อังคารคลุมโปง Podcast จากเรื่องหลอนหน้าไมค์ สู่ความขนลุกซู่ x2 จนคุณต้องนอนคลุมโปงฟัง!! ทุกคืนวันเสาร์
รู้เท่าทันสื่อ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง
Good jobs ไขสเปค ‘คนที่ใช่’ ของ ‘งานในฝัน’ ป๋าเต็ด พาไปบริษัทดัง ล้วงลึกวิธีคัดเลือกพนักงาน ให้รู้ข้อมูลแบบ Exclusive ก่อนที่คุณจะมาสมัครงานจริง ขอให้ได้งานนะครับ! ศุกร์เว้นศุกร์
PODCAST ที่จะ เปิดห้องเรียน “เพศศึกษา” ยกคำถาม “เรื่องเพศ” เอามา Said กับ “คุณหมอ” คุยได้ทุกเรื่อง ตอบทุกปัญหา เพราะ “เพศศึกษา” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย พูดคุยกับ หมอเต้ นายแพทย์ ณัฐเขต และ หมอโอ๊ต นายแพทย์ วงศกร จาก PULSE CLINIC

แอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง แต่เขามีเพื่อนที่ตัวติดกันตลอดเวลาเขาอยู่ด้วยกันมันดูมี somethingหนูแอบจิ้น แต่เขาก็ตรงสเปกหนูมากหนูอยากทำความรู้จักเขา ทำยังไงดีคะ? ‘คุณไอติม (นามสมมุติ)’ สายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นแอบชอบรุ่นพี่ที่มหาลัย และอยากทำความรู้จัก แต่เขามีเพื่อนที่ตัวติดกันตลอด หรือว่าเขาอาจจะเป็นเกย์ ‘คุณไอติม (นามสมมุติ)’ อายุ 20 ปี ได้เล่าว่า ไอติมแอบชอบรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่ง ‘ชื่อเอ (นามสมมุติ)’ โดยได้เจอพี่เอที่ห้องเรียนวิชาเสรี เขาตรงสเปกมาก ลักษณะ สูง ขาว ตี๋ ช่วงแรกก็แอบมองเขา แต่ก็แอบคิดในใจ ถ้าวิชานี้ได้ทำงานกลุ่มเดียวกับเขาก็คงดี และแล้วโชคก็เข้าข้าง เมื่อถึงช่วงที่ต้องทำงานกลุ่ม กลุ่มของไอติมมี 3 คน และกลุ่มของพี่เอก็มี 3 คน อาจารย์จึงให้ทั้ง 2 กลุ่ม มาอยู่กลุ่มเดียวกัน ไอติมมักคิดในใจว่ามันฟินมาก แต่ก็ไม่ได้บอกใคร และหลังจากนั้นตอนทำงานด้วยกัน ก็จะแอบมองเขา แอบสังเกตว่าเขามีสัญญาณอะไรบ้างมั้ย หรือเขามีแฟนหรือยัง และเห็นว่ากระเป๋าของพี่เอห้อยพวงกุญแจสีชมพู ไอติมจึงถามพี่เขาไปว่า “พี่ชอบสีชมพูหรอคะ” พี่เขาก็ตอบว่า “ใช่ครับ พี่ชอบสีชมพู” นี่ทำให้ไอติมคิดว่าเธออาจจะมีสิทธิ์ เพราะวันนั้นเธอได้พกพวงกุญแจสีชมพูพอดี หรือนี่จะเป็นพรหมลิขิต! เธอจึงได้ให้พวงกุญแจนี้กับพี่เอไป พี่เอกล่าวขอบคุณ แค่นี้ไอติมก็รู้สึกฟินสุด ๆ สัปดาห์ถัดมา ขณะที่กำลังทำงานกลุ่ม ไอติมกับพี่เอนั่งคนละมุมกัน แต่ก็สังเกตเห็นว่า ‘พี่บี (นามสมมุติ)’ ที่เป็นเพื่อนผู้ชายของพี่เอ มีท่าทีแปลก ๆ เขามักจะนั่งเอนตัว เอนหัวไปซบทางพี่เอ ทั้งที่กลุ่มเขามี 3 คน พี่บีนั่งตรงกลาง พี่เอ และเพื่อนอีกคนนั่งประกบ แต่พี่บีก็เอนหัวไปทางพี่เอตลอด ไม่ไปซบเพื่อนอีกคนบ้างเลย และมีพฤติกรรมอื่นที่เห็นอีกอย่างคือ พี่เขาเล่นจกพุงกัน มองกันตาหวานน่ารัก จนสงสัยว่าเพื่อนผู้ชายเขาเล่นกันแบบนี้หรอ หรือเพราะไอติมเองที่เป็นสาววาย นอกจากนี้ยังสังเกตเห็นกระติกน้ำของพี่เอเป็นสีเขียว ซึ่งปกติเขาชอบสีชมพู หรือว่ากระติกน้ำนั้นจะเป็นคาแรกเตอร์ และเป็นสีที่พี่บีชอบ สิ่งนี้ทำให้ไอติมเริ่มเอ๊ะ …คิดว่ามันมีอาจจะมี something หรืออาจเป็นเพราะกำลังปลอบใจตัวเองอยู่ว่า ถ้าเราไม่ได้พี่เขา ก็ขอแอบจิ้นเขาแทนแล้วกัน ไอติมยังพูดต่ออีกว่า ตนนั้นเป็นสายชอบดูดวง เชื่อเรื่องดวง เลยขอให้เพื่อนช่วยเปิดไพ่ดูให้ เพราะอยากรู้ว่าพี่เขาเป็นเกย์หรือเปล่า เพื่อนก็ยอมดูให้ และบอกไว้ว่า ถ้าเปิดออกมาแล้วเป็นไพ่กลับหัว แปลว่าพี่เขาเป็นเกย์ ผลคือไพ่ออกมากลับหัว ทั้ง 2 สำรับที่เปิด ก็เลยคิดว่าคงหมดหวังแล้ว อย่างไรก็ตาม ช่วงใกล้จบคอร์ส ไอติมก็ตัดสินใจขอไอจีพี่เอไป เพราะดีกว่าการไม่พยายามเลย และได้คุยกันจนรู้ว่า เขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่า โตกว่าไอติม 1 ปี ไอติมจึงเปิดรูปของพี่เอและเล่าให้เพื่อนฟัง ปรากฏว่า เพื่อนเล่าเหตุการณ์ในอดีตว่าเคยชี้ให้ไอติมดูแล้วว่าพี่คนนี้ตรงสเปกไอติมมาก แต่ไอติมมองเห็นไม่ค่อยชัดจึงตอบไปว่า “ธรรมดาว่ะ” แต่เขาคือพี่เอ ไอติมจึงคิดว่าการที่เราวนมาเจอกันครั้งนี้เป็นพรหมลิขิตหรือเปล่า อยากทำความรู้จักกับพี่คนนี้ให้มากขึ้น และยังได้ถามพี่เอไปอีกว่า “พี่เอกับพี่บีเป็นแฟนกันหรือเปล่า” พี่เขาตอบว่า “ไม่ได้เป็นครับ” มันยิ่งทำให้คิดว่าตนนั้นมีโอกาส ควรจะทำอย่างไรต่อดี ‘ดีเจทั้งสาม’ ได้ฟังจบก็มีเสียงหัวเราะไปกับความน่ารักของไอติม และมีความเห็นตรงกันว่า คุณไอติมควรสู้ต่อไปโดยการชวนคุยไปเรื่อย ๆ หรือทักข้อความในอินสตาแกรม โดยดีเจต้นหอมได้แนะนำให้เริ่มจากการทักสตอรี่และแสดงความสนใจในสิ่งที่พี่เขาลง ส่วนดีเจเผือกได้เตือนไม่ให้ซื้อของให้ในตอนนี้เพราะอาจจะดูน่าตกใจเกินไป และแซวขำ ๆ ว่าให้พวงกุญแจครั้งแรกเขาก็คงตกใจแย่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอเป็นกำลังใจให้คุณไอติม ถ้าหากคุณไอติมต้องการแค่จิ้นก็สามารถทำต่อไปได้ แล้วกลับมาอัปเดตผลลัพธ์ด้วยนะ ว่าสุดท้ายแล้วพี่เอจะลงเอยกับพี่บีหรือคุณไอติมกันแน่เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin
เห็นแม่เด็กเอาที่คีบขนมในร้านเบเกอรี่ให้ลูกเล่นแล้วเด็กซนเอาที่คีบขนมไปหนีบขนหน้าแข้งพ่อถ้ามีคนมาหยิบใช้ต่อจะทำยังไงตัดสินใจถามพนักงาน แต่เขาจะมองว่าเราเรื่องมากมั้ยคะ? ‘คุณมิกิ (นามสมมุติ)’ สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นเห็นเด็กเอาที่คีบขนมปังจากร้านค้าไปเล่น จนอาจทำให้ที่คีบนั้นไม่สะอาดได้ ‘คุณมิกิ (นามสมมุติ)’ อายุ 27 ปี ได้เล่าว่า คุณมิกิได้ไปซื้อขนมในร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่ง ที่จะนำขนมมาวางขาย ส่วนลูกค้าจะต้องหยิบถาดกับที่คีบเพื่อคีบขนมเอง ระหว่างที่คุณมิกิกำลังยืนต่อแถวรอจ่ายเงิน เธอสังเกตเห็นแม่ลูกคู่หนึ่งที่กำลังเลือกขนมอยู่ คนเป็นแม่ได้หยิบที่คีบให้กับลูก แต่พฤติกรรมของเด็กวัยกำลังซน ก็เอาที่คีบขนมนั้นไปคีบเล่น ทั้งคีบตัว คีบก้นแม่ คีบเสื้อแม่ และยังเอาไปคีบขาพ่อ คีบขนหน้าแข้งของพ่ออีกด้วย คุณมิกิเห็นแบบนั้นแล้ว เธอรู้สึกว่าไม่สมควรอย่างมาก เพราะที่คีบขนมนี้จะต้องมีคนอื่นนำไปใช้คีบขนมต่ออย่างแน่นอน ขณะนั้นพนักงานเองก็ไม่เห็น ไม่มีใครสังเกต และคิดว่าถ้าปล่อยไปพนักงานก็คงไม่รู้ด้วยว่าว่าที่คีบนี้โดนเอาไม่ใช้แบบไม่สมควรแล้ว เพราะปกติแล้วถาดและที่คีบจะถูกวนเอากลับไปวางที่เดิมหลังจากจ่ายเงินเสร็จ เมื่อเห็นเหตุการณ์ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจเดินไปถามพนักงานว่า “ขอโทษนะคะ ปกติที่คีบขนม ก่อนที่จะเอามาวนใช้ ได้ล้างก่อนมั้ยคะ” หลังพนักงานได้ฟังคำถามจากคุณมิกิ พนักงานก็ทำท่ามึนงง แต่ยังไม่ได้ตอบอะไร คุณมิกิจึงอธิบายเพิ่มว่า “พอดีเห็นว่ามีเด็กเอาไปคีบเล่นค่ะ” พนักงานก็ตอบกลับมาว่า “อ๋อ ล้างค่ะ” แต่รีแอคชั่นในการตอบกลับดูนิ่ง ๆ คุณมิกิกลัวว่า พนักงานอาจคิดว่าเธอเรื่องเยอะ แต่อย่างไรเธอก็ต้องถาม เพราะมันคาใจจริง ๆ ร้านนี้เป็นร้านโปรด และมาซื้อบ่อยมาก เธอแค่อยากถามให้ชัวร์ เพื่อความสบายใจของตัวเองจึงอยากฟังความคิดเห็นจากพี่ ๆ ดีเจว่าสิ่งที่เธอทำมันดูมากและดูซีเรียสเกินไปมั้ยคะ? ‘ดีเจทั้งสาม’ มีความคิดเห็นตรงกันว่า สิ่งที่คุณมิกิทำคือถูกต้องแล้ว แต่ที่รีแอคชั่นของพนักงานดูนิ่ง ๆ อาจจะเพราะว่าเขายังไม่เข้าใจคำถามและสถานการณ์ทั้งหมด ถ้าคุณมิกิสื่อสารให้ครบ เล่าสถานการณ์ก่อนถามคำถาม เช่น บอกไปว่า “พอดีมีเด็กเอาที่คีบไปคีบขา ช่วยล้างหน่อยนะคะ” เขาจะเข้าใจกว่า นอกจากนี้คุณมิกิยังฝากถึงผู้ปกครองที่มีลูกเล็กอีกว่า “อยากให้ดูแลลูกมากกว่านี้ เข้าใจว่าเด็กซนเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับอาหารมันก็ต้องซีเรียสเรื่องความสะอาด”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin
นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของคอนเทนต์จาก ATIME เมื่อรายการ ใต้โต๊ะวิทยา รายการออนไลน์ยอดนิยมทาง YouTube : Atime Do Dee ที่ดำเนินรายการโดย ดีเจโบ-ธนากร ชินกูล, ดีเจอาร์ต-มารุต ชื่นชมบูรณ์ และ ดีเจเผือก-พงศธร จงวิลาศ ได้รับรางวัล สื่อสารสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย ประจำปี 2569รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 โดย มูลนิธิคนดี (ประเทศไทย) สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย และ ซีพี ออลล์ เพื่อยกย่องบุคคลและสื่อที่มีบทบาทในการสร้างสรรค์สังคม โดยเฉพาะการนำเสนอเนื้อหาที่ส่งเสริมการศึกษาและเปิดโอกาสให้กับเยาวชนไทยในอนาคตใต้โต๊ะวิทยา เป็นรายการที่จะพาผู้ชมไปสำรวจคณะ สาขา และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ในรูปแบบที่สนุก เป็นกันเอง และเข้าถึงง่าย พร้อมพูดคุยกับตัวแทนนักเรียนนักศึกษา เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จริง ทั้งด้านการเรียนและไลฟ์สไตล์ ช่วยให้ผู้ชมเห็นภาพเส้นทางการศึกษาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ปัจจุบันเดินทางมาถึง EP.52 โดยพาไปเจาะลึกหลักสูตร คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เอาใจคนรุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจหรือ CEOสามารถติดตามรายการ ใต้โต๊ะวิทยา ได้ทุกวันศุกร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 19.00 น. ทาง YouTube: Atime Do Deeภาพ : จักรวาลใต้โต๊ะ

สองควีนเรื่องรัก คลับที่พักของหัวใจ ทุกคืนวันศุกร์ สี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน กับดีเจพี่อ้อย พี่ฉอด ทาง GREENWAVE 106.5 FM
Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “หนูแหม่ม สุริวิภา”พิธีกรและนักแสดงระดับไอคอนของไทย ที่ได้แชร์เรื่องราวชีวิตเริ่มตั้งแต่จุดเปลี่ยนสำคัญในการก้าวข้ามความขัดแย้งและการค้นพบคุณค่าในตนเองผ่านการปฏิบัติธรรมและการออกกำลังกายอย่างหนัก สื่อแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการพิสูจน์ศักยภาพเมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตการตกงานและความกดดันในการทำงานพิธีกรเดี่ยวเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังบอกเล่าถึงความสวยงามของการให้อภัยผ่านการปรับความเข้าใจกับอดีตเพื่อนร่วมงานและการตัดสินใจรับลูกบุญธรรมมาดูแล แหล่งข้อมูลนี้จึงเปรียบเสมือนบทเรียนชีวิตที่สร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการยอมรับความผิดพลาดในอดีตเพื่อสร้างความสุขที่ยั่งยืนในปัจจุบัน การบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในทุกการตัดสินใจที่หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นบุคคลที่สง่างามและเข้าใจโลกอย่างแท้จริงเด็กหญิงผมทองจากสกลนคร กับฝันที่อยาก "สง่างาม"หนูแหม่ม สุริวิภา เติบโตมาในครอบครัวชนชั้นกลางในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งคนส่วนใหญ่นับถือคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอย่างเคร่งครัด เธอมีความโดดเด่นมาตั้งแต่เกิดด้วยสีผมและสีผิวที่แตกต่างจนดูเหมือนลูกครึ่ง ซึ่งเธอมองว่านี่คือ "คาแรคเตอร์" พิเศษในช่วงวัยเด็ก เธอต้องช่วยงานบ้าน ดูแลน้อง และเดินผ่านกองขยะที่มีหนอนยั้วเยี้ยในช่วงหน้าฝน ซึ่งสิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้เธอมีความอดทนและตั้งเป้าหมายกับตัวเองตั้งแต่มัธยม 1 ว่า "ต้องออกจากตรงนี้อย่างสง่างามด้วยการเป็นดาราเท่านั้น" ซึ่งความแตกต่างไม่ใช่ปมด้อย แต่คือต้นทุนที่ทำให้เราโดดเด่น และความลำบากในวัยเด็กคือแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้เรากล้าฝันใหญ่จาก "ตัวประกอบ" สู่ "เพื่อนนางเอก" และจุดเปลี่ยนที่ชื่อ "ยุทธการขยับเหงือก"เส้นทางบันเทิงของเธอเริ่มจากการส่งรูปไปสมัครเล่นหนังด้วยตัวเองจนได้เป็นตัวประกอบในเรื่อง "วัยระเริง" เธอพร้อมทำทุกอย่างเพื่อโอกาสและเงิน แม้กระทั่งยอมออกจากโรงเรียนเพื่อไปถ่ายหนังที่เชียงใหม่ (ก่อนจะกลับมาเรียนต่อจนจบตามสัญญาที่ให้ไว้กับแม่)เธอครองตำแหน่ง "เพื่อนนางเอก" มานับไม่ถ้วน จนกระทั่งมาถึงรายการ "ยุทธการขยับเหงือก" ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอค้นพบศักยภาพว่าเธอเป็นได้มากกว่านักแสดง คือการเป็น "ผู้ดำเนินรายการ" รายการนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนสามารถจัดคอนเสิร์ตที่ MBK Hall ได้ถึง 11 รอบ และทำให้ชื่อของ แหม่ม สุริวิภา กลายเป็นไอคอนของวงการพิธีกรชีวิตสอนให้รู้ว่าไม่จำเป็นต้องเป็น "นางเอก" ในละคร แต่เราสามารถเป็น "ตัวเอก" ในชีวิตตัวเองได้เสมอหากเราตั้งใจและรู้จักพัฒนาศักยภาพของตนเองเมื่อหัวใจ "แตกสลาย" ในวันที่ดูเหมือนจะรุ่งโรจน์ที่สุดหลังจากความสำเร็จยาวนานใน "สมาคมชมดาว" เธอได้รับโอกาสใหญ่ให้ทำรายการเดี่ยวชื่อ "สุริวิภา" โดยถูกตั้งความหวังให้เป็น "โอปราห์ วินฟรีย์ เมืองไทย" แต่ในความเป็นจริง เธอกลับต้องเผชิญกับความกดดันมหาศาล เพราะต้องสัมภาษณ์นักธุรกิจซึ่งไม่ใช่ทางที่ถนัดประกอบกับช่วงนั้นหัวใจเธอยัง "แตกสลาย" จากปัญหาความขัดแย้งกับคนใกล้ชิดในรายการเดิมจนถึงขั้นมองหน้ากันไม่ได้ เธอเคยเข้าไปร้องไห้ในห้องแต่งตัวและขอลาออกเพราะรู้สึกว่า "ทำไม่ได้" และ "มืดมนไปหมด"ซึ่งแม้ภายนอกจะดูสำเร็จเพียงใด แต่ถ้าหัวใจภายในยังบอบช้ำ เราก็ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีความสุข การยอมรับความอ่อนแอของตัวเองคือก้าวแรกของการแก้ไข3 วันที่เปลี่ยนชีวิต "การกลับมารักตัวเอง"จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อโปรดิวเซอร์ส่งเธอไปปฏิบัติธรรม 3 วัน จากตอนแรกที่ไปแบบแกน ๆ เธอได้เรียนรู้การ "ดูจิตดูใจ" จนเกิดการ "ปิ๊งแว๊บ" และร้องไห้ออกมาอย่างหนักเมื่อตระหนักได้ว่าที่ผ่านมาเธอ "ทิ้งตัวเองมานานเกินไป" และไม่เคยโอบกอดตัวเองเลยบทเรียนนี้ทำให้ความโกรธแค้นที่มีมานานมลายหายไป เธอกลายเป็นคนที่รู้จักการ "ฟัง" มากกว่า "พูด" ซึ่งส่งผลดีต่อการทำหน้าที่พิธีกร และทำให้เธอกล้าที่จะกลับไปกอดและให้อภัยเพื่อนร่วมงานคนเดิมอย่างสนิทใจ"การรักตัวเอง" คือพื้นฐานของทุกอย่าง เมื่อเรารักตัวเองเป็น เราจะรู้จักให้อภัยผู้อื่น และมองโลกในมุมที่ละเอียดอ่อนขึ้น"ฉันไม่ใช่คนขี้แพ้" พิสูจน์คุณค่าด้วยฟูลมาราธอนในวันที่งานในวงการถูก "ชัตดาวน์" หรือยกเลิกไปพร้อม ๆ กัน แทนที่จะจมกับความเสียใจว่าตัวเองเป็น "ผู้แพ้" (Loser) เธอเลือกที่จะลุกขึ้นมาพิสูจน์คุณค่าของตัวเองผ่านการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยทำมาก่อนเธอเริ่มจากเดิน 5 กิโลเมตร จนกระทั่งก้าวไปสู่การวิ่งฟูลมาราธอน (42.195 กม.) ได้สำเร็จถึง 3 ครั้ง รวมถึงที่เบอร์ลินด้วย เธอเรียนรู้ว่า "การวิ่งไม่ได้แข่งกับใคร แต่คือการแข่งกับใจตัวเอง" และทุกคนที่วิ่งจบล้วนได้รับเหรียญที่มีเกียรติเท่ากันแม้ในวันที่โลกปฏิเสธเรา อย่าปฏิเสธตัวเอง จงหาเวทีใหม่เพื่อพิสูจน์ว่าเรายังมีคุณค่าและสามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองได้บทบาทใหม่ที่ยากและสุขที่สุด "หม่ามี้" ของน้องอลิสหลังจากผ่านความเจ็บปวดจากการพยายามมีลูกมานานจนถอดใจ เธอก็ได้รับโอกาสให้เป็น "แม่" โดยการรับ "น้องอลิส" ลูกของคนงานในบ้านมาเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายการเป็นแม่ทำให้เธอได้เรียนรู้ความหมายของคำว่า "เสียสละ" และการเห็นความต้องการของลูกมาก่อนตัวเอง เธอยังให้เกียรติพ่อแม่แท้ ๆ ของเด็กเสมอ และมุ่งมั่นที่จะให้โอกาสที่ดีที่สุดแก่เด็กคนหนึ่งเพื่อให้เขาเติบโตอย่างมีคุณภาพ"มีก็ดี ไม่ไม่มีก็สบาย" เป็นคำที่ช่วยฮีลใจในยามที่ผิดหวัง แต่เมื่อโอกาสในการมอบความรักมาถึง จงทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุดด้วยความเคารพและให้เกียรติในวัยเกือบ 60 ปี เธอพบว่าความสุขคือการได้ยืนอยู่ในจุดที่เป็นตัวเองที่สุด ไม่จำเป็นต้องแข่งเป็นที่ 1 กับใคร และภูมิใจในทุกการตัดสินใจของชีวิต ไม่ว่าจะถูกหรือผิด เพราะทุกเหตุการณ์คือสิ่งที่สร้างให้เธอเป็น "สุริวิภา" ที่สง่างามในวันนี้ดูรายการย้อนหลัง
เมื่อคำว่า ‘นอนให้พอ’ ไม่พออีกต่อไป เคยเป็นไหมนอนครบ 8 ชั่วโมง แต่ตื่นมาแล้วยังรู้สึกง่วง ในยุคที่เรียกว่า Sleep Quality Era การนอนที่ดีไม่ได้วัดแค่จำนวนชั่วโมง แต่ต้องดูถึงคุณภาพของการนอน ว่าเราหลับลึกแค่ไหน ระบบประสาทได้พักจริงหรือไม่ เพราะการนอนคือพื้นฐานของสุขภาพทั้งหมด ทั้ง ภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน อารมณ์ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว . ใน EP.นี้เราจะพาไปเข้าใจเรื่องการนอนแบบลึกขึ้นตั้งแต่ ทำไมนอนครบ 8 ชั่วโมง แต่ยังง่วง Sleep Cycle และวงจรการนอนหลับ หลับง่าย ไม่ได้แปลว่าหลับลึก สัญญาณที่บอกว่าการนอนของคุณอาจยังไม่มีคุณภาพ วิธีทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดพักและหลับลึกได้ดีขึ้น

ว้าวุ่นมาทั้งปี มารับวิตามิน SEA กันป่ะล่ะ !!ปลายปีนี้... EFM94 และ Chill Online จะพาคุณไปมันส์อีกครั้งกับมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเลกับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18 BY โซดา LEOมันส์ไปกับ 6 ศิลปิน ...NONT TANONT / PARADOX / MEAN / ROOFTOP / SLAPKISS / THE MOUSSESเตรียมแดนซ์ให้ยับกับ DJ PU บนเวที EDM สไตล์ EFM และ เหล่าดีเจจาก EFM94 และ CHILL ONLINEเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นี้ที่ หาดแหลมเจริญ จังหวัด ระยองห้ามนำเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าภายในงาน ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายเตรียมตัวกันให้พร้อม!! 16 ตุลาคมนี้เปิดให้กด REDEEM บัตรกันแล้วขั้นตอนการ Redeem Ticket!! บอกเลยว่า #งานนี้ฟรี!!- เพียงแค่ล็อกอิน เปิดแอป Application AtimeFungFin- เริ่มสะสมพ้อยได้แล้ววันนี้ ผ่านการฟัง Application ATIMEFUNGFIN !!1 นาที = 1 Point สะสมครบ 2,000 Point แลก Wristband ได้ 2 ใบ สามารถเข้างานได้ 2 คน(1 Account/1 สิทธิ์)ดาวน์โหลด Application : ATIME FUNGFIN รอไว้ได้เลย ทั้งระบบ IOS และ Androidพิเศษเฉพาะใน Application ATIMEFUNGFIN เท่านั้น!! รีบชวนเพื่อนด่วน #บัตรมีจำนวนจำกัด
"เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา” ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพันบทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปีโดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform
เปิดปีใหม่ปีนี้ Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ขอเสิร์ฟของขวัญรับศักราชใหม่ พร้อมแนะนำ “jaei จ๊ะอี๋ - นวลจันทร์ ณ ถลาง” ศิลปินหญิงที่มากับเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานที่หวาน จนใครได้ฟังต้องรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ เพราะท่วงทำนองและคำร้องนั้นเต็มไปด้วยความหอมหวาน“สวนดอกไม้ (flowers)” ผลงานเดบิวต์ของ “jaei จ๊ะอี๋” ที่สะท้อนความเป็นเธอในทุกองค์ประกอบ โดยจุดเริ่มต้นมาจากกวีของ Alfred Tennyson ที่เขียนไว้ว่า “If I had a flower for every time I thought of you…I could walk through my garden forever.” ที่แปลว่า ถ้ามีดอกไม้ผลิบานเพิ่มขึ้นทุกครั้งเวลาที่ฉันนั้นคิดถึงเธอ โลกนี้คงเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ที่พอให้เราเดินเล่นได้ทั้งชีวิต ซึ่งตัวของ “แทน Lipta” โปรดิวเซอร์และผู้แต่งเพลงนี้มองว่าเป็นประโยคที่เหมาะกับตัวตนของ ‘จ๊ะอี๋’ และได้นำเพลงนี้มาเขียนร่วมกับ “ข้าว fellow fellow” อีกหนึ่งยอดฝีมือที่แต่งเพลงรักสุดฮิตมานับไม่ถ้วนในส่วนของดนตรีเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)” ความชอบเพลงยุค 90 ของ jaei ก็ได้ถูกนำมาอยู่ในเพลงนี้ ถูกเนรมิตดนตรีเพลงนี้ให้หอมฟุ้งด้วยความฟีลกู้ดโดย “กุ๊ก จิตติพล” มือคีย์บอร์ดวงดนตรีคลั่งรักแห่งยุคอย่าง “No One Else” ที่มาร่วมเรียบเรียงเพลงนี้อีกด้วย นอกจากบรรยากาศของเพลง “สวนดอกไม้ (flowers)“ จ๊ะอี๋ยังได้ถ่ายทำมิวสิควิดีโอด้วยบรรยากาศสวนดอกไม้จริงๆ ร่วมกับกลุ่มเพื่อนสุดเลิฟ ทำเอาบรรยากาศทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังอบอวลด้วยความสุขแบบทะลุจอจนผู้ชมสัมผัสได้รับชม รับฟัง และสัมผัสมวลความน่ารักของเพลง “สวนดอกไม้” ได้ทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิ่งและชมมิวสิควิดีโอได้ทาง YouTube: jaeicoolkid

คอนเสิร์ตรวมศิลปิน BOYS “สมบัติแห่งชาติ” เสิร์ฟเพลงฮิตติดชาร์ตกันริมทะเล ชวนทุกด้อมมาเติมฟินพร้อมกัน ครบจบในวันเดียว !ใน “BEACH BOYS CONCERT 2025”พร้อมเสิร์ฟขุมทรัพย์ความฟิน กับ Lineup 10 ศิลปินแถวหน้าของ T-POP ที่แมสที่สุดมาไว้บนเวทีเดียวกัน พบกับ1. POLYCATวงดนตรีสุดเทสต์ ตัวท็อป Synth Pop ตำนานเพลงฮิตที่ทุกคนต้องมีติดเพลย์ลิสต์ !2. fellow fellowศิลปิน DUO เสียงละมุน เจ้าของเพลงรักโรแมนซ์สุดไวรัลกว่า 100 ล้านวิว !3. No One Else“เจ้าพ่อเพลงรัก” ศิลปินที่ครองชาร์ตครองใจเหล่าคนคลั่งรักทุก GEN !4. JEFF SATURศิลปินตัวท็อปมากประสบการณ์ผู้เปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของแบบไร้ขีดจำกัด!!5. NUNEWศิลปินเสียงหวานใจละลาย ฉายา “ลูกชายแห่งชาติ” ที่พร้อมชิงหัวใจจากทุกด้อมแบบไม่ให้ตั้งตัว !6. ATLASBOY GROUP ตัวท็อปสุดเป๊ะ ! ที่ต้องดูด้วยตาเนื้อสักครั้งในชีวิต พร้อมสาดความมันส์ให้หาดแตก !!7. PROXIEBOY BAND แถวหน้า All Rounder สุดจี๊ดแห่ง T-POP ตัวตึงทุก Viral สุดแมส !8. LYKNBOY GROUP สุดกรี๊ด เตรียมกร่อนใจทุกด้อม ด้วยคาริสม่าสุดสตรอง แซ่บไฟลุกไปทั้งหาด !9. DICEBOY GROUP ทำถึงแห่งปี เอเนอร์จี้สุดจะเลิศ ! พร้อมตกแฟน ๆ ด้วย Performance สุดปัง !!10. JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXXRookie น้องใหม่มาแรงแห่งวงการ T-POP พร้อมปล่อยดาเมจสุด HOT ให้ Beach สะเทือน !!เปิด MAP ความสนุกพร้อมกันวันแสดง :วันเสาร์ที่ 22 พฤจิกายน 2568 เวลา 15:30 น. เป็นต้นไปสถานที่ :SEA SAND SUN HUAHIN RESORTเปิดจำหน่ายบัตร : วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปซื้อบัตรได้ทาง Counter Service All Ticket ใน 7-Eleven ทุกสาขา หรือ https://bit.ly/BEACHBOYS2025ราคาบัตร :• บัตรราคา 1,100 บาท **ราคานี้ตั้งแต่วันนี้ - 21 พ.ย.**• บัตรหน้างาน (22 พ.ย. 2568) : บัตร Regular ราคา 2,000 บาท
ครั้งแรกของ ATIMESHOWBIZ ครีเอทมิวสิคเฟสอินดี้ ขึ้นห้าง กลางเมืองโดนใจทุก Gen โดดเด่นทุก Line up ที่ทุกคนต้องได้มาฟังสดๆ สักครั้งในชีวิต!!YOLO FEST เฟสอินดี้ YOU ONLY LISTEN ONCEมิวสิคเฟสที่ “คุ้ม” ที่สุด กับโลเคชั่นที่ “ติดแกลม” ที่สุดจัดเต็มตลอด 8 ชม. แบบ Non stop กับ 12 ศิลปินอินดี้ตัวท็อปสุดเทสต์!1. TATTOO COLOUR วงดนตรีขวัญใจเด็กแนวทุกยุค กับสไตล์เพลงสุดครีเอทที่ไม่เคยเก่า!2. POLYCAT วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s ที่ปลุกกระแสยุคเก่าให้เก๋าไปทั่วบ้านทั่วเมือง3. SCRUBB ศิลปินดูโอ้ที่มีเพลงเพราะอยู่ในเพลย์ลิสต์โปรดของใครหลายคนมานานกว่า 20 ปี!4. THE TOYS อัจฉริยะทางดนตรี ผู้สร้างปรากฎการณ์ให้วงการเพลงไทยดังไกลทั่วเอเชีย!5. SAFEPLANET วงอินดี้ป็อปแถวหน้า ดาวเคราะห์แห่งเสียงดนตรีกับ Sound สุดซิกเนเจอร์!6. PUN ศิลปินหนุ่มสุดฮอต ขวัญใจเจน Z ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้!7. DEPT ดูโอ้ซินธ์ป็อปแห่งยุค กับแนวเพลงเศร้าเคลือบน้ำตา โดนใจวัยรุ่น8. WHAL DOLPH วงดนตรีอินดี้ป็อปจากท้องทะเล กับการดีไซน์เพลงที่ไร้ขีดจำกัด9. MEYOU All rounder แห่งวงการเพลงไทย เจ้าของเพลงฮิตร้อยล้านวิว10. WIM ศิลปินอินดี้ป็อปไวป์ดี Mr.feelgood มาพร้อมสไตล์เพลงสุดกรู๊ฟชวนฝัน!11. LUSS คู่หูมหัศจรรย์แห่งยุค! กับเมโลดี้ติดหูที่กลายเป็น Viral นับครั้งไม่ถ้วน12. TELEVISION OFF วงน้องใหม่ฟอร์มแรง ผู้ถ่ายทอดความเจ็บปวดได้อย่างสวยงาม“YOU ONLY LISTEN ONCE” โอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่คุณจะได้มาฟังทั้ง 12 ศิลปินสุดเทสต์ใน Stage เดียวกัน วันเดียวเท่านั้น รันยาวต่อเนื่องแบบ Non stop ห้ามพลาดเด็ดขาด!!พบกัน 14 มิ.ย. 2025 ที่ Paragon Hall ที่สุดของ VENUE ใจกลางเมือง!บัตรราคาเดียว : บัตรยืน 1,500 บาทพิเศษสุด! โปรฯ คู่ 2,800 บาท (จำกัด 1,500 คู่เท่านั้น!)จำหน่ายบัตร 29 มี.ค. 2025 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป) ทาง ThaiticketmajorLink ขายบัตร https://bit.ly/YOLOFESTติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ และ EFM ทุกช่องทาง#YOLOFest#YOU_ONLY_LISTEN_ONCE#ATIMESHOWBIZ#EFM94
ALL TICKETS ARE SOLD OUT !ATIMESHOWBIZ ขอขอบคุณชาว T-POP ทุกด้อม-ทุกคน ที่ทำให้บัตร #GOTCHAPOP3 SOLD OUT ทุกราคา ทุกที่นั่งเป็นที่เรียบร้อย !!เจอกัน 24 พ.ค. 2025 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์GOTCHA POP Concert ไม่ใช่แค่การรวมศิลปิน T-POP แต่คือ “เวทีโชว์ Performance แห่งปี” ที่คอคอนเสิร์ตทุกคนต้องไม่พลาด ไม่ว่าคุณจะอยู่ด้อมไหน เตรียมใจลุ้นไปกับ Line Up สุดปัง จาก Boy Group - Girl Group ตัวท็อปสุดฟิน อะดรีนาลีนหลั่งไปกับสเตจพิเศษเกินคาดเดา ที่รับประกันความ Wow ! ขึ้นในทุก ๆ ปีเปิดตี้ฟินระเบิด พร้อมเสิร์ฟยกด้อม กับ คอนเสิร์ตรวม Idol ตัวท็อปแห่งปี !!ใน “GOTCHA POP CONCERT ครั้งที่ 3 ” จัดเต็มศิลปิน T-POP Boy Band , Girl Group ตัวท็อปที่ทุกคนอยากดูมากที่สุดในยุคนี้พบกับ1. TRINITY - Trio สารตั้งต้น T-Pop ตัวท็อประดับตำนานที่แฟน ๆ รอคอย! พร้อมเสิร์ฟเอเนอร์จีความ Hot ทะลุสเตจ !!2. PROXIE - Boy Band ตัวท็อปสุดแมส ความสามารถ All Rounder แห่ง T-POP การันตีที่สุดของความปัง!3. PiXXiE - Girl Group จริตทะลวงใจ! 