อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทย เลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้าน มีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่า แม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง
อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทยเลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้านมีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่าแม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง ‘คุณเมล่า (แอปเปิ้ล)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่ตนนั้นอาศัยอยู่ที่อิตาลี และมีธุรกิจตู้หยอดเหรียญที่ไทย โดยให้พ่อแม่ดูแลกิจการ แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึเสียใจคือเห็นว่าแม่แอบขโมยเงินในร้านไป ‘คุณเมล่า (แอปเปิ้ล)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่าตัวเธอเองอยู่ต่างประเทศ สามีได้ลงทุนเปิดธุรกิจตู้หยอดเหรียญประเภทหนึ่ง เป็นการทำธุรกิจครั้งแรก มีเพียงสาขาเดียว เปิดกิจการเข้าเดือนที่สามแล้ว โดยให้พ่อกับแม่ของคุณเมล่าคอยดูแลเครื่อง ดูแลลูกค้า เก็บเงิน และเธอเองก็จ่ายเงินให้เป็นค่าแรงค่าเสียเวลาให้กับพ่อแม่ สำหรับระบบการดูแลร้าน คุณเมล่าจะให้พ่อแม่โอนยอดเงินให้เธอทุกวันอาทิตย์ โดยไม่มีการตรวจสอบยอด แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เธอได้เช็คกล้องวงจรปิดก็เห็นว่าแม่ได้หยิบเงินสดในตู้หยอดเหรียญเข้ากระเป๋าตัวเอง ซึ่งแม่ก็รู้อยู่แล้วว่ามีกล้องวงจรปิด คุณเมล่าบอกเรื่องนี้แค่กับน้องชาย และไม่อยากพูดเรื่องนี้กับสามี เพราะสามีเป็นคนลงทุนร้านให้ กลัวสามีจะมองแม่ไม่ดี นอกจากนี้ก็พบว่ายอดเงินของสัปดาห์นั้นหายไปประมาณหลักพัน เธอได้เล่าต่อว่าพ่อแม่ช่วยกันดูแลร้านให้ พ่อดูแลทุกอย่างไม่มีปัญหา แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้คุณเมล่ากังวลและเช็คกล้องวงจรปิดถี่มากขึ้น คุณเมล่าไม่อยากให้แม่ทำแบบนี้อีก แต่ก็ไม่อยากพูด ไม่อยากจะมีปัญหากับแม่ เพราะที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกก็ไม่ได้ดีนัก คุณเมล่าเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าแม่เป็นเซฟโซนของเธอ เธอจึงอยากได้คำแนะนำและวิธีการแก้ไขไม่ให้แม่ทำแบบนี้อีก เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการคุย ไม่ว่าจะคุยกับพ่อหรือแม่ก็ต้องคุยเพราะมันเป็นปัญหาของร้าน ไม่ต้องเอาเรื่องอื่นมาเกี่ยว เป็นเรื่องของครอบครัว ต้องค่อย ๆ แก้กันทีละคน หรือถ้าหากคุยไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการเก็บเงิน เปลี่ยนระบบร้าน หรือเปลี่ยนคนคุมเงิน ซึ่งคุณเมล่าเองต้องเลือกว่าจะคุยหรือจะเปลี่ยน ซึ่งถ้าไม่อยากคุยจริง ๆ ก็ต้องสร้างระบบร้านที่ปลอดภัยแทน” ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ที่สนับสนุนคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ว่า “ จากระบบของร้านมันควรรู้ว่าต่อวันมีคนเข้าใช้บริการเท่าไหร่ และใช้อะไรบ้าง ไม่อย่างนั้นระยะยาวมันจะพัง เพราะตอนนี้ไว้ใจคุณแม่ไม่ได้ จะให้เขาโอนให้เป็นรายอาทิตย์ไม่ได้ ซึ่งต่อให้จ้างคนนอกเข้ามาคุมมันก็ไว้ใจไม่ได้ เพราะระบบมันหลวม แนะนำให้ลองดูสถานการณ์ ถ้าหากคุยได้ก็ให้คุย หรือลองอ้างว่าสามีเป็นคนเปิดกล้องวงจรปิดดูแล้วเห็นพฤติกรรมแบบนี้แล้วเขาไม่โอเค และขอไม่ให้แม่ทำอีก และถ้าหากแม่ไม่ได้ทำงานตรงนี้แล้ว แม่จะมีเงินจากตรงไหน บางทีอาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้จ้างงานแม่ เลยทำให้แม่รู้สึกว่าต้องได้เงินบ้าง อย่างไรก็ตาม ลองเปลี่ยนระบบใหม่ ลองให้เงินเดือนแม่เขา และถ้ายังมีอีกเราก็มีหลักฐาน สุดท้ายแล้วยังไงก็ต้องคุยกัน เพราะถ้าไม่สื่อสารก็คงจะไม่มีการเปลี่ยน" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “พี่หอมคิดเหมือนกัน หนึ่งคุยกับแม่ สองเปลี่ยนระบบเป็นโอนเงินหรือสแกนก็จะสะดวกกว่าด้วย สามให้เงินเดือนเป็นกิจจะลักษณะ ต้องเลือกว่าสะดวกวิธีไหน ถ้าหากเปลี่ยนระบบยากเกินไป ลองให้เงินเดือน โดยพ่อจะเป็นคนจัดการให้เงินเดือน หรือจะแก้โดยใช้ข้อหนึ่งกับข้อสามไปพร้อมกัน ลองดูนะคะ”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin








