EFM FANDOM RECAP รายการ EFM FANDOM LIVE [ 30 เมษายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “เพิร์ล - พีค” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ คารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... “ร้านซ่อมความฝัน” l The Dream Menderyนามปากกา : บิจุยส์ ในตรอกเล็กที่คนแทบไม่เดินผ่าน มีร้านเก่าๆ เปิดอยู่ มีป้ายเขียนไว้ว่า "ร้านซ่อมความฝัน" เด็กชายชื่อ "พีค" เดินเข้ามาช้าๆ เขาถือกล่องกระดาษยับๆ ไว้แน่น... ผมพยายามแล้ว แต่มันไม่สำเร็จเลยครับ เขาพูดเบาๆ หรือบางทีผมอาจไม่เก่งพอจะทำให้ความฝันนี้เป็นจริง... เจ้าของร้าน "เพิร์ล" ไม่ตอบทันที เขารับกล่องมาวางบนโต๊ะ แล้วค่อยๆ เปิดออก ในนั้นไม่ใช่ความพังทลาย แต่เป็นเศษความทรงจำของความฝันที่ประกอบไปด้วย "พีคตอนเริ่มเป็นนักแสดงครั้งแรก ร้องเพลงครั้งแรก วันที่เคยถูกชมครั้งแรก" ชายเจ้าของร้านเงยหน้ามอง "พีค" แล้วพูดเบาๆ ว่า "ความฝันไม่ได้พังหรอก มันแค่เหนื่อยจนหยุดพัก" เขาปิดกล่องแล้วส่งคืน "ฉันซ่อมมันไม่ได้หรอก แต่ฉันช่วยให้มันจำได้ว่า ...มันเคยเริ่มจากอะไร ลองพามันกลับไปเดินอีกครั้งสิ ไม่ต้องวิ่ง แค่ก้าวแรกก็พอ..." พีคก้มมองกล่องกระดาษที่ถือไว้ในมือ... เขาเงียบไปชั่วครู่ "มันยังรู้สึกหนักเหมือนเดิม แต่ใจเขากลับเบาลง" เขาเดินออกจากร้าน ตรอกยังเงียบเหมือนเดิม แต่แสงแดดดูอุ่นขึ้นเล็กน้อย และเป็นครั้งแรกที่เขาคิดได้ว่า... บางทีผมอาจยังไม่ได้ล้มเหลว แค่ผมกำลังพักหายใจอยู่เท่านั้นเองFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The Dream MenderyPen Name : บิจุยส์ In a quaint, nearly forgotten alley, a peculiar little shop announced its presence with a sign that read "Dream Repair Shop." A young boy named Peak approached with cautious steps, tightly gripping a worn and crumpled cardboard box. "I tried, but it didn't work," he murmured to himself. "Maybe I just wasn’t meant to turn this dream into reality..." The shopkeeper, Pearl, paused before responding. He carefully took the box from Peak, setting it down on the table before gently peeling it open. Instead of remnants of failure, he revealed scattered bits of cherished memories tied to a dream: "Peak’s early days of acting, the sweet notes of his first song, the moment he felt the warmth of praise for the very first time." Pearl met Peak’s gaze with a kind expression and said softly, "Your dream isn’t shattered. It’s merely weary and in need of rest." He closed the box with care and handed it back. "I can’t fix it, but I can help it remember where it all began. Just take it out for a little stroll again—not a sprint, just that first step..." Peak stared at the box cradled in his hands, lost in thought for a moment. "It’s still heavy, but somehow, my heart feels a bit lighter," he admitted. With newfound resolve, he stepped out of the shop. The alley held its peace, yet the sunlight felt a touch warmer. And for the first time, he began to understand... perhaps he hadn’t truly failed at all. He was merely catching his breath.