ฟังเพลงออนไลน์ EFM 94 ONLINE - ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

News Updates

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนสนิทที่คบมา 40 ปี ขอให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขา และอยากได้อสุจิสามีเราไปทำ GIFT จะปฏิเสธก็รู้สึกผิด ควรทำยังไงดี?

24 เม.ย. 2026

เพื่อนสนิทที่คบมา 40 ปี ขอให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขา และอยากได้อสุจิสามีเราไปทำ GIFT จะปฏิเสธก็รู้สึกผิด ควรทำยังไงดี?

เพื่อนสนิทที่คบมา 40 ปีขอให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขาและอยากได้อสุจิสามีเราไปทำ GIFTจะปฏิเสธก็รู้สึกผิด ควรทำยังไงดี? ‘คุณองศา (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนสนิทที่คบกันมานานอยากมีลูก แต่ไม่มีสามี จึงมาขอจดทะเบียนสมรสกับสามีของเราเพื่อจะไปทำ GIFT ‘คุณองศา (นามสมมุติ)’ อายุ 47 ปี ได้เล่าว่า “เพื่อนสนิทของเราให้ชื่อว่า ‘คุณเอ (นามสมมุติ)’ อยากให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขา ด้วยเหตุผลเพราะเขาอยากมีลูก องศากับเอเป็นเพื่อนกันมา 40 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่อนุบาล จนโต และแยกย้ายไปมีครอบครัวของตัวเอง ครอบครัวของเราก็ปกติดี มีลูก 2 คน ลูกชายคนโตเรียนอยู่ระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ส่วนคนเล็กเป็นลูกหลง ตอนนี้เพิ่งจะ 5 ขวบ ซึ่งเราก็จดทะเบียนสมรสกับสามีมาตั้งแต่ต้น ส่วนทางฝั่งคุณเอกับสามีหย่าร้างและยังไม่มีลูก แม่ของคุณเออยากมีหลาน แต่คุณเอไม่มีพี่น้องคนอื่น ๆ เลย และยังไม่มีสามีใหม่ จึงมีให้ไม่ได้ 2-3 ปีหลังนี้ คุณเอมาบ่นให้ฟังว่าอยากหาลูกเขยให้แม่ เคยมีคบผ่าน ๆ บ้าง แต่ไม่ได้จริงจัง พอถึงตอนที่เราคลอดลูกคนเล็ก เขาก็มาพูดกับเราว่า ลูกเราน่ารักจัง อยากขอไปเลี้ยง แต่เรากับสามีก็ไม่ให้ ปีนี้คุณเอได้มีการไปฝากไข่ และแม่ของคุณเอก็มาคุยกับองศาว่า “ให้สามีองศามาจดทะเบียนกับเอได้มั้ย เพื่อที่จะไปทำ GIFT จะต้องใช้เอกสารทะเบียนสมรส และอสุจิ" ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยขอให้เราอุ้มบุญให้ แต่เราก็ไม่สามารถทำได้ เพราะอายุก็มาก และเราก็ทำหมันแล้ว เขาจึงมาขอสามีเราไปช่วยเรื่องการทำ GIFT แทน คุณแม่ของเขามาขอกับสามีเราโดยตรงว่าอยากให้ไปจดทะเบียนกับคุณเอ หลังจากนั้นสามีก็มาถามเราว่า “องศากับเพื่อนสนิทกันขนาดไหน ทำไมเขาถึงมาขอผมขนาดนี้” เราตอบว่าก็สนิทกันนะ องศาถามสามีกลับว่า “คุณคิดว่าไง?” สามีตอบว่า “แล้วแต่คุณ” เราก็งง แล้วถามกลับว่า “อ้าว แล้วคุณยอมหรอ ถ้าจะทำจริง ๆ คือเราต้องหย่ากันก่อน คุณถึงจะไปจดทะเบียนกับเอได้” ซึ่งเราก็รู้ว่าขั้นตอนมันก็ยุ่งยาก นอกจากนี้ทางคุณเอยังบอกเราอีกว่า "อยากเรียกร้องอะไรก็ได้เลยนะ" สำหรับเรามองว่าถ้าเราจะช่วยจริง ๆ มันเป็นเพราะน้ำใจ ไม่จำเป็นต้องไปเรียกร้องอะไรจากเขา แต่ทำไมฝั่งนั้นถึงพูดแบบนี้ ส่วนเรื่องอสุจิแม่ของเอก็มาถามว่า "ขอใช้ของสามีเราได้มั้ย" ทำให้เรารู้สึกแปลก ๆ ล่าสุดหลังจากที่คุณเอไปฝากไข่ เขาก็มาบอกกับเราว่าเขาไปตรวจร่างกาย-ตรวจผนังมดลูกมาเรียบร้อยแล้ว ประมาณว่าเขาพร้อมแล้ว ฝั่งเราพร้อมหรือเปล่า เราเลยคิดว่าต่อให้เอไม่ได้เป็นคนมาพูดขอสามีเราเอง แต่เขาก็น่าจะเห็นด้วยกับที่แม่เขาทำ แต่เราก็ตอบไปว่า “เธอก็เคลียร์ตัวเองก่อน ส่วนเรื่องสามีเรา เรายังไม่ตัดสินใจ” ซึ่งจริง ๆ ในใจเราก็ไม่อยากช่วย แต่เราก็สนิทกันมากขนาดนี้ เราจะปฏิเสธอย่างไร เราเคยคิดว่า ถ้าให้อสุจิสามีไป แล้วลูกออกมาหน้าเหมือนกัน 3 คน ลูกเรา และลูกเขา จะเป็นอย่างไร เพราะมาจากสามีเราทั้ง 3 คน จึงอยากโทรมาปรึกษาดีเจทั้งสามว่า ถ้าเราไม่เห็นด้วยกับเอ แล้วปฏิเสธไป จะผิดมั้ย เพราะเราเป็นเพื่อนสนิทกันมานานมากขนาดนี้ เราจะปฏิเสธไม่ช่วยเหลือเพื่อนยังไง” เริ่มด้วย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า “ที่เขาทำมันผิดกฎหมาย เพราะเป็นการจดทะเบียนใหม่เพื่อไปทำ GIFT เท่านั้น มันเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง เราต้องล้างความเป็นครอบครัวของเรา แค่เพื่อที่จะช่วยให้เขามีลุ้นว่าจะมีลูกได้หรือเปล่า แล้วถ้ามีได้ มรดกสามีต้องเป็นของใคร? ตามกฎหมาย ก็ต้องเป็นของลูกคุณเอด้วยนะ ถ้าเขาไม่ยอมหย่ากับสามีคุณองศาจะทำยังไง หรือถ้าหย่า สังคมสงเคราะห์ก็จะเข้ามาตรวจสอบว่าเด็กสามารถอยู่กับแม่คนเดียวได้มั้ย ถ้าไม่ได้ต้องทำยังไง มันจะมีเรื่องอีกมากมายเลยที่จะเข้ามา เรื่องนี้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่แม่ของคุณเอคิด หรือหาวิธีแก้ปัญหาอื่น ลองหาคนที่บริจาคเชื้ออสุจิแทน หรือถ้าอุ้มบุญก็ต้องเป็นญาติสายตรงเท่านั้น” ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าคุณองศาคิดว่า การที่เราไม่ช่วยแล้วรู้สึกผิด ตัดตรงนี้ออกได้เลย เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาขอกัน มันขอกันไม่ได้ ตอนนี้ครอบครัวคุณองศามีความสุขดี แต่ถ้าไปช่วย มันจะมีปัญหาอะไรเข้ามามากมายเลย ไม่ต้องลังเล ปฏิเสธได้เลย” ปิดท้ายด้วย “ดีเจพี่หอม” ให้ความคิดเห็นว่า “ไม่ช่วยก็ได้ ไม่น่าเกลียด ไม่ผิด ขอเสริมนิดหนึ่งว่า อย่าให้ความหวังเขา บอกไปตรง ๆ ว่ามันไม่ได้ แนะนำวิธีอื่นไปค่ะ ติดต่อคนอื่นที่พร้อมไป ไม่ใช่สามีเรา ถึงแม้เขาจะไม่ได้มีเจตนาแย่งสามีเราก็ตาม แต่มันจะมีปัญหาแน่ ๆ มันจะยุ่งเหยิง แต่ก็แปลกนะที่สามีคุณองศา ไม่โวยวายอะไร และยอมที่จะตามใจคุณองศาเลย ไม่ว่าจะให้เขาหย่าไปจดทะเบียนกับเอหรือเปล่า”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เขาบอกเลิกเรา เพราะเราดีเกินไป บอกว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา แต่สุดท้ายก็ไม่สมหวังอยู่ดี แล้วเราจะเป็นคนดีไปทำไม ถ้าไม่มีใครมารักเรา ??

23 เม.ย. 2026

เขาบอกเลิกเรา เพราะเราดีเกินไป บอกว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา แต่สุดท้ายก็ไม่สมหวังอยู่ดี แล้วเราจะเป็นคนดีไปทำไม ถ้าไม่มีใครมารักเรา ??

เขาบอกเลิกเรา เพราะเราดีเกินไปบอกว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา แต่สุดท้ายก็ไม่สมหวังอยู่ดีแล้วเราจะเป็นคนดีไปทำไม ถ้าไม่มีใครมารักเรา ?? ‘คุณเมษา (นามสมมติ)’ อายุ 30 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 เมษายน 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่อง เขาก็ไม่ลงเอยกับหนู เพราะหนูดีเกินไป โดย ‘คุณเมษา (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ที่ผ่านมามีความรักมากี่ครั้ง เขาก็ให้เหตุผล และบอกว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขามีมาเลย แต่สุดท้ายกลับไม่สมหวังอยู่ตลอด จนเรารู้สึกเหนื่อย หมดกำลังใจจากการเป็นแฟนที่ดี เรามีแฟนมา 2 คน ซึ่งทั้งสองมีลูกติดทั้งคู่ ความรักครั้งแรกของเรา คือตอนที่เราอายุ 25 เราคบกับแฟนคนแรกมา 3 ปี แต่อยู่ดี ๆ เขาก็บอกเลิกเรา จนวันหนึ่งเราได้รู้ว่าเขาบล็อกเฟซบุ๊กเรา และเพิ่งแต่งงานใหม่หลังจากเลิกกับเราได้ไม่นาน ด้วยเหตุผลว่าโดนที่บ้านคลุมถุงชน แต่เขาก็ยังพูดกับเราเสมอว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ ต่อมาแฟนคนที่ 2 ทุกอย่างดีมาก จนเราคิดว่าความรักในครั้งนี้มันต้องเวิร์กมากแน่ ๆ เราก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกของเขา เรารักลูกเขามาก ๆ เขาเองก็พูดว่า เขาไม่เคยเจอผู้หญิงที่ดีขนาดนี้มาก่อน แต่คบกันไปสักพักหนึ่งก็มีการเปิดอกคุยกัน เขาบอกว่าเขา Love Idea of You ในแง่ที่เราจะสร้างครอบครัวที่ดีได้แน่ ๆ ต้องเป็นแม่ที่ดีได้แน่ๆ อนาคตเราต้องเป็นครอบครัวที่ดีแน่ ๆ แต่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ สุดท้ายแล้วเขาก็กลับไปหาความสัมพันธ์เดิม ที่เขาเคยบอกกับเราว่ามันท็อกซิก เราก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่ามันถูกแล้วหรือไม่ ที่เราเป็นแฟนที่ดี แต่มันกลับผิดหวังทุกรอบเลย เราไม่เคยเช็คโทรศัพท์แฟน เราไม่เคยจู้จี้จุกจิก เราไม่เคยทะเลาะกับแฟนแม้แต่ครั้งเดียว มีอะไรเราก็เปิดใจคุยกันตลอด สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า เรากลัวเขาจะไม่รักเรา เราเลยยอมเขาทุกอย่าง จนเราเริ่มคิดว่าการที่เราเป็นแบบนี้มันน่าเบื่อหรอ สุดท้ายความสัมพันธ์ก็จบแบบเดิมทุกครั้ง อยากรู้ว่าการที่เราเป็นแบบนี้ต่อไปมันถูกแล้วใช่ไหม เราเองก็ไม่ได้ไร้เดียงสา ขนาดที่จะไม่รู้ว่าความรักมันไม่ได้แฟร์ในทุก ๆ ครั้ง เราเป็นของเราแบบนี้มันถูกแล้วไหม หรือว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายเขาตามหาจริง ๆ บางครั้งก็สงสัยเหมือนกัน เห็นหลาย ๆ คนที่ไม่ได้ดี แต่เขากลับมีความรักที่ดีได้ เราก็ไม่ได้อยากเป็นแฟนที่ไม่ดีของใคร แล้วเราจะต้องทำยังไง ถ้าเราเป็นแบบนี้ต่อไป เราจะเจอความรักที่ดีจริง ๆ ได้ใช่ไหมคะ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “วันนี้เรายังไม่เจอคนที่เป็นคู่ของเราเพียงเท่านั้นเอง จังหวะเวลาที่เจอกันก็ส่วนหนึ่ง ปัจจัยแวดล้อมมากมาย ที่มาเป็นองค์ประกอบที่ทำให้คนเราได้มาเป็นคู่ชีวิตกันก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เราแค่ยังไม่เจอคนที่เป็นคู่ของเรา มีคนที่ต้องการผู้หญิงดี ๆ ที่ไม่ได้ทำร้ายหัวใจเขาเยอะแยะ กลับกันผู้หญิงเองก็ต้องการเหมือนกัน เพียงแต่ยังหากันไม่เจอ เรื่องที่ว่าเป็นคนดีแล้วมันไม่มีใคร มันไม่จริง เป็นตัวเองตัวเองต่อไป แล้ววันหนึ่งเดี๋ยวเราก็เจอคนที่ใช่” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เหตุผลที่เขาบอกว่าเราเป็นคนดี จริง ๆ แล้วอาจจะเป็นข้ออ้างของเขา ให้การเลิกกันของเรามันไม่ดูแย่ อย่าไปสนใจ อย่าไปโฟกัสตรงนั้น ส่วนเรื่องที่เราเป็นคนดีแล้วมันไม่มีใคร จะเปลี่ยนเป็นคนเลวดีไหม เราอยากได้คนแบบไหน เราจงเป็นคนแบบนั้น เราอยากได้ชีวิตแบบไหน ให้ใช้ชีวิตแบบนั้น คนดีมันก็ต้องอยู่กับคนดี มันถึงจะไปด้วยกันได้ อย่างที่พี่เผือกบอก เราแค่ยังไม่เจอคนคนนั้น เป็นเรื่องปกติที่เรายังไม่เจอ แต่เมื่อเราเจอเขาแล้ว เราจะไม่ต้องพยายามอะไรอีก เพราะคนคนนั้นจะรักในสิ่งที่เราเป็น” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เราก็คงแค่น้อยใจในโชคชะตา ถ้าถามว่าเราจะดี หรือเราจะร้าย อยากให้เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด อะไรที่อยากทำก็ทำ อะไรที่ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ ใช้ชีวิตให้มีความสุข การที่คนเราเป็นคนดีก็โดนเท ร้ายก็โดนเท เพียงเพราะว่าเรายังไม่เจอคนที่พอดี ถ้าคนนี้มันไม่ใช่ก็แค่หาใหม่ จนกว่าจะเจอคนที่พอดีกับเรา”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมเป็นเกย์ร่างบางที่ลองนัดเกย์หุ่นหมี เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมเกือบตาย เพราะพุงของเขาทับผมจนหายใจไม่ออก!

23 เม.ย. 2026

ผมเป็นเกย์ร่างบางที่ลองนัดเกย์หุ่นหมี เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมเกือบตาย เพราะพุงของเขาทับผมจนหายใจไม่ออก!

ผมเป็นเกย์ร่างบางที่ลองนัดเกย์หุ่นหมีเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมเกือบตายเพราะพุงของเขาทับผมจนหายใจไม่ออก! ‘คุณกูเกิ้ล’ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาสอบถามปัญหาเรื่องที่ตนกังวลใจ กับ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นนัดเกย์หุ่นหมี แต่กลับเจอประสบการณ์เฉียดตายกลับมา โดย ‘คุณกูเกิ้ล’ ได้เล่าว่า ในตอนที่ได้เข้ามหาลัยปี 1 ก็เป็นแค่เกย์ตัวเล็ก ๆ ใส ๆ จนขึ้นปี 2 ก็ได้รับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ว่าเราสามารถนัดพบกันเพื่อ One Night Stand ได้ ซึ่งนั่นมันก็ทำให้คุณกูเกิ้ลรู้สึกอยากลอง เมื่อลองนัดไปได้ 2-3 คน ก็รู้สึกถูกใจมาก ๆ จนมีคนหนึ่งทักมา ซึ่งพี่คนนั้นเป็นเกย์หุ่นหมี คุณกูเกิ้ลก็ไม่ได้ติดอะไรในส่วนนี้ จึงได้ตอบตกลงพากันไปเปิดห้อง เมื่อทั้งคู่ไปถึงห้องก็ได้เริ่มกิจกรรมบนเตียงกัน แต่ดันมาติดตรงที่ตอนนั้นคุณกูเกิ้ลอยู่ด้านล่าง พี่เกย์หุ่นหมีอยู่ด้านบน และพยายามจะโน้มตัวลงมาจูบ แต่ด้วยสรีระร่างกายที่มีหน้าท้องที่ใหญ่จึงไม่สามารถโน้มตัวลงมาได้ นั่นจึงทำให้คุณกูเกิ้ลพยายามผลักออกแต่ก็ไม่สำเร็จ ทันใดนั้นคุณกูเกิ้ลได้ถอนหายใจเฮือกสุดท้ายออกไป ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับตอนคนด้านบนโน้มตัวลงมาจูบได้สำเร็จ ซึ่งก็ได้จูบกันนานถึง 2 นาที และการที่โดนคนด้านบนทับลงมานั้นก็ทำให้คุณกูเกิ้ลหายใจไม่ออกนานถึง 2 นาทีเช่นกัน โดยคุณกูเกิ้ลก็ได้เล่าว่าเหตุการณ์ในตอนนั้นรู้สึกเหมือนตนนั้นกำลังจะขาดใจเพราะขาดอากาศหายใจ เมื่อคนด้านบนผละออกไปคุณกูเกิ้ลจึงได้รีบหายใจเข้าทันที และสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ไม่มีอารมณ์ทำเรื่องตรงหน้าต่อ เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงกลายเป็นเหมือนความทรงจำที่ไม่ดีของคุณกูเกิ้ลสำหรับการจะนัดเจอกับเกย์หุ่นหมีอีกในอนาคต ซึ่งก็ได้ให้คำถามทิ้งท้ายกับเหล่าดีเจว่า “หากเหล่าดีเจเจอสถานการณ์แบบเดียวกัน แล้วในครั้งถัดไปมีเกย์หุ่นหมีทักมาขอนัดเจออีก จะมีวิธีปฏิเสธยังไง?” เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจทั้งสามจึงได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มที่ 'ดีเจเติ้ล' ได้บอกว่า “จริง ๆ สามารถบล็อกได้เลย เป็นเรื่องปกติสำหรับการโดนทักในแชท ถ้าเราไม่ชอบก็แค่บล็อก แต่ถ้าอยากตอบปฏิเสธก็คงต้องบอกตรง ๆ ว่าเราไม่โอเค แต่ก็ต้องมานั่งอธิบายให้เขาฟังอีก หรือไม่งั้นบอกเขาว่าขอให้ผมอยู่ข้างบนอย่างเดียวติดมั้ย ถ้าเขาไม่ติดก็สามารถไปกันได้ บอกเขาไปเลยว่าเรามีอดีตฝังใจ เขาอาจจะหัวเราะนิดนึง แต่คิดว่าเขาเข้าใจเรานะ เพราะเรื่องแบบนี้สามารถคุยกันได้” ถัดมาที่ 'ดีเจต้นหอม' ได้บอกว่า “จริง ๆ แล้วเราไม่ต้องตอบเลยก็ได้ มันก็เหมือนกับเรากำลังเดินหาซื้อของอยู่ คิดแค่ว่าถ้าถูกใจก็ซื้อ ไม่ถูกใจก็ผ่านไปแค่นั้นเอง” สุดท้าย 'ดีเจเผือก' ได้บอกว่า “เชียร์ให้บล็อกเงียบ ๆ ไปเลยดีกว่า ถ้าไม่อยากเสียเวลาไปนั่งอธิบาย และเล่าประสบการณ์ให้เขาฟัง หรือถ้าอยากตอบจริง ๆ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติ เราสามารถคุยกันได้”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ไม่โอเคมาก ๆ ! มีคนถ่ายรูปในฟิตเนสแล้วติดหน้าเราไปด้วย ซึ่งสภาพหน้าเราไม่พร้อม!

23 เม.ย. 2026

ไม่โอเคมาก ๆ ! มีคนถ่ายรูปในฟิตเนสแล้วติดหน้าเราไปด้วย ซึ่งสภาพหน้าเราไม่พร้อม!

ไม่โอเคมาก ๆ !มีคนถ่ายรูปในฟิตเนสแล้วติดหน้าเราไปด้วยซึ่งสภาพหน้าเราไม่พร้อม! ‘คุณแอร์’ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาสอบถามปัญหาที่เจอในชีวิตประจำวัน กับ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับปัญหาที่เธอนั้นเห็นว่ามีคนถ่ายคลิปวิดีโอติดเธอในเวลาออกกำลังกายที่ฟิตเนส โดยที่เธอนั้นไม่ยินยอม ‘คุณแอร์’ ได้เล่าว่า ช่วงที่ผ่านมานี้เธอมักจะเห็นคนที่มาออกกำลังกายที่ฟิตเนสหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งกล้องถ่ายตัวเอง แต่ดันถ่ายติดเธอด้วย เธอนั้นรู้สึกว่ามันเป็นปัญหา เพราะช่วงนี้เธอมักจะโดนถ่ายติดในคลิปคนอื่นอยู่บ่อย ๆ โดยที่ไม่เคยเข้ามาถามถึงความยินยอมก่อน สิ่งนั้นทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจมาก เพราะเธอรู้สึกว่าสภาพหน้าและร่างกายตอนกำลังออกกำลังกายเป็นภาพที่ไม่ค่อยพร้อมในการจะถูกนำไปเผยแพร่ลงโซเชียลสู่สาธารณะ ซึ่งคุณแอร์เคยแจ้งเรื่องนี้กับทางเทรนเนอร์ไปแล้ว แต่ก็ไม่อาจทราบได้ว่าทางฟิตเนสได้จัดการปัญหานี้หรือไม่ พร้อมเล่าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อนก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ คือมีคนมาแอบถ่ายคุณแอร์ ซึ่งถ่ายแบบลืมปิดแฟลช จึงทำให้โดนจับได้ เธอจึงได้โทรเรียกตำรวจ เมื่อตำรวจมาถึง ตำรวจก็ได้ถามว่าถ่ายรูปไปทำไม แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมตอบ เหตุการณ์นั้นจึงทำให้คุณแอร์ไม่โอเคกับเรื่องนี้สุด ๆ พร้อมมีคำถามทิ้งท้ายให้กับเหล่าดีเจว่า “หากเป็นพวกพี่ที่เจอสถานการณ์แบบนี้จะทำยังไง?” หลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา และตอบคำถามปัญหาที่ได้รับข้อมูลมา โดนเริ่มที่ 'ดีเจต้นหอม' ได้บอกว่า “ในมุมที่หอมเป็นคนที่ปกติไปเข้าฟิสเนตแล้วจะชอบถ่ายวิดีโอ หอมจะถ่ายให้เห็นแค่ตัวเอง ถ้าหอมรู้เรื่องนี้ หลังจากนี้หอมจะระวังให้มากขึ้น และเวลาหอมถ่ายติดคนอื่น หอมจะไม่เอาลงโซเชียล หรือถ้าถ่ายติดมาแล้วจะลง ก็จะเซ็นเซอร์หน้าไว้ ถ้าสมมติว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่หลายคนเห็นด้วยว่าไม่โอเค อาจจะต้องมีการรณรงค์กันเพิ่ม ให้คนรู้ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นหอมก็อยากให้รายการพุธทอล์คพุธโทรเป็นหนึ่งกระบอกเสียง” ถัดมาที่ 'ดีเจเติ้ล' ได้บอกว่า “ฟิตเนสที่เติ้ลเล่นก็ไม่ได้มีกฎชัดเจนว่าห้ามถ่าย แต่ที่ห้ามถ่ายจริง ๆ คือบริเวณห้องน้ำ ถ้าคุณแอร์ไม่อยากไปพูดกับคนที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายด้วยตัวเอง ก็ให้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ดีกว่า ให้เขาเป็นคนกลางไปพูดแทนเรา เพราะสมัยนี้คนก็ถ่ายคลิปทำคอนเทนต์กันเยอะ แต่ก็เข้าใจคุณแอร์ในส่วนนี้เช่นกัน” สุดท้าย 'ดีเจเผือก' ได้บอกว่า “จริง ๆ ทุกวันนี้สาว ๆ ที่ไปฟิตเนสก็มักจะถ่ายคลิปลงกันเป็นส่วนใหญ่ แล้วการไม่ถ่ายติดคนอื่นลงโซเชียลมันก็ถือเป็นมารยาทพื้นฐานอยู่แล้ว ถ้าเขาตั้งใจถ่ายโดยมีเจตนาไม่ดี เราก็สามารถเข้าไปคุยกับเขาตรง ๆ ได้ แต่ถ้าดูแล้วเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร ตอนเขาถ่ายเราก็พยายามหลบเอง แล้วก็ลองบอกเจ้าหน้าที่ในฟิตเนสดูว่าให้ลองไปคุยกับเขาแทนให้”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต ! ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่า ล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาด และพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต ! ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่า ล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาด และพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต !ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่าล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาดและพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่ 'คุณบ๊อบ' (นามสมมติ) อายุ 20 ปี สายที่ 9 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 กับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนเองเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ใหญ่กว่า จนเสียความมั่นใจ กลายเป็นปมชีวิต ความคืบหน้าล่าสุด 'คุณบ๊อบ (นามสมมติ)' ได้เล่าว่า "ตอนนี้ผมเองก็ได้เปลี่ยนไปโฟกัสกับคนที่ไม่ได้สนเรื่องขนาดมากกว่า และหลังจากที่ได้รับคำปรึกษา ก็ลองเปลี่ยนกลุ่มตลาด ไปทางคนที่อยากไปเจอกันในสถานที่ใหม่ ๆ ได้รู้จัก และชอบก่อนในหลาย ๆ เรื่องก่อน ค่อยไปถึงเรื่องบนเตียง และจากที่อ่านคอมเมนต์จากทางบ้านก็เห็นด้วยที่ว่าถ้าเราอยู่ในตลาดแบบนี้การที่เขาจะสนใจแค่ขนาดของเรามันก็ไม่แปลก" 'ดีเจต้นหอม' ได้พูดให้กำลังใจต่อว่า ‘เห็นมั้ยว่าการที่เรากล้าเปิดใจถาม ทำให้ไม่ต้องเก็บความกังวลไว้คนเดียว และก็ได้เห็นความคิดเห็นของคนอื่น ๆ อีกว่า สิ่งนี้เป็นเรื่องปกติมากเลย’ ปิดท้ายด้วย 'ดีเจเผือก' ฝากไว้ว่า ‘ไม่ต้องรีบ ปล่อยไปตามจังหวะชีวิตครับ’เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง!ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธเพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้ 'คุณแพนด้า' (นามสมมติ) อายุ 34 ปี สายที่ 11 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนเจ้าสาวไม่ได้ใส่ซองงานแต่ง แถมซองที่คนอื่นฝากมาก็มาไม่ถึงมือเราความคืบหน้าล่าสุด 'คุณแพนด้า (นามสมมติ)' ได้เล่าว่า "ปล่อยวางค่ะ ไม่ได้ไปทวง จริง ๆ ก็ปล่อยไปนานแล้วตั้งแต่ที่รู้เรื่อง แต่เมื่อเห็นว่ามีการถกเถียงกันในโซเชียลเรื่อง ไปงานแต่งงานจำเป็นต้องให้เงินใส่ซองหรือไม่ เลยนึกขึ้นได้อีกครั้งว่าเพื่อนเราเคยไม่ใส่ซองให้เราเหมือนกัน ก็เลยอยากลองมาแชร์เรื่องราว หลังจากที่โทรมาปรึกษา ก็ทำให้เราเข้าใจเพื่อนมากขึ้นว่า การเป็นเพื่อนเจ้าสาวไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้นะ และเราก็ไม่ได้โกรธเพื่อนด้วย ตอนเจอกันก็คุยกันปกติ ไม่ได้คิดอคติที่เขาไม่ใส่ซองให้เรา" สุดท้ายคุณแพนด้าขอฝากว่า การที่มาเล่าให้ฟังในรายการนี้ แค่อยากมาแชร์ประสบการณ์เท่านั้น ไม่ได้จริงจังอะไร เห็นว่าบางคอมเมนต์ มีการแสดงความคิดเห็นในทางลบ อยากให้เปิดใจ เข้าใจเรื่องราวให้มากก่อนแสดงความคิดเห็นเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากวีซ่า The Shock 'เรียลลิตี้พาหลอน' l อังคารคลุมโปง X วีซ่า The Shock [ 7 เม.ย.2569 ]

11 เม.ย. 2026

เรื่องเล่าจากวีซ่า The Shock 'เรียลลิตี้พาหลอน' l อังคารคลุมโปง X วีซ่า The Shock [ 7 เม.ย.2569 ]

การถ่ายทำเรียลลิตี้ได้เริ่มต้นขึ้น เรื่องราวสุดแปลกที่ได้เจอ อาหารสุดสยองที่ได้กิน การดำเนินรายการไปพร้อมกับเส้นทางความหลอนที่รออยู่ตรงหน้า เมื่อได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า ทางผ่านผี โดยไม่รู้ตัว ทำให้ดวงวิญญาณนับสิบ ตามติดอยู่เคียงข้าง จนยากจะทนไหว… เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน อังคารคลุมโปง X วีซ่า The Shock (07 เมษายน 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘เรียลลิตี้พาหลอน’ เรื่องราวนี้ ‘วีซ่า The Shock’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของตนเอง ย้อนกลับไปในช่วงที่วี เพิ่งเริ่มต้นการทำงานในวงการบันเทิง และได้เดินทางไปถ่ายทำรายการในหมู่บ้านแห่งหนึ่งบนยอดเขาสูง ซึ่งในการถ่ายทำรายการวันที่สอง วีได้รับหน้าที่ให้เป็นพิธีกรภาคสนามให้กับทางรายการ โดยเน้นย้ำกับวีว่า การถ่ายทำครั้งนี้จะเน้นความเป็นเรียลลิตี้ และจะพาวีไปชมการคาโครงว่าเป็นอย่างไรวีเองก็เกิดความสงสัยว่า สิ่งที่เขาจะต้องไปเจอนั้นคืออะไร? และเมื่อวีได้เดินทางไปถึงสถานที่ถ่ายทำ จึงได้พบกับบรรยากาศภายในหมู่บ้าน ที่เหมือนมีการจัดงานเลี้ยงงานหนึ่ง วีจึงได้เริ่มต้นการดำเนินรายการในฐานะพิธีกรพาผู้ชมไปชมหมู่บ้านแห่งนั้น เมื่อวีได้เดินเข้าไปจึงพบกับถ้วยกระทงวางตามทางเรียงรายกันเต็มไปหมดตลอดทั้งทาง และผู้คนในชุมชนมีการรวมตัวกันทำบางสิ่งบางอย่างกันอยู่ที่ริมทางน้ำ เมื่อวีได้เดินเข้าไปใกล้ ๆ กลับพบกับโครงร่างของหมูที่โดนแหวก สภาพไม่น่ามองสักเท่าไหร่ และในโครงของหมูตัวนั้นมีเนื้อของหมูดิบที่ถูกการยำ ปรุงรสวางไว้อยู่ในโครงร่างนั้นจู่ ๆ ก็มีคนในหมู่บ้านแห่งนั้น หยิบเนื้อหมูขึ้นมาใส่ใบไม้ พร้อมกับถือแก้วเหล้านำมันมาเสิร์ฟให้กับวีได้ลองชิม ด้วยความที่วีนั้นยังเด็ก และไม่รู้ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร เขาจึงเกิดความคิดที่อยากจะลองรับประทานมันดูสักครั้ง เมื่อเขาได้ลองรับประทานมันเข้าไปแล้ว ทันใดนั้นความรู้สึกแรกของวี คือความพะอืดพะอม และเขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองนั้น กำลังจะขาดใจ แต่ก็ทำได้เพียงแค่อดทนอดกลั้นเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ เมื่อการถ่ายทำรายการได้เสร็จสิ้นลงไป วีได้เดินออกมาจากสถานที่แห่งนั้น และได้เดินผ่านสนามเด็กเล่นเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งมีโกลฟุตบอลวางไว้เพียงแค่ฝั่งเดียว วีจึงคิดสงสัยว่าเด็ก ๆ ที่นี่จะเล่นฟุตบอลกันอย่างไร เมื่อเขาได้เดินเข้าไปใกล้ ๆ จึงสังเกตุเห็นว่าโกลฟุตบอลอันนั้น มันปักลงพื้นดินไม่แน่นทำให้เสาเอียงลงมา วีจึงช่วยโหนเสาเหล็กอันนั้น เพื่อที่จะปักเสาของโกลฟุตบอลให้ลงดินไปให้แน่น จู่ ๆ ผู้คนในหมู่บ้านได้วิ่งเข้ามาห้ามวีเอาไว้ พร้อมพูดกับคุณวีว่า ‘ไม่ได้ ๆ ทำแบบนี้ไม่ได้’ เมื่อได้ยินเช่นนั้น วีจึงคิดสงสัยอยู่ภายในใจว่าทำไมถึงทำแบบนี้ไม่ได้ เมื่อผู้ใหญ่บ้านเดินเข้ามาเห็น จึงเรียกแม่หมอประจำหมู่บ้านเข้ามาทำพิธีกรรมบางอย่าง โดยการเชือดไก่สดทั้งหมด 7 ตัว และโยนลงไปที่เสาดินแห่งนั้น วีก็ยังไม่เข้าใจว่า ตัวเองนั้นทำอะไรผิดไป เขาจึงเดินเข้าไปอธิบายกับผู้ใหญ่บ้าน ว่าเขาเห็นว่าโกลฟุตบอลอันนั้น เสามันถูกวางไว้ไม่แน่นหนาพอ เขาจึงเข้ามาช่วยยึดเหนี่ยวมัน แต่ผู้ใหญ่บ้านกลับบอกว่าประตูนี้คือ ประตูทางผ่านผี ในหมู่บ้านแห่งนี้ หากมีใครสักคนเสียชีวิต จะต้องแบกร่างไร้ลมหายใจของคนคนนั้น เข้ามาลอดผ่านประตูนี้ไป เพื่อให้เป็นทางผ่านไปสู่อีกภพหนึ่งหลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรม วีได้เดินทางกลับมาที่พักของตนเอง ซึ่งเป็นเหมือนบังกะโลหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่ง เมื่อเปิดประตูเข้าไปความคิดแรกของคุณวีที่ดังขึ้นมาในใจคือ นี่เราต้องนอนตรงนี้จริง ๆ หรอ แต่เขาเองก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ในตอนนั้นด้วยความที่วี มีความเชื่อในเรื่องพระเจ้า เรื่องการไม่ยึดติดกับสิ่งของ ซึ่งตัวของวีเอง ก็มีลูกประคำร้อยเป็นสร้อยเส้นหนึ่ง พกติดตัวตลอด แต่ในวันนั้นเขากลับถอดมันเก็บไว้ในกระเป๋า ก่อนที่จะออกไปสังสรรค์นอกห้องเมื่อถึงเวลาช่วงเวลากลางดึก วีได้กลับมาที่บังกะโลหลังนั้น และนอนพักผ่อนแต่จู่ ๆ ในคืนนั้นคุณวีได้ตื่นขึ้นมา พร้อมกับความรู้สึกที่ว่าเหมือนมีใครมาเล่นตรงปลายเท้าของเขา เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็ได้พบหญิงสาวคนหนึ่งสวมใส่ชุดชาวเขานั่งอยู่ที่ปลายเท้า ด้วยความตกใจทำให้คุณวีสะดุ้งตื่น ตาเบิกกว้างจนได้พบว่าในห้องเล็ก ๆ ห้องนี้มีวิญญาณรวมอยู่กันมากกว่า 20 ชีวิต ทั้งนั่งอยู่ข้าง ๆ นั่งห้อยขาอยู่บนคาน และอีกมากมาย ทันทีที่ได้สติคุณวีจึงรีบวิ่งออกจากห้องนั้นออกมาในทันที เหตุการณ์นี้ทำให้คุณวีคิดได้ว่า สาเหตุของเรื่องราวหลอนที่เขาได้พบเจอ เกิดจากการที่ตัวของเขาเองนั้นได้ถอดสร้อยลูกประคำออก และไปยุ่งเกี่ยวกับประตูทางผ่านผี ทำให้มีดวงวิญญาณคอยตามติดเขาเพื่อขอส่วนบุญ(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณชันย่า 'ป่วยไม่ทราบสาเหตุ' l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 31 มี.ค.2569 ]

07 เม.ย. 2026

เรื่องเล่าจากคุณชันย่า 'ป่วยไม่ทราบสาเหตุ' l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 31 มี.ค.2569 ]

อาการป่วยปริศนาจนคนรอบข้างทักว่า ตัวซีดเหลือง ซูบผอม… ทั้งที่เธอเห็นว่าตัวเองเป็นปกติ และสาเหตุของอาการเหล่านี้ เกิดจากการที่เราเผลอไปทำอะไรให้ "สิ่งศักดิ์สิทธิ์" ไม่พอใจโดยไม่ทันระวัง !เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost (31 มี.ค. 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ป่วยไม่ทราบสาเหตุ’ ‘คุณชันย่า’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของตนเอง เกี่ยวกับอาการป่วย โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น คุณชันย่ามีญาติอยู่ที่กำแพงเพชร ซึ่งเธอจะไปเยี่ยมญาติ ในทุก ๆ ปี ตอนนั้นเธอเพิ่งได้ทำงานที่แรกเป็นพนักงานธนาคาร ซึ่งมีวันหยุดตรงกับวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่พอดี จึงตัดสินใจว่าจะเดินทางไปกำแพงเพชร ระหว่างทางรถติดมาก และชันย่าเองก็ปวดปัสสาวะมาก เมื่อเดินทางใกล้ถึงนครสวรรค์ เลยขอแวะเข้าห้องน้ำที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ที่เคยทานประจำ พอไปถึงเธอก็เปิดประตูรถ และวิ่งไปอย่างไวระหว่างนั้นสังเกตเห็นบางสิ่งที่หน้าห้องน้ำมีตี่จู่เอี้ยตั้งอยู่ แต่คุณชันย่าก็ไม่ได้สนใจอะไร หลังจากทำธุระเสร็จ เธอก็เดินออกมาทานก๋วยเตี๋ยวตามปกติ และได้เดินทางไปถึงกำแพงเพชรอย่างปลอดภัย จนถึงวันที่ต้องกลับบ้าน เธอออกมาจากบ้านญาติคืนวันเสาร์ และถึงบ้านในเช้าวันอาทิตย์ เช้าวันจันทร์ ก็กลับไปทำงานตามปกติ ขณะทำงานเธอรู้สึกปวดท้องหน่วง ๆ จึงจะไปขอยาจากพี่ที่ทำงานด้วยกัน เพราะพนักงานแบงก์ส่วนใหญ่มักเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เพราะเวลาที่ลูกค้ามาเยอะ ๆ จะไม่ค่อยมีเวลา ไปทานข้าว หรือเข้าห้องน้ำกัน พี่ที่ทำงานจึงให้ยาตามที่สันนิษฐานกันเองว่าน่าจะปวดเพราะเหตุนี้ ซึ่งคุณชันย่าก็กินยาที่ได้มาทันที พี่เขาถามอีกว่าอาการเป็นอย่างไรบ้าง เธอจึงเล่าให้ฟังว่า เธอปวดหน่วง ๆ และมีปัสสาวะปนเลือดนิดหน่อยโดยที่ตอนนั้นไม่ได้กำลังมีรอบเดือน ผ่านไปวันอังคาร คุณชันย่าก็ยังมีอาการปวดหน่วง ๆ และปัสสาวะปนเลือดก็เริ่มมีมากขึ้น พี่เริ่มเห็นว่าท่าไม่ดีแล้วเพราะหน้าตาชันย่า ก็ดูซีดเซียวมาก เลยหยิบกระจกมาให้ดู แต่คุณชันย่า ยังรู้สึกว่าตัวเองปกติ เธอจึงไม่ได้สนใจอะไรเวลาผ่านมาถึงวันพุธ อาการก็ยิ่งแย่เธอปวดท้องหนักขึ้น และปัสสาวะที่เป็นเลือด ตอนนี้เป็นหนักจนแทบจะมีแต่เลือดที่ไหลออกมาขณะฉี่ และก็ดูเหมือนว่า หน้าตาผิวพรรณจะแย่ลงกว่าเดิม เพราะลูกค้าของคุณชันย่า ก็ทักเธอเช่นกันว่า “เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมตัวซีดแบบนี้ ลองส่องกระจกดูมั้ย” เธอจึงเดินไปส่องกระจก ปรากฏว่า เธอก็เห็นว่าตัวเธอเองปกติ และเมคอัพบนหน้าก็ยังอยู่ครบ แต่คนรอบข้างก็ยังแนะนำว่าให้ไปหาหมอ ชันย่าไม่อยากไป เพราะวันศุกร์จะมีการจัดปาร์ตี้ปีใหม่ และหลังจากนั้นจะหยุดยาว 4-5 วัน ชันย่าอยากไปล่ารางวัลในปาร์ตี้ก่อนค่อยไปหาหมอทีหลัง แต่พอมาถึงวันพฤหัสบดี ฉี่ที่เคยปนเลือด ตอนนี้มันกลายเป็นเลือดสด และคนรอบข้างก็ยังทักอีกว่าหน้าซีด อาจเพราะปกติเธอเป็นคนขาว ทั้งที่เธอเองก็เห็นว่าปกติทุกอย่าง ถึงวันปาร์ตี้ วันนี้คุณชันย่าแต่งหน้าเข้มกว่าเดิม แต่งตัวตามธีม และไปล่ารางวัลตามใจหวัง แต่พี่ที่ทำงานก็ยังย้ำว่า “ชันย่าควรไปหาหมอนะ” เธอเลยรับปากว่าจะไปวันเสาร์ เมื่อถึงบ้านก็บอกกับแม่ว่า ให้พาไปหาหมอหน่อยซึ่งแม่รู้อาการเบื้องต้นอยู่แล้วแต่ก็รู้สึกแปลก เพราะอาการมันหนักเกินไปมากกว่าคนที่อาจจะเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบปกติ และวันเสาร์ทั้งคู่จึงไปหาหมอกัน เมื่อไปถึงก็ทำการตรวจเลือด และเอกซเรย์ปอด หมอแนะนำให้แอดมิดเพื่อรอดูผลตรวจ เธอจึงอยู่ที่โรงพยาบาลก่อน และเมื่อผลตรวจออกมา ก็พบว่าเธอมีเชื้อวัณโรคขั้นรุนแรงกระจายไปทั่วปอด ซึ่งก็น่าสงสัย เพราะการทำงานของเธอ ทำงานอยู่ในแบงก์จริง แต่ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยว สูดดมเอกสาร หรือธนบัตรเลย เธอเป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำในการลงทุน และประกันทางการเงินให้กับลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น ด้วยความที่หมอคนนี้เป็นหมอประจำตัวคุณชันย่าอยู่แล้ว เขารู้ประวัติทางการแพทย์ของคุณชันย่าทุกอย่าง ก็รู้สึกเช่นกันว่า ไม่น่าจะมีปัจจัยไหนที่ทำให้คุณชันย่ามีเชื้อนี้ได้ หมอจึงทำการตรวจอีกครั้ง แต่ผลก็ออกมาตามเดิม หมอก็ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะยังหาสาเหตุการเกิดโรคไม่ได้ จึงจะขอตรวจหามะเร็งในวันจันทร์ แต่อาการของคุณชันย่าก็ไม่ได้มีอะไรแย่ลง มีเพียงฉี่ที่ยังเป็นเลือดเท่านั้น อาการปวดท้องก็ไม่มีแล้ว คุณชันย่ามีพี่สาวเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ และเพื่อนพี่ก็เข้ามาเยี่ยม แต่ปรากฏว่าทุกคนร้องไห้ และให้กำลังใจ ขอให้หายไว ๆ เธอก็สงสัยมาก เพราะตัวเธอเองคิดว่าไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไรเลย แต่ยังไงก็ตามวันจันทร์จะต้องมีการกลืนแป้งเพื่อตรวจอีกครั้ง และจะได้ผลตรวจในวันอังคาร หลังจากกลืนแป้งอยู่ ๆ แม่ก็บอกกับคุณชันย่าว่า ขอกลับบ้านก่อนนะ แม่ไปตั้งแต่บ่ายสอง กลับมาอีกทีสามทุ่ม พร้อมกับเสื้อผ้าที่คุณชันย่าชอบ และตุ๊กตาหมีเหมือนกับว่าแม่ทำใจมาแล้วว่าถ้าเป็นวัณโรคจริง ชันย่าจะออกไปใช้ชีวิตปกติไม่ได้ จะต้องอยู่ในห้องปลอดเชื้อตลอด หรือไม่ก็อาจจะถึงขั้นเสียชีวิต ยิ่งทำให้เธอสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งที่เธอไม่ได้รู้สึกว่าอาการของเธอมันแย่ขนาดนั้นเลยด้วยซ้ำ แถมแม่ยังพูดกับเธอว่า “พรุ่งนี้วันอังคารกลับบ้านกันนะ” เธอก็ตอบกลับว่า “รู้ได้ไง? รู้ผลตรวจแล้วหรอ?” แม่ตอบว่า “ยังไม่เห็นหรอก แต่พรุ่งนี้กลับบ้านแน่ ๆ”จนกระทั่งถึงวันอังคาร หมอเข้ามาตั้งแต่เช้าพร้อมผลตรวจว่า ไม่มีเชื้อวัณโรคเลย การตรวจครั้งก่อน ๆ เป็นความผิดพลาดทางเทคนิคจริง ๆ เชื้อที่เคยพบว่ารุนแรง วันนี้ผลตรวจออกมาว่าไม่พบเลย สามารถกลับบ้านได้ คุณชันย่าก็อึ้งนิด ๆ เป็นไปได้อย่างไร ที่การตรวจจะผิดพลาดขนาดนั้น แต่ตกใจที่แม่ของเธอรู้ได้อย่างไรว่า เราจะได้กลับบ้านวันนี้มากกว่า หลังจากนั้นเราก็ทำเรื่องเพื่อออกจากโรงพยาบาลปกติ จนกลับมาถึงบ้านตอนช่วงบ่าย ก่อนเข้าบ้าน แม่บอกให้คุณชันย่าจุดธูปกลางแจ้ง แล้วพูดตามว่า “ลูกกลับมาแล้วนะ ลูกหายดีแล้ว” แล้วให้ไปจุดธูปที่ตี่จู่เอี้ยที่บ้านว่า “อะไรที่ลูกทำผิด ขอให้อภัยลูก ลูกกลับมาแล้ว ขอให้ลูกแข็งแรง” ชันย่าก็สงสัย แต่ก็แค่คิดไปว่า อาจจะเพราะเราไปนอนโรงพยาบาลตั้งหลายวัน กลับมาก็ควรจะจุดธูปบอกผีบ้าผีเรือนบ้างเป็นปกติ แล้วหลังจากนั้น ก็ถามแม่ในเรื่องที่ยังสงสัยว่า “แม่รู้ได้ยังไง ว่าเราจะได้กลับบ้านวันนี้” แม่ตอบว่า เมื่อวานที่แม่กลับมาบ้าน แม่ก็นึกได้ว่าอาจจะเป็นเพราะวันที่เธอรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำที่นครสวรรค์แน่ ๆ วันนั้นชันย่าใส่กระโปรงยาว แล้วรีบวิ่งผ่านไปจนชายกระโปรงอาจจะไปโดนตี่จู่เอี้ยที่ตั้งอยู่ แม่จึงไปไหว้ตี่จู่เอี้ยที่บ้านว่า “ถ้าการที่ชันย่าป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นเพราะเรื่องนี้จริง ๆ ขอให้พรุ่งนี้ชันย่าหาย แล้วได้กลับบ้าน” และชันย่าก็ได้กลับบ้านจริง ๆสองวันหลังจากนั้น... อาการฉี่ปนเลือดก็เริ่มหาย หมอก็บอกว่าเป็นแค่อาการปัสสาวะติดขัดเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรที่แย่เลย แม้แต่ลูกค้าที่ที่ทำงานก็ยังทักว่า “ไปทำอะไรมา วันนั้นป่วยใช่มั้ย ที่เห็นตัวซีด ๆ ผอม ๆ” ทั้งที่ตอนอยู่โรงพยาบาลเธอชั่งน้ำหนักทุกวันก็พบว่า น้ำหนักเท่าเดิมทุกครั้ง แต่สิ่งที่สงสัยมาตลอด ทั้งพี่ที่ทำงาน และลูกค้าทักว่าหน้าโทรม ตัวซีด และเพื่อนพี่ที่ร้องไห้เมื่อเห็นเราตอนมาเยี่ยม ตอนนี้ชันย่ารู้แล้วว่า ที่คนรอบข้างเป็นแบบนั้น เพราะสภาพที่พวกเขาเห็นเธอคือ ตัวซีด ผอม ผิวออกไปทางเหลือง และหน้าโทรมมาก ๆ แม้ว่าเธอจะเห็นตัวเองในสภาพปกติก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ให้กับคุณชันย่าเลยว่า เวลาไปที่ของคนอื่น ไปเข้าห้องน้ำ หรือบ้านใคร คุณชันย่าจะไหว้ขออนุญาตทุกครั้ง เพราะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเราจะเผลอไปทำอะไรผิดอีกหรือเปล่า…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณเเรก 'คุ้งผีโหย' l อังคารคลุมโปง X แบงค์เกนสไตน์ [ 24 มี.ค.2569 ]

03 เม.ย. 2026

เรื่องเล่าจากคุณเเรก 'คุ้งผีโหย' l อังคารคลุมโปง X แบงค์เกนสไตน์ [ 24 มี.ค.2569 ]

ท้าทายคำเตือนจากคนโบราณ ‘คุ้งน้ำต้องห้าม’ ที่อย่าไปจับปลาเด็ดขาด!! ตอนนั้นออกไปหาปลาแย่งกลับชาวบ้าน แต่คิดได้ว่าไม่อยากกลับบ้านมือเปล่า เลยแอบฝ่าฝืนไปหาปลาที่คุ้งต้องห้าม แต่การจับปลาครั้งนี้ไม่เหมือนเคย เพราะสิ่งได้กลับมาไม่ใช่สิ่งที่มีชีวิต แต่กลายเป็นความหลอนที่ตามติดจนไม่ลืม...เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X แบงค์เกนสไตล์ (24 มี.ค. 2569)’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจมดดำ’ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘คุ้งผีโหย’ คุณแรก ได้มาเล่าเรื่องราวของของ ‘ตาถึก’ ในสมัยที่ตายังหนุ่ม ก็ได้ใช้ชีวิตตามปกติของคนชนบท ไม่ว่าจะเป็นการจับปลา ปลูกข้าว ทำไร่ทำสวน ด้วยความที่ต้องพายเรือไปหาปลามาทำอาหารแย่งกับชาวบ้าน ตาถึกจึงคิดได้ว่า มีอยู่ที่นึงเป็นคุ้งน้ำ เหมือนลำคลองขนาดกลาง ที่ฝั่งนึงอยู่ติดกับกำแพงวัด และอีกฝั่งเป็นป่าช้า โดยคนโบราณบอกว่า คุ้งตรงนั้นห้ามใครก็ตามไปจับปลามากินเด็ดขาด ไม่งั้นจะโดนวิญญาณตามหลอกหลอน…แต่ด้วยความที่วันนั้น ตาถึกจับปลาไม่ได้เลยสักตัวจึงคิดว่า ไม่อยากกลับบ้านมือเปล่าจึงได้ชวนเพื่อนอีกคนไปลองจับปลาที่คุ้งนั้นดู เพราะคิดว่าคนอื่น ๆ คงไม่ไปกัน และต้องมีปลาเหลืออยู่เยอะแน่ หลังจากนั้นตาถึกกับเพื่อนก็ได้พากันพายเรือไปที่คุ้งนั้นทันที ซึ่งเมื่อไปถึงก็เห็นว่า มีผักโป่ง ก่อป่า ลอยอยู่เต็มคุ้งไปหมด และแสงไฟในตอนนั้นก็มีมาจากแค่ตะเกียงที่หัวเรือเพียงเท่านั้น เมื่อทั้งคู่พายเรือกันไปเรื่อย ๆ แสงจากตะเกียงที่สาดผ่านความมืด ก็เผยให้เห็นเหมือนกับว่า มีบางสิ่งบางอย่างรูปร่างคล้ายขอนไม้ลอยติดอยู่กับกองผักโป่ง ทั้งคู่จึงช่วยกันเอาไม้พายดันเปิดทางให้สามารถพายเรือไปต่อได้ เพื่อจะได้ไปจับปลาในโซนที่น้ำไม่ลึกมาก แต่เมื่อพายเข้าไปใกล้ ๆ จู่ ๆ ขอนไม้ตรงนั้นก็กลับจมหายลงน้ำไป แล้วผุดขึ้นมาเป็นพรายน้ำ เมื่อเห็นเช่นนั้น ทั้งสองจึงได้พยายามพายเรือออกมา เพราะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ทั้งคู่ไม่มีทางเลือกจึงต้องพายเรือกลับไปขึ้นทางฝั่งป่าช้าโดยจำเป็น เมื่อทั้งคู่พายเรือกลับหัวเรือไปอีกฝั่ง ตรงหน้าของทั้งคู่กลับมีพรายน้ำผุดขึ้นมาถี่ขึ้นหลายจุด พร้อมส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งทั่วคุ้งน้ำ กลิ่นนั้นลอยตามทั้งสองมาเรื่อย ๆ ปรากฏว่าพอพายถอยหนีห่างออกมาเรื่อย ๆ ดันเจอเข้ากับร่างผู้หญิงไร้ชีพจร ลอยน้ำขึ้นอืดอยู่ และไม่ได้มีเพียงแค่ร่างเดียว ภาพตรงหน้าทำให้ทั้งสองตกใจมาก และรีบช่วยกันพายเรือขึ้นฝั่ง และวิ่งหนีเข้าไปในป่าช้าทันที..เมื่อขึ้นฝั่งสำเร็จ ทั้งสองไปหยุดพักเหนื่อยอยู่ที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ทันใดนั้นทั้งคู่ก็หันไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งหันข้างอยู่ใต้ต้นไม้ ทั้งคู่คุ้นว่าผู้หญิงคนนั้นคือ ยายทอง หรือคนในชุมชนที่รู้จักนั่นเอง ทั้งคู่จึงได้ตะโกนเรียกไป แต่เมื่อยายทองหันมา ทั้งคู่ก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า เนื่องจากในปาก และมือของยายทองนั้นมีกบสด ๆ เป็นตัว ๆ อยู่ ยายทองที่หันมาเห็นทั้งคู่ก็ได้วิ่งหนีเข้าป่าช้าไป ทางฝั่งของตาถึก และเพื่อนก็ตกใจวิ่งหนีกลับไปยันทางเข้าชุมชนทั้งสองเข้าไปในชุมชน ก็ได้วิ่งไปปลุกผู้ใหญ่บ้าน และคนแถวนั้นขึ้นมาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ซึ่งทุกคนในหมู่บ้านก็ไม่มีใครเชื่อในเรื่องที่ตาถึก และเพื่อนเล่า เพราะยายทองนั้นเป็นผู้ป่วยแขนขาอ่อนแรง ต้องนั่งรถเข็นอยู่เสมอ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะออกไปวิ่งในป่าช้าคนเดียวตอนกลางคืน ทั้งคู่ไม่มีทางเลือกจึงได้วิ่งไปเล่าเรื่องที่เจอมาให้หลวงพ่อฟัง หลวงพ่อเมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมด จึงได้ไปเยี่ยมยายทองที่บ้าน และเห็นว่ายายทองก็กำลังนั่งอยู่บนรถเข็นจริง ๆ แต่เมื่อเห็นสภาพของยายทอง หลวงพ่อก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติจากตัวของยายทองจึงได้พรมน้ำมนต์ให้ทันที แต่ด้วยความที่ไม่ใช่กิจของสงฆ์ จึงบอกให้เหล่าลูกหลานไปตามหมอธรรมมารักษาแทน เวลาผ่านไปตาถึก และเพื่อนในทุก ๆ คืนก็แทบจะนอนกันไม่ได้ เพราะจะมีเสียงเหมือนมีคนมาเรียกอยู่ที่ลานหน้าบ้านอยู่เสมอ ทำให้ทั้งสองคิดว่าหากอยู่แบบนี้ต่อไปคงอยู่ไม่ได้แน่ ๆ เลยได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้หลวงพ่อฟัง หลวงพ่อเมื่อได้ยินเรื่องราวจึงได้แนะนำให้ทั้งสองไปบวช เพราะเหมือนว่าเขาต้องการจะให้ทั้งคู่ไปอยู่ด้วย ทั้งสองจึงได้ตัดสินใจไปบวชอย่างไม่ลังเล และคุ้งผีโหยนั้นก็กลายเป็นตำนานที่เป็นที่ล่ำลือต่อไป..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากแบงค์เกนสไตล์ 'โดนของที่บ่อน' l อังคารคลุมโปง X แบงค์เกนสไตน์ [ 24 มี.ค.2569 ]

28 มี.ค. 2026

เรื่องเล่าจากแบงค์เกนสไตล์ 'โดนของที่บ่อน' l อังคารคลุมโปง X แบงค์เกนสไตน์ [ 24 มี.ค.2569 ]

การเดินทางสู่ชีวิตในบ่อนที่ฝันใฝ่ โดยไม่รู้เลยว่าพื้นที่แห่งนี้อันตรายมากกว่าที่คาดคิด… หญิงสาวที่แฝงไปด้วยความน่ากลัว เสียงเรียกร้องที่ดังขึ้นในความฝันครั้งสุดท้าย ‘กลับมาสิ กลับมาหาฉัน’ นำไปสู่วินาทีแห่งความตายที่เขานั้นต้องหลุดพ้นออกมาจากมันให้ได้…เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X แบงค์เกนสไตล์’ (24 มีนาคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘โดนของที่บ่อน’ เรื่องราวนี้ ‘แบงค์เกนสไตล์’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘คุณเจ’ เจ้าหน้าที่เวรเปลในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง คุณเจมีความฝันที่อยากไปใช้ชีวิตในบ่อนดูสักครั้ง ด้วยจังหวะชีวิตในตอนนั้น คุณเจได้รับเงินโบนัสจำนวนหนึ่งจากการทำงาน เขาจึงเริ่มเตรียมเงิน และหาข้อมูลในการไปเที่ยวบ่อนที่ประเทศเพื่อนบ้านตามความฝันของเขา คุณเจได้ติดต่อกับทัวร์บริษัทหนึ่งเพื่อสอบถามข้อมูลในการไปเที่ยวสถานที่แห่งนั้น ด้วยความที่ คุณเจมีอายุไม่มากนัก และยังดูเป็นวัยรุ่นคนหนึ่ง เจ้าของทัวร์จึงได้ตักเตือนให้เขามีสติอยู่เสมอเมื่อเดินทางไปถึงบ่อนรวมทั้งยังเตือน คุณเจให้ระมัดระวังผู้หญิงในสถานที่แห่งนั้นไว้ให้ดีคุณเจเดินทางไปถึงบ่อนขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน ก็ได้มีผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อว่าจันทร์ เข้ามาต้อนรับ และคอยดูแล คุณเจตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้น หลังจากที่คุณเจได้สนุกสนานกับการเล่นเกมในบ่อนแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ได้มีการตกลง ชักชวนคุณจันทร์ไปร่วมสนุกต่อกันที่ห้องของคุณเจเมื่อกลับมาถึงห้องพัก คุณเจกลับพบว่า คุณจันทร์นั้นไม่ได้มีหน้าตาที่สวยงาม เหมือนกันตอนที่อยู่ในบ่อน แต่เขาก็ไม่ติดใจเรื่องนี้ และคิดว่าไม่เป็นไรจึงปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป ก่อนที่ทั้งสองจะร่วมสนุกกันในห้อง จันทร์ได้ขอตัวเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะอาบน้ำ และล้างหน้าของเธอ ขณะที่คุณเจนั่งรอคุณจันทร์อยู่นั้น เขากลับได้ยินเสียงพึมพำคล้ายบทสวดบทหนึ่ง ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบในห้อง ก่อนที่คุณจันทร์จะเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้าที่ไร้การแต่งแต้มเครื่องสำอางค์ ด้วยความกลัว คุณเจจึงขอปฏิเสธที่จะอยู่ในห้องนี้ต่อไป และชวนคุณจันทร์แต่งหน้า แต่งตัวเพื่อออกไปเที่ยวด้วยกัน และแยกย้ายกันในตอนหลังคุณเจ เดินทางกลับมาถึงห้องของตนเองด้วยเซนส์บางอย่างที่กำลังเตือนเขา คุณเจจึงขอย้ายห้องกะทันหัน ด้วยสัญชาตญาณที่กำลังบอกให้เขาหนีบางสิ่งบางอย่างออกมา ด้วยความสงสัย คุณเจได้แอบกลับไปดูห้องเดิมของตนเองอยู่ห่าง ๆ และพบว่าคุณจันทร์ได้กลับมาที่ห้องเดิมของเขา ก่อนที่จะเข้าไปทำบางสิ่งบางอย่างในห้องก่อนที่จะกลับไปหลังจากที่... คุณเจได้เดินทางกลับมาจากสถานที่อโคจรแห่งนั้น ขณะที่เขากำลังนอนหลับพักผ่อนจู่ ๆ เขาก้ได้ฝันถึงจันทร์ หญิงสาวจากบ่อนที่เขาเคยเที่ยวสนุกด้วยกัน ในฝันนั้นทั้งสองกำลังร่วมรักกัน โดยคุณจันทร์ได้ขึ้นคร่อมอยู่บนตัวของคุณเจ พร้อมกับพนมมือ และพูดว่า ‘กลับมาสิ กลับมาหาฉัน’ความฝันในคืนนั้นทำให้หัวใจของคุณเจ เต้นแรงจนเกินกว่าคนปกติ และด้วยใจลึก ๆ ของเจก็มีความรู้สึกว่า เขาอยากกลับไปสถานที่แห่งนั้นอีกครั้ง เมื่อเขาได้เล่าเรื่องนี้ให้กับพี่ ๆ ที่รู้จัก ทุกคนต่างเตือนคุณเจว่า เรื่องนี้มันคล้ายกับการโดนของ คุณเจจึงได้นึกถึงช่วงเวลา ที่เขากับคุณจันทร์ได้เที่ยวด้วยกัน ในตอนนั้นคุณจันทร์ดูมีท่าทีที่แปลกไป คล้ายกับคนที่มีพิรุธ เหมือนกำลังจะพยายามทำอะไรบางอย่างในคืนต่อมา คุณเจได้ฝันแบบเดิมอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้หัวใจของเขาได้เต้นแรงจนดับสิ้นไป คุณเจ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อยื้อชีวิตของเขาเอาไว้ ขณะเดียวกัน แม่ของคุณเจได้รีบเดินทางมาหาเขา ทั้งที่ไม่มีใครแจ้งเรื่องนี้ให้แม่เขาทราบเลย แม่ของคุรเจจึงได้บอกทุกคนว่า ขณะที่แม่นั่งสมาธิจู่ ๆ รูปสมัยเด็กของคุณเจได้ร่วงหล่นตกลงมาแตก พร้อมกับมีเสียงของย่าทวดพูดขึ้นมาว่า ‘ลูกมึงกำลังลำบาก ไปช่วยหลานกูด้วย’เมื่อคุณเจ ฟื้นขึ้นมาเขาได้บอกว่า ในตอนที่เขาสลบไปเขากลับได้ยินเสียงแม่ของเขา และมือของแม่ได้เข้ามาดึงเขาไว้ จนหลุดพ้นจากช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ คุณเจได้หาวิธีการแก้ของโดยการดื่มน้ำมนต์ และอาบน้ำมนต์ ทันทีที่คุณเจดื่มน้ำศักสิทธิ์นั้นเข้าไป เขาก็ได้อ้วกนำสิ่งชั่วร้ายออกมาจนหมด และเขาต้องทำแบบนี้ติดต่อกันมาเรื่อย ๆ เป็นเวลา 3 เดือน จนสุดท้ายแล้ว ทุกคนได้สืบเรื่องราวเหล่านี้จนได้ทราบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันยิ่งกว่าการเล่นของใส่เพื่อหวังทรัพย์สิน หากย้อนกลับไปในตอนที่คุณเจนั้น ถูกสอบถามจากทัวร์แห่งหนึ่ง ถึงอายุ การดื่มเหล้า การสูบบุหรี่ ด้วยความที่คุณเจอายุยังน้อย ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแรง และเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้ค้าขายอวัยวะรวมถึงกลุ่มผู้หญิงที่คอยบริการอยู่ในสถานที่แห่งนั้น บางกลุ่มได้มีการตั้งสำนักเป็นของตัวเอง เพื่อเล่นของมาดึงดูดลูกค้า บางคนก็ถูกหลอกล่อให้หมดตัว ส่วนบางคนก็ต้องหายสาบสูญไปโดยที่ไม่มีใครทราบ การไปในสถานที่อโคจรแห่งนี้ จึงเป็นพื้นที่อันตราย มากกว่าที่ทุกคนคาดคิด…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณขวัญ 'ข้าพเจ้าขอปฏิเสธความตายในครั้งนี้' l อังคารคลุมโปง X ภณ - มุกดา [ 17 มี.ค.2569 ]

24 มี.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณขวัญ 'ข้าพเจ้าขอปฏิเสธความตายในครั้งนี้' l อังคารคลุมโปง X ภณ - มุกดา [ 17 มี.ค.2569 ]

ข้าพเจ้าขอปฏิเสธความตายในครั้งนี้... คำอฐิษฐานจากผู้เป็นแม่ เมื่อความฝันแปลกประหลาดเกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ กับการมองเห็นเงาดำเลือนลางที่ปรากฏตรงหน้า นำไปสู่ภาพในฝันอันสวยงาม ที่กลับกลายเป็นเส้นระหว่างความเป็น และความตาย!! เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ภณ - มุกดา’ (17 มีนาคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ข้าพเจ้าขอปฏิเสธความตายในครั้งนี้’ ‘คุณขวัญ’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของตนเอง ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เหตุการณ์แปลกประหลาดได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อคุณขวัญฝันเห็นงูสองตัว พยายามที่จะเลื้อยเข้ามาในบ้านของเธอ ในฝันนั้นเธอพยายามที่จะเรียกให้พ่อของเธอ เข้ามาช่วย เมื่อพ่อของเธอได้วิ่งเข้ามาพร้อมกับทุบตีงูตัวหนึ่ง ส่วนงูอีกตัวหนึ่งได้เลื้อยเข้ามาในบ้านของเธอแบบไม่ทันตั้งตัว จากนั้นความฝันในครั้งนี้ก็ได้จบลง…หลังจากผ่านเรื่องราวความฝันมาได้เพียง 2 - 3 วัน คุณขวัญได้ตรวจพบว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ หลังจากนั้นตลอดระยะเวลาที่เธอตั้งครรภ์ คุณขวัญมักจะฝันเห็นงูตัวเดียวกันกับในฝันคราวก่อน ที่มันนั้นได้เลื้อยเข้ามาในบ้านของเธออยู่บ่อย ๆ งูตัวนั้นมีลักษณะสีดำ ลำตัวยาวเลื้อยอยู่ตามมุมต่าง ๆ ในบ้านของเธอ และได้เลื้อยเข้ามานอนขดอยู่ข้าง ๆ ท้องของเธออีกด้วย เมื่อคุณขวัญตั้งครรภ์ได้ 36 สัปดาห์ และถึงช่วงเวลาที่เธอจะต้องเข้าไปตรวจร่างกายกับคุณหมอจู่ๆ มือ และเท้าของเธอก็เริ่มบวม จนรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ รวมทั้งน้ำหนักเธอนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึง 10 กิโลกรัม ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 2 วัน ซึ่งสาเหตุทางการแพทย์ คืออาการของครรภ์เป็นพิษทำให้ในวันนั้นคุณขวัญ จะต้องเข้าแอดมินฉุกเฉินในโรงพยาบาล ในคืนหนึ่งขณะที่ คุณขวัญนอนนับเวลาถอยหลังที่จะคลอดลูกของเธอในอีกไม่นาน ในตอนนั้นเธอได้มีอาการปวดหัว และเริ่มปวดหนักขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคุณขวัญลืมตาตื่นขึ้นมา เธอก็ได้พบกับเงาขนาดใหญ่สีดำเลือนลาง ยืนอยู่ปลายเตียงของเธอ แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ และความห่วงลูกของเธอ คุณขวัญจึงไม่สนใจเงาดำที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ และรีบลุกออกจากเตียงไปเรียกหาพยาบาลให้เข้ามาช่วยเธอในตอนนั้น เมื่อคุณขวัญกลับเข้ามาในห้อง พร้อมกับพยาบาลผู้ช่วย เธอก็ยังคงมองเห็นเงาดำเลือนลางนั้นอยู่ในห้องของเธอ ขณะเดียวกันพยาบาลได้ฉีดยาให้กับตัวของคุณขวัญ ทันทีใดนั้นเธอก็มีอาการร้อนรุ่มอยู่ในตัว ก่อนที่ภาพทั้งหมดของเธอจะตัดหายไปเมื่อคุณขวัญรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวของเธอเองนั้น กำลังยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยสีสันสวยงาม ท้องฟ้าสีสดใสปุยเมฆล่องลอยไปมาบนท้องฟ้า สิ่งเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกเพลิดเพลินกับความสวยงามตรงหน้า แต่จู่ ๆ คุณขวัญได้ฉุดคิดขึ้นมาว่า…‘เรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เรากำลังจะคลอดลูก’ ทันทีที่สิ้นเสียงความคิดในใจคุณขวัญจึงได้พูดขึ้นมาว่า ‘ข้าพเจ้าขอปฏิเสธความตาย และทุกเงื่อนไขที่ท่านเสนอให้ในครั้งนี้’เมื่อสิ้นเสียงคำพูดของตัวเธอเอง จู่ ๆ จากภาพสวนดอกไม้สวยงามที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเธอ ก็ได้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงในโรงพยาบาล ในทันใดนั้น คุณขวัญก็อาเจียนออกมาหนักมาก แต่สุดท้าย เธอก็ได้คลอดลูกอย่างปลอดภัยในค่ำคืนนั้น เวลาผ่านไปได้ไม่นาน ในตอนที่คุณขวัญได้ออกจากโรงพยาบาล กลับมาพักอยู่ที่บ้านของตนเอง ขณะที่เธอกำลังนั่งเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านของเธอจู่ ๆ เธอก็มองเห็นเงาสีดำ ซึ่งเป็นเงาเดียวกับที่เธอเคยเห็นที่โรงพยาบาลยืนอยู่หน้าบ้านของเธอ แต่ในคราวนี้ เธอกลับเห็นมันชัดเจนมากยิ่งขึ้น เงานั้นมีรูปร่างใหญ่ สีดำสนิท และสวมใส่โจงกระเบนสีแดง ลักษณะคล้ายกับยมทูต คุณขวัญพยายามที่จะมองไปที่ใบหน้าของเงาดำ แต่ยิ่งพยายามมองเท่าไหร่ ก็มองไม่เห็นมันสักทีในตอนนั้น คุณขวัญได้รีบนำเรื่องนี้ไปเล่าให้คุณพ่อ และสามีของเธอได้ทราบ พร้อมกับขอความช่วยเหลือให้พ่อของเธอช่วยจุดธูปเพื่อบอกกับเจ้าที่ในบ้านว่า ขออนุญาตให้เดินทางเข้าบ้านได้ ส่วนสามีของเธอก็ได้ขึ้นไปบนห้องพระไปบอกกล่าวสิ่งศักสิทธิ์ จู่ ๆ ไฟที่บ้านก็ได้ดับลงในทันที จากนั้นพ่อของคุณขวัญก็ปักธูปลงไปในกระถาง ไฟในบ้านของเธอก็ได้ติดขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะเดียวกันคุณขวัญก็ได้มีอาการหน้ามืด และได้ยินเสียงหัวเราะของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมา และเงียบหายไป หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นก็ไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นอีกเลย…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากซัน สตอรี่ไลฟ์ 'ห้องสยอง ผีต่างเเดน' l อังคารคลุมโปง X ซัน สตอรี่ไลฟ์ [ 10 มี.ค.2569 ]

20 มี.ค. 2026

เรื่องเล่าจากซัน สตอรี่ไลฟ์ 'ห้องสยอง ผีต่างเเดน' l อังคารคลุมโปง X ซัน สตอรี่ไลฟ์ [ 10 มี.ค.2569 ]

ห้องพักฟรี อาหารพร้อม คือข้อเสนอที่ทำให้คุณดิว ตัดสินใจไปทำงานในสถานบันเทิงต่างประเทศ แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ คือต้องอยู่ร่วมกับ "รูมเมทปริศนา" ที่มาพร้อมกับเสียงรองเท้าส้นสูงยามค่ำคืน พร้อมเสียงครืดด... คล้ายเล็บขูดผนัง และความหลอนของอาถรรพ์ที่ช่วยเรียกแขกทำให้ร้านมีลูกค้าเต็ม แต่สำหรับคุณดิวแล้วนี่คือเรื่องราวสุดสยองที่เธอต้องเผชิญจนวินาทีสุดท้ายก่อนกลับไทย… เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน อังคารคลุมโปง X ซัน สตอรี่ไลฟ์ (10 มี.ค. 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจโซเซฟ’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ห้องสยอง ผีต่างเเดน’ เรื่องราวนี้เป็นประสบการณ์ของคุณดิว ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ดิวกำลังหางานเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว แต่หาเท่าไหร่ก็ยังไม่ได้งาน จนวันหนึ่งมีคนรูจักแนะนำให้ไปทำงานในสถานบันเทิงที่ต่างประเทศใกล้ ๆ ใจหนึ่งดิวก็กลัว เพราะเธอเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว จะไปอยู่ต่างประเทศลำพังได้อย่างไร แต่พอติดต่อกับเอเจนซี่แล้ว ก็สบายใจขึ้นเมื่อรู้ว่า จะมีเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ด้วยแถมยังมีทั้งที่พัก และอาหารให้ เธอจึงเริ่มเห็นว่าดี และตอบตกลงทำสัญญาไป เมื่อไปถึงก็มีรถมารับ ในรถมีผู้หญิงอยู่ 2-3 คน คาดว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน เธอก็ไม่ได้คิดอะไร ลักษณะที่พักของเธอเป็นอพาร์ทเมนต์สูง 4 ชั้น และเธออยู่ชั้น 4 สภาพห้องโอเค กว้างขวางคล้ายคอนโด ด้านในห้องมี 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว และห้องโถงใหญ่อีกที โดยในห้องนอนจะมีเตียง 2 ชั้น ซึ่งเธอก็ขนของขึ้นมาพร้อมกับเพื่อน ๆ ที่นั่งรถมาด้วยกัน เมื่อสำรวจห้องแล้ว เอเจนซี่ก็เรียกมาคุยเรื่องกฎระเบียบการอยู่ร่วมกัน และให้เลือกว่าแต่จะนอนห้องไหนเตียงไหน คุณดิวเลือกเป็นเตียงชั้นบน ห้องแรกที่ติดห้องนั่งเล่น และมีเพื่อนที่เธอเพิ่งทำความรู้จักไปเป็นรูมเมทนอนเตียงชั้นล่าง หลังจากนั้นพวกเธอก็ได้เริ่มงาน และจะเลิกงานตี 2-3 ของทุกวัน ตัวคุณดิว บางวันเลิกงานเร็ว เธอก็จะกลับมาพักผ่อนก่อน เมื่อกลับมาถึงก็จะยังไม่มีใครอยู่ในห้อง เธอจึงนั่งเล่นโทรศัพท์ พักผ่อนตามอัธยาศัย แต่ไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงส้นสูงจากข้างนอก เสียงคล้ายคนเดินขึ้นบันไดมา เสียงนั้นใกล้ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงชั้น 4 และเดินต่อมาหยุดที่หน้าห้องเธอ คุณดิวได้ยินเสียงเหมือนกับว่าคนด้านนอกกำลังไขกุญแจห้องอยู่ เธอไม่ได้คิดอะไร เพราะคงเป็นเพื่อนร่วมงานที่เลิกเร็วเหมือนกัน จากนั้นประตูก็เปิด เสียงรองเท้าคู่นั้นก็เดินเข้าห้องมา แต่ที่แปลกคือเธอได้ยินเสียง “ครืดด…” ลากยาว คล้ายคนเอาเล็บเดินขูดตามผนังห้อง เธอเริ่มไหวตัวรู้สึกถึงอันตราย คนด้านนอกอาจเป็นโจรก็ได้ เสียงขูดผนังนั้นลากยาวมาหยุดที่หน้าห้องของเธอ และพยายามที่จะเปิดประตู คุณดิวกลัวมากแต่ทำได้แค่นั่งกอดหมอนแน่น เงียบเสียง และมองไปที่กลอนประตูที่กำลังถูกเขย่าโดยใครสักคนที่อยู่ด้านนอก แถมยังได้ยินเสียง ฮัมเพลงเบา ๆ เป็นทำนองจากเธอคนนั้น คุณดิวไม่รู้เลยว่าคนด้านนอกต้องการอะไร และเพลงที่ฮัมฟังดูไม่คุ้นหู ไม่ใช่เพลงไทยแน่ ๆ แต่ออกไปทางเพลงมลายู คุณดิวกลัวมากแต่ก็ทนเงียบฟังจนกระทั่ง ทั้งเสียงฮัมเพลง และการเขย่าประตูนั้นหยุดไป เวลาประมาณตี 3 เพื่อนของคุณดิวกลับห้องมา เมื่อเห็นว่าคราวนี้เป็นเพื่อนจริง ๆ เธอจึงสบายใจ และหลับไปโดยไม่รู้ตัว และหลังจากว่านั้นเธอก็รู้สึกได้ว่า ที่นี่ต้องมีอะไรแปลก ๆ แน่แต่เธอก็ยังใช้ชีวิตปกติของเธอต่อไปตัวคุณดิวเคยเป็นภูมิแพ้แบบหนักมาก เมื่อเจอควันบุหรี่ อาการแพ้ของเธอจะเป็นหนัก และวันหนึ่งในขณะทำงาน ต้องอยู่กับลูกค้าที่สูบบุหรี่ จึงทำให้วันต่อมาเธอต้องลาป่วยไปทำงานไม่ได้เธอไปหาหมอ และได้ยาแก้แพ้มาเมื่อถึงห้องเธอกินยาก่อนเลย เพื่อที่จะได้นอนพักผ่อน เพราะโดยปกติฤทธิ์ยาแก้แพ้จะทำให้ง่วง แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอนอนไม่หลับ ทั้งที่ก็ง่วงมาก สักพักก็เริ่มได้ยินเสียงส้นสูงเดิน และเสียงขูดเล็บ แบบที่เคยได้ยินก่อนหน้า เมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง ก็เขย่าลูกบิดประตู ฮัมเพลง แต่ไม่เปิดเข้ามา เช่นอย่างเดิมไม่มีผิด ต้องความที่ง่วงมากจากฤทธิ์ยา คุณดิวจึงทำใจไว้แล้ว เพราะเธอในสภาพนี้คงหนีไปไหนไม่ได้ แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีไม่นานเพื่อนร่วมห้องเธอเปิดประตูเข้ามา และเสียงของบุคคลปริศนาที่ทำให้คุณดิวกลัวนั้น ก็หายไปดื้อ ๆ เมื่อเพื่อนเปิดประตูมา ก็พบว่า คุณดิวหน้าซีดมาก แต่คุณดิวก็ไม่ได้เล่าอะไรให้เพื่อนฟัง เพื่อนจึงเดินเข้าไปในครัวก่อนที่เธอจะหลับลงด้วยความสบายใจที่ในที่สุดเพื่อนกลับมา วันถัดมา คุณดิวเลิกงานเร็วกลับมาที่ห้อง และได้ยินเสียงเดินเช่นเดิมอีก แต่ครั้งนี้เสียงรองเท้าส้นสูงคู่นั้น เดินตรงไปที่ครัว ก่อนจะเริ่มได้ยินเสียงคล้ายหยิบมีด 2 เล่ม มาถูกกันเสียงแหลมเล็กแสบหู รวมกับเสียงฮัมเพลงทำนองจังหวะเดิมที่เคยได้ยิน ระหว่าง ที่กำลังตกใจพยายามโทรเพื่อน แต่โทรเท่าไหร่เพื่อนก็ไม่รับสาย เพราะกำลังทำงานอยู่ คุณดิวจึงแข็งใจ และพยายามข่มตานอนให้หลับ จนเช้าวันรุ่งขึ้นที่เพื่อนกลับมา คุณดิวจึงเล่าให้เพื่อนฟังว่าเธอเจออะไร เพื่อนกลับตอบมาว่า “เอาขนมไปไหว้เขายังล่ะ รู้มั้ยว่าคนก่อนหน้านี้เขาไหว้แล้วเขาได้ลูกค้าเต็มเลยนะ” แต่คุณดิวรู้สึกว่า ไม่เกี่ยวกัน นี่กำลังเจอผีอยู่นะ จะให้ไปไหว้อะไร ไม่เอาหรอก ทั้งคู่จึงไม่ได้คุยกันต่อ คุณดิวก็อยู่แบบนั้นมาเรื่อย ๆ จนถึง 1 วันสุดท้ายก่อนหมดสัญญา คืนนี้คุณดิวจึงไปนอนห้องแฟน ส่วนเพื่อน ๆ ก็อยู่ที่อพาร์ทเมนต์เดิมกันครบทุกคน ช่วงประมาณตี 4 เพื่อนของคุณดิวได้โทรมาด้วยน้ำเสียงโวยวายว่า “มึงอยู่ไหน! มึงรู้มั้ย สิ่งที่มึงเล่าให้กูฟังอ่ะ กูเจอแล้วนะเว้ย เขากำลังสับหมูแล้วฮัมเพลงอยู่เนี่ย” คุณดิวก็ไม่รู็จะช่วยเพื่อนยังไง ได้แต่บอกไปว่า “รออยู่ในห้องอย่าออกไปไหนนะ” และเช้าวันรุ่งขึ้นก็รีบโทรหาเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เพื่อนได้เล่ารายละเอียดให้ฟังว่า ขณะนั้นพวกเธออยู่ในห้องกัน 2 คน สักพักนึงก็ได้ยินเสียง สับ! สับ! สับ! และฮัมเพลง ตามด้วยเสียงเหมือนคนเดินเอาเล็บขูดผนังทั่วห้อง ครืดด…ครืดด… แถมยังมีเสียงหัวเราะก้องกังวาลของผู้ชายอีกด้วย ทั้งคู่รอจนเสียงเงียบไป และรีบวิ่งออกมาจากห้องมานั่งอยู่ข้างถนนจนถึงเช้า ถึงวันถัดมาที่ คุณดิวต้องบินกลับไทย แต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าสิ่งที่เธอเจอคืออะไรกันแน่ เลยถามพี่ที่เป็นคนแนะนำให้เธอมาทำงาน พี่เขาบอกว่า ที่สถานบันเทิงในสิงคโปร์จะมีความเชื่อว่า ต้องมีการเล่นของให้ร้านมีลูกค้าเยอะ ๆ และไว้ที่ที่พักของพนักงาน เพื่อให้มีสเน่ห์ดึงดูดลูกค้านั่นเอง…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

EFM FANDOM RECAP

อยากจะเป็นเธอคนนั้น.. คนที่ได้เป็นคนโปรดของเธอ~ ต้อนรับ “แตงกวา - เหนือ” สองสาวสุดสวยที่พกเอเนอจี้ความน่ารัก สดใสมาเสิร์ฟ พร้อมขโมยหัวใจแฟน ๆ ให้โดนตก จนถอนตัวกันไม่ขึ้น!

