‘ณเดชน์เจอได้ทุกที่’ เสน่ห์ซุปตาร์ที่ไม่ต้องใช้ชีวิตให้ยาก ผ่านมุมมอง พี่อ๋า ผู้จัดการส่วนตัวที่อยากให้เขาได้เป็นตัวเองเมื่อกลับบ้าน
หนึ่งในภาพจำที่ทำให้ ณเดชน์ คูกิมิยะ เป็นซูเปอร์สตาร์ที่เข้าถึงได้เสมอ คือการปรากฏตัวในสถานที่ต่าง ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถไฟฟ้า ขับรถไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง หรือใช้ชีวิตประจำวันเหมือนคนทั่วไป จนเกิดเป็นแฮชแท็ก #ณเดชน์เจอได้ทุกที่ ที่แฟน ๆ พูดถึงกันอยู่เสมอเบื้องหลังความเรียบง่ายนี้มีแนวคิดจาก พี่อ๋า ผู้จัดการส่วนตัวของณเดชน์ ที่เลือกเปิดพื้นที่ให้นักแสดงหนุ่มได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องแบกรับสถานะซูเปอร์สตาร์ไว้ตลอดเวลา ซึ่งพี่อ๋าได้แบ่งปันมุมมองดังกล่าวผ่านรายการ เจ๊ดันฉันเลิฟยู EP.3 ทางช่อง YouTube: DEK ENT ของ ดีเจไตเติ้ล-กิตติภัค ทองอ่วมโดยพี่อ๋าเล่าว่า ตั้งแต่เริ่มทำงานร่วมกัน ทั้งคู่พูดคุยกันตั้งแต่แรกว่าณเดชน์ควรได้ใช้ชีวิตตามปกติ อยากขับรถก็ขับ อยากนั่งรถไฟฟ้าก็นั่ง หรืออยากนั่งวินมอเตอร์ไซค์ก็สามารถทำได้ โดยไม่ได้มองว่าการเป็นบุคคลสาธารณะจะต้องมีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตทุกเรื่อง“เพราะเรามองว่าเขาทำงาน เป็นคนอื่นมาทั้งวันแล้ว พอกลับบ้านก็อยากให้เขาได้เป็นมนุษย์ เป็นตัวของตัวเอง ตราบใดที่ไม่ได้ผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรม”แนวคิดดังกล่าวทำให้ณเดชน์สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ ขณะเดียวกัน ผู้คนที่พบเจอก็ให้ความเป็นส่วนตัวและเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม โดยพี่อ๋ายกตัวอย่างว่า แม้ณเดชน์จะโบกมือทักทายก่อนขึ้นรถไฟฟ้า ผู้คนก็เพียงมองหรือสะกิดบอกกันเล็กน้อย ก่อนปล่อยให้เขาเดินทางต่อไปตามปกติแบบไม่รบกวนพื้นที่ความเป็นส่วนตัวของกันและกันสำหรับพี่อ๋าที่มองผ่านมุมของการเป็นผู้จัดการส่วนตัว สิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลนักแสดงไม่ใช่การทำให้ทุกอย่างในชีวิตเป็นเรื่องยากขึ้น แต่คือการรู้ว่าเรื่องใดควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องงานที่ต้องจริงจังและรับผิดชอบ ส่วนการใช้ชีวิตส่วนตัวนั้น ขอเพียงไม่ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม หรือเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อผู้อื่น ณเดชน์ก็มีสิทธิ์เลือกใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะอยากไปดูหนังหรือแต่งตัวแบบไหนก็ตาม“เรื่องที่เราซีเรียสคือเรื่องงาน แต่เรื่องการใช้ชีวิต ขอแค่อย่าไปทำอะไรที่เป็นตัวอย่างไม่ดี นอกนั้นอยากทำอะไรก็ทำ อยากใส่ชุดอะไรก็ใส่ เพราะมันคือตัวตนของเขา”โดยดีเจไตเติลยังเสริมอีกว่า วิธีคิดนี้กลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ณเดชน์เป็นที่รัก ซึ่งพี่อ๋าก็ย้ำว่านี่ไม่ใช่ภาพที่สร้างขึ้นเพียงชั่วคราว แต่เป็นตัวตนของณเดชน์จริง ๆ และเขายังคงใช้ชีวิตเช่นนี้มาจนถึงปัจจุบันเรื่องราวนี้สะท้อนว่า เสน่ห์ของณเดชน์อาจไม่ได้อยู่ที่การเป็นซูเปอร์สตาร์ที่เข้าถึงง่าย แต่อยู่ที่การได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องแบกสถานะคนดังไว้ตลอดเวลา เพราะเมื่อเลิกงานแล้ว เขาก็เป็นเพียงคนหนึ่งที่อยากใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง และบางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงมีโอกาสเจอณเดชน์ได้ทุกที่ขอบคุณสัมภาษณ์จาก : เจ๊ดันฉันเลิฟยู EP.3ภาพ : kugimiyas








