ATIME ฟังเพลงออนไลน์ วิทยุออนไลน์ ดูรายการออนไลน์
  • EFM
  • Green Wave
  • Hotwave

News Updates

Podcasts

อังคารคลุมโปง
10 มี.ค. 2026EFM

อังคารคลุมโปง

อังคารคลุมโปง Podcast จากเรื่องหลอนหน้าไมค์ สู่ความขนลุกซู่ x2 จนคุณต้องนอนคลุมโปงฟัง!! ทุกคืนวันเสาร์

กระต่ายตื่นรู้
08 มี.ค. 2024EFM

กระต่ายตื่นรู้

รู้เท่าทันสื่อ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง

Good Jobs
03 ก.พ. 2023Chill On

Good Jobs

Good jobs ไขสเปค ‘คนที่ใช่’ ของ ‘งานในฝัน’ ป๋าเต็ด พาไปบริษัทดัง ล้วงลึกวิธีคัดเลือกพนักงาน ให้รู้ข้อมูลแบบ Exclusive ก่อนที่คุณจะมาสมัครงานจริง ขอให้ได้งานนะครับ! ศุกร์เว้นศุกร์

พาศึกsaid เพศศึกษา
12 ม.ค. 2023EFM

พาศึกsaid เพศศึกษา

PODCAST ที่จะ เปิดห้องเรียน “เพศศึกษา” ยกคำถาม “เรื่องเพศ” เอามา Said กับ “คุณหมอ” คุยได้ทุกเรื่อง ตอบทุกปัญหา เพราะ “เพศศึกษา” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย พูดคุยกับ หมอเต้ นายแพทย์ ณัฐเขต และ หมอโอ๊ต นายแพทย์ วงศกร จาก PULSE CLINIC

EFM

คุณพ่อเป็นคนดุมาก ตอนเด็กเราทำให้เขาไม่พอใจนิดหน่อย เขาก็ใช้ความรุนแรงทั้งคำพูดและร่างกาย ทำให้ทุกวันนี้เวลามีคนมาตะคอกใส่ เราจะรู้สึกแย่มาก ๆ เหมือนกลายเป็นปม ตอนนี้แค่พูดถึงก็ร้องไห้แล้ว
26 มี.ค. 2026
พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คุณพ่อเป็นคนดุมาก ตอนเด็กเราทำให้เขาไม่พอใจนิดหน่อย เขาก็ใช้ความรุนแรงทั้งคำพูดและร่างกาย ทำให้ทุกวันนี้เวลามีคนมาตะคอกใส่ เราจะรู้สึกแย่มาก ๆ เหมือนกลายเป็นปม ตอนนี้แค่พูดถึงก็ร้องไห้แล้ว

คุณพ่อเป็นคนดุมากตอนเด็กเราทำให้เขาไม่พอใจนิดหน่อย เขาก็ใช้ความรุนแรงทั้งคำพูดและร่างกายทำให้ทุกวันนี้เวลามีคนมาตะคอกใส่ เราจะรู้สึกแย่มาก ๆเหมือนกลายเป็นปม ตอนนี้แค่พูดถึงก็ร้องไห้แล้ว ‘คุณกานต์’ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (25 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวให้ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)' ได้ฟัง เกี่ยวกับเรื่องในวัยเด็กที่ถูกคนเป็นพ่อแท้ ๆ ขึ้นเสียงใส่ และทำร้ายร่างกายเป็นประจำ จนกลายเป็นภาพจำที่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ‘คุณกานต์’ เล่าว่า ครอบครัวของเธอนั้นมีพี่น้อง 3 คน เธอเป็นลูกสาวคนที่ 2 ส่วนพ่อกับแม่หย่าร้างกัน ทำให้ลูก ๆ ก็จะอยู่กับฝั่งของพ่อ ซึ่งพ่อของคุณกานต์เป็นคนใจร้อน ชอบลงไม้ลงมือ ทำร้ายร่างกาย และขี้น้อยใจ เวลาใครทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ พ่อก็จะใช้ความรุนแรงอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คุณกานต์มีภาพจำที่ไม่ดีหลายอย่างต่อการกระทำที่ใช้ความรุนแรงของคุณพ่อ โดยคุณกานต์ก็ได้ยกตัวอย่าง เหตุการณ์ที่ทำให้เธอนั้นรู้สึกไม่ดีสุด ๆ เหตุการณ์แรก เกิดขึ้นเมื่อตอนคุณกานต์อายุ 7 ขวบ เป็นตอนที่คุณพ่อพาลูก ๆ ไปกินพิซซ่า และไปเจอแฟนใหม่ของพ่อ ซึ่งคุณกานต์ก็ไม่ได้รู้สึกติดใจอะไรกับการที่พ่อจะมีแฟนใหม่ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่แฟนใหม่ของพ่อมาแย่งพิซซ่าส่วนของคุณกานต์ไปกิน ด้วยความเป็นเด็ก คุณกานต์ก็เกิดรู้สึกหวงของกิน และดึงพิซซ่ากลับมาทันที เมื่อพ่อเห็นเช่นนั้น ก็หยิบร่มที่อยู่ใกล้ตัวมาฟาดที่ตัวคุณกานต์ และอีกเหตุการณ์ เกิดขึ้นเมื่อตอนคุณกานต์อายุ 12 ปี คุณกานต์เล่าว่า ปกติเวลาพ่อกินข้าว พ่อจะให้เธอเป็นคนเตรียมอาหารมาให้ และเมื่อกินเสร็จก็จะให้เธอเก็บ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในครอบครัว แต่วันนั้นเป็นวันที่พ่อดันอารมณ์ไม่ดี คุณกานต์เห็นเช่นนั้นจึงเกิดอาการกลัว และแสดงท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ออกมา และเมื่อพ่อเห็นเช่นนั้น จึงได้หยิบไม้กวาดมาฟาดที่หลังของเธอ ซึ่งเหตุการณ์นั้นมันก็สร้างความเจ็บปวดทั้งกายและใจให้กับคุณกานต์เป็นอย่างมาก คุณกานต์เล่าว่า ทุกวันนี้เธอและพี่น้องก็ยังคงอยู่กับพ่อ แต่ก็ไม่ได้รับการโดนทำโทษที่แรงเหมือนแต่ก่อนแล้ว อาจเป็นเพราะทุกคนเริ่มโตขึ้น จึงได้รู้ว่าควรปรับตัวยังไงให้สู้กับสถานการณ์ตรงหน้าเวลาพ่อโมโหอยู่ได้ พร้อมเสริมว่าปกติแล้วในบรรดาลูกทั้ง 3 คน เธอนั้นจะเป็นคนที่โดนการกระทำที่รุนแรงใส่บ่อยที่สุด นอกจากนี้ปู่กับย่าที่รับรู้เรื่องนี้ก็ไม่เคยห้ามหรือต่อว่าพ่อที่ทำแบบนี้กับลูก ๆ อีกด้วย โดยคุณกานต์ได้บอกต่อว่า ในปัจจุบัน เวลาที่คนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือใครก็ตาม ขึ้นเสียงหรือตะคอกใส่ สิ่งนั้นมันทำให้คุณกานต์คิดไปถึงการกระทำในอดีตของพ่อเสมอ จึงอยากให้ความรู้สึกวัยเด็กนั้นมันเบาลง เพราะคิดว่ามันคงยากต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และต่อไปในอนาคต หลังจากที่ฟังเรื่องราวของคุณกานต์จบ เหล่าดีเจทั้งสามจึงได้เห็นตรงกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ จึงส่งกำลังใจให้คุณกานต์และได้ให้ผู้เชี่ยวชาญอย่าง 'หมอท้อป' เป็นคนให้คำปรึกษาในเรื่องนี้แทน หมอท้อป ได้กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนมาปรึกษาคุณหมอเยอะ สำหรับเรื่องความรุนแรงที่เป็นภาพจำในวัยเด็ก อย่างแรกเลยคือเป็นกำลังใจให้เลยว่า การรู้สึกแย่ไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ผิด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในคนปกติ แต่ต้องบอกว่าตราบใดที่เรายังไม่ได้สมองเสื่อม ยังไงเราก็ต้องจำมันได้อยู่แล้ว แต่ว่าเราจะอยู่กับมันยังไง ให้มันมีผลกระทบกับเราน้อยที่สุด แนะนำให้ไปปรึกษาคุณหมอ มันไม่ใช่สิ่งที่จะหายได้ภายในเร็ววัน อยากให้ไปปรึกษาคุณหมอแบบลงลึก เพราะเรื่องมันก็สะสมมานานหลาย 10 ปี จะให้แก้ภายใน 15 นาทีก็เป็นไปไม่ได้ ตอนนี้อยากให้กอดตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองว่าเราสามารถผ่านตรงนั้นมาได้แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้เราจะทำยังไงให้เรารับมือกับเขาได้ ที่เรายังอยู่กับเขาในบ้านเดียวกันได้ คือแสดงว่าเขายังมีด้านที่ดีอยู่ เรามีสิทธิ์ไม่ชอบ ไม่โอเค แต่จะลงลึกยังไง หมอแนะนำให้ควรไปปรึกษาหมอให้ลงลึกดู อาจจะลองหาโรงพยาบาลหรือคลินิกใกล้บ้าน เพราะเรื่องนี้มันผ่านมานานมาก ๆ การจะจัดการกับปัญหาตรงนี้มันเลยทำให้ต้องไปปรึกษาคุณหมอหลายครั้ง รีบหาคุณหมอก่อนที่เราจะมีโรคซึมเศร้าดีกว่า” ทางรายการพุธทอล์คพุธโทร ขอส่งกำลังใจให้คุณกานต์สามารถข้ามผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ไปได้ และมีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้นนะคะเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฉข่าวเช้า 26 มีนาคม 2569
26 มี.ค. 2026
แฉข่าวเช้า

แฉข่าวเช้า 26 มีนาคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 25 มีนาคม 2569
25 มี.ค. 2026
แฉข่าวเช้า

แฉข่าวเช้า 25 มีนาคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

Green Wave

Zero Waste Life ของ “เชฟแพม พิชญา” เมื่อทุกหยาดเหงื่อและรอยน้ำตา คือเครื่องปรุงชั้นเลิศที่ไม่มีวันเสียเปล่า
26 มี.ค. 2026
Club Inspired Day Recap

Zero Waste Life ของ “เชฟแพม พิชญา” เมื่อทุกหยาดเหงื่อและรอยน้ำตา คือเครื่องปรุงชั้นเลิศที่ไม่มีวันเสียเปล่า

Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “เชฟแพม พิชญา” ผู้คว้ารางวัลเชฟหญิงที่ดีที่สุดในโลกปี 2025 (The World’s Best Female Chef 2025) ที่ได้มาพูดคุยแชร์เรื่องราวโดยเริ่มตั้งแต่แรงบันดาลใจจากครอบครัวและการตัดสินใจเบนสายจากนิเทศศาสตร์สู่เส้นทางอาหารระดับสากล บทสนทนาสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการฝึกฝนทั้งในสถาบันชื่อดังและการทำงานในครัวมิชลิน 3 ดาวที่นิวยอร์กซึ่งหล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่ง แหล่งข้อมูลยังชี้ให้เห็นถึงบทเรียนจากการทำธุรกิจโดยเฉพาะการก้าวข้ามอีโก้เพื่อปรับตัวตามความต้องการของผู้บริโภคและการบริหารจัดการร้านอาหาร "โพธง" ในย่านสำเพ็ง นอกจากนี้เธอยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการคืนกำไรสู่สังคมผ่านโครงการสนับสนุนผู้หญิงในสายอาชีพเชฟและการลดขยะอาหาร สรุปได้ว่าหัวใจสำคัญของความสำเร็จคือความภูมิใจในรากเหง้าผสมผสานกับวินัยและการถ่ายทอดความสุขผ่านอาหารที่มีจิตวิญญาณรากเหง้าในครัวไทย-จีน และแรงบันดาลใจจากมาม่าผัดไข่เปลี่ยนชีวิตเชฟแพมเติบโตมาในครอบครัวไทย-จีนที่มีความผูกพันกับอาหารอย่างลึกซึ้ง โดยมีคุณแม่ที่เป็น Housewife แบบ Full-time และเป็น Perfectionist ในการทำอาหารเป็นต้นแบบ ตั้งแต่เด็กเธอจะติดสอยหามตามคุณแม่ไปจ่ายตลาดและทำหน้าที่เป็น "ลูกมือ" หยิบจับสิ่งต่างๆ ในครัวเสมอ คำสอนสำคัญที่คุณแม่ปลูกฝังคือ "การใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดสำหรับแขก" ซึ่งคุณแม่จะตระเวนไปตลาดทั่วกรุงเทพฯ เพื่อหาของที่ดีที่สุดจากแต่ละเจ้าจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นตอนอายุ 12 ปี เมื่อเธอได้ลองทำ "มาม่าหมูสับผัดไข่" ให้คุณพ่อคุณแม่ทานเป็นมื้อหลัก แม้จะเป็นเมนูพื้นฐาน แต่การที่ได้เห็นว่าอาหารเพียงจานเดียวสามารถทำให้คนอิ่มท้องและมีความสุขได้ด้วยฝีมือของเราเอง กลายเป็นความภูมิใจที่ค่อยๆ สะสมจนกลายเป็นแพชชั่นในอาชีพเชฟในเวลาต่อมาจุดหักเหจากรั้วนิเทศฯ สู่ความร้อนแรงในครัวเลอกอร์ดองเบลอในช่วงวัยรุ่นเชฟแพมเลือกเรียนคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ (หลักสูตรนานาชาติ) ตามกระแสและตามกลุ่มเพื่อน แต่เมื่อเรียนถึงปี 2 เธอเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่ทาง เพราะเธอชอบการทำกิจกรรมและการลงมือทำมากกว่าการนั่งเรียนในห้อง เธอจึงเข้าไปปรึกษาคุณแม่ ซึ่งคุณแม่ก็สนับสนุนให้เธอลาออกไปเรียนทำอาหารทันที แต่เชฟแพมเลือกที่จะเรียนให้จบเพื่อเป็นของขวัญให้พ่อแม่และเพราะความรักเพื่อนในช่วงปี 3-4 เธอเริ่มเรียนทำอาหารอย่างจริงจังในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ Le Cordon Bleu โดยเริ่มจากคอร์สขนมหวานก่อน แต่เมื่อคลาสขนมระดับสูงไม่เปิด เธอจึงเบนสายไปเรียนทำอาหารคาวและพบว่านั่นคือสิ่งที่ "ใช่" มากกว่า เพราะเธอหลงรักใน "อะดรีนาลีน ความร้อน และจังหวะที่รวดเร็ว" ของครัวอาหารคาวหยาดน้ำตาในนิวยอร์กและการพิสูจน์ตนในร้านมิชลิน 3 ดาวเพื่อปูพื้นฐานให้มั่นคง เชฟแพมตัดสินใจไปเรียนต่อที่สถาบัน CIA (Culinary Institute of America) ที่นิวยอร์กเป็นเวลา 21 เดือน ช่วงแรกเธอต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก ทั้งความคิดถึงบ้านและความกดดันจากการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ตรงไปตรงมา (Straightforward) ของคนนิวยอร์กจนถึงขั้นโทรกลับมาร้องไห้กับคุณแม่ทุกวันแต่ด้วยความมุ่งมั่น เธอเรียนจบด้วยคะแนน อันดับ 1 ของคลาส และส่งอีเมลสมัครงานในร้านมิชลิน 3 ดาวทุกแห่งในนิวยอร์ก จนได้รับโอกาสที่ร้าน Jean-Georges ที่นี่เธอได้เรียนรู้ระบบการทำงานระดับโลกและการนำวัตถุดิบไทยมาผสมผสานกับเทคนิคฝรั่งเศส นอกจากนี้เธอยังให้มุมมองเรื่องเพศว่า เหตุผลที่เชฟผู้หญิงมีน้อยในระดับสูงไม่ใช่เพราะการกีดกัน แต่เป็นเพราะภาระหน้าที่และความรู้สึกผิดในบทบาทของแม่และครอบครัวที่ทำให้หลายคนต้องยอมถอยออกมาบทเรียนราคาแพงจากร้าน Smoked การสยบอีโก้เพื่อความอยู่รอดหลังกลับไทยเพราะอาการอกหักและคิดถึงบ้าน เธอเริ่มทำ Chef's Table ที่บ้านจนจองเต็มข้ามปี ต่อมาได้เปิดร้าน "Smoked" ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกขายดีมากจนทำให้เธอเกิด "อีโก้" และกับดักความสำเร็จ แต่เมื่อยอดขายเริ่มตก เธอจึงพบความจริงว่าลูกค้าที่มาในช่วงแรกส่วนใหญ่เป็นเพื่อนฝูงและคนที่มาลองเพราะเป็นร้านใหม่เธอได้รับบทเรียนสำคัญเรื่องการบริหารจัดการร้านอาหารที่ต้องดูทั้งต้นทุน (Costing) และความต้องการของลูกค้า เธอตัดสินใจ "ลดอีโก้" ของตัวเองลง โดยการปรับเปลี่ยนเมนูที่ซับซ้อนเกินไป เช่น จากเฟรนช์ฟรายส์ที่ทำยากและใช้พนักงานเยอะ มาเป็นแบบที่เข้าใจง่ายและเป็นมิตรกับลูกค้ามากขึ้น (Simple) ซึ่งผลปรากฏว่าลูกค้าชอบมากกว่าเดิมโพทง (Potong) การชุบชีวิตตึกเก่า 120 ปี สู่ Fine Dining ระดับโลกเชฟแพมสร้างร้าน "โพธง" (Potong) ขึ้นในตึกเก่าของบรรพบุรุษย่านสำเพ็ง ซึ่งเคยเป็นโรงงานผลิตยาจีน เธอออกแบบ "Customer Journey" อย่างละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการจองไปจนถึงการบริการที่โต๊ะ โดยนำความเชื่อเรื่อง Heritage มาผสมผสานกับความโมเดิร์นในพาร์ทของการบริหาร เธอเรียนรู้ที่จะ "ถอยออกมา" จากการลงมือทำทุกอย่างเอง เพื่อสวมบทบาทผู้บริหารและสอนให้น้องๆ ในทีมเก่งขึ้น เธอเชื่อว่าหัวใจของร้านอาหารคือการปรับตัวให้ไว (Adjust fast) โดยใช้ข้อมูลและตัวเลขมาวิเคราะห์ความผิดพลาดเพื่อแก้ไขให้ทันท่วงทีปรัชญาชีวิตแบบ Zero Waste การส่งต่อความสุขและโอกาสที่ยั่งยืนเชฟแพมนำแนวคิด Zero Waste มาใช้ในร้านเพื่อลดขยะอาหาร เช่น การนำเศษผักและโปรตีนจากการตัดแต่ง (Trimming) มาเคี่ยวเป็นน้ำซุปที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ของร้าน เธอเชื่อว่า "ชีวิตคือ Zero Waste" ทุกประสบการณ์ไม่ว่าจะเป็นการเรียนนิเทศฯ หรือความล้มเหลว ล้วนไม่มีอะไรเสียเปล่าและสามารถนำมาต่อยอดได้เสมอเธอยังริเริ่มโครงการ "Woman for Woman" เพื่อระดมทุนมอบทุนการศึกษาและโอกาสฝึกงาน 1 ปีให้กับเด็กผู้หญิงที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพราะเธอเชื่อว่าการให้การศึกษาแก่ผู้หญิงคนหนึ่งจะสามารถส่งผลกระทบต่อไปได้ถึง 3 รุ่นคน สำหรับเธอ อาหารคือ "รูปแบบการให้ความสุขที่เร็วที่สุด" และมีความหมายมากกว่าแค่ความอิ่มท้องเส้นทางชีวิตของเชฟแพมคือการเคี่ยววัตถุดิบแห่งประสบการณ์จนกลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อมและเปี่ยมด้วยมิติ โดยเริ่มจาก "รสสัมผัสแห่งความอบอุ่น" ในครัวไทย-จีนที่คุณแม่ปลูกฝังความละเมียดละไมและการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่แขกไว้เป็นรากฐาน ก่อนจะก้าวไปเผชิญกับ "รสชาติที่จัดจ้านและกดดัน" ท่ามกลางหยาดน้ำตาและการพิสูจน์ตนเองในครัวระดับมิชลิน 3 ดาวที่นิวยอร์ก ซึ่งเปรียบเสมือนบทเรียนรสขมที่ช่วยเจียระไนความอดทนและระเบียบวินัยให้แข็งแกร่ง เมื่อกลับมาเติบโตในแผ่นดินเกิด เธอต้องผ่านการปรับจูนรสชาติชีวิตด้วยการ "ลดอีโก้" และยอมรับความจริงเพื่อเปลี่ยนความเกือบพลาดให้กลายเป็นความยั่งยืน จนนำไปสู่ความสำเร็จสูงสุดในร้าน "โพทง" ที่ซึ่งมรดกจากบรรพบุรุษและความโมเดิร์นถูกปรุงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยทุกประสบการณ์ไม่ว่าจะหวานหรือขมล้วนถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ภายใต้ปรัชญา "Zero Waste Life" ที่ไม่มีสิ่งใดเสียเปล่า แต่กลับผสานรวมเป็นรสชาติแห่งความสำเร็จที่พร้อมส่งต่อความสุขและโอกาสให้แก่ผู้อื่นได้อย่างสง่างามดูรายการย้อนหลัง

