ATIME ฟังเพลงออนไลน์ วิทยุออนไลน์ ดูรายการออนไลน์
  • EFM
  • Green Wave
  • Hotwave

News Updates

Podcasts

อังคารคลุมโปง
24 เม.ย. 2026EFM

อังคารคลุมโปง

อังคารคลุมโปง Podcast จากเรื่องหลอนหน้าไมค์ สู่ความขนลุกซู่ x2 จนคุณต้องนอนคลุมโปงฟัง!! ทุกคืนวันเสาร์

กระต่ายตื่นรู้
08 มี.ค. 2024EFM

กระต่ายตื่นรู้

รู้เท่าทันสื่อ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง

Good Jobs
03 ก.พ. 2023Chill On

Good Jobs

Good jobs ไขสเปค ‘คนที่ใช่’ ของ ‘งานในฝัน’ ป๋าเต็ด พาไปบริษัทดัง ล้วงลึกวิธีคัดเลือกพนักงาน ให้รู้ข้อมูลแบบ Exclusive ก่อนที่คุณจะมาสมัครงานจริง ขอให้ได้งานนะครับ! ศุกร์เว้นศุกร์

พาศึกsaid เพศศึกษา
12 ม.ค. 2023EFM

พาศึกsaid เพศศึกษา

PODCAST ที่จะ เปิดห้องเรียน “เพศศึกษา” ยกคำถาม “เรื่องเพศ” เอามา Said กับ “คุณหมอ” คุยได้ทุกเรื่อง ตอบทุกปัญหา เพราะ “เพศศึกษา” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย พูดคุยกับ หมอเต้ นายแพทย์ ณัฐเขต และ หมอโอ๊ต นายแพทย์ วงศกร จาก PULSE CLINIC

EFM

ทุ่งข้าวที่ว่าสวย... ยังไม่สวยเท่าเธอที่ยืนอยู่ข้างกัน ต้อนรับ ลูกหมี - ซอนญ่า ขนความน่ารัก สดใส และความซนแบบเกินต้านมาเสิร์ฟแฟน ๆ ถึง EFM FANDOM LIVE แล้ว งานนี้แฟน ๆ ได้ชาร์จความสุขจนเต็มแบตกันแน่นอน!
01 พ.ค. 2026
EFM FANDOM RECAP

