ฟังเพลงออนไลน์ EFM 94 ONLINE - ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

News Updates

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูอยากให้แฟนซื้อของให้ แต่ก็ไม่กล้าบอกเขาตรง ๆ เกริ่นก็เกริ่นไปแล้ว แต่ทำไมเขายังเฉยอยู่ หนูควรทำยังไงดีคะ ?

13 มี.ค. 2026

หนูอยากให้แฟนซื้อของให้ แต่ก็ไม่กล้าบอกเขาตรง ๆ เกริ่นก็เกริ่นไปแล้ว แต่ทำไมเขายังเฉยอยู่ หนูควรทำยังไงดีคะ ?

หนูอยากให้แฟนซื้อของให้ แต่ก็ไม่กล้าบอกเขาตรง ๆเกริ่นก็เกริ่นไปแล้ว แต่ทำไมเขายังเฉยอยู่ หนูควรทำยังไงดีคะ ? ‘คุณแอปเปิ้ล’ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่ตนนั้นได้กักเก็บไว้อยู่ในใจ แต่ไม่กล้าบอกกับแฟนหนุ่มของตัวเองไปตรง ๆ ให้ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' ได้ฟัง ‘คุณแอปเปิ้ล’ ได้เล่าว่า ตนนั้นอยากให้แฟนซื้อแว่นกันแดดให้ไว้ใส่เวลาไปเที่ยว จะได้ถ่ายรูปสวย ๆ ซึ่งมีราคารวมส่วนลดแล้วอยู่ที่ประมาณสี่ร้อย แต่ด้วยความที่ไม่กล้าบอกกับแฟนหนุ่มตรง ๆ เพราะคิดว่าหากบอกไปแล้วนั้นจะดูเหมือนการมัดมือชก เธอจึงได้เคยมีการพูดเกริ่นไปทำนองว่า "เลือกสีไหนดี" แต่แฟนหนุ่มก็ยังไม่ได้ซื้อมาให้ คุณแอปเปิ้ล ยังเล่าเพิ่มเติมว่า เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน แค่ยื่นหนังสือเล่มให้ดูพร้อมบอกว่า “เล่มนี้น่าอ่านดีนะ” เพียงเท่านั้น แฟนหนุ่มก็หายไป และกลับมาพร้อมกับหนังสือเล่มนั้นทันที สิ่งนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับคุณแอปเปิ้ลเป็นอย่างมาก พร้อมบอกว่า ตนนั้นเคยซื้อเสื้อกั๊กให้กับแฟนหนุ่ม แต่แฟนหนุ่มของเธอก็ดันไม่ชอบอีก จึงทำให้แอปเปิ้ลเกิดความรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย เมื่อฟังจบ เหล่าดีเจทั้งสามจึงได้ถามถึงเวลาช่วงเวลาเทศกาลอื่น ๆ ว่าเคยได้รับสิ่งของจากแฟนหนุ่มมาหรือไม่ ซึ่งคุณแอปเปิ้ลก็ได้ตอบว่า ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมานั้น ได้รับของจากแฟนหนุ่มมาเยอะแยะมากมาย ทำเอาในรายการแตกตื่นทันที เหล่าดีเจทั้งสามจึงได้บอกว่า นั่นมันก็เป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว พร้อมบอกให้คุณแอปเปิ้ลเลิกคิดมาก และกลับไปซื้อด้วยกำลังทรัพย์ของตัวเอง เหล่าดีเจทั้งสามยังให้คำแนะนำเสริมว่า หากซื้อแว่นตากันแดดในราคาย่อมเยานั้น อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพตาได้ หากอยากจะซื้อมาใส่ ให้ยอมซื้อในราคาที่สูงขึ้น เพื่อแลกกับคุณภาพการปกป้องสายตาที่ดีกว่า สิ่งนี้จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ขนาดน้องชายใหญ่กว่า ผมรู้สึกแย่มากเลย จนทำให้ผมรู้สึกว่า ขนาดของน้องชาย มันกลายเป็นปมในชีวิตไปแล้ว

13 มี.ค. 2026

ผมเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ขนาดน้องชายใหญ่กว่า ผมรู้สึกแย่มากเลย จนทำให้ผมรู้สึกว่า ขนาดของน้องชาย มันกลายเป็นปมในชีวิตไปแล้ว

ผมเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ขนาดน้องชายใหญ่กว่าผมรู้สึกแย่มากเลย จนทำให้ผมรู้สึกว่า ขนาดของน้องชายมันกลายเป็นปมในชีวิตไปแล้ว ‘คุณบ๊อบ (นามสมมติ)’ อายุ 20 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ใหญ่กว่า จนกลายเป็นปมในชีวิต โดย ‘คุณบ๊อบ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ผมมีความชื่นชอบในเพศเดียวกัน หรือเรียกว่าเกย์ อีกอย่างผมก็เป็นสายรุกด้วย ผมมีความไม่สบายใจอย่างหนึ่ง ส่วนตัวผมชอบนัดกับคนอื่น ๆ เพื่อที่จะมีอะไรกัน แต่ทุกครั้งที่ผมนัดเจอกับอีกฝ่าย เขามักมีขนาดน้องชายที่ใหญ่กว่าผมตลอดเลยครับ บางครั้งที่ผมกำลังจะนัดกับใครสักคน แล้วเขาขอดูรูปตรงนั้นของผม เมื่อผมส่งรูปไปให้ เขาก็บล็อคแชตผมหนีไปเลยครับ ทั้งที่ยังไม่ทันได้เจอกันเลย ส่วนคนที่ได้เจอกันจริง ๆ เขาก็มีขนาดใหญ่กว่าผมทุกคนเลย ผมคิดว่าน้องชายของผมอาจจะมีขนาดที่ต่ำกว่ามาตรฐานนิดหน่อย เรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกว่ามันกลายเป็นปมในชีวิตของผมไปแล้วครับ ผมรู้สึกแย่มาก จนไม่อยากไปเจอใครใหม่ ๆ เลย” หลังจากดีเจทั้งสามคน ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ฟังเรื่องราวของคุณบ๊อบจบ ก็ได้ให้คำแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่า “เรื่องแบบนี้เราก็ต้องทำใจ เพราะเขาชัดเจนอยู่แล้วในความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน ว่าเขาต้องการจะหาอะไร เราไม่จำเป็นต้องน้อยใจ หรือใส่ใจคนเหล่านี้ มีคนบนโลกนี้มากมาย ที่น้องชายไม่ได้มีขนาดใหญ่ แต่เขาก็มีความสุขกับสิ่งที่เขามี คนบางคนอาจจะไม่ชอบคนที่มีน้องชายขนาดใหญ่เลยด้วยซ้ำ แค่เรายังไม่เจอคนที่พอดีกับเรา แต่ถ้ายังรู้สึกไม่มั่นใจจริง ๆ อาจจะลองออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายเราดูดีขึ้น หรือดูแลหน้าตาของเราให้ดูดีทดแทนกันไปก่อนก็ได้”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนชอบพาไปเที่ยวและชอบสปอยที่เที่ยวมาก ซึ่งทุกที่ที่เขาไป ทุกเรื่องที่เขาเล่า คือเรื่องของเขากับแฟนเก่า ควรทำยังไงดีค่ะ อยากไปที่ที่เขาไม่เคยไปกับแฟนเก่าบ้าง

13 มี.ค. 2026

แฟนชอบพาไปเที่ยวและชอบสปอยที่เที่ยวมาก ซึ่งทุกที่ที่เขาไป ทุกเรื่องที่เขาเล่า คือเรื่องของเขากับแฟนเก่า ควรทำยังไงดีค่ะ อยากไปที่ที่เขาไม่เคยไปกับแฟนเก่าบ้าง

แฟนชอบพาไปเที่ยวและชอบสปอยที่เที่ยวมากซึ่งทุกที่ที่เขาไป ทุกเรื่องที่เขาเล่า คือเรื่องของเขากับแฟนเก่ารู้สึกรำคาญ น้อยใจจนหมดสนุกควรทำยังไงดีค่ะ อยากไปที่ที่เขาไม่เคยไปกับแฟนเก่าบ้างแต่พวกเขาไปเที่ยวกันมาเกือบทุกที่แล้ว ‘คุณมายด์ (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนชอบพาไปเที่ยว แต่ก็ชอบสปอยที่เที่ยวและเล่าประสบการณ์ของเขากับแฟนเก่าให้เราฟัง ‘คุณมายด์ (นามสมมุติ)’ อายุ 24 ปี ได้เล่าว่าแฟนของเธอชอบเล่าประสบการณ์และสปอยสถานที่ท่องเที่ยวให้เธอฟังทุกทริป และทุกที่ที่แฟนพาไป มันคือที่ที่แฟนเคยไปกับแฟนเก่าแล้วทั้งนั้น เธอมีแฟน อายุ 34 ปี และเคยมีแฟนเก่าที่คบกันมา 7 ปี ซึ่งตอนที่พวกเขาคบกันก็ไปเที่ยวกันบ่อยมาก ไปทุกเสาร์ - อาทิตย์ จนเมื่อฝ่ายชายมาคบกับคุณมายด์ที่เป็นคนที่ไม่ค่อยเที่ยว ก็ได้พาคุณมายด์ไปเปิดโลกในสถานที่เที่ยวใหม่ ๆ หลายที่ ก่อนหน้านี้ แฟนคุณมายด์ถามว่า "อยากไปเที่ยวเกาะเสม็ดหรือเกาะช้างดี" คุณมายด์ตอบว่า “อยากไปเกาะเสม็ด” แฟนจึงเล่าให้ฟังว่า เกาะเสม็ดจะมีอะไรบ้าง ร้านอาหารมีแบบไหนบ้าง คุณมายด์ก็ต้องทนฟังไป และรู้อยู่แล้วว่าที่แฟนเล่าแบบนี้แปลว่าต้องเคยไปกับแฟนเก่ามาแล้วแน่ ๆ ก่อนเดินทางหนึ่งอาทิตย์​ คุณมายด์ก็เตรียมแพลนไว้เรียบร้อยว่าจะไปทานอาหารร้านไหน และบอกแฟนว่าต้องไปก่อน 1 ทุ่ม เพราะจองไว้แล้ว หากไม่ไปตามเวลาร้านจะปล่อยโต๊ะ จนกระทั่ง 1 ทุ่มกว่า แฟนเธอก็ยังไม่ไปที่ร้าน และทั้งคู่ก็ไม่ได้ทานในอาหารร้านที่คุณมายด์อยากไป แฟนจึงพาไปอีกร้านหนึ่ง เมื่อไปถึง เขาก็เริ่มเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เคยมาที่นี่ เล่าว่าร้านอาหารมีอะไรบ้าง เวลา 2 ทุ่มจะเริ่มมีโชว์ควงไฟ และก็พูดต่อไม่หยุด ซึ่งร้านอาหารร้านนี้ก็คือร้านที่เขาเคยมากับแฟนเก่าเช่นเดิม ครั้งหนึ่งคุณมายด์เคยไปเขาใหญ่กับแฟน เขาก็เริ่มเล่าว่าเขามาบ่อยมาก เลี้ยวซ้ายจะมีร้านชำ เลี้ยวขวาจะเป็นอะไร เล่าต่าง ๆ นานา ภาพในหัวของคุณมายด์เวลาที่เขาเล่าให้ฟัง ก็จะเห็นเป็นภาพแฟนกับแฟนเก่าของเขาขึ้นมา และมีอีกเหตุการณ์ที่ไปสวนผึ้ง แฟนก็ยังพูดว่าที่นี่คล้าย ๆ กับจันทบุรีที่เขาเคยไป ด้วยความเด็กกว่าคุณมายด์ไม่กล้าพูดว่าไม่พอใจ เพราะกลัวว่าเขาจะมองว่างี่เง่า แต่ก็มีอาการน้อยใจ เธอรู้สึกว่าไม่อยากทับรอยแฟนเก่า อยากไปเที่ยวในที่ใหม่ ๆ ของทั้งคู่บ้าง อย่างเช่นเมื่อไปเที่ยวบางที่ ที่ทั้งคู่ยังไม่เคยไป จะสนุกกว่าเดิมมาก ๆ เพราะไม่ต้องมานั่งฟังว่าแฟนเคยไปไหนกับแฟนเก่าบ้างแล้ว จึงโทรมาปรึกษาว่า อยากหาวิธีทำอย่างไรไม่ให้รู้สึกน้อยใจ และมีสถานที่เที่ยวไหนใกล้ ๆ ที่แฟนเธอน่าจะยังไม่เคยไปกับแฟนเก่าบ้างหรือไม่ อยากให้พี่ ๆ ช่วยแนะนำ ดีเจทั้งสามคนมีความคิดเห็นและให้คำแนะนำตรงกันว่า คุณมายด์ควรคุยกับแฟนตรง ๆ อายุเขาวัยนี้ เขาชอบพูด ชอบเล่า เป็นปกติ เพราะมองว่าคุณมายด์เด็กกว่า อาจจะรู้และมีประสบการณ์น้อยกว่า จึงอยากแชร์ ตอนนี้เขาอาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกเรา แต่ถ้าได้คุยเขาจะสามารถฟังเราได้ และได้แนะนำให้ไปเที่ยวเมืองรองแทน หรือเริ่มไปต่างประเทศด้วยกันก็เป็นตัวเลือกที่ดี นอกจากนี้ ‘ดีเจเผือก’ ยังฝากบอกแฟนของคุณมายด์อีกด้วยว่า “เพลา ๆ ลงบ้าง ไม่ต้องเล่า ไม่ต้องสปอยไปซะทุกอย่างขนาดนั้น” หวังว่าทริปต่อไปทั้งคู่จะไปสถานที่ใหม่ ๆ สามารถสนุกกันได้นะเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อน จู่ ๆ น้องสาวสามีทักมาขอรหัสผ่าน Account Social Media โดยให้เหตุผลว่าจะเอาไปเล่นต่อ แต่เรารู้สึกไม่สบายใจ

13 มี.ค. 2026

สามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อน จู่ ๆ น้องสาวสามีทักมาขอรหัสผ่าน Account Social Media โดยให้เหตุผลว่าจะเอาไปเล่นต่อ แต่เรารู้สึกไม่สบายใจ

สามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อนจู่ ๆ น้องสาวสามีทักมาขอรหัสผ่าน Account Social Mediaโดยให้เหตุผลว่าจะเอาไปเล่นต่อ แต่เรารู้สึกไม่สบายใจ ‘คุณจอย’ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่สร้างความไม่สบายใจให้ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' ได้ฟัง เกี่ยวกับการที่น้องสาวของสามีขอรหัสผ่าน Social Media ของสามี โดยให้เหตุผลว่าจะนำไปเล่นต่อเอง! ‘คุณจอย’ เล่าว่า สามีของเธอเสียชีวิตไปเมื่อครึ่งปีที่แล้ว จู่ ๆ น้องสาวสามีก็ได้ทักมาขอรหัสผ่าน Social Media ของสามี โดยไม่ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจนบอกเพียงแค่ว่าจะขอเข้าไปเก็บรูปของพี่ชายเพื่อที่จะนำไปทำเป็นอัลบั้มให้กับพ่อแม่ และจะนำ Account นี้ไปเล่นต่อ ซึ่งตัวคุณจอยนั้นก็ไม่เคยรู้รหัสผ่านของสามีเช่นกัน เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของสามี เธออยากให้การจากไปของสามีนั้นไม่คงเหลือการเคลื่อนไหวใด ๆ อีก ต้องการให้จบไปอย่างเงียบ ๆ จึงได้ปฏิเสธน้องสาวของสามีไป คุณจอยเล่าเพิ่มเติมว่า ที่เธอนั้นสามารถใช้ Social Media ของสามีได้ เพราะเข้าจากโทรศัพท์สามีโดยตรง ในบางทีเธอก็จะเข้าไปเช็กข้อความที่มีคนทักเข้ามา และเธอก็จะคอยแจ้งกลับไปว่าสามีนั้นเสียแล้ว แต่มาวันหนึ่ง เธอก็ได้พบว่ารหัสผ่านนั้นเปลี่ยนไป และเปลี่ยนจากการต้องขออนุญาตแท็กก่อนที่จะแท็กได้ เป็นเปิดให้สามารถแท็กและโพสต์ลงได้โดยไม่ต้องขออนุญาตอีกต่อไป ทั้งหมดนี้ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าน้องสาวของสามีสามารถเข้า Log in เข้าได้แล้ว นอกจากนี้น้องสาวของสามียังชอบโพสต์ลงถึงสามีในโพสต์ของตัวเอง และแท็กสามีอยู่บ่อย ๆ จนทำให้เธอที่มาเห็นก็รู้สึกไม่สบายใจ และอีกเหตุผลที่ทำให้คุณจอยรู้สึกไม่ดีนั่นก็เพราะย้อนกลับไปตอนที่สามียังมีชีวิตอยู่ เขาป่วยเป็นมะเร็งนอนอยู่ที่โรงพยาบาล เธอเล่าว่าไม่เห็นว่าจะมีญาติพี่น้องคนไหนที่จะมาช่วยเธอดูแลสามีสักคน แม้จะมีผ่านเข้ามาเยี่ยมบ้างก็ตาม สิ่งนี้ทำให้คุณจอยเกิดความสงสัยว่า แล้วทำไมถึงเพิ่งมาคิดถึงในตอนที่สามีได้จากไปแล้ว คุณจอยยังเล่าอีกว่า เคยได้ยินจากสามีมาว่า น้องสาวชอบพูดถึงเธอในทางที่ไม่ดี ในตอนที่สามียังมีชีวิตอยู่และป่วยเป็นมะเร็ง น้องสาวสามีก็จะชอบพูดว่ากับสามีว่า “ไปคบกับคนใหม่ เขาได้มาช่วยจ่ายเงินบ้างไหม?” แต่สามีของคุณจอยก็ไม่อยากรบกวน หรือมาพูดอะไรกับคุณจอยในเรื่องนี้ต่อ เพราะคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาส่วนตัวของตัวเขา เขาจึงอยากที่จะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองมากกว่า หลังจากที่ได้เล่าจบ คุณจอยก็ได้ปรึกษากับเหล่าดีเจว่า เธอนั้นควรจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ดีควรพูดตรง ๆ กับน้องสาวสามีหรือควรปล่อยไป แล้วหันมาจัดการความรู้สึกของตนเองดี หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด เหล่าดีเจจึงได้เริ่มให้คำปรึกษาตามความคิดเห็นของแต่ละคน เริ่มต้นจาก ‘ดีเจต้นหอม’ โดยให้ความเห็นว่า “ให้เราโพสต์ใน Facebook ใน Account ของสามีเลยว่า ‘เราเป็นภรรยา และเพิ่งได้รหัสผ่านของสามีมา การจากไปครั้งนี้ก็อยากสร้างความทรงจำที่ดี วันนี้เราขอทำการปิด Account นี้ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำระหว่างเราสองคนนะคะ’ แล้วเราก็ปิดการอนุญาตให้แท็ก เปลี่ยนรหัสไปเลย แล้วถ้าน้องเขาจะขอรหัสออีก ก็บอกไปเลยว่า อย่าเลย ให้อยู่แบบนี้ดีกว่า ถ้าอยากได้รูปอะไรก็ไปแคปเอา หรือให้เราไปแคปให้เขาเองก็ได้ ถ้าอยากได้อะไรก็ให้บอกมา เพราะเรารู้สึกว่า ไม่อยากให้มีการเคลื่อนไหวใด ๆ แล้ว ส่วนตัวพี่รู้สึกว่า เรายังไม่ควรไปพูดเปิด ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรเยอะเกินไป รู้สึกว่าเราแค่แจ้งก็เป็นอันรับทราบกันแล้วก็พอ แต่ถ้าเขายังมาวุ่นวายกับเราอยู่ เราก็สามารถพูดตรง ๆ ได้เลย” ต่อมาที่ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้ความเห็นว่า “พี่ว่าคุณจอยก็มีสิทธิ์ทำและดูแลทุกอย่างใน Account ของสามีนะ เพราะเป็นของสามีเราที่จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายแล้ว แต่ถ้าคุณจอยทำแล้วมันมีปัญหา คุณจอยก็ต้องใจแข็งนะ คือพี่รู้สึกว่า สิ่งเกิดขึ้นนี้มันแปลกตรงที่เหมือนไม่ใช่พี่น้องที่สนิทกัน เพราะตอนสามีของคุณจอยป่วย เขาก็ไม่ได้มาดูแล ถ้าคุณจอยไม่ได้มีปัญหากับเขา แล้วเขาไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตเรา ลองทำแบบที่พี่หอมบอก พี่ว่าก็เป็นทางเลือกที่ดี” สุดท้าย ‘ดีเจเผือก’ ก็ได้ออกความเห็นว่า “เท่าที่ฟังมาก็รู้สึกว่าก็เป็นไปได้ที่พอหลังจากสามีเสียไปแล้ว เขาจะคิดถึงพี่ชาย หรือเขาจะรู้สึกอะไรขึ้นมา แล้วการที่เขาโพสต์อะไรบางอย่าง แล้วมันขึ้นอยู่ในฟีดของพี่ชายเขา พยายามคิดแบบใส ๆ โลกสวยเลย คือเขาอาจจะคิดว่า นี่คือหนึ่งช่องทางในการเชื่อมโยงตัวเขากับพี่ชายที่เสียไปแล้ว คิดว่าเป็นไปได้ที่เขาจะคิดแบบนี้ ส่วนเรื่องราวก่อนที่สามีจะเสีย พี่รู้สึกว่า อารมณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นมันอาจจะเยอะมาก แต่วันนั้นก็ส่วนของวันนั้น ถามว่าแล้วมันสร้างผลเสียอะไรอีกมั้ย นอกจากความรำคาญใจ ถ้าเขามาโพสต์แทนใน Account ของสามีเลย สำหรับพี่ พี่ไม่เห็นด้วย แต่นี่คือแค่การแท็ก เขาไม่ได้เข้ามาเล่น Account ของสามี พี่ก็รู้สึกว่ามันยังไม่ได้หนักหนามากขนาดที่จะทำให้เราต้องไปนั่งคุยกัน ก็เลี่ยงที่เราอาจจะเบากว่า ถ้าเรารำคาญ เรากดซ่อนได้ โดยไม่ต้องบล็อก หรือเสียความสัมพันธ์ ถ้าเรายังไม่พร้อมก็ไม่ต้องไปเห็นมัน ลองพิจารณาดูก่อนว่ามันเป็นเพราะความบาดหมางตั้งแต่เรื่องก่อนหน้านี้หรือป่าว ที่ทำให้เรามองเขาไม่ดีไปแล้ว สุดท้ายแล้วถ้าเราจะไม่เอาคนนี้ไว้ในชีวิตแล้วก็ไม่ผิด เพราะเขาไม่ได้มีผลอะไรในชีวิตเราแล้ว แค่ลองแยกปัญหาให้ถูก ว่าจริง ๆ แล้วเราคิดยังไงอยู่กันแน่”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนของหนูแอบไปคุยกับคนเก่าในแอคลับ เขายอมรับว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคนเก่าและตอนนี้ยังไม่ได้มีการหย่ากัน!! หนูควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีคะ ?

13 มี.ค. 2026

แฟนของหนูแอบไปคุยกับคนเก่าในแอคลับ เขายอมรับว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคนเก่าและตอนนี้ยังไม่ได้มีการหย่ากัน!! หนูควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีคะ ?

แฟนของหนูแอบไปคุยกับคนเก่าในแอคลับเขายอมรับว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคนเก่าและตอนนี้ยังไม่ได้มีการหย่ากัน!!หนูควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีคะ ? ‘คุณแตง (นามสมมติ)’ อายุ 24 ปี สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนยังไม่หย่ากับแฟนเก่า แถมยังแอบคุยกันในแอคลับอีกด้วย!! โดย ‘คุณแตง (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูกับแฟนคบกันมาได้ 1 ปีแล้ว ระหว่างที่เราคบกันก็มีปัญหากันบ้าง คือเรื่องที่แฟนของหนูแอบไปคุยกับคนเก่า จนวันหนึ่ง เขาก็ยอมรับว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคนเก่า และตอนนี้ยังไม่ได้มีการหย่ากัน หนูก็ถามเขานะคะ ว่าคิดจะหย่ากันบ้างไหม เขาก็รับปากกับหนู ว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ภายในสิ้นปี 2568 แต่สุดท้ายเขาเองก็ไม่ไปหย่าตามที่พูด เมื่อไม่นานมานี้ หนูแอบเปิดโทรศัพท์ของแฟนเพื่อที่จะดูว่าเขาแอบมีคนอื่นอีกหรือเปล่า จนหนูได้เปิดเขาไปดูในแอคหลุมของเขา ปรากฏว่าหนูเห็นเขาคุยกับแฟนเก่าที่จดทะเบียนสมรสกัน ในแชตมีบทสนทนาเชิงชู้สาวเยอะมาก เช่น ฝ่ายหญิงถามแฟนหนูว่า จะไปหาเขาไหม เพราะแฟนใหม่ของฝ่ายหญิงไม่อยู่บ้าน ทั้งยังส่งรูปภาพหากัน พูดแทนกันว่าสามีภรรยา ทั้งที่เลิกกันไปแล้ว และต่างคนก็ต่างมีแฟนใหม่กันทั้งคู่ หนูรู้สึกเสียใจมาก ย้อนกลับไปเมื่อกลางปีที่แล้ว เคยมีสายโทรศัพท์โทรเข้ามาหาแฟนของหนู ซึ่งหนูก็แอบได้ยินเสียงจากปลายสายถามเขาว่า "ถึงบ้านแล้วหรือยัง" แต่แฟนหนูตอบกลับเขาไปว่า "ตอนนี้ผมไม่สะดวกครับ" ก่อนจะรีบตัดสายไป หนูเองก็ถามเขานะคะว่าใครโทรมาหา เขาก็อ้างว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์ ตอนนั้นเขาคงไม่รู้ว่าหนูได้ยินเสียงที่อยู่ในสาย หนูก็ทำได้แค่ปล่อยเรื่องไปนี้ และไม่ได้ถามอะไรต่อ เวลาผ่านไปได้ไม่นาน เรื่องนี้ยังคงค้างคาอยู่ในใจ จนทนไม่ไหว ต้องถามเขาไปตรง ๆ อีกครั้ง แต่เขาก็ยืนยันว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์โทรมา รวมทั้งยังเปิดรูปให้ดูอีกด้วย ว่าเบอร์ที่โทรมานั้น เป็นเบอร์เลข 4 ตัว ซึ่งมันไม่ใช่เบอร์ของคนทั่วไป จนวันที่จับได้ว่าเขาแอบคุยกับแฟนเก่าในแอคหลุม หนูก็เข้าไปค้นสายโทรออกของเขา ทำให้หนูรู้ว่าเบอร์เลข 4 ตัวที่เขาอ้างว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์นั้น ถูกเมมชื่อเป็นตัวเลขอยู่ในโทรศัพท์ ซึ่งเบอร์นั้นมันคือเบอร์ของแฟนเก่าเขา พวกเขาโทรหากัน เฟสไทม์หากัน เวลา 3 - 4 ทุ่มแทบจะทุกวัน มันเลยทำให้หนูรู้ว่า ทุกครั้งที่เขาบอกฝันดีหนู เขาเอาเวลาหลังจากนั้นไปคุยกับแฟนเก่าของเขาตลอดเลย หลังจากคืนนั้นที่หนูรู้ความจริงทั้งหมด หนูได้เปิดหน้าจอของแชตเขาค้างไว้ เพื่อต้องการที่จะให้เขาได้รู้ตัว แต่เขาก็ยังคงทำตัวปกติ หนูจึงคุยกับเขาไปตรง ๆ เขาก็ยังปฏิเสธ จนหนูยื่นคำขาดกับเขาไปว่าจะโทรไปหาผู้หญิงคนนั้นหากไม่ยอมรับ เขาก็บอกให้หนูโทรไปได้เลย ตอนนั้นหนูไม่โอเคมาก ๆ จนเขายอมขอโทษหนู และอ้างว่าเขาคุยกันแค่เรื่องหนี้สิน และเรื่องแมวเท่านั้น ตัวหนูเองก็ไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอก หนูก็ไม่เคยเข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพวกเขาต้องแอบคุยกัน อย่างน้อยให้หนูรู้ด้วยก็ยังดีกว่า แต่เขาก็ให้เหตุผลมาว่าไม่อยากให้หนูรู้เรื่อง เพราะกลัวหนูคิดมากแล้วไปหาเรื่องอีกฝ่าย หนูก็บอกเขาไปว่าถ้าเป็นแบบนี้ มันก็เหมือนนอกใจกันไปแล้ว และเขาก็ไม่ได้นอกใจไปหาคนใหม่ แต่กลับนอกใจไปหาคนเก่า แบบนี้มันทำให้หนูรู้สึกเจ็บกว่า เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้หนูได้บอกเลิกเขาไป แต่เขาก็ไม่ยอมเลิกกับหนู หลังจากนั้นหนูได้กดติดตามแอคหลุมของผู้หญิงคนนั้นไป พอผู้หญิงคนนั้นรู้เรื่อง เขาก็ทักมาหาแฟนหนูว่า ‘เธอเกมแล้วหรอ’ ก่อนที่เขาจะขอเบอร์หนูเพื่อที่จะโทรมาบอกว่ามันไม่มีอะไร หนูจึงพูดเรื่องหย่าไปตรง ๆ แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับบอกว่าไม่สะดวก เพราะต้องทำงานและเรียน ไม่มีเวลาว่าง อีกอย่างเขาก็ไม่รู้จะบอกแฟนใหม่ของเขายังไง เพราะแฟนใหม่ของเขาก็ไม่ได้รู้เรื่องนี้ด้วย ในตอนนั้นเขาพูดกับหนูคำหนึ่ง ซึ่งมันทำให้หนูรู้สึกเจ็บมาก ๆ เขาบอกว่า ‘เรื่องนี้หนูไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะหนูเป็นแค่แฟนใหม่ของผู้ชายคนนั้น หนูเป็นคนอื่นในความสัมพันธ์ คนที่คบกันมาได้เพียงแค่ปีเดียว ก็ไม่ควรมายุ่ง’ หนูจึงบอกเขาไปตรง ๆ ว่าหนูรู้สึกไม่โอเคกับเรื่องนี้จริง ๆ หนูเสียใจ รู้สึกเครียดตลอดเวลา หนูก็กลัวการฟ้องร้องในอนาคต หากพวกเขายังไม่ยอมหย่ากัน ผู้หญิงคนนั้นจึงยอมบอกว่า สิ้นปี 2569 นี้เขาจะเรียนจบ และจะหาเวลาไปทำเรื่องหย่าให้ ความสัมพันธ์ของหนูกับแฟนในตอนนี้อยู่ในช่วงห่างกันค่ะ เราแทบไม่ได้คุยอะไรกันเลย เพราะแฟนเขาต้องไปเข้าฝึกอบรมอยู่ในค่ายแห่งหนึ่ง ไม่ค่อยมีเวลาคุยกันสักเท่าไหร่ อย่างมากก็แค่วันละ 5 นาที ในความสัมพันธ์แบบนี้ หนูควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีคะ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าเป็นพี่คงเลือกความสบายใจของตัวเองเป็นหลักมากกว่า อย่าเอาชีวิตของเราไปยึดติดไว้อยู่กับคนอื่น เราคงต้องถามตัวเองว่าเราโอเคกับการที่เขามีทะเบียนสมรสค้างอยู่หรือเปล่า มันมีผลแน่ ๆ ทั้งจิตใจและทางกฏหมาย เราคงไปคุยกับแฟนเก่าเขาไม่รู้เรื่องหรอก ยังไงก็มีปัญหาแน่ ๆ ตอนนี้เรายังอยู่ในสถานะชู้ในแง่ของกฏหมายอยู่ ถ้าแฟนของเราไม่เคลียร์ปัญหาเรื่องแฟนเก่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ยังไงก็ต้องเลิก” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “มันไม่มีอะไรดีเลยในความสัมพันธ์แบบนี้ มันเป็นความตั้งใจที่เขาต้องการหลอกเรา ทุกอย่างที่เขาทำเพื่อที่จะหลอกเราไปคุยกับคนอื่น เราเชื่ออะไรเขาไม่ได้เลย คนรักกันมันต้องมีความเชื่อใจซึ่งกันและกัน เขาสองคนทำสิ่งที่เป็นเหมือนการทำร้ายเราซ้ำ ๆ เขาตั้งใจทำให้เราเชื่อ และไม่ยอมรับในสิ่งที่เขาทำ จริง ๆ แล้วการหย่า สามารถทำได้โดยไม่ต้องเจอกัน แต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่ทำ อย่าเสียดายเวลาแค่ปีเดียว อย่าปล่อยให้เวลามันล่วงเลยมากไปกว่านี้ การที่เราจะมีแฟนสักคนในชีวิต มันต้องเป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เราเสียใจ” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าฝ่ายหญิงเขากลัวว่าแฟนใหม่จะรู้เรื่องนี้จริง ๆ เขาจะยิ่งรีบไปหย่า ประโยคที่เขาบอกว่าเราเป็นคนอื่น มันคือเรื่องจริง เขาสองคนคือคนของกันและกัน เขาสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง สำหรับเราความรักแค่หนึ่งปี มันเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งที่กำลังหลงกัน ถ้าผู้ชายคนนี้เขารักเราจริง เขาจะพิสูจน์และทำให้เรามั่นใจในตัวเขา แต่การกระทำเขาทุกอย่าง มีความตั้งใจเพื่อที่จะหลอกเราทั้งหมด ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ตั้งใจจะรักเราเลย ทุกความตั้งใจของเขา คือการหลอกเรา นี่คือความตั้งใจเดียวของเขา กลับไปถามตัวเองว่า เราไม่สามารถหาใครสักคนหนึ่ง ที่เกิดมาเพื่อตั้งใจรักเราได้เลยจริง ๆ หรอ การที่เราอยู่คนเดียวมันไม่ได้แย่เสมอไป ดีกว่าการเปิดรับใครสักคนเข้ามาในชีวิต เพื่อให้เขาทำร้ายเรา”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเรา ทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม เราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ?

06 มี.ค. 2026

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเรา ทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม เราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ?

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเราทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมเราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ? ‘คุณนิสา (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนชาวเกาหลีไม่โอเคเพราะเพื่อนเกย์มานอนค้างที่คอนโด ‘คุณนิสา (นามสมมุติ)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า เธอเพิ่งคบกับแฟนชาวเกาหลีวัย 40 กว่าได้ไม่นาน กำลังจะเข้าสู่เดือนที่สอง โดยช่วงนี้แฟนหนุ่มได้บินกลับเกาหลีไปได้ครึ่งเดือนแล้ว คุณนิสามีเพื่อนเป็นเกย์ออกสาว ซึ่งปกติเพื่อนคนนี้จะมาหา มาพูดคุย และนอนค้างที่คอนโดเป็นบางครั้ง แต่ช่วงที่แฟนมาไทย เพื่อนก็ไม่ได้มา ล่าสุด เพื่อนเกย์คนดังกล่าวจะมาค้างที่คอนโด คุณนิสาจึงส่งข้อความบอกแฟนไป แต่แฟนกลับตกใจมากและถามว่า “ทำไมถึงนอนกับผู้ชาย” ซึ่งคุณนิสามองว่าเพื่อนคนนี้เป็นเกย์ที่ออกสาวมาก และแฟนก็รับรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเธอเคยส่งวิดีโอที่เพื่อนเต้นให้ดู แต่แฟนหนุ่มยืนยันว่า อย่างไรก็ตามเพศสภาพของเพื่อนคนนี้ก็คือผู้ชาย ถ้ายังมีอวัยวะเพศชายอยู่เขาก็ไม่ไว้ใจ ทั้งที่เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนกับคุณนิสามาตั้งแต่มัธยม และเวลาที่เพื่อนมานอนก็จะนอนที่โซฟา ส่วนคุณนิสานอนในห้องของตนเอง แต่แฟนก็ยังคงรับไม่ได้ และพูดว่า ถ้ายังให้เพื่อนมานอนด้วยแบบนี้ ก็ต้องเลิกกัน คุณนิสาจึงตัดสินใจว่า “โอเค เลิกก็เลิก” เพราะเธออยากที่จะรักษาความเป็นเพื่อนมาก ไม่นานหลังจากนั้น แฟนชาวเกาหลีก็ทักข้อความมาหาว่าเขาไม่อยากเลิกกับคุณนิสาเพราะเรื่องนี้ แต่เขายังคงยืนยันหนักแน่นว่าไม่โอเคกับการให้เพื่อนมานอนที่ห้อง ขณะที่คุณนิสาก็ยังยืนยันจุดยืนเดิมว่าจะไม่เลิกคบ และจะอยู่กับเพื่อนแบบนี้ต่อ เพราะเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว สำหรับคุณนิสาแล้ว เพื่อนเกย์คนนี้ไม่ใช่ผู้ชาย และเรื่องอื่น ๆ ในความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนก็ราบรื่นดี แฟนไม่เคยบังคับ และเคารพในมิตรภาพของพวกเธอ แต่แฟนก็อยากให้มองในมุมของเขาว่า แม้เขาจะพยายามฝืนให้โอเคได้ในตอนนี้ แต่ในระยะยาวเขาก็จะอึดอัด ซึ่งคุณนิสาก็ยังไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับเพื่อน และแฟนกับเพื่อนก็ยังไม่เคยเจอกัน แฟนชาวเกาหลีจึงขอเวลาไปหาทางออก เนื่องจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน คุณนิสาจึงอยากปรึกษาว่า จะทำยังไงให้เรื่องนี้มีทางออกที่สามารถอยู่ตรงกลาง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจได้บ้าง เริ่มต้นด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้ความเห็นว่า “สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้คือ การยอมรับกลุ่ม LGBTQ ในเกาหลี ส่วนใหญ่เขาค่อนข้างไม่เปิดรับ พี่เข้าใจได้ว่าเขาสามารถคิดได้ว่านี่อาจจะเป็นผู้ชายที่ชอบแต่งหน้าและกริยาเหมือนผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งเป็นมุมมองที่แม้แต่พ่อแม่ที่ไทยบางคน ก็ยังไม่โอเคเลยที่ลูกสาวจะนอนกับเพื่อนที่เป็นเกย์ สำหรับพี่มองว่า เพื่อนหนูอาจจะเข้าใจหนูก็ได้ แต่ตอนนี้นิสายังไม่กล้าคุยกับเขา สุดท้ายชื่นชมนะ เพราะส่วนใหญ่คนจะเลือกผู้ชายมากกว่าเพื่อน ในเมื่อเรารู้แล้วว่าตอนนี้แฟนต้องการเวลาปรับตัวให้ยอมรับเรื่องนี้ได้ ระหว่างนี้เราก็ไปคุยด้วยความจริงใจกับเพื่อนก่อน ถ้าเขารู้ว่านิสาได้เลิกไปแล้ว นิสาเลือกเขาก่อนแล้ว เขาจะเข้าใจนะ แล้วค่อยไปคุยกับแฟน ถ้าเขารู้จักกันกับเพื่อนเรา เขาอาจจะเข้าใจก็ได้” ตามด้วย ‘ดีเจเผือก’ พูดว่า “ต่อให้ไม่ต้องเป็นเกาหลีพี่ก็พอเข้าใจ มันเพิ่งจะสองเดือนแรก อาจจะคลั่งรักมาก จะมีหึงบ้างเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นคนเกาหลี วัฒนธรรมเขาเป็นแบบนั้น พี่ก็ยิ่งเข้าใจเลย แต่แนะนำว่าช่วงนี้ก็อาจจะต้องเลี่ยงการเจอกับเพื่อนหน่อย จนกว่าแฟนจะได้เจอกับเพื่อนเราจริง ๆ แล้วเขาอาจเข้าใจ สุดท้ายแล้ว ลองชั่งน้ำหนักดูว่าแฟนหนูมีค่าพอให้ยื้อมั้ย หรือควรจะเลือกอะไร" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำแนะนำว่า "ตรงกลางสำหรับพี่คือ ติดกล้อง แล้วดูในแอปพลิเคชันค่ะ บอกเขาว่าเป็นแบบนี้ไปก่อน ดูในกล้องไปก่อน อย่าเพิ่งเลิกกัน แต่ถ้าถึงวันที่เขาเจอกับเพื่อนเราแล้วเขายังรับไม่ได้ ก็คือรับไม่ได้แล้วค่ะ" สรุปแล้วดีเจทั้งสามมีความคิดเห็นที่เหมือนกันว่าควรให้แฟนกับเพื่อนได้ลองเจอกันก่อน แล้วการตัดสินใจ หรือทางออกที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองฝ่ายนั้นจะง่ายขึ้นเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากโก้ คืนลอยอังคาร 'หมู่บ้านลวงตา' l อังคารคลุมโปง X โก้ คืนลอยอังคาร [ 3 มี.ค.2569 ]

13 มี.ค. 2026

เรื่องเล่าจากโก้ คืนลอยอังคาร 'หมู่บ้านลวงตา' l อังคารคลุมโปง X โก้ คืนลอยอังคาร [ 3 มี.ค.2569 ]

คำเตือนจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อถึงเวลาบ่าย 3 ต้องออกจากป่าในทันที ความสงสัยที่อยากรู้ กับเรื่องท้าทายที่อยากทำ นำไปสู่การพบเจอหมู่บ้านปริศนาส่องแสงสีทองเป็นประกายในยามค่ำคืน แต่หมู่บ้านแห่งนี้กลับไม่ได้สวยงามอย่างที่ตาเห็น เมื่อสัตว์เลี้ยงที่เขารักต้องตายไปด้วยฝีมือมนุษย์ เหตุการณ์ประหลาด และความอาฆาตจึงได้เริ่มต้นขึ้น ในหมู่บ้านลวงตา… เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X โก้ คืนลอยอังคาร’ (3 มีนาคม 2569)’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘หมู่บ้านลวงตา’ เรื่องราวนี้ ‘คุณโก้’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘คุณชา’ ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน ในตอนที่คุณชา มีอายุประมาณ 4 - 5 ปี ด้วยความที่พ่อแม่ของคุณชา ต้องไปทำงานก่อสร้างที่ต่างจังหวัด จึงส่งคุณชาให้ไปอยู่กับปู่นกเพียงแค่สองคน ปู่นกเป็นพรานป่า จึงปลูกฝังคุณชามาตั้งแต่เด็ก เกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิต และการเอาตัวรอดเมื่ออยู่ในป่า ทำให้คุณชามีความรู้เกี่ยวกับชีวิตในป่าเป็นอย่างดี ในตอนที่คุณชามีอายุ 17 ปี คุณปู่มักจะบอกเสมอว่า เมื่อถึงเวลาบ่าย 3 โมง ให้รีบออกมาจากป่า คุณชาจึงเริ่มมีความสงสัย จนถึงวันหนึ่งปู่นกก็ยอมเล่าสาเหตุของเรื่องนี้ให้คุณชาได้ฟังเป็นครั้งแรก… ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 50 ปีก่อน สมัยปู่นกยังเป็นวัยรุ่นใช้ชีวิตธรรมดาทั่วไป พ่อแม่ของปู่นกได้รู้จักกับครูพรานประจำหมู่บ้านคนหนึ่ง และได้ฝากฝังให้ปู่นกเป็นลูกศิษย์ของครูท่านนี้ ครูพรานได้ดูแลปู่นกเป็นอย่างดี รวมถึงสอนให้ปู่นกมีความรอบรู้เรื่องป่าอีกมากมาย แต่มีข้อแม้ข้อหนึ่ง คือหลังช่วงเวลาบ่าย 3 โมง ปู่นกจะต้องออกมาจากป่า โดยให้เหตุผลว่า ในป่าแห่งนี้ มีหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ในป่า เป็นหมู่บ้านปริศนา หรือเรียกกันว่าหมู่บ้านลวงตา หมู่บ้านนี้จะมีลักษณะเป็นสีทอง ส่องแสงประกายในช่วงเวลากลางคืน และจะไม่ปรากฏมาให้เห็นในช่วงเวลากลางวัน เมื่อปู่นกได้ยินแบบนี้ เขาก็ไม่ปักใจเชื่อ เพราะมองว่ามันเป็นเพียงเรื่องราวหลอกเด็ก จนกระทั่งวันหนึ่ง ปู่นกตัดสินใจเข้าไปในป่าโดยที่ไม่บอกครูพราน และคิดจะทำเรื่องที่ท้าทาย คือการล่าอีเห็น (สัตว์ป่าคุ้มครอง มีลักษณะลำตัวเรียวยาว ขาสั้น ปากแหลม หน้าตาคล้ายแร็กคูน) ขณะที่ปู่นกกำลังตามล่าอีเห็น เมื่อเขาพบมัน จึงเล็งปืนไปที่สัตว์ตัวนั้น แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงลมปริศนากระโชกผ่านมา ราวกับพายุขนาดเล็ก แล้วก็สงบลงไป ปู่นกจึงได้เล็งไกปืนยิงไปที่อีเห็นอีกครั้งจนสามารถยิงมันได้จนสำเร็จ แต่เมื่อปู่นกเดินตามไปหาตัวมัน กลับพบว่าอีเห็นได้หายตัวไปอย่างปริศนา พอปู่นกรู้สึกตัวอีกทีก็ถึงช่วงเวลากลางคืนแล้ว ปู่นกจึงตัดสินใจไปนอนพักอยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่งขณะที่ปู่นกกำลังนอนอยู่บนต้นไม้ ในตอนนั้นเขารู้สึกเหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์ มองเห็นแสงเทียนสีทองงามตาอยู่ตรงหน้า พร้อมกับมีเสียงคนร้องรำทำเพลง มีหมู่บ้านขนาดใหญ่ผู้คนมากมายปรากฏขึ้นมา จนทำให้เขามีความคิดว่า อยากจะไปอยู่ในที่แห่งนั้น ก็เผลอหลับไปเสียก่อน แต่เมื่อตื่นขึ้นมาปรากฏว่า ปู่นกเองได้เข้ามาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อย คุณตาคนหนึ่งในหมู่บ้านได้เดินเข้ามาถามปู่นก ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน? เพราะไม่คุ้นหน้าคุ้นตา พร้อมกับชักชวนให้ไปพักผ่อนที่บ้านของคุณตา ปู่นกจึงตอบตกลง เมื่อถึงบ้านของคุณตา ปู่นกก็พบอาหารมากมาย ที่จัดเตรียมไว้ให้เขากินได้อย่างเต็มที่ แต่กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงสองคนเดินเข้ามาส่งสายตาหวานให้กับปู่นก ทำให้เขาเดินตามสาวสองไป เพื่อเต้นสนุกสนานด้วยกัน แต่เต้นเท่าไหร่ก็ไม่มีความรู้สึกเหนื่อยสักที ปู่นกเองก็ได้แต่คิดอยู่ในใจว่า ความรู้สึกแบบนี้มันแปลกไปจากปกติ จู่ ๆ คุณตาเรียกปู่นกให้มาคุยด้วยกัน คุณตาได้พูดว่า…“ทำไมช่วงนี้มีแต่คนใจร้ายกับหมู่บ้านเรา หมู่บ้านเราไม่เคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิตใคร เห็นไหม อีเห็นที่ตาเลี้ยงไว้มันตายไปแล้ว”เมื่อปู่นกหันไปมอง จึงพบว่าอีเห็นตัวที่เขายิง มันได้เสียชีวิตลงไปแล้ว ปู่นกก็นิ่งเฉยเพื่อหนีความผิดของตัวเอง จากนั้นคุณตาก็พูดต่อว่า…“พรานคนนี้มันไม่มีครูสอนเลยหรือไง วันพระใหญ่ขนาดนี้เข้าไม่ให้ฆ่าสัตว์”เมื่อปู่นกได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกเหมือนยิ่งโดนตอกย้ำ สุดท้ายแล้วคุณตาพูดต่อว่า “ถ้าเกิดว่ารู้ตัวคนทำ จะฆ่ามันให้หมด”จากนั้นทั้งสองก็นั่งดื่มเหล้ากันจนเมา ปู่นกจึงได้ขอตัวกลับบ้านเมื่อสิ้นเสียงคำพูดลา จู่ ๆ จากเดิมที่ดนตรีบรรเลงสนุกสนาน กลับเงียบสงัดลงในทันที สายตาของทุกคนในหมู่บ้านจ้องมองตาเขม็ง และไฟตะเกียงได้ดับมืดไปพร้อม ๆ กัน ด้วยเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากล ทำให้ปู่นกรีบเดินหนีออกมา ก่อนจะหันหลังกลับไปมอง และได้พบว่าหมู่บ้านที่เคยเห็น ได้สลายหายไปต่อหน้าต่อตา ผู้คนในหมู่บ้าน จู่ ๆ ก็กลายเป็นก้อนควันสีขาวลอยหายไปเมื่อปู่นกเดินหนีออกมาได้ เขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งเรียก “พี่นก ๆ มาทางนี้” ปู่นกได้เดินตามเสียงเรียกไป และสะดุดล้มลง ขณะเขากำลังจะลุกขึ้น กลับมีกลุ่มก้อนควันสีขาวมารุมล้อมรอบตัวเขา พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้นมา “อีคนนี้ใช่ไหมที่มันยิงอีเห็นของฉัน” “เล่นมันเลยไหม เอามันเลยไหม”แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงปริศนาอีกครั้ง “พ่อพี่นกอยู่ตรงนี้” เมื่อสิ้นเสียงพูดของกุมารน้อยที่ครูพรานเลี้ยงไว้ เสียงปืนก็ได้ดังลั่นขึ้นฟ้าในทันที ทำให้กลุ่มก้อนควันสีขาวนั้นสลายหายไป… ครูพรานได้รีบเดินเข้ามาหาปู่นก และบอกให้เขาพาไปหาต้นไม้ต้นใหญ่ ที่เขาได้นอนก่อนหน้านั้นในทันที เมื่อไปถึงต้นไม้ต้นนั้น ปู่นกก็รีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้ตามคำสั่งของครูพราน ก่อนที่ครูพรานจะนำทรายมาหว่านไปรอบ ๆ ต้นไม้ ก่อนจะรีบขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ด้วยกันกับปู่นก ในขณะเดียวกันกลุ่มก้อนควันสีขาวลอยมาล้อมรอบพวกเขาอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาใกล้พวกเขาได้ ด้วยความรู้สึกผิด ปู่นกรีบก้มลงขอโทษกราบครูพราน และสัญญาว่าจะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเมื่อปู่นก เล่าเรื่องนี้จบ คุณชาก็ยังคงมีความสงสัยว่า… เรื่องที่ปู่นกเล่ามานั้น เป็นเรื่องจริงไหม ปู่นกเองก็ได้บอกว่าถ้าไม่เชื่อก็ลองดู สุดท้ายแล้วในวันหนึ่ง คุณชาก็ได้ออกเดินป่า เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัย เมื่อเวลาหนึ่งทุ่ม ขณะที่คุณชากำลังมองหาสัตว์ป่าอยู่ต้นไม้ต้นใหญ่ ซึ่งเป็นต้นเดียวกับที่เกิดเหตุการณ์กับปู่นก จู่ ๆ คุณชาก็ได้พบกับแสงสีทองอร่ามปรากฏขึ้นมา เมื่อคุณชามองเห็นมันด้วยความตกใจ จึงรีบกลับบ้านเพื่อไปบอกปู่ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และเชื่อในสิ่งที่ปู่นกนั้นเคยเตือนให้กับตนเอง(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากเจน The Ghost Radio 'เรื่องจากในแล็บ' l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 24 ก.พ.2569 ]

12 มี.ค. 2026

เรื่องเล่าจากเจน The Ghost Radio 'เรื่องจากในแล็บ' l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 24 ก.พ.2569 ]

กลางดึกของทุกคืน... มักจะมีคนมาช่วยทำงานวิจัย เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ต้องทำโปรเจกต์คู่กับเพื่อนในเวลากลางคืนแทบทุกวัน ภายในตึกเงียบ ๆ แต่ทำให้สัมผัสได้ถึงพลังงานเหนือธรรมชาติ ที่คอยผ่านไปผ่านมาให้เห็น รวมไปถึงเรื่องเล่าจากปากรปภ. ที่อยู่ ๆ ก็หายตัวไปเพราะเจอสิ่งที่ทำให้อยู่ไม่ได้ และน่ากลัวไปกว่านั้นคือ ไม่ว่านักศึกษาคนไหนที่ใช้ตึกนี้ในเวลากลางคืน ก็ต้องเจอกับเธอคนนี้ที่มาปรากฏในรูปแบบที่หลอนจนทำไม่ลืม เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost (24 ก.พ.2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘เรื่องจากในแล็บ’ เรื่องราวนี้ ‘เจน The Ghost’ ได้มาเเชร์เรื่องราวของ ‘คุณแบงค์’ เมื่อ 14 ปีที่แล้วคุณแบงค์ เรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์ปี 4 ตอนเรียนได้มีโปรเจกต์ที่ทำคู่กับเพื่อนให้เลือกหัวข้อทำแล็บ และคุณแบงค์ก็ได้คู่กับ ‘คุณบี’ ทั้งคู่จับคู่กันช้า เลือกหัวข้อโปรเจกต์ช้า จึงได้สิทธิ์ในการจองห้องแล็บช้ากว่าคู่อื่น ๆ ทั้งคู่ต้องจำใจจองห้องแล็บ และใช้ได้แค่ช่วงกลางคืน เพราะช่วงเช้าโดนจองจนเต็มหมดแล้วอาคารหลังนี้เป็นอาคารเก่าสูง 5 ชั้น แล็บที่ใช้อยู่ที่ชั้น 3 ระยะเวลาในการใช้ห้องแล็บคือ 2 ทุ่มถึง 6 - 7 โมงเช้า ลักษณะห้องจะมี หน้าต่างบานเกล็ดอยู่ติดฝั่งทางเดิน ที่สามารถเห็นได้เมื่อมีคนเดินผ่านไปผ่านมา และภายในก็มีอุปกรณ์ปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ทั่วไป ทั้งคู่ได้ตกลงกันว่า จะสลับกันทำแล็บโดยเป็นการนับเซลล์ยีสต์ที่ใช้ในการหมักไวน์ โดยคุณบีจะทำเสร็จช่วงเวลา 00.00 - 01.00 น. หลังจากนั้นจะเป็นคิวของคุณแบงค์ ระหว่างสลับกัน คุณบีก็จะไปนอนรอห้องข้าง ๆสามวันแรกทุกอย่างปกติ แต่พอมาถึงวันที่ 4 ช่วงเวลาตี 2 - 3 ขณะกำลังส่องกล้องเขาสังเกตเห็นคนผ่านหน้าต่างบานเกล็ดที่กำลังแอบมองเขาอยู่ แต่เมื่อเขาหันไปก็ดูเหมือนว่าบุคคลปริศนานั้นจงใจจะแกล้งเขาด้วยการนั่งลงเพื่อซ่อนตัว คุณแบงค์จึงคิดว่าอาจเป็นบี แต่เมื่อเดินไปดูที่ห้องข้าง ๆ ก็พบว่าคุณบียังนอนอยู่ จึงกลับมาทำงานต่อไม่นานก็เห็นว่ามีคนมายืนอยู่หน้าห้องเช่นเดิม และเมื่อหันไปเขาก็แกล้งนั่งลงไปเพื่อหลบอีก คุณแบงค์เริ่มรอจังหวะ ถ้ามีครั้งถัดไป เขาตั้งใจจะวิ่งออกไปต่อว่า... ว่ามาแกล้งทำไมเสียสมาธิคนจะทำงาน และไม่นานคนคนนั้นโผล่มา คุณแบงค์ก็วิ่งออกไปจริง ๆ แต่ปรากฏว่า ด้านนอกตลอดโถงทางเดินกลับไม่มีใครอยู่เลย ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจ… คุณแบงค์ เดินกลับเข้าห้องมาด้วยความโมโห ถ้ามีครั้งที่ 4 เขาคิดในใจว่า จะไม่ทนอีกแล้ว และก็มีครั้งที่ 4 จริง ๆ คุณแบงค์จึงตะโกนไปว่า “ไม่รู้หรอกนะว่าคุณเป็นใคร แต่ถ้ามีจริง ๆ ช่วยขยับบีกเกอร์ให้ดูหน่อยซิ” และหลังจากพูดจบ บีกเกอร์ที่มีของเหลวอยู่ด้านในก็ล้มลงราวกับโดนใครสักคนปัดจนของเหลวด้านในหกเต็มโต๊ะ คุณแบงค์รู้สึกได้ว่า บางทีพลังงานนี้อาจจะกำลังโมโหอยู่เช่นกันจึงรีบขอโทษ และขอร้องว่า “ผมจะต้องใช้สมาธิในการทำแล็บจริง ๆ ผมขอทำงานก่อน แล้วตอนเช้าผมจะไปใส่บาตรให้” และเมื่อเขาพูดจบร่างนั้นก็ไม่ปรากฏอีกเลย คุณแบงค์ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง... และตอนเช้าเขาก็ไปใส่บาตรให้ตามคำพูด ต่อมาเขาย้ายห้องแล็บมาที่ชั้น 1 ครั้งนี้เขาทำแล็บเกี่ยวกับการเลี้ยงสาหร่าย เขาเป็นตัวแทนในการไปเก็บตัวอย่างสาหร่ายตั้งแต่ 6 โมงเช้า โดยห้องแรกเป็นห้องที่มีโต๊ะแบบหันหน้าชนกัน ส่วนห้องที่สองเป็นห้องเลคเชอร์ มีโต๊ะอาจารย์ และโต๊ะนักศึกษา ห้องถัดไปจะเป็นห้องเก็บตัวอย่างสาหร่าย เมื่อเขาเปิดเข้าไปในห้องเลคเชอร์ เขาพบกับผู้หญิงคนหนึ่งผมสั้นประบ่า สวมเสื้อกาวน์ นั่งอยู่ที่โต๊ะของอาจารย์ แต่เธอไม่ได้สนใจคุณแบงค์เลย คุณแบงค์ก็มองเธออยู่พักนึง จนเธอค่อย ๆ เดินช้า ๆ ออกไป จึงเห็นได้ว่าเธอใส่ชุดนักศึกษา สวมเสื้อกาวน์ยาวคลุมเข่า รองเท้าคัทชูสีดำ เดินไปที่ห้องเก็บตัวอย่าง คุณแบงค์จึงคิดว่า อาจจะเป็นรุ่นพี่ที่มาทำงานเช่นกัน แต่ที่น่าตกใจคืออยู่ ๆ เธอก็เดินทะลุประตูเข้าไปเลย เห็นอย่างนั้น คุณแบงค์ก็เข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างในทันที จำใจเปิดประตูเข้าไปเพื่อรีบเก็บข้าวของจำเป็นทุกอย่างออกมา แต่เมื่อของมันเยอะมาก ขณะวิ่งออกมาเขาได้ทำโทรศัพท์หล่นบริเวณที่ด้านหลังของเขา คือโต๊ะอาจารย์ที่ผู้หญิงคนนั้นเคยนั่นอยู่ระหว่างกำลังก้มเก็บเขาก็เห็นว่ามีเท้าของผู้หญิงใส่คัทชูสีดำอยู่ด้านหลังกำลังเขย่งเหมือนชะเง้อมองคุณแบงค์กำลังทำอะไรอยู่ คุณแบงค์จึงรีบคว้าโทรศัพท์วิ่งหนีออกไป หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด คุณแบงค์ตัดสินใจเล่าให้เพื่อนฟัง โดยมีอาจารย์ฟังอยู่ด้วยเพื่อนของคุณแบงค์ตอบว่า “กูก็เคยเจอเหมือนกัน” ซ้ำอาจารย์ยังอธิบายรูปพรรณสัณฐานของผู้หญิงคนนั้นได้เหมือนกันที่เขาเพิ่งเจอไม่มีผิด อาจารย์เล่าต่อว่า พี่ผู้หญิงคนนี้เป็นนักศึกษาที่ชอบทำแล็บมาก ๆ และเขามักจะช่วยเพื่อน ๆ ทำแล็บด้วยเสมอ วันนึงเธอก็เสียชีวิตในที่พักเธอเอง แต่เมื่อจิตสุดท้ายของเธออยู่ที่แล็บ วิญญาณของเธอจึงยังคงอยู่ และปรากฏตัวให้คนอื่น ๆ เห็นอยู่บ่อยครั้ง… เรื่องต่อมาเป็นเรื่องของพี่รปภ. ที่คุณแบงค์สนิทเขาจะนั่งอยู่ที่โต๊ะรปภ. หน้าลิฟต์ ชั้น 1 ตรงนั้นจะมีจอ CCTV ของทุกชั้นอยู่ แต่เขาได้หายตัวไปประมาณเกือบเดือน จนสุดท้ายคุณแบงค์ ก็เจอกับเขาอีกครั้งที่คณะจึงทักทาย และถามไถ่ว่า “หายไปไหนมาครับ ตั้งเกือบเดือนเลย” แรกเริ่มพี่รปภ. ก็ไม่กล้าบอก เพราะกลัวว่าคุณแบงค์จะกลัวเอา แต่คุยกันมาถึงขนาดนี้แล้ว จึงยอมเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมสั้น หน้าที่ของเขาคือกการเดินตรวจตราทุกชั้นว่ามีใครอยู่ในห้อง หรือในอาคารหรือไม่ เมื่อตรวจจนครบเขาก็กลับมานั่งประจำโต๊ะ แต่ในจอ CCTV เห็นว่าที่ชั้นสาม มีผู้หญิงคนหนึ่ง ใส่เสื้อกาวน์ รองเท้าคัทชูสีดำ ผมสั้นประบ่ายืนอยู่ โดยเท้าของเธอนั้น ติดกับเพดาน และห้อยหัวลงมา… เธอคนนั้นเดินมาเรื่อย ๆ โดยทุกครั้งที่เดินผ่านกล้องวรจรปิด เธอจะย่อตัวเพื่อให้กล้องสามารถจับใบหน้าของเธอได้ชัด ๆ เธอค่อย ๆ เดินมาจากชั้นสาม ลงมายังชั้นสอง และกำลังจะเดินมาถึงชั้นหนึ่งในตำแหน่งที่ใกล้กับพี่ รปภ. แต่พี่รปภ. ทนไม่ไหววิ่งหนีออกไป และทำเรื่องขอย้ายไปทำงานที่ตึกอื่นเมื่อคุณแบงค์ ได้ยินแบบนั้นจึงเล่าให้เพื่อนฟังอีกว่า จึงมีบทสนทนาเกิดขึ้นว่า “พี่คนนี้เธอสามารถทะลุได้ทุกห้อง ไปได้ทุกชั้นเลยนะ” และมีเรื่องเล่าเพิ่มอีก…เพื่อนผู้หญิงกลุ่มหนึ่งมีกันอยู่ 3 คน ขณะที่เธอกำลังทำธุระกันที่ห้องน้ำ และบังเอิญเกิดเหตุการณ์ไฟตกทั้งคณะ พวกเธอจึงกรี๊ดขึ้นมาด้วยความตกใจ และจากนั้นไฟก็เปิด แต่มันก็ทำให้พวกเธอกรี๊ดขึ้นดังกว่าเดิม เพราะสิ่งที่ปรากฏคือเท้าของใครสักคน ใส่คัทชูสีดำ ห้อยลงมาจากเพดานห้องน้ำโดยที่มีแค่ขา ไม่มีตัวเหตุการณ์อีกฝั่งจากน้องอีกคนบอกว่า เขาเองก็เคยเจอเช่นกันนั่นคือ ‘น้องเจ’ เกิดเหตุในห้องน้ำชาย วันนั้นเขาปวดหนัก จึงไปเข้าห้องน้ำห้องด้านในสุด แต่เขาเห็นว่าประตูห้องข้าง ๆ กันนั้นปิดอยู่เหมือนมีคนกำลังเข้า เขาก็บ่นในใจเพราะไม่สบายในที่จะทำธุระติดกับห้องข้าง ๆ เขาจึงเดินออกไปล้างมือ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมา เขาก็เห็นท่อนขาผู้หญิงใส่รองเท้าคัทชูสีดำ ยืนอยู่บนเพดาน… ส่วนเรื่องสุดท้ายเป็นของ คุณแบงค์ และคุณบีช่วงเวลาประมาณตี 4 ทั้งสองทำงานเสร็จ และกำลังจะกลับ จึงไปกดลิฟต์เพื่อจะลงไปชั้นหนึ่ง แต่จู่ ๆ ลิฟต์ก็เปิดออก และมีสัญญาณดังขึ้นว่า OVERLOAD คุณแบงค์พูดออกไปด้วยความปากไวว่า “โอ้ย แย่จังลิฟต์เต็ม ออกไปก่อนได้มั้ย ให้พวกผมลงไปก่อน” และจากนั้นเอง สัญญาณก็หยุดดัง และทั้งคู่ก็สามารถลงไปยังชั้น 1 เมื่อไปถึงคุณบีก็รีบไปเอารถ ส่วนคุณแบงค์ด้วยความเป็นนักวิทยาศาสตร์เขาอยากพิสูจน์ และรอยืนดูตรงที่โต๊ะ รปภ. ผ่านจอ CCTV เขาเห็นว่า ลิฟต์กำลังขึ้นไปที่ชั้น 3 ด้วยตนมันเอง โดยไม่มีคนกด และเมื่อถึงชั้น 3 ประตูก็เปิดออก และปิดลิฟต์ค่อย ๆ เลื่อนลงมาจนถึงชั้น 1 คุณแบงค์ยังคงยืนอยู่าหน้าลิฟต์ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกสังเกตได้ว่า พื้นลิฟต์มันยวบลง 8 ครั้ง เหมือนกับว่า มีคนเดินออกมาจากลิฟต์ 8 คน…กลายเป็นเรื่องราวหลอนที่ยังคงวนเวียน และปรากฏให้ผู้คนได้เห็นในทุกชั้นของอาคารคณะวิทยาศาสตร์แห่งนี้(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากสาวแอน The Ghost Radio 'เตียงสุดท้ายในเรือนจำ' l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 24 ก.พ.2569 ]

10 มี.ค. 2026

เรื่องเล่าจากสาวแอน The Ghost Radio 'เตียงสุดท้ายในเรือนจำ' l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 24 ก.พ.2569 ]

สถานที่แห่งนี้ที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากเข้าไป แต่ต้องเข้าไปด้วยความจำเป็น!! 21 ปีที่แล้ว เป็นนักศึกษาแพทย์จบใหม่ ยังหาที่ทำงานไม่ได้รุ่นพี่เลยแนะนำบรรจุเป็นคุณหมอที่เรือนจำแห่งหนึ่ง แต่ใครจะรู้การไปทำงานครั้งนี้ไม่ได้รักษาเพียงแค่นักโทษที่เป็นคน... และมารู้ทีหลังว่าเป็นหมอเพียงคนเดียว ที่มารับรักษาที่เรือนจำแห่งนี้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง - สาวแอน The Ghost Radio’ (24 ก.พ. 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘เตียงสุดท้ายในเรือนจำ’ สาวแอน The Ghost Radio ได้มาเล่าประสบการณ์ที่ ‘คุณโบนัส’ มาแชร์ให้ฟัง ย้อนกลับไปเมื่อ 21 ปีก่อนที่ ‘คุณเอ็ม’ เพิ่งบรรจุเป็นแพทย์ใหม่ และยังไม่มีงานรองรับ จึงได้ไปปรึกษากับหัวหน้าที่เคยฝึกงานร่วมกัน หัวหน้าจึงได้แนะนำให้ไปบรรจุเป็นแพทย์ที่เรือนจำแห่งหนึ่งซึ่ง ณ ตอนนั้นตำแหน่งแพทย์ที่เรือนจำ ถือเป็นตำแหน่งที่ขาดแคลนอยู่มาก คุณหมอเอ็มจึงคิดว่าเป็นงานที่น่าสนใจโดยเรือนจำยังไม่มีแม้กระทั่งไฟฟ้าต้องใช้ตะเกียงในการเดินตรวจนักโทษ บรรยากาศทุกอย่างล้วนชวนให้ระทึก แต่ในตอนนั้นก็ยังมีนักโทษอยู่ไม่มากเท่าไหร่ราว ๆ พันกว่าคน ซึ่งคุณหมอเอ็มเป็นคนที่กลัวผีมาก เมื่อไปถึงเรือนจำที่ยิ่งเป็นสถานที่ที่ตนเองนั้นไม่คุ้นชิน ยิ่งเกิดอาการกลัวมากขึ้น และคุณหมอเอ็มก็ได้รับรู้ความจริงในวันนั้นว่า ตัวเองเป็นคุณหมอเพียงคนเดียวที่อยู่ในเรือนจำแห่งนั้นเมื่อเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งอาทิตย์ เหล่านักโทษก็จะเดินเรียงกันมาเพื่อตรวจสุขภาพ คุณหมอเอ็มก็ได้เห็นว่า มีนักโทษอยู่คนหนึ่ง ที่คอยก้ม ๆ มอง ๆ จ้องหน้าเขาอยู่เสมอ เมื่อถึงคิวตรวจของนักโทษคนนั้น นักโทษคนนั้นก็ได้พูดขึ้นมาว่า “คุณหมอมาใหม่หรอครับ ?” คุณหมอเอ็มจึงตอบว่า “ใช่ครับ” ทันใดนั้นเองนักโทษคนนั้นก็ได้พูดต่อว่า...“คุณหมอลองสังเกตดูสิ ผมก็ตัดทรงเดียวกันหมด ชุดก็ชุดเดียวกัน คุณหมอจะแยกออกได้ยังไงว่าคนไหนเป็นผี หรือเป็นคน” เมื่อคุณหมอเอ็มได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจทันที ว่าทำไมนักโทษคนนี้ถึงพูดอะไรแบบนี้ออกมา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากจะควบคุมอาการ ตั้งสติ ตั้งใจทำงานต่อไป… และนักโทษคนนั้นพูดขึ้นมาอีกว่า“คุณหมอ ผมมีอะไรจะเล่าให้ฟัง ในห้องที่ผมนอนอยู่มีคนประมาณ 50 คน แต่มีคนนึงที่เครียดจนผูกคอฆ่าตัวตายไป 1 คน เท่ากับในห้องจะต้องเหลือ 49 คน แต่เวลาที่ขานรับนับยอดในทุกคืน มันจะมีคนขานรับครบ 50 คนตลอด” พร้อมบอกก่อนจะเดินออกไปว่า “คุณหมอ วันนี้คุณหมออยู่เวรใช่มั้ย คุณหมอล็อคประตูดี ๆ นะ” คุณหมอเอ็มก็ได้ตอบกลับไปว่า “ล็อคดีอยู่แล้ว มันไม่ได้น่ากลัวอะไรหรอก” นักโทษคนนั้นก็ได้พูดต่อว่า “มันไม่ใช่คนน่ะสิ..”คุณหมอเอ็มก็คิดเพียงว่านักโทษคนนั้นคงแค่คิดจะพูดอำเขาเล่น ๆ คืนนั้นเอง คุณหมอเอ็มก็ได้นอนเล่นอยู่ที่ห้องพักเวรอย่างสบายใจจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเหมือนกับอะไรบางอย่างกระแทกเข้ากับกำแพง คุณหมอเอ็มจึงสงสัยว่าจะมีใครมาหรือป่าว เลยค่อย ๆ เปิดผ้าม่านดู และได้เห็นว่า มีวีลแชร์ 1 จาก 3 คันที่วางเรียงกันนั้น กำลังเลื่อนไปชนกับกำแพง ลักษณะคล้ายว่ากำลังมีคนเข็นอยู่ สักพักก็ได้มีเจ้าหน้าที่สองคนวิ่งออกมา และถามคุณหมอเอ็มว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่คุณหมอเอ็มก็ตอบไปได้แค่เพียงว่า “ไม่รู้” เจ้าหน้าที่ก็ได้บอกว่า “ไม่เป็นไรอาจจะเป็นเจ้าหน้าที่คนอื่นเข็นมา คุณหมอสบายใจได้” คุณหมอเอ็มจึงได้ตอบโอเคไป แต่ก็กลับมานอนด้วยความรู้สึกระหวาดระแวง คุณหมอเอ็ม ได้เผลอหลับไป และสักพักก็ได้ตื่นมาเพราะแสงไฟฉายจากเจ้าหน้าที่ ที่สาดเข้ามาในห้อง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้ามาบอกว่า “ทั้งโซนที่เราอยู่ มีอยู่ 3 คนเท่านั้น ถ้าคุณหมอเจอใครที่ไม่คุ้น เขาไม่ใช่คนนะ” ทำเอาคุณหมอเอ็มที่เพิ่งฟังจบก็ต้องเสียวสันหลังขึ้นอีกครั้งจนเวลาผ่านไปประมาณ 1 เดือน วันนั้นคุณหมอเอ็มไม่ได้เข้าเวร แต่พักผ่อนอยู่ตรงบ้านพักบริเวณของเรือนจำ ในเวลากลางคืน ได้มีเสียงไม่คุ้นจากวอเข้ามาบอกว่า “คุณหมอตอนนี้มีคนป่วย เข้ามาดูด่วน” คุณหมอเอ็มจึงได้รีบล้างหน้า ล้างตา และขี่มอเตอร์ไซค์ไปยังจุดหมายด้วยความรวดเร็ว เมื่อไปถึง คุณหมอเอ็มก็เห็นว่า มีหัวหน้าเจ้าหน้าที่คนนึงยืนอยู่ พร้อมกับเข็นคนป่วยที่อายุราว 60 ปี กำลังนอนแน่นอนนิ่งอยู่บนวีลแชร์ ณ ตอนนั้นคุณหมอเอ็มก็ไม่ได้สังเกตว่า หัวหน้าเจ้าหน้าที่ ที่ยืนอยู่นั้นเป็นใคร รู้เพียงแค่ไม่คุ้นตา คุณหมอเอ็มก็ได้ถามไปว่า “ลุงคนนี้เป็นอะไรมา แล้วเขามานานหรือยัง” หัวหน้าเจ้าหน้าที่คนนั้นก็ตอบเพียงว่า “เนี่ยเขาป่วย ผมก็รีบเอาออกมาเลย” ปรากฏว่า เมื่อคุณหมอเดินไปวัดชีพจร ผลก็ออกมาว่าคุณลุงนั้นเสียชีวิตแล้ว คุณหมอเอ็มจึงคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อดี เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ทันใดนั้นคุณหมอเอ็มก็นึกขึ้นได้ว่า หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้จะต้องไปแจ้งพัศดี ซึ่งในวันนั้นพัศดีของฝั่งแดนชายดันไม่อยู่พอดี เหลือแต่พัศดีของฝั่งแดนหญิงเท่านั้น คุณหมอเอ็มจึงถามหัวหน้าเจ้าหน้าที่ว่า “ทางที่จะไปหาพัศดีคือทางไหน” หัวหน้าเจ้าหน้าที่คนนั้นก็ได้ชี้ไปทางที่มืดสนิท และถามคุณหมอเอ็มกลับว่า “ต้องเอาผ้าคลุมศพมั้ย” ซึ่งคุณหมอเอ็มก็ได้ตอบว่า “ไม่ต้อง เราจะได้รู้ว่าศพยังนอนอยู่ที่เดิม” เมื่อคุณหมอเอ็ม กำลังเดินตามทางไปแจ้งพัศดี กลับมีเสียงของหัวหน้าเจ้าหน้าที่คนนั้นพูดขึ้นมาว่า “คุณหมอ ๆ ยังไม่ต้องไปเรียก ผมทำศพหาย” นั่นทำให้คุณหมอตกใจอย่างมาก หัวหน้าเจ้าหน้าที่ได้บอกว่า “ผมไปเข้าห้องน้ำ ผมกลับมาอีกทีศพก็หายไปแล้ว” คุณหมอเอ็มจึงคิดว่า หรือคุณลุงจะแกล้งเสียชีวิต และแอบหนีออกจากโรงจำ คุณหมอเอ็มจึงได้รีบวิ่งไปถามคนที่คุมหน้าประตูว่า เห็นใครเดินผ่านไปผ่านมาหรือป่าว ซึ่งก็ได้คำตอบมาว่า “ไม่มี” เมื่อคุณหมอเอ็มได้ยินเช่นนั้นจึงได้หันไปถามหัวหน้าเจ้าหน้าที่คนนั้นว่า “ไปเอาลุงมาจากไหน” หัวหน้าเข้าหน้าที่ก็บอกว่า “เอามาจากห้องแยกโรค” เมื่อคุณหมอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นคุณลุงคนนั้นกำลังนอนอยู่บนเตียงสุดท้ายในห้อง และเตียงสุดท้ายก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องกระจกสีดำมืด คุณหมอก็ได้หยิบไม้ตะบองขึ้นมาไว้ป้องกันตัว คุณหมอก็เดินไปดูว่า คุณลุงนั้นเสียชีวิตแล้วจริงหรือไม่ แต่จู่ ๆ คุณหมอก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาทันที แต่เมื่อหันหลังไปก็ไม่พบแม้แต่เพื่อนร่วมทาง เจอแต่หัวหน้าเจ้าหน้าที่คนนั้นที่ยืนรออยู่หน้าประตู ทันใดนั้นเองก็ได้มีเสียงเคาะจากห้องกระจกสีดำ คุณหมอเอ็มจึงค่อย ๆ เอาไฟฉายไปส่องดู และพบเข้ากับชายคนหนึ่งที่กำลังเอาหัวทุบกับกระจก เสมือนกำลังอาละวาดอยู่ คุณหมอเอ็มจึงบอกให้ใจเย็น ๆ และถามไถ่ว่าชื่ออะไร จังหวะนั้นเองคุณลุงที่นอนอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็ได้หันเพียงแค่หัวมาทางคุณหมอ และถามคุณหมอเอ็มว่า “หมอไม่ถามผมบ้างหรอ ถามแต่ชื่อเขาไม่ถามผมบ้างหรอ” ในตอนนั้นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ก็ได้วิ่งหนีออกไปแล้ว คุณหมอเอ็มเมื่อเห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งตามออกไป และตัดสินใจไปบอกพัศดีเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น และพัศดีก็ออกมาบอกว่า “นี่คุณหมอ หากมีคนป่วย หัวหน้าต้องมาบอกพัศดีเป็นคนแรก ไม่ใช่ไปบอกคุณหมอ” ทั้งหมดจึงได้พากันออกไปตามหาหัวหน้าเจ้าหน้าที่คนนั้น แต่เมื่อไปถึงกลับไม่เจอหัวหน้าเจ้าหน้าที่คนนั้นแล้ว พัศดีจึงได้ตามตัวหัวหน้าทุกคนออกมายืนเรียงกัน และให้คุณหมอเอ็มชี้ว่าคือคนไหน ผลสรุปว่า ไม่ใช่ใครในนี้เลย ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงของหัวหน้าเจ้าหน้าที่อีกคนพูดขึ้นมาว่า หรือจะเป็นหัวหน้าวุฒ เขาเสียชีวิตในเรือนจำนี้ แต่ก็ผ่านมา 4 เดือนแล้ว แต่คุณหมอทุกคนที่เคยมาทำงานที่นี่ก็เคยเจอเหตุการณ์เดียวกันหมด และลุงคนนั้นชื่อลุงขาว เขาป่วยเป็นโรคร้าย และเสียชีวิต คุณหมอจึงได้ถามถึงผู้ชายที่อยู่ภายในห้องกระจกสีดำ ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า ชายที่อยู่ในห้องกระจกสีดำนั้นเป็นคนจริง ๆ ทุกคนจึงได้เกิดอาการเป็นห่วง และได้เดินไปหาชายในห้องกระจก เมื่อได้พูดคุยกันก็ได้รับรู้ว่า ชายคนนั้นก็ถูกลุงขาวหลอกหลอนอยู่ตลอด เมื่อคุณหมอเอ็มได้ยินเช่นนั้นจึงได้คิดว่า หรือว่าอาจเป็นเพราะตอนที่ยังมีชีวิต ลุงขาวคิดว่าการอยู่ในเรือนจำนั้นจะไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ ซึ่งในตอนที่เสียชีวิตก็อาจยังคงคิดว่า จะไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้เช่นกัน(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณกิ๊บ น้ำมันผี 'ยายข้างถนน' l อังคารคลุมโปง X กิ๊บ น้ำมันผี [ 17 ก.พ.2569 ]

25 ก.พ. 2026

เรื่องเล่าจากคุณกิ๊บ น้ำมันผี 'ยายข้างถนน' l อังคารคลุมโปง X กิ๊บ น้ำมันผี [ 17 ก.พ.2569 ]

เมื่อรับคุณยายคนหนึ่งขึ้นรถมาด้วยในเส้นทางที่มืดเปลี่ยว กลับพบกับความน่ากลัวตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้คุยกัน “เห็นยายด้วยหรอ” เสียงพูดจากยายแก่ข้างถนน ที่ยังคงติดอยู่ในใจกับการหายตัวไปในศาลาร้าง แต่สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในรถ กลับกลายเป็นคำตอบของความน่ากลัวที่พบได้เจอ… เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X กิ๊บ น้ำมันผี’ (17 กุมภาพันธ์ 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ยายข้างถนน’ เรื่องราวนี้ ‘คุณกิ๊บ น้ำมันผี’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘คุณศักดิ์’ ซึ่งตัวของพี่ศักดิ์เอง เขาเป็นคนขับรถส่งผักจากจังหวัดหนึ่ง ไปสู่จังหวัดหนึ่งซึ่งมีระยะทางไกลร่วม 300 กิโลเมตร พี่ศักดิ์จึงชักชวนแฟนของเขาให้ร่วมเดินทางไปด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง ในครั้งนี้ช่วงเวลาประมาณ 6 โมงเย็น ทั้งสองได้หยุดแวะพักระหว่างทาง เพื่อรับประทานข้าวเย็นกันที่ร้านอาหารริมทางแห่งหนึ่งพี่ศักดิ์ได้เล่าว่า ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งรับประทานข้าวกัน จู่ ๆ ก็มีหญิงชราคนหนึ่ง เดินมาหาพี่ศักดิ์ และแฟนหญิงชราคนนั้นเดินมาด้วยท่าทางหลังค่อม มือที่เหี่ยวย่นได้ถือตุ๊กตา และพวงมาลัยเก่า ๆ จำนวนหนึ่ง พร้อมกับยื่นมาให้เขาทั้งสอง และพูดว่า “ช่วยยายซื้อหน่อย” ด้วยความสงสาร แฟนของพี่ศักดิ์จึงมอบเงินไปให้หญิงชราคนนั้น จำนวน 200 บาท แลกกับตุ๊กตาเก่า มีลักษณะแขนขายาวตัวหนึ่ง หลังจากนั้นทั้งสองได้ออกเดินทางต่อ เมื่อขับขี่รถไปเรื่อย ๆ จากถนนใหญ่มีไฟรายล้อมรอบก็ค่อย ๆ กลายเป็นถนนคับแคบ ไฟก็ค่อย ๆ มืดลงไปจนถึงถนนเลนส์เดียวที่เต็มไปด้วยป่าทั้งสองข้างทาง และไม่มีไฟแม้แต่ดวงเดียว บรรยากาศยิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ ในตอนนั้นแฟนของพี่ศักดิ์ได้พักงีบหลับ ส่วนตัวของพี่ศักดิ์เองก็ขับรถต่อไป จนไปเจอกับคุณยายคนหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้าริมทางถนนเพียงลำพัง…ด้วยความที่พี่ศักดิ์ มีความเชื่อกับตัวเองไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เขาจะไม่จอดรถในที่เปลี่ยวแบบนี้เด็ดขาด เมื่อขับผ่านไปสักพัก จู่ ๆ เขาก็เห็นยายคนนั้นอีกครั้ง และคิดกับตัวเองว่า “คนแก่ที่ไหนจะมาเดินข้างถนนในตอนนี้” ด้วยความกลัว พี่ศักดิ์ จึงรีบขับรถให้ผ่านยายไปให้เร็วที่สุด แต่กลับต้องจอดกะทันหัน เมื่อได้ยินเสียงร้องตะโกนบอกให้หยุดจากแฟน… แฟนของพี่ศักดิ์ยืนยันที่จะรับยายขึ้นรถ เพื่อที่จะไปส่งคุณยายที่บ้าน พี่ศักดิ์ก็ได้เตือนว่ามันดูผิดปกติ แต่แฟนของพี่เขาก็คงยังยืนยันว่าจะรับยายกลับไปด้วยให้ได้ ขณะที่แฟนของพี่ศักดิ์กำลังจะหันไปเปิดประตูรถเพื่อที่จะลงไปหายายจู่ ๆ หน้าของยายก็มาจ่ออยู่ที่กระจกข้างรถแบบไม่ทันตั้งตัว จนทำให้พี่ศักดิ์ และแฟนของเขาตกใจแฟนของพี่ศักดิ์ลดกระจกลง และถามยายว่า “ยายมาจากไหน ทำไมมาเดินที่มืด ๆ แบบนี้”ยายแสยะยิ้มออกมา ทำให้เห็นว่าปากของยายนั้นไม่มีฟันหลงเหลืออยู่เลยสักซี่ก่อนยายจะถามกลับมาว่า “เห็นยายด้วยหรอ” แฟนของพี่ศักดิ์ก็ยังคงไม่คิดอะไร และชวนยายขึ้นรถมาพร้อมกัน เมื่อออกเดินทางต่ออีกครั้งพี่ศักดิ์ ได้แต่คิดกับตัวเองอยู่ในใจว่า สิ่งที่เห็นก่อนหน้านั้นคืออะไรกันแน่ จังหวะนั้นยายที่นั่งอยู่ข้างหลังก็ได้ชะโงกหน้ามามองพี่ศักดิ์ พร้อมกับพูดว่า “ไม่ต้องสงสัยหรอก” ขณะที่ขับรถไประหว่างทางมีหมาตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถ จนทำให้พี่ศักดิ์ขับรถชนโดยที่ไม่ทันได้เบรคเมื่อพี่ศักดิ์ และแฟนของเขาลงไปดูหมาตัวนั้น กลับเห็นภาพสยองเมื่อพบว่า หัวของหมาตัวนั้น มันได้ขาดหายไป หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จนคุณยายได้ลงมาจากรถ และก้มลงไปดึงหัวของหมาออกมาจากข้างหน้ารถ แล้วโยนมันทิ้งไปพรอมกับพูดว่า “ไปเถอะมันถึงเวลาตายของมันแล้ว”เมื่อทุกคนกลับขึ้นรถพี่ศักดิ์ ได้แต่ขับรถต่อไปด้วยความเกร็ง และเกรงกลัวยายคนนั้นเมื่อถึงทางโค้งบ้านของยาย ก็พบว่าที่ตรงนั้นมันเป็นที่เปลี่ยว ไม่มีบ้านของคนอยู่เลยสักหลังมีเพียงแต่ศาลารอรถที่เก่าผุพัง แต่ยายก็ยังคงยืนยันว่าบ้านของแกนั้นอยู่ตรงนี้ เมื่อยายลงจากรถไปก็ได้หันหลัง และเดินเข้าไปในศาลาเก่าหลังนั้น จู่ ๆ ยายก็ได้หายวับไปกับตา ทำให้ทั้งสองคนตกใจกับภาพตรงหน้า และรีบขับรถหนีออกไปจากที่ตรงนั้นในทันที หลังจากนั้น พี่ศักดิ์ได้เล่าว่า ตนเองได้แวะไปทำบุญที่วัดแห่งหนึ่ง หลวงพ่อก็ได้ทักว่ามีบางสิ่งบางอย่างอยู่ในรถ เมื่อเปิดรถเข้าไปดูหลวงพ่อได้หยิบตุ๊กตาที่ซื้อมาจากหญิงชราริมทาง และนำมีดมากรีดมันจนได้พบว่า “มีกระดูกนิ้วมือของมนุษย์อยู่ในตุ๊กตาตัวนั้นเต็มไปหมด จึงเป็นสาเหตุให้ทั้งสองคนได้พบเจอกับสัมเวสี นั่นก็คือ ยายข้างถนน” พี่ศักดิ์ และแฟนของเขาจึงขับรถไปที่ถนนเส้นเดิมเพื่อตามหาหญิงชราที่ขายตุ๊กตาให้ เมื่อเจอหญิงชราคนนั้น แฟนของพี่ศักดิ์ก็ได้เข้าไปถาม “ยายเอาอะไรมาขายให้หนู” แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ รวมถึงหญิงชราคนนั้นยังวิ่งหนีไปในทันที ทำให้ทั้งสองวิ่งตามไปจนไปเจอหญิชราคนนั้นอยู่ใต้ต้นไม้ ที่มีศาลขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และได้เห็นว่าตุ๊กตาที่หญิงชรานำมาขาย คือ ตุ๊กตาถวายศาล(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณภ.สำเภา เล่าเรื่องผี 'เพื่อนเห็นผี' l อังคารคลุมโปง X อาโป - เจษ [ 10 ก.พ.2569 ]

