ATIME ฟังเพลงออนไลน์ วิทยุออนไลน์ ดูรายการออนไลน์
  • EFM
  • Green Wave
  • Hotwave

News Updates

Podcasts

อังคารคลุมโปง
04 ก.ย. 2026EFM

อังคารคลุมโปง

อังคารคลุมโปง Podcast จากเรื่องหลอนหน้าไมค์ สู่ความขนลุกซู่ x2 จนคุณต้องนอนคลุมโปงฟัง!! ทุกคืนวันเสาร์

กระต่ายตื่นรู้
08 มี.ค. 2024EFM

กระต่ายตื่นรู้

รู้เท่าทันสื่อ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง

Good Jobs
03 ก.พ. 2023Chill On

Good Jobs

Good jobs ไขสเปค ‘คนที่ใช่’ ของ ‘งานในฝัน’ ป๋าเต็ด พาไปบริษัทดัง ล้วงลึกวิธีคัดเลือกพนักงาน ให้รู้ข้อมูลแบบ Exclusive ก่อนที่คุณจะมาสมัครงานจริง ขอให้ได้งานนะครับ! ศุกร์เว้นศุกร์

พาศึกsaid เพศศึกษา
12 ม.ค. 2023EFM

พาศึกsaid เพศศึกษา

PODCAST ที่จะ เปิดห้องเรียน “เพศศึกษา” ยกคำถาม “เรื่องเพศ” เอามา Said กับ “คุณหมอ” คุยได้ทุกเรื่อง ตอบทุกปัญหา เพราะ “เพศศึกษา” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย พูดคุยกับ หมอเต้ นายแพทย์ ณัฐเขต และ หมอโอ๊ต นายแพทย์ วงศกร จาก PULSE CLINIC

EFM

แฟนต่างชาติที่เคยนอกใจกลับมาขอแต่งงาน ขณะที่หนูได้โอกาสไปเรียนและทำงานที่ออสเตรเลีย หนูควรให้โอกาสเขาหรือไปเรียนต่อดีคะ?
11 ก.ย. 2026
พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนต่างชาติที่เคยนอกใจกลับมาขอแต่งงาน ขณะที่หนูได้โอกาสไปเรียนและทำงานที่ออสเตรเลีย หนูควรให้โอกาสเขาหรือไปเรียนต่อดีคะ?

แฟนต่างชาติที่เคยนอกใจกลับมาขอแต่งงานขณะที่หนูได้โอกาสไปเรียนและทำงานที่ออสเตรเลียหนูควรให้โอกาสเขาหรือไปเรียนต่อดีคะ? ‘คุณกะเพรา’ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (9 กันยายน 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นกำลังสับสนระหว่างความรักกับอนาคต เมื่อแฟนหนุ่มที่เคยนอกใจกลับมาขอแต่งงาน ในวันที่เธอได้รับโอกาสไปเรียนและทำงานที่ออสเตรเลีย ‘คุณกะเพรา’ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี โทรเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอและแฟนหนุ่มชาวต่างชาติ โดยเธอเล่าว่าทั้งคู่รู้จักกันผ่านแอปหาคู่ตั้งแต่ปี 2024 และติดต่อพูดคุยกันมาโดยตลอด ฝ่ายชายเดินทางมาหาเธอที่ประเทศไทยทุก 1-2 เดือน ทำให้ความสัมพันธ์พัฒนาไปในทิศทางที่จริงจังมากขึ้น ถึงขั้นที่เธอพาแฟนหนุ่มไปรู้จักกับครอบครัวของตนเองแล้ว กระทั่งช่วงกลางปีที่ผ่านมา แฟนหนุ่มเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยพร้อมกลุ่มเพื่อนที่จังหวัดพัทยา แต่ในคืนหนึ่งเขากลับขาดการติดต่อไปทั้งคืน ก่อนจะกลับมาพูดคุยกับเธอตามปกติในวันรุ่งขึ้น เธอจึงไม่ได้ติดใจอะไรในตอนนั้น ต่อมาเมื่อแฟนหนุ่มเดินทางกลับมาหาเธอที่กรุงเทพฯ ระหว่างที่เขากำลังนอนหลับ เธอได้แอบเปิดดูโทรศัพท์ของแฟนหนุ่ม และพบว่าเขากลับไปเล่นแอปหาคู่แอปเดียวกับที่ทั้งคู่เคยเจอกันเมื่อปี 2024 อีกครั้ง นอกจากจะคุยกับผู้หญิงหลายคนแล้ว ยังมีผู้หญิงคนหนึ่งที่แฟนหนุ่มแยกออกมาพูดคุยนอกแอปเป็นพิเศษ โดยข้อความที่เธอเห็นคือการชักชวนให้ผู้หญิงคนดังกล่าวมาพบกันที่โรงแรมในจังหวัดพัทยา ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่แฟนหนุ่มของเธอหายไปทั้งคืนพอดี ทำให้เธอคาดเดาว่าทั้งคู่น่าจะมีความสัมพันธ์เกินกว่าคนรู้จักทั่วไป หลังจากทราบเรื่องดังกล่าว ทั้งคู่มีปากเสียงและทะเลาะกันอย่างหนัก แต่แฟนหนุ่มพยายามง้อเธอด้วยการพาไปทานอาหาร พาไปเที่ยว และดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ซึ่งเธอยอมรับว่าแฟนหนุ่มเป็นคนง้อเก่งมาก จนสุดท้ายเธอใจอ่อนและยอมกลับมาคืนดี อย่างไรก็ตาม หลังจากแฟนหนุ่มเดินทางกลับประเทศของตนเองในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ก็กลับมามีปัญหาอีกครั้ง ทั้งคู่ทะเลาะกันจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น โทรศัพท์ไม่รับสาย การตอบข้อความแบบสั้น ๆ หรือการสื่อสารที่ดูไม่เต็มใจ จนลุกลามกลายเป็นการประชดประชันและพูดเรื่องเลิกรากันอยู่บ่อยครั้ง เธอยอมรับว่าต่างฝ่ายต่างมีอารมณ์และประชดกันไปมา จนในกระทั่งเธอรู้สึกน้อยใจ เธอตัดสินใจกลับไปเล่นแอปหาคู่เช่นเดียวกันเพื่อประชดและแก้เผ็ดแฟนหนุ่ม หลังจากกลับไปเล่นแอปดังกล่าว เธอก็ได้รู้จักผู้ชายต่างชาติหลายคน และมีบางคนที่เข้ามาติดตามอินสตาแกรมของเธอ จนแฟนหนุ่มเห็นความเคลื่อนไหวเหล่านั้น ไม่นานหลังจากนั้น แฟนหนุ่มก็กลับมาติดต่อเธออีกครั้ง พร้อมพูดว่า “คิดถึงจังเลย ขอคืนดีได้ไหม” สิ่งที่ทำให้เธอสับสนคือพฤติกรรมของแฟนหนุ่มหลังจากนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก เขากลายเป็นคนที่ยอมเธอทุกอย่าง เอาใจใส่มากขึ้น โอนเงินมาให้ใช้ รวมถึงเริ่มพูดถึงเรื่องอนาคตและการแต่งงานอย่างจริงจัง แฟนหนุ่มบอกกับเธอว่าอีกประมาณสองเดือนจะเดินทางกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง และตั้งใจจะเข้าพบพ่อแม่ของเธอเพื่อพูดคุยเรื่องการแต่งงานอย่างเป็นทางการ แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง เธอกลับได้รับโอกาสสำคัญในชีวิต เมื่อพบข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ “Work and Holiday” ที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสามารถทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกันได้ เธอจึงตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการ และล่าสุดก็ได้รับโควตาเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการยื่นวีซ่าเท่านั้น หากวีซ่าผ่าน เธอจะสามารถเดินทางไปออสเตรเลียได้ทันทีซึ่งโครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้เธออาศัยอยู่และทำงานในประเทศออสเตรเลียเป็นเวลา 1 ปี และสามารถต่อวีซ่าเพื่ออยู่ต่อในปีที่ 2 และปีที่ 3 ได้ อย่างไรก็ตาม เธอกลับรู้สึกลังเล เพราะก่อนหน้านี้แฟนหนุ่มเคยพูดกับเธอไว้ว่า “ทำไมเธอไม่อยากมาอยู่กับฉันเหรอ ทำไมเธอถึงเลือกที่จะหนีฉันไป” ขณะเดียวกัน ฝ่ายชายก็พยายามชักชวนให้เธอไปเรียนภาษาเพิ่มเติม และทำวีซ่าเพื่อย้ายไปอยู่กับเขา โดยยินดีช่วยออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ทั้งหมด แม้ในวันนี้แฟนหนุ่มจะดูเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นมาก แต่เธอยอมรับตามตรงว่า ความเชื่อใจที่เคยมีให้เขานั้นแทบไม่เหลืออยู่แล้ว สิ่งที่เธออยากขอคำปรึกษาจากดีเจทั้งสามคนจึงคือ เธอควรให้โอกาสผู้ชายคนนี้อีกครั้ง หรือควรเลือกเดินหน้ากับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต หากวีซ่าผ่านและได้เริ่มต้นอนาคตใหม่ที่ออสเตรเลีย เพราะถึงแม้แฟนหนุ่มจะพูดถึงอนาคตร่วมกันมากเพียงใด แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็ยังไม่มั่นใจว่า จะสามารถฝากอนาคตของตัวเองไว้กับผู้ชายคนนี้ได้จริงหรือไม่ ในด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำเเนะนำว่า “ถ้าเป็นพี่ พี่ก็เลือกไปออสเตรเลีย หรือไปออสเตรเลียแล้วก็ไม่ต้องเลิกก็ได้ ถ้าเขายังรักอยู่จริง ๆ ถ้าเขารักจริงก็บินไปหา ออสเตรเลียก็ไม่มีปัญหา ถ้าเขาบินมาที่นี่ได้ (ประเทศไทย) ก็ต้องบินไปได้อยู่แล้ว แล้วหนูจะเลือกเขาเลยแล้วชีวิตหนูจะเป็นอะไร เป็นเมียเขาเฉย ๆ ให้เขาเลี้ยงอย่างเดียวเหรอ ไปสิ ไป Work and Holiday สิ ไปหาโอกาสในชีวิต ถ้าอยู่ ๆ หนูจะทิ้งทุกอย่างไปหาเขา ไปเชื่อเขาทุกอย่าง มันเชื่อได้เหรอไอ้ที่เขาคุยกับผู้หญิงคนอื่นในมือถือทั้งหมดที่พัทยา มันก็บอกแล้วนะว่าเขาเป็นคนยังไง หนูจะเชื่อเขาจริง ๆ เหรอ แล้วกลับมาคราวนี้ก็กลับมาแบบแปลกมากอีกมัน Red Flag เต็มไปหมดเลย” ในฝั่งของ ‘ดีเจอ้อย’ ได้ให้มุมมองว่า “พี่รู้สึกว่าช้อยส์มันไม่ได้อยู่แค่ว่าเลือกผู้ชายคนนี้แล้วเราต้องทำลายอนาคตของเรานะคะ แล้ว 1 ปีมันก็วัดอะไรได้หลายอย่าง บางทีชีวิตมันไม่ได้ง่ายค่ะ พี่ว่าถ้าหนูจะเลือกเขาไปเลย มันต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างมาก คือไม่รู้สิ มันมองได้หมดเดี๋ยวนี้การติดต่อสื่อสารมันก็ง่ายมาก เหมือนเรายังรู้จักเขาน้อยอยู่ด้วย มันไม่คุ้มเสี่ยง” ในฝั่งของ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้มุมมองว่า “ถ้าตอบสั้น ๆ พี่ก็เลือกไปออสเตรเลีย สนับสนุนให้ไปเรียน ไปทำเพื่อตัวเอง ถ้ารักกันจริง ไปออสเตรเลียก็ต้องมีทางออกครับ เขาก็ดูเป็นผู้ชายที่มีบาดแผล ไม่น่าจะไว้ใจได้เท่าไหร่” ท้ายที่สุดแล้ว ดีเจทั้งสามมีความเห็นตรงกันเป็นเอกฉันท์ว่า สนับสนุนให้คุณกะเพราเลือกเดินตามโอกาสและอนาคตของตัวเอง ด้วยการไปออสเตรเลียตามที่ตั้งใจเอาไว้ เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้เข้ามาในชีวิตบ่อย ๆ ขณะที่ความรัก หากเป็นความรักที่แท้จริง ก็ไม่ควรเป็นสิ่งที่ขัดขวางการเติบโตของอีกฝ่ายเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ก็เธอเก่งขนาดเนี้ย จะห้ามใจยังไงไม่ให้กอดเธอเอาไว้ ขอยกทั้งหัวใจให้แค่ มิ้ลค์ - เลิฟ ~ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ 2 สาวที่มาเล่าเรื่องราวน่ารักให้ทุกคนได้ฟังกัน
11 ก.ย. 2026
EFM FANDOM RECAP

ก็เธอเก่งขนาดเนี้ย จะห้ามใจยังไงไม่ให้กอดเธอเอาไว้ ขอยกทั้งหัวใจให้แค่ มิ้ลค์ - เลิฟ ~ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ 2 สาวที่มาเล่าเรื่องราวน่ารักให้ทุกคนได้ฟังกัน

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 3 กันยายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “มิ้ลค์ - เลิฟ” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย คารมดี “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Silent Code (รหัสลับซ่อนรัก)นามปากกา : tobesomething "มิ้ลค์" สายสืบสาวฝีมือดี ปลอมตัวเข้าไปในคาสิโนหรูเพื่อหาหลักฐานจับกุมแก๊งมาเฟียข้ามชาติ เธอต้องประสานงานกับ "เลิฟ" ดีลเลอร์สาวทรงเสน่ห์ประจำโต๊ะวีไอพี ซึ่งเป็นสายลับเฉพาะกิจที่ตำรวจส่งมาล่วงหน้า ในการทำงานทั้งคู่ไม่สามารถพูดคุยหรือส่งสัญญาณธรรมดาได้เพราะถูกจับตาดูตลอดเวลา เลิฟจึงใช้เทคนิคการ "สับไพ่" และการ "วางชิป" เป็นรหัสลับเพื่อส่งข้อมูลตำแหน่งของหัวหน้าแก๊งให้มิ้ลค์ ส่วนมิ้ลค์ก็ใช้การ "เคาะโต๊ะ" และการ "ส่งสายตา" ตอบรับ การทำงานร่วมกันผ่านรหัสลับไร้เสียงทำให้ทั้งคู่ผูกพันและรู้ใจกันอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดสักคำ ทว่าในคืนลงมือ แผนกลับร่วงเมื่อหัวหน้าแก๊งจับได้ว่ามีสายลับ เลิฟยอมรับผิดแทนและถูกจับเป็นตัวประกัน มิ้ลค์ตัดสินใจฝ่าด่านการ์ดนับสิบเข้าไปช่วยเลิฟ โดยใช้รหัสลับการเคาะจังหวะก้าวขาและทิศทางที่เคยซ้อมกันไว้ ทำให้เลิฟก้มหลบกระสุนและมิ้ลค์เข้าชาร์จจัดการคนร้ายได้สำเร็จ หลังคดีจบลง ทั้งคู่นั่งพักบนหลังคาตึก มิ้ลค์เคาะนิ้วลงบนมือของเลิฟเป็นจังหวะรหัสลับ เลิฟยิ้มหวานแล้วเคาะมือมิ้ลค์ตอบ รหัสที่แปลว่า "จากนี้ไป ไม่ต้องซ่อนความรู้สึกอีกแล้วนะ"FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Silent CodePen Name : tobesomething "Milk," a highly capable detective, Ges undercover inside an extravagant casino to collect proof against a transnational mafia organization. Her mission depends on coordinating with "Love," a charismatic dealer working the VIP table and a specialized undercover agent whom the police placed there ahead of time. Because the pair is under constant surveillance, they cannot talk or rely on ordinary signals. Instead, Love conveys the gang leader’s whereabouts through coded card shuffles and chip arrangements, while Milk answers with subtle taps on the table and deliberate eye contact. Their wordless exchange quickly creates trust and mutual understanding. On the night of the operation, however, everything Ges wrong when the gang leader realizes that an undercover agent is among them. Love accepts responsibility and is captured as a hostage. Determined to save her, Milk battles through dozens of guards, following the coded tapping sequences, footwork, and directions they practiced together. As Love evades a hail of bullets, Milk manages to bring the criminals down. Once the case is over, the two women relax on the rooftop. Milk taps a coded rhythm against Love’s hand. With a tender smile, Love taps back—a message meaning, "From now on, you don’t have to hide your feelings anymore."FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... ดอกไม้หลังสนามรบ (Flowers Beyond the Battlefield)นามปากกา : Phaploysirin มิ้ลค์ เป็นนักข่าวสงครามที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเสียงระเบิด เธอเดินทางไปทั่วโลกเพื่อบันทึกเรื่องราวของผู้คนและความสูญเสีย จนลืมไปแล้วว่าคำว่า “บ้าน” หมายถึงอะไร ส่วน เลิฟ เป็นเจ้าของร้านดอกไม้เล็ก ๆ ในเมืองเงียบสงบ เธอใช้ชีวิตเรียบง่าย เชื่อว่าดอกไม้ทุกดอกมีความหมาย และทุกคนควรได้รับโอกาสเริ่มต้นใหม่ หลังหายไปจากบ้านเกิดหลายปี มิ้ลค์กลับมาโดยไม่คิดว่าจะได้พบเลิฟอีกครั้ง “กลับมาคราวนี้ จะอยู่นานไหม” เลิฟถาม “ไม่รู้สิ อาจจะไปพรุ่งนี้” มิ้ลค์ตอบ เลิฟไม่เคยถามว่ามิ้ลค์ผ่านอะไรมาบ้าง เธอเพียงยื่นดอกไม้ให้ทุกครั้งที่อีกฝ่ายแวะมา จนวันหนึ่งมิ้ลค์ถามว่า “ทำไมไม่เคยถามพี่เลยว่าที่นั่นเป็นยังไง” เลิฟยิ้มบาง ๆ “เพราะเลิฟไม่อยากให้พี่ต้องกลับไปอยู่ในความทรงจำที่เจ็บปวดอีก” คำพูดนั้นทำให้มิ้ลค์นิ่งไป เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีใครสักคนไม่ได้อยากรู้เรื่องราวจากเธอ แต่เพียงแค่อยากรู้ว่า “วันนี้พี่เหนื่อยไหม” และบางทีสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสงครามมานานอย่างมิ้ลค์ สิ่งที่เธอตามหามาตลอดอาจไม่ใช่ข่าวใหญ่ชิ้นต่อไป แต่อาจเป็นเพียงร้านดอกไม้เล็ก ๆ ที่มีใครบางคนรอเธอกลับมาFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Flowers Beyond the BattlefieldPen Name : Phaploysirin Milk is a war correspondent who has spent years surrounded by the thunder of explosions. She moves from country to country, recording the stories of people and the losses they endure, until the meaning of "home" has faded from her memory. Love, meanwhile, runs a little flower shop in a peaceful town. Her life is modest, and she believes every flower carries a message and that everyone deserves the opportunity to begin again. After years away from her homeland, Milk comes back, never imagining she might see Love again. "Are you staying for long this time?" Love asks. "I’m not sure. Maybe I’ll be gone tomorrow," Milk answers. Love never questioned her about the past. Whenever Milk stopped by, she simply gave her flowers. Then, one day, Milk finally asked, "Why didn’t you ever ask what happened there?" Love offered a quiet smile. "Because I didn’t want to send you back into those painful memories." Her answer left Milk still. For the first time in years, someone wasn’t interested in hearing her story. Someone only wanted to ask, "Are you tired today?" Maybe after living so long among war and destruction, Milk wasn’t truly searching for another headline or the next great story. Maybe what she had been longing for all along was only a small flower shop, with someone inside waiting for her to come home.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ไม่ถูกกัน แต่แมวถูกใจนามปากกา : Dos มิ้ลค์ วิศวกรโยธาที่มาคุมงานก่อสร้าง จึงเช่าบ้านในหมู่บ้านใกล้ไซต์ แต่หลังเซ็นสัญญา เจ้าของบ้านกลับแจ้งว่ามี “แมวจรประจำบ้าน” ที่เคยให้อาหารและฝากให้เธอดูแลต่อ มิ้ลค์ตั้งชื่อมันว่า “คอนกรีต” ตามอาชีพตัวเอง ทว่าเพราะงานยุ่งจนแทบไม่ได้อยู่บ้าน คอนกรีตชอบไปบ้าน เลิฟ สัตวแพทย์สาวในหมู่บ้าน เพราะที่นั่นมีแมวอีกตัวที่มันคุ้นเคยและมีอาหารให้กิน วันหนึ่งมันกลับมาพร้อมแผลจากการไปตีกับแมวตัวอื่น เลิฟจึงทำแผลและโพสต์รูปลงกลุ่มหมู่บ้านตามหาเจ้าของ มิ้ลค์เห็นโพสต์จึงรีบไปหา นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบคอนกรีตตัวจริง แต่เลิฟเข้าใจว่ามิ้ลค์เป็นคนดูแลมันมานาน จึงสงสัยว่าทำไมปล่อยให้แมวมีแผลโดยไม่รักษา ขณะที่มิ้ลค์ต้องอธิบายว่า เธอเพิ่งได้รับฝากให้ดูแล และนี่คือครั้งแรกที่ได้เจอมัน ความเข้าใจผิดทำให้ทั้งคู่เริ่มต้นไม่ถูกชะตา ทว่าคอนกรีตกลับหนีไปหาเลิฟซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมิ้ลค์ต้องตามไปรับแทบทุกวัน แต่ดูเหมือนคอนกรีตจะเริ่มมีเจ้าของเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนแล้ว เพราะกลายเป็นเลิฟกลับเริ่มเผลอมองไปที่หน้าประตู รอว่าเมื่อไรเจ้าของแมวตัวจริงจะมาเคาะประตูอีกครั้งFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... They might not agree on much, but the cat adores them both.Pen Name : Dos Milk, a civil engineer overseeing a construction project, rents a house in a village close to the site. Once the lease is signed, the landlord tells her about a stray cat the villagers have been feeding and asks her to take responsibility for it. Milk names the cat "Concrete," inspired by her profession. But Milk's demanding schedule leaves Concrete free to wander. The cat often visits Love, the village veterinarian, where it has grown comfortable with another familiar cat and an abundant supply of food. One day, Concrete arrives with injuries from a fight. Love treats its wounds and shares a photo in the village group, hoping to locate its owner. When Milk sees the post, she hurries over. It is the first time she and Concrete have actually met. Love, assuming Milk has looked after the cat for quite some time, is baffled that she allowed it to get hurt without seeking treatment. Milk explains that she was only recently asked to care for Concrete and that this is their first encounter. The misunderstanding sparks immediate friction between the two women. To make matters worse, Concrete keeps escaping to Love's home, leaving Milk to retrieve it nearly every day. Before long, it begins to feel as if Concrete has found a second owner—while Love catches herself staring at the door, waiting for the cat's true owner to come knocking again.FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... เจ๊หวานตำระเบิดนามปากกา : โล้ไก่ “ยิ้มหวาน” (เลิฟ) ไม่เคยรู้เลยว่าการตำส้มตำวันละหลายสิบครก จะช่วยให้ลืมใครสักคนได้ไหม ตำไทยก็แล้ว ตำปูปลาร้าก็แล้ว ตำซั่ว ตำมั่ว ตำลาวก็ลองมาหมด ต่อให้เปลี่ยนไปย่างไก่ ก็ยังลืม “แก้มหอม” (พี่มิ้ลค์) รักแรกของเธอไม่ได้สักที “เจ๊หวาน ตำไทยเผ็ดน้อยกับไก่ย่างโต๊ะเดิมนะ!” “เผ็ดน้อยไม่มี!” เสียงตะโกนจากในครัวทำเอาลูกค้าสะดุ้ง วันนี้ยิ้มหวานอารมณ์เสียเป็นพิเศษ เพราะเมื่อคืนเธอฝันถึงวันนั้น… วันที่ตั้งใจจะสารภาพรักกับคนที่แอบชอบมาหลายปี แต่กลับสายเกินไป เพราะแก้มหอมบินไปเรียนต่อต่างประเทศเสียแล้ว หลายปีผ่านไปมะละกอหมดไปเป็นตัน แต่คนที่เธอพยายามลืมกลับยังอยู่ในหัวเหมือนเดิม “จะรักอะไรนักหนาวะ ตำจนแขนจะหลุดแล้วก็ยังไม่ลืม” “ใครรักใครอยู่เหรอคะ?” เสียงผู้หญิงจากหน้าร้านทำให้ยิ้มหวานชะงัก เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ก่อนแทบทำสากหล่น รอยยิ้มนี้… เธอจำได้ดีกว่ารสชาติน้ำปลาร้าเสียอีก “แก้ม…มาได้ไง?” “กลับบ้านไง“ “แล้วมาร้านหวานทำไม?” แก้มหอมยิ้ม “คิดถึง” “คิดถึงส้มตำเหรอ?” “คิดถึงคนตำส้มตำด้วย” สากในมือแทบหลุด หัวใจที่ห่อเหี่ยวกลับมาเต้นแรงเป็นจังหวะบราซิลอีกครั้งFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Jae Wan Tam RaberdPen Name : โล้ไก่ "Yimwan" (Love) never imagined that pounding bowl after bowl of papaya salad every day might help her forget someone. She had made every version imaginable: Thai papaya salad, crab and fermented fish papaya salad, mixed papaya salad, Lao-style papaya salad—you name it, she had pounded it. Even grilling chicken failed to erase "Gamhom" (Milk), her first love. "Auntie Wan, one less-spicy Thai papaya salad and grilled chicken, same as always!" "We don't make it less spicy!" The shout from the kitchen startled the customer. Yimwan was particularly miserable today. The night before, she had dreamed about that day—the day she planned to confess her feelings to the person she had secretly loved for years. But she had been too late. Gamhom had already left to study abroad. Years had gone by, countless papayas had been sacrificed, and yet the person Yimwan wanted to forget still occupied her thoughts. "Why is love such a hassle? I've pounded papaya salad until my arm is ready to drop off, and I still can't forget her!" "Who loves whom?" A woman's voice from the front of the shop brought Yimwan to a halt. She slowly raised her head, nearly letting the pestle slip from her hand. That smile... she knew it more clearly than the flavor of fermented fish sauce. "Gam...what are you doing here?" "I came home." "Then why did you come to my shop?" Gam smiled. “I’ve been missing you.” “The papaya salad?” “That too—but I missed the one who made it.” The pestle nearly fell from her hand. Her discouraged heart began pounding once more, alive with the pulse of a Brazilian rhythm.