21 ม.ค. 2026
รายการ EFM FANDOM LIVE [15 มกราคม 2569] ค่ำคืนนี้มามันส์กระฉูด หัวเราะลั่นสตู ! ไปกับ “DICE” ที่จะมาปลุกพลังดาเมจความวิชวล ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... คดีกุหลาบน้ำเงินปริศนา กับคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบนามปากกา : Mr.Rose อาโป ดีว่าแห่งโรงละครหายตัวไปอย่างลึกลับจากห้องส่วนตัวของเธอที่คราคร่ำไปด้วยช่อดอกไม้มากมายที่ถูกสั่งมาจากร้านเดียวกัน เฟรมและมิน สองพี่น้องนักจัดดอกไม้ดวงซวยจึงต้องรับบทนักสืบจำเป็นเพื่อตามหาความจริง ผ่านเบาะแสที่ถูกซ่อนอยู่ในภาษาดอกไม้และชื่อที่ถูกหมายไว้บนการ์ด ไม่ว่าจะเป็น เจย์ นายตำรวจหนุ่มมาดเท่เจ้าของคดีผู้คอยดูแลความปลอดภัยให้อาโป โอโบ นักธุรกิจหนุ่มทรงเสน่ห์ผู้จับจองที่นั่ง VIP ของโรงละครตลอดกาล จีซัง จิตรกรอารมณ์ดีที่วาดรูปเธอเพื่อใช้ประกอบการโฆษณาของโรงละครอยู่เสมอ อเล็กซ์ แพทย์ประจำตัวแสนอบอุ่นผู้รู้ถึงโรคร้ายที่บอกใครไม่ได้ของหญิงสาว ชีส เด็กส่งกาแฟที่ทำได้เพียงชะเง้อมองเธอในทุกเช้าเหมือนสุนัขมองเครื่องบิน แมดดอค หนุ่มโรงน้ำชาสุดลึกลับที่อ้างว่าเป็นนักเรียนนอกจากยุโรป อ๊อตโต้ เทเนอร์เสียงหวานผู้ร่วมคณะโรงละครที่สนิทกับอาโปที่สุด คดีที่ชวนสับสนแต่ยังไม่น่ามึนงงเท่ากับความจริงที่ว่าดอกไม้ทุกช่อนั้น อาโปล้วนเป็นคนสั่งไว้เอง กับช่อดอกกุหลาบสีน้ำเงินช่อสุดท้ายที่ไร้เจ้าของ และข้อความที่บอกว่า "คุณช่วยเป็นรางวัลของฉันได้ไหม"EFM FANDOM FANFICTION : The opening tale is title.... The enigmatic Blue Rose mystery, filled with queries best left unresolved.Pen name : Mr.Rose In a dramatic twist, Apo, the enchanting star of the stage, vanishes from his lavish sanctuary, which is overflowing with vibrant bouquets, all sourced from the same flower shop. Enter Frame and Min, a pair of hapless siblings from the florist realm, who find themselves drawn into an amateur sleuthing adventure to unravel this puzzling mystery. They embark on a quest to decode hidden messages within the floral arrangements and the names inscribed on the accompanying cards. Among the colorful cast of characters are Jay, the dashing police officer tasked with solving the case, who also happens to be Apo's devoted bodyguard; Obo, the suave businessman who has claimed the theater's VIP seats for himself; Jisang, the upbeat artist known for painting Apo's publicity portraits; Alex, the compassionate doctor privy to Apo's secret affliction; Cheese, the coffee delivery boy who loves to watch her from a distance every morning; Maddoc, the enigmatic owner of the tea shop who claims to have studied in Europe; and Otto, the sweet-voiced tenor and Apo's closest companion. While the case is bewildering, the mystery deepens with the revelation that Apo personally ordered every bouquet, culminating in one last unclaimed blue rose accompanied