ATIME ฟังเพลงออนไลน์ วิทยุออนไลน์ ดูรายการออนไลน์
  • EFM
  • Green Wave
  • Hotwave

News Updates

Podcasts

อังคารคลุมโปง
24 เม.ย. 2026EFM

อังคารคลุมโปง

อังคารคลุมโปง Podcast จากเรื่องหลอนหน้าไมค์ สู่ความขนลุกซู่ x2 จนคุณต้องนอนคลุมโปงฟัง!! ทุกคืนวันเสาร์

กระต่ายตื่นรู้
08 มี.ค. 2024EFM

กระต่ายตื่นรู้

รู้เท่าทันสื่อ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง

Good Jobs
03 ก.พ. 2023Chill On

Good Jobs

Good jobs ไขสเปค ‘คนที่ใช่’ ของ ‘งานในฝัน’ ป๋าเต็ด พาไปบริษัทดัง ล้วงลึกวิธีคัดเลือกพนักงาน ให้รู้ข้อมูลแบบ Exclusive ก่อนที่คุณจะมาสมัครงานจริง ขอให้ได้งานนะครับ! ศุกร์เว้นศุกร์

พาศึกsaid เพศศึกษา
12 ม.ค. 2023EFM

พาศึกsaid เพศศึกษา

PODCAST ที่จะ เปิดห้องเรียน “เพศศึกษา” ยกคำถาม “เรื่องเพศ” เอามา Said กับ “คุณหมอ” คุยได้ทุกเรื่อง ตอบทุกปัญหา เพราะ “เพศศึกษา” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย พูดคุยกับ หมอเต้ นายแพทย์ ณัฐเขต และ หมอโอ๊ต นายแพทย์ วงศกร จาก PULSE CLINIC

EFM

เขาว่ากันว่า คนเรามักจะจดจำกลิ่นของคนที่เรารักได้เสมอ ค่ำคืนแสนพิเศษ เพิร์ล – พีค นำความน่ารักสุดละมุนมาเติมเต็ม EFM FANDOM LIVE ให้หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นหวานของความรัก หอมฟุ้งทะลุหน้าจอ จนไม่มีวันลืม~
06 พ.ค. 2026
EFM FANDOM RECAP

เขาว่ากันว่า คนเรามักจะจดจำกลิ่นของคนที่เรารักได้เสมอ ค่ำคืนแสนพิเศษ เพิร์ล – พีค นำความน่ารักสุดละมุนมาเติมเต็ม EFM FANDOM LIVE ให้หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นหวานของความรัก หอมฟุ้งทะลุหน้าจอ จนไม่มีวันลืม~

