ATIME ฟังเพลงออนไลน์ วิทยุออนไลน์ ดูรายการออนไลน์
  • EFM
  • Green Wave
  • Hotwave

News Updates

Podcasts

อังคารคลุมโปง
17 ก.ค. 2026EFM

อังคารคลุมโปง

อังคารคลุมโปง Podcast จากเรื่องหลอนหน้าไมค์ สู่ความขนลุกซู่ x2 จนคุณต้องนอนคลุมโปงฟัง!! ทุกคืนวันเสาร์

กระต่ายตื่นรู้
08 มี.ค. 2024EFM

กระต่ายตื่นรู้

รู้เท่าทันสื่อ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง

Good Jobs
03 ก.พ. 2023Chill On

Good Jobs

Good jobs ไขสเปค ‘คนที่ใช่’ ของ ‘งานในฝัน’ ป๋าเต็ด พาไปบริษัทดัง ล้วงลึกวิธีคัดเลือกพนักงาน ให้รู้ข้อมูลแบบ Exclusive ก่อนที่คุณจะมาสมัครงานจริง ขอให้ได้งานนะครับ! ศุกร์เว้นศุกร์

พาศึกsaid เพศศึกษา
12 ม.ค. 2023EFM

พาศึกsaid เพศศึกษา

PODCAST ที่จะ เปิดห้องเรียน “เพศศึกษา” ยกคำถาม “เรื่องเพศ” เอามา Said กับ “คุณหมอ” คุยได้ทุกเรื่อง ตอบทุกปัญหา เพราะ “เพศศึกษา” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย พูดคุยกับ หมอเต้ นายแพทย์ ณัฐเขต และ หมอโอ๊ต นายแพทย์ วงศกร จาก PULSE CLINIC

EFM

เรื่องเล่าจากคุณซานมา 'กลิ่นเเป้งในวันลอยกระทง ' l อังคารคลุมโปง X เจน - เนย The Ghost [21 ก.ค.69]
28 ก.ค. 2026
อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณซานมา 'กลิ่นเเป้งในวันลอยกระทง ' l อังคารคลุมโปง X เจน - เนย The Ghost [21 ก.ค.69]