24 ก.พ. 2026

เรื่องเล่าจากคุณภ.สำเภา เล่าเรื่องผี 'เพื่อนเห็นผี' l อังคารคลุมโปง X อาโป - เจษ [ 10 ก.พ.2569 ]

ความสยองขวัญที่หักมุมไปสู่คดีฆาตกรรมที่รอการเปิดเผย! เพราะแท้จริงแล้ววิญญาณผู้หญิง ผู้ชาย และเด็กหญิงที่วนเวียนอยู่ในบ้านของตี๋มาตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องอาถรรพ์ของบ้าน หรือวิญญาณหลอกหลอนทั่วไป แต่อาจจะยังอยู่เพราะพวกเขามีเหตุผลที่ไปไหนไม่ได้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน อังคารคลุมโปง X อาโป - เจษ (10 ก.พ.2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ ‘ดีเจเจ็ม’ และ ‘ดีเจมดดำ’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘เพื่อนเห็นผี’ เรื่องราวนี้ถูกเล่ามาโดยคุณ ‘ภ.สำเภา เล่าเรื่องผี’ เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมอยู่ที่จังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ ด้วยความเป็นวัยรุ่น อยากมีรายได้พิเศษจึงไปสมัครงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารกลางคืน และได้รู้จักกับเพื่อนคนหนึ่งชื่อ ‘ตี๋’ ซึ่งเป็นพนักงานเสิร์ฟเหมือนกัน เมื่อเขาทำความรู้จักกับผม เขาก็ได้รู้ว่าเมื่อก่อนผมเคยบวชเป็นสามเณรเดินธุดงค์กับพ่อประมาณ 5-6 ปี เขาเลยคิดว่าผมน่าจะเห็น หรือสื่อสารกับผีได้ ผมบอกไปว่า “เอาตรง ๆ ก็เคยเห็น แต่ไม่ได้มีความสามารถขนาดที่นึกอยากจะเห็นก็ได้เห็นเลยนะ” ตี๋จึงบอกว่า งั้นลองฟังเรื่องราวของเขาดูหน่อยมั้ย... ตี๋เล่าว่า เขาเองเคยไปเที่ยวตระเวนล่าท้าผีกับเพื่อนในสถานที่เฮี้ยนมาตลอด ทั้งบ้านร้าง บ่อนร้าง สุสาน และป่าช้า ไปแทบทุกที่ แต่เขาไม่เคยเจอผีตัวเป็น ๆ เลย แต่เขากลับเห็นแค่ที่บ้านตัวเอง เห็นมาตลอด ทุกวันนี้ก็ยังเห็น ผมจึงถามว่า บ้านของตี๋ เป็นบ้านโบราณอายุเป็นร้อย ๆ ปีหรือเปล่า ตี๋บอกไม่ใช่ บ้านหลังนี้เพิ่งสร้างตอนที่พ่อแม่ของเขา ซึ่งเป็นคนจังหวัดอื่น ย้ายมาอยู่ที่นี่ และปลูกขึ้นมาใหม่ก่อนเขาจะเกิดนี่เอง ซึ่งพื้นที่นี้ไม่มีประวัติเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่ตั้งแต่เขาเกิดมาเขากลับเคยเห็นวิญญาณ 3 ตน ด้วยกัน นั่นคือ วิญญาณผู้ชาย วิญญาณผู้หญิงวัยกลางคน และวิญญาณเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คาดว่าอาจจะเป็นครอบครัวกัน ตี๋เคยถามสมาชิกในบ้านว่าเคยเจอบ้างมั้ย แต่ทุกคนบอกว่าไม่มีเคยเจอ แม้แต่เพื่อนบ้านก็ยังบอกว่า ไม่น่าจะมีจริงหรอก บ้านหลังนี้ไม่เคยมีประวัติอะไรนะ จึงไม่ทราบว่า วิญญาณ 3 ตนนี้เป็นใครมาจากไหน เคยไปถามหมอดู แต่เขาก็ตอบว่า ช่วยอะไรไม่ได้ เขาก็แค่วิญญาณที่อยู่ในบ้านออกมานั่งร้องไห้ในตอนกลางคืนเท่านั้นเวลาผ่านไปเกือบเดือน คืนหนึ่ง ตี๋ได้ชวนผมไปค้างที่บ้าน เผื่อว่าผมจะสามารถมองเห็นหรือสื่อสารกับผีในบ้านของเขาได้ คืนนั้นผมก็ไป จึงได้เจอกับครอบครัวเขา พ่อ แม่ และพี่สาว ทุกคนก็น่ารักต้อนรับผมอย่างดี แต่คืนนั้นผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาขณะหลับ เพราะได้ยินเสียงของผู้ชาย และผู้หญิงนั่งร้องไห้ที่ปลายเตียง ตอนนั้นผมคิดว่าเป็นพ่อแม่ของตี๋ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมา สิ่งที่ผมเห็น คือหัวของผู้ชาย และผู้หญิงที่ยื่นออกมาจากกำแพงกำลังร้องไห้อย่างหนัก ขณะเดียวกันผมเห็นเด็กผู้หญิงค่อย ๆ เดินมาจนกระทั่งหายไปในความมืด แต่ผมก็ไม่ได้ร้องตะโกนหรือโวยวายอะไร แต่หลังจากวันนั้นผมกับตี๋ก็เริ่มห่าง ๆ กันสักพัก ไม่กี่วันถัดมา ผมก็ได้ข่าวว่าบ้านของตี๋ไฟไหม้ เหตุการณ์ในวันนั้น มีคนโทรมาแจ้งข่าวตี๋ว่าที่บ้านไฟไหม้ ให้รีบกลับบ้านด่วน ขณะที่เขากำลังขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้านเป็นเวลาตี 1 กว่าจะกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาตี 3-4 แล้ว ไฟก็ไหม้ไปจนแทบไม่เหลือแล้ว ตัวผมเองก็ตามไปทีหลัง ช่วงเวลาเกือบจะเช้าพอดี ผมเห็นตี๋ร้องไห้ล้มทั้งยืน กู้ภัยก็เริ่มเข้าไปเก็บกู้ซากภายในบ้าน ก็พบกับร่างไร้วิญญาณ 3 ศพ ตี๋เข้าใจได้ทันทีว่านั่นคือ พ่อ แม่ และพี่สาวเขา ผมก็ทำได้แค่ปลอบใจตี๋ หลังจากนั้นญาติของตี๋จะรับเขาไปอยู่ด้วย ต่อมา ตี๋โทรหาผมว่า ตอนนี้เขาอยู่ในเมืองที่บ้านของญาติเขา และเขาสบายดี ส่วนพ่อ แม่ และพี่สาวของเขายังสบายดี ผมก็ตกใจ เอ๊ะ ผมเองก็อยู่ในจุดเกิดเหตุ ผมเห็นกับตาว่ากู้ภัยนำร่างที่ไหม้เกรียม 3 ร่างออกมา พ่อ แม่ กับพี่สาวของเขาจะปลอดภัยได้ยังไง แต่ตี๋ก็ยืนยันว่า พ่อ แม่ พี่สาวยังไม่ตายจริง ๆ เขาสามารถพูดคุย จับตัวพี่สาว พ่อ และแม่ ได้ปกติ และหลังจากนั้นตี๋ก็โทรมาอีกครั้ง เพื่อเรียกให้ผมไปเจอที่บ้าน ช่วยเวลาบ่าย ๆ ผมจึงไปที่บ้านของตี๋ ไม่นาน รถตำรวจก็ขับมา และที่ตามมาติด ๆ คือ มอเตอร์ไซค์ของตี๋ ผมรู้สึกเอะใจแปลก ๆ ว่าเขาเรียกผมมาทำอะไร ตี๋จึงบอกผมว่า ต้องการให้ผมมายืนยันกับตำรวจ ว่าในวันเกิดเหตุ กู้ภัยนำร่าง 3 ร่าง ออกมาจากบ้านตี๋จริง ๆผมจึงตอบว่า “จริงสิ แกก็เห็นเหมือนกันไม่ใช่หรอ ว่าเขาเอาออกมาจริง ๆ” ตอนแรกผมนึกว่าตี๋ต้องการให้ผมให้ปากคำกับตำรวจเพิ่ม แต่เปล่าตี๋เรียกผมมา เพื่อที่จะยืนยันให้เขาฟังต่างหากว่าวันนั้นมีการนำร่างออกมาจากบ้านจริง ๆ ตี๋ยังปฏิเสธเสียงแข็งว่า พ่อ แม่ พี่สาวเขายังมีชีวิต ยังอยู่ด้วยกันที่บ้านญาติอยู่เลย และหลังจากนั้นเอง ตี๋จึงพาตำรวจและผมไปที่บ้านของญาติเขา เพื่อยืนยันการมีอยู่ของครอบครัวเขา เราทิ้งรถมอเตอร์ไซค์ไว้ที่นั่น และขึ้นรถไปกับตำรวจ เมื่อไปถึงบ้าน เจ้าหน้าที่ก็ลงจากรถไป พาตี๋ขึ้นไปที่ห้อง เคาะประตูเรียก และพ่อกับแม่เขาก็เดินออกมาจาจริง ๆ เหมือนคนปกติเลย ผมงงมาก เพราะผมเชื่อว่าเขาตายไปแล้ว แต่สิ่งที่ตำรวจทำคือจับพ่อกับแม่ใส่กุญแจมือ แล้วก็แจ้งข้อหา ฆาตกรรมโดยเจตนา… หลังจากจับกุมตัวเรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มาอธิบายว่า บ้านหลังนั้นเป็นบ้านของพ่อ และแม่ของตี๋ ซึ่งพ่อแม่ของเขาจริง ๆ ถูกฆาตกรรมไปตั้งแต่ที่เขายังจำความไม่ได้แล้ว ซึ่งคนที่ทำคือชายหญิงชาวจีน พวกเขาฆ่าทั้งพ่อแม่และพี่สาวของตี๋ที่ยังเป็นเด็ก และโบกปูนฝังไว้ในกำแพง ซึ่งฆาตกรคู่นี้ เคยทำแบบนี้กับอีกครอบครัวมาก่อนแล้ว แล้วเอาลูกของครอบครัวนั้นมาเลี้ยง ซึ่งลูกของของครอบครัวนั้น คือพี่สาวที่อยู่กับตี๋ในปัจจุบันนั่นเอง ส่วนตี๋ที่ยังรอดชีวิตเพราะคนร้ายไตร่ตรองมาแล้วว่า หากฆ่าตี๋ที่ยังเป็นทารกด้วยจะโดนสงสัย และถูกจับได้โดยเร็ว นั่นก็แปลว่าตั้งแต่เด็กจนโต ตี๋และพี่สาวถูกเลี้ยงมาโดยฆาตกรที่ฆาตกรรมครอบครัวของเขามาตลอดอย่างไรก็ตาม วันหนึ่งเมื่อตำรวจเริ่มได้เบาะแส พวกเขาจึงทำลายหลักฐานโดยการเผาบ้าน แต่เขาคิดผิด การกระทำครั้งนี้ทำให้ตำรวจได้หลักฐานที่ดีที่สุดในการนำจับกุมนั่ง คือร่างที่ถูกซ่อนมาตลอดสิบกว่าปีของครอบครัวที่แท้จริงของตี๋นั่นเอง…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจาก อาโป - เจษ ‘เด็กหญิงกระโปรงแดง’ และ ‘เรื่องเล่าในห้องเสื้อ’ l อังคารคลุมโปง X อาโป - เจษ [ 10 ก.พ.2569 ]

20 ก.พ. 2026

เรื่องเล่าจาก อาโป - เจษ ‘เด็กหญิงกระโปรงแดง’ และ ‘เรื่องเล่าในห้องเสื้อ’ l อังคารคลุมโปง X อาโป - เจษ [ 10 ก.พ.2569 ]

2 เรื่องหลอนจาก อาโป และ เจษ จากภาพยนตร์เรื่อง ‘ราคี THE STAIN’ ที่ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความหลอน ชวนขนหัวลุก กับเรื่องราวลี้ลับในกองถ่าย ที่เด็กหญิงปริศนาปรากฏมาให้เห็น และการยืนขวางทางของใครบางคน ที่อาจจะไม่ใช่คน… เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน อังคารคลุมโปง X อาโป - เจษ’ (10 กุมภาพันธ์ 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องเล่าจากอาโป ‘เด็กหญิงกระโปรงแดง’ และเรื่องเล่าจากเจษ ‘เรื่องเล่าในห้องเสื้อ’ เริ่มจาก ‘อาโป’ เล่าว่า เรื่องราวของ ‘เด็กหญิงกระโปรงแดง เป็นเรื่องของลูกค้าคนหนึ่ง ที่ได้เข้ามาในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เพื่อดูสถานที่สำหรับการทำงาน ซึ่งเป็นอพาร์ทเม้นท์ที่เหมือนจะร้าง และเต็มไปด้วยบรรยากาศชวนขนลุก ขณะที่ลูกค้าอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ทุกอย่างปกติ เหมือนไม่มีเรื่องราวน่ากลัวอะไร แต่เมื่อเขาได้กลับไปที่บ้าน ลูกค้าฝันว่า ตนเองได้ขึ้นไปบนชั้นสองของอพาร์ทเม้นท์ ทั้งที่เขาไม่เคยขึ้นไปบนชั้นสองเลย และในฝัน เขาได้เดินเข้าไปในลิฟต์ ในนั้นจะมีกระจกอยู่บานหนึ่ง เขาก็ยืนหันหน้าให้กับกระจกบานนั้น เมื่อประตูลิฟต์ได้เปิดออกมา ขณะที่เขามองตัวเองผ่านกระจกอยู่ สายตาก็ได้กวาดไปเห็นเด็กผู้หญิงกระโปรงแดงคนหนึ่ง ยืนอยู่ด้านหลังของตนเอง สะท้อนผ่านเงากระจก จึงทำให้เขาตกใจกับภาพตรงหน้าที่มองเห็น วันต่อมาลูกค้าคนนี้ได้กลับมาที่อพาร์ทเม้นท์แห่งนี้อีกครั้ง พร้อมกับซื้อของเซ่นไหว้ติดตัวมาเพื่อที่จะมาไหว้สิ่งลี้ลับที่เจอในฝันนั่นคือ เด็กหญิงกระโปรงแดงปริศนา ที่ไม่มีใครรู้ว่าเธอนั้นเป็นใคร เมื่อได้จัดการเตรียมวางของเซ่นไหว้เสร็จสิ้น ของที่วางอยู่นั้นกลับตกลงมาโดยที่ไม่มีสาเหตุ… มาต่อกันที่เรื่องเล่าจาก ‘เจษ’ มีชื่อว่า ‘เรื่องเล่าในห้องเสื้อ’ ก่อนหน้าที่จะมีการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องราคี พี่ปอนด์ หนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ไปคุยกับทีมทำหนังผีของประเทศอินโด และได้มีการบอกเคล็ดลับในการถ่ายทำหนังผี ให้ออกมาดีที่สุด เราจะต้องขอให้ผีมาช่วยเรา และต้องทำพิธีบวงสรวง หรือพิธีกรรมเลี้ยงข้าวผี โดยมีการนำกระทงมาวางเรียงกันนับร้อย เรียกว่า สะตวง (สะตวง หมายถึง กระบะที่ทำจากกาบกล้วย ใช้สำหรับใส่เครื่องเซ่นไหว้ ตามความเชื่อของชาวล้านนา) ซึ่งในพิธีกรรมเลี้ยงข้าวผี จะมีพราหมณ์เป็นผู้ทำพิธีให้ในวันนั้นเมื่อผมมาถึงสถานที่ถ่ายทำ ด้วยความง่วง ผมจึงไปยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องห้องหนึ่ง เพื่อรอให้ทุกคนจัดของทำพิธีให้เสร็จ ในอพาร์ทเม้นท์ที่ทำพิธี เป็นสถานที่ที่เกือบจะร้าง บางห้องก็จะไม่มีประตู จะเป็นทางเดินตรงเข้าไปเลย ซึ่งในกองถ่าย ห้องนั้นจะถูกใช้เป็นห้องสำหรับแต่งตัวผมก็เดินออกจากที่ตรงนั้น เพื่อเข้าไปไหว้ทำพิธีร่วมกับคนอื่น ๆ แต่ผมเมื่อหันกลับไปมองตรงที่ที่ผมเคยยืนอยู่ มันเหมือนมีคนยืนอยู่ตรงนั้น และจ้องมาตรงที่พวกเราที่กำลังไหว้ทำพิธี คนที่ผมเห็น เขามีลักษณะเหมือนคนที่อาศัยอยู่ที่แห่งนี้ ไม่ใช่ทีมงานของเรา แต่ยืนอยู่สักพักเขาก็หายไป หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยเจอเขาอีกเลย จู่ ๆ มีพราหมณ์คนหนึ่งเรียกผมเข้าไปหา แล้วพูดกับผมว่า “อย่าไปยืนตรงนั้นอีก มันบังทางเขา” พราหมณ์ยังได้เล่าอีกว่า ในช่วงเวลาตี 5 ขณะที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ด้านล่างอพาร์ทเม้นท์ ก็ได้เห็นผี 2 คน ยืนอยู่ด้านบนของอพาร์ทเม้นท์ และมีอีกคนหนึ่งเดินเข้าออกทางช่องประตูไปมา ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ผมยืนก่อนหน้านั้น นั่นแปลว่า ผมกำลังยืนขวางทางเขาอยู่…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

EFM FANDOM RECAP

ตั้งใจหลอกให้เธอรัก แต่ดันพลาดพลั้งไปหลงรักเธอซะเอง พร้อมรับแรงกระแทกความฟินกับ จูเนียร์ - มาร์ค ที่มาเผยเทคนิค HOW TO จับสแกมเมอร์ตัวจี๊ด งานนี้มีทั้งความฮา ความหวาน และมวลเคมีชวนใจสั่นกันจนล้นสตู ~

06 มี.ค. 2026

ตั้งใจหลอกให้เธอรัก แต่ดันพลาดพลั้งไปหลงรักเธอซะเอง พร้อมรับแรงกระแทกความฟินกับ จูเนียร์ - มาร์ค ที่มาเผยเทคนิค HOW TO จับสแกมเมอร์ตัวจี๊ด งานนี้มีทั้งความฮา ความหวาน และมวลเคมีชวนใจสั่นกันจนล้นสตู ~

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมใจให้พร้อมไปกับเคมีสุดละมุนของ “จูเนียร์ -มาร์ค” ที่จะมาเสิร์ฟโมเมนต์หวานปนหยอก เติมดีกรีความฟินแบบไม่มีกั๊ก ไปกับ 2 ดีเจหล่อสวย อารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... ผมกลับบ้านนอนตอนตี 5 ส่วนเขาตื่นตี 5 เพื่อใส่บาตรนามปากกา : มนุดจากดาวโลก คนหนึ่งเจอเขาตอนตี 5 เพราะกลับบ้านไปนอน ส่วนอีกคนเจอเขาตอนตี 5 เพราะตื่นเช้าออกมาใส่บาตรทุกวัน คนหนึ่งเปิดร้านดอกไม้ 09.00-18.00 น. อีกคนเป็นบาร์เทนเดอร์ ทำงาน 19.00 - 02.00 น. เนื่องจากบาร์อยู่ใกล้บ้าน “จูเนียร์” จึงเดินกลับเวลานี้เสมอ เขาคุ้นทางดีจนแทบหลับตาเดินได้ เพียงแค่ปล่อยให้กลิ่นหอมจากร้านดอกไม้นำทาง ถ้าเดินมาแล้วได้กลิ่นหอมนี้แสดงว่าเนี่ยแหละทางกลับบ้าน วันนี้เป็นวันพระ ว่าแล้วเขาก็นึกอยากแวะใส่บาตรก่อนกลับไปนอนสักหน่อย พอถึงร้านดอกไม้เขาเดินไปหาพนักงานเพียงคนเดียวที่ควบตำแหน่งเจ้าของร้านไปด้วย ‘ขอกล้วยไม้ใส่บาตรครับ’ ‘ขอโทษครับ หมดพอดีเลย’ เขาตอบกลับ จูเนียร์พยักหน้าเตรียมเดินออกจากร้าน แต่เสียงนุ่มอบอุ่นดังขึ้นอีกครั้ง ‘มีเป็นดอกบัวน่ะครับ แต่เหลืออยู่ดอกเดียว ผมเองก็ยังไม่ได้ใส่ สนใจใส่บาตรหน้าร้านด้วยกันไหมครับ’ คำชวนเรียบง่ายนั้นทำให้หัวใจเขาวูบไหว รู้สึกเกิดอาการบางอย่างในหัวใจ เขายิ้มตอบรับคำเชิญชวนก่อนจะเอ่ยถามชื่ออีกฝ่าย “มาร์ค ครับ” ชื่อของเจ้าของร้านดอกไม้ที่เขาเห็นทุกเช้าตีห้าแต่ไม่เคยทักทาย ดูเหมือนหลังจากนี้ สงสัยต้องแวะทำบุญใส่บาตรทุกเช้าก่อนนอนซะแล้วสิFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... I hit the hay at 5 AM, just as he was rising to give alms to the monks.Pen Name : มนุดจากดาวโลก At the break of dawn, one person spotted him at 5 AM, heading home for a much-needed rest, while another encountered him at the same hour, rising early each day to give alms. One of them runs a charming flower shop from 9 AM to 6 PM, while the other tends bar from 7 PM until the early hours, 2 AM. Living close to the bar, Junior makes the familiar walk home at this hour, navigating the path with such confidence that he could almost do it with his eyes shut, letting the delightful fragrance from the flower shop lead him home. The scent serves as a signpost, letting him know he’s on the right track. Today holds special significance as a holy day in the Buddhist calendar, which inspired him to drop by and offer alms before catching some sleep. As he arrived at the flower shop, he approached the sole employee, the shop’s owner. “I’d like to buy an orchid for alms, please,” he requested. “I’m sorry, but we’re out of stock,” came the reply. Junior nodded thoughtfully, ready to exit, when a gentle, inviting voice called out to him once more. “We do have a lotus, although it’s the last one. I haven't offered any yet. Would you be interested in sharing the alms with me right here in front of the shop?” This simple gesture made his heart skip a beat, stirring a flutter of emotions within him. A smile blossomed on his face as he accepted the offer, before inquiring about the other person's name. “Mark,” came the warm response. This was the flower shop's owner he passed by each morning, yet had never exchanged words with. He couldn’t help but think that after today… perhaps he should make it a habit to stop by every morning and offer food to the monks before heading off to dreamland.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... Betting on Destiny เดิมพันร้าย ทำนายรักนามปากกา : Jinjerruby เมื่อความรักเลือกเวลาเกิดแต่ดันไม่เลือกคนที่จะเกิดความรักด้วย สงครามประสาทจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อ “พระพาย” ได้ลั่นวาจาตอนเมากลางวงเพื่อนไว้ว่า เขาจะเป็นคนแรกของกลุ่มที่มีแฟน ถ้าทำไม่ได้จะยอมจ่ายล้านหนึ่ง เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อเพื่อนตัวดีดันอัดคลิปไว้เป็นหลักฐาน เขาจึงไม่มีทางเลือก หันไปพึ่งหมอดูให้ช่วยดูดวงเนื้อคู่ให้หน่อย แต่เหมือนโชคชะตาจะเข้าข้าง เมื่อราหูย้ายดาวคำทำนายของหมอดูบอกชัดว่า จะเจอเนื้อคู่ภายในสามวัน คนผู้นั้นมีลักษณะสูงโปร่ง ผิวขาวเหลืองหน้าตาหล่อเหลา มีเชื้อสายจีน และข้อสุดท้ายจำไว้ให้ดี คนผู้นี้คือรักแท้ที่จะเปลี่ยนชีวิตของพระพายไปตลอดกาล แต่สิ่งที่ทำให้พระพายอยากจะล้มเดิมพันนี้ไปซะเมื่อคนที่หมอดูได้ทำนายไว้มีลักษณะตรงกับ “น่าน” คนที่เป็นศัตรูคู่แค้น คนที่เขาไม่เคยคิดจะญาติดีด้วยมาตั้งแต่จำความได้ คนที่เจอกันทีไรมีแต่จะหาเรื่องทะเลาะกันทุกครั้งไป เดิมพันในครั้งนี้พระพายจะทำอย่างไร จะยอมกลืนน้ำลายตัวเองแล้วเสียเงินล้านหรือไม่ หรือเดินหน้าจีบคนที่ไม่ชอบหน้าเพื่อชัยชนะในการเดิมพัน แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะกับคนๆ นี้เข้าอย่างจังซะแล้วFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Betting on DestinyPen Name : Jinjerruby When love decides to arrive at its own time but keeps the recipient a mystery, a test of patience unfolds. In a tipsy moment, Prapai, challenged by his friends, drunkenly vows to be the first in their circle to snag a boyfriend, promising to cough up a million baht if he fails. To his dismay, the whole scene was caught on camera! Left with no option, he consults a fortune teller in hopes of discovering his one true love. Miraculously, the fortune teller states that his soulmate is just three days away. This enchanting individual will be tall, fair-skinned, remarkably handsome, of Chinese heritage, and—most crucially—his destined partner who will revolutionize Prapai's life. However, the fun twist? This predicted soulmate turns out to be none other than Nan, his long-time rival and source of childhood grievances—a person he can hardly stand. So, what's Prapai to do? Should he let go of his pride and forfeit the million baht, or should he chase after the very person he's been at odds with to win the bet? To make things even more complicated, he finds himself unexpectedly drawn to this nemesis.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... 恭喜发财 – กงสี่ฟาไฉ (เรื่องที่ 274)นามปากกา : เจ่เจ้ยูนิคอร์น 有缘千里来相会,无缘对面不相逢 (โหย่ว เหยียน เชียน หลี่ ไหล เซียง ฮุ่ย, อู๋ เหยียน ตุ้ย เมี่ยน ปู้ เซียง เฝิง) หากมีวาสนาแม้ห่างกันไกลพันลี้ยังได้พบหน้า หากไร้วาสนาแม้อยู่ตรงข้ามก็ไม่พบเจอ ประทัดดังในตอนเช้า กลิ่นธูปที่ลอยคลุ้งเต็มบ้าน โต๊ะไหว้ถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน และเสียงพูดคุยของบรรดาลูกหลานที่กำลังรอรับซองแดงใบเล็ก ๆ เทศกาลตรุษจีนวนกลับมาอีกครั้ง ... ย้อนกลับไป 20 ปีที่แล้ว คงนึกภาพไม่ออกที่ ลูกชายคนโตของครอบครัวคนจีน ตัดสินใจคบกับคนรักเพศเดียวกันโดยไม่สนใจเสียงรอบข้าง ต่อให้จะโดนคําวิจารณ์มามาก โดนกดดันและกีดกันจากคนในครอบครัว แต่เขาไม่เคยปล่อยมือจากผมเลยสักครั้ง ถ้าวันนั้นผมไม่ออกไปช่วยงานอาม่า และถ้าเขาไม่มาดูขบวนแห่มังกร เราคงไม่ได้เจอกัน ... ผมยังจำใบหน้าขาวตัดเสื้อสีแดงทอง ประกอบกับปากที่ขยับพูดเจื้อยแจ้ว ตื่นเต้นกับงานตรุษจีนไม่หยุด (น่าเอ็นดูเป็นที่สุด!) ต่างจากผมที่เกิดและโตที่เมืองปากน้ำโพ เขาเข้ามาทำให้ตรุษจีนที่แสนธรรมดาของผมพิเศษขึ้นกว่าครั้งไหนๆ เราเที่ยวเล่นกันสนุกสนาน หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของเราก็พัฒนามาเรื่อยๆ และเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ ใครจะไปคิดว่าเขาคนนั้นจะมายืนไหว้บรรพบุรุษอยู่ข้างๆผม ในฐานะภรรยา ...FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... 恭喜发财 (Story #274)Pen Name : เจ่เจ้ยูนิคอร์น 有缘千里来相会,无缘对面不相逢 When destiny favors you, even a thousand miles apart, you will cross paths. But when it doesn’t, standing just inches away means nothing. The morning bursts forth with the crackling of firecrackers, the air is rich with the fragrance of incense wafting through the house, the altar is carefully adorned, and the joyful chatter of family members waiting for their little red envelopes fills the atmosphere. Chinese New Year has graced us once more… Reflecting on two decades past, it seemed inconceivable that the eldest son of a traditional Chinese family would choose to pursue a same-sex relationship, standing firm against the whispers and judgments surrounding him. Despite the harsh criticism, family pressures, and battles from all sides, he steadfastly held on to me. If I hadn’t gone to assist my grandmother with the rituals that day, and if he hadn’t shown up to enjoy the dragon parade, our paths may never have intertwined… I can still picture him—his pale complexion standing out against his vibrant red and gold attire, his lips animatedly welcoming the New Year with joy (it was utterly charming!). While I grew up in the quiet town of Nakhon Sawan, he brought a spark to my traditional Chinese New Year celebrations that turned the ordinary into the extraordinary. We shared countless joyous moments, and our bond blossomed beautifully. And this year, who could have imagined that he would be right here by my side, honoring our ancestors as my beloved partner…FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... City run City loveนามปากกา : A little cool breeze (อะ-ลิตเติ้ล-คูล-บรีซ) เคยได้ยินไหมครับถ้าอยากมีแฟนให้ลองออกจากบ้านดู จูเนียร์ โปรแกรมเมอร์ที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านมานานแสนนานหลังจากที่อกหักจากรักครั้งเก่า เพื่อที่จะตามหารักครั้งใหม่ที่จะมาทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย ก็เลยเลือกที่จะออกมา City run ตามเทรนช่วงนี้สักหน่อย แต่น่าจะเลือกกิจกรรมออกจากบ้านผิดไปหน่อย วันแรกก็ได้เรื่องเลย คนที่ไม่เคยวิ่งมาก่อนในชีวิตแล้วก่อนหน้านี้ก็อยู่แต่บ้านมาตลอด ก็เป็นลมสิครับ แต่เหมือนฟ้ายังเห็นใจ ก็เลยได้ประทาน มาร์ค คุณหมอหน้าใสที่มาวิ่งคลายเครียดเป็นประจำ มาช่วยปฐมพยาบาลให้จูเนียร์ตอนเป็นลม พอเห็นหน้าคุณหมอ จูเนียร์ก็ได้รู้เลยว่านี่สินะ รักครั้งใหม่ที่ฟ้าประทานมาให้ จึงได้ขอแลกคอนแทคเพื่อมานัดวิ่งกับคุณหมอ มาร์คที่เป็นคนขี้สงสารเป็นทุนเดิมก็แอบสงสารจูเนียร์ที่ออกมาวิ่งคนเดียวจนเป็นลม ก็เลยให้คอนแทคไป หลังจากที่ได้เจอกันอีกหลายครั้ง ทุกครั้งที่ได้วิ่งด้วยกันและได้แลกเปลี่ยนบทสนทนากัน จูเนียร์ยิ่งมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อมาร์คมากขึ้นเรื่อยๆ มาร์คก็รู้สึกถูกชะตากับจูเนียร์มากขึ้นเช่นกัน จากการวิ่งชมเมืองธรรมดา ก็กลายเป็นการวิ่งชมเมืองแห่งรักได้ไงก็ไม่รู้FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... City run City lovePen Name : A little cool breeze Ever come across the phrase, "If you're looking for a girlfriend, you might want to step outside"? Junior, a programmer who's been tucked away at home for what feels like forever after a heartbreak, decides it’s time for an adventure in the city to seek out new romance. Unfortunately, his first attempt turns into a comical catastrophe; having never been one for running and always glued to his couch, he ends up fainting! Just when things seem bleak, luck shines upon him. Enter Mark—a dashing doctor who hits the pavement regularly to clear his head. He rushes to Junior's side, and in that moment, Junior senses that the universe might be nudging him toward something special. They swap numbers, planning to run together soon. With Mark’s kindhearted nature, he couldn’t help but feel sympathy for Junior's solo mishap, offering his digits as a lifeline. As they meet up more often, each jog and every chat deepens Junior’s affection for Mark, and Mark starts to feel a spark with Junior too. What began as a casual city run has somehow morphed into a charming journey toward love.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... เรื่อยๆ…ตลอดไปนามปากกา : (J)Uranus ภีม กับ ภัทร ไม่ได้เริ่มจากคำว่ารัก มันเริ่มจากการนั่งข้างกันทุกเช้า สมุดเล่มเดียว ข้าวจานเดียว และทางกลับบ้านเส้นเดิม จนความเงียบระหว่างกันกลายเป็นความคุ้นเคย เย็นวันฝนพรำใต้ชายคาตึก ภัทรพูดเบา ‘ถ้าต้องตายจากกัน ฉันขอไปก่อนนะ อยู่แน่ๆไม่ได้ถ้าไม่มีนาย’ ภีมมองม่านฝนอยู่นาน แล้วเพียงพยักหน้า ปีที่จดทะเบียนสมรส พวกเขาไปเขตเงียบๆ มีแค่ลายเซ็นสองชื่ออยู่บนกระดาษแผ่นเดียว ชีวิตยังเหมือนเดิม รองเท้าอีกคู่ข้างประตู แก้วน้ำใบเดิม และไฟหัวเตียงที่ภัทรชอบเปิดค้าง จนวันหนึ่ง เจ้าของรองเท้าคู่นั้นไม่กลับบ้านอีกเลย ภีมยังเปิดไฟทุกคืน และไปสุสานทุกวัน เขาเล่าเรื่องรถติด เรื่องข้าวร้านเดิมเหมือนอีกคนยังนั่งฟัง วันครบรอบแต่งงาน เขาวางทะเบียนสมรสหน้าแผ่นหิน ‘จำวันที่พูดใต้ตึกได้ไหม นายขอไปก่อน…ฉันก็เลยพยักหน้า’ ปลายนิ้วแตะชื่อ “ภัทร” เบาๆ ‘ถ้าฉันไปก่อน คงไม่มีใครรู้ว่านายไม่กินผักชี ไม่มีใครเปิดไฟหัวเตียงไว้ให้ ไม่มีใครจำได้ว่าร้านข้าวมุมถนนคือร้านที่นายชอบ’ เขาหัวเราะแผ่ว ‘แต่ถ้านายไปก่อน ฉันจำได้ทั้งหมด ฉันไม่ลืมนายหรอก’ ภีมลุกขึ้นช้าๆ ‘พรุ่งนี้ฉันมาใหม่’ นี่แหละคือคำว่าเรื่อย ๆ ของภีมFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Little by little...for all time.Pen Name : (J)Uranus Pheem and Phat's bond wasn't born from romance. It started with their quiet companionship each morning—sharing a notebook, a single plate of rice, and their daily walk home. The silence they shared blossomed into a comfortable familiarity. One rainy evening, sheltered under a building’s awning, Phat leaned in and whispered, “If we have to leave this world, I want to go first. I can't imagine life without you.” Pheem stared at the rain for a long moment before simply nodding in agreement. The year they tied the knot, they slipped into the district office without fanfare; their marriage was sealed with just their signatures on a single document. Life carried on as usual: a pair of shoes by the door, the same glass of water waiting, and the bedside lamp Phat always left aglow. But one day, those shoes never returned home. Each night, Pheem still kept the lamp lit and visited the cemetery daily. He spoke aloud about the traffic, the same restaurant they loved, as if Phat were listening intently. On the anniversary of their wedding, he placed their marriage certificate at the base of the tombstone. “Do you remember our conversation under the building? You wanted to go first… so I nodded.” He tenderly traced the name "Phat." “If I’m the one to leave first, no one will know that you don’t like cilantro, no one will leave the lamp on for you, and no one will remember that the corner restaurant was your favorite.” A soft chuckle escaped him. “But if you go first, I’ll keep every detail alive. I won’t ever forget you.” Pheem slowly rose, affirming, “I’ll come back tomorrow.” And that’s how Pheem would say, “I’ll take it easy.”เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้เตรียมหัวใจให้พร้อมต้อนรับ “จูเนียร์ - มาร์ค” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และความฟิน ให้โลกใบนี้มีแต่ความสุข จนกลายเป็นสีชมพู ~แฟนฟิคแบบไหน และบทบาทไหนที่โดนใจ “จูเนียร์ - มาร์ค” “จูเนียร์” ได้บอกว่า ความชอบส่วนตัวของตนเวลาที่อ่านนิยายนั้น จะชอบอ่านนิยายแนวฆาตกรรม แนวสืบสวน ถ้าในอนาคตหากได้รับเล่นบทแนวสืบสวน ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และอยากลองทำดูมาก ๆ มาที่ด้านของ “มาร์ค” ได้บอกว่า ถ้าหากให้ตนเลือกแนวที่อยากจะเล่นในเรื่องถัดไป ก็คงต้องเลือกในแนวเนื้อเรื่องที่ “จูเนียร์” ชื่นชอบ โดยได้เสริมว่า ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังชื่นชอบนิยายเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ ชื่อเรื่องว่า ‘หลวงตาบอกแล้วอย่าออกแว้นตอนตีสามเปรตมันดุ’ นั่นเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องราวความรักของ เปรตกับเด็กแว๊น และส่วนตัวของ “จูเนียร์” ก็ชื่นชอบในบทตัวละครของ “เปรต” มาก “มาร์ค” จึงได้อาสาจะรับบทเป็นเด็กแว๊นให้ ผู้กำกับคนไหนผ่านมาได้ยิน อย่าลืมรับพล็อตเรื่องนี้ไปพิจารณาด่วน ๆ เลย นักแสดงพร้อมจัดเต็มกันอย่างแน่นอนนนตำนานภาษาเหนือ ของ “จูเนียร์ - มาร์ค” โดย “มาร์ค” ได้บอกว่า จริง ๆ แล้วตนนั้นพูดภาษาเหนือไม่ได้เลย แต่ที่ครั้งก่อนมาออกรายการ EFM FANDOMLIVE แล้วสามารถสอน “จูเนียร์” พูดได้นั้นเพราะว่าตนได้อ่านจากบทมา และกลับมาในครั้งนี้ พี่ๆดีเจจึงให้ “มาร์ค” ได้เลือกคำภาษาเหนือมาสอน “จูเนียร์” พูดอีกครั้ง ซึ่งมาร์คก็ได้นึกคำ ๆ นึงออก ‘อ้ายฮักตั๋วก่อ’ ที่มีความหมายในภาษากลางว่า ‘พี่รักผมไหม ?’ พร้อมหันไปหาพี่จู และฉีกยิ้มด้วยความน่ารัก พร้อมพูดประโยค ‘แว่นมานี่มา’ ชวนเอาแฟน ๆ ที่ดูไลฟ์อยู่หลังหน้าจอต้องฟินจิกหมอนไปตาม ๆ กันถามไว ตอบไว Set มีนาคม !‘จะมีนาแล้ว มีน้องมาร์คอยู่ข้าง ๆ แล้ว ดีต่อใจยังไง ?’ ซึ่ง “จูเนียร์” ก็ได้ตอบว่า การมี “มาร์ค” อยู่ข้าง ๆ นั้น รู้สึกมีความสุข และดีต่อใจสุด ๆ‘จะมีนาแล้ว มีนิสัยอะไรที่แอบปลื้ม แต่ไม่เคยได้พูดให้พี่จูฟังเลย ?’ โดย “มาร์ค” ก็ได้ตอบว่า ความจริงนั้น เขาไม่ค่อยได้พูดความในใจตรง ๆ แบบนี้กับ “จูเนียร์” สักเท่าไหร่ ซึ่งจริง ๆ ก็ชื่นชอบนิสัยทุก ๆ อย่างของพี่จูเลย ทั้งความดูแลเอาใจใส่ ความใส่ใจต่าง ๆ ที่ได้จากพี่จู น้องมาร์ครับรู้ และจำได้หมดเลยน้าาา‘จะมีนาแล้ว มีอะไรที่พี่จูอยากเห็นน้องมาร์คทำให้สำเร็จที่สุด ?’ โดย “จูเนียร์” ก็ได้ตอบว่า สิ่งที่ตัวเขานั้นอยากเห็น “มาร์ค” ทำที่สุด นั่นก็คือการได้ทำตามความฝันของคนน้อง โดยการที่จะได้ขึ้นเล่นคอนเสิร์ต ที่เวทีใหญ่อย่าง IMPACT Arena เมืองทองธานี ซึ่งคำตอบนี้ก็ได้ขโมยรอยยิ้มของน้องมาร์คไปเต็ม ๆ‘จะมีนาแล้ว เต็ม 5 คะแนน ให้โรแมนติกของพี่จูกี่คะแนน ?’ โดย “มาร์ค” ก็ได้ตอบว่า ให้คะแนนพี่จูไปเลย 4.5 เต็ม 5 คะแนน โดยให้เหตุผลว่า ที่เหลือไว้อีก 0.5 คะแนน เพราะเผื่อว่าในเทศกาลถัดไปในอนาคตอย่าง เทศกาลสงกรานต์ พี่จูจะมีอะไรเซอร์ไพรส์เพิ่มเติม นำมาเติมเต็มคะแนนให้เต็มเปี่ยม !ทิศทางต่อไปใน EP.5 ที่สุดจะเข้มข้น ! โดย “จูเนียร์” ก็ได้เป็นตัวแทนในการตอบว่า ใน EP.4 นั้น มีกระแสตอบรับจากแฟน ๆ เยอะมาก จากการทำตัวไม่ดีของตัวละคร “ทิม” ที่ไปแกล้งทำเหมือนว่าเจ็บป่วย จนทำให้ “ไป๋” นั้นรีบดำเนินการจัดงานแต่งงาน เพื่อที่จะหลอกเอาสินสอด และรีบทำเรื่องหย่า ซึ่งใน EP.5 นี้เนื้อเรื่อง และซีนอารมณ์ก็จะเข้มข้นขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ “ทิม” นั้นต้องเริ่มตัดสินใจจริง ๆ แล้วว่า ที่จริงแล้วนั้นเขาเพียงแค่อยากจะเข้ามาเพื่อหลอกเอาทรัพย์สินของ “ไป๋” หรือว่าตัวเขานั้นตกหลุมรัก “ไป๋” เข้าแล้วจริง ๆ กันแน่ เรียกได้ว่าเป็นการสปอยที่น่าติดตามต่อสุด ๆ !วิธีฝึกฝนการเป็นลูกเศรษฐี แบบฉบับ “จูเนียร์ - มาร์ค” โดย “มาร์ค” ก็ได้เผยทริคว่า สำหรับตนนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเตรียมตัวทำการบ้าน ในการรับบทของ “ไป๋” ที่เป็นลูกเศรษฐีนั้น ก็คือการที่ตนได้ไปเปิดดูซีรีส์ต่างประเทศ ที่เป็นหนังแนว ๆ เดียวกัน แล้วดูว่าการแสดงของนักแสดงในเรื่องนั้นเขาแสดงออกมาประมาณไหนบ้าง และลองนำมาปรับใช้ดูกับบทบาทที่ตนได้รับมา นอกจากนี้ก็ยังมีการถามจากเพื่อน ๆ คนรู้จักรอบข้างบ้าง เรียกได้ว่าตั้งใจ และเต็มที่กับบทบาทที่ได้รับมาสุด ๆ !มิจฉาชีพ... หลอกให้เธอรัก “จุูเนียร์” ได้เผยว่า บทบาทที่ตนได้รับนั้นจะต้องเป็นคนที่มีนิสัยชอบหลอกลวง ใช้ชีวิตอยู่กินด้วยการหลอกลวงคนอื่นไปวัน ๆ โดยการไปหลอกให้เขารัก และเอาทรัพย์สินเขามา จากนั้นจึงค่อยทิ้งเขาไป ซึ่งในเรื่องนี้ก็ถือว่า เซอร์ไพรส์สุด ๆ ที่ตัวละครของ “ทิม” ดันไปเจอเข้ากับ “ไป๋” ที่เป็นถึงลูกเศรษฐีตระกูลใหญ่โตอันดับต้น ๆ ของประเทศ โดย “จูเนียร์” ก็ได้บอกว่า ความยากของการรับบทบาทนี้ ก็คือความแตกต่างจากบทบาทที่เคยได้รับมาทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ตนจะได้รับแต่บทบาทตัวละครที่เป็นคนดี ใช้ชีวิตไปอย่างราบรื่น พอมาเรื่องนี้ที่ต้องใช้ความเจ้าเล่ห์มากขึ้น จึงพยายามศึกษาจากเพื่อน ๆ คนรอบข้างมากขึ้นไปอีก เพื่อถ่ายทอดผลงานการแสดงที่ดีที่สุด สู่สายตาแฟน ๆในชีวิตจริง.. หน้าที่ หรือ หัวใจ ? “จูเนียร์” ได้ตอบว่า หากเหตุการณ์ในซีรีส์เรื่องนี้ เป็นเรื่องจริง ตนก็คงเลือกทำตามหัวใจ โดยให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า สุดท้ายแล้วในชีวิตจริง เสียงหัวใจนั้นมักจะดังกว่าเสียงในหัวเสมอ ในด้านของ “มาร์ค” ก็ได้ตอบคำตอบเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่า หากเกิดขึ้นในชีวิตจริง ถ้าเราดันไปรักใครเข้าจริง ๆ เราก็ต้องเลือกทำตามเสียงของหัวใจเป็นอันดับแรกก่อนเสมอHow to จับสแกมเมอร์ ! “จูเนียร์” ผู้ที่ได้รับบทสแกมเมอร์ตัวจี๊ดของเรานั้นก็ได้เผยทริคในการตรวจเช็กว่า ใครกันที่เข้ามาหาเราเพื่อมาหลอก!? โดยเจ้าตัวได้บอกว่า ถ้าในช่วงระยะเวลาแรก ๆ เขาเข้ามาทำตัวกับเราดีผิดปกติ พยายามทำหลาย ๆ อย่างเพื่อซื้อใจเรา อาจเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะอยากได้อะไรจากเราก็เป็นได้ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้พูดเสริมต่อว่า อย่างตัวละคร “ทิม” ในเรื่องนั้น ก็จะมีวิธีการเข้าหา เพื่อหลอกให้รัก จุดประสงค์ก็เพื่อจะเอาทรัพย์สิน และเมื่อ “ทิม” ได้เรียนรู้นิสัย หรือความชอบของเหยื่อ เขาก็จะทำในสิ่งที่อีกฝ่ายชอบ จนอีกฝ่ายตกหลุมพลางของเขา เรียกได้ว่า เห็นหน้าหล่อ ๆ แบบนี้ ความเจ้าเล่ห์นี่เกินลิมิต !การร่วมงานกันของทั้งคู่ กับ “โอห์ม - ปูน” โดย “มาร์ค” ก็ได้เผยว่า ส่วนตัวนั้น ชื่นชอบเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ของตัวละครของ “โอห์ม - ปูน” ในเรื่องมาก ๆ เพราะเป็นความรักที่ค่อนข้างสุดโต่ง พร้อมเผยอีกว่าในช่วงกลาง ๆ เรื่องนั้น เหมือนจะมีเรื่องราวให้คนดูได้เซอร์ไพรส์อยู่ตลอดเวลา ในฝั่งของ “จูเนียร์” ได้เสริมว่า บทบาทของ “ปูน” ในเรื่องนั้น จะเล่นเป็นคนที่มีคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างอ่อนต่อโลก มักจะทำตามหัวใจตัวเองอยู่เสมอ โดยไม่สนว่ารอบข้างนั้นจะเป็นอย่างไร และในบทบาทของ “โอห์ม” นั้น จะเป็นสแกมเมอร์เหมือนกันกับบทบาทที่ ”จูเนียร์“ ได้รับ แต่ต่างกันที่จริง ๆ แล้วไม่ได้เต็มใจ อยากเป็นสแกมเมอร์ แต่ด้วยความที่ไม่มีทางเลือก ก็จะมีความเงอะ ๆ งะ ๆ อยู่พอสมควร ซึ่งพอตัวละครของทั้งสองมาเจอกันนั้น ก็ถือเป็นเคมีความน่ารัก และกลายเป็นเคมีที่ลงตัวสุด ๆและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่ทำให้สตูดิโอเต็มไปด้วยกลิ่นความหวาน หอมตลบอบอวลทั่วทั้งสตู ~ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมสุดพิเศษมาให้ “จูเนียร์ - มาร์ค” ได้พิชิตกันชื่อเกมว่า ‘จูเนียร์ - มาร์ค หลอกให้รัก พิทักษ์หัวใจ’งานนี้ทั้งคู่จะเสิร์ฟความฟิน ชวนกัดหมอนขาดกันขนาดไหน สามารถไปรับชมเคมีความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบไม่มีกั๊ก! กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “จูเนียร์ - มาร์ค” โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ ชวนใจละลาย เขินน้วยไปตาม ๆ กันนน! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “จูเนียร์ - มาร์ค” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ รวมถึงขอบคุณที่เข้ามาร่วมสร้างโมเมนต์ความสุข และรอยยิ้มให้กับแฟน ๆ ได้ฮีลใจตลอดค่ำคืน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “My Romance Scammer รักจริง หลังแต่ง” สามารถรับชมได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ที่ WeTV บอกได้คำเดียวเลยว่า รู้เขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอกกกสามารถเข้าไปรับชมโมเมนต์ความฟินของทั้งคู่ได้ทาง...แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

