ATIME ฟังเพลงออนไลน์ วิทยุออนไลน์ ดูรายการออนไลน์
  • EFM
  • Green Wave
  • Hotwave

News Updates

Podcasts

อังคารคลุมโปง
05 มิ.ย. 2026EFM

อังคารคลุมโปง

อังคารคลุมโปง Podcast จากเรื่องหลอนหน้าไมค์ สู่ความขนลุกซู่ x2 จนคุณต้องนอนคลุมโปงฟัง!! ทุกคืนวันเสาร์

กระต่ายตื่นรู้
08 มี.ค. 2024EFM

กระต่ายตื่นรู้

รู้เท่าทันสื่อ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง

Good Jobs
03 ก.พ. 2023Chill On

Good Jobs

Good jobs ไขสเปค ‘คนที่ใช่’ ของ ‘งานในฝัน’ ป๋าเต็ด พาไปบริษัทดัง ล้วงลึกวิธีคัดเลือกพนักงาน ให้รู้ข้อมูลแบบ Exclusive ก่อนที่คุณจะมาสมัครงานจริง ขอให้ได้งานนะครับ! ศุกร์เว้นศุกร์

พาศึกsaid เพศศึกษา
12 ม.ค. 2023EFM

พาศึกsaid เพศศึกษา

PODCAST ที่จะ เปิดห้องเรียน “เพศศึกษา” ยกคำถาม “เรื่องเพศ” เอามา Said กับ “คุณหมอ” คุยได้ทุกเรื่อง ตอบทุกปัญหา เพราะ “เพศศึกษา” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย พูดคุยกับ หมอเต้ นายแพทย์ ณัฐเขต และ หมอโอ๊ต นายแพทย์ วงศกร จาก PULSE CLINIC

EFM

แฟนหนูไม่ได้เช็ดกาจู้วหลังเข้าห้องน้ำ หนูคิดว่ามันไม่สะอาด เวลามีอะไรกัน บางทีเขาก็น่าจะไม่ได้ล้างด้วย เลยอยากรู้ว่าผู้ชายคนอื่น เช็ดกาจู้วบ้างไหมคะ?
17 มิ.ย. 2026
พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนหนูไม่ได้เช็ดกาจู้วหลังเข้าห้องน้ำ หนูคิดว่ามันไม่สะอาด เวลามีอะไรกัน บางทีเขาก็น่าจะไม่ได้ล้างด้วย เลยอยากรู้ว่าผู้ชายคนอื่น เช็ดกาจู้วบ้างไหมคะ?

แฟนหนูไม่ได้เช็ดกาจู้วหลังเข้าห้องน้ำหนูคิดว่ามันไม่สะอาดเวลามีอะไรกัน บางทีเขาก็น่าจะไม่ได้ล้างด้วยเลยอยากรู้ว่าผู้ชายคนอื่น เช็ดกาจู้วบ้างไหมคะ? ‘คุณบิวตี้ (นามสมมุติ)’ สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 มิถุนายน 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก — ดีเจเติ้ล — ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่แฟนที่ไม่ใช้ทิชชู่เช็ดอวัยวะเพศหลังทำธุระเบาเสร็จ ‘คุณบิวตี้ (นามสมมุติ)’ อายุ 23 ปี เธอเปิดมาด้วยคำถามสำหรับคุณผู้ชายว่า “หลังปัสสาวะเสร็จ จำเป็นต้องใช้ทิชชู่เช็ดตรงอวัยวะนั้นไหม?” เธอตั้งคำถามนี้เพราะว่าส่วนตัวเข้าใจมาตลอดว่าทุกคนต้องเช็ด แต่เพิ่งได้รู้ความจริงว่าแฟนเธอไม่เช็ด คุณบิวตี้รู้เข้าก็ตกใจ และขอให้แฟนเช็ดเป็นพิเศษเพราะกังวลเรื่องความสะอาด แต่แฟนกลับต่อต้านมาก ๆ และบอกว่า “ไม่มีทางเช็ดเด็ดขาด ไม่มีผู้ชายคนไหนเขาเช็ดหลังปัสสาวะ เขาสะบัด ๆ แล้วเก็บกันทั้งนั้น” ด้าน ‘ดีเจเผือก‘ บอกว่า “ส่วนใหญ่เขาก็ไม่เช็ดกัน เพราะโถไม่มีทิชชู่ให้ จะเช็ดอย่างไร แค่สะบัด ๆ” ’ดีเจเติ้ล’ ก็ตอบว่า “เห็นด้วยว่าส่วนใหญ่ไม่เช็ด เพราะส่วนตัวก็ไม่ได้เช็ดตั้งแต่แรก แต่เช็ดเพราะเคยมีอาการคัน และคิดว่าเกิดจากอาการหมักหมมจึงเช็ด” ‘ดีเจต้นหอม’ ตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า “ทำไมคุณบิวตี้ถึงรับไม่ได้กับการใช้ไม่ใช้ทิชชู่เช็ด” เธอได้ตอบว่าเพราะหากมีอะไรกับมันจะสกปรก และมักมีอะไรกันก่อนอาบน้ำ แต่เขาจะล้างเฉพาะตอนอาบน้ำเท่านั้น ดีเจทั้งสามจึงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ต้องล้างก่อนมีอะไรกันทั้งสองฝ่าย ต่อให้เช็ดหลังเข้าห้องน้ำก็ต้องทำความสะอาดก่อนจะมีอะไรกัน” สุดท้าย ดีเจเผือกและดีเจต้นหอมเสริมทริกเล็ก ๆ ว่า หลังเขาอาบน้ำตอนที่เขาหอมแล้ว ให้เข้าไปชมว่าหอมและจัดชุดใหญ่เลย เขาจะได้รู้ว่าเมื่อหอมแล้วจะได้รางวัลเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว 5 ปี กลับมาตามสตอล์กเกอร์ กลัวว่าสักวันเขาจะขับรถมาชนเรา ทำอย่างไรดีคะ?
17 มิ.ย. 2026
พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว 5 ปี กลับมาตามสตอล์กเกอร์ กลัวว่าสักวันเขาจะขับรถมาชนเรา ทำอย่างไรดีคะ?

แฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว 5 ปีกลับมาตามสตอล์กเกอร์กลัวว่าสักวันเขาจะขับรถมาชนเราทำอย่างไรดีคะ? 'คุณเอริน' (นามสมมุติ) สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 มิถุนายน 2569)ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก — ดีเจเติ้ล — ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนเก่ากลับมาสตอล์กเกอร์หลังจากเลิกกันไปแล้ว ซึ่งมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ในอนาคต 'คุณเอริน' (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ได้เล่าเรื่องว่า ตนนั้นมีแฟนเก่าที่เลิกกันไปประมาณ 5 ปี แต่เขากลับมาตามไม่เลิก และเริ่มมีพฤติกรรมการเข้าประชิดตัวช่วงปีนี้ เหตุการณ์ล่าสุดคือ คุณเอรินกำลังให้อาหารปลาที่วัดแถวบ้าน แฟนเก่าก็เข้ามากอดจากด้านหลัง พยายามดึงแขนและชวนไปที่ห้อง เธอจึงกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจ ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ แฟนเก่าจึงตกใจและหนีไป นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาประชิดตัวคุณเอริน และมีอีกเหตุการณ์ที่เขามาดักระหว่างทางกลับบ้าน เพราะรู้ที่อยู่บ้าน อีกทั้งบ้านยังอยู่ในละแวกเดียวกันด้วย ในตอนที่คบกันนั้น แม้คุณเอรินจะรู้ว่าแฟนเก่าเจ้าชู้แต่ก็ยังหลับหูหลับตาหลอกตัวเอง ไม่ว่าเขาพูดอะไรก็เชื่อ แต่ครั้งสุดท้ายที่ทำให้คุณเอรินรับไม่ได้จริง ๆ คือเขานอกใจไปกับคุณแม่ของรุ่นพี่เธอ และในตอนนั้นคุณแม่มีสถานะเป็นหัวหน้างานของแฟนเก่า นอกจากนั้นยังเคยพูดกับเธอว่า “ถ้าเขาเจ้าชู้เดี๋ยวแม่จัดการให้” เธอจึงเชื่อใจแม่รุ่นพี่มาก ในตอนที่ไปเที่ยวกับแฟนเก่า คุณแม่รุ่นพี่โทรเข้ามาก็ไม่เคยเอะใจคิดว่าเขาคงคุยกันเรื่องงาน พอจับได้ครั้งนี้คุณเอรินก็บอกเลิก และบอกว่า “เรารับไม่ได้ ที่ผ่านมาเราก็หลอกตัวเองมาเยอะแล้ว แต่ครั้งนี้มันเกินไป” เลิกกันแรก ๆ เขาก็มาวอแวผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวของเธอ ทั้งตัวเขาเองและให้ผู้หญิงของเขาตามมาวอแวเราด้วย เธอไม่รู้ว่าเขาไปพูดอะไรกับผู้หญิงของเขา แต่เมื่อบล็อกไป ผู้หญิงเหล่านั้นก็จะเพิ่มเพื่อนคุณเอรินมา หากไม่รับ และไม่ตอบ เขาก็จะส่งข้อความไปหาเพื่อนของเธอแทน โดยจะเป็นข้อความประมาณว่า “น้องคะฝากบอกเพื่อนด้วยนะว่าให้เลิกยุ่งกับผัวพี่” ทั้งที่เธอไม่ได้ยุ่งกับเขาเลย และยังเป็นคนที่ออกมาจากผู้ชายคนนั้นเองด้วย คุณเอรินเล่าว่า แฟนเก่าเพิ่งเริ่มจะมาเข้าประชิดตัวตอนกำลังจะเข้าปีที่ 5 ที่เลิกกัน ซึ่งคือตอนนี้ อยู่ดี ๆ เขาก็กลับมา เริ่มแรกเขาทักมาว่า “อยากกลับมาคืนดี” แต่คุณเอรินเองก็มีแฟนใหม่แล้ว มีชีวิตที่ไม่ท็อกซิกแล้ว และยังไม่อยากเล่าให้แฟนฟัง เพราะแฟนเป็นคนจริง เธอจึงอยากแก้ปัญหาด้วยตนเองก่อน ก่อนหน้านี้เธอเคยลงบันทึกประจำวันไปแล้ว เพราะเขาส่งรูปโป๊เปลือยมา และเหตุการณ์ที่น่ากลัวที่สุดคือ ครั้งหนึ่งตอนที่เธอกำลังขับมอเตอร์ไซค์ผ่านเส้นทางหนึ่งเพื่อจะกลับบ้าน ก็มีรถยนต์คันหนึ่งขับปาดออกมา และเปิดกระจกบอกว่า “ถ้าไม่โอนเงินมา เดี๋ยวจอมากกว่านี้แน่!” ซึ่งคนในรถคันนั้นก็เป็นแฟนเก่าเธอ นอกจากคุกคามคุณเอรินแล้ว เขาก็ยังมาทวงของมีค่าที่เคยซื้อให้ช่วงที่คบกันอีกด้วย ในตอนนั้นเวลาทำผิดเขาก็จะซื้อของมาง้อ และเขารู้อยู่แล้วว่าเธอรักศักดิ์ศรีมาก ตอนเลิกกันเขาจะใช้คำพูดประมาณว่า “เราอยากได้ของเขาหรอถึงไม่คืนของ” คุณเอรินก็ได้คืนของเขาไปหมด เขาเองก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าเรายังไม่คืน นอกจากนั้นยังเคยมาขู่ให้โอนเงินจำนวน 1,000 บาท ให้เขา ไม่อย่างนั้นจะบอกแฟนคนปัจจุบันของคุณเอรินว่าตอนที่คบกันเป็นอย่างไร ในตอนนั้นเอง คุณเอรินก็รู้สึกตกใจเพราะเขาเคยขู่ว่าแอบถ่ายรูปเธอไว้ ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ จึงได้ทำการโอนเงินให้เขาไปหนึ่งครั้ง เหมือนเขาจะได้ใจ และพยายามติดต่อมา บางครั้งเขาก็ส่งข้อความมาคุยดี ๆ บอกว่าขอโทษสำหรับเรื่องที่ผ่านมา แต่พอเธอกดอ่าน เขาก็จะเปลี่ยนเป็นทวงเงิน จะคิดค่าน้ำมันรถที่เคยรับส่งเธอย้อนหลัง เคยทวงผ่านทางเพื่อนเธอ และผู้หญิงของเขาก็เคยมาทวงจากเธอ เขาเคยบอกว่าที่ชีวิตเขาเป็นอย่างนี้เพราะคุณเอรินเลิกกับเขา ในตอนที่คบกับเธอทำกับข้าวให้ทุกวัน และเวลาไม่มีเงินก็จะพูดจากดดันเพื่อยืมทองเธอไปจำนำ บางครั้งก็ไม่ไถ่มาคืนเธอ คุณเอรินเสริมว่าเรื่องที่เลิกกันเคยบอกคุณพ่อแล้ว แต่พักหลังที่เขามาคุกคามยังไม่ได้บอกเพราะคิดว่ามันจะไม่กลับมาเกิดขึ้นอีกแล้ว โดยปกติเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นตอนเลิกกันใหม่ ๆ แต่อันนี้เกิดขึ้นหลังเลิกกันไปนานแล้ว แฟนเก่าคนนี้ก็รู้ว่าเธอมีแฟนใหม่แล้วแต่เขาไม่กลัวเลย คุณเอรินกลัวว่าถ้าแจ้งความไปแล้วเรื่องเงียบ เธอกลัวว่าเขาจะขับรถมาเฉี่ยวเธอในสักวันหนึ่ง เพราะเธอเองก็ขับมอเตอร์ไซค์ และยังขับไม่แข็งอีกด้วย ไม่รู้ว่าเขาจะไปดักทางไหน และจนตอนนี้คุณเอรินก็ยังไม่กล้าเล่าให้แฟนฟัง เพราะแฟนเธอเป็นคนจริง จึงอยากจัดการด้วยตัวเองก่อน ไม่อยากให้แฟนต้องมาปวดหัวกับเรื่องราวในอดีตของเธอ คุณเอรินจึงขอคำปรึกษาจากดีเจทั้งสามว่า “หนูควรบอกแฟนดีไหม หรือจะทำอย่างไรดี?” ดีเจทั้งสามเริ่มให้คำปรึกษาโดยเริ่มจาก ‘ดีเจต้นหอม' ที่บอกว่า “อันนี้เราควรบอกคนรอบข้าง เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เราถูกคุมคาม และเป็นเรื่องความปลอดภัยของเรา" คุณเอรินเล่าเพิ่มเติมว่า เขาชอบทวงบุญคุณบางครั้งก็มีการส่งรูปกระบอกปืนมาขู่ ด้วยความกลัวเธอจึงไม่ได้ตอบกลับ แต่แคปเก็บไว้เป็นหลักฐาน และถามคำถามเพิ่มว่า หากแจ้งความแล้วเรื่องเงียบ สามารถส่งเรื่องไปให้ HR บริษัทเขาได้หรือไม่ เพราะบริษัทเขาค่อนข้างห่วงเรื่องภาพลักษณ์ แต่ตำแหน่งของแฟนเก่าไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่อะไร สำหรับเรื่องที่โดนขู่ ‘ดีเจต้นหอม’ มองว่าควรแจ้งความ และให้เก็บหลักฐานว่าเขาคุกคามเราอย่างไร ‘ดีเจเผือก’ ให้คำปรึกษาว่า “เรื่อง HR แล้วแต่ว่าเขารับเรื่องแล้วจะจัดการอย่างไรหรือเปล่า และมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพนักงานด้วย คิดว่าน่าจะบอกแฟนตามพี่เอรินบอกว่าเขาเป็นคนจริง เขาอาจจะจัดการได้” ’ดีเจเติ้ล‘ แนะนำว่า “นำหลักฐานที่มีให้ตำรวจทั้งหมด และเขาเองก็เคยฉุดเราแล้วด้วย จริง ๆ ถ้าวันนั้นเราแจ้งความตำรวจน่าจะทำอะไรแล้ว เพราะเขาก่อเรื่องในที่สาธารณะเลย เรื่องแบบนี้ควรป้องกันไว้ก่อน“ ดีเจทั้งสามให้คำแนะนำรวม ๆ กันว่า ”ให้บอกแฟน และให้แฟนพาไปแจ้งความเพื่อความปลอดภัยของคุณเอริน อีกทั้งเรื่องที่เขาขู่เธอมันเข้าข่าย Blackmail เก็บรวบรวมหลักฐานไว้ ไม่ต้องถึง HR แค่ให้คนรอบตัวรู้ก่อน และคอยตามเรื่องกับตำรวจว่าเขาจะดำเนินการอย่างไรต่อ อย่าไปคิดว่าอดีตของเราเป็นปัญหา เพราะตอนนี้เราคือเหยื่อ"เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ใจฟูไปตาม ๆ กัน เมื่อ "ลาเต้ - คิม" ควงคู่กันมาบุก EFM FANDOM LIVE แจกความน่ารักสดใส พร้อมอวดเคมี "หมาเด็กกับพี่คนสวย" แบบจัดเต็ม เรียกได้ว่า... เป็นการมอบความสุขให้แฟนคลับแบบล้น ๆ ฟินสนั่นสตูแน่นอน !
17 มิ.ย. 2026
EFM FANDOM RECAP

