ATIME ฟังเพลงออนไลน์ วิทยุออนไลน์ ดูรายการออนไลน์
  • EFM
  • Green Wave
  • Hotwave

News Updates

Podcasts

อังคารคลุมโปง
04 ก.ย. 2026EFM

อังคารคลุมโปง

อังคารคลุมโปง Podcast จากเรื่องหลอนหน้าไมค์ สู่ความขนลุกซู่ x2 จนคุณต้องนอนคลุมโปงฟัง!! ทุกคืนวันเสาร์

กระต่ายตื่นรู้
08 มี.ค. 2024EFM

กระต่ายตื่นรู้

รู้เท่าทันสื่อ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง

Good Jobs
03 ก.พ. 2023Chill On

Good Jobs

Good jobs ไขสเปค ‘คนที่ใช่’ ของ ‘งานในฝัน’ ป๋าเต็ด พาไปบริษัทดัง ล้วงลึกวิธีคัดเลือกพนักงาน ให้รู้ข้อมูลแบบ Exclusive ก่อนที่คุณจะมาสมัครงานจริง ขอให้ได้งานนะครับ! ศุกร์เว้นศุกร์

พาศึกsaid เพศศึกษา
12 ม.ค. 2023EFM

พาศึกsaid เพศศึกษา

PODCAST ที่จะ เปิดห้องเรียน “เพศศึกษา” ยกคำถาม “เรื่องเพศ” เอามา Said กับ “คุณหมอ” คุยได้ทุกเรื่อง ตอบทุกปัญหา เพราะ “เพศศึกษา” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย พูดคุยกับ หมอเต้ นายแพทย์ ณัฐเขต และ หมอโอ๊ต นายแพทย์ วงศกร จาก PULSE CLINIC

EFM

ผมโดนภรรยาที่แต่งงานและใช้ชีวิตด้วยกันมา 7 ปี ทักแชทมาบอกเลิก เพราะผมเปิดประตูคอนโดให้ผู้หญิงคนอื่น ถึงตอนนี้จะดีกันแล้ว แต่ผมก็ระแวงและทำตัวไม่ถูกเลย ทำยังไงดีครับ?
11 ก.ย. 2026
พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมโดนภรรยาที่แต่งงานและใช้ชีวิตด้วยกันมา 7 ปี ทักแชทมาบอกเลิก เพราะผมเปิดประตูคอนโดให้ผู้หญิงคนอื่น ถึงตอนนี้จะดีกันแล้ว แต่ผมก็ระแวงและทำตัวไม่ถูกเลย ทำยังไงดีครับ?

ผมโดนภรรยาที่แต่งงานและใช้ชีวิตด้วยกันมา 7 ปีทักแชทมาบอกเลิก เพราะผมเปิดประตูคอนโดให้ผู้หญิงคนอื่นถึงตอนนี้จะดีกันแล้ว แต่ผมก็ระแวงและทำตัวไม่ถูกเลย ทำยังไงดีครับ? ‘คุณหมูยอ’ (นามสมมติ) สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (9 กันยายน 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อย’ เกี่ยวกับเรื่องที่เขาโดนภรรยาบอกเลิกเพราะเรื่องที่เขาเองดันไปเปิดประตูให้ผู้หญิงคนอื่น ‘คุณหมูยอ’ อายุ 37 ปี ได้เล่าว่าคบกับแฟนมา 3 ปี และแต่งงานกันมาเกือบ 7 ปี มีลูกวัย 3 ขวบกว่าด้วยกันหนึ่งคน ปัจจุบันคุณหมูยอทำงานอยู่ต่างจังหวัด ส่วนภรรยาเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ ดูแลลูกอยู่ที่กรุงเทพฯ ทำให้จะได้เจอกันแค่ช่วงวันพฤหัสบดีหรือวันศุกร์จนถึงเช้าวันจันทร์เท่านั้น พอมีลูก คุณหมูยอก็ไปโฟกัสที่ลูกเยอะจนบกพร่องเรื่องความเอาใจใส่ภรรยา ซึ่งที่ผ่าน ๆ มาก็มีบ้างที่ภรรยางอน แต่คุณหมูยอก็เล่าว่าพยายามรับฟัง และคอยปรับตัวมาตลอด จนกระทั่งวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระหว่างที่คุณหมูยอกำลังวุ่นวายกับการหอบกระเป๋า และจูงมือลูกเพื่อไปโรงเรียน ในตอนนั้นเองที่ยืนรอลิฟต์อยู่ ก็ได้เอื้อมไปแตะคีย์การ์ดเพื่อเปิดประตูให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินตามมาพอดี ตอนนั้นคุณหมูยอก็ยังไม่ทันสังเกตว่าภรรยาไม่พอใจ จนช่วงเย็นที่คุณหมูยอกำลังเดินทางกลับต่างจังหวัด ภรรยาก็แชทมาบอกว่าไม่โอเคที่ไปเปิดประตูให้ผู้หญิงคนอื่น มันเหมือนกับว่าไปเทคแคร์ผู้หญิงคนอื่น เพราะกับตัวเธอเองคุณหมูยอยังไม่เทคแคร์ขนาดนั้นเลย และยังพิมพ์ต่อว่า ‘งั้นเลิกกันเถอะ’ คำนี้ทำให้คุณหมูยอรู้สึกเสียใจมาก ๆ จึงได้แต่พิมพ์ขอโทษซ้ำ ๆ โดยไม่เถียงกลับไปเพื่อให้ภรรยารับรู้ว่าเขาเสียใจจริง ๆ แต่คุณหมูยอก็ยอมรับว่าอาจจะผิดที่โฟกัสแต่ลูกจนลืมเทคแคร์ภรรยาไปตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เช่น เดินนำหน้าโดยไม่ช่วยถือของ หรือไม่ได้จับมือกันเวลาเดินไปไหนมาไหนเหมือนเมื่อก่อน เพราะต้องคอยอุ้มและวิ่งตามจับลูก ถึงแม้ว่าตอนนี้คุณหมูยอและภรรยาจะกลับมาคุยกันเป็นปกติแล้ว แต่ความสัมพันธ์และความรู้สึกของคุณหมูยอก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะกลายเป็นคอยระแวง กังวล และกลัวว่าจะทำอะไรพลาดจนภรรยาไม่โอเคและขอเลิกอีก จึงอยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่าจะจัดการกับความรู้สึกระแวงนี้อย่างไรดี เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ที่ว่า “สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาฟิวส์ขาด เพราะการเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ดูแลลูกวัย 3 ขวบที่กำลังปั่นป่วน มันเป็นภาระที่หนักมาก ประกอบกับพฤติกรรมความเอาใจใส่ของคุณหมูยอที่เคยมีให้กันมันหายไป พอมาเจอเรื่องเปิดประตูก็เลยทำให้เขาระเบิดออกมา ภรรยาต้องเสียสละร่างกายตั้งแต่ตอนตั้งท้อง ดังนั้นคุณหมูยอต้องทำให้เขารู้สึกว่ายังได้รับความรักอยู่เสมอ ต้องสื่อสารให้เขาฟังบ่อย ๆ ว่าต่อให้มีลูกก็จะยังแบ่งความรักให้ภรรยาเท่าเดิม ให้เขาเป็นเบอร์หนึ่งทั้งกับลูกและกับสามี เพื่อให้เขามีแรงใจในการเป็นแม่ และรับมือกับลูกต่อไป แม้ในทางปฏิบัติเราอาจจะดูแลได้ไม่เท่าเดิม เพราะต้องคอยช่วยดูแลลูกที่ยังเล็ก แต่ถ้าเราสื่อสารให้มากขึ้น ปัญหาแบบนี้ก็จะไม่เกิด พยายามปรับความเข้าใจกันและเตือนตัวเองว่าอย่าลืมเอาใจภรรยาบ้าง” ต่อด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า “ในมุมของภรรยา เขาไม่ได้มองแค่เรื่องเปิดประตูให้คนอื่น แต่เขามองว่าการที่คุณหมูยอทำแบบนี้คือไม่ได้คิดถึงและไม่ได้แคร์เขาเลย ความรู้สึกมันคงสะสมมาเรื่อย ๆ จนเขารู้สึกทนไม่ไหวแล้ว เลยตัดสินใจบอกเลิก ซึ่งก็ยังดีที่เขาเลือกวิธีนี้ดีกว่าการไปมีคนอื่น เพราะเขาแค่อยากให้เหตุการณ์นี้ทำให้คุณหมูยอรู้ตัวสักที สิ่งที่คุณหมูยอต้องทำคือทำให้เขาเห็นว่าเรารู้สึกอย่างไร และให้เขารู้ว่าในโฟกัสของเรายังมีเขาอยู่ด้วย พยายามบาลานซ์ความรักให้ทั้งคู่เท่า ๆ กันเหมือนกับที่พี่เผือกพูดไปก่อนหน้านั้น พร้อมทั้งรับฟังและถามภรรยาตรง ๆ ว่าเขาต้องการอะไร” ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจพี่อ้อย’ ว่า “ด้วยความที่ความรักนี้เป็นรักทางไกล มันอาจจะทำให้มีความหวั่นไหวและเปราะบางมากกว่าปกติ ผู้หญิงเองบางทีก็ไม่ได้ชอบความงี่เง่าของตัวเองหรอก แต่ความเหนื่อยล้ามันทำให้รู้สึกไปแบบนั้น ยังดีที่คุณหมูยอเป็นคนที่พยายามจะใส่ใจเขา แต่อยากให้พยายามทำให้ออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ เขาไม่ใช่แค่คนเลี้ยงลูก แต่เขาคือภรรยา อยากให้กลับมาเติมเต็มภาษาทางกาย เช่น กอดกัน จุ๊บกัน หรือบอกคิดถึงกันให้มากขึ้น รวมถึงคำว่าขอบคุณก็สำคัญมาก ลองขอบคุณที่เขาดูแลลูกอย่างดีจนเราไม่ต้องกังวล การที่ภรรยาคอยเป็นลมใต้ปีกให้แบบนี้ อย่างน้อยก็ควรทำให้วันธรรมดาที่เจอกันกลายเป็นวันพิเศษ เติมพลังใจให้เขารู้สึกว่าเขายังเป็นคนสำคัญในใจเราเสมอ ไม่ใช่แค่ลูก”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ซื้อบ้านให้แม่อยู่ ตกลงกันว่าแม่จะช่วยผ่อน แต่หลัง ๆ แม่ขอไม่ช่วยผ่อนแล้ว พ่อเลี้ยงก็ผลาญเงินอีก กลายเป็นว่าหนูทั้งเช่าห้องอยู่เองแล้วก็ผ่อนบ้านเอง หนูเหนื่อยจะแบกแล้วค่ะ
11 ก.ย. 2026
พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ซื้อบ้านให้แม่อยู่ ตกลงกันว่าแม่จะช่วยผ่อน แต่หลัง ๆ แม่ขอไม่ช่วยผ่อนแล้ว พ่อเลี้ยงก็ผลาญเงินอีก กลายเป็นว่าหนูทั้งเช่าห้องอยู่เองแล้วก็ผ่อนบ้านเอง หนูเหนื่อยจะแบกแล้วค่ะ

