ATIME ฟังเพลงออนไลน์ วิทยุออนไลน์ ดูรายการออนไลน์
  • EFM
  • Green Wave
  • Hotwave

News Updates

Podcasts

อังคารคลุมโปง
13 ส.ค. 2026EFM

อังคารคลุมโปง

อังคารคลุมโปง Podcast จากเรื่องหลอนหน้าไมค์ สู่ความขนลุกซู่ x2 จนคุณต้องนอนคลุมโปงฟัง!! ทุกคืนวันเสาร์

กระต่ายตื่นรู้
08 มี.ค. 2024EFM

กระต่ายตื่นรู้

รู้เท่าทันสื่อ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง

Good Jobs
03 ก.พ. 2023Chill On

Good Jobs

Good jobs ไขสเปค ‘คนที่ใช่’ ของ ‘งานในฝัน’ ป๋าเต็ด พาไปบริษัทดัง ล้วงลึกวิธีคัดเลือกพนักงาน ให้รู้ข้อมูลแบบ Exclusive ก่อนที่คุณจะมาสมัครงานจริง ขอให้ได้งานนะครับ! ศุกร์เว้นศุกร์

พาศึกsaid เพศศึกษา
12 ม.ค. 2023EFM

พาศึกsaid เพศศึกษา

PODCAST ที่จะ เปิดห้องเรียน “เพศศึกษา” ยกคำถาม “เรื่องเพศ” เอามา Said กับ “คุณหมอ” คุยได้ทุกเรื่อง ตอบทุกปัญหา เพราะ “เพศศึกษา” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย พูดคุยกับ หมอเต้ นายแพทย์ ณัฐเขต และ หมอโอ๊ต นายแพทย์ วงศกร จาก PULSE CLINIC

EFM

แฉข่าวเช้า 20 สิงหาคม 2569
20 ส.ค. 2026
แฉข่าวเช้า

แฉข่าวเช้า 20 สิงหาคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

เรื่องเล่าจากเจน The Ghost Radio ‘คนสุดท้าย’ l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [11 ส.ค.69]
19 ส.ค. 2026
อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากเจน The Ghost Radio ‘คนสุดท้าย’ l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [11 ส.ค.69]

ไปพักโรงแรมกับกลุ่มเพื่อนครู แต่กลับเจอเสาโทริอิตั้งอยู่หน้าโรงแรม และกฎประหลาด 3 ข้อ ทั้งต้องเคาะประตู 3 ครั้งพร้อมขออนุญาตก่อนเข้าพัก และห้ามอยู่ในออนเซ็นคนเดียวหลัง 5 ทุ่ม แต่เพื่อนอีก 2 คนดันไม่ทำตาม พอใกล้เวลาที่ต้องลุกออกมาจากออนเซ็น เพื่อนก็เจอกับหญิงชราที่กำลังส่งยิ้มให้ผ่านกระจก ทำให้ทั้งคู่ตกใจสติแตกวิ่งกลับห้องก็ดันเปิดห้องไม่ได้ และยังได้ยินเสียงของผู้ชายหลายคนดังร้อง ‘คัมไป’ ออกมาจากห้องของพวกเธออีก!เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [11 ส.ค.69]’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘คนสุดท้าย’ เจน The Ghost Radio ได้เข้ามาถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘คุณคาโน่’ เพื่อนสาวชาวญี่ปุ่นที่รู้จักกันตอนที่อยู่นิวซีแลนด์โดยขณะนั้นคุณคาโน่ กำลังศึกษาอยู่ในสายศึกษาศาสตร์ เพื่อเตรียมตัวประกอบอาชีพครู ด้วยภาระด้านการเรียนของทั้งคู่ ทำให้พวกเธอไม่ค่อยมีโอกาสได้พบเจอกันบ่อยนักวันเวลาผ่านไปจน คุณคาโน่เรียนจบ และได้กลับไปประกอบอาชีพครูที่ประเทศญี่ปุ่น กระทั่งทั้งสองกลับมาเจอกันอีกครั้ง เธอจึงได้เล่าให้คุณเจนฟังว่า กว่าที่ตัวเองจะได้มาเป็นครูนั้น ต้องผ่านเหตุการณ์มากมายในชีวิต ทั้งยังต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของดวงชะตา และเผชิญแต่เรื่องราวเลวร้ายจนถึงขั้นเกือบเอาชีวิตไม่รอดด้วยความสงสัย คุณเจนจึงถามถึงเหตุการณ์เหล่านั้น คุณคาโน่จึงเล่าว่า ต้นเหตุที่ทำให้เธอเกือบเสียชีวิตนั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือธรรมชาติ และเหตุการณ์แปลกประหลาดมากมายที่เกิดขึ้นตลอดช่วงชีวิต ก็ทำให้เธอค่อย ๆ มองความน่ากลัวเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาไปในที่สุดย้อนกลับไปหลังจากเรียนจบ คุณคาโน่ได้เข้าทำงานเป็นครูในจังหวัดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น เธอทำหน้าที่อยู่ที่โรงเรียนแห่งนั้นเป็นเวลาหลายปี จนได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ในโรงเรียน อีกทั้งยังได้รับคำชื่นชมจากผลงานที่ทำจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมดูแลกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ ภายในโรงเรียนกระทั่งปีหนึ่ง ‘ฮานะ’ และ ‘มิเอะ’ ครูสาวสองคนที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ได้ไม่นาน ต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงาน เนื่องจากทั้งคู่ยังมีนิสัย และความคิดแบบวัยรุ่น ทำให้ไม่ค่อยสามารถเข้ากับครูคนอื่น ๆ ในโรงเรียนได้ ทางโรงเรียนจึงมอบหมายให้คุณคาโน่ จัดกิจกรรมขึ้นมาเพื่อช่วยให้ครูสาวทั้งสองได้ทำความรู้จัก และปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ มากขึ้น คุณคาโน่จึงของบประมาณสำหรับจัดกิจกรรม พร้อมวางแผนว่าจะพาทุกคนออกไปเที่ยวด้วยกันในวันศุกร์หลังเลิกงาน โดยตกลงเดินทางด้วยรถส่วนตัว เพื่อมุ่งหน้าไปยังจังหวัดใกล้เคียงแห่งหนึ่ง ทริปนี้มีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วยครูคนใหม่ 2 คน คุณคาโน่ และครูผู้หญิงอีก 1 คน รวมถึงครูผู้ชายอีก 2 คน พวกเขาออกเดินทางตามเส้นทางที่ GPS แนะนำ ในช่วงแรกทุกอย่างเป็นไปอย่างปกติ แต่เมื่อเดินทางไปได้สักพัก ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลง ถนนหนทางรอบข้างค่อย ๆ มองเห็นได้ยากขึ้น กระทั่งเส้นทางที่ GPS นำทางเริ่มเปลี่ยนไป จากถนนปกติกลายเป็นเส้นทางที่ลัดเลาะผ่านทุ่งนา และเข้าไปตามป่าเขา ซึ่งเวลานั้นมืดสนิทจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดรอบตัวถึงจะเริ่มรู้สึกแปลกใจกับเส้นทางที่กำลังมุ่งหน้าไป แต่พวกเขาก็ยังคงขับรถตาม GPS ต่อไปเรื่อย ๆจนกระทั่งจู่ ๆ ระบบนำทางก็แจ้งให้เลี้ยวขวา พร้อมระบุว่าโรงแรมซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนั้น เมื่อเลี้ยวรถเข้าไปตามเส้นทางที่ GPS แนะนำสิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้เขานึกแปลกใจเมื่อตรงหน้าทางเข้าที่ควรจะเป็นซุ้มประตูโรงแรมมันกลับกลายเป็น ‘เสาโทริอิ’ เสาแดงในศาลเจ้า ซึ่งโดยปกติแล้วตามความเชื่อของญี่ปุ่น ในศาสนาชินโตบอกไว้ว่าเสาโทริอิจะเป็นเส้นแบ่งดินแดนระหว่างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ นั่นก็คือศาลเจ้ากับพื้นที่ที่มีมลทิน หรือก็คือที่ที่มนุษย์อาศัยอยู่หากไปที่ศาลเจ้า พื้นที่แห่งนี้ก็จะเป็นการชำระล้างสิ่งไม่ดีออกมา เพราะฉะนั้นพื้นดินของศาลเจ้าจะต้องเป็นพื้นที่ที่บริสุทธิ์เสมอ ซึ่งเมื่อนำความเชื่อนี้มาประกอบกับภาพโรงแรมที่อยู่ตรงหน้า ความผิดปกติของสถานที่แห่งนี้จึงยิ่งทำให้คุณคาโน่ เกิดความสงสัยมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้ขับรถเข้าไปใกล้เสาโทริอิ ก็สังเกตเห็นว่าเสาต้นนี้ไม่ได้ทำจากไม้เหมือนที่พบเห็นทั่วไป แต่กลับเป็นเสาหินที่ดูเก่าแก่ มีอายุราวเกือบ 100 ปี ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังคงขับรถผ่านเสาโทริอิเข้าไปด้านใน และในที่สุดก็พบกับโรงแรมซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง เหตุผลที่คุณคาโน่ เลือกจองโรงแรมแห่งนี้ เป็นเพราะในอดีตที่นี่เคยเป็นโรงแรมระดับ 4-5 ดาวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ก่อนจะปิดตัวลงในช่วงสถานการณ์โควิด ผู้เข้าพักส่วนใหญ่ในสมัยนั้นมักเป็นนักธุรกิจ ภายในโรงแรมตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์คลาสสิก ให้บรรยากาศหรูหราเมื่อถึงที่หมาย... คุณคาโน่ก็เดินตรงเข้าไปที่ฟร้อนท์ของโรงแรม ทางด้านพนักงานได้ยื่นกุญแจมาให้เขา แต่ที่ดึงดูดสายตาของเขาคงจะเป็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่แนบมาพร้อมกับลูกกุญแจของโรงแรม เมื่อคุณคาโน่ เปิดดูก็พบกับข้อความที่เขียนไว้ประมาณ 4-5 ภาษา ในกระดาษใบนี้เขียนไว้ว่าเป็นคำแนะนำ และระเบียบในการอยู่ร่วมกันภายในโรงแรม แต่คำบรรยายที่เขียนไว้นั้นกลับทำให้เขาคิ้วขมวดด้วยความฉงน เมื่อข้อความข้างในมันถูกระบุไว้ว่าข้อที่ 1 ก่อนที่จะเข้าไปภายในห้องพักให้เคาะประตู 3 ครั้งและพูดว่า ‘ขอความกรุณาให้ฉันเข้าพักด้วย’ข้อที่ 2 ถ้าตอนกลางคืนได้ยินเสียงเด็กเสียงดังกลางโถงทางเดิน ขอความกรุณาไม่เปิดประตูออกมาดู และไม่ส่องที่ตาแมว ให้อดทนรอสักพักแล้วคุณจะได้ยินเสียงกระดิ่ง นั่นคือพนักงานของเรากำลังพาเด็ก ๆ เข้าห้อง’ข้อที่ 3 ได้เขียนเวลาเปิด - ปิดของออนเซ็นไว้ว่า ‘ออนเซ็นแห่งนี้เปิดตั้งแต่เวลาเช้าจนถึงเที่ยงคืนแต่หลัง 5 ทุ่มเป็นต้นไป ห้ามแช่คนเดียว ให้แช่แบบมีเพื่อน และห้ามมีใครออกเป็นคนสุดท้าย’ และมีหมายเหตุที่ใต้กระดาษขนาดเล็กว่า ‘เพื่อความปลอดภัยและความสงบสุข ในการเข้าพักโรงแรม’ กฎระเบียบในการเข้าพักที่แปลกประหลาดสร้างความสงสัยให้แก่พวกเขายกเว้นแต่ครูสาว 2 คนที่มองเป็นเพียงเรื่องไร้สาระและไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ด้วยตัวของคุณคาโน่ที่ได้พบเจอเรื่องลี้ลับมาค่อนข้างบ่อยจึงได้เอ่ยเตือนไปด้วยความหวังดีว่าอย่างน้อยถ้าพวกเราทำตามไปก็คงไม่มีอะไรเสียหาย ทว่าคำเตือนดังกล่าวกลับทำให้ครูสาวทั้งสองไม่พอใจ พวกเธอแสดงท่าทีไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเดินฟึดฟัดแยกขึ้นห้องพักของตัวเองไปห้องพักของพวกเขาทั้ง 6 คนอยู่เรียงติดกัน 3 ห้อง ในจังหวะที่ทุกคนกำลังเข้าห้องพักของตัวเองไป คุณคาโน่ก็หันไปเห็นว่าครูใหม่ 2 คนไม่ได้เคาะประตูตามคำแนะนำของโรงแรมที่ได้ระบุไว้ เขาเห็นแบบนั้นจึงเข้าไปเตือนทั้งคู่ ไปอีกครั้งว่าระหว่างที่มีเวลาก็ให้ทำตามที่ทางโรงแรมนั้นบอกไป ทางด้านครูฮานะ และครูมิเอะที่ได้ยินแบบนั้นก็เกิดอาการไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรกับคำพูดที่เขาได้เอ่ยตักเตือน คุณคาโน่สังเกตเห็นว่าเวลานั้นค่อนข้างหมิ่นเหม่ และใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่โรงแรมระบุไว้ในคำเตือนก่อนหน้านี้ แต่เมื่อคิดว่าหากไปกันหลาย ๆ คนก็คงไม่น่าจะเป็นอะไรจึงตัดสินใจลงไปพร้อมกับทุกคนทุกคนจึงขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นบนสุดของโรงแรมที่เป็นสถานที่ตั้งของออนเซ็น เมื่อเดินออกจากลิฟท์ไปก็จะเห็นฝั่งชายและฝั่งหญิงแยกเป็น 2 ฝั่ง ภายในของออนเซ็นฝั่งผู้หญิงเมื่อเดินแหวกผ้าม่านเข้าไปก็จะเจอกับโซนแห้งเป็นจุดแรกที่มีไว้สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า และเก็บของไว้ในตู้ล็อกเกอร์ ถัดไปจะเป็นประตูกระจกบานขุ่นที่ต้องเดินเข้าไปใกล้ ๆ จึงจะเห็นว่ามีคนอยู่ เมื่อคุณคาโน่เปิดประตูบานนั้นเข้าไปปุ๊ป ควันไอจากน้ำร้อนในห้องออนเซ็นก็พุ่งออกมา และในทางขวาของห้องนั้นก็จะเป็นบ่อน้ำร้อน ส่วนทางซ้ายจะมีเก้าอี้ประมาณ 5 ตัว สำหรับผู้หญิงที่เข้ามาใช้บริการ 5 คนนั่งเรียงกัน ตรงหน้าบริเวณเก้าอี้จะเป็นฝักบัว และกระจกส่องโดยหากตามมารยาทแล้วนั้นเราไม่ควรจดจ้องร่างกายของเพื่อนที่มาด้วยกันหรือคนที่เข้ามาใหม่ ครูสาวทั้ง 4 คนนั่งเก้าอี้บริเวณชิดกำแพงทำให้ที่นั่งติดข้างประตูทางออกนั้นว่างเปล่า ครูคุณคาโน่นั่งอยู่ถัดจากเก้าอี้ตัวนั้นพอดี ส่วนตำแหน่งติดกำแพงเป็นที่ของครูมิเอะ และครูฮานะ ซึ่งนั่งอยู่ข้างกัน ครูฮานะเล่าว่าในตอนที่เธออาบน้ำอยู่ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามา ผิวกายของผู้หญิงคนนั้นขาว ผมดำมัดรวบสง่า รูปร่างสวย และหน้าตาดี พอผู้หญิงคนนั้นเข้ามานั่ง ทุกคนจึงลุกขึ้นเพื่อไปแช่ออนเซ็น จนเวลาล่วงเลยมาเกิน 5 ทุ่ม คุณคาโน่เลยตัดสินใจขึ้นจากบ่อน้ำร้อน และชวนครูสาวอีกคนไปด้วยกัน แต่ก่อนจะออกจากออนเซ็น คุณคาโน่ก็ได้หันกลับไปเตือนครูมิเอะ และครูฮานะอีกครั้งว่า ‘หากจะทำอะไรให้คิดดี ๆ และให้เชื่อในสิ่งที่คนเขาเตือนมาเพราะมันไม่ได้เสียหายอะไร รอบนี้เข้ามา 2 คนก็ขอให้กลับไป 2 คนโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นนะ’ และในจังหวะที่คุณคาโน่ลุกขึ้นไปอาบน้ำ สาวสวยที่เข้ามาใหม่คนนั้นก็ได้เดินสวนลงไปแช่ในอ่างออนเซ็น ตลอดช่วงเวลาในออนเซ็นก็จะมีผู้คนเวียนเข้า-ออกอยู่ตลอดแต่ก็จะอยู่เพียงไม่นาน พอคุณคาโน่เดินออกมาจากโซนออนเซ็น และต้องการที่จะกลับขึ้นห้องพัก ทางด้านครูมิเอะ และครูฮานะเองก็เริ่มพูดคุยกันถึงเรื่องเวลา เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยผ่าน 5 ทุ่มมาแล้ว ทั้งคู่จึงเริ่มลังเล และตัดสินใจว่าพวกเธอควรขึ้นจากบ่อออนเซ็นได้แล้วหรือยัง ฝั่งของครูฮานะก็บอกครูมิเอะไปว่าตนนั้นยังไม่อยากขึ้นให้ครูมิเอะขึ้นไปก่อนเลยแล้วตนเองจะอยู่กับหญิงสาวอีกคนที่แช่อยู่ด้วยกันกับเธอแทน ด้านผู้หญิงคนนั้นได้ยินก็ยิ้มรับ และพยักหน้าตอบตกลงครูฮานะไป ผ่านไปเพียงไม่นานครูมิเอะก็อาบน้ำเสร็จ และบอกกับครูฮานะไปว่าตนจะไปรอที่โซนนั่งเล่นข้างนอก ครูฮานะได้ยินเช่นนั้นก็ตอบรับ และแช่ออนเซ็นต่อภายในห้องแช่ออนเซ็นตอนนี้เหลือเพียงครูฮานะ และหญิงสาวคนนั้นแค่ 2 คน ด้วยความที่ตำแหน่งของออนเซ็นอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม ภายในห้องจึงมีบานกระจกไว้สำหรับมองวิวต่าง ๆ รอบนอก ครูฮานะจึงค่อย ๆ ขยับตัวไปตรงบานกระจกนั้นแต่แล้วเธอกลับมีความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาอย่างไม่ชอบมาพากล บรรยากาศเริ่มอึดอัดทำให้หายใจไม่ออก ควันเริ่มเพิ่มมากขึ้น น้ำในบ่อก็เริ่มร้อนขึ้น ในใจยังคงคิดแค่ว่าอาจจะเป็นเพราะอยู่กันเพียง 2 คน น้ำในบ่อจึงร้อนแต่ความรู้สึกเริ่มไม่สบายตัวทำให้ครูฮานะมีอาการฟึดฟัด กระสับกระส่ายจากสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในบ่อน้ำร้อนแห่งนี้แต่ถึงอย่างนั้นสายตาของครูฮานะยังคงจับจ้องที่วิวภายนอก แต่ภาพเงาสะท้อนกระจกตรงหน้าก็ทำเธอผวา เมื่อพบว่าข้างหลังของเธอดันมีผู้หญิงอีก 10 กว่าชีวิตแช่ออนเซ็นอยู่ด้วย! ด้วยความตกใจครูฮานะจึงรีบหันหลับไปดูแต่ปรากฎว่าผู้หญิงเหล่านั้นก็หายไปเหลือเพียงแต่ควันร้อนจากบ่อออนเซ็นเท่านั้น และมีผู้หญิงคนเดิมนั่งอยู่ ครูฮานะจึงบอกกับผู้หญิงคนนั้นไปว่า ‘จะขึ้นแล้วนะ ขึ้นด้วยกันเถอะ’ แต่ก็ไร้เสียงตอบรับกลับมา มีเพียงใบหน้าที่หลับตาพลิ้มสบายกับการแช่น้ำร้อน ครูฮานะเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้สนใจ และรีบเดินไปนั่งเก้าอี้อาบน้ำในโซนฝั่งตรงข้าม ในวินาทีที่ครูฮานะกำลังจะอาบน้ำ ภาพสะท้อนในกระจกตรงหน้าที่เธอเห็นไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมอีกต่อไปแต่เป็นคนแก่ร่างกายเหี่ยวย่นทั้งตัว ทุกอย่างในร่างหย่อนยาน และกำลังยิ้มเผยเขี้ยวแหลมมาให้เธอมาตรงที่กระจก ความหลอนที่ปรากฎตรงหน้าทำให้ครูฮานะรีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นด้วยร่างเปลื่อยเปล่า และมาเจอกับครูมิเอะที่มายืนดักไว้‘ทำบ้าอะไร ทำไมออกมาสภาพแบบนี้’ ครูมิเอะเห็นแบบนั้นจึงถามด้วยความสงสั ยและพยายามพาตัวกลับไปครูฮานะด้วยความกลัวจึงตอบกลับไปว่า ‘ไม่กลับ ๆ มันมีผี!’ แต่ครูมิเอะ ก็ตอบกลับไปว่าไม่สามารถให้เธอไปด้วยสภาพเปลื่อยเปล่าแบบนี้ได้และจำเป็นที่จะต้องกลับไปเอาชุดยูกาตะของครูฮานะ ทั้ง 2 คนจึงจับมือกันเข้าไปข้างในอีกครั้ง และเมื่อหันกลับไปมองในห้องออนเซ็นนั้นก็เจอเพียงแต่ความว่างเปล่า ร่างของผู้หญิงคนนั้นได้หายไปแล้วนั่นหมายความว่าครูฮานะคือผู้ใช้บริการคนสุดท้ายในค่ำคืนนี้ ทั้งคู่จึงรีบวิ่งกันออกมาจากออนเซ็น และกดลิฟท์ลงไปที่ชั้นของห้องพักตัวเอง ในระหว่างที่ลิฟท์เคลื่อนตัวลง จู่ ๆ บรรยากาศในโรงแรมก็เริ่มเงียบสงัดจนหูทั้งสองข้างอื้ออึง เมื่อถึงห้องพักพวกเธอก็พยายามที่จะไขกุญแจเพื่อจะเข้าไปในห้องแต่กลายเป็นว่าพยายามจะเปิดเท่าไหร่มันก็เปิดไม่ออก แม้จะใช้ตัวช่วยดันกระแทกเข้าไปก็ยังไม่สามารถเปิดได้ จนจู่ ๆ ครูฮานะก็ได้ยินเสียงผู้ชายประมาณ 3-4 คนคุยกันราวกับว่ามีงานเลี้ยงอยู่แถวนั้น เธอจึงพยายามหาต้นตอของเสียง ปรากฎว่าเสียงที่เธอได้ยินนั้นมันดังออกมาจากห้องของเธอเอง! ครูฮานะจึงตรวจเช็คเลขห้องแต่ก็พบว่าเลขมันตรงกับกุญแจที่เธอนั้นถืออยู่ เธอเลยบอกให้ครูมิเอะไปกดลิฟท์แต่กลายเป็นว่ากดยังไงก็ไม่ติด เปลี่ยนทางไปประตูหนีไฟก็ยังเปิดไม่ออก คราวนี้ครูมิเอะเลยตัดสินใจเคาะประตูทุกห้องในชั้นเรียงไปแต่ก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตูให้เลยสักคน ทางด้านครูฮานะที่พยายามดันตัวกระแทกไปที่ประตูห้องเธอนั้นก็กลับกลายเป็นว่ายิ่งเธอดันเข้าไปเท่าไหร่ เสียงในห้องก็ยิ่งดังชัดขึ้นมากเท่านั้น จากเสียงที่สังสรรค์อยู่ที่เตียง ขยับมาเป็นกลางห้อง และค่อย ๆ ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่ที่หน้าประตู เป็นเสียงของผู้ชายที่ตะโกนร้องว่า ‘คัมไป!’ ดังชัดอย่างสนุกสนาน และค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะดัง ‘ฮิ ๆ ๆ’ คล้ายกับคนที่ต้องการจะกลั่นแกล้ง จนกระทั่งจู่ ๆ ไม่รู้มีอะไรดลใจให้ครูฮานะเอื้อมมือไปเคาะที่ประตู 3 ครั้งพร้อมพูดว่า ‘ขอความกรุณาให้เราเข้าพักด้วยนะคะ’ สิ้นเสียงประโยคนั้นราวกับทุกอย่างถูกตัดไปทันที สถานการณ์รอบข้างกลับมาเป็นปกติ เสียงที่เคยได้ยินในห้องเงียบหายไปเหมือนไม่เคยมีคนอยู่เมื่อทั้ง 2 คนได้สติก็ตื่นมาเจอแขกของโรงแรมหลายคนยืนมองด้วยความสงสัย และคุณคาโน่ก็คือหนึ่งในนั้น‘เป็นอะไร’ ครูคาโน่ถามครูสาวทั้ง 2 คน‘แล้วพี่เป็นอะไร เคาะประตูทำไมไม่เปิด’ ครูมิเอะและครูฮานะก็ตอบกลับว่าด้วยความโกรธทุกคนที่ได้ยินก็แปลกใจ และตอบกลับไปว่าตนนั้นเปิดตั้งแต่ที่ได้ยินเสียงเคาะครั้งแรกแล้ว อาการหวาดกลัวกับสิ่งที่ได้เจอนั้นทำให้ทั้งครูมิเอะ และครูฮานะวิ่งไปวิ่งมาคล้ายกับคนสติแตก เมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ทั้งคู่ก็ไม่กล้าที่จะกลับไปนอนห้องตัวเองอีกต่อไป พวกเธอจึงมานอนค้างที่ห้องของคุณคาโน่ เช้าวันถัดมาทุกคนก็เอาเหตุการณ์ทั้งหมดที่เจอไปบอกกับทางโรงแรม ผู้จัดการก็ได้บอกกลับมาว่า ‘ยังไงคืนนี้ขอให้ทำตามกฎด้วยนะ’ แม้ความกลัวจะไม่ได้หายไปแต่ทุกคนก็ยังคงตัดสินใจพักที่โรงแรมตามเดิม พอเข้าคืนที่ 2 ครูมิเอะ และครูฮานะก็ได้ทำตามกฎที่เคยไม่เชื่อในตอนแรกอย่างครบถ้วน ปรากฎว่าทุกอย่างปกติดี ไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณคาโน่เลยบอกครูมิเอะ และครูฮานะไปว่าอย่าเพิ่งค้นหาอะไรเกี่ยวกับโรงแรมแห่งนี้ ให้รอจนกว่าจะออกไปก่อนแล้วจึงค่อยหาดู เมื่อทุกคนออกมาจากโรงแรมเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจึงได้เสิร์ชหาเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้น จนไปเจอเข้ากับกระทู้หนึ่ง ในนั้นเขียนไว้ว่าเมื่อก่อนพื้นที่ของโรงแรมแห่งนี้เป็นศาลเจ้า จึงทำให้มีเสาโทริอิตั้งอยู่ตรงทางเข้าของโรงแรม แต่ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสถานที่ทำธุรกิจ และก็ขาดทุนไป เลยได้ขายให้กับนักธุรกิจคนหนึ่ง ก่อนที่เขาคนนั้นจะนำพื้นที่นี้ไปสร้างเป็นโรงแรม ทว่าความผิดปกติของสถานที่แห่งนี้กลับอยู่ที่ตัวศาลเจ้าเอง ตามความเชื่อเดิมนั้น พลังงานขาวดำควรแยกออกจากกันอย่างชัดเจน แต่กลับกลายเป็นว่าศาลเจ้านี้ดันไปรับกิจเพิ่มซึ่งนั้นก็คือการทำ ‘สุสาน’ นั่นแปลว่าเป็นการเอาของสีดำหรือของที่ไม่ดีเข้าไปในศาลเจ้า นั้นทำให้พลังงานขาวดำที่อยู่ในนั้นมันตีกันอยู่ภายในพื้นที่ สลับผลัดเปลี่ยนกันทำลายกันแต่ก็ไม่สำเร็จ ดวงวิญญาณก็ไม่สามารถเอาโรงแรมลงได้เพราะเป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียง ส่วนโรงแรมก็ไม่สามารถกำจัดเหล่าดวงวิญญาณไปได้เช่นกัน จึงจำเป็นที่สองสิ่งนี้จะต้องอยู่ร่วมกัน และสิ่งสุดท้ายที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่พวกเขาเผชิญ ก็คือข่าวของหญิงสาวคนหนึ่งที่เสียชีวิตภายในออนเซ็น โดยมีสาเหตุมาจากโรคประจำตัว ทำให้เธอเกิดอาการไหลตายขณะกำลังแช่น้ำอยู่ที่น่าขนลุกไปกว่านั้นคือ เวลาที่หญิงสาวเสียชีวิตตรงกับช่วง 5 ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ระบุไว้ในกฎของโรงแรม และคำเตือนที่พวกเขาได้รับตั้งแต่แรก…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