“เมื่อคืนยายมึงมาอุ้มมึงกลับบ้านนะ” ประโยคสั้น ๆ ที่คนทั้งหมู่บ้านพูดตรงกันในเช้าวันรุ่งขึ้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องเล่าที่ทั้งหลอน ทั้งซึ้ง และยังหาคำอธิบายไม่ได้จนถึงทุกวันนี้...เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X เจน – เนย The Ghost [21 ก.ค. 2569]’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเคเบิ้ล’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘กลิ่นเเป้งในวันลอยกระทง’ ‘คุณซานมา’ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวชวนขนลุกของตนที่เกิดขึ้นเมื่อราว 16–17 ปีก่อน ณ จังหวัดบึงกาฬ บ้านเกิดของเธอ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงคืนวันลอยกระทงในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีการจัดงานลอยกระทงอย่างเป็นทางการ ชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น มักจะนัดรวมตัวกันเพื่อนำกระทงไปลอยที่ลำคลองท้ายหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวหมู่บ้านเกือบ 3 กิโลเมตรเส้นทางไปลำคลองเต็มไปด้วยความมืดเพราะไม่มีไฟส่องสว่างริมทาง นอกจากบริเวณจุดสำคัญของหมู่บ้าน อีกทั้งยังต้องเดินผ่านวัดเก่า ซึ่งในสมัยนั้นมีเพียงรั้วไม้ล้อมรอบ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศเงียบสงัดและชวนวังเวงเป็นอย่างมากในช่วงขาไป ทุกคนลอยกระทง และใช้เวลาร่วมกันตามปกติ แต่เมื่อเดินทางกลับ ขณะที่กำลังผ่านบริเวณหน้าวัด จู่ ๆ พี่คนโตซึ่งเป็นหัวโจกของกลุ่มก็พูดขึ้นว่า “ผีหลอก” เพื่อหยอกล้อเพื่อน ๆ ทำให้ทุกคนตกใจ วิ่งหนีกันกระเจิดกระเจิงด้วยความหวาดกลัววัดแห่งนั้นตั้งอยู่ห่างจากตัวหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร และเส้นทางจากหน้าวัดเข้าสู่หมู่บ้านก็มืดสนิทจนแทบมองไม่เห็นอะไร ระหว่างที่ทุกคนต่างวิ่งหนี คุณซานมายอมรับว่าตัวเองเป็นคนเจ้าเนื้อ จึงวิ่งตามเพื่อนคนอื่นไม่ทัน อย่างไรก็ตามเธอมีเพื่อนคนนึงที่คุณแม่เคยฝากฝังไว้ว่า“ดูแลน้องด้วยนะ” เพื่อนคนนั้นจึงไม่ยอมทิ้งเธอไว้ข้างหลัง แต่จับมือเธอเอาไว้ตลอด และพาวิ่งไปด้วย ทั้งคู่จึงกลายเป็นคนที่รั้งท้ายของกลุ่ม ขณะกำลังวิ่ง เพื่อนคนนั้นก็พูดขึ้นว่า “หอ หอ” ซึ่งแท้จริงแล้วหมายถึงคำว่า “หอม หอม” แต่เจ้าตัวพูดไม่ชัด คุณซานมาจึงหันไปมองเพื่อน และสังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติอย่างน่าประหลาด ทั้งที่ความเป็นจริงเพื่อนคนนั้นมีส่วนสูงมากกว่าเธอ แต่ภาพที่เธอมองเห็นกลับเป็นมุมมองราวกับตัวเองสูงกว่า มองเห็น “ส่วนหัวของเขาลงมา” ทั้งที่ตามปกติควรเงยหน้ามองเขาเสียมากกว่าในเวลานั้น ด้วยความที่ยังเป็นเด็กเธอไม่ได้เอะใจ หรือสงสัยว่าทำไมจึงเห็นภาพเช่นนั้น ก่อนที่ความทรงจำจะขาดหายไป ราวกับทุกอย่างถูกตัดออกจากความทรงจำ เธอมารู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนที่มาถึงกลางหมู่บ้านแล้ว และเห็นคุณแม่เดินออกมารับกลับบ้าน จากนั้นเธอกับเพื่อนก็แยกย้ายกันกลับบ้านตามปกติ แต่เมื่อรุ่งเช้า เรื่องราวประหลาดกลับเริ่มถูกพูดถึงไปทั่วทั้งหมู่บ้าน หลายคนต่างพูดกับเธอเป็นเสียงเดียวกันว่า “เมื่อคืนมึงรู้ไหมว่ายายมึงมาหามึงนะ” ทุกคนต่างยืนยันตรงกันว่า เมื่อคืนพวกเขาเห็นคุณยายของเธอมาอุ้มหลานกลับบ้าน ขณะเดียวกัน เพื่อนคนที่จับมือเธอวิ่งมาตลอดก็เล่าให้ฟังว่า ระหว่างทางเขาได้กลิ่นแป้งที่หอมมาก หอมจนต้องหันไปมองหาที่มา ก่อนจะเห็นภาพของ “ผู้หญิงใส่เสื้อสีขาว ผ้าซิ่นสีน้ำเงิน” กำลังอุ้มตัวคุณซานมาอยู่แต่สำหรับคุณซานมา เธอยืนยันว่าในคืนนั้นไม่รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติเลยทั้งสิ้น เมื่อเรื่องนี้ไปถึงหูผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน ทุกคนต่างบอกตรงกันว่า ชุดที่หญิงปริศนาสวมใส่นั้น เป็นชุดเดียวกับ “ชุดที่ใส่ให้ยายของเธอก่อนเสียชีวิต” ซึ่งก็คือ “เสื้อสีขาวกับผ้าซิ่นสีน้ำเงิน” ส่วนกลิ่นแป้งที่เพื่อนของเธอได้กลิ่น ก็มีคนในหมู่บ้านบอกว่า “เขาเป็นคนที่ทาแป้งให้ยายหนูในโลงเอง” คุณซานมาเล่าว่า คุณยายของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธออายุยังไม่ถึง 1 ขวบ ทำให้เธอแทบไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับคุณยายเลย แต่จากคำบอกเล่าของคนในหมู่บ้าน ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณยายรักเธอมาก รักราวกับเป็นแก้วตาดวงใจ มักอุ้มเธอเดินไปทั่วหมู่บ้านเพื่อแนะนำให้ทุกคนรู้ว่าเธอคือหลานที่รักที่สุดผู้ใหญ่ในหมู่บ้านยังเล่าอีกว่า ในวันที่เกิดเหตุ คุณยายเป็นคนเลี้ยงเธออยู่ตามลำพัง ขณะกำลังซักผ้าอยู่ คุณยายเห็นหลานนอนร้อน จึงรีบเดินไปเปิดพัดลมให้ โดยไม่ได้สวมรองเท้า แต่ไม่คาดคิดว่าไฟเกิดรั่ว ทำให้คุณยายