พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต ! ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่า ล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาด และพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต ! ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่า ล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาด และพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต !ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่าล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาดและพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่ 'คุณบ๊อบ' (นามสมมติ) อายุ 20 ปี สายที่ 9 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 กับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนเองเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ใหญ่กว่า จนเสียความมั่นใจ กลายเป็นปมชีวิต ความคืบหน้าล่าสุด 'คุณบ๊อบ (นามสมมติ)' ได้เล่าว่า "ตอนนี้ผมเองก็ได้เปลี่ยนไปโฟกัสกับคนที่ไม่ได้สนเรื่องขนาดมากกว่า และหลังจากที่ได้รับคำปรึกษา ก็ลองเปลี่ยนกลุ่มตลาด ไปทางคนที่อยากไปเจอกันในสถานที่ใหม่ ๆ ได้รู้จัก และชอบก่อนในหลาย ๆ เรื่องก่อน ค่อยไปถึงเรื่องบนเตียง และจากที่อ่านคอมเมนต์จากทางบ้านก็เห็นด้วยที่ว่าถ้าเราอยู่ในตลาดแบบนี้การที่เขาจะสนใจแค่ขนาดของเรามันก็ไม่แปลก" 'ดีเจต้นหอม' ได้พูดให้กำลังใจต่อว่า ‘เห็นมั้ยว่าการที่เรากล้าเปิดใจถาม ทำให้ไม่ต้องเก็บความกังวลไว้คนเดียว และก็ได้เห็นความคิดเห็นของคนอื่น ๆ อีกว่า สิ่งนี้เป็นเรื่องปกติมากเลย’ ปิดท้ายด้วย 'ดีเจเผือก' ฝากไว้ว่า ‘ไม่ต้องรีบ ปล่อยไปตามจังหวะชีวิตครับ’เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง!ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธเพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้ 'คุณแพนด้า' (นามสมมติ) อายุ 34 ปี สายที่ 11 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนเจ้าสาวไม่ได้ใส่ซองงานแต่ง แถมซองที่คนอื่นฝากมาก็มาไม่ถึงมือเราความคืบหน้าล่าสุด 'คุณแพนด้า (นามสมมติ)' ได้เล่าว่า "ปล่อยวางค่ะ ไม่ได้ไปทวง จริง ๆ ก็ปล่อยไปนานแล้วตั้งแต่ที่รู้เรื่อง แต่เมื่อเห็นว่ามีการถกเถียงกันในโซเชียลเรื่อง ไปงานแต่งงานจำเป็นต้องให้เงินใส่ซองหรือไม่ เลยนึกขึ้นได้อีกครั้งว่าเพื่อนเราเคยไม่ใส่ซองให้เราเหมือนกัน ก็เลยอยากลองมาแชร์เรื่องราว หลังจากที่โทรมาปรึกษา ก็ทำให้เราเข้าใจเพื่อนมากขึ้นว่า การเป็นเพื่อนเจ้าสาวไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้นะ และเราก็ไม่ได้โกรธเพื่อนด้วย ตอนเจอกันก็คุยกันปกติ ไม่ได้คิดอคติที่เขาไม่ใส่ซองให้เรา" สุดท้ายคุณแพนด้าขอฝากว่า การที่มาเล่าให้ฟังในรายการนี้ แค่อยากมาแชร์ประสบการณ์เท่านั้น ไม่ได้จริงจังอะไร เห็นว่าบางคอมเมนต์ มีการแสดงความคิดเห็นในทางลบ อยากให้เปิดใจ เข้าใจเรื่องราวให้มากก่อนแสดงความคิดเห็นเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ ! จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วัน ผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา!

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ ! จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วัน ผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา!

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ !จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วันผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา! 'คุณต้นไม้' (นามสมมติ) อายุ 27 ปี สายที่ 10 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นจับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานเพียงไม่กี่วัน แต่ที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เพราะกลัวจะโดนนินทาและเป็นหม้ายขันหมาก ความคืบหน้าล่าสุด “คุณต้นไม้ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตัดสินใจแต่งงานต่อ เพราะต้องแต่งค่ะ ในวันงาน บรรยากาศก็ดี เพราะคนรอบข้างไม่ได้รู้เรื่องนี้ ตอนที่พิธีกรให้คู่บ่าวสาวพูด เราก็ให้เขาพูดก่อนตามคำแนะนำ ซึ่งเขาก็พูดว่า “จะเป็นสามีที่ดี เพื่อดูแลเจ้าสาว” เมื่อถึงคิวเรา ต้นไม้ก็พูดขอบคุณแขกทุกคนที่มาร่วมงาน และทิ้งท้ายไว้ว่า “ความรักที่ดี คือความรักที่มีความซื่อสัตย์ให้กันนะคะ” เจ้าบ่าวก็มีสะอึกนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรมาก และตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ก็ดำเนินต่อไป ตั้งแต่วันที่เราจับได้ เขาก็เลิกติดต่อกับผู้หญิงคนนั้น และผู้หญิงคนนั้นก็บล็อกเรา ไม่ได้มายุ่งกับเราอีก ถึงแม้จะมีแผลเป็น แต่ก็สามารถไปต่อกันได้ และดูแผลนั้นไว้เป็นอุทาหรณ์ อาจมีระแวงบ้าง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาก็พยายามปรับเปลี่ยน เขารายงานทุกความเคลื่อนไหวของเขา ว่าไปไหน ทำอะไร แต่เราก็ยังไม่เชื่อใจเขา 100%ค่ะ’ ปิดท้ายด้วย “ดีเจทั้งสาม” อวยพร ให้คุณต้นไม้มีความสุขในชีวิตคู่ ขอให้เขากลับตัวกลับใจ เป็นคนดีได้ตลอดรอดฝั่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) ลูกโตแล้ว ถึงคราวที่เราต้องเปิดใจ จะลองเดตดีไหมน้า ?