ใจฟูไปตาม ๆ กัน เมื่อ "ลาเต้ - คิม" ควงคู่กันมาบุก EFM FANDOM LIVE แจกความน่ารักสดใส พร้อมอวดเคมี "หมาเด็กกับพี่คนสวย" แบบจัดเต็ม เรียกได้ว่า... เป็นการมอบความสุขให้แฟนคลับแบบล้น ๆ ฟินสนั่นสตูแน่นอน !

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 11 มิถุนายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “ลาเต้ - คิม” ที่มามอบรอยยิ้ม ความสดใส และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจ “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... เพราะคุณคือพรของผมนามปากกา : มะเขือเทศลูกกลม 088 269 4514 องศา ชายวัยสามสิบปียืนอยู่หน้าบันไดวัดเก่าแก่ของเชียงใหม่ ชีวิตของเขาประสบความสำเร็จทุกเรื่อง ขาดเพียงเรื่องเดียวคือ "ความรัก" ที่ไม่เคยสมหวังเลยสักครั้ง เบื้องหน้าองค์พระ องศาตั้งใจอธิษฐานอย่างแน่วแน่ เขาไม่ได้ขอคนสมบูรณ์แบบ ไม่ได้ขอรักที่เหมือนในหนัง แค่ขอให้ได้เจอใครสักคนที่พร้อมจะรักในสิ่งที่เขาเป็น "ขอพรเสร็จหรือยังครับ?" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำให้องศาสะดุ้งหันไปพบชายหนุ่มอายุราวยี่สิบปลายๆ ในมือถือกล้องฟิล์มและมีแววตาอบอุ่น "ผมจะขอพรต่อ ถ้าคุณยังอยู่แบบนี้ผมรอได้ครับ" องศารีบเอ่ยขอโทษ ชายคนนั้นยิ้มตอบ "จริงๆ ผมกำลังเดาว่าคุณขอพรเรื่องอะไร ใช่เรื่องความรักไหมครับ" ทำเอาองศาชะงัก "คนที่ทำหน้าตาจริงจังแบบคุณส่วนใหญ่น่าจะเป็นเรื่องหัวใจมากกว่า" องศาหลุดอมยิ้ม "งั้นคุณคงเดาถูก" ชายหนุ่มยิ้มกว้างจนตาปิดด้วยความดีใจ "ดีเลยครับ ถ้าพรข้อนั้นสำเร็จ ช่วยจำไว้นะครับว่าวันนี้คุณได้เจอกับ 'ฟากฟ้า' เผื่อว่า...พรนั้นจะเป็นผม" องศานิ่งค้างไปหลายชั่วขณะ นั่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ทำให้หัวใจขององศากลับมาเต้นแรงอีกครั้ง พรที่เขาขอ...ดูเหมือนจะเริ่มทำงานเร็วกว่าที่คิดFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Because you are my blessing.Pen Name : มะเขือเทศลูกกลม In the heart of Chiang Mai, at the foot of an age-old temple, stood thirty-year-old Ongsa. His life was a tapestry woven with success, yet love remained a thread conspicuously absent. Before the serene Buddha image, Ongsa poured his heart out in prayer, his focus absolute. He wasn't seeking a fairytale romance or a flawless partner; his simple plea was for someone to cherish him for exactly who he was. A deep voice, cutting through his quiet devotion, startled him. "Finished praying?" Ongsa turned to find a man in his late twenties, a film camera slung over his shoulder, his eyes radiating warmth. "I'll just be a moment longer. If you're still around, I can wait," Ongsa offered, a touch apologetically. The man's smile was a gentle acknowledgment. "I figured. You looked so intensely focused. Was it love you were petitioning for?" Ongsa's breath hitched. "People with that kind of earnest expression usually have matters of the heart on their minds," the stranger explained. A genuine smile bloomed on Ongsa's face. "Then you've hit the nail on the head," the young man said, his eyes sparkling with a contagious joy. "That's wonderful. And if that wish comes to pass, don't forget you met 'Fakfa' today. Maybe... maybe that wish is for me." Ongsa froze, a jolt running through him. It had been years since his heart had fluttered like this. His wish, it seemed, was already starting to weave its magic, far sooner than he’d dared to hope.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... Once More : กาลครั้งหนึ่ง...ในความทรงจำนามปากกา : DINO.CHAPTER 085 229 2989 "คิดถึงนะ.." มิน (Mintue |คิม) ยิ้มเมื่อเห็นประโยคนั้น "วันนี้เหนื่อยมั้ย? กลับหรือยัง?" "ไปกินข้าวกันผมหาร้านอร่อยๆรอไว้แล้ว" คำเดิม ๆ ที่ ไทม์ (Time | ลาเต้) ชอบพูดเสมอ สไตล์คนซึนบอกรักไม่เก่งแต่ใส่ใจเป็นที่หนึ่ง ตั้งแต่รู้จักกันชีวิตมินก็มีสีสันขึ้นเหมือนมีซามอยด์เด็กคอยป่วน ทุกเช้าหรือก่อนนอนมินจะอ่านข้อความเหล่านี้ซ้ำ ๆ เจออะไรตลก ๆ ก็ยังคิดจะเล่าให้ฟัง ราวกับได้ใช้ชีวิตคู่และคอยอยู่เคียงข้างกัน ไม่ว่าใครจะพูดอะไรเกี่ยวกับไทม์ สมองของมินเลือกจะปิดรับ เพราะถ้าฟังเขาต้องยอมรับความจริงที่แสนเจ็บปวด ​คืนหนึ่งมินเปิดอ่านประโยคสุดท้าย "ผมรักพี่นะ..." น้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมา สายตาเลื่อนผ่านตัวอักษรไปยังมุมกระดาษ... ไม่ใช่หน้าจอโทรศัพท์ ไม่ใช่ข้อความใหม่ แต่เป็นประโยคในนิยายเล่มเดิม เขาอ่านมันเพื่อเบี่ยงเบนความจริงเรื่องไทม์ แต่ยิ่งอ่านตัวละครก็ยิ่งคล้ายไทม์จนน่าเหลือเชื่อ ทั้งวิธีหยอกล้อหรือนิสัยต่าง ๆ เมื่อเรื่องจบเขาก็เปิดกลับไปหน้าแรก เริ่มต้นใหม่อยู่อย่างนั้น ราวกับตราบใดที่นิยายยังไม่จบ ไทม์ก็ยังอยู่ ทั้งที่ความจริงเรื่องราวของไทม์จบลงไปนานแล้ว...และคนที่ยังเดินออกจากหน้าสุดท้ายไม่ได้ มีเพียงมินคนเดียวFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Once MorePen Name : DINO.CHAPTER A simple "I miss you..." from Time (Mintue | Kim) always brought a smile to Min's face. He'd then get the usual well-meaning inquiries: "Rough day? Heading home soon?" followed by the offer of a meal, "Let's grab a bite. I found this amazing spot." These were Time's signature lines, the predictable rhythm of someone who struggled with grand declarations of love but overflowed with genuine care. Ever since they connected, Min's world had felt brighter, like having a playful Samoyed constantly underfoot, nudging him into life. He'd find himself re-reading these messages each morning and night, sharing amusing snippets as if they were sharing their days, a constant presence in each other's lives. Anyone who dared to speak ill of Time would find Min's mind simply tuning them out, unwilling to entertain anything that might shatter his carefully constructed reality. Then came one evening, as Min read the final message, "I love you..." A slow stream of tears traced paths down his cheeks. His eyes drifted from the words, scanning the page's edge... not his phone screen, not a new notification, but a familiar passage from an old novel. He'd turned to it as a distraction from the stark reality of Time's absence, but the more he read, the eerier the resemblance became. The fictional character mirrored Time uncannily – their teasing banter, their very essence. Once the story concluded, he'd instinctively flip back to the beginning, starting anew. It was as if, for him, the novel's unended pages meant Time was still within reach. But Time's chapter had closed long ago... and Min was the one stuck, unable to move past that final, painful sentence. There was only Min left.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... พบกันเสียทีนามปากกา : กาแฟไม่หวาน 092 651 3789 “ลาเต้” ช่างภาพหนุ่มที่ชอบสะสมกล้องฟิล์มเก่า วันหนึ่งเขาได้กล้องบังเอิญกล้องโพลารอยด์วินเทจมาตัวหนึ่งมา แต่เมื่อเขาได้ลองกดถ่ายรูปในห้องนอน รูปที่ค่อย ๆ ปรากฏ ชัดขึ้นกลับไม่ใช่ห้องของเขา แต่เป็นภาพบ้านไม้เรือนไทยโบราณที่มีชายหนุ่มหน้าตาสะสวย ราวกับผู้หญิงคนนึง กำลังนั่งมองมาที่กล้องด้วยความฉงน ทุกครั้งที่เขากดชัตเตอร์ ภาพจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา และยังเป็นชายหนุ่มคนเดิมที่ปรากฏขึ้นในภาพอยู่ตลอด เขาจึงเริ่มรู้สึกผูกพันและเริ่มตกหลุมรักชายหนุ่มในภาพ จึงได้ลองเขียนโน้ตเล็ก ๆ แปะไว้หน้าเลนส์ก่อนจะกดถ่าย เพื่อหวังให้อีกฝ่ายเห็น และเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองจะสื่อ วันหนึ่งเขาเห็นภาพในฟิล์มว่าบ้านเมืองฝั่งนั้นกำลังเกิดไฟไหม้และการทะเลาะวิวาท ชายหนุ่มเห็นภาพกำลังตกอยู่ในอันตราย ลาเต้จึงพยายามกดถ่ายรัว ๆ เพื่อหาวิธีช่วย แต่ฟิล์มโพลารอยด์แผ่นสุดท้ายกำลังจะหมดลง ฟิล์มแผ่นสุดท้ายเด้งออกมา มันเป็นภาพในยุคปัจจุบัน เป็นรูปตัวเขาเองที่กำลังยืนถือกล้อง แต่ข้างหลังเขามีเงาของชายที่อยู่ในรูปมาตลอดยืนยิ้มให้ พร้อมข้อความจาง ๆ บนขอบฟิล์มที่เขียนด้วยลายมือโบราณว่า "ได้พบกันเสียทีนะ" - คณิน (คิม)FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Finally, we meet.Pen Name : กาแฟไม่หวาน Meet Latte, a young shutterbug with a soft spot for vintage film cameras. His collection takes an unexpected turn when he stumbles upon an old Polaroid. Curiosity piqued, he snaps a photo in his bedroom, only to watch a scene unfold on the developing print that's decidedly not his own. Instead, it's an old-fashioned Thai wooden house, and within it, a strikingly handsome, almost delicate young man stares back with a look of bewilderment. Every click of the shutter reveals a new moment in time, yet it's always this same captivating man. A peculiar connection blossoms, and Latte finds himself falling for the enigmatic figure in the developing images. He starts leaving little notes taped to the lens, a silent plea for the man in the photo to see and understand. Then, a chilling image appears: a town ablaze, the young man caught in the heart of the chaos. Latte frantically tries to capture more shots, searching for a way to intervene, but the Polaroid film is dwindling fast. The very last sheet slides out, revealing a snapshot from the present. It's Latte himself, holding the camera, but in the background, a shadowy silhouette—the man from the photos all along—smiles enigmatically. Scrawled on the film's edge in elegant, old-world script is a single, poignant message: 'We finally meet again.' - Kanin (Kim)FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... Taste Test for Twoนามปากกา : Sleepymeen 065 527 2476 ลาเต้ เจ้าของตึกแถวสองชั้นที่ปล่อยพื้นที่ชั้นล่างให้เช่า เป็นคนไม่ค่อยชอบกินขนมหรือของหวาน ๆ เท่าไร แต่เพื่อน ๆ พูดกันว่าถ้าลาเต้บอกว่าอะไรอร่อย แปลว่ามันอร่อยจริง คิม เชฟทำขนมที่เพิ่งย้ายมาเปิดร้านขนมเล็ก ๆ ในตึกของลาเต้ เริ่มพัฒนาสูตรขนมใหม่ แต่ติดปัญหาตรงคนรอบตัวชอบของหวานกันหมด จึงไม่ค่อยแน่ใจว่าคำชมนั้นมันดีจริงไหม เลยลองขอให้ลาเต้ช่วยมาชิม “เต้ช่วยชิมขนมให้พี่หน่อยได้ไหม” จากที่ตั้งใจจะชิมแค่ครั้งเดียว กลายเป็นว่าลาเต้ถูกเรียกตัวมาชิมขนมแทบทุกวัน คืนนั้นร้านปิดไปนานแล้ว แต่ไฟในครัวยังสว่างอยู่ “เต้มาชิมอันนี้ให้หน่อย” ลาเต้นั่งพิงเคาน์เตอร์อย่างหมดแรง “ผมหมดแรงหยิบแล้ว...พี่ป้อนหน่อยได้ไหมครับ” “นี่กำลังอ้อนพี่อยู่หรือเปล่า” ลาเต้หัวเราะเบาๆ สุดท้ายคิมเลยต้องเดินเข้ามาใกล้ แล้วยื่นช้อนป้อนจริงๆ "เป็นไง" "อร่อย" แค่คำเดียวก็ทำให้คิมยิ้มออกมา "ดีใจนะ" "เรื่องขนมเหรอครับ" คิมส่ายหน้า "เปล่า" "..." "ดีใจที่นายยังอยู่ตรงนี้กับพี่จนดึก" หลังจากนั้นการอยู่ชิมขนมจนดึกก็ไม่แน่ใจแล้วว่าเป็นการพัฒนาสูตรขนมหรือเป็นข้ออ้างที่ทำให้ทั้งสองคนได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นกันแน่FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Taste Test for TwoPen Name : Sleepymeen Latte, who owned a two-story shop with the ground floor leased out, wasn't exactly a fan of sugary treats. But his friends swore by his taste – if Latte said something was good, it truly was. Enter Kim, a pastry chef who'd recently set up a cozy little shop downstairs in Latte's building. Kim was busy experimenting with new creations, but he was a bit shaky on whether the praise he'd been getting was genuine. He figured Latte was the perfect litmus test. "Latte, could you give this a go for me?" he'd asked. What began as a single favor quickly snowballed into Latte becoming Kim's unofficial, daily taste-tester. One evening, long after the shop had closed, the kitchen lights were still blazing. "Latte, try this one," Kim coaxed. Latte, thoroughly worn out, leaned against the counter. "I'm too beat to even lift it... could you feed me?" A playful smirk touched Latte's lips. "Trying to butter me up, are we?" Kim, a little flustered, had to step closer. And then, he actually offered a spoonful, gently feeding Latte. "So, what do you think?" "Delicious." A single bite brought a genuine smile to Kim's face. "I'm so happy." Latte raised an eyebrow. "About the dessert?" Kim just shook his head. "Nope. I'm just glad you're still here with me this late." From then on, it was anyone's guess whether those late-night dessert sessions were truly about refining recipes or just a sweet excuse to linger in each other's company.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... วิธีการจีบเด็กวัด 101นามปากกา : yirennn. 064 634 4047 "พรุ่งนี้อยากกินอะไร เดี๋ยวพี่ตักบาตรไปให้" เสียงใสของ 'นิว' เอ่ยขึ้นก่อนจะส่งรอยยิ้มหวาน ๆ ให้กับ 'เต' เด็กหนุ่มหน้าตาบ้าน ๆ ที่สะพายย่ามพระอยู่บนไหล่ เตถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนปรายตามองหนุ่มหน้าหวานที่อายุมากกว่าตนถึงสามปี แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ผมยังไม่ตายนะพี่นิว อยากทำบุญใส่บาตรอะไรก็ทำเถอะ" "งั้นก็มาบ้านพี่สิ เตก็รู้ว่าพี่ทำกับข้าวอร่อยจะตาย" ร่างอรชรคว้าแขนเด็กหนุ่มมากอดไว้หลวม ๆ พลางส่งสายตาออดอ้อน "ชวนไปบ้านกี่คนแล้วล่ะ" ชายหนุ่มร่างกำยำค่อย ๆ ปัดแขนเล็กออก ก่อนจะเดินหนีคนหน้าหวานตรงหน้า "หึงพี่ก็พูดเถอะ" คนตัวเล็กกว่ายกยิ้มก่อนเอ่ยแซวขึ้น ชายหนุ่มร่างกำยำส่ายหน้าอย่างเอือมระอา แต่นิวหาได้แคร์ท่าทีของเขาไม่ คงเป็นเพราะนิวตามจีบเด็กวัดอย่างเต มาได้กว่าสามเดือนแล้ว แม้อีกฝ่ายจะเย็นชาแค่ไหน แต่ใครสนกันล่ะ ในเมื่อเขารักของเขาไปแล้ว แม้เข้าทางเจ้าอาวาส เป็นเจ้าภาพทั้งงานกฐิน ซองผ้าป่า หรือแม้แต่ทำโรงทานติดต่อกันตลอดสามเดือน นิวก็ทำมาหมดแล้ว ถ้าทำดีขนาดนี้แล้วยังไม่ได้ใจเด็กวัดคนนั้น เห็นทีคงต้องใช้วิธีการ "จีบ" ในแบบของเขาแล้วล่ะ ดูสิว่า 'นายเด็กวัดคนนั้น' จะทนได้สักกี่น้ำกันเชียวFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… How to Capture a Temple Boy 101's heart.Pen Name : yirennn. “Thinking about dinner tomorrow, Te? I can offer some alms in your name,” purred New, flashing a disarmingly sweet smile at Te, a young man with a decidedly simple aura and a monk’s satchel slung across his shoulder. Te let out a soft sigh, his gaze drifting to the older, gentle-faced man. “I’m not dead yet, New,” he replied in a rather flat tone. “Do whatever good deeds you feel like.” “Then you absolutely must come to my place, Te! You know I whip up the most delicious meals,” New declared, his slender frame wrapping around the younger man’s arm in a loose embrace, his eyes alight with affection. “Just how many people have you already invited over?” the muscular Te retorted, gently but firmly freeing his arm before walking away from the persistent New. “Just admit you’re feeling a little jealous,” New chirped back with a grin. Te simply shook his head in mild exasperation, but New remained undeterred. After all, he’d been cheerfully pursuing Te, the quiet temple boy, for a solid three months. Te’s cool demeanor was hardly a deterrent; New was head-over-heels, even if it meant ruffling the abbot’s feathers. For three months straight, New had been a whirlwind of activity – organizing Kathin ceremonies, spearheading fundraising drives, and even running a food stall. If all this virtuous effort still hadn’t managed to sway the temple boy, New mused, it was probably time to unleash his own brand of unique courtship. He wondered just how long ‘that temple boy’ could resist.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “ลาเต้ - คิม”ที่จะมาแจกเคมีความน่ารักทำเอาแฟนคลับใจละลายไปหมดเลย ~( สกิลการพูดของหนุ่ม ๆ ) ด้วยความที่เป็นซีรีส์พีเรียดย้อนยุคเลยต้องใช้สกิลการพูดอย่างหนัก ในบรรดานักแสดง “คิม” เป็นคนที่พูดชัดที่สุดแล้ว ส่วน “ลาเต้” บอกว่า พูดคำว่า วิปลาศ ได้ชัดที่สุด ส่วนการพูดควบกล้ำ เน้นร.เรือ ก็กังวลนิดหน่อย ซึ่งการเก็บคำให้เหมือนกับคนสมัยก่อนก็ใช้เวลานานประมาณหนึ่งเลย มีคุณครูมาสอนครึ่งปี อย่าง “พี่เน็ต” ต้องนวดลิ้นเลย เพราะลิ้นแข็งทำให้พูดร.เรือไม่ชัด แต่ “ลาเต้ - คิม” ไม่โดน ในบรรดานักแสดงมีแค่ “เน็ต” เป็นคนเดียวที่โดน( เป้าหมายในปีนี้ ) ตอนนี้ก็ครึ่งปีแล้ว เป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายในปีนี้ก็ยังมีอีกเยอะ “คิม” บอกว่าปีนี้อยากมีเพลงเป็นของตัวเองซึ่งก็ได้มีแล้ว “ลาเต้ - คิม” ลงความเห็นเหมือนกันว่า อยากไปต่างประเทศด้วยกันอีก อย่างประเทศญี่ปุ่น เกาหลี หรือเวียดนามก็อยากไป ซึ่งถ้าได้ไปทำงานด้วยก็ได้ หรือถ้าแค่ไปเที่ยวก็ได้เช่นเดียวกัน( เซ็ทคำถามหวานร้อยยังน้อยไป : ข้อที่หนึ่ง ) เซ็ทคำถามสนุก ๆ เริ่มต้นข้อแรกด้วยคำถามหวาน ๆ ที่ว่า ในสายตาของ “ลาเต้” “คิม” ทำหน้าแบบไหนแล้วน่ารักที่สุด? เห็นแล้วต้องยอมแพ้ให้กับความน่ารักนี้ “ลาเต้” บอกว่า แค่ “คิม” ยิ้มก็น่ารักแล้ว ยิ้มมุมปากและมีสายตาเจ้าเล่ห์นิดหน่อย ในใจ “คิม” นี่เริ่มโกรธแล้ว “ลาเต้” เลยต้องยอม แต่ยังไงก็น่ารักทุกหน้าอยู่ดี เพียงแต่ว่าหน้านี้ทำบ่อยที่สุด( เซ็ทคำถามหวานร้อยยังน้อยไป : ข้อที่สอง ) ต่อด้วยคำถามที่สองที่ถาม “คิม” ว่า ข้อดีขอการที่มีคนข้าง ๆ ที่แข็งแรงอยู่เสมอคืออะไร? โดย “คิม” บอกว่า ร่างกายอาจจะดูแข็งแรง แต่จิตใจอาจจะยัง เพราะ “ลาเต้” มีความเป็นเด็ก ด้วยความที่อายุห่างกัน 5 ปี มี “ลาเต้” อยู่ด้วยมันก็ดี เขาปกป้องเราได้ ถึงแม้ตอนสุดท้าย “คิม” จะแซวขำ ๆ ว่าถ้ามียุงกัดเขาก็จะตีไม่โดนยุงแล้วโดนตัวเราเองก็เถอะ( เซ็ทคำถามหวานร้อยยังน้อยไป : ข้อสุดท้าย ) ปิดท้ายเซ็ทคำถามด้วยคำถามว่า ถ้าได้อีกฝ่ายเป็นแฟนจะโชคดียังไงบ้าง? โดย “ลาเต้” เริ่มตอบก่อนว่า สบายแน่นอนเพราะ “คิม” คอยไปรับ-ส่ง เทคแคร์ดูแล ตามใจทุกอย่างเลย แถมยังสายเปย์เลี้ยงข้าวตลอด อีกทั้งเขาก็ผ่านประสบการณ์มาเยอะด้วย ส่วน “คิม” ก็ตอบว่า ชีวิตมีสีสันเพิ่มมาเยอะเลย แต่ละวันไม่เบื่อเพราะมีเรื่องให้เครียดเพิ่มแทน ด้วยความที่ “ลาเต้” เขาเป็นคนที่ซน เป็นตัวของตัวเองสูงด้วย แต่เขาก็ทำให้ภาพลักษณ์เราดี เพราะเราได้มีแฟนเด็ก หล่อนิดหน่อย 2/10 ยังไงก็ได้มีความสุขทุกครั้งที่เขายิ้ม ถึงแม้ว่า “ลาเต้” จะยิ้มเพราะตลกหน้าเราก็เถอะ แต่พอเราเห็นว่าเขายิ้มเราก็โกรธไม่ลงหรอก( บรรยากาศในกองภพเธอ ) หนุ่ม ๆ เล่าว่าในกอง “คิม” เป็นสายกินเลย ส่วน “ลาเต้” บอกตัวเองอ่านบท แต่ “คิม” ก็แย้งกลับมาว่า “ลาเต้” ชอบหลับไม่ก็แกล้งคนอื่น แกล้งพี่เน็ต แซวคนอื่นเขาไปทั่ว “ลาเต้” จึงขอแก้ตัวเพิ่มว่าที่ทำแบบนี้เพราะกลัวบรรยากาศในกองอ่อม ต้องถ่ายทำนานทั้งวันเลยช่วยบูสท์เอนเนอร์จี้ให้กับคนอื่น อีกอย่างซีรีส์เรื่องนี้ก็เป็นการแสดงครั้งแรกของทั้งสองคนด้วย เรื่องแรกก็เจอพีเรียดเลย เลยคิด ๆ กันไว้ว่าถ้ามีโอกาสได้เล่นโปรเจ็คถัดไปอีก “ลาเต้ - คิม” ก็อยากจะเล่นแนวโหด ๆ มาเฟีย แนวบู๊เลย อยากเล่นอะไรที่ฉีกจากคาแรคเตอร์ปกติของทั้งคู่( สิ่งที่อยากขอบคุณซีรีส์เรื่องนี้ ) ซีรีส์ก็เดินทางมาถึง Final EP. แล้ว “ลาเต้ - คิม” มีอะไรอยากจะพูดกับตัวละครของตัวเองบ้างมั้ย เริ่มจาก “คิม” ที่บอกว่า ใจหายนิดหน่อย ก็ต้องขอบคุณน้องแก้วที่ทำให้เราได้เรียนรู้ความรัก ความเชื่อมั่น และความทุ่มเท ส่วน “ลาเต้” ก็ขอบคุณพี่จอมที่สอนความเป็นผู้ใหญ่ให้กับตัวเอง ทำให้เราดูโตขึ้น นิ่งมากขึ้น และ “ลาเต้ - คิม” ย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือทำให้ทั้งคู่ได้เจอกับแฟนคลับและคนดูทุกคน และ “คิม” ก็มีซีนที่ชอบก็คือ ซีนที่ตลาด เพราะในซีนนั้นตัวละครพี่จอมต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากที่จะพูดออกมา และ “ลาเต้” ก็ชอบซีนงูกัดเป็นพิเศษ เล่นเองก็ขำเอง ชอบมาก ๆ อีกทั้งซีนนั้นก็ทำได้ดีมากด้วยและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “ลาเต้ - คิม” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกมชื่อว่า “3 ภพ บรรจบรัก” ซึ่งทั้งคู่ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ลาเต้ - คิม”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ลาเต้ - คิม” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ "ภพเธอ ( Love upon a Time Series )" ทุกวันศุกร์ เวลา 21:30 น. ทางช่อง Workpoint 23 และเวอร์ชัน UNCUT ทาง iQIYI ด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