by a curious note: "Would you be my reward?"FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... Destiny Roll: The Missing Melodyนามปากกา : เรือป๋อง มีบทเพลงหนึ่งหายไปจากโลก และมีเพียง เฟรม เด็กมัธยมผู้เชื่อในเสียงดนตรีคนเดียวที่ได้ยินเศษเสี้ยวของมัน เพื่อค้นหาเมโลดี้ที่หายไป เขาอธิษฐานไปกับลูกเต๋าแห่งโชคชะตา โดยที่ไม่รู้ว่าทุกการตกกระทบของมันคือชนวนฉีกเส้นเวลา ดึงคนจากต่างโลก ต่างยุคให้ทะลุมิติมาพบกันในโลกปัจจุบัน มิน หมอผีไสยขาวผู้คลุกคลีกับเสียงวิญญาณ , อเล็กซ์ พระเอกลิเกเสียงหวานขวัญใจแม่ยก , เจย์ ลูกมาเฟียที่เขียนกวีแทนการลั่นไก , อาโป จากสมัยอโยธยา มาพร้อมกับชีส บ่าวประจำตัวแสนจงรักภักดี , จีซัง ยอดมนุษย์ที่หลงใหลในเสียงดนตรีมากกว่าพลังวิเศษ , โอโบ ฮ่องเต้จากต่างเมือง แมดดอค แวมไพร์หนุ่มจากป่าช้า และ อ๊อตโต้ พ่อมดน้อยยุคy2k ที่โตมากับกามิกาเซ่ ผู้เชื่อว่าเสียงเพลงคือเวทย์มนต์ เมื่อท่วงทำนองที่ขาดหาย ถูกเติมเต็มด้วยเสียงของคนผู้คนทั้ง 10 จาก 10 มิติ บทเพลงที่ไม่สมบูรณ์จึงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง และการพบกันของพวกเขาไม่ใช่แค่เพื่อปิดจบเพลงหนึ่ง แต่เพื่อเปิดฉาก ทีป็อป จากผู้คนที่ไม่เคยยืนอยู่บนเส้นเวลาเดียวกันมาก่อนEFM FANDOM FANFICTION : This second tale is title... Destiny Roll: The Missing MelodyPen name : เรือป๋อง A melody has slipped away from existence, and only Frame, a high schooler with a passion for music, can catch whispers of it. To uncover the lost tune, he rolls the dice of destiny, oblivious to the fact that each toss will ripple through time, weaving together individuals from distinct eras and realms into the present moment. There’s Min, a white magic user who converses with spirits; Alex, a beloved Thai folk opera singer with a charming voice and a legion of female admirers; Jay, the poetic son of a mafia family who prefers words over weapons; Apo, from the Ayutthaya period, accompanied by his devoted servant, Cheese; Jisang, a superhuman more enthralled by melodies than his extraordinary abilities; Obo, an emperor from a distant city; Maddoc, a young vampire emerging from the shadows of a graveyard; and Otto, a youthful wizard from the Y2K era, raised on Kamikaze music and convinced that melodies hold magical powers. When the voices of these ten individuals from ten different dimensions converge, the incomplete song begins to pulse with life once more. Their convergence is not merely to finalize one tune, but to herald a new chapter in T-Pop, embarking on a journey that connects souls who have never shared the same timeline before.