ทุ่งข้าวที่ว่าสวย... ยังไม่สวยเท่าเธอที่ยืนอยู่ข้างกัน ต้อนรับ ลูกหมี - ซอนญ่า ขนความน่ารัก สดใส และความซนแบบเกินต้านมาเสิร์ฟแฟน ๆ ถึง EFM FANDOM LIVE แล้ว งานนี้แฟน ๆ ได้ชาร์จความสุขจนเต็มแบตกันแน่นอน!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 23 เมษายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ที่จะมาแต่งเติมใบหน้าเหล่าแฟน ๆ ให้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Attention Pleaseนามปากกา : อาร์เจลูปิน “คุณผู้โดยสารคะ…คุณผู้โดยสาร” “อ๊ะ” เธอสะดุ้งเมื่อมือเย็นเฉียบแตะเข้าที่หลังมือ ก่อนจะหันไปมองค้อนใส่หล่อน “มีอะไรคะ” เธอเอ่ยถามหล่อนอย่างไม่สบอารมณ์ที่ถือวิสาสะโดนเนื้อต้องตัวกัน เธอเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ไม่ชอบความวุ่นวายและที่ไม่ชอบที่สุด คือ สัมผัสจาก ‘คนแปลกหน้า’ “รบกวนเปิดกระจกและคาดเข็มขัดด้วยนะคะ” เจ้าหล่อนในชุดพนักงานสายการบินสีแดงก่ำขับผิวยิ่งทำให้หล่อนดูเซ็กซี่ ขณะเดียวกันก็น่าหวั่นเกรงตอบกลับอย่างข่มอารมณ์ ไม่รู้ว่าเพราะท่าทางเงอะงะของเธอ หรือเพราะหล่อนต้องการจะแกล้งกันถึงได้เข้ามาประชิดตัว ผลักไหล่กันเบาๆให้เอนลงไปพิงกับเบาะ เอื้อมมือดึงหน้าต่างขึ้น พร้อมทั้งดึงสายเข็มขัดคาดให้อย่างคล่องแคล่ว “ข..ขอบคุณค่ะ” ดันพูดติดๆขัดๆใส่หล่อนซะได้ แต่จะไม่ให้ติดขัดได้อย่างไร ในเมื่อการกระทำเมื่อครู่ทำเอาใจแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่ม กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ระยะห่างของใบหน้าเพียงคืบ พอได้มองใกล้ๆ เจ้าหล่อนมีใบหน้าที่มีเสน่ห์เหลือล้น ไฝตรงหางคิ้วทำเอาเผลอมองไม่วางตา คนแปลกหน้าคนนี้กำลังทำเธอหวั่นไหว “ยินดีค่ะคุณผู้โดยสาร” หล่อนตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มชวนฉงน “หน้าคุณดูแดงๆ ไม่สบายหรอคะ หรือว่ากำลังเขินฉัน”FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Attention PleasePen Name : อาร์เจลูปิน "“Excuse me, passenger …excuse me, passenger ,” “Ah!” She jumped slightly as a chilly hand brushed against the back of her own, spinning around with a glare for the woman behind her. “What do you want?” she snapped, irritation flaring at the audacious intrusion. In her nature, she was introverted, shunning the hustle and bustle of crowds, but most of all, she detested the touch of a ‘stranger.’ “Kindly roll up the window and buckle your seatbelt,” replied the woman dressed in a dark crimson airline uniform that hugged her form, exuding both allure and authority, as she reigned in her frustration. Whether it was the woman's teasing demeanor or her own nervousness, she found herself inching closer, gently leaning against her seat as she raised the window and expertly secured her seatbelt. “Th…thank you,” she mumbled, her heart nearly skipping a beat from the encounter. The faint whiff of perfume mingled with the closeness of their faces—mere inches apart—drawing her gaze into the depths of the woman’s mesmerizing features. A mole perched near her eyebrow only intensified her fascination. The presence of this stranger set off a flutter in her chest. “You’re welcome, traveler,” she replied, her smile a mix of mystery and warmth. “You seem a bit flushed. Are you unwell, or just shy around me?””FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... แดนต่าง (Finally, Never)นามปากกา : daycember ‘หมี’ แรงงานสาวในต่างแดนที่ต้องมาใช้ชีวิตที่นี่คนเดียวเพราะโชคชะตากำหนด เธอโดดเดี่ยวท่ามกลางแสงนีออน และป่าคอนกรีต กิจวัตรประจำวันของเธอแค่ต้องตื่นเช้าเข้าโรงงานไปทำงาน แล้วตอกบัตรกลับในตอนเย็นเสมือนหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง พอจะมีเพื่อนคนไทยอยู่บ้างแต่ก็เข้ากับพวกเขาไม่ได้สักเท่าไหร่ จนวันหนึ่ง ‘ซอน’ หญิงสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอพึ่งย้ายเข้ามาใหม่ หมีรับหน้าที่ฝึกงานให้ซอน ทำให้พวกเธอเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ชีวิตแรงงานของหมีไม่น่าเบื่ออีกต่อไป และซอนเองก็เหมือนเริ่มหลงรักหมีเช่นกัน ในเมื่อทั้งสองคิดตรงกัน ความสัมพันธ์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรัก ความผูกพัน ในขณะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเบ่งบาน มีความสุขจนล้นเอ่อ ในคืนหนึ่งซอนกลับหายไปอย่างเป็นปริศนา ไม่มีใครเห็นเธออีกเลย หัวใจของหมีแตกสลาย เธอไม่สามารถทำงานที่นั่นต่อได้ จึงทำเรื่องขอย้ายกลับไทยแล้วตามสืบเรื่องของซอนเสมอมา แต่แล้วความจริงก็ปรากฎว่าซอนไม่ได้อยู่บนโลกมาตั้งแต่แรก เธอเป็นวิญญาณที่คอยวนเวียนอยู่ที่โรงงานนั้นเพื่อรอเนื้อคู่ของเธอ และชาตินี้ก็เป็นชาติสุดท้ายที่เธอจะต้องทำแบบนี้ เพราะเธอได้พบคนนั้นแล้ว…FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Finally, NeverPen Name : daycember In a bustling city awash with neon lights, 'Mhee,' a young female migrant worker, finds herself navigating life in a foreign land, cast adrift by fate. Amidst the concrete chaos, she feels the sharp sting of solitude. Each day blurs into the next as she rises with the dawn to toil away in a factory, clocking in and out like a machine. Though she has a handful of Thai acquaintances, genuine connections elude her. Everything changes with the arrival of 'Son,' a spirited young woman who quickly becomes more than just a trainee under Mhee's wing. Their camaraderie blossoms into a vibrant friendship, breathing new life into Mhee’s monotonous existence. As their bond deepens, so too does the affection between them, igniting a love that feels as exhilarating as it is profound. Just when their hearts are dancing in harmony, fate plays a cruel trick. One fateful night, Son vanishes without a trace, leaving Mhee’s heart fractured and her world dimmed. In her grief, she requests a transfer back to Thailand, but her quest for answers drives her to uncover the truth behind Son's mysterious disappearance. What she discovers is beyond imagination: Son is no mere mortal but a spirit bound to the factory, lingering on the cusp of eternity in search of her true soulmate. This life was to be her last, for she has finally found her heart's counterpart.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Re-Trial : รื้อคดีความรักนามปากกา : Asakura_N ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่แสนวุ่นวาย ปัญญาพัชร ทนายสาวในชุดสูทสีครามมาดขรึม นั่งมองที่นั่งว่างเปล่าในร้านกาแฟร้านโปรด แสงแดดบ่ายกระทบเข็มกลัดนักกฎหมายบนอก สะท้อนความสำเร็จ แต่กลับว่างเปล่า ขณะที่ภาพในอดีตซ้อนทับในวันที่เธอเดินไปหา ศรัณย์ภัทร์ ที่ระเบียง เห็นแผ่นหลังที่สั่นเทาจากความเหนื่อยล้าจากความสัมพันธ์ที่ต้องหลบซ่อน แม้กระทั่งการจับมือกันเดินก็ยังเป็นเรื่องที่ยากลำบาก "ลูกหมี มันเหนื่อยจัง" "อื้อ เหนื่อยจนใจจะขาดเลยล่ะ" ไม่มีการทะเลาะ มีเพียงความเข้าใจที่ยอมปล่อยมือเพื่อให้ต่างคนได้ไปหายใจ ในวันที่รักยังเต็มหัวใจ สิบปีผ่านไป เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น พร้อมเสียงที่คุ้นเคยสั่ง "ลาเต้ร้อนไม่ใส่น้ำตาลค่ะ" ทนายสาวชะงักกึก เมื่อร่างบางเดินมาหยุดตรงหน้า "ที่นั่งตรงนี้ ยังว่างอยู่ไหมคะ คุณทนาย" "สำหรับคนอื่นอาจจะไม่ แต่สำหรับคุณ มันว่างมาตลอดสิบปีค่ะ" พวงกุญแจหมีกับพวงกุญแจกระต่ายเก่าๆ ถูกวางคู่กันอีกครั้งบนโต๊ะไม้ตัวเดิม ปัญญาพัชรสบตาคนตรงหน้าด้วยความแน่วแน่ "สิบปีที่แล้วเราแพ้ให้กับคำตัดสินของโลก สิบปีต่อมาฉันจะกลับมาอุทธรณ์ทุกความรู้สึกเพื่อให้คำพิพากษาครั้งใหม่จบลงที่คำว่าเรา"FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Re-TrialPen Name : Asakura_N In the heart of the lively city, Punyapat, donned in a formal navy suit, found herself fixated on the vacant chair in her cozy coffee spot. The afternoon light danced off her lawyer's pin, a shining emblem of achievement that somehow also hinted at an emptiness within. Waves of memory washed over her, bringing back the day she had stepped onto Saranphat's balcony, her heart aching as she saw his quivering back, weary from the weight of their concealed relationship. Even something as simple as holding hands felt like a tremendous effort. “Lookmhee, I’m so exhausted.” “Mmm, I feel that too.” There were no fights between them, only a deep understanding—a mutual decision to give each other space to breathe, even as love still flickered between them. A decade drifted by. The bell above the door chimed, and a voice she recognized ordered, “A hot latte, no sugar.” Punyapat's heart skipped as a familiar figure stepped into view. “Is this seat still open, Ms. Lawyer?” “For everyone else, perhaps not, but for you, it’s been waiting for ten years.” Old bear and rabbit keychains reunited on that same wooden table, a symbol of what was once shared. Punyapat met the other's eyes with a fierce determination. “A decade ago, we succumbed to the world’s judgment. But now, after all this time, I will fight for every emotion we felt, so that the final verdict will whisper the glorious word ‘us.’”FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... Recover to Uncover (รอยจำอำพราง)นามปากกา : pw ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ร่างไร้วิญญาณของผู้ป่วยรายหนึ่งถูกทิ้งไว้เพียงปริศนาไร้ร่องรอยคนร้าย ตำรวจมุ่งเป้าไปที่ "ปัญ" ผู้ป่วยจิตเวชที่มีภาวะอารมณ์ไม่คงที่ ซึ่งมักมีปากเสียงกับผู้ตายอยู่บ่อยครั้ง แต่เนื่องจากขาดหลักฐานมัดตัวที่แน่ชัด การสืบสวนจึงตกมาถึงมือของ "ศรัณย์" นักสืบชื่อดังผู้ผ่านคดีมากมาย เธอเดินสำรวจทั่วตึก จนกระทั่งได้เผชิญหน้ากับปัญ วินาทีที่ได้สบตากันความมั่นใจของนักสืบกลับสั่นคลอน เพราะตรงหน้า คือ คนรักเก่าที่หายตัวไปเมื่อ 2 ปีก่อน ปัญในวันนี้ไม่ใช่คนเดิมที่รู้จัก เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เศร้า โกรธง่ายและความทรงจำระหว่างกันก็เลือนรางขาดช่วง ขณะที่ตำรวจพยายามปิดคดีด้วยการชี้ตัวปัญเป็นผู้ร้าย โดยมีคลิปกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นผู้หญิงที่มีหน้าตาคล้ายปัญเดินเข้าห้องที่เกิดเหตุศรัณย์ จึงต้องเร่งแข่งกับเวลาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และ ไขปริศนาการหายตัวไปของปัญ จนกระทั่งความจริงถูกเปิดเผย... ปัญมีพี่สาวที่มีใบหน้าคล้ายกัน ราวกับถอดแบบ ความจริงข้อนี้เอง คือกุญแจสำคัญที่เผยให้เห็นว่า พี่สาวเธอคือฆาตกรตัวจริงและ เป็นปมมืดที่ทำให้ปัญต้องเผชิญกับอาการป่วยและหายตัวไปFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Recover to UncoverPen Name : pw In a hospital, the still form of a patient unfolds a puzzling story, one that leaves no hint of the perpetrator behind. The police quickly set their sights on "Pun," a psychiatric patient caught in a web of unstable emotions, known for her frequent clashes with the deceased. However, with no solid evidence to support their case, the investigation eventually rests with "Sarann," a skilled detective celebrated for her mastery over myriad cases. She delves into the hospital’s corridors with pinpoint precision, but when her gaze locks onto Pun’s, the air shifts. In that instant, Sarann’s composure falters, as the woman before her is none other than her lost love, who vanished two years ago. Pun has transformed; she now radiates sorrow and frustration, and the shared memories they once cherished seem indistinct and scattered. While the police work to pin the crime on Pun, bolstered by CCTV footage of someone who bears her likeness entering the scene, Sarann is in a race against time to clear her name and uncover what really happened to her. The climax reveals a shocking truth—Pun has an older sister who looks just like her. This twist uncovers the real killer and the chilling secrets that led to Pun's downfall and long absence.