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... “ ภาษาดอกไม้ของเรา ”นามปากกา : School_1997 เพิร์ล ให้ดอกไม้ผมทุกวันตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน มันไม่เคยอธิบาย แค่ยื่นให้ แล้วก็ยิ้มเหมือนไม่มีอะไร ผมเลยลองเอาไปค้นความหมายเอง เดซี่ — ความบริสุทธิ์ใจ ลาเวนเดอร์ — คิดถึง กุหลาบชมพู — ชื่นชม ทิวลิป — ความสุข พอเรียงตามวันที่ได้ มันเหมือนประโยคสั้นๆ ที่ค่อยๆ ต่อกัน แต่ผมไม่เคยถามมันตรงๆ เพราะกลัวคำตอบจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป วันหนึ่งผมเผลอถามขึ้นมา “มึงเคยให้ดอกไม้ใครแบบนี้ไหม” เพิร์ลชะงักไปนิดเดียว “เคย” “แล้วเขารู้ไหม” มันส่ายหัว “ไม่น่ารู้” หลังจากนั้น ดอกไม้ที่มันให้ผมเริ่มแปลกขึ้น บางดอกผมหาความหมายไม่เจอเหมือนมันตั้งใจไม่ให้ผม “แปล” ได้ง่ายๆ จนวันหนึ่งผมไปถึงร้าน แล้วเห็นช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่สุดเท่าที่มันเคยทำ “ของใคร” ผมถาม เพิร์ลเงยหน้ามามอง “ของคนที่น่าจะเข้าใจแล้ว” ผมหัวเราะกลบเกลื่อน “มั่นใจขนาดนั้นเลย” มันไม่ตอบ ตั้งแต่วันนั้นมันยังให้ดอกไม้ผมทุกวัน ผมก็ยังรับ เราไม่เคยพูดคำว่าชอบ มันก็ไม่เคยพูดคำว่ารัก แต่ทุกครั้งที่มันยื่นดอกไม้ให้ แล้วผมยื่นคืนให้ในวันถัดไป เรารู้กันดีว่าภาษานี้ไม่ต้องมีใครแปลอีกแล้วFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... “ Our enchanting tongue”Pen Name : School_1997 Since the very first day we crossed paths, Pearl has brought me flowers each and every day. There were no explanations offered—just his warm smile as he handed them over, as if the act itself said it all. So, I began to unravel their meanings on my own: Daisy for purity, Lavender for longing, Pink rose for admiration, Tulip for happiness. When I laid them out chronologically, it created a poetic narrative, like short phrases weaving together. Yet, I hesitated to ask hI'm directly about it, fearing the answer might shift everything between us. One day, the thought slipped out of my mouth: “Have you ever given flowers like this to anyone else?” Pearl paused, considering the question. “Yes.” “Did they understand?” He shook his head slowly. “Probably not.” After that moment, the flowers he gifted became more enigmatic. Some had meanings that eluded me, as if he wanted to keep me guessing on purpose. Then, one day, I wandered into the shop and found the grandest bouquet he’d ever made. “Who’s it for?” I inquired. Pearl glanced at me. “For someone who likely already gets it.” I chuckled awkwardly. “Is that your secret confidence?” He remained silent, a playful grin in his eyes. From then on, the flowers kept arriving daily, and I continued to accept them. We’ve never uttered “I like you” nor has he confessed “I love you,” but every time he hands me a bouquet and I return the gesture the following day, we both understand that our silent language no longer needs to be deciphered.