ATIME ฟังเพลงออนไลน์ วิทยุออนไลน์ ดูรายการออนไลน์
  • EFM
  • Green Wave
  • Hotwave

News Updates

Podcasts

อังคารคลุมโปง
19 มิ.ย. 2026EFM

อังคารคลุมโปง

อังคารคลุมโปง Podcast จากเรื่องหลอนหน้าไมค์ สู่ความขนลุกซู่ x2 จนคุณต้องนอนคลุมโปงฟัง!! ทุกคืนวันเสาร์

กระต่ายตื่นรู้
08 มี.ค. 2024EFM

กระต่ายตื่นรู้

รู้เท่าทันสื่อ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง

Good Jobs
03 ก.พ. 2023Chill On

Good Jobs

Good jobs ไขสเปค ‘คนที่ใช่’ ของ ‘งานในฝัน’ ป๋าเต็ด พาไปบริษัทดัง ล้วงลึกวิธีคัดเลือกพนักงาน ให้รู้ข้อมูลแบบ Exclusive ก่อนที่คุณจะมาสมัครงานจริง ขอให้ได้งานนะครับ! ศุกร์เว้นศุกร์

พาศึกsaid เพศศึกษา
12 ม.ค. 2023EFM

พาศึกsaid เพศศึกษา

PODCAST ที่จะ เปิดห้องเรียน “เพศศึกษา” ยกคำถาม “เรื่องเพศ” เอามา Said กับ “คุณหมอ” คุยได้ทุกเรื่อง ตอบทุกปัญหา เพราะ “เพศศึกษา” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย พูดคุยกับ หมอเต้ นายแพทย์ ณัฐเขต และ หมอโอ๊ต นายแพทย์ วงศกร จาก PULSE CLINIC

EFM

แฉข่าวเช้า 22 มิถุนายน 2569
22 มิ.ย. 2026
แฉข่าวเช้า

แฉข่าวเช้า 22 มิถุนายน 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

แฉข่าวเช้า 19 มิถุนายน 2569
19 มิ.ย. 2026
แฉข่าวเช้า

แฉข่าวเช้า 19 มิถุนายน 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

Green Wave

เปิดคัมภีร์ชีวิตตัวแม่ ฉบับ “ฮาย อาภาพร” ทำจริง ตั้งใจ และอย่าให้เสียงลบมาทำลายความฝัน
18 มิ.ย. 2026
Club Inspired Day Recap

เปิดคัมภีร์ชีวิตตัวแม่ ฉบับ “ฮาย อาภาพร” ทำจริง ตั้งใจ และอย่าให้เสียงลบมาทำลายความฝัน

Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “ฮาย อาภาพร นครสวรรค์” ที่มาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่ช่วงที่เผชิญกับอาการป่วยโรคไทรอยด์ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและอารมณ์ จนถึงการปรับตัวและวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้เธอยังเล่าถึงความมุ่งมั่นในการศึกษาต่อจนจบปริญญาโทแม้จะมีชื่อเสียงแล้ว พร้อมเปิดเผยความเชื่อส่วนตัวเรื่องการทำบุญและการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เป็นข่าวดังในสื่อบ่อยครั้ง เธอเน้นย้ำถึงเหตุผลที่เลือกครองตัวเป็นโสดโดยมองว่าความสุขที่แท้จริงเกิดจากการพึ่งพาตนเองและการทำสิ่งที่รัก ท้ายที่สุดเธอได้ให้แง่คิดในการทำงานด้วยการให้เกียรติและเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่กำลังท้อแท้ลุกขึ้นมาสู้ชีวิตต่อไปจากบ้านที่ไร้แสงไฟ ชีวิตที่เริ่มต้นจากศูนย์ (และติดลบ)ชีวิตวัยเด็กของ "จันทร์เพ็ญ" (ชื่อจริงของเธอ) เริ่มต้นที่จังหวัดนครสวรรค์ในพื้นที่ที่ยังไม่เจริญ เป็นบ้านป่าที่ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าใช้ ครอบครัวของเธอจนถึงขนาดที่ไม่มีข้าวจะกิน จนแม่ต้องไปขุดกลอยในป่ามาให้ลูก ๆ กินแทนข้าว ส่วนพ่อก็ต้องออกไปล่าสัตว์ป่าอย่างเต่า เม่น หรือกระต่ายมาเป็นอาหาร ในคืนที่มืดมิด เธอต้องอยู่กับแสงจาก "ขี้ใต้" ที่มีกลิ่นเหม็น ซึ่งความมืดมนในวันนั้นได้กลายเป็น "ปม" ที่ทำให้เธอหลงใหลในแสงสว่างจนกลายเป็นคน "บ้าแชนเดอเลียร์" ในปัจจุบัน"กางเกงในตัวเดียว" และบทเรียนเรื่องความอดทนหนึ่งในเรื่องราวที่บีบหัวใจที่สุดคือ เธอเพิ่งจะมีกางเกงในใส่ตอน ป.4 ก่อนหน้านั้นเธอต้องใส่กระโปรงไปเรียนโดยไม่มีกางเกงใน จนวันหนึ่งเกิดพายุพัดกระโปรงเปิดทำให้ถูกเพื่อนล้อและกลั่นแกล้งทั้งวันจนเธอไม่อยากไปโรงเรียน เมื่อเธอกลับไปร้องไห้บอกแม่ แม่จึงเจียดเงินไปซื้อกางเกงในให้เพียงตัวเดียว ซึ่งเธอก็ใช้มันเป็นเครื่องมือตอกหน้าคนที่เคยแกล้งด้วยการท้าตีลังกาโชว์ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความลำบากในวัยเด็กคือโรงเรียนชั้นดีที่สร้างความแกร่งให้เธอวิทยุทรานซิสเตอร์ หน้าต่างบานแรกสู่ความฝันแม้จะอยู่ในป่าลึกแต่เธอก็มีความฝัน จากตอนแรกที่อยากเป็นครู แต่เมื่อได้ยินเสียงเพลงจากวิทยุทรานซิสเตอร์ เธอก็เปลี่ยนใจอยากเป็นนักร้องทันที เธอเป็นคนมีความจำแม่นยำ ฟังเพลงเพียง 2 รอบก็ร้องตามได้ และมักจะตะโกนร้องเพลงไปซักผ้าไปในช่วงเย็นก่อนที่แสงจะหมด เธอเชื่อมั่นว่า "ทางเดียวที่จะออกจากที่นี่ได้คือต้องไปประกวดร้องเพลง"เดิมพันด้วยการ "หนี" การต่อสู้เพื่อโอกาสที่ไม่มีใครหยิบยื่นในวัย 15 ปี เธอตัดสินใจหนีพ่อมาประกวดร้องเพลง เพราะพ่อไม่สนับสนุนให้ผู้หญิงออกจากบ้านไปไหนไกล เธอแอบเก็บเงินจากการไปเก็บเศษข้าวที่ตกตามนามาขายได้ 100 กว่าบาท เพื่อใช้เป็นค่าเดินทางไปทำตามฝัน การประกวดครั้งนั้นเธอได้ที่ 2 และได้ของรางวัลเป็นวิทยุทรานซิสเตอร์พร้อมเงิน 100 บาท ซึ่งเมื่อกลับบ้านไป พ่อกลับภูมิใจจนวิ่งลงมาช่วยหิ้วของและไม่ตีเธออย่างที่กลัว9 ปีในเงามืด นักร้องคั่นเวลาที่ถูกตราหน้าว่า "ขายตัว"เส้นทางสู่ดวงดาวไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอใช้เวลาถึง 9 ปีในการเป็น "นักร้องคั่นเวลา" และหางเครื่อง ในช่วงที่เดินสาย เธอหารายได้เสริมด้วยการขายของหลังเวที เช่น น้ำและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จนเก็บเงินได้เป็นหมื่นบาทและส่งกลับบ้าน 30,000 บาท แต่ความกตัญญูนี้กลับถูกชาวบ้านนินทาว่าเธอไปขายตัว จนพ่อเครียดถึงขั้นดื่มยาฆ่าหญ้าเพื่อหนีคำครหา (แต่ล้างท้องทัน) แม้จะเจ็บปวดแต่เธอก็ไม่ย่อท้อและสู้ต่อในฐานะนักร้องที่ยังไม่ดังเสียที"เลิกแล้วค่ะ" โอกาสสุดท้ายบนเส้นด้ายแห่งโชคชะตาหลังจากออกอัลบั้มมาหลายชุดแต่ไม่ปัง เจ้านายจึงยื่นคำขาดในอัลบั้มที่ 9 ว่า "ถ้าชุดนี้ไม่ดัง แยกทาง" เพลง "เลิกแล้วค่ะ" ถูกปล่อยออกมาและในช่วงแรกขายได้เพียง 30 ม้วนต่อวัน แต่โชคชะตาก็เปลี่ยนไปเมื่อวงการตลกนำเพลงนี้ไปล้อเลียนในคาเฟ่จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วประเทศ ส่งผลให้เธอกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ชั่วข้ามคืน มีงานสูงสุดถึงวันละ 9 งาน จนร่างกายล้มป่วยเป็นไทรอยด์เพราะพักผ่อนไม่พอ"ให้เกียรติตัวเองก่อน" ข้อคิดสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนปัจจุบันอาภาพรไม่ได้เป็นเพียงนักร้อง แต่เธอยังพยายามเติมเต็มสิ่งที่ขาดด้วยการเรียนจนจบปริญญาโท และวางแผนเกษียณไว้อย่างเป็นระบบ ข้อคิดสำคัญที่เธอฝากไว้คือ "จงให้เกียรติตัวเองก่อน" อย่าให้เสียงลบ ๆ ของคนรอบข้างมามีอิทธิพลต่อความรู้สึก และจงเชื่อมั่นว่า "ถ้าคนอื่นทำได้ บนโลกนี้ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้" ความสำเร็จของเธอไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มาจากความตั้งใจจริงที่ว่า "ถ้าทำต้องทำจริงๆ ถ้าไม่ดีไม่เอา"ชีวิตของ ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ เริ่มจากเด็กหญิง "จันทร์เพ็ญ" ผู้เติบโตท่ามกลางพงไพรที่มืดมิดและขัดสนถึงขีดสุดในจังหวัดนครสวรรค์ ที่ซึ่งแสงสว่างเดียวมาจาก "ขี้ใต้" และความฝันถูกจุดประกายผ่านเสียงเพลงจากวิทยุทรานซิสเตอร์ ฮาย อาภาพร ได้นำพาหัวใจที่แกร่งดั่งเหล็กกล้าฝ่าฟันบททดสอบแห่งความลำบาก ทั้งการหนีออกจากบ้านมาประกวดร้องเพลงด้วยเงินเก็บเพียงน้อยนิด และการอดทนรอคอยโอกาสในเงามืดนานถึง 9 ปี ในฐานะนักร้องคั่นเวลาที่ถูกตราหน้าและดูแคลนจนกระทั่งโชคชะตาเปิดทางให้เธอแจ้งเกิดอย่างสง่างามเป็นซุปเปอร์สตาร์ค้างฟ้าจากเพลง "เลิกแล้วค่ะ" พลิกชีวิตจากปมด้อยเรื่องความจนและการขาดโอกาสสู่การเป็นไอคอนิกผู้ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะเติมเต็มความรู้ด้วยการศึกษาและวางแผนชีวิตอย่างมีสติ วันนี้เธอคือแบบอย่างของความเพียรที่พิสูจน์ให้เห็นว่า หากเราให้เกียรติตัวเองและตั้งใจจริง แสงสว่างที่เคยโหยหาในวัยเยาว์จะกลายเป็นความรุ่งโรจน์ที่ส่องประกายดั่งแชนเดอเลียร์ในใจที่ไม่มีวันดับสูญดูรายการย้อนหลัง