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... โอ้ว พระเจ้าจ๊อดมันยอดมากนามปากกา : มู๋ตุ๋นนินิ ณ วัดแห่งหนึ่ง จัดงานเทศกาลประจำปี 7 วัน 7 คืน ดีเจจ๊อด (ลูกหมี) กำลังเปิดเพลงโจ๊ะๆ ให้ชาวบ้านได้เต้นกันอยู่ มีสาวๆกรี๊ดกราดความเท่ห์ของจ๊อดเต็มที่ด้านหน้าเวที หลังทำงานเสร็จก็เดินเล่นในงานจนไปเจอ จิ๋ว (ซอนญ่า) สาวสวยเจ้าของร้านปาโป่ง กำลังบ่นทุกสิ่งบนโลกนี้ จ๊อดตกหลุมรักทันที จึงมุ่งมั่นจีบ และจะโชว์ความเท่ห์ด้วยการปาโป่ง แต่ดันวืดทุกดอก จิ๋วได้แต่ทำหน้าเอือมระอา ทุกวันจ๊อดแวะมาจีบจิ๋วตลอด แต่ฝีมือปาโป่งไม่ดีขึ้นเลย จนจิ๋วเบื่อ วันหนึ่งจิ๋วเดินถือพวงมาลัยมาเต้นอยู่หน้าเวที ก็มีทั้งชายหญิงมารุมล้อม จิ๋วอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "ลูกจะขอเสี่ยงทายด้วยพวงมาลัยสื่อรัก ขอให้ลูกช้างเจอเนื้อคู่ในงานนี้ด้วยเถิด สาธุ" แล้วโยนพวงมาลัยออกไป แต่ละคนแย่งกันไปมา สุดท้ายไปตกบนเวที จ๊อดหยิบขึ้นมา จิ๋วตะลึงแล้วพูดกับจ๊อดว่า "ปาโป่งยังไม่แตกเลย จะดูแลฉันได้ยังไง" แล้วเดินจากไป สักพักมีคนตะโกนขึ้นมาว่า "ระวัง! ควายหลุด" ควายวิ่งตรงมาที่จิ๋ว จิ๋วกรี๊ดลั่น มีมือนึงมาดึงให้จิ๋วหลบ พร้อมทั้งพาขึ้นขี่หลังควาย พอควายสงบลง จิ๋วจึงเห็นว่าจ๊อดเป็นคนมาช่วย จิ๋วพูดว่า "โอ้ว พระเจ้าจ๊อดมันยอดมากเป็นแฟนกับฉันเถอะ" จุ๊บบFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Oh my God, that's amazing!Pen Name : มู๋ตุ๋นนินิ At a lively temple, a vibrant festival unfolds, lasting a whole week under the stars. DJ Jod (Lookmhee) spins infectious tunes, getting the villagers on their feet and dancing. Amidst the festivities, a group of girls can't help but cheer for Jod's undeniable charm as she entertains the crowd. After her DJ set, she wanders through the festival grounds and stumbles upon Jiew (Sonya), a stunning girl managing a balloon-popping booth. She's in a bit of a mood, lamenting about all that ails the world. Jod can’t help but be smitten and decides to charm her by trying her hand at the balloon game, but luck isn't on her side as she pops nothing but air. Jiew's frustration is palpable. Despite her repeated attempts to win her over each day, her balloon skills never seem to improve, yet Jiew's patience starts to wear thin. One magical evening, Jiew takes the stage, adorning a flower garland and dancing beautifully amid the crowd. With a hopeful heart, she offers a prayer to the deities: “With this garland as a love token, I seek my soulmate at this festival. Amen.” Then, with a flourish, she tosses the garland into the air. A rush of excitement ensues as everyone scrambles to catch it, but it lands squarely on the stage, right in front of Jod. She picks it up, only for Jiew to look unimpressed and exclaim, “You can’t even pop a balloon, how will you take care of me?” With that, she walks away, leaving Jod bewildered. Suddenly, chaos erupts as someone shouts, “Look out! A buffalo is on the loose!” The buffalo charges straight at Jiew, and her terrified scream pierces the air. In an instant, a hand grabs Jiew and pulls her to safety, helping her climb onto the buffalo's back. As the animal settles down, she turns to discover that it was Jod who had come to her rescue. With eyes wide in surprise, Jiew exclaims, “Oh my God, Jod, you’re incredible! Will you be my girlfriend?” And just like that, they share a sweet kiss amidst the lingering festival magic.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “ลูกหมี - ซอนญ่า”ที่จะมาแจกความน่ารัก สดใส ฮีลความเหนื่อยล้า และสร้างความสุขให้แฟน ๆ จนล้นใจ!( หยุดสงกรานต์กับ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ) “ซอนญ่า” เผยว่า ปกติในช่วงวันหยุดสงกรานต์ เธอมักจะชอบเล่นน้ำหน้าบ้านกับครอบครัว และสัตว์เลี้ยงตั้งแต่เด็ก ซึ่งปีนี้ก็ยังคงทำแบบเดิมตามเคย ในด้านของ “ลูกหมี” เผยว่า ปกติตนนั้นจะเก็บหมด เล่นน้ำทุกวันเลย แต่ปีนี้เหลือเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น เพราะนอกจากจะเหนื่อยจากการทำงานแล้ว การที่โตขึ้นจึงทำให้รู้สึกอิ่มตัว เปลี่ยนจากการเล่นน้ำเป็นการพักผ่อนแทน( Hap Hap ย้อนหลังค่ะยัยคนสวย ) “ซอนญ่า” เผยถึงความรู้สึกตอนที่ลงจากรถที่คุณแม่มาส่ง แล้วเห็นป้ายติด Happy Birthday อยู่หน้าตึกเต็มไปหมด นั่นทำให้ “ซอนญ่า” และคุณแม่ รู้สึกตกใจ และเซอร์ไพร์สมาก เพราะเจ้าตัวก็ไม่คิดว่ามันจะใหญ่โตขนาดนี้!?( LMSY Mini Mission “Fanfic Mission” ) โดยครั้งนี้ทางทีมงานก็ได้มีมิชชั่นเล็ก ๆ มาให้ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ได้เล่นกันเป็นน้ำจิ้มก่อน โดยจะให้ทั้งสองสวมคาแรกเตอร์ตามโจทย์ที่ได้รับ และโพสท่าถ่ายภาพนิ่งค้างไว้ ให้แฟน ๆ รอแคปหน้าจอไปชื่นชมเคมีความน่ารักต่อกันหลังจบไลฟ์โจทย์ข้อที่ 1 “คุณนักสืบกับนายตัวร้ายขโมยหัวใจ”โจทย์ข้อที่ 2 “เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ”โจทย์ข้อที่ 3 “บาริสต้าสุดหล่อกับลูกค้าประจำสุดสวย”โจทย์ข้อที่ 4 “ลูกทุ่งย้อนยุค ปิ๊งรักที่งานวัด”ซึ่งทั้งคู่ก็สามารถโพสท่าทางออกมาได้น่ารัก ขโมยหัวใจของแฟน ๆ ไปครองได้อย่างอยู่หมัดดด!( จับมือกันเดินทางมาถึงเช็คพอยด์ที่ 3 แล้ววว ) ทั้งคู่เผยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 3 ที่ได้เล่นด้วยกัน นั่นจึงทำให้รู้สึกว่าเวลาแสดงหน้าเซ็ตนั้นสามารถเล่นได้ลื่นไหลขึ้น ไม่ต้องเครียด หรือกดดันในการซ้อมร่วมกันมากเท่าเรื่องแรก และเรื่องนี้เป็นแนวตลกคอมเมดี้แล้วด้วยนั้น จึงทำให้ทั้งคู่สามารถแสดงออกมาแบบเน้นความสด ๆ เรียล ๆ และเป็นตัวเองในหน้าเซ็ตได้เลย อีกทั้งยังเผยว่า ในซีนทุ่งนา ที่ถ่ายที่ศูนย์วิจัยข้าว ที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้น ต้องบอกเลยว่าร้อนแบบแดดไหม้ผิวสุด ๆ กลับมาพากันตัวแดงแดดกันทั้งคู่ หลังถ่ายจบจึงได้พากันบำรุงครีมป้องกันตัวดำแดดกันแบบขะมักเขม้นสุด ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ของทั้งคู่ที่น่ารักมาก ๆ เลยยย( เซอร์ไพร์สครับคุณผู้ชม!? ครั้งนี้..คอมเมดี้! ) “ซอนญ่า” เผยว่า ตอนแรกคาดหวังกันว่าซีรีส์เรื่องถัดไปจะต้องได้เล่นแนวสืบสวนสอบสวนแน่ ๆ เพราะเคยให้สัมภาษณ์ไปว่าอยากลองเล่นแนวสืบสวนสอบสวน ที่มีความซีเรียสสักครั้ง แต่ครั้งนี้กลับแหวกแนวมาเลย เกินความคาดหมายสุด ๆ เพราะมาแนวตลกคอมเมดี้ แต่ทั้งคู่ก็ชื่นชอบ เพราะบทที่ได้รับมานั้นค่อนข้างมีความตรงกับบุคลิกส่วนตัว จึงทำให้รู้สึกว่าสนุกมาก ๆ กับการรับบทเล่นในเรื่องนี้ แม้ในการแสดงจริงจะต้องใช้เอเนอจี้เยอะมาก ๆ ทำให้หลังถ่ายเสร็จจะแอบมีหนีไปนั่งซึมหงอยก็ตาม เรียกทั้งเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มความน่าเอ็นดูจากเหล่าดีเจ และแฟน ๆ ได้เต็ม ๆ ! ในด้านของ “ลูกหมี” นั้นก็ได้เผยว่า ครั้งแรกที่ได้เห็นบทนี้ก็รู้สึกเขินอายในการแสดง เพราะรู้สึกว่าบทค่อนข้างเบียว ๆ ไปทางตลก ๆ แต่พอเล่นไปได้สักพักกลับติดนิสัยคาแรกเตอร์ที่แสดงมาเล่นที่บ้านด้วย จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกตลก และสนุกกับบทนี้มาก ๆ( เสื้อปุ๋ยสไตล์ “ลูกหมี” ) “ซอนญ่า” เผยความเห็นส่วนตัวว่า รู้สึกว่า “ลูกหมี” นั้นเป็นคนที่ไม่ว่าจะแต่งตัวยังไง ใส่อะไรก็ดูสวย ดูเก๋ไปหมด ขนาดใส่เสื้อปุ๋ยแล้วยังดูเริ่ดอยู่เลย พร้อมยังบอกเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ทั้งสองตัวละครได้เริ่มรัก และอยู่ด้วยกัน ตนนั้นก็ได้ใส่เสื้อปุ๋ยไปตลอดทั้งซีรีส์โดยปริยาย( 2 ความต่างที่ลงตัว ) ทั้งคู่เผยว่า การที่ทั้ง 2 ตัวละครที่มีความต่างกันมาก ๆ มาบรรจบกลายเป็นรักกันได้นั้น เพราะการมี 2 คาแรกเตอร์ที่ต่างกันนี่แหละคือประเด็นสำคัญ! ด้วยความที่ตัวละครของ “ศิ” ที่เคยเป็นพี่สาวคนโตของบ้าน เมื่อมีน้องสาวทำให้พ่อแม่เอาอกเอาใจน้องสาวมากกว่า นั่นจึงทำให้ตัวของ “ศิ” นั้นรู้สึกน้อยใจ และเมื่อ “ศิ” ได้มาเจอกับ “เฮียเกล้า” คนที่คอยรับฟัง และตามใจ นั่นจึงทำให้ “ศิ” รู้สึกดีที่ได้อยู่กับ “เฮียเกล้า” นั่นเอง เป็นส่วนต่างที่มาผสมกันลงตัวสุด ๆ( ตัวป่วนไหนจะเป็นตัวโปรด..? ) ทั้งคู่เผยว่า การเข้าซีนกับสัตว์หลากหลายชนิดนั้น ทั้งคู่รู้สึกแฮปปี้มาก ๆ กับทุกตัวเลย แต่ตัวที่เดินเข้ามาในหัวใจด้วยความน่ารักเลยนั่นก็คือ “โจ้น” ที่เป็น ไก่ ในเรื่องนั่นเอง เพราะเป็นไก่ที่สามารถให้อุ้มได้ และเวลาอุ้มก็จะนิ่งจนหลับไปปุ๋ยไปทุกที( ถ้า LMSY มีพื้นที่ 20 ไร่?! ) ทั้งคู่ได้จัดแจงกันว่า หากมีพื้นที่ 20 ไร่ อย่างแรกที่ต้องทำเลยคือขายที่ 10 ไร่ และปลูกต้นมะม่วง เพราะ “ซอนญ่า” ชอบกินมะม่วงน้ำปลาหวานมาก ๆ ที่เหลือก็จะนำไปปลูกพืชผักสวนครัว และเลี้ยงสัตว์โลกน่ารักเพิ่มเติมจนเต็ม 10 ไร่ ที่เหลือ( ผันตัวมาเป็นนักสปอยกันสักหน่อยย ) งานนี้ “ซอนญ่า” ก็ได้เผยว่า ใน EP.4 หรือในตอนถัดไปนั้น ทั้งคู่จากที่โกรธกันก็จะกลับมาดีกันด้วยความรวดเร็ว และกลับไปอยู่สุพรรณด้วยกันตามเคย เรียกได้ว่าสปอยแบบตรง ๆ ชัด ๆ ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ ได้เครียดนานแน่นอน( FANCON ครั้งนี้มาในธีม Romance! ) ทั้งคู่เผยว่า ในงาน FANCON ปีที่แล้วนั้น จะเป็นธีมแบบกุ๊กกิ๊ก Poppy Love ปีนี้เลยอิงจากซีรีส์เรื่องล่าสุด ประกอบกับงานครั้งนี้เหมือนการเล่าเรื่องของความสัมพันธ์ของคนสองคน หลังจากที่ผ่านช่วง Poppy Love มาแล้ว งานนี้ก็จะพรีเซนต์ถึงความโรแมนซ์มากขึ้นผ่านโชว์ต่าง ๆ ส่วนโชว์ต่าง ๆ จะเป็นยังไง อยากให้แฟน ๆ รอติดตามกันน้าาา( LMSY What is the best romantic? ) “ซอนญ่า” เผยว่า “ลูกหมี” นั้นเป็นคนที่ใส่ใจมาก ๆ คอยใส่ใจตนอยู่เสมอ เช่น คอยสั่งข้าวให้ ถือเป็นคนที่น่ารักมาก ๆ ! ในด้านของ “ลูกหมี” เผยว่า “ซอนญ่า” เป็นคนที่น่ารักมาก จะคอยเชียร์อัพ คอยให้กำลังใจอยู่เสมอ เช่นเวลาออกกองแล้วถ่ายจบ 1 วัน “ซอนญ่า” ก็จะเดินมาปรบมือ และยิ้มเชียร์อัพให้ “ลูกหมี” อยู่เสมอและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มในชื่อเกมว่า “Hometown Mission ภารกิจสะใภ้บ้านนา” งานนี้บอกได้เลยว่า “ลูกหมี - ซอนญ่า” เล่นเกมกันแบบเต็มที่ดึงความน่ารัก ซุกซนของตัวเองออกมากันแบบจัดเต็ม! ชวนแฟน ๆ อดยิ้มกันไม่ได้สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ลูกหมี - ซอนญ่า”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ลูกหมี - ซอนญ่า” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบความสุขชวนฟิน ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูกันถ้วนหน้า ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “Hometown Romance คุณแฟนบ้านนอก” สามารถติดตามรับชมซีรีส์ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่องวัน 31 และรับชมเวอร์ชั่น Uncut ได้ทางแอปพลิเคชัน OneD ที่เดียวเท่านั้น!สามารถเข้าไปรับชมเคมีความน่ารักน่าใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

