EFM FANDOM RECAP รายการ EFM FANDOM LIVE [ 22 ตุลาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “คอปเตอร์ - แบงค์” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Forget Me Notนามปากกา : vantegigi “สวัสดีครับ ผมมาสักครับ” เสียงทักทายทำให้ผมที่นอนรออยู่นานรีบยืดตัวขึ้น เยส!! ในที่สุดก็มีลูกค้าสักทีเว้ย แต่พอเห็นหน้าชัด ๆ ผมถึงกับนิ่งอึ้ง... ลูกค้าคนนี้หล่อจัง หล่อจนผมแอบเขินแหะ ;-; “เชิญครับ ไม่ทราบว่ามีลายที่ชอบหรือมีแบบมาไหมครับ” ผมรีบชวนคุยแก้เขินก่อนจะเสียมารยาทไปมากกว่านี้ เขายิ้มรับแล้วนอนลงบนเตียงสัก พูดตรง ๆ เลยนะ ผมชอบเขามาก ๆ มากจนอยากถามชื่อ “ผมชื่อคอปเตอร์นะครับ” เอ๋… เขาอ่านใจผมออกหรือไง? ผมยิ้มเจื่อนก่อนตอบ “ครับคุณคอป ผมแบงค์นะ” “แล้วจะสักแบบไหนดีครับ” เขายิ้มเล็ก ๆ ก่อนจะยื่นโน้ตใบเล็กให้ ในใจผมคันยุบยิบเหมือนคนอกหักเลย เพราะบนนั้นเขียนว่า ‘คอปเตอร์ แฟน แบงค์’ ผมกล้ำกลืนความรู้สึกอกหักเล็ก ๆ นี้แล้วตั้งใจลงมือสักตามตัวอักษรนั้น เวลาล่วงเลยจนผลงานเสร็จสมบูรณ์ แต่พอสบตากับเจ้าของรอยสัก ผมกลับพบว่าเขากำลังน้ำตาคลอ “คุณคอป คุณคอปเป็นอะไรครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เขาส่ายหน้า ก่อนจะเอื้อมมือมากุมมือผมไว้แน่น “หนีมาร้านสักแต่เช้าเลย…..วันนี้ลืมกันเร็วจังเลยนะที่รัก” และใช่ครับ... โรคอัลไซเมอร์ทำให้ผมลืมคนรักของตัวเองอีกแล้ว และรอยสักบนตัวของเขา มันคือชื่อของผมเอง…FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Forget Me NotPen Name: vantegigi “Hey, I’m here.” My heart leaped. Finally, a customer! But the moment I saw him, I froze. God, he was handsome enough to make me forget how to breathe. “I’m Copter,” he introduced himself with a gentle smile. I introduced myself as Bank and asked what tattoo he wanted. Instead of answering, he handed me a note: “Copter Fan Bank.” My heart sank. So, he already loved someone else. After finishing the tattoo, I noticed tears in his eyes. “P’Cop, does it hurt?” He shook his head, holding my hand tightly. “You ran away to the tattoo shop so early, sweetheart… You’ve forgotten me again.” And suddenly, the truth hit me. Copter wasn’t a stranger. He was my lover, and the name on his skin was mine. Alzheimer’s might steal my memories, but I hoped that somewhere in my heart, I would always find my way back to him.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... Match Day วันศึกใหญ่กับนายแฟนการ์ตูนนามปากกา : saiihey แบงค์ และ คอปเตอร์ เป็นเพื่อนสนิทที่ย้ายมาอาศัยอยู่ด้วยกัน แต่ปัญหาใหญ่ของห้อง คือ มีทีวีเพียงเครื่องเดียว วันไหนที่มีถ่ายทอดสดฟุตบอลแมตช์สำคัญ คอปเตอร์จะรีบจองหน้าจอทันที ส่วนแบงค์ที่เป็นสายดูการ์ตูนอนิเมะตอนใหม่ก็ไม่ยอมแพ้ ทั้งคู่มักจะเปิดศึกแย่งรีโมทกันอย่างไม่มีใครยอมใคร วันหนึ่งตรงกับวันศึกฟุตบอลแมตช์หยุดโลกของคอปเตอร์ และฉากจบอนิเมะเรื่องโปรดของแบงค์พอดี แบงค์พยายามทำทุกทางเพื่อแย่งรีโมทมาให้ได้ แต่คอปเตอร์กลับรวบตัวแบงค์เข้ามาดึงกอดไว้บนโซฟาแน่นจนดิ้นไม่หลุด แบงค์ขู่โวยวายว่าจะงอน ไม่ยอมคุยด้วย