Hotwave

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18
03 ก.พ. 2026
Events

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18

ว้าวุ่นมาทั้งปี มารับวิตามิน SEA กันป่ะล่ะ !!ปลายปีนี้... EFM94 และ Chill Online จะพาคุณไปมันส์อีกครั้งกับมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเลกับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18 BY โซดา LEOมันส์ไปกับ 6 ศิลปิน ...NONT TANONT / PARADOX / MEAN / ROOFTOP / SLAPKISS / THE MOUSSESเตรียมแดนซ์ให้ยับกับ DJ PU บนเวที EDM สไตล์ EFM และ เหล่าดีเจจาก EFM94 และ CHILL ONLINEเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นี้ที่ หาดแหลมเจริญ จังหวัด ระยองห้ามนำเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าภายในงาน ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายเตรียมตัวกันให้พร้อม!! 16 ตุลาคมนี้เปิดให้กด REDEEM บัตรกันแล้วขั้นตอนการ Redeem Ticket!! บอกเลยว่า #งานนี้ฟรี!!- เพียงแค่ล็อกอิน เปิดแอป Application AtimeFungFin- เริ่มสะสมพ้อยได้แล้ววันนี้ ผ่านการฟัง Application ATIMEFUNGFIN !!1 นาที = 1 Point สะสมครบ 2,000 Point แลก Wristband ได้ 2 ใบ สามารถเข้างานได้ 2 คน(1 Account/1 สิทธิ์)ดาวน์โหลด Application : ATIME FUNGFIN รอไว้ได้เลย ทั้งระบบ IOS และ Androidพิเศษเฉพาะใน Application ATIMEFUNGFIN เท่านั้น!! รีบชวนเพื่อนด่วน #บัตรมีจำนวนจำกัด

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน
23 ม.ค. 2025
News

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน

"เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา” ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพันบทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปีโดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform

อบอวลด้วยรัก! "จ๊ะอี๋" น้องใหม่ "Kicks Records" เสิร์ฟกลิ่นหอมผ่าน "สวนดอกไม้" ได้ทัพ 3 ตัวพ่อเพลงรักร่วมงานในซิงเกิลเปิดตัว
16 ม.ค. 2025
News

อบอวลด้วยรัก! "จ๊ะอี๋" น้องใหม่ "Kicks Records" เสิร์ฟกลิ่นหอมผ่าน "สวนดอกไม้" ได้ทัพ 3 ตัวพ่อเพลงรักร่วมงานในซิงเกิลเปิดตัว

เปิดปีใหม่ปีนี้ Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ขอเสิร์ฟของขวัญรับศักราชใหม่ พร้อมแนะนำ “jaei จ๊ะอี๋ - นวลจันทร์ ณ ถลาง” ศิลปินหญิงที่มากับเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานที่หวาน จนใครได้ฟังต้องรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ เพราะท่วงทำนองและคำร้องนั้นเต็มไปด้วยความหอมหวาน“สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานเดบิวต์ของ “jaei จ๊ะอี๋” ที่สะท้อนความเป็นเธอในทุกองค์ประกอบ โดยจุดเริ่มต้นมาจากกวีของ Alfred Tennyson ที่เขียนไว้ว่า “If I had a flower for every time I thought of you…I could walk through my garden forever.” ที่แปลว่า ถ้ามีดอกไม้ผลิบานเพิ่มขึ้นทุกครั้งเวลาที่ฉันนั้นคิดถึงเธอ โลกนี้คงเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ที่พอให้เราเดินเล่นได้ทั้งชีวิต ซึ่งตัวของ “แทน Lipta” โปรดิวเซอร์และผู้แต่งเพลงนี้มองว่าเป็นประโยคที่เหมาะกับตัวตนของ ‘จ๊ะอี๋’ และได้นำเพลงนี้มาเขียนร่วมกับ “ข้าว fellow fellow” อีกหนึ่งยอดฝีมือที่แต่งเพลงรักสุดฮิตมานับไม่ถ้วนในส่วนของดนตรีเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ความชอบเพลงยุค 90 ของ jaei ก็ได้ถูกนำมาอยู่ในเพลงนี้ ถูกเนรมิตดนตรีเพลงนี้ให้หอมฟุ้งด้วยความฟีลกู้ดโดย “กุ๊ก จิตติพล” มือคีย์บอร์ดวงดนตรีคลั่งรักแห่งยุคอย่าง “No One Else” ที่มาร่วมเรียบเรียงเพลงนี้อีกด้วย นอกจากบรรยากาศของเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)“ จ๊ะอี๋ยังได้ถ่ายทำมิวสิควิดีโอด้วยบรรยากาศสวนดอกไม้จริงๆ ร่วมกับกลุ่มเพื่อนสุดเลิฟ ทำเอาบรรยากาศทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังอบอวลด้วยความสุขแบบทะลุจอจนผู้ชมสัมผัสได้รับชม รับฟัง และสัมผัสมวลความน่ารักของเพลง “สวนดอกไม้” ได้ทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิ่งและชมมิวสิควิดีโอได้ทาง YouTube: jaeicoolkid

Atime Showbiz

BEACH BOYS CONCERT 2025
21 ก.ค. 2025
Ticket Now

BEACH BOYS CONCERT 2025

คอนเสิร์ตรวมศิลปิน BOYS “สมบัติแห่งชาติ” เสิร์ฟเพลงฮิตติดชาร์ตกันริมทะเล ชวนทุกด้อมมาเติมฟินพร้อมกัน ครบจบในวันเดียว !ใน “BEACH BOYS CONCERT 2025”พร้อมเสิร์ฟขุมทรัพย์ความฟิน กับ Lineup 10 ศิลปินแถวหน้าของ T-POP ที่แมสที่สุดมาไว้บนเวทีเดียวกัน พบกับ1. POLYCATวงดนตรีสุดเทสต์ ตัวท็อป Synth Pop ตำนานเพลงฮิตที่ทุกคนต้องมีติดเพลย์ลิสต์ !2. fellow fellowศิลปิน DUO เสียงละมุน เจ้าของเพลงรักโรแมนซ์สุดไวรัลกว่า 100 ล้านวิว !3. No One Else“เจ้าพ่อเพลงรัก” ศิลปินที่ครองชาร์ตครองใจเหล่าคนคลั่งรักทุก GEN !4. JEFF SATURศิลปินตัวท็อปมากประสบการณ์ผู้เปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของแบบไร้ขีดจำกัด!!5. NUNEWศิลปินเสียงหวานใจละลาย ฉายา “ลูกชายแห่งชาติ” ที่พร้อมชิงหัวใจจากทุกด้อมแบบไม่ให้ตั้งตัว !6. ATLASBOY GROUP ตัวท็อปสุดเป๊ะ ! ที่ต้องดูด้วยตาเนื้อสักครั้งในชีวิต พร้อมสาดความมันส์ให้หาดแตก !!7. PROXIEBOY BAND แถวหน้า All Rounder สุดจี๊ดแห่ง T-POP ตัวตึงทุก Viral สุดแมส !8. LYKNBOY GROUP สุดกรี๊ด เตรียมกร่อนใจทุกด้อม ด้วยคาริสม่าสุดสตรอง แซ่บไฟลุกไปทั้งหาด !9. DICEBOY GROUP ทำถึงแห่งปี เอเนอร์จี้สุดจะเลิศ ! พร้อมตกแฟน ๆ ด้วย Performance สุดปัง !!10. JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXXRookie น้องใหม่มาแรงแห่งวงการ T-POP พร้อมปล่อยดาเมจสุด HOT ให้ Beach สะเทือน !!เปิด MAP ความสนุกพร้อมกันวันแสดง :วันเสาร์ที่ 22 พฤจิกายน 2568 เวลา 15:30 น. เป็นต้นไปสถานที่ :SEA SAND SUN HUAHIN RESORTเปิดจำหน่ายบัตร : วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปซื้อบัตรได้ทาง Counter Service All Ticket ใน 7-Eleven ทุกสาขา หรือ https://bit.ly/BEACHBOYS2025ราคาบัตร :• บัตรราคา 1,100 บาท **ราคานี้ตั้งแต่วันนี้ - 21 พ.ย.**• บัตรหน้างาน (22 พ.ย. 2568) : บัตร Regular ราคา 2,000 บาท

YOLO FEST
10 มี.ค. 2025
Ticket Now

YOLO FEST

ครั้งแรกของ ATIMESHOWBIZ ครีเอทมิวสิคเฟสอินดี้ ขึ้นห้าง กลางเมืองโดนใจทุก Gen โดดเด่นทุก Line up ที่ทุกคนต้องได้มาฟังสดๆ สักครั้งในชีวิต!!YOLO FEST เฟสอินดี้ YOU ONLY LISTEN ONCEมิวสิคเฟสที่ “คุ้ม” ที่สุด กับโลเคชั่นที่ “ติดแกลม” ที่สุดจัดเต็มตลอด 8 ชม. แบบ Non stop กับ 12 ศิลปินอินดี้ตัวท็อปสุดเทสต์!1. TATTOO COLOUR วงดนตรีขวัญใจเด็กแนวทุกยุค กับสไตล์เพลงสุดครีเอทที่ไม่เคยเก่า!2. POLYCAT วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s ที่ปลุกกระแสยุคเก่าให้เก๋าไปทั่วบ้านทั่วเมือง3. SCRUBB ศิลปินดูโอ้ที่มีเพลงเพราะอยู่ในเพลย์ลิสต์โปรดของใครหลายคนมานานกว่า 20 ปี!4. THE TOYS อัจฉริยะทางดนตรี ผู้สร้างปรากฎการณ์ให้วงการเพลงไทยดังไกลทั่วเอเชีย!5. SAFEPLANET วงอินดี้ป็อปแถวหน้า ดาวเคราะห์แห่งเสียงดนตรีกับ Sound สุดซิกเนเจอร์!6. PUN ศิลปินหนุ่มสุดฮอต ขวัญใจเจน Z ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้!7. DEPT ดูโอ้ซินธ์ป็อปแห่งยุค กับแนวเพลงเศร้าเคลือบน้ำตา โดนใจวัยรุ่น8. WHAL DOLPH วงดนตรีอินดี้ป็อปจากท้องทะเล กับการดีไซน์เพลงที่ไร้ขีดจำกัด9. MEYOU All rounder แห่งวงการเพลงไทย เจ้าของเพลงฮิตร้อยล้านวิว10. WIM ศิลปินอินดี้ป็อปไวป์ดี Mr.feelgood มาพร้อมสไตล์เพลงสุดกรู๊ฟชวนฝัน!11. LUSS คู่หูมหัศจรรย์แห่งยุค! กับเมโลดี้ติดหูที่กลายเป็น Viral นับครั้งไม่ถ้วน12. TELEVISION OFF วงน้องใหม่ฟอร์มแรง ผู้ถ่ายทอดความเจ็บปวดได้อย่างสวยงาม“YOU ONLY LISTEN ONCE” โอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่คุณจะได้มาฟังทั้ง 12 ศิลปินสุดเทสต์ใน Stage เดียวกัน วันเดียวเท่านั้น รันยาวต่อเนื่องแบบ Non stop ห้ามพลาดเด็ดขาด!!พบกัน 14 มิ.ย. 2025 ที่ Paragon Hall ที่สุดของ VENUE ใจกลางเมือง!บัตรราคาเดียว : บัตรยืน 1,500 บาทพิเศษสุด! โปรฯ คู่ 2,800 บาท (จำกัด 1,500 คู่เท่านั้น!)จำหน่ายบัตร 29 มี.ค. 2025 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป) ทาง ThaiticketmajorLink ขายบัตร https://bit.ly/YOLOFESTติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ และ EFM ทุกช่องทาง#YOLOFest#YOU_ONLY_LISTEN_ONCE#ATIMESHOWBIZ#EFM94

GOTCHA POP 3 CONCERT
01 มี.ค. 2025
Ticket Now

GOTCHA POP 3 CONCERT

ALL TICKETS ARE SOLD OUT !ATIMESHOWBIZ ขอขอบคุณชาว T-POP ทุกด้อม-ทุกคน ที่ทำให้บัตร #GOTCHAPOP3 SOLD OUT ทุกราคา ทุกที่นั่งเป็นที่เรียบร้อย !!เจอกัน 24 พ.ค. 2025 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์GOTCHA POP Concert ไม่ใช่แค่การรวมศิลปิน T-POP แต่คือ “เวทีโชว์ Performance แห่งปี” ที่คอคอนเสิร์ตทุกคนต้องไม่พลาด ไม่ว่าคุณจะอยู่ด้อมไหน เตรียมใจลุ้นไปกับ Line Up สุดปัง จาก Boy Group - Girl Group ตัวท็อปสุดฟิน อะดรีนาลีนหลั่งไปกับสเตจพิเศษเกินคาดเดา ที่รับประกันความ Wow ! ขึ้นในทุก ๆ ปีเปิดตี้ฟินระเบิด พร้อมเสิร์ฟยกด้อม กับ คอนเสิร์ตรวม Idol ตัวท็อปแห่งปี !!ใน “GOTCHA POP CONCERT ครั้งที่ 3 ” จัดเต็มศิลปิน T-POP Boy Band , Girl Group ตัวท็อปที่ทุกคนอยากดูมากที่สุดในยุคนี้พบกับ1. TRINITY - Trio สารตั้งต้น T-Pop ตัวท็อประดับตำนานที่แฟน ๆ รอคอย! พร้อมเสิร์ฟเอเนอร์จีความ Hot ทะลุสเตจ !!2. PROXIE - Boy Band ตัวท็อปสุดแมส ความสามารถ All Rounder แห่ง T-POP การันตีที่สุดของความปัง!3. PiXXiE - Girl Group จริตทะลวงใจ! 3 ภูติจิ๋วเอวเอส มาพร้อมพลังดาเมจที่จะทำให้เวทีสะเทือน!!4. PERSES - 5 หนุ่ม Boy Group กระดูกเบอร์เดียวกัน เตรียมใส่สุดพลัง จัดเต็มทุก Performance พร้อมตกแฟน ๆ เข้าด้อม!!5. LYKN - Boy Group สุดโฮ่ง-Hot-ฉ่ำ ! ที่มาแรงเกินต้านทาน พร้อมระเบิดคาริสม่าบนเวทีให้ลุกเป็นไฟ !!6. BUS because of you I shine - Boy Group ที่เขย่าวงการ T-Pop ตัวท็อปห้างแตก ครองใจตั้งแต่มัมหมีจนถึงเจนอัลฟ่า!!7. DICE - Rookie น้องใหม่แห่งวงการ T-POP แต่ฝีมือไม่ธรรมดา เตรียมวางกับดักตกคนเข้าด้อม ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ!8. VIIS - Girl group สาย Performance ที่สตรองที่สุด! คอนเสิร์ตครั้งนี้ 5 สาวพร้อมสับแบบฟาดไม่ยั้ง !!9. QRRA - Girl group น้องใหม่แต่มากประสบการณ์ พร้อมรันวงการแบบ Queen ตัวท็อป!! เตรียมรับความจึ้งจาก 5 สาวได้เลย10. GELBOYS - บอยแก๊งน้องใหม่มาแรงแห่งปี จากซีรี่ย์สุดฮ็อต "GELBOYS สถานะกั๊กใจ" พร้อมปล่อยดาเมจสุดป็อปแบบไม่มีกั๊ก ! เตรียมโดน 4 หนุ่ม ตกเข้าด้อมกันได้เลย !!11. DAOU OFFROAD - คู่ศิลปิน IDOL ที่กำลังมาแรงสุด ๆ พกความสนุกมาแบบเต็มพิกัด Dance-ร้อง จัดหนักแบบตัวท็อป เตรียมตัวฮ็อบกันทั้งฮอลล์ !มาซัพพอร์ตวงการ T-POP ของเราให้เติบโตก้าวไกลไปด้วยกัน ใน GOTCHAPOP 3 คอนเสิร์ตที่โคตรฟินแห่งปีที่สแตน T-POP พลาดไม่ได้ ! รวม Line Up ชวนจึ้ง Boyband และ Girl Group ตัวแรร์แห่งยุค มาไว้บนเวทีเดียวกัน จัดเต็มโชว์สุดปัง เก็บครบทั้ง Vocal หูเคลือบทอง , Performance แดนซ์ไฟลุก และ Hidden Show สุดเซอร์ไพรส์ เคมีใหม่ ๆ หาดูได้แค่ที่ GOTCHAPOP 3 เท่านั้น !! ให้ทุกคนได้ดูแบบต่อเนื่องไม่สะดุดกว่า 6 ชั่วโมง !!!พร้อมปักหมุดแลนด์มาร์คความสนุกครั้งใหม่ “ใกล้ขึ้น” กับราคาบัตรที่ “ถูกลงกว่าเดิม” !!เจอกัน 24 พ.ค. นี้ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Exhibition Hall 3-4 , ชั้น G )ราคาบัตร : บัตรยืน 2,500 บาทบัตรนั่ง 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,800 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาทจำหน่ายบัตร 1 มีนาคม ที่ Thaiticketmajor เวลา 10.00 น.LINK ซื้อบัตร : https://bit.ly/GOTCHAPOP3ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง

Chill On

ต้นไม้มงคลปลูกในบ้าน เสริมโชคลาภ ดูแลง่าย (อัปเดต 2026)
22 มิ.ย. 2026
Temple & Mutelu

ต้นไม้มงคลปลูกในบ้าน เสริมโชคลาภ ดูแลง่าย (อัปเดต 2026)

เคล็ดลับจัดบ้านรับทรัพย์: รวมฮิตต้นไม้มงคลปลูกในบ้าน เสริมดวงชะตา ฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ในยุคที่เราใช้เวลาอยู่ที่บ้านกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบ Work from Home การเรียนออนไลน์ หรือการใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุด การจัดตกแต่งบ้านให้น่าอยู่และเต็มไปด้วยพลังงานบวกจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ และหนึ่งในไอเทมยอดฮิตที่ทุกบ้านต้องมีเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบก็คือ ต้นไม้มงคลปลูกในบ้าน เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ความรู้สึกสดชื่นสบายตาแล้ว ตามความเชื่อของคนไทยและศาสตร์ฮวงจุ้ย ต้นไม้บางชนิดยังมีพลังพิเศษที่ช่วยดึงดูดพลังงานดีๆ เสริมโชคลาภ เรียกทรัพย์ และปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปจากครอบครัวได้อีกด้วย แต่การจะเลือกต้นไม้สักต้นเข้ามาปลูกในบ้านนั้น เราต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแสงแดดที่ส่องถึง ปริมาณน้ำที่ต้องการ หรือแม้แต่ตำแหน่งในการวาง บทความนี้จึงขออาสาเป็นไกด์พาคุณไปทำความรู้จักกับพรรณไม้ต่างๆ อย่างเจาะลึก ทั้ง ต้นไม้มงคลปลูกในบ้านแล้วรวย สำหรับสายมูเตลูที่ต้องการเสริมดวงการเงิน ต้นไม้มงคลปลูกในร่ม สำหรับบ้าน คอนโด หรืออพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จำกัด และ ต้นไม้มงคล ปลูกในห้องนอน ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในการช่วยฟอกอากาศให้คุณหลับสนิทตลอดคืน พร้อมเทคนิคการดูแลที่มือใหม่ก็ทำตามได้ง่ายๆ รับรองว่าอ่านจบแล้ว คุณจะสามารถเลือกต้นไม้ที่ใช่ ไปจัดวางในมุมโปรดได้อย่างมั่นใจแน่นอนทำไมการมีต้นไม้มงคลปลูกในบ้าน ถึงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง? ก่อนที่เราจะไปเลือกซื้อต้นไม้ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าการปลูกต้นไม้ในบ้านนั้นให้อะไรกับเราบ้าง ทำไมไลฟ์สไตล์นี้ถึงกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว ทั้งจากกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยผู้ใหญ่เสริมความเป็นสิริมงคล (มูเตลู ฮวงจุ้ย): ชื่อของต้นไม้แต่ละชนิดมักมีความหมายแฝงที่สื่อถึงความมั่งคั่ง โชคลาภ ความสุข และความเจริญรุ่งเรือง การนำมาปลูกไว้ในบริเวณบ้านจึงเปรียบเสมือนการตั้งจิตอธิษฐานและดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาสู่ผู้อยู่อาศัย ตามหลักฮวงจุ้ย ต้นไม้คือตัวแทนของธาตุไม้ ซึ่งสื่อถึงการเจริญเติบโตและความมีชีวิตชีวาเครื่องฟอกอากาศตามธรรมชาติ (Natural Air Purifier): ต้นไม้หลายชนิดมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษในอากาศ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ ไซลีน เบนซิน และคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งสารพิษเหล่านี้มักแฝงตัวอยู่ในเฟอร์นิเจอร์ สีทาบ้าน พรม หรือน้ำยาทำความสะอาดที่เราใช้กันอยู่ทุกวันคลายความเครียด บำบัดจิตใจ (Mental Healing): งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า สีเขียวของธรรมชาติมีผลทางจิตวิทยา ช่วยลดระดับความเครียด ลดความดันโลหิต ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สงบ และมีสมาธิมากขึ้น การได้เฝ้ามองต้นไม้เติบโตหรือแตกใบใหม่ ถือเป็นการฮีลใจชั้นดียกระดับการตกแต่งบ้าน (Home Decor): ฟอร์มใบที่สวยงาม รูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของต้นไม้ ช่วยเพิ่มมิติให้กับการตกแต่งบ้าน ไม่ว่าบ้านของคุณจะเป็นสไตล์มินิมอล นอร์ดิก เจแปนดิ หรือลอฟท์ การจับคู่ต้นไม้กับกระถางดีไซน์เก๋ๆ ก็สามารถยกระดับบ้านให้ดูหรูหราและมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ทันทีสายมูต้องมี! 5 ต้นไม้มงคลปลูกในบ้านแล้วรวย เสริมโชคลาภ เรียกทรัพย์ สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยเสริมดวงเรื่องการเงิน การค้าขาย การงาน และโชคลาภ นี่คือลิสต์ ต้นไม้มงคลปลูกในบ้านแล้วรวย ที่คัดมาแล้วว่ามีความหมายเป็นเลิศ และมีฟอร์มสวยงามเหมาะกับการตั้งโชว์ในห้องนั่งเล่นหรือโต๊ะทำงาน1.ต้นกวักมรกต นี่คือต้นไม้ยอดฮิตที่แทบทุกบ้านและออฟฟิศต้องมี ด้วยลักษณะก้านใบที่ยื่นยาวและมีใบย่อยเรียงตัวกันอย่างสวยงาม คล้ายเหรียญที่เรียงต่อกันเป็นชั้นๆ มีความมันวาวสะดุดตาความหมายมงคล: ชื่อ "กวักมรกต" สื่อถึงการกวักเงิน กวักทอง กวักโชคลาภเข้ามาในบ้าน คนโบราณเชื่อกันว่าหากใครปลูกกวักมรกตจนออกดอก (ซึ่งออกดอกได้ยาก) จะแสดงว่ากำลังจะมีโชคใหญ่ ผู้ปลูกจะมีฐานะมั่งคั่งการดูแล: เป็นไม้ประดับที่ทนทานมากที่สุดชนิดหนึ่ง รดน้ำเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ไม่ชอบน้ำขัง เติบโตได้ดีแม้ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงเล็กน้อย2.ต้นรวยไม่เลิก แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกถึงความมั่งคั่งแล้ว สำหรับต้นไม้ขนาดกะทัดรัดชนิดนี้ ลักษณะเด่นคือใบที่หนาและมีจุดด่างสีเขียวเข้มกระจายอยู่ทั่วแผ่นใบความหมายมงคล: สื่อถึงความมั่งมีศรีสุข ร่ำรวยเงินทองแบบไม่ขาดสาย กิจการค้าขายเจริญรุ่งเรือง หากเลี้ยงจนออกดอกสีขาวเป็นช่อ เชื่อว่าความโชคดีกำลังจะมาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัวการดูแล: ชอบแสงแดดรำไรถึงปานกลาง รดน้ำเมื่อดินแห้ง (ประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง) เลี้ยงง่าย โตไว เหมาะสำหรับวางบนโต๊ะทำงาน3.ต้นศุภโชค ต้นไม้ที่มีเอกลักษณ์ตรงลำต้นที่มักจะถูกนำมาถักเกลียวเข้าด้วยกันอย่างสวยงาม ใบมีลักษณะแฉก 5-7 ใบคล้ายร่ม นิยมมอบให้เป็นของขวัญในวันขึ้นบ้านใหม่ เปิดร้าน หรือฉลองตำแหน่งใหม่ความหมายมงคล: ในภาษาจีนเรียกว่า "เหยาเฉียนซู่" แปลว่า ต้นไม้เขย่าเงิน ช่วยดูดซับเงินทองและโชคลาภเข้าสู่บ้าน กักเก็บทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหลออกไปการดูแล: ชอบแสงแดดปานกลางถึงรำไร ไม่ชอบแดดจัด รดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง4.ต้นเงินไหลมา ไม้เลื้อยที่มีใบรูปหัวใจหรือรูปหอก สีสันสวยงามและมีหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งสีเขียวล้วน ด่างขาว ด่างเหลือง และสีชมพูพาสเทลความหมายมงคล: ช่วยให้เงินทองไหลมาเทมาสู่ครอบครัวสมชื่อ และยังมีความเชื่อว่าช่วยเสริมสร้างเสน่ห์ให้แก่ผู้ปลูก ทำให้มีคนอุปถัมภ์ค้ำชูการดูแล: ชอบความชื้น รดน้ำวันเว้นวัน หรือสามารถปลูกแช่ในแจกันน้ำได้เลย วางไว้ในที่ที่มีแสงส่องถึงรำไรจะทำให้สีใบสวยงามชัดเจน5.ต้นเศรษฐีเรือนใน ลักษณะใบเรียวยาว แถบกลางใบมีสีขาวหรือเหลืองอ่อน ขอบใบสีเขียว เมื่อโตเต็มที่จะแตกกิ่งก้านสาขาและมีต้นอ่อนห้อยย้อยลงมาอย่างสวยงามคล้ายแมงมุมความหมายมงคล: เสริมบารมี ป้องกันภัยอันตราย และดึงดูดโชคลาภความโชคดีให้แก่ผู้อยู่อาศัยในบ้านการดูแล: เป็นไม้ที่ดูแลง่ายมาก ชอบแสงแดดรำไร รดน้ำปานกลาง และที่สำคัญคือเป็นพืชที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการดูดสารพิษในอากาศสายพื้นที่จำกัด: 4 ต้นไม้มงคลปลูกในร่ม ดูแลง่าย ทนแสงน้อย สำหรับใครที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ ทาวน์โฮม หรือต้องการปลูกต้นไม้ในมุมที่แสงแดดจากภายนอกส่องไม่ค่อยถึง การเลือก ต้นไม้มงคลปลูกในร่ม คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะต้นไม้กลุ่มนี้ถูกปรับปรุงสายพันธุ์หรือมีธรรมชาติป่าดิบชื้นที่ทนทานต่อสภาพแสงน้อยได้ดี1.ต้นพลูด่าง ไม้ประดับสามัญประจำบ้านที่ได้ฉายาว่า อึด ถึก ทน ที่สุด เลี้ยงตายยากมาก มีลักษณะใบรูปหัวใจสีเขียวแต้มลวดลายสีเหลืองหรือขาวความหมายมงคล: ช่วยให้ชีวิตราบรื่น มีแต่ความสุขความเจริญ นำพาพลังงานด้านบวก และคนไทยโบราณเชื่อว่าช่วยให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายการดูแล: รดน้ำ 2-3 วันครั้ง หรือใช้วิธีตัดกิ่งปักแช่ในแจกันน้ำใสๆ ก็อยู่ได้เป็นปี โตได้ในทุกสภาพแสง (แต่ถ้าได้แสงรำไรใบจะด่างสวยและโตเร็วกว่า)2. ต้นไผ่กวนอิม ไม้ประดับขนาดเล็กที่นิยมนำมาดัดลำต้นให้โค้งงอ หรือนำมามัดรวมถักเป็นรูปทรงต่างๆ เช่น ทรงหอคอย ทรงสับปะรดความหมายมงคล: นำพาความสงบสุข ความเจริญก้าวหน้า และเสริมฮวงจุ้ยที่ดี จำนวนก้านที่ปลูกก็มีความหมายต่างกันตามศาสตร์จีน (เช่น 3 ก้าน หมายถึง ความสุข ความมั่งคั่ง และอายุยืน, 5 ก้าน หมายถึง ความสมดุลของธาตุทั้ง 5)การดูแล: นิยมปลูกในน้ำหรือดินร่วน รดน้ำหรือเปลี่ยนน้ำสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดโดยตรงเพราะจะทำให้ปลายใบไหม้และเหลือง3.ต้นเสน่ห์จันทร์แดง พืชตระกูลบอนที่โดดเด่นด้วยก้านใบสีแดงเลือดหมู ตัดกับแผ่นใบรูปหัวใจสีเขียวเข้ม มองแล้วดูหรูหราและมีมนต์ขลังความหมายมงคล: จัดอยู่ในกลุ่มไม้มหานิยม เสริมเสน่ห์และเมตตามหานิยม ทำให้ผู้คนรักใคร่เอ็นดู เจรจาพาทีราบรื่น เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ต้องติดต่อเจรจาธุรกิจหรือทำอาชีพค้าขายการดูแล: เป็นไม้ที่ชอบที่ร่มรำไรและอากาศถ่ายเท ไม่ชอบแดดจัด รดน้ำพอชุ่มแต่ต้องระวังอย่าให้ดินแฉะเกินไปเพราะรากอาจเน่าได้4.ต้นมอนสเตอร่า ได้รับฉายาว่า "ราชินีไม้ใบ" ที่ฮิตระเบิดในวงการตกแต่งบ้านทั่วโลก ด้วยใบขนาดใหญ่ที่มีรอยแฉกและรูเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวความหมายมงคล: ในทางฮวงจุ้ยเชื่อว่าช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาวการดูแล: ชอบแสงแดดรำไร (หากโดนแดดจัดใบจะเหลืองและไหม้) รดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดฝุ่นตามใบเป็นประจำเพื่อความเงางามและช่วยให้ต้นไม้สังเคราะห์แสงได้ดีขึ้นสายสุขภาพ: 4 ต้นไม้มงคล ปลูกในห้องนอน ช่วยฟอกอากาศ หลับสบาย ห้องนอนคือสถานที่แห่งการพักผ่อนที่ดีที่สุด การเลือก ต้นไม้มงคล ปลูกในห้องนอน จึงต้องใส่ใจในรายละเอียดเป็นพิเศษ ควรเลือกต้นไม้ที่มีกลไกการคายก๊าซออกซิเจนในตอนกลางคืน และต้องไม่มีกลิ่นฉุนที่อาจรบกวนการนอนหลับ1.ต้นลิ้นมังกร พืชสุดอึดที่มีฟอร์มใบตั้งตรงแข็งแรง ปลายใบแหลม มีลวดลายสลับสีเขียวเข้มและอ่อนคล้ายเกล็ดงูคุณสมบัติเด่น: เป็นหนึ่งในต้นไม้ไม่กี่ชนิดที่มีกระบวนการสังเคราะห์แสงแบบ CAM ซึ่งจะคายออกซิเจนและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในเวลากลางคืน จึงเหมาะมากที่สุดที่จะวางไว้ใกล้เตียงนอนความหมายมงคล: เป็นไม้ปัดเป่าความชั่วร้าย ช่วยให้ศัตรูพ่ายแพ้ และปกป้องคุ้มครองผู้อยู่อาศัยให้ปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง2.ต้นว่านหางจระเข้ นอกจากสรรพคุณทางยาที่เราคุ้นเคยกันดีในการรักษาแผลพุพองและบำรุงผิวพรรณแล้ว ว่านหางจระเข้ยังเป็นฮีโร่ในห้องนอนอีกด้วยคุณสมบัติเด่น: ช่วยคายออกซิเจนตอนกลางคืน และยังทำหน้าที่เสมือนเครื่องวัดคุณภาพอากาศ หากอากาศในห้องมีสารพิษมากเกินไป ใบของว่านหางจระเข้จะมีจุดสีน้ำตาลปรากฏขึ้นให้เราเห็นความหมายมงคล: ปัดเป่าความเจ็บป่วย นำพาสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมาสู่คนในครอบครัว3.ต้นเดหลี ไม้ประดับที่มีใบสีเขียวมันขลับ และมีดอกสีขาวสวยงามสะดุดตาคล้ายดอกหน้าวัว เป็นหนึ่งในต้นไม้ที่องค์กร NASA ยืนยันว่าสามารถฟอกอากาศได้อย่างยอดเยี่ยมคุณสมบัติเด่น: มีความสามารถในการดูดซับสารพิษได้หลากหลายชนิดมาก ทั้งแอมโมเนีย เบนซิน และฟอร์มาลดีไฮด์ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ลดอาการระคายเคืองทางเดินหายใจและโรคภูมิแพ้ได้ดีความหมายมงคล: ดอกสีขาวบริสุทธิ์สื่อถึงการนำพาความสงบสุข ความร่มเย็น มาสู่จิตใจ ช่วยปัดเป่าความวุ่นวายและความขัดแย้งในบ้าน4.