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... วัน ๆ ของพวกผมก็เป็นแบบนี้แหละครับเจ้านายนามปากกา : ประแจกินดินเผา "เดี๋ยวเค้าไปทำงานแล้วนะหมา ฝากดูแลน้องด้วยนะ" "เมี๊ยว" หมา คือชื่อผมครับ ใช่ ผมเป็นแมวและยังเป็นพี่ใหญ่ของบ้านอีกด้วย บ้านหลังนี้มีสมาชิกทั้งหมดสิบตัว บวกหนึ่งคน ประกอบไปด้วย เร้ก โกลเด้นผู้ใจดี , เจ๋ง กระรอกจอมสแว๊กแก๊ก , โปโป แมวสก็อตติช หนึ่งเดียวของบ้าน , จ๋อง แฮมสเตอร์แบตน้อย , โอย ซามอยด์ขนฟูขวัญใจสัตวแพทย์ , เนย นกแก้วจอมกวนที่พูดได้ทั้งวัน , มาก ไซบีเรียน ฮัสกีที่อยากทำอะไรก็ทำ , โตโต้ นากหลงที่ชอบแอบเข้ามาในบ้านจนสนิทกับทุกตัว , เฟย์ คอร์กี้น้องเล็กของพวกเรา คนสุดท้ายก็คือ ไพรซ์ เจ้านายที่แสนใจดี ที่ชอบใช้ชีวิตให้น่าเป็นห่วงและน่าตั้งคำถามอยู่เสมอ วันดีคืนดีก็ชอบคิดว่าคุยกับพวกเรารู้เรื่อง วันร้ายคืนร้ายก็สะดุดขาตัวเองล้มหน้าคะมำ ไม่ก็เผลอหยิบอาหารของเนยไปกินเพราะคิดว่ามันคือขนม อาจขาด ๆ เกิน ๆ ไปบ้าง แต่พวกเราก็มีความสงบสุขดี ยกเว้นตอนมากกัดโซฟาแข่งกับโอย และตอนเนยเถียงกับโตโต้ ช่วงเวลานั้นบอกลาความสงบไปได้เลย "กลับมาแล้วเด็ก ๆ คิดถึงกันไหม โอ๊ย!" เหมือนเสียงสวรรค์มาโปรด ถ้าไม่ติดที่ตามมาด้วยเสียงร้องและการล้มหน้าคว่ำของเจ้าของเสียงละนะ เฮ้อ~EFM FANDOM FANFICTION : This Third tale is titled... Welcome to a glimpse of our daily adventures, boss!Pen name : ประแจกินดินเผา "I'm heading off to work now, Doggy. Keep an eye on the little one, alright?" "Meow." My name's Doggy. Yep, I'm a cat—and the oldest one in this bustling household. We’ve got ten furry and feathered friends plus one human to make things lively. Let me introduce you: Reg, the sweet-natured Golden Retriever; Jeng, the stylish squirrel with a flair for the fashionable; Popo, the truly stunning Scottish Fold; Jong, the adorable little hamster; Oi, the fluffy Samoyed who’s the vet's favorite; Noey, the playful parrot who chatters non-stop; Mak, the free-spirited Siberian Husky; Toto, the crafty stray otter who sneaks in and makes pals with everyone; Fay, the youngest Corgi full of energy; and finally, our compassionate owner PRIZE, who is perpetually filled with worry and questions. Sometimes, he thinks he gets us, but other times he trips and falls flat on his face or mistakenly snatches Ney's food, believing it to be a treat. We might act a bit wild at times, but mostly we coexist in harmony—except when Mak and Oi get into a tug-of-war over the sofa cushions. And when Ney and Toto clash, all bets are off for tranquility. "I’m home, kids! Did you miss me? Oh!" It sounded like a divine announcement, if only it weren't for the thud that followed as the owner stumbled and landed face-first. Sigh~FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... คำเตือน : ระวังคิดถึงอดีตนามปากกา : blue butterfly ท่ามกลางเมฆหมอกในความทรงจำที่พร่าเลือน ผมนั่งมองมือที่สั่นเทาของตัวเอง พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าความทรงจำของผมหายไปเมื่อไหร่ จนกระทั่งปลายนิ้วไปสัมผัสกับรูปถ่ายที่ซ่อนอยู่ในสมุดบันทึกเล่มเก่า