คอปเตอร์ยิ้มอ่อนโยนก่อนจะหยิบกล่องแท็บเล็ตเครื่องใหม่เอี่ยมพร้อมหูฟังยื่นให้แบงค์ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “ฉันตั้งใจซื้อไว้ให้นาย เอาไว้ดูการ์ตูนข้างๆ ฉัน ฉันไม่อยากให้ไปนั่งดูห้องอื่น” แบงค์ฟังแล้วเขินจนพูดไม่ออก คอปเตอร์จึงถือโอกาสก้มลงกระซิบข้างหูว่า “บอลก็น่าดู แต่ตอนนายตั้งใจนั่งดูการ์ตูนอยู่ข้างๆ ฉันน่ารักกว่าเยอะ” สุดท้ายจากศึกแย่งทีวีในวันหยุด ก็กลายเป็นวันนั่งดูทีวีคู่กันอย่างอบอุ่นหัวใจFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Match Day: The Great Battle of Cartoon FansPen Name : saiihey Bank and Copter were best friends turned roommates, but living together came with one unforgivable problem: one TV, two very different obsessions. Whenever football season arrived, Copter claimed the screen for every big match. Bank, a devoted anime fan, refused to surrender his precious cartoon time. Their living room became a battlefield, with the remote control as the ultimate weapon. On the day of the biggest match, Bank’s favorite anime finale aired at the exact same time. Determined to win, he lunged for the remote, only to be pulled into Copter’s arms and pinned against him on the sofa. “Give me the remote, or I’m not talking to you anymore!” Bank threatened. Copter merely chuckled before handing him a brand-new tablet and headphones. “I bought these for you, so we can both enjoy our favorite things.” Bank stared at the gift, then at Copter’s teasing smile. Maybe the real match of the day wasn’t football versus anime after all. It was Copter versus Bank’s heart—and Copter was already winning.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... หมัดนี้มีไว้ต่อยนาย (My Fists Are Only for You)นามปากกา : mysterious คอปเตอร์ เป็นนักมวยอาชีพ ฝีมือดี ใจร้อน และเกลียดการถูกควบคุม ส่วน แบงค์ เป็นผู้จัดการนักกีฬาหนุ่มเจ้าระเบียบที่มองทุกอย่างเป็นเรื่องของธุรกิจ ทั้งคู่ไม่ถูกกันตั้งแต่วันแรกที่เจอ แบงค์คอยจัดตารางฝึกซ้อมและควบคุมการใช้ชีวิตของคอปเตอร์ ขณะที่คอปเตอร์ก็มักทำตามใจตัวเองจนแผนการแข่งขันพังอยู่บ่อยครั้ง สำหรับคอปเตอร์ แบงค์คือคนจู้จี้น่ารำคาญ ส่วนแบงค์ก็มองคอปเตอร์เป็นนักมวยหัวดื้อที่ไม่เคยคิดถึงอนาคตของตัวเอง “พี่เป็นแค่ผู้จัดการ ไม่ใช่เจ้าของชีวิตผมนะ พี่แบงค์” คอปเตอร์พูดอย่างเหลืออด “แล้วมึงเคยคิดไหมว่ากูทนอยู่ตรงนี้เพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะกูเป็นห่วงมึง” แบงค์สวนกลับ ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อคอปเตอร์ได้รับบาดเจ็บจนต้องหยุดพักการแข่งขัน ในช่วงเวลาที่เขารู้สึกว่าตัวเองสูญเสียทุกอย่าง แบงค์กลับเป็นคนเดียวที่ไม่ยอมทิ้งเขาไป ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่เริ่มมองเห็นด้านที่ซ่อนอยู่ของกันและกัน จนความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว จากคนที่คอปเตอร์เคยอยากต่อยหน้ามากที่สุดในวันนั้น กลับกลายเป็นคนที่เขาอยากเห็นเป็นคนแรกทุกครั้งที่ก้าวลงจากเวทีในวันนี้FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... My Fists Are Only for