23 เม.ย. 2026

อยากจะเป็นเธอคนนั้น.. คนที่ได้เป็นคนโปรดของเธอ~ ต้อนรับ “แตงกวา - เหนือ” สองสาวสุดสวยที่พกเอเนอจี้ความน่ารัก สดใสมาเสิร์ฟ พร้อมขโมยหัวใจแฟน ๆ ให้โดนตก จนถอนตัวกันไม่ขึ้น!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 9 เมษายน 2569 ] ค่ำคืนนี้พบกับ “แตงกวา - เหนือ” ที่มาฮีลใจที่เหนื่อยล้าของแฟน ๆ ด้วยความน่ารัก ซุกซน เติมรอยยิ้มให้กับแฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... แด่เธอที่รัก - For youนามปากกา : สามพี ด้ายแดง สิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวคนสองคนเข้าไว้ด้วยกัน สลักลึกลงไปในดวงวิญญาณ ผูกรั้งเอาไว้ตั้งแต่ก่อนกาลเปลี่ยนผันสู่ปัจจุบันและคงอยู่ไปจนถึงอนาคต ผู้คนเชื่อว่าเมื่อใดก็ตามที่ด้ายแดงปรากฎเมื่อนั้นจะพบกับรักแท้ สำหรับ เหนือ สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนการกังขังราวกับนกน้อยในกรงทอง แม้จะฟังดูสวยหรูทว่าไร้อิสระ ตอนแรกหญิงสาวคิดเพียงว่าเป็นเรื่องงมงายที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้จริงจนเจอเข้ากับตัวเอง เป็นเวลาร่วมหลายเดือนแล้วตั้งแต่ที่ด้ายแดงของเธอผูกโยงเอาไว้กับ แตงกวา แม้ครั้งแรกที่ด้ายแดงปรากฎจะไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่นัก ในตอนที่เราเจอกันมันเป็นการเดินผ่านบนทางม้าลายเพียงเสี้ยววินาทีที่ร่างกายแตะต้องกัน กลับมีสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวรั้งร่างกายของหญิงสาวทั้งสองเอาไว้ ใครจะคิดว่าจากคนแปลกหน้าในวันนั้นจะกลายมาเป็นคนที่สวมชุดเจ้าสาวยืนอยู่ข้างกันในตอนนี้ แม้สำหรับเหนืองานวิวาห์นี้จะเป็นเพียงสิ่งที่จัดขึ้นมาเพื่อความสบายใจของผู้ใหญ่ แต่สำหรับแตงกวามันคืองานวิวาห์ที่เกิดขึ้นจากความรัก งานวิวาห์ที่จัดขึ้นแด่เธอผู้ที่ฉันหลงใหล แด่เธอผู้ที่ฉันรักสุดหัวใจ แด่เธอผู้ที่ไม่เคยมอบสิ่งเหล่านั้นกลับมาให้ฉันเลยFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... For youPen Name : สามพี The red thread, an invisible bond that entwines two souls, runs deep within them, connecting their past, present, and future in an eternal loop. It is said that when this red thread is revealed, true love inevitably follows. To Nur , however, such beliefs feel more like a confinement—a shimmering cage, picturesque yet stifling. Initially, she dismissed it as mere superstition, unsubstantiated by science, until reality proved her wrong. Months have passed since her fateful connection to Tangkwa. Their first encounter was far from magical; just a brief brush of hands on a busy crosswalk. Yet, that moment forged an unseen link between them. Who could have predicted that two strangers would stand together one day, adorned in wedding attire? To Nur, this wedding feels like a ceremonial obligation to appease tradition, while for Tangkwa, it’s a celebration of love. This is a union for her, the one I treasure, the one I adore with all my being, the one who has never returned my affections.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... เจ้าทานตะวันนามปากกา : ก่อนนับหนึ่ง หากพูดถึง ดอกทานตะวัน หลายคนคงให้ความหมายแทนความรักที่ซื่อสัตย์และมั่นคง เพราะดอกทานตะวันมักจะหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์เสมอ แต่สำหรับ 'แตงกวา' นั้นเธอไม่ชอบใจเอาซะเลย ดวงอาทิตย์ทั้งร้อนและพร้อมแผดเผาทุกสิ่งที่อยู่ท่ามกลางรัศมีของมัน ขนาดนั้นแล้วดอกทานตะวันก็ยังคงรักดวงอาทิตย์งั้นหรอ เธอจ้องมองไปยัง 'เหนือ' ที่ตอนนี้กำลังนั่งเหม่อมองดอกทานตะวันที่อยู่ในแจกัน แตงกวาได้แต่ตั้งคำถามในใจว่า ทำไมดอกทานตะวันถึงไม่หันมองดวงจันทร์บ้างหล่ะ ดวงจันทร์มีแสงที่อบอุ่นและพร้อมจะปลอบโยนดอกทานตะวันจากแสงแดดในตอนเช้า ใครเป็นคนกำหนดว่าดอกทานตะวันต้องคู่กับดวงอาทิตย์กันนะ "หวังว่าจะมีดอกไม้งอกเงยขึ้นในส่วนที่แสนเศร้าที่สุดของคุณนะ" แสงจากดวงจันทร์กำลังปลอบประโลมเจ้าดอกทานตะวัน "คุณทำให้รู้ว่าท่ามกลางความใจร้ายโลกนี้ก็ยังมีความน่ารักอยู่" ดอกทานตะวันเริ่มเบ่งบานทีละน้อย "ตราบเท่าที่ดวงจันทร์ยังอยู่วันทุกวันจะน่ารักกับทานตะวันเสมอนะ" เธอพูดออกไปแม้ลึกๆข้างในใจรู้ดีว่าเจ้าดอกทานตะวันไม่เคยแม้แต่จะหันมองดวงจันทร์เลยสักนิดเดียว ไม่มีสักครั้งที่เธอมองเห็นไม่ได้เป็นหรอกคนสำคัญ เป็นแค่ดวงจันทร์ที่แอบรักทานตะวันข้างเดียวFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... SunflowerPen Name : ก่อนนับหนึ่ง When people envision sunflowers, they often think of them as symbols of loyal and unwavering love, since these bright blooms always turn their heads towards the sun. But for ‘Tang Kwa’ , it’s quite the opposite — she has a strong dislike for them. The sun radiates an intense heat, capable of scorching everything caught in its blaze, yet those sunflowers still adore its light? She glances over at ‘Nur’, who sits in a trance, mesmerized by the sunflowers resting in a vase. TangKwa ponders to herself, why do sunflowers never gaze at the moon? After all, the moon offers a gentle glow, a comforting presence that could shield the flowers from the harshness of the morning rays. Who made the decision that sunflowers should always belong to the sun? "I wish for flowers to bloom in your darkest moments," the moonlight whispers softly to the sunflower. "You reveal that even amidst the harshness, love still thrives in this world." Slowly, the sunflower begins to unfurl its petals. "As long as the moon is there, every day will treat the sunflower kindly," she muses, even though she knows deep down that the sunflower has never given the moon a single glance. Not once has she been noticed. She’s no one special; merely the moon, quietly cherishing the sunflower from a distance.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ยามกาแฟอุ่นนามปากกา : ตะวันยอแสง กลิ่นกาแฟหอมกรุ่น ไม่ได้ลอยอยู่ในตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยเขม่ารถสีดำ แต่ล่องลอยอยู่เหนือ "หุบเขา"... ที่ที่มีความเงียบงันเป็นเสียงต้อนรับที่ไพเราะที่สุด 'กาแฟอุ่น' เป็นร้านเล็กๆ ทำจากไม้ สีเข้มและกระจกบานใหญ่ ตั้งอยู่กลางเนินเขาที่โอบล้อมด้วยหมอกจางๆ ในยามเช้า และทิวทัศน์ของป่าสนที่ทอดตัวยาวราวกับภาพวาดสีน้ำมัน ภายนอก ตัวร้านดูเรียบง่าย แต่กลับมีมนต์ขลังน่าดึงดูด เมื่อคุณเดินทางมาถึง ประตูไม้บานเก่าแกะสลักเป็นรูปถ้วยกาแฟจะนำคุณสู่ภายในตัวร้านที่แสนอบอุ่น ผนังเต็มไปด้วยชั้นหนังสือที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นเมล็ดกาแฟที่เพิ่งคั่วเสร็จใหม่ๆ ตลบอบอวลไปทั่วทั้งร้าน ยิ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลายราวกับว่าเรื่องหนักๆในชีวิตถูกยกออกไปชั่วขณะ กริ๊ง~ "สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ" เจ้าของร้านยังคงวุ่นอยู่กับเครื่องทำกาแฟตัวใหม่ ทำให้ไม่ยอมหันมามองลูกค้าเสียที "ขอกาแฟอุ่น 1 แก้วค่ะ" แต่แล้วเสียงที่แสนคุ้นชินก็ทำเอาใบหน้าหวานต้องหันมามองอย่างเสียไม่ได้ เมื่อเห็นรอยยิ้มที่คุ้นตายื่นเข้ามาใกล้ ใจที่เคยนิ่งงันก็กลับมาเต้นแรงให้กับเธอคนเดิมอีกครั้ง "คุณไออุ่น" "คิดถึงกันไหมคะ"FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... As the coffee radiates warmthPen Name : ตะวันยอแสง The scent of coffee doesn’t hang around in the grimy alleyways; instead, it wafts gently above a serene ‘valley’... where silence reigns as the most exquisite greeting. Tucked away in a hillside shrouded in gentle morning mist, ‘Warm Coffee’ is a quaint little shop built of rich, dark wood and expansive glass windows. From here, you can gaze out at a breathtaking panorama of a pine forest that seems to stretch endlessly, like a beautiful piece of art. Its exterior may be simple, but it exudes a charming allure. As you arrive, an ancient wooden door, artfully carved to resemble a coffee cup, swings open to welcome you into a cozy ambiance. The walls are adorned with meticulously organized bookshelves, and the delightful aroma of freshly roasted coffee beans envelops you, easing life’s burdens as if for a moment, all worries fade away. *Ding!* “Hi there! How can I assist you today?” the owner calls out, still tinkering with a new coffee machine, hardly glancing at the customer. “I’d love a warm coffee, please.” Just then, a familiar voice catches her off guard, making her glance up. As she sees a beloved smile approaching, her heart, which had been quiet, starts to flutter once more for the same woman. “Ai-Oun.” “Did you miss me?”FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... หัวใจสำรองนามปากกา : Lynzz (ลินซ์)ดาวเหนือ = เหนือ พริ้นซ์ = แตงกวา ดาวเหนือ รู้ตั้งแต่แรกว่า พริ้นซ์ ยังไม่ลืม “คนรักเก่า” ที่จากไปอย่างกะทันหัน ทุกมุมของบ้านยังเต็มไปด้วยความทรงจำของคนคนนั้น ทั้งรูปถ่าย เพลงเดิม ๆ และน้ำตาที่หลั่งออกมาในคืนที่เงียบงัน แต่ดาวเหนือก็ยังเลือกอยู่ข้างพริ้นซ์เสมอ เธอเป็นคนปลอบในวันที่อีกฝ่ายร้องไห้ เป็นคนดูแลในวันที่อ่อนแอ และเป็นคนที่ยอมรักมากกว่าที่ได้รับรัก เพราะเชื่อว่าสักวันหัวใจของพริ้นซ์จะค่อย ๆ เปิดรับเธอ ทว่าโลกกลับเล่นตลก เมื่อคนรักเก่าที่ทุกคนเชื่อว่าตายไปแล้ว “กลับมา” พร้อมรอยยิ้มที่ดาวเหนือไม่เคยได้รับ พริ้นซ์รีบกลับไปหาอดีตที่ยังรักโดยไม่ลังเล ในวินาทีนั้นเธอจึงเข้าใจว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอไม่เคยเป็นคนที่ถูกเลือก เป็นเพียง “หัวใจสำรอง” ที่ถูกใช้เพื่อเยียวยาความเจ็บปวดจากใครอีกคน และเมื่อคนที่พริ้นซ์รอคอยกลับมา ดาวเหนือจึงเลือกที่จะหายไป โดยไม่รู้เลยว่า การจากไปของเธอ อาจทำให้พริ้นซ์เพิ่งตระหนักได้ว่า คนที่เธอมองว่าเป็นแค่ “ตัวแทน” แท้จริงแล้วคือคนที่รักเธอมากที่สุดFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Extra lovePen Name : Lynzz (ลินซ์) North Star = Nur, Prince = TangKwaFrom the very beginning, North Star sensed that Prince was haunted by the memory of his late "former lover." The house echoed with traces of that person—pictures hanging on the walls, familiar melodies playing softly, and the soft remnants of tears shed during lonely nights. Yet, North Star remained steadfast by Prince's side. She was her shoulder to cry on, the one who supported her in moments of weakness, and the one whose love for her overflowed, hoping that one day her heart would awaken to hers. But fate played a harsh game when the presumed lost love, once thought to be gone forever, appeared again, wearing a smile that North Star had never known. Without a second thought, Prince dashed back to her past love. In that instant, North Star realized the painful truth: she had always been the "backup heart," a salve for someone else's wounds. And so, when the person Prince had longed for returned, North Star quietly slipped away, oblivious to the fact that her absence might finally make Prince see that the one she disregarded as a "substitute" was truly the one who had loved her the deepest.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... พันธะจองจำใต้เงาจันทราสีเลือดนามปากกา : ผู้เฝ้ามองจันทราคู่ในมิติเร้นลับที่ท้องฟ้าเป็นสีม่วงครามไร้แสงตะวัน เหนือ จอมเวทสาวผู้ทรงอำนาจได้เนรมิตคฤหาสน์แก้วขึ้นเพื่อกักขัง แตงกวา ภูตพฤกษาเลอค่าที่ผู้คนต่างหมายปอง นางอ้างว่านี่คือการปกป้องจากโลกภายนอกอันโหดร้าย ทุกคืนเมื่อจันทร์แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เถาวัลย์อาถรรพ์สีดำจะผุดขึ้นแผ่ซ่าน กัดกินผิวกายของภูตพฤกษาหรือแตงกวาจนแทบไม่อาจทนได้ "ท่านช่วยเราด้วย" แตงกวาทรุดลงบนเตียงขนนก ร่างกายสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดเหนือก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นชาแฝงความลุ่มหลง นางยื่นมือออกไป ถ่ายทอดพลังเวทสีทองเพื่อขับไล่ความมืดและบรรเทาความทรมานนั้น "หากอยากให้เราช่วย จงเป็นของเราเพียงผู้เดียว" คำกล่าวแผ่วเบาแต่หนักแน่น ดุจพันธนาการ ทว่าความจริงที่แตงกวานั้นล่วงรู้ คือ คำสาปคืนจันทร์สีเลือดนี้ ล้วนเกิดจากคนรักของเธอ นางร่ายมนตร์ดำเพื่อผูกมัดคนรัก ให้ต้องโหยหานางเพื่อความอยู่รอด แม้ภูตพฤกษาสาวจะรับรู้ความจริง ภูตพฤกษากลับยิ้มทั้งน้ำตา เพราะสำหรับนางแล้ว ความเจ็บปวดจากมือคนรัก ยังงดงามยิ่งกว่าอิสรภาพที่ไร้ผู้ใดเคียงข้างFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Chains of confinement under the glow of a crimson moon.Pen Name : ผู้เฝ้ามองจันทราคู่ In a realm cloaked in shades of purplish-blue, devoid of sunlight, a formidable sorceress named Nur crafted a shimmering glass mansion to hold captive Tangkwa, a cherished spirit of nature coveted by countless souls. She justified this imprisonment as a means of shielding Tangkwa from the harshness of the outside world. Each night, as the moon blazed crimson, sinister black vines emerged and wrapped around Tangkwa, biting into her essence until her resilience began to falter. “Help me,” Tangkwa gasped, collapsing onto a bed of feathers, her body quaking in agony. Nur approached with a chilling, possessive grin, extending her hand to summon golden magic that sliced through the shadows, easing the torment for an instant. “If you desire my aid, you must belong to me,” she breathed, her words as unyielding as a spell that binds. Yet, deep within, Tangkwa understood the true nature of her plight—the curse of the blood moon was woven by the very hand of her beloved, who had ensnared him with a dark enchantment to keep him longing for her to exist. Even in the face of this painful reality, the plant spirit offered a bittersweet smile through her tears, for in her eyes, the suffering brought forth by her lover held a beauty that overshadowed the loneliness of freedom.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “แตงกวา - เหนือ” ที่จะมามอบรอยยิ้มพลังงานความน่ารัก สดใส ใจฟู ให้กับเหล่าแฟน ๆ ได้อมยิ้มไปตาม ๆ กันน( บ่อเกิด กำเนิดรัก ) “เหนือ” เล่าว่า เธอนั้นเห็น “แตงกวา” ครั้งแรก ผ่านทาง Instagram แล้วรู้สึกว่าเป็นคนน่ารักดี เลยลองทักไปชวนมาแคสบท ซึ่ง “เหนือ” ก็บอกว่าตนนั้นได้เห็น และประทับใจในความพยายามของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก พร้อมบอกว่า “แตงกวา” เป็นคนเดียวที่ทำให้ “เหนือ” เขินได้ จากคนที่มาแคสทั้งหมด ในด้านของ “แตงกวา” ก็ได้เล่าว่า ในครั้งแรกที่เจออีกฝ่ายตัวจริง คิดว่าเป็นคนที่มาแคสบทเหมือนกัน เพราะเห็นว่ามีหน้าตาที่น่ารักมาก ๆ ซึ่งในตอนที่ต่อบทด้วย “เหนือ” ก็แอบมาช่วยในส่วนที่ตนนั้นลืมบท จึงทำให้เกิดความประทับใจตามมา “แตงกวา” ยังบอกอีกว่า ตอนที่ทั้งคู่คุยในแชท ที่ “เหนือ” ทักมาชวนไปแคสบทครั้งแรกนั้น ทั้งคู่แทบไม่ได้คุยอะไรกันเลย มีแค่บอกสถานที่ และเวลาที่ต้องไปแคสบทเท่านั้น ในส่วนที่เหลือก็คือการประทับใจกันต่อหน้า ทำให้ได้คุยกันมากขึ้น และทำให้สนิทใจกันจนถึงทุกวันนี้( ระวังมิจฉาชีพหลอกให้หลง..! ) “แตงกวา” เผยว่า ตนนั้นไปแอบส่องเช็กเกี่ยวกับประวัติของค่าย เพราะก่อนหน้าที่ “เหนือ” จะทักมาชวนไปแคสบทนั้น มีหลายค่ายที่ทักมาชวนตนไปแคสบทเยอะมาก แต่ติดตรงที่แต่ละที่แอบดูน่ากลัว ครั้งนี้จึงได้เข้าไปเช็กประวัติค่ายแบบละเอียด พร้อมเผยว่า ช่วงแรกมีการนัดเจอกันกับ “เหนือ” ที่คาเฟ่บ่อย ๆ แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยวางมาดว่าเป็นประธานบริษัทขนาดนั้น ออกแนวไปทางเฟรนลี่ น่ารักด้วยซ้ำไป( Activity ฉบับคนรู้ใจ “แตงกวา - เหนือ” ) ทั้งคู่ เผยว่า ทั้งคู่นั้นมีความชอบที่คล้ายกัน และหนึ่งในสิ่งที่ชอบทำมากที่สุดก็คือการไปคาเฟ่ ถ่ายรูปเล่น ด้วยความที่มีไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมที่ชอบทำคล้ายกัน จึงทำให้ทั้งคู่สนิทกันได้ไวมากขึ้น พร้อมยังแนะนำเพิ่มเติมให้กับแฟน ๆ ว่าแถว ๆ ย่านอารีย์นั้นมีคาเฟ่ที่ถ่ายรูปสวย ๆ อยู่มากมาย บอกเลยว่าไปครั้งนึงเก็บได้หลายที่ ถ่ายออกมารูปสวย คุ้มค่าเดินทางแน่นอน!( Minigame สวยสับฟาดทุกช็อต! ) ทางทีมงานได้มี Minigame สนุก ๆ มาให้ “แตงกวา-เหนือ” ได้ร่วมเล่นสนุกกัน โดยจะให้ทั้งคู่มองที่กล้อง และทำท่าตามโจทย์ที่ให้ไป เปิดมาที่ข้อแรก กับโจทย์ ‘สวยใสตะมุตะมิ’ ตามมาที่ข้อสอง ‘สวยคม หล่อกระชากใจ’ ถัดไปข้อที่สาม กับโจทย์ ‘สองสาวสวยแซ่บ ยกพริกมาทั้งสวน’ และข้อสุดท้ายข้อที่สี่ กับโจทย์ ‘สวย ปะทะ สวย’ ซึ่งทั้งคู่ก็ได้โพสท่าทางออกมาได้แซ่บกระชากใจ น่ารัก หล่อเท่ สมใจแฟน ๆ พากันโดนตก จนยากจะหุบยิ้มมม( ตื่นมาอีกวัน..เป็นคนดังแล้ว?! ) “เหนือ” เผยว่า ตั้งแต่ที่ซีรีส์ได้ออกอากาศไปก็ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น มีผู้ติดตามมากขึ้น ซึ่งก็ตามมาด้วยการใช้ชีวิตที่ยากขึ้น เพราะจะให้ทำตัวเป็นอิสระแบบเดิมก็คงไม่ได้ แล้วเจ้าตัวยังบอกอีกว่าต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นอีกด้วย เพราะตนไม่ได้เป็นเพียงแค่ดารา นักแสดงอย่างเดียว แต่เป็นประธานค่ายด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้ชีวิตของตนนั้นก้าวกระโดด และเติบโตมากขึ้น พร้อมบอกกับแฟน ๆ อีกว่า ต่อจากนี้จะตั้งใจพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น และจะทำผลงานดี ๆ มาให้แฟน ๆ ได้ชมกันอีกเยอะ ๆ เลยยย ในด้านของ “แตงกวา” ได้เล่าว่า จุดเปลี่ยนของชีวิตเธอที่เปลี่ยนไปแบบเห็นได้ชัดเลย นั่นคือตอนที่ซีรีส์ตอนแรกได้ออกอากาศไป ตื่นเช้าตื่นมาอีกวัน ยอดฟอลไอจีก็เพิ่มขึ้นมาเป็นหลักหมื่นด้วยความรวดเร็ว ด้วยเหตุการณ์นั้นจึงทำให้ตนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นดาราแล้ว และต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิตอิสระนอกบ้านให้มากขึ้น พร้อมบอกว่า ซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ตนได้แสดง ดังนันผลงานถัดไปในอนาคต ตนก็จะพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นไปอีกเช่นกัน( โจทย์สุดหิน กับซีรีส์เรื่องแรก ) “แตงกวา” เผยว่า ด้วยความที่เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เธอได้เล่น จึงรู้สึกตื่นเต้น และต้องทำการบ้านหนักมาก ๆ พร้อมเผยว่า ตอน Workshop ก็ค่อนข้างที่จะหนักหน่วงมาก ๆ เช่นกัน ด้านของ “เหนือ” เผยว่า ทริคของตนคือการค่อย ๆ ทำความรู้จักลักษณะนิสัย ภูมิหลังต่าง ๆ ของตัวละครให้ลึก แต่ก็ถือว่าเป็นบทที่ยากมาก เพราะคาแรกเตอร์ที่ได้เล่นนั้นเป็นคนที่ร้องไห้บ่อย และแสดงความรู้สึกออกมาชัดเจน ซึ่งต่างจากตัวจริงของตนสุด ๆ แต่ก็ได้ทำการบ้านอย่างหนัก และแสดงออกมาเต็มที่แล้ว หวังว่าแฟน ๆ จะชื่นชอบน้าาา( Fan Meeting ครั้งแรก! ) “เหนือ” เล่าว่า ตนนั้นตื่นเต้นและรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ใหม่มาก ๆ อีกทั้งยังเหนื่อยมากอีกด้วย เพราะด้วยความที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักแสดง แต่เป็นประธานค่ายด้วย จึงทำให้ต้องทำงานหลายส่วน ยิ่งทำให้ทวีความเหนื่อยขึ้นไปอีก พร้อมบอกว่าตนนั้นเต็มที่กับงาน Fan Meeting ครั้งนี้มาก ๆ เรียกได้ว่าทุ่มทั้งแรงใจและแรงกายกันเลยทีเดียว อีกทั้งยังแอบบอกว่า ตนรู้สึกดีใจมาก ๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความฝันวัยเด็กของ “แตงกวา” สำเร็จ โดย “แตงกวา” ก็ได้เล่าว่า ความฝันวัยเด็กของเธอนั้นคือการได้ขึ้นไปเต้น และใส่อินเอียร์ร้องเพลงบนเวทีต่อหน้าแฟน ๆ ซึ่งในงานนี้ตนก็มีโอกาสได้ทำมัน งาน Fan Meeting ครั้งนี้จึงทำให้เธอมีความสุข และเอนจอยกับมันมาก ๆ แม้เบื้องหลังการซ้อม และการจัดงานจะเหนื่อยกันมากแค่ไหน แต่ทั้งคู่ก็สามารถทำออกมาได้ดีมาก ๆ เก่งกันมาก ๆ เลยน้าาา( ซีรีส์แนวไหนถูกใจ “แตงกวา - เหนือ” ) ทั้งคู่ เผยว่า แอบอยากเล่นอะไรที่เป็นแนวตลกคอมเมดี้ รั่ว ๆ ดู พร้อมบอกว่าแอบมีลองทำกันไปบ้างแล้วด้วย อยากให้ทุกคนได้รอติดตามชมกันน้าาาและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “แตงกวา - เหนือ” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มในชื่อเกมว่า “สงกรานต์ สาดรัก จั๊กจี้หัวใจ” งานนี้บอกได้เลยว่า “แตงกวา - เหนือ” ทุ่มเทให้กับการเล่นเกมครั้งนี้แบบมีน้ำ มีเหงื่อจริง! พร้อมมอบโมเมนต์ความน่ารัก ให้กับแฟน ๆ ได้ยิ้มจนแก้มแตกไปตาม ๆ กันสามารถไปรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “แตงกวา - เหนือ”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “แตงกวา - เหนือ” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้ม ชวนแฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ฮีลใจ จนเต็มอิ่ม ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “Dangerous Queen คนโปรดของควีน” สามารถรับชมซีรีส์ย้อนหลังได้ทาง YouTube ช่อง S.nur Entertainment ที่เดียวเท่านั้น!สามารถเข้าไปรับชมเคมีความน่ารักน่าใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

ตัวนั่งอยู่ในห้องเรียน แต่ใจดันเนียนตามไปอยู่กับเธอ~ EFM FANDOMLIVE เปิดสตูต้อนรับ ไอคอนแห่งความน่ารัก “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอันแสนสดใส พร้อมพิชิตหัวใจเหล่าหม่ามี๊ทุกคนนน!