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... love you for 10,000 yearsPen Name : ccatmeow "Welcome back to your account." Love spent nearly half the night wrestling with her password. If her phone hadn’t suddenly stopped working—and if all her favorite apps hadn’t been connected to this email—she wouldn’t have been dealing with it half-asleep. Once she managed to recover her accounts and log back in, she decided to use the opportunity to delete the piles of pointless spam. That was when a familiar account name caught her eye: "Panssa W." A forgotten memory stirred, and she searched for the sender. Soon, she found countless messages from that person: birthday greetings, invitations to meet, congratulations on passing her university entrance exam, and heartfelt excitement over everything she had accomplished. A few even read, "Milk loves you, Love." Milk? Her thoughts came to a halt. It was the name of her former lover, the one who had left her long ago. As she scrolled through the inbox, the old messages pulled her back into a past she had completely buried. Love spent the rest of the night reading every letter, struggling to believe that Milk had written them so sincerely, always thinking about her. And there she sat alone, reading those tender words and thinking of Milk, too.FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… love you for 10,000 yearsนามปากกา : ccatmeow‘ยินดีต้อนรับกลับสู่บัญชี’ เลิฟ ใช้เวลานั่งงมกับรหัสผ่านเกือบค่อนคืน หากไม่ใช่เพราะโทรศัพท์ของเธอดันเสียขึ้นมากระทัน และแอปพลิเคชันยอดฮิตที่เล่นต่างผูกไว้กับอีเมลนี้ทั้งหมด คงไม่มานั่งทำอะไรแบบนี้ในช่วงเวลานอนหลับแน่ ๆ หลังจากที่ไล่กู้คืนและเข้าสู่บัญชีแอคเคาท์ต่าง ๆ ได้สำเร็จ จึงถือโอกาสเคลียร์อีเมลขยะที่ไม่มีประโยชน์ทิ้งไปเสีย จนกระทั่งสายตาสะดุดกับชื่อบัญชีที่คุ้นตา ‘พรรษา ว.’ หน่วยความทรงจำถูกปลุกขึ้นมา พร้อมทั้งไล่ค้นชื่อเจ้าของอีเมล และพบว่าเธอได้รับจดหมายจากคนคนนี้หลากหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็นอวยพรวันเกิด นัดพบเจอ แสดงความยินดีกับการสอบเข้ามหาลัย ไปจนถึงร่วมยินดีกับทุกความสำเร็จของเธอ หรือแม้กระทั่งบอกว่า ‘น้องมิ้ลค์รักพี่เลิฟนะ’ น้องมิ้ลค์? สิ้นสุดการประมวลผล ที่แท้ก็เป็นชื่อของคนรักเก่าที่จากเธอไปไกลแล้ว กล่องจดหมายถูกไล่ลงมาเรื่อย ๆ จนทำให้เธอนึกถึงเรื่องของวันวาน ทั้งที่ลืมไปหมดแล้วด้วยซ้ำ เลิฟใช้เวลาทั้งคืนกับการอ่านจดหมายทั้งหมดจนแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าคนรักเก่าอย่างมิ้ลค์จะเขียนจดหมายเหล่านี้จากหัวใจลำพังโดยนึกถึงเธอ ส่วนเธอนั่งอ่านถ้อยคำหวานซึ้งเหล่านั้นอย่างลำพังโดยคิดถึงมิ้ลค์เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ขอต้อนรับ “มิ้ลค์ - เลิฟ”ที่มาเล่าเรื่องราวน่ารัก ๆ ที่จะชวนให้ทุกคนอมยิ้มไปกับทุกคำพูดของทั้งคู่( มิ้ลค์ - เลิฟ โตไปด้วยกันนะ ) เมื่อ 3 ปีที่แล้ว “มิ้ลค์ - เลิฟ” เคยมา EFM FANDOM LIVE ในตอนที่เป็นธีมเกี่ยวกับ EFM FANDOM AWARDS โดยตอนนั้นทั้งคู่ได้ชื่อรางวัลว่า ‘เลิฟนี้ … กี่พรร(ษา)’ ซึ่งมีที่มาจากชื่อเล่นของ “เลิฟ” และชื่อจริงของ “มิ้ลค์” จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เดินทางกันเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว เรียกได้ว่าอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ Day 1 ทั้งคู่บอกว่ามองตาก็รู้ใจกันเกือบหมด คุยด้วยกันมากขึ้น เพราะยิ่งโตกันเรื่อย ๆ ความคิดก็เปลี่ยนไปตามวัย แต่ถึงยังไงก็ได้เติบโตไปด้วยกันอยู่ดี( เมิฟเมิฟสะอาดกว่าที่ทุกคนคิด ! ) ในโลกโซเชียลมีหลายคนชอบแซว “เมิฟเมิฟ” ลูกสาวแสนน่ารักของทั้งคู่ว่า ไม่ชอบอาบน้ำ “มิ้ลค์ - เลิฟ” ขอเถียงสุดตัวเลยว่า ไม่จริงงงง ! “เมิฟเมิฟ” ตัวหอมฉุยตลอดเวลา แต่อาจจะเพราะสีตัว และขนของลูกที่ทำให้ดูมอมแมม และด้วยความที่เป็นเด็กเล่นซน ขี้เล่น แต่จริง ๆ แล้วอาบน้ำบ่อย และเป็นเด็กที่สะอาดมาก ๆ เลยน้า[ เซ็ตคำถามพิเศษ : Secret of MUVMUV ]( ชีวิตนักเรียนเมิฟเมิฟ ) ด้วยความที่ “เมิฟเมิฟ” เป็นเด็กหน้าห้อง วันเสาร์อาทิตย์ “มิ้ลค์ - เลิฟ” ก็ได้ส่งไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมด้วย แต่ก็จะเป็นกิจกรรมเป็นหลัก ให้ “เมิฟเมิฟ” ได้ Relax จากการเรียนที่โรงเรียนในวันปกติ และจากการที่ทั้งคู่ได้เล่นกับลูกบ่อย ๆ ก็พอจะเห็นว่า “เมิฟเมิฟ” เขาหัวไวเรื่องภาษามาก และไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษ แต่ทุกภาษาเลยด้วยซ้ำ เพราะล่าสุดที่ “เมิฟเมิฟ” มาไลฟ์ด้วยกันลูกก็มีบทสวดมนต์มาด้วย แล้วเขาสวดยาวจริงจังเลย อดแซวไม่ได้เลยว่า ที่ส่งลูกไปเรียนสองภาษานี่เป็นภาษาไทยกับภาษาบาลีสันสกฤตแน่เลย( เจ้าประจำในการทำเวรที่โรงเรียน ) เป็นที่เลื่องลือว่าเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนฝาก “เมิฟเมิฟ” ทำเวรตลอดเลย แต่ “มิ้ลค์ - เลิฟ” ก็เล่าว่า “เมิฟเมิฟ” ไม่เคยบ่นเรื่องนี้ให้ฟังเลย แต่อยู่ที่บ้านลูกก็นอนตีพุงไม่ได้ทำงานบ้านอะไร เขาจะคอยมีพี่เลี้ยงดูแล แต่ก็ให้ “เมิฟเมิฟ” หัดทำงานบ้านบ้าง อย่างกวาดบ้าน ปัดฝุ่น( หวานเย็นของเมิฟเมิฟ ) “มิ้ลค์ - เลิฟ” แซวว่าสำหรับ “เมิฟเมิฟ” อาจจะไม่ได้มี ‘หวานใจ’ แต่ลูกคงอยากมี ‘หวานเย็น’ แทน แต่ถ้าต้องมีหวานใจจริง ๆ คุณสมบัติที่จะผ่านด่านมี๊และมะมี๊ได้ต้องพา “เมิฟเมิฟ” ไปกินของอร่อย ๆ และตามใจลูกให้มีความสุข แบบนั้นก็จะคว้าใจ “เมิฟเมิฟ” ไปได้ด้วย( ตำแหน่งในกลุ่มสามตัวบาท ) ในกลุ่ม ‘สามตัวบาท’ ตอนนี้ “เอนี่” เป็น Main Vocal “ลูน่า” ได้เป็น Main Visual “มิ้ลค์ - เลิฟ” เลยให้ “เมิฟเมิฟ” เป็น Main Dance และ Main Food Fighter เพราะ “เมิฟเมิฟ” มีทั้งดนตรีในหัวใจ และความมุ่งมั่นในการกิน ครองไปเลย 2 ตำแหน่ง( เมิฟเมิฟได้นิสัยคุณมี๊และมะมี๊ไปเต็ม ๆ ) “มิ้ลค์ - เลิฟ” เล่าเพิ่มอีกว่า เวลาอยู่ด้วยกันที่บ้าน “เมิฟเมิฟ” เป็นเด็กเรียบร้อย ไม่ดื้อเลย แต่ซุกซนตามประสาเด็ก “เลิฟ” บอกเลยว่า “เมิฟเมิฟ” ซนได้ “มิ้ลค์” มาเต็ม ๆ “มิ้ลค์” เลยบอกว่าสิ่งที่ “เมิฟเมิฟ” ได้จาก “เลิฟ” ไปคือความฉลาด และการจัดแจงผู้คน เพราะเวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อน “เมิฟเมิฟ” ก็ชอบจัดแจง โดยเฉพาะกับ “ลูน่า” ที่จะโดนจัดแจงเยอะที่สุด แต่เขาก็เป็นที่พึ่งพาได้ เพราะ “เมิฟเมิฟ” เป็นเด็กที่หัวไวมาก( ที่มาของชื่อ MILK LOVE WHIMSICAL HOUSE FANCON ) ในตอนแรกยังไม่ได้มี Keyword หลัก แต่ด้วยความที่ “มิ้ลค์ - เลิฟ” อยากได้แนวสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นหลาย ๆ อย่างให้ทุกคนที่เข้ามามีความสุข แต่ “เลิฟ” คิดว่าถ้าเป็นบ้านผีสิง หรือรถไฟเหาะ จะเลือกเพลงอะไรให้มันเข้ากับเครื่องเล่นดีล่ะ ทำให้ “เลิฟ” ได้ไปตีความหมายใหม่ให้ยังคงความซุกซนของเรา แต่สามารถนำไปตีความหมายและปรับใช้ได้มากขึ้น ก็ได้เจอกับคำว่า “Whimsy” ที่แปลว่าความเพ้อฝัน และความซุกซน แถมช่วงนี้ก็กำลังเป็นเทรนด์อยู่พอดีด้วย ทุกอย่างมันประจวบเหมาะกันพอดี แต่จริง ๆ แล้ว “มิ้ลค์ - เลิฟ” เคาะคำว่า “Whimsy” มาตั้งแต่ 2 เดือนก่อนแล้ว ดีใจที่ปล่อยออกมาแล้วเทรนด์ตรงกันพอดี( Elements ที่มาจากตัวตนของมิ้ลค์ - เลิฟ ) จากที่ปล่อย FULL SPOT ของ FANCON ออกมาทุก ๆ คนเห็นว่ามี Elements เล็ก ๆ น้อย ๆ เยอะเลยทั้งกล้องถ่ายรูป รถมอเตอร์ไซค์ ลูกโลก และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งทุกอย่างในนั้นมาจากซีรีส์ที่ “มิ้ลค์ - เลิฟ” เคยเล่น หรือ Music Video ที่เคยถ่าย ทุกอย่างถูกคิดมาแล้วว่ามาจากเรื่องราวของ “มิ้ลค์ - เลิฟ”( โชว์ที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอ ! ) “มิ้ลค์ - เลิฟ” เล่าว่าได้เห็น Comment จากแฟน ๆ เรื่องเพลงที่จะเอามาโชว์แล้ว แต่จากที่คุยด้วยกันแล้วก็ไม่อยากจะเปลี่ยนใจ เพราะได้คิดเพลงเอาไว้กันหมดแล้ว “มิ้ลค์” คิดว่าถ้าเราตั้งใจเลือกอะไรไปแล้วมันจะดีที่สุด และเชื่อว่าแฟนคลับจะชอบสิ่งที่เลือกเอาไว้ ส่วน “เลิฟ” ก็พยายามเลือกเพลงฮิตวัยเด็กมา เพราะชอบและโตมากับเพลง ตอนนี้วางไว้เกือบครบทุกอย่างแล้ว ทุกคนรอดูได้เลย และแน่นอนว่า “เมิฟเมิฟ” ก็จะได้มาแสดงโชว์ด้วยแน่ ๆ ทุกคนจะว้าวมาก ๆ เพราะไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้แน่นอน( Dress Code ของงานแฟนคอนของเรา ) สำหรับ Dress Code ในวันงาน “มิ้ลค์ - เลิฟ” อยากให้เป็นสีสันสดใส แต่เดี๋ยวจะไปคุยกันมาก่อน แล้วจะบอกกับทุกคนว่าจะเป็น Dress Code อะไร เพราะเวลาขึ้นมาถ่ายรูปด้วยกันจะได้เหมือนมาด้วยกัน หรือ “มิ้ลค์” เสนอว่าติดกลิตเตอร์เยอะ ๆ เหมือนเทรนด์ตอนนี้ดีมั้ย เผื่อบางคนไม่กล้าแต่งตัวแรงก็ให้ไปเน้นที่ตกแต่งเลย( Ditto ระฟ้าหล่นสวรรค์ ) สำหรับซีรีส์ ‘Ditto ระฟ้าหล่นสวรรค์’ กำลังถ่ายทำถึงคิวที่ 9 แล้ว “มิ้ลค์ - เลิฟ” ตั้งใจถ่ายทำกันมาก ๆ อยากให้ทุกคนได้ดูภายในปีนี้ หรือเร็ว ๆ นี้ และซีรีส์เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องโรแมนติก ดราม่า บทบาทแปลกใหม่ และท้าทายสุด ๆ ตัว “เลิฟ” เองก็เคยพูดเอาไว้ตั้งนานแล้วว่าอยากเล่นบทดราม่าบ้าง พอได้เริ่มถ่ายทำ 3 คิวแรกคือร้องไห้อยู่อย่างงั้น สมกับที่เคยพูดว่าอยากเล่นบทดราม่าสุด ๆ ถึงจะยากแต่พอได้อยู่ในจุดที่ Deep ที่สุดของตัวละครก็ทำให้เข้าใจตัวละครได้มากขึ้น แถมตัวละครก็ต้องเต้นบัลเลต์ด้วย ถึงแม้ “เลิฟ” จะเคยเรียนเมื่อตอนเด็ก ๆ แต่มันก็นานมากกว่า 20 ปีที่แล้ว แต่ความบังเอิญก็คือ “พี่กระแต” ที่เป็นผู้จัดซีรีส์คือครูสอนบัลเลต์ตอนเด็กของ “เลิฟ” เอง เรียกได้ว่าเป็นความบังเอิญที่เจ๋งมาก ๆ ส่วนบทบาทของ “มิ้ลค์” ก็ท้าทายไม่แพ้กัน เพราะต้องเล่นเป็นฝาแฝด แถมบทของฝาแฝดก็เยอะมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งได้คุยกับตัวเองทั้งวันเลย เพราะเป็นคิวของตัวละครฝาแฝดและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “มิ้ลค์ - เลิฟ” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกมชื่อว่า “Knock Knock!! MilkLove Open Heart”ในเกมนี้ทั้งคู่ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “มิ้ลค์ - เลิฟ”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “มิ้ลค์ - เลิฟ” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ สุดท้ายขอฝาก "MILK LOVE WHIMSICAL HOUSE FANCON" ในวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน ที่ยูเนี่ยน ฮอลล์ และกดบัตรพร้อมกัน 13 กันยายน เวลา 10:00 น. สำหรับใครที่ไม่ได้ไปก็มีบัตร Live Streaming ด้วยน้าสามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