ไม่ต้องย้อนเวลาเพื่อกลับไปรักกัน เพราะตอนนี้ก็รักกันสุด ๆ แล้ว ~~ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ มี่ภัทร - เอญ่า พร้อมนำความน่ารักสุดละมุน มาเติมให้จนแฟน ๆ ยิ้มตามไปกับความหวานของทั้งคู่ตลอดทั้งคืน
19 ส.ค. 2026
EFM FANDOM RECAP

ไม่ต้องย้อนเวลาเพื่อกลับไปรักกัน เพราะตอนนี้ก็รักกันสุด ๆ แล้ว ~~ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ มี่ภัทร - เอญ่า พร้อมนำความน่ารักสุดละมุน มาเติมให้จนแฟน ๆ ยิ้มตามไปกับความหวานของทั้งคู่ตลอดทั้งคืน

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 13 สิงหาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “มี่ภัทร - เอญ่า” ที่มามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย คารมดี “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Sweet Addiction รสหวานเกินหยุดยั้งนามปากกา : พิ้งกี้พายหมอดูกระโดดน้ำ จะเป็นยังไง ถ้าโลกแห่งนี้มีแวมไพร์ร่วมอาศัยกับมนุษย์? เมนิต้า (มี่ภัทร) ลูกสาวคนเดียวแห่งตระกูลแวมไพร์ชั้นสูงที่หนีการหมั้นหมายเพียงเพราะไม่ชอบขี้หน้าฝั่งตรงข้าม เธอหนีมาพร้อมกับแมวสีเทาขนสลวยและเงินจำนวนหนึ่ง ด้วยความหิวจึงเข้าไปยังคาเฟ่และสั่งอาหารเพื่อประทังชีวิต ทันใดนั้นเอง ประสาทการได้กลิ่นของแวมไพร์ก็ทำให้เธอค้นพบกับหญิงสาวร่างเล็กที่ชื่อว่า แองเจิ้ล (เอญ่า) กลิ่นหอมหวานคาราเมลที่เตะจมูกเข้าอย่างจัง ทำให้ดวงตาสีน้ำตาลแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เมนิต้าพุ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดีดนิ้ว ป๊อก! เวลาได้หยุดเคลื่อนที่ กว่าจะรู้ตัว เมนิต้าก็อยู่ตรงหน้าเธอแล้ว “ฉันชื่อเมนิต้า เป็นแวมไพร์” “ห้ะ” เมนิต้าไม่พูดอะไรอีก แต่ขยับเข้าไปใกล้แองเจิ้ลกว่าเดิมจนอีกฝ่ายประหม่าและพูดว่า “เลือดเธอมันหอมหวานเหมือนคาราเมลที่เคี่ยวอย่างดี…ฉันขอดื่มได้มั้ย” แองเจิ้ลยืนอึ้งพร้อมกับพูดว่า “วอดส์” ใครจะไปคิดว่าเลือดหอมหวานในวันนั้น จะกลายเป็นดั่งยาเสพติดที่ทำให้เมนิต้าขาดแองเจิ้ลไม่ได้อีก ทั้งคู่ดำดิ่งไปกับรสชาติแสนหวานของความรักและความลุ่มหลง จนเมนิต้าลืมคิดถึงสิ่งที่ตัวเองหนีมา แล้วเธอจะทำยังไงต่อกันนะFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Sweet AddictionPen Name : พิ้งกี้พายหมอดูกระโดดน้ำ Imagine a world where vampires and humans coexist! Meet Menita (also known as Miephat), the heiress to a prominent vampire clan. She's just bolted from an arranged marriage because, frankly, she's not digging the groom. Armed with a ridiculously fluffy gray cat and a pocketful of cash, she seeks refuge in a cafe, craving some grub. Suddenly, her super-vamp senses tingle. A petite human named Angel (Aya) walks in, exuding a scent that’s pure, divine caramel. It’s enough to make Menita’s normally brown eyes flash crimson. In a blink, time freezes. Before Angel can even register what’s happening, Menita is right there. "I'm Menita, a vampire," she announces. Angel, understandably bewildered, can only muster a "Huh?" Menita, unperturbed, edges closer, making Angel’s heart race. "Your blood smells like the most perfect caramel, sweet and rich... May I have a taste?" Angel, utterly speechless, can only whisper, "Wow." Little did anyone know, that single taste would ignite an insatiable addiction. Menita found herself utterly captivated, unable to imagine life without Angel. Their world became a dizzying swirl of sweet indulgence and consuming obsession, pushing Menita’s original escape plan entirely out of her mind. So, what’s her next move in this intoxicating new reality?FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... ย้อนเวลามาพบเธอนามปากกา : พี่พลัสเอ เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นท่ามกลางสายฝน ริน หญิงสาวผมยาวในเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำตาลขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจฝ่าถนนยามค่ำคืน เธอรีบตรงไปยังบริษัทของ เอวา คุณหนู CEO ที่เธอได้รับหน้าที่ดูแล แต่คืนนี้มีบางอย่างผิดปกติ “เอวาอยู่ไหน?” ไม่มีใครตอบได้ รินรีบขึ้นไปยังชั้นบนสุด และพบเอวายืนอยู่ริมหน้าต่าง สีหน้าของคุณหนูที่เคยสงบนิ่งกลับเต็มไปด้วยความกังวล “ริน… ฉันฝันเห็นอนาคต” “อนาคต?” เอวาหันกลับมา “อีกสามวัน ฉันจะเกิดอุบัติเหตุ และเธอจะเป็นคนที่มาถึงช้าที่สุด” รินนิ่งไป ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “งั้นฉันก็จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น” ทันใดนั้น นาฬิกาบนผนังเริ่มหมุนย้อนกลับ เข็มนาฬิกาหมุนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนทุกอย่างจะหยุดลง เอวาจ้องรินด้วยสายตาตกใจ “เธอ…เห็นเหมือนฉันใช่ไหม?” รินพยักหน้า “ฉันไม่ได้เพิ่งรู้จักเธอวันนี้” “หมายความว่าไง?” รินมองเธอ ก่อนตอบเสียงเบา “ฉันเคยช่วยเธอมาแล้วหลายครั้ง” “แต่ทุกครั้งที่เวลาถูกย้อนกลับ…” รินยื่นมือออกไป “เราจะลืมกัน” เอวาค่อย ๆ จับมือเธอ “งั้นครั้งนี้…อย่าลืมฉันนะ” รินยิ้ม “ไม่ลืมแน่นอน” เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นอีกครั้ง และการย้อนเวลาครั้งสุดท้ายของพวกเธอก็เริ่มต้นขึ้น!!FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Just in the nick of time to catch up with you!Pen Name : พี่พลัสเอ The rumble of the engine cut through the downpour as Rin, a striking woman with flowing hair, navigated the slick, darkened city streets on her reliable motorcycle. Her destination was Ava, the CEO she was tasked with protecting. But tonight, a disquiet hung in the air. "Where's Ava?" The question echoed, unanswered. Rin raced to the uppermost floor, finding Ava by the window, her usually composed features etched with a palpable anxiety. "Rin… I had a vision of the future." Ava turned, her voice trembling. "In three days, an accident will happen, and I'll be the last one to reach you." A soft chuckle escaped Rin's lips. "Then I'll make sure it doesn't." Abruptly, the wall clock's hands began to spin backward, accelerating wildly before everything froze. Ava's eyes widened in astonishment, fixed on Rin. "You… you saw it too, didn't you?" Rin offered a nod. "This isn't our first meeting." "What do you mean?" Rin met her gaze, her voice gentle. "I've been here for you before." "But each time time rewinds…" Rin extended a hand. "We forget each other." Ava’s fingers met hers. "So this time… please, don't forget me." A warm smile touched Rin's lips. "I won't." Once more, the engine roared to life, signaling the beginning of their final temporal reset!FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ส่งรักข้ามทศวรรษนามปากกา : The Hammerhead shark ‘มนัสนันท์’ ทำความสะอาดโต๊ะไม้เก่าในเรือนไทยพิพิธภัณฑ์ เธอพบลิ้นชักลับ ด้วยความเหงายามดึกจึงเขียนจดหมายสอดไว้ ‘ถึงใครก็ตามที่เคยนั่งตรงนี้... เมืองใหญ่หมุนไวเกินไป ฉันเหงาเหลือเกิน’ เช้าวันรุ่งขึ้น เธอพบกระดาษสาลายมือหมึกจีนตอบกลับ ‘ถึงแม่มนัส... หากเหนื่อยนัก จงพักเสีย ฉันคือ ‘วาด’ ผู้เคยอาศัย ณ เรือนนี้เมื่อร้อยปีก่อน’ ลิ้นชักกลายเป็นสะพานเชื่อมเวลา สองสาวโต้ตอบจดหมายกันทุกคืน คุณวาดเล่าถึงชีวิตในรั้ววัง ส่วนมนัสนันท์เล่าเรื่องโลกอนาคต ความผูกพันซึมลึกเป็นความรักข้ามกาลเวลา จนคืนหนึ่ง คุณวาดเขียนด้วยมือสั่นระริก ‘พ่อจะให้ฉันแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก... คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่ฉันได้อยู่เรือนนี้’ มนัสนันท์ใจสลาย รีบเขียนตอบ ‘คุณวาด... ทิ้งบางอย่างไว้ให้รู้ว่าคุณเคยมีชีวิตอยู่จริงได้ไหม’ สัญญาณขาดหาย... ลิ้นชักกลายเป็นเพียงไม้ธรรมดา มนัสนันท์ร้องไห้ลูบโต๊ะ ทันใดนั้น แสงแดดส่องกระทบขอบลิ้นชัก เผยรอยสลักรูปดอกลีลาวดีพร้อมข้อความซ่อนอยู่ ‘ถึงมนัส... หัวใจของฉันจะอยู่กับเธอเสมอ’FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Sending heartfelt wishes through the years.Pen Name : The Hammerhead shark One quiet evening, while tidying up an antique wooden table in a charming old Thai house museum, Manasanan stumbled upon a secret compartment. Feeling a pang of loneliness as the night deepened, she penned a note and tucked it away: "To whoever once called this place home... The city's hustle feels overwhelming, and I'm quite alone." The following morning, a reply, written in elegant Chinese ink, awaited her: "To Mother Manas... If you're feeling weary, please find solace. I am Wad, who resided in this very house a century ago." This hidden drawer transformed into a magical conduit, bridging the chasm of time. Night after night, the two women exchanged heartfelt letters. Wad painted vivid pictures of life within the palace walls, while Manasanan shared glimpses of the future. Their connection blossomed into a profound love that defied the boundaries of time. Then, one somber night, Wad's hand trembled as she wrote, "My father insists I marry a man I do not love... Tonight will be my final night in this home." Heartbroken, Manasanan rushed to reply, "Wad... Is there anything you can leave behind, a small token, to assure me you once graced this place?" The subtle connection flickered and died. The drawer reverted to being just an ordinary part of the table. Tears streamed down Manasanan's face as she gently caressed the wood. Suddenly, a shaft of sunlight illuminated the edge of the drawer, revealing a delicately carved frangipani flower and a whispered message: "To Manas... My heart will forever remain with you."FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... ปาฏิหาริย์รักใต้แสงเหนือ (Northern Lights Romance)นามปากกา : Blue hours "ลลิล / มี่ภัทร" นักดาราศาสตร์สาวผู้เงียบขรึม เดินทางมายังสถานีวิจัยกลางขั้วโลกเหนือ เพื่อเก็บข้อมูลปรากฏการณ์แสงออโรร่า ความสงบที่คาดหวังไว้กลับพังทลายลงตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบกับ "ซัมเมอร์ / เอญ่า" ช่างภาพสาวอารมณ์ดี ผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มสดใสและกล้องโปรตัวใหญ่ที่คอยตามเก็บภาพทุกความเคลื่อนไหวทันใดที่เห็น "สวัสดีค่ะคุณนักดาราศาสตร์! สนใจเป็นนางแบบจำเป็นให้วิวแสงเหนือข้างหลังหน่อยไหมคะ?" ซัมเมอร์ทักทายด้วยน้ำเสียงสดใสท่าทางไร้เดียงสา ท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศา ขณะที่ลลิลมองแล้วทำได้เพียงถอนหายใจเบาๆ ส่ายหน้าปฏิเสธ แต่โชคชะตาจะชอบเล่นตลก เพราะเกิดพายุหิมะกะทันหัน ทำให้ทั้งคู่ต้องติดอยู่ในบ้านพักหลังเล็กกลางทุ่งน้ำแข็งเพียงลำพังเป็นเวลาสามวันเต็ม ในค่ำคืนที่ลมพัดกระหน่ำจนไฟฟ้าดับสนิท ซัมเมอร์พยายามจุดเทียนไขเพื่อสร้างความอบอุ่น แต่ความหนาวเย็นก็ยังทำให้ตัวเธอนั้นสั่นเทา ลลิลที่นั่งเงียบมานานจึงตัดสินใจขยับเข้าไปใกล้ พร้อมกับหยิบผ้าห่มผืนหนามาคลุมไหล่ให้ช่างภาพสาว "หนาวขนาดนี้ ยังจะฝืนยิ้มไหวอีกเหรอคุณช่างภาพ" ลลิลเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นครั้งแรก ซัมเมอร์เงยหน้าขึ้นสบตากับลลิลFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Northern Lights RomancePen Name : Blue hours Lalin / Miephat, a woman of quiet contemplation and a keen astronomer, journeyed to a remote polar research outpost with the sole purpose of gathering data on the magnificent aurora borealis. Her anticipation of serene solitude was instantly disrupted upon encountering Summer / Aya, a vivacious photographer whose infectious smile and professional camera seemed to capture Lalin's every move. "Hello there, Ms. Astronomer! Fancy being my spontaneous muse for a shot with the Northern Lights as a backdrop?" Summer chirped, her voice a bright contrast to the biting -20 degree Celsius air. Lalin responded with a soft sigh and a shake of her head, declining the offer. However, fate had other plans, and an unexpected blizzard soon confined them to a small cabin adrift in the icy expanse for three long days. One blustery night, as the wind raged and the power flickered out, Summer attempted to kindle a candle for warmth, but the relentless cold continued to send shivers through her. Lalin, who had remained largely silent, finally shifted closer, gently draping a thick blanket over the photographer's shoulders. "Still managing a smile despite the chill, aren't you, photographer?" Lalin teased softly, her first playful remark. Summer looked up, her eyes meeting Lalin's gaze.