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Invisible You รัก…ไร้ตัวตนนามปากกา : จ่าเอ็นเสด ฝนตกพรำในคืนที่คดีเริ่มต้น “เพิร์ล” ตำรวจหนุ่มไฟแรง ถูกส่งมาสืบอุบัติเหตุของดาราชื่อดัง “พีค” ที่นอนโคม่าไร้สติในโรงพยาบาล ทุกอย่างดูเหมือนอุบัติเหตุธรรมดา… จนกระทั่งเขาเห็นใครบางคนยืนอยู่ข้างเตียง “คุณมองเห็นผมเหรอ?” เสียงนั้นถามเบา ๆ เพิร์ลชะงัก เขามองชายหนุ่มที่หน้าตาเหมือนพีคไม่มีผิด ต่างกันเพียงร่างกายโปร่งใส “คุณเป็นวิญญาณ?” พีคพยักหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน “ผมออกจากร่างตัวเอง แล้วกลับเข้าไปไม่ได้” จากวันนั้นเพิร์ลกลายเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับพีคได้ ทั้งคู่ร่วมกันสืบหาความจริง ยิ่งค้นลึกเท่าไร เพิร์ลยิ่งพบว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา แต่เป็นการพยายามฆ่าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความริษยาของวงการบันเทิง ระหว่างการสืบ ความใกล้ชิดค่อย ๆ ก่อตัว พีคที่เคยโดดเดี่ยวเริ่มยิ้มได้อีกครั้ง ส่วนเพิร์ลที่เคยปิดกั้นหัวใจ กลับรู้สึกผูกพันกับคนที่ไม่มีตัวตน “ถ้าผมกลับเข้าร่างไม่ได้…คุณจะยังอยู่กับผมไหม” พีคถาม เพิร์ลเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ “ผมจะหาทางพาคุณกลับมาให้ได้” เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การค้นหาคำตอบของคดี แต่คือชีวิตคนสำคัญของเขาFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Invisible YouPen Name : จ่าเอ็นเสด On a rainy night, a new chapter unfolded. Pearl, a bright-eyed and determined police officer, was tasked with unraveling a puzzling incident involving the renowned celebrity, Peak, who lay motionless in a coma at the hospital. At first glance, it appeared to be a routine accident… until a figure appeared beside the celebrity’s bed. “Can you see me?” a gentle voice inquired. Pearl froze in place, his gaze locking onto a man whose features mirrored those of Peak except for his ethereal, translucent form. “Are you a spirit?” Pearl asked, bewildered. Peak nodded, confusion dancing in his eyes. “I’ve left my body, and I can’t find my way back.” From that moment on, Pearl became the sole person able to converse with Peak. Together, they embarked on a quest for the truth, and as they dug deeper, Pearl unearthed a chilling revelation: it was no simple mishap, but a calculated murder cloaked in the envy of the entertainment world. Throughout their investigation, an unexpected bond blossomed. Once isolated, Peak started to smile again, while Pearl, who had guarded his heart, felt an irresistible pull toward someone who was, quite literally, a shadow. “If I can’t return to my body… will you stay by my side?” Peak asked, vulnerability lacing his voice. Pearl paused, the weight of the moment heavy in the air, before he replied softly, “I will find a way to bring you back.” This time, it was about more than solving a case; it was about saving someone who had unexpectedly become essential to his life.FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... กลิ่นโปรดของผมคือเธอ : My Favorite Scent is Youนามปากกา : หนูน้อยหมวกแดง ท่ามกลางโลกที่อำนาจตัดสินด้วยสายเลือดและฟีโรโมน อคิน เดชโภคินอนันท์ (เพิร์ล ศัจกร) คืออัลฟ่าที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ร่างกายที่เหมือนประติมากรรมชั้นเลิศและทรัพย์สินมหาศาลทำให้เขาถูกนิยามว่า “สมบูรณ์แบบ” เขาใช้กลิ่นฟีโรโมนที่ดุดันข่มขวัญผู้คนเพื่อสร้างกำแพงล่องหน แต่เบื้องหลังหน้ากากอันแข็งแกร่งนั้นกลับซ่อนความลับที่อาจทำลายชีวิตเขาได้ นั่นคือ “ภาวะแพ้ฟีโรโมนโอเมก้า” อย่างรุนแรง ซึ่งเป็นจุดอ่อนร้ายแรงในการชิงเก้าอี้ผู้บริหาร