แฉข่าวเช้า 11 กันยายน 2569
11 ก.ย. 2026
แฉข่าวเช้า

แฉข่าวเช้า 11 กันยายน 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

Green Wave

ถอดบทเรียนชีวิตนอกกรอบของ “หนุ่ม อนุวัต” ไม่ต้องวิ่งหาแสง เพราะความตั้งใจจะสร้างแสงในตัวเอง
10 ก.ย. 2026
Club Inspired Day Recap

ถอดบทเรียนชีวิตนอกกรอบของ “หนุ่ม อนุวัต” ไม่ต้องวิ่งหาแสง เพราะความตั้งใจจะสร้างแสงในตัวเอง

Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย“ดีเจอั๋น ภูวนาท”เปิดไมค์ต้อนรับ “หนุ่ม อนุวัต”ที่ได้มาพูดคุยเกี่ยวกับการปรับตัวของคนข่าวในยุคที่สื่อโซเชียลและอินฟลูเอนเซอร์เข้ามามีบทบาทแทนที่สื่อหลักอย่างรุนแรง โดยเขาชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันใครก็เป็นนักข่าวได้แต่หัวใจสำคัญยังคงอยู่ที่ความน่าเชื่อถือของข้อมูลและการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรับมือกับข่าวปลอมและภัยจาก AI นอกจากนี้เขายังแบ่งปันแง่คิดเรื่องการรักษาความเป็นตัวของตัวเองในอาชีพ ซึ่งช่วยให้เขาสามารถฉีกกฎผู้ประกาศข่าวแบบเดิมจนกลายเป็นที่ยอมรับได้ เนื้อหาช่วงท้ายเน้นเรื่องการวางแผนชีวิตหลังเกษียณและการเตรียมพร้อมรับความไม่แน่นอนในวงการสื่อที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเขาสนับสนุนให้ทุกคนรักในสิ่งที่ทำเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้โดดเด่นและมั่นคงในระยะยาวเด็กจบใหม่ยุควิกฤตปี 40 กับบันไดก้าวแรกที่แลกมาด้วยความ "อยากรู้" และเงินเดือน 7,500 บาทชีวิตการทำงานของ หนุ่ม อนุวัต ไม่ได้เริ่มต้นบนพรมแดงที่สวยหรู เขาเรียนจบในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 พอดี ซึ่งเป็นยุคที่หาแรกทำงานได้ยากมาก โอกาสทำงานแรกในชีวิตของเขาเกิดขึ้นที่บริษัทแปซิฟิก (Pacific) ยักษ์ใหญ่ด้านสื่อในขณะนั้น โดยเริ่มจากการเขียนบทสัญญาสารคดีสั้นเพียง 1 นาทีให้กับ จส.100 และทำสารคดีเกษตร แลกกับเงินเดือนเริ่มต้นเพียง 7,500 บาท ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าน้อยมากในเวลานั้นแต่สิ่งที่ขับเคลื่อนเขาคือความมีนิสัยชอบ "สังเกต สาระแน และเข้าไปคุย" ซึ่งเขาเรียกตัวเองอย่างตลกว่าเป็นคน "ขี้เสือก" แทนที่จะเขียนบทแค่ 1 นาทีเสร็จแล้วจบ เขากลับชอบไปสาระแนคุยกับนักข่าวคนอื่นตามห้องทำงานต่างๆ จนกลายเป็นที่มาที่ไปที่ทำให้เขาได้เรียนรู้วิธีคิดของคนเก่งๆ และไหลเข้าสู่วงการข่าวในที่สุดเทปแรกที่โดนโยนทิ้งถังขยะ และหยาดน้ำตาใต้ความกดดัน "ไม่เสร็จใน 15 นาที...ก็ลาออกไป!"ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นนักข่าวมือฉกาจ หนุ่ม อนุวัต เคยผ่านจุดที่ล้มเหลวแบบไม่เป็นท่ามาก่อน สมัยเรียนเขาเคยอยากได้เงิน 30,000 บาทไปเที่ยว จึงทำสารคดีแนวแอบถ่ายเซ็กส์ในโรงหนังส่งให้ไอทีวี (ITV) แม้เขาจะคิดว่าวัตถุดิบและฟุตเทจที่ได้มานั้นดีเลิศ แถมยังมีช่างภาพไอทีวีช่วยตัดต่อให้ แต่ผลงานชิ้นแรกกลับโดนผู้บริหารโยนทิ้งลงถังขยะอย่างไร้เยื่อใยเพราะมันใช้ไม่ได้ ด้วยความอยากรู้ว่าพลาดตรงไหน เขาจึงกล้าที่จะต่อสายตรงหา คุณจอม เพชรประดับ บก.ข่าวสังคมของไอทีวีในขณะนั้น เพื่อขอเข้าพบและรับฟังคำวิจารณ์ จนได้รับคำแนะนำให้หันกลับมาศึกษาดูข่าวไอทีวีทุกวันจนมันอินเข้าไปในกระแสเลือดเมื่อย้ายมาเริ่มต้นงานข่าวภาคสนามจริงๆ ที่ศูนย์ข่าวแปซิฟิก เขากลับต้องร้องไห้ตั้งแต่วันแรกเพราะไม่มีพื้นฐานและเขียนข่าวไม่ทัน ที่นั่นเต็มไปด้วยความกดดันสูงเพราะต้องออกอากาศทุกต้นชั่วโมง และเขาเคยโดนคาดโทษว่า "ถ้าเขียนอันนี้ไม่ได้ภายใน 15 นาทีนี้ ลาออกไปเลย" ช่วง 6 เดือนแรกเขาต้องร้องไห้และเอามือก่ายหน้าผากส่องกระจกคุยกับตัวเองทุกวันว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ก่อนจะตัดสินใจฮึดสู้ ฝึกซ้อม และเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานรุ่นเดียวกันจนก้าวข้ามขีดจำกัดมาได้"อนุวัต จัดให้" ชายนอกกรอบผู้ทุบภาพจำ "ผู้ประกาศข่าวสูทเนี้ยบ" สู่ร่าง "จิ้งจก" ขวัญใจชาวบ้านหนุ่ม อนุวัต ร่วมงานกับช่อง 7 ซึ่งเขาเปรียบเสมือน "บ้านที่อบอุ่นหลังใหญ่" เป็นเวลายาวนานถึง 15 ปี ในช่วงแรกๆ เขาเริ่มเป็นที่รู้จักจากการลงพื้นที่ข่าวน้ำท่วมที่เขารายงานข่าวด้วยสภาพมอมแมม ตัวดำๆ จนคนแซวว่าเป็นเหมือน "จิ้งจกยืนรายงานข่าว" ก่อนที่ชื่อเสียงจะโด่งดังอย่างเป็นทางการในฐานะคนข่าวผ่านคอลัมน์ยอดฮิต "อนุวัต จัดให้" ที่เน้นลุยพื้นที่ สัมผัสวิถีชีวิตจริงของชาวบ้าน ความติดดินลุยๆ นี้เองที่ทลายระยะห่างลง ชาวบ้านที่เห็นดาราอาจจะไม่กล้าถ่ายรูป แต่เมื่อเห็น หนุ่ม อนุวัต เดินมอมแมมเข้ามา พวกเขาจะกล้าเข้ามากอดมาสัมผัสทันทีเพราะรู้สึกว่าเขาคือคนในครอบครัวนอกจากนี้ เขายังเป็นคนฉีกกฎเดิมๆ ของผู้ประกาศข่าวที่อดีตมักถูกสอนว่าต้องเคร่งขรึม ใส่สูท และรักษาภาพลักษณ์ เขาเคยถูกผู้ใหญ่ในช่องตำหนิที่ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นยืนรายงานข่าวน้ำท่วม ซึ่งเขาอธิบายไปตรงๆ ว่าต้องลุยน้ำและเสื้อเชิ้ตเปียกหมดแล้วเหลือแค่เสื้อยืด เขายืนหยัดในตัวตนและเชื่อว่าคนดูในปัจจุบันมองข้ามภาพลักษณ์ภายนอกที่ต้องสวยต้องหล่อ แต่พวกเขาเลือกมองคนที่มี "เสน่ห์หน้ากล้อง มีของ และมีความจริงใจ" มากกว่าวันที่ตัดสินใจทิ้ง "บ้านแสนอุ่น" ไปเผชิญโลกฟรีแลนซ์ และรอยแผลใจจากคำว่า "อกตัญญู"ช่อง 7 เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Comfort Zone) ที่มั่นคงมาก เปรียบเสมือนกึ่งราชการที่พนักงานสามารถทำงานไปได้เรื่อยๆ จนเกษียณอายุโดยที่ช่องแทบไม่เคยเอาใครออก อย่างไรก็ตาม วันหนึ่งเขาเจอปัญหาบางประการในงานและได้เข้าไปพูดคุยขอให้ผู้ใหญ่ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยให้เวลารอคอยถึง 1 ปีเต็ม ระหว่างที่เวลานับถอยหลังและปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ช่องวัน (One31) ก็พยายามติดต่อชวนเขามาร่วมงานหลายครั้ง สุดท้ายเขาตัดสินใจก้าวออกจากบ้านที่อบอุ่นเพื่อมาทำสิ่งที่ท้าทายใหม่ๆ และนำไอเดียโครงการต่างๆ ที่เขาเขียนเก็บไว้ในลิ้นชักออกมาลองทำ แม้การเปลี่ยนผ่านมาเป็น "ฟรีแลนซ์" จะสร้างความกลัวและความไม่มั่นคงให้ไม่น้อยการจากลาครั้งนั้นส่งผลให้เขาเผชิญคำโจมตีอย่างรุนแรงว่า "อกตัญญู" ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเมื่อได้ยินแล้วรู้สึก "เจ็บแปล๊บ เจ็บจี๊ด" ในใจ ทว่าเขายืนยันว่า ความกตัญญูไม่จำเป็นต้องตอบแทนด้วยการทำงานอยู่ที่เดิมจนตาย แต่สามารถตอบแทนได้ด้วยวิธีอื่น ปัจจุบันเขายังคงกลับไปที่ช่อง 7 เดินเล่น กินข้าวกับน้องๆ และเข้าไปกราบไหว้สวัสดีปีใหม่ผู้บริหารช่อง 7 ทุกปีอย่างสนิทใจเหมือนเดิมแผนก้าวสู่วัยเกษียณในป่าใหญ่ และโครงการลับใน "ลิ้นชัก" ที่ไม่มีวันมอดดับในยุคที่วงการทีวีเผชิญพายุดิจิทัลและเกิดการเลิกจ้างคนข่าวเนื่องจากทุกคนสามารถเป็นสื่อและอินฟลูเอนเซอร์เองได้ หนุ่ม อนุวัต ไม่ได้ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปอย่างไร้การควบคุม เขาวางแผนชีวิตและการเงินช่วงเกษียณมานานแล้ว โดยมีเงินเก็บก้อนหนึ่งที่ไม่เดือดร้อนใคร และวางแผนจะทำ Airbnb หลังเล็กๆ 4-5 หลังที่ปากช่องเพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนฮีลใจร่วมกับผู้คนเขายังมีแผนงานและไอเดียรายการที่อยากทำอีกมากมายเขียนร่างทิ้งไว้ใน "ลิ้นชัก" เช่น รายการช่วยเหลือชาวบ้านแนวสารคดีชีวิตอย่าง "ฝันที่เป็นจริง" ซึ่งเขาตั้งใจที่จะค่อยๆ นำมันออกมาปัดฝุ่นทำผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนตัวที่มีผู้ติดตามเหนียวแน่นต่อไป เขาทิ้งท้ายข้อคิดเป็นกำลังใจให้คนมีฝันทุกคนไว้ว่า"ขอให้มีเอกลักษณ์ มีความเป็นตัวตน มีความเป็นตัวเอง และอยากจะให้ทุกคนรักในสิ่งที่ตัวเองทำ และไอ้ความรักความตั้งใจของคุณน่ะ มันจะทำให้คุณมีแสงขึ้นมาเองโดยที่คุณไม่ต้องไปหาแสง แล้วมันจะปรากฏตัวตนที่ชัดเจนของคุณแล้วคนจะชอบคุณ"เส้นทางชีวิตของ หนุ่ม อนุวัต เริ่มต้นอย่างท้าทายจากการเรียนจบในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และก้าวเข้าสู่การทำงานสายสารคดีที่บริษัทแปซิฟิกด้วยเงินเดือนเริ่มต้นเพียง 7,500 บาท ซึ่งความมีนิสัยชอบสังเกต สาระแน และพูดคุยกับผู้คน ได้ช่วยผลักดันให้เขาไหลเข้าสู่วงการข่าวในที่สุด แม้ในช่วงแรกจะเคยเผชิญหน้ากับความล้มเหลวอย่างการทำสารคดีแอบถ่ายที่ถูกผู้บริหารโยนทิ้งถังขยะอย่างไร้เยื่อใย รวมถึงต้องร้องไห้กดดันก่ายหน้าผากกับงานข่าวภาคสนามที่ห้ามช้าเกิน 15 นาที แต่เขาก็สู้ยิบตาจนก้าวขึ้นมาเป็นนักข่าวแถวหน้าด้วยผลงานคอลัมน์ยอดฮิตอย่าง "อนุวัต จัดให้" ทางช่อง 7 ที่เข้ามาปฏิวัติวงการผู้ประกาศข่าวด้วยภาพลักษณ์ติดดิน มอมแมม ลุยไฟ และเข้าถึงง่ายจนชาวบ้านรักใคร่เหมือนคนในครอบครัวหลังจากทำงานในพื้นที่ปลอดภัย (Comfort Zone) ที่ช่อง 7 มานานถึง 15 ปี เขาได้ตัดสินใจท้าทายความกลัวของตัวเองและยอมเผชิญหน้ากับเสียงวิจารณ์เรื่อง "อกตัญญู" เพื่อออกไปเป็นฟรีแลนซ์และหยิบโครงการที่เคยร่างเก็บไว้ในลิ้นชักออกทำจริงบนโซเชียลมีเดียของตนเอง. ปัจจุบันเขาได้เตรียมแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสงบด้วยการทำที่พัก Airbnb เล็กๆ ที่ปากช่อง ควบคู่ไปกับการทำเพจและส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่มุ่งมั่นสร้างผลงานด้วยตัวตนและใจรัก ซึ่งความตั้งใจนั้นจะสร้าง "แสงสว่าง" ในตัวเองขึ้นมาโดยไม่ต้องวิ่งไล่หาแสงจากใครดูรายการย้อนหลัง

Hotwave

“PURPEECH” เสิร์ฟซิงเกิลใหม่รับต้นปี “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เตรียมซ้อมร้อง ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ 21 มิถุนายน นี้
23 ม.ค. 2025
News

“PURPEECH” เสิร์ฟซิงเกิลใหม่รับต้นปี “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เตรียมซ้อมร้อง ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ 21 มิถุนายน นี้

“PURPEECH” 5 หนุ่ม อินดี้ป็อปส่งตรงจากเชียงใหม่ สังกัดค่ายเพลง MILK! BKK Music Label นำทีมโดย “เรฟ” – ศราวุฒิ สุยะเขต” (ร้องนำ), “ยีนส์” - ภูริช สมชื่อ (คีย์บอร์ด), “เซ็นต์” - สิทธิโชค ตาสา (กีตาร์), “คอมพ์” - ทรรศนะ เพ็ญจันทร์ (เบส), และ “เจมส์” - จักรพรรณ ธนาศุภณัฏฐ์ (กลอง) เจ้าเพลงสุดฮิตขวัญใจ GEN Z มากมาย และเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก “PurfectPeech” ที่มีเพลงฮิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “ทิ้งไว้อย่างพอใจ”, “หากเพียงจะขอ”, “ภาพถ่ายจากวันวาน”, “อาจเป็นเพราะฉันเอง”, “รักรออยู่ไม่ไกล” และ “นี่ฉันเองคนที่… (It’s me)” เพลงคลั่งรักแบบเต็มอัตราและก่อนที่ทุกคนจะไปม่วนจอยกับ “PURPEECH” ในคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในชีวิต ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายน นี้ พวกเขาทั้ง 5 ขอส่งซิงเกิลใหม่ “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เอาใจคนโดนหลอกให้รัก ที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่อยากฝากบอกคนใจร้าย ซึ่งเข้ามาปั่นป่วนให้ว้าวุ่นไปทั้งหัวใจ กับการเจอไม้เด็ดมัดใจด้วยคำหวาน ทำให้ใจอ่อนจนตกหลุมรักอย่างง่ายดายซึ่งเพลงนี้เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งเพลงน่ารัก ๆ กับเนื้อเพลงขี้เล่นที่เลือกใช้คำว่า “ตกกะใจ” เพื่อให้ดูมีความสนุก มาพร้อมกับดนตรีและซาวด์ย้อนยุควินเทจ ที่ได้ “TONHON” หรือ ต้นหน - ตันติเวชกุล นั่งแท่นโปรดิวซ์ให้อีกด้วย ซึ่งเป็นการทำงานที่เข้ามาเติมสีสันให้เพลงของพวกเขาดูมีมิติมากขึ้นมากไปว่านั้น “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” จะเป็นเพลงแรกที่แฟนเพลงจะได้ฟังเสียง “เซ็นต์” (กีตาร์) ร่วมร้องนำ กับ “เรฟ” อีกด้วยเรียกได้ว่าเริ่มต้นปีนี้ ฮีเสิร์ฟทั้งเพลงใหม่ ทั้งคอนเสิร์ตใหญ่แบบฉ่ำ ๆ เหล่าทานตะวันปักหมุดรอรายละเอียดเพิ่มเติม วอร์มนิ้วรอกดบัตร และซ้อมคอร้องเพลง “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” ไปพร้อม ๆ กันในคอนเสิร์ตได้เลยซ้อมร้องเพลง “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” ได้ทุกสตรีมมิ่ง : https://bfan.link/PURPEECH-Oops และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ “PURPEECH” ผ่านทาง https://www.facebook.com/MILK.artistserviceplatform และ https://www.instagram.com/purpeechpurpeech