Zero Waste Life ของ “เชฟแพม พิชญา” เมื่อทุกหยาดเหงื่อและรอยน้ำตา คือเครื่องปรุงชั้นเลิศที่ไม่มีวันเสียเปล่า
26 มี.ค. 2026
Club Inspired Day Recap

Zero Waste Life ของ “เชฟแพม พิชญา” เมื่อทุกหยาดเหงื่อและรอยน้ำตา คือเครื่องปรุงชั้นเลิศที่ไม่มีวันเสียเปล่า

Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “เชฟแพม พิชญา” ผู้คว้ารางวัลเชฟหญิงที่ดีที่สุดในโลกปี 2025 (The World’s Best Female Chef 2025) ที่ได้มาพูดคุยแชร์เรื่องราวโดยเริ่มตั้งแต่แรงบันดาลใจจากครอบครัวและการตัดสินใจเบนสายจากนิเทศศาสตร์สู่เส้นทางอาหารระดับสากล บทสนทนาสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการฝึกฝนทั้งในสถาบันชื่อดังและการทำงานในครัวมิชลิน 3 ดาวที่นิวยอร์กซึ่งหล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่ง แหล่งข้อมูลยังชี้ให้เห็นถึงบทเรียนจากการทำธุรกิจโดยเฉพาะการก้าวข้ามอีโก้เพื่อปรับตัวตามความต้องการของผู้บริโภคและการบริหารจัดการร้านอาหาร "โพธง" ในย่านสำเพ็ง นอกจากนี้เธอยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการคืนกำไรสู่สังคมผ่านโครงการสนับสนุนผู้หญิงในสายอาชีพเชฟและการลดขยะอาหาร สรุปได้ว่าหัวใจสำคัญของความสำเร็จคือความภูมิใจในรากเหง้าผสมผสานกับวินัยและการถ่ายทอดความสุขผ่านอาหารที่มีจิตวิญญาณรากเหง้าในครัวไทย-จีน และแรงบันดาลใจจากมาม่าผัดไข่เปลี่ยนชีวิตเชฟแพมเติบโตมาในครอบครัวไทย-จีนที่มีความผูกพันกับอาหารอย่างลึกซึ้ง โดยมีคุณแม่ที่เป็น Housewife แบบ Full-time และเป็น Perfectionist ในการทำอาหารเป็นต้นแบบ ตั้งแต่เด็กเธอจะติดสอยหามตามคุณแม่ไปจ่ายตลาดและทำหน้าที่เป็น "ลูกมือ" หยิบจับสิ่งต่างๆ ในครัวเสมอ คำสอนสำคัญที่คุณแม่ปลูกฝังคือ "การใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดสำหรับแขก" ซึ่งคุณแม่จะตระเวนไปตลาดทั่วกรุงเทพฯ เพื่อหาของที่ดีที่สุดจากแต่ละเจ้าจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นตอนอายุ 12 ปี เมื่อเธอได้ลองทำ "มาม่าหมูสับผัดไข่" ให้คุณพ่อคุณแม่ทานเป็นมื้อหลัก แม้จะเป็นเมนูพื้นฐาน แต่การที่ได้เห็นว่าอาหารเพียงจานเดียวสามารถทำให้คนอิ่มท้องและมีความสุขได้ด้วยฝีมือของเราเอง กลายเป็นความภูมิใจที่ค่อยๆ สะสมจนกลายเป็นแพชชั่นในอาชีพเชฟในเวลาต่อมาจุดหักเหจากรั้วนิเทศฯ สู่ความร้อนแรงในครัวเลอกอร์ดองเบลอในช่วงวัยรุ่นเชฟแพมเลือกเรียนคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ (หลักสูตรนานาชาติ) ตามกระแสและตามกลุ่มเพื่อน แต่เมื่อเรียนถึงปี 2 เธอเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่ทาง เพราะเธอชอบการทำกิจกรรมและการลงมือทำมากกว่าการนั่งเรียนในห้อง เธอจึงเข้าไปปรึกษาคุณแม่ ซึ่งคุณแม่ก็สนับสนุนให้เธอลาออกไปเรียนทำอาหารทันที แต่เชฟแพมเลือกที่จะเรียนให้จบเพื่อเป็นของขวัญให้พ่อแม่และเพราะความรักเพื่อนในช่วงปี 3-4 เธอเริ่มเรียนทำอาหารอย่างจริงจังในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ Le Cordon Bleu โดยเริ่มจากคอร์สขนมหวานก่อน แต่เมื่อคลาสขนมระดับสูงไม่เปิด เธอจึงเบนสายไปเรียนทำอาหารคาวและพบว่านั่นคือสิ่งที่ "ใช่" มากกว่า เพราะเธอหลงรักใน "อะดรีนาลีน ความร้อน และจังหวะที่รวดเร็ว" ของครัวอาหารคาวหยาดน้ำตาในนิวยอร์กและการพิสูจน์ตนในร้านมิชลิน 3 ดาวเพื่อปูพื้นฐานให้มั่นคง เชฟแพมตัดสินใจไปเรียนต่อที่สถาบัน CIA (Culinary Institute of America) ที่นิวยอร์กเป็นเวลา 21 เดือน ช่วงแรกเธอต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก ทั้งความคิดถึงบ้านและความกดดันจากการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ตรงไปตรงมา (Straightforward) ของคนนิวยอร์กจนถึงขั้นโทรกลับมาร้องไห้กับคุณแม่ทุกวันแต่ด้วยความมุ่งมั่น เธอเรียนจบด้วยคะแนน อันดับ 1 ของคลาส และส่งอีเมลสมัครงานในร้านมิชลิน 3 ดาวทุกแห่งในนิวยอร์ก จนได้รับโอกาสที่ร้าน Jean-Georges ที่นี่เธอได้เรียนรู้ระบบการทำงานระดับโลกและการนำวัตถุดิบไทยมาผสมผสานกับเทคนิคฝรั่งเศส นอกจากนี้เธอยังให้มุมมองเรื่องเพศว่า เหตุผลที่เชฟผู้หญิงมีน้อยในระดับสูงไม่ใช่เพราะการกีดกัน แต่เป็นเพราะภาระหน้าที่และความรู้สึกผิดในบทบาทของแม่และครอบครัวที่ทำให้หลายคนต้องยอมถอยออกมาบทเรียนราคาแพงจากร้าน Smoked การสยบอีโก้เพื่อความอยู่รอดหลังกลับไทยเพราะอาการอกหักและคิดถึงบ้าน เธอเริ่มทำ Chef's Table ที่บ้านจนจองเต็มข้ามปี ต่อมาได้เปิดร้าน "Smoked" ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกขายดีมากจนทำให้เธอเกิด "อีโก้" และกับดักความสำเร็จ แต่เมื่อยอดขายเริ่มตก เธอจึงพบความจริงว่าลูกค้าที่มาในช่วงแรกส่วนใหญ่เป็นเพื่อนฝูงและคนที่มาลองเพราะเป็นร้านใหม่เธอได้รับบทเรียนสำคัญเรื่องการบริหารจัดการร้านอาหารที่ต้องดูทั้งต้นทุน (Costing) และความต้องการของลูกค้า เธอตัดสินใจ "ลดอีโก้" ของตัวเองลง โดยการปรับเปลี่ยนเมนูที่ซับซ้อนเกินไป เช่น จากเฟรนช์ฟรายส์ที่ทำยากและใช้พนักงานเยอะ มาเป็นแบบที่เข้าใจง่ายและเป็นมิตรกับลูกค้ามากขึ้น (Simple) ซึ่งผลปรากฏว่าลูกค้าชอบมากกว่าเดิมโพทง (Potong) การชุบชีวิตตึกเก่า 120 ปี สู่ Fine Dining ระดับโลกเชฟแพมสร้างร้าน "โพธง" (Potong) ขึ้นในตึกเก่าของบรรพบุรุษย่านสำเพ็ง ซึ่งเคยเป็นโรงงานผลิตยาจีน เธอออกแบบ "Customer Journey" อย่างละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการจองไปจนถึงการบริการที่โต๊ะ โดยนำความเชื่อเรื่อง Heritage มาผสมผสานกับความโมเดิร์นในพาร์ทของการบริหาร เธอเรียนรู้ที่จะ "ถอยออกมา" จากการลงมือทำทุกอย่างเอง เพื่อสวมบทบาทผู้บริหารและสอนให้น้องๆ ในทีมเก่งขึ้น เธอเชื่อว่าหัวใจของร้านอาหารคือการปรับตัวให้ไว (Adjust fast) โดยใช้ข้อมูลและตัวเลขมาวิเคราะห์ความผิดพลาดเพื่อแก้ไขให้ทันท่วงทีปรัชญาชีวิตแบบ Zero Waste การส่งต่อความสุขและโอกาสที่ยั่งยืนเชฟแพมนำแนวคิด Zero Waste มาใช้ในร้านเพื่อลดขยะอาหาร เช่น การนำเศษผักและโปรตีนจากการตัดแต่ง (Trimming) มาเคี่ยวเป็นน้ำซุปที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ของร้าน เธอเชื่อว่า "ชีวิตคือ Zero Waste" ทุกประสบการณ์ไม่ว่าจะเป็นการเรียนนิเทศฯ หรือความล้มเหลว ล้วนไม่มีอะไรเสียเปล่าและสามารถนำมาต่อยอดได้เสมอเธอยังริเริ่มโครงการ "Woman for Woman" เพื่อระดมทุนมอบทุนการศึกษาและโอกาสฝึกงาน 1 ปีให้กับเด็กผู้หญิงที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพราะเธอเชื่อว่าการให้การศึกษาแก่ผู้หญิงคนหนึ่งจะสามารถส่งผลกระทบต่อไปได้ถึง 3 รุ่นคน สำหรับเธอ อาหารคือ "รูปแบบการให้ความสุขที่เร็วที่สุด" และมีความหมายมากกว่าแค่ความอิ่มท้องเส้นทางชีวิตของเชฟแพมคือการเคี่ยววัตถุดิบแห่งประสบการณ์จนกลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อมและเปี่ยมด้วยมิติ โดยเริ่มจาก "รสสัมผัสแห่งความอบอุ่น" ในครัวไทย-จีนที่คุณแม่ปลูกฝังความละเมียดละไมและการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่แขกไว้เป็นรากฐาน ก่อนจะก้าวไปเผชิญกับ "รสชาติที่จัดจ้านและกดดัน" ท่ามกลางหยาดน้ำตาและการพิสูจน์ตนเองในครัวระดับมิชลิน 3 ดาวที่นิวยอร์ก ซึ่งเปรียบเสมือนบทเรียนรสขมที่ช่วยเจียระไนความอดทนและระเบียบวินัยให้แข็งแกร่ง เมื่อกลับมาเติบโตในแผ่นดินเกิด เธอต้องผ่านการปรับจูนรสชาติชีวิตด้วยการ "ลดอีโก้" และยอมรับความจริงเพื่อเปลี่ยนความเกือบพลาดให้กลายเป็นความยั่งยืน จนนำไปสู่ความสำเร็จสูงสุดในร้าน "โพทง" ที่ซึ่งมรดกจากบรรพบุรุษและความโมเดิร์นถูกปรุงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยทุกประสบการณ์ไม่ว่าจะหวานหรือขมล้วนถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ภายใต้ปรัชญา "Zero Waste Life" ที่ไม่มีสิ่งใดเสียเปล่า แต่กลับผสานรวมเป็นรสชาติแห่งความสำเร็จที่พร้อมส่งต่อความสุขและโอกาสให้แก่ผู้อื่นได้อย่างสง่างามดูรายการย้อนหลัง

