถามว่าแล้วมันสร้างผลเสียอะไรอีกมั้ย นอกจากความรำคาญใจ ถ้าเขามาโพสต์แทนใน Account ของสามีเลย สำหรับพี่ พี่ไม่เห็นด้วย แต่นี่คือแค่การแท็ก เขาไม่ได้เข้ามาเล่น Account ของสามี พี่ก็รู้สึกว่ามันยังไม่ได้หนักหนามากขนาดที่จะทำให้เราต้องไปนั่งคุยกัน ก็เลี่ยงที่เราอาจจะเบากว่า ถ้าเรารำคาญ เรากดซ่อนได้ โดยไม่ต้องบล็อก หรือเสียความสัมพันธ์ ถ้าเรายังไม่พร้อมก็ไม่ต้องไปเห็นมัน ลองพิจารณาดูก่อนว่ามันเป็นเพราะความบาดหมางตั้งแต่เรื่องก่อนหน้านี้หรือป่าว ที่ทำให้เรามองเขาไม่ดีไปแล้ว สุดท้ายแล้วถ้าเราจะไม่เอาคนนี้ไว้ในชีวิตแล้วก็ไม่ผิด เพราะเขาไม่ได้มีผลอะไรในชีวิตเราแล้ว แค่ลองแยกปัญหาให้ถูก ว่าจริง ๆ แล้วเราคิดยังไงอยู่กันแน่”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนของหนูแอบไปคุยกับคนเก่าในแอคลับ เขายอมรับว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคนเก่าและตอนนี้ยังไม่ได้มีการหย่ากัน!! หนูควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีคะ ?

13 มี.ค. 2026

แฟนของหนูแอบไปคุยกับคนเก่าในแอคลับ เขายอมรับว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคนเก่าและตอนนี้ยังไม่ได้มีการหย่ากัน!! หนูควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีคะ ?

