หลังจากแม่เสีย หนูกลับบ้านไป อยู่กับ 4 สมาชิกในบ้าน เจอปัญหาทุกคน พ่อมีปัญหาเพื่อนบ้าน ลูกสาวเข้าสู่วัยรุ่นคุยยาก แม่สามีป่วยอัลไซเมอร์ สามีขอเงินใช้อย่างเดียว เจอแบบนี้เหนื่อยมากจะทำยังไงดี?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หลังจากแม่เสีย หนูกลับบ้านไป อยู่กับ 4 สมาชิกในบ้าน เจอปัญหาทุกคน พ่อมีปัญหาเพื่อนบ้าน ลูกสาวเข้าสู่วัยรุ่นคุยยาก แม่สามีป่วยอัลไซเมอร์ สามีขอเงินใช้อย่างเดียว เจอแบบนี้เหนื่อยมากจะทำยังไงดี?

11 เม.ย. 2025

              “คุณกวาง (นามสมมติ)” อายุ 40 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 เม.ย 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเป็นเดอะแบกของบ้าน ปัญหาครอบครัวรุมเร้า

             โดย “คุณกวาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้รู้สึกว่าบ้านที่เราอยู่มาตลอดมันไม่มีความสุข ไม่อยากอยู่บ้าน อยากออกมา ในบ้านเราอยู่กันหลายคนเป็นครอบครัว เมื่อก่อนเราดูแลคุณแม่ที่ป่วยหนักอยู่หลายปี ไปกลับที่ทำงานร้อยกว่าโลจนท่านเสีย หลังจากที่คุณแม่เสีย ที่บ้านก็จะเหลือ คุณพ่อ สามี ตัวหนู และลูก เราก็เลยรับคุณแม่สามีมาอยู่ด้วย

             ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นของแต่ละคนมันเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มันค่อย ๆ ใหญ่ขึ้น ปัญหาที่เล็กที่สุดของเราในบ้านคือ คุณพ่อ หลังจากที่คุณแม่เสีย ท่านก็ไม่ทานข้าวร่วมโต๊ะกับเราอีกเลย ท่านก็จะปลีกตัวออกไปนั่งทานคนเดียวที่ห้องส่วนตัว และท่านจะบังคับให้เรามีทัศนคติเหมือนกับท่านตรงที่ว่า ตอนนี้ท่านอยากมีเรื่องกับเพื่อนบ้านมาก จะร้องเรียนเพื่อนบ้านที่ทำตรงนี้ตรงนั้นไม่ถูก แต่ความคิดเราคือเราไม่ได้อยากมีปัญหากับเพื่อนบ้าน เพราะเขาก็ไม่ได้ทำอะไรแย่มากขนาดนั้น แต่เราก็พูดตามตรงว่า หนูทัศนคติไม่ตรงกับพ่อนะ แต่เขาก็จะตอบว่า ทำไมล่ะ ต้องไปร้องเรียนสิ

             ต่อมาคือ ลูก ก่อนหน้านี้ลูกของเราเขาก็น่ารักในแบบของเขา แต่พอเขาเข้าสู่วัยรุ่นก็เปลี่ยนแปลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ตอนนี้เขาอายุ 12 ปี เขาเริ่มเปลี่ยนตอนอายุ 11 ปี เมื่อก่อนต้องนอนกอดเขาทุกคืน ไม่กอดไม่ได้ ก่อนนอนพ่อแม่ลูกต้องกอดกัน 3 คน ต้องหอมแก้มซ้ายขวา หน้าผาก ทุกคืน พอตอนนี้เขาเข้าช่วงวัยรุ่น เขาก็มีห้องเป็นของตัวเอง ไม่ให้แม่นอนด้วยแล้ว พูดกับเราก็ห้วนไป มันก็มีน้อยใจ ถึงแม้เราเป็นแม่ เราต้องดูแลเขาอยู่แล้ว แต่ลูกอาจจะไม่ใช่กำลังใจสูงสุดของเราในตอนนี้

             ต่อมาก็คือ แม่ย่า หรือแม่สามี เขาเป็นอัลไซเมอร์ เขาสร้างปัญหาทุกวัน เขาจะเอาของของเราไปซ่อนบ้าง เขาจะเดินออกจากบ้านจนหายไป แล้วก็ต้องไปตามหา เราเป็นคนดูแลเขาเป็นหลัก สามีก็ช่วยดูแลด้วย แต่เราดูแลทั้งอาหารการกิน เสื้อผ้า เพราะเขาไม่อาบน้ำ ไม่ยอมอาบ เราไม่มีงบประมาณในการจ้างพยาบาล ก็ต้องดูแลกันเอง ล่าสุดเขาจะชอบเอามีด กรรไกร ของมีคมมาห่อด้วยกระดาษทิชชู่ มัดหนังยางแล้วเอาไปซ่อน ซ่อนในห้องนอนของเขาเพราะเราจะมีห้องนอนให้เขาแยก เรื่องที่สุด ๆ ก็คือ ตกใจตอนที่กลับมาจากที่ทำงาน หุงข้าวเสียบหม้อไว้ เปิดฝาหม้อออกมาเจอฟันปลอมอยู่ในหม้อข้าว คือช็อค เพราะเราทำอะไรเขาไม่ได้ ต้องอดทนอย่างเดียว

             ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านเป็นกวางรับผิดชอบมาหลายปีแล้ว เพราะปัญหาหลักก็คือ สามี เขาเป็นวิศวกร เคยทำงานประจำ เราเคยมีเงินเก็บ ต่อมาพอลูกอายุได้ 5 ขวบ เราก็ส่งลูกไม่ไหวแล้ว ต้องการคนช่วย เพราะเราเลี้ยงลูกเองมา 5 ปี พอเขากลับมาช่วย เขาก็ตั้งบริษัทของเขาเอง สามีทำงานเปิดบริษัทวิศวะ แต่ที่ผ่านมามันก็ล้มลุกคลุกคลาน เงินเก็บที่เอามาลงทุน เขาก็บอกว่าเขาโดนโกง โดนผู้รับเหมาด้วยกันโกง โดนสถาปนิกโกง มันก็ขาดทุนมาเรื่อย ๆ จนตอนนี้เขามาขอร้องเราเพราะไม่มีใครช่วยเหลือเขาแล้ว เขาขอให้เรายืมเงินคนอื่นให้เขา จนตอนนี้ครบ 1 ปีพอดี เป็นจำนวนเงินเกือบ 4 แสนบาท เขาไม่เคยช่วยจ่ายต้นจ่ายดอกเลย มันท้อมากตรงที่เราแบกรับภาระในครอบครัวแล้ว เราต้องมาแบกรับหนี้ตรงนี้ด้วย