Hotwave

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18
03 ก.พ. 2026
Events

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18

ว้าวุ่นมาทั้งปี มารับวิตามิน SEA กันป่ะล่ะ !!ปลายปีนี้... EFM94 และ Chill Online จะพาคุณไปมันส์อีกครั้งกับมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเลกับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18 BY โซดา LEOมันส์ไปกับ 6 ศิลปิน ...NONT TANONT / PARADOX / MEAN / ROOFTOP / SLAPKISS / THE MOUSSESเตรียมแดนซ์ให้ยับกับ DJ PU บนเวที EDM สไตล์ EFM และ เหล่าดีเจจาก EFM94 และ CHILL ONLINEเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นี้ที่ หาดแหลมเจริญ จังหวัด ระยองห้ามนำเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าภายในงาน ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายเตรียมตัวกันให้พร้อม!! 16 ตุลาคมนี้เปิดให้กด REDEEM บัตรกันแล้วขั้นตอนการ Redeem Ticket!! บอกเลยว่า #งานนี้ฟรี!!- เพียงแค่ล็อกอิน เปิดแอป Application AtimeFungFin- เริ่มสะสมพ้อยได้แล้ววันนี้ ผ่านการฟัง Application ATIMEFUNGFIN !!1 นาที = 1 Point สะสมครบ 2,000 Point แลก Wristband ได้ 2 ใบ สามารถเข้างานได้ 2 คน(1 Account/1 สิทธิ์)ดาวน์โหลด Application : ATIME FUNGFIN รอไว้ได้เลย ทั้งระบบ IOS และ Androidพิเศษเฉพาะใน Application ATIMEFUNGFIN เท่านั้น!! รีบชวนเพื่อนด่วน #บัตรมีจำนวนจำกัด

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน
23 ม.ค. 2025
News

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน

"เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา” ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพันบทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปีโดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform

อบอวลด้วยรัก! "จ๊ะอี๋" น้องใหม่ "Kicks Records" เสิร์ฟกลิ่นหอมผ่าน "สวนดอกไม้" ได้ทัพ 3 ตัวพ่อเพลงรักร่วมงานในซิงเกิลเปิดตัว
16 ม.ค. 2025
News

อบอวลด้วยรัก! "จ๊ะอี๋" น้องใหม่ "Kicks Records" เสิร์ฟกลิ่นหอมผ่าน "สวนดอกไม้" ได้ทัพ 3 ตัวพ่อเพลงรักร่วมงานในซิงเกิลเปิดตัว

เปิดปีใหม่ปีนี้ Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ขอเสิร์ฟของขวัญรับศักราชใหม่ พร้อมแนะนำ “jaei จ๊ะอี๋ - นวลจันทร์ ณ ถลาง” ศิลปินหญิงที่มากับเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานที่หวาน จนใครได้ฟังต้องรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ เพราะท่วงทำนองและคำร้องนั้นเต็มไปด้วยความหอมหวาน“สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานเดบิวต์ของ “jaei จ๊ะอี๋” ที่สะท้อนความเป็นเธอในทุกองค์ประกอบ โดยจุดเริ่มต้นมาจากกวีของ Alfred Tennyson ที่เขียนไว้ว่า “If I had a flower for every time I thought of you…I could walk through my garden forever.” ที่แปลว่า ถ้ามีดอกไม้ผลิบานเพิ่มขึ้นทุกครั้งเวลาที่ฉันนั้นคิดถึงเธอ โลกนี้คงเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ที่พอให้เราเดินเล่นได้ทั้งชีวิต ซึ่งตัวของ “แทน Lipta” โปรดิวเซอร์และผู้แต่งเพลงนี้มองว่าเป็นประโยคที่เหมาะกับตัวตนของ ‘จ๊ะอี๋’ และได้นำเพลงนี้มาเขียนร่วมกับ “ข้าว fellow fellow” อีกหนึ่งยอดฝีมือที่แต่งเพลงรักสุดฮิตมานับไม่ถ้วนในส่วนของดนตรีเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ความชอบเพลงยุค 90 ของ jaei ก็ได้ถูกนำมาอยู่ในเพลงนี้ ถูกเนรมิตดนตรีเพลงนี้ให้หอมฟุ้งด้วยความฟีลกู้ดโดย “กุ๊ก จิตติพล” มือคีย์บอร์ดวงดนตรีคลั่งรักแห่งยุคอย่าง “No One Else” ที่มาร่วมเรียบเรียงเพลงนี้อีกด้วย นอกจากบรรยากาศของเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)“ จ๊ะอี๋ยังได้ถ่ายทำมิวสิควิดีโอด้วยบรรยากาศสวนดอกไม้จริงๆ ร่วมกับกลุ่มเพื่อนสุดเลิฟ ทำเอาบรรยากาศทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังอบอวลด้วยความสุขแบบทะลุจอจนผู้ชมสัมผัสได้รับชม รับฟัง และสัมผัสมวลความน่ารักของเพลง “สวนดอกไม้” ได้ทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิ่งและชมมิวสิควิดีโอได้ทาง YouTube: jaeicoolkid

