ฟังเพลงออนไลน์ EFM 94 ONLINE - ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

News Updates

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆ ชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีก เราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อ แต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ?

13 ก.พ. 2026

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆ ชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีก เราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อ แต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ?

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีกเราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อแต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ? ‘คุณขนมปัง (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 กุมภาพันธ์ 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนผู้ชายในกลุ่มมีพฤติกรรมแปลก ๆ จนเธอไม่สบายใจ ‘คุณขนมปัง (นามสมมุติ)’ อายุ 21 ปี ได้เล่าว่า เธอมีเพื่อนอยู่ 5 คน แต่คนที่จะเล่าถึงคือเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่ม เขามีลักษณะนิสัยที่เนิร์ด ชอบเล่นเกม เรียนเก่ง และเขาเป็นคนตัวเล็ก ทำอะไรไม่ค่อยคล่องตัว ซึ่งคุณขนมปังก็ได้รับความช่วยเหลือด้านการเรียนจากเขาบ่อย ๆ โดยปกติถ้ามีนัดทำงานกลุ่ม คุณขนมปังจะเป็นคนอาสาคอยไปรับไปส่งเพื่อนผู้ชายคนนี้เสมอ เพราะเขาพักอยู่หอในและไม่มีรถ วันหนึ่ง มีการนัดทำงานกลุ่มกันเช่นเคย และเธอก็ขับรถจักรยานยนต์ไปรับเพื่อน ๆ ตามปกติ โดยซ้อนมา 3 คน มีเธอเป็นคนขับ และเพื่อนผู้ชาย 2 คนเป็นคนซ้อน ซึ่งเพื่อนที่เธอเล่าถึงได้นั่งตรงกลาง เมื่อขับรถไปสักพัก ด้วยความที่พื้นที่มีไม่มาก ทุกคนจึงนั่งชิดกันมาก และเธอก็รู้สึกได้ว่า 'จุ๊ดจู้' ของเพื่อนชนที่หลังของเธอ เธอบอกให้เพื่อนขยับออกไป เพื่อนก็ขยับออกไป แต่ไม่นานก็กลับมาชิดหลังเธออีก และเป็นแบบนี้ทั้ง 3 วันที่เธอได้ไปรับไปส่ง เธอรู้สึกไม่ดี ไม่โอเค จึงเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มฟัง และขอความช่วยเหลือจากเพื่อนว่า ขอให้แฟนเพื่อนไปรับส่งผู้ชายคนนี้แทนเธอ หลังจากนั้น เธอเริ่มสังเกตได้ว่า เพื่อนคนนี้โฟกัสเธอและมองเธอมากเป็นพิเศษ จนรู้สึกว่าแปลก ไม่รู้ว่าเขาเริ่มมองเธอแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณขนมปังจึงตัดสินใจไปถามเพื่อนผู้หญิงคนอื่น ๆ ในกลุ่มว่าเรื่องนี้เธอคิดมากไปเองหรือเปล่า แต่เพื่อน ๆ ตอบว่า เพื่อนผู้ชายคนนี้ มองคุณขนมปังแบบนี้มาตลอด แต่คุณขนมปังไม่เคยรู้ตัว อย่างไรก็ตามเพื่อนเธอก็พูดในแง่ดีว่า อาจเพราะเขาไว้ใจเธอ เพื่อนในกลุ่มมีตั้ง 5 คน แต่เขาคุยได้แค่กับเธอ เขาจึงรู้สึกสบายใจ และสนใจเธอเป็นพิเศษก็เท่านั้น คุณขนมปังไม่ค่อยเชื่อ แต่เธอเองก็ไม่คิดว่าเพื่อนชายคนนี้จะคิดอะไรกับเธอในเชิงชู้สาวเช่นกัน เพราะเพื่อนคนนี้ก็รู้ว่าคุณขนมปังมีแฟนแล้ว และเธอยังสงสัยในเหตุการณ์ที่ซ้อนรถจักรยานยนต์ จึงทดลองนั่งซ้อนกับเพื่อน โดยเธอลองเป็นคนที่นั่งตรงกลาง พบว่ามันก็มีสิทธิ์ไหลไปชนคนหน้าได้ แต่ถ้าพยายามเกร็งตัวไม่ให้ไหลมันก็ทำได้ จึงไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเพื่อนตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ อีกเหตุการณ์หนึ่งคือ เธอได้ใส่เสื้อที่เพิ่งซื้อมาใหม่ไปเรียน เมื่อเพื่อนผู้ชายคนนั้นเห็นก็เดินมาชมว่า “เสื้อสวยนะ” คุณขนมปังก็ยิ้มตอบขอบคุณที่ชม แต่เมื่อพักเบรก เขาก็ทักอีกว่า “เสื้อสวยนะ” และพอเลิกเรียน ก็เดินมาพูดอีกว่า “เสื้อสวยนะ” คุณขนมปังก็แค่ขอบคุณ แต่รู้สึกได้ว่า เขาน่าจะอยากคุยด้วย แต่เป็นคนเริ่มบทสนทนาก่อนไม่เก่ง จึงทำได้แค่ชมเสื้อเรา ตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันมา เพื่อนผู้ชายคนนี้สนใจ ไว้ใจ และคุยกับคุณขนมปังแค่คนเดียว เธอจึงรู้สึกอึดอัด ไม่แน่ใจว่าเพื่อนชอบเธอในเชิงชู้สาวหรือเปล่า และถ้าเขาชอบเธอจริง ด้วยความเป็นเพื่อนเธอก็ไม่อยากให้เราทั้งสองมองหน้ากันไม่ติด หรือไม่อยากรู้สึกอคติกับเขา แต่เมื่อยิ่งไม่สนใจ เขายิ่งพยายามทำตัวให้มาใกล้ชิดเรามากขึ้น เช่น เมื่ออยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เพื่อนผู้ชายคนนี้ก็จะพยายามแทรกวงมาเพื่อให้ได้อยู่ข้าง ๆ คุณขนมปัง จึงอยากปรึกษาว่า ในเมื่อตอนนี้เธออึดอัด และไม่สบายใจมาก แต่อยากให้สถานการณ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม ควรทำอย่างไร หรือควรวางตัวอย่างไร ดีเจทั้งสามคนมีความคิดเห็นว่า เขาอาจจะแค่อยากให้เราสนใจ เพราะคาแรคเตอร์เขาเป็นเหมือนเด็ก ๆ เราดีกับเขา เขาเลยอยากดีกับเราบ้าง และเมื่อคุณขนมปังเริ่มสังเกต และรู้สึกแปลก จนค่อย ๆ เฟดตัวออกมา เริ่มสนทนาน้อยลง เขาจึงกลัวว่าจะเสียเพื่อนดี ๆ แบบคุณขนมปังไป ดีเจมองว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ตัวขนมปังเองแค่รู้สึกไม่ชอบเขาเท่านั้น เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ พูดว่า "ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด พี่อยากให้ใส่คำว่าเมตตาลงไป เขาอาจจะสบายใจเมื่อคุยกับเรา รู้สึกดีกับเราในฐานะเพื่อน อาจเคยมีคนทำร้ายหรือปฏิเสธเขามา แต่คุณขนมปังไม่ปฏิเสธเขา และเหตุการณ์บนรถจักรยานยนต์ เขาอาจไม่ได้ตั้งใจคุมคาม" ตามด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ให้ลองเอาแฟนของเรามาอยู่ในกลุ่มด้วยดู เพื่อที่ให้เห็นว่าคุณขนมปังมีแฟน จะได้มั่นใจว่าเขาจะไม่คิดเรื่องชู้สาวกับเรา แต่ถ้ามันอึดอัดมาก ก็เจอกันและคุยกันแค่ตอนเรียน ไม่ต้องยุ่งกับเขาในเวลาอื่น มันอาจจะดูใจร้าย แต่มันก็ดีกว่าการปฏิเสธหรือทำร้ายจิตใจเขาโดยตรง" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก’ แนะนำว่า "เอาแบบที่คุณขนมปังสบายใจ ถ้าไม่โอเค ก็เฟดออกมา แต่ในวันนี้ ถ้าอยากแก้ปัญหาจริง ๆ ก็คงต้องตามใจคุณขนมปัง ว่าจะอยู่ต่อหรือไม่ แต่พี่มั่นใจว่า การที่ขนมปังโทรมา ขนมปังคงมีความเมตตาอยู่บ้างแล้ว เพราะงั้นเมตตาเท่าที่เราจะสบายใจ ให้เขาใกล้ได้แค่เท่าที่เราคิดว่าควรใกล้’ ‘ดีเจต้นหอม’ เสริมอีกว่า "แต่อย่าทำท่าทีบึ้งตึง เขาจะได้สบายใจ ไม่อย่างนั้นเขาจะพยายามหาคำตอบว่าเขาทำอะไรให้ขนมปังโกรธหรือเปล่า แต่เรื่องจุ๊ดจู้ คราวหลังควรพูดไปเลยว่า “มึงถอยไปหน่อย มันชนกูแล้วเนี่ย” เขาจะได้รู้ว่าเราไม่โอเค"เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ที่โรงเรียนมีงานเข้าค่าย ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ตั้งตารอ แต่ลูกชายมีอาการปวดท้องเพราะเป็นโรคกระเพาะ เราเห็นว่าลูกอาการไม่ค่อยดี เลยไม่อยากให้ลูกไป อยากรู้ว่าเราจะคุยกับลูกยังไงให้เขาเข้าใจว่าเราเป็นห่วง

13 ก.พ. 2026

ที่โรงเรียนมีงานเข้าค่าย ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ตั้งตารอ แต่ลูกชายมีอาการปวดท้องเพราะเป็นโรคกระเพาะ เราเห็นว่าลูกอาการไม่ค่อยดี เลยไม่อยากให้ลูกไป อยากรู้ว่าเราจะคุยกับลูกยังไงให้เขาเข้าใจว่าเราเป็นห่วง

ที่โรงเรียนมีงานเข้าค่าย ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ตั้งตารอแต่ลูกชายมีอาการปวดท้องเพราะเป็นโรคกระเพาะเราเห็นว่าลูกอาการไม่ค่อยดี เลยไม่อยากให้ลูกไปทำให้ลูกชายน้อยใจจนวิ่งหนีออกจากบ้านเรารีบตามไปและพูดคุยทำความเข้าใจจนสุดท้ายลูกชายก็ยอมอยากรู้ว่าเราจะคุยกับลูกยังไงให้เขาเข้าใจว่าเราเป็นห่วงและไม่อยากให้ลูกวิ่งหนีออกจากบ้านแบบนี้อีก ‘คุณแม่ยา’ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องของลูกชายที่อยากไปเข้าค่ายนอนค้างคืนกับเพื่อน แต่ดันมีอาการปวดท้องอยู่บ่อยครั้ง ทำให้คนเป็นแม่อดเป็นห่วงไม่ได้ จึงตัดสินใจไม่ให้ลูกไป ‘คุณแม่ยา’ ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ทำให้หัวอกคนเป็นแม่แทบแตกสลาย โดยเล่าว่า ช่วงที่ผ่านมาทางโรงเรียนของลูกได้มีกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ นอนพักค้างคืนเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเด็ก ๆ โดยลูกชายคนโตมีอายุ 12 ปี และมีอาการปวดท้องอยู่บ่อยครั้งจากสาเหตุการเป็นโรคกระเพาะ ลูกชายของเธอก็อยากที่จะไปเข้าค่ายกิจกรรมลูกเสือค้างคืนนี้ตามประสาเด็กทั่วไป แต่คุณแม่ยารู้สึกเป็นห่วง จึงพยายามพูดเกลี้ยกล่อมลูก เพื่อไม่ให้ลูกชายไปตกระกำลำบาก เพราะหากเธอปล่อยให้ลูกไป แล้วลูกชายเกิดมีอาการปวดท้องขึ้นมา ตรงนั้นก็ไม่มีใครที่พร้อมดูแล แต่ลูกชายก็ยังดื้อและเด็ดขาดว่าจะไปให้ได้ คุณแม่ยาจึงได้ไปปรึกษากับคุณครู ซึ่งคุณครูก็เห็นด้วยกับการที่ไม่อยากให้ลูกชายของคุณแม่ยาไปเข้าร่วมกิจกรรม เพราะหากมีอาการปวดท้องขึ้นมาจริง ๆ อาจจะเกิดความลำบากต่อคุณครูร่วมด้วย เนื่องจากคุณครูนั้นก็ต้องดูแลเด็กคนอื่นอีกเป็นจำนวนมาก คุณแม่ยาได้พูดเกลี้ยกล่อมลูกเป็นระยะเวลานาน จนลูกเกิดความน้อยใจ และแยกตัวไปนั่งอยู่คนเดียว เมื่อคุณแม่ยารู้ตัวอีกที ลูกชายก็ได้วิ่งหนีออกจากบ้านหายตัวไปแล้ว แม่ยาจึงรีบออกไปตามหาลูกชายทันที ซึ่ง ณ ตอนนั้นก็เป็นเวลาช่วงฟ้ามืดแล้ว เมื่อเธอตามหาลูกชายจนพบ และพาลูกชายกลับมาที่บ้าน ทั้งสองแม่ลูกก็ได้นั่งคุยกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และเมื่อลูกชายที่ได้เห็นน้ำตาของคนเป็นแม่ ก็ยอมอ่อนลง และไม่ไปเข้าค่ายตามที่แม่ขอ สุดท้ายคุณแม่ยากลัวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะมีโอกาสเกิดขึ้นอีก เพราะนี่ก็เป็นครั้งที่ 2 ที่ลูกชายวิ่งหนีออกจากบ้านไป เจ้าตัวได้บอกกับเหล่าดีเจว่า หรือจะเป็นที่แม่เองที่สอนเขาไม่ดี หรือเธอควรปรับตัวเองอย่างไร ให้ลูกไม่คิดทำแบบนี้อีก หลังจากฟังเรื่องราวของคุณแม่ยาจบ เหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก 'ดีเจเผือก' ที่ได้กล่าวว่า “นี่มันคือสิ่งที่ยากที่สุด และเป็นสิ่งที่ตัวผมเองก็กังวลที่สุด ว่าเราจะเลี้ยงลูกยังไงในวันที่ลูกโตขึ้น วัย 12 ขวบนี้ จะเรียกว่า Pre-Teen เรามองว่าเขายังไม่ใช่วัยรุ่น เขายังเป็นเด็กในสายตาเรา แต่ตัวเขาเองจะคิดว่าเขาโตแล้ว บางคนอาจจะมีความคิดปฏิเสธพ่อแม่เลยด้วยซ้ำ บางคนเริ่มมีโลกส่วนตัวสูงขึ้น ร้อยทั้งร้อยอาจจะบอกว่า ปล่อยให้ไปสิ แล้วพกยาไปให้เรียบร้อย แต่พอเป็นลูกเราเอง เราจะมีความรู้สึกที่ไม่อยากให้เขาไป ผมพยายามบอกตัวเองทุกวัน ว่าผมอยากเป็นพ่อแม่รุ่นใหม่ พ่อแม่ที่เป็นเพื่อนกับลูกได้ ไม่อยากเป็นพ่อแม่ที่หัวโบราณ ถ้าเป็นผม ณ เวลานั้นผมคงคุยกับลูก ว่าเขาไหวแค่ไหน ถ้าไปแล้วเกิดอาการปวดท้องขึ้นมาจะทำยังไง แต่ท้ายที่สุด ถ้าเขาขอร้อง และเขายืนยันว่าเขาไหวจริง ๆ ผมคงปล่อยให้เขาไป แต่ใด ๆ เราต้องประเมินภาพโดยรวมด้วยนะว่าเขาไหวไหม ถ้ามองว่าไหวก็อาจจะปล่อยให้เขาไป สิ่งที่ผมพยายามบอกตัวเองและภรรยาอยู่เสมอคือ “วันนึงเขาจะไป จะช้าหรือจะเร็ว วันนึงเด็กน้อยคนนี้ก็จะโบยบินออกจากบ้านไป” นี่คือความเศร้าของคนเป็นพ่อแม่ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากให้เรายังเป็นบ้านที่อบอุ่นสำหรับเขา เราต้องสร้างความอบอุ่นให้เขาตั้งแต่เขายังเด็ก ถ้าคุณแม่ยามีความอบอุ่นมอบให้กับลูก ต่อให้เขาไปเจอปัญหาอะไรในชีวิต ไปตกระกำลำบากที่ไหน เขาจะคิดถึงเรา แล้ววันนึงเขาจะกลับมาเอง อย่าคิดพยายามจะดึงเขาไว้ แต่คิดให้เขาอยากกลับมาหาเราเองมากกว่า” ต่อมา 'ดีเจเติ้ล' ได้กล่าวว่า “เติ้ลคงไปตัดสินไม่ได้หรอกว่าแม่เลี้ยงเขามาผิดมั้ย แต่เข้าใจทั้งสองฝ่าย ทั้งเรื่องที่แม่ห่วงลูกที่ปวดท้อง ยิ่งฝั่งครูที่บอกว่า ครูเองอาจจะดูแลได้ไม่ดี ถ้าเป็นตัวเติ้ลเอง เติ้ลก็คงจะขอเขาว่าเติ้ลก็ไม่อยากให้เขาไปเหมือนกัน แต่เติ้ลก็เข้าใจลูกเช่นกัน ว่าเขาเตรียมตัวจะไปอยู่แล้ว มันเหมือนความรู้สึกอกหักสำหรับเด็กแบบเขา สำหรับเติ้ลแม่ทำถูกแล้ว ในตอนที่ลูกวิ่งหนีออกไปแล้วแม่ยาไม่ได้เดินไปด่า แต่ตามไปเพราะความเป็นห่วง จนเขาเห็นว่าแม่ยาร้องไห้แล้วเขายอมไม่ไปเข้าค่ายเอง ถ้าแม่ยาเลี้ยงลูกด้วยเอเนอจี้แบบนี้ไปเรื่อย ๆ เมื่อวันนึงที่เขาจะไปจากเราจริง ๆ เติ้ลว่าเขาจะกลับมาหาแม่เองแน่นอน ถ้าเรารักเขา เติ้ลว่าเขาจะสัมผัสได้ว่าเรารักเขา” สุดท้าย 'ดีเจต้นหอม' ได้กล่าวว่า “จากที่เราเคยดุ เราควรเปลี่ยนเป็นทำความเข้าใจกับเขาให้ได้มากที่สุด เช่นแบบ ‘อยากให้แม่เป็นแบบไหน อยากให้แม่ทำอะไรให้ หรือมีอะไรอยากคุย คุยกับแม่ได้นะ’ แล้วถ้าเขาพูดในสิ่งที่เขาชอบและไม่ชอบมา แม่ก็สามารถบอกว่า ‘แม่ขอโทษนะถ้าสิ่งที่แม่ทำตอนนั้นทำให้ลูกไม่สบายใจ แม่จะพยายามทำในสิ่งที่ลูกต้องการ’ แล้วถ้าเขาบอกความจริงกับแม่ แม่ห้ามไปตัดสินว่าสิ่งที่เขาคิด หรือสิ่งที่เขาทำมันผิด แม่อาจจะลองแนะนำแบบอ้อม ๆ ดู หอมว่าเขาคงเข้าใจความรักของแม่ค่ะ”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

พี่ชายผมมีลูก 2 คน แต่กลายเป็นผมที่ต้องมาช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในอนาคตก็จะให้ผมส่งเรียนอีก ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมเลย จะคุยกับพี่ชายยังไงดีครับ?

12 ก.พ. 2026

พี่ชายผมมีลูก 2 คน แต่กลายเป็นผมที่ต้องมาช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในอนาคตก็จะให้ผมส่งเรียนอีก ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมเลย จะคุยกับพี่ชายยังไงดีครับ?

พี่ชายผมมีลูก 2 คนแต่กลายเป็นผมที่ต้องมาช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆในอนาคตก็จะให้ผมส่งเรียนอีกผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมเลยจะคุยกับพี่ชายยังไงดีครับ? ‘คุณบอส (นามสมมติ)’ อายุ 31 ปี สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่พี่ชายมีลูกแต่คุณบอสกลับต้องมาช่วยดูแลรับผิดชอบเด็กเป็นประจำ โดย ‘คุณบอส (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ตอนนี้ผมออกมาซื้อบ้านอยู่กับแฟน ไม่ได้อาศัยอยู่กับที่บ้านแล้ว ที่บ้านของผมจะมีพ่อ แม่ พี่ชาย และพี่สะใภ้อยู่ด้วยกัน พี่ชายมีลูกทั้งหมด 2 คน ปกติผมจะส่งเงินให้พ่อกับแม่เป็นประจำทุกอาทิตย์ ครั้งละ 3000 - 4000 บาท พี่ชายก็มักจะมีปัญหาเรื่องเงินอยู่บ่อย ๆ เขาจะขอยืมเงินของผมผ่านแม่ บางครั้งก็มีการทักมาขอยืมเงินกับผมเอง แต่ผมมองว่ามันคือการขอ มากกว่าการยืม เพราะเขาไม่เคยคืนเงินผมเลย ก่อนหน้านี้ สมัยผมเรียนอยู่มหาลัย ผมก็ไม่ได้อยู่กับที่บ้าน เนื่องจากต้องมาเรียนที่ต่างจังหวัด ส่วนเรื่องเงินผมก็แทบจะไม่ได้ขอที่บ้านเลย จนผมเรียนจบ แม่ก็เริ่มเกริ่นกับผมว่า แม่ทำงานไม่ไหวแล้ว ผมก็เต็มใจที่จะส่งเงินให้ ในตอนนั้นพี่ชายของผมได้มีลูกคนแรก ทั้งที่ยังไม่มีอาชีพที่มั่นคง ผมเองก็ไม่ค่อยพอใจที่เขามีลูกโดยไม่พร้อม ผ่านมาระยะหนึ่ง พี่ชายผมเริ่มขอยืมเงินมากขึ้น เพราะมีปัญหาเรื่องลูกของเขา บางครั้งก็เรื่องเรียน บางครั้งก็เรื่องเข้าโรงพยาบาล หลังจากนั้นเขาก็มีลูกคนที่ 2 ผมก็ยิ่งไม่พอใจมากยิ่งขึ้น แต่ผมเองก็ไม่กล้าที่จะพูดตรง ๆ กับเขา ด้วยอายุที่ห่างกันมาก ผมกลัวครอบครัวจะผิดใจกัน กลัวทำให้พวกเขาเสียใจ จนมีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมฉุดคิดขึ้นมาได้ คือตอนที่แม่ของผมพูดว่า พอหลานโตก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว เดี๋ยวผมก็ส่งเงินให้เรียนเอง ทำให้ผมคิดว่า เขาไม่ใช่ลูกผม ผมต้องรับผิดชอบชีวิตเขาขนาดนั้นเลยหรอครับ พ่อแม่ของผมก็เลี้ยงดูพี่ชายมาแบบตามใจ อยากได้อะไรก็ให้ ส่วนผมก็ต้องรับของต่อจากพี่มาตลอด ภรรยาของพี่ชาย ตอนแรกเขาก็ว่างงาน เป็นแม่บ้านเลี้ยงดูลูก ผมคิดว่าเขาควรมีอาชีพที่มั่นคง ผมเลยให้เงินแม่ไปประมาณหนึ่งแสนบาท ให้แม่ช่วยจัดการเปิดร้านขายอาหารให้พี่ชาย และภรรยาของเขาช่วยกันดูแล ส่วนเงินที่ได้ผมก็ให้เขาไปจัดการกันเองได้เลย แต่สุดท้ายเงินมันก็ไม่พออยู่ดี ทุกครั้งที่เขาขอเงินผมจะคิดว่าจะมีลูกเพื่ออะไร ถ้าตัวเองยังไม่พร้อมขนาดนี้ ผมไม่รู้ว่าจะบอกพี่ชายไปตรง ๆ เลยดีไหม ว่าต่อไปนี้ผมจะช่วยดูแลเรื่องเงินให้พ่อกับแม่แค่สองคน หรือมีวิธีอื่นที่ทำให้ผมกับพี่ชายไม่ผิดใจกันไหมครับ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “พูดไปตรง ๆ กับเขาได้เลย คนเราควรรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมา ถ้าเราช่วยเหลือคนเหล่านี้ เขาก็จะไม่ได้เรียนรู้ความลำบาก อยากให้เขาได้ลองเรียนรู้ ลองเจอกับความลำบากดูสักครั้ง เพราะฉะนั้นสนับสนุนให้คุยกันตรง ๆ หรือถ้าไม่กล้า ก็ฝากแม่ไปบอกก็ได้” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เข้าใจความรู้สึก ทำไมเราต้องมารับผิดชอบชีวิตเขาด้วย ยิ่งกรณีที่มีลูกคนแรกโดยที่ไม่พร้อม แล้วยังมีคนที่สองเพิ่มมาอีก แปลว่าเขาตัดสินใจยอมรับความเสี่ยงแล้ว เขาก็ต้องรับผิดชอบเอง พูดไปตรง ๆ ว่าเราก็มีส่วนที่เรารับผิดชอบในชีวิต เงินที่ให้นั่นคือเงินเรา การที่เราส่งเงินให้พ่อแม่ มันเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่ให้หลานกับพี่ชายก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็น ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำให้กัน ถ้าเราไม่แสดงจุดยืนของเราว่าเราช่วยเหลือเขาได้มากเท่าไหร่ เขาจะมองเราเป็นที่พึ่งพาไปตลอด ถ้าพูดแล้วผิดใจ เป็นเขาเองที่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกตัวเองไม่ใช่เรา” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “การคุยกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าไม่กล้าพูดตรง ๆ ก็ลองใช้วิธีการโกหกดู เรียกทุกคนมาคุยแล้วบอกว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ทุกคนต้องพึ่งพาตนเอง พี่ชายต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองและครอบครัวให้ได้ จะหวังพึ่งพากันไม่ได้แล้ว เขาเองจะได้รู้สึกกังวลใจ มีความตระหนักเรื่องการมีลูกเพิ่มด้วย ให้ทุกคนได้วางแผนชีวิตกันถูก ให้เขาได้คิดบ้าง ไม่ใช่แค่เราที่กังวลใจอยู่ฝ่ายเดียว การมีลูกมันเรื่องใหญ่มาก เรื่องแบบนี้มันคุยกันได้”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เคยทำงานในตำแหน่งนี้มา 3-4 ที่ แต่ที่นี่เป็นที่แรกที่หัวหน้าบังคับให้ไปลดน้ำหนัก ทั้งที่งานก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้รูปร่างหน้าตาเลยด้วยซ้ำ แถมยังต้องเขียนรายงานเรื่องการลดน้ำหนักทุกวันอีก รู้สึกอึดอัดมาก ควรทำอย่างไรดีคะ?

08 ก.พ. 2026

เคยทำงานในตำแหน่งนี้มา 3-4 ที่ แต่ที่นี่เป็นที่แรกที่หัวหน้าบังคับให้ไปลดน้ำหนัก ทั้งที่งานก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้รูปร่างหน้าตาเลยด้วยซ้ำ แถมยังต้องเขียนรายงานเรื่องการลดน้ำหนักทุกวันอีก รู้สึกอึดอัดมาก ควรทำอย่างไรดีคะ?

เคยทำงานในตำแหน่งนี้มา 3-4 ที่ แต่ที่นี่เป็นที่แรกที่หัวหน้าบังคับให้ไปลดน้ำหนักทั้งที่งานก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้รูปร่างหน้าตาเลยด้วยซ้ำแถมยังต้องเขียนรายงานเรื่องการลดน้ำหนักทุกวันอีกรู้สึกอึดอัดมาก ควรทำอย่างไรดีคะ? ‘คุณพิ้งค์ (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 มกราคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่หัวหน้าบังคับให้ลดน้ำหนัก ‘คุณพิ้งค์ (นามสมมุติ)’ อายุ 24 ปี ได้เล่าว่าเธอทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งได้ 6-7 เดือนแล้ว โดยช่วงแรก เธอถูกสั่งให้ลดน้ำหนัก แม้ขอบเขตการทำงานของเธอไม่ได้จำเป็นที่จะต้องใช้รูปร่างในการทำงาน เธอสูง 160 เซนติเมตร เมื่อก่อนมีน้ำหนักอยู่ที่ 72 กิโลกรัม แต่โดนสั่งให้ลดลงมาเหลือ 63 กิโลกรัม ภายใน 4 เดือน หัวหน้าขู่ว่า หากลดไม่ได้ จะมีผลต่อการประเมินการทำงาน ถึงแม้รูปแบบงานของเธอต้องอาศัยความคล่องตัวบ้าง เพราะจะต้องเดินค่อนข้างบ่อย แต่จากประสบการณ์ทำงานและฝึกงานในสายงานนี้มา 3-4 แห่ง เธอก็เพิ่งเจอที่นี่เป็นที่แรกที่สั่งให้ลดน้ำหนัก โดยหัวหน้าในเธอส่งแพลนในการลดน้ำหนักให้ และยังต้องการรายงานประจำวันเกี่ยวกับการลดน้ำหนักของเธอด้วย เช่น วันนี้เข้าฟิตเนสไหม กินอะไร งดน้ำตาลหรือเปล่า กินกาแฟอะไร ซึ่งคุณพิงค์ไม่โอเคมาก ๆ เรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนของการลดน้ำหนัก หัวหน้าก็ไม่ได้ให้การสนับสนุน และตอนนี้เธอลดน้ำหนักได้จนเหลือ 67 กิโลกรัมแล้ว พี่ที่บริษัทบางคนก็เคยโดนสั่งให้ไปลดน้ำหนักเหมือนกัน แต่เมื่อน้ำหนักของเขาลดลงไป หัวหน้าก็เลิกยุ่ง ในส่วนของเหตุผล หัวหน้าได้บอกว่า ถ้าคุณพิ้งค์ลดน้ำหนักตามแพลนที่ตั้งไว้ได้ จะสามารถทำงานอื่น ๆ ในสายงานนี้ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เธออึดอัดมากกับเรื่องนี้มาก เธอรู้สึกว่าโดนบังคับ และยุ่งยากเกินไป เคยคุยกับหัวหน้าโดยตรงแล้วว่าขอไม่ทำ หัวหน้ากลับตอบว่า ถ้าทำไม่ได้ เขาก็คงไม่ไล่เธอออก แต่จะหาวิธีบังคับให้เธอไปลดน้ำหนักอยู่ดี คุณพิ้งค์จึงอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า ถ้าเป็นพวกพี่ จะรู้สึกอย่างไร และจะทำอย่างไร ดีเจทั้งสามคนได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ไม่ต้องไปยึดติดกับคำสั่งที่มากเกินไป ทำเท่าที่เราไหว และมีความสุขที่จะทำก็พอ ให้โฟกัสที่เรื่องงานเป็นหลัก รวมทั้งให้มองหาข้อดีเฉพาะส่วนที่เกิดประโยชน์กับสุขภาพของเราเอง แต่อย่าปล่อยให้การบังคับนี้มาทรมานตัวเองจนเกินขอบเขต เพราะสุดท้ายแล้วความสบายใจ และร่างกายของเราสำคัญที่สุด แต่โดยรวมดีเจทั้งสามก็มองว่ามันอาจจะคือความหวังดีที่มากเกินไปเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนทำงานร่วมกับทอม ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน

06 ก.พ. 2026

แฟนทำงานร่วมกับทอม ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน

แฟนทำงานร่วมกับทอมความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจแต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึงไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน ‘คุณจูลี่’ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนทำงานร่วมกับทอม แต่การกระทำบางอย่างของทั้งคู่ดูมีอะไรมากกว่าที่คิด ‘คุณจูลี่’ ได้เล่าว่า เธอนั้นได้คบกับแฟนหนุ่มมาเป็นเวลา 3 ปี และกำลังจะเข้าปีที่ 4 ในปีนี้ โดยแฟนไม่เคยมีประวัติการนอกใจ แฟนหนุ่มของคุณจูลี่นั้นเป็นคนที่ใจเย็น และจิตใจดี ทำให้มีเพื่อนเยอะ และเนื่องจากแฟนทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ทำโปรดักชั่นเป็นของตัวเอง จึงทำให้เวลารับงานก็ต้องมีทีมเพื่อน ๆ ไปด้วย เวลาออกจากบ้านไปทำงานก็จะต้องออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับฟ้าก็มืด เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เธอได้ตามแฟนไปทำงาน เป็นการไปดูโลเคชั่นที่ต่างจังหวัด โดยมีทีมไปทั้งหมด 5 คน ประกอบไปด้วย คุณจูลี่ แฟนของคุณจูลี่ เพื่อนของแฟนคุณจูลี่ที่เป็นผู้ชาย 2 คน และเพื่อนของแฟนคุณจู่ลี่ที่เป็นทอม 1 คน ซึ่งเวลาที่คุณจูลี่ตามแฟนไปทำงานทีไรก็มักจะเจอกับเพื่อนทอมคนนี้อยู่เสมอ และในช่วงนี้ที่ได้รับโปรเจกต์ใหญ่มาทำ แฟนของคุณจูลี่ก็มักจะติดต่อคุยงานกับเพื่อนทอมคนนั้นบ่อยกว่าปกติ เวลามีงานอะไรก็ตาม แฟนของคุณจูลี่ก็มักจะให้เพื่อนทอมคนนี้มาช่วยเป็นคนแรก ๆ เสมอ ในระหว่างวันแฟนของคุณจูลี่ก็จะส่งแชทให้กับเพื่อนทอมคนนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่คุณจูลี่ก็ได้บอกว่า แฟนของเธอนั้นก็ไม่ได้ปิดบังอะไรสามารถให้เปิดดูแชทได้เสมอ คุณจูลี่ยังได้เล่าต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ไปดูโลเคชั่น เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คุณจูลี่เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ โดยคุณจูลี่ได้เล่าว่า มีช่วงที่คนในทีมเล่นมุกกันอย่างสนุกสนาน แฟนของคุณจูลี่ก็ไปจับหัวเพื่อนทอมให้หงายลง คล้ายว่าหยอกเล่นกัน ตัวคุณจูลี่ที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามนั้นก็ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้คุณจูลี่รู้สึกตกใจและเกิดความไม่สบายใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะไม่ต้องการทำให้เสียบรรยากาศ เนื่องจากตรงนั้นมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุการณ์ที่ทำให้คุณจูลี่รู้สึกไม่สบายใจ ระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งพักเบรก นั่งกินขนมกันอยู่นั้น ก็ได้มีพี่ผู้ชายในทีมถามเรื่องงานแต่งของเธอขึ้นมา สักพักเพื่อนทอมคนนั้นก็ได้พูดขึ้นมาว่า “ทำงานได้เงินมา มึงก็เอาไปลงกับกล้อง เอาไปลงกับอุปกรณ์จนหมดแหละกว่าจะได้แต่ง” พูดแบบนี้ซ้ำสองครั้ง เมื่อกลับกรุงเทพแต่ละคนก็ได้แยกย้ายกันกลับไปยังบ้านของตัวเอง คุณจูลี่ก็ได้ไปกินข้าวกับแฟน จึงได้คุยกันว่าไม่โอเคกับการกระทำในเหตุการณ์นั้น แต่แฟนของคุณจูลี่ก็ได้ตอบกลับมาว่า ตนนั้นจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรแบบนั้นไปตอนไหน พร้อมบอกว่าไม่เคยมองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นผู้หญิงเลยสักครั้ง แล้วก็ได้แซวคุณจูลี่กลับว่าเธอหึงเขาหรอแล้วก็ขำขึ้นมาหลังจากแซว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ทำให้คุณจูลี่ต้องการปรึกษากับเหล่าดีเจว่าหากครั้งหน้าที่เธอตามแฟนไปทำงาน ควรพูดกับแฟนแบบไหนดีให้แฟนคิดเรื่องนี้ได้ อีกทั้งยังรู้สึกว่าเขาสนิทกันมากเกินไปจนไม่มีเวลาแบ่งมาให้เธอ หลังจากฟังเรื่องราวของคุณจูลี่จบ เหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก ‘ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย’ ที่ได้กล่าวว่า “หนูก็แค่วางตัวเป็นแฟนที่น่ารักตามปกติ เพราะหนูเป็นแฟน และเขาเป็นเพื่อนแค่นั้น เข้าใจความรู้สึกของจูลี่นะ แต่ใด ๆ ทั้งหมดต้องมองด้วยภาพรวม จูลี่อาจจะไปโฟกัสที่เป็นจุดเล็ก ๆ บนผืนผ้าขนาดใหญ่ แต่ก็ไปแหกจนมันใหญ่จนมันหนักกับตัวเรา แต่อยากให้มองภาพรวม ๆ ทั้งหมด แล้วก็ไม่ต้องไปนั่งจับผิด ความเป็นจริงอาจจะไม่ได้ไปขนาดนั้นก็ได้” ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรในเชิงนั้นเลย แต่บางครั้งคนเราอยู่ด้วยกันมันไม่ได้ถูกตัดสินด้วยความผิดหรือถูก หรือด้วยเหตุผลเสมอไป ทั้งหมดทั้งมวล ก็ระวังเรื่องการวางตัวนิดนึง เราแค่ทำให้อีกฝ่ายสบายใจ อีกฝ่ายมีความสุข ถ้าเราจะพอยอมให้กันได้บ้างบางเรื่อง มันก็จะอยู่รอดกันไปจนแก่จนเฒ่า คนเรามันก็ต้องมีมุมงี่เง่าบ้างแหละสักนิดสักหน่อย” สุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้กล่าวว่า “เพื่อนแฟนก็ต้องวางตัวดี ๆ ด้วย ละประโยคที่เพื่อนแฟนพูดว่า “มึงก็เอาเงินไปซื้อกล้องแล้วก็ไม่ได้แต่งสักที” เหมือนเขาเข้าข้างเรามั้ย แบบว่าอยากให้รีบแต่ง แต่เรารู้สึกไม่ชอบเขาไปแล้ว เราไม่ต้องตามไปที่ทำงาน ไม่ต้องไปเห็น เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขา จากข้อมูลที่พี่ฟังนะ เรื่องทั้งหมดนี้สำหรับพี่ไม่สามารถมองว่าแฟนผิดได้เลย เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ถ้าจูลี่คิดจะจับ จูลี่ต้องมีหลักฐานมากกว่านี้ แต่การจับต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ไม่งั้นเราจะกระวนกระวายใจอยู่คนเดียว แล้วการทนทุกข์ของจูลี่จะมีผลต่อความสัมพันธ์กับแฟน แต่ถ้าสมมติมีอะไรจริง ๆ มันจะมีหลักฐานมากกว่านี้ ถ้าเรารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีข้อดีมาก ทำไมถึงไม่อยากรักษาความสัมพันนี้ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้แม้ไม่ได้ลึกมาก แต่ก็สะกิดให้เป็นแผลถลอกได้นะ มันจะดีกว่ามั้ยถ้าเราให้เกียรติในการทำงานเขา คนเราสามารถอยู่ด้วยกันโดยไม่ทะเลาะกันได้นะ ถ้าเราเข้าใจกันและกัน ความเข้าใจสำคัญที่สุดจูลี่”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เรากำลังจะเปิดใจให้ใครสักคน แต่ติดที่บางคนไม่โอเคกับการที่เราเป็น Single Mom นั่นเลยทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองมาก การเป็น Single Mom จะไม่มีโอกาสที่จะมีรักครั้งใหม่เลยหรอคะ

05 ก.พ. 2026

เรากำลังจะเปิดใจให้ใครสักคน แต่ติดที่บางคนไม่โอเคกับการที่เราเป็น Single Mom นั่นเลยทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองมาก การเป็น Single Mom จะไม่มีโอกาสที่จะมีรักครั้งใหม่เลยหรอคะ

เรากำลังจะเปิดใจให้ใครสักคนแต่ติดที่บางคนไม่โอเคกับการที่เราเป็น Single Momนั่นเลยทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองมากการเป็น Single Mom จะไม่มีโอกาสที่จะมีรักครั้งใหม่เลยหรอคะ ‘คุณน้ำ (นามสมมติ)’ อายุ 32 ปี สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาที่ตนนั้นเป็น Single Mom แต่ถูกปิดโอกาสที่จะให้คนเข้ามารัก โดย ‘คุณน้ำ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “เราเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว บางครั้งก็มีความรู้สึกเหงา อยากจะเปิดใจ อยากมีใครสักคน วันหนึ่งเราไปเจอโพสต์คำถามว่า ‘คิดยังไงกับคนเป็น Single Mom’ เราเองก็เข้าไปดู และได้เห็นคอมเม้นท์ไปในทางเดียวกันทั้งหมด ทุกคนตัดสินไปแล้ว ว่าผู้หญิงที่ผ่านการมีครอบครัวมานั้นเป็นคนไม่ดี อย่าไปยุ่งเลย มันเลยทำให้เรื่องนี้กลายเป็นปมที่ติดอยู่ในใจเรา มันทำให้เราไม่มั่นใจ ทำให้เราไม่กล้าที่จะเปิดใจให้กับใคร พอลองมองย้อนกลับกัน ผู้ชายที่เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวกลับมีที่ยืนในสังคมมากกว่า สังคมยังให้โอกาสเขา ยังมองว่าเขาเป็นคนดี ทั้งที่เงื่อนไขการเลี้ยงลูกคนเดียว หรือการหาเงินคนเดียวมันก็เหมือน ๆ กัน แต่ผู้หญิงอย่างเรากลับโดนตัดสินว่าเป็นคนไม่ดี เคยผ่านผู้ชายมาก่อน มันทำให้เราไม่กล้า และมักจะตีตัวออกห่างจากใครสักคนก่อนเสมอ ปีที่ผ่านมา เราคุยกับผู้ชายคนหนึ่ง เราเองก็เคยเกริ่นถามเขาว่า ถ้าเป็นเป็นผู้หญิงที่ผ่านการมีลูกมาแล้ว จะรับได้ไหม แต่เขาก็เงียบ และไม่เลือกที่จะตอบคำถามนี้ มันเลยทำให้เราตัดสินใจที่จะไม่ไปต่อกับความสัมพันธ์นี้ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะเลือกทางผิดไหม แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาจะโอเคกับเราหรือเปล่า เราเองก็ได้แต่คิดว่าผู้หญิงที่เป็น Single Mom จะไม่มีโอกาสที่จะมีรักครั้งใหม่เลยหรอคะ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะเสพสื่อแบบไหน คอมเม้นท์ในแต่ละแพลตฟอร์มมันต่างกันอยู่แล้ว อย่าเพิ่งไปคิดว่าสิ่งที่เราอ่านมาเป็นความคิดของสังคมโดยรวม คนที่มีความคิดว่า Single Mom เป็นคนไม่ดี มันเป็นความคิดที่โบราณมาก สังคมตอนนี้มันเปลี่ยนไปมากแล้ว อย่าให้คำพูดของคนเหล่านั้นมาทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ในสังคมยาก ถ้าเอาผู้ชายที่เข้าใจโลกมานั่งคุยกัน คงไม่มีใครมานั่งสนใจว่าใครจะมีลูกมาแล้ว หรือมีสามีมาก่อน อย่าเพิ่งไปคิดว่าโลกใบนี้ต่อต้านเรา ทุกวันนี้สังคมมันไปไกลแล้ว” ทางด้านของ ‘ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “การที่เราจะเลือกใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิตของเรา สิ่งที่สำคัญที่สุด คือเราเลือกเขาและเขาเลือกเรา เพราะฉะนั้นเสียงความคิดเห็นของคนที่เหลือทั้งหมด ไม่มีความสำคัญอะไรเลย การที่เราตรงไปตรงมากับเขา บอกสถานะเราให้เขารู้ไปตรง ๆ ก็เป็นเรื่องที่แฟร์กับทุกฝ่าย มันไม่ใช่ความผิดของเราที่เป็น Single Mom อยู่ที่เขาว่าจะเลือกหรือไม่เลือก อย่าให้เสียงความเห็นของคนอื่นมาทำให้เราปิดกั้นโอกาสของตัวเอง” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อย่าไปใส่ใจ คนที่มีชีวิตที่ดี จะแสดงทัศนคติในเชิงบวก และจะไม่แสดงความเห็นเชิงลบมากดดันใคร สมมติว่าเราเจอใครสักคนในชีวิต ให้ลองรู้จักกันก่อน แล้วใครสักคนที่รู้จักเราดีพอแล้ว ต่างคนต่างมั่นใจกัน ค่อยลองบอกเขา ให้โอกาสเขา และให้โอกาสตัวเองด้วย ไม่ต้องด้อยค่าตัวเอง อาชีพแม่ลาออกไม่ได้ เพราะลูกเป็นสิ่งสำคัญ เรามีความสุขกับชีวิตและลูกเรา คนที่จะเข้ามาคนนั้น จะต้องมาเติมเต็มกันและกันให้ได้”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณจ๋า 'เจอผีเด็กในวัด' l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 27 ม.ค.2569 ]

06 ก.พ. 2026

เรื่องเล่าจากคุณจ๋า 'เจอผีเด็กในวัด' l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 27 ม.ค.2569 ]

เมื่อตามไปเป็นฆราวาสคอยดูแลพี่ชายที่ไปบวช ณ วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งวัดแห่งนี้ไม่มีค่อยคนแวะสัญจรไปมา ระหว่างที่พักผ่อนอยู่ในห้องกับยาย จู่ ๆ ก็เห็นเด็กผู้ชายคนนึงมายืนอยู่หน้าห้อง ก็คิดว่าอาจจะเป็นลูกหลานของชาวบ้านแถวนี้ เมื่อเวลาผ่านไปวันนั้นที่มีทำวัดเย็น เขาเลยถามชาวบ้านแถวนั้นว่า ‘ที่นี่มีเด็กมั้ย เห็นมายืนจ้องอยู่’ ลูกหลานของใครรึเปล่า? แต่เขากลับได้คำตอบจากชาวบ้าน ที่พูดออกมาไม่เต็มปากว่า ‘ที่หมู่บ้านนี้ไม่มีเด็กนะ’ แต่เด็กคนนี้ยังไม่ไปไหนอีกหรอ ทำเอาเขา และยายขนลุกทันที เมื่อรู้ความจริงทั้งหมดที่ถูกเปิดเผย เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง - เจน สาวแอน The Ghost’ (27 ม.ค. 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘เจอผีเด็กในวัด’ เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวของ ‘คุณจ๋า’ ที่มาเล่าให้ฟัง... ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงของตนเอง ปกติเธอไม่ได้เป็นคนที่มีเซนส์ หรือมองเห็นวิญญาณ โดยคุณจ๋า ได้เล่าว่า เหตุการณ์หลอนครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2566 ที่ผ่านมา คุณจ๋า และยายของเธอได้ไปเป็นผู้ติดตามให้กับพี่ชายตอนบวช ณ วัดแห่งหนึ่งในเมือง ซึ่งพี่ชายของคุณจ๋า ได้ฤกษ์บวชทั้งหมด 7 วัน คุณจ๋าได้เล่าว่า แม้วัดนี้จะอยู่ในเมืองก็ตามแต่พระที่จำวัดอยู่ที่นี่มีเพียงแค่รูปเดียวเท่านั้น คุณจ๋า กับยายจึงเกิดความเป็นห่วงเรื่องการเป็นอยู่อาศัยของพี่ชายขึ้นมา ซึ่งตลอดระยะเวลาที่คุณจ๋า และยายอยู่ ณ วัดแห่งนั้น ก็มักจะทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การไหว้พระ สวดมนต์ คุณจ๋าได้ เล่าเพิ่มเติมว่า ที่พักของฆราวาสกับพระที่บวชใหม่นั้นจะแยกกันอยู่คนละหลัง ตัวคุณจ๋า ก็จะอาศัยอยู่กับยาย ส่วนพี่ชายที่บวชพระก็จะอยู่ในกุฏิ โดยเหตุการณ์ที่ชวนขนหัวลุกก็ได้เริ่มขึ้นช่วง 3 วันสุดท้าย ก่อนที่พี่ชายของคุณจ๋า จะลาสิกขา ในช่วงเวลาประมาณบ่าย 2 ของวัน คุณจ๋า กับยายที่นั่งเล่นอยู่ในที่พักของฆราวาส ซึ่งลักษณะของที่พักนี้นั้นไม่มีผ้าม่าน และมีเพียงกระจกที่สามารถมองเห็นคนที่อยู่ข้างนอกได้ แต่คนข้างนอกไม่สามารถมองเข้ามาเห็นเราได้ ขณะนั้นเอง จู่ ๆ คุณจ๋า ก็ได้หันไปทางประตูข้างนอก ซึ่งเห็นเด็กอายุราว ๆ 5 ถึง 7 ขวบใส่เสื้อสีแดง กางเกงสามส่วนลายทหารยืนหน้านิ่ง สายตาจ้องมองมาที่เธอคุณจ๋า จึงได้หันไปเรียกหายายว่า “ยาย เด็กที่ไหนมายืนอยู่ตรงนี้เนี่ย”ยายของคุณจ๋า ได้มองเห็นเด็กผู้ชายคนนั้นเช่นกัน ก็ได้ตอบขึ้นว่า “สงสัยจะเป็นลูกหลานคนแถวนี้แหละ”ทั้งคู่จึงได้ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์กันต่อโดยที่ไม่ได้สนใจเด็กผู้ชายคนนั้น.เวลาผ่านไปไม่นาน คุณจ๋า ก็ได้หันขึ้นไปมองที่ประตูตามเดิม แต่กลับไม่เห็นร่างของเด็กชายที่ยืนอยู่ก่อนหน้าแล้ว ประจวบกับท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง ถึงเวลาที่คนระแวกนั้นจะต้องมาทำวัดตอนเย็นกันตามปกติ ยายของคุณจ๋า จึงได้ถามคนเหล่านั้นไปว่า“ช่วงเวลาประมาณบ่าย 2 มาวัดกันหรอ เห็นมีเด็กมายืนอยู่”ชาวบ้านที่ฟังเช่นนั้นก็ได้เกิดท่าทีเลิ่กลั่กขึ้นพร้อมบอกว่า “ไม่นะ ไม่มีใครมาเลย และในหมู่บ้านนี้ไม่มีเด็กด้วยเพราะเป็นชุมชนเล็ก ๆ ใกล้วัด มีแต่คนแก่ทั้งนั้นแหละ” พร้อมถามยายของคุณจ๋ากลับว่า เด็กที่เห็นมีลักษณะเป็นยังไงบ้าง ยายก็ได้บอกไปว่า เป็นเด็กผู้ชาย น่าจะอายุประมาณ 5-7 ขวบ ใส่เสื้อสีแดง กางเกงสามส่วนลายทหาร ชาวบ้านที่ได้ยินเช่นนั้นก็ต้องตกใจไปตาม ๆ กัน แต่ทุกคนก็ไม่ได้เลือกที่จะพูดอะไรออกไปในตอนนั้นเหตุการณ์ผ่านไปหลังจากพี่ชายของคุณจ๋า ได้ลาสิกขาไปเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านก็ได้มาบอกความจริงว่า...เด็กผู้ชายที่คุณจ๋ากับยายเห็นนั้น คือเด็กผู้ชายที่เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 10 ปีก่อนสาเหตุที่เสียชีวิตคือ โดนรถไถทับร่างจนเสียชีวิต พร้อมเล่าเพิ่มเติมว่า เมื่อก่อนสถานที่รอบ ๆ วัดนี้เป็นไร่ข้าวโพด พร้อมกับให้ดูรูปเด็กผู้ชายคนนั้น ที่ถูกถ่ายจากอัลบั้มรูปงานชาปนกิจของเด็กคนนั้นให้คุณจ๋า กับยายได้ดู ซึ่งก็ทำให้คุณจ๋า กับยายต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นทันที เพราะทั้งเสื้อผ้า หน้าผมของเด็กผู้ชายในรูปนั้นเหมือนกับภาพที่คุณจ๋า และยายเห็นราวอย่างกับแกะ คุณจ๋ายังบอกอีกว่าประสบการณ์หลอนครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้มองเห็นวิญญาณ และภาพที่เธอเห็นเด็กผู้ชายที่จ้องมองเข้ามาทางเธอนั้นจะยังเป็นภาพติดตาของเธอตลอดไป(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากสาวแอน The Ghost 'สาเหตุที่เลิกขับเเท็กซี่' l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 27 ม.ค.2569 ]

04 ก.พ. 2026

เรื่องเล่าจากสาวแอน The Ghost 'สาเหตุที่เลิกขับเเท็กซี่' l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 27 ม.ค.2569 ]

รถแท็กซี่ที่คุณนั่ง แค่รับส่งผู้โดยสาร หรือเคย ‘พรากชีวิต’ ใครมาก่อนหรือเปล่า? เรื่องราวหลอนระทึกของคนขับรถกะดึก ที่รับผู้โดยสารสาวขึ้นรถมาด้วยความหวังดี แต่กลายเป็นสาเหตุที่ต้องเลิกขับแท็กซี่ไปตลอดชีวิต เพราะเมื่อหญิงที่ขึ้นมาบนรถนั้น ดันกลายเป็นศพที่ถูกล้อรถทับ ที่ต้องหนีไปขอความช่วยเหลือจากลุงยามหมู่บ้านใกล้ ๆ แต่ใครจะรู้ ว่านั่นคือการ 'หนีเสือปะจระเข้'... เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X เจน-สาวแอน The Ghost (27 มกราคม 2569)’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘สาเหตุที่เลิกขับเเท็กซี่’ เรื่องราวนี้ ‘สาวแอน’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวที่ถูกเล่ามาโดย “คุณอาร์ท” เป็นเรื่องราวของพี่ที่รู้จัก ที่มีชื่อว่า “คุณนัท” ซึ่งเหตุการณ์นี้ คือสาเหตุที่ทำให้ ‘คุณนัท’ ถึงกับต้องเลิกทำอาชีพสร้างเนื้อสร้างตัวของเขา นั่นคือการขับแท็กซี่ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ‘คุณอาร์ท’ ตกงาน จึงไปสมัครเป็นคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งการเช่ารถแท็กซี่ 1 คัน จะถูกจัดให้มีคนขับอยู่ 2 คน ซึ่งคุณอาร์ท จะขับรถในกะกลางวัน และการทำงานในกะกลางคืน จะเป็นของพี่นัท พี่นัทเป็นคนตรงเวลามากมาตลอด เขาจะมาส่งรถประมาณตี 5 ของทุกวัน คืนวันนั้นพี่นัท ก็ออกไปทำงาน และคุณอาร์ทก็มารอรับรถปกติ แต่วันนี้ พี่นัทดันไม่มา คุณอาร์ทยังรอไปหลายชั่วโมง จนกระทั่ง 7 โมงเช้า พี่นัทก็ยังไม่มา จึงกลับไปรอที่บ้าน ประมาณ 9.00 น. พี่นัท โทรมา บอกว่า “อาร์ท พี่ขอโทษ 11 โมง มารับรถนะ เดี๋ยวพี่จะให้ค่าเสียเวลา” คุณอาร์ทก็ตอบตกลง และไปเจอกันที่อู่รถแท็กซี่แต่หลังจากเจอกับพี่นัท คุณอาร์ทสังเกตได้เลยว่า หน้าพี่นัท ดูซีดเซียว เหมือนคนอดหลับอดนอน แต่ก็ไม่ได้ถามไถ่อะไร แล้วไปขับรถทำงานตามปกติ หลังจากการทำงานวันนั้น คุณอาร์ทก็ขับรถเข้ามาที่อู่ และเห็นว่า พี่นัทกำลังนั่งรออยู่ เมื่อเจอกัน พี่นัทพูดว่า “อาร์ท… พี่ขอแลกกะได้มั้ย พี่ไม่อยากขับกะกลางคืนแล้ว” แต่คุณอาร์ท ปฏิเสธไป เพราะไม่ชินกับการขับรถกลางคืน แต่พี่นัทก็ไม่ได้ตื้ออะไร ต่างคนจึงแยกย้ายกัน วันถัดมาหลังจากคุณอาร์ท กลับจากทำงาน แล้วเอารถมาส่งที่อู่ ปรากฎว่าคนที่ยืนรอกลับเป็น เจ๊ เจ้าของอู่ ไม่ใช่พี่นัท เจ๊บอกกกับคุณอาร์ทว่า พี่นัทลาออกแล้ว อยากให้คุณอาร์ทควง 2 กะเลยทั้งกลางวัน และกลางคืน ทีแรกคุณอาร์ทคิดว่า เขาทำอะไรให้พี่นัทไม่พอใจ หรือโกรธที่ไม่ยอมแลกกะ หรือเปล่า? หลังจากนั้นจึงไปหาพี่นัทที่บ้าน ขณะนั้นพี่นัทกำลังดื่มอยู่ คุณอาร์ทจึงทราบจากภรรยาพี่นัทว่า พี่นัทไม่ได้โกรธ แต่เจอผีหลอกมาต่างหาก เขาก็เอ๊ะใจว่า แค่นี้ถึงกับต้องเลิกขับแท็กซี่เลยหรอ พี่นัทจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พี่นัทเล่าว่า ตอนนั้นทำงานกะดึกอยู่เขาขับไปส่งลูกค้าแถวชานเมือง แต่ขากลับมีน้องผู้หญิงคนหนึ่งยืนโบกรถพอดี เขาเองก็ดีใจที่อย่างน้อย ก็ไม่ได้ตีรถกลับไปเฉย ๆ เมื่อเปิดกระจกถามว่าจะไปไหน ผู้หญิงคนนั้นตอบว่า “ไปซอยในหมู่บ้านตรงนั้นค่ะ…” พี่นัทก็เริ่มคิดแล้วว่า ซอยตรงนั้นมันเปลี่ยวสองข้างทางเป็นป่าต้นธูป มืดไม่มีไฟ เขากลัวว่าจะโดนลวงไปปล้น แต่เขาก็เป็นห่วงน้องผู้หญิงเลยตัดสินใจไปส่ง หลังจากนั้นน้องผู้หญิงก็ขึ้นรถมาแล้วบอกว่า ไม่ขอนั่งข้างหลัง อยากนั่งข้างหน้า พี่นัทก็ตกลง เมื่อขับรถออกไปสักพัก ด้วยความที่ผู้หญิงคนนั้นใส่กระโปรงสั้นแต่งตัวล่อตา พี่นัทจึงเผลอไปมองขา และหน้าอกของน้องผู้หญิง เขาเองก็รู้สึกผิด แต่สักพักน้องผู้หญิงก็หยิบสมุดกับปากกาขึ้นมาจดป้ายทะเบียนรถปกติ แล้วจู่ ๆ ก็หันมาพูดว่า “มึงมองนมกูหรอ !” พี่นัทตกใจจึงรีบปฏิเสธ “กูไม่ได้มอง !” ระหว่างนั้นก็ขับรถไป และทะเลาะกันไป ใช้คำหยาบขึ้นมึงกู เมื่อขับไปถึงจุดกลับรถใต้สะพานทางด่วนซึ่งมืดมาก เสียงทะเลาะของน้องผู้หญิงเมื่อครู่ก็เงียบไป และเมื่อขับออกมาพ้นใต้สะพาน มีแสงสว่าง พี่นัทก็หันไปพบว่าน้องผู้หญิงได้หายไปแล้ว พี่นัทตกใจมาก และนั่งสักพัก ก่อนที่จะได้ยินเสียง ปั๊ง! ปั๊ง! ปั๊ง! ที่ท้ายรถ จึงตัดสินใจลงจากรถไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่พี่นัทเห็นคือ ภาพสยดสยองของน้องผู้หญิงคนนั้นที่โดนล้อรถทับอยู่ มีทั้งเลือด และอวัยวะกระจายเต็มไปหมด ผู้หญิงคนนั้นพูดกับพี่นัทว่า “มึงชนกูทำไม!” พี่นัทรู้ตัวเลยว่านี่ไม่ใช่คน จึงรีบขึ้นรถ และขับหนีออกมาโดยเร็วที่สุด ขับออกมาเรื่อย ๆ จนเห็นแสงสว่างจากหมู่บ้าน และหน้าหมู่บ้านก็มีป้อมยาม ขณะนั้นมีคุณลุงคนนึง กำลังถือเก้าอี้เดินเข้าไปในป้อมพอดี พี่นัทจอดรถ และรีบวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือ “ลุง ๆ ช่วยผมด้วย ผมโดยผีหลอก” ลุงจึงบอกให้พี่นัทเข้ามาก่อน ด้วยความกลัวพี่นัทก็รีบวิ่งเข้าไปนั่งหลบที่ใต้โต๊ะ ก่อนที่จะฟื้นขึ้นมาอีกทีในตอนเช้า เมื่อพี่นัทโดนปลุกจนตื่น ก็พบว่าข้างนอกป้อมยามมีชาวบ้านเต็มไปหมด ทุกคนต่างมามุงดู เพราะคิดว่าพี่นัทอาจจะนอนเสียชีวิตไปแล้ว จากนั้นก็มีการซักถามว่า “มาที่นี่ได้ยังไง คุณเป็นคนต่างถิ่นหนิ” คุณนัทจึงเล่าให้ฟังว่าโดนผีหลอก และมีป้าชาวบ้านคนนึงพูดขึ้นมาว่า “หึ้ย.. ไอส้มมันยังไม่ไปไหนอีกหรอ” พี่นัทจึงถามกลับไปว่า “ส้ม… ส้มที่ว่านี่คือใคร สิ่งที่ผมเจอคืออะไร” ป้าจึงบอกให้ตามมาจะเล่าให้ฟัง พี่นัทตามป้าไปที่ร้านข้าวของเธอ ป้าก็เล่าให้ฟังว่า ส้ม ก็เป็นคนหมู่บ้านนี้แหละ คืนนั้นส้มไปเรียกแท็กซี่ตรงจุดที่พี่นัทเคยไปรับ เมื่อขึ้นรถไปก็จดป้ายทะเบียนรถแท็กซี่เหมือนที่ทำตอนที่ขึ้นรถพี่นัทเลย แต่จังหวะที่รถขับไปถึงจุดกลับรถใต้สะพานที่เกิดเหตุ ลุงขับแท็กซี่คนนั้นกลับจอดรถ และพยายามข่มขืนเธอแต่น้องส้มเปิดประตู และหนีไปได้ ลุงจึงขับรถหนีไป แต่หนีได้สักพัก ก็นึกขึ้นได้ว่า น้องส้มได้จดชื่อ และทะเบียนรถของเขาไว้ จึงอยากย้อนกลับไปขอโทษ เมื่อกลับไปถึง ก็พยายามตามหาแต่ส้มกลับวิ่งหนี เขาจึงคิดว่าน่าจะไม่สามารถประนีประนอมกันได้ จึงตัดสินใจ ขับรถชนน้องส้มจนเธอสลบไป และพยายามลงจากรถไปค้นหาสมุดเล่มนั้นแต่ก็หาไม่เจอ จู่ ๆ น้องส้มก็ฟื้นขึ้นมา ลุงขับแท็กซี่ จึงขับรถเหยียบเธอซ้ำ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอเสียชีวิตแล้ว จากนั้นจึงเอารถไปส่งที่อู่ แต่ไม่นานเมื่อกฎหมายทำงาน ลุงขับแท็กซี่ก็โดนจับไปรับโทษทันที หลังจากการชันสูตรศพ และสอบสวนผู้ต้องหา ตำรวจได้ถามลุงขับแท็กซี่ว่า ลุงข่มขืน และฆ่าน้องส้มใช่ไหม ลุงปฏิเสธตอบว่า “ผมฆ่าก็จริง แต่ผมไม่ได้ข่มขืน” ตำรวจเอะใจมาก “เป็นไปไม่ได้ เพราะศพโดนข่มขืนด้วย” เมื่อไม่มีการยอมรับ จึงต้องพักการสอบสวนไว้ก่อน และไม่นานก็มีสายจากตำรวจอีกนายโทรเข้ามาว่าให้มาดูที่เกิดเหตุอีกเหตุที่บ้านน้องส้ม เมื่อไปถึง ก็พบว่าภายในห้องมีข้อความเขียนอยู่ว่า “...กูแค่ข่มขืนมึง กูไม่ได้ฆ่ามึง… คนที่ฆ่ามึง คือคนขับแท็กซี่…” และถัดจากข้อความนั้นเป็นร่างของลุงแก่ ๆ ขี้เมา แขวนคอตัวเองอยู่ ตำรวจจึงสรุปได้ว่า ขณะที่ลุงขับแท็กซี่ขับรถหนีไป ลุงขี้เมาคนนี้ได้เข้ามา และข่มขืนน้องส้ม สมุดที่น้องส้มถือ จึงหล่นอยู่แถวนั้น เมื่อลุงขับแท็กซี่กลับมา ลุงขี้เมาก็หนีไป… เมื่อเล่ามาถึงอย่างนี้ คุณอาร์ทจึงพูดขึ้นว่า “แต่พี่ก็โชคดีนะ ที่มีลุงยามมาช่วยเอาไว้” พี่นัทตอบว่า “โชคดีกับผีอะไรล่ะ ที่กูสลบเพราะลุงนั่นแหละ” พี่นัทเล่าต่อว่า ในตอนที่เขาเข้าไปหลบใต้โต๊ะ ลุงยามก็เดินหยิบเก้าอี้มา แล้วพูดว่า “ผีตัวนี้ ลุงไม่กลัวมันหรอก ลุงมีวิธีหนีมันแล้ว” หลังจากนั้นลุงก็ปีนขึ้นบนเก้าอี้ และแขวนขอตัวเองต่อหน้าต่อตาพี่นัท และความจริงที่น่ากลัวสกว่านั้นคือ รถที่ทั้งสองคนขับ คือรถคันเดียวกันที่ชนน้องส้มจนเสียชีวิต…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณป๊อป The Ghost 'วิญญาณหลอน B8' l อังคารคลุมโปง X ป๊อป The Ghost [ 20 ม.ค.2569 ]

26 ม.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณป๊อป The Ghost 'วิญญาณหลอน B8' l อังคารคลุมโปง X ป๊อป The Ghost [ 20 ม.ค.2569 ]

การดูหนังผีในโรง ที่ไม่ได้หลอนเพียงแค่ในจออีกต่อไป เมื่อความตั้งใจ คือการมาดูหนังผีเรื่องดังตามกระแส แต่กลับเจอน้ำ และขนมไทยสุดแปลกวางอยู่บนเก้าอี้ ซึ่งตัวเขานั้นเข้ามาคนแรกในโรง ระหว่างที่นั่งดูหนังกำลังฉาย ก็มีความรู้สึกขนลุกเหมือนไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว แต่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ นั้นไม่มีใครนั่งอยู่ นอกจากขนมที่วางไว้ แต่กลับรู้สึกว่า เหมือนโดนแขนของใครบางคนอยู่ตลอดเวลา เมื่อออกไปจากโรงหนังทำให้รู้เรื่องราวที่ชวนขนหัวลุก และน่าจดจำยิ่งกว่าหนังตรงหน้า.. เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ป๊อป The Ghost’ (20 มกราคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘วิญญาณหลอน B8’ เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวของ “คุณป๊อป” ที่มาเล่าเรื่องราวของน้อง ให้นามสมมุติว่า (บี) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยน้องบี เกิดอยากดูหนังผีชื่อดังเรื่องหนึ่งในโรงภาพยนตร์ จึงได้จองตั๋วหนังรอบประมาณ 4 โมงเย็นกว่า ๆ และเลือกที่นั่งแถว B9 ซึ่งเป็นแถวที่อยู่แถบบน ๆ ของโรงหนัง และมีเพียงน้องบี ที่จองที่นั่งในแถวนั้นเพียงคนเดียว น้องบี ก็ได้ซื้อน้ำ และขนมเพื่อจะนำมากินในขณะที่ดูหนัง เมื่อถึงเวลา 4 โมงตรง ทางพนักงานตรวจตั๋วหนังก็ได้ให้ตัวน้องบี เข้าไปนั่งรอในโรงหนังก่อน และเมื่อน้องบี เดินไล่ที่นั่งมาจากเลขที่นั่ง B1 B2 B3 มาเรื่อย ๆ ก็ต้องสะดุดตาเข้ากับที่นั่งเลขที่ B8 เนื่องจากว่าได้มีแก้วน้ำ และขนมไทยที่วางอยู่บนกระทง และห่อซีนพลาสติกไว้.. น้องบี ก็ได้เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที เนื่องจากน้องบี คือลูกค้าคนแรก ที่พนักงานตรวจตั๋วเปิดโรงหนังให้เข้ามา อีกทั้งตอนที่เขาจองที่นั่งนั้นไม่มีใครจองที่นั่งข้าง ๆ แต่ทำไมถึงมีแก้วน้ำ และขนมไทยวางอยู่ ซึ่งในโรงหนังไม่ได้มีการเปิดจำหน่ายขนมไทยให้กับลูกค้า แต่น้องบี ก็ได้สลัดความสงสัยนั้นออกไป และคิดเพียงแค่ว่า คงอาจจะอยากอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยเพียงเท่านั้น และคิดว่าเจ้าตัวอาจจะคงกำลังไปเข้าห้องน้ำอยู่ เดี๋ยวอีกสักพักก็คงจะกลับมา ในขณะที่น้องบี กำลังนั่งดูตัวอย่างหนังอยู่นั้น ก็ได้มีไฟฉายส่องมาที่หน้าของตน และได้พบเข้ากับพนักงานที่เดินมาถามว่า “พี่ครับ คนข้าง ๆ พี่ อยู่ไหนอะพี่” ตัวน้องบี ก็ได้ตอบกลับไปว่า “พี่ก็ไม่รู้ อยู่ไหนอะ พี่มาพี่ก็ไม่เจอนะ” พนักงานคนนั้นจึงได้พูดต่อว่า “อ่าวหรอ ก็นึกว่าพี่เจอ ถ้าพี่ไม่เจองั้นผมไปแล้วนะ” และได้ทิ้งความสงสัยไว้ให้น้องบีต่อไป เมื่อหนังเริ่มฉายน้องบี ก็ได้เกิดความรู้สึกระแวง และขนลุกซู่ขึ้น เมื่อได้เผลอนำแขนไปเท้ากับเบาะที่นั่งข้าง ๆ เบาะ B8 ทำให้ตลอดการดูหนัง ที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่นำแขนไปเท้าเบาะ จะรู้สึกขนลุกซู่อยู่เสมอ เรียกได้ว่าหนังที่ว่าน่ากลัว ของจริงดันน่ากลัวซะยิ่งกว่า น้องบี จึงได้ยกมือขึ้นมาไหว้ และพูดขอว่า “ขอดูหนังให้จบก่อนได้ไหม เสียเงินไปเยอะเลย เสียดายเงิน เสร็จแล้วไม่ต้องตามกลับ จบกันแค่นี้นะ” พร้อมกับความรู้สึกที่ระแวงอยู่ตลอดการนั่งดูหนัง เมื่อหนังจบลง น้องบี ก็ได้ออกไปเจอพนักงานตรวจตั๋วคนเดิม น้องบี จึงได้ถามไปว่า “น้อง สรุปแล้วไอ้คนที่นั่งข้าง ๆ พี่คือใคร” พนักงานหนุ่มคนนั้นจึงได้ตอบกลับมาว่า...“ผมเห็นจริง ๆ เป็นผู้หญิง” น้องบี จึงได้ตอบกลับไปว่า “แล้วเขาไปไหนอะ” แต่พนักงานหนุ่มก็ได้ตอบว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันพี่”ทั้งคู่จึงได้พากันเดินขึ้นไปดูห้องคอนโทรลข้างบนโรงหนัง ซึ่งเป็นห้องที่มีการเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดในโรงหนังไว้ และได้เห็นเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในโรงหนัง ผมยาวปิดครึ่งหน้า ใส่เสื้อคลุมที่เหมือนเสื้อคลุมสีน้ำตาล กระโปรงสีชมพู พร้อมในมือถือขนมไทย และแก้วน้ำ แต่ทั้งสองก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นเมื่อคลิปจากกล้องวงจรปิดได้เล่นต่อไปจนหนังฉายจบ แต่ก็ไม่มีภาพที่ผู้หญิงคนนั้นเดินออกจากโรงหนัง หรือเดินไปเข้าห้องน้ำเลย ซึ่งในท้ายที่สุด ทั้งคู่ก็ไม่ทราบว่าผู้หญิงคนนั้นคือใครหรือมีตัวตนอยู่บนโลกนี้จริงหรือไม่กันแน่..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณตุ๊กติ๊ก 'บ้านคุณป้า' l l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

24 ม.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณตุ๊กติ๊ก 'บ้านคุณป้า' l l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

กลับบ้านไปงานศพของคุณป้า ควรเป็นเพียงการอำลาครั้งสุดท้ายของ แต่กลับกลายเป็นคืนที่ความจริงเริ่มเปิดเผย เมื่อห้องของผู้ตายส่งเสียงปริศนา เลือดแห้งปรากฏใต้เตียง และร่างของคุณป้า มาในสภาพผิดธรรมชาติ พร้อมคำพูดสั้น ๆ ว่า “ป้าไม่ได้ล้ม” คำบอกเล่าจากคนตาย นำไปสู่การรื้อคดีที่ถูกจัดฉากว่าเป็นอุบัติเหตุ ก่อนจะพบว่า... คนร้ายคือญาติใกล้ตัว และแม้ความยุติธรรมจะตามทันในโลกมนุษย์ แต่กรรมที่ตามหลอกหลอน กลับไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปจนวาระสุดท้าย เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary ’ (13 มกราคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘บ้านคุณป้า’ ‘คุณตุ๊กติ๊ก’ เล่าเรื่องราวของ ‘น้องศร’ ที่ต้องเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดเพื่อร่วมงานศพของคุณป้า ทันทีที่ไปถึง น้องศร รู้สึกได้ถึงบรรยากาศบางอย่างที่ผิดปกติ บ้านที่หลังเงียบผิดวิสัย ญาติพี่น้องที่มารวมตัวกันแทบไม่มีใครพูดคุย มีเพียงความอึดอัดปกคลุมอยู่ทั่วบ้านแม้จะรู้สึกแปลกใจ แต่น้องศรก็พยายามไม่คิดอะไรมาก ก่อนจะเข้าไปไหว้ศพคุณป้า และทักทายญาติ ๆ ตามปกติ คืนนั้น ด้วยความที่ญาติมาร่วมงานศพกันจำนวนมาก ห้องพักจึงไม่เพียงพอ ห้องเดียวที่ยังว่างอยู่ คือห้องของคุณป้า น้องศรไม่มีทางเลือก จึงจำเป็นต้องเข้านอนในห้องนั้นเวลาประมาณตีสอง น้องศรสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงบางอย่าง เป็นเสียงขูดครืดคราดไปมาตามพื้นไม้ น้องศร ลุกขึ้นมาดูรอบห้อง แต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ จึงตัดสินใจกลับไปนอนต่อแต่ยังไม่ทันจะหลับ เสียงเคาะเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากใต้เตียง พร้อมกับเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด เป็นเสียงของคุณป้า คล้ายกำลังพูดอะไรบางอย่างอยู่ น้องศรใจเต้นแรง ก่อนจะตัดสินใจก้มลงไปดูใต้เตียง สิ่งที่เห็นคือรอยเลือดแห้ง ๆ เป็นหยด ๆ ติดอยู่บนพื้นไม้ น้องศรเลือกเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัว ไม่บอกใคร และฝืนใจกลับไปนอนต่อทั้งที่แทบไม่กล้าหลับตา คืนถัดมา สิ่งที่เกิดขึ้นรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เพราะคราวนี้ไม่ใช่แค่เสียง หรือร่องรอยแต่เป็นร่างของคุณป้าที่ปรากฏตัวต่อหน้าน้องศรตรง ๆ ในสภาพคอหักผิดรูป เล็บมือฉีกขาด เลือดเปรอะเปื้อนทั่วร่าง น้องศรตกใจกลัวจนแทบสิ้นสติ พยายามจะลุกหนี แต่ก่อนจะวิ่งออกจากห้อง เสียงของคุณป้าก็ดังขึ้นว่า“ศร…ป้าไม่ได้ล้ม” น้องศร ไม่กล้าหันกลับไปมอง รีบวิ่งไปหาคุณแม่ และเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง พร้อมถามว่า ควรทำอย่างไรต่อไป? ทั้งสองคนตัดสินใจกลับไปที่ห้องของคุณป้าอีกครั้ง เพื่อค้นหาว่ามีอะไรผิดปกติ หรือมีของสำคัญหลงเหลืออยู่ หรือไม่ เมื่อก้มลงดูใต้เตียง ก็ยังพบรอยเลือดแห้งเหมือนคืนก่อน และสิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือเศษเล็บหนึ่งชิ้นที่หลุดออกมาอยู่ใต้เตียง ทั้งสองเลือกที่จะยังไม่บอกใคร และเช้าวันรุ่งขึ้นจึงนำสิ่งที่พบไปแจ้งตำรวจตำรวจกลับมาตรวจค้นห้องอีกครั้ง และพบหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งรอยนิ้วมือ และร่องรอยการต่อสู้ ทำให้คดีที่เคยถูกเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ เริ่มถูกเปิดเผยความจริง ผู้ก่อเหตุ คือญาติใกล้ชิดสองคนที่อาศัยอยู่ละแวกเดียวกัน ภายหลัง มีคุณลุงสองคนมาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้มาขอยืมเงินจากคุณป้า แต่ถูกปฏิเสธ จนเกิดการทะเลาะรุนแรง และลงมือทำร้ายคุณป้าจนเสียชีวิต จากนั้นจึงนำร่างไปจัดฉากโยนไว้ที่บันได แล้วร้องเรียกให้คนอื่นมาช่วย เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุตกบันได ก่อนที่ทั้งสองจะได้รับโทษตามกฎหมายหลังถูกคุมขังมีรายงานว่า ทุกครั้งที่ญาติไปเยี่ยม ลุงทั้งสองมีอาการเหม่อลอย ผวา เหมือนคนนอนไม่หลับ บางครั้งนั่งอยู่เฉย ๆ ก็สะดุ้งตกใจ เมื่อสอบถามผู้ดูแลก็ได้รับคำตอบว่า อาการเช่นนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่ และไม่เคยหายไปเลย จนเวลาผ่านไปหลายปี ทั้งสองตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในเรือนจำส่วนน้องศร หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านพ้นไป ก็ไม่เคยกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกเลย…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากณัฐผี The Scary 'วันไหว้ปอบ' l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

21 ม.ค. 2026

เรื่องเล่าจากณัฐผี The Scary 'วันไหว้ปอบ' l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

การเดินทางไปไหว้ศาลพ่อปู่ของครอบครัว ควรจบลงแค่พิธี และของเซ่นไหว้ แต่ในค่ำคืนนั้น รถที่ควรจะกลับถึงบ้าน กลับวนอยู่ที่เดิม พร้อมมีเสียงหัวเราะปริศนาดังขึ้นมาจากปลายสาย เเละของเซ่นไหว้ที่นำกลับมา ถูกเปิดออกความจริงบางอย่างก็ค่อย ๆ ถูกเปิดเผยให้เห็นว่า สิ่งที่กลับมาด้วย…ไม่ใช่แค่ของเซ่นไหว้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary’ (13 มกราคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า‘วันไหว้ปอบ’ คุณเจนอยู่ในครอบครัวที่นับถือศาสนาพุทธ เคารพบูชา กราบไหว้สิ่งศักสิทธิ์เป็นประจำ แต่ตัวของเจนเองไม่ได้นับถือสิ่งเหล่านั้น เพราะตัวของเธอนับถือศาสนาคริสต์ รวมถึงตัวของคุณเจนนั้นเป็นคนมีเซนส์วันหนึ่งที่บ้านของคุณเจนชักชวนให้เธอไปร่วมงานไหว้แก้บนศาลพ่อปู่ที่สถานที่แห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ซึ่งปกติแล้วครอบครัวของเธอจะไปร่วมงานนี้เป็นประจำในทุก ๆ ปี แต่รอบนี้อยู่ในช่วงที่เธอเพิ่งเรียนจบใหม่ และกำลังจะเข้าทำงาน เธอจึงปฏิเสธไม่ไปร่วมงานกับที่บ้าน จากนั้นพ่อ แม่ และพี่สาว ของเจนจึงขับรถเดินทางไปร่วมงานกันเพียงแค่ 3 คน โดยทุกครั้งที่ไปไหว้ศาลเจ้าแห่งนี้ จะนำหัวหมูพะโล้ไปปักธูปเซ่นไหว้ และจะต้องรอลาศาลเจ้า เพื่อนำหัวหมูกลับบ้านด้วยทุกครั้ง ในระหว่างที่รอทุกคนก็เดินไปสำรวจรอบหมู่บ้านแห่งนั้น เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงกลางคืน เจนที่กำลังรอครอบครัวกลับมาอยู่ที่บ้าน มีความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา เธอจึงโทรถามพ่อว่าทำไมทุกคนยังไม่กลับมา พ่อก็ตอบเจนว่ากำลังกลับแล้ว แต่มันก็หาทางออกไม่เจอ ขับมาเท่าไหร่มันก็วนอยู่ที่เดิม เมื่อสิ้นเสียงพ่อพูด จู่ ๆ เจนก็ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิงปริศนา ดังขึ้นมาจากปลายสายโทรศัพท์ ทำให้เจนต้องบอกพ่อให้ตั้งสติ และจอดรถเพื่อสวดมนต์ขอพร จนหาทางกลับบ้านได้สำเร็จ ในขณะที่ครอบครัวของเจนกำลังจะกลับมาถึงบ้าน เจ้าที่ที่บ้านก็ได้มาเตือนว่าอย่าให้พ่อถึงถุงเข้าบ้าน เมื่อครอบครัวของเจนเดินทางกลับมาถึง พ่อก็ได้ลงรถมาพร้อมกับถุงที่อยู่ในมือ เจนจึงถามไปว่า ‘พ่อเอาอะไรมา’ พ่อเลยบอกว่าหัวหมูที่นำไปเซ่นไหว้เมื่อตอนเช้า แต่เมื่อเปิดดูกลับพบว่าหัวหมูเต็มไปด้วยหนอน และแมลงวัน เจนจึงบอกให้พ่อนำไปทิ้งที่ศาลเจ้าท้ายซอย เมื่อไปถึงจี้กง ที่เป็นร่างประทับของศาลแห่งนี้ ก็ได้บอกให้พ่อนำถุงไปทิ้งที่หลัง คลอง ก่อนที่พ่อจะกลับ จี้กงได้บอกว่า‘มีบางสิ่งบางอย่างตามมาด้วย พรุ่งนี้พาคนที่บ้านมาทำพิธี วันนี้คงจะทำให้ไม่ได้ เพราะของมันแรง..’ หลังจากพ่อกลับเข้ามาในบ้าน เจนที่ยืนอยู่ด้านนอกก็ได้เห็นผู้หญิง 2 คน นั่งอยู่บนหลังคารถของพ่อ ทำให้เจนตกใจมาก แต่เมื่อหันไปอีกครั้งมันก็หายไป เจนจึงกลับเข้าบ้าน ก่อนที่จะเห็นว่าผู้หญิง 2 คนนั้นกำลังนั่งมองเจนจากระเบียงบ้านของพี่สาวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม… ขณะที่ทุกคนกำลังนอนหลับ จู่ ๆ พ่อของเจนก็ได้ร้องโวยวายดังลั่น ทำให้เจนรีบวิ่งไปปลุกพ่อ ก่อนที่พ่อจะตื่นมาด้วยความเหนื่อย และบอกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งพยายามจะทำร้ายพ่อ ต่อมา พี่สาวของเจนร้องโวยวายขึ้นมาอีกคน เจนจึงรีบวิ่งไปหา พี่สาวได้บอกว่าฝันเห็นผู้หญิง 2 คน พยายามที่จะเข้าบ้าน เจนคิดว่าเหตุการทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันแปลกเกินไป ทุกอย่างดูคล้ายกันหมด จนถึงคนสุดท้ายที่มีอาการ คือ แม่ของเจน ที่จู่ ๆ ก็กรีดร้องโวยวาย ‘จะทำอะไรฉัน!!’ เมื่อทุกคนเข้าไปในห้อง ก็ได้เห็นแม่นอนตาเหลือกเหมือนคนที่หายใจไม่ออกอยู่บนเตียง ก่อนที่จะตื่นมา และเล่าว่าฝันเห็นผู้หญิง 2 คนพยายามทำร้ายแม่ เมื่อทุกคนฝันถึงเรื่องเดียวกัน ในคืนนั้นจึงมีการสวดคาถาป้องกันเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้น และตกลงที่จะนอนรวมกัน ขณะที่เจนกำลังนอนหลับจู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีมือคนหนึ่งมาโอบกอดรัดอยู่ที่หน้าอก และมือของอีกคนหนึ่งโอบรัดอยู่ที่ขาของเธอ แม้เจนพยายามจะสู้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ หลังจากนั้นเจนได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิง ซึ่งเป็นเสียงที่คุ้นเคย เหมือนกับเสียงหัวเราะปริศนาจากปลายสายโทรศัพท์ที่เธอเคยได้ยิน เจนท่องคาถา ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเจอกับหญิงชราคนหนึ่งอยู่ตรงหน้าของเธอ เหมือนกับพยายามจะแฝงร่างของเธอ ทั้งสองประจันหน้ากันก่อนที่หญิงชราคนนั้นจะพูดว่า‘เดี๋ยวกูจะกินแม่มึง แล้วกูจะกินคนในครอบครัวมึง แม่มึงมายุ่งเรื่องของกู’‘หรือ..กูจะกินมึงก่อนดี’ คำพูดสุดท้ายของหญิงชรา ก่อนที่จะหายไปหลังจากเจนท่องบทสวดจนสิ้นเสียง ‘อาเมน’ ทุกอย่างก็หลุดพ้นออกจากตัวของเธอ วันต่อมาทุกคนได้เดินทางไปแก้ของกับพระสงฆ์รูปหนึ่ง เนื่องจากของแรงเกินกว่าที่จี้กงของศาลเจ้าท้ายหมู่บ้านจะแก้ให้ไหว สืบสาวเรื่องราวทั้งหมด ในตอนที่ทุกคนไปทำพิธีแก้บนที่ศาลพ่อปู่ทางภาคอีสาน ขณะที่รอของเซ่นไหว้ ทุกคนได้เดินไปสำรวจดูรอบ ๆ หมู่บ้านที่มีการทำพิธี แม่ของเจนได้เดินไปเจอบ้านหลังหนึ่ง วางของเซ่นไหว้ต่างออกไปจากบ้านหลังอื่น ๆ บนโต๊ะนั้นมีแต่เลือด ไก่สดที่เหมือนกับโดนหักคอ และของดิบอีกมากมาย ด้วยความสงสัยและประหลาดใจ แม่ของเจนได้พูดออกมาว่า ‘ทำไมที่นี่เขาไหว้กันแปลกจัง’ ทันใดนั้นเจ้าของบ้านได้ยินจึงเข้ามาถามแม่ของเจน ‘มาไหว้ด้วยกันไหม’ แม่ของเจนได้ปฏิเสธ และเดินออกมา พร้อมกับได้ยินเสียงบทสวดแปลก ๆ ดังตามหลังมา เมื่อถึงเวลากลับบ้านพ่อได้บอกกับทุกคนว่า ‘ไปพวกเรา กลับบ้านกัน’ ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด หลังจากได้เดินทางมาหาพระเพื่อทำพิธี พระท่านได้บอกว่า ‘มีวิญญาณปอบตามมา 2 ตน’ ถือว่าโชคดีที่มาเจอก่อน ไม่งั้นมันคงกลายเป็น ‘ห่าก้อม’ (ห่าก้อม คือ ตำนานพญาผีปอบ ผีร้ายที่เกิดจากผู้มีวิชาอาคมแต่กระทำความผิด) ไปแล้ว…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณเเนต 'ภาพทับซ้อน' l อังคารคลุมโปง X The Shock [ 6 ม.ค.2569 ]

09 ม.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณเเนต 'ภาพทับซ้อน' l อังคารคลุมโปง X The Shock [ 6 ม.ค.2569 ]

ทริปทัวร์ใหญ่ที่เหมาปิดรีสอร์ทในจังหวัดราชบุรี กลายเป็นคืนที่ไม่มีใครลืม เมื่อห้องพักชั่วคราวใต้ร้านสะดวกซื้อ เป็นจุดที่มีใครบางคนในชุดสีแดง “เดินวนอยู่หน้าห้อง” เช้าวันถัดมา ความจริงที่ถูกซ่อนของรีสอร์ทแห่งนี้ค่อย ๆ ถูกเปิดเผย และทำให้รู้ว่า สิ่งที่ยืนมองพวกเขาในคืนนั้น…อาจไม่เคยไปไหนเลยตั้งแต่วันเกิดเหตุ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X The Shock’ (6 มกราคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า‘ภาพทับซ้อน’ เรื่องราวของ “แนต” เกิดขึ้นเมื่อราว ๆ 10 ปีก่อน ในช่วงที่แนตทำงานเป็นไกด์ทัวร์ วันนั้นเป็นทริปใหญ่ที่ต้องเดินทางไปจังหวัดราชบุรี มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 300 คน เป็นการเหมาทั้งรีสอร์ทเพื่อจัดปาร์ตี้ บรรยากาศด้านหน้ารีสอร์ทดูดีมีร้านสะดวกซื้ออยู่ด้านบน แต่เมื่อเดินลึกเข้าไปด้านในความสวยงามด้านหน้ากลับหายไป เหลือเพียงทางเดินเงียบงัน และบรรยากาศวังเวง… ด้วยความที่เป็นไกด์ แนต และทีมงานต้องดูแลลูกค้าทั้งคืน กว่าจะรู้ว่าตัวเองได้พักห้องไหนก็ต่อเมื่อปาร์ตี้เลิกแล้ว เวลาประมาณเกือบเที่ยงคืน หลังจากส่งลูกค้าเข้าที่พักเรียบร้อย แนตจึงไปสอบถามทางรีสอร์ทว่าทีมงานจะได้นอนตรงไหน คำตอบที่ได้คือ ห้องเล็ก ๆ ชั้นล่าง ใต้ร้านสะดวกซื้อด้านหน้ารีสอร์ท เป็นห้องพัก 3 ห้องเล็ก ๆ ที่จัดที่นอนไว้ให้ ส่วนห้องฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นห้องเก็บของ ก็ถูกจัดเป็นที่พักชั่วคราวสำหรับทีมงานบางส่วน แนตรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้สุดท้ายไกด์ และเพื่อน ๆ ของแนตจึงรวมกันนอนห้องเดียว ประมาณ 6–7 คน ทุกคนนั่งดื่มนั่งคุยคลายเหนื่อยกันอยู่ในห้อง แนตนั่งอยู่บนเตียงหันหลังให้กระจกบานใหญ่ที่อยู่ฝั่งหน้าห้อง ขณะที่เพื่อน ๆ ทุกคนหันหน้าไปทางกระจกไม่นาน เพื่อนคนหนึ่งก็ทักขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ“แนต…น้องทีมงานมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เห็นเดินผ่านหน้าห้องหลายรอบแล้ว ใส่เสื้อสีแดง” แนตลุกขึ้นไปเปิดประตูดูทันที แต่ด้านนอกกลับว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลย แนตคิดว่าอาจเป็นความเข้าใจผิด จึงกลับเข้ามานั่งคุยต่อประมาณ 15 นาทีผ่านไป เพื่อนคนเดิมทักขึ้นมาอีก“แนต เขายังเดินอยู่นะ ลองออกไปดูอีกทีไหม” แนตลุกออกไปดูอีกครั้ง เพราะตัวเองนั่งใกล้ประตูที่สุด แต่ผลก็เหมือนเดิมไม่มีใคร ไม่มีแม้แต่เงา ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เพื่อนคนนั้นเริ่มพูดจริงจังขึ้น บอกว่าเห็นชัดมาก คน ๆ นั้นไม่ได้แค่เดินผ่าน แต่ “ยืนมองอยู่หน้ากระจกหน้าต่าง” แนตเริ่มหงุดหงิด คิดว่าอาจจะโดนเพื่อนอำ จึงลุกออกไปดูเป็นครั้งที่สาม และก็ยังไม่เห็นอะไรเหมือนเดิมแต่ทันทีที่แนตกำลังจะหันกลับเข้าไปในห้อง เพื่อนในห้องกลับพูดขึ้นว่า“จะไม่มีอะไรได้ยังไง…เขายังยืนอยู่เลย” แนตออกไปยืนดูอีกครั้งโดยครั้งนี้เดินตรงไปที่กระจกหน้าต่าง ก่อนที่เสียงโวยวายในห้องจะเริ่มดังขึ้น เมื่อแนตได้ยินเสียงโวยวายจึงเดินกลับเข้ามาถามว่า “เป็นอะไร” เพื่อนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ว่า“ตอนที่แนตออกไปยืนดูที่กระจก…แนตไปยืนทับร่างของคนนั้น”บรรยากาศในห้องเงียบสนิท ทุกคนตัดสินใจเก็บของ และย้ายไปอยู่อีกห้องทันที และนั่งคุยถึงสิ่งที่แต่ละคนเห็นกันยาวไปจนถึงเช้า เช้าวันถัดมา แนตยังคาใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงไปถามพนักงานรีสอร์ท แต่ไม่มีใครยอมตอบ จนกระทั่งได้คุยกับแม่บ้านคนหนึ่ง แม่บ้านเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะพูดว่า“พี่เจอเหรอ…” จากนั้นเธอเล่าว่า เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน ห้องบริเวณนั้นเคยเป็นที่พักของพนักงาน มีคู่รักคู่หนึ่งทะเลาะกัน ผู้ชายรีบออกไปง้อแฟน แต่ยังไม่ทันจะพ้นร้านสะดวกซื้อ รถก็ชนเสียชีวิตตายคาที่… และตั้งแต่นั้นมา ก็มีคนบอกว่า “ยังมีใครบางคน” ใส่เสื้อสีแดง เดินวนอยู่แถวนั้นไม่ไปไหน(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

EFM FANDOM RECAP

ต้อนรับน้องใหม่สุดฮอตแห่งวงการ T-POP CLO’VER 4 หนุ่มต่างคาแรคเตอร์ ต่างสไตล์ ที่มาพร้อมพลังความสดใสและความโชคดี พร้อมก้าวสู่เส้นทางแห่งความฝันนี้ไปด้วยกัน

09 ก.พ. 2026

ต้อนรับน้องใหม่สุดฮอตแห่งวงการ T-POP CLO’VER 4 หนุ่มต่างคาแรคเตอร์ ต่างสไตล์ ที่มาพร้อมพลังความสดใสและความโชคดี พร้อมก้าวสู่เส้นทางแห่งความฝันนี้ไปด้วยกัน

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 29 มกราคม 2569 ] ค่ำคืนนี้มายิ้มให้แก้มปริไปกับ 4 หนุ่มแสนซน “ CLO’VER ” ที่จะมามอบความสดใสไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ คารมดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ” ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 1 นี้มีชื่อว่า... 4 Leaf CLO’VER (โคลเวอร์ 4 แฉก)นามปากกา : ฮวังคิมชเว “ปาร์เก้” ในวันที่โลกเปลี่ยนไปทุกเวลาโลกมนุษย์ดูหม่นหมองผู้คนเริ่มหมดหวังและอ่อนล้ากับการใช้ชีวิต พระเจ้าได้ส่งชายหนุ่ม 4 คนลงมาเพื่อช่วยดูแลรักษาจิตใจมนุษย์ที่เริ่มเหี่ยวเฉา “บาร์โค้ด” เทพแห่งความรัก หากวันใดที่มนุษย์ขัดแย้งใจกัน บาร์โค้ดจะเป็นผู้มอบความรักเพื่อให้มนุษย์ยังคงรักซึ่งกันและกัน “คีน” เทพแห่งความโชคดี มนุษย์เชื่อว่าถ้าขอพรจากคีน จะฝันถึงเลข 2-3 เลข เป็นหนทางในการเสี่ยงโชคแก่มนุษย์ทุก 1 และ 16 ของทุกเดือน “อชิ” เทพแห่งความหวัง ผู้คนที่อ่อนล้าจากการเรียน ทำงาน และใช้ชีวิต อชิจะคอยเป็นความหวัง เพื่อให้มนุษย์ยังคงใช้ชีวิตด้วยความหวัง แม้วันนี้มันอาจไม่ดีดังใจ แต่พรุ่งนี้อาจมีสิ่งสวยงามรออยู่เสมอ และสุดท้าย “อั่งเปา” เทพแห่งความเชื่อมั่นและศรัทธา ให้มนุษย์ยังคงใช้ชีวิตด้วยความเชื่อ ความเลื่อมใส และความไว้วางใจอย่างแน่วแน่ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หลังจากที่โลกมีเทพเจ้าทั้ง 4 คอยปกปักษ์แล้วนั้น ทุกเรื่องทุกข์ใจก็บรรเทาทุกข์ลง ทุกความเหนื่อยล้าก็มองเห็นซึ่งความหวังในการใช้ชีวิต และเทพเจ้าทั้ง 4 ก็เป็นที่พึ่งทางใจของมนุษย์นับแต่นั้นสืบมาEFM FANDOM FANFICTION : The opening tale is title…. 4 Leaf CLO’VERPen name : ฮวังคิมชเว “ ปาร์เก้ ” In a world where change and darkness seemed to weigh everyone down, people started to feel a sense of hopelessness and fatigue with life. To restore their spirits, the divine sent four young gods to mend the fragile hearts of humanity. “Barcode,” the love deity, came to ignite affection among those in strife, nurturing the bonds they share. “Keen,” the god of fortune, is said to grant lucky numbers (2-3) to those who seek his blessings on the 1st and 16th of every month, bringing a touch of serendipity into their lives. “Ashi,” the harbinger of hope, offers a glimmer of optimism to those exhausted by studies, work, or life’s challenges, whispering that even when days feel bleak, something beautiful is waiting just around the corner. Last but not least, there’s “Aungpao,” the guardian of faith and self-assurance, who inspires unwavering belief and devotion in the hearts of mortals. With the arrival of these four benevolent figures, suffering diminished, and hope blossomed into a comforting light for humanity, lighting the way ever since.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 2 นี้มีชื่อว่า... เกาะค๊าบ(KAAB) กับต้นโคลเวอร์ศักดิ์สิทธิ์นามปากกา : KapKap959 ณ เกาะแห่งหนึ่งมีชื่อว่า เกาะค๊าบ(KAAB) มีลูกหมีตัวนึงชื่อว่า บาร์โค้ด อาศัยอยู่ที่เกาะแห่งนี้ และเกาะแห่งนี้มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ต้นนึงชื่อว่า ต้นโคลเวอร์ ในหนึ่งปีจะมีใบร่วงลงมาหนึ่งครั้ง ใครที่เก็บได้ ก็จะได้พรหนึ่งข้อจากเทวดาที่อยู่ที่ต้นนี้ และในปีนี้มีใบโคลเวอร์ร่วงลงมาทั้งหมด 4 ใบ ซึ่งลูกหมีบาร์โค้ดเก็บได้แล้วใบนึง ส่วนอีก 3 ใบปลิวตกลงไปในทะเล และบังเอิญมี กุ้งคีน ปูอั่งเปา และ ปลาอชิ เก็บใบโควเวอร์ที่ตกลงไปในทะเลได้ สัตว์ทะเลทั้ง 3 จึงขอพรกับเทวดาเหมือนกันคืออยากเป็นมนุษย์ เทวดาก็ถามว่าทำไมถึงอยากเป็นมนุษย์ ทั้ง 3 ก็ตอบเหมือนกันว่า เพราะเคยได้ยินว่ามนุษย์จะมีความสุขได้จากการฟังเพลง พวกเราอ่ะร้องเพลงในทะเลเก่งมาก แต่ไม่มีใครได้ยิน ตอนนั้นลูกหมีก็แอบได้ยิน จึงวิ่งมาขอพรกับเทวดาว่า ขอเป็นมนุษย์เหมือนกับกุ้งคีน ปูอั่งเปา และ ปลาอชิ ได้ไหม เทวดาก็เลยถามหมีบาร์โค้ดว่า แล้วเธอร้องเพลงได้หรอ หมีบาร์โค้ดตอบอย่างมั่นใจว่า เพราะสุดๆไปเลยครับท่าน เมื่อเทวดาได้ยินดังนั้นจึงให้พรทั้ง 4 ไป และบอกกับทั้ง 4 คนว่า ใครก็ตามที่ได้ฟังเพลงของพวกเธอทั้ง 4 คน จะมีแต่ความสุขและความโชคดีตลอดไปEFM FANDOM FANFICTION : This second tale is title… Kaab Island and the mystical clover.Pen name : KapKap959 On the enchanting island of KAAB, there lived a spirited little bear cub named Barcode. At the heart of this mystical land stood a revered tree known as the clover. Once a year, a single leaf would drift down to the ground, and the lucky soul who found it would be granted a wish by the angel who called the tree home. This particular year was different—four leaves danced down to the earth. Barcode managed to snatch up one, while the others floated away into the shimmering sea. By chance, Shrimp Keen, Crab Aungpao, and Fish Ashi stumbled upon the fallen leaves, and all three voiced the same wish to the angel: they longed to become human. Curious, the angel asked them why they desired such a change, to which they replied that they had heard tales of how humans bask in joy by listening to music. They lamented that although they sang beautifully beneath the waves, their melodies went unheard. Barcode, eavesdropping on this heartfelt conversation, eagerly approached the angel, asking if he too could transform into a human like his newfound friends. The angel, intrigued, inquired whether Barcode could sing, to which the bear cub beamed with confidence and exclaimed, “Absolutely! Your Highness!” Delighted by his enthusiasm, the angel blessed all four of them, declaring that anyone who listened to their music would be forever graced with happiness and good fortune.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 3 นี้มีชื่อว่า... สมุดไร้นามนามปากกา : อยากกินไอติม หลังบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดโรงเรียนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ห้องสมุดยังเปิดตามปกติ แต่บรรยากาศกลับเงียบผิดแปลก เด็กชายสี่คน ที่ต่างรักการอ่านและมักใช้เวลาว่างในห้องสมุด บังเอิญพบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง หน้าแรกเขียนข้อความปริศนาเกี่ยวกับการหายไปของบรรณารักษ์ พร้อมคำท้าทายให้ช่วยกันค้นหาความจริง แม้ทั้งสี่จะนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน แต่พวกเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต่างคนต่างเริ่มเขียนตอบโต้ในสมุดเล่มนั้น ใช้นามแฝงแทนตัวตน ไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายคือใครในชีวิตจริง สมุดบันทึกจึงกลายเป็นพื้นที่สนทนาเพียงหนึ่งเดียวที่เชื่อมพวกเขาเข้าด้วยกัน ท่ามกลางข้อความที่เต็มไปด้วยคำใบ้ คำถาม และความสงสัย ทุกคนต่างพยายามปะติดปะต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยิ่งเขียนตอบโต้กันมากเท่าไร ความจริงกลับยิ่งคลุมเครือมากขึ้น เพราะในบรรดาผู้เขียนทั้งสี่คนนี้… มีหนึ่งคนที่รู้คำตอบอยู่แล้วและเขาคือผู้ที่ทำให้บรรณารักษ์หายไปEFM FANDOM FANFICTION : This Third tale is titled… Anonymous NotebookPen name : อยากกินไอติม When the school librarian vanished without a trace, the library stayed open, yet an eerie silence blanketed the space. Four boys, who were passionate readers and frequented the library, discovered a notebook resting on a table in the heart of the room. Its first page held a puzzling note about the librarian’s sudden departure, accompanied by a daring challenge to dig deeper into the mystery. Despite sharing the same room, the boys had never crossed paths before. They decided to communicate through the notebook, each adopting a pseudonym, their true identities shrouded in secrecy. Thus began a flurry of exchanges packed with clues, questions, and growing mistrust. As they endeavored to unravel what had happened, the truth slipped further from their grasp. Little did they know, among their group, one of them already held the key to the mystery—and that very person was responsible for the librarian’s disappearance.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 4 นี้มีชื่อว่า... ปลายทางความกลัว destinationนามปากกา : Khaki รถไฟสีดำขบวนประหลาดแล่นฝ่าหมอกหนาเข้ามาจอดตรงหน้าทั้งสี่โดยไร้เสียงเตือน อชิ คีน อั่งเปา และ บาร์โค้ด ก้าวขึ้นไปเหมือนถูกเรียกชื่อจากบางสิ่งที่มองไม่เห็น ภายในตู้รถไฟแต่ละตู้คือโลกที่บิดเบี้ยวตามความกลัวของผู้โดยสาร อชิต้องเผชิญเงาที่เดินตามเขาไม่ห่าง เงานั้นกระซิบถึงการถูกทิ้งไว้ข้างหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาเริ่มสั่นไหว คีนถูกขังอยู่ในตู้ที่เวลาหยุดนิ่ง นาฬิกานับร้อยจ้องมองเขาเหมือนกล่าวโทษความลังเลในอดีต อั่งเปาเดินผ่านเมืองที่ผู้คนมองทะลุเขาเหมือนไม่มีตัวตน เสียงหัวเราะดังขึ้นทุกครั้งที่เขาพยายามพูด ส่วนบาร์โค้ดยืนอยู่หน้ารางที่ขาดหาย รถไฟอีกขบวนพุ่งผ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เตือนถึงความล้มเหลวที่เขากลัวมาตลอด แต่เมื่อรถไฟยังคงแล่นต่อ พวกเขาเริ่มได้ยินเสียงกันและกัน ฝ่าความกลัวด้วยการยอมรับมัน ไม่ใช่หนีจากมัน และในวินาทีที่ทั้งสี่ยืนเคียงกัน รถไฟก็หยุดลง ประตูเปิดสู่ชานชาลาเดิม พร้อมคำถามที่ยังค้างคา—หรือแท้จริงแล้ว ความกลัวเหล่านั้นยังนั่งอยู่บนรถไฟขบวนเดียวกับพวกเขาเสมอEFM FANDOM FANFICTION : This Fourth tale is titled… The endpoint of apprehension.Pen name : Khaki A peculiar black train screeched through the thick mist, halting abruptly in front of the four friends. Ashi, Keen, Aungpao, and Barcode felt an irresistible pull and climbed aboard, as if beckoned by something invisible. Inside each compartment lay a warped reflection of their deepest anxieties. For Ashi, a persistent shadow loomed, taunting him with whispers of abandonment until he began to quake. Keen found himself ensnared in a carriage where time stood frozen, surrounded by countless clocks that seemed to cast judgment on his past indecisiveness. Aungpao wandered through a surreal city, where passersby looked right through him, their laughter piercing the silence every time he tried to utter a word. Meanwhile, Barcode stared at a splintered track, the sight of a train racing by over and over, a painful reminder of the failure he feared most. Yet, as the train continued its journey, their voices began to blend together, confronting their nightmares with a sense of acceptance rather than running away. And just when they found strength in standing together, the train shuddered to a stop. The doors swung open to reveal a familiar platform, leaving them with a lingering question—had those fears always been riding alongside them all along?EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 5 นี้มีชื่อว่า... The Twinkle Cloverนามปากกา : MeOnMoon ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในหุบเขาอันไกลโพ้น ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่ที่น่าเศร้าคือ หมู่บ้านนี้ไม่รู้จักเสียงเพลง เด็กหนุ่ม 4 คน ที่เป็นเพื่อนสนิทกัน เกิดและโตในหมู่บ้านนี้ ลึกๆพวกเขารู้สึกว่าชีวิตของพวกเขาขาดอะไรไปบางอย่าง จนวันนึงมีชายแปลกหน้าหลงทางเข้ามาในหมู่บ้าน พร้อมอุปกรณ์หน้าตาแปลกๆ มีสาย 5 สายพาดบนกล่องไม้ยาวๆที่มีรูตรงกลาง ชายแปลกหน้าเสนอบางอย่างกับเด็กหนุ่มทั้ง 4 เพื่อแลกอาหารและที่พัก เขาเริ่มเล่นดนตรีจากกล่องไม้ ทั้ง 4 คนยืนฟังอย่างมีความสุข และนี่ล่ะคือสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตพวกเขา เสียงดนตรีนั่นเอง แล้วจู่ๆ ชายแปลกหน้าก็กลายร่างเป็นเทวดา เสกกีต้าร์ กลอง ขลุ่ย เชลโล พร้อมประทานพรในการเล่นดนตรีขั้นพื้นฐานให้พวกเขา “ชีวิตที่ไร้ดนตรีจะมีความสุขได้อย่างไร จงฝึกฝนและมอบความสุขนี้ให้กับคนในหมู่บ้านนี้เถิด” เทวดาได้กล่าวก่อนจากไป หลังจากนั้นหมู่บ้านนี้จึงได้มีชีวิตใหม่ ผู้คนได้เต้นรำและร้องเพลงไปกับเด็กหนุ่มทั้ง 4 คน และพวกเขายังสร้างเพลงใหม่ๆ จนดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างเมืองให้เข้ามาชม และทุกคนรู้จักพวกเขาในนาม Clover ตามสัญลักษณ์ที่อยู่บนเครื่องดนตรีทุกชิ้นEFM FANDOM FANFICTION : This last story is titled… The Twinkle CloverPen name : MeOnMoon In a secluded village tucked away in a lush valley, life was simple and serene, yet a heavy silence enveloped the place—music was absent. Four lifelong friends, rooted in this quaint community, sensed a void in their existence. One fateful day, a wanderer appeared at their doorstep, cradling an unusual instrument: a long wooden box with five taut strings and an opening in its center. In exchange for some food and a place to rest, he promised them a gift. As he began to strum the strings, melodies flowed forth, filling the air with joy. The boys listened, their hearts brimming; this was the missing piece they had longed for—music! In an astonishing moment, the stranger morphed into a radiant angel, summoning forth a guitar, drums, a flute, and a cello, imparting magical skills of musicianship to them. “How can one find happiness without the magic of music?” the angel urged. “Embrace it, and spread this joy throughout your village.” With that, he vanished, leaving an electrifying transformation in his wake. The village buzzed with life as people danced and sang alongside the boys, crafting new melodies that drew visitors from far and wide. They became known as CLO’VER’’, a tribute to the symbol that adorned their instruments, forever changing the rhythm of their lives.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “CLO’VER”ที่จะมาเล่าจุดเริ่มต้นของการประกอบใบ Clover แห่งวงการ T-POPพร้อมแจกความน่ารัก ปนแสบให้แฟน ๆ ได้โดนตกไปตาม ๆ กัน!จุดเริ่มต้นของใบ “CLO’VER” เริ่มต้นด้วย “บาร์โค้ด” ที่ได้เล่าว่า ตัวเองนั้นได้เริ่มรู้จักกับคีนเป็นคนแรก โดยทั้งคู่ได้เจอกันครั้งแรกที่เขาชนไก่ ในตอนที่เรียน รด. ด้วยกัน บาร์โค้ดได้เล่าว่า ในตอนนั้นด้วยความที่ไม่มีโทรศัพท์ให้เล่น จึงเป็นเหตุจำเป็นที่ต้องคุยกัน และด้วยความที่เรียนมาด้วยกัน เจอประสบการณ์เดียวกัน จึงทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันได้ง่ายขึ้น รวมถึงสมาชิกคนอื่น ๆ ที่ได้มาเจอกันตอนเทรน แรก ๆ ก็อาจจะยังไม่ได้สนิทใจกัน แต่พอได้ใช้เวลาเทรนด้วยกันมากขึ้นก็กลายเป็นความผูกพันในเวลาถัดมา โดย “คีน” ก็ได้เล่าเสริมมาว่า ตอนที่เจอกันกับบาร์โค้ดครั้งแรก เราเห็นว่าเขาเรียนสวนกุหลาบ และเป็นจตุรมิตรเหมือนกัน เลยคิดว่าน่าจะคุยกันรู้เรื่อง คีนจึงได้ลองเริ่มทักบาร์โค้ดดู ด้วยความที่เจออะไรมาคล้าย ๆ กันจึงทำให้เข้าอกเข้าใจ คุยกันถูกปากถูกคอได้ง่ายขึ้น ในด้านของ “อชิ” ได้เล่าถึงครั้งแรกที่ได้มาเจอกับ 3 หนุ่มที่เหลือว่า ตนได้รู้จักกับ อั่งเปา กับ คีน มาก่อนหน้าอยู่แล้ว พอมาเจอบาร์โค้ดที่เจอหน้ากันใหม่ ๆ ก็มีแอบคิดว่าเราจะเข้ากันได้หรือป่าว นิสัยของคนอื่น ๆ ในวงจะสามารถเข้ากับบาร์โค้ดได้ไหม แต่เมื่ออยู่กันไปเรื่อย ๆ ก็เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย จนตอนนี้เรียกว่ากลมกล่อม รวมเป็นก้อนเดียวกันแล้ว สุดท้าย “อั่งเปา” น้องเล็กสุดของวงก็ได้เล่าคล้ายคลึงกับอชิ ซึ่งก็คือทั้ง 3 รู้จักกันมาก่อนแล้ว พอได้มาเจอบาร์โค้ด ในช่วงแรก ๆ ก็เหมือนจะยังไม่ชินกัน แต่เมื่อเริ่มอยู่ด้วยกันไปนาน ๆ ขึ้นก็เริ่มเข้าใจนิสัยต่าง ๆ และสนิทสนมกันมากขึ้น จนกลายเป็นวงเดียวกันอย่างในทุกวันนี้ทำไมต้องเป็น “CLO’VER” ? โดยคำถามนี้ “อั่งเปา” ก็ได้เป็นตัวแทนในการตอบคำถาม เนื่องจากว่าตนนั้นเป็นคนริเริ่มชื่อ “CLO’VER” ขึ้นมาโดยได้บอกว่า ตนนั้นได้นั่งดูการ์ตูนอยู่ แล้วก็ได้ไปเห็นใบ Clover ซึ่งตนก็เห็นว่ามันดูสดใส และดูเข้ากับคาแรคเตอร์พี่ ๆ ในวงดี จึงนำมาเสนอตั้งเป็นชื่อวงและได้มาเป็น “CLO’VER” ในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน “อชิ” ก็ได้พูดเสริมขึ้นมาว่า ‘ใบ Clover นั้นมีใบอยู่ทั้งหมด 4 ใบ ซึ่งแต่ละใบที่ประกอบกันนั้นก็เหมือนกับ 4 คน 4 คาแรคเตอร์ที่แตกต่างกัน แต่เมื่อมาอยู่รวมกันเป็นหนึ่งใบ ก็เป็นส่วนผสมที่ลงตัว และเป็นหนึ่งเดียวกัน’ นอกจากนี้ในซิงเกิลแรกที่ได้ปล่อยไปนั้น แต่ละคนก็จะมีคอนเซ็ปต์ที่ต่างกันไปทั้ง 4 คน ที่เปรียบเหมือนตัวแทนของกลีบใบไม้ 4 กลีบของใบ Clover โดยเริ่มจาก อชิที่ได้อยู่ในตำแหน่งคอนเซ็ปต์ Hope ต่อมาที่ บาร์โค้ดอยู่ในตำแหน่ง Love ถัดมาที่ คีนอยู่ในตำแหน่ง Luck และสุดท้าย อั่งเปาอยู่ในตำแหน่ง Faith โดยแต่ละคอนเซ็ปต์ของแต่ละคนนั้น ก็ได้สื่อสารออกไปใน MV ซิงเกิลแรกของ “CLO’VER” สู่สายตาแฟน ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้วซิงเกิลแรกกับ URBOYTJ ! ‘ตื่นเต้น’ คำพูดที่หลุดออกจากปากเป็นคำพูดเดียวกันของสมาชิกทุกคนในวง กับซิงเกิลแรกบนเส้นทางการเป็นศิลปิน ที่ได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์มือทอง ผู้สร้างสรรค์บทเพลงฮิตให้กับวง T-POP มาแล้วนับไม่ถ้วน!Challenge สุดท้าทาย ของ “CLO’VER” สมาชิกทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่ท้าทายและโหดที่สุดนั้นก็คือ ‘ท่าเต้น’ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นท่าที่ต้องใช้การกระโดดอย่างต่อเนื่อง และไม่ค่อยมีจังหวะให้ได้หยุดพัก ความหนักหน่วงนี้จึงทำให้ภายในกองต้องมีไพ่ลับอย่าง ‘เยลลี่’ ตุนไว้อยู่เสมอ เป็นการเติมน้ำตาล และพลังงานให้กับความเหนื่อยล้าของร่างกายได้สู้ต่อ เพื่อผลงานที่ดีที่สุดให้กับเหล่าแฟน ๆ ได้ชมกันRoutine การฟิตร่างกายของ “CLO’VER” เริ่มต้นด้วย “อั่งเปา” ที่เข้า Fitness เป็นเวลา 4-5 วันต่อ 1 สัปดาห์ พร้อมบอกว่าตนนั้นไม่เลือกทำ คาดิโอ เพราะหนักจากการซ้อมเต้นมาแล้ว ต่อด้วย “คีน” ที่ได้บอกว่าตนนั้นก็ได้ไป Fitness เป็นเวลา 4-5 วัน ต่อ 1 สัปดาห์เช่นกัน แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าเป็นประจำ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องการศึกษาที่ทำให้มีเวลาน้อยลง ถัดมาที่ “บาร์โค้ด” ที่ได้บอกว่า ตนนั้นก็ไป Fitness 4 วัน ต่อ 1 สัปดาห์เช่นเดียวกัน แต่ตนนั้นจะมีตารางชัดเจนว่าหากไป Fitness แล้วจะต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงมีทั้งการออกกำลังกายแบบทำคาดิโอ ทั้งเวทเทรนนิ่ง และจะมีกีฬาที่เล่นเป็นประจำนั่นคือ การแข่งรถ ที่เจ้าตัวได้บอกว่าเปรียบเสมือนการอบซาวน่า เพราะเวลาที่เล่นนั้นจะไม่เปิดแอร์ หรือเปิดหน้าระบายอากาศใด ๆ เลยทั้งสิ้น สุดท้ายคือ “อชิ” ที่ได้บอกว่า Routine การฟิตของตัวเองนั้นคือการเข้า Fitness 4 วันต่อสัปดาห์ และพยายามหาเวลาที่ว่างไปตีกอล์ฟให้ได้บ่อยที่สุดครั้งแรกกับ RISER CONCERT ! โดย “อั่งเปา” ได้เป็นตัวแทนในการตอบคำถามนี้ว่า ด้วยความที่วง “CLO’VER” นั้นเพิ่งเดบิวต์มาได้ไม่นาน การที่ได้ไปเล่นคอนเสิร์ตนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ทำให้ในช่วงนี้สมาชิกทุกคนต้องมุ่งซ้อมกันอย่างหนักเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีสุด เพื่อให้แฟน ๆ ได้เต็มอิ่มจุใจไปกับงาน RISER CONCERT : THE FIRST RISEความถนัดของ “CLO’VER” แต่ละคน เริ่มต้นที่ “อั่งเปา” น้องเล็กสุดของวง ที่เผยว่าความถนัดของตนนั้นอยู่ที่ทักษะสกิลการแร็ป ต่อด้วย “คีน” ที่มั่นใจในด้านทักษะการร้องเพลงเป็นหลัก พร้อมทั้งยังมีความหลงใหลในการเต้นควบคู่กันไป ตามมาด้วย “อชิ” ที่บอกว่าทั้งการเต้นและการแร็ปคือสิ่งที่ตนถนัดและรักไม่แพ้กัน สุดท้ายคือ “บาร์โค้ด” ที่ได้มองว่าตัวเองนั้นมีความโดดเด่นในหลากหลายด้าน พร้อมตั้งใจพัฒนาในส่วนที่ยังไปได้ไม่สุดให้ดียิ่งขึ้น เรียกว่าสมาชิกแต่ละคนต่างมีจุดเด่นของตัวเองที่แตกต่างกัน และพร้อมนำความสามารถของตนมาเติมเต็มซึ่งกันและกันในทุก ๆ ด้าน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นเป็นอีกหนึ่งวง T-POP ที่ครบเครื่องทั้งศักยภาพและเสน่ห์เฉพาะตัว และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะมอบทั้งรอยยิ้มและความสุขให้แฟน ๆ ได้ฮีลใจกันแบบจัดเต็มทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดท้าทายมาให้ “CLO’VER” เล่นกันด้วยกับเกม... ‘ใบ Clover กับ mission ทั้ง 4 ’งานนี้เจ้าพวกเด็กแสบจะสร้างเสียงหัวเราะ แจกความน่ารักสดใสกันขนาดไหน !?(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบไม่มีลิมิต กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “CLO’VER” โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ ชาว “CLO’VER” ได้ฟิน เต็มอิ่มไปตาม ๆ กัน! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “CLO’VER” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ ทั้งที่เพิ่งเดบิวต์มาได้ไม่ถึง 3 เดือน แต่ออร่าความน่ารัก สดใส ซุกซนนั้นเรียกได้ว่า มหาศาล จริง ๆ ฝากติดตามซิงเกิลล่าสุดของเจ้าพวกเด็กแสบ “คนคุ้นคอย (Next To You)” สามารถรับชม MV ได้ทาง YouTube ช่อง “RISER MUSIC” และตามไปฟังผลงานเพลงของเด็ก ๆ ได้ที่ทุกสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม ฝากเอ็นดูและติดตามผลงานในอนาคตของเด็ก ๆ กันด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก สดใสของเจ้าพวกเด็กได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

