อังคารคลุมโปง Podcast จากเรื่องหลอนหน้าไมค์ สู่ความขนลุกซู่ x2 จนคุณต้องนอนคลุมโปงฟัง!! ทุกคืนวันเสาร์
รู้เท่าทันสื่อ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง
Good jobs ไขสเปค ‘คนที่ใช่’ ของ ‘งานในฝัน’ ป๋าเต็ด พาไปบริษัทดัง ล้วงลึกวิธีคัดเลือกพนักงาน ให้รู้ข้อมูลแบบ Exclusive ก่อนที่คุณจะมาสมัครงานจริง ขอให้ได้งานนะครับ! ศุกร์เว้นศุกร์
PODCAST ที่จะ เปิดห้องเรียน “เพศศึกษา” ยกคำถาม “เรื่องเพศ” เอามา Said กับ “คุณหมอ” คุยได้ทุกเรื่อง ตอบทุกปัญหา เพราะ “เพศศึกษา” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย พูดคุยกับ หมอเต้ นายแพทย์ ณัฐเขต และ หมอโอ๊ต นายแพทย์ วงศกร จาก PULSE CLINIC

ผีมันมีจริงนะ มันจะเอาชีวิตผม!! #อังคารคลุมโปงXTheGhostRadio #Theghostradio #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94 #EFM94
มีนิสัยต้องเขย่าคนที่นอนใกล้ ๆ ตลอดเพราะเคยสูญเสียคุณตาไประหว่างนอนหลับ ทำให้เป็นปมในใจจะทำยังไงให้ตัวเองเลิกนิสัยนี้ดีคะ? ‘คุณน้ำอุ่น’ (นามสมมติ) สายที่ 3 ในรายการในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษาจาก ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่องที่มีนิสัยต้องเขย่าตัวคนที่นอนด้วยใกล้ ๆ ตลอด เนื่องจากมีปมในวัยเด็ก ‘คุณน้ำอุ่น’ อายุ 26 ปี เล่าว่า ทุกครั้งเวลาตื่นนอน ต้องเขย่าตัวคนที่นอนข้าง ๆ ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า สาเหตุจากนิสัยนี้มาจากเคยสูญเสียคุณตาไปตอนเด็ก เหตุการณ์คือตอนนั้นเธอนอนหลับแต่อยู่คนละมุ้งกับคุณตา ซึ่งคุณตาเสียไปตอนกลางคืน กว่าจะรู้ว่าคุณตาเสียก็เป็นตอนเช้า ทำให้หลังจากนั้นเวลาที่นอนกับใครก็มักจะเขย่าตัวเพื่อเช็กว่าคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ คุณยาย เพื่อน หรือแม้แต่แฟนก็ตาม เคยอยากลองวิธีการอื่นในการเขย่า เช่น การจับตัว หรือการจับชีพจร แต่รู้สึกว่าการเขย่าตัวตรง ๆ มันรู้สึกดีกว่าเพราะได้รู้แน่ชัดว่ายังมีชีวิตอยู่ และไม่มีใครเลยที่มีปัญหากับการที่โดนคุณน้ำอุ่นเขย่าตัว เมื่อต้นปีที่ผ่านมาคุณน้ำอุ่นได้ไปเยี่ยมคุณแม่ที่ต่างประเทศกับน้องชายด้วยกันเพียงสองคน ตอนนั้นคุณน้ำอุ่นเองก็ได้ตื่นก่อนจึงเขย่าตัวน้องชายให้ตื่น เพราะจับตัวน้องชายแล้วพบว่าตัวเย็น เขย่าตัวอยู่นานมากแต่น้องชายก็ไม่ตื่น ในตอนนั้นคุณน้ำอุ่นเองก็รู้สึกใจไม่ดีมาก แต่สุดท้ายน้องชายก็ตื่น ทำให้คุณน้ำอุ่นยังมีนิสัยเขย่าตัวคนที่นอนด้วยกันอยู่เรื่อย ๆ ในตอนนี้เองคุณน้ำอุ่นก็อยู่ด้วยกันกับแฟน คุณน้ำอุ่นก็เขย่าตัวแฟนทุกเช้าที่ตื่นก่อนแฟน ซึ่งคุณน้ำอุ่นเองก็ไม่เคยบอกเรื่องอาการนี้ที่เป็นอยู่กับใคร ไม่มีใครสักคนถามว่าจะเขย่าตัวไปทำไม เพียงแค่ลืมตามามองคุณน้ำอุ่น และคุณน้ำอุ่นก็จะสบายใจถ้าเห็นว่าลืมตาแล้วก็จะปล่อยให้นอนต่อ นั่นจึงทำให้คุณน้ำอุ่นอยากได้วิธีที่ทำให้หายจากนิสัยที่ต้องเขย่าตัวคนข้าง ๆ ที่นอนด้วยกัน เรื่องของคุณน้ำอุ่นดูจะเป็นปัญหาทางจิตใจที่ต้องได้รับคำแนะนำจากคุณหมอโดยตรง ‘หมอท้อป’ จึงให้คำปรึกษาว่า “การที่กลัวการสูญเสียไม่ใช่เรื่องแปลก สิ่งที่คุณน้ำอุ่นเป็นอยู่คือบาดแผลทางใจ ยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัยเด็กก็เข้าใจได้เลยว่าทำไมถึงเกิด Trauma หลาย ๆ คนที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ฝังใจในรูปแบบที่ต่างกันไป ซึ่งปัญหานี้ควรเข้ากระบวนการรักษาไปเลยดีกว่า รักษาต่อเนื่องก็จะช่วยได้มากกว่า ซึ่งนี่ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งเคสตัวอย่างได้ว่าไม่ต้องป่วยก็ไปหาหมอได้ เพราะการไม่ได้ป่วยอาจรุนแรงและรบกวนการใช้ชีวิตมากกว่าอาการป่วยบางอันอีก” และปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ ช่วยกันเสริมด้วยว่า “ถ้าการโดนปลุกมันไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนรอบข้าง เราก็หาวิธีการปลุกที่เนียน ๆ กว่านี้ เช่น การจุ๊บหน้าผากให้เขารู้สึกตัวแทน”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin
พ่อแฟนพาเข้าม่านรูดหวังล่วงเกินโชคดีที่ตอนนั้นหนีออกมาได้แล้วหลังจากนั้นพ่อแฟนก็ไม่ได้พูดอะไรกับเราตอนนี้ผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่แผลในใจยังไม่เคยหาย ‘คุณน้ำหอม’ (นามสมมติ)เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 พฤษภาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และ หมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)’ เกี่ยวกับเรื่องที่ พ่อของแฟนเกือบจะล่วงเกิน โชคดีที่หนีออกมาได้ เรื่องผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่ยังเจ็บปวดในใจ ‘คุณน้ำหอม’ (นามสมมติ) อายุ อายุ 46 ปี ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่ติดค้างอยู่ในใจของเธอมานานกว่า 20 ปี เรื่องราวที่แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ความรู้สึกเจ็บปวดและหวาดระแวงก็ไม่เคยเลือนหายไปจากชีวิตของเธอเลย เธอเล่าว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงที่เพิ่งคบหากับแฟนและย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฝ่ายชายได้ประมาณหนึ่งปี วันหนึ่งคุณพ่อของแฟนมาเคาะประตูห้อง ก่อนจะบอกกับเธอว่าแฟนให้มารับไปหาที่ทำงาน ด้วยความที่ไว้ใจ เธอจึงนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ออกไปกับเขา แต่ระหว่างทาง พ่อของแฟนกลับพาเธอเลี้ยวเข้าไปในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ทั้งที่เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเล่าว่าแม้อีกฝ่ายจะยังไม่ได้ลงมือทำอะไร แต่พยายามฉุดกระชากและบังคับเธอให้อยู่ตรงนั้น ตอนนั้นเธอร้องเสียงดังมาก สุดท้ายเธอสามารถวิ่งหนีออกมาได้ และกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมากที่สุดคือหลังจากกลับมาถึงบ้าน พ่อของแฟนกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับเหตุการณ์ทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คุณน้ำหอมยอมรับว่าในช่วงเวลานั้นเธอยังอายุน้อยมาก และด้วยบริบทเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ทำให้เธอไม่กล้าพูดความจริงเรื่องนี้กับแฟนตรง ๆ เธอจึงเลือกเก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียว เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนก็จริงจังมากขึ้น ก่อนหน้านี้พ่อและแม่ของแฟนแยกทางกัน เดิมทีทุกคนอาศัยอยู่รวมกันในบ้านใหญ่กับญาติหลายคน เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มจริงจัง เธอกับแฟนจึงเริ่มวางแผนสร้างครอบครัวของตัวเอง และซื้อบ้านออกมาอยู่กันสองคน จนกลายมาเป็นบ้านหลังที่อยู่ในปัจจุบัน แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิด คือแฟนของเธอต้องการให้พ่อมาอยู่ด้วยในบ้านหลังปัจจุบัน แม้ในใจจะไม่อยากเผชิญหน้า แต่สุดท้ายเธอก็จำใจยอม เพราะไม่อยากให้แฟนลำบากใจ อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า เหตุการณ์ในวันนั้นไม่เคยหายไปจากความทรงจำเลยแม้แต่วันเดียว คุณน้ำหอมกล่าวว่า “เขาทำกับเราแบบนั้น แต่เหมือนในความรู้สึกของเขา เขาลืมมันไปหมดแล้ว” เธอเล่าว่าตลอดเวลาที่อยู่บ้านเดียวกัน เธอมักระแวงอยู่เสมอ เวลานอนก็ต้องล็อกประตูสองชั้นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม ปัจจุบัน พ่อของแฟนอายุมากขึ้นและเริ่มเจ็บป่วย ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่แฟนของเธอเองก็ประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นผู้พิการ แม้จะยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้บางส่วน แต่ก็ทำให้หลายอย่างในชีวิตยากขึ้นกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้ แฟนของเธอจึงมักฝากให้เธอช่วยพาพ่อไปหาหมอ หรือช่วยดูแลแทนอยู่เสมอ เธอยอมรับตรง ๆ ว่า ทุกวันนี้ที่ยังดูแลพ่อของแฟนอยู่ ก็เพราะความรักที่มีต่อแฟนล้วน ๆ เพราะเธอรู้ดีว่า ตอนนี้ครอบครัวของเขาเหลือกันอยู่เพียงสองคนพ่อลูกเท่านั้น สิ่งที่เธออยากรู้ คือเธอควรทำอย่างไรกับความรู้สึกของตัวเอง ควรทำใจอย่างไรเพื่อดูแลพ่อของแฟนต่อไป และสุดท้ายแล้วเธอควรบอกความจริงเรื่องนี้กับแฟนดีหรือไม่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำแนะนำว่า “ไม่บอกค่ะ เพราะว่าเรารักแฟนเรา แล้วรู้ว่าถ้าหากเราบอกเรื่องนี้ไป แฟนของเราจะเสียใจแล้วก็มองหน้าพ่อไม่ติด ไหน ๆ เราเก็บมา 26 ปีแล้ว ก็ทำเพื่อแฟน ถ้าไหวนะคะ แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหว ก็บอกให้แฟนรู้ว่า เธอ เรามีความจริงเรื่องหนึ่ง แต่มันนานมาแล้ว แต่ ณ วันนี้ฉันไม่ได้อะไรนะ แค่อยากบอกให้เธอรู้ไว้ ส่วนเรื่องที่จะทำใจยังไงที่ต้องดูแลพ่อของแฟนต่อ เห็นแล้วโกรธ เห็นแล้วเกลียด ก็ลองจ้างคนอื่นมาดูแลแทน” ด้าน ‘ดีเจเติ้ล’ ให้ความเห็นว่า “อยากให้บอกความจริง แต่เรื่องนี้ก็อยู่ที่คุณน้ำหอมจะตัดสินใจ แต่คุณน้ำหอมต้องประเมินแฟนให้ออกว่า ถ้าพูดความจริงออกไปแล้ว ไม่ใช่ว่าหัวใจวาย เพราะมันก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ที่เขาควรต้องรู้ ส่วนคำถามว่าจะทำใจยังไงที่ต้องดูแลพ่ออยู่ อยากจะเชียร์ให้คนอื่นมาดูแล อย่าไปฝืนตัวเอง แต่ถ้าสุดท้ายแล้วมันไม่มีจริง ๆ ส่วนตัวคงอยากจะพูดกับพ่อตรง ๆ ว่า ไม่ได้ลืมนะในสิ่งที่เขาทำ นี่กำลังดูแลเพื่อแฟนของหนูนะ ทำให้เขารับรู้ว่าสิ่งที่เขาเคยทำมันผิด และควรรู้สึกผิด” ขณะที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้มุมมองว่า “จะทำยังไงให้ดูแลเขาได้ ไม่ต้องไปพยายามมาก ดูแลคนป่วยมันต้องอาศัยความพร้อมทางจิตใจของคนดูแลเหมือนกันนะ ถ้าจิตใจเราไม่พร้อม ก็ทำเท่าที่คนหนึ่งจะเมตตาต่อสิ่งมีชีวิตอีกคนหนึ่งได้ เพราะเราก็อดทนมาตั้ง 20 กว่าปีแล้ว ส่วนตัวเชียร์ว่าไม่ต้องฝืน รู้สึกยังไงก็ปฏิบัติตามนั้น ส่วนเรื่องจะบอกหรือไม่บอก ก็เหมือนกัน เก็บมาได้ตั้ง 20 กว่าปีแล้ว ถ้ายังไม่มีจังหวะที่เหมาะกว่านี้ ก็อาจเก็บไว้ก่อน ไม่แน่วันหนึ่ง ถ้าพ่อเขาไม่อยู่แล้ว อาจมีโอกาสได้คุยกัน แต่ถ้าวันนี้สถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ ส่วนตัวรู้สึกว่าที่ประคองกันมาได้ก็เก่งมากแล้ว แต่ถ้ามันไม่ไหวจริง ๆ ก็หาคนมาช่วยแบก นั่นก็คือสามี มันจะทำให้เราเบาลง” ปิดท้ายด้วย ‘หมอท็อป’ ที่ได้ให้คำแนะนำในด้านของสุขภาพจิตไว้อย่างลึกซึ้งว่า “คำถามที่สำคัญที่สุด คือเราจะดูแลจิตใจตัวเองอย่างไรก่อน เพราะคนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ มันเป็นบาดแผล ถึงแม้จะผ่านมา 26 ปีแล้ว หรือแม้จะผ่านไป 40 – 50 ปี มันก็ยังสามารถทำให้รู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานได้ ยิ่งเป็นคนในครอบครัว บาดแผลมันยิ่งลึก เพราะเราต้องเจอกันอยู่ทุกวัน ดังนั้นความรู้สึกแย่มันเป็นเรื่องปกติมาก และสิ่งสำคัญคืออย่าโทษตัวเอง บางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองผิด แต่จริง ๆ แล้วเราคือเหยื่อ เราไม่ได้ทำอะไรผิด ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว และต้องขอบคุณตัวเองที่ประคองชีวิตมาถึงตรงนี้ได้ ความรู้สึกแย่ก็คือแย่ ไม่จำเป็นต้องฝืนว่าโอเค เพราะยิ่งกดไว้ มันจะยิ่งทรมาน ถ้าชาตินี้ยังให้อภัยไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะบางครั้งการถูกบังคับให้ให้อภัย มันอาจทำให้เราเจ็บกว่าเดิม ส่วนคำถามว่าจะบอกแฟนดีไหม ก็บอกเมื่อรู้สึกว่าจำเป็นต้องบอก บอกตอนที่เราอยากบอกจริง ๆ ไม่ใช่ตอนที่ถูกคนอื่นกดดันให้บอก” รายการ พุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้คุณน้ำหอม และไม่ว่าคุณน้ำหอมจะสามารถก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดนี้ได้หรือไม่ แต่หวังว่าคุณน้ำหอมจะเข้มแข็งอย่างที่เคยเป็นมาและเข้มแข็งมากขึ้นในอนาคต พวกเราจะส่งกำลังใจให้คุณน้ำหอมเสมอนะคะเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สองควีนเรื่องรัก คลับที่พักของหัวใจ ทุกคืนวันศุกร์ สี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน กับดีเจพี่อ้อย พี่ฉอด ทาง GREENWAVE 106.5 FM
Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “เจนนี่ ปาหนัน”ที่ได้แบ่งปันเรื่องราวชีวิตตั้งแต่การเติบโตในครอบครัวตำรวจที่ภาคใต้ซึ่งทำให้เธอต้องปิดบังตัวตนในช่วงแรก จนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อได้รับการยอมรับจากครอบครัวและก้าวเข้าสู่เส้นทางบันเทิงผ่านรายการเทยเที่ยวไทยแม้จะเคยเผชิญกับความกดดันและการตั้งคำถามถึงคุณค่าของตัวเองในช่วงที่หาทางพิสูจน์ฝีมือ แต่เธอก็สามารถก้าวข้ามผ่านวิกฤตสุขภาพและความสูญเสียเพื่อนสนิทมาได้ด้วยการปรับทัศนคติใหม่เจนนี่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักตัวเอง (Self-love)และการฝึกใช้พลังแห่งการจินตนาการเพื่อสร้างความสำเร็จ หรือManifestationเพื่อรักษาสมดุลทางจิตใจ ปัจจุบันเธอให้ความสำคัญกับการอยู่กับปัจจุบันและมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมกับความภาคภูมิใจในตัวตนที่แท้จริงของเธอเองความกลัวภายใต้ชายคาบ้านตำรวจ และประโยคที่ปลดล็อกทั้งชีวิตในฐานะลูกของครอบครัวข้าราชการตำรวจในหาดใหญ่ เจนนี่เติบโตมาพร้อมกับความกลัวที่ฝังรากลึก ภาพจำจากสื่อในอดีตทำให้เธอเชื่อว่า หากพ่อเป็นตำรวจแล้วมีลูกเป็นเพศที่สาม ลูกคนนั้นจะต้องถูกทำร้ายหรือไม่ได้รับการยอมรับ เธอจึงเลือก "แบ่งเฟสชีวิต" โดยการเป็น "เจนนี่" ที่ร่าเริงเต็มที่เมื่ออยู่ที่โรงเรียน แต่กลับกลายเป็นคนนิ่งเงียบและเรียบร้อยเมื่ออยู่บ้านเพื่อไม่ให้พ่อสงสัยแต่แล้ววันหนึ่งในขณะที่เธอกำลังไว้ผมยาวและถูกญาติแซวต่อหน้าพ่อ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความกังวล ทว่าพ่อกลับเดินมาลูบหัวแล้วพูดว่า "เป็นอะไรก็ได้ แต่ห้ามเป็นเสือใบ" ในตอนแรกเธอเข้าใจว่าเป็นศัพท์เรื่องเพศ แต่ความจริงคือพ่อซึ่งเป็นตำรวจหมายถึง "อย่าเป็นโจร" ประโยคนั้นเพียงประโยคเดียวได้ ปลดล็อกความกลัวที่แบกไว้ตลอดชีวิต ทำให้เธอรู้สึกเบาและรับรู้ว่าพ่อไม่ได้รังเกียจในตัวตนของเธอเลยจาก "คนไร้ค่า" 2 ปี สู่การแจ้งเกิดของ "สมิหลา เจ"หลังเรียนจบโบราณคดีที่ศิลปากร เจนนี่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดเมื่อเธอ หางานไม่ได้นานถึง 2 ปี ความรู้สึก "ไร้ค่า" เริ่มเกาะกินใจเมื่อต้องขอเงินพ่อแม่ที่หาเช้ากินค่ำใช้ จนเธอตัดสินใจฮึดสู้สอบเข้าปริญญาโทที่ธรรมศาสตร์เพื่อสร้างความภูมิใจให้ครอบครัวอีกครั้ง เสียงปลายสายที่แม่ดีใจเมื่อรู้ว่าลูกสอบติด คือจุดที่ทำให้เธอกลับมาเห็นคุณค่าในตัวเองการก้าวเข้าสู่รายการ "เทยเที่ยวไทย" ในฐานะพิธีกรคนที่ 4 ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอรู้สึก "ตัวเล็ก" และกดดันจนไม่กล้าอ่านคอมเมนต์ใน YouTube นานหลายเดือนเพราะกลัวคำวิจารณ์ จนกระทั่งเทปที่กาญจนบุรี ขณะนั่งอยู่บนเรือ เธอได้ลอง แรปสดด่านุชาตากล้อง จนกลายเป็นเพลง และนำไปสู่ชื่อ aka "สมิหลา เจ" เหตุการณ์นั้นสอนให้เธอรู้ว่า "ความต่างคือความยูนิค (Unique)" เมื่อเธอกล้าแสดงด้านที่เป็นตัวเองออกมา แฟนรายการก็พร้อมจะเปิดใจยอมรับและเอ็นดูเธออย่างแท้จริงเมื่อ "โรคเวรกรรม" สอนให้รู้จัก Self-Loveในช่วงที่งานถาโถมจนแทบไม่ได้พัก ร่างกายของเจนนี่ก็ประท้วงด้วยโรคกรดไหลย้อน ซึ่งเธอเรียกว่า "โรคเวรกรรม" เพราะยาช่วยได้เพียง 30% อีก 70% ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเอง เธอจึงใช้วินัยขั้นสุดในการปฏิวัติตัวเอง ทั้งนอนสี่ทุ่ม กินอาหารจืด และที่สำคัญที่สุดคือ "เคี้ยวข้าวคำละ 40 ครั้ง" การอยู่กับปัจจุบันขณะในทุกคำที่เคี้ยว ทำให้น้ำหนักของเธอลดลงไปถึง 13 กิโลกรัมผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดในกระจกกลายเป็น จุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิด Self-Love จากคนที่เคยซกมก ไม่เคยทาครีมบำรุงผิว เธอเริ่มหันมาดูแลตัวเองและมีความสุขกับการ "มาสก์หน้าทุกวัน" เพราะทุกครั้งที่มาร์กหน้า เธอรู้สึกว่าเธอกำลังส่งต่อความรักให้ตัวเองชีวิตที่กด Pause ไม่ได้ และศิลปะการคุยกับตัวเองวิกฤตที่หนักที่สุดในชีวิตคือการสูญเสียเพื่อนสนิทที่เป็นที่ปรึกษาเพียงคนเดียวไปอย่างกะทันหัน ในวันที่ฟ้าถล่ม เจนนี่ได้เรียนรู้ความจริงอันเจ็บปวดว่า "ชีวิตเรากดพอส (Pause) ไม่ได้" วันที่เธอต้องเผาเพื่อนคือวันเดียวกับที่เธอต้องออกไปถ่ายรายการตลกเพื่อสร้างรอยยิ้มให้คนดู เธอต้องยอมรับทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้น เศร้าก็ร้องไห้ แต่ชีวิตยังต้องเดินต่อเพราะลมหายใจยังไม่หยุดเดินเมื่อไม่มีที่ปรึกษาคนเดิม เจนนี่ค้นพบว่า "คนที่อยู่กับเราได้นานที่สุดคือตัวเราเอง" ทุกเช้าก่อนลืมตา เธอจะถามตัวเองว่า "ตอนนี้รู้สึกยังไง?" เพื่อประมวลผลอารมณ์และจัดการความคิดลบที่ค้างคา พร้อมทำการ Affirmation พูดคำยืนยันดี ๆ เพื่อตั้ง Mindset ให้ตัวเองเป็น Best Version ในทุกวันในวัย 40 เจนนี่ยังคงมีฝันใหญ่ที่อยากมี "ครอบครัวและลูกแฝด" ผ่านสิทธิ์สมรสเท่าเทียม เรื่องราวของเธอจึงเป็นบทพิสูจน์ว่า ไม่ว่าชีวิตจะเจอกับปัญหาหนักหนาแค่ไหน หากเราเลือกที่จะเปลี่ยนมุมมอง เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง และคุยกับตัวเองให้มากพอ เราจะสามารถก้าวผ่านทุกขวากหนามไปได้อย่างเข้มแข็งเสมอชีวิตของ เจนนี่ ปาหนัน เปรียบเสมือน "การเดินทางของต้นไม้ที่เคยต้องซ่อนเร้นสีสันอยู่ใต้ร่มเงาแห่งความกลัว" จนกระทั่งได้รับแสงแดดแห่งการยอมรับที่ปลดล็อกว่าเธอจะเป็นอะไรก็ได้ขอเพียงเป็นคนดี แม้จะเคยผ่านช่วงเวลาแห่งความแห้งแล้งที่รู้สึกไร้ค่าในวันที่ตกงาน หรือเผชิญพายุแห่งความสูญเสียเพื่อนสนิทที่ย้ำเตือนว่าชีวิต "กดปุ่มหยุด (Pause) ไม่ได้" แต่เธอกลับเลือกที่จะเยียวยาตัวเองด้วยวินัยขั้นสุดประหนึ่งการเคี้ยวบทเรียนชีวิตอย่างละเอียดถึง 40 ครั้ง จนกลั่นออกมาเป็นความรักตัวเอง (Self-Love) ที่เบ่งบานที่สุดในวัย 40 วันนี้เธอไม่ใช่เพียงพิธีกรที่สร้างเสียงหัวเราะ แต่คือ "สมิหลา เจ" ที่พบความงามในความต่าง และเป็นผู้ที่เรียนรู้จะคุยกับตัวเองในทุกเช้าเพื่อประคองหัวใจให้ก้าวไปสู่เป้าหมายชีวิตและครอบครัวที่ใฝ่ฝันอย่างสง่างามดูรายการย้อนหลัง
สองควีนเรื่องรัก คลับที่พักของหัวใจ ทุกคืนวันศุกร์ สี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน กับดีเจพี่อ้อย พี่ฉอด ทาง GREENWAVE 106.5 FM

ว้าวุ่นมาทั้งปี มารับวิตามิน SEA กันป่ะล่ะ !!ปลายปีนี้... EFM94 และ Chill Online จะพาคุณไปมันส์อีกครั้งกับมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเลกับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18 BY โซดา LEOมันส์ไปกับ 6 ศิลปิน ...NONT TANONT / PARADOX / MEAN / ROOFTOP / SLAPKISS / THE MOUSSESเตรียมแดนซ์ให้ยับกับ DJ PU บนเวที EDM สไตล์ EFM และ เหล่าดีเจจาก EFM94 และ CHILL ONLINEเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นี้ที่ หาดแหลมเจริญ จังหวัด ระยองห้ามนำเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าภายในงาน ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายเตรียมตัวกันให้พร้อม!! 16 ตุลาคมนี้เปิดให้กด REDEEM บัตรกันแล้วขั้นตอนการ Redeem Ticket!! บอกเลยว่า #งานนี้ฟรี!!- เพียงแค่ล็อกอิน เปิดแอป Application AtimeFungFin- เริ่มสะสมพ้อยได้แล้ววันนี้ ผ่านการฟัง Application ATIMEFUNGFIN !!1 นาที = 1 Point สะสมครบ 2,000 Point แลก Wristband ได้ 2 ใบ สามารถเข้างานได้ 2 คน(1 Account/1 สิทธิ์)ดาวน์โหลด Application : ATIME FUNGFIN รอไว้ได้เลย ทั้งระบบ IOS และ Androidพิเศษเฉพาะใน Application ATIMEFUNGFIN เท่านั้น!! รีบชวนเพื่อนด่วน #บัตรมีจำนวนจำกัด
"เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา” ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพันบทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปีโดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform
เปิดปีใหม่ปีนี้ Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ขอเสิร์ฟของขวัญรับศักราชใหม่ พร้อมแนะนำ “jaei จ๊ะอี๋ - นวลจันทร์ ณ ถลาง” ศิลปินหญิงที่มากับเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานที่หวาน จนใครได้ฟังต้องรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ เพราะท่วงทำนองและคำร้องนั้นเต็มไปด้วยความหอมหวาน“สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานเดบิวต์ของ “jaei จ๊ะอี๋” ที่สะท้อนความเป็นเธอในทุกองค์ประกอบ โดยจุดเริ่มต้นมาจากกวีของ Alfred Tennyson ที่เขียนไว้ว่า “If I had a flower for every time I thought of you…I could walk through my garden forever.” ที่แปลว่า ถ้ามีดอกไม้ผลิบานเพิ่มขึ้นทุกครั้งเวลาที่ฉันนั้นคิดถึงเธอ โลกนี้คงเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ที่พอให้เราเดินเล่นได้ทั้งชีวิต ซึ่งตัวของ “แทน Lipta” โปรดิวเซอร์และผู้แต่งเพลงนี้มองว่าเป็นประโยคที่เหมาะกับตัวตนของ ‘จ๊ะอี๋’ และได้นำเพลงนี้มาเขียนร่วมกับ “ข้าว fellow fellow” อีกหนึ่งยอดฝีมือที่แต่งเพลงรักสุดฮิตมานับไม่ถ้วนในส่วนของดนตรีเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ความชอบเพลงยุค 90 ของ jaei ก็ได้ถูกนำมาอยู่ในเพลงนี้ ถูกเนรมิตดนตรีเพลงนี้ให้หอมฟุ้งด้วยความฟีลกู้ดโดย “กุ๊ก จิตติพล” มือคีย์บอร์ดวงดนตรีคลั่งรักแห่งยุคอย่าง “No One Else” ที่มาร่วมเรียบเรียงเพลงนี้อีกด้วย นอกจากบรรยากาศของเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)“ จ๊ะอี๋ยังได้ถ่ายทำมิวสิควิดีโอด้วยบรรยากาศสวนดอกไม้จริงๆ ร่วมกับกลุ่มเพื่อนสุดเลิฟ ทำเอาบรรยากาศทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังอบอวลด้วยความสุขแบบทะลุจอจนผู้ชมสัมผัสได้รับชม รับฟัง และสัมผัสมวลความน่ารักของเพลง “สวนดอกไม้” ได้ทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิ่งและชมมิวสิควิดีโอได้ทาง YouTube: jaeicoolkid

คอนเสิร์ตรวมศิลปิน BOYS “สมบัติแห่งชาติ” เสิร์ฟเพลงฮิตติดชาร์ตกันริมทะเล ชวนทุกด้อมมาเติมฟินพร้อมกัน ครบจบในวันเดียว !ใน “BEACH BOYS CONCERT 2025”พร้อมเสิร์ฟขุมทรัพย์ความฟิน กับ Lineup 10 ศิลปินแถวหน้าของ T-POP ที่แมสที่สุดมาไว้บนเวทีเดียวกัน พบกับ1. POLYCATวงดนตรีสุดเทสต์ ตัวท็อป Synth Pop ตำนานเพลงฮิตที่ทุกคนต้องมีติดเพลย์ลิสต์ !2. fellow fellowศิลปิน DUO เสียงละมุน เจ้าของเพลงรักโรแมนซ์สุดไวรัลกว่า 100 ล้านวิว !3. No One Else“เจ้าพ่อเพลงรัก” ศิลปินที่ครองชาร์ตครองใจเหล่าคนคลั่งรักทุก GEN !4. JEFF SATURศิลปินตัวท็อปมากประสบการณ์ผู้เปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของแบบไร้ขีดจำกัด!!5. NUNEWศิลปินเสียงหวานใจละลาย ฉายา “ลูกชายแห่งชาติ” ที่พร้อมชิงหัวใจจากทุกด้อมแบบไม่ให้ตั้งตัว !6. ATLASBOY GROUP ตัวท็อปสุดเป๊ะ ! ที่ต้องดูด้วยตาเนื้อสักครั้งในชีวิต พร้อมสาดความมันส์ให้หาดแตก !!7. PROXIEBOY BAND แถวหน้า All Rounder สุดจี๊ดแห่ง T-POP ตัวตึงทุก Viral สุดแมส !8. LYKNBOY GROUP สุดกรี๊ด เตรียมกร่อนใจทุกด้อม ด้วยคาริสม่าสุดสตรอง แซ่บไฟลุกไปทั้งหาด !9. DICEBOY GROUP ทำถึงแห่งปี เอเนอร์จี้สุดจะเลิศ ! พร้อมตกแฟน ๆ ด้วย Performance สุดปัง !!10. JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXXRookie น้องใหม่มาแรงแห่งวงการ T-POP พร้อมปล่อยดาเมจสุด HOT ให้ Beach สะเทือน !!เปิด MAP ความสนุกพร้อมกันวันแสดง :วันเสาร์ที่ 22 พฤจิกายน 2568 เวลา 15:30 น. เป็นต้นไปสถานที่ :SEA SAND SUN HUAHIN RESORTเปิดจำหน่ายบัตร : วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปซื้อบัตรได้ทาง Counter Service All Ticket ใน 7-Eleven ทุกสาขา หรือ https://bit.ly/BEACHBOYS2025ราคาบัตร :• บัตรราคา 1,100 บาท **ราคานี้ตั้งแต่วันนี้ - 21 พ.ย.**• บัตรหน้างาน (22 พ.ย. 2568) : บัตร Regular ราคา 2,000 บาท
ครั้งแรกของ ATIMESHOWBIZ ครีเอทมิวสิคเฟสอินดี้ ขึ้นห้าง กลางเมืองโดนใจทุก Gen โดดเด่นทุก Line up ที่ทุกคนต้องได้มาฟังสดๆ สักครั้งในชีวิต!!YOLO FEST เฟสอินดี้ YOU ONLY LISTEN ONCEมิวสิคเฟสที่ “คุ้ม” ที่สุด กับโลเคชั่นที่ “ติดแกลม” ที่สุดจัดเต็มตลอด 8 ชม. แบบ Non stop กับ 12 ศิลปินอินดี้ตัวท็อปสุดเทสต์!1. TATTOO COLOUR วงดนตรีขวัญใจเด็กแนวทุกยุค กับสไตล์เพลงสุดครีเอทที่ไม่เคยเก่า!2. POLYCAT วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s ที่ปลุกกระแสยุคเก่าให้เก๋าไปทั่วบ้านทั่วเมือง3. SCRUBB ศิลปินดูโอ้ที่มีเพลงเพราะอยู่ในเพลย์ลิสต์โปรดของใครหลายคนมานานกว่า 20 ปี!4. THE TOYS อัจฉริยะทางดนตรี ผู้สร้างปรากฎการณ์ให้วงการเพลงไทยดังไกลทั่วเอเชีย!5. SAFEPLANET วงอินดี้ป็อปแถวหน้า ดาวเคราะห์แห่งเสียงดนตรีกับ Sound สุดซิกเนเจอร์!6. PUN ศิลปินหนุ่มสุดฮอต ขวัญใจเจน Z ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้!7. DEPT ดูโอ้ซินธ์ป็อปแห่งยุค กับแนวเพลงเศร้าเคลือบน้ำตา โดนใจวัยรุ่น8. WHAL DOLPH วงดนตรีอินดี้ป็อปจากท้องทะเล กับการดีไซน์เพลงที่ไร้ขีดจำกัด9. MEYOU All rounder แห่งวงการเพลงไทย เจ้าของเพลงฮิตร้อยล้านวิว10. WIM ศิลปินอินดี้ป็อปไวป์ดี Mr.feelgood มาพร้อมสไตล์เพลงสุดกรู๊ฟชวนฝัน!11. LUSS คู่หูมหัศจรรย์แห่งยุค! กับเมโลดี้ติดหูที่กลายเป็น Viral นับครั้งไม่ถ้วน12. TELEVISION OFF วงน้องใหม่ฟอร์มแรง ผู้ถ่ายทอดความเจ็บปวดได้อย่างสวยงาม“YOU ONLY LISTEN ONCE” โอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่คุณจะได้มาฟังทั้ง 12 ศิลปินสุดเทสต์ใน Stage เดียวกัน วันเดียวเท่านั้น รันยาวต่อเนื่องแบบ Non stop ห้ามพลาดเด็ดขาด!!พบกัน 14 มิ.ย. 2025 ที่ Paragon Hall ที่สุดของ VENUE ใจกลางเมือง!บัตรราคาเดียว : บัตรยืน 1,500 บาทพิเศษสุด! โปรฯ คู่ 2,800 บาท (จำกัด 1,500 คู่เท่านั้น!)จำหน่ายบัตร 29 มี.ค. 2025 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป) ทาง ThaiticketmajorLink ขายบัตร https://bit.ly/YOLOFESTติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ และ EFM ทุกช่องทาง#YOLOFest#YOU_ONLY_LISTEN_ONCE#ATIMESHOWBIZ#EFM94