ซื้อบ้านให้แม่อยู่ ตกลงกันว่าแม่จะช่วยผ่อนแต่หลัง ๆ แม่ขอไม่ช่วยผ่อนแล้ว พ่อเลี้ยงก็ผลาญเงินอีกกลายเป็นว่าหนูทั้งเช่าห้องอยู่เองแล้วก็ผ่อนบ้านเองหนูเหนื่อยจะแบกแล้วค่ะ ‘คุณข้าวหอม’ (นามสมมุติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (9 กันยายน 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับเรื่องที่แม่ไม่ยอมช่วยผ่อนค่าบ้าน และพ่อเลี้ยงก็ติดพนันหนัก ‘คุณข้าวหอม’ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี เล่าว่า ครอบครัวมีสมาชิกทั้งหมด 4 คน ได้แก่ คุณแม่ น้องสาว ตัวเธอเอง และพ่อเลี้ยง ปัจจุบันเธอเรียนจบและเริ่มทำงานมาได้ประมาณ 2 ปีกว่าแล้ว โดยในช่วง 9 เดือนแรกของการทำงาน เธอตัดสินใจซื้อบ้านหลังใหม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ครอบครัวอาศัยอยู่ในห้องเช่าที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด และต้องอยู่รวมกันถึง 3 คนโดยไม่ได้มีการแบ่งห้องหรือพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นสัดส่วน แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีปัญหาเกิดขึ้น เนื่องจากในตอนแรกคุณข้าวหอมตกลงกับคุณแม่ไว้ว่าจะช่วยกันผ่อนค่าบ้าน โดยคุณแม่จะเป็นคนเก็บเงินจากพ่อเลี้ยงมาช่วยสมทบค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง ส่วนตัวเธอเองตั้งใจให้คุณแม่เป็นคนอยู่อาศัยที่บ้านหลังนี้เป็นหลัก แม้ว่าชื่อผู้กู้ในการซื้อบ้านจะเป็นชื่อของเธอก็ตาม ในช่วงแรกทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติและไม่ได้มีปัญหาอะไร จนกระทั่งประมาณช่วงต้นปีที่ผ่านมา คุณแม่เริ่มมาบอกกับเธออยู่บ่อย ๆ ว่าตัวเองไม่มีเงินและหมุนเงินไม่ทัน จึงขอให้คุณข้าวหอมช่วยลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการผ่อนบ้านลง จากเดิมที่ทั้งสองคนแบ่งกันรับผิดชอบในสัดส่วน 60 ต่อ 40 ก็เปลี่ยนมาเป็น 80 ต่อ 20 ด้วยความที่คุณข้าวหอมเป็นคนใจอ่อนและไม่อยากให้คุณแม่ต้องลำบาก เธอจึงยอมรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่และแบกค่าผ่อนบ้านไว้เพียงคนเดียว แต่แล้วเธอก็ไปรู้มาว่าสาเหตุของการหมุนเงินไม่ทันนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากการที่พ่อเลี้ยงติดการพนัน ในขณะที่เธอเองก็ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น บางครั้งถึงขั้นต้องทำงานเสริม ทำให้กว่าจะเลิกงานในแต่ละวันก็เป็นเวลาประมาณ 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืน คุณข้าวหอมยังเล่าอีกว่าเมื่อก่อนเธอก็อาศัยอยู่กับครอบครัว แต่เพราะทะเลาะกันบ่อยเธอจึงย้ายออกมาอยู่หอพักคนเดียวทำให้ตอนนี้เธอต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งบ้านและหอพักไปพร้อม ๆ กัน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านที่พักของทั้งสองที่รวมกันก็สูงถึงหลายหมื่นบาทต่อเดือน และสิ่งที่ทำให้คุณข้าวหอมรู้สึกเสียความรู้สึกอย่างมากคือในตอนแรกที่เธอยอมช่วยรับภาระค่าใช้จ่ายแทนคุณแม่นั้น เป็นเพราะเธอคิดว่าคุณแม่น่าจะกำลังลำบากและไม่มีเงินมากพอจริง ๆ แต่เมื่อมารู้ภายหลังว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากพ่อเลี้ยงที่มีปัญหาเรื่องการติดแอลกอฮอล์และการพนัน รวมถึงก่อนหน้านี้คุณแม่ก็เคยขอลดจำนวนเงินที่ช่วยผ่อนบ้านลงครั้งละ 500 บาทอยู่หลายครั้ง มันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเสียใจมากขึ้น นอกจากนี้ คุณแม่ยังเคยพูดกับคุณข้าวหอมว่า “ถ้าในอนาคตเงินเดือนเธอสูงขึ้น แม่ขอไม่จ่ายเลยได้ไหม” ขณะที่หลายครั้งที่คุณแม่อยากต่อเติมบ้าน คุณข้าวหอมก็เคยเสนอให้ทำได้ แต่ขอให้ใช้เงินของคุณแม่เอง ทว่ากลับได้รับคำตอบว่า “แต่บ้านเธอนะ” ทั้งที่ในความเป็นจริง คุณข้าวหอมไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นแล้ว กลายเป็นว่าในตอนนี้เธอต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าบ้าน ค่าหอพัก ค่าส่วนกลางของบ้าน และก็ค่าเครื่องกรองน้ำ คนรอบตัวเองก็เคยถามคุณข้าวหอมว่า หากวันหนึ่งคุณแม่ไม่ช่วยจ่ายค่าผ่อนบ้านเพิ่มแล้ว เธอจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งคุณข้าวหอมก็ตอบกลับไปว่า “แล้วถ้าหนูบอกความจริงกับแม่เรื่องพนันแล้วก็บอกว่าจะไม่ให้พ่ออยู่ล่ะ” แต่เมื่อเธอเล่าเรื่องนี้ให้ญาติของเธอฟังกลับได้รับคำตอบว่าการทำแบบนั้นอาจทำให้คุณแม่ลำบากใจและยังถูกมองว่าเป็นการสร้างบาปสร้างกรรม คำพูดเหล่านี้จึงกลายเป็นสิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวของเธอมาโดยตลอด เพราะไม่ว่าจะเลือกทางไหนคุณข้าวหอมก็รู้สึกอึดอัดใจและไม่รู้ว่าควรจัดการกับปัญหานี้อย่างไรดี เธอจึงอยากได้คำปรึกษาจากพี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คนว่าควรทำอย่างไรดีที่จะทำให้แม่ช่วยจ่ายค่าบ้านเพิ่มขึ้นหรือถ้าเขาไม่ยอมจ่ายจริง ๆ แล้วหนูให้เขาไปอยู่ที่อื่นมันจะดูเป็นลูกเนรคุณหรือไม่ เริ่มที่ ‘ดีเจอ้อย’ ได้ให้คำปรึกษาว่า "พี่มีความรู้สึกว่าบาปหรือไม่บาป มันอยู่ที่เจตนา ถ้าวันนี้น้องพยายามดูแลบ้านถึงที่สุดแล้ว แต่คนในบ้านไม่เป็นทีมเดียวกันกับหนูเลย เหมือนทุกคนในบ้านตั้งหน้าตั้งตาว่า ‘ไม่ได้เธอต้องทำ เธอเอาสิ่งนั้นด้วยสิ เอาสิ่งนี้ด้วยสิ’ หนูซัพพอร์ตแทบทุกอย่าง แต่คือคุณแม่ก็เห็นใจหนูน้อยมากนะ ตอนนี้พี่ไม่รูสึกว่าบาปหรือไม่บาป แต่ในเศรษฐกิจวันนี้ ทุกคนในครอบครัวต้องเป็นทีมเดียวกันก่อน ไม่ได้แปลว่าทุกคนดูสบายมาก แต่มีหนูมานั่งเหนื่อยอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรก็ตามที่ซัพพอร์ตความสุขของตัวเองได้เลย เหมือนเขาไม่ได้อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง บางเรื่องมันไม่ได้อยู่ที่วิธีพูด แต่มันอยู่ที่หนูชัดเจนกับตัวเองก่อนรึเปล่า น้องได้เห็นในสิ่งที่อยู่ในมือของเราไหม แค่ไหนถึงจะพอ บางทีคิดอะไรไม่ออกให้บอกความตรงและบอกความจริง ‘เป็นแบบนี้นะแม่ มันไม่ไหวอีกแล้ว ถ้าเกิดว่าไม่มีใครช่วยเลย ถ้าหนูตัดช่องน้อยแต่พอตัว หนูอยู่หออยู่นะ หนูก็สามารถอยู่รอดปลอดภัยเพียงแต่ถ้าวันนี้ยังอยากมีบ้านนี้อยู่ ทุกคนต้องช่วยกัน’ ไม่ใช่ว่าหนูไม่ให้แต่หนูไม่มีปัญญามากพอจะให้อีกแล้ว อย่าลืมนะข้าวหอม บางทีระหว่างทางเดินไปข้างหน้ายังมีหลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายกระทันหัน ถ้าเกิดคนนั้นป่วย หรือแม้แต่หนูป่วย มันไม่มีอะไรมาการันตีชีวิตได้แน่นอน วิธีการพูดบางครั้งมันก็แค่ต้องบอกความจริงค่ะ แต่ถ้าแม่บอกไม่ยอม ถ้าไม่ยอมก็ไม่มี ปลายทางเหมือนเดิมหมด ตอนนี้เราถึงต้องช่วยกัน หนูต้องยืนหยัด ที่สุดแล้วตอนนี้เหมือนหนูทำงานแทบตาย หนูก็ไม่ได้เลี้ยงแม่คนเดียว หนูแค่อยากเลี้ยงน้องกับแม่ให้ดีที่สุดแต่เขาคนนั้นเอาเงินไปใช้ในการพนัน แม่ก็ต้องไปช่วยจัดการตรงนี้ด้วย ไม่งั้นแม่ก็ไม่ได้สบายสักทีนะ พี่ว่าจำเป็นต้องพูดเพราะว่าถ้าหนูไม่พูด หนูก็จะกลายเป็นคนที่แบกทุกสิ่งทุกอย่าง แบกแม้กระทั่งจิตใจของอีกฝ่าย หนูจะทำให้ทุกคนไม่ได้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงเลยเพราะงั้นเราต้องคุยกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งน้องสาวที่เขาก็ต้องรับรู้และอยู่ในโลกความเป็นจริงเหมือนกัน ถ้าตอนนี้หนูทุกข์มาก ๆ หนูก็บาปอยู่เหมือนกันนะเพราะหนูดูแลหัวใจของใครต่อใคร จนลืมหัวใจตัวเองเหมือนกัน วิธีการพูดยังไม่สำคัญเท่าเราได้บอกความจริงทั้งหมดรึยัง แล้วถ้าวันหนึ่งหนูไม่ไหวจริง ๆ หนูว่าจะมีใครมาดูแลหนูเหรอ พี่ว่ายากนะ ถ้าหนูแบกเขาจนหนูแบกตัวเองไม่ไหวแปลว่าหนูปกป้องตัวเองน้อยไป" ถัดมาที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า "แบกแต่แบกตัวเองจนหลังหักแล้วมันเพื่ออะไร? หนูอยากจะให้แม่มีความสุขแต่สุดท้าย สมมติหนูวิ่งงานจนเกิดอุบัติเหตุใครจะช่วย ในมุมพี่ถ้าเลือกที่จะไปคุย ไปเคลียร์ให้เขารู้ สำหรับพี่ตอนนี้คือทุกคนกำลังทำสิ่งที่มันเกินตัวอยู่ เกินตัวไม่พอ ตัวเองที่ประพฤติอยู่ก็ไม่ได้พยายามที่จะหาเงินมาช่วยกันเลย มันเป็นหนูคนเดียว ซึ่งสำหรับพี่แค่แม่คนเดียวพี่ก็กรี๊ดแล้วนะ แต่พอมีสิ่งที่พ่อเลี้ยงทำ ทั้งกินเหล้า เล่นการพนัน จนกระทั่งหนูกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาว มันยิ่งไม่มีสิ่งไหนที่ทำให้เราอยากที่จะช่วยเลย เขาไม่เห็นคุณค่าอะไรกับสิ่งที่เราทำเลย เทียบเคียงสมการเหมือนคนรักเหมือนกันนะ ทำอะไรไป ดูแลเขาอย่างดีแต่เขาไม่ตอบแทนหรือแม้กระทั่งมองเห็นมัน พี่ก็จะถามตัวเองว่าพี่ทำมันไปทำไม? เรื่องบุญกรรมพี่ไม่คิดเลย พี่ว่าข้าวหอมก็รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เงิน 20,000 เราก็ต้องแบ่งไปจ่าย 10,000 แล้วเงินแค่นี้ แค่เราจะมีชีวิตที่มันปกติยังไม่ได้เลยนะ ในเคสแรกคือเราผ่อนค่าบ้านได้หมด เคสที่ 2 ก็คือพูดกับเขาตรง ๆ ด้วยความจริง แล้วถ้าเขายังทำ ยังไม่ยอม ก็อาจจะต้องตัดใจว่าให้ชีวิตมันเป็นไปตามนั้น วันไหนถ้าไม่มีเงิน ข้าวหอมก็จะไม่ไปกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายค่าบ้าน ถ้าในมุมที่เราไม่อยากหักกับเขานะ แต่สำหรับพี่ ข้าวหอมจะต้องไม่ทำอะไรที่มันลำบากตัวเองมากกว่านี้อีกแล้ว เพราะตอนนี้มันมากเกินไปแล้ว วันนี้เห็นว่าอะไรมันกำลังจะเกิดขึ้นก็คุยกับเขา โดยที่มีจุดยืนของเราว่าเราทำได้ขนาดไหนแต่มันก็คือที่สุดของชีวิตแล้วที่หนูจะให้ได้ อย่ามากกว่านี้เพราะหนูให้ไม่ได้แล้ว" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า "ตอนนี้สิ่งที่แบกมันหนักเกินไป มันจำเป็นต้องแบ่งมันออกบ้าง Fix costs มันสูงซะจนข้าวหอมขยับตัวไปทำอะไรอย่างอื่นยากมาก คิดดูว่าถ้าไม่ต้องผ่อน ข้าวหอมสามารถตัดส่วนนั้นไปลงทุนอะไรก็ได้ที่มันงอกเงยกว่าสิ่งที่ข้าวหอมทำตอนนี้มากเลย ข้าวหอมจะมีเงินสำรองมากมายมหาศาลซึ่งอาจจะมีประโยชน์มากกว่าบ้านหลังหนึ่งที่เราไม่ได้อยู่ ถ้าถามว่าบาปไหม พี่ว่าการกตัญญูโดยเฉพาะในยุคนี้แล้วนะ พี่ก็ไม่อยากให้ลูกพี่กตัญญูเพราะท่องว่ามันเป็นหน้าที่ของลูกที่ต้องกตัญญูเท่านั้น การที่เราจะต้องตอบแทนใครสักคนที่มีพระคุณกับเรา มันก็ต้องเหมาะสมกัน เราก็ต้องรู้สึกว่าพ่อแม่ก็ทำสิ่งดี ๆ ให้เราเหมือนกัน ไม่ใช่แค่ว่าเพราะเป็นลูก สุดท้ายแล้วบ้านหลังนี้ก็ต้องพิจารณาให้ดีว่าจะเอาไว้ไหม ถ้ามันดูจะไม่ลดลง ดูมีแต่ภาระ มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องผ่อนต่อ จะขายต่อมันก็ทำได้ อย่างที่พี่อ้อยกับพี่เติ้ลแนะนำเลยคือก็ต้องคุยกับแม่เด็ดขาดไปเลยว่าชีวิตมันจะไปไม่รอดกันหมด ถ้าแม่ไม่มีศักยภาพพอที่จะผ่อนบ้านหลังนี้ ข้าวหอมเองก็มีชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ เราเอาน้องมาอยู่ด้วยได้นะ แล้วแม่กับแฟนใหม่แม่ก็จงรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ช่วยได้เท่านี้ คือยุคนี้มันเป็นยุคที่คนจำนวนไม่น้อยไม่ได้ซื้อบ้านเป็นหลักเป็นแหล่งแล้วเพราะว่าการงานมันก็ต้องย้ายกันไปเรื่อย ๆ และการเช่าอยู่ก็ไม่ได้เสียหายอะไรในยุคนี้ ลองพิจารณาดูและคุยแบบเด็ดขาด ไม่อยากให้เหนื่อยจนสายตัวแทบขาดแต่ไม่เหลืออะไรเลย เอาความตั้งใจนี้ทำให้ตัวเองบ้าง แล้วถ้าข้าวหอมตั้งหลักได้เร็ว เริ่มต้นได้เร็วมีเงินเหลืออดออมได้เร็ว ชีวิตข้าวหอมจะสดใสมาก"เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