             ยอมรับว่าตอนที่สามีเขามีเงิน เขาอยากได้อะไรเขาก็ซื้อเอง เขาดูแลแม่เขาก็ไม่ได้ขอเงินเรา แต่เงินของเขาไม่เคยถึงเราเลย เขาทำงานอดิเรกของเขาได้หมดเลย คือเลี้ยงปลา นก ไก่ สวยงาม กรงแพงมาก เราบอกเขาว่าถ้าบริษัทมันไปไม่ได้ เธอเปลี่ยนอาชีพไหม ไปเป็นลูกน้องคนอื่นดีไหม ทำอาชีพอื่นที่พอไปได้ไหม แต่เขาขอเวลาไปเรื่อยๆ รู้แต่ว่าลูกน้องเขาได้เงิน ร้านค้าได้เงิน ลูกค้าได้บ้าน ได้ถนน ได้อาคารไป แต่เขาเงินไม่เหลือ เขาไม่ได้มาจุนเจืออะไรมากมาย เขาจ่ายแค่ค่าน้ำดื่ม ค่าแก๊ส

             จนฟางเส้นสุดท้ายมันเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เราถามเขาว่า มันครบปีแล้วนะเธอจะคืนเราไหม มันไม่มีทั้งต้นทั้งดอก ไม่มีช่วยเราเลย แล้วเขาก็ตะคอกใส่หน้าเราว่า ก็มันไม่มีจะให้ทำยังไง และเขาก็ไปนอนเลย เราก็ไม่ไหวแล้ว เลยเดินไปบอกลูกว่า แม่ไม่ไหว หนูเข้าใจแม่นะว่าแม่อยู่ในจุดที่ไม่มีความสุขเลย แม่อยู่ที่นี่ไม่ได้ เลยขอเฟดตัวออกมา ไปอยู่คนเดียวที่บ้านพักของที่ทำงาน ลูกก็ร้องไห้และเข้ามากอดบอกว่า เขาเข้าใจ และเขาก็ดีขึ้นเลย พูดกับเราดีขึ้น กอดเราในวันที่เราไม่ไหว วันนี้ก็คือคืนที่ 2 ที่ออกมาอยู่คนเดียว และตอนนี้ก็จะเป็นสามีที่คอยหาอาหารให้ลูก กวางจะให้เงินลูกไว้และให้เขาให้พ่อเขาอีกทีนึง เพราะพ่อเขาก็ไม่มีซัพพอร์ท ตอนนี้มีรายได้พอในการดูแลคนในบ้านได้ มีงานประจำค่อนข้างมั่นคง แต่เราอาจจะไม่มีเงินเก็บเพราะว่าเรามีหนี้ก้อนนี้อยู่ พ่อเราดูแลตัวเองได้ พ่อเป็นข้าราชการ ได้รับบำนาญ จะมีแต่ฝั่งสามีและแม่สามีที่ไม่มีอะไรเลย

             หลังจากที่เราออกมาจากบ้าน สามีไม่โทรมาเลย มีแต่ส่งไลน์มาขอโทษ และนี่คือครั้งแรกที่เราเฟดตัวออกมาจากครอบครัว และเราบอกคุณพ่อแล้วว่าเราจะย้ายมาอยู่ที่บ้านพัก พ่อก็โอเค บอกว่าไม่เป็นไร ก็จะเป็นสามีที่ดูแลที่บ้าน เพราะว่าเราเทียวไปกลับ วันพฤหัสบดี-วันเสาร์ เราจะไปอยู่ที่บ้าน แต่วันจันทร์-พุธ เราจะกลับมาที่พักของเราตอนนี้ เพื่อที่จะประหยัดน้ำมัน เพราะบ้านเรากับที่ทำงานห่างกัน 50 กว่ากิโล ถ้าถามว่าสบายใจไหม ก็สบายใจ แต่ห่วงพ่อ และก็ห่วงลูก แต่ว่าเรารู้สึกอยู่ตรงนั้นไม่ไหว เลยขอเฟดตัวออกมา เพราะเราไม่อยากเห็นหน้าเขา เขาเหมือนไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย มันเหมือนเราจะไม่ได้เงินคืนแล้วใช่ไหม เคยคิดถึงการหย่า มันเหมือนหมดรักกัน เพราะมันไม่ได้ใส่ใจกัน และปัญหาเรื่องเงิน ถ้าหย่า สามีก็คงไม่น่าจะหย่า เพราะว่าเขาก็ไม่มีที่ไป เขายังเปิดกระเป๋าขอเงินเราอยู่เลย อยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า เราจะได้เงินคืนไหม และในสถานการณ์นี้เราควรจะทำยังไง?

             เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในเรื่องของลูก หอมแนะนำได้ เพราะที่บ้านก็มีเด็กวัยรุ่นเหมือนกัน ซึ่งวัยนี้จะค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง พูดคุยกับแม่ไม่ค่อยดี ที่บ้านหอมเลยใช้วิธีให้เขารู้สึกสงสารแม่ เช่นในกรณีของคุณกวาง ถ้าบอกลูกว่าแม่กำลังเผชิญเรื่องหนัก ๆ ลูกอายุ 12 ปี ก็น่าจะเข้าใจและให้กำลังใจได้ หอมมองว่าเขาเริ่มมีจุดเปลี่ยนที่ดี และยังรักคุณกวางอยู่ ลูกอาจกลายเป็นเซฟโซนที่ดีและเป็นกำลังใจให้คุณกวางได้