ในนั้นคือภาพเด็ก 10 คนที่ยืนกอดคอหัวเราะท่ามกลางหยาดเหงื่อ วินาทีนั้นเหมือนโลกที่หยุดหมุนมานานเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ความทรงจำหลั่งไหลกลับมาเหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ส่องทะลุม่านหมอก ผมจำได้แล้ว เราเคยเป็นเด็กที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความฝันที่มีเหมือนกัน เราเคยวิ่งตามหาดวงดาวร่วมกันมานานหลายปี ชวนนึกถึงความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจยามที่พวกเราล้อมวงกันพูดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง รอยยิ้มของคนในรูปยังคงงดงามและชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด ใบหน้าของเพื่อนอีก 9 คนที่โอบกอดผมไว้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่าครั้งหนึ่งผมเคยถูกรักมากแค่ไหน น้ำตาของผมหยดลงบนรูปถ่ายใบนั้น แม้สมองจะเคยลืมเลือนชื่อเรียกหรือวันเวลาไปบ้าง แต่หัวใจกลับไม่เคยลืมเลือนไออุ่นจากมิตรภาพของพวกเราเลย "ขอบคุณนะที่ครั้งหนึ่งเราเคยมีกัน" ถึงโลกจะลบเลือนผมไปอีกกี่ครั้ง แต่นี่จะเป็นความทรงจำชิ้นสุดท้ายที่ผมจะไม่มีวันยอมสูญเสียไปอีกEFM FANDOM FANFICTION : This Fourth tale is titled... Heads up: Watch out for getting lost in yesterday!Pen name : blue butterfly In the swirling fog of my thoughts, I found myself staring at my shaking hands, pondering the moment my memories began to blur. Just then, my fingers brushed against a photo tucked away in an old scrapbook. It captured ten joyful kids, arms linked and laughter echoing through the sweat-soaked air. At that moment, it felt like the world, which had long been still, sprung back to life. Waves of memories washed over me, bright as the sun breaking through the morning haze. Suddenly, clarity returned—I was reminded of our childhood dreams, pure and shared. We chased stars side by side for years on end. I felt that familiar warmth enveloping me as we huddled together, dreaming about the endless possibilities ahead. The smiles in the picture shone more brilliantly than anything else I could recall. The faces of the nine friends who held me close stood as undeniable proof of the love that once surrounded me. Tears slipped onto the photograph as I recognized that, while names and dates might slip from my mind, the essence of our friendship would forever warm my heart. “Thank you for the moments we shared.” Even if the world tried to erase me again, this would be the one memory I'd hold onto for eternity.