ต้นยางอินเดีย ต้นไม้ฟอร์มสวย ใบหนาและมีความมันวาว มีทั้งแบบใบสีเขียวเข้ม สีดำอมแดง (Black Prince) และแบบด่าง (Tineke) ให้ความรู้สึกคลาสสิกและเรียบหรูคุณสมบัติเด่น: ด้วยพื้นผิวใบที่กว้างและมีลักษณะคล้ายยาง จึงมีประสิทธิภาพสูงมากในการดักจับฝุ่นละอองในอากาศ และช่วยกักเก็บความชื้นในห้องแอร์ได้ดีความหมายมงคล: ลักษณะใบที่กลมมนตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าดีมาก ช่วยเสริมพลังแห่งความมั่นคง มั่งคั่ง และการเจริญเติบโตก้าวหน้าในหน้าที่การงานสรุปจุดเด่น: เปรียบเทียบต้นไม้มงคลแต่ละชนิดแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณผู้อ่านนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เราขอสรุปลักษณะเด่นของต้นไม้แต่ละชนิดที่กล่าวมาข้างต้น ดังนี้:หากคุณต้องการเน้นเรื่องโชคลาภและการเงิน: ควรเลือกปลูก กวักมรกต, ศุภโชค, เงินไหลมา หรือ รวยไม่เลิก ไว้ในบริเวณห้องรับแขกหรือโต๊ะทำงานหากพื้นที่บ้านมีแสงสว่างน้อย: ควรเลือก พลูด่าง, ไผ่กวนอิม หรือ เสน่ห์จันทร์แดง ซึ่งสามารถเติบโตได้ดีแม้ในสภาพแสงรำไรหรือแสงจากหลอดไฟหากต้องการต้นไม้สำหรับวางในห้องนอนเพื่อสุขภาพ: แนะนำ ลิ้นมังกร และ ว่านหางจระเข้ เพราะช่วยคายออกซิเจนตอนกลางคืน หรือเลือก เดหลี หากต้องการดอกไม้ที่ช่วยดักจับสารพิษหากเน้นการตกแต่งบ้านให้สวยงามดูแพง: มอนสเตอร่า และ ยางอินเดีย คือคำตอบที่สายคาเฟ่และคนรักการแต่งบ้านสไตล์มินิมอลต้องมีทิศทางการวางต้นไม้มงคลตามหลักฮวงจุ้ย นอกจากการเลือกชนิดของต้นไม้แล้ว "ตำแหน่ง" ที่วางก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ตามหลักฮวงจุ้ย การวางต้นไม้ในทิศทางที่ถูกต้องจะยิ่งช่วยกระตุ้นพลังงานบวกได้ดียิ่งขึ้นทิศตะวันออก: เป็นทิศของธาตุไม้และครอบครัว เหมาะกับการวางต้นไม้ที่มีลำต้นสูง รูปร่างตั้งตรง เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความสัมพันธ์อันดีของคนในบ้านทิศตะวันออกเฉียงใต้: เป็นทิศแห่งความมั่งคั่งและโชคลาภ (Wealth Area) เหมาะอย่างยิ่งที่จะวางต้นไม้มงคลปลูกในบ้านแล้วรวย เช่น ต้นศุภโชค หรือกวักมรกตทิศใต้: เป็นทิศของธาตุไฟ สื่อถึงชื่อเสียงและความสำเร็จ การวางต้นไม้ในทิศนี้ (ไม้เป็นเชื้อเพลิงให้ไฟ) จะช่วยเสริมความโดดเด่นในหน้าที่การงานหลีกเลี่ยงการวางต้นไม้ใหญ่ตรงกลางบ้าน: เพราะจุดศูนย์กลางบ้านเปรียบเสมือนหัวใจ ควรเป็นพื้นที่โล่งเพื่อให้พลังงานชี่ (Chi) ไหลเวียนได้สะดวกข้อควรรู้ก่อนซื้อต้นไม้มงคลเข้าบ้าน ก่อนที่คุณจะพุ่งตัวไปที่ตลาดต้นไม้ หรือสั่งซื้อออนไลน์ ลองนำ 4 ข้อนี้ไปตรวจสอบดูก่อน เพื่อให้ต้นไม้ของคุณอยู่รอดและสวยงามไปนานๆ ไม่ต้องเสียเงินฟรีประเมินปริมาณแสงแดดในจุดที่วาง: สังเกตว่ามุมที่คุณต้องการวางต้นไม้มีแสงส่องถึงระดับไหน (แสงแดดส่องตรงครึ่งวันเช้า, แสงสว่างรำไรริมหน้าต่าง, หรือมืดจนต้องเปิดไฟ) จากนั้นเลือกสายพันธุ์ต้นไม้ให้ตรงกับสภาพแสงในบริเวณนั้นสำรวจเวลาว่างในการดูแล: หากคุณทำงานหนัก ต้องเดินทางบ่อย หรือรู้ตัวว่าขี้ลืม ไม่มีเวลารดน้ำ ควรเลือกสายพันธุ์ที่ทนแล้งและดูแลตัวเองได้ดี เช่น ลิ้นมังกร กวักมรกต หรือว่านหางจระเข้ความปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงและเด็กเล็ก (Pet Child Friendly): หากที่บ้านมีน้องหมา น้องแมว หรือเด็กเล็ก ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะพืชยอดฮิตหลายชนิด (เช่น มอนสเตอร่า, พลูด่าง, เงินไหลมา) มีผลึกแคลเซียมออกซาเลต ซึ่งเป็นพิษหากสัตว์เลี้ยงเคี้ยวหรือกลืนเข้าไป แนะนำให้เปลี่ยนไปปลูกพืชที่ปลอดภัย 100% อย่าง เศรษฐีเรือนใน หรือต้นคล้า (Calathea) แทนขนาดของต้นไม้และพื้นที่ในอนาคต: ประเมินขนาดของต้นไม้เมื่อมันเติบโตเต็มที่ด้วย ต้นไม้บางชนิดตอนซื้อมาอยู่ในกระถางจิ๋ว แต่พอเลี้ยงไปสักระยะอาจขยายกิ่งก้านจนล้นพื้นที่หรือชนเพดานห้องได้5 ขั้นตอนวิธีดูแลต้นไม้ในบ้านให้สวยสดชื่น ไม่เหี่ยวเฉา หลายคนมักบ่นว่าซื้อต้นไม้มาทีไร เลี้ยงไม่กี่สัปดาห์ก็ใบเหลืองและตายทุกที ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณเป็นคน "มือร้อน" แต่มักเกิดจากการดูแลที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของต้นไม้ ลองปรับพฤติกรรมตาม 5 ขั้นตอนนี้ รับรองว่าต้นไม้ของคุณจะแตกใบสวยงามแน่นอนรดน้ำเมื่อดินแห้งเท่านั้น: สาเหตุอันดับ 1 ที่ทำให้ต้นไม้ในบ้านตายคือ "การรดน้ำที่มากเกินไป (Overwatering)" จนทำให้รากขาดอากาศและเน่าเปื่อย วิธีเช็กง่ายๆ คือใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปในดินประมาณ 1-2 นิ้ว หากสัมผัสได้ว่าดินยังมีความชื้นอยู่ ให้งดรดน้ำไปก่อน หากดินแห้งสนิทแล้วค่อยรดจนน้ำไหลทะลุก้นกระถางห้ามใช้กระถางที่ไม่มีรูระบายน้ำ: การระบายน้ำคือหัวใจสำคัญ ห้ามปลูกต้นไม้ลงในกระถางที่ไม่มีรูระบายน้ำเด็ดขาด (ยกเว้นพืชน้ำ) หากคุณชอบความสวยงามของกระถางเซรามิกแบบปิดทึบ ให้ปลูกต้นไม้ในกระถางพลาสติกธรรมดาที่มีรูระบายน้ำเสียก่อน แล้วจึงนำไปสวมซ้อนในกระถางเซรามิกใบสวยอีกทีทำความสะอาดใบเป็นประจำ: ฝุ่นละอองในบ้านมักจะปลิวไปเกาะตามพื้นผิวใบ ทำให้ต้นไม้เปิดปากใบเพื่อหายใจและสังเคราะห์แสงได้ไม่เต็มที่ ควรใช้ผ้าฝ้ายนุ่มๆ หรือฟองน้ำ ชุบน้ำเปล่าหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดฝุ่นบนใบ อย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้งให้แสงสว่างอย่างเหมาะสม: แม้จะเป็นต้นไม้ปลูกในร่ม แต่ทุกชีวิตก็ยังต้องการแสงสว่างในการสังเคราะห์อาหาร หากสังเกตว่าต้นไม้เริ่มมีลำต้นยืด ผอมยาว หรือสีของใบเริ่มซีดจาง แสดงว่าได้รับแสงไม่พอ ควรค่อยๆ ขยับกระถางไปวางใกล้หน้าต่างมากขึ้นเติมสารอาหารด้วยปุ๋ยบำรุง: ดินในกระถางมีสารอาหารจำกัด สำหรับไม้ประดับใบในบ้าน แนะนำให้ใช้ปุ๋ยละลายช้า (เช่น ปุ๋ยออสโมโค้ท สูตรบำรุงใบ) โรยรอบโคนต้นเพียง 3-4 เดือนต่อครั้ง ก็เพียงพอที่จะทำให้ต้นไม้ได้รับธาตุอาหารอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ทำให้ดินเค็มจัดสรุป การเลือกต้นไม้มงคลปลูกในบ้าน ไม่ใช่เพียงแค่ความเชื่อเรื่องการดึงดูดโชคลาภ เงินทอง หรือการเสริมดวงชะตาตามศาสตร์ของคนโบราณเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง มันคือการลงทุนเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพใจของคุณเอง ไม่ว่าคุณจะตั้งใจเลือก ต้นไม้มงคลปลูกในบ้านแล้วรวย อย่างกวักมรกตและศุภโชคเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง เลือก ต้นไม้มงคลปลูกในร่ม อย่างพลูด่างเพื่อตกแต่งมุมทำงานที่แสนอุดอู้ให้มีชีวิตชีวา หรือวาง ต้นไม้มงคล ปลูกในห้องนอน อย่างลิ้นมังกรเพื่อการสูดอากาศบริสุทธิ์และยกระดับการนอนหลับ ต้นไม้ทุกต้นล้วนทำหน้าที่สร้างบรรยากาศแห่งความสุข ลดความตึงเครียด และคืนความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติกลับสู่พื้นที่ส่วนตัวของคุณอีกครั้ง

