ATIME ฟังเพลงออนไลน์ วิทยุออนไลน์ ดูรายการออนไลน์
  • EFM
  • Green Wave
  • Hotwave

News Updates

Podcasts

อังคารคลุมโปง
16 ต.ค. 2026EFM

อังคารคลุมโปง

อังคารคลุมโปง Podcast จากเรื่องหลอนหน้าไมค์ สู่ความขนลุกซู่ x2 จนคุณต้องนอนคลุมโปงฟัง!! ทุกคืนวันเสาร์

กระต่ายตื่นรู้
08 มี.ค. 2024EFM

กระต่ายตื่นรู้

รู้เท่าทันสื่อ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง

Good Jobs
03 ก.พ. 2023Chill On

Good Jobs

Good jobs ไขสเปค ‘คนที่ใช่’ ของ ‘งานในฝัน’ ป๋าเต็ด พาไปบริษัทดัง ล้วงลึกวิธีคัดเลือกพนักงาน ให้รู้ข้อมูลแบบ Exclusive ก่อนที่คุณจะมาสมัครงานจริง ขอให้ได้งานนะครับ! ศุกร์เว้นศุกร์

พาศึกsaid เพศศึกษา
12 ม.ค. 2023EFM

พาศึกsaid เพศศึกษา

PODCAST ที่จะ เปิดห้องเรียน “เพศศึกษา” ยกคำถาม “เรื่องเพศ” เอามา Said กับ “คุณหมอ” คุยได้ทุกเรื่อง ตอบทุกปัญหา เพราะ “เพศศึกษา” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย พูดคุยกับ หมอเต้ นายแพทย์ ณัฐเขต และ หมอโอ๊ต นายแพทย์ วงศกร จาก PULSE CLINIC

EFM

ถึงแม้ในซีรีส์จะเป็นคู่อริกัน แต่ในชีวิตจริง หมิงหมิง - เนปจูน รักกันมาก ๆ เลยล่ะ ! การันตีความน่ารักของคู่ หมาเด็กกับพี่แมวส้ม ที่ถูกต้อง รับประกันได้เลยว่า สองสาวน่ารักจนแฟน ๆ ต้องยิ้มจนแก้มยกแน่นอน ~
26 ต.ค. 2026
EFM FANDOM RECAP

ถึงแม้ในซีรีส์จะเป็นคู่อริกัน แต่ในชีวิตจริง หมิงหมิง - เนปจูน รักกันมาก ๆ เลยล่ะ ! การันตีความน่ารักของคู่ หมาเด็กกับพี่แมวส้ม ที่ถูกต้อง รับประกันได้เลยว่า สองสาวน่ารักจนแฟน ๆ ต้องยิ้มจนแก้มยกแน่นอน ~