แฟนของหนูแอบไปคุยกับคนเก่าในแอคลับเขายอมรับว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคนเก่าและตอนนี้ยังไม่ได้มีการหย่ากัน!!หนูควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีคะ ? ‘คุณแตง (นามสมมติ)’ อายุ 24 ปี สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนยังไม่หย่ากับแฟนเก่า แถมยังแอบคุยกันในแอคลับอีกด้วย!! โดย ‘คุณแตง (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูกับแฟนคบกันมาได้ 1 ปีแล้ว ระหว่างที่เราคบกันก็มีปัญหากันบ้าง คือเรื่องที่แฟนของหนูแอบไปคุยกับคนเก่า จนวันหนึ่ง เขาก็ยอมรับว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคนเก่า และตอนนี้ยังไม่ได้มีการหย่ากัน หนูก็ถามเขานะคะ ว่าคิดจะหย่ากันบ้างไหม เขาก็รับปากกับหนู ว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ภายในสิ้นปี 2568 แต่สุดท้ายเขาเองก็ไม่ไปหย่าตามที่พูด เมื่อไม่นานมานี้ หนูแอบเปิดโทรศัพท์ของแฟนเพื่อที่จะดูว่าเขาแอบมีคนอื่นอีกหรือเปล่า จนหนูได้เปิดเขาไปดูในแอคหลุมของเขา ปรากฏว่าหนูเห็นเขาคุยกับแฟนเก่าที่จดทะเบียนสมรสกัน ในแชตมีบทสนทนาเชิงชู้สาวเยอะมาก เช่น ฝ่ายหญิงถามแฟนหนูว่า จะไปหาเขาไหม เพราะแฟนใหม่ของฝ่ายหญิงไม่อยู่บ้าน ทั้งยังส่งรูปภาพหากัน พูดแทนกันว่าสามีภรรยา ทั้งที่เลิกกันไปแล้ว และต่างคนก็ต่างมีแฟนใหม่กันทั้งคู่ หนูรู้สึกเสียใจมาก ย้อนกลับไปเมื่อกลางปีที่แล้ว เคยมีสายโทรศัพท์โทรเข้ามาหาแฟนของหนู ซึ่งหนูก็แอบได้ยินเสียงจากปลายสายถามเขาว่า "ถึงบ้านแล้วหรือยัง" แต่แฟนหนูตอบกลับเขาไปว่า "ตอนนี้ผมไม่สะดวกครับ" ก่อนจะรีบตัดสายไป หนูเองก็ถามเขานะคะว่าใครโทรมาหา เขาก็อ้างว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์ ตอนนั้นเขาคงไม่รู้ว่าหนูได้ยินเสียงที่อยู่ในสาย หนูก็ทำได้แค่ปล่อยเรื่องไปนี้ และไม่ได้ถามอะไรต่อ เวลาผ่านไปได้ไม่นาน เรื่องนี้ยังคงค้างคาอยู่ในใจ จนทนไม่ไหว ต้องถามเขาไปตรง ๆ อีกครั้ง แต่เขาก็ยืนยันว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์โทรมา รวมทั้งยังเปิดรูปให้ดูอีกด้วย ว่าเบอร์ที่โทรมานั้น เป็นเบอร์เลข 4 ตัว ซึ่งมันไม่ใช่เบอร์ของคนทั่วไป จนวันที่จับได้ว่าเขาแอบคุยกับแฟนเก่าในแอคหลุม หนูก็เข้าไปค้นสายโทรออกของเขา ทำให้หนูรู้ว่าเบอร์เลข 4 ตัวที่เขาอ้างว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์นั้น ถูกเมมชื่อเป็นตัวเลขอยู่ในโทรศัพท์ ซึ่งเบอร์นั้นมันคือเบอร์ของแฟนเก่าเขา พวกเขาโทรหากัน เฟสไทม์หากัน เวลา 3 - 4 ทุ่มแทบจะทุกวัน มันเลยทำให้หนูรู้ว่า ทุกครั้งที่เขาบอกฝันดีหนู เขาเอาเวลาหลังจากนั้นไปคุยกับแฟนเก่าของเขาตลอดเลย หลังจากคืนนั้นที่หนูรู้ความจริงทั้งหมด หนูได้เปิดหน้าจอของแชตเขาค้างไว้ เพื่อต้องการที่จะให้เขาได้รู้ตัว แต่เขาก็ยังคงทำตัวปกติ หนูจึงคุยกับเขาไปตรง ๆ เขาก็ยังปฏิเสธ จนหนูยื่นคำขาดกับเขาไปว่าจะโทรไปหาผู้หญิงคนนั้นหากไม่ยอมรับ เขาก็บอกให้หนูโทรไปได้เลย ตอนนั้นหนูไม่โอเคมาก ๆ จนเขายอมขอโทษหนู และอ้างว่าเขาคุยกันแค่เรื่องหนี้สิน และเรื่องแมวเท่านั้น ตัวหนูเองก็ไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอก หนูก็ไม่เคยเข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพวกเขาต้องแอบคุยกัน อย่างน้อยให้หนูรู้ด้วยก็ยังดีกว่า แต่เขาก็ให้เหตุผลมาว่าไม่อยากให้หนูรู้เรื่อง เพราะกลัวหนูคิดมากแล้วไปหาเรื่องอีกฝ่าย หนูก็บอกเขาไปว่าถ้าเป็นแบบนี้ มันก็เหมือนนอกใจกันไปแล้ว และเขาก็ไม่ได้นอกใจไปหาคนใหม่ แต่กลับนอกใจไปหาคนเก่า แบบนี้มันทำให้หนูรู้สึกเจ็บกว่า เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้หนูได้บอกเลิกเขาไป แต่เขาก็ไม่ยอมเลิกกับหนู หลังจากนั้นหนูได้กดติดตามแอคหลุมของผู้หญิงคนนั้นไป