             ส่วนเรื่องที่คุณกวางตัดสินใจออกมาจากบ้าน หอมว่าโอเคนะ มันเหมือนการบีบบังคับให้สามีลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับปัญหา เพราะการดูแลแม่ที่ป่วยอัลไซเมอร์มันไม่ใช่เรื่องง่าย และเขาจะปล่อยปละละเลยไม่ได้ สำหรับเรื่องเงิน 4 แสน ตอนนี้ถือว่าหายากมาก ควรให้เขาออกไปหาเงินมาช่วยจุนเจือบ้าน อย่างน้อยก็ช่วยครึ่งหนึ่ง เพื่อให้คุณกวางมีกำลังใจในการเดินหน้าต่อ’

             ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เห็นด้วยที่คุณกวางเลือกออกมา เพราะรู้สึกว่าคุณกวางควรมีพื้นที่สงบให้ตัวเองบ้าง ดูแล้วคุณกวางคือคนที่แบกรับทุกอย่างในบ้าน จนจะไม่ไหวอยู่แล้ว พี่อยากให้มองในภาพรวมว่า ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบทุกชีวิต ถ้าบางเรื่องมันเกินกำลัง ก็ปล่อยได้ แล้วหันไปโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญก่อน ซึ่งตอนนี้คือเรื่องของสามี ถ้าเขาไม่สามารถหาเงินมาดูแลครอบครัวได้ ต้องคุยกันจริงจังว่าเพราะอะไร

             และถ้าวันนี้คุณกวางไม่สามารถให้เงินเขาได้อีก ก็ควรบอกเขาว่า นี่คือสิ่งที่เขาต้องแก้ไขเอง เช่น ถ้ายังยืมเงินจากคุณกวาง แต่ยังเลี้ยงนก เลี้ยงปลาอยู่ โดยไม่คิดจะขายเพื่อนำเงินมาใช้ แบบนี้ก็ผิด เพราะเขาต้องเผชิญหน้ากับหนี้ 4 แสน และยอมรับว่าใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้แล้ว ถ้าเขายอมเปลี่ยนแปลง และจริงใจที่จะแก้ปัญหา ก็อาจไปกันต่อได้ แต่คุณกวางต้องชัดเจนว่า จะไม่ยืมเงินให้เขาอีก อย่าคิดว่าเราคือซูเปอร์ฮีโร่ที่จะแบกทุกอย่างได้ โดยที่ตัวเองไม่มีความสุข ทำเท่าที่ไหว ปัญหาไหนที่ไม่ใช่ของเรา ก็ปล่อยให้เจ้าของปัญหาเขาแก้เอง ไม่อย่างนั้น คนที่ไม่มีความสุขในบ้านหลังนี้จะเป็นคุณกวางเอง’

             สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ก่อนอื่นต้องให้กำลังใจครับ ถ้าเป็นผมเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็ไม่รู้จะรับไหวไหม การที่คุณกวางตัดสินใจออกมา ผมเข้าใจและสนับสนุน เพราะมันน่าจะถึงจุดที่ทนไม่ไหวแล้ว การออกมาครั้งนี้ ควรใช้โอกาสนี้เพื่อทบทวนหัวใจตัวเอง ว่ายังอยากมีสามีคนนี้อยู่ในชีวิตหรือเปล่า ถ้าแยกกันอยู่แล้ว ชีวิตดีขึ้นไหม หรือแย่ลง ขณะเดียวกัน อยากให้มองเห็นข้อดีที่ยังเหลืออยู่ เช่น ลูกของคุณกวาง ที่เข้าใจและรักแม่มาก แม้จะอยู่ในวัยที่เริ่มมีโลกส่วนตัว ผมเคยได้ยินมาว่าเด็กช่วง 10-12 ปี จะเป็นวัยที่ห่างจากพ่อแม่ชั่วขณะ แต่ถ้าก่อนหน้านั้นคุณกวางสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกไว้ เขาจะกลับมาเอง และจากสิ่งที่ลูกพูด ผมเชื่อว่าคุณกวางวางรากฐานความรักไว้ดีแล้ว อย่างน้อยก็ยังมีลูกเป็นที่พึ่ง หากไม่มีใครปรึกษา ก็อาจลองคุยกับลูกได้

             สุดท้าย ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือสามี ถึงเวลาต้องคุยกันแบบตรงไปตรงมาแล้วว่า ถ้าเขาไม่เปลี่ยน คุณกวางต้องเลือกว่า ชีวิตแบบไหนที่ดีกว่าสำหรับตัวเอง’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชม

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ลูกสาวเศร้า คุยกับผู้ชายคนนึง เคยมีอะไรกันแล้ว แม่เป็นห่วงเลยฟอล IG ผู้ชาย ปรากฏผู้ชายทักมาจีบแม่ แม่ลองใจพาผู้ชายมาดื่มที่บ้านกัน 3 คน ไว้ใจแม่ สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าแม่มีอะไรกับผู้ชายคนเดียวกับหนู

26 ม.ค. 2024

ลูกสาวเศร้า คุยกับผู้ชายคนนึง เคยมีอะไรกันแล้ว แม่เป็นห่วงเลยฟอล IG ผู้ชาย ปรากฏผู้ชายทักมาจีบแม่ แม่ลองใจพาผู้ชายมาดื่มที่บ้านกัน 3 คน ไว้ใจแม่ สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าแม่มีอะไรกับผู้ชายคนเดียวกับหนู