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 30 เมษายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “เพิร์ล - พีค” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ คารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... “ร้านซ่อมความฝัน” l The Dream Menderyนามปากกา : บิจุยส์ ในตรอกเล็กที่คนแทบไม่เดินผ่าน มีร้านเก่าๆ เปิดอยู่ มีป้ายเขียนไว้ว่า "ร้านซ่อมความฝัน" เด็กชายชื่อ "พีค" เดินเข้ามาช้าๆ เขาถือกล่องกระดาษยับๆ ไว้แน่น... ผมพยายามแล้ว แต่มันไม่สำเร็จเลยครับ เขาพูดเบาๆ หรือบางทีผมอาจไม่เก่งพอจะทำให้ความฝันนี้เป็นจริง... เจ้าของร้าน "เพิร์ล" ไม่ตอบทันที เขารับกล่องมาวางบนโต๊ะ แล้วค่อยๆ เปิดออก ในนั้นไม่ใช่ความพังทลาย แต่เป็นเศษความทรงจำของความฝันที่ประกอบไปด้วย "พีคตอนเริ่มเป็นนักแสดงครั้งแรก ร้องเพลงครั้งแรก วันที่เคยถูกชมครั้งแรก" ชายเจ้าของร้านเงยหน้ามอง "พีค" แล้วพูดเบาๆ ว่า "ความฝันไม่ได้พังหรอก มันแค่เหนื่อยจนหยุดพัก" เขาปิดกล่องแล้วส่งคืน "ฉันซ่อมมันไม่ได้หรอก แต่ฉันช่วยให้มันจำได้ว่า ...มันเคยเริ่มจากอะไร ลองพามันกลับไปเดินอีกครั้งสิ ไม่ต้องวิ่ง แค่ก้าวแรกก็พอ..." พีคก้มมองกล่องกระดาษที่ถือไว้ในมือ... เขาเงียบไปชั่วครู่ "มันยังรู้สึกหนักเหมือนเดิม แต่ใจเขากลับเบาลง" เขาเดินออกจากร้าน ตรอกยังเงียบเหมือนเดิม แต่แสงแดดดูอุ่นขึ้นเล็กน้อย และเป็นครั้งแรกที่เขาคิดได้ว่า... บางทีผมอาจยังไม่ได้ล้มเหลว แค่ผมกำลังพักหายใจอยู่เท่านั้นเองFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The Dream MenderyPen Name : บิจุยส์ In a quaint, nearly forgotten alley, a peculiar little shop announced its presence with a sign that read "Dream Repair Shop." A young boy named Peak approached with cautious steps, tightly gripping a worn and crumpled cardboard box. "I tried, but it didn't work," he murmured to himself. "Maybe I just wasn’t meant to turn this dream into reality..." The shopkeeper, Pearl, paused before responding. He carefully took the box from Peak, setting it down on the table before gently peeling it open. Instead of remnants of failure, he revealed scattered bits of cherished memories tied to a dream: "Peak’s early days of acting, the sweet notes of his first song, the moment he felt the warmth of praise for the very first time." Pearl met Peak’s gaze with a kind expression and said softly, "Your dream isn’t shattered. It’s merely weary and in need of rest." He closed the box with care and handed it back. "I can’t fix it, but I can help it remember where it all began. Just take it out for a little stroll again—not a sprint, just that first step..." Peak stared at the box cradled in his hands, lost in thought for a moment. "It’s still heavy, but somehow, my heart feels a bit lighter," he admitted. With newfound resolve, he stepped out of the shop. The alley held its peace, yet the sunlight felt a touch warmer. And for the first time, he began to understand... perhaps he hadn’t truly failed at all. He was merely catching his breath.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... “ ภาษาดอกไม้ของเรา ”นามปากกา : School_1997 เพิร์ล ให้ดอกไม้ผมทุกวันตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน มันไม่เคยอธิบาย แค่ยื่นให้ แล้วก็ยิ้มเหมือนไม่มีอะไร ผมเลยลองเอาไปค้นความหมายเอง เดซี่ — ความบริสุทธิ์ใจ ลาเวนเดอร์ — คิดถึง กุหลาบชมพู — ชื่นชม ทิวลิป — ความสุข พอเรียงตามวันที่ได้ มันเหมือนประโยคสั้นๆ ที่ค่อยๆ ต่อกัน แต่ผมไม่เคยถามมันตรงๆ เพราะกลัวคำตอบจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป วันหนึ่งผมเผลอถามขึ้นมา “มึงเคยให้ดอกไม้ใครแบบนี้ไหม” เพิร์ลชะงักไปนิดเดียว “เคย” “แล้วเขารู้ไหม” มันส่ายหัว “ไม่น่ารู้” หลังจากนั้น ดอกไม้ที่มันให้ผมเริ่มแปลกขึ้น บางดอกผมหาความหมายไม่เจอเหมือนมันตั้งใจไม่ให้ผม “แปล” ได้ง่ายๆ จนวันหนึ่งผมไปถึงร้าน แล้วเห็นช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่สุดเท่าที่มันเคยทำ “ของใคร” ผมถาม เพิร์ลเงยหน้ามามอง “ของคนที่น่าจะเข้าใจแล้ว” ผมหัวเราะกลบเกลื่อน “มั่นใจขนาดนั้นเลย” มันไม่ตอบ ตั้งแต่วันนั้นมันยังให้ดอกไม้ผมทุกวัน ผมก็ยังรับ เราไม่เคยพูดคำว่าชอบ มันก็ไม่เคยพูดคำว่ารัก แต่ทุกครั้งที่มันยื่นดอกไม้ให้ แล้วผมยื่นคืนให้ในวันถัดไป เรารู้กันดีว่าภาษานี้ไม่ต้องมีใครแปลอีกแล้วFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... “ Our enchanting tongue”Pen Name : School_1997 Since the very first day we crossed paths, Pearl has brought me flowers each and every day. There were no explanations offered—just his warm smile as he handed them over, as if the act itself said it all. So, I began to unravel their meanings on my own: Daisy for purity, Lavender for longing, Pink rose for admiration, Tulip for happiness. When I laid them out chronologically, it created a poetic narrative, like short phrases weaving together. Yet, I hesitated to ask hI'm directly about it, fearing the answer might shift everything between us. One day, the thought slipped out of my mouth: “Have you ever given flowers like this to anyone else?” Pearl paused, considering the question. “Yes.” “Did they understand?” He shook his head slowly. “Probably not.” After that moment, the flowers he gifted became more enigmatic. Some had meanings that eluded me, as if he wanted to keep me guessing on purpose. Then, one day, I wandered into the shop and found the grandest bouquet he’d ever made. “Who’s it for?” I inquired. Pearl glanced at me. “For someone who likely already gets it.” I chuckled awkwardly. “Is that your secret confidence?” He remained silent, a playful grin in his eyes. From then on, the flowers kept arriving daily, and I continued to accept them. We’ve never uttered “I like you” nor has he confessed “I love you,” but every time he hands me a bouquet and I return the gesture the following day, we both understand that our silent language no longer needs to be deciphered.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Invisible You รัก…ไร้ตัวตนนามปากกา : จ่าเอ็นเสด ฝนตกพรำในคืนที่คดีเริ่มต้น “เพิร์ล” ตำรวจหนุ่มไฟแรง ถูกส่งมาสืบอุบัติเหตุของดาราชื่อดัง “พีค” ที่นอนโคม่าไร้สติในโรงพยาบาล ทุกอย่างดูเหมือนอุบัติเหตุธรรมดา… จนกระทั่งเขาเห็นใครบางคนยืนอยู่ข้างเตียง “คุณมองเห็นผมเหรอ?” เสียงนั้นถามเบา ๆ เพิร์ลชะงัก เขามองชายหนุ่มที่หน้าตาเหมือนพีคไม่มีผิด ต่างกันเพียงร่างกายโปร่งใส “คุณเป็นวิญญาณ?” พีคพยักหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน “ผมออกจากร่างตัวเอง แล้วกลับเข้าไปไม่ได้” จากวันนั้นเพิร์ลกลายเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับพีคได้ ทั้งคู่ร่วมกันสืบหาความจริง ยิ่งค้นลึกเท่าไร เพิร์ลยิ่งพบว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา แต่เป็นการพยายามฆ่าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความริษยาของวงการบันเทิง ระหว่างการสืบ ความใกล้ชิดค่อย ๆ ก่อตัว พีคที่เคยโดดเดี่ยวเริ่มยิ้มได้อีกครั้ง ส่วนเพิร์ลที่เคยปิดกั้นหัวใจ กลับรู้สึกผูกพันกับคนที่ไม่มีตัวตน “ถ้าผมกลับเข้าร่างไม่ได้…คุณจะยังอยู่กับผมไหม” พีคถาม เพิร์ลเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ “ผมจะหาทางพาคุณกลับมาให้ได้” เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การค้นหาคำตอบของคดี แต่คือชีวิตคนสำคัญของเขาFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Invisible YouPen Name : จ่าเอ็นเสด On a rainy night, a new chapter unfolded. Pearl, a bright-eyed and determined police officer, was tasked with unraveling a puzzling incident involving the renowned celebrity, Peak, who lay motionless in a coma at the hospital. At first glance, it appeared to be a routine accident… until a figure appeared beside the celebrity’s bed. “Can you see me?” a gentle voice inquired. Pearl froze in place, his gaze locking onto a man whose features mirrored those of Peak except for his ethereal, translucent form. “Are you a spirit?” Pearl asked, bewildered. Peak nodded, confusion dancing in his eyes. “I’ve left my body, and I can’t find my way back.” From that moment on, Pearl became the sole person able to converse with Peak. Together, they embarked on a quest for the truth, and as they dug deeper, Pearl unearthed a chilling revelation: it was no simple mishap, but a calculated murder cloaked in the envy of the entertainment world. Throughout their investigation, an unexpected bond blossomed. Once isolated, Peak started to smile again, while Pearl, who had guarded his heart, felt an irresistible pull toward someone who was, quite literally, a shadow. “If I can’t return to my body… will you stay by my side?” Peak asked, vulnerability lacing his voice. Pearl paused, the weight of the moment heavy in the air, before he replied softly, “I will find a way to bring you back.” This time, it was about more than solving a case; it was about saving someone who had unexpectedly become essential to his life.FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... กลิ่นโปรดของผมคือเธอ : My Favorite Scent is Youนามปากกา : หนูน้อยหมวกแดง ท่ามกลางโลกที่อำนาจตัดสินด้วยสายเลือดและฟีโรโมน อคิน เดชโภคินอนันท์ (เพิร์ล ศัจกร) คืออัลฟ่าที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ร่างกายที่เหมือนประติมากรรมชั้นเลิศและทรัพย์สินมหาศาลทำให้เขาถูกนิยามว่า “สมบูรณ์แบบ” เขาใช้กลิ่นฟีโรโมนที่ดุดันข่มขวัญผู้คนเพื่อสร้างกำแพงล่องหน แต่เบื้องหลังหน้ากากอันแข็งแกร่งนั้นกลับซ่อนความลับที่อาจทำลายชีวิตเขาได้ นั่นคือ “ภาวะแพ้ฟีโรโมนโอเมก้า” อย่างรุนแรง ซึ่งเป็นจุดอ่อนร้ายแรงในการชิงเก้าอี้ผู้บริหาร