พอผู้หญิงคนนั้นรู้เรื่อง เขาก็ทักมาหาแฟนหนูว่า ‘เธอเกมแล้วหรอ’ ก่อนที่เขาจะขอเบอร์หนูเพื่อที่จะโทรมาบอกว่ามันไม่มีอะไร หนูจึงพูดเรื่องหย่าไปตรง ๆ แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับบอกว่าไม่สะดวก เพราะต้องทำงานและเรียน ไม่มีเวลาว่าง อีกอย่างเขาก็ไม่รู้จะบอกแฟนใหม่ของเขายังไง เพราะแฟนใหม่ของเขาก็ไม่ได้รู้เรื่องนี้ด้วย ในตอนนั้นเขาพูดกับหนูคำหนึ่ง ซึ่งมันทำให้หนูรู้สึกเจ็บมาก ๆ เขาบอกว่า ‘เรื่องนี้หนูไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะหนูเป็นแค่แฟนใหม่ของผู้ชายคนนั้น หนูเป็นคนอื่นในความสัมพันธ์ คนที่คบกันมาได้เพียงแค่ปีเดียว ก็ไม่ควรมายุ่ง’ หนูจึงบอกเขาไปตรง ๆ ว่าหนูรู้สึกไม่โอเคกับเรื่องนี้จริง ๆ หนูเสียใจ รู้สึกเครียดตลอดเวลา หนูก็กลัวการฟ้องร้องในอนาคต หากพวกเขายังไม่ยอมหย่ากัน ผู้หญิงคนนั้นจึงยอมบอกว่า สิ้นปี 2569 นี้เขาจะเรียนจบ และจะหาเวลาไปทำเรื่องหย่าให้ ความสัมพันธ์ของหนูกับแฟนในตอนนี้อยู่ในช่วงห่างกันค่ะ เราแทบไม่ได้คุยอะไรกันเลย เพราะแฟนเขาต้องไปเข้าฝึกอบรมอยู่ในค่ายแห่งหนึ่ง ไม่ค่อยมีเวลาคุยกันสักเท่าไหร่ อย่างมากก็แค่วันละ 5 นาที ในความสัมพันธ์แบบนี้ หนูควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีคะ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าเป็นพี่คงเลือกความสบายใจของตัวเองเป็นหลักมากกว่า อย่าเอาชีวิตของเราไปยึดติดไว้อยู่กับคนอื่น เราคงต้องถามตัวเองว่าเราโอเคกับการที่เขามีทะเบียนสมรสค้างอยู่หรือเปล่า มันมีผลแน่ ๆ ทั้งจิตใจและทางกฏหมาย เราคงไปคุยกับแฟนเก่าเขาไม่รู้เรื่องหรอก ยังไงก็มีปัญหาแน่ ๆ ตอนนี้เรายังอยู่ในสถานะชู้ในแง่ของกฏหมายอยู่ ถ้าแฟนของเราไม่เคลียร์ปัญหาเรื่องแฟนเก่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ยังไงก็ต้องเลิก” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “มันไม่มีอะไรดีเลยในความสัมพันธ์แบบนี้ มันเป็นความตั้งใจที่เขาต้องการหลอกเรา ทุกอย่างที่เขาทำเพื่อที่จะหลอกเราไปคุยกับคนอื่น เราเชื่ออะไรเขาไม่ได้เลย คนรักกันมันต้องมีความเชื่อใจซึ่งกันและกัน เขาสองคนทำสิ่งที่เป็นเหมือนการทำร้ายเราซ้ำ ๆ เขาตั้งใจทำให้เราเชื่อ และไม่ยอมรับในสิ่งที่เขาทำ จริง ๆ แล้วการหย่า สามารถทำได้โดยไม่ต้องเจอกัน แต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่ทำ อย่าเสียดายเวลาแค่ปีเดียว อย่าปล่อยให้เวลามันล่วงเลยมากไปกว่านี้ การที่เราจะมีแฟนสักคนในชีวิต มันต้องเป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เราเสียใจ” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าฝ่ายหญิงเขากลัวว่าแฟนใหม่จะรู้เรื่องนี้จริง ๆ เขาจะยิ่งรีบไปหย่า ประโยคที่เขาบอกว่าเราเป็นคนอื่น มันคือเรื่องจริง เขาสองคนคือคนของกันและกัน เขาสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง สำหรับเราความรักแค่หนึ่งปี มันเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งที่กำลังหลงกัน ถ้าผู้ชายคนนี้เขารักเราจริง เขาจะพิสูจน์และทำให้เรามั่นใจในตัวเขา แต่การกระทำเขาทุกอย่าง มีความตั้งใจเพื่อที่จะหลอกเราทั้งหมด ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ตั้งใจจะรักเราเลย ทุกความตั้งใจของเขา คือการหลอกเรา นี่คือความตั้งใจเดียวของเขา กลับไปถามตัวเองว่า เราไม่สามารถหาใครสักคนหนึ่ง ที่เกิดมาเพื่อตั้งใจรักเราได้เลยจริง ๆ หรอ การที่เราอยู่คนเดียวมันไม่ได้แย่เสมอไป ดีกว่าการเปิดรับใครสักคนเข้ามาในชีวิต เพื่อให้เขาทำร้ายเรา”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเรา ทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม เราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ?

