อังคารคลุมโปง Podcast จากเรื่องหลอนหน้าไมค์ สู่ความขนลุกซู่ x2 จนคุณต้องนอนคลุมโปงฟัง!! ทุกคืนวันเสาร์
รู้เท่าทันสื่อ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง
Good jobs ไขสเปค ‘คนที่ใช่’ ของ ‘งานในฝัน’ ป๋าเต็ด พาไปบริษัทดัง ล้วงลึกวิธีคัดเลือกพนักงาน ให้รู้ข้อมูลแบบ Exclusive ก่อนที่คุณจะมาสมัครงานจริง ขอให้ได้งานนะครับ! ศุกร์เว้นศุกร์
PODCAST ที่จะ เปิดห้องเรียน “เพศศึกษา” ยกคำถาม “เรื่องเพศ” เอามา Said กับ “คุณหมอ” คุยได้ทุกเรื่อง ตอบทุกปัญหา เพราะ “เพศศึกษา” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย พูดคุยกับ หมอเต้ นายแพทย์ ณัฐเขต และ หมอโอ๊ต นายแพทย์ วงศกร จาก PULSE CLINIC

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 28 พฤษภาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้พร้อมต้อนรับ “อุ้ม - แบม” 2 สาวสุดสวยที่มามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ กับ 2 ดีเจ “ดีเจเคเบิ้ล” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... The War of Love, 1943นามปากกา : sepdember ปี 1943 ในเมืองท่าริมฝั่งฝรั่งเศสที่ถูกยึดครองโดยกองทัพนาซี “เอวา” พยาบาลสาวผู้ทำงานให้ฝ่ายต่อต้านได้พบกับ “โซฟี” นักเปียโนหญิงในคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ทหารเยอรมันใช้เป็นที่พักใจยามค่ำคืน กลางเสียงเพลงแจ๊สและฝนฤดูหนาว ทั้งสองเริ่มส่งข้อความลับผ่านแผ่นโน้ตดนตรี เอวาใช้คาเฟ่เป็นทางผ่านลำเลียงยา ส่วนโซฟีแอบดักฟังข้อมูลจากนายทหารที่มาหลงใหลเสียงเปียโนของเธอ ยิ่งสงครามทวีคูณความรุนแรง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยิ่งลึกซึ้ง หากแต่คืนหนึ่งแผนหลบหนีของฝ่ายต่อต้านรั่วไหล ทหารเริ่มตรวจค้นทั่วเมือง โซฟีจึงยอมเล่นเปียโนถ่วงเวลาให้เอวาพาผู้ลี้ภัยหนีออกทางเรือ เสียงเพลงดังอยู่ทั้งคืนจนเรือออกจากฝั่งได้ทัน เช้าวันถัดมาคาเฟ่ถูกปิดถาวรเหลือเพียงโน้ตเพลงแผ่นหนึ่งบนเปียโน ที่เขียนไว้ว่า “ถ้าโลกนี้ไม่มีสงคราม ฉันคงได้รักเธอนานกว่านี้” นั่นคือถ้อยคำสุดท้ายที่โซฟีต้องการที่จะเอ่ยถึงเอวา ก่อนที่เขาทั้งคู่จะต้องจากกันไปตลอดกาลFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The War of Love, 1943Pen Name : sepdember In the tumultuous year of 1943, in a French port city under Nazi rule, a courageous nurse named Eva, devoted to the resistance, crosses paths with Sophie, a talented pianist, in a quaint café that German soldiers use as a nighttime hideaway. As the strains of jazz mingle with the patter of winter rain, the two women forge a unique bond, sending secret messages to one another through the language of music. Eva transforms the café into a hub for smuggling medicine, while Sophie listens in on the officers who are entranced by her enchanting melodies. As the war grows fiercer, the connection between Eva and Sophie deepens. However, one fateful night, a crucial escape plan for the resistance is compromised, leading soldiers to scour the city. To buy precious time for Eva to assist refugees making a daring escape by boat, Sophie bravely agrees to play the piano. The music echoes through the night, a bittersweet serenade, until the ship finally sails away. By dawn's light, the café stands shuttered for good, with only a single sheet of music left behind on the piano. It carries the poignant message, "If there were no war, I would have loved you longer." These were the final words Sophie wished to share with Eva, a testament to love lost amidst the chaos, before they were torn apart forever.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... พบ(ไอ)รักนามปากกา : เบบี้เหมียวแว่น “ คุณเชื่อในเรื่องรักแรกพบหรือเปล่า ” เสียงคลื่นวิทยุดังคลอไปกับสายฝนนอกหน้าต่างรถยนต์คันเล็ก ไอรัก หญิงสาวเจ้าของรถทำท่านึกคิดตามคำพูดของดีเจเสียงนุ่มที่คุ้นหู เธอมักจะใช้เวลาในรถยนต์เสียเป็นส่วนใหญ่ จึงมีเวลาได้ฟังข่าวสารจากคลื่นวิทยุนี้แทบทุกครั้ง หัวข้อในวันนี้เกี่ยวกับ ‘รักแรกพบ’ ประโยคสุดคลาสสิกของการตกหลุมรัก ไอรักฟังดีเจหนุ่มพูดไปเรื่อย ๆ ในระหว่างทางขับรถเพื่อกลับบ้าน วันทั้งวันมานี้เธอพูดได้เต็มปากว่าเธอเหนื่อย อยากรีบกลับบ้านให้ไว เพื่อพักผ่อนเสียเต็มทน.. ก่อนที่เครื่องยนต์จะดับลงทันความคิด “ ขอให้ทุกท่านได้พบรักที่เป็นดั่งรักแรกครับ: ) ” เสียงนุ่มของดีเจทิ้งท้ายรายการทางวิทยุด้วยประโยคสุดลึกซึ้ง ทำเอาไอรักยิ้มตามกับประโยคที่ว่ามานี้ ไอรักรีบดับเครื่องยนต์ และรีบเปิดประตูเข้าไปในบ้านของตัวเอง “ กลับมาแล้วเหรอคะ เหนื่อยไหม ” เสียงใสเอ่ยถามขึ้น พลางหันหน้ามามองไอรัก แค่นี้.. วันเหนื่อย ๆ ของเธอก็หายดี “ อื้อ แต่เห็นหน้าเธอก็หายแล้วค่ะ ” “ ยิ้มอะไรคะ ” “ ขอบคุณนะคะ รักรักเธอจัง ” ไอรักได้พบแล้ว พบรักที่เป็นดั่งรักแรก และเป็นทั้งรักแรกพบFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Found (Love)Pen Name : เบบี้เหมียวแว่น “Do you believe in love at first sight?” The soft hum of the radio intertwined with the patter of rain against the small car window. Airak, a young woman behind the wheel, mulled over the soothing words of the familiar DJ. With her days often spent driving, this station had become a cozy companion. Today’s discussion revolved around that timeless concept—'love at first sight.' As she navigated her way home, Airak couldn’t shake the fatigue that clung to her, yearning to collapse into her cozy sanctuary before the engine gave its final breath. “May everyone find love reminiscent of their first love :)” The DJ’s tender voice wrapped up the segment with a touching note, eliciting a smile from Airak. She quickly shut off the engine and dashed into her house. “You’re home! Are you tired?” a warm voice called out, her gaze shifting to Airak. In that moment, the heaviness of her day faded away. “Yes, but just seeing you makes it all worthwhile.” “What’s with that smile?” “Thank you. I adore you.” In that blissful instant, Airak realized she had discovered it—love that echoed her first love, along with the magic of love at first sight.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ตำนานรักในคำสาปสวรรค์นามปากกา : แม่ออนอรเอง หลิงซวี่เหยียน (อุ้ม) เทพนักรบฟินิกซ์ผู้เลอโฉม งดงามเฉียบคมราวหยกขาวสลักชีวิต ดวงตาเย็นลึกดุจเพลิงน้ำเงิน แข็งแกร่ง ไร้พ่าย ดุจเทพที่สวรรค์ยังต้องยำเกรง ทว่าในร่างของนางกลับมีกระดูกมารโบราณถูกผนึกไว้ โดยที่นางไม่เคยล่วงรู้ ซู่อวี้เหยา(แบม) จิ้งจอกขาวเก้าหางผู้เลอโฉมดุจแสงจันทรา ผมขาวราวหิมะ ดวงตาเจ้าเล่ห์แฝงความอ่อนโยน รอยยิ้มเย้ายวนและสดใสราวลมฤดูใบไม้ผลิ นางใช้ชีวิตอิสระท่ามกลางสุราและรอยยิ้ม แต่แท้จริงคือผู้รู้ความลับ “คำสาปสวรรค์” และถูกกำหนดให้ตามหาผู้มีกระดูกมารเพื่อหยุดหายนะสามภพ คำสาปจารึกไว้ว่า “ฟินิกซ์ผู้ครอบครองเพลิงสวรรค์ ห้ามมีความรัก หากหัวใจเกิดรัก เพลิงนั้นจะย้อนเผาผู้ครอบครอง และกระดูกมารจะตื่นขึ้น ทำลายทั้งสามภพ” โชคชะตากลับพาทั้งสองมาพบกัน หนึ่งดุจเพลิงต้องสาป อีกหนึ่งดุจสายลมจันทรา ยิ่งใกล้ชิด หน้าที่และหัวใจก็ยิ่งสั่นคลอน คำสาปสวรรค์ “ห้ามมีความรัก” แต่หัวใจกลับเลือกจะรักผู้ที่ไม่ควรรัก ในวันที่ต้องเลือกระหว่าง “คำสั่งของสวรรค์” กับ “เสียงของหัวใจ” สุดท้ายไม่มีผู้ใดเป็นผู้ชนะ มีเพียงการสูญเสียเท่านั้น ความรักต้องสาปที่อาจแลกด้วยทั้งสามภพและลมหายใจของกันและกันFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... A timeless romance ensnared by a celestial spell.Pen Name : แม่ออนอรเอง Ling Xueyan (Oom), a breathtaking warrior goddess of the Phoenix, radiates a beauty that glistens like finely sculpted white jade. Her deep and icy eyes blaze with the intensity of blue flames; she is powerful and unyielding, a deity that even the heavens dread. However, unbeknownst to her, concealed within her is the ancient bone of a demon, a secret that awaits revelation. On the other hand, Su Yuyao (Bam), an enchanting nine-tailed white fox, shines with the brilliance of moonlight, her snow-white hair and her sly yet tender gaze captivating all who behold her. Her smile dances like a gentle spring breeze, inviting joy and laughter. Yet beneath this playful exterior lies the knowledge of the "Heavenly Curse," a burden that binds her to a quest: to locate the keeper of the demonic bone and avert disaster across the three realms. The curse warns, "The Phoenix wielding the Heavenly Flame must never succumb to love. Should its heart succumb, the flame will turn against its bearer, awakening the demonic bone and bringing destruction upon all realms." Destiny intertwines their paths; one akin to a flame doomed by a curse, the other like a softly glowing moonlit zephyr. As they draw closer, both their destinies and emotions begin to intertwine and tremble. Although the Heavenly Curse stands as a barrier to love, their hearts gravitate toward each other against all odds. When the moment arrives to choose between... "the decree of heaven" and "the whisper of the heart"—neither side triumphs; both ultimately face loss. It is a love shadowed by a curse, one that could unravel the very fabric of the three realms and extinguish their breaths.FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... BARTENDER (ความสุขที่เธอชง)นามปากกา : Keromi.LY ‘ Good evening, Would you like something to drink, sir? ’ ในบาร์ลับใจกลางกรุง คุณคงคิดว่าคงเหมือนบาร์ทั่วๆไป ที่บอกว่าลับ แต่ความจริงคือคนรู้จักทั้งโซเชียล ที่นี่ไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิด เพราะที่นี่เราจะสามารถเข้ามาได้โดยการถูกเชิญจากคนที่เคยมาที่บาร์แห่งนี้เท่านั้น ฉัน อุ้ม เป็นนักดื่มตัวยง ฉันแทบจะไปลองมาแล้วทุกบาร์ที่เค้าว่าลับ ที่เค้าว่าดี แต่บาร์นี้แตกต่างออกไป รุ่นพี่ฉันที่เคยไป บอกฉันว่าบาร์เทนเดอร์ร้านนี้จะทำให้เราได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่โลกใบนี้ก็ให้ไม่ได้ ฉัน แบม บาร์เทนเดอร์ในบาร์ลับแห่งนี้ ที่วันนึงจะสามารถชงค็อกเทลให้ลูกค้าที่แสนพิเศษดื่มได้แค่วันละ 1 แก้วเท่านั้น ฉันสามารถชงค็อกเทลที่จะทำให้ใครก็ตามที่ได้ดื่มมัน สามารถลิ้มรสกับความสุขที่คน ๆ นั้นโหยหามากที่สุด เมื่ออุ้มได้เข้ามาบาร์แห่งนี้ เธอได้ดื่มพิเศษจากบาร์เทนเดอร์สาวคนสวย เธอได้ลิ้มรสกับความสุขที่เธอโหยหา แต่ความสุขของเธอทำให้บาร์เทนเดอร์อย่างแบมถึงกับต้องตกใจ เพราะความสุขของอุ้มนั้น คือการได้มานั่งดื่มค็อกเทลที่เธอชง...FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... BARTENDERPen Name : Keromi.LY "Good evening! Would you care for a drink, sir?" Nestled in a bustling part of the city lies a concealed bar that appears typical at first glance, yet has garnered plenty of buzz on social media. However, this place is far from what you'd expect. Access is granted only through invitations from those who have experienced it before. I am Oom, a serious enthusiast of fine drinks. I've explored nearly every so-called hidden gem, but this one truly stands out. A friend who had visited shared that the bartenders here deliver an experience that is unparalleled in the world of mixology. I’m Bam, a bartender at this exclusive establishment, and each day, I’m allowed to craft just one unique cocktail for a very special patron. My concoctions are designed to evoke the essence of joy that anyone longs for the most. When Oom stepped into this enchanting bar, she was presented with a delightful drink from a stunning bartender. As she savored it, she felt an overwhelming sense of happiness—yet this reaction surprised me. Oom found sheer joy in simply sipping the cocktail I had crafted...FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... มนต์รักริมโขงนามปากกา : อดีตมักสาวลำน้ำโขงแสงบั้งไฟแต้มสีลงบนฟ้ายามค่ำ “มินตรา” สาวเมืองกรุงที่หนีชีวิตวุ่นวายมาเที่ยวงานบุญบั้งไฟ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่หญิงสาวคนหนึ่ง สวมผ้าซิ่นลายคราม ผิวขาวนวลตัดกับแสงไฟ “เป็นคนทางใด๋ หลงทางมาบ่” เธอมีชื่อว่า “ลลิน” หลังจากคำทักทายนั้น ลลินก็เหมือนสายลมริมโขงที่คอยวนเวียนอยู่ข้างมินตราเสมอ “เพิ่นว่าพญานาคบ่ควรฮักมนุษย์ เพราะสุดท้ายต้องจากกันอยู่ดี” ลลินกล่าว มินตราหัวเราะ “แล้วถ้าเป็นเธอ จะเลือกรักไหม” ลลินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ “ถ้าได้ฮักแล้ว ต่อให้ต้องจากกัน กะยังอยากฮักคือเก่า” หลังงานเลิก ฝนตกหนัก มินตราวิ่งตามลลินไปจนถึงริมแม่น้ำโขง และในจังหวะเดียวกัน สายฟ้าก็ฟาดลงกลางฟ้า เกล็ดสีมรกตวาวอยู่ใต้ลำคอของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะเลือนหายไปในพริบตา มินตรานิ่งงันแต่ลลินกลับมีเพียงรอยยิ้มที่เศร้า “ข่อยเป็นนาค เจ้ายังอยากอยู่นำข้อยอยู่บ่” เสียงฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่นั้นไม่ทำให้มินตรารู้สึกกลัว เธอกลับเดินเข้าไปจับมือคู่นั้นไว้ “จะเป็นอะไรก็ช่างสิ ไม่เห็นต้องสนใจเลย” ลลินหลุดหัวเราะเบาๆทั้งน้ำตา และในคืนนั้นเอง พญานาคตนนี้ก็รู้แล้วว่า ตนตกหลุมรักมนุษย์ผู้นี้หมดหัวใจFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Romance by the Mekong RiverPen Name : อดีตมักสาวลำน้ำโขง The rockets lit up the night sky, splashing it with bursts of color. Mintra, a city girl seeking a break from her chaotic life, was enchanted by a young woman draped in a stunning indigo-patterned sarong, her fair skin glowing under the streetlights. 'Where do you come from? Are you lost?' The young woman introduced herself as Lalin. From that moment, Lalin felt like a gentle breeze along the Mekong River, always by Mintra’s side. 'They say Nagas and humans shouldn’t fall in love, as they’re destined to be apart,’ Lalin remarked. Mintra chuckled. 'And if you were in that position, would you still choose to love?' After a brief pause, Lalin replied softly, 'If I’ve loved someone, I’d want to hold onto that love, even if it means saying goodbye.' As the festival wrapped up, a torrential downpour swept in. Mintra chased after Lalin to the riverbank just as a bolt of lightning illuminated the sky. In that fleeting moment, she caught a glimpse of emerald scales beneath Lalin's neck before they vanished. Shocked, Mintra stared, while Lalin offered a wistful smile. 'I’m a Naga. Do you still want to be with me?' The rain poured down around them, but Mintra felt no fear. Instead, she stepped closer and took Lalin's hand. 'It doesn’t matter what you are.' Lalin let out a soft laugh, tears brimming in her eyes. That night, this Naga realized she had completely fallen for the human before her.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “อุ้ม - แบม”ที่จะมาแจกโมเมนต์สุดแสนจะอบอุ่นหัวใจ และแบ่งปันเรื่องราวน่ารัก ๆ ให้ทุกคนฟัง( เคล็ดลับออร่าความสวยของ 2 สาว ) สำหรับ “แบม” การนอนพักผ่อน คือ สิ่งที่สำคัญที่สุด นอนเยอะ ๆ และขยันทาครีมบำรุง ส่วน “อุ้ม” ก็ได้บอกเคล็ดลับว่า การทำความสะอาดผิว เพราะด้วยความที่ต้องแต่งหน้าทุกวัน ดังนั้นก็ต้องคลีนซิ่งหน้าให้สะอาดทุกครั้ง และทาครีมบำรุงอย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน( ชีวิตคู่ที่ดีในอุดมคติควรเป็นอย่างไร ) จากในซีรีส์ที่พูดถึงการใช้ชีวิตคู่ พี่ๆดีเจเลยอยากถามสองสาวว่า ‘ในมุมมองของทั้งคู่แล้ว คู่ชีวิตที่ดีควรจะเป็นอย่างไร?’ โดยสำหรับ “อุ้ม” มองว่าเป็นเหมือนพื้นที่สบายใจ สามารถแชร์มุมมองต่าง ๆ ให้กันได้โดยไม่มีอคติ และอีโก้ ในส่วนของ “แบม” มองว่าสามารถซัพพอร์ต และสนับสนุนทุกอย่างที่เราเป็น อยู่ด้วยกันแล้วพากันไปในทิศทางที่ดีขึ้นเหมือนไออุ่นและพาฝัน และถ้าหากต้องเลือก 1 คุณสมบัติที่ดีและควรมีของคู่ชีวิตจะนับว่าเป็น Green Flag ทั้ง “อุ้ม-แบม” ก็ตอบเหมือนกันว่าต้องมี Growth Mindset เพราะชอบคนที่สามารถคุยได้ พร้อมรับฟัง และเรียนรู้ไปด้วยกัน สิ่งนี้ควรมีในทุกความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน และพาร์ทเนอร์ของเราเองด้วยเช่นกัน( เซ็ตคำถามสนุก ๆ : ถ้าฉันเป็นเธอ ) เริ่มต้นที่ข้อแรก ‘ ถ้าวันพรุ่งนี้ “อุ้ม” ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองเป็น “แบม” สิ่งที่อยากจะทำที่สุดคืออะไร? ’โดย “อุ้ม” ตอบว่าจะลองใช้ Energy แบบ “แบม” ดู เพราะ “แบม” เป็น Ambivert ขนาดเลิกงานตอนดึก ๆ เขายังออกไปวิ่ง และเต้นแอโรบิคที่สวนลุมพินีแบบหน้าผมจัดเต็มได้เลย เพราะถ้าเป็น “อุ้ม” ก็คงไม่ไป ไม่มี Energy จะทำขนาดนั้น ต่อไปเป็นคำถามสำหรับ “แบม” ‘ ถ้าได้เป็น “อุ้ม” 1 วัน จะแต่งตัวอย่างไรที่ไม่ใช่สไตล์เดิมของ “อุ้ม” ? ’โดย “แบม” ตอบทันทีว่าอยากจะคอสเพลย์เป็นตัวการ์ตูนในอนิเมะ เพราะ “อุ้ม” ตากลมโต แต่งออกมาต้องน่ารักแน่ ๆ และตัวละครที่จะเลือกคอสเพลย์ก็คือ Nico Robin (นิโค โรบิน) จากเรื่อง One Piece เพราะมีวันหนึ่ง “อุ้ม” ทำทรงผมเหมือนิโค โรบินเลย แถมดวงตากลมโต และมีสีผิวคล้ายกับ “อุ้ม” เลยด้วย ไปที่คำถามต่อไป ‘ ถ้า “อุ้ม” เป็น “แบม” แล้วมีแฟนคลับเข้ามาหา “อุ้ม” จะเนียนเป็น “แบม” ต่อมั้ย หรือคิดว่าแฟนคลับจะจับโป๊ะได้ในทันที ? ’ “อุ้ม” บอกว่ายังไงแฟนคลับก็จับได้ตั้งแต่ 5 วินาทีแรกแน่ ๆ เพราะ “อุ้ม” ซุ่มซ่าม แต่ “แบม” เขาไม่ ถ้าเจอแฟนคลับแล้วน่าจะสะดุดเลย เนียนต่อไม่ได้แน่ ๆ ปิดจบด้วยคำถามสุดท้าย ‘ ถ้า “แบม” กลายเป็น “อุ้ม” จะพูดให้กำลังใจหน้ากระจกว่าอย่างไร ? ’ ซึ่งคำพูดที่ “แบม” จะพูดคือ ‘พี่อุ้มเป็นคนเก่งในทุก ๆ อย่าง และสิ่งที่ทำอยู่มันดีแล้ว สิ่งที่เลือกกำลังจะส่งผล ขอให้ทำต่อไปนะคะ’( ซีรีส์เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็น Destiny ! ) ทั้งคู่บอกว่าการที่ได้รับบทคู่กันในซีรีส์เรื่องนี้นอกจากจะเป็น Destiny แล้วก็ยังเกิดจากความตั้งใจของ “อุ้ม - แบม” เองด้วย จุดเริ่มต้นมันเกิดจากทีมงานให้โจทย์มาว่าให้ “อุ้ม” หาคนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ จึงไปชวน “แบม” ที่กำลังลังเลว่าจะไปเรียนต่อหรือรับเล่นโปรเจกต์อื่นให้มาลองแคสดู แม้ในรอบแรกที่มาแคสบทไออุ่นทีมงานก็ยังรู้สึกว่าเคมียังไม่ใช่ แต่เพราะว่าอยากร่วมงานกัน “อุ้ม” จึงชวนให้ “แบม” กลับมาแคสอีกครั้ง พร้อมเสนอทีมงานให้ลงสลับบทกัน ผลสรุปสุดท้ายทีมงานทุกคนเห็นด้วยและเคมีลงตัว ดังนั้นถ้าไม่มีการกลับมาแคสอีกรอบในวันนั้น และ “อุ้ม” ไม่มั่นใจว่าต้องเป็น “แบม” เท่านั้น ก็คงไม่ได้คู่พาร์ทเนอร์กันอย่างนี้แน่นอน( ไฮไลท์สุดไวรัลกับก๋วยเตี๋ยวถุงเดียว ) เรื่องราวมันเริ่มขึ้นมาจากตัวละครทั้งสองแต่งงานกันแล้ว กำลังดำเนินไปในฐานะคู่ชีวิต และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่หลาย ๆ คนกำลังพูดถึงคือการที่ตัวละครง้องอนกันเรื่อง ‘ทำไมไม่ซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝาก’ ซึ่ง “แบม” ได้บอกว่า ในตอนที่อ่านบททีมงานเขาก็อธิบายเพิ่มจึงเข้าใจว่าทำไมเหตุการณ์นี้ถึงทะเลาะกันเป็นเรื่องราวได้ขนาดนี้ เพราะเบื้องหลังมันมีเหตุการณ์อื่นอีกที่ลืมอะไรมาก่อนบ้าง แต่สิ่งที่ยากคือต้องเล่นยังไงให้คนดูเข้าใจว่ามันไม่ใช่แค่ก๋วยเตี๋ยวนะ ก่อนหน้านั้นมันก็มีมาก่อน ในซีรีส์อาจจะได้เห็นแค่เรื่องเล็ก ๆ แต่มันก็มีเหตุการณ์สะสมมาเรื่อย ๆ เลยอยากรู้ว่า ‘ ถ้าเป็น “อุ้ม-แบม” ในชีวิตจริงแล้วเจอเหตุการณ์แบบนี้จะทำยังไง ? ’ “แบม” บอกว่า ถ้าอีกฝั่งลืมในเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่น่าจะลืมก็จะพูดตรง ๆ เลยว่าทำไมถึงลืม เคลียร์เรื่องเล็ก ๆ ไปเรื่อย ๆ ดีกว่า ซึ่ง “อุ้ม” ก็เสริมว่าจะพูดแบบนี้เช่นเดียวกัน เพราะจะไม่รอให้มันเป็นปัญหาใหญ่ อีกอย่างถ้าเรารู้สึกว่ามันเป็นปัญหาแล้วมันเริ่มที่จะไม่โอเค กระทบกับความสัมพันธ์ของเราก็รีบพูดกันเลยดีกว่าก่อนที่ปัญหาจะบานปลายไปมากกว่านี้ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ได้มอบบทเรียนหลาย ๆ อย่างให้ทั้งคู่ โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ก๋วยเตี๋ยวถุงเดียว เพราะในทุกความสัมพันธ์มีอะไรก็ควรจะพูดกันตรง ๆ ไปเลยไม่งั้นมันก็จะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทะเลาะกัน( บรรยากาศในกองสนุกสุด ๆ ! ) เรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายเกือบสองเดือน เรียกได้ว่าเร็วมาก ๆ ถ่ายอัดสุด ๆ แถม “อุ้ม - แบม” ต้องทำความเข้าใจตัวละครหลายอย่างเลย เพราะตัวละครคบกันมานาน 7-8 ปี รักกันมากจนแต่งงาน โชคดีที่ทีมงานให้ใช้เวลากับการทำความเข้าใจตัวละคร มีเวิร์คช็อปเลยได้เรียนรู้จังหวะของกันและกัน และในส่วนของบรรยากาศภายในกองก็มีทั้งช่วงที่เงียบ และช่วงที่สนุกสนาน ช่วงเงียบแน่นอนว่าเป็นช่วงเช้าช่วงบ่ายหลังกินข้าว รีบถ่ายกันให้เสร็จ แต่ช่วงที่สนุกและเริ่มดีดคือช่วงใกล้เลิกกอง ซีนท้าย ๆ ของวันเลยเพราะรู้ว่าใกล้จะได้เลิกกองกันแล้วเลยแฮปปี้และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “อุ้ม - แบม” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกมชื่อว่า “ภารกิจรัก ฝ่าอุปสรรคหัวใจ”ซึ่งในเกมนี้ทั้งคู่ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “อุ้ม - แบม”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “อุ้ม - แบม” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ "Fulfill รักเติมเต็ม" ดูได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 และรับชมย้อนหลังได้ทาง 3Plus น้าาาสามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~
พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว
เหตุการณ์เฉียดตาย ที่ได้บางสิ่งมา!? ปล.สายหลอนจากทางบ้าน #อังคารคลุมโปงX #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94 #EFM94

สองควีนเรื่องรัก คลับที่พักของหัวใจ ทุกคืนวันศุกร์ สี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน กับดีเจพี่อ้อย พี่ฉอด ทาง GREENWAVE 106.5 FM
สองควีนเรื่องรัก คลับที่พักของหัวใจ ทุกคืนวันศุกร์ สี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน กับดีเจพี่อ้อย พี่ฉอด ทาง GREENWAVE 106.5 FM

ว้าวุ่นมาทั้งปี มารับวิตามิน SEA กันป่ะล่ะ !!ปลายปีนี้... EFM94 และ Chill Online จะพาคุณไปมันส์อีกครั้งกับมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเลกับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18 BY โซดา LEOมันส์ไปกับ 6 ศิลปิน ...NONT TANONT / PARADOX / MEAN / ROOFTOP / SLAPKISS / THE MOUSSESเตรียมแดนซ์ให้ยับกับ DJ PU บนเวที EDM สไตล์ EFM และ เหล่าดีเจจาก EFM94 และ CHILL ONLINEเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นี้ที่ หาดแหลมเจริญ จังหวัด ระยองห้ามนำเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าภายในงาน ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายเตรียมตัวกันให้พร้อม!! 16 ตุลาคมนี้เปิดให้กด REDEEM บัตรกันแล้วขั้นตอนการ Redeem Ticket!! บอกเลยว่า #งานนี้ฟรี!!- เพียงแค่ล็อกอิน เปิดแอป Application AtimeFungFin- เริ่มสะสมพ้อยได้แล้ววันนี้ ผ่านการฟัง Application ATIMEFUNGFIN !!1 นาที = 1 Point สะสมครบ 2,000 Point แลก Wristband ได้ 2 ใบ สามารถเข้างานได้ 2 คน(1 Account/1 สิทธิ์)ดาวน์โหลด Application : ATIME FUNGFIN รอไว้ได้เลย ทั้งระบบ IOS และ Androidพิเศษเฉพาะใน Application ATIMEFUNGFIN เท่านั้น!! รีบชวนเพื่อนด่วน #บัตรมีจำนวนจำกัด
"เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา” ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพันบทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปีโดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform
เปิดปีใหม่ปีนี้ Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ขอเสิร์ฟของขวัญรับศักราชใหม่ พร้อมแนะนำ “jaei จ๊ะอี๋ - นวลจันทร์ ณ ถลาง” ศิลปินหญิงที่มากับเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานที่หวาน จนใครได้ฟังต้องรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ เพราะท่วงทำนองและคำร้องนั้นเต็มไปด้วยความหอมหวาน“สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานเดบิวต์ของ “jaei จ๊ะอี๋” ที่สะท้อนความเป็นเธอในทุกองค์ประกอบ โดยจุดเริ่มต้นมาจากกวีของ Alfred Tennyson ที่เขียนไว้ว่า “If I had a flower for every time I thought of you…I could walk through my garden forever.” ที่แปลว่า ถ้ามีดอกไม้ผลิบานเพิ่มขึ้นทุกครั้งเวลาที่ฉันนั้นคิดถึงเธอ โลกนี้คงเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ที่พอให้เราเดินเล่นได้ทั้งชีวิต ซึ่งตัวของ “แทน Lipta” โปรดิวเซอร์และผู้แต่งเพลงนี้มองว่าเป็นประโยคที่เหมาะกับตัวตนของ ‘จ๊ะอี๋’ และได้นำเพลงนี้มาเขียนร่วมกับ “ข้าว fellow fellow” อีกหนึ่งยอดฝีมือที่แต่งเพลงรักสุดฮิตมานับไม่ถ้วนในส่วนของดนตรีเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ความชอบเพลงยุค 90 ของ jaei ก็ได้ถูกนำมาอยู่ในเพลงนี้ ถูกเนรมิตดนตรีเพลงนี้ให้หอมฟุ้งด้วยความฟีลกู้ดโดย “กุ๊ก จิตติพล” มือคีย์บอร์ดวงดนตรีคลั่งรักแห่งยุคอย่าง “No One Else” ที่มาร่วมเรียบเรียงเพลงนี้อีกด้วย นอกจากบรรยากาศของเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)“ จ๊ะอี๋ยังได้ถ่ายทำมิวสิควิดีโอด้วยบรรยากาศสวนดอกไม้จริงๆ ร่วมกับกลุ่มเพื่อนสุดเลิฟ ทำเอาบรรยากาศทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังอบอวลด้วยความสุขแบบทะลุจอจนผู้ชมสัมผัสได้รับชม รับฟัง และสัมผัสมวลความน่ารักของเพลง “สวนดอกไม้” ได้ทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิ่งและชมมิวสิควิดีโอได้ทาง YouTube: jaeicoolkid

คอนเสิร์ตรวมศิลปิน BOYS “สมบัติแห่งชาติ” เสิร์ฟเพลงฮิตติดชาร์ตกันริมทะเล ชวนทุกด้อมมาเติมฟินพร้อมกัน ครบจบในวันเดียว !ใน “BEACH BOYS CONCERT 2025”พร้อมเสิร์ฟขุมทรัพย์ความฟิน กับ Lineup 10 ศิลปินแถวหน้าของ T-POP ที่แมสที่สุดมาไว้บนเวทีเดียวกัน พบกับ1. POLYCATวงดนตรีสุดเทสต์ ตัวท็อป Synth Pop ตำนานเพลงฮิตที่ทุกคนต้องมีติดเพลย์ลิสต์ !2. fellow fellowศิลปิน DUO เสียงละมุน เจ้าของเพลงรักโรแมนซ์สุดไวรัลกว่า 100 ล้านวิว !3. No One Else“เจ้าพ่อเพลงรัก” ศิลปินที่ครองชาร์ตครองใจเหล่าคนคลั่งรักทุก GEN !4. JEFF SATURศิลปินตัวท็อปมากประสบการณ์ผู้เปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของแบบไร้ขีดจำกัด!!5. NUNEWศิลปินเสียงหวานใจละลาย ฉายา “ลูกชายแห่งชาติ” ที่พร้อมชิงหัวใจจากทุกด้อมแบบไม่ให้ตั้งตัว !6. ATLASBOY GROUP ตัวท็อปสุดเป๊ะ ! ที่ต้องดูด้วยตาเนื้อสักครั้งในชีวิต พร้อมสาดความมันส์ให้หาดแตก !!7. PROXIEBOY BAND แถวหน้า All Rounder สุดจี๊ดแห่ง T-POP ตัวตึงทุก Viral สุดแมส !8. LYKNBOY GROUP สุดกรี๊ด เตรียมกร่อนใจทุกด้อม ด้วยคาริสม่าสุดสตรอง แซ่บไฟลุกไปทั้งหาด !9. DICEBOY GROUP ทำถึงแห่งปี เอเนอร์จี้สุดจะเลิศ ! พร้อมตกแฟน ๆ ด้วย Performance สุดปัง !!10. JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXXRookie น้องใหม่มาแรงแห่งวงการ T-POP พร้อมปล่อยดาเมจสุด HOT ให้ Beach สะเทือน !!เปิด MAP ความสนุกพร้อมกันวันแสดง :วันเสาร์ที่ 22 พฤจิกายน 2568 เวลา 15:30 น. เป็นต้นไปสถานที่ :SEA SAND SUN HUAHIN RESORTเปิดจำหน่ายบัตร : วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปซื้อบัตรได้ทาง Counter Service All Ticket ใน 7-Eleven ทุกสาขา หรือ https://bit.ly/BEACHBOYS2025ราคาบัตร :• บัตรราคา 1,100 บาท **ราคานี้ตั้งแต่วันนี้ - 21 พ.ย.**• บัตรหน้างาน (22 พ.ย. 2568) : บัตร Regular ราคา 2,000 บาท
ครั้งแรกของ ATIMESHOWBIZ ครีเอทมิวสิคเฟสอินดี้ ขึ้นห้าง กลางเมืองโดนใจทุก Gen โดดเด่นทุก Line up ที่ทุกคนต้องได้มาฟังสดๆ สักครั้งในชีวิต!!YOLO FEST เฟสอินดี้ YOU ONLY LISTEN ONCEมิวสิคเฟสที่ “คุ้ม” ที่สุด กับโลเคชั่นที่ “ติดแกลม” ที่สุดจัดเต็มตลอด 8 ชม. แบบ Non stop กับ 12 ศิลปินอินดี้ตัวท็อปสุดเทสต์!1. TATTOO COLOUR วงดนตรีขวัญใจเด็กแนวทุกยุค กับสไตล์เพลงสุดครีเอทที่ไม่เคยเก่า!2. POLYCAT วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s ที่ปลุกกระแสยุคเก่าให้เก๋าไปทั่วบ้านทั่วเมือง3. SCRUBB ศิลปินดูโอ้ที่มีเพลงเพราะอยู่ในเพลย์ลิสต์โปรดของใครหลายคนมานานกว่า 20 ปี!4. THE TOYS อัจฉริยะทางดนตรี ผู้สร้างปรากฎการณ์ให้วงการเพลงไทยดังไกลทั่วเอเชีย!5. SAFEPLANET วงอินดี้ป็อปแถวหน้า ดาวเคราะห์แห่งเสียงดนตรีกับ Sound สุดซิกเนเจอร์!6. PUN ศิลปินหนุ่มสุดฮอต ขวัญใจเจน Z ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้!7. DEPT ดูโอ้ซินธ์ป็อปแห่งยุค กับแนวเพลงเศร้าเคลือบน้ำตา โดนใจวัยรุ่น8. WHAL DOLPH วงดนตรีอินดี้ป็อปจากท้องทะเล กับการดีไซน์เพลงที่ไร้ขีดจำกัด9. MEYOU All rounder แห่งวงการเพลงไทย เจ้าของเพลงฮิตร้อยล้านวิว10. WIM ศิลปินอินดี้ป็อปไวป์ดี Mr.feelgood มาพร้อมสไตล์เพลงสุดกรู๊ฟชวนฝัน!11. LUSS คู่หูมหัศจรรย์แห่งยุค! กับเมโลดี้ติดหูที่กลายเป็น Viral นับครั้งไม่ถ้วน12. TELEVISION OFF วงน้องใหม่ฟอร์มแรง ผู้ถ่ายทอดความเจ็บปวดได้อย่างสวยงาม“YOU ONLY LISTEN ONCE” โอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่คุณจะได้มาฟังทั้ง 12 ศิลปินสุดเทสต์ใน Stage เดียวกัน วันเดียวเท่านั้น รันยาวต่อเนื่องแบบ Non stop ห้ามพลาดเด็ดขาด!!พบกัน 14 มิ.ย. 2025 ที่ Paragon Hall ที่สุดของ VENUE ใจกลางเมือง!บัตรราคาเดียว : บัตรยืน 1,500 บาทพิเศษสุด! โปรฯ คู่ 2,800 บาท (จำกัด 1,500 คู่เท่านั้น!)จำหน่ายบัตร 29 มี.ค. 2025 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป) ทาง ThaiticketmajorLink ขายบัตร https://bit.ly/YOLOFESTติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ และ EFM ทุกช่องทาง#YOLOFest#YOU_ONLY_LISTEN_ONCE#ATIMESHOWBIZ#EFM94
ALL TICKETS ARE SOLD OUT !ATIMESHOWBIZ ขอขอบคุณชาว T-POP ทุกด้อม-ทุกคน ที่ทำให้บัตร #GOTCHAPOP3 SOLD OUT ทุกราคา ทุกที่นั่งเป็นที่เรียบร้อย !!เจอกัน 24 พ.ค. 2025 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์GOTCHA POP Concert ไม่ใช่แค่การรวมศิลปิน T-POP แต่คือ “เวทีโชว์ Performance แห่งปี” ที่คอคอนเสิร์ตทุกคนต้องไม่พลาด ไม่ว่าคุณจะอยู่ด้อมไหน เตรียมใจลุ้นไปกับ Line Up สุดปัง จาก Boy Group - Girl Group ตัวท็อปสุดฟิน อะดรีนาลีนหลั่งไปกับสเตจพิเศษเกินคาดเดา ที่รับประกันความ Wow ! ขึ้นในทุก ๆ ปีเปิดตี้ฟินระเบิด พร้อมเสิร์ฟยกด้อม กับ คอนเสิร์ตรวม Idol ตัวท็อปแห่งปี !!ใน “GOTCHA POP CONCERT ครั้งที่ 3 ” จัดเต็มศิลปิน T-POP Boy Band , Girl Group ตัวท็อปที่ทุกคนอยากดูมากที่สุดในยุคนี้พบกับ1. TRINITY - Trio สารตั้งต้น T-Pop ตัวท็อประดับตำนานที่แฟน ๆ รอคอย! พร้อมเสิร์ฟเอเนอร์จีความ Hot ทะลุสเตจ !!2. PROXIE - Boy Band ตัวท็อปสุดแมส ความสามารถ All Rounder แห่ง T-POP การันตีที่สุดของความปัง!3. PiXXiE - Girl Group จริตทะลวงใจ! 3 ภูติจิ๋วเอวเอส มาพร้อมพลังดาเมจที่จะทำให้เวทีสะเทือน!!4. PERSES - 5 หนุ่ม Boy Group กระดูกเบอร์เดียวกัน เตรียมใส่สุดพลัง จัดเต็มทุก Performance พร้อมตกแฟน ๆ เข้าด้อม!!5. LYKN - Boy Group สุดโฮ่ง-Hot-ฉ่ำ ! ที่มาแรงเกินต้านทาน พร้อมระเบิดคาริสม่าบนเวทีให้ลุกเป็นไฟ !!6. BUS because of you I shine - Boy Group ที่เขย่าวงการ T-Pop ตัวท็อปห้างแตก ครองใจตั้งแต่มัมหมีจนถึงเจนอัลฟ่า!!7. DICE - Rookie น้องใหม่แห่งวงการ T-POP แต่ฝีมือไม่ธรรมดา เตรียมวางกับดักตกคนเข้าด้อม ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ!8. VIIS - Girl group สาย Performance ที่สตรองที่สุด! คอนเสิร์ตครั้งนี้ 5 สาวพร้อมสับแบบฟาดไม่ยั้ง !!9. QRRA - Girl group น้องใหม่แต่มากประสบการณ์ พร้อมรันวงการแบบ Queen ตัวท็อป!! เตรียมรับความจึ้งจาก 5 สาวได้เลย10. GELBOYS - บอยแก๊งน้องใหม่มาแรงแห่งปี จากซีรี่ย์สุดฮ็อต "GELBOYS สถานะกั๊กใจ" พร้อมปล่อยดาเมจสุดป็อปแบบไม่มีกั๊ก ! เตรียมโดน 4 หนุ่ม ตกเข้าด้อมกันได้เลย !!11. DAOU OFFROAD - คู่ศิลปิน IDOL ที่กำลังมาแรงสุด ๆ พกความสนุกมาแบบเต็มพิกัด Dance-ร้อง จัดหนักแบบตัวท็อป เตรียมตัวฮ็อบกันทั้งฮอลล์ !มาซัพพอร์ตวงการ T-POP ของเราให้เติบโตก้าวไกลไปด้วยกัน ใน GOTCHAPOP 3 คอนเสิร์ตที่โคตรฟินแห่งปีที่สแตน T-POP พลาดไม่ได้ ! รวม Line Up ชวนจึ้ง Boyband และ Girl Group ตัวแรร์แห่งยุค มาไว้บนเวทีเดียวกัน จัดเต็มโชว์สุดปัง เก็บครบทั้ง Vocal หูเคลือบทอง , Performance แดนซ์ไฟลุก และ Hidden Show สุดเซอร์ไพรส์ เคมีใหม่ ๆ หาดูได้แค่ที่ GOTCHAPOP 3 เท่านั้น !! ให้ทุกคนได้ดูแบบต่อเนื่องไม่สะดุดกว่า 6 ชั่วโมง !!!พร้อมปักหมุดแลนด์มาร์คความสนุกครั้งใหม่ “ใกล้ขึ้น” กับราคาบัตรที่ “ถูกลงกว่าเดิม” !!เจอกัน 24 พ.ค. นี้ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Exhibition Hall 3-4 , ชั้น G )ราคาบัตร : บัตรยืน 2,500 บาทบัตรนั่ง 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,800 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาทจำหน่ายบัตร 1 มีนาคม ที่ Thaiticketmajor เวลา 10.00 น.LINK ซื้อบัตร : https://bit.ly/GOTCHAPOP3ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง

เผยภาพการเตรียมตัวไปจนถึงลุคในชุดไทยพระราชนิยมงดงามสะกดทุกสายตานานาชาติของ “เดียร์น่า ฟลีโป” นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ที่ได้รับเชิญจาก SACIT เพื่อเข้าชมนิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ กรุงปารีส “เดียร์น่า” ปรากฏตัวอย่างสง่างามในชุด “ชุดไทยดุสิต" หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม ลุคสุดเลอค่านี้คือความลงตัวระหว่างสองวัฒนธรรม ตัวเสื้องามวิจิตรด้วยเทคนิคการปักลูกปัดคริสตัลแบบไทย ผสมผสานงานปักชั้นสูง Lesage ซึ่งใช้เวลาในการรังสรรค์กว่า 2 เดือน ส่วนผ้านุ่งเป็นผ้าไหมยกดอกลำพูน ลายสุริยฉาย จากจังหวัดลำพูน สมกับที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ร่วมสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทยสู่สากล ในวาระที่ชุดไทยได้รับการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO นิทรรศการนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง SACIT @sacit_official, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ @qsmtthailand, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส @thaiembassyparis และ Musée des Arts Décoratifs @madparisเปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Musée des Arts Décoratifs