อคินต้องยืนหยัดอยู่บนคมดาบของความสมบูรณ์แบบ เพราะในสงครามสายเลือดที่เหล่าญาติพี่น้องต่างสวมหน้ากากเข้าหากัน เส้นทางที่ต้องปกปิดนำเขามาพบกับ ปราณ เวชพิสิฐพงศ์ (พีค ภีมพล) คุณหมอผู้รับช่วงต่อดูแลสุขภาพประจำตระกูลต่อจากคุณพ่อ ในสายตาคนนอก ปราณ คือ “เบต้า” ผู้เรียบเฉยและไร้กลิ่นอาย แต่อันที่จริงเขาคือ “โอเมก้าบกพร่อง” ที่ซ่อนตัวตนอยู่ใต้รูปลักษณ์ของคนธรรมดา ทว่าทันทีที่สบตา กฎเกณฑ์ทุกอย่างที่ทั้งคู่เคยยึดถือกลับพังทลาย กลิ่นที่ควรจะทำให้อคินเจียนตาย กลับกลายเป็นแรงดึงดูดที่โหยหาอย่างบ้าคลั่ง ส่วนร่างกายที่เคยด้านชาของปราณก็กลับสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... My Favorite Scent is YouPen Name : หนูน้อยหมวกแดง In a realm where lineage and pheromones dictate power, Akin Dejphokinanan (Pearl Satjakorn) reigns supreme as an Alpha, perched at the pinnacle of a savage hierarchy. His chiseled physique and vast fortune paint him as the epitome of perfection, a figure others both fear and admire. Armed with his powerful pheromones, he casts an intimidating aura that creates an unapproachable barrier around him. Yet, beneath this formidable facade lies a perilous secret: a debilitating allergy to Omega pheromones, a significant flaw in the ruthless competition for high-ranking roles. Akin finds himself teetering on the knife’s edge of flawlessness, navigating a treacherous battlefield where even family members wear deceptive masks. This path of hidden truths leads him to Pran Wechpisitpong (Peak Peemapol), a physician who inherited the family medical practice from his father. To the untrained eye, Pran appears to be a serene and scentless Beta, but beneath his unassuming surface lurks the reality of a "deficient Omega," concealing his true self in plain sight. However, when their gazes collide, all previously established rules shatter. The aroma that should have sent Akin spiraling into madness instead ignites an all-consuming, obsessive attraction. The part of Pran that had long been numb begins to quiver with a newfound life.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... จดหมายแถวกลางนามปากกา : wiedbutromanceโรงหนังเก่าชื่อ Before Dawn Cinema ตั้งอยู่ท้ายสุดของถนนที่ผู้คนเลิกเดินผ่านไปนานแล้ว ป้ายไฟสีส้มหน้าร้านกระพริบติด ๆ ดับ ๆ ราวกับกำลังพยายามหายใจเป็นห้วงสุดท้ายของชีวิต “พบ” เติบโตมากับกลิ่นฝุ่นของเบาะผ้าสีแดง เสียงเครื่องฉายครืดคราดเก่ากรุ และความเงียบที่ครอบครัวทิ้งไว้ เขาเฝ้าโรงหนังแห่งนี้ราวกับเฝ้าความทรงจำที่ไม่ยอมเสื่อมสลาย แล้ว “ฟา” ก็ปรากฏตัวขึ้น ชายแปลกหน้าที่มาซื้อตั๋วรอบสุดท้ายทุกคืน นั่งที่เดิม แถวเดิม กับหนังเรื่องเดิม ราวกับไม่ได้มาดูหนัง หากกำลังรอคอยบางสิ่ง คืนก่อนวันปิดกิจการ พบเดินเข้าไปนั่งข้างเขาในความมืดสลัวของโรงหนัง บนจอภาพ พระเอกกำลังพูดถึงการรอคอยที่ไม่มีวันสิ้นสุด ฟาวางซองจดหมายเก่าไว้บนเบาะข้างตัว ก่อนลุกขึ้นเดินจากไป ท่ามกลางแสงสลัวจากจอหนังที่ยังไม่ดับสนิทดี เมื่อพบหยิบมันขึ้นมา ชื่อบนหน้าซองเลือนจางจนแทบอ่านไม่ออก เหลือเพียงความรู้สึกประหลาดคล้ายเคยสูญเสียบางอย่างไป ณ ที่แห่งนี้ ด้านนอกฝนเริ่มตก ส่วนด้านในยังคงปล่อยให้หนังเรื่องเดิมฉายต่อไป ราวกับบางความทรงจำไม่เคยจบลงจริง ๆ มันเพียงรอให้ใครสักคนกลับมานั่งที่เดิมอีกครั้ง เท่านั้นเองFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Letter from the heart of the ensemblePen Name : wiedbutromance The aging Before Dawn Cinema lingered at the end of a forgotten street, its orange neon sign flickering like a heartbeat fading away. For "Phop," the cinema was intertwined with the musty aroma of the worn red seats, the rhythmic creaks of the ancient projector, and the hushed echoes of his family’s absence. He stood sentinel over the theater, clinging to its enduring essence. Then came "Fa," an enigmatic figure who purchased a ticket for the final showing every night, consistently occupying the same seat in the same row. He didn’t seem there to enjoy the film; rather, he appeared to be waiting for something elusive. On the eve of the cinema's closing, Phop settled beside him in the dim glow of the screen. As their shared story unfolded, the film's lead character spoke of an eternal wait. Fa left an old envelope on the seat next to him as he stood to leave, melting into the shadows. In the fading light, Phop picked it up, only to find the name scribbled on it barely legible, evoking a poignant sense of loss—a feeling that something had slipped through time. Outside, rain began to patter softly, while within the theater, the same film continued to play on, as if some memories were destined to linger on, patiently waiting for someone to return and occupy that same seat once more.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “เพิร์ล - พีค”ที่จะมามอบกลิ่นหอมของความรัก จนกลายเป็น The best ความหอม ให้แฟน ๆ จดจำไปตลอดกาลลล~( First Fanmeet “PearlPeak” ) “พีค” เผยว่า งานแฟนมีตในครั้งที่ผ่านมานั้น เป็นงานแฟนมีตครั้งแรกของทั้งคู่ จึงทำให้ฝึกซ้อมกันค่อนข้างหนัก และใช้ระยะเวลาซ้อมค่อนข้างเยอะ ซึ่งผลประกอบการที่ลงแรงเหนื่อยกันก็ได้รับผลตอบรับที่ดีแบบสุด ๆ บรรยากาศงานมีหลากหลายความรู้สึก ทั้งตื่นเต้น และสนุก เรียกได้ว่าครบรสจริง ๆ ทางด้านของ “เพิร์ล” เผยว่า ซีนที่ประทับใจ และจำจนถึงทุกวันนี้ คือซีนที่ร้องเพลง “ครั้งหนึ่งตลอดไป” ด้วยกันกับแฟน ๆ และตอนร้องเพลงก็ได้ลงไปพบปะแฟน ๆ ร้องเพลงด้วยกันแบบใกล้ชิด เป็นโมนเมนต์ที่น่ารักใจฟูสุด ๆ !( FLOWER BOY World Premiere ) “พีค” เผยถึงความรู้สึกในงานว่า ตนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะลุ้นว่าอยากให้แฟน ๆ ชื่นชอบในผลงานการแสดงของตน อีกทั้งรู้สึกตื่นเต้น เพราะงานนี้เป็นอีกครั้งที่ได้มานั่งดูซีรีส์พร้อมกับแฟน ๆ “เพิร์ล” เสริมว่า ตนนั้นก็ตื่นเต้นเช่นกัน เพราะอยากดูผลงานการแสดงของตัวเอง ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน แล้วแฟน ๆ จะชอบหรือเปล่า และแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่จะได้นั่งดูซีรีส์กับแฟน ๆ แต่ก็ยังคงตื่นเต้นอยู่ตามเคย( จุดเริ่มต้นแห่งความรัก ) งานนี้เหล่าดีเจก็ได้มอบโจทย์ให้ทั้งสองได้เลือกหนึ่งซีนใน EP.1 มาแสดงให้แฟน ๆ ได้ดูแบบสด ๆ เรียล ๆ หน้าไลฟ์กันเลย ซึ่งทั้งสองก็ได้เลือกซีนที่ทั้งคู่ได้เจอกันครั้งแรก และสามารถแสดงออกมาได้น่ารักฮีลใจแฟน ๆ สุด ๆ( Mini Mission “หลงกลิ่น..” ) รายการได้มีมินิเกมสนุก ๆ มาให้ “เพิร์ล - พีค” ได้เล่นกัน นั่นคือต้องให้ทั้งคู่ตอบคำถามในโจทย์ที่ได้รับไปเริ่มที่ข้อแรก “ กลิ่นที่ Favorite ที่สุด คือกลิ่นที่ฮีลใจเราที่สุด? ” โดย “พีค” ก็ได้เลือกเป็น กลิ่นฝน พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นกลิ่นที่มีความชื้น ๆ ดิน ๆ เวลาดมแล้วรู้สึกสบายใจ และสงบ ด้านของ “เพิร์ล” ก็เลือกกลิ่นที่ทำให้ฮีลใจของตนนั้นคือ กลิ่นต้นไม้ พร้อมเผยว่า เวลาไปต่างจังหวัดที่มีต้นไม้เยอะ ๆ แล้วได้กลิ่นต้นไม้ที่มันชื้น ๆ กลิ่นนั้นจะทำตนรู้สึกสบายใจมากข้อสอง “ กลิ่นอะไรที่ทำให้นึกถึงอีกฝ่าย? ” ในข้อนี้ “เพิร์ล” ก็ได้ตอบว่า กลิ่นที่สื่อถึง “พีค” สำหรับตนนั้นคือกลิ่น เด็กอ่อน ๆ เหมือนกลิ่นแป้งเด็กสะอาด ๆ ในด้านของ “พีค” ก็ได้เลือก กลิ่นหนัง เป็นกลิ่นที่ดมแล้วนึกถึงอีกฝ่าย พร้อมให้เหตุผลว่า กลิ่นหนัง มันจะมีความวินเทจ ๆ ดิบ ๆ หน่อย เป็นการอธิบายกลิ่นที่เห็นภาพแบบสุด ๆ !ข้อสุดท้าย “ถ้ามีน้ำหอมที่เป็นกลิ่นของอีกฝ่ายจะตั้งชื่อว่าอะไร? ” ข้อนี้ “เพิร์ล” ได้ชิงตอบก่อนเลยว่า จะตั้งชื่อว่า “Baby Peak” เพราะกลิ่นของพีคเป็นเหมือนกลิ่น เด็กอ่อน ก็เลยได้ชื่อนี้ไปในที่สุด ทางด้านของ “พีค” เผยว่า ด้วยความที่ กลิ่นหนัง มีความดิบ ๆ และวินเทจ จึงได้ตั้งชื่อน้ำหอมว่า “Pearly” เพราะอยากให้มีความคอนทราสต์ โดยคนอาจจะได้ยินแล้วรู้สึกว่ามันน่าจะออกนุ่ม ๆ หวาน ๆ แต่พอเปิดออกมาใช้แล้วดันมีกลิ่นแบบดิบ ๆ วินเทจแทน จะได้เป็นที่จดจำที่ดีและเป็นเอกลักษณ์ของกลิ่นนี้( นิยามกลิ่น.. ซีรีส์ ) ทั้งคู่เผยว่า ช่วงแรกของซีรีส์นั้นจะเป็นกลิ่นหอมดอกไม้อ่อน ๆ แบบดอกที่ยังไม่ได้ผลิบานเต็มที่ต่อมาในช่วงกลางเรื่องจะมีเป็นกลิ่นชื้น ๆ กลิ่นดิน กลิ่นฝนเสริมเข้ามาและในช่วงท้ายซีรีส์ จากกลิ่นดอกไม้อ่อน ๆ ก็จะกลายเป็นกลิ่นดอกไม้ที่ผลิบานอย่างเต็มที่ แต่งานนี้ “พีค” ก็ได้พูดเสริมว่า หรือดอกไม้ดอกนั้นอาจจะเฉาตายไปเลยก็ได้ ไม่แน่ว่าจะมีคนแอบหลุดสปอยหรือป่าวน้าาา อีกทั้ง ทั้งคู่ยังบอกอีกว่าในซีรีส์เรื่องนี้จะมีรสชาติความโรแมนติกมากกว่าดราม่าอีกด้วย อยากให้แฟน ๆ ได้รอติดตามชมตอนถัด ๆ ไปกันน้าา( Location ถ่ายทำแบบจึ้งเกิน! ) ถ้าพูดถึงซีรีส์เรื่องนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่างาน Production และ Location ที่ถ่ายทำนั้นสวยจึ้งมากจริง ๆ โดยหลัก ๆ นั้นจะเป็นฉากที่ถ่ายทำอยู่ในป่า ทั้งคู่เลยบอกว่าทุกความสวยงาของธรรมชาติที่ทุกคนเห็นนั้นล้วนเป็นของจริงทั้งหมด ทำเอาเหล่าดีเจช็อกอึ้งไปตาม ๆ กันนน และ “เพิร์ล” ก็ได้พูดเสริมว่า ในตอนแรกที่ได้รับบทนี้ตนนั้นภูมิใจมาก ๆ เพราะคิดว่าได้ถ่าย Location ที่บริษัท เปิดแอร์เย็น ๆ สบาย ๆ แต่สุดท้ายกลับไม่เป็นเหมือนที่คิด เมื่อต้องมารู้ว่ามีฉากที่ต้องมาแสดงแบบล้มลุกคลุกคลานอยู่ในป่า ซึ่งเหนื่อย และร่างกายเลอะเทอะกว่าบทของ “พีค” ซะอีกและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “เพิร์ล - พีค” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกมชื่อ “Flower Love ดอกไม้นี้ให้แทนใจ”ในเกมนี้ “เพิร์ล-พีค” ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน Youtube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “เพิร์ล - พีค”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เพิร์ล - พีค” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “Flower Boy หลงกลิ่นเกสร” สามารถติดตามรับชมซีรีส์ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่องวัน 31 และรับชมเวอร์ชั่น Uncut ได้ทางแอปพลิเคชัน OneD ที่เดียวเท่านั้น!สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

เรื่องเล่าจากลูกนัท The Ghost Radio 'งานแต่งเพื่อนเราเจอผี' l อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 28 เม.ย.2569 ]
06 พ.ค. 2026
อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากลูกนัท The Ghost Radio 'งานแต่งเพื่อนเราเจอผี' l อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 28 เม.ย.2569 ]

ห้องพักสุดสยองที่ไม่ได้จองเอง เพื่อนที่กำลังจะแต่งงานได้จองโรงแรมไว้ให้พัก แต่เมื่อไปถึงเจอกลับห้องพักที่เหม็นอับ รอยคราบสีน้ำตาลคล้ายเลือดแห้ง และกองผมปริศนาที่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร ตกกลางคืนระหว่างนอนพักมีเสียงน้ำไหล เหมือนคนมาอยู่ด้วยตลอดทั้งคืน... เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost’ (28 เม.ย. 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจโซเซฟ’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘งานแต่งเพื่อนเราเจอผี’ ลูกนัท The Ghost ได้มาแชร์เรื่องราวของ ‘คุณเมย์’ ที่เคยมาเล่าไว้ในรายการ The Ghost Radio คุณเมย์มีแพลนที่จะต้องไปงานแต่งเพื่อนที่อยู่ทางภาคอีสาน โดยจะไปกับแฟน 2 คน ทางเพื่อนที่จัดงานแต่งก็ได้เหมาจองโรงแรมไว้ให้เรียบร้อย ระหว่างทางก็ได้พากันแวะเที่ยวกันก่อนเข้าโรงแรม และเมื่อไปถึงโรงแรมได้ทำการเช็คอินเข้าพัก ก็ได้รับกุญแจสภาพเก่า ๆ ที่มีลายสลักเป็นเลขห้องไว้ ทั้งคู่จึงได้เดินไปตามเลขห้องนั้น แต่เมื่อเดินขึ้นไปถึงหน้าประตูห้อง ก็ได้เห็นกว่าห้องนั้นอยู่ติดกับบันไดพอดี คุณเมย์ที่ปกติแล้วเป็นคนที่ชอบฟังเรื่องผีเลยชะงักนิดหน่อยเมื่อเห็นห้องที่ติดกับบันได แต่เมื่อเปิดประตูห้องไปก็ต้องชะงักกว่าเดิมเพราะได้มีกลิ่นอับชื้นพุ่งเข้าหน้ามาทันที คุณเมย์จึงได้หันไปคุยกับแฟน และตกลงกันว่าไม่เอาห้องนี้ และจะขอเปลี่ยนห้องอื่นแทน เลยลงไปที่เคาน์เตอร์เพื่อขอเปลี่ยนห้องใหม่ พร้อมให้เหตุผลว่าปกติแล้วเป็นคนที่นอนหลับยาก และห้องติดบันไดมีเสียงรบกวนเยอะจึงอาจเป็นปัญหาในการพักผ่อนได้เมื่อได้กุญแจห้องใหม่ ทั้งคู่ก็ได้เดินขึ้นมายันชั้นเดิม และก็ได้เห็นว่าเป็นห้องที่อยู่ถัดกับห้องก่อนหน้าแค่ห้องเดียว แต่เมื่อเปิดเข้าไปบรรยากาศทุกอย่างต่างจากห้องแรกแบบเห็นได้ชัดทุกอย่างปกติดี และไม่มีกลิ่นเหม็นอับใด ๆ คุณเมย์จึงได้เข้าไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน แต่ก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเปิดผ้าห่มออกทั้งคู่ได้เจอเขากับเตียงที่มีเส้นผมความยาวประมาณ 1 นิ้วกระจายเต็มอยู่ทั่วเตียงนอน และนอกจากเศษผมแล้วนั้น ก็ยังมีรอยสีน้ำตาลเป็นดวง ๆ กระจายอยู่เต็มเตียงไปหมด ทั้งคู่จึงได้ถ่ายรูปเก็บไว้และลงไปที่เคาน์เตอร์อีกครั้งเพื่อขอเปลี่ยนห้องนอน แต่คราวนี้ทางพนักงานกลับได้ยื่นกุญแจห้องให้ 3 พวง พร้อมบอกให้คุณเมย์ไปเลือกห้องเอาได้เลยตามความสะดวกใจทั้งคู่เดินไปถึงห้องแรกก็ได้เปิดประตูเข้าไปพบกับห้องที่มีเตียงเดี่ยวอยู่ 2 เตียงแยกกัน คุณเมย์เมื่อเจอเหตุการณ์ก่อนหน้ามาจึงคิดว่าหากนอนกับแฟนบนเตียงเดียวกันจะอุ่นใจกว่า ทั้งคู่จึงได้พากันเดินไปดูห้องที่สอง ซึ่งเมื่อทั้งคู่ได้เห็นสภาพห้องนี้กลับต้องตกตะลึงเพราะสภาพห้องเละมากจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ อีกทั้งในตู้เสื้อผ้ายังมีคราบน้ำตาล ๆ เป็นดวง ๆ บ้างบางจุด และบางจุดก็เป็นเหมือนคราบน้ำตาล ๆ ที่ไหลย้อยตามประตูบ้าง ทั้งคู่จึงตัดสินใจพากันเดินไปดูที่ห้องสุดท้าย ซึ่งห้องนี้เป็นห้องที่เหมือนห้องปกติที่สุด แต่ต่างตรงที่ไม่มีพวกอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใด ๆ แต่คุณเมย์ก็ได้คุยกับแฟนว่า เลือกที่จะนอนห้องนี้พร้อมตอนนอนจะเปิดไฟในห้องน้ำทิ้งไว้ให้พอมีแสงบ้าง แฟนคุณเมย์จึงได้เสนอให้เปิดไฟที่หัวเตียงไว้ด้วย คุณเมย์ก็ได้ถามถึงเหตุผลไป แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรกลับมา จึงได้ยอมตอบตกลงไป ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะนอน คุณเมย์ก็ได้เอาผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ มาปิดตาไว้เพราะแสงจากหัวเตียงสาดเข้าตาจนทำให้ไม่สามารถนอนได้ เวลาผ่านไป เมื่อทั้งคู่หลับตานอนไปได้ไม่ถึง 5 นาที ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ คุณเมย์ที่ได้ยินเช่นนั้นจึงได้บีบมือแฟนเบา ๆ ซึ่งแฟนก็ได้บีบมือกลับมา เป็นสัญญาณว่าทั้งคู่ได้ยินเหมือนกัน สักพักก็มีเสียงเหมือนคนควักน้ำขึ้นมาล้างหน้าที่อ่างล้างหน้า คุณเมย์จึงได้บีบเข้าที่มือแฟนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แฟนกลับไม่ได้บีบมือตอบกลับมา พร้อมมีเสียงหายใจแรง ๆ เสมือนคนกรนออกมา คุณเมย์โกรธแฟนมากที่ทิ้งให้ตนนั้นเจอกับเหตุการณ์ขนหัวลุกนี้เพียงลำพัง จึงได้ดึงมือตัวเองออกมานอนกอดอก หลังจากนั้นคุณเมย์ก็คิดในใจว่า “อาบน้ำก็แล้ว ล้างหน้าก็แล้ว ไม่ใช่ว่าจะออกมานอนล่ะ” ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงเปิดประตูดัง “แกร๊ก” และเมื่อประตูเปิดออก คุณเมย์ก็ได้เห็นเหมือนมีเงาลาง ๆ เดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วเดินมาที่ปลายเตียง หลังจากนั้นก็เดินอ้อมขึ้นมาที่ข้างเตียงฝั่งที่คุณเมย์นอน คุณเมย์จึงได้พยายามข่มตานอน แต่ไม่ว่าจะยังไงก็นอนไม่หลับสักพักก็รู้สึกเหมือนว่าเตียงยุบลง ในลักษณะที่คล้ายกับมีคนเอามือมาเท้าที่เตียงแล้วกำลังก้มดูอะไรสักอย่าง ตอนนั้นในหัวของคุณเมย์ก็ได้คิดถึงเหตุการณ์คล้ายนี้ในหนังผีที่ตนเคยดูพร้อมคิดว่า ถ้าเป็นตามหนังเหตุการณ์นี้ถ้ากลั้นใจเปิดผ้าออกมาเดี๋ยวสิ่งนั้นก็คงจะหายไปอย่างแน่นอน คุณเมย์จึงได้แข็งใจลืมตาขึ้นมาพร้อมเปิดผ้าออกทันที แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับเห็นเป็นคนนุ่งผ้าซิ่นสีน้ำตาลเก่า ๆ และมีสีแดงพาดอยู่แค่ครึ่งน่อง ขาด้านล่างมีสีดำซีด แต่เห็นได้ประมาณ 3 วิ ก็ภาพตัดหลับไปแบบไม่รู้ตัว เมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็เช้าแล้ว สิ่งแรกที่เห็น คือแฟนที่ยืนนิ่งอยู่ที่ปลายเตียงเมื่อเห็นเช่นนั้นคุณเมย์จึงคิดจะรีบไปอาบน้ำ และออกไปงานแต่ง แต่เมื่อเปิดประตูห้องน้ำไปก็พบเข้ากับอ่างล้างหน้าที่มีน้ำกระจายอยู่เต็มไปหมด ซึ่งคุณเมย์ไม่ชอบให้ทำเปียกแบบนี้ จึงได้หันไปจะตวาดใส่แฟน แต่เมื่อหันไปก็ต้องตกใจเพราะแฟนยังไม่ได้แม้แต่ล้างหน้า หรือมีส่วนไหนในร่างกายที่เปียกน้ำเลย อีกทั้งตาของแฟนยังดำโบ๋เหมือนคนไม่ได้นอนทั้งคืน คุณเมย์จึงได้รีบอาบน้ำ และระหว่างแต่งตัวก็เผลอเดินไปเหยียบเข้ากับน้ำเหนียว ๆ จึงได้กระโดดขาเดียวเข้าไปล้างเท้าในห้องน้ำ และก็ได้สังเกตเห็นเหมือนรอยเท้าคนที่เปื้อนน้ำสีแดง ๆ เดินออกจากห้องน้ำไปจนถึงปลายเตียง และอ้อมไปยังฝั่งที่คุณเมย์นอน เมื่อเดินตามไปดูก็พบว่าบริเวณเตียงมีคราบน้ำตาล ๆ เหมือนรอยมือคนเปื้อนอยู่ คุณเมย์จึงบอกแฟนให้รีบเก็บของและลงไปข้างล่างเพื่อเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมในระหว่างนั้นทั้งคู่ก็ได้คุยกัน จึงทำให้รู้ว่า ที่เห็นว่าแฟนยืนนิ่งอยู่ที่ปลายเตียงคือแฟนตื่นมาเห็นทุกอย่าง แต่ช็อกทำไรไม่ถูกจึงได้แต่ยืนนิ่ง จนคุณเมย์ตื่นขึ้นมาเห็นซึ่งจริง ๆ แล้วนั้นแฟนคุณเมย์ไม่ได้หลับทั้งคืน และรับรู้ได้ถึงทุกอย่างแต่ไม่สามารถขยับตัวได้ แม้แรงที่จะบีบมือกลับก็ไม่มี คืนนั้นมีเพียงแค่คุณเมย์ที่ภาพตัด และชิงหลับไปก่อน ระหว่างที่ทั้งคู่ไปเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม พนักงานที่เคาน์เตอร์ก็ได้บอกว่า “จริง ๆ แล้วเจ้าภาพจองให้ 2 คืนนะคะ จะอยู่ต่ออีกคืนไหม? ” คุณเมย์จึงได้ตัดสินใจตอบในทันทีเลยว่า “ไม่อยู่ต่อแล้ว” และเดินออกจากโรงแรมไปทันที(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

Green Wave

15 นิสัย ที่น่ากลัวกว่าการนอนดึก
06 พ.ค. 2026
HEALTHY LIFESTYLE

15 นิสัย ที่น่ากลัวกว่าการนอนดึก

1.นั่งไขว่ห้างนี่คือตัวทำลายรูปร่าง! การทำแบบนี้เป็นเวลานาน จะนำไปสู่กระดูกเชิงกรานเอียง กระดูกสันหลังคด และอาจทำให้ขาไม่เท่ากันได้ รูปร่างจะเสียได้นะคะ2.นั่งนานไม่ขยับการนั่งนานทำให้เป็นโรค ไม่ใช่แค่ไขมันสะสมที่พุงและต้นขา แต่ยังส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดด้วย อย่าลืมลุกขึ้น ขยับไปไหนมาไหนสักเล็กๆน้อยทุกชั่วโมงนะคะ3.หายใจทางปากเมื่อนอนหรือมีสมาธิ ทำให้เปิดปากเล็กน้อย นานๆไปจะทำให้คางยุบ ปากยื่น หน้าตาเสียสมดุล ต้องตั้งใจหายใจทางจมูกนะคะ4.ไม่ชอบดื่มน้ำรอจนหิวน้ำค่อยดื่ม ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรงแล้ว! การเผาผลาญช้าลง ผิวแห้ง เหนื่อยง่าย ทั้งหมดเป็นเพราะดื่มน้ำไม่พอค่ะ5. ติดขนมหวานชานม เค้กไม่เคยขาดมือ น้ำตาลมากเกินไปจะทำให้เกิด Glycation ทำให้ผิวเหลือง หย่อนคล้อย เป็นสิวได้นะคะ6.ปิดไฟเล่นมือถือก่อนนอนตาแห้ง จะทำให้ขอบตาดำลึกขึ้น ร่องน้ำตา จนถึงเพิ่มแสงสีฟ้าทำลายผิว7.สัมผัสใบหน้าบ่อยๆคุณรู้ไหมว่ามือมีแบคทีเรียมากมาย การสัมผัสใบหน้าโดยไม่รู้ตัวก็เหมือนกับเอาแบคทีเรียยัดลงไปในรูขุมขน ทำให้เกิดสิวอุดตันซ้ำซาก8.หลังงอ/ท่าทางไม่ดีแม้จะมีรูปร่างหน้าตาที่ดีแค่ไหนก็ทนไม่ได้ถ้ามีท่าทางไม่ดี การทำท่าทางไม่ดีเป็นเวลานานจะทำให้เกิดริ้วรอยที่คออย่างลึก บุคลิกภาพไม่ดี และดูไม่มีชีวิตชีวาค่ะ9.กินเร็วเกินไป/กลืนโดยไม่เคี้ยวการกินเร็วเกินไปไม่เพียงแต่ทำให้กินอิ่มจนอ้วนง่าย แต่ยังทำให้กระเพาะและลำไส้ทำงานหนักเกินการเคี้ยวให้ละเอียดเป็นขั้นตอนแรกของการลดน้ำหนักนะคะ10.กินตอนร้อนๆอาหารที่ร้อนเกิน 65 องศาเซลเซียสจะทำลายเยื่อบุหลอดอาหาร การรีบกินอาหารร้อนๆโดยไม่รอ จะทำให้เสียสุขภาพ รอสักนิดแล้วค่อยกินจะดีกว่านะคะ11.กลั้นปัสสาวะการกลั้นปัสสาวะทำร้ายไตมากที่สุด และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ถ้ามีความรู้สึกรีบไปเข้าเลยนะคะ12.เคี้ยวข้างเดียวเป็นเวลานานกล้ามเนื้อเคี้ยวข้างหนึ่งจะใหญ่ขึ้น อีกข้างจะเล็กลง ใบหน้าที่ไม่สมดุลจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ต้องตั้งใจสลับข้างเคี้ยวนะคะ13.ไม่ทาครีมกันแดดรังสียูวีคือสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย ไม่ว่าแดดออกหรือครึ้มฟ้าครึ้มฝน หากป้องกันแสงแดดไม่เพียงพอ แม้แต่เอสเซนส์ราคาแพงแค่ไหนก็เสียเปล่าค่ะ14.ความเครียด/วิตกกังวลฮอร์โมนความเครียดทำให้เกิดสิว ผมร่วง และน้ำหนักเพิ่ม เรียนรู้วิธีปลดปล่อยความเครียดอารมณ์ดี ดีกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใดๆค่ะ15.อดอาหารอย่างไม่รอบคอบการอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักมีแต่จะทำให้มวลกล้ามเนื้อลด การเผาผลาญต่ำลง และจะเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ได้ค่ะการนอนดึกว่าแย่แล้ว แต่นิสัยพวกนี้ก็ทำลายสุขภาพได้แบบไม่รู้ตัวเลยนะคะ ใครรู้ว่ามีนิสัยไหน มาลด ละ เลิกไปพร้อมๆกันนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