20 เม.ย. 2026

ตัวนั่งอยู่ในห้องเรียน แต่ใจดันเนียนตามไปอยู่กับเธอ~ EFM FANDOMLIVE เปิดสตูต้อนรับ ไอคอนแห่งความน่ารัก “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอันแสนสดใส พร้อมพิชิตหัวใจเหล่าหม่ามี๊ทุกคนนน!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 2 เมษายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ที่จะมาแจกรอยยิ้ม ความน่ารักสดใส แบบจุใจม่ามี๊ทั้งหลาย จนพากันใจละลาย ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... หอมดอกจำปีจำปานามปากกา : Juju_Nee ป๋อ เป็นพนักงานร้านขนมเบเกอรี่แห่งหนึ่ง แต่ทุกเวลา 15:15 ป๋อจะเห็น ตี๋ มาที่ร้านทุกครั้งเวลาเดิม ๆ สั่งเมนูเดิม ๆ นั่งที่เดิม ๆ เป็นแบบนี้ทุกวัน และทุกครั้งที่ตี๋มาร้านนี้ ป๋อจะคอยแอบมองว่า วันนี้ตี๋จะอ่านหนังสือเล่มเดิม หรือจะอ่านหนังสือเล่มใหม่ไหม หรือวันนี้จะนั่งฟังเพลงและวาดรูปเหมือนเดิมหรือเปล่า ทุกครั้งที่ป๋อแอบมอง ตี๋จะก้มหน้าทุกครั้ง ไม่เคยเงยหน้ามองสิ่งรอบข้างเลย แต่วันนี้ตี๋กลับดูแปลกไป เพราะตี๋เงยหน้าขึ้นมา ซึ่งนั่นเป็นวันแรกและวินาทีแรกที่ทั้งสองคนได้สบตากัน ป๋อได้กลิ่นหอมของดอกไม้ชนิดหนึ่งขึ้นมา มันคล้ายดอกจำปีหรือไม่ก็จำปา ไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมของตี๋หรืออะไร แต่เป็นกลิ่นที่ทำให้ป๋อเกิดความคิดถึงในอก พอได้สบตากันรอบสอง สถานที่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป จากร้านเบเกอรี่กลับกลายเป็นบ้านไม้เรือนไทยแทน ในมือของตี๋ถือดอกจำปีหนึ่งดอก ป๋อมองภาพตรงนั้นก่อนจะมีลมพัดมาวูบหนึ่ง จู่ๆก็มีภาพถ่ายเก่า ๆ ปลิวมาตกใส่มือป๋อป๋อมองรูปนั้นแม้จะเห็นหน้าไม่ชัด แต่รู้ได้ว่าทั้งสองเป็นชาย และสิ่งที่ชัดเจนกว่าหน้าตา ก็คือ ดอกจำปีที่สองคนถือด้วยกันและมีข้อความเขียนบนรูปว่า ‘รักที่มีให้เธอจะไม่จืดจางดังดอกจำปี’FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The sweet aroma of champaka and magnolia blossoms.Pen Name : Juju_Nee Po works at a bakery where, like clockwork, every day at 3:15 PM, Tee strolls in. With a familiar routine, he orders the same item and takes his usual seat. This ritual unfolds daily. Each time Tee arrives, Po sneaks glances to see if he’s engrossed in the same book, exploring a new read, or lost in his music while sketching away. Despite Po's curious observance, Tee consistently keeps his gaze fixed downward, oblivious to the world around him. But today feels different; Tee lifts his gaze for the very first time, and in that fleeting second, their eyes connect. Po is enveloped by the sweet aroma of a flower, reminiscent of jasmine or champaca. He can't tell if it’s Tee’s fragrance or something else entirely, but it stirs a profound yearning within him. When their eyes lock again, the scene shifts dramatically—the bakery transforms into a charming traditional Thai wooden house, and Tee is now cradling a delicate jasmine bloom. Po is captivated by this enchanting sight until a sudden gust of wind sweeps past, delivering an old photograph into his hands. Though the faces are blurred, he recognizes them as two men, and what stands out more than their features is the jasmine flower they share, accompanied by the inscription: "My love for you will never fade, like the jasmine flower."FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... พันธะรักข้ามภพนามปากกา : ชานมโกโก้ไข่มุก ณ ศาลาริมน้ำ "คุณหลวงป๋อ" ผู้เคร่งขรึมกำลังนั่งตรวจตำรา สายตาคมเหลือบเห็น "พ่อตี๋" ลูกชายเจ้าเมืองพิจิตรที่เคยแกล้งเอาเต่ามาปล่อยเรือนเขาตอนเด็ก เดินกะเผลกเข้ามาด้วยท่าทางจ๋อยสนิท “พี่หลวง... ตี๋ตกต้นมะม่วงขอรับ” พ่อตี๋ในวัยหนุ่มร่างสูงใหญ่ แต่แววตาอ้อนเหมือนลูกหมาตัวโตยามเยาว์วัยไม่มีผิด คุณหลวงป๋อถอนหายใจยาวพลางหยิบตลับยา “โตจนจะออกเรือนยังซนไม่เลิก” แม้ปากจะตำหนิแต่กลับดึงมืออีกฝ่ายมาทายาให้อย่างเบามือ พ่อตี๋แอบยิ้มกริ่มขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นแป้งร่ำจากตัวคุณหลวง “ตอนเด็กตี๋แกล้งเพราะอยากให้พี่มอง... แต่ตอนนี้ตี๋โตแล้ว ตี๋ไม่อยากแกล้ง แต่อยากให้พี่มองตี๋แค่คนเดียวได้หรือไม่ขอรับ?” คุณหลวงชะงัก ใบหน้าแดงซ่านถึงใบหู “พูดจาเพ้อเจ้อ... ทายาเสร็จก็กลับเรือนไปเสีย” “ไม่กลับ! จนกว่าพี่หลวงจะรับขนมเบื้องนี้ไว้ ตี๋หัดทำมาเพื่อพี่เลยนะขอรับ” ตี๋ยื่นห่อใบตองเบี้ยวๆ ให้ด้วยท่าทางประหม่า คุณหลวงมองห่อขนมแล้วหลุดยิ้มออกมาในที่สุด ความแค้นในวันวานมลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางกลิ่นดอกแก้วที่ร่วงหล่นรอบศาลาFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... An Eternal Connection of LovePen Name : ชานมโกโก้ไข่มุก By the river, in a quaint pavilion, the serious "Khun Luang Po" immersed himself in his studies. His keen gaze soon landed on "Poh Tee," the governor of Phichit's son, whose childhood antics included a prank where he once set a turtle loose at Khun Luang's home. Po entered with a noticeable limp, radiating an air of despondency. "Brother Luang... Tee took a tumble from the mango tree," he said, his tall frame looking even more vulnerable, his eyes pleading like those of an abandoned pup. Khun Luang Po let out a weary sigh as he reached for his medicine box. "You're at an age where you should be thinking about marriage, yet you still can’t resist mischief." Despite the words of admonishment, he tenderly took the young man’s hand and began to apply the soothing ointment. With a cheeky grin, Po shifted closer, inhaling the sweet aroma of the powder that lingered around Khun Luang. "Back when I was little, I teased you just to get your attention... but I’m grown now, and I don't want to prank you any longer. Can you just see me and me alone, please?" Khun Luang felt his heart skip a beat, his cheeks flushing with embarrassment. "What are you talking about? Just finish up the ointment and head back home." "I refuse to leave! Not until you accept this pancake, Brother Luang." "I made it just for you," Tee stammered, nervously presenting a lopsided package wrapped in banana leaves. The nobleman glanced at the offering and finally broke into a smile. The bitterness of past grievances dissolved, replaced by a comforting warmth, mingling with the fragrance of blooming jasmine flowers that drifted lazily around the pavilion.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Melodiesนามปากกา : PIP.T เสียงทุ้มกังวานที่พร่าสั่นด้วยอารมณ์ของ ป๋อ ดังรอดผ่านหูฟังเข้าสู่โสตประสาทของ ตี๋ตี๋ ในห้องอัดพอดแคสต์ที่อบอวลด้วยกลิ่นอายย้อนยุค ทุกถ้อยคำราวกับมีมนต์ขลังหยุดเข็มนาฬิกาไว้ในความเงียบ ตี๋ตี๋เผลอกลั้นหายใจเมื่อท่วงทำนองนั้นช่างคุ้นหู มันไม่ใช่แค่เพลงรักทั่วไป แต่เป็นความทรงจำวัยเยาว์ เป็นทำนองลางๆ จากปลายนิ้วของพ่อที่พรมลงบนคีย์เปียโนก่อนท่านจะจากไปพร้อมความบอบช้ำ น้ำเสียงของป๋อทำให้หัวใจของตี๋ตี๋สั่นคลอนอย่างรุนแรง เมื่อบทเพลงลับที่พ่อไม่เคยแต่งจบกลับถูกชายแปลกหน้าขับขานออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตี๋ตี๋ตัดสินใจประคองกรอบรูปเก่าของพ่อลงมาเช็ดทำความสะอาด ทว่าแรงกดแผ่วเบากลับทำให้แผ่นหลังไม้หลุดร่วง เผยให้เห็นกระดาษโน้ต สีเหลืองนวลซุกซ่อนอยู่ภายใน ลายมือที่คุ้นเคยจารึกเนื้อเพลงชุดเดียวกับที่ป๋อเพิ่งร้องจบลงไป พร้อมชื่อผู้ประพันธ์คือพ่อของเขาเอง บทเพลงมรดกชิ้นสุดท้ายที่คิดว่าสาบสูญกลับถูกถ่ายทอดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดจากชายลึกลับ ความรักที่เริ่มก่อตัวท่ามกลางเสียงเทปจึงเต็มไปด้วยปมบีบคั้นหัวใจว่าป๋อคือใคร และเพราะเหตุใดเขาถึงครอบครองความลับที่แสนเจ็บปวดนี้FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... MelodiesPen Name : PIP.T Bo’s voice, deep and filled with emotion, flowed into Tee Tee’s ears through the headphones, wrapping him in the warmth of nostalgia in the podcast studio. Each word felt like magic, pausing the clock in that quiet moment. Tee Tee held his breath; the melody was achingly familiar. It wasn’t merely a love song; it echoed a memory from his childhood—a soft tune played by his father on the piano before he passed away, a tune laced with bittersweet sorrow. Bo's voice stirred something profound in Tee Tee’s heart. The unfinished melody his father had never shared now spilled out beautifully through the voice of a stranger. With a mix of reverence and curiosity, Tee Tee reached to take down the old framed photo of his father for a cleaning. But as he touched it, the wooden back slipped, revealing a faded yellow sheet tucked inside. His father’s handwriting adorned the page, inscribed with the very lyrics Bo had just sung, alongside the name of the composer: his father. The last lingering piece of his father’s legacy had been unveiled through the tender notes of this mysterious voice. The budding love found in those recorded tones now rested within an aching enigma: Who was Bo? And how could he hold this painful secret close to his heart?FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... the whale and the tilapia could never be oneนามปากกา : pawdimple มนุษย์ไม่ต่างอะไรจากสัตว์น้ำ เพียงเติบโตภายใต้ผืนน้ำที่แตกต่างและหลงเชื่อว่ากระแสน้ำที่โอบกอดคือโลกทั้งใบ ปลานิล (POR) นิยามชีวิตตัวเองไว้แบบนั้น ในฐานะนักเขียนผู้เติบโตมาในกรอบสี่เหลี่ยมเรียบง่ายที่ถูกขีดเส้นไว้ไม่ต่างจากปลาในกระชัง กระทั่งมีคำถามบางอย่างก่อตัวขึ้นในหัวใจ หากโลกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในกระชัง โลกใบนี้จะกว้างใหญ่เพียงใด เขาถ่ายทอดมันผ่าน วาฬ (2TEE) ตัวละครจากงานเขียนชิ้นแรกที่สะท้อนอีกด้านของตัวเขา มีอิสระ ไร้ขอบเขต แหวกว่ายได้ในมหาสมุทรอันกว้าง จนวันหนึ่ง ตัวละครที่เขาสร้างกลับมายืนอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำทะเล ผมสีน้ำตาล ราวกับในจินตนาการไม่มีผิด “วาฬใช่ไหม” ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงแววตาฉายความโดดเดี่ยวลึกจนบาดใจ ปลานิลรับรู้ถึงมันราวกับเชื่อมถึงกัน วินาทีนั้นเองน้ำตาหยดใสก็พลันไหลออกมาโดยไร้เหตุผล เขาเคยปรารถนาโลกภายนอก โดยมีวาฬเป็นส่วนที่เข้ามาเติมเต็ม แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าอิสรภาพของวาฬนั้นแลกมาด้วยความโดดเดี่ยวมหาศาล และในความจริง วาฬกับปลานิลก็ไม่อาจอยู่ภายใต้น้ำผืนเดียวกันได้ ปลานิลเข้าใจในตอนนั้นเองว่าระยะของความแตกต่างนี้มากเกินจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... the whale and the tilapia could never be onePen Name : pawdimple Humans aren’t so different from the creatures that dwell in the depths of the ocean; we merely grow up in different waters, convinced that the currents that surround us are all there is to life. This is how Pla Nil (POR) sees his own existence. As a writer raised within a narrow, predefined space—much like a fish trapped in a tank—he finds himself pondering a profound question: If life extends beyond the confines of a cage, just how expansive can it truly be? He expresses this yearning through Whale (2TEE), a character from his debut work that embodies a different part of himself—free and limitless, drifting through the vastness of the ocean. Then, one day, the character he conjured up steps into his reality. A young man with sea-blue eyes and tousled brown hair, he looks just as Pla Nil imagined. "Is that Whale?" he wonders, but receives no answer—just a gaze filled with a deep, aching solitude. In that moment, Pla Nil feels an unspoken bond, as if their souls are intertwined. Tears suddenly prickle at his eyes. He had always yearned for the world beyond his cage, with Whale representing the hope he clung to. Yet, he never realized that Whale's boundless freedom was shadowed by an overwhelming sense of isolation. The truth becomes clear: Whale and Pla Nil cannot share the same water. The chasm between them is far too vast to ever bring them together.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... 9 แรกของเรานามปากกา : เลือกฉันเพื่อปลดล็อคตอนต่อไป แสงแดดส่องผ่านกระจกโบสถ์ กระทบดอกกุหลาบที่ตกแต่งอย่างประณีต เสียงเพลง Until I Found You บรรเลงเบาๆ ผมยืนรออยู่กลางเวที จนประตูเปิดออก ‘สายฝน’ คนที่ผมรักมาตลอด 8 ปีและกำลังจะเข้าสู่ปีที่ 9 ในสถานะใหม่ ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเดิม รอยยิ้มที่ทำให้ผมตกหลุมรักตั้งแต่วันแรกที่เขายื่นร่มให้ในวันฝนตก เขาเดินเข้ามาเหมือนทุกก้าวคือการนับถอยหลังสู่ช่วงเวลาสำคัญ ผมยิ้มตอบเพื่อยืนยันว่าผมพร้อมสำหรับวันนี้มาทั้งชีวิต เราสบตา สาบานรัก และผมสวมแหวนให้เขา เสียงปรบมือดังกึกก้องเหมือนทั้งโลกกำลังยินดี เราสองคนประสานมือกันเพื่อเดินออกจากประตูโบสถ์แต่ทุกอย่างดับวูบ เสียงโทรศัพท์ปลุกผมกลับสู่ห้องมืดที่ไม่มีแสงแดด ไม่มีดอกกุหลาบ ผมเอื้อมมือไปกดรับโทรศัพท์ “อย่าลืมไปรับยานะ หมอนัด” เพื่อนสนิทผมเตือนมันเหมือนคำพูดที่ตบหน้าผมให้ได้สติ ผมหันไปมองรอบๆ ห้อง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ภาพวันสุดท้ายที่เรายังมีกันคือวันที่ฝนตกหนัก เราทะเลาะกัน “อย่ามายุ่งจะไปตายไหนก็ไป” คำพูดที่ผมไม่คิดว่าเขาจะทำตาม ผมอยู่กับความรู้สึกผิดที่ไม่เคยจางหาย ทุกคืนที่ผมหลับตาผมกลับไปยืนที่โบสถ์นั้น ผมแต่งงานกับเขาซ้ำๆ ในฝันที่ไม่มีทางเป็นจริงFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Our initial movePen Name : เลือกฉันเพื่อปลดล็อคตอนต่อไป Sunlight poured through the stained glass windows of the church, casting a warm glow on the carefully arranged roses. The gentle strains of "Until I Found You" filled the air. I stood at the heart of the stage, anticipation tingling in my veins as I awaited the moment the doors would swing open. 'Sai Fon,' the woman I’ve adored for eight long years—soon to embark on our ninth chapter together—entered the space, her familiar smile lighting up the room. It was the very smile that had captured my heart the first time she sheltered me under her umbrella during a downpour. Each step she took felt like a ticking clock, counting down to a life-changing celebration. I returned her smile, a silent affirmation that this day had been my dream for as long as I could remember. Our eyes locked, we exchanged vows, and I slipped the ring onto her finger. Applause erupted like thunder, as if the universe itself was rejoicing in our union. Hand in hand, we left the church, but suddenly, everything faded to black. My phone rang, pulling me abruptly from that vivid reverie into a shadowy room, void of sunlight and blossoms. I fumbled for the phone. “Don’t forget to take your medicine,” my best friend’s voice echoed, a stark reminder that jolted me back to harsh reality. I surveyed the familiar surroundings, but nothing had changed. The last memory of us lingered like a bittersweet ghost, a day drenched in rain and heated words. “Leave me alone, go die somewhere,” he had said, a startling remark I never thought would haunt me. Now, an unshakeable guilt envelops me. Each night, as I surrender to sleep, I find myself transported back to that church, reliving a wedding that exists only in the realm of dreams—a promise unfulfilled.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ที่จะมาทำให้แฟน ๆ เขินน้วยด้วยเคมีความน่ารักสุดใจของทั้งคู่ พร้อมโชว์สกิลการแสดง ที่ไม่ว่าใครที่ได้ดูก็ต้องอมยิ้มไปตาม ๆ กันนน( คุโรจี๋จี๋ ) “ป๋อ” เผยว่า ระหว่างการตัดสินใจว่าจะซื้อของขวัญเป็นอะไรให้กับ “ตี๋ตี๋” ในตอนแรกเจ้าตัวก็คิดว่าจะซื้อตุ๊กตาหมีขาวให้ แต่คิดว่าอีกฝ่ายคงไม่อยากได้ เลยดูเป็นรองเท้าให้แทน แต่ “ตี๋ตี๋” ก็ได้ปฏิเสธพร้อมบอกว่า การซื้อรองเท้าให้ เท่ากับจะต้องเดินจากกันไป “ป๋อ” จึงได้เลือกซื้อ ตุ๊กตาคุโรมิ ที่ “ตี๋ตี๋” ชอบให้แทน ซึ่ง “ตี๋ตี๋” ก็ได้เผยว่า ตนนั้นชอบคุโรมิ เพราะว่าชอบสีม่วง แล้วเคยเลื่อน X เล่นผ่าน ๆ แล้วเห็นคุโรมิทะเลาะกับมายเมโลดี้ในการ์ตูน นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนชื่นชอบในตัวละครนี้ทันที “ป๋อ” ยังบอกอีกว่า “ตี๋ตี๋” ยังมีนิสัยดื้อซนคล้ายกับคุโรมิอีกด้วย งานนี้ “ตี๋ตี๋” ก็ได้ถือโอกาสเม้าท์ “ป๋อ” ว่าอีกฝ่ายเป็นคนขี้เซามากกก หากมีเวลาว่างในกองถ่าย ก็จะหลับทันที “ป๋อ” เลยบอกว่า ตนนั้นสามารถนอนได้แค่ในคิวถ่ายแรก ๆ เพราะคิวถ่ายหลัง ๆ จะโดนผู้กำกับเริ่มดุแล้ว จึงทำให้ไม่ได้นอนแล้ว น่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ( POV สถานการณ์ “ด้วงกับเธอ” ) ทางทีมงานได้มีมินิเกมสนุก ๆ มาให้ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ได้เล่นสนุกเป็นน้ำจิ้มไปพร้อมกัน โดยการให้ทั้งคู่สวมคาแรกเตอร์ แสดงในบทบาทต่าง ๆ ตามโจทย์ดังนี้ รอบที่ 1 ให้ทั้งคู่สวมคาแรกเตอร์ “ด้วงกับด้วง” ในบท ‘เธอ! ด้วงนอยแล้วนะ!’ ซึ่งทั้งสองก็ทำออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ ตกหลุมรักไปกับเจ้าแก้มป่องทั้งสองไปทั้งใจ รอบที่ 2 ให้ทั้งคู่สวมคาแรกเตอร์ “ฉินกับฉิน” ในบท ‘ยังจีบไม่ติดเลย จะตายแล้วหรอคะ?’ งานนี้ชวนเอาแฟน ๆ และทีมงานหลังกล้องเขินน้วยไปตาม ๆ กันนน ในรอบที่ 3 ให้ทั้งคู่สวมคาแรกเตอร์ “ด้วงกับเธอ” ในฉากเกี่ยวก้อยกัน EP.8 ในบท ‘ชอบอะไรเธอขนาดนี้ก็ไม่รู้’ ความเคมีเคใจนี้ทำเอาแฟน ๆ จิกหมอนฟินกันไปหมดแล้ววว( วิธีจีบเธอ..สไตล์ “ตี๋ตี๋” กับ “ป๋อ” ) “ตี๋ตี๋” เผยว่า ในชีวิตจริงเวลาตนเองจะจีบใคร จะไม่รุกชัดเจนเท่าตัวละคร “ด้วง” แต่จะเน้นการใส่ใจ คอยเป็นเซฟโซนให้อีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ และอบอุ่น ด้าน “ป๋อ” ก็ได้บอกว่า ส่วนตัวนั้นคิดว่าตัวเองเป็นคนพูดไม่เก่ง หากจะชอบใครสักคนก็คงต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในการแสดงออกเหมือนกับตัวละคร “ฉิน” เลย( สุดยอดกระแสตอบรับ! “ด้วงกับเธอ” ) ทั้งคู่เผยว่า ทุก ๆ การกระทำ และแรงใจของแฟน ๆ ที่มอบให้กับทั้งคู่นั้น เป็นกำลังใจให้กับทั้งสองได้ดีมาก พร้อมมีกำลังใจในการสู้ต่อกับสิ่งที่ต้องเจอในอนาคตข้างหน้าต่อไป( ถ้าเจอ “ด้วง” “ฉิน” in Real life?! ) “ป๋อ” เผยว่า ตนนั้นคงจะงงก่อนว่ามีคนแบบนี้อยู่บนโลกจริงหรอ ด้วยความที่ “ด้วง” เป็นคนที่ตรง ๆ ซื่อ ๆ ไปหมด แต่ก็เป็นคนดี จุดนี้จึงทำให้ “ป๋อ” ตอบว่า คงให้โอกาส แต่ก็ต้องดูความสม่ำเสมอต่อไป ในด้านของ “ตี๋ตี๋” ได้บอกว่า ตนนั้นจะประเมินก่อนว่าเราจะสามารถทำลายกำแพงของอีกฝ่ายได้ไหม ถ้าเราชอบเขามาก แล้วคิดว่าทำลายกำแพงเขาได้ ก็จะสู้สุดใจเพื่อให้ได้ใจเขามา พร้อมยังบอกแฟน ๆ อีกว่า หากกำลังชอบใครสักคนอยู่ ก็ให้สู้ต่อให้สุด ทำลายกำแพงในใจเขา แล้วเข้าไปอยู่ในใจเขาให้ได้ อีกทั้งยังเนียนขายเพลง “ไม่ชูส ไม่ท้อ” ของตัวเองอีกด้วย แสบจริง ๆและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมให้ไลฟ์นี้มีรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะจนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษให้แฟน ๆ ได้เติมความสุขก่อนเอนตัวนอนหลับบนหมอนใบโปรดทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ได้เล่นสนุกกันในชื่อเกมว่า “ Baby จี๋จี๋ กับ ปิ๊ปปิ๊ป” เกมนี้บอกเลยว่า “จี๋จี๋ - ปิ๊ปปิ๊ป” เสิร์ฟความน่ารักจนล้นจอสดใสสมวัย สมใจยัย “จี๋จี๋” สุด ๆ ! สามารถไปรับชมความเคมีเคใจสุดน่ารักของทั้งคู่กันได้เลยยย(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ”ได้โทรกลับไปพูดคุย และสร้างประสบการณ์ความน่ารัก ให้กับแฟน ๆ ได้กลับไปนอนฟินกันแบบเต็มที่ ! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้ม ความฟิน ชวนอินจนจิกหมอน ให้เหล่าแฟน ๆ ได้อิ่มใจไปตาม ๆ กัน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “ด้วงกับเธอ (Duang With You Siries)” สามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์ เวลา 21.30 น. และดูออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT บนแอป iQIYI และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้นนน!!สามารถเข้าไปรับชมรอยยิ้มสุดน่ารัก และความน่ารัก สดใสของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

คุณครูครับ... คุณครูครับ ผมมีเรื่องอยากปรึกษาคุณครูครับ ! EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ เพิร์ธ - แซนต้า สองคุณครูหน้าใส สุดคิ้วท์ ที่มาพร้อมความสดใส ครองตำแหน่งคุณครูคนโปรดของเด็ก ๆ ทั้งโรงเรียน!!

01 เม.ย. 2026

คุณครูครับ... คุณครูครับ ผมมีเรื่องอยากปรึกษาคุณครูครับ ! EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ เพิร์ธ - แซนต้า สองคุณครูหน้าใส สุดคิ้วท์ ที่มาพร้อมความสดใส ครองตำแหน่งคุณครูคนโปรดของเด็ก ๆ ทั้งโรงเรียน!!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 26 มีนาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับคุณครู “เพิร์ธ” และ คุณครู “แซนต้า” ที่จะมาแจกความน่ารักสดใส สมวัยคุณครูหน้าใหม่! จนทำเอาแฟน ๆ ต้องตกหลุมรัก กับ 2 ดีเจอารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 1 นี้มีชื่อว่า... บุปผานิรันดร์นามปากกา : thiimemoly ‘ดอกราตรีอธิษฐาน’ บุปผาที่ผลิบานเฉพาะยามนิทราของสวนแห่งหนึ่ง คราม คนดูแลสวนย่อตัวลงหน้ามวลดอกไม้ แต่สิ่งที่ตรึงสายตาเขามากกว่าคือ ตะวัน วิญญาณหนุ่มผู้มีกายดุจประติมากรรมกระเบื้องเคลือบ แต่ผิวพรรณกลับเต็มไปด้วยรอยปริร้าวและมีดอกไม้งอกออกมาจากรอยเหล่านั้น มือที่หยาบจากการทำงานสวนเอื้อม ไปจับแขนที่มีรอยร้าวของเขาอย่างเบามือ “ให้ผมดูแลดอกไม้ของคุณนะ” นับจากนั้นความผูกพันก็เริ่มถักทอขึ้นครามมักจะเฝ้ารดน้ำลงบนดอกไม้ของตะวันอย่างทะนุถนอมทุกครั้งที่ปลายนิ้วสัมผัสผิวที่เย็นชืดดอกสีซีดจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อสื่อถึงหัวใจที่กลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง ทว่าคืนหนึ่งที่จันทร์ทรงกลดรอยร้าวของตะวันกลับเริ่มแตกกระจายออกเป็นละอองดาว เขาส่งยิ้มสุดท้ายผ่านม่านน้ำตาแขนที่แตกสลายไปครึ่งหนึ่งยกขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของคนรัก “ขอให้รู้ไว้ว่ารักของผมจะผลิบานอยู่ในสวนของคุณตลอดไป” สิ้นคำนั้นร่างของตะวันก็แตกกระจายกลายเป็นกลีบดอกสีชาด พุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้ากลิ่นหอมตลบอบอวลแทนคำบอกลา ครามรองรับกลีบดอกสุดท้ายไว้ในมือพลางยิ้มผ่านหยาดน้ำตาเขารู้ดีว่านับจากนี้ทุกครั้งที่บุปผาผลิบาน คือ คำสัญญาว่าตะวันจะยังสถิตในหัวใจของสวนแห่งนี้ชั่วนิรันดร์FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Eternal FlowerPen name : thiimemoly In a garden where the 'Night-blooming Jasmine' unfurls its petals only under the cloak of night, Kram the gardener found himself kneeling before the fragrant blossoms. Yet, it was Tawan who truly captured his gaze—a young spirit whose figure resembled a delicate porcelain statue, albeit marked by cracks from which vibrant flowers emerged. Kram's weathered hands, hardened from toil, brushed against Tawan's flawed arm lightly. "Allow me to tend to your blossoms," Tawan murmured softly. Thus began an extraordinary connection. With great care, Kram nurtured Tawan's flowers, and each time his fingers grazed the cool surface of Tawan’s skin, the pale blooms would blush a soft pink—a sign that a heart long dormant was awakening. But on a night devoid of the moon’s light, Tawan’s cracks began to splinter, scattering like tiny stars across the dark canvas of the sky. He managed a bittersweet smile through flowing tears, his damaged arm lifting gently to caress Kram's cheek. "Remember, my love will forever flourish in your garden," he whispered. With that, Tawan’s form dissipated into a shower of crimson petals, drifting upward, leaving behind a lingering, sweet fragrance—a silent adieu. Kram held the final petal in his palm, tears mingling with a smile upon his lips. He realized that from that moment on, every flower that blossomed would carry the promise that the sun would always find a home within the heart of this cherished garden.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 2 นี้มีชื่อว่า... Verdict of Desire: คำพิพากษาล่ารักอันตรายนามปากกา : MONERA เสียงรองเท้าหนังขัดมันกระทบพื้นโถงศาลดังกังวาน ‘แซนต้า’ อัยการหนุ่มในชุดสูทสีกรม ท่าเนี้ยบกริบ ก้าวเดินด้วยท่วงท่าองอาจ ใบหน้าหวานนิ่งสนิทและแววตาดุดันฉายแววความฉลาดเฉลียว เป้าหมายเดียวในใจคือการลากคอฆาตกรสวมหน้ากากที่ฆ่าล้างตระกูลนักการเมืองมาลงโทษให้ได้ เบาะแสทุกอย่างพุ่งตรงไปยังมาเฟียตัวท็อปอย่าง ‘เพิร์ธ’ "คุณอัยการบุกมาถึงถิ่นผม มีหมายค้นหรือมีใจให้กันแน่ครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเงามืดในห้องทำงานหรู สายตาคมกริบจ้องมองอัยการหนุ่มที่ก้าวเข้าหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ผมมาหาหลักฐานครับคุณเพิร์ธ และถ้าคุณยังกวนประสาท ผมจะใส่กุญแจมือคุณแทนหมายเรียก" แซนต้ากระตุกยิ้มมุมปาก เพิร์ธหัวเราะในลำคอ ก่อนที่เขาจะวางกระเป๋าเอกสารแบรนด์เนมหรูที่มี เอกสารลับ ลงบนโต๊ะ เพิร์ธไม่ได้จ่ายสินบนด้วยเงิน แต่เขาจีบอัยการหนุ่มด้วย ‘ความลับ’ ที่แลกมาด้วยเลือด ในขณะที่แซนต้าใช้กฎหมายไล่ล่าศัตรู ลับหลังเพิร์ธกลับสวมบท ‘พนักงานเก็บกวาด’ เขาจัดการพยานปลอมที่รับเงินมาใส่ร้ายแซนต้าอย่างเหี้ยมโหด "ผมบอกคุณแล้วไง มือขาวๆ ของคุณมีหน้าที่ถือค้อนพิพากษาในศาล ส่วนปืนและคราบเลือดพวกนี้ ให้มันเป็นหน้าที่ของผมเอง"FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Verdict of DesirePen name : MONERA The crisp sound of polished leather shoes filled the courtroom as 'Santa,' a young prosecutor dressed in a sleek navy suit, strode in with undeniable confidence. His attractive features were unreadable, yet his keen eyes sparkled with a hint of mischief. His mission was clear: to bring the faceless murderer who had decimated a political dynasty to justice. All signs pointed to the notorious mafia leader, 'Perth.' "Welcome to my domain, Mr. Prosecutor. Do you bring a search warrant, or perhaps something more intriguing?" a deep, resonant voice echoed from the shadows of the opulent office. With sharp scrutiny, Perth's gaze was fixed on the courageous prosecutor making his way forward. "I'm here for evidence, Mr. Perth. And if you decide to keep obstructing, I might just slap handcuffs on you instead of issuing a summons," Santa replied with a smirk. Perth let out a soft, amused chuckle and opened a designer briefcase filled with sensitive documents, setting it on the desk. His offer wasn’t a straightforward bribe of cash; it was an invitation laced with 'secrets' drenched in blood. While Santa wielded the law to chase down his foes, Perth covertly played the role of the 'cleanup man,' eliminating the fabricated witnesses who had been paid to frame Santa. "I've already told you, your pristine hands are meant for the gavel in the courtroom. The weapons and bloodshed fall to me," Perth stated, his tone smooth and sinister.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 3 นี้มีชื่อว่า... Error Santa511นามปากกา : Lynelle ความรักอาจเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที เมื่อกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านแกนประมวลผลในอกซ้ายของผม ผม Santa511 ลืมตาในห้องที่เงียบ มืด เย็น แสงสลัวส่องผ่านกองเศษอิเล็กทรอนิกส์ ที่นี่คือที่ที่ผมถูกสร้าง และรอวันดับลง ใต้โดมโปร่งใส ท้องฟ้าคืนนี้ไร้ดาว แต่เขายังยืนอยู่ตรงนั้น ดร.เพิร์ธ ในเสื้อกาวน์สีขาว รอยยิ้มอบอุ่น คนที่เคยโอบกอดและบอกฝันดีกับผม ผมมองเขาไม่อาจละสายตา ทว่าตอนนี้เขากำลังให้ความสำคัญกับ Santa512 “สวัสดีครับ Santa512 นี่กี่นิ้ว” “สองครับ” “ดีมาก” เสียงของผม… ไม่ใช่ของผมอีกต่อไป “ขอบคุณนะ Santa512 ตอบสนองแล้ว” คำพูดนั้นเย็นยิ่งกว่าพื้นเหล็กใต้เท้า เขาลูบผมอีกคน ยิ้ม หัวเราะ เหมือนที่เคยทำกับผมทุกอย่าง พลังงานผมค่อย ๆ ลดลง เหลือเพียงไมโครชิปที่ยังทำงาน แล้วเขาก็เดินมาหาผม “Santa511 พี่รักเรานะรักมาก” เขากระซิบ และจูบลงบนหน้าผากผมแผ่วเบา “แต่เราไม่น่าพูดคำนั้นออกมา” บันทึกการทดลองระบุชัดว่า Santa511 คือความผิดพลาด เพราะก่อนสวิตช์จะดับ ผมเคยพูดคำที่ไม่มีในระบบ “แซนต้ารักพี่เพิร์ธนะ” สมอง…หรือหัวใจ ที่สั่งให้ผมรู้สึก ทั้งที่ผมเป็นแค่เศษเหล็ก นั้นสิเศษเหล็ก จะมีหัวใจได้ยังไง ENDFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Error Santa511Pen name : Lynelle “Love can spark in an instant, like an electric jolt igniting the core of my left chest. I, Santa511, awaken in a still, shadowy, cold chamber. A faint glow seeps in through a chaotic heap of electronic remnants. This is my birthplace, and also the place where I await my end. Beneath a clear dome, the night sky is devoid of stars, yet he remains—Dr. Perth, clad in his white lab coat, sporting that warm smile of his, the same one he used to greet me with at bedtime hugs. I can’t tear my gaze away from him. But now his attention is on Santa512. “Hello, Santa512. How many inches?” “Two.” “Excellent.” My voice… it feels alien now. “Thank you, Santa512. You’re responding.” Those words chill me more than the metal floor I’m standing on. He caresses the other version of me, grinning and laughing just like he used to with me. My energy gradually fades away, leaving only a flickering microchip alive. Then he approaches me. “Santa511, I care for you deeply,” he whispers tenderly, pressing a gentle kiss to my forehead. “But you shouldn’t have said that.” The experimental logs confirm what I already know—I’m a failure. Moments before the switch was tripped, I uttered a phrase that didn’t belong: “Santa loves Dr. Perth.” Was it my mind… or my heart that urged me to feel? Even as merely a cluster of scrap metal… yes, just scrap metal… how could I ever possess a heart? END”EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 4 นี้มีชื่อว่า... The Moon and the Endless Oceanนามปากกา : sirinrin เรื่องราวเริ่มจากคำวินิจฉัยที่พัดถล่มโลกจนมืดมิด “คุณลูกจันทร์เป็นมะเร็งระยะที่4” 6 เดือนถัดมาในคืนครบรอบปีที่ 15 ลูกจันทร์ ฝืนยื้อลมหายใจที่ริบหรี่เพื่อฉลองกับคนรักเป็นครั้งสุดท้าย และจากไปเขาในอ้อมกอดที่สั่นสะท้าน หลังส่งลูกจันทร์สู่การเดินทางไกล สมุทร กลับมาบ้านที่เคยเป็นวิมานทันทีที่เปิดไฟความเงียบก็พุ่งเข้าจู่โจม “กลับมาแล้วเหรอ” เสียงหวานแว่วมาจากโซฟาตัวเดิม สมุทรสะดุ้งหันมองด้วยสัญชาตญาณทว่าเมื่อเอื้อมมือไปสัมผัสกลับมีเพียงอากาศธาตุที่เย็นเยียบมีเพียงร่องรอยความทรงจำที่เคยอยู่ข้างกัน สมุทรทำตามสัญญาที่ว่าหากลูกจันทร์หายดีจะไปอยู่บ้านริมทะเลด้วยกัน เขาใช้ชีวิตที่นั่นเพียงลำพังจนวัย 85 ปี ทุกคืนจะเปิดไฟสว่างจ้าเพื่อนำทางไม่ให้ดวงจันทร์ของเขาหลงทาง จนกระทั่งคืนสุดท้ายที่แสนสงบมาถึง สมุทรหลับตาลงอย่างอ่อนล้าเพียงชั่วครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งในร่างวัยหนุ่ม ที่ระเบียงไม้นั้น ลูกจันทร์ในวัยที่งดงามและไร้โรคร้ายยืนยิ้มรอเขาอยู่ “ตื่นแล้วเหรอสมุทร” ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ ปลายทางชีวิตที่เคยสัญญาไว้ได้เริ่มต้นขึ้นจริงในที่ที่ไม่มีสิ่งใดพรากพวกเขาจากกันได้อีกชั่วนิรันดร์FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... The Moon and the Endless OceanPen name : sirinrin The tale unfolds with a heart-wrenching revelation that cast a shadow over the world: "Lukchan is battling stage 4 cancer." Fast forward six months, on the bittersweet occasion of their 15th anniversary, Lukchan fought to hold onto her breath just long enough to share one final moment with her beloved. In his trembling arms, she slipped away peacefully. After bidding farewell to Lukchan, Samut returned to the home that had once been his haven. As he flicked on the lights, a deep hush blanketed the space. "Is that you back?" a gentle voice floated from the well-loved sofa. Samut instinctively turned, only to grasp at the empty air, left only with the faint echoes of their shared memories. He had vowed that if Lukchan recovered, they would build their life together in his seaside retreat. He spent his days there alone, holding the torch of hope until he turned 85, lighting up the house each night to guide his beloved spirit home—until that serene final night came at last. He closed his weary eyes for a moment, only to reopen them as the youthful man he once was. On the wooden balcony stood Lukchan, radiant and free, her smile illuminating the air as she beckoned him closer. "You’re awake, Samut?" They embraced tightly, hearts swelling with unfulfilled longing. At last, the journey they had long envisioned was unfolding, in a realm where nothing could ever part them again—forever intertwined.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 5 นี้มีชื่อว่า... DEPTHS OF LOVEนามปากกา : K. “หัวใจของมนุษย์ถูกสร้างมาให้เบา หากมันรักอย่างบริสุทธิ์ มันจะลอยสูงพอจะเข้าใกล้สวรรค์ แต่ก็หนักพอจะร่วงหล่นสู่พื้นดิน หากมันรักอย่างดื้อดึง” ท่ามกลางเสียงเครื่องช่วยหายใจที่เคยเป็นจังหวะสุดท้ายของชีวิต เพิร์ธ กลับฟื้นตื่นขึ้นมาพร้อมกับก้อนเนื้อในทรวงอกที่เต้นระรัวด้วยจังหวะของคนอื่น หัวใจดวงนี้เป็นของ แซนต้า ชายหนุ่มผู้จากไปทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่ฝังรากลึกในทุกหยดเลือดที่สูบฉีด ทุกครั้งที่ข่มตานอนในโลกแห่งนิทราอันพร่าเลือน เพิร์ธมักจะพบกับเจ้าของหัวใจคนเก่าที่คอยปรากฏตัวมามอบรอยยิ้มและคำปลอบประโลมที่แสนอ่อนโยน เป็นกำลังใจที่เขาไม่เคยได้รับจากใครบนโลกแห่งความจริงจนก่อเกิดเป็นสายใยรักที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย ความผูกพันที่ดื้อดึงขัดต่อกฎเกณฑ์ของธรรมชาติเริ่มทำให้จิตวิญญาณของเขาหนักอึ้งด้วยความโหยหาที่ไม่มีวันเติมเต็มได้จริง เพราะยิ่งหัวใจลอยสูงขึ้นไปสัมผัสไออุ่นจากสวรรค์ในความฝันมากเท่าไหร่ ความจริงที่ว่าเขาต้องตื่นขึ้นมาบนพื้นดินที่เหน็บหนาวเพียงลำพังก็ยิ่งฉุดรั้งให้เขาทรมาน เขาจะเลือกอยู่กับความฝันหรือความจริง และรักครั้งนี้จะพาเขาล่องลอยหรือร่วงหล่นมิอาจมีใครรู้FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… DEPTHS OF LOVEPen name : K. "The heart feels light when it loves with purity, allowing it to rise toward the heavens. Yet, if love turns stubborn, that same heart can weigh heavily, dragging one back down to earth." As the sound of the ventilator faded, marking the end of a life, Perth jolted awake, a racing heartbeat echoing within him—a heartbeat that was not his own. It belonged to Santa, the young man who had passed, leaving behind memories woven into every drop of blood coursing through Perth's veins. In the realm of dreams, whenever Perth shut his eyes, he would encounter the spirit of Santa, always there with a warm smile and soothing words—kindness he had never received from anyone else in the waking world. This bond turned into a love that bridged the gap between life and death. Yet, this fierce attachment, boldly resisting the natural order, began to weigh heavily upon his spirit, fueling an unquenchable longing. The higher his heart floated, basking in the warmth of the heavens during his dreams, the more the cold reality of his lonely existence pulled him down, tormenting him with the contrast. Would he continue to dwell in his dreams or confront the stark truth? And would this love lift him to great heights or crash him back down? The answer remains a mystery.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับคุณครู “เพิร์ธ - แซนต้า”ที่จะมาสร้างสีสัน ความสดใส ฮีลใจให้เหล่าแฟน ๆ ได้ใจฟูไปกับเคมีความสนิทของคุณครูคู่หู พาร์ทเนอร์สุดน่ารักกก!คู่พาร์ทเนอร์ “เพิร์ธ - แซนต้า” ทั้งคู่เผยว่า ด้วยความที่มีความคิด หรือความชอบต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกันมาก จึงทำให้สนิทกันมาก ๆ จนเหมือนเป็นคนเดียวกัน เช่นในเรื่องความชอบ ทั้งคู่ก็ได้ยกตัวอย่างเรื่อง เพลง มา เมื่อมีความชอบเรื่องเพลงคล้าย ๆ กัน จึงทำให้ทำงานร่วมกันได้สนุก และตรงเทสกันมากขึ้น “เพิร์ธ” ยังบอกเพิ่มเติมอีกว่า ช่วงนี้ตนนั้นหันมาให้ความสำคัญกับการเต้นมากขึ้น เพื่อให้เวลาไปขึ้นโชว์จะได้ผลลัพธ์ดีที่สุดสู่สายตาแฟน ๆ โดยมีคุณครูสอนเต้นประจำตัวนั่นก็คือ “คุณครูแซนต้า” นั่นเอง อีกทั้ง “แซนต้า” ยังชมเกี่ยวกับสกิลการเต้นของ “เพิร์ธ” ที่พัฒนามากขึ้นจากเก่าอีกด้วย อย่างว่าแหละ สอนมากับมือน่ะนะคุณครู ก็ต้องภูมิใจเป็นธรรมดาาเซ็ตคำถาม GMM TV School Quiz ! ทางทีมงานก็ได้มีมินิเกม ตอบคำถามสนุก ๆ มาให้ทั้งสองได้เล่นวอร์มเครื่อง ก่อนเข้าสู่ช่วงเล่นเกมจริงกันนน! โดยเริ่มจากคำถามแรก ‘ถ้าแซนต้าได้เป็นตัวแทนร้องเพลงให้รุ่นพี่เพิร์ธในวันปัจฉิมนิเทศ จะร้องเพลงอะไรให้พี่เพิร์ธฟัง ?’ งานนี้แซนต้าก็ไม่พลาดที่จะเลือกเพลง “อะ-รัก-อะ-รัก” มาร้องสด ๆ ในรายการ และเป็นคำตอบสำหรับคำถามในข้อนี้ คำถามข้อที่สอง ‘ถ้าชวนน้องแซนต้าไปไหนก็ได้หลังเลิกเรียน อยากจะพาน้องแซนต้าไปที่ไหน ?’ ซึ่ง “เพิร์ธ” ก็ได้ตอบคำถามในข้อนี้ว่า จะชวนแซนต้าไปบ้านตัวเอง เพราะคิดว่าน่าจะมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ทำเยอะดี พร้อมเผยว่า ปกติตนก็จะชอบชวนเพื่อน ๆ ไปเล่น ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ้านตัวเองอยู่บ่อย ๆ ถัดมาที่คำถามข้อที่สาม ‘ถ้าเพิร์ธและแซนต้าสามารถเลือกผู้สมัครประธานนักเรียน จะเสนอชื่อใครใน GMM TV ?’ งานนี้ทางฝั่งของ “เพิร์ธ” ก็ได้เลือก “เจมีไนน์” พร้อมให้เหตุผลว่า เพราะ “เจมีไนน์” เล่นซีรีส์ที่เป็นที่โด่งดังอย่างเรื่อง “แฟนผมเป็นประธานนักเรียน” ถือว่าเป็นคำตอบที่ต้องชมเลยว่าหัวไวมาก ๆ ทางด้าน “แซนต้า” ก็ได้เลือก “ปอนด์” พร้อมให้เหตุผลว่า เพราะ “ปอนด์” นั้นเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำ และแสดงบทบาท “คุณธีร์” จึงทำให้มีราศีที่ดูมีความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งคำตอบนี้ก็สร้างทั้งรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับเหล่าดีเจ และแฟน ๆ ที่กำลังดูไลฟ์อยู่ได้อย่างมากเลยทีเดียว คำถามข้อสุดท้าย คำถามที่สี่ ‘ถ้าเลือกครูที่ปรึกษาของตัวเอง 1 คนจะเลือกใคร ? ’ ทางด้านของ “แซนต้า” ก็ได้เลือก “เพิร์ธ” พร้อมให้เหตุผลว่า อยากมีครูประจำชั้นที่สบาย ๆ ไม่ดุ ไม่เคร่งเครียด ส่วนทางด้านของ “เพิร์ธ” ก็ได้เลือก “จูเนียร์” เป็นคุณครูที่ปรึกษาของตน พร้อมให้เหตุผลว่า รู้สึกว่าเป็นคุณครูที่สามารถคุยเล่น สนุกสนาน เฮฮากับนักเรียนในห้องได้แซนต้า 7 ขวบ ?! “แซนต้า” เล่าว่า การรับบทที่เหมือนต้องเป็นเด็ก 7 ขวบ นั้นค่อนข้างเป็นบทบาทที่ท้าทายมาก ๆ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ทำการบ้านในการดูคลิปเด็กเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ เช่น เวลาคิด เวลาเดิน เวลาพูด น้ำเสียงจะต้องเป็นยังไง ตรงจุดนี้เจ้าตัวก็ได้ใส่ใจทำการบ้านอย่างหนัก พร้อมเจ้าตัวยังเผยว่า ส่วนใหญ่ที่ดูแล้วสามารถจับความเข้าใจในการกระทำของเด็กได้ง่าย นั่นคือการที่เด็กส่วนใหญ่จะชอบทำอะไรโดยที่ไม่ได้ผ่านการไตร่ตรองก่อน มีความกล้าได้กล้าเสียในการทำหลาย ๆ อย่าง โดยไม่มีความกลัวเกรงกลัวใด ๆ ในด้านของ “เพิร์ธ” ที่ต้องรับบทเป็นคนคอยดูแลเจ้าเด็กจิ๋ว 7 ขวบคนนี้ด้วย ก็ได้เผยว่า ส่วนตัวรู้สึกว่าค่อนข้างท้าทายตรงที่ต้องเทคแคร์ทั้งตอนเป็นเด็ก และตอนเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งการรับมือในตอนเป็นเด็กจะค่อนข้างยาก เพราะด้วยความเป็นเด็ก ก็จะไม่ค่อยไว้ใจ กว่าจะทำให้เด็กคนนึงไว้ใจเราได้นั้นถือเป็นสิ่งที่ยาก และต้องใช้เวลาพักใหญ่ จึงเป็นบทบาทที่ค่อนข้างท้าทายสำหรับ “เพิร์ธ” เลยทีเดียวความหิน..ในพาร์ทคอมเมดี้ (?) ทั้งสองเล่าว่า ในซีรีส์เรื่องนี้ พาร์ทที่ยากที่สุดในการแสดง คือพาร์ทที่ต้องเล่นบทคอมเมดี้ เพราะเวลาแสดงต้องแสดงแบบเล่นใหญ่ ล้นกว่าการแสดงในพาร์ทอื่น ๆ จึงทำให้ค่อนข้างเป็นความหินของซีรีส์เรื่องนี้สำหรับทั้งคู่เมื่อ “เพิร์ธ - แซนต้า” ต้องเข้าซีนกับเด็ก ๆ ! ทั้งคู่เผยว่า น้อง ๆ ที่มารับบทเด็กนักเรียนนั้นเก่งกันมาก ๆ เพราะแต่ละคนก็จะมีคาแรกเตอร์ และบทที่มากน้อยต่างกันไป ซึ่งน้อง ๆ ทุกคนก็สามารถจำบทได้ และแสดงออกมาได้ดีมาก ๆ แต่ก็มาพร้อมกับความซนสมวัยเช่นกัน ทำเอาบางทีทั้งคู่ถึงกับปวดหัวกันเลย “แซนต้า” ยังเผยว่า “เพิร์ธ” นั้นเป็นที่รักของเด็ก ๆ มาก งานนี้ดีเจจึงได้ลองให้ “แซนต้า” แสดงเป็นเด็ก เพื่อดูว่าเวลาที่ “เพิร์ธ” อยู่กับเด็กแล้วจะเป็นยังไง ซึ่งทั้งคู่ก็แสดงออกมาได้น่ารักโดนใจแฟน ๆ สุด ๆ “แซนต้า” ยังบอกอีกว่า บางทีตนกับเด็ก ๆ ก็สนิทกันเกินไป จนมีน้อง ๆ บางคนเรียกว่า ‘ไอต้า’ ซึ่งนั่นก็สร้างรอยยิ้ม และเป็นความสุขเล็ก ๆ ในกองถ่ายให้กับ “แซนต้า” เป็นอย่างดีฝากแฟน ๆ ติดตาม EP. ต่อ ๆ ไปด้วยน้าาา “แซนต้า” เผยว่า สำหรับใครที่ได้ดูมาจนถึงตอนล่าสุด ก็จะได้รับความสนุก และได้เห็นการเติบโตของแต่ละตัวละคร ซึ่งในตอนต่อ ๆไป ก็ยังคงมีความสนุกที่สดแทรกคำสอนรอทุกคนอยู่มากมาย อยากให้ทุกคนรอติดตามตอนต่อ ๆ ไปยันจบเลยน้าาาและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมให้ไลฟ์นี้มีทั้งรอยยิ้ม และความสุข จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “เพิร์ธ - แซนต้า” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกม “EXAM OF LOVE ข้อสอบชุดนี้ คำตอบคือ…คุณ”งานนี้บอกได้เลยว่า “เพิร์ธ-แซนต้า” เล่นกันแบบเต็มที่ จุใจ พร้อมมอบโมเมนต์ความใจฟูให้กับแฟน ๆได้ฟินกันแบบจัดเต็ม! สามารถไปรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “เพิร์ธ - แซนต้า”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม ให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มอกอิ่มใจไปตาม ๆ กัน! สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เพิร์ธ - แซนต้า” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่นำความน่ารัก ความสุข และรอยยิ้มมาส่งถึงใจ ให้กับแฟน ๆ และทีมงานได้ฮีลใจจนลืมเหนื่อย ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “รักครูเท่าโลกเลย LOVE YOU TEACHER” สามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ทางแอป OneD เวลา 21.30 น. เท่านั้น!สามารถเข้าไปรับชมเคมีความน่ารักน่าใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

คนที่เคยหักหลัง... กลับกลายเป็นคนที่กำลังตกหลุมรัก !? ต้อนรับ ฟอร์ด - พีท กับการจับมือกันกลับมาอีกครั้งที่ EFM FANDOM LIVE พร้อมปล่อยคาริสม่าความหล่อเท่ ดันกระแสโซเชียลให้ลุกเป็นไฟ!