YouPen Name : mysterious Copter, a talented professional boxer with a fiery temper and a hatred for being controlled, had never met anyone as infuriating as Bank. His young manager treated everything like business, meticulously planning every training session while Copter stubbornly did whatever he pleased. “You’re my manager, Bank, not the owner of my life!” Copter snapped. Bank shot him a frustrated look. “Have you ever wondered why I’m doing all this? Because I’m worried about you, you idiot!” Their constant clashes seemed endless—until an unexpected injury forced Copter out of the ring. With his boxing career on hold, he felt as though everything he had worked for was slipping away. Everyone seemed to move on, except Bank. Through Copter’s frustration, doubts, and darkest days, Bank stayed by his side, proving that he was more than just a manager protecting an investment. And somewhere between the arguments and quiet moments of care, Copter began to realize something terrifying. He no longer wanted to fight Bank. Because for the first time, his heart had found someone he wanted to surrender to—and his fists were only ever meant to fight for him.FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... รันเวย์คั่วไก่นามปากกา : ก้อนเมฆหลงทาง หลังจบงานแฟชั่นวีค ‘ซัน’ ในชุดสูทโอเวอร์ไซส์เลเยอร์แน่น หิวตาลายจนต้องมาหยุดที่ร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เตาถ่านเจ้าเด็ด โต๊ะเต็มหมดเหลือแค่เก้าอี้พลาสติกตรงข้าม ‘เหนือ’ หนุ่มแว่นในเสื้อยืดสีขาว ซันจึงจำใจขอนั่งร่วมโต๊ะ เมื่ออาหารเสิร์ฟความทุลักทุเลก็เริ่มขึ้น แขนเสื้อที่พองฟูทำให้ซันต้องนั่งเกร็ง เขาพยายามคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวน้ำมันกระเด็นเปื้อนชุดหรู เหนือลอบมองภาพนั้นแล้วอมยิ้ม มือหนาเลื่อนแก้วน้ำออกให้พ้นทาง ก่อนดึงทิชชู่ยื่นให้ "ระวังเปื้อนนะครับ ชุดคุณเท่มาก... แต่อาจไม่เหมาะกับสมรภูมิคั่วไก่เท่าไหร่" เหนือแซวด้วยเสียงนุ่ม ทุ้ม ซันหน้ามุ่ย รีบเคี้ยวเส้นคั่วไก่จนแก้มพองตุ่ย "ก็คนมันหิวจัดนี่นา งานเพิ่งเลิก" "ค่อยๆ กินครับ" เหนือเท้าคางมอง แววตาหลังกรอบแว่นสะท้อนแสงไฟ "ตอนอยู่หน้างานคุณคงดูคูลมากแน่ ๆ แต่พอกินคั่วไก่จนแก้มตุ่ยแบบนี้... ก็น่ารักไปอีกแบบนะ" ซันชะงัก ตะเกียบแทบหลุดมือ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าความร้อนจากเตาถ่านหน้าร้าน ยังสู้ความร้อนที่เห่อขึ้นมาบนแก้มเขาไม่ได้เลย รันเวย์ที่เพิ่งเดินจากมา... ดูเหมือนจะสู้ดาเมจ หนุ่มสตรีทฟู้ดโต๊ะนี้ไม่ได้ซะแล้วFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Runway Roasted ChickenPseudonym : ก้อนเมฆหลงทาง Fresh off Fashion Week, Sun arrived at a humble charcoal-grilled chicken noodle shop in an oversized designer suit, starving after hours on the runway. With every table occupied, he reluctantly took the only empty seat opposite Nuea, a bespectacled young man in a plain white T-shirt. When the food arrived, Sun struggled to eat without ruining his luxurious