พี่ที่ทำงานป่วยไม่สามารถยกของหนักได้ ภาระงานเขาจึงตกมาที่เรา เราก็เข้าใจเขานะคะ แต่เราก็เหนื่อยมากเลย
11 ก.ย. 2026
พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พี่ที่ทำงานป่วยไม่สามารถยกของหนักได้ ภาระงานเขาจึงตกมาที่เรา เราก็เข้าใจเขานะคะ แต่เราก็เหนื่อยมากเลย

พี่ที่ทำงานป่วยไม่สามารถยกของหนักได้ภาระงานเขาจึงตกมาที่เราเราก็เข้าใจเขานะคะ แต่เราก็เหนื่อยมากเลย ‘คุณเปรี้ยวหวาน' (นามสมมุติ) สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (9 กันยายน 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับพี่ที่ทำงานมีอาการป่วย กลายเป็นภาระหน้าที่งานตกมาที่คุณเปรี้ยวหวานคนเดียว ‘คุณเปรี้ยวหวาน' (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี เล่าว่า เธอทำงานมาได้เกือบ 1 ปีแล้ว ผ่านงานพร้อมกับพี่อีกคนหนึ่งในที่ทำงาน ให้นามสมมติว่า 'พี่เอ' ซึ่งพี่เอเพิ่งผ่านการผ่าตัดเปลี่ยนไตมาเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว และเขายังมีโรคติดตัวมาด้วย คุณเปรี้ยวหวานไม่แน่ใจว่าคือโรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน เงื่อนไขหลังการเปลี่ยนไตของเขาข้อแรกคือ ห้ามยกของหนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณเปรี้ยวหวานทราบมาตั้งแต่ต้น และเขามักจะมีอาการหน้ามืด เวียนหัว จะเป็นลม แต่พี่เอจะไม่ได้มาบอกกับคุณเปรี้ยวหวานแต่จะไปบอกกับคนในแผนกอื่น และคนในแผนกอื่นก็จะเป็นคนมาบอกกับเธอว่าพี่เอไม่ไหว ให้ช่วยพี่เอก่อน แต่งานที่คุณเปรี้ยวหวานทำเป็นโรงแรม และทำคนละส่วนกับพี่เอ ในช่วงแรกไม่มีปัญหาอะไร แต่ช่วงหลังมานี้จะเริ่มมีปัญหาจากการทำงานที่ต้องใช้แรง อย่างการเก็บโต๊ะ ยกโต๊ะ เมื่อที่ต้องอยู่รอบเดียวกับพี่เอ คุณเปรี้ยวหวานก็จะต้องทำแทนทั้งหมดเพราะเขายกไม่ได้ ซึ่งคุณเปรี้ยวหวานเป็นคนตัวเล็ก สูง 158 เซนติเมตร หนักไม่ถึง 50 กิโลกรัม ขนาดตัวพอ ๆ กันพี่เอ ในบางครั้ง คุณเปรี้ยวหวานก็ไม่มีแรงมากพอที่จะช่วยเหลือในส่วนของพี่เอ ซึ่งหากทำงานกับพี่เออย่างไรเธอก็จะต้องฝืน และพักหลังมางานที่มากขึ้นยิ่งทำให้คุณเปรี้ยวหวานยิ่งต้องทำหนักขึ้น ปัญหาของพี่เออีกอย่างคือเขาขี้ลืม ทำอันแรกยังไม่เรียบร้อยก็ไปทำงานอื่นต่อแล้ว คุณเปรี้ยวหวานจึงต้องไปตามเก็บงานตลอด เธอเคยพูดตรง ๆ แล้วว่าพี่เอลืมทำสิ่งนั้นบ่อย รวมถึงแผนกอื่นก็จะมาพูดว่ากับคุณเปรี้ยวหวานว่า “พี่เอลืมอีกแล้ว” ซึ่งคุณเปรี้ยวหวานก็จะบอกให้ไปคุยกับพี่เอเองเพราะเธอได้เคยพูดไปแล้ว และทุกอย่างก็ยังเป็นเหมือนเดิม คุณเปรี้ยวหวานไม่มั่นใจว่าเธอมองเรื่องนี้ในแง่ลบหรือไม่ เพราะเธอมองว่า ในเมื่อผ่านงานมาแล้วก็ต้องทราบว่าหน้างานของเราต้องทำอะไรบ้าง โดยเรื่องทั้งหมดนี้คุณเปรี้ยวหวานเคยนำไปพูดกับหัวหน้าซึ่งเป็น HR ด้วย และเขาให้คำตอบกลับมาว่า ปัญหาเรื่องเล็กไม่ต้องเล่า เขาเองก็ไม่รู้จะต้องทำอย่างไร รวมถึงบอกให้คุณเปรี้ยวหวานอดทน ทางด้านคุณเปรี้ยวหวานก็รู้สึกเหนื่อย เงินเดือนก็ได้พอ ๆ กัน เธอจึงตั้งคำถามว่า มองพี่เอในแง่ลบไปหรือไม่ หรือเป็นเพราะเธอมองในมุมตนเองด้านเดียว เป็นที่ตัวเธอหรือเปล่า ยอมรับว่าในปัจจุบันนี้คุณเปรี้ยวหวานก็มองเขาในแง่ลบอยู่ ไม่ว่าคุณเปรี้ยวหวานจะระบายให้ใครฟังว่าเธอจะต้องทำงานหนักเพิ่มอย่างไร คนก็มักจะตอบกลับมาว่า “ก็ใช่ไง เขาป่วย” เสมอ เธอเคยมีความสงสัยว่าพี่เอไม่ไหวจริงหรือไม่ เพราะเขามักจะมีอาการจะเป็นลมอยู่บ่อยครั้ง โดยเขาไม่ได้มาพูดกับคุณเปรี้ยวหวานแต่กลับเป็นคนจากแผนกอื่นมาบอกเธอแทน โดยแรก ๆ เธอจะบอกให้เขาไปพัก หาน้ำหวานดื่ม แต่พอบ่อยครั้งเข้า เธอเลือกที่จะพูดกับคนที่มาบอกแทนว่า ต้องการให้เธอทำอย่างไร เธอไม่ใช่หมอ ซึ่งคุณเปรี้ยวหวานดูคนไม่ออก เธอไม่รู้ว่าเป็นอาการป่วยของเขาจริงหรือเป็นการแสดง รวมถึงหัวหน้าที่เธอเคยคุยด้วยก็ดูไม่ออกเช่นกันว่าพี่เอป่วยจริงหรือไม่ แผนกเธอมี 4-5 คน ซึ่งคนในทีมทุกคนก็รับได้กับอาการป่วยของพี่เอ และยินดีจะซัพพอร์ต สาเหตุที่หัวหน้ายังให้พี่เอทำตำแหน่งนี้เพราะ พื้นฐานหัวหน้าชอบคนที่มีความทะเยอทะยาน ใฝ่รู้ ซึ่งพี่เอเป็นแบบที่หัวหน้าชอบ ก่อนหน้านี้พี่เอเคยคิดจะย้ายไปแผนกอื่น แต่แผนกอื่นไม่รับเพราะคิดว่าพี่เอคงทำไม่ได้ นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังไม่มีปัญหาการทำงานไม่ทัน เพราะคุณเปรี้ยวหวานก็ฝืนทำให้เรียบร้อยทุกครั้ง แต่ยังกังวลว่าเธอจะทำไม่ไหว รวมถึงกลัวเรื่องปัญหาสุขภาพในอนาคตด้วย คุณเปรี้ยวหวานอยากปรึกษาว่า เธอควรเข้าใจในข้อจำกัดของร่างกายพี่เอให้มากขึ้น หรือ มีสิทธิ์รู้สึกเหนื่อยและรู้สึกว่าไม่เท่าเทียมไหม เธอต้องจัดการกับทัศนคติตนเองอย่างไรให้มองพี่เอในแง่ที่ดีขึ้น หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า “พอเป็นเรื่องที่ทำงาน HR ควรมีส่วนในการจัดการเรื่องทรัพยากรบุคคล เขาควรต้องมาจัดการตรงไหน ใครควรทำอะไรตรงไหน ใครมีข้อจำกัดอย่างไร ทำให้รู้สึกว่าเป็นองค์กรที่บริหารคนได้ การเก็บคนที่ไม่มีศักยภาพในการทำงานไว้จะทำให้เสียคนเก่งไป การมีความเห็นอกเห็นใจเป็นเรื่องที่ดีแต่ก็ต้องมีขีดจำกัด พี่เชียร์ให้สู้อีกสักครั้ง HR ควรจัดแจงคน ‘Put the right man on the right job’ เอาเขาไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่ ที่เขาจะสามารถทำประโยชน์ได้ ซึ่งถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เปรี้ยวหวานอยู่ที่นี่มาปีนึงแล้ว ถือว่าเป็นพอร์ตที่ดีที่จะย้ายงานแล้ว ลองไปสมัครโรงแรมอื่นก็ได้ เรื่องการช่วยยกก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่หากมองภาพรวมกว้าง ๆ เราน่าจะได้อยู่ในที่ที่มีการจัดการที่ดีกว่านี้ ทุก ๆ คนตัวเราก็จะทำงานอย่างมีความสุข เป็นทีมที่ดี เดินหน้าไปด้วยกัน ลองพิจารณาดู ประเมินดูว่าเรามีความสามารถพอที่จะทำงานอื่นไหม การที่พี่เอไม่สามารถช่วยงานอะไรได้ ทำให้เราทรมานแค่ไหน ลองชั่งข้อดีข้อเสียของการทำงานที่นี่ดู ข้อดีของงานโรงแรมคือมีตัวเลือกอีกมากมายที่เปรี้ยวหวานมีโอกาสที่จะไปสมัครที่อื่นได้อีกเยอะ พี่รู้สึกว่าการเปลี่ยนงานในสายงานโรงแรมมันสูง ยิ่งถ้าเป็นโรงแรมใหญ่ที่มีเครือข่าย บางทีเราอาจสามารถขอย้ายไปในเครือเดียวกันก็สามารถทำได้ ถ้าแก้ที่เขาไม่ได้ก็ปรับที่เราในแง่ของการเปลี่ยนที่ทำงานเลย” ถัดมา ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า “ลองทำแบบพี่เผือกดูก่อน ให้คุยกับหัวหน้าว่ายังคงเป็นปัญหาอยู่นะคะ งานไม่เดินเท่าที่ควร แต่ไม่ได้ว่าพี่เอ เข้าใจว่าเขาไม่สบาย แต่ว่าตอนนี้เป็นอย่างนี้จะทำอย่างไร ถ้าไม่สามารถย้ายพี่เอหรือลองเพิ่มคนไหม เพราะเวลาอยู่กันสองคนกับพี่เอมันช้าเรื่องด้วยอุปสรรคทางร่างกายของเขา หากมีการประชุมทีมให้ลองคุยว่าหรือจะลองเพิ่มคน เพราะมันช้าและเราตัวเล็ก เราพูดได้เพราะมันเป็นสวัสดิภาพของเราในการทำงานด้วย ถ้าพี่เขายกไม่ได้ เรายกคนเดียวแล้วไม่สามารถยกได้ ลองพูดตามความจริง ซึ่งถ้าหากมีคนมาเพิ่มแล้วอีกคนรู้สึกเป็นปัญหา คุณเปรี้ยวหวานอาจมีทีมในการที่คิดว่าพี่เออาจไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้แล้ว หรือหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้นคนไม่เพิ่ม พี่เอก็ยังอยู่ เปรี้ยวหวานอาจต้องลองทำตำแหน่งอื่นในโรงแรมดู หากคิดว่าตนเองมีศักยภาพพอ ลองขอไปทำตำแหน่งอื่นดูหากรู้สึกว่าที่นี่ยังโอเค หรือหากกลัวว่าจะไปหางานที่อื่นลำบาก จนสุดท้ายหากไม่ดีขึ้นต้องลองหาโรงแรมอื่นทำดู” ปิดท้ายที่ ‘ดีเจอ้อย’ กล่าวว่า “ตอนนี้การหางาน ถ้าได้จะลองยื่นใบสมัครงานไปก่อนก็ได้ สองลองอยู่กับเงื่อนไขนี้ต่ออีกสักหน่อยในช่วงที่ยังหางานใหม่ไม่ได้ พี่จะไม่สนับสนุนให้ออกไปนอนรองานเฉย ๆ เพราะทุกวันนี้เราต้องเห็นก้าวต่อไปก่อนถึงค่อยก้าว แต่อย่างหนึ่งคือ ปัญหาเรื่องงานไม่เท่าไหร่ แต่ปัญหาเรื่องคน เปลี่ยนเขาเท่าไหร่ก็เปลี่ยนไม่ได้ด้วย พี่ถึงถามว่าหัวหน้าเขาไม่เห็นหรือว่าใครมีศักยภาพจะทำงานไหม แต่ยังแนะนำให้พูดกับหัวหน้าอีกครั้งอย่างที่พี่เติ้ลแนะนำไปก่อนหน้า แต่ถ้าไม่มีใครช่วยแก้ปัญหาเลย ก็คงต้องสื่อสารกับพี่คนนั้นตรง ๆ หากอันไหนเราทำไม่ไหว คุยกับเขาว่า ต่อให้เขาช่วยยกไม่ไหว แค่ช่วยลากก็ยังดี ดีกว่าแรงเดียว อย่างน้อยที่สุดวันนี้ไม่ได้แปลว่าเราต้องทน แต่ในระหว่างที่เราทนเป้าหมายคือ ถ้าเราได้งานอื่น เดี๋ยวเราไป แต่ในระหว่างนี้ที่ยังไม่ได้งาน ให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน บางทีปัญหามันมีต้องแก้กับแค่ต้องยอมรับ ไม่ได้แปลว่าเป็นหนูคนเดียวที่ต้องจัดการสิ่งนี้ และวิธีคิดหนึ่งคือ ดีที่เราไม่ป่วยอย่างเขาไม่อย่างนั้นอาจต้องหนักกว่านี้ ต้องปรับทุกอย่างไปพร้อมกัน เวลาที่ต้องอยู่กับเงื่อนไขที่เปลี่ยนไม่ได้ ก็ต้องสุขให้ได้ภายใต้เงื่อนไขที่มี อย่างน้อยเราก็ได้แก้ปัญหาแล้ว ถ้าปรับวิธีคิดจนอ่อนท้อไม่ไหวแล้วก็ต้องเปลี่ยนที่”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

Green Wave

ถอดบทเรียนชีวิตนอกกรอบของ “หนุ่ม อนุวัต” ไม่ต้องวิ่งหาแสง เพราะความตั้งใจจะสร้างแสงในตัวเอง
10 ก.ย. 2026
Club Inspired Day Recap

ถอดบทเรียนชีวิตนอกกรอบของ “หนุ่ม อนุวัต” ไม่ต้องวิ่งหาแสง เพราะความตั้งใจจะสร้างแสงในตัวเอง

Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย“ดีเจอั๋น ภูวนาท”เปิดไมค์ต้อนรับ “หนุ่ม อนุวัต”ที่ได้มาพูดคุยเกี่ยวกับการปรับตัวของคนข่าวในยุคที่สื่อโซเชียลและอินฟลูเอนเซอร์เข้ามามีบทบาทแทนที่สื่อหลักอย่างรุนแรง โดยเขาชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันใครก็เป็นนักข่าวได้แต่หัวใจสำคัญยังคงอยู่ที่ความน่าเชื่อถือของข้อมูลและการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรับมือกับข่าวปลอมและภัยจาก AI นอกจากนี้เขายังแบ่งปันแง่คิดเรื่องการรักษาความเป็นตัวของตัวเองในอาชีพ ซึ่งช่วยให้เขาสามารถฉีกกฎผู้ประกาศข่าวแบบเดิมจนกลายเป็นที่ยอมรับได้ เนื้อหาช่วงท้ายเน้นเรื่องการวางแผนชีวิตหลังเกษียณและการเตรียมพร้อมรับความไม่แน่นอนในวงการสื่อที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเขาสนับสนุนให้ทุกคนรักในสิ่งที่ทำเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้โดดเด่นและมั่นคงในระยะยาวเด็กจบใหม่ยุควิกฤตปี 40 กับบันไดก้าวแรกที่แลกมาด้วยความ "อยากรู้" และเงินเดือน 7,500 บาทชีวิตการทำงานของ หนุ่ม อนุวัต ไม่ได้เริ่มต้นบนพรมแดงที่สวยหรู เขาเรียนจบในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 พอดี ซึ่งเป็นยุคที่หาแรกทำงานได้ยากมาก โอกาสทำงานแรกในชีวิตของเขาเกิดขึ้นที่บริษัทแปซิฟิก (Pacific) ยักษ์ใหญ่ด้านสื่อในขณะนั้น โดยเริ่มจากการเขียนบทสัญญาสารคดีสั้นเพียง 1 นาทีให้กับ จส.100 และทำสารคดีเกษตร แลกกับเงินเดือนเริ่มต้นเพียง 7,500 บาท ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าน้อยมากในเวลานั้นแต่สิ่งที่ขับเคลื่อนเขาคือความมีนิสัยชอบ "สังเกต สาระแน และเข้าไปคุย" ซึ่งเขาเรียกตัวเองอย่างตลกว่าเป็นคน "ขี้เสือก" แทนที่จะเขียนบทแค่ 1 นาทีเสร็จแล้วจบ เขากลับชอบไปสาระแนคุยกับนักข่าวคนอื่นตามห้องทำงานต่างๆ จนกลายเป็นที่มาที่ไปที่ทำให้เขาได้เรียนรู้วิธีคิดของคนเก่งๆ และไหลเข้าสู่วงการข่าวในที่สุดเทปแรกที่โดนโยนทิ้งถังขยะ และหยาดน้ำตาใต้ความกดดัน "ไม่เสร็จใน 15 นาที...ก็ลาออกไป!"ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นนักข่าวมือฉกาจ หนุ่ม อนุวัต เคยผ่านจุดที่ล้มเหลวแบบไม่เป็นท่ามาก่อน สมัยเรียนเขาเคยอยากได้เงิน 30,000 บาทไปเที่ยว จึงทำสารคดีแนวแอบถ่ายเซ็กส์ในโรงหนังส่งให้ไอทีวี (ITV) แม้เขาจะคิดว่าวัตถุดิบและฟุตเทจที่ได้มานั้นดีเลิศ แถมยังมีช่างภาพไอทีวีช่วยตัดต่อให้ แต่ผลงานชิ้นแรกกลับโดนผู้บริหารโยนทิ้งลงถังขยะอย่างไร้เยื่อใยเพราะมันใช้ไม่ได้ ด้วยความอยากรู้ว่าพลาดตรงไหน เขาจึงกล้าที่จะต่อสายตรงหา คุณจอม เพชรประดับ บก.ข่าวสังคมของไอทีวีในขณะนั้น เพื่อขอเข้าพบและรับฟังคำวิจารณ์ จนได้รับคำแนะนำให้หันกลับมาศึกษาดูข่าวไอทีวีทุกวันจนมันอินเข้าไปในกระแสเลือดเมื่อย้ายมาเริ่มต้นงานข่าวภาคสนามจริงๆ ที่ศูนย์ข่าวแปซิฟิก เขากลับต้องร้องไห้ตั้งแต่วันแรกเพราะไม่มีพื้นฐานและเขียนข่าวไม่ทัน ที่นั่นเต็มไปด้วยความกดดันสูงเพราะต้องออกอากาศทุกต้นชั่วโมง และเขาเคยโดนคาดโทษว่า "ถ้าเขียนอันนี้ไม่ได้ภายใน 15 นาทีนี้ ลาออกไปเลย" ช่วง 6 เดือนแรกเขาต้องร้องไห้และเอามือก่ายหน้าผากส่องกระจกคุยกับตัวเองทุกวันว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ก่อนจะตัดสินใจฮึดสู้ ฝึกซ้อม และเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานรุ่นเดียวกันจนก้าวข้ามขีดจำกัดมาได้"อนุวัต จัดให้" ชายนอกกรอบผู้ทุบภาพจำ "ผู้ประกาศข่าวสูทเนี้ยบ" สู่ร่าง "จิ้งจก" ขวัญใจชาวบ้านหนุ่ม อนุวัต ร่วมงานกับช่อง 7 ซึ่งเขาเปรียบเสมือน "บ้านที่อบอุ่นหลังใหญ่" เป็นเวลายาวนานถึง 15 ปี ในช่วงแรกๆ เขาเริ่มเป็นที่รู้จักจากการลงพื้นที่ข่าวน้ำท่วมที่เขารายงานข่าวด้วยสภาพมอมแมม ตัวดำๆ จนคนแซวว่าเป็นเหมือน "จิ้งจกยืนรายงานข่าว" ก่อนที่ชื่อเสียงจะโด่งดังอย่างเป็นทางการในฐานะคนข่าวผ่านคอลัมน์ยอดฮิต "อนุวัต จัดให้" ที่เน้นลุยพื้นที่ สัมผัสวิถีชีวิตจริงของชาวบ้าน ความติดดินลุยๆ นี้เองที่ทลายระยะห่างลง ชาวบ้านที่เห็นดาราอาจจะไม่กล้าถ่ายรูป แต่เมื่อเห็น หนุ่ม อนุวัต เดินมอมแมมเข้ามา พวกเขาจะกล้าเข้ามากอดมาสัมผัสทันทีเพราะรู้สึกว่าเขาคือคนในครอบครัวนอกจากนี้ เขายังเป็นคนฉีกกฎเดิมๆ ของผู้ประกาศข่าวที่อดีตมักถูกสอนว่าต้องเคร่งขรึม ใส่สูท และรักษาภาพลักษณ์ เขาเคยถูกผู้ใหญ่ในช่องตำหนิที่ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นยืนรายงานข่าวน้ำท่วม ซึ่งเขาอธิบายไปตรงๆ ว่าต้องลุยน้ำและเสื้อเชิ้ตเปียกหมดแล้วเหลือแค่เสื้อยืด เขายืนหยัดในตัวตนและเชื่อว่าคนดูในปัจจุบันมองข้ามภาพลักษณ์ภายนอกที่ต้องสวยต้องหล่อ แต่พวกเขาเลือกมองคนที่มี "เสน่ห์หน้ากล้อง มีของ และมีความจริงใจ" มากกว่าวันที่ตัดสินใจทิ้ง "บ้านแสนอุ่น" ไปเผชิญโลกฟรีแลนซ์ และรอยแผลใจจากคำว่า "อกตัญญู"ช่อง 7 เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Comfort Zone) ที่มั่นคงมาก เปรียบเสมือนกึ่งราชการที่พนักงานสามารถทำงานไปได้เรื่อยๆ จนเกษียณอายุโดยที่ช่องแทบไม่เคยเอาใครออก อย่างไรก็ตาม วันหนึ่งเขาเจอปัญหาบางประการในงานและได้เข้าไปพูดคุยขอให้ผู้ใหญ่ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยให้เวลารอคอยถึง 1 ปีเต็ม ระหว่างที่เวลานับถอยหลังและปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ช่องวัน (One31) ก็พยายามติดต่อชวนเขามาร่วมงานหลายครั้ง สุดท้ายเขาตัดสินใจก้าวออกจากบ้านที่อบอุ่นเพื่อมาทำสิ่งที่ท้าทายใหม่ๆ และนำไอเดียโครงการต่างๆ ที่เขาเขียนเก็บไว้ในลิ้นชักออกมาลองทำ แม้การเปลี่ยนผ่านมาเป็น "ฟรีแลนซ์" จะสร้างความกลัวและความไม่มั่นคงให้ไม่น้อยการจากลาครั้งนั้นส่งผลให้เขาเผชิญคำโจมตีอย่างรุนแรงว่า "อกตัญญู" ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเมื่อได้ยินแล้วรู้สึก "เจ็บแปล๊บ เจ็บจี๊ด" ในใจ ทว่าเขายืนยันว่า ความกตัญญูไม่จำเป็นต้องตอบแทนด้วยการทำงานอยู่ที่เดิมจนตาย แต่สามารถตอบแทนได้ด้วยวิธีอื่น ปัจจุบันเขายังคงกลับไปที่ช่อง 7 เดินเล่น กินข้าวกับน้องๆ และเข้าไปกราบไหว้สวัสดีปีใหม่ผู้บริหารช่อง 7 ทุกปีอย่างสนิทใจเหมือนเดิมแผนก้าวสู่วัยเกษียณในป่าใหญ่ และโครงการลับใน "ลิ้นชัก" ที่ไม่มีวันมอดดับในยุคที่วงการทีวีเผชิญพายุดิจิทัลและเกิดการเลิกจ้างคนข่าวเนื่องจากทุกคนสามารถเป็นสื่อและอินฟลูเอนเซอร์เองได้ หนุ่ม อนุวัต ไม่ได้ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปอย่างไร้การควบคุม เขาวางแผนชีวิตและการเงินช่วงเกษียณมานานแล้ว โดยมีเงินเก็บก้อนหนึ่งที่ไม่เดือดร้อนใคร และวางแผนจะทำ Airbnb หลังเล็กๆ 4-5 หลังที่ปากช่องเพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนฮีลใจร่วมกับผู้คนเขายังมีแผนงานและไอเดียรายการที่อยากทำอีกมากมายเขียนร่างทิ้งไว้ใน "ลิ้นชัก" เช่น รายการช่วยเหลือชาวบ้านแนวสารคดีชีวิตอย่าง "ฝันที่เป็นจริง" ซึ่งเขาตั้งใจที่จะค่อยๆ นำมันออกมาปัดฝุ่นทำผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนตัวที่มีผู้ติดตามเหนียวแน่นต่อไป เขาทิ้งท้ายข้อคิดเป็นกำลังใจให้คนมีฝันทุกคนไว้ว่า"ขอให้มีเอกลักษณ์ มีความเป็นตัวตน มีความเป็นตัวเอง และอยากจะให้ทุกคนรักในสิ่งที่ตัวเองทำ และไอ้ความรักความตั้งใจของคุณน่ะ มันจะทำให้คุณมีแสงขึ้นมาเองโดยที่คุณไม่ต้องไปหาแสง แล้วมันจะปรากฏตัวตนที่ชัดเจนของคุณแล้วคนจะชอบคุณ"เส้นทางชีวิตของ หนุ่ม อนุวัต เริ่มต้นอย่างท้าทายจากการเรียนจบในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และก้าวเข้าสู่การทำงานสายสารคดีที่บริษัทแปซิฟิกด้วยเงินเดือนเริ่มต้นเพียง 7,500 บาท ซึ่งความมีนิสัยชอบสังเกต สาระแน และพูดคุยกับผู้คน ได้ช่วยผลักดันให้เขาไหลเข้าสู่วงการข่าวในที่สุด แม้ในช่วงแรกจะเคยเผชิญหน้ากับความล้มเหลวอย่างการทำสารคดีแอบถ่ายที่ถูกผู้บริหารโยนทิ้งถังขยะอย่างไร้เยื่อใย รวมถึงต้องร้องไห้กดดันก่ายหน้าผากกับงานข่าวภาคสนามที่ห้ามช้าเกิน 15 นาที แต่เขาก็สู้ยิบตาจนก้าวขึ้นมาเป็นนักข่าวแถวหน้าด้วยผลงานคอลัมน์ยอดฮิตอย่าง "อนุวัต จัดให้" ทางช่อง 7 ที่เข้ามาปฏิวัติวงการผู้ประกาศข่าวด้วยภาพลักษณ์ติดดิน มอมแมม ลุยไฟ และเข้าถึงง่ายจนชาวบ้านรักใคร่เหมือนคนในครอบครัวหลังจากทำงานในพื้นที่ปลอดภัย (Comfort Zone) ที่ช่อง 7 มานานถึง 15 ปี เขาได้ตัดสินใจท้าทายความกลัวของตัวเองและยอมเผชิญหน้ากับเสียงวิจารณ์เรื่อง "อกตัญญู" เพื่อออกไปเป็นฟรีแลนซ์และหยิบโครงการที่เคยร่างเก็บไว้ในลิ้นชักออกทำจริงบนโซเชียลมีเดียของตนเอง. ปัจจุบันเขาได้เตรียมแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสงบด้วยการทำที่พัก Airbnb เล็กๆ ที่ปากช่อง ควบคู่ไปกับการทำเพจและส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่มุ่งมั่นสร้างผลงานด้วยตัวตนและใจรัก ซึ่งความตั้งใจนั้นจะสร้าง "แสงสว่าง" ในตัวเองขึ้นมาโดยไม่ต้องวิ่งไล่หาแสงจากใครดูรายการย้อนหลัง

Hotwave

“PURPEECH” เสิร์ฟซิงเกิลใหม่รับต้นปี “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เตรียมซ้อมร้อง ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ 21 มิถุนายน นี้
23 ม.ค. 2025
News

“PURPEECH” เสิร์ฟซิงเกิลใหม่รับต้นปี “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เตรียมซ้อมร้อง ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ 21 มิถุนายน นี้

“PURPEECH” 5 หนุ่ม อินดี้ป็อปส่งตรงจากเชียงใหม่ สังกัดค่ายเพลง MILK! BKK Music Label นำทีมโดย “เรฟ” – ศราวุฒิ สุยะเขต” (ร้องนำ), “ยีนส์” - ภูริช สมชื่อ (คีย์บอร์ด), “เซ็นต์” - สิทธิโชค ตาสา (กีตาร์), “คอมพ์” - ทรรศนะ เพ็ญจันทร์ (เบส), และ “เจมส์” - จักรพรรณ ธนาศุภณัฏฐ์ (กลอง) เจ้าเพลงสุดฮิตขวัญใจ GEN Z มากมาย และเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก “PurfectPeech” ที่มีเพลงฮิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “ทิ้งไว้อย่างพอใจ”, “หากเพียงจะขอ”, “ภาพถ่ายจากวันวาน”, “อาจเป็นเพราะฉันเอง”, “รักรออยู่ไม่ไกล” และ “นี่ฉันเองคนที่… (It’s me)” เพลงคลั่งรักแบบเต็มอัตราและก่อนที่ทุกคนจะไปม่วนจอยกับ “PURPEECH” ในคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในชีวิต ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายน นี้ พวกเขาทั้ง 5 ขอส่งซิงเกิลใหม่ “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เอาใจคนโดนหลอกให้รัก ที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่อยากฝากบอกคนใจร้าย ซึ่งเข้ามาปั่นป่วนให้ว้าวุ่นไปทั้งหัวใจ กับการเจอไม้เด็ดมัดใจด้วยคำหวาน ทำให้ใจอ่อนจนตกหลุมรักอย่างง่ายดายซึ่งเพลงนี้เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งเพลงน่ารัก ๆ กับเนื้อเพลงขี้เล่นที่เลือกใช้คำว่า “ตกกะใจ” เพื่อให้ดูมีความสนุก มาพร้อมกับดนตรีและซาวด์ย้อนยุควินเทจ ที่ได้ “TONHON” หรือ ต้นหน - ตันติเวชกุล นั่งแท่นโปรดิวซ์ให้อีกด้วย ซึ่งเป็นการทำงานที่เข้ามาเติมสีสันให้เพลงของพวกเขาดูมีมิติมากขึ้นมากไปว่านั้น “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” จะเป็นเพลงแรกที่แฟนเพลงจะได้ฟังเสียง “เซ็นต์” (กีตาร์) ร่วมร้องนำ กับ “เรฟ” อีกด้วยเรียกได้ว่าเริ่มต้นปีนี้ ฮีเสิร์ฟทั้งเพลงใหม่ ทั้งคอนเสิร์ตใหญ่แบบฉ่ำ ๆ เหล่าทานตะวันปักหมุดรอรายละเอียดเพิ่มเติม วอร์มนิ้วรอกดบัตร และซ้อมคอร้องเพลง “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” ไปพร้อม ๆ กันในคอนเสิร์ตได้เลยซ้อมร้องเพลง “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” ได้ทุกสตรีมมิ่ง : https://bfan.link/PURPEECH-Oops และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ “PURPEECH” ผ่านทาง https://www.facebook.com/MILK.artistserviceplatform และ https://www.instagram.com/purpeechpurpeech