3 ภูติจิ๋วเอวเอส มาพร้อมพลังดาเมจที่จะทำให้เวทีสะเทือน!!4. PERSES - 5 หนุ่ม Boy Group กระดูกเบอร์เดียวกัน เตรียมใส่สุดพลัง จัดเต็มทุก Performance พร้อมตกแฟน ๆ เข้าด้อม!!5. LYKN - Boy Group สุดโฮ่ง-Hot-ฉ่ำ ! ที่มาแรงเกินต้านทาน พร้อมระเบิดคาริสม่าบนเวทีให้ลุกเป็นไฟ !!6. BUS because of you I shine - Boy Group ที่เขย่าวงการ T-Pop ตัวท็อปห้างแตก ครองใจตั้งแต่มัมหมีจนถึงเจนอัลฟ่า!!7. DICE - Rookie น้องใหม่แห่งวงการ T-POP แต่ฝีมือไม่ธรรมดา เตรียมวางกับดักตกคนเข้าด้อม ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ!8. VIIS - Girl group สาย Performance ที่สตรองที่สุด! คอนเสิร์ตครั้งนี้ 5 สาวพร้อมสับแบบฟาดไม่ยั้ง !!9. QRRA - Girl group น้องใหม่แต่มากประสบการณ์ พร้อมรันวงการแบบ Queen ตัวท็อป!! เตรียมรับความจึ้งจาก 5 สาวได้เลย10. GELBOYS - บอยแก๊งน้องใหม่มาแรงแห่งปี จากซีรี่ย์สุดฮ็อต "GELBOYS สถานะกั๊กใจ" พร้อมปล่อยดาเมจสุดป็อปแบบไม่มีกั๊ก ! เตรียมโดน 4 หนุ่ม ตกเข้าด้อมกันได้เลย !!11. DAOU OFFROAD - คู่ศิลปิน IDOL ที่กำลังมาแรงสุด ๆ พกความสนุกมาแบบเต็มพิกัด Dance-ร้อง จัดหนักแบบตัวท็อป เตรียมตัวฮ็อบกันทั้งฮอลล์ !มาซัพพอร์ตวงการ T-POP ของเราให้เติบโตก้าวไกลไปด้วยกัน ใน GOTCHAPOP 3 คอนเสิร์ตที่โคตรฟินแห่งปีที่สแตน T-POP พลาดไม่ได้ ! รวม Line Up ชวนจึ้ง Boyband และ Girl Group ตัวแรร์แห่งยุค มาไว้บนเวทีเดียวกัน จัดเต็มโชว์สุดปัง เก็บครบทั้ง Vocal หูเคลือบทอง , Performance แดนซ์ไฟลุก และ Hidden Show สุดเซอร์ไพรส์ เคมีใหม่ ๆ หาดูได้แค่ที่ GOTCHAPOP 3 เท่านั้น !! ให้ทุกคนได้ดูแบบต่อเนื่องไม่สะดุดกว่า 6 ชั่วโมง !!!พร้อมปักหมุดแลนด์มาร์คความสนุกครั้งใหม่ “ใกล้ขึ้น” กับราคาบัตรที่ “ถูกลงกว่าเดิม” !!เจอกัน 24 พ.ค. นี้ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Exhibition Hall 3-4 , ชั้น G )ราคาบัตร : บัตรยืน 2,500 บาทบัตรนั่ง 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,800 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาทจำหน่ายบัตร 1 มีนาคม ที่ Thaiticketmajor เวลา 10.00 น.LINK ซื้อบัตร : https://bit.ly/GOTCHAPOP3ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง

ในวันที่เข็มทิศในใจดูเหมือนจะพังทลายเราทุกคนต่างมีวันที่ "แบตเตอรี่ใจ" เหลือ 0% วันที่คุณรู้สึกว่าความพยายามทั้งหมดไม่มีใครเห็น หรือวันที่การจากลาทิ้งหลุมดำขนาดใหญ่ไว้ในอกในทางจิตวิทยา ภาวะนี้ไม่ใช่แค่ความเศร้าชั่วคราว แต่มันคือ "Emotional Exhaustion" หรือความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ที่สะสมจนถึงขีดสุด บทความนี้จะชวนคุณมา "กางแผนที่ใจ" และใช้เครื่องมือทางจิตวิทยาเพื่อเยียวยาตัวเองอย่างยั่งยืนทำความเข้าใจ "เงา" ในใจ (Shadow Work Awareness)ก่อนจะฮีลได้ เราต้องรู้ก่อนว่า "จุดที่เจ็บ" คืออะไร หลายครั้งความทุกข์ของเรามาจาก "ความคาดหวังที่ไม่ได้พูดออกไป"Childhood Schemaบาดแผลจากอดีต เช่น การเป็นลูกคนเดียวที่แบกความหวัง หรือลูกคนเล็กที่ถูกขังในกรอบเด็กตลอดกาล สิ่งเหล่านี้สร้าง "เสียงในหัว" ที่คอยตำหนิเราเมื่อเราล้มเหลวNegativity Biasสมองมนุษย์ถูกออกแบบมาให้โฟกัสเรื่องร้ายเพื่อความอยู่รอด แต่ในโลกปัจจุบัน มันทำให้เรามองข้ามสิ่งดีๆ 99 อย่าง เพื่อไปจมปลักกับคำวิจารณ์เพียงอย่างเดียวหลักการ Self-Compassion พลังของการ "ใจดีกับตัวเอง"ดร. คริสติน เนฟฟ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ระบุว่าการรักตัวเองประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลักที่คนส่วนใหญ่มักลืมทำSelf-Kindness vs. Self-Judgment: หยุดก่นด่าตัวเองเหมือนที่คุณไม่เคยทำกับเพื่อน ลองเปลี่ยนโทนเสียงในใจให้กลายเป็น "เพื่อนที่หวังดี"Common Humanity: ตระหนักว่า "ความเจ็บปวด" คือส่วนหนึ่งของประสบการณ์มนุษย์ คุณไม่ได้ล้มเหลวอยู่คนเดียว ทุกคนบนโลกนี้ต่างมีบาดแผลที่มองไม่เห็นทั้งนั้นMindfulness: การอยู่กับปัจจุบันโดยไม่ตัดสิน (Non-judgmental) หากคุณเศร้า ก็แค่รับรู้ว่า "ตอนนี้ฉันกำลังเศร้า" ไม่ต้องรีบผลักไสมันออกไป เพราะยิ่งผลักไส มันยิ่งฝังรากลึก4 ขั้นตอนปฏิบัติ "กู้คืนความสดใส" แบบยั่งยืนStep 1: Emotional Validation (อนุญาตให้ตัวเองรู้สึก)อย่าเป็นเหยื่อของ Toxic Positivity หรือการบังคับให้ตัวเองยิ้มทั้งที่ใจพัง การยอมรับว่า "วันนี้ฉันไม่ไหว" คือก้าวแรกของการเยียวยาที่จริงใจที่สุดStep 2: Boundary Setting (การตีเส้นล้อมใจ)ในทางจิตวิทยา การมี "ขอบเขต" คือการบอกโลกวา "อะไรคือสิ่งที่ฉันรับได้และรับไม่ได้" การพูดคำว่า "ไม่" ในสิ่งที่เกินกำลัง คือการทำเพื่อสุขภาพจิตของตัวเอง ไม่ใช่การเห็นแก่ตัวStep 3: Finding Your "Glimmers"ตรงข้ามกับ Triggers คือ Glimmers ซึ่งเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้ใจฟู เช่น กลิ่นกาแฟตอนเช้า แสงแดดที่กระทบใบไม้Step 4: The Power of Rituals (พิธีกรรมเยียวยาใจ)การสร้างกิจวัตรเล็กๆ ที่มี "ความหมาย" เช่น การรดน้ำต้นไม้ การกอดคนข้างๆ หรือแม้แต่การระลึกถึงน้องที่กลับดาวด้วยความคิดถึงที่เปี่ยมด้วยขอบคุณ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความรู้สึก Control หรือการควบคุมชีวิตตัวเองกลับคืนมาคุณคือศิลปินผู้แต่งแต้มสีสันให้ชีวิตตัวเองสุดท้ายแล้ว บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจิตวิทยาการฮีลใจ คือการรู้ว่า "คุณไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเพื่อที่จะมีค่า" ชีวิตเปรียบเสมือนงานภาพที่มี Texture แบบ Grainy มีความหยาบ มีจุดด่างพร้อย แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้คุณ "เป็นคุณ" ที่ไม่ซ้ำใครจำไว้นะ... แม้ในคืนที่มืดมิดที่สุด ดวงดาวก็ยังคงทำหน้าที่ของมัน และคุณเองก็เช่นกัน