outfit. Watching him delicately wrestle with his noodles, Nuea slid his glass aside and offered a tissue. “Careful, your outfit looks expensive. This battlefield might be too dangerous for it,” Nuea teased, his deep voice laced with amusement. Sun pouted and stuffed his mouth with noodles. “I’m hungry! Fashion Week just ended!” “Slow down.” Nuea smiled, his eyes glinting behind his glasses. “You look so cool on the runway. But with those puffed-up cheeks, you’re cute in a completely different way.” Sun froze, his chopsticks nearly slipping from his fingers. The charcoal stove was hot, but somehow, it was nothing compared to the heat spreading across his cheeks. He had conquered the runway without breaking a sweat.So why was one street-food boy proving to be his toughest competition yet?FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... อาทิตนันท์นามปากกา : vanilla.whisp สายฝนโหมกระหน่ำกลบเสียงของ ‘อาทิตย์ พันทิวา’ เพื่อบทบาท ‘นักโบราณคดี’ ในละครเรื่องใหม่ ต้นสังกัดจึงส่งเขามาเรียนรู้การสำรวจภาคสนามร่วมกับ ‘ดร.นันทพงศ์’ นักโบราณคดีผู้เคร่งขรึม "นี่คุณ! ไม่พักบ้างหรือไง!" พันทิวาตะโกนแข่งเสียงฝน ข้อเท้าเขาเจ็บจนก้าวไม่ออก นันทพงศ์หยุดเท้าเขาเพียงแต่ชี้มือไปข้างหน้า “มีถ้ำหลบฝนในนั้น” “ทำไมคุณถึงลงภาคสนาม” พันทิวาถามขึ้น นันทพงศ์หันมาสบตาดาราหนุ่ม “โบราณคดีไม่ได้หาแค่เศษอิฐเศษหิน แต่เราตามหาลมหายใจของคนที่เคยอยู่จริง ๆ ถ้าไม่ลงพื้นที่จริงจะไม่มีวันเข้าใจ” คำพูดที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นทำเขานิ่งอึ้ง เขามองเห็นความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีเคร่งขรึม “เจ็บไหม” มือหนายื่นมาสำรวจข้อเท้าเขาอย่างแผ่วเบา พอเห็นว่าไม่ได้บาดเจ็บรุนแรง สายตาคมกริบก็เลื่อนขึ้นมาสบตา แววตาที่เคยเมินเฉย ตอนนี้กลับมีประกายบางอย่าง “ไม่อยากเห็นคุณเจ็บตัว” คำพูดนั้นทำเอาหัวใจเขาแทบหยุดเต้น นันทพงศ์ผละออกไปแล้ว ทิ้งให้พันทิวานั่งหน้าแดงก่ำเพียงลำพัง บรรยากาศฝนตกยังคงหนาวเหน็บ แต่ภายในถ้ำแห่งนี้คนสองคนดันเผลอขุดเอาความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจให้โผล่พ้นออกมาFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… A-Tid-Ta-NanPen Name : vanilla.whisp When rising star Arthit Panthiwa landed an archaeologist role in his new drama, his agency sent him into the field to learn from Dr. Nantapong, a stern archaeologist who took his work seriously. But the relentless rain and aching ankles soon pushed Arthit to his limits. “Can’t we take a break?” he shouted over the storm. Nantapong stopped and pointed toward a nearby cave. “We can shelter there.” “Why go through all this trouble for fieldwork?” Arthit asked. The doctor turned to face him, his gaze unwavering. “Archaeology isn’t just about uncovering stones and ruins. It’s about finding the traces of people who once lived there. Without experiencing the real place, how could you ever understand their stories?” Arthit fell silent. Beneath