ลูกสาวเศร้า คุยกับผู้ชายคนนึง เคยมีอะไรกันแล้ว แม่เป็นห่วงเลยฟอล IG ผู้ชายปรากฏผู้ชายทักมาจีบแม่ แม่ลองใจพาผู้ชายมาดื่มที่บ้านกัน 3 คน ไว้ใจแม่สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าแม่มีอะไรกับผู้ชายคนเดียวกับหนูตอนนี้ทั้งหนูและแม่เลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นแล้ว แต่รู้สึกไม่ค่อยดีกับแม่เลย ​“คุณแนน(นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ม.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเผือก’ กับปัญหาที่มารู้ทีหลังว่าแม่แอบมีอะไรกับคนคุยเรา โดย ​“คุณแนน(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คือหนูไปเจอผู้ชายคนหนึ่งในแอปพลิเคชัน ก็คุยกันแล้วไปเจอกัน แม่ของหนูก็มารู้ว่าหนูคุยกับคนนี้ แม่ก็ไปสืบมาและก็ให้หนูเลิกคุย หนูก็หลอกเขาว่าเลิก แต่จริง ๆ ก็ยังคุยอยู่ เขาก็จับได้อีกรอบนึง เขาก็เลยฟอลไอจีผู้ชายคนนั้นไป แล้วผู้ชายคนนั้นก็เลยทักมาจีบแม่ แม่ก็บอกให้หนูรู้ว่าผู้ชายคนนั้นจีบแม่ ซึ่งผู้ชายคนนั้นอายุ 27 ปี แม่อายุ 40 ปี และที่แม่มาบอกแบบนั้นเพราะอยากให้หนูรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนไม่ดี แล้วเขาก็อยากลองใจผู้ชายคนนั้นเลยให้มานั่งดื่มที่บ้าน ผู้ชายคนนั้นก็มาทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแม่เป็นแม่ของหนู แต่ผู้ชายคนนั้นเขาก็ยังคุยกับหนูปกติ และก็จีบทั้งแม่ทั้งหนู ตอนนั่งดื่มก็นั่งกัน 3 คน ฟังเพลงและก็ดื่มไปด้วย หนูดื่มได้นิดเดียวก็ขึ้นไปนอนก่อน คือหนูไว้ใจแม่ เวลาเจอหน้ากันเขาก็เรียกหนูว่าน้อง เรียกแม่ว่าพี่ ทีนี้เขาก็มาทุกวัน แม่ก็อนุญาตให้เขามา แล้วก็มีอยู่คืนหนึ่งที่หนูเมามาก ๆ แล้วก็ไปทำตัวหึงใส่เขา คือตอนแรกหนูบอกแม่ว่าแค่คุยกับคนนี้ไม่ได้มีอะไร แม่ก็มาแบบซักถามหนูว่าเคยมีอะไรกันใช่ไหมกับผู้ชายคนนี้ คือเขาซักจนหนูบอกไปว่า ใช่ ครั้งนึง เขาก็ร้องไห้ออกมา ที่เขาร้องไห้เพราะเขาบอกว่าคนนี้นิสัยไม่โอเค แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็เคยมีอะไรกับผู้ชายคนนี้แต่ว่าหนูพึ่งมารู้ทีหลัง เขารู้ว่าหนูคุยแล้วแต่ว่าเขาเผลอไปมีอะไรด้วยเพราะเขาเมามาก ผู้ชายก็เมา แล้วแม่ก็เลยห้ามไม่ให้คุยอ้างว่านิสัยไม่ดีแต่ที่จริงตัวเองเคยมีแล้ว ซึ่งแม่ชอบผู้ชายคนนี้เลยบอกให้เลิก คือหนูให้อภัยแม่ได้ แต่ว่าบางทีก็ยังคิดถึงเรื่องนี้และมันทำให้หนูทุกข์ใจว่าทำไมแม่ถึงโกหกหนู คำถามคือหนูควรที่จะต้องจัดการกับความรู้สึกตรงนี้ยังไงอะค่ะ? ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ก็คือว่าเรายังเรียนอยู่ 20 ปีเรายังต้องใช้เงินแม่ ไม่ใช่ทุกคนบนโลกเป็นคนดี ก็แค่คนไม่ดีที่มีลูก เขาบังเอิญมีแนนออกมา ความผิดที่เกิดขึ้นมันค่อนข้างร้ายแรงในฐานะคนเป็นแม่ ในฐานะที่พี่เป็นแม่ พี่ก็รู้สึกสะอึกกับเรื่องนี้ว่าปล่อยให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับลูกเราได้ยังไง แต่วันนี้ถ้าแนนคิดจะให้อภัย พี่คิดว่าแม่คงได้รับบทเรียนแล้ว แล้วเราก็คงรู้แล้วว่าอย่าเอาผู้ชายเข้าใกล้แม่ ถ้าสมมุติว่าเรามีแฟนแล้ววันหนึ่งเขามายุ่งกับเราอีก เราก็พูดกับเขาดี ๆ ว่าให้แม่ควบคุมตัวเองหรือเป็นตัวอย่างที่ดีให้ได้ก่อน ก่อนที่จะสอนเรา แต่ถ้าแนนคิดจะให้อภัยแล้ว พี่คิดว่าแนนควรปล่อยวาง ไม่ต้องไปคิดเรื่องพวกนั้นอีก คิดซะว่าผู้ชายเลว ๆ คนหนึ่งออกไปจากชีวิตเราแล้ว ผู้ชายดี ๆ เขาก็ไม่จีบทั้งแม่ทั้งลูกเหมือนกัน ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า พี่จะมองแบบนี้แนน ถ้าแนนอยากจะให้อภัยเขาเหมือนแบบแนนรักเขา พี่จะมองว่า อย่างน้อยแม่เขาจะทำตัวยังไง นั่นเป็นอีกเรื่องนึง แต่ว่าอย่างน้อยเขาทำให้เห็นจริง ๆ แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่าเอาเป็นผัว เหมือนเขาเอาตัวเขาทำให้เราเห็น อย่างน้อยปลายทางคือเราได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ควรเอาเป็นผัว ถ้าพยายามอยากจะให้อภัยเขา แต่ว่าสิ่งที่เค้าทำอันนั้นไว้อีกเรื่องนึง สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ถ้าเป็นพี่ก็คงคิดว่าเป็นแอลกอฮอล์ ถ้าจะคิดให้มันสบายใจขึ้น มันอาจจะเป็นแอลกอฮอล์ที่ทำให้สมองที่มันยับยั้งชั่งใจมันหายไป แล้วเพศชาย เพศหญิงอยู่ด้วยกันความยับยั้งชั่งใจมันหาย แล้วเรื่องมันก็เกิดขึ้น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

จะทำยังไงดีคะ? เป็นห่วงคุณแม่วัย 76 แกเป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ ของทุกคนเลย ช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามา ให้เงินญาติ หลานห่างๆ อาสาขับรถไปส่งคนนู้น คนนี้ ไปเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมอุปกรณ์ให้บ้านคนอื่น แกทำหมดเลย บางวันออกบ้านไปติดต่อไม่ได้แบตหมด

09 ธ.ค. 2024

จะทำยังไงดีคะ? เป็นห่วงคุณแม่วัย 76 แกเป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ ของทุกคนเลย ช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามา ให้เงินญาติ หลานห่างๆ อาสาขับรถไปส่งคนนู้น คนนี้ ไปเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมอุปกรณ์ให้บ้านคนอื่น แกทำหมดเลย บางวันออกบ้านไปติดต่อไม่ได้แบตหมด

จะทำยังไงดีคะ? เป็นห่วงคุณแม่วัย 76 แกเป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ ของทุกคนเลย ช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามาให้เงินญาติ หลานห่างๆ อาสาขับรถไปส่งคนนู้น คนนี้ ไปเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมอุปกรณ์ให้บ้านคนอื่นแกทำหมดเลย บางวันออกบ้านไปติดต่อไม่ได้แบตหมด ลืมเอามือถือไป ก็เป็นห่วงเค้ามาก “คุณมะม่วง (นามสมมติ)” อายุ 40 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [4 ธ.ค 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาคุณแม่ชอบช่วยเหลือคนอื่น โดย “คุณมะม่วง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มันเริ่มจากคุณแม่เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือทุกคนตั้งแต่ญาติพี่น้อง แล้วตอนนี้ก็ขยายไปถึงเพื่อนของญาติพี่น้องด้วย อย่างญาติพี่น้องก็จะขอหยิบยืมเงิน แต่ส่วนใหญ่คือให้ไปเลย ญาติห่าง ๆ ใครมาขอก็จะให้ไป หลาน ๆ ก็จะให้ 1,000 – 5,000 บาท เรื่องเงินก็เรื่องนึง ตอนนี้ด้วยความที่ท่านก็อายุเยอะแล้ว 76 ปี แต่ท่านก็ยังแอคทีฟมาก ช่วยเหลือทุกคน เช่น เพื่อนไม่สบายก็ขับรถไปรับเพื่อนที่บ้าน แล้วก็พาไปหาหมอนั่งรอ และก็พากลับไปส่งบ้าน แล้วก็ขับกลับบ้านเรา บางที่เป็นโรงบาลรัฐก็ต้องไปรอนาน ๆ ก็เลยคิดทำไมแม่เราต้องไปนั่งรอกับเขาด้วย? ทำไมญาติพี่น้องเขาไม่ช่วย จนล่าสุดอันนี้เป็นเพื่อนคุณป้าอีกทีนึง เขาอยู่ตัวคนเดียวแล้วขโมยขึ้นบ้าน ขโมยก็แงะประตู หน้าต่างแล้วเหมือนก็เขาอยู่ไม่ได้ ไม่ปลอดภัย คุณแม่ก็เลยไปซ่อมหน้าต่าง ซ่อมประตู ซื้อม่าน คือเหมือนทำบ้านให้เขาใหม่ เราก็แบบทำไมญาติพี่น้องเขาไม่ทำให้ ซึ่งเรื่องการช่วยเหลือความใจดีของคุณแม่เนี่ยเคยเป็นประเด็นในที่บ้านมาแล้ว เพราะว่าตอนนั้นคุณพ่อยังอยู่ คุณพ่อก็ค่อนข้างจะน้อยใจว่า ทำไมไม่ดูแลคนที่บ้านก่อน คุณแม่ออกจากบ้านแทบทุกวัน ไปช่วยคนนู้นช่วยคนนี้ ขับรถให้ญาติ ๆ บ้างเพื่อนบ้าง แต่ตอนนี้คุณพ่อไม่อยู่แล้ว คุณแม่เลยยิ่งแอคทีฟไปใหญ่ ทั้งที่อายุก็เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาคือคุณแม่ก็อายุเยอะแล้วก็ไม่อยากให้ขับรถ บางครั้งรถก็มีไปเฉี่ยวกับที่จอดรถบ้าง แต่ไม่ได้รุนแรง เคยพยามพูดแล้วแต่แม่ก็ไม่เชื่อ หนูอยากจะถามพี่ ๆ ดีเจ 2 ข้อคือ “พอจะพูดยังไงให้มัน Effective กว่านี้ หรือว่าเราควรจะพอได้แล้ว?” กับ “ควรจะหากิจกรรมอะไรให้ทำดี” ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ทั้งสองข้อแก้ให้ไม่ได้ค่ะ มันคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ในคำถามแรกพูดยังไงให้แม่เปลี่ยนไม่ได้ ถ้าถามว่าคุณแม่ทำมาทั้งชีวิตจะเปลี่ยนยังไงคะ ไม่มีทางเลยก็ให้มอง ถ้ามันเป็นความสุขของเขาก็ปล่อยเขา แต่ว่าดูอันนี้ไม่ได้อันตรายกับท่าน แล้วท่านยังดูแข็งแรงอยู่นะ 76 แล้วออกมาทำแบบบเนี้ยมันคือความสุขจริง ๆ ก็ได้นะถ้าอยู่บ้านแล้วมันไม่มีอะไร เพราะฉะนั้นข้อแรกเราตีไปเลยว่ามันทำไม่ได้มันไม่มีวิธีพูดใด ๆ ส่วนข้อสองกิจกรรมมีครบหลากหลายแล้ว มันต้องมีกิจกรรมที่คนสูงอายุทำแล้วเผาเวลา อย่างเช่นกิจกรรมที่บ้านพักคนชราเขาทำกัน “ไผ่นกกระจอก” “คุณมะม่วง” เสริมต่อว่า ‘เสาร์-อาทิตย์ ถ้าไม่ได้ทำงานก็จะพาแม่ไปกินข้าวไปคาเฟ่กับหลานซึ่งท่านก็ไปด้วย’ ดีเจเลยให้คำปรึกษาต่อว่า ‘คุณแม่ก็ทำดีแล้ว ทำครบทุกย่างแล้วจัดสรรเวลาดีซะด้วย ไม่ได้บกพร่องอะไรที่เราจะไปริดรอนความสุขเขา’ “ดีเจเติ้ล” เสริมต่อว่า ‘เพราะนี่พึ่งเห็นบทความ ‘การที่เราปล่อยให้พ่อแม่เราเกษียณ แล้วปล่อยให้อยู่บ้านเฉย ๆ อ่ะยิ่งทำให้เขาแก่ทำให้เสี่ยงอัลไซเมอร์’ ทำให้ชีวิตเฉามากเลยนะ เพราะเขารู้สึกว่าทำได้อีกตั้งเยอะ นอกจากนี้อาจจะให้ท่านเล่นเกม ออกกำลังกายหน้าห้าง เต้นลีลาศอะไรประมาณนี้ ดีเจมองว่า สิ่งที่คุณแม่ทำเป็นเรื่องน่ารักในวัยเขามากเลยนะ ถ้ามันไม่ได้เสี่ยงอันตรายอะไร แต่ทางที่ดีควรหาคนไปเป็นเพื่อนเขาคอยโทรบอกเวลามีอะไร ถ้าเราไม่มีเวลาตามเขาไปตลอด หรือหาอะไรติดตาม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูจะเลือกทางไหนดี? ครอบครัวอยากให้เรียนภาษาญี่ปุ่น มีงานรองรับให้ แต่ใจหนูอยากเรียนนิเทศศาสตร์ เพราะหนูเคยแคสซีรีส์ และมีผู้ติดตามใน TIKTOK เยอะด้วย ตอนนี้กำลังจะต้องเลือกคณะแล้วยังลังเลอยู่ค่ะ...