Green Wave

Hotwave

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18
03 ก.พ. 2026
Events

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18

ว้าวุ่นมาทั้งปี มารับวิตามิน SEA กันป่ะล่ะ !!ปลายปีนี้... EFM94 และ Chill Online จะพาคุณไปมันส์อีกครั้งกับมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเลกับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18 BY โซดา LEOมันส์ไปกับ 6 ศิลปิน ...NONT TANONT / PARADOX / MEAN / ROOFTOP / SLAPKISS / THE MOUSSESเตรียมแดนซ์ให้ยับกับ DJ PU บนเวที EDM สไตล์ EFM และ เหล่าดีเจจาก EFM94 และ CHILL ONLINEเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นี้ที่ หาดแหลมเจริญ จังหวัด ระยองห้ามนำเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าภายในงาน ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายเตรียมตัวกันให้พร้อม!! 16 ตุลาคมนี้เปิดให้กด REDEEM บัตรกันแล้วขั้นตอนการ Redeem Ticket!! บอกเลยว่า #งานนี้ฟรี!!- เพียงแค่ล็อกอิน เปิดแอป Application AtimeFungFin- เริ่มสะสมพ้อยได้แล้ววันนี้ ผ่านการฟัง Application ATIMEFUNGFIN !!1 นาที = 1 Point สะสมครบ 2,000 Point แลก Wristband ได้ 2 ใบ สามารถเข้างานได้ 2 คน(1 Account/1 สิทธิ์)ดาวน์โหลด Application : ATIME FUNGFIN รอไว้ได้เลย ทั้งระบบ IOS และ Androidพิเศษเฉพาะใน Application ATIMEFUNGFIN เท่านั้น!! รีบชวนเพื่อนด่วน #บัตรมีจำนวนจำกัด

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน
23 ม.ค. 2025
News

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน

"เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา” ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพันบทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปีโดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform

อบอวลด้วยรัก! "จ๊ะอี๋" น้องใหม่ "Kicks Records" เสิร์ฟกลิ่นหอมผ่าน "สวนดอกไม้" ได้ทัพ 3 ตัวพ่อเพลงรักร่วมงานในซิงเกิลเปิดตัว
16 ม.ค. 2025
News

อบอวลด้วยรัก! "จ๊ะอี๋" น้องใหม่ "Kicks Records" เสิร์ฟกลิ่นหอมผ่าน "สวนดอกไม้" ได้ทัพ 3 ตัวพ่อเพลงรักร่วมงานในซิงเกิลเปิดตัว

เปิดปีใหม่ปีนี้ Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ขอเสิร์ฟของขวัญรับศักราชใหม่ พร้อมแนะนำ “jaei จ๊ะอี๋ - นวลจันทร์ ณ ถลาง” ศิลปินหญิงที่มากับเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานที่หวาน จนใครได้ฟังต้องรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ เพราะท่วงทำนองและคำร้องนั้นเต็มไปด้วยความหอมหวาน“สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานเดบิวต์ของ “jaei จ๊ะอี๋” ที่สะท้อนความเป็นเธอในทุกองค์ประกอบ โดยจุดเริ่มต้นมาจากกวีของ Alfred Tennyson ที่เขียนไว้ว่า “If I had a flower for every time I thought of you…I could walk through my garden forever.” ที่แปลว่า ถ้ามีดอกไม้ผลิบานเพิ่มขึ้นทุกครั้งเวลาที่ฉันนั้นคิดถึงเธอ โลกนี้คงเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ที่พอให้เราเดินเล่นได้ทั้งชีวิต ซึ่งตัวของ “แทน Lipta” โปรดิวเซอร์และผู้แต่งเพลงนี้มองว่าเป็นประโยคที่เหมาะกับตัวตนของ ‘จ๊ะอี๋’ และได้นำเพลงนี้มาเขียนร่วมกับ “ข้าว fellow fellow” อีกหนึ่งยอดฝีมือที่แต่งเพลงรักสุดฮิตมานับไม่ถ้วนในส่วนของดนตรีเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ความชอบเพลงยุค 90 ของ jaei ก็ได้ถูกนำมาอยู่ในเพลงนี้ ถูกเนรมิตดนตรีเพลงนี้ให้หอมฟุ้งด้วยความฟีลกู้ดโดย “กุ๊ก จิตติพล” มือคีย์บอร์ดวงดนตรีคลั่งรักแห่งยุคอย่าง “No One Else” ที่มาร่วมเรียบเรียงเพลงนี้อีกด้วย นอกจากบรรยากาศของเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)“ จ๊ะอี๋ยังได้ถ่ายทำมิวสิควิดีโอด้วยบรรยากาศสวนดอกไม้จริงๆ ร่วมกับกลุ่มเพื่อนสุดเลิฟ ทำเอาบรรยากาศทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังอบอวลด้วยความสุขแบบทะลุจอจนผู้ชมสัมผัสได้รับชม รับฟัง และสัมผัสมวลความน่ารักของเพลง “สวนดอกไม้” ได้ทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิ่งและชมมิวสิควิดีโอได้ทาง YouTube: jaeicoolkid

Atime Showbiz

BEACH BOYS CONCERT 2025
21 ก.ค. 2025
Ticket Now

BEACH BOYS CONCERT 2025

คอนเสิร์ตรวมศิลปิน BOYS “สมบัติแห่งชาติ” เสิร์ฟเพลงฮิตติดชาร์ตกันริมทะเล ชวนทุกด้อมมาเติมฟินพร้อมกัน ครบจบในวันเดียว !ใน “BEACH BOYS CONCERT 2025”พร้อมเสิร์ฟขุมทรัพย์ความฟิน กับ Lineup 10 ศิลปินแถวหน้าของ T-POP ที่แมสที่สุดมาไว้บนเวทีเดียวกัน พบกับ1. POLYCATวงดนตรีสุดเทสต์ ตัวท็อป Synth Pop ตำนานเพลงฮิตที่ทุกคนต้องมีติดเพลย์ลิสต์ !2. fellow fellowศิลปิน DUO เสียงละมุน เจ้าของเพลงรักโรแมนซ์สุดไวรัลกว่า 100 ล้านวิว !3. No One Else“เจ้าพ่อเพลงรัก” ศิลปินที่ครองชาร์ตครองใจเหล่าคนคลั่งรักทุก GEN !4. JEFF SATURศิลปินตัวท็อปมากประสบการณ์ผู้เปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของแบบไร้ขีดจำกัด!!5. NUNEWศิลปินเสียงหวานใจละลาย ฉายา “ลูกชายแห่งชาติ” ที่พร้อมชิงหัวใจจากทุกด้อมแบบไม่ให้ตั้งตัว !6. ATLASBOY GROUP ตัวท็อปสุดเป๊ะ ! ที่ต้องดูด้วยตาเนื้อสักครั้งในชีวิต พร้อมสาดความมันส์ให้หาดแตก !!7. PROXIEBOY BAND แถวหน้า All Rounder สุดจี๊ดแห่ง T-POP ตัวตึงทุก Viral สุดแมส !8. LYKNBOY GROUP สุดกรี๊ด เตรียมกร่อนใจทุกด้อม ด้วยคาริสม่าสุดสตรอง แซ่บไฟลุกไปทั้งหาด !9. DICEBOY GROUP ทำถึงแห่งปี เอเนอร์จี้สุดจะเลิศ ! พร้อมตกแฟน ๆ ด้วย Performance สุดปัง !!10. JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXXRookie น้องใหม่มาแรงแห่งวงการ T-POP พร้อมปล่อยดาเมจสุด HOT ให้ Beach สะเทือน !!เปิด MAP ความสนุกพร้อมกันวันแสดง :วันเสาร์ที่ 22 พฤจิกายน 2568 เวลา 15:30 น. เป็นต้นไปสถานที่ :SEA SAND SUN HUAHIN RESORTเปิดจำหน่ายบัตร : วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปซื้อบัตรได้ทาง Counter Service All Ticket ใน 7-Eleven ทุกสาขา หรือ https://bit.ly/BEACHBOYS2025ราคาบัตร :• บัตรราคา 1,100 บาท **ราคานี้ตั้งแต่วันนี้ - 21 พ.ย.**• บัตรหน้างาน (22 พ.ย. 2568) : บัตร Regular ราคา 2,000 บาท

YOLO FEST
10 มี.ค. 2025
Ticket Now

YOLO FEST

ครั้งแรกของ ATIMESHOWBIZ ครีเอทมิวสิคเฟสอินดี้ ขึ้นห้าง กลางเมืองโดนใจทุก Gen โดดเด่นทุก Line up ที่ทุกคนต้องได้มาฟังสดๆ สักครั้งในชีวิต!!YOLO FEST เฟสอินดี้ YOU ONLY LISTEN ONCEมิวสิคเฟสที่ “คุ้ม” ที่สุด กับโลเคชั่นที่ “ติดแกลม” ที่สุดจัดเต็มตลอด 8 ชม. แบบ Non stop กับ 12 ศิลปินอินดี้ตัวท็อปสุดเทสต์!1. TATTOO COLOUR วงดนตรีขวัญใจเด็กแนวทุกยุค กับสไตล์เพลงสุดครีเอทที่ไม่เคยเก่า!2. POLYCAT วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s ที่ปลุกกระแสยุคเก่าให้เก๋าไปทั่วบ้านทั่วเมือง3. SCRUBB ศิลปินดูโอ้ที่มีเพลงเพราะอยู่ในเพลย์ลิสต์โปรดของใครหลายคนมานานกว่า 20 ปี!4. THE TOYS อัจฉริยะทางดนตรี ผู้สร้างปรากฎการณ์ให้วงการเพลงไทยดังไกลทั่วเอเชีย!5. SAFEPLANET วงอินดี้ป็อปแถวหน้า ดาวเคราะห์แห่งเสียงดนตรีกับ Sound สุดซิกเนเจอร์!6. PUN ศิลปินหนุ่มสุดฮอต ขวัญใจเจน Z ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้!7. DEPT ดูโอ้ซินธ์ป็อปแห่งยุค กับแนวเพลงเศร้าเคลือบน้ำตา โดนใจวัยรุ่น8. WHAL DOLPH วงดนตรีอินดี้ป็อปจากท้องทะเล กับการดีไซน์เพลงที่ไร้ขีดจำกัด9. MEYOU All rounder แห่งวงการเพลงไทย เจ้าของเพลงฮิตร้อยล้านวิว10. WIM ศิลปินอินดี้ป็อปไวป์ดี Mr.feelgood มาพร้อมสไตล์เพลงสุดกรู๊ฟชวนฝัน!11. LUSS คู่หูมหัศจรรย์แห่งยุค! กับเมโลดี้ติดหูที่กลายเป็น Viral นับครั้งไม่ถ้วน12. TELEVISION OFF วงน้องใหม่ฟอร์มแรง ผู้ถ่ายทอดความเจ็บปวดได้อย่างสวยงาม“YOU ONLY LISTEN ONCE” โอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่คุณจะได้มาฟังทั้ง 12 ศิลปินสุดเทสต์ใน Stage เดียวกัน วันเดียวเท่านั้น รันยาวต่อเนื่องแบบ Non stop ห้ามพลาดเด็ดขาด!!พบกัน 14 มิ.ย. 2025 ที่ Paragon Hall ที่สุดของ VENUE ใจกลางเมือง!บัตรราคาเดียว : บัตรยืน 1,500 บาทพิเศษสุด! โปรฯ คู่ 2,800 บาท (จำกัด 1,500 คู่เท่านั้น!)จำหน่ายบัตร 29 มี.ค. 2025 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป) ทาง ThaiticketmajorLink ขายบัตร https://bit.ly/YOLOFESTติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ และ EFM ทุกช่องทาง#YOLOFest#YOU_ONLY_LISTEN_ONCE#ATIMESHOWBIZ#EFM94

GOTCHA POP 3 CONCERT
01 มี.ค. 2025
Ticket Now

GOTCHA POP 3 CONCERT

ALL TICKETS ARE SOLD OUT !ATIMESHOWBIZ ขอขอบคุณชาว T-POP ทุกด้อม-ทุกคน ที่ทำให้บัตร #GOTCHAPOP3 SOLD OUT ทุกราคา ทุกที่นั่งเป็นที่เรียบร้อย !!เจอกัน 24 พ.ค. 2025 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์GOTCHA POP Concert ไม่ใช่แค่การรวมศิลปิน T-POP แต่คือ “เวทีโชว์ Performance แห่งปี” ที่คอคอนเสิร์ตทุกคนต้องไม่พลาด ไม่ว่าคุณจะอยู่ด้อมไหน เตรียมใจลุ้นไปกับ Line Up สุดปัง จาก Boy Group - Girl Group ตัวท็อปสุดฟิน อะดรีนาลีนหลั่งไปกับสเตจพิเศษเกินคาดเดา ที่รับประกันความ Wow ! ขึ้นในทุก ๆ ปีเปิดตี้ฟินระเบิด พร้อมเสิร์ฟยกด้อม กับ คอนเสิร์ตรวม Idol ตัวท็อปแห่งปี !!ใน “GOTCHA POP CONCERT ครั้งที่ 3 ” จัดเต็มศิลปิน T-POP Boy Band , Girl Group ตัวท็อปที่ทุกคนอยากดูมากที่สุดในยุคนี้พบกับ1. TRINITY - Trio สารตั้งต้น T-Pop ตัวท็อประดับตำนานที่แฟน ๆ รอคอย! พร้อมเสิร์ฟเอเนอร์จีความ Hot ทะลุสเตจ !!2. PROXIE - Boy Band ตัวท็อปสุดแมส ความสามารถ All Rounder แห่ง T-POP การันตีที่สุดของความปัง!3. PiXXiE - Girl Group จริตทะลวงใจ! 3 ภูติจิ๋วเอวเอส มาพร้อมพลังดาเมจที่จะทำให้เวทีสะเทือน!!4. PERSES - 5 หนุ่ม Boy Group กระดูกเบอร์เดียวกัน เตรียมใส่สุดพลัง จัดเต็มทุก Performance พร้อมตกแฟน ๆ เข้าด้อม!!5. LYKN - Boy Group สุดโฮ่ง-Hot-ฉ่ำ ! ที่มาแรงเกินต้านทาน พร้อมระเบิดคาริสม่าบนเวทีให้ลุกเป็นไฟ !!6. BUS because of you I shine - Boy Group ที่เขย่าวงการ T-Pop ตัวท็อปห้างแตก ครองใจตั้งแต่มัมหมีจนถึงเจนอัลฟ่า!!7. DICE - Rookie น้องใหม่แห่งวงการ T-POP แต่ฝีมือไม่ธรรมดา เตรียมวางกับดักตกคนเข้าด้อม ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ!8. VIIS - Girl group สาย Performance ที่สตรองที่สุด! คอนเสิร์ตครั้งนี้ 5 สาวพร้อมสับแบบฟาดไม่ยั้ง !!9. QRRA - Girl group น้องใหม่แต่มากประสบการณ์ พร้อมรันวงการแบบ Queen ตัวท็อป!! เตรียมรับความจึ้งจาก 5 สาวได้เลย10. GELBOYS - บอยแก๊งน้องใหม่มาแรงแห่งปี จากซีรี่ย์สุดฮ็อต "GELBOYS สถานะกั๊กใจ" พร้อมปล่อยดาเมจสุดป็อปแบบไม่มีกั๊ก ! เตรียมโดน 4 หนุ่ม ตกเข้าด้อมกันได้เลย !!11. DAOU OFFROAD - คู่ศิลปิน IDOL ที่กำลังมาแรงสุด ๆ พกความสนุกมาแบบเต็มพิกัด Dance-ร้อง จัดหนักแบบตัวท็อป เตรียมตัวฮ็อบกันทั้งฮอลล์ !มาซัพพอร์ตวงการ T-POP ของเราให้เติบโตก้าวไกลไปด้วยกัน ใน GOTCHAPOP 3 คอนเสิร์ตที่โคตรฟินแห่งปีที่สแตน T-POP พลาดไม่ได้ ! รวม Line Up ชวนจึ้ง Boyband และ Girl Group ตัวแรร์แห่งยุค มาไว้บนเวทีเดียวกัน จัดเต็มโชว์สุดปัง เก็บครบทั้ง Vocal หูเคลือบทอง , Performance แดนซ์ไฟลุก และ Hidden Show สุดเซอร์ไพรส์ เคมีใหม่ ๆ หาดูได้แค่ที่ GOTCHAPOP 3 เท่านั้น !! ให้ทุกคนได้ดูแบบต่อเนื่องไม่สะดุดกว่า 6 ชั่วโมง !!!พร้อมปักหมุดแลนด์มาร์คความสนุกครั้งใหม่ “ใกล้ขึ้น” กับราคาบัตรที่ “ถูกลงกว่าเดิม” !!เจอกัน 24 พ.ค. นี้ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Exhibition Hall 3-4 , ชั้น G )ราคาบัตร : บัตรยืน 2,500 บาทบัตรนั่ง 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,800 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาทจำหน่ายบัตร 1 มีนาคม ที่ Thaiticketmajor เวลา 10.00 น.LINK ซื้อบัตร : https://bit.ly/GOTCHAPOP3ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง

Chill On

บางความรักสั้นกว่าที่หวัง แต่ยาวนานกว่าที่จะลืม l CLUB PRIDE DAY inside EP.18 แพรวา ณิชาภัทร
17 มิ.ย. 2026
Recap

บางความรักสั้นกว่าที่หวัง แต่ยาวนานกว่าที่จะลืม l CLUB PRIDE DAY inside EP.18 แพรวา ณิชาภัทร

การเติบโตในฐานะลูกสาวคนกลาง การเติบโตมาในฐานะลูกคนกลางของบ้าน ทำให้แพรวาต้องรับบทเป็นทั้งน้องและพี่ในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน แพรวารู้สึกว่าครอบครัวเตรียมความพร้อมให้เธอมาอย่างดี เพราะที่บ้านไม่ได้เลี้ยงแบบประคบประหงม แต่เลี้ยงให้ทำอะไรเป็นทุกอย่าง และสามารถดูแลทั้งพี่และน้องได้ แต่ในขณะเดียวกัน แพรวาก็เคยเกิดคำถามว่า ทำไมการเป็นลูกสาวถึงถูกปฏิบัติไม่เหมือนลูกชาย เช่น ตอนเด็ก ๆ ที่บ้านสอนว่า ถ้าอยากกินน้ำหรืออยากได้อะไรให้ไปหยิบเอง แต่เมื่อพี่ชายหิวน้ำ กลับกลายเป็นว่าเขาสามารถบอกให้แพรวาไปหยิบให้ได้ และเมื่อแพรวาบอกให้น้องไปหยิบบ้าง ก็กลายเป็นว่า “เราเป็นพี่ ทำไมไม่ทำให้น้อง” นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามเล็ก ๆ ในใจว่า “แล้วใครจะดูแลเรา” หากมองในแง่ลบ เรื่องนี้อาจทำให้รู้สึกน้อยใจ แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง มันก็ทำให้แพรวาได้เรียนรู้การดูแลคนรอบข้าง และกลายเป็นคนที่ชอบเทกแคร์ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวคำสอนจากแม่ที่กลายเป็นหลักคิดในชีวิต คุณแม่มักบอกแพรวาอยู่เสมอว่า “ไม่มีอะไรแย่ ในวันที่จิตใจเราดี” ตอนแรกแพรวายังไม่เข้าใจความหมายของประโยคนี้ จนกระทั่งได้มาทำงาน คำสอนนี้จึงช่วยดึงสติในหลาย ๆ ครั้ง เหมือนในวันที่ชีวิตรู้สึกแย่มาก อย่างน้อยเราก็ยังมีงานทำ ประโยคนี้เหมือนเป็นการสอนให้แพรวารู้จักแยกแยะเรื่องต่าง ๆ และทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุด โดยไม่ปล่อยให้ทุกอย่างแย่ไปกว่าเดิมจุดอ่อนคือการถูกมองข้ามและไม่ให้เกียรติ จุดอ่อนของแพรวาคือ การไม่ให้เกียรติหรือการถูกมองข้าม แพรวาจะรู้สึกไม่โอเคมาก ๆ หากถูกกระทำแบบนั้น เมื่อโตขึ้น แพรวาได้เรียนรู้ว่า “การร้องไห้กับเรื่องเศร้า มันยากกว่าการร้องไห้กับเรื่องที่มีความสุข” เธอสังเกตตัวเองว่า เวลารู้สึกเสียใจมาก ๆ กว่าจะร้องไห้ออกมาได้ ต้องผ่านการคิดค่อนข้างเยอะ หรือมีบางอย่างมากระตุ้นให้น้ำตาไหล แต่กลับกลายเป็นว่า เพียงแค่ดูหนังเรื่องหนึ่งที่จบแบบแฮปปี้ ก็ทำให้ร้องไห้ออกมาได้ง่ายกว่า เหมือนกับการที่เราต้องเข้มแข็งตลอดเวลา จนเผลอกดความเสียใจเอาไว้วันที่ต้องเข้มแข็งเพราะเห็นแม่อ่อนแอ แพรวารู้ว่าสิ่งนี้เกิดจากเหตุการณ์ในอดีต ตอนที่คุณยายเสีย จากที่ไม่เคยเห็นแม่ร้องไห้ แพรวากลับเห็นแม่ร้องไห้ ทั้งที่ในตอนนั้นแพรวายังเด็กและสนิทกับคุณยายมาก แต่แพรวาก็คิดได้ว่า นั่นก็แม่ของเขาเหมือนกัน เหตุการณ์นั้นจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้แพรวารู้สึกว่า เมื่อเห็นแม่อ่อนแอหรือใครก็ตาม เราจะต้องเข้มแข็งให้ได้วิธีจัดการกับความเสียใจ การจัดการความเสียใจของแพรวาคือ การร้องไห้ เพราะมองว่านั่นคือการปลดปล่อย เหมือนได้ระบายสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาอีกวิธีหนึ่งคือการออกกำลังกาย เพราะหากเราไม่ทำอะไรกับความรู้สึกนั้นเลย มันอาจค่อย ๆ กลายเป็นการเก็บกดเส้นทางสู่วงการที่เริ่มจากความฝันอยากเป็นนักร้อง การเป็นนักแสดงไม่ใช่ความฝันแรกของแพรวา ความฝันจริง ๆ ของเธอคือการเป็นนักร้องหรือแอร์โฮสเตส การเข้าสู่วงการของแพรวาเริ่มจากการตามความฝัน ด้วยการไปสมัคร The Star สองปี แต่ก็ไม่ผ่าน จนกระทั่งช่วงหนึ่ง Hormones เปิดรับสมัครนักแสดง แพรวาจึงลองไปสมัคร และผ่านเข้ารอบมาเรื่อย ๆ จนได้เป็นนักแสดงก่อนที่จะได้เป็นนักแสดง คุณแม่ไม่เห็นด้วย เพราะกลัวว่าถ้าแพรวาไม่ผ่านจะเสียใจ จนคุณพ่อต้องช่วยพูดว่าให้ลูกได้ลองทำ สุดท้ายแพรวาก็ได้เป็นนักแสดง และเพิ่งมารู้ภายหลังว่าคุณแม่เคยไปบนขอพรให้เธอบท “ขนมปัง” กับวันที่คนยังแยกตัวละครไม่ออก สมัยที่รับบท “ขนมปัง” ใน Hormones แพรวายอมรับว่ากระแสตอนนั้นแรงมาก เหมือนคนยังแยกแยะคาแรกเตอร์กับตัวจริงไม่ได้ ตอนนั้นเธอรู้สึกแย่มากกับคำด่าและคำวิจารณ์ อีกทั้งตอนนั้นยังเป็นเด็กใหม่ในวงการ จึงยังรับมือกับเรื่องแบบนี้ได้ไม่ดีนักจนได้คุยกับพี่ย้ง มุมมองของแพรวาก็เปลี่ยนไปจากคำพูดสั้น ๆ ว่า “ก็เราเล่นดีไง เขาเลยอิน”การรับมือกับคอมเมนต์และพื้นที่สาธารณะ การรับมือกับคอมเมนต์ของแพรวา คือการเข้าใจว่า เมื่อเราเป็นพื้นที่สาธารณะ มันง่ายมากที่เราจะกลายเป็นที่ระบายของคนอื่น แพรวาจึงคิดเพียงว่า “มนุษย์เกิดมาก็ไม่จำเป็นต้องชอบทุกคนบนโลก ทุกคนก็ไม่ได้ชอบเรา แต่มันคือการเมตตาซึ่งกันและกัน”ความรักที่สวยงามเหมือนพลุในดิสนีย์แลนด์ สำหรับแพรวา ความรักเปรียบเหมือนพลุในดิสนีย์แลนด์ ทุกคนชอบเพราะมันสวยงาม แพรวามองว่าทุกความรักล้วนสวยงาม ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นหรือจบลง มันก็ยังมีความสวยงามในแบบของมัน เหมือนพลุในดิสนีย์แลนด์ที่ไม่เหมือนกัน และเปลี่ยนไปได้ตลอดสเปกความรักและคนที่ดูแลหัวใจได้ แพรวาเป็นได้ทั้งผู้นำและผู้ตามในความรัก การเป็นผู้ตามของแพรวาเหมือนการทิ้งตัวอยู่บนเรือ บางครั้งเราก็อยากปล่อยให้ใครสักคนดูแล ส่วนเรื่องสเปก แพรวายอมรับว่าชอบคนหล่อ เพราะในวันที่แย่หรือเหนื่อยแค่ไหน แค่ได้เห็นแฟนหน้าตาดี ก็ทำให้มีความสุขได้ แต่ความจริงแล้ว แพรวาชอบคนที่ดูแลจิตใจได้ เช่น ถามคำถามง่าย ๆ ว่า “วันนี้เหนื่อยไหม” เป็นคนที่ดูแลและใส่ใจโดยที่เราไม่ต้องบอก แพรวายอมรับว่าเป็นคนคลั่งรักมาก เพราะหากจะคบใครสักคน เธอจะมองไปถึงอนาคต ถ้าคบกันไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีเป้าหมาย มันเหมือนเสียเวลา แพรวาเป็นคนชัดเจนกับความรักมาก ถ้าใช่ก็คือใช่ ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ไม่มีอะไรซับซ้อนความรักที่เจ็บที่สุด คือการเลิกกันทั้งที่ยังรัก สำหรับความรักที่ผ่านมา แพรวารู้สึกว่าทุกครั้งเธอไปจนสุดทาง ถึงแม้มันจะพังแค่ไหน แต่ก็ได้เรียนรู้เสมอ ครั้งที่เจ็บที่สุดคือ การเลิกกันทั้งที่ยังรักกัน มันไม่ใช่เพราะหมดใจ แต่มันหมดแรงที่จะไปต่อ ไม่ใช่ว่าไม่พยายาม แต่เพราะรักกัน จึงต้องปล่อยกันไป เพราะมันไปต่อไม่ได้จริง ๆ เรื่องนั้นทำให้แพรวาเข้าใจว่า ความรักที่ดีไม่ควรยากจนเกินไปความรักปัจจุบันและการรู้จักคัดกรองหัวใจตัวเอง สำหรับความรักในปัจจุบัน แพรวาต้องขอบคุณเฟยและแพทที่ช่วยเตือนสติ ทำให้เธอได้ทบทวนตัวเองว่า จริง ๆ แล้วต้องการความรักแบบไหน ถ้าเจอคนที่เราพร้อมจะเทหมดหน้าตัก นั่นแหละคือความรักที่เราตามหา และการได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ได้คุยกับตัวเองมากขึ้น ทำให้แพรวาเข้าใจตัวเองมากขึ้น และง่ายต่อการคัดกรองคนที่เข้ามาในชีวิตรักตัวเองในแบบของ แพรวา ณิชาภัทร แพรวาให้ตัวเองเป็นลำดับแรกเสมอ เป็นการเลือกตามใจตัวเอง แต่จะชั่งน้ำหนักระหว่างใจกับสมอง ถ้าเอาแต่ใจได้โดยไม่เดือดร้อนคนอื่น แพรวาก็จะทำ เพราะถ้าเรารักตัวเองไม่เป็น แล้วเราจะรักคนอื่นได้อย่างไรข้อผิดพลาดที่กลายเป็นเกราะป้องกันชีวิต สำหรับข้อผิดพลาดที่ผ่านมาในชีวิต แพรวามองว่า 30 ปีที่ผ่านมา เธอเจอมรสุมมาเยอะมาก แต่ถ้าให้ย้อนกลับไปได้ แพรวาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรเลย เพราะทุกสิ่งที่เจอมาสอนอะไรหลายอย่างให้เธอ ถ้าไม่มีข้อผิดพลาดเหล่านั้นเกิดขึ้น วันนี้เธออาจไม่มีเกราะป้องกันตัวเองเหมือนในปัจจุบันดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