“วันที่ไม่ดี ไม่ใช่ชีวิตที่ไม่ดี” หนึ่งในประโยคที่สะท้อนตัวตนและการเติบโตของ “เขื่อน ภัทรดนัย” ได้ชัดที่สุด จากบทสนทนาในรายการ CLUB PRIDE DAY inside EP.17 ที่ไม่ได้พูดถึงแค่ความรัก แต่ยังพูดถึงการกลับมาเข้าใจตัวเอง การยอมรับความเปราะบาง และการเรียนรู้ที่จะรักตัวเองอย่างแท้จริง เรื่องราวของเขื่อนในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของศิลปิน แต่คือเรื่องของมนุษย์คนหนึ่งที่เคยผิดหวัง เคยพัง เคยพยายามเป็นคนที่ทุกคนชอบ จนลืมไปว่าตัวเองต้องการอะไรการตกผลึกในวัย 30 เมื่อชีวิตมี “อุปกรณ์ครบพร้อม”เขื่อนเปรียบชีวิตในวัย 30 เหมือนเกม RPG ที่ผ่านการสะสมค่าประสบการณ์มาตลอดชีวิต ทั้งจากความสำเร็จ ความผิดหวัง ความเสียใจ และบทเรียนต่างๆ จนถึงวันที่รู้สึกว่า ตัวเองมี “อุปกรณ์ชีวิต” พร้อมมากพอที่จะเลือกเส้นทางที่ต้องการจริงๆแทนที่จะวิ่งตามมาตรฐานสังคมว่าอายุเท่านี้ต้องมีอะไร ต้องสำเร็จแบบไหน เขื่อนเลือกกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ความสำเร็จสำหรับเราคืออะไร”เพราะเมื่อเราใช้ชีวิตด้วยการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นมากเกินไป สุดท้ายอาจหลงลืมความสุขที่แท้จริงของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัวการสื่อสารความเปราะบาง ไม่ต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เขื่อนพูดถึง คือ “Vulnerability” หรือการกล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเองเขื่อนแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับอาการ Panic Attack บนเวที รวมถึงรูปแบบความสัมพันธ์แบบ Avoidant ที่เคยเลือกวิ่งหนีปัญหาแทนการสื่อสาร แต่เมื่อเริ่มกล้าพูดความรู้สึกตรงๆ ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความกังวล หรือความไม่โอเค สิ่งเหล่านั้นกลับช่วยลดแรงกดดันในใจได้มากเขื่อนมองว่า มนุษย์ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งหรือสมบูรณ์แบบตลอดเวลา แค่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองก็เพียงพอแล้วการเลิกเป็น People Pleaser และกลับมาเลือกตัวเองเขื่อนยอมรับว่า ครั้งหนึ่งเคยใช้ชีวิตเพื่อทำให้คนอื่นมีความสุขมากกว่าตัวเอง ถึงขั้นเปรียบว่า 70% ของชีวิตคือการตอบสนองคนอื่น และเหลือพื้นที่ให้ตัวเองเพียง 30%จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาลองลิสต์สิ่งที่ตัวเองทำเพื่อตัวเองจริงๆ แล้วพบว่า หลายอย่างล้วนทำเพื่อให้คนอื่นพอใจPeople Pleaser คือกลไกทางจิตวิทยาที่ผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับการยอมรับจากคนรอบข้าง และหลายครั้งทำให้เราฝืนตัวเองโดยไม่รู้ตัวเขื่อนจึงเรียนรู้ว่า “การรักตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว” การปฏิเสธบางอย่างเพื่อรักษาพลังงานชีวิตของตัวเอง เป็นสิ่งที่จำเป็น และเราไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนชอบเราเสมอไปความรักที่ปลอดภัย คือพื้นที่ที่เราเป็นตัวเองได้ความรักครั้งล่าสุดทำให้เขื่อนเข้าใจคำว่า Secure Attachment หรือความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับเขื่อน ความรักที่ดีไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบ แต่คือความสัมพันธ์ที่เรากล้าพูดถึงความไม่มั่นใจ ความหึงหวง หรือมุมที่ไม่น่ารักของตัวเองได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสินคนที่รักเราในวันที่เราเองยังไม่รักตัวเองมากพอ อาจกลายเป็นกระจกสำคัญที่ช่วยให้เราอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น“กลับบ้านลูก” ประโยคสั้นๆ ที่เปลี่ยนชีวิตหนึ่งในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของชีวิตเขื่อน คือช่วงที่ชีวิตสมรสสิ้นสุดลง และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวังในตัวเองแต่คำพูดสั้นๆ จากคุณแม่ว่า “กลับบ้านลูก” กลับกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้เขื่อนรู้ว่า ต่อให้ล้มเหลวแค่ไหน ก็ยังมีคนรักและพร้อมโอบรับเขาเสมอความรักแบบไม่มีเงื่อนไข หรือ Unconditional Love ทำให้เขื่อนกล้ากลับมาเผชิญหน้ากับความจริง และเติบโตจากความผิดพลาดได้อย่างแท้จริงการอยู่กับความรู้สึกผิด โดยไม่ต้องรีบขอโทษตัวเองอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือการจัดการกับ “ความรู้สึกผิด” หรือ Guiltเขื่อนอธิบายว่า หลายคนไม่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี จนสุดท้ายเลือกฝืนใจตัวเองอยู่ตลอดเวลาเขื่อนเปรียบการฝึกอยู่กับความรู้สึกผิดเหมือนการลงออนเซ็น ช่วงแรกอาจร้อนและอึดอัด แต่เมื่อค่อยๆ ฝึก เราจะเรียนรู้ว่า ความรู้สึกผิดบางอย่างไม่จำเป็นต้องรีบแก้ไข หรือรีบขอโทษ ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรผิดMove on ไม่จำเป็นต้องรีบ และมนุษย์ควรมีความหวังในมุมของการ Move on เขื่อนเชื่อว่า การสูญเสียไม่ว่าจะเกิดจากความรักหรือการจากลา ล้วนต้องใช้เวลาในการเยียวยา ความเศร้าไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมันคือร่องรอยของความทรงจำที่เคยมีความหมายขณะเดียวกัน เขื่อนยังเชื่อว่า มนุษย์ควร “กล้าที่จะหวัง” แม้จะมีโอกาสผิดหวังก็ตาม เพราะชีวิตที่ไม่มีความหวัง อาจเป็นชีวิตที่เศร้ายิ่งกว่าเลือกความสุข มากกว่าการเอาชนะเขื่อนพูดถึงอีกมุมสำคัญของชีวิตว่า มนุษย์มีเวลาเฉลี่ยเพียงประมาณ 4,000 กว่าสัปดาห์เท่านั้นการเสียเวลาไปกับการตอบโต้คำวิจารณ์หรือพยายามเอาชนะคนอื่น จึงไม่คุ้มค่ากับความสุขที่เสียไปแม้เขาจะเลือกโกรธหรือเกลียดคนที่เข้ามาวิจารณ์ได้ แต่สุดท้ายเขาเลือกที่จะ “ไม่เอาความสุขไปแลก”และย้ำอีกครั้งว่า“วันที่ไม่ดี