Atime Showbiz

BEACH BOYS CONCERT 2025
21 ก.ค. 2025
Ticket Now

BEACH BOYS CONCERT 2025

คอนเสิร์ตรวมศิลปิน BOYS “สมบัติแห่งชาติ” เสิร์ฟเพลงฮิตติดชาร์ตกันริมทะเล ชวนทุกด้อมมาเติมฟินพร้อมกัน ครบจบในวันเดียว !ใน “BEACH BOYS CONCERT 2025”พร้อมเสิร์ฟขุมทรัพย์ความฟิน กับ Lineup 10 ศิลปินแถวหน้าของ T-POP ที่แมสที่สุดมาไว้บนเวทีเดียวกัน พบกับ1. POLYCATวงดนตรีสุดเทสต์ ตัวท็อป Synth Pop ตำนานเพลงฮิตที่ทุกคนต้องมีติดเพลย์ลิสต์ !2. fellow fellowศิลปิน DUO เสียงละมุน เจ้าของเพลงรักโรแมนซ์สุดไวรัลกว่า 100 ล้านวิว !3. No One Else“เจ้าพ่อเพลงรัก” ศิลปินที่ครองชาร์ตครองใจเหล่าคนคลั่งรักทุก GEN !4. JEFF SATURศิลปินตัวท็อปมากประสบการณ์ผู้เปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของแบบไร้ขีดจำกัด!!5. NUNEWศิลปินเสียงหวานใจละลาย ฉายา “ลูกชายแห่งชาติ” ที่พร้อมชิงหัวใจจากทุกด้อมแบบไม่ให้ตั้งตัว !6. ATLASBOY GROUP ตัวท็อปสุดเป๊ะ ! ที่ต้องดูด้วยตาเนื้อสักครั้งในชีวิต พร้อมสาดความมันส์ให้หาดแตก !!7. PROXIEBOY BAND แถวหน้า All Rounder สุดจี๊ดแห่ง T-POP ตัวตึงทุก Viral สุดแมส !8. LYKNBOY GROUP สุดกรี๊ด เตรียมกร่อนใจทุกด้อม ด้วยคาริสม่าสุดสตรอง แซ่บไฟลุกไปทั้งหาด !9. DICEBOY GROUP ทำถึงแห่งปี เอเนอร์จี้สุดจะเลิศ ! พร้อมตกแฟน ๆ ด้วย Performance สุดปัง !!10. JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXXRookie น้องใหม่มาแรงแห่งวงการ T-POP พร้อมปล่อยดาเมจสุด HOT ให้ Beach สะเทือน !!เปิด MAP ความสนุกพร้อมกันวันแสดง :วันเสาร์ที่ 22 พฤจิกายน 2568 เวลา 15:30 น. เป็นต้นไปสถานที่ :SEA SAND SUN HUAHIN RESORTเปิดจำหน่ายบัตร : วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปซื้อบัตรได้ทาง Counter Service All Ticket ใน 7-Eleven ทุกสาขา หรือ https://bit.ly/BEACHBOYS2025ราคาบัตร :• บัตรราคา 1,100 บาท **ราคานี้ตั้งแต่วันนี้ - 21 พ.ย.**• บัตรหน้างาน (22 พ.ย. 2568) : บัตร Regular ราคา 2,000 บาท

YOLO FEST
10 มี.ค. 2025
Ticket Now

YOLO FEST

ครั้งแรกของ ATIMESHOWBIZ ครีเอทมิวสิคเฟสอินดี้ ขึ้นห้าง กลางเมืองโดนใจทุก Gen โดดเด่นทุก Line up ที่ทุกคนต้องได้มาฟังสดๆ สักครั้งในชีวิต!!YOLO FEST เฟสอินดี้ YOU ONLY LISTEN ONCEมิวสิคเฟสที่ “คุ้ม” ที่สุด กับโลเคชั่นที่ “ติดแกลม” ที่สุดจัดเต็มตลอด 8 ชม. แบบ Non stop กับ 12 ศิลปินอินดี้ตัวท็อปสุดเทสต์!1. TATTOO COLOUR วงดนตรีขวัญใจเด็กแนวทุกยุค กับสไตล์เพลงสุดครีเอทที่ไม่เคยเก่า!2. POLYCAT วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s ที่ปลุกกระแสยุคเก่าให้เก๋าไปทั่วบ้านทั่วเมือง3. SCRUBB ศิลปินดูโอ้ที่มีเพลงเพราะอยู่ในเพลย์ลิสต์โปรดของใครหลายคนมานานกว่า 20 ปี!4. THE TOYS อัจฉริยะทางดนตรี ผู้สร้างปรากฎการณ์ให้วงการเพลงไทยดังไกลทั่วเอเชีย!5. SAFEPLANET วงอินดี้ป็อปแถวหน้า ดาวเคราะห์แห่งเสียงดนตรีกับ Sound สุดซิกเนเจอร์!6. PUN ศิลปินหนุ่มสุดฮอต ขวัญใจเจน Z ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้!7. DEPT ดูโอ้ซินธ์ป็อปแห่งยุค กับแนวเพลงเศร้าเคลือบน้ำตา โดนใจวัยรุ่น8. WHAL DOLPH วงดนตรีอินดี้ป็อปจากท้องทะเล กับการดีไซน์เพลงที่ไร้ขีดจำกัด9. MEYOU All rounder แห่งวงการเพลงไทย เจ้าของเพลงฮิตร้อยล้านวิว10. WIM ศิลปินอินดี้ป็อปไวป์ดี Mr.feelgood มาพร้อมสไตล์เพลงสุดกรู๊ฟชวนฝัน!11. LUSS คู่หูมหัศจรรย์แห่งยุค! กับเมโลดี้ติดหูที่กลายเป็น Viral นับครั้งไม่ถ้วน12. TELEVISION OFF วงน้องใหม่ฟอร์มแรง ผู้ถ่ายทอดความเจ็บปวดได้อย่างสวยงาม“YOU ONLY LISTEN ONCE” โอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่คุณจะได้มาฟังทั้ง 12 ศิลปินสุดเทสต์ใน Stage เดียวกัน วันเดียวเท่านั้น รันยาวต่อเนื่องแบบ Non stop ห้ามพลาดเด็ดขาด!!พบกัน 14 มิ.ย. 2025 ที่ Paragon Hall ที่สุดของ VENUE ใจกลางเมือง!บัตรราคาเดียว : บัตรยืน 1,500 บาทพิเศษสุด! โปรฯ คู่ 2,800 บาท (จำกัด 1,500 คู่เท่านั้น!)จำหน่ายบัตร 29 มี.ค. 2025 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป) ทาง ThaiticketmajorLink ขายบัตร https://bit.ly/YOLOFESTติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ และ EFM ทุกช่องทาง#YOLOFest#YOU_ONLY_LISTEN_ONCE#ATIMESHOWBIZ#EFM94