09 พ.ค. 2025

หนูจะเลือกทางไหนดี? ครอบครัวอยากให้เรียนภาษาญี่ปุ่น มีงานรองรับให้ แต่ใจหนูอยากเรียนนิเทศศาสตร์ เพราะหนูเคยแคสซีรีส์ และมีผู้ติดตามใน TIKTOK เยอะด้วย ตอนนี้กำลังจะต้องเลือกคณะแล้วยังลังเลอยู่ค่ะ...

“คุณหนูจี๊ด (นามสมมติ)”อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [7 พฤษภาคม 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม”เกี่ยวกับปัญหาการเรียนต่อว่าจะเลือกสายไหนดี? ระหว่าง เรียนญี่ปุ่น หรือ นิเทศศาสตร์ โดย “คุณหนูจี๊ด (นามสมมติ)”ได้เล่าว่า คุณแม่ของหนูจี๊ดเสียงเมื่อ 3 เดือนก่อน แล้วไม่ได้อยู่กับพ่อ แต่อาศัยอยู่กับน้าสาวเป็นหลัก ช่วงนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงของการเปิดเทอมเรียนแล้ว อยากจะปรึกษาว่าควรจะเลือกเรียนอะไรดี? เรียนตามความฝัน หรือ ตามที่ครอบครัวอยากให้เรียน ซึ่งทุกคนในครอบครัวอยากจะให้หนูเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะน้าทำงานบริษัทญี่ปุ่น จะช่วยปูทางเข้าทำงานให้ได้ แต่ใจลึกๆอยากจะเรียนนิเทศศาสตร์ เพราะเคยไปแคสซีรีส์มาแล้ว และ คนติดตามใน TIKTOK ก็ค่อนข้างเยอะ คิดว่าถ้าเรียนนิเทศศาสตร์แล้วอาจจะมีความสุขมากกว่า อยากจะถามพี่ๆว่า ควรจะเลือกทางไหนดี?’ “ดีเจเผือก” ได้ให้ความคิดเห็นว่า ‘ถ้าเทียบกัน อยากให้ดูความจำเป็น ของชีวิตเราเป็นหลัก ว่าเรามีเวลาทำตามความฝันนานแค่ไหน พิสูจน์ตัวเองนานแค่ไหน เรามีเวลาในการต่อสู้ในเส้นทางนี้แค่ไหน ต้องยอมรับว่านิเทศศาสตร์ คู่แข่งเยอะ การที่จะมาอยู่เบื้องหน้า คู่แข่งเยอะมากๆ แต่ถ้ามองว่าจะทำเบื้องหลัง พูดตรงๆว่าจะใช้ชีวิตที่เหนื่อยพอสมควร เช่น กองถ่าย เหมือนทุกวันนี้คนเบื้องหลังอยู่ด้วยแพชชั่น อยู่ด้วยใจรัก ถ้าเทียบกันงานที่บริษัทญี่ปุ่น หรือ บริษัทภาษาอื่นๆมา ถ้าเราเรียนภาษาเหล่านี้ มันมีโอกาสสูงมากที่เราจะได้ทำงานต่อได้ในเวลาอย่างรวดเร็ว หรือมองง่ายๆว่า มีตำแหน่งงานรองรับมากกว่า คิดซะว่า จบมา มีงานบริษัทญี่ปุ่นรออยู่เลย เผลอๆฝั่งนิเทศ เพื่อนที่จบนิเทศมาอาจจะอิจฉาเราด้วยซ้ำ เพราะงานเราที่ทำออฟฟิศต่างชาติมันค่อนข้างสบาย แต่ถ้าเทียบกับฝั่งนิเทศกว่าเราจะไปเป็นเบื้องหน้าได้มันยากกว่า อยากให้หนูจี๊ดกลับไปนั่งเลือกฝั่ง ความจำเป็นในชีวิตเราว่าจะเลือกฝั่งไหนดีนะ? จะเลือกนิเทศแล้วเรียนเสริมญี่ปุ่นก็ได้แล้วแต่เรา แต่ต้องขยันหน่อยนะ ถ้าเราเลือกแบบนี้’ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำแนะนำว่า ‘ถ้าอยากทำเบื้องหน้า อยากให้ไปเรียนญี่ปุ่นเลย เพราะถ้าจะทำเบื้องหน้า ถ้าเรามีคาแรคเตอร์ที่โดดเด่น สวย เก่ง แล้วได้ภาษาญี่ปุ่นได้ไฟแล่บอีก ยิ่งมีหนทางให้กับตัวเองอีก ไปแคสโฆษณาได้อีก เพราะตอนนี้เท่าที่ดูโปรไฟล์หนู หนูจี๊ดมีแววมาก แต่ถ้าหากอยากเป็นเบื้องหลัง การไปเรียนนิเทศก็จำเป็น แต่เท่าที่ดูโปรไฟล์หนูจี๊ด หนูมาทางสายเบื้องหน้ามากกว่า พูดจากประสบการณ์ก็คือสายนิเทศคนที่เรียนนิเทศแล้วจะจบมาเป็นเบื้องหน้าเลย มันมีน้อย แนะนำว่าอย่าทิ้งภาษาญี่ปุ่น การที่เราเรียนจนพูดได้ฟังได้ มันทำให้เรามีภาษีสูงขึ้น ดูอย่างอย่างดีเจดาว ดีเจดาวสามารถเป็นเบื้องหน้าได้ และ เป็นพิธีกรภาษาญี่ปุ่นได้ ยังไงภาษาญี่ปุ่นก็ได้ใช้อยู่แล้ว ต้องกลับไปถามตัวเองเยอะๆแล้วว่าอยากเป็นเบื้องหน้า หรือ เบื้องหลัง’ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำแนะนำว่า ‘ตัวพี่เองจบเศรษฐศาสตร์มาแล้วก็มาเป็นดารา เพราะพี่ฝันจะเป็นดารา แนะนำว่าจากคาแรคเตอร์เรา หน้าตา บุคลิกเรา มีสไตล์อยู่แล้ว เอาเวลาไปเรียนภาษาญี่ปุ่น แล้วทำ Content เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นควบคู่ไปด้วย ดีเจต้นหอมชื่นชมว่าดูจากคลิปที่โพสแล้วว หนูจี๊ดเต้นสวยมาก เต้นเก่งมาก ทำคาแรคเตอร์ให้เป็นผู้หญิงที่เก่งภาษาญี่ปุ่น และ เต้นด้วยได้ หนูมีของอยู่แล้ว อินเนอร์ของหนูคือดีมาก ดังแล้วอย่าลืมพี่นะ และที่สำคัญหนูสามารถทำชีวิตตัวเองให้มีความสุขได้ โดยที่ไม่ต้องเรียนนิเทศก็ได้’ “ดีเจเผือก” กล่าวเสริมตอนท้ายว่า ‘ถ้าสมมุติเดินทางในสายบันเทิงแล้วไม่โด่งดัง ก็ทำงานสายญี่ปุ่นให้รวยไปเลย ตั้งใจทำงาน ดูแลตัวเองให้ได้ มองง่ายๆเป็นเลขาเจ้านายญี่ปุ่น เงินยังดีมากๆ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปี พอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเรา ตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่าง แต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้น