เรื่องเล่าจากอาจารย์ฟิล์ม 'พิกัดหลอนซ่อนทาง' l อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม [ 21 เม.ย.2569 ]
30 เม.ย. 2026
อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากอาจารย์ฟิล์ม 'พิกัดหลอนซ่อนทาง' l อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม [ 21 เม.ย.2569 ]

ก่อนไปถึงจุดหมาย แต่ระหว่างทางอาจทำให้ไปไม่ถึง ขณะขับรถไปงานศพต่างจังหวัดกับเพื่อนในรถ 4-5 คน กลับมีสิ่งแปลก ๆ ทั้ง Google map ค้างไม่บอกพิกัด และเสาไฟทั้งสามที่คนขับเห็นเพียงคนเดียว เมื่อไปถึงคนในหมู่บ้านดันมีคำพูดเตือนอย่างหน้าประหลาดใจ จนสุดท้ายมารู้ความจริงว่า สิ่งที่เห็นไม่ใช่เสาไฟ! เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม’ (15 เม.ย. 2569)’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘พิกัดหลอนซ่อนทาง’ ‘อาจารย์ฟิล์ม’ ได้มาเล่าเรื่องราวที่ตนนั้นเจอ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงโควิดระบาดใหม่ ๆ และเพิ่งเริ่มมีประกาศว่าจะมีการล็อกดาวน์ เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นก่อนล็อกดาวน์ ตอนนั้นพ่อของเพื่อนสนิทเสีย จึงต้องรวมตัวกับเพื่อนพากันไปงานศพที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ซึ่งก็ได้รวมตัวกับเพื่อนกัน 4 คน โดยมีอาจารย์ฟิล์ม อาสาเป็นคนขับรถให้ และช่วงนั้นเหมือนจะเริ่มงดเว้นการเดินทาง พวกรถขนส่งก็เริ่มไม่ค่อยมี ในวันที่ทราบเรื่องว่าต้องไปไหว้นั้นก็เป็นช่วงที่ใกล้จะเผาพอดี ทั้งหมดจึงได้รีบนัดไปกันในวันสวดวันสุดท้ายทั้งหมดจึงได้รีบพากันออกเดินทางทันทีก่อนที่ฟ้าจะมืด แต่กว่าจะไปถึงชลบุรีฟ้าก็ได้เริ่มมืดลง ทั้งหมดจึงได้พากันเข้าไปเช็กอินโรงแรมที่จองไว้ก่อนที่จะเร่งเดินทางต่อไปยังวัดให้ทันสวด ระหว่างทางในขณะที่ขับรถอยู่บนถนนใหญ่ รอบข้างก็ไม่ค่อยมีรถคันอื่นขับผ่านสัญจรไปมาสักเท่าไหร่ จะมีเพียงรถขนส่งไม่กี่คันเท่านั้น ระหว่างที่ขับรถ ก็จะให้เพื่อนหนึ่งคนในกลุ่มชื่อ เอก ที่เป็น LGBTQ รับหน้าที่คอยดูแมพให้ และเมื่อขับรถไปเรื่อย ๆ จู่ ๆ เอกก็ได้พูดขึ้นมาว่า “ฟิล์มช่วยกูหน่อย เอฟมันเป็นอะไรก็ไม่รู้ นั่งพึมพัมอะไรอยู่คนเดียว” อาจารย์ฟิล์มจึงได้หันไปชวนคุยแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรกลับมาจากเอฟ เลยคิดว่าช่างมัน และหันกลับมาโฟกัสกับการขับรถต่อ ในจังหวะนั้นบรรยากาศรอบข้างก็เริ่มมืดขึ้น อาจารย์ฟิล์มจึงได้หันมองซ้ายขวา หาจุดที่จะเป็นจุดสนใจ เพื่อจำเส้นทางที่ขับมาสำหรับขากลับ ว่าหากเจอจุดนี้ก็จะรู้ได้ว่าเป็นเส้นทางที่ถูกต้อง ทันใดนั้นก็ได้หันออกไปเห็นเสาไฟสูงด้านขวามือ 3 ต้น เลยได้จำไว้ และหันกลับมาขับรถต่อไปยังจุดหมายขณะเดียวกันทางด้านของเอก ก็ยังคงนั่งก้มหน้าพึมพัมอยู่ จนขับไปเรื่อย ๆ เอกก็ได้บอกว่า จะมีทางเลี้ยวซ้ายที่จะผ่านหมู่บ้านนิดนึง และจะถึงวัดเลย ซึ่งก็เลยขับกันไปตามทาง แต่ขับไปยังไงก็ยังไม่ถึงวัดสักที จนเอกก็ได้บอกว่า GPS มันค้าง ทันใดนั้นเอฟก็ได้เงยหน้าขึ้นมา และบอกว่าให้ขับไปข้างหน้าอีกนิดนึง ปรากฏว่าเจอเข้ากับคุณลุงคนหนึ่งที่กำลังปั่นจักรยานสวนมา เอฟจึงได้เปิดกระจกแล้วถามทางกับคุณลุง จึงทำให้รู้ว่าได้ขับเลยวัดมาแล้ว ทั้งหมดจึงได้ถอยกลับไปตามทางที่ลุงบอก เลี้ยวไปไม่กี่ร้อยเมตรก็ได้ถึงวัดที่เป็นจุดหมายปลายทาง แต่กว่าจะมาถึงงานก็สวดเสร็จ ทั้งหมดจึงได้จะพากันเข้าไปไหว้เคารพศพ และขอโทษเพื่อนที่มาช้าจนไม่ทันสวด จังหวะนั้นพวกคุณลุงคุณป้าก็ได้ลุกขึ้นมาต้อนรับ และถามไถ่ทำให้ทั้งหมดใจชื้นขึ้น จากที่รู้สึกผิด และกลัวว่าจะโดนดุ หลังจากที่ไหว้เคารพศพเสร็จ จึงจะไปกินข้าว แต่เอฟก็ได้พูดขึ้นมาว่าตนนั้นถือว่าจะไม่กินข้าวงานศพ ทุกคนเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงได้ตัดสินใจไม่กิน และจะไปหากินข้างนอกพร้อมกันทีเดียว จึงได้ขอตัวลากลับก่อน ทันใดนั้นได้มีคุณป้าคนนึงบอกว่า “พวกหนูอย่าเพิ่งกลับเลย นอนที่นี่กันมั้ย” ทั้งหมดจึงได้ปฏิเสธไปเพราะจองโรมแรมไว้แล้ว สักพักก็ได้มีคุณลุงสัปเหร่อเดินเข้ามาถามหาว่า “ใครเป็นคนขับรถ” อาจารย์ฟิล์มจึงได้ตอบไป แล้วคุณลุงสัปเหร่อคนนั้นก็ได้จูงมือไป และเอาพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ มาใส่ไว้ในมือของอาจารย์ฟิล์ม พร้อมบอกให้เอาสิ่งนี้ไว้ในรถ หลังจากนั้นทั้งหมดจึงได้พากันขับรถกลับในจังหวะที่กำลังจะเลี้ยวรถออกจากวัด ก็ได้เห็นว่าคุณลุงคุณป้ายืนเรียงกันมาส่งอยู่ที่หน้าวัด ทั้งหมดจึงได้สบายใจ และขับรถกลับทางถนนใหญ่เส้นเดิม แต่เหตุการณ์กลับมีเรื่องน่าตกใจตรงที่ว่าไม่ว่าจะขับมาไกลแค่ไหนมองซ้ายขวาก็ไม่เห็นเสาไฟสูง 3 ต้นนั้นเลย เจอเพียงแค่ 2 ต้นเท่านั้นจึงได้หันไปถามเอกว่า เอกเห็น 3 ต้นรึป่าวซึ่งเอกก็บอกว่า เห็นแค่ 2 ต้น ถามแฟน แฟนก็ตอบว่าเห็นแค่ 2 ต้นเอฟจึงได้บอกขึ้นมาว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรต่อ ให้ขับไปก่อนจนกว่าจะถึงที่พัก เมื่อถึงที่พักจึงได้หันไปถามเอฟว่า เกิดอะไรขึ้น เอฟเป็นคนที่มีเซนส์ในเรื่องนี้จึงได้บอกว่า จริง ๆ แล้วนั้นเอฟรู้สึกไม่ดีตั้งแต่ที่ขับรถขาไปบนถนนเส้นนั้นแล้ว เอฟบอกว่ามีความรู้สึกเหมือนกับมีคนมากระซิบอยู่ข้างหูตลอดเวลา พร้อมบอกว่าสิ่งที่อาจารย์ฟิล์มเห็นนั้นคือ เปรต ไม่ใช่เสาไฟอย่างที่คิด และบอกว่าตนนั้นก็เห็น 3 ต้นเหมือนกัน แต่ต้นที่ 3 นั้นเป็นขาคนตัวสูง ซึ่งลุง และป้าที่วัดคงรู้ว่าพวกเราไปเจออะไรมาจึงได้ให้พระพุทธรูป และมายืนส่งกลับที่หน้าวัดนั่นเองวันถัดไป ทั้งหมดก็ได้พากันขับรถเดินทางไปที่วัดตามเดิม และไปเล่าให้กับคุณลุงคุณป้าฟังเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ป้าแกจึงได้ตอบกลับมาว่า “ที่ไม่อยากให้กลับไป อยากให้นอนที่วัดก็เพราะรู้นี่แหละว่าเขาตามมาด้วย..”(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

ที่พักใหม่ ใกล้ฉัน | อาจารย์ฟิล์ม - HIGHLIGHT อังคารคลุมโปงX 21 เม.ย 69
30 เม.ย. 2026
อังคาร คลุมโปง

ที่พักใหม่ ใกล้ฉัน | อาจารย์ฟิล์ม - HIGHLIGHT อังคารคลุมโปงX 21 เม.ย 69

ที่พักฟรี!? #อังคารคลุมโปงXอาจารย์ฟิล์ม #อาจารย์ฟิล์ม #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94 #EFM94

Green Wave

ถ้าตายวันนี้ คุณจะเสียใจไหม? คำถามเปลี่ยนชีวิต “คมสันต์ แซ่ลี” และภารกิจเปลี่ยน "โอกาสรอบตัว" ให้เป็น "ความสำเร็จระดับโลก
30 เม.ย. 2026
Club Inspired Day Recap

ถ้าตายวันนี้ คุณจะเสียใจไหม? คำถามเปลี่ยนชีวิต “คมสันต์ แซ่ลี” และภารกิจเปลี่ยน "โอกาสรอบตัว" ให้เป็น "ความสำเร็จระดับโลก

Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย“ดีเจอั๋น ภูวนาท”เปิดไมค์ต้อนรับ “คมสันต์ แซ่ลี” ผู้ก่อตั้ง Flash Express ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การสร้างธุรกิจ และมุมมองการบริหารงานท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเขาได้เปิดใจว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากการรอคอยโอกาสเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเตรียมความพร้อม และการกล้าเดินต่อในขณะที่คนอื่นหยุดนิ่งนอกจากนี้ยังมีการพูดถึงแนวคิดการทำงานที่เน้น ผลลัพธ์เป็นสำคัญ เพื่อความอยู่รอดขององค์กร และการขยายธุรกิจใหม่ภายใต้บริษัท Unicorn ที่ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยให้เติบโตในระดับสากล คุณคมสันต์ยังให้แง่คิดในการใช้ชีวิตที่ต้องรู้จัก สมดุลระหว่างการหารายได้เพื่ออยู่รอดและการสร้างอนาคต เปรียบเสมือนการตักน้ำไปพร้อมกับการขุดบ่อน้ำของตนเอง ท้ายที่สุดเขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการ เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ และการเรียนรู้จากความล้มเหลวเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายที่ยั่งยืนในอนาคตก้าวข้ามความยากจน เมื่อ "ความฟลุ๊ก" คือการเตรียมตัวให้พร้อมเจอโอกาสคุณคมสันต์ยอมรับอย่างเต็มปากว่าจุดเริ่มต้นของเขาคือ "ฟลุ๊ก" แต่คำว่าฟลุ๊กของเขาไม่ได้หมายถึงโชคช่วยเพียงอย่างเดียว เขามองว่า โอกาสอยู่รอบตัวเราเสมอ แต่อยู่ที่ว่าเราเตรียมตัวพร้อมรับโอกาสนั้นหรือยัง แรงผลักดันแรกในชีวิตของเขาคือ ความยากจน เขาต้องการมีเงินเพื่อดูแลครอบครัวให้หลุดพ้นจากความลำบาก แต่เมื่อผ่านพ้นจุดนั้นมาได้ เป้าหมายของเขาก็เปลี่ยนเป็นการค้นหาความหมายของชีวิตและการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงสร้างสรรค์ให้สังคมยืนบนน้ำแข็งที่บางเฉียบ ความจริงหลังม่านยูนิคอร์นที่ไม่ได้สวยหรูแม้ภาพลักษณ์ของ Flash Express จะเป็นยูนิคอร์นที่มีมูลค่าบริษัทมหาศาล แต่คุณคมสันเปรียบเทียบตัวเองว่าเหมือน "เหยียบอยู่บนน้ำแข็งที่บางๆ" ที่ไม่รู้จะแตกเมื่อไหร่ ธุรกิจนี้มีความท้าทายรอบด้าน ทั้งค่าน้ำมันที่ควบคุมไม่ได้ สงคราม และการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซที่เหลือยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่ราย เขาเน้นย้ำว่าการทำธุรกิจมีความเสี่ยงตลอดเวลา และ "คำว่าเจ๊งกับตาย อันไหนจะมาก่อนกัน คุณไม่มีทางรู้" ตราบใดที่ยังทำธุรกิจอยู่วัฒนธรรมมุ่งผลลัพธ์ การตัดสินใจที่โหดร้ายเพื่อรักษาคนนับแสนในด้านการบริหาร คุณคมสันต์ใช้แนวคิด "มุ่งผลลัพธ์ (Result-Oriented)" เท่านั้นถึงจะอยู่รอดในการแข่งขัน เขาอาจถูกมองว่าเป็นคนโหด แต่เขาให้เหตุผลว่าในฐานะผู้นำ ความรับผิดชอบที่ใหญ่ที่สุดคือการทำให้องค์กรอยู่ต่อได้ เขาไม่สามารถยอมให้ "จิ๊กซอว์ตัวเดียว" (พนักงานที่ไม่พร้อม) ทำภาพรวมพังได้ เพราะเขามีภาระต้องดูแลชีวิตพนักงานอีกกว่า 100,000 ชีวิตทั่วภูมิภาค นอกจากนี้เขายังได้เรียนรู้จาก Co-founder ว่า หากตั้งเป้าหมายแล้วต้องไม่มีทางถอย เพราะถ้ามีทางถอย สัญชาตญาณมนุษย์จะทำให้เราถอยแน่นอนบทเรียนจากความผิดพลาด วันที่ "หลงระเริง" จนถึงการสร้าง "100 แบรนด์"คุณคมสันต์ยอมรับว่าเคยมีช่วงที่ทั้งองค์กร "หลงระเริงกับความสำเร็จ" เช่น การจ้างพนักงานต้อนรับสวยระดับแอร์โฮสเตสหรือมียามนับสิบเพียงเพื่อ "รักษาหน้าตา" ซึ่งไม่ใช่ความจำเป็นที่แท้จริง ปัจจุบันเขากลับมาเริ่มต้นใหม่ด้วยเป้าหมายการสร้าง 100 แบรนด์ ที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของผู้คน โดยมีหลักการสำคัญ 3 ข้อในการทำสินค้าคือ ต้องมีวัตถุดิบที่ยูนีค (เลียนแบบยาก), รสชาติโดดเด่น, และใส่ความเป็นวัฒนธรรมเข้าไป เพื่อป้องกันการถูกก๊อปปี้จากคู่แข่งรายใหญ่โดยเฉพาะตลาดจีนตักน้ำพร้อมขุดบ่อ ข้อคิดสำหรับคนสู้ชีวิตที่ทุนน้อยสำหรับคนที่เริ่มจากศูนย์ คุณคมสันให้ข้อคิดผ่านนิทานเรื่องเด็กวัดขุดบ่อน้ำว่า "ไม่จำเป็นต้องเลิกตักน้ำเพื่อไปขุดบ่อ" หมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำ (ตักน้ำเพื่อประทังชีวิต) เพื่อมาทำธุรกิจทันที (ขุดบ่อเพื่อความยั่งยืน) เพราะคุณอาจจะ "หิวตาย" ก่อนจะเจอน้ำก้าวแรกที่แนะนำ หากอยากทำธุรกิจอะไร ให้ลองไปสมัครเป็นพนักงานในร้านที่เป็นต้นแบบเพื่อเรียนรู้ทุกอย่างก่อนความกล้าตัดสินใจ เขาฝากคำถามทิ้งท้ายว่า "ถ้าวันนี้คุณไม่ทำ แล้วคุณเสียชีวิต คุณจะเสียใจไหม?" ถ้าคำตอบคือเสียใจ ก็จงเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เป็นไปได้ก่อนชีวิตของ คมสันต์ แซ่ลี เปรียบดั่งการเดินทางของนักแสวงโชค ผู้เริ่มต้นจากผืนดินที่แห้งแล้งด้วยแรงขับเคลื่อนจากความขัดสนเพื่อนำพาครอบครัวไปสู่โอเอซิสแห่งความกินดีอยู่ดี เขาเปรียบตนเองเป็นผู้ที่กำลังร่ายรำอยู่บนแผ่นน้ำแข็งอันบางเฉียบท่ามกลางมหาสมุทรธุรกิจที่พร้อมจะปริแตกได้ทุกเมื่อ ทว่าด้วยจิตวิญญาณที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ดั่งจิ๊กซอว์ที่ต้องร้อยเรียงภาพความสำเร็จให้สมบูรณ์เพื่อโอบอุ้มลมหายใจของพนักงานนับแสนชีวิตที่ฝากความหวังไว้บนบ่าแม้ในวันที่แสงสว่างแห่งความสำเร็จจะเจิดจรัส เขาก็ยังเลือกที่จะเตือนตนเองด้วยบทเรียนจากรอยร้าวในวันที่เคยหลงระเริง โดยยึดถือวิถีแห่งการ "ตักน้ำ" เพื่อประทังชีพไปพร้อมกับการพากเพียร "ขุดบ่อน้ำ" แห่งฝันอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อสร้างสรรค์อาณาจักรแบรนด์ที่มีรากเหง้าอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะลอกเลียน ดุจการส่งต่อเปลวไฟแห่งความกล้าหาญให้ผู้คนรุ่นหลังได้มองเห็นว่า แม้ในคืนที่มืดมิดที่สุด หากมีการเตรียมพร้อมและกล้าที่จะเริ่มขยับเข้าหาเป้าหมายจากจุดเล็กๆ แสงแห่งโอกาสย่อมทอประกายอยู่รอบกายเสมอดูรายการย้อนหลัง