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18
03 ก.พ. 2026
Events

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18

ว้าวุ่นมาทั้งปี มารับวิตามิน SEA กันป่ะล่ะ !!ปลายปีนี้... EFM94 และ Chill Online จะพาคุณไปมันส์อีกครั้งกับมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเลกับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18 BY โซดา LEOมันส์ไปกับ 6 ศิลปิน ...NONT TANONT / PARADOX / MEAN / ROOFTOP / SLAPKISS / THE MOUSSESเตรียมแดนซ์ให้ยับกับ DJ PU บนเวที EDM สไตล์ EFM และ เหล่าดีเจจาก EFM94 และ CHILL ONLINEเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นี้ที่ หาดแหลมเจริญ จังหวัด ระยองห้ามนำเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าภายในงาน ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายเตรียมตัวกันให้พร้อม!! 16 ตุลาคมนี้เปิดให้กด REDEEM บัตรกันแล้วขั้นตอนการ Redeem Ticket!! บอกเลยว่า #งานนี้ฟรี!!- เพียงแค่ล็อกอิน เปิดแอป Application AtimeFungFin- เริ่มสะสมพ้อยได้แล้ววันนี้ ผ่านการฟัง Application ATIMEFUNGFIN !!1 นาที = 1 Point สะสมครบ 2,000 Point แลก Wristband ได้ 2 ใบ สามารถเข้างานได้ 2 คน(1 Account/1 สิทธิ์)ดาวน์โหลด Application : ATIME FUNGFIN รอไว้ได้เลย ทั้งระบบ IOS และ Androidพิเศษเฉพาะใน Application ATIMEFUNGFIN เท่านั้น!! รีบชวนเพื่อนด่วน #บัตรมีจำนวนจำกัด

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน
23 ม.ค. 2025
News

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน

"เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา” ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพันบทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปีโดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform

Atime Showbiz

GOTCHA POP 4 CONCERT
19 ก.พ. 2026
Ticket Now

GOTCHA POP 4 CONCERT

GOTCHA POP Concert คือที่สุดของ “เวทีโชว์ Performance แห่งปี” ที่ทุกด้อมต้องมาดูสักครั้งในชีวิต” !!!มาเติมฟินแบบทะลุ Rank กับ คอนเสิร์ต T-POP รวม”ตัวแรง” และ”ตัวแรร์” ที่เรารวมไว้ในงานนี้งานเดียวใน “GOTCHA POP CONCERT ครั้งที่ 4 ”เสิร์ฟครบทุกเวลความฟิน กับ 11 ศิลปิน T-POP ดาเมจแรงระดับอัลติที่คัดมาให้กรี๊ดแบบแน่นฮอลล์ พบกับรุ่นใหญ่ Boss Level แห่ง T-POPTRINITY ตำนานที่อยากเจอทุกปี TRIO ตัวเมพสุดแรร์ที่แฟน ๆ อยากให้กลับมา On Stage มากที่สุด !รุ่นเสาหลัก T-POP ระดับเมกะฮิตPiXXiE 3 ภูติจิ๋วตัวจี๊ดคาริสม่าระดับอัลติ ! เตรียมปล่อยของตกชาวด้อมด้วย Performance สุดจึ้ง !!PROXIE Boy Group แถวหน้าของวงการ ! Performer เบอร์ต้นโคตร Active เก็บครบทุกไวรัลสุดแมส !!PERSES Boy Group สายฟาด ! การันตีตัวพ่อ Performance เก็บทุก Beat ชวนกรี๊ดทุก Stage !! LYKN Boy Group จ่าฝูงสุดแมส ! All Rounder หัวแถว ผู้เสิร์ฟ Performanceสุดเริ่ดไฟลุกทุกครั้งที่ได้ดู !!JASP.ER Boy Group ตัวแรร์ ดาเมจแรงแห่งปี ! เตรียมเสิร์ฟอินเนอร์สุด sexy ที่จะมาขยี้ stage ให้แหลกคึ !!!รุ่นใหม่ Rising Wave คลื่นลูกใหม่ T-POP ที่พร้อมซัดทุกคนเข้าด้อมDEXX Boy Group สายคาริสม่า ! ที่จะมาทำให้หัวใจเต้นแรงไปกับ Performance และ Visual ระดับอัลติพร้อมกันยกฮอลล์ !!FELIZZ Girl Group แก๊งเหมียว Gen Z ! จัดเต็ม Performance สุดเริ่ด จงรัก-จงหลงในทุกเวที !!VVV Boy Group น้องใหม่ สุดUnique แมสแตกตั้งแต่ยังไม่เดบิวต์ ! คาริสม่าระเบิดระเบ้อ เตรียมโดนตกแบบ Triple ได้เลย !!CLO’VER Boy Group สุด Fresh ทะลุปรอท ! เตรียมบูสต์เอนเนอร์จี้ พร้อมเขย่าใจมัมหมีเต็มพิกัด!! รอเติม #CLO_VER ได้เลย !!FAVIQ Rookie น้องใหม่สาย Swag ที่น่าจับตามอง !! Performance ดีฉ่ำ ทำถึง ตัวตึงรุ่นใหม่แห่ง T-POP!เตรียมอัพเซิร์ฟความสนุกครั้งใหม่ เดือดสะใจกว่าเดิม ทั้ง Dance-Vocal และ ไฮไลท์แห่งปีที่ทุกด้อมรอคอย Exclusive Only At GOTCHAPOP กับ “Hidden Show” collab stage สุดเซอร์ไพรส์ที่นี่ที่แรก ปีที่แล้วว่าฮ็อปแล้ว ปีนี้ยิ่งกว่า!! จะมีโชว์อะไรบ้าง รอติดตามได้เลย! !Game On : 6 มิ.ย. 2026 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Exibition Hall 3-4,ชั้น G)ราคาบัตรยืน : 2,700 บาทบัตรนั่ง : 4,200 / 3,700 / 3,200 / 3,000 / 2,700 / 2,200 และ 1,700 บาท จำหน่ายบัตร 7 มีนาคม (เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป) ทาง ThaiticketmajorLink ซื้อบัตร : https://bit.ly/Gotchapop4ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่FACEBOOK PAGE : Gotcha Pop ConcertIG,X : Atimeshowbiz_________________________________________________________เงื่อนไขการจำหน่ายบัตร1. เริ่มจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 10:00 น. ทุกช่องทาง2. จำกัดการซื้อบัตรไม่เกิน 4 ใบ ต่อการทำรายการซื้อ 1 ครั้ง*ไม่มีการรันคิวสำหรับการซื้อบัตร*2.1 สำหรับการซื้อบัตรผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต 2.1.1 การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต, บัตรเดบิต, True Money Wallet, Shopee Pay, Alipay, Wechat pay , QR Promtpay จะมี processing fee 3%2.2 สำหรับจุดจำหน่าย 11 สาขาหลัก / Major-EGV 2.2.1 การชำระผ่านบัตรเครดิต, บัตรเดบิต จะมี processing fee 3% 2.2.2 หากชำระด้วยเงินสด หรือ scan QRcode จะไม่มี processing fee* โซนบัตรยืนจะมีการรันคิวเข้าฮอลล์ และจะเรียงตามลำดับการชำระเงินสำเร็จ* 3. มีค่าธรรมเนียมการออกบัตรใบละ 30 บาท (บัตรกระดาษ) *รับบัตรแข็งที่ระลึกหน้างาน* 4. การรับบัตร 4.1 การซื้อบัตรที่จุดจำหน่าย หรือบนเว็บไซต์ ที่เลือกการรับบัตรด้วยตนเอง สามารถนำหลักฐานการรับบัตร มาที่จุดจำหน่าย 11 สาขาหลัก ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม จนถึง 29 พฤษภาคม 2569 หลังจากนั้นสามารถรับได้ที่หน้างานแสดง 4.2 การซื้อบัตรบนเว็บไซต์ที่เลือกแบบจัดส่งทางไปรษณีย์ (ค่าบริการ 60บาท ต่อ 1 คำสั่งซื้อ เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น) จะเริ่มจัดส่งบัตรตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป5.ไม่จำกัดอายุผู้เข้างาน / เด็กส่วนสูงเกิน 100 ซม. ต้องซื้อบัตรเข้าชมการแสดง6. กรณีบัตรสูญหายทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการออกบัตรให้ใหม่ทุกกรณี 7. ทางผู้จัดงานไม่อนุญาตให้นำบัตรไปใช้ประโยชน์ทางการค้า การทำโปรโมชั่นกับสินค้า เช่น การลด, แลก, แจก, แถม เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากทางผู้จัดงาน 8. หากซื้อจากช่องทางอื่น ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น 9. ทางผู้จัดงานขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ---------------------------------------------------------- * ภายในงานมีการบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอของผู้ที่มารับชมในงาน เพื่อเผยแพร่สื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทางออนไลน์และสื่ออื่น ๆ ในเชิงพาณิชย์ โดยไม่กำหนดระยะเวลาในการเผยแพร่

DISCTOPIA CONCERT
10 ก.พ. 2026
Ticket Now

DISCTOPIA CONCERT

พฤษภาคมนี้ ATIMESHOWBIZ เตรียมเสิร์ฟคอนเสิร์ตในฮอลล์ครั้งแรก!! ที่รวมไลน์อัพศิลปินโดนใจวัยรุ่นยุค 2000’s ไว้มากที่สุดงานนี้งานเดียว ที่DISCTOPIA CONCERT“ปรากฏการณ์รวมศิลปินโคตรฮิต ยุคแผ่นดิสก์ถล่มเมือง”จัดเต็ม 9 ชม. กับเพลงดังร้องตามได้ จากศิลปินยุค 2000’sพร้อม Burn ความทรงจำด้วย Playlist ที่คุณคิดถึง..1. BANK PREETI ศิลปินชายกับสไตล์สุดเอกลักษณ์ หนึ่งใน Rock Icon ของวัยรุ่น2. DA ENDORPHINE ศิลปินหญิง Diva ตัวท็อปของประเทศ เจ้าของเสียงทรงพลังที่มีเพลงดังมากมาย3. ETC วงดนตรีเสียงดี ฝีมือดนตรีสุดแน่น!! การันตีความเป็นศิลปินตัวจริง4. FLURE วงดนตรี Rock ทรงพลัง ที่ปลดปล่อยอารมณ์ได้ถึงใจที่สุด5. LIPTA ศิลปิน Duo อารมณ์ดี ที่มีเพลงสุดแมสทุกยุค ตลอด 20 ปี!6. SCRUBB ศิลปิน Duo สายเซอร์สุดอบอุ่น เจ้าของคลังเพลงแอบรักตลอดกาล7. SLOT MACHINE วงดนตรีร็อคที่ล้ำหน้าเสมอ มาพร้อมคุณภาพระดับสากล8. TATTOO COLOUR วงดนตรีป็อปสุดวาไรตี้กับสไตล์เพลงโดนใจทั้งอินดี้และสายแมส9. ZEAL วงดนตรีสุดเท่ มาพร้อม Performance มันส์เกินพิกัด เอาอยู่ทุกเวทีเตรียม Burn แผ่น Disc กับศิลปินที่คิดถึง!9 พฤษภาคม 2026 BITEC LIVEราคาบัตร : 4,500 / 4,000 / 3,800 / 3,500 / 3,000 /2,800 / 2,500 / 2,000 และ 1,800 บาทขายบัตร 27 กุมภาพันธ์ 2026 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป)ทาง ThaiticketmajorLink ซื้อบัตร : https://bit.ly/DisctopiaConcertติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ #ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง#DISCTOPIACONCERT#ATIMESHOWBIZ

BEACH BOYS CONCERT 2025
21 ก.ค. 2025
Ticket Now

BEACH BOYS CONCERT 2025

คอนเสิร์ตรวมศิลปิน BOYS “สมบัติแห่งชาติ” เสิร์ฟเพลงฮิตติดชาร์ตกันริมทะเล ชวนทุกด้อมมาเติมฟินพร้อมกัน ครบจบในวันเดียว !ใน “BEACH BOYS CONCERT 2025”พร้อมเสิร์ฟขุมทรัพย์ความฟิน กับ Lineup 10 ศิลปินแถวหน้าของ T-POP ที่แมสที่สุดมาไว้บนเวทีเดียวกัน พบกับ1. POLYCATวงดนตรีสุดเทสต์ ตัวท็อป Synth Pop ตำนานเพลงฮิตที่ทุกคนต้องมีติดเพลย์ลิสต์ !2. fellow fellowศิลปิน DUO เสียงละมุน เจ้าของเพลงรักโรแมนซ์สุดไวรัลกว่า 100 ล้านวิว !3. No One Else“เจ้าพ่อเพลงรัก” ศิลปินที่ครองชาร์ตครองใจเหล่าคนคลั่งรักทุก GEN !4. JEFF SATURศิลปินตัวท็อปมากประสบการณ์ผู้เปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของแบบไร้ขีดจำกัด!!5. NUNEWศิลปินเสียงหวานใจละลาย ฉายา “ลูกชายแห่งชาติ” ที่พร้อมชิงหัวใจจากทุกด้อมแบบไม่ให้ตั้งตัว !6. ATLASBOY GROUP ตัวท็อปสุดเป๊ะ ! ที่ต้องดูด้วยตาเนื้อสักครั้งในชีวิต พร้อมสาดความมันส์ให้หาดแตก !!7. PROXIEBOY BAND แถวหน้า All Rounder สุดจี๊ดแห่ง T-POP ตัวตึงทุก Viral สุดแมส !8. LYKNBOY GROUP สุดกรี๊ด เตรียมกร่อนใจทุกด้อม ด้วยคาริสม่าสุดสตรอง แซ่บไฟลุกไปทั้งหาด !9. DICEBOY GROUP ทำถึงแห่งปี เอเนอร์จี้สุดจะเลิศ ! พร้อมตกแฟน ๆ ด้วย Performance สุดปัง !!10. JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXXRookie น้องใหม่มาแรงแห่งวงการ T-POP พร้อมปล่อยดาเมจสุด HOT ให้ Beach สะเทือน !!เปิด MAP ความสนุกพร้อมกันวันแสดง :วันเสาร์ที่ 22 พฤจิกายน 2568 เวลา 15:30 น. เป็นต้นไปสถานที่ :SEA SAND SUN HUAHIN RESORTเปิดจำหน่ายบัตร : วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปซื้อบัตรได้ทาง Counter Service All Ticket ใน 7-Eleven ทุกสาขา หรือ https://bit.ly/BEACHBOYS2025ราคาบัตร :• บัตรราคา 1,100 บาท **ราคานี้ตั้งแต่วันนี้ - 21 พ.ย.**• บัตรหน้างาน (22 พ.ย. 2568) : บัตร Regular ราคา 2,000 บาท

Chill On

"เดียร์น่า ฟลีโป" ร่วมงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส
29 พ.ค. 2026
PR News

"เดียร์น่า ฟลีโป" ร่วมงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

เผยภาพการเตรียมตัวไปจนถึงลุคในชุดไทยพระราชนิยมงดงามสะกดทุกสายตานานาชาติของ “เดียร์น่า ฟลีโป” นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ที่ได้รับเชิญจาก SACIT เพื่อเข้าชมนิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ กรุงปารีส “เดียร์น่า” ปรากฏตัวอย่างสง่างามในชุด “ชุดไทยดุสิต" หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม ลุคสุดเลอค่านี้คือความลงตัวระหว่างสองวัฒนธรรม ตัวเสื้องามวิจิตรด้วยเทคนิคการปักลูกปัดคริสตัลแบบไทย ผสมผสานงานปักชั้นสูง Lesage ซึ่งใช้เวลาในการรังสรรค์กว่า 2 เดือน ส่วนผ้านุ่งเป็นผ้าไหมยกดอกลำพูน ลายสุริยฉาย จากจังหวัดลำพูน สมกับที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ร่วมสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทยสู่สากล ในวาระที่ชุดไทยได้รับการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO นิทรรศการนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง SACIT @sacit_official, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ @qsmtthailand, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส @thaiembassyparis และ Musée des Arts Décoratifs @madparisเปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Musée des Arts Décoratifs

ซื่อสัตย์และไม่คาดหวังกับตัวเอง l CLUB PRIDE DAY inside EP.13 ญดา นริลญา
21 ม.ค. 2026
Recap

ซื่อสัตย์และไม่คาดหวังกับตัวเอง l CLUB PRIDE DAY inside EP.13 ญดา นริลญา

ความรักของญดาเหมือนหมาความรักของหมาที่มีต่อเจ้าของคือความรักที่บริสุทธิ์ ไม่หวังสิ่งตอบแทน และจริงใจเสมอ ญดาเติบโตมากับความเชื่อว่าการเป็นนักแสดงเป็นเรื่องไกลตัว ด้วยความที่ตัวเองเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่เคยคิดว่าวงการบันเทิงจะเอื้อมถึงได้ง่าย แต่โอกาสเล็ก ๆ ในวัยเด็ก จากการไปถ่ายรูปกับเพื่อนที่โมเดลลิ่ง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อญดาเป็นคนเดียวที่ได้รับการติดต่อให้ไปแคสต์โฆษณา และนั่นคือก้าวแรกของเส้นทางในวงการ แม้เส้นทางจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ราบรื่น ญดาต้องผ่านการแคสต์งานและการประกวดมานับครั้งไม่ถ้วน รวมถึงประสบการณ์ผิดหวังจากความไม่โปร่งใส จนเกิดบาดแผลในใจและความกลัวต่อ “ความคาดหวัง” หลายครั้งที่เกือบถอดใจ แต่สิ่งที่ทำให้ญดายังเดินต่อได้ คือกำลังใจจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ คำสอนของคุณแม่เรื่องการไม่คาดหวังเกินตัว และการอยู่กับความสำเร็จเป็นวันต่อวัน กลายเป็นหลักคิดสำคัญในชีวิตญดา ทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างสมดุล อยู่ในจุดที่สุขไม่สุดและทุกข์ไม่สุด เข้าใจว่าทั้งความสุขและความเศร้าล้วนไม่ถาวร และทุกอย่างสามารถผ่านไปได้เสมอ มีช่วงหนึ่งที่ญดาเกือบจะหยุดเส้นทางนี้ เพราะต้นทุนชีวิตที่ไม่สูงและค่าใช้จ่ายในการแคสต์งาน โดยเฉพาะในช่วงที่คุณแม่ป่วย แต่ภาพของคุณแม่ที่ยังพามาแคสต์งานทั้งที่ตัวเองไม่สบาย กลับกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ ทำให้ญดาตั้งใจสู้เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองและดูแลคนในครอบครัว ญดาโตมากับความรับผิดชอบตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี แม้จะหนัก แต่ญดาไม่เคยมองว่าสิ่งนี้เป็นภาระ เพราะเป็นการทำเพื่อคนที่รักญดารัก ในฐานะนักแสดง ญดาเป็นคนที่เข้า–ออกจากตัวละครได้ดี ไม่ยึดติดบทบาทมาปะปนกับชีวิตจริง มองทุกบทที่ได้รับเป็นโอกาสเรียนรู้ โดยเฉพาะบทดราม่าหนักที่ต้องใช้พลังใจสูง ซึ่งเธอผ่านมันมาได้ด้วยการสนับสนุนจากครอบครัวและทีมงาน พร้อมทั้งมองว่าการแสดงคอมเมดี้ยิ่งท้าทาย เพราะต้องอาศัยเซนส์และความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง การเป็นนักแสดงทำให้ญดาต้องแลกหลายอย่าง ทั้งชีวิตวัยเด็ก เพื่อนสนิท และช่วงเวลาสำคัญในชีวิต แต่เธอเลือกแลกเพราะรักในงานที่ทำ และมองว่านี่คือความท้าทายที่ทำให้ตัวเองเติบโต ญดาจึงเลือกรับบทอย่างระมัดระวัง ไม่รับบทที่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับบทเดิม เพื่อให้คนดูได้เห็นมุมใหม่อยู่เสมอ ในเรื่องความรักและตัวตน ญดาเลือกซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง กล้าที่จะยอมรับรสนิยมทางเพศอย่างตรงไปตรงมา แม้จะต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์ แต่เธอมองว่านั่นคืออีกหนึ่งบททดสอบของนักแสดง หากแสดงแล้วคนไม่เชื่อ ก็เป็นเรื่องของฝีมือ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง กุญแจสำคัญที่ทำให้ญดากล้าเป็นตัวเอง คือการยอมรับจากคุณแม่ที่บอกเสมอว่า ไม่ว่าลูกจะรักใครหรือเป็นแบบไหน ก็พร้อมสนับสนุน ญดาจึงเชื่อว่าชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาหรือคำทำนายใด ๆ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำและการเลือกของตัวเอง แม้ญดาจะไม่ใช่คนที่มีความฝันชัดเจน แต่ญดาเป็นคนที่คว้าโอกาสทุกครั้งที่เข้ามา และทำให้ดีที่สุด ญดาเชื่อว่าโอกาสบางอย่างมาเพียงครั้งเดียว หากไม่ตั้งใจทำ ก็อาจต้องเสียใจภายหลัง สำหรับญดา ความเข้มแข็งไม่ได้หมายถึงการไม่ร้องไห้ แต่คือการรู้ว่าตัวเองยังสู้ได้ แม้จะขอพัก อ่อนแอ หรือร้องไห้ในบางช่วง และรักตัวเองในรูปแบบของญดา มันเป็นเรื่องง่ายๆในชีวิต ที่ได้ให้รางวัลกับตัวเอง มีชีวิตอยู่ในทุกๆวันและทำเพื่อคนอื่นดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

BINANCE TH ปล่อยคาราวานสีเหลือง ‘ON THE ROAD’ บุกกรุงเทพฯ ชวน Gen Z เปลี่ยนเรื่อง ‘Money’ ให้เป็นเรื่อง ‘Trendy’ ผ่านไลฟ์สไตล์สุดชิค
08 ก.ย. 2025
PR News

BINANCE TH ปล่อยคาราวานสีเหลือง ‘ON THE ROAD’ บุกกรุงเทพฯ ชวน Gen Z เปลี่ยนเรื่อง ‘Money’ ให้เป็นเรื่อง ‘Trendy’ ผ่านไลฟ์สไตล์สุดชิค