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) ลูกโตแล้ว ถึงคราวที่เราต้องเปิดใจ จะลองเดตดีไหมน้า ?

(ภาคต่อ) ลูกโตแล้วถึงคราวที่เราต้องเปิดใจจะลองเดตดีไหมน้า ? ‘คุณนาเดีย (นามสมมติ)’ อายุ 42 ปี สายที่ 7 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ลูกโตแล้ว ถึงคราวที่เราต้องเปิดใจบ้างหรือเปล่า เรื่องราวของ ‘คุณนาเดีย (นามสมมติ)’ มีอยู่ว่าคุณนาเดีย เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกตัวคนเดียว อาศัยอยู่ในอเมริกา ใช้ชีวิตโสด เป็นสุขมาตลอด เมื่อก่อนนั้น คุณแม่ตัวติดกับลูกตลอดเวลา แต่เมื่อถึงเวลาที่ลูกโตเป็นวัยรุ่น เริ่มมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว คุณนาเดียจึงรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วหรือเปล่าที่เธอจะต้องเปิดใจ โดย ‘คุณนาเดีย (นามสมมติ)’ ได้โทรมาอัปเดตว่า “หลังจากได้รับคำแนะนำจากพี่ ๆ ดีเจมาในวันนั้น ล่าสุดคุณนาเดียได้ลองโหลดแอปหาคู่มาเรียบร้อยแล้ว ลองปัดเล่น ๆ ดูคนไปมา แต่ถึงเวลาจะสานต่อกลับต้องเสียเงิน จึงคิดเรื่องนี้อยู่ คุณนาเดียคิดว่าช่วงนี้ยังไม่ค่อยเหงา เอาเวลาไปเล่นกับเพื่อนก่อน ส่วนรูปที่เธอใช้ลงในแอปหาคู่ เธอลงรูปปกติ ไม่ผ่านการแต่งอะไรมาก เพราะกลัวเขาตกใจเวลาที่เจอตัวจริง ถ้าเขารับได้แต่แรก ก็จะได้คัดคนไปเลย และจะได้ไม่เป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่าย นอกจากโหลดแอปหาคู่แล้ว ล่าสุดคุณนาเดียได้บอกว่าเธอนั้น อยากไปลองพายเรือคายัค เพราะที่ผ่านมาลูกสาวของเธอไม่ชอบทำกิจกรรมที่เหนื่อย แต่ตอนนี้เธอคงได้มีเวลาออกไปทำกิจกรรมข้างนอกมากขึ้น ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่อยากทำมานานแล้ว ส่วนเรื่องไปเที่ยว ตอนนี้เธอก็ยังไม่มีเพื่อนไป แต่เธอคิดว่าถึงไปคนเดียวก็คงไม่เหงา เพราะสามารถไปหาเพื่อนเที่ยวที่นั่นได้” หลังจากได้ฟังเรื่องราวของคุณนาเดียแล้วดีเจทั้งสาม ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ได้อวยพรให้กับคุณนาเดียเป็นเสียงเดียวกันว่า “ขอให้คุณนาเดียเอ็นจอยกับชีวิต ถ้าเจอใคร ก็ขอให้เจอคนที่ใช่ เลือกเขาให้ดี ๆ ไม่ต้องรีบ และขอให้เที่ยวให้สนุก”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) สายคุณลุงเปิดเสียงบทสวดดังลั่นซอย ตอนนี้ตำรวจลงแล้ว! ทวงคืนความสงบสุขช่วงเวลากลางคืนได้สำเร็จ!

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) สายคุณลุงเปิดเสียงบทสวดดังลั่นซอย ตอนนี้ตำรวจลงแล้ว! ทวงคืนความสงบสุขช่วงเวลากลางคืนได้สำเร็จ!