จะเป็นดาวดวงเล็กที่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ให้เธอเผลอยิ้มทุกครั้งที่มองมา ต้อนรับ “ลิลลี่ - เบลเล่” ที่มาแจกความน่ารัก สดใส ใน EFM FANDOM LIVE ทำเอาแฟน ๆ ตกหลุมไปกับรอยยิ้มสุดคิ้วท์ตลอดทั้งคืน!

27 ก.พ. 2026

จะเป็นดาวดวงเล็กที่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ให้เธอเผลอยิ้มทุกครั้งที่มองมา ต้อนรับ “ลิลลี่ - เบลเล่” ที่มาแจกความน่ารัก สดใส ใน EFM FANDOM LIVE ทำเอาแฟน ๆ ตกหลุมไปกับรอยยิ้มสุดคิ้วท์ตลอดทั้งคืน!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ] ค่ำคืนนี้มารับความน่ารัก ซุกซนไปกับ “ลิลลี่ - เบลเล่” ที่มาสร้างความประทับใจ ฮีลปลุกพลังใจให้พร้อมไปต่อ กับ 2 ดีเจสวยหล่อ “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... The Right Angle : องศาที่หัวใจตกกระทบนามปากกา : A'Nizz ลิลลี่ นักกีฬายิงธนูรีเคิร์ฟมือหนึ่งผู้เยือกเย็น ท่วงท่าการยิงที่สมบูรณ์แบบและแววตาคมกริบทำให้เธอถูกยกย่องว่าเป็นประติมากรรมที่ขยับได้ ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จที่ไร้ที่ติ ลิลลี่กำลังแบกรับความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ข้อมือและหัวไหล่ซ้ายจากการฝืนซ้อมหนักจนเกินขีดจำกัด เธอขังตัวเองไว้ในความกดดันที่ต้องเป็นเส้นตรงที่สมบูรณ์แบบ จนกระทั่งร่างกายเริ่มประท้วงและส่งผลให้องศาการยิงของเธอคลาดเคลื่อนไปอย่างที่เธอไม่ยอมให้อภัยตัวเอง ในวันที่โลกของลิลลี่เริ่มสั่นคลอน เบลเล่ รุ่นน้องข้างบ้านที่เป็นนักศึกษาสถาปัต ผู้เต็มไปด้วยความอบอุ่น ก็ก้าวเข้ามาในโลกที่แสนเงียบงัน เข้ามาเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเธออย่างนุ่มนวล ลิลลี่ที่เคยเป็นฝ่ายแบกความหวังของทุกคนไว้เพียงลำพัง เริ่มเรียนรู้ที่จะแบ่งปันน้ำหนักนั้นมาฝากไว้ที่เบลเล่ และยอมรับว่าเธอไม่จำเป็นต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้เมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กสาวคนนี้ เบลเล่ : องศาพี่ตกลงไปสองมิลนะคะ ลิลลี่ : สายตาดีเกินไปแล้วนะเรา งานสถาปัตย์เขาห้ามสายตาคลาดเคลื่อนขนาดนั้นเลยหรือไง เบลเล่ : ไม่ใช่แค่งานหรอกค่ะ แต่เพราะเบลจ้องมอง 'เป้าหมาย' ของเบลอยู่ตลอดต่างหาก เลยรู้ว่าตรงไหนที่มันเปลี่ยนไปFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The Right AnglePen Name : A'Nizz Lilly, a premier recurve archer, embodies grace and precision, earning the nickname "moving sculpture" with her calm demeanor and impeccable technique. However, beneath her seemingly perfect exterior lies a struggle: chronic pain in her left wrist and shoulder, the result of relentless training. She's ensnared by the relentless pursuit of a flawless straight line, pushing herself until her body rebels, leading to an angle she cannot forgive herself for. But on a day when everything starts to feel shaky, Belle, her friendly neighbor and aspiring architect, quietly steps into her life, becoming a comforting presence. Once burdened by everyone's expectations, Lilly finds solace in sharing her struggles with Belle, learning that perfection isn't always necessary in this young woman's company. Belle : “Your angle dipped by two millimeters, right?” Lilly : “Your vision is incredible! Do architecture students really need such keen eyesight?” Belle : “It’s not just about the studies; I’m always focused on my ‘target,’ which is why I can see the changes so clearly.”FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... Too Loud to Hide เสียงหัวใจหลังม่านนามปากกา : BuBuBear ลิลลี่ รุ่นพี่ปี 3 ของชมรมละครเวที สาวร่างสูงผู้สุขุมพูดน้อย รอยยิ้มของเธอหายากพอ ๆ กับวันว่างในตารางซ้อมเลยหล่ะ เบลเล่ เฟรชชี่ปี 1 เด็กสาวผู้มีรอยยิ้มสดใสร่าเริง พูดเก่ง ตั้งใจมาสมัครชมรมละครเวทีเพราะแอบปลื้มใครบางคนมานานก่อนมาเรียนที่นี่เสียอีก ในวันเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ของชมรม เบลเล่ยื่นใบสมัครด้วยมือที่สั่นนิด ๆ พร้อมกับรอยยิ้มและพูดเสียงใส “ฝากตัวด้วยนะคะพี่ลิลลี่ หนูอยากเล่นคู่พี่สักครั้ง” ลิลลี่มองนิ่ง ๆ ก่อนตอบสั้น ๆ "ถ้าตั้งใจซ้อม...ก็คงมีโอกาส" แต่คืนนั้นเธอกลับเผลอจำรอยยิ้มแก้มขีดนั้นได้ชัดกว่าบททั้งหน้าเสียอีก ด้วยความมุ่งมั่นฝึกซ้อมของสาวรุ่นน้อง ทำให้ทั้งสองถูกจับคู่เป็นตัวเอก พอถึงช่วงซ้อมบท มีฉากหนึ่งที่ต้องยืนใกล้กันมากเสียจนต่างได้ยินเสียงหัวใจอีกฝ่าย เบลเล่เผลอพูดผิดเพราะตื่นเต้น ลิลลี่จึงจับมือเบา ๆ แล้วกระซิบบอกสาวร่างเล็ก “มองตาพี่สิ แล้วพูดตามที่รู้สึก” เบลเล่มองเข้าไปในดวงตาที่เคยคิดว่าเย็นชา แต่กลับอ่อนโยนจนใจสั่นไหว ส่วนลิลลี่ก็รู้ตัวชัดเป็นครั้งแรกว่าที่เธอพูดน้อย…ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึก แต่เป็นเพราะกลัวเสียงหัวใจตัวเองดังเกินไปเวลาอยู่ใกล้รุ่นน้องคนนี้ต่างหากFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Too Loud to HidePen Name : BuBuBear Lilly, a junior in the drama club, stood tall and composed, her quiet demeanor often overshadowed by the rarity of her smile—like a day off from endless rehearsals. Enter Belle, a bubbly first-year who was as bright as she was chatty, drawn to the club by a long-standing crush from before her school days. On the day she signed up, Belle nervously submitted her application, her hands trembling slightly, but her smile beaming bright as she sweetly requested, "Please, Lilly, I’d love to act alongside you at least once." Lilly regarded her in silence for a moment before responding succinctly, "If you practice hard... then maybe you'll get that chance." Yet that evening, Lilly found herself replaying Belle's dimpled smile in her mind far more than the lines of their script. Thanks to Belle's determination to improve, they were cast as the leading duo. During one rehearsal, they found themselves so close that the rhythm of their heartbeats mingled in the air. In a moment of nervousness, Belle stumbled over her words, prompting Lilly to gently grasp her hand and whisper, "Look me in the eyes and share your feelings." As Belle gazed into Lilly's eyes, which she once perceived as cold but now found warm and inviting, her heart raced. It was in that moment that Lilly understood her silence wasn’t an absence of emotion but rather a fear that her own heart would echo too loudly in the presence of this spirited junior.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Take on Me.นามปากกา : dreamlikexx_ ฤดูหนาวปี ค.ศ. 1980 เอดินบะระ สกอตแลนด์ เบล นักศึกษาแพทย์ ที่ต้องเจอกับเรื่องราวลึกลับ เมื่อรูมเมทของเธอเป็น ผี ใครๆ ก็ต่างว่าเธอเรียนเยอะจนเพี้ยน ตลอดระยะเวลา 1 ปี เธอมีแค่ “รินทร์” หญิงสาวร่างสูงหน้าคม เป็นรูมเมท และเบลรักรินทร์มาก ทว่า…วันนึงเบลได้พบกับความจริงโดยบังเอิญ ว่า “รินทร์” รูมเมทของเธอนั้นไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบเดียวกับเธอแล้ว รินทร์จากโลกนี้ไปครบ 2 ปี หัวใจดวงเล็กของเบลแตกสลาย เบลรักรินทร์ไปแล้ว และไม่อาจยอมรับความจริงได้ ร่างกายของรินทร์เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเบลรู้ความจริง และรินทร์ก็ไม่กลับมาหาเบลอีกเลย . . . เวลาผ่านไป 1 ปี เบลมีรูมเมทหญิงสาวตัวสูงหน้าตี๋ขี้เล่น ชื่อ “ลิน” เข้ามาในชีวิต เติมเต็มหลายๆ สิ่งให้เบลอีกครั้ง ยังกับว่า ทั้งคู่คือคนเดียวกัน เบลเริ่มเปิดใจให้ลินในหลายๆ เรื่อง เรียนรู้กันและกันมากขึ้น ใครจะรู้ว่าลินก็มี “รินทร์” เป็นเพื่อนด้วยเหมือนกัน…. “รินทร์นี่หน้าเหมือนเราจนคิดว่าเป็นแฝดแล้วนะ…” ลินย่นคิ้วอย่างสงสัยกับใบหน้าของคนตรงหน้า . . . “รินทร์จะอยู่กับเบลเสมอ” “และรินทร์จะจากไปเมื่อเห็นเบลมีความสุขแล้ว”FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Take on Me.Pen Name : dreamlikexx_ In the chilly winter of 1980, nestled in Edinburgh, Scotland, a young medical student named Bell finds herself in an uncanny predicament: her roommate is a ghost. While everyone around her assumes that her intense studies have pushed her over the edge, Bell knows that her beloved roommate Rin—a stunningly tall and elegant woman—has been her only companion for an entire year. Bell’s affection for Rin runs deep, but one fateful day, she stumbles upon a heart-wrenching revelation: Rin, that person she cherishes, has been dead for two years. This shatters Bell's world; the loss is unbearable. As reality sinks in, Rin's ethereal form begins to shift, and she fades further away from Bell's life. Fast forward a year, and Bell shifts her focus to a new roommate—Rin, a spirited and tall Asian woman who seems to fill the emptiness that Rin left behind. Their bond feels almost destined, as if they are kindred souls. As they start to open up to one another, Bell is blissfully unaware that Rin, too, holds a connection to Rin. "Rin, you look so much like my twin!" Rin exclaims, her brow furrowing in genuine confusion as she regards Bell. But deep down, Rin’s spirit remains tethered to Bell, waiting for the moment she can finally allow her beloved to find joy without her. "Rin will always be there for Bell," whispers the air, "and she'll know it's time to step back when she sees Bell truly happy."FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... วันหนึ่งจะเป็นแฟน(คลับ) ส่วนวันนี้ขอเป็นแฟนเธอนามปากกา : เจ้านัทเป็นแม่เคะ ช่วงเวลาสี่ปีเดินเร็วเหมือนฟิล์มใกล้หมดม้วน “ลิล” นักศึกษาเอกการถ่ายภาพ ผู้ซ่อนความรู้สึกไว้หลังเลนส์ถ่ายภาพ เธอคอยถ่ายทุกก้าวฝันของ “เบล” เด็กเอกการแสดง เด็กสาวตัวเล็ก หน้าหวานที่มัดใจลิลตั้งแต่รู้จักกัน เบลเชื่อในความฝันว่าเวทีคือบ้าน สปอตไลต์ที่ส่องมาคือดวงดาวของตน ทุกครั้งที่มีการแคสงาน ลิลจะอยู่เคียงข้างเบลเสมอ หากได้งาน คนที่ยืนให้กำลังใจอยู่แถวหลังสุดคือลิล หากถูกปฎิเสธ ไหล่นุ่มๆ ของคนตัวสูงก็คือเซฟโซนของเบลเสมอ ความเป็นเพื่อนไม่อาจก้าวข้าม กระทั่งวันสุดท้ายในฐานะเพื่อนมหา'ลัย ดอกลิลลี่สีขาวถูกยื่นมาตรงหน้าเบล ไม่รู้โลกจะเหวี่ยงให้มาได้เจอกันอีกไหม ลิลจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยคำที่ติดอยู่ในใจ ‘ถ้าวันหนึ่งเธอได้เป็นซุปตาร์ เป็นคนดังอย่างที่ฝัน เราขอเป็นแฟนคลับคนแรกเลยนะ’ ‘แล้ววันนี้ล่ะ ลิล’ คนสูงกว่าเม้มปากเล็กน้อย ‘วันนี้... ขอเป็นแฟนเธอก่อนจะได้ไหม’ รอยยิ้มสดใสจนตาหยีตามนิสัย รอยยิ้มที่ทำให้ลิลตกหลุมรักเบลจนหมดหัวใจ คำหวานจากคนตัวเล็กกว่าที่ทำให้คนตัวสูงเผยรอยยิ้มกว้าง ‘ด้อมของเบลเข้าแล้วห้ามออกนะ ส่วนสิทธิพิเศษดูแลหัวใจเป็นของแฟนคลับคนแรกค่ะ’FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... One day, I’ll be a fan, but for now, I just want to be your girlfriend.Pen Name : เจ้านัทเป็นแม่เคะ Four years sped by like a film reel approaching its final frame. Lil, passionate about photography, masked her emotions behind her camera, documenting every moment of Bell's remarkable journey. Bell, with her charming smile, was an acting major who had enchanted Lil from their very first encounter. She was a dreamer, convinced that the stage was her true home and the spotlight was her destiny. Whenever Bell auditioned, Lil was right there, unwavering in her support. If Bell landed a role, Lil cheered enthusiastically from the back of the room. If the outcome wasn’t in her favor, the taller girl’s comforting shoulder became Bell's refuge. Their bond was unshakeable—until the bittersweet final day of their university life. As a symbol of their friendship, Lil presented Bell with a delicate white lily. Uncertain where life would lead them next, she summoned her bravery and shared what she had kept close to her heart: "If you ever reach that superstar dream, I want to be your very first fan." Bell’s eyes twinkled with curiosity as she leaned in, “And what about today, Lil?” She bit her lip playfully. “Today... how about I be your girlfriend first?” Lil’s heart melted at that radiant smile, the one that crinkled her eyes and filled her with an overwhelming affection for Bell. The sweet response from Lil only broadened the beam on Bell’s face. “Once you’re part of Bell’s fandom, there’s no turning back!” she teased, claiming the precious role of being the special guardian of her heart, reserved for the very first fan.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... Bad Girl Like Meนามปากกา : Iamnoeynuii “ลินดา” ตัวแม่สายแซ่บ สวย มั่นใจ รู้ว่าตัวเองมีอิทธิพลกับคนรอบข้าง ชินกับการเป็นฝ่ายเลือกและฝ่ายคุมเกมมาตลอด จนกระทั่งเธอได้เจอ “มีนา” เด็กสาวหน้าตาเรียบร้อย พูดน้อย วางตัวสุภาพ ดูติ๋มจนไม่น่ามีพิษภัย ลินดาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ด้วยความคิดว่าอีกฝ่ายคงรับมือไม่เก่ง ทั้งคู่ตกลงกันชัดว่าเป็นความสัมพันธ์แบบไม่ผูก ไม่คาดหวัง ลินดาเป็นเมะรุกแรง ส่วนมีนาเป็นเคะที่ยอมให้เข้าใกล้อย่างเงียบ ๆ แต่ยิ่งอยู่ด้วยกัน ลินดากลับเริ่มแพ้ทางความนิ่งของมีนา แพ้รอยยิ้มบาง ๆ และการอยู่ตรงนั้นเสมอโดยไม่เรียกร้องอะไร คนที่ดูติ๋มกลับเป็นคนที่มั่นคงที่สุด เมื่อถึงวันที่มีนาเลือกถอยอย่างสุภาพ ลินดาถึงได้รู้ว่า คนที่แพ้จริงไม่ใช่เคะติ๋ม แต่เป็นตัวแม่ที่เผลอรู้สึกไปก่อน สุดท้ายลินดาเป็นฝ่ายเดินกลับไปหา ยอมรับว่าครั้งนี้เธอไม่ได้อยากชนะ แต่อยาก “เลือก” มีนาอย่างจริงใจ จากตัวแม่ที่ไม่เคยแพ้ใคร กลับแพ้ทางคนติ๋ม ๆ แบบถอนตัวไม่ขึ้นFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Bad Girl Like MePen Name : Iamnoeynuii Linda, a bold and self-assured woman, is fully aware of the sway she holds over those in her orbit. She's always been the one calling the shots, steering the course of events—until she crosses paths with Meena, a soft-spoken, understated girl who appears harmless. Linda dives in, convinced that Meena won't stand a chance against her. They settle into a casual, no-strings-attached arrangement; Linda takes on the dominant role while Meena quietly submits, allowing Linda space to draw close. Yet, as their time together unfolds, Linda unexpectedly finds herself enchanted by Meena's tranquil demeanor, her sweet smile, and the steady calm she exudes. The girl who seemed so fragile reveals a profound resilience. When Meena gently pulls away, Linda comes to a startling realization: she isn’t the one in control, but rather the strong woman who has deeply fallen for her. In the end, Linda returns, not seeking to dominate but to genuinely "choose" Meena. Once the queen of every encounter, she’s now utterly enchanted by the quiet strength of the seemingly meek Meena.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “ลิลลี่ - เบลเล่”ที่จะมาปล่อยออร่าความน่ารัก สดใส ซุกซนส่งถึงใจเหล่าแฟน ๆ จนทำเอาทุกคนจะต้องยกมือมากุมใจไปตาม ๆ กัน!Look ตรุษจีน ของ “ลิลลี่-เบลเล่” โดย “ลิลลี่” ได้เป็นตัวแทนในการเผยว่า ตอนแรกที่เห็น “เบลเล่” ในลุคเทศกาลวันตรุษจีน ค่อนข้างเซอร์ไพรส์มาก ๆ พร้อมเสริมว่า ปกติตนนั้นไม่ค่อยได้เห็น “เบลเล่” ในลุคเก็บผมเรียบร้อยแบบนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งก็เป็นอีกลุคของ “เบลเล่” ที่ถูกใจ “ลิลลี่” มาก ๆ ทางด้านของ “เบลเล่” ก็ได้เผยว่า ตอนที่ตนเห็น “ลิลลี่” ในลุคผ้าคาดตานี้ ตนประทับใจ และชื่นชอบมาก เนื่องจากในลุคนี้ของ “ลิลลี่” มีการนำสีดำที่เป็นสีที่ “ลิลลี่” ชอบ มาผสมผสานกับสีแดง ที่เป็นสีสัญลักษณ์ประจำวันตรุษจีน ผสมผสานออกมาแล้วมันลงตัว สวย เท่ และยังคงมีความลึกลับ น่าค้นหาอยู่ในตัวอีกด้วย“ลิลลี่ยูจะบังพี่ทำไม!? ” งานนี้พี่ๆดีเจก็ได้เสิร์ฟคอนเทนต์เอกลักษณ์ ที่เป็นที่จดจำอย่างมีม ‘ลิลลี่! ยูจะบังพี่ทำไม Who never know ตอนนั้นหน้าช่าเป็นยังไงไม่มีใครทราบ เพราะลิลลี่ยูบังพี่!’ ซึ่งตัวของ “เบลเล่” ก็ทำออกมาได้ดี และสร้างเสียงหัวเราะให้กับเหล่าดีเจ และแฟน ๆ ได้เป็นอย่างมาก ซึ่งเจ้าตัวอย่าง “ลิลลี่” ก็รู้สึกว่า มีมนี้อยู่มานานมาก และเป็นมีมที่สามารถนำกลับมาเล่นได้ตลอด เปรียบเสมือนเป็นมีมในตำนานสุด ๆ และส่วนตัวรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก ๆ ที่ตัวเองได้เป็นมีมในตำนานถึง 1 ทศวรรษ หรือ 10 ปีเลยทีเดียววลี “เขินส่วนสูงมากกก!” โดย “เบลเล่” ก็ได้เผยว่า ตนนั้นชอบคนที่ส่วนสูง สูงกว่าเธอมาก ๆ ด้วยความที่เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก จึงคิดว่าหากมีหวานใจเป็นคนที่ตัวสูงกว่า เวลาที่มองเขา ทำให้รู้สึกว่าเขาเท่ และดูปกป้องเราได้ เรียกได้ว่า เมื่อฟังจบสาว “ลิลลี่” ก็ยิ้มไม่หุบกันเลยทีเดียวความแตกต่างของ “I WANNA BE SUP’TAR ” จากปี 2558 “ลิลลี่” ได้เป็นตัวแทนในการเผยว่า ซีรีส์เรื่องนี้ หลังจากที่ได้มีการ Remake จากเดิมในปี 2558 สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ก็จะมีการเพิ่มเนื้อหา ความน่ารัก โรแมนติกเพิ่มขึ้น และจากเดิมที่มีจำนวนตอน 32 ตอน จะเหลือเพียง 8 ตอนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการปรับบท และคำพูดต่าง ๆ ให้เข้ากับสมัยใหม่มากยิ่งขึ้นอีกด้วยความท้าทายของบท “วิน - วันหนึ่ง” โดย “เบลเล่” ก็ได้เผยว่า ในด้านความโก๊ะ ความเปิ่น ของตนนั้นมีอยู่แล้วจากการเป็นตัวของตัวเอง แต่เอเนอจี้ก็ยังไม่เท่าตัวละคร “วันหนึ่ง” อยู่ดี เพราะเป็นคาแรคเตอร์ที่มีพลังเยอะ และจะสดใส ร่าเริง อยู่แทบจะในทุก ๆ ซีนที่ถ่ายทำ อีกทั้งยังได้เสริมว่า เวลาไปกองถ่าย จะต้องพกเครื่องดื่มชูกำลังไปด้วยทุกวัน เพื่อที่จะเพิ่มเอเนอจี้ ความร่าเริง สดใส นี้ให้กับตัวเองตลอดทั้งวัน ด้านของ “ลิลลี่” ก็ได้เผยว่า ตัวตนจริง ๆ ของตนนั้นเป็นคนชอบพูด ชอบคุย ติดเล่น ติดแซว แกล้งคนอื่นไปทั่ว ทำให้การสวมบาทคาแรคเตอร์ “วิน” ในเรื่องนี้ ที่มีความนิ่ง สุขุมอยู่มากนั้น เป็นเรื่องที่ท้าทาย และต้องมีการ Workshop อย่างหนัก อีกทั้ง “เบลเล่” ได้เสริมว่า ‘บทในเรื่องนี้ยากมาก ๆ ต้องทำการบ้านหนักมาก ในตอนแรกที่หนูไป Workshop คือพี่ผู้กำกับเครียดมาก เพราะหนูเล่นเหมือนเอเนอจี้จะยังไม่เท่าตัวละคร “วันหนึ่ง” เขาต้องให้หนูกระโดดตบ แล้วก็วิ่ง 10 รอบ ก่อนเข้ากองเพื่อให้มีเอเนอจี้ได้เต็มที่’ ทำเอาเหล่าดีเจ และแฟน ๆ หัวเราะ และอดเอ็นดูในสิ่งที่ได้ยินไม่ได้เส้นทางของ “วันหนึ่ง” กับ “เบลเล่” คล้ายกันไหม? “เบลเล่” ได้เผยว่า จริง ๆ แล้วตัวของตน และ “วันหนึ่ง” แอบมีความคล้ายคลึงกัน ตรงที่มีความพยายามในการทำงาน มีแพชชั่น ตั้งใจเวลาทำงานทุกครั้ง และรู้สึกว่า เวลาที่ได้สวมบทบาทเป็นตัวละครนี้ในการถ่ายทำ ก็ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไม “วันหนึ่ง” ถึงเต็มที่กับทุก ๆ งานขนาดนี้ถ้าต้องอยู่ในบ้านเดียวกัน ฉบับ “ลิลลี่ - เบลเล่” ชีวิตจริง! โดย “ลิลลี่” ได้เผยว่า กฎข้อแรกที่เธอจะตั้งหากได้อยู่ด้วยกัน คือ ‘ห้ามกินเยอะ’ เนื่องจาก “เบลเล่” เป็นคนที่กินเยอะมาก ๆ และกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน แล้วก็ยังไม่ชอบออกกำลังกายอีก ทำเอาแฟน ๆ อดคิดต่อกันไม่ได้ว่า ดูทรงแล้วคงจะแอบเป็นห่วงสุขภาพกันแน่ ๆ ด้านของ “เบลเล่” ก็ได้ตั้งกฎข้อที่สองว่า ‘ห้ามเปิดแอร์ร้อน’ เนื่องจาก “ลิลลี่” เป็นคนขี้หนาว และไม่ชอบอยู่ในอากาศหนาว แต่ตัวของเธอนั้น กลับเป็นคนที่ชอบอากาศหนาวมาก ๆ ความต่างสุดขั้วนี้ของทั้งคู่ เรียกได้ว่า น่ารักสุด ๆ ถึงแม้ท้ายที่สุด “พี่ลิลลี่” จะต้องยอมให้น้องเปิดแอร์หนาวเวลาอยู่ด้วยกันก็ตาม‘อยากเป็นคนสำคัญของเธอ’ เวอร์ชั่น 2568 ! ปิดท้ายช่วงสัมภาษณ์ด้วยการที่พี่ ๆ ดีเจให้ทั้งสองสาวได้ร้องเพลงประกอบซีรีส์ ‘อยากเป็นคนสำคัญของเธอ’ แบบสด ๆ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เสียงใส ๆ ของสาว ๆ ทำเอาแฟน ๆ ต้องยิ้มฟิน ใจละลาย ตกหลุมรักไปตาม ๆ กันและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะส่งมอบความน่ารัก สดใส ตกแฟน ๆ เข้าด้อมแบบเต็มเปาทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดท้าทายมาให้ “ลิลลี่ - เบลเล่” เล่นกันด้วย กับเกมว่า ‘ลิลลี่ เบลเล่ I wanna be … ’งานนี้ทั้งคู่จะส่งมอบความน่ารัก แก่นซนกันขนาดไหน สามารถไปรับชมความเปิ่นโก๊ะของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบ No Limit กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ลิลลี่ - เบลเล่”โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ จนทำเอาแฟน ๆ เสียอาการ และซาบซึ้งไปตาม ๆ กัน สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ลิลลี่ - เบลเล่” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ รวมถึงขอบคุณที่มาสร้างทั้งความสุข รอยยิ้ม และความน่ารักตลอดค่ำคืน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “I WANNA BE SUP’TAR วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์” สามารถรับชมได้ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE 31 และรับชมเวอร์ชั่น UNCUT ได้ทางแอปพลิเคชัน oneD รับประกันความเปิ่นโก๊ะ น่ารัก คอมเมดี้ เบาสมองแน่นอนนน!สามารถเข้าไปรับชมโมเมนต์ความฟินของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

จากศัตรูตัวฉกาจ สู่เจ้าของหัวใจคนโปรด แก้บนคราวนี้ เลยได้คนดีมาเป็นหวานใจ ต้อนรับ เซิร์ฟ - จาว่า ที่มาฝากซีรีส์สุดฮอต ชวนแฟน ๆ เติมเต็มหัวใจ ให้ใจฟูกันแบบ Non Stop!