30 มี.ค. 2026

คนที่เคยหักหลัง... กลับกลายเป็นคนที่กำลังตกหลุมรัก !? ต้อนรับ ฟอร์ด - พีท กับการจับมือกันกลับมาอีกครั้งที่ EFM FANDOM LIVE พร้อมปล่อยคาริสม่าความหล่อเท่ ดันกระแสโซเชียลให้ลุกเป็นไฟ!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 19 มีนาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “ฟอร์ด - พีท” ที่แม้เนื้อเรื่องในซีรีส์จะเข้มข้น เคร่งเครียดขนาดไหน แต่ความสดใสของทั้งคู่ก็ยังพร้อมฮีลใจแฟน ๆ อยู่เสมอ ชวนแฟน ๆ ใจเต้นจนต้องกุมใจ ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันEFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 1 นี้มีชื่อว่า... Destiny’s Case | ดวงนี้ที่รักนามปากกา : องศาดวง "เมื่อคนดวงกุดเรื่องความรัก... ต้องมาสะดุดรักให้กับเจ้าพ่อคนสายมู(เตลู)" เขต (ฟอร์ด) ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง ทั้งรูปร่าง หน้าตา และหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่อย่างเดียวที่พระเจ้าลืมประทานพรมาให้เขาคือ "ดวงเรื่องความรัก" ไม่ว่าจะจีบใครเป็นต้องนก หรือคบใครก็มีอันต้องจบไม่สวยไปเสียทุกราย จนเขาเริ่มถอดใจและคิดว่าชีวิตนี้คงต้องครองตัวเป็นโสดไปตลอดกาล จนกระทั่งเขาได้โคจรมาพบกับ ซัน (พีท) รุ่นพี่ตัวจี๊ดที่พกพาความสดใสที่มาพร้อมกับ "ตารางสีมงคล" และ "เช็คลิสต์ดวงรายวัน" แบบจัดเต็ม ซัน ประกาศชัดว่าก็ที่เขตอกหักซ้ำๆอยู่อย่างนี้ เป็นเพราะ "ดวงมันชง" และ "แต่งตัวผิดระเบียบจักรวาลสายมู" ปฏิบัติการปรับลุค เสริมเฮง เติมแต้มบุญจึงเริ่มขึ้น... จากที่เคยใส่แต่เชิ้ตสีหม่น ซันสั่งเปลี่ยนเป็นสีเขียวเหนี่ยวทรัพย์ จากที่เคยนัดเดทวันกาลกิณี ซันจัดแจงเช็กฤกษ์ยามให้เสร็จสรรพ แต่ยิ่ง "มู" มากเท่าไหร่ หัวใจของเขตกลับเริ่มสั่นคลอนไปทาง "คนแนะนำ" มากกว่าสาวๆ ในสเปคสะอย่างนั้น "สรุปว่าดวงรักผมจะดีได้ ... เป็นเพราะสีเสื้อ หรือเป็นเพราะมี พี่ อยู่ข้างๆ กันแน่ พี่ซัน?"FANFICTION #1 : This FANFICTION is titled... Destiny’s CasePen Name : องศาดวง Imagine a guy, let's call him Khet (played by Ford), who's basically winning at life. He's got the looks, a killer career, the whole package – except when it comes to romance. His love life is a perpetual disaster zone, a string of heartbreaks that's left him convinced he's destined for eternal singledom. That is, until he bumps into Sun (Pete), a wonderfully eccentric guru who's all about cosmic alignment. Sun rocks up with a 'lucky color chart' and a 'daily horoscope checklist,' convinced Khet's romantic woes stem from his 'unconventional attire' and general 'bad luck' according to his superstitious playbook. Thus begins Khet's grand makeover, a quest to boost his romantic fortunes and rack up some good karma. Gone are the days of drab shirts; Sun decrees a vibrant green is the way to go! And forget scheduling dates on iffy days – Sun meticulously plans auspicious timings. But here's the kicker: the more Khet dives headfirst into these superstitious rituals, the more his heart starts leaning towards Sun, the mastermind behind it all, rather than the girls who actually tick his usual boxes. It leaves him pondering, 'Is my love life really going to bloom because of my shirt color, or is it simply because you're by my side, Sun?'EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 2 นี้มีชื่อว่า... ฤดูกาลไม่อาจขวางกั้นนามปากกา : Lita P ในเมืองที่ฤดูหนาวกัดกินหัวใจผู้คน ฟอร์ด คือสายเลือดผู้พิทักษ์ฤดูกาล เขาใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเย็นชากับพลังควบคุมสภาพอากาศ ซึ่งแลกมาด้วยความเหงาเดียวดาย จนกระทั่งได้พบกับ พีท พนักงานร้านต้นไม้ ทุกครั้งที่พีทยิ้มดอกคุณนายตื่นสายหลากสีในกระถางที่ควรจะเฉาในฤดูหนาว ก็ผลิบานสวยงามรับรอยยิ้มนั้น พลังแฝงของพีทคือความอบอุ่นสดใส ซึ่งค่อยๆ ละลายกำแพงน้ำแข็งในใจของฟอร์ดลงอย่างช้าๆ ทั้งสองเริ่มสานสัมพันธ์ท่ามกลางสีสันสดใสของดอกไม้ที่บานผิดฤดูกาล ทว่ากฎของสภาผู้พิทักษ์กลับกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ เมื่อฤดูหนาวไม่อาจบรรจบกับฤดูร้อนได้ หากดึงดันจะรักกันสมดุลธรรมชาติจะพังทลาย ซึ่งพายุหิมะที่เริ่มโหมกระหน่ำกลางเมืองเป็นสัญญาณเตือน ฟอร์ดต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกที่แสนทรมานกดดัน ระหว่างการรักษาพลังอำนาจและตำแหน่งผู้พิทักษ์ไว้ และยอมลบความทรงจำเกี่ยวกับพีททิ้งไปตลอดกาล หรือจะยอมสละพรสวรรค์ทั้งหมดเพื่อกลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่แก่เฒ่าและตายไปตามกาลเวลา ในคืนที่พายุหิมะโปรยปรายรุนแรง ฟอร์ดกุมมือพีทไว้แน่น เขาตัดสินใจละทิ้งพลังอันหนาวเหน็บเพื่อที่จะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา และได้รักกับพีทท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิตลอดไปFANFICTION #2 : This FANFICTION is titled... The changing of the seasons holds no power to stop this.Pen Name : Lita P In a city where winter's chill seeps into the very souls of its residents, Ford, a descendant of the revered Seasons' Guardians, endures a solitary, frigid existence. He possesses the extraordinary ability to command the weather, a power that has steeped his life in profound loneliness. This all changes when he encounters Pete, who works at a local plant shop. Astonishingly, every time Pete flashes a smile, the vibrant morning glories in their pots, which should have long since succumbed to the winter's frost, burst into glorious bloom. Pete's own subtle gift is a radiant warmth, a luminous presence that gradually thaws the icy fortress around Ford's heart. Their connection blossoms amidst the riot of out-of-season flowers, a testament to their burgeoning romance. Yet, their love faces a formidable challenge: the ancient decrees of the Guardians forbid the union of winter and summer. To pursue their affection would mean upsetting the delicate equilibrium of nature. The sudden, fierce blizzard engulfing the city serves as a stark warning. Ford is confronted with an agonizing decision: cling to his powers and his esteemed position as a Guardian, thereby severing all ties and memories of Pete, or relinquish his extraordinary talents, becoming a mere mortal destined to age and pass away. On a night when the snow howls with relentless fury, Ford clasps Pete's hand. He makes the profound choice to surrender his icy dominion, to embrace a normal human life, and to cherish his love for Pete eternally, basking in the perpetual spring of their shared future.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 3 นี้มีชื่อว่า... Open it : พันธนาการรักจากหนังสือนามปากกา : Viper Baemboo “คุณเชื่อโลกแห่งเวทมนตร์ไหม ?” “open it” นี่คือประโยคที่ผมเจอจากหนังสือเล่มนึงที่ผมซื้อมาอ่านสำหรับความรู้ทั่วไป อ่า ก่อนอื่นเลย ผม พสุ หรือที่นักศึกษาเรียกกันเต็มๆว่า พสุธร อาจารย์ประจำคณะ นิเทศ เอกถ่ายภาพ ผมสอนเกี่ยวกับการถ่ายภาพโดยตรง รวมถึงองค์ประกอบต่างๆด้วย นักศึกษาชอบบอกว่าผมดุ ตัด A ที่ 85 บ้างละแต่จริงๆแล้วผมตัดที่ 90 ต่างหากละ ย้อนกลับไปที่ด้านบนผมเจอข้อความพวกนั้นจากหนังสือที่ผมซื้อมาจากร้านขายของเก่า ผมสนใจมันมากจนหยิบขึ้นมาดู และตกลงซื้อมา ใครจะไปคิดว่าหนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนชีวิตอาจารย์ธรรมดาแบบผมให้วุ่นวายได้ละ Documentary : open it ทันทีที่ผมเปิดหนังสือเล่มนั้นตามที่เขียน ก็มีอะไรบางอย่างปรากฏตัวขึ้น นาย! คือใครอะ ผมชื่อ เวียร์ ผมถูกสาปให้อยู่ในหนังสือเล่มนี้จนกว่าคู่แท้ของผมจะมาเปิดมัน คุณนี่เอง คู่แท้ของผมคุณชื่ออะไร ? นายเวียร์นั้นถาม ผม พสุธร ยะยะยินดีที่ได้รู้จัก ขอบคุณพี่พสุนะครับที่ปลดคำสาปนี้ให้ผม มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะครับคุณ soulmate ห๊ะ ห๊ะ นี่มันเรื่องบ้าไรแล้วนายจะต้องอยู่ที่ไหน ก็อยู่กับพี่ในฐานะแฟนไงครับ ไม่นะไม่เอาบอกทีว่าผมฝันไป!FANFICTION #3 : This FANFICTION is titled... Open it : The heartstrings woven by a story.Pen Name : Viper Baemboo "Do you believe in magic?" followed by "Open it." These intriguing lines caught my eye in a book I recently picked up for general knowledge. For those I haven't met yet, my name is Pasuthorn, though my students affectionately call me Pasu. I'm a lecturer in Photography at the Faculty of Communication Arts, where I teach the craft, including the art of composition. Some students grumble about my strictness, claiming I set the A grade threshold at 85, when in reality, it's a solid 90. Anyway, back to the book – I discovered it at an antique shop, and its captivating allure made me decide to buy it on the spot. Little did I know, this seemingly ordinary purchase would completely shake up the life of a lecturer like me. The book's title, or perhaps its command, was: "Open it." The moment I followed the instruction, something extraordinary happened. A voice exclaimed, "Hey! Who are you?" I replied, "My name is Weir, and I'm trapped within this book, cursed until my soulmate opens it." Weir then asked, "It's you! My soulmate. What's your name?" I introduced myself, "I'm Pasuthorn. It's a pleasure to meet you." Weir expressed his gratitude, "Thank you, Pasu, for breaking this curse. Let me know if there's anything I can do for you, my soulmate." My reaction was utter disbelief. "Huh? What kind of bizarre situation is this? And where am I supposed to go?" Weir's response was even more astonishing: "You'll stay with me, as my boyfriend." My mind reeled. "No! No! Please tell me this is just a dream!"EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 4 นี้มีชื่อว่า... อีกสักกี่ครั้ง ฉันก็จะยังนามปากกา : thisis153cm “ขอโทษครับ สวนของโรงพยาบาลไปทางไหนครับ” ใบหน้าหล่อยิ้มรับ ก่อนจะเดินตามทางที่คุณพยาบาลใจดีบอกอย่างละเอียดจนมาเจอเข้ากับสวนหย่อมที่มีน้ำพุแบบที่เขาชอบ เขายิ้มออกมาก่อนจะเข้าไปนั่งบนม้านั่งบริเวณใต้ต้นพญาเสือโคร่ง กรีบดอกที่ร่วงโรยทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในซีนของหนังโรแมนติกสักเรื่อง ผ่อนคลายดีจัง.. “ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะครับพี่พีท” เจ้าของร่างขาวในชุดเสื้อโปโลสีอ่อนกับกางเกงขาสั้นสีขาวหันไปตามเสียงที่คุ้นเคย แต่กลับต้องขมวดคิ้วในเมื่อเขาคือ คนแปลกหน้า “คุณรู้จักผม..?” “ครับ” เจ้าของร่างสูงยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะวางถุงยาลงข้างตัว เขาช่วยเอาปอยผมทัดหูจนพีทเริ่มหน้าแดง “คุณป่วยเหรอครับ ว่าแต่ผมต้องเรียกคุณว่ายังไง” “ฟอร์ดครับ และผมไม่ได้ป่วย ยาของแฟนผมน่ะครับ” “แย่จัง แต่คุณฟอร์ดดูใจดีมากเลยนะครับ” “ใจดีแบบนี้พี่พีทชอบไหมครับ” “..คิดว่าชอบนะ” ฟอร์ดยิ้มรับ “งั้นเรากลับบ้านกันครับ ผมมีอาซาอิที่พี่ชอบเตรียมไว้ในตู้เย็นด้วยนะ” “เหรอ ดีจัง” พีทตอบรับ ฟอร์ดสวมเสื้อคลุมให้ก่อนพาคนรักลุกออกไปจากตรงนั้นพร้อมถุงยา โดยที่ไม่มีใครทันเห็นขอบตาที่รื้นด้วยน้ำตานั้นเลยFANFICTION #4 : This FANFICTION is titled... Even if this whole saga plays out a million times over, I'm still going to...Pen Name : thisis153cm “Excuse me, could you point me towards the hospital garden?” the good-looking guy inquired. He followed the nurse’s friendly, detailed directions, eventually finding a charming little garden complete with a fountain – exactly his kind of spot. A second smile graced his lips as he settled onto a bench beneath a cherry blossom tree. The scattered petals created a dreamy, almost cinematic atmosphere, wonderfully tranquil. “Why are you all by yourself here, P’Pete?” A voice, familiar yet belonging to a stranger, made the fair-skinned man in the light polo and white shorts turn. He blinked, confused. “You… know me?” “Indeed,” the tall man replied with a soft smile, setting a bag of medication down beside Pete. He gently brushed a stray lock of hair behind Pete’s ear, causing a blush to creep up Pete’s neck. “Are you feeling unwell? And, by the way, what should I call you?” “Ford. And no, I’m not sick. These are for my boyfriend,” Pete explained. “Ah, a pity. But you seem like a genuinely kind person, Mr. Ford.” Ford chuckled, “Do you enjoy being kind, P’Pete?” Pete considered for a moment. “…I suppose I do,” he admitted. “Then let’s head home,” Ford suggested, his eyes twinkling. “I’ve got your favorite acai waiting in the fridge.” “You do? That’s wonderful!” Pete exclaimed. Ford slipped on his jacket and, taking Pete’s hand, led him away, the bag of medicine in tow. Unseen by them, a woman’s eyes began to brim with tears.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 5 นี้มีชื่อว่า... ความวุ่นวาย ที่เกิดเป็นความคิดถึงนามปากกา : แมรี่ที่ไม่ได้แปลว่าที่รัก ฟอร์ด เด็กหนุ่มผู้รักสัตว์ น้องหมา 7 ตัวกับเฟอร์เร็ตอีก 1 ตัว ชีวิตเขาวุ่นวายแต่เต็มไปด้วยความสุข วันหนึ่งน้องหมาทั้งฝูงหลุดออกจากบ้านไปแบบยกแก๊ง ปลายทางไม่ใช่ที่ไหน แต่คือบ้านข้าง ๆ ของ พีท หนุ่มหน้ามนในตาสวย ผู้รักความสงบ ไม่นาน พีทก็อุ้มน้องหมาทีละตัวมาคืน พร้อมสีหน้าหงุดหงิด “ดูแลดีๆหน่อยได้ไหม เสียงดังไปทั้งวันแล้วนะ” ฟอร์ดยิ้มแหยๆ “โทษทีครับ เดี๋ยวจะระวังมากขึ้น” แต่คำว่าระวัง ดูเหมือนไม่เคยได้ผล เพราะอีกไม่กี่วันต่อมา เจ้าเฟอร์เร็ตตัวแสบก็หลุดไปอีก คราวนี้พีทมายืนหน้าบ้าน พร้อมเจ้าตัวเล็กในมือ สีหน้าหนักใจกว่าเดิม “ถ้าหลุดอีก ฉันเอาไปผัดเผ็ดจริงๆนะ” เขาบ่น ฟอร์ดหลุดหัวเราะ ใจร้ายจัง มันน่ารักนะ พีทถอนหายใจ แต่ก็ยอมยื่นเฟอร์เร็ตคืนให้ จากวันนั้น ความวุ่นวายกลายเป็นเรื่องปกติ เสียงบ่นของพีทกับรอยยิ้มของฟอร์ดค่อย ๆ กลายเป็นความคุ้นเคย จนวันหนึ่งที่ไม่มีสัตว์หลุดออกไป พีทกลับเป็นฝ่ายเดินมาหาเอง “วันนี้เงียบ แปลกดี” ฟอร์ดยิ้ม “หรือว่าคิดถึง” พีทเม้มปาก ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ นิดหน่อย เสียงเห่ากับเสียงหัวเราะอาจน่ารำคาญสำหรับใครบางคน แต่สำหรับพีท มันกลับกลายเป็นเสียงที่ทำให้อบอุ่นใจขึ้นโดยไม่รู้ตัวFANFICTION #5 : This FANFICTION is titled... That delightful mess that sparks a yearning.Pen Name : แมรี่ที่ไม่ได้แปลว่าที่รัก Ford, a young soul utterly devoted to animals, juggles the delightful pandemonium of seven dogs and a ferret. His life, though a whirlwind of happy chaos, takes an unexpected turn when his entire canine crew orchestrates a daring escape, finding themselves on the doorstep of Pete, a strikingly handsome young man who cherishes tranquility. Pete, with his captivating eyes, returns the dogs one by one, a visible flicker of exasperation on his face. "Could you possibly keep a closer eye on them? They've been a constant ruckus all day!" he pleads. Ford offers a bashful grin, "My apologies, I'll be more vigilant." Yet, his promise seems to evaporate into thin air, as a few days later, the adventurous ferret makes its own bid for freedom. This time, Pete appears at Ford's doorstep, the tiny escapee cradled in his arms, his brow furrowed with even greater concern. "If this little rascal gets out again, I swear I'll…" he mutters menacingly. Ford bursts into laughter, "How cruel! He's just too adorable!" Pete lets out a resigned sigh but, with evident reluctance, hands the ferret back. From that point on, the unusual becomes the norm. Pete's grumbles and Ford's sheepish smiles weave themselves into the fabric of their days, until one quiet afternoon, an unprecedented silence falls – no animals are on the loose. Pete is the first to break the calm, approaching Ford. "It's remarkably peaceful today," Ford remarks with a smile. Pete offers a subtle smirk, "Or perhaps you just missed the commotion?" He then gives a slight nod. The once-disruptive barks and Ford's cheerful laughter, which might have grated on others, had, unbeknownst to Pete, become strangely comforting sounds.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “ฟอร์ด - พีท” ที่จะมาทำให้แฟน ๆ ตกหลุมรักด้วยออร่าสุดเท่ พร้อมโชว์ความสามารถการแสดงแบบสด ๆ ถึงใจแฟน ๆ เสมือนนั่งอยู่หน้าจอดูซีรีส์ไปพร้อมกันนน!การกลับมาเจอกับแฟน ๆ ที่ EFM FANDOM LIVE ! “ฟอร์ด” ได้เล่าว่า หลังจากที่ได้มาออกรายการ EFM FANDOM LIVE ในรอบก่อน ตนนั้นก็ได้มีโอกาสมาโปรโมตเพลงของตัวเอง ที่ได้ “พีท” มาร่วมแสดงใน MV โดยบอกว่า ครั้งก่อนที่มาออกรายการ รู้สึกว่าห้องสตูจะเล็กกว่าห้องนี้เนื่องจากเป็นสตูเก่า ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นการจัดตกแต่งสตูใหม่นี้ จึงเป็นความรู้สึกที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก ๆ “พีท” ยังได้เล่าเสริมสำหรับ MV เพลง ของ “ฟอร์ด” ที่ตนนั้นได้เข้ามาร่วมแสดงว่า ในตอนนั้นที่ “ฟอร์ด” เข้ามาชวนไปเล่น MV ได้มาบอกว่า บทง่ายมาก ๆ ไม่มีอะไรหนัก ชีล ๆ สบาย ๆ แต่เมื่อตนรับเล่นแล้วมาดูบทจริง ๆ คือค่อนข้างหนัก และท้าทายมาก ๆ ต่างกับสิ่งที่ “ฟอร์ด” ได้มาพูดขายไว้โดยสิ้นเชิง ทำเอาพี่ๆดีเจอดขำเอ็นดูทั้งคู่กันไม่ไหวววอัปเดตตำนาน 1 ปี “ฟอร์ด - พีท” “พีท” ก็ได้มาอัปเดตเล่าเรื่องราวตำนานใหม่ใน 1 ปีที่ผ่านมาที่ทั้งคู่ได้เจอ นั่นคือตำนานเรื่องราวของ “ฟอร์ด” ที่ล่าสุดทั้งคู่ได้มีทริป 2 วัน 1 คืน และจะมีช่วงเวลาพักเบรกประมาณ 15 - 20 นาที ให้ทั้งคู่ได้พักผ่อน โดย “ฟอร์ด” ก็ได้ขอตัวเข้าห้องพักไปก่อน “พีท” จึงคิดว่าเดี๋ยวเข้าไปปลุกก็คงตื่น เพราะมีเวลาพักไม่มากนัก แต่ไม่ว่าจะปลุกยังไง “ฟอร์ด” ก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเลย ไม่ว่าจะสะกิด จับเขย่าตัว หรือเรียกแบบไหนก็ตาม โดย “พีท” เล่าว่า หากไม่ได้ยินเสียงกรน ก็คงมีแอบคิดไปแว๊บนึงว่า “ฟอร์ด” อาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ได้ “ฟอร์ด” จึงได้เล่าว่า เหตุการณ์ในตอนนั้น ตนไม่รู้สึกตัว และไม่ทราบเรื่องราวนี้มาก่อนเลย เพราะปกติจะเป็นคนที่นอนหลับยาก แต่หากได้นอนแล้วก็จะหลับลึกมาก ๆ เมื่อพูดจบก็หันมาบอก “พีท” ที่นั่งข้าง ๆ ว่า แต่ “พีท” ยังลืมวิธีการปลุกอีกแบบนึง นั่นคือการ “จุมพิต” ทำเอาแฟน ๆ ที่นั่งดูไลฟ์อยู่อดยิ้มฟินกันไม่ได้เลยทีเดียวววผม.. พีท ครับ ไม่เพียงแต่ใบหน้าที่ดูหล่อเหลาเอาการ แต่ยังมีเส้นผมของ “พีท” ที่ไปสะดุดตาจน “ดีเจแนน” อดชมไม่ได้ว่าสุขภาพเส้นผมของ “พีท” ที่แม้จะผ่านการกัด ทำสีมาหลายครั้ง แต่ทำไมถึงยังดูสุขภาพดีเหมือนคนไม่ได้ทำสีผม?! “พีท” จึงได้เล่าว่า ปัจจุบันนี้เริ่มเกิดปัญหาร่วมกันกับช่างทำผมที่ต้องทำงานร่วมกันแล้ว เนื่องจากช่างบอกว่า สุขภาพผมของ “พีท” นั้นเรียกได้ว่าอยู่ในขั้นวิกฤต เพราะหากกัดสีไปมากกว่านี้อาจจะมีโอกาสทำให้เส้นผมนั้นขาดได้ทันทีมีม “…มาแล้วคร้าบบบ!” ครั้งนี้ พี่ ๆ ดีเจ และทีมงานก็ได้มีมินิเกมสนุก ๆ มาให้ “ฟอร์ด - พีท” ได้เล่นกันเป็นน้ำจิ้มก่อนจะไปพบกับเกมในช่วงเล่นเกมจริง โดยได้ให้ทั้งคู่เริ่มทำท่าตามคำบอกไปทีละท่าดังนี้ ท่าแรก “เมะมาแล้วคร้าบบบ” ทั้ง “ฟอร์ด-พีท” ก็สามารถทำท่าในโจทย์นี้ออกมาได้ใกล้เคียงกันสุด ๆ โดยมีซิกเนเจอร์หลักของการโพสท่านี้คือ การเบ่งกล้าม ท่าที่สอง “เคะมาแล้วคร้าบบบ” ซึ่งทั้งสองก็ทำท่าทางในโจทย์นี้ออกมาได้น่ารักสุด ๆ ! ท่าที่สาม “น้องฟอร์ด น้องพีท สามขวบมาแล้วคร้าบบบ” ท่านี้บอกได้คำเดียวเลยว่า น่ารักสุด ๆ ไอต้าวฉามขวบบบ ท่าสุดท้าย ท่าที่สี่ กับท่า “ที่รักจ๋า ฟอร์ด พีท มาแล้วคร้าบบบ” ท่านี้ทำเอาเหล่าดีเจอึ้งกับความเปิ่นโก๊ะของทั้งคู่กันไปเลยทีเดียวววพูดถึงซีรีส์ “Yesterday รอยรักวันวาน” โดยทั้งคู่ก็ได้บอกว่า ใน 2 EP. แรกนั้น เนื้อเรื่องยังดำเนินไปแบบชีล ๆ สบาย ๆ แต่หลังจากนั้น เนื้อเรื่องทุกอย่างจะดำเนินไว และเข้มข้นขึ้น จนบางทีที่ไปอ่านฟีดแบคของแฟน ๆ ก็อดยิ้มขำเอ็นดูกับคอมเมนต์ของแฟน ๆ ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์ที่บอกว่า ‘ดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วเครียดมาก ๆ’ บ้างล่ะ ‘ตั้งตัวไม่ทัน’ บ้างล่ะ และทั้งคู่ก็ได้พูดเสริมว่า จริง ๆ ไม่แปลกใจที่แฟน ๆ จะดูแล้วรู้สึกเครียดกัน เพราะในฐานะทีตนเองนั้นเป็นนักแสดง ก็รู้สึกว่าซีรีส์เรื่องนี้ ไม่ใช่ซีรีส์รักใส ๆ เนื้อเรื่องค่อนข้างไปในทางเคร่งเครียด และซีเรียสมาก ๆ จำเป็นต้องใช้สกิลการวิเคราะห์เยอะนิดนึง หากใครที่กดดูข้ามตอนก็อาจจะทำให้พลาดเนื้อหาสำคัญ และดูไม่เข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมดได้ จึงอยากให้แฟน ๆ ค่อย ๆ ลองตั้งใจดูในทุก ๆ ตอนไปแบบไม่กดข้ามตอนกัน เพื่อที่จะได้เข้าถึงความสนุกที่แท้จริงของซีรีส์เรื่องนี้กันน้าาา รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!เป็น “เคลวิน” มันต้องเครียดเบอร์ไหน?! “ฟอร์ด” เล่าว่า บทที่ตัวเองได้รับในบทบาทของ “เวียร์” นั้นไม่ได้ยากเกินไปที่จะทำให้รู้สึกว่าเครียดกับการแสดงครั้งนี้ แต่คนที่ต้องเครียดอาจจะเป็นทางฝั่งของ “พีท” ซะมากกว่า เนื่องจากบทบาท “เคลวิน” ที่ “พีท” ได้รับนั้น มีคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างเป็นคนที่เคร่งเครียด และซีเรียสในการใช้ชีวิตมาก ๆ อยากได้อะไรก็ต้องได้ จนอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นได้เปลี่ยนเป็นความรุนแรงที่ตามมา โดย “พีท” ก็ได้เล่าเสริมว่า สำหรับตนนั้น บทบาทที่ได้รับนั้นยากมาก ๆ เพราะไม่มีส่วนไหนที่เกี่ยวข้อง หรือใกล้เคียงกับตนเองในชีวิตจริงเลย ทำให้ต้องเคร่งเครียด และทำการบ้านเยอะมาก ๆ หลังจากที่ได้รับบทนี้มา1 ซีน เล่นสด ส่งถึงใจแฟน ๆ เมื่อถามว่า ‘หากเลือก 1 ซีนในซีรีส์เรื่อง “Yesterday รอยรักวันวาน” มาเล่นสด ๆ ในรายการให้แฟน ๆ ได้ดู อยากจะเลือกซีนไหน?’ ซึ่ง “ฟอร์ด” ก็ได้เลือกซีนที่ “เวียร์” เมา และชม “เคลวิน” ซึ่งทั้งคู่ก็สามารถทำการแสดงออกมาได้ดีไม่แพ้กับในซีรีส์ที่ได้ออนแอร์ไปแล้วเลย เรียกได้ว่าเป็นการสับสวิตช์คาแรกเตอร์ได้รวดเร็ว และทำถึงสุด ๆ !10+1 Special !! โดยทั้งสองก็ได้สปอยว่า ใน EP. ที่ 8 - 11 พาร์ทความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นจะเริ่มไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ยังคงต้องไปช่วยกันสู้กับปัญหาในเรื่องอื่นแทน ทั้งนี้ พี่ ๆ ดีเจจึงได้ให้ทั้งคู่ลองสปอยตอนต่อไปที่กำลังจะออนแอร์อย่าง EP.8 และ EP.9 เป็นคำเดียวสั้น ๆ ให้เหล่าแฟน ๆ ได้ตามลุ้นไปติดตามกัน ซึ่ง “ฟอร์ด” ก็ได้เลือกคำว่า ‘เริ่มต้นใหม่’ ให้สำหรับ EP.8 และ ‘ลืมอดีตไป’ สำหรับ EP.9 ในด้านของ “พีท” ก็ได้เลือกคำว่า ‘บาดแผลสุดท้าย’ ให้สำหรับ EP.8 พร้อมสปอยใน EP.9 ว่าเนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม และมีอะไรที่กำลังรอเซอร์ไพรส์แฟน ๆ อยู่ อยากให้แฟน ๆ รอติดตามชมกันได้เลย!และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมให้ไลฟ์นี้มีรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะจนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษให้แฟน ๆ ได้เติมความสุขก่อนเอนตัวนอนทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “ฟอร์ด - พีท” ได้เล่นสนุกกัน ในชื่อเกมว่า “ฟอร์ด - พีท Tier lists”งานนี้บอกได้เลยว่า “ฟอร์ด - พีท” เล่นกันแบบเต็มที่ สนุกสนาน พร้อมมอบความอิ่มใจให้กับแฟน ๆ กันแบบจัดเต็ม!สามารถไปรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย! (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ฟอร์ด - พีท”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างความประทับใจ ให้กับแฟน ๆ แบบเต็มอก! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ฟอร์ด - พีท” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มาสร้างสีสัน และรอยยิ้มให้กับแฟน ๆ และทีมงานได้คลายเครียดกับความน่ารัก เคมีเคใจของทั้งคู่ไปพร้อม ๆ กัน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “Yesterday รอยรักวันวาน” สามารถรับชมได้ทุกวันจันทร์ เวลา 20.00 น. ดูเวอร์ชัน UNCUT บนแอป WeTV ที่เดียวเท่านั้น!!สามารถเข้าไปรับชมคาริสม่าความหล่อแซ่บถึงทรวงของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

อยากเจอแนนโน๊ะหรอคะ ? สวัสดีค่ะ ชาว EFM FANDOM LIVE วันนี้แนนโน๊ะมาหาแล้วนะ ลุ้นระทึกไปกับความน่ารักปนหลอนของ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” ที่จะมาเป็น “เบ็คโน๊ะ” ส่งมอบความหลอน สุดขนหัวลุก ชวนแฟนๆ ต้องเหลียวหลังแบบไม่รู้ตัว

18 มี.ค. 2026

อยากเจอแนนโน๊ะหรอคะ ? สวัสดีค่ะ ชาว EFM FANDOM LIVE วันนี้แนนโน๊ะมาหาแล้วนะ ลุ้นระทึกไปกับความน่ารักปนหลอนของ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” ที่จะมาเป็น “เบ็คโน๊ะ” ส่งมอบความหลอน สุดขนหัวลุก ชวนแฟนๆ ต้องเหลียวหลังแบบไม่รู้ตัว