อคินต้องยืนหยัดอยู่บนคมดาบของความสมบูรณ์แบบ เพราะในสงครามสายเลือดที่เหล่าญาติพี่น้องต่างสวมหน้ากากเข้าหากัน เส้นทางที่ต้องปกปิดนำเขามาพบกับ ปราณ เวชพิสิฐพงศ์ (พีค ภีมพล) คุณหมอผู้รับช่วงต่อดูแลสุขภาพประจำตระกูลต่อจากคุณพ่อ ในสายตาคนนอก ปราณ คือ “เบต้า” ผู้เรียบเฉยและไร้กลิ่นอาย แต่อันที่จริงเขาคือ “โอเมก้าบกพร่อง” ที่ซ่อนตัวตนอยู่ใต้รูปลักษณ์ของคนธรรมดา ทว่าทันทีที่สบตา กฎเกณฑ์ทุกอย่างที่ทั้งคู่เคยยึดถือกลับพังทลาย กลิ่นที่ควรจะทำให้อคินเจียนตาย กลับกลายเป็นแรงดึงดูดที่โหยหาอย่างบ้าคลั่ง ส่วนร่างกายที่เคยด้านชาของปราณก็กลับสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... My Favorite Scent is YouPen Name : หนูน้อยหมวกแดง In a realm where lineage and pheromones dictate power, Akin Dejphokinanan (Pearl Satjakorn) reigns supreme as an Alpha, perched at the pinnacle of a savage hierarchy. His chiseled physique and vast fortune paint him as the epitome of perfection, a figure others both fear and admire. Armed with his powerful pheromones, he casts an intimidating aura that creates an unapproachable barrier around him. Yet, beneath this formidable facade lies a perilous secret: a debilitating allergy to Omega pheromones, a significant flaw in the ruthless competition for high-ranking roles. Akin finds himself teetering on the knife’s edge of flawlessness, navigating a treacherous battlefield where even family members wear deceptive masks. This path of hidden truths leads him to Pran Wechpisitpong (Peak Peemapol), a physician who inherited the family medical practice from his father. To the untrained eye, Pran appears to be a serene and scentless Beta, but beneath his unassuming surface lurks the reality of a "deficient Omega," concealing his true self in plain sight. However, when their gazes collide, all previously established rules shatter. The aroma that should have sent Akin spiraling into madness instead ignites an all-consuming, obsessive attraction. The part of Pran that had long been numb begins to quiver with a newfound life.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... จดหมายแถวกลางนามปากกา : wiedbutromanceโรงหนังเก่าชื่อ Before Dawn Cinema ตั้งอยู่ท้ายสุดของถนนที่ผู้คนเลิกเดินผ่านไปนานแล้ว ป้ายไฟสีส้มหน้าร้านกระพริบติด ๆ ดับ ๆ ราวกับกำลังพยายามหายใจเป็นห้วงสุดท้ายของชีวิต “พบ” เติบโตมากับกลิ่นฝุ่นของเบาะผ้าสีแดง เสียงเครื่องฉายครืดคราดเก่ากรุ และความเงียบที่ครอบครัวทิ้งไว้ เขาเฝ้าโรงหนังแห่งนี้ราวกับเฝ้าความทรงจำที่ไม่ยอมเสื่อมสลาย แล้ว “ฟา” ก็ปรากฏตัวขึ้น ชายแปลกหน้าที่มาซื้อตั๋วรอบสุดท้ายทุกคืน นั่งที่เดิม แถวเดิม กับหนังเรื่องเดิม ราวกับไม่ได้มาดูหนัง หากกำลังรอคอยบางสิ่ง คืนก่อนวันปิดกิจการ พบเดินเข้าไปนั่งข้างเขาในความมืดสลัวของโรงหนัง บนจอภาพ พระเอกกำลังพูดถึงการรอคอยที่ไม่มีวันสิ้นสุด ฟาวางซองจดหมายเก่าไว้บนเบาะข้างตัว ก่อนลุกขึ้นเดินจากไป ท่ามกลางแสงสลัวจากจอหนังที่ยังไม่ดับสนิทดี เมื่อพบหยิบมันขึ้นมา ชื่อบนหน้าซองเลือนจางจนแทบอ่านไม่ออก เหลือเพียงความรู้สึกประหลาดคล้ายเคยสูญเสียบางอย่างไป ณ ที่แห่งนี้ ด้านนอกฝนเริ่มตก ส่วนด้านในยังคงปล่อยให้หนังเรื่องเดิมฉายต่อไป ราวกับบางความทรงจำไม่เคยจบลงจริง ๆ มันเพียงรอให้ใครสักคนกลับมานั่งที่เดิมอีกครั้ง เท่านั้นเองFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Letter from the heart of the ensemblePen Name : wiedbutromance The aging Before Dawn Cinema lingered at the end of a forgotten street, its orange neon sign flickering like a heartbeat fading away. For "Phop," the cinema was intertwined with the musty aroma of the worn red seats, the rhythmic creaks of the ancient projector, and the hushed echoes of his family’s absence. He stood sentinel over the theater, clinging to its enduring essence. Then came "Fa," an enigmatic figure who purchased a ticket for the final showing every night, consistently occupying the same seat in the same row. He didn’t seem there to enjoy the film; rather, he appeared to be waiting for something elusive. On the eve of the cinema's closing, Phop settled beside him in the dim glow of the screen. As their shared story unfolded, the film's lead character spoke of an eternal wait. Fa left an old envelope on the seat next to him as he stood to leave, melting into the shadows. In the fading light, Phop picked it up, only to find the name scribbled on it barely legible, evoking a poignant sense of loss—a feeling that something had slipped through time. Outside, rain began to patter softly, while within the theater, the same film continued to play on, as if some memories were destined to linger on, patiently waiting for someone to return and occupy that same seat once more.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “เพิร์ล - พีค”ที่จะมามอบกลิ่นหอมของความรัก จนกลายเป็น The best ความหอม ให้แฟน ๆ จดจำไปตลอดกาลลล~( First Fanmeet “PearlPeak” ) “พีค” เผยว่า งานแฟนมีตในครั้งที่ผ่านมานั้น เป็นงานแฟนมีตครั้งแรกของทั้งคู่ จึงทำให้ฝึกซ้อมกันค่อนข้างหนัก และใช้ระยะเวลาซ้อมค่อนข้างเยอะ ซึ่งผลประกอบการที่ลงแรงเหนื่อยกันก็ได้รับผลตอบรับที่ดีแบบสุด ๆ บรรยากาศงานมีหลากหลายความรู้สึก ทั้งตื่นเต้น และสนุก เรียกได้ว่าครบรสจริง ๆ ทางด้านของ “เพิร์ล” เผยว่า ซีนที่ประทับใจ และจำจนถึงทุกวันนี้ คือซีนที่ร้องเพลง “ครั้งหนึ่งตลอดไป” ด้วยกันกับแฟน ๆ และตอนร้องเพลงก็ได้ลงไปพบปะแฟน ๆ ร้องเพลงด้วยกันแบบใกล้ชิด เป็นโมนเมนต์ที่น่ารักใจฟูสุด ๆ !( FLOWER BOY World Premiere ) “พีค” เผยถึงความรู้สึกในงานว่า ตนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะลุ้นว่าอยากให้แฟน ๆ ชื่นชอบในผลงานการแสดงของตน อีกทั้งรู้สึกตื่นเต้น เพราะงานนี้เป็นอีกครั้งที่ได้มานั่งดูซีรีส์พร้อมกับแฟน ๆ “เพิร์ล” เสริมว่า ตนนั้นก็ตื่นเต้นเช่นกัน เพราะอยากดูผลงานการแสดงของตัวเอง ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน แล้วแฟน ๆ จะชอบหรือเปล่า และแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่จะได้นั่งดูซีรีส์กับแฟน ๆ แต่ก็ยังคงตื่นเต้นอยู่ตามเคย( จุดเริ่มต้นแห่งความรัก ) งานนี้เหล่าดีเจก็ได้มอบโจทย์ให้ทั้งสองได้เลือกหนึ่งซีนใน EP.1 มาแสดงให้แฟน ๆ ได้ดูแบบสด ๆ เรียล ๆ หน้าไลฟ์กันเลย ซึ่งทั้งสองก็ได้เลือกซีนที่ทั้งคู่ได้เจอกันครั้งแรก และสามารถแสดงออกมาได้น่ารักฮีลใจแฟน ๆ สุด ๆ( Mini Mission “หลงกลิ่น..” ) รายการได้มีมินิเกมสนุก ๆ มาให้ “เพิร์ล - พีค” ได้เล่นกัน