อัปเดตเครื่องรางความรัก สายมูต้องมี!
16 มิ.ย. 2026
Temple & Mutelu

อัปเดตเครื่องรางความรัก สายมูต้องมี!

คัมภีร์สายมู! รวมฮิต "เครื่องรางความรัก" เสริมดวงคู่ครองให้ปัง รักพุ่ง สมหวังดั่งใจหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเผชิญกับสภาวะ "โสดข้ามปี" แอบชอบใครเขาก็ไม่รู้ตัว หรือแม้แต่คนที่มีคู่แล้วแต่ความสัมพันธ์ลุ่มๆ ดอนๆ จนอยากหาที่พึ่งทางใจ เพื่อเติมความหวานและสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตคู่ เชื่อว่าสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงและพยายามเสาะแสวงหามาบูชาคงหนีไม่พ้น "เครื่องรางความรัก" ไอเทมเด็ดคู่กายที่ช่วยเสริมความมั่นใจและดึงดูดพลังงานดีๆ เข้ามาในชีวิตทำไมคนยุคนี้ถึงนิยมพก "ของมูเรื่องความรัก" ?ก่อนที่เราจะไปเลือกเครื่องรางที่ใช่และโดนใจ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมของมูเรื่องความรัก ถึงกลายมาเป็นไอเทม Must-have ของคนยุคนี้ ไม่ใช่แค่วัยรุ่นเท่านั้น แต่วัยทำงานก็ยังให้ความนิยมอย่างล้นหลามเสริมสร้างความมั่นใจจากภายใน: เมื่อมีเครื่องรางติดตัว หลายคนจะรู้สึกอุ่นใจเหมือนมีกองหนุน กล้าที่จะยิ้มทักทาย กล้าสบตา หรือกล้าแสดงออกต่อหน้าคนที่ชอบมากขึ้น ความมั่นใจนี่แหละคือเสน่ห์ที่ดึงดูดคนรอบข้างได้ดีที่สุดเป็นเครื่องเตือนสติในชีวิตประจำวัน: เครื่องรางบางชิ้นไม่ได้มีไว้เพื่อเรียกหาคนอื่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยเตือนสติให้เรารู้จัก "รักตัวเอง" ดูแลตัวเองให้ดีพร้อมทั้งกายและใจ ก่อนที่จะไปมอบความรักให้กับใครดึงดูดพลังงานบวกตามหลัก Law of Attraction: ตามหลักกฎแห่งแรงดึงดูด การที่เราโฟกัสสิ่งใด สิ่งนั้นจะขยายใหญ่ขึ้น การพกเครื่องรางคือการที่เราตั้งจิตและโฟกัสไปที่ความรักดีๆ ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งจะช่วยดึงดูดสิ่งเหล่านั้นเข้ามาในชีวิตพึ่งพาบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นขวัญกำลังใจ: สำหรับผู้ที่มีความเชื่อ การขอพรจากเทพเจ้าที่ดูแลเรื่องความรักโดยตรง จะช่วยเสริมสิริมงคล ปัดเป่าอุปสรรคหรือคนที่ไม่ใช่ออกไป และเปิดทางให้พบเจอเนื้อคู่ หรือ "กัลยาณมิตร" ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเปิดกรุ 3 สาย เครื่องรางความรัก ที่ฮิตที่สุดตลอดกาลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนที่กำลังมองหาเครื่องรางที่เหมาะกับจริตและไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เราขอแบ่งหมวดหมู่สุดยอดของมูตามแหล่งกำเนิดยอดฮิต ดังนี้สุดยอดความขลังสายไต้หวัน: เครื่องรางความรัก วัดหลงซาน (Longshan Temple)หากพูดถึงการขอคู่ที่เห็นผลทันตา เป็นกระแสไวรัลในโซเชียลมีเดีย และมีรีวิวความสำเร็จมากมายที่สุด ต้องยกให้เครื่องรางความรัก วัดหลงซาน ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ไฮไลต์สำคัญของที่นี่คือการไปขอพรกับ "เทพเจ้าเฒ่าจันทรา"เทพผู้ถือสมุดบัญชีเนื้อคู่และเป็นผู้ผูกด้ายแดงแห่งโชคชะตาไอเทมเด็ด: ด้ายแดง (Red Thread)จุดเด่น: เชื่อกันว่าด้ายแดงของเทพเจ้าเฒ่าจันทราจะไปผูกอยู่ที่นิ้วก้อยของเราและเนื้อคู่ ดึงดูดให้คนทั้งสองมาพบกัน ไม่ว่าจะอยู่ไกลกันแค่ไหน หรือมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใดก็ตามวิธีขอพรและรับด้ายแดงที่ถูกต้อง (Step-by-Step)เริ่มต้นด้วยการซื้อชุดไหว้และธูป ไหว้สักการะเทพเจ้าองค์อื่นๆ ในวัดตามลำดับกระถางธูปให้ครบถ้วนก่อน เพื่อเป็นการเคารพสถานที่เมื่อมาถึงศาลของเทพเจ้าเฒ่าจันทรา ให้ตั้งจิตให้สงบ แนะนำตัวเองโดยบอก ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด (แนะนำให้บอกเป็นปี ค.ศ.) ที่อยู่ปัจจุบันระบุสเปกคนรักที่ต้องการแบบ "ละเอียดยิบ" เช่น รูปร่าง หน้าตา นิสัยใจคอ อาชีพการงาน ทัศนคติ ยิ่งชัดเจนยิ่งดี (หลีกเลี่ยงการขอแบบกว้างๆ เช่น ขอให้รวย ขอให้เป็นคนดี)ขว้างไม้ปวย (อุปกรณ์เสี่ยงทายลักษณะคล้ายพระจันทร์เสี้ยว 2 ชิ้น) 3 ครั้ง โดยต้องให้ออกมาเป็น "คว่ำ 1 ชิ้น และ หงาย 1 ชิ้น" ติดต่อกันทั้ง 3 ครั้ง ถึงจะได้รับอนุญาตให้หยิบด้ายแดงจากกล่องได้นำด้ายแดงที่ได้ ไปวนที่กระถางธูปของเฒ่าจันทรา 3 รอบตามเข็มนาฬิกา เป็นอันเสร็จพิธี สามารถนำไปพกติดกระเป๋าสตางค์ได้เลยคาวาอี้แต่อานุภาพแรง: เครื่องรางความรัก ญี่ปุ่น (Omamori)สำหรับใครที่ชื่นชอบความมินิมอล ความกุ๊กกิ๊กน่ารัก พกพาง่าย แถมยังห้อยกระเป๋าหรือโทรศัพท์เพื่อถ่ายรูปอวดลงโซเชียลได้แบบเก๋ๆ โดยไม่ดูตะโกนว่ากำลังมูเตลูอยู่ เครื่องรางความรัก ญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า "โอมาโมริ" (Omamori) ในหมวด Enmusubi (การผูกพัน/การผูกชะตา) คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณศาลเจ้าชื่อดังเรื่องความรักที่ต้องไปเยือนTokyo Daijingu (โตเกียว): ศาลเจ้าชินโตใจกลางเมืองที่โด่งดังเรื่องการขอแต่งงานและความรักที่ยั่งยืน เครื่องรางที่นี่มักมาในรูปแบบกระดิ่งคู่ ดอกซากุระ หรือลวดลายดอกไม้ที่อ่อนช้อยKawagoe Hikawa Shrine (ไซตามะ): โด่งดังสุดๆ เรื่อง "หินผูกชะตา" ที่ทางศาลเจ้าจะทำพิธีและแจกฟรีเพียงวันละ 20 ก้อนในตอนเช้าตรู่ นอกจากนี้ยังมีเครื่องรางรูปปลาไท่ (Tai) สีชมพูและสีแดง ที่ผู้ศรัทธาต้องใช้เบ็ดตกขึ้นมาเอง เป็นกิมมิคที่น่ารักและมีความหมายมงคลIzumo Taisha (ชิมาเนะ): หากพูดถึงความขลังขั้นสุด ต้องที่นี่เลย เพราะเป็นศาลเจ้าแม่ทัพใหญ่แห่งการผูกชะตา เชื่อกันว่าในเดือนตุลาคม เทพเจ้าทั่วญี่ปุ่นจะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อหารือเรื่องโชคชะตาและความรักของมนุษย์จุดเด่น: ดีไซน์ที่สวยงาม ประณีต มีการทอผ้าอย่างพิถีพิถัน สามารถใช้เป็นเครื่องประดับกระเป๋าได้เลย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามแกะถุงผ้าของเครื่องรางโอมาโมริออกเด็ดขาด เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกบรรจุไว้ภายในจะหลุดรอดออกไป และเครื่องรางจะเสื่อมความขลังทันทีมนตราแห่งสยาม: ของมูเรื่องความรัก สายไทยและเทพฮินดูกลับมาที่ประเทศไทยกันบ้าง ของมูสายไทยนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีความหลากหลายสูงมาก ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความรัก เมตตามหานิยม ไปจนถึงโชคลาภการเงินพระตรีมูรติ (หน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์): มหาเทพแห่งความรักที่คนไทยนิยมไปกราบไหว้มากที่สุด เคล็ดลับที่สืบทอดกันมาคือการไปไหว้ด้วยดอกกุหลาบแดง 9 ดอก พร้อมธูปแดง 9 ดอก และเทียนแดง 1 คู่ ในวันพฤหัสบดี เวลา 09.30 น. หรือ 21.30 น. ซึ่งเชื่อว่าเป็นเวลาที่ทวยเทพลงมาประทานพรพระแม่ลักษมี (ตึกเกษรวิลเลจ): พระเทวีแห่งความงาม ความมั่งคั่ง และความรักที่ซื่อสัตย์ เหมาะสำหรับคนที่อยากได้คนรักที่รักเดียวใจเดียว ฐานะมั่นคง ซื่อสัตย์ต่อครอบครัว การนำเครื่องรางอย่าง จี้รูปดอกบัว เหรียญพระแม่ หรือกำไลหินมงคลไปวนรับพลังที่ลานสักการะ ก็เป็นที่นิยมอย่างมากเครื่องรางสายเมตตามหานิยม (พุทธคุณ/พราหมณ์)สีผึ้ง: นิยมนำมาแตะริมฝีปากเพื่อเสริมเสน่ห์ทางการเจรจาพาที พูดอะไรคนก็คล้อยตาม ผู้ใหญ่เอ็นดู คนรักหลงใหลสาริกาลิ้นทอง: เครื่องรางรูปนกสาริกา เสริมเสน่ห์ทางการพูด เหมาะกับคนที่ต้องใช้คำพูดในการจีบ หรือทำงานสายเจรจาอิ้นคู่: เครื่องรางล้านนาโบราณ ลักษณะเป็นรูปผู้ชายและผู้หญิงกอดกัน ช่วยเรื่องความรักความผูกพัน ให้คู่รักปรองดองกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งเปรียบเทียบจุดเด่นของเครื่องรางความรักแต่ละสายเพื่อให้คุณตัดสินใจเลือก ของมูเรื่องความรัก ที่เหมาะสมกับ Lifestyle และเป้าหมายของตัวเองได้ง่ายขึ้น ลองพิจารณาสรุปจุดเด่นของแต่ละสายดังนี้สายวัดหลงซาน (ไต้หวัน)จุดเด่นหลัก: โดดเด่นเรื่องการดึงดูดเนื้อคู่ที่แท้จริง เชื่อมโยงโชคชะตาด้วย "ด้ายแดง"เหมาะกับใคร: คนโสดที่อยากเจอเนื้อคู่แบบจริงจัง หรือคนที่มีคู่แล้วแต่ต้องการให้ความรักมั่นคง ยืนยาว ไปจนถึงขั้นแต่งงานข้อควรระวัง / ทริคพิเศษ: ต้องมีสมาธิสูงในขณะขอพร ระบุสเปกให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหากเสี่ยงทายขว้างไม้ปวยไม่ผ่านเงื่อนไข ห้ามหยิบด้ายแดงกลับมาเด็ดขาด ต้องยอมรับและอาจจะต้องกลับไปขอพรใหม่ในโอกาสหน้าสายเครื่องรางญี่ปุ่น (โอมาโมริ)จุดเด่นหลัก: ดีไซน์สวยงาม น่ารัก ทันสมัย พกพาติดตัวได้ง่ายในชีวิตประจำวันเหมาะกับใคร: วัยรุ่น วัยทำงาน คนที่ชอบความมินิมอล หรือคนที่ไม่ชอบให้ใครรู้ว่าพกเครื่องรางสายมูเตลูอยู่ข้อควรระวัง / ทริคพิเศษ: เครื่องรางญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีอายุการใช้งาน 1 ปี เมื่อครบกำหนดควรนำไปคืนที่ศาลเจ้าเพื่อให้ทางวัดทำพิธีเผาอย่างถูกต้อง หรือหากไม่สะดวกเดินทางไปญี่ปุ่น สามารถเก็บไว้บนหิ้งสูงที่สะอาด และที่สำคัญคือห้ามแกะถุงเครื่องรางดูด้านในเด็ดขาดสายไทย / เทพฮินดูจุดเด่นหลัก: พลังบารมีสูง สามารถขอพรครอบคลุมเรื่องอื่นๆ เช่น หน้าที่การงาน โชคลาภ หรือการเงินควบคู่ไปได้ด้วยเหมาะกับใคร: คนที่ต้องการที่พึ่งทางใจอย่างแรงกล้า ต้องการเสริมสิริมงคลรอบด้าน และชื่นชอบการทำพิธีกรรมอย่างถูกต้องตามหลักความเชื่อข้อควรระวัง / ทริคพิเศษ: การบูชาเทพฮินดูหรือเครื่องรางสายขาว ผู้บูชาต้องหมั่นรักษาศีล คิดดี ทำดี พูดดี และควรศึกษาการจัดเตรียมของไหว้ ดอกไม้ ผลไม้ ให้ถูกต้องตามหลักความชอบขององค์เทพแต่ละก่อนเริ่มมู! เตรียมตัวอย่างไรให้ขอพรแล้วปังการมีเครื่องรางความรักที่ทรงพลัง เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของความสำเร็จเท่านั้น อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันคือ "วิธีการปฏิบัติตัวและกรอบความคิด (Mindset)" ของผู้ขอพร มาเช็กกันว่าคุณเตรียมตัวพร้อมหรือยัง?ลิสต์สเปกในฝันไว้ล่วงหน้าให้ชัดเจน: อย่าขอแค่ "ขอให้มีแฟน" หรือ "ขอให้รวย" เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจส่งใครมาก็ได้ที่คุณอาจจะไม่ถูกใจในภายหลัง คุณควรเขียนใส่กระดาษหรือโน้ตในโทรศัพท์ไว้เลย เช่น รูปร่างหน้าตา นิสัย (ใจดี ไม่เจ้าชู้ รักครอบครัว) ทัศนคติการใช้ชีวิต หรือแม้กระทั่งสายอาชีพ ยิ่งชัดเจน ยิ่งโฟกัสได้ตรงจุดเคลียร์ใจให้สะอาด กำจัดพลังงานลบ: ก่อนขอพร ต้องแน่ใจว่าคุณไม่ได้ปรารถนาจะไปแย่งของใคร ไม่ผิดศีลข้อ 3 และต้องปล่อยวางความเจ็บปวดจากอดีต ไม่ผูกใจเจ็บกับแฟนเก่า พลังงานลบและความแค้นจะขัดขวางสิ่งดีๆ ไม่ให้เข้ามาในชีวิตเลือกเครื่องรางที่ตัวเองรู้สึก "คลิก": ไม่จำเป็นต้องซื้อตามกระแสหรือตามที่เพื่อนบอกเสมอไป หากคุณไปที่วัดหรือเห็นเครื่องรางชิ้นไหนแล้วรู้สึกชอบ มองแล้วรู้สึกอุ่นใจ สบายใจ นั่นแปลว่าคลื่นพลังงานของคุณกับเครื่องรางชิ้นนั้นตรงกันพัฒนาตัวเองควบคู่ไปกับการมูเตลู: ข้อนี้สำคัญที่สุด เครื่องรางมีหน้าที่ช่วยเปิดทาง ดึงดูดโอกาสและผู้คน แต่คุณต้องเป็นคนเดินเข้าไปหาโอกาสนั้นเอง การดูแลตัวเองให้ดูดีเสมอ รักษาสุขภาพ พัฒนาความรู้ และพาตัวเองไปอยู่ในสังคมใหม่ๆ งานอดิเรกใหม่ๆ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณได้พบเจอกับคนคุณภาพวิธีพกและดูแลรักษา "ของมูเรื่องความรัก" ให้ขลังอยู่เสมอเมื่อได้เครื่องรางที่ถูกใจมาครอบครองแล้ว การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีและการให้เกียรติสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะช่วยให้พลังงานของเครื่องรางทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและอยู่กับเราไปนานๆพกติดตัวในตำแหน่งที่เหมาะสมและสะอาด:ด้ายแดงวัดหลงซาน: นิยมพกใส่ไว้ในช่องซิปของกระเป๋าสตางค์ หรือหากนำไปถักเป็นสร้อยข้อมือ ก็สามารถสวมใส่ที่ข้อมือซ้าย (ฝั่งที่ใกล้หัวใจ) ได้เลยโอมาโมริญี่ปุ่น: ควรห้อยไว้ในที่ที่มองเห็นได้ง่ายและมีการเคลื่อนไหว เช่น ห้อยที่กระเป๋าเป้ กระเป๋าสะพาย หรือเคสโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้เครื่องรางได้สัมผัสกับสายลม สิ่งแวดล้อม และปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปห้ามเก็บรวมกับของต่ำหรือที่อับชื้น: ไม่ควรเก็บเครื่องรางไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง (เพราะเราอาจจะเผลอนั่งทับ) อย่าวางไว้ในที่ที่ไม่เหมาะสม เช่น ใกล้ถังขยะ บนพื้น หรือในห้องน้ำ หากไม่ได้พกติดตัว ควรวางไว้บนหิ้ง หัวเตียง หรือลิ้นชักที่สะอาดอย่าให้ผู้อื่นมายืม หรือสัมผัสเล่นโดยไม่จำเป็น: เครื่องรางมักจะจดจำคลื่นพลังงานของเจ้าของ การปล่อยให้คนอื่นมาจับเล่นบ่อยๆ หรือให้ยืมไปพก อาจทำให้พลังงานเกิดความสับสนและลดทอนความขลังลงได้แสดงความขอบคุณเมื่อเกิดสิ่งดีๆ: หากคุณสังเกตเห็นว่ามีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับความรักของคุณ มีคนน่ารักๆ เข้ามาบทสรุป: ความรักเริ่มต้นที่ตัวเรา แล้วให้เครื่องรางเป็นผู้ช่วยดึงดูดมาถึงตรงนี้ หวังว่าผู้อ่านทุกคนคงจะได้ไอเดียและข้อมูลประกอบการตัดสินใจแล้วว่า เครื่องรางความรักสายไหนที่ตรงใจและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากที่สุด ไม่ว่าคุณจะเลือกจองตั๋วเครื่องบินไปต่อคิวขอพรและรับเครื่องรางความรัก วัดหลงซาน ที่ขลังและเป็นตำนาน, เลือกช้อปปิ้งพก เครื่องรางความรัก ญี่ปุ่น ที่น่ารัก ทันสมัย และเปี่ยมไปด้วยความหมายมงคล, หรือเลือกที่จะบูชา ของมูเรื่องความรัก สายไทยใกล้บ้านเพื่อเสริมความมั่นใจและสิริมงคลรอบด้านแต่สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องจดจำไว้เสมอคือ "เครื่องรางคือที่พึ่งทางใจและเครื่องมือดึงดูดโอกาส แต่คนที่จะลงมือสร้างความสัมพันธ์ ประคับประคองความรัก และตัดสินใจเลือกคู่ชีวิต คือตัวคุณเอง"จงใช้พลังบวกจากเครื่องรางเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง รักและเคารพตัวเองให้มากๆ เปิดใจกว้างเพื่อรับสิ่งใหม่ๆ และหมั่นส่งต่อพลังงานดีๆ รอยยิ้ม และความเมตตาให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ เมื่อตัวคุณเปล่งประกายด้วยความสุขและทัศนคติที่ดี โชคชะตาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะทำงานประสานกัน นำพา "คนที่ใช่" เข้ามาหาคุณในเวลาที่เหมาะสมและเพอร์เฟกต์ที่สุดอย่างแน่นอน

เจาะลึก “บัญชี ม.เกษตรศาสตร์” เรียนอะไร? ทำไมจบแล้วงานรุมจองตัว 100% พร้อมวิธีเอาตัวรอดในยุค AI!
16 มิ.ย. 2026
TCAS

เจาะลึก “บัญชี ม.เกษตรศาสตร์” เรียนอะไร? ทำไมจบแล้วงานรุมจองตัว 100% พร้อมวิธีเอาตัวรอดในยุค AI!