Hotwave

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18
03 ก.พ. 2026
Events

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18

ว้าวุ่นมาทั้งปี มารับวิตามิน SEA กันป่ะล่ะ !!ปลายปีนี้... EFM94 และ Chill Online จะพาคุณไปมันส์อีกครั้งกับมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเลกับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18 BY โซดา LEOมันส์ไปกับ 6 ศิลปิน ...NONT TANONT / PARADOX / MEAN / ROOFTOP / SLAPKISS / THE MOUSSESเตรียมแดนซ์ให้ยับกับ DJ PU บนเวที EDM สไตล์ EFM และ เหล่าดีเจจาก EFM94 และ CHILL ONLINEเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นี้ที่ หาดแหลมเจริญ จังหวัด ระยองห้ามนำเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าภายในงาน ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายเตรียมตัวกันให้พร้อม!! 16 ตุลาคมนี้เปิดให้กด REDEEM บัตรกันแล้วขั้นตอนการ Redeem Ticket!! บอกเลยว่า #งานนี้ฟรี!!- เพียงแค่ล็อกอิน เปิดแอป Application AtimeFungFin- เริ่มสะสมพ้อยได้แล้ววันนี้ ผ่านการฟัง Application ATIMEFUNGFIN !!1 นาที = 1 Point สะสมครบ 2,000 Point แลก Wristband ได้ 2 ใบ สามารถเข้างานได้ 2 คน(1 Account/1 สิทธิ์)ดาวน์โหลด Application : ATIME FUNGFIN รอไว้ได้เลย ทั้งระบบ IOS และ Androidพิเศษเฉพาะใน Application ATIMEFUNGFIN เท่านั้น!! รีบชวนเพื่อนด่วน #บัตรมีจำนวนจำกัด

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน
23 ม.ค. 2025
News

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน

"เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา” ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพันบทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปีโดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform

อบอวลด้วยรัก! "จ๊ะอี๋" น้องใหม่ "Kicks Records" เสิร์ฟกลิ่นหอมผ่าน "สวนดอกไม้" ได้ทัพ 3 ตัวพ่อเพลงรักร่วมงานในซิงเกิลเปิดตัว
16 ม.ค. 2025
News

อบอวลด้วยรัก! "จ๊ะอี๋" น้องใหม่ "Kicks Records" เสิร์ฟกลิ่นหอมผ่าน "สวนดอกไม้" ได้ทัพ 3 ตัวพ่อเพลงรักร่วมงานในซิงเกิลเปิดตัว

เปิดปีใหม่ปีนี้ Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ขอเสิร์ฟของขวัญรับศักราชใหม่ พร้อมแนะนำ “jaei จ๊ะอี๋ - นวลจันทร์ ณ ถลาง” ศิลปินหญิงที่มากับเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานที่หวาน จนใครได้ฟังต้องรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ เพราะท่วงทำนองและคำร้องนั้นเต็มไปด้วยความหอมหวาน“สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานเดบิวต์ของ “jaei จ๊ะอี๋” ที่สะท้อนความเป็นเธอในทุกองค์ประกอบ โดยจุดเริ่มต้นมาจากกวีของ Alfred Tennyson ที่เขียนไว้ว่า “If I had a flower for every time I thought of you…I could walk through my garden forever.” ที่แปลว่า ถ้ามีดอกไม้ผลิบานเพิ่มขึ้นทุกครั้งเวลาที่ฉันนั้นคิดถึงเธอ โลกนี้คงเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ที่พอให้เราเดินเล่นได้ทั้งชีวิต ซึ่งตัวของ “แทน Lipta” โปรดิวเซอร์และผู้แต่งเพลงนี้มองว่าเป็นประโยคที่เหมาะกับตัวตนของ ‘จ๊ะอี๋’ และได้นำเพลงนี้มาเขียนร่วมกับ “ข้าว fellow fellow” อีกหนึ่งยอดฝีมือที่แต่งเพลงรักสุดฮิตมานับไม่ถ้วนในส่วนของดนตรีเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ความชอบเพลงยุค 90 ของ jaei ก็ได้ถูกนำมาอยู่ในเพลงนี้ ถูกเนรมิตดนตรีเพลงนี้ให้หอมฟุ้งด้วยความฟีลกู้ดโดย “กุ๊ก จิตติพล” มือคีย์บอร์ดวงดนตรีคลั่งรักแห่งยุคอย่าง “No One Else” ที่มาร่วมเรียบเรียงเพลงนี้อีกด้วย นอกจากบรรยากาศของเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)“ จ๊ะอี๋ยังได้ถ่ายทำมิวสิควิดีโอด้วยบรรยากาศสวนดอกไม้จริงๆ ร่วมกับกลุ่มเพื่อนสุดเลิฟ ทำเอาบรรยากาศทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังอบอวลด้วยความสุขแบบทะลุจอจนผู้ชมสัมผัสได้รับชม รับฟัง และสัมผัสมวลความน่ารักของเพลง “สวนดอกไม้” ได้ทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิ่งและชมมิวสิควิดีโอได้ทาง YouTube: jaeicoolkid

Atime Showbiz

BEACH BOYS CONCERT 2025
21 ก.ค. 2025
Ticket Now

BEACH BOYS CONCERT 2025

คอนเสิร์ตรวมศิลปิน BOYS “สมบัติแห่งชาติ” เสิร์ฟเพลงฮิตติดชาร์ตกันริมทะเล ชวนทุกด้อมมาเติมฟินพร้อมกัน ครบจบในวันเดียว !ใน “BEACH BOYS CONCERT 2025”พร้อมเสิร์ฟขุมทรัพย์ความฟิน กับ Lineup 10 ศิลปินแถวหน้าของ T-POP ที่แมสที่สุดมาไว้บนเวทีเดียวกัน พบกับ1. POLYCATวงดนตรีสุดเทสต์ ตัวท็อป Synth Pop ตำนานเพลงฮิตที่ทุกคนต้องมีติดเพลย์ลิสต์ !2. fellow fellowศิลปิน DUO เสียงละมุน เจ้าของเพลงรักโรแมนซ์สุดไวรัลกว่า 100 ล้านวิว !3. No One Else“เจ้าพ่อเพลงรัก” ศิลปินที่ครองชาร์ตครองใจเหล่าคนคลั่งรักทุก GEN !4. JEFF SATURศิลปินตัวท็อปมากประสบการณ์ผู้เปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของแบบไร้ขีดจำกัด!!5. NUNEWศิลปินเสียงหวานใจละลาย ฉายา “ลูกชายแห่งชาติ” ที่พร้อมชิงหัวใจจากทุกด้อมแบบไม่ให้ตั้งตัว !6. ATLASBOY GROUP ตัวท็อปสุดเป๊ะ ! ที่ต้องดูด้วยตาเนื้อสักครั้งในชีวิต พร้อมสาดความมันส์ให้หาดแตก !!7. PROXIEBOY BAND แถวหน้า All Rounder สุดจี๊ดแห่ง T-POP ตัวตึงทุก Viral สุดแมส !8. LYKNBOY GROUP สุดกรี๊ด เตรียมกร่อนใจทุกด้อม ด้วยคาริสม่าสุดสตรอง แซ่บไฟลุกไปทั้งหาด !9. DICEBOY GROUP ทำถึงแห่งปี เอเนอร์จี้สุดจะเลิศ ! พร้อมตกแฟน ๆ ด้วย Performance สุดปัง !!10. JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXXRookie น้องใหม่มาแรงแห่งวงการ T-POP พร้อมปล่อยดาเมจสุด HOT ให้ Beach สะเทือน !!เปิด MAP ความสนุกพร้อมกันวันแสดง :วันเสาร์ที่ 22 พฤจิกายน 2568 เวลา 15:30 น. เป็นต้นไปสถานที่ :SEA SAND SUN HUAHIN RESORTเปิดจำหน่ายบัตร : วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปซื้อบัตรได้ทาง Counter Service All Ticket ใน 7-Eleven ทุกสาขา หรือ https://bit.ly/BEACHBOYS2025ราคาบัตร :• บัตรราคา 1,100 บาท **ราคานี้ตั้งแต่วันนี้ - 21 พ.ย.**• บัตรหน้างาน (22 พ.ย. 2568) : บัตร Regular ราคา 2,000 บาท