24 ก.พ. 2026

จากศัตรูตัวฉกาจ สู่เจ้าของหัวใจคนโปรด แก้บนคราวนี้ เลยได้คนดีมาเป็นหวานใจ ต้อนรับ เซิร์ฟ - จาว่า ที่มาฝากซีรีส์สุดฮอต ชวนแฟน ๆ เติมเต็มหัวใจ ให้ใจฟูกันแบบ Non Stop!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ] ค่ำคืนนี้มาอิ่มฟิน อินใจ ไปกับ “เซิร์ฟ - จาว่า” ที่จะมาสร้างเสียงหัวเราะ ฮีลใจล้า ๆ ของแฟน ๆ ให้กลับมาแฮปปี้อีกครั้ง ไปพร้อมกับ 2 ดีเจสาวสวย สดใส “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... ทีมฟุตแบนด์ | Foot(ball)bandนามปากกา : SunsetInMay (ซัน-เซ็ท-อิน-เม) ในปีสุดท้ายของชีวิตมหาวิทยาลัย เซิร์ฟ ผู้ฝันอยากพาวงไปคว้าชัยบนเวทีประกวดระดับประเทศ และ จาว่า นักฟุตบอลตัวแทนทีมมหาวิทยาลัยที่หวังเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดแชมป์ระดับชาติ ต่างกำลังเดินไปบนเส้นทางของความฝัน จนกระทั่งอุบัติเหตุของเพื่อนคนสนิท ผู้เป็นทั้งมือเบสของวงเซิร์ฟและผู้รักษาประตูของทีมจาว่า ทำให้เพื่อนต้องพักจากทุกการแข่งขัน ความฝันของทั้งวงดนตรี และทีมฟุตบอลจึงหยุดชะงัก ทางออกเดียวที่ทำให้สองเส้นทางยังคงเดินต่อได้ คือการเป็นตัวแทนให้กันและกัน จาว่ากลับมาจับเบสที่เคยวางลงเพื่อเป็นมือเบสให้วงเซิร์ฟ ขณะที่เซิร์ฟต้องยืนเฝ้าเสา จับตาลูกบอลในสนามที่ไม่คุ้นเคยเพื่อเป็นผู้รักษาประตูให้ทีมจาว่า ระหว่างเสียงนับจังหวะและเสียงเชียร์จากข้างสนาม วันธรรมดาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ทั้งสองมองเห็นโลกของกันและกันชัดขึ้น บนเส้นทางสู่ความฝัน การฝึกฝนในสิ่งที่เคยรักและสิ่งใหม่ที่ไม่คุ้นเคย กลายเป็นบทเรียนของความเข้าใจ การเติบโต และความรักที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น เพราะเมื่อปลายทางใกล้เข้ามา พวกเขาจึงได้เรียนรู้ว่า บางครั้งการไปถึงความฝัน อาจไม่สำคัญเท่าการได้พบใครบางคนที่ทำให้ระหว่างทางมีความหมายFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Foot(ball)bandPen Name : SunsetInMay In their last year at university, Surf, who yearns to lead his band to a glorious national triumph, and Java, an ambitious football player eyeing a championship title, are both chasing their dreams. But when their close friend—Surf's bassist and Java's goalkeeper—faces an unfortunate accident that sidelines him from all competitions, their aspirations hang in the balance. To keep their dreams alive, they decide to step in for one another. Java dusts off his bass guitar to support Surf, while Surf takes on the role of goalkeeper for Java, guarding the net in a game he’s never played before. Amid the cheers and the rhythmic clapping of the crowd, the ordinary moments of their lives begin to shift into extraordinary ones, allowing them to view each other's passions in a new light. As they navigate this unexpected journey, practicing what they love while taking on unfamiliar challenges, they discover lessons in understanding and growth—and the slow blossoming of a deeper connection. As the finish line approaches, they realize that sometimes, it’s not just about the destination, but about finding someone who adds meaning to the journey itself.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... บันทึกรักนิรันดร์ 1990 | Eternal Note 1990นามปากกา : 90 Degrees “จาว่า” ชายหนุ่มยุคปัจจุบันได้ค้นพบสมุดบันทึกเก่าคร่ำครึที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของห้องสมุดโบราณ ทันทีที่ปลายปากกาจรดชื่อตนลงบนแผ่นกระดาษ กาลเวลาก็บิดเบี้ยวเหวี่ยงเขาข้ามมิติกลับสู่ปี 1990 เขาได้พบกับ “เซิร์ฟ” ชายหนุ่มผู้กุมความลับในอดีต ทั้งคู่มีโอกาสพบกันได้เพียงชั่วครู่ ยามพระอาทิตย์อัสดงเมื่อแสงสีส้มพาดขอบฟ้า ประตูกาลเวลาจะเปิดออกเพียงชั่วอึดใจ ท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิกความรักที่ละเมียดละไมได้ก่อตัวขึ้นท่ามกลางเงื่อนไขที่บีบคั้น ก่อนที่จาว่าจะถูกดึงกลับสู่ปัจจุบัน เซิร์ฟได้จารึกคำสัญญาลงในบันทึกว่า ‘ไม่ต้องกลัวนะ ต่อให้เราอยู่คนละกาลเวลา พี่ก็จะตามหาเราจนเจอ’ เมื่อกลับสู่โลกเดิม จาว่าพบรอยหมึกซีดจางระบุที่อยู่แห่งหนึ่งในบันทึก เขาออกตามหาจนพบบ้านไม้เก่าและได้เผชิญหน้ากับเซิร์ฟในวัยเจ็ดสิบปี ชายชราส่งยิ้มที่คุ้นเคยพร้อมเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ‘พี่บอกแล้วไงว่าพี่จะตามหาเราจนเจอ’ เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อรักษา คำสัญญาการรอคอยตลอดสามทศวรรษสิ้นสุดลง เมื่อหัวใจสองดวงหมุนมาบรรจบ กาลเวลาอาจพรากได้เพียงร่างกายนามธรรม แต่ไม่อาจขวางกั้นจิตวิญญาณที่ผูกพันกันด้วยรอยหมึกและคำมั่นสัญญาที่แสนงดงามนี้ได้เลยFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Eternal Note 1990Pen Name : 90 Degrees Java, a young man from the present day, discovers an old, tattered notebook hidden in a dark corner of an ancient library. The moment his name touches the paper, time warps, hurling him back to 1990. There, he meets Surf, a young man holding a secret from the past. They have only a fleeting moment together as the sun sets, casting an orange glow across the horizon. The portal of time opens for a brief instant. Amidst the classic atmosphere, a delicate love blossoms, constrained by harsh circumstances, before Java is pulled back to the present. Surf inscribed a promise in the notebook: "Don't be afraid. Even though we are in different timelines, I will find you." Upon returning to his own world, Java finds a faded ink mark indicating an address in the notebook. He follows the trail until he finds an old wooden house and confronts Surf, now seventy years old. The old man offers a familiar smile and speaks in a trembling voice, "I told you I would find you." He has spent his entire life keeping his promise; the wait of three decades ends as two hearts finally meet. Time may only separate their physical bodies. But nothing could separate the spirits bound together by ink and a beautiful promise.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... สเก็ตช์รักข้ามจังหวะใจ (The Muse’s Melody)นามปากกา : SketchSur กลิ่นสีน้ำมันและดินสอแกรไฟต์ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจกลับเป็นเพียงความว่างเปล่าสำหรับจาว่า อาการ Art Blockรุนแรงจนหน้ากระดาษสเก็ตช์ขาวโพลนนับสัปดาห์ กลับมีทำนองเพลงจากกีตาร์โปร่งของเซิร์ฟ รุ่นพี่ชมรมดนตรีที่มักมานั่งเล่นกีตาร์โปร่งใต้ต้นไม้หลังคณะศิลปกรรมเป็นประจำ มักสื่อสารผ่านเสียงกีตาร์และแววตา แต่กลับดูเท่จนใจสั่น จาว่าลองหยิบดินสอขึ้นมาสเก็ตช์ภาพคนตรงหน้าในพริบตานั้น สีสันที่เคยหายไปจากโลกเขากลับซึมซาบเข้ามาในหัวใจอีกครั้ง กระดาษสเก็ตช์ที่ว่างเปล่าเริ่มเติมเต็มด้วยเส้นดินสอ โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่านายแบบจำเป็นคนนี้รู้ทันมาโดยตลอด กระทั่งเย็นวันหนึ่งที่ภาพวาดยังค้างคาอยู่ที่ช่วงริมฝีปาก เซิร์ฟก็ตัดสินใจลุกจากม้านั่ง เดินตรงดิ่งมาหาจาว่าที่กำลังง่วนกับยางลบ จาว่าสะดุ้งตัวรีบปิดสมุดหนี แต่ร่างสูงกลับคว้าขอบสมุดไว้ แล้วก้มลงมาสบตาในระยะใกล้จนเห็นเงาเขาในตาของอีกฝ่าย เขามองรูปที่ยังวาดไม่เสร็จนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนกระซิบเสียงนุ่มนวล ‘ถ้าวาดเสร็จเมื่อไหร่ ต้องแลกกับการให้พี่เข้าไปนั่งในใจเราด้วยนะ’ คำพูดนั้นทำให้ดินสอในมือจาว่าสั่น เขาเพิ่งรู้ซึ้งว่าบางภาพวาดที่สวยอาจไม่ได้จบลงที่บนกระดาษ เเต่กำลังเริ่มวาดลงในหัวใจเขาFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... The Muse’s MelodyPen Name : SketchSur The aroma of oil paints and the crispness of graphite once filled Java with inspiration, but now they only echoed a sense of emptiness. For weeks, his sketchbook had remained a void, haunted by a stubborn artist's block. Instead, the soothing strums of Surf's acoustic guitar floated through the air, played by a senior from the music club who frequently settled beneath the tree behind the Faculty of Fine Arts. Surf had a way of expressing himself through the gentle caress of his guitar strings and the cool glint in his eyes, creating a flutter in Java's heart. In a sudden rush of inspiration, Java grabbed a pencil and began to capture the figure before him. The vibrant colors that had slipped away from his life emerged anew, filling him with warmth. Lines began to dance across the once-blank pages of his sketchbook, oblivious to the fact that his unintended muse was keenly aware of his thoughts. But one evening, as his drawing lay unfinished, Surf stood up from the bench and strode gracefully toward Java, who was lost in the world of his eraser. Startled, Java snapped his sketchbook shut, but the tall figure reached out, catching the edge with ease and leaning down, their eyes locking in intimate proximity. Surf gazed at the incomplete drawing, a faint smile gracing his lips, before whispering softly, “When you finish this, you have to let me into your heart.” Those words sent a shiver through Java’s hand, causing the pencil to quiver. In that instant, he realized that some masterpieces aren’t merely born on paper; they begin to blossom within one's heart.FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... แผนรักนายมาเฟียนามปากกา : จ้าวดื้อ จาว่า ไม่เคยคิดว่าการใช้หนี้จะพาเขามาไกลถึงขั้นต้องแฝงตัวเข้าไปในตระกูลมาเฟียอันดับต้นๆ ของประเทศพ่วงตำแหน่งชวนปวดหัวอย่าง “คู่หมั้น (ปลอม)” ของทายาทตระกูลอย่าง เซิร์ฟ ภารกิจบอกเพียงให้สืบความเคลื่อนไหวในแก๊ง โดยมีผู้อยู่เบื้องหลังคือเพื่อนเก่าของพ่อเซิร์ฟ ผู้ซ่อนแผนหักหลังไว้ภายใต้หน้ากากผู้หวังดี ปัญหาคือสายลับจำเป็นคนนี้ ทั้งโก๊ะ พูดมาก เก็บพิรุธไม่ค่อยอยู่ วันไหนไม่หลุดถือว่าโชคดี ตั้งแต่ก้าวเข้าตระกูล เขาก็ต้องเผชิญสายตานิ่งๆของเซิร์ฟ มาเฟียหนุ่มผู้สุขุม เท่และดูอันตรายเมื่อประกอบกับความเงียบและใบหน้าเย็นชา โดยที่จาว่าไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมองความไม่เนียนของเขาออกตั้งแต่แรก ชีวิตคู่หมั้นปลอมเต็มไปด้วยความโกลาหลตั้งแต่สืบผิดเรื่อง แอบฟังผิดคน ไปจนถึงเผลอช่วยเซิร์ฟแก้ปัญหาในแก๊งจนแผนของคนอื่น พังไม่เป็นท่า ยิ่งอยู่ใกล้ จาว่ายิ่งเห็นว่าใต้ความเย็นชาคือภาระหนักหนาที่เซิร์ฟแบกรับ ขณะเดียวกันหัวใจที่ด้านชาของเซิร์ฟเปิดรับความจริงใจที่ไม่เคยคิดจะได้รับ เช่นเดียวกับจาว่าที่ตกหลุมรักเหยื่ออย่างไร้ทางออก เขาจะจัดการเรื่องราวนี้ต่อไปอย่างไร จะเลือกหัวใจหรือหน้าที่ที่หากล้มเหลวอาจเดือดร้อนคนที่รักFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... The Romantic Scheme of the Mafia LeaderPen Name : จ้าวดื้อ Java never expected that settling his debts would plunge him into the shadowy depths of one of the nation's most notorious mafia clans, where he'd awkwardly take on the role of the "fake fiancé" to the family's heir, Surf. His covert mission? To keep tabs on the gang's activities, all orchestrated by Surf's father's shifty old friend, a man cloaked in an aura of benevolence while secretly plotting betrayal. The catch? This unwilling undercover agent is a walking disaster—clumsy, excessively chatty, and utterly incapable of keeping his suspicious tendencies in check; getting through a single day without a blunder feels like a stroke of luck. From the very first moment he steps into the family dynamic, he is met with Surf's calm, piercing gaze—the composed, cool-headed, and perilously enigmatic mafia head. Little does Java know, Surf sees right through his bumbling act from the very start. His life as a fake fiancé spirals into hilarity as he inevitably snoops in all the wrong places, eavesdrops on the least relevant conversations, and somehow becomes an unwitting ally in Surf’s quest to tackle mob issues, inadvertently derailing rivals' plans along the way. The more Java delves into this intricate web, the clearer it becomes that beneath Surf's icy facade lies a heavyweight of burdens. In an unexpected twist, Surf's hardened heart begins to thaw in the face of Java’s sincerity, while Java finds himself hopelessly smitten with his intended target. Now he’s left pondering how to navigate this tangled mess: will he follow his heart or uphold his mission, risking everything and potentially endangering those he cares about?FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... รักล็อกอินนามปากกา : WansukzzZ “เซิร์ฟ” และ “จาว่า” คู่แข่งแห่งคณะวิศวะ เซิร์ฟเด็กเนิร์ดใส่แว่นผู้สุขุมเก่งเกินหน้าใครกับจาว่าหนุ่มหล่อเรียนเก่งที่ไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ ทั้งสองไม่ถึงกับเกลียดกัน แต่ก็ไม่เคยถูกกันสักครั้ง ทุกสนามคือการแข่งขันเงียบ ๆ ที่ไม่มีใครยอมใคร จนวันหนึ่งจาว่าล่วงรู้ความลับว่า เซิร์ฟติดเกมออนไลน์และเปย์หนักให้ผู้เล่นหญิง เขาจึงสร้างตัวละครสาวชื่อ “วาว่า” ด้วยเจตนาปั่นหัว เอาคืนขำ ๆ ทว่าแผนที่เริ่มจากความอยากเอาชนะจากบทสนทนาสั้น ๆ กลายเป็นการคุยกันทุกคืน ในโลกของเกม เซิร์ฟไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ เขาเป็นคนขี้เหงา แบกความคาดหวังและเจ็บปวดจากการถูกเปรียบเทียบของครอบครัว จาว่าได้เห็นมุมอ่อนแอเหล่านั้น ทั้งคู่กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ใครบางคนโดยไม่รู้ตัว เมื่อหัวใจถลำลึกเกินควบคุมจาว่ารู้สึกผิด ลบเกมและหายไปเงียบ ๆ แต่เซิร์ฟกลับจับพิรุธจากความคุ้นเคยเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ทั้งหมด เขาไม่โกรธแต่เลือกต้อนคนน่าแกล้งด้วยความใส่ใจที่เกินคำว่าเพื่อน จนจาว่าเริ่มหวั่นไหวซ้ำอีกครั้ง เกมที่เริ่มจากการหลอก อาจไม่จบด้วยผู้แพ้ หากเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่ล็อกอินหัวใจของทั้งคู่ไว้ด้วยกัน “อย่าหวังจะหายไปอีกล่ะ วาว่า” เซิร์ฟยกยิ้มFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Heartfelt AccessPen Name : WansukzzZ "Surf" and "Java," two competitive spirits from the engineering faculty, share a curious relationship. Surf is a tranquil, bespectacled nerd who outshines his peers in intelligence, while Java is a dashing, clever youth with an unyielding spirit. They don't harbor hatred for one another, but genuine camaraderie has always eluded them. Each contest between them creates an unspoken rivalry, where neither is willing to yield. One fateful day, Java stumbles upon a hidden truth about Surf: he’s caught in the thrall of online gaming, pouring his money into virtual interactions with female players. Seizing the moment, Java crafts a female avatar named "Wava," aiming to playfully tease and settle the score. What starts as a charming ploy quickly spirals into deep, late-night conversations. Within the game, Surf is not the invulnerable genius he appears to be; he grapples with loneliness and the weight of his family's expectations, feeling the sting of constant comparisons. As Java uncovers this hidden side of Surf, an unexpected bond forms between them, a sanctuary where they can both be vulnerable. As their feelings deepen, guilt tugs at Java's heart; he decides to erase the game and vanish into silence. Yet, Surf senses the subtle shifts—the hints of familiarity—and instead of anger, he playfully nudges Java with a warmth that transcends mere friendship, causing Java to second-guess his departure. What began as a game steeped in deception may very well blossom into a love story that entwines their very souls. "Don't think you can just vanish again, Java," Surf teased with a knowing grin.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “เซิร์ฟ - จาว่า”แก้บนครั้งนี้ไม่ใช่การขอขมา แต่โชคชะตากลับพาเธอขามาให้เจอส่งมอบความน่ารัก ฟูลฟีลให้แฟน ๆ ตกหลุมรักไปพร้อม ๆ กัน!List หัวใจ กับคุณคนโปรด! “จาว่า” ได้เผยว่า จุดที่เขาชอบในตัวของ “เซิร์ฟ” คือการที่เซิร์ฟเป็นคนประเภท Introvert ไม่ค่อยออกจากบ้าน อยู่แต่ในห้อง ไม่ค่อยทำให้เป็นห่วง พร้อมบอกว่า ‘หากใครได้เป็นแฟน จะไม่มีปัญหาเรื่องการหึงหวงอย่างแน่นอน’ ด้านของ “เซิร์ฟ” ก็ได้เผยว่า ตนนั้นชอบคนที่ผิวขาว น่ารัก ซึ่งสำหรับ “เซิร์ฟ” แล้ว “จาว่า” เป็นคนที่ดูน่ารักในสายตาของเขา แม้ในสายคนอื่น หรือเจ้าตัวจะมองว่าเป็นคนเท่ ๆ คลู ๆ ก็ตามBig Guy ที่มากกว่าในจอ “จาว่า” ได้เป็นตัวแทนเผยว่า ในซีรีส์ที่ทุกคนได้ดูนั้น เป็นช่วงเวลาที่ผ่านมาประมาณหนึ่งปีแล้ว หลังจากที่ถ่ายซีรีส์จบไป ทั้งสองก็ได้มีการฟิตหุ่นขึ้นนิดหน่อย จึงทำให้ตัวจริงในปัจจุบันนั้นดูบึ้กกว่าในจอที่ทุกคนได้รับชมในซีรีส์ โดย “เซิร์ฟ” ได้พูดเสริมว่า ‘ปกติเราชอบแบ่งกล้ามแข่งกันบ่อย ๆ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้แข่งกันแล้ว เพราะมีงานเยอะ ไม่ค่อยได้เข้ายิม ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าไหร่’ ดีเจสองสาวสวยจึงได้เสิร์ฟความล่ำบึ้กนี้ส่งตรงถึงสายตาแฟน ๆ ผ่านไลฟ์สด ด้วยการให้ทั้งสองหนุ่มเบ่งกล้ามโชว์แฟน ๆ เรียกว่าทำเอาแฟน ๆ ใจละลายไปตาม ๆ กันเลยทีเดียวถามไวตอบไว ไปกับ “เซิร์ฟ - จาว่า” ‘ใครขี้เหงามากกว่ากัน ?’ ซึ่งทั้งสองคนก็ได้ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็น “จาว่า” ‘ใครติดสกินชิพมากกว่ากัน ?’ ทั้งสองคนก็ยังคงตอบเป็นเสียงเดียวกันอย่างพร้อมเพียงว่ายังคงเป็น “จาว่า” โดยเจ้าตัวก็ได้พูดเสริมว่า ‘ผมเป็นคนที่ชอบรู้สึกหมั่นเขี้ยวมาก ๆ เวลาเห็นอะไรที่น่าหมั่นเขี้ยว แล้วรู้สึกว่าอยากจะจับขยี้อยู่เสมอ’ ‘ใครขี้อ้อนมากกว่ากัน ?’ ซึ่งคำตอบของทั้งคู่ก็ยังหนีไม่พ้นคนดีคนเดิมแบบ “จาว่า” อีกเช่นเคย ‘ใครขี้งอนกว่ากัน ?’ คำตอบในคถามนี้ก็ยังหนีไม่พ้น “จาว่า” คนเดิม ‘ใครเอเนอจี้เยอะกว่ากัน ?’ และคำตอบในข้อนี้ก็ยังออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่ายังคงเป็น “จาว่า” อีกเช่นเคย ‘ใครคลั่งรักมากกว่ากัน ?’ คำตอบในข้อนี้เรียกได้ว่าเป็นมติเอกฉันท์ แต่เป็นคำตอบที่ต่างจากทุกข้ออย่างสิ้นเชิง โดยทั้งคู่ได้โหวตให้คนที่เป็นยอดแห่งความคลั่งรักคือ “เซิร์ฟ” โดย “จาว่า” ได้เผยว่า “เซิร์ฟ” นั้นเป็นคนประเภทที่ชอบเข้าหา ชอบง้อ ชอบเอาใจ โดย “เซิร์ฟ” ก็ได้เสริมว่า ตนนั้นเวลาที่มีความรัก จะเป็นคนที่ชอบตามใจ ชอบสปอยคนที่รัก พร้อมบอกว่าทั้งคู่มีลักษณะนิสัยที่คล้าย ๆ กัน ต่างกันตรงที่ “เซิร์ฟ” นั้นจะเป็นคน Introvert และ “จาว่า” จะเป็นคน “Extrovert” แต่ไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตของทั้งคู่จะคล้ายกันมากMuTeLuv แล้ว MuTeLu ยัง ? “เซิร์ฟ” ได้เผยว่า ส่วนตัวนั้นเป็นคนที่เชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การมูเตลู ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เวลาไปบน หรือไปไหว้ เจ้าตัวก็จะเชื่อว่าจะสามารถทำในสิ่งที่ขอนั้นได้ ในด้านของ “จาว่า” ได้เผยว่า การถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ เจ้าตัวได้เข้าวัดบ่อยที่สุดตั้งแต่เกิดมา โดยเผยว่า ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่เชื่อในเรื่องเหล่านี้เลย แต่ว่าหากใครชวน หรือให้ไป ก็สามารถไปได้เช่นกันสกิล Comedy ฉบับ “เซิร์ฟ - จาว่า” “จาว่า” ได้เผยว่า ส่วนตัวแล้วคิดว่าการเล่นคอมเมดี้ในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ยากสักเท่าไหร่ ซึ่งจริง ๆ แล้วตนนั้นเป็นคนที่เล่นแนวคอมเมดี้ออกมาไม่ค่อยดี แต่เรื่องที่ตนได้เล่นไปก่อนหน้านี้ ที่เพิ่งออนแอร์จบไป ก็เป็นแนว ตลก คอมเมดี้เช่นกัน เลยคิดว่าสามารถนำสกิลจากเรื่องนั้นมาช่วยได้เยอะมาก ๆ ด้านของ “เซิร์ฟ” ได้เผยว่า ส่วนตัวนั้นชอบเล่นแนวตลก คอมเมดี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะก่อนที่จะมารับงานเล่นซีรีส์วาย ตนก็เคยผ่านการถ่ายโฆษณา ที่ต้องใช้การแสดงสีหน้า ท่าทางแบบเล่นใหญ่ เว่อร์ ๆ มาแล้ว เลยสามารถนำสกิลจากที่เคยถ่ายทำโฆษณานั้นกลับมาปรับใช้กับการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ได้9 วัดปะล่ะ! “จาว่า” ได้เผยว่า ความจริงแล้ว วัดที่เป็นสถานที่หลักในการถ่ายทำของเรื่องนี้นั้น มีจำนวนสถานที่เพียงแค่ 6 ถึง 7 วัดเพียงเท่านั้น แต่ที่ทุกคนเห็นว่าดูเหมือนมีหลายวัดนั้นคือการเปลี่ยนโลเคชั่นในสถานที่เดิม ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เผยอีกว่า มีวัดนึงที่ชอบที่สุด เนื่องจากตอนที่ไปออกกอง ห้องแต่งหน้าที่วัดนั้นติดแอร์ ทำให้ไม่รู้สึกร้อน หรืออึดอัดตัว พร้อมเสริมว่า ตนนั้นเป็นคนที่กลัวสัตว์จำพวกที่ไม่มีขนแบบสุด ๆ ในการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ เจ้าตัวก็ต้องพบกับจิ้งจก และตุ๊กแก เป็นจำนวนมาก จนต้องมีโมเมนต์ที่ให้ทีมงานไปยืนเฝ้าเวลาทำธุระส่วนตัวกันเลยทีเดียว เรียกทั้งเสียงหัวเราะ และความน่าเอ็นดูจากสองดีเจ และแฟน ๆ ไปแบบสุด ๆ !รสชาติที่หลากหลายของการ “MuTeLuv” โดยทั้งสองก็ได้เผยว่า ในซีรีส์เรื่องนี้นั้นมีรสชาติที่หลากหลาย และครบรสมาก ๆ มีทั้งฉากบู้ ฉากโรแมนติก มีความคอมเมดี้ และแทรกความอีโรติกเล็กน้อย พร้อมยังเสริมว่า เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่ทั้งสองคนทุ่มแรงใจกันแบบสุด ๆ เนื่องจากเป็นเรื่องแรกของ GMMTV ที่ “เซิร์ฟ - จาว่า” ได้เล่นเป็นคู่หลักในเรื่อง และทั้งสองเชื่อว่าภาพที่จะถ่ายทอดออกมาสู่สายตาแฟน ๆ นั้นจะต้องออกมาดีอย่างแน่นอน แม้ซีรีส์เรื่องนี้ ในตอนของ “MuTeLuv ตอน 9 วัด ปะล่ะ Love Me if You Swear” จะมีเพียงแค่ 4 EP. แต่ก็นับได้ว่าเป็น 4 EP. ที่อัดแน่นครบทุกรสชาติ ถึงใจแฟน ๆ อย่างแน่นอนและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะมอบทั้งรอยยิ้ม และความฟินให้แฟน ๆ ได้ยิ้มจนตาหยีกันแบบจัดเต็มทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดท้าทายมาให้ “เซิร์ฟ-จาว่า” เล่นกันด้วยกับเกม ‘ภารกิจรัก 9 ภารกิจวัด’ งานนี้ “เซิร์ฟ - จาว่า” จะพิชิตภารกิจวัด ได้กี่ภารกิจรักสามารถไปรับชมความเก่งฉกาจของทั้งคู่กันได้เลยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบไม่มีลิมิต กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “เซิร์ฟ - จาว่า”โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ จนยากที่จะยิ้มจนเก็บฟันกันไม่อยู่ไปตาม ๆ กัน! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เซิร์ฟ - จาว่า” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ รวมถึงขอบคุณที่มาสร้างรอยยิ้ม ความน่ารัก จนฟินจิกหมอนให้กับเหล่าแฟน ๆ ตลอดค่ำคืน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “MuTeLuv ตอน 9 วัด ปะล่ะ Love Me if You Swear” ทั้งหมด 4 EP. สามารถรับชมได้ทุกวันจันทร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ทางแอปพลิเคชัน TrueVisions NOW รับประกันความตลกคอมเมดี้ ควบความแซ่บ เท่ ถึงใจเหล่าแฟน ๆ กันอย่างแน่นอน!สามารถเข้าไปรับชมโมเมนต์ความฟินของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

มาฮีลใจ เติมเหมียวไปกับสองแมว เฟิร์ส - ข้าวตัง พร้อมแจกโมเมนต์ความฟินสุดขั้ว กับซีรีส์ เปย์รักด้วยแมวเลี้ยง Cat For Cash ที่เต็มไปด้วยความน่ารัก อบอุ่นหัวใจ ชวนฟินจิกหมอนแบบไม่มีพัก!

18 ก.พ. 2026

มาฮีลใจ เติมเหมียวไปกับสองแมว เฟิร์ส - ข้าวตัง พร้อมแจกโมเมนต์ความฟินสุดขั้ว กับซีรีส์ เปย์รักด้วยแมวเลี้ยง Cat For Cash ที่เต็มไปด้วยความน่ารัก อบอุ่นหัวใจ ชวนฟินจิกหมอนแบบไม่มีพัก!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ] ค่ำคืนนี้มารับความน่ารักใจฟู ไปกับ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” ที่จะมาเติมรอยยิ้ม ความสดใสให้กับแฟน ๆ ไปพร้อมกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... บทที่ไม่ลงรอย แต่หัวใจลงตัวนามปากกา : พฟ. เฟิร์สกับข้าวตังอยู่คลาสแอคติ้งเดียวกัน แต่ทั้งคู่ไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่วันแรก เฟิร์สจริงจังกับการแสดง วางแผนเป๊ะทุกฉาก ส่วนข้าวตังเป็นสายอิมโพรไวส์ เชื่ออารมณ์มากกว่า ทำให้การซ้อมมักจบด้วยการเถียงกัน แบบที่ไม่มีใครยอมใคร ครูประจำคลาสจึงจับทั้งสองเป็นคู่แสดงเรื่องเดียวกันในโปรเจกต์ใหญ่ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ระหว่างการซ้อมที่หนักหน่วงเพราะเดดไลน์ใกล้เข้ามาและระยะเวลาตลอดหลายเดือนที่ใช้ร่วมกัน เฟิร์สก็เริ่มเห็นความกล้าของข้าวตังที่ไม่กลัวพลาดในการแสดง ในขณะเดียวกันข้าวตังก็ได้เห็นความทุ่มเทและความอ่อนโยนที่เฟิร์สซ่อนไว้เบื้องหลังใบหน้าเคร่งเครียดนั้น และเมื่อทั้งคู่ต้องเผชิญคำวิจารณ์อย่างหนักในวันซ้อมใหญ่ ทั้งสองคนกลับเลือกยืนข้างกัน เพื่อปรับแก้บท ปรับการแสดง รวมถึงเชื่อใจกันมากขึ้น ในคืนก่อนวันแสดงจริง ในห้องซ้อมที่เงียบสงบ หลังจากบทสนทนาซ้อมฉากสุดท้ายจบลง ทำให้ทั้งสองรับรู้ว่าความไม่ชอบหน้า กลายเป็นความเข้าใจ พร้อมใจที่เต้นแรงโดยไม่รู้ตัว การแสดงบนเวทีพวกเขาจบลงอย่างสมบูรณ์ ทันทีที่ม่านปิดลง หัวใจของทั้งสองก็ยอมรับว่า บางที...ความรักก็เริ่มต้นจากคนที่เราเคยคิดว่าเข้ากันไม่ได้ที่สุดFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Though we may not see eye to eye, our hearts beat as one.Pen Name : พฟ. In the same acting class, First and Khaotung can't stand each other from the moment they meet. First approaches acting with a serious mindset, carefully crafting every detail, while Khaotung plays it more loose, relying on his emotions to guide him. This clash often sparks fiery debates during rehearsals, as each stubbornly holds their ground. When their teacher insists they collaborate on an important project they can’t dodge, they’re thrown together into the heat of preparation. Through the pressure of deadlines and countless hours side by side, First starts to admire Khaotung's fearless approach, while Khaotung uncovers the quiet dedication that lies behind First's tough exterior. When a particularly harsh critique hits during their final rehearsal, they choose to lift each other up, adjusting the script, refining their act, and cultivating a newfound trust. On the eve of their performance, as they wrap up their last run-through in the stillness of the rehearsal space, they realize that the animosity that once defined them has transformed into a surprising understanding, their hearts secretly awakening to something more. When they take the stage together, and the curtain falls, they recognize that maybe… just maybe, love can blossom between those who once seemed utterly mismatched.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... พระอาทิตย์เที่ยงคืนนามปากกา : Fungjai พระอาทิตย์เที่ยงคืน คือปรากฏการณ์ที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน แม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่เที่ยงคืนแล้วก็ตาม เจิน (เฟิร์ส) ช่างภาพถ่ายวิวที่เดินทางมาไกลถึงไอซ์แลนด์ เพื่อเฝ้าดูช่วงเวลาที่แสงไม่ยอมลับขอบฟ้าไป แต่น่าเสียดายที่เขามาที่นี่เพียงลำพัง ทั้งที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นคำสัญญาระหว่างเขากับ จ๋าย (ข้าวตัง) ภาพตรงหน้าทำให้เจินอดนึกถึงแฟนเก่าที่จบความสัมพันธ์กันไปแล้วไม่ได้ จ๋ายไม่ต่างจากพระอาทิตย์เที่ยงคืนในชีวิตเขา เป็นความอบอุ่นในเวลาที่ยากลำบาก เจินใช้เวลาทั้งการเดินทาง ทั้งการกดชัตเตอร์ และการทบทวนตัวเองอย่างเงียบงัน เขาพาตัวเองกลับมาหาความฝันที่เคยละทิ้ง เรียนรู้ที่จะยืนอยู่กับชีวิตของตัวเองด้วยตนเอง แม้จะเหลือเพียงคนเดียวก็ตาม จนกระทั่งวันนี้วินาทีที่แสงพระอาทิตย์สะท้อนลงมา ในจังหวะเดียวกับที่เขากดชัตเตอร์ เจินกลับเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงเดียวกัน ในสถานที่เดียวกัน และคำถามก็เกิดขึ้นในใจ ถ้าวันนี้เขาเติมตัวเองจนเต็มแล้ว ไม่ใช่เอาทั้งชีวิตไปผูกไว้กับจ๋ายอีกต่อไป คนที่เดินทางมาจากอีกซีกโลก มายังสถานที่ที่เราเคยพูดถึงด้วยกัน จะยินดีกลับมาไหม กลับมาดูพระอาทิตย์ด้วยกันFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Twilight glow of the endless day.Pen Name : Fungjai The midnight sun is a wondrous occurrence where the sun refuses to dip below the horizon, even in the deep hours past midnight. Jern (First)), a passionate landscape photographer, journeys to Iceland to experience this enchanting spectacle, though he finds himself alone. This adventure was a promise once made to Jai (Khaotung) a bond now lingering in the past. As he gazes at the breathtaking scene, memories of his ex-boyfriend surface—after all, Jai was like that brilliant sun in his life, offering warmth during the coldest times. Throughout his expedition, Jern immerses himself in photography and quiet contemplation, striving to unearth his forgotten dreams and learning the art of independence, even in solitude. Then, in a breathtaking moment when sunlight refracts and he clicks the shutter, he sees a familiar figure bathed in the same golden glow, standing in the very spot they once envisioned together. Suddenly, a question stirs within him: Now that he feels whole and no longer tethered to Jai, would the one who crossed oceans to explore this cherished place with him ever consider returning? To bask in the glow of the midnight sun together once more?FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... วิมานปลายหลุม The Sublime Descentนามปากกา : Mimeekamwamakpai “ตกหลุมรักเป็นอย่างไร” ข้าวตัง พร่ำถามตัวเองในใจ เขาลอบมองใบหน้าคมสันของ เฟิร์ส ผ่านช่องว่างระหว่างนิตยสารบนชั้นไม้เก่าในร้านประจำปี 2539 ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเหมือนภาพถ่ายขาวดำที่แสนนิ่งสงบ จนกระทั่งเฟิร์สผู้มาพร้อมรอยยิ้มแสนร้ายและประโยคจีบสุดเชย มาขอให้ช่วยหานิตยสารที่ไม่มีอยู่จริง ก้าวเข้ามาปั่นป่วนโลกทั้งใบ การจีบกันผ่านการสอดโน้ตเพลงสั้นๆ หรือการแอบแบ่งหูฟังซาวด์เบาท์กันคนละข้าง ท่ามกลางกลิ่นกระดาษ ทำให้ข้าวตังรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในวิมานที่หอมหวานทว่าอันตราย ยิ่งถลำลึกก็ยิ่งพบปมความลับที่เฟิร์สซ่อนไว้หลังปกนิตยสารฉบับพิเศษ มันคือภาพข่าวอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อนที่เฟิร์สพยายามตามหามาตลอดเพื่อชดใช้ความผิดบาปบางอย่าง ข้าวตังเริ่มไม่แน่ใจว่าการที่เฟิร์สเข้ามาใกล้ชิดคือความรัก หรือเพียงเพื่อต้องการใช้เขาเป็นเครื่องมือไถ่บาป แต่ถึงกระนั้นเขากลับลุ่มหลงจนเกินกว่าจะถอนตัว ยอมตกหลุมรักที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ยินดีลืมวันคืนอันแสนเจ็บปวดและล่องลอยวนอยู่ในห้วงความลับนี้ชั่วกาลนาน ขอเพียงมีเฟิร์สอยู่เคียงข้างจนกว่าความจริงจะกลบฝังพวกเขาให้ดับสูญไปพร้อมกันFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... The Sublime DescentPen Name : Mimeekamwamakpai "What does it really feel like to fall in love?" Khaotung pondered silently. Stealing a glance at First's striking features through the crevices of magazines stacked on the aged wooden shelf of the 1996 bookstore, he felt a stirring. His life had been a tranquil, monochrome snapshot until First burst into it with his playful grin and corny pickup lines, asking for help finding an imaginary magazine that turned Khaotung's world upside down. Their flirtations danced through subtle melodies and shared headphones amidst the intoxicating aroma of aging paper, enveloping Khaotung in a sweetly treacherous paradise. The deeper he ventured, the more he unearthed the mystery First had concealed within the glossy pages of a special magazine—a long-ago news story about an accident First had been relentlessly pursuing to make amends for a past transgression. Doubts crept in, leaving Khaotung questioning whether First's affection was genuine love or simply a way to seek redemption through him. Yet, his infatuation was too powerful to resist; he willingly plunged into an endless love, eager to cast aside old heartaches and drift into this hidden world. All he desired was for First to be by his side, unaware that the truth loomed ahead, waiting to bury them both.FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... เพื่อนไม่จริง : Forever Mateนามปากกา : C/2020 F3 ‘การรอคอยจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่า ก็ต่อเมื่อความปราถนาเป็นจริง’ ประโยคนี้ผุดขึ้นมาซ้ำ ๆ ในหัวของ ‘การันต์’ ที่กำลังนอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง จนเวลาล่วงเลยมาจนเกือบจะเป็นเช้าของอีกวัน วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร? การรอคอยของเขามันจะคุ้มค่าไหม? ความปราถนาจะเป็นจริงหรือเปล่า? คำถามเหล่านี้เอาแต่วนอยู่ในหัวเต็มไปหมด ว้าวุ่นจนหลับไม่ลง ต้นเหตุของความว้าวุ่นใจทั้งหมด นั่นเป็นเพราะ ‘การันต์’ ต้องไปดูคอนเสิร์ตกับ ‘พันวา’ คอนเสิร์ตของวง ‘Polycat’ วงที่รวบรวมแฟนเพลงหลาย ๆ ประเภทเอาไว้ ทั้งคนมีความรัก คนอกหัก ทีมตัวสำรอง เพื่อนพระเอก ซึ่ง Polycat ก็เป็นวงโปรดของการันต์เช่นกัน และเขาเป็นประเภท ‘เพื่อนไม่จริง’ ใช่ การันต์แอบชอบพันวา ชอบมาตั้งแต่ช่วงเรียนมหาลัยจนถึงตอนนี้ 7 ปีแล้วที่ไม่อาจก้าวข้ามเส้นคำว่าเพื่อนได้สักที แต่วันพรุ่งนี้การันต์จะลองก้าวข้ามเส้นคำว่า “เพื่อน” ที่พันวาขีดให้เขามาตลอด 7 ปีดูอีกสักครั้ง คอนเสิร์ตวงโปรด เพลงโปรด กับเธอคนโปรด ได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้เพลย์ลิสต์ประจำตัวของเขา จะเปลี่ยนจากเพลง ‘เพื่อนไม่จริง’ เป็นเพลง ‘มัธยม’ ไม่ก็ ABC สักทีFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Forever MatePen Name : C/2020 F3 “Waiting only makes sense when what you long for finally happens.” This thought echoed relentlessly in Karan’s mind as he lay restless in bed, tossing and turning, sleep eluding him. The hours crept by, inching toward dawn. What surprises would the next day hold? Would his patience pay off? Would his dreams come to life? These swirling questions kept him wide awake, lost in thought. The root of his inner turmoil? A concert with Panwa – a show by Polycat. This band draws in an eclectic mix of fans: the lovestruck, the heartbroken, the overlooked, and even the sidekick. Polycat is Karan’s ultimate favorite, but he’s been stuck in the friend zone. For seven long years since university, he’s harbored a secret crush on Panwa, unable to take that leap from friends to something more. But tomorrow is different; he’s determined to break through that invisible barrier of friendship that Panwa has maintained all this time. A concert featuring his beloved band, all those cherished songs, and his favorite girl by his side… He can only wish that soon, his soundtrack will shift from “Forever Mate” a relic of high school, to something more meaningful.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... วงแหวนที่โอบกอดหัวใจนามปากกา : น้องไอระ ไม่มีใครคิดว่า ดาวเสาร์ จะเป็นสถานที่แห่งความรัก มันควรจะเป็นเพียงดาวเคราะห์ยักษ์สีทองหม่น มีวงแหวนเย็นเฉียบ โคจรอย่างโดดเดี่ยวอยู่กลางอวกาศอันเวิ้งว้าง แต่สำหรับ “เฟิร์ส” ดาวเสาร์คือปลายทางของภารกิจสุดท้ายในชีวิตนักบินอวกาศ ยานสำรวจลำเล็กของเขาลงจอดบนสถานีวิจัยที่ลอยอยู่ใกล้วงแหวนหลัก ระบบหลายส่วนเสียหายจากพายุสนามแม่เหล็ก ทำให้เฟิร์สต้องอยู่ที่นี่ตามลำพัง นานเกินกว่าที่วางแผนไว้ คืนแรกที่มองออกไปนอกหน้าต่าง เขาเห็นวงแหวนของดาวเสาร์โค้งอ้อมรอบสถานี ราวกับแขนขนาดยักษ์ที่กำลังกอดบางสิ่งไว้ เงียบ สวยงาม และเดียวดายพอๆ กับหัวใจของเขา จนกระทั่งเสียงสัญญาณฉุกเฉินดังขึ้น ยานลำหนึ่งกำลังขออนุญาตเทียบท่า และนั่นคือครั้งแรกที่เฟิร์สได้พบกับ “ข้าวตัง” นักดาราศาสตร์หนุ่มจากสถานีวิจัยฝั่งตรงข้าม วงแหวนอีกด้านทำให้การสื่อสารของเขาขาดหายมาหลายเดือน ข้าวตังยิ้มให้เฟิร์สในชุดอวกาศ ดวงตาสะท้อนแสงดาวเสาร์ระยิบระยับราวกับจักรวาลทั้งผืน ‘คิดว่าผมอยู่คนเดียวซะแล้ว’ ข้าวตังพูดผ่านวิทยุสื่อสาร เฟิร์สหัวเราะเบาๆ ‘ผมก็เหมือนกัน’ วันเวลาบนดาวเสาร์ผ่านไปช้ากว่าโลก ทั้งสองช่วยกันซ่อมแซมสถานี และเรื่องราวความรักก็เริ่มต้นขึ้นFANFICTION #5: This FANFICTION is titled... A circle of love that captures the essence of the heart.Pen Name : น้องไอระ Nobody ever imagined Saturn could be a haven for love. It was merely thought of as a massive, dull golden sphere adorned with frigid rings, drifting solitarily in the endless cosmos. Yet for First, it was the pivotal stop on his last journey as an astronaut. His tiny probe touched down on a research station nestled near the main rings. A magnetic storm had wreaked havoc on several systems, stranding First there longer than expected. On his very first night, gazing out of the window, he witnessed Saturn's rings arching around the station like colossal arms tenderly holding something, silent and exquisite, a reflection of his own lonely heart. Then, disruptively, an emergency beep cut through the silence—a spacecraft sought permission to dock—and that was how First encountered Khaotung, a young astronomer stationed across the river. A ring had severed their communications for months. With a smile that radiated through his spacesuit, Khaotung's eyes shimmered with Saturn's glow, sparkling as if the whole universe had come alive. 'I thought I was the only one,' Khaotung said over the radio. First let out a soft laugh. 'Same here.' Time on Saturn seemed to drag, far slower than on Earth. Together, they mended the station, and in that shared solitude, their love story began to unfold.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” ผู้นำชุมชนคนรักเหมียวที่จะมาแจกความน่ารักสดใส จุดประกายโมเมนต์ความฟินให้เหล่าแฟน ๆ ได้ยิ้มพริ้มใจไปพร้อมกัน!‘จุ๊บแมว’ ฉบับ “เฟิร์ส-ข้าวตัง” เปิดรายการมาพี่ๆดีเจก็เสิร์ฟความน่ารักส่งตรงถึงใจแฟน ๆ กันเลย กับการให้ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” ทำการ ‘จุ๊บแมว’ ให้ได้ดูในรายการสด ๆ กันเลย เรียกได้ว่าเป็นการ ‘จุ๊บเหมียว’ ที่น่ารักแบบดับเบิ้ลสุด ๆ !ทริปญี่ปุ่นที่โปรด.. ตามคนโปรด โดย “ข้าวตัง” ได้เผยว่า ตนนั้นเพิ่งได้ไปออกทริป road trip กับน้องสาวที่ประเทศญี่ปุ่น จังหวัดโอกินาวา ซึ่งเจ้าตัวก็ชื่นชอบ และประทับใจกับความสวยงามของธรรมชาติ บ้านเมืองต่าง ๆ เป็นอย่างมาก การไปเที่ยวเดินทางด้วยการขับรถเที่ยวเองนั้น ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการนั่งรถไฟเที่ยวแบบเดิม ๆ เพราะได้ซึมซับบรรยากาศ วิถีความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น ชมวิวธรรมชาติ และเสน่ห์ของบ้านเมืองในมุมที่หาไม่ได้จากการเดินทางโดยนั่งรถไฟทั่วไป ในด้านของ “เฟิร์ส” ที่ก็เพิ่งได้ไป road trip ที่จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่นกับครอบครัวมาเช่นกัน โดยเผยว่าหลังจากได้เห็น “ข้าวตัง” ไปเที่ยวแบบ road trip มานั้น ทำให้ตนอยากลองที่จะลองเที่ยวตามดู ซึ่งเมื่อได้ไปมา เจ้าตัวก็เผยว่าชื่นชอบในการเที่ยวสไตล์นี้มากเช่นกัน ทั้ง ได้เห็นบ้านเมือง วิวทะเลสาบ ภูเขาต่าง ๆ ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการนั่งรถไฟอย่างสิ้นเชิงบ้านใหม่ของเฟิร์ส เจ้าตัวได้เผยว่า ในการตัดสินใจซื้อบ้านนั้นไม่ได้จบที่บ้านเท่านั้น แต่ยังมีอุปสรรคอีกมากมายที่ต้องพบเจอ โดยเจ้าตัวเผยว่าปัญหาที่เจอในช่วงนี้ที่ผ่านมานี้คือ “แมลงเม่า” ตัวปัญหาที่มาบินกวนใจอยู่เป็นจำนวนมาก ทำเอาเจ้าตัวปวดหัวกับการรับมือแบบสุด ๆ ทั้งเหล่าดีเจ และข้าวตังที่ได้ฟังเรื่องราวก็อดยิ้มขำด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ทั้งนี้ “ข้าวตัง” ได้เสริมว่า ตนนั้นจะซื้อพรมเป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ให้กับ “เฟิร์ส” แต่ยังอยู่ในช่วงลังเล เพราะอยากเลือกสิ่งที่ดี และเหมาะสมที่สุดให้กับอีกฝ่าย นับเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์น่ารัก ๆ ในค่ำคืนนี้ ชวนเอาแฟน ๆ ยิ้มไม่หุบกันเลยทีเดียว3 EP. ติดเทรนด์ทั่วประเทศ ! ‘เกินคาดมากครับ’ เป็นคำที่ทั้งสองเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข โดย ข้าวตัง ได้เผยว่า การที่ซีรีส์เพิ่งปล่อยตัวออกไป 3 EP. แล้วมียอดกระแสการตอบรับที่ดีทั้งใน และต่างประเทศนั้นเกินความคาดหมายของตนไปมาก พร้อมกล่าวขอบคุณเหล่าแฟน ๆ ที่คอยซัพพอร์ต และส่งกำลังใจให้กับทั้งคู่เสมอมาWorkshop วุ่น ๆ กับ “เฟิร์ส-ข้าวตัง” อีกหนึ่งปัญหาของการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ ซึ่งหนีไม่พ้นการที่จะต้อง Workshop ร่วมกับน้องแมว เนื่องจากในซีรีส์ บทบาทที่ตัวของ “ข้าวตัง” ได้รับนั้นจะต้องไม่ชอบแมว ซึ่งขัดกับชีวิตจริงโดยสิ้นเชิง “ข้าวตัง” เผยว่าตนนั้นได้ใช้วิธีการพยายามปรับ mindset ของตัวเองให้ใกล้เคียงกับบทบาทตัวละครที่ได้รับ โดยตัวละครนี้ ในอดีตเคยเป็นเด็กคนหนึ่งที่รัก และชื่นชอบแมวมาก ๆ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เขาเกิดความน้อยใจ และสร้างกำแพงขึ้นระหว่างตัวเองกับเจ้าเหมียว ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่เจ้าตัวต้องทำความเข้าใจ และถ่ายทอดแครักเตอร์นี้ออกมาให้ดีที่สุด ในด้านของ “เฟิร์ส” ได้เผยว่าตนนั้นได้ Workshop เรื่องสี เมื่อพูดจบก็ทำเอาเหล่าดีเจเกิดอาการงงกับสิ่งที่ได้ยินกันเลยทีเดียว โดยเจ้าตัวได้เผยว่า เป็นเหมือนการ Exercise อย่างนึงเพื่อหาแครักเตอร์ของตัวละคร โดยการให้อีกฝ่ายคิดสีในหัวเอาไว้ หันหน้ามานั่งมองหน้ากัน และอีกฝ่ายจะต้องทายให้ถูกว่าอีกคนตรงหน้ากำลังนึกถึงสีอะไรอยู่ “เฟิร์ส” ยังเล่าเพิ่มเติมว่า เวลาที่เล่นสิ่งนี้กับคนในกองถ่าย เจ้าตัวจะเดาสีของทุกคนถูกหมด มีแต่เพียงของ “ข้าวตัง” คนเดียวที่ตนไม่เคยเดาถูกเลยสักครั้ง นอกจากนี้ทั้งคู่ยังชวน “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน” เล่นทายสีกันดูอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ในรายการที่น่ารักฟลูฟีลสุด ๆ !เลี้ยงเหมียว ด้วย “เหมียวตัง” ในซีรีส์เรื่องนี้ “ข้าวตัง” มีฉากที่ต้องแสดงร่วมกับน้องเหมียวอยู่บ่อยครั้ง เจ้าตัวจึงได้เผยทริคในการเอาใจน้องเหมียวแบบอยู่หมัด นั่นคือการเป็นฝ่ายเข้าหา ไปเล่นกับเจ้าเหมียวก่อน เมื่อเห็นว่าเจ้าเหมียวเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย ก็จะค่อย ๆ งัดไม้ตายอย่างขนมไปให้เจ้าหมียวได้กินได้แบบอิ่มใจ เพียงเท่านี้ก็สามารถมัดใจเจ้าเหมียวได้แล้ววซีนอารมณ์..ในการแสดงของ “ข้าวตัง” “ข้าวตัง” ได้เผยว่า มันเป็นเรื่องที่ยาก และท้าทายมาก ๆ สำหรับการถ่ายทอดซีนอารมณ์ในซีรีส์เรื่องนี้ โดยการแสดงในแต่ละครั้งนั้น เปรียบเสมือนการดึงลิ้นชักความรู้สึกออกมาให้ถูกจุด เลือกใช้อารมณ์ให้เหมาะสม และถ่ายทอดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละฉาก เรียกได้ว่าเป็นมืออาชีพ และทำออกมาได้ดีแบบสุด ๆ ไปเลยยยและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะมอบทั้งรอยยิ้ม และความสุขให้แฟน ๆ ได้ฮีลใจกันแบบจัดเต็มทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดท้าทายมาให้ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” เล่นกันด้วยกับเกม ‘Cat For Love เติมเหมียวตังด้วยเฟิร์สเลี้ยง’งานนี้แก๊งสองเหมียวจะแจกความน่ารัก อิ่มฟินกันขนาดไหนสามารถไปรับชมความน่ารักใจฟูของ “เฟิร์ส-ข้าวตัง” กันได้เลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบไม่มีลิมิต กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ จนลักยิ้มเปิดทำการไปตาม ๆ กัน! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ รวมถึงขอบคุณที่มาสร้างความสุข รอยยิ้ม และแจกโมเมนต์ความฟินให้ เหล่าแฟน ๆ ตลอดค่ำคืน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “เปย์รักด้วยแมวเลี้ยง Cat For Cash” สามารถรับชมได้ทุกวันอังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ทางแอปพลิเคชัน TrueVisions NOW รับประกันความน่ารักฟลูฟีล โดนใจเหล่าแฟน ๆ ทาสเหมียวกันแน่นอน !สามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก สดใสของเจ้าพวกเด็กได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

ต้อนรับน้องใหม่สุดฮอตแห่งวงการ T-POP CLO’VER 4 หนุ่มต่างคาแรคเตอร์ ต่างสไตล์ ที่มาพร้อมพลังความสดใสและความโชคดี พร้อมก้าวสู่เส้นทางแห่งความฝันนี้ไปด้วยกัน

09 ก.พ. 2026

ต้อนรับน้องใหม่สุดฮอตแห่งวงการ T-POP CLO’VER 4 หนุ่มต่างคาแรคเตอร์ ต่างสไตล์ ที่มาพร้อมพลังความสดใสและความโชคดี พร้อมก้าวสู่เส้นทางแห่งความฝันนี้ไปด้วยกัน

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 29 มกราคม 2569 ] ค่ำคืนนี้มายิ้มให้แก้มปริไปกับ 4 หนุ่มแสนซน “ CLO’VER ” ที่จะมามอบความสดใสไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ คารมดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ” ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 1 นี้มีชื่อว่า... 4 Leaf CLO’VER (โคลเวอร์ 4 แฉก)นามปากกา : ฮวังคิมชเว “ปาร์เก้” ในวันที่โลกเปลี่ยนไปทุกเวลาโลกมนุษย์ดูหม่นหมองผู้คนเริ่มหมดหวังและอ่อนล้ากับการใช้ชีวิต พระเจ้าได้ส่งชายหนุ่ม 4 คนลงมาเพื่อช่วยดูแลรักษาจิตใจมนุษย์ที่เริ่มเหี่ยวเฉา “บาร์โค้ด” เทพแห่งความรัก หากวันใดที่มนุษย์ขัดแย้งใจกัน บาร์โค้ดจะเป็นผู้มอบความรักเพื่อให้มนุษย์ยังคงรักซึ่งกันและกัน “คีน” เทพแห่งความโชคดี มนุษย์เชื่อว่าถ้าขอพรจากคีน จะฝันถึงเลข 2-3 เลข เป็นหนทางในการเสี่ยงโชคแก่มนุษย์ทุก 1 และ 16 ของทุกเดือน “อชิ” เทพแห่งความหวัง ผู้คนที่อ่อนล้าจากการเรียน ทำงาน และใช้ชีวิต อชิจะคอยเป็นความหวัง เพื่อให้มนุษย์ยังคงใช้ชีวิตด้วยความหวัง แม้วันนี้มันอาจไม่ดีดังใจ แต่พรุ่งนี้อาจมีสิ่งสวยงามรออยู่เสมอ และสุดท้าย “อั่งเปา” เทพแห่งความเชื่อมั่นและศรัทธา ให้มนุษย์ยังคงใช้ชีวิตด้วยความเชื่อ ความเลื่อมใส และความไว้วางใจอย่างแน่วแน่ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หลังจากที่โลกมีเทพเจ้าทั้ง 4 คอยปกปักษ์แล้วนั้น ทุกเรื่องทุกข์ใจก็บรรเทาทุกข์ลง ทุกความเหนื่อยล้าก็มองเห็นซึ่งความหวังในการใช้ชีวิต และเทพเจ้าทั้ง 4 ก็เป็นที่พึ่งทางใจของมนุษย์นับแต่นั้นสืบมาEFM FANDOM FANFICTION : The opening tale is title…. 4 Leaf CLO’VERPen name : ฮวังคิมชเว “ ปาร์เก้ ” In a world where change and darkness seemed to weigh everyone down, people started to feel a sense of hopelessness and fatigue with life. To restore their spirits, the divine sent four young gods to mend the fragile hearts of humanity. “Barcode,” the love deity, came to ignite affection among those in strife, nurturing the bonds they share. “Keen,” the god of fortune, is said to grant lucky numbers (2-3) to those who seek his blessings on the 1st and 16th of every month, bringing a touch of serendipity into their lives. “Ashi,” the harbinger of hope, offers a glimmer of optimism to those exhausted by studies, work, or life’s challenges, whispering that even when days feel bleak, something beautiful is waiting just around the corner. Last but not least, there’s “Aungpao,” the guardian of faith and self-assurance, who inspires unwavering belief and devotion in the hearts of mortals. With the arrival of these four benevolent figures, suffering diminished, and hope blossomed into a comforting light for humanity, lighting the way ever since.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 2 นี้มีชื่อว่า... เกาะค๊าบ(KAAB) กับต้นโคลเวอร์ศักดิ์สิทธิ์นามปากกา : KapKap959 ณ เกาะแห่งหนึ่งมีชื่อว่า เกาะค๊าบ(KAAB) มีลูกหมีตัวนึงชื่อว่า บาร์โค้ด อาศัยอยู่ที่เกาะแห่งนี้ และเกาะแห่งนี้มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ต้นนึงชื่อว่า ต้นโคลเวอร์ ในหนึ่งปีจะมีใบร่วงลงมาหนึ่งครั้ง ใครที่เก็บได้ ก็จะได้พรหนึ่งข้อจากเทวดาที่อยู่ที่ต้นนี้ และในปีนี้มีใบโคลเวอร์ร่วงลงมาทั้งหมด 4 ใบ ซึ่งลูกหมีบาร์โค้ดเก็บได้แล้วใบนึง ส่วนอีก 3 ใบปลิวตกลงไปในทะเล และบังเอิญมี กุ้งคีน ปูอั่งเปา และ ปลาอชิ เก็บใบโควเวอร์ที่ตกลงไปในทะเลได้ สัตว์ทะเลทั้ง 3 จึงขอพรกับเทวดาเหมือนกันคืออยากเป็นมนุษย์ เทวดาก็ถามว่าทำไมถึงอยากเป็นมนุษย์ ทั้ง 3 ก็ตอบเหมือนกันว่า เพราะเคยได้ยินว่ามนุษย์จะมีความสุขได้จากการฟังเพลง พวกเราอ่ะร้องเพลงในทะเลเก่งมาก แต่ไม่มีใครได้ยิน ตอนนั้นลูกหมีก็แอบได้ยิน จึงวิ่งมาขอพรกับเทวดาว่า ขอเป็นมนุษย์เหมือนกับกุ้งคีน ปูอั่งเปา และ ปลาอชิ ได้ไหม เทวดาก็เลยถามหมีบาร์โค้ดว่า แล้วเธอร้องเพลงได้หรอ หมีบาร์โค้ดตอบอย่างมั่นใจว่า เพราะสุดๆไปเลยครับท่าน เมื่อเทวดาได้ยินดังนั้นจึงให้พรทั้ง 4 ไป และบอกกับทั้ง 4 คนว่า ใครก็ตามที่ได้ฟังเพลงของพวกเธอทั้ง 4 คน จะมีแต่ความสุขและความโชคดีตลอดไปEFM FANDOM FANFICTION : This second tale is title… Kaab Island and the mystical clover.Pen name : KapKap959 On the enchanting island of KAAB, there lived a spirited little bear cub named Barcode. At the heart of this mystical land stood a revered tree known as the clover. Once a year, a single leaf would drift down to the ground, and the lucky soul who found it would be granted a wish by the angel who called the tree home. This particular year was different—four leaves danced down to the earth. Barcode managed to snatch up one, while the others floated away into the shimmering sea. By chance, Shrimp Keen, Crab Aungpao, and Fish Ashi stumbled upon the fallen leaves, and all three voiced the same wish to the angel: they longed to become human. Curious, the angel asked them why they desired such a change, to which they replied that they had heard tales of how humans bask in joy by listening to music. They lamented that although they sang beautifully beneath the waves, their melodies went unheard. Barcode, eavesdropping on this heartfelt conversation, eagerly approached the angel, asking if he too could transform into a human like his newfound friends. The angel, intrigued, inquired whether Barcode could sing, to which the bear cub beamed with confidence and exclaimed, “Absolutely! Your Highness!” Delighted by his enthusiasm, the angel blessed all four of them, declaring that anyone who listened to their music would be forever graced with happiness and good fortune.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 3 นี้มีชื่อว่า... สมุดไร้นามนามปากกา : อยากกินไอติม หลังบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดโรงเรียนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ห้องสมุดยังเปิดตามปกติ แต่บรรยากาศกลับเงียบผิดแปลก เด็กชายสี่คน ที่ต่างรักการอ่านและมักใช้เวลาว่างในห้องสมุด บังเอิญพบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง หน้าแรกเขียนข้อความปริศนาเกี่ยวกับการหายไปของบรรณารักษ์ พร้อมคำท้าทายให้ช่วยกันค้นหาความจริง แม้ทั้งสี่จะนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน แต่พวกเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต่างคนต่างเริ่มเขียนตอบโต้ในสมุดเล่มนั้น ใช้นามแฝงแทนตัวตน ไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายคือใครในชีวิตจริง สมุดบันทึกจึงกลายเป็นพื้นที่สนทนาเพียงหนึ่งเดียวที่เชื่อมพวกเขาเข้าด้วยกัน ท่ามกลางข้อความที่เต็มไปด้วยคำใบ้ คำถาม และความสงสัย ทุกคนต่างพยายามปะติดปะต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยิ่งเขียนตอบโต้กันมากเท่าไร ความจริงกลับยิ่งคลุมเครือมากขึ้น เพราะในบรรดาผู้เขียนทั้งสี่คนนี้… มีหนึ่งคนที่รู้คำตอบอยู่แล้วและเขาคือผู้ที่ทำให้บรรณารักษ์หายไปEFM FANDOM FANFICTION : This Third tale is titled… Anonymous NotebookPen name : อยากกินไอติม When the school librarian vanished without a trace, the library stayed open, yet an eerie silence blanketed the space. Four boys, who were passionate readers and frequented the library, discovered a notebook resting on a table in the heart of the room. Its first page held a puzzling note about the librarian’s sudden departure, accompanied by a daring challenge to dig deeper into the mystery. Despite sharing the same room, the boys had never crossed paths before. They decided to communicate through the notebook, each adopting a pseudonym, their true identities shrouded in secrecy. Thus began a flurry of exchanges packed with clues, questions, and growing mistrust. As they endeavored to unravel what had happened, the truth slipped further from their grasp. Little did they know, among their group, one of them already held the key to the mystery—and that very person was responsible for the librarian’s disappearance.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 4 นี้มีชื่อว่า... ปลายทางความกลัว destinationนามปากกา : Khaki รถไฟสีดำขบวนประหลาดแล่นฝ่าหมอกหนาเข้ามาจอดตรงหน้าทั้งสี่โดยไร้เสียงเตือน อชิ คีน อั่งเปา และ บาร์โค้ด ก้าวขึ้นไปเหมือนถูกเรียกชื่อจากบางสิ่งที่มองไม่เห็น ภายในตู้รถไฟแต่ละตู้คือโลกที่บิดเบี้ยวตามความกลัวของผู้โดยสาร อชิต้องเผชิญเงาที่เดินตามเขาไม่ห่าง เงานั้นกระซิบถึงการถูกทิ้งไว้ข้างหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาเริ่มสั่นไหว คีนถูกขังอยู่ในตู้ที่เวลาหยุดนิ่ง นาฬิกานับร้อยจ้องมองเขาเหมือนกล่าวโทษความลังเลในอดีต อั่งเปาเดินผ่านเมืองที่ผู้คนมองทะลุเขาเหมือนไม่มีตัวตน เสียงหัวเราะดังขึ้นทุกครั้งที่เขาพยายามพูด ส่วนบาร์โค้ดยืนอยู่หน้ารางที่ขาดหาย รถไฟอีกขบวนพุ่งผ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เตือนถึงความล้มเหลวที่เขากลัวมาตลอด แต่เมื่อรถไฟยังคงแล่นต่อ พวกเขาเริ่มได้ยินเสียงกันและกัน ฝ่าความกลัวด้วยการยอมรับมัน ไม่ใช่หนีจากมัน และในวินาทีที่ทั้งสี่ยืนเคียงกัน รถไฟก็หยุดลง ประตูเปิดสู่ชานชาลาเดิม พร้อมคำถามที่ยังค้างคา—หรือแท้จริงแล้ว ความกลัวเหล่านั้นยังนั่งอยู่บนรถไฟขบวนเดียวกับพวกเขาเสมอEFM FANDOM FANFICTION : This Fourth tale is titled… The endpoint of apprehension.Pen name : Khaki A peculiar black train screeched through the thick mist, halting abruptly in front of the four friends. Ashi, Keen, Aungpao, and Barcode felt an irresistible pull and climbed aboard, as if beckoned by something invisible. Inside each compartment lay a warped reflection of their deepest anxieties. For Ashi, a persistent shadow loomed, taunting him with whispers of abandonment until he began to quake. Keen found himself ensnared in a carriage where time stood frozen, surrounded by countless clocks that seemed to cast judgment on his past indecisiveness. Aungpao wandered through a surreal city, where passersby looked right through him, their laughter piercing the silence every time he tried to utter a word. Meanwhile, Barcode stared at a splintered track, the sight of a train racing by over and over, a painful reminder of the failure he feared most. Yet, as the train continued its journey, their voices began to blend together, confronting their nightmares with a sense of acceptance rather than running away. And just when they found strength in standing together, the train shuddered to a stop. The doors swung open to reveal a familiar platform, leaving them with a lingering question—had those fears always been riding alongside them all along?EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 5 นี้มีชื่อว่า... The Twinkle Cloverนามปากกา : MeOnMoon ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในหุบเขาอันไกลโพ้น ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่ที่น่าเศร้าคือ หมู่บ้านนี้ไม่รู้จักเสียงเพลง เด็กหนุ่ม 4 คน ที่เป็นเพื่อนสนิทกัน เกิดและโตในหมู่บ้านนี้ ลึกๆพวกเขารู้สึกว่าชีวิตของพวกเขาขาดอะไรไปบางอย่าง จนวันนึงมีชายแปลกหน้าหลงทางเข้ามาในหมู่บ้าน พร้อมอุปกรณ์หน้าตาแปลกๆ มีสาย 5 สายพาดบนกล่องไม้ยาวๆที่มีรูตรงกลาง ชายแปลกหน้าเสนอบางอย่างกับเด็กหนุ่มทั้ง 4 เพื่อแลกอาหารและที่พัก เขาเริ่มเล่นดนตรีจากกล่องไม้ ทั้ง 4 คนยืนฟังอย่างมีความสุข และนี่ล่ะคือสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตพวกเขา เสียงดนตรีนั่นเอง แล้วจู่ๆ ชายแปลกหน้าก็กลายร่างเป็นเทวดา เสกกีต้าร์ กลอง ขลุ่ย เชลโล พร้อมประทานพรในการเล่นดนตรีขั้นพื้นฐานให้พวกเขา “ชีวิตที่ไร้ดนตรีจะมีความสุขได้อย่างไร จงฝึกฝนและมอบความสุขนี้ให้กับคนในหมู่บ้านนี้เถิด” เทวดาได้กล่าวก่อนจากไป หลังจากนั้นหมู่บ้านนี้จึงได้มีชีวิตใหม่ ผู้คนได้เต้นรำและร้องเพลงไปกับเด็กหนุ่มทั้ง 4 คน และพวกเขายังสร้างเพลงใหม่ๆ จนดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างเมืองให้เข้ามาชม และทุกคนรู้จักพวกเขาในนาม Clover ตามสัญลักษณ์ที่อยู่บนเครื่องดนตรีทุกชิ้นEFM FANDOM FANFICTION : This last story is titled… The Twinkle CloverPen name : MeOnMoon In a secluded village tucked away in a lush valley, life was simple and serene, yet a heavy silence enveloped the place—music was absent. Four lifelong friends, rooted in this quaint community, sensed a void in their existence. One fateful day, a wanderer appeared at their doorstep, cradling an unusual instrument: a long wooden box with five taut strings and an opening in its center. In exchange for some food and a place to rest, he promised them a gift. As he began to strum the strings, melodies flowed forth, filling the air with joy. The boys listened, their hearts brimming; this was the missing piece they had longed for—music! In an astonishing moment, the stranger morphed into a radiant angel, summoning forth a guitar, drums, a flute, and a cello, imparting magical skills of musicianship to them. “How can one find happiness without the magic of music?” the angel urged. “Embrace it, and spread this joy throughout your village.” With that, he vanished, leaving an electrifying transformation in his wake. The village buzzed with life as people danced and sang alongside the boys, crafting new melodies that drew visitors from far and wide. They became known as CLO’VER’’, a tribute to the symbol that adorned their instruments, forever changing the rhythm of their lives.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “CLO’VER”ที่จะมาเล่าจุดเริ่มต้นของการประกอบใบ Clover แห่งวงการ T-POPพร้อมแจกความน่ารัก ปนแสบให้แฟน ๆ ได้โดนตกไปตาม ๆ กัน!จุดเริ่มต้นของใบ “CLO’VER” เริ่มต้นด้วย “บาร์โค้ด” ที่ได้เล่าว่า ตัวเองนั้นได้เริ่มรู้จักกับคีนเป็นคนแรก โดยทั้งคู่ได้เจอกันครั้งแรกที่เขาชนไก่ ในตอนที่เรียน รด. ด้วยกัน บาร์โค้ดได้เล่าว่า ในตอนนั้นด้วยความที่ไม่มีโทรศัพท์ให้เล่น จึงเป็นเหตุจำเป็นที่ต้องคุยกัน และด้วยความที่เรียนมาด้วยกัน เจอประสบการณ์เดียวกัน จึงทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันได้ง่ายขึ้น รวมถึงสมาชิกคนอื่น ๆ ที่ได้มาเจอกันตอนเทรน แรก ๆ ก็อาจจะยังไม่ได้สนิทใจกัน แต่พอได้ใช้เวลาเทรนด้วยกันมากขึ้นก็กลายเป็นความผูกพันในเวลาถัดมา โดย “คีน” ก็ได้เล่าเสริมมาว่า ตอนที่เจอกันกับบาร์โค้ดครั้งแรก เราเห็นว่าเขาเรียนสวนกุหลาบ และเป็นจตุรมิตรเหมือนกัน เลยคิดว่าน่าจะคุยกันรู้เรื่อง คีนจึงได้ลองเริ่มทักบาร์โค้ดดู ด้วยความที่เจออะไรมาคล้าย ๆ กันจึงทำให้เข้าอกเข้าใจ คุยกันถูกปากถูกคอได้ง่ายขึ้น ในด้านของ “อชิ” ได้เล่าถึงครั้งแรกที่ได้มาเจอกับ 3 หนุ่มที่เหลือว่า ตนได้รู้จักกับ อั่งเปา กับ คีน มาก่อนหน้าอยู่แล้ว พอมาเจอบาร์โค้ดที่เจอหน้ากันใหม่ ๆ ก็มีแอบคิดว่าเราจะเข้ากันได้หรือป่าว นิสัยของคนอื่น ๆ ในวงจะสามารถเข้ากับบาร์โค้ดได้ไหม แต่เมื่ออยู่กันไปเรื่อย ๆ ก็เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย จนตอนนี้เรียกว่ากลมกล่อม รวมเป็นก้อนเดียวกันแล้ว สุดท้าย “อั่งเปา” น้องเล็กสุดของวงก็ได้เล่าคล้ายคลึงกับอชิ ซึ่งก็คือทั้ง 3 รู้จักกันมาก่อนแล้ว พอได้มาเจอบาร์โค้ด ในช่วงแรก ๆ ก็เหมือนจะยังไม่ชินกัน แต่เมื่อเริ่มอยู่ด้วยกันไปนาน ๆ ขึ้นก็เริ่มเข้าใจนิสัยต่าง ๆ และสนิทสนมกันมากขึ้น จนกลายเป็นวงเดียวกันอย่างในทุกวันนี้ทำไมต้องเป็น “CLO’VER” ? โดยคำถามนี้ “อั่งเปา” ก็ได้เป็นตัวแทนในการตอบคำถาม เนื่องจากว่าตนนั้นเป็นคนริเริ่มชื่อ “CLO’VER” ขึ้นมาโดยได้บอกว่า ตนนั้นได้นั่งดูการ์ตูนอยู่ แล้วก็ได้ไปเห็นใบ Clover ซึ่งตนก็เห็นว่ามันดูสดใส และดูเข้ากับคาแรคเตอร์พี่ ๆ ในวงดี จึงนำมาเสนอตั้งเป็นชื่อวงและได้มาเป็น “CLO’VER” ในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน “อชิ” ก็ได้พูดเสริมขึ้นมาว่า ‘ใบ Clover นั้นมีใบอยู่ทั้งหมด 4 ใบ ซึ่งแต่ละใบที่ประกอบกันนั้นก็เหมือนกับ 4 คน 4 คาแรคเตอร์ที่แตกต่างกัน แต่เมื่อมาอยู่รวมกันเป็นหนึ่งใบ ก็เป็นส่วนผสมที่ลงตัว และเป็นหนึ่งเดียวกัน’ นอกจากนี้ในซิงเกิลแรกที่ได้ปล่อยไปนั้น แต่ละคนก็จะมีคอนเซ็ปต์ที่ต่างกันไปทั้ง 4 คน ที่เปรียบเหมือนตัวแทนของกลีบใบไม้ 4 กลีบของใบ Clover โดยเริ่มจาก อชิที่ได้อยู่ในตำแหน่งคอนเซ็ปต์ Hope ต่อมาที่ บาร์โค้ดอยู่ในตำแหน่ง Love ถัดมาที่ คีนอยู่ในตำแหน่ง Luck และสุดท้าย อั่งเปาอยู่ในตำแหน่ง Faith โดยแต่ละคอนเซ็ปต์ของแต่ละคนนั้น ก็ได้สื่อสารออกไปใน MV ซิงเกิลแรกของ “CLO’VER” สู่สายตาแฟน ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้วซิงเกิลแรกกับ URBOYTJ ! ‘ตื่นเต้น’ คำพูดที่หลุดออกจากปากเป็นคำพูดเดียวกันของสมาชิกทุกคนในวง กับซิงเกิลแรกบนเส้นทางการเป็นศิลปิน ที่ได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์มือทอง ผู้สร้างสรรค์บทเพลงฮิตให้กับวง T-POP มาแล้วนับไม่ถ้วน!Challenge สุดท้าทาย ของ “CLO’VER” สมาชิกทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่ท้าทายและโหดที่สุดนั้นก็คือ ‘ท่าเต้น’ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นท่าที่ต้องใช้การกระโดดอย่างต่อเนื่อง และไม่ค่อยมีจังหวะให้ได้หยุดพัก ความหนักหน่วงนี้จึงทำให้ภายในกองต้องมีไพ่ลับอย่าง ‘เยลลี่’ ตุนไว้อยู่เสมอ เป็นการเติมน้ำตาล และพลังงานให้กับความเหนื่อยล้าของร่างกายได้สู้ต่อ เพื่อผลงานที่ดีที่สุดให้กับเหล่าแฟน ๆ ได้ชมกันRoutine การฟิตร่างกายของ “CLO’VER” เริ่มต้นด้วย “อั่งเปา” ที่เข้า Fitness เป็นเวลา 4-5 วันต่อ 1 สัปดาห์ พร้อมบอกว่าตนนั้นไม่เลือกทำ คาดิโอ เพราะหนักจากการซ้อมเต้นมาแล้ว ต่อด้วย “คีน” ที่ได้บอกว่าตนนั้นก็ได้ไป Fitness เป็นเวลา 4-5 วัน ต่อ 1 สัปดาห์เช่นกัน แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าเป็นประจำ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องการศึกษาที่ทำให้มีเวลาน้อยลง ถัดมาที่ “บาร์โค้ด” ที่ได้บอกว่า ตนนั้นก็ไป Fitness 4 วัน ต่อ 1 สัปดาห์เช่นเดียวกัน แต่ตนนั้นจะมีตารางชัดเจนว่าหากไป Fitness แล้วจะต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงมีทั้งการออกกำลังกายแบบทำคาดิโอ ทั้งเวทเทรนนิ่ง และจะมีกีฬาที่เล่นเป็นประจำนั่นคือ การแข่งรถ ที่เจ้าตัวได้บอกว่าเปรียบเสมือนการอบซาวน่า เพราะเวลาที่เล่นนั้นจะไม่เปิดแอร์ หรือเปิดหน้าระบายอากาศใด ๆ เลยทั้งสิ้น สุดท้ายคือ “อชิ” ที่ได้บอกว่า Routine การฟิตของตัวเองนั้นคือการเข้า Fitness 4 วันต่อสัปดาห์ และพยายามหาเวลาที่ว่างไปตีกอล์ฟให้ได้บ่อยที่สุดครั้งแรกกับ RISER CONCERT ! โดย “อั่งเปา” ได้เป็นตัวแทนในการตอบคำถามนี้ว่า ด้วยความที่วง “CLO’VER” นั้นเพิ่งเดบิวต์มาได้ไม่นาน การที่ได้ไปเล่นคอนเสิร์ตนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ทำให้ในช่วงนี้สมาชิกทุกคนต้องมุ่งซ้อมกันอย่างหนักเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีสุด เพื่อให้แฟน ๆ ได้เต็มอิ่มจุใจไปกับงาน RISER CONCERT : THE FIRST RISEความถนัดของ “CLO’VER” แต่ละคน เริ่มต้นที่ “อั่งเปา” น้องเล็กสุดของวง ที่เผยว่าความถนัดของตนนั้นอยู่ที่ทักษะสกิลการแร็ป ต่อด้วย “คีน” ที่มั่นใจในด้านทักษะการร้องเพลงเป็นหลัก พร้อมทั้งยังมีความหลงใหลในการเต้นควบคู่กันไป ตามมาด้วย “อชิ” ที่บอกว่าทั้งการเต้นและการแร็ปคือสิ่งที่ตนถนัดและรักไม่แพ้กัน สุดท้ายคือ “บาร์โค้ด” ที่ได้มองว่าตัวเองนั้นมีความโดดเด่นในหลากหลายด้าน พร้อมตั้งใจพัฒนาในส่วนที่ยังไปได้ไม่สุดให้ดียิ่งขึ้น เรียกว่าสมาชิกแต่ละคนต่างมีจุดเด่นของตัวเองที่แตกต่างกัน และพร้อมนำความสามารถของตนมาเติมเต็มซึ่งกันและกันในทุก ๆ ด้าน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นเป็นอีกหนึ่งวง T-POP ที่ครบเครื่องทั้งศักยภาพและเสน่ห์เฉพาะตัว และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะมอบทั้งรอยยิ้มและความสุขให้แฟน ๆ ได้ฮีลใจกันแบบจัดเต็มทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดท้าทายมาให้ “CLO’VER” เล่นกันด้วยกับเกม... ‘ใบ Clover กับ mission ทั้ง 4 ’งานนี้เจ้าพวกเด็กแสบจะสร้างเสียงหัวเราะ แจกความน่ารักสดใสกันขนาดไหน !?(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบไม่มีลิมิต กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “CLO’VER” โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ ชาว “CLO’VER” ได้ฟิน เต็มอิ่มไปตาม ๆ กัน! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “CLO’VER” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ ทั้งที่เพิ่งเดบิวต์มาได้ไม่ถึง 3 เดือน แต่ออร่าความน่ารัก สดใส ซุกซนนั้นเรียกได้ว่า มหาศาล จริง ๆ ฝากติดตามซิงเกิลล่าสุดของเจ้าพวกเด็กแสบ “คนคุ้นคอย (Next To You)” สามารถรับชม MV ได้ทาง YouTube ช่อง “RISER MUSIC” และตามไปฟังผลงานเพลงของเด็ก ๆ ได้ที่ทุกสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม ฝากเอ็นดูและติดตามผลงานในอนาคตของเด็ก ๆ กันด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก สดใสของเจ้าพวกเด็กได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

ค่ำคืนที่คุณอาจจะโดนจับกุมหัวใจ เมื่อ “จุง - ดัง” มาเสิร์ฟความฟิน บอกเลยว่าจัดเต็มทุกโมเมนต์ เสิร์ฟมาฟินกลับ ไม่โกง พร้อมร่วมสืบคดีรัก ระวังตัวไว้ ! เดี๋ยวจะโดนขโมยหัวใจไม่รู้ตัว

03 ก.พ. 2026

ค่ำคืนที่คุณอาจจะโดนจับกุมหัวใจ เมื่อ “จุง - ดัง” มาเสิร์ฟความฟิน บอกเลยว่าจัดเต็มทุกโมเมนต์ เสิร์ฟมาฟินกลับ ไม่โกง พร้อมร่วมสืบคดีรัก ระวังตัวไว้ ! เดี๋ยวจะโดนขโมยหัวใจไม่รู้ตัว