(ภาคต่อ) สายคุณลุงเปิดเสียงบทสวดดังลั่นซอยตอนนี้ตำรวจลงแล้ว!ทวงคืนความสงบสุขช่วงเวลากลางคืนได้สำเร็จ! ‘คุณแก้วตา’ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 กับ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องที่มีคุณลุงคนหนึ่งเปิดเสียงบทสวดดังลั่นซอย ในเวลาตี 3 ทำเอานอนไม่ได้! ‘คุณแก้วตา’ ได้มาอัปเดตว่า สถานการณ์ตอนนี้สงบสุขดีขึ้นมาก หลังจากที่ได้คุยกับพี่ ๆ ดีเจในรายการ ซึ่งในตี 3 ของวันถัดไปนั้นก็ได้มีเสียงบทสวดดังขึ้นจากบ้านคุณลุงเหมือนเดิม และเสียงนั้นมันก็ทำให้คุณแก้วตาหงุดหงิดมาก จึงได้โทรแจ้งตำรวจซ้ำ ๆ แต่ครั้งนี้กับต่างจากครั้งก่อน เพราะรอบนี้ตำรวจโทรกลับมา พร้อมถามถึงสถานที่อยู่อาศัยของคุณแก้วตา นั่นจึงทำให้รู้ว่าที่ผ่านมาตำรวจไม่ทราบที่อยู่ และไม่เคยมาลงพื้นที่เลยสักครั้ง โดย ‘คุณแก้วตา’ บอกว่า ครั้งแรก ๆ ที่โทรแจ้งตำรวจไปแต่ไม่ได้รับการแก้ไข หรือไม่เห็นผลนั้น ตนคิดว่าคุณลงอาจจะดื้อ หรือไม่ยอมฟังคำเตือนของตำรวจ แต่แท้จริงแล้วนั้นคือ ตำรวจไม่เคยมาเลย เพราะไม่รู้สถานที่อยู่อาศัยของเธอ พร้อมเล่าอีกว่า ด้วยความที่เป็นช่วงเวลาตี 3 ซึ่งเป็นตอนกลางคืน ในตอนที่ตำรวจมาถึงหน้าบ้านของเธอ แล้วก็เข้าไปคุยกับคุณลุง เธอได้ยินเนื้อหาในบทสนทนาประมาณว่าให้เปิดเสียงเบาลงหน่อย เพราะมีข้างบ้านมาแจ้งว่าทำเสียงดัง และคุณลุงก็ไม่ได้เถียง หรือโต้ตอบอะไร หลังจากนั้นคุณลุงก็เงียบไป และไม่มีเสียงบทสวดดังมาจากบ้านคุณลุงอีกเลย หลังจากที่เหล่าดีเจทั้งสามได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ก็ได้ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จในการทวงคืนความสงบสุขของคุณแก้วตาด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ถือเป็นการอัปเดตสายที่เคลียร์ปัญหาจบไปได้ด้วยดีเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