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 8 ตุลาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “หมิงหมิง - เนปจูน” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ คารมดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... ช่อนี้… ชอบนะนามปากกา : forjune (ฟอร์ - จูน) คนบางคนส่งดอกไม้ให้คนที่ชอบ แต่ “มิลิน (หมิงหมิง)” เจ้าของร้านดอกไม้กลับมีลูกค้าคนหนึ่งที่ชอบสั่งดอกไม้ให้เธอเองทุกสัปดาห์ “เอาดอกเดิมค่ะพี่มิน แต่ขอเปลี่ยนสีริบบิ้นนะคะ” “จะเอาไปให้ใครเหรอ เนย (เนปจูน) ?” มิลินถามเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่คำตอบยังเหมือนเดิม “ความลับค่ะ” หนึ่งเดือนผ่านไป ดอกไม้สิบสองช่อถูกสั่งและหายไปจากร้านโดยที่มิลินไม่เคยเห็นคนรับสักครั้ง จนวันหนึ่งเธอตัดสินใจตามไปดู และพบว่าเนยนำดอกไม้ทั้งหมดมาวางเรียงกันไว้ที่ม้านั่งหน้าร้าน ก่อนจะหยิบช่อสุดท้ายเดินกลับมา “พี่มินคะ ดอกไม้ทุกช่อที่หนูสั่ง จริง ๆ แล้วหนูตั้งใจให้พี่นะ” มิลินชะงัก “แล้วทำไมไม่ให้ตั้งแต่แรก?” เนยยิ้มเขิน ๆ “ก็พี่บอกว่าร้านมีบริการจัดดอกไม้ตามความรู้สึก หนูเลยค่อย ๆ สะสมความกล้าไปพร้อมกับดอกไม้ไงคะ” เธอยื่นช่อสุดท้ายให้ “ช่อนี้ไม่ต้องมีคำอธิบายแล้วค่ะ เพราะหนูอยากบอกตรง ๆ ว่า…หนูชอบเจ้าของร้าน” มิลินรับช่อดอกไม้ไว้ ก่อนยิ้มแล้วตอบว่า “งั้นพี่คงต้องทำบัตรสมาชิกให้แล้วล่ะค่ะ เพราะลูกค้าคนนี้…พี่อยากให้มาทุกวัน”FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... I like this bouquetPen Name : forjune Some people buy flowers for the ones they admire, but Milin (Mingming), who runs the flower shop, has a customer who places a weekly order just for her. "The flowers can stay the same, but please use a different ribbon color each time," Noey (Neptune) says. "Who are they for, Noey?" Milin asks yet again, but Noey always gives the same reply: "That’s a secret." A month Ges by. Twelve bouquets leave the shop, and Milin never sees who receives them. Then, one day, curiosity gets the better of her, and she follows Noey. She discovers Ney placing every bouquet on the bench outside the shop, then taking the final arrangement and coming back. "Mingming, I ordered all those flowers for you," Noey confesses. Milin stares in surprise. "Then why didn’t you give them to me before?" Noey offers a bashful smile. "You told me the shop makes custom arrangements, so I decided to collect my courage one bouquet at a time," she explains, handing Milin the last one. "This bouquet needs no special message. I just want to tell you myself... I like the shop owner." Milin takes the flowers, smiles, and says, "Then I’ll need to make you a membership card, because I want this customer... to visit every day."FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... มนตรารักต้องห้าม (Forbidden Love Spell)นามปากกา : Phaploysirin ในคืนที่พระจันทร์กลายเป็นสีเลือด “เนปจูน” เจ้าหญิงองค์สุดท้ายแห่งอาณาจักร ถูกคำสาปโบราณ หากเธอมอบหัวใจให้ใครคนนั้นจะต้องตาย เพื่อปกป้องทั้งอาณาจักร เนปจูนจึงถูกส่งไปซ่อนตัวในป่าต้องห้าม ที่ซึ่งเธอได้พบกับ “หมิงหมิง” แม่มดสาวผู้เกลียดราชวงศ์ยิ่งกว่าสิ่งใด “ถอยไปเจ้าหญิง ข้าไม่ช่วยคนของราชวงศ์” หมิงหมิงเอ่ย “งั้นช่วยฉันในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งได้ไหม?” คำตอบนั้นทำให้แม่มดสาวชะงัก หมิงหมิงยอมให้เธอพักอยู่ในกระท่อม และทั้งสองเริ่มออกตามหาวิธีถอนคำสาป ระหว่างทาง เนปจูนได้เห็นด้านอ่อนโยนของแม่มดที่ไม่มีใครเคยรู้ ส่วนหมิงหมิงก็เริ่มรู้ว่าเจ้าหญิงที่เธอเคยเกลียดไม่ได้เหมือนราชวงศ์ที่เคยทำร้ายครอบครัวของเธอเลย เมื่อความจริงถูกเปิดเผย คำสาปนี้คือเวทมนตร์ที่ราชวงศ์รุ่นก่อน สร้างขึ้นเพื่อควบคุมสายเลือดเจ้าหญิงและมีเพียง “รักแท้ที่ราชวงศ์ไม่ยอมรับ” เท่านั้นที่จะทำลายมันได้ ยิ่งสืบความจริง ทั้งคู่ยิ่งใกล้ชิด จนหมิงหมิงรู้ตัวว่าหัวใจของเธอได้เลือกเนปจูนไปแล้ว แต่เมื่อความรักกำลังจะทำลายคำสาป เนปจูนกลับพบว่า ราคาของอิสรภาพคือชีวิตของหมิงหมิง และเธอเองจะยอมให้คนที่เธอรักต้องตายเพื่ออิสรภาพของเธอได้หรือไม่..FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Forbidden Love SpellPen Name : Phaploysirin On the night the moon bled crimson, Neptune, the kingdom’s final princess, fell victim to an ancient curse: anyone who received her heart would lose their life. To keep the kingdom safe, she was sent into hiding in the forbidden forest, where she encountered Mingming, a young witch who despised the royal family above all else. "Move along, princess. I don’t help royals," Mingming said. "Then could you help me—not as a princess, but as a woman?" The unexpected reply left the witch speechless. Mingming eventually let Neptune stay in her cottage, and the two began looking for a way to lift the curse. As they traveled through the forest and searched for answers, Neptune discovered a kindness in Mingming that no one else had ever witnessed. Meanwhile, Mingming slowly understood that the princess she had hated was nothing like the royal family responsible for destroying her own. When the hidden truth finally surfaced, they learned that the former royal family had created the curse to control Neptune’s bloodline. Only "true love that the royal family does not accept" could undo it. With every secret they uncovered, the two drew closer, until Mingming realized that her heart belonged to Neptune. Yet just as their love seemed ready to shatter the curse, Neptune learned the terrible cost of her freedom: Mingming’s life. Now she had to decide whether she could let the woman she loved die so that she could be free...FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ไม่ได้ มาหา ก๋วยเตี๋ยวนามปากกา : pn ตั้งแต่วันแรกที่แม่ให้ย้ายเข้ามาหอใน ไนล์ ก็รู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรเซ็งเท่านี้แล้ว อยู่ข้างนอกสบายกว่าตั้งเยอะ ไนล์เดินผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวร้านโปรด และเหตุผลที่ทำให้ไปร้านนั้นทุกวันก็ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยว แต่เพราะ ยีน ลูกเจ้าของร้าน ยีนหน้าเหวี่ยง พูดน้อย ซื่อ ๆ แต่ถ้าได้ยิ้มละก็... ทำเอาฉันเผลอยิ้มไปด้วย นี่สินะหน้าเหวี่ยงยิ้มหวาน ยีนผู้ไม่สนใจใครแต่ทุกครั้งที่ไนล์เข้าร้าน เธอมักจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมพูดว่า “เล็กน้ำตกเพิ่มไข่” ไนล์ก็ได้แต่แกล้งถามว่า “จำได้ด้วยหรอ” ยีนพยักหน้า “จำได้ค่ะ” “จำอะไรได้บ้างคะ” ไนล์ถาม “ก็เส้นเล็ก น้ำตก เพิ่มไข่1ฟอง แล้วก็... มาทุกวัน” ไนล์ยิ้มตาตี๋ เขินรีบก้มลงไปที่โต๊ะทันที วันนึงไนล์ไม่ได้มาที่ร้าน ยีนกลับมองประตูอยู่ทั้งเช้าเย็น พอวันต่อมาไนล์เดินเข้ามา ยีนก็ถามทันที “เมื่อวานหายไปไหนคะ?” ไนล์ยิ้มกวน ๆ “คิดถึงเหรอ?” ยีนเงียบไป ก่อนตอบเบา ๆ “ค่ะ” ไนล์ชะงักยีนยิ้มหวานกว่าทุกครั้ง “คิดถึงหน้าจืดที่มานั่งโต๊ะเดิมทุกวัน” ไนล์หลุดหัวเราะ แต่ในใจกลับเต้นแรงกว่าทุกครั้ง บางทีเหตุผลที่เธอมาร้านนี้ทุกวัน อาจไม่ใช่เพราะก๋วยเตี๋ยวอีกแล้ว….FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... I didn't come here for noodles.Pen Name : pn From the moment her mother allowed her to move into the dorm, Nile felt as though life had never been more miserable. The world outside was far more comfortable. Every day, Nile passed by her favorite noodle shop—not because the noodles were anything special, but because of Jean, the owner’s daughter. Jean always wore a sullen expression. She was quiet and seemed innocent, but whenever she smiled, Nile couldn’t help smiling too. That was the charm of a grumpy face paired with a gentle smile. Jean, who normally seemed indifferent to everyone, would always look up and say, "Small noodles, waterfall style, with an egg." Nile would tease her, "You remember my order?" Jean nodded. "Yes." "What do you remember?" Nile asked. "Small noodles, waterfall style, one egg, and... you come here every day." Nile smiled bashfully and quickly lowered her gaze to the table. Then, one day, Nile didn’t show up. Jean kept glancing toward the door from morning until evening. When Nile finally walked in the next day, Jean immediately asked, "Where were you yesterday?" With a mischievous smile, Nile replied, "Did you miss me?" Jean was quiet for a moment. Then she answered softly, "Yes." Nile froze, caught off guard. Jean’s smile grew sweeter than ever. "I missed seeing your plain little face at the same table every day." Nile burst out laughing, but her heart was racing faster than it ever had before. Maybe she no longer came to the shop every day for the noodlesFANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... แสงนำพาย้อนเวลากลับมาเพื่อพบเธอนามปากกา : Praew ร้านหนังสือแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท ที่ในสมัยก่อน ( พ.ศ.2523 ) ที่ตรงนี้เคยถูกทิ้งร้าง และต่อมาก็ได้ก่อสร้างเป็นร้านเทปเพลงและมีวิทยุกับโทรทัศน์รุ่นเก่า คุณปู่ผู้ดูแลร้านเทปแห่งนี้มีหลานสาวที่หน้าตาดีใช้ได้ เธอชื่อ นับดาว ( เนปจูน ) คนที่ใคร ๆ เห็น ก็อยากจะเข้ามาจีบ สมัยนั้นถ้าให้จีบก็คงผ่านเพจเจอร์ไม่ก็จดหมายสื่อรัก ฝั่งตรงข้ามคือร้านขายของชำที่มีของเล่นและขนมมากมาย ปัจจุบันร้านขายของชำแห่งนี้ได้โดนทุบและสร้างเป็นเรือนไทยให้เช่า อยู่มาวันหนึ่ง ตังเม ( หมิงหมิง ) กำลังจะเดินทางไปยังร้านหนังสือร้านโปรด จู่ ๆ ระหว่างทางก็รู้สึกมึนหัว ตอนแรกก็กะว่าจะนอนพักแล้วค่อยไปวันอื่นดีกว่า แต่ทำไมวันนี้จิตใจและความคิด ถึงอยากจะไปที่นั่นให้ได้ เมื่อถึงหน้าร้านหนังสือ ตังเมก็ต้องสะดุดตากับอุปกรณ์สื่อสารหน้าตาแปลก ๆ ที่ตกอยู่บนฟุตบาท นั่นคือเพจเจอร์ ที่ปัจจุบัน ( พ.ศ.2569 ) คงไม่มีใครใช้แล้วแน่ ๆ ด้วยความสงสัย ตังเมจึงก้มลงไปหยิบ ในขณะที่หยิบขึ้นมา นิ้วดันไปเผลอกดปุ่ม แสงสว่างวาบโผล่มาจากเพจเจอร์ ไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อแสงนั้นดับลง บรรยากาศรอบข้างก็กลับเข้าสู่ยุค 80s อีกครั้งFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... The light guides me back in time to find her.Pen Name : Praew In 1980, a bookstore in the Sukhumvit area stood abandoned. It was later transformed into a music cassette shop filled with old radios and televisions, run by a grandfather whose lovely granddaughter, Nabdao (Neptune), was admired by everyone who hoped to win her heart. In those days, romance traveled through pagers and handwritten love letters. Across the street, a general store sold toys and snacks. Today, it is gone, replaced by a traditional Thai house available for rent. One day, Tangme (Mingming) was heading to her favorite bookstore when a sudden wave of dizziness stopped her. She had planned to rest and return another day, but something about the store pulled at both her heart and mind. When she arrived, she noticed a peculiar communication device lying on the sidewalk—a pager, the kind of thing no one would use anymore in 2026. Curious, Tangme bent down to pick it up. Her fingers accidentally pressed a button, and a brilliant light burst from the pager. Before she had time to react, the glow vanished. The world around me had returned to the 80s once again.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... Rain in My Heart หากพระเจ้าไม่อนุญาตให้ฝนตกนามปากกา : dekyingauan (เด็ก – หญิง - อ้วน) เมื่อวันเราพบกัน สายฝนที่เคยหลั่งไหลก็กลับหยุดชะงักราวกับมีเวทมนตร์ 'ดาหลา' (หมิงหมิง) ยังคงจำได้ดี ภาพของเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในวันฝนพรำ 'บากิ' (เนปจูน) เธอ...ผู้มาพร้อมกับสายฝนดั่งชื่อเรียก “ถ้าพรุ่งนี้ไม่เจอเรา เธอจะอยู่ได้ไหม” หลายครั้งที่คนเรามักมีคำถามในใจ แต่ไม่กล้าเอ่ยปากออกไปเพราะกลัวในคำตอบ “อยู่ได้ แต่คิดถึง” ฉันคิดว่าฉันโตพอที่จะรู้ว่าสถานการณ์ของเราสองคนในตอนนี้เป็นเช่นไร เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเป็นจริงที่ต้องเผชิญว่าความรักของเรามันเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ความรักของเรา ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา แต่ไม่ถูกต้อง ภายใต้แรงกดดันของครอบครัวที่ยังคงยึดมั่นให้การมีบุตรและการมีครอบครัวคือสิ่งที่ถูกต้องตามหลักสังคมและศาสนา ดาหลาบอกกับฉันเสมอว่า การที่เราได้เจอกันมันเป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดในชีวิตของเขา แสงแดดอ่อน ๆ กับฤดูกาลใหม่คืบคลานเข้ามา ดาหลาจากไปพร้อมกับทิ้งจดหมายที่ใคร่บอกให้ฉันเก็บไว้ดูต่างหน้ายามคิดถึง “เขียนข้อความนี้ไว้ในวันสุดท้ายที่ได้อยู่กับเธอ” “ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด จงจำไว้ว่าเธอยังคงเป็นฝนแรกของเราเสมอ” เราทั้งสองพบกันในวันที่ฝนพรำ และจากกันในวันที่ฝนหยุดFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Rain in My HeartPen Name : dekyingauan On the day we first met, the heavy rain stopped all at once, almost as though magic had touched the sky. Dahla (Mingming) can still clearly picture the girl who stood before her that rainy day: Baki (Neptune). She had arrived with the rain, just as her name seemed to promise. “If we don’t see each other tomorrow, could you go on living without me?” People often ask themselves this question but keep it unspoken, afraid of what the answer might reveal. “I could, but I would miss you.” I believed I was old enough to understand where we stood. We could no longer deny the truth: our love was not acceptable. It was love between the right people, in the right place, at the right time—but it still wasn’t right. Our families continued to believe that marriage, children, and a family were the proper path dictated by society and religion. Even under that pressure, Dahla always told me that meeting me had been the greatest luck of her life. Soft sunlight began to appear, and a new season quietly arrived. Then Dahla left, leaving behind a letter for me to keep and read whenever I missed her. “Write this on the last day we spend together.” “Wherever you are, remember that you will always be our first rain.” We met beneath the rain and said goodbye when it finally stopped.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “หมิงหมิง - เนปจูน”ที่จะมาแจกเคมีคู่ตรงข้ามแต่ลงตัวให้ทุกคนได้จิกหมอนฟินกันไปตาม ๆ กันนน ~( วันรับปริญญาของพี่เนปจูน ) ไม่นานมานี้ “เนปจูน” เพิ่งรับปริญญาไป “หมิงหมิง” ก็ได้ให้ปีกนางฟ้า และมงกุฎไป ด้วยความที่โดยส่วนตัวแล้ว “หมิงหมิง” ชอบของน่ารัก แบ๊ว ๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย ทำให้อยากสานฝันให้ตัวเอง ประกอบกับ “เนปจูน” มีงานพอดีเลยชวนมาเป็นนางฟ้าด้วยกันซะเลย ติดปีกน่ารักเป็นนางฟ้าคู่กัน( ทั้งคู่คือขั้วตรงข้ามกันสุด ๆ ! ) หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า “หมิงหมิง” จะเป็นสายห้าว ลุย ๆ และ “เนปจูน” จะเป็นคนน่ารักติดแบ๊ว แต่ในความจริงแล้ว “หมิงหมิง” เป็นคนที่ติดแบ๊วมาก ชอบของกุ๊กกิ๊กน่ารัก แถมยัง Sensitive กับคนรอบข้าง ขัดกับ “เนปจูน” ที่จริง ๆ แล้วเป็นนักบาส ห้าว ๆ และออกแมนไปเลย ทำให้เวลาอยู่เฉย ๆ หน้านิ่งก็เหมือนกับกำลังดุหรือวีนอยู่ ทั้ง ๆ ที่ “เนปจูน” อาจจะแค่นั่งเหม่ออยู่เฉย ๆ ทำให้ช่วงแรก ๆ ก็แกล้งดุ “หมิงหมิง” ไปบ้าง เป็นอารมณ์ทีเล่นทีจริง แต่ “หมิงหมิง” แยกไม่ออกก็เก็บไปนอย ทำให้ตอนนั้น “เนปจูน” เพิ่งรู้ว่า “หมิงหมิง” เป็นคนตัวเล็กใจน้อย นึกว่าจะเป็นสายลุย ๆ แมน ๆ เหมือนกัน( หมิงหมิงเจ้าชู้จริงหรือไม่ ?! ) มีแฟนคลับชอบบอกว่า “หมิงหมิง” เป็นคน ‘เจ้าชู้’ เพราะเห็นว่าไป Follow ไอจีผู้หญิงสวย ๆ นั่นทำให้ “หมิงหมิง” ขอแก้ข่าวให้กับตัวเองว่า จริง ๆ แล้วผู้หญิงสวย ๆ ที่ทุกคนเห็นก็คือพี่ ๆ ในวงการนั่นแหละ เพราะบางคนเราก็ติดตามผลงานเลยกด Follow ไป ไม่ได้มีอะไรเลย ทำให้ “หมิงหมิง” ให้คะแนนความขี้หึงของ “เนปจูน” ไปมากกว่า 10/10 เลย เพราะถึงแม้เจ้าตัวจะบอกว่าไม่ขี้หึง แต่จากการกระทำที่เกิดขึ้นแล้ว “หมิงหมิง” ขอยืนยันว่าไม่จริง “เนปจูน” เป็นคนที่ขี้หึงมาก ถ้าเห็นแล้วจะถามเลย แผ่รังสีให้คนรอบข้างรู้ว่าเขาไม่โอเค ต้องบอกเขาตอนนั้นเลยว่าไปทำอะไรมา แต่ “เนปจูน” ก็รีบแย้งว่าที่ถามเพราะแค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเฉย ๆ อย่างเรื่อง Follow ไอจีผู้หญิงสวย ๆ ถ้าเป็น “เนปจูน” ก็คงดูเฉย ๆ ไม่ได้กด Follow ไปเหมือนกัน( ฉายาหมาเด็กกับแมวส้ม ) จากฉายา ‘หมาเด็ก - แมวส้ม’ มันก็มาจากโมเมนต์ที่ “หมิงหมิง - เนปจูน” อยู่ด้วยกันจริง ๆ เพราะ “หมิงหมิง” ก็ชอบเข้ามาอ้อน “เนปจูน” อยู่ตลอด บางทีนั่งเล่นอยู่ข้างกันก็เอาหัวมาถูออดอ้อนกัน “เนปจูน” ก็ได้แต่นั่งยิ้มนิ่ง ๆ ถึงแม้ว่าตอนแรกจะไม่ค่อยยินยอม แต่หลัง ๆ ก็ปล่อยให้ “หมิงหมิง” อ้อนไปเลย ทำให้ “หมิงหมิง” อธิบายว่าตัวเองเป็นคนที่รู้สึกอะไรก็จะแสดงออกไปเลย อยากให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าเรารู้สึกยังไง( ผลงานในอนาคตที่อยากมีร่วมกัน ) ในอนาคตถ้าจะได้ทำอะไรด้วยกัน “หมิงหมิง” ก็มีอะไรที่อยากจะทำกับ “เนปจูน” เยอะมาก ๆ ด้วยความที่เราเพิ่งมาเจอกัน เพิ่งได้มาเป็น Partner กัน ทำให้มีอะไรหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำด้วยกัน “เนปจูน” เลยเสริมว่า รายการ Reality ก็น่าสนใจ เพราะเวลาที่ “หมิงหมิง - เนปจูน” อยู่ด้วยกันหลังกล้องมันสนุกมาก ๆ จนอยากให้มีกล้องวงจรปิดถ่ายเอาไว้เลย ทุกอย่างมันสนุกมาก และสามารถออกอากาศได้จริง[ เซ็ตคำถามพิเศษ : มนรรร หมิงเนปรอรักในโรงเรียน ]( สถานที่ไหนในโรงเรียนที่จะเป็นจุดนัดพบหลังเลิกเรียนที่รู้กันแค่สองคน ? ) สำหรับ “หมิงหมิง” ก็จะเป็น ‘ห้องสมุด’ เพราะเป็นสถานที่ที่เงียบ ๆ เลยสามารถงีบนอนหลับได้ ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบที่ที่เงียบสงบด้วย ขัดกับ “เนปจูน” ที่มาแนวสไตล์นักกีฬาเลยก็จะเป็นที่ ‘หลังสนามบาสหรือสนามบอล’ เพราะคิดว่าจะเป็นที่ที่วัยรุ่นจะมาเจอกันหลังเลิกเรียน( เมนูไหนที่เป็นเมนูโปรดของอีกฝ่ายในโรงอาหาร ? ) “เนปจูน” มองว่า “หมิงหมิง” จะชอบเมนูเส้น ๆ ก็คงจะเป็นเมนู ‘บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป’ แต่ถ้าไม่มีก็จะเป็นเมนู “หมิงหมิง” ส่วน “หมิงหมิง” คิดว่าเมนูโปรดของ “เนปจูน” จะต้องเป็น ‘อาหารสุขภาพประเภทต้มหรือน้ำพริกภาคเหนือ’ เพราะวันก่อนเพิ่งเห็น “เนปจูน” กินน้ำพริกอ่อง ซึ่งเป็นเมนูที่ “หมิงหมิง” วัยประถมไม่ชอบเลยเวลาเจอเมนูนี้ และคิดมาโดยตลอดว่าไม่อร่อย จนเห็นวันนั้นว่า “เนปจูน” เห็นแล้วก็รู้สึกคุ้น ๆ ว่าเป็นเมนูที่ตัวเองไม่ชอบแต่ “เนปจูน” จะชอบกินอะไรแบบนี้หรอ สุดท้าย “หมิงหมิง” ก็แซวว่า “เนปจูน” ชอบกินเมนูสูงอายุ และชอบกินมะระอีกด้วย( วันกีฬาสีอีกฝ่ายจะอยู่สีอะไร และทำตำแหน่งอะไร ? ) “เนปจูน” มองว่า “หมิงหมิง” จะอยู่สีเหลือง เพราะเขาสดใสเหมือนสีเหลือง และทำหน้าที่ตีกลอง ผู้นำเชียร์ แล้วมีไม้กลองมาแอ็คเท่ กึง ๆ เลยล่ะ ซึ่ง “หมิงหมิง” เล่าว่าตรงข้ามกับชีวิตจริงมาก เพราะตัวเองเป็นเชียร์ลีดเดอร์และอยู่สีฟ้ามาโดยตลอด และ “หมิงหมิง” ก็คิดว่าสำหรับ “เนปจูน” แล้วก็จะอยู่สีเหลือง เพราะเหมาะกับสีเหลืองมาก ส่วนตำแหน่งก็จะเป็นคนที่นั่งเฉย ๆ นั่งสวยไปโดยไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าต้องมีซักตำแหน่งก็คงให้เป็นนักกีฬา ตัวตึงตัวทำคะแนนให้สีเลย แล้วก็จะมีเด็ก ๆ กรี๊ดเชียร์อยู่ข้างสนาม( ถ้าหมิงหมิง เป็นรุ่นน้องม.4 ที่แอบชอบพี่เนปจูน ม.6 จะบอกชอบหรือแอบรักต่อไป ? ) ถ้าจากนิสัยของ “หมิงหมิง” เองก็จะเลือกเงียบ ไม่บอกและแอบชอบต่อไป จะเป็นคนที่แอบชอบและไม่ชอบเริ่มก่อน เพราะคิดว่าการได้แอบใครชอบสักคนมันก็โอเคแล้ว ต่างจาก “เนปจูน” ที่จะเป็นคนที่แอบทำอะไรสักอย่างให้เขารู้ว่าชอบ จะหาโอกาสบอกเป็นนัย ๆ ไปเลยว่าแอบชอบนะ ถ้าเขาไม่ได้คิดอะไรกลับก็เป็นเพื่อนพี่น้องกันต่อไปได้ ไม่ได้คิดอะไรเยอะ( กว่าจะมาเป็นโตเกียวในทุกวันนี้ ) “เนปจูน” เคยพูดเอาไว้ว่ากว่าจะได้ “หมิงหมิง” มารับบท ‘โตเกียว’ ในทุกวันนี้ ก็เรียกแคสมาหลายคนมาก ๆ นับดูดี ๆ แล้วก็น่าจะมากกว่า 10 คนเลย “หมิงหมิง” เลยบอกว่าตัวเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์ในการแสดงขนาดนั้น แต่พอได้มา Workshop กับ “เนปจูน” ก็รู้สึกคลิ๊กกันตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องปรับตัวอะไรเยอะเลยถึงแม้จะเพิ่งได้มาเล่นคู่กันครั้งแรกก็ตาม( ถ้าทั้งสองตระกูลไม่ได้เป็นคู่อริกัน จะเป็นยังไง ? ) “เนปจูน” คิดว่า ‘โตเกียวและบลู’ จะช่วยกันติวหนังสือสอบ และได้ไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกัน ถึงแม้จะดูไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่ “เนปจูน” ก็ปิดท้ายสวย ๆ ว่า ‘ความรักมันก็เรียบง่ายแบบนี้แหละ’( ฉาก Love Scene ที่เผ็ชสุด ๆ ) “เนปจูน” บอกว่าในตอนแรกคิดว่ายากแน่นอน เพราะน่าจะต้องมีหลายองค์ประกอบกว่าจะออกมาเป็น Love Scene ที่ได้เห็นกัน แต่พอได้ไป Workshop ด้วยกันกับ “หมิงหมิง” ก็อดแซวไม่ได้ว่าน้องเต็มใจที่จะทำสุด ๆ ทำให้ “หมิงหมิง” รีบแย้งเลยว่าที่ตัวเองเต็มใจจะทำเพราะได้ผ่านการ Workshop ที่ดีมาแล้ว และตอนที่กำลังถ่ายทำทุกคนทำงานเป็นระบบ และ Professional สุด ๆ เลยรู้สึกสบายใจที่จะแสดงออกมาถึงแม้ว่าจะไม่มีประสบการณ์มาก่อน แต่หลังจากถ่ายทำเสร็จก็รู้เลยว่าซีนนี้จะออกมาดี “หมิงหมิง - เนปจูน” รู้สึกดีสุด ๆ กับฉากนี้ที่ออกมาดี( โตเกียวไส้ใหม่ ๆ ที่รู้กันแค่สองคน ) ในซีรีส์มี ‘โตเกียวไส้ครีม’ เป็นของแทนใจของทั้งคู่ เพราะฉะนั้นในชีวิตจริงก็จะมีของแทนใจเป็นโตเกียวไส้ใหม่ ๆ ให้กันและกัน เริ่มที่ “หมิงหมิง” ก็จะให้ ‘โตเกียวไส้หนําเลี๊ยบ’ กับ “เนปจูน” เพราะจำได้ว่าในตอนนี้ถ่ายคลิปร้องเพลง Cover ด้วยกันเห็น “เนปจูน” สั่งเมนูหนําเลี๊ยบมากินที่ร้านอาหารเลยขอชิมไปก็รู้สึกว่าเค็ม ๆ อร่อยดี ส่วน “เนปจูน” ก็จะให้ ‘โตเกียวไส้มินต์ช็อกและโรยด้วยหมี่กรอบที่ใส่ในข้าวซอย’ เพราะน้องชอบกินอะไรแปลก ๆ และชอบเอาของหวานกับของคาวมาผสมกินด้วยกัน ทำให้ “หมิงหมิง” อดแซว เนป กลับไม่ได้ว่าตัวเองก็ชอบกินเค็มมาก ๆ ชอบแอบกินเกลือเพียว ๆ ตอนประถมด้วยและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “หมิงหมิง - เนปจูน” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกมชื่อว่า “School of Love โรงเรียนสอนรัก”ในเกมนี้สาว ๆ ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “หมิงหมิง - เนปจูน”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “หมิงหมิง - เนปจูน” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ Juliet Juliet ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่องวัน 31 และดูเวอร์ชั่น Uncut เวลา 21.30 น. ทางแอปพลิเคชัน oneD , GagaOOLala และฝาก “JULIET JULIET” FINAL EP. FAN SCREENING วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคมนี้ด้วยน้าสามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

หยุ๊ดดดดดดด! คุณพี่จะสปอยอะไรนักหนา! ขอวิธีหลบสปอยหน่อยค่ะ - Highlight พุธทอล์คพุธโทร 21 ตุลาคม 69
26 ต.ค. 2026
พุธทอล์ค พุธโทร

หยุ๊ดดดดดดด! คุณพี่จะสปอยอะไรนักหนา! ขอวิธีหลบสปอยหน่อยค่ะ - Highlight พุธทอล์คพุธโทร 21 ตุลาคม 69

อยากโทรเข้ามาในรายการ มาฝากเรื่องได้เลยตามช่องทางดังนี้ 1. โทร. 026658373 (ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น.) 2. Inbox มาที่ Facebook Fanpage EFM STATION 3. https://www.atime.live/efm ทีมงานรออ่านทุกเรื่องอยู่น้า #พุธทอล์คพุธโทร #EFM94 #คลื่นวิทยุอีเอฟเอ็ม94

แฉข่าวเช้า 26 ตุลาคม 2569
26 ต.ค. 2026
แฉข่าวเช้า

แฉข่าวเช้า 26 ตุลาคม 2569

แฉข่าวเช้า 23 ตุลาคม 2569 พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

Green Wave

Hotwave

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18
03 ก.พ. 2026
Events

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18

ว้าวุ่นมาทั้งปี มารับวิตามิน SEA กันป่ะล่ะ !!ปลายปีนี้... EFM94 และ Chill Online จะพาคุณไปมันส์อีกครั้งกับมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเลกับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18 BY โซดา LEOมันส์ไปกับ 6 ศิลปิน ...NONT TANONT / PARADOX / MEAN / ROOFTOP / SLAPKISS / THE MOUSSESเตรียมแดนซ์ให้ยับกับ DJ PU บนเวที EDM สไตล์ EFM และ เหล่าดีเจจาก EFM94 และ CHILL ONLINEเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นี้ที่ หาดแหลมเจริญ จังหวัด ระยองห้ามนำเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าภายในงาน ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายเตรียมตัวกันให้พร้อม!! 16 ตุลาคมนี้เปิดให้กด REDEEM บัตรกันแล้วขั้นตอนการ Redeem Ticket!! บอกเลยว่า #งานนี้ฟรี!!- เพียงแค่ล็อกอิน เปิดแอป Application AtimeFungFin- เริ่มสะสมพ้อยได้แล้ววันนี้ ผ่านการฟัง Application ATIMEFUNGFIN !!1 นาที = 1 Point สะสมครบ 2,000 Point แลก Wristband ได้ 2 ใบ สามารถเข้างานได้ 2 คน(1 Account/1 สิทธิ์)ดาวน์โหลด Application : ATIME FUNGFIN รอไว้ได้เลย ทั้งระบบ IOS และ Androidพิเศษเฉพาะใน Application ATIMEFUNGFIN เท่านั้น!! รีบชวนเพื่อนด่วน #บัตรมีจำนวนจำกัด