GOTCHA POP 3 CONCERT
01 มี.ค. 2025
Ticket Now

GOTCHA POP 3 CONCERT

ALL TICKETS ARE SOLD OUT !ATIMESHOWBIZ ขอขอบคุณชาว T-POP ทุกด้อม-ทุกคน ที่ทำให้บัตร #GOTCHAPOP3 SOLD OUT ทุกราคา ทุกที่นั่งเป็นที่เรียบร้อย !!เจอกัน 24 พ.ค. 2025 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์GOTCHA POP Concert ไม่ใช่แค่การรวมศิลปิน T-POP แต่คือ “เวทีโชว์ Performance แห่งปี” ที่คอคอนเสิร์ตทุกคนต้องไม่พลาด ไม่ว่าคุณจะอยู่ด้อมไหน เตรียมใจลุ้นไปกับ Line Up สุดปัง จาก Boy Group - Girl Group ตัวท็อปสุดฟิน อะดรีนาลีนหลั่งไปกับสเตจพิเศษเกินคาดเดา ที่รับประกันความ Wow ! ขึ้นในทุก ๆ ปีเปิดตี้ฟินระเบิด พร้อมเสิร์ฟยกด้อม กับ คอนเสิร์ตรวม Idol ตัวท็อปแห่งปี !!ใน “GOTCHA POP CONCERT ครั้งที่ 3 ” จัดเต็มศิลปิน T-POP Boy Band , Girl Group ตัวท็อปที่ทุกคนอยากดูมากที่สุดในยุคนี้พบกับ1. TRINITY - Trio สารตั้งต้น T-Pop ตัวท็อประดับตำนานที่แฟน ๆ รอคอย! พร้อมเสิร์ฟเอเนอร์จีความ Hot ทะลุสเตจ !!2. PROXIE - Boy Band ตัวท็อปสุดแมส ความสามารถ All Rounder แห่ง T-POP การันตีที่สุดของความปัง!3. PiXXiE - Girl Group จริตทะลวงใจ! 3 ภูติจิ๋วเอวเอส มาพร้อมพลังดาเมจที่จะทำให้เวทีสะเทือน!!4. PERSES - 5 หนุ่ม Boy Group กระดูกเบอร์เดียวกัน เตรียมใส่สุดพลัง จัดเต็มทุก Performance พร้อมตกแฟน ๆ เข้าด้อม!!5. LYKN - Boy Group สุดโฮ่ง-Hot-ฉ่ำ ! ที่มาแรงเกินต้านทาน พร้อมระเบิดคาริสม่าบนเวทีให้ลุกเป็นไฟ !!6. BUS because of you I shine - Boy Group ที่เขย่าวงการ T-Pop ตัวท็อปห้างแตก ครองใจตั้งแต่มัมหมีจนถึงเจนอัลฟ่า!!7. DICE - Rookie น้องใหม่แห่งวงการ T-POP แต่ฝีมือไม่ธรรมดา เตรียมวางกับดักตกคนเข้าด้อม ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ!8. VIIS - Girl group สาย Performance ที่สตรองที่สุด! คอนเสิร์ตครั้งนี้ 5 สาวพร้อมสับแบบฟาดไม่ยั้ง !!9. QRRA - Girl group น้องใหม่แต่มากประสบการณ์ พร้อมรันวงการแบบ Queen ตัวท็อป!! เตรียมรับความจึ้งจาก 5 สาวได้เลย10. GELBOYS - บอยแก๊งน้องใหม่มาแรงแห่งปี จากซีรี่ย์สุดฮ็อต "GELBOYS สถานะกั๊กใจ" พร้อมปล่อยดาเมจสุดป็อปแบบไม่มีกั๊ก ! เตรียมโดน 4 หนุ่ม ตกเข้าด้อมกันได้เลย !!11. DAOU OFFROAD - คู่ศิลปิน IDOL ที่กำลังมาแรงสุด ๆ พกความสนุกมาแบบเต็มพิกัด Dance-ร้อง จัดหนักแบบตัวท็อป เตรียมตัวฮ็อบกันทั้งฮอลล์ !มาซัพพอร์ตวงการ T-POP ของเราให้เติบโตก้าวไกลไปด้วยกัน ใน GOTCHAPOP 3 คอนเสิร์ตที่โคตรฟินแห่งปีที่สแตน T-POP พลาดไม่ได้ ! รวม Line Up ชวนจึ้ง Boyband และ Girl Group ตัวแรร์แห่งยุค มาไว้บนเวทีเดียวกัน จัดเต็มโชว์สุดปัง เก็บครบทั้ง Vocal หูเคลือบทอง , Performance แดนซ์ไฟลุก และ Hidden Show สุดเซอร์ไพรส์ เคมีใหม่ ๆ หาดูได้แค่ที่ GOTCHAPOP 3 เท่านั้น !! ให้ทุกคนได้ดูแบบต่อเนื่องไม่สะดุดกว่า 6 ชั่วโมง !!!พร้อมปักหมุดแลนด์มาร์คความสนุกครั้งใหม่ “ใกล้ขึ้น” กับราคาบัตรที่ “ถูกลงกว่าเดิม” !!เจอกัน 24 พ.ค. นี้ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Exhibition Hall 3-4 , ชั้น G )ราคาบัตร : บัตรยืน 2,500 บาทบัตรนั่ง 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,800 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาทจำหน่ายบัตร 1 มีนาคม ที่ Thaiticketmajor เวลา 10.00 น.LINK ซื้อบัตร : https://bit.ly/GOTCHAPOP3ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง

Chill On

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว
26 มี.ค. 2026
Travel & Hotel

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5–8)ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569และนี่คืออีเวนต์ที่คนรักการอ่านห้ามพลาด ไม่ว่าคุณจะเป็นสายอ่านนิยาย สายสอบ หรือสายสะสมหนังสือหายาก ภายในงานนี้มีให้เลือกแบบจุใจ ตั้งแต่หนังสือดังที่ถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์วายยอดฮิต หนังสือเก่าหายากที่นักอ่านตามหา ไปจนถึงหนังสือเตรียมสอบยอดนิยม รวมถึงหนังสือแปลจากต่างประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น และตะวันตก ที่คัดมาแล้วว่าอ่านสนุกและน่าสนใจ สายการ์ตูนและนิยายวัยใสก็ห้ามพลาด เพราะมีทั้งการ์ตูนในตำนานอย่าง “ขำหัวเราะ” และ “ครอบครัวตึ๋งหนืด” รวมถึงนิยายรักใส ๆ จากแจ่มใส ที่หลายคนคุ้นเคย เรียกได้ว่าเดินงานเดียว ได้ย้อนวัยและเติมคลังหนังสือแบบเต็มอิ่ม ภายในงานมีการจัดโซนอย่างเป็นสัดส่วน เดินง่าย ไม่ต้องกลัวหลง และสำหรับใครที่อยากวางแผนการเดิน สามารถซื้อแผนที่บูสภายในงานได้ในราคาเพียง 5 บาท ช่วยให้ช้อปได้ครบทุกโซนแบบไม่พลาดร้านเด็ด อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือซุ้มถ่ายรูปและจุดเช็คอินภายในงาน ที่จัดไว้หลากหลายมุม เหมาะมากสำหรับสายคอนเทนต์ ไม่ว่าจะสายรีวิว สาย Vlog หรือสายถ่ายรูปลงโซเชียล ก็สามารถเก็บภาพบรรยากาศงานไปแชร์ได้แบบจัดเต็ม ไฮไลต์สำคัญยังคงเป็นโปรโมชั่นจัดหนัก ทั้งส่วนลดพิเศษ และการขายแบบบุฟเฟ่หนังสือ ที่บอกเลยว่ายิ่งซื้อยิ่งคุ้ม เหมาะกับสาย “ซื้อก่อน อ่านทีหลัง” แบบสุด ๆ และแน่นอนว่าของดีมีจำนวนจำกัด ใครมาก่อนได้ก่อน ช้าอาจพลาดเล่มที่อยากได้โดยไม่รู้ตัว ถ้าใครกำลังหาที่เดินเล่นช่วงนี้ หรือยังไม่รู้จะไปไหนดี ลองแวะมางานนี้ได้เลย เพราะงานจัดยาวหลายวัน เดินได้เรื่อย ๆ แบบไม่ต้องรีบ จะมาเดินชิล ๆ หรือมาจัดหนักกวาดหนังสือกลับบ้านก็ฟินได้เหมือนกัน ถ้าคุณกำลังมองหางานหนังสือ 2569 ที่ครบที่สุด คุ้มที่สุด และรวมหนังสือทุกแนวไว้ในที่เดียว งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 คือคำตอบ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปช้อปให้จุใจกันได้เลยสถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5-8)วันที่: 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569เวลา: 10:00 – 21:00 น.

