ถ้าตายวันนี้ คุณจะเสียใจไหม? คำถามเปลี่ยนชีวิต “คมสันต์ แซ่ลี” และภารกิจเปลี่ยน "โอกาสรอบตัว" ให้เป็น "ความสำเร็จระดับโลก
Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย“ดีเจอั๋น ภูวนาท”เปิดไมค์ต้อนรับ “คมสันต์ แซ่ลี” ผู้ก่อตั้ง Flash Express ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การสร้างธุรกิจ และมุมมองการบริหารงานท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเขาได้เปิดใจว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากการรอคอยโอกาสเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเตรียมความพร้อม และการกล้าเดินต่อในขณะที่คนอื่นหยุดนิ่งนอกจากนี้ยังมีการพูดถึงแนวคิดการทำงานที่เน้น ผลลัพธ์เป็นสำคัญ เพื่อความอยู่รอดขององค์กร และการขยายธุรกิจใหม่ภายใต้บริษัท Unicorn ที่ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยให้เติบโตในระดับสากล คุณคมสันต์ยังให้แง่คิดในการใช้ชีวิตที่ต้องรู้จัก สมดุลระหว่างการหารายได้เพื่ออยู่รอดและการสร้างอนาคต เปรียบเสมือนการตักน้ำไปพร้อมกับการขุดบ่อน้ำของตนเอง ท้ายที่สุดเขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการ เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ และการเรียนรู้จากความล้มเหลวเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายที่ยั่งยืนในอนาคตก้าวข้ามความยากจน เมื่อ "ความฟลุ๊ก" คือการเตรียมตัวให้พร้อมเจอโอกาสคุณคมสันต์ยอมรับอย่างเต็มปากว่าจุดเริ่มต้นของเขาคือ "ฟลุ๊ก" แต่คำว่าฟลุ๊กของเขาไม่ได้หมายถึงโชคช่วยเพียงอย่างเดียว เขามองว่า โอกาสอยู่รอบตัวเราเสมอ แต่อยู่ที่ว่าเราเตรียมตัวพร้อมรับโอกาสนั้นหรือยัง แรงผลักดันแรกในชีวิตของเขาคือ ความยากจน เขาต้องการมีเงินเพื่อดูแลครอบครัวให้หลุดพ้นจากความลำบาก แต่เมื่อผ่านพ้นจุดนั้นมาได้ เป้าหมายของเขาก็เปลี่ยนเป็นการค้นหาความหมายของชีวิตและการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงสร้างสรรค์ให้สังคมยืนบนน้ำแข็งที่บางเฉียบ ความจริงหลังม่านยูนิคอร์นที่ไม่ได้สวยหรูแม้ภาพลักษณ์ของ Flash Express จะเป็นยูนิคอร์นที่มีมูลค่าบริษัทมหาศาล แต่คุณคมสันเปรียบเทียบตัวเองว่าเหมือน "เหยียบอยู่บนน้ำแข็งที่บางๆ" ที่ไม่รู้จะแตกเมื่อไหร่ ธุรกิจนี้มีความท้าทายรอบด้าน ทั้งค่าน้ำมันที่ควบคุมไม่ได้ สงคราม และการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซที่เหลือยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่ราย เขาเน้นย้ำว่าการทำธุรกิจมีความเสี่ยงตลอดเวลา และ "คำว่าเจ๊งกับตาย อันไหนจะมาก่อนกัน คุณไม่มีทางรู้" ตราบใดที่ยังทำธุรกิจอยู่วัฒนธรรมมุ่งผลลัพธ์ การตัดสินใจที่โหดร้ายเพื่อรักษาคนนับแสนในด้านการบริหาร คุณคมสันต์ใช้แนวคิด "มุ่งผลลัพธ์ (Result-Oriented)" เท่านั้นถึงจะอยู่รอดในการแข่งขัน เขาอาจถูกมองว่าเป็นคนโหด แต่เขาให้เหตุผลว่าในฐานะผู้นำ ความรับผิดชอบที่ใหญ่ที่สุดคือการทำให้องค์กรอยู่ต่อได้ เขาไม่สามารถยอมให้ "จิ๊กซอว์ตัวเดียว" (พนักงานที่ไม่พร้อม) ทำภาพรวมพังได้ เพราะเขามีภาระต้องดูแลชีวิตพนักงานอีกกว่า 100,000 ชีวิตทั่วภูมิภาค นอกจากนี้เขายังได้เรียนรู้จาก Co-founder ว่า หากตั้งเป้าหมายแล้วต้องไม่มีทางถอย เพราะถ้ามีทางถอย สัญชาตญาณมนุษย์จะทำให้เราถอยแน่นอนบทเรียนจากความผิดพลาด วันที่ "หลงระเริง" จนถึงการสร้าง "100 แบรนด์"คุณคมสันต์ยอมรับว่าเคยมีช่วงที่ทั้งองค์กร "หลงระเริงกับความสำเร็จ" เช่น การจ้างพนักงานต้อนรับสวยระดับแอร์โฮสเตสหรือมียามนับสิบเพียงเพื่อ "รักษาหน้าตา" ซึ่งไม่ใช่ความจำเป็นที่แท้จริง ปัจจุบันเขากลับมาเริ่มต้นใหม่ด้วยเป้าหมายการสร้าง 100 แบรนด์ ที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของผู้คน โดยมีหลักการสำคัญ 3 ข้อในการทำสินค้าคือ ต้องมีวัตถุดิบที่ยูนีค (เลียนแบบยาก), รสชาติโดดเด่น, และใส่ความเป็นวัฒนธรรมเข้าไป เพื่อป้องกันการถูกก๊อปปี้จากคู่แข่งรายใหญ่โดยเฉพาะตลาดจีนตักน้ำพร้อมขุดบ่อ ข้อคิดสำหรับคนสู้ชีวิตที่ทุนน้อยสำหรับคนที่เริ่มจากศูนย์ คุณคมสันให้ข้อคิดผ่านนิทานเรื่องเด็กวัดขุดบ่อน้ำว่า "ไม่จำเป็นต้องเลิกตักน้ำเพื่อไปขุดบ่อ" หมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำ (ตักน้ำเพื่อประทังชีวิต) เพื่อมาทำธุรกิจทันที (ขุดบ่อเพื่อความยั่งยืน) เพราะคุณอาจจะ "หิวตาย" ก่อนจะเจอน้ำก้าวแรกที่แนะนำ หากอยากทำธุรกิจอะไร ให้ลองไปสมัครเป็นพนักงานในร้านที่เป็นต้นแบบเพื่อเรียนรู้ทุกอย่างก่อนความกล้าตัดสินใจ เขาฝากคำถามทิ้งท้ายว่า "ถ้าวันนี้คุณไม่ทำ แล้วคุณเสียชีวิต คุณจะเสียใจไหม?" ถ้าคำตอบคือเสียใจ ก็จงเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เป็นไปได้ก่อนชีวิตของ คมสันต์ แซ่ลี เปรียบดั่งการเดินทางของนักแสวงโชค ผู้เริ่มต้นจากผืนดินที่แห้งแล้งด้วยแรงขับเคลื่อนจากความขัดสนเพื่อนำพาครอบครัวไปสู่โอเอซิสแห่งความกินดีอยู่ดี เขาเปรียบตนเองเป็นผู้ที่กำลังร่ายรำอยู่บนแผ่นน้ำแข็งอันบางเฉียบท่ามกลางมหาสมุทรธุรกิจที่พร้อมจะปริแตกได้ทุกเมื่อ ทว่าด้วยจิตวิญญาณที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ดั่งจิ๊กซอว์ที่ต้องร้อยเรียงภาพความสำเร็จให้สมบูรณ์เพื่อโอบอุ้มลมหายใจของพนักงานนับแสนชีวิตที่ฝากความหวังไว้บนบ่าแม้ในวันที่แสงสว่างแห่งความสำเร็จจะเจิดจรัส เขาก็ยังเลือกที่จะเตือนตนเองด้วยบทเรียนจากรอยร้าวในวันที่เคยหลงระเริง โดยยึดถือวิถีแห่งการ "ตักน้ำ" เพื่อประทังชีพไปพร้อมกับการพากเพียร "ขุดบ่อน้ำ" แห่งฝันอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อสร้างสรรค์อาณาจักรแบรนด์ที่มีรากเหง้าอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะลอกเลียน ดุจการส่งต่อเปลวไฟแห่งความกล้าหาญให้ผู้คนรุ่นหลังได้มองเห็นว่า แม้ในคืนที่มืดมิดที่สุด หากมีการเตรียมพร้อมและกล้าที่จะเริ่มขยับเข้าหาเป้าหมายจากจุดเล็กๆ แสงแห่งโอกาสย่อมทอประกายอยู่รอบกายเสมอดูรายการย้อนหลัง








