ฟังเพลงออนไลน์ EFM 94 ONLINE - ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

News Updates

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบกับแฟนมา 6-7 ปี แต่งานใหม่ของผมทำให้เวลาว่างเราไม่ตรงกัน แฟนต้องการมีเวลาร่วมกันเพิ่ม ผมไม่อยากเปลี่ยนงาน เพราะเงินเดือนที่นี่ดีกว่า อยากให้แฟนเข้าใจว่าความก้าวหน้าในอาชีพ ก็มีผลต่ออนาคตที่จะมีร่วมกัน ควรทำอย่างไรดี ?

23 ม.ค. 2026

คบกับแฟนมา 6-7 ปี แต่งานใหม่ของผมทำให้เวลาว่างเราไม่ตรงกัน แฟนต้องการมีเวลาร่วมกันเพิ่ม ผมไม่อยากเปลี่ยนงาน เพราะเงินเดือนที่นี่ดีกว่า อยากให้แฟนเข้าใจว่าความก้าวหน้าในอาชีพ ก็มีผลต่ออนาคตที่จะมีร่วมกัน ควรทำอย่างไรดี ?

คบกับแฟนมา 6-7 ปี แต่งานใหม่ของผมทำให้เวลาว่างเราไม่ตรงกันแฟนต้องการมีเวลาร่วมกันเพิ่มผมไม่อยากเปลี่ยนงาน เพราะเงินเดือนที่นี่ดีกว่าอยากให้แฟนเข้าใจว่าความก้าวหน้าในอาชีพ ก็มีผลต่ออนาคตที่จะมีร่วมกัน ควรทำอย่างไรดี ? ‘คุณวิทย์ (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก-ดีเจ-ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องปัญหาเวลาไม่ตรงกับแฟน ทำให้แฟนน้อยใจ แต่ก็ไม่อยากจะเปลี่ยนงาน ‘คุณวิทย์ (นามสมมุติ)’ อายุ 35 ปี ปัจจุบันมีแฟนอายุ 31 ปี คบกันมา 6-7 ปี ยังไม่แต่งงาน แต่อาศัยอยู่ด้วยกัน เจอหน้ากันทุกวัน มาถึงช่วงเดือนตุลาคมปี 68 ที่ผ่านมา คุณวิทย์ได้เปลี่ยนงานใหม่ ก่อนหน้านี้ทำงานเวลาออฟฟิศทั่วไป ที่ลาออกเพราะมีปัญหาเรื่องค่าตอบแทนไม่เพียงพอ ในส่วนของงานใหม่นี้ ก็ได้ปรึกษากับแฟนแล้วว่าที่นี่เงินดีกว่า แต่ต้องเข้างานเป็นกะ คุณวิทย์คุยกับแฟนไว้ว่า อยากทำที่นี่ไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี เพราะก่อนหน้าได้มีการเปลี่ยนงานบ่อยมาก จึงกลัวจะกระทบต่อประวัติการทำงาน แต่เมื่อต้องย้ายเวลาเข้า - ออกงาน จึงทำให้เกิดปัญหาไม่เข้าใจกันกับแฟน ช่วงหลังปีใหม่ แฟนเริ่มน้อยใจหนักขึ้น มีการโทรมาเหวี่ยงใส่คุณวิทย์ว่า เธอไม่โอเค กับการที่ตื่นมาไม่ได้เจอหน้ากับบ่อย ๆ เหมือนเคย ซึ่งเธอบอกว่าเข้าใจในเรื่องการทำงานของคุณวิทย์ แต่ใจเธอยอมรับไม่ได้ ซึ่งตอนนั้นเองคุณวิทย์ ก็ยังคงทำงานอยู่ จึงทำได้แค่ฟัง แต่เมื่อกลับถึงบ้าน แฟนกลับเงียบใส่ ทำให้ไม่ได้พูดคุยเคลียร์ใจกัน ปกติแล้ว คุณวิทย์เป็นคนใช้เงินค่อนข้างเก่งมาก จึงโอนเงินให้แฟนเป็นคนจัดสรรเงินให้ แต่วันถัดมา แฟนกลับโอนเงินคืนคุณวิทย์ และพูดว่าจะไม่ทำให้อีกแล้ว จากนั้นคุณวิทย์ก็โทรตาม แต่ก็ไม่รับสาย จึงเปลี่ยนไปส่งข้อความ แต่ก็ได้คำตอบมาตามเดิมว่า เธอไม่ชอบที่เวลาทำงานของคุณวิทย์เปลี่ยนไป จนไม่มีเวลาร่วมกัน สิ่งที่เธอต้องการคืออยากให้วันเสาร์-อาทิตย์เราได้เจอกันเหมือนเดิม กลับมาก็เจอหน้ากันไม่นาน แล้วหลังจากนั้นอีกคนก็ออกไปทำงาน และเป็นแบบนี้อยู่บ่อย ๆ อาจมีบางวันหยุดของคุณวิทย์บ้าง ที่ตอนเที่ยงคุณวิทย์จะขับรถไปที่ทำงานแฟนเพื่อทานมื้อเที่ยงด้วยกัน หรือตอนเย็นไปรับจากที่ทำงาน และทานอาหารเย็นด้วยกัน ล่าสุดได้มีการพูดคุยกันเพิ่มเติมแล้ว แต่กลัวว่าแฟนจะกลับไปน้อยใจอีก เพราะเมื่อก่อนคุณวิทย์เคยสัญญาว่าจะทำงานเก็บเงินไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกัน แต่ทำไม่ได้สักที และทุกเสาร์-อาทิตย์เราไปเที่ยวด้วยกันตลอดแต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว จึงอยากปรึกษาขอคำแนะนำว่าจะทำอย่างไรให้แฟนเข้าใจ เรื่องที่ไม่อยากเปลี่ยนงาน อยากทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพและมีอนาคตที่ดีร่วมกัน เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ แนะนำให้บอกแฟนไปว่า “เดี๋ยวจะหางานใหม่ ที่เวลาตรงกันให้ และมีเงินดีด้วย วันนี้เราต้องพึ่งงานตรงนี้ก่อน ไม่มีใครอยากเลิกงานตี 2 ทุกวันหรอก แต่เอาเป็นว่า ถ้ามันมีงานที่ดี และเงินดีกว่า เราก็จะเปลี่ยนให้ ขอให้อดทนไปด้วยกัน ให้เธอสบายใจได้ว่าเราก็พยายามที่จะหาทางออก หรือถามตรง ๆ เลยว่า อยากให้คุณวิทย์ทำอะไร แต่ไม่ต้องห่วงนะ เราไม่ได้จะทำที่นี่ไปตลอดอยู่แล้ว แค่ต้องอดทนหน่อย” ต่อด้วย ‘ดีเจเผือก’ พูดว่า “แล้วในวัย 31 นี้ เขาก็น่าจะพอเข้าใจโลก แต่เมื่อคุณทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงาน อยู่ด้วยกันมานาน แต่ยังไม่ขยับขยายและไม่มั่นคงเท่าไหร่ กรณีแบบนี้ทำให้หลาย ๆ คู่เกิดคำถามต่อกันว่า ใช่ ไม่ใช่ ไปต่อหรือไม่ไปต่อ อะไรนิด ๆ หน่อย ๆ มันพาลให้เป็นปัญหาได้มาก แนะนำให้คุณวิทย์สร้างความมั่นใจให้เขาว่าในวันนี้อาจจะมีบ้างที่ยังแบ่งเวลาให้มากไม่ได้ แต่อยากให้มั่นใจว่าในอนาคตที่เขาต้องรอคอย มันจะมาถึงเมื่อไหร่ อยากให้ลองคุยให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่รอให้พร้อม แต่ไม่รู้ว่าพร้อมคือเมื่อไหร่ ลองยื่นอนาคตที่ชัดเจนให้เขาดู ถ้าเขากลับเริ่มไม่มั่นใจ ก็ลองโทรมาปรึกษากันใหม่” สุดท้ายตามด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ เสริมว่า “พี่เข้าใจแฟนคุณวิทย์ คนเราคงมีอารมณ์น้อยใจโกรธกัน เป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็เข้าใจในมุมคุณวิทย์ที่อยากจะมีอนาคตมีเงินที่มากขึ้น และยังพยายามที่จะชดเชยเวลาด้วยการไปกินข้าวกลางวัน ไปรับแฟนจากที่ทำงานด้วย พี่อยากให้คุณวิทย์คุยกับแฟนในมุมเหตุผลว่าทั้งหมดนี้เราทำไปทำไม บางครั้งเมื่อเงื่อนไขของชีวิตคู่ มันถูกเปลี่ยนเพื่อเป้าหมายของสองคน มันอาจจะต้องอดทนและยอม เพื่อให้มันไปถึงเป้าหมายได้”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราต้องเผชิญเรื่องที่ไม่คาดคิด เมื่อรู้ว่าแฟนของลูกสาววัย 17 ปี คือแฟนของเราที่เป็นพ่อเลี้ยงของลูก เราตัดสินใจเดินออกมาจากกับแฟนและลูก การเลือกปกป้องใจตัวเองในครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมั้ยคะ?

23 ม.ค. 2026

เราต้องเผชิญเรื่องที่ไม่คาดคิด เมื่อรู้ว่าแฟนของลูกสาววัย 17 ปี คือแฟนของเราที่เป็นพ่อเลี้ยงของลูก เราตัดสินใจเดินออกมาจากกับแฟนและลูก การเลือกปกป้องใจตัวเองในครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมั้ยคะ?

เราต้องเผชิญเรื่องที่ไม่คาดคิดเมื่อรู้ว่าแฟนของลูกสาววัย 17 ปีคือแฟนของเราที่เป็นพ่อเลี้ยงของลูกเราตัดสินใจเดินออกมาจากกับแฟนและลูกการเลือกปกป้องใจตัวเองในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมั้ยคะ? ‘คุณโอลีฟ (นามสมมติ)’ อายุ 38 ปี เป็นสายที่สาม ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาที่ลูกสาวไปคบกับคนที่ไม่ควร แม้คนรอบตัวจะเตือนแล้ว แต่ก็ไม่ได้เอะใจ จนสุดท้ายแฟนที่ลูกคบด้วยก็คือแฟนของเรานั่นเอง ‘คุณโอลีฟ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ลูกสาวอายุ 17 ปี ก่อนหน้านี้ลูกเคยบอกว่ามีแฟน ซึ่งเราก็รับรู้และคอยพูดคุยเรื่องนี้กับลูกมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนรู้จักมาบอกเราว่า แฟนของลูกไม่ควรคบ เพราะเป็นคนใกล้ตัวมาก ๆ ตอนแรกเรายังไม่คิดอะไร จนสุดท้ายถึงรู้ความจริงว่า คนที่ลูกคบอยู่คือแฟนของเราเอง แฟนของเราอายุ 39 ปี คบกันมา 9 ปี และมาเป็นพ่อเลี้ยงของลูกตั้งแต่ลูกอายุประมาณ 13 ปี ซึ่งทั้งคู่แอบมีความสัมพันธ์กันแบบลับ ๆ มาประมาณ 2–3 ปี เรามารู้เรื่องจากการไปเจอแชตที่เขาคุยกัน เป็นข้อความในลักษณะคนรัก มีการบอกรักกันอย่างชัดเจน พอรู้ความจริง เราก็เรียกทั้งสองคนมาเปิดใจคุย บอกว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่ถูกต้อง แต่ในตอนแรกทั้งคู่ไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่นานหลังจากนั้น เรื่องนี้ก็กลายเป็นคดีความ เพราะลูกสาวต้องการที่ตัดความสัมพันธ์นี้ จึงไปแจ้งความข้อหาพรากผู้เยาว์ เรารู้สึกเจ็บปวดมาก แต่เมื่อแฟนถูกดำเนินคดีได้ไม่นาน ก็มีการยอมความเกิดขึ้น นั่นทำให้ลูกสาวเลือกที่จะออกไปอยู่ห้องเช่าที่แฟนเราเช่าไว้ให้ แต่เรายังไม่ได้เลิกกับแฟน แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น เพราะทั้งคู่ยังแอบติดต่อและไปหากันอยู่ตลอด จนเราจับได้อีกครั้ง ครั้งนี้ลูกเลือกตัดสินใจไปอยู่กับแฟนใหม่อีกคน และตัดขาดความเป็นแม่ลูกกับเรา ส่วนเรายังคงพยายามให้อภัยแฟน แต่ด้วยพฤติกรรมที่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เราจึงตัดสินใจเลิกกับเขาในที่สุด เราจึงอยากถามว่า การที่เราเลือกตัดทั้งแฟนและลูกออกจากชีวิตเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะจนถึงตอนนี้ทั้งสองคนก็ยังติดต่อกัน และยังส่งเสียดูแลกันอยู่ตลอด” เริ่มที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “การตัดคนที่ทำร้ายเราออกจากชีวิตเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว โดยเฉพาะแฟน ไม่จำเป็นต้องกลับไปเจอกันอีก ส่วนในเรื่องของลูก หากเขาเลือกทำโดยไม่ได้รู้สึกผิด เติ้ลมองว่าโอลีฟทำหน้าที่แม่ดีที่สุดเท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้แล้ว หลังจากนี้ก็ปล่อยให้เขาได้ใช้ชีวิตในแบบที่เขาเลือก เพราะการตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของโอลีฟดีขึ้นก็ได้” ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า “เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อแม่ที่ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยความหวังดี แต่บางครั้งเราก็อาจไม่รู้ว่าเจตนาดีของเราไปกระทบอะไรในใจลูกบ้าง เมื่อเขาโตขึ้น เขาก็ต้องตัดสินใจชีวิตด้วยตัวเอง ซึ่งสุดท้ายมันอาจเป็นเรื่องของบุญกรรมของแต่ละคน เพราะโอลีฟได้ทำดีที่สุดแล้ว เลี้ยงดูเขามาอย่างดี การตัดสินใจของลูกในช่วงวัยนี้อาจเป็นความผิดพลาดที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจคนเป็นแม่ได้ และสิ่งที่เจ็บที่สุดคือการพาผู้ใหญ่ที่ไม่ดีเข้ามาในครอบครัว เผือกเห็นด้วยกับเติ้ลว่าการตัดคนไม่ดีออกจากชีวิตเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และหวังว่าสิ่งดี ๆ ที่โอลีฟปลูกฝังลูกมาตั้งแต่เด็ก จะทำให้วันหนึ่งลูกกลับมา และในวันนั้นไม่ว่าอดีตจะเคยเกิดอะไรขึ้น เราจะสามารถโอบกอดเขาไว้ได้ เพราะยังไงเขาก็คือลูกของเรา” และสุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า “ในตอนนี้อาจทำอะไรกับทั้งสองคนไม่ได้แล้ว แต่อยากให้โอลีฟจำไว้ว่าอย่าเกลียดลูก คนที่ควรมีสามัญสำนึกที่สุดคือผู้ใหญ่ฝ่ายชาย และในตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้เขาดูแลและรับผิดชอบลูกของเราให้ดีที่สุด การที่โอลีฟเลือกตัดตัวเองออกมาเป็นเรื่องที่ดี เพราะเราไม่จำเป็นต้องไปอยู่กับความเจ็บปวดหรือรับรู้เรื่องราวของเขาทั้งสองอีก ขอให้โอลีฟหันกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองให้มีความสุข อายุ 17 ไม่ใช่เด็กแล้ว และถ้าวันหนึ่งลูกกลับมาหาเราในวันที่เขาสำนึกได้ เราก็ทำหน้าที่แม่ของเราเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ขอให้โอลีฟดูแลใจตัวเอง แยกย้ายไปใช้ชีวิต และอยู่ให้ได้โดยไม่มีคนทั้งสองคน หอมขอเป็นกำลังใจให้คุณโอลีฟอย่างเต็มที่”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวัน เพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่น เคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้ว แต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียง หนูจะทำยังไงดีคะ?

23 ม.ค. 2026

หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวัน เพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่น เคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้ว แต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียง หนูจะทำยังไงดีคะ?

หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวันเพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่นเคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้วแต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียงหนูจะทำยังไงดีคะ? ‘คุณแก้วตา (นามสมมติ)’ อายุ 30 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องข้างบ้านเปิดบทสวดเสียงดังในเวลาตี 3 แทบทุกวัน ควรจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี โดย ‘คุณแก้วตา (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “คุณลุงตรงข้ามบ้าน เปิดเสียงพระสวดผ่านลำโพง ในช่วงเวลาตีสามครึ่งของทุกวันเลย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นบทสวดดี ๆ แต่บางครั้งก็มีบทสวดศพด้วย บ้านของหนูกับบ้านของคุณลุงไม่ได้อยู่ติดกัน บ้านของคุณลุงอยู่ฝั่งตรงข้าม ห่างกันแค่ถนนเส้นเดียว ในระแวกบ้านส่วนใหญ่เป็นพี่น้องของคุณลุงทั้งหมด มีบ้านที่ไม่ใช่ญาติของเขาเพียงแค่ 3 หลัง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบ้านของหนู บ้านอีกสองหลังเป็นคนมีอายุ เขาก็อยู่ที่นี่มานานแล้ว ส่วนบ้านของหนูเพิ่งย้ายมาได้ 3 - 4 ปี แต่เสียงเริ่มดังเมื่อ 2 ปีหลังที่ผ่านมา ห้องของหนูคือห้องที่ได้รับเสียงรบกวนน้อยที่สุด แต่ส่วนตัวถ้าได้ยินเสียงดังแล้วตื่นขึ้นมา หนูจะนอนต่อไม่ได้เลย ส่วนห้องของพ่อกับแม่ได้ยินเสียงชัดมาก เตี่ย (พ่อ) ถึงกับต้องเดินลงมานอนโซฟาทุกวัน พี่สาวก็เคยไปคุยขอให้คุณลุงเบาเสียงลง แต่คุณลุงกลับตอบมาว่า ลำโพงที่ลุงเปิด มันไม่มีปุ่มลดเสียง มันมีแค่เปิดกับปิด นอกจากนี้หนูก็เคยโทรหาสายตรวจหลายครั้งจนเกรงใจ เขาก็ทำได้แค่ตักเตือน จนวันหนึ่ง หนูทนไม่ไหวแล้ว เลยอัดคลิปเสียงส่งไปให้ตำรวจ เขาก็บอกเดี๋ยวจะประสานเรื่องกับอบต.ให้ แต่สุดท้ายมันก็เหมือนเดิม แม่หนูบอกให้ปล่อยมันไป ไม่ต้องไปโฟกัส แต่จะไม่สนใจได้ยังไงในเมื่อมันได้ยินชัด และเสียงดังมากจริง ๆ อีกหนึ่งข้อมูลที่เคยได้ยินมาคือ คุณลุงเคยบวชมาแล้วสองครั้ง พอกลับมาที่บ้าน หนูไม่แน่ใจว่าลุงอยากฟังเสียงพระสวดหรือเปล่า หรือยังอินกับการอยู่วัด แต่เขาก็ไม่ควรทำให้คนอื่นเดือดร้อน มันเป็นมลพิษทางเสียง หนูต้องทำยังไงดีคะ ?” เริ่มที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “แจ้งความไปเรื่อย ๆ ไปจนกว่าเสียงจะเงียบ หรือซื้อลำโพงให้เขาไปเลย แล้วบอกวิธีการใช้ให้คุณลุงเข้าใจ พร้อมกับบอกคุณลุงว่าให้เบาเสียงลง ไม่งั้นตำรวจจะมาจับ เสียเงินแค่ไม่กี่ร้อย แลกกับชีวิตการนอนของเรา” ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้พูดเสริมว่า “ถ้าวิธีแรกใช้ไม่ได้ผล ก็ให้สังคมพิพากษาเขา แต่ให้ลองเจรจากับเขาดี ๆ ก่อน ทำตามทีละขั้นตอน อย่างแรกให้คุยกันให้เข้าใจ จากนั้นก็เปลี่ยนลำโพงให้เขา ถ้ายังไม่ได้ผล ก็ไปอบต.” ด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้แนะนำว่า “ให้ลองประสานกับทางอบต.ไปก่อน เอาคลิปเสียงไปเปิดให้เขาฟัง หรือลองเปิดเพลง EDM เอาให้ดังกว่า ถ้าลุงเปิดหนูก็เปิด” สุดท้ายดีเจทั้งสามคนได้เสนอวิธีการแก้ปัญหาให้เพิ่มเติมว่า “หรือลองอ้างพระ อ้างเจ้าไหม ให้เจ้าอาวาสมาเตือนว่า การเปิดบทสวดเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อน โยมบาปนะ ถ้าไม่ได้ผล ลองเป็นผีเลย จ้างเอ็กตร้ามาก็ได้ ให้เขาปลอมตัวเป็นพระ เป็นผี เอามาหลาย ๆ คน อย่าไปยอมเขา เพราะเราจะเสียสุขภาพจิต”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นพุธโทรเรี่ยนพันธุ์แท้ ดูตั้งแต่ม.ปลาย จนตอนนี้เรียนจบป.โท สาขาจิตวิทยาแล้วค่ะ ขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทร เพราะรายการเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ

23 ม.ค. 2026

หนูเป็นพุธโทรเรี่ยนพันธุ์แท้ ดูตั้งแต่ม.ปลาย จนตอนนี้เรียนจบป.โท สาขาจิตวิทยาแล้วค่ะ ขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทร เพราะรายการเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ

หนูเป็นพุธโทรเรี่ยนพันธุ์แท้ ดูตั้งแต่ม.ปลายจนตอนนี้เรียนจบป.โท สาขาจิตวิทยาแล้วค่ะขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทรเพราะรายการเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ ‘คุณปูเต้’ อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ ‘พุธทอล์คพุธโทร’ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เพื่อมากล่าวขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทรที่เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการเลือกเรียนสาขาวิชาจิตวิทยา ‘คุณปูเต้’ เล่าว่าตนได้ฟังรายการพุธทอล์คพุธโทรมาหลายเคส ตั้งแต่ช่วงที่เรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนกระทั่งตอนนี้เรียนปริญญาโท สาขาจิตวิทยาเด็ก วัยรุ่น และครอบครัว จนจบการศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคุณปูเต้ได้เล่าเพิ่มเติมอีกว่า ทุกครั้งที่ฟังรายการพุธทอล์คพุธโทร รายการทำให้เห็นถึงความหลากหลายของคนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านพฤติกรรม หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อฟังแล้วก็อยากจะทำความเข้าใจกับคนให้มากขึ้น เลยเลือกที่จะเรียนสาขาจิตวิทยา ซึ่งคุณปูเต้ได้พูดเสริมว่า “จิตวิทยา เราเรียนเพื่อเข้าใจทั้งคน ทั้งร่างกาย จิตใจ สมอง เรียนตั้งแต่วิชาชีวะ ตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต” ส่วนตัวของคุณปูเต้นั้นตั้งแต่ระยะเวลาแรกที่เริ่มเรียน จนถึงตอนนี้ที่เรียนจบปริญญาโทแล้ว รู้สึกว่าตนเองนั้นเข้าใจคนมากขึ้น และสามารถเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น เช่น เมื่อเวลามีคนมาทำให้เราโกรธ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเรียนจิตวิทยาแล้วเราจะไม่โกรธเขา แต่เราจะเข้าใจการกระทำเขามากขึ้น พร้อมพูดเสริมเพิ่มเติมว่า “คนเราก็มีทั้งป่วยกายและป่วยใจ ป่วยกายก็ไปหาคุณหมอ ป่วยใจก็ไปหาจิตแพทย์ได้เหมือนกัน ไม่ต้องกลัวที่จะคุยกับนักจิตแพทย์ อยากฝากถึงบางคนที่ป่วยอยู่ ว่าถ้าบางทีอาจจะเคยไปหาหมอจิตแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่หาย ก็เหมือนกับการที่ไปหาหมอทั่วไป อาจจะเปลี่ยนวิธี หรืออาจจะขอความคิดเห็นจากที่อื่น ไม่จำเป็นต้องป่วยแบบไม่ไหวแล้ว หรือหนักมาก ถึงจะไปหาหมอจิตแพทย์ แค่เครียด นอนไม่หลับ หรือมีปัญหาครอบครัวต่าง ๆ ก็อาจจะลองไปปรึกษาหาคนกลางที่เป็นผู้เชี่ยวชาญดูก่อนก็ได้” นอกจากนี้ ‘ดีเจต้นหอม’ ยังได้ยกตัวอย่างในกรณีของตนที่เจอในชีวิตจริงว่า “เวลาบ่นลูก ลูกจะรู้สึกไม่ดี พี่เลยต้องสร้างตัวเองขึ้นมาอีกร่าง ชื่อว่า ‘บอลลูน’ ซึ่งจะมีนิสัยที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงกับร่างตอนเป็นแม่ปกติ พี่สร้างมาเพื่อเล่นหรือสอนการบ้านให้ลูก โดยจะมีคำว่า ‘บลิ๊ง ๆ’ เป็นคำพูดติดปากเวลาแปลงเป็นร่างบอลลูน แล้วลูกก็รักบอลลูนมาก จนอยากอยู่กับบอลลูนทุกวัน พี่ไม่แน่ใจว่าลูกแยกออกมั้ยว่าแม่กับบอลลูนเป็นคนเดียวกัน ซึ่งปฏิกริยาของเขาที่มีให้แม่กับบอลลูนนั้นต่างกัน แค่พูด ‘บลิ๊ง ๆ’ ปุ๊บ ลูกก็จะยอมทำทุกอย่างที่บอกเลย แต่กับแม่จะเป็นอีกอย่างนึง เคยถามว่า ‘รู้ว่าเป็นคนเดียวกันมั้ย’ ลูกบอกว่า ‘รู้’ ในภาพจำของลูกคือแม่เป็นคนใจร้าย ส่วนบอลลูนเป็นคนใจดี ที่พี่ทำแบบนี้เพราะพี่อยากให้ลูกรัก” ซึ่งคุณปูเต้ก็ได้ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ว่า “ในเคสเด็ก เวลาจะดูว่าเป็นปัญหามั้ยนั้น คือมันกระทบเราและลูกมั้ย พี่หอมเหนื่อยมั้ยเวลาเป็นบอลลูนตลอดเวลา แล้วน้องมีปัญหากับร่างแม่ที่บ่นเขามั้ย แล้วเขาจะต้องการแค่บอลลูนมั้ย จะไม่ต้องการแม่หรือเปล่า ตอนเรียนจิตวิทยาเด็ก ก็ได้ทำงานกับผู้ปกครองเยอะ ซึ่งปัญหาหรือเรื่องราวที่ผู้ปกครองเจอกับลูกมีเรื่องที่เหนือจินตนาการเยอะมาก บางคนคิดว่าเรื่องแค่นี้อาจจะไม่ต้องไปหานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ก็ได้ แต่ว่าถ้ามีคนที่เราเล่าให้ฟัง ก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาหรือช่วยดูได้ว่าเราจะต้องปรับยังไง”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ใกล้ถึงวันแต่งงานแล้ว แต่อยู่ ๆ ก็มีเฟสบุ๊คปริศนาแอดมา ทำให้เรารู้ว่าแฟนมีโลกอีกใบ หนูจะปั้นหน้าเป็นเจ้าสาวเขายังไงดีคะ? เพราะที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เขากลัวว่าเราจะเป็นหม้ายขันหมาก!

16 ม.ค. 2026

ใกล้ถึงวันแต่งงานแล้ว แต่อยู่ ๆ ก็มีเฟสบุ๊คปริศนาแอดมา ทำให้เรารู้ว่าแฟนมีโลกอีกใบ หนูจะปั้นหน้าเป็นเจ้าสาวเขายังไงดีคะ? เพราะที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เขากลัวว่าเราจะเป็นหม้ายขันหมาก!

ใกล้ถึงวันแต่งงานแล้วแต่อยู่ ๆ ก็มีเฟสบุ๊คปริศนาแอดมาทำให้เรารู้ว่าแฟนมีโลกอีกใบหนูจะปั้นหน้าเป็นเจ้าสาวเขายังไงดีคะ?เพราะที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่งเขากลัวว่าเราจะเป็นหม้ายขันหมาก! ‘คุณต้นไม้ (นามสมมติ)’ อายุ 27 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (14 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจก๊อตจิ – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นใกล้จะแต่งงานแล้ว แต่เพิ่งรู้ว่าแฟนมีโลกอีกใบ เราควรทำอย่างไรดี ? โดย ‘คุณต้นไม้ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูมีแฟนคนหนึ่ง คบกันมาระยะนึงแล้ว ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็เห็นสมควรที่จะให้แต่งงานกัน แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งแอดเฟซบุ๊กมา แล้วก็เห็นสตอรี่ของผู้หญิงคนนั้น ลงรูปแฟนเรา ซึ่งยืนหันหลังอยู่ เราก็เลยสงสัยว่าอาจจะเป็นแฟนของเรา จากนั้นเราก็แคปไปถามแฟนว่าทำไมถึงไปอยู่ในสตอรี่คนอื่นได้ ตอนแรกเขาก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่ และโบ้ยว่าเป็น Ai แทน ระหว่างที่เราโทรถามเขา เราก็ได้ถามผู้หญิงคนนั้นว่าเป็นอะไรกับคนในสตอรี่ แต่จุดที่น่าแปลกใจคือเฟสบุ๊คของผู้หญิงคนนี้มีเราเป็นเพื่อนแค่คนเดียว นอกจากนี้ก็ไม่มีข้อมูลอื่น ๆ เลย เหมือนกับจงใจสร้างมาเพื่อให้เราเห็นคนเดียว หลังจากที่เราถามผู้หญิงคนนั้นก็ตอบกลับมาว่า “อยากรู้อะไรทำไมไม่ไปถามคนของตัวเองล่ะ” เรามั่นใจว่าต้องมีอะไรแน่ ๆ แต่แฟนก็ยังคงปฏิเสธ จนเราบอกว่า “ผู้หญิงเล่าความจริงไปหมดแล้วนะ” เขาจึงยอมขอโทษ พอเราได้ยินคำนั้น ถึงกับสติแตก ร้องไห้ออกมา ได้แต่คิดว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่มีสัญญาณเตือน แฟนเราก็ยอมรับ และสารภาพว่าเรื่องมันเกิดขึ้นมา 1 ปีแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถึงผู้หญิงคนนั้นว่าเป็นใคร พูดเพียงแค่ว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน เราถามเขาตรง ๆ ว่า 1 ปี ที่มีผู้หญิงคนนั้นเข้ามา ทำไมไม่บอก ทำไมปล่อยให้ทุกคนเตรียมงานแต่งจนมาถึงขั้นนี้ เขาก็บอกว่าเขายังอยากแต่งงานกับเรา พร้อมจดทะเบียนสมรสเพื่อพิสูจน์ความจริงใจ แต่เราก็คิดว่าจะแต่งได้อย่างไร ในเมื่อเขามีโลกอีกใบอยู่ข้างกัน แล้วเราก็ยื่นคำขาดให้เขาไปเอาแม่มาเคลียร์ หลังจากนั้นทั้งสองฝั่งก็นัดมาคุย ผลสรุปออกมาว่ายังไงก็ต้องแต่งงานกัน และไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะทางบ้านก็กลัวว่าเราจะเป็นหม้ายขันหมาก แต่งแล้วเลิกยังดีกว่าไม่ได้แต่ง ส่วนตัวเราก็ลังเลใจ ไม่รู้ว่าจะอยากให้อภัยเขาหรือเปล่า ถ้าเขาไม่แอบคบกันนานถึงขนาดนี้ ก็อาจจะยังพอให้อภัยได้ แต่การที่เขาแอบคบกันมาเป็นปี แปลว่าเขาตั้งใจมีกันมาก ๆ คำถามที่อยากถามคือ ไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองอย่างไร ถ้าเราให้อภัยเขา แล้วเราจะมองข้ามเรื่องนี้ไปอย่างไรดี?” เริ่มด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ในเมื่องานแต่งมันต้องเกิด เราก็ต้องทำใจว่าเราต้องเจอกับความอึดอัด แต่ให้คิดว่าเราจะอึดอัดแค่วันนี้วันเดียว เพราะนี่คือการละคร และต้องคุยกับผู้ชายให้ชัดเจนว่าที่แต่งงานกันในวันนี้เพราะเลื่อนไม่ได้ มันไม่ได้หมายความว่าเรายอมรับเรื่องราวในอดีตได้ทั้งหมด เพราะเขาได้ทำลายความไว้ใจของเราไปแล้ว เราจะให้อภัยได้อย่างไร ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้แสดงความมั่นใจออกมา เราต้องดูการกระทำเขา ให้เวลาสมานแผล ผ่านพ้นงานแต่งไปก็มาเริ่มรู้จักกันใหม่ ฉันจะรักเธอไหม ขึ้นอยู่กับเธอ” ต่อด้วย ‘ดีเจก๊อตจิ’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ไม่ต้องเอาใจไปใส่กับเรื่องวันงาน แม้ใจจะว้าวุ่น แต่ให้คิดว่าเราเป็นแค่คนร่วมงาน ในอนาคตคงต้องเตรียมใจไว้เลย ถ้าเราจะแต่งงานกับเขา เรามีสิทธิ์ที่จะเป็นเมียหลวงไปตลอดชีวิต นั่นแปลว่าเขาไม่ได้มีเราเป็นเมียเพียงคนเดียว ความรักมันต้องเริ่มต้นด้วยความซื่อสัตย์ ถ้าเขาทำไม่ได้ก็คงเป็นนิสัยของเขา ครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่ครอบครัวที่ไม่เข้าใจเรา ความสำคัญมันจะลดลง ถ้าครอบครัวซัพพอร์ตเรามันก็จะเป็นเรื่องดี แล้วเราคงไม่ต้องมายืนอยู่จุดนี้ คงเป็นเรื่องดีถ้าเราไปคุยกับครอบครัวให้เข้าใจเราได้” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก’ ที่ฟังแล้วก็เห็นใจ จึงมอบพลังงานบวกให้กับคุณต้นไม้ว่า “ในเมื่องานมันต้องเกิดขึ้น ก็ทำให้มันจบลงไปอย่างสวยงาม เพราะยังไงเราจำเป็นต้องให้โอกาสครั้งใหญ่กับคนนี้อีกสักครั้งหนึ่ง มองไปข้างหน้า ไม่ต้องหันกลับไปมองข้างหลัง แย่สุดก็แค่เลิก”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อีก 1 เดือน หนูก็จะคลอดลูกแล้ว แต่แฟนกลับบ้านดึกทุกวัน บอกว่าเล่นเกมกับเพื่อน บางวันก็กลับเร็ว แต่ก็พาเพื่อนมาเล่นเกมที่บ้านด้วย ทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอ วันปีใหม่ที่ผ่านมา แฟนก็ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว หนูอยากเป็นคนแรกที่แฟนเลือกบ้างค่ะ

16 ม.ค. 2026

อีก 1 เดือน หนูก็จะคลอดลูกแล้ว แต่แฟนกลับบ้านดึกทุกวัน บอกว่าเล่นเกมกับเพื่อน บางวันก็กลับเร็ว แต่ก็พาเพื่อนมาเล่นเกมที่บ้านด้วย ทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอ วันปีใหม่ที่ผ่านมา แฟนก็ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว หนูอยากเป็นคนแรกที่แฟนเลือกบ้างค่ะ

อีก 1 เดือน หนูก็จะคลอดลูกแล้วแต่แฟนกลับบ้านดึกทุกวัน บอกว่าเล่นเกมกับเพื่อนบางวันก็กลับเร็ว แต่ก็พาเพื่อนมาเล่นเกมที่บ้านด้วยทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอวันปีใหม่ที่ผ่านมา แฟนก็ทิ้งให้เราอยู่คนเดียวหนูอยากเป็นคนแรกที่แฟนเลือกบ้างค่ะ ‘คุณเอ (นามสมมติ)’ อายุ 23 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ( 14 มกราคม 2569 ) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจก๊อตจิ – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนเลือกเพื่อนมากกว่าเรา ในขณะที่เราท้อง 8 เดือน ตัวคุณเอ จึงเกิดความน้อยใจ และอยากให้ตนเป็นตัวเลือกแรกของแฟนบ้าง ‘คุณเอ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า ในตอนแรกที่คบหากับแฟนหนุ่มอายุ 21 ปี ทั้งสองไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน ซึ่งบ้านของทั้งสองก็อยู่ไม่ได้ห่างกันมาก จึงทำให้ไปมาหาสู่กันได้บ่อย ๆ แต่วันหนึ่งได้พลาดท้อง พ่อและแม่ของคุณเอก็ได้ให้ทั้งคู่แต่งงานและย้ายมาอยู่ด้วยกัน 2 คน ทางด้านแฟนของคุณเอ เมื่อทราบว่าคุณเอกำลังตั้งท้องก็ดีใจเป็นอย่างมาก แต่ในความรู้สึกของคุณเอ คือฝ่ายชายยังไม่มีความพร้อมในการเป็นพ่อ ไม่ว่าจะเป็นช่วงแรก ที่คุณเอมีอาการแพ้ท้องหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่กว่าฝ่ายชายจะมารับ ตัวคุณเอที่นั่งรออยู่ก็ได้อ้วกออกมาเป็นเลือด ผ่านมาเรื่อย ๆ กลายเป็นว่าฝ่ายชายกลับบ้านดึกขึ้น โดยให้เหตุผลว่านั่งเล่นอยู่กับเพื่อนที่ทำงานหลังเวลาเลิกงาน หากวันไหนที่ไม่ได้กลับบ้านดึก ก็จะเอาเพื่อนเข้ามาในบ้าน เล่นเกมบ้าง สูบบุหรี่บ้าง จนทำให้คุณเอที่กำลังตั้งท้อง 8 เดือนไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งทั้งคู่เคยคุยเพื่อปรับความเข้าใจกันแล้ว แต่ฝ่ายชายก็ปรับแก้ให้ได้แค่ระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม จึงทำให้คุณเอเริ่มมีความคิดที่อยากจะกลับไปอยู่กับพ่อและแม่ แต่อีกใจก็คิดว่า หรือจะลองอยู่กับแฟน ดูแลกันไปก่อน ถ้าไม่ไหวค่อยกลับบ้าน แล้วเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างเต็มตัว คุณเอรู้สึกว่าเรื่องนี้ตัดสินใจยาก เพราะหากตนย้ายกลับไปที่บ้าน ก็จะต้องเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ เพราะปัจจุบันพอใจในสิ่งที่ได้รับแล้ว ทั้งรูปแบบการทำงานและเงินเดือน ในตอนแรกทั้งสองได้วางแผนกันไว้ว่า เมื่อลูกออกมาจะให้แม่ของฝ่ายชายที่ตอนนี้ไม่ได้ทำงาน เป็นคนช่วยเลี้ยงดูให้ หลังจากเลิกงาน ทั้งสองคนก็จะกลับมาดูแลต่อ คุณเอได้เล่าเพิ่มเติมว่าแฟนหนุ่มในพาร์ทอื่น ๆ ในการคบหากันนั้น ฝ่ายชายสามารถทำได้ดี แต่ในพาร์ทปัญหาที่เจอในตอนนี้ ถือเป็นพาร์ทใหญ่ที่คุณเอไม่โอเค อย่างเมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมา ฝ่ายชายก็ได้ทิ้งให้คุณเออยู่ห้องเพียงคนเดียว แล้วก็ออกไปเคาท์ดาวน์ข้ามปีกับเพื่อน หลังจากฟังเรื่องราวของคุณเอจบ เหล่าดีเจก็ได้พูดให้กำลังใจคุณเอด้วยความเป็นห่วงและให้คำแนะนำที่อยู่บนบรรทัดฐานของความเป็นจริง โดยเริ่มจาก ‘ดีเจก๊อตจิ’ ที่ได้กล่าวว่า “ตอนนี้แฟนหนูเหมือนหนีปัญหา ยังไม่มีวุฒิภาวะของการเป็นพ่อ ไม่มีวุฒิภาวะของการเป็นผู้นำ พี่กลัวว่าถ้าหนูทำตามแผนแล้วแฟนจะหายไปเลย พี่ว่า 50/50 หนูควรเตรียมใจไว้ก่อนเลย เพราะหนูเคยแก้ปัญหาเหล่านั้นมาเยอะมากแล้ว เช่น เรื่องบุหรี่ เรื่องไม่ให้พักผ่อน เรื่องไม่ดูแลช่วงปีใหม่ หนูเตรียมแผนไว้ ถูกต้องแล้ว มันคือหน้าที่ของหนูแหละ ว่าต้องไปคุยกับเขาตรง ๆ เพราะทำอะไรไม่ได้ และถือเป็นว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่เกิดขึ้น ” ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “นี่คือปัญหาอย่างเบาที่สุดสำหรับการที่ท้องไม่พร้อม ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อตอนที่ลูกคลอดออกมา เดี๋ยวลูกคลอดออกมา งานเราก็ยังต้องทำ คนเป็นแม่ เราก็ยังต้องดูลูกเล็ก มันเป็นช่วงที่หนักหนาที่สุด ยังไม่พร้อมก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวันพร้อมเลย ส่วนเขา เราก็ได้แต่หวังว่าเขาจะพร้อมขึ้นมาในวันที่โตขึ้น เพราะอายุเพิ่ง 21 ปีเอง แน่นอนว่าคนท้องสัญชาตญาณความเป็นแม่มันสูงกว่าอยู่แล้ว แต่คนเป็นพ่อมันไม่ได้อุ้มท้อง สายสะดือไม่ได้เชื่อมกัน ถ้าใจไม่พร้อมจะเป็นพ่อ ยากมากที่เขาจะใส่ใจ การมีลูกคือการเสียสละชีวิตส่วนตัวไปตลอดกาล พร้อมก่อน ถึงจะมี เวลามีเรื่องอะไรแบบนี้พี่จะคิด Worst case ไว้ก่อน คิดไว้ว่าถ้ามันเกิดขึ้นแล้วเราจะยังไงกันต่อ ถ้า Worst case แล้วเรายังมีทางออก ก็ยังหายใจโล่งได้เปลาะหนึ่ง เอต้องทำยังไงก็ได้ให้รอดทั้งแม่และลูก” สุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า “เราเลือกคนผิดแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงของการแก้ไข เรียกเขามาคุยตรง ๆ เลยว่าตอนนี้ 8 เดือนแล้ว สเต็ปต่อไปเด็กจะเกิดมาแล้วต้องสลับกันเลี้ยง พร้อมที่จะเสียสละมั้ย ถ้าเขาบอกว่าพร้อม งั้นคุณเริ่มก่อนเลย เรื่องบุหรี่ ขอดูการเสียสละของเขาหน่อย แล้วหลังจากนี้เอก็ประเมินเลยว่าที่เขาบอกว่าเสียสละได้ เขาทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าทำไม่ได้เราไปแผน B เลย เพราะถ้าคนมีสามัญสำนึกเขาจะไม่สูบบุหรี่หรอก เพราะเขาก็รู้ว่าบุหรี่ทำร้ายเด็ก เข้าแผน B เลย กลับไปอยู่บ้าน แล้วเป็น Single Mom”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณป๊อป The Ghost 'วิญญาณหลอน B8' l อังคารคลุมโปง X ป๊อป The Ghost [ 20 ม.ค.2569 ]

26 ม.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณป๊อป The Ghost 'วิญญาณหลอน B8' l อังคารคลุมโปง X ป๊อป The Ghost [ 20 ม.ค.2569 ]

การดูหนังผีในโรง ที่ไม่ได้หลอนเพียงแค่ในจออีกต่อไป เมื่อความตั้งใจ คือการมาดูหนังผีเรื่องดังตามกระแส แต่กลับเจอน้ำ และขนมไทยสุดแปลกวางอยู่บนเก้าอี้ ซึ่งตัวเขานั้นเข้ามาคนแรกในโรง ระหว่างที่นั่งดูหนังกำลังฉาย ก็มีความรู้สึกขนลุกเหมือนไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว แต่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ นั้นไม่มีใครนั่งอยู่ นอกจากขนมที่วางไว้ แต่กลับรู้สึกว่า เหมือนโดนแขนของใครบางคนอยู่ตลอดเวลา เมื่อออกไปจากโรงหนังทำให้รู้เรื่องราวที่ชวนขนหัวลุก และน่าจดจำยิ่งกว่าหนังตรงหน้า.. เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ป๊อป The Ghost’ (20 มกราคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘วิญญาณหลอน B8’ เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวของ “คุณป๊อป” ที่มาเล่าเรื่องราวของน้อง ให้นามสมมุติว่า (บี) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยน้องบี เกิดอยากดูหนังผีชื่อดังเรื่องหนึ่งในโรงภาพยนตร์ จึงได้จองตั๋วหนังรอบประมาณ 4 โมงเย็นกว่า ๆ และเลือกที่นั่งแถว B9 ซึ่งเป็นแถวที่อยู่แถบบน ๆ ของโรงหนัง และมีเพียงน้องบี ที่จองที่นั่งในแถวนั้นเพียงคนเดียว น้องบี ก็ได้ซื้อน้ำ และขนมเพื่อจะนำมากินในขณะที่ดูหนัง เมื่อถึงเวลา 4 โมงตรง ทางพนักงานตรวจตั๋วหนังก็ได้ให้ตัวน้องบี เข้าไปนั่งรอในโรงหนังก่อน และเมื่อน้องบี เดินไล่ที่นั่งมาจากเลขที่นั่ง B1 B2 B3 มาเรื่อย ๆ ก็ต้องสะดุดตาเข้ากับที่นั่งเลขที่ B8 เนื่องจากว่าได้มีแก้วน้ำ และขนมไทยที่วางอยู่บนกระทง และห่อซีนพลาสติกไว้.. น้องบี ก็ได้เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที เนื่องจากน้องบี คือลูกค้าคนแรก ที่พนักงานตรวจตั๋วเปิดโรงหนังให้เข้ามา อีกทั้งตอนที่เขาจองที่นั่งนั้นไม่มีใครจองที่นั่งข้าง ๆ แต่ทำไมถึงมีแก้วน้ำ และขนมไทยวางอยู่ ซึ่งในโรงหนังไม่ได้มีการเปิดจำหน่ายขนมไทยให้กับลูกค้า แต่น้องบี ก็ได้สลัดความสงสัยนั้นออกไป และคิดเพียงแค่ว่า คงอาจจะอยากอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยเพียงเท่านั้น และคิดว่าเจ้าตัวอาจจะคงกำลังไปเข้าห้องน้ำอยู่ เดี๋ยวอีกสักพักก็คงจะกลับมา ในขณะที่น้องบี กำลังนั่งดูตัวอย่างหนังอยู่นั้น ก็ได้มีไฟฉายส่องมาที่หน้าของตน และได้พบเข้ากับพนักงานที่เดินมาถามว่า “พี่ครับ คนข้าง ๆ พี่ อยู่ไหนอะพี่” ตัวน้องบี ก็ได้ตอบกลับไปว่า “พี่ก็ไม่รู้ อยู่ไหนอะ พี่มาพี่ก็ไม่เจอนะ” พนักงานคนนั้นจึงได้พูดต่อว่า “อ่าวหรอ ก็นึกว่าพี่เจอ ถ้าพี่ไม่เจองั้นผมไปแล้วนะ” และได้ทิ้งความสงสัยไว้ให้น้องบีต่อไป เมื่อหนังเริ่มฉายน้องบี ก็ได้เกิดความรู้สึกระแวง และขนลุกซู่ขึ้น เมื่อได้เผลอนำแขนไปเท้ากับเบาะที่นั่งข้าง ๆ เบาะ B8 ทำให้ตลอดการดูหนัง ที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่นำแขนไปเท้าเบาะ จะรู้สึกขนลุกซู่อยู่เสมอ เรียกได้ว่าหนังที่ว่าน่ากลัว ของจริงดันน่ากลัวซะยิ่งกว่า น้องบี จึงได้ยกมือขึ้นมาไหว้ และพูดขอว่า “ขอดูหนังให้จบก่อนได้ไหม เสียเงินไปเยอะเลย เสียดายเงิน เสร็จแล้วไม่ต้องตามกลับ จบกันแค่นี้นะ” พร้อมกับความรู้สึกที่ระแวงอยู่ตลอดการนั่งดูหนัง เมื่อหนังจบลง น้องบี ก็ได้ออกไปเจอพนักงานตรวจตั๋วคนเดิม น้องบี จึงได้ถามไปว่า “น้อง สรุปแล้วไอ้คนที่นั่งข้าง ๆ พี่คือใคร” พนักงานหนุ่มคนนั้นจึงได้ตอบกลับมาว่า...“ผมเห็นจริง ๆ เป็นผู้หญิง” น้องบี จึงได้ตอบกลับไปว่า “แล้วเขาไปไหนอะ” แต่พนักงานหนุ่มก็ได้ตอบว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันพี่”ทั้งคู่จึงได้พากันเดินขึ้นไปดูห้องคอนโทรลข้างบนโรงหนัง ซึ่งเป็นห้องที่มีการเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดในโรงหนังไว้ และได้เห็นเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในโรงหนัง ผมยาวปิดครึ่งหน้า ใส่เสื้อคลุมที่เหมือนเสื้อคลุมสีน้ำตาล กระโปรงสีชมพู พร้อมในมือถือขนมไทย และแก้วน้ำ แต่ทั้งสองก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นเมื่อคลิปจากกล้องวงจรปิดได้เล่นต่อไปจนหนังฉายจบ แต่ก็ไม่มีภาพที่ผู้หญิงคนนั้นเดินออกจากโรงหนัง หรือเดินไปเข้าห้องน้ำเลย ซึ่งในท้ายที่สุด ทั้งคู่ก็ไม่ทราบว่าผู้หญิงคนนั้นคือใครหรือมีตัวตนอยู่บนโลกนี้จริงหรือไม่กันแน่..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณตุ๊กติ๊ก 'บ้านคุณป้า' l l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

24 ม.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณตุ๊กติ๊ก 'บ้านคุณป้า' l l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

กลับบ้านไปงานศพของคุณป้า ควรเป็นเพียงการอำลาครั้งสุดท้ายของ แต่กลับกลายเป็นคืนที่ความจริงเริ่มเปิดเผย เมื่อห้องของผู้ตายส่งเสียงปริศนา เลือดแห้งปรากฏใต้เตียง และร่างของคุณป้า มาในสภาพผิดธรรมชาติ พร้อมคำพูดสั้น ๆ ว่า “ป้าไม่ได้ล้ม” คำบอกเล่าจากคนตาย นำไปสู่การรื้อคดีที่ถูกจัดฉากว่าเป็นอุบัติเหตุ ก่อนจะพบว่า... คนร้ายคือญาติใกล้ตัว และแม้ความยุติธรรมจะตามทันในโลกมนุษย์ แต่กรรมที่ตามหลอกหลอน กลับไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปจนวาระสุดท้าย เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary ’ (13 มกราคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘บ้านคุณป้า’ ‘คุณตุ๊กติ๊ก’ เล่าเรื่องราวของ ‘น้องศร’ ที่ต้องเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดเพื่อร่วมงานศพของคุณป้า ทันทีที่ไปถึง น้องศร รู้สึกได้ถึงบรรยากาศบางอย่างที่ผิดปกติ บ้านที่หลังเงียบผิดวิสัย ญาติพี่น้องที่มารวมตัวกันแทบไม่มีใครพูดคุย มีเพียงความอึดอัดปกคลุมอยู่ทั่วบ้านแม้จะรู้สึกแปลกใจ แต่น้องศรก็พยายามไม่คิดอะไรมาก ก่อนจะเข้าไปไหว้ศพคุณป้า และทักทายญาติ ๆ ตามปกติ คืนนั้น ด้วยความที่ญาติมาร่วมงานศพกันจำนวนมาก ห้องพักจึงไม่เพียงพอ ห้องเดียวที่ยังว่างอยู่ คือห้องของคุณป้า น้องศรไม่มีทางเลือก จึงจำเป็นต้องเข้านอนในห้องนั้นเวลาประมาณตีสอง น้องศรสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงบางอย่าง เป็นเสียงขูดครืดคราดไปมาตามพื้นไม้ น้องศร ลุกขึ้นมาดูรอบห้อง แต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ จึงตัดสินใจกลับไปนอนต่อแต่ยังไม่ทันจะหลับ เสียงเคาะเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากใต้เตียง พร้อมกับเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด เป็นเสียงของคุณป้า คล้ายกำลังพูดอะไรบางอย่างอยู่ น้องศรใจเต้นแรง ก่อนจะตัดสินใจก้มลงไปดูใต้เตียง สิ่งที่เห็นคือรอยเลือดแห้ง ๆ เป็นหยด ๆ ติดอยู่บนพื้นไม้ น้องศรเลือกเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัว ไม่บอกใคร และฝืนใจกลับไปนอนต่อทั้งที่แทบไม่กล้าหลับตา คืนถัดมา สิ่งที่เกิดขึ้นรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เพราะคราวนี้ไม่ใช่แค่เสียง หรือร่องรอยแต่เป็นร่างของคุณป้าที่ปรากฏตัวต่อหน้าน้องศรตรง ๆ ในสภาพคอหักผิดรูป เล็บมือฉีกขาด เลือดเปรอะเปื้อนทั่วร่าง น้องศรตกใจกลัวจนแทบสิ้นสติ พยายามจะลุกหนี แต่ก่อนจะวิ่งออกจากห้อง เสียงของคุณป้าก็ดังขึ้นว่า“ศร…ป้าไม่ได้ล้ม” น้องศร ไม่กล้าหันกลับไปมอง รีบวิ่งไปหาคุณแม่ และเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง พร้อมถามว่า ควรทำอย่างไรต่อไป? ทั้งสองคนตัดสินใจกลับไปที่ห้องของคุณป้าอีกครั้ง เพื่อค้นหาว่ามีอะไรผิดปกติ หรือมีของสำคัญหลงเหลืออยู่ หรือไม่ เมื่อก้มลงดูใต้เตียง ก็ยังพบรอยเลือดแห้งเหมือนคืนก่อน และสิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือเศษเล็บหนึ่งชิ้นที่หลุดออกมาอยู่ใต้เตียง ทั้งสองเลือกที่จะยังไม่บอกใคร และเช้าวันรุ่งขึ้นจึงนำสิ่งที่พบไปแจ้งตำรวจตำรวจกลับมาตรวจค้นห้องอีกครั้ง และพบหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งรอยนิ้วมือ และร่องรอยการต่อสู้ ทำให้คดีที่เคยถูกเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ เริ่มถูกเปิดเผยความจริง ผู้ก่อเหตุ คือญาติใกล้ชิดสองคนที่อาศัยอยู่ละแวกเดียวกัน ภายหลัง มีคุณลุงสองคนมาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้มาขอยืมเงินจากคุณป้า แต่ถูกปฏิเสธ จนเกิดการทะเลาะรุนแรง และลงมือทำร้ายคุณป้าจนเสียชีวิต จากนั้นจึงนำร่างไปจัดฉากโยนไว้ที่บันได แล้วร้องเรียกให้คนอื่นมาช่วย เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุตกบันได ก่อนที่ทั้งสองจะได้รับโทษตามกฎหมายหลังถูกคุมขังมีรายงานว่า ทุกครั้งที่ญาติไปเยี่ยม ลุงทั้งสองมีอาการเหม่อลอย ผวา เหมือนคนนอนไม่หลับ บางครั้งนั่งอยู่เฉย ๆ ก็สะดุ้งตกใจ เมื่อสอบถามผู้ดูแลก็ได้รับคำตอบว่า อาการเช่นนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่ และไม่เคยหายไปเลย จนเวลาผ่านไปหลายปี ทั้งสองตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในเรือนจำส่วนน้องศร หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านพ้นไป ก็ไม่เคยกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกเลย…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากณัฐผี The Scary 'วันไหว้ปอบ' l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

21 ม.ค. 2026

เรื่องเล่าจากณัฐผี The Scary 'วันไหว้ปอบ' l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

การเดินทางไปไหว้ศาลพ่อปู่ของครอบครัว ควรจบลงแค่พิธี และของเซ่นไหว้ แต่ในค่ำคืนนั้น รถที่ควรจะกลับถึงบ้าน กลับวนอยู่ที่เดิม พร้อมมีเสียงหัวเราะปริศนาดังขึ้นมาจากปลายสาย เเละของเซ่นไหว้ที่นำกลับมา ถูกเปิดออกความจริงบางอย่างก็ค่อย ๆ ถูกเปิดเผยให้เห็นว่า สิ่งที่กลับมาด้วย…ไม่ใช่แค่ของเซ่นไหว้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary’ (13 มกราคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า‘วันไหว้ปอบ’ คุณเจนอยู่ในครอบครัวที่นับถือศาสนาพุทธ เคารพบูชา กราบไหว้สิ่งศักสิทธิ์เป็นประจำ แต่ตัวของเจนเองไม่ได้นับถือสิ่งเหล่านั้น เพราะตัวของเธอนับถือศาสนาคริสต์ รวมถึงตัวของคุณเจนนั้นเป็นคนมีเซนส์วันหนึ่งที่บ้านของคุณเจนชักชวนให้เธอไปร่วมงานไหว้แก้บนศาลพ่อปู่ที่สถานที่แห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ซึ่งปกติแล้วครอบครัวของเธอจะไปร่วมงานนี้เป็นประจำในทุก ๆ ปี แต่รอบนี้อยู่ในช่วงที่เธอเพิ่งเรียนจบใหม่ และกำลังจะเข้าทำงาน เธอจึงปฏิเสธไม่ไปร่วมงานกับที่บ้าน จากนั้นพ่อ แม่ และพี่สาว ของเจนจึงขับรถเดินทางไปร่วมงานกันเพียงแค่ 3 คน โดยทุกครั้งที่ไปไหว้ศาลเจ้าแห่งนี้ จะนำหัวหมูพะโล้ไปปักธูปเซ่นไหว้ และจะต้องรอลาศาลเจ้า เพื่อนำหัวหมูกลับบ้านด้วยทุกครั้ง ในระหว่างที่รอทุกคนก็เดินไปสำรวจรอบหมู่บ้านแห่งนั้น เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงกลางคืน เจนที่กำลังรอครอบครัวกลับมาอยู่ที่บ้าน มีความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา เธอจึงโทรถามพ่อว่าทำไมทุกคนยังไม่กลับมา พ่อก็ตอบเจนว่ากำลังกลับแล้ว แต่มันก็หาทางออกไม่เจอ ขับมาเท่าไหร่มันก็วนอยู่ที่เดิม เมื่อสิ้นเสียงพ่อพูด จู่ ๆ เจนก็ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิงปริศนา ดังขึ้นมาจากปลายสายโทรศัพท์ ทำให้เจนต้องบอกพ่อให้ตั้งสติ และจอดรถเพื่อสวดมนต์ขอพร จนหาทางกลับบ้านได้สำเร็จ ในขณะที่ครอบครัวของเจนกำลังจะกลับมาถึงบ้าน เจ้าที่ที่บ้านก็ได้มาเตือนว่าอย่าให้พ่อถึงถุงเข้าบ้าน เมื่อครอบครัวของเจนเดินทางกลับมาถึง พ่อก็ได้ลงรถมาพร้อมกับถุงที่อยู่ในมือ เจนจึงถามไปว่า ‘พ่อเอาอะไรมา’ พ่อเลยบอกว่าหัวหมูที่นำไปเซ่นไหว้เมื่อตอนเช้า แต่เมื่อเปิดดูกลับพบว่าหัวหมูเต็มไปด้วยหนอน และแมลงวัน เจนจึงบอกให้พ่อนำไปทิ้งที่ศาลเจ้าท้ายซอย เมื่อไปถึงจี้กง ที่เป็นร่างประทับของศาลแห่งนี้ ก็ได้บอกให้พ่อนำถุงไปทิ้งที่หลัง คลอง ก่อนที่พ่อจะกลับ จี้กงได้บอกว่า‘มีบางสิ่งบางอย่างตามมาด้วย พรุ่งนี้พาคนที่บ้านมาทำพิธี วันนี้คงจะทำให้ไม่ได้ เพราะของมันแรง..’ หลังจากพ่อกลับเข้ามาในบ้าน เจนที่ยืนอยู่ด้านนอกก็ได้เห็นผู้หญิง 2 คน นั่งอยู่บนหลังคารถของพ่อ ทำให้เจนตกใจมาก แต่เมื่อหันไปอีกครั้งมันก็หายไป เจนจึงกลับเข้าบ้าน ก่อนที่จะเห็นว่าผู้หญิง 2 คนนั้นกำลังนั่งมองเจนจากระเบียงบ้านของพี่สาวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม… ขณะที่ทุกคนกำลังนอนหลับ จู่ ๆ พ่อของเจนก็ได้ร้องโวยวายดังลั่น ทำให้เจนรีบวิ่งไปปลุกพ่อ ก่อนที่พ่อจะตื่นมาด้วยความเหนื่อย และบอกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งพยายามจะทำร้ายพ่อ ต่อมา พี่สาวของเจนร้องโวยวายขึ้นมาอีกคน เจนจึงรีบวิ่งไปหา พี่สาวได้บอกว่าฝันเห็นผู้หญิง 2 คน พยายามที่จะเข้าบ้าน เจนคิดว่าเหตุการทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันแปลกเกินไป ทุกอย่างดูคล้ายกันหมด จนถึงคนสุดท้ายที่มีอาการ คือ แม่ของเจน ที่จู่ ๆ ก็กรีดร้องโวยวาย ‘จะทำอะไรฉัน!!’ เมื่อทุกคนเข้าไปในห้อง ก็ได้เห็นแม่นอนตาเหลือกเหมือนคนที่หายใจไม่ออกอยู่บนเตียง ก่อนที่จะตื่นมา และเล่าว่าฝันเห็นผู้หญิง 2 คนพยายามทำร้ายแม่ เมื่อทุกคนฝันถึงเรื่องเดียวกัน ในคืนนั้นจึงมีการสวดคาถาป้องกันเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้น และตกลงที่จะนอนรวมกัน ขณะที่เจนกำลังนอนหลับจู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีมือคนหนึ่งมาโอบกอดรัดอยู่ที่หน้าอก และมือของอีกคนหนึ่งโอบรัดอยู่ที่ขาของเธอ แม้เจนพยายามจะสู้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ หลังจากนั้นเจนได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิง ซึ่งเป็นเสียงที่คุ้นเคย เหมือนกับเสียงหัวเราะปริศนาจากปลายสายโทรศัพท์ที่เธอเคยได้ยิน เจนท่องคาถา ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเจอกับหญิงชราคนหนึ่งอยู่ตรงหน้าของเธอ เหมือนกับพยายามจะแฝงร่างของเธอ ทั้งสองประจันหน้ากันก่อนที่หญิงชราคนนั้นจะพูดว่า‘เดี๋ยวกูจะกินแม่มึง แล้วกูจะกินคนในครอบครัวมึง แม่มึงมายุ่งเรื่องของกู’‘หรือ..กูจะกินมึงก่อนดี’ คำพูดสุดท้ายของหญิงชรา ก่อนที่จะหายไปหลังจากเจนท่องบทสวดจนสิ้นเสียง ‘อาเมน’ ทุกอย่างก็หลุดพ้นออกจากตัวของเธอ วันต่อมาทุกคนได้เดินทางไปแก้ของกับพระสงฆ์รูปหนึ่ง เนื่องจากของแรงเกินกว่าที่จี้กงของศาลเจ้าท้ายหมู่บ้านจะแก้ให้ไหว สืบสาวเรื่องราวทั้งหมด ในตอนที่ทุกคนไปทำพิธีแก้บนที่ศาลพ่อปู่ทางภาคอีสาน ขณะที่รอของเซ่นไหว้ ทุกคนได้เดินไปสำรวจดูรอบ ๆ หมู่บ้านที่มีการทำพิธี แม่ของเจนได้เดินไปเจอบ้านหลังหนึ่ง วางของเซ่นไหว้ต่างออกไปจากบ้านหลังอื่น ๆ บนโต๊ะนั้นมีแต่เลือด ไก่สดที่เหมือนกับโดนหักคอ และของดิบอีกมากมาย ด้วยความสงสัยและประหลาดใจ แม่ของเจนได้พูดออกมาว่า ‘ทำไมที่นี่เขาไหว้กันแปลกจัง’ ทันใดนั้นเจ้าของบ้านได้ยินจึงเข้ามาถามแม่ของเจน ‘มาไหว้ด้วยกันไหม’ แม่ของเจนได้ปฏิเสธ และเดินออกมา พร้อมกับได้ยินเสียงบทสวดแปลก ๆ ดังตามหลังมา เมื่อถึงเวลากลับบ้านพ่อได้บอกกับทุกคนว่า ‘ไปพวกเรา กลับบ้านกัน’ ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด หลังจากได้เดินทางมาหาพระเพื่อทำพิธี พระท่านได้บอกว่า ‘มีวิญญาณปอบตามมา 2 ตน’ ถือว่าโชคดีที่มาเจอก่อน ไม่งั้นมันคงกลายเป็น ‘ห่าก้อม’ (ห่าก้อม คือ ตำนานพญาผีปอบ ผีร้ายที่เกิดจากผู้มีวิชาอาคมแต่กระทำความผิด) ไปแล้ว…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณเเนต 'ภาพทับซ้อน' l อังคารคลุมโปง X The Shock [ 6 ม.ค.2569 ]

09 ม.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณเเนต 'ภาพทับซ้อน' l อังคารคลุมโปง X The Shock [ 6 ม.ค.2569 ]

ทริปทัวร์ใหญ่ที่เหมาปิดรีสอร์ทในจังหวัดราชบุรี กลายเป็นคืนที่ไม่มีใครลืม เมื่อห้องพักชั่วคราวใต้ร้านสะดวกซื้อ เป็นจุดที่มีใครบางคนในชุดสีแดง “เดินวนอยู่หน้าห้อง” เช้าวันถัดมา ความจริงที่ถูกซ่อนของรีสอร์ทแห่งนี้ค่อย ๆ ถูกเปิดเผย และทำให้รู้ว่า สิ่งที่ยืนมองพวกเขาในคืนนั้น…อาจไม่เคยไปไหนเลยตั้งแต่วันเกิดเหตุ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X The Shock’ (6 มกราคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า‘ภาพทับซ้อน’ เรื่องราวของ “แนต” เกิดขึ้นเมื่อราว ๆ 10 ปีก่อน ในช่วงที่แนตทำงานเป็นไกด์ทัวร์ วันนั้นเป็นทริปใหญ่ที่ต้องเดินทางไปจังหวัดราชบุรี มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 300 คน เป็นการเหมาทั้งรีสอร์ทเพื่อจัดปาร์ตี้ บรรยากาศด้านหน้ารีสอร์ทดูดีมีร้านสะดวกซื้ออยู่ด้านบน แต่เมื่อเดินลึกเข้าไปด้านในความสวยงามด้านหน้ากลับหายไป เหลือเพียงทางเดินเงียบงัน และบรรยากาศวังเวง… ด้วยความที่เป็นไกด์ แนต และทีมงานต้องดูแลลูกค้าทั้งคืน กว่าจะรู้ว่าตัวเองได้พักห้องไหนก็ต่อเมื่อปาร์ตี้เลิกแล้ว เวลาประมาณเกือบเที่ยงคืน หลังจากส่งลูกค้าเข้าที่พักเรียบร้อย แนตจึงไปสอบถามทางรีสอร์ทว่าทีมงานจะได้นอนตรงไหน คำตอบที่ได้คือ ห้องเล็ก ๆ ชั้นล่าง ใต้ร้านสะดวกซื้อด้านหน้ารีสอร์ท เป็นห้องพัก 3 ห้องเล็ก ๆ ที่จัดที่นอนไว้ให้ ส่วนห้องฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นห้องเก็บของ ก็ถูกจัดเป็นที่พักชั่วคราวสำหรับทีมงานบางส่วน แนตรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้สุดท้ายไกด์ และเพื่อน ๆ ของแนตจึงรวมกันนอนห้องเดียว ประมาณ 6–7 คน ทุกคนนั่งดื่มนั่งคุยคลายเหนื่อยกันอยู่ในห้อง แนตนั่งอยู่บนเตียงหันหลังให้กระจกบานใหญ่ที่อยู่ฝั่งหน้าห้อง ขณะที่เพื่อน ๆ ทุกคนหันหน้าไปทางกระจกไม่นาน เพื่อนคนหนึ่งก็ทักขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ“แนต…น้องทีมงานมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เห็นเดินผ่านหน้าห้องหลายรอบแล้ว ใส่เสื้อสีแดง” แนตลุกขึ้นไปเปิดประตูดูทันที แต่ด้านนอกกลับว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลย แนตคิดว่าอาจเป็นความเข้าใจผิด จึงกลับเข้ามานั่งคุยต่อประมาณ 15 นาทีผ่านไป เพื่อนคนเดิมทักขึ้นมาอีก“แนต เขายังเดินอยู่นะ ลองออกไปดูอีกทีไหม” แนตลุกออกไปดูอีกครั้ง เพราะตัวเองนั่งใกล้ประตูที่สุด แต่ผลก็เหมือนเดิมไม่มีใคร ไม่มีแม้แต่เงา ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เพื่อนคนนั้นเริ่มพูดจริงจังขึ้น บอกว่าเห็นชัดมาก คน ๆ นั้นไม่ได้แค่เดินผ่าน แต่ “ยืนมองอยู่หน้ากระจกหน้าต่าง” แนตเริ่มหงุดหงิด คิดว่าอาจจะโดนเพื่อนอำ จึงลุกออกไปดูเป็นครั้งที่สาม และก็ยังไม่เห็นอะไรเหมือนเดิมแต่ทันทีที่แนตกำลังจะหันกลับเข้าไปในห้อง เพื่อนในห้องกลับพูดขึ้นว่า“จะไม่มีอะไรได้ยังไง…เขายังยืนอยู่เลย” แนตออกไปยืนดูอีกครั้งโดยครั้งนี้เดินตรงไปที่กระจกหน้าต่าง ก่อนที่เสียงโวยวายในห้องจะเริ่มดังขึ้น เมื่อแนตได้ยินเสียงโวยวายจึงเดินกลับเข้ามาถามว่า “เป็นอะไร” เพื่อนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ว่า“ตอนที่แนตออกไปยืนดูที่กระจก…แนตไปยืนทับร่างของคนนั้น”บรรยากาศในห้องเงียบสนิท ทุกคนตัดสินใจเก็บของ และย้ายไปอยู่อีกห้องทันที และนั่งคุยถึงสิ่งที่แต่ละคนเห็นกันยาวไปจนถึงเช้า เช้าวันถัดมา แนตยังคาใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงไปถามพนักงานรีสอร์ท แต่ไม่มีใครยอมตอบ จนกระทั่งได้คุยกับแม่บ้านคนหนึ่ง แม่บ้านเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะพูดว่า“พี่เจอเหรอ…” จากนั้นเธอเล่าว่า เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน ห้องบริเวณนั้นเคยเป็นที่พักของพนักงาน มีคู่รักคู่หนึ่งทะเลาะกัน ผู้ชายรีบออกไปง้อแฟน แต่ยังไม่ทันจะพ้นร้านสะดวกซื้อ รถก็ชนเสียชีวิตตายคาที่… และตั้งแต่นั้นมา ก็มีคนบอกว่า “ยังมีใครบางคน” ใส่เสื้อสีแดง เดินวนอยู่แถวนั้นไม่ไปไหน(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากขึก สิทธิชัย 'เจ้าที่หลอนในกุฏิ' l อังคารคลุมโปง X เอิร์ธ - ขึก [ 16 ธ.ค.2568 ]

25 ธ.ค. 2025

เรื่องเล่าจากขึก สิทธิชัย 'เจ้าที่หลอนในกุฏิ' l อังคารคลุมโปง X เอิร์ธ - ขึก [ 16 ธ.ค.2568 ]