Nantapong’s stern exterior was a passion so genuine that it left the young star unexpectedly captivated. “Does it hurt?” Nantapong knelt to examine Arthit’s ankle, his broad hands surprisingly gentle. After confirming the injury wasn’t serious, he lifted his gaze to meet Arthit’s eyes. “I don’t want to see you get hurt.” For some reason, those simple words made Arthit’s heart stumble harder than the rain pounding against the cave entrance. Perhaps the greatest discovery of this expedition wouldn’t be buried in ancient ruins—but hidden in the heart of the man standing before him.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “คอปเตอร์ - แบงค์”ที่ถึงจะบ้วนโมเมนต์กันบ่อย ๆ แต่ก็ดูแลกันและกันอย่างดีจนหลายคนอิจฉา( อยากให้อีกฝ่ายรับบทอะไร ? ) “แบงค์” อยากให้ “คอปเตอร์” เป็นบทนักเลงดูบ้าง เหมือน 4Kings ไปเลย ได้ตะคอก โวยวาย เพราะปกติแล้วน้องจะเป็นคนนิ่ง ๆ ช้า ๆ “คอปเตอร์” เลยบอกว่าถ้ามีโอกาสก็อยากลองดู Challenge ตัวเองดี ส่วน “คอปเตอร์” ก็อยากเห็น “แบงค์” ในบทนิ่ง ๆ บ้าง ถึงแม้ว่าพี่เขาจะเล่นบ่อยแล้ว แต่ยังไม่เคยเล่นด้วยกัน อยากเล่นด้วยกันในบทนิ่ง ๆ คูล ๆ ดูบ้าง( ชื่อด้อมในอนาคต ) ตอนนี้ “คอปเตอร์ - แบงค์” เล่าว่าได้เริ่มคุยเริ่มคิดกันมาแล้วบ้าง อย่าง “แบงค์” ก็เสนอชื่อ ‘nochuka’ ที่ล้อมาจากคำว่าไม่หวาน และ chuka ที่เอามาจากพิคาชูที่เป็นตัวละครที่ “แบงค์” ชอบ ส่วน “คอปเตอร์” ก็เสนอชื่อ ‘คาปิก้า’ เพราะแฟน ๆ หลายคนบอกว่า “คอปเตอร์” เหมือนคาปิบาร่า เลยเอาพิคาชูกับคาปิบาร่ามาผสมกัน อยากให้แฟน ๆ ทุกคนรอลุ้นว่าสุดท้ายแล้วจะได้ชื่อด้อมว่าอะไร( เทรนด์ซีรีส์จน X ระเบิด ) จากที่ “แบงค์” เคยโพสต์ข้อความใน X ที่ขอบคุณที่ทุกคนช่วยกันปั่นเทรนด์จนติดทั้งเทรนด์ในหลาย ๆ ประเทศและเทรนด์โลก “แบงค์” ก็อธิบายเพิ่มว่ารู้สึกซาบซึ้งจากใจมากจริง ๆ เพราะสิ่งที่ทุกคนทำมีความหมายกับพวกเรามาก ยิ่งบางคนก็ยังไม่เคยได้เจอกันเลย แต่ก็ยังทุ่มเทกับพวกเรามาก ๆ ขนาดนี้ “คอปเตอร์” ก็เสริมเพิ่มว่าทั้งนักแสดง และทีมงานทุกคนดีใจมาก ๆ กับการทุ่มเทของทุกคน[ เซ็ตคำถามพิเศษ : Fall in Love พี่คนนี้ รักน้องคนนี้ … ]( ส่วนไหนบนใบหน้าที่มีความคล้ายกันและกัน ? ) สำหรับ “คอปเตอร์” มองว่าเป็นจมูก เพราะเคยได้ยินหลาย ๆ คนบอกว่าคล้ายกัน ส่วน “แบงค์” ก็พูดติดเล่นว่าปากเหมือนกันในด้านความปากดี ปากแจ๋ว ทำเอาทุกคนระเบิดขำกันออกมาหมดเลย แต่ก็กลับมาจริงจังที่ว่ารูปปากคล้าย ๆ กัน แต่หลาย ๆ คนก็บอกว่า “คอปเตอร์ - แบงค์” คล้ายกันในหลายมุมถึงแม้ว่า “คอปเตอร์” จะออกแนวหนุ่มตี๋ ส่วน “แบงค์” จะเป็นแนวคมเข้ม( ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม~ จากเนื้อเพลงนี้แล้ว อะไรคือพรหมลิขิตของทั้งคู่ ? ) “คอปเตอร์” บอกว่าพรหมลิขิตที่ทำให้ได้มาเจอกันก็คือซีรีส์เรื่องนี้เลย เพราะในตอนแรกตัดสินใจจะไปทำอย่างอื่นแล้ว แถมยังห่างจากการเล่นซีรีส์เรื่องล่าสุดมานานถึง 2 ปี ทำให้เริ่มคิดว่าเส้นทางนี้อาจจะไม่เหมาะกับตัวเอง แต่พอมีโอกาสซีรีส์เรื่องนี้เข้ามาก็เลยตัดสินใจลองดูอีกสักครั้ง และไม่อยากให้ตัวเองมานึกเสียดายทีหลัง การตัดสินใจนี้ทำให้ได้เจอ “แบงค์” ด้วย ส่วน “แบงค์” บอกว่าทุกอย่างมันมีจังหวะจริง ๆ เพราะน้องเขากำลังอยากจะพัก ส่วนตัวเองก็ไม่ได้คิดว่าจะรับซีรีส์เรื่องนี้ เพราะตอนแรกที่รับเล่นเรื่องนี้ก็เพราะสนใจในตัวบท เห็นบทแล้วรู้สึกท้าทาย และการทำงานด้วยกันก็มีแต่ความสบายใจ ถึงแม้นิสัยหลาย ๆ อย่างจะเหมือนขั้วตรงข้ามกันไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้ทำงานด้วยกันยากเลย( คนมีความรัก มักจะดูเด็กลงไปนิดนึง~ จากเนื้อเพลงนี้แล้ว แบงค์ ที่อยู่กับ คอปเตอร์ บ่อย ๆ มีอะไรที่ดูเด็กลงไปบ้าง ? ) “แบงค์” เล่าว่าได้ดูแล “คอปเตอร์” ทุกวันจนเหมือนเลี้ยงลูกแล้ว คอยสอนการใช้ชีวิต และอะไรอีกมากมาย อย่างล่าสุดก็เป็นเรื่องการเปิดบริษัท ด้วยความที่อายุห่างกันมากถึง 9 ปี เลยได้สอนเยอะ ดูแลเยอะ เอ็นดูน้องเขาจนเหมือนตัวเองได้เด็กลงไปกว่าเดิม ทำให้ “คอปเตอร์” แซวว่าถึงพี่เขาจะบ่นแต่ก็คอยดูแลอยู่ตลอด( ถ้าเดินผ่านกัน จะตกหลุมรักอีกฝ่ายตรงไหน ? ) “แบงค์” บอกว่าตัวเองคงมองแล้วเดินต่อไป เพราะเป็นคนเดินเร็ว แต่ถ้าจะได้ตกหลุมรักก็คงเป็นที่ส่วนสูง และคิดกับตัวเองว่าทำไมคนคนนี้ถึงตัวสูงขนาดนั้น ส่วน “คอปเตอร์” ในแวบแรกก็คงกลัวอีกฝ่าย เพราะ “แบงค์” เป็นคนหน้านิ่ง แต่ก็เป็นคนหน้านิ่งที่หล่อทำให้ตกหลุมรักความหล่อ ที่ดูดุแต่น่าค้นหา( Ep.5 หวานปานน้ำผึ้ง ) “แบงค์” รีบเล่าเลยว่า Ep.5 หวานเหมือนกับน้ำผึ้งเลย เป็นช่วงที่ตัวละครกำลังอินเลิฟ “คอปเตอร์” ก็รีบเสริมต่อว่าตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนแปลงของตัวละคร เพราะที่ผ่านมาต่อยกันอย่างเดียว แต่ตอนนี้เริ่มรักแล้ว หยกติดกับอิงแล้ว ไม่มีอีกแล้วคนตาขวาง ตอนนี้มีแต่คนตาแป๋ว( หยก vs อิง ใคร Red Flag กว่ากัน ? ) “แบงค์” ยืนยันว่า ‘หยก’ Red Flag มากกว่า เพราะตัวละคร ‘อิง’ ถึงแม้จะเหมือน Red Flag แต่ถ้าได้คบกับใครแล้วเขาก็จะเต็มที่กับอีกฝ่าย เช่นเดียวกันกับ “คอปเตอร์” ที่บอกว่า ‘หยก’ รักคนผิดวิธีไปหน่อย แต่เล่าเยอะมากไม่ได้เพราะจะเป็นการสปอยล์ แต่ทั้งคู่ก็ยืนยันว่า ‘หยก’ Red Flag กว่าแน่นอน( เตรียมตัวรับมือ Ep.6 ) การันตีว่าเตรียมผ้าห่มใหม่ได้เลย เพราะทุกคนจะฟินจนต้องจิกผ้าห่ม หลาย ๆ คนก็น่าจะชอบ Ep.6 ด้วยเพราะเป็นฉากซ้ออิงที่ทุกคนรอคอยจากใน Teaser( เพลงที่ได้ร้องด้วยกัน ) เพลงประกอบซีรีส์เป็นเพลงแรกที่ได้ร้องคู่กัน ในตอนแรก “แบงค์” เล่าว่าไม่มั่นใจเลย “คอปเตอร์” ก็รีบบอกทีมงานว่าถ้ามีคนที่จะร้องเพลงได้ดีกว่า และจะทำให้ซีรีส์นี้ดูดีมากขึ้นก็ให้คนอื่นร้องได้นะ แต่พี่ ๆ เขาก็อยากให้ “คอปเตอร์ - แบงค์” ลองดูก่อน ก็เลยลองเข้าไปอัด “แบงค์” เลยปิดท้ายขำ ๆ ว่าทำงานในวงการมา 15 ปีไม่เคยร้องเพลงเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “คอปเตอร์ - แบงค์” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกมชื่อว่า “Intern Boy : Mission เด็กฝึกรัก ชนะใจ Boss”ในเกมนี้ทั้งคู่ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “คอปเตอร์ - แบงค์”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “คอปเตอร์ - แบงค์” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “FOOL in Love คนโง่รักเข(ล)า” ทุกวันพฤหัสบดี และวันอาทิตย์ เวลา 20.00 น. สามารถรับชมได้ทางแอปพลิเคชัน iQIYI ที่เดียวเท่านั้น และฝากเพลงประกอบซีรีส์อย่าง ‘Until You’ ด้วยนะค้าาาสามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~