รู้จัก "พระแม่กาลี" เทวีแห่งการทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย บูชาอย่างไรให้ปัง!หากพูดถึงเทพฮินดูที่มีรูปลักษณ์ดุดัน น่าเกรงขาม และดูน่ากลัวในสายตาของผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษา หลายคนคงนึกถึง "พระแม่กาลี" อย่างแน่นอน ด้วยภาพจำของสตรีที่มีผิวกายสีดำสนิท แลบลิ้นยาว สวมสร้อยคอที่ทำจากหัวกะโหลก และในมือถือดาบพร้อมหัวของอสูร ทำให้บางคนอาจรู้สึกกลัวและไม่กล้าที่จะเข้าใกล้แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูน่าสะพรึงกลัวนั้น พระแม่กาลีเปรียบเสมือน "มารดา" ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความเมตตาต่อบุตรของพระองค์ (ผู้ศรัทธา) พระองค์พร้อมที่จะออกมาปกป้องและทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย อุปสรรค และศัตรูที่เข้ามาทำร้ายผู้ที่ศรัทธาในพระองค์พระแม่กาลี คือใคร? เปิดตำนานเทวีผู้ทรงพลังแห่งจักรวาลพระแม่กาลี คือใคร ตอบได้สั้นๆ ว่า พระองค์คือปางหนึ่งของ "พระแม่อุมาเทวี" (ชายาของพระศิวะ) ที่อวตารลงมาเพื่อปราบอสูรโดยเฉพาะตามตำนานในคัมภีร์ฮินดู เล่าว่ามีอสูรตนหนึ่งชื่อ "อสูรทารุณ" (Raktabija) ที่ได้รับพรวิเศษจากพระพรหมว่า หากเลือดของอสูรตนนี้หยดลงพื้นดินเมื่อใด เลือดทุกหยดจะกลายเป็นอสูรตนใหม่ที่ทรงพลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไม่มีเทพองค์ใดสามารถสังหารอสูรตนนี้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นพระอินทร์ พระพรหม หรือแม้แต่พระนารายณ์เมื่อความเดือดร้อนแผ่ขยายไปทั่วทั้งสามโลก พระแม่อุมาเทวีจึงทนไม่ได้ พระองค์ได้บำเพ็ญตบะจนเกิดเป็นร่างอวตารที่มีความดุร้ายและทรงพลังอำนาจสูงสุด นั่นก็คือ "พระแม่กาลี" ในการต่อสู้ พระแม่กาลีได้ใช้ดาบตัดหัวอสูรทารุณ และเพื่อไม่ให้เลือดหยดลงพื้นดิน พระองค์จึงได้แลบลิ้นที่ยาวและใหญ่โตออกมารองรับเลือดของอสูรและดื่มกินจนหมดสิ้น ทำให้เผ่าพันธุ์ของอสูรทารุณถูกสูญสิ้นไปในที่สุด แต่ด้วยความเมามายในรสเลือดและอารมณ์โกรธที่พุ่งพล่าน พระแม่กาลีได้เต้นรำด้วยความบ้าคลั่งจนโลกเกิดความสั่นสะเทือน ร้อนถึง พระศิวะ ต้องลงมานอนขวางพื้นไว้ เมื่อพระแม่กาลีเผลอเหยียบลงบนยอดอกของพระสวามี พระองค์ก็ตกใจและแลบลิ้นออกมาด้วยความละอายใจ สติจึงกลับคืนมา และโลกก็กลับสู่ความสงบสุขอีกครั้งรูปลักษณ์และสัญลักษณ์ของพระแม่กาลี บ่งบอกถึงอะไร?ในทางปรัชญาของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู รูปลักษณ์ที่ดูดุดันของพระแม่กาลีไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้ผู้คนหวาดกลัว แต่ทุกสัดส่วนล้วนมีความหมายแฝงที่ลึกซึ้งผิวกายสีดำสนิท: หมายถึง ความเป็นนิรันดร์ กาลเวลาที่ไร้จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด สีดำคือสีที่ดูดซับทุกสี เป็นตัวแทนของความว่างเปล่าและสัจธรรมแห่งจักรวาลการแลบลิ้น: หมายถึง ความละอายใจเมื่อรู้ตัวว่าเหยียบลงบนอกของพระศิวะ นอกจากนี้ยังสื่อถึงการดูดกลืนกิเลส ตัณหา และความชั่วร้ายทั้งปวงสร้อยคอหัวกะโหลก 50 หัว: เป็นตัวแทนของตัวอักษรภาษาสันสกฤตทั้ง 50 ตัว สื่อถึงความรู้และภูมิปัญญา นอกจากนี้ยังหมายถึงการทำลายอีโก้ (Ego) หรือความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนกระโปรงที่ทำจากแขนคน: แขนและมือคือสัญลักษณ์ของการกระทำ (กรรม) พระแม่กาลีสวมมันไว้เพื่อปลดปล่อยผู้ศรัทธาออกจากบ่วงกรรมพระหัตถ์ทั้ง 4: มือซ้ายบนถือดาบสัญลักษณ์ของการใช้ปัญญาตัดความโง่เขลามือซ้ายล่างถือหัวอสูร: การตัดขาดจากอีโก้และความลุ่มหลงมือขวาบนทำปางประทานพร: ประทานความสำเร็จและความกล้าหาญมือขวาล่างทำปางห้ามมาร: ปกป้องคุ้มครองผู้ศรัทธาจากภัยอันตรายพระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไร? ทำไมสายมูถึงต้องบูชาหลายคนอาจสงสัยว่าด้วยภาพลักษณ์ที่ดุร้าย พระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไรบ้าง? ขอบอกเลยว่าพุทธคุณ (ตามความเชื่อ) ของพระองค์นั้นครอบคลุมและทรงพลังมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการพลิกฟื้นดวงชะตาและการปกป้องคุ้มครอง ดังนี้1. ขจัดศัตรูและอุปสรรคชิ้นใหญ่หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาที่แก้ไม่ตก มีคู่แข่งทางการค้าที่เล่นไม่ซื่อ หรือมีเพื่อนร่วมงานที่คอยแทงข้างหลัง การขอพรกับพระแม่กาลีจะช่วยปัดเป่าคนพาลและสิ่งกีดขวางเหล่านั้นให้ออกไปจากชีวิต ทำให้ทางเดินของคุณราบรื่นขึ้น2. ป้องกันคุณไสย มนต์ดำ และวิญญาณร้ายด้วยความที่พระองค์คือมหาเทวีผู้ทำลายล้างความชั่วร้าย พลังงานด้านลบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณไสย อาถรรพ์ หรือสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น จะไม่สามารถกล้ำกรายผู้ที่บูชาพระแม่กาลีอย่างศรัทธาได้เลย3. ประทานความกล้าหาญและความมั่นใจสำหรับผู้ที่รู้สึกอ่อนแอ ขาดความมั่นใจ หรือตกอยู่ในสถานะที่ถูกเอาเปรียบ (โดยเฉพาะผู้หญิงที่ถูกรังแก) พระแม่กาลีจะประทานพลังใจ ความกล้าหาญ และความเด็ดขาด เพื่อให้คุณลุกขึ้นสู้และทวงคืนความยุติธรรมให้กับตนเอง4. เสริมดวงการงานและธุรกิจที่กำลังติดขัดใครที่ทำธุรกิจแล้วขาดทุน หรือการงานสะดุด การบูชาพระแม่จะช่วย "ล้าง" พลังงานแย่ๆ และเปิดทางให้กับการเริ่มต้นใหม่ที่ดีกว่าเดิม นำพาความสำเร็จและชัยชนะมาให้เตรียมของไหว้บูชาพระแม่กาลี (ฉบับทำได้ด้วยตัวเอง)การบูชาพระแม่กาลีนั้นเน้นไปที่ความบริสุทธิ์ใจและของถวายที่มี "สีแดง" เป็นหลัก เนื่องจากสีแดงสื่อถึงพลังงาน เลือดของอสูร (กิเลส) และชัยชนะ สิ่งที่ควรเตรียมมีดังนี้ของถวายที่ควรมี:ดอกไม้สีแดง เช่น ดอกชบาแดง (พระองค์โปรดปรานมากที่สุด), ดอกกุหลาบแดง หรือดอกบัวแดงน้ำเปล่า และ น้ำหวานสีแดงผลไม้สีแดง หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว (นิยมใช้มะนาวเสียบพวงมาลัยถวาย), ทับทิม, แอปเปิ้ลแดงขนมหวานที่ไม่มีส่วนผสมของไข่และเนื้อสัตว์ (ห้ามเด็ดขาด)กำยาน หรือ ธูป (แนะนำให้ใช้กลิ่นเครื่องเทศ กลิ่นมะลิ หรือกลิ่นจันทน์หอม)น้ำมันงา สำหรับจุดประทีปข้อห้ามในการถวายของ:ห้ามถวายเนื้อสัตว์ทุกชนิด (แม้ในตำนานจะกล่าวถึงการดื่มเลือด แต่ในการบูชาของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในปัจจุบัน เน้นความบริสุทธิ์และละเว้นการเบียดเบียนสัตว์)ห้ามถวายของมึนเมาวิธีบูชาและขั้นตอนการขอพรที่ถูกต้องชำระร่างกาย: อาบน้ำ ล้างมือ ล้างหน้าให้สะอาด และทำจิตใจให้สงบก่อนเริ่มพิธีบูชาพระพิฆเนศก่อนเสมอ: ตามกฎของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ต้องสวดบูชาพระพิฆเนศเป็นอันดับแรกเสมอ (โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา - 3 จบ)ถวายของบูชา: นำดอกไม้ น้ำแดง ผลไม้ และขนม วางถวายที่หน้าหิ้งหรือรูปปั้นของพระแม่กาลีจุดธูปหรือกำยาน: ถวายแสงสว่างและกลิ่นหอมสวดมนต์บูชาพระแม่กาลี: ตั้งสมาธิ มองไปที่พระพักตร์ของพระองค์ (หรือบริเวณดวงตาที่สาม) แล้วเริ่มสวดมนต์การขอพร: บอกชื่อ-นามสกุลของคุณอย่างชัดเจน เล่าปัญหาที่คุณกำลังเผชิญ และขอให้พระองค์ช่วยปัดเป่าอุปสรรคข้อแนะนำ: ควรขอพรในสิ่งที่ถูกต้องและมีศีลธรรม ไม่ควรขอให้พระองค์ไปทำร้ายใครที่ไม่ได้ทำผิดต่อเราพระแม่กาลี บทสวด และคาถาบูชาเพื่อการเชื่อมต่อพลังงานที่ทรงพลานุภาพ นี่คือ พระแม่กาลี บทสวดที่นิยมใช้กัน คุณสามารถเลือกสวดบทใดบทหนึ่งตามความสะดวก แต่สิ่งสำคัญคือสมาธิและความศรัทธาบทสวดแบบสั้น“โอม กาลี มาตา นะมะฮา”บทสวดแบบยาว“โอม ศรี มาฮา กาลี เก ไนะมะฮาโอม กาลี กาลี กาลี ฮารา ฮารา ฮาราศักติ มาฮาเทวี คาลีมาทาอปัทยามิ สารณังคัชชามิ”ความหมายของบทสวด: ขอนอบน้อมแด่พระแม่กาลี ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ความเป็นสิริมงคล ผู้ปกป้องคุ้มครองจากภัยอันตราย ผู้ทรงสวมสร้อยหัวกะโหลก ขอนอบน้อมแด่พระแม่ทุรคา ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาให้อภัย พระแม่ผู้เป็นที่พึ่งพา ขอนอบน้อมแด่พระองค์ด้วยความเคารพอย่างสูงสุดสถานที่ไหว้พระแม่กาลีในประเทศไทย ที่สายมูต้องไปเยือนหากคุณไม่มีหิ้งบูชาที่บ้าน หรือต้องการไปรับพลังงานบวกในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในประเทศไทยมีสถานที่ประดิษฐานองค์พระแม่กาลีที่ได้รับความนิยม ดังนี้วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม)สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่ง ศูนย์รวมความศรัทธาของชาวฮินดูและสายมูในไทย ภายในประดิษฐานองค์พระแม่กาลีที่ทรงความศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง (คำแนะนำ: ควรแต่งกายสุภาพ และปฏิบัติตามกฎของวัดอย่างเคร่งครัด)วิหารพระแม่กาลี พัทยาอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้คนนิยมไปกราบไหว้ขอพร โดยเฉพาะเรื่องการปลดหนี้ ขจัดศัตรู และขอความเจริญก้าวหน้าในธุรกิจศาลพระทักษิณกาลี (เทวาลัยศิวะมหาเทพ ขอนแก่น)สำหรับชาวอีสานที่ต้องการไปกราบไหว้ขอพรพระแม่กาลีโดยไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯจากทั้งหมดที่กล่าวมา คงจะช่วยคลายข้อสงสัยได้แล้วว่า พระแม่กาลี คือใคร และ พระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไร พระองค์ไม่ใช่เทพแห่งความโหดร้ายตามที่หลายคนหวาดกลัว แต่ทรงเป็น "มารดาแห่งจักรวาล" ที่พร้อมจะกลายร่างเป็นนักรบผู้แข็งแกร่งเพื่อปกป้องลูกๆ ของพระองค์จากภัยอันตราย ความชั่วร้าย และความอยุติธรรมทั้งปวง การหมั่นสวดมนต์ พระแม่กาลี บทสวด พร้อมกับการลงมือทำหน้าที่ของตนเองอย่างซื่อสัตย์สุจริต จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พระองค์ประทานพรแห่งชัยชนะและความสำเร็จมาสู่ชีวิตคุณได้อย่างแน่นอน
"ตี่จู้เอี๊ยะ" ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก ให้บ้านร่มเย็น เรียกทรัพย์ตลอดปี สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน หรือแม้แต่คนไทยแท้ๆ ที่มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย การซื้อบ้านใหม่หรือการเปิดร้านค้า สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คือการอัญเชิญ "ตี่จู้เอี๊ยะ" มาประดิษฐาน ด้วยความเชื่อที่ว่าท่านคือเทพเจ้าผู้ดูแลผืนดินและปกปักรักษาเคหสถานนั้นๆ อย่างไรก็ตาม หลายคนมักเกิดความสับสนและมีคำถามมากมาย เช่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะคืออะไรกันแน่? ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ถึงจะถูกหลักฮวงจุ้ยและไม่บังเจ้าของบ้าน? และเวลาบูชาจริงต้อง ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก?ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คืออะไร? ทำความเข้าใจความสำคัญของเทพเจ้าประจำบ้าน ก่อนจะไปดูวิธีตั้ง เรามาทำความรู้จักกับรากฐานความเชื่อกันก่อน ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คือ ศาลเจ้าที่จีนขนาดเล็กที่มักตั้งอยู่ติดกับพื้นดิน ภายในบ้านหรือร้านค้า คำว่า "ตี่" (地) แปลว่า ดิน, "จู้" (主) แปลว่า เจ้า, และ "เอี๊ยะ" (爺) แปลว่า ท่านหรือปู่ รวมกันจึงหมายถึง "เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ในผืนดิน" หรือเจ้านายแห่งที่ดินบริเวณนั้นๆ ในวัฒนธรรมจีน เชื่อว่าทุกตารางนิ้วของพื้นดินมีเทพเจ้าดูแลอยู่ การตั้งตี่จู้เอี๊ยะจึงเปรียบเสมือนการให้ความเคารพแก่เจ้าของที่เดิม และอัญเชิญท่านมาประทับเพื่อปกปักรักษา: คุ้มครองคนในบ้านให้พ้นจากอันตราย สิ่งชั่วร้าย และอุบัติเหตุสร้างความร่มเย็น: ดลบันดาลให้ครอบครัวมีความรักใคร่กลมเกลียว ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเรียกโชคลาภ: ส่งเสริมเรื่องการงาน การค้าขาย และดึงดูดเงินทองให้ไหลเข้าบ้านปัดเป่าอุปสรรค: ช่วยให้การดำเนินชีวิตหรือธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะส่วนใหญ่จะมีสีแดงสด แต่งแต้มด้วยสีทอง ซึ่งสีแดงสื่อถึงความเป็นสิริมงคล ความสุข และพลังงานหยาง (Yang Energy) ส่วนสีทองสื่อถึงความมั่งคั่งและรวยทองฮวงจุ้ยการจัดวาง: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนให้ถูกหลัก เรียกทรัพย์ ไม่กาลกิณี นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุดและคนค้นหามากที่สุด: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน? การวางตำแหน่งตี่จู้เอี๊ยะผิดจุดอาจส่งผลเสียต่อฮวงจุ้ยของบ้าน ทำให้อับโชค หรือคนในบ้านเจ็บป่วยได้ ดังนั้น ควรยึดหลักการดังต่อไปนี้ตำแหน่งมงคลที่ "ควร" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะตั้งติดพื้นดินเสมอ: ตี่จู้เอี๊ยะคือเทพแห่งผืนดิน ฐานของศาลต้องวางอยู่บนพื้นบ้านโดยตรง ห้ามตั้งบนหิ้งสูง ห้ามแขวน และห้ามมีอะไรมารองฐานให้สูงเกินความจำเป็น (ยกเว้นฐานรองศาลที่ทำมาคู่กันโดยเฉพาะ)หันหน้าออกประตูหน้าบ้าน: ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือการวางศาลโดยหันหน้าออกไปทางประตูหลักของบ้าน เพื่อให้ท่านคอยตรวจตราคนเข้าออก ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และดักรับพลังงานโชคลาภที่ไหลเข้ามามีผนังทึบด้านหลัง: ด้านหลังของศาลตี่จู้เอี๊ยะควรเป็นผนังทึบที่มั่นคง เปรียบเสมือนมีภูเขาเป็นที่พิงหลัง เสริมความมั่นคงในหน้าที่การงานและการเงิน ห้ามพิงกระจกหรือช่องว่างบริเวณที่โปร่ง โล่ง สว่าง: จุดที่ตั้งควรสะอาด มีแสงสว่างเพียงพอ และไม่อับชื้น เพื่อให้พลังงานชี่ (Qi) ไหลเวียนได้สะดวกตำแหน่งต้องห้าม! "ห้าม" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะเด็ดขาด