การ์มิน เผยอินไซต์สุขภาพของผู้หญิงยุคใหม่ รับ Global Wellness Day ต่อยอดแคมเปญ H.E.R. สู่การเข้าใจสัญญาณร่างกายของผู้หญิงผ่านข้อมูลสุขภาพจากสมาร์ตวอตช์
19 มิ.ย. 2026
PR News

การ์มิน เผยอินไซต์สุขภาพของผู้หญิงยุคใหม่ รับ Global Wellness Day ต่อยอดแคมเปญ H.E.R. สู่การเข้าใจสัญญาณร่างกายของผู้หญิงผ่านข้อมูลสุขภาพจากสมาร์ตวอตช์

กรุงเทพฯ (18 มิถุนายน 2569) – การ์มิน ผู้นำด้านสมาร์ตวอตช์ GPS ระดับโลก ชวนผู้หญิงกลับมารับฟังสัญญาณจากร่างกายของตัวเอง พร้อมเผยอินไซต์ด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตของผู้หญิงยุคใหม่ เนื่องในโอกาส “Global Wellness Day” ผ่านแนวคิด H.E.R. (Hear Your Body, Empower Your Daily Decisions, Renew Your Everyday Life) ที่เชื่อว่าการดูแลสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายของตัวเอง และใช้ข้อมูลสุขภาพเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจร่างกาย สู่การวางแผนการดูแลสุขภาพในแต่ละวันได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในวันที่ผู้หญิงจำนวนมากต้องรับมือกับหลากหลายบทบาท ทั้งการทำงาน การดูแลครอบครัว และการใช้ชีวิตส่วนตัว ความเหนื่อยล้า ความเครียด และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอจึงกลายเป็นเรื่องที่หลายคนคุ้นชินจนมองข้ามไป การ์มินเชื่อว่าข้อมูลสุขภาพสามารถช่วยให้ผู้หญิงมองเห็นสิ่งที่ร่างกายกำลังพยายามสื่อสาร และเปลี่ยนสัญญาณที่มักถูกมองข้ามให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในแต่ละวันมิสซี่ ยาง ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทยมิสซี่ ยาง ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า “การ์มินเชื่อว่าข้อมูลสุขภาพมีพลังในการช่วยให้ผู้คนเข้าใจร่างกายของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น เพราะหลายครั้งสัญญาณสำคัญของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสม ความเหนื่อยล้า คุณภาพการนอน หรือการฟื้นตัว อาจค่อย ๆ เกิดขึ้นจนไม่ทันสังเกต การมีข้อมูลที่ช่วยสะท้อนสิ่งเหล่านี้จึงทำให้ผู้คนสามารถตัดสินใจดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมกับตัวเองในแต่ละวัน แคมเปญ H.E.R. จึงถูกพัฒนาขึ้นจากแนวคิดที่อยากชวนให้ผู้คนกลับมารับฟังร่างกายของตัวเองมากขึ้น ผ่านการทำความเข้าใจข้อมูลสุขภาพในมิติที่รอบด้าน แม้แคมเปญจะได้รับแรงบันดาลใจจากความท้าทายด้านสุขภาพที่ผู้หญิงจำนวนมากกำลังเผชิญ ทั้งความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการให้ความสำคัญกับคนรอบตัวมากกว่าตัวเอง แต่หัวใจสำคัญของ H.E.R. ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงผู้หญิงเท่านั้น หากเป็นแนวคิดที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน เพราะเราเชื่อว่าการเข้าใจร่างกายคือจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาวะที่ดีและยั่งยืนสำหรับทุกคน”ผู้หญิงจำนวนมากคุ้นชินกับการ “รับไหว” จนละเลยสัญญาณจากร่างกายผู้หญิงยุคใหม่จำนวนไม่น้อยคุ้นชินกับการ “รับไหว” หรือ “จัดการได้ทุกอย่าง” จนละเลยความต้องการของตัวเอง สอดคล้องกับแนวคิด Superwoman Schema ที่อธิบายรูปแบบความคิดของผู้หญิงที่มักเก็บความเครียดและให้ความสำคัญกับผู้อื่นมากกว่าตัวเอง ส่งผลให้ความเหนื่อยล้าและภาวะหมดไฟไม่ได้เกิดจากการไม่แข็งแรงพอ แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่สะสมร่วมกันทั้งแรงกดดันทางสังคม ความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน และการละเลยความต้องการของตัวเองเป็นเวลานานนอกจากแรงกดดันจากการใช้ชีวิตแล้ว ร่างกายผู้หญิงยังมีการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาที่ส่งผลต่อพลังงาน อารมณ์ คุณภาพการนอน การฟื้นตัว และการตอบสนองต่อความเครียดในแต่ละช่วงเวลา ทำให้ความพร้อมของร่างกายในแต่ละวันอาจไม่เหมือนกันเสมอไป ขณะเดียวกัน ความเครียด การนอนหลับ และการฟื้นตัวก็เป็นปัจจัยที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยจึงอาจยังรู้สึกเหนื่อยล้า แม้จะนอนครบชั่วโมงหรือพยายามพักผ่อนแล้วก็ตาม สัญญาณเล็ก ๆ เช่น การตื่นมาไม่สดชื่น รู้สึกเหนื่อยล้าต่อเนื่อง ไม่มีแรงจูงใจในการทำกิจกรรมประจำวัน หรือมีความเครียดสะสม อาจเป็นสิ่งที่ร่างกายกำลังพยายามสื่อสารการดูแลสุขภาพจึงไม่ใช่เพียงการพยายามทำให้มากขึ้นหรือฝืนให้ไหวกว่าเดิม แต่คือการกลับมาทำความเข้าใจว่าร่างกายกำลังบอกอะไร และตอบสนองต่อความต้องการเหล่านั้นอย่างเหมาะสมเพราะร่างกายผู้หญิงไม่ได้เหมือนเดิมทุกวัน เข้าใจสัญญาณร่างกายเพื่อดูแลตัวเองให้ตรงจุดในทางปฏิบัติ การดูแลตัวเองของผู้หญิงจึงอาจเริ่มจากการทำความเข้าใจปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อร่างกายในแต่ละวัน โดยเฉพาะการนอนหลับและรอบเดือน ซึ่งสัมพันธ์กับพลังงาน อารมณ์ การฟื้นตัว และความพร้อมในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลดพฤติกรรม Revenge Bedtime Procrastination หรือการยืดเวลานอนด้วยการใช้หน้าจอในช่วงดึก เพื่อช่วยให้ร่างกายเข้าสู่การพักผ่อนได้ดีขึ้น การให้ความสำคัญกับคุณภาพการนอนและการนอนหลับลึก (Deep Sleep) ที่มีบทบาทต่อการฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงการเลือกตัวช่วยหรือสารอาหารบางชนิดอย่างเหมาะสม เช่น แมกนีเซียม โดยเฉพาะแมกนีเซียมไกลซิเนต (Magnesium Glycinate) หรือแมกนีเซียมบิสไกลซิเนต (Magnesium Bisglycinate) ซึ่งมักถูกพูดถึงในบริบทของการนอนหลับ ขณะที่เมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับจังหวะการนอนหลับและการตื่นของร่างกาย จึงควรใช้อย่างเหมาะสมเมื่อมีปัญหาการนอนหลับขณะเดียวกัน รอบเดือนก็เป็นอีกหนึ่งจังหวะสำคัญของร่างกายผู้หญิง เพราะหลังมีประจำเดือนจนถึงช่วงก่อนไข่ตก ระดับเอสโตรเจน (Estrogen) อาจเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้หญิงบางคนรู้สึกมีพลังและพร้อมออกกำลังกายมากขึ้น ขณะที่ช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือช่วงที่มีอาการ PMS (Premenstrual Syndrome) ร่างกายอาจต้องการการดูแลที่แตกต่างออกไป ทั้งการพักฟื้น การปรับโภชนาการให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย เช่น การสังเกตความต้องการคาร์โบไฮเดรต โปรตีน หรือโซเดียม รวมถึงการปรับรูปแบบการออกกำลังกายให้สอดคล้องกับสภาพร่างกาย เช่น พิลาทิส โยคะ หรือการเคลื่อนไหวเบา ๆ มากกว่าการฝืนทำกิจกรรมหนักเท่าเดิมในทุกวันเปลี่ยนสัญญาณจากร่างกายให้เป็นข้อมูลที่เข้าใจได้อย่างไรก็ตาม สัญญาณของร่างกายบางอย่างอาจไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจนในทันที หรืออาจค่อย ๆ สะสมจนผู้หญิงหลายคนไม่ทันสังเกตว่าร่างกายกำลังเหนื่อยล้า เครียดสะสม หรือฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ข้อมูลสุขภาพจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้มองเห็นสิ่งที่ร่างกายกำลังพยายามสื่อสาร และเปลี่ยนความรู้สึกที่จับต้องได้ยากให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สมาร์ตวอตช์การ์มินจึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยต่อยอดการสังเกตร่างกายให้กลายเป็นข้อมูลสุขภาพที่เข้าใจง่าย ผ่านฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่ช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นภาพรวมและเข้าใจร่างกายของตัวเองได้ดีขึ้น อาทิBody Battery แสดงระดับพลังงานสำรองของร่างกายในรูปแบบตัวเลขตั้งแต่ 0–100 โดยประมวลผลจากคุณภาพการนอน ระดับความเครียด และกิจกรรมระหว่างวัน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่าร่างกายมีพลังงานพร้อมใช้งานจริงเพียงใด และสามารถวางแผนกิจกรรมหรือการพักผ่อนได้อย่างเหมาะสมSleep Score วิเคราะห์คุณภาพการนอนมากกว่าการนับจำนวนชั่วโมง โดยสะท้อนว่าร่างกายได้รับการฟื้นฟูเพียงพอหรือไม่ ทั้งการนอนหลับลึก (Deep Sleep) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการซ่อมแซมร่างกาย และการนอนหลับฝัน (REM Sleep) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการจัดการความเครียดและกระบวนการทำงานของสมองStress Level ช่วยติดตามระดับและรูปแบบความเครียดตลอดทั้งวัน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสังเกตได้ว่าร่างกายมีช่วงเวลาฟื้นตัวเพียงพอหรือไม่ และมองเห็นสัญญาณของความเครียดสะสมได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นHRV Status (Heart Rate Variability Status) ช่วยสะท้อนความสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งเปรียบเสมือนระบบ “คันเร่ง” และ “เบรก” ของร่างกาย หาก Body Battery เปรียบเป็นตัวเลขที่บอกว่าร่างกายเหลือพลังงานอยู่เท่าใด HRV Status ก็เปรียบเสมือนตัวชี้วัดว่าร่างกายมีความพร้อมในการรับมือกับความเครียด ความท้าทาย และการใช้พลังงานเพิ่มเติมมากน้อยเพียงใด ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจได้ว่าร่างกายกำลังพร้อมสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ หรือกำลังต้องการการพักฟื้นมากกว่าที่คิดRecovery Time ช่วยประเมินระยะเวลาที่ร่างกายต้องการเพื่อฟื้นตัวหลังการออกกำลังกาย โดยอ้างอิงจากความหนักของกิจกรรม ระดับความฟิต และข้อมูลทางสรีรวิทยา เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานวางแผนการฝึกซ้อมและการพักผ่อนได้อย่างสมดุลMenstrual Cycle Tracking ช่วยให้ผู้หญิงสังเกตรูปแบบของร่างกายในแต่ละช่วงรอบเดือน เมื่อเชื่อมโยงกับข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ เช่น Body Battery, Sleep Score และ Stress Level จะช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น และสามารถปรับกิจกรรม การออกกำลังกาย หรือการพักฟื้นให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลาGarmin Wellness Day ต่อยอดแนวคิด H.E.R. สู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมภายใต้แคมเปญ H.E.R. การ์มินเดินหน้าต่อยอดแนวคิดการดูแลสุขภาพผู้หญิงผ่านข้อมูลเชิงลึกจากสมาร์ตวอตช์ เพื่อชวนผู้หญิงทำความเข้าใจร่างกายในมิติที่รอบด้านมากขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดของ “Global Wellness Day” ที่ชวนให้ทุกคนกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาวะของตัวเอง โดยล่าสุด การ์มินจึงได้ต่อยอดแนวคิดดังกล่าวสู่กิจกรรม “Garmin Wellness Day” เพื่อสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงได้เรียนรู้ เข้าใจ และสัมผัสบทบาทของข้อมูลสุขภาพจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมของการ์มินในการดูแลร่างกายและสุขภาวะแบบองค์รวมอย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับ 3 แกนของแคมเปญ H.E.R. ได้แก่ HER RHYTHM – Hear Your Body ที่ชวนผู้เข้าร่วมผ่อนคลายร่างกายและจิตใจผ่าน Breathwork Gentle Move พร้อมทดลองติดตามระดับความเครียดบนสมาร์ตวอตช์การ์มิน HER ENERGY – Empower Your Daily Decisions ที่ชวนทำความเข้าใจพลังงานและอัตราการเต้นของหัวใจผ่านคลาส Dynamic Mat Pilates เรียนรู้จังหวะที่ควรเร่ง รักษาระดับ หรือพักฟื้นร่างกาย และHER BALANCE – Renew Your Everyday Life ช่วงพูดคุยด้านสุขภาพแบบองค์รวม โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและการเคลื่อนไหวให้คำแนะนำ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจสัญญาณของร่างกายและนำข้อมูลสุขภาพไปปรับใช้กับการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลสุขภาพในแบบที่เข้าใจร่างกายของตัวเองมากขึ้น สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาร์ตวอตช์การ์มิน พร้อมติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข่าว บล็อก รวมถึง @garmin_thailand บนโซเชียลมีเดีย