Hotwave

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18
03 ก.พ. 2026
Events

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18

ว้าวุ่นมาทั้งปี มารับวิตามิน SEA กันป่ะล่ะ !!ปลายปีนี้... EFM94 และ Chill Online จะพาคุณไปมันส์อีกครั้งกับมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเลกับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18 BY โซดา LEOมันส์ไปกับ 6 ศิลปิน ...NONT TANONT / PARADOX / MEAN / ROOFTOP / SLAPKISS / THE MOUSSESเตรียมแดนซ์ให้ยับกับ DJ PU บนเวที EDM สไตล์ EFM และ เหล่าดีเจจาก EFM94 และ CHILL ONLINEเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นี้ที่ หาดแหลมเจริญ จังหวัด ระยองห้ามนำเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าภายในงาน ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายเตรียมตัวกันให้พร้อม!! 16 ตุลาคมนี้เปิดให้กด REDEEM บัตรกันแล้วขั้นตอนการ Redeem Ticket!! บอกเลยว่า #งานนี้ฟรี!!- เพียงแค่ล็อกอิน เปิดแอป Application AtimeFungFin- เริ่มสะสมพ้อยได้แล้ววันนี้ ผ่านการฟัง Application ATIMEFUNGFIN !!1 นาที = 1 Point สะสมครบ 2,000 Point แลก Wristband ได้ 2 ใบ สามารถเข้างานได้ 2 คน(1 Account/1 สิทธิ์)ดาวน์โหลด Application : ATIME FUNGFIN รอไว้ได้เลย ทั้งระบบ IOS และ Androidพิเศษเฉพาะใน Application ATIMEFUNGFIN เท่านั้น!! รีบชวนเพื่อนด่วน #บัตรมีจำนวนจำกัด

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน
23 ม.ค. 2025
News

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน

"เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา” ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพันบทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปีโดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform

อบอวลด้วยรัก! "จ๊ะอี๋" น้องใหม่ "Kicks Records" เสิร์ฟกลิ่นหอมผ่าน "สวนดอกไม้" ได้ทัพ 3 ตัวพ่อเพลงรักร่วมงานในซิงเกิลเปิดตัว
16 ม.ค. 2025
News

อบอวลด้วยรัก! "จ๊ะอี๋" น้องใหม่ "Kicks Records" เสิร์ฟกลิ่นหอมผ่าน "สวนดอกไม้" ได้ทัพ 3 ตัวพ่อเพลงรักร่วมงานในซิงเกิลเปิดตัว

เปิดปีใหม่ปีนี้ Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ขอเสิร์ฟของขวัญรับศักราชใหม่ พร้อมแนะนำ “jaei จ๊ะอี๋ - นวลจันทร์ ณ ถลาง” ศิลปินหญิงที่มากับเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานที่หวาน จนใครได้ฟังต้องรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ เพราะท่วงทำนองและคำร้องนั้นเต็มไปด้วยความหอมหวาน“สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานเดบิวต์ของ “jaei จ๊ะอี๋” ที่สะท้อนความเป็นเธอในทุกองค์ประกอบ โดยจุดเริ่มต้นมาจากกวีของ Alfred Tennyson ที่เขียนไว้ว่า “If I had a flower for every time I thought of you…I could walk through my garden forever.” ที่แปลว่า ถ้ามีดอกไม้ผลิบานเพิ่มขึ้นทุกครั้งเวลาที่ฉันนั้นคิดถึงเธอ โลกนี้คงเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ที่พอให้เราเดินเล่นได้ทั้งชีวิต ซึ่งตัวของ “แทน Lipta” โปรดิวเซอร์และผู้แต่งเพลงนี้มองว่าเป็นประโยคที่เหมาะกับตัวตนของ ‘จ๊ะอี๋’ และได้นำเพลงนี้มาเขียนร่วมกับ “ข้าว fellow fellow” อีกหนึ่งยอดฝีมือที่แต่งเพลงรักสุดฮิตมานับไม่ถ้วนในส่วนของดนตรีเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ความชอบเพลงยุค 90 ของ jaei ก็ได้ถูกนำมาอยู่ในเพลงนี้ ถูกเนรมิตดนตรีเพลงนี้ให้หอมฟุ้งด้วยความฟีลกู้ดโดย “กุ๊ก จิตติพล” มือคีย์บอร์ดวงดนตรีคลั่งรักแห่งยุคอย่าง “No One Else” ที่มาร่วมเรียบเรียงเพลงนี้อีกด้วย นอกจากบรรยากาศของเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)“ จ๊ะอี๋ยังได้ถ่ายทำมิวสิควิดีโอด้วยบรรยากาศสวนดอกไม้จริงๆ ร่วมกับกลุ่มเพื่อนสุดเลิฟ ทำเอาบรรยากาศทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังอบอวลด้วยความสุขแบบทะลุจอจนผู้ชมสัมผัสได้รับชม รับฟัง และสัมผัสมวลความน่ารักของเพลง “สวนดอกไม้” ได้ทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิ่งและชมมิวสิควิดีโอได้ทาง YouTube: jaeicoolkid

Atime Showbiz

BEACH BOYS CONCERT 2025
21 ก.ค. 2025
Ticket Now

BEACH BOYS CONCERT 2025

คอนเสิร์ตรวมศิลปิน BOYS “สมบัติแห่งชาติ” เสิร์ฟเพลงฮิตติดชาร์ตกันริมทะเล ชวนทุกด้อมมาเติมฟินพร้อมกัน ครบจบในวันเดียว !ใน “BEACH BOYS CONCERT 2025”พร้อมเสิร์ฟขุมทรัพย์ความฟิน กับ Lineup 10 ศิลปินแถวหน้าของ T-POP ที่แมสที่สุดมาไว้บนเวทีเดียวกัน พบกับ1. POLYCATวงดนตรีสุดเทสต์ ตัวท็อป Synth Pop ตำนานเพลงฮิตที่ทุกคนต้องมีติดเพลย์ลิสต์ !2. fellow fellowศิลปิน DUO เสียงละมุน เจ้าของเพลงรักโรแมนซ์สุดไวรัลกว่า 100 ล้านวิว !3. No One Else“เจ้าพ่อเพลงรัก” ศิลปินที่ครองชาร์ตครองใจเหล่าคนคลั่งรักทุก GEN !4. JEFF SATURศิลปินตัวท็อปมากประสบการณ์ผู้เปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของแบบไร้ขีดจำกัด!!5. NUNEWศิลปินเสียงหวานใจละลาย ฉายา “ลูกชายแห่งชาติ” ที่พร้อมชิงหัวใจจากทุกด้อมแบบไม่ให้ตั้งตัว !6. ATLASBOY GROUP ตัวท็อปสุดเป๊ะ ! ที่ต้องดูด้วยตาเนื้อสักครั้งในชีวิต พร้อมสาดความมันส์ให้หาดแตก !!7. PROXIEBOY BAND แถวหน้า All Rounder สุดจี๊ดแห่ง T-POP ตัวตึงทุก Viral สุดแมส !8. LYKNBOY GROUP สุดกรี๊ด เตรียมกร่อนใจทุกด้อม ด้วยคาริสม่าสุดสตรอง แซ่บไฟลุกไปทั้งหาด !9. DICEBOY GROUP ทำถึงแห่งปี เอเนอร์จี้สุดจะเลิศ ! พร้อมตกแฟน ๆ ด้วย Performance สุดปัง !!10. JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXXRookie น้องใหม่มาแรงแห่งวงการ T-POP พร้อมปล่อยดาเมจสุด HOT ให้ Beach สะเทือน !!เปิด MAP ความสนุกพร้อมกันวันแสดง :วันเสาร์ที่ 22 พฤจิกายน 2568 เวลา 15:30 น. เป็นต้นไปสถานที่ :SEA SAND SUN HUAHIN RESORTเปิดจำหน่ายบัตร : วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปซื้อบัตรได้ทาง Counter Service All Ticket ใน 7-Eleven ทุกสาขา หรือ https://bit.ly/BEACHBOYS2025ราคาบัตร :• บัตรราคา 1,100 บาท **ราคานี้ตั้งแต่วันนี้ - 21 พ.ย.**• บัตรหน้างาน (22 พ.ย. 2568) : บัตร Regular ราคา 2,000 บาท