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... Dicetria (ไดเซเทรีย โลกของฉันคือเธอ)นามปากกา : kanikani ไอดอลทั้งสิบตน ผู้มาจากโลกอีกใบที่แสนลึกลับ ณ ดินแดนไกลแสนไกลออกไป มีเมืองของเหล่าภูตจิ๋ว ที่ๆถูกขนานนามว่า ไดเซเทรีย (Dicetria) ภูตทุกตนเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์แสนพิเศษในด้านดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง เต้น เล่นดนตรีฯลฯ จนถึงช่วงยุคสมัยหนึ่งที่ภูตทุกตนหันหลังให้กับพรสวรรค์เหล่านั้น มองว่ามันเป็นเรื่องที่แสนธรรมดา ไม่มีใครพิเศษไปกว่าใครและละทิ้งมันไปราวกับว่าพรสวรรค์ที่พวกเขามีมันไม่เคยเกิดขึ้นจริง หากแต่ยังมีภูตจิ๋วทั้งสิบตนที่ยังคงมีความศรัทธาต่อเสียงดนตรี ในทุกค่ำคืนพวกเขาจะรวมตัวกันซ้อมดนตรีและขับร้องเพลงโปรดของพวกเขาในสวนลับของพระราชวังภูตจิ๋วคืนหนึ่งเกิดเหตุการณ์ประหลาด น้ำพุในสวนไหลรินออกมาเป็นทำนองเพลง รูปปั้นลูกเต๋าโบราณบนยอดน้ำพุร่วงหล่นลง ลูกเต๋ากลิ้งเรี่ยดินไปหลายตลบก่อนที่ประตูมิติจะเปิดออกมีแสงสว่างวาบพุ่งออกมา แค่เพียงชั่วพริบตาพวกเขาได้กลายเป็นไอดอลในโลกมนุษย์ ยืนเฉิดฉายอยู่บนเวทีและห้อมล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย พวกเขาได้ใช้พรสวรรค์ของตนที่มีสร้างความสุขให้กับเหล่ามนุษย์ ในโลกที่แสนธรรมดานี้เสียงดนตรียังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมายและทำให้พวกเขาอยากที่จะมีชีวิตต่อไปEFM FANDOM FANFICTION : This last story is titled... Dicetria (My universe revolves around you)Pen name : kanikani In a far-off realm known as Dicetria, where tiny fairies flit about, ten extraordinary idols emerge from a mysterious dimension. Each fairy is born with remarkable musical gifts—be it singing, dancing, or playing instruments. Yet, there came a time when the fairies dismissed their special talents, viewing them as ordinary and believing that no one stood out. They shunned their gifts, as if they had never held any significance at all. But not these ten fairies; they held onto their love for music. Each night, they would gather in the hidden garden of the fairy palace, immersed in the joy of rehearsing and singing their beloved songs. One fateful evening, something unusual unfolded. The fountain in the garden erupted with a captivating melody. Suddenly, an ancient statue of dice perched on top of the fountain toppled over, rolling across the ground just as a shimmering portal appeared, bursting with light. In the blink of an eye, the fairies transformed into radiant idols in the human world, gracing the stage before enthusiastic crowds. They harnessed their exceptional talents to spread happiness among people. In this everyday world, their music resonated deeply, igniting inspiration and fueling the spirit of life for many.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “DICE”เริ่มต้นปีใหม่ด้วยโมเมนต์ความน่ารัก โก๊ะ ๆพร้อมคลายความคิดถึงให้แฟน ๆ กับซิงเกิลใหม่สุดคาริสม่า1 สิ่ง MVP ในปี 2025 ของ “DICE” ! เริ่มต้นด้วย อาโป ที่เลือก “DICE TO MEET YOU! ยินดีที่ DICE รู้จัก” เนื่องจากคลอบคลุมทั้งเป็นการท่องเที่ยวและได้ไปเจอแฟน ๆ แบบต่อหน้า โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า ‘ถ้าแฟน ๆ เดินทางมาหาเราไม่ได้ เราก็ไปหาเขาเองเลย ไปศึกษาวัฒนธรรมต่าง ๆ ด้วย ออกไปท่องเที่ยวเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ สนุกมาก !’ ต่อด้วย เฟรม ที่เลือกคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ‘DICE THE FIRST CONCERT : THE MYSTIC ROLL’ ให้เป็น MVP ของปี 2025 เพราะรู้สึกว่าคอนเสิร์ตนั้นมีการโปรโมตที่สนุกสนาน และหนึ่งในความฝันของการเป็นศิลปินของเฟรม คือการได้มีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง ต่อมาที่ มิน ได้เลือก DICE การละคร อย่าง ‘Birthday But With DICE’ ที่ได้เล่นอยู่เป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในปี 2025 โดยเจ้าตัวได้กล่าวว่ารู้สึกประทับใจ และสนุกกับการที่ได้แสดงละครครั้งนี้สุด ๆ ทางด้าน อ๊อตโต้ ก็ได้เลือก MVP ของปีนี้ให้เป็น คอนเสิร์ตใหญ่ ‘DICE THE FIRST CONCERT : THE MYSTIC ROLL’ เช่นกัน ต่อมาที่ แมคดอค ได้เลือกงานครบรอบ 1 ปี ของวง “DICE” ที่ใช้ชื่อว่า ‘DICE YEAR ONE : BRITHDAY BUT WITH DICE 1 ST ANNIVERSARY FANCON’ โดยได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ‘พอได้เห็นผลลัพธ์กับตา ว่าทุกอย่างที่เราทำมาตลอดปี มันส่งผลอะไรบ้าง มีคนที่ชื่นชอบ DICE มากเยอะแค่ไหนบ้าง ก็ทำให้รู้สึกดี และมีความสุขมาก’ จึงได้เลือกให้สิ่งนี้เป็น MVP ของปี 2025 ที่ผ่านมา ทางด้านของ จีซัง ก็ได้เลือกสิ่งที่เป็น MVP ในปี 2025 เป็น ‘DICE YEAR ONE : BRITHDAY BUT WITH DICE 1 ST ANNIVERSARY FANCON’ ที่ได้จัดขึ้นในช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านมา ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ที่เกิดขึ้นช่วงท้ายปี เจ้าตัวกล่าวเพิ่มเติมว่า ‘เป็นการเปิดต้นปีที่ใหญ่ และเป็นประสบการที่ดีมาก ๆ’ ในส่วนของ เจย์ ได้เลือกอัลบั้ม ‘DICE THE FIRST ALBUM: POSSIBILITIES’ ที่เป็นอัลบั้มแรกที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2025 ที่ผ่าน เจ้าตัวได้กล่าวว่า ‘ความฝันในการเป็นศิลปินคือ อยากมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง ซึ่งปีที่แล้วก็ได้มีอัลบั้มแรกออกมา’ ต่อมาในด้านของ ชีส ก็ได้เลือกคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกอย่าง ‘DICE THE FIRST CONCERT : THE MYSTIC ROLL’ เช่นเดียวกับ เฟรม และ อ๊อตโต้ โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า ‘คอนเสิร์ตใหญ่ถือเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งในชีวิตของเด็กทั้ง 10 คน ทำให้เราได้เห็นว่าการเป็นศิลปินทุกวันนี้มันดีมาก ๆ’ และปิดท้ายด้วย อเล็กซ์ ที่ได้เลือก “PRIZE” เป็น MVP ของปี 2025 โดยให้เหตุผลว่า ‘PRIZE คือคนที่อยู่ในทุกเส้นทางการเดินทาง และอยู่เคียงข้างคอยซัพพอร์ต DICE มาโดยตลอด’1 word from “DICE” for “PRIZE” ‘รัก’ ทุกคนในวงได้ปรึกษากันแล้วเลือกคำตอบสุดท้ายที่ทำให้ PRIZE ได้ยิ้มแก้มแตกไปตาม ๆ กัน โดยให้เหตุผลว่า เพราะอยู่ด้วยกันมาเกือบ 2 ปี นานพอจะรู้ใจกันได้แล้ว จนตอนนี้ก็เดินทางเคียงข้างกันมาจนมีอัลบั้มที่ 2 พร้อมปล่อยซิงเกิลแรก “SWIPE UP” ที่พูดถึงการเติบโตที่แข็งแรงขึ้น และอะไรที่ไม่ดีสำหรับเราก็ให้ปัดทิ้งไป“ อรุณสวัสดิ์ครับเพ่ย์ ! ” เป็นคีย์เวิร์ดที่เมื่อเปิดเพลงปุ๊บ ทุกคนจะต้องจดจำไม่แพ้กับท่อนฮุคของเพลง เหมือนเป็นการบอกว่า ‘กลับมาแล้วครับ ! ’ กลายเป็นอีกเอกลักษณ์ของเพลง ที่ฟังแล้วจำได้ทันที มาพร้อมความซนปนเท่ของแก๊งเด็ก ๆ DICE ถือเป็นการ Come back ที่ทั้งเท่และน่าจดจำสุด ๆ !‘Swipe Up’ หนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของ “DICE” ! หลังจากที่มีคอมเมนต์ของแฟน ๆ บอกว่า ‘ผมคิดว่า SWIPE UP เป็น 1 เพลงที่ดีที่สุดของ DICE’ ทางด้านหนุ่มๆ DICE ก็ได้ให้ความเห็นว่า ‘ผมเห็นด้วย เพราะเพลงนี้พวกเราก็ตั้งใจทำ ทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เรียกว่าดีที่สุดในแต่ละแนวเพลงดีกว่าครับ เพราะพวกเราเต็มที่กับทุกเพลงที่ทำออกมา’How to ใช้ “SWIPE UP” คำว่า “SWIPE UP” อาจแปลได้ว่า ปัดขึ้น แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป โดย เฟรม ได้เป็นตัวแทนยกตัวอย่างการใช้คำว่า “SWIPE UP” ที่สามารถใช้ในสถานการณ์อื่น ๆ เช่น วันนี้อยากกินชานมไข่มุก แต่ไข่มุกดันหมด เลย Swipe Up ไปกินอย่างอื่นแทน พร้อมยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สามารถใช้ในสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ดี ก็ให้ปัดผ่านความรู้สึกที่ไม่ดีนั้น แล้วก้าวผ่านมันไปให้ได้ ซึ่งสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่าย ๆ เลยความรู้สึกของการฟัง DEMO ครั้งแรก ! ซิงเกิลใหม่ “SWIPE UP” เป็นเพลงที่ผสมผสานกันของแนวเพลงแบบ EDM และ HIPHOP ซึ่งในเพลงนี้มีเสียงเบสที่หนักและเด่นชัดมาก โดยตัวของ ชีส ก็ได้บอกว่า ตรงจุดนี้เป็นเหตุผลที่ตนชื่นชอบในเพลงนี้มาก ด้วยเสียงเบสที่หนักแน่น ทำให้เพลงนี้มีจังหวะที่สนุกและมันส์สุด ๆ และ ดีเจดาว ได้พูดเสริมถึงตัว MV ที่มีการใช้ Transition ที่โหดมาก ๆ ทางด้าน DICE ก็เห็นด้วยกับความโหดของ Transition นี้เช่นกัน โดยกล่าวว่า หลายซีนที่ถ่ายทำ ตอนถ่ายทำก็ไม่เห็นภาพว่า Transition จะออกมาเป็นยังไง และเพิ่มเติมว่า มีซีนถ่ายทำอยู่เยอะ แต่ไม่ยาก ตอนถ่ายเน้นการใช้อินเนอร์เป็นหลัก และต้องมีความแข็งแรงอย่างมาก นอกจากนี้เส้นเรื่อง MV มี Attitude วิชวลเป็นส่วนใหญ่ มีพาร์ทการร้องที่โหด และมี High note ที่เหมือนจะสูงที่สุดตั้งแต่เคยอัดเพลงมา ส่วนในพาร์ทท่าหมุนตัวที่เป็นที่จดจำของทุกคน กับอินเนอร์ใด ๆ ที่ออกมาจาก เป็นฟีลทั้งหมด !‘อรุณสวัสดิ์ครับเพ่ย์ ! ’ แบบ “DICE” งานนี้สองดีเจสาวสวย ดีเจดาว และ ดีเจแนน จัดเต็มเสิร์ฟความน่ารักให้กับ PRIZE แบบถึงใจ โดยให้ DICE แต่ละคนพูดประโยค ‘อรุณสวัสดิ์ครับเพ่ย์’ ตามสไตล์ของตัวเอง สร้างทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับแฟน ๆ ยิ้มแก้มปริ ใจละลายไปตาม ๆ กัน กับความซุกซน ขี้เล่นของเด็ก ๆ แต่ละคน (สามารถรับชมความน่ารักได้ที่ Youtube : ATIME)และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ… ทางรายการ EFM FANDOM LIVEมีเกมสุดท้าทายมาให้ “DICE” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘ITEM นี้… ได้แต่ DICE มา !?’