06 มี.ค. 2026

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเรา ทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม เราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ?

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเราทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมเราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ? ‘คุณนิสา (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนชาวเกาหลีไม่โอเคเพราะเพื่อนเกย์มานอนค้างที่คอนโด ‘คุณนิสา (นามสมมุติ)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า เธอเพิ่งคบกับแฟนชาวเกาหลีวัย 40 กว่าได้ไม่นาน กำลังจะเข้าสู่เดือนที่สอง โดยช่วงนี้แฟนหนุ่มได้บินกลับเกาหลีไปได้ครึ่งเดือนแล้ว คุณนิสามีเพื่อนเป็นเกย์ออกสาว ซึ่งปกติเพื่อนคนนี้จะมาหา มาพูดคุย และนอนค้างที่คอนโดเป็นบางครั้ง แต่ช่วงที่แฟนมาไทย เพื่อนก็ไม่ได้มา ล่าสุด เพื่อนเกย์คนดังกล่าวจะมาค้างที่คอนโด คุณนิสาจึงส่งข้อความบอกแฟนไป แต่แฟนกลับตกใจมากและถามว่า “ทำไมถึงนอนกับผู้ชาย” ซึ่งคุณนิสามองว่าเพื่อนคนนี้เป็นเกย์ที่ออกสาวมาก และแฟนก็รับรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเธอเคยส่งวิดีโอที่เพื่อนเต้นให้ดู แต่แฟนหนุ่มยืนยันว่า อย่างไรก็ตามเพศสภาพของเพื่อนคนนี้ก็คือผู้ชาย ถ้ายังมีอวัยวะเพศชายอยู่เขาก็ไม่ไว้ใจ ทั้งที่เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนกับคุณนิสามาตั้งแต่มัธยม และเวลาที่เพื่อนมานอนก็จะนอนที่โซฟา ส่วนคุณนิสานอนในห้องของตนเอง แต่แฟนก็ยังคงรับไม่ได้ และพูดว่า ถ้ายังให้เพื่อนมานอนด้วยแบบนี้ ก็ต้องเลิกกัน คุณนิสาจึงตัดสินใจว่า “โอเค เลิกก็เลิก” เพราะเธออยากที่จะรักษาความเป็นเพื่อนมาก ไม่นานหลังจากนั้น แฟนชาวเกาหลีก็ทักข้อความมาหาว่าเขาไม่อยากเลิกกับคุณนิสาเพราะเรื่องนี้ แต่เขายังคงยืนยันหนักแน่นว่าไม่โอเคกับการให้เพื่อนมานอนที่ห้อง ขณะที่คุณนิสาก็ยังยืนยันจุดยืนเดิมว่าจะไม่เลิกคบ และจะอยู่กับเพื่อนแบบนี้ต่อ เพราะเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว สำหรับคุณนิสาแล้ว เพื่อนเกย์คนนี้ไม่ใช่ผู้ชาย และเรื่องอื่น ๆ ในความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนก็ราบรื่นดี แฟนไม่เคยบังคับ และเคารพในมิตรภาพของพวกเธอ แต่แฟนก็อยากให้มองในมุมของเขาว่า แม้เขาจะพยายามฝืนให้โอเคได้ในตอนนี้ แต่ในระยะยาวเขาก็จะอึดอัด ซึ่งคุณนิสาก็ยังไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับเพื่อน และแฟนกับเพื่อนก็ยังไม่เคยเจอกัน แฟนชาวเกาหลีจึงขอเวลาไปหาทางออก เนื่องจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน คุณนิสาจึงอยากปรึกษาว่า จะทำยังไงให้เรื่องนี้มีทางออกที่สามารถอยู่ตรงกลาง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจได้บ้าง เริ่มต้นด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้ความเห็นว่า “สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้คือ การยอมรับกลุ่ม LGBTQ ในเกาหลี ส่วนใหญ่เขาค่อนข้างไม่เปิดรับ พี่เข้าใจได้ว่าเขาสามารถคิดได้ว่านี่อาจจะเป็นผู้ชายที่ชอบแต่งหน้าและกริยาเหมือนผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งเป็นมุมมองที่แม้แต่พ่อแม่ที่ไทยบางคน ก็ยังไม่โอเคเลยที่ลูกสาวจะนอนกับเพื่อนที่เป็นเกย์ สำหรับพี่มองว่า เพื่อนหนูอาจจะเข้าใจหนูก็ได้ แต่ตอนนี้นิสายังไม่กล้าคุยกับเขา สุดท้ายชื่นชมนะ เพราะส่วนใหญ่คนจะเลือกผู้ชายมากกว่าเพื่อน ในเมื่อเรารู้แล้วว่าตอนนี้แฟนต้องการเวลาปรับตัวให้ยอมรับเรื่องนี้ได้ ระหว่างนี้เราก็ไปคุยด้วยความจริงใจกับเพื่อนก่อน ถ้าเขารู้ว่านิสาได้เลิกไปแล้ว นิสาเลือกเขาก่อนแล้ว เขาจะเข้าใจนะ แล้วค่อยไปคุยกับแฟน ถ้าเขารู้จักกันกับเพื่อนเรา เขาอาจจะเข้าใจก็ได้” ตามด้วย ‘ดีเจเผือก’ พูดว่า “ต่อให้ไม่ต้องเป็นเกาหลีพี่ก็พอเข้าใจ มันเพิ่งจะสองเดือนแรก อาจจะคลั่งรักมาก จะมีหึงบ้างเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นคนเกาหลี วัฒนธรรมเขาเป็นแบบนั้น พี่ก็ยิ่งเข้าใจเลย แต่แนะนำว่าช่วงนี้ก็อาจจะต้องเลี่ยงการเจอกับเพื่อนหน่อย จนกว่าแฟนจะได้เจอกับเพื่อนเราจริง ๆ แล้วเขาอาจเข้าใจ สุดท้ายแล้ว ลองชั่งน้ำหนักดูว่าแฟนหนูมีค่าพอให้ยื้อมั้ย หรือควรจะเลือกอะไร" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำแนะนำว่า "ตรงกลางสำหรับพี่คือ ติดกล้อง แล้วดูในแอปพลิเคชันค่ะ บอกเขาว่าเป็นแบบนี้ไปก่อน ดูในกล้องไปก่อน อย่าเพิ่งเลิกกัน แต่ถ้าถึงวันที่เขาเจอกับเพื่อนเราแล้วเขายังรับไม่ได้ ก็คือรับไม่ได้แล้วค่ะ" สรุปแล้วดีเจทั้งสามมีความคิดเห็นที่เหมือนกันว่าควรให้แฟนกับเพื่อนได้ลองเจอกันก่อน แล้วการตัดสินใจ หรือทางออกที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองฝ่ายนั้นจะง่ายขึ้นเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนเก่าของพี่ชาย ชอบแต่งตัวเลียบแบบ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แม้กระทั่งชื่อไอจี รู้สึกรำคาญใจและอึดอัดมาก หนูใจแคบหรืออคติเกินไปหรือเปล่า?

06 มี.ค. 2026

แฟนเก่าของพี่ชาย ชอบแต่งตัวเลียบแบบ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แม้กระทั่งชื่อไอจี รู้สึกรำคาญใจและอึดอัดมาก หนูใจแคบหรืออคติเกินไปหรือเปล่า?

แฟนเก่าของพี่ชาย ชอบแต่งตัวเลียบแบบทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แม้กระทั่งชื่อไอจีรู้สึกรำคาญใจและอึดอัดมาก หนูใจแคบหรืออคติเกินไปหรือเปล่า? ‘คุณหวาน (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มกราคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นไม่สบายใจเพราะแฟนเก่าของพี่ชายเลียนแบบตัวตนบนโซเชียล ‘คุณหวาน (นามสมมุติ)’ อายุ 22 ปี ได้เล่าว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แฟนเก่าของพี่ชาย ชื่อสมมุติว่า ‘เอ’ ซึ่งคุณหวานกับเอเคยคุยกันบ่อย ๆ และเคยเจอกันบ้างแต่ไม่ได้สนิทกัน เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่เอทักมาชื่นชมรูปภาพของเธอในโซเชียล หลังจากนั้นความแปลกก็เริ่มต้นขึ้น มีอยู่วันหนึ่งคุณหวานโพสต์สตอรี่ใส่เสื้อลายดอก และหลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ เอก็โพสต์รูปที่แต่งตัวเหมือนกันทุกอย่าง ทั้งเสื้อลายดอก กระโปรง รองเท้า แม้แต่กระเป๋า ซึ่งคุณหวานก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเอก็ยังคุยกับเธอดีเหมือนปกติ แต่ไม่นานเธอสังเกตได้ว่า เอเริ่มเลียนแบบและโพสต์รูปตามหลังประมาณ 1-2 อาทิตย์ หรือ 1-2 เดือนเสมอ หลายอย่างเริ่มเหมือนเธอขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งการถ่ายสตอรี่ มุมถ่ายภาพ ท่าทาง และแคปชั่นแถมยังเปลี่ยนชื่อไอจีตามเธออีกด้วยโดยชื่อไอจีของเธอจะเป็นชื่อและลงท้ายด้วยชื่อที่คนที่บ้านเรียกกัน ซึ่งก็มั่นใจได้ว่ามันคือชื่อที่ค่อนข้างเฉพาะ แต่คุณเอดันเปลี่ยนตามเธอซะอย่างนั้น อยู่มาวันหนึ่ง มีบัญชีลับ (แอคเคาท์หลุม) มาแอบส่องโซเชียลคุณหวานบ่อย ๆ เธอจึงบล็อกไป เมื่อเธอลองค้นหาชื่อบัญชีจริงของเอ ก็ค้นหาไม่พบ เธอจึงปลดบล็อกบัญชีลับนั้น และสามารถค้นหาบัญชีจริงของเอได้ตามปกติ ทำให้เธอมั่นใจว่า บัญชีที่เข้ามาส่องเธอนั้น คือเอ คุณหวานเคยทักไปคุยกับพี่ชายว่าเธอรู้สึกอึดอัดที่โดนลอกเลียนแบบ พี่ชายจึงไปคาดคั้นความจริงจากเอว่ามีเจตนาทำแบบนั้นจริงหรือไม่ แต่เอก็ปฏิเสธ นอกจากนี้ยังมีช่วงหนึ่งที่เอเข้ามาส่องโปรไฟล์ TikTok และกดเซฟคลิปของคุณหวานไว้ในรายการโปรด ซึ่งมีการแจ้งเตือนคนเซฟคลิปไปที่คุณหวาน เธอจึงรู้ตัว หลังจากนั้นคุณเอก็บล็อกคุณหวานทุกช่องทาง และไม่นานคุณเอโพสต์วิดีโอที่ถ่ายตัวเอง โดยมีลักษณะคล้ายคุณหวานตามคลิปที่เขาได้เซฟไป ด้วยความรู้สึกแปลก ไม่สบายใจ และอึดอัด จึงโทรมาปรึกษาพี่ ๆ ดีเจในรายการว่า คุณหวานใจแคบหรืออคติเกินไปหรือเปล่า แล้วจะทำอย่างไรให้เลิกสนใจว่าเขาทำตามเราหรือไม่ เริ่มที่ ‘ดีเจเผือก’ พูดว่า"พี่ว่าหนูไม่ได้ใจแคบเลยนะ มันเป็นเรื่องปกติ ในช่วงวัยหนึ่ง เวลาที่เรามีเพื่อนซื้อของตาม เราก็รู้สึกรำคาญใจบ้าง ว่าทำไมต้องซ้ำกันด้วยล่ะ ยิ่งเรื่องนี้มันไปไกลกว่านั้นอีกขั้น ไม่ใช่แค่เลียนแบบสไตล์การแต่งตัว เราต้องแยกให้ออกระหว่างคนที่มองเราเป็นแบบอย่างกับคนที่ลงคอนเทนต์เดียวกัน แคปชั่นเดียวกัน อันนี้มันเยอะเกินไป พี่เข้าใจถึงความอึดอัดที่หนูมีนะ แต่เราลองมองย้อนกลับไป คนที่น่าสงสารที่สุดคือ 'เอ' การที่เขาใส่เสื้อผ้าตามเรามันไม่ผิด แต่การที่เขาตามดูเรา และอยากจะเป็นตัวเราจนไม่เป็นตัวของตัวเองต่างหากที่เกินไป สุดท้ายแล้วคือ หนูไม่ต้องรู้สึกรำคาญ ปล่อยเขาไป อย่าเอามาทำให้ตัวเองต้องร้อนใจ คิดในเชิงเมตตา ปล่อยให้ปัญหาเป็นของเขา ถ้าอยากสนุกขึ้น เราก็ลองทำคอนเทนต์ที่มันยากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อดูว่าเขาจะทำตามได้ไหม คนที่เป็นผู้นำต้องนิ่ง และใช้ชีวิตของเราต่อไป" ต่อด้วย ‘ดีเจต้อนหอม’ให้คำแนะนำว่า "พี่ว่าไม่ได้ใจแคบหรอก แต่พี่ว่ามันคือเรื่องกวนใจมากกว่า เราก็มองเป็นมุมที่ดีไปเลย ว่าเราเป็นซุปเปอร์สตาร์ เราน่ารัก เขาเลยอยากจะทำตามเรา หวานอาจจะกังวลเพราะคนคนนี้เป็นแฟนเก่าของพี่ชาย เลยดูประหลาด ดูแปลก เพราะฉะนั้นอย่าอยู่ใกล้เลย บล็อกไปเลย ไม่ต้องไปยุ่งเลย บอกเพื่อนไม่ต้องส่งให้ดูด้วย” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ บอกว่า "พี่ก็ไม่ได้มองว่าเป็นคนใจแคบ เวลาที่มีใครมาแต่งเหมือนเรา เราก็จะมีความรู้สึกแบบว่า 'ทำไมต้องมาแต่งเหมือนเรา' ไม่ต้องไปมองในแง่ลบ คิดซะว่า อย่างน้อยเรามีสไตล์ที่ดี เขาเลยอยากแต่งตาม แนะนำเพิ่มว่า ไม่ต้องไปตามเขาในโซเชียล แต่ก็ต้องระวังด้วยว่าการที่เขาเลียนแบบเราแบบนี้ เขาหวังผลอะไรอื่น ๆ ภายหลังหรือเปล่า อาจจะให้เพื่อนคอยตามดูให้ แต่ไม่ต้องตามเอง เผื่อในอนาคตที่เขาพยายามจะแอบอ้างเราไปทำเรื่องแย่ ๆ เราจะได้มีหลักฐานอยู่บ้าง อย่างที่พี่เผือกบอก เราไม่ได้เหนื่อยเลย แค่ใช้ชีวิตของเราไป เขาที่ทำตามเราน่ะคือคนเหนื่อย อย่าปล่อยให้เหยื่อคือเรา"เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