ศิลปะแห่งการซ่อมแซมใจ
16 มี.ค. 2026
Beauty & Health

ศิลปะแห่งการซ่อมแซมใจ

ในวันที่เข็มทิศในใจดูเหมือนจะพังทลายเราทุกคนต่างมีวันที่ "แบตเตอรี่ใจ" เหลือ 0% วันที่คุณรู้สึกว่าความพยายามทั้งหมดไม่มีใครเห็น หรือวันที่การจากลาทิ้งหลุมดำขนาดใหญ่ไว้ในอกในทางจิตวิทยา ภาวะนี้ไม่ใช่แค่ความเศร้าชั่วคราว แต่มันคือ "Emotional Exhaustion" หรือความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ที่สะสมจนถึงขีดสุด บทความนี้จะชวนคุณมา "กางแผนที่ใจ" และใช้เครื่องมือทางจิตวิทยาเพื่อเยียวยาตัวเองอย่างยั่งยืนทำความเข้าใจ "เงา" ในใจ (Shadow Work Awareness)ก่อนจะฮีลได้ เราต้องรู้ก่อนว่า "จุดที่เจ็บ" คืออะไร หลายครั้งความทุกข์ของเรามาจาก "ความคาดหวังที่ไม่ได้พูดออกไป"Childhood Schemaบาดแผลจากอดีต เช่น การเป็นลูกคนเดียวที่แบกความหวัง หรือลูกคนเล็กที่ถูกขังในกรอบเด็กตลอดกาล สิ่งเหล่านี้สร้าง "เสียงในหัว" ที่คอยตำหนิเราเมื่อเราล้มเหลวNegativity Biasสมองมนุษย์ถูกออกแบบมาให้โฟกัสเรื่องร้ายเพื่อความอยู่รอด แต่ในโลกปัจจุบัน มันทำให้เรามองข้ามสิ่งดีๆ 99 อย่าง เพื่อไปจมปลักกับคำวิจารณ์เพียงอย่างเดียวหลักการ Self-Compassion พลังของการ "ใจดีกับตัวเอง"ดร. คริสติน เนฟฟ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ระบุว่าการรักตัวเองประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลักที่คนส่วนใหญ่มักลืมทำSelf-Kindness vs. Self-Judgment: หยุดก่นด่าตัวเองเหมือนที่คุณไม่เคยทำกับเพื่อน ลองเปลี่ยนโทนเสียงในใจให้กลายเป็น "เพื่อนที่หวังดี"Common Humanity: ตระหนักว่า "ความเจ็บปวด" คือส่วนหนึ่งของประสบการณ์มนุษย์ คุณไม่ได้ล้มเหลวอยู่คนเดียว ทุกคนบนโลกนี้ต่างมีบาดแผลที่มองไม่เห็นทั้งนั้นMindfulness: การอยู่กับปัจจุบันโดยไม่ตัดสิน (Non-judgmental) หากคุณเศร้า ก็แค่รับรู้ว่า "ตอนนี้ฉันกำลังเศร้า" ไม่ต้องรีบผลักไสมันออกไป เพราะยิ่งผลักไส มันยิ่งฝังรากลึก4 ขั้นตอนปฏิบัติ "กู้คืนความสดใส" แบบยั่งยืนStep 1: Emotional Validation (อนุญาตให้ตัวเองรู้สึก)อย่าเป็นเหยื่อของ Toxic Positivity หรือการบังคับให้ตัวเองยิ้มทั้งที่ใจพัง การยอมรับว่า "วันนี้ฉันไม่ไหว" คือก้าวแรกของการเยียวยาที่จริงใจที่สุดStep 2: Boundary Setting (การตีเส้นล้อมใจ)ในทางจิตวิทยา การมี "ขอบเขต" คือการบอกโลกวา "อะไรคือสิ่งที่ฉันรับได้และรับไม่ได้" การพูดคำว่า "ไม่" ในสิ่งที่เกินกำลัง คือการทำเพื่อสุขภาพจิตของตัวเอง ไม่ใช่การเห็นแก่ตัวStep 3: Finding Your "Glimmers"ตรงข้ามกับ Triggers คือ Glimmers ซึ่งเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้ใจฟู เช่น กลิ่นกาแฟตอนเช้า แสงแดดที่กระทบใบไม้Step 4: The Power of Rituals (พิธีกรรมเยียวยาใจ)การสร้างกิจวัตรเล็กๆ ที่มี "ความหมาย" เช่น การรดน้ำต้นไม้ การกอดคนข้างๆ หรือแม้แต่การระลึกถึงน้องที่กลับดาวด้วยความคิดถึงที่เปี่ยมด้วยขอบคุณ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความรู้สึก Control หรือการควบคุมชีวิตตัวเองกลับคืนมาคุณคือศิลปินผู้แต่งแต้มสีสันให้ชีวิตตัวเองสุดท้ายแล้ว บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจิตวิทยาการฮีลใจ คือการรู้ว่า "คุณไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเพื่อที่จะมีค่า" ชีวิตเปรียบเสมือนงานภาพที่มี Texture แบบ Grainy มีความหยาบ มีจุดด่างพร้อย แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้คุณ "เป็นคุณ" ที่ไม่ซ้ำใครจำไว้นะ... แม้ในคืนที่มืดมิดที่สุด ดวงดาวก็ยังคงทำหน้าที่ของมัน และคุณเองก็เช่นกัน

บูชาพระแม่กาลี คือใคร ช่วยเรื่องอะไร พร้อมบทสวดและวิธีไหว้
13 มี.ค. 2026
Temple & Mutelu