เดินทางไปค้างคืนที่วัดแห่งหนึ่ง ตกดึกกำลังจะเคลิ้มหลับตาลง ก็มีเสียงดังลั่นขึ้นมา! ตึก..ตึก..ตึก… ดังรายล้อมไปรอบตัว พร้อมเสียงกระซิบแผ่ว ๆ “นอนหลับสบายดีมั้ย..” จึงได้รวบรวมความกล้าทั้งหมดเปิดผ้าคลุมออก พบเข้ากับผู้หญิงที่จ้องหน้ามาอย่างจัง หลังจากวันคืนนั้น ก็ยังพบเจอเหตุการณ์แบบนี้อยู่ซ้ำไปในทุก ๆ คืน… เรื่องราวของกุฏิหลอน.. ‘คุณขึก’ ได้เข้ามาเล่าเรื่องราวของตนเอง ที่ได้ไปนอนค้างที่กุฏิวัดชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่ในจังหวะที่จะเคลิ้มหลับ มักจะได้ยินเสียง ตึก..ตึก..ตึก… ดังขึ้นในทุก ๆ คืน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน อังคารคลุมโปง X’ (16 ธันวาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจโซเซฟ’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘เจ้าที่หลอนในกุฏิ’ เรื่องเล่าจาก ‘คุณขึก’ ได้เดินทางจากต่างจังหวัด เข้ามาหาหลวงตาที่เป็นรองเจ้าอาวาส ณ วัดชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพ แม่คุณขึกได้บอกว่า ก่อนที่จะเข้านอนอย่าลืมไหว้พระสวดมนต์ ช่วงเวลากลางคืน เริ่มมีอาการเคลิ้ม ๆ ปรากฏว่าเสียงดังลั่นขึ้นมา ตึก!..ตึก!…ตึก! ค่อย ๆ หันซ้าย หันขวาไปมอง ก็พบแต่ความว่างเปล่า หลังจากเสียงดังลั่นเมื่อครู่ ก็เริ่มที่จะมีอาการเคลิ้มอีกครั้ง ทันใดนั้นบริเวณหน้าต่างก็มีเสียงดังลั่น ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ลุกขึ้นไปดูในทันที แต่กลับไม่พบอะไรที่ผิดปกติ หลังจากนั้นได้กลับมาปิดไฟ เริ่มจะเอนตัวลงนอน ทันใดนั้นก็มีเสียงดังลั่นขึ้นอีกครั้ง ตึก..ตึก..ตึก… เป็นเสียงดังล้อมรอบตัว และได้ลุกขึ้นสำรวจรอบ ๆ ตัวก็พบแต่ความว่างเปล่าอีกครั้ง ผ่านเวลามาจนถึง ตี 3 เริ่มได้ยินเสียงเดินอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกว่ามีบางอย่าง มาเขี่ยไปมาอยู่บนใบหน้า และได้แต่นึกในใจว่าอาจจะเป็นขนแมว แต่ทันใดนั้นมีเสียงพูดแผ่ว ๆ ว่า “นอนหลับสบายดีมั้ย” เป็นเสียงของหญิงสาวที่กระซิบอยู่เบา ๆ คุณขึกรวบรวมความกล้าทั้งหมด เปิดผ้าออกมองตรงไปด้านหน้า สายตามองเห็นเป็นใบหน้า ของผู้หญิงนั่งจ้องตาเขม็ง คุณขึกตกใจสะดุ้งเฮือก หลวงตาได้ปรากฏตัวขึ้นในทันที พร้อมพูดมาว่า “อย่าไปกวนเขา ต่างคนต่างอยู่” หลังจากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็เฝดหายไป ผ่านไปไม่นานด้วยความเพลีย มีอาการง่วงขึ้นอีกครั้ง และเสียงก็ค่อย ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง ตึก..ตึก… คุณขึกเริ่มสวดคาถาไล่ผีขึ้นมา แต่ทันใดผู้หญิงคนนั้นก็พูดขึ้นมาว่า“ไม่ต้องสวดหรอก..ฉันไม่กลัว” ผู้หญิงคนนี้เดินไป เดินมา อยู่รอบ ๆ ตัว คุณขึกนึกในใจว่า เราได้ไปลบหลู่เขาหรือเปล่า รุ่งเช้าวันต่อมา จึงได้ไปใส่บาตรให้กับเขา แล้วก็เดินทางกลับบ้าน แต่เดือนถัดมาได้กลับมาที่วัดอีกครั้ง ก็ยังพบเจอเหตุการณ์แบบเดิมอยู่ซ้ำ ๆ วนไป..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณเบนจี้ 'ใครในห้องน้ำ' l อังคารคลุมโปง X เต้ย ผีเหรียญ [ 9 ธ.ค.2568 ]

24 ธ.ค. 2025

เรื่องเล่าจากคุณเบนจี้ 'ใครในห้องน้ำ' l อังคารคลุมโปง X เต้ย ผีเหรียญ [ 9 ธ.ค.2568 ]

คืนล้อมวงดื่มในหอพักมหาวิทยาลัย กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ไม่ควรเห็น เมื่อสังเกตว่ามีใครบางคนเดินเข้าออกห้องน้ำ ทั้งที่ในห้องมีผู้หญิงเพียงสองคน และสิ่งที่เห็น…คือกระโปรงยาวกับเท้าเปลือย ๆ หลังจากคืนนั้น ความผิดปกติเริ่มตามติดไม่หยุด ไฟถนนที่ดับไล่ตามทาง ไปจนถึงเสียงเล็บขูดหน้าต่างยามค่ำคืน… เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปงXเต้ย ผีเหรียญ ’ (9 ธันวาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเคเบิ้ล’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ใครในห้องน้ำ’ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในสมัยที่ ‘เบนจี้’ ยังอาศัยอยู่หอพักมหาวิทยาลัย คืนหนึ่งมีรุ่นพี่ที่รู้จักกันชวนไปนั่งดื่มที่ห้อง เบนจี้จึงไปพร้อมกับรูมเมทอีกหนึ่งคน ภายในห้องมีคนนั่งล้อมวงดื่มเหล้ากันหลายคน บรรยากาศดูปกติ ไม่มีอะไรผิดสังเกตตำแหน่งที่เบนจี้นั่งอยู่เป็นจุดที่มองเห็นประตูห้องน้ำได้พอดี และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความผิดปกติ เบนจี้สังเกตเห็นว่า มีใครบางคนเดินเข้าออกห้องน้ำหลายครั้งเห็นแค่ระดับเท้า จึงไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าเป็นรุ่นพี่คนอื่นในวง จนกระทั่งเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่เดินผ่านหน้าประตูห้องน้ำ เป็นกระโปรงยาวคลุมถึงตาตุ่ม และเท้าเปลือย ๆ เบนจี้เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจ เพราะในวงดื่มคืนนั้น มีผู้หญิงแค่เบนจี้กับรูมเมทเท่านั้นไม่นานนัก รุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งลุกขึ้นจะไปเข้าห้องน้ำ ทั้งที่ไม่กี่วินาทีก่อนหน้านั้น เบนจี้เพิ่งเห็นเท้าคู่นั้นเดินเข้าไปแล้ว เมื่อหันไปมองอีกครั้ง…กลับเห็นเพียงพี่ผู้ชายคนเดียวอยู่ในห้องน้ำ ไม่มีใครอื่นเลย ความรู้สึกอึดอัด และกดดันเริ่มก่อตัว เบนจี้จึงขอออกไปสูดอากาศข้างนอก และรูมเมทก็เดินตามออกมา ทั้งสองไปนั่งอยู่ที่บันไดทางขึ้นหอ เบนจี้บอกกับเพื่อนว่า…“กูเห็นนะ” เพราะส่วนตัวเป็นคนที่มีเซ้นส์เรื่องลึกลับอยู่แล้วรูมเมทตอบกลับทันทีว่า ตอนอยู่ในห้องก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกัน พอเพื่อนถามต่อว่าเห็นเป็นยังไง ในจังหวะที่เบนจี้กำลังจะอธิบายปลายหางตากลับเห็นข้อเท้าและชายกระโปรงสีขาวแบบเดียวกับที่เห็นในห้องอยู่ด้านหลังพวกเขาร่างนั้นค่อย ๆ ย่อตัวลง จนเห็น ปลายผมสีดำยาว เหมือนกำลังโน้มตัวลงมา เพื่อฟังว่าเบนจี้จะพูดอะไรต่อเบนจี้ลดเสียงลงทันที แล้วกระซิบกับเพื่อนว่า“มันอยู่ตรงนี้…มันกำลังฟังเราอยู่”ทั้งสองนับจังหวะแล้วหันกลับไปมองพร้อมกันแต่…ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ความไม่สบายใจทำให้ทั้งคู่รีบขอตัวกลับ ระหว่างขับรถกลับหอ เบนจี้ได้แต่ภาวนาในใจว่า ขออย่าตามกลับมาเลย แต่ขณะขับรถอยู่ เบนจี้เหลือบมองกระจกข้างเห็น ไฟถนนค่อย ๆ ดับลงทีละดวง ไล่ตามหลังมาอีกเพียงเลี้ยวซ้ายเดียวก็จะถึงหอพักแต่จู่ ๆ รถกลับ ดับกลางทาง…ฝนเริ่มตกปรอย ๆ บรรยากาศเงียบผิดปกติ โชคดีที่มีนักศึกษาผู้ชายขับรถผ่านมา จึงช่วยสตาร์ทรถให้ จนทั้งคู่สามารถกลับหอได้อย่างปลอดภัยเช้าวันถัดมา เบนจี้ถามรูมเมทว่า “เมื่อคืนหลับสบายไหม”แต่คำตอบที่ได้คือ“สบายอะไร…ได้ยินเสียงเหมือน เล็บขูดบานเกร็ดหน้าต่างทั้งคืน”ตอนแรกเบนจี้ไม่เชื่อ จนไปดูที่หน้าต่าง และพบว่า มีรอยเล็บจริง ๆ เป็นรอยเล็กยาว คล้ายเล็บยาวขีดลากลงมา คืนนั้นเอง เบนจี้ก็เริ่มได้ยินเสียงเดียวกัน และจะได้ยินเฉพาะตอนที่ปิดไฟ เสียงนั้นเกิดซ้ำ ๆ อยู่ 2-3 คืน จนกระทั่งวันเข้าพรรษา เบนจี้ได้ไปทำบุญ และอธิษฐานบอกกับสิ่งที่ตามมาว่าขอมอบบุญทั้งหมดในวันนี้ให้ ขอให้กลับไปอยู่ที่เดิมและอย่าตามมาอีกหลังจากวันนั้น…ก็ไม่มีอะไรปรากฏขึ้นอีกเลย(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

EFM FANDOM RECAP

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ในเส้นทางความฝันของ “DICE” พร้อมซิงเกิลใหม่ “SWIPE UP” ที่อัดพลังความมันส์สุดเท่ ต้อนรับปีใหม่ และส่งต่อรอยยิ้มให้กับ ‘PRIZE’ ทุกคน

21 ม.ค. 2026

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ในเส้นทางความฝันของ “DICE” พร้อมซิงเกิลใหม่ “SWIPE UP” ที่อัดพลังความมันส์สุดเท่ ต้อนรับปีใหม่ และส่งต่อรอยยิ้มให้กับ ‘PRIZE’ ทุกคน

รายการ EFM FANDOM LIVE [15 มกราคม 2569] ค่ำคืนนี้มามันส์กระฉูด หัวเราะลั่นสตู ! ไปกับ “DICE” ที่จะมาปลุกพลังดาเมจความวิชวล ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... คดีกุหลาบน้ำเงินปริศนา กับคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบนามปากกา : Mr.Rose อาโป ดีว่าแห่งโรงละครหายตัวไปอย่างลึกลับจากห้องส่วนตัวของเธอที่คราคร่ำไปด้วยช่อดอกไม้มากมายที่ถูกสั่งมาจากร้านเดียวกัน เฟรมและมิน สองพี่น้องนักจัดดอกไม้ดวงซวยจึงต้องรับบทนักสืบจำเป็นเพื่อตามหาความจริง ผ่านเบาะแสที่ถูกซ่อนอยู่ในภาษาดอกไม้และชื่อที่ถูกหมายไว้บนการ์ด ไม่ว่าจะเป็น เจย์ นายตำรวจหนุ่มมาดเท่เจ้าของคดีผู้คอยดูแลความปลอดภัยให้อาโป โอโบ นักธุรกิจหนุ่มทรงเสน่ห์ผู้จับจองที่นั่ง VIP ของโรงละครตลอดกาล จีซัง จิตรกรอารมณ์ดีที่วาดรูปเธอเพื่อใช้ประกอบการโฆษณาของโรงละครอยู่เสมอ อเล็กซ์ แพทย์ประจำตัวแสนอบอุ่นผู้รู้ถึงโรคร้ายที่บอกใครไม่ได้ของหญิงสาว ชีส เด็กส่งกาแฟที่ทำได้เพียงชะเง้อมองเธอในทุกเช้าเหมือนสุนัขมองเครื่องบิน แมดดอค หนุ่มโรงน้ำชาสุดลึกลับที่อ้างว่าเป็นนักเรียนนอกจากยุโรป อ๊อตโต้ เทเนอร์เสียงหวานผู้ร่วมคณะโรงละครที่สนิทกับอาโปที่สุด คดีที่ชวนสับสนแต่ยังไม่น่ามึนงงเท่ากับความจริงที่ว่าดอกไม้ทุกช่อนั้น อาโปล้วนเป็นคนสั่งไว้เอง กับช่อดอกกุหลาบสีน้ำเงินช่อสุดท้ายที่ไร้เจ้าของ และข้อความที่บอกว่า "คุณช่วยเป็นรางวัลของฉันได้ไหม"EFM FANDOM FANFICTION : The opening tale is title.... The enigmatic Blue Rose mystery, filled with queries best left unresolved.Pen name : Mr.Rose In a dramatic twist, Apo, the enchanting star of the stage, vanishes from his lavish sanctuary, which is overflowing with vibrant bouquets, all sourced from the same flower shop. Enter Frame and Min, a pair of hapless siblings from the florist realm, who find themselves drawn into an amateur sleuthing adventure to unravel this puzzling mystery. They embark on a quest to decode hidden messages within the floral arrangements and the names inscribed on the accompanying cards. Among the colorful cast of characters are Jay, the dashing police officer tasked with solving the case, who also happens to be Apo's devoted bodyguard; Obo, the suave businessman who has claimed the theater's VIP seats for himself; Jisang, the upbeat artist known for painting Apo's publicity portraits; Alex, the compassionate doctor privy to Apo's secret affliction; Cheese, the coffee delivery boy who loves to watch her from a distance every morning; Maddoc, the enigmatic owner of the tea shop who claims to have studied in Europe; and Otto, the sweet-voiced tenor and Apo's closest companion. While the case is bewildering, the mystery deepens with the revelation that Apo personally ordered every bouquet, culminating in one last unclaimed blue rose accompanied by a curious note: "Would you be my reward?"FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... Destiny Roll: The Missing Melodyนามปากกา : เรือป๋อง มีบทเพลงหนึ่งหายไปจากโลก และมีเพียง เฟรม เด็กมัธยมผู้เชื่อในเสียงดนตรีคนเดียวที่ได้ยินเศษเสี้ยวของมัน เพื่อค้นหาเมโลดี้ที่หายไป เขาอธิษฐานไปกับลูกเต๋าแห่งโชคชะตา โดยที่ไม่รู้ว่าทุกการตกกระทบของมันคือชนวนฉีกเส้นเวลา ดึงคนจากต่างโลก ต่างยุคให้ทะลุมิติมาพบกันในโลกปัจจุบัน มิน หมอผีไสยขาวผู้คลุกคลีกับเสียงวิญญาณ , อเล็กซ์ พระเอกลิเกเสียงหวานขวัญใจแม่ยก , เจย์ ลูกมาเฟียที่เขียนกวีแทนการลั่นไก , อาโป จากสมัยอโยธยา มาพร้อมกับชีส บ่าวประจำตัวแสนจงรักภักดี , จีซัง ยอดมนุษย์ที่หลงใหลในเสียงดนตรีมากกว่าพลังวิเศษ , โอโบ ฮ่องเต้จากต่างเมือง แมดดอค แวมไพร์หนุ่มจากป่าช้า และ อ๊อตโต้ พ่อมดน้อยยุคy2k ที่โตมากับกามิกาเซ่ ผู้เชื่อว่าเสียงเพลงคือเวทย์มนต์ เมื่อท่วงทำนองที่ขาดหาย ถูกเติมเต็มด้วยเสียงของคนผู้คนทั้ง 10 จาก 10 มิติ บทเพลงที่ไม่สมบูรณ์จึงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง และการพบกันของพวกเขาไม่ใช่แค่เพื่อปิดจบเพลงหนึ่ง แต่เพื่อเปิดฉาก ทีป็อป จากผู้คนที่ไม่เคยยืนอยู่บนเส้นเวลาเดียวกันมาก่อนEFM FANDOM FANFICTION : This second tale is title... Destiny Roll: The Missing MelodyPen name : เรือป๋อง A melody has slipped away from existence, and only Frame, a high schooler with a passion for music, can catch whispers of it. To uncover the lost tune, he rolls the dice of destiny, oblivious to the fact that each toss will ripple through time, weaving together individuals from distinct eras and realms into the present moment. There’s Min, a white magic user who converses with spirits; Alex, a beloved Thai folk opera singer with a charming voice and a legion of female admirers; Jay, the poetic son of a mafia family who prefers words over weapons; Apo, from the Ayutthaya period, accompanied by his devoted servant, Cheese; Jisang, a superhuman more enthralled by melodies than his extraordinary abilities; Obo, an emperor from a distant city; Maddoc, a young vampire emerging from the shadows of a graveyard; and Otto, a youthful wizard from the Y2K era, raised on Kamikaze music and convinced that melodies hold magical powers. When the voices of these ten individuals from ten different dimensions converge, the incomplete song begins to pulse with life once more. Their convergence is not merely to finalize one tune, but to herald a new chapter in T-Pop, embarking on a journey that connects souls who have never shared the same timeline before.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... วัน ๆ ของพวกผมก็เป็นแบบนี้แหละครับเจ้านายนามปากกา : ประแจกินดินเผา "เดี๋ยวเค้าไปทำงานแล้วนะหมา ฝากดูแลน้องด้วยนะ" "เมี๊ยว" หมา คือชื่อผมครับ ใช่ ผมเป็นแมวและยังเป็นพี่ใหญ่ของบ้านอีกด้วย บ้านหลังนี้มีสมาชิกทั้งหมดสิบตัว บวกหนึ่งคน ประกอบไปด้วย เร้ก โกลเด้นผู้ใจดี , เจ๋ง กระรอกจอมสแว๊กแก๊ก , โปโป แมวสก็อตติช หนึ่งเดียวของบ้าน , จ๋อง แฮมสเตอร์แบตน้อย , โอย ซามอยด์ขนฟูขวัญใจสัตวแพทย์ , เนย นกแก้วจอมกวนที่พูดได้ทั้งวัน , มาก ไซบีเรียน ฮัสกีที่อยากทำอะไรก็ทำ , โตโต้ นากหลงที่ชอบแอบเข้ามาในบ้านจนสนิทกับทุกตัว , เฟย์ คอร์กี้น้องเล็กของพวกเรา คนสุดท้ายก็คือ ไพรซ์ เจ้านายที่แสนใจดี ที่ชอบใช้ชีวิตให้น่าเป็นห่วงและน่าตั้งคำถามอยู่เสมอ วันดีคืนดีก็ชอบคิดว่าคุยกับพวกเรารู้เรื่อง วันร้ายคืนร้ายก็สะดุดขาตัวเองล้มหน้าคะมำ ไม่ก็เผลอหยิบอาหารของเนยไปกินเพราะคิดว่ามันคือขนม อาจขาด ๆ เกิน ๆ ไปบ้าง แต่พวกเราก็มีความสงบสุขดี ยกเว้นตอนมากกัดโซฟาแข่งกับโอย และตอนเนยเถียงกับโตโต้ ช่วงเวลานั้นบอกลาความสงบไปได้เลย "กลับมาแล้วเด็ก ๆ คิดถึงกันไหม โอ๊ย!" เหมือนเสียงสวรรค์มาโปรด ถ้าไม่ติดที่ตามมาด้วยเสียงร้องและการล้มหน้าคว่ำของเจ้าของเสียงละนะ เฮ้อ~EFM FANDOM FANFICTION : This Third tale is titled... Welcome to a glimpse of our daily adventures, boss!Pen name : ประแจกินดินเผา "I'm heading off to work now, Doggy. Keep an eye on the little one, alright?" "Meow." My name's Doggy. Yep, I'm a cat—and the oldest one in this bustling household. We’ve got ten furry and feathered friends plus one human to make things lively. Let me introduce you: Reg, the sweet-natured Golden Retriever; Jeng, the stylish squirrel with a flair for the fashionable; Popo, the truly stunning Scottish Fold; Jong, the adorable little hamster; Oi, the fluffy Samoyed who’s the vet's favorite; Noey, the playful parrot who chatters non-stop; Mak, the free-spirited Siberian Husky; Toto, the crafty stray otter who sneaks in and makes pals with everyone; Fay, the youngest Corgi full of energy; and finally, our compassionate owner PRIZE, who is perpetually filled with worry and questions. Sometimes, he thinks he gets us, but other times he trips and falls flat on his face or mistakenly snatches Ney's food, believing it to be a treat. We might act a bit wild at times, but mostly we coexist in harmony—except when Mak and Oi get into a tug-of-war over the sofa cushions. And when Ney and Toto clash, all bets are off for tranquility. "I’m home, kids! Did you miss me? Oh!" It sounded like a divine announcement, if only it weren't for the thud that followed as the owner stumbled and landed face-first. Sigh~FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... คำเตือน : ระวังคิดถึงอดีตนามปากกา : blue butterfly ท่ามกลางเมฆหมอกในความทรงจำที่พร่าเลือน ผมนั่งมองมือที่สั่นเทาของตัวเอง พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าความทรงจำของผมหายไปเมื่อไหร่ จนกระทั่งปลายนิ้วไปสัมผัสกับรูปถ่ายที่ซ่อนอยู่ในสมุดบันทึกเล่มเก่า ในนั้นคือภาพเด็ก 10 คนที่ยืนกอดคอหัวเราะท่ามกลางหยาดเหงื่อ วินาทีนั้นเหมือนโลกที่หยุดหมุนมานานเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ความทรงจำหลั่งไหลกลับมาเหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ส่องทะลุม่านหมอก ผมจำได้แล้ว เราเคยเป็นเด็กที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความฝันที่มีเหมือนกัน เราเคยวิ่งตามหาดวงดาวร่วมกันมานานหลายปี ชวนนึกถึงความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจยามที่พวกเราล้อมวงกันพูดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง รอยยิ้มของคนในรูปยังคงงดงามและชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด ใบหน้าของเพื่อนอีก 9 คนที่โอบกอดผมไว้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่าครั้งหนึ่งผมเคยถูกรักมากแค่ไหน น้ำตาของผมหยดลงบนรูปถ่ายใบนั้น แม้สมองจะเคยลืมเลือนชื่อเรียกหรือวันเวลาไปบ้าง แต่หัวใจกลับไม่เคยลืมเลือนไออุ่นจากมิตรภาพของพวกเราเลย "ขอบคุณนะที่ครั้งหนึ่งเราเคยมีกัน" ถึงโลกจะลบเลือนผมไปอีกกี่ครั้ง แต่นี่จะเป็นความทรงจำชิ้นสุดท้ายที่ผมจะไม่มีวันยอมสูญเสียไปอีกEFM FANDOM FANFICTION : This Fourth tale is titled... Heads up: Watch out for getting lost in yesterday!Pen name : blue butterfly In the swirling fog of my thoughts, I found myself staring at my shaking hands, pondering the moment my memories began to blur. Just then, my fingers brushed against a photo tucked away in an old scrapbook. It captured ten joyful kids, arms linked and laughter echoing through the sweat-soaked air. At that moment, it felt like the world, which had long been still, sprung back to life. Waves of memories washed over me, bright as the sun breaking through the morning haze. Suddenly, clarity returned—I was reminded of our childhood dreams, pure and shared. We chased stars side by side for years on end. I felt that familiar warmth enveloping me as we huddled together, dreaming about the endless possibilities ahead. The smiles in the picture shone more brilliantly than anything else I could recall. The faces of the nine friends who held me close stood as undeniable proof of the love that once surrounded me. Tears slipped onto the photograph as I recognized that, while names and dates might slip from my mind, the essence of our friendship would forever warm my heart. “Thank you for the moments we shared.” Even if the world tried to erase me again, this would be the one memory I'd hold onto for eternity.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... Dicetria (ไดเซเทรีย โลกของฉันคือเธอ)นามปากกา : kanikani ไอดอลทั้งสิบตน ผู้มาจากโลกอีกใบที่แสนลึกลับ ณ ดินแดนไกลแสนไกลออกไป มีเมืองของเหล่าภูตจิ๋ว ที่ๆถูกขนานนามว่า ไดเซเทรีย (Dicetria) ภูตทุกตนเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์แสนพิเศษในด้านดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง เต้น เล่นดนตรีฯลฯ จนถึงช่วงยุคสมัยหนึ่งที่ภูตทุกตนหันหลังให้กับพรสวรรค์เหล่านั้น มองว่ามันเป็นเรื่องที่แสนธรรมดา ไม่มีใครพิเศษไปกว่าใครและละทิ้งมันไปราวกับว่าพรสวรรค์ที่พวกเขามีมันไม่เคยเกิดขึ้นจริง หากแต่ยังมีภูตจิ๋วทั้งสิบตนที่ยังคงมีความศรัทธาต่อเสียงดนตรี ในทุกค่ำคืนพวกเขาจะรวมตัวกันซ้อมดนตรีและขับร้องเพลงโปรดของพวกเขาในสวนลับของพระราชวังภูตจิ๋วคืนหนึ่งเกิดเหตุการณ์ประหลาด น้ำพุในสวนไหลรินออกมาเป็นทำนองเพลง รูปปั้นลูกเต๋าโบราณบนยอดน้ำพุร่วงหล่นลง ลูกเต๋ากลิ้งเรี่ยดินไปหลายตลบก่อนที่ประตูมิติจะเปิดออกมีแสงสว่างวาบพุ่งออกมา แค่เพียงชั่วพริบตาพวกเขาได้กลายเป็นไอดอลในโลกมนุษย์ ยืนเฉิดฉายอยู่บนเวทีและห้อมล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย พวกเขาได้ใช้พรสวรรค์ของตนที่มีสร้างความสุขให้กับเหล่ามนุษย์ ในโลกที่แสนธรรมดานี้เสียงดนตรียังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมายและทำให้พวกเขาอยากที่จะมีชีวิตต่อไปEFM FANDOM FANFICTION : This last story is titled... Dicetria (My universe revolves around you)Pen name : kanikani In a far-off realm known as Dicetria, where tiny fairies flit about, ten extraordinary idols emerge from a mysterious dimension. Each fairy is born with remarkable musical gifts—be it singing, dancing, or playing instruments. Yet, there came a time when the fairies dismissed their special talents, viewing them as ordinary and believing that no one stood out. They shunned their gifts, as if they had never held any significance at all. But not these ten fairies; they held onto their love for music. Each night, they would gather in the hidden garden of the fairy palace, immersed in the joy of rehearsing and singing their beloved songs. One fateful evening, something unusual unfolded. The fountain in the garden erupted with a captivating melody. Suddenly, an ancient statue of dice perched on top of the fountain toppled over, rolling across the ground just as a shimmering portal appeared, bursting with light. In the blink of an eye, the fairies transformed into radiant idols in the human world, gracing the stage before enthusiastic crowds. They harnessed their exceptional talents to spread happiness among people. In this everyday world, their music resonated deeply, igniting inspiration and fueling the spirit of life for many.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “DICE”เริ่มต้นปีใหม่ด้วยโมเมนต์ความน่ารัก โก๊ะ ๆพร้อมคลายความคิดถึงให้แฟน ๆ กับซิงเกิลใหม่สุดคาริสม่า1 สิ่ง MVP ในปี 2025 ของ “DICE” ! เริ่มต้นด้วย อาโป ที่เลือก “DICE TO MEET YOU! ยินดีที่ DICE รู้จัก” เนื่องจากคลอบคลุมทั้งเป็นการท่องเที่ยวและได้ไปเจอแฟน ๆ แบบต่อหน้า โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า ‘ถ้าแฟน ๆ เดินทางมาหาเราไม่ได้ เราก็ไปหาเขาเองเลย ไปศึกษาวัฒนธรรมต่าง ๆ ด้วย ออกไปท่องเที่ยวเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ สนุกมาก !’ ต่อด้วย เฟรม ที่เลือกคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ‘DICE THE FIRST CONCERT : THE MYSTIC ROLL’ ให้เป็น MVP ของปี 2025 เพราะรู้สึกว่าคอนเสิร์ตนั้นมีการโปรโมตที่สนุกสนาน และหนึ่งในความฝันของการเป็นศิลปินของเฟรม คือการได้มีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง ต่อมาที่ มิน ได้เลือก DICE การละคร อย่าง ‘Birthday But With DICE’ ที่ได้เล่นอยู่เป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในปี 2025 โดยเจ้าตัวได้กล่าวว่ารู้สึกประทับใจ และสนุกกับการที่ได้แสดงละครครั้งนี้สุด ๆ ทางด้าน อ๊อตโต้ ก็ได้เลือก MVP ของปีนี้ให้เป็น คอนเสิร์ตใหญ่ ‘DICE THE FIRST CONCERT : THE MYSTIC ROLL’ เช่นกัน ต่อมาที่ แมคดอค ได้เลือกงานครบรอบ 1 ปี ของวง “DICE” ที่ใช้ชื่อว่า ‘DICE YEAR ONE : BRITHDAY BUT WITH DICE 1 ST ANNIVERSARY FANCON’ โดยได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ‘พอได้เห็นผลลัพธ์กับตา ว่าทุกอย่างที่เราทำมาตลอดปี มันส่งผลอะไรบ้าง มีคนที่ชื่นชอบ DICE มากเยอะแค่ไหนบ้าง ก็ทำให้รู้สึกดี และมีความสุขมาก’ จึงได้เลือกให้สิ่งนี้เป็น MVP ของปี 2025 ที่ผ่านมา ทางด้านของ จีซัง ก็ได้เลือกสิ่งที่เป็น MVP ในปี 2025 เป็น ‘DICE YEAR ONE : BRITHDAY BUT WITH DICE 1 ST ANNIVERSARY FANCON’ ที่ได้จัดขึ้นในช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านมา ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ที่เกิดขึ้นช่วงท้ายปี เจ้าตัวกล่าวเพิ่มเติมว่า ‘เป็นการเปิดต้นปีที่ใหญ่ และเป็นประสบการที่ดีมาก ๆ’ ในส่วนของ เจย์ ได้เลือกอัลบั้ม ‘DICE THE FIRST ALBUM: POSSIBILITIES’ ที่เป็นอัลบั้มแรกที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2025 ที่ผ่าน เจ้าตัวได้กล่าวว่า ‘ความฝันในการเป็นศิลปินคือ อยากมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง ซึ่งปีที่แล้วก็ได้มีอัลบั้มแรกออกมา’ ต่อมาในด้านของ ชีส ก็ได้เลือกคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกอย่าง ‘DICE THE FIRST CONCERT : THE MYSTIC ROLL’ เช่นเดียวกับ เฟรม และ อ๊อตโต้ โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า ‘คอนเสิร์ตใหญ่ถือเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งในชีวิตของเด็กทั้ง 10 คน ทำให้เราได้เห็นว่าการเป็นศิลปินทุกวันนี้มันดีมาก ๆ’ และปิดท้ายด้วย อเล็กซ์ ที่ได้เลือก “PRIZE” เป็น MVP ของปี 2025 โดยให้เหตุผลว่า ‘PRIZE คือคนที่อยู่ในทุกเส้นทางการเดินทาง และอยู่เคียงข้างคอยซัพพอร์ต DICE มาโดยตลอด’1 word from “DICE” for “PRIZE” ‘รัก’ ทุกคนในวงได้ปรึกษากันแล้วเลือกคำตอบสุดท้ายที่ทำให้ PRIZE ได้ยิ้มแก้มแตกไปตาม ๆ กัน โดยให้เหตุผลว่า เพราะอยู่ด้วยกันมาเกือบ 2 ปี นานพอจะรู้ใจกันได้แล้ว จนตอนนี้ก็เดินทางเคียงข้างกันมาจนมีอัลบั้มที่ 2 พร้อมปล่อยซิงเกิลแรก “SWIPE UP” ที่พูดถึงการเติบโตที่แข็งแรงขึ้น และอะไรที่ไม่ดีสำหรับเราก็ให้ปัดทิ้งไป“ อรุณสวัสดิ์ครับเพ่ย์ ! ” เป็นคีย์เวิร์ดที่เมื่อเปิดเพลงปุ๊บ ทุกคนจะต้องจดจำไม่แพ้กับท่อนฮุคของเพลง เหมือนเป็นการบอกว่า ‘กลับมาแล้วครับ ! ’ กลายเป็นอีกเอกลักษณ์ของเพลง ที่ฟังแล้วจำได้ทันที มาพร้อมความซนปนเท่ของแก๊งเด็ก ๆ DICE ถือเป็นการ Come back ที่ทั้งเท่และน่าจดจำสุด ๆ !‘Swipe Up’ หนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของ “DICE” ! หลังจากที่มีคอมเมนต์ของแฟน ๆ บอกว่า ‘ผมคิดว่า SWIPE UP เป็น 1 เพลงที่ดีที่สุดของ DICE’ ทางด้านหนุ่มๆ DICE ก็ได้ให้ความเห็นว่า ‘ผมเห็นด้วย เพราะเพลงนี้พวกเราก็ตั้งใจทำ ทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เรียกว่าดีที่สุดในแต่ละแนวเพลงดีกว่าครับ เพราะพวกเราเต็มที่กับทุกเพลงที่ทำออกมา’How to ใช้ “SWIPE UP” คำว่า “SWIPE UP” อาจแปลได้ว่า ปัดขึ้น แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป โดย เฟรม ได้เป็นตัวแทนยกตัวอย่างการใช้คำว่า “SWIPE UP” ที่สามารถใช้ในสถานการณ์อื่น ๆ เช่น วันนี้อยากกินชานมไข่มุก แต่ไข่มุกดันหมด เลย Swipe Up ไปกินอย่างอื่นแทน พร้อมยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สามารถใช้ในสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ดี ก็ให้ปัดผ่านความรู้สึกที่ไม่ดีนั้น แล้วก้าวผ่านมันไปให้ได้ ซึ่งสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่าย ๆ เลยความรู้สึกของการฟัง DEMO ครั้งแรก ! ซิงเกิลใหม่ “SWIPE UP” เป็นเพลงที่ผสมผสานกันของแนวเพลงแบบ EDM และ HIPHOP ซึ่งในเพลงนี้มีเสียงเบสที่หนักและเด่นชัดมาก โดยตัวของ ชีส ก็ได้บอกว่า ตรงจุดนี้เป็นเหตุผลที่ตนชื่นชอบในเพลงนี้มาก ด้วยเสียงเบสที่หนักแน่น ทำให้เพลงนี้มีจังหวะที่สนุกและมันส์สุด ๆ และ ดีเจดาว ได้พูดเสริมถึงตัว MV ที่มีการใช้ Transition ที่โหดมาก ๆ ทางด้าน DICE ก็เห็นด้วยกับความโหดของ Transition นี้เช่นกัน โดยกล่าวว่า หลายซีนที่ถ่ายทำ ตอนถ่ายทำก็ไม่เห็นภาพว่า Transition จะออกมาเป็นยังไง และเพิ่มเติมว่า มีซีนถ่ายทำอยู่เยอะ แต่ไม่ยาก ตอนถ่ายเน้นการใช้อินเนอร์เป็นหลัก และต้องมีความแข็งแรงอย่างมาก นอกจากนี้เส้นเรื่อง MV มี Attitude วิชวลเป็นส่วนใหญ่ มีพาร์ทการร้องที่โหด และมี High note ที่เหมือนจะสูงที่สุดตั้งแต่เคยอัดเพลงมา ส่วนในพาร์ทท่าหมุนตัวที่เป็นที่จดจำของทุกคน กับอินเนอร์ใด ๆ ที่ออกมาจาก เป็นฟีลทั้งหมด !‘อรุณสวัสดิ์ครับเพ่ย์ ! ’ แบบ “DICE” งานนี้สองดีเจสาวสวย ดีเจดาว และ ดีเจแนน จัดเต็มเสิร์ฟความน่ารักให้กับ PRIZE แบบถึงใจ โดยให้ DICE แต่ละคนพูดประโยค ‘อรุณสวัสดิ์ครับเพ่ย์’ ตามสไตล์ของตัวเอง สร้างทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับแฟน ๆ ยิ้มแก้มปริ ใจละลายไปตาม ๆ กัน กับความซุกซน ขี้เล่นของเด็ก ๆ แต่ละคน (สามารถรับชมความน่ารักได้ที่ Youtube : ATIME)และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ… ทางรายการ EFM FANDOM LIVEมีเกมสุดท้าทายมาให้ “DICE” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘ITEM นี้… ได้แต่ DICE มา !?’งานนี้แก๊งเด็กป่วนขโมยเสียงหัวเราะไปเต็ม ๆ ไปย้อนดูความน่ารักสดใสของเจ้าพวกเด็กกันเลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้แฟนคลับ ได้ถาม QA กับ “DICE”ขอประโยคปฏิเสธเก๋ ๆ ใน Format ตอนนี้ไม่ว่าง…อยู่ (ห้ามซ้ำกับในเพลง) ! จีซัง : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ตั้งใจเรียน’ อยู่ เจย์ : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ไลฟ์ EFM FANDOM’ อยู่ ชีส : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ขำพี่เจย์’ อยู่ อเล็กซ์ : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ซักผ้า’ อยู่ แมคดอค : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘six seven’ อยู่ครับ อ๊อตโต้ : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ดู DICE’ อยู่ มิน : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘คิดโชว์ไปโชว์ให้ PRIZE ดู’ อยู่… รอดู เฟรม : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘ส่อง PRIZE’ อยู่ครับ อาโป : ตอนนี้ไม่ว่าง ‘กำลังสตรีมเพลง Swipe Up’ อยู่ครับถ้าไม่กอดน้องหมา ( แมวของมินใน MV ) DICE แต่ละคนจะกอดอะไร ? อ๊อตโต้ : กอดแม่ครับ! มิน : ผมมีแมวผมไปแล้วอะ เดี๋ยวกอดแมวอีกตัวครับ เป็น 2 มือ เฟรม : เฟรมกอดหมูครับ เพิ่งไปญี่ปุ่นมา เจอคาเฟ่หมู เป็นหมูชมพู~ อาโป : ตอนนี้กอดหมอนอยู่~ อเล็กซ์ : อเล็กซ์กอดกุชชี่อยู่ครับ เจย์ : กอดกบครับ! จีซัง : กอดยีราฟครับ ชีส : กอดกุ้ง… กอดหมาอยู่ครับผม ดีเจดาว : ถ้าไม่กอดน้องหมา! โจทย์ ๆ ชีส : อ๋อ ถ้าไม่กอดน้องหมา โทษทีครับพี่ ผมอ่านโจทย์ไม่เคลียร์ เนี่ยเห็นมั้ยล่ะก็ว่าสอบ O-NET ไม่ผ่าน เอ่อ..ตอนนี้ไม่ว่างกอดหมอนข้างละกันครับ แมคดอค : เอ้ย! หมอนพี่อาโปเพิ่งพูดไป อาโป : ฉันกอดหมอนเปื้อนน้ำตา ดีเจแนน : คนสุดท้าย กอดอะไร ? แมคดอค : ตอนนี้ไม่ว่าง กอดตัวเองอยู่~ เฟรม : Swipe Up Swipe Up และ Swipe Up ครับผมถ้าให้ปัดได้หนึ่งอย่างอยากปัดอะไรกันบ้างครับ ? เฟรม : อะปัดติโถ อะปัดติกึด กึด กึด มิน : เฟรมร้องผิดปะ ? DICE ทุกคน : อะนันตะปัดชะเย อะปัดติเถเถนา อะปัดติยา อะปัดติเถเถคือ อะปัดติโถ อะปัดติกึด กึด กึด เฟรม : Swipe Up Swipe Up และ Swipe Up ครับผม สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “DICE” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ เผลอแป๊บเดียว ก๊วนเด็กป่วนครบรอบ 2 ปีแล้ว ขอบคุณรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่มอบให้ PRIZE เสมอมา และฝากติดตามซิงเกิลใหม่ของแก๊งเด็กซน “SWIPE UP” สามารถรับชม MV ได้ทาง YouTube ช่อง “TADA LABELS” และตามไปฟังเพลงได้ที่ทุกสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม พร้อมกันนี้ยังมีผลงานดี ๆ จากซิงเกิลแรกของเด็ก ๆ วง “DICE” อีกมากมาย ฝากเอ็นดูและติดตามผลงานในอนาคตของเจ้าพวกเด็กซนกันด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก วิชวล เปิ่นโก๊ะของเด็ก ๆ ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

เปิดศักราชใหม่ หัวใจคนเดิม เตรียมจุดไฟรักให้อบอุ่นใจไปกับ “ออฟ - กัน” ในบทบาทใหม่สุดท้าทาย กับซีรีส์ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ พร้อมชมฝีมือของนักจิตกรตัวจิ๋วไปด้วยกัน !

14 ม.ค. 2026

เปิดศักราชใหม่ หัวใจคนเดิม เตรียมจุดไฟรักให้อบอุ่นใจไปกับ “ออฟ - กัน” ในบทบาทใหม่สุดท้าทาย กับซีรีส์ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ พร้อมชมฝีมือของนักจิตกรตัวจิ๋วไปด้วยกัน !

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 8 มกราคม 2569 ] ค่ำคืนนี้มาเบิร์นความเหนื่อยล้า เยียวยาด้วย “ออฟ - กัน” ไปกับ 2 ดีเจคู่หู “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 เรื่องนี้มีชื่อว่า... Loop fall วงจรแห่งคืนดาวตกนามปากกา : meow Hamburger ทุกครั้งที่เกิดฝนดาวตก อคิณ ชายหนุ่มผู้ทำงานกลางคืนหลงใหลการดูดาว จะฝันถึงภาพเดิมของชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางทุ่งกว้างใต้ท้องฟ้าไร้ขอบเขต เขาพยายามเดินเข้าไปหา แต่ไม่เคยไปถึง ความฝันจบลงก่อนจะได้เอื้อมมือแตะอีกฝ่าย ทิ้งความรู้สึกค้างคาเหมือนเคยทิ้งใครบางคนไว้เบื้องหลัง วรัน นักประวัติศาสตร์ฝึกงาน ค้นพบบันทึกดาราศาสตร์จากหลายยุคสมัยที่ผิดปกติ เหตุการณ์ฝนดาวตกซึ่งห่างกันหลายร้อยปีกลับมาพร้อมบันทึกการสูญเสียบุคคลสำคัญ และชื่อสองชื่อที่ปรากฏคู่กันซ้ำๆ ยิ่งค้นลึกความทรงจำที่ไม่ใช่ของชาตินี้เริ่มแทรกเข้ามา จนเข้าใจว่านี่คือวงจรที่ถูกสร้างขึ้นในอดีต ผูกชีวิตของคนสองคนไว้กับคืนดาวตก เพื่อรักษาเสถียรภาพของกาลเวลา หากไม่ตัดวงจร การจากลาจะเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง เมื่อได้พบกันความสัมพันธ์เริ่มจากความลังเล อคิณ พยายามถอยห่าง เพราะเชื่อว่าหากวรันไม่มาเกี่ยวข้อง อีกฝ่ายจะปลอดภัยในคืนดาวตกครั้งสำคัญ เขาตัดสินใจจะทำลายจุดกำเนิดลูปเพียงลำพัง แต่อคิณกลับมาปรากฏตัวในนาทีสุดท้าย ไม่ใช่เพราะจำอดีตชาติได้ทั้งหมด เเต่เข้าใจจากความฝัน เมื่อวงจรถูกทำลายความทรงจำอดีตชาติค่อยๆเลือนหาย มีเพียงความรู้สึกที่เข้าใจซึ่งกันเเละกันที่ตัดสินใจเดินต่อด้วยกันFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Loop fall : The enchanting rhythm of a night filled with falling stars.Pen Name : meow Hamburger Every time a meteor shower occurs, Akin, a young man who works nights and is fascinated by stargazing, dreams the same image: a man standing in a vast field under an endless sky. He tries to walk towards him, but never reaches him. The dream ends before he can touch the other man, leaving a lingering feeling of incompleteness, as if he had once left someone behind. Waran, an intern historian, uncovers strange astronomical records spanning various eras. A meteor shower, occurring centuries apart, coincides with the loss of key figures and the repeated mention of two names. As he investigates further, fragmented memories from another life emerge, revealing a cycle from the past that ties two individuals to the meteor shower night, crucial for time's stability. If they don’t break the cycle, they’ll be forced apart again. When they finally meet, Akin tries to keep his distance, thinking it will protect Waran. He decides to confront the source of the cycle alone but shows up at the last moment, influenced by a dream rather than a full recollection of his past lives. As they break the cycle, their memories start to fade, but a deep understanding remains that draws them together.FANFICTION เรื่องที่ 2 เรื่องนี้มีชื่อว่า... ปรปักษา ดวงใจสฤคาลนามปากกา : ปลายหยดน้ำ ตำนานเล่าว่าสัตย์สองพวกที่เป็นอริกันมาช้านานคืออินทรีกับหมาป่า ซึ่งเคยเป็นสหายรักกันมา แต่ต้องห้ำหั่นกันเพราะเจ้าหมาป่าเผลอไปกินลูกอินทรีแรกเกิด นั่นทำให้ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต มีหมาป่าที่ไหนต้องไม่มีอินทรีที่นั่น หากมีอินทรี หมาป่าก็ต้องถูกปลิดชีพ อยู่ด้วยกันไม่ได้ สฤคาลเล่าเรื่องตำนานนี้ให้กับนักศึกษาทุกรุ่นฟัง เขาเองคือหนึ่งในเผ่าพันธุ์หมาป่าที่หลงเหลืออยู่ แต่ใครเลยจะรู้ว่าคนรักของเขา เวหลจะเป็นพญานกอินทรี และเรื่องที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือพวกเขารักกันโดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าอีกฝ่ายคือศัตรู จนในที่สุดเกิดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ และคนที่จะต้องต่อสู้เพื่อนำชัยชนะมาให้เผ่าของตน ก็คือสฤคาล และเวหล แม้ทั้งคู่จะรักกันมากเพียงใดแต่หน้าที่ก็ต้องมาก่อน ทั้งสองกลายร่างเป็นหมาป่าและอินทรี ต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร จังหวะหนึ่งหมาป่าตะครุบอินทรีไว้ได้ "ถึงเวลาแล้ว จัดการสิ" หมาป่าเอ่ย "ข้าทำไม่ได้" อินทรีบอก "ถ้าเจ้าไม่ทำ ข้าจะฆ่าเจ้า" "ข้ายินดี" เวหลหลับตาพร้อมตายด้วยกรงเล็บของคนรัก 'จึก' จงอย (จะ-งอย) ปากของอินทรีปักไปที่ขั้วหัวใจ หมาป่า เวหลลืมตาขึ้นและได้พบกับรอยยิ้มอบอุ่น...รอยยิ้มสุดท้าย...ของคนรักFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... The foe, the essence of a warrior.Pen Name : ปลายหยดน้ำ Legend has it that eagles and wolves have been rivals for ages. Once friends, they became enemies when a wolf accidentally ate a baby eagle. This sparked a deadly cycle: where wolves roamed, eagles couldn’t survive, and vice versa. Sarikal, one of the few remaining wolves, shared this tale with each new generation. Little did he know that his beloved Vela was a stunning eagle. Their love blossomed despite their species’ rivalry. When war erupted between their kind, duty overshadowed their feelings. They transformed into their animal forms and fought hard. At a crucial moment, Sarikal caught Vela. “Finish it,” he said. “I can’t,” she replied. “If you don’t, I’ll kill you,” he threatened. “I accept my fate,” Vela said, ready to die. With a swift strike, she pierced his heart. When Vela opened her eyes, she saw one last warm smile from her lover.FANFICTION เรื่องที่ 3 เรื่องนี้มีชื่อว่า... คำอธิษฐานวันปีใหม่นามปากกา : Or.Soblue 'อยากมีแฟน' กร นำคำอธิษฐานของตนไปแขวนไว้บนต้นไม้ โดยที่ไม่ยอมให้เอสอ่าน ทั้งสองเดินเล่นจนกรเริ่มหนาว เอสบ่นว่ากรไม่ยอมหยิบเสื้อกันหนาวมา แต่ก็สวมแจ็คเก็ตยีนส์ของตนให้กรทันที เอสดูแลกรได้ดีมาก ทำให้ไม่ว่ากรจะมีแฟนมากี่คน ก็ไม่มีใครสู้เอสได้เลย จนกรได้แต่คิดว่า คงดีถ้าได้เป็นแฟนกับเอส ทว่า เอสไม่เคยแสดงออกว่าชอบตนเลย จนวันนี้ กรหันไปสารภาพกับเอสว่า เริ่มรู้สึกดีกับเอสขึ้นเรื่อย ๆ เขาอยากเป็นแฟนกับเอส แต่ถ้าเอสไม่ได้คิดเหมือนกัน ก็ขอให้เอสลืมเรื่องในวันนี้ และเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม เอสจึงพูดขึ้นว่า ‘พอได้ชอบไปแล้วครั้งหนึ่ง มันกลับไปเป็นเพื่อนยาก’ จนกรเริ่มใจเสีย แต่เอสก็เฉลยว่า เขาเข้าใจ เพราะเขาเป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว เอสชอบกร แต่เอสกลัวว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะพัง หากกรไม่คิดเหมือนกัน เอสรู้ว่ากรแพ้คนเทคแคร์ ดังนั้นเอสเลยทำทุกอย่าง ไปด้วยทุกที่ ไปรับไปส่ง เพื่อให้กรชอบตนบ้าง และในที่สุด ความพยายามของเอสก็เป็นผล "มึงรู้ไหมว่ากูเขียนคำอธิษฐานเดิม ๆ มาหลายปีแล้ว" "มึงเขียนว่าอะไร?" "อยากมี 'มึง' เป็นแฟน ... ขอบคุณที่ทำให้คำอธิษฐานของกูเป็นจริงนะ"FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... New Year's wishPen Name : Or.Soblue I want a boyfriend," Gorn said, hanging his wish on a tree and keeping it away from Est. They strolled until Gorn got chilly, prompting Est to complain about his lack of a jacket before offering him his denim one. Est took such good care of Gorn that he realized no previous boyfriend compared to him. Gorn couldn't help but fantasize about being with Est. Finally, Gorn confessed his feelings and asked if Est felt the same. If not, he suggested they just stay friends. Est replied, "Once you like someone, it's tough to go back to just friendship." Gorn felt down, but Est explained that he understood—not wanting to risk their bond. He had been trying to win Gorn over by always being there for him. Eventually, Est's persistence paid off. "You know, I’ve been wishing for years," he said. "What’s your wish?" Gorn asked. "I want you to be my boyfriend. Thanks for making it come true.FANFICTION เรื่องที่ 4 เรื่องนี้มีชื่อว่า... ระยะใกล้กว่าที่คิดนามปากกา : NearEnough ออฟ เป็นลูกค้าประจำของร้านกาแฟเล็กๆ เขานั่งโต๊ะเดิม สั่งเมนูเดิมเสมอ กัน คือบาริสต้าที่จำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ระดับความขมของกาแฟ ไปจนถึงเวลาที่ออฟเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว พวกเขามีเพียงบทสนทนาสั้นๆ เรื่องฝน รถติด หรือกาแฟขมไปหรือเปล่า แม้ระหว่างทางไปออฟฟิศจะมีร้านกาแฟดีกว่านี้อีกหลายร้าน แต่ออฟก็เลือกที่จะแวะร้านนี้เสมอ ต่างคนต่างรู้ว่ามีบางอย่างอยู่ในใจเหมือนกันเกินกว่าจะเรียกว่าเรื่องบังเอิญ แต่ไม่มีใครกล้าพูดมันออกมา จนคืนหนึ่งหลังปิดร้าน เหลือเพียงโต๊ะตัวเดิม และความเงียบที่ไม่อาจหลบเลี่ยง กันตัดสินใจไม่ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นเป็นแค่วันธรรมดา เขาพูดความในใจออกมาทั้งหมด “พี่ออฟครับ ผมคิดอยู่นานมากว่าจะพูดมันออกมาดีไหม” กันกำมือเป็นกำปั้นแน่นที่อกข้างซ้าย “แต่ผมรักพี่ได้แค่เท่านี้เองครับ” “เขาบอกว่าหัวใจคนเรามีขนาดเท่ากำปั้น ผมรักพี่ได้แค่นี้จริงๆ” ออฟไม่ตอบ เขาเพียงคลี่กำปั้นนั้นออกอย่างแผ่วเบา แล้ววางมือของตัวเองทับลงไป “ถ้าหัวใจเรามีขนาดเท่ากำปั้นจริง ๆ” “พี่ว่าของพี่…น่าจะพอดีกับของกัน” ร้านกาแฟยังเล็กเหมือนเดิม กาแฟสองแก้วบนโต๊ะตัวเดิม แต่ระยะห่างระหว่างหัวใจกลับใกล้กว่าที่เคยFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Closer than expected.Pen Name : NearEnough Off was a regular at the local coffee shop, always seated at the same table, ordering the same drink. Gun, the barista, remembered every detail—from the bitterness of the coffee to the way Off smiled without realizing it. Their chats were brief, covering topics like the rain and traffic; despite better coffee options nearby, Off always chose this spot. They both felt a deeper connection but never voiced it. One night, after closing, with only silence between them, Gun decided to share his feelings. “Off, I’ve thought a lot about saying this,” he said, pressing a hand to his chest. “I can only love you this much.” Off didn’t respond immediately. He gently unfolded his fist and placed his hand over Gun’s. “If our hearts are the size of a fist, mine would fit perfectly with yours.” The coffee shop felt the same, and though the cups remained unchanged, their hearts had never been closer.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... ทฤษฎีวงโคจรที่ 0.21: เมื่อโลกทั้งใบกลายเป็นสีพาสเทลนามปากกา : ci_ci.gg ในวันที่ท้องฟ้ากรุงเทพฯ กลายเป็นสีชมพู 'กัน' ตื่นมาพร้อมกับพบว่าตัวเองมีพลังพิเศษ... พลังที่แค่สบตาใคร คนคนนั้นจะเห็นละอองดาวปลิวออกมาจากไหล่เขา แต่พลังนี้กลับใช้ไม่ได้ผลกับ 'ป่าปี๊' รุ่นพี่หนุ่มหน้านิ่งที่กันแอบชอบมาตลอด "ทำไมพี่ไม่เห็นดาวของกันล่ะ?" กันเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่ติดฝนอยู่ใต้ชายคาหน้าร้านดอกไม้ ออฟไม่ตอบ แต่กลับขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน ก่อนจะถอดเสื้อตัวนอกมาคลุมหัวให้คนตัวเล็กกว่า "ไม่เห็นดาวหรอก... เพราะในตากันมันมีพระจันทร์อยู่ทั้งดวงแล้วไง" วินาทีนั้น โลกทั้งใบพลันหยุดหมุน กลิ่นฝนกลายเป็นกลิ่นวานิลลาหอมหวาน ออฟประคองแก้มใสแล้วกระซิบประโยคที่ทำให้อุณหภูมิรอบข้างพุ่งสูงขึ้น "ไม่ต้องใช้พลังพิเศษหรอก แค่กันยิ้ม... พี่ก็ยอมติดอยู่ในวงโคจรของกันตลอดไปแล้วครับ"FANFICTION #5: This FANFICTION is titled... The 0.21 orbital theorem: When everything becomes pastel.Pen Name : ci_ci.gg One day, as the Bangkok sky turned pink, Gun discovered he had a unique ability—he could see stardust falling from the mountains with just a glance. However, this power didn’t work on Papi, the quiet senior Gun had secretly admired. "Why can't you see my stars?" Gun asked as they sheltered from the rain under a flower shop awning. Off didn’t reply; instead, he moved closer, nearly touching noses, then draped his jacket over Gun’s head. “You can’t see the stars… because the whole moon is in your eyes already.” Time seemed to freeze as the rain’s scent shifted to sweet vanilla. Off cupped Gun's face and said something that made the air sizzle: “You don’t need your power. Just your smile keeps me in your orbit forever.”เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “ออฟ - กัน”เริ่มต้นปีใหม่ด้วยโมเมนต์สุดน่ารัก พร้อมเบิร์นความคิดถึง ให้ฟินไปตาม ๆ กันนน !!ตัวห่างไกล แต่ใจไม่ห่างกัน ในช่วงเวลาปีใหม่ของ “ออฟ - กัน” แม้ตัวจะห่างไกล แต่ใจคงไม่ห่างกัน ออฟเล่าว่าปีใหม่ที่ผ่านมา ตนไม่ได้ไปไหนเป็นพิเศษ เพราะต้องอยู่เก็บของ เตรียมย้ายไปบ้านใหม่ที่กำลังจะสร้างเสร็จ ทิ้งเสื้อผ้าไปเท่าไหร่ก็ยังเยอะอยู่ดี สมกับเป็นเจ้าพ่อแฟชั่นเลยนะป่าปี๊ ด้านของกัน ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ที่เชียงใหม่ ป่าปี๊ก็ได้ถามเสริมขึ้นมาทันทีว่า ‘ได้ไปขึ้นเขารึเปล่าน้าาา?’ ใส่ใจกันไม่มีเปลี่ยนเลยนะป่าปี๊ ด่าด๊าก็ตอบว่า ‘ไปกินปิ้งย่าง ชมวิว ทิวเขา สัมผัสบรรยากาศดี ๆ ในช่วงปีใหม่’ แบบนี้ทั้งคู่ต้องแอบมีฟีลคิดถึงกันแน่เลยยยNew Year’s Resolutions ! ปีใหม่ขอตั้งเป้าหมายให้หัวใจกันดีกว่า สำหรับเป้าหมายในปีนี้ของออฟ คือ การสร้างบ้านใหม่ให้เสร็จตามที่หวัง และอยากทำงานที่รักอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับกันที่อยากทำงานที่รักต่อไป รวมถึงทดลองสวมบทบาทใหม่ ๆ ต่อยอดจากสิ่งเดิม ๆ งานนี้เบบี๋อย่างพวกเราคงได้รับชมผลงานของทั้งสองตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน !สิ่งที่อยากเห็นเธอทำในปีนี้ ‘อยากเห็นเธอทำในปีนี้ เพราะเชื่อว่าเธอทำได้ดีอย่างแน่นอน’ ออฟ บอกว่า อยากให้ปีนี้กันร้องเพลงบ่อยขึ้น เพราะกันเป็นคนเสียงดี มีความสามารถ ป่าปี๊พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ผ่านแววตาที่นุ่มนวลเมื่อหันไปมองด่าด๊าที่อยู่เคียงข้าง แม้กันจะไม่มั่นใจ และมีความกลัวมาตลอด แต่ออฟยังคงเชื่อมั่นในตัวกันเสมอ ด้าน กัน มองออฟด้วยความภูมิใจ ก่อนจะชื่นชมป่าปี๊ที่โตขึ้นในปีนี้ และอยากให้ป่าปี๊ทำอะไรที่อยากทำ สำเร็จในทุก ๆ อย่างเหมือนที่เคยผ่านมา เราเชื่อว่าทั้งสองจะเป็นเวอร์ชั่นที่ดีให้กันและกัน เพราะเธอคือคนสำคัญ หวานกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว น่ารักกันขนาดนี้ เบบี๋ฟินจิกหมอนกันหมดแล้วว10 ปี ที่มี “ออฟ – กัน” วันวานยังหวานอยู่ นับจากเรื่องแรกของ “ออฟ - กัน” ในปี 2016 จนถึงวันนี้ก็ครบ 10 ปีแล้ว แต่ทั้งสองคนยังดูน่ารักเหมือนวันแรกที่รู้จักกันอยู่เลย ย้อนนึกถึงออฟสมัยหนุ่มน้อยหน้าชั้บบี้ ทรงผมปัดเป๋เอียงข้าง ทำเอาทุกคนหัวเราะลั่น ปนกับความน่าเอ็นดู งานนี้ชอบไม่ชอบ ก็ต้องชอบแล้วล่ะจังหวะ… Burnout ของชีวิต อยู่ในวงการมานานนับ 10 ปี ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า “ออฟ - กัน” เคยหมดไฟกันบ้างหรือเปล่า แต่ทั้งสองก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โดย ออฟ เผยว่า ตัวเองไม่เคยรู้สึก Burnout เลย อาจมีช่วงเวลาที่รู้สึกเหนื่อยล้าแค่ตอนถ่ายละครหนัก ๆ เพราะต้องใช้พลังงานเยอะมาก ส่วน กัน ก็ไม่ค่อยมีความรู้สึก Burnout แม้กันจะอยู่วงการมานานถึง 21 ปี ที่รู้สึกแบบนี้ก็เพราะว่าตัวเองมีหลายบทบาทที่ได้รับ เลยไม่มีฟีลหมดไฟ มีแค่กลัวว่าจะมีงานไหม ออฟ เสริมว่า คนที่ทำงานมาเยอะก็มีความรู้สึกแบบนี้บ้าง ส่วนตัวกันก็เริ่มคิดว่าเราจะอยู่วงการได้อีกนานแค่ไหน แต่ไม่ว่ายังไง ป่าปี๊กับด่าด๊าก็ยังมีเบบี๋คอยซัพพอร์ตอยู่เคียงข้างตลอดไปน้าาเสน่ห์ของซีรีส์ที่ชวนหลงใหล ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ กัน เผยว่า เสน่ห์ของซีรีส์เรื่องนี้ คือ ภาพอันน่าหลงใหล และไดอะล็อกที่เต็มไปด้วยข้อมูลสำคัญ และเหตุการณ์ปัจจุบันมากมายที่ใส่ลงไป อย่างการเปรียบเทียบศิลปะกับ AI ว่าจะมาทดแทนกันได้ไหม ประเด็นนี้ทำให้เรื่องราวนั้นเข้มข้น และสนุกมากยิ่งขึ้น จุดสำคัญของเรื่อง ออฟ เสริมว่า คือการดีเบตกันว่า AI ดีหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของรักสามเศร้ามาเกี่ยว อย่าง “ดิว” รับบท ‘ภีม’ ตัวแทนของดราม่า โรแมนติก และ “ออฟ” รับบท ‘ก่อ’ ตัวแทนของความอีโรติก ที่ “กัน” รับบท ‘จิระ’ ต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง อยากจะเก็บเธอไว้ทั้งสองคนก็คงไม่ได้ จิระจะเลือกใครต้องรอติดตามกันในซีรีส์เท่านั้น !ต้องเป็นแบบไหนถึงจะถูกใจ ‘ออฟ - กัน’ น้าาา หากความรักต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง “ออฟ - กัน” จะเลือกความ Romantic หรือ Erotic ทั้งสองก็ตอบเป็นเสียงเดียวกัน ว่ามันต้องมาพร้อมกันทั้งคู่ ไม่ว่าจะ Romantic หรือ Erotic จะเลือกได้เพียงแค่สิ่งเดียวก็คงยาก แม้ช่วงแรกเราจะยอมเป็นในแบบไหนก็ได้ แต่สุดท้ายความ Balance คือสิ่งที่ดีที่สุดในความรัก ทั้งสองใจตรงกันขนาดนี้ ทำเอาเบบี๋อย่างเรายิ้มกันไปตาม ๆ กัน สมแล้วที่อยู่เคียงข้างกันมานาน !บทบาทที่ท้าทาย สู่… การพัฒนาตัวเอง ความท้าทายของการพลิกบทบาทครั้งล่าสุดของ กัน ด้วยภาพจำของยัยตัวจิ๋วสุดคิ้วท์ กับบทบาทที่ดูโตขึ้น บวกกับความสัมพันธ์ของคนสามคน เมื่อได้รับบท ก็ต้องปรับตัวกันไป สลัดภาพจำเดิม ๆ ‘เปลี่ยนจากรอยยิ้มอันสดใส สู่สายตาอันเร่าร้อน’ แซ่บซี๊ดด จนแฟน ๆ ต้องร้องว้าว~ ทางด้านของ ออฟ ก็มีความท้าทายไม่แพ้กัน เรียกได้ว่า ‘เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต 34 ปีของออฟ’ เลยทีเดียว กับการฟิตหุ่นสุดเซ็กซี่ ออกกำลังกายว่ายากแล้ว คุมอาหารยากกว่า ! แต่ผลลัพธ์ก็คุ้มค่า งานนี้ทำเอาเบบี๋ใจบางกันเป็นแถวการเดินทางสู่ EP ที่ 7 จะเผ็ชสักแค่ไหนกันเชียว ! หลังจากเรื่องราวชุลมุนได้เริ่มต้นขึ้น หลังจาก Burnout Syndrome เดินทางมาถึงตอนที่ 6 เมื่อคนดูรู้แล้วว่าภีมแอบมีความสัมพันธ์กับจิระ แล้วจิระยังแอบมาอยู่กับก่อ เหมือนจิระจะไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ก่อจึงหาหนทางตัดคู่แข่งออกไป โดยการวางแผนเปิดโปงทุกอย่าง แอบกระซิบว่า... ต่อไปในตอนที่ 7 จะเข้าสู่ทางเลือกของจิระว่าเขาจะเลือกใคร แม้จะลำบากใจ ระหว่างคนที่เรามีใจหรือจะเป็นคนที่เห็นคุณค่าของเรา ออฟ ถึงกับแซวกันว่า ‘แบบนี้เรียกว่าสวยเลือกได้รึเปล่าน้าา’ แอบสปอยกันแบบนี้ ทำเอาเหล่าแฟนคลับอดใจรอ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ EP.7’ กันไม่ไหวแล้ว !และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ… ทางรายการ EFM FANDOM LIVEมีเกมสุดท้าทายมาให้ “ออฟ - กัน” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘ภาพนี้ ป่าปี๊… ที่สุดเลยยย !’พี่นายแบบโพสขนาดนี้ หัวใจน้องนักวาดจะไม่สั่นได้ยังไงเนี่ยย ไปดูความน่ารักกันเล้ยย~~(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้ พร้อมโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “ออฟ - กัน” โทรกลับ และพูดคุยกับชาวเบบี๋แบบ Exclusive สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ออฟ - กัน” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ 10 ปีที่มีออฟและกัน ความรักยังคงอบอุ่นในหัวใจของเบบี๋ทุกคนเลย และขอฝากผลงานซีรีส์ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ สามารถรับชมได้ทุกวันพุธ เวลา 20.30 น. ทาง GMM25 และรับชมย้อนหลังทาง iQIYI เวลา 21.30 น. พร้อมกันนี้ยังมีซีรีส์ของทั้งคู่ให้เหล่าเบเบี๋ได้ใจฟูตลอดทั้งปีแน่นอน ที่สำคัญ ! ฝากเอ็นดูและติดตามผลงานอื่น ๆ ของป่าปี๊ออฟ ด่าด๊ากัน กันด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

ค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยออร่าความสวย เมื่อ “ลีน่า - หมิว” เปิดใจเล่าทุกโมเมนต์ความสัมพันธ์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการแสดงซีรีส์คู่ ไปจนถึงเคมี Destiny ที่แฟน ๆ ต่างตกหลุมรัก

24 ธ.ค. 2025

ค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยออร่าความสวย เมื่อ “ลีน่า - หมิว” เปิดใจเล่าทุกโมเมนต์ความสัมพันธ์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการแสดงซีรีส์คู่ ไปจนถึงเคมี Destiny ที่แฟน ๆ ต่างตกหลุมรัก