นั่นคือต้องให้ทั้งคู่ตอบคำถามในโจทย์ที่ได้รับไปเริ่มที่ข้อแรก “ กลิ่นที่ Favorite ที่สุด คือกลิ่นที่ฮีลใจเราที่สุด? ” โดย “พีค” ก็ได้เลือกเป็น กลิ่นฝน พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นกลิ่นที่มีความชื้น ๆ ดิน ๆ เวลาดมแล้วรู้สึกสบายใจ และสงบ ด้านของ “เพิร์ล” ก็เลือกกลิ่นที่ทำให้ฮีลใจของตนนั้นคือ กลิ่นต้นไม้ พร้อมเผยว่า เวลาไปต่างจังหวัดที่มีต้นไม้เยอะ ๆ แล้วได้กลิ่นต้นไม้ที่มันชื้น ๆ กลิ่นนั้นจะทำตนรู้สึกสบายใจมากข้อสอง “ กลิ่นอะไรที่ทำให้นึกถึงอีกฝ่าย? ” ในข้อนี้ “เพิร์ล” ก็ได้ตอบว่า กลิ่นที่สื่อถึง “พีค” สำหรับตนนั้นคือกลิ่น เด็กอ่อน ๆ เหมือนกลิ่นแป้งเด็กสะอาด ๆ ในด้านของ “พีค” ก็ได้เลือก กลิ่นหนัง เป็นกลิ่นที่ดมแล้วนึกถึงอีกฝ่าย พร้อมให้เหตุผลว่า กลิ่นหนัง มันจะมีความวินเทจ ๆ ดิบ ๆ หน่อย เป็นการอธิบายกลิ่นที่เห็นภาพแบบสุด ๆ !ข้อสุดท้าย “ถ้ามีน้ำหอมที่เป็นกลิ่นของอีกฝ่ายจะตั้งชื่อว่าอะไร? ” ข้อนี้ “เพิร์ล” ได้ชิงตอบก่อนเลยว่า จะตั้งชื่อว่า “Baby Peak” เพราะกลิ่นของพีคเป็นเหมือนกลิ่น เด็กอ่อน ก็เลยได้ชื่อนี้ไปในที่สุด ทางด้านของ “พีค” เผยว่า ด้วยความที่ กลิ่นหนัง มีความดิบ ๆ และวินเทจ จึงได้ตั้งชื่อน้ำหอมว่า “Pearly” เพราะอยากให้มีความคอนทราสต์ โดยคนอาจจะได้ยินแล้วรู้สึกว่ามันน่าจะออกนุ่ม ๆ หวาน ๆ แต่พอเปิดออกมาใช้แล้วดันมีกลิ่นแบบดิบ ๆ วินเทจแทน จะได้เป็นที่จดจำที่ดีและเป็นเอกลักษณ์ของกลิ่นนี้( นิยามกลิ่น.. ซีรีส์ ) ทั้งคู่เผยว่า ช่วงแรกของซีรีส์นั้นจะเป็นกลิ่นหอมดอกไม้อ่อน ๆ แบบดอกที่ยังไม่ได้ผลิบานเต็มที่ต่อมาในช่วงกลางเรื่องจะมีเป็นกลิ่นชื้น ๆ กลิ่นดิน กลิ่นฝนเสริมเข้ามาและในช่วงท้ายซีรีส์ จากกลิ่นดอกไม้อ่อน ๆ ก็จะกลายเป็นกลิ่นดอกไม้ที่ผลิบานอย่างเต็มที่ แต่งานนี้ “พีค” ก็ได้พูดเสริมว่า หรือดอกไม้ดอกนั้นอาจจะเฉาตายไปเลยก็ได้ ไม่แน่ว่าจะมีคนแอบหลุดสปอยหรือป่าวน้าาา อีกทั้ง ทั้งคู่ยังบอกอีกว่าในซีรีส์เรื่องนี้จะมีรสชาติความโรแมนติกมากกว่าดราม่าอีกด้วย อยากให้แฟน ๆ ได้รอติดตามชมตอนถัด ๆ ไปกันน้าา( Location ถ่ายทำแบบจึ้งเกิน! ) ถ้าพูดถึงซีรีส์เรื่องนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่างาน Production และ Location ที่ถ่ายทำนั้นสวยจึ้งมากจริง ๆ โดยหลัก ๆ นั้นจะเป็นฉากที่ถ่ายทำอยู่ในป่า ทั้งคู่เลยบอกว่าทุกความสวยงาของธรรมชาติที่ทุกคนเห็นนั้นล้วนเป็นของจริงทั้งหมด ทำเอาเหล่าดีเจช็อกอึ้งไปตาม ๆ กันนน และ “เพิร์ล” ก็ได้พูดเสริมว่า ในตอนแรกที่ได้รับบทนี้ตนนั้นภูมิใจมาก ๆ เพราะคิดว่าได้ถ่าย Location ที่บริษัท เปิดแอร์เย็น ๆ สบาย ๆ แต่สุดท้ายกลับไม่เป็นเหมือนที่คิด เมื่อต้องมารู้ว่ามีฉากที่ต้องมาแสดงแบบล้มลุกคลุกคลานอยู่ในป่า ซึ่งเหนื่อย และร่างกายเลอะเทอะกว่าบทของ “พีค” ซะอีกและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “เพิร์ล - พีค” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกมชื่อ “Flower Love ดอกไม้นี้ให้แทนใจ”ในเกมนี้ “เพิร์ล-พีค” ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน Youtube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “เพิร์ล - พีค”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เพิร์ล - พีค” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “Flower Boy หลงกลิ่นเกสร” สามารถติดตามรับชมซีรีส์ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่องวัน 31 และรับชมเวอร์ชั่น Uncut ได้ทางแอปพลิเคชัน OneD ที่เดียวเท่านั้น!สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~