ALL TICKETS ARE SOLD OUT !ATIMESHOWBIZ ขอขอบคุณชาว T-POP ทุกด้อม-ทุกคน ที่ทำให้บัตร #GOTCHAPOP3 SOLD OUT ทุกราคา ทุกที่นั่งเป็นที่เรียบร้อย !!เจอกัน 24 พ.ค. 2025 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์GOTCHA POP Concert ไม่ใช่แค่การรวมศิลปิน T-POP แต่คือ “เวทีโชว์ Performance แห่งปี” ที่คอคอนเสิร์ตทุกคนต้องไม่พลาด ไม่ว่าคุณจะอยู่ด้อมไหน เตรียมใจลุ้นไปกับ Line Up สุดปัง จาก Boy Group - Girl Group ตัวท็อปสุดฟิน อะดรีนาลีนหลั่งไปกับสเตจพิเศษเกินคาดเดา ที่รับประกันความ Wow ! ขึ้นในทุก ๆ ปีเปิดตี้ฟินระเบิด พร้อมเสิร์ฟยกด้อม กับ คอนเสิร์ตรวม Idol ตัวท็อปแห่งปี !!ใน “GOTCHA POP CONCERT ครั้งที่ 3 ” จัดเต็มศิลปิน T-POP Boy Band , Girl Group ตัวท็อปที่ทุกคนอยากดูมากที่สุดในยุคนี้พบกับ1. TRINITY - Trio สารตั้งต้น T-Pop ตัวท็อประดับตำนานที่แฟน ๆ รอคอย! พร้อมเสิร์ฟเอเนอร์จีความ Hot ทะลุสเตจ !!2. PROXIE - Boy Band ตัวท็อปสุดแมส ความสามารถ All Rounder แห่ง T-POP การันตีที่สุดของความปัง!3. PiXXiE - Girl Group จริตทะลวงใจ! 3 ภูติจิ๋วเอวเอส มาพร้อมพลังดาเมจที่จะทำให้เวทีสะเทือน!!4. PERSES - 5 หนุ่ม Boy Group กระดูกเบอร์เดียวกัน เตรียมใส่สุดพลัง จัดเต็มทุก Performance พร้อมตกแฟน ๆ เข้าด้อม!!5. LYKN - Boy Group สุดโฮ่ง-Hot-ฉ่ำ ! ที่มาแรงเกินต้านทาน พร้อมระเบิดคาริสม่าบนเวทีให้ลุกเป็นไฟ !!6. BUS because of you I shine - Boy Group ที่เขย่าวงการ T-Pop ตัวท็อปห้างแตก ครองใจตั้งแต่มัมหมีจนถึงเจนอัลฟ่า!!7. DICE - Rookie น้องใหม่แห่งวงการ T-POP แต่ฝีมือไม่ธรรมดา เตรียมวางกับดักตกคนเข้าด้อม ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ!8. VIIS - Girl group สาย Performance ที่สตรองที่สุด! คอนเสิร์ตครั้งนี้ 5 สาวพร้อมสับแบบฟาดไม่ยั้ง !!9. QRRA - Girl group น้องใหม่แต่มากประสบการณ์ พร้อมรันวงการแบบ Queen ตัวท็อป!! เตรียมรับความจึ้งจาก 5 สาวได้เลย10. GELBOYS - บอยแก๊งน้องใหม่มาแรงแห่งปี จากซีรี่ย์สุดฮ็อต "GELBOYS สถานะกั๊กใจ" พร้อมปล่อยดาเมจสุดป็อปแบบไม่มีกั๊ก ! เตรียมโดน 4 หนุ่ม ตกเข้าด้อมกันได้เลย !!11. DAOU OFFROAD - คู่ศิลปิน IDOL ที่กำลังมาแรงสุด ๆ พกความสนุกมาแบบเต็มพิกัด Dance-ร้อง จัดหนักแบบตัวท็อป เตรียมตัวฮ็อบกันทั้งฮอลล์ !มาซัพพอร์ตวงการ T-POP ของเราให้เติบโตก้าวไกลไปด้วยกัน ใน GOTCHAPOP 3 คอนเสิร์ตที่โคตรฟินแห่งปีที่สแตน T-POP พลาดไม่ได้ ! รวม Line Up ชวนจึ้ง Boyband และ Girl Group ตัวแรร์แห่งยุค มาไว้บนเวทีเดียวกัน จัดเต็มโชว์สุดปัง เก็บครบทั้ง Vocal หูเคลือบทอง , Performance แดนซ์ไฟลุก และ Hidden Show สุดเซอร์ไพรส์ เคมีใหม่ ๆ หาดูได้แค่ที่ GOTCHAPOP 3 เท่านั้น !! ให้ทุกคนได้ดูแบบต่อเนื่องไม่สะดุดกว่า 6 ชั่วโมง !!!พร้อมปักหมุดแลนด์มาร์คความสนุกครั้งใหม่ “ใกล้ขึ้น” กับราคาบัตรที่ “ถูกลงกว่าเดิม” !!เจอกัน 24 พ.ค. นี้ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Exhibition Hall 3-4 , ชั้น G )ราคาบัตร : บัตรยืน 2,500 บาทบัตรนั่ง 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,800 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาทจำหน่ายบัตร 1 มีนาคม ที่ Thaiticketmajor เวลา 10.00 น.LINK ซื้อบัตร : https://bit.ly/GOTCHAPOP3ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง

เผยภาพการเตรียมตัวไปจนถึงลุคในชุดไทยพระราชนิยมงดงามสะกดทุกสายตานานาชาติของ “เดียร์น่า ฟลีโป” นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ที่ได้รับเชิญจาก SACIT เพื่อเข้าชมนิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ กรุงปารีส “เดียร์น่า” ปรากฏตัวอย่างสง่างามในชุด “ชุดไทยดุสิต" หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม ลุคสุดเลอค่านี้คือความลงตัวระหว่างสองวัฒนธรรม ตัวเสื้องามวิจิตรด้วยเทคนิคการปักลูกปัดคริสตัลแบบไทย ผสมผสานงานปักชั้นสูง Lesage ซึ่งใช้เวลาในการรังสรรค์กว่า 2 เดือน ส่วนผ้านุ่งเป็นผ้าไหมยกดอกลำพูน ลายสุริยฉาย จากจังหวัดลำพูน สมกับที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ร่วมสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทยสู่สากล ในวาระที่ชุดไทยได้รับการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO นิทรรศการนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง SACIT @sacit_official, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ @qsmtthailand, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส @thaiembassyparis และ Musée des Arts Décoratifs @madparisเปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Musée des Arts Décoratifs
“วันที่ไม่ดี ไม่ใช่ชีวิตที่ไม่ดี” หนึ่งในประโยคที่สะท้อนตัวตนและการเติบโตของ “เขื่อน ภัทรดนัย” ได้ชัดที่สุด จากบทสนทนาในรายการ CLUB PRIDE DAY inside EP.17 ที่ไม่ได้พูดถึงแค่ความรัก แต่ยังพูดถึงการกลับมาเข้าใจตัวเอง การยอมรับความเปราะบาง และการเรียนรู้ที่จะรักตัวเองอย่างแท้จริง เรื่องราวของเขื่อนในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของศิลปิน แต่คือเรื่องของมนุษย์คนหนึ่งที่เคยผิดหวัง เคยพัง เคยพยายามเป็นคนที่ทุกคนชอบ จนลืมไปว่าตัวเองต้องการอะไรการตกผลึกในวัย 30 เมื่อชีวิตมี “อุปกรณ์ครบพร้อม”เขื่อนเปรียบชีวิตในวัย 30 เหมือนเกม RPG ที่ผ่านการสะสมค่าประสบการณ์มาตลอดชีวิต ทั้งจากความสำเร็จ ความผิดหวัง ความเสียใจ และบทเรียนต่างๆ จนถึงวันที่รู้สึกว่า ตัวเองมี “อุปกรณ์ชีวิต” พร้อมมากพอที่จะเลือกเส้นทางที่ต้องการจริงๆแทนที่จะวิ่งตามมาตรฐานสังคมว่าอายุเท่านี้ต้องมีอะไร ต้องสำเร็จแบบไหน