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 18 ธันวาคม 2568 ] ค่ำคืนนี้เตรียมเปิดพื้นที่ของหัวใจต้อนรับ “ลีน่า - หมิว” พร้อมออร่าความสวยไปกับ 2 ดีเจ “ดีเจโซเซฟ” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVELETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปิน จดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... ผีเสื้อที่บินอยู่ในใจหมี ถึงลีน่าและหมิว ดีใจที่การไปเจอลีน่าหมิวครั้งแรก ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ได้รับความประทับใจมากๆ เป็นการไปพบเจอที่เร็วมากๆ ขอบคุณหมิวที่พูด "ยินดีต้อนรับเข้าสู่กัมเบอร์แบร์นะคะ" ตอนนี้ยังหาทางออกไม่เจอเลยค่ะ ตามดูคลิปลีน่าหมิวทุกวัน ทุกรายการ ดีใจที่ทั้งคู่มีคนรักมากขึ้น มีคนรู้จักมากขึ้น ขอให้ทั้งคู่มีงานต่อเนื่อง แต่ก็ได้พักผ่อนด้วยนะคะ สุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นกำลังใจให้กัมเบอร์แบร์นานๆLetter #1: This letter is titled... Fluttering butterflies within a bear's heart. Dear Lena and Miu, I'm truly delighted that my first meeting with both of you was so warm and left such a lovely impression on me. It was a brief but memorable encounter! Thank you, Miu, for your cheerful greeting of "Welcome to Gumber bear!" I’m still filled with joy and I find myself watching your videos every day. I’m thrilled to see both of you gaining more fans and recognition. I wish you continued success in your careers, but remember to take some time to rest and stay healthy. I hope you’ll keep being a source of support for Gumber bear for many years to come!จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... หน้าที่ 24 และ 26 ของหนังสือที่ชื่อว่ารักตัวเองในแบบของลลินา-ณัชชา คำนำถึงพี่น่าน้องหมวย คำว่าจังหวะชีวิตและ trust your first instinct ของพี่น่ากับน้องหมิว ยังเป็นคำที่มีความหมายสำหรับหลายๆ คนเสมอ เมื่อหนังสือเล่มนี้เปิดออกผู้อ่านจะหลงรักลีน่าหมิวผ่านตัวอักษร การเติบโตที่ไม่ยอมแพ้ ความเป็นธรรมชาติของทั้งคู่ ความสัมพันธ์ที่เป็น destiny ซึ่งหาได้ยาก ทัศนคติที่ผ่านการเรียงร้อยและออกมาจากใจของพี่น่าน้องหมวย เป็นหนังสือที่ไม่อยากปิด และอยากกลับมาอ่านซ้ำๆ รัก”Letter #2: This letter is titled... Check out pages 24 and 26 in the book called 'Loving Yourself the Lalina-Natcha Way.' Foreword to Lena and Miu : The expressions "life's rhythm" and "trust your first instinct," as voiced by Lena and Miu, resonate with so many of us. From the very first page of this book, you'll find yourself enchanted by Lena and Miu's journey. Their steady personal growth, their authentic selves, and the beautiful connection they share are truly exceptional. Their genuine emotions will keep you turning the pages, making this a book you won't want to put down and will wish to revisit time and again. It's all about love.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... Gumber Bear , where love blooms ในชีวิตที่วุ่นวาย โกลาหลและซับซ้อน ใครจะไปคิดว่าจะได้เจอความสัมพันธ์แสนวิเศษที่เรียกว่า “แฟนคลับ” ในบทบาทอื่นเราต่างเป็นใครสักคนบนโลกใบนี้ที่ไม่รู้จักกัน และคงไม่อาจบังเอิญได้พบกันในที่ใดที่หนึ่ง แต่ในฐานะ Gumber Bear เรากลับได้เป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นกลุ่มคนที่พร้อมซัพพอร์ตลีน่าหมิวอย่างไร้เงื่อนไขเพิ่มเติม เธอทำให้ความบังเอิญใดๆ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความตั้งใจที่จะเดินทางมาพบกันLetter #3: This letter is titled... Gumber Bear , where love blooms In this fast-paced and sometimes overwhelming world, who would have imagined that we would discover such a fantastic bond within the "fan club"? In our everyday lives, we are often just unfamiliar faces to one another, unlikely to cross paths. However, as Gumber Bears, we've united as a family, coming together to wholeheartedly support Lina Miu. We turn random meetings into meaningful connections.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... Lena Miu Safe Zone : ความจริงใจที่ทำให้หัวใจเปิดรับอีกครั้ง เมื่อลีน่าหมิวได้ปรากฎตัว ไม่ได้แค่ส่งมอบผลงาน แต่ทั้งสองคนได้ส่งมอบความจริงใจที่สัมผัสได้ ทุกคำพูด ทุกการกระทำ มันไม่ได้มาจากบทที่ใครเขียนให้ แต่มันไหลออกมาจากหัวใจของทั้งสองคนจริงๆ สิ่งที่ฮีลใจเพิ่มเติมนอกจากซีรีส์แล้ว ยังมี Podcast Safe Zone Safe ที่ฟังแล้ว มันไม่ได้แค่ save ใจคนฟัง แต่มันช่วยเปิดใจที่เคยปิดกั้น ให้กลับมาเชื่อ กลับมารัก ศิลปินไทย และเริ่มรักลีน่าหมิวอีกครั้งLetter #4: This letter is titled... Lena Miu Safe Zone : Honesty that rekindles the heart. When Lena and Miu took the stage, it wasn’t just about their performance; they radiated genuine emotion. Every word and gesture seemed to come straight from their hearts rather than from a pre-written script. Beyond the series, My Safe Zone offered even more healing—not only mending the listeners' hearts but also inspiring them to open their minds. It encouraged a renewed appreciation for Thai artists and rekindled the love for Lena and Miu.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... ลีน่าหมิว... กับกระเป๋าเดินทางที่มองไม่เห็น ทุกคนต่างมีกระเป๋าเดินทางติดตัวที่มองไม่เห็น แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวระหว่างทาง ทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี เหมือนกับลีน่าที่เก็บประสบการณ์ระหว่างทางไว้และลากกระเป๋าแสนหนักใบนั้นมานาน จนถึงวันที่ได้เจอกับหมิวที่กำลังเริ่มเก็บสิ่งต่างๆใส่ไว้ การลากกระเป๋ามาเจอกันทำให้ได้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน การแชร์สิ่งต่างๆที่พบเจอและพร้อมที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน ขอบคุณที่ลากกระเป๋าใบนั้นจนได้มาเจอกัน จะคอยซัพพอร์ตตลอดไปนะคะLetter #5: This letter is titled... Lena and Miu... carrying a suitcase you can’t see. Each of us has an unseen suitcase packed with the stories of our lives—both the joyful moments and the challenging ones. Take Lena, for example; she has gathered countless experiences over time, toting around her heavy suitcase for far too long. Then came the day she crossed paths with Miu, who was just beginning to fill her own suitcase with her own adventures. As they walked together, hauling their bags, they exchanged stories, shared their experiences, and learned from each other. I’m grateful for that shared journey, and I want you to know that I’ll always be here to support you.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นกับ “ลีน่า - หมิว”ที่จะมาเปิดใจเล่าทุกโมเมนต์สำคัญ และเตรียมใจไว้ให้ดี ระวังตกหลุมรักกันนะ !ความรู้สึกแรกในฐานะการเล่นซีรีส์คู่ เนื่องจากทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน และมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานมากว่า 7 ปี การได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในฐานะนักแสดงที่ต้องเล่นคู่กันเป็นครั้งแรก จึงแทบไม่มีความเกร็งต่อกันเลย ด้านหมิวถึงกับวิ่งเข้าไปกอดลีน่าทันทีที่เจอหน้า แต่วันนั้นทั้งคู่ต้องเข้าฉากเลิฟซีน ทำให้ทั้งคู่เขินกันหนักมาก โดยเฉพาะหมิวที่ยอมรับเองเลยว่าเขินจนกรี๊ดลั่นตึก ด้วยความสนิทและเคมีของทั้งคู่นี้เองทำให้กำเนิดคู่ “ลีน่า - หมิว” ขึ้นมาอย่างลงตัวในวันนี้รางวัล…ที่สุดแห่งปีของ “ลีน่า - หมิว” ตำแหน่งอยู่ไม่นาน แต่ตำนานจะอยู่ตลอดไป ชวนทั้งคู่มารีแคป ความ…ที่สุดของปีนี้กัน โดยลีน่าขอยกตำแหน่ง ที่สุดของความ Energetic ให้กับหมิว เพราะเธอเป็นคนที่มีพลังล้นมาก ๆ เจ้าตัวถึงกับต้องยอมถอยให้ เพราะสู้ไม่ไหว แต่ห้ามเจอแดดเด็ดขาด ! อารมณ์จะเปลี่ยนทันที หมิวเองก็ยอมรับว่าไม่ค่อยสู้กับแดดหรืออากาศร้อนได้สักเท่าไหร่ แต่ก็สามารถแก้ได้ด้วย น้ำเย็นชื่นใจหรือขนมที่ชอบ ด้านหมิว ขอมอบตำแหน่ง ที่สุดของคนแนะนำอาหาร ให้ลีน่า พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีใครพาเปิดโลกอาหารใหม่ ๆ ได้มากขนาดนี้ เพราะปกติเป็นคนทานยากมาก หนึ่งปีอาจได้ลองทานอาหารใหม่ ๆ แค่หนึ่งอย่าง แต่ปีนี้ลีน่าทำให้ได้ลองเกือบ 10 อย่างแล้ว จากคนที่ไม่เคยกินช็อกโกแลต ตอนนี้กลายเป็น Chocolate Lover ไปแล้ว ลีน่ายังเสริมอีกว่ามักเลือกของกินที่คิดว่าน้องจะชอบมาให้ลอง ส่วนหมิวก็เปิดใจชิมเพราะเชื่อใจว่าพี่รู้ใจ งานนี้บอกเลยว่าฟังแล้วใจฟูสุด ๆYou are My Destiny ! คู่ที่แฟนคลับยกให้เป็น คู่แห่ง Destiny เพราะนอกจากจะเกิดวันเดียวกัน เดือนเดียวกันแล้ว ไลฟ์สไตล์ยังใกล้เคียงกันสุด ๆ ทั้งเรื่องการกิน อาหารที่ชื่นชอบ ไปจนถึงแนวคิดที่มักจะไปทางเดียวกัน หลายครั้งทั้งคู่ยังเป็นเหมือนสมองให้กันและกัน รู้ทันความคิดของอีกฝ่าย และคอยเตือนสติกันเสมอ เป็นคู่ที่เข้าใจกันแบบไม่ต้องพูดเยอะจริง ๆแชร์ลุคการแต่งตัวของอีกฝ่ายที่ชอบ แม้จะมีสไตล์การแต่งตัวที่คล้ายกัน แต่ลีน่าจะมีลุคเซ็กซี่มากกว่าเล็กน้อย ส่วนหมิวจะชอบใส่มิดชิดไปเลย โดยหมิวเผยว่าชอบลีน่าทุกลุคในช่วงนี้ ด้วยสีผมที่เข้มขึ้น จับคู่กับเล็บสีแดงที่เข้ากัน ใส่ชุดไหนก็ดูลงตัวสุด ๆ ขณะที่ลีน่าบอกว่าชอบลุคสบาย ๆ ของหมิว ดูน่ารักเป็นธรรมชาติ ชมกันขนาดนี้ทำเอาทั้งคู่เขินกันสุด ๆรีวิวชาว Gumber Bear ! ชาว Gumber Bear เท่ากับปลาสามรส เพราะมีครบทุกรสชาติ มีหลากหลายรูปแบบ อย่างแรกจะเป็นสายคอมเมดี้ที่มาสร้างเสียงหัวเราะ สายอินโทรเวิร์ตที่แค่มานั่งมองหน้ากันเฉย ๆ ก็มีความหมาย ไปจนถึงสายอบอุ่นที่ส่งต่อความรู้สึกปลอดภัยและความสบายใจได้ชัดเจนผ่านแววตาทุกคู่ นับว่าการอยู่ด้อมนี้ได้ครบทุกรสชาติจริง ๆ ทั้งคู่ยังเล่าเพิ่มเติมว่า ล่าสุดแฟนคลับซื้อชุดทำก๋วยเตี๋ยวกับไข่พะโล้มาให้ แต่ความพิเศษคือก่อนจะยื่นให้ แฟน ๆ จะเล่นมุขเชื่อมโยงกันไปเรื่อย ๆ จนครบทุกวัตถุดิบ ทั้งคู่ถึงกับเซอร์ไพร์สกับการทำงานเป็นทีมของชาว Gumber Bear แบบสุด ๆ‘ลุคน้องหมวยน่ารัก พอจะทำให้พี่ชอบได้ไหมน๊าาา…?’ เมื่อมีคนถามว่า ‘ลีน่าชอบผู้หญิงลุคเซ็กซี่ แล้วลุคน้องหมวยน่ารัก พอจะทำให้พี่ชอบได้ไหมน๊าาา’ ด้านลีน่าถึงกับสตั้นไปพักหนึ่ง ก่อนจะยิ้มเขิน ๆ และถามกลับว่าคนถามคือใครนะคะ พร้อมเสริมว่า ใช่ว่าน้องหมวยของเราจะไม่มีมุมเซ็กซี่นะ ซึ่งส่วนตัวจะชอบมองหมิวลุคสีดำ ดูมีเสน่ห์และน่าค้นหามาก ๆ พูดขนาดนี้ ไม่เขินยังไงไหวเนี่ยย...?คุณสมบัติของ ‘รักสุดท้าย My Safe Zone’ ด้านลีน่าเล่าว่า สิ่งที่ประทับใจในตัวหมิวคือความเสมอต้นเสมอปลาย วันแรกเป็นอย่างไร วันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นไม่เปลี่ยน ทำให้รู้สึกสบายใจและไว้ใจได้มาก ๆ ขณะที่หมิวเผยว่า ลีน่าเป็นผู้หญิงที่มีความซอฟท์ ละมุน แตกต่างจากตัวเองที่ออกแนวลุย ๆ ขี้เล่น ห้าว ๆ เหมือนเด็กผู้ชาย แต่กลับทำให้หมิวอยากเข้าไปอ้อนโดยไม่รู้ตัว สำหรับหมิว ลีน่าจึงไม่ได้เป็นแค่คนพิเศษ แต่ยังเป็น Safe Zone ในหลาย ๆ เรื่อง พื้นที่ที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจผลงานการแสดงเรื่องต่อไป หลังจากซีรีส์ ‘รักสุดท้าย My Safe Zone’ ที่เต็มไปด้วยดราม่า และด้านหมิวต้องคอยเป็นฝ่ายตามตื้ออยู่ตลอด ทำให้ผลงานถัดไปของทั้งคู่อยากลองสลับบทบาทกันบ้าง โดยลีน่าเล่าว่าอยากลองเป็นฝ่ายตามจีบดูบ้าง ซึ่งหมิวเองก็อยากลองเป็นฝ่ายโดนจีบเช่นกัน ลีน่ายังเผยอีกว่าอยากเล่นแนวดราม่าหนัก ๆ ต่อไป ขณะที่หมิวอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศเป็นแนวคอมเมดี้ เพราะดราม่าทีไรเธอเศร้าทุกที พร้อมชื่นชมลีน่าว่าเป็นคนที่ถ่ายทอดบทดราม่าได้ดีมาก ๆ เลย ทั้งนี้ทำเอาแฟน ๆ ต่างอดใจรอผลงานเรื่องต่อไปกันแทบไม่ไหวสิ่งที่อยากทำใน ‘LENAMIU Born to Shine Fan Meeting’ สวยครบเครื่องกันทั้งคู่ขนาดนี้ แฟน ๆ หลายคนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าในงานแฟนมีตครั้งนี้ “ลีน่า - หมิว” จะโชว์อะไรให้ได้เห็นกันบ้าง โดยลีน่าเผยว่าตนอยากเต้น เพราะเป็นสิ่งที่ชื่นชอบอย่างมาก ส่วนหมิวอยากร้องเพลง เพราะเวลาได้ร้องเพลงตนจะเอนจอยมาก ๆ แม้จะไม่เคยเรียนร้องเพลงมาก่อน แต่ก็เริ่มฝึกจริงจังจากเพลงประกอบซีรีส์ งานนี้ต้องมารอลุ้นกันว่า ทั้งคู่จะได้โชว์ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ รับรองว่าความพิเศษจัดเต็มแน่นอน !นอกจากการพูดคุยสุดอบอุ่นแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “ลีน่า - หมิว” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘LENA MIU 10 Minute Be My Love’เป็นเกมที่ทำให้ใจนวยไปตาม ๆ กัน แต่จะฟินขนาดไหน ไปชมกันเลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) เติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “ลีน่า - หมิว” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ แบบ Exclusive ! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ลีน่า - หมิว” ที่มาสร้างสีสันให้ค่ำคืนเต็มเปี่ยมไปด้วยความสวย ออร่าของทั้งคู่ และขอฝากซีรีส์ ‘รักสุดท้าย My Safe Zone’ สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง 3Plus และ Netflix พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำสุดพิเศษไปด้วยกันที่งาน LENAMIU Born to Shine Fan Meeting วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Phenix Grand Ballroom 5th floor ที่สำคัญ ! รอติดตามซีรีส์เรื่องใหม่ของพี่ฝรั่งกับน้องหมวยด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

เปิดค่ำคืนใต้แสงจันทร์ กับโมเมนต์สุดพิเศษของ “เพิร์ล - พีค” ที่อัดแน่นด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมเซอร์ไพรส์สุดยิ่งใหญ่ ประกาศชื่อด้อม PeoPle ครั้งแรก !

19 ธ.ค. 2025

เปิดค่ำคืนใต้แสงจันทร์ กับโมเมนต์สุดพิเศษของ “เพิร์ล - พีค” ที่อัดแน่นด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมเซอร์ไพรส์สุดยิ่งใหญ่ ประกาศชื่อด้อม PeoPle ครั้งแรก !

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 11 ธันวาคม 2568 ] ค่ำคืนใต้แสงจันทร์จะส่องสว่างความน่ารักมากกว่าที่เคย เตรียมยิ้มจนใจละลายไปพร้อมกับ “เพิร์ล - พีค” และ 2 ดีเจ “ดีเจโซเซฟ” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... หนังสือบทนี้กำลังถูกอ่านอย่างตั้งใจโดยนักเขียน ขอบคุณเพิร์ลพีคที่เข้ามาเป็นบทนึงในหนังสือ เป็นเรื่องราวดี ๆ ให้เราได้อ่านและให้เราได้เรียนรู้ ในนั้นมีทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ น้ำตา นั่นเป็นความรู้สึกที่เรายินดีมาก เพราะมันทำให้เราได้รู้สึกไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าในบทต่อไปเรื่องราวจะเป็นยังไง เราก็พร้อมที่จะอ่านมัน ขอให้รู้ไว้ว่าพวกเราอยู่ตรงนี้ หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ ขอให้กินอิ่ม นอนหลับ มีความสุขเยอะๆ ไว้เรามาเขียนหนังสือบทต่อไปด้วยกันอีกนะ รักที่สุดLetter #1: This letter is titled... The author is paying close attention to this chapter. Thank you so much for being a part of our book. Your story truly touched us, filling our hearts with smiles, laughter, and even a few tears. We cherish these emotions because they have brought us closer together. Whatever the future may bring, we’re excited to delve into it with you. Remember, we’re always right here whenever you need us. We wish you peaceful nights and endless joy ahead. Let’s create the next chapter together soon. You mean the world to us.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... จากผู้ชมธรรมดา..ถึงศิลปินที่ไม่ธรรมดา เราอาจจะไม่ได้ติดตามทุกก้าวหรือรู้ทุกเรื่องราวของเพิร์ลพีค แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นผลงานของคุณ รู้สึกได้ถึงความตั้งใจ ความพยายาม และหัวใจที่คุณใส่ลงไปในทุกฉาก ทุกบทบาท ขอบคุณที่สร้างเรื่องราวดี ๆ ให้ผู้ชมได้ยิ้ม ได้อิน และได้พักใจในวันที่เหนื่อย ๆ ถึงแม้เราตามอยู่ห่างๆ แต่จะคอยเป็นหนึ่งในกำลังใจเล็ก ๆ ที่ส่งให้ทั้งสองเสมอ ขอให้ทำงานอย่างมีความสุข ได้เจอโอกาสดี ๆ อีกมากมาย”Letter #2: This letter is titled... From a regular audience member to an exceptional artist. While we might not be familiar with every detail or story from Pearl Peak, we want you to know that every time we see your work, we truly appreciate the dedication, effort, and passion you infuse into each scene and character. Thank you for crafting such beautiful stories that bring smiles, help viewers connect with the characters, and provide comfort on the tough days. Even if we’re supporting you from a distance, we will always be cheering you on. Wishing you both happiness in your endeavors and hoping you discover even more amazing opportunities in the future.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... ทฤษฎี “รักแรกพบ” “ไม่ใช่สาววาย แต่เพิร์ลพีคทำให้เปิดใจจากละครสลักรักในแสงจันทร์” ไม่รู้จะเริ่มคำไหนได้ดีมากไปกว่าคำว่า “ขอบคุณๆๆ” ที่ทำให้คนที่ห่างไกลคำว่าสาววายได้รู้จักโลกอีกหนึ่งใบที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ ads โฆษณาโปรโมทละครได้นำพา “น้องเพิร์ล” มาเด้งบนหน้าจอแบบไม่ทันตั้งตัวจนทำให้เรากดดูต่อ และ “น้องพีค” ก็ตามมากับฉาก “แรกพบ” ของทั้งคู่ที่สถานีรถไฟ จังหวะนั้นที่ทำให้เรา “ตกหลุมรักเพิร์ลพีค” และติดตามทั้งคู่เรื่อยมา…Letter #3: This letter is titled... The concept of "love at first sight." I'm not typically a fan of BL, but watching 'Love in the Moonlight' completely changed my perspective thanks to Pearl and Peak. Honestly, I don't even know how to express my gratitude—it's like I want to say 'thank you' a million times for introducing me to something so different from the BL fans world I thought I knew. The promotional ads for the drama caught my attention and drew me in to watch more, starting with Pearl. Then, when Peak entered the scene with their unforgettable first encounter at the train station, I was hooked. That moment won me over completely, and I've been captivated by Pearl and Peak’s journey ever since.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... ในวันที่มองจันทร์ฉันคิดถึงศศิน-แสนแก้วและเพิร์ล-พีค สลักรักในแสงจันทร์ทำให้เราคิดถึงเจ้าแสนแก้วกับศศินทุกครั้งที่มองพระจันทร์ อยู่ๆก็กลายเป็นคนโรแมนติกขึ้นมา เพิร์ลพีคเล่นเป็นตัวละครทั้งสองได้ดีมากๆ ไม่ได้ดูละครไทยที่ทำให้ติดหนึบแบบนี้มานานแล้ว ได้แต่คิดว่าทำไมเพิ่งค้นพบนักแสดงดีๆอย่างสองคนนี้กันนะ แต่ต่อไปนี้ไม่ว่ากระต่ายบนดวงจันทร์จะเปิดหรือปิดหน้าต่างอีกกี่บาน หรือกี่รอบ เราจะติดตามผลงานของทั้งคู่ต่อไปแน่นอนLetter #4: This letter is titled... Whenever I find myself looking up at the moon at night, my thoughts drift to Sasin-Saenkaew and Pearl-Peak. Every time I gaze at the moon, I can’t help but think of Chao Saenkaew and Sasin from "Love in the Moonlight." It instantly brings on a wave of romance! Pearl Peak portrayed both roles beautifully. It's been ages since I found a Thai drama that captured my attention like this one has. I often wonder how I only recently discovered these two talented actors. No matter how many times that moon rabbit opens or closes its windows, I’m all in for following their future projects!จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... จุดเริ่มต้นจากพระจันทร์ สวัสดีเพิร์ลและพีค เป็นครั้งแรกที่ได้ลองเขียนอะไรแบบนี้ แต่อยากลองทำเพื่อสนับสนุนทุกกิจกรรมที่มีเพิร์ลและพีค สิ่งที่อยากบอกทั้งสองคน คือ ทั้งสองคนเป็นนักแสดงที่ดีมาก จงเชื่อมั่น และก็ขอขอบคุณนักแสดงและผู้ผลิตละคร สลักรักในแสงจันทร์ ที่ทำให้เราได้มารู้จัก ได้มาพบกับนักแสดงคุณภาพทั้งสอง ถึงแม้เราจะพึ่งได้รู้จักกันไม่นาน แต่เพิร์ลและพีคก็เป็น 1 ในความสุขในชีวิตของเราเลย จะคอยสนับสนุนต่อไปนะ เจอกันแฟนมีตไทยLetter #5: This letter is titled... It all began with the moon. This is my first attempt at writing something like this, and I wanted to reach out to show my support for everything you do. I just have to say how incredible you both are as actors—never stop believing in yourselves! I also want to express my gratitude to the cast and producers of "Salak Rak Nai Saeng Chan" (Love in the Moonlight) for uniting us with such talented individuals. Although we've only known one another for a brief moment, you both bring so much joy into my life. I’m here to cheer you on, and I can't wait to see you at the Thai fan meeting!เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVEเมื่อแสงจากดวงจันทร์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาต้อนรับ “เพิร์ล - พีค”กับค่ำคืนสุดหรรษา ที่อัดแน่นไปด้วยโมเมนต์พิเศษ และเซอร์ไพรส์ที่เปิดเผยเป็นครั้งแรกที่นี่ประกาศชื่อด้อมครั้งแรก !! ที่ EFM FANDOM LIVE เปิดตัวกลางรายการกันไปเลย สำหรับชื่อแฟนคลับ PeoPle ของ “เพิร์ล - พีค” โดยทั้งคู่ได้ให้ความหมายสุดลึกซึ้งไว้ว่า PeoPle คือ ‘ผู้คน’ ทุกคนคือคนของเรา มีจิตใจที่เชื่อมโยงถึงกัน สามารถส่งต่อความรักให้กันและกันได้ เป็นกลุ่มคนที่รักเรา และเราก็รักพวกเขาเช่นกัน ฟังแล้วอบอุ่นหัวใจสุด ๆ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็ขอแสดงความยินดีกับการถือกำเนิดของชาว PeoPle อย่างเป็นทางการด้วยนะแพลนเคาท์ดาวน์ปีใหม่ หลายคนอาจมีแพลนไปเที่ยวในวันสิ้นปีกัน แต่สำหรับพีคเอง เล่าว่า ตนไม่ได้มีแพลนในวันสุดท้ายของปีที่หวือหวาเหมือนคนอื่น เพราะตนเพียงอยากพักผ่อนอยู่ที่บ้านกับครอบครัวเพียงเท่านั้น อาจได้นอนข้ามปีไปเลย ส่วนเพิร์ลวางแพลนจะไปสวดมนต์ข้ามปีที่บ้านเช่นกัน ก่อนลุยงานในปีหน้าแบบเต็มที่อวยพรปีใหม่ให้กันและกัน เริ่มต้นที่พีคได้อวยพรไว้ว่า ขอให้ชีวิตอย่างมีสติและมีความสุข พร้อมฝากหนึ่งเรื่องสำคัญคือ เวลาเพิร์ลตั้งนาฬิกาปลุกในตอนเช้า รบกวนตื่นมาปิดด้วย ไม่ใช่ให้พีคเป็นคนตื่นมาปิด งานนี้เพิร์ลขอแก้ข่าวโดยเร็วว่า ตนเป็นคนที่ชอบตั้งนาฬิกาปลุกเผื่อเวลา หากตื่นในครั้งแรกเลยก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าไม่ตื่นยังมีรอบต่อ ๆ ไป สำรองไว้อยู่ และยอมรับแต่โดยดีว่าหากนอนคนเดียวก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ถ้านอนกับคนอื่นอาจจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ส่วนด้านเพิร์ลได้อวยพรไว้ว่า ขอให้พีคอาบน้ำไวขึ้นกว่านี้ พร้อมเผยว่าพีคใช้เวลาอาบน้ำเป็นชั่วโมงเลย แต่มีหรือที่เจ้าตัวจะยอมปล่อยผ่านง่าย ๆ โดยพีคเล่าว่าตนอยากใช้เวลากับการอาบน้ำอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น แต่ต้องยอมรับว่าหากในช่วงเวลาที่คับขันก็ต้องปรับตัวเช่นกัน ต้องมารอดูกันว่าปีใหม่ทั้งคู่จะสามารถปรับเปลี่ยนไปได้มากน้อยเพียงใดแชร์กิจกรรมยามว่างที่ชื่นชอบ ชาว PeoPle เตรียมจดไว้เป็นไอเดียกันได้เลย เพราะแต่ละคนก็มีสไตล์การใช้เวลาว่างที่ต่างกันสุด ๆ เริ่มต้นที่เพิร์ล เจ้าตัวเล่าว่า อยากชวนทุกคนออกกำลังกายยามว่างกันดู ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาอะไรก็ได้ หรือแค่ออกไปวิ่งเบา ๆ ก็ยังดี พร้อมฝากอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองมากขึ้นด้วย ส่วนด้านพีค อยากแนะนำให้ลองใช้เวลาว่างไปกับการเล่นดนตรี เพราะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ได้ฝึกสมาธิ และได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นสกิลที่ติดตัวด้วย ซึ่งเจ้าตัวเองก็เป็นคนที่เล่นดนตรีอยู่เป็นประจำเช่นกันเมื่อเริ่มกลายเป็นพี่ดาราเบอร์ใหญ่ ‘สลักรักในแสงจันทร์’ เป็นอีกหนึ่งผลงานคุณภาพ ทั้งด้านบท การแสดง และเพลงประกอบ จึงไม่แปลกที่หลายคนจะติดตาม โดยเพิร์ลได้เล่าโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์ว่า คุณป้าร้านก๋วยเตี๋ยวที่ตนไปทานเป็นประจำมาหลายปี ได้เอ่ยปากทักว่า ตนแสดงละครด้วยหรอ พร้อมบอกว่าติดตามผลงานอยู่ เนื่องด้วยเป็นร้านที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมานาน จึงไม่คิดว่าจะถูกทักจากผลงานเรื่องนี้ แต่ก็ประทับใจอย่างมาก ส่วนด้านพีค เผยว่า คุณแม่บ้านที่บ้านได้ชื่นชมการแสดงของตนว่า ดูโตขึ้นและพัฒนาขึ้นอย่างมาก ทั้งยังบอกอีกว่า เพื่อน ๆ ของเขาก็ติดตามเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจจากคนในบ้านจริง ๆหลังคำว่า ‘จบบริบูรณ์’ ศศินกับเจ้าแสนแก้วจะเป็นอย่างไรต่อไป แม้ละครจะเดินทางมาถึงตอนจบอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่เรื่องราวชีวิตของ ศศิน และ เจ้าแสนแก้ว ยังคงดำเนินต่อไป โดยทั้งคู่เผยว่าตอนจบของเรื่องยังถือเป็นช่วงคู่รักใหม่ปลามันอยู่ ส่วนหลังจากนี้ก็น่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่เติบโตขึ้น เป็นคู่รักที่อยู่เคียงข้างกันยาวนานมากขึ้น อาจมีทะเลาะกันบ้างตามประสาคู่รัก แต่ก็ถือเป็นสีสันของชีวิตคู่ พร้อมบอกว่าอาจจะมีลูกสักคน หรือไม่ก็ลูกหมาสักตัว และแซวส่งท้ายว่า หรือจะลองเลี้ยงแพะดูดีผลงานเรื่องต่อไป บทบาทใหม่ที่อยากรับเป็นพิเศษ หลังจากฝากผลงานการแสดงบทบาทดราม่าหนักในละครพีเรียดเรื่อง สลักรักในแสงจันทร์ ไปแล้ว ทั้งคู่เผยว่าผลงานเรื่องต่อไป อยากลองเปลี่ยนแนวมาเล่นคอมเมดี้หรือซิทคอมดูบ้าง ถือว่าได้ท้าทายตัวเองในมุมใหม่ ๆ ซึ่งทั้งคู่เองก็พอมีเซนส์ตลกอยู่บ้าง ทำเอาแฟน ๆ อดใจรอติดตามแทบไม่ไหว กับเคมีความตลกของทั้งคู่ ที่อาจได้เห็นผ่านผลงานใหม่ ๆ ในอนาคตสปอยเบา ๆ แต่หนักแน่น...กับ ‘Fanmeeting Together to the Moon’ แฟนมีตครั้งแรกในประเทศไทยทั้งที จะธรรมดาได้อย่างไร โดยทั้งคู่เผยว่าขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเตรียมโชว์ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ พร้อมการันตีว่าเป็นโชว์ที่ไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อนอย่างแน่นอน งานนี้เตรียมเซอร์ไพรส์ทั้งแฟนคลับและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของทั้งคู่ จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสด้วยตัวเอง และรอติดตามความพิเศษที่จะเกิดขึ้นในงานกันได้เลยนอกจากการพูดคุยสุดอบอุ่นแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “เพิร์ล - พีค” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘(จุด จุด จุด) ในแสงจันทร์’งานนี้จะฟินขั้นสุดหรือจะเรียกเสียงหัวเราะได้มากน้อยแค่ไหน ? ไปชมกันเลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “เพิร์ล - พีค” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ แบบ Exclusive ! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เพิร์ล - พีค” ที่มาสร้างสีสันให้ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ครั้งนี้เต็มไปด้วยความประทับใจ แม้พบกันเพียงครั้งเดียว แต่ยังคงตราตรึงในหัวใจตลอดไป เช่นเดียวกับซีรีส์ ‘สลักรักในแสงจันทร์ Love In The Moonlight’ ที่ทุกคนยังสามารถรับชมย้อนหลังกันได้ทางแอปพลิเคชัน OneD และขอฝาก PearlPeak First Fanmeeting Togather to the Moon ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 มกราคม 2568 ณ Phenix Grand Ballroom เตรียมกดบัตรพร้อมกันในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคมนี้ ! และอย่าลืมติดตามผลงานอื่น ๆ ของทั้งคู่กันด้วยนะคะสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

“พูห์ – พาเวล” บุก EFM FANDOM LIVE พร้อมทายภารกิจลับ ! สอบปากคำรัก เสิร์ฟโมเมนต์หวานเกินร้อย แถมสปอยซีรีส์ ‘สิงสาลาตาย’ ไปพร้อมกัน

17 ธ.ค. 2025

“พูห์ – พาเวล” บุก EFM FANDOM LIVE พร้อมทายภารกิจลับ ! สอบปากคำรัก เสิร์ฟโมเมนต์หวานเกินร้อย แถมสปอยซีรีส์ ‘สิงสาลาตาย’ ไปพร้อมกัน

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 4 ธันวาคม 2568 ] คืนนี้เตรียมสอบปากคำผู้ต้องสงสัยเจ้าเสน่ห์ “พูห์ - พาเวล” ไปกับ 2 ดีเจคู่หู “ดีเจเคเบิ้ล” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... จดหมายรักฉบับแรกถึงพูห์พาเวล สวัสดีพูห์พาเวล :) นี่คือจดหมายฉบับแรกที่เราเขียนให้เธอหลังจากก้าวเข้ามาเป็นแฟนคลับอย่างเต็มตัว การได้ค้นพบเธอ ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องพิเศษในปลายปีนี้เลย ขอบคุณที่เป็นของขวัญให้กันในปีนี้ ดีใจที่ได้รู้จักนะ ภูมิใจในตัวพูห์พาเวลมาก ๆ ผลงานการแสดงของเธอทำให้เราโคจรมาเจอกัน เพราะฉะนั้น! ภูมิใจในผลงานการแสดงของตัวเองเยอะ ๆ นะ สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า ถึงจะเจอกันช้า แต่ก็ได้เจอกันละนะ ด้วยรัก 3Letter #1: This letter is titled... The very first love letter to Pooh Pavel Hey Pooh Pavel! This is my very first letter to you since I officially became fans, and I just had to reach out. Finding you at the end of the year has truly been a wonderful surprise. I'm so grateful for the joy you’ve brought me this year—it was a pleasure getting to know you. I'm really proud of you and everything you’ve accomplished in your acting career; it’s what brought us all together! So hold your head high and take pride in your work. Even though my paths crossed later than I’d hoped Sending lots of love your way.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... ดอกไม้บานเพียงครู่เดียว แต่ความรักอยู่ตลอดไป ตามชื่อจดหมายเลย ครั้งแรกที่ได้เห็นตัวจริงของทั้งคู่และได้เห็นถึงความตั้งใจทำงานที่พยายามจะตอบแทนแฟนคลับอยู่ตลอด มันจุดประกายให้แฟนคลับตัวเล็กๆอย่างหนูมากเลย ขอบคุณที่เข้ามาเป็นพลังจากคนที่ไม่เคยไปไหนคนเดียว พูห์พาเวลทำให้หนูออกจากเซฟโซน ไปได้หมด ขอแค่มีความรักของเขาทั้ง 2 คนรออยู่ตรงหน้าก็ไม่กลัวอะไรอีกเลย มั่นใจเลยว่าดอกไม้บานเพียงครู่เดียว แต่ความรักคงอยู่ตลอดไป รักมากๆ ขอให้ถูกค้นพบรายล้อมไปด้วยความรักนะคะ”Letter #2: This letter is titled... Flowers may only last a brief time, but the love we share is eternal. The title of this letter perfectly captures my feelings. The first time I truly saw the couple and witnessed their unwavering commitment to giving back to their fans, it ignited a passion in me as a devoted supporter. I can't thank you enough for being a pillar of strength, especially for someone like me who has often felt alone. Pooh and Pavel have inspired me to step out of my comfort zone and embrace new experiences. With the love of these two guiding me, I'm no longer afraid of what lies ahead. While flowers may only bloom for a brief moment, the love they share is eternal. I adore you both so much. May you always be surrounded by love and happiness.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... แสงไฟนำทางที่เจอโดยบังเอิญ ขอบคุณพูห์พาเวลที่เข้ามาในชีวิตเรา ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เราได้มาเจอทั้งคู่ เป็นการกลับมาตามศิลปินไทยในรอบหลายปีเลยแหละ ชีวิตนี้ติ่งมา 6 ปี พูห์พาเวลเป็นคู่แรกที่ทำให้เราได้เจอตัวจริง เพราะเราอยู่ต่างจังหวัด การจะได้เจอศิลปินแต่ละรอบมันยากมากๆสำหรับเรา และตอนนี้เราก็กำลังเรียนอยู่ การเรียนเราดีขึ้นเพราะทั้งคู่เลย ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เราได้รู้จักพวกแกนะ รักมากๆ หันหลังมาเมื่อไหร่ก็จะเจอกันตลอดLetter #3: This letter is titled... An unexpected beacon of hope I can’t thank you both enough for coming into my life. It feels like fate brought us together. After stepping away from Thai artists for a while, I've found my passion again, and it’s largely because of you. I've been a fan for six years, but finally meeting you in person was an unforgettable moment, especially since I live in the provinces where connecting with artists isn’t easy. Your presence has truly impacted my life, especially as I focus on my studies, which have improved greatly thanks to your inspiration. Thank you for being such an important part of my journey. I adore you both and will always cherish the memories of meeting you.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... จดหมายจากหัวใจคุณผู้ชม ขอขอบคุณสำหรับผลงานซีรีส์สิงสาลาตาย ที่ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสความลึกลับ ความระทึก การแสดงของคุณทั้งสองเต็มไปด้วยความตั้งใจและความจริงใจ ทุกสายตา ทุกคำพูด ทุกอารมณ์ ทั้งความหวาดหวั่นและความอบอุ่น ทำให้เรื่องราวมีชีวิตและตราตรึงในใจผู้ชมอย่างแท้จริง พูห์ การถ่ายทอดอารมณ์ของพูห์ทำให้ผู้ชมสัมผัสความหวาดกลัว พาเวล การแสดงของคุณก็ชวนให้รู้สึกถึงความจริงใจ ความรับผิดชอบในหน้าที่ จะติดตามและเฝ้าดูผลงานต่อไปนะคะLetter #4: This letter is titled... Messages straight from the audience's heart Thank you for the captivating series filled with mystery and suspense. Your intentional and sincere performances bring the story to life, making the audience truly feel the emotions—fear and warmth alike. Pooh, your portrayal really evokes fear, while Pavel, your sincerity shines through. I look forward to seeing more of your work!จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... ถึงคุณคนที่เป็นรอยยิ้มของฉันในวันที่มีฝนตกในใจ ขอบคุณพูห์พาเวลมากๆ ที่ทำให้ได้มารู้จัก ดีใจที่เป็นแฟนคลับของพวกเธอทั้งสองคนนะ พวกเธอทำให้วันที่แย่ๆ ของเราสดใสขึ้นมาก เราพึ่งมาโดนตกแบบจริงๆ ก็ตอนพิษเบ๊บ 2 ไม่ได้คิดเลยว่าเราจะชอบเรื่องนี้ได้มากขนาดนี้ การแสดงของพูห์พาเวลพัฒนาขึ้นมากทำให้เราอินกับตัวละครสุดๆ อยากบอกเสมอนะว่าพวกเธอทั้งสองคนทำได้ดีมากๆ แล้วในฐานะนักแสดง ในอนาคตก็จะดีมากๆ ยิ่งขึ้นไปอีกและก็จะมีคนรักพวกเธอเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเลยนะLetter #5: This letter is titled... My dear, you are the sunshine that brightens my heart even on the cloudiest of days. Thank you for introducing me to them! I'm thrilled to be a fan. You both truly brighten my bad days. I really fell for you in PitBabe 2; I didn't expect to love it so much! Your acting has improved immensely, and it really made me connect with your characters. You both did a fantastic job, and I know your future as actors is bright—more and more people will adore you!เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ “พูห์ - พาเวล”มาร่วมไขปริศนาหัวใจ และของขวัญแทนใจให้กัน พร้อม Energy แบบเต็มเปี่ยมเป้าหมายในปีนี้ที่ทำสำเร็จดั่งใจหวัง ! เดินทางมาถึงเดือนสุดท้ายของปี 2568 แล้ว ใครที่เคยตั้งเป้าหมายไว้ ลองมองย้อนกลับไปดูว่าเราทำสำเร็จไปกี่ข้อแล้ว สำหรับพูห์พาเวลก็มีหลายอย่างที่กำลังดำเนินไปได้ด้วยดีเช่นกัน โดยพาเวล เล่าว่า เรื่องการจัดการชีวิตในทุกพาร์ท ไม่ว่าจะด้านนักแสดงและธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น แถมยังแอบสปอยด้วยว่าอีกไม่นานทุกคนจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ แน่นอน ด้านพูห์เองก็ไม่แพ้กัน เจ้าตัวเผยว่า แบรนด์เสื้อผ้าของตนกำลังจะกลับมาอีกครั้งเช่นกัน ส่วนเรื่องเรียน เจ้าตัวยอมรับตรง ๆ เลยว่ากำลังประสบภัยอยู่ เพราะตอนนี้ตนอยู่ปี 4 ปีสุดท้ายแล้ว งานก็กำลังแน่น ยังไงก็เอาใจช่วยพูห์ให้ผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นด้วยนะเป้าหมายในปีหน้าของพูห์ - พาเวล เป้าหมายสำคัญของ พูห์ ในปีหน้าคือ อยากเรียนจบพร้อมเพื่อนให้ได้ ส่วนอีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าตัวอยากลองทำก็คือ การทำผลงานในด้านศิลปิน ที่ไม่แน่ว่าในปีหน้า เราอาจได้เห็นผลงานใหม่ ๆ จากพูห์กันก็เป็นได้ ด้านของ พาเวล อยากลองรับบทบาทใหม่ ๆ มากขึ้น อีกทั้งตนเองก็มีความสนใจในผลงานด้านศิลปินเช่นกัน พร้อมกับอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือ อยากพาพ่อเลี้ยงกลับมาอยู่ไทยกับแม่ เป็นความน่ารักและอบอุ่นที่ทำหลายคนยิ้มตามเลยทีเดียวของขวัญปีใหม่แทนใจของกันและกัน ของขวัญปีใหม่ทั้งที จะให้ธรรมดาได้อย่างไร ! เริ่มต้นที่พูห์ขอจัดใหญ่ มอบโรงงานเสื้อผ้าที่ไทย พร้อมเครื่องจักรและอุปกรณ์แบบครบครัน ซึ่งตั้งอยู่ที่บางแสน พาเวลจะได้ไม่ต้องบินไปดูโรงงานเสื้อผ้าที่ต่างประเทศแล้ว ส่วนด้านพาเวลก็ไม่ยอมแพ้ ขอสร้างมหาวิทยาลัยให้ไว้ที่บ้าน ตื่นมาก็เข้าเรียนได้เลย แถมมีคณะปาร์ตี้เปิดเฉพาะตอนกลางคืนให้ด้วย เรียกว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ สำหรับคู่หูพลังล้นคู่นี้ความประทับใจใน ‘สิงสาลาตาย ชวนไขคดี EP.5’ เนื่องจากอีพีนี้มีความพิเศษคือมีงานชมซีรีส์พร้อมกันกับแฟนคลับ ซึ่งมีหลายโมเมนต์ที่ตื่นเต้นและประทับใจมาก ๆ อาทิเช่น การร้องเพลงใหม่ ‘ผู้ต้องสงสัย’ ให้ทุกคนได้ฟังกันสด ๆ คร้งแรกก่อนใคร ซึ่งไม่ใช่แค่แฟน ๆ ที่เขินจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้เท่านั้น… แต่สารวัตรสิงหาของเราก็หน้าแดงไปตาม ๆ กันสถานที่กางเต้นท์ที่อยากใช้เวลาไปด้วยกัน เมื่อถามถึงสถานที่ที่อยากไปกางเต็นท์ด้วยกัน พูห์ก็ตอบทันทีว่าอยากไปที่ ‘ภูสอยดาว’ เพราะยังไม่เคยมีโอกาสได้ไปมาก่อน เห็นเพื่อนไปแล้วดูสนุกดี บรรยากาศก็น่าไปสุด ๆ ด้าน พาเวล เผยว่า เจ้าตัวอยากบินลัดฟ้าไปที่ ‘Christchurch ประเทศนิวซีแลนด์’ เมืองที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ แม่น้ำ และอากาศดีจนเหมาะกับการพักผ่อนแบบเต็มหัวใจสปอยกันต่อกับอีพี 6 สุดเข้มข้น ! เดินทางมาถึงอีพี 6 กันแล้ว งานนี้ทั้งคู่ขอสปอยไว้เพียงว่ามีครบทุกรสชาติ อีพี 5 ว่าหวานแล้ว แต่อีพีต่อไปหวานเกินร้อย น่ากลัวเกินล้านแน่นอน เรียกได้ว่าทวีคูณความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ เตรียมลุ้น เตรียมกรี๊ด และเตรียมหายใจไม่ทั่วท้องได้เลย !นอกจากการพูดคุยสุดฟินแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “พูห์ - พาเวล” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘สอบปากคำ ผู้ต้องสงสัย’งานนี้ผู้ต้องสงสัยจะรอดจากเจ้าหน้าที่มากเสน่ห์ไปได้หรือไม่ ? ไปชมกันเลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “พูห์ - พาเวล” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ แบบ Exclusive ! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “พูห์ - พาเวล” ที่มาสร้างสีสันให้ค่ำคืนนี้อบอวลไปด้วยความสุขและความสดใส พร้อมเสิร์ฟโมเมนต์สุดฟินให้แฟน ๆ แบบเต็มอิ่ม แล้วมาร่วมคลี่คลายปริศนา ค้นหาผู้ต้องสงสัยไปด้วยกันในซีรีส์ ‘สิงสาลาตาย Goddess Bless You From Death’ สามารถรับชมได้ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE31 และรับชมย้อนหลังเวอร์ชั่น UNCUT เวลา 23.15 น. ได้ที่ iQIYI และอย่าลืมติดตามผลงานอื่น ๆ ของทั้งคู่กันด้วยนะครับสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ค่ำคืนแห่งความทรงจำ! “QRRA” มาเผยทุกโมเมนต์ตลอดเส้นทางการเติบโต และซิงเกิลส่งท้าย ‘Midnight Text’ พร้อมของขวัญสุดพิเศษถึง PEONY แบบ Exclusive