“PURPEECH” เสิร์ฟซิงเกิลใหม่รับต้นปี “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เตรียมซ้อมร้อง ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ 21 มิถุนายน นี้
23 ม.ค. 2025
News

“PURPEECH” เสิร์ฟซิงเกิลใหม่รับต้นปี “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เตรียมซ้อมร้อง ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ 21 มิถุนายน นี้

“PURPEECH” 5 หนุ่ม อินดี้ป็อปส่งตรงจากเชียงใหม่ สังกัดค่ายเพลง MILK! BKK Music Label นำทีมโดย “เรฟ” – ศราวุฒิ สุยะเขต” (ร้องนำ), “ยีนส์” - ภูริช สมชื่อ (คีย์บอร์ด), “เซ็นต์” - สิทธิโชค ตาสา (กีตาร์), “คอมพ์” - ทรรศนะ เพ็ญจันทร์ (เบส), และ “เจมส์” - จักรพรรณ ธนาศุภณัฏฐ์ (กลอง) เจ้าเพลงสุดฮิตขวัญใจ GEN Z มากมาย และเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก “PurfectPeech” ที่มีเพลงฮิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “ทิ้งไว้อย่างพอใจ”, “หากเพียงจะขอ”, “ภาพถ่ายจากวันวาน”, “อาจเป็นเพราะฉันเอง”, “รักรออยู่ไม่ไกล” และ “นี่ฉันเองคนที่… (It’s me)” เพลงคลั่งรักแบบเต็มอัตราและก่อนที่ทุกคนจะไปม่วนจอยกับ “PURPEECH” ในคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในชีวิต ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายน นี้ พวกเขาทั้ง 5 ขอส่งซิงเกิลใหม่ “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เอาใจคนโดนหลอกให้รัก ที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่อยากฝากบอกคนใจร้าย ซึ่งเข้ามาปั่นป่วนให้ว้าวุ่นไปทั้งหัวใจ กับการเจอไม้เด็ดมัดใจด้วยคำหวาน ทำให้ใจอ่อนจนตกหลุมรักอย่างง่ายดายซึ่งเพลงนี้เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งเพลงน่ารัก ๆ กับเนื้อเพลงขี้เล่นที่เลือกใช้คำว่า “ตกกะใจ” เพื่อให้ดูมีความสนุก มาพร้อมกับดนตรีและซาวด์ย้อนยุควินเทจ ที่ได้ “TONHON” หรือ ต้นหน - ตันติเวชกุล นั่งแท่นโปรดิวซ์ให้อีกด้วย ซึ่งเป็นการทำงานที่เข้ามาเติมสีสันให้เพลงของพวกเขาดูมีมิติมากขึ้นมากไปว่านั้น “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” จะเป็นเพลงแรกที่แฟนเพลงจะได้ฟังเสียง “เซ็นต์” (กีตาร์) ร่วมร้องนำ กับ “เรฟ” อีกด้วยเรียกได้ว่าเริ่มต้นปีนี้ ฮีเสิร์ฟทั้งเพลงใหม่ ทั้งคอนเสิร์ตใหญ่แบบฉ่ำ ๆ เหล่าทานตะวันปักหมุดรอรายละเอียดเพิ่มเติม วอร์มนิ้วรอกดบัตร และซ้อมคอร้องเพลง “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” ไปพร้อม ๆ กันในคอนเสิร์ตได้เลยซ้อมร้องเพลง “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” ได้ทุกสตรีมมิ่ง : https://bfan.link/PURPEECH-Oops และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ “PURPEECH” ผ่านทาง https://www.facebook.com/MILK.artistserviceplatform และ https://www.instagram.com/purpeechpurpeech

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน
23 ม.ค. 2025
News

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน

"เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา” ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพันบทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปีโดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform

Atime Showbiz

ROOKIE DIVOS CONCERT
09 มิ.ย. 2026
Ticket Now

ROOKIE DIVOS CONCERT

ปรากฎการณ์ครั้งสำคัญแห่งวงการคอนเสิร์ต กำลังจะเกิดขึ้น!!เมื่อเส้นเสียงจาก “7 DIVOS รุ่นใหม่ แห่งยุค 2026” โคจรมาพบกันATIMESHOWBIZ เตรียมสะกดทุกโสตสัมผัส..ในอาณาจักรแห่งเสียงเพลงROOKIE DIVOS CONCERT“คอนเสิร์ตรวมเมนคนโปรด ในโหมดหูเคลือบทอง”วอร์ วนรัตน์ ศิลปินตัวท็อปสายอาร์ต ความสามารถครบจบในคนเดียว!!ต้าห์อู๋ พิทยา ศิลปินทรงพลัง All Rounder แห่งวงการเพลงไทยเก่ง หฤษฎ์ ศิลปิน Rising star ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งปี !!แจ๊คกี้ จักริน ศิลปินผู้ปลุกกระแส T-POP พร้อมความสามารถมากมายนุนิว ชวรินทร์ ลูกชายแห่งชาติสุดคาริสม่า กับฉายา “ไข่มุกแห่งเอเชีย”มาร์คคริส BUS ศิลปินรุ่นใหม่ขวัญใจเจน Z เมนร้องที่ฮอตที่สุด !!คอปเปอร์ BUS ศิลปินคลื่นลูกใหม่เสียงใส ที่ครองใจคนทั้งประเทศ!!มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน“ปรากฏการณ์คอนเสิร์ตรวม T-POP สาย Vocal” ไปด้วยกัน!!วันเสาร์ ที่ 26 กันยายน 2026 ที่ BITEC LIVEราคาบัตร : 5,200 / 4,700 / 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 และ 2,700 บาทขายบัตร 27 มิถุนายน 2026 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป)ทาง ThaiticketmajorLink ขายบัตร : https://bit.ly/RookieDivosConcert#ROOKIEDIVOSCONCERT#WarWanarat #DAOU #KengHarit #JackieJackrin#NuNew #MARCKRIS #COPPERdechawatติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ #ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง______________________________________________________________________________________เงื่อนไขการจำหน่ายบัตร1. เปิดจำหน่ายบัตรบนช่องทาง Online วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 เริ่มเวลา 10:00 น. เป็นต้นไป ทาง www.thaiticketmajor.com เท่านั้น (ระบบคิวออนไลน์จะแสดงที่หน้าเว็บไซต์ตั้งแต่เวลา 09:00 น. และจำหน่ายบัตรเวลา 10:00 น. เป็นต้นไป)2. เปิดจำหน่ายบัตรทุกช่องทางตามปกติ วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เริ่มเวลา 10:00 น. เป็นต้นไป ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา3. จำกัดการซื้อบัตรไม่เกิน 4 ใบ ต่อการทำรายการซื้อ 1 ครั้ง 4. ช่องทางรับชำระเงิน4.1 สำหรับการซื้อบัตรผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต 4.1.1 การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต, บัตรเดบิต, True Money Wallet, Shopee Pay, Alipay, Wechat pay , QR Promptpay จะมี processing fee 3% 4.2 สำหรับจุดจำหน่าย 11 สาขาหลัก / Major-EGV 4.2.1 การชำระผ่านบัตรเครดิต, บัตรเดบิต จะมี processing fee 3% 4.2.2 การชำระด้วยเงินสด ไม่มี processing fee หรือ scan QR Promptpay จะมี processing fee 3%5. มีค่าธรรมเนียมการออกบัตรใบละ 30 บาท (บัตรกระดาษ) *รับบัตรแข็งที่ระลึกหน้างาน*6. การรับบัตร 6.1 การซื้อบัตรที่จุดจำหน่าย หรือบนเว็บไซต์ ที่เลือกการรับบัตรด้วยตนเอง สามารถนำหลักฐานการรับบัตร มาที่จุดจำหน่าย 11 สาขาหลัก ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2569 จนถึง 20 กันยายน 2569 หลังจากนั้นสามารถรับได้ที่หน้างานแสดง6.2 การซื้อบัตรบนเว็บไซต์ที่เลือกแบบจัดส่งทางไปรษณีย์ (ค่าบริการ 80 บาท ต่อ 1 คำสั่งซื้อ เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น) จะเริ่มจัดส่งบัตรตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป7. ไม่จำกัดอายุผู้เข้างาน / เด็กส่วนสูงเกิน 100 ซม. ต้องซื้อบัตรเข้าชมการแสดง8. กรณีบัตรสูญหายทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการออกบัตรให้ใหม่ทุกกรณี9. ทางผู้จัดงานไม่อนุญาตให้นำบัตรไปใช้ประโยชน์ทางการค้า การทำโปรโมชั่นกับสินค้า เช่น การลด, แลก, แจก, แถม เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากทางผู้จัดงาน10. หากซื้อจากช่องทางอื่น ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น11. ทางผู้จัดงานขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า----------------------------------------------------------* ภายในงานมีการบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอของผู้ที่มารับชมในงานเพื่อเผยแพร่สื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทางออนไลน์และสื่ออื่น ๆ ในเชิงพาณิชย์โดยไม่กำหนดระยะเวลาในการเผยแพร่ศิลปิน

GOTCHA POP 4 CONCERT
19 ก.พ. 2026
Ticket Now

GOTCHA POP 4 CONCERT

GOTCHA POP Concert คือที่สุดของ “เวทีโชว์ Performance แห่งปี” ที่ทุกด้อมต้องมาดูสักครั้งในชีวิต” !!!มาเติมฟินแบบทะลุ Rank กับ คอนเสิร์ต T-POP รวม”ตัวแรง” และ”ตัวแรร์” ที่เรารวมไว้ในงานนี้งานเดียวใน “GOTCHA POP CONCERT ครั้งที่ 4 ”เสิร์ฟครบทุกเวลความฟิน กับ 11 ศิลปิน T-POP ดาเมจแรงระดับอัลติที่คัดมาให้กรี๊ดแบบแน่นฮอลล์ พบกับรุ่นใหญ่ Boss Level แห่ง T-POPTRINITY ตำนานที่อยากเจอทุกปี TRIO ตัวเมพสุดแรร์ที่แฟน ๆ อยากให้กลับมา On Stage มากที่สุด !รุ่นเสาหลัก T-POP ระดับเมกะฮิตPiXXiE 3 ภูติจิ๋วตัวจี๊ดคาริสม่าระดับอัลติ ! เตรียมปล่อยของตกชาวด้อมด้วย Performance สุดจึ้ง !!PROXIE Boy Group แถวหน้าของวงการ ! Performer เบอร์ต้นโคตร Active เก็บครบทุกไวรัลสุดแมส !!PERSES Boy Group สายฟาด ! การันตีตัวพ่อ Performance เก็บทุก Beat ชวนกรี๊ดทุก Stage !! LYKN Boy Group จ่าฝูงสุดแมส ! All Rounder หัวแถว ผู้เสิร์ฟ Performanceสุดเริ่ดไฟลุกทุกครั้งที่ได้ดู !!JASP.ER Boy Group ตัวแรร์ ดาเมจแรงแห่งปี ! เตรียมเสิร์ฟอินเนอร์สุด sexy ที่จะมาขยี้ stage ให้แหลกคึ !!!รุ่นใหม่ Rising Wave คลื่นลูกใหม่ T-POP ที่พร้อมซัดทุกคนเข้าด้อมDEXX Boy Group สายคาริสม่า ! ที่จะมาทำให้หัวใจเต้นแรงไปกับ Performance และ Visual ระดับอัลติพร้อมกันยกฮอลล์ !!FELIZZ Girl Group แก๊งเหมียว Gen Z ! จัดเต็ม Performance สุดเริ่ด จงรัก-จงหลงในทุกเวที !!VVV Boy Group น้องใหม่ สุดUnique แมสแตกตั้งแต่ยังไม่เดบิวต์ ! คาริสม่าระเบิดระเบ้อ เตรียมโดนตกแบบ Triple ได้เลย !!CLO’VER Boy Group สุด Fresh ทะลุปรอท ! เตรียมบูสต์เอนเนอร์จี้ พร้อมเขย่าใจมัมหมีเต็มพิกัด!! รอเติม #CLO_VER ได้เลย !!FAVIQ Rookie น้องใหม่สาย Swag ที่น่าจับตามอง !! Performance ดีฉ่ำ ทำถึง ตัวตึงรุ่นใหม่แห่ง T-POP!เตรียมอัพเซิร์ฟความสนุกครั้งใหม่ เดือดสะใจกว่าเดิม ทั้ง Dance-Vocal และ ไฮไลท์แห่งปีที่ทุกด้อมรอคอย Exclusive Only At GOTCHAPOP กับ “Hidden Show” collab stage สุดเซอร์ไพรส์ที่นี่ที่แรก ปีที่แล้วว่าฮ็อปแล้ว ปีนี้ยิ่งกว่า!! จะมีโชว์อะไรบ้าง รอติดตามได้เลย! !Game On : 6 มิ.ย. 2026 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Exibition Hall 3-4,ชั้น G)ราคาบัตรยืน : 2,700 บาทบัตรนั่ง : 4,200 / 3,700 / 3,200 / 3,000 / 2,700 / 2,200 และ 1,700 บาท จำหน่ายบัตร 7 มีนาคม (เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป) ทาง ThaiticketmajorLink ซื้อบัตร : https://bit.ly/Gotchapop4ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่FACEBOOK PAGE : Gotcha Pop ConcertIG,X : Atimeshowbiz_________________________________________________________เงื่อนไขการจำหน่ายบัตร1. เริ่มจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 10:00 น. ทุกช่องทาง2. จำกัดการซื้อบัตรไม่เกิน 4 ใบ ต่อการทำรายการซื้อ 1 ครั้ง*ไม่มีการรันคิวสำหรับการซื้อบัตร*2.1 สำหรับการซื้อบัตรผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต 2.1.1 การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต, บัตรเดบิต, True Money Wallet, Shopee Pay, Alipay, Wechat pay , QR Promtpay จะมี processing fee 3%2.2 สำหรับจุดจำหน่าย 11 สาขาหลัก / Major-EGV 2.2.1 การชำระผ่านบัตรเครดิต, บัตรเดบิต จะมี processing fee 3% 2.2.2 หากชำระด้วยเงินสด หรือ scan QRcode จะไม่มี processing fee* โซนบัตรยืนจะมีการรันคิวเข้าฮอลล์ และจะเรียงตามลำดับการชำระเงินสำเร็จ* 3. มีค่าธรรมเนียมการออกบัตรใบละ 30 บาท (บัตรกระดาษ) *รับบัตรแข็งที่ระลึกหน้างาน* 4. การรับบัตร 4.1 การซื้อบัตรที่จุดจำหน่าย หรือบนเว็บไซต์ ที่เลือกการรับบัตรด้วยตนเอง สามารถนำหลักฐานการรับบัตร มาที่จุดจำหน่าย 11 สาขาหลัก ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม จนถึง 29 พฤษภาคม 2569 หลังจากนั้นสามารถรับได้ที่หน้างานแสดง 4.2 การซื้อบัตรบนเว็บไซต์ที่เลือกแบบจัดส่งทางไปรษณีย์ (ค่าบริการ 60บาท ต่อ 1 คำสั่งซื้อ เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น) จะเริ่มจัดส่งบัตรตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป5.ไม่จำกัดอายุผู้เข้างาน / เด็กส่วนสูงเกิน 100 ซม. ต้องซื้อบัตรเข้าชมการแสดง6. กรณีบัตรสูญหายทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการออกบัตรให้ใหม่ทุกกรณี 7. ทางผู้จัดงานไม่อนุญาตให้นำบัตรไปใช้ประโยชน์ทางการค้า การทำโปรโมชั่นกับสินค้า เช่น การลด, แลก, แจก, แถม เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากทางผู้จัดงาน 8. หากซื้อจากช่องทางอื่น ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น 9. ทางผู้จัดงานขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ---------------------------------------------------------- * ภายในงานมีการบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอของผู้ที่มารับชมในงาน เพื่อเผยแพร่สื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทางออนไลน์และสื่ออื่น ๆ ในเชิงพาณิชย์ โดยไม่กำหนดระยะเวลาในการเผยแพร่

DISCTOPIA CONCERT
10 ก.พ. 2026
Ticket Now

DISCTOPIA CONCERT

พฤษภาคมนี้ ATIMESHOWBIZ เตรียมเสิร์ฟคอนเสิร์ตในฮอลล์ครั้งแรก!! ที่รวมไลน์อัพศิลปินโดนใจวัยรุ่นยุค 2000’s ไว้มากที่สุดงานนี้งานเดียว ที่DISCTOPIA CONCERT“ปรากฏการณ์รวมศิลปินโคตรฮิต ยุคแผ่นดิสก์ถล่มเมือง”จัดเต็ม 9 ชม. กับเพลงดังร้องตามได้ จากศิลปินยุค 2000’sพร้อม Burn ความทรงจำด้วย Playlist ที่คุณคิดถึง..1. BANK PREETI ศิลปินชายกับสไตล์สุดเอกลักษณ์ หนึ่งใน Rock Icon ของวัยรุ่น2. DA ENDORPHINE ศิลปินหญิง Diva ตัวท็อปของประเทศ เจ้าของเสียงทรงพลังที่มีเพลงดังมากมาย3. ETC วงดนตรีเสียงดี ฝีมือดนตรีสุดแน่น!! การันตีความเป็นศิลปินตัวจริง4. FLURE วงดนตรี Rock ทรงพลัง ที่ปลดปล่อยอารมณ์ได้ถึงใจที่สุด5. LIPTA ศิลปิน Duo อารมณ์ดี ที่มีเพลงสุดแมสทุกยุค ตลอด 20 ปี!6. SCRUBB ศิลปิน Duo สายเซอร์สุดอบอุ่น เจ้าของคลังเพลงแอบรักตลอดกาล7. SLOT MACHINE วงดนตรีร็อคที่ล้ำหน้าเสมอ มาพร้อมคุณภาพระดับสากล8. TATTOO COLOUR วงดนตรีป็อปสุดวาไรตี้กับสไตล์เพลงโดนใจทั้งอินดี้และสายแมส9. ZEAL วงดนตรีสุดเท่ มาพร้อม Performance มันส์เกินพิกัด เอาอยู่ทุกเวทีเตรียม Burn แผ่น Disc กับศิลปินที่คิดถึง!9 พฤษภาคม 2026 BITEC LIVEราคาบัตร : 4,500 / 4,000 / 3,800 / 3,500 / 3,000 /2,800 / 2,500 / 2,000 และ 1,800 บาทขายบัตร 27 กุมภาพันธ์ 2026 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป)ทาง ThaiticketmajorLink ซื้อบัตร : https://bit.ly/DisctopiaConcertติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ #ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง#DISCTOPIACONCERT#ATIMESHOWBIZ

Chill On

Cosmos Cafe Bangkok คาเฟ่ลับย่านอโศก ใกล้ตึกแกรมมี่ มู้ดดี อาหารอร่อย
16 ต.ค. 2026
Food & Beverage

Cosmos Cafe Bangkok คาเฟ่ลับย่านอโศก ใกล้ตึกแกรมมี่ มู้ดดี อาหารอร่อย

ใครกำลังมองหาคาเฟ่บรรยากาศดี ๆ ย่านอโศก ที่จะมานั่งทำงาน จิบเครื่องดื่มชิล ๆ หรือหามุมสงบ ๆ พักจากความวุ่นวายของเมือง วันนี้ chill on มีอีกหนึ่งร้านน่ารัก ๆ มาแนะนำ กับ Cosmos Cafe Bangkok คาเฟ่เล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยหลังตึกแกรมมี่ แถมยังเป็นร้านที่เหล่าคนดังจากตึกแกรมมี่แวะเวียนมาเช็กอินกันอีกด้วยบอกเลยว่าที่นี่ไม่ได้มีดีแค่มุมถ่ายรูป เพราะทั้งบรรยากาศ อาหาร เครื่องดื่ม และการบริการ ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เราอยากกลับมาอีกครั้งคาเฟ่กระจกใสกลางอโศก ที่วันฝนตกก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบสิ่งแรกที่ทำให้เราชอบร้านนี้เลยก็คือบรรยากาศ ตัวร้านตกแต่งด้วยกระจกใสที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง สบายตา มีมุมให้นั่งพักผ่อนหรือนั่งทำงานได้แบบเพลิน ๆวันที่เราแวะไปบังเอิญเป็นวันที่ฝนตกพอดี แต่กลายเป็นว่าฝนยิ่งทำให้บรรยากาศของร้านดูอบอุ่นขึ้นไปอีก ได้นั่งมองฝนผ่านกระจก ฟังเพลงดี ๆ พร้อมเครื่องดื่มสักแก้ว เป็นโมเมนต์เรียบง่ายที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เหมือนได้หลบออกมาจากความวุ่นวายของอโศกสักพักอีกอย่างที่น่าสนใจคือที่นี่ไม่ได้มีแค่โซนคาเฟ่เท่านั้น แต่ยังมีสินค้าน่ารัก ๆ ให้เลือกช็อปกลับบ้าน ทั้งตุ๊กตา ไข่ไก่สด และขนมอบกรอบเพื่อสุขภาพ เรียกว่าแวะมานั่งคาเฟ่แล้วอาจมีของติดไม้ติดมือกลับไปด้วยแบบไม่รู้ตัวมาแล้วต้องลอง! Smoked Salmon Avocado เมนูซิกเนเจอร์ที่อยากแนะนำเริ่มต้นกันด้วยเมนูที่เราประทับใจมากอย่าง Smoked Salmon Avocado หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่อยากให้ทุกคนได้ลองเมนูนี้เป็นแซนด์วิชที่เสิร์ฟมาแบบอุ่น ๆ ขนมปังน่ากินตั้งแต่แรกเห็น พอกัดเข้าไปก็เจอกับไส้ที่ให้มาแบบแน่น ๆ ทั้งแซลมอนรมควันและอะโวคาโดบดที่ปรุงรสมาอย่างดีตามสูตรของร้าน เพิ่มความกลมกล่อมด้วยชีสและไข่ที่เข้ากันได้แบบพอดิบพอดีความดีงามของเมนูนี้คือรสชาติของแต่ละอย่างไม่แย่งซีนกัน ทั้งความหอมของแซลมอน ความมันละมุนของอะโวคาโด และความเข้มข้นของชีส รวมกันแล้วอร่อยแบบลงตัว เป็นเมนูที่กินแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมถึงเป็นซิกเนเจอร์ของร้านBlueberry Cupfin มัฟฟินนุ่มฟู หวานพอดี กินคู่กับชาคือดี!หลังจากจัดของคาวกันไปแล้ว ก็ต้องมีของหวานตามมาติด ๆ เราเลือกลอง Blueberry Cupfin มัฟฟินบลูเบอร์รีหน้าตาน่ารักที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่รสชาติทำออกมาได้ดีเลยทีเดียวเนื้อมัฟฟินมีความนุ่มฟู เบา ๆ ไม่แน่นจนเกินไป ด้านในสอดไส้บลูเบอร์รีที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กินแล้วไม่เลี่ยน ที่สำคัญคือความหวานกำลังดี ใครที่ไม่ชอบขนมหวานจัดน่าจะถูกใจเมนูนี้ยิ่งได้กินคู่กับชาหอม ๆ สักแก้ว บอกเลยว่าเพลินจนแทบไม่รู้ตัวเครื่องดื่ม 4 แก้ว 4 สไตล์ เลือกแก้วไหนดี?ไหน ๆ ก็ตั้งใจมานั่งชิลกันยาว ๆ แล้ว พวกเราเลยสั่งเครื่องดื่มมาลองกันคนละแก้ว ซึ่งแต่ละเมนูก็มีคาแรกเตอร์แตกต่างกันไป ใครชอบรสชาติแบบไหน ลองเลือกตามกันได้เลยSignature Thai Milk Tea ชาไทยละมุน สายชานมต้องลองเริ่มกันที่ Signature Thai Milk Tea เมนูชาไทยของร้านที่เสิร์ฟมาแบบแยกชั้นระหว่างนมกับชา คล้ายกับลาเต้ ดูสวยน่าถ่ายรูปสุด ๆสำหรับรสชาติ แก้วนี้จะเน้นความละมุนของนมมากกว่าความเข้มของชาไทย กลิ่นชาไม่ได้ชัดหรือแรงจนเกินไป ทำให้ดื่มง่าย เหมาะกับคนที่ชอบชาไทยสไตล์นุ่ม ๆ มัน ๆ หรือใครที่อยากหาชานมอร่อย ๆ ดื่มแทนกาแฟก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจYuzu Honey Black Tea ชาดำหอม ๆ กับยูซุสดชื่นต่อกันที่ Yuzu Honey Black Tea แก้วนี้เหมาะกับคนที่ชอบดื่มชาแต่ก็อยากได้ความสดชื่นจากผลไม้ไปพร้อมกันตัวเครื่องดื่มมีกลิ่นหอมของชาดำเป็นหลัก เพิ่มความสดชื่นด้วยส้มยูซุที่ช่วยให้รสชาติมีมิติมากขึ้น ที่ชอบเป็นพิเศษคือมีเนื้อส้มยูซุชิ้นเล็ก ๆ ให้ได้เคี้ยวเพลิน ๆ ระหว่างดื่มด้วยรสชาติไม่หวานมาก ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น เป็นแก้วที่เหมาะกับการสั่งมาจิบระหว่างนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือแบบยาว ๆSpace Bee ชามะลิผสมมิ้นต์ สดชื่นแบบไม่ต้องพยายามใครเป็นสายมิ้นต์น่าจะตกหลุมรัก Space Bee ได้ไม่ยาก เพราะแก้วนี้เป็นชามะลิที่เพิ่มความหอมเย็นสดชื่นด้วยมิ้นต์ตอนแรกแอบคิดว่ากลิ่นมิ้นต์จะต้องเด่นมากแน่ ๆ แต่พอได้ลองกลับรู้สึกว่าทางร้านบาลานซ์รสชาติออกมาได้ดี กลิ่นมิ้นต์ไม่ได้แรงจนกลบความหอมของชามะลิ แต่ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้เครื่องดื่มได้กำลังพอดีส่วนตัวคิดว่าแม้จะไม่ใช่คนที่ชอบมิ้นต์เป็นพิเศษ ก็ยังสามารถลองแก้วนี้ได้ เพราะรสชาติดื่มง่ายกว่าที่คิดGalactic Bloom ชาผลไม้เปรี้ยวหอม ดื่มแล้วตื่นเลย!ปิดท้ายด้วย Galactic Bloom อีกหนึ่งแก้วที่เราว่ามีรสชาติน่าสนใจมาก เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างชาเบอร์รีป่ากับชาเกรปฟรุต แล้วเพิ่มความหอมหวานด้วยน้ำเชื่อมกุหลาบแก้วนี้จะให้รสชาติเปรี้ยวนำ หอมกลิ่นผลไม้ และมีความหวานเบา ๆ ตามมา ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นแบบตื่นเต็มตาเลยทีเดียวถ้าเทียบกับเครื่องดื่มแก้วอื่น ๆ ที่ลองมา เมนูนี้จะมีความเป็นชาผลไม้ค่อนข้างชัด เหมาะกับคนที่ชอบเครื่องดื่มรสเปรี้ยวสดชื่น ไม่เน้นความหวาน และอยากได้อะไรที่ดื่มแล้วไม่เลี่ยนCosmos Cafe Bangkok คาเฟ่ที่ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศหลังจากได้นั่งใช้เวลาอยู่ที่ร้านสักพัก ต้องบอกว่า Cosmos Cafe Bangkok เป็นคาเฟ่อีกแห่งที่ทำให้เราประทับใจมากกว่าที่คิดนอกจากอาหารและเครื่องดื่มจะมีให้เลือกหลากหลายแล้ว สิ่งที่ทำให้รู้สึกดีไม่แพ้กันก็คือการบริการของพี่ ๆ พนักงานที่น่ารักและเป็นกันเองมาก คอยแนะนำเมนูและดูแลอย่างดีตลอดเวลาที่อยู่ในร้านส่วนบรรยากาศก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้อยากกลับมา ทั้งการตกแต่งที่เรียบง่าย แสงธรรมชาติ เพลงที่เปิดคลอเบา ๆ และมุมต่าง ๆ ภายในร้านที่ให้ฟีลสบาย ๆ ไม่ว่าจะมากับเพื่อน มานั่งทำงาน หรืออยากมีเวลาส่วนตัวสักหน่อย ก็เป็นร้านที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สำคัญคือเรารู้สึกว่าราคาอาหารและเครื่องดื่มค่อนข้างเหมาะสมกับคุณภาพและประสบการณ์ที่ได้รับเสียดายอย่างเดียวที่วันนั้นพวกเราไปถึงช่วงเย็นแล้ว เลยยังไม่ได้ลองเมนูกาแฟและอาหารอีกหลายอย่างที่ดูน่าสนใจ แต่ไม่เป็นไร เพราะนี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ต้องกลับมาเก็บเมนูที่เหลือในรอบหน้า!สำหรับใครที่กำลังมองหาคาเฟ่ลับ ๆ ย่านอโศก ใกล้ตึกแกรมมี่ ที่มีทั้งมุมให้นั่งชิล อาหารอร่อย เครื่องดื่มหลากหลาย และบรรยากาศมู้ดดี ๆ เราอยากให้ลองแวะมา Cosmos Cafe Bangkok ดูสักครั้งส่วนพวกเราขอยกให้เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่ถ้ามีโอกาสจะกลับมาซ้ำแน่นอน เพราะบางทีการได้เจอร้านเล็ก ๆ ที่ทำให้เราอยากนั่งอยู่ต่ออีกหน่อย ก็เป็นความสุขง่าย ๆ ของวันได้เหมือนกันพิกัด: Cosmos Cafe Bangkok เลขที่ 36/1 ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110เวลาเปิด–ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 07.30–17.30 น.เบอร์ติดต่อ: 062-553-7599Instagram: @cosmoscafebkk

Situationship คืออะไร? ความสัมพันธ์ฉบับ Gen Z ที่เหมือนแฟน แต่ไม่ใช่แฟน
14 ต.ค. 2026
Movie & Trend

Situationship คืออะไร? ความสัมพันธ์ฉบับ Gen Z ที่เหมือนแฟน แต่ไม่ใช่แฟน

Situationship คืออะไร? ความสัมพันธ์ฉบับ Gen Z ที่เหมือนแฟน แต่ไม่ใช่แฟนคุยกันทุกวัน ส่งข้อความ Good Morning ก่อนนอนก็มีบอกฝันดี ไปกินข้าว ดูหนัง เที่ยวด้วยกัน บางวันก็หวานจนคนรอบข้างคิดว่าเป็นแฟนกันแล้ว แต่พอมีคนถามว่า “สรุปแล้วเป็นอะไรกัน?” กลับไม่มีใครตอบได้ชัดเจนถ้าใครกำลังเจอความสัมพันธ์แบบนี้อยู่ บอกเลยว่าคุณอาจกำลังตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่เรียกว่า Situationship ความรักรูปแบบหนึ่งที่ถูกพูดถึงบ่อยในหมู่ Gen Z เพราะเป็นความสัมพันธ์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างคำว่า “คนคุย” กับ “แฟน” มีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน แต่ไม่มีสถานะที่แน่นอน จนบางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ตกลงเราเป็นคนพิเศษ หรือแค่คนที่เขาคุยด้วยตอนเหงากันแน่?Situationship คืออะไร? ทำไมถึงเหมือนแฟนแต่ไม่ใช่แฟนSituationship (ซิทชูเอชันชิป) คือความสัมพันธ์ที่คนสองคนมีความสนิทสนมกันมากกว่าเพื่อน อาจคุยกันทุกวัน ไปเดต ดูแลกัน หรือใช้เวลาร่วมกันเหมือนคู่รัก แต่ยังไม่ได้ตกลงกันอย่างชัดเจนว่าความสัมพันธ์นี้มีสถานะอะไร และจะพัฒนาไปในทิศทางไหนพูดง่าย ๆ ก็คือ “เหมือนแฟนทุกอย่าง ยกเว้นตอนถามว่าเป็นแฟนกันไหม”ความสัมพันธ์แบบนี้อาจเริ่มต้นจากการเป็นคนคุยธรรมดา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ สนิทกันมากขึ้นโดยไม่มีใครพูดเรื่องสถานะ บางคู่ต่างฝ่ายต่างสบายใจกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ แต่บางคู่กลับเริ่มมีความคาดหวังไม่ตรงกัน โดยเฉพาะเมื่อคนหนึ่งเริ่มจริงจัง ขณะที่อีกคนยังมองว่าเป็นแค่ความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด6 สัญญาณที่บอกว่าเราอาจกำลังอยู่ใน Situationshipบางครั้งความสัมพันธ์ก็ไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำว่า Situationship แต่ถ้าลองสังเกตดี ๆ อาจมีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่า ความสัมพันธ์นี้ดูเหมือนจะชัดเจน แต่ก็ไม่ชัดเจนสักทีคุยกันทุกวัน แต่ไม่เคยคุยเรื่องสถานะตื่นเช้ามาก็ทักหา ระหว่างวันคอยถามว่าทำอะไรอยู่ ก่อนนอนก็มีโทรคุยกัน เรียกได้ว่าแทบจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว แต่สิ่งเดียวที่ไม่เคยพูดถึงก็คือคำถามว่า “ตอนนี้เราเป็นอะไรกัน?”ทำทุกอย่างเหมือนแฟน แต่ไม่มีคำว่าแฟนไปเดต จับมือ ดูแลกัน มีโมเมนต์น่ารัก ๆ จนบางครั้งก็เผลอคิดไปไกลว่าเราคงเป็นคนพิเศษของเขา แต่พอพูดถึงความสัมพันธ์จริง ๆ กลับไม่มีคำตอบที่ชัดเจน นี่แหละหนึ่งในความสับสนที่พบได้ใน Situationshipมีแค่ปัจจุบัน แต่ไม่ค่อยพูดถึงอนาคตวันนี้ไปกินข้าวกัน พรุ่งนี้นัดดูหนัง แต่พอเป็นเรื่องแผนระยะยาว เช่น เที่ยวด้วยกันช่วงสิ้นปี หรือความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไรในอีกหลายเดือนข้างหน้า กลับไม่ค่อยมีบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้พอถามเรื่องสถานะ อีกฝ่ายมักเลี่ยงตอบ“อยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว” “อย่าเพิ่งรีบเลย” หรือ “ทำไมต้องมีสถานะด้วย?” เป็นคำตอบที่บางคนอาจเคยได้ยิน แม้การยังไม่พร้อมมีแฟนจะไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งสำคัญคือทั้งสองฝ่ายต้องเข้าใจและยอมรับความสัมพันธ์รูปแบบเดียวกันได้สนิทกันมาก แต่ไม่ค่อยมีตัวตนในชีวิตจริงของอีกฝ่ายคุยกันมาหลายเดือน แต่ไม่เคยรู้จักเพื่อนสนิท ไม่เคยถูกแนะนำให้คนรอบตัวรู้จัก หรือแทบไม่มีส่วนร่วมในชีวิตด้านอื่น ๆ ของอีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม บางคนอาจต้องการความเป็นส่วนตัว จึงควรพิจารณาร่วมกับพฤติกรรมอื่น ๆ มากกว่าตัดสินจากเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวต้องคอยเดาความรู้สึกของอีกฝ่ายอยู่ตลอดวันนี้เขาหวานมาก พรุ่งนี้กลับเงียบหาย พอเราเริ่มถอย เขาก็กลับมาทำให้ใจเต้นอีกครั้ง จนเกิดคำถามในหัวว่า “เขาชอบเราจริงไหม หรือเราคิดไปเอง?” หากความสัมพันธ์ทำให้ต้องคอยตีความพฤติกรรมของอีกฝ่ายอยู่ตลอด อาจถึงเวลาที่ต้องพูดคุยกันให้ชัดเจนขึ้นทำไม Situationship ถึงถูกพูดถึงบ่อยในกลุ่ม Gen Z?ในยุคที่การทำความรู้จักใครสักคนเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ผ่าน Social Media หรือ Dating App ความสัมพันธ์ก็มีรูปแบบหลากหลายมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการจีบแล้วตกลงเป็นแฟนทันทีเสมอไปสำหรับคนรุ่นใหม่บางส่วน การค่อย ๆ ศึกษากันก่อนอาจเป็นทางเลือกที่สบายใจกว่า เพราะหลายคนยังอยากให้เวลากับการเรียน การทำงาน เป้าหมายชีวิต หรือพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง โดยไม่ต้องรีบผูกมัดกับความสัมพันธ์ที่ยังไม่แน่ใจแต่ปัญหาของ Situationship มักเริ่มขึ้นเมื่อคำว่า “คุยกันไปก่อน” มีความหมายไม่เหมือนกันคนหนึ่งอาจกำลังคิดว่า “ค่อย ๆ เรียนรู้กันไป เดี๋ยวก็พัฒนาเป็นแฟน” ขณะที่อีกคนกลับมองว่า “คุยแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีสถานะ”เมื่อความคาดหวังไม่ตรงกัน ความสัมพันธ์ที่เคยสบายใจจึงอาจกลายเป็นเรื่องที่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกเหนื่อยได้ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า Gen Z ทุกคนชอบความสัมพันธ์ที่ไม่มีสถานะ เพราะความต้องการด้านความรักขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลมากกว่าช่วงวัยเพียงอย่างเดียวSituationship กับ Talking Stage ต่างกันอย่างไร?หลายคนอาจสงสัยว่า Situationship ต่างจากการเป็นคนคุยธรรมดาอย่างไร เพราะดูเผิน ๆ ก็คล้ายกันมากความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ระดับความสนิทสนมและความคาดหวังของทั้งสองฝ่ายTalking Stage (ช่วงคนคุย) มักเป็นช่วงเริ่มต้นทำความรู้จักกัน ยังอยู่ระหว่างดูนิสัย ความเข้ากันได้ และตัดสินใจว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ต่อหรือไม่ส่วน Situationship มักเป็นความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปไกลกว่าการทำความรู้จัก มีความผูกพันหรือพฤติกรรมคล้ายคู่รักแล้ว แต่ยังไม่มีข้อตกลงเรื่องสถานะและความคาดหวังที่ชัดเจนอย่างไรก็ตาม ทั้งสองคำมีความหมายทับซ้อนกันได้ และไม่ได้มีเส้นแบ่งตายตัวSituationship ไม่ได้แปลว่า Toxic เสมอไปแม้ Situationship จะถูกพูดถึงในมุมของความสัมพันธ์ที่ทำให้คนสับสนอยู่บ่อยครั้ง แต่ความจริงแล้วการไม่มีสถานะไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์นั้นไม่ดีเสมอไปถ้าทั้งสองคนตกลงกันตั้งแต่แรกว่ายังไม่พร้อมมีแฟน ต้องการใช้เวลาศึกษากัน หรือสบายใจกับความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด และต่างฝ่ายต่างเคารพขอบเขตของกันและกัน ความสัมพันธ์รูปแบบนี้ก็อาจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นสิ่งที่ทำให้ Situationship เริ่มมีปัญหา จึงอาจไม่ใช่การไม่มีคำว่าแฟน แต่เป็น การที่คนสองคนมีความคาดหวังไม่ตรงกันโดยไม่เคยพูดออกมาเพราะต่อให้ไม่มีสถานะ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกของอีกฝ่ายเลยเมื่อไหร่ที่ Situationship เริ่มไม่โอเคกับใจเรา?ความสัมพันธ์ที่เคยทำให้ยิ้มได้ อาจเริ่มกลายเป็นเรื่องเหนื่อยใจเมื่อเราเป็นฝ่ายรอความชัดเจนอยู่คนเดียว เช่น เริ่มรู้สึกจริงจังมากขึ้น แต่อีกฝ่ายยังไม่ต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ หรือรู้สึกว่าเราต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาเลือกเราบางครั้งความรู้สึกไม่สบายใจอาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ อย่างการรอข้อความ การไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคุยกับคนอื่นอยู่หรือเปล่า หรือการไม่กล้าถามเรื่องสถานะเพราะกลัวว่าคำถามนั้นจะทำให้เขาหายไปโดยเฉพาะเมื่อเริ่มรู้สึกว่า “เรากำลังรอให้เขาเลือก ทั้งที่เขาไม่เคยบอกว่าจะเลือกเรา”ถ้าความสัมพันธ์ทำให้คิดมาก เสียความมั่นใจ หรือรู้สึกไม่เป็นตัวเองอยู่บ่อย ๆ อาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาทบทวนว่า ความสัมพันธ์นี้ยังตอบโจทย์ความต้องการของเราอยู่หรือเปล่าถ้าอยู่ใน Situationship ควรทำยังไง? ไปต่อหรือพอแค่นี้ถ้ากำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีสถานะ สิ่งแรกที่ควรทำอาจไม่ใช่การรีบถามว่า “จะเป็นแฟนกันไหม?” แต่เป็นการทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเองก่อนลองถามตัวเองว่าเรามีความสุขกับความสัมพันธ์แบบนี้จริงหรือไม่ ต้องการความชัดเจนมากแค่ไหน และถ้าความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิมต่อไปอีกหลายเดือน เรายังยอมรับได้หรือเปล่าเมื่อรู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไร การพูดคุยกับอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยให้เข้าใจกันมากขึ้น เช่น“เรารู้สึกดีกับเธอนะ แต่อยากรู้ว่าเธอมองความสัมพันธ์ของเรายังไง เพราะเราเริ่มจริงจังมากขึ้นแล้ว”ไม่จำเป็นต้องเร่งรัดให้ใครตอบตกลงเป็นแฟนทันที แต่ควรให้โอกาสทั้งสองฝ่ายได้พูดถึงความคาดหวังและขอบเขตของความสัมพันธ์อย่างชัดเจนและหากพบว่าความต้องการของทั้งสองคนไม่ตรงกัน การเลือกถอยออกมาก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะความสัมพันธ์ที่ดีไม่ควรทำให้เราต้องฝืนความรู้สึกของตัวเองตลอดเวลาสรุป Situationship ความรักที่ไม่มีสถานะ แต่ควรมีความชัดเจนสุดท้ายแล้ว Situationship ไม่ใช่รูปแบบความสัมพันธ์ที่ผิดหรือแย่เสมอไป บางคนอาจมีความสุขกับความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องรีบกำหนดสถานะ ขณะที่บางคนอาจต้องการความมั่นคงและความชัดเจนมากกว่าสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าจะต้องเรียกกันว่าแฟนเร็วแค่ไหน แต่อยู่ที่คนสองคนเข้าใจตรงกันหรือเปล่าว่ากำลังอยู่ในความสัมพันธ์แบบไหน และต่างฝ่ายต่างต้องการอะไร เพราะต่อให้ไม่มีคำว่า “แฟน” อย่างน้อยก็ควรมีคำว่า “เข้าใจตรงกัน” และบางทีความรักที่ดีอาจไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่หวานที่สุด แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ทำให้เราไม่ต้องตื่นขึ้นมาพร้อมคำถามทุกวันว่า “ตกลงเราเป็นอะไรกัน?”

ประวัติฮาโลวีน (Halloween) เปิดตำนานคืนปล่อยผีและฟักทอง
14 ต.ค. 2026
Movie & Trend