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18
03 ก.พ. 2026
Events

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18

ว้าวุ่นมาทั้งปี มารับวิตามิน SEA กันป่ะล่ะ !!ปลายปีนี้... EFM94 และ Chill Online จะพาคุณไปมันส์อีกครั้งกับมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเลกับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18 BY โซดา LEOมันส์ไปกับ 6 ศิลปิน ...NONT TANONT / PARADOX / MEAN / ROOFTOP / SLAPKISS / THE MOUSSESเตรียมแดนซ์ให้ยับกับ DJ PU บนเวที EDM สไตล์ EFM และ เหล่าดีเจจาก EFM94 และ CHILL ONLINEเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นี้ที่ หาดแหลมเจริญ จังหวัด ระยองห้ามนำเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าภายในงาน ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายเตรียมตัวกันให้พร้อม!! 16 ตุลาคมนี้เปิดให้กด REDEEM บัตรกันแล้วขั้นตอนการ Redeem Ticket!! บอกเลยว่า #งานนี้ฟรี!!- เพียงแค่ล็อกอิน เปิดแอป Application AtimeFungFin- เริ่มสะสมพ้อยได้แล้ววันนี้ ผ่านการฟัง Application ATIMEFUNGFIN !!1 นาที = 1 Point สะสมครบ 2,000 Point แลก Wristband ได้ 2 ใบ สามารถเข้างานได้ 2 คน(1 Account/1 สิทธิ์)ดาวน์โหลด Application : ATIME FUNGFIN รอไว้ได้เลย ทั้งระบบ IOS และ Androidพิเศษเฉพาะใน Application ATIMEFUNGFIN เท่านั้น!! รีบชวนเพื่อนด่วน #บัตรมีจำนวนจำกัด

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน
23 ม.ค. 2025
News

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน

"เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา” ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพันบทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปีโดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform

Atime Showbiz

GOTCHA POP 4 CONCERT
19 ก.พ. 2026
Ticket Now

GOTCHA POP 4 CONCERT

GOTCHA POP Concert คือที่สุดของ “เวทีโชว์ Performance แห่งปี” ที่ทุกด้อมต้องมาดูสักครั้งในชีวิต” !!!มาเติมฟินแบบทะลุ Rank กับ คอนเสิร์ต T-POP รวม”ตัวแรง” และ”ตัวแรร์” ที่เรารวมไว้ในงานนี้งานเดียวใน “GOTCHA POP CONCERT ครั้งที่ 4 ”เสิร์ฟครบทุกเวลความฟิน กับ 11 ศิลปิน T-POP ดาเมจแรงระดับอัลติที่คัดมาให้กรี๊ดแบบแน่นฮอลล์ พบกับรุ่นใหญ่ Boss Level แห่ง T-POPTRINITY ตำนานที่อยากเจอทุกปี TRIO ตัวเมพสุดแรร์ที่แฟน ๆ อยากให้กลับมา On Stage มากที่สุด !รุ่นเสาหลัก T-POP ระดับเมกะฮิตPiXXiE 3 ภูติจิ๋วตัวจี๊ดคาริสม่าระดับอัลติ ! เตรียมปล่อยของตกชาวด้อมด้วย Performance สุดจึ้ง !!PROXIE Boy Group แถวหน้าของวงการ ! Performer เบอร์ต้นโคตร Active เก็บครบทุกไวรัลสุดแมส !!PERSES Boy Group สายฟาด ! การันตีตัวพ่อ Performance เก็บทุก Beat ชวนกรี๊ดทุก Stage !! LYKN Boy Group จ่าฝูงสุดแมส ! All Rounder หัวแถว ผู้เสิร์ฟ Performanceสุดเริ่ดไฟลุกทุกครั้งที่ได้ดู !!JASP.ER Boy Group ตัวแรร์ ดาเมจแรงแห่งปี ! เตรียมเสิร์ฟอินเนอร์สุด sexy ที่จะมาขยี้ stage ให้แหลกคึ !!!รุ่นใหม่ Rising Wave คลื่นลูกใหม่ T-POP ที่พร้อมซัดทุกคนเข้าด้อมDEXX Boy Group สายคาริสม่า ! ที่จะมาทำให้หัวใจเต้นแรงไปกับ Performance และ Visual ระดับอัลติพร้อมกันยกฮอลล์ !!FELIZZ Girl Group แก๊งเหมียว Gen Z ! จัดเต็ม Performance สุดเริ่ด จงรัก-จงหลงในทุกเวที !!VVV Boy Group น้องใหม่ สุดUnique แมสแตกตั้งแต่ยังไม่เดบิวต์ ! คาริสม่าระเบิดระเบ้อ เตรียมโดนตกแบบ Triple ได้เลย !!CLO’VER Boy Group สุด Fresh ทะลุปรอท ! เตรียมบูสต์เอนเนอร์จี้ พร้อมเขย่าใจมัมหมีเต็มพิกัด!! รอเติม #CLO_VER ได้เลย !!FAVIQ Rookie น้องใหม่สาย Swag ที่น่าจับตามอง !! Performance ดีฉ่ำ ทำถึง ตัวตึงรุ่นใหม่แห่ง T-POP!เตรียมอัพเซิร์ฟความสนุกครั้งใหม่ เดือดสะใจกว่าเดิม ทั้ง Dance-Vocal และ ไฮไลท์แห่งปีที่ทุกด้อมรอคอย Exclusive Only At GOTCHAPOP กับ “Hidden Show” collab stage สุดเซอร์ไพรส์ที่นี่ที่แรก ปีที่แล้วว่าฮ็อปแล้ว ปีนี้ยิ่งกว่า!! จะมีโชว์อะไรบ้าง รอติดตามได้เลย! !Game On : 6 มิ.ย. 2026 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Exibition Hall 3-4,ชั้น G)ราคาบัตรยืน : 2,700 บาทบัตรนั่ง : 4,200 / 3,700 / 3,200 / 3,000 / 2,700 / 2,200 และ 1,700 บาท จำหน่ายบัตร 7 มีนาคม (เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป) ทาง ThaiticketmajorLink ซื้อบัตร : https://bit.ly/Gotchapop4ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่FACEBOOK PAGE : Gotcha Pop ConcertIG,X : Atimeshowbiz_________________________________________________________เงื่อนไขการจำหน่ายบัตร1. เริ่มจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 10:00 น. ทุกช่องทาง2. จำกัดการซื้อบัตรไม่เกิน 4 ใบ ต่อการทำรายการซื้อ 1 ครั้ง*ไม่มีการรันคิวสำหรับการซื้อบัตร*2.1 สำหรับการซื้อบัตรผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต 2.1.1 การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต, บัตรเดบิต, True Money Wallet, Shopee Pay, Alipay, Wechat pay , QR Promtpay จะมี processing fee 3%2.2 สำหรับจุดจำหน่าย 11 สาขาหลัก / Major-EGV 2.2.1 การชำระผ่านบัตรเครดิต, บัตรเดบิต จะมี processing fee 3% 2.2.2 หากชำระด้วยเงินสด หรือ scan QRcode จะไม่มี processing fee* โซนบัตรยืนจะมีการรันคิวเข้าฮอลล์ และจะเรียงตามลำดับการชำระเงินสำเร็จ* 3. มีค่าธรรมเนียมการออกบัตรใบละ 30 บาท (บัตรกระดาษ) *รับบัตรแข็งที่ระลึกหน้างาน* 4. การรับบัตร 4.1 การซื้อบัตรที่จุดจำหน่าย หรือบนเว็บไซต์ ที่เลือกการรับบัตรด้วยตนเอง สามารถนำหลักฐานการรับบัตร มาที่จุดจำหน่าย 11 สาขาหลัก ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม จนถึง 29 พฤษภาคม 2569 หลังจากนั้นสามารถรับได้ที่หน้างานแสดง 4.2 การซื้อบัตรบนเว็บไซต์ที่เลือกแบบจัดส่งทางไปรษณีย์ (ค่าบริการ 60บาท ต่อ 1 คำสั่งซื้อ เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น) จะเริ่มจัดส่งบัตรตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป5.ไม่จำกัดอายุผู้เข้างาน / เด็กส่วนสูงเกิน 100 ซม. ต้องซื้อบัตรเข้าชมการแสดง6. กรณีบัตรสูญหายทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการออกบัตรให้ใหม่ทุกกรณี 7. ทางผู้จัดงานไม่อนุญาตให้นำบัตรไปใช้ประโยชน์ทางการค้า การทำโปรโมชั่นกับสินค้า เช่น การลด, แลก, แจก, แถม เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากทางผู้จัดงาน 8. หากซื้อจากช่องทางอื่น ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น 9. ทางผู้จัดงานขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ---------------------------------------------------------- * ภายในงานมีการบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอของผู้ที่มารับชมในงาน เพื่อเผยแพร่สื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทางออนไลน์และสื่ออื่น ๆ ในเชิงพาณิชย์ โดยไม่กำหนดระยะเวลาในการเผยแพร่

DISCTOPIA CONCERT
10 ก.พ. 2026
Ticket Now

DISCTOPIA CONCERT

พฤษภาคมนี้ ATIMESHOWBIZ เตรียมเสิร์ฟคอนเสิร์ตในฮอลล์ครั้งแรก!! ที่รวมไลน์อัพศิลปินโดนใจวัยรุ่นยุค 2000’s ไว้มากที่สุดงานนี้งานเดียว ที่DISCTOPIA CONCERT“ปรากฏการณ์รวมศิลปินโคตรฮิต ยุคแผ่นดิสก์ถล่มเมือง”จัดเต็ม 9 ชม. กับเพลงดังร้องตามได้ จากศิลปินยุค 2000’sพร้อม Burn ความทรงจำด้วย Playlist ที่คุณคิดถึง..1. BANK PREETI ศิลปินชายกับสไตล์สุดเอกลักษณ์ หนึ่งใน Rock Icon ของวัยรุ่น2. DA ENDORPHINE ศิลปินหญิง Diva ตัวท็อปของประเทศ เจ้าของเสียงทรงพลังที่มีเพลงดังมากมาย3. ETC วงดนตรีเสียงดี ฝีมือดนตรีสุดแน่น!! การันตีความเป็นศิลปินตัวจริง4. FLURE วงดนตรี Rock ทรงพลัง ที่ปลดปล่อยอารมณ์ได้ถึงใจที่สุด5. LIPTA ศิลปิน Duo อารมณ์ดี ที่มีเพลงสุดแมสทุกยุค ตลอด 20 ปี!6. SCRUBB ศิลปิน Duo สายเซอร์สุดอบอุ่น เจ้าของคลังเพลงแอบรักตลอดกาล7. SLOT MACHINE วงดนตรีร็อคที่ล้ำหน้าเสมอ มาพร้อมคุณภาพระดับสากล8. TATTOO COLOUR วงดนตรีป็อปสุดวาไรตี้กับสไตล์เพลงโดนใจทั้งอินดี้และสายแมส9. ZEAL วงดนตรีสุดเท่ มาพร้อม Performance มันส์เกินพิกัด เอาอยู่ทุกเวทีเตรียม Burn แผ่น Disc กับศิลปินที่คิดถึง!9 พฤษภาคม 2026 BITEC LIVEราคาบัตร : 4,500 / 4,000 / 3,800 / 3,500 / 3,000 /2,800 / 2,500 / 2,000 และ 1,800 บาทขายบัตร 27 กุมภาพันธ์ 2026 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป)ทาง ThaiticketmajorLink ซื้อบัตร : https://bit.ly/DisctopiaConcertติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ #ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง#DISCTOPIACONCERT#ATIMESHOWBIZ