YOLO FEST
10 มี.ค. 2025
Ticket Now

YOLO FEST

ครั้งแรกของ ATIMESHOWBIZ ครีเอทมิวสิคเฟสอินดี้ ขึ้นห้าง กลางเมืองโดนใจทุก Gen โดดเด่นทุก Line up ที่ทุกคนต้องได้มาฟังสดๆ สักครั้งในชีวิต!!YOLO FEST เฟสอินดี้ YOU ONLY LISTEN ONCEมิวสิคเฟสที่ “คุ้ม” ที่สุด กับโลเคชั่นที่ “ติดแกลม” ที่สุดจัดเต็มตลอด 8 ชม. แบบ Non stop กับ 12 ศิลปินอินดี้ตัวท็อปสุดเทสต์!1. TATTOO COLOUR วงดนตรีขวัญใจเด็กแนวทุกยุค กับสไตล์เพลงสุดครีเอทที่ไม่เคยเก่า!2. POLYCAT วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s ที่ปลุกกระแสยุคเก่าให้เก๋าไปทั่วบ้านทั่วเมือง3. SCRUBB ศิลปินดูโอ้ที่มีเพลงเพราะอยู่ในเพลย์ลิสต์โปรดของใครหลายคนมานานกว่า 20 ปี!4. THE TOYS อัจฉริยะทางดนตรี ผู้สร้างปรากฎการณ์ให้วงการเพลงไทยดังไกลทั่วเอเชีย!5. SAFEPLANET วงอินดี้ป็อปแถวหน้า ดาวเคราะห์แห่งเสียงดนตรีกับ Sound สุดซิกเนเจอร์!6. PUN ศิลปินหนุ่มสุดฮอต ขวัญใจเจน Z ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้!7. DEPT ดูโอ้ซินธ์ป็อปแห่งยุค กับแนวเพลงเศร้าเคลือบน้ำตา โดนใจวัยรุ่น8. WHAL DOLPH วงดนตรีอินดี้ป็อปจากท้องทะเล กับการดีไซน์เพลงที่ไร้ขีดจำกัด9. MEYOU All rounder แห่งวงการเพลงไทย เจ้าของเพลงฮิตร้อยล้านวิว10. WIM ศิลปินอินดี้ป็อปไวป์ดี Mr.feelgood มาพร้อมสไตล์เพลงสุดกรู๊ฟชวนฝัน!11. LUSS คู่หูมหัศจรรย์แห่งยุค! กับเมโลดี้ติดหูที่กลายเป็น Viral นับครั้งไม่ถ้วน12. TELEVISION OFF วงน้องใหม่ฟอร์มแรง ผู้ถ่ายทอดความเจ็บปวดได้อย่างสวยงาม“YOU ONLY LISTEN ONCE” โอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่คุณจะได้มาฟังทั้ง 12 ศิลปินสุดเทสต์ใน Stage เดียวกัน วันเดียวเท่านั้น รันยาวต่อเนื่องแบบ Non stop ห้ามพลาดเด็ดขาด!!พบกัน 14 มิ.ย. 2025 ที่ Paragon Hall ที่สุดของ VENUE ใจกลางเมือง!บัตรราคาเดียว : บัตรยืน 1,500 บาทพิเศษสุด! โปรฯ คู่ 2,800 บาท (จำกัด 1,500 คู่เท่านั้น!)จำหน่ายบัตร 29 มี.ค. 2025 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป) ทาง ThaiticketmajorLink ขายบัตร https://bit.ly/YOLOFESTติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ และ EFM ทุกช่องทาง#YOLOFest#YOU_ONLY_LISTEN_ONCE#ATIMESHOWBIZ#EFM94

GOTCHA POP 3 CONCERT
01 มี.ค. 2025
Ticket Now

GOTCHA POP 3 CONCERT

ALL TICKETS ARE SOLD OUT !ATIMESHOWBIZ ขอขอบคุณชาว T-POP ทุกด้อม-ทุกคน ที่ทำให้บัตร #GOTCHAPOP3 SOLD OUT ทุกราคา ทุกที่นั่งเป็นที่เรียบร้อย !!เจอกัน 24 พ.ค. 2025 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์GOTCHA POP Concert ไม่ใช่แค่การรวมศิลปิน T-POP แต่คือ “เวทีโชว์ Performance แห่งปี” ที่คอคอนเสิร์ตทุกคนต้องไม่พลาด ไม่ว่าคุณจะอยู่ด้อมไหน เตรียมใจลุ้นไปกับ Line Up สุดปัง จาก Boy Group - Girl Group ตัวท็อปสุดฟิน อะดรีนาลีนหลั่งไปกับสเตจพิเศษเกินคาดเดา ที่รับประกันความ Wow ! ขึ้นในทุก ๆ ปีเปิดตี้ฟินระเบิด พร้อมเสิร์ฟยกด้อม กับ คอนเสิร์ตรวม Idol ตัวท็อปแห่งปี !!ใน “GOTCHA POP CONCERT ครั้งที่ 3 ” จัดเต็มศิลปิน T-POP Boy Band , Girl Group ตัวท็อปที่ทุกคนอยากดูมากที่สุดในยุคนี้พบกับ1. TRINITY - Trio สารตั้งต้น T-Pop ตัวท็อประดับตำนานที่แฟน ๆ รอคอย! พร้อมเสิร์ฟเอเนอร์จีความ Hot ทะลุสเตจ !!2. PROXIE - Boy Band ตัวท็อปสุดแมส ความสามารถ All Rounder แห่ง T-POP การันตีที่สุดของความปัง!3. PiXXiE - Girl Group จริตทะลวงใจ! 3 ภูติจิ๋วเอวเอส มาพร้อมพลังดาเมจที่จะทำให้เวทีสะเทือน!!4. PERSES - 5 หนุ่ม Boy Group กระดูกเบอร์เดียวกัน เตรียมใส่สุดพลัง จัดเต็มทุก Performance พร้อมตกแฟน ๆ เข้าด้อม!!5. LYKN - Boy Group สุดโฮ่ง-Hot-ฉ่ำ ! ที่มาแรงเกินต้านทาน พร้อมระเบิดคาริสม่าบนเวทีให้ลุกเป็นไฟ !!6. BUS because of you I shine - Boy Group ที่เขย่าวงการ T-Pop ตัวท็อปห้างแตก ครองใจตั้งแต่มัมหมีจนถึงเจนอัลฟ่า!!7. DICE - Rookie น้องใหม่แห่งวงการ T-POP แต่ฝีมือไม่ธรรมดา เตรียมวางกับดักตกคนเข้าด้อม ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ!8. VIIS - Girl group สาย Performance ที่สตรองที่สุด! คอนเสิร์ตครั้งนี้ 5 สาวพร้อมสับแบบฟาดไม่ยั้ง !!9. QRRA - Girl group น้องใหม่แต่มากประสบการณ์ พร้อมรันวงการแบบ Queen ตัวท็อป!! เตรียมรับความจึ้งจาก 5 สาวได้เลย10. GELBOYS - บอยแก๊งน้องใหม่มาแรงแห่งปี จากซีรี่ย์สุดฮ็อต "GELBOYS สถานะกั๊กใจ" พร้อมปล่อยดาเมจสุดป็อปแบบไม่มีกั๊ก ! เตรียมโดน 4 หนุ่ม ตกเข้าด้อมกันได้เลย !!11. DAOU OFFROAD - คู่ศิลปิน IDOL ที่กำลังมาแรงสุด ๆ พกความสนุกมาแบบเต็มพิกัด Dance-ร้อง จัดหนักแบบตัวท็อป เตรียมตัวฮ็อบกันทั้งฮอลล์ !มาซัพพอร์ตวงการ T-POP ของเราให้เติบโตก้าวไกลไปด้วยกัน ใน GOTCHAPOP 3 คอนเสิร์ตที่โคตรฟินแห่งปีที่สแตน T-POP พลาดไม่ได้ ! รวม Line Up ชวนจึ้ง Boyband และ Girl Group ตัวแรร์แห่งยุค มาไว้บนเวทีเดียวกัน จัดเต็มโชว์สุดปัง เก็บครบทั้ง Vocal หูเคลือบทอง , Performance แดนซ์ไฟลุก และ Hidden Show สุดเซอร์ไพรส์ เคมีใหม่ ๆ หาดูได้แค่ที่ GOTCHAPOP 3 เท่านั้น !! ให้ทุกคนได้ดูแบบต่อเนื่องไม่สะดุดกว่า 6 ชั่วโมง !!!พร้อมปักหมุดแลนด์มาร์คความสนุกครั้งใหม่ “ใกล้ขึ้น” กับราคาบัตรที่ “ถูกลงกว่าเดิม” !!เจอกัน 24 พ.ค. นี้ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Exhibition Hall 3-4 , ชั้น G )ราคาบัตร : บัตรยืน 2,500 บาทบัตรนั่ง 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,800 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาทจำหน่ายบัตร 1 มีนาคม ที่ Thaiticketmajor เวลา 10.00 น.LINK ซื้อบัตร : https://bit.ly/GOTCHAPOP3ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง

Chill On

ฟินยกบ้าน! “บีม-ออย” นำทัพสองคู่แฝด “ธีร์-พีร์ อัยวา-อัญญา” บุก “Koala’s March Land” อัพมู้ดสนุก! เก็บความสุข สุดมาร์ชใน 10 โซนแฟนตาซีแสนอบอุ่นของมาร์ชคุง
28 เม.ย. 2026
PR News

ฟินยกบ้าน! “บีม-ออย” นำทัพสองคู่แฝด “ธีร์-พีร์ อัยวา-อัญญา” บุก “Koala’s March Land” อัพมู้ดสนุก! เก็บความสุข สุดมาร์ชใน 10 โซนแฟนตาซีแสนอบอุ่นของมาร์ชคุง