YOLO FEST
10 มี.ค. 2025
Ticket Now

YOLO FEST

ครั้งแรกของ ATIMESHOWBIZ ครีเอทมิวสิคเฟสอินดี้ ขึ้นห้าง กลางเมืองโดนใจทุก Gen โดดเด่นทุก Line up ที่ทุกคนต้องได้มาฟังสดๆ สักครั้งในชีวิต!!YOLO FEST เฟสอินดี้ YOU ONLY LISTEN ONCEมิวสิคเฟสที่ “คุ้ม” ที่สุด กับโลเคชั่นที่ “ติดแกลม” ที่สุดจัดเต็มตลอด 8 ชม. แบบ Non stop กับ 12 ศิลปินอินดี้ตัวท็อปสุดเทสต์!1. TATTOO COLOUR วงดนตรีขวัญใจเด็กแนวทุกยุค กับสไตล์เพลงสุดครีเอทที่ไม่เคยเก่า!2. POLYCAT วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s ที่ปลุกกระแสยุคเก่าให้เก๋าไปทั่วบ้านทั่วเมือง3. SCRUBB ศิลปินดูโอ้ที่มีเพลงเพราะอยู่ในเพลย์ลิสต์โปรดของใครหลายคนมานานกว่า 20 ปี!4. THE TOYS อัจฉริยะทางดนตรี ผู้สร้างปรากฎการณ์ให้วงการเพลงไทยดังไกลทั่วเอเชีย!5. SAFEPLANET วงอินดี้ป็อปแถวหน้า ดาวเคราะห์แห่งเสียงดนตรีกับ Sound สุดซิกเนเจอร์!6. PUN ศิลปินหนุ่มสุดฮอต ขวัญใจเจน Z ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้!7. DEPT ดูโอ้ซินธ์ป็อปแห่งยุค กับแนวเพลงเศร้าเคลือบน้ำตา โดนใจวัยรุ่น8. WHAL DOLPH วงดนตรีอินดี้ป็อปจากท้องทะเล กับการดีไซน์เพลงที่ไร้ขีดจำกัด9. MEYOU All rounder แห่งวงการเพลงไทย เจ้าของเพลงฮิตร้อยล้านวิว10. WIM ศิลปินอินดี้ป็อปไวป์ดี Mr.feelgood มาพร้อมสไตล์เพลงสุดกรู๊ฟชวนฝัน!11. LUSS คู่หูมหัศจรรย์แห่งยุค! กับเมโลดี้ติดหูที่กลายเป็น Viral นับครั้งไม่ถ้วน12. TELEVISION OFF วงน้องใหม่ฟอร์มแรง ผู้ถ่ายทอดความเจ็บปวดได้อย่างสวยงาม“YOU ONLY LISTEN ONCE” โอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่คุณจะได้มาฟังทั้ง 12 ศิลปินสุดเทสต์ใน Stage เดียวกัน วันเดียวเท่านั้น รันยาวต่อเนื่องแบบ Non stop ห้ามพลาดเด็ดขาด!!พบกัน 14 มิ.ย. 2025 ที่ Paragon Hall ที่สุดของ VENUE ใจกลางเมือง!บัตรราคาเดียว : บัตรยืน 1,500 บาทพิเศษสุด! โปรฯ คู่ 2,800 บาท (จำกัด 1,500 คู่เท่านั้น!)จำหน่ายบัตร 29 มี.ค. 2025 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป) ทาง ThaiticketmajorLink ขายบัตร https://bit.ly/YOLOFESTติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ และ EFM ทุกช่องทาง#YOLOFest#YOU_ONLY_LISTEN_ONCE#ATIMESHOWBIZ#EFM94

GOTCHA POP 3 CONCERT
01 มี.ค. 2025
Ticket Now

GOTCHA POP 3 CONCERT

ALL TICKETS ARE SOLD OUT !ATIMESHOWBIZ ขอขอบคุณชาว T-POP ทุกด้อม-ทุกคน ที่ทำให้บัตร #GOTCHAPOP3 SOLD OUT ทุกราคา ทุกที่นั่งเป็นที่เรียบร้อย !!เจอกัน 24 พ.ค. 2025 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์GOTCHA POP Concert ไม่ใช่แค่การรวมศิลปิน T-POP แต่คือ “เวทีโชว์ Performance แห่งปี” ที่คอคอนเสิร์ตทุกคนต้องไม่พลาด ไม่ว่าคุณจะอยู่ด้อมไหน เตรียมใจลุ้นไปกับ Line Up สุดปัง จาก Boy Group - Girl Group ตัวท็อปสุดฟิน อะดรีนาลีนหลั่งไปกับสเตจพิเศษเกินคาดเดา ที่รับประกันความ Wow ! ขึ้นในทุก ๆ ปีเปิดตี้ฟินระเบิด พร้อมเสิร์ฟยกด้อม กับ คอนเสิร์ตรวม Idol ตัวท็อปแห่งปี !!ใน “GOTCHA POP CONCERT ครั้งที่ 3 ” จัดเต็มศิลปิน T-POP Boy Band , Girl Group ตัวท็อปที่ทุกคนอยากดูมากที่สุดในยุคนี้พบกับ1. TRINITY - Trio สารตั้งต้น T-Pop ตัวท็อประดับตำนานที่แฟน ๆ รอคอย! พร้อมเสิร์ฟเอเนอร์จีความ Hot ทะลุสเตจ !!2. PROXIE - Boy Band ตัวท็อปสุดแมส ความสามารถ All Rounder แห่ง T-POP การันตีที่สุดของความปัง!3. PiXXiE - Girl Group จริตทะลวงใจ! 3 ภูติจิ๋วเอวเอส มาพร้อมพลังดาเมจที่จะทำให้เวทีสะเทือน!!4. PERSES - 5 หนุ่ม Boy Group กระดูกเบอร์เดียวกัน เตรียมใส่สุดพลัง จัดเต็มทุก Performance พร้อมตกแฟน ๆ เข้าด้อม!!5. LYKN - Boy Group สุดโฮ่ง-Hot-ฉ่ำ ! ที่มาแรงเกินต้านทาน พร้อมระเบิดคาริสม่าบนเวทีให้ลุกเป็นไฟ !!6. BUS because of you I shine - Boy Group ที่เขย่าวงการ T-Pop ตัวท็อปห้างแตก ครองใจตั้งแต่มัมหมีจนถึงเจนอัลฟ่า!!7. DICE - Rookie น้องใหม่แห่งวงการ T-POP แต่ฝีมือไม่ธรรมดา เตรียมวางกับดักตกคนเข้าด้อม ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ!8. VIIS - Girl group สาย Performance ที่สตรองที่สุด! คอนเสิร์ตครั้งนี้ 5 สาวพร้อมสับแบบฟาดไม่ยั้ง !!9. QRRA - Girl group น้องใหม่แต่มากประสบการณ์ พร้อมรันวงการแบบ Queen ตัวท็อป!! เตรียมรับความจึ้งจาก 5 สาวได้เลย10. GELBOYS - บอยแก๊งน้องใหม่มาแรงแห่งปี จากซีรี่ย์สุดฮ็อต "GELBOYS สถานะกั๊กใจ" พร้อมปล่อยดาเมจสุดป็อปแบบไม่มีกั๊ก ! เตรียมโดน 4 หนุ่ม ตกเข้าด้อมกันได้เลย !!11. DAOU OFFROAD - คู่ศิลปิน IDOL ที่กำลังมาแรงสุด ๆ พกความสนุกมาแบบเต็มพิกัด Dance-ร้อง จัดหนักแบบตัวท็อป เตรียมตัวฮ็อบกันทั้งฮอลล์ !มาซัพพอร์ตวงการ T-POP ของเราให้เติบโตก้าวไกลไปด้วยกัน ใน GOTCHAPOP 3 คอนเสิร์ตที่โคตรฟินแห่งปีที่สแตน T-POP พลาดไม่ได้ ! รวม Line Up ชวนจึ้ง Boyband และ Girl Group ตัวแรร์แห่งยุค มาไว้บนเวทีเดียวกัน จัดเต็มโชว์สุดปัง เก็บครบทั้ง Vocal หูเคลือบทอง , Performance แดนซ์ไฟลุก และ Hidden Show สุดเซอร์ไพรส์ เคมีใหม่ ๆ หาดูได้แค่ที่ GOTCHAPOP 3 เท่านั้น !! ให้ทุกคนได้ดูแบบต่อเนื่องไม่สะดุดกว่า 6 ชั่วโมง !!!พร้อมปักหมุดแลนด์มาร์คความสนุกครั้งใหม่ “ใกล้ขึ้น” กับราคาบัตรที่ “ถูกลงกว่าเดิม” !!เจอกัน 24 พ.ค. นี้ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Exhibition Hall 3-4 , ชั้น G )ราคาบัตร : บัตรยืน 2,500 บาทบัตรนั่ง 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,800 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาทจำหน่ายบัตร 1 มีนาคม ที่ Thaiticketmajor เวลา 10.00 น.LINK ซื้อบัตร : https://bit.ly/GOTCHAPOP3ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง

Chill On

อัปเดตระบบสอบเข้ามหาลัย TCAS 70
06 พ.ค. 2026
TCAS

อัปเดตระบบสอบเข้ามหาลัย TCAS 70

อัปเดตระบบสอบเข้ามหาลัย การศึกษาไทยทำอะไรอยู่!? | ใต้โต๊ะวิทยา [EP.48]: ‘พี่ลาเต้ Dek-D’ทำความเข้าใจระบบสอบเข้ามหาลัยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เปลี่ยนมาแล้วกี่รอบ?การสอบแบบต่างๆ TGAT/TPAT/A-Level ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คืออะไร๊?พูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง กับฮีโร่ของเด็กที่จะเข้ามหาลัย ผู้อยู่ในวงการการศึกษาไทยมายาวนานกว่า 15 ปีน้องๆ ผู้ปกครอง มามุงด่วน!! อีพีนี้ Special มากกก ‘ดีเจเผือก-โบ-อาร์ต’ แก๊งใต้โต๊ะวิทยาบุกถึงถิ่นออฟฟิศ ‘Dek-D.com’ เว็บไซต์ดีๆ เพื่อเด็กไทย ขอคลานเข่าเข้าไปคุยกับ ‘พี่ลาเต้’ รุ่นพี่ในวงการการศึกษา ผู้ที่เปรียบเสมือนครูแนะแนวของเด็กทุกรุ่นที่จะเข้ามหาลัย ไม่มีใครไม่รู้จักพี่ลาเต้! เมาท์กันฉ่ำๆ เกี่ยวกับ ‘ระบบสอบเข้ามหาลัยไทย’ ตั้งแต่ Entrance-Admission-TCAS เปลี่ยนไปยังไง? แล้วทำไมต้องเปลี่ยน? ใครยัง งง สงสัย บอกได้เลยว่า ฟังแล้วเข้าใจเตรียมพร้อมเข้ามหาลัยได้เลยติดตามรายการ ใต้โต๊ะวิทยา ได้ทาง Youtube Channel: Atime Do Dee ทุกวันศุกร์ เดือนละ 2 อีพี

ฟินยกบ้าน! “บีม-ออย” นำทัพสองคู่แฝด “ธีร์-พีร์ อัยวา-อัญญา” บุก “Koala’s March Land” อัพมู้ดสนุก! เก็บความสุข สุดมาร์ชใน 10 โซนแฟนตาซีแสนอบอุ่นของมาร์ชคุง
28 เม.ย. 2026
PR News

ฟินยกบ้าน! “บีม-ออย” นำทัพสองคู่แฝด “ธีร์-พีร์ อัยวา-อัญญา” บุก “Koala’s March Land” อัพมู้ดสนุก! เก็บความสุข สุดมาร์ชใน 10 โซนแฟนตาซีแสนอบอุ่นของมาร์ชคุง