บูชาพระแม่กาลี คือใคร ช่วยเรื่องอะไร พร้อมบทสวดและวิธีไหว้

รู้จัก "พระแม่กาลี" เทวีแห่งการทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย บูชาอย่างไรให้ปัง!หากพูดถึงเทพฮินดูที่มีรูปลักษณ์ดุดัน น่าเกรงขาม และดูน่ากลัวในสายตาของผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษา หลายคนคงนึกถึง "พระแม่กาลี" อย่างแน่นอน ด้วยภาพจำของสตรีที่มีผิวกายสีดำสนิท แลบลิ้นยาว สวมสร้อยคอที่ทำจากหัวกะโหลก และในมือถือดาบพร้อมหัวของอสูร ทำให้บางคนอาจรู้สึกกลัวและไม่กล้าที่จะเข้าใกล้แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูน่าสะพรึงกลัวนั้น พระแม่กาลีเปรียบเสมือน "มารดา" ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความเมตตาต่อบุตรของพระองค์ (ผู้ศรัทธา) พระองค์พร้อมที่จะออกมาปกป้องและทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย อุปสรรค และศัตรูที่เข้ามาทำร้ายผู้ที่ศรัทธาในพระองค์พระแม่กาลี คือใคร? เปิดตำนานเทวีผู้ทรงพลังแห่งจักรวาลพระแม่กาลี คือใคร ตอบได้สั้นๆ ว่า พระองค์คือปางหนึ่งของ "พระแม่อุมาเทวี" (ชายาของพระศิวะ) ที่อวตารลงมาเพื่อปราบอสูรโดยเฉพาะตามตำนานในคัมภีร์ฮินดู เล่าว่ามีอสูรตนหนึ่งชื่อ "อสูรทารุณ" (Raktabija) ที่ได้รับพรวิเศษจากพระพรหมว่า หากเลือดของอสูรตนนี้หยดลงพื้นดินเมื่อใด เลือดทุกหยดจะกลายเป็นอสูรตนใหม่ที่ทรงพลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไม่มีเทพองค์ใดสามารถสังหารอสูรตนนี้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นพระอินทร์ พระพรหม หรือแม้แต่พระนารายณ์เมื่อความเดือดร้อนแผ่ขยายไปทั่วทั้งสามโลก พระแม่อุมาเทวีจึงทนไม่ได้ พระองค์ได้บำเพ็ญตบะจนเกิดเป็นร่างอวตารที่มีความดุร้ายและทรงพลังอำนาจสูงสุด นั่นก็คือ "พระแม่กาลี" ในการต่อสู้ พระแม่กาลีได้ใช้ดาบตัดหัวอสูรทารุณ และเพื่อไม่ให้เลือดหยดลงพื้นดิน พระองค์จึงได้แลบลิ้นที่ยาวและใหญ่โตออกมารองรับเลือดของอสูรและดื่มกินจนหมดสิ้น ทำให้เผ่าพันธุ์ของอสูรทารุณถูกสูญสิ้นไปในที่สุด แต่ด้วยความเมามายในรสเลือดและอารมณ์โกรธที่พุ่งพล่าน พระแม่กาลีได้เต้นรำด้วยความบ้าคลั่งจนโลกเกิดความสั่นสะเทือน ร้อนถึง พระศิวะ ต้องลงมานอนขวางพื้นไว้ เมื่อพระแม่กาลีเผลอเหยียบลงบนยอดอกของพระสวามี พระองค์ก็ตกใจและแลบลิ้นออกมาด้วยความละอายใจ สติจึงกลับคืนมา และโลกก็กลับสู่ความสงบสุขอีกครั้งรูปลักษณ์และสัญลักษณ์ของพระแม่กาลี บ่งบอกถึงอะไร?ในทางปรัชญาของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู รูปลักษณ์ที่ดูดุดันของพระแม่กาลีไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้ผู้คนหวาดกลัว แต่ทุกสัดส่วนล้วนมีความหมายแฝงที่ลึกซึ้งผิวกายสีดำสนิท: หมายถึง ความเป็นนิรันดร์ กาลเวลาที่ไร้จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด สีดำคือสีที่ดูดซับทุกสี เป็นตัวแทนของความว่างเปล่าและสัจธรรมแห่งจักรวาลการแลบลิ้น: หมายถึง ความละอายใจเมื่อรู้ตัวว่าเหยียบลงบนอกของพระศิวะ นอกจากนี้ยังสื่อถึงการดูดกลืนกิเลส ตัณหา และความชั่วร้ายทั้งปวงสร้อยคอหัวกะโหลก 50 หัว: เป็นตัวแทนของตัวอักษรภาษาสันสกฤตทั้ง 50 ตัว สื่อถึงความรู้และภูมิปัญญา นอกจากนี้ยังหมายถึงการทำลายอีโก้ (Ego) หรือความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนกระโปรงที่ทำจากแขนคน: แขนและมือคือสัญลักษณ์ของการกระทำ (กรรม) พระแม่กาลีสวมมันไว้เพื่อปลดปล่อยผู้ศรัทธาออกจากบ่วงกรรมพระหัตถ์ทั้ง 4: มือซ้ายบนถือดาบสัญลักษณ์ของการใช้ปัญญาตัดความโง่เขลามือซ้ายล่างถือหัวอสูร: การตัดขาดจากอีโก้และความลุ่มหลงมือขวาบนทำปางประทานพร: ประทานความสำเร็จและความกล้าหาญมือขวาล่างทำปางห้ามมาร: ปกป้องคุ้มครองผู้ศรัทธาจากภัยอันตรายพระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไร? ทำไมสายมูถึงต้องบูชาหลายคนอาจสงสัยว่าด้วยภาพลักษณ์ที่ดุร้าย พระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไรบ้าง? ขอบอกเลยว่าพุทธคุณ (ตามความเชื่อ) ของพระองค์นั้นครอบคลุมและทรงพลังมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการพลิกฟื้นดวงชะตาและการปกป้องคุ้มครอง ดังนี้1. ขจัดศัตรูและอุปสรรคชิ้นใหญ่หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาที่แก้ไม่ตก มีคู่แข่งทางการค้าที่เล่นไม่ซื่อ หรือมีเพื่อนร่วมงานที่คอยแทงข้างหลัง การขอพรกับพระแม่กาลีจะช่วยปัดเป่าคนพาลและสิ่งกีดขวางเหล่านั้นให้ออกไปจากชีวิต ทำให้ทางเดินของคุณราบรื่นขึ้น2. ป้องกันคุณไสย มนต์ดำ และวิญญาณร้ายด้วยความที่พระองค์คือมหาเทวีผู้ทำลายล้างความชั่วร้าย พลังงานด้านลบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณไสย อาถรรพ์ หรือสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น จะไม่สามารถกล้ำกรายผู้ที่บูชาพระแม่กาลีอย่างศรัทธาได้เลย3. ประทานความกล้าหาญและความมั่นใจสำหรับผู้ที่รู้สึกอ่อนแอ ขาดความมั่นใจ หรือตกอยู่ในสถานะที่ถูกเอาเปรียบ (โดยเฉพาะผู้หญิงที่ถูกรังแก) พระแม่กาลีจะประทานพลังใจ ความกล้าหาญ และความเด็ดขาด เพื่อให้คุณลุกขึ้นสู้และทวงคืนความยุติธรรมให้กับตนเอง4. เสริมดวงการงานและธุรกิจที่กำลังติดขัดใครที่ทำธุรกิจแล้วขาดทุน หรือการงานสะดุด การบูชาพระแม่จะช่วย "ล้าง" พลังงานแย่ๆ และเปิดทางให้กับการเริ่มต้นใหม่ที่ดีกว่าเดิม นำพาความสำเร็จและชัยชนะมาให้เตรียมของไหว้บูชาพระแม่กาลี (ฉบับทำได้ด้วยตัวเอง)การบูชาพระแม่กาลีนั้นเน้นไปที่ความบริสุทธิ์ใจและของถวายที่มี "สีแดง" เป็นหลัก เนื่องจากสีแดงสื่อถึงพลังงาน เลือดของอสูร (กิเลส) และชัยชนะ สิ่งที่ควรเตรียมมีดังนี้ของถวายที่ควรมี:ดอกไม้สีแดง เช่น ดอกชบาแดง (พระองค์โปรดปรานมากที่สุด), ดอกกุหลาบแดง หรือดอกบัวแดงน้ำเปล่า และ น้ำหวานสีแดงผลไม้สีแดง หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว (นิยมใช้มะนาวเสียบพวงมาลัยถวาย), ทับทิม, แอปเปิ้ลแดงขนมหวานที่ไม่มีส่วนผสมของไข่และเนื้อสัตว์ (ห้ามเด็ดขาด)กำยาน หรือ ธูป (แนะนำให้ใช้กลิ่นเครื่องเทศ กลิ่นมะลิ หรือกลิ่นจันทน์หอม)น้ำมันงา สำหรับจุดประทีปข้อห้ามในการถวายของ:ห้ามถวายเนื้อสัตว์ทุกชนิด (แม้ในตำนานจะกล่าวถึงการดื่มเลือด แต่ในการบูชาของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในปัจจุบัน เน้นความบริสุทธิ์และละเว้นการเบียดเบียนสัตว์)ห้ามถวายของมึนเมาวิธีบูชาและขั้นตอนการขอพรที่ถูกต้องชำระร่างกาย: อาบน้ำ ล้างมือ ล้างหน้าให้สะอาด และทำจิตใจให้สงบก่อนเริ่มพิธีบูชาพระพิฆเนศก่อนเสมอ: ตามกฎของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ต้องสวดบูชาพระพิฆเนศเป็นอันดับแรกเสมอ (โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา - 3 จบ)ถวายของบูชา: นำดอกไม้ น้ำแดง ผลไม้ และขนม วางถวายที่หน้าหิ้งหรือรูปปั้นของพระแม่กาลีจุดธูปหรือกำยาน: ถวายแสงสว่างและกลิ่นหอมสวดมนต์บูชาพระแม่กาลี: ตั้งสมาธิ มองไปที่พระพักตร์ของพระองค์ (หรือบริเวณดวงตาที่สาม) แล้วเริ่มสวดมนต์การขอพร: บอกชื่อ-นามสกุลของคุณอย่างชัดเจน เล่าปัญหาที่คุณกำลังเผชิญ และขอให้พระองค์ช่วยปัดเป่าอุปสรรคข้อแนะนำ: ควรขอพรในสิ่งที่ถูกต้องและมีศีลธรรม ไม่ควรขอให้พระองค์ไปทำร้ายใครที่ไม่ได้ทำผิดต่อเราพระแม่กาลี บทสวด และคาถาบูชาเพื่อการเชื่อมต่อพลังงานที่ทรงพลานุภาพ นี่คือ พระแม่กาลี บทสวดที่นิยมใช้กัน คุณสามารถเลือกสวดบทใดบทหนึ่งตามความสะดวก แต่สิ่งสำคัญคือสมาธิและความศรัทธาบทสวดแบบสั้น“โอม กาลี มาตา นะมะฮา”บทสวดแบบยาว“โอม ศรี มาฮา กาลี เก ไนะมะฮาโอม กาลี กาลี กาลี ฮารา ฮารา ฮาราศักติ มาฮาเทวี คาลีมาทาอปัทยามิ สารณังคัชชามิ”ความหมายของบทสวด: ขอนอบน้อมแด่พระแม่กาลี ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ความเป็นสิริมงคล ผู้ปกป้องคุ้มครองจากภัยอันตราย ผู้ทรงสวมสร้อยหัวกะโหลก ขอนอบน้อมแด่พระแม่ทุรคา ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาให้อภัย พระแม่ผู้เป็นที่พึ่งพา ขอนอบน้อมแด่พระองค์ด้วยความเคารพอย่างสูงสุดสถานที่ไหว้พระแม่กาลีในประเทศไทย ที่สายมูต้องไปเยือนหากคุณไม่มีหิ้งบูชาที่บ้าน หรือต้องการไปรับพลังงานบวกในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในประเทศไทยมีสถานที่ประดิษฐานองค์พระแม่กาลีที่ได้รับความนิยม ดังนี้วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม)สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่ง ศูนย์รวมความศรัทธาของชาวฮินดูและสายมูในไทย ภายในประดิษฐานองค์พระแม่กาลีที่ทรงความศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง (คำแนะนำ: ควรแต่งกายสุภาพ และปฏิบัติตามกฎของวัดอย่างเคร่งครัด)วิหารพระแม่กาลี พัทยาอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้คนนิยมไปกราบไหว้ขอพร โดยเฉพาะเรื่องการปลดหนี้ ขจัดศัตรู และขอความเจริญก้าวหน้าในธุรกิจศาลพระทักษิณกาลี (เทวาลัยศิวะมหาเทพ ขอนแก่น)สำหรับชาวอีสานที่ต้องการไปกราบไหว้ขอพรพระแม่กาลีโดยไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯจากทั้งหมดที่กล่าวมา คงจะช่วยคลายข้อสงสัยได้แล้วว่า พระแม่กาลี คือใคร และ พระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไร พระองค์ไม่ใช่เทพแห่งความโหดร้ายตามที่หลายคนหวาดกลัว แต่ทรงเป็น "มารดาแห่งจักรวาล" ที่พร้อมจะกลายร่างเป็นนักรบผู้แข็งแกร่งเพื่อปกป้องลูกๆ ของพระองค์จากภัยอันตราย ความชั่วร้าย และความอยุติธรรมทั้งปวง การหมั่นสวดมนต์ พระแม่กาลี บทสวด พร้อมกับการลงมือทำหน้าที่ของตนเองอย่างซื่อสัตย์สุจริต จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พระองค์ประทานพรแห่งชัยชนะและความสำเร็จมาสู่ชีวิตคุณได้อย่างแน่นอน

About Atime

ATIME การันตีคุณภาพ ผ่านเข้าชิง 7 รายชื่อ รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17
20 มี.ค. 2026
Corporate News

ATIME การันตีคุณภาพ ผ่านเข้าชิง 7 รายชื่อ รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17

ไม่พลิกโผ ATIME การันตีคุณภาพผ่านเข้าชิง 7 รายชื่อ รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568ประเภทสาขาวิทยุเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่การันตีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ATIME ผู้ผลิตคอนเทนท์และรายการวิทยุเบอร์ต้นของวงการ ปีนี้ไม่พลาดเข้ารอบสุดท้ายชิงรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี“นาฏราช” ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 งานสำคัญของคนในแวดวงวิทยุและโทรทัศน์ จัดโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์โดยครั้งนี้ ATIME เข้าชิงรางวัลอันทรงเกียริติถึง 7 รายชื่อ ได้แก่ รางวัลรายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม- รายการ GREEN MORNING SHOW จาก GREEN WAVEรางวัลรายการเพลงและบันเทิงยอดเยี่ยม- รายการ CLUB FRIDAY จาก GREEN WAVE- รายการ ใต้โต๊ะทำงาน TURN PRO จาก EFM 94รางวัลผู้จัดรายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม- ดีเจพี่อั๋น ภูวนาท คุนผลิน จาก GREEN MORNING SHOW จาก GREEN WAVE- ดีเจดาด้า วรินดา ดำรงผล จาก แฉข่าวเช้า EFM94รางวัลผู้จัดรายการเพลงและบันเทิงยอดเยี่ยม- ดีเจโบ ธนากร ชินกูล จาก GREEN WAVE- ดีเจเผือก พงศธร จงวิลาศ จาก EFM 94นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จและกำลังใจของคนทำงาน