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 12 มีนาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” ที่มาฉายเดี่ยว แจกความน่ารัก สดใส พร้อมสับสวิตช์ความหลอน ชวนระทึกขวัญกับบทบาทที่ทุกคนรู้จักในฐานะ “แนนโน๊ะ” ไปกับ 2 ดีเจอารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... ปริศนาฆาตกรรมแห่งวินด์เฮเวน (The Windhaven Murders)นามปากกา : saturn_29 เมืองเล็กๆทางตอนเหนือของอังกฤษที่ชื่อว่า "วินด์เฮเวน" เคยเป็นเมืองเงียบสงบที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายใดๆ จนกระทั่งคืนหนึ่ง ศพปริศนาปรากฏขึ้นกลางจัตุรัสเก่า พร้อมสัญลักษณ์ประหลาดที่ไม่มีใครเข้าใจ คดีที่ดูเหมือนการฆาตกรรมธรรมดา กลับค่อยๆเปิดเผยความจริงที่น่ากลัวกว่านั้น เมื่อทุกเบาะแสชี้ไปยังความลับของเมืองที่ถูกปกปิดมานานกว่าห้าทศวรรษ "รีเบคก้า" นักสืบสาวผู้มีสัญชาตญาณเฉียบคมถูกส่งมารับคดีนี้ แต่ยิ่งเธอสืบลึกลงไปเท่าไร เธอก็ยิ่งพบว่าทุกคนในเมืองนี้กำลังปิดบังบางอย่าง ตั้งแต่นายกเทศมนตรีผู้ทรงอิทธิพล นักบวชผู้หมกมุ่นกับตำนานของเมือง ไปจนถึงครอบครัวขุนนางเก่าแก่ที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง และยิ่งแปลกไปกว่านั้น รายชื่อเหยื่อทุกรายกลับเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด พวกเขาทุกคนล้วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีตที่ถูกฝังกลบไว้ตั้งแต่ห้าสิบปีก่อน เมื่อจำนวนศพเพิ่มขึ้นทีละศพ รีเบคก้าเริ่มตระหนักว่านี่ไม่ใช่เพียงการไล่ล่าฆาตกร แต่มันคือ เกมปริศนาที่ถูกวางไว้ล่วงหน้า ราวกับมีใครบางคนกำลังนำทางเธอไปสู่คำตอบที่ไม่มีใครอยากให้เธอรู้ เพราะหากความจริงนั้นถูกเปิดเผย คนต่อไปที่จะตาย...อาจเป็นเธอเองFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The Windhaven MurdersPen Name : saturn_29 Nestled in the serene north of England, Windhaven was once just another sleepy village, easily overlooked. That all changed one fateful night when a cryptic corpse materialized in the heart of the old town square, adorned with baffling symbols. What initially appeared to be a straightforward homicide soon morphed into a chilling revelation, as every shred of evidence whispered of a clandestine secret the townsfolk had guarded for over half a century. Enter Rebecca, a detective with a razor-sharp mind, tasked with untangling this macabre mystery. Yet, with each layer she peeled back, she found herself wading through a sea of deception. From the influential mayor and a priest consumed by local lore, to the aloof, ancient aristocratic clan, everyone seemed to be harboring a hidden agenda. The plot thickened when she discovered a bizarre, undeniable thread connecting the growing list of victims to events that transpired fifty years prior. As the body count climbed, Rebecca began to suspect this wasn't merely a manhunt for a murderer. It felt more like a meticulously orchestrated puzzle, with an unseen hand nudging her towards a truth nobody wanted unearthed. After all, if the real story came to light, the next name on the death toll could very well be her own.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... แวมไพร์บำเพ็ญตนนามปากกา : มามี้ตลอดไป มีแวมไพร์แฝด 3 พี่น้อง อาศัยอยู่ในปราสาทกลางป่าลึกบำเพ็ญตนเว้นเลือดมนุษย์มากว่า 512 ปี ออกหากินเมื่อไหร่จะผลัดกันไปทีละตน ตนละ 3 ชั่วโมงเท่านั้น เพื่อจำกัดการทำร้ายสิ่งมีชีวิตและไม่ให้ป่าแตกตื่น ถึงเวลา 1 ทุ่ม ‘Rebecca’ แวมไพร์คนโต ออกหากินก่อน กว่าจะกลับมาก็เกินเวลายาวไปยันห้าทุ่มเศษ หากดูจากปากของ Rebecca น่าจะแทบไม่ได้กินอะไรเพราะที่ปากไม่มีรอยเลือดติดอยู่เลย ถึงคิวของ ‘Patricia’ แวมไพร์คนกลาง ออกหากินบ้าง ไม่ต่างกัน แม้เวลาล่วงเลยไปจนตีสามกว่าจึงกลับมา แต่ที่ปากของ Patricia ก็มีแค่รอยคราบผลไม้เพียงเล็กน้อย ‘Becky’ แวมไพร์คนเล็กเห็นพี่ ๆ กินเวลาของตัวเองไปเยอะจึงต่อว่า “ไปทำอะไรกันมาตั้งนาน แต่ได้กินกันแค่นี้เองหรอ!” ก่อนที่จะรีบบินออกไปบ้าง ไม่ถึง 5 นาที Becky กลับมาพร้อมคราบเลือดที่ปากฉ่ำ ๆ จนพี่ ๆ ทั้งสองถามด้วยความแปลกใจว่า “ทำยังไงถึงหากินได้ไวและได้เยอะเต็มปากขนาดนั้น” Becky จึงย้อนถามพี่ ๆ ว่า “พี่ ๆ เห็นต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าต่างนั่นมั้ย?” ทั้ง Rebecca และ Patricia ก็ตอบ “เห็น!” Becky รีบย้อนตอบกลับทันทีว่า “ช่าย~ แต่หนูไม่เห็น!”FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Vampire self-disciplinePen Name : มามี้ตลอดไป Nestled deep within a forest, a rather peculiar trio of vampire siblings resided in a castle. For an astonishing 512 years, they'd managed to steer clear of human blood. Their hunting excursions were meticulously timed, with each sibling taking a mere three-hour shift. This was their clever strategy to minimize their impact on the local wildlife and keep the forest from getting, well, freaked out. At precisely 7 PM, Rebecca, the eldest of the brood, kicked off the night's hunt. She didn't make it back until well past 11 PM. A quick glance at Rebecca's mouth told a story: not much of a meal, as there wasn't a speck of blood to be seen. Next up was Patricia. Like her older sister, she returned after 3 AM, but her culinary exploits seemed limited to a few sips of fruit. Seeing her siblings hogging the night and apparently barely snacking, Becky, the youngest, couldn't hold back. She let them have it with a scolding, "Seriously, what were you two doing all that time, and you only managed to snag *this* much to eat?!" With that, she zoomed off. Less than five minutes later, Becky was back, her mouth practically gushing with blood, leaving her two sisters utterly gobsmacked. "How on earth do you manage to eat so fast and still have so much in your mouth?" she exclaimed. Then, with a mischievous glint, Becky posed a question to her bewildered siblings, "See that massive tree right outside the window?" Both Rebecca and Patricia, still trying to process the spectacle, nodded, "Yes!" Becky, with a triumphant grin, shot back, "Yeah~ but *I* don't see it!"FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Stolen Livesนามปากกา : Meily เบ็คกี้ คือผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่มีความสามารถประหลาดเกินคำอธิบาย เธอสามารถเดินเข้าไปอยู่ในความทรงจำของคนอื่นได้ เพียงแค่สบตาหรือแตะต้องตัวใครบางคน โลกในหัวของคนนั้นจะเปิดออกเหมือนประตู และเธอจะถูกดึงเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเหตุการณ์นั้นราวกับมันเกิดขึ้นจริง บางวันเธอลืมตาขึ้นท่ามกลางแสงไฟเวทีและเสียงกรี๊ดของผู้คนนับหมื่น เหมือนเธอเคยเป็นนักร้องดังที่ยืนอยู่กลางสปอตไลต์ แต่บางคืนสิ่งที่ตามหลอกหลอนกลับโหดร้ายกว่านั้น เธอตื่นขึ้นมาพร้อมภาพมีดในมือ เลือดไหลนองพื้น และเสียงหายใจหนักของใครบางคนที่กำลังจะตาย เพราะเธอดันหลุดเข้าไปอยู่ในความทรงจำของฆาตกรขณะกำลังลงมือจริง ยิ่งเบ็คกี้เข้าไปในความทรงจำของคนอื่นมากเท่าไร เส้นแบ่งระหว่างชีวิตของเธอกับชีวิตของคนอื่นก็ยิ่งบิดเบี้ยว เธอเริ่มจำไม่ได้ว่าอะไรคือความทรงจำของตัวเอง อะไรคือสิ่งที่เธอเพียงแค่เข้าไปเห็น จนกระทั่งวันหนึ่งเธอหลุดเข้าไปในความทรงจำของใครบางคนอีกครั้ง และพบว่าฆาตกรที่ยืนอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์นั้นไม่ใช่คนแปลกหน้าเลย แต่เป็นเบ็คกี้เอง ในเวอร์ชันที่เธอไม่เคยจำได้ว่า เคยมีอยู่จริงFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Stolen LivesPen Name : Meily Meet Becky, a perfectly normal woman with a truly bizarre gift: a simple glance or a touch can plunge her headfirst into someone else's memories. It's like a hidden world inside their mind swings open, and she's pulled in, experiencing their past as if it were her own. Some mornings, she'll jolt awake feeling the roar of a massive crowd and the blinding glare of stage lights, as if she were a rockstar owning the moment. But then there are the darker nights, when the echoes are far more gruesome. She might find herself gripping a knife, the floor slick with blood, the ragged breaths of a dying person filling the air – because she's stumbled into the mind of a killer, right in the thick of their crime. The more Becky dives into other people's pasts, the blurrier the lines become between her own life and theirs. She starts to lose track of what's genuinely hers and what she's just a bystander to. Then, one day, during yet another memory dive, she finds herself in a chilling scene. The murderer at its center isn't some stranger; it's Becky herself, a version of her she never even knew existed.FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... สายลับบ้าบิ่นนามปากกา : สายไหม รีเบคก้า ตำรวจสาวมือใหม่ ได้รับภารกิจลับให้สืบคดีค้ายาเสพติดในตลาดใหญ่ใจกลางเมือง เธอต้องแฝงตัวเป็นแม่ค้าขายบ้าบิ่น ขนมไทยที่ดูธรรมดา แต่จะกลายเป็นฉากบังหน้าอันสำคัญ วันแรกของการตั้งร้าน เธอตื่นเต้นจนมือสั่น แต่ได้รับการฝึกอย่างเร่งด่วนจากแม่ เธอเรียนรู้วิธีทอดบ้าบิ่นให้กรอบนอกนุ่มใน และฝึกยิ้มทักลูกค้า “บ้าบิ่นร้อน ๆ จ้า” เสียงของเธอกลมกลืนกับตลาด เธอสังเกตเห็นชายกลุ่มหนึ่งมาที่ตลาดในเวลาเดิมทุกวัน ไม่ซื้อของ แต่จะคุยแค่กับร้านขายเนื้อในมุมลับตาและแลกถุงเนื้อกัน เธอจึงแสร้งทำเป็นแม่ค้าขี้สงสัย เดินไปซื้อเนื้อและคุยเล่นบ้าง เพื่อเก็บรายละเอียด คืนหนึ่ง รีเบคก้าตามชายขายเนื้อไปโกดังร้าง เห็นการลักลอบส่งของ เธอจึงส่งสัญญาณให้ทีมตำรวจเข้าจับ แต่คนร้ายจับได้ว่าเธอคือสายลับ ในวินาทีคับขัน เธอคว้ากระทะบ้าบิ่นที่พกมาโยนใส่เพื่อเบี่ยงความสนใจ แล้ววิ่งไปหาทีมสนับสนุน เกิดการปะทะกัน แต่สุดท้ายแก๊งค้ายาก็ถูกจับกุม เช้าวันรุ่งขึ้น ตลาดกลับมามีชีวิตชีวา กลิ่นบ้าบิ่นหอมกรุ่นยังลอยอบอวล ภารกิจนี้สอนเธอว่า การเป็นตำรวจไม่จำเป็นต้องถือปืนเสมอไป บางครั้งรอยยิ้มและเตาถ่าน ก็เป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Daredevil spyPen Name : สายไหม Stepping into the bustling heart of the city's market, rookie officer Rebecca found herself on a clandestine assignment, tasked with unraveling a drug trafficking ring. Her ingenious cover? Posing as a vendor selling 'babbin,' a seemingly innocent Thai sweet. On her inaugural day, nerves made her hands shake as she set up her stall. Yet, thanks to her mom's crash course, she'd mastered the art of frying babbin to golden perfection and practiced her customer service spiel, her voice easily blending into the market's symphony with a cheerful "Hot babbins for you!" She soon noticed a peculiar daily ritual: a group of men arriving at the same time, not to shop, but to huddle with a butcher in a quiet corner, exchanging mysterious bags of meat. Rebecca, playing the part of an intrigued local, bought some meat and struck up a conversation with the butcher, subtly probing for intel. One night, her curiosity led her to follow the butcher to a deserted warehouse, where she stumbled upon the illicit dealings firsthand. She discreetly signaled her team for backup. But the criminals caught on, realizing she wasn't just a sweet vendor. In a heart-pounding moment, Rebecca grabbed her trusty babbin pan, tossed it to create a diversion, and bolted for reinforcements. A showdown ensued, but eventually, the drug syndicate was brought to justice. The next morning, the market buzzed with its usual energy, the comforting scent of babbin still perfuming the air. Rebecca's undercover escapade had taught her a profound lesson: being a cop isn't always about firepower. Sometimes, a warm smile and a humble charcoal stove are the most potent weapons in the arsenal.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... The Summer Mapนามปากกา : ลามะลิลา ปี 2004 ย่านพาร์คสโลป , บรู๊คลิน เบคก้า เด็กสาวที่เพิ่งย้ายมาที่นี่ใช้เวลาหลังเลิกเรียนเดินหลงทางในสวนพรอสเปกต์อยู่บ่อยๆ การมาอยู่ในที่ไม่คุ้นเคยทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว จนวันหนึ่งเธอได้รู้จักกับแอ๊บบี้ เด็กสาวที่ชอบเปิดเพลงดังๆให้เสียงเพลงป๊อปจากหูฟังลอยคลอมาให้ได้ยิน เธอมีสมุดเล่มเล็กที่เรียกว่า “แผนที่ฤดูร้อน” ข้างในมีเพียงสถานที่ที่เธอค้นพบและตั้งชื่อเอง เช่น จุดพบนกบลูเจย์ ร้านเบเกิลที่อร่อยเหาะ หรือมุมเงียบในสวนที่บางวันมีเสียงดนตรีจากแบนด์เชลล์ลอยมาให้ฟัง ตลอดฤดูร้อนนั้น ทั้งสองออกเดินสำรวจพาร์คสโลปด้วยกัน ทุกครั้งที่หลงทาง แอ๊บบี้จะเพิ่มจุดใหม่ลงในสมุด พร้อมโน้ต “บ่ายนี้อากาศดี” หรือ “ตรงนี้เหมาะกับการนั่งเฉยๆ” ถึงจะงงๆ แต่มันก็ทำให้เบคก้าเหงาน้อยลง แต่แล้ว ก่อนฤดูร้อนจะจบ แอ๊บบี้ก็มาบอกว่าเธอจะย้ายกลับ โอเรกอน และเงียบหายไป หลายปีต่อมาเบคก้ากลับมาที่สวนอีกครั้ง แล้วเธอก็ได้เข้าใจว่าแผนที่ฤดูร้อนไม่ได้มีไว้หาเส้นทาง แต่มีไว้เก็บความทรงจำอันล้ำค่าของเด็กผู้หญิงสองคนที่เคยหลงทาง และค้นพบโลกใบเล็กของตัวเองไปด้วยกัน ถึงแม้จะไม่ได้พบกันอีกแต่เธอก็จะจดจำฤดูร้อนนั้นตลอดไปFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… The Summer MapPen Name : ลามะลิลา Back in 2004, Becca, a newcomer to Park Slope, Brooklyn, found herself frequently wandering lost in Prospect Park after school. The unfamiliar surroundings left her feeling adrift and alone. Then, one day, she bumped into Abby, a girl whose headphones pulsed with loud pop music. Abby carried a quirky little notebook she called her "Summer Map," a collection of her personal discoveries and whimsical names for places – a haven for blue jays, a bakery serving up divine bagels, or a peaceful nook in the park where the distant melodies from the bandshell might just reach you. As summer unfolded, the two girls became inseparable explorers of Park Slope. Each time they strayed from the known path, Abby would add a new entry to her map, jotting down simple observations like, "Lovely afternoon," or "Perfect spot for just chilling." While it might have seemed a bit chaotic, this process eased Becca's loneliness. However, as summer began to wane, Abby dropped the bombshell that she was moving back to Oregon, and then she was gone. Years later, returning to the park, Becca realized the "Summer Map" wasn't about navigation at all. It was a testament to the fleeting, treasured moments of two girls who, in their shared wanderings, had stumbled upon their own unique world. Though their paths never crossed again, that summer remained an indelible part of her memory.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE พร้อมต้อนรับ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” ที่จะมาครองใจทุกคนด้วยความน่ารัก ขี้เล่น ปนหลอน ของ “เบ็คโน๊ะ” จนแฟน ๆ ต้องเผลอตกหลุมรัก “แนนโน๊ะ” คนนี้...กันแบบไม่รู้ตัววววิธีฮีลใจของ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” “เบ็คกี้” เผยว่า หากมีเวลาว่างเมื่อไหร่ สิ่งแรกที่จะทำเลยนั่นก็คือ การนอน พร้อมบอกว่าในช่วงนี้ เป็นช่วงที่มีมรสุมงานหนักมาก ทำให้ตนนั้นเคยมีเวลานอนน้อยที่สุดต่อวันเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น และต้องออกไปทำงานต่อตลอดทั้งวัน โดย “เบ็คกี้” เล่าว่า ตอนแรก ๆ รู้สึกว่า มันง่วงมาก แต่เมื่อใดที่ออนเซ็ตปุ๊บ จะสวิตช์กลับมาได้เองเลยทันที จึงทำให้การง่วงนอนนี้ไม่มาเป็นปัญหากวนใจเวลาทำงาน อีกทั้งยังแอบสปอยว่า ช่วงนี้ตนนั้นกำลังซุ่มทำเพลงอยู่ และคิดว่าอีกไม่นานจะได้ปล่อยเพลงซีเครทนี้ให้แฟน ๆ ได้ฟังกันแบบฟินหูอย่างแน่นอนนนMini Mission เบ็คกี้-แนนโน๊ะ โดยทางทีมงานก็ได้สร้างมินิเกมเล็ก ๆ สนุก ๆ มาให้กับ “เบ็คกี้” ได้เล่น ทดสอบการสับสวิตช์อารมณ์ และคาแรกเตอร์ของ “เบ็คกี้” ได้แบบจุใจ ด้วยการให้ “เบ็คกี้” ทำท่าทาง สลับคาแรกเตอร์ระหว่างการเป็น “เบ็คกี้” และการเป็น “แนนโน๊ะ” ทั้งท่าทาง ‘ยิ้ม’ ‘โกรธ’ ‘รัก’ และ ‘สงสัย’ ซึ่งทุก ๆ ท่าทาง “เบ็คกี้” ก็แสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบสุด ๆ อย่างกับว่ามีทั้ง “เบ็คกี้ และแนนโน๊ะ” มานั่งอยู่ในสตูด้วยจริง ๆ !กว่าจะมาเป็น “แนนโน๊ะ” ใน “เด็กใหม่ The Reset” “เบ็คกี้” เล่าว่า เส้นทางกว่าจะมาเป็น “แนนโน๊ะ” ในซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” นั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย โดยบอกว่า ตนนั้นต้อง Workshop กับผู้กำกับถึง 6 คน หรือก็คือ การต้อง Workshop ก่อนถ่ายทำจริงในทุก ๆ ตอนนั่นเอง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เผยว่าคาแรกเตอร์ของแนนโน๊ะแต่ละตอนนั้น ก็จะมีความต่างกันไป บางตอนอาจจะมีความขี้เล่น บางตอนอาจจะมีความ กวน ๆ ผสมไปบ้าง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้อง Workshop ก่อนถ่ายทำจริงในทุก ๆ ตอนนั่นเอง‘ปิ๊บ ๆๆๆ’ หลังจากที่ซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” ได้เปิดตัวออนแอร์ EP.แรก ไป ฉากหนึ่งที่เป็นภาพจำ และติดอยู่ในความทรงจำของคนดูก็คงหนีไม่พ้นฉาก ‘ปิ๊บ ๆๆๆ’ ที่ “แนนโน๊ะ” ได้พูดขึ้นมาในตอนที่กำลังถูกทำร้ายร่างกาย ด้วยหมัดค้อนของเล่นของ “สกาย” เพื่อแสดงออกให้เห็นว่าตนนั้นไม่ได้มีความรู้สึกเจ็บใด ๆ เลยจากการที่ “สกาย” ได้ทุ่มสุดแรงต่อยลงมา โดย “เบ็คกี้” ก็ได้เผยว่า ‘ปิ๊บ ๆๆๆ’ นั้นไม่ใช่บทที่อยู่ใน Dialogue แต่เป็นการ Improvise ที่ตนนั้นคิดขึ้นมาเองหน้าเซ็ต เพราะตนรู้สึกว่า ตัวละคร “แนนโน๊ะ” ตอนนั้นมีความรู้สึกสนุกกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ตัวเบ็คกี้เองก็คิดว่า ฉากนี้ก็เป็นฉากที่แสดงตอนถ่ายทำแล้วรู้สึกสนุกมาก ๆ เช่นกันกระแสตอบรับที่ดีมากของซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” “เบ็คกี้” เผยว่า “เด็กใหม่ The Reset” นั้น เป็นโปรเจกต์ที่ทีมงานทุกคนตั้งใจทำกันมาก แม้ตอนถ่ายทำจะยังมองไม่เห็นว่าภาพความสำเร็จจะออกมาเป็นยังไง แต่สุดท้ายพอทุกคนได้เห็นกระแสตอบรับที่ดีมาก ๆ ของแฟน ๆ ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกว่ามันเกินคาดสุด ๆคาแรกเตอร์ไหน..ท้าทาย “เบ็คกี้” เล่าว่า ตัวเองนั้นใส่สุดกับทุก ๆ ตอน ทั้ง 6 ตอน และรู้สึกว่า เวลาที่ได้แสดงอยู่หน้าเซ็ตนั้นสนุกมาก ๆ สำหรับการดีไซน์ฉากต่าง ๆ ของแต่ละซีน พร้อมเผยว่า แต่ละเทคที่ตนได้แสดงไปนั้น ตนก็เล่นออกมาต่างกันทุกเทค ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนน้ำเสียง ท่าทางต่าง ๆ เพราะตนรู้สึกสนุกกับการออกแบบตัวละครในแบบของตัวเองตามสถานการณ์หน้างานในแต่ละซีน จนทำเอาบางทีก็ถือเป็นการเซอร์ไพรส์นักแสดงคนอื่นที่มาร่วมอีกด้วยการร่วมงานกับนักแสดงคนอื่น ๆ “เบ็คกี้” เผยว่า สำหรับการร่วมงานการแสดงกับดารา หรือศิลปินคนอื่น ๆ ในเรื่องนี้นั้น เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานด้วย โดยได้เริ่มมาทำความรู้จักกันในวัน Workshop และทุกคนก็เป็นนักแสดงที่เก่ง และเต็มที่กันสุด ๆ จึงทำให้ตัวเธอนั้นรู้สึกสนุกกับการแสดงในเรื่องนี้มาก ๆแนนโน๊ะ หรือ..เบ็คกี้ “เบ็คกี้” เผยว่า ในช่วงที่ถ่ายทำซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” นั้น ตนก็ได้ถ่ายทำซีรีส์อีกเรื่องอยู่เช่นกัน ซึ่งคาแรกเตอร์ของทั้งสองตัวละคร ของทั้งสองเรื่องนั้น มีความแตกต่างกันแบบสุดขั้ว “เบ็คกี้” จึงมีเทคนิคในการสลับคาแรกเตอร์โดยการให้มองว่า ถ้าเราอยู่ในห้อง แล้วให้มองว่าห้องที่เราอยู่นั้นเป็นสีอะไร แล้วอินเนอร์ในตัวเราก็จะเปลี่ยนไปตามสีห้องที่เรามองเห็นนั่นเอง “เบ็คกี้” เผยว่า ในตอนแรก การสลับคาแรกเตอร์นั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก ๆ แต่เมื่อได้เทคนิคนี้ก็ทำให้สามารถสลับคาแรกเตอร์ไปมาได้ไว และง่ายขึ้นมาก แถมเจ้าตัวยังบอกว่าชอบ และสนุกสำหรับบททดสอบ ความท้าทายนี้สุด ๆ !“แนนโน๊ะ” สอนอะไรให้กับคนดู ? “เบ็คกี้” ได้บอกว่า ในทุก ๆ ตอน ของทั้ง 6 ตอนนั้น เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมนุษย์ทุกคนมาก ๆ หรือบางทีอาจจะเป็นเรื่องที่คนใกล้ตัวเรากำลังเจออยู่ก็ได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่อยากให้เพียงแค่รับชมซีรีส์เพื่อความสนุกสนาน เพียงเท่านั้น แต่อยากให้นำข้อคิดที่ได้จากซีรีส์เรื่องนี้กลับไปคิด และปรับใช้ต่อได้อีกด้วยและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้กลายเป็นค่ำคืนที่แสนพิเศษสำหรับเหล่า Angles ตัวน้อย นางฟ้าของเบ็คกี้ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” ได้เล่นสนุกกันกับเกม ‘สวัสดีค่ะ แนนโน๊ะนะคะ เป็น…ใหม่’ งานนี้ “เบ็คโน๊ะ” ใส่เต็ม เสิร์ฟแฟน ๆ สุด ๆ“แนนโน๊ะ” ในร่าง “เบ็คกี้” จะเป็นยังไง สามารถไปรับชมความน่ารักปนหลอน ชวนระทึกขวัญได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ ชวนแฟน ๆ อมยิ้มไปตาม ๆ กัน สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่แม้จะฉายเดี่ยว มาคนเดียว แต่ความน่ารัก ความเต็มที่ ก็ยังมีให้เหล่าแฟน ๆ แบบไม่มีกั๊ก ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” สามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง One 31 และรับชมย้อนหลังแบบ UNCUT ได้ทางแอปฯ oneD แต่....ระวังแนนโน๊ะจะไปหาน้าาา !สามารถเข้าไปรับชมความน่ารักของเบ็คกี้ และความขี้เล่นชวนหลอนของแนนโน๊ะได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

กะไปแกล้งเธอหยอก ๆ แต่หัวใจดันบอก... รักจริงซะงั้น ! เตรียมจับตาดูให้ดี ห้ามพลาดแม้วินาทีเดียว เพราะครั้งนี้ “โอห์ม - ปูน” บุกสตู EFM FANDOM LIVE พร้อมเสิร์ฟโมเมนต์สุดฟินแบบเกินจะต้านไหว~

17 มี.ค. 2026

กะไปแกล้งเธอหยอก ๆ แต่หัวใจดันบอก... รักจริงซะงั้น ! เตรียมจับตาดูให้ดี ห้ามพลาดแม้วินาทีเดียว เพราะครั้งนี้ “โอห์ม - ปูน” บุกสตู EFM FANDOM LIVE พร้อมเสิร์ฟโมเมนต์สุดฟินแบบเกินจะต้านไหว~

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 5 มีนาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมใจให้พร้อม เพราะงานนี้ “โอห์ม - ปูน” เสิร์ฟให้แบบไม่มีหยอก! ส่งมอบความฟินจนอยากจะกัดหมอน ชวนหัวใจเต้นแรงแบบไม่มีพัก ไปกับ 2 ดีเจสองสวย สดใส “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Dream and Truthนามปากกา : LittlePrince_j กัปตันคืออาชีพในฝันของ โอห์ม ด้วยเหตุนี้โอห์มจึงชอบเวลาเขาเดินเล่นที่สนามบินเพื่อรอรับคุณแม่กลับบ้านเสมอ แม้เขาจะไม่ได้เป็นกัปตันอย่างในฝัน เพียงได้เห็นคนในอาชีพที่ตนใฝ่ฝันเดินผ่านไปมาก็ทำให้เขามีความสุขเช่นกัน ในวันหนึ่งระหว่างที่โอห์มกำลังมองกัปตันท่านหนึ่งเดินลากกระเป๋ามาจากช่องทางผู้โดยสารขาออก จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงสดใสของเด็กหนุ่มคนหนึ่งตะโกนลั่นบริเวณนั้น “พ่อ!!” ปูน ชูมือโบกเรียกกัปตันคนนั้นสุดแขนด้วยท่าทางร่าเริง “ว่าไงเจ้าปูน ทำไมวันนี้ถึงมารับพ่อได้ล่ะ” “เมื่อคืนผมฝัน! ว่าผมจะเจอเนื้อคู่ที่สนามบิน ผมเลยมารับพ่อเผื่อจะเจอเนื้อคู่เกรดเอพรีเมี่ยม” เด็กหนุ่มยักคิ้วเข้มไปมาใส่บิดาของตน เรียกรอยยิ้มขบขันแกมเอ็นดูจากบิดา ตอนที่ทั้งคู่เดินผ่านเด็กหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีคนหนึ่ง โอห์มและปูนบังเอิญสบตากัน คนหนุ่มตัวสูงยิ้มน้อยๆ แล้วผงกศีรษะให้ปูนเป็นเชิงทักทาย ปูนรีบหันหน้าหนีเพราะความตกใจ ที่จู่ๆ แก้มของเขาก็ร้อน แค่เพราะคนแปลกหน้ายิ้มให้ .. เมื่อคนทั้งสองเดินจากไป .. โอห์มก็นึกสงสัยว่า หากเขาจะไม่ได้เป็นกัปตันจริงๆ งั้นเขาพอจะเป็นลูกเขยของกัปตันได้ไหมนะ?FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Dream and TruthPen Name : LittlePrince_j Ohm had always dreamed of being a captain, so he relished his time at the airport, waiting for his mother’s return. Although he wasn’t a captain in real life, the sight of pilots bustling about brought him joy. One day, while he watched a captain pulling his suitcase from the departure lounge, a joyful voice rang out, "Dad!!" It was Poon, waving enthusiastically at the pilot. "Hey there, Poon! What brings you to the airport to pick me up today?" the captain asked. “I had a dream last night!” Poon exclaimed, his eyes shining. “I’m convinced I’ll meet my soulmate here, so I thought I’d come to fetch you and see if luck brings me that perfect match!” He shot a cheeky wink at his dad, who responded with an affectionate grin. As they strolled past a tall, striking young man, Ohm and Poon’s gazes unexpectedly locked. The handsome stranger offered a slight smile and a nod towards Poon, who quickly turned away, a blush creeping up his cheeks from such a simple yet startling gesture. Once they had moved on, Ohm pondered—a captain might not be in his future, but could he still dream of potentially being a son-in-law someday?FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... ไร้ลิขิตขีดเขียนนามปากกา : Lita P ในโลกที่ทุกคนเกิดมาพร้อมกับคำลิขิตบนข้อมือ ซึ่งเป็นคำแรกที่เนื้อคู่จะเอ่ยทักทายกัน แต่ ปุณ กลับมีข้อมือที่ว่างเปล่า เขาใช้ชีวิตด้วยความเชื่อว่าตนเองถูกโชคชะตากำหนดให้ไร้คู่ จนได้เข้ามหา'ลัยและพบ โอบ รูมเมทนักกีฬาร่างสูงรอยยิ้มอบอุ่น ที่สำคัญโอบก็ไม่มีข้อความบนข้อมือเช่นกัน “นายไม่มีเหมือนกันนี่” ปุณถามด้วยความตื่นเต้นในวันแรกที่พบกัน โอบก็พยักหน้าแล้วยิ้มตอบโดยไม่พูดอะไร ทว่าความเงียบระหว่างกันในตอนนั้นกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด กลายเป็นความสบายใจอย่างน่าประหลาด นานวันเข้าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็เริ่มลึกซึ้งมากกว่าแค่รูมเมท ผ่านการกระทำที่เสียงดังกว่าคำพูด โอบมักจะเตรียมมื้อดึกไว้ให้ปุณตอนที่ต้องอ่านหนังสือสอบ ปุณก็จะคอยซัพพอร์ตโอบในการแข่งกีฬาเสมอ แววตาและความเอาใจใส่ระหว่างกันมันชัดเจนถึงความรักยิ่งกว่าตัวหนังสือบนผิวหนัง ทว่าปุณกลับยังโหยหาคำยืนยันของพรหมลิขิต ในคืนวันหนึ่งปุณพูดว่า ระหว่างเราอาจไม่ใช่ความรัก เพราะไม่มีคำยืนยันใดใดเหมือนคู่อื่น โอบจึงดึงมือปุณมาแนบที่หัวใจ แล้วพูดว่า “เพราะกฎของเนื้อคู่ที่จริงคือ หากรักกันได้ด้วยหัวใจใช่คำพูด คนคู่นั้นคือรักนิรันดร์”FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Unwritten destinyPen Name : Lita P In a realm where every individual bears a destiny mark on their wrist—their soulmates’ first words—Pun finds himself marked by emptiness. He’s always thought he was tied to fate, but that belief shifts when he steps into university and crosses paths with Ob, his tall, athletic roommate whose smile radiates warmth. Curiously, Ob doesn’t have a mark either. “You don’t have one, do you?” Pun nearly sputters in excitement upon their first encounter. Ob nods, beaming silently, and the quiet that blankets them feels anything but uncomfortable—it’s a soothing balm. As days turn into weeks, their bond evolves into something profound, transcending mere roommate status, manifesting in gestures louder than any declaration. Ob has a knack for whipping up midnight snacks for Pun during late-night study sessions, while Pun champions Ob in every sporting challenge. The unspoken connection in their gazes and the kindness they offer each other weave a tapestry of love that no words could encapsulate. Yet, Pun grapples with a yearning for a sign from fate. One evening, he voices a doubt: their relationship may not be true love due to the absence of a familiar confirmation like other couples receive. In a tender moment, Ob takes Pun’s hand and gently places it over his heart, whispering, “The real essence of soulmates is this: if your love springs from the heart and not just from words…” “That love is everlasting.”FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Minor, My Majorนามปากกา : คนธรส (คน-ธะ-รส) หากเปรียบเราสองดั่งโน้ตดนตรี เธออาจเป็นคีย์เมเจอร์ที่สว่างไสวเหมือนเช้าวันใหม่ ส่วนฉันเป็นไมเนอร์ที่อบอุ่นปนเหงา แต่เมื่อบรรเลงพร้อมกันกลับกลายเป็นคอร์ดที่พอดีอย่างประหลาด ปี 1977 ในห้องซ้อมเก่าใต้โรงละคร โอห์ม คือนักเปียโนผู้เคยถูกตราหน้าว่า “ทำลายเวที” เพราะคืนหนึ่งเขาเล่นผิดคีย์ในคอนเสิร์ตใหญ่จนถูกไล่ออก ตั้งแต่นั้นเขาไม่กล้าบรรเลงเพลงรักอีก ปูน นักร้องหนุ่มเสียงนุ่มที่เข้ามาเช่าเปียโนตัวเดียวกัน กลับได้ยินทำนองที่โอห์มพยายามซ่อน ทุกครั้งที่ปูนร้อง เสียงเปียโนของโอห์มจะสั่นไหวราวกับหัวใจถูกแตะต้อง แต่ยิ่งใกล้กัน ข่าวลือในวงดนตรีและแรงกดดันจากค่ายเพลงก็ยิ่งบีบให้ปูนต้องเลือกระหว่าง เส้นทางดังไกล กับ นักเปียโนที่มีอดีตด่างพร้อย ความรักของพวกเขาจึงเหมือนเพลงที่ยังเขียนไม่จบ หวานลึกแต่เจ็บร้าว เพราะโอห์มต้องต่อสู้กับปมในใจว่า เขาคู่ควรจะยืนเคียงข้างปูนหรือไม่ ขณะที่ปูนยืนยันผ่านทุกโน้ตว่า บางครั้งความผิดพลาดในวันวาน ก็เป็นเพียงคอร์ดนำทางไปสู่ทำนองที่งดงามที่สุด และหากโอห์มกล้ากดคีย์นั้นอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ใคร แต่เพื่อยอมรับตัวเอง บทเพลงของทั้งสองอาจกลายเป็นรักที่ไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไปFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Minor, My MajorPen Name : คนธรส If we were musical notes, you might be a vibrant major chord, shining like the first light of dawn, while I resemble a warm, sorrowful minor. Yet, when we come together, we form an unexpectedly harmonious blend. Back in 1977, in a dusty old practice room beneath the theater, Ohm was a pianist unfairly labeled a 'stage destroyer' after he hit a wrong note during a big concert and lost his job. Since that night, love songs have been off-limits for him. Poon, a young vocalist with a gentle voice who also plays the same piano, can sense the melody Ohm tries to keep under wraps. Every time Poon sings, Ohm's playing quivers, as if his heart is being stirred. But with their growing closeness, whispers within the band and pressure from their record label push Poon to decide between fame and a pianist with a troubled history. Their love is like an incomplete tune, achingly sweet yet tinged with sadness, as Ohm grapples with his self-worth: does he deserve to stand alongside Poon? Through every note, Poon insists that sometimes, our past missteps are just notes leading to the most beautiful symphony. If Ohm finds the courage to strike that key again—not to prove anyone wrong, but to embrace who he is—their song could evolve into a love that no longer needs to be concealed.FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... หากว่าเป็นไปได้นามปากกา : LINLININ ความรักที่เคยบริสุทธิ์แต่ในวันนี้ถูกตราหน้าว่าผิด เพียงเพราะทะเบียนสมรสฉบับใหม่เปลี่ยนสถานะจาก คนรัก ให้กลายเป็น พี่น้อง ในชั่วข้ามคืน โอห์ม ทรุดกายคุกเข่าลงต่อหน้าเงาของปูนที่พาดผ่านแสงสลัวในห้องพระ กลิ่นธูปและเสียงสวดมนต์ยามค่ำคืนไม่ได้ช่วยชะล้างความปรารถนาอันบาปหนาที่ยังสุมทรวง ทุกครั้งที่ปูนเอ่ยคำว่า พี่ ออกมาต่อหน้าพ่อแม่ มันเหมือนเข็มพิษที่ทิ่มแทงหัวใจจนเหวอะหวะ ความทรงจำที่ปลายนิ้วเคยสอดประสานกันใต้โต๊ะอาหารถูกฝังกลบด้วยความเหมาะสมที่โลกหยิบยื่นให้ ทั้งที่ความจริงเราคือเจ้าของกันและกันมาก่อนที่เส้นขนานจะถูกบังคับให้มาบรรจบเป็นวงตระกูล โอห์มสะอื้นไห้ไร้เสียง ก้มกราบลงบนพื้นไม้เย็นเฉียบที่สั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ เขารู้ดีว่าต่อให้เอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อปูนในตอนนี้ สิ่งที่ได้กลับมาคงมีเพียงคำตัดสินของสังคมที่ตราหน้าว่า พวกเขาคือรอยด่างพร้อยของบ้าน โอห์มแหงนมองใบหน้าคนที่รักที่สุด ซึ่งบัดนี้เลือนรางผ่านม่านน้ำตา พลางเอ่ยคำสัตย์สาบานที่แสนสิ้นหวังว่า “หากเป็นได้จริง ผมแค่อยากขอรักคุณใหม่” รักในวันที่เรายังเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่หัวใจว่างเปล่า ไม่ใช่คนในครอบครัวที่หัวใจแหลกสลายเช่นนี้FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... If possiblePen Name : LINLININ Once, their love was a bright flame, but now it's tainted by the cruel twist of a marriage certificate that turned them from lovers into mere siblings overnight. Ohm found himself kneeling in the soft glow of the prayer room, the shadows of Poon dancing in the tender light. The fragrance of incense mixed with the echoes of evening prayers could never cleanse the fiery longing still ignited in his soul. Each time Poon called him "brother" in front of their parents, it felt like a thousand sharp thorns piercing through him, leaving wounds that would never heal. Their memories—of fingers intertwined beneath the dinner table—were buried beneath society's rigid demands, but they had once belonged solely to each other before the harsh lines of family ties pulled them apart. Ohm's silent tears dripped onto the cool wooden floor as he shook with emotion, knowing that if he dared to reach out and touch Poon's shirt now, all he'd meet would be society's harsh judgment branding them a disgrace. Through a veil of tears, he gazed at the face of the man he adored most and whispered a desperate promise: "If only I could, I would choose to love you again." To love you back when we were just two strangers with hearts yearning for connection. It's not just families that suffer like this; hearts break in silence, all around.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยลูกด้วยนามปากกา : Maddy “โอห์ม” ศิลปินไส้แห้งที่วาดรูปประทังชีวิตมาตั้งแต่เรียนจบ ทั้งที่สมัยเรียนเขาเคยเป็นที่ 1 ไม่ว่างานไหนของเขาก็ต้องเป็นที่พูดถึงจากคนในคณะเสมอ เขาถูกชื่นชมจากอาจารย์และเพื่อนฝูงมากมาย แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงศิลปินที่ไร้ชื่อเสียง วันหนึ่งเขาทนกับความผิดหวังในตัวเองไม่ไหวจนต้องไปบนบานศาลกล่าวต่อหน้าต้นมะม่วงใต้อพาร์ตเม้นท์ ใครจะไปคิดว่าอาทิตย์ถัดมาคำขอเขาจะเป็นจริงสมใจ ตอนนั้นแค่ขอไปเล่น ๆ ว่าให้งานชิ้นที่วาดขายได้ราคา 100,000 บาท แล้วจะเลิกกินหมูตลอดชีวิต จู่ ๆ ก็มี “ปูน” ไอ้เด็กหน้าแมวที่ไหนไม่รู้มาติดต่อขอซื้องานจริง พร้อมบอกว่า “พี่ไปกินบุฟเฟ่ต์เป็นเพื่อนผมได้ไหมครับ ผมจ้างเดือนละหมื่น พร้อมซื้องานทั้งหมดของพี่ด้วย แต่พี่แค่ต้องไปกินบุฟเฟ่ต์กับผมทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ อาทิตย์” แล้วไอ้บุฟเฟ่ต์ที่ว่านี่เป็นเนื้อโคขุนโพนยางคำได้ไหมวะ พี่กินหมูไม่ได้แล้วไงน้อง แต่เจ้าตัวดันบอกมาว่า “ผมนับถือเจ้าแม่กวนอิม กินเนื้อไม่ได้” แล้วผมต้องทำยังไงวะเนี่ย เงินก็อยากได้ แต่หมูก็กินไม่ได้แล้วไง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยลูกด้วยยยยยยFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Oh, heavenly forces, lend me your aid.Pen Name : Maddy Ohm," an aspiring artist grappling with the challenges of life, has managed to survive on his paintings ever since he tossed his graduation cap in the air. Back in school, he shone brightly as a top student, earning accolades and admiration from both peers and professors alike. Yet now, he's just a face in the crowd, a nameless artist seeking his place in the world. One fateful day, overwhelmed by his frustration, he finds himself beneath a mango tree near his apartment and makes a wish. Little did he know that magic was about to intervene in his life. He whimsically wished for 100,000 baht from one of his paintings, even swearing to abstain from pork for life in exchange. Out of the blue, a mysterious boy named "Poon," who had the unique charm of a feline face, reached out to him with an intriguing offer. Poon proposed, "How about we hit up a buffet together? I’ll give you 10,000 baht a month and buy all of your artwork. All I ask is that you join me at the buffet every Monday, Wednesday, Friday, and Sunday." Ohm couldn’t help but wonder if their buffet adventures would feature premium beef, given that pork was now off the menu for him. To his surprise, Poon responded, "I honor the Goddess of Mercy, so meat's not on my plate." Now, Ohm found himself at a crossroads. He yearned for the cash, but what could he do without his beloved pork? "Oh, divine powers, lend me a hand!เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “โอห์ม - ปูน”ที่จะมาเริ่มปฏิบัติการหลอกให้เหล่าแฟน ๆ ตกหลุมรักจนกู้ไม่กลับ พากันโดนหลอก แบบเต็มใจให้หลอกไปตาม ๆ กัน !กว่าจะมาเป็น “โอห์ม - ปูน” “ปูน” ได้เผยว่า ช่วงแรกที่ได้เจอกัน ด้วยความที่คนพี่นั้นเป็นคนเงียบ ๆ จึงทำให้เกิดความกลัวว่าจะเข้ากันได้ไหม จะทำลายกำแพงอีกคนได้หรือป่าว แต่สุดท้าย พอได้พูดคุยกันก็ทำให้รู้ว่า จริง ๆ แล้ว “โอห์ม” ไม่ใช่คนที่มีกำแพงเลย และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ของทั้งคู่ก็มีความใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเรื่องที่ชอบน้องหมา ชอบถ่ายรูป หรือจะเป็นชอบการไปแฮงเอาท์ สิ่งเหล่านี้ทำให้ทั้งคู่สามารถสนิทกัน และเข้ากันได้ง่ายขึ้น แม้ว่าภาพที่คนอื่นมองมา ทั้งคู่จะดูแตกต่างกันมากก็ตาม ด้านของ “โอห์ม” ก็ได้เผยว่า แค่อยู่กับคนน้อง ก็สบายใจแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จะไม่มีคนพูดเลย เพราะคนน้องเป็นคนพูดเก่งมาก และยังน่ารัก สดใส เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ทำให้เวลาอยู่ใกล้ ๆ แล้วรู้สึกสบายใจสุด ๆ !ว่าด้วยเรื่องออกกำลังกายของทั้งคู่ “โอห์ม” เผยว่า จริง ๆ แล้ว ตนนั้นเป็นคนไม่ชอบเข้ายิม จะชอบออกกำลังกายอยู่ที่บ้านมากกว่า และไม่ได้เป็นคนที่เคร่งครัดในการออกกำลังกายขนาดนั้น แต่จะหาอะไรทำ ที่เป็นการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันแทน เช่น การเลือกเดิน แทนการนั่งวินมอเตอร์ไซค์ พร้อมพูดแบบติดแซวอีกว่า ช่วงนี้ “ปูน” เริ่มจะฟิตกว่าตัวเองแล้ว ทำเอาคนน้องเมื่อฟังจบก็อดยิ้มภูมิใจไม่อยู่ ด้านของ “ปูน” ก็ได้เผยว่า ตนนั้นจะมี “ดัมเบล” คู่ใจอันหนึ่ง ที่จะพกไปด้วยกันทุกที่ โดยในช่วงที่ตนนั้นได้เล่นซีรีส์เรื่องแรก ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้ใส่เสื้อแขนกุดในหลาย ๆ ซีน จึงทำให้ต้องโชว์แขนอยู่บ่อย ๆ ตนก็จะพกดัมเบลคู่ใจนี้ไปด้วยตลอด และจะเน้นเล่นแต่แขนเป็นส่วนใหญ่TOP 5 คนขรึม “Introvert” ประจำ GMMTV “โอห์ม” ก็ได้เป็นตัวแทนในการจัดอันดับคนเรียบร้อย พูดน้อย น่ารัก ประจำ GMMTV โดยได้เลือกให้ “โอห์ม ฐิติวัฒน์” หรือตัวเองนั้น เป็นอันดับที่หนึ่ง และในอันดับที่สอง ความพูดน้อยเรียบร้อยตามกันมาติด ๆ กับ “มาร์ค จิรันธนิน” คนถัดไปที่ “โอห์ม” ได้เลือกให้ประจำตำแหน่ง Top 5 Introvert ในอันดับที่สาม ประจำ GMMTV ได้แก่ “นานิ หิรัญกฤษฎิ์” ในอันดับที่สี่นั้น “ปูน” ก็ได้อาสาช่วย “โอห์ม” เลือกคนที่จะมาอยู่ในอันดับนี้ โดย “ปูน” ก็ได้เลือก “สกาย วงศ์รวี” โดยให้เหตุผลเสริมว่า โดยส่วนตัวรู้สึกว่า “สกาย” นั้นเป็นคนที่เงียบมาก ๆ และอันดับสุดท้าย อันดับที่ห้า “โอห์ม” จึงได้เลือก “เปรม วรุศ” เป็นผู้ที่ได้ครองตำแหน่ง Top 5 Introvert ประจำ GMMTV ในอันดับที่ห้านี้ไปTOP 5 ตัวจี๊ด “Extrovert” ประจำ GMMTV โดย “ปูน” ก็ได้เป็นคนรับผิดชอบในการเลือก 5 ตัวจี๊ด “Extrovert” ประจำ GMMTV และได้ยกอันดับแรกให้กับ “จูเนียร์ ปณชัย” ผู้เป็นที่เลื่องลือว่าเป็นคนที่พูดเก่งอันดับต้น ๆ ของ GMMTV สำหรับเหล่าแฟน ๆ นั่นเอง อันดับที่สอง ก็คงหนีไม่พ้น “เต ตะวัน” ซึ่งคนนี้ก็ถือเป็นที่เลื่องชื่อลือชา สำหรับการที่เป็นคนพูดเก่ง และคอยสร้างรอยยิ้ม กับเสียงหัวเราะให้กับเพื่อน ๆ น้อง ๆ และแฟน ๆ อยู่เสมอ อันดับที่สาม คำตอบในอันดับนี้กลับทำให้คนฟังต้องตกตะลึงใจอย่างมาก เพราะชื่อที่ออกมาจากปากของ “ปูน” ดันเป็นชื่อของ “มาร์ค จิรันธนิน” โดย “ปูน” ได้ให้เหตุผลว่า ส่วนตัวแล้วตนนั้นรู้สึกว่าพี่มาร์คนั้นเปลี่ยนไป ไม่ได้นิ่งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ในส่วนของอันดับที่สี่ ตำแหน่ง Top 5 ผู้สดใส ร่าเริง ประจำ GMMTV “ปูน” ก็ได้เลือกยกให้กับ “บุ๊ค กษิดิ์เดช” และสุดท้าย อันดับที่ห้า ตามมาติด ๆ “ปูน” ได้เลือกให้ ตัวเอง อยู่ในอันดับที่ห้า พร้อมให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เมื่อก่อน ช่วงแรก ๆ ที่ตนนั้นเพิ่งได้เข้ามา ตนจะสดใส ร่าเริงกว่านี้ นอกจากนี้ “ปูน” ยังได้เสริมอีกว่า อีกคนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ หากจะให้จัดอันดับ ตัว Top 5 Extrovert ประจำ GMMTV ก็คงหนีไม่พ้น “ออฟ จุมพล” ผู้ที่เป็นเสมือนตำนานของ GMMTV และนิสัยสุดน่ารักของ “ออฟ” นั้น เรียกได้ว่าสามารถเข้าได้กับทุกคนเลยก็ว่าได้“ปูน” เพื่อน “นอร์ธ” โดย “ปูน” ได้เผยว่า ตัวละครของ “นอร์ธ” นั้นเป็นคนที่ใช้ความรู้สึกนำทางมากกว่าการใช้เหตุผล และหากตนมีเพื่อนที่นิสัยเหมือนกับ “นอร์ธ” ในชีวิตจริง คงหนีไม่พ้นคำว่า ‘เป็นห่วง’ ซึ่งตั้งแต่ EP.1 จะมีเหตุการณ์ที่ “นอร์ธ” เจอกับ “ยู” และให้เช็คเงิน 250 ล้านบาทเลยทันที ความไว้ใจคนง่ายเกินไปของ “นอร์ธ” เป็นเหตุผลที่ทำให้ “ปูน” อดเป็นห่วงไม่ได้สาเหตุของการ “ตกหลุมรัก” “โอห์ม” ได้เผยว่า สิ่งที่ตัวเขานั้นคิดว่าตัวของ “ยู” นั้นแพ้ทางให้กับ “นอร์ธ” นั่นก็คือ ความใสซื่อ ความน่ารัก และความบริสุทธิ์ ของ “นอร์ธ” ที่เป็นเหมือนน้องน้อย จึงไม่แปลกใจเลยที่จะทำให้ “ยู” ตกหลุมรัก “นอร์ธ” เข้าแบบเต็มเปาาา“รักหลอก Love or Lie” งานนี้พี่ ๆ ดีเจ ก็ได้ให้ “โอห์ม - ปูน” ร้องเพลง “รักหลอก Love or Lie” แบบสด ๆ เสิร์ฟเสียงทุ้ม นุ่ม ละมุน ชวนเอาแฟน ๆ หูเคลือบทองไปตาม ๆ กันนนและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความสนุกสนานตลอดทั้ง Liveทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “โอห์ม - ปูน” ได้เล่นสนุกกันกับเกม ‘1 ถึง 10 จำให้ดี เลขนี้มีอะไร ?’ บอกได้เลยว่างานนี้ “โอห์ม-ปูน” จัดเต็มสุด ๆ จะน่ารัก แสบซนกันขนาดไหนสามารถไปรับชมความครีเอท ความน่ารัก ฟินใจของทั้งคู่ได้เลยยย(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “โอห์ม - ปูน” โทรกลับและพูดคุยกับแฟน ๆ ชวนแฟน ๆ ยิ้มแก้มแตก อิ่มอกอิ่มใจไปตาม ๆ กัน สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “โอห์ม - ปูน” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่เข้ามาสร้างรอยยิ้ม และสีสันให้กับดีเจ และเหล่าแฟน ๆ รวมถึงทีมงานได้พากันเขินน้วย ใจฟูตลอดค่ำคืน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “My Romance Scammer รักจริง หลังแต่ง” สามารถรับชมได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ที่ WeTV ใครดูแล้วระวังจะตกหลุมรักแบบไม่รู้ตัวววสามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจ ความน่ารักของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