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... ส้นสูงปักรักกลางดงมันนามปากกา : OAT5678ท่ามกลางแดดเปรี้ยง "มีมี่" หนุ่มรับจ้างขุดมันสู้ชีวิต ก้มหน้าทำงานจนหน้าเปื้อนดิน จู่ๆ "ญาญ่า" เถ้าแก่ขาโหดประจำไร่ก็เดินสับส้นสูงปรี๊ดเข้ามากลางดงมันสำปะหลัง ​"นี่นาย... ขุดได้แค่นี้เมื่อไหร่ฉันจะรวย!" ญาญ่าเตรียมอ้าปากวีนต่อ แต่จังหวะที่มีมี่เงยหน้าขึ้นมาแล้วใช้หลังมือปาดเหงื่อเปื้อนดินออก เผยให้เห็นสันกรามคมกริบตัดกับแสงแดด เถ้าแก่สาวก็ถึงกับชะงักตาค้าง ลืมบทด่าไปชั่วขณะ ​เพราะมัวแต่ตะลึงความหล่อทะลุฝุ่น ส้นเข็มเจ้ากรรมดันปักพรวดลงไปในหลุมขุดมัน ร่างของญาญ่าเสียหลักหน้าคะมำ ทว่าพริบตานั้นมีมี่ก็โยนจอบทิ้ง พุ่งตัวเข้ามารับร่างเถ้าแก่ไว้ในอ้อมแขนได้อย่างนุ่มนวล พอสบตาซื่อๆ ของลูกจ้างหนุ่มในระยะประชิด ญาญ่าก็หน้าแดง ใจเต้นตึกตัก รีบผลักตัวเขาออก แกล้งทำเสียงดุ "นี่นายกล้าดียังไงมาถูกตัวฉัน! แล้วหน้าซีดแบบนี้ เดี๋ยวก็เป็นลมตายพอดี!"​ พูดจบเธอก็แย่งจอบมีมี่ไปโยนทิ้ง พร้อมยัดแก้วชานมไข่มุกใส่มือเขา "อะ...อะนี่! ฉันซื้อมาเกินหรอกนะ! รีบกินให้หมดจะได้มีแรงขุดต่อ!" เถ้าแก่เดินเขย่งส้นสูงหนีไปอย่างไว ปล่อยให้มีมี่ยืนงงกอดแก้วชามุก... สรุปนี่มาตรวจงาน หรือตั้งใจเอาชามุกมาส่งกันแน่เนี่ย!FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… High heels embroidered with love in the middle of a thicket.Pen Name : OAT5678 Under the relentless glare of the sun, Mimi, a young man whose life revolved around the back-breaking task of digging cassava, toiled away. His face, streaked with grime, was perpetually bowed over his work. Suddenly, the formidable Yaya, the overseer of the cassava farm, made a dramatic entrance, her high heels sinking into the very earth she commanded. "Hey you!" she boomed, her voice laced with impatience. "When am I ever going to strike it rich if you only manage to dig this little?" Just as Yaya was about to unleash a torrent of her displeasure, Mimi looked up, wiping a bead of sweat from his brow with the back of his hand. The sunlight caught the sharp angles of his jaw, creating a striking contrast that momentarily halted Yaya in her tracks. Forgetting her scolding, she was captivated. In her stunned state, her stiletto heel found a soft spot, plunging into a cassava hole and sending her wobbling precariously. Without missing a beat, Mimi dropped his hoe and, with surprising agility, caught the flustered boss in his arms. Eyeing him up close, his innocent gaze meeting hers, Yaya felt a blush creep up her neck, her heart doing a frantic drum solo. She quickly pulled away, attempting to regain her composure with a feigned sternness. "How dare you touch me! And look at that sickly complexion – you'll pass out!" With that, she snatched Mimi's shovel, tossed it aside, and thrust a bubble tea into his hand. "Here, take it! I bought way too many. Drink it up so you'll have the energy to keep digging!" Yaya then scurried off on tiptoe, leaving Mimi utterly perplexed, cradling the bubble tea. Was she here to check on his progress, or was this elaborate gesture just a disguised gift?เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “มี่ภัทร - เอญ่า”ที่มาเล่าเรื่องราวน่ารัก ๆ ให้แฟนๆ ชาว Plus A ฟัง จนอดใจไม่ไหวที่จะยิ้มตามไปกับทุกคำพูดของสองสาว( Plus A คือชื่อด้อมของเรา ! ) ชื่อด้อม “Plus A” มีที่มามาจากส่วนผสมของ “มี่ภัทร - เอญ่า” ที่มี Plus (+) A เข้ามาร่วมด้วย ซึ่ง A มีทั้งหมด 5 ตัว คือ Aya , Aura , Alpha , Apex และ All ซึ่งแต่ละตัวก็มีความหมายที่สื่อถึงทั้งคู่ด้วย โดยตอนแรกจะให้แฟนคลับช่วย ๆ กันคิดชื่อด้อมมาเสนอ แต่ “มี่ภัทร” โพสต์เกี่ยวกับ 5A แล้วแฟนคลับชอบมาก เลยได้ข้อสรุปเป็นชื่อด้อมนี้ในที่สุด( สไตล์ที่คล้ายกันแต่ก็แตกต่าง ) “มี่ภัทร - เอญ่า” มีไลฟ์สไตล์ การแต่งตัว หรืออาหารการกินก็คล้ายกันไปหมด ทั้งคู่เล่าว่า มีเสื้ออยู่ตัวหนึ่งที่เป็นเสื้อคาร์ดิแกนสีครีมเหมือนกัน แต่เวลาหยิบมาแต่งตัวก็แมทช์กันออกมาได้เป็นคนละสไตล์อยู่ดี ทางรายการจึงมีคำถามมาว่า ถ้าต้องไปเดทด้วยกัน จะแต่งตัวให้อีกฝ่ายยังไง โดยเริ่มที่ “เอญ่า” บอกว่าตัวเองรู้ใจว่า “มี่ภัทร” ชอบใส่อะไรที่สบายตัว ดังนั้นจะเลือกให้ใส่กางเกงยีนส์ทรงแบ็กกี้ และใส่กับเสื้อแจ็คแก็ตคล้าย ๆ กับลุควันนี้ ส่วน “มี่ภัทร” อยากเปลี่ยนลุคให้ “เอญ่า” โตขึ้นออกแนวเซ็กซี่ให้มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เพราะ “มี่ภัทร” ชอบลุคแบบ “รัณ” มาก ๆ แต่แต่งตัวสไตล์ปกติแบบนี้ที่ “เอญ่า” ชอบก็โอเค เอาที่เขาชอบดีกว่า( คนหนึ่งเร็ว คนหนึ่งช้า ) มีหลาย ๆ คนบอกว่า “มี่ภัทร” ชอบทำอะไรช้า ๆ ส่วนฝั่ง “เอญ่า” ชอบทำอะไรเร็ว ๆ แต่ทั้งคู่ก็เถียงกลับมาว่าจริง ๆ แล้วเป็น “มี่ภัทร” เองที่เร็ว และ “เอญ่า” เป็นคนที่ช้าเอง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่กำลังถ่ายทำซีรีส์และซีนนั้นทีมกำกับบอกให้คีพโรลได้เลย ถ้า “เอญ่า” จะร้องไห้ตอนไหนก็แสดงออกมาได้เลย ทีนี้น้องก็นั่งนิ่ง ๆ ไปพักหนึ่งแล้วจู่ ๆ ก็หันมาถามว่า ‘พร้อมถ่ายหรือยังคะ’ กลายเป็นว่า “เอญ่า” บอกว่าหูดับในช่วงที่ทีมกำกับบอกว่าคีพโรล แต่ด้วยความที่เขากำลังอินกับตัวละครอยู่เลยไม่รับอะไรแล้ว และอีกเหตุการณ์หนึ่งคือ “เอญ่า” กินข้าวช้ามาก ๆ และ “มี่ภัทร” เป็นคนที่กินข้าวเร็ว แต่มันก็เป็นข้อดีที่ทำให้ได้มีเวลามองหน้าเขาแทน[ เซ็ตคำถามพิเศษ : แม่จ๋าหนูมาแล้ว ]( ถ้าต้องจินตนาการว่า “เอญ่า” เป็นแม่ จะเป็นแม่สายไหน ? ) “มี่ภัทร” บอกว่า ยังไง “เอญ่า” ก็ต้องเป็นแม่ที่ตามใจลูก และไม่ลืมที่จะแต่งตัวแมทช์กับลูก ตามใจลูกทั้งหมด ถ้าลูกทำผิดก็จะไม่ดุ เพราะ “เอญ่า” ก็ดุใครไม่เป็นด้วย แถมเขายังไม่เคยโกรธใคร ขนาด “มี่ภัทร” ลองแกล้งแหย่เล่นให้โกรธก็ยังไม่โกรธกันเลย เผลอ ๆ “เอญ่า” ก็จะเป็นคนมาง้อเราด้วย( คิดว่า “มี่ภัทร” เป็นตัวแม่ในเรื่องอะไรบ้าง ? ) สำหรับ “เอญ่า” มองว่า “มี่ภัทร” เป็นตัวแม่ในการวางแผน เพราะเวลาจะไปไหนด้วยกันก็จะวางแผน หาสถานที่ หาร้านอาหารให้ตลอด จัดการให้ทั้งหมดเลย จน “เอญ่า” มีหน้าที่จ่ายอย่างเดียว แต่ก็มีสลับกันเลี้ยง สลับกันจ่ายบ้างในบางมื้อ( ถ้าทั้งสองคนได้เลี้ยงสัตว์เป็นลูกด้วยกัน จะเลี้ยงอะไร ? ) “มี่ภัทร - เอญ่า” บอกว่าจะเลี้ยง ‘วาฬมีเขา’ ซึ่งมาจากส่วนผสมของ ‘วาฬและยูนิคอร์น’ ที่เป็นตัวแทนของทั้งคู่ โดยน้องอาจจะเป็นครึ่งบกครึ่งน้ำ ใช้ครีบในการบิน และถ้าให้ตั้งชื่อ ก็จะตั้งชื่อว่า “ยูนิวาฬ” แต่ถ้าออกอินเตอร์ ๆ หน่อยก็จะเป็น “Uniwhale”( ความคิดถึงส่งไปให้พี่เลเน่และน้องรัณ ) ซีรีส์เรื่องนี้ “เอญ่า” รับบท “รัณ” เล่าว่าคิดถึงทุกโมเมนท์ในกองถ่าย เพราะตอนอยู่ในกองถ่ายอบอุ่น และสนุกมาก ๆ แถมยังท้าทายกับการรับบท “รัณ” สุด ๆ เพราะมีอารมณ์ดราม่าเยอะมาก ๆ แต่ในชีวิตจริงเราไม่ได้มีอารมณ์นี้เท่าเขา และเรื่องนี้ยังได้เป็นนักแสดงหลักเรื่องแรกด้วย ทุกอย่างมันยากมาก ๆ ได้มีการ Workshop แถมได้คุยกับพี่นักเขียน ทีมผู้จัดและผู้กำกับกันโดยตลอด คุยกันเรื่องการไต่ระดับอารมณ์ในซีนงานศพว่าจะเสียใจมากน้อยแค่ไหน พอได้อยู่ในซีนสถานการณ์จริง ๆ แล้วก็เหมือนว่า “เอญ่า” รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ เลย ส่วน “มี่ภัทร” ก็คิดถึงบทบาท “เลเน่” มาก ๆ เช่นเดียวกัน เพราะตัวเขามีหลากหลายอารมณ์ เขาเหมือนลูกสาวมาเฟียที่เสียใจแต่ไม่แสดงออก ถ้าใครอยากรู้ก็ต้องเดาอารมณ์เอาเอง “มี่ภัทร” ทำการบ้านเกี่ยวกับตัวละครนี้เยอะมาก เพราะการแสดงออกทางอารมณ์มันขัดแย้งกันมาก ๆ ที่โกรธแต่ทำสายตาโหยหา เรียกได้ว่ายากมาก ๆ ช่วงนั้นผ่านมาได้คือตัวเองเก่งสุดยอด แถมยังมีฉากบู๊ที่ได้เรียน 2 วันเต็ม ๆ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ฮึดสู้ พอได้เห็นผลงานในวันนี้ทั้งคู่ก็ดีใจมาก ๆ( Love Scene สุดเขิน ! ) พูดถึง Love Scene ของเรื่องนี้คือตามสไตล์ของ MeMindY เลย แต่เรื่องนี้ทีมผู้กำกับก็รับฟังความคิดเห็นของ “มี่ภัทร - เอญ่า” ว่าจะเล่นแบบไหน แต่ตอนที่คุยกันก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะเล่นยังไง พอได้ไปดูหน้าเซ็ตถึงนึกภาพตามออก เป็นกึ่ง ๆ การ Improvise ในซีนนั้น เพราะทีมก็มีการพูดคุยกันมาแล้วว่าซีนนี้อยากได้ Mood แบบไหนหรือเล่นแบบไหน “มี่ภัทร - เอญ่า” ก็จะลองเล่นกันให้ทีมดูก่อน ถ้าโอเคแล้วก็เล่นจริงแบบนั้นเลย ตอนที่เล่นซีนพวกนี้ก็เขิน เขินตั้งแต่ตอนซ้อมจนถึงตอนถ่ายทำจริง แม้ว่าตอนซ้อมจะเขินมาก ๆ แล้ว แต่ตอนถ่ายทำจริงก็เขินมากกว่าเดิมอีก( บทบาทในอนาคตที่อยากเล่น ) ในอนาคต “มี่ภัทร” อยากเล่นแนวแฟนตาซีบ้าง อย่างแวมไพร์ หรือจะเล่นบทคนธรรมดาปกติเลยก็ได้ เพราะอย่าง “เลเน่” เองเขาก็จะใส่ส้นสูงตลอดเวลา แถมยังขรึมมาก ๆ “มี่ภัทร” เลยอยากปล่อยตัวสบาย ๆ เป็นคนธรรมดาทั่วไปดูบ้าง ส่วน “เอญ่า” เองก็อยากได้เล่นแนวที่ฉีกออกจากตัว “รัณ” เหมือนกัน อยากลองแบดขึ้น เอาแต่ใจ หรืออาชีพที่น่าสนใจมากขึ้นอย่างหมอ หรือตำรวจ( ถ้าได้ย้อนเวลากลับไปในวันแรก จะพูดว่าอะไร ? ) สำหรับ “มี่ภัทร” จะพูดกับ “เอญ่า” ในทันทีว่า ‘อีก 3 ปีเตรียมเจอกันเลย’ เพราะทั้งคู่เคยได้เจอกันมาก่อนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แถมช่วงปีใหม่ “เอญ่า” ก็ยังทักมา Happy New Year กันอยู่เลย จนซีรีส์เรื่องนี้เปิดแคสนักแสดงจนได้กลับมาเจอกันจริง ๆ อีกรอบ นั่นทำให้ “เอญ่า” บอกว่าถ้าได้พูดกับ “มี่ภัทร” ในตอนนั้นก็คงพูดว่า ‘เชื่อว่ายังไงเราก็จะได้เจอกันอีก’ นั่นทำให้ “มี่ภัทร” แซวว่าหรือนี่คือเหตุผลที่ “เอญ่า” มาขอ Instagram ของ “มี่ภัทร” ในวันนั้นใช่มั้ย ทำเอา “เอญ่า” เขินจนพูดไม่ออกเลย( เพลงประกอบซีรีส์จากเสียงน่ารัก ๆ ของทั้งคู่ ) “มี่ภัทร - เอญ่า” ได้มาร้องเพลงประกอบให้ซีรีส์เรื่องนี้ด้วย โดย “มี่ภัทร” เล่าว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ร้องเพลงจริงจังขนาดนี้ เพราะเสียงตัวเองค่อนข้างเล็ก ทำให้ไม่ค่อยมั่นใจในเสียงตัวเองสักเท่าไหร่ แต่ “เอญ่า” ก็คอยให้กำลังใจ และช่วยประสานเสียงจนผ่านกันมาได้และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “มี่ภัทร - เอญ่า” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกมชื่อว่า “อดีต ปัจจุบัน อนาคต เธอรู้ไหม? ฉันชอบที่เธอ ...”ในเกมนี้ทั้งคู่ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆสามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “มี่ภัทร - เอญ่า”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “มี่ภัทร - เอญ่า” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “Love Beyond Dreams Series เพื่อเธออีกครั้ง” ดูได้ทาง YouTube : MemindY Official และเวอร์ชัน UNCUT ทางแอป iQIYI และสุดท้ายฝากเพลง ost. ของทั้งสองอย่างเพลง "เริ่มต้นใหม่ (Reset)" ที่ร้องคู่กัน และเพลง "เพื่อเธอ (Once Again)" ที่ร้องโดยเอญ่า ด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