หากคุณไม่อยากให้อับโชค หรือมีเรื่องร้อนใจในบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะในจุดเหล่านี้ห้ามตั้งใต้บันได: การวางท่านไว้ใต้บันไดเปรียบเสมือนการให้คนเดินข้ามหัวท่านตลอดเวลา ถือเป็นการลบหลู่และทำให้คนในบ้านไม่เจริญก้าวหน้าห้ามหันหน้าเข้าห้องน้ำ หรือวางติดผนังห้องน้ำ: ห้องน้ำเป็นแหล่งรวมพลังงานลบ (ความสกปรก อับชื้น) การวางศาลใกล้ห้องน้ำจะทำให้โชคลาภหดหาย และส่งผลเสียต่อสุขภาพห้ามวางติดผนังห้องครัว หรือใกล้เตาไฟ: พลังงานไฟที่ร้อนแรงจากห้องครัวจะทำให้องค์เทพอยู่ไม่สุข ส่งผลให้คนในบ้านมีเรื่องร้อนใจ ทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยห้ามวางใต้คานบ้าน: คานเปรียบเสมือนแรงกดทับ จะทำให้การเงินติดขัด การงานอุปสรรคเยอะห้ามวางใกล้ถังขยะหรือที่เก็บรองเท้า: พื้นที่รอบศาลต้องบริสุทธิ์ การวางสิ่งสกปรกไว้ใกล้ๆ จะทำให้ท่านไม่ประทับอยู่และนำความไม่เป็นมงคลมาสู่บ้านพิธีบูชาประจำวันและวันพระจีน: ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และต้องเตรียมอะไรบ้าง? เมื่อตั้งศาลเรียบร้อยแล้ว การบูชาอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญในการรักษาสิริมงคล หลายคนยังสงสัยว่า ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก? จึงจะถูกต้อง คำตอบคือ: ใช้ธูป 5 ดอก เหตุผลที่ใช้ธูป 5 ดอก เพราะเป็นการบูชาธาตุทั้ง 5 (ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง) และทิศทั้ง 5 (เหนือ ใต้ ออก ตก และกลาง) เพื่อให้เทพเจ้าตี่จู้เอี๊ยะดูแลคุ้มครองทั่วทุกทิศทางเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (ประจำวัน) สำหรับการไหว้ในทุกๆ เช้า เพื่อเป็นการบอกกล่าวและขอพรให้ราบรื่นตลอดวัน สิ่งที่ต้องเตรียมมีเพียงไม่กี่อย่าง:น้ำชา 5 ถ้วย: (หรือน้ำเปล่าสะอาด) ควรเปลี่ยนใหม่ทุกวันธูป 5 ดอกส้ม 5 ลูก: ส้มสื่อถึงโชคลาภ ความสุข และความสำเร็จเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (วันพระจีน - ชิวอิก/จับโหงว) ในวันพระจีน (วันที่ 1 และ 15 ของจันทรคติจีน) ควรไหว้ให้พิเศษขึ้น โดยเพิ่มของไหว้ดังนี้:ผลไม้มงคล 3 หรือ 5 อย่าง: เช่น ส้ม (โชคดี), แอปเปิล (สันติสุข), องุ่น (ความเจริญ), สับปะรด (ความรอบรู้) หลีกเลี่ยงผลไม้ชื่อไม่ดี เช่น ระกำ, ลางสาดขนมมงคล: เช่น ขนมถ้วยฟู (เฟื่องฟู), ขนมจันอับ (ความสุข), ซาลาเปา (เปาไช้ - ห่อโชค)กระดาษเงินกระดาษทอง: (หงิ่งเตี๋ย) เพื่อเผาถวายท่าน(หากขอพรใหญ่) ของคาว: เช่น หมูสามชั้นต้ม, ไก่ต้ม, เป็ดต้ม (ชุดซาแซ หรือ โหงวแซ)ขั้นตอนการไหว้ตี่จู้เอี๊ยะแบบถูกต้อง ให้ได้ผลลัพธ์ทันใจ เพื่อให้การขอพรของคุณส่งถึงเทพเจ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ทำความสะอาด: เริ่มจากเช็ดทำความสะอาดศาลและบริเวณรอบๆ ให้สะอาด เปลี่ยนน้ำชาเก่าออกแล้วรินน้ำชาใหม่ 5 ถ้วยจัดของไหว้: นำผลไม้ ขนม หรือของคาวที่เตรียมไว้ จัดวางด้านหน้าศาลอย่างเป็นระเบียบจุดธูป: จุดธูป 5 ดอกกล่าวอธิษฐาน: พนมมือถือนามสิงห์ (หรือแผ่นจารึกชื่อเทพ) ยืนหน้าศาล กล่าวชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และบอกกล่าวท่านว่าวันนี้วันอะไร ขอนำของไหว้มาถวาย พร้อมขอพร (ควรขอพรในสิ่งที่เป็นไปได้ และขออย่างตั้งใจ)ปักธูป: ปักธูป 5 ดอกลงในกระถางธูปอย่างตั้งใจ (ปักให้ตรง ไม่เอียง)เผากระดาษ (ถ้ามี): เมื่อธูปหมดไปประมาณครึ่งดอก ให้นำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผาในที่ที่เหมาะสมลาของไหว้: เมื่อธูปหมดดอก ให้นำของไหว้มาแบ่งกันทานในครอบครัวเพื่อความเป็นสิริมงคลการดูแลรักษาศาลตี่จู้เอี๊ยะ: เคล็ดลับให้ท่านอยู่ติดบ้าน เรียกทรัพย์ไม่หยุด ศาลตี่จู้เอี๊ยะที่สะอาด หมั่นดูแล เปรียบเสมือนบ้านที่น่าอยู่ เทพเจ้าก็พร้อมจะประทับอยู่และประทานพร การปล่อยให้ศาลสกปรก อับเฉา จะทำให้โชคลาภติดขัด นี่คือเช็คลิสต์การดูแลเปลี่ยนน้ำทุกวัน: ห้ามปล่อยให้น้ำแห้งหรือสกปรกเด็ดขาดทำความสะอาดฝุ่น: ปัดกวาดฝุ่นรอบศาลและบนตัวศาลเป็นประจำจัดการก้านธูป: หากก้านธูปเต็มกระถาง ให้ถอนออก (เหลือไว้ 5 ก้านเสมอ) เพื่อให้กระถางไม่รกและรับโชคใหม่ๆ ได้เปลี่ยนกิมฮวย (หางนกยูง): ควรเปลี่ยนใหม่ในปีละครั้ง (ช่วงก่อนตรุษจีน) เพื่อความสดใหม่สรุป: บูชาตี่จู้เอี๊ยะอย่างเข้าใจ นำมาซึ่งความสุขและความมั่งคั่ง การจัดตั้งและบูชา "ตี่จู้เอี๊ยะ" ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากคุณทำความเข้าใจถึงความหมาย และปฏิบัติตามหลักฮวงจุ้ยอย่างถูกต้อง การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมอย่าง ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนที่ถูกต้อง การรู้ว่าตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และหมั่นดูแลรักษาศาลให้สะอาดอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้องค์เทพประทับอยู่คู่บ้าน คอยปกปักรักษาครอบครัวของคุณให้ร่มเย็นเป็นสุข และเปิดทางให้โชคลาภ เงินทอง ไหลมาเทมาตลอดปี

ไม่พลิกโผ ATIME การันตีคุณภาพผ่านเข้าชิง 7 รายชื่อ รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568ประเภทสาขาวิทยุเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่การันตีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ATIME ผู้ผลิตคอนเทนท์และรายการวิทยุเบอร์ต้นของวงการ ปีนี้ไม่พลาดเข้ารอบสุดท้ายชิงรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี“นาฏราช” ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 งานสำคัญของคนในแวดวงวิทยุและโทรทัศน์ จัดโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์โดยครั้งนี้ ATIME เข้าชิงรางวัลอันทรงเกียริติถึง 7 รายชื่อ ได้แก่ รางวัลรายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม- รายการ GREEN MORNING SHOW จาก GREEN WAVEรางวัลรายการเพลงและบันเทิงยอดเยี่ยม- รายการ CLUB FRIDAY จาก GREEN WAVE- รายการ ใต้โต๊ะทำงาน TURN PRO จาก EFM 94รางวัลผู้จัดรายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม- ดีเจพี่อั๋น ภูวนาท คุนผลิน จาก GREEN MORNING SHOW จาก GREEN WAVE- ดีเจดาด้า วรินดา ดำรงผล จาก แฉข่าวเช้า EFM94รางวัลผู้จัดรายการเพลงและบันเทิงยอดเยี่ยม- ดีเจโบ ธนากร ชินกูล จาก GREEN WAVE- ดีเจเผือก พงศธร จงวิลาศ จาก EFM 94นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จและกำลังใจของคนทำงาน