เขื่อนเลือกกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ความสำเร็จสำหรับเราคืออะไร”เพราะเมื่อเราใช้ชีวิตด้วยการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นมากเกินไป สุดท้ายอาจหลงลืมความสุขที่แท้จริงของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัวการสื่อสารความเปราะบาง ไม่ต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เขื่อนพูดถึง คือ “Vulnerability” หรือการกล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเองเขื่อนแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับอาการ Panic Attack บนเวที รวมถึงรูปแบบความสัมพันธ์แบบ Avoidant ที่เคยเลือกวิ่งหนีปัญหาแทนการสื่อสาร แต่เมื่อเริ่มกล้าพูดความรู้สึกตรงๆ ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความกังวล หรือความไม่โอเค สิ่งเหล่านั้นกลับช่วยลดแรงกดดันในใจได้มากเขื่อนมองว่า มนุษย์ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งหรือสมบูรณ์แบบตลอดเวลา แค่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองก็เพียงพอแล้วการเลิกเป็น People Pleaser และกลับมาเลือกตัวเองเขื่อนยอมรับว่า ครั้งหนึ่งเคยใช้ชีวิตเพื่อทำให้คนอื่นมีความสุขมากกว่าตัวเอง ถึงขั้นเปรียบว่า 70% ของชีวิตคือการตอบสนองคนอื่น และเหลือพื้นที่ให้ตัวเองเพียง 30%จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาลองลิสต์สิ่งที่ตัวเองทำเพื่อตัวเองจริงๆ แล้วพบว่า หลายอย่างล้วนทำเพื่อให้คนอื่นพอใจPeople Pleaser คือกลไกทางจิตวิทยาที่ผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับการยอมรับจากคนรอบข้าง และหลายครั้งทำให้เราฝืนตัวเองโดยไม่รู้ตัวเขื่อนจึงเรียนรู้ว่า “การรักตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว” การปฏิเสธบางอย่างเพื่อรักษาพลังงานชีวิตของตัวเอง เป็นสิ่งที่จำเป็น และเราไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนชอบเราเสมอไปความรักที่ปลอดภัย คือพื้นที่ที่เราเป็นตัวเองได้ความรักครั้งล่าสุดทำให้เขื่อนเข้าใจคำว่า Secure Attachment หรือความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับเขื่อน ความรักที่ดีไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบ แต่คือความสัมพันธ์ที่เรากล้าพูดถึงความไม่มั่นใจ ความหึงหวง หรือมุมที่ไม่น่ารักของตัวเองได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสินคนที่รักเราในวันที่เราเองยังไม่รักตัวเองมากพอ อาจกลายเป็นกระจกสำคัญที่ช่วยให้เราอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น“กลับบ้านลูก” ประโยคสั้นๆ ที่เปลี่ยนชีวิตหนึ่งในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของชีวิตเขื่อน คือช่วงที่ชีวิตสมรสสิ้นสุดลง และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวังในตัวเองแต่คำพูดสั้นๆ จากคุณแม่ว่า “กลับบ้านลูก” กลับกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้เขื่อนรู้ว่า ต่อให้ล้มเหลวแค่ไหน ก็ยังมีคนรักและพร้อมโอบรับเขาเสมอความรักแบบไม่มีเงื่อนไข หรือ Unconditional Love ทำให้เขื่อนกล้ากลับมาเผชิญหน้ากับความจริง และเติบโตจากความผิดพลาดได้อย่างแท้จริงการอยู่กับความรู้สึกผิด โดยไม่ต้องรีบขอโทษตัวเองอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือการจัดการกับ “ความรู้สึกผิด” หรือ Guiltเขื่อนอธิบายว่า หลายคนไม่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี จนสุดท้ายเลือกฝืนใจตัวเองอยู่ตลอดเวลาเขื่อนเปรียบการฝึกอยู่กับความรู้สึกผิดเหมือนการลงออนเซ็น ช่วงแรกอาจร้อนและอึดอัด แต่เมื่อค่อยๆ ฝึก เราจะเรียนรู้ว่า ความรู้สึกผิดบางอย่างไม่จำเป็นต้องรีบแก้ไข หรือรีบขอโทษ ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรผิดMove on ไม่จำเป็นต้องรีบ และมนุษย์ควรมีความหวังในมุมของการ Move on เขื่อนเชื่อว่า การสูญเสียไม่ว่าจะเกิดจากความรักหรือการจากลา ล้วนต้องใช้เวลาในการเยียวยา ความเศร้าไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมันคือร่องรอยของความทรงจำที่เคยมีความหมายขณะเดียวกัน เขื่อนยังเชื่อว่า มนุษย์ควร “กล้าที่จะหวัง” แม้จะมีโอกาสผิดหวังก็ตาม เพราะชีวิตที่ไม่มีความหวัง อาจเป็นชีวิตที่เศร้ายิ่งกว่าเลือกความสุข มากกว่าการเอาชนะเขื่อนพูดถึงอีกมุมสำคัญของชีวิตว่า มนุษย์มีเวลาเฉลี่ยเพียงประมาณ 4,000 กว่าสัปดาห์เท่านั้นการเสียเวลาไปกับการตอบโต้คำวิจารณ์หรือพยายามเอาชนะคนอื่น จึงไม่คุ้มค่ากับความสุขที่เสียไปแม้เขาจะเลือกโกรธหรือเกลียดคนที่เข้ามาวิจารณ์ได้ แต่สุดท้ายเขาเลือกที่จะ “ไม่เอาความสุขไปแลก”และย้ำอีกครั้งว่า“วันที่ไม่ดี ไม่ใช่ชีวิตที่ไม่ดี”สุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกหนึ่งสิ่งที่เขื่อนพยายามสื่อสารมาตลอด คือเรื่องสุขภาพจิตเขื่อนมองว่า การพบจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัด ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอหรือเป็นบ้า แต่คือรูปแบบหนึ่งของการรักตัวเองหากวันหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าความสุขลดลง ใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิม หรือเหนื่อยล้าทางใจ การขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ คือการดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ก่อนที่ปัญหาจะกลายเป็นบาดแผลเรื้อรังในระยะยาว บทสนทนาใน CLUB PRIDE DAY inside EP.17 ของ “เขื่อน ภัทรดนัย” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความรัก แต่คือการเรียนรู้ที่จะกลับมา “เจอตัวเองอีกครั้ง” ผ่านความผิดหวัง ความเปราะบาง และการยอมรับว่า มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรักตัวเองได้ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