24 พ.ย. 2023

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปี พอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเรา ตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่าง แต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้น

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปีพอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเราตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่างแต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้นควรไปต่อหรือพอแค่นี้ แล้วถ้าบอกเลิกตอนนี้จะดูงี่เง่าไปไหม... “คุณเอฟ (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” กับปัญหาที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นมือที่ 3 จนคบกันมาถึงตอนนี้ ก็รู้สึกกลัวและระแวงว่าเขาจะนอกใจเหมือนที่เขาเคยทำ โดย “คุณเอฟ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ประมาณปีที่แล้ว ผู้ชายซึ่งเป็นแฟนในปัจจุบัน เขาเข้ามาจีบ โดยเราไม่รู้ว่าเขามีแฟนที่คบกันมากว่า 10 ปีแล้ว เรามาจับได้หลังจากคบกันมาสักพัก พอเรารู้เรื่อง เราก็ถอยออกมา ให้เขากลับไปจัดการเคลียร์กับทางนั้น เราไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราเข้าไปเป็นมือที่ 3 หลังจากที่เขากลับไปเคลียร์ เขาก็กลับมาบอกว่า “เลือกเรานะ เขารักเราจริงๆ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับทางนั้นแล้ว เขาขอโอกาสได้ไหม” เราก็เลยลองให้โอกาสเขาดู ตอนนี้มันก็ผ่านมา 1 ปีแล้ว แต่เราต้องใช้ชีวิตแบบหวาดระแวง กลัวว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่ทำกับคนที่เขาคบมานาน กลัวว่าเราจะต้องไปตกอยู่ในสภาพแบบนั้น กลัวว่าคนรอบข้างเขาจะสมน้ำหน้าเรา เพราะว่าคนที่เขาไม่ได้รู้เรื่องราว เขาก็มองว่าเราไปแย่งผู้ชายมา แล้วสิ้นปีนี้ผู้ชายเขาต้องเปลี่ยนงาน ซึ่งตอนที่เขามาจีบหนู ตอนนั้นเขาก็เปลี่ยนงานมาได้ไม่นาน มาเจอสังคมใหม่ หนูก็เลยกลัวมากว่าถ้าเขาเปลี่ยนสังคมไปแล้ว เขาจะทำแบบเดิมหรือเปล่า หนูไม่รู้จะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์นี้ ควรไปต่อหรือควรหยุด เพราะตลอดเวลาที่คบกันมาปีกว่า หนูกังวลเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาเขาก็ดูแลดีทุกอย่าง เป็นผู้ชายที่ดีคนนึง เพอร์เฟคในหลายๆ อย่าง มีไม่เพอร์เฟคแค่เรื่องนี้ ถ้าจะไปต่อในความสัมพันธ์นี้จะไปต่ออย่างไร หรือถ้าจะเลิกมันจะดูงี่เง่าไปไหม’ ทาง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าทุกความสัมพันธ์ มันตอบไม่ได้หรอก ว่าใครนอกใจหรือไม่นอกใจ เพียงแต่ว่าแค่คนนี้มันมีเชื้อ มันเหมือนเริ่มต้นผิด เริ่มต้นกับคนผิด แต่…มันก็มีเยอะเหมือนกันที่อยู่ด้วยกันกับคนปัจจุบัน ไปจนแก่เฒ่า สิ่งที่วัดคือ วัดจากปัจจุบันว่าผู้ชายคนนี้รักเรามากแค่ไหน ถ้าเขารักเรามาก เขาจะทำอะไรก็ได้ให้เรารู้สึกมั่นใจ ถ้าวันนึงที่เขามีคนอื่น ผู้ชายมันจะเปลี่ยนไปเอง จะเจอเรายากขึ้น เราจะรู้โดยธรรมชาติของเราเองว่าเปลี่ยนไป พอถึงวันนั้นไม่ต้องรอเจอคนใหม่ ให้เราถามตัวเองเลยว่า เราอยู่แล้วเรามีความสุขไหม ถ้าไม่มีความสุขเราก็แค่เดินออกมา ถ้าวันนี้เราจะไปขอเลิกเขา มันดูงี่เง่าไหม สำหรับพี่ถือว่างี่เง่า ถ้าไม่เอาก็ไม่ต้องเอาตั้งแต่วันแรกสิ ที่หนูบอกว่า ‘เขาดีทุกอย่างเลย เขาแค่นอกใจ’ เขาไม่ได้แค่นอกใจ นอกใจไม่ใช่แค่ เพราะถ้ามันแค่ มันจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของหนูในวันนี้ ถ้าเขาจะนอกใจ เขาก็นอกใจได้ แล้วก็ดีเสียอีก เพราะหนูจะได้ไม่เสียเวลา