BEACH BOYS CONCERT 2025
21 ก.ค. 2025
Ticket Now

BEACH BOYS CONCERT 2025

คอนเสิร์ตรวมศิลปิน BOYS “สมบัติแห่งชาติ” เสิร์ฟเพลงฮิตติดชาร์ตกันริมทะเล ชวนทุกด้อมมาเติมฟินพร้อมกัน ครบจบในวันเดียว !ใน “BEACH BOYS CONCERT 2025”พร้อมเสิร์ฟขุมทรัพย์ความฟิน กับ Lineup 10 ศิลปินแถวหน้าของ T-POP ที่แมสที่สุดมาไว้บนเวทีเดียวกัน พบกับ1. POLYCATวงดนตรีสุดเทสต์ ตัวท็อป Synth Pop ตำนานเพลงฮิตที่ทุกคนต้องมีติดเพลย์ลิสต์ !2. fellow fellowศิลปิน DUO เสียงละมุน เจ้าของเพลงรักโรแมนซ์สุดไวรัลกว่า 100 ล้านวิว !3. No One Else“เจ้าพ่อเพลงรัก” ศิลปินที่ครองชาร์ตครองใจเหล่าคนคลั่งรักทุก GEN !4. JEFF SATURศิลปินตัวท็อปมากประสบการณ์ผู้เปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของแบบไร้ขีดจำกัด!!5. NUNEWศิลปินเสียงหวานใจละลาย ฉายา “ลูกชายแห่งชาติ” ที่พร้อมชิงหัวใจจากทุกด้อมแบบไม่ให้ตั้งตัว !6. ATLASBOY GROUP ตัวท็อปสุดเป๊ะ ! ที่ต้องดูด้วยตาเนื้อสักครั้งในชีวิต พร้อมสาดความมันส์ให้หาดแตก !!7. PROXIEBOY BAND แถวหน้า All Rounder สุดจี๊ดแห่ง T-POP ตัวตึงทุก Viral สุดแมส !8. LYKNBOY GROUP สุดกรี๊ด เตรียมกร่อนใจทุกด้อม ด้วยคาริสม่าสุดสตรอง แซ่บไฟลุกไปทั้งหาด !9. DICEBOY GROUP ทำถึงแห่งปี เอเนอร์จี้สุดจะเลิศ ! พร้อมตกแฟน ๆ ด้วย Performance สุดปัง !!10. JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXXRookie น้องใหม่มาแรงแห่งวงการ T-POP พร้อมปล่อยดาเมจสุด HOT ให้ Beach สะเทือน !!เปิด MAP ความสนุกพร้อมกันวันแสดง :วันเสาร์ที่ 22 พฤจิกายน 2568 เวลา 15:30 น. เป็นต้นไปสถานที่ :SEA SAND SUN HUAHIN RESORTเปิดจำหน่ายบัตร : วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปซื้อบัตรได้ทาง Counter Service All Ticket ใน 7-Eleven ทุกสาขา หรือ https://bit.ly/BEACHBOYS2025ราคาบัตร :• บัตรราคา 1,100 บาท **ราคานี้ตั้งแต่วันนี้ - 21 พ.ย.**• บัตรหน้างาน (22 พ.ย. 2568) : บัตร Regular ราคา 2,000 บาท

Chill On

"เดียร์น่า ฟลีโป" ร่วมงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส
29 พ.ค. 2026
PR News

"เดียร์น่า ฟลีโป" ร่วมงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

เผยภาพการเตรียมตัวไปจนถึงลุคในชุดไทยพระราชนิยมงดงามสะกดทุกสายตานานาชาติของ “เดียร์น่า ฟลีโป” นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ที่ได้รับเชิญจาก SACIT เพื่อเข้าชมนิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ กรุงปารีส “เดียร์น่า” ปรากฏตัวอย่างสง่างามในชุด “ชุดไทยดุสิต" หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม ลุคสุดเลอค่านี้คือความลงตัวระหว่างสองวัฒนธรรม ตัวเสื้องามวิจิตรด้วยเทคนิคการปักลูกปัดคริสตัลแบบไทย ผสมผสานงานปักชั้นสูง Lesage ซึ่งใช้เวลาในการรังสรรค์กว่า 2 เดือน ส่วนผ้านุ่งเป็นผ้าไหมยกดอกลำพูน ลายสุริยฉาย จากจังหวัดลำพูน สมกับที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ร่วมสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทยสู่สากล ในวาระที่ชุดไทยได้รับการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO นิทรรศการนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง SACIT @sacit_official, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ @qsmtthailand, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส @thaiembassyparis และ Musée des Arts Décoratifs @madparisเปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Musée des Arts Décoratifs

ซื่อสัตย์และไม่คาดหวังกับตัวเอง l CLUB PRIDE DAY inside EP.13 ญดา นริลญา
21 ม.ค. 2026
Recap

ซื่อสัตย์และไม่คาดหวังกับตัวเอง l CLUB PRIDE DAY inside EP.13 ญดา นริลญา

ความรักของญดาเหมือนหมาความรักของหมาที่มีต่อเจ้าของคือความรักที่บริสุทธิ์ ไม่หวังสิ่งตอบแทน และจริงใจเสมอ ญดาเติบโตมากับความเชื่อว่าการเป็นนักแสดงเป็นเรื่องไกลตัว ด้วยความที่ตัวเองเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่เคยคิดว่าวงการบันเทิงจะเอื้อมถึงได้ง่าย แต่โอกาสเล็ก ๆ ในวัยเด็ก จากการไปถ่ายรูปกับเพื่อนที่โมเดลลิ่ง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อญดาเป็นคนเดียวที่ได้รับการติดต่อให้ไปแคสต์โฆษณา และนั่นคือก้าวแรกของเส้นทางในวงการ แม้เส้นทางจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ราบรื่น ญดาต้องผ่านการแคสต์งานและการประกวดมานับครั้งไม่ถ้วน รวมถึงประสบการณ์ผิดหวังจากความไม่โปร่งใส จนเกิดบาดแผลในใจและความกลัวต่อ “ความคาดหวัง” หลายครั้งที่เกือบถอดใจ แต่สิ่งที่ทำให้ญดายังเดินต่อได้ คือกำลังใจจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ คำสอนของคุณแม่เรื่องการไม่คาดหวังเกินตัว และการอยู่กับความสำเร็จเป็นวันต่อวัน กลายเป็นหลักคิดสำคัญในชีวิตญดา ทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างสมดุล อยู่ในจุดที่สุขไม่สุดและทุกข์ไม่สุด เข้าใจว่าทั้งความสุขและความเศร้าล้วนไม่ถาวร และทุกอย่างสามารถผ่านไปได้เสมอ มีช่วงหนึ่งที่ญดาเกือบจะหยุดเส้นทางนี้ เพราะต้นทุนชีวิตที่ไม่สูงและค่าใช้จ่ายในการแคสต์งาน โดยเฉพาะในช่วงที่คุณแม่ป่วย แต่ภาพของคุณแม่ที่ยังพามาแคสต์งานทั้งที่ตัวเองไม่สบาย กลับกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ ทำให้ญดาตั้งใจสู้เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองและดูแลคนในครอบครัว ญดาโตมากับความรับผิดชอบตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี แม้จะหนัก แต่ญดาไม่เคยมองว่าสิ่งนี้เป็นภาระ เพราะเป็นการทำเพื่อคนที่รักญดารัก ในฐานะนักแสดง ญดาเป็นคนที่เข้า–ออกจากตัวละครได้ดี ไม่ยึดติดบทบาทมาปะปนกับชีวิตจริง มองทุกบทที่ได้รับเป็นโอกาสเรียนรู้ โดยเฉพาะบทดราม่าหนักที่ต้องใช้พลังใจสูง ซึ่งเธอผ่านมันมาได้ด้วยการสนับสนุนจากครอบครัวและทีมงาน พร้อมทั้งมองว่าการแสดงคอมเมดี้ยิ่งท้าทาย เพราะต้องอาศัยเซนส์และความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง การเป็นนักแสดงทำให้ญดาต้องแลกหลายอย่าง ทั้งชีวิตวัยเด็ก เพื่อนสนิท และช่วงเวลาสำคัญในชีวิต แต่เธอเลือกแลกเพราะรักในงานที่ทำ และมองว่านี่คือความท้าทายที่ทำให้ตัวเองเติบโต ญดาจึงเลือกรับบทอย่างระมัดระวัง ไม่รับบทที่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับบทเดิม เพื่อให้คนดูได้เห็นมุมใหม่อยู่เสมอ ในเรื่องความรักและตัวตน ญดาเลือกซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง กล้าที่จะยอมรับรสนิยมทางเพศอย่างตรงไปตรงมา แม้จะต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์ แต่เธอมองว่านั่นคืออีกหนึ่งบททดสอบของนักแสดง หากแสดงแล้วคนไม่เชื่อ ก็เป็นเรื่องของฝีมือ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง กุญแจสำคัญที่ทำให้ญดากล้าเป็นตัวเอง คือการยอมรับจากคุณแม่ที่บอกเสมอว่า ไม่ว่าลูกจะรักใครหรือเป็นแบบไหน ก็พร้อมสนับสนุน ญดาจึงเชื่อว่าชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาหรือคำทำนายใด ๆ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำและการเลือกของตัวเอง แม้ญดาจะไม่ใช่คนที่มีความฝันชัดเจน แต่ญดาเป็นคนที่คว้าโอกาสทุกครั้งที่เข้ามา และทำให้ดีที่สุด ญดาเชื่อว่าโอกาสบางอย่างมาเพียงครั้งเดียว หากไม่ตั้งใจทำ ก็อาจต้องเสียใจภายหลัง สำหรับญดา ความเข้มแข็งไม่ได้หมายถึงการไม่ร้องไห้ แต่คือการรู้ว่าตัวเองยังสู้ได้ แม้จะขอพัก อ่อนแอ หรือร้องไห้ในบางช่วง และรักตัวเองในรูปแบบของญดา มันเป็นเรื่องง่ายๆในชีวิต ที่ได้ให้รางวัลกับตัวเอง มีชีวิตอยู่ในทุกๆวันและทำเพื่อคนอื่นดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

BINANCE TH ปล่อยคาราวานสีเหลือง ‘ON THE ROAD’ บุกกรุงเทพฯ ชวน Gen Z เปลี่ยนเรื่อง ‘Money’ ให้เป็นเรื่อง ‘Trendy’ ผ่านไลฟ์สไตล์สุดชิค
08 ก.ย. 2025
PR News

BINANCE TH ปล่อยคาราวานสีเหลือง ‘ON THE ROAD’ บุกกรุงเทพฯ ชวน Gen Z เปลี่ยนเรื่อง ‘Money’ ให้เป็นเรื่อง ‘Trendy’ ผ่านไลฟ์สไตล์สุดชิค