ค่ำคืนที่คุณอาจจะโดนจับกุมหัวใจ เมื่อ “จุง - ดัง” มาเสิร์ฟความฟิน บอกเลยว่าจัดเต็มทุกโมเมนต์ เสิร์ฟมาฟินกลับ ไม่โกง พร้อมร่วมสืบคดีรัก ระวังตัวไว้ ! เดี๋ยวจะโดนขโมยหัวใจไม่รู้ตัว

03 ก.พ. 2026

ค่ำคืนที่คุณอาจจะโดนจับกุมหัวใจ เมื่อ “จุง - ดัง” มาเสิร์ฟความฟิน บอกเลยว่าจัดเต็มทุกโมเมนต์ เสิร์ฟมาฟินกลับ ไม่โกง พร้อมร่วมสืบคดีรัก ระวังตัวไว้ ! เดี๋ยวจะโดนขโมยหัวใจไม่รู้ตัว

รายการEFM FANDOM LIVE[ 22 มกราคม2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมกุญแจมือ มาจับกุมหัวใจไปกับ “จุง - ดัง” พร้อมความเขิน ปนความฮา ไปกับ 2 ดีเจอารมณ์ดี “ดีเจโซเซฟ”และ“ดีเจแนน” ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันEFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 1 นี้มีชื่อว่า... The Sea in Moonlightนามปากกา : B2ljoker ใครจะไปเชื่อว่าใต้ท้องทะเลลึกที่แสงอาทิตย์ส่องมาไม่ถึง ยังมีโลกอีกใบซ่อนอยู่ "เซฟ" คือหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่มนุษย์เรียกกันว่า เงือก ทุกคืนที่ทะเลเงียบสงบ เซฟมักจะขึ้นมาเที่ยวเล่นบนชายหาด ปล่อยให้คลื่นซัดเบาๆ และเฝ้ามองโลกมนุษย์จากระยะที่ปลอดภัย ในคืนเดียวกันนั้น "พาย" จิตกรหนุ่มผู้หลงใหลในแสงจันทร์ ลมทะเลและเงาคลื่น กำลังเดินเล่นอยู่บนชายหาดยามค่ำ เขาเหลือบไปเห็นบางอย่างบนโขดหิน ร่างหนึ่งนอนนิ่งอยู่ใต้แสงจันทร์ พร้อมกับหางที่สะท้อนแสงราวกับเกล็ดเงิน แม้ว่าจะมีความสงสัยแต่ก็เลือกที่จะเข้าไปใกล้ ทำเอาคนที่นอนพักอยู่สะดุ้ง ดวงตาสีเข้มสบกับสายตาของมนุษย์เป็นครั้งแรก เซฟรู้ทันทีว่า…เขาถูกเห็นเข้าให้แล้ว ส่วนพายก็รู้เช่นกันว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่มนุษย์อย่างที่เขาคุ้นเคย แม้จะตกใจด้วยกันทั้งคู่ และเซฟควรจะหนีตามที่สัญชาตญาณบอก แต่สายตาที่มองมากลับไม่ได้มีความหวาดกลัว หรือแฝงเจตนาที่ไม่ดีเลยแม้แต่น้อย เซฟยอมให้มนุษย์คนนั้นอยู่ที่นี่ต่อภายใต้เงื่อนไขเดียว คือ ค่ำคืนนี้จะต้องเป็นความลับระหว่างพวกเขา และแน่นอนว่านี่ไม่ใช่คืนสุดท้ายที่พวกเขาจะได้พบกันEFM FANDOM FANFICTION : The opening tale is title.... The Sea in MoonlightPen Name : B2ljoker Who would imagine that, hidden away beneath the sun’s warm glow, another realm exists? Meet "Sef," one of the enchanting beings commonly referred to as merfolk. Each night, when the ocean is peaceful, Sef ventures onto the shore to frolic along the beach, letting the gentle waves embrace him while he observes the human world from afar. On this particular evening, "Pai," a young artist captivated by the beauty of moonlight, the whisper of sea breezes, and the playful shadows of waves, was wandering along the shoreline. His eyes caught a glimpse of something unusual resting among the rocks—a figure serenely still under the moon’s glow, its tail shimmering like silver. Intrigued, he stepped closer, unwittingly startling the creature. For the very first time, dark eyes met those of a human. In that instant, Sef realized he had been discovered. Pai, too, recognized that this was no ordinary human encounter. Despite their mutual surprise and Sef's instinct to slip away, there was an unspoken understanding; neither felt fear or malice in the other's gaze. So Sef agreed to let the human remain—with one condition: the magic of that night would remain their little secret. And surely, this would not be their final meeting under the stars.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 2 นี้มีชื่อว่า... ระยะใกล้ของหัวใจ | Close Orbitนามปากกา : Kinkinkin ทุกอย่างเริ่มจากเหตุการณ์เล็กน้อยในคาเฟ่เงียบๆ วันที่ จุง นักออกแบบผู้รักความสันโดษมานั่งโต๊ะประจำ เขาสังเกตเห็นว่า วัตถุบนโต๊ะ ปากกา โทรศัพท์ แก้วกาแฟค่อยเคลื่อนเข้าหาชายแปลกหน้าที่เพิ่งนั่งลงตรงข้าม เพียงสบตากันแค่เสี้ยววินาทีหัวใจของจุงกลับเต้นแรงราวกับถูกดึงดูดด้วยแรงที่ไม่อาจอธิบายได้ หลังจากวันนั้นความผิดปกติเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่ทั้งสองอยู่ใกล้กัน แก้วน้ำ หนังสือ ของเล็กๆรอบตัวจะค่อยๆ ขยับเข้าหากันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีใครสังเกตเห็น นอกจากคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงกลางของแรงลึกลับนั้น ดัง นักศึกษาฟิสิกส์เริ่มเก็บข้อมูลอย่างจริงจัง และค้นพบว่าแรงดึงดูดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา หากปรากฏเฉพาะช่วงที่ความรู้สึกของเขาและจุงตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นจังหวะหัวเราะ ความเงียบ หรือความคิดถึงกัน จากความสงสัยทางวิทยาศาสตร์กลายเป็นการนัดพบ จากการทดลองกลายเป็นความผูกพันที่ค่อยๆ เติบโต จนในที่สุดคำถามสำคัญไม่ใช่ว่าแรงนั้นคืออะไร หากเป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งสองถึงเลือกนั่งโต๊ะเดียวกัน เดินกลับทางเดียวกัน ท้ายที่สุด โลกอาจเป็นฝ่ายขยับสิ่งของให้เข้าหากัน แต่การเลือกอยู่ข้างกัน คือแรงดึงดูดเดียวที่หัวใจยืนยันเองEFM FANDOM FANFICTION : This second tale is title... Close OrbitPen Name : Kinkinkin It all began in a cozy little café, where an unremarkable incident set off a cascade of extraordinary events. One sunny day, Joong, a reserved designer, found his usual spot and settled down. As he sipped his coffee, he couldn’t help but notice that his belongings—his pen, his phone, his steaming cup—seemed to inch closer toward the stranger seated across from him. When their eyes met for the briefest moment, Joong's heart raced, as if pulled by an unseen force. From that day forward, this peculiar occurrence became a pattern. Anytime they were near one another, objects would mysteriously glide toward each other, forming a bridge of position. Strangely, no one else seemed aware of this phenomenon—just the two of them caught in the midst of this unexplainable pull. Meanwhile, Dunk, a curious physics student, began meticulously observing this oddity, only to discover that the magnetic attraction wasn’t consistent; it blossomed in moments when their emotions synchronized—through laughter, quiet moments, or a shared feeling of longing. What began as a scientific inquiry transformed into regular meetings, and before long, their experiments turned into a connection that deepened with every encounter. Ultimately, the real question wasn’t about the nature of the force at play, but rather why they consistently chose to occupy the same table or walk the same path. In the grand scheme of things, the universe might shuffle objects around, but it was their choice to be together that truly fueled the magic in their hearts.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 3 นี้มีชื่อว่า... Dear You จดหมายก่อนรักจากนามปากกา : LittleJ เมื่อคู่รักคู่หนึ่งที่ความสัมพันธ์เริ่มระหองระแหง ตัดสินใจเว้นระยะห่างเพื่อทบทวนหัวใจตนเอง ทั้งคู่ต่างคนต่างกลับไปอยู่ที่บ้านเก่าของตน ทว่าจู่ๆ ทั้งสองเริ่มได้รับจดหมายปริศนา ในทุกวันที่จดหมายปริศนาถูกส่งมา ภายในจะบรรจุเรื่องราวเล็กน้อยระหว่างพวกเขา ไปจนถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้ นอกจากพวกเขาทั้งสองคน จดหมายนี้มันสร้างความสงสัยแก่ทั้งคู่เป็นอย่างมาก จนทำให้ทั้งสองไม่อาจนิ่งเฉยและตัดสินใจกลับมาติดต่อกันอีกครั้ง บทสนทนาแรกเริ่มเต็มไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น ทว่าเมื่อทั้งคู่ค้นพบความจริงที่ว่าต่างฝ่ายต่างได้รับจดหมายและไม่รู้ว่าใครคือผู้ส่งเช่นกัน จากความระแวงจึงแปรเปลี่ยนเป็นการร่วมมือ และการสืบหาความจริงนี้นับเป็นการประสานรอยร้าวของหัวใจที่เคยแตกหัก ความทรงจำ ความรู้สึก ถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง จนในตอนสุดท้าย ทั้งคู่ก็ได้พบคำตอบว่าจดหมายเหล่านั้น คือ “สิ่งที่พวกเขาเขียนถึงกันในอนาคต” เป็นจดหมายที่ถูกส่งย้อนเวลากลับมา เพื่อย้ำเตือนทั้งคู่ว่า “ความรัก ไม่ใช่การเข้าใจกันในทุกวัน แต่คือการเลือกจะจับมือกัน แม้ในวันที่ไม่เข้าใจกันเลยก็ตาม”EFM FANDOM FANFICTION : This Third tale is titled... Dear YouPen Name : LittleJ When a couple finds their relationship faltering, they decide to step back and reassess their emotions, heading separately to their childhood homes. But soon enough, a series of enigmatic letters begins to arrive at their doorsteps. Each day, a new message reveals intimate snippets from their shared past—secrets only they are privy to. These intriguing notes spark a flame of curiosity, prompting them to reconnect. Their first exchanges are charged with tension, but as they uncover that both have been receiving these mysterious letters without knowing their source, their initial doubts give way to collaboration. Embarking on a journey to uncover the truth becomes a balm for their hurting hearts. As they rediscover memories and feelings, they ultimately realize that the letters are actually "messages they penned to each other from the future." These messages serve as poignant reminders that "true love isn't just about comprehending one another every single day; it's about choosing to stand by each other, even on those days when understanding feels out of reach."EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 4 นี้มีชื่อว่า... ยิ่งกว่าฝันดีนามปากกา : หมีร้องไห้ พัต สูญเสีย ลิน จากอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน โลกทั้งใบหยุดหมุนตั้งแต่วินาทีนั้น เขายังใช้ชีวิตต่อไป แต่หัวใจไม่เคยก้าวข้ามความเศร้า พัตอ้อนวอนกับทั้งพระเจ้าและซาตาน ทั้งที่ไม่เคยศรัทธาในสิ่งใด “ขอแค่ให้มันเป็นฝันก็พอ…ตื่นขึ้นมาแล้ว ทุกอย่างหายไปก็ได้” คืนแล้วคืนเล่า เขาพูดกับความว่างเปล่า “เอาอะไรก็ได้ไปจากผม…แค่ขอลินกลับมา” จนเช้าวันหนึ่ง พัตสะดุ้งตื่นขึ้นมา แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่าง ห้องนอนที่คุ้นเคย แต่ไม่ควรมีอยู่ เสียงใครบางคนดังจากในห้องน้ำ “พัต ตื่นรึยัง เดี๋ยวสายเอานะ” หัวใจเขาเต้นแรง มือสั่นเทาเมื่อเห็นปฏิทิน วันนี้เมื่อสี่ปีก่อน วันที่เขาขอลินแต่งงาน ลินยืนอยู่ตรงหน้า ยิ้มเหมือนทุกครั้ง “มองอะไร ทำหน้าเหมือนเห็นผีเลย” พัตเดินเข้าไปกอดเขาแน่น น้ำตาไหลโดยไม่สนใจเหตุผล “คราวนี้…ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหนอีกแล้ว” ลินหัวเราะเบา ๆ “พูดอะไรแปลก ๆ แต่ถ้าจะขอแต่งงาน ก็รีบหน่อยนะ” พัตร้องไห้ทั้งที่ยิ้ม เพราะถ้านี่คือฝัน…เขาจะรักให้หมดแรงก่อนตื่นอีกครั้งEFM FANDOM FANFICTION : This Fourth tale is titled... Beyond just a lovely dreamPen Name : หมีร้องไห้ Two years ago, Pat experienced a devastating loss when Lin was taken from him in an accident. In that instant, it felt as if the world had come to a complete standstill. Though Pat continued to move through life, an aching grief settled in his heart, one that he couldn't shake off. He found himself bargaining with both God and the devil, despite never having held faith in any higher power. “Just let this all be a dream… when I wake, everything will be back to normal.” Each night, he poured his soul into the silence around him, pleading, “Take everything away from me… just please return Lin.” Then came a morning that jolted him awake. Sunlight spilled into his bedroom, a space that felt both familiar and utterly wrong. A voice floated in from the bathroom, "Pat, are you awake? You’re going to be late!" His heart raced, and his hands shook as he glanced at the calendar. It was the same date, four years ago, when he had asked Lin to be his forever. There she was before him, beaming that radiant smile he had missed so deeply. “Why do you look so shocked? You look like you've seen a ghost!” Pat wrapped her in his arms, tears of joy cascading down his cheeks as he forgot all the reasons why. “This time... I’m never letting you go.” Lin laughed softly, “That’s a funny thing to say. But if you’re planning to propose again, you’d better hurry.” Overwhelmed with happiness and tears, Pat smiled, knowing that if this were a dream, he would love her with all his strength until the moment he awoke once more.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 5 นี้มีชื่อว่า... คลื่นผีเพี้ยน...เปลี่ยนเป็นรักนามปากกา : ปลาเผาบนเตาถ่าน จิรัฐ ดำรงชีวิตด้วยการเป็นหมอผีเก๊ รับจัดพิธีไล่ผีที่ไม่เคยศักดิ์สิทธิ์ เขารู้ดีว่าความกลัว คือ สินค้าที่ขายง่ายที่สุด จนวันหนึ่งเขาได้พบกับ ดรัล นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ผู้หลงใหลเรื่องผีและสิ่งลี้ลับ เชื่อว่าความปวดบ่าและหลัง คือสัญญาณของผีที่มาเกาะ และปฏิเสธการไปพบนักกายภาพ เพราะคิดว่า “ผีรักษาไม่ได้ด้วยการยืดเส้น” ดรัลรู้จักจิรัฐจากรายการวิทยุพอดแคสต์ผีกะดึกที่ฟังเป็นประจำ จิรัฐถูกเชิญมาเป็นแขกรับเชิญในฐานะผู้มีประสบการณ์ด้านพิธีกรรม น้ำเสียงมั่นใจ เรื่องเล่าชวนขนลุก ทำให้เขาตัดสินใจว่าจ้างเขามาไล่ผีที่เชื่อว่าเกาะติดตัวเอง พิธีไล่ผีเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมบทสนทนาที่ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น จิรัฐเริ่มเห็นความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่หลังความสำเร็จของดรัล และความเหงาที่ทำให้เขาเชื่อในผีมากกว่าร่างกายตัวเอง เมื่อรู้ว่าผีที่ดรัลกลัวไม่เคยมีอยู่จริง สิ่งที่เกาะเขาไว้ คือ การทำงานหนักและหัวใจที่ไม่เคยมีใครดูแล จิรัฐจึงต้องเลือกระหว่างการเป็น “หมอผี” ที่อีกฝ่ายเชื่อถือ หรือเป็น “คนรัก” ที่กล้าบอกความจริง เพราะบางครั้ง... สิ่งที่ต้องถูกไล่ออกไป ไม่ใช่วิญญาณใดๆ แต่คือความกลัวในใจของใครบางคนEFM FANDOM FANFICTION : This last story is titled... The Spooky Station...Transforms into RomancePen Name : ปลาเผาบนเตาถ่าน Jirath earns his living as a so-called exorcist, staging rituals that are nothing more than smoke and mirrors. He understands that fear is the easiest thing to capitalize on. One fateful night, he crosses paths with Daran, an ambitious young entrepreneur enthralled by the mysteries of the supernatural. Daran is convinced that his chronic back and shoulder discomfort stems from a malevolent spirit haunting him, stubbornly refusing to seek help from a physical therapist because, in his mind, "Stretching won’t chase away ghosts." Their connection forms through a late-night podcast dedicated to all things ghostly, where Jirath appears as a guest, touting his supposed expertise in exorcisms. His magnetic voice and spine-tingling tales lure Daran into hiring him to rid himself of the spirit he believes is draining his vitality. As the exorcisms unfold, an unexpected bond develops. Jirath starts to perceive the hidden exhaustion behind Daran's outward success and the profound solitude that leads him to trust in the ethereal rather than his own physical self. When Jirath realizes that the apparitions Daran fears are mere figments of his imagination and that what truly clings to him is the weight of his relentless ambition and an unheeded heart, he faces a dilemma: should he remain the “exorcist” that Daran depends on or become the “lover” brave enough to reveal the truth? After all, sometimes what needs to be exorcised isn’t a ghost, but the fear that lurks within someone’s heart.เข้าสู่ช่วงที่สองของEFM FANDOM LIVEขอต้อนรับ“จุง - ดัง” สู่โลกแห่งความฟินปนความฮาพร้อมเล่าโมเมนต์ จากผลงานซีรีส์ “Dare You To Death ไขคดีเป็น เห็นคดีตาย”ถ้าหากเป็นผู้กองเจษกับสารวัตรคามิน เหล่าแฟน ๆ ก็พร้อมจะโดนจับกุมหัวใจนามปากกากับเรื่องเล่าของ จุง-ดัง ถ้าพูดถึงการเขียนนิยาย ก็ต้องมีนามปากกา หากให้จุงกับดังตั้งชื่อนามปากกาของตัวเอง จะอยากตั้งว่าอะไร จุง เลือกที่จะตั้งว่า “ชงหมดไม่จำกัด, ชิปเสรี” ส่วน ดัง เองก็จะตั้งว่า “แฟนชิปเสรี” เข้าคู่กันสุด ๆ จุงเองก็เป็นคนที่ชอบเขียน FANFICTION อยู่แล้ว พร้อมบอกว่าหลักการเขียนไม่มีตายตัว เขียนตามสิ่งที่จินตนการและความรู้สึก แถมยังแต่งฟิคสด ๆ ให้กับดัง และดีเจแนน รวมถึงดีเจโซเซฟ ในรายการอีกด้วยพื้นที่ความสุข…แค่ได้ฟังก็สบายใจ สิ่งที่จุงต้องเจอในแต่ละวัน มีทั้งเรื่องราวสุดฮาและเหตุการณ์สุดแปลก ไม่ได้เก็บไว้แค่คนเดียว แต่พร้อมแบ่งปันเรื่องราวเหล่านี้ให้กับแฟน ๆ ใน Chat Broadcast บน Instagram ด้านของดังเอง ก็เซอร์วิสแฟนคลับไม่น้อยหน้ากัน เพราะดังได้บอกว่า พยายามจะส่งข้อความเสียงหาเหล่าแฟน ๆ อยู่ทุกวัน ไม่ว่าเป็น Good Morning หรือ Good Night และยังบอกอีกว่า วันไหนไม่ได้ทำจะนอนไม่หลับ เพราะเหมือนได้ทำสิ่งนี้กับคนที่รัก จนกลายเป็นความเคยชินเฟรมนี้…มีเรื่องราว จุง เองเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปและวิดีโออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนหรือวิว แถมยังมีกล้องคู่ใจ มากถึง 5 ตัว พร้อมบอกทริคการถ่ายรูปไม่มีอะไรซับซ้อน เน้นถ่ายไว้เยอะ ๆ จะได้มีหลากหลายตัวเลือก แต่ด้วยความที่จุงเป็นคนถ่ายรูปเก่ง เมื่อมีคนอื่นถ่ายให้เลยยังไม่ค่อยถูกใจเท่าที่ควร แต่ถ้าเป็นดังถ่ายให้ จะออกมาแบบไหนจุงก็ถูกใจเสมอครึ่งทางของซีรีส์ Dear You To Death ดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว กับซีรีส์ “Dare You To Death ไขคดีเป็น เห็นคดีตาย” EP.5 นี้ว่าพีคแล้ว แต่ดังคอนเฟิร์มว่า พีคขึ้นเรื่อย ๆ ทุกอีพีอย่างแน่นอนหนึ่งบทบาทที่ท้าทาย จุง บอกว่า ตั้งแต่เล่นซีรีส์มา ไม่มีคาแรคเตอร์ไหนซ้ำกันเลย ทุกเรื่องที่เล่นเป็นความท้าทายใหม่ ๆ อยู่เสมอ ต่อให้ผ่านมาหลายบทบาทแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องฝึกฝนมากเป็นพิเศษ ดัง เองก็มีความท้าทายกับบทบาทที่ต้องแอคชั่น จึงได้มีการเรียนเพิ่มเติม ทั้งการใช้อาวุธ และการต่อสู้ แต่จุงก็ขัดว่าทรงนี้ไม่เหมาะจะจับปืน แต่เหมาะกับจับใจมากกว่า บอกเลยว่าขยันเสิร์ฟมุกมาก ๆ ถูกใจแฟน ๆ สุดTruth or Dare หากพูดถึงซีรีส์เรื่องนี้ก็จะมีความเกี่ยวข้องกับเกม “Truth or Dare” ถ้าไม่ใช่ผู้กองเจษกับสารวัตรคามิน แต่เป็นจุงกับดังจะเลือกอะไร ดัง ขอเลือก “Dare” พร้อมให้เหตุผลว่า อยากรู้ว่าจะถูกท้าอะไร เพราะคำท้าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่บ่งบอกความคิดของผู้ที่ท้าด้านของ จุง ก็เลือก “Dare” แต่ก็ให้เหตุผล หากเป็น “Truth” ถ้าถามคำถามที่สร้างสรรค์ ก็สามารถที่จะคิดวิเคราะห์ได้เช่นกันและมาถึงช่วงเวลาของความสนุกกันแล้ว ทางรายการEFMFANDOM LIVEมีเกมมาให้“จุง - ดัง”เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า'ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก... ตัวไหนคือ JACKPOT'มาลุ้นไปพร้อมกันว่าใครดวงดีสุด เซนส์ใครแม่นสุด(เข้าไปชมได้ในYouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของความฟินในค่ำคืนนี้ด้วยการให้ “จุง - ดัง” โทรกลับ และพูดคุยกับชาวดุงจังแบบ Exclusive สุดท้ายนี้… รายการEFM FANDOM LIVEขอขอบคุณ“จุง - ดัง”ที่มาร่วมสร้างค่ำคืนแสนพิเศษ ให้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความประทับใจ รวมไปถึงขอบคุณรอยยิ้ม และความอบอุ่นเหล่านี้ ที่มอบให้ “ดุงจัง”ในทุกช่วงเวลา และฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “Dare You To Death ไขคดีเป็น เห็นคดีตาย” สามารถรับชมได้ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20:30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังทั่วโลกได้ทาง Netflix เวลา 21:30 น.เดินทางมาถึงครึ่งทางกันแล้ว รอติดตามบทสรุปของเรื่องราวสุดแสนจะเข้มข้นนี้ไว้ให้ดี เพราะบอกเลยว่า “แรงมาแรงกลับไม่โกง”สามารถเข้าไปรับชมความฟิน ที่มาพร้อมเสียงหัวเราะ และเสนห์ชวนหลงของทั้งคู่ ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ในเส้นทางความฝันของ “DICE” พร้อมซิงเกิลใหม่ “SWIPE UP” ที่อัดพลังความมันส์สุดเท่ ต้อนรับปีใหม่ และส่งต่อรอยยิ้มให้กับ ‘PRIZE’ ทุกคน

21 ม.ค. 2026

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ในเส้นทางความฝันของ “DICE” พร้อมซิงเกิลใหม่ “SWIPE UP” ที่อัดพลังความมันส์สุดเท่ ต้อนรับปีใหม่ และส่งต่อรอยยิ้มให้กับ ‘PRIZE’ ทุกคน