19 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้านแต่เราไม่อยากให้ทำถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง 'คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ อายุ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 กับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง เรื่องราวของ ‘คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ มีอยู่ว่า “แฟนของเขาทำงานได้เงินเดือนสี่หมื่นบาท แต่ครอบครัวของแฟนต้องการให้แฟนของเขา เป็นผู้ใหญ่บ้านเงินเดือนหมื่นกว่าบาท ซึ่งตัวของคุณยุ้ยเองนั้น ไม่โอเคกับเรื่องนี้ จนถึงขั้นแสดงเจตจำนง ว่าไม่อยากให้แฟนของเธอทำงานตรงนี้ และได้คิดว่าถ้าแฟนของเธอได้เป็นผู้ใหญ่บ้านจริง ๆ นั้น คุณยุ้ยจะยังคบกันคนนี้อยู่หรือเปล่า ซึ่งแฟนของคุณยุ้ยเอง ก็บอกว่าถ้าไม่อยากให้ทำ ก็ไปคุยกับพ่อของแม่ของเขาเอง” โดย ‘คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ ได้อัปเดตว่า “ตอนนี้คุณยุ้ยยังคบกับแฟนของเธออยู่ ย้อนกลับไปในวันที่คุณยุ้ยได้ปรึกษากับดีเจทั้งสาม ทุกคนได้เตือนว่า ระวังเขาจะทำตามในสิ่งที่พ่อแม่ของเขาต้องการ บอกให้เธอเผื่อใจเอาไว้ และบอกให้แฟนของคุณยุ้ย ควรเป็นคนที่จัดการกับเรื่องนี้เอง หลังจากที่ปรึกษาพี่ ๆ ดีเจไปได้ไม่นาน ผลสรุปสุดท้ายแล้ว แฟนของเธอก็ยอมทำตามสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ โดยไม่ปฏิเสธอะไรเลย ในตอนนั้นเธอเองก็ตกใจ เพราะสิ่งที่เขาบอกเธอ กับสิ่งที่เขาทำมันคนละอย่างกัน คุณยุ้ยเองก็ได้แต่คิดว่าเรื่องของเธอกับแฟนจะเป็นอย่างไรต่อ แฟนของคุณยุ้ยไม่ได้ให้เหตุผลอะไรกับเธอ แต่เธอเองก็เข้าใจเขา ที่ต้องยอมรับตำแหน่ง และทำตามในสิ่งที่พ่อแม่ของเขาต้องการ เนื่องจากในตอนนั้น พ่อแม่ของแฟนพูดประมาณว่า ถ้าไม่เป็นก็ตัดขาดกันไปเลย แม้จะไม่ได้พูดคำนี้โดยตรง แต่ความรู้สึก คือเขาคงไม่พอใจมาก ๆ ถ้าไม่ยอมเป็นไปตามในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ทางครอบครัวของแฟน ได้บอกว่าขอเวลาแค่ 2 ปี ในการเป็นผู้ใหญ่บ้าน แล้วถ้าพี่ชายของแฟนเธอนั้นกลับมาเมื่อไหร่ จะให้พี่ชายของแฟนรับตำแหน่งตรงนี้ต่อ แต่สำหรับคุณยุ้ยแล้ว เส้นทางมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่มีอะไรมาการันตีได้เลย ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป คุณยุ้ยได้ถามแฟน ว่าสรุปแล้วเรื่องนี้มันเป็นยังไง ความรู้สึกตัวเธอนั้น เหมือนกำลังโดนหักหลัง การที่เขาพูดอย่างทำอย่างแบบนี้ แล้วเธอจะเชื่อใจเขาได้อย่างไร แฟนของคุณยุ้ยก็บอกว่าเขาไม่อยากเลิกกับเธอ เขาบอกว่าเงินเดือนผู้ใหญ่บ้านที่ได้มา เขาจะโอนให้คุณยุ้ยเก็บ และเขาจะไปหารายได้ทางอื่นเพื่อที่จะได้มีเงินเก็บ และสร้างความมั่นใจให้กับคุณยุ้ย ในตอนนี้แฟนของคุณยุ้ยยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน เพราะยังไม่ถึงเวลาการเลือกตั้ง ส่วนฝั่งครอบครัวแฟน หลังจากวันนั้นคุณยุ้ยก็พยายามทำตัวปกติ พูดคุยทักทายกันตามปกติ เธอเองก็ได้คุยปรึกษากับผู้ใหญ่อยู่หลายครั้ง ทุกคนก็บอกว่ามันอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด ให้คุณยุ้ยนึกถึงความรู้สึกของแฟนเธอเยอะ ๆ เพราะบางทีเขาเองก็เลือกไม่ได้ ถ้ารู้สึกว่าเขารักเธออยู่ ก็ลองดูแค่ 2 ปี ถ้าอีก 2 ปีข้างหน้า เขาไม่ได้ทำตามอย่างที่พูด ก็จะได้รู้ว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อ” หลังจากที่ดีเจทั้งสาม ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ได้ฟังเรื่องราวของคุณยุ้ยจบ จึงได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ให้ลองดูก่อน ต้องยอมรับว่าเราอยู่ในเงื่อนไขของครอบครัวนี้ ถ้าเราอยากจะอยู่กับเขา เราจะต้องรับเงื่อนไขนี้ของเขาให้ได้เช่นกัน แต่ยังไงแล้ว ความคิดของเรา คือสุดท้ายแล้วเขาต้องได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ถ้าถึงวันนั้น ลองบอกกับแฟนว่า ไหน ๆ ก็ได้เป็นแล้ว ก็ทำมันให้ดี และอย่าลืมมาอัปเดตใหม่อีกครั้ง”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) สายบริษัทขอให้ความร่วมมือให้ลาออกเอง เพราะจะลดจำนวนพนักงานลง ตอนนี้บริษัทยอมออกหนังสือเลิกจ้างให้แล้ว พร้อมรอรับเงินชดเชยสิ้นเดือนมีนาคม!

18 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) สายบริษัทขอให้ความร่วมมือให้ลาออกเอง เพราะจะลดจำนวนพนักงานลง ตอนนี้บริษัทยอมออกหนังสือเลิกจ้างให้แล้ว พร้อมรอรับเงินชดเชยสิ้นเดือนมีนาคม!