รายการEFM FANDOM LIVE[ 22 มกราคม2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมกุญแจมือ มาจับกุมหัวใจไปกับ “จุง - ดัง” พร้อมความเขิน ปนความฮา ไปกับ 2 ดีเจอารมณ์ดี “ดีเจโซเซฟ”และ“ดีเจแนน” ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันEFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 1 นี้มีชื่อว่า... The Sea in Moonlightนามปากกา : B2ljoker ใครจะไปเชื่อว่าใต้ท้องทะเลลึกที่แสงอาทิตย์ส่องมาไม่ถึง ยังมีโลกอีกใบซ่อนอยู่ "เซฟ" คือหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่มนุษย์เรียกกันว่า เงือก ทุกคืนที่ทะเลเงียบสงบ เซฟมักจะขึ้นมาเที่ยวเล่นบนชายหาด ปล่อยให้คลื่นซัดเบาๆ และเฝ้ามองโลกมนุษย์จากระยะที่ปลอดภัย ในคืนเดียวกันนั้น "พาย" จิตกรหนุ่มผู้หลงใหลในแสงจันทร์ ลมทะเลและเงาคลื่น กำลังเดินเล่นอยู่บนชายหาดยามค่ำ เขาเหลือบไปเห็นบางอย่างบนโขดหิน ร่างหนึ่งนอนนิ่งอยู่ใต้แสงจันทร์ พร้อมกับหางที่สะท้อนแสงราวกับเกล็ดเงิน แม้ว่าจะมีความสงสัยแต่ก็เลือกที่จะเข้าไปใกล้ ทำเอาคนที่นอนพักอยู่สะดุ้ง ดวงตาสีเข้มสบกับสายตาของมนุษย์เป็นครั้งแรก เซฟรู้ทันทีว่า…เขาถูกเห็นเข้าให้แล้ว ส่วนพายก็รู้เช่นกันว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่มนุษย์อย่างที่เขาคุ้นเคย แม้จะตกใจด้วยกันทั้งคู่ และเซฟควรจะหนีตามที่สัญชาตญาณบอก แต่สายตาที่มองมากลับไม่ได้มีความหวาดกลัว หรือแฝงเจตนาที่ไม่ดีเลยแม้แต่น้อย เซฟยอมให้มนุษย์คนนั้นอยู่ที่นี่ต่อภายใต้เงื่อนไขเดียว คือ ค่ำคืนนี้จะต้องเป็นความลับระหว่างพวกเขา และแน่นอนว่านี่ไม่ใช่คืนสุดท้ายที่พวกเขาจะได้พบกันEFM FANDOM FANFICTION : The opening tale is title.... The Sea in MoonlightPen Name : B2ljoker Who would imagine that, hidden away beneath the sun’s warm glow, another realm exists? Meet "Sef," one of the enchanting beings commonly referred to as merfolk. Each night, when the ocean is peaceful, Sef ventures onto the shore to frolic along the beach, letting the gentle waves embrace him while he observes the human world from afar. On this particular evening, "Pai," a young artist captivated by the beauty of moonlight, the whisper of sea breezes, and the playful shadows of waves, was wandering along the shoreline. His eyes caught a glimpse of something unusual resting among the rocks—a figure serenely still under the moon’s glow, its tail shimmering like silver. Intrigued, he stepped closer, unwittingly startling the creature. For the very first time, dark eyes met those of a human. In that instant, Sef realized he had been discovered. Pai, too, recognized that this was no ordinary human encounter. Despite their mutual surprise and Sef's instinct to slip away, there was an unspoken understanding; neither felt fear or malice in the other's gaze. So Sef agreed to let the human remain—with one condition: the magic of that night would remain their little secret. And surely, this would not be their final meeting under the stars.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 2 นี้มีชื่อว่า... ระยะใกล้ของหัวใจ | Close Orbitนามปากกา : Kinkinkin ทุกอย่างเริ่มจากเหตุการณ์เล็กน้อยในคาเฟ่เงียบๆ วันที่ จุง นักออกแบบผู้รักความสันโดษมานั่งโต๊ะประจำ เขาสังเกตเห็นว่า วัตถุบนโต๊ะ ปากกา โทรศัพท์ แก้วกาแฟค่อยเคลื่อนเข้าหาชายแปลกหน้าที่เพิ่งนั่งลงตรงข้าม เพียงสบตากันแค่เสี้ยววินาทีหัวใจของจุงกลับเต้นแรงราวกับถูกดึงดูดด้วยแรงที่ไม่อาจอธิบายได้ หลังจากวันนั้นความผิดปกติเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่ทั้งสองอยู่ใกล้กัน แก้วน้ำ หนังสือ ของเล็กๆรอบตัวจะค่อยๆ ขยับเข้าหากันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีใครสังเกตเห็น นอกจากคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงกลางของแรงลึกลับนั้น ดัง นักศึกษาฟิสิกส์เริ่มเก็บข้อมูลอย่างจริงจัง และค้นพบว่าแรงดึงดูดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา หากปรากฏเฉพาะช่วงที่ความรู้สึกของเขาและจุงตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นจังหวะหัวเราะ ความเงียบ หรือความคิดถึงกัน จากความสงสัยทางวิทยาศาสตร์กลายเป็นการนัดพบ จากการทดลองกลายเป็นความผูกพันที่ค่อยๆ เติบโต จนในที่สุดคำถามสำคัญไม่ใช่ว่าแรงนั้นคืออะไร หากเป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งสองถึงเลือกนั่งโต๊ะเดียวกัน เดินกลับทางเดียวกัน ท้ายที่สุด โลกอาจเป็นฝ่ายขยับสิ่งของให้เข้าหากัน แต่การเลือกอยู่ข้างกัน คือแรงดึงดูดเดียวที่หัวใจยืนยันเองEFM FANDOM FANFICTION : This second tale is title... Close OrbitPen Name : Kinkinkin It all began in a cozy little café, where an unremarkable incident set off a cascade of extraordinary events. One sunny day, Joong, a reserved designer, found his usual spot and settled down. As he sipped his coffee, he couldn’t help but notice that his belongings—his pen, his phone, his steaming cup—seemed to inch closer toward the stranger seated across from him. When their eyes met for the briefest moment, Joong's heart raced, as if pulled by an unseen force. From that day forward, this peculiar occurrence became a pattern. Anytime they were near one another, objects would mysteriously glide toward each other, forming a bridge of position. Strangely, no one else seemed aware of this phenomenon—just the two of them caught in the midst of this unexplainable pull. Meanwhile, Dunk, a curious physics student, began meticulously observing this oddity, only to discover that the magnetic attraction wasn’t consistent; it blossomed in moments when their emotions synchronized—through laughter, quiet moments, or a shared feeling of longing. What began as a scientific inquiry transformed into regular meetings, and before long, their experiments turned into a connection that deepened with every encounter. Ultimately, the real question wasn’t about the nature of the force at play, but rather why they consistently chose to occupy the same table or walk the same path. In the grand scheme of things, the universe might shuffle objects around, but it was their choice to be together that truly fueled the magic in their hearts.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 3 นี้มีชื่อว่า... Dear You จดหมายก่อนรักจากนามปากกา : LittleJ เมื่อคู่รักคู่หนึ่งที่ความสัมพันธ์เริ่มระหองระแหง ตัดสินใจเว้นระยะห่างเพื่อทบทวนหัวใจตนเอง ทั้งคู่ต่างคนต่างกลับไปอยู่ที่บ้านเก่าของตน ทว่าจู่ๆ ทั้งสองเริ่มได้รับจดหมายปริศนา ในทุกวันที่จดหมายปริศนาถูกส่งมา ภายในจะบรรจุเรื่องราวเล็กน้อยระหว่างพวกเขา ไปจนถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้ นอกจากพวกเขาทั้งสองคน จดหมายนี้มันสร้างความสงสัยแก่ทั้งคู่เป็นอย่างมาก จนทำให้ทั้งสองไม่อาจนิ่งเฉยและตัดสินใจกลับมาติดต่อกันอีกครั้ง บทสนทนาแรกเริ่มเต็มไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น ทว่าเมื่อทั้งคู่ค้นพบความจริงที่ว่าต่างฝ่ายต่างได้รับจดหมายและไม่รู้ว่าใครคือผู้ส่งเช่นกัน จากความระแวงจึงแปรเปลี่ยนเป็นการร่วมมือ และการสืบหาความจริงนี้นับเป็นการประสานรอยร้าวของหัวใจที่เคยแตกหัก ความทรงจำ ความรู้สึก ถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง จนในตอนสุดท้าย ทั้งคู่ก็ได้พบคำตอบว่าจดหมายเหล่านั้น คือ “สิ่งที่พวกเขาเขียนถึงกันในอนาคต” เป็นจดหมายที่ถูกส่งย้อนเวลากลับมา เพื่อย้ำเตือนทั้งคู่ว่า “ความรัก ไม่ใช่การเข้าใจกันในทุกวัน แต่คือการเลือกจะจับมือกัน แม้ในวันที่ไม่เข้าใจกันเลยก็ตาม”EFM FANDOM FANFICTION : This Third tale is titled... Dear YouPen Name : LittleJ When a couple finds their relationship faltering, they decide to step back and reassess their emotions, heading separately to their childhood homes. But soon enough, a series of enigmatic letters begins to arrive at their doorsteps. Each day, a new message reveals intimate snippets from their shared past—secrets only they are privy to. These intriguing notes spark a flame of curiosity, prompting them to reconnect. Their first exchanges are charged with tension, but as they uncover that both have been receiving these mysterious letters without knowing their source, their initial doubts give way to collaboration. Embarking on a journey to uncover the truth becomes a balm for their hurting hearts. As they rediscover memories and feelings, they ultimately realize that the letters are actually "messages they penned to each other from the future." These messages serve as poignant reminders that "true love isn't just about comprehending one another every single day; it's about choosing to stand by each other, even on those days when understanding feels out of reach."EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 4 นี้มีชื่อว่า... ยิ่งกว่าฝันดีนามปากกา : หมีร้องไห้ พัต สูญเสีย ลิน จากอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน โลกทั้งใบหยุดหมุนตั้งแต่วินาทีนั้น เขายังใช้ชีวิตต่อไป แต่หัวใจไม่เคยก้าวข้ามความเศร้า พัตอ้อนวอนกับทั้งพระเจ้าและซาตาน ทั้งที่ไม่เคยศรัทธาในสิ่งใด “ขอแค่ให้มันเป็นฝันก็พอ…ตื่นขึ้นมาแล้ว ทุกอย่างหายไปก็ได้” คืนแล้วคืนเล่า เขาพูดกับความว่างเปล่า “เอาอะไรก็ได้ไปจากผม…แค่ขอลินกลับมา” จนเช้าวันหนึ่ง พัตสะดุ้งตื่นขึ้นมา แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่าง ห้องนอนที่คุ้นเคย แต่ไม่ควรมีอยู่ เสียงใครบางคนดังจากในห้องน้ำ “พัต ตื่นรึยัง เดี๋ยวสายเอานะ” หัวใจเขาเต้นแรง มือสั่นเทาเมื่อเห็นปฏิทิน วันนี้เมื่อสี่ปีก่อน วันที่เขาขอลินแต่งงาน ลินยืนอยู่ตรงหน้า ยิ้มเหมือนทุกครั้ง “มองอะไร ทำหน้าเหมือนเห็นผีเลย” พัตเดินเข้าไปกอดเขาแน่น น้ำตาไหลโดยไม่สนใจเหตุผล “คราวนี้…ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหนอีกแล้ว” ลินหัวเราะเบา ๆ “พูดอะไรแปลก ๆ แต่ถ้าจะขอแต่งงาน ก็รีบหน่อยนะ” พัตร้องไห้ทั้งที่ยิ้ม เพราะถ้านี่คือฝัน…เขาจะรักให้หมดแรงก่อนตื่นอีกครั้งEFM FANDOM FANFICTION : This Fourth tale is titled... Beyond just a lovely dreamPen Name : หมีร้องไห้ Two years ago, Pat experienced a devastating loss when Lin was taken from him in an accident. In that instant, it felt as if the world had come to a complete standstill. Though Pat continued to move through life, an aching grief settled in his heart, one that he couldn't shake off. He found himself bargaining with both God and the devil, despite never having held faith in any higher power. “Just let this all be a dream… when I wake, everything will be back to normal.” Each night, he poured his soul into the silence around him, pleading, “Take everything away from me… just please return Lin.” Then came a morning that jolted him awake. Sunlight spilled into his bedroom, a space that felt both familiar and utterly wrong. A voice floated in from the bathroom, "Pat, are you awake? You’re going to be late!" His heart raced, and his hands shook as he glanced at the calendar. It was the same date, four years ago, when he had asked Lin to be his forever. There she was before him, beaming that radiant smile he had missed so deeply. “Why do you look so shocked? You look like you've seen a ghost!” Pat wrapped her in his arms, tears of joy cascading down his cheeks as he forgot all the reasons why. “This time... I’m never letting you go.” Lin laughed softly, “That’s a funny thing to say. But if you’re planning to propose again, you’d better hurry.” Overwhelmed with happiness and tears, Pat smiled, knowing that if this were a dream, he would love her with all his strength until the moment he awoke once more.EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 5 นี้มีชื่อว่า... คลื่นผีเพี้ยน...เปลี่ยนเป็นรักนามปากกา : ปลาเผาบนเตาถ่าน จิรัฐ ดำรงชีวิตด้วยการเป็นหมอผีเก๊ รับจัดพิธีไล่ผีที่ไม่เคยศักดิ์สิทธิ์ เขารู้ดีว่าความกลัว คือ สินค้าที่ขายง่ายที่สุด จนวันหนึ่งเขาได้พบกับ ดรัล นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ผู้หลงใหลเรื่องผีและสิ่งลี้ลับ เชื่อว่าความปวดบ่าและหลัง คือสัญญาณของผีที่มาเกาะ และปฏิเสธการไปพบนักกายภาพ เพราะคิดว่า “ผีรักษาไม่ได้ด้วยการยืดเส้น” ดรัลรู้จักจิรัฐจากรายการวิทยุพอดแคสต์ผีกะดึกที่ฟังเป็นประจำ จิรัฐถูกเชิญมาเป็นแขกรับเชิญในฐานะผู้มีประสบการณ์ด้านพิธีกรรม น้ำเสียงมั่นใจ เรื่องเล่าชวนขนลุก ทำให้เขาตัดสินใจว่าจ้างเขามาไล่ผีที่เชื่อว่าเกาะติดตัวเอง พิธีไล่ผีเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมบทสนทนาที่ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น จิรัฐเริ่มเห็นความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่หลังความสำเร็จของดรัล และความเหงาที่ทำให้เขาเชื่อในผีมากกว่าร่างกายตัวเอง เมื่อรู้ว่าผีที่ดรัลกลัวไม่เคยมีอยู่จริง สิ่งที่เกาะเขาไว้ คือ การทำงานหนักและหัวใจที่ไม่เคยมีใครดูแล จิรัฐจึงต้องเลือกระหว่างการเป็น “หมอผี” ที่อีกฝ่ายเชื่อถือ หรือเป็น “คนรัก” ที่กล้าบอกความจริง เพราะบางครั้ง... สิ่งที่ต้องถูกไล่ออกไป ไม่ใช่วิญญาณใดๆ แต่คือความกลัวในใจของใครบางคนEFM FANDOM FANFICTION : This last story is titled... The Spooky Station...Transforms into RomancePen Name : ปลาเผาบนเตาถ่าน Jirath earns his living as a so-called exorcist, staging rituals that are nothing more than smoke and mirrors. He understands that fear is the easiest thing to capitalize on. One fateful night, he crosses paths with Daran, an ambitious young entrepreneur enthralled by the mysteries of the supernatural. Daran is convinced that his chronic back and shoulder discomfort stems from a malevolent spirit haunting him, stubbornly refusing to seek help from a physical therapist because, in his mind, "Stretching won’t chase away ghosts." Their connection forms through a late-night podcast dedicated to all things ghostly, where Jirath appears as a guest, touting his supposed expertise in exorcisms. His magnetic voice and spine-tingling tales lure Daran into hiring him to rid himself of the spirit he believes is draining his vitality. As the exorcisms unfold, an unexpected bond develops. Jirath starts to perceive the hidden exhaustion behind Daran's outward success and the profound solitude that leads him to trust in the ethereal rather than his own physical self. When Jirath realizes that the apparitions Daran fears are mere figments of his imagination and that what truly clings to him is the weight of his relentless ambition and an unheeded heart, he faces a dilemma: should he remain the “exorcist” that Daran depends on or become the “lover” brave enough to reveal the truth? After all, sometimes what needs to be exorcised isn’t a ghost, but the fear that lurks within someone’s heart.เข้าสู่ช่วงที่สองของEFM FANDOM LIVEขอต้อนรับ“จุง - ดัง” สู่โลกแห่งความฟินปนความฮาพร้อมเล่าโมเมนต์ จากผลงานซีรีส์ “Dare You To Death ไขคดีเป็น เห็นคดีตาย”ถ้าหากเป็นผู้กองเจษกับสารวัตรคามิน เหล่าแฟน ๆ ก็พร้อมจะโดนจับกุมหัวใจนามปากกากับเรื่องเล่าของ จุง-ดัง ถ้าพูดถึงการเขียนนิยาย ก็ต้องมีนามปากกา หากให้จุงกับดังตั้งชื่อนามปากกาของตัวเอง จะอยากตั้งว่าอะไร จุง เลือกที่จะตั้งว่า “ชงหมดไม่จำกัด, ชิปเสรี” ส่วน ดัง เองก็จะตั้งว่า “แฟนชิปเสรี” เข้าคู่กันสุด ๆ จุงเองก็เป็นคนที่ชอบเขียน FANFICTION อยู่แล้ว พร้อมบอกว่าหลักการเขียนไม่มีตายตัว เขียนตามสิ่งที่จินตนการและความรู้สึก แถมยังแต่งฟิคสด ๆ ให้กับดัง และดีเจแนน รวมถึงดีเจโซเซฟ ในรายการอีกด้วยพื้นที่ความสุข…แค่ได้ฟังก็สบายใจ สิ่งที่จุงต้องเจอในแต่ละวัน มีทั้งเรื่องราวสุดฮาและเหตุการณ์สุดแปลก ไม่ได้เก็บไว้แค่คนเดียว แต่พร้อมแบ่งปันเรื่องราวเหล่านี้ให้กับแฟน ๆ ใน Chat Broadcast บน Instagram ด้านของดังเอง ก็เซอร์วิสแฟนคลับไม่น้อยหน้ากัน เพราะดังได้บอกว่า พยายามจะส่งข้อความเสียงหาเหล่าแฟน ๆ อยู่ทุกวัน ไม่ว่าเป็น Good Morning หรือ Good Night และยังบอกอีกว่า วันไหนไม่ได้ทำจะนอนไม่หลับ เพราะเหมือนได้ทำสิ่งนี้กับคนที่รัก จนกลายเป็นความเคยชินเฟรมนี้…มีเรื่องราว จุง เองเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปและวิดีโออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนหรือวิว แถมยังมีกล้องคู่ใจ มากถึง 5 ตัว พร้อมบอกทริคการถ่ายรูปไม่มีอะไรซับซ้อน เน้นถ่ายไว้เยอะ ๆ จะได้มีหลากหลายตัวเลือก แต่ด้วยความที่จุงเป็นคนถ่ายรูปเก่ง เมื่อมีคนอื่นถ่ายให้เลยยังไม่ค่อยถูกใจเท่าที่ควร แต่ถ้าเป็นดังถ่ายให้ จะออกมาแบบไหนจุงก็ถูกใจเสมอครึ่งทางของซีรีส์ Dear You To Death ดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว กับซีรีส์ “Dare You To Death ไขคดีเป็น เห็นคดีตาย” EP.5 นี้ว่าพีคแล้ว แต่ดังคอนเฟิร์มว่า พีคขึ้นเรื่อย ๆ ทุกอีพีอย่างแน่นอนหนึ่งบทบาทที่ท้าทาย จุง บอกว่า ตั้งแต่เล่นซีรีส์มา ไม่มีคาแรคเตอร์ไหนซ้ำกันเลย ทุกเรื่องที่เล่นเป็นความท้าทายใหม่ ๆ อยู่เสมอ ต่อให้ผ่านมาหลายบทบาทแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องฝึกฝนมากเป็นพิเศษ ดัง เองก็มีความท้าทายกับบทบาทที่ต้องแอคชั่น จึงได้มีการเรียนเพิ่มเติม ทั้งการใช้อาวุธ และการต่อสู้ แต่จุงก็ขัดว่าทรงนี้ไม่เหมาะจะจับปืน แต่เหมาะกับจับใจมากกว่า บอกเลยว่าขยันเสิร์ฟมุกมาก ๆ ถูกใจแฟน ๆ สุดTruth or Dare หากพูดถึงซีรีส์เรื่องนี้ก็จะมีความเกี่ยวข้องกับเกม “Truth or Dare” ถ้าไม่ใช่ผู้กองเจษกับสารวัตรคามิน แต่เป็นจุงกับดังจะเลือกอะไร ดัง ขอเลือก “Dare” พร้อมให้เหตุผลว่า อยากรู้ว่าจะถูกท้าอะไร เพราะคำท้าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่บ่งบอกความคิดของผู้ที่ท้าด้านของ จุง ก็เลือก “Dare” แต่ก็ให้เหตุผล หากเป็น “Truth” ถ้าถามคำถามที่สร้างสรรค์ ก็สามารถที่จะคิดวิเคราะห์ได้เช่นกันและมาถึงช่วงเวลาของความสนุกกันแล้ว ทางรายการEFMFANDOM LIVEมีเกมมาให้“จุง - ดัง”เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า'ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก... ตัวไหนคือ JACKPOT'มาลุ้นไปพร้อมกันว่าใครดวงดีสุด เซนส์ใครแม่นสุด(เข้าไปชมได้ในYouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของความฟินในค่ำคืนนี้ด้วยการให้ “จุง - ดัง” โทรกลับ และพูดคุยกับชาวดุงจังแบบ Exclusive สุดท้ายนี้… รายการEFM FANDOM LIVEขอขอบคุณ“จุง - ดัง”ที่มาร่วมสร้างค่ำคืนแสนพิเศษ ให้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความประทับใจ รวมไปถึงขอบคุณรอยยิ้ม และความอบอุ่นเหล่านี้ ที่มอบให้ “ดุงจัง”ในทุกช่วงเวลา และฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “Dare You To Death ไขคดีเป็น เห็นคดีตาย” สามารถรับชมได้ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20:30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังทั่วโลกได้ทาง Netflix เวลา 21:30 น.เดินทางมาถึงครึ่งทางกันแล้ว รอติดตามบทสรุปของเรื่องราวสุดแสนจะเข้มข้นนี้ไว้ให้ดี เพราะบอกเลยว่า “แรงมาแรงกลับไม่โกง”สามารถเข้าไปรับชมความฟิน ที่มาพร้อมเสียงหัวเราะ และเสนห์ชวนหลงของทั้งคู่ ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

EVENTS

‘นะโมเฟส’ ครั้งแรกของงานมูระดับชาติ Atime และ Thairath รวมทุกความศรัทธา ให้คุณได้มาเสริมดวงให้ปัง มูให้สุด 4 วันเต็ม!

15 ต.ค. 2025

‘นะโมเฟส’ ครั้งแรกของงานมูระดับชาติ Atime และ Thairath รวมทุกความศรัทธา ให้คุณได้มาเสริมดวงให้ปัง มูให้สุด 4 วันเต็ม!

‘นะโมเฟส’งานนี้มีถึง 9 โซนด้วยกันมางานเดียว ทั้งมู ทั้งกิน รวมร้านเด็ดร้านดัง ครบจบทุกด้านโซน 1 เติมแต้มบุญรับพลังดีๆตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยกิจกรรม ลอดท้องช้าง รับน้ำมนต์จากบ่อน้ำพระพุทธมนต์วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหมและจาก 381 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทำบุญเสริมมงคลชีวิตร่วมกับมูลนิธิต่างๆโซน 2 นะโมมิชชั่นขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับประเทศจากวัดดังทั่วไทย ไหว้ครบจบ มางานเดียวขอพรได้ครบทุกด้าน การงาน การเงิน ความรัก โชคลาภ รวมไว้แล้วครบทุกศาสตร์การมูสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จากวัดอินทรวิหาร จ.กรุงเทพฯหลวงพ่อโสธร จากวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทราแม่ชีบุญเรือน โตงบุญเติม จากวัดสัมพันธวงศ์ จ.กรุงเทพฯท้าวเวสสุวรรณ จากวัดจุฬามณี จ.สมุทรสงครามช้างเอราวัณ จากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จ.สมุทรปราการไอ้ไข่ จากวัดเขากรวด จ.ราชบุรีพระพิฆเนศ จากพิพิธภัณฑ์พระพิเนศ จ.เชียงใหม่เจ้าปู่ศรีสุทโธ เจ้าย่าศรีปทุมมา จากคําชะโนด วังนาคินทร์ จ.อุดรธานีโซน 3 นะโม StageTalk ลึกทุกศาสตร์ จากกูรูเสริมมงคลที่จะมาช่วยบอกทริคดวงดี ไหว้ที่ไหน ไหว้ยังไง ไหว้แบบไหนชีวิตถึงจะปัง!17 ต.ค. 68 : 11.30 – 12.30 น. Talk จาก อ.เอ้ ศศิพร ผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ปัญหาเสริมดวงด้วยหินนำโชค 18 ต.ค. 68 : 14.30 – 15.30 น. Talk จาก อ.เป็นหนึ่ง เทรนด์ฮวงจุ้ย 2026 จัดบ้าน,โต๊ะทำงาน,สีมงคล 19 ต.ค. 68 : 12.30 – 13.30 น. Talk จาก อ.คฑา ชินบัญชร หมอดูไพ่ยิปซีเบอร์ 1 ของไทย20 ต.ค. 68 : 12.30 – 13.30 น. Talk จาก หมอไก่ พาทินี พยากรณ์ดวงรายวันหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและ 14.30 -15.30 น. ซินแสไช้ พลังฮวงจุ้ยแห่งฟ้าดินโซน 4 มาเช็กดวง-สิดูดวงครบทุกแขนงจากหลายสำนัก ทั้งไทย-เทศ สายไหนก็มี หมอดู นักพยากรณ์คิวทอง มารวมที่นี่ อาทิ ซินแสไช้ / หมอแอ้ เดอะเมจิกแมน / อ. เก่ง พลิกดวงชะตา เป็นต้นโซน 5 เจ้าสำนักซัพพอร์ตร่วมสนุกกับบูธจากผู้สนับสนุนใจดี ลุ้นรวยไม่รู้ตัว ตะลุยเก็บแต้มบุญจากบูธผู้สนับสนุนให้ครบ รับสิทธิ์ ตักไข่ลุ้นดวง ลุ้นรางวัลอีกมากมาย ถ้าดวงดี ดวงเฮง อาจได้รับโชคใหญ่กลับบ้านแบบไม่รู้ตัวโซน 6 Super มูเก็ทอัพเลเวลความปัง ช้อปสินค้าเสริมมงคล ตั้งแต่เครื่องราง เสื้อผ้า เครื่องประดับ ARTTOY ของตกแต่งบ้าน ต้นไม้เสริมมงคล อาทิ คุ้มนะหน้าทอง (น้ำหอมสายมู) – ดีเจมะตูม / UZI COSMETIC - (ลิปสติกสายมู) - ขวัญ อุษามณี / อวตาร ไทยแลนด์ / TWINSTUDIO (อาจารย์เอก ARTTOY) เป็นต้นโซน 7 กินได้ กินดีรวมร้านดัง ร้านเด็ดข้างวัดดัง ร้านดารา คัดมาแล้วว่า อร่อยชัวร์ร้านเด็ดข้างวัด“กุยช่ายเจ๊มล” เจ้าดังวัดศาลเจ้าเซียนแปะกุยช่ายนึ่ง แป้งบางๆ ไส้แน่นๆ น้ำจิ้มเด็ด ร้านนี้คิวยาวมากกกก“เจ๊นี เผือกหิมะ” ร้านเด็ดใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือเผือกหิมะ กรอบนอก นุ่มใน ตำนานเผือกหิมะขายมานานหลาย 10 ปี“หมูปิ้งเฮียอ้วน” วัดแขก สีลม - หมูปิ้งโบราณ นุ่มฉ่ำ ตำนานกว่า 35 ปี“ฮ่องกงซิง่วนฮะ” วัดมังกร เยาวราช - ขนมเปี๊ยะแป้งบาง สูตรฮ่องกงกว่า 40 ปีร้านเด็ด ร้านดังอาทิ ขาหมูบ้านไร่ - ขาหมูกระแสแรง คิวยาวที่สุด / เจ๊นก กระท้อนซิ่ง - อร่อยถึงเครื่อง ถึงใจ / เต้าหู้ดํา ราชบุรี - เต้าหู้ดำโพธาราม ซ้อสุ - เต้าหู้นุ่มละมุนเจ้าดังราชบุรี / หมูทอดฅนเมือง บรรทัดทอง / ข้าวหลามจิ๋วสูตรบางคนที / เจริญไทยสุกี้ 江龍泰 / / ขนมฟินฟิน (ขนมเปี๊ยะไส้ช็อกโกแลต) / Ricco ลาซานญ่า / นายเกาะข้าวเกรียบเห็ดหอม / แซ่บตำ ยำนัว / ฉ่ำ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม / พั๊ฟสติ๊กคุณต๋อย (PUFF STICK KHUN TOY)เอกอร่อย พริกแกงใต้ เป็นต้นร้านดาราอาทิ ตูมสนิท (หมูฝอย หมูสวรรค์) – ดีเจมะตูม เตชินท์ / ทอยต้มตุ๋น - ทอย ปฐมพงศ์ /ก็ปลาดิคร้าบ (ลูกชิ้นปลาซอสทะเลเดือด) - ตั๊ก บริบูรณ์ / ส้มตำแม่น้อย - แม่น้อยโพธิ์งาม / OVER PROOF CRISPY DONUT (โดนัทสไตล์ไต้หวัน) - ว่าน ธนกฤต / น้ำพริกปุยแสบปาก - ปุยฝ้าย AF / Nina by Monster หมี่คลุก - ฮาน่า หนิง ปณิตา / JOY SIRILAK’s HEAVEN (ขนม เครื่องดื่ม) - จอย ศิริลักษณ์ / KITCHEN’s NOTT ครัวนี้มีแต่ของอร่อย (ก๋วยเตี๋ยว ฮังเล เนื้อ-หมู) - น็อต วรฤทธิ์ / แพทพาเพลิน (น้ำพริกนรก) - แพท พาวเวอร์แพท / WhiBe ไวบี (ขนมปังสุขภาพ) - แอมป์ พีรวัศ / เปรี้ยวซ่าปลาระเบิด (ลูกชิ้นปลาระเบิด) – เปรี้ยว AF / FOX LA LEMON (น้ำเลมอน) – พิมพรรณ เป็นต้นโซน 8 สะเดาะเคราะห์สะเดาะเคราะห์ ลอยทุกข์ ลอยโศก ผ่อนทุกข์หนักให้เป็นเบา แบบใจฟู อาทิ ใส่บาตรพระประจำวันเกิด / ทำบุญโลงศพ / ทำบุญโถ่ชีวิต โค - กระบือ / บริจาคดวงตา-ร่างกาย จาก สภากาชาดไทย เป็นต้นโซน 9 แต้มบุญลุ้นโชคเติมแต้มบุญลุ้นโชคได้ถึง 2 ชั้น เพียงรับใบสะสมแต้มบุญได้ที่บูธ ATIME และ THAIRATHลุ้นโชคชั้น 1 ลุ้นรับของรางวัลเครื่องรางและของขลังเสริมมงคล และลุ้นโชคชั้น 2 ลุ้นเป็นผู้โชคดีร่วมทริป “คชาภาพาไปมู To ไต้หวัน” จำนวน 2 ที่นั่งของรายการคชาภาพาไปมู พร้อมกับ มดดำ คชาภา , อ.คฑา ชินบัญชร , ดีเจบุ๊คโกะธนัชพันธ์และใบตอง รัชตวรรณ (เดินทางวันที่ 22 - 24 พฤศจิกายน 2568)และพบกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง16 ต.ค. 68 : 13.30 น. - ก้านตอง ทุ่งเงิน และ 17.30 น. - กัน นภัทร17 ต.ค 68 : 17.00 น. - กานต์ ทศน18 ต.ค.68 : 17.00 น. - ไอซ์ ศรัณยู19 ต.ค. 68 : 17.00 น. - จ๊ะ นงผณีมาเจอกัน “นะโมเฟส” งานบุญที่สนุกที่สุดแห่งปีวันที่ 16 - 19 ตุลาคม 2568ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

PAWER MAHRATHON งานวิ่งของคนรักหมา

23 ม.ค. 2026

PAWER MAHRATHON งานวิ่งของคนรักหมา

PAWER MAHRATHON งานวิ่งของคนรักหมา ที่จะเปลี่ยนจะทุกก้าว..ให้มีพาวเวอร์" เสาร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ที่สวนสาธารณะบึงหนองบอนกระทบไหล่กับเหล่าเซเลป 4 ขา ชื่อดัง และไฮไลท์กิจกรรมความสนุกมากมายอาทิ Hero talk Woof on Stage ทอล์กกับฮีโร่หมา UNITED SAR K9 / Pawground สนามหมาวัดใจ / Playground สนามนุด โชว์พลัง และ Photo WOOF! บูธถ่ายภาพนุดกับน้อนโดยช่างภาพงานเดียวที่ สายฟิตต้องมา สายหมาต้องโดน!” วิ่งกันเพลินๆ แต่พลังใจล้นสนามกับ 3 ระยะทาง ได้แก่MAHRATHON ระยะทาง 2 กม. สำหรับ นุด และ น้องหมา ราคา 750 บาท [คน และ สุนัข 1 ตัว]FUN RUN ระยะทาง 5 กม. ฟีลวิ่งชิลล์ วิวดี หมาน่ารัก ราคา 650 บาทMINI MARATHON ระยะทาง 10 กม. สำหรับสายวิ่งตัวจริง ราคา 750 บาทเปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคมนี้ ทาง www.runlah.com/th/pwm2025สมัครแล้วรับเลย! Race Kit สุดน่ารัก ประกอบด้วย:เสื้อวิ่งลายสุดพิเศษ, BIB, เหรียญรางวัลสำหรับทั้งนักวิ่งและน้องหมา และผ้าพันคอสุดน่ารักสำหรับน้อนๆโปรโมชั่น พิเศษ* 100 คนแรก ที่ซื้อบัตรวิ่ง MAHRATHON 2 KM.รับสิทธิ์ Clay Painting Workshop เพ้นท์ลายแผ่นดินเหนียวรูปน้องหมาแมวภายในวันงาน* 1,000 คนแรก ที่ซื้อบัตรทุกระยะทางรับฟรีถุงเท้า Collection พิเศษลายสุดโฮ่ง!นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสำหรับนุด และ น้อนหมา ให้ร่วมสนุกอีกมากมายDog Pawground สนามหมาเล่น ประลองสกิลสุดท้าทายพลังข้อขาPlayground สนามนุดเล่น วัดพลังความแข็งแกร่งของนักวิ่งPhoto WOOF! โซนถ่ายรูปครอบครัว โดยช่างภาพมืออาชีพTalk on Stage : Hero Talk Woof on Stageทอล์กกับฮีโร่หมา UNITED SAR K9 เจาะลึกถึงที่มา ส่งต่อแรงบันดาลใจ โชว์ความสามารถพิเศษ พูดคุยเรื่องการฝึกสุนัข ติวเข้มก่อนออก Start ฝึกเข้าสังคม และฝึกเข้าสายจูง ฯลฯโดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนค่ารักษาพยาบาลสัตว์จรมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog Foundation)#PawerMahrathon #ATIME #EFM94

EFM ON TOUR 2025 ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย

21 ส.ค. 2025

EFM ON TOUR 2025 ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย

EFM ON TOUR 2025ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัยรุ่นพี่เตรียมร้อง รุ่นน้องเตรียมโยกไปด้วยกันแบบสุดพลังเตรียมตัวให้พร้อม เพราะ EFM94 ขนทัพศิลปินสุดฮอตและดีเจสายมันส์ บุกแคมปัสแบบจัดเต็มพร้อมกิจกรรมสนุกๆ และ ของแจกจากผู้สนับสนุนตลอดทั้งงาน12 กันยายน — มหาวิทยาลัยศิลปากร (สนามจันทร์)LIPTA + jaeiPARADOXD GERRARD + ICEACE13 กันยายน — มหาวิทยาลัยสยามRetrospectgetsunovaD GERRARD + KJ19 กันยายน — มหาวิทยาลัยรังสิตPROXIEPERSESWhal Dolph#EFMONTour2025 #EFM94

พุธทอล์ค พุธทัวร์ 2025

30 พ.ค. 2025

พุธทอล์ค พุธทัวร์ 2025

มัธยมไม่ง่าย แต่ไม่ต้องหาทางออกคนเดียว!EFM94 ขออาสาเป็นที่พักใจให้น้อง ๆ กับกิจกรรม“พุธทอล์ค พุธทัวร์” กิจกรรมที่พี่ ๆ ดีเจเผือก ดีเจต้นหอม ดีเจเติ้ลพกทั้งพลังบวก รอยยิ้ม และพื้นที่ปลอดภัย มาให้น้อง ๆ ถึงที่!เจอกันตามวัน-เวลานี้เลย: 13 มิ.ย. – รร.วัดเขมาภิรตาราม 20 มิ.ย. – รร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 27 มิ.ย. – รร.เบญจมราชานุสรณ์ไม่ว่าคุณจะมีเรื่องอะไรในใจ...เราพร้อมนั่งฟังแบบไม่ตัดสิน พร้อมกับดีเจ EFM ที่จะขนของรางวัลจากผู้สนับสนุนมาแจกกันเพียบตลอดทั้งงาน เตรียมตัวให้พร้อม นะน้องๆ#พุธทอล์คพุธโทร#EFMSTATION #EFM94#ATIME

แฉแฟร์ 2024

09 ม.ค. 2025

แฉแฟร์ 2024

“แฉแฟร์” มหกรรมแฉความอร่อยจากบ้าน ATIME รวมร้านเด็ด-ร้านดัง กว่า 200 ร้าน ให้สายกิน สายมู ช้อปกันได้กระหน่ำทุกวัน ทั้งร้านจาก “รายการแฉ” / ร้านดังสตรีทฟู้ด / ร้านค้าสายมู ของมงคลเสริมดวง หมอดู และซินแสชื่อดัง รวมไว้ในงานเดียว ในวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 3 พฤศจิกายนนี้ ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิวันพฤหัสบดีที่ 31 ตค 67 14.00 - 16.00 น. : Grand Opening แฉแฟร์ นำทีมโดย มดดำ คชาภา เหล่าดีเจ ATIME , ศิลปิน , ดาราวันศุกร์ที่ 1 พ.ย. 67 15.00 - 16.00 น. : แฉ MU TALK เช็คดวงปังปัง ปีนักษัตร68 โดย อ.คฑา ชินบัญชรวันเสาร์ที่ 2 พ.ย. 67 15.00 - 16.00 น.: แฉ MU TALK การเงิน ความรัก ดวงเกิดไหนปัง โดย อ.อุ๋ย ชนิษฐา 18.00 - 19.00น.: แฉ Live MUSIC มินิคอนเสิร์ต ลุลาวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ย. 67 15.00 -16.00น. : แฉ MU TALK ทิศทางฮวงจุ้ย เสริมเฮงรับทรัพย์ ปี 2568 โดย ซินแสไช้ 18.00-19.00 น. : แฉ Live MUSIC มินิคอนเสิร์ต แอม เสาวลักษณ์ชี้เป้าร้านเด็ด 5 โซนในแฉแฟร์แฉกันเอง : ร้านศิลปิน-ดารา และ ดีเจBoost Me Up by ดีเจพี่อ้อย น้ำปั่น น้ำสุขภาพ และ คุมาโกะ หมีน้อยอร่อยมาก ของทานเล่นประเภทซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น จาก ดีเจ พี่อ้อย / ครัวเจ๊แอน หมี่โคราช และ น้ำพริก - แอนโทเนีย โพซิ้ว / Atomic Blondies - ชาย ชาตโยดม / ปูไข่เยิ้ม by Mick - มิค บรมวุฒิ / Waans Bakery และ ข้าวมันไก่กาต๊าก - น้ำหวาน ZAZA / น้ำพริกปุยแสบปาก - ปุยฝ้าย ภัทณชา / Noomzaab ผัดไทสำเร็จรูปพร้อมปรุง - หนุ่ม อรรถพร / SEASON HOUSE - ขนม เบเกอรี่ จากครอบครัวดีเจ.โก / ส้มตำแม่น้อย - แม่น้อย โพธิ์งาม / ลูกชิ้นหมูหัน - ลุงรงค์ จาตุรงค์ / ข้าวเกรียบอะไรซ์ - นิว นภัสสร / Took Took To Go x Aprils Farm เค้กน้ำส้มสดคั้นเอง - ตุ๊ก ชนกวนัน / สยามชาไทย - เด่นคุณ งามเนตร / NANAKE เก็กฮวย - น้าเน็ก / Fox Cha La Lemon น้ำเลม่อนและชา - พิมพ์พรรณ / เจียงฮาย - ข้าวซอย เนื้อ ชาชู - หมู Big ASS / เปรี้ยวซ่าปลาระเบิด ลูกชิ้นปลาระเบิดทอด - เปรี้ยว อนุสรา (เปรี้ยว AF) / Ploy homemade มันกุ้งแม่น้ำทรงเครื่อง - ปาล์ม Instinct / MomMe Menu by อาโย ทัศน์วรรณ - น้ำพริกกากหมู น้ำพริกปลาสลิดย่าง / โก้-ธีรศักดิ์ - พริกทอด น้ำปลาร้า น้ำเก๊กฮวย / กร ณัฐวัฒน์ (หลานพี่โก้) - น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกปลาดุกฟูแฉคอนเฟิร์ม : ร้านเด็ดจากรายการ “แฉ” อร่อยแน่แฉคอนเฟิร์มHighlight: eped eatery เค้กกล้วยหอม (กำลังเป็นกระแสใน TikTok) / หอยจ๊อปูแม่วรรณา / โรตี-น้ำชาบังบ่าวนครศรีฯ(เจ้าดังนครศรี) / ขนมจีนภูเก็จ บ้านอาม่า (ขนมจีนใต้แท้ๆ) / หมูปลาร้ากองถ่าย by Costume Maffia (หมูนุ่ม-น้ำพริกแซ่บ)มาดามบ๋อมน้ำส้มคั้นสด / ผลไม้น้ำเข้า J and J fresh / ฉ่ำ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม / กุยช่ายสวรรค์ อีสานเลิฟเวอร์ / j-jan ขนมอร่อยหลังการบินไทยและอ.ต.ก. / แม่เล็กข้ามหลาม ขนมจาก / คุณรัชนกหมูแผ่นไร้น้ำมัน/ เมืองตรังหมูย่างเศรษฐี / 92 Coffee bar - กาแฟสด มัทฉะ/ หมูสเต๊ะมังกรทอง / ถั่วเทพอร่อยขั้นเทพ / ขนมจีน / ห่อหมกเจ้ศรีสำเพ็ง / เจ้อุ้มน้ำพริกกากหมู / ทอดกุ้งทอดปู / กุ้งแช่น้ำปลา แปดริ้ว / เจ้เบียร์ทะเลทอด / บ๊ะจ่างเจ๊แขกกระทุ่มแบน / อุไรรัตน์ เชียงใหม่ - น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู / นายเกาะข้าวเกรียบเห็ดหอม / ต.ตุ๊บตั๊บสุ ๑,๐๐๐ ตุ๊บตั๊บ ถั่วตัด / ป้าม่วยน้ำปลาหวาน / ข้าวต้มมัดยายฟู / แม่เล็กแปดริ้ว / บุษยา ขนมไทย / หนึ่ง Streetfood - หมึกลวกซีฟู้ด / ราดหน้าโรงเหล็ก / วรรัตน์ ซาลาเปาเบตง พ.ศ. 2517 / ปุ๊.เรือสำเภา / ใบเฟิร์นแค๊ปหมู / สองแม่หมี่กรอบเงินล้าน / เอกอร่อย พริกแกงใต้(เอกชัย ศรีวิชัย) / ข้าวหลามจิ๋ว สูตรบางคนที / โอชิน โฮมเมดเบเกอรี่ / เจ้นก กระท้อนซิ่ง / ลูกชิ้นแม่ประณาม / ฮะเก๋า เยาวราช / อาเหล็ง แหนมเนือง / ปูเป็นไข่ปู / ร้านน้ำพริกนาเดีย / ข้าวปลาวาฬ ข้าวไร้แป้ง / ครัวภูเก็ต / Kunnookorangejuice / หมูยอ วชาริสา / ปิ่นมณี ปลาส้มไร้ก้าง / ส้มแซ่บ / ทีเด็ดยำ / หอยจ๊อปูทอง เยาวราช / ขาหมูตรอกซุง บางรักแฉ Street Food รวมร้านอร่อยสตรีทฟู้ดHighlight: ลุงใจ ไข่ปิ้ง (ลุงไข่ปิ้งดังในโซเชี่ยล) / ขนมเบื้องหวานผึ้งน้อย(มิชลิน)** / บะหมี่บุญเลิศเกี๊ยวหมูย่างซีอิ๊ว (มิชลินไกด์)**/ ทอดแหลก หมูทอด (ร้านดัง-คิวยาว) / เรื่องหอยไว้ใจเรา (มีหลายหอย Size เบิ้ม น้ำจิ้มเด็ด)แซ่บบักแปดแสน / ถิงถิง / MINKKI Ice Cream tea bingsu / คั่วเป็ดตรัง (แกงใต้รสเด็ด) / น้ำปลาหวานคุณแอ๊ว สูตรชาววัง /กู๋โบ๊ทหมูกรอบ Uncle Boat Crispy Pork / รักสุขภาพ by น้ำดอกมะพร้าว / น้ำพริกโอลีฟ / คุณโต๊สปูนา / ตะบันทอด / ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกากหมูสูตรโบราณ / ขนมเทียนแก้ว ลุงตุ๊ / ไก่ยอทอดครูภาพ จิ้มแซ่บ / ราชาฮอทดอก / เฮียหงี เยาวราช กระเพาะปลา / เจ้แม็กซ์เอง เว้ยเฮ้ย (ขนมปังอบสด) / บะจ่างเศรษฐีมิกส์ มิว / บุหงิมปอเปรี๊ยะ / ลูกชุบบ้านคุณแม่ / ลูกจิ้นคนเมือง - ลูกชิ้นหมูทำสด / ต.ตั้ม เปาะเปี๊ยะสด กับก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณ / โฟร์วิล​บาร์บีคิว / ร้านแม่กัลยา ลูกชิ้นปลาเยาวราช / น้ำพริกสามปอ / ปังจิ๋ว สังขยาไส้สด / ม่อนเบเกอรี่ - ชื่นอุรา ชาใต้ / PURADAK ไก่ทอดเกาหลีพูราดัก / ปลาร้าเด้อ อาหารอีสาน / ชาม ก๋วยเตี๋ยวเส้นคลุก / Impress Chocolate / JOIA x COFFEE 101 / แปดอัฐ / ปลาส้มป้ายา / ร้านตี๋ก๊อ ข้าวหมูแดง หมูกรอบ / เจริญไทยสุกี้ (ซินแสไช้)แฉหวานหวาน สายหวานจะต้อง Love!Highlight: COCO WORLD ขนมต้มมะพร้าว (ร้านดังในโซเชี่ยล) / AT HOME CHIFFON ชิฟฟ่อนมะพร้าวอ่อนลาวา (โฮมเมดสดใหม่) มะลิซ้อน / นู๋ดา น้ำลำไยสด / บ้านขนมแม่ฝ้าย / BIJOUX DE BEURRE ECHIRE / ไดฟุกุ / เอแคร์ชูครีม / Dankie Bakery / อิ่มสุข ข้าวแต๋นน้ำแตงโม / โดนัท KA.NO.MU / ข.ไข่ในเตา / Little C / Dose Lemon Honey / ขนมไทยสามพี่น้อง / หยกสดแฉปังปัง รวมหมอดู ซินแสชื่อดัง และของมงคลเสริมดวงต่างๆ มากมายButterfilesn.co / Vanita Lucky Stone / Sharanam59 – รูปวอลเปเปอร์มือถือ แผ่นทองคำรูปพระพิฆเนศ / Peetosung x cosmagiz / Mutelu by มีฮาพยากรณ์ / อ.ตรัย คเณศเศรษฐี / ธยาน – Dhyana Studio / DOL JAI – ดลใจ / มูเตลูเคส / BUU SHA / PolyHoly กำไลพระพิฆเนศ / เต็มมือ Handcraft / HOROSOCIETY / ซินแสไช้ และ กลุ่มสายมู / Tiny Little Toys / วอวาฬกางไฟ by Worwhalepony / แม่หมอสายมู / สายมูพารวย / หมอแอ้ เดอะเมจิกแมนART TOY สายมู KRATAY / NALINI / PUNSANOOK64 / HOLYMOOLY.OFFICIALS / MOSSY JANNY / SHUPI / PARMTIME STUDIO / WA.SCULPTURE STUDIO / ARZIO / คชาปองมหาคณปติ / TWIN STUDIO / KUMAMONSTER / KAPPA COLLECTIBLES

EFM ON TOUR ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย 2024!!

24 ก.ค. 2024

EFM ON TOUR ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย 2024!!

EFM ON TOUR 2024ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัยรุ่นพี่เตรียมร้อง รุ่นน้องเตรียมโยกจันทร์ที่ 29 ก.ค. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน พบกับ วง PROXIE (พร็อกซี) / Atom ชนกันต์ และส้ม มารี (Zom Marie)ศุกร์ที่ 23 ส.ค. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (รังสิต) พบกับ Mirrr (เมอร์) / PONCHET (พลเชษฐ์) / LIPTA (ลิปตา) และ guncharlie (กันชาร์ลี) / getsunova (เก็ตสึโนวา) และครั้งสุดท้ายที่ ศุกร์ที่ 20 ก.ย. มหาวิทยาลัยรังสิต พบกับ INDIGO (อินดิโก้) / Atom ชนกันต์ และ Musketeers (มัสเก็ตเทียร์)พบกับเหล่าดีเจจาก EFM และ กิจกรรมจากผู้สนับสนุนตลอดทั้งงาน !!