รายการ EFM FANDOM LIVE [15 มกราคม 2569] ค่ำคืนนี้มามันส์กระฉูด หัวเราะลั่นสตู ! ไปกับ “DICE” ที่จะมาปลุกพลังดาเมจความวิชวล ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... คดีกุหลาบน้ำเงินปริศนา กับคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบนามปากกา : Mr.Rose อาโป ดีว่าแห่งโรงละครหายตัวไปอย่างลึกลับจากห้องส่วนตัวของเธอที่คราคร่ำไปด้วยช่อดอกไม้มากมายที่ถูกสั่งมาจากร้านเดียวกัน เฟรมและมิน สองพี่น้องนักจัดดอกไม้ดวงซวยจึงต้องรับบทนักสืบจำเป็นเพื่อตามหาความจริง ผ่านเบาะแสที่ถูกซ่อนอยู่ในภาษาดอกไม้และชื่อที่ถูกหมายไว้บนการ์ด ไม่ว่าจะเป็น เจย์ นายตำรวจหนุ่มมาดเท่เจ้าของคดีผู้คอยดูแลความปลอดภัยให้อาโป โอโบ นักธุรกิจหนุ่มทรงเสน่ห์ผู้จับจองที่นั่ง VIP ของโรงละครตลอดกาล จีซัง จิตรกรอารมณ์ดีที่วาดรูปเธอเพื่อใช้ประกอบการโฆษณาของโรงละครอยู่เสมอ อเล็กซ์ แพทย์ประจำตัวแสนอบอุ่นผู้รู้ถึงโรคร้ายที่บอกใครไม่ได้ของหญิงสาว ชีส เด็กส่งกาแฟที่ทำได้เพียงชะเง้อมองเธอในทุกเช้าเหมือนสุนัขมองเครื่องบิน แมดดอค หนุ่มโรงน้ำชาสุดลึกลับที่อ้างว่าเป็นนักเรียนนอกจากยุโรป อ๊อตโต้ เทเนอร์เสียงหวานผู้ร่วมคณะโรงละครที่สนิทกับอาโปที่สุด คดีที่ชวนสับสนแต่ยังไม่น่ามึนงงเท่ากับความจริงที่ว่าดอกไม้ทุกช่อนั้น อาโปล้วนเป็นคนสั่งไว้เอง กับช่อดอกกุหลาบสีน้ำเงินช่อสุดท้ายที่ไร้เจ้าของ และข้อความที่บอกว่า "คุณช่วยเป็นรางวัลของฉันได้ไหม"EFM FANDOM FANFICTION : The opening tale is title.... The enigmatic Blue Rose mystery, filled with queries best left unresolved.Pen name : Mr.Rose In a dramatic twist, Apo, the enchanting star of the stage, vanishes from his lavish sanctuary, which is overflowing with vibrant bouquets, all sourced from the same flower shop. Enter Frame and Min, a pair of hapless siblings from the florist realm, who find themselves drawn into an amateur sleuthing adventure to unravel this puzzling mystery. They embark on a quest to decode hidden messages within the floral arrangements and the names inscribed on the accompanying cards. Among the colorful cast of characters are Jay, the dashing police officer tasked with solving the case, who also happens to be Apo's devoted bodyguard; Obo, the suave businessman who has claimed the theater's VIP seats for himself; Jisang, the upbeat artist known for painting Apo's publicity portraits; Alex, the compassionate doctor privy to Apo's secret affliction; Cheese, the coffee delivery boy who loves to watch her from a distance every morning; Maddoc, the enigmatic owner of the tea shop who claims to have studied in Europe; and Otto, the sweet-voiced tenor and Apo's closest companion. While the case is bewildering, the mystery deepens with the revelation that Apo personally ordered every bouquet, culminating in one last unclaimed blue rose accompanied by a curious note: "Would you be my reward?"FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... Destiny Roll: The Missing Melodyนามปากกา : เรือป๋อง มีบทเพลงหนึ่งหายไปจากโลก และมีเพียง เฟรม เด็กมัธยมผู้เชื่อในเสียงดนตรีคนเดียวที่ได้ยินเศษเสี้ยวของมัน เพื่อค้นหาเมโลดี้ที่หายไป เขาอธิษฐานไปกับลูกเต๋าแห่งโชคชะตา โดยที่ไม่รู้ว่าทุกการตกกระทบของมันคือชนวนฉีกเส้นเวลา ดึงคนจากต่างโลก ต่างยุคให้ทะลุมิติมาพบกันในโลกปัจจุบัน มิน หมอผีไสยขาวผู้คลุกคลีกับเสียงวิญญาณ , อเล็กซ์ พระเอกลิเกเสียงหวานขวัญใจแม่ยก , เจย์ ลูกมาเฟียที่เขียนกวีแทนการลั่นไก , อาโป จากสมัยอโยธยา มาพร้อมกับชีส บ่าวประจำตัวแสนจงรักภักดี , จีซัง ยอดมนุษย์ที่หลงใหลในเสียงดนตรีมากกว่าพลังวิเศษ , โอโบ ฮ่องเต้จากต่างเมือง แมดดอค แวมไพร์หนุ่มจากป่าช้า และ อ๊อตโต้ พ่อมดน้อยยุคy2k ที่โตมากับกามิกาเซ่ ผู้เชื่อว่าเสียงเพลงคือเวทย์มนต์ เมื่อท่วงทำนองที่ขาดหาย ถูกเติมเต็มด้วยเสียงของคนผู้คนทั้ง 10 จาก 10 มิติ บทเพลงที่ไม่สมบูรณ์จึงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง และการพบกันของพวกเขาไม่ใช่แค่เพื่อปิดจบเพลงหนึ่ง แต่เพื่อเปิดฉาก ทีป็อป จากผู้คนที่ไม่เคยยืนอยู่บนเส้นเวลาเดียวกันมาก่อนEFM FANDOM FANFICTION : This second tale is title... Destiny Roll: The Missing MelodyPen name : เรือป๋อง A melody has slipped away from existence, and only Frame, a high schooler with a passion for music, can catch whispers of it. To uncover the lost tune, he rolls the dice of destiny, oblivious to the fact that each toss will ripple through time, weaving together individuals from distinct eras and realms into the present moment. There’s Min, a white magic user who converses with spirits; Alex, a beloved Thai folk opera singer with a charming voice and a legion of female admirers; Jay, the poetic son of a mafia family who prefers words over weapons; Apo, from the Ayutthaya period, accompanied by his devoted servant, Cheese; Jisang, a superhuman more enthralled by melodies than his extraordinary abilities; Obo, an emperor from a distant city; Maddoc, a young vampire emerging from the shadows of a graveyard; and Otto, a youthful wizard from the Y2K era, raised on Kamikaze music and convinced that melodies hold magical powers. When the voices of these ten individuals from ten different dimensions converge, the incomplete song begins to pulse with life once more. Their convergence is not merely to finalize one tune, but to herald a new chapter in T-Pop, embarking on a journey that connects souls who have never shared the same timeline before.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... วัน ๆ ของพวกผมก็เป็นแบบนี้แหละครับเจ้านายนามปากกา : ประแจกินดินเผา "เดี๋ยวเค้าไปทำงานแล้วนะหมา ฝากดูแลน้องด้วยนะ" "เมี๊ยว" หมา คือชื่อผมครับ ใช่ ผมเป็นแมวและยังเป็นพี่ใหญ่ของบ้านอีกด้วย บ้านหลังนี้มีสมาชิกทั้งหมดสิบตัว บวกหนึ่งคน ประกอบไปด้วย เร้ก โกลเด้นผู้ใจดี , เจ๋ง กระรอกจอมสแว๊กแก๊ก , โปโป แมวสก็อตติช หนึ่งเดียวของบ้าน , จ๋อง แฮมสเตอร์แบตน้อย , โอย ซามอยด์ขนฟูขวัญใจสัตวแพทย์ , เนย นกแก้วจอมกวนที่พูดได้ทั้งวัน , มาก ไซบีเรียน ฮัสกีที่อยากทำอะไรก็ทำ , โตโต้ นากหลงที่ชอบแอบเข้ามาในบ้านจนสนิทกับทุกตัว , เฟย์ คอร์กี้น้องเล็กของพวกเรา คนสุดท้ายก็คือ ไพรซ์ เจ้านายที่แสนใจดี ที่ชอบใช้ชีวิตให้น่าเป็นห่วงและน่าตั้งคำถามอยู่เสมอ วันดีคืนดีก็ชอบคิดว่าคุยกับพวกเรารู้เรื่อง วันร้ายคืนร้ายก็สะดุดขาตัวเองล้มหน้าคะมำ ไม่ก็เผลอหยิบอาหารของเนยไปกินเพราะคิดว่ามันคือขนม อาจขาด ๆ เกิน ๆ ไปบ้าง แต่พวกเราก็มีความสงบสุขดี ยกเว้นตอนมากกัดโซฟาแข่งกับโอย และตอนเนยเถียงกับโตโต้ ช่วงเวลานั้นบอกลาความสงบไปได้เลย "กลับมาแล้วเด็ก ๆ คิดถึงกันไหม โอ๊ย!" เหมือนเสียงสวรรค์มาโปรด ถ้าไม่ติดที่ตามมาด้วยเสียงร้องและการล้มหน้าคว่ำของเจ้าของเสียงละนะ เฮ้อ~EFM FANDOM FANFICTION : This Third tale is titled... Welcome to a glimpse of our daily adventures, boss!Pen name : ประแจกินดินเผา "I'm heading off to work now, Doggy. Keep an eye on the little one, alright?" "Meow." My name's Doggy. Yep, I'm a cat—and the oldest one in this bustling household. We’ve got ten furry and feathered friends plus one human to make things lively. Let me introduce you: Reg, the sweet-natured Golden Retriever; Jeng, the stylish squirrel with a flair for the fashionable; Popo, the truly stunning Scottish Fold; Jong, the adorable little hamster; Oi, the fluffy Samoyed who’s the vet's favorite; Noey, the playful parrot who chatters non-stop; Mak, the free-spirited Siberian Husky; Toto, the crafty stray otter who sneaks in and makes pals with everyone; Fay, the youngest Corgi full of energy; and finally, our compassionate owner PRIZE, who is perpetually filled with worry and questions. Sometimes, he thinks he gets us, but other times he trips and falls flat on his face or mistakenly snatches Ney's food, believing it to be a treat. We might act a bit wild at times, but mostly we coexist in harmony—except when Mak and Oi get into a tug-of-war over the sofa cushions. And when Ney and Toto clash, all bets are off for tranquility. "I’m home, kids! Did you miss me? Oh!" It sounded like a divine announcement, if only it weren't for the thud that followed as the owner stumbled and landed face-first. Sigh~FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... คำเตือน : ระวังคิดถึงอดีตนามปากกา : blue butterfly ท่ามกลางเมฆหมอกในความทรงจำที่พร่าเลือน ผมนั่งมองมือที่สั่นเทาของตัวเอง พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าความทรงจำของผมหายไปเมื่อไหร่ จนกระทั่งปลายนิ้วไปสัมผัสกับรูปถ่ายที่ซ่อนอยู่ในสมุดบันทึกเล่มเก่า ในนั้นคือภาพเด็ก 10 คนที่ยืนกอดคอหัวเราะท่ามกลางหยาดเหงื่อ วินาทีนั้นเหมือนโลกที่หยุดหมุนมานานเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ความทรงจำหลั่งไหลกลับมาเหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ส่องทะลุม่านหมอก ผมจำได้แล้ว เราเคยเป็นเด็กที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความฝันที่มีเหมือนกัน เราเคยวิ่งตามหาดวงดาวร่วมกันมานานหลายปี ชวนนึกถึงความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจยามที่พวกเราล้อมวงกันพูดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง รอยยิ้มของคนในรูปยังคงงดงามและชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด ใบหน้าของเพื่อนอีก 9 คนที่โอบกอดผมไว้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่าครั้งหนึ่งผมเคยถูกรักมากแค่ไหน น้ำตาของผมหยดลงบนรูปถ่ายใบนั้น แม้สมองจะเคยลืมเลือนชื่อเรียกหรือวันเวลาไปบ้าง แต่หัวใจกลับไม่เคยลืมเลือนไออุ่นจากมิตรภาพของพวกเราเลย "ขอบคุณนะที่ครั้งหนึ่งเราเคยมีกัน" ถึงโลกจะลบเลือนผมไปอีกกี่ครั้ง แต่นี่จะเป็นความทรงจำชิ้นสุดท้ายที่ผมจะไม่มีวันยอมสูญเสียไปอีกEFM FANDOM FANFICTION : This Fourth tale is titled... Heads up: Watch out for getting lost in yesterday!Pen name : blue butterfly In the swirling fog of my thoughts, I found myself staring at my shaking hands, pondering the moment my memories began to blur. Just then, my fingers brushed against a photo tucked away in an old scrapbook. It captured ten joyful kids, arms linked and laughter echoing through the sweat-soaked air. At that moment, it felt like the world, which had long been still, sprung back to life. Waves of memories washed over me, bright as the sun breaking through the morning haze. Suddenly, clarity returned—I was reminded of our childhood dreams, pure and shared. We chased stars side by side for years on end. I felt that familiar warmth enveloping me as we huddled together, dreaming about the endless possibilities ahead. The smiles in the picture shone more brilliantly than anything else I could recall. The faces of the nine friends who held me close stood as undeniable proof of the love that once surrounded me. Tears slipped onto the photograph as I recognized that, while names and dates might slip from my mind, the essence of our friendship would forever warm my heart. “Thank you for the moments we shared.” Even if the world tried to erase me again, this would be the one memory I'd hold onto for eternity.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... Dicetria (ไดเซเทรีย โลกของฉันคือเธอ)นามปากกา : kanikani ไอดอลทั้งสิบตน ผู้มาจากโลกอีกใบที่แสนลึกลับ ณ ดินแดนไกลแสนไกลออกไป มีเมืองของเหล่าภูตจิ๋ว ที่ๆถูกขนานนามว่า ไดเซเทรีย (Dicetria) ภูตทุกตนเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์แสนพิเศษในด้านดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง เต้น เล่นดนตรีฯลฯ จนถึงช่วงยุคสมัยหนึ่งที่ภูตทุกตนหันหลังให้กับพรสวรรค์เหล่านั้น มองว่ามันเป็นเรื่องที่แสนธรรมดา ไม่มีใครพิเศษไปกว่าใครและละทิ้งมันไปราวกับว่าพรสวรรค์ที่พวกเขามีมันไม่เคยเกิดขึ้นจริง หากแต่ยังมีภูตจิ๋วทั้งสิบตนที่ยังคงมีความศรัทธาต่อเสียงดนตรี ในทุกค่ำคืนพวกเขาจะรวมตัวกันซ้อมดนตรีและขับร้องเพลงโปรดของพวกเขาในสวนลับของพระราชวังภูตจิ๋วคืนหนึ่งเกิดเหตุการณ์ประหลาด น้ำพุในสวนไหลรินออกมาเป็นทำนองเพลง รูปปั้นลูกเต๋าโบราณบนยอดน้ำพุร่วงหล่นลง ลูกเต๋ากลิ้งเรี่ยดินไปหลายตลบก่อนที่ประตูมิติจะเปิดออกมีแสงสว่างวาบพุ่งออกมา แค่เพียงชั่วพริบตาพวกเขาได้กลายเป็นไอดอลในโลกมนุษย์ ยืนเฉิดฉายอยู่บนเวทีและห้อมล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย พวกเขาได้ใช้พรสวรรค์ของตนที่มีสร้างความสุขให้กับเหล่ามนุษย์ ในโลกที่แสนธรรมดานี้เสียงดนตรียังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมายและทำให้พวกเขาอยากที่จะมีชีวิตต่อไปEFM FANDOM FANFICTION : This last story is titled... Dicetria (My universe revolves around you)Pen name : kanikani In a far-off realm known as Dicetria, where tiny fairies flit about, ten extraordinary idols emerge from a mysterious dimension. Each fairy is born with remarkable musical gifts—be it singing, dancing, or playing instruments. Yet, there came a time when the fairies dismissed their special talents, viewing them as ordinary and believing that no one stood out. They shunned their gifts, as if they had never held any significance at all. But not these ten fairies; they held onto their love for music. Each night, they would gather in the hidden garden of the fairy palace, immersed in the joy of rehearsing and singing their beloved songs. One fateful evening, something unusual unfolded. The fountain in the garden erupted with a captivating melody. Suddenly, an ancient statue of dice perched on top of the fountain toppled over, rolling across the ground just as a shimmering portal appeared, bursting with light. In the blink of an eye, the fairies transformed into radiant idols in the human world, gracing the stage before enthusiastic crowds. They harnessed their exceptional talents to spread happiness among people. In this everyday world, their music resonated deeply, igniting inspiration and fueling the spirit of life for many.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “DICE”เริ่มต้นปีใหม่ด้วยโมเมนต์ความน่ารัก โก๊ะ ๆพร้อมคลายความคิดถึงให้แฟน ๆ กับซิงเกิลใหม่สุดคาริสม่า1 สิ่ง MVP ในปี 2025 ของ “DICE” ! เริ่มต้นด้วย อาโป ที่เลือก “DICE TO MEET YOU! ยินดีที่ DICE รู้จัก” เนื่องจากคลอบคลุมทั้งเป็นการท่องเที่ยวและได้ไปเจอแฟน ๆ แบบต่อหน้า โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า ‘ถ้าแฟน ๆ เดินทางมาหาเราไม่ได้ เราก็ไปหาเขาเองเลย ไปศึกษาวัฒนธรรมต่าง ๆ ด้วย ออกไปท่องเที่ยวเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ สนุกมาก !’ ต่อด้วย เฟรม ที่เลือกคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ‘DICE THE FIRST CONCERT : THE MYSTIC ROLL’ ให้เป็น MVP ของปี 2025 เพราะรู้สึกว่าคอนเสิร์ตนั้นมีการโปรโมตที่สนุกสนาน และหนึ่งในความฝันของการเป็นศิลปินของเฟรม คือการได้มีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง ต่อมาที่ มิน ได้เลือก DICE การละคร อย่าง ‘Birthday But With DICE’ ที่ได้เล่นอยู่เป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในปี 2025 โดยเจ้าตัวได้กล่าวว่ารู้สึกประทับใจ และสนุกกับการที่ได้แสดงละครครั้งนี้สุด ๆ ทางด้าน อ๊อตโต้ ก็ได้เลือก MVP ของปีนี้ให้เป็น คอนเสิร์ตใหญ่ ‘DICE THE FIRST CONCERT : THE MYSTIC ROLL’ เช่นกัน ต่อมาที่ แมคดอค ได้เลือกงานครบรอบ 1 ปี ของวง “DICE” ที่ใช้ชื่อว่า ‘DICE YEAR ONE : BRITHDAY BUT WITH DICE 1 ST ANNIVERSARY FANCON’ โดยได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ‘พอได้เห็นผลลัพธ์กับตา ว่าทุกอย่างที่เราทำมาตลอดปี มันส่งผลอะไรบ้าง มีคนที่ชื่นชอบ DICE มากเยอะแค่ไหนบ้าง ก็ทำให้รู้สึกดี และมีความสุขมาก’ จึงได้เลือกให้สิ่งนี้เป็น MVP ของปี 2025 ที่ผ่านมา ทางด้านของ จีซัง ก็ได้เลือกสิ่งที่เป็น MVP ในปี 2025 เป็น ‘DICE YEAR ONE : BRITHDAY BUT WITH DICE 1 ST ANNIVERSARY FANCON’ ที่ได้จัดขึ้นในช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านมา ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ที่เกิดขึ้นช่วงท้ายปี เจ้าตัวกล่าวเพิ่มเติมว่า ‘เป็นการเปิดต้นปีที่ใหญ่ และเป็นประสบการที่ดีมาก ๆ’ ในส่วนของ เจย์ ได้เลือกอัลบั้ม ‘DICE THE FIRST ALBUM: POSSIBILITIES’ ที่เป็นอัลบั้มแรกที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2025 ที่ผ่าน เจ้าตัวได้กล่าวว่า ‘ความฝันในการเป็นศิลปินคือ อยากมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง ซึ่งปีที่แล้วก็ได้มีอัลบั้มแรกออกมา’ ต่อมาในด้านของ ชีส ก็ได้เลือกคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกอย่าง ‘DICE THE FIRST CONCERT : THE MYSTIC ROLL’ เช่นเดียวกับ เฟรม และ อ๊อตโต้ โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า ‘คอนเสิร์ตใหญ่ถือเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งในชีวิตของเด็กทั้ง 10 คน ทำให้เราได้เห็นว่าการเป็นศิลปินทุกวันนี้มันดีมาก ๆ’ และปิดท้ายด้วย อเล็กซ์ ที่ได้เลือก “PRIZE” เป็น MVP ของปี 2025 โดยให้เหตุผลว่า ‘PRIZE คือคนที่อยู่ในทุกเส้นทางการเดินทาง และอยู่เคียงข้างคอยซัพพอร์ต DICE มาโดยตลอด’1 word from “DICE” for “PRIZE” ‘รัก’ ทุกคนในวงได้ปรึกษากันแล้วเลือกคำตอบสุดท้ายที่ทำให้ PRIZE ได้ยิ้มแก้มแตกไปตาม ๆ กัน โดยให้เหตุผลว่า เพราะอยู่ด้วยกันมาเกือบ 2 ปี นานพอจะรู้ใจกันได้แล้ว จนตอนนี้ก็เดินทางเคียงข้างกันมาจนมีอัลบั้มที่ 2 พร้อมปล่อยซิงเกิลแรก “SWIPE UP” ที่พูดถึงการเติบโตที่แข็งแรงขึ้น และอะไรที่ไม่ดีสำหรับเราก็ให้ปัดทิ้งไป“ อรุณสวัสดิ์ครับเพ่ย์ ! ” เป็นคีย์เวิร์ดที่เมื่อเปิดเพลงปุ๊บ ทุกคนจะต้องจดจำไม่แพ้กับท่อนฮุคของเพลง เหมือนเป็นการบอกว่า ‘กลับมาแล้วครับ ! ’ กลายเป็นอีกเอกลักษณ์ของเพลง ที่ฟังแล้วจำได้ทันที มาพร้อมความซนปนเท่ของแก๊งเด็ก ๆ DICE ถือเป็นการ Come back ที่ทั้งเท่และน่าจดจำสุด ๆ !‘Swipe Up’ หนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของ “DICE” ! หลังจากที่มีคอมเมนต์ของแฟน ๆ บอกว่า ‘ผมคิดว่า SWIPE UP เป็น 1 เพลงที่ดีที่สุดของ DICE’ ทางด้านหนุ่มๆ DICE ก็ได้ให้ความเห็นว่า ‘ผมเห็นด้วย เพราะเพลงนี้พวกเราก็ตั้งใจทำ ทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เรียกว่าดีที่สุดในแต่ละแนวเพลงดีกว่าครับ เพราะพวกเราเต็มที่กับทุกเพลงที่ทำออกมา’How to ใช้ “SWIPE UP” คำว่า “SWIPE UP” อาจแปลได้ว่า ปัดขึ้น แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป โดย เฟรม ได้เป็นตัวแทนยกตัวอย่างการใช้คำว่า “SWIPE UP” ที่สามารถใช้ในสถานการณ์อื่น ๆ เช่น วันนี้อยากกินชานมไข่มุก แต่ไข่มุกดันหมด เลย Swipe Up ไปกินอย่างอื่นแทน พร้อมยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สามารถใช้ในสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ดี ก็ให้ปัดผ่านความรู้สึกที่ไม่ดีนั้น แล้วก้าวผ่านมันไปให้ได้ ซึ่งสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่าย ๆ เลยความรู้สึกของการฟัง DEMO ครั้งแรก ! ซิงเกิลใหม่ “SWIPE UP” เป็นเพลงที่ผสมผสานกันของแนวเพลงแบบ EDM และ HIPHOP ซึ่งในเพลงนี้มีเสียงเบสที่หนักและเด่นชัดมาก โดยตัวของ ชีส ก็ได้บอกว่า ตรงจุดนี้เป็นเหตุผลที่ตนชื่นชอบในเพลงนี้มาก ด้วยเสียงเบสที่หนักแน่น ทำให้เพลงนี้มีจังหวะที่สนุกและมันส์สุด ๆ และ ดีเจดาว ได้พูดเสริมถึงตัว MV ที่มีการใช้ Transition ที่โหดมาก ๆ ทางด้าน DICE ก็เห็นด้วยกับความโหดของ Transition นี้เช่นกัน โดยกล่าวว่า หลายซีนที่ถ่ายทำ ตอนถ่ายทำก็ไม่เห็นภาพว่า Transition จะออกมาเป็นยังไง และเพิ่มเติมว่า มีซีนถ่ายทำอยู่เยอะ แต่ไม่ยาก ตอนถ่ายเน้นการใช้อินเนอร์เป็นหลัก และต้องมีความแข็งแรงอย่างมาก นอกจากนี้เส้นเรื่อง MV มี Attitude วิชวลเป็นส่วนใหญ่ มีพาร์ทการร้องที่โหด และมี High note ที่เหมือนจะสูงที่สุดตั้งแต่เคยอัดเพลงมา ส่วนในพาร์ทท่าหมุนตัวที่เป็นที่จดจำของทุกคน กับอินเนอร์ใด ๆ ที่ออกมาจาก เป็นฟีลทั้งหมด !‘อรุณสวัสดิ์ครับเพ่ย์ ! ’ แบบ “DICE” งานนี้สองดีเจสาวสวย ดีเจดาว และ ดีเจแนน จัดเต็มเสิร์ฟความน่ารักให้กับ PRIZE แบบถึงใจ โดยให้ DICE แต่ละคนพูดประโยค ‘อรุณสวัสดิ์ครับเพ่ย์’ ตามสไตล์ของตัวเอง สร้างทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับแฟน ๆ ยิ้มแก้มปริ ใจละลายไปตาม ๆ กัน กับความซุกซน ขี้เล่นของเด็ก ๆ แต่ละคน (สามารถรับชมความน่ารักได้ที่ Youtube : ATIME)และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ… ทางรายการ EFM FANDOM LIVEมีเกมสุดท้าทายมาให้ “DICE” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘ITEM นี้… ได้แต่ DICE มา !?’งานนี้แก๊งเด็กป่วนขโมยเสียงหัวเราะไปเต็ม ๆ ไปย้อนดูความน่ารักสดใสของเจ้าพวกเด็กกันเลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้แฟนคลับ ได้ถาม QA กับ “DICE”ขอประโยคปฏิเสธเก๋ ๆ ใน Format ตอนนี้ไม่ว่าง…อยู่ (ห้ามซ้ำกับในเพลง) ! จีซัง : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ตั้งใจเรียน’ อยู่ เจย์ : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ไลฟ์ EFM FANDOM’ อยู่ ชีส : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ขำพี่เจย์’ อยู่ อเล็กซ์ : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ซักผ้า’ อยู่ แมคดอค : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘six seven’ อยู่ครับ อ๊อตโต้ : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ดู DICE’ อยู่ มิน : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘คิดโชว์ไปโชว์ให้ PRIZE ดู’ อยู่… รอดู เฟรม : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ส่อง PRIZE’ อยู่ครับ อาโป : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘กำลังสตรีมเพลง Swipe Up’ อยู่ครับถ้าไม่กอดน้องหมา ( แมวของมินใน MV ) DICE แต่ละคนจะกอดอะไร ? อ๊อตโต้ : กอดแม่ครับ! มิน : ผมมีแมวผมไปแล้วอะ เดี๋ยวกอดแมวอีกตัวครับ เป็น 2 มือ เฟรม : เฟรมกอดหมูครับ เพิ่งไปญี่ปุ่นมา เจอคาเฟ่หมู เป็นหมูชมพู~ อาโป : ตอนนี้กอดหมอนอยู่~ อเล็กซ์ : อเล็กซ์กอดกุชชี่อยู่ครับ เจย์ : กอดกบครับ! จีซัง : กอดยีราฟครับ ชีส : กอดกุ้ง… กอดหมาอยู่ครับผม ดีเจดาว : ถ้าไม่กอดน้องหมา! โจทย์ ๆ ชีส : อ๋อ ถ้าไม่กอดน้องหมา โทษทีครับพี่ ผมอ่านโจทย์ไม่เคลียร์ เนี่ยเห็นมั้ยล่ะก็ว่าสอบ O-NET ไม่ผ่าน เอ่อ..ตอนนี้ไม่ว่างกอดหมอนข้างละกันครับ แมคดอค : เอ้ย! หมอนพี่อาโปเพิ่งพูดไป อาโป : ฉันกอดหมอนเปื้อนน้ำตา ดีเจแนน : คนสุดท้าย กอดอะไร ? แมคดอค : ตอนนี้ไม่ว่าง กอดตัวเองอยู่~ เฟรม : Swipe Up Swipe Up และ Swipe Up ครับผมถ้าให้ปัดได้หนึ่งอย่างอยากปัดอะไรกันบ้างครับ ? เฟรม : อะปัดติโถ อะปัดติกึด กึด กึด มิน : เฟรมร้องผิดปะ ? DICE ทุกคน : อะนันตะปัดชะเย อะปัดติเถเถนา อะปัดติยา อะปัดติเถเถคือ อะปัดติโถ อะปัดติกึด กึด กึด เฟรม : Swipe Up Swipe Up และ Swipe Up ครับผม สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “DICE” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ เผลอแป๊บเดียว ก๊วนเด็กป่วนครบรอบ 2 ปีแล้ว ขอบคุณรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่มอบให้ PRIZE เสมอมา และฝากติดตามซิงเกิลใหม่ของแก๊งเด็กซน “SWIPE UP” สามารถรับชม MV ได้ทาง YouTube ช่อง “TADA LABELS” และตามไปฟังเพลงได้ที่ทุกสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม พร้อมกันนี้ยังมีผลงานดี ๆ จากซิงเกิลแรกของเด็ก ๆ วง “DICE” อีกมากมาย ฝากเอ็นดูและติดตามผลงานในอนาคตของเจ้าพวกเด็กซนกันด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก วิชวล เปิ่นโก๊ะของเด็ก ๆ ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

เปิดศักราชใหม่ หัวใจคนเดิม เตรียมจุดไฟรักให้อบอุ่นใจไปกับ “ออฟ - กัน” ในบทบาทใหม่สุดท้าทาย กับซีรีส์ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ พร้อมชมฝีมือของนักจิตกรตัวจิ๋วไปด้วยกัน !

14 ม.ค. 2026

เปิดศักราชใหม่ หัวใจคนเดิม เตรียมจุดไฟรักให้อบอุ่นใจไปกับ “ออฟ - กัน” ในบทบาทใหม่สุดท้าทาย กับซีรีส์ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ พร้อมชมฝีมือของนักจิตกรตัวจิ๋วไปด้วยกัน !

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 8 มกราคม 2569 ] ค่ำคืนนี้มาเบิร์นความเหนื่อยล้า เยียวยาด้วย “ออฟ - กัน” ไปกับ 2 ดีเจคู่หู “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 เรื่องนี้มีชื่อว่า... Loop fall วงจรแห่งคืนดาวตกนามปากกา : meow Hamburger ทุกครั้งที่เกิดฝนดาวตก อคิณ ชายหนุ่มผู้ทำงานกลางคืนหลงใหลการดูดาว จะฝันถึงภาพเดิมของชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางทุ่งกว้างใต้ท้องฟ้าไร้ขอบเขต เขาพยายามเดินเข้าไปหา แต่ไม่เคยไปถึง ความฝันจบลงก่อนจะได้เอื้อมมือแตะอีกฝ่าย ทิ้งความรู้สึกค้างคาเหมือนเคยทิ้งใครบางคนไว้เบื้องหลัง วรัน นักประวัติศาสตร์ฝึกงาน ค้นพบบันทึกดาราศาสตร์จากหลายยุคสมัยที่ผิดปกติ เหตุการณ์ฝนดาวตกซึ่งห่างกันหลายร้อยปีกลับมาพร้อมบันทึกการสูญเสียบุคคลสำคัญ และชื่อสองชื่อที่ปรากฏคู่กันซ้ำๆ ยิ่งค้นลึกความทรงจำที่ไม่ใช่ของชาตินี้เริ่มแทรกเข้ามา จนเข้าใจว่านี่คือวงจรที่ถูกสร้างขึ้นในอดีต ผูกชีวิตของคนสองคนไว้กับคืนดาวตก เพื่อรักษาเสถียรภาพของกาลเวลา หากไม่ตัดวงจร การจากลาจะเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง เมื่อได้พบกันความสัมพันธ์เริ่มจากความลังเล อคิณ พยายามถอยห่าง เพราะเชื่อว่าหากวรันไม่มาเกี่ยวข้อง อีกฝ่ายจะปลอดภัยในคืนดาวตกครั้งสำคัญ เขาตัดสินใจจะทำลายจุดกำเนิดลูปเพียงลำพัง แต่อคิณกลับมาปรากฏตัวในนาทีสุดท้าย ไม่ใช่เพราะจำอดีตชาติได้ทั้งหมด เเต่เข้าใจจากความฝัน เมื่อวงจรถูกทำลายความทรงจำอดีตชาติค่อยๆเลือนหาย มีเพียงความรู้สึกที่เข้าใจซึ่งกันเเละกันที่ตัดสินใจเดินต่อด้วยกันFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Loop fall : The enchanting rhythm of a night filled with falling stars.Pen Name : meow Hamburger Every time a meteor shower occurs, Akin, a young man who works nights and is fascinated by stargazing, dreams the same image: a man standing in a vast field under an endless sky. He tries to walk towards him, but never reaches him. The dream ends before he can touch the other man, leaving a lingering feeling of incompleteness, as if he had once left someone behind. Waran, an intern historian, uncovers strange astronomical records spanning various eras. A meteor shower, occurring centuries apart, coincides with the loss of key figures and the repeated mention of two names. As he investigates further, fragmented memories from another life emerge, revealing a cycle from the past that ties two individuals to the meteor shower night, crucial for time's stability. If they don’t break the cycle, they’ll be forced apart again. When they finally meet, Akin tries to keep his distance, thinking it will protect Waran. He decides to confront the source of the cycle alone but shows up at the last moment, influenced by a dream rather than a full recollection of his past lives. As they break the cycle, their memories start to fade, but a deep understanding remains that draws them together.FANFICTION เรื่องที่ 2 เรื่องนี้มีชื่อว่า... ปรปักษา ดวงใจสฤคาลนามปากกา : ปลายหยดน้ำ ตำนานเล่าว่าสัตย์สองพวกที่เป็นอริกันมาช้านานคืออินทรีกับหมาป่า ซึ่งเคยเป็นสหายรักกันมา แต่ต้องห้ำหั่นกันเพราะเจ้าหมาป่าเผลอไปกินลูกอินทรีแรกเกิด นั่นทำให้ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต มีหมาป่าที่ไหนต้องไม่มีอินทรีที่นั่น หากมีอินทรี หมาป่าก็ต้องถูกปลิดชีพ อยู่ด้วยกันไม่ได้ สฤคาลเล่าเรื่องตำนานนี้ให้กับนักศึกษาทุกรุ่นฟัง เขาเองคือหนึ่งในเผ่าพันธุ์หมาป่าที่หลงเหลืออยู่ แต่ใครเลยจะรู้ว่าคนรักของเขา เวหลจะเป็นพญานกอินทรี และเรื่องที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือพวกเขารักกันโดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าอีกฝ่ายคือศัตรู จนในที่สุดเกิดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ และคนที่จะต้องต่อสู้เพื่อนำชัยชนะมาให้เผ่าของตน ก็คือสฤคาล และเวหล แม้ทั้งคู่จะรักกันมากเพียงใดแต่หน้าที่ก็ต้องมาก่อน ทั้งสองกลายร่างเป็นหมาป่าและอินทรี ต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร จังหวะหนึ่งหมาป่าตะครุบอินทรีไว้ได้ "ถึงเวลาแล้ว จัดการสิ" หมาป่าเอ่ย "ข้าทำไม่ได้" อินทรีบอก "ถ้าเจ้าไม่ทำ ข้าจะฆ่าเจ้า" "ข้ายินดี" เวหลหลับตาพร้อมตายด้วยกรงเล็บของคนรัก 'จึก' จงอย (จะ-งอย) ปากของอินทรีปักไปที่ขั้วหัวใจ หมาป่า เวหลลืมตาขึ้นและได้พบกับรอยยิ้มอบอุ่น...รอยยิ้มสุดท้าย...ของคนรักFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... The foe, the essence of a warrior.Pen Name : ปลายหยดน้ำ Legend has it that eagles and wolves have been rivals for ages. Once friends, they became enemies when a wolf accidentally ate a baby eagle. This sparked a deadly cycle: where wolves roamed, eagles couldn’t survive, and vice versa. Sarikal, one of the few remaining wolves, shared this tale with each new generation. Little did he know that his beloved Vela was a stunning eagle. Their love blossomed despite their species’ rivalry. When war erupted between their kind, duty overshadowed their feelings. They transformed into their animal forms and fought hard. At a crucial moment, Sarikal caught Vela. “Finish it,” he said. “I can’t,” she replied. “If you don’t, I’ll kill you,” he threatened. “I accept my fate,” Vela said, ready to die. With a swift strike, she pierced his heart. When Vela opened her eyes, she saw one last warm smile from her lover.FANFICTION เรื่องที่ 3 เรื่องนี้มีชื่อว่า... คำอธิษฐานวันปีใหม่นามปากกา : Or.Soblue 'อยากมีแฟน' กร นำคำอธิษฐานของตนไปแขวนไว้บนต้นไม้ โดยที่ไม่ยอมให้เอสอ่าน ทั้งสองเดินเล่นจนกรเริ่มหนาว เอสบ่นว่ากรไม่ยอมหยิบเสื้อกันหนาวมา แต่ก็สวมแจ็คเก็ตยีนส์ของตนให้กรทันที เอสดูแลกรได้ดีมาก ทำให้ไม่ว่ากรจะมีแฟนมากี่คน ก็ไม่มีใครสู้เอสได้เลย จนกรได้แต่คิดว่า คงดีถ้าได้เป็นแฟนกับเอส ทว่า เอสไม่เคยแสดงออกว่าชอบตนเลย จนวันนี้ กรหันไปสารภาพกับเอสว่า เริ่มรู้สึกดีกับเอสขึ้นเรื่อย ๆ เขาอยากเป็นแฟนกับเอส แต่ถ้าเอสไม่ได้คิดเหมือนกัน ก็ขอให้เอสลืมเรื่องในวันนี้ และเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม เอสจึงพูดขึ้นว่า ‘พอได้ชอบไปแล้วครั้งหนึ่ง มันกลับไปเป็นเพื่อนยาก’ จนกรเริ่มใจเสีย แต่เอสก็เฉลยว่า เขาเข้าใจ เพราะเขาเป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว เอสชอบกร แต่เอสกลัวว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะพัง หากกรไม่คิดเหมือนกัน เอสรู้ว่ากรแพ้คนเทคแคร์ ดังนั้นเอสเลยทำทุกอย่าง ไปด้วยทุกที่ ไปรับไปส่ง เพื่อให้กรชอบตนบ้าง และในที่สุด ความพยายามของเอสก็เป็นผล "มึงรู้ไหมว่ากูเขียนคำอธิษฐานเดิม ๆ มาหลายปีแล้ว" "มึงเขียนว่าอะไร?" "อยากมี 'มึง' เป็นแฟน ... ขอบคุณที่ทำให้คำอธิษฐานของกูเป็นจริงนะ"FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... New Year's wishPen Name : Or.Soblue I want a boyfriend," Gorn said, hanging his wish on a tree and keeping it away from Est. They strolled until Gorn got chilly, prompting Est to complain about his lack of a jacket before offering him his denim one. Est took such good care of Gorn that he realized no previous boyfriend compared to him. Gorn couldn't help but fantasize about being with Est. Finally, Gorn confessed his feelings and asked if Est felt the same. If not, he suggested they just stay friends. Est replied, "Once you like someone, it's tough to go back to just friendship." Gorn felt down, but Est explained that he understood—not wanting to risk their bond. He had been trying to win Gorn over by always being there for him. Eventually, Est's persistence paid off. "You know, I’ve been wishing for years," he said. "What’s your wish?" Gorn asked. "I want you to be my boyfriend. Thanks for making it come true.FANFICTION เรื่องที่ 4 เรื่องนี้มีชื่อว่า... ระยะใกล้กว่าที่คิดนามปากกา : NearEnough ออฟ เป็นลูกค้าประจำของร้านกาแฟเล็กๆ เขานั่งโต๊ะเดิม สั่งเมนูเดิมเสมอ กัน คือบาริสต้าที่จำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ระดับความขมของกาแฟ ไปจนถึงเวลาที่ออฟเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว พวกเขามีเพียงบทสนทนาสั้นๆ เรื่องฝน รถติด หรือกาแฟขมไปหรือเปล่า แม้ระหว่างทางไปออฟฟิศจะมีร้านกาแฟดีกว่านี้อีกหลายร้าน แต่ออฟก็เลือกที่จะแวะร้านนี้เสมอ ต่างคนต่างรู้ว่ามีบางอย่างอยู่ในใจเหมือนกันเกินกว่าจะเรียกว่าเรื่องบังเอิญ แต่ไม่มีใครกล้าพูดมันออกมา จนคืนหนึ่งหลังปิดร้าน เหลือเพียงโต๊ะตัวเดิม และความเงียบที่ไม่อาจหลบเลี่ยง กันตัดสินใจไม่ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นเป็นแค่วันธรรมดา เขาพูดความในใจออกมาทั้งหมด “พี่ออฟครับ ผมคิดอยู่นานมากว่าจะพูดมันออกมาดีไหม” กันกำมือเป็นกำปั้นแน่นที่อกข้างซ้าย “แต่ผมรักพี่ได้แค่เท่านี้เองครับ” “เขาบอกว่าหัวใจคนเรามีขนาดเท่ากำปั้น ผมรักพี่ได้แค่นี้จริงๆ” ออฟไม่ตอบ เขาเพียงคลี่กำปั้นนั้นออกอย่างแผ่วเบา แล้ววางมือของตัวเองทับลงไป “ถ้าหัวใจเรามีขนาดเท่ากำปั้นจริง ๆ” “พี่ว่าของพี่…น่าจะพอดีกับของกัน” ร้านกาแฟยังเล็กเหมือนเดิม กาแฟสองแก้วบนโต๊ะตัวเดิม แต่ระยะห่างระหว่างหัวใจกลับใกล้กว่าที่เคยFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Closer than expected.Pen Name : NearEnough Off was a regular at the local coffee shop, always seated at the same table, ordering the same drink. Gun, the barista, remembered every detail—from the bitterness of the coffee to the way Off smiled without realizing it. Their chats were brief, covering topics like the rain and traffic; despite better coffee options nearby, Off always chose this spot. They both felt a deeper connection but never voiced it. One night, after closing, with only silence between them, Gun decided to share his feelings. “Off, I’ve thought a lot about saying this,” he said, pressing a hand to his chest. “I can only love you this much.” Off didn’t respond immediately. He gently unfolded his fist and placed his hand over Gun’s. “If our hearts are the size of a fist, mine would fit perfectly with yours.” The coffee shop felt the same, and though the cups remained unchanged, their hearts had never been closer.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... ทฤษฎีวงโคจรที่ 0.21: เมื่อโลกทั้งใบกลายเป็นสีพาสเทลนามปากกา : ci_ci.gg ในวันที่ท้องฟ้ากรุงเทพฯ กลายเป็นสีชมพู 'กัน' ตื่นมาพร้อมกับพบว่าตัวเองมีพลังพิเศษ... พลังที่แค่สบตาใคร คนคนนั้นจะเห็นละอองดาวปลิวออกมาจากไหล่เขา แต่พลังนี้กลับใช้ไม่ได้ผลกับ 'ป่าปี๊' รุ่นพี่หนุ่มหน้านิ่งที่กันแอบชอบมาตลอด "ทำไมพี่ไม่เห็นดาวของกันล่ะ?" กันเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่ติดฝนอยู่ใต้ชายคาหน้าร้านดอกไม้ ออฟไม่ตอบ แต่กลับขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน ก่อนจะถอดเสื้อตัวนอกมาคลุมหัวให้คนตัวเล็กกว่า "ไม่เห็นดาวหรอก... เพราะในตากันมันมีพระจันทร์อยู่ทั้งดวงแล้วไง" วินาทีนั้น โลกทั้งใบพลันหยุดหมุน กลิ่นฝนกลายเป็นกลิ่นวานิลลาหอมหวาน ออฟประคองแก้มใสแล้วกระซิบประโยคที่ทำให้อุณหภูมิรอบข้างพุ่งสูงขึ้น "ไม่ต้องใช้พลังพิเศษหรอก แค่กันยิ้ม... พี่ก็ยอมติดอยู่ในวงโคจรของกันตลอดไปแล้วครับ"FANFICTION #5: This FANFICTION is titled... The 0.21 orbital theorem: When everything becomes pastel.Pen Name : ci_ci.gg One day, as the Bangkok sky turned pink, Gun discovered he had a unique ability—he could see stardust falling from the mountains with just a glance. However, this power didn’t work on Papi, the quiet senior Gun had secretly admired. "Why can't you see my stars?" Gun asked as they sheltered from the rain under a flower shop awning. Off didn’t reply; instead, he moved closer, nearly touching noses, then draped his jacket over Gun’s head. “You can’t see the stars… because the whole moon is in your eyes already.” Time seemed to freeze as the rain’s scent shifted to sweet vanilla. Off cupped Gun's face and said something that made the air sizzle: “You don’t need your power. Just your smile keeps me in your orbit forever.”เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “ออฟ - กัน”เริ่มต้นปีใหม่ด้วยโมเมนต์สุดน่ารัก พร้อมเบิร์นความคิดถึง ให้ฟินไปตาม ๆ กันนน !!ตัวห่างไกล แต่ใจไม่ห่างกัน ในช่วงเวลาปีใหม่ของ “ออฟ - กัน” แม้ตัวจะห่างไกล แต่ใจคงไม่ห่างกัน ออฟเล่าว่าปีใหม่ที่ผ่านมา ตนไม่ได้ไปไหนเป็นพิเศษ เพราะต้องอยู่เก็บของ เตรียมย้ายไปบ้านใหม่ที่กำลังจะสร้างเสร็จ ทิ้งเสื้อผ้าไปเท่าไหร่ก็ยังเยอะอยู่ดี สมกับเป็นเจ้าพ่อแฟชั่นเลยนะป่าปี๊ ด้านของกัน ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ที่เชียงใหม่ ป่าปี๊ก็ได้ถามเสริมขึ้นมาทันทีว่า ‘ได้ไปขึ้นเขารึเปล่าน้าาา?’ ใส่ใจกันไม่มีเปลี่ยนเลยนะป่าปี๊ ด่าด๊าก็ตอบว่า ‘ไปกินปิ้งย่าง ชมวิว ทิวเขา สัมผัสบรรยากาศดี ๆ ในช่วงปีใหม่’ แบบนี้ทั้งคู่ต้องแอบมีฟีลคิดถึงกันแน่เลยยยNew Year’s Resolutions ! ปีใหม่ขอตั้งเป้าหมายให้หัวใจกันดีกว่า สำหรับเป้าหมายในปีนี้ของออฟ คือ การสร้างบ้านใหม่ให้เสร็จตามที่หวัง และอยากทำงานที่รักอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับกันที่อยากทำงานที่รักต่อไป รวมถึงทดลองสวมบทบาทใหม่ ๆ ต่อยอดจากสิ่งเดิม ๆ งานนี้เบบี๋อย่างพวกเราคงได้รับชมผลงานของทั้งสองตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน !สิ่งที่อยากเห็นเธอทำในปีนี้ ‘อยากเห็นเธอทำในปีนี้ เพราะเชื่อว่าเธอทำได้ดีอย่างแน่นอน’ ออฟ บอกว่า อยากให้ปีนี้กันร้องเพลงบ่อยขึ้น เพราะกันเป็นคนเสียงดี มีความสามารถ ป่าปี๊พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ผ่านแววตาที่นุ่มนวลเมื่อหันไปมองด่าด๊าที่อยู่เคียงข้าง แม้กันจะไม่มั่นใจ และมีความกลัวมาตลอด แต่ออฟยังคงเชื่อมั่นในตัวกันเสมอ ด้าน กัน มองออฟด้วยความภูมิใจ ก่อนจะชื่นชมป่าปี๊ที่โตขึ้นในปีนี้ และอยากให้ป่าปี๊ทำอะไรที่อยากทำ สำเร็จในทุก ๆ อย่างเหมือนที่เคยผ่านมา เราเชื่อว่าทั้งสองจะเป็นเวอร์ชั่นที่ดีให้กันและกัน เพราะเธอคือคนสำคัญ หวานกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว น่ารักกันขนาดนี้ เบบี๋ฟินจิกหมอนกันหมดแล้วว10 ปี ที่มี “ออฟ – กัน” วันวานยังหวานอยู่ นับจากเรื่องแรกของ “ออฟ - กัน” ในปี 2016 จนถึงวันนี้ก็ครบ 10 ปีแล้ว แต่ทั้งสองคนยังดูน่ารักเหมือนวันแรกที่รู้จักกันอยู่เลย ย้อนนึกถึงออฟสมัยหนุ่มน้อยหน้าชั้บบี้ ทรงผมปัดเป๋เอียงข้าง ทำเอาทุกคนหัวเราะลั่น ปนกับความน่าเอ็นดู งานนี้ชอบไม่ชอบ ก็ต้องชอบแล้วล่ะจังหวะ… Burnout ของชีวิต อยู่ในวงการมานานนับ 10 ปี ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า “ออฟ - กัน” เคยหมดไฟกันบ้างหรือเปล่า แต่ทั้งสองก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โดย ออฟ เผยว่า ตัวเองไม่เคยรู้สึก Burnout เลย อาจมีช่วงเวลาที่รู้สึกเหนื่อยล้าแค่ตอนถ่ายละครหนัก ๆ เพราะต้องใช้พลังงานเยอะมาก ส่วน กัน ก็ไม่ค่อยมีความรู้สึก Burnout แม้กันจะอยู่วงการมานานถึง 21 ปี ที่รู้สึกแบบนี้ก็เพราะว่าตัวเองมีหลายบทบาทที่ได้รับ เลยไม่มีฟีลหมดไฟ มีแค่กลัวว่าจะมีงานไหม ออฟ เสริมว่า คนที่ทำงานมาเยอะก็มีความรู้สึกแบบนี้บ้าง ส่วนตัวกันก็เริ่มคิดว่าเราจะอยู่วงการได้อีกนานแค่ไหน แต่ไม่ว่ายังไง ป่าปี๊กับด่าด๊าก็ยังมีเบบี๋คอยซัพพอร์ตอยู่เคียงข้างตลอดไปน้าาเสน่ห์ของซีรีส์ที่ชวนหลงใหล ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ กัน เผยว่า เสน่ห์ของซีรีส์เรื่องนี้ คือ ภาพอันน่าหลงใหล และไดอะล็อกที่เต็มไปด้วยข้อมูลสำคัญ และเหตุการณ์ปัจจุบันมากมายที่ใส่ลงไป อย่างการเปรียบเทียบศิลปะกับ AI ว่าจะมาทดแทนกันได้ไหม ประเด็นนี้ทำให้เรื่องราวนั้นเข้มข้น และสนุกมากยิ่งขึ้น จุดสำคัญของเรื่อง ออฟ เสริมว่า คือการดีเบตกันว่า AI ดีหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของรักสามเศร้ามาเกี่ยว อย่าง “ดิว” รับบท ‘ภีม’ ตัวแทนของดราม่า โรแมนติก และ “ออฟ” รับบท ‘ก่อ’ ตัวแทนของความอีโรติก ที่ “กัน” รับบท ‘จิระ’ ต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง อยากจะเก็บเธอไว้ทั้งสองคนก็คงไม่ได้ จิระจะเลือกใครต้องรอติดตามกันในซีรีส์เท่านั้น !ต้องเป็นแบบไหนถึงจะถูกใจ ‘ออฟ - กัน’ น้าาา หากความรักต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง “ออฟ - กัน” จะเลือกความ Romantic หรือ Erotic ทั้งสองก็ตอบเป็นเสียงเดียวกัน ว่ามันต้องมาพร้อมกันทั้งคู่ ไม่ว่าจะ Romantic หรือ Erotic จะเลือกได้เพียงแค่สิ่งเดียวก็คงยาก แม้ช่วงแรกเราจะยอมเป็นในแบบไหนก็ได้ แต่สุดท้ายความ Balance คือสิ่งที่ดีที่สุดในความรัก ทั้งสองใจตรงกันขนาดนี้ ทำเอาเบบี๋อย่างเรายิ้มกันไปตาม ๆ กัน สมแล้วที่อยู่เคียงข้างกันมานาน !บทบาทที่ท้าทาย สู่… การพัฒนาตัวเอง ความท้าทายของการพลิกบทบาทครั้งล่าสุดของ กัน ด้วยภาพจำของยัยตัวจิ๋วสุดคิ้วท์ กับบทบาทที่ดูโตขึ้น บวกกับความสัมพันธ์ของคนสามคน เมื่อได้รับบท ก็ต้องปรับตัวกันไป สลัดภาพจำเดิม ๆ ‘เปลี่ยนจากรอยยิ้มอันสดใส สู่สายตาอันเร่าร้อน’ แซ่บซี๊ดด จนแฟน ๆ ต้องร้องว้าว~ ทางด้านของ ออฟ ก็มีความท้าทายไม่แพ้กัน เรียกได้ว่า ‘เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต 34 ปีของออฟ’ เลยทีเดียว กับการฟิตหุ่นสุดเซ็กซี่ ออกกำลังกายว่ายากแล้ว คุมอาหารยากกว่า ! แต่ผลลัพธ์ก็คุ้มค่า งานนี้ทำเอาเบบี๋ใจบางกันเป็นแถวการเดินทางสู่ EP ที่ 7 จะเผ็ชสักแค่ไหนกันเชียว ! หลังจากเรื่องราวชุลมุนได้เริ่มต้นขึ้น หลังจาก Burnout Syndrome เดินทางมาถึงตอนที่ 6 เมื่อคนดูรู้แล้วว่าภีมแอบมีความสัมพันธ์กับจิระ แล้วจิระยังแอบมาอยู่กับก่อ เหมือนจิระจะไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ก่อจึงหาหนทางตัดคู่แข่งออกไป โดยการวางแผนเปิดโปงทุกอย่าง แอบกระซิบว่า... ต่อไปในตอนที่ 7 จะเข้าสู่ทางเลือกของจิระว่าเขาจะเลือกใคร แม้จะลำบากใจ ระหว่างคนที่เรามีใจหรือจะเป็นคนที่เห็นคุณค่าของเรา ออฟ ถึงกับแซวกันว่า ‘แบบนี้เรียกว่าสวยเลือกได้รึเปล่าน้าา’ แอบสปอยกันแบบนี้ ทำเอาเหล่าแฟนคลับอดใจรอ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ EP.7’ กันไม่ไหวแล้ว !และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ… ทางรายการ EFM FANDOM LIVEมีเกมสุดท้าทายมาให้ “ออฟ - กัน” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘ภาพนี้ ป่าปี๊… ที่สุดเลยยย !’พี่นายแบบโพสขนาดนี้ หัวใจน้องนักวาดจะไม่สั่นได้ยังไงเนี่ยย ไปดูความน่ารักกันเล้ยย~~(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้ พร้อมโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “ออฟ - กัน” โทรกลับ และพูดคุยกับชาวเบบี๋แบบ Exclusive สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ออฟ - กัน” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ 10 ปีที่มีออฟและกัน ความรักยังคงอบอุ่นในหัวใจของเบบี๋ทุกคนเลย และขอฝากผลงานซีรีส์ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ สามารถรับชมได้ทุกวันพุธ เวลา 20.30 น. ทาง GMM25 และรับชมย้อนหลังทาง iQIYI เวลา 21.30 น. พร้อมกันนี้ยังมีซีรีส์ของทั้งคู่ให้เหล่าเบเบี๋ได้ใจฟูตลอดทั้งปีแน่นอน ที่สำคัญ ! ฝากเอ็นดูและติดตามผลงานอื่น ๆ ของป่าปี๊ออฟ ด่าด๊ากัน กันด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

ค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยออร่าความสวย เมื่อ “ลีน่า - หมิว” เปิดใจเล่าทุกโมเมนต์ความสัมพันธ์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการแสดงซีรีส์คู่ ไปจนถึงเคมี Destiny ที่แฟน ๆ ต่างตกหลุมรัก

24 ธ.ค. 2025

ค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยออร่าความสวย เมื่อ “ลีน่า - หมิว” เปิดใจเล่าทุกโมเมนต์ความสัมพันธ์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการแสดงซีรีส์คู่ ไปจนถึงเคมี Destiny ที่แฟน ๆ ต่างตกหลุมรัก

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 18 ธันวาคม 2568 ] ค่ำคืนนี้เตรียมเปิดพื้นที่ของหัวใจต้อนรับ “ลีน่า - หมิว” พร้อมออร่าความสวยไปกับ 2 ดีเจ “ดีเจโซเซฟ” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVELETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปิน จดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... ผีเสื้อที่บินอยู่ในใจหมี ถึงลีน่าและหมิว ดีใจที่การไปเจอลีน่าหมิวครั้งแรก ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ได้รับความประทับใจมากๆ เป็นการไปพบเจอที่เร็วมากๆ ขอบคุณหมิวที่พูด "ยินดีต้อนรับเข้าสู่กัมเบอร์แบร์นะคะ" ตอนนี้ยังหาทางออกไม่เจอเลยค่ะ ตามดูคลิปลีน่าหมิวทุกวัน ทุกรายการ ดีใจที่ทั้งคู่มีคนรักมากขึ้น มีคนรู้จักมากขึ้น ขอให้ทั้งคู่มีงานต่อเนื่อง แต่ก็ได้พักผ่อนด้วยนะคะ สุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นกำลังใจให้กัมเบอร์แบร์นานๆLetter #1: This letter is titled... Fluttering butterflies within a bear's heart. Dear Lena and Miu, I'm truly delighted that my first meeting with both of you was so warm and left such a lovely impression on me. It was a brief but memorable encounter! Thank you, Miu, for your cheerful greeting of "Welcome to Gumber bear!" I’m still filled with joy and I find myself watching your videos every day. I’m thrilled to see both of you gaining more fans and recognition. I wish you continued success in your careers, but remember to take some time to rest and stay healthy. I hope you’ll keep being a source of support for Gumber bear for many years to come!จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... หน้าที่ 24 และ 26 ของหนังสือที่ชื่อว่ารักตัวเองในแบบของลลินา-ณัชชา คำนำถึงพี่น่าน้องหมวย คำว่าจังหวะชีวิตและ trust your first instinct ของพี่น่ากับน้องหมิว ยังเป็นคำที่มีความหมายสำหรับหลายๆ คนเสมอ เมื่อหนังสือเล่มนี้เปิดออกผู้อ่านจะหลงรักลีน่าหมิวผ่านตัวอักษร การเติบโตที่ไม่ยอมแพ้ ความเป็นธรรมชาติของทั้งคู่ ความสัมพันธ์ที่เป็น destiny ซึ่งหาได้ยาก ทัศนคติที่ผ่านการเรียงร้อยและออกมาจากใจของพี่น่าน้องหมวย เป็นหนังสือที่ไม่อยากปิด และอยากกลับมาอ่านซ้ำๆ รัก”Letter #2: This letter is titled... Check out pages 24 and 26 in the book called 'Loving Yourself the Lalina-Natcha Way.' Foreword to Lena and Miu : The expressions "life's rhythm" and "trust your first instinct," as voiced by Lena and Miu, resonate with so many of us. From the very first page of this book, you'll find yourself enchanted by Lena and Miu's journey. Their steady personal growth, their authentic selves, and the beautiful connection they share are truly exceptional. Their genuine emotions will keep you turning the pages, making this a book you won't want to put down and will wish to revisit time and again. It's all about love.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... Gumber Bear , where love blooms ในชีวิตที่วุ่นวาย โกลาหลและซับซ้อน ใครจะไปคิดว่าจะได้เจอความสัมพันธ์แสนวิเศษที่เรียกว่า “แฟนคลับ” ในบทบาทอื่นเราต่างเป็นใครสักคนบนโลกใบนี้ที่ไม่รู้จักกัน และคงไม่อาจบังเอิญได้พบกันในที่ใดที่หนึ่ง แต่ในฐานะ Gumber Bear เรากลับได้เป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นกลุ่มคนที่พร้อมซัพพอร์ตลีน่าหมิวอย่างไร้เงื่อนไขเพิ่มเติม เธอทำให้ความบังเอิญใดๆ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความตั้งใจที่จะเดินทางมาพบกันLetter #3: This letter is titled... Gumber Bear , where love blooms In this fast-paced and sometimes overwhelming world, who would have imagined that we would discover such a fantastic bond within the "fan club"? In our everyday lives, we are often just unfamiliar faces to one another, unlikely to cross paths. However, as Gumber Bears, we've united as a family, coming together to wholeheartedly support Lina Miu. We turn random meetings into meaningful connections.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... Lena Miu Safe Zone : ความจริงใจที่ทำให้หัวใจเปิดรับอีกครั้ง เมื่อลีน่าหมิวได้ปรากฎตัว ไม่ได้แค่ส่งมอบผลงาน แต่ทั้งสองคนได้ส่งมอบความจริงใจที่สัมผัสได้ ทุกคำพูด ทุกการกระทำ มันไม่ได้มาจากบทที่ใครเขียนให้ แต่มันไหลออกมาจากหัวใจของทั้งสองคนจริงๆ สิ่งที่ฮีลใจเพิ่มเติมนอกจากซีรีส์แล้ว ยังมี Podcast Safe Zone Safe ที่ฟังแล้ว มันไม่ได้แค่ save ใจคนฟัง แต่มันช่วยเปิดใจที่เคยปิดกั้น ให้กลับมาเชื่อ กลับมารัก ศิลปินไทย และเริ่มรักลีน่าหมิวอีกครั้งLetter #4: This letter is titled... Lena Miu Safe Zone : Honesty that rekindles the heart. When Lena and Miu took the stage, it wasn’t just about their performance; they radiated genuine emotion. Every word and gesture seemed to come straight from their hearts rather than from a pre-written script. Beyond the series, My Safe Zone offered even more healing—not only mending the listeners' hearts but also inspiring them to open their minds. It encouraged a renewed appreciation for Thai artists and rekindled the love for Lena and Miu.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... ลีน่าหมิว... กับกระเป๋าเดินทางที่มองไม่เห็น ทุกคนต่างมีกระเป๋าเดินทางติดตัวที่มองไม่เห็น แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวระหว่างทาง ทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี เหมือนกับลีน่าที่เก็บประสบการณ์ระหว่างทางไว้และลากกระเป๋าแสนหนักใบนั้นมานาน จนถึงวันที่ได้เจอกับหมิวที่กำลังเริ่มเก็บสิ่งต่างๆใส่ไว้ การลากกระเป๋ามาเจอกันทำให้ได้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน การแชร์สิ่งต่างๆที่พบเจอและพร้อมที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน ขอบคุณที่ลากกระเป๋าใบนั้นจนได้มาเจอกัน จะคอยซัพพอร์ตตลอดไปนะคะLetter #5: This letter is titled... Lena and Miu... carrying a suitcase you can’t see. Each of us has an unseen suitcase packed with the stories of our lives—both the joyful moments and the challenging ones. Take Lena, for example; she has gathered countless experiences over time, toting around her heavy suitcase for far too long. Then came the day she crossed paths with Miu, who was just beginning to fill her own suitcase with her own adventures. As they walked together, hauling their bags, they exchanged stories, shared their experiences, and learned from each other. I’m grateful for that shared journey, and I want you to know that I’ll always be here to support you.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นกับ “ลีน่า - หมิว”ที่จะมาเปิดใจเล่าทุกโมเมนต์สำคัญ และเตรียมใจไว้ให้ดี ระวังตกหลุมรักกันนะ !ความรู้สึกแรกในฐานะการเล่นซีรีส์คู่ เนื่องจากทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน และมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานมากว่า 7 ปี การได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในฐานะนักแสดงที่ต้องเล่นคู่กันเป็นครั้งแรก จึงแทบไม่มีความเกร็งต่อกันเลย ด้านหมิวถึงกับวิ่งเข้าไปกอดลีน่าทันทีที่เจอหน้า แต่วันนั้นทั้งคู่ต้องเข้าฉากเลิฟซีน ทำให้ทั้งคู่เขินกันหนักมาก โดยเฉพาะหมิวที่ยอมรับเองเลยว่าเขินจนกรี๊ดลั่นตึก ด้วยความสนิทและเคมีของทั้งคู่นี้เองทำให้กำเนิดคู่ “ลีน่า - หมิว” ขึ้นมาอย่างลงตัวในวันนี้รางวัล…ที่สุดแห่งปีของ “ลีน่า - หมิว” ตำแหน่งอยู่ไม่นาน แต่ตำนานจะอยู่ตลอดไป ชวนทั้งคู่มารีแคป ความ…ที่สุดของปีนี้กัน โดยลีน่าขอยกตำแหน่ง ที่สุดของความ Energetic ให้กับหมิว เพราะเธอเป็นคนที่มีพลังล้นมาก ๆ เจ้าตัวถึงกับต้องยอมถอยให้ เพราะสู้ไม่ไหว แต่ห้ามเจอแดดเด็ดขาด ! อารมณ์จะเปลี่ยนทันที หมิวเองก็ยอมรับว่าไม่ค่อยสู้กับแดดหรืออากาศร้อนได้สักเท่าไหร่ แต่ก็สามารถแก้ได้ด้วย น้ำเย็นชื่นใจหรือขนมที่ชอบ ด้านหมิว ขอมอบตำแหน่ง ที่สุดของคนแนะนำอาหาร ให้ลีน่า พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีใครพาเปิดโลกอาหารใหม่ ๆ ได้มากขนาดนี้ เพราะปกติเป็นคนทานยากมาก หนึ่งปีอาจได้ลองทานอาหารใหม่ ๆ แค่หนึ่งอย่าง แต่ปีนี้ลีน่าทำให้ได้ลองเกือบ 10 อย่างแล้ว จากคนที่ไม่เคยกินช็อกโกแลต ตอนนี้กลายเป็น Chocolate Lover ไปแล้ว ลีน่ายังเสริมอีกว่ามักเลือกของกินที่คิดว่าน้องจะชอบมาให้ลอง ส่วนหมิวก็เปิดใจชิมเพราะเชื่อใจว่าพี่รู้ใจ งานนี้บอกเลยว่าฟังแล้วใจฟูสุด ๆYou are My Destiny ! คู่ที่แฟนคลับยกให้เป็น คู่แห่ง Destiny เพราะนอกจากจะเกิดวันเดียวกัน เดือนเดียวกันแล้ว ไลฟ์สไตล์ยังใกล้เคียงกันสุด ๆ ทั้งเรื่องการกิน อาหารที่ชื่นชอบ ไปจนถึงแนวคิดที่มักจะไปทางเดียวกัน หลายครั้งทั้งคู่ยังเป็นเหมือนสมองให้กันและกัน รู้ทันความคิดของอีกฝ่าย และคอยเตือนสติกันเสมอ เป็นคู่ที่เข้าใจกันแบบไม่ต้องพูดเยอะจริง ๆแชร์ลุคการแต่งตัวของอีกฝ่ายที่ชอบ แม้จะมีสไตล์การแต่งตัวที่คล้ายกัน แต่ลีน่าจะมีลุคเซ็กซี่มากกว่าเล็กน้อย ส่วนหมิวจะชอบใส่มิดชิดไปเลย โดยหมิวเผยว่าชอบลีน่าทุกลุคในช่วงนี้ ด้วยสีผมที่เข้มขึ้น จับคู่กับเล็บสีแดงที่เข้ากัน ใส่ชุดไหนก็ดูลงตัวสุด ๆ ขณะที่ลีน่าบอกว่าชอบลุคสบาย ๆ ของหมิว ดูน่ารักเป็นธรรมชาติ ชมกันขนาดนี้ทำเอาทั้งคู่เขินกันสุด ๆรีวิวชาว Gumber Bear ! ชาว Gumber Bear เท่ากับปลาสามรส เพราะมีครบทุกรสชาติ มีหลากหลายรูปแบบ อย่างแรกจะเป็นสายคอมเมดี้ที่มาสร้างเสียงหัวเราะ สายอินโทรเวิร์ตที่แค่มานั่งมองหน้ากันเฉย ๆ ก็มีความหมาย ไปจนถึงสายอบอุ่นที่ส่งต่อความรู้สึกปลอดภัยและความสบายใจได้ชัดเจนผ่านแววตาทุกคู่ นับว่าการอยู่ด้อมนี้ได้ครบทุกรสชาติจริง ๆ ทั้งคู่ยังเล่าเพิ่มเติมว่า ล่าสุดแฟนคลับซื้อชุดทำก๋วยเตี๋ยวกับไข่พะโล้มาให้ แต่ความพิเศษคือก่อนจะยื่นให้ แฟน ๆ จะเล่นมุขเชื่อมโยงกันไปเรื่อย ๆ จนครบทุกวัตถุดิบ ทั้งคู่ถึงกับเซอร์ไพร์สกับการทำงานเป็นทีมของชาว Gumber Bear แบบสุด ๆ‘ลุคน้องหมวยน่ารัก พอจะทำให้พี่ชอบได้ไหมน๊าาา…?’ เมื่อมีคนถามว่า ‘ลีน่าชอบผู้หญิงลุคเซ็กซี่ แล้วลุคน้องหมวยน่ารัก พอจะทำให้พี่ชอบได้ไหมน๊าาา’ ด้านลีน่าถึงกับสตั้นไปพักหนึ่ง ก่อนจะยิ้มเขิน ๆ และถามกลับว่าคนถามคือใครนะคะ พร้อมเสริมว่า ใช่ว่าน้องหมวยของเราจะไม่มีมุมเซ็กซี่นะ ซึ่งส่วนตัวจะชอบมองหมิวลุคสีดำ ดูมีเสน่ห์และน่าค้นหามาก ๆ พูดขนาดนี้ ไม่เขินยังไงไหวเนี่ยย...?คุณสมบัติของ ‘รักสุดท้าย My Safe Zone’ ด้านลีน่าเล่าว่า สิ่งที่ประทับใจในตัวหมิวคือความเสมอต้นเสมอปลาย วันแรกเป็นอย่างไร วันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นไม่เปลี่ยน ทำให้รู้สึกสบายใจและไว้ใจได้มาก ๆ ขณะที่หมิวเผยว่า ลีน่าเป็นผู้หญิงที่มีความซอฟท์ ละมุน แตกต่างจากตัวเองที่ออกแนวลุย ๆ ขี้เล่น ห้าว ๆ เหมือนเด็กผู้ชาย แต่กลับทำให้หมิวอยากเข้าไปอ้อนโดยไม่รู้ตัว สำหรับหมิว ลีน่าจึงไม่ได้เป็นแค่คนพิเศษ แต่ยังเป็น Safe Zone ในหลาย ๆ เรื่อง พื้นที่ที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจผลงานการแสดงเรื่องต่อไป หลังจากซีรีส์ ‘รักสุดท้าย My Safe Zone’ ที่เต็มไปด้วยดราม่า และด้านหมิวต้องคอยเป็นฝ่ายตามตื้ออยู่ตลอด ทำให้ผลงานถัดไปของทั้งคู่อยากลองสลับบทบาทกันบ้าง โดยลีน่าเล่าว่าอยากลองเป็นฝ่ายตามจีบดูบ้าง ซึ่งหมิวเองก็อยากลองเป็นฝ่ายโดนจีบเช่นกัน ลีน่ายังเผยอีกว่าอยากเล่นแนวดราม่าหนัก ๆ ต่อไป ขณะที่หมิวอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศเป็นแนวคอมเมดี้ เพราะดราม่าทีไรเธอเศร้าทุกที พร้อมชื่นชมลีน่าว่าเป็นคนที่ถ่ายทอดบทดราม่าได้ดีมาก ๆ เลย ทั้งนี้ทำเอาแฟน ๆ ต่างอดใจรอผลงานเรื่องต่อไปกันแทบไม่ไหวสิ่งที่อยากทำใน ‘LENAMIU Born to Shine Fan Meeting’ สวยครบเครื่องกันทั้งคู่ขนาดนี้ แฟน ๆ หลายคนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าในงานแฟนมีตครั้งนี้ “ลีน่า - หมิว” จะโชว์อะไรให้ได้เห็นกันบ้าง โดยลีน่าเผยว่าตนอยากเต้น เพราะเป็นสิ่งที่ชื่นชอบอย่างมาก ส่วนหมิวอยากร้องเพลง เพราะเวลาได้ร้องเพลงตนจะเอนจอยมาก ๆ แม้จะไม่เคยเรียนร้องเพลงมาก่อน แต่ก็เริ่มฝึกจริงจังจากเพลงประกอบซีรีส์ งานนี้ต้องมารอลุ้นกันว่า ทั้งคู่จะได้โชว์ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ รับรองว่าความพิเศษจัดเต็มแน่นอน !นอกจากการพูดคุยสุดอบอุ่นแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “ลีน่า - หมิว” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘LENA MIU 10 Minute Be My Love’เป็นเกมที่ทำให้ใจนวยไปตาม ๆ กัน แต่จะฟินขนาดไหน ไปชมกันเลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) เติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “ลีน่า - หมิว” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ แบบ Exclusive ! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ลีน่า - หมิว” ที่มาสร้างสีสันให้ค่ำคืนเต็มเปี่ยมไปด้วยความสวย ออร่าของทั้งคู่ และขอฝากซีรีส์ ‘รักสุดท้าย My Safe Zone’ สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง 3Plus และ Netflix พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำสุดพิเศษไปด้วยกันที่งาน LENAMIU Born to Shine Fan Meeting วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Phenix Grand Ballroom 5th floor ที่สำคัญ ! รอติดตามซีรีส์เรื่องใหม่ของพี่ฝรั่งกับน้องหมวยด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

เปิดค่ำคืนใต้แสงจันทร์ กับโมเมนต์สุดพิเศษของ “เพิร์ล - พีค” ที่อัดแน่นด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมเซอร์ไพรส์สุดยิ่งใหญ่ ประกาศชื่อด้อม PeoPle ครั้งแรก !

19 ธ.ค. 2025

เปิดค่ำคืนใต้แสงจันทร์ กับโมเมนต์สุดพิเศษของ “เพิร์ล - พีค” ที่อัดแน่นด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมเซอร์ไพรส์สุดยิ่งใหญ่ ประกาศชื่อด้อม PeoPle ครั้งแรก !

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 11 ธันวาคม 2568 ] ค่ำคืนใต้แสงจันทร์จะส่องสว่างความน่ารักมากกว่าที่เคย เตรียมยิ้มจนใจละลายไปพร้อมกับ “เพิร์ล - พีค” และ 2 ดีเจ “ดีเจโซเซฟ” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... หนังสือบทนี้กำลังถูกอ่านอย่างตั้งใจโดยนักเขียน ขอบคุณเพิร์ลพีคที่เข้ามาเป็นบทนึงในหนังสือ เป็นเรื่องราวดี ๆ ให้เราได้อ่านและให้เราได้เรียนรู้ ในนั้นมีทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ น้ำตา นั่นเป็นความรู้สึกที่เรายินดีมาก เพราะมันทำให้เราได้รู้สึกไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าในบทต่อไปเรื่องราวจะเป็นยังไง เราก็พร้อมที่จะอ่านมัน ขอให้รู้ไว้ว่าพวกเราอยู่ตรงนี้ หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ ขอให้กินอิ่ม นอนหลับ มีความสุขเยอะๆ ไว้เรามาเขียนหนังสือบทต่อไปด้วยกันอีกนะ รักที่สุดLetter #1: This letter is titled... The author is paying close attention to this chapter. Thank you so much for being a part of our book. Your story truly touched us, filling our hearts with smiles, laughter, and even a few tears. We cherish these emotions because they have brought us closer together. Whatever the future may bring, we’re excited to delve into it with you. Remember, we’re always right here whenever you need us. We wish you peaceful nights and endless joy ahead. Let’s create the next chapter together soon. You mean the world to us.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... จากผู้ชมธรรมดา..ถึงศิลปินที่ไม่ธรรมดา เราอาจจะไม่ได้ติดตามทุกก้าวหรือรู้ทุกเรื่องราวของเพิร์ลพีค แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นผลงานของคุณ รู้สึกได้ถึงความตั้งใจ ความพยายาม และหัวใจที่คุณใส่ลงไปในทุกฉาก ทุกบทบาท ขอบคุณที่สร้างเรื่องราวดี ๆ ให้ผู้ชมได้ยิ้ม ได้อิน และได้พักใจในวันที่เหนื่อย ๆ ถึงแม้เราตามอยู่ห่างๆ แต่จะคอยเป็นหนึ่งในกำลังใจเล็ก ๆ ที่ส่งให้ทั้งสองเสมอ ขอให้ทำงานอย่างมีความสุข ได้เจอโอกาสดี ๆ อีกมากมาย”Letter #2: This letter is titled... From a regular audience member to an exceptional artist. While we might not be familiar with every detail or story from Pearl Peak, we want you to know that every time we see your work, we truly appreciate the dedication, effort, and passion you infuse into each scene and character. Thank you for crafting such beautiful stories that bring smiles, help viewers connect with the characters, and provide comfort on the tough days. Even if we’re supporting you from a distance, we will always be cheering you on. Wishing you both happiness in your endeavors and hoping you discover even more amazing opportunities in the future.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... ทฤษฎี “รักแรกพบ” “ไม่ใช่สาววาย แต่เพิร์ลพีคทำให้เปิดใจจากละครสลักรักในแสงจันทร์” ไม่รู้จะเริ่มคำไหนได้ดีมากไปกว่าคำว่า “ขอบคุณๆๆ” ที่ทำให้คนที่ห่างไกลคำว่าสาววายได้รู้จักโลกอีกหนึ่งใบที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ ads โฆษณาโปรโมทละครได้นำพา “น้องเพิร์ล” มาเด้งบนหน้าจอแบบไม่ทันตั้งตัวจนทำให้เรากดดูต่อ และ “น้องพีค” ก็ตามมากับฉาก “แรกพบ” ของทั้งคู่ที่สถานีรถไฟ จังหวะนั้นที่ทำให้เรา “ตกหลุมรักเพิร์ลพีค” และติดตามทั้งคู่เรื่อยมา…Letter #3: This letter is titled... The concept of "love at first sight." I'm not typically a fan of BL, but watching 'Love in the Moonlight' completely changed my perspective thanks to Pearl and Peak. Honestly, I don't even know how to express my gratitude—it's like I want to say 'thank you' a million times for introducing me to something so different from the BL fans world I thought I knew. The promotional ads for the drama caught my attention and drew me in to watch more, starting with Pearl. Then, when Peak entered the scene with their unforgettable first encounter at the train station, I was hooked. That moment won me over completely, and I've been captivated by Pearl and Peak’s journey ever since.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... ในวันที่มองจันทร์ฉันคิดถึงศศิน-แสนแก้วและเพิร์ล-พีค สลักรักในแสงจันทร์ทำให้เราคิดถึงเจ้าแสนแก้วกับศศินทุกครั้งที่มองพระจันทร์ อยู่ๆก็กลายเป็นคนโรแมนติกขึ้นมา เพิร์ลพีคเล่นเป็นตัวละครทั้งสองได้ดีมากๆ ไม่ได้ดูละครไทยที่ทำให้ติดหนึบแบบนี้มานานแล้ว ได้แต่คิดว่าทำไมเพิ่งค้นพบนักแสดงดีๆอย่างสองคนนี้กันนะ แต่ต่อไปนี้ไม่ว่ากระต่ายบนดวงจันทร์จะเปิดหรือปิดหน้าต่างอีกกี่บาน หรือกี่รอบ เราจะติดตามผลงานของทั้งคู่ต่อไปแน่นอนLetter #4: This letter is titled... Whenever I find myself looking up at the moon at night, my thoughts drift to Sasin-Saenkaew and Pearl-Peak. Every time I gaze at the moon, I can’t help but think of Chao Saenkaew and Sasin from "Love in the Moonlight." It instantly brings on a wave of romance! Pearl Peak portrayed both roles beautifully. It's been ages since I found a Thai drama that captured my attention like this one has. I often wonder how I only recently discovered these two talented actors. No matter how many times that moon rabbit opens or closes its windows, I’m all in for following their future projects!จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... จุดเริ่มต้นจากพระจันทร์ สวัสดีเพิร์ลและพีค เป็นครั้งแรกที่ได้ลองเขียนอะไรแบบนี้ แต่อยากลองทำเพื่อสนับสนุนทุกกิจกรรมที่มีเพิร์ลและพีค สิ่งที่อยากบอกทั้งสองคน คือ ทั้งสองคนเป็นนักแสดงที่ดีมาก จงเชื่อมั่น และก็ขอขอบคุณนักแสดงและผู้ผลิตละคร สลักรักในแสงจันทร์ ที่ทำให้เราได้มารู้จัก ได้มาพบกับนักแสดงคุณภาพทั้งสอง ถึงแม้เราจะพึ่งได้รู้จักกันไม่นาน แต่เพิร์ลและพีคก็เป็น 1 ในความสุขในชีวิตของเราเลย จะคอยสนับสนุนต่อไปนะ เจอกันแฟนมีตไทยLetter #5: This letter is titled... It all began with the moon. This is my first attempt at writing something like this, and I wanted to reach out to show my support for everything you do. I just have to say how incredible you both are as actors—never stop believing in yourselves! I also want to express my gratitude to the cast and producers of "Salak Rak Nai Saeng Chan" (Love in the Moonlight) for uniting us with such talented individuals. Although we've only known one another for a brief moment, you both bring so much joy into my life. I’m here to cheer you on, and I can't wait to see you at the Thai fan meeting!เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVEเมื่อแสงจากดวงจันทร์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาต้อนรับ “เพิร์ล - พีค”กับค่ำคืนสุดหรรษา ที่อัดแน่นไปด้วยโมเมนต์พิเศษ และเซอร์ไพรส์ที่เปิดเผยเป็นครั้งแรกที่นี่ประกาศชื่อด้อมครั้งแรก !! ที่ EFM FANDOM LIVE เปิดตัวกลางรายการกันไปเลย สำหรับชื่อแฟนคลับ PeoPle ของ “เพิร์ล - พีค” โดยทั้งคู่ได้ให้ความหมายสุดลึกซึ้งไว้ว่า PeoPle คือ ‘ผู้คน’ ทุกคนคือคนของเรา มีจิตใจที่เชื่อมโยงถึงกัน สามารถส่งต่อความรักให้กันและกันได้ เป็นกลุ่มคนที่รักเรา และเราก็รักพวกเขาเช่นกัน ฟังแล้วอบอุ่นหัวใจสุด ๆ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็ขอแสดงความยินดีกับการถือกำเนิดของชาว PeoPle อย่างเป็นทางการด้วยนะแพลนเคาท์ดาวน์ปีใหม่ หลายคนอาจมีแพลนไปเที่ยวในวันสิ้นปีกัน แต่สำหรับพีคเอง เล่าว่า ตนไม่ได้มีแพลนในวันสุดท้ายของปีที่หวือหวาเหมือนคนอื่น เพราะตนเพียงอยากพักผ่อนอยู่ที่บ้านกับครอบครัวเพียงเท่านั้น อาจได้นอนข้ามปีไปเลย ส่วนเพิร์ลวางแพลนจะไปสวดมนต์ข้ามปีที่บ้านเช่นกัน ก่อนลุยงานในปีหน้าแบบเต็มที่อวยพรปีใหม่ให้กันและกัน เริ่มต้นที่พีคได้อวยพรไว้ว่า ขอให้ชีวิตอย่างมีสติและมีความสุข พร้อมฝากหนึ่งเรื่องสำคัญคือ เวลาเพิร์ลตั้งนาฬิกาปลุกในตอนเช้า รบกวนตื่นมาปิดด้วย ไม่ใช่ให้พีคเป็นคนตื่นมาปิด งานนี้เพิร์ลขอแก้ข่าวโดยเร็วว่า ตนเป็นคนที่ชอบตั้งนาฬิกาปลุกเผื่อเวลา หากตื่นในครั้งแรกเลยก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าไม่ตื่นยังมีรอบต่อ ๆ ไป สำรองไว้อยู่ และยอมรับแต่โดยดีว่าหากนอนคนเดียวก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ถ้านอนกับคนอื่นอาจจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ส่วนด้านเพิร์ลได้อวยพรไว้ว่า ขอให้พีคอาบน้ำไวขึ้นกว่านี้ พร้อมเผยว่าพีคใช้เวลาอาบน้ำเป็นชั่วโมงเลย แต่มีหรือที่เจ้าตัวจะยอมปล่อยผ่านง่าย ๆ โดยพีคเล่าว่าตนอยากใช้เวลากับการอาบน้ำอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น แต่ต้องยอมรับว่าหากในช่วงเวลาที่คับขันก็ต้องปรับตัวเช่นกัน ต้องมารอดูกันว่าปีใหม่ทั้งคู่จะสามารถปรับเปลี่ยนไปได้มากน้อยเพียงใดแชร์กิจกรรมยามว่างที่ชื่นชอบ ชาว PeoPle เตรียมจดไว้เป็นไอเดียกันได้เลย เพราะแต่ละคนก็มีสไตล์การใช้เวลาว่างที่ต่างกันสุด ๆ เริ่มต้นที่เพิร์ล เจ้าตัวเล่าว่า อยากชวนทุกคนออกกำลังกายยามว่างกันดู ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาอะไรก็ได้ หรือแค่ออกไปวิ่งเบา ๆ ก็ยังดี พร้อมฝากอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองมากขึ้นด้วย ส่วนด้านพีค อยากแนะนำให้ลองใช้เวลาว่างไปกับการเล่นดนตรี เพราะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ได้ฝึกสมาธิ และได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นสกิลที่ติดตัวด้วย ซึ่งเจ้าตัวเองก็เป็นคนที่เล่นดนตรีอยู่เป็นประจำเช่นกันเมื่อเริ่มกลายเป็นพี่ดาราเบอร์ใหญ่ ‘สลักรักในแสงจันทร์’ เป็นอีกหนึ่งผลงานคุณภาพ ทั้งด้านบท การแสดง และเพลงประกอบ จึงไม่แปลกที่หลายคนจะติดตาม โดยเพิร์ลได้เล่าโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์ว่า คุณป้าร้านก๋วยเตี๋ยวที่ตนไปทานเป็นประจำมาหลายปี ได้เอ่ยปากทักว่า ตนแสดงละครด้วยหรอ พร้อมบอกว่าติดตามผลงานอยู่ เนื่องด้วยเป็นร้านที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมานาน จึงไม่คิดว่าจะถูกทักจากผลงานเรื่องนี้ แต่ก็ประทับใจอย่างมาก ส่วนด้านพีค เผยว่า คุณแม่บ้านที่บ้านได้ชื่นชมการแสดงของตนว่า ดูโตขึ้นและพัฒนาขึ้นอย่างมาก ทั้งยังบอกอีกว่า เพื่อน ๆ ของเขาก็ติดตามเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจจากคนในบ้านจริง ๆหลังคำว่า ‘จบบริบูรณ์’ ศศินกับเจ้าแสนแก้วจะเป็นอย่างไรต่อไป แม้ละครจะเดินทางมาถึงตอนจบอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่เรื่องราวชีวิตของ ศศิน และ เจ้าแสนแก้ว ยังคงดำเนินต่อไป โดยทั้งคู่เผยว่าตอนจบของเรื่องยังถือเป็นช่วงคู่รักใหม่ปลามันอยู่ ส่วนหลังจากนี้ก็น่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่เติบโตขึ้น เป็นคู่รักที่อยู่เคียงข้างกันยาวนานมากขึ้น อาจมีทะเลาะกันบ้างตามประสาคู่รัก แต่ก็ถือเป็นสีสันของชีวิตคู่ พร้อมบอกว่าอาจจะมีลูกสักคน หรือไม่ก็ลูกหมาสักตัว และแซวส่งท้ายว่า หรือจะลองเลี้ยงแพะดูดีผลงานเรื่องต่อไป บทบาทใหม่ที่อยากรับเป็นพิเศษ หลังจากฝากผลงานการแสดงบทบาทดราม่าหนักในละครพีเรียดเรื่อง สลักรักในแสงจันทร์ ไปแล้ว ทั้งคู่เผยว่าผลงานเรื่องต่อไป อยากลองเปลี่ยนแนวมาเล่นคอมเมดี้หรือซิทคอมดูบ้าง ถือว่าได้ท้าทายตัวเองในมุมใหม่ ๆ ซึ่งทั้งคู่เองก็พอมีเซนส์ตลกอยู่บ้าง ทำเอาแฟน ๆ อดใจรอติดตามแทบไม่ไหว กับเคมีความตลกของทั้งคู่ ที่อาจได้เห็นผ่านผลงานใหม่ ๆ ในอนาคตสปอยเบา ๆ แต่หนักแน่น...กับ ‘Fanmeeting Together to the Moon’ แฟนมีตครั้งแรกในประเทศไทยทั้งที จะธรรมดาได้อย่างไร โดยทั้งคู่เผยว่าขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเตรียมโชว์ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ พร้อมการันตีว่าเป็นโชว์ที่ไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อนอย่างแน่นอน งานนี้เตรียมเซอร์ไพรส์ทั้งแฟนคลับและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของทั้งคู่ จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสด้วยตัวเอง และรอติดตามความพิเศษที่จะเกิดขึ้นในงานกันได้เลยนอกจากการพูดคุยสุดอบอุ่นแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “เพิร์ล - พีค” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘(จุด จุด จุด) ในแสงจันทร์’งานนี้จะฟินขั้นสุดหรือจะเรียกเสียงหัวเราะได้มากน้อยแค่ไหน ? ไปชมกันเลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “เพิร์ล - พีค” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ แบบ Exclusive ! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เพิร์ล - พีค” ที่มาสร้างสีสันให้ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ครั้งนี้เต็มไปด้วยความประทับใจ แม้พบกันเพียงครั้งเดียว แต่ยังคงตราตรึงในหัวใจตลอดไป เช่นเดียวกับซีรีส์ ‘สลักรักในแสงจันทร์ Love In The Moonlight’ ที่ทุกคนยังสามารถรับชมย้อนหลังกันได้ทางแอปพลิเคชัน OneD และขอฝาก PearlPeak First Fanmeeting Togather to the Moon ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 มกราคม 2568 ณ Phenix Grand Ballroom เตรียมกดบัตรพร้อมกันในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคมนี้ ! และอย่าลืมติดตามผลงานอื่น ๆ ของทั้งคู่กันด้วยนะคะสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

EVENTS

‘นะโมเฟส’ ครั้งแรกของงานมูระดับชาติ Atime และ Thairath รวมทุกความศรัทธา ให้คุณได้มาเสริมดวงให้ปัง มูให้สุด 4 วันเต็ม!