โคอะลา มาร์ช ตอกย้ำภาพแบรนด์ขนมในใจทุกเจเนอเรชันชวนทุกครอบครัวมาเติมช่วงเวลาดี ๆและเก็บความทรงจำร่วมกันให้เต็มหัวใจ25 เมษายน – 4 พฤษภาคมนี้ ในงาน “Koala’s March Land”แฟมิลีอีเวนต์ที่ ไทยลอตเต้ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนมปังบิสกิต "โคอะลา มาร์ช" เนรมิตพื้นที่กว่า 900 ตารางเมตร ณ M Grand Hall ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ให้กลายเป็น “UPMOOD LAND” หมู่บ้านแฟนตาซีแสนอบอุ่นของมาร์ชคุง ภายใต้คอนเซปต์ “อัพมู้ดสนุก! เก็บความสุข สุดมาร์ช” พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ 10 โซน ที่ครบทั้งความสนุก ความอร่อย และพื้นที่สำหรับเด็กๆ โดยมีครอบครัว “บีม-ออย” พร้อมลูกแฝดทั้งสองคู่ “ธีร์-พีร์” และ “อัยวา-อัญญา” มาร่วมสร้างสีสัน และแชร์โมเมนต์อบอุ่น ไปกับโลกของโคอะลา มาร์ชอย่างใกล้ชิดในวันเปิดงานไฮไลต์ของงานครั้งนี้ นอกจากความน่ารักของธีมอีเวนต์ “Koala’s March Land” ที่สะดุดตาและชวนให้หลายคนอยากแวะมาเช็กอินแล้ว ยังอยู่ที่การเปลี่ยนลานกิจกรรมให้กลายเป็น “UPMOOD LAND” เมืองเล่นของมาร์ชคุงที่เต็มไปด้วยสีสัน ความสดใส และคาแรกเตอร์แสนคุ้นเคยในทุกมุม โดยมี “มาร์ชคุง” “วอลซ์จัง” และเหล่าผองเพื่อนมาร่วมเติมรอยยิ้มตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์โคอะลา มาร์ชหลากหลายรูปแบบ พร้อมให้แฟน ๆ ได้ใกล้ชิดกับโลกของโคอะลา มาร์ชมากยิ่งขึ้นในส่วนของกิจกรรมต่าง ๆ “Koala’s March Land” อัดแน่นด้วยความสนุกครบรส ทั้งการเล่น การชิม การถ่ายรูป และการสร้างสรรค์ของที่ระลึกชิ้นเดียวในโลก จนบรรยากาศตลอดทั้งงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มของทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ หรือสายถ่ายรูปที่กำลังมองหามุมคิวต์ ๆ สำหรับเก็บภาพความทรงจำกลับไป ความน่ารักของงานยังต่อเนื่องไปถึงกิมมิกเล็ก ๆ ที่ออกแบบมาให้ผู้ร่วมงานสามารถเก็บโมเมนต์ดี ๆ กลับบ้านได้จริง ผ่านของที่ระลึกจากกิจกรรมในแต่ละโซน ทั้งในรูปของภาพถ่าย คลิปวิดีโอ สินค้าพรีเมียม และของสะสม DIY ลิขสิทธิ์แท้สุดน่ารัก จึงทำให้ “Koala’s March Land” ไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์ที่มอบประสบการณ์ความสุขที่จับต้องได้ภายในงาน แต่ยังกลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาพิเศษที่อยู่ในใจของผู้ร่วมงานไปอีกนานแสนนานซาดาฟูมิ มัตซึชิตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยลอตเต้ จำกัด กล่าวว่า “เราอยากให้ Koala’s March Land เป็นมากกว่างานอีเวนต์ แต่เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ช่วยให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความหมาย ภายใต้แนวคิด เก็บความสุข สุดมาร์ช’ เราตั้งใจถ่ายทอดโลกของโคอะลา มาร์ช ให้กลายเป็นประสบการณ์จริงที่ทั้งเล่นได้ ชิมได้ สร้างสรรค์ได้ และเก็บกลับบ้านเป็นความทรงจำได้ เพราะสำหรับเรา เสน่ห์ของโคอะลา มาร์ชไม่ได้อยู่แค่ในรสชาติ แต่อยู่ในโมเมนต์แห่งเสียงหัวเราะ การเล่นสนุกที่คนในครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกันอีกด้วยด้าน ดวงตา พงษ์วิไลย์ ผู้อำนวยการใหญ่การตลาด เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ กล่าวว่า “เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ วางหมุดหมายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัว และ Koala’s March Land เป็นอีเวนต์ที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจน เพราะรวมทั้งมุมเช็กอิน กิจกรรมสำหรับเด็ก เวิร์กช็อป และประสบการณ์ความบันเทิงไว้ในพื้นที่เดียว เราเชื่อว่างานนี้จะเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ สำหรับมาเติมรอยยิ้ม และสร้างช่วงเวลาพิเศษให้กับทุกครอบครัวในช่วงซัมเมอร์นี้”อัพมู้ดทุกสัมผัส สนุกทุกโมเมนต์ใน UPMOOD LANDภายในงาน Koala’s March Land อัดแน่นด้วยกิจกรรมไฮไลต์ 10 โซน ภายใต้แนวคิด 5 Senses Experience ครบทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ชวนทุกครอบครัวค่อย ๆ สำรวจโลกของมาร์ชคุงไปทีละมุม พร้อมดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่ทั้งสนุก อบอุ่น และกลายเป็นความทรงจำดี ๆ ที่เก็บกลับบ้านได้Welcome Gateway ประตูมิติเชื่อมโลกภายนอกสู่หมู่บ้านแฟนตาซี ‘อัพมู้ดแลนด์’ ที่ชวนทุกคนเปิดประสบการณ์แห่งความสุขตั้งแต่ก้าวแรก จุดเริ่มต้นของการเดินทางเข้าสู่โลกของโคอะลา มาร์ช อย่างเต็มรูปแบบLandmark Tower ไฮไลต์เด่นของงานกับหอคอยมาร์ชคุงขนาดใหญ่สูง 7 เมตร ในรูปแบบโมเดลไฟเบอร์กลาส ที่เปิดให้เก็บภาพความน่ารักได้แบบ 360 องศา แลนด์มาร์กสำคัญที่ทุกคนต้องแวะเช็กอินMarch-Kun Cozy Collection House มุมถ่ายรูปห้องนั่งเล่นจำลองที่ตกแต่งอย่างอบอุ่นสไตล์โคซี่ ด้วยของพรีเมียมโคอะลา มาร์ชลิขสิทธิ์แท้น่ารักๆ ที่ลูกค้าสามารถนำรหัสในกล่องโคอะลา มาร์ช มาสะสมพอยต์และแลกของรางวัลได้ทาง LINE: @Koalas-March ชวนให้ทุกคนได้สัมผัสของพรีเมียมจริง ก่อนกดแลกในช่องทางดิจิทัลMarch-Kun’s Happy Store จุดแวะช้อปสินค้ากลับบ้าน พร้อมรับคูปองความสุข ก่อนตะลุยดินแดนโคอะลา มาร์ช และร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ภายในงานอย่างเต็มที่Interactive Dance ชวนเด็กๆ มาเต้นรำไปกับมาร์ชคุง 3D บนจอ LED ยักษ์ ด้วยระบบ Motion Sensor พร้อมสนุกกับเพลงใหม่โคอะลา มาร์ช โดยผู้ร่วมงานสามารถสแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลดคลิปวิดีโอ 15 วินาที กลับไปแชร์ต่อได้ทันทีCafé on Wheels ตามกลิ่นหอมๆ มาที่ Food Truck สไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเสิร์ฟเมนู ซิกเนเจอร์ ให้ พ่อแม่และลูกช่วยกัน DIY สร้างสรรค์เมนูไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟคู่กับขนมโคอะลา มาร์ชและท็อปปิ้ง สร้างโมเมนต์สนุกผ่านการลงมือทำร่วมกันGame Zone มินิเกม 2 ฐาน ทั้งขดลวดฝึกสมาธิ และหย่อนเหรียญวัดคนดวงดี ที่เปิดให้เล่นฟรี พร้อมรับขนมโคอะลา มาร์ช กลับบ้านไปชิมMega Fun-Land (Coupon Zone) อาณาจักรความสนุกขนาดใหญ่สำหรับเด็กสูง 100-140 ซม. อัดแน่นด้วยเครื่องเล่นเสริมพัฒนาการ เช่น ลานกระโดดพื้นเปลี่ยนสี (Jump Floor Game) ที่ท้าทายไหวพริบ บ่อบอลยักษ์ สไลเดอร์ และโดมลมDIY Comfort Blanket (Coupon Zone) ของพรีเมียมสุดพิเศษที่เปิดโอกาสให้ครอบครัวส่งรูปถ่ายหน้าตัวเองมารีดร้อน (Heat Transfer) ลงบนผ้าห่มลายครอบครัวโคอะลา มาร์ช จนกลายเป็นของที่ระลึกผืนเดียวในโลกKoala’s March Art Studio มุมพักผ่อนเชิงสร้างสรรค์สำหรับระบายสีภาพมาร์ชคุง พร้อมบริการ ติดสติกเกอร์แทททูลายมาร์ชคุงและวอลซ์จังในท่าทางต่างๆร่วม “อัพมู้ดสนุก! เก็บความสุข สุดมาร์ช” ไปกับโลกแฟนตาซีของ “Koala’s March Land” ได้แล้ว 25 เมษายน – 4 พฤษภาคม นี้ ณ M Grand Hall ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Lotte Koala's March

เพราะสายรุ้ง... ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งหลังฝนตก l CLUB PRIDE DAY inside EP.16 เป็นต่อ POLARIX
28 เม.ย. 2026
Recap

เพราะสายรุ้ง... ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งหลังฝนตก l CLUB PRIDE DAY inside EP.16 เป็นต่อ POLARIX

“เป็นต่อ” หนึ่งในศิลปินรุ่นใหม่ที่เติบโตจากเวทีเซอร์ไววัล ก้าวสู่การเป็นสมาชิกวง Laz1 ก่อนต่อยอดสู่เส้นทางการเป็นศิลปินโกอินเตอร์ในฐานะสมาชิกวง POLARIX เรื่องราวของเป็นต่อไม่ใช่เพียงเส้นทางในวงการบันเทิง แต่คือการเดินทางของคนคนหนึ่งที่ค่อย ๆ เรียนรู้ เติบโต และค้นหาตัวตน ผ่านทั้งความสำเร็จ ความกดดัน และการเปลี่ยนแปลงของชีวิตจุดเริ่มต้นของ “เป็นต่อ”: ครอบครัวที่สนับสนุน และการเติบโตแบบไม่ถูกกดดัน "เป็นต่อ" ชื่อนี้มาจากกระแสความฮิตชื่อสองพยางค์ต่อสมัยมัธยม เดิมทีชื่อว่า "ต่อ" และสุดท้ายก็มาจบที่ชื่อ "เป็นต่อ" ที่ให้ความหมายในเชิงบวก เป็นต่อเติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น และเปิดโอกาสให้ลูกได้เลือกเส้นทางของตัวเองอย่างอิสระ โดยไม่มีการกดดันเรื่องอนาคตความฝันในวัยเด็ก: จาก “อยากเป็นครู” สู่ “ความฝันศิลปินที่เก็บไว้เงียบ ๆ” ในช่วงวัยเด็ก เป็นต่อมีความฝันอยากเป็น “ครู” เพราะใกล้ชิดกับอาชีพนี้ด้วยการที่มีคนในครอบครัวเป็นครู เลยทำให้เป็นต่อกลายเป็นคนที่ “กดดันตัวเอง” โดยไม่รู้ตัว พยายามทำทุกอย่างให้ดี ทั้งการเรียนและกิจกรรม เพื่อเป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ในขณะเดียวกัน เป็นต่อก็มีความฝันอยากเป็น "นักร้อง" จากการดูรายการประกวดร้องเพลง แต่ด้วยความเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่มีโอกาสหรือคอนเนกชันในวงการ รวมถึงความขี้อาย ทำให้ความฝันนี้ถูกเก็บไว้จุดเปลี่ยนสำคัญ: จากความเสียดายในอดีต สู่การกล้าก้าวออกจากกรอบ ช่วงหนึ่งของชีวิต เป็นต่อมีโอกาสไปเรียนที่แลกเปลี่ยนช่วงสั้นๆที่ประเทศจีน แต่ด้วยความไม่มั่นใจ ทำให้เป็นต่อไม่กล้าพูดหรือแสดงออก และพอกลับมาไทยแล้วมองย้อนกลับไป ณ ตอนนั้น มันเกิดเป็นความรู้สึกเสียดายที่ตอนนั้นเรามีโอกาส แต่ทำไมเราไม่กล้าที่จะทำมัน จุดนั้นมันกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ ที่ทำให้เป็นต่อเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง และตัดสินใจเปลี่ยนแปลง จากคนที่ไม่กล้าลอง กลายเป็นคนที่เริ่ม “เปิดโอกาสให้ตัวเอง” มากขึ้นจุดเริ่มต้นในวงการ: จาก LAZ iCON สู่การเป็นสมาชิกวง LAZ1 ในช่วงโควิด เป็นต่อได้เห็นการเปิดออดิชันของ Insight Entertainment สำหรับรายการเซอร์ไววัล LAZ iCON แม้ในตอนแรกจะมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมหนึ่ง แต่การตัดสินใจเข้าร่วม กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางในวงการบันเทิง จากเวที LAZ iCON เป็นต่อได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง และก้าวสู่การเป็นสมาชิกวง LAZ1 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตการเป็นสมาชิก LAZ1: ความสำเร็จที่มาเร็ว และการเติบโตแบบไม่ทันตั้งตัว การได้เป็นส่วนหนึ่งของ LAZ1 ทำให้ชีวิตของ “เป็นต่อ” เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ก้าวสู่การเป็นศิลปินที่มีแฟนคลับ และได้รับโอกาสมากมายในวงการบันเทิง แต่ในช่วงเวลานั้น เป็นต่อยังไม่ทันได้ตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ “ความสำเร็จ” อย่างแท้จริง จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไป หลังจากหมดสัญญากับ LAZ1 เป็นต่อได้เริ่มต้นเส้นทางใหม่ในฐานะศิลปินเดี่ยว พร้อมโอกาสในงานแสดงและงานบันเทิงที่ยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน เป็นต่อก็เริ่มหันกลับมาทบทวนตัวเองมากขึ้น ช่วงเวลานี้จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญ ที่ทำให้เป็นต่อเข้าใจคุณค่าของโอกาส และตระหนักว่าชื่อเสียงไม่ใช่สิ่งถาวร เป็นต่อเรียนรู้ว่า การทำงานไม่จำเป็นต้องทำเพื่อให้ทุกคนชื่นชอบเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุข และเข้าใจตัวตนของตัวเองอย่างแท้จริงการรับมือกับคอมเมนต์: บทเรียนสำคัญของศิลปินยุคใหม่ ในเส้นทางของศิลปิน เป็นต่อต้องเผชิญกับความคิดเห็นที่หลากหลาย แทนที่จะพยายามทำให้ทุกคนพอใจ เป็นต่อเลือกที่จะกลับมาถามตัวเองว่าสิ่งที่ทำถูกต้องหรือไม่ และไม่สร้างผลกระทบต่อใคร ซึ่งแนวคิดนี้ช่วยให้เป็นต่อสามารถรับมือกับแรงกดดัน และเติบโตทางความคิดได้อย่างมั่นคงเวที Star Light Boy ที่เกาหลี: การท้าทายครั้งใหม่ของเป็นต่อ อีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญคือการเข้าร่วมแข่งขันในรายการ Star Light Boy ที่ประเทศเกาหลี ครั้งนี้แตกต่างจากเวที LAZ iCON เพราะเป็นต่อมีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น และมีความทะเยอทะยานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังที่สูงขึ้นก็ทำให้เกิดแรงกดดัน จนบางช่วงเป็นต่อรู้สึกสูญเสียความเป็นตัวเอ แต่สุดท้าย ประสบการณ์ครั้งนี้กลับทำให้เป็นต่อได้เรียนรู้ ปรับตัว และเข้าใจตัวเองมากขึ้นความฝันในวันนี้: เส้นทางที่ยังเดินต่อ แม้จะมีประสบการณ์ในวงการแล้ว แต่เป็นต่อยังมีเป้าหมายอีกมาก ทั้งการทำเพลง การแสดงภาพยนตร์ และการเรียนต่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่เกาหลี การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง คือสิ่งที่ทำให้เป็นต่อยังคงก้าวไปข้างหน้าประสบการณ์อกหัก และมุมมองความรักที่เปลี่ยนไป เป็นต่อเคยเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรักเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อความสัมพันธ์จบลงอย่างกะทันหัน ทำให้เกิดความรู้สึกเสียหลักและสับสนอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป เป็นต่อได้เรียนรู้ว่า ทุกความสัมพันธ์ล้วนมีคุณค่า ไม่ว่าจะจบลงอย่างไร ปัจจุบันเป็นต่อมองว่าความรักไม่ใช่ศูนย์กลางของชีวิตอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ต้องสมดุลกับหน้าที่และความรับผิดชอบความรักของเป็นต่อ: “สายรุ้ง” ที่ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา ในมุมมองของเป็นต่อ ความรักเปรียบเหมือน “สายรุ้ง” มันสวยงาม แต่ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอ และไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะได้พบ แม้บางครั้งจะต้องเผชิญกับความผิดหวัง แต่เมื่อได้สัมผัส ความรักก็ยังคงเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าข้อคิดจากเป็นต่อ: สำหรับคนที่ยังค้นหาตัวเอง สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร เป็นต่อมองว่าไม่ใช่เรื่องผิด เพราะความฝันสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ สิ่งสำคัญคือการลงมือทำ และเรียนรู้ตัวเองไปเรื่อย ๆ“ถ้าเราไม่กล้าลองทำอะไรเลยเพราะกลัวผิดหวัง วันหนึ่งเราจะเสียดายมัน” จากเด็กขี้อาย สู่ศิลปินจากเวที LAZ iCON สมาชิกวง LAZ1 และการเติบโตสู่ POLARIX เส้นทางของเป็นต่อเต็มไปด้วยบทเรียน ทั้งความสำเร็จ ความกดดัน และการค้นหาตัวเองและไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรเป็นต่อยังคงเดินหน้าต่อไป ในแบบของ “เป็นต่อ”ดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

About Atime

คอนเทนต์คุณภาพ "ใต้โต๊ะวิทยา" คว้ารางวัล "คนดีประเทศไทย"
26 มี.ค. 2026
Corporate News

คอนเทนต์คุณภาพ "ใต้โต๊ะวิทยา" คว้ารางวัล "คนดีประเทศไทย"

คอนเทนต์คุณภาพ "ใต้โต๊ะวิทยา" คว้ารางวัล "คนดีประเทศไทย"เดินสายรับรางวัลต่อเนื่องสำหรับรายการออนไลน์จาก ATIME ล่าสุดรายการ “ใต้โต๊ะวิทยา” ได้รับรางวัล “คนดีประเทศไทย ประจำปี 2569” สาขาสื่อมวลชน: สื่อสารสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย ที่จัดโดย มูลนิธิคนดี (ประเทศไทย) สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) รางวัลนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 เพื่อยกย่องเชิดชูบุคคลต้นแบบสื่อมวลชนที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมด้านต่างๆ โดยรายการใต้โต๊ะวิทยาเป็นรายการที่พาผู้ชมไปสำรวจและทำความรู้จักกับคณะ สาขาวิชา ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศตามสไตล์ของ ดีเจโบ-ธนากร ชินกูล,ดีเจอาร์ต-มารุต ชื่นชมบูรณ์ และ ดีเจเผือก-พงศธร จงวิลาศที่ดำเนินรายการอย่างสนุกสนาน พาไปรู้ทุกแง่มุมในแต่ละเส้นทางของนักศึกษาเกือบทุกสาขาอาชีพ จนเป็นที่นิยมและมียอดชมสูงเป็นหลักแสนวิวในทุกๆ EP. รางวัลนี้ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลสำคัญที่ตอกย้ำคุณภาพของรายการ “ใต้โต๊ะวิทยา”ที่เป็นคอนเทนต์เพื่อการศึกษาอย่างแท้จริงติดตามรายการ ใต้โต๊ะวิทยา ทุกวันศุกร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 19.00 น. ทาง YouTube ช่อง Atime Do Dee

ATIME การันตีคุณภาพ ผ่านเข้าชิง 7 รายชื่อ รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17
20 มี.ค. 2026
Corporate News

ATIME การันตีคุณภาพ ผ่านเข้าชิง 7 รายชื่อ รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17

ไม่พลิกโผ ATIME การันตีคุณภาพผ่านเข้าชิง 7 รายชื่อ รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568ประเภทสาขาวิทยุเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่การันตีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ATIME ผู้ผลิตคอนเทนท์และรายการวิทยุเบอร์ต้นของวงการ ปีนี้ไม่พลาดเข้ารอบสุดท้ายชิงรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี“นาฏราช” ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 งานสำคัญของคนในแวดวงวิทยุและโทรทัศน์ จัดโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์โดยครั้งนี้ ATIME เข้าชิงรางวัลอันทรงเกียริติถึง 7 รายชื่อ ได้แก่ รางวัลรายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม- รายการ GREEN MORNING SHOW จาก GREEN WAVEรางวัลรายการเพลงและบันเทิงยอดเยี่ยม- รายการ CLUB FRIDAY จาก GREEN WAVE- รายการ ใต้โต๊ะทำงาน TURN PRO จาก EFM 94รางวัลผู้จัดรายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม- ดีเจพี่อั๋น ภูวนาท คุนผลิน จาก GREEN MORNING SHOW จาก GREEN WAVE- ดีเจดาด้า วรินดา ดำรงผล จาก แฉข่าวเช้า EFM94รางวัลผู้จัดรายการเพลงและบันเทิงยอดเยี่ยม- ดีเจโบ ธนากร ชินกูล จาก GREEN WAVE- ดีเจเผือก พงศธร จงวิลาศ จาก EFM 94นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จและกำลังใจของคนทำงาน