(ภาคต่อ) สายบริษัทขอให้ความร่วมมือให้ลาออกเองเพราะจะลดจำนวนพนักงานลงตอนนี้บริษัทยอมออกหนังสือเลิกจ้างให้แล้วพร้อมรอรับเงินชดเชยสิ้นเดือนมีนาคม! ‘คุณแปม’ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 กับ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องที่บริษัทขอความร่วมมือให้เธอลาออกจากงาน ซึ่งตัวเธอนั้นรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม โดย ‘คุณแปม’ ได้โทรมาอัปเดตว่า สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ทางบริษัทได้จ่ายเงินเดือนให้ตามปกติ และบริษัทก็ได้ยอมออกหนังสือเลิกจ้าง พร้อมมีเงินชดเชยให้ และจะได้รับเงินชดเชยภายในสิ้นเดือนมีนาคม พร้อมเสริมว่า สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยู่ในเคสที่โดนขอความร่วมมือให้ลาออกจากงานเหมือนกันนั้น ทุกคนก็ยังไม่มีใครเซ็นใบลาออกไป ทางบริษัทก็ยอมออกหนังสือเลิกจ้างให้กับทุกคนเหมือนกันหมด และหลังจากบริษัทยอมออกหนังสือเลิกจ้างให้แล้วนั้น ความสัมพันธ์กับหัวหน้าก็ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม สามารถมองหน้าและพูดคุยกันได้ตามปกติ พร้อมบอกว่าหลังจบปัญหานี้ตนขอพักสักหนึ่งเดือนก่อนเริ่มหางานทำใหม่ หลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจทั้งสามก็ได้ร่วมแสดงความยินดี และกล่าวเป็นกำลังใจในการหางานในอนาคตให้กับคุณแปม ถือเป็นอีกหนึ่งสายที่สามารถเคลียร์ให้จบปัญหาไปได้ด้วยดีเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน เพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่าง มีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น

10 เม.ย. 2026

คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน เพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่าง มีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น

คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมดไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกินเพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่างมีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น ‘คุณม่านม่าน (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องแฟนชอบควบคุมอาหารการกิน จนไม่มีความสุข ‘คุณม่านม่าน (นามสมมุติ)’ อายุ 30 ปี ได้เล่าว่า “ กำลังเจอปัญหาขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน เพราะถ้าไม่กินตามใจแฟน แฟนจะงอน แฟนเป็นคนจีนมาเลเซีย อายุ 22 ปี ม่านม่านย้ายมาอยู่ที่มาเลเซียได้ 3 ปี และก็คบกับแฟนมาได้ 3 ปีแล้วค่ะ เขามีความเป็นผู้ใหญ่นะคะ ทั้งความคิด และทุก ๆ อย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน ตัวม่านม่านเป็นคนที่ต้องทำงานกลางคืน เมื่อตื่นมาหนูก็จะยังไม่หิว ยังไม่อยากกิน แต่เขาก็ยังซื้ออาหารมา และจะให้หนูกินให้ได้ ช่วงแรก ๆ หนูก็คิดว่าเขาคงเป็นห่วง และถ้าสมมุติวันนั้นเขาซื้อข้าวผัดมา แล้วเราพูดว่าอันนี้อร่อยนะ เขาก็จะซื้อข้าวผัดกลับมาให้เราทั้งอาทิตย์เลย หนูต้องทนกินเมนูเดิม ๆ แต่อาหารของเขาก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ย่านที่หนูอยู่ขึ้นชื่อเรื่องบักกุ๊ดเต๋ที่อร่อยมาก แต่หนูไม่สามารถกินมันได้ทั้ง 5 วัน ซึ่งหนูเคยได้กินเกือบทั้งเดือน จนแค่พูดชื่อก็อยากจะอ้วกแล้วค่ะ บางครั้งหนูก็อยากกินอะไรเล่น ๆ แค่พอหายอยากอย่างส้มตำ ไม่ได้อยากกินจริงจังให้อิ่ม แต่เขาก็จะบอกว่า “ไม่ได้ ถ้าจะกิน ต้องกินให้อิ่มนะ” ซึ่งเขาไม่ชอบให้หนูทำอาหารกินเอง หรือไปกินอะไรคนเดียวโดยไม่มีเขา ช่วงปีแรกหนูมองว่าเขาแค่เป็นห่วง แต่ปีที่ 2-3 มันเริ่มเป็นปัญหา เพราะถ้าเขาซื้อมาแล้ว หนูต้องกินเท่านั้น หรือบางทีหนูกินมาแล้ว แต่เขาจะพาหนูไปกิน หนูก็ต้องกินอีก ไม่งั้นเขาจะงอน ผลลัพธ์คือหนูแทบไม่ได้กินสิ่งที่หนูอยากกินเลย เคยมีเหตุการณ์ที่หนูอ้วก เพราะต้องกินแต่ของมัน ๆ ติดกันนาน ๆ เขาถึงยอมเปลี่ยนเมนูให้ ซึ่งก็มีบ้างที่เขาเสนอตัวเลือกให้เราเช่น “วันนี้จะกินอะไร บะหมี่ หรือข้าวมันไก่?” หนูก็เลือกบะหมี่ไป แต่สิ่งที่เขาซื้อกลับมาดันเป็นข้าวมันไก่พร้อมเหตุผลว่า “ข้าวมันไก่อร่อยกว่า” ทำให้หนูต้องคอยจับทางทุกครั้งที่เขาถาม เช่น “วันนี้จะกินบักกุ๊ดเต๋ หรือข้าวมันไก่” หนูก็จะถามกลับว่า “คิดว่าอะไรอร่อย” ถ้าเขาตอบกลับว่า "บักกุ๊ดเต๋ก็อร่อย แต่ข้าวมันไก่ดีกว่า" หนูก็จะตอบว่า “โอเค งั้นข้าวมันไก่เลย” เพราะหนูรู้อยู่แล้วว่าหนูจะไม่ได้กินสิ่งที่หนูเลือก ด้วยความที่หนูเป็นคนต่างชาติ เขาคงอยากให้หนูได้ลองกินอะไรใหม่ ๆ แบบอาหารบ้านเขาดู ไม่ใช่ว่าหนูกินไม่ได้ แต่หนูเคยอธิบายให้เขาฟังว่าตอนอยู่ไทย หนูกินอะไรแบบไหนบ้าง หวังให้เขาเข้าใจถึงความชอบ และความต้องการความหลากหลายของหนู กลับกลายเป็นว่าเขางอน และไม่ซื้ออะไรให้หนูเป็นสัปดาห์เลย พอหนูถามเขาก็พูดตัดพ้อว่า “ก็ซื้อให้แล้วไม่ถูกใจหนิ” ซึ่งเขาแค่กลัวเราเหนื่อยที่ต้องทำงานดึก เลยอยากเทคแคร์เรา เคยบอกแล้วว่าหนูสามารถซื้อเองได้ แต่เขาก็ไม่ยอม หรืออาจจะเพราะปมครอบครัวเขาในวัยเด็ก เขาเติบโตมาโดยขาดความเอาใจใส่ พอเขามาอยู่กับหนูเขาเลยพยายามที่จะดูแลให้ดีที่สุดแทน ซึ่งสิ่งที่สังเกตได้คือ เขามักจะซื้อของที่แพงกว่าของเขาให้หนูกินเสมอ เคยพยายามแก้ปัญหา ด้วยการคุยเกี่ยวกับเรื่องอาหารหลายครั้ง แต่เขาก็แก้ได้ไม่นาน และกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก พยายามคิดหาวิธีอื่น ๆ ที่จะให้เขาเข้าใจ ไปปรึกษาเพื่อน และคนรอบข้างก็แล้ว แต่ยังไม่ได้ผล จึงอยากปรึกษากับพี่ ๆ ดีเจว่า “มีวิธีไหนที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้นบ้างคะ” คุณม่านม่านยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อเธอขอให้แฟนพาไปกินอาหารที่อยากกิน แฟนจะถามว่าร้านปิดกี่โมง เขาจะถ่วงจนร้านปิด แล้วไปทานอย่างอื่นแทน และตอนนี้ม่านม่านอยู่ที่ไทย แฟนกำลังจะมาหา เธอควรเอาคืนด้วยการลองให้แฟนกินส้มตำบ่อย ๆ บ้างดีมั้ย ดูว่าเขาจะรับได้หรือเปล่า ‘ดีเจทั้งสาม’ ให้ความคิดเห็นตรงกันว่า “คุณม่านม่าน ต้องลองเด็ดขาดดู เช่นเมื่อเขาชวนไปกินอะไรที่ไม่อยากกิน ม่านม่านก็ตอบไปเลยว่า "ไม่กิน !" และถ้ามีอะไรที่เราอยากกินก็พูดให้ชัด ย้ำให้เขารู้ว่าเราอยากกินจริง ๆ ถ้าการคุยจริงจังเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วเขาทะเลาะกับเรา ก็ทะเลาะเลย หรือถ้าไม่งั้นเราก็ต้องเลือก จะเปลี่ยนแฟน หรือทนกินบักกุ๊ดเต๋ไปแบบนี้”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายมาทั้งชีวิต ผมก็พยายามปฏิเสธใจของตัวเองอยู่เสมอ แต่ตอนนี้อยากเปิดตัวว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิงครับ แต่ผมกลัวสายตาที่ทุกคนมองมา