ไม่ใช่ชีวิตที่ไม่ดี”สุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกหนึ่งสิ่งที่เขื่อนพยายามสื่อสารมาตลอด คือเรื่องสุขภาพจิตเขื่อนมองว่า การพบจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัด ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอหรือเป็นบ้า แต่คือรูปแบบหนึ่งของการรักตัวเองหากวันหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าความสุขลดลง ใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิม หรือเหนื่อยล้าทางใจ การขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ คือการดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ก่อนที่ปัญหาจะกลายเป็นบาดแผลเรื้อรังในระยะยาว บทสนทนาใน CLUB PRIDE DAY inside EP.17 ของ “เขื่อน ภัทรดนัย” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความรัก แต่คือการเรียนรู้ที่จะกลับมา “เจอตัวเองอีกครั้ง” ผ่านความผิดหวัง ความเปราะบาง และการยอมรับว่า มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรักตัวเองได้ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

เจอแล้ว! 2 เรื่องหลอนในแคมเปญ “อังคารคลุมโปง Horror Story” ของ อังคารคลุมโปงX จาก EFM94 ที่จะนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ พร้อมได้รับเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท รวมมูลค่า 100,000 บาทโดยรายการ อังคารคลุมโปงX นำโดย ดีเจมดดำ คชาภา ตันเจริญ / ดีเจเจ็ม จิตตริน กุลกัลยาดี และดีเจแนน รชาดา จึงวัฒนกิจ ได้ต้อนรับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ปรัชญา ปิ่นแก้ว มาร่วมประกาศ 2 เรื่องสุดหลอน ที่ได้รับคัดเลือกจากผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้ามาเรื่องแรก ‘หากินกับผี’ (คุณณิชาภัทร ลิ่มสกุล เจ้าของเรื่องจากช่อง @nwnwned) เล่าถึงเรื่องหลอนๆของแม่ค้าออนไลน์ที่ให้ความสำคัญกับยอดขาย จนเป็นที่มาสุดหลอน ว่าหลายคนมักคอมเมนต์เข้ามาว่าเห็น “ผู้หญิง” ยืนอยู่ด้านหลังเธอในไลฟ์เสมอ ส่วน เรื่องสอง ‘ห้องพักต้องห้าม’ (คุณอริญย์ริสา ธนาบุญรสศักดิ์ เจ้าของเรื่องจากช่อง @arynlisa_ ) เรื่องเล่าของลูกเรือสายการบินเกี่ยวกับห้องพักช่วง Layover ที่ถูกบอกต่อกันมารุ่นสู่รุ่นว่าถ้าที่นี่ ‘เลี่ยงได้ควรเลี่ยง’ ถึงแม้ไม่ได้เข้าพักในห้องดังกล่าวแต่หลายคนก็ยังคงเจอดีเข้าจนได้ทาง EFM94 ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของเรื่องเล่าทั้ง 2 เรื่องที่ได้รับเลือกและคว้าเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท พร้อมโอกาสต่อยอดสู่การสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยผู้กำกับมากฝีมือ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ผู้สร้างตำนานภาพยนตร์ไทยทำรายได้สูง (Box Office) ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วยใครที่เป็นแฟนเรื่องเล่าสุดหลอนห้ามพลาดโปรเจกต์สำคัญครั้งนี้ และสามารถติดตามรายการอังคารคลุมโปง X ทาง EFM94 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ได้ทาง EFM94 และ อังคารคลุมโปง X หรือทาง atime.live/EFM
GREEN WAVE 106.5 FM เป็นปลื้มเมื่อรายการ GREEN MORNING SHOW ได้รับรางวัล รายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม จากงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติ นาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 แล้วโดยมี 2 ดีเจจาก ATIME ดีเจดาด้า วรินดา ดำรงผล และ ดีเจเผือก พงศธร จงวิลาส จาก EFM94 เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลดังกล่าวรายการ Green Moring Show เป็นรายการทอล์กข่าวยามเช้า โดยมี ดีเจอั๋น ภูวนาท คุนผลิน / ดีเจอ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล / ดีเจอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ และหนิง ปณิตา สลับสับเปลี่ยนกันมาอัพเดทข่าวยามเช้าสรุปย่อยเป็นประเด็นให้ฟังง่ายผ่านการนำเสนอที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละคน ออกอากาศทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ 07:00 - 08:00 โมงเช้า ทาง Green Wave 106.5 FM ในทุกช่องทางโดยรายการ Green Moring Show ได้รับรางวัลดังกล่าวเป็นปีที่ 2 แล้ว ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นคลื่นวิทยุที่ยังคงรักษาคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจและกำลังใจสำคัญให้เหล่าดีเจ ทีมงานกรีนเวฟ และ ATIME ทุกคนมีกำลังใจยืนหยัดผลิตผลงานที่ดีมีคุณภาพเพื่อผู้ฟังและสังคมต่อไป
คอนเทนต์คุณภาพ "ใต้โต๊ะวิทยา" คว้ารางวัล "คนดีประเทศไทย"เดินสายรับรางวัลต่อเนื่องสำหรับรายการออนไลน์จาก ATIME ล่าสุดรายการ “ใต้โต๊ะวิทยา” ได้รับรางวัล “คนดีประเทศไทย ประจำปี 2569” สาขาสื่อมวลชน: สื่อสารสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย ที่จัดโดย มูลนิธิคนดี (ประเทศไทย) สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) รางวัลนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 เพื่อยกย่องเชิดชูบุคคลต้นแบบสื่อมวลชนที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมด้านต่างๆ โดยรายการใต้โต๊ะวิทยาเป็นรายการที่พาผู้ชมไปสำรวจและทำความรู้จักกับคณะ สาขาวิชา ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศตามสไตล์ของ ดีเจโบ-ธนากร ชินกูล,ดีเจอาร์ต-มารุต ชื่นชมบูรณ์ และ ดีเจเผือก-พงศธร จงวิลาศที่ดำเนินรายการอย่างสนุกสนาน พาไปรู้ทุกแง่มุมในแต่ละเส้นทางของนักศึกษาเกือบทุกสาขาอาชีพ จนเป็นที่นิยมและมียอดชมสูงเป็นหลักแสนวิวในทุกๆ EP. รางวัลนี้ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลสำคัญที่ตอกย้ำคุณภาพของรายการ “ใต้โต๊ะวิทยา”ที่เป็นคอนเทนต์เพื่อการศึกษาอย่างแท้จริงติดตามรายการ ใต้โต๊ะวิทยา ทุกวันศุกร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 19.00 น. ทาง YouTube ช่อง Atime Do Dee