Green Wave

‘รักโดยไม่มีเงื่อนไข’ เปิดเรื่องราวรับแรงบันดาลใจ จาก “หนิง ปณิตา” แม่ที่ยอมเปลี่ยนโลกทั้งใบ เพื่อรอยยิ้มของ “ณิริน”
20 ส.ค. 2026
Club Inspired Day Recap

‘รักโดยไม่มีเงื่อนไข’ เปิดเรื่องราวรับแรงบันดาลใจ จาก “หนิง ปณิตา” แม่ที่ยอมเปลี่ยนโลกทั้งใบ เพื่อรอยยิ้มของ “ณิริน”

Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “หนิง ปณิตา”ที่ได้มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวชีวิตในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีความเป็นห่วงและกังวลต่ออนาคตของน้องณิริน ลูกสาวเป็นอย่างมาก โดยเธอเล่าถึงการปรับตัวจากการกีดกันในตอนแรกสู่การสนับสนุนให้ลูกเข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัวตามความฝัน พร้อมทั้งตั้งกฎเหล็กในการเลี้ยงลูกที่เน้นความสัตย์จริงและการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญนอกจากนี้เธอยังเปิดใจถึงความรู้สึกผิดลึกๆ จากการหย่าร้างที่ส่งผลกระทบต่อลูก และการพยายามเยียวยาจิตใจตนเองเพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุด ซึ่งความสุขสูงสุดของเธอในปัจจุบันคือการได้เห็นลูกสาวประสบความสำเร็จในสิ่งที่รักและเติบโตอย่างเข้มแข็งท่ามกลางมรสุมชีวิตที่ผ่านมาหน้าฉากที่ต้อง "แรง" เพื่อตำแหน่ง "เสาหลัก" ของครอบครัวหนิง ปณิตา เริ่มต้นก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยความฟลุก จากความตั้งใจเดิมที่อยากทำงานเบื้องหลังหรือเป็นครูสอนเต้นเพื่อทุ่นแรงแม่ที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ในยุคที่ "ข่าวคือโอกาส" เธอจึงยอมรับภาพลักษณ์ที่คนมองว่า "แรง" วุ่นวาย หรือชอบเรียกน้องความสนใจ เพราะในตอนนั้นการมีชื่ออยู่บนหน้าข่าวหมายถึงการมีงานอีเวนต์และรายได้ สิ่งที่ขับเคลื่อนเธอไม่ใช่ชื่อเสียง แต่คือความรับผิดชอบในฐานะ "เสาหลัก" ที่ต้องหาเงินดูแลทุกคนในบ้าน ซึ่งบางครั้งชีวิตบีบให้เราต้องสวมบทบาทที่เราไม่ได้รัก เพื่อปกป้องและดูแลคนที่เรารักให้ดีที่สุด"ความหวังดี" ถูกหักหลัง และบทเรียนเรื่อง "พื้นที่ปลอดภัย"จุดเปลี่ยนที่ทำให้หนิงเริ่มตั้งสติกับชีวิต ไม่ใช่คำวิจารณ์จากสังคม แต่คือการ "อกหักจากเพื่อน" เธอเคยทุ่มเทช่วยเหลือเพื่อนจนตัวเองกลายเป็นนางมารร้ายในสายตาคนอื่น แต่สุดท้ายกลับถูกหักหลังจนกลายเป็นแผลใจใหญ่ เหตุการณ์นี้ทำให้เธอมองเห็นความจริงว่า เธอเคยมักง่ายใช้อารมณ์ "เหวี่ยงวีน" ใส่คนในครอบครัวซึ่งเป็น Safe Zone เพียงเพราะคิดว่ายังไงเขาก็รัก เธอจึงเริ่มปรับตัวเพื่อเป็นคนใหม่ที่น่ารักที่สุดกับคนที่ใกล้ตัวที่สุด ดังนั้นการรักคนอื่นต้องรักอย่างมีสติ และอย่าใช้ความรักจากคนในครอบครัวมาเป็นข้ออ้างในการทำตัวไม่น่ารักใส่เขา"ณิริน" ปาฏิหาริย์ที่เปลี่ยนใจแม่ สู่การเป็นนักเรียนในโรงเรียนความเป็นคนจากผู้หญิงที่รักสวยรักงามและเคยไม่อยากมีลูก การเกิดมาของ "ณิริน" คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้หนิงอยากเป็น "เวอร์ชันที่ดีขึ้น" โดยไม่ต้องฝืน เธอเปิดใจไปพบนักจิตวิทยาเพื่อเรียนรู้วิธีสื่อสารกับลูก เพราะลูกสาวเป็นเด็กที่เข้มแข็งเพื่อแม่จนเก็บความอ่อนแอไว้ข้างใน หนิงเรียนรู้ที่จะ "ชมที่กระบวนการและความพยายาม" แทนที่จะชมแค่ผลลัพธ์ และใช้ความสัตย์จริงในการเลี้ยงลูก เพราะลูกคือกระจกสะท้อนตัวตน หากอยากเห็นลูกเป็นคนแบบไหน เราต้องเริ่มจากการเป็นตัวอย่างที่ดีให้เขาเห็นก่อนรอยปากกาบนใบหย่า กับความรับผิดชอบต่อ "เซฟโซน" เดียวของลูกมรสุมชีวิตที่ยากที่สุดคือวันที่ต้อง "เซ็นใบหย่า" แม้ความรักจะจบไปนานแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดคือความรู้สึกผิดต่อลูกที่ต้องมาเจอมรสุมในวัยที่ควรมีแต่รอยยิ้ม ทุกวันนี้หนิงจึงเลือกที่จะพับเรื่องความสัมพันธ์ใหม่ๆ ไว้ก่อน หากลูกยังไม่พร้อม เพราะเป้าหมายเดียวของเธอคือการเป็น "เซฟโซน" ที่มั่นคงที่สุดให้ณิรินเพียงคนเดียว ซึ่งความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่แข็งแกร่งที่สุดให้แก่ลูกพรุ่งนี้เอาใหม่... พร้อม "แผนสำรอง" ที่สร้างจากบทเรียนในอดีตหนิงในวันนี้ให้ความสำคัญกับการปูพื้นฐานอนาคตให้ลูกสาว ทั้งการสนับสนุนความฝันในวงการบันเทิง และการสอนให้มี "แผนสำรอง B และ C" ในชีวิต เธอสอนกฎเหล็กเพียงข้อเดียวคือ "ห้ามโกหก" และกล้าที่จะขอโทษลูกเมื่อทำผิด ความภูมิใจสูงสุดของเธอไม่ใช่การเป็นดาราดัง แต่คือการได้เห็นณิรินประสบความสำเร็จในสิ่งที่รัก เพราะชีวิตคือการเรียนรู้ แม้จะมีวันทื่ "หลุด" หรือผิดพลาดไปบ้าง แต่ถ้าเรากล้าที่จะขอโทษและเริ่มต้นใหม่ในวันพรุ่งนี้ ทุกอย่างก็ไม่สายเกินไปชีวิตของ หนิง ปณิตา คือการเดินทางจากเด็กสาวที่ใฝ่ฝันอยากทำงานเบื้องหลังแต่กลับก้าวเข้าสู่เบื้องหน้าด้วยความบังเอิญเพื่อทำหน้าที่เป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว จนถูกมองว่าเป็นคนแรงและชอบเป็นข่าวเพื่อรักษาโอกาสในอาชีพ ทว่ามรสุมชีวิตจากการถูกเพื่อนหักหลังและการตระหนักได้ว่าตนเองมักใช้อารมณ์ไม่น่ารักกับคนในครอบครัวซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัย ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอเริ่มมีสติและเปลี่ยนแปลงตนเองโดยมี "ณิริน" ลูกสาวเป็นแรงบันดาลใจสูงสุดที่ทำให้เธออยากเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้นในทุกวัน และยอมรับการปรึกษานักจิตวิทยาเพื่อเยียวยาความรู้สึกผิดจากการหย่าร้างที่ส่งผลกระทบต่อลูก ปัจจุบันเธอจึงมุ่งมั่นที่จะเป็น "เซฟโซน" ที่ดีที่สุดให้ลูกสาว พร้อมปลูกฝังเรื่องความสัตย์จริงและการมีแผนสำรองในชีวิต เพื่อส่งต่อบทเรียนจากความผิดพลาดในอดีตให้กลายเป็นความมั่นคงในอนาคตของลูกดูรายการย้อนหลัง