งานนี้แก๊งเด็กป่วนขโมยเสียงหัวเราะไปเต็ม ๆ ไปย้อนดูความน่ารักสดใสของเจ้าพวกเด็กกันเลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้แฟนคลับ ได้ถาม QA กับ “DICE”ขอประโยคปฏิเสธเก๋ ๆ ใน Format ตอนนี้ไม่ว่าง…อยู่ (ห้ามซ้ำกับในเพลง) ! จีซัง : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ตั้งใจเรียน’ อยู่ เจย์ : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ไลฟ์ EFM FANDOM’ อยู่ ชีส : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ขำพี่เจย์’ อยู่ อเล็กซ์ : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ซักผ้า’ อยู่ แมคดอค : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘six seven’ อยู่ครับ อ๊อตโต้ : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ดู DICE’ อยู่ มิน : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘คิดโชว์ไปโชว์ให้ PRIZE ดู’ อยู่… รอดู เฟรม : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ส่อง PRIZE’ อยู่ครับ อาโป : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘กำลังสตรีมเพลง Swipe Up’ อยู่ครับถ้าไม่กอดน้องหมา ( แมวของมินใน MV ) DICE แต่ละคนจะกอดอะไร ? อ๊อตโต้ : กอดแม่ครับ! มิน : ผมมีแมวผมไปแล้วอะ เดี๋ยวกอดแมวอีกตัวครับ เป็น 2 มือ เฟรม : เฟรมกอดหมูครับ เพิ่งไปญี่ปุ่นมา เจอคาเฟ่หมู เป็นหมูชมพู~ อาโป : ตอนนี้กอดหมอนอยู่~ อเล็กซ์ : อเล็กซ์กอดกุชชี่อยู่ครับ เจย์ : กอดกบครับ! จีซัง : กอดยีราฟครับ ชีส : กอดกุ้ง… กอดหมาอยู่ครับผม ดีเจดาว : ถ้าไม่กอดน้องหมา! โจทย์ ๆ ชีส : อ๋อ ถ้าไม่กอดน้องหมา โทษทีครับพี่ ผมอ่านโจทย์ไม่เคลียร์ เนี่ยเห็นมั้ยล่ะก็ว่าสอบ O-NET ไม่ผ่าน เอ่อ..ตอนนี้ไม่ว่างกอดหมอนข้างละกันครับ แมคดอค : เอ้ย! หมอนพี่อาโปเพิ่งพูดไป อาโป : ฉันกอดหมอนเปื้อนน้ำตา ดีเจแนน : คนสุดท้าย กอดอะไร ? แมคดอค : ตอนนี้ไม่ว่าง กอดตัวเองอยู่~ เฟรม : Swipe Up Swipe Up และ Swipe Up ครับผมถ้าให้ปัดได้หนึ่งอย่างอยากปัดอะไรกันบ้างครับ ? เฟรม : อะปัดติโถ อะปัดติกึด กึด กึด มิน : เฟรมร้องผิดปะ ? DICE ทุกคน : อะนันตะปัดชะเย อะปัดติเถเถนา อะปัดติยา อะปัดติเถเถคือ อะปัดติโถ อะปัดติกึด กึด กึด เฟรม : Swipe Up Swipe Up และ Swipe Up ครับผม สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “DICE” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ เผลอแป๊บเดียว ก๊วนเด็กป่วนครบรอบ 2 ปีแล้ว ขอบคุณรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่มอบให้ PRIZE เสมอมา และฝากติดตามซิงเกิลใหม่ของแก๊งเด็กซน “SWIPE UP” สามารถรับชม MV ได้ทาง YouTube ช่อง “TADA LABELS” และตามไปฟังเพลงได้ที่ทุกสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม พร้อมกันนี้ยังมีผลงานดี ๆ จากซิงเกิลแรกของเด็ก ๆ วง “DICE” อีกมากมาย ฝากเอ็นดูและติดตามผลงานในอนาคตของเจ้าพวกเด็กซนกันด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก วิชวล เปิ่นโก๊ะของเด็ก ๆ ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~