โคอะลา มาร์ช ตอกย้ำภาพแบรนด์ขนมในใจทุกเจเนอเรชันชวนทุกครอบครัวมาเติมช่วงเวลาดี ๆและเก็บความทรงจำร่วมกันให้เต็มหัวใจ25 เมษายน – 4 พฤษภาคมนี้ ในงาน “Koala’s March Land”แฟมิลีอีเวนต์ที่ ไทยลอตเต้ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนมปังบิสกิต "โคอะลา มาร์ช" เนรมิตพื้นที่กว่า 900 ตารางเมตร ณ M Grand Hall ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ให้กลายเป็น “UPMOOD LAND” หมู่บ้านแฟนตาซีแสนอบอุ่นของมาร์ชคุง ภายใต้คอนเซปต์ “อัพมู้ดสนุก! เก็บความสุข สุดมาร์ช” พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ 10 โซน ที่ครบทั้งความสนุก ความอร่อย และพื้นที่สำหรับเด็กๆ โดยมีครอบครัว “บีม-ออย” พร้อมลูกแฝดทั้งสองคู่ “ธีร์-พีร์” และ “อัยวา-อัญญา” มาร่วมสร้างสีสัน และแชร์โมเมนต์อบอุ่น ไปกับโลกของโคอะลา มาร์ชอย่างใกล้ชิดในวันเปิดงานไฮไลต์ของงานครั้งนี้ นอกจากความน่ารักของธีมอีเวนต์ “Koala’s March Land” ที่สะดุดตาและชวนให้หลายคนอยากแวะมาเช็กอินแล้ว ยังอยู่ที่การเปลี่ยนลานกิจกรรมให้กลายเป็น “UPMOOD LAND” เมืองเล่นของมาร์ชคุงที่เต็มไปด้วยสีสัน ความสดใส และคาแรกเตอร์แสนคุ้นเคยในทุกมุม โดยมี “มาร์ชคุง” “วอลซ์จัง” และเหล่าผองเพื่อนมาร่วมเติมรอยยิ้มตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์โคอะลา มาร์ชหลากหลายรูปแบบ พร้อมให้แฟน ๆ ได้ใกล้ชิดกับโลกของโคอะลา มาร์ชมากยิ่งขึ้นในส่วนของกิจกรรมต่าง ๆ “Koala’s March Land” อัดแน่นด้วยความสนุกครบรส ทั้งการเล่น การชิม การถ่ายรูป และการสร้างสรรค์ของที่ระลึกชิ้นเดียวในโลก จนบรรยากาศตลอดทั้งงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มของทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ หรือสายถ่ายรูปที่กำลังมองหามุมคิวต์ ๆ สำหรับเก็บภาพความทรงจำกลับไป ความน่ารักของงานยังต่อเนื่องไปถึงกิมมิกเล็ก ๆ ที่ออกแบบมาให้ผู้ร่วมงานสามารถเก็บโมเมนต์ดี ๆ กลับบ้านได้จริง ผ่านของที่ระลึกจากกิจกรรมในแต่ละโซน ทั้งในรูปของภาพถ่าย คลิปวิดีโอ สินค้าพรีเมียม และของสะสม DIY ลิขสิทธิ์แท้สุดน่ารัก จึงทำให้ “Koala’s March Land” ไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์ที่มอบประสบการณ์ความสุขที่จับต้องได้ภายในงาน แต่ยังกลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาพิเศษที่อยู่ในใจของผู้ร่วมงานไปอีกนานแสนนานซาดาฟูมิ มัตซึชิตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยลอตเต้ จำกัด กล่าวว่า “เราอยากให้ Koala’s March Land เป็นมากกว่างานอีเวนต์ แต่เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ช่วยให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความหมาย ภายใต้แนวคิด เก็บความสุข สุดมาร์ช’ เราตั้งใจถ่ายทอดโลกของโคอะลา มาร์ช ให้กลายเป็นประสบการณ์จริงที่ทั้งเล่นได้ ชิมได้ สร้างสรรค์ได้ และเก็บกลับบ้านเป็นความทรงจำได้ เพราะสำหรับเรา เสน่ห์ของโคอะลา มาร์ชไม่ได้อยู่แค่ในรสชาติ แต่อยู่ในโมเมนต์แห่งเสียงหัวเราะ การเล่นสนุกที่คนในครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกันอีกด้วยด้าน ดวงตา พงษ์วิไลย์ ผู้อำนวยการใหญ่การตลาด เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ กล่าวว่า “เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ วางหมุดหมายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัว และ Koala’s March Land เป็นอีเวนต์ที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจน เพราะรวมทั้งมุมเช็กอิน กิจกรรมสำหรับเด็ก เวิร์กช็อป และประสบการณ์ความบันเทิงไว้ในพื้นที่เดียว เราเชื่อว่างานนี้จะเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ สำหรับมาเติมรอยยิ้ม และสร้างช่วงเวลาพิเศษให้กับทุกครอบครัวในช่วงซัมเมอร์นี้”อัพมู้ดทุกสัมผัส สนุกทุกโมเมนต์ใน UPMOOD LANDภายในงาน Koala’s March Land อัดแน่นด้วยกิจกรรมไฮไลต์ 10 โซน ภายใต้แนวคิด 5 Senses Experience ครบทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ชวนทุกครอบครัวค่อย ๆ สำรวจโลกของมาร์ชคุงไปทีละมุม พร้อมดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่ทั้งสนุก อบอุ่น และกลายเป็นความทรงจำดี ๆ ที่เก็บกลับบ้านได้Welcome Gateway ประตูมิติเชื่อมโลกภายนอกสู่หมู่บ้านแฟนตาซี ‘อัพมู้ดแลนด์’ ที่ชวนทุกคนเปิดประสบการณ์แห่งความสุขตั้งแต่ก้าวแรก จุดเริ่มต้นของการเดินทางเข้าสู่โลกของโคอะลา มาร์ช อย่างเต็มรูปแบบLandmark Tower ไฮไลต์เด่นของงานกับหอคอยมาร์ชคุงขนาดใหญ่สูง 7 เมตร ในรูปแบบโมเดลไฟเบอร์กลาส ที่เปิดให้เก็บภาพความน่ารักได้แบบ 360 องศา แลนด์มาร์กสำคัญที่ทุกคนต้องแวะเช็กอินMarch-Kun Cozy Collection House มุมถ่ายรูปห้องนั่งเล่นจำลองที่ตกแต่งอย่างอบอุ่นสไตล์โคซี่ ด้วยของพรีเมียมโคอะลา มาร์ชลิขสิทธิ์แท้น่ารักๆ ที่ลูกค้าสามารถนำรหัสในกล่องโคอะลา มาร์ช มาสะสมพอยต์และแลกของรางวัลได้ทาง LINE: @Koalas-March ชวนให้ทุกคนได้สัมผัสของพรีเมียมจริง ก่อนกดแลกในช่องทางดิจิทัลMarch-Kun’s Happy Store จุดแวะช้อปสินค้ากลับบ้าน พร้อมรับคูปองความสุข ก่อนตะลุยดินแดนโคอะลา มาร์ช และร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ภายในงานอย่างเต็มที่Interactive Dance ชวนเด็กๆ มาเต้นรำไปกับมาร์ชคุง 3D บนจอ LED ยักษ์ ด้วยระบบ Motion Sensor พร้อมสนุกกับเพลงใหม่โคอะลา มาร์ช โดยผู้ร่วมงานสามารถสแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลดคลิปวิดีโอ 15 วินาที กลับไปแชร์ต่อได้ทันทีCafé on Wheels ตามกลิ่นหอมๆ มาที่ Food Truck สไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเสิร์ฟเมนู ซิกเนเจอร์ ให้ พ่อแม่และลูกช่วยกัน DIY สร้างสรรค์เมนูไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟคู่กับขนมโคอะลา มาร์ชและท็อปปิ้ง สร้างโมเมนต์สนุกผ่านการลงมือทำร่วมกันGame Zone มินิเกม 2 ฐาน ทั้งขดลวดฝึกสมาธิ และหย่อนเหรียญวัดคนดวงดี ที่เปิดให้เล่นฟรี พร้อมรับขนมโคอะลา มาร์ช กลับบ้านไปชิมMega Fun-Land (Coupon Zone) อาณาจักรความสนุกขนาดใหญ่สำหรับเด็กสูง 100-140 ซม. อัดแน่นด้วยเครื่องเล่นเสริมพัฒนาการ เช่น ลานกระโดดพื้นเปลี่ยนสี (Jump Floor Game) ที่ท้าทายไหวพริบ บ่อบอลยักษ์ สไลเดอร์ และโดมลมDIY Comfort Blanket (Coupon Zone) ของพรีเมียมสุดพิเศษที่เปิดโอกาสให้ครอบครัวส่งรูปถ่ายหน้าตัวเองมารีดร้อน (Heat Transfer) ลงบนผ้าห่มลายครอบครัวโคอะลา มาร์ช จนกลายเป็นของที่ระลึกผืนเดียวในโลกKoala’s March Art Studio มุมพักผ่อนเชิงสร้างสรรค์สำหรับระบายสีภาพมาร์ชคุง พร้อมบริการ ติดสติกเกอร์แทททูลายมาร์ชคุงและวอลซ์จังในท่าทางต่างๆร่วม “อัพมู้ดสนุก! เก็บความสุข สุดมาร์ช” ไปกับโลกแฟนตาซีของ “Koala’s March Land” ได้แล้ว 25 เมษายน – 4 พฤษภาคม นี้ ณ M Grand Hall ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Lotte Koala's March

เพราะสายรุ้ง... ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งหลังฝนตก l CLUB PRIDE DAY inside EP.16 เป็นต่อ POLARIX
28 เม.ย. 2026
Recap

เพราะสายรุ้ง... ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งหลังฝนตก l CLUB PRIDE DAY inside EP.16 เป็นต่อ POLARIX

“เป็นต่อ” หนึ่งในศิลปินรุ่นใหม่ที่เติบโตจากเวทีเซอร์ไววัล ก้าวสู่การเป็นสมาชิกวง Laz1 ก่อนต่อยอดสู่เส้นทางการเป็นศิลปินโกอินเตอร์ในฐานะสมาชิกวง POLARIX เรื่องราวของเป็นต่อไม่ใช่เพียงเส้นทางในวงการบันเทิง แต่คือการเดินทางของคนคนหนึ่งที่ค่อย ๆ เรียนรู้ เติบโต และค้นหาตัวตน ผ่านทั้งความสำเร็จ ความกดดัน และการเปลี่ยนแปลงของชีวิตจุดเริ่มต้นของ “เป็นต่อ”: ครอบครัวที่สนับสนุน และการเติบโตแบบไม่ถูกกดดัน "เป็นต่อ" ชื่อนี้มาจากกระแสความฮิตชื่อสองพยางค์ต่อสมัยมัธยม เดิมทีชื่อว่า "ต่อ" และสุดท้ายก็มาจบที่ชื่อ "เป็นต่อ" ที่ให้ความหมายในเชิงบวก เป็นต่อเติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น และเปิดโอกาสให้ลูกได้เลือกเส้นทางของตัวเองอย่างอิสระ โดยไม่มีการกดดันเรื่องอนาคตความฝันในวัยเด็ก: จาก “อยากเป็นครู” สู่ “ความฝันศิลปินที่เก็บไว้เงียบ ๆ” ในช่วงวัยเด็ก เป็นต่อมีความฝันอยากเป็น “ครู” เพราะใกล้ชิดกับอาชีพนี้ด้วยการที่มีคนในครอบครัวเป็นครู เลยทำให้เป็นต่อกลายเป็นคนที่ “กดดันตัวเอง” โดยไม่รู้ตัว พยายามทำทุกอย่างให้ดี ทั้งการเรียนและกิจกรรม เพื่อเป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ในขณะเดียวกัน เป็นต่อก็มีความฝันอยากเป็น "นักร้อง" จากการดูรายการประกวดร้องเพลง แต่ด้วยความเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่มีโอกาสหรือคอนเนกชันในวงการ รวมถึงความขี้อาย ทำให้ความฝันนี้ถูกเก็บไว้จุดเปลี่ยนสำคัญ: จากความเสียดายในอดีต สู่การกล้าก้าวออกจากกรอบ ช่วงหนึ่งของชีวิต เป็นต่อมีโอกาสไปเรียนที่แลกเปลี่ยนช่วงสั้นๆที่ประเทศจีน แต่ด้วยความไม่มั่นใจ ทำให้เป็นต่อไม่กล้าพูดหรือแสดงออก และพอกลับมาไทยแล้วมองย้อนกลับไป ณ ตอนนั้น มันเกิดเป็นความรู้สึกเสียดายที่ตอนนั้นเรามีโอกาส แต่ทำไมเราไม่กล้าที่จะทำมัน จุดนั้นมันกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ ที่ทำให้เป็นต่อเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง และตัดสินใจเปลี่ยนแปลง จากคนที่ไม่กล้าลอง กลายเป็นคนที่เริ่ม “เปิดโอกาสให้ตัวเอง” มากขึ้นจุดเริ่มต้นในวงการ: จาก LAZ iCON สู่การเป็นสมาชิกวง LAZ1 ในช่วงโควิด เป็นต่อได้เห็นการเปิดออดิชันของ Insight Entertainment สำหรับรายการเซอร์ไววัล LAZ iCON แม้ในตอนแรกจะมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมหนึ่ง แต่การตัดสินใจเข้าร่วม กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางในวงการบันเทิง จากเวที LAZ iCON เป็นต่อได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง และก้าวสู่การเป็นสมาชิกวง LAZ1 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตการเป็นสมาชิก LAZ1: ความสำเร็จที่มาเร็ว และการเติบโตแบบไม่ทันตั้งตัว การได้เป็นส่วนหนึ่งของ LAZ1 ทำให้ชีวิตของ “เป็นต่อ” เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ก้าวสู่การเป็นศิลปินที่มีแฟนคลับ และได้รับโอกาสมากมายในวงการบันเทิง แต่ในช่วงเวลานั้น เป็นต่อยังไม่ทันได้ตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ “ความสำเร็จ” อย่างแท้จริง จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไป หลังจากหมดสัญญากับ LAZ1 เป็นต่อได้เริ่มต้นเส้นทางใหม่ในฐานะศิลปินเดี่ยว พร้อมโอกาสในงานแสดงและงานบันเทิงที่ยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน เป็นต่อก็เริ่มหันกลับมาทบทวนตัวเองมากขึ้น ช่วงเวลานี้จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญ ที่ทำให้เป็นต่อเข้าใจคุณค่าของโอกาส และตระหนักว่าชื่อเสียงไม่ใช่สิ่งถาวร เป็นต่อเรียนรู้ว่า การทำงานไม่จำเป็นต้องทำเพื่อให้ทุกคนชื่นชอบเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุข และเข้าใจตัวตนของตัวเองอย่างแท้จริงการรับมือกับคอมเมนต์: บทเรียนสำคัญของศิลปินยุคใหม่ ในเส้นทางของศิลปิน เป็นต่อต้องเผชิญกับความคิดเห็นที่หลากหลาย แทนที่จะพยายามทำให้ทุกคนพอใจ เป็นต่อเลือกที่จะกลับมาถามตัวเองว่าสิ่งที่ทำถูกต้องหรือไม่ และไม่สร้างผลกระทบต่อใคร ซึ่งแนวคิดนี้ช่วยให้เป็นต่อสามารถรับมือกับแรงกดดัน และเติบโตทางความคิดได้อย่างมั่นคงเวที Star Light Boy ที่เกาหลี: การท้าทายครั้งใหม่ของเป็นต่อ อีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญคือการเข้าร่วมแข่งขันในรายการ Star Light Boy ที่ประเทศเกาหลี ครั้งนี้แตกต่างจากเวที LAZ iCON เพราะเป็นต่อมีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น และมีความทะเยอทะยานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังที่สูงขึ้นก็ทำให้เกิดแรงกดดัน จนบางช่วงเป็นต่อรู้สึกสูญเสียความเป็นตัวเอ แต่สุดท้าย ประสบการณ์ครั้งนี้กลับทำให้เป็นต่อได้เรียนรู้ ปรับตัว และเข้าใจตัวเองมากขึ้นความฝันในวันนี้: เส้นทางที่ยังเดินต่อ แม้จะมีประสบการณ์ในวงการแล้ว แต่เป็นต่อยังมีเป้าหมายอีกมาก ทั้งการทำเพลง การแสดงภาพยนตร์ และการเรียนต่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่เกาหลี การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง คือสิ่งที่ทำให้เป็นต่อยังคงก้าวไปข้างหน้าประสบการณ์อกหัก และมุมมองความรักที่เปลี่ยนไป เป็นต่อเคยเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรักเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อความสัมพันธ์จบลงอย่างกะทันหัน ทำให้เกิดความรู้สึกเสียหลักและสับสนอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป เป็นต่อได้เรียนรู้ว่า ทุกความสัมพันธ์ล้วนมีคุณค่า ไม่ว่าจะจบลงอย่างไร ปัจจุบันเป็นต่อมองว่าความรักไม่ใช่ศูนย์กลางของชีวิตอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ต้องสมดุลกับหน้าที่และความรับผิดชอบความรักของเป็นต่อ: “สายรุ้ง” ที่ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา ในมุมมองของเป็นต่อ ความรักเปรียบเหมือน “สายรุ้ง” มันสวยงาม แต่ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอ และไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะได้พบ แม้บางครั้งจะต้องเผชิญกับความผิดหวัง แต่เมื่อได้สัมผัส ความรักก็ยังคงเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าข้อคิดจากเป็นต่อ: สำหรับคนที่ยังค้นหาตัวเอง สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร เป็นต่อมองว่าไม่ใช่เรื่องผิด เพราะความฝันสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ สิ่งสำคัญคือการลงมือทำ และเรียนรู้ตัวเองไปเรื่อย ๆ“ถ้าเราไม่กล้าลองทำอะไรเลยเพราะกลัวผิดหวัง วันหนึ่งเราจะเสียดายมัน” จากเด็กขี้อาย สู่ศิลปินจากเวที LAZ iCON สมาชิกวง LAZ1 และการเติบโตสู่ POLARIX เส้นทางของเป็นต่อเต็มไปด้วยบทเรียน ทั้งความสำเร็จ ความกดดัน และการค้นหาตัวเองและไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรเป็นต่อยังคงเดินหน้าต่อไป ในแบบของ “เป็นต่อ”ดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