10 เม.ย. 2026

ผมอยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายมาทั้งชีวิต ผมก็พยายามปฏิเสธใจของตัวเองอยู่เสมอ แต่ตอนนี้อยากเปิดตัวว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิงครับ แต่ผมกลัวสายตาที่ทุกคนมองมา

ผมอยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายมาทั้งชีวิตผมก็พยายามปฏิเสธใจของตัวเองอยู่เสมอแต่ตอนนี้อยากเปิดตัวว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิงครับแต่ผมกลัวสายตาที่ทุกคนมองมา ‘คุณสุดหล่อ (นามสมมติ)’ อายุ 20 ปลาย สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 เมษายน 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่กล้าเปิดเผยตัวตนให้กับกลุ่มเพื่อนได้รับรู้ โดย ‘คุณสุดหล่อ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ทุกวันนี้เหมือนผมไม่ได้มีชีวิตเป็นของตัวเองเลย เพราะว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่ผมกลับอยู่ในสังคมของการทำงานที่มีแต่ผู้ชาย ทำให้ผมต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้กับตัวเอง และไม่กล้าที่จะบอกใคร ผมเองก็อยากที่จะไปบอกเพื่อนผู้หญิง ที่ผมสนิทกันมามากกว่า 10 ปีแล้ว แต่สุดท้ายผมก็ไม่มีโอกาสได้บอกเธอไปในสิ่งที่ผมเป็น ที่ผ่านมาสมัยเรียนผมก็มีคนคุยเป็นผู้หญิงมาโดยตลอด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คบกัน เพราะเป็นผมเองที่ออกห่างจากอีกฝ่ายเอง ในบางครั้งผมก็รู้สึกดีกับผู้หญิงคนนั้น และมีความรู้สึกที่อยากจะลองคบกัน แต่ผมเองก็อยากให้เขารู้เงื่อนไขเหมือนกัน ว่าตัวผมนั้นมีความชอบแบบไหน ผมเพิ่งจะมาแน่ใจ และรู้ตัวเองในตอนที่มีอายุประมาณ 15 - 16 ปี ว่าผมชอบผู้ชาย ในตอนที่ผมยังเด็ก ส่วนตัวผมเป็นคนที่มีเพื่อนผู้หญิงเยอะ รวมทั้งยังมีพี่สาวอีกด้วย ทำให้ผมกลายเป็นคนที่สดใส ร่าเริง แต่เมื่อผมได้เป็นตัวเองแบบนี้แล้ว ผมกลับโดนเรียกว่า ‘ตุ๊ด’ ผมจึงเลือกที่จะออกห่างจากเพื่อนผู้หญิง และหยุดการเป็นตัวเองไปตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็พยายามปฏิเสธใจของตัวเองอยู่เสมอ เพราะผมก็ไม่ได้อยากเป็นตุ๊ด ผมเคยแอบชอบเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเขาเป็นเพื่อนสนิท ด้วยความที่ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าผมชอบผู้ชายในเวลาที่ผมโพสต์ข้อความถึงเรื่องความรัก เขาก็มักจะถามผมอยู่เสมอว่าหมายถึงผู้หญิงคนไหน เราทั้งสองเล่นถึงเนื้อถึงตัวกันตลอด แม้เขาจะไม่ได้คิดอะไร แต่มันมีหนึ่งคนที่คิด ซึ่งคนคนนั้นคือผม ในตอนที่ผมได้เข้ามาทำงานในสังคมใหม่ ผมได้แต่คิดว่าผมจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่สักที แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะในสังคมที่ผมอยู่มีแต่ผู้ชาย ผมเองก็ไม่กล้าที่จะเปิดเผยว่าผมชอบผู้ชาย เพื่อน ๆ ที่ทำงานก็มักถามผมอยู่เสมอว่าเมื่อไหร่ผมจะมีแฟน ส่วนตัวผมเคยเล่นแอปหาคู่ และได้มีโอกาสได้คุยผู้ชาย มันเหมือนเป็นการลองใจตัวเอง ทุกอย่างมันก็เหมือนจะดีนะครับ แต่สุดท้ายแล้ว เราก็เข้ากันไม่ได้ เขาเป็นคนที่เปิดเผย 100 % แต่ผมกลับเป็นคนที่ปกปิด ผมทำเหมือนกับว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เพราะผมกลัวสายตาคนอื่นจะมองว่าเรานั้นไม่ดี ผมก็รู้สึกว่าชีวิตมันต้องปลดล็อคสักที จะได้ใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง แต่ผมกลัว ผมไม่รู้ว่าสังคมที่ทำงาน และเพื่อนของผมที่คบกันมามากกว่า 10 ปี เขาจะคิดยังไงกับเรื่องนี้ ผมกลัวว่าเขาจะคิดว่าผมชอบเขาหรือเปล่า หรือพวกเขายังสบายใจ ที่จะคบกับผมอยู่ไหม ผมอยากเปิดเผยตัวตน ว่าผมนั้นมีความชอบอย่างไร แต่ผมไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของผมกับเพื่อน หรือที่ทำงานมันต้องเปลี่ยนไป ผมรู้ว่าผมจะต้องเสียบางอย่างไป แต่ผมยังไม่พร้อม สำหรับเพื่อนผู้ชายของผม บางครั้ง เขามักจะแสดงทัศนะคติบางอย่างเกี่ยวกับ LGBTQ ที่ทำให้เราไม่สบายใจ ทำให้เราได้เห็นความคิดบางอย่างที่ทำให้เรากลัว ที่ผมอยากบอกเรื่องนี้ให้เพื่อนสนิทที่เป็นผู้หญิงของผมได้รับรู้ เพราะผมอยากมีใครสักคน ที่คอยซัพพอร์ต แม้ว่าเพื่อนผู้หญิงคนนี้จะเคยชอบเพื่อนผู้ชายคนเดียวกับผมก็ตาม ชีวิตของผมในตอนนี้ เหมือนไม่รู้จะไปทางไหนดี แล้วถ้าวันนี้ผมเปิดตัวไปว่าผมชอบผู้ชาย แล้วเรื่องสมัยเรียน ในตอนที่ผมเคยบอกว่าคบกับคนคนหนึ่ง หรือเพ้อเรื่องความรัก จะมีคนรู้ไหม ว่าผมหมายถึงเพื่อนผู้ชายคนนั้น ทุกคนจะคิดยังไงกับผม แล้วสายตาที่คนรอบข้างเขาจะมองผมอย่างไร ผมควรจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไรดี กับการเป็นตัวเอง” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เราไม่จำเป็นที่จะต้องสื่อสารเรื่องนี้กับใคร เรายังสามารถใช้ชีวิตของตนเองได้โดยที่มีความสุข เราไม่จำเป็นที่จะต้องบอก หรือพูดเรื่องนี้กับใครเลย ถ้าใจเราไม่ได้รู้สึกอยากที่จะบอก แต่การที่เราอยากจะบอกใครสักคน เราคงต้องถามตัวเองว่าอยากจะบอกเพราะอะไร หรืออยากมีใครสักคนที่คอยรับฟัง ถ้าเรามั่นใจแล้วว่าเขาคนนั้น คือคนที่เราเชื่อใจได้ ก็พูดออกไป ถ้าหากพูดไปแล้วเขายอมรับในสิ่งที่เราเป็นได้ ก็พูดมันออกไป แต่ถ้าเราตัดสินใจพูดไปแล้ว ผลลัพธ์มันกลับออกมาไม่เป็นเหมือนกับในสิ่งที่เราคิด หรือเอาเรื่องของเราไปพูดให้คนอื่นฟัง ก็อยากให้เราทำใจยอมรับมัน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะเป็นการคัดกรองเพื่อนให้ชีวิต มันคือสิ่งที่เขาเลือกและเราก็เลือกเหมือนกัน อย่าให้สภาพแวดล้อมบีบบังคับเรา ทำอะไรที่ตัวเองมีความสุข แล้วไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็ดีแล้ว” ทางด้านของ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “สำหรับเราคิดว่าถ้าเพื่อนสนิทกันจริง ๆ เราคงรู้อยู่แล้วว่าเราเป็นยังไง ที่ผ่านมาเราก็เห็นเพื่อนที่เพิ่งเปิดตัวตอนที่มีเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และเราก็ยังสามารถเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิม กาลเวลา และชีวิตมันจะคัดกรองคนในชีวิตเรา อย่าไปกลัวที่เราจะเสียใครออกไปจากชีวิต แต่จงเข้าใจว่าชีวิตมันคัดคนที่ไม่ใช่ออกไปอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องเอาตัวตนของตัวเองมาเก็บซ่อนเอาไว้ เพื่อที่จะรักษาคนที่ไม่ใช่เพื่อนแท้ของเรา ถ้าคนคนนั้นเขาเป็นเพื่อนเราจริง ๆ เรื่องนี้จะไม่ใช่ปัญหาของเราแน่นอน สังคมผู้ชายมันไม่มีอะไรซับซ้อน ถ้ามันไม่ใช่มันก็แค่แยกย้ายกันไป เราก็จะได้ชีวิตที่เรานั้นไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ สักที และเราก็จะได้เจอเพื่อนที่เราไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนตัวตนของตัวเองตั้งแต่แรก อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง ยึดการเป็นตัวเองไว้ เรื่องนี้เราไม่ได้ผิดอะไรเลย และถ้าบอกไปแล้วเขาไม่โอเค ปัญหามันอยู่ที่ทัศนะคติของคนคนนั้น มันไม่ใช่ปัญหาของเรา ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างมีความสุข ให้ความสำคัญกับใจตัวเองให้มากขึ้น” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อยากแนะนำวิธีการบอกเพื่อนให้กับคุณสุดหล่อ คือ การนัดเพื่อนออกมาดื่มด้วยกัน แล้วเริ่มบอกเขาว่าเรามีเรื่องอยากจะบอก พูดกับเขาไปตรง ๆ ว่าเราเพิ่งรู้ตัวว่าชอบผู้ชาย และวันนี้ที่นัดทุกคนมา เพราะทุกคนคือคนที่เราแคร์มากที่สุด และอยากจะถามทุกคนว่ารู้สึกยังไง อยากจะคบกับเราต่อไหม เป็นการวัดใจเพื่อนเราไปเลย ทุกวันนี้เราเล่นโซเชียล หรือทำอะไร เราจะเห็น LGBTQ อยู่ในทุกบทบาทอยู่แล้ว และสังคมของเรา ทุกวันนี้ ยอมรับพวกเขามากขึ้น เขาไม่ได้แตกต่างอะไรกับเราเลย และเราก็มีความเข้าใจเขามากขึ้น บางทีเรื่องที่เราเคยมองว่ามันใหญ่ สักวันมันอาจจะเล็กไปเลย ถ้าไม่อยากบอก ก็ใช้ชีวิตให้มีความสุขต่อไป แต่ถ้าอยากบอกก็ลองหาโอกาสบอกดู”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-