02 ธ.ค. 2025

ค่ำคืนแห่งความทรงจำ! “QRRA” มาเผยทุกโมเมนต์ตลอดเส้นทางการเติบโต และซิงเกิลส่งท้าย ‘Midnight Text’ พร้อมของขวัญสุดพิเศษถึง PEONY แบบ Exclusive

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 27 พฤศจิกายน 2568 ] เปิดสตูต้อนรับ 5 สาว “QRRA” ที่จะมาร่วมสร้างความทรงจำสุดอบอุ่น และสดใสตลอดค่ำคืนนี้ ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... จดหมายแห่งความทรงจำ ถึงแม้เส้นทางของพวกคุณจะหยุดลงตรงนี้ แต่ความรู้สึกดีๆที่พวกคุณเคยมอบให้มันยังอยู่ครบทุกอย่าง ไม่มีอะไรหายไปเลยสักนิด เพลงที่เคยฟัง เวทีที่เคยดู รอยยิ้มที่เคยทำให้เรามีกำลังใจ ทั้งหมดกลายเป็นความทรงจำที่อบอุ่นที่สุดในใจเรา ขอบคุณที่พยายามอย่างงดงามมาตลอด ขอบคุณที่ทุ่มเทหัวใจให้แฟน ๆ ได้เห็นความฝันของพวกคุณเป็นจริง ถึงวันนี้จะเป็นวันแห่งการลาจาก แต่ไม่ได้เป็นจุดจบของความหมายที่พวกคุณสร้างไว้Letter #1: This letter is titled... Letters of Memory While your journey may have reached a pause here, the joy you've brought me remains. Everything you've shared is still very much alive. The songs you played, the performances we witnessed together, the smiles that lifted our spirits—they have all become cherished memories we hold dear. I’m grateful for your unwavering effort and for the way you've opened your heart to us, letting us share in the realization of your dreams. Although today marks a farewell, it certainly doesn’t diminish the significance of what you've created. Thank you for everything.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... My Miracle ความสวยงามในช่วงชีวิตหนึ่ง ขอบคุณน้องๆทั้ง 5 คนที่ทำให้พี่ได้ค้นพบความสวยงามของโลกใบนี้ ทุกครั้งที่ฟังเพลง หรือไปเจอน้องๆ QRRA ใจมันเต้นรัวตลอด อยากบอกว่าน้องๆ ถ่ายทอดความรู้สึก passion ของการเป็นไอดอล T-pop ที่แท้จริงมากๆ ช่วยฮีลใจคนที่กำลังเหนื่อยกับชีวิตได้จริงๆ พี่จะเก็บ QRRA ไว้เป็นความทรงจำที่สวยงามในช่วงชีวิตหนึ่งของพี่ รักและซัพพอร์ตต่อไปในทุกๆเส้นทางของน้องๆ ขอให้การเดินทางต่อไปสวยงามขึ้นเรื่อยๆ รัก รักมาก”Letter #2: This letter is titled... My Miracle The beauty of a lifetime Thank you to the five incredible young individuals who opened my eyes to the wonders of this world. Every time I hear one of your songs or get a chance to be around the QRRA crew, my heart races with excitement. You all truly embody the genuine passion of a T-pop idol, and your energy has a remarkable ability to uplift those of us who are feeling weary. I’ll always cherish the memories I've made with QRRA, and I will continue to support you no matter where your journey takes you. May the road ahead be filled with even more beauty and joy. Sending you all my love!จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... The ending and also the beginning ดีใจที่ได้มาเป็นตั๋นๆของ QRRA จะไม่ลืมช่วงเวลาที่ได้ติดตาม ฟ้อนด์ นิว นิกี้ ป๊อปเป้อ ปาเอญ่า QRRA เลย ขอบคุณที่ช่วงเวลาหนึ่งได้มาสร้างความทรงจำที่เต็มไปด้วยความสุขให้กับ Peony นะ :—) ถึงนี่จะเป็นเส้นชัยของ QRRA แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเส้นทางใหม่เช่นกัน จะคอยเป็นกำลังใจให้ทั้ง 5 คนต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ขอให้มีความรักอยู่รอบตัวเสมอเลย~ Once QRRA, always QRRA Once Peony, always PeonyLetter #3: This letter is titled... The ending and also the beginning I couldn't be more thrilled to be a fan of QRRA. I'll always cherish the memories of following Fond, New, NiKY, Popper, and Paeyah. Thank you for bringing so much joy to Peony :—) While this may be the end of this chapter for QRRA, it also marks the start of an exciting new journey. I’ll be here cheering for all five of you, no matter where life takes you. May you always be surrounded by love~ Once QRRA, always QRRA. Once Peony, always Peony.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... ในวันนึงที่เคยมาถึง มาถึง และกำลังจะมาถึง ในวันหนึ่งที่เคยมาถึง เราได้รู้ถึงการมีอยู่ของผู้หญิงที่มีความฝัน 5 คน ฟ้อนด์ ชัญญ่า นิกี้ ป๊อปเป้อ ปาเอญ่า "QRRA" เราผ่านวันเปิดตัว มีเพลงที่ปล่อยมาที่ใครก็ต่างยกให้เป็นเพลงโปรด เราฉลองเทศกาลต่างๆด้วยกัน ถึงในที่สุดแล้วงานเลี้ยงจะต้องมีวันเลิกลา แต่ในวันข้างหน้าที่กำลังจะมาถึง ทุกเส้นทางของ QRRA จะยังมีเพื่อนที่ชื่อว่า PEONY อยู่เสมอ ขอบคุณนะ จากนี้ก็ขอให้ทั้ง 5 คนก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจเลยนะ ด้วยรัก...Letter #4: This letter is titled... On a day that is both here and yet to come Today marks a special moment as we celebrate five incredible women with dreams: Fond, Chanya, NiKY, Popper, and Paeyah, alongside our beloved QRRA. We've come a long way since our launch day, sharing songs that have become favorites and creating unforgettable memories at festivals together. While every celebration must come to a close, we can look ahead with excitement, knowing that PEONY will always be by QRRA's side. Thank you for being part of this journey. Here's to all five of us moving forward with confidence and love.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... last letter to my queen ดีใจที่ได้เห็นพวกพี่ทุกคนเติบโตขึ้นจากวันแรกมาก ๆ เห็นมาตั้งแต่เป็น BNK48 จนวันนี้มีนามสกุลต่อท้ายใหม่กันแล้วหนิ ดีใจมากที่ได้เจอ QRRA ดีใจที่ได้มารู้จักกัน ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกไหม แต่ไว้สักวันเราก็จะได้เจอกันใหม่ ขอบคุณพวกพี่ที่เป็นส่วนนึงในการเติบโตของ Peony มาตลอดเส้นทาง ยืนยันได้เลยว่ารักพวกพี่ Peony ไม่เคยเสียใจเลยนะ มีแต่ภูมิใจในตัวพวกพี่ขึ้นทุกวัน hope you enjoy my life 4ever nakaLetter #5: This letter is titled... last letter to my queen I'm really happy to see how much you've all grown since day one. Watching you evolve from BNK48 until now, with all the new names, has been amazing. Meeting QRRA has been a wonderful experience for me, and I'm grateful to have gotten to know each of you. While I’m not sure if our paths will cross again, I believe they will someday. Thank you for being a part of Peony's journey. I want you all to know that I truly love each of you. I've never felt sad; instead, I find myself prouder of you every single day. I hope you continue to enjoy every moment of life forever, naka.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ “QRRA” มาร่วมเปิดกล่องความทรงจำอันล้ำค่าในค่ำคืนนี้พร้อมโมเมนต์ความประทับใจตลอดเส้นทางที่ได้เดินร่วมกัน ‘เพราะการจากลา ไม่จำเป็นต้องเศร้าเสมอไป’การเติบโตของ “QRRA” หากพูดถึงศิลปินหญิง T-POP จะต้องมีชื่อวง QRRA อย่างแน่นอน ซึ่งถือว่าเป็นวงที่อยู่เคียงข้างกับแฟน ๆ มาตลอดหลายปี ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ อะไรหลายอย่างได้พัฒนาและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ความสวยที่เพิ่มขึ้น แต่ประสบการณ์การทำงานของพวกเธอก็เติบโตไปพร้อมกัน เพราะในทุกซิงเกิลสมาชิก QRRA จะมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ทำให้เจอคนทำงานใหม่ ๆ และเพิ่มประสบการณ์การทำงานของพวกเธอมากขึ้นด้วยมากกว่าการจากลา คือ ‘ความเข้าใจ’ ท่ามกลางความใจหายของแฟน ๆ หลังประกาศสิ้นสุดสัญญาและยุติบทบาทในนามวง QRRA ซึ่งพวกเธอก็ยืนยันว่า การตัดสินใจครั้งนี้ ผ่านการพูดคุยกันมาอย่างยาวนาน พวกเธอได้ผ่านช่วงเวลาที่เศร้าและหนักใจร่วมกันมาแล้ว จนวันนี้ทุกอย่างกลายเป็น ‘ความเข้าใจ’ มากกว่าความเสียใจซิงเกิลส่งท้าย ‘MIDNIGHT TEXT’ หากใช้คำว่าซิงเกิลส่งท้ายในนามวง หลายคนคงคิดว่าต้องเป็นเพลงเศร้าอย่างแน่นอน แต่พวกเธอกลับไม่ได้คิดแบบนั้น ทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่อยากให้ทุกคนติดภาพจำเพลงสุดท้ายต้องเศร้าและร้องไห้ แต่อยากให้เป็นผลงานเพลงที่ทุกคนฟังได้ และยังคงกลิ่นอายความเป็น QRRA ไว้อย่างชัดเจน อีกทั้งผลงานเพลงนี้ยังได้โปรดิวเซอร์มือทองอย่าง B-rock ที่เคยร่วมงานกับพวกเธอมาแล้ว ทำให้ซิงเกิลนี้ยิ่งพิเศษมากขึ้นในฐานะของขวัญชิ้นสุดท้ายของการเดินทางความท้าทายของ ‘MIDNIGHT TEXT’ ถึงจะเป็นการกลับมาร่วมงานกันของโปรดิวเซอร์ B-rock อีกครั้ง แต่ไม่ได้ทำให้ซิงเกิลนี้ง่ายอย่างคิด กลายเป็นเพลงที่ท้าทายที่สุดของ QRRA เพราะต้องผ่านการปรับเปลี่ยนหลายรอบ ทั้งในเวอร์ชันเพลงเร็วและเพลงช้า แต่พอตกลงกันได้ว่าจะเป็นเพลงนี้ก็ราบรื่นขึ้น อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือ การร้องที่ต้องใช้เสียงสูงมาก โดย ป๊อปเป้อ ได้เล่าถึงโมเมนต์ขำ ๆ ในการเพอร์ฟอร์มครั้งแรกว่า ลืมไปว่าต้องร้องท่อนไฮโน้ต มัวแต่แสดงสีหน้าระหว่างโชว์ จึงกลายเป็นเรื่องราวสุดท้าทายอีกเรื่องที่ต้องตั้งใจมากขึ้นในการแสดงครั้งต่อ ๆ ไปล้านเหตุการณ์ที่ต้องพบเจอใน Music Video แม้เพลงจะชื่อ Midnight Text แต่ตอนที่ถ่ายทำ ต้องเรียกว่า After Midnight เลยทีเดียว เนื่องจากเริ่มถ่ายตั้งแต่ช่วงเย็นและยาวไปจนดึก อีกหนึ่งสีสันก็คือเสื้อผ้าหน้าผมสุดเก๋ที่มาในธีม Princess on Bed แต่เป็นชุดนอนธรรมดา ๆ ก็คงไม่ได้ เพราะชุดนอนที่พวกเธอต้องการ คือ ชุดนอนที่สามารถเต้นได้ !นิยามของความสัมพันธ์แบบ Gen Z โดย ปาเอญ่า เป็นตัวแทนของเพื่อนๆในวง ได้เล่าว่า เจ้าตัวรู้สึกว่าความสัมพันธ์แบบนี้ มักจะเป็นความสัมพันธ์ที่หลายคนพบเจอ เป็นการคุยกันทุกคืน รู้สึกดีนะ แต่ก็ไม่ได้อยากให้สถานะเขา งานนี้ถึงกับโดนแซวกลับว่า โธ่ พวกต้าวเจ้าชู้MIDNIGHT TEXT คนละหนึ่งประโยคให้ PEONY เริ่มต้นที่ ฟ้อนด์ ขอส่งเป็นอิโมจิคารวะ แทนการขอบคุณที่สู้เคียงข้าง QRRA มาโดยตลอด ขอบคุณที่อดทนพร้อมกับพวกเธอไปในทุกสถานการณ์ ‘ขอกราบขอบคุณจริง ๆ ค่ะ’ ต่อมาที่ ชัญญ่า ขอส่งเป็นอิโมจิกระรอกไป ซึ่งสื่อถึงเจ้าตัวอยู่แล้ว พร้อมข้อความว่า ‘รักนะคะ ขอบคุณที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย อยากให้ดูการเติบโตของแต่ละคน และเดินไปด้วยกันไปเรื่อย ๆ นะคะ’ ต่อมาที่ นิกี้ ขอส่งเป็นข้อความไปว่า ‘อย่าทำงานหนักนะคะ นอนด้วยนะ ตอนนี้ถึงเวลานอนแล้ว’ พร้อมอิโมจิ z z z ต่อด้วย ปาเอญ่า จะส่งข้อความไปว่า ‘เรามีกันอยู่แค่นี้’ เนื่องจากเราจะพูดกันอยู่เสมอว่า เรามีกันอยู่แค่นี้ ทั้ง QRRA พี่ ๆ ทีมงาน รวมถึง PEONY อยากขอบคุณที่อยู่กันแค่นี้แบบน่ารัก ๆ ปิดท้ายด้วย ป๊อปเป้อ ข้อความที่อยากส่งให้ก็คือ ‘บัตร Fan Meet ยังสามารถซื้อได้อยู่นะคะทุกคน’ และจะต้องแจ้งเตือนทุกวัน อยากให้มาเจอกันเยอะ ๆ พร้อมอิโมจิหัวใจสีขาว และรูปดาวสปอยของขวัญชิ้นสุดท้ายกับงาน Fan Meeting QRRA ‘THE CROWNING STEP’ สิ่งที่จะเจออย่างแน่นอนในงานนี้ก็คือ QRRA แบบครบทุกคน แต่ไม่ใช่เพียงเท่านั้น เพราะยังมีการเล่นเกมกับแฟนคลับแบบจัดเต็ม รวมถึงโชว์เพลงของวงทั้ง 6 เพลง ที่มีหลุดพยักหน้าเป็นสัญญาณของการยืนยันมาแล้วว่ามีให้ได้ชมกันแน่นอน พร้อมบอกว่าอาจจะมีอะไรมากกว่านั้น ดังนั้น ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด เซอร์ไพร์สรออยู่เพียบ !เส้นทางของแต่ละคนนับจากหลังจากนี้ เริ่มที่ ฟ้อนด์ กับบทบาทนักแสดงแบบเต็มตัวในฐานะนักแสดงของบ้าน GMMTV กับผลงานการแสดงเรื่องแรกอย่าง Wish upon a star คืนนั้นฉันมองเห็นดาวด้วยตาเปล่า ซึ่งได้ปล่อย Pilot ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อด้วย ป๊อปเป้อ ที่ตอนนี้ได้ขึ้นแท่นเป็นผู้จัดการวง BNK48 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในอนาคตก็หวังว่าจะมีผลงานเพลงออกมาให้ทุกคนได้ติดตาม พร้อมฝากติดตามน้อง ๆ BNK48 ไว้ด้วย สมกับตำแหน่งผู้จัดการวงจริง ๆ ส่วน ปาเอญ่า เผยยังไม่มีอัปเดตใด ๆ เพิ่มเติม สามารถจีบได้อยู่ เจ้าตัวสนใจทั้งด้านการแสดงและศิลปินด้วย อยู่ในช่วงการตัดสินใจ ด้าน นิกี้ เผยว่า เพิ่งประกาศเข้าสังกัดนึงไปเช่นกัน และกำลังจะมีผลงานซีรีส์ที่จะออนแอร์ต้นปีหน้าด้วย ปิดจบด้วย ชัญญ่า ที่ตอนนี้มีผลงานการแสดงที่กำลังออนแอร์อยู่เรื่องเจนจะเป็นดาวสินกำ Like A Palette Seriesก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของ EFM FANDOM LIVE ในค่ำคืนนี้ทางรายการขอส่งมอบของขวัญชิ้นพิเศษจาก “QRRA”ด้วยคำถามสุดเซอร์ไพร์ส กับช่วง ‘Bonus Time: จากใจ QRRA ถึง PEONY’ถ้าต้องฝากหนึ่งข้อถึง PEONY จะให้โฟกัสเรื่องไหนเป็นพิเศษเกี่ยวกับสุขภาพ ? ปาเอญ่า : อยากให้ระวังเรื่องการรับประทานอาหาร รู้สึกว่าช่วงนี้คนทานอาหารแปรรูปเยอะมาก ๆ เพราะมันอันตรายต่อระยะยาว จึงอยากให้ทุกคนระมัดระวังในการทานมากขึ้น ป๊อปเป้อ : อยากให้ทุกคนออกกำลังกาย อาจจะยังไม่ต้องหนักมาก เริ่มต้นด้วยการขยับตัวจากการนั่งทำงานบ้าง จะเป็นผลดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ฟ้อนด์ : อยากชวนทุกคนดื่มน้ำให้มากขึ้น เพราะเป็นสิ่งดีต่อสุขภาพ แม้ตัวฟ้อนด์เองจะเป็นคนที่ดื่มน้ำน้อย แต่อยากทุกคนมาเริ่มต้นดื่มน้ำเยอะ ๆ ไปด้วยกัน ชัญญ่า : อยากให้ทุกคนหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ แต่หากช่วงไหนงานยุ่งจนไม่มีเวลา ก็อยากให้ลองเสริมด้วยวิตามิน เพื่อเป็นตัวช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ นิกี้ : อยากให้ทุกคนใส่ใจเรื่องการตรวจสุขภาพประจำปี เพราะการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันความเสี่ยง และดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นให้ QRRA ให้กำลังใจรายวันให้กับ PEONY ที่เรียน/ทำงาน มาเหนื่อย ๆ ปาเอญ่า : PEONY วันนี้เป็นยังไงกันบ้าง ปาเอญ่าขอให้เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยนะ ทั้งการเรียนและก็การทำงาน จะเป็นผลดีในอนาคตแน่นอน ขอให้เชื่อมั่นในตัวเองและก้าวต่อไปอย่างมั่นใจนะ ป๊อปเป้อ : วันนี้เหนื่อยใช่ไหม ป๊อปเป้อขอให้กำลังใจทุกคนเลยนะ เชื่อว่าทุกอย่างที่ PEONY เจออยู่จะผ่านไปได้แน่นอน เพราะว่าทุกคนเก่งอยู่แล้ว ฟ้อนด์ : อยากส่งกำลังใจให้ PEONY ทุกคน ถ้าวันไหนรู้สึกท้อหรือเหนื่อยใจ ลองเปิดคลิปของพวกเรา QRRA ทั้ง 5 คนดูได้ ไม่ว่าเรื่องไหนที่เกิดขึ้นทุกอย่างย่อมมีทางออก และยังไงก็ต้องมีวันที่เรายิ้มได้อีกครั้งแน่นอน ชัญญ่า : ขอเป็นกำลังใจให้กับ PEONY ทุกคน ขอให้สู้ไปด้วยกันกับทุกสิ่งที่เจออยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัจจุบันหรืออนาคต นิวเชื่อว่า PEONY ทุกคนแข็งแกร่งและผ่านมันไปได้แน่นอน นิกี้ : ไม่ว่าจะเรียนหรือทำอย่างอยู่ นิกี้อยากให้ทุกคนสู้ ๆ ถึงแม้ว่าวันนี้จะเจอเรื่องอะไรมา ขอให้รู้ไว้เสมอว่ายังมี QRRA ที่คอยเป็นเป็นพลังบวกและอยู่เคียงข้างเสมออยากให้ QRRA ร้องเพลงอีก 5 ซิงเกิลที่เหลือให้แฟน ๆ ฟัง ป๊อปเป้อ : ซิงเกิลแรก ‘Baby you are miracle เธอทำฉันเขิน เธอรู้ตัวบ้างไหม เหมือนใจมันระเบิดตอนใกล้เธอ…’ (Miracle) ชัญญ่า : ซิงเกิลที่ 2 ‘Happy happy we day Everyday เกิดได้ทุกวันใช่ไหม Yeah Yeah Yeah…’ (Happy We Day) ปาเอญ่า : ซิงเกิลที่ 3 ‘ถ้าเธอไม่ง้อจะพอแล้วนะ ถ้าเธอไม่แคร์ต้องพอแล้วปะ เพราะคนที่คิดคงมีแค่ฉัน เธอคงจะไม่รู้สึกอะไร…’ (ไม่ง้อจะพอแล้วนะ) นิกี้ : ซิงเกิลที่ 4 ‘After Flirt Bomb, Bomb, Bomb,Bomb Ah Ha! Please keep your attention… (After Flirt) ฟ้อนด์ : ซิงเกิลสุดท้าย ‘3 2 1 surprise sweet cake I made it for you Uwa uwa ah ah uwa uwa ก็เตรียมเอาไว้ให้เธอมาลอง taste…’ (Cake Roulette)ให้ QRRA เขียนความรู้สึกถึง QRRA พร้อมอ่านความรู้สึกที่เขียนให้ฟัง ฟ้อนด์ : ถึง นิกี้ ‘เราจะจดจำเวลาที่นิกี้ได้ยิ้มอย่างมีความสุขตลอดไปนะ’ หลายคนอาจคุ้นตาลุคนิกี้ที่ดูเท่ ๆ แต่สำหรับฟ้อนด์พอนึกถึงนิกี้เมื่อไหร่ จะเห็นเป็นรอยยิ้มก่อนเสมอ รอยยิ้มที่ดูมีความสุข สวย และมีเสน่ห์มาก ๆ นิกี้ : ถึง ปาเอญ่า ‘เราจะจดจำเวอร์ชั่นที่มีความสุขของปาเอญ่าตลอดไปนะ’ เพราะในช่วงเวลาที่ปาเอญ่ามีความสุข มันเห็นได้ชัดจากสายตาและพลังงานที่ส่งออกมา มันสดใส มีเสน่ห์ นิกี้รู้สึกว่านั่นคือเวอร์ชันที่เป็นตัวของปาเอญ่าสุด ๆ ปาเอญ่า : ถึง พี่ชัญญ่า ‘เราจะจดจำรอยยิ้มที่สดใสและ Orange Lover ของพี่นิวตลอดไป’ เขาอาจดูเป็นคนนิ่ง ๆ แต่พอเขายิ้ม โลกมันสดใสขึ้นทันทีจริง ๆ เขาเป็นเหมือน ‘เจ้าของสีส้มของวง’ ชัญญ่า : ถึง ป๊อปเป้อ ‘เราจะจดจำพี่ป๊อปเป้อคนเก่ง คนขยันและคำติดปาก เช่น ด้วยซ้ำ ดิฉัน ตลอดไป’ เวลาที่พี่ป๊อปเป้อเหนื่อย ๆ เขามักจะเผลอเรียกตัวเองว่า ‘ดิฉัน’ แล้วบางทีประโยคที่พูดก็จะลงท้ายด้วยคำว่า ‘ด้วยซ้ำ’ จนมันกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไปแล้ว นิวมองว่านี่คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของพี่ป๊อปเป้อที่น่าจดจำ ป๊อปเป้อ : ถึง ฟ้อนด์ คนนี้มีหลายอย่างให้จดจำ ‘เราจะจดจำความสวย ความตั้งใจ เสียงร้องและความอ๊อง ของฟ้อนด์ตลอดไป’ ฟ้อนด์จะเป็นคนที่อ๊อง ๆ บางทีเหมือนฟ้อนด์หลุดออกจากบทสนทนาไป ทั้งที่ยังนั่งอยู่ด้วยกัน พวกเราเลยเรียกชื่อการกระทำนี้ว่า ‘FONDING’ เพราะมันเป็นฟ้อนด์แบบแท้จริงที่สุดส่งท้ายความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “QRRA” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “QRRA” ที่มาร่วมสร้างรอยยิ้ม และมอบความทรงจำอันล้ำค่าที่ไม่อาจลืม พร้อมกันนี้ขอฝากซิงเกิลสุดท้ายกับ ‘Midnight Text’ ทุกคนสามารถรับชมและรับฟัง Music Video กันได้ทาง YouTube : QRRA นอกจากนี้ยังมีของขวัญชิ้นสุดท้ายอย่าง Fan Meeting QRRA ‘THE CROWNING STEP’ วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2568 ณ Union Co-Event Hall, Union Mall เวลา 17.00 น. แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำสุดพิเศษครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมรอยยิ้มกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

EVENTS

‘นะโมเฟส’ ครั้งแรกของงานมูระดับชาติ Atime และ Thairath รวมทุกความศรัทธา ให้คุณได้มาเสริมดวงให้ปัง มูให้สุด 4 วันเต็ม!

15 ต.ค. 2025

‘นะโมเฟส’ ครั้งแรกของงานมูระดับชาติ Atime และ Thairath รวมทุกความศรัทธา ให้คุณได้มาเสริมดวงให้ปัง มูให้สุด 4 วันเต็ม!

‘นะโมเฟส’งานนี้มีถึง 9 โซนด้วยกันมางานเดียว ทั้งมู ทั้งกิน รวมร้านเด็ดร้านดัง ครบจบทุกด้านโซน 1 เติมแต้มบุญรับพลังดีๆตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยกิจกรรม ลอดท้องช้าง รับน้ำมนต์จากบ่อน้ำพระพุทธมนต์วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหมและจาก 381 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทำบุญเสริมมงคลชีวิตร่วมกับมูลนิธิต่างๆโซน 2 นะโมมิชชั่นขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับประเทศจากวัดดังทั่วไทย ไหว้ครบจบ มางานเดียวขอพรได้ครบทุกด้าน การงาน การเงิน ความรัก โชคลาภ รวมไว้แล้วครบทุกศาสตร์การมูสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จากวัดอินทรวิหาร จ.กรุงเทพฯหลวงพ่อโสธร จากวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทราแม่ชีบุญเรือน โตงบุญเติม จากวัดสัมพันธวงศ์ จ.กรุงเทพฯท้าวเวสสุวรรณ จากวัดจุฬามณี จ.สมุทรสงครามช้างเอราวัณ จากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จ.สมุทรปราการไอ้ไข่ จากวัดเขากรวด จ.ราชบุรีพระพิฆเนศ จากพิพิธภัณฑ์พระพิเนศ จ.เชียงใหม่เจ้าปู่ศรีสุทโธ เจ้าย่าศรีปทุมมา จากคําชะโนด วังนาคินทร์ จ.อุดรธานีโซน 3 นะโม StageTalk ลึกทุกศาสตร์ จากกูรูเสริมมงคลที่จะมาช่วยบอกทริคดวงดี ไหว้ที่ไหน ไหว้ยังไง ไหว้แบบไหนชีวิตถึงจะปัง!17 ต.ค. 68 : 11.30 – 12.30 น. Talk จาก อ.เอ้ ศศิพร ผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ปัญหาเสริมดวงด้วยหินนำโชค 18 ต.ค. 68 : 14.30 – 15.30 น. Talk จาก อ.เป็นหนึ่ง เทรนด์ฮวงจุ้ย 2026 จัดบ้าน,โต๊ะทำงาน,สีมงคล 19 ต.ค. 68 : 12.30 – 13.30 น. Talk จาก อ.คฑา ชินบัญชร หมอดูไพ่ยิปซีเบอร์ 1 ของไทย20 ต.ค. 68 : 12.30 – 13.30 น. Talk จาก หมอไก่ พาทินี พยากรณ์ดวงรายวันหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและ 14.30 -15.30 น. ซินแสไช้ พลังฮวงจุ้ยแห่งฟ้าดินโซน 4 มาเช็กดวง-สิดูดวงครบทุกแขนงจากหลายสำนัก ทั้งไทย-เทศ สายไหนก็มี หมอดู นักพยากรณ์คิวทอง มารวมที่นี่ อาทิ ซินแสไช้ / หมอแอ้ เดอะเมจิกแมน / อ. เก่ง พลิกดวงชะตา เป็นต้นโซน 5 เจ้าสำนักซัพพอร์ตร่วมสนุกกับบูธจากผู้สนับสนุนใจดี ลุ้นรวยไม่รู้ตัว ตะลุยเก็บแต้มบุญจากบูธผู้สนับสนุนให้ครบ รับสิทธิ์ ตักไข่ลุ้นดวง ลุ้นรางวัลอีกมากมาย ถ้าดวงดี ดวงเฮง อาจได้รับโชคใหญ่กลับบ้านแบบไม่รู้ตัวโซน 6 Super มูเก็ทอัพเลเวลความปัง ช้อปสินค้าเสริมมงคล ตั้งแต่เครื่องราง เสื้อผ้า เครื่องประดับ ARTTOY ของตกแต่งบ้าน ต้นไม้เสริมมงคล อาทิ คุ้มนะหน้าทอง (น้ำหอมสายมู) – ดีเจมะตูม / UZI COSMETIC - (ลิปสติกสายมู) - ขวัญ อุษามณี / อวตาร ไทยแลนด์ / TWINSTUDIO (อาจารย์เอก ARTTOY) เป็นต้นโซน 7 กินได้ กินดีรวมร้านดัง ร้านเด็ดข้างวัดดัง ร้านดารา คัดมาแล้วว่า อร่อยชัวร์ร้านเด็ดข้างวัด“กุยช่ายเจ๊มล” เจ้าดังวัดศาลเจ้าเซียนแปะกุยช่ายนึ่ง แป้งบางๆ ไส้แน่นๆ น้ำจิ้มเด็ด ร้านนี้คิวยาวมากกกก“เจ๊นี เผือกหิมะ” ร้านเด็ดใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือเผือกหิมะ กรอบนอก นุ่มใน ตำนานเผือกหิมะขายมานานหลาย 10 ปี“หมูปิ้งเฮียอ้วน” วัดแขก สีลม - หมูปิ้งโบราณ นุ่มฉ่ำ ตำนานกว่า 35 ปี“ฮ่องกงซิง่วนฮะ” วัดมังกร เยาวราช - ขนมเปี๊ยะแป้งบาง สูตรฮ่องกงกว่า 40 ปีร้านเด็ด ร้านดังอาทิ ขาหมูบ้านไร่ - ขาหมูกระแสแรง คิวยาวที่สุด / เจ๊นก กระท้อนซิ่ง - อร่อยถึงเครื่อง ถึงใจ / เต้าหู้ดํา ราชบุรี - เต้าหู้ดำโพธาราม ซ้อสุ - เต้าหู้นุ่มละมุนเจ้าดังราชบุรี / หมูทอดฅนเมือง บรรทัดทอง / ข้าวหลามจิ๋วสูตรบางคนที / เจริญไทยสุกี้ 江龍泰 / / ขนมฟินฟิน (ขนมเปี๊ยะไส้ช็อกโกแลต) / Ricco ลาซานญ่า / นายเกาะข้าวเกรียบเห็ดหอม / แซ่บตำ ยำนัว / ฉ่ำ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม / พั๊ฟสติ๊กคุณต๋อย (PUFF STICK KHUN TOY)เอกอร่อย พริกแกงใต้ เป็นต้นร้านดาราอาทิ ตูมสนิท (หมูฝอย หมูสวรรค์) – ดีเจมะตูม เตชินท์ / ทอยต้มตุ๋น - ทอย ปฐมพงศ์ /ก็ปลาดิคร้าบ (ลูกชิ้นปลาซอสทะเลเดือด) - ตั๊ก บริบูรณ์ / ส้มตำแม่น้อย - แม่น้อยโพธิ์งาม / OVER PROOF CRISPY DONUT (โดนัทสไตล์ไต้หวัน) - ว่าน ธนกฤต / น้ำพริกปุยแสบปาก - ปุยฝ้าย AF / Nina by Monster หมี่คลุก - ฮาน่า หนิง ปณิตา / JOY SIRILAK’s HEAVEN (ขนม เครื่องดื่ม) - จอย ศิริลักษณ์ / KITCHEN’s NOTT ครัวนี้มีแต่ของอร่อย (ก๋วยเตี๋ยว ฮังเล เนื้อ-หมู) - น็อต วรฤทธิ์ / แพทพาเพลิน (น้ำพริกนรก) - แพท พาวเวอร์แพท / WhiBe ไวบี (ขนมปังสุขภาพ) - แอมป์ พีรวัศ / เปรี้ยวซ่าปลาระเบิด (ลูกชิ้นปลาระเบิด) – เปรี้ยว AF / FOX LA LEMON (น้ำเลมอน) – พิมพรรณ เป็นต้นโซน 8 สะเดาะเคราะห์สะเดาะเคราะห์ ลอยทุกข์ ลอยโศก ผ่อนทุกข์หนักให้เป็นเบา แบบใจฟู อาทิ ใส่บาตรพระประจำวันเกิด / ทำบุญโลงศพ / ทำบุญโถ่ชีวิต โค - กระบือ / บริจาคดวงตา-ร่างกาย จาก สภากาชาดไทย เป็นต้นโซน 9 แต้มบุญลุ้นโชคเติมแต้มบุญลุ้นโชคได้ถึง 2 ชั้น เพียงรับใบสะสมแต้มบุญได้ที่บูธ ATIME และ THAIRATHลุ้นโชคชั้น 1 ลุ้นรับของรางวัลเครื่องรางและของขลังเสริมมงคล และลุ้นโชคชั้น 2 ลุ้นเป็นผู้โชคดีร่วมทริป “คชาภาพาไปมู To ไต้หวัน” จำนวน 2 ที่นั่งของรายการคชาภาพาไปมู พร้อมกับ มดดำ คชาภา , อ.คฑา ชินบัญชร , ดีเจบุ๊คโกะธนัชพันธ์และใบตอง รัชตวรรณ (เดินทางวันที่ 22 - 24 พฤศจิกายน 2568)และพบกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง16 ต.ค. 68 : 13.30 น. - ก้านตอง ทุ่งเงิน และ 17.30 น. - กัน นภัทร17 ต.ค 68 : 17.00 น. - กานต์ ทศน18 ต.ค.68 : 17.00 น. - ไอซ์ ศรัณยู19 ต.ค. 68 : 17.00 น. - จ๊ะ นงผณีมาเจอกัน “นะโมเฟส” งานบุญที่สนุกที่สุดแห่งปีวันที่ 16 - 19 ตุลาคม 2568ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