15 ต.ค. 2025

‘นะโมเฟส’ ครั้งแรกของงานมูระดับชาติ Atime และ Thairath รวมทุกความศรัทธา ให้คุณได้มาเสริมดวงให้ปัง มูให้สุด 4 วันเต็ม!

‘นะโมเฟส’งานนี้มีถึง 9 โซนด้วยกันมางานเดียว ทั้งมู ทั้งกิน รวมร้านเด็ดร้านดัง ครบจบทุกด้านโซน 1 เติมแต้มบุญรับพลังดีๆตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยกิจกรรม ลอดท้องช้าง รับน้ำมนต์จากบ่อน้ำพระพุทธมนต์วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหมและจาก 381 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทำบุญเสริมมงคลชีวิตร่วมกับมูลนิธิต่างๆโซน 2 นะโมมิชชั่นขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับประเทศจากวัดดังทั่วไทย ไหว้ครบจบ มางานเดียวขอพรได้ครบทุกด้าน การงาน การเงิน ความรัก โชคลาภ รวมไว้แล้วครบทุกศาสตร์การมูสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จากวัดอินทรวิหาร จ.กรุงเทพฯหลวงพ่อโสธร จากวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทราแม่ชีบุญเรือน โตงบุญเติม จากวัดสัมพันธวงศ์ จ.กรุงเทพฯท้าวเวสสุวรรณ จากวัดจุฬามณี จ.สมุทรสงครามช้างเอราวัณ จากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จ.สมุทรปราการไอ้ไข่ จากวัดเขากรวด จ.ราชบุรีพระพิฆเนศ จากพิพิธภัณฑ์พระพิเนศ จ.เชียงใหม่เจ้าปู่ศรีสุทโธ เจ้าย่าศรีปทุมมา จากคําชะโนด วังนาคินทร์ จ.อุดรธานีโซน 3 นะโม StageTalk ลึกทุกศาสตร์ จากกูรูเสริมมงคลที่จะมาช่วยบอกทริคดวงดี ไหว้ที่ไหน ไหว้ยังไง ไหว้แบบไหนชีวิตถึงจะปัง!17 ต.ค. 68 : 11.30 – 12.30 น. Talk จาก อ.เอ้ ศศิพร ผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ปัญหาเสริมดวงด้วยหินนำโชค 18 ต.ค. 68 : 14.30 – 15.30 น. Talk จาก อ.เป็นหนึ่ง เทรนด์ฮวงจุ้ย 2026 จัดบ้าน,โต๊ะทำงาน,สีมงคล 19 ต.ค. 68 : 12.30 – 13.30 น. Talk จาก อ.คฑา ชินบัญชร หมอดูไพ่ยิปซีเบอร์ 1 ของไทย20 ต.ค. 68 : 12.30 – 13.30 น. Talk จาก หมอไก่ พาทินี พยากรณ์ดวงรายวันหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและ 14.30 -15.30 น. ซินแสไช้ พลังฮวงจุ้ยแห่งฟ้าดินโซน 4 มาเช็กดวง-สิดูดวงครบทุกแขนงจากหลายสำนัก ทั้งไทย-เทศ สายไหนก็มี หมอดู นักพยากรณ์คิวทอง มารวมที่นี่ อาทิ ซินแสไช้ / หมอแอ้ เดอะเมจิกแมน / อ. เก่ง พลิกดวงชะตา เป็นต้นโซน 5 เจ้าสำนักซัพพอร์ตร่วมสนุกกับบูธจากผู้สนับสนุนใจดี ลุ้นรวยไม่รู้ตัว ตะลุยเก็บแต้มบุญจากบูธผู้สนับสนุนให้ครบ รับสิทธิ์ ตักไข่ลุ้นดวง ลุ้นรางวัลอีกมากมาย ถ้าดวงดี ดวงเฮง อาจได้รับโชคใหญ่กลับบ้านแบบไม่รู้ตัวโซน 6 Super มูเก็ทอัพเลเวลความปัง ช้อปสินค้าเสริมมงคล ตั้งแต่เครื่องราง เสื้อผ้า เครื่องประดับ ARTTOY ของตกแต่งบ้าน ต้นไม้เสริมมงคล อาทิ คุ้มนะหน้าทอง (น้ำหอมสายมู) – ดีเจมะตูม / UZI COSMETIC - (ลิปสติกสายมู) - ขวัญ อุษามณี / อวตาร ไทยแลนด์ / TWINSTUDIO (อาจารย์เอก ARTTOY) เป็นต้นโซน 7 กินได้ กินดีรวมร้านดัง ร้านเด็ดข้างวัดดัง ร้านดารา คัดมาแล้วว่า อร่อยชัวร์ร้านเด็ดข้างวัด“กุยช่ายเจ๊มล” เจ้าดังวัดศาลเจ้าเซียนแปะกุยช่ายนึ่ง แป้งบางๆ ไส้แน่นๆ น้ำจิ้มเด็ด ร้านนี้คิวยาวมากกกก“เจ๊นี เผือกหิมะ” ร้านเด็ดใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือเผือกหิมะ กรอบนอก นุ่มใน ตำนานเผือกหิมะขายมานานหลาย 10 ปี“หมูปิ้งเฮียอ้วน” วัดแขก สีลม - หมูปิ้งโบราณ นุ่มฉ่ำ ตำนานกว่า 35 ปี“ฮ่องกงซิง่วนฮะ” วัดมังกร เยาวราช - ขนมเปี๊ยะแป้งบาง สูตรฮ่องกงกว่า 40 ปีร้านเด็ด ร้านดังอาทิ ขาหมูบ้านไร่ - ขาหมูกระแสแรง คิวยาวที่สุด / เจ๊นก กระท้อนซิ่ง - อร่อยถึงเครื่อง ถึงใจ / เต้าหู้ดํา ราชบุรี - เต้าหู้ดำโพธาราม ซ้อสุ - เต้าหู้นุ่มละมุนเจ้าดังราชบุรี / หมูทอดฅนเมือง บรรทัดทอง / ข้าวหลามจิ๋วสูตรบางคนที / เจริญไทยสุกี้ 江龍泰 / / ขนมฟินฟิน (ขนมเปี๊ยะไส้ช็อกโกแลต) / Ricco ลาซานญ่า / นายเกาะข้าวเกรียบเห็ดหอม / แซ่บตำ ยำนัว / ฉ่ำ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม / พั๊ฟสติ๊กคุณต๋อย (PUFF STICK KHUN TOY)เอกอร่อย พริกแกงใต้ เป็นต้นร้านดาราอาทิ ตูมสนิท (หมูฝอย หมูสวรรค์) – ดีเจมะตูม เตชินท์ / ทอยต้มตุ๋น - ทอย ปฐมพงศ์ /ก็ปลาดิคร้าบ (ลูกชิ้นปลาซอสทะเลเดือด) - ตั๊ก บริบูรณ์ / ส้มตำแม่น้อย - แม่น้อยโพธิ์งาม / OVER PROOF CRISPY DONUT (โดนัทสไตล์ไต้หวัน) - ว่าน ธนกฤต / น้ำพริกปุยแสบปาก - ปุยฝ้าย AF / Nina by Monster หมี่คลุก - ฮาน่า หนิง ปณิตา / JOY SIRILAK’s HEAVEN (ขนม เครื่องดื่ม) - จอย ศิริลักษณ์ / KITCHEN’s NOTT ครัวนี้มีแต่ของอร่อย (ก๋วยเตี๋ยว ฮังเล เนื้อ-หมู) - น็อต วรฤทธิ์ / แพทพาเพลิน (น้ำพริกนรก) - แพท พาวเวอร์แพท / WhiBe ไวบี (ขนมปังสุขภาพ) - แอมป์ พีรวัศ / เปรี้ยวซ่าปลาระเบิด (ลูกชิ้นปลาระเบิด) – เปรี้ยว AF / FOX LA LEMON (น้ำเลมอน) – พิมพรรณ เป็นต้นโซน 8 สะเดาะเคราะห์สะเดาะเคราะห์ ลอยทุกข์ ลอยโศก ผ่อนทุกข์หนักให้เป็นเบา แบบใจฟู อาทิ ใส่บาตรพระประจำวันเกิด / ทำบุญโลงศพ / ทำบุญโถ่ชีวิต โค - กระบือ / บริจาคดวงตา-ร่างกาย จาก สภากาชาดไทย เป็นต้นโซน 9 แต้มบุญลุ้นโชคเติมแต้มบุญลุ้นโชคได้ถึง 2 ชั้น เพียงรับใบสะสมแต้มบุญได้ที่บูธ ATIME และ THAIRATHลุ้นโชคชั้น 1 ลุ้นรับของรางวัลเครื่องรางและของขลังเสริมมงคล และลุ้นโชคชั้น 2 ลุ้นเป็นผู้โชคดีร่วมทริป “คชาภาพาไปมู To ไต้หวัน” จำนวน 2 ที่นั่งของรายการคชาภาพาไปมู พร้อมกับ มดดำ คชาภา , อ.คฑา ชินบัญชร , ดีเจบุ๊คโกะธนัชพันธ์และใบตอง รัชตวรรณ (เดินทางวันที่ 22 - 24 พฤศจิกายน 2568)และพบกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง16 ต.ค. 68 : 13.30 น. - ก้านตอง ทุ่งเงิน และ 17.30 น. - กัน นภัทร17 ต.ค 68 : 17.00 น. - กานต์ ทศน18 ต.ค.68 : 17.00 น. - ไอซ์ ศรัณยู19 ต.ค. 68 : 17.00 น. - จ๊ะ นงผณีมาเจอกัน “นะโมเฟส” งานบุญที่สนุกที่สุดแห่งปีวันที่ 16 - 19 ตุลาคม 2568ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

PAWER MAHRATHON งานวิ่งของคนรักหมา

23 ม.ค. 2026

PAWER MAHRATHON งานวิ่งของคนรักหมา

PAWER MAHRATHON งานวิ่งของคนรักหมา ที่จะเปลี่ยนจะทุกก้าว..ให้มีพาวเวอร์" เสาร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ที่สวนสาธารณะบึงหนองบอนกระทบไหล่กับเหล่าเซเลป 4 ขา ชื่อดัง และไฮไลท์กิจกรรมความสนุกมากมายอาทิ Hero talk Woof on Stage ทอล์กกับฮีโร่หมา UNITED SAR K9 / Pawground สนามหมาวัดใจ / Playground สนามนุด โชว์พลัง และ Photo WOOF! บูธถ่ายภาพนุดกับน้อนโดยช่างภาพงานเดียวที่ สายฟิตต้องมา สายหมาต้องโดน!” วิ่งกันเพลินๆ แต่พลังใจล้นสนามกับ 3 ระยะทาง ได้แก่MAHRATHON ระยะทาง 2 กม. สำหรับ นุด และ น้องหมา ราคา 750 บาท [คน และ สุนัข 1 ตัว]FUN RUN ระยะทาง 5 กม. ฟีลวิ่งชิลล์ วิวดี หมาน่ารัก ราคา 650 บาทMINI MARATHON ระยะทาง 10 กม. สำหรับสายวิ่งตัวจริง ราคา 750 บาทเปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคมนี้ ทาง www.runlah.com/th/pwm2025สมัครแล้วรับเลย! Race Kit สุดน่ารัก ประกอบด้วย:เสื้อวิ่งลายสุดพิเศษ, BIB, เหรียญรางวัลสำหรับทั้งนักวิ่งและน้องหมา และผ้าพันคอสุดน่ารักสำหรับน้อนๆโปรโมชั่น พิเศษ* 100 คนแรก ที่ซื้อบัตรวิ่ง MAHRATHON 2 KM.รับสิทธิ์ Clay Painting Workshop เพ้นท์ลายแผ่นดินเหนียวรูปน้องหมาแมวภายในวันงาน* 1,000 คนแรก ที่ซื้อบัตรทุกระยะทางรับฟรีถุงเท้า Collection พิเศษลายสุดโฮ่ง!นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสำหรับนุด และ น้อนหมา ให้ร่วมสนุกอีกมากมายDog Pawground สนามหมาเล่น ประลองสกิลสุดท้าทายพลังข้อขาPlayground สนามนุดเล่น วัดพลังความแข็งแกร่งของนักวิ่งPhoto WOOF! โซนถ่ายรูปครอบครัว โดยช่างภาพมืออาชีพTalk on Stage : Hero Talk Woof on Stageทอล์กกับฮีโร่หมา UNITED SAR K9 เจาะลึกถึงที่มา ส่งต่อแรงบันดาลใจ โชว์ความสามารถพิเศษ พูดคุยเรื่องการฝึกสุนัข ติวเข้มก่อนออก Start ฝึกเข้าสังคม และฝึกเข้าสายจูง ฯลฯโดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนค่ารักษาพยาบาลสัตว์จรมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog Foundation)#PawerMahrathon #ATIME #EFM94

EFM ON TOUR 2025 ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย

21 ส.ค. 2025

EFM ON TOUR 2025 ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย

EFM ON TOUR 2025ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัยรุ่นพี่เตรียมร้อง รุ่นน้องเตรียมโยกไปด้วยกันแบบสุดพลังเตรียมตัวให้พร้อม เพราะ EFM94 ขนทัพศิลปินสุดฮอตและดีเจสายมันส์ บุกแคมปัสแบบจัดเต็มพร้อมกิจกรรมสนุกๆ และ ของแจกจากผู้สนับสนุนตลอดทั้งงาน12 กันยายน — มหาวิทยาลัยศิลปากร (สนามจันทร์)LIPTA + jaeiPARADOXD GERRARD + ICEACE13 กันยายน — มหาวิทยาลัยสยามRetrospectgetsunovaD GERRARD + KJ19 กันยายน — มหาวิทยาลัยรังสิตPROXIEPERSESWhal Dolph#EFMONTour2025 #EFM94

พุธทอล์ค พุธทัวร์ 2025

30 พ.ค. 2025

พุธทอล์ค พุธทัวร์ 2025

มัธยมไม่ง่าย แต่ไม่ต้องหาทางออกคนเดียว!EFM94 ขออาสาเป็นที่พักใจให้น้อง ๆ กับกิจกรรม“พุธทอล์ค พุธทัวร์” กิจกรรมที่พี่ ๆ ดีเจเผือก ดีเจต้นหอม ดีเจเติ้ลพกทั้งพลังบวก รอยยิ้ม และพื้นที่ปลอดภัย มาให้น้อง ๆ ถึงที่!เจอกันตามวัน-เวลานี้เลย: 13 มิ.ย. – รร.วัดเขมาภิรตาราม 20 มิ.ย. – รร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 27 มิ.ย. – รร.เบญจมราชานุสรณ์ไม่ว่าคุณจะมีเรื่องอะไรในใจ...เราพร้อมนั่งฟังแบบไม่ตัดสิน พร้อมกับดีเจ EFM ที่จะขนของรางวัลจากผู้สนับสนุนมาแจกกันเพียบตลอดทั้งงาน เตรียมตัวให้พร้อม นะน้องๆ#พุธทอล์คพุธโทร#EFMSTATION #EFM94#ATIME

แฉแฟร์ 2024

09 ม.ค. 2025

แฉแฟร์ 2024

“แฉแฟร์” มหกรรมแฉความอร่อยจากบ้าน ATIME รวมร้านเด็ด-ร้านดัง กว่า 200 ร้าน ให้สายกิน สายมู ช้อปกันได้กระหน่ำทุกวัน ทั้งร้านจาก “รายการแฉ” / ร้านดังสตรีทฟู้ด / ร้านค้าสายมู ของมงคลเสริมดวง หมอดู และซินแสชื่อดัง รวมไว้ในงานเดียว ในวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 3 พฤศจิกายนนี้ ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิวันพฤหัสบดีที่ 31 ตค 67 14.00 - 16.00 น. : Grand Opening แฉแฟร์ นำทีมโดย มดดำ คชาภา เหล่าดีเจ ATIME , ศิลปิน , ดาราวันศุกร์ที่ 1 พ.ย. 67 15.00 - 16.00 น. : แฉ MU TALK เช็คดวงปังปัง ปีนักษัตร68 โดย อ.คฑา ชินบัญชรวันเสาร์ที่ 2 พ.ย. 67 15.00 - 16.00 น.: แฉ MU TALK การเงิน ความรัก ดวงเกิดไหนปัง โดย อ.อุ๋ย ชนิษฐา 18.00 - 19.00น.: แฉ Live MUSIC มินิคอนเสิร์ต ลุลาวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ย. 67 15.00 -16.00น. : แฉ MU TALK ทิศทางฮวงจุ้ย เสริมเฮงรับทรัพย์ ปี 2568 โดย ซินแสไช้ 18.00-19.00 น. : แฉ Live MUSIC มินิคอนเสิร์ต แอม เสาวลักษณ์ชี้เป้าร้านเด็ด 5 โซนในแฉแฟร์แฉกันเอง : ร้านศิลปิน-ดารา และ ดีเจBoost Me Up by ดีเจพี่อ้อย น้ำปั่น น้ำสุขภาพ และ คุมาโกะ หมีน้อยอร่อยมาก ของทานเล่นประเภทซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น จาก ดีเจ พี่อ้อย / ครัวเจ๊แอน หมี่โคราช และ น้ำพริก - แอนโทเนีย โพซิ้ว / Atomic Blondies - ชาย ชาตโยดม / ปูไข่เยิ้ม by Mick - มิค บรมวุฒิ / Waans Bakery และ ข้าวมันไก่กาต๊าก - น้ำหวาน ZAZA / น้ำพริกปุยแสบปาก - ปุยฝ้าย ภัทณชา / Noomzaab ผัดไทสำเร็จรูปพร้อมปรุง - หนุ่ม อรรถพร / SEASON HOUSE - ขนม เบเกอรี่ จากครอบครัวดีเจ.โก / ส้มตำแม่น้อย - แม่น้อย โพธิ์งาม / ลูกชิ้นหมูหัน - ลุงรงค์ จาตุรงค์ / ข้าวเกรียบอะไรซ์ - นิว นภัสสร / Took Took To Go x Aprils Farm เค้กน้ำส้มสดคั้นเอง - ตุ๊ก ชนกวนัน / สยามชาไทย - เด่นคุณ งามเนตร / NANAKE เก็กฮวย - น้าเน็ก / Fox Cha La Lemon น้ำเลม่อนและชา - พิมพ์พรรณ / เจียงฮาย - ข้าวซอย เนื้อ ชาชู - หมู Big ASS / เปรี้ยวซ่าปลาระเบิด ลูกชิ้นปลาระเบิดทอด - เปรี้ยว อนุสรา (เปรี้ยว AF) / Ploy homemade มันกุ้งแม่น้ำทรงเครื่อง - ปาล์ม Instinct / MomMe Menu by อาโย ทัศน์วรรณ - น้ำพริกกากหมู น้ำพริกปลาสลิดย่าง / โก้-ธีรศักดิ์ - พริกทอด น้ำปลาร้า น้ำเก๊กฮวย / กร ณัฐวัฒน์ (หลานพี่โก้) - น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกปลาดุกฟูแฉคอนเฟิร์ม : ร้านเด็ดจากรายการ “แฉ” อร่อยแน่แฉคอนเฟิร์มHighlight: eped eatery เค้กกล้วยหอม (กำลังเป็นกระแสใน TikTok) / หอยจ๊อปูแม่วรรณา / โรตี-น้ำชาบังบ่าวนครศรีฯ(เจ้าดังนครศรี) / ขนมจีนภูเก็จ บ้านอาม่า (ขนมจีนใต้แท้ๆ) / หมูปลาร้ากองถ่าย by Costume Maffia (หมูนุ่ม-น้ำพริกแซ่บ)มาดามบ๋อมน้ำส้มคั้นสด / ผลไม้น้ำเข้า J and J fresh / ฉ่ำ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม / กุยช่ายสวรรค์ อีสานเลิฟเวอร์ / j-jan ขนมอร่อยหลังการบินไทยและอ.ต.ก. / แม่เล็กข้ามหลาม ขนมจาก / คุณรัชนกหมูแผ่นไร้น้ำมัน/ เมืองตรังหมูย่างเศรษฐี / 92 Coffee bar - กาแฟสด มัทฉะ/ หมูสเต๊ะมังกรทอง / ถั่วเทพอร่อยขั้นเทพ / ขนมจีน / ห่อหมกเจ้ศรีสำเพ็ง / เจ้อุ้มน้ำพริกกากหมู / ทอดกุ้งทอดปู / กุ้งแช่น้ำปลา แปดริ้ว / เจ้เบียร์ทะเลทอด / บ๊ะจ่างเจ๊แขกกระทุ่มแบน / อุไรรัตน์ เชียงใหม่ - น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู / นายเกาะข้าวเกรียบเห็ดหอม / ต.ตุ๊บตั๊บสุ ๑,๐๐๐ ตุ๊บตั๊บ ถั่วตัด / ป้าม่วยน้ำปลาหวาน / ข้าวต้มมัดยายฟู / แม่เล็กแปดริ้ว / บุษยา ขนมไทย / หนึ่ง Streetfood - หมึกลวกซีฟู้ด / ราดหน้าโรงเหล็ก / วรรัตน์ ซาลาเปาเบตง พ.ศ. 2517 / ปุ๊.เรือสำเภา / ใบเฟิร์นแค๊ปหมู / สองแม่หมี่กรอบเงินล้าน / เอกอร่อย พริกแกงใต้(เอกชัย ศรีวิชัย) / ข้าวหลามจิ๋ว สูตรบางคนที / โอชิน โฮมเมดเบเกอรี่ / เจ้นก กระท้อนซิ่ง / ลูกชิ้นแม่ประณาม / ฮะเก๋า เยาวราช / อาเหล็ง แหนมเนือง / ปูเป็นไข่ปู / ร้านน้ำพริกนาเดีย / ข้าวปลาวาฬ ข้าวไร้แป้ง / ครัวภูเก็ต / Kunnookorangejuice / หมูยอ วชาริสา / ปิ่นมณี ปลาส้มไร้ก้าง / ส้มแซ่บ / ทีเด็ดยำ / หอยจ๊อปูทอง เยาวราช / ขาหมูตรอกซุง บางรักแฉ Street Food รวมร้านอร่อยสตรีทฟู้ดHighlight: ลุงใจ ไข่ปิ้ง (ลุงไข่ปิ้งดังในโซเชี่ยล) / ขนมเบื้องหวานผึ้งน้อย(มิชลิน)** / บะหมี่บุญเลิศเกี๊ยวหมูย่างซีอิ๊ว (มิชลินไกด์)**/ ทอดแหลก หมูทอด (ร้านดัง-คิวยาว) / เรื่องหอยไว้ใจเรา (มีหลายหอย Size เบิ้ม น้ำจิ้มเด็ด)แซ่บบักแปดแสน / ถิงถิง / MINKKI Ice Cream tea bingsu / คั่วเป็ดตรัง (แกงใต้รสเด็ด) / น้ำปลาหวานคุณแอ๊ว สูตรชาววัง /กู๋โบ๊ทหมูกรอบ Uncle Boat Crispy Pork / รักสุขภาพ by น้ำดอกมะพร้าว / น้ำพริกโอลีฟ / คุณโต๊สปูนา / ตะบันทอด / ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกากหมูสูตรโบราณ / ขนมเทียนแก้ว ลุงตุ๊ / ไก่ยอทอดครูภาพ จิ้มแซ่บ / ราชาฮอทดอก / เฮียหงี เยาวราช กระเพาะปลา / เจ้แม็กซ์เอง เว้ยเฮ้ย (ขนมปังอบสด) / บะจ่างเศรษฐีมิกส์ มิว / บุหงิมปอเปรี๊ยะ / ลูกชุบบ้านคุณแม่ / ลูกจิ้นคนเมือง - ลูกชิ้นหมูทำสด / ต.ตั้ม เปาะเปี๊ยะสด กับก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณ / โฟร์วิล​บาร์บีคิว / ร้านแม่กัลยา ลูกชิ้นปลาเยาวราช / น้ำพริกสามปอ / ปังจิ๋ว สังขยาไส้สด / ม่อนเบเกอรี่ - ชื่นอุรา ชาใต้ / PURADAK ไก่ทอดเกาหลีพูราดัก / ปลาร้าเด้อ อาหารอีสาน / ชาม ก๋วยเตี๋ยวเส้นคลุก / Impress Chocolate / JOIA x COFFEE 101 / แปดอัฐ / ปลาส้มป้ายา / ร้านตี๋ก๊อ ข้าวหมูแดง หมูกรอบ / เจริญไทยสุกี้ (ซินแสไช้)แฉหวานหวาน สายหวานจะต้อง Love!Highlight: COCO WORLD ขนมต้มมะพร้าว (ร้านดังในโซเชี่ยล) / AT HOME CHIFFON ชิฟฟ่อนมะพร้าวอ่อนลาวา (โฮมเมดสดใหม่) มะลิซ้อน / นู๋ดา น้ำลำไยสด / บ้านขนมแม่ฝ้าย / BIJOUX DE BEURRE ECHIRE / ไดฟุกุ / เอแคร์ชูครีม / Dankie Bakery / อิ่มสุข ข้าวแต๋นน้ำแตงโม / โดนัท KA.NO.MU / ข.ไข่ในเตา / Little C / Dose Lemon Honey / ขนมไทยสามพี่น้อง / หยกสดแฉปังปัง รวมหมอดู ซินแสชื่อดัง และของมงคลเสริมดวงต่างๆ มากมายButterfilesn.co / Vanita Lucky Stone / Sharanam59 – รูปวอลเปเปอร์มือถือ แผ่นทองคำรูปพระพิฆเนศ / Peetosung x cosmagiz / Mutelu by มีฮาพยากรณ์ / อ.ตรัย คเณศเศรษฐี / ธยาน – Dhyana Studio / DOL JAI – ดลใจ / มูเตลูเคส / BUU SHA / PolyHoly กำไลพระพิฆเนศ / เต็มมือ Handcraft / HOROSOCIETY / ซินแสไช้ และ กลุ่มสายมู / Tiny Little Toys / วอวาฬกางไฟ by Worwhalepony / แม่หมอสายมู / สายมูพารวย / หมอแอ้ เดอะเมจิกแมนART TOY สายมู KRATAY / NALINI / PUNSANOOK64 / HOLYMOOLY.OFFICIALS / MOSSY JANNY / SHUPI / PARMTIME STUDIO / WA.SCULPTURE STUDIO / ARZIO / คชาปองมหาคณปติ / TWIN STUDIO / KUMAMONSTER / KAPPA COLLECTIBLES

EFM ON TOUR ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย 2024!!

24 ก.ค. 2024

EFM ON TOUR ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย 2024!!

EFM ON TOUR 2024ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัยรุ่นพี่เตรียมร้อง รุ่นน้องเตรียมโยกจันทร์ที่ 29 ก.ค. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน พบกับ วง PROXIE (พร็อกซี) / Atom ชนกันต์ และส้ม มารี (Zom Marie)ศุกร์ที่ 23 ส.ค. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (รังสิต) พบกับ Mirrr (เมอร์) / PONCHET (พลเชษฐ์) / LIPTA (ลิปตา) และ guncharlie (กันชาร์ลี) / getsunova (เก็ตสึโนวา) และครั้งสุดท้ายที่ ศุกร์ที่ 20 ก.ย. มหาวิทยาลัยรังสิต พบกับ INDIGO (อินดิโก้) / Atom ชนกันต์ และ Musketeers (มัสเก็ตเทียร์)พบกับเหล่าดีเจจาก EFM และ กิจกรรมจากผู้สนับสนุนตลอดทั้งงาน !!

EFM Fandom Live

EFM FANDOM LIVE 18 ธันวาคม 68 - ลีน่า หมิว

18 ธ.ค. 2025

EFM FANDOM LIVE 18 ธันวาคม 68 - ลีน่า หมิว

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 11 ธันวาคม 68 - เพิร์ล พีค

11 ธ.ค. 2025

EFM FANDOM LIVE 11 ธันวาคม 68 - เพิร์ล พีค

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 4 ธันวาคม 68 - พูห์ พาเวล

04 ธ.ค. 2025

EFM FANDOM LIVE 4 ธันวาคม 68 - พูห์ พาเวล

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 27 พฤศจิกายน 68 - QRRA

27 พ.ย. 2025

EFM FANDOM LIVE 27 พฤศจิกายน 68 - QRRA

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 20 พฤศจิกายน 68 - หยิ่น วอร์

20 พ.ย. 2025

EFM FANDOM LIVE 20 พฤศจิกายน 68 - หยิ่น วอร์

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 6 พฤศจิกายน 68 - จินนี่ เจน่า

06 พ.ย. 2025

EFM FANDOM LIVE 6 พฤศจิกายน 68 - จินนี่ เจน่า

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

แฉข่าวเช้า

แฉข่าวเช้า 17 กุมภาพันธ์ 2569

17 ก.พ. 2026

แฉข่าวเช้า 17 กุมภาพันธ์ 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 16 กุมภาพันธ์ 2569

16 ก.พ. 2026

แฉข่าวเช้า 16 กุมภาพันธ์ 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 13 กุมภาพันธ์ 2569

13 ก.พ. 2026

แฉข่าวเช้า 13 กุมภาพันธ์ 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 12 กุมภาพันธ์ 2569

12 ก.พ. 2026

แฉข่าวเช้า 12 กุมภาพันธ์ 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 11 กุมภาพันธ์ 2569

11 ก.พ. 2026

แฉข่าวเช้า 11 กุมภาพันธ์ 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 10 กุมภาพันธ์ 2569

10 ก.พ. 2026

แฉข่าวเช้า 10 กุมภาพันธ์ 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

ใต้โต๊ะทำงาน

แฉข่าวเช้า 30 มกราคม 2569

30 ม.ค. 2026

แฉข่าวเช้า 30 มกราคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครีเอทีฟ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 29 กันยายน 2568 ]

29 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครีเอทีฟ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 29 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครีเอทีฟ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 29 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : Chief Marketing Officer | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 22 กันยายน 2568 ]

22 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : Chief Marketing Officer | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 22 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : Chief Marketing Officer | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 22 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกายภาพบำบัด | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 15 กันยายน 2568 ]

15 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกายภาพบำบัด | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 15 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกายภาพบำบัด | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 15 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกีฬามอเตอร์สปอร์ต | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 8 กันยายน 2568 ]

08 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกีฬามอเตอร์สปอร์ต | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 8 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกีฬามอเตอร์สปอร์ต | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 8 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร:10 ทักษะชีวิตที่เด็กจบใหม่ต้องเรียนรู้|ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ[ 1 กันยายน 2568 ]

01 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร:10 ทักษะชีวิตที่เด็กจบใหม่ต้องเรียนรู้|ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ[ 1 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร:10 ทักษะชีวิตที่เด็กจบใหม่ต้องเรียนรู้ |ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ[ 1 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

พุธทอล์ค พุธโทร

พุธทอล์ค พุธโทร ''ถ้าเจอพนักงานเรียกว่าคุณลูกค้าคุณจะรู้สึกยังไง?'' [4 ก.พ.69]

09 ก.พ. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''ถ้าเจอพนักงานเรียกว่าคุณลูกค้าคุณจะรู้สึกยังไง?'' [4 ก.พ.69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''เวลาคุณสั่งเครื่องดื่ม คุณกินหวานระดับไหน??'' [28 ม.ค. 69]

28 ม.ค. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''เวลาคุณสั่งเครื่องดื่ม คุณกินหวานระดับไหน??'' [28 ม.ค. 69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''บทเรียนจากเรื่อง พนักงานใหม่ อันไหน ทัชใจคุณที่สุด??'' [21 ม.ค. 69]

21 ม.ค. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''บทเรียนจากเรื่อง พนักงานใหม่ อันไหน ทัชใจคุณที่สุด??'' [21 ม.ค. 69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''คะแนนดาวของไรเดอร์มีผลต่อการตัดสินใจเรียกรถของคุณหรือไม่?'' [14 ม.ค. 69]

14 ม.ค. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''คะแนนดาวของไรเดอร์มีผลต่อการตัดสินใจเรียกรถของคุณหรือไม่?'' [14 ม.ค. 69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''2026 มาแล้วพุธโทเรี่ยนอยากให้เรื่องไหนในชีวิตปังที่สุด?'' [7 ม.ค. 69] [เทป]

07 ม.ค. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''2026 มาแล้วพุธโทเรี่ยนอยากให้เรื่องไหนในชีวิตปังที่สุด?'' [7 ม.ค. 69] [เทป]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''รวมสายเจ็บข้ามปี ต้อนรับ 2026'' [31 ธ.ค. 68] [เทป]

31 ธ.ค. 2025

พุธทอล์ค พุธโทร ''รวมสายเจ็บข้ามปี ต้อนรับ 2026'' [31 ธ.ค. 68] [เทป]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

อังคาร คลุมโปง

อังคารคลุมโปง X อาโป - เจษ [ 10 ก.พ.2569 ]

10 ก.พ. 2026

อังคารคลุมโปง X อาโป - เจษ [ 10 ก.พ.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X ครูตรีมีเรื่องเล่า [ 3 ก.พ.2569 ]

03 ก.พ. 2026

อังคารคลุมโปง X ครูตรีมีเรื่องเล่า [ 3 ก.พ.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 27 ม.ค.2569 ]

27 ม.ค. 2026

อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 27 ม.ค.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X ป๊อป The Ghost [ 20 ม.ค.2569 ]

20 ม.ค. 2026

อังคารคลุมโปง X ป๊อป The Ghost [ 20 ม.ค.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

13 ม.ค. 2026

อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X [ 6 ม.ค.2569 ] [เทป]

06 ม.ค. 2026

อังคารคลุมโปง X [ 6 ม.ค.2569 ] [เทป]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

NEW RELEASE

‘ยอมอยู่แล้ว’ ซิงเกิลใหม่จาก Only Monday feat. ปั๊บ POTATO กับกลิ่นอายป็อปร็อกยุค 90–2000

11 ก.ย. 2025

‘ยอมอยู่แล้ว’ ซิงเกิลใหม่จาก Only Monday feat. ปั๊บ POTATO กับกลิ่นอายป็อปร็อกยุค 90–2000

หลังจากปิดฉากคอนเสิร์ตใหญ่ไปอย่างงดงาม Only Monday กลับมาส่งซิงเกิลใหม่ให้แฟน ๆ ได้ฟังกันอีกครั้งกับ ยอมอยู่แล้ว เพลงที่เคยถูกหยิบขึ้นไปโชว์บนเวที และได้รับเสียงเชียร์อย่างล้นหลามให้ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ ความพิเศษของเพลงนี้อยู่ที่การได้ร่วมงานกับรุ่นพี่ร่วมบ้าน GMM Music อย่าง ปั๊บ POTATO ถ่ายทอดซาวด์ป็อปร็อกที่หวนให้นึกถึงบรรยากาศดนตรียุค 90–2000 อย่างลงตัวเนื้อหาใน ยอมอยู่แล้ว ว่าด้วยความรักที่แม้รู้ว่าต้องเจ็บ แต่ก็ยังเลือกจะยอมด้วยความเต็มใจ ถ่ายทอดอย่างเข้มข้นตามสไตล์หัวจ่ายเพลงเศร้า และเมื่อเสียงร้องของ ปั๊บ เข้ามาเติมเต็ม ก็ยิ่งพาให้ผู้ฟังหวนคิดถึงความทรงจำในวันวานของวัยรุ่นยุคนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นนอกจากดนตรีที่หนักแน่น มิวสิกวิดีโอยังถ่ายทอดเรื่องราวความรักวุ่น ๆ ของชายหนุ่มที่ยอมจนเกินต้าน จนกลายเป็นความปั่นป่วนสุดขั้ว โดยมีผู้กำกับชื่อดัง ต้อง เต มาร่วมปรากฏตัว เติมสีสันและอารมณ์ขันให้เรื่องราวเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมการร่วมงานครั้งนี้คือการผสานพลังดนตรีข้ามเจเนอเรชัน ที่ทั้งสดใหม่และเต็มไปด้วยเสน่ห์ของแต่ละยุค Only Monday และ ปั๊บ POTATO ได้สร้างสรรค์บทเพลงที่ทั้งแปลกใหม่และคุ้นเคยในคราวเดียวกัน แฟนเพลงสามารถรับชมมิวสิกวิดีโอ ยอมอยู่แล้ว ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube : GeneLabภาพ : GeneLab

‘Too Perfect For You’ ซิงเกิลใหม่จาก 4EVE ขอเชิดใส่รักที่ทำร้าย เพราะฉันสวยเริ่ดและมีคุณค่ามากพอ

10 ก.ย. 2025

‘Too Perfect For You’ ซิงเกิลใหม่จาก 4EVE ขอเชิดใส่รักที่ทำร้าย เพราะฉันสวยเริ่ดและมีคุณค่ามากพอ

เกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุค 4EVE กลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งกับซิงเกิลล่าสุด Too Perfect For You (สวย เริ่ด เชิด) ที่ปล่อยออกมาไม่นานก็กลายเป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดีย จากลุคสดใสและเนื้อหาที่สะท้อนความมั่นใจของผู้หญิงยุคใหม่ ที่เลือกเดินออกจากความรักที่ทำให้เจ็บช้ำ และหันมาภูมิใจในคุณค่าของตัวเองแทนToo Perfect For You ได้ 2 โปรดิวเซอร์ฝีมือจัดจ้าน Galchanie หรือ แป้ง–ธนัญญา อินวงษ์) และ Mayojames หรือ เจมส์–อมร สำเร็จรุ่งโรจน์ มาร่วมกันสร้างสรรค์ ด้วยการหยิบเอาซาวด์โมเดิร์นป๊อป มาผสมเข้ากับกลิ่นอาย RB ช่วยเน้นการร้องอันมีเอกลักษณ์ของทั้ง 7 สมาชิกถ่ายทอดอารมณ์อย่างเฉียบคมและทรงพลังเนื้อหาของเพลงคือเสียงบอกเล่าของผู้หญิงที่เลือกจะ move on อย่างสง่างาม ยกให้ ‘ความรักตัวเอง’ สำคัญกว่าการย้อนกลับไปหาคนที่ไม่เห็นค่า เพลงประกาศความมั่นใจและพลังของการเชิดใส่รักที่ไม่ดี ผ่านท่อนฮุคที่ติดหูทันที “Cuz I’m too perfect for your love, way too perfect for you now รู้ยังคะว่าเธอน่ะพลาด มาตอนนี้ก็สายไปแล้ว” ประโยคที่พร้อมจะกลายเป็นวลีฮิตบนอินเตอร์เน็ตอีกหนึ่งไฮไลต์คือการแบ่งพาร์ทร้องที่ดึงเสน่ห์เฉพาะของแต่ละสมาชิกออกมาอย่างชัดเจน การใช้ภาษาอังกฤษผสมไทยที่ทันสมัย ฟังสนุก อินเตอร์ และเต็มไปด้วยความ Empowering ตอกย้ำว่าไม่มีใครควรต้องหันกลับไปหาความสัมพันธ์ที่ไม่เห็นค่าเราอีกต่อไป รวมถึงในพาร์ตมิวสิกวิดีโอก็ได้ผู้กำกับมากฝีมือ หลิน รินรดา มาร่วมเล่าเรื่องในมุมมองของผู้หญิงยุคใหม่ ถ่ายทอดความสวย ความมั่นใจ และอิสระของการเลือกชีวิตที่ดีให้กับตัวเองนี่ไม่ใช่เพียงแค่เพลงใหม่จาก 4EVE แต่คือบทประกาศที่บอกกับทุกคนว่า อย่ากลัวที่จะ move on และอย่าลืมว่าคุณมีคุณค่ามากพอที่จะไม่กลับไปหาความรักที่ทำร้ายใจอีกแล้ว ตามไปสัมผัสพลังที่ถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งยุคทองของ 4EVE ได้แล้ววันนี้ทุกมิวสิกสตรีมมิงและ YouTube : 4EVEภาพ : 4EVE