ประวัติฮาโลวีน (Halloween) เปิดตำนานคืนปล่อยผีและฟักทอง

เมื่อพูดถึง วันฮาโลวีน (Halloween) หลายคนคงนึกถึงคืนวันที่ 31 ตุลาคม ที่เต็มไปด้วยฟักทองแกะสลักหน้าตาน่ากลัว ผู้คนแต่งตัวเป็นผี แม่มด แวมไพร์ และเด็ก ๆ ที่เดินเคาะประตูขอขนมตามบ้าน แต่รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังเทศกาลสุดหลอนที่เราสนุกกันทุกวันนี้ มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปี!เพราะในอดีต Halloween ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลแต่งผี แต่มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องความตาย วิญญาณ และช่วงเวลาที่โลกของคนเป็นกับโลกของคนตายอาจเชื่อมถึงกันแล้วฮาโลวีนเกิดขึ้นได้อย่างไร? ทำไมต้องแต่งตัวเป็นผี? และฟักทองแกะสลักมีความหมายอะไรซ่อนอยู่? วันนี้ Chill ON จะพาทุกคนย้อนเวลาไปไขตำนานคืนปล่อยผีที่เต็มไปด้วยเรื่องราวลึกลับกัน!ประวัติฮาโลวีน จุดเริ่มต้นจากคืนแห่งวิญญาณต้นกำเนิดสำคัญของวันฮาโลวีนเชื่อมโยงกับเทศกาลโบราณที่มีชื่อว่า Samhain (ซาวิน) ของชาวเคลต์ (Celt) ซึ่งเคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ของไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และบางส่วนของยุโรปเทศกาลนี้จัดขึ้นในช่วงสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวและเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว สำหรับผู้คนในยุคนั้น ฤดูหนาวไม่ได้หมายถึงแค่อากาศหนาวเย็น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความมืด ความยากลำบาก และความไม่แน่นอนในการดำรงชีวิตสิ่งที่ทำให้เทศกาล Samhain มีความลึกลับก็คือความเชื่อที่ว่า คืนวันที่ 31 ตุลาคม เป็นช่วงเวลาที่เส้นแบ่งระหว่างโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณบางลง จนเหล่าวิญญาณอาจกลับมาเดินอยู่ท่ามกลางคนเป็นได้อีกครั้งผู้คนจึงมีการจุดกองไฟขนาดใหญ่ ประกอบพิธีกรรม และรวมตัวกันเพื่อรับการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล โดยความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณและสิ่งเหนือธรรมชาติได้กลายเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของเทศกาลฮาโลวีนในเวลาต่อมาอย่างไรก็ตาม เรื่องเล่าเกี่ยวกับการกลับมาของวิญญาณเป็นความเชื่อดั้งเดิม ไม่ใช่เหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์Halloween มาจากคำว่าอะไร? ทำไมถึงตรงกับวันที่ 31 ตุลาคมหลายคนอาจคิดว่า Halloween เป็นชื่อเทศกาลมาตั้งแต่แรก แต่ความจริงแล้วคำนี้มีความเกี่ยวข้องกับธรรมเนียมของศาสนาคริสต์คำว่า Halloween พัฒนามาจากคำว่า All Hallows' Eve ซึ่งหมายถึงค่ำคืนก่อนวัน All Saints' Day หรือวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย ที่ตรงกับวันที่ 1 พฤศจิกายนนอกจากนี้ วันที่ 2 พฤศจิกายนยังเป็นวัน All Souls' Day ซึ่งเกี่ยวข้องกับการระลึกถึงผู้ล่วงลับในธรรมเนียมคริสต์ศาสนาบางนิกายเมื่อประเพณีโบราณของชาวเคลต์และธรรมเนียมทางศาสนาในช่วงเวลาใกล้เคียงกันมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงเกิดการผสมผสานของความเชื่อ พิธีกรรม และการเฉลิมฉลองที่ค่อย ๆ พัฒนามาเป็น Halloween ในรูปแบบปัจจุบันจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเทศกาลฮาโลวีนถึงมีทั้งเรื่องราวของวิญญาณ ความตาย เครื่องแต่งกาย และกิจกรรมสนุกสนานอยู่ในเทศกาลเดียวกันทำไมวันฮาโลวีนต้องแต่งตัวเป็นผี?ทุกวันนี้การแต่งตัวเป็นผีถือเป็นกิจกรรมยอดฮิตของวันฮาโลวีน แต่ในอดีตการสวมหน้ากากหรือเครื่องแต่งกายแปลกประหลาดมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องการป้องกันสิ่งชั่วร้ายหนึ่งในคำอธิบายที่เล่าสืบต่อกันมาคือ ผู้คนเชื่อว่าการปลอมตัวอาจช่วยให้วิญญาณร้ายแยกไม่ออกว่าใครเป็นมนุษย์ และช่วยหลีกเลี่ยงการถูกคุกคามจากสิ่งเหนือธรรมชาตินอกจากนี้ ในไอร์แลนด์และสกอตแลนด์ยังมีธรรมเนียมที่เรียกว่า Guising ซึ่งผู้คนจะสวมชุดปลอมตัวออกไปตามบ้าน พร้อมร้องเพลง เล่านิทาน หรือแสดงความสามารถเพื่อแลกกับอาหารและของขวัญเมื่อเวลาผ่านไป การแต่งกายที่เคยเกี่ยวข้องกับความเชื่อและประเพณีจึงพัฒนากลายเป็นกิจกรรมเฉลิมฉลองที่ทุกคนสามารถสนุกได้ตำนานฟักทอง Jack-o'-Lantern สัญลักษณ์ประจำฮาโลวีนถ้าพูดถึงฮาโลวีนแล้วไม่มีฟักทองก็คงรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป แต่รู้ไหมว่า ฟักทองแกะสลักหน้าตาน่ากลัวที่เราเห็นกันทุกวันนี้ มีต้นกำเนิดเชื่อมโยงกับนิทานพื้นบ้านของไอร์แลนด์เกี่ยวกับชายที่ชื่อว่า Stingy Jackตำนานเล่าว่า Stingy Jack เป็นชายเจ้าเล่ห์ที่ชอบหลอกลวงผู้อื่น และมีเรื่องเล่าว่าเขาสามารถใช้ไหวพริบหลอกปีศาจได้หลายครั้ง จนปีศาจยอมสัญญาว่าจะไม่เอาวิญญาณของเขาไปลงนรกแต่เมื่อแจ็กเสียชีวิต เขากลับไม่สามารถเข้าสวรรค์ได้ ขณะเดียวกันปีศาจก็ไม่ยอมรับวิญญาณของเขาเข้าสู่นรกตามคำสัญญาแจ็กจึงต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่ระหว่างสองโลก โดยมีเพียงถ่านไฟที่ได้รับจากปีศาจไว้ส่องทางในความมืด เขานำถ่านไฟใส่ไว้ในหัวผักที่คว้านเป็นโพรง ก่อนออกเดินทางอย่างไร้จุดหมายเรื่องเล่านี้กลายเป็นที่มาหนึ่งของชื่อ Jack-o'-Lantern หรือโคมไฟของแจ็กที่น่าสนใจก็คือ ในอดีตชาวไอร์แลนด์ไม่ได้ใช้ฟักทอง แต่ใช้หัวผักกาดหรือพืชหัวชนิดต่าง ๆ มาแกะสลักเป็นใบหน้าน่ากลัว และวางแสงไฟไว้ด้านใน โดยมีความเชื่อว่าจะช่วยขับไล่วิญญาณร้ายต่อมาเมื่อชาวไอริชอพยพไปยังอเมริกา พวกเขาพบว่าฟักทองมีขนาดใหญ่ หาได้ง่าย และแกะสลักสะดวกกว่า จึงเริ่มนำฟักทองมาใช้แทนจากโคมไฟในตำนานของวิญญาณเร่ร่อน ฟักทองแกะสลักจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเทศกาลฮาโลวีนที่คนทั่วโลกรู้จักในปัจจุบันTrick or Treat ประเพณีขอขนมวันฮาโลวีนกิจกรรมยอดฮิตที่เด็ก ๆ แต่งชุดแฟนซีแล้วเดินเคาะประตูตามบ้านพร้อมพูดว่า “Trick or Treat!” มีรากฐานจากประเพณีเก่าแก่ในยุโรป เช่น การเดินขออาหารเพื่อแลกกับการสวดภาวนาให้ผู้ล่วงลับ และการแต่งกายปลอมตัวเพื่อแสดงความสามารถแลกขนมต่อมาธรรมเนียมเหล่านี้พัฒนาเป็นกิจกรรมขอขนมวันฮาโลวีนที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาฮาโลวีน จากคืนปล่อยผีสู่เทศกาลสุดหลอนทั่วโลกปัจจุบัน วันฮาโลวีน (Halloween) ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องวิญญาณอีกต่อไป แต่กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกสนาน ทั้งการแต่งชุดแฟนซี ตกแต่งบ้าน แกะสลักฟักทอง และจัดปาร์ตี้ธีมสยองขวัญแม้เวลาจะผ่านไปกว่า 2,000 ปี แต่เรื่องราวของ Halloween ก็ยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์ของตำนานและความลึกลับที่ชวนให้ค้นหา เพราะเบื้องหลังเทศกาลสุดสนุกนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคืนที่ผู้คนเชื่อว่า โลกของคนเป็นและโลกของวิญญาณอาจอยู่ใกล้กันมากที่สุด

About Atime

ดีเจอั๋น-ดีเจเป้ ตัวแทนมอบเงินจาก CAN TO CARE ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก
06 ต.ค. 2026
Corporate News

ดีเจอั๋น-ดีเจเป้ ตัวแทนมอบเงินจาก CAN TO CARE ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก

ดีเจอั๋น–ดีเจเป้ ตัวแทนมอบเงินจาก CAN TO CAREส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากจบลงแล้วอย่างสวยงามกับ GREEN WAVE SHARE FOR CARE : CAN TO CARE ที่ GREEN WAVE และ one แยก แลก สุข ร่วมเชิญชวนทุกคนเปลี่ยน “กระป๋องเปล่า ขยะพลาสติก และขยะรีไซเคิล” ให้กลับมามีคุณค่า เปลี่ยนเป็นทุนสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยผ่าน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี ดีเจอั๋น ภูวนาท คุนผลิน และ ดีเจเป้ วิศวะ กิจตันขจร เป็นตัวแทนมอบเงินบริจาคจากโครงการรวมทั้งสิ้น 350,000 บาท ให้แก่ นายสันติ สาทิพย์พงษ์ ที่ปรึกษากฎหมายมูลนิธิฯ ตัวแทนเข้ารับมอบ ณ สตูดิโอเอไทม์ ชั้น 38 อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส เมื่อวันก่อนรวมทั้งขอขอบคุณ WASTEBUY DELIVERY และ RECYCLE DAY พาร์ทเนอร์กำลังสำคัญที่ช่วยกันรวบรวมขยะเข้าระบบและแปลงเป็นรายได้จนสามารถรวบรวมวัสดุรีไซเคิลได้ 227.60 กิโลกรัม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 860.04 KgCO2eq หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 90 ต้น นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้ช่วยทั้งเพื่อนมนุษย์ และได้ช่วยโลกอย่างยั่งยืนทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการร่วมส่งต่อความช่วยเหลือถึงผู้ประสบอุทกภัย ยังสามารถร่วมกับ GREEN WAVE SHARE FOR CARE : CAN TO CARE ได้ต่อเนื่องจนถึง 31 ธันวาคม 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ atime.live/greenwave

รายการแฉ รับรางวัลฐานันดร 4 ประจำปี 2569
10 ก.ย. 2026
Corporate News

รายการแฉ รับรางวัลฐานันดร 4 ประจำปี 2569

“รายการแฉ” ทางช่อง GMM25 ได้รับ รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ “ฐานันดร 4” ประจำปี 2569สาขารายการข่าววาไรตี้ ดีเด่น จากสมาคมสมาพันธุ์นักข่าว(ประเทศไทย)ที่จัดขึ้น ณ หอประชุมใหญ่ กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันก่อน ในโอกาสครบรอบ 10 ปี เพื่อประกาศเกียรติคุณให้บุคลากร องค์กร และสื่อมวลชน ที่มีผลงานอันมีคุณูปการต่อสังคมและประเทศชาติ สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของผู้ที่ทำงานเบื้องหลังและเป็นส่วนนึงในการสร้างมาตรฐานและแรงบันดาลใจให้แก่คนทำงานสื่อ ส่งเสริมและสร้างสรรค์ให้ยึดมั่นในจริยธรรมจรรยาบรรณวิชาชีพเพื่อข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและกำลังใจสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพเพื่อผู้ชมและสังคมต่อไป

GREEN WAVE และ one แยก แลก สุข แพคถุงยังชีพ ร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน
27 ส.ค. 2026
Corporate News

GREEN WAVE และ one แยก แลก สุข แพคถุงยังชีพ ร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน

GREEN WAVE และ one แยก แลก สุขแพคถุงยังชีพ ร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัย จ.น่านGREEN WAVE และ one แยก แลก สุข นำทีมตัวแทน ดีเจ พิธีกรข่าววันนิวส์ และศิลปินในเครือ รวมพลังร่วมบรรจุถุงยังชีพผ่านทาง มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จำนวน 500 ถุง เพื่อเตรียมส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดน่านโดยวันนี้มี ดีเจเป้ วิศวะ กิจตันขจร / ดีเจโบ ธนากร ชินกูล / ดีเจพียู ภูริพรรธน์ จิระเมธาพร จากกรีนเวฟ / ยศ ณัฏฐ์ศรุต ตัวแทนพิธีกรข่าว จากสำนักข่าว วันนิวส์ / ณัฐ ณัฐภัทร และ พลอย อิสรีย์ภัค จาก The Golden Song เวทีเพลงเพราะ ซีซั่น 7 เป็นตัวแทนช่วยระดมกำลังในการบรรจุถุงยังชีพอย่างแข็งขันณ กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก ราบ11 บางเขน ทั้งนี้ถุงยังชีพดังกล่าวทาง มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จะดำเนินการส่งไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านต่อไปโดยเร็วที่สุดและตลอดกันยายนนี้ GREEN WAVE และ one แยก แลก สุข เตรียมมีโครงการ GREEN WAVE SHARE FOR CARE : CAN TO CARE ชวนทุกคนร่วมส่งต่อความช่วยเหลือ เปลี่ยน “กระป๋องเปล่า ขยะพลาสติก และขยะรีไซเคิล”ให้กลับมามีคุณค่า ผ่านกระบวนการรีไซเคิล และเปลี่ยนเป็นทุนสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่าน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งได้ง่ายๆ 2 ช่องทาง ดังนี้ สำหรับคนมีขยะรีไซเคิล นำกระป๋องเปล่า ขยะพลาสติก และขยะรีไซเคิล ไปส่งที่ RECYCLE DAY ยังจุด DROP POINT พร้อมแจ้งว่า “โครงการ GREEN WAVE” หรือใช้บริการ WASTEBUY DELIVERY นัดรับขยะถึงบ้านฟรี ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และ สำหรับคนที่สะดวกสมทบทุน สามารถร่วมบริจาคผ่าน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 020-3-04545-1 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GreenWave Fanpageเพราะการช่วยเหลือไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งใหญ่เสมอไป เพียงเลือกแยกของที่เคยมองว่าเป็น กระป๋องหนึ่งใบ ขวดพลาสติกหนึ่งขวด หรือวัสดุรีไซเคิลเล็กๆ จากหลายบ้าน เมื่อรวมกันก็สามารถเปลี่ยนเป็นพลังที่ช่วยให้ใครบางคนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ “กันยายนนี้ มาร่วมเปลี่ยน CAN เล็กๆ ให้เป็น CARE ที่ยิ่งใหญ่”