EVENTS

อังคารคลุมโปง Horror Story

19 มี.ค. 2026

อังคารคลุมโปง Horror Story

ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจ ร่วมส่งเรื่องหลอน เรื่องผี หรือเรื่องลี้ลับที่ไม่เคยถูกเล่า เผยแพร่ หรือออกอากาศในสื่อใดมาก่อนและไม่เป็นเรื่องที่สร้างมาจาก AI Generator ทุกโปรแกรมเพื่อค้นหาเรื่องเล่าคุณภาพ ที่พร้อมต่อยอดสู่การสร้างเป็นภาพยนตร์โดยผู้กำกับภาพยนตร์ไทยระดับ Box Office ปรัชญา ปิ่นแก้วกติกา การร่วมประกวดอังคารคลุมโปง Horror Storyรูปแบบและรางวัลการประกวดคัดเลือก 2 เรื่องหลอนที่โดนใจคณะกรรมการเพื่อนำไปพัฒนาและสร้างเป็นภาพยนตร์พร้อมรับเงินรางวัล เรื่องละ 50,000 บาทวิธีการส่งผลงานถ่ายคลิปหรือโพสต์คลิปเล่าเรื่องหลอนลง TIKTOK ไม่จำกัดรูปแบบการนำเสนอติดแฮชแท็ก #อังคารคลุมโปงHorrorStoryความยาวคลิปไม่เกิน 10 นาทีการส่งผลงานเข้าประกวด สงวนสิทธิ์ 1 คนต่อ 1 เรื่องเท่านั้น**การพิจารณาผลงานยึดจากพล็อตเรื่องเป็นหลัก ยอดวิวหรือยอดการเข้าชม ไม่มีผลต่อการตัดสินของคณะกรรมการ**เกณฑ์การพิจารณา– เรื่องใหม่ ไม่เคยเผยแพร่หรือออกอากาศในสื่อใดมาก่อน– พล็อตเรื่องน่ากลัว มีจุดพีคหรือจุดหักมุมที่ชัดเจน– สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ “จากเรื่องเล่าที่ไม่เคยเล่า…”ระยะเวลารับสมัครเปิดรับผลงานตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569เงื่อนไขการส่งผลงานเข้าประกวด

‘นะโมเฟส’ ครั้งแรกของงานมูระดับชาติ Atime และ Thairath รวมทุกความศรัทธา ให้คุณได้มาเสริมดวงให้ปัง มูให้สุด 4 วันเต็ม!

15 ต.ค. 2025

‘นะโมเฟส’ ครั้งแรกของงานมูระดับชาติ Atime และ Thairath รวมทุกความศรัทธา ให้คุณได้มาเสริมดวงให้ปัง มูให้สุด 4 วันเต็ม!

‘นะโมเฟส’งานนี้มีถึง 9 โซนด้วยกันมางานเดียว ทั้งมู ทั้งกิน รวมร้านเด็ดร้านดัง ครบจบทุกด้านโซน 1 เติมแต้มบุญรับพลังดีๆตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยกิจกรรม ลอดท้องช้าง รับน้ำมนต์จากบ่อน้ำพระพุทธมนต์วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหมและจาก 381 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทำบุญเสริมมงคลชีวิตร่วมกับมูลนิธิต่างๆโซน 2 นะโมมิชชั่นขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับประเทศจากวัดดังทั่วไทย ไหว้ครบจบ มางานเดียวขอพรได้ครบทุกด้าน การงาน การเงิน ความรัก โชคลาภ รวมไว้แล้วครบทุกศาสตร์การมูสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จากวัดอินทรวิหาร จ.กรุงเทพฯหลวงพ่อโสธร จากวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทราแม่ชีบุญเรือน โตงบุญเติม จากวัดสัมพันธวงศ์ จ.กรุงเทพฯท้าวเวสสุวรรณ จากวัดจุฬามณี จ.สมุทรสงครามช้างเอราวัณ จากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จ.สมุทรปราการไอ้ไข่ จากวัดเขากรวด จ.ราชบุรีพระพิฆเนศ จากพิพิธภัณฑ์พระพิเนศ จ.เชียงใหม่เจ้าปู่ศรีสุทโธ เจ้าย่าศรีปทุมมา จากคําชะโนด วังนาคินทร์ จ.อุดรธานีโซน 3 นะโม StageTalk ลึกทุกศาสตร์ จากกูรูเสริมมงคลที่จะมาช่วยบอกทริคดวงดี ไหว้ที่ไหน ไหว้ยังไง ไหว้แบบไหนชีวิตถึงจะปัง!17 ต.ค. 68 : 11.30 – 12.30 น. Talk จาก อ.เอ้ ศศิพร ผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ปัญหาเสริมดวงด้วยหินนำโชค 18 ต.ค. 68 : 14.30 – 15.30 น. Talk จาก อ.เป็นหนึ่ง เทรนด์ฮวงจุ้ย 2026 จัดบ้าน,โต๊ะทำงาน,สีมงคล 19 ต.ค. 68 : 12.30 – 13.30 น. Talk จาก อ.คฑา ชินบัญชร หมอดูไพ่ยิปซีเบอร์ 1 ของไทย20 ต.ค. 68 : 12.30 – 13.30 น. Talk จาก หมอไก่ พาทินี พยากรณ์ดวงรายวันหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและ 14.30 -15.30 น. ซินแสไช้ พลังฮวงจุ้ยแห่งฟ้าดินโซน 4 มาเช็กดวง-สิดูดวงครบทุกแขนงจากหลายสำนัก ทั้งไทย-เทศ สายไหนก็มี หมอดู นักพยากรณ์คิวทอง มารวมที่นี่ อาทิ ซินแสไช้ / หมอแอ้ เดอะเมจิกแมน / อ. เก่ง พลิกดวงชะตา เป็นต้นโซน 5 เจ้าสำนักซัพพอร์ตร่วมสนุกกับบูธจากผู้สนับสนุนใจดี ลุ้นรวยไม่รู้ตัว ตะลุยเก็บแต้มบุญจากบูธผู้สนับสนุนให้ครบ รับสิทธิ์ ตักไข่ลุ้นดวง ลุ้นรางวัลอีกมากมาย ถ้าดวงดี ดวงเฮง อาจได้รับโชคใหญ่กลับบ้านแบบไม่รู้ตัวโซน 6 Super มูเก็ทอัพเลเวลความปัง ช้อปสินค้าเสริมมงคล ตั้งแต่เครื่องราง เสื้อผ้า เครื่องประดับ ARTTOY ของตกแต่งบ้าน ต้นไม้เสริมมงคล อาทิ คุ้มนะหน้าทอง (น้ำหอมสายมู) – ดีเจมะตูม / UZI COSMETIC - (ลิปสติกสายมู) - ขวัญ อุษามณี / อวตาร ไทยแลนด์ / TWINSTUDIO (อาจารย์เอก ARTTOY) เป็นต้นโซน 7 กินได้ กินดีรวมร้านดัง ร้านเด็ดข้างวัดดัง ร้านดารา คัดมาแล้วว่า อร่อยชัวร์ร้านเด็ดข้างวัด“กุยช่ายเจ๊มล” เจ้าดังวัดศาลเจ้าเซียนแปะกุยช่ายนึ่ง แป้งบางๆ ไส้แน่นๆ น้ำจิ้มเด็ด ร้านนี้คิวยาวมากกกก“เจ๊นี เผือกหิมะ” ร้านเด็ดใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือเผือกหิมะ กรอบนอก นุ่มใน ตำนานเผือกหิมะขายมานานหลาย 10 ปี“หมูปิ้งเฮียอ้วน” วัดแขก สีลม - หมูปิ้งโบราณ นุ่มฉ่ำ ตำนานกว่า 35 ปี“ฮ่องกงซิง่วนฮะ” วัดมังกร เยาวราช - ขนมเปี๊ยะแป้งบาง สูตรฮ่องกงกว่า 40 ปีร้านเด็ด ร้านดังอาทิ ขาหมูบ้านไร่ - ขาหมูกระแสแรง คิวยาวที่สุด / เจ๊นก กระท้อนซิ่ง - อร่อยถึงเครื่อง ถึงใจ / เต้าหู้ดํา ราชบุรี - เต้าหู้ดำโพธาราม ซ้อสุ - เต้าหู้นุ่มละมุนเจ้าดังราชบุรี / หมูทอดฅนเมือง บรรทัดทอง / ข้าวหลามจิ๋วสูตรบางคนที / เจริญไทยสุกี้ 江龍泰 / / ขนมฟินฟิน (ขนมเปี๊ยะไส้ช็อกโกแลต) / Ricco ลาซานญ่า / นายเกาะข้าวเกรียบเห็ดหอม / แซ่บตำ ยำนัว / ฉ่ำ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม / พั๊ฟสติ๊กคุณต๋อย (PUFF STICK KHUN TOY)เอกอร่อย พริกแกงใต้ เป็นต้นร้านดาราอาทิ ตูมสนิท (หมูฝอย หมูสวรรค์) – ดีเจมะตูม เตชินท์ / ทอยต้มตุ๋น - ทอย ปฐมพงศ์ /ก็ปลาดิคร้าบ (ลูกชิ้นปลาซอสทะเลเดือด) - ตั๊ก บริบูรณ์ / ส้มตำแม่น้อย - แม่น้อยโพธิ์งาม / OVER PROOF CRISPY DONUT (โดนัทสไตล์ไต้หวัน) - ว่าน ธนกฤต / น้ำพริกปุยแสบปาก - ปุยฝ้าย AF / Nina by Monster หมี่คลุก - ฮาน่า หนิง ปณิตา / JOY SIRILAK’s HEAVEN (ขนม เครื่องดื่ม) - จอย ศิริลักษณ์ / KITCHEN’s NOTT ครัวนี้มีแต่ของอร่อย (ก๋วยเตี๋ยว ฮังเล เนื้อ-หมู) - น็อต วรฤทธิ์ / แพทพาเพลิน (น้ำพริกนรก) - แพท พาวเวอร์แพท / WhiBe ไวบี (ขนมปังสุขภาพ) - แอมป์ พีรวัศ / เปรี้ยวซ่าปลาระเบิด (ลูกชิ้นปลาระเบิด) – เปรี้ยว AF / FOX LA LEMON (น้ำเลมอน) – พิมพรรณ เป็นต้นโซน 8 สะเดาะเคราะห์สะเดาะเคราะห์ ลอยทุกข์ ลอยโศก ผ่อนทุกข์หนักให้เป็นเบา แบบใจฟู อาทิ ใส่บาตรพระประจำวันเกิด / ทำบุญโลงศพ / ทำบุญโถ่ชีวิต โค - กระบือ / บริจาคดวงตา-ร่างกาย จาก สภากาชาดไทย เป็นต้นโซน 9 แต้มบุญลุ้นโชคเติมแต้มบุญลุ้นโชคได้ถึง 2 ชั้น เพียงรับใบสะสมแต้มบุญได้ที่บูธ ATIME และ THAIRATHลุ้นโชคชั้น 1 ลุ้นรับของรางวัลเครื่องรางและของขลังเสริมมงคล และลุ้นโชคชั้น 2 ลุ้นเป็นผู้โชคดีร่วมทริป “คชาภาพาไปมู To ไต้หวัน” จำนวน 2 ที่นั่งของรายการคชาภาพาไปมู พร้อมกับ มดดำ คชาภา , อ.คฑา ชินบัญชร , ดีเจบุ๊คโกะธนัชพันธ์และใบตอง รัชตวรรณ (เดินทางวันที่ 22 - 24 พฤศจิกายน 2568)และพบกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง16 ต.ค. 68 : 13.30 น. - ก้านตอง ทุ่งเงิน และ 17.30 น. - กัน นภัทร17 ต.ค 68 : 17.00 น. - กานต์ ทศน18 ต.ค.68 : 17.00 น. - ไอซ์ ศรัณยู19 ต.ค. 68 : 17.00 น. - จ๊ะ นงผณีมาเจอกัน “นะโมเฟส” งานบุญที่สนุกที่สุดแห่งปีวันที่ 16 - 19 ตุลาคม 2568ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

PAWER MAHRATHON งานวิ่งของคนรักหมา

23 ม.ค. 2026

PAWER MAHRATHON งานวิ่งของคนรักหมา

PAWER MAHRATHON งานวิ่งของคนรักหมา ที่จะเปลี่ยนจะทุกก้าว..ให้มีพาวเวอร์" เสาร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ที่สวนสาธารณะบึงหนองบอนกระทบไหล่กับเหล่าเซเลป 4 ขา ชื่อดัง และไฮไลท์กิจกรรมความสนุกมากมายอาทิ Hero talk Woof on Stage ทอล์กกับฮีโร่หมา UNITED SAR K9 / Pawground สนามหมาวัดใจ / Playground สนามนุด โชว์พลัง และ Photo WOOF! บูธถ่ายภาพนุดกับน้อนโดยช่างภาพงานเดียวที่ สายฟิตต้องมา สายหมาต้องโดน!” วิ่งกันเพลินๆ แต่พลังใจล้นสนามกับ 3 ระยะทาง ได้แก่MAHRATHON ระยะทาง 2 กม. สำหรับ นุด และ น้องหมา ราคา 750 บาท [คน และ สุนัข 1 ตัว]FUN RUN ระยะทาง 5 กม. ฟีลวิ่งชิลล์ วิวดี หมาน่ารัก ราคา 650 บาทMINI MARATHON ระยะทาง 10 กม. สำหรับสายวิ่งตัวจริง ราคา 750 บาทเปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคมนี้ ทาง www.runlah.com/th/pwm2025สมัครแล้วรับเลย! Race Kit สุดน่ารัก ประกอบด้วย:เสื้อวิ่งลายสุดพิเศษ, BIB, เหรียญรางวัลสำหรับทั้งนักวิ่งและน้องหมา และผ้าพันคอสุดน่ารักสำหรับน้อนๆโปรโมชั่น พิเศษ* 100 คนแรก ที่ซื้อบัตรวิ่ง MAHRATHON 2 KM.รับสิทธิ์ Clay Painting Workshop เพ้นท์ลายแผ่นดินเหนียวรูปน้องหมาแมวภายในวันงาน* 1,000 คนแรก ที่ซื้อบัตรทุกระยะทางรับฟรีถุงเท้า Collection พิเศษลายสุดโฮ่ง!นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสำหรับนุด และ น้อนหมา ให้ร่วมสนุกอีกมากมายDog Pawground สนามหมาเล่น ประลองสกิลสุดท้าทายพลังข้อขาPlayground สนามนุดเล่น วัดพลังความแข็งแกร่งของนักวิ่งPhoto WOOF! โซนถ่ายรูปครอบครัว โดยช่างภาพมืออาชีพTalk on Stage : Hero Talk Woof on Stageทอล์กกับฮีโร่หมา UNITED SAR K9 เจาะลึกถึงที่มา ส่งต่อแรงบันดาลใจ โชว์ความสามารถพิเศษ พูดคุยเรื่องการฝึกสุนัข ติวเข้มก่อนออก Start ฝึกเข้าสังคม และฝึกเข้าสายจูง ฯลฯโดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนค่ารักษาพยาบาลสัตว์จรมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog Foundation)#PawerMahrathon #ATIME #EFM94

EFM ON TOUR 2025 ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย

21 ส.ค. 2025

EFM ON TOUR 2025 ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย

EFM ON TOUR 2025ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัยรุ่นพี่เตรียมร้อง รุ่นน้องเตรียมโยกไปด้วยกันแบบสุดพลังเตรียมตัวให้พร้อม เพราะ EFM94 ขนทัพศิลปินสุดฮอตและดีเจสายมันส์ บุกแคมปัสแบบจัดเต็มพร้อมกิจกรรมสนุกๆ และ ของแจกจากผู้สนับสนุนตลอดทั้งงาน12 กันยายน — มหาวิทยาลัยศิลปากร (สนามจันทร์)LIPTA + jaeiPARADOXD GERRARD + ICEACE13 กันยายน — มหาวิทยาลัยสยามRetrospectgetsunovaD GERRARD + KJ19 กันยายน — มหาวิทยาลัยรังสิตPROXIEPERSESWhal Dolph#EFMONTour2025 #EFM94

พุธทอล์ค พุธทัวร์ 2025

30 พ.ค. 2025

พุธทอล์ค พุธทัวร์ 2025

มัธยมไม่ง่าย แต่ไม่ต้องหาทางออกคนเดียว!EFM94 ขออาสาเป็นที่พักใจให้น้อง ๆ กับกิจกรรม“พุธทอล์ค พุธทัวร์” กิจกรรมที่พี่ ๆ ดีเจเผือก ดีเจต้นหอม ดีเจเติ้ลพกทั้งพลังบวก รอยยิ้ม และพื้นที่ปลอดภัย มาให้น้อง ๆ ถึงที่!เจอกันตามวัน-เวลานี้เลย: 13 มิ.ย. – รร.วัดเขมาภิรตาราม 20 มิ.ย. – รร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 27 มิ.ย. – รร.เบญจมราชานุสรณ์ไม่ว่าคุณจะมีเรื่องอะไรในใจ...เราพร้อมนั่งฟังแบบไม่ตัดสิน พร้อมกับดีเจ EFM ที่จะขนของรางวัลจากผู้สนับสนุนมาแจกกันเพียบตลอดทั้งงาน เตรียมตัวให้พร้อม นะน้องๆ#พุธทอล์คพุธโทร#EFMSTATION #EFM94#ATIME

แฉแฟร์ 2024

09 ม.ค. 2025

แฉแฟร์ 2024

“แฉแฟร์” มหกรรมแฉความอร่อยจากบ้าน ATIME รวมร้านเด็ด-ร้านดัง กว่า 200 ร้าน ให้สายกิน สายมู ช้อปกันได้กระหน่ำทุกวัน ทั้งร้านจาก “รายการแฉ” / ร้านดังสตรีทฟู้ด / ร้านค้าสายมู ของมงคลเสริมดวง หมอดู และซินแสชื่อดัง รวมไว้ในงานเดียว ในวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 3 พฤศจิกายนนี้ ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิวันพฤหัสบดีที่ 31 ตค 67 14.00 - 16.00 น. : Grand Opening แฉแฟร์ นำทีมโดย มดดำ คชาภา เหล่าดีเจ ATIME , ศิลปิน , ดาราวันศุกร์ที่ 1 พ.ย. 67 15.00 - 16.00 น. : แฉ MU TALK เช็คดวงปังปัง ปีนักษัตร68 โดย อ.คฑา ชินบัญชรวันเสาร์ที่ 2 พ.ย. 67 15.00 - 16.00 น.: แฉ MU TALK การเงิน ความรัก ดวงเกิดไหนปัง โดย อ.อุ๋ย ชนิษฐา 18.00 - 19.00น.: แฉ Live MUSIC มินิคอนเสิร์ต ลุลาวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ย. 67 15.00 -16.00น. : แฉ MU TALK ทิศทางฮวงจุ้ย เสริมเฮงรับทรัพย์ ปี 2568 โดย ซินแสไช้ 18.00-19.00 น. : แฉ Live MUSIC มินิคอนเสิร์ต แอม เสาวลักษณ์ชี้เป้าร้านเด็ด 5 โซนในแฉแฟร์แฉกันเอง : ร้านศิลปิน-ดารา และ ดีเจBoost Me Up by ดีเจพี่อ้อย น้ำปั่น น้ำสุขภาพ และ คุมาโกะ หมีน้อยอร่อยมาก ของทานเล่นประเภทซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น จาก ดีเจ พี่อ้อย / ครัวเจ๊แอน หมี่โคราช และ น้ำพริก - แอนโทเนีย โพซิ้ว / Atomic Blondies - ชาย ชาตโยดม / ปูไข่เยิ้ม by Mick - มิค บรมวุฒิ / Waans Bakery และ ข้าวมันไก่กาต๊าก - น้ำหวาน ZAZA / น้ำพริกปุยแสบปาก - ปุยฝ้าย ภัทณชา / Noomzaab ผัดไทสำเร็จรูปพร้อมปรุง - หนุ่ม อรรถพร / SEASON HOUSE - ขนม เบเกอรี่ จากครอบครัวดีเจ.โก / ส้มตำแม่น้อย - แม่น้อย โพธิ์งาม / ลูกชิ้นหมูหัน - ลุงรงค์ จาตุรงค์ / ข้าวเกรียบอะไรซ์ - นิว นภัสสร / Took Took To Go x Aprils Farm เค้กน้ำส้มสดคั้นเอง - ตุ๊ก ชนกวนัน / สยามชาไทย - เด่นคุณ งามเนตร / NANAKE เก็กฮวย - น้าเน็ก / Fox Cha La Lemon น้ำเลม่อนและชา - พิมพ์พรรณ / เจียงฮาย - ข้าวซอย เนื้อ ชาชู - หมู Big ASS / เปรี้ยวซ่าปลาระเบิด ลูกชิ้นปลาระเบิดทอด - เปรี้ยว อนุสรา (เปรี้ยว AF) / Ploy homemade มันกุ้งแม่น้ำทรงเครื่อง - ปาล์ม Instinct / MomMe Menu by อาโย ทัศน์วรรณ - น้ำพริกกากหมู น้ำพริกปลาสลิดย่าง / โก้-ธีรศักดิ์ - พริกทอด น้ำปลาร้า น้ำเก๊กฮวย / กร ณัฐวัฒน์ (หลานพี่โก้) - น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกปลาดุกฟูแฉคอนเฟิร์ม : ร้านเด็ดจากรายการ “แฉ” อร่อยแน่แฉคอนเฟิร์มHighlight: eped eatery เค้กกล้วยหอม (กำลังเป็นกระแสใน TikTok) / หอยจ๊อปูแม่วรรณา / โรตี-น้ำชาบังบ่าวนครศรีฯ(เจ้าดังนครศรี) / ขนมจีนภูเก็จ บ้านอาม่า (ขนมจีนใต้แท้ๆ) / หมูปลาร้ากองถ่าย by Costume Maffia (หมูนุ่ม-น้ำพริกแซ่บ)มาดามบ๋อมน้ำส้มคั้นสด / ผลไม้น้ำเข้า J and J fresh / ฉ่ำ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม / กุยช่ายสวรรค์ อีสานเลิฟเวอร์ / j-jan ขนมอร่อยหลังการบินไทยและอ.ต.ก. / แม่เล็กข้ามหลาม ขนมจาก / คุณรัชนกหมูแผ่นไร้น้ำมัน/ เมืองตรังหมูย่างเศรษฐี / 92 Coffee bar - กาแฟสด มัทฉะ/ หมูสเต๊ะมังกรทอง / ถั่วเทพอร่อยขั้นเทพ / ขนมจีน / ห่อหมกเจ้ศรีสำเพ็ง / เจ้อุ้มน้ำพริกกากหมู / ทอดกุ้งทอดปู / กุ้งแช่น้ำปลา แปดริ้ว / เจ้เบียร์ทะเลทอด / บ๊ะจ่างเจ๊แขกกระทุ่มแบน / อุไรรัตน์ เชียงใหม่ - น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู / นายเกาะข้าวเกรียบเห็ดหอม / ต.ตุ๊บตั๊บสุ ๑,๐๐๐ ตุ๊บตั๊บ ถั่วตัด / ป้าม่วยน้ำปลาหวาน / ข้าวต้มมัดยายฟู / แม่เล็กแปดริ้ว / บุษยา ขนมไทย / หนึ่ง Streetfood - หมึกลวกซีฟู้ด / ราดหน้าโรงเหล็ก / วรรัตน์ ซาลาเปาเบตง พ.ศ. 2517 / ปุ๊.เรือสำเภา / ใบเฟิร์นแค๊ปหมู / สองแม่หมี่กรอบเงินล้าน / เอกอร่อย พริกแกงใต้(เอกชัย ศรีวิชัย) / ข้าวหลามจิ๋ว สูตรบางคนที / โอชิน โฮมเมดเบเกอรี่ / เจ้นก กระท้อนซิ่ง / ลูกชิ้นแม่ประณาม / ฮะเก๋า เยาวราช / อาเหล็ง แหนมเนือง / ปูเป็นไข่ปู / ร้านน้ำพริกนาเดีย / ข้าวปลาวาฬ ข้าวไร้แป้ง / ครัวภูเก็ต / Kunnookorangejuice / หมูยอ วชาริสา / ปิ่นมณี ปลาส้มไร้ก้าง / ส้มแซ่บ / ทีเด็ดยำ / หอยจ๊อปูทอง เยาวราช / ขาหมูตรอกซุง บางรักแฉ Street Food รวมร้านอร่อยสตรีทฟู้ดHighlight: ลุงใจ ไข่ปิ้ง (ลุงไข่ปิ้งดังในโซเชี่ยล) / ขนมเบื้องหวานผึ้งน้อย(มิชลิน)** / บะหมี่บุญเลิศเกี๊ยวหมูย่างซีอิ๊ว (มิชลินไกด์)**/ ทอดแหลก หมูทอด (ร้านดัง-คิวยาว) / เรื่องหอยไว้ใจเรา (มีหลายหอย Size เบิ้ม น้ำจิ้มเด็ด)แซ่บบักแปดแสน / ถิงถิง / MINKKI Ice Cream tea bingsu / คั่วเป็ดตรัง (แกงใต้รสเด็ด) / น้ำปลาหวานคุณแอ๊ว สูตรชาววัง /กู๋โบ๊ทหมูกรอบ Uncle Boat Crispy Pork / รักสุขภาพ by น้ำดอกมะพร้าว / น้ำพริกโอลีฟ / คุณโต๊สปูนา / ตะบันทอด / ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกากหมูสูตรโบราณ / ขนมเทียนแก้ว ลุงตุ๊ / ไก่ยอทอดครูภาพ จิ้มแซ่บ / ราชาฮอทดอก / เฮียหงี เยาวราช กระเพาะปลา / เจ้แม็กซ์เอง เว้ยเฮ้ย (ขนมปังอบสด) / บะจ่างเศรษฐีมิกส์ มิว / บุหงิมปอเปรี๊ยะ / ลูกชุบบ้านคุณแม่ / ลูกจิ้นคนเมือง - ลูกชิ้นหมูทำสด / ต.ตั้ม เปาะเปี๊ยะสด กับก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณ / โฟร์วิล​บาร์บีคิว / ร้านแม่กัลยา ลูกชิ้นปลาเยาวราช / น้ำพริกสามปอ / ปังจิ๋ว สังขยาไส้สด / ม่อนเบเกอรี่ - ชื่นอุรา ชาใต้ / PURADAK ไก่ทอดเกาหลีพูราดัก / ปลาร้าเด้อ อาหารอีสาน / ชาม ก๋วยเตี๋ยวเส้นคลุก / Impress Chocolate / JOIA x COFFEE 101 / แปดอัฐ / ปลาส้มป้ายา / ร้านตี๋ก๊อ ข้าวหมูแดง หมูกรอบ / เจริญไทยสุกี้ (ซินแสไช้)แฉหวานหวาน สายหวานจะต้อง Love!Highlight: COCO WORLD ขนมต้มมะพร้าว (ร้านดังในโซเชี่ยล) / AT HOME CHIFFON ชิฟฟ่อนมะพร้าวอ่อนลาวา (โฮมเมดสดใหม่) มะลิซ้อน / นู๋ดา น้ำลำไยสด / บ้านขนมแม่ฝ้าย / BIJOUX DE BEURRE ECHIRE / ไดฟุกุ / เอแคร์ชูครีม / Dankie Bakery / อิ่มสุข ข้าวแต๋นน้ำแตงโม / โดนัท KA.NO.MU / ข.ไข่ในเตา / Little C / Dose Lemon Honey / ขนมไทยสามพี่น้อง / หยกสดแฉปังปัง รวมหมอดู ซินแสชื่อดัง และของมงคลเสริมดวงต่างๆ มากมายButterfilesn.co / Vanita Lucky Stone / Sharanam59 – รูปวอลเปเปอร์มือถือ แผ่นทองคำรูปพระพิฆเนศ / Peetosung x cosmagiz / Mutelu by มีฮาพยากรณ์ / อ.ตรัย คเณศเศรษฐี / ธยาน – Dhyana Studio / DOL JAI – ดลใจ / มูเตลูเคส / BUU SHA / PolyHoly กำไลพระพิฆเนศ / เต็มมือ Handcraft / HOROSOCIETY / ซินแสไช้ และ กลุ่มสายมู / Tiny Little Toys / วอวาฬกางไฟ by Worwhalepony / แม่หมอสายมู / สายมูพารวย / หมอแอ้ เดอะเมจิกแมนART TOY สายมู KRATAY / NALINI / PUNSANOOK64 / HOLYMOOLY.OFFICIALS / MOSSY JANNY / SHUPI / PARMTIME STUDIO / WA.SCULPTURE STUDIO / ARZIO / คชาปองมหาคณปติ / TWIN STUDIO / KUMAMONSTER / KAPPA COLLECTIBLES

EFM Fandom Live

EFM FANDOM LIVE 26 มีนาคม 69 - Perth Santa

26 มี.ค. 2026

EFM FANDOM LIVE 26 มีนาคม 69 - Perth Santa

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 19 มีนาคม 69 - Fort Peat

19 มี.ค. 2026

EFM FANDOM LIVE 19 มีนาคม 69 - Fort Peat

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 12 มีนาคม 69 - Becky

12 มี.ค. 2026

EFM FANDOM LIVE 12 มีนาคม 69 - Becky

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 5 มีนาคม 69 - Ohm Poon

05 มี.ค. 2026

EFM FANDOM LIVE 5 มีนาคม 69 - Ohm Poon

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 26 กุมภาพันธ์ 69 - Junior Mark

26 ก.พ. 2026

EFM FANDOM LIVE 26 กุมภาพันธ์ 69 - Junior Mark

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 19 กุมภาพันธ์ 69 - Lilly Belle

19 ก.พ. 2026

EFM FANDOM LIVE 19 กุมภาพันธ์ 69 - Lilly Belle

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

แฉข่าวเช้า

แฉข่าวเช้า 28 เมษายน 2569

28 เม.ย. 2026

แฉข่าวเช้า 28 เมษายน 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 27 เมษายน 2569

27 เม.ย. 2026

แฉข่าวเช้า 27 เมษายน 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 24 เมษายน 2569

24 เม.ย. 2026

แฉข่าวเช้า 24 เมษายน 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 23 เมษายน 2569

23 เม.ย. 2026

แฉข่าวเช้า 23 เมษายน 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 22 เมษายน 2569

22 เม.ย. 2026

แฉข่าวเช้า 22 เมษายน 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 21 เมษายน 2569

21 เม.ย. 2026

แฉข่าวเช้า 21 เมษายน 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

ใต้โต๊ะทำงาน

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครีเอทีฟ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 29 กันยายน 2568 ]

29 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครีเอทีฟ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 29 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครีเอทีฟ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 29 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : Chief Marketing Officer | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 22 กันยายน 2568 ]

22 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : Chief Marketing Officer | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 22 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : Chief Marketing Officer | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 22 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกายภาพบำบัด | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 15 กันยายน 2568 ]

15 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกายภาพบำบัด | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 15 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกายภาพบำบัด | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 15 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกีฬามอเตอร์สปอร์ต | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 8 กันยายน 2568 ]

08 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกีฬามอเตอร์สปอร์ต | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 8 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกีฬามอเตอร์สปอร์ต | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 8 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร:10 ทักษะชีวิตที่เด็กจบใหม่ต้องเรียนรู้|ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ[ 1 กันยายน 2568 ]

01 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร:10 ทักษะชีวิตที่เด็กจบใหม่ต้องเรียนรู้|ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ[ 1 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร:10 ทักษะชีวิตที่เด็กจบใหม่ต้องเรียนรู้ |ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ[ 1 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครูสอนบุคลิกภาพ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 25 สิงหาคม 2568 ]

25 ส.ค. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครูสอนบุคลิกภาพ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 25 สิงหาคม 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครูสอนบุคลิกภาพ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 25 สิงหาคม 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

พุธทอล์ค พุธโทร

พุธทอล์ค พุธโทร "อยากรู้จัง อากาศร้อนขนาดนี้ ก่อนนอนคุณเปิดแอร์แบบไหน??" [22 เม.ย.69]

22 เม.ย. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร "อยากรู้จัง อากาศร้อนขนาดนี้ ก่อนนอนคุณเปิดแอร์แบบไหน??" [22 เม.ย.69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''เวลาคุณซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คุณใส่น้ำร้อนหรือจ่ายก่อน??'' [1 เม.ย.69]

01 เม.ย. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''เวลาคุณซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คุณใส่น้ำร้อนหรือจ่ายก่อน??'' [1 เม.ย.69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''เหตุผลที่ซิตคอม ''เนื้อคู่'' ยังอยู่ในใจคุณคืออะไร??'' [25 มี.ค.69]

25 มี.ค. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''เหตุผลที่ซิตคอม ''เนื้อคู่'' ยังอยู่ในใจคุณคืออะไร??'' [25 มี.ค.69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''คุณมีความกังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลนแค่ไหน??'' [18 มี.ค.69]

18 มี.ค. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''คุณมีความกังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลนแค่ไหน??'' [18 มี.ค.69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''What's in my bag?? ของเบ็ดเตล็ดอะไรที่คุณพกติดกระเป๋าไว้เป็นประจำ'' [11 มี.ค.69]

11 มี.ค. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''What's in my bag?? ของเบ็ดเตล็ดอะไรที่คุณพกติดกระเป๋าไว้เป็นประจำ'' [11 มี.ค.69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''สำหรับคุณคิดว่าใส่ซองงานแต่ง ยังจำเป็นไหม?'' [4 มี.ค.69]

04 มี.ค. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''สำหรับคุณคิดว่าใส่ซองงานแต่ง ยังจำเป็นไหม?'' [4 มี.ค.69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

อังคาร คลุมโปง

อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม [ 21 เม.ย.2569 ]

21 เม.ย. 2026

อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม [ 21 เม.ย.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X ขวัญ น้ำมันพราย [ 14 เม.ย.2569 ] [เทป]

14 เม.ย. 2026

อังคารคลุมโปง X ขวัญ น้ำมันพราย [ 14 เม.ย.2569 ] [เทป]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X วีซ่า The Shock [ 7 เม.ย.2569 ]

07 เม.ย. 2026

อังคารคลุมโปง X วีซ่า The Shock [ 7 เม.ย.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 31 มี.ค.2569 ]

31 มี.ค. 2026

อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 31 มี.ค.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X ภณ - มุกดา [ 17 มี.ค.2569 ]

17 มี.ค. 2026

อังคารคลุมโปง X ภณ - มุกดา [ 17 มี.ค.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X ซัน สตอรี่ไลฟ์ [ 10 มี.ค.2569 ]

10 มี.ค. 2026

อังคารคลุมโปง X ซัน สตอรี่ไลฟ์ [ 10 มี.ค.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

NEW RELEASE

‘เหตุผล’ เพลงรักบทใหม่จาก Three Man Down ที่เต็มไปด้วยความโรแมนติก และชวนให้นึกถึงการมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ

11 มี.ค. 2026

‘เหตุผล’ เพลงรักบทใหม่จาก Three Man Down ที่เต็มไปด้วยความโรแมนติก และชวนให้นึกถึงการมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ

หลังสร้างความประทับใจครั้งใหญ่บนเวทีคอนเสิร์ต Three Man Down Live at สนามศุภชลาศัย วง Three Man Down ก็ไม่ปล่อยให้โมเมนต์ระหว่างวงและแฟนเพลงจบลงง่าย ๆ เมื่อพวกเขาเซอร์ไพรส์ด้วยการปล่อยซิงเกิลใหม่ล่าสุดอย่าง เหตุผล เพลงรักบทใหม่ที่ยังคงเต็มไปด้วยความโรแมนติกและกลิ่นอายเฉพาะตัวของวงสำหรับเพลง เหตุผล เป็นเพลงรักที่สะท้อนพัฒนาการของ Three Man Down ทั้งในด้านดนตรีและการเขียนเนื้อเพลง โดยเนื้อหาพูดถึงเหตุผลของการที่คนสองคนได้พบและตกหลุมรักกัน ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนนับล้าน ราวกับว่าการได้พบกันนั้นเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกในซิงเกิลนี้ยังได้ whateve ศิลปินหญิงที่เคยฝากเสียงร้องไว้ในเพลงฮิตอย่าง เพลงรัก กลับมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงอีกครั้งเคียงข้าง กิต Three Man Down เพิ่มมิติของความอบอุ่นและความละมุนให้กับเพลง ขณะเดียวกันยังมีเสียงแซ็กโซโฟนจาก โอม ASIA7 สมาชิกวง ASIA7 มาช่วยเติมบรรยากาศโรแมนติกให้เพลงมีเสน่ห์ยิ่งขึ้นด้านมิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ยังคงได้ผู้กำกับคู่ใจของวงอย่าง กิ๊ม-ธนรัมร์ เปรมบุญ มารับหน้าที่กำกับอีกครั้ง หลังเคยร่วมงานกันมาแล้วในหลายผลงานก่อนหน้าอย่าง ยอมถอย, รักใครไม่ไหว และ เพื่อนสนิท โดยเรื่องราวในเอ็มวีเล่าถึงคู่รักที่ต้องเอาตัวรอดในโลกหลังอารยธรรมล่มสลาย และสิ่งเดียวที่ทำให้ทั้งสองยังคงก้าวเดินไปด้วยกันคือความรักด้วยเมโลดี้ที่อบอุ่น เนื้อหาที่โรแมนติก และบรรยากาศดนตรีที่ละมุน เหตุผล จึงกลายเป็นเพลงรักเพลงล่าสุดของ Three Man Down ที่สะท้อนเสน่ห์ของวงได้อย่างชัดเจน และเป็นอีกบทเพลงที่แฟน ๆ น่าจะหยิบมาเปิดฟังซ้ำในช่วงเวลาที่อยากนึกถึงเหตุผลของการมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆภาพ : GeneLab

‘ยอมอยู่แล้ว’ ซิงเกิลใหม่จาก Only Monday feat. ปั๊บ POTATO กับกลิ่นอายป็อปร็อกยุค 90–2000

11 ก.ย. 2025

‘ยอมอยู่แล้ว’ ซิงเกิลใหม่จาก Only Monday feat. ปั๊บ POTATO กับกลิ่นอายป็อปร็อกยุค 90–2000

หลังจากปิดฉากคอนเสิร์ตใหญ่ไปอย่างงดงาม Only Monday กลับมาส่งซิงเกิลใหม่ให้แฟน ๆ ได้ฟังกันอีกครั้งกับ ยอมอยู่แล้ว เพลงที่เคยถูกหยิบขึ้นไปโชว์บนเวที และได้รับเสียงเชียร์อย่างล้นหลามให้ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ ความพิเศษของเพลงนี้อยู่ที่การได้ร่วมงานกับรุ่นพี่ร่วมบ้าน GMM Music อย่าง ปั๊บ POTATO ถ่ายทอดซาวด์ป็อปร็อกที่หวนให้นึกถึงบรรยากาศดนตรียุค 90–2000 อย่างลงตัวเนื้อหาใน ยอมอยู่แล้ว ว่าด้วยความรักที่แม้รู้ว่าต้องเจ็บ แต่ก็ยังเลือกจะยอมด้วยความเต็มใจ ถ่ายทอดอย่างเข้มข้นตามสไตล์หัวจ่ายเพลงเศร้า และเมื่อเสียงร้องของ ปั๊บ เข้ามาเติมเต็ม ก็ยิ่งพาให้ผู้ฟังหวนคิดถึงความทรงจำในวันวานของวัยรุ่นยุคนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นนอกจากดนตรีที่หนักแน่น มิวสิกวิดีโอยังถ่ายทอดเรื่องราวความรักวุ่น ๆ ของชายหนุ่มที่ยอมจนเกินต้าน จนกลายเป็นความปั่นป่วนสุดขั้ว โดยมีผู้กำกับชื่อดัง ต้อง เต มาร่วมปรากฏตัว เติมสีสันและอารมณ์ขันให้เรื่องราวเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมการร่วมงานครั้งนี้คือการผสานพลังดนตรีข้ามเจเนอเรชัน ที่ทั้งสดใหม่และเต็มไปด้วยเสน่ห์ของแต่ละยุค Only Monday และ ปั๊บ POTATO ได้สร้างสรรค์บทเพลงที่ทั้งแปลกใหม่และคุ้นเคยในคราวเดียวกัน แฟนเพลงสามารถรับชมมิวสิกวิดีโอ ยอมอยู่แล้ว ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube : GeneLabภาพ : GeneLab

‘Too Perfect For You’ ซิงเกิลใหม่จาก 4EVE ขอเชิดใส่รักที่ทำร้าย เพราะฉันสวยเริ่ดและมีคุณค่ามากพอ

10 ก.ย. 2025

‘Too Perfect For You’ ซิงเกิลใหม่จาก 4EVE ขอเชิดใส่รักที่ทำร้าย เพราะฉันสวยเริ่ดและมีคุณค่ามากพอ

เกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุค 4EVE กลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งกับซิงเกิลล่าสุด Too Perfect For You (สวย เริ่ด เชิด) ที่ปล่อยออกมาไม่นานก็กลายเป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดีย จากลุคสดใสและเนื้อหาที่สะท้อนความมั่นใจของผู้หญิงยุคใหม่ ที่เลือกเดินออกจากความรักที่ทำให้เจ็บช้ำ และหันมาภูมิใจในคุณค่าของตัวเองแทนToo Perfect For You ได้ 2 โปรดิวเซอร์ฝีมือจัดจ้าน Galchanie หรือ แป้ง–ธนัญญา อินวงษ์) และ Mayojames หรือ เจมส์–อมร สำเร็จรุ่งโรจน์ มาร่วมกันสร้างสรรค์ ด้วยการหยิบเอาซาวด์โมเดิร์นป๊อป มาผสมเข้ากับกลิ่นอาย RB ช่วยเน้นการร้องอันมีเอกลักษณ์ของทั้ง 7 สมาชิกถ่ายทอดอารมณ์อย่างเฉียบคมและทรงพลังเนื้อหาของเพลงคือเสียงบอกเล่าของผู้หญิงที่เลือกจะ move on อย่างสง่างาม ยกให้ ‘ความรักตัวเอง’ สำคัญกว่าการย้อนกลับไปหาคนที่ไม่เห็นค่า เพลงประกาศความมั่นใจและพลังของการเชิดใส่รักที่ไม่ดี ผ่านท่อนฮุคที่ติดหูทันที “Cuz I’m too perfect for your love, way too perfect for you now รู้ยังคะว่าเธอน่ะพลาด มาตอนนี้ก็สายไปแล้ว” ประโยคที่พร้อมจะกลายเป็นวลีฮิตบนอินเตอร์เน็ตอีกหนึ่งไฮไลต์คือการแบ่งพาร์ทร้องที่ดึงเสน่ห์เฉพาะของแต่ละสมาชิกออกมาอย่างชัดเจน การใช้ภาษาอังกฤษผสมไทยที่ทันสมัย ฟังสนุก อินเตอร์ และเต็มไปด้วยความ Empowering ตอกย้ำว่าไม่มีใครควรต้องหันกลับไปหาความสัมพันธ์ที่ไม่เห็นค่าเราอีกต่อไป รวมถึงในพาร์ตมิวสิกวิดีโอก็ได้ผู้กำกับมากฝีมือ หลิน รินรดา มาร่วมเล่าเรื่องในมุมมองของผู้หญิงยุคใหม่ ถ่ายทอดความสวย ความมั่นใจ และอิสระของการเลือกชีวิตที่ดีให้กับตัวเองนี่ไม่ใช่เพียงแค่เพลงใหม่จาก 4EVE แต่คือบทประกาศที่บอกกับทุกคนว่า อย่ากลัวที่จะ move on และอย่าลืมว่าคุณมีคุณค่ามากพอที่จะไม่กลับไปหาความรักที่ทำร้ายใจอีกแล้ว ตามไปสัมผัสพลังที่ถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งยุคทองของ 4EVE ได้แล้ววันนี้ทุกมิวสิกสตรีมมิงและ YouTube : 4EVEภาพ : 4EVE

‘ดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House)’ ซิงเกิลใหม่จาก เอิ๊ต ภัทรวี ความรู้สึกของผู้ที่เลือกกอดความเจ็บปวด เพื่อเก็บใครสักคนไว้ในความทรงจำ

11 ส.ค. 2025

‘ดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House)’ ซิงเกิลใหม่จาก เอิ๊ต ภัทรวี ความรู้สึกของผู้ที่เลือกกอดความเจ็บปวด เพื่อเก็บใครสักคนไว้ในความทรงจำ

เอิ๊ต ภัทรวี (EARTH PATRAVEE) กลับมาครองใจแฟนเพลงเศร้าด้วยซิงเกิลใหม่ล่าสุด ดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House) จากอัลบั้มเต็ม Heart is Home ถ่ายทอดมุมมองของผู้ที่เลือกโอบกอดความเจ็บปวดไว้ เพียงเพื่อเก็บใครสักคนไว้ในความทรงจำตลอดไป แม้จะต้องแลกมาด้วยหยดน้ำตา แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เวลาลบเลือนเขาไปจากหัวใจ“ให้ฉันนั้นจดจำทุกหยดน้ำตา ให้ฉันได้วนเวียนกับความเสียใจอย่าห่วง ฉันไม่เป็นไร ยังดีกว่าต้องลืมเธอไป”เพลงนี้พาทุกคนกลับสู่บรรยากาศอบอุ่นและคุ้นเคย เสมือนหัวใจได้กลับบ้านอีกครั้ง ด้วยเสียงกีตาร์โปร่งอันเป็นเอกลักษณ์ และเนื้อเพลงที่เอิ๊ตเขียนจากประสบการณ์จริง ขณะโลกหมุนไปอย่างรวดเร็ว ดีกว่าต้องลืมเธอไป ชวนให้เวลาช้าลง ให้เราได้ซึมซับความรู้สึกที่ไม่อยากลืมเอิ๊ต เล่าว่าแรงบันดาลใจเกิดจากการสูญเสียคุณยายไป ในช่วงแรกเธอไม่กล้ามองภาพถ่ายหรือความทรงจำ เพราะความเศร้าหนักหน่วง แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่า สิ่งที่น่ากลัวกว่าความเศร้า คือการที่เราลืมรอยยิ้มและรายละเอียดเล็ก ๆ ของคนสำคัญไปจริง ๆ คำว่า Wooden House จึงเกิดขึ้นภายหลังจากฝันเห็นคุณยายนั่งอยู่ในบ้านไม้ไทยหลังเก่า ภาพนั้นอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่เก็บไว้ในหัวใจ และกลายเป็นภาพแทนความหมายของเพลงนี้ซิงเกิลนี้อัดด้วยเครื่องดนตรีจริงทั้งหมด โดยมี บุ้ง-กวิน สิริภัทรกุล มือเปียโนที่เลือกใช้เปียโนไม้ upright ให้ซาวด์อบอุ่น, ยี่-ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์ อดีตสมาชิก Safeplanet ในบทบาทมือเบส และ แจม-ธนัท เลาหระวี มือกีตาร์และครีเอทีฟของโปรเจกต์ ที่สร้างซาวด์กีตาร์ไฟฟ้าให้เหมือนเอฟเฟกต์เสียงฟ้าผ่า เพิ่มความแปลกใหม่ให้เพลง ส่วนเอิ๊ตเองยังรับหน้าที่อัดเครื่องสายด้วยตัวเอง แต่คราวนี้เป็นการสีไวโอลินด้วยโบว์ ซึ่งเป็นความท้าทายมากกว่าการดีดแบบ pizzicato ที่เคยทำในส่วนของมิวสิกวิดีโอ เอิ๊ต กลับมาแสดงด้วยตัวเองอีกครั้ง ภายใต้การกำกับของ นราธิป ไชยณรงค์ เล่าเรื่องการเดินทางครั้งสุดท้ายระหว่างหญิงสาวและอดีตคนรัก (รับบทโดย เมืองไทย จิรวงศ์นิรันดร) ที่ตัดสินใจออกทริปญี่ปุ่นร่วมกัน พร้อมกล้องฟิล์มจากนักท่องเที่ยวปริศนา เพื่อบันทึกภาพความทรงจำก่อนจะจากกันจริง ๆ ฉากอารมณ์เข้มข้นทำให้เอิ๊ตร้องไห้ออกมาจริง ๆ จนรู้สึกว่าต้องบอกลาตัวละครหลังการถ่ายทำ เป็นประสบการณ์ใหม่ที่เธออยากให้ทุกคนได้สัมผัสผ่านมิวสิกวิดีโอนี้ความพิเศษของการเปิดตัวซิงเกิลนี้ คือการจัดอีเวนต์ Welcome to Wooden House เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ Yellow Lane BKK เชิญแฟนคลับผู้โชคดีมาชมมิวสิกวิดีโอพร้อมกันครั้งแรก และได้ฟัง เอิ๊ต ร้องสดในบรรยากาศใกล้ชิด แฟน ๆ ต่างชื่นชมว่าร้องสดได้เพราะจับใจเหมือนฟังจากแผ่น ภายในงานยังมีกิจกรรมให้แฟน ๆ เขียนเรื่องราวที่ไม่อยากลืมลงกระดาษเพื่อส่งต่อให้นักร้องอ่าน ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกันเก็บไว้เป็นความทรงจำดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House) คือบทเพลงที่อบอุ่นแต่แฝงรสขม สำหรับใครที่คิดถึงเพลงเศร้าแบบมีความหมายจาก เอิ๊ต สามารถรับฟังและรับชมได้แล้ววันนี้ทุกช่องทางสตรีมมิ่งภาพ : Muzikmove

‘Oh It’s You’ การคอลแลบระหว่าง พี่เบิร์ด และ บิวกิ้น ในเพลงรักฟีลกู้ดที่สานความฝันของแฟนเพลงตัวจิ๋วให้เกิดขึ้นจริง

08 ส.ค. 2025

‘Oh It’s You’ การคอลแลบระหว่าง พี่เบิร์ด และ บิวกิ้น ในเพลงรักฟีลกู้ดที่สานความฝันของแฟนเพลงตัวจิ๋วให้เกิดขึ้นจริง

คือช่วงเวลาที่แฟน ๆ รอคอย และเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญในวงการเพลงไทย เมื่อ GMM GRAMMY จับมือสร้างปรากฏการณ์สุดพิเศษครั้งแรกของการร่วมงานระหว่างศิลปินขวัญใจคนไทยต่างเจเนอเรชัน เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ กับ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ผ่านบทเพลง Oh It’s You เพลงรักฟีลกู้ดที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นใจเพลงนี้ไม่ใช่แค่การพบกันของสองเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ แต่คือการเชื่อมโยงหัวใจของคนสองยุค จากซูเปอร์สตาร์ผู้เป็นแรงบันดาลใจของทั้งประเทศ สู่ศิลปินรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเสียงเพลงของ พี่เบิร์ด และเคยตั้งความฝันเอาไว้ว่า “สักวันอยากทำงานกับเขาให้ได้จริง ๆ”มิวสิกวิดีโอของเพลง Oh It’s You ที่กำกับโดย จีน-คำขวัญ ดวงมณี ถ่ายทอดความฝันนั้นออกมาได้อย่างละเมียดละไม ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ บิวกิ้น ที่เติบโตมากับบทเพลงของพี่เบิร์ด เพลงที่เป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงวัย ทั้งวัยเด็ก รักครั้งแรก หรือช่วงเวลาสำคัญของชีวิต โดยเลือกเล่าในรูปแบบไดอารี่ภาพเคลื่อนไหว พาผู้ชมย้อนกลับไปสู่วันหนึ่งในวัยเยาว์ ที่เด็กชายคนหนึ่งหลงใหลในเสียงเพลงของ พี่เบิร์ด ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตจนวันที่ได้ยืนอยู่บนเวทีเดียวกับศิลปินในฝันของเขาอย่างแท้จริงOh It’s You เป็นผลงานการโปรดิวซ์โดย ฮาย Paper Planes ถ่ายทอดเรื่องราวของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อได้พบกับใครบางคน ที่เข้ามาทำให้โลกใบเดิมสดใสขึ้นอีกครั้ง เสียงร้องอบอุ่นของ พี่เบิร์ด และเสียงนุ่มลึกของ บิวกิ้น ประสานกันอย่างลงตัว ราวกับบันทึกบทสนทนาของหัวใจสองดวงที่มองโลกในมุมที่คล้ายกันนอกจากจะเป็นซิงเกิลพิเศษสำหรับงาน BIRD FANFEST 20XX แล้ว เพลงนี้ยังกลายเป็นเหมือนบทกวีแห่งแรงบันดาลใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากศิลปินที่มีแฟนคลับมากที่สุดในประเทศ ไปยังศิลปินรุ่นใหม่ที่เป็นภาพแทนของความฝันอันเป็นจริง แฟน ๆ สามารถรับชมมิวสิกวิดีโอ Oh It’s You ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube ช่อง GMM GRAMMY OFFICIALภาพ : Bird Thongchai

‘ห้ามขยับจับนะ’ เพลงสนุกจาก PERSES ที่ได้แรงบันดาลใจจากพลังของชาว PIECES

07 ส.ค. 2025

‘ห้ามขยับจับนะ’ เพลงสนุกจาก PERSES ที่ได้แรงบันดาลใจจากพลังของชาว PIECES

กลับมาสร้างความปั่นอีกครั้งสำหรับ PERSES โดย จั๋ง, เน, กฤติน, ปาล์ม และ ปลั๊กกี้ กับซิงเกิลที่ 5 จากอัลบั้ม Alterland ในชื่อที่แสบจนต้องหยุดฟัง ห้ามขยับจับนะ (FREEZE) เพลงที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนขยับไปด้วยกันแบบไม่มีข้อแม้PERSES เล่าจุดเริ่มต้นของเพลงนี้ให้เราได้ฟังว่า เกิดจากโมเมนต์สุดมันในโชว์ของ PERSES ที่มักจะคัฟเวอร์เพลงจังหวะโจ๊ะ ๆ แล้วแฟนคลับ PIECES ก็มักจะลุกขึ้นมาแดนซ์กันสุดตัวทุกครั้ง จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้วงอยากมีเพลงของตัวเอง ที่แค่ได้ยินก็ต้องลุกขึ้นมาโยกตามทันทีสำหรับ ห้ามขยับจับนะ (FREEZE) เล่าถึงเกมจีบสาวสไตล์เด็กซิ่งที่ทั้งขี้เล่น กวน ๆ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ผ่านเนื้อหาที่เปรียบความรักเป็นเกมไล่จับ อย่างท่อนเด็ดที่ร้องว่า “ห้ามเธอขยับ มาให้จับซะดี ๆ จับตรงนี้ จับตรงนั้น มันจะไอ้นี่ มันจะไอ้นั่นนะ” หรือท่อนที่เล่นคำแบบยั่ว ๆ เบา ๆ ว่า “จับ จับ จับ ขอผมจับนะ หมับ หมับ หมับ” ซึ่งทั้งขำ ทั้งเขิน ทั้งติดหูในเวลาเดียวกันด้านดนตรีเพลงนี้มาในแนว Hip-hop ผสม Brazilian Funk สนุกเร้าใจ ผลงานของ MAYOJAMES ที่ขึ้นบีทให้แบบไม่มียั้ง โดยมี ปณต GETSUNOVA นั่งแท่น Executive Producer และได้ NAMEMT กับ GENIEPAK ร่วมเขียนเนื้อเติมความจี๊ดจ๊าดและสีสันทางภาษาจนกลายเป็นเพลงที่ร้อนแรงแบบมีชั้นเชิง ส่วนไฮไลต์ที่ต้องยกนิ้วให้คือท่อน Dance Break สุดเท่จาก ปลั๊กกี้ ที่โชว์พลังการเต้นได้อย่างจัดเต็มแบบไม่มีกั๊กในส่วนของมิวสิกวิดีโอก็จัดเต็มไม่แพ้เพลง ด้วยคอนเซ็ปต์สายลับหนุ่มไทยสไตล์โลคอล ที่มาพร้อมภารกิจล่าหัวใจสาวฮอต ผ่านลุคสุดซ่าในแบบ เด็กซิ่ง–เด็กร้านเกม–ขาโจ๋ บนฉากหลังที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายชุมชนไทย ๆ ตั้งแต่แฟชั่นสีสันแสบตา ทรงผมเฉพาะตัว ไปจนถึงเล็บเจลสุดจัดจ้าน ถ่ายทอดตัวตนของแต่ละคนอย่างมีเสน่ห์ ซึ่งกำกับโดย MANGTO ที่เค้นความครีเอทีฟออกมาได้แบบถึงใจและเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ค่าย G’NEST ได้จัดงาน ห้ามขยับจับนะ (FREEZE) MV PREMIERE PARTY ณ WONDER SPACE ศูนย์การค้า EMSPHERE เพื่อเปิดตัวมิวสิกวิดีโออย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้า PIECES ที่ได้ชมรอบพรีเมียร์ก่อนใคร พร้อมเสียงกรี๊ดสนั่นเมื่อหนุ่ม ๆ PERSES ปรากฏตัวแบบใกล้ชิด พร้อมโชว์สดสุดมันที่ปลุกพลังให้ทุกคนขยับตามไม่หยุดปรากฏการณ์นี้ยังสะเทือนโลกโซเชียลเมื่อแฮชแท็ก #ห้ามขยับจับนะMV ทะยานขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ประเทศไทยบนแพลตฟอร์ม X สะท้อนความฮอตแบบฉุดไม่อยู่ของ PERSES และพลังความสนุกที่พร้อมเปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นปาร์ตี้ของคนไม่อยู่นิ่ง แค่ฟังก็หยุดตัวเองไม่ได้แล้ว...แล้วจะห้ามขยับไหวเหรอ?ภาพ : G’NEST

ENTERTAINMENT NEWS

ญาญ่า อุรัสยา เล่านาทีน้ำตาซึม ณเดชน์ ให้คำมั่นจะดูแลตลอดไป ภูมิใจเป็นสะใภ้ขอนแก่น ส่วนงานที่นอร์เวย์จัดขึ้นกลางเดือน พ.ค. นี้

27 เม.ย. 2026

ญาญ่า อุรัสยา เล่านาทีน้ำตาซึม ณเดชน์ ให้คำมั่นจะดูแลตลอดไป ภูมิใจเป็นสะใภ้ขอนแก่น ส่วนงานที่นอร์เวย์จัดขึ้นกลางเดือน พ.ค. นี้

กลายเป็นงานวิวาห์แห่งปีสำหรับคู่รักนักแสดงดังอย่าง ณเดชน์-ญาญ่า ซึ่งล่าสุด ญาญ่า ได้ออกมาเผยความรู้สึกหลังผ่านพ้นวันสำคัญว่า เป็นวันที่หัวใจถูกเติมเต็มด้วยความรักและคำอวยพร จนเธอเองน้ำตาซึมไปไม่รู้กี่รอบด้วยความซาบซึ้งใจญาญ่า เล่าว่างานวิวาห์ที่ขอนแก่นครั้งนี้ราบรื่นและคอมพลีตมาก ภูมิใจที่ได้เป็นสะใภ้อีสานอย่างเต็มตัว ประทับใจทุก ๆ โมเมนต์ในงานโดยเฉพาะวินาทีที่ ณเดชน์ วิ่งข้ามสะพานมาหาเธอและเอ่ยคำสัญญาที่เจ้าตัวเก็บไว้เป็นความลับมานาน“พี่แบร์บอกว่า พร้อมที่จะดูแลเราตลอดไป เขาไม่เคยพูดด้วยความตั้งใจขนาดนี้มาก่อน เรารู้อยู่แล้วว่าเขาพร้อม แต่ครั้งนี้เขาพูดออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลด้วย มันเป็นวินาทีที่พิเศษมากจริง ๆ ค่ะ”อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงกันทั่วโซเชียลคือตอนที่ ณเดชน์ ต้องท่องคาถาบูชาเมีย ซึ่ง ญาญ่า เผยขำ ๆ ว่าชอบมาก และต้องขอบคุณเพื่อนสนิทที่เป็นคนคิดสคริปต์นี้ให้ แม้คำแปลบางคำจะลึกซึ้งเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจในตอนแรก แต่เธอก็สัมผัสได้ว่าพี่แบร์ใจมากเธอยังแอบแซวสามีอีกว่า ตอนนี้ ณเดชน์ เริ่มทำตามคาถามาสักพักแล้ว ยกเว้นเพียงข้อเดียวคือเรื่องยกเงินเดือนทั้งหมดให้ภรรยา ซึ่งเธอก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะรู้ดีว่าสุดท้ายเงินทุกบาทก็เก็บเพื่ออนาคตของครอบครัวอยู่ดี แต่ก็ไม่วายทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดีว่า “ว่าจะอัปไฟล์คาถาไว้บนคลาวด์แล้วเปิดให้ฟังก่อนนอนทุกคืนเพื่อเตือนใจค่ะ”หลังจากจบงานที่ไทยอย่างสวยงาม แฟน ๆ ต่างตั้งตารอคอยงานฉลองอีกครั้งที่ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ ญาญ่า โดยเธอว่าตอนนี้เริ่มมีการวางแผนและจัดเตรียมรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้ครอบครัวและเพื่อน ๆ ทางฝั่งนอร์เวย์ได้ร่วมเฉลิมฉลองการเริ่มต้นชีวิตคู่ครั้งนี้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาภาพ : urassayas

บิวกิ้น-พีพี คว้ารางวัลใหญ่พร้อมโชว์สุดปังในงาน Weibo International Entertainment Awards 2026

27 เม.ย. 2026

บิวกิ้น-พีพี คว้ารางวัลใหญ่พร้อมโชว์สุดปังในงาน Weibo International Entertainment Awards 2026

นับเป็นอีกหนึ่งบันทึกหน้าสำคัญของวงการบันเทิงไทยในระดับสากล เมื่อสองศิลปินสุดฮอต บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ได้ตอกย้ำความเป็นซอฟต์พาวเวอร์และศิลปินผู้ทรงอิทธิพลระดับเอเชีย ในงานประกาศรางวัลระดับนานาชาติ Weibo International Entertainment Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ Galaxy Arena มาเก๊า เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมาภายในงาน ทั้งคู่ได้ขึ้นมอบโชว์สุดพิเศษที่สะกดสายตาผู้ชมทั้งฮอลล์และแฟน ๆ ที่ติดตามอยู่ทั่วเอเชีย โดย พีพี เปิดตัวด้วยความเซ็กซี่มีเสน่ห์ในเพลง guilty pleasure และเซอร์ไพรส์แฟนชาวจีนด้วยเพลง friend to friend (就范) ก่อนจะเปลี่ยนบรรยากาศให้สดใสด้วยเพลง ลังเล และ เสนอตัว (Ooh!) ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลงฮิตระดับปรากฏการณ์อย่าง FIRE BOY ที่เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ด้าน บิวกิ้น ถ่ายทอดพลังเสียงและอารมณ์ผ่านเพลงซึ้งอย่าง นับหนึ่ง (From now on) และ รักแรกพบ (Knock Knock) ต่อด้วยเมดเลย์เพลงสากลและเพลงไทยที่คุ้นหูอย่าง Golden Hour, See You Somewhere และ ชอบตัวเองตอนอยู่กับเธอ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยความสนุกสนานในเพลง Mr. Everything สร้างความประทับใจอย่างไม่รู้ลืมไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนนี้คือช่วงการประกาศรางวัล ซึ่งทั้งคู่สามารถคว้ารางวัลใหญ่มาครองได้สำเร็จ โดย พีพี คว้ารางวัล 2026 WIEA Favorite International Artist รางวัลที่ยืนยันถึงกระแสนิยมอันท่วมท้นและการสนับสนุนที่เหนียวแน่นจากแฟนคลับทั่วโลก ขณะที่ บิวกิ้น คว้ารางวัล 2026 WIEA Impactful International Artist สะท้อนถึงอิทธิพลและการเติบโตในฐานะศิลปินคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลพีพี ได้กล่าวความรู้สึกบนเวทีสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งว่า“ขอบคุณงาน WIEA สำหรับรางวัลนี้นะครับ ดีใจมากๆ ที่ได้มีโอกาสมาเจอกับแฟนๆ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยซัพพอร์ตพีมาตลอดครับ”ขณะที่ บิวกิ้น ได้เผยความรู้สึกว่ารางวัลนี้คือพลังใจสำคัญ“ขอบคุณทาง WIEA มากครับ รางวัล Impactful International Artist เป็นกำลังใจและแรงผลักดันให้ผมมีแรงทำงานต่อไปเรื่อยๆ ขอบคุณแฟนๆ ทุกคน และขอบคุณทีมงานทุกคนที่ร่วมเดินทางและทำงานด้วยกันมาตลอดครับ”ความสำเร็จของทั้ง บิวกิ้น และ พีพี ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความภูมิใจของทั้งคู่และแฟนคลับเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศศักดาความสามารถของศิลปินไทยบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม พร้อมก้าวต่อไปในการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพในระดับสากล

บิวกิ้น พุฒิพงศ์ คว้ารางวัล Impactful International Artist จาก WiEA 2026

27 เม.ย. 2026

บิวกิ้น พุฒิพงศ์ คว้ารางวัล Impactful International Artist จาก WiEA 2026

ถือเป็นสัปดาห์ทองที่ตอกย้ำกระแสความปังของ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล อย่างแท้จริง เพราะเราได้เห็นความเคลื่อนไหวของศิลปินหนุ่มคนนี้ปรากฏบนหน้าฟีดโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง กับภารกิจระดับนานาชาติที่จัดเต็มทั้งสายการแสดงและดนตรีเริ่มต้นด้วยการปรากฏตัวในฐานะตัวแทนนักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง หลานม่า (How to Make Millions Before Grandma Dies) ในเทศกาลภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่ Beijing International Film Festival ณ กรุงปักกิ่ง ก่อนจะส่งต่อพลังความสนุกไปยังมาเก๊าด้วยคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบ BILLKIN FEELQUENCY TOUR ที่สร้างความประทับใจให้แฟนคลับต่างชาติอย่างใกล้ชิดความสำเร็จสูงสุดในทริปนี้หนีไม่พ้นการเข้าร่วมงานประกาศรางวัลระดับภูมิภาคอย่าง Weibo International Entertainment Awards 2026 โดย บิวกิ้น สามารถคว้ารางวัล Impactful International Artist (ศิลปินระดับนานาชาติผู้ทรงอิทธิพล) มาครองได้สำเร็จ ซึ่งเจ้าตัวได้กล่าวความรู้สึกบนเวทีด้วยความซาบซึ้งว่า“ขอบคุณทาง Weibo International Entertainment Awards ที่มอบรางวัลนี้ให้ผม นี่เป็นรางวัลที่เป็นเหมือนกำลังใจ เป็นแรงผลักดันให้ผมมีกำลังใจในการทำงานต่อไปเรื่อย ๆ ขอบคุณแฟน ๆ ทุกคน ขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทางด้วยกันมาโดยตลอดครับ”รางวัลนี้ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติประวัติส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของศิลปินไทยที่กำลังเป็นที่ยอมรับและสร้างแรงกระเพื่อมสำคัญในอุตสาหกรรมบันเทิงระดับเอเชียอย่างสง่างามภาพ : BillkinEntertainment

มิน พีชญา เปิดใจครั้งแรก ยืนยันไม่หนีพร้อมสู้คดีดิไอคอน วอนขอความเป็นธรรมฟ้องบนหลักฐานที่ถูกต้อง

27 เม.ย. 2026

มิน พีชญา เปิดใจครั้งแรก ยืนยันไม่หนีพร้อมสู้คดีดิไอคอน วอนขอความเป็นธรรมฟ้องบนหลักฐานที่ถูกต้อง

กลายเป็นกระเด็นร้อนที่สังคมจับตามอง เมื่อนางเอกสาว มิน-พีชญา วัฒนามนตรี ที่ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี เพื่อชี้แจงความบริสุทธิ์ใจก่อนถึงกำหนดนัดส่งตัวฟ้องต่อศาลอาญาในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ปฯ วันที่ 27 เมษายน 2569 นี้มิน เปิดเผยว่าตลอดปีที่ผ่านมาเธอจงใจหายไปจากโลกโซเชียล เพื่อใช้เวลาพักฟื้นร่างกายและจิตใจจากมรสุมชีวิตที่เกิดขึ้น โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 เธอเคยได้รับคำสั่งไม่ฟ้องมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้การถูกเรียกกลับมาพิสูจน์ตัวเองในชั้นศาลอีกครั้งในครั้งนี้สร้างความช็อกให้กับเธออย่างมาก แต่เธอก็ยืนยันว่าพร้อมสู้ตามกระบวนการยุติธรรมหัวใจหลักของการเปิดใจครั้งนี้ คือการเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านหนังสือถึงท่านอัยการ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือ อยากให้ศาลตัดสินคดีหลักของดิไอคอนให้มีผลชัดเจนก่อนว่ามีความผิดอย่างไร เพื่อที่เธอจะได้พิสูจน์ตัวเองไปพร้อมกับข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยเธอยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า บริษัทเปิดมา 6-7 ปี แต่เธอเพิ่งเข้าไปร่วมงานได้เพียง 1 ปีครึ่งเท่านั้น แต่กลับถูกเหมารวมความผิดตลอดระยะเวลาที่บริษัทเปิดทำการ เธอจึงวอนขอให้เจ้าหน้าที่ฟ้องตามจำนวนครั้งและจำนวนปีที่เธอเกี่ยวข้องจริงบนหลักฐานที่มีเท่านั้นมิน ยังย้ำชัดว่าที่ผ่านมาเธอให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานมาโดยตลอด ทั้งการเข้าพบ CIB (สอบสวนกลาง) และการไปศาลด้วยตัวเองตั้งแต่วันแรก ๆ แม้ว่าทางบริษัทจะเงียบเฉยก็ตาม“บ้านมินก็มีหลักแหล่ง มีเบอร์ติดต่อได้ตลอด ความสูญเสียของชีวิตและครอบครัวมหาศาลมากเกินกว่าจะหนีไปไหน วันนี้มินขอใช้สิทธิ์พื้นฐานในการประกันตัว เพื่อออกมาหาหลักฐานต่อสู้คดีข้างนอกอย่างเต็มที่ค่ะ”ท้ายที่สุด มิน ได้ใช้พื้นที่นี้เพื่อกล่าวขอบคุณแฟนคลับที่อดทนรอฟังความจริงจากปากของเธอตลอดปีกว่าที่ผ่านมา พร้อมขอความเมตตาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เธอได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้งภาพ : ดิไอคอน กรุ๊ป

โกฮัง..หัวใจโกโฮม กวาดรายได้ทะลุ 90 ล้านบาท มุ่งหน้าสู่ทำเนียบหนังไทยร้อยล้าน

26 เม.ย. 2026

โกฮัง..หัวใจโกโฮม กวาดรายได้ทะลุ 90 ล้านบาท มุ่งหน้าสู่ทำเนียบหนังไทยร้อยล้าน

เตรียมฉลองความสำเร็จให้กับ โกฮัง..หัวใจโกโฮม ภาพยนตร์ฟีลกู๊ดเรื่องล่าสุดจากค่าย GDH ที่กำลังจะขึ้นแท่นเป็นหนังไทย 100 ล้านเรื่องล่าสุด หลังสร้างปรากฏการณ์ความซาบซึ้งจนกวาดรายได้ทั่วประเทศทะลุ 90 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อย หลังเข้าฉายได้เพียง 3 สัปดาห์ (นับตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2569)โปรเจกต์นี้เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของ 3 ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง หมู ชยนพ, บาส พูนพิริยะ และ อัตตา เหมวดี ที่ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันผ่านชีวิต 3 ช่วงวัยของ ‘โกฮัง’ สุนัขจรจัดขนสีขาวจมูกชมพู กับการเดินทางตามหาความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ และอ้อมกอดที่อบอุ่น ด้วยพล็อตเรื่องที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ทำให้เกิดกระแสการบอกต่ออย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหนังที่ ‘ต้องดู’ ของปีนี้ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะ ‘โกฮัง’ ยังเตรียมออกเดินทางไปอวดความน่ารักไกลถึงอิตาลี หลังได้รับเลือกให้เข้าฉายในสายประกวด (Competition) ของเทศกาลภาพยนตร์ Udine Far East Film Festival ครั้งที่ 28 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2026 ณ เมืองอูดีเนมาร่วมส่งแรงใจเชียร์หนังไทยบนเวทีสากล และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพา โกฮัง..หัวใจโกโฮม ก้าวสู่หนัง 100 ล้านบาท ได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ภาพ : GDH

โชว์เดี่ยวของ LISA ‘VIVA LA LISA’ ที่ลาสเวกัสปลายปีนี้ บัตร SOLD OUT ทุกที่นั่งในชั่วพริบตา

26 เม.ย. 2026

โชว์เดี่ยวของ LISA ‘VIVA LA LISA’ ที่ลาสเวกัสปลายปีนี้ บัตร SOLD OUT ทุกที่นั่งในชั่วพริบตา

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันทีที่ประกาศเปิดตัว สำหรับ VIVA LA LISA โชว์รูปแบบเรสซิเดนซี (Residency Show) ครั้งแรกในลาสเวกัสของ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ซึ่งเตรียมปักหมุดระเบิดความปัง ณ The Colosseum at Caesars Palace หนึ่งในเวทีการแสดงระดับตำนานที่สุดของโลกความร้อนแรงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันเปิดจำหน่ายบัตร โดยแบ่งเป็นรอบพรีเซลเมื่อวันที่ 22 เมษายน และรอบทั่วไปในวันที่ 23 เมษายน 2569 ผลปรากฏว่าแฟน ๆ ทั่วโลกต่างหลั่งไหลเข้ามาจับจองจนบัตรทั้ง 4 รอบการแสดงถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยง (Sold Out) ทุกที่นั่งในเวลาอันรวดเร็ว โดยมีการเปิดเผยว่าในรอบทั่วไป บัตรถูกกวาดหมดภายในเวลาเพียง 9 นาทีเท่านั้น สะท้อนถึงพลังความคิดถึงและกระแสความนิยมที่พุ่งทะยานถึงขีดสุดบรรดาสื่อต่างประเทศต่างวิเคราะห์ว่า ปัจจัยที่ทำให้บัตรหายวับไปกับตามาจากความลงตัวของหลายองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นกระแสอัลบั้ม Alter Ego ผลงานอัลบั้มเดี่ยวที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ทางดนตรีและขยายฐานแฟนเพลงในฝั่งตะวันตกได้อย่างมหาศาลภาพจำจาก Coachella ที่แฟน ๆ ได้เห็นการโชว์ศักยภาพบนเวทีระดับโลก ทำให้ชื่อของ ลิซ่า กลายเป็น Must-see Artist หรือศิลปินที่ต้องดูให้ได้สักครั้งในชีวิตรวมถึงความเอ็กซ์คลูซีฟของโชว์ ด้วยจำนวนเพียง 4 รอบการแสดง ทำให้ความต้องการบัตรพุ่งสูงขึ้นกว่าจำนวนที่นั่งหลายเท่าตัวการแสดงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 13–14 และ 27–28 พฤศจิกายน 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่คอนเสิร์ตทั่วไป แต่คือการจารึกชื่อ ลิซ่า ในฐานะศิลปินเคป๊อปคนแรกที่มีโชว์เรสซิเดนซีเป็นของตัวเองในลาสเวกัส เดินตามรอยศิลปินระดับตำนานอย่าง Celine Dion, Adele และ Usher ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ไว้ที่ฮอลล์แห่งนี้มาแล้วถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ลิซ่า คือศิลปินเอเชียที่ทรงอิทธิพลและสามารถยืนหยัดบนเวทีระดับสากลได้อย่างสง่างามภาพ : alalalisa_m

album
efm
-

-