“BANGKOK SYNDROME” สำรวจ “เรื่องปกติ” ของการสัญจรประจำวัน คนกรุงฯ
25 เม.ย. 2026
Travel & Hotel

“BANGKOK SYNDROME” สำรวจ “เรื่องปกติ” ของการสัญจรประจำวัน คนกรุงฯ

“BANGKOK SYNDROME”สำรวจ “เรื่องปกติ” ของการสัญจรประจำวันคนกรุงฯ 24 -26 เมษายนนี้ ที่ Siam Square Walking Street BANGKOK SYNDROME อีเวนต์ จัดโดย Smooth Operator (SMOP) โปรเจกต์ที่อยากชวนทุกคนมาสำรวจ และ ตั้งคำถามชีวิตการเดินทางของกรุงเทพฯ ในชีวิตประจำวัน ผ่านการพูดคุยระหว่างผู้ใช้จริงในเมืองกรุงเทพฯ ตั้งแต่นักวิชาการไปถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดบทสนทนาที่เป็นประโยชน์กับผู้คน ในการทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่ยั่งยืน ทั้งในการท่องเที่ยว และการอยู่อาศัยของคนกรุงฯ ผ่านกิจกรรมทั้ง 3 โซน ที่สะท้อนความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ ปิดท้ายวันด้วยตลาดคนเมือง กับ การแสดงดนตรีจากเหล่าศิลปินจากค่ายเพลงชั้นน้ำ3 โซน พาคนกรุงฯ สำรวจ “เรื่องปกติ” กับการสัญจรภายในเมืองภายในงานประกอบไปด้วยSyndrome Art Installation ศิลปะจัดวาง สะท้อนถึงบรรยากาศและความรู้สึกของการสัญจรของคนเมือง ตั้งแต่การเดินทางเท้าไปจนถึงขนส่งสาธารณะ ที่ชวนทุกคนมาสัมผัสและขีดเขียนไปกับบริเวณพื้นที่ พร้อมตั้งคำถามไปกับชีวิตการเดินทางในกรุงเทพฯภายในโซนประกอบไปด้วยห้องจำลองโดยสาร ที่พาทุกคนเดินเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศในชั่วโมงเร่งด่วนโซนท่ารถสาธารณะ ให้ทุกคนได้มาขีดเขียน เติมเต็มพื้นที่ว่าง ในการแบ่งปันสิ่งที่ต้องพบเจอในการเดินทางในกรุงเทพฯ​ เพื่อให้เกิดบทสนทนาระหว่างผู้คน และรวมไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดินเนอร์ฟุตพาท ที่นำการรับประทานอาหารสตรีทฟู้ดมาไว้ในบริเวณทางเดินสยาม โดยนำคอนเซปต์ร้านอาหารบนฟุตพาท ที่เป็นเหมือนโซนพักผ่อนของคนในเมืองกรุงเทพฯLively Market ตลาดแห่งชีวิต ที่ชวนเพื่อน ๆ ร้านค้า อาหาร เครื่องดื่ม งานคราฟต์ และนิทรรศการจากพันธมิตร ที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศความคึกของคนเมืองกรุงเทพ ย้ำเตือนให้ทุกคนไม่ลืมที่จะพักผ่อนแม้จะอยู่ในเมืองใหญ่ ที่มีความเร่งรีบและวุ่นวาย และกิจกรรมเวิร์กชอประหว่างวันTurbulence stage เวทีแห่ง แรงกระเพื่อม พื้นที่กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองและเปิดความคิดใหม่ ชวนบุคคลจากหลากหลายภาคส่วนมาร่วมกันนิยามและค้นหาคำตอบของ “ชีวิตการสัญจรที่ใช่ของคนกรุงฯ” ผ่านการเสวนาประกอบด้วยหลากหลายหัวข้อ ที่เผยให้เห็นมุมมองของเหล่านักสัญจรเมืองกรุงเทพฯ และปิดท้ายด้วยการแสดงจากศิลปินและวงดนตรี ถ่ายทอดและเยียวยาอารมณ์ของผู้คนในเมืองหัวข้อที่พูดในแต่ละวัน และการแสดงดนตรี24 เม.ย. Transportation Friday – รถ คน และมหานคร สนทนากับประเด็นรถติดในเมืองใหญ่ จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ พบกับคุณศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรองศาสตราจารย์ ดร.พนิต ภู่จินดา นายกสมาคมนักผังเมืองไทย และ หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมืองคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย25 เม.ย. Unrestful Saturday ทางเลือกสัญจรคนกรุงเทพฯ พบกับเหล่านักสัญจรหลายรูปแบบในกรุงเทพ ที่จะเล่าถึงการสัญจรทางเลือก และเสนอมุมมองถึงแนวทางที่ผู้ใช้กรุงเทพอยากเห็น พูดคุยกับคุณกรธวัช พูพาร์ต จาก Go Out Bikeคุณพงศธร พรหมบุปผา จาก Derndai.projคุณเมธาพัฒน์ สุนทรวราภาส ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย26 เม.ย. Sunday to Reality พบกับองค์กรอิสระ ที่จะเปิดมุมมอง และพูดถึงสิ่งที่พวกเขากำลังผลักดัน เพื่อให้เมืองกรุงฯ เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับการเดินทางในหลายรูปแบบคุณธีรเมศร์ เลิศเศวตพงศ์ จาก CAFE Velodomeคุณวีร์ วีรพร กรรมการที่ปรึกษา ภาคีจักรยานเมือง กรุงเทพฯ (BUCA) และ Project owner: bike bus BKKDW2026คุณกรวิชญ์ ขวัญอารีย์ จาก Mayday ปิดท้ายวันด้วย การแสดงดนตรีสด จากเหล่าศิลปิน Landokmai, Loserpop, CHiLLiZ, Gamma, Lalatate, Sour Sauce, Katcha และอื่น ๆ ที่จะมาสร้างบรรยากาศในยามเย็นของคนกรุงเทพฯ

About Atime

คอนเทนต์คุณภาพ "ใต้โต๊ะวิทยา" คว้ารางวัล "คนดีประเทศไทย"
26 มี.ค. 2026
Corporate News

คอนเทนต์คุณภาพ "ใต้โต๊ะวิทยา" คว้ารางวัล "คนดีประเทศไทย"

คอนเทนต์คุณภาพ "ใต้โต๊ะวิทยา" คว้ารางวัล "คนดีประเทศไทย"เดินสายรับรางวัลต่อเนื่องสำหรับรายการออนไลน์จาก ATIME ล่าสุดรายการ “ใต้โต๊ะวิทยา” ได้รับรางวัล “คนดีประเทศไทย ประจำปี 2569” สาขาสื่อมวลชน: สื่อสารสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย ที่จัดโดย มูลนิธิคนดี (ประเทศไทย) สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) รางวัลนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 เพื่อยกย่องเชิดชูบุคคลต้นแบบสื่อมวลชนที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมด้านต่างๆ โดยรายการใต้โต๊ะวิทยาเป็นรายการที่พาผู้ชมไปสำรวจและทำความรู้จักกับคณะ สาขาวิชา ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศตามสไตล์ของ ดีเจโบ-ธนากร ชินกูล,ดีเจอาร์ต-มารุต ชื่นชมบูรณ์ และ ดีเจเผือก-พงศธร จงวิลาศที่ดำเนินรายการอย่างสนุกสนาน พาไปรู้ทุกแง่มุมในแต่ละเส้นทางของนักศึกษาเกือบทุกสาขาอาชีพ จนเป็นที่นิยมและมียอดชมสูงเป็นหลักแสนวิวในทุกๆ EP. รางวัลนี้ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลสำคัญที่ตอกย้ำคุณภาพของรายการ “ใต้โต๊ะวิทยา”ที่เป็นคอนเทนต์เพื่อการศึกษาอย่างแท้จริงติดตามรายการ ใต้โต๊ะวิทยา ทุกวันศุกร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 19.00 น. ทาง YouTube ช่อง Atime Do Dee

ATIME การันตีคุณภาพ ผ่านเข้าชิง 7 รายชื่อ รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17
20 มี.ค. 2026
Corporate News

ATIME การันตีคุณภาพ ผ่านเข้าชิง 7 รายชื่อ รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17

ไม่พลิกโผ ATIME การันตีคุณภาพผ่านเข้าชิง 7 รายชื่อ รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568ประเภทสาขาวิทยุเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่การันตีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ATIME ผู้ผลิตคอนเทนท์และรายการวิทยุเบอร์ต้นของวงการ ปีนี้ไม่พลาดเข้ารอบสุดท้ายชิงรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี“นาฏราช” ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 งานสำคัญของคนในแวดวงวิทยุและโทรทัศน์ จัดโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์โดยครั้งนี้ ATIME เข้าชิงรางวัลอันทรงเกียริติถึง 7 รายชื่อ ได้แก่ รางวัลรายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม- รายการ GREEN MORNING SHOW จาก GREEN WAVEรางวัลรายการเพลงและบันเทิงยอดเยี่ยม- รายการ CLUB FRIDAY จาก GREEN WAVE- รายการ ใต้โต๊ะทำงาน TURN PRO จาก EFM 94รางวัลผู้จัดรายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม- ดีเจพี่อั๋น ภูวนาท คุนผลิน จาก GREEN MORNING SHOW จาก GREEN WAVE- ดีเจดาด้า วรินดา ดำรงผล จาก แฉข่าวเช้า EFM94รางวัลผู้จัดรายการเพลงและบันเทิงยอดเยี่ยม- ดีเจโบ ธนากร ชินกูล จาก GREEN WAVE- ดีเจเผือก พงศธร จงวิลาศ จาก EFM 94นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จและกำลังใจของคนทำงาน