เจาะลึก ‘คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์’ ห้องเรียนคือป่ากว้าง พลิกโฉมสู่เทคโนโลยีล้ำ และ Green Jobs ที่ AI แทนที่ไม่ได้!
19 มิ.ย. 2026
TCAS

เจาะลึก ‘คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์’ ห้องเรียนคือป่ากว้าง พลิกโฉมสู่เทคโนโลยีล้ำ และ Green Jobs ที่ AI แทนที่ไม่ได้!

หากพูดถึงหนึ่งในคณะระดับตำนานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แน่นอนว่าชื่อของ "คณะวนศาสตร์" ย่อมลอยขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ หลายคนมักจะมีความเข้าใจผิดแบบเดิมๆ ว่า เรียนคณะนี้ไปเพื่อ "ปลูกป่า" หรือ "ไปเป็นคนเฝ้าป่า" เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว วนศาสตร์ในยุคปัจจุบันได้ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ไปไกลมาก โดยเป็นการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์ขั้นสูง นวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัย และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์วิกฤตโลกเดือดและรองรับกระแสตลาดแรงงานสีเขียวทั่วโลกวันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกรีวิวชีวิตจริงของชาววนศาสตร์ ตั้งแต่ด่านวิ่งสัมภาษณ์ หลักสูตรการเรียนสุดเข้มข้น ห้องแล็บเสมือนจริง และเส้นทางอาชีพอนาคตไกลที่คุณอาจคาดไม่ถึง!หนึ่งเดียวในประเทศไทย ผู้นำศาสตร์แห่งป่าไม้ระดับโลกคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถือเป็น คณะด้านป่าไม้เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย เปิดสอนมาอย่างยาวนานจนถึงรุ่นที่ 91 แล้ว และมีชื่อเสียงในฐานะสถาบันด้านป่าไม้และการเกษตรที่ติดอันดับ Top 60 ของโลก ปรัชญาการเรียนของที่นี่ไม่ใช่แค่การรักษาป่าแบบตัดขาดจากโลกภายนอก แต่คือการเรียนรู้ที่จะ "ใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องควบคู่ไปกับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน" เพื่อดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่า และแหล่งต้นน้ำอันเป็นสมบัติของคนทั้งโลกจุดเด่นที่น่าสนใจของคณะนี้ประกอบด้วย 3 แกนหลัก คือ เรียนจริงปฏิบัติจริง, วิทยาศาสตร์เข้มข้น (หลักสูตรสายวิทย์เต็มตัว), และ ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี ที่เข้ามาช่วยทลายภาพจำเก่าๆ ของงานป่าไม้ไปอย่างสิ้นเชิงเจาะลึก 6 ภาควิชา และห้องปฏิบัติการนวัตกรรมสุดล้ำแม้ว่านิสิตระดับปริญญาตรีทุกคนจะเข้ามาในหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิตเหมือนกัน แต่เมื่อขึ้นชั้นปีที่สูงขึ้น จะมีการเลือกแยกย้ายไปตามแขนงวิชาและสาขาเฉพาะทางภาควิชาวิศวกรรมป่าไม้ (VR Simulator Lab): ลบภาพจำเรื่องการแบกขวานเข้าป่า เพราะที่นี่ใช้อุปกรณ์ VR และเครื่องจำลองเสมือนจริง (Simulator) ระดับสูง เพื่อให้นิสิตฝึกทักษะการบังคับเครื่องจักรกลป่าไม้ขนาดใหญ่ เช่น รถตัดไม้ (Harvester) และรถคีบซุง (Forwarder) รวมถึงการฝึกเลื่อยตัดกิ่งไม้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัย ก่อนจะไปสัมผัสเครื่องจักรจริงที่มีมูลค่าหลายสิบล้านบาทภาควิชาการจัดการป่าไม้ (Tree-Ring Lab หรือแล็บวงปีไม้): ศาสตร์แห่งการอ่านความทรงจำของต้นไม้ (Dendrochronology) ที่นี่ศึกษาและนับวงปีไม้สักหรือไม้สน เพื่อใช้เป็น "สมุดบันทึกเหตุการณ์โลก" ย้อนกลับไปดูสภาพภูมิอากาศ ภัยแล้ง หรือเหตุการณ์ไฟป่าในอดีตได้ไกลกว่า 400 ปี ยิ่งไปกว่านั้น ศาสตร์นี้ยังถูกนำไปใช้ในชั้นศาล เพื่อตรวจพิสูจน์สิทธิ์และอายุไม้ในคดีความข้อพิพาทเรื่องที่ดินหรือคดีครอบครองปรปักษ์อีกด้วยภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ (Tissue Culture Lab หรือแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ): เป็นห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อระดับสูง นิสิตจะได้เรียนรู้วิธีการทำ Tissue Culture เพื่อขยายพันธุ์พืชป่าเศรษฐกิจหรือไม้ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ เช่น "ไม้จันทน์หอม" เพื่อให้ได้ต้นอ่อนจำนวนมากที่มีลักษณะเด่นถอดแบบมาจากต้นแม่พันธุ์ 100%ภาควิชานวนวัตวิทยา (Soil Lab Arborist): เพราะดินคือรากฐานของชีวิต พร้อตทั้งเรียนรู้ปฐพีวิทยาป่าไม้ การวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของดินให้เหมาะสมกับพันธุ์ไม้แต่ละชนิด นอกจากนี้ยังมีศาสตร์ของการเป็น "รุกขกร" (Arborist) หรือหมอต้นไม้ ที่ฝึกทักษะการปีนป่ายต้นไม้ใหญ่ในเมืองด้วยอุปกรณ์เซฟตี้มาตรฐานสากลเพื่อขึ้นไปตรวจสุขภาพและศัลยกรรมต้นไม้ภาควิชาผลิตภัณฑ์ป่าไม้ (เยื่อและกระดาษ): เรียนรู้โครงสร้างทางกายวิภาคของเนื้อไม้และเส้นใยพืชเพื่อนำมาต้ม ปั่น และขึ้นรูปเป็นแผ่นกระดาษออร์แกนิค รวมถึงการประยุกต์ทำบรรจุภัณฑ์และวัสดุทดแทนไม้ภาควิชาอนุรักษวิทยา (การจัดการลุ่มน้ำและสัตว์ป่า): ตรวจวัดคุณภาพและปริมาณน้ำในป่า วางแผนจัดการพื้นที่อุทยานและพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รวมถึงการประเมินประชากรและการจัดการที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เช่น ช้างป่า เสือโคร่ง หรือนกเงือกรีวิวชีวิตสไตล์ชาววนศาสตร์เสน่ห์ที่ทำให้นิสิตคณะนี้รักกันกลมเกลียวและมีความอึด-ถึก-ทน เป็นพิเศษ คือระบบหลักสูตรที่ต้องเรียนทฤษฎีในเมืองสลับกับการเดินทางไป "ออกภาคสนาม" ทุกปี โดยคณะมีสถานีฝึกนิสิตมากถึง 8 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่ยอดเขาสูงจนถึงป่าชายหาดและชายเลนชั้นปีที่ 1: ปูพื้นฐานสายวิทย์แน่นๆ ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา แคลคูลัส และมีไฮไลท์คือค่ายเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่วังน้ำเขียว เรียนวิชาลุขวิทยา (วิชาเดนโด) ฝึกจำแนกชนิดต้นไม้จากใบและเปลือก แบกเป้หนัก 15-20 กิโลกรัม นอนเปล ทำอาหารกินเองในป่า 3 วัน 2 คืนชั้นปีที่ 2: ด่านทดสอบสุดหินกับการฝึกภาคสนามยาวนานเกือบ 2 เดือน (ราว 45 วัน) เริ่มต้นที่สถานีฝึกวนกร จ.ประจวบคีรีขันธ์ เรียนวิชารังวัดพื้นที่และคณิตป่าไม้ ก่อนจะย้ายไปต่อวิชานิเวศวิทยาภาคสนามที่วังน้ำเขียวชั้นปีที่ 3 และ 4: เรียนวิชาเฉพาะทางตามสาขา และฝึกงานใหญ่ร่วมกันที่ อ.ห้วยทาก จ.ลำปาง ทรหดถึงขั้นต้องเดินเท้าเข้าป่าเพื่อสุ่มเก็บข้อมูลวิจัยวันละ 14 กิโลเมตร ตั้งแต่เช้าจรดค่ำจบวนศาสตร์ทำงานอะไร?ท่านคณบดียืนยันอย่างมั่นใจว่า บัณฑิตวนศาสตร์ มีอัตราการได้งานทำสูงถึง 100% โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ทั่วโลกกำลังมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และใส่ใจสิ่งแวดล้อมนักวิชาการป่าไม้ / ข้าราชการ: ทำงานในหน่วยงานรัฐ เช่น กรมป่าไม้, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, หรือกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเจ้าหน้าที่ในอุตสาหกรรมไม้ เยื่อและกระดาษ: ทำงานภาคเอกชนชั้นนำ (เช่น SCG, Double A) ในการควบคุมการผลิตหรือบริหารจัดการป่าไม้เศรษฐกิจ (ยูคาลิปตัส, ไม้สัก)ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Auditor): อาชีพสุดฮอตของโลกยุคใหม่ ทำหน้าที่ตรวจสอบและประเมินระบบการกักเก็บคาร์บอนของผืนป่าให้กับองค์กรต่างๆรุกขกร (Arborist) หรือ "หมอต้นไม้": อาชีพดาวรุ่งพุ่งแรงที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ในเขตเมืองอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ปัจจุบันในไทยยังมีหม้อต้นไม้ตัวจริงเพียงหลักสิบคนเท่านั้น ตลาดจึงแย่งตัวกันตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ โดยมีรายได้สตาร์ทเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของบัณฑิตทั่วไปถึง 2-3 เท่า!สำหรับน้องๆ ม.6 สายวิทย์-คณิต ที่พร้อมจะเสียสละและมีใจรักธรรมชาติ คณะวนศาสตร์เปิดรับสมัครผ่านระบบ TCAS ทุกรอบโดยมีค่าเทอมประมาณ 14,300 - 17,800 บาท/เทอม มีทุนการศึกษาจากสมาคมศิษย์เก่าคอยซัพพอร์ตปีละกว่า 2 ล้านบาท รวมถึงทุนแลกเปลี่ยน MOU ระยะสั้นและยาวในต่างประเทศ ทั้งในเอเชียและยุโรปใต้โต๊ะวิทยา [EP.50]: “คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์” ห้องเรียน = ป่า

About Atime

ATIME ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์
05 มิ.ย. 2026
Corporate News

ATIME ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์

ATIME - บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สาขานิเทศศาสตร์ - สื่อดิจิตัล รายวิชาสัมมนาอาชีพ จำนวน 25 คน เข้ามาศึกษาเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏีและยังเยี่ยมชมเบื้องหลังการจัดรายการวิทยุในห้องปฏิบัติการบันทึกเสียง และสตูดิโอ ATIME รวมทั้งได้ทดลองจัดรายการวิทยุในห้องสตูดิโอจัดรายการจริงอีกด้วย โดยมี ดีเจแนน - รชาดา จึงวัฒนกิจ จาก EFM94 ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ณ สตูดิโอ ATIME ชั้น 38 อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส

เปิด 2 เรื่องหลอน “อังคารคลุมโปง Horror Story” เตรียมต่อยอดสู่จอภาพยนตร์
26 พ.ค. 2026
Corporate News

เปิด 2 เรื่องหลอน “อังคารคลุมโปง Horror Story” เตรียมต่อยอดสู่จอภาพยนตร์

เจอแล้ว! 2 เรื่องหลอนในแคมเปญ “อังคารคลุมโปง Horror Story” ของ อังคารคลุมโปงX จาก EFM94 ที่จะนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ พร้อมได้รับเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท รวมมูลค่า 100,000 บาทโดยรายการ อังคารคลุมโปงX นำโดย ดีเจมดดำ คชาภา ตันเจริญ / ดีเจเจ็ม จิตตริน กุลกัลยาดี และดีเจแนน รชาดา จึงวัฒนกิจ ได้ต้อนรับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ปรัชญา ปิ่นแก้ว มาร่วมประกาศ 2 เรื่องสุดหลอน ที่ได้รับคัดเลือกจากผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้ามาเรื่องแรก ‘หากินกับผี’ (คุณณิชาภัทร ลิ่มสกุล เจ้าของเรื่องจากช่อง @nwnwned) เล่าถึงเรื่องหลอนๆของแม่ค้าออนไลน์ที่ให้ความสำคัญกับยอดขาย จนเป็นที่มาสุดหลอน ว่าหลายคนมักคอมเมนต์เข้ามาว่าเห็น “ผู้หญิง” ยืนอยู่ด้านหลังเธอในไลฟ์เสมอ ส่วน เรื่องสอง ‘ห้องพักต้องห้าม’ (คุณอริญย์ริสา ธนาบุญรสศักดิ์ เจ้าของเรื่องจากช่อง @arynlisa_ ) เรื่องเล่าของลูกเรือสายการบินเกี่ยวกับห้องพักช่วง Layover ที่ถูกบอกต่อกันมารุ่นสู่รุ่นว่าถ้าที่นี่ ‘เลี่ยงได้ควรเลี่ยง’ ถึงแม้ไม่ได้เข้าพักในห้องดังกล่าวแต่หลายคนก็ยังคงเจอดีเข้าจนได้ทาง EFM94 ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของเรื่องเล่าทั้ง 2 เรื่องที่ได้รับเลือกและคว้าเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท พร้อมโอกาสต่อยอดสู่การสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยผู้กำกับมากฝีมือ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ผู้สร้างตำนานภาพยนตร์ไทยทำรายได้สูง (Box Office) ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วยใครที่เป็นแฟนเรื่องเล่าสุดหลอนห้ามพลาดโปรเจกต์สำคัญครั้งนี้ และสามารถติดตามรายการอังคารคลุมโปง X ทาง EFM94 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ได้ทาง EFM94 และ อังคารคลุมโปง X หรือทาง atime.live/EFM

GREEN MORNING SHOW ตอกย้ำรายการข่าวคุณภาพ คว้ารางวัลนาฏราช 2 ปีต่อเนื่อง
18 พ.ค. 2026
Corporate News

GREEN MORNING SHOW ตอกย้ำรายการข่าวคุณภาพ คว้ารางวัลนาฏราช 2 ปีต่อเนื่อง

GREEN WAVE 106.5 FM เป็นปลื้มเมื่อรายการ GREEN MORNING SHOW ได้รับรางวัล รายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม จากงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติ นาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 แล้วโดยมี 2 ดีเจจาก ATIME ดีเจดาด้า วรินดา ดำรงผล และ ดีเจเผือก พงศธร จงวิลาส จาก EFM94 เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลดังกล่าวรายการ Green Moring Show เป็นรายการทอล์กข่าวยามเช้า โดยมี ดีเจอั๋น ภูวนาท คุนผลิน / ดีเจอ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล / ดีเจอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ และหนิง ปณิตา สลับสับเปลี่ยนกันมาอัพเดทข่าวยามเช้าสรุปย่อยเป็นประเด็นให้ฟังง่ายผ่านการนำเสนอที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละคน ออกอากาศทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ 07:00 - 08:00 โมงเช้า ทาง Green Wave 106.5 FM ในทุกช่องทางโดยรายการ Green Moring Show ได้รับรางวัลดังกล่าวเป็นปีที่ 2 แล้ว ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นคลื่นวิทยุที่ยังคงรักษาคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจและกำลังใจสำคัญให้เหล่าดีเจ ทีมงานกรีนเวฟ และ ATIME ทุกคนมีกำลังใจยืนหยัดผลิตผลงานที่ดีมีคุณภาพเพื่อผู้ฟังและสังคมต่อไป