PAWER MAHRATHON งานวิ่งของคนรักหมา

23 ม.ค. 2026

PAWER MAHRATHON งานวิ่งของคนรักหมา

PAWER MAHRATHON งานวิ่งของคนรักหมา ที่จะเปลี่ยนจะทุกก้าว..ให้มีพาวเวอร์" เสาร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ที่สวนสาธารณะบึงหนองบอนกระทบไหล่กับเหล่าเซเลป 4 ขา ชื่อดัง และไฮไลท์กิจกรรมความสนุกมากมายอาทิ Hero talk Woof on Stage ทอล์กกับฮีโร่หมา UNITED SAR K9 / Pawground สนามหมาวัดใจ / Playground สนามนุด โชว์พลัง และ Photo WOOF! บูธถ่ายภาพนุดกับน้อนโดยช่างภาพงานเดียวที่ สายฟิตต้องมา สายหมาต้องโดน!” วิ่งกันเพลินๆ แต่พลังใจล้นสนามกับ 3 ระยะทาง ได้แก่MAHRATHON ระยะทาง 2 กม. สำหรับ นุด และ น้องหมา ราคา 750 บาท [คน และ สุนัข 1 ตัว]FUN RUN ระยะทาง 5 กม. ฟีลวิ่งชิลล์ วิวดี หมาน่ารัก ราคา 650 บาทMINI MARATHON ระยะทาง 10 กม. สำหรับสายวิ่งตัวจริง ราคา 750 บาทเปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคมนี้ ทาง www.runlah.com/th/pwm2025สมัครแล้วรับเลย! Race Kit สุดน่ารัก ประกอบด้วย:เสื้อวิ่งลายสุดพิเศษ, BIB, เหรียญรางวัลสำหรับทั้งนักวิ่งและน้องหมา และผ้าพันคอสุดน่ารักสำหรับน้อนๆโปรโมชั่น พิเศษ* 100 คนแรก ที่ซื้อบัตรวิ่ง MAHRATHON 2 KM.รับสิทธิ์ Clay Painting Workshop เพ้นท์ลายแผ่นดินเหนียวรูปน้องหมาแมวภายในวันงาน* 1,000 คนแรก ที่ซื้อบัตรทุกระยะทางรับฟรีถุงเท้า Collection พิเศษลายสุดโฮ่ง!นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสำหรับนุด และ น้อนหมา ให้ร่วมสนุกอีกมากมายDog Pawground สนามหมาเล่น ประลองสกิลสุดท้าทายพลังข้อขาPlayground สนามนุดเล่น วัดพลังความแข็งแกร่งของนักวิ่งPhoto WOOF! โซนถ่ายรูปครอบครัว โดยช่างภาพมืออาชีพTalk on Stage : Hero Talk Woof on Stageทอล์กกับฮีโร่หมา UNITED SAR K9 เจาะลึกถึงที่มา ส่งต่อแรงบันดาลใจ โชว์ความสามารถพิเศษ พูดคุยเรื่องการฝึกสุนัข ติวเข้มก่อนออก Start ฝึกเข้าสังคม และฝึกเข้าสายจูง ฯลฯโดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนค่ารักษาพยาบาลสัตว์จรมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog Foundation)#PawerMahrathon #ATIME #EFM94

EFM ON TOUR 2025 ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย

21 ส.ค. 2025

EFM ON TOUR 2025 ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย

EFM ON TOUR 2025ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัยรุ่นพี่เตรียมร้อง รุ่นน้องเตรียมโยกไปด้วยกันแบบสุดพลังเตรียมตัวให้พร้อม เพราะ EFM94 ขนทัพศิลปินสุดฮอตและดีเจสายมันส์ บุกแคมปัสแบบจัดเต็มพร้อมกิจกรรมสนุกๆ และ ของแจกจากผู้สนับสนุนตลอดทั้งงาน12 กันยายน — มหาวิทยาลัยศิลปากร (สนามจันทร์)LIPTA + jaeiPARADOXD GERRARD + ICEACE13 กันยายน — มหาวิทยาลัยสยามRetrospectgetsunovaD GERRARD + KJ19 กันยายน — มหาวิทยาลัยรังสิตPROXIEPERSESWhal Dolph#EFMONTour2025 #EFM94

พุธทอล์ค พุธทัวร์ 2025

30 พ.ค. 2025

พุธทอล์ค พุธทัวร์ 2025

มัธยมไม่ง่าย แต่ไม่ต้องหาทางออกคนเดียว!EFM94 ขออาสาเป็นที่พักใจให้น้อง ๆ กับกิจกรรม“พุธทอล์ค พุธทัวร์” กิจกรรมที่พี่ ๆ ดีเจเผือก ดีเจต้นหอม ดีเจเติ้ลพกทั้งพลังบวก รอยยิ้ม และพื้นที่ปลอดภัย มาให้น้อง ๆ ถึงที่!เจอกันตามวัน-เวลานี้เลย: 13 มิ.ย. – รร.วัดเขมาภิรตาราม 20 มิ.ย. – รร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 27 มิ.ย. – รร.เบญจมราชานุสรณ์ไม่ว่าคุณจะมีเรื่องอะไรในใจ...เราพร้อมนั่งฟังแบบไม่ตัดสิน พร้อมกับดีเจ EFM ที่จะขนของรางวัลจากผู้สนับสนุนมาแจกกันเพียบตลอดทั้งงาน เตรียมตัวให้พร้อม นะน้องๆ#พุธทอล์คพุธโทร#EFMSTATION #EFM94#ATIME

แฉแฟร์ 2024

09 ม.ค. 2025

แฉแฟร์ 2024

“แฉแฟร์” มหกรรมแฉความอร่อยจากบ้าน ATIME รวมร้านเด็ด-ร้านดัง กว่า 200 ร้าน ให้สายกิน สายมู ช้อปกันได้กระหน่ำทุกวัน ทั้งร้านจาก “รายการแฉ” / ร้านดังสตรีทฟู้ด / ร้านค้าสายมู ของมงคลเสริมดวง หมอดู และซินแสชื่อดัง รวมไว้ในงานเดียว ในวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 3 พฤศจิกายนนี้ ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิวันพฤหัสบดีที่ 31 ตค 67 14.00 - 16.00 น. : Grand Opening แฉแฟร์ นำทีมโดย มดดำ คชาภา เหล่าดีเจ ATIME , ศิลปิน , ดาราวันศุกร์ที่ 1 พ.ย. 67 15.00 - 16.00 น. : แฉ MU TALK เช็คดวงปังปัง ปีนักษัตร68 โดย อ.คฑา ชินบัญชรวันเสาร์ที่ 2 พ.ย. 67 15.00 - 16.00 น.: แฉ MU TALK การเงิน ความรัก ดวงเกิดไหนปัง โดย อ.อุ๋ย ชนิษฐา 18.00 - 19.00น.: แฉ Live MUSIC มินิคอนเสิร์ต ลุลาวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ย. 67 15.00 -16.00น. : แฉ MU TALK ทิศทางฮวงจุ้ย เสริมเฮงรับทรัพย์ ปี 2568 โดย ซินแสไช้ 18.00-19.00 น. : แฉ Live MUSIC มินิคอนเสิร์ต แอม เสาวลักษณ์ชี้เป้าร้านเด็ด 5 โซนในแฉแฟร์แฉกันเอง : ร้านศิลปิน-ดารา และ ดีเจBoost Me Up by ดีเจพี่อ้อย น้ำปั่น น้ำสุขภาพ และ คุมาโกะ หมีน้อยอร่อยมาก ของทานเล่นประเภทซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น จาก ดีเจ พี่อ้อย / ครัวเจ๊แอน หมี่โคราช และ น้ำพริก - แอนโทเนีย โพซิ้ว / Atomic Blondies - ชาย ชาตโยดม / ปูไข่เยิ้ม by Mick - มิค บรมวุฒิ / Waans Bakery และ ข้าวมันไก่กาต๊าก - น้ำหวาน ZAZA / น้ำพริกปุยแสบปาก - ปุยฝ้าย ภัทณชา / Noomzaab ผัดไทสำเร็จรูปพร้อมปรุง - หนุ่ม อรรถพร / SEASON HOUSE - ขนม เบเกอรี่ จากครอบครัวดีเจ.โก / ส้มตำแม่น้อย - แม่น้อย โพธิ์งาม / ลูกชิ้นหมูหัน - ลุงรงค์ จาตุรงค์ / ข้าวเกรียบอะไรซ์ - นิว นภัสสร / Took Took To Go x Aprils Farm เค้กน้ำส้มสดคั้นเอง - ตุ๊ก ชนกวนัน / สยามชาไทย - เด่นคุณ งามเนตร / NANAKE เก็กฮวย - น้าเน็ก / Fox Cha La Lemon น้ำเลม่อนและชา - พิมพ์พรรณ / เจียงฮาย - ข้าวซอย เนื้อ ชาชู - หมู Big ASS / เปรี้ยวซ่าปลาระเบิด ลูกชิ้นปลาระเบิดทอด - เปรี้ยว อนุสรา (เปรี้ยว AF) / Ploy homemade มันกุ้งแม่น้ำทรงเครื่อง - ปาล์ม Instinct / MomMe Menu by อาโย ทัศน์วรรณ - น้ำพริกกากหมู น้ำพริกปลาสลิดย่าง / โก้-ธีรศักดิ์ - พริกทอด น้ำปลาร้า น้ำเก๊กฮวย / กร ณัฐวัฒน์ (หลานพี่โก้) - น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกปลาดุกฟูแฉคอนเฟิร์ม : ร้านเด็ดจากรายการ “แฉ” อร่อยแน่แฉคอนเฟิร์มHighlight: eped eatery เค้กกล้วยหอม (กำลังเป็นกระแสใน TikTok) / หอยจ๊อปูแม่วรรณา / โรตี-น้ำชาบังบ่าวนครศรีฯ(เจ้าดังนครศรี) / ขนมจีนภูเก็จ บ้านอาม่า (ขนมจีนใต้แท้ๆ) / หมูปลาร้ากองถ่าย by Costume Maffia (หมูนุ่ม-น้ำพริกแซ่บ)มาดามบ๋อมน้ำส้มคั้นสด / ผลไม้น้ำเข้า J and J fresh / ฉ่ำ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม / กุยช่ายสวรรค์ อีสานเลิฟเวอร์ / j-jan ขนมอร่อยหลังการบินไทยและอ.ต.ก. / แม่เล็กข้ามหลาม ขนมจาก / คุณรัชนกหมูแผ่นไร้น้ำมัน/ เมืองตรังหมูย่างเศรษฐี / 92 Coffee bar - กาแฟสด มัทฉะ/ หมูสเต๊ะมังกรทอง / ถั่วเทพอร่อยขั้นเทพ / ขนมจีน / ห่อหมกเจ้ศรีสำเพ็ง / เจ้อุ้มน้ำพริกกากหมู / ทอดกุ้งทอดปู / กุ้งแช่น้ำปลา แปดริ้ว / เจ้เบียร์ทะเลทอด / บ๊ะจ่างเจ๊แขกกระทุ่มแบน / อุไรรัตน์ เชียงใหม่ - น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู / นายเกาะข้าวเกรียบเห็ดหอม / ต.ตุ๊บตั๊บสุ ๑,๐๐๐ ตุ๊บตั๊บ ถั่วตัด / ป้าม่วยน้ำปลาหวาน / ข้าวต้มมัดยายฟู / แม่เล็กแปดริ้ว / บุษยา ขนมไทย / หนึ่ง Streetfood - หมึกลวกซีฟู้ด / ราดหน้าโรงเหล็ก / วรรัตน์ ซาลาเปาเบตง พ.ศ. 2517 / ปุ๊.เรือสำเภา / ใบเฟิร์นแค๊ปหมู / สองแม่หมี่กรอบเงินล้าน / เอกอร่อย พริกแกงใต้(เอกชัย ศรีวิชัย) / ข้าวหลามจิ๋ว สูตรบางคนที / โอชิน โฮมเมดเบเกอรี่ / เจ้นก กระท้อนซิ่ง / ลูกชิ้นแม่ประณาม / ฮะเก๋า เยาวราช / อาเหล็ง แหนมเนือง / ปูเป็นไข่ปู / ร้านน้ำพริกนาเดีย / ข้าวปลาวาฬ ข้าวไร้แป้ง / ครัวภูเก็ต / Kunnookorangejuice / หมูยอ วชาริสา / ปิ่นมณี ปลาส้มไร้ก้าง / ส้มแซ่บ / ทีเด็ดยำ / หอยจ๊อปูทอง เยาวราช / ขาหมูตรอกซุง บางรักแฉ Street Food รวมร้านอร่อยสตรีทฟู้ดHighlight: ลุงใจ ไข่ปิ้ง (ลุงไข่ปิ้งดังในโซเชี่ยล) / ขนมเบื้องหวานผึ้งน้อย(มิชลิน)** / บะหมี่บุญเลิศเกี๊ยวหมูย่างซีอิ๊ว (มิชลินไกด์)**/ ทอดแหลก หมูทอด (ร้านดัง-คิวยาว) / เรื่องหอยไว้ใจเรา (มีหลายหอย Size เบิ้ม น้ำจิ้มเด็ด)แซ่บบักแปดแสน / ถิงถิง / MINKKI Ice Cream tea bingsu / คั่วเป็ดตรัง (แกงใต้รสเด็ด) / น้ำปลาหวานคุณแอ๊ว สูตรชาววัง /กู๋โบ๊ทหมูกรอบ Uncle Boat Crispy Pork / รักสุขภาพ by น้ำดอกมะพร้าว / น้ำพริกโอลีฟ / คุณโต๊สปูนา / ตะบันทอด / ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกากหมูสูตรโบราณ / ขนมเทียนแก้ว ลุงตุ๊ / ไก่ยอทอดครูภาพ จิ้มแซ่บ / ราชาฮอทดอก / เฮียหงี เยาวราช กระเพาะปลา / เจ้แม็กซ์เอง เว้ยเฮ้ย (ขนมปังอบสด) / บะจ่างเศรษฐีมิกส์ มิว / บุหงิมปอเปรี๊ยะ / ลูกชุบบ้านคุณแม่ / ลูกจิ้นคนเมือง - ลูกชิ้นหมูทำสด / ต.ตั้ม เปาะเปี๊ยะสด กับก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณ / โฟร์วิล​บาร์บีคิว / ร้านแม่กัลยา ลูกชิ้นปลาเยาวราช / น้ำพริกสามปอ / ปังจิ๋ว สังขยาไส้สด / ม่อนเบเกอรี่ - ชื่นอุรา ชาใต้ / PURADAK ไก่ทอดเกาหลีพูราดัก / ปลาร้าเด้อ อาหารอีสาน / ชาม ก๋วยเตี๋ยวเส้นคลุก / Impress Chocolate / JOIA x COFFEE 101 / แปดอัฐ / ปลาส้มป้ายา / ร้านตี๋ก๊อ ข้าวหมูแดง หมูกรอบ / เจริญไทยสุกี้ (ซินแสไช้)แฉหวานหวาน สายหวานจะต้อง Love!Highlight: COCO WORLD ขนมต้มมะพร้าว (ร้านดังในโซเชี่ยล) / AT HOME CHIFFON ชิฟฟ่อนมะพร้าวอ่อนลาวา (โฮมเมดสดใหม่) มะลิซ้อน / นู๋ดา น้ำลำไยสด / บ้านขนมแม่ฝ้าย / BIJOUX DE BEURRE ECHIRE / ไดฟุกุ / เอแคร์ชูครีม / Dankie Bakery / อิ่มสุข ข้าวแต๋นน้ำแตงโม / โดนัท KA.NO.MU / ข.ไข่ในเตา / Little C / Dose Lemon Honey / ขนมไทยสามพี่น้อง / หยกสดแฉปังปัง รวมหมอดู ซินแสชื่อดัง และของมงคลเสริมดวงต่างๆ มากมายButterfilesn.co / Vanita Lucky Stone / Sharanam59 – รูปวอลเปเปอร์มือถือ แผ่นทองคำรูปพระพิฆเนศ / Peetosung x cosmagiz / Mutelu by มีฮาพยากรณ์ / อ.ตรัย คเณศเศรษฐี / ธยาน – Dhyana Studio / DOL JAI – ดลใจ / มูเตลูเคส / BUU SHA / PolyHoly กำไลพระพิฆเนศ / เต็มมือ Handcraft / HOROSOCIETY / ซินแสไช้ และ กลุ่มสายมู / Tiny Little Toys / วอวาฬกางไฟ by Worwhalepony / แม่หมอสายมู / สายมูพารวย / หมอแอ้ เดอะเมจิกแมนART TOY สายมู KRATAY / NALINI / PUNSANOOK64 / HOLYMOOLY.OFFICIALS / MOSSY JANNY / SHUPI / PARMTIME STUDIO / WA.SCULPTURE STUDIO / ARZIO / คชาปองมหาคณปติ / TWIN STUDIO / KUMAMONSTER / KAPPA COLLECTIBLES

EFM ON TOUR ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย 2024!!

24 ก.ค. 2024

EFM ON TOUR ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัย 2024!!

EFM ON TOUR 2024ยกความสนุก บุกมหาวิทยาลัยรุ่นพี่เตรียมร้อง รุ่นน้องเตรียมโยกจันทร์ที่ 29 ก.ค. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน พบกับ วง PROXIE (พร็อกซี) / Atom ชนกันต์ และส้ม มารี (Zom Marie)ศุกร์ที่ 23 ส.ค. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (รังสิต) พบกับ Mirrr (เมอร์) / PONCHET (พลเชษฐ์) / LIPTA (ลิปตา) และ guncharlie (กันชาร์ลี) / getsunova (เก็ตสึโนวา) และครั้งสุดท้ายที่ ศุกร์ที่ 20 ก.ย. มหาวิทยาลัยรังสิต พบกับ INDIGO (อินดิโก้) / Atom ชนกันต์ และ Musketeers (มัสเก็ตเทียร์)พบกับเหล่าดีเจจาก EFM และ กิจกรรมจากผู้สนับสนุนตลอดทั้งงาน !!

EFM Fandom Live

EFM FANDOM LIVE 18 ธันวาคม 68 - ลีน่า หมิว

18 ธ.ค. 2025

EFM FANDOM LIVE 18 ธันวาคม 68 - ลีน่า หมิว

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 11 ธันวาคม 68 - เพิร์ล พีค

11 ธ.ค. 2025

EFM FANDOM LIVE 11 ธันวาคม 68 - เพิร์ล พีค

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 4 ธันวาคม 68 - พูห์ พาเวล

04 ธ.ค. 2025

EFM FANDOM LIVE 4 ธันวาคม 68 - พูห์ พาเวล

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 27 พฤศจิกายน 68 - QRRA

27 พ.ย. 2025

EFM FANDOM LIVE 27 พฤศจิกายน 68 - QRRA

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 20 พฤศจิกายน 68 - หยิ่น วอร์

20 พ.ย. 2025

EFM FANDOM LIVE 20 พฤศจิกายน 68 - หยิ่น วอร์

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

EFM FANDOM LIVE 6 พฤศจิกายน 68 - จินนี่ เจน่า

06 พ.ย. 2025

EFM FANDOM LIVE 6 พฤศจิกายน 68 - จินนี่ เจน่า

พบกับ #EFMFandomlive ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.30 - 22.00 น. #EFMFandomlive รวม Game ฟินๆ ในรายการ EFM Fandom Live EFM FANDOM LIVE ด้อมไหนก็ฟินได้!! ช่วงเวลาที่จะพาคุณมาฟิน มาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงศิลปิน เปิดอาณาจักรต้อนรับทุกด้อมที่ #EFM94 ฟินไปพร้อม กับสองดีเจสาวสวย #ดีเจดาว และ #ดีเจแนน

แฉข่าวเช้า

แฉข่าวเช้า 27 มกราคม 2569

27 ม.ค. 2026

แฉข่าวเช้า 27 มกราคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 26 มกราคม 2569

26 ม.ค. 2026

แฉข่าวเช้า 26 มกราคม 2569

ตามติดกระแส #ดูสดพร้อมกัน ได้ที่ มาดูข่าวฮิต ติดกระแส ย้อนหลังกันได้ที่ / playlist . ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ ‘แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว ไม่อยากพลาดความสนุกแบบนี้ กด Subscribe รอกันเลยที่ YouTube : AtimeOnline คลิก! / atimeonline แล้วคุณจะไม่พลาดกับทุกความสนุกของที่นี่ . ติดต่อลงโฆษณา โทรมาได้เลยที่ 02-669-9512 หรือ 081-923-9823 . ขอบคุณผู้สนับสนุน • heygoody โบรกเกอร์ประกันออนไลน์ (ภายใต้เงินติดล้อ) มีครบทั้งประกันรถ ประกันเดินทาง เช็คเบี้ยฟรี ราคาถูกกว่าใคร ไม่เชื่อคลิก : https://hgd.insure/EFM26

แฉข่าวเช้า 23 มกราคม 2569

23 ม.ค. 2026

แฉข่าวเช้า 23 มกราคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 22 มกราคม 2569

22 ม.ค. 2026

แฉข่าวเช้า 22 มกราคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 21 มกราคม 2569

21 ม.ค. 2026

แฉข่าวเช้า 21 มกราคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 20 มกราคม 2569

20 ม.ค. 2026

แฉข่าวเช้า 20 มกราคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

ใต้โต๊ะทำงาน

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครีเอทีฟ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 29 กันยายน 2568 ]

29 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครีเอทีฟ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 29 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครีเอทีฟ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 29 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : Chief Marketing Officer | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 22 กันยายน 2568 ]

22 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : Chief Marketing Officer | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 22 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : Chief Marketing Officer | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 22 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกายภาพบำบัด | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 15 กันยายน 2568 ]

15 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกายภาพบำบัด | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 15 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกายภาพบำบัด | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 15 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกีฬามอเตอร์สปอร์ต | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 8 กันยายน 2568 ]

08 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกีฬามอเตอร์สปอร์ต | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 8 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : นักกีฬามอเตอร์สปอร์ต | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 8 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร:10 ทักษะชีวิตที่เด็กจบใหม่ต้องเรียนรู้|ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ[ 1 กันยายน 2568 ]

01 ก.ย. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร:10 ทักษะชีวิตที่เด็กจบใหม่ต้องเรียนรู้|ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ[ 1 กันยายน 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร:10 ทักษะชีวิตที่เด็กจบใหม่ต้องเรียนรู้ |ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ[ 1 กันยายน 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครูสอนบุคลิกภาพ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 25 สิงหาคม 2568 ]

25 ส.ค. 2025

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครูสอนบุคลิกภาพ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 25 สิงหาคม 2568 ]

ใต้โต๊ะทำงาน เทิร์นโปร : ครูสอนบุคลิกภาพ | ดีเจ เผือก-อาร์ต-โบ [ 25 สิงหาคม 2568 ] พบกับ ใต้โต๊ะทำงาน..เทิร์นโปร ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 20.15 - 22.00 น. . สนับสนุนคนทำงานโดย • Match คนที่ใช่ Match งานที่ชอบด้วย AI จาก Jobsdb by SEEK : bit.ly/4eWapaC • อาหารแมวเน็กโกะ หาซื้อของอร่อย เอาใจเจ้าเหมียวได้ที่นี่เลย : bit.ly/LZFoodinnova

พุธทอล์ค พุธโทร

พุธทอล์ค พุธโทร ''บทเรียนจากเรื่อง พนักงานใหม่ อันไหน ทัชใจคุณที่สุด??'' [21 ม.ค. 69]

21 ม.ค. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''บทเรียนจากเรื่อง พนักงานใหม่ อันไหน ทัชใจคุณที่สุด??'' [21 ม.ค. 69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''คะแนนดาวของไรเดอร์มีผลต่อการตัดสินใจเรียกรถของคุณหรือไม่?'' [14 ม.ค. 69]

14 ม.ค. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''คะแนนดาวของไรเดอร์มีผลต่อการตัดสินใจเรียกรถของคุณหรือไม่?'' [14 ม.ค. 69]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''2026 มาแล้วพุธโทเรี่ยนอยากให้เรื่องไหนในชีวิตปังที่สุด?'' [7 ม.ค. 69] [เทป]

07 ม.ค. 2026

พุธทอล์ค พุธโทร ''2026 มาแล้วพุธโทเรี่ยนอยากให้เรื่องไหนในชีวิตปังที่สุด?'' [7 ม.ค. 69] [เทป]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''รวมสายเจ็บข้ามปี ต้อนรับ 2026'' [31 ธ.ค. 68] [เทป]

31 ธ.ค. 2025

พุธทอล์ค พุธโทร ''รวมสายเจ็บข้ามปี ต้อนรับ 2026'' [31 ธ.ค. 68] [เทป]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''คุณคิดว่าการแข่ง ROV Esport จำเป็นต้องแยกทีมชาย ทีมหญิงหรือไม่?" [17 ธ.ค. 68]

17 ธ.ค. 2025

พุธทอล์ค พุธโทร ''คุณคิดว่าการแข่ง ROV Esport จำเป็นต้องแยกทีมชาย ทีมหญิงหรือไม่?" [17 ธ.ค. 68]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

พุธทอล์ค พุธโทร ''ดีว่า ราวี เข้าโรงแล้ว คุณขออยู่ทีมใคร?" [10 ธ.ค. 68] [เทป]

10 ธ.ค. 2025

พุธทอล์ค พุธโทร ''ดีว่า ราวี เข้าโรงแล้ว คุณขออยู่ทีมใคร?" [10 ธ.ค. 68] [เทป]

พบกับ #พุธทอล์ค พุธโทร ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 21.00 - 23.00 น. คุยกันได้ทุกรุ่น คุยกันได้ทุกเรื่องที่ #EFM94 กับ #ดีเจเผือก #ดีเจต้นหอม #ดีเจเติ้ล

อังคาร คลุมโปง

อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 27 ม.ค.2569 ]

27 ม.ค. 2026

อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 27 ม.ค.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X ป๊อป The Ghost [ 20 ม.ค.2569 ]

20 ม.ค. 2026

อังคารคลุมโปง X ป๊อป The Ghost [ 20 ม.ค.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

13 ม.ค. 2026

อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X [ 6 ม.ค.2569 ] [เทป]

06 ม.ค. 2026

อังคารคลุมโปง X [ 6 ม.ค.2569 ] [เทป]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X เอิร์ธ - ขึก [ 16 ธ.ค.2568 ]

16 ธ.ค. 2025

อังคารคลุมโปง X เอิร์ธ - ขึก [ 16 ธ.ค.2568 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

อังคารคลุมโปง X เต้ย ผีเหรียญ [ 9 ธ.ค.2568 ]

09 ธ.ค. 2025

อังคารคลุมโปง X เต้ย ผีเหรียญ [ 9 ธ.ค.2568 ]

พบกับ #อังคารคลุมโปงX ได้ทุกคืนวันอังคาร เวลา 20.00 - 22.00 น. Talk เรื่องลี้ลับ หลอน จนกรามค้าง! พร้อมชวนเซเลบคนดัง คลุมโปงด้วยกันที่ #EFM94 กับ #ดีเจมดดำ #ดีเจแนน #ดีเจเจ็ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

NEW RELEASE

‘ยอมอยู่แล้ว’ ซิงเกิลใหม่จาก Only Monday feat. ปั๊บ POTATO กับกลิ่นอายป็อปร็อกยุค 90–2000

11 ก.ย. 2025

‘ยอมอยู่แล้ว’ ซิงเกิลใหม่จาก Only Monday feat. ปั๊บ POTATO กับกลิ่นอายป็อปร็อกยุค 90–2000

หลังจากปิดฉากคอนเสิร์ตใหญ่ไปอย่างงดงาม Only Monday กลับมาส่งซิงเกิลใหม่ให้แฟน ๆ ได้ฟังกันอีกครั้งกับ ยอมอยู่แล้ว เพลงที่เคยถูกหยิบขึ้นไปโชว์บนเวที และได้รับเสียงเชียร์อย่างล้นหลามให้ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ ความพิเศษของเพลงนี้อยู่ที่การได้ร่วมงานกับรุ่นพี่ร่วมบ้าน GMM Music อย่าง ปั๊บ POTATO ถ่ายทอดซาวด์ป็อปร็อกที่หวนให้นึกถึงบรรยากาศดนตรียุค 90–2000 อย่างลงตัวเนื้อหาใน ยอมอยู่แล้ว ว่าด้วยความรักที่แม้รู้ว่าต้องเจ็บ แต่ก็ยังเลือกจะยอมด้วยความเต็มใจ ถ่ายทอดอย่างเข้มข้นตามสไตล์หัวจ่ายเพลงเศร้า และเมื่อเสียงร้องของ ปั๊บ เข้ามาเติมเต็ม ก็ยิ่งพาให้ผู้ฟังหวนคิดถึงความทรงจำในวันวานของวัยรุ่นยุคนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นนอกจากดนตรีที่หนักแน่น มิวสิกวิดีโอยังถ่ายทอดเรื่องราวความรักวุ่น ๆ ของชายหนุ่มที่ยอมจนเกินต้าน จนกลายเป็นความปั่นป่วนสุดขั้ว โดยมีผู้กำกับชื่อดัง ต้อง เต มาร่วมปรากฏตัว เติมสีสันและอารมณ์ขันให้เรื่องราวเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมการร่วมงานครั้งนี้คือการผสานพลังดนตรีข้ามเจเนอเรชัน ที่ทั้งสดใหม่และเต็มไปด้วยเสน่ห์ของแต่ละยุค Only Monday และ ปั๊บ POTATO ได้สร้างสรรค์บทเพลงที่ทั้งแปลกใหม่และคุ้นเคยในคราวเดียวกัน แฟนเพลงสามารถรับชมมิวสิกวิดีโอ ยอมอยู่แล้ว ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube : GeneLabภาพ : GeneLab

‘Too Perfect For You’ ซิงเกิลใหม่จาก 4EVE ขอเชิดใส่รักที่ทำร้าย เพราะฉันสวยเริ่ดและมีคุณค่ามากพอ

10 ก.ย. 2025

‘Too Perfect For You’ ซิงเกิลใหม่จาก 4EVE ขอเชิดใส่รักที่ทำร้าย เพราะฉันสวยเริ่ดและมีคุณค่ามากพอ

เกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุค 4EVE กลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งกับซิงเกิลล่าสุด Too Perfect For You (สวย เริ่ด เชิด) ที่ปล่อยออกมาไม่นานก็กลายเป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดีย จากลุคสดใสและเนื้อหาที่สะท้อนความมั่นใจของผู้หญิงยุคใหม่ ที่เลือกเดินออกจากความรักที่ทำให้เจ็บช้ำ และหันมาภูมิใจในคุณค่าของตัวเองแทนToo Perfect For You ได้ 2 โปรดิวเซอร์ฝีมือจัดจ้าน Galchanie หรือ แป้ง–ธนัญญา อินวงษ์) และ Mayojames หรือ เจมส์–อมร สำเร็จรุ่งโรจน์ มาร่วมกันสร้างสรรค์ ด้วยการหยิบเอาซาวด์โมเดิร์นป๊อป มาผสมเข้ากับกลิ่นอาย RB ช่วยเน้นการร้องอันมีเอกลักษณ์ของทั้ง 7 สมาชิกถ่ายทอดอารมณ์อย่างเฉียบคมและทรงพลังเนื้อหาของเพลงคือเสียงบอกเล่าของผู้หญิงที่เลือกจะ move on อย่างสง่างาม ยกให้ ‘ความรักตัวเอง’ สำคัญกว่าการย้อนกลับไปหาคนที่ไม่เห็นค่า เพลงประกาศความมั่นใจและพลังของการเชิดใส่รักที่ไม่ดี ผ่านท่อนฮุคที่ติดหูทันที “Cuz I’m too perfect for your love, way too perfect for you now รู้ยังคะว่าเธอน่ะพลาด มาตอนนี้ก็สายไปแล้ว” ประโยคที่พร้อมจะกลายเป็นวลีฮิตบนอินเตอร์เน็ตอีกหนึ่งไฮไลต์คือการแบ่งพาร์ทร้องที่ดึงเสน่ห์เฉพาะของแต่ละสมาชิกออกมาอย่างชัดเจน การใช้ภาษาอังกฤษผสมไทยที่ทันสมัย ฟังสนุก อินเตอร์ และเต็มไปด้วยความ Empowering ตอกย้ำว่าไม่มีใครควรต้องหันกลับไปหาความสัมพันธ์ที่ไม่เห็นค่าเราอีกต่อไป รวมถึงในพาร์ตมิวสิกวิดีโอก็ได้ผู้กำกับมากฝีมือ หลิน รินรดา มาร่วมเล่าเรื่องในมุมมองของผู้หญิงยุคใหม่ ถ่ายทอดความสวย ความมั่นใจ และอิสระของการเลือกชีวิตที่ดีให้กับตัวเองนี่ไม่ใช่เพียงแค่เพลงใหม่จาก 4EVE แต่คือบทประกาศที่บอกกับทุกคนว่า อย่ากลัวที่จะ move on และอย่าลืมว่าคุณมีคุณค่ามากพอที่จะไม่กลับไปหาความรักที่ทำร้ายใจอีกแล้ว ตามไปสัมผัสพลังที่ถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งยุคทองของ 4EVE ได้แล้ววันนี้ทุกมิวสิกสตรีมมิงและ YouTube : 4EVEภาพ : 4EVE

‘ดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House)’ ซิงเกิลใหม่จาก เอิ๊ต ภัทรวี ความรู้สึกของผู้ที่เลือกกอดความเจ็บปวด เพื่อเก็บใครสักคนไว้ในความทรงจำ

11 ส.ค. 2025

‘ดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House)’ ซิงเกิลใหม่จาก เอิ๊ต ภัทรวี ความรู้สึกของผู้ที่เลือกกอดความเจ็บปวด เพื่อเก็บใครสักคนไว้ในความทรงจำ