นอนอยู่เตียงชั้นบน แต่เตียงชั้นล่างมันสั่น ผมก็คิดว่าแผ่นดินไหว แต่ที่ไหนได้ รูมเมทแอบมีอะไรกับแฟน!

05 มี.ค. 2026

นอนอยู่เตียงชั้นบน แต่เตียงชั้นล่างมันสั่น ผมก็คิดว่าแผ่นดินไหว แต่ที่ไหนได้ รูมเมทแอบมีอะไรกับแฟน!

นอนอยู่เตียงชั้นบน แต่เตียงชั้นล่างมันสั่น ผมก็คิดว่าแผ่นดินไหวแต่ที่ไหนได้ รูมเมทแอบมีอะไรกับแฟน! ‘คุณธีร์ (นามสมมติ)’ อายุ 27 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นนอนเตียงชั้นบน แต่ชั้นล่างมันสั่น ๆ เพราะรูมเมทแอบมีอะไรกับแฟน โดย ‘คุณธีร์ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ตอนนี้กำลังหางานทำอยู่ที่ต่างประเทศจึงต้องมาพักที่โฮสเทลแห่งหนึ่ง แต่ที่นี่กลับทำให้ผมรู้สึกว่า เหมือนผมจะมาเป็นสักขีพยานรักให้กับรูมเมท ห้องที่ผมอยู่มีเตียง 2 ชั้น ทั้งหมด 2 เตียง ผมอยู่กับรูมเมทซึ่งเป็นชาวต่างชาติอีก 3 คน และทุกคนเป็นผู้ชาย เพราะที่นี่ห้องนอนชายหญิงจะแยกออกจากกัน แต่สามารถมาหากันได้ตามปกติ ที่นอนของผมอยู่บนเตียงชั้น 2 ส่วนเตียงด้านล่างเป็นรูมเมทชาวญี่ปุ่น ซึ่งเขาจะพาแฟนมานอนด้วยบ่อย ๆ วันหนึ่งประมาณช่วงเวลาบ่ายโมง ทุกคนในห้องออกไปทำงานกันหมดแล้ว เหลือเพียงแค่ผมกับรูมเมทชาวญี่ปุ่นที่ยังอยู่ในห้อง เขาก็เอาแฟนมาอยู่ด้วยอีกตามเคย ตอนนั้นผมกำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงชั้น 2 เขาก็เห็นว่าผมนอนอยู่ชั้นบน เวลาผ่านไปได้สักพัก ผมก็รู้สึกว่าเตียงมันเริ่มสั่น ผมได้แต่คิดในใจว่าแผ่นดินไหวไหม แต่มันแรงขึ้นเรื่อย ๆ และโยกไปมา จนผมคิดว่ามันไม่น่าใช่แล้ว สงสัยว่ารูมเมทของผมกับแฟนสาวของเขาน่าจะมีอะไรกัน พอผมได้ยินเสียงเขาดึงทิชชู ผมเลยตัดสินใจแกล้งนอนหลับ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะรู้สึกว่าเตียงมันโยก แต่ผมก็คิดว่านอนต่อก็ได้ ตั้งแต่วันนั้นมาเตียงของผมก็โยกทุกวันเลย ส่วนวันนี้ผมก็ตื่นขึ้นมาตามปกติ สักพักผมได้ยินเสียงเขาจูบกันด้านล่าง แล้วเขาก็พูดว่า ‘รู้สึกดีจัง’ เขารู้ว่าผมนอนอยู่บนเตียงชั้นบน แต่เขาก็ไม่สนใจ บางทีผมก็อยากออกไปจากห้องนะครับ แต่ข้างนอกอากาศมันร้อนมากจนผมไม่อยากออกไปไหนเลย พวกเขาน่าจะห้ามใจกันไม่ไหว ผมไม่แน่ใจว่าเขารู้ไหมว่าผมไม่ได้หลับแต่การที่เขาทำแบบนี้ มันรบกวนการนอนของผมมาก ทุก ๆ เช้าผมกับพวกเขาก็ทักทายกันตลอด แต่ก็ยังไม่ได้สนิทกันมากสักเท่าไหร่ ผมต้องอยู่ที่นี่อีกประมาณเดือนกว่า ผมเองก็ไม่รู้ว่าต้องทนอยู่แบบนี้อีกนานเท่าไหร่ ผมรู้สึกเขินที่ต้องมารับรู้เรื่องนี้ และต้องมาเป็นสักขีพยานให้กับความรักของเขาทั้งสอง ผมควรจะคุยกับเขาตรง ๆ หรือผมควรจะทนนอนอยู่แบบนี้ต่อไปดีครับ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เราทำอะไรไม่ได้หรอก นอกจากพูดกับเขาตรง ๆ หรือเราจะย้ายออก แต่ลองพยายามบอกอ้อม ๆ ก่อน อาจจะต้องประเมินสถานการณ์ ลองชวนเขาคุยดูก่อนว่าเขามีความรู้สึกผิดบางไหม แล้วเอามาวิเคราะห์กับตัวเราเอง ว่าเขาจะเป็นคนที่พร้อมจะรับฟังไหม แล้วถ้าพูดไปแล้วเขาจะคิดได้ไหม” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าอยากจะแก้ปัญหาจริง ๆ เป็นเราจะไม่มองเขาเป็นเพื่อน เราจะมองเขาเป็นเพียงแค่แขกในบ้านคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปด่าเขา ถ้าเป็นเราคงจะบอกไปตรง ๆ ว่าถ้าจะทำอะไรกัน เราอยู่ข้างบนนะ บางทีมันก็อึดอัด ถ้าเขาปฏิเสธ และไม่ยอมรับ ก็บอกเขาไปว่าต่อจากนี้ เราจะไม่เกรงใจแล้วนะ ถ้ามันสร้างความรบกวน เราจะต้องพูดตรง ๆ ไม่ต้องเกรงใจเขา” ทางด้านของ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าเป็นผมจะไม่เจรจาอะไรเลย เพราะผมมองว่ามันเสียเวลา หรือถ้าไม่ไหว ก็ลองแกล้งทำเป็นรับโทรศัพท์ แล้วเดินลงมาจากเตียง ให้เขารับรู้ว่าเรายังอยู่ตรงนี้ สิ่งที่เขาทำแปลว่าเขาเต็มใจให้เรารับรู้ ถ้าเราโอเคกับเรื่องนี้ก็นอนฟังต่อไป แต่ถ้าไม่โอเคก็แค่เดินออกมา เราจะไม่ยอมให้ตัวเองอึดอัดเด็ดขาด ”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

7 ปี ฝังใจ จำไม่ลืม! เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซองงานแต่งให้ แถมซองที่คนอื่นฝากมาก็มาไม่ถึงมือเรา!

05 มี.ค. 2026

7 ปี ฝังใจ จำไม่ลืม! เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซองงานแต่งให้ แถมซองที่คนอื่นฝากมาก็มาไม่ถึงมือเรา!