กรุงเทพฯ ประเทศไทย [6 กันยายน 2568] - BINANCE TH by Gulf Binance ผู้นำแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการกำกับดูแลภายใต้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สร้าง Destination เจาะกลุ่ม Digital Native ผ่านกิจกรรม ‘BINANCE TH ON THE ROAD’ ที่นำรถเทรลเลอร์สีเหลืองวิ่งไปส่งความรู้สินทรัพย์ดิจิทัลถึงคนรุ่นใหม่ตามมหาวิทยาลัยและแหล่งแฮงเอาท์สุดฮิป สานต่อความสำเร็จจากงาน "Street of the Future" ที่สยามสแควร์ต้นปี โดยกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นเปลี่ยนการลงทุนให้เป็น "Money Life Experience" ที่ทุกคนออกแบบได้เอง ตั้งเป้าเติมความรู้ให้คนไทยกว่า 10,000 คนข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต) เดือนกรกฎาคม 2568 ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 2.7 ล้านบัญชี โดยตลาดมีมูลค่าสูงถึง 99.6 พันล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมยุคดิจิทัล และมีความพร้อมปรับตัวเรียนรู้กับสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนใครเพื่อน สอดคล้องกับผลวิจัยหัวข้อ Gen Z Finance Survey: เจาะพฤติกรรมการเงินคนรุ่นใหม่ของธนาคารกรุงศรี ที่ระบุว่า 7 ใน 10 ของ Gen Z เก็บเงินหรือลงทุนทุกเดือน ทว่าความรู้ให้เท่าทันโลกเทคโนโลยีของการลงทุนยังเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่ยังต้องหมั่นเติมอยู่เสมอ และ BINANCE TH ตระหนักและพร้อมเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันนางสาวแทนรัก เชียงทอง, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ไบแนนซ์ ทีเอช บาย กัลฟ์ ไบแนนซ์ (BINANCE TH) กล่าวว่า "ON THE ROAD เป็นโปรเจกต์การศึกษาแบบ Proactive ที่เราไม่รอให้คนมาหาเรา แต่เราไปหาเอง ผ่านรถเทรลเลอร์สีเหลืองที่วิ่งไปเสิร์ฟความรู้และเทรนด์การลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบถึงที่ สำหรับผลตอบรับจาก 2 ทริปแรกที่ ม.ธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) และ ม.เกษตรศาสตร์ เกินคาดมาก มีน้อง ๆ นักศึกษาสนใจร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 ราย สิ่งนี้ตอกย้ำว่าเรื่องคริปโทฯ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และกำลังอยู่ในความสนใจในคนรุ่นใหม่"โลกการเงินยุคใหม่วันนี้หลอมรวมเข้าไปอยู่ในทุกพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิต ถนนทรงวาดเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างคอมมูนิตี้การเงินให้เติบโตไปพร้อมกับการผลักดัน Soft Power ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เชื่อมต่อการท่องเที่ยวกับโลกสินทรัพย์ดิจิทัลได้ลงตัว สอดรับกับโครงการ Tourist DigiPay ที่เป็นแนวคิดใหม่ และสามารถผสาน Experience กับ Education ที่ทุกคนจะได้ทั้งความสนุกและความรู้ สอดรับเทรนด์ Digital Nomad หรือ Workation ที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ แต่เพิ่มมิติการเรียนรู้เรื่องการเงินเข้าไป เปลี่ยนการลงทุนให้เป็นการวางแผนไลฟ์สไตล์แบบที่ตัวเองต้องการ" นางสาวแทนรัก อธิบายเพิ่มเติมงานนี้ BINANCE TH ON THE ROAD เตรียมไปพบเจน Digital Native ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จัดเต็มกับ On-Event Auditorium หิ้ว Mini-Class บทเรียนทางการเงินในโลกความเป็นจริง จาก Money Guru ที่ทุกคนต้องเริ่มคิดและวางแผนกันแล้วตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมตอบข้อสงสัยให้กับเหล่านักศึกษานอกจากนี้ อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ คือการสร้าง Community Experience ฉายภาพและแบ่งปันประสบการณ์วิถีโลกการเงินดิจิทัลที่ถนนทรงวาด ต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกการเงินที่เสถียร ปลอดภัย และคล่องตัวยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น Gen Z นักชิม นักช้อป สายเที่ยว สายคอนเทนท์ หรือใครที่อยากเรียนรู้ประสบการณ์โลกคริปโต ด้วยบูธกิจกรรม เกมส์ที่ทำให้เข้าใจโลกบล็อกเชนง่าย ๆ ในบรรยากาศที่เป็นมิตรกับมือใหม่จากความเคลื่อนไหวเรื่อง Crypto Tourism เป็นอีกหนึ่งสัญญาณสะท้อนว่าคริปโตฯ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และทรงวาดที่เป็นอีกหนึ่ง destination ของนักท่องเที่ยวและคนรุ่นใหม่ การเปิดกว้างและเตรียมความพร้อมสำหรับเทรนด์การใช้งานที่กำลังมาถึงนี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหมายถึงโอกาสของธุรกิจและผู้ประกอบการ และพลังการใช้จ่ายที่มากขึ้น จากสถิติของ Travala x Binance Pay เมื่อปี 2024 เผยว่า นักท่องเที่ยวที่ใช้คริปโตยังใช้จ่ายสูงกว่าผู้ที่ใช้เงินทั่วไปถึง 2.5 เท่าสถานีต่อไป จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยกรุงเทพเส้นทางสร้าง Crypto-Friendly Spaces ถัดจากทรงวาด รถเทรลเลอร์สีเหลืองจะไปต่อที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (8 ก.ย.) และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (10 ก.ย.) พร้อมแผนขยายการเดินทางไปยังชุมชนคน Gen Z อื่น ๆ ทั่วประเทศ“Decentralized Finance จะไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่จะเป็นแนวทางสำหรับการวางแผนการเงิน โดยการลงทุนจะเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เหมือนการใช้โซเชียลมีเดียหรือแอปต่าง ๆ ในปัจจุบัน ที่สำคัญคือ BINANCE TH ทำความเข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Insights) เกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเงินของผู้บริโภค เพราะนั่นคือความสำเร็จที่แท้จริง เพราะเราไม่ได้ต้องการให้คนมาเทรดเพื่อรวยเร็ว แต่เราอยากให้คนเข้าใจว่าสินทรัพย์ดิจิทัลคือส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอการลงทุนในอนาคต" คุณแทนรักกล่าวสรุปนอกเหนือจากนโยบายรัฐบาลและการลงทุนขนาดใหญ่แล้ว การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทยยังต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของภาคประชาชนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจเริ่มจากรถเทรลเลอร์สีเหลืองคันหนึ่งจอดที่หัวมุมถนน ที่พาผู้คนไปสู่อนาคตของโลกการเงินและการลงทุนคำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาข้อมูลและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

About Atime

PUN คัมแบ็กบนคอนเสิร์ตหลังบวช 3 เดือน ได้เรียนรู้ความธรรมดาของชีวิต พร้อมจับตาโปรเจกต์ใหม่ทั้งเพลงและงานบุญ
10 ส.ค. 2026
Corporate News

PUN คัมแบ็กบนคอนเสิร์ตหลังบวช 3 เดือน ได้เรียนรู้ความธรรมดาของชีวิต พร้อมจับตาโปรเจกต์ใหม่ทั้งเพลงและงานบุญ

PUN หรือ ปัน-สรณวรรธ พิชัยรณรงค์สงคราม กลับมาพบแฟน ๆ อีกครั้งในคอนเสิร์ต PUN: The Space Between Dream and Dawn – Comeback Show หลังพักงานเพลงเพื่อใช้เวลา 3 เดือนกว่าในการศึกษาธรรมะและค้นหาความหมายของชีวิตผ่านการบวชหลังกลับมาสู่บทบาทศิลปินอีกครั้ง ปันได้แชร์ความรู้สึกและสิ่งที่ได้รับจากช่วงเวลาที่อยู่ในผ้าเหลือง โดยมองว่า 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งเรื่องชีวิต ผู้คน และการพบเจอที่เกิดขึ้นและผ่านไป พร้อมย้ำถึงสิ่งสำคัญที่ติดตัวกลับมาว่า “ทุกอย่างมันไม่เที่ยง” และทุกสิ่งล้วนเดินทางไปสู่ความเสื่อมอยู่เสมอปันยังเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้พบผู้คนมากมายระหว่างการบวช บางคนเข้ามาในชีวิตเพียงช่วงเวลาหนึ่งแล้วไม่ได้พบกันอีก ขณะที่บางคนก็มีโอกาสกลับมาเจอกันอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเป็นเรื่องของบุญและวาสนาที่แต่ละคนได้ทำร่วมกันมา พร้อมส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ถึงแฟน ๆ ที่มาร่วมต้อนรับการกลับมาของเขาขณะเดียวกัน ปันยังเปิดเผยถึงความตั้งใจในอนาคตว่า อาจมีโปรเจกต์ที่ชวนแฟน ๆ มาร่วมทำบุญด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการทอดกฐิน ผ้าป่า หรือกิจกรรมในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าเป็นสิ่งที่อยากทำจริง ๆจากนี้จึงน่าจับตาว่า ประสบการณ์ตลอดช่วง 3 เดือนในผ้าเหลืองจะถูกนำมาต่อยอดในผลงานและมุมมองของ PUN อย่างไร ทั้งในพาร์ตดนตรีที่กำลังกลับมาเดินหน้าต่อ และแพสชันด้านการทำบุญที่ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์สำคัญของเขาในอนาคตภาพ : punisalwayshappy

ATIME ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์
05 มิ.ย. 2026
Corporate News

ATIME ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์

ATIME - บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สาขานิเทศศาสตร์ - สื่อดิจิตัล รายวิชาสัมมนาอาชีพ จำนวน 25 คน เข้ามาศึกษาเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏีและยังเยี่ยมชมเบื้องหลังการจัดรายการวิทยุในห้องปฏิบัติการบันทึกเสียง และสตูดิโอ ATIME รวมทั้งได้ทดลองจัดรายการวิทยุในห้องสตูดิโอจัดรายการจริงอีกด้วย โดยมี ดีเจแนน - รชาดา จึงวัฒนกิจ จาก EFM94 ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ณ สตูดิโอ ATIME ชั้น 38 อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส

เปิด 2 เรื่องหลอน “อังคารคลุมโปง Horror Story” เตรียมต่อยอดสู่จอภาพยนตร์
26 พ.ค. 2026
Corporate News

เปิด 2 เรื่องหลอน “อังคารคลุมโปง Horror Story” เตรียมต่อยอดสู่จอภาพยนตร์

เจอแล้ว! 2 เรื่องหลอนในแคมเปญ “อังคารคลุมโปง Horror Story” ของ อังคารคลุมโปงX จาก EFM94 ที่จะนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ พร้อมได้รับเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท รวมมูลค่า 100,000 บาทโดยรายการ อังคารคลุมโปงX นำโดย ดีเจมดดำ คชาภา ตันเจริญ / ดีเจเจ็ม จิตตริน กุลกัลยาดี และดีเจแนน รชาดา จึงวัฒนกิจ ได้ต้อนรับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ปรัชญา ปิ่นแก้ว มาร่วมประกาศ 2 เรื่องสุดหลอน ที่ได้รับคัดเลือกจากผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้ามาเรื่องแรก ‘หากินกับผี’ (คุณณิชาภัทร ลิ่มสกุล เจ้าของเรื่องจากช่อง @nwnwned) เล่าถึงเรื่องหลอนๆของแม่ค้าออนไลน์ที่ให้ความสำคัญกับยอดขาย จนเป็นที่มาสุดหลอน ว่าหลายคนมักคอมเมนต์เข้ามาว่าเห็น “ผู้หญิง” ยืนอยู่ด้านหลังเธอในไลฟ์เสมอ ส่วน เรื่องสอง ‘ห้องพักต้องห้าม’ (คุณอริญย์ริสา ธนาบุญรสศักดิ์ เจ้าของเรื่องจากช่อง @arynlisa_ ) เรื่องเล่าของลูกเรือสายการบินเกี่ยวกับห้องพักช่วง Layover ที่ถูกบอกต่อกันมารุ่นสู่รุ่นว่าถ้าที่นี่ ‘เลี่ยงได้ควรเลี่ยง’ ถึงแม้ไม่ได้เข้าพักในห้องดังกล่าวแต่หลายคนก็ยังคงเจอดีเข้าจนได้ทาง EFM94 ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของเรื่องเล่าทั้ง 2 เรื่องที่ได้รับเลือกและคว้าเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท พร้อมโอกาสต่อยอดสู่การสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยผู้กำกับมากฝีมือ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ผู้สร้างตำนานภาพยนตร์ไทยทำรายได้สูง (Box Office) ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วยใครที่เป็นแฟนเรื่องเล่าสุดหลอนห้ามพลาดโปรเจกต์สำคัญครั้งนี้ และสามารถติดตามรายการอังคารคลุมโปง X ทาง EFM94 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ได้ทาง EFM94 และ อังคารคลุมโปง X หรือทาง atime.live/EFM