หนิง ปณิตา เปิดใจ! ลูกดูเข้มแข็งแต่ความจริงไม่ใช่ | CLUB INSPIRED DAY 19 ส.ค. 2569
19 ส.ค. 2026
CLUB INSPIRED DAY

หนิง ปณิตา เปิดใจ! ลูกดูเข้มแข็งแต่ความจริงไม่ใช่ | CLUB INSPIRED DAY 19 ส.ค. 2569

เปิดใจ หนิง ปณิตา ในหลายเวอร์ชันของชีวิต ตั้งแต่เด็กสาวที่เคยเกือบได้เป็นศิลปิน ชีวิตในวงการบันเทิง บทเรียนชีวิตที่เคยผิดหวัง จนถึงบทบาทที่สำคัญที่สุดในวันนี้ คือการเป็น “แม่ของณิริน” วันที่ตัดสินใจเซ็นใบหย่า สิ่งที่หนิงเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่ตัวเอง แต่คือหัวใจของลูก เพราะแม้ ณิริน จะดูเข้มแข็งแค่ไหน ความจริงข้างในอาจอ่อนแอกว่าที่แม่เคยเห็น จนนำไปสู่การพาลูกพบนักจิตวิทยา และการเรียนรู้ใหม่ว่า จะเป็น Safe Zone ให้ลูกได้อย่างไรพร้อมเปิดใจถึงสุขภาพจิต ความรู้สึกผิดที่ยังต้องเยียวยา การเรียนรู้ที่จะเป็นแม่ที่ “ดีพอ” รวมถึงมุมมองต่อความรักครั้งใหม่ ที่ไม่ว่าใครจะเข้ามาในชีวิตหัวใจของลูกยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ฟังเรื่องราวของหนิง ปณิตา ผ่านบทสนทนากับ อั๋น ภูวนาท ใน CLUB INSPIRED DAY 19 สิงหาคม 2569 ติดตามชมบทสนทนาฉบับเต็มได้ที่นี่ Green Wave 106.5 FM Facebook: GreenWave1065 YouTube: ATIME . #หนิงปณิตา #ณิริน #อั๋นภูวนาท #ClubInspiredDay #GreenWave #Atime #แม่ลูก #SafeZone #สุขภาพจิต #ครอบครัว

Hotwave

“PURPEECH” เสิร์ฟซิงเกิลใหม่รับต้นปี “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เตรียมซ้อมร้อง ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ 21 มิถุนายน นี้
23 ม.ค. 2025
News

“PURPEECH” เสิร์ฟซิงเกิลใหม่รับต้นปี “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เตรียมซ้อมร้อง ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ 21 มิถุนายน นี้

“PURPEECH” 5 หนุ่ม อินดี้ป็อปส่งตรงจากเชียงใหม่ สังกัดค่ายเพลง MILK! BKK Music Label นำทีมโดย “เรฟ” – ศราวุฒิ สุยะเขต” (ร้องนำ), “ยีนส์” - ภูริช สมชื่อ (คีย์บอร์ด), “เซ็นต์” - สิทธิโชค ตาสา (กีตาร์), “คอมพ์” - ทรรศนะ เพ็ญจันทร์ (เบส), และ “เจมส์” - จักรพรรณ ธนาศุภณัฏฐ์ (กลอง) เจ้าเพลงสุดฮิตขวัญใจ GEN Z มากมาย และเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก “PurfectPeech” ที่มีเพลงฮิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “ทิ้งไว้อย่างพอใจ”, “หากเพียงจะขอ”, “ภาพถ่ายจากวันวาน”, “อาจเป็นเพราะฉันเอง”, “รักรออยู่ไม่ไกล” และ “นี่ฉันเองคนที่… (It’s me)” เพลงคลั่งรักแบบเต็มอัตราและก่อนที่ทุกคนจะไปม่วนจอยกับ “PURPEECH” ในคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในชีวิต ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายน นี้ พวกเขาทั้ง 5 ขอส่งซิงเกิลใหม่ “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เอาใจคนโดนหลอกให้รัก ที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่อยากฝากบอกคนใจร้าย ซึ่งเข้ามาปั่นป่วนให้ว้าวุ่นไปทั้งหัวใจ กับการเจอไม้เด็ดมัดใจด้วยคำหวาน ทำให้ใจอ่อนจนตกหลุมรักอย่างง่ายดายซึ่งเพลงนี้เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งเพลงน่ารัก ๆ กับเนื้อเพลงขี้เล่นที่เลือกใช้คำว่า “ตกกะใจ” เพื่อให้ดูมีความสนุก มาพร้อมกับดนตรีและซาวด์ย้อนยุควินเทจ ที่ได้ “TONHON” หรือ ต้นหน - ตันติเวชกุล นั่งแท่นโปรดิวซ์ให้อีกด้วย ซึ่งเป็นการทำงานที่เข้ามาเติมสีสันให้เพลงของพวกเขาดูมีมิติมากขึ้นมากไปว่านั้น “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” จะเป็นเพลงแรกที่แฟนเพลงจะได้ฟังเสียง “เซ็นต์” (กีตาร์) ร่วมร้องนำ กับ “เรฟ” อีกด้วยเรียกได้ว่าเริ่มต้นปีนี้ ฮีเสิร์ฟทั้งเพลงใหม่ ทั้งคอนเสิร์ตใหญ่แบบฉ่ำ ๆ เหล่าทานตะวันปักหมุดรอรายละเอียดเพิ่มเติม วอร์มนิ้วรอกดบัตร และซ้อมคอร้องเพลง “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” ไปพร้อม ๆ กันในคอนเสิร์ตได้เลยซ้อมร้องเพลง “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” ได้ทุกสตรีมมิ่ง : https://bfan.link/PURPEECH-Oops และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ “PURPEECH” ผ่านทาง https://www.facebook.com/MILK.artistserviceplatform และ https://www.instagram.com/purpeechpurpeech

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18
03 ก.พ. 2026
Events

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18

ว้าวุ่นมาทั้งปี มารับวิตามิน SEA กันป่ะล่ะ !!ปลายปีนี้... EFM94 และ Chill Online จะพาคุณไปมันส์อีกครั้งกับมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเลกับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18 BY โซดา LEOมันส์ไปกับ 6 ศิลปิน ...NONT TANONT / PARADOX / MEAN / ROOFTOP / SLAPKISS / THE MOUSSESเตรียมแดนซ์ให้ยับกับ DJ PU บนเวที EDM สไตล์ EFM และ เหล่าดีเจจาก EFM94 และ CHILL ONLINEเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นี้ที่ หาดแหลมเจริญ จังหวัด ระยองห้ามนำเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าภายในงาน ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายเตรียมตัวกันให้พร้อม!! 16 ตุลาคมนี้เปิดให้กด REDEEM บัตรกันแล้วขั้นตอนการ Redeem Ticket!! บอกเลยว่า #งานนี้ฟรี!!- เพียงแค่ล็อกอิน เปิดแอป Application AtimeFungFin- เริ่มสะสมพ้อยได้แล้ววันนี้ ผ่านการฟัง Application ATIMEFUNGFIN !!1 นาที = 1 Point สะสมครบ 2,000 Point แลก Wristband ได้ 2 ใบ สามารถเข้างานได้ 2 คน(1 Account/1 สิทธิ์)ดาวน์โหลด Application : ATIME FUNGFIN รอไว้ได้เลย ทั้งระบบ IOS และ Androidพิเศษเฉพาะใน Application ATIMEFUNGFIN เท่านั้น!! รีบชวนเพื่อนด่วน #บัตรมีจำนวนจำกัด

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน
23 ม.ค. 2025
News

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน

"เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา” ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพันบทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปีโดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform

Atime Showbiz

DISCTOPIA CONCERT
10 ก.พ. 2026
Ticket Now

DISCTOPIA CONCERT

พฤษภาคมนี้ ATIMESHOWBIZ เตรียมเสิร์ฟคอนเสิร์ตในฮอลล์ครั้งแรก!! ที่รวมไลน์อัพศิลปินโดนใจวัยรุ่นยุค 2000’s ไว้มากที่สุดงานนี้งานเดียว ที่DISCTOPIA CONCERT“ปรากฏการณ์รวมศิลปินโคตรฮิต ยุคแผ่นดิสก์ถล่มเมือง”จัดเต็ม 9 ชม. กับเพลงดังร้องตามได้ จากศิลปินยุค 2000’sพร้อม Burn ความทรงจำด้วย Playlist ที่คุณคิดถึง..1. BANK PREETI ศิลปินชายกับสไตล์สุดเอกลักษณ์ หนึ่งใน Rock Icon ของวัยรุ่น2. DA ENDORPHINE ศิลปินหญิง Diva ตัวท็อปของประเทศ เจ้าของเสียงทรงพลังที่มีเพลงดังมากมาย3. ETC วงดนตรีเสียงดี ฝีมือดนตรีสุดแน่น!! การันตีความเป็นศิลปินตัวจริง4. FLURE วงดนตรี Rock ทรงพลัง ที่ปลดปล่อยอารมณ์ได้ถึงใจที่สุด5. LIPTA ศิลปิน Duo อารมณ์ดี ที่มีเพลงสุดแมสทุกยุค ตลอด 20 ปี!6. SCRUBB ศิลปิน Duo สายเซอร์สุดอบอุ่น เจ้าของคลังเพลงแอบรักตลอดกาล7. SLOT MACHINE วงดนตรีร็อคที่ล้ำหน้าเสมอ มาพร้อมคุณภาพระดับสากล8. TATTOO COLOUR วงดนตรีป็อปสุดวาไรตี้กับสไตล์เพลงโดนใจทั้งอินดี้และสายแมส9. ZEAL วงดนตรีสุดเท่ มาพร้อม Performance มันส์เกินพิกัด เอาอยู่ทุกเวทีเตรียม Burn แผ่น Disc กับศิลปินที่คิดถึง!9 พฤษภาคม 2026 BITEC LIVEราคาบัตร : 4,500 / 4,000 / 3,800 / 3,500 / 3,000 /2,800 / 2,500 / 2,000 และ 1,800 บาทขายบัตร 27 กุมภาพันธ์ 2026 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป)ทาง ThaiticketmajorLink ซื้อบัตร : https://bit.ly/DisctopiaConcertติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ #ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง#DISCTOPIACONCERT#ATIMESHOWBIZ

BEACH BOYS CONCERT 2025
21 ก.ค. 2025
Ticket Now

BEACH BOYS CONCERT 2025

คอนเสิร์ตรวมศิลปิน BOYS “สมบัติแห่งชาติ” เสิร์ฟเพลงฮิตติดชาร์ตกันริมทะเล ชวนทุกด้อมมาเติมฟินพร้อมกัน ครบจบในวันเดียว !ใน “BEACH BOYS CONCERT 2025”พร้อมเสิร์ฟขุมทรัพย์ความฟิน กับ Lineup 10 ศิลปินแถวหน้าของ T-POP ที่แมสที่สุดมาไว้บนเวทีเดียวกัน พบกับ1. POLYCATวงดนตรีสุดเทสต์ ตัวท็อป Synth Pop ตำนานเพลงฮิตที่ทุกคนต้องมีติดเพลย์ลิสต์ !2. fellow fellowศิลปิน DUO เสียงละมุน เจ้าของเพลงรักโรแมนซ์สุดไวรัลกว่า 100 ล้านวิว !3. No One Else“เจ้าพ่อเพลงรัก” ศิลปินที่ครองชาร์ตครองใจเหล่าคนคลั่งรักทุก GEN !4. JEFF SATURศิลปินตัวท็อปมากประสบการณ์ผู้เปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของแบบไร้ขีดจำกัด!!5. NUNEWศิลปินเสียงหวานใจละลาย ฉายา “ลูกชายแห่งชาติ” ที่พร้อมชิงหัวใจจากทุกด้อมแบบไม่ให้ตั้งตัว !6. ATLASBOY GROUP ตัวท็อปสุดเป๊ะ ! ที่ต้องดูด้วยตาเนื้อสักครั้งในชีวิต พร้อมสาดความมันส์ให้หาดแตก !!7. PROXIEBOY BAND แถวหน้า All Rounder สุดจี๊ดแห่ง T-POP ตัวตึงทุก Viral สุดแมส !8. LYKNBOY GROUP สุดกรี๊ด เตรียมกร่อนใจทุกด้อม ด้วยคาริสม่าสุดสตรอง แซ่บไฟลุกไปทั้งหาด !9. DICEBOY GROUP ทำถึงแห่งปี เอเนอร์จี้สุดจะเลิศ ! พร้อมตกแฟน ๆ ด้วย Performance สุดปัง !!10. JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXXRookie น้องใหม่มาแรงแห่งวงการ T-POP พร้อมปล่อยดาเมจสุด HOT ให้ Beach สะเทือน !!เปิด MAP ความสนุกพร้อมกันวันแสดง :วันเสาร์ที่ 22 พฤจิกายน 2568 เวลา 15:30 น. เป็นต้นไปสถานที่ :SEA SAND SUN HUAHIN RESORTเปิดจำหน่ายบัตร : วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปซื้อบัตรได้ทาง Counter Service All Ticket ใน 7-Eleven ทุกสาขา หรือ https://bit.ly/BEACHBOYS2025ราคาบัตร :• บัตรราคา 1,100 บาท **ราคานี้ตั้งแต่วันนี้ - 21 พ.ย.**• บัตรหน้างาน (22 พ.ย. 2568) : บัตร Regular ราคา 2,000 บาท

YOLO FEST
10 มี.ค. 2025
Ticket Now

YOLO FEST

ครั้งแรกของ ATIMESHOWBIZ ครีเอทมิวสิคเฟสอินดี้ ขึ้นห้าง กลางเมืองโดนใจทุก Gen โดดเด่นทุก Line up ที่ทุกคนต้องได้มาฟังสดๆ สักครั้งในชีวิต!!YOLO FEST เฟสอินดี้ YOU ONLY LISTEN ONCEมิวสิคเฟสที่ “คุ้ม” ที่สุด กับโลเคชั่นที่ “ติดแกลม” ที่สุดจัดเต็มตลอด 8 ชม. แบบ Non stop กับ 12 ศิลปินอินดี้ตัวท็อปสุดเทสต์!1. TATTOO COLOUR วงดนตรีขวัญใจเด็กแนวทุกยุค กับสไตล์เพลงสุดครีเอทที่ไม่เคยเก่า!2. POLYCAT วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s ที่ปลุกกระแสยุคเก่าให้เก๋าไปทั่วบ้านทั่วเมือง3. SCRUBB ศิลปินดูโอ้ที่มีเพลงเพราะอยู่ในเพลย์ลิสต์โปรดของใครหลายคนมานานกว่า 20 ปี!4. THE TOYS อัจฉริยะทางดนตรี ผู้สร้างปรากฎการณ์ให้วงการเพลงไทยดังไกลทั่วเอเชีย!5. SAFEPLANET วงอินดี้ป็อปแถวหน้า ดาวเคราะห์แห่งเสียงดนตรีกับ Sound สุดซิกเนเจอร์!6. PUN ศิลปินหนุ่มสุดฮอต ขวัญใจเจน Z ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้!7. DEPT ดูโอ้ซินธ์ป็อปแห่งยุค กับแนวเพลงเศร้าเคลือบน้ำตา โดนใจวัยรุ่น8. WHAL DOLPH วงดนตรีอินดี้ป็อปจากท้องทะเล กับการดีไซน์เพลงที่ไร้ขีดจำกัด9. MEYOU All rounder แห่งวงการเพลงไทย เจ้าของเพลงฮิตร้อยล้านวิว10. WIM ศิลปินอินดี้ป็อปไวป์ดี Mr.feelgood มาพร้อมสไตล์เพลงสุดกรู๊ฟชวนฝัน!11. LUSS คู่หูมหัศจรรย์แห่งยุค! กับเมโลดี้ติดหูที่กลายเป็น Viral นับครั้งไม่ถ้วน12. TELEVISION OFF วงน้องใหม่ฟอร์มแรง ผู้ถ่ายทอดความเจ็บปวดได้อย่างสวยงาม“YOU ONLY LISTEN ONCE” โอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่คุณจะได้มาฟังทั้ง 12 ศิลปินสุดเทสต์ใน Stage เดียวกัน วันเดียวเท่านั้น รันยาวต่อเนื่องแบบ Non stop ห้ามพลาดเด็ดขาด!!พบกัน 14 มิ.ย. 2025 ที่ Paragon Hall ที่สุดของ VENUE ใจกลางเมือง!บัตรราคาเดียว : บัตรยืน 1,500 บาทพิเศษสุด! โปรฯ คู่ 2,800 บาท (จำกัด 1,500 คู่เท่านั้น!)จำหน่ายบัตร 29 มี.ค. 2025 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป) ทาง ThaiticketmajorLink ขายบัตร https://bit.ly/YOLOFESTติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ และ EFM ทุกช่องทาง#YOLOFest#YOU_ONLY_LISTEN_ONCE#ATIMESHOWBIZ#EFM94

Chill On

ซื่อสัตย์และไม่คาดหวังกับตัวเอง l CLUB PRIDE DAY inside EP.13 ญดา นริลญา
21 ม.ค. 2026
Recap

ซื่อสัตย์และไม่คาดหวังกับตัวเอง l CLUB PRIDE DAY inside EP.13 ญดา นริลญา

ความรักของญดาเหมือนหมาความรักของหมาที่มีต่อเจ้าของคือความรักที่บริสุทธิ์ ไม่หวังสิ่งตอบแทน และจริงใจเสมอ ญดาเติบโตมากับความเชื่อว่าการเป็นนักแสดงเป็นเรื่องไกลตัว ด้วยความที่ตัวเองเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่เคยคิดว่าวงการบันเทิงจะเอื้อมถึงได้ง่าย แต่โอกาสเล็ก ๆ ในวัยเด็ก จากการไปถ่ายรูปกับเพื่อนที่โมเดลลิ่ง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อญดาเป็นคนเดียวที่ได้รับการติดต่อให้ไปแคสต์โฆษณา และนั่นคือก้าวแรกของเส้นทางในวงการ แม้เส้นทางจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ราบรื่น ญดาต้องผ่านการแคสต์งานและการประกวดมานับครั้งไม่ถ้วน รวมถึงประสบการณ์ผิดหวังจากความไม่โปร่งใส จนเกิดบาดแผลในใจและความกลัวต่อ “ความคาดหวัง” หลายครั้งที่เกือบถอดใจ แต่สิ่งที่ทำให้ญดายังเดินต่อได้ คือกำลังใจจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ คำสอนของคุณแม่เรื่องการไม่คาดหวังเกินตัว และการอยู่กับความสำเร็จเป็นวันต่อวัน กลายเป็นหลักคิดสำคัญในชีวิตญดา ทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างสมดุล อยู่ในจุดที่สุขไม่สุดและทุกข์ไม่สุด เข้าใจว่าทั้งความสุขและความเศร้าล้วนไม่ถาวร และทุกอย่างสามารถผ่านไปได้เสมอ มีช่วงหนึ่งที่ญดาเกือบจะหยุดเส้นทางนี้ เพราะต้นทุนชีวิตที่ไม่สูงและค่าใช้จ่ายในการแคสต์งาน โดยเฉพาะในช่วงที่คุณแม่ป่วย แต่ภาพของคุณแม่ที่ยังพามาแคสต์งานทั้งที่ตัวเองไม่สบาย กลับกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ ทำให้ญดาตั้งใจสู้เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองและดูแลคนในครอบครัว ญดาโตมากับความรับผิดชอบตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี แม้จะหนัก แต่ญดาไม่เคยมองว่าสิ่งนี้เป็นภาระ เพราะเป็นการทำเพื่อคนที่รักญดารัก ในฐานะนักแสดง ญดาเป็นคนที่เข้า–ออกจากตัวละครได้ดี ไม่ยึดติดบทบาทมาปะปนกับชีวิตจริง มองทุกบทที่ได้รับเป็นโอกาสเรียนรู้ โดยเฉพาะบทดราม่าหนักที่ต้องใช้พลังใจสูง ซึ่งเธอผ่านมันมาได้ด้วยการสนับสนุนจากครอบครัวและทีมงาน พร้อมทั้งมองว่าการแสดงคอมเมดี้ยิ่งท้าทาย เพราะต้องอาศัยเซนส์และความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง การเป็นนักแสดงทำให้ญดาต้องแลกหลายอย่าง ทั้งชีวิตวัยเด็ก เพื่อนสนิท และช่วงเวลาสำคัญในชีวิต แต่เธอเลือกแลกเพราะรักในงานที่ทำ และมองว่านี่คือความท้าทายที่ทำให้ตัวเองเติบโต ญดาจึงเลือกรับบทอย่างระมัดระวัง ไม่รับบทที่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับบทเดิม เพื่อให้คนดูได้เห็นมุมใหม่อยู่เสมอ ในเรื่องความรักและตัวตน ญดาเลือกซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง กล้าที่จะยอมรับรสนิยมทางเพศอย่างตรงไปตรงมา แม้จะต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์ แต่เธอมองว่านั่นคืออีกหนึ่งบททดสอบของนักแสดง หากแสดงแล้วคนไม่เชื่อ ก็เป็นเรื่องของฝีมือ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง กุญแจสำคัญที่ทำให้ญดากล้าเป็นตัวเอง คือการยอมรับจากคุณแม่ที่บอกเสมอว่า ไม่ว่าลูกจะรักใครหรือเป็นแบบไหน ก็พร้อมสนับสนุน ญดาจึงเชื่อว่าชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาหรือคำทำนายใด ๆ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำและการเลือกของตัวเอง แม้ญดาจะไม่ใช่คนที่มีความฝันชัดเจน แต่ญดาเป็นคนที่คว้าโอกาสทุกครั้งที่เข้ามา และทำให้ดีที่สุด ญดาเชื่อว่าโอกาสบางอย่างมาเพียงครั้งเดียว หากไม่ตั้งใจทำ ก็อาจต้องเสียใจภายหลัง สำหรับญดา ความเข้มแข็งไม่ได้หมายถึงการไม่ร้องไห้ แต่คือการรู้ว่าตัวเองยังสู้ได้ แม้จะขอพัก อ่อนแอ หรือร้องไห้ในบางช่วง และรักตัวเองในรูปแบบของญดา มันเป็นเรื่องง่ายๆในชีวิต ที่ได้ให้รางวัลกับตัวเอง มีชีวิตอยู่ในทุกๆวันและทำเพื่อคนอื่นดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

BINANCE TH ปล่อยคาราวานสีเหลือง ‘ON THE ROAD’ บุกกรุงเทพฯ ชวน Gen Z เปลี่ยนเรื่อง ‘Money’ ให้เป็นเรื่อง ‘Trendy’ ผ่านไลฟ์สไตล์สุดชิค
08 ก.ย. 2025
PR News

BINANCE TH ปล่อยคาราวานสีเหลือง ‘ON THE ROAD’ บุกกรุงเทพฯ ชวน Gen Z เปลี่ยนเรื่อง ‘Money’ ให้เป็นเรื่อง ‘Trendy’ ผ่านไลฟ์สไตล์สุดชิค

กรุงเทพฯ ประเทศไทย [6 กันยายน 2568] - BINANCE TH by Gulf Binance ผู้นำแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการกำกับดูแลภายใต้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สร้าง Destination เจาะกลุ่ม Digital Native ผ่านกิจกรรม ‘BINANCE TH ON THE ROAD’ ที่นำรถเทรลเลอร์สีเหลืองวิ่งไปส่งความรู้สินทรัพย์ดิจิทัลถึงคนรุ่นใหม่ตามมหาวิทยาลัยและแหล่งแฮงเอาท์สุดฮิป สานต่อความสำเร็จจากงาน "Street of the Future" ที่สยามสแควร์ต้นปี โดยกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นเปลี่ยนการลงทุนให้เป็น "Money Life Experience" ที่ทุกคนออกแบบได้เอง ตั้งเป้าเติมความรู้ให้คนไทยกว่า 10,000 คนข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต) เดือนกรกฎาคม 2568 ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 2.7 ล้านบัญชี โดยตลาดมีมูลค่าสูงถึง 99.6 พันล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมยุคดิจิทัล และมีความพร้อมปรับตัวเรียนรู้กับสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนใครเพื่อน สอดคล้องกับผลวิจัยหัวข้อ Gen Z Finance Survey: เจาะพฤติกรรมการเงินคนรุ่นใหม่ของธนาคารกรุงศรี ที่ระบุว่า 7 ใน 10 ของ Gen Z เก็บเงินหรือลงทุนทุกเดือน ทว่าความรู้ให้เท่าทันโลกเทคโนโลยีของการลงทุนยังเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่ยังต้องหมั่นเติมอยู่เสมอ และ BINANCE TH ตระหนักและพร้อมเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันนางสาวแทนรัก เชียงทอง, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ไบแนนซ์ ทีเอช บาย กัลฟ์ ไบแนนซ์ (BINANCE TH) กล่าวว่า "ON THE ROAD เป็นโปรเจกต์การศึกษาแบบ Proactive ที่เราไม่รอให้คนมาหาเรา แต่เราไปหาเอง ผ่านรถเทรลเลอร์สีเหลืองที่วิ่งไปเสิร์ฟความรู้และเทรนด์การลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบถึงที่ สำหรับผลตอบรับจาก 2 ทริปแรกที่ ม.ธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) และ ม.เกษตรศาสตร์ เกินคาดมาก มีน้อง ๆ นักศึกษาสนใจร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 ราย สิ่งนี้ตอกย้ำว่าเรื่องคริปโทฯ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และกำลังอยู่ในความสนใจในคนรุ่นใหม่"โลกการเงินยุคใหม่วันนี้หลอมรวมเข้าไปอยู่ในทุกพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิต ถนนทรงวาดเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างคอมมูนิตี้การเงินให้เติบโตไปพร้อมกับการผลักดัน Soft Power ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เชื่อมต่อการท่องเที่ยวกับโลกสินทรัพย์ดิจิทัลได้ลงตัว สอดรับกับโครงการ Tourist DigiPay ที่เป็นแนวคิดใหม่ และสามารถผสาน Experience กับ Education ที่ทุกคนจะได้ทั้งความสนุกและความรู้ สอดรับเทรนด์ Digital Nomad หรือ Workation ที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ แต่เพิ่มมิติการเรียนรู้เรื่องการเงินเข้าไป เปลี่ยนการลงทุนให้เป็นการวางแผนไลฟ์สไตล์แบบที่ตัวเองต้องการ" นางสาวแทนรัก อธิบายเพิ่มเติมงานนี้ BINANCE TH ON THE ROAD เตรียมไปพบเจน Digital Native ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จัดเต็มกับ On-Event Auditorium หิ้ว Mini-Class บทเรียนทางการเงินในโลกความเป็นจริง จาก Money Guru ที่ทุกคนต้องเริ่มคิดและวางแผนกันแล้วตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมตอบข้อสงสัยให้กับเหล่านักศึกษานอกจากนี้ อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ คือการสร้าง Community Experience ฉายภาพและแบ่งปันประสบการณ์วิถีโลกการเงินดิจิทัลที่ถนนทรงวาด ต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกการเงินที่เสถียร ปลอดภัย และคล่องตัวยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น Gen Z นักชิม นักช้อป สายเที่ยว สายคอนเทนท์ หรือใครที่อยากเรียนรู้ประสบการณ์โลกคริปโต ด้วยบูธกิจกรรม เกมส์ที่ทำให้เข้าใจโลกบล็อกเชนง่าย ๆ ในบรรยากาศที่เป็นมิตรกับมือใหม่จากความเคลื่อนไหวเรื่อง Crypto Tourism เป็นอีกหนึ่งสัญญาณสะท้อนว่าคริปโตฯ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และทรงวาดที่เป็นอีกหนึ่ง destination ของนักท่องเที่ยวและคนรุ่นใหม่ การเปิดกว้างและเตรียมความพร้อมสำหรับเทรนด์การใช้งานที่กำลังมาถึงนี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหมายถึงโอกาสของธุรกิจและผู้ประกอบการ และพลังการใช้จ่ายที่มากขึ้น จากสถิติของ Travala x Binance Pay เมื่อปี 2024 เผยว่า นักท่องเที่ยวที่ใช้คริปโตยังใช้จ่ายสูงกว่าผู้ที่ใช้เงินทั่วไปถึง 2.5 เท่าสถานีต่อไป จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยกรุงเทพเส้นทางสร้าง Crypto-Friendly Spaces ถัดจากทรงวาด รถเทรลเลอร์สีเหลืองจะไปต่อที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (8 ก.ย.) และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (10 ก.ย.) พร้อมแผนขยายการเดินทางไปยังชุมชนคน Gen Z อื่น ๆ ทั่วประเทศ“Decentralized Finance จะไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่จะเป็นแนวทางสำหรับการวางแผนการเงิน โดยการลงทุนจะเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เหมือนการใช้โซเชียลมีเดียหรือแอปต่าง ๆ ในปัจจุบัน ที่สำคัญคือ BINANCE TH ทำความเข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Insights) เกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเงินของผู้บริโภค เพราะนั่นคือความสำเร็จที่แท้จริง เพราะเราไม่ได้ต้องการให้คนมาเทรดเพื่อรวยเร็ว แต่เราอยากให้คนเข้าใจว่าสินทรัพย์ดิจิทัลคือส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอการลงทุนในอนาคต" คุณแทนรักกล่าวสรุปนอกเหนือจากนโยบายรัฐบาลและการลงทุนขนาดใหญ่แล้ว การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทยยังต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของภาคประชาชนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจเริ่มจากรถเทรลเลอร์สีเหลืองคันหนึ่งจอดที่หัวมุมถนน ที่พาผู้คนไปสู่อนาคตของโลกการเงินและการลงทุนคำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาข้อมูลและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