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่คิดว่า "อยากเรียนบัญชี ต้องเก่งคณิตศาสตร์ระดับเทพเท่านั้น" ขอบอกเลยว่าคุณกำลังเข้าใจผิด! เพราะในความเป็นจริงแล้ว บัญชี ≠ คณิตศาสตร์ แต่คือศาสตร์แห่ง "ความเข้าใจ หลักการ และการสื่อสาร"ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกรีวิวหลักสูตร ภาควิชาบัญชี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ม.เกษตร) จากรายการ ใต้โต๊ะวิทยา EP.49 ที่เปิดสอนมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี มาดูกันว่าเด็กบัญชีที่นี่เรียนอะไรกันบ้าง ทุนการศึกษาแน่นแค่ไหน และทำไมบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลกอย่าง Big 4 ถึงต้องมาต่อคิวดึงตัวนิสิตที่นี่ไปทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ!ปลดล็อกความเชื่อผิด ๆ เรียนบัญชี ต้องเก่งเลขจริงไหม?คำตอบจากปากของนิสิตบัญชี ม.เกษตร ปี 3 ยืนยันตรงกันว่า "ไม่จำเป็นต้องคิดเลขเร็วแบบอัจฉริยะ" เพราะในการเรียนและการทำงานจริง นิสิตสามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ตลอดเวลา ทักษะที่สำคัญที่สุดสำหรับคนเรียนบัญชีไม่ใช่การคำนวณที่ซับซ้อน แต่คือความแม่นยำและละเอียดรอบคอบ: ตัวเลขผิดไปตัวเดียว งบการเงินก็ไม่ดุลทักษะการคิดวิเคราะห์ (Analytical Mindset): เข้าใจแก่นและหลักการของกฎหมายบัญชี/ภาษี เพื่อตีความตัวเลขได้อย่างถูกต้องความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบ: เพราะต้องอยู่กับเอกสารและการเงินของบริษัท ความน่าเชื่อถือจึงเป็นหัวใจหลักรีวิวหลักสูตร บัญชี ม.เกษตร เรียนอะไรบ้างตั้งปี 1 - ปี 4?หลักสูตรบัญชี ม.เกษตร จะค่อยๆ ไต่ระดับความเข้มข้น เพื่อหล่อหลอมให้นิสิตกลายเป็นนักบัญชีมืออาชีพ ดังนี้ปี 1 (ปูพื้นฐาน): นิสิตทุกคนจะได้ปรับพื้นฐานใหม่หมด เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนบัญชีตอนมัธยม โดยจะได้รู้จักกับ "สมการบัญชี" ขั้นต้น และคำศัพท์ยอดฮิตอย่าง เดบิต (Debit) และ เครดิต (Credit) ว่าต้องลงบันทึกอย่างไรให้งบดุลปี 2 ปี 3 (เจาะลึกแขนงวิชา): เริ่มเข้าสู่ตัวโหดที่เด็กบัญชีรู้กัน เช่น วิชา บัญชีขั้นกลาง 2 (Intermediate Accounting II) ที่เน้นเรื่องหนี้สิน ตราสารหนี้ และตราสารทุน รวมถึงวิชา บัญชีต้นทุน (Cost Accounting) และกฎหมายภาษีอากรปี 4 (ประยุกต์ใช้และเทคโนโลยี): เป็นช่วงการเรียนรู้เครื่องมือสมัยใหม่ เช่น วิชา Accounting Data Analytics and Visualization ซึ่งสอนการนำข้อข้อมูลบัญชีที่เข้าใจยากมาแปลงเป็นกราฟหรือภาพผ่านโปรแกรม Power BI เพื่อนำเสนอให้ผู้บริหารเข้าใจได้ทันทีจุดเด่นที่มีแค่ที่ ม.เกษตร! ท่านรองคณบดีเผยว่าที่นี่แยกวิชา "การบัญชีสำหรับเครื่องมือทางการเงิน" ออกมาเป็นวิชาเฉพาะเพื่อเจาะลึกมาตรฐานรายงานทางการเงินและกฎหมายบัญชีโดยตรง ช่วยให้นิสิตมีความเชี่ยวชาญเหนือคู่แข่งความแตกต่างระหว่าง "บัญชี" กับ "การเงิน"หลายคนมักสับสนว่าสองสายนี้เหมือนกัน แต่อาจารย์บอยได้ให้คำนิยามที่เข้าใจง่ายที่สุดไว้ว่าบัญชี = อดีต มีหน้าที่บันทึก รวบรวม และรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในกิจการออกมาเป็นงบการเงิน เพื่อส่งต่อให้คนในและนอกองค์กรการเงิน = อนาคต มีหน้าที่นำข้อมูลจากฝั่งบัญชีมาวางแผน บริหาร จัดหา และใช้เงินอย่างไรให้คุ้มค่า คาดการณ์ความเสี่ยง และมองหาโอกาสเติบโตในอนาคตส่อง 3 หลักสูตรหลัก บัญชี ม.เกษตร และอัตราค่าเทอมปัจจุบันภาควิชาบัญชี ม.เกษตร เปิดสอนทั้งหมด 3 หลักสูตรหลัก เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายภาคปกติ (ภาษาไทย): ค่าเทอมประมาณ 17,200 บาท / เทอมภาคพิเศษ (ภาษาไทยเรียนนอกเวลา): ค่าเทอมประมาณ 40,000 บาท / เทอมหลักสูตรนานาชาติ (Inter - เปิดใหม่ล่าสุด): ค่าเทอมประมาณ 100,000 - 120,000 บาท / เทอม* Highlight: มีแผนความร่วมมือหลักสูตร Double Degree เรียนที่ไทย 2 ปี และไปเรียนที่ประเทศอังกฤษอีก 2 ปี เพื่อรับปริญญา 2 ใบจากทั้งสองมหาวิทยาลัยทุนการศึกษาแน่น! เรียนดีมีสิทธิ์เรียนฟรีม.เกษตร มีนโยบายสนับสนุนนิสิตสายเรียนดีและคนเก่งอย่างเต็มที่ทุน 5A (เรียนฟรีเทอมถัดไป) หากในเทอมนั้นนิสิตลงทะเบียนเรียนแล้วได้เกรด A จำนวน 5 ตัวขึ้นไปไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์ต่อคณะเทอมถัดไปจะได้สิทธิ์ยกเว้นค่าหน่วยกิตเรียนฟรีทันที!ทุนพังงา ทุนสำหรับนักเรียนที่สอบเข้าได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ของคณะ และเลือกคณะบริหารธุรกิจ ม.เกษตร เป็นอันดับแรกโอกาสเติบโตในสายอาชีพ: บัญชีธรรมดา vs ออดิท (Auditor)เหตุผลที่คณะนี้ทำคะแนนสอบเข้าสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ เพราะอัตราการได้งานทำแทบจะ 100% ทันทีที่เรียนจบ เนื่องจากบัญชีเป็น "วิชาชีพเฉพาะทาง" ที่ทุกบริษัทขาดไม่ได้ โดยสายงานหลักๆ แบ่งเป็นนักบัญชีองค์กร (Accountant): ทำหน้าที่ดูแลระบบบัญชีของบริษัท สตาร์ทอัปประมาณ 15,000 - 18,000 บาทผู้สอบบัญชี (Auditor): ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงิน รายได้สตาร์ทอัปจะสูงกว่าค่อนข้างมาก อยู่ที่ประมาณ 35,000 - 36,000 บาท++ และหากทำงานเก็บชั่วโมงครบ 3,000 ชั่วโมง ก็จะสามารถสอบใบอนุญาต CPA (Certified Public Accountant) เพื่อรับงานเซ็นงบการเงินเพิ่มรายได้อย่างมหาศาลเป้าหมายสูงสุดของเด็กบัญชีคือ "Big 4"บริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก 4 แห่ง ได้แก่ PWC, EY, KPMG และ Deloitte ถือเป็นดรีมทีมที่นิสิตบัญชี ม.เกษตร ใฝ่ฝัน โดยบริษัทเหล่านี้มีความสัมพันธ์อันดีกับทางคณะ มักมาร่วมกิจกรรมกระชับมิตร และยื่นข้อเสนอรับนิสิตเข้าฝึกงานและทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปี 4ทักษะยุคใหม่ที่จะช่วยให้นักบัญชีรอดพ้นจากสงคราม AIในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโปรแกรมอัตโนมัติเข้ามาแทนที่การบันทึกเอกสารแบบเดิมๆ รศ.ดร.ศศิวิมล สุขสมาน (คณบดี) และอาจารย์ประจำภาควิชา ได้เน้นย้ำว่า "นักบัญชี ม.เกษตร ยุคใหม่ต้องปรับตัว" สิ่งที่ AI ยังไม่สามารถแทนที่มนุษย์ได้ และเป็นสกิลที่ ม.เกษตร มุ่งเน้นคือ "Storytelling หรือทักษะการเล่าเรื่อง" นักบัญชีระดับท็อปในปัจจุบันต้องไม่ใช่แค่คนนั่งคีย์ตัวเลข แต่ต้องสามารถนำข้อมูลดิบ (Data) มาวิเคราะห์ และนำเสนอออกไปเป็นเรื่องราวที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยผู้บริหารตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำใต้โต๊ะวิทยา [EP.49] “คณะบริหารธุรกิจ ภาควิชาบัญชี ม.เกษตรศาสตร์” บัญชี ≠ คณิตศาสตร์น้องๆ เลยขอมาเปิดใจแบบจริงจังกับสิ่งที่เด็กบัญชีต้องเจอ ใครใฝ่ฝันอยากเป็นออดิทในบริษัท Big 4 คลิกดูได้เลย!‘บัญชี มก.’ สาขายอดฮิตติดอันดับ Top 3 คะแนนสูงงงง สายงานชัดเจนเปิดใจเด็กบัญชี กราฟชีวิตตลอด 4 ปี เรียนที่นี่เป็นยังไงบ้างใหม่ล่าสุด! กับภาควิชาบัญชี หลักสูตรนานาชาติ ปี 2569 เด็กอินเตอร์เจอแน่!!

About Atime

ATIME ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์
05 มิ.ย. 2026
Corporate News

ATIME ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์

ATIME - บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สาขานิเทศศาสตร์ - สื่อดิจิตัล รายวิชาสัมมนาอาชีพ จำนวน 25 คน เข้ามาศึกษาเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏีและยังเยี่ยมชมเบื้องหลังการจัดรายการวิทยุในห้องปฏิบัติการบันทึกเสียง และสตูดิโอ ATIME รวมทั้งได้ทดลองจัดรายการวิทยุในห้องสตูดิโอจัดรายการจริงอีกด้วย โดยมี ดีเจแนน - รชาดา จึงวัฒนกิจ จาก EFM94 ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ณ สตูดิโอ ATIME ชั้น 38 อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส

เปิด 2 เรื่องหลอน “อังคารคลุมโปง Horror Story” เตรียมต่อยอดสู่จอภาพยนตร์
26 พ.ค. 2026
Corporate News

เปิด 2 เรื่องหลอน “อังคารคลุมโปง Horror Story” เตรียมต่อยอดสู่จอภาพยนตร์

เจอแล้ว! 2 เรื่องหลอนในแคมเปญ “อังคารคลุมโปง Horror Story” ของ อังคารคลุมโปงX จาก EFM94 ที่จะนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ พร้อมได้รับเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท รวมมูลค่า 100,000 บาทโดยรายการ อังคารคลุมโปงX นำโดย ดีเจมดดำ คชาภา ตันเจริญ / ดีเจเจ็ม จิตตริน กุลกัลยาดี และดีเจแนน รชาดา จึงวัฒนกิจ ได้ต้อนรับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ปรัชญา ปิ่นแก้ว มาร่วมประกาศ 2 เรื่องสุดหลอน ที่ได้รับคัดเลือกจากผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้ามาเรื่องแรก ‘หากินกับผี’ (คุณณิชาภัทร ลิ่มสกุล เจ้าของเรื่องจากช่อง @nwnwned) เล่าถึงเรื่องหลอนๆของแม่ค้าออนไลน์ที่ให้ความสำคัญกับยอดขาย จนเป็นที่มาสุดหลอน ว่าหลายคนมักคอมเมนต์เข้ามาว่าเห็น “ผู้หญิง” ยืนอยู่ด้านหลังเธอในไลฟ์เสมอ ส่วน เรื่องสอง ‘ห้องพักต้องห้าม’ (คุณอริญย์ริสา ธนาบุญรสศักดิ์ เจ้าของเรื่องจากช่อง @arynlisa_ ) เรื่องเล่าของลูกเรือสายการบินเกี่ยวกับห้องพักช่วง Layover ที่ถูกบอกต่อกันมารุ่นสู่รุ่นว่าถ้าที่นี่ ‘เลี่ยงได้ควรเลี่ยง’ ถึงแม้ไม่ได้เข้าพักในห้องดังกล่าวแต่หลายคนก็ยังคงเจอดีเข้าจนได้ทาง EFM94 ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของเรื่องเล่าทั้ง 2 เรื่องที่ได้รับเลือกและคว้าเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท พร้อมโอกาสต่อยอดสู่การสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยผู้กำกับมากฝีมือ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ผู้สร้างตำนานภาพยนตร์ไทยทำรายได้สูง (Box Office) ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วยใครที่เป็นแฟนเรื่องเล่าสุดหลอนห้ามพลาดโปรเจกต์สำคัญครั้งนี้ และสามารถติดตามรายการอังคารคลุมโปง X ทาง EFM94 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ได้ทาง EFM94 และ อังคารคลุมโปง X หรือทาง atime.live/EFM

GREEN MORNING SHOW ตอกย้ำรายการข่าวคุณภาพ คว้ารางวัลนาฏราช 2 ปีต่อเนื่อง
18 พ.ค. 2026
Corporate News

GREEN MORNING SHOW ตอกย้ำรายการข่าวคุณภาพ คว้ารางวัลนาฏราช 2 ปีต่อเนื่อง

GREEN WAVE 106.5 FM เป็นปลื้มเมื่อรายการ GREEN MORNING SHOW ได้รับรางวัล รายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม จากงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติ นาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 แล้วโดยมี 2 ดีเจจาก ATIME ดีเจดาด้า วรินดา ดำรงผล และ ดีเจเผือก พงศธร จงวิลาส จาก EFM94 เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลดังกล่าวรายการ Green Moring Show เป็นรายการทอล์กข่าวยามเช้า โดยมี ดีเจอั๋น ภูวนาท คุนผลิน / ดีเจอ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล / ดีเจอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ และหนิง ปณิตา สลับสับเปลี่ยนกันมาอัพเดทข่าวยามเช้าสรุปย่อยเป็นประเด็นให้ฟังง่ายผ่านการนำเสนอที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละคน ออกอากาศทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ 07:00 - 08:00 โมงเช้า ทาง Green Wave 106.5 FM ในทุกช่องทางโดยรายการ Green Moring Show ได้รับรางวัลดังกล่าวเป็นปีที่ 2 แล้ว ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นคลื่นวิทยุที่ยังคงรักษาคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจและกำลังใจสำคัญให้เหล่าดีเจ ทีมงานกรีนเวฟ และ ATIME ทุกคนมีกำลังใจยืนหยัดผลิตผลงานที่ดีมีคุณภาพเพื่อผู้ฟังและสังคมต่อไป