กรุงเทพฯ ประเทศไทย [6 กันยายน 2568] - BINANCE TH by Gulf Binance ผู้นำแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการกำกับดูแลภายใต้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สร้าง Destination เจาะกลุ่ม Digital Native ผ่านกิจกรรม ‘BINANCE TH ON THE ROAD’ ที่นำรถเทรลเลอร์สีเหลืองวิ่งไปส่งความรู้สินทรัพย์ดิจิทัลถึงคนรุ่นใหม่ตามมหาวิทยาลัยและแหล่งแฮงเอาท์สุดฮิป สานต่อความสำเร็จจากงาน "Street of the Future" ที่สยามสแควร์ต้นปี โดยกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นเปลี่ยนการลงทุนให้เป็น "Money Life Experience" ที่ทุกคนออกแบบได้เอง ตั้งเป้าเติมความรู้ให้คนไทยกว่า 10,000 คนข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต) เดือนกรกฎาคม 2568 ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 2.7 ล้านบัญชี โดยตลาดมีมูลค่าสูงถึง 99.6 พันล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมยุคดิจิทัล และมีความพร้อมปรับตัวเรียนรู้กับสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนใครเพื่อน สอดคล้องกับผลวิจัยหัวข้อ Gen Z Finance Survey: เจาะพฤติกรรมการเงินคนรุ่นใหม่ของธนาคารกรุงศรี ที่ระบุว่า 7 ใน 10 ของ Gen Z เก็บเงินหรือลงทุนทุกเดือน ทว่าความรู้ให้เท่าทันโลกเทคโนโลยีของการลงทุนยังเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่ยังต้องหมั่นเติมอยู่เสมอ และ BINANCE TH ตระหนักและพร้อมเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันนางสาวแทนรัก เชียงทอง, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ไบแนนซ์ ทีเอช บาย กัลฟ์ ไบแนนซ์ (BINANCE TH) กล่าวว่า "ON THE ROAD เป็นโปรเจกต์การศึกษาแบบ Proactive ที่เราไม่รอให้คนมาหาเรา แต่เราไปหาเอง ผ่านรถเทรลเลอร์สีเหลืองที่วิ่งไปเสิร์ฟความรู้และเทรนด์การลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบถึงที่ สำหรับผลตอบรับจาก 2 ทริปแรกที่ ม.ธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) และ ม.เกษตรศาสตร์ เกินคาดมาก มีน้อง ๆ นักศึกษาสนใจร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 ราย สิ่งนี้ตอกย้ำว่าเรื่องคริปโทฯ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และกำลังอยู่ในความสนใจในคนรุ่นใหม่"โลกการเงินยุคใหม่วันนี้หลอมรวมเข้าไปอยู่ในทุกพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิต ถนนทรงวาดเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างคอมมูนิตี้การเงินให้เติบโตไปพร้อมกับการผลักดัน Soft Power ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เชื่อมต่อการท่องเที่ยวกับโลกสินทรัพย์ดิจิทัลได้ลงตัว สอดรับกับโครงการ Tourist DigiPay ที่เป็นแนวคิดใหม่ และสามารถผสาน Experience กับ Education ที่ทุกคนจะได้ทั้งความสนุกและความรู้ สอดรับเทรนด์ Digital Nomad หรือ Workation ที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ แต่เพิ่มมิติการเรียนรู้เรื่องการเงินเข้าไป เปลี่ยนการลงทุนให้เป็นการวางแผนไลฟ์สไตล์แบบที่ตัวเองต้องการ" นางสาวแทนรัก อธิบายเพิ่มเติมงานนี้ BINANCE TH ON THE ROAD เตรียมไปพบเจน Digital Native ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จัดเต็มกับ On-Event Auditorium หิ้ว Mini-Class บทเรียนทางการเงินในโลกความเป็นจริง จาก Money Guru ที่ทุกคนต้องเริ่มคิดและวางแผนกันแล้วตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมตอบข้อสงสัยให้กับเหล่านักศึกษานอกจากนี้ อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ คือการสร้าง Community Experience ฉายภาพและแบ่งปันประสบการณ์วิถีโลกการเงินดิจิทัลที่ถนนทรงวาด ต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกการเงินที่เสถียร ปลอดภัย และคล่องตัวยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น Gen Z นักชิม นักช้อป สายเที่ยว สายคอนเทนท์ หรือใครที่อยากเรียนรู้ประสบการณ์โลกคริปโต ด้วยบูธกิจกรรม เกมส์ที่ทำให้เข้าใจโลกบล็อกเชนง่าย ๆ ในบรรยากาศที่เป็นมิตรกับมือใหม่จากความเคลื่อนไหวเรื่อง Crypto Tourism เป็นอีกหนึ่งสัญญาณสะท้อนว่าคริปโตฯ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และทรงวาดที่เป็นอีกหนึ่ง destination ของนักท่องเที่ยวและคนรุ่นใหม่ การเปิดกว้างและเตรียมความพร้อมสำหรับเทรนด์การใช้งานที่กำลังมาถึงนี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหมายถึงโอกาสของธุรกิจและผู้ประกอบการ และพลังการใช้จ่ายที่มากขึ้น จากสถิติของ Travala x Binance Pay เมื่อปี 2024 เผยว่า นักท่องเที่ยวที่ใช้คริปโตยังใช้จ่ายสูงกว่าผู้ที่ใช้เงินทั่วไปถึง 2.5 เท่าสถานีต่อไป จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยกรุงเทพเส้นทางสร้าง Crypto-Friendly Spaces ถัดจากทรงวาด รถเทรลเลอร์สีเหลืองจะไปต่อที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (8 ก.ย.) และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (10 ก.ย.) พร้อมแผนขยายการเดินทางไปยังชุมชนคน Gen Z อื่น ๆ ทั่วประเทศ“Decentralized Finance จะไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่จะเป็นแนวทางสำหรับการวางแผนการเงิน โดยการลงทุนจะเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เหมือนการใช้โซเชียลมีเดียหรือแอปต่าง ๆ ในปัจจุบัน ที่สำคัญคือ BINANCE TH ทำความเข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Insights) เกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเงินของผู้บริโภค เพราะนั่นคือความสำเร็จที่แท้จริง เพราะเราไม่ได้ต้องการให้คนมาเทรดเพื่อรวยเร็ว แต่เราอยากให้คนเข้าใจว่าสินทรัพย์ดิจิทัลคือส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอการลงทุนในอนาคต" คุณแทนรักกล่าวสรุปนอกเหนือจากนโยบายรัฐบาลและการลงทุนขนาดใหญ่แล้ว การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทยยังต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของภาคประชาชนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจเริ่มจากรถเทรลเลอร์สีเหลืองคันหนึ่งจอดที่หัวมุมถนน ที่พาผู้คนไปสู่อนาคตของโลกการเงินและการลงทุนคำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาข้อมูลและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

About Atime

PUN คัมแบ็กบนคอนเสิร์ตหลังบวช 3 เดือน ได้เรียนรู้ความธรรมดาของชีวิต พร้อมจับตาโปรเจกต์ใหม่ทั้งเพลงและงานบุญ
10 ส.ค. 2026
Corporate News

PUN คัมแบ็กบนคอนเสิร์ตหลังบวช 3 เดือน ได้เรียนรู้ความธรรมดาของชีวิต พร้อมจับตาโปรเจกต์ใหม่ทั้งเพลงและงานบุญ

PUN หรือ ปัน-สรณวรรธ พิชัยรณรงค์สงคราม กลับมาพบแฟน ๆ อีกครั้งในคอนเสิร์ต PUN: The Space Between Dream and Dawn – Comeback Show หลังพักงานเพลงเพื่อใช้เวลา 3 เดือนกว่าในการศึกษาธรรมะและค้นหาความหมายของชีวิตผ่านการบวชหลังกลับมาสู่บทบาทศิลปินอีกครั้ง ปันได้แชร์ความรู้สึกและสิ่งที่ได้รับจากช่วงเวลาที่อยู่ในผ้าเหลือง โดยมองว่า 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งเรื่องชีวิต ผู้คน และการพบเจอที่เกิดขึ้นและผ่านไป พร้อมย้ำถึงสิ่งสำคัญที่ติดตัวกลับมาว่า “ทุกอย่างมันไม่เที่ยง” และทุกสิ่งล้วนเดินทางไปสู่ความเสื่อมอยู่เสมอปันยังเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้พบผู้คนมากมายระหว่างการบวช บางคนเข้ามาในชีวิตเพียงช่วงเวลาหนึ่งแล้วไม่ได้พบกันอีก ขณะที่บางคนก็มีโอกาสกลับมาเจอกันอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเป็นเรื่องของบุญและวาสนาที่แต่ละคนได้ทำร่วมกันมา พร้อมส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงแฟน ๆ ที่มาร่วมต้อนรับการกลับมาของเขาขณะเดียวกัน ปันยังเปิดเผยถึงความตั้งใจในอนาคตว่า อาจมีโปรเจกต์ที่ชวนแฟน ๆ มาร่วมทำบุญด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการทอดกฐิน ผ้าป่า หรือกิจกรรมในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าเป็นสิ่งที่อยากทำจริง ๆจากนี้จึงน่าจับตาว่า ประสบการณ์ตลอดช่วง 3 เดือนในผ้าเหลืองจะถูกนำมาต่อยอดในผลงานและมุมมองของ PUN อย่างไร ทั้งในพาร์ตดนตรีที่กำลังกลับมาเดินหน้าต่อ และแพสชันด้านการทำบุญที่ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์สำคัญของเขาในอนาคตภาพ : punisalwayshappy

ATIME ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์
05 มิ.ย. 2026
Corporate News

ATIME ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์

ATIME - บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สาขานิเทศศาสตร์ - สื่อดิจิตัล รายวิชาสัมมนาอาชีพ จำนวน 25 คน เข้ามาศึกษาเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏีและยังเยี่ยมชมเบื้องหลังการจัดรายการวิทยุในห้องปฏิบัติการบันทึกเสียง และสตูดิโอ ATIME รวมทั้งได้ทดลองจัดรายการวิทยุในห้องสตูดิโอจัดรายการจริงอีกด้วย โดยมี ดีเจแนน - รชาดา จึงวัฒนกิจ จาก EFM94 ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ณ สตูดิโอ ATIME ชั้น 38 อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส

เปิด 2 เรื่องหลอน “อังคารคลุมโปง Horror Story” เตรียมต่อยอดสู่จอภาพยนตร์
26 พ.ค. 2026
Corporate News

เปิด 2 เรื่องหลอน “อังคารคลุมโปง Horror Story” เตรียมต่อยอดสู่จอภาพยนตร์

เจอแล้ว! 2 เรื่องหลอนในแคมเปญ “อังคารคลุมโปง Horror Story” ของ อังคารคลุมโปงX จาก EFM94 ที่จะนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ พร้อมได้รับเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท รวมมูลค่า 100,000 บาทโดยรายการ อังคารคลุมโปงX นำโดย ดีเจมดดำ คชาภา ตันเจริญ / ดีเจเจ็ม จิตตริน กุลกัลยาดี และดีเจแนน รชาดา จึงวัฒนกิจ ได้ต้อนรับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ปรัชญา ปิ่นแก้ว มาร่วมประกาศ 2 เรื่องสุดหลอน ที่ได้รับคัดเลือกจากผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้ามาเรื่องแรก ‘หากินกับผี’ (คุณณิชาภัทร ลิ่มสกุล เจ้าของเรื่องจากช่อง @nwnwned) เล่าถึงเรื่องหลอนๆของแม่ค้าออนไลน์ที่ให้ความสำคัญกับยอดขาย จนเป็นที่มาสุดหลอน ว่าหลายคนมักคอมเมนต์เข้ามาว่าเห็น “ผู้หญิง” ยืนอยู่ด้านหลังเธอในไลฟ์เสมอ ส่วน เรื่องสอง ‘ห้องพักต้องห้าม’ (คุณอริญย์ริสา ธนาบุญรสศักดิ์ เจ้าของเรื่องจากช่อง @arynlisa_ ) เรื่องเล่าของลูกเรือสายการบินเกี่ยวกับห้องพักช่วง Layover ที่ถูกบอกต่อกันมารุ่นสู่รุ่นว่าถ้าที่นี่ ‘เลี่ยงได้ควรเลี่ยง’ ถึงแม้ไม่ได้เข้าพักในห้องดังกล่าวแต่หลายคนก็ยังคงเจอดีเข้าจนได้ทาง EFM94 ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของเรื่องเล่าทั้ง 2 เรื่องที่ได้รับเลือกและคว้าเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท พร้อมโอกาสต่อยอดสู่การสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยผู้กำกับมากฝีมือ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ผู้สร้างตำนานภาพยนตร์ไทยทำรายได้สูง (Box Office) ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วยใครที่เป็นแฟนเรื่องเล่าสุดหลอนห้ามพลาดโปรเจกต์สำคัญครั้งนี้ และสามารถติดตามรายการอังคารคลุมโปง X ทาง EFM94 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ได้ทาง EFM94 และ อังคารคลุมโปง X หรือทาง atime.live/EFM