เจอแล้ว! 2 เรื่องหลอนในแคมเปญ “อังคารคลุมโปง Horror Story” ของ อังคารคลุมโปงX จาก EFM94 ที่จะนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ พร้อมได้รับเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท รวมมูลค่า 100,000 บาทโดยรายการ อังคารคลุมโปงX นำโดย ดีเจมดดำ คชาภา ตันเจริญ / ดีเจเจ็ม จิตตริน กุลกัลยาดี และดีเจแนน รชาดา จึงวัฒนกิจ ได้ต้อนรับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ปรัชญา ปิ่นแก้ว มาร่วมประกาศ 2 เรื่องสุดหลอน ที่ได้รับคัดเลือกจากผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้ามาเรื่องแรก ‘หากินกับผี’ (คุณณิชาภัทร ลิ่มสกุล เจ้าของเรื่องจากช่อง @nwnwned) เล่าถึงเรื่องหลอนๆของแม่ค้าออนไลน์ที่ให้ความสำคัญกับยอดขาย จนเป็นที่มาสุดหลอน ว่าหลายคนมักคอมเมนต์เข้ามาว่าเห็น “ผู้หญิง” ยืนอยู่ด้านหลังเธอในไลฟ์เสมอ ส่วน เรื่องสอง ‘ห้องพักต้องห้าม’ (คุณอริญย์ริสา ธนาบุญรสศักดิ์ เจ้าของเรื่องจากช่อง @arynlisa_ ) เรื่องเล่าของลูกเรือสายการบินเกี่ยวกับห้องพักช่วง Layover ที่ถูกบอกต่อกันมารุ่นสู่รุ่นว่าถ้าที่นี่ ‘เลี่ยงได้ควรเลี่ยง’ ถึงแม้ไม่ได้เข้าพักในห้องดังกล่าวแต่หลายคนก็ยังคงเจอดีเข้าจนได้ทาง EFM94 ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของเรื่องเล่าทั้ง 2 เรื่องที่ได้รับเลือกและคว้าเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท พร้อมโอกาสต่อยอดสู่การสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยผู้กำกับมากฝีมือ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ผู้สร้างตำนานภาพยนตร์ไทยทำรายได้สูง (Box Office) ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วยใครที่เป็นแฟนเรื่องเล่าสุดหลอนห้ามพลาดโปรเจกต์สำคัญครั้งนี้ และสามารถติดตามรายการอังคารคลุมโปง X ทาง EFM94 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ได้ทาง EFM94 และ อังคารคลุมโปง X หรือทาง atime.live/EFM
GREEN WAVE 106.5 FM เป็นปลื้มเมื่อรายการ GREEN MORNING SHOW ได้รับรางวัล รายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม จากงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติ นาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 แล้วโดยมี 2 ดีเจจาก ATIME ดีเจดาด้า วรินดา ดำรงผล และ ดีเจเผือก พงศธร จงวิลาส จาก EFM94 เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลดังกล่าวรายการ Green Moring Show เป็นรายการทอล์กข่าวยามเช้า โดยมี ดีเจอั๋น ภูวนาท คุนผลิน / ดีเจอ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล / ดีเจอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ และหนิง ปณิตา สลับสับเปลี่ยนกันมาอัพเดทข่าวยามเช้าสรุปย่อยเป็นประเด็นให้ฟังง่ายผ่านการนำเสนอที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละคน ออกอากาศทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ 07:00 - 08:00 โมงเช้า ทาง Green Wave 106.5 FM ในทุกช่องทางโดยรายการ Green Moring Show ได้รับรางวัลดังกล่าวเป็นปีที่ 2 แล้ว ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นคลื่นวิทยุที่ยังคงรักษาคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจและกำลังใจสำคัญให้เหล่าดีเจ ทีมงานกรีนเวฟ และ ATIME ทุกคนมีกำลังใจยืนหยัดผลิตผลงานที่ดีมีคุณภาพเพื่อผู้ฟังและสังคมต่อไป
คอนเทนต์คุณภาพ "ใต้โต๊ะวิทยา" คว้ารางวัล "คนดีประเทศไทย"เดินสายรับรางวัลต่อเนื่องสำหรับรายการออนไลน์จาก ATIME ล่าสุดรายการ “ใต้โต๊ะวิทยา” ได้รับรางวัล “คนดีประเทศไทย ประจำปี 2569” สาขาสื่อมวลชน: สื่อสารสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย ที่จัดโดย มูลนิธิคนดี (ประเทศไทย) สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) รางวัลนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 เพื่อยกย่องเชิดชูบุคคลต้นแบบสื่อมวลชนที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมด้านต่างๆ โดยรายการใต้โต๊ะวิทยาเป็นรายการที่พาผู้ชมไปสำรวจและทำความรู้จักกับคณะ สาขาวิชา ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศตามสไตล์ของ ดีเจโบ-ธนากร ชินกูล,ดีเจอาร์ต-มารุต ชื่นชมบูรณ์ และ ดีเจเผือก-พงศธร จงวิลาศที่ดำเนินรายการอย่างสนุกสนาน พาไปรู้ทุกแง่มุมในแต่ละเส้นทางของนักศึกษาเกือบทุกสาขาอาชีพ จนเป็นที่นิยมและมียอดชมสูงเป็นหลักแสนวิวในทุกๆ EP. รางวัลนี้ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลสำคัญที่ตอกย้ำคุณภาพของรายการ “ใต้โต๊ะวิทยา”ที่เป็นคอนเทนต์เพื่อการศึกษาอย่างแท้จริงติดตามรายการ ใต้โต๊ะวิทยา ทุกวันศุกร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 19.00 น. ทาง YouTube ช่อง Atime Do Dee