‘ดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House)’ ซิงเกิลใหม่จาก เอิ๊ต ภัทรวี ความรู้สึกของผู้ที่เลือกกอดความเจ็บปวด เพื่อเก็บใครสักคนไว้ในความทรงจำ

11 ส.ค. 2025

‘ดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House)’ ซิงเกิลใหม่จาก เอิ๊ต ภัทรวี ความรู้สึกของผู้ที่เลือกกอดความเจ็บปวด เพื่อเก็บใครสักคนไว้ในความทรงจำ

เอิ๊ต ภัทรวี (EARTH PATRAVEE) กลับมาครองใจแฟนเพลงเศร้าด้วยซิงเกิลใหม่ล่าสุด ดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House) จากอัลบั้มเต็ม Heart is Home ถ่ายทอดมุมมองของผู้ที่เลือกโอบกอดความเจ็บปวดไว้ เพียงเพื่อเก็บใครสักคนไว้ในความทรงจำตลอดไป แม้จะต้องแลกมาด้วยหยดน้ำตา แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เวลาลบเลือนเขาไปจากหัวใจ“ให้ฉันนั้นจดจำทุกหยดน้ำตา ให้ฉันได้วนเวียนกับความเสียใจอย่าห่วง ฉันไม่เป็นไร ยังดีกว่าต้องลืมเธอไป”เพลงนี้พาทุกคนกลับสู่บรรยากาศอบอุ่นและคุ้นเคย เสมือนหัวใจได้กลับบ้านอีกครั้ง ด้วยเสียงกีตาร์โปร่งอันเป็นเอกลักษณ์ และเนื้อเพลงที่เอิ๊ตเขียนจากประสบการณ์จริง ขณะโลกหมุนไปอย่างรวดเร็ว ดีกว่าต้องลืมเธอไป ชวนให้เวลาช้าลง ให้เราได้ซึมซับความรู้สึกที่ไม่อยากลืมเอิ๊ต เล่าว่าแรงบันดาลใจเกิดจากการสูญเสียคุณยายไป ในช่วงแรกเธอไม่กล้ามองภาพถ่ายหรือความทรงจำ เพราะความเศร้าหนักหน่วง แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่า สิ่งที่น่ากลัวกว่าความเศร้า คือการที่เราลืมรอยยิ้มและรายละเอียดเล็ก ๆ ของคนสำคัญไปจริง ๆ คำว่า Wooden House จึงเกิดขึ้นภายหลังจากฝันเห็นคุณยายนั่งอยู่ในบ้านไม้ไทยหลังเก่า ภาพนั้นอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่เก็บไว้ในหัวใจ และกลายเป็นภาพแทนความหมายของเพลงนี้ซิงเกิลนี้อัดด้วยเครื่องดนตรีจริงทั้งหมด โดยมี บุ้ง-กวิน สิริภัทรกุล มือเปียโนที่เลือกใช้เปียโนไม้ upright ให้ซาวด์อบอุ่น, ยี่-ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์ อดีตสมาชิก Safeplanet ในบทบาทมือเบส และ แจม-ธนัท เลาหระวี มือกีตาร์และครีเอทีฟของโปรเจกต์ ที่สร้างซาวด์กีตาร์ไฟฟ้าให้เหมือนเอฟเฟกต์เสียงฟ้าผ่า เพิ่มความแปลกใหม่ให้เพลง ส่วนเอิ๊ตเองยังรับหน้าที่อัดเครื่องสายด้วยตัวเอง แต่คราวนี้เป็นการสีไวโอลินด้วยโบว์ ซึ่งเป็นความท้าทายมากกว่าการดีดแบบ pizzicato ที่เคยทำในส่วนของมิวสิกวิดีโอ เอิ๊ต กลับมาแสดงด้วยตัวเองอีกครั้ง ภายใต้การกำกับของ นราธิป ไชยณรงค์ เล่าเรื่องการเดินทางครั้งสุดท้ายระหว่างหญิงสาวและอดีตคนรัก (รับบทโดย เมืองไทย จิรวงศ์นิรันดร) ที่ตัดสินใจออกทริปญี่ปุ่นร่วมกัน พร้อมกล้องฟิล์มจากนักท่องเที่ยวปริศนา เพื่อบันทึกภาพความทรงจำก่อนจะจากกันจริง ๆ ฉากอารมณ์เข้มข้นทำให้เอิ๊ตร้องไห้ออกมาจริง ๆ จนรู้สึกว่าต้องบอกลาตัวละครหลังการถ่ายทำ เป็นประสบการณ์ใหม่ที่เธออยากให้ทุกคนได้สัมผัสผ่านมิวสิกวิดีโอนี้ความพิเศษของการเปิดตัวซิงเกิลนี้ คือการจัดอีเวนต์ Welcome to Wooden House เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ Yellow Lane BKK เชิญแฟนคลับผู้โชคดีมาชมมิวสิกวิดีโอพร้อมกันครั้งแรก และได้ฟัง เอิ๊ต ร้องสดในบรรยากาศใกล้ชิด แฟน ๆ ต่างชื่นชมว่าร้องสดได้เพราะจับใจเหมือนฟังจากแผ่น ภายในงานยังมีกิจกรรมให้แฟน ๆ เขียนเรื่องราวที่ไม่อยากลืมลงกระดาษเพื่อส่งต่อให้นักร้องอ่าน ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกันเก็บไว้เป็นความทรงจำดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House) คือบทเพลงที่อบอุ่นแต่แฝงรสขม สำหรับใครที่คิดถึงเพลงเศร้าแบบมีความหมายจาก เอิ๊ต สามารถรับฟังและรับชมได้แล้ววันนี้ทุกช่องทางสตรีมมิ่งภาพ : Muzikmove

‘Oh It’s You’ การคอลแลบระหว่าง พี่เบิร์ด และ บิวกิ้น ในเพลงรักฟีลกู้ดที่สานความฝันของแฟนเพลงตัวจิ๋วให้เกิดขึ้นจริง

08 ส.ค. 2025

‘Oh It’s You’ การคอลแลบระหว่าง พี่เบิร์ด และ บิวกิ้น ในเพลงรักฟีลกู้ดที่สานความฝันของแฟนเพลงตัวจิ๋วให้เกิดขึ้นจริง

คือช่วงเวลาที่แฟน ๆ รอคอย และเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญในวงการเพลงไทย เมื่อ GMM GRAMMY จับมือสร้างปรากฏการณ์สุดพิเศษครั้งแรกของการร่วมงานระหว่างศิลปินขวัญใจคนไทยต่างเจเนอเรชัน เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ กับ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ผ่านบทเพลง Oh It’s You เพลงรักฟีลกู้ดที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นใจเพลงนี้ไม่ใช่แค่การพบกันของสองเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ แต่คือการเชื่อมโยงหัวใจของคนสองยุค จากซูเปอร์สตาร์ผู้เป็นแรงบันดาลใจของทั้งประเทศ สู่ศิลปินรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเสียงเพลงของ พี่เบิร์ด และเคยตั้งความฝันเอาไว้ว่า “สักวันอยากทำงานกับเขาให้ได้จริง ๆ”มิวสิกวิดีโอของเพลง Oh It’s You ที่กำกับโดย จีน-คำขวัญ ดวงมณี ถ่ายทอดความฝันนั้นออกมาได้อย่างละเมียดละไม ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ บิวกิ้น ที่เติบโตมากับบทเพลงของพี่เบิร์ด เพลงที่เป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงวัย ทั้งวัยเด็ก รักครั้งแรก หรือช่วงเวลาสำคัญของชีวิต โดยเลือกเล่าในรูปแบบไดอารี่ภาพเคลื่อนไหว พาผู้ชมย้อนกลับไปสู่วันหนึ่งในวัยเยาว์ ที่เด็กชายคนหนึ่งหลงใหลในเสียงเพลงของ พี่เบิร์ด ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตจนวันที่ได้ยืนอยู่บนเวทีเดียวกับศิลปินในฝันของเขาอย่างแท้จริงOh It’s You เป็นผลงานการโปรดิวซ์โดย ฮาย Paper Planes ถ่ายทอดเรื่องราวของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อได้พบกับใครบางคน ที่เข้ามาทำให้โลกใบเดิมสดใสขึ้นอีกครั้ง เสียงร้องอบอุ่นของ พี่เบิร์ด และเสียงนุ่มลึกของ บิวกิ้น ประสานกันอย่างลงตัว ราวกับบันทึกบทสนทนาของหัวใจสองดวงที่มองโลกในมุมที่คล้ายกันนอกจากจะเป็นซิงเกิลพิเศษสำหรับงาน BIRD FANFEST 20XX แล้ว เพลงนี้ยังกลายเป็นเหมือนบทกวีแห่งแรงบันดาลใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากศิลปินที่มีแฟนคลับมากที่สุดในประเทศ ไปยังศิลปินรุ่นใหม่ที่เป็นภาพแทนของความฝันอันเป็นจริง แฟน ๆ สามารถรับชมมิวสิกวิดีโอ Oh It’s You ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube ช่อง GMM GRAMMY OFFICIALภาพ : Bird Thongchai

‘ห้ามขยับจับนะ’ เพลงสนุกจาก PERSES ที่ได้แรงบันดาลใจจากพลังของชาว PIECES

07 ส.ค. 2025

‘ห้ามขยับจับนะ’ เพลงสนุกจาก PERSES ที่ได้แรงบันดาลใจจากพลังของชาว PIECES

กลับมาสร้างความปั่นอีกครั้งสำหรับ PERSES โดย จั๋ง, เน, กฤติน, ปาล์ม และ ปลั๊กกี้ กับซิงเกิลที่ 5 จากอัลบั้ม Alterland ในชื่อที่แสบจนต้องหยุดฟัง ห้ามขยับจับนะ (FREEZE) เพลงที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนขยับไปด้วยกันแบบไม่มีข้อแม้PERSES เล่าจุดเริ่มต้นของเพลงนี้ให้เราได้ฟังว่า เกิดจากโมเมนต์สุดมันในโชว์ของ PERSES ที่มักจะคัฟเวอร์เพลงจังหวะโจ๊ะ ๆ แล้วแฟนคลับ PIECES ก็มักจะลุกขึ้นมาแดนซ์กันสุดตัวทุกครั้ง จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้วงอยากมีเพลงของตัวเอง ที่แค่ได้ยินก็ต้องลุกขึ้นมาโยกตามทันทีสำหรับ ห้ามขยับจับนะ (FREEZE) เล่าถึงเกมจีบสาวสไตล์เด็กซิ่งที่ทั้งขี้เล่น กวน ๆ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ผ่านเนื้อหาที่เปรียบความรักเป็นเกมไล่จับ อย่างท่อนเด็ดที่ร้องว่า “ห้ามเธอขยับ มาให้จับซะดี ๆ จับตรงนี้ จับตรงนั้น มันจะไอ้นี่ มันจะไอ้นั่นนะ” หรือท่อนที่เล่นคำแบบยั่ว ๆ เบา ๆ ว่า “จับ จับ จับ ขอผมจับนะ หมับ หมับ หมับ” ซึ่งทั้งขำ ทั้งเขิน ทั้งติดหูในเวลาเดียวกันด้านดนตรีเพลงนี้มาในแนว Hip-hop ผสม Brazilian Funk สนุกเร้าใจ ผลงานของ MAYOJAMES ที่ขึ้นบีทให้แบบไม่มียั้ง โดยมี ปณต GETSUNOVA นั่งแท่น Executive Producer และได้ NAMEMT กับ GENIEPAK ร่วมเขียนเนื้อเติมความจี๊ดจ๊าดและสีสันทางภาษาจนกลายเป็นเพลงที่ร้อนแรงแบบมีชั้นเชิง ส่วนไฮไลต์ที่ต้องยกนิ้วให้คือท่อน Dance Break สุดเท่จาก ปลั๊กกี้ ที่โชว์พลังการเต้นได้อย่างจัดเต็มแบบไม่มีกั๊กในส่วนของมิวสิกวิดีโอก็จัดเต็มไม่แพ้เพลง ด้วยคอนเซ็ปต์สายลับหนุ่มไทยสไตล์โลคอล ที่มาพร้อมภารกิจล่าหัวใจสาวฮอต ผ่านลุคสุดซ่าในแบบ เด็กซิ่ง–เด็กร้านเกม–ขาโจ๋ บนฉากหลังที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายชุมชนไทย ๆ ตั้งแต่แฟชั่นสีสันแสบตา ทรงผมเฉพาะตัว ไปจนถึงเล็บเจลสุดจัดจ้าน ถ่ายทอดตัวตนของแต่ละคนอย่างมีเสน่ห์ ซึ่งกำกับโดย MANGTO ที่เค้นความครีเอทีฟออกมาได้แบบถึงใจและเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ค่าย G’NEST ได้จัดงาน ห้ามขยับจับนะ (FREEZE) MV PREMIERE PARTY ณ WONDER SPACE ศูนย์การค้า EMSPHERE เพื่อเปิดตัวมิวสิกวิดีโออย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้า PIECES ที่ได้ชมรอบพรีเมียร์ก่อนใคร พร้อมเสียงกรี๊ดสนั่นเมื่อหนุ่ม ๆ PERSES ปรากฏตัวแบบใกล้ชิด พร้อมโชว์สดสุดมันที่ปลุกพลังให้ทุกคนขยับตามไม่หยุดปรากฏการณ์นี้ยังสะเทือนโลกโซเชียลเมื่อแฮชแท็ก #ห้ามขยับจับนะMV ทะยานขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ประเทศไทยบนแพลตฟอร์ม X สะท้อนความฮอตแบบฉุดไม่อยู่ของ PERSES และพลังความสนุกที่พร้อมเปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นปาร์ตี้ของคนไม่อยู่นิ่ง แค่ฟังก็หยุดตัวเองไม่ได้แล้ว...แล้วจะห้ามขยับไหวเหรอ?ภาพ : G’NEST

‘ควัน (Tearless)’ ซิงเกิลล่าสุดจากอัลบั้ม 1% โดย Paper Planes ที่ชวน NAP The NAP และ เต๋า Sweet Mullet สองไอคอนอีโมร่วมฟีเจอริง

07 ส.ค. 2025

‘ควัน (Tearless)’ ซิงเกิลล่าสุดจากอัลบั้ม 1% โดย Paper Planes ที่ชวน NAP The NAP และ เต๋า Sweet Mullet สองไอคอนอีโมร่วมฟีเจอริง

ส่งต่อความเดือดอย่างต่อเนื่องจากอัลบั้มเต็มชุดแรก 1% สำหรับวง Paper Planes จากค่าย genie records ในเครือ GMM MUSIC โดย ฮาย–ธันวา เกตุสุวรรณ และ เซน–นครินทร์ ขุนภักดี กลับมาอีกครั้งพร้อมซิงเกิลล่าสุด ควัน (Tearless) ที่กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของอัลบั้มครั้งนี้ Paper Planes ชวนสองไอคอนแห่งยุคอีโม NAP The NAP และ เต๋า Sweet Mullet มาร่วมฟีเจอริง ถ่ายทอดพลังทางดนตรีในแบบฉบับยุค 2000 ที่ยังคงความดิบเท่และเต็มไปด้วยอารมณ์ลึกซึ้งเฉพาะตัวเพลง ควัน ถ่ายทอดมุมมองของความเข้มแข็ง แม้ภายนอกจะเต็มไปด้วยน้ำตาและความสั่นไหว แต่แท้จริงแล้ว น้ำตาที่ไหลนั้น “ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด...แต่เป็นเพราะควันเท่านั้น” กลายเป็นถ้อยคำปลอบโยนที่ทั้งหนักแน่นและเปี่ยมพลังในแบบเฉพาะของ Paper Planesอีกหนึ่งรายละเอียดที่แฟนเพลงไม่ควรพลาด คือกิมมิกที่แฝงไว้ด้วยความเคารพและชื่นชมต่อผลงานของศิลปินรุ่นพี่ ไม่ว่าจะเป็นท่อนร้องของ NAP The NAP ที่ว่า “ความปวดร้าวที่อยู่ในใจ ที่จริงแล้วก็ไม่เท่าไหร่” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเนื้อหาของเพลง ‘ไม่มีเธอ’ โดย Retrospect หรือท่อนของ เต๋า Sweet Mullet ที่ร้องว่า “เปิดเพลงรักในวันเก่า มันไม่เศร้าและไม่เจ็บอีกต่อไป” ซึ่งอ้างอิงมาจาก ‘เพลงของคนโง่’ ของ Sweet Mullet ด้วยมุมมองใหม่ที่เติบโตขึ้นด้านมิวสิกวิดีโอได้ผู้กำกับ DIRECTORNET มาถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงผ่านวิชวลและซีจีที่เล่นกับคำว่า ‘ควัน’ ได้อย่างทรงพลัง โดยเน้นไลน์ซิงก์ของทั้งสามศิลปินเป็นหลัก และยังได้ แป๊ป Sweet Mullet มาร่วมเสริมทัพในฐานะมือกีตาร์ Back Up ของ Paper Planes ร่วมสร้างพลังให้ซีนสำคัญของงานภาพเพลงนี้เข้มข้นยิ่งขึ้นควัน ไม่เพียงแสดงตัวตนทางดนตรีของ Paper Planes ได้อย่างชัดเจน แต่ยังเป็นการเคารพและยกย่องศิลปินรุ่นก่อนอย่างจริงใจ สร้างสะพานเชื่อมระหว่างเจเนอเรชันของวงการเพลงร็อกไทย ได้อย่างทรงพลังและน่าจดจำ โดยแฟน ๆ สามารถรับชมมิวสิกวิดีโอ ควัน (Tearless) ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube ช่อง genierockภาพ : genie records

ENTERTAINMENT NEWS

LISA เปิดตัวแคมเปญแรกกับ Nike ผ่าน NikeSKIMS คอลเล็กชัน Spring 2026 ด้วยชุดออกกำลังกายโทนชมพู-ดำ

27 ม.ค. 2026

LISA เปิดตัวแคมเปญแรกกับ Nike ผ่าน NikeSKIMS คอลเล็กชัน Spring 2026 ด้วยชุดออกกำลังกายโทนชมพู-ดำ

หลังจาก Nike ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับ LISA หรือ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล อย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด Nike ได้ปล่อยแคมเปญแรกในฝั่งกีฬาและไลฟ์สไตล์ ผ่านแบรนด์ NikeSKIMS ที่ร่วมพัฒนากับ Kim Kardashian เพื่อเตรียมเปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ Spring 2026แคมเปญดังกล่าวหยิบแรงบันดาลใจจากศิลปะการเต้นบัลเลต์ มานำเสนอผ่านภาพเคลื่อนไหวที่ ลิซ่า ร่วมแสดงกับทีมนักเต้น โดยสวมใส่เสื้อผ้าจากคอลเล็กชันใหม่ พร้อมประกอบดนตรีเพลง Queen of the Night ของ Murasaki ซึ่งถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่เป็นพิเศษสำหรับแคมเปญนี้โดยเสื้อผ้าในคอลเล็กชันนี้มาในโทนสีชมพูและดำเป็นหลัก ครอบคลุมไอเทมสายแอ็กทีฟ ไม่ว่าจะเป็นสปอร์ตบร้า เลกกิ้ง และแอ็กเซสซอรีจากผ้า Dri-FIT ของ Nike รวมถึงรองเท้ารุ่นใหม่ NikeSKIMS Rift ที่ให้ภาพลักษณ์คล้ายรองเท้าบัลเลต์ โดยจะวางจำหน่ายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้

ปอร์เช่ ศิวกร ได้รับเสียงชื่นชมจากคลิปช่วยดับไฟป่า ระหว่างปฏิบัติธรรม สะท้อนบทบาทไอดอลกับการมีส่วนร่วมเพื่อสังคม

27 ม.ค. 2026

ปอร์เช่ ศิวกร ได้รับเสียงชื่นชมจากคลิปช่วยดับไฟป่า ระหว่างปฏิบัติธรรม สะท้อนบทบาทไอดอลกับการมีส่วนร่วมเพื่อสังคม

นอกจากบทบาทศิลปินและไอดอลมากความสามารถแล้ว ชื่อของ ปอร์เช่–ศิวกร อดุลสุทธิกุล กำลังได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวางจากโลกออนไลน์ หลังมีคลิปวิดีโอเผยแพร่เหตุการณ์ที่เขาเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยสกัดไฟป่า เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามและสร้างความเสียหายในวงกว้างคลิปดังกล่าวถูกบันทึกและเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียของ ครูเจด้า–อภิสราฐ์ เพชรเรืองรอง Executive Vice President ของ BLKGEM ซึ่งเป็นผู้บันทึกช่วงเวลาที่ ปอร์เช่ รีบเข้าไปช่วยดับไฟป่าอย่างไม่ลังเล โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างที่เขาเดินทางไปปฏิบัติธรรม ณ สถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง พร้อมข้อความประกอบคลิปว่า “ประสบการณ์ครั้งแรกที่ยากจะลืมเลือน”หลังจากถูกแชร์ต่อบนแพลตฟอร์ม X คลิปดังกล่าวมียอดรับชมสูงกว่า 4.6 ล้านครั้ง แฟนคลับจำนวนมากต่างแสดงความตกใจและเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็มีเสียงชื่นชมต่อการไม่เพิกเฉยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมร่วมกันตอกย้ำว่า ปัญหาไฟป่าไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นประเด็นที่ทุกคนควรตระหนักและช่วยกันดูแล เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้างภาพ : porsche.sivk

GDH ผนึกกำลัง One Cool Connect และ JAI Studios จัดกาล่าพรีเมียร์ พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE ชวนตั้งคำถามกับชีวิตผ่านมุมมองคนทำงาน

27 ม.ค. 2026

GDH ผนึกกำลัง One Cool Connect และ JAI Studios จัดกาล่าพรีเมียร์ พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE ชวนตั้งคำถามกับชีวิตผ่านมุมมองคนทำงาน

หากโลกทั้งใบเปรียบเสมือนออฟฟิศขนาดใหญ่ ชีวิตของเราต้องผ่านการพิจารณาอะไรบ้าง? คำถามชวนคิดนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นแกนหลักของภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจาก GDH ที่ร่วมมือกับ One Cool Connect และ JAI Studios จัดงานกาล่าพรีเมียร์ภาพยนตร์ พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE ผลงานที่ชวนผู้ชมสำรวจชีวิตคนเมืองผ่านการตั้งคำถามมากกว่าการให้คำตอบภาพยนตร์นำเสนอเรื่องราวที่หยิบเอาคำถามสำคัญของชีวิตมาวางตรงหน้า ทั้งเรื่องการทำงาน สังคม การตัดสินใจ และช่วงเวลาสำคัญก่อนที่ใครสักคนจะได้ ‘แจ้งเกิด’ ในฐานะพนักงานใหม่ของโลกใบนี้ เพราะไม่ว่าเราจะผ่านประสบการณ์มามากเพียงใด มนุษย์ทุกคนล้วนเป็น ‘พนักงานใหม่’ อยู่เสมอ บนโลกใบเดิมที่ไม่เคยหยุดท้าทายผลงานเรื่องนี้กำกับโดยผู้กำกับมือรางวัล เต๋อ–นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ และอำนวยการสร้างโดย ซีดี–พัชรินทร์ สุระวัฒนาพงศ์ พร้อมยกระดับความน่าสนใจด้วยการได้รับเกียรติฉายเปิดตัวในฐานะภาพยนตร์เปิดเทศกาล Venice International Film Festival ครั้งที่ 82 นำแสดงโดย เอิงเอย–ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์, เพชร–เผ่าเพชร เจริญสุข, อะตอม–ชนกันต์ รัตนอุดม และ พิมมา PiXXiE–พิมพ์มาดา ใจสักเสริญ ที่ร่วมกันถ่ายทอดชีวิตคนทำงานในหลากหลายมิติ ท่ามกลางกระแสตอบรับที่ร้อนแรงตั้งแต่การปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์บรรยากาศภายในงานกาล่าพรีเมียร์เต็มไปด้วยเหล่านักแสดงและคนในวงการที่มาร่วมให้กำลังใจอย่างคับคั่ง อาทิ เอม ภูมิภัทร, จั๊มพ์ พิสิฐพล, มาร์ค ภาคิน, ออกแบบ ชุติมณฑน์, ปิงปอง ธงชัย, ฟ้อนด์ ณัฐทิชา, วี วีรยา, แพร พิมพ์ลดา, น้ำใส พิชญาภา พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์ สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ โดยงานจัดขึ้น ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อนภายในงานเริ่มต้นด้วยพิธีกร เติ้ล–กิตติภัค ทองอ่วม กล่าวต้อนรับ ก่อนจะเชิญ เคน–นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ มารับหน้าที่พูดคุยกับทีมนักแสดงและผู้กำกับ ถึงแนวคิดของภาพยนตร์ที่ย้ำชัดว่า ไม่ได้ตั้งใจให้คำตอบ แต่ชวนผู้ชมกลับมาตั้งคำถามกับชีวิตของตัวเอง ผ่านเรื่องราวที่อาจทำให้ใครหลายคนทั้งยิ้ม เงียบคิด และหันกลับมาถามว่า วันนี้เรากำลังทำงานอยู่ในตำแหน่งใดของโลกใบนี้อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือการแสดงเพลงประกอบภาพยนตร์ ‘พนักงานใหม่บนโลกใบนี้’ จากทีมนักแสดง ที่ช่วยเติมอารมณ์และความรู้สึกให้ผู้ชมได้อินไปกับเรื่องราว ก่อนปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกัน นำโดย คุณจินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด, คุณ Bobbie Wong Director จาก One Cool Connect และ คุณพิมสิริ ทองร่มโพธิ์ กรรมการผู้จัดการ JAI Studios พร้อมด้วยผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และนักแสดง ก่อนจะร่วมรับชมภาพยนตร์ไปพร้อมกันพนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่มอบคำตอบตายตัว หากแต่เป็นผลงานที่ชวนผู้ชมทบทวนตัวเอง ผ่านเรื่องราวเรียบง่ายแต่เฉียบคม ที่สะท้อนชีวิตคนเมืองในยุคปัจจุบันได้อย่างตรงใจ เตรียมพบกับภาพยนตร์เรื่องนี้พร้อมกันในโรงภาพยนตร์ วันที่ 29 มกราคมนี้นอกจากนี้ ยังมี HUMAN RESOURCE CENTER นิทรรศการพิเศษที่ชวนผู้ชมสำรวจความคิดของตัวเอง เมื่อชีวิตต้องตัดสินใจว่าจะ ‘สมัครเข้า’ หรือ ‘ลาออก’ จากบทบาทเดิม เพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่อยากเป็น จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ถึง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00–21.00 น. ณ ชั้น 8 SF World Cinema เซ็นทรัลเวิลด์ภาพ : GDH

Rock Mountain 2026 ปลุกเกาะลับแห่งยักษ์ให้มีชีวิต ระเบิดความมันกลางลมหนาวให้เดือด มัน สะใจ!

26 ม.ค. 2026

Rock Mountain 2026 ปลุกเกาะลับแห่งยักษ์ให้มีชีวิต ระเบิดความมันกลางลมหนาวให้เดือด มัน สะใจ!

ปิดฉากลงอย่างสวยงามและทรงพลัง สำหรับเทศกาลดนตรีร็อกฤดูหนาวระดับแลนด์มาร์ก Chang Music Connection presents Rock Mountain 2026 ณ Jolly Land เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อคืนวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ท่ามกลางอากาศหนาวและขุนเขาที่โอบล้อม งานนี้กลายเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่ชาวร็อกนับหมื่นชีวิตได้มารวมตัวกันอย่างสมศักดิ์ศรีโดยผู้จัด GFest ผู้นำด้านการจัดคอนเสิร์ตและเฟสติวัลระดับพรีเมียม ภายใต้ GMM SHOW สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยคอนเซปต์สุดครีเอทีฟ “เกาะลับแห่งยักษ์” เปลี่ยนหุบเขาให้กลายเป็นดินแดนผจญภัยลึกลับ พร้อมเซอร์ไพรส์ประจำปีด้วยการ ไม่เปิดเผย Show Time ให้แฟนเพลงต้องลุ้นกันตลอดทั้งคืน เพิ่มความตื่นเต้นท่ามกลางสายลมหนาวอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้งานปีนี้คึกคักเป็นพิเศษ คือการแต่งกายตามธีมของแฟนเพลง ที่พร้อมใจกันเนรมิตแฟชั่นนักผจญภัย ตั้งแต่ชุดเดินป่า เสื้อคลุมขนสัตว์ ไปจนถึงการเพ้นท์หน้าและคอสเพลย์เป็นชนเผ่าร็อกแห่งเกาะยักษ์ ทำให้ Jolly Land กลายเป็นชุมชนนักผจญภัยสุดตื่นตาตื่นใจไปทั่วทุกมุมงานทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่จัดงาน แฟนเพลงต่างตื่นตากับโปรดักชันระดับประเทศ เวที “เกาะลับแห่งยักษ์” ที่มียักษ์ขนาดมหึมาเป็นจุดศูนย์กลาง น้ำตกไหลออกจากปากยักษ์ รายล้อมด้วยน้ำพุและปะการัง ผสานแสง สี เสียง อย่างอลังการ ราวกับหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซี ทุกโชว์ถูกออกแบบให้ทรงพลังเสมือนการออกตามล่าขุมทรัพย์ทางดนตรีที่ซ่อนอยู่กลางหุบเขาเปิดเกาะลับด้วย JOEY PHUWASIT กับซาวด์อีสานร็อกสุดโจ๊ะ ปลุกพลังให้แฟนเพลงลุกขึ้นเซิ้ง ต่อด้วย KLEAR ที่สะกดอารมณ์ทั้งเกาะด้วยเพลงเศร้ากินใจยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก่อนความเดือดจะปะทุเมื่อ RETROSPECT ขึ้นเวที สร้างทะเลแห่งความคลั่งและ Mosh Pit อันเป็นภาพจำของเรโทรเลี่ยนความมันยังไม่หยุดเมื่อ SWEET MULLET รับไม้ต่อ สาดดนตรีหนักหน่วงถึงขีดสุด ก่อนถึงช่วงศิลปินเซอร์ไพรส์ที่เรียกเสียงกรี๊ดทั้งหุบเขา เมื่อ PALMY ปรากฏตัว เปลี่ยนเวทีร็อกให้กลายเป็นลานแดนซ์ พร้อมชวน โจอี้ ขึ้นแจมในเพลง ความเจ็บปวด และโชว์จับกีตาร์สุดเท่จากนั้นเข้าสู่โหมดเดือดต่อเนื่องกับ LITTLE JOHN วงร็อกเลือดใหม่พลังแน่น POTATO ที่ขนเพลงฮิตระดับตำนานมาให้ร้องตาม พร้อมโมเมนต์พิเศษกับ เต๋า SWEET MULLET ในเพลง ยื้อ และ เพียงพอ ต่อด้วยการกลับมาสมการรอคอยของ SILLY FOOLS ที่โชว์ความเก๋า พร้อมฟีทเจอริ่ง โอ๊ค LITTLE JOHN และความอบอุ่นหัวใจจาก THREE MAN DOWN ท่ามกลางอุณหภูมิที่ลดลงถึง 15 องศาความสนุกยังเดินหน้ากับ TAITOSMITH ที่จัดโชว์พิเศษเพื่อเวทีนี้โดยเฉพาะ ก่อนปิดฉากการผจญภัยอย่างยิ่งใหญ่ด้วย BIG ASS วงร็อกระดับตำนาน ที่ส่งทุกคนกลับบ้านด้วยความอิ่มเอมใจมากกว่าความมัน คือความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม GMM SHOW ยังคงยึดแนวคิด “คืนพื้นที่สู่ธรรมชาติ” ด้วยการแยกขยะอย่างเป็นระบบ และลงมือเก็บกวาดพื้นที่ทันทีหลังจบงาน เพื่อคืนความสะอาดและอากาศบริสุทธิ์ให้ Jolly Land อย่างยั่งยืนChang Music Connection presents Rock Mountain 2026 พิสูจน์แล้วว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของชาวร็อกที่ต้องมารวมตัวกันทุกปี ใครที่พลาดปีนี้ บอกได้คำเดียวว่า น่าเสียดาย! เตรียมวอร์มร่างกายให้พร้อม แล้วมาลุ้นกันว่าปีหน้า GMM SHOW จะพาไปผจญภัยในรูปแบบไหนอีกแล้วพบกันใหม่… Rock Mountain 2027!

เมทัล สุขขาว เผยมุมส่วนตัวและความเหนื่อยสะสมในชีวิตที่ต้องแบกรับ ท่ามกลางกำลังใจจากแฟน ๆ

14 ม.ค. 2026

เมทัล สุขขาว เผยมุมส่วนตัวและความเหนื่อยสะสมในชีวิตที่ต้องแบกรับ ท่ามกลางกำลังใจจากแฟน ๆ

เมทัล สุขขาว ศิลปินและนักแสดงมากความสามารถ ได้รับกำลังใจอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ บนโซเชียลมีเดีย หลังตัดสินใจออกมาเปิดเผยความรู้สึกส่วนตัวผ่านพื้นที่ออนไลน์ โดยเธอได้โพสต์วิดีโอช่วงเวลาหนึ่งของการพูดคุยกับสามี โดม–ปกรณ์ ลัม ซึ่งเป็นการรับฟังและพูดคุยถึงความเครียดที่เกิดจากกระแสในโลกโซเชียลที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นความรู้สึกเหนื่อยล้าที่สะสมอยู่ภายในใจเมทัล เผยว่า โดยปกติแล้วเธอเป็นคนที่ค่อนข้างระมัดระวังในการแชร์เรื่องราวและอารมณ์ส่วนตัวบนโซเชียลมีเดีย เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการตีความที่คลาดเคลื่อนจนส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น อย่างไรก็ตามการออกมาพูดในครั้งนี้เป็นการสื่อสารในฐานะคนคนหนึ่งที่ต้องแบกรับความรู้สึกหลากหลาย โดยเฉพาะในบทบาทของผู้หญิงและภรรยา ซึ่งหลายเรื่องมีความละเอียดอ่อนเกินกว่าจะอธิบายได้ทั้งหมดผ่านพื้นที่สาธารณะในข้อความที่เธอโพสต์ เมทัล กล่าวถึงสามีว่าเขาเป็นคน “ดื้อ” ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เธอรู้สึกหลายอย่างในช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะเดียวกันเธอก็เลือกมองผ่านความตึงเครียดเหล่านั้นด้วยความเข้าใจ โดยยึดสิ่งดี ๆ ที่ยังมีอยู่ และการยอมรับตัวตนที่แท้จริงของกันและกันเป็นหลัก เธอย้ำชัดว่าไม่ได้ต้องการนำทุกมิติของชีวิตหรือทุกตัวตนมาเปิดเผยบนโซเชียลมีเดีย เพราะไม่ต้องการให้ผู้คนเข้ามามองเห็นชีวิตส่วนตัวของเธออย่างทะลุปรุโปร่งทั้งหมดเมทัล ยังสะท้อนมุมมองต่อสังคมว่า ชีวิตของผู้คนเต็มไปด้วยความซับซ้อน ไม่มีใครดีหรือไม่ดีอย่างสมบูรณ์ ทุกคนต่างอยู่ท่ามกลางกระบวนการเรียนรู้ แก้ไข และเติบโตในเส้นทางของตนเอง เธอจึงเลือกสื่อสารเฉพาะในสิ่งที่จำเป็น และปล่อยให้ชีวิตเดินหน้าต่อไปตามจังหวะของมัน โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายทุกเรื่องต่อสาธารณะการเปิดใจครั้งนี้ไม่เพียงเผยให้เห็นความเหนื่อยล้าที่ เมทัล ต้องเผชิญจากแรงกดดันในโลกออนไลน์ แต่ยังสะท้อนความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนตัว ท่ามกลางกำลังใจจากแฟน ๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างอบอุ่น ซึ่งกลายเป็นพลังสำคัญให้เธอก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ภาพ : metalmetal

เฌอปราง อารีย์กุล ร่วมส่งเสียงสนับสนุนกฎหมายคุกคามทางเพศ ย้ำความสำคัญของการปกป้องทุกคน ทุกเพศ และการใช้สื่ออย่างเห็นใจผู้อื่น

14 ม.ค. 2026

เฌอปราง อารีย์กุล ร่วมส่งเสียงสนับสนุนกฎหมายคุกคามทางเพศ ย้ำความสำคัญของการปกป้องทุกคน ทุกเพศ และการใช้สื่ออย่างเห็นใจผู้อื่น

เฌอปราง อารีย์กุล ศิลปินและนักแสดงมากความสามารถ ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนความคืบหน้าของกฎหมายว่าด้วยการคุกคามทางเพศ โดยมองว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยป้องกันการถูกคุกคาม และสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ถูกคุกคามมีสิทธิ์ตอบโต้และปกป้องตนเองผ่านกระบวนการทางกฎหมายได้อย่างเหมาะสมเฌอปราง เล่าถึงมุมมองส่วนตัวต่อประเด็นนี้ว่า การมีกฎหมายรองรับไม่เพียงช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวของผู้เสียหาย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยับยั้งพฤติกรรมคุกคามในสังคม โดยเฉพาะในพื้นที่ออนไลน์ ซึ่งคำพูดหรือคอมเมนต์เพียงไม่กี่บรรทัดอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้อื่นได้มากกว่าที่หลายคนคาดคิด พร้อมฝากข้อคิดถึงผู้ใช้โซเชียลมีเดียให้ ‘คิดก่อนพิมพ์’ และตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า กล้าพูดถ้อยคำเหล่านั้นต่อหน้าผู้อื่นหรือไม่ หากไม่กล้า ก็ไม่ควรส่งสารทำร้ายใครผ่านหน้าจอเช่นกันสำหรับเธอแล้วในฐานะบุคคลสาธารณะ เธอยังเผยวิธีรับมือกับคำวิจารณ์ว่า เธอจะเลือกคัดกรองเฉพาะคำติที่สร้างสรรค์และสามารถนำไปพัฒนาตนเองได้ ส่วนถ้อยคำด่าทอหรือโจมตีโดยไร้เหตุผล เธอเลือกที่จะมองข้าม แต่หากเป็นการใช้ถ้อยคำรุนแรงหรือเข้าข่ายคุกคาม ก็พร้อมใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองอย่างเหมาะสมเฌอปราง ยังเชื่อว่าการสื่อสารอย่างมีสติและเห็นใจผู้อื่น คือรากฐานสำคัญของสังคมที่ปลอดภัย และกฎหมายคุกคามทางเพศจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยยืนยันว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เพศใด หรืออยู่ในสถานะใด ทุกคนสมควรได้รับความเคารพและการปกป้องจากการถูกคุกคามอย่างเท่าเทียมภาพ : Ccherprang.Ark

album
efm
-

-