แต่ถ้าเลิกกันตอนนี้โดยที่เขาไม่มีความผิด มันก็งี่เง่าแหละ แต่เอาเป็นว่าถ้าอยู่กับปัจจุบันแล้วมันไม่มีความสุข ก็ให้เดินออกมา หรือเราต้องคุยกับเขาว่าเรากลัวอะไร อยากให้เขาแสดงความมั่นใจ ถ้าเขารักเราเขาจะทำให้เราได้ เขาอาจจะเลือกเราก็ได้ อาจจะรู้สึกว่าเราใช่แล้ว ไม่อยากเสียเราไป ถ้าถามเขาจะนอกใจไหม มันไม่มีใครตอบได้แม้กระทั่งตัวเขาเอง เขาก็ไม่รู้ว่าวันนึงเขาไปเจอใครแล้วเขาจะหวั่นไหวไหม เขามีความมั่นคงหรือหนักแน่นแค่ไหน ตัวเขาก็ยังไม่รู้ แต่เขารู้แค่ว่าตอนนี้เขามีเรา เขาจะแสดงความมั่นใจให้กับเรา ให้เราอยู่กับปัจจุบันว่าเรามีความสุขไหม’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากจะบอกเอฟอย่างนี้ว่า เวลาเราตัดสินใจคบกับใครสักคน มันก็คือความเสี่ยงทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย ดูจากประวัติในอดีตหรืออะไร แต่ทุกอย่างมันไม่ได้การันตีว่าคนที่เคยบอกเลิกกับแฟนคนนึงเพื่อมาคบกับอีกคนนึง นั่นแปลว่าเขาจะทำอีกแน่ๆ 100% หรือถ้าบอกว่า เขาจะไม่ทำแล้ว เขาเห็นเอฟเป็นรักแท้ มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หลายๆ เคสมันก็เป็นแบบนี้ เอฟลองคิดว่าเรารับความเสี่ยงกับการคบกันครั้งนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าตื่นมาทุกวันแล้วต้องระแวงในทุกการกระทำที่เขาทำ นั่นแปลว่าธรรมชาติของคุณ ไม่ใช่คนที่สามารถรับความเสี่ยงอะไรแบบนี้ได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะเสียเวลา เสียสุขภาพจิตไปกับตรงนี้ อยากให้คอมเม้นต์อีกด้านนึงว่า ถ้าเราเลิกตอนนี้ คนอื่นจะมองเรางี่เง่าแน่นอน แต่สุดท้ายถ้าเอฟรู้ตัวว่าฉันอยู่ไม่ไหว มันหวาดระแวง ไม่มีความสุข จะตัดสินใจยังไงมันก็เป็นเรื่องของเรา เราเคยให้โอกาสเค้า แล้วแต่พอมาคบกันจริงๆ แล้วมันไปไม่รอดอย่างที่เราหวัง จะจบความสัมพันธ์มันก็ได้นะ คนเรามีสิทธิ์ที่จะลอง ถ้าลองแล้วมันไม่ใช่ ก็มีสิทธิ์ที่จะแยกย้ายเหมือนกัน คนอื่นจะมองว่าเรางี่เง่า แต่มันก็ไม่ผิดอะไรที่เราจะทำให้ตัวเองมีความสุข’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับทั้งพี่เผือกและพี่ต้นหอม เราไม่รู้จริงๆ ว่าคนที่เราอยู่ด้วยวันนึงเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไร มันวัดไม่ได้จริงๆ ว่าเวลามันจะเปลี่ยนใคร เพราะฉะนั้นเคสนี้เขาเคยทิ้งผู้หญิงคนนั้นแล้ว แต่วันเวลามันอาจจะทำให้เขาตระหนักได้ว่าเขาไม่ควรทำอย่างนั้นอีกก็เป็นได้ หรือเขาอาจจะทำอีก ก็เป็นได้ ไม่มีใครรู้เลย ถ้าคิดจะให้โอกาส ต้องไม่นอยด์ไปจนถึงเอาเรื่องเก่ามาพูดอีกเลย ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะให้โอกาสไม่ควรที่จะไปคอยระแวง พี่คิดว่ามันไม่แฟร์กับเขาเพราะเราให้โอกาสเขาแล้ว และมันไม่แฟร์กับความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ด้วย พี่คิดว่า ถ้านอยด์แล้วเรื่องมันเกิดก็คือเลิก แต่ถ้านอยด์แล้วเรื่องมันไม่เกิด ก็มีผลว่าจะเลิกกันเหมือนกัน เพราะอีกคนก็ไม่มีความสุข ตัวเราก็ไม่มีความสุข แต่ในขณะที่เราไม่นอยด์แล้วเรื่องเกิดก็เลิกกัน แต่ถ้าเขาไม่เจ้าชู้เราก็มีสิทธิ์ที่จะรักกันไปตลอด ผลมันต่างกัน ถ้าคนเรารักกันแล้วคนนึงมาระแวงตลอด พี่ว่ามันไม่มีความสุข แล้วมันจะเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่น่าจะอยู่ระยะยาว แต่สุดท้ายทั้งหมดมันอยู่ที่ตัวหนู ใครจะมองว่าหนูงี่เง่า มันก็คือชีวิตหนู หนูก็ต้องไปหาที่ที่ทำให้หนูสบายใจ มันไม่มีใครที่จะมามีผลกับชีวิตหนูเลย นอกจากตัวหนูเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-