7 ปี ฝังใจ จำไม่ลืม!เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซองงานแต่งให้แถมซองที่คนอื่นฝากมาก็มาไม่ถึงมือเรา! ‘คุณแพนด้า’ (นามสมมติ) อายุ 34 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวในอดีตที่ยังจำฝังใจตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วให้ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' ได้ฟังเกี่ยวกับการที่เพื่อนสนิทมาร่วมงานแต่ง แต่ไม่ใส่ซองมาให้ แล้วยังรับฝากซองจากเพื่อนอีกคน แต่ซองกลับมาไม่ถึงมือเรา ‘คุณแพนด้า’ เล่าว่า เธอนั้นแต่งงานมาแล้ว 7 ปี และมีเพื่อนสนิทสองคนคือ 'คุณเอ' และ 'คุณบี' (นามสมมติ) ทั้งสองมาร่วมงานแต่งในฐานะเพื่อนเจ้าสาวและคอยช่วยเหลือขั้นตอนการจัดเตรียมงาน ในส่วนของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของเพื่อนเจ้าสาวทุกคน ไม่ว่าจะเป็นค่าตัดชุด ค่าแต่งหน้า ทำผม ค่าห้องพักต่าง ๆ คุณแพนด้าก็เป็นคนจัดการให้ทั้งหมด จนเวลาผ่านไปงานแต่งได้จบลง คุณแพนด้าและสามีก็ได้มานั่งนับซองงานแต่งกัน ได้พบว่าคุณเอและคุณบีนั้นไม่ได้ใส่ซองงานแต่งให้เธอ และได้มารู้อีกว่า 'คุณซี' (นามสสมติ) ที่ไม่สะดวกมาร่วมงานแต่งได้ฝากซองไว้กับคุณบี เป็นจำนวนเงิน 500 บาท ซึ่งก็ยังไม่ถึงมือของคุณแพนด้าเช่นกัน ณ เวลานั้นคุณแพนด้าก็ไม่กล้าที่จะถามคุณเอและคุณบีอย่างตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องที่ยังไม่ได้รับซองที่คุณซีฝากมากับคุณบี และเรื่องที่เพื่อนเจ้าสาวทั้งสองไม่ใส่ซองงานแต่งให้ คุณแพนด้าได้เล่าเสริมเพิ่มเติมว่าในพาร์ทการเป็นเพื่อนของคุณเอและคุณบีนั้นถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีมาก ๆ อาจจะมีทะเลาะกันตามประสาเพื่อนสนิทบ้าง แต่สุดท้ายก็จะกลับมารักกันดีเหมือนเดิม คุณแพนด้าจึงได้ปรึกษากับเหล่าดีเจว่า ควรจะปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปหรือควรถามเพื่อนให้หายคาใจดี แล้วถ้าหากได้คุยกัน ควรจะมีวิธีคุยแบบไหน ที่จะไม่ทำให้มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ เหล่าดีเจจึงได้ให้คำปรึกษาและออกความเห็นในมุมมองของตนเอง โดยเริ่มที่ 'ดีเจผือก' ได้บอกว่า “ถ้าเป็นพี่ ผ่านมา 7 ปีแล้ว พี่คงทิ้งความคิดที่จะคุยไปแล้ว แม้วันนี้เราอาจจะเพิ่งมานึกขึ้นได้ แต่มันผ่านมานานมากแล้ว สำหรับพี่ ถ้า ณ เวลาตอนนั้น เราสามารถถามได้ มันไม่ได้ดูน่าเกลียด แต่เราพลาดโอกาสถามมา 7 ปีแล้ว เป็นพี่จะไม่รื้อฟื้นมันขึ้นมาอีก หรืออีกทางคือเขาอาจจะคิดว่า เขามาช่วยเราจัดงานแล้ว มาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้แล้ว เขาก็อาจจะมาช่วยด้วยแรงกายแรงใจแล้ว ไม่ต้องใส่ซองเพิ่มให้แล้วก็ได้” ถัดมาที่ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ก็ได้บอกว่า “พี่เห็นด้วยกับพี่เผือก อาจจะเป็นไปได้แบบที่พี่เผือกบอก เขาอาจจะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้แล้ว เขาอาจจะไม่ต้องให้อะไรเพิ่มแล้ว สำหรับพี่ ถ้าจะถามว่า จะรื้อฟื้นขึ้นมาอีกดีไหม พี่ว่าไม่ควรดีกว่า” สุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้บอกว่า “พี่คือเพื่อนเจ้าสาวที่ไม่ใส่ซองค่ะ เพราะพี่ไปในฐานะเพื่อนเจ้าสาวแล้ว เราลงแรงช่วยจัดงานแต่งไปแล้ว ถ้าอยากได้กำไร ก็ไปเอากับคนอื่นเอง แต่ถ้าเราเป็นคนไปร่วมงาน พี่จะใส่ให้ ซึ่งในพาร์ทอื่นที่คุณแพนด้าบอก คือเขาก็ยังเป็นเพื่อนที่ดี ในส่วนของเงินที่คุณซีฝากมา พี่ว่าเจตนาของเขาอาจจะแค่ลืมจริง ๆ ก็ได้ ถ้าวันนั้นที่เรื่องเกิดขึ้น แล้วเราถาม พี่ว่าเราสามารถถามได้เลย แต่ตอนนี้มันผ่านมานานแล้ว พี่ว่าอย่าไปรื้อฟื้นดีกว่า ถ้าอยากถามจริง ๆ ลองถามแบบติดเล่น ติดตลกดู มันก็อาจจะทำให้บรรยากาศ และบทสนทนามันซอฟมากขึ้น” นอกจากนี้ดีเจเผือกยังเสริมอีกว่า หากไปรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาอีก แล้วเพื่อนโอนเงินมาให้ ก็อาจทำให้บรรยากาศอึดอัดจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกก็เป็นได้เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-