เอิ๊ต ภัทรวี (EARTH PATRAVEE) กลับมาครองใจแฟนเพลงเศร้าด้วยซิงเกิลใหม่ล่าสุด ดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House) จากอัลบั้มเต็ม Heart is Home ถ่ายทอดมุมมองของผู้ที่เลือกโอบกอดความเจ็บปวดไว้ เพียงเพื่อเก็บใครสักคนไว้ในความทรงจำตลอดไป แม้จะต้องแลกมาด้วยหยดน้ำตา แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เวลาลบเลือนเขาไปจากหัวใจ“ให้ฉันนั้นจดจำทุกหยดน้ำตา ให้ฉันได้วนเวียนกับความเสียใจอย่าห่วง ฉันไม่เป็นไร ยังดีกว่าต้องลืมเธอไป”เพลงนี้พาทุกคนกลับสู่บรรยากาศอบอุ่นและคุ้นเคย เสมือนหัวใจได้กลับบ้านอีกครั้ง ด้วยเสียงกีตาร์โปร่งอันเป็นเอกลักษณ์ และเนื้อเพลงที่เอิ๊ตเขียนจากประสบการณ์จริง ขณะโลกหมุนไปอย่างรวดเร็ว ดีกว่าต้องลืมเธอไป ชวนให้เวลาช้าลง ให้เราได้ซึมซับความรู้สึกที่ไม่อยากลืมเอิ๊ต เล่าว่าแรงบันดาลใจเกิดจากการสูญเสียคุณยายไป ในช่วงแรกเธอไม่กล้ามองภาพถ่ายหรือความทรงจำ เพราะความเศร้าหนักหน่วง แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่า สิ่งที่น่ากลัวกว่าความเศร้า คือการที่เราลืมรอยยิ้มและรายละเอียดเล็ก ๆ ของคนสำคัญไปจริง ๆ คำว่า Wooden House จึงเกิดขึ้นภายหลังจากฝันเห็นคุณยายนั่งอยู่ในบ้านไม้ไทยหลังเก่า ภาพนั้นอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่เก็บไว้ในหัวใจ และกลายเป็นภาพแทนความหมายของเพลงนี้ซิงเกิลนี้อัดด้วยเครื่องดนตรีจริงทั้งหมด โดยมี บุ้ง-กวิน สิริภัทรกุล มือเปียโนที่เลือกใช้เปียโนไม้ upright ให้ซาวด์อบอุ่น, ยี่-ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์ อดีตสมาชิก Safeplanet ในบทบาทมือเบส และ แจม-ธนัท เลาหระวี มือกีตาร์และครีเอทีฟของโปรเจกต์ ที่สร้างซาวด์กีตาร์ไฟฟ้าให้เหมือนเอฟเฟกต์เสียงฟ้าผ่า เพิ่มความแปลกใหม่ให้เพลง ส่วนเอิ๊ตเองยังรับหน้าที่อัดเครื่องสายด้วยตัวเอง แต่คราวนี้เป็นการสีไวโอลินด้วยโบว์ ซึ่งเป็นความท้าทายมากกว่าการดีดแบบ pizzicato ที่เคยทำในส่วนของมิวสิกวิดีโอ เอิ๊ต กลับมาแสดงด้วยตัวเองอีกครั้ง ภายใต้การกำกับของ นราธิป ไชยณรงค์ เล่าเรื่องการเดินทางครั้งสุดท้ายระหว่างหญิงสาวและอดีตคนรัก (รับบทโดย เมืองไทย จิรวงศ์นิรันดร) ที่ตัดสินใจออกทริปญี่ปุ่นร่วมกัน พร้อมกล้องฟิล์มจากนักท่องเที่ยวปริศนา เพื่อบันทึกภาพความทรงจำก่อนจะจากกันจริง ๆ ฉากอารมณ์เข้มข้นทำให้เอิ๊ตร้องไห้ออกมาจริง ๆ จนรู้สึกว่าต้องบอกลาตัวละครหลังการถ่ายทำ เป็นประสบการณ์ใหม่ที่เธออยากให้ทุกคนได้สัมผัสผ่านมิวสิกวิดีโอนี้ความพิเศษของการเปิดตัวซิงเกิลนี้ คือการจัดอีเวนต์ Welcome to Wooden House เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ Yellow Lane BKK เชิญแฟนคลับผู้โชคดีมาชมมิวสิกวิดีโอพร้อมกันครั้งแรก และได้ฟัง เอิ๊ต ร้องสดในบรรยากาศใกล้ชิด แฟน ๆ ต่างชื่นชมว่าร้องสดได้เพราะจับใจเหมือนฟังจากแผ่น ภายในงานยังมีกิจกรรมให้แฟน ๆ เขียนเรื่องราวที่ไม่อยากลืมลงกระดาษเพื่อส่งต่อให้นักร้องอ่าน ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกันเก็บไว้เป็นความทรงจำดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House) คือบทเพลงที่อบอุ่นแต่แฝงรสขม สำหรับใครที่คิดถึงเพลงเศร้าแบบมีความหมายจาก เอิ๊ต สามารถรับฟังและรับชมได้แล้ววันนี้ทุกช่องทางสตรีมมิ่งภาพ : Muzikmove

‘Oh It’s You’ การคอลแลบระหว่าง พี่เบิร์ด และ บิวกิ้น ในเพลงรักฟีลกู้ดที่สานความฝันของแฟนเพลงตัวจิ๋วให้เกิดขึ้นจริง

08 ส.ค. 2025

‘Oh It’s You’ การคอลแลบระหว่าง พี่เบิร์ด และ บิวกิ้น ในเพลงรักฟีลกู้ดที่สานความฝันของแฟนเพลงตัวจิ๋วให้เกิดขึ้นจริง

คือช่วงเวลาที่แฟน ๆ รอคอย และเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญในวงการเพลงไทย เมื่อ GMM GRAMMY จับมือสร้างปรากฏการณ์สุดพิเศษครั้งแรกของการร่วมงานระหว่างศิลปินขวัญใจคนไทยต่างเจเนอเรชัน เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ กับ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ผ่านบทเพลง Oh It’s You เพลงรักฟีลกู้ดที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นใจเพลงนี้ไม่ใช่แค่การพบกันของสองเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ แต่คือการเชื่อมโยงหัวใจของคนสองยุค จากซูเปอร์สตาร์ผู้เป็นแรงบันดาลใจของทั้งประเทศ สู่ศิลปินรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเสียงเพลงของ พี่เบิร์ด และเคยตั้งความฝันเอาไว้ว่า “สักวันอยากทำงานกับเขาให้ได้จริง ๆ”มิวสิกวิดีโอของเพลง Oh It’s You ที่กำกับโดย จีน-คำขวัญ ดวงมณี ถ่ายทอดความฝันนั้นออกมาได้อย่างละเมียดละไม ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ บิวกิ้น ที่เติบโตมากับบทเพลงของพี่เบิร์ด เพลงที่เป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงวัย ทั้งวัยเด็ก รักครั้งแรก หรือช่วงเวลาสำคัญของชีวิต โดยเลือกเล่าในรูปแบบไดอารี่ภาพเคลื่อนไหว พาผู้ชมย้อนกลับไปสู่วันหนึ่งในวัยเยาว์ ที่เด็กชายคนหนึ่งหลงใหลในเสียงเพลงของ พี่เบิร์ด ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตจนวันที่ได้ยืนอยู่บนเวทีเดียวกับศิลปินในฝันของเขาอย่างแท้จริงOh It’s You เป็นผลงานการโปรดิวซ์โดย ฮาย Paper Planes ถ่ายทอดเรื่องราวของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อได้พบกับใครบางคน ที่เข้ามาทำให้โลกใบเดิมสดใสขึ้นอีกครั้ง เสียงร้องอบอุ่นของ พี่เบิร์ด และเสียงนุ่มลึกของ บิวกิ้น ประสานกันอย่างลงตัว ราวกับบันทึกบทสนทนาของหัวใจสองดวงที่มองโลกในมุมที่คล้ายกันนอกจากจะเป็นซิงเกิลพิเศษสำหรับงาน BIRD FANFEST 20XX แล้ว เพลงนี้ยังกลายเป็นเหมือนบทกวีแห่งแรงบันดาลใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากศิลปินที่มีแฟนคลับมากที่สุดในประเทศ ไปยังศิลปินรุ่นใหม่ที่เป็นภาพแทนของความฝันอันเป็นจริง แฟน ๆ สามารถรับชมมิวสิกวิดีโอ Oh It’s You ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube ช่อง GMM GRAMMY OFFICIALภาพ : Bird Thongchai

‘ห้ามขยับจับนะ’ เพลงสนุกจาก PERSES ที่ได้แรงบันดาลใจจากพลังของชาว PIECES

07 ส.ค. 2025

‘ห้ามขยับจับนะ’ เพลงสนุกจาก PERSES ที่ได้แรงบันดาลใจจากพลังของชาว PIECES

กลับมาสร้างความปั่นอีกครั้งสำหรับ PERSES โดย จั๋ง, เน, กฤติน, ปาล์ม และ ปลั๊กกี้ กับซิงเกิลที่ 5 จากอัลบั้ม Alterland ในชื่อที่แสบจนต้องหยุดฟัง ห้ามขยับจับนะ (FREEZE) เพลงที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนขยับไปด้วยกันแบบไม่มีข้อแม้PERSES เล่าจุดเริ่มต้นของเพลงนี้ให้เราได้ฟังว่า เกิดจากโมเมนต์สุดมันในโชว์ของ PERSES ที่มักจะคัฟเวอร์เพลงจังหวะโจ๊ะ ๆ แล้วแฟนคลับ PIECES ก็มักจะลุกขึ้นมาแดนซ์กันสุดตัวทุกครั้ง จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้วงอยากมีเพลงของตัวเอง ที่แค่ได้ยินก็ต้องลุกขึ้นมาโยกตามทันทีสำหรับ ห้ามขยับจับนะ (FREEZE) เล่าถึงเกมจีบสาวสไตล์เด็กซิ่งที่ทั้งขี้เล่น กวน ๆ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ผ่านเนื้อหาที่เปรียบความรักเป็นเกมไล่จับ อย่างท่อนเด็ดที่ร้องว่า “ห้ามเธอขยับ มาให้จับซะดี ๆ จับตรงนี้ จับตรงนั้น มันจะไอ้นี่ มันจะไอ้นั่นนะ” หรือท่อนที่เล่นคำแบบยั่ว ๆ เบา ๆ ว่า “จับ จับ จับ ขอผมจับนะ หมับ หมับ หมับ” ซึ่งทั้งขำ ทั้งเขิน ทั้งติดหูในเวลาเดียวกันด้านดนตรีเพลงนี้มาในแนว Hip-hop ผสม Brazilian Funk สนุกเร้าใจ ผลงานของ MAYOJAMES ที่ขึ้นบีทให้แบบไม่มียั้ง โดยมี ปณต GETSUNOVA นั่งแท่น Executive Producer และได้ NAMEMT กับ GENIEPAK ร่วมเขียนเนื้อเติมความจี๊ดจ๊าดและสีสันทางภาษาจนกลายเป็นเพลงที่ร้อนแรงแบบมีชั้นเชิง ส่วนไฮไลต์ที่ต้องยกนิ้วให้คือท่อน Dance Break สุดเท่จาก ปลั๊กกี้ ที่โชว์พลังการเต้นได้อย่างจัดเต็มแบบไม่มีกั๊กในส่วนของมิวสิกวิดีโอก็จัดเต็มไม่แพ้เพลง ด้วยคอนเซ็ปต์สายลับหนุ่มไทยสไตล์โลคอล ที่มาพร้อมภารกิจล่าหัวใจสาวฮอต ผ่านลุคสุดซ่าในแบบ เด็กซิ่ง–เด็กร้านเกม–ขาโจ๋ บนฉากหลังที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายชุมชนไทย ๆ ตั้งแต่แฟชั่นสีสันแสบตา ทรงผมเฉพาะตัว ไปจนถึงเล็บเจลสุดจัดจ้าน ถ่ายทอดตัวตนของแต่ละคนอย่างมีเสน่ห์ ซึ่งกำกับโดย MANGTO ที่เค้นความครีเอทีฟออกมาได้แบบถึงใจและเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ค่าย G’NEST ได้จัดงาน ห้ามขยับจับนะ (FREEZE) MV PREMIERE PARTY ณ WONDER SPACE ศูนย์การค้า EMSPHERE เพื่อเปิดตัวมิวสิกวิดีโออย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้า PIECES ที่ได้ชมรอบพรีเมียร์ก่อนใคร พร้อมเสียงกรี๊ดสนั่นเมื่อหนุ่ม ๆ PERSES ปรากฏตัวแบบใกล้ชิด พร้อมโชว์สดสุดมันที่ปลุกพลังให้ทุกคนขยับตามไม่หยุดปรากฏการณ์นี้ยังสะเทือนโลกโซเชียลเมื่อแฮชแท็ก #ห้ามขยับจับนะMV ทะยานขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ประเทศไทยบนแพลตฟอร์ม X สะท้อนความฮอตแบบฉุดไม่อยู่ของ PERSES และพลังความสนุกที่พร้อมเปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นปาร์ตี้ของคนไม่อยู่นิ่ง แค่ฟังก็หยุดตัวเองไม่ได้แล้ว...แล้วจะห้ามขยับไหวเหรอ?ภาพ : G’NEST

‘ควัน (Tearless)’ ซิงเกิลล่าสุดจากอัลบั้ม 1% โดย Paper Planes ที่ชวน NAP The NAP และ เต๋า Sweet Mullet สองไอคอนอีโมร่วมฟีเจอริง

07 ส.ค. 2025

‘ควัน (Tearless)’ ซิงเกิลล่าสุดจากอัลบั้ม 1% โดย Paper Planes ที่ชวน NAP The NAP และ เต๋า Sweet Mullet สองไอคอนอีโมร่วมฟีเจอริง

ส่งต่อความเดือดอย่างต่อเนื่องจากอัลบั้มเต็มชุดแรก 1% สำหรับวง Paper Planes จากค่าย genie records ในเครือ GMM MUSIC โดย ฮาย–ธันวา เกตุสุวรรณ และ เซน–นครินทร์ ขุนภักดี กลับมาอีกครั้งพร้อมซิงเกิลล่าสุด ควัน (Tearless) ที่กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของอัลบั้มครั้งนี้ Paper Planes ชวนสองไอคอนแห่งยุคอีโม NAP The NAP และ เต๋า Sweet Mullet มาร่วมฟีเจอริง ถ่ายทอดพลังทางดนตรีในแบบฉบับยุค 2000 ที่ยังคงความดิบเท่และเต็มไปด้วยอารมณ์ลึกซึ้งเฉพาะตัวเพลง ควัน ถ่ายทอดมุมมองของความเข้มแข็ง แม้ภายนอกจะเต็มไปด้วยน้ำตาและความสั่นไหว แต่แท้จริงแล้ว น้ำตาที่ไหลนั้น “ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด...แต่เป็นเพราะควันเท่านั้น” กลายเป็นถ้อยคำปลอบโยนที่ทั้งหนักแน่นและเปี่ยมพลังในแบบเฉพาะของ Paper Planesอีกหนึ่งรายละเอียดที่แฟนเพลงไม่ควรพลาด คือกิมมิกที่แฝงไว้ด้วยความเคารพและชื่นชมต่อผลงานของศิลปินรุ่นพี่ ไม่ว่าจะเป็นท่อนร้องของ NAP The NAP ที่ว่า “ความปวดร้าวที่อยู่ในใจ ที่จริงแล้วก็ไม่เท่าไหร่” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเนื้อหาของเพลง ‘ไม่มีเธอ’ โดย Retrospect หรือท่อนของ เต๋า Sweet Mullet ที่ร้องว่า “เปิดเพลงรักในวันเก่า มันไม่เศร้าและไม่เจ็บอีกต่อไป” ซึ่งอ้างอิงมาจาก ‘เพลงของคนโง่’ ของ Sweet Mullet ด้วยมุมมองใหม่ที่เติบโตขึ้นด้านมิวสิกวิดีโอได้ผู้กำกับ DIRECTORNET มาถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงผ่านวิชวลและซีจีที่เล่นกับคำว่า ‘ควัน’ ได้อย่างทรงพลัง โดยเน้นไลน์ซิงก์ของทั้งสามศิลปินเป็นหลัก และยังได้ แป๊ป Sweet Mullet มาร่วมเสริมทัพในฐานะมือกีตาร์ Back Up ของ Paper Planes ร่วมสร้างพลังให้ซีนสำคัญของงานภาพเพลงนี้เข้มข้นยิ่งขึ้นควัน ไม่เพียงแสดงตัวตนทางดนตรีของ Paper Planes ได้อย่างชัดเจน แต่ยังเป็นการเคารพและยกย่องศิลปินรุ่นก่อนอย่างจริงใจ สร้างสะพานเชื่อมระหว่างเจเนอเรชันของวงการเพลงร็อกไทย ได้อย่างทรงพลังและน่าจดจำ โดยแฟน ๆ สามารถรับชมมิวสิกวิดีโอ ควัน (Tearless) ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube ช่อง genierockภาพ : genie records

ENTERTAINMENT NEWS

LISA เปิดตัวแคมเปญแรกกับ Nike ผ่าน NikeSKIMS คอลเล็กชัน Spring 2026 ด้วยชุดออกกำลังกายโทนชมพู-ดำ

27 ม.ค. 2026

LISA เปิดตัวแคมเปญแรกกับ Nike ผ่าน NikeSKIMS คอลเล็กชัน Spring 2026 ด้วยชุดออกกำลังกายโทนชมพู-ดำ

หลังจาก Nike ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับ LISA หรือ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล อย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด Nike ได้ปล่อยแคมเปญแรกในฝั่งกีฬาและไลฟ์สไตล์ ผ่านแบรนด์ NikeSKIMS ที่ร่วมพัฒนากับ Kim Kardashian เพื่อเตรียมเปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ Spring 2026แคมเปญดังกล่าวหยิบแรงบันดาลใจจากศิลปะการเต้นบัลเลต์ มานำเสนอผ่านภาพเคลื่อนไหวที่ ลิซ่า ร่วมแสดงกับทีมนักเต้น โดยสวมใส่เสื้อผ้าจากคอลเล็กชันใหม่ พร้อมประกอบดนตรีเพลง Queen of the Night ของ Murasaki ซึ่งถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่เป็นพิเศษสำหรับแคมเปญนี้โดยเสื้อผ้าในคอลเล็กชันนี้มาในโทนสีชมพูและดำเป็นหลัก ครอบคลุมไอเทมสายแอ็กทีฟ ไม่ว่าจะเป็นสปอร์ตบร้า เลกกิ้ง และแอ็กเซสซอรีจากผ้า Dri-FIT ของ Nike รวมถึงรองเท้ารุ่นใหม่ NikeSKIMS Rift ที่ให้ภาพลักษณ์คล้ายรองเท้าบัลเลต์ โดยจะวางจำหน่ายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้

ปอร์เช่ ศิวกร ได้รับเสียงชื่นชมจากคลิปช่วยดับไฟป่า ระหว่างปฏิบัติธรรม สะท้อนบทบาทไอดอลกับการมีส่วนร่วมเพื่อสังคม

27 ม.ค. 2026

ปอร์เช่ ศิวกร ได้รับเสียงชื่นชมจากคลิปช่วยดับไฟป่า ระหว่างปฏิบัติธรรม สะท้อนบทบาทไอดอลกับการมีส่วนร่วมเพื่อสังคม

นอกจากบทบาทศิลปินและไอดอลมากความสามารถแล้ว ชื่อของ ปอร์เช่–ศิวกร อดุลสุทธิกุล กำลังได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวางจากโลกออนไลน์ หลังมีคลิปวิดีโอเผยแพร่เหตุการณ์ที่เขาเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยสกัดไฟป่า เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามและสร้างความเสียหายในวงกว้างคลิปดังกล่าวถูกบันทึกและเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียของ ครูเจด้า–อภิสราฐ์ เพชรเรืองรอง Executive Vice President ของ BLKGEM ซึ่งเป็นผู้บันทึกช่วงเวลาที่ ปอร์เช่ รีบเข้าไปช่วยดับไฟป่าอย่างไม่ลังเล โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างที่เขาเดินทางไปปฏิบัติธรรม ณ สถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง พร้อมข้อความประกอบคลิปว่า “ประสบการณ์ครั้งแรกที่ยากจะลืมเลือน”หลังจากถูกแชร์ต่อบนแพลตฟอร์ม X คลิปดังกล่าวมียอดรับชมสูงกว่า 4.6 ล้านครั้ง แฟนคลับจำนวนมากต่างแสดงความตกใจและเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็มีเสียงชื่นชมต่อการไม่เพิกเฉยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมร่วมกันตอกย้ำว่า ปัญหาไฟป่าไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นประเด็นที่ทุกคนควรตระหนักและช่วยกันดูแล เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้างภาพ : porsche.sivk

GDH ผนึกกำลัง One Cool Connect และ JAI Studios จัดกาล่าพรีเมียร์ พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE ชวนตั้งคำถามกับชีวิตผ่านมุมมองคนทำงาน

27 ม.ค. 2026

GDH ผนึกกำลัง One Cool Connect และ JAI Studios จัดกาล่าพรีเมียร์ พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE ชวนตั้งคำถามกับชีวิตผ่านมุมมองคนทำงาน

หากโลกทั้งใบเปรียบเสมือนออฟฟิศขนาดใหญ่ ชีวิตของเราต้องผ่านการพิจารณาอะไรบ้าง? คำถามชวนคิดนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นแกนหลักของภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจาก GDH ที่ร่วมมือกับ One Cool Connect และ JAI Studios จัดงานกาล่าพรีเมียร์ภาพยนตร์ พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE ผลงานที่ชวนผู้ชมสำรวจชีวิตคนเมืองผ่านการตั้งคำถามมากกว่าการให้คำตอบภาพยนตร์นำเสนอเรื่องราวที่หยิบเอาคำถามสำคัญของชีวิตมาวางตรงหน้า ทั้งเรื่องการทำงาน สังคม การตัดสินใจ และช่วงเวลาสำคัญก่อนที่ใครสักคนจะได้ ‘แจ้งเกิด’ ในฐานะพนักงานใหม่ของโลกใบนี้ เพราะไม่ว่าเราจะผ่านประสบการณ์มามากเพียงใด มนุษย์ทุกคนล้วนเป็น ‘พนักงานใหม่’ อยู่เสมอ บนโลกใบเดิมที่ไม่เคยหยุดท้าทายผลงานเรื่องนี้กำกับโดยผู้กำกับมือรางวัล เต๋อ–นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ และอำนวยการสร้างโดย ซีดี–พัชรินทร์ สุระวัฒนาพงศ์ พร้อมยกระดับความน่าสนใจด้วยการได้รับเกียรติฉายเปิดตัวในฐานะภาพยนตร์เปิดเทศกาล Venice International Film Festival ครั้งที่ 82 นำแสดงโดย เอิงเอย–ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์, เพชร–เผ่าเพชร เจริญสุข, อะตอม–ชนกันต์ รัตนอุดม และ พิมมา PiXXiE–พิมพ์มาดา ใจสักเสริญ ที่ร่วมกันถ่ายทอดชีวิตคนทำงานในหลากหลายมิติ ท่ามกลางกระแสตอบรับที่ร้อนแรงตั้งแต่การปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์บรรยากาศภายในงานกาล่าพรีเมียร์เต็มไปด้วยเหล่านักแสดงและคนในวงการที่มาร่วมให้กำลังใจอย่างคับคั่ง อาทิ เอม ภูมิภัทร, จั๊มพ์ พิสิฐพล, มาร์ค ภาคิน, ออกแบบ ชุติมณฑน์, ปิงปอง ธงชัย, ฟ้อนด์ ณัฐทิชา, วี วีรยา, แพร พิมพ์ลดา, น้ำใส พิชญาภา พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์ สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ โดยงานจัดขึ้น ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อนภายในงานเริ่มต้นด้วยพิธีกร เติ้ล–กิตติภัค ทองอ่วม กล่าวต้อนรับ ก่อนจะเชิญ เคน–นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ มารับหน้าที่พูดคุยกับทีมนักแสดงและผู้กำกับ ถึงแนวคิดของภาพยนตร์ที่ย้ำชัดว่า ไม่ได้ตั้งใจให้คำตอบ แต่ชวนผู้ชมกลับมาตั้งคำถามกับชีวิตของตัวเอง ผ่านเรื่องราวที่อาจทำให้ใครหลายคนทั้งยิ้ม เงียบคิด และหันกลับมาถามว่า วันนี้เรากำลังทำงานอยู่ในตำแหน่งใดของโลกใบนี้อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือการแสดงเพลงประกอบภาพยนตร์ ‘พนักงานใหม่บนโลกใบนี้’ จากทีมนักแสดง ที่ช่วยเติมอารมณ์และความรู้สึกให้ผู้ชมได้อินไปกับเรื่องราว ก่อนปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกัน นำโดย คุณจินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด, คุณ Bobbie Wong Director จาก One Cool Connect และ คุณพิมสิริ ทองร่มโพธิ์ กรรมการผู้จัดการ JAI Studios พร้อมด้วยผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และนักแสดง ก่อนจะร่วมรับชมภาพยนตร์ไปพร้อมกันพนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่มอบคำตอบตายตัว หากแต่เป็นผลงานที่ชวนผู้ชมทบทวนตัวเอง ผ่านเรื่องราวเรียบง่ายแต่เฉียบคม ที่สะท้อนชีวิตคนเมืองในยุคปัจจุบันได้อย่างตรงใจ เตรียมพบกับภาพยนตร์เรื่องนี้พร้อมกันในโรงภาพยนตร์ วันที่ 29 มกราคมนี้นอกจากนี้ ยังมี HUMAN RESOURCE CENTER นิทรรศการพิเศษที่ชวนผู้ชมสำรวจความคิดของตัวเอง เมื่อชีวิตต้องตัดสินใจว่าจะ ‘สมัครเข้า’ หรือ ‘ลาออก’ จากบทบาทเดิม เพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่อยากเป็น จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ถึง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00–21.00 น. ณ ชั้น 8 SF World Cinema เซ็นทรัลเวิลด์ภาพ : GDH

เมทัล สุขขาว เผยมุมส่วนตัวและความเหนื่อยสะสมในชีวิตที่ต้องแบกรับ ท่ามกลางกำลังใจจากแฟน ๆ

14 ม.ค. 2026

เมทัล สุขขาว เผยมุมส่วนตัวและความเหนื่อยสะสมในชีวิตที่ต้องแบกรับ ท่ามกลางกำลังใจจากแฟน ๆ

เมทัล สุขขาว ศิลปินและนักแสดงมากความสามารถ ได้รับกำลังใจอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ บนโซเชียลมีเดีย หลังตัดสินใจออกมาเปิดเผยความรู้สึกส่วนตัวผ่านพื้นที่ออนไลน์ โดยเธอได้โพสต์วิดีโอช่วงเวลาหนึ่งของการพูดคุยกับสามี โดม–ปกรณ์ ลัม ซึ่งเป็นการรับฟังและพูดคุยถึงความเครียดที่เกิดจากกระแสในโลกโซเชียลที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นความรู้สึกเหนื่อยล้าที่สะสมอยู่ภายในใจเมทัล เผยว่า โดยปกติแล้วเธอเป็นคนที่ค่อนข้างระมัดระวังในการแชร์เรื่องราวและอารมณ์ส่วนตัวบนโซเชียลมีเดีย เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการตีความที่คลาดเคลื่อนจนส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น อย่างไรก็ตามการออกมาพูดในครั้งนี้เป็นการสื่อสารในฐานะคนคนหนึ่งที่ต้องแบกรับความรู้สึกหลากหลาย โดยเฉพาะในบทบาทของผู้หญิงและภรรยา ซึ่งหลายเรื่องมีความละเอียดอ่อนเกินกว่าจะอธิบายได้ทั้งหมดผ่านพื้นที่สาธารณะในข้อความที่เธอโพสต์ เมทัล กล่าวถึงสามีว่าเขาเป็นคน “ดื้อ” ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เธอรู้สึกหลายอย่างในช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะเดียวกันเธอก็เลือกมองผ่านความตึงเครียดเหล่านั้นด้วยความเข้าใจ โดยยึดสิ่งดี ๆ ที่ยังมีอยู่ และการยอมรับตัวตนที่แท้จริงของกันและกันเป็นหลัก เธอย้ำชัดว่าไม่ได้ต้องการนำทุกมิติของชีวิตหรือทุกตัวตนมาเปิดเผยบนโซเชียลมีเดีย เพราะไม่ต้องการให้ผู้คนเข้ามามองเห็นชีวิตส่วนตัวของเธออย่างทะลุปรุโปร่งทั้งหมดเมทัล ยังสะท้อนมุมมองต่อสังคมว่า ชีวิตของผู้คนเต็มไปด้วยความซับซ้อน ไม่มีใครดีหรือไม่ดีอย่างสมบูรณ์ ทุกคนต่างอยู่ท่ามกลางกระบวนการเรียนรู้ แก้ไข และเติบโตในเส้นทางของตนเอง เธอจึงเลือกสื่อสารเฉพาะในสิ่งที่จำเป็น และปล่อยให้ชีวิตเดินหน้าต่อไปตามจังหวะของมัน โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายทุกเรื่องต่อสาธารณะการเปิดใจครั้งนี้ไม่เพียงเผยให้เห็นความเหนื่อยล้าที่ เมทัล ต้องเผชิญจากแรงกดดันในโลกออนไลน์ แต่ยังสะท้อนความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนตัว ท่ามกลางกำลังใจจากแฟน ๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างอบอุ่น ซึ่งกลายเป็นพลังสำคัญให้เธอก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ภาพ : metalmetal

เฌอปราง อารีย์กุล ร่วมส่งเสียงสนับสนุนกฎหมายคุกคามทางเพศ ย้ำความสำคัญของการปกป้องทุกคน ทุกเพศ และการใช้สื่ออย่างเห็นใจผู้อื่น

14 ม.ค. 2026

เฌอปราง อารีย์กุล ร่วมส่งเสียงสนับสนุนกฎหมายคุกคามทางเพศ ย้ำความสำคัญของการปกป้องทุกคน ทุกเพศ และการใช้สื่ออย่างเห็นใจผู้อื่น

เฌอปราง อารีย์กุล ศิลปินและนักแสดงมากความสามารถ ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนความคืบหน้าของกฎหมายว่าด้วยการคุกคามทางเพศ โดยมองว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยป้องกันการถูกคุกคาม และสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ถูกคุกคามมีสิทธิ์ตอบโต้และปกป้องตนเองผ่านกระบวนการทางกฎหมายได้อย่างเหมาะสมเฌอปราง เล่าถึงมุมมองส่วนตัวต่อประเด็นนี้ว่า การมีกฎหมายรองรับไม่เพียงช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวของผู้เสียหาย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยับยั้งพฤติกรรมคุกคามในสังคม โดยเฉพาะในพื้นที่ออนไลน์ ซึ่งคำพูดหรือคอมเมนต์เพียงไม่กี่บรรทัดอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้อื่นได้มากกว่าที่หลายคนคาดคิด พร้อมฝากข้อคิดถึงผู้ใช้โซเชียลมีเดียให้ ‘คิดก่อนพิมพ์’ และตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า กล้าพูดถ้อยคำเหล่านั้นต่อหน้าผู้อื่นหรือไม่ หากไม่กล้า ก็ไม่ควรส่งสารทำร้ายใครผ่านหน้าจอเช่นกันสำหรับเธอแล้วในฐานะบุคคลสาธารณะ เธอยังเผยวิธีรับมือกับคำวิจารณ์ว่า เธอจะเลือกคัดกรองเฉพาะคำติที่สร้างสรรค์และสามารถนำไปพัฒนาตนเองได้ ส่วนถ้อยคำด่าทอหรือโจมตีโดยไร้เหตุผล เธอเลือกที่จะมองข้าม แต่หากเป็นการใช้ถ้อยคำรุนแรงหรือเข้าข่ายคุกคาม ก็พร้อมใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองอย่างเหมาะสมเฌอปราง ยังเชื่อว่าการสื่อสารอย่างมีสติและเห็นใจผู้อื่น คือรากฐานสำคัญของสังคมที่ปลอดภัย และกฎหมายคุกคามทางเพศจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยยืนยันว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เพศใด หรืออยู่ในสถานะใด ทุกคนสมควรได้รับความเคารพและการปกป้องจากการถูกคุกคามอย่างเท่าเทียมภาพ : Ccherprang.Ark

น่ารักจนเป็นไวรัล ซูมดีเทลความหมายที่ซ่อนอยู่ในชุดแต่งงานล้านนาของ กวาง วรรณปิยะ-เฮ้าส์ ปธานนท์ จากแบรนด์ Vanus Couture

14 ม.ค. 2026

น่ารักจนเป็นไวรัล ซูมดีเทลความหมายที่ซ่อนอยู่ในชุดแต่งงานล้านนาของ กวาง วรรณปิยะ-เฮ้าส์ ปธานนท์ จากแบรนด์ Vanus Couture

กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์แห่งความประทับใจที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกโซเชียล สำหรับพิธีวิวาห์สุดอบอุ่นของนักแสดงและนางแบบสาวชื่อดัง กวาง วรรณปิยะ และแฟนหนุ่มนักธุรกิจ เฮ้าส์ ปธานนท์ ที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในบรรยากาศงานแต่งงานแบบล้านนา เมื่อวันเสาร์ที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ท่ามกลางครอบครัวและเพื่อนสนิททั้งในและนอกวงการที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในก้าวสำคัญของความรักนอกจากบรรยากาศงานที่อบอวลไปด้วยความละมุน อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว คือ ชุดแต่งงานสไตล์ล้านนาของทั้งคู่ ซึ่งไม่เพียงงดงามในแง่ดีไซน์ แต่ยังซ่อนรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เปี่ยมด้วยความหมาย บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของความรักได้อย่างอ่อนโยนและลึกซึ้งชุดแต่งงานของเจ้าสาวและเจ้าบ่าวเป็นผลงานการออกแบบและตัดเย็บจากแบรนด์ วนัชกูตูร์ (Vanus Couture) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความประณีตและการถ่ายทอดรากวัฒนธรรมไทยอย่างร่วมสมัย โดยแบรนด์ วนัชกูตูร์ ได้นำเสนอเบื้องหลังของไอเดียในการทำชุดเอาไว้อย่างน่าสนใจว่าชุดไทยล้านนาของ กวาง ถ่ายทอดความอ่อนหวานอย่างสงบ ผ่านเสื้อแขนยาวทรงเข้ารูปที่โอบรับสรีระอย่างงดงาม แฝงดีเทลการปักและตกแต่งอย่างละเมียดละไม จับคู่กับผ้าซิ่นไหมทอขิดลวดลายโบราณ โทนสีงาช้างทองอ่อน ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่ลุ่มลึก งดงามเหนือกาลเวลา โดยใช้ผ้าไหมทอขิดจากจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของเจ้าบ่าวมาเป็นวัสดุหลัก สะท้อนการหลอมรวมของความรัก ครอบครัว และถิ่นกำเนิดไว้ในวันสำคัญหนึ่งในดีเทลที่ทำให้หลายคนยิ้มตาม คือ Hidden Detail บนชุดเจ้าสาวกับการปักลวดลาย ‘กวางคู่’ อย่างประณีต ซึ่งไม่เพียงสอดรับกับชื่อของเจ้าสาว แต่ยังสื่อถึงความหมายของคำว่า ‘คู่’ การเดินเคียงข้างกัน การเติบโตไปด้วยกัน และความผูกพันที่ตั้งอยู่บนความอ่อนโยนและมั่นคง เปรียบเสมือนกวางคู่ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบ งดงาม และซื่อสัตย์ต่อกันส่วนเจ้าบ่าวเลือกสวมชุดผู้ชายล้านนาในรูปแบบเสื้อม่อฮ่อมประยุกต์ ที่นำกลิ่นอายดั้งเดิมมาตีความใหม่ ตัดเย็บจากผ้าไหมไทย ให้ความรู้สึกสุภาพ นุ่มนวล และสง่างามในแบบชายล้านนาร่วมสมัย เส้นสายของชุดยังคงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่เพิ่มความเนี้ยบให้เหมาะกับพิธีมงคลเมื่อทั้งสองยืนเคียงข้างกัน ชุดแต่งงานจึงไม่ใช่เพียงเครื่องแต่งกาย หากแต่เป็น เรื่องราวของความรัก ที่เชื่อมโยงบ้านเกิด รากเหง้า วัฒนธรรมล้านนา และตัวตนของคู่รักไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืนและงดงามในทุกมิติ พร้อมคอมพลีตลุคด้วยเครื่องประดับจาก Queen Diamond ที่ช่วยเสริมออร่าแห่งความพิเศษในวันแห่งความทรงจำนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบภาพ : gwangoamsinnที่มา : vanuscouture_official

album
efm
-

-