EFM Fandom Live

EFM FANDOM LIVE 5 มีนาคม 69 - Ohm Poon

05 มี.ค. 2026

EFM FANDOM LIVE 5 มีนาคม 69 - Ohm Poon

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 26 กุมภาพันธ์ 69 - Junior Mark

26 ก.พ. 2026

EFM FANDOM LIVE 26 กุมภาพันธ์ 69 - Junior Mark

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 19 กุมภาพันธ์ 69 - Lilly Belle

19 ก.พ. 2026

EFM FANDOM LIVE 19 กุมภาพันธ์ 69 - Lilly Belle

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 12 กุมภาพันธ์ 69 - Surf Java

12 ก.พ. 2026

EFM FANDOM LIVE 12 กุมภาพันธ์ 69 - Surf Java

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 5 กุมภาพันธ์ 69 - First Khaotung

05 ก.พ. 2026

EFM FANDOM LIVE 5 กุมภาพันธ์ 69 - First Khaotung

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 29 มกราคม 69 - CLO'VER

29 ม.ค. 2026

EFM FANDOM LIVE 29 มกราคม 69 - CLO'VER

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

แฉข่าวเช้า

แฉข่าวเช้า 13 มีนาคม 2569

13 มี.ค. 2026

แฉข่าวเช้า 13 มีนาคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 12 มีนาคม 2569

12 มี.ค. 2026

แฉข่าวเช้า 12 มีนาคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 11 มีนาคม 2569

11 มี.ค. 2026

แฉข่าวเช้า 11 มีนาคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 10 มีนาคม 2569

10 มี.ค. 2026

แฉข่าวเช้า 10 มีนาคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 9 มีนาคม 2569

09 มี.ค. 2026

แฉข่าวเช้า 9 มีนาคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 6 มีนาคม 2569

06 มี.ค. 2026

แฉข่าวเช้า 6 มีนาคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

ใต้โต๊ะทำงาน

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครีเอทีฟ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 29 กันยายน 2568 ]

29 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครีเอทีฟ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 29 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครีเอทีฟ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 29 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : Chief Marketing Officer | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 22 กันยายน 2568 ]

22 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : Chief Marketing Officer | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 22 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : Chief Marketing Officer | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 22 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกายภาพบำบัด | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 15 กันยายน 2568 ]

15 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกายภาพบำบัด | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 15 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกายภาพบำบัด | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 15 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกีฬามอเตอร์สปอร์ต | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 8 กันยายน 2568 ]

08 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกีฬามอเตอร์สปอร์ต | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 8 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกีฬามอเตอร์สปอร์ต | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 8 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร:10 ทักษะชีวิตที่เด็กจบใหม่ต้องเรียนรู้|ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ[ 1 กันยายน 2568 ]

01 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร:10 ทักษะชีวิตที่เด็กจบใหม่ต้องเรียนรู้|ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ[ 1 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร:10 ทักษะชีวิตที่เด็กจบใหม่ต้องเรียนรู้ |ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ[ 1 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครูสอนบุคลิกภาพ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 25 สิงหาคม 2568 ]

25 ส.ค. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครูสอนบุคลิกภาพ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 25 สิงหาคม 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครูสอนบุคลิกภาพ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 25 สิงหาคม 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

พุธทอล์ค พุธโทร

พุธทอล์ค พุธโทร ''สำหรับคุณคิดว่าใส่ซองงานแต่ง ยังจำเป็นไหม?'' [4 มี.ค.69]

04 มี.ค. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''สำหรับคุณคิดว่าใส่ซองงานแต่ง ยังจำเป็นไหม?'' [4 มี.ค.69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''ทุกวันนี้คุณใช้งาน Chat ผ่านแอปพลิเคชั่นไหนบ่อยที่สุด?'' [25 ก.พ.69]

25 ก.พ. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''ทุกวันนี้คุณใช้งาน Chat ผ่านแอปพลิเคชั่นไหนบ่อยที่สุด?'' [25 ก.พ.69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''เวลาซื้อตั๋วภาพยนต์ คุณจะเลือกนั่งโซนไหน?'' [18 ก.พ.69]

18 ก.พ. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''เวลาซื้อตั๋วภาพยนต์ คุณจะเลือกนั่งโซนไหน?'' [18 ก.พ.69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''เวลาเข้าห้องน้ำคุณอยู่ทีมไหน?'' [11 ก.พ.69]

11 ก.พ. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''เวลาเข้าห้องน้ำคุณอยู่ทีมไหน?'' [11 ก.พ.69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''ถ้าเจอพนักงานเรียกว่าคุณลูกค้าคุณจะรู้สึกยังไง?'' [4 ก.พ.69]

09 ก.พ. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''ถ้าเจอพนักงานเรียกว่าคุณลูกค้าคุณจะรู้สึกยังไง?'' [4 ก.พ.69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''เวลาคุณสั่งเครื่องดื่ม คุณกินหวานระดับไหน??'' [28 ม.ค. 69]

28 ม.ค. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''เวลาคุณสั่งเครื่องดื่ม คุณกินหวานระดับไหน??'' [28 ม.ค. 69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

อังคาร คลุมโปง

อังคารคลุมโปง X ซัน สตอรี่ไลฟ์ [ 10 มี.ค.2569 ]

10 มี.ค. 2026

อังคารคลุมโปง X ซัน สตอรี่ไลฟ์ [ 10 มี.ค.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X โก้ คืนลอยอังคาร [ 3 มี.ค.2569 ]

03 มี.ค. 2026

อังคารคลุมโปง X โก้ คืนลอยอังคาร [ 3 มี.ค.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 24 ก.พ.2569 ]

24 ก.พ. 2026

อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 24 ก.พ.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X กิ๊บ น้ำมันผี [ 17 ก.พ.2569 ]

17 ก.พ. 2026

อังคารคลุมโปง X กิ๊บ น้ำมันผี [ 17 ก.พ.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X อาโป - เจษ [ 10 ก.พ.2569 ]

10 ก.พ. 2026

อังคารคลุมโปง X อาโป - เจษ [ 10 ก.พ.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X ครูตรีมีเรื่องเล่า [ 3 ก.พ.2569 ]

03 ก.พ. 2026

อังคารคลุมโปง X ครูตรีมีเรื่องเล่า [ 3 ก.พ.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

NEW RELEASE

‘เหตุผล’ เพลงรักบทใหม่จาก Three Man Down ที่เต็มไปด้วยความโรแมนติก และชวนให้นึกถึงการมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ

11 มี.ค. 2026

‘เหตุผล’ เพลงรักบทใหม่จาก Three Man Down ที่เต็มไปด้วยความโรแมนติก และชวนให้นึกถึงการมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ

หลังสร้างความประทับใจครั้งใหญ่บนเวทีคอนเสิร์ต Three Man Down Live at สนามศุภชลาศัย วง Three Man Down ก็ไม่ปล่อยให้โมเมนต์ระหว่างวงและแฟนเพลงจบลงง่าย ๆ เมื่อพวกเขาเซอร์ไพรส์ด้วยการปล่อยซิงเกิลใหม่ล่าสุดอย่าง เหตุผล เพลงรักบทใหม่ที่ยังคงเต็มไปด้วยความโรแมนติกและกลิ่นอายเฉพาะตัวของวงสำหรับเพลง เหตุผล เป็นเพลงรักที่สะท้อนพัฒนาการของ Three Man Down ทั้งในด้านดนตรีและการเขียนเนื้อเพลง โดยเนื้อหาพูดถึงเหตุผลของการที่คนสองคนได้พบและตกหลุมรักกัน ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนนับล้าน ราวกับว่าการได้พบกันนั้นเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกในซิงเกิลนี้ยังได้ whateve ศิลปินหญิงที่เคยฝากเสียงร้องไว้ในเพลงฮิตอย่าง เพลงรัก กลับมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงอีกครั้งเคียงข้าง กิต Three Man Down เพิ่มมิติของความอบอุ่นและความละมุนให้กับเพลง ขณะเดียวกันยังมีเสียงแซ็กโซโฟนจาก โอม ASIA7 สมาชิกวง ASIA7 มาช่วยเติมบรรยากาศโรแมนติกให้เพลงมีเสน่ห์ยิ่งขึ้นด้านมิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ยังคงได้ผู้กำกับคู่ใจของวงอย่าง กิ๊ม-ธนรัมร์ เปรมบุญ มารับหน้าที่กำกับอีกครั้ง หลังเคยร่วมงานกันมาแล้วในหลายผลงานก่อนหน้าอย่าง ยอมถอย, รักใครไม่ไหว และ เพื่อนสนิท โดยเรื่องราวในเอ็มวีเล่าถึงคู่รักที่ต้องเอาตัวรอดในโลกหลังอารยธรรมล่มสลาย และสิ่งเดียวที่ทำให้ทั้งสองยังคงก้าวเดินไปด้วยกันคือความรักด้วยเมโลดี้ที่อบอุ่น เนื้อหาที่โรแมนติก และบรรยากาศดนตรีที่ละมุน เหตุผล จึงกลายเป็นเพลงรักเพลงล่าสุดของ Three Man Down ที่สะท้อนเสน่ห์ของวงได้อย่างชัดเจน และเป็นอีกบทเพลงที่แฟน ๆ น่าจะหยิบมาเปิดฟังซ้ำในช่วงเวลาที่อยากนึกถึงเหตุผลของการมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆภาพ : GeneLab

‘ยอมอยู่แล้ว’ ซิงเกิลใหม่จาก Only Monday feat. ปั๊บ POTATO กับกลิ่นอายป็อปร็อกยุค 90–2000

11 ก.ย. 2025

‘ยอมอยู่แล้ว’ ซิงเกิลใหม่จาก Only Monday feat. ปั๊บ POTATO กับกลิ่นอายป็อปร็อกยุค 90–2000

หลังจากปิดฉากคอนเสิร์ตใหญ่ไปอย่างงดงาม Only Monday กลับมาส่งซิงเกิลใหม่ให้แฟน ๆ ได้ฟังกันอีกครั้งกับ ยอมอยู่แล้ว เพลงที่เคยถูกหยิบขึ้นไปโชว์บนเวที และได้รับเสียงเชียร์อย่างล้นหลามให้ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ ความพิเศษของเพลงนี้อยู่ที่การได้ร่วมงานกับรุ่นพี่ร่วมบ้าน GMM Music อย่าง ปั๊บ POTATO ถ่ายทอดซาวด์ป็อปร็อกที่หวนให้นึกถึงบรรยากาศดนตรียุค 90–2000 อย่างลงตัวเนื้อหาใน ยอมอยู่แล้ว ว่าด้วยความรักที่แม้รู้ว่าต้องเจ็บ แต่ก็ยังเลือกจะยอมด้วยความเต็มใจ ถ่ายทอดอย่างเข้มข้นตามสไตล์หัวจ่ายเพลงเศร้า และเมื่อเสียงร้องของ ปั๊บ เข้ามาเติมเต็ม ก็ยิ่งพาให้ผู้ฟังหวนคิดถึงความทรงจำในวันวานของวัยรุ่นยุคนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นนอกจากดนตรีที่หนักแน่น มิวสิกวิดีโอยังถ่ายทอดเรื่องราวความรักวุ่น ๆ ของชายหนุ่มที่ยอมจนเกินต้าน จนกลายเป็นความปั่นป่วนสุดขั้ว โดยมีผู้กำกับชื่อดัง ต้อง เต มาร่วมปรากฏตัว เติมสีสันและอารมณ์ขันให้เรื่องราวเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมการร่วมงานครั้งนี้คือการผสานพลังดนตรีข้ามเจเนอเรชัน ที่ทั้งสดใหม่และเต็มไปด้วยเสน่ห์ของแต่ละยุค Only Monday และ ปั๊บ POTATO ได้สร้างสรรค์บทเพลงที่ทั้งแปลกใหม่และคุ้นเคยในคราวเดียวกัน แฟนเพลงสามารถรับชมมิวสิกวิดีโอ ยอมอยู่แล้ว ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube : GeneLabภาพ : GeneLab

‘Too Perfect For You’ ซิงเกิลใหม่จาก 4EVE ขอเชิดใส่รักที่ทำร้าย เพราะฉันสวยเริ่ดและมีคุณค่ามากพอ

10 ก.ย. 2025

‘Too Perfect For You’ ซิงเกิลใหม่จาก 4EVE ขอเชิดใส่รักที่ทำร้าย เพราะฉันสวยเริ่ดและมีคุณค่ามากพอ

เกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุค 4EVE กลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งกับซิงเกิลล่าสุด Too Perfect For You (สวย เริ่ด เชิด) ที่ปล่อยออกมาไม่นานก็กลายเป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดีย จากลุคสดใสและเนื้อหาที่สะท้อนความมั่นใจของผู้หญิงยุคใหม่ ที่เลือกเดินออกจากความรักที่ทำให้เจ็บช้ำ และหันมาภูมิใจในคุณค่าของตัวเองแทนToo Perfect For You ได้ 2 โปรดิวเซอร์ฝีมือจัดจ้าน Galchanie หรือ แป้ง–ธนัญญา อินวงษ์) และ Mayojames หรือ เจมส์–อมร สำเร็จรุ่งโรจน์ มาร่วมกันสร้างสรรค์ ด้วยการหยิบเอาซาวด์โมเดิร์นป๊อป มาผสมเข้ากับกลิ่นอาย RB ช่วยเน้นการร้องอันมีเอกลักษณ์ของทั้ง 7 สมาชิกถ่ายทอดอารมณ์อย่างเฉียบคมและทรงพลังเนื้อหาของเพลงคือเสียงบอกเล่าของผู้หญิงที่เลือกจะ move on อย่างสง่างาม ยกให้ ‘ความรักตัวเอง’ สำคัญกว่าการย้อนกลับไปหาคนที่ไม่เห็นค่า เพลงประกาศความมั่นใจและพลังของการเชิดใส่รักที่ไม่ดี ผ่านท่อนฮุคที่ติดหูทันที “Cuz I’m too perfect for your love, way too perfect for you now รู้ยังคะว่าเธอน่ะพลาด มาตอนนี้ก็สายไปแล้ว” ประโยคที่พร้อมจะกลายเป็นวลีฮิตบนอินเตอร์เน็ตอีกหนึ่งไฮไลต์คือการแบ่งพาร์ทร้องที่ดึงเสน่ห์เฉพาะของแต่ละสมาชิกออกมาอย่างชัดเจน การใช้ภาษาอังกฤษผสมไทยที่ทันสมัย ฟังสนุก อินเตอร์ และเต็มไปด้วยความ Empowering ตอกย้ำว่าไม่มีใครควรต้องหันกลับไปหาความสัมพันธ์ที่ไม่เห็นค่าเราอีกต่อไป รวมถึงในพาร์ตมิวสิกวิดีโอก็ได้ผู้กำกับมากฝีมือ หลิน รินรดา มาร่วมเล่าเรื่องในมุมมองของผู้หญิงยุคใหม่ ถ่ายทอดความสวย ความมั่นใจ และอิสระของการเลือกชีวิตที่ดีให้กับตัวเองนี่ไม่ใช่เพียงแค่เพลงใหม่จาก 4EVE แต่คือบทประกาศที่บอกกับทุกคนว่า อย่ากลัวที่จะ move on และอย่าลืมว่าคุณมีคุณค่ามากพอที่จะไม่กลับไปหาความรักที่ทำร้ายใจอีกแล้ว ตามไปสัมผัสพลังที่ถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งยุคทองของ 4EVE ได้แล้ววันนี้ทุกมิวสิกสตรีมมิงและ YouTube : 4EVEภาพ : 4EVE

‘ดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House)’ ซิงเกิลใหม่จาก เอิ๊ต ภัทรวี ความรู้สึกของผู้ที่เลือกกอดความเจ็บปวด เพื่อเก็บใครสักคนไว้ในความทรงจำ

11 ส.ค. 2025

‘ดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House)’ ซิงเกิลใหม่จาก เอิ๊ต ภัทรวี ความรู้สึกของผู้ที่เลือกกอดความเจ็บปวด เพื่อเก็บใครสักคนไว้ในความทรงจำ

เอิ๊ต ภัทรวี (EARTH PATRAVEE) กลับมาครองใจแฟนเพลงเศร้าด้วยซิงเกิลใหม่ล่าสุด ดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House) จากอัลบั้มเต็ม Heart is Home ถ่ายทอดมุมมองของผู้ที่เลือกโอบกอดความเจ็บปวดไว้ เพียงเพื่อเก็บใครสักคนไว้ในความทรงจำตลอดไป แม้จะต้องแลกมาด้วยหยดน้ำตา แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เวลาลบเลือนเขาไปจากหัวใจ“ให้ฉันนั้นจดจำทุกหยดน้ำตา ให้ฉันได้วนเวียนกับความเสียใจอย่าห่วง ฉันไม่เป็นไร ยังดีกว่าต้องลืมเธอไป”เพลงนี้พาทุกคนกลับสู่บรรยากาศอบอุ่นและคุ้นเคย เสมือนหัวใจได้กลับบ้านอีกครั้ง ด้วยเสียงกีตาร์โปร่งอันเป็นเอกลักษณ์ และเนื้อเพลงที่เอิ๊ตเขียนจากประสบการณ์จริง ขณะโลกหมุนไปอย่างรวดเร็ว ดีกว่าต้องลืมเธอไป ชวนให้เวลาช้าลง ให้เราได้ซึมซับความรู้สึกที่ไม่อยากลืมเอิ๊ต เล่าว่าแรงบันดาลใจเกิดจากการสูญเสียคุณยายไป ในช่วงแรกเธอไม่กล้ามองภาพถ่ายหรือความทรงจำ เพราะความเศร้าหนักหน่วง แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่า สิ่งที่น่ากลัวกว่าความเศร้า คือการที่เราลืมรอยยิ้มและรายละเอียดเล็ก ๆ ของคนสำคัญไปจริง ๆ คำว่า Wooden House จึงเกิดขึ้นภายหลังจากฝันเห็นคุณยายนั่งอยู่ในบ้านไม้ไทยหลังเก่า ภาพนั้นอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่เก็บไว้ในหัวใจ และกลายเป็นภาพแทนความหมายของเพลงนี้ซิงเกิลนี้อัดด้วยเครื่องดนตรีจริงทั้งหมด โดยมี บุ้ง-กวิน สิริภัทรกุล มือเปียโนที่เลือกใช้เปียโนไม้ upright ให้ซาวด์อบอุ่น, ยี่-ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์ อดีตสมาชิก Safeplanet ในบทบาทมือเบส และ แจม-ธนัท เลาหระวี มือกีตาร์และครีเอทีฟของโปรเจกต์ ที่สร้างซาวด์กีตาร์ไฟฟ้าให้เหมือนเอฟเฟกต์เสียงฟ้าผ่า เพิ่มความแปลกใหม่ให้เพลง ส่วนเอิ๊ตเองยังรับหน้าที่อัดเครื่องสายด้วยตัวเอง แต่คราวนี้เป็นการสีไวโอลินด้วยโบว์ ซึ่งเป็นความท้าทายมากกว่าการดีดแบบ pizzicato ที่เคยทำในส่วนของมิวสิกวิดีโอ เอิ๊ต กลับมาแสดงด้วยตัวเองอีกครั้ง ภายใต้การกำกับของ นราธิป ไชยณรงค์ เล่าเรื่องการเดินทางครั้งสุดท้ายระหว่างหญิงสาวและอดีตคนรัก (รับบทโดย เมืองไทย จิรวงศ์นิรันดร) ที่ตัดสินใจออกทริปญี่ปุ่นร่วมกัน พร้อมกล้องฟิล์มจากนักท่องเที่ยวปริศนา เพื่อบันทึกภาพความทรงจำก่อนจะจากกันจริง ๆ ฉากอารมณ์เข้มข้นทำให้เอิ๊ตร้องไห้ออกมาจริง ๆ จนรู้สึกว่าต้องบอกลาตัวละครหลังการถ่ายทำ เป็นประสบการณ์ใหม่ที่เธออยากให้ทุกคนได้สัมผัสผ่านมิวสิกวิดีโอนี้ความพิเศษของการเปิดตัวซิงเกิลนี้ คือการจัดอีเวนต์ Welcome to Wooden House เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ Yellow Lane BKK เชิญแฟนคลับผู้โชคดีมาชมมิวสิกวิดีโอพร้อมกันครั้งแรก และได้ฟัง เอิ๊ต ร้องสดในบรรยากาศใกล้ชิด แฟน ๆ ต่างชื่นชมว่าร้องสดได้เพราะจับใจเหมือนฟังจากแผ่น ภายในงานยังมีกิจกรรมให้แฟน ๆ เขียนเรื่องราวที่ไม่อยากลืมลงกระดาษเพื่อส่งต่อให้นักร้องอ่าน ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกันเก็บไว้เป็นความทรงจำดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House) คือบทเพลงที่อบอุ่นแต่แฝงรสขม สำหรับใครที่คิดถึงเพลงเศร้าแบบมีความหมายจาก เอิ๊ต สามารถรับฟังและรับชมได้แล้ววันนี้ทุกช่องทางสตรีมมิ่งภาพ : Muzikmove

‘Oh It’s You’ การคอลแลบระหว่าง พี่เบิร์ด และ บิวกิ้น ในเพลงรักฟีลกู้ดที่สานความฝันของแฟนเพลงตัวจิ๋วให้เกิดขึ้นจริง

08 ส.ค. 2025

‘Oh It’s You’ การคอลแลบระหว่าง พี่เบิร์ด และ บิวกิ้น ในเพลงรักฟีลกู้ดที่สานความฝันของแฟนเพลงตัวจิ๋วให้เกิดขึ้นจริง

คือช่วงเวลาที่แฟน ๆ รอคอย และเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญในวงการเพลงไทย เมื่อ GMM GRAMMY จับมือสร้างปรากฏการณ์สุดพิเศษครั้งแรกของการร่วมงานระหว่างศิลปินขวัญใจคนไทยต่างเจเนอเรชัน เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ กับ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ผ่านบทเพลง Oh It’s You เพลงรักฟีลกู้ดที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นใจเพลงนี้ไม่ใช่แค่การพบกันของสองเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ แต่คือการเชื่อมโยงหัวใจของคนสองยุค จากซูเปอร์สตาร์ผู้เป็นแรงบันดาลใจของทั้งประเทศ สู่ศิลปินรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเสียงเพลงของ พี่เบิร์ด และเคยตั้งความฝันเอาไว้ว่า “สักวันอยากทำงานกับเขาให้ได้จริง ๆ”มิวสิกวิดีโอของเพลง Oh It’s You ที่กำกับโดย จีน-คำขวัญ ดวงมณี ถ่ายทอดความฝันนั้นออกมาได้อย่างละเมียดละไม ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ บิวกิ้น ที่เติบโตมากับบทเพลงของพี่เบิร์ด เพลงที่เป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงวัย ทั้งวัยเด็ก รักครั้งแรก หรือช่วงเวลาสำคัญของชีวิต โดยเลือกเล่าในรูปแบบไดอารี่ภาพเคลื่อนไหว พาผู้ชมย้อนกลับไปสู่วันหนึ่งในวัยเยาว์ ที่เด็กชายคนหนึ่งหลงใหลในเสียงเพลงของ พี่เบิร์ด ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตจนวันที่ได้ยืนอยู่บนเวทีเดียวกับศิลปินในฝันของเขาอย่างแท้จริงOh It’s You เป็นผลงานการโปรดิวซ์โดย ฮาย Paper Planes ถ่ายทอดเรื่องราวของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อได้พบกับใครบางคน ที่เข้ามาทำให้โลกใบเดิมสดใสขึ้นอีกครั้ง เสียงร้องอบอุ่นของ พี่เบิร์ด และเสียงนุ่มลึกของ บิวกิ้น ประสานกันอย่างลงตัว ราวกับบันทึกบทสนทนาของหัวใจสองดวงที่มองโลกในมุมที่คล้ายกันนอกจากจะเป็นซิงเกิลพิเศษสำหรับงาน BIRD FANFEST 20XX แล้ว เพลงนี้ยังกลายเป็นเหมือนบทกวีแห่งแรงบันดาลใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากศิลปินที่มีแฟนคลับมากที่สุดในประเทศ ไปยังศิลปินรุ่นใหม่ที่เป็นภาพแทนของความฝันอันเป็นจริง แฟน ๆ สามารถรับชมมิวสิกวิดีโอ Oh It’s You ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube ช่อง GMM GRAMMY OFFICIALภาพ : Bird Thongchai

‘ห้ามขยับจับนะ’ เพลงสนุกจาก PERSES ที่ได้แรงบันดาลใจจากพลังของชาว PIECES

07 ส.ค. 2025

‘ห้ามขยับจับนะ’ เพลงสนุกจาก PERSES ที่ได้แรงบันดาลใจจากพลังของชาว PIECES

กลับมาสร้างความปั่นอีกครั้งสำหรับ PERSES โดย จั๋ง, เน, กฤติน, ปาล์ม และ ปลั๊กกี้ กับซิงเกิลที่ 5 จากอัลบั้ม Alterland ในชื่อที่แสบจนต้องหยุดฟัง ห้ามขยับจับนะ (FREEZE) เพลงที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนขยับไปด้วยกันแบบไม่มีข้อแม้PERSES เล่าจุดเริ่มต้นของเพลงนี้ให้เราได้ฟังว่า เกิดจากโมเมนต์สุดมันในโชว์ของ PERSES ที่มักจะคัฟเวอร์เพลงจังหวะโจ๊ะ ๆ แล้วแฟนคลับ PIECES ก็มักจะลุกขึ้นมาแดนซ์กันสุดตัวทุกครั้ง จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้วงอยากมีเพลงของตัวเอง ที่แค่ได้ยินก็ต้องลุกขึ้นมาโยกตามทันทีสำหรับ ห้ามขยับจับนะ (FREEZE) เล่าถึงเกมจีบสาวสไตล์เด็กซิ่งที่ทั้งขี้เล่น กวน ๆ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ผ่านเนื้อหาที่เปรียบความรักเป็นเกมไล่จับ อย่างท่อนเด็ดที่ร้องว่า “ห้ามเธอขยับ มาให้จับซะดี ๆ จับตรงนี้ จับตรงนั้น มันจะไอ้นี่ มันจะไอ้นั่นนะ” หรือท่อนที่เล่นคำแบบยั่ว ๆ เบา ๆ ว่า “จับ จับ จับ ขอผมจับนะ หมับ หมับ หมับ” ซึ่งทั้งขำ ทั้งเขิน ทั้งติดหูในเวลาเดียวกันด้านดนตรีเพลงนี้มาในแนว Hip-hop ผสม Brazilian Funk สนุกเร้าใจ ผลงานของ MAYOJAMES ที่ขึ้นบีทให้แบบไม่มียั้ง โดยมี ปณต GETSUNOVA นั่งแท่น Executive Producer และได้ NAMEMT กับ GENIEPAK ร่วมเขียนเนื้อเติมความจี๊ดจ๊าดและสีสันทางภาษาจนกลายเป็นเพลงที่ร้อนแรงแบบมีชั้นเชิง ส่วนไฮไลต์ที่ต้องยกนิ้วให้คือท่อน Dance Break สุดเท่จาก ปลั๊กกี้ ที่โชว์พลังการเต้นได้อย่างจัดเต็มแบบไม่มีกั๊กในส่วนของมิวสิกวิดีโอก็จัดเต็มไม่แพ้เพลง ด้วยคอนเซ็ปต์สายลับหนุ่มไทยสไตล์โลคอล ที่มาพร้อมภารกิจล่าหัวใจสาวฮอต ผ่านลุคสุดซ่าในแบบ เด็กซิ่ง–เด็กร้านเกม–ขาโจ๋ บนฉากหลังที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายชุมชนไทย ๆ ตั้งแต่แฟชั่นสีสันแสบตา ทรงผมเฉพาะตัว ไปจนถึงเล็บเจลสุดจัดจ้าน ถ่ายทอดตัวตนของแต่ละคนอย่างมีเสน่ห์ ซึ่งกำกับโดย MANGTO ที่เค้นความครีเอทีฟออกมาได้แบบถึงใจและเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ค่าย G’NEST ได้จัดงาน ห้ามขยับจับนะ (FREEZE) MV PREMIERE PARTY ณ WONDER SPACE ศูนย์การค้า EMSPHERE เพื่อเปิดตัวมิวสิกวิดีโออย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้า PIECES ที่ได้ชมรอบพรีเมียร์ก่อนใคร พร้อมเสียงกรี๊ดสนั่นเมื่อหนุ่ม ๆ PERSES ปรากฏตัวแบบใกล้ชิด พร้อมโชว์สดสุดมันที่ปลุกพลังให้ทุกคนขยับตามไม่หยุดปรากฏการณ์นี้ยังสะเทือนโลกโซเชียลเมื่อแฮชแท็ก #ห้ามขยับจับนะMV ทะยานขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ประเทศไทยบนแพลตฟอร์ม X สะท้อนความฮอตแบบฉุดไม่อยู่ของ PERSES และพลังความสนุกที่พร้อมเปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นปาร์ตี้ของคนไม่อยู่นิ่ง แค่ฟังก็หยุดตัวเองไม่ได้แล้ว...แล้วจะห้ามขยับไหวเหรอ?ภาพ : G’NEST

ENTERTAINMENT NEWS

อิงโกะ PiXXiE เตรียมพักงานวงชั่วคราว เข้ารับการผ่าตัดดวงตาตามคำแนะนำแพทย์

10 มี.ค. 2026

อิงโกะ PiXXiE เตรียมพักงานวงชั่วคราว เข้ารับการผ่าตัดดวงตาตามคำแนะนำแพทย์

ทำเอาเหล่า PiXXeL (ชื่อแฟนคลับ) เป็นห่วงกันถ้วนหน้า เมื่อต้นสังกัดอย่าง LIT Entertainment ออกมาแจ้งข่าวอัปเดตสุขภาพของ อิงโกะ-อินท์ปาลี โชติหิรัญธนนนท์ น้องเล็กคนเก่งแห่งวง PiXXiE ที่จำเป็นต้องเบรกตารางงานชั่วคราวเพื่อเข้ารับการรักษาตัวทางค่ายระบุว่า อิงโกะ มีภาวะอาการป่วยบริเวณดวงตาซึ่งทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำว่าควรเข้ารับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ อิงโกะ ต้องหยุดพักภารกิจมอบความสดใสบนเวทีตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม ถึง 4 เมษายน 2569 นี้ เพื่อใช้เวลาในการรักษาและพักฟื้นร่างกายให้กลับมาแข็งแรงเต็มร้อยอีกครั้งแม้ในช่วงนี้แฟน ๆ จะไม่ได้เห็นภาพความน่ารักแบบครบทีม 3 สาว แต่กิจกรรมต่าง ๆ ของวง PiXXiE ที่มีคิวงานไว้แล้วจะยังคงดำเนินต่อไปตามกำหนดการเดิม โดยมี มาเบล และ พิมมา รับหน้าที่มอบความสนุกให้กับแฟน ๆ อย่างเต็มที่เช่นเดิม ซึ่งทางทีมงานพร้อมจะอัปเดตความคืบหน้าของอาการบาดเจ็บให้แฟนเพลงได้ทราบกันเป็นระยะภาพ : PiXXiE

หนึ่ง ETC. เปิดสาเหตุวูบหมดสติที่เซี่ยงไฮ้ เกิดจากขาดออกซิเจนฉับพลัน หลังนั่งในบาร์ซิการ์เพียง 1 ชม.

09 มี.ค. 2026

หนึ่ง ETC. เปิดสาเหตุวูบหมดสติที่เซี่ยงไฮ้ เกิดจากขาดออกซิเจนฉับพลัน หลังนั่งในบาร์ซิการ์เพียง 1 ชม.

กลายเป็นประเด็นที่คนรักสุขภาพให้ความสนใจทันที เมื่อศิลปินชื่อดัง หนึ่ง-อภิวัฒน์ พงษ์วาท หรือ หนึ่ง ETC. ออกมาโพสต์อัปเดตอาการป่วยหลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หมดสติล้มฟาดพื้นระหว่างทริปท่องเที่ยวที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา จนต้องหามส่งโรงพยาบาลด่วนด้วยภาวะแลคติกสูงเฉียบพลันโดยเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา หนึ่ง ETC. ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยและเข้ารับการตรวจเช็กชุดใหญ่ ทั้ง MRI สแกนสมอง ตรวจเช็กหัวใจ และตรวจเลือดอย่างละเอียด ซึ่งเจ้าตัวเผยข่าวดีว่าผลออกมาเป็น ‘ปกติ’ ทุกอย่าง ไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่น่ากังวล จะเหลือเพียงอาการมึนศีรษะเล็กน้อยและอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณหลัง ซึ่งเกิดจากแรงกระแทกตอนล้มแบบทิ้งตัวสิ่งที่หลายคนสงสัยคือ คนที่ดูแลตัวเองดีอย่าง หนึ่ง ทั้งออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่สูบบุหรี่ ทำไมถึงเกิดภาวะแลคติกสูงจนวูบได้ งานนี้เจ้าตัวเล่าละเอียดยิบเพื่อเป็นอุทาหรณ์ว่าเหตุเกิดจากคืนนั้นเขาได้ไปนั่งชิลที่บาร์ค็อกเทลแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบาร์ซิการ์ที่มีควันคละคลุ้งไปทั่วร้าน แม้จะเอะใจในตอนแรกแต่ก็ตัดสินใจนั่งต่อเพราะอยากได้บรรยากาศ หลังจากผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ร่างกายที่อาจจะอ่อนเพลียสะสมจากการเดินเที่ยวมาทั้งวัน ประกอบกับเป็นคนแพ้ควันมากกว่าปกติ ทำให้เกิดภาวะ ‘ขาดออกซิเจนเฉียบพลัน’ จากการสูดดมควันซิการ์เข้าไปเต็มที่“จังหวะที่จะลุกขึ้นไปสูดอากาศข้างนอก ภาพก็ตัดไปเลย รู้ตัวอีกทีคือนอนอยู่ที่พื้น เจ็บหัวและหลังมากแล้วครับ” หนึ่งเล่าถึงวินาทีก่อนหมดสติหนึ่ง ทิ้งท้ายด้วยการขอบคุณภรรยา เพื่อนร่วมทริป และแฟนเพลงทุกคนที่ส่งความห่วงใยมาให้ในทุกช่องทาง พร้อมเตือนให้ทุกคนดูแลสุขภาพและระมัดระวังเรื่องสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อร่างกาย แม้เราจะมั่นใจว่าดูแลตัวเองมาดีแค่ไหนก็ตาม “คราวหน้าคงต้องระมัดระวังมากขึ้นกับสภาวะแวดล้อมที่เสี่ยงแบบนี้ ดูแลสุขภาพกันดี ๆ นะครับ”ภาพ : neungetc

จากแฟนคลับ สู่ลูกสาวซาตาน Nakajima Arisa สานฝัน 10 ปี รับบท ‘แนนโน๊ะ’ เวอร์ชันญี่ปุ่น

09 มี.ค. 2026

จากแฟนคลับ สู่ลูกสาวซาตาน Nakajima Arisa สานฝัน 10 ปี รับบท ‘แนนโน๊ะ’ เวอร์ชันญี่ปุ่น

กลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อซีรีส์ระทึกขวัญระดับพราวด์ออฟไทยแลนด์อย่าง เด็กใหม่ (Girl From Nowhere) ถูกประกาศรีเมกอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือของ GMM Studios International และ Fuji Television เตรียมลงจอฉายบนแพลตฟอร์ม FOD ในวันที่ 24 เมษายนนี้ไฮไลต์ที่ทำเอาแฟนซีรีส์ทั่วเอเชียต้องอมยิ้ม คือเบื้องหลังของนักแสดงนำอย่าง นาคาจิมะ อาริสะ (Nakajima Arisa) วัย 20 ปี ผู้ที่จะมารับบทแนนโน๊ะคนล่าสุด เธอเผยความลับสุดพีคว่า เธอคือ ‘ตัวแม่แฟนคลับ’ ของแนนโน๊ะมาตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบอาริสะ เผยว่าเธอติดตามดูเด็กใหม่เวอร์ชันออริจินัลของไทยมาตั้งแต่ออกอากาศซีซั่นแรก และเฝ้าดูการลงทัณฑ์คนชั่วมาตลอดทั้ง 2 ซีซั่น แต่ใครจะไปคาดคิดว่าจากเด็กหญิงที่นั่งลุ้นหน้าจอในวันนั้น จะกลายมาเป็นผู้สวมชุดนักเรียนอาถรรพ์และกล่าวคำทักทายสุดหลอน “วาตาชิวะ แนนโน๊ะ เดส” (ฉันชื่อแนนโน๊ะค่ะ) ด้วยตัวเองในวันนี้ ถือเป็นการ Success Workflow ของการเป็นแฟนคลับที่น่าประทับใจที่สุดแห่งปีเลยทีเดียวสำหรับเวอร์ชันญี่ปุ่นนี้จะมีความยาวทั้งหมด 6 ตอน ซึ่งคาดว่าจะหยิบยกประเด็นปัญหาสังคมในโรงเรียนญี่ปุ่นมาตีความใหม่ให้เข้มข้นและถึงใจตามสไตล์ J-Drama โดยมีกำหนดออกอากาศตอนแรก 24 เมษายน 2569 ทางแอปพลิเคชัน FOD ของญี่ปุ่นในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังต้อนรับน้องใหม่ ฝั่งไทยเราเองก็กำลังเดือดไม่แพ้กันกับ Girl From Nowhere: The Reset ที่นำแสดงโดย เบ็คกี้ อาร์มสตรอง ซึ่งเริ่มไล่เช็กบิลคนชั่วไปแล้วตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ทางช่อง one31 และแอปพลิเคชัน oneDภาพ : FOD

ปัน สรณวรรธ เตรียมเข้าพิธีอุปสมบทเดือนมีนาคมนี้ โดยแจ้งข่าวผ่านไลฟ์สุดท้ายก่อนก้าวเข้าสู่ร่มกาวสาวพัสตร์

05 มี.ค. 2026

ปัน สรณวรรธ เตรียมเข้าพิธีอุปสมบทเดือนมีนาคมนี้ โดยแจ้งข่าวผ่านไลฟ์สุดท้ายก่อนก้าวเข้าสู่ร่มกาวสาวพัสตร์

จาก ‘น้องปัน’ สู่ ‘หลวงพี่ปัน’ อีกหนึ่งก้าวสำคัญในชีวิตของ PUN หรือ ปัน–สรณวรรธ พิชัยรณรงค์สงคราม ศิลปินและนักแต่งเพลงจาก Universal Music Thailand ที่เพิ่งออกมาเปิดเผยเมื่อวันก่อนว่า เตรียมเข้าพิธีอุปสมบทในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งเป็นที่มาของการไร้แพลนงานแสดงคอนเสิร์ตตลอดทั้งเดือนโดยข่าวดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านไลฟ์ที่เจ้าตัวออกมาพูดคุยกับแฟนเพลง ที่ ปัน บอกว่านี่เป็นไลฟ์ครั้งสุดท้ายก่อนจะก้าวเข้าสู่ร่มกาวสาวพัสตร์อย่างจริงจัง ปัน เผยว่าได้วางแผนการบวชครั้งนี้ไว้ล่วงหน้า และตั้งใจจะปิดการใช้งานโซเชียลมีเดียทั้งหมด เพื่อให้เวลากับการศึกษาธรรมะและการปฏิบัติอย่างเต็มที่“ที่ผ่านมาผมทำเพื่อวงการเพลงมาเยอะแล้ว ถึงเวลาทำเพื่อวงการธรรมบ้างครับ” ปันกล่าวผ่านไลฟ์ พร้อมระบุว่ายังไม่ได้กำหนดระยะเวลาการอุปสมบทที่แน่ชัด แม้แฟน ๆ หลายคนจะยอมรับว่าต้องคิดถึงไม่น้อย แต่ก็พร้อมสนับสนุนและเคารพการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ก่อนจบไลฟ์ ปัน บอกว่าการก้าวสู่เส้นทางแห่งธรรมครั้งนี้ เขาตั้งใจเพื่อเรียนรู้ และอยากพาตัวเองเติบโตในอีกมิติหนึ่งของชีวิตอย่างตั้งใจ โดยแฟนเพลงต่างร่วมส่งข้อความเพื่ออนุโมทนาบุญกับงานอุปสมบทที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ด้วยภาพ : PUN

หนึ่ง ETC หมดสติล้มกระแทกพื้นระหว่างทริปเที่ยวจีน ตรวจพบภาวะแลคติกสูงเฉียบพลัน

05 มี.ค. 2026

หนึ่ง ETC หมดสติล้มกระแทกพื้นระหว่างทริปเที่ยวจีน ตรวจพบภาวะแลคติกสูงเฉียบพลัน

ทำเอาแฟนเพลงใจหาย เมื่อค่าย Move Records ต้นสังกัดของวง ETC. ออกแถลงการณ์อัปเดตอาการของ หนึ่ง ETC. หรือ อภิวัฒน์ พงษ์วาท หลังล้มป่วยกะทันหันระหว่างทริปท่องเที่ยวที่ประเทศจีนโดยระบุว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 หนึ่ง มีอาการวูบหมดสติและล้มกระแทกพื้น ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและหลัง อีกทั้งยังมีอาการมึนเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ภายหลังเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด แพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากภาวะแลคติกสูงเฉียบพลัน (Acute Lactic Acidosis) ทั้งนี้ได้ทำการ CT Scan แล้ว ไม่พบความผิดปกติทางโครงสร้างอวัยวะภายใน อย่างไรก็ตาม ยังมีอาการมึนงงและปวดจนเคลื่อนไหวได้ลำบาก แพทย์จึงแนะนำให้พักรักษาตัวและเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาสมบูรณ์ที่สุดทางค่าย Move Records และสมาชิกวง ETC. แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขออภัยผู้จัดงาน พาร์ทเนอร์ และแฟนเพลงทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยครั้งนี้ และยืนยันว่าจะดูแลศิลปินอย่างเต็มที่จนกว่าจะสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติด้าน หนึ่ง ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว อัปเดตว่าเตรียมเดินทางกลับประเทศไทย และเมื่อถึงกรุงเทพฯ จะเข้ารับการแอดมิตเพื่อตรวจรักษาอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นยังมีอาการปวดหลังและมึนศีรษะ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างลำบาก จึงจำเป็นต้องเลื่อนงานแสดงต่าง ๆ ของวงออกไปก่อน เพื่อทุ่มเวลาให้กับการพักฟื้นเจ้าตัวยังกล่าวขอโทษสำหรับงานที่ต้องยกเลิก พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจ และยืนยันว่าจะคอยอัปเดตอาการให้ทราบเป็นระยะ โดยหวังว่าจะกลับมาพบแฟน ๆ ได้อีกครั้งเมื่อร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ภาพ : ETC.

เบ็คกี้ อาร์มสตรอง เผยว่าการมีพื้นฐานด้านจิตวิทยา เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการรับบท ‘แนนโน๊ะ’ ในซีรีส์ Girl from Nowhere: The Reset

05 มี.ค. 2026

เบ็คกี้ อาร์มสตรอง เผยว่าการมีพื้นฐานด้านจิตวิทยา เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการรับบท ‘แนนโน๊ะ’ ในซีรีส์ Girl from Nowhere: The Reset

เบ็คกี้ อาร์มสตรอง นักแสดงชื่อดังเปิดใจถึงอีกหนึ่งบทบาทสำคัญในเส้นทางการแสดง กับการรับบท แนนโน๊ะ ในซีรีส์ Girl from Nowhere: The Reset ซึ่งเธอบอกว่าเป็นงานที่ท้าทายอย่างมาก ทั้งในแง่ของอารมณ์ ความลึกของตัวละคร และมิติทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน แม้จะยอมรับว่าบทนี้ใช้พลังอย่างหนัก แต่ด้วยพื้นฐานการศึกษาด้านจิตวิทยา ทำให้สามารถทำความเข้าใจแรงจูงใจและพฤติกรรมของตัวละครได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังช่วยให้แยกตัวเองออกจากบทบาทได้โดยไม่กระทบต่อสุขภาพจิต แม้จะมีบางช่วงที่คนรอบข้างทักว่าแววตาหรือบุคลิกบางอย่างของ แนนโน๊ะ ดูติดตัวกลับบ้านไปบ้างก็ตามขณะเดียวกัน เบ็คกี้ ยังอัปเดตความคืบหน้าคดีความกับ IDOL FACTORY อดีตต้นสังกัด กรณีค้างชำระค่าตัวจากการทำงานตลอดปี 2025 รวมกว่า 20 ล้านบาท โดยระบุว่า หลังจากยื่นฟ้องตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 และให้ทนายความพยายามติดต่อเพื่อเจรจามาเป็นเวลากว่า 3 เดือน จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบกลับจากอีกฝ่ายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินไปตามขั้นตอนของศาลเธอยอมรับว่า แม้เงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่ตัวเลขเล็กน้อย แต่สิ่งที่กระทบใจมากที่สุดคือความรู้สึก เพราะตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ร่วมงานกัน เธอทุ่มเทและให้ความไว้วางใจอย่างเต็มที่ “บทเรียนที่ได้รับคือเรื่องความไว้ใจ เราไม่ควรไว้ใจใครมากจนเกินไป” เบ็คกี้ กล่าวแม้จะมีคดีความค้างคา ปัจจุบันเธอกำลังเดินหน้าบริหารงานภายใต้บริษัทของตัวเอง Becky Entertainment ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้การทำงานในมิติใหม่ และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากคนรอบตัวรวมถึงแฟนคลับ ทำให้สภาพจิตใจค่อย ๆ ดีขึ้น และพร้อมเดินหน้าทั้งในฐานะนักแสดงและผู้บริหารอย่างเต็มที่ภาพ : เด็กใหม่

album
efm
-

-