"กะเพราตาแป๊ะ" กะเพรารสจัดจ้าน ตัวตึงแห่งย่านอโศก
18 ส.ค. 2026
Food & Beverage

"กะเพราตาแป๊ะ" กะเพรารสจัดจ้าน ตัวตึงแห่งย่านอโศก

ถ้าพูดถึงกะเพราขึ้นชื่อย่านอโศก หนึ่งร้านที่ CHILL ON อยากชวนมาลองก็คือ “กะเพราตาแป๊ะ” ร้านกะเพราที่เปิดมานานและมีลูกค้าแวะเวียนมาตลอด แถมยังการันตีความอร่อยด้วยรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice และ Grab Thumbs Up Awards 2026 ใครเป็นสายกะเพราบอกเลยว่าร้านนี้ควรอยู่ในลิสต์กิมมิคที่เราชอบของร้านนี้คือเรื่อง “วัตถุดิบ” เพราะแต่ละองค์ประกอบในเมนูไม่ได้เลือกมาแบบทั่วไป แต่ทางร้านคัดสรรจากแหล่งที่มาที่ขึ้นชื่อในแต่ละท้องถิ่น อย่างเมนูเนื้อก็เลือกใช้ เนื้อโคขุนพรีเมียมจากจังหวัดสกลนคร ก่อนนำมาปรุงยังผ่านกระบวนการบ่มในตู้บ่มพิเศษที่ควบคุมทั้งอุณหภูมิ ความชื้น กระแสลม และจุลินทรีย์ เพื่อดึงรสชาติและเพิ่มความนุ่มของเนื้อให้เด่นขึ้น เรียกว่าเป็นร้านกะเพราที่จริงจังกับรายละเอียดตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงจานที่เสิร์ฟเลยวันนี้เรามากับเพื่อนเลยจัดเมนูยอดฮิตกันคนละจาน เริ่มที่ ข้าวกะเพราหมูสับ OG ท็อปด้วยไข่ข้นทรงพลัง และ ข้าวกะเพราหมูสับ OG ท็อปด้วยไข่ดาวเป็ดลาวา ตัวกะเพราของที่นี่จะผัดมาแบบแห้ง ๆ หอมเครื่อง รสเข้มข้น และที่ชอบคือเราสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ตั้งแต่ LV.0–4 ใครสายไม่เผ็ดไปจนถึงสายพริกจัดเต็มก็เลือกได้ตามใจแถมยัง Customize จานของตัวเองได้อีก ทั้งเลือกข้าวระหว่าง ข้าวหอมมะลิ กับ ข้าวก่ำดำดอยสะเก็ต เลือกเนื้อสัตว์ได้ทั้ง ไก่ หมู และเนื้อ ส่วนท็อปปิ้งก็มีทั้งไข่ดาวไก่ ไข่ดาวเป็ด และ ไข่ข้นทรงพลัง จะจับคู่แบบไหนก็เลือกได้เลยอีกเมนูที่เราสั่งมาแล้วอยากป้ายยามากคือ ต้มเกี่ยมบ๊วยหมูสับ น้ำซุปหอมหวาน มีรสเปรี้ยวเบา ๆ จากบ๊วย ซดแล้วสดชื่นมาก ยิ่งกินคู่กับกะเพราผัดแห้งรสเข้มของร้านคือเข้ากันแบบพอดี ช่วยตัดรสและทำให้มื้อนี้กินเพลินขึ้นไปอีกส่วนเครื่องดื่ม เราลองทั้ง น้ำเก๊กฮวยโฮมเมด ที่ทางร้านใช้ดอกเก๊กฮวยนำเข้าจากจีนต้มร่วมกับเครื่องสมุนไพร ได้รสหวานเย็นชื่นใจ แต่แก้วที่ส่วนตัวเรายกให้มากกว่าคือ ชาดำเชียงรายโฮมเมดแบบไม่ใส่น้ำตาล กลิ่นชาหอม รสชัด แต่ดื่มง่าย ใครเป็นสายชาน่าจะชอบมาก แก้วนี้แนะนำเลยร้านนี้ยังมีอีกหลายเมนูที่น่าลอง ครั้งนี้ชิมไปไม่กี่อย่างแต่มีเมนูที่อยากกลับมาซ้ำอีกเพียบ ใครทำงานหรือผ่านมาแถวอโศกแล้วกำลังหาร้านกะเพรารสจัด วัตถุดิบดี และเลือกทุกอย่างในจานได้ตามสไตล์ตัวเอง ลองแวะมาที่ กะเพราตาแป๊ะ กันได้ รับรองว่าคนรักกะเพราต้องถูกใจพิกัด: ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) ซอย 2เปิด: 09.30–15.00 น. และ 16.00–20.00 น.

About Atime

PUN คัมแบ็กบนคอนเสิร์ตหลังบวช 3 เดือน ได้เรียนรู้ความธรรมดาของชีวิต พร้อมจับตาโปรเจกต์ใหม่ทั้งเพลงและงานบุญ
10 ส.ค. 2026
Corporate News

PUN คัมแบ็กบนคอนเสิร์ตหลังบวช 3 เดือน ได้เรียนรู้ความธรรมดาของชีวิต พร้อมจับตาโปรเจกต์ใหม่ทั้งเพลงและงานบุญ

PUN หรือ ปัน-สรณวรรธ พิชัยรณรงค์สงคราม กลับมาพบแฟน ๆ อีกครั้งในคอนเสิร์ต PUN: The Space Between Dream and Dawn – Comeback Show หลังพักงานเพลงเพื่อใช้เวลา 3 เดือนกว่าในการศึกษาธรรมะและค้นหาความหมายของชีวิตผ่านการบวชหลังกลับมาสู่บทบาทศิลปินอีกครั้ง ปันได้แชร์ความรู้สึกและสิ่งที่ได้รับจากช่วงเวลาที่อยู่ในผ้าเหลือง โดยมองว่า 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งเรื่องชีวิต ผู้คน และการพบเจอที่เกิดขึ้นและผ่านไป พร้อมย้ำถึงสิ่งสำคัญที่ติดตัวกลับมาว่า “ทุกอย่างมันไม่เที่ยง” และทุกสิ่งล้วนเดินทางไปสู่ความเสื่อมอยู่เสมอปันยังเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้พบผู้คนมากมายระหว่างการบวช บางคนเข้ามาในชีวิตเพียงช่วงเวลาหนึ่งแล้วไม่ได้พบกันอีก ขณะที่บางคนก็มีโอกาสกลับมาเจอกันอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเป็นเรื่องของบุญและวาสนาที่แต่ละคนได้ทำร่วมกันมา พร้อมส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงแฟน ๆ ที่มาร่วมต้อนรับการกลับมาของเขาขณะเดียวกัน ปันยังเปิดเผยถึงความตั้งใจในอนาคตว่า อาจมีโปรเจกต์ที่ชวนแฟน ๆ มาร่วมทำบุญด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการทอดกฐิน ผ้าป่า หรือกิจกรรมในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าเป็นสิ่งที่อยากทำจริง ๆจากนี้จึงน่าจับตาว่า ประสบการณ์ตลอดช่วง 3 เดือนในผ้าเหลืองจะถูกนำมาต่อยอดในผลงานและมุมมองของ PUN อย่างไร ทั้งในพาร์ตดนตรีที่กำลังกลับมาเดินหน้าต่อ และแพสชันด้านการทำบุญที่ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์สำคัญของเขาในอนาคตภาพ : punisalwayshappy

ATIME ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์
05 มิ.ย. 2026
Corporate News

ATIME ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์

ATIME - บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สาขานิเทศศาสตร์ - สื่อดิจิตัล รายวิชาสัมมนาอาชีพ จำนวน 25 คน เข้ามาศึกษาเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏีและยังเยี่ยมชมเบื้องหลังการจัดรายการวิทยุในห้องปฏิบัติการบันทึกเสียง และสตูดิโอ ATIME รวมทั้งได้ทดลองจัดรายการวิทยุในห้องสตูดิโอจัดรายการจริงอีกด้วย โดยมี ดีเจแนน - รชาดา จึงวัฒนกิจ จาก EFM94 ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ณ สตูดิโอ ATIME ชั้น 38 อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส

เปิด 2 เรื่องหลอน “อังคารคลุมโปง Horror Story” เตรียมต่อยอดสู่จอภาพยนตร์
26 พ.ค. 2026
Corporate News

เปิด 2 เรื่องหลอน “อังคารคลุมโปง Horror Story” เตรียมต่อยอดสู่จอภาพยนตร์

เจอแล้ว! 2 เรื่องหลอนในแคมเปญ “อังคารคลุมโปง Horror Story” ของ อังคารคลุมโปงX จาก EFM94 ที่จะนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ พร้อมได้รับเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท รวมมูลค่า 100,000 บาทโดยรายการ อังคารคลุมโปงX นำโดย ดีเจมดดำ คชาภา ตันเจริญ / ดีเจเจ็ม จิตตริน กุลกัลยาดี และดีเจแนน รชาดา จึงวัฒนกิจ ได้ต้อนรับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ปรัชญา ปิ่นแก้ว มาร่วมประกาศ 2 เรื่องสุดหลอน ที่ได้รับคัดเลือกจากผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้ามาเรื่องแรก ‘หากินกับผี’ (คุณณิชาภัทร ลิ่มสกุล เจ้าของเรื่องจากช่อง @nwnwned) เล่าถึงเรื่องหลอนๆของแม่ค้าออนไลน์ที่ให้ความสำคัญกับยอดขาย จนเป็นที่มาสุดหลอน ว่าหลายคนมักคอมเมนต์เข้ามาว่าเห็น “ผู้หญิง” ยืนอยู่ด้านหลังเธอในไลฟ์เสมอ ส่วน เรื่องสอง ‘ห้องพักต้องห้าม’ (คุณอริญย์ริสา ธนาบุญรสศักดิ์ เจ้าของเรื่องจากช่อง @arynlisa_ ) เรื่องเล่าของลูกเรือสายการบินเกี่ยวกับห้องพักช่วง Layover ที่ถูกบอกต่อกันมารุ่นสู่รุ่นว่าถ้าที่นี่ ‘เลี่ยงได้ควรเลี่ยง’ ถึงแม้ไม่ได้เข้าพักในห้องดังกล่าวแต่หลายคนก็ยังคงเจอดีเข้าจนได้ทาง EFM94 ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของเรื่องเล่าทั้ง 2 เรื่องที่ได้รับเลือกและคว้าเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท พร้อมโอกาสต่อยอดสู่การสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยผู้กำกับมากฝีมือ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ผู้สร้างตำนานภาพยนตร์ไทยทำรายได้สูง (Box Office) ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วยใครที่เป็นแฟนเรื่องเล่าสุดหลอนห้ามพลาดโปรเจกต์สำคัญครั้งนี้ และสามารถติดตามรายการอังคารคลุมโปง X ทาง EFM94 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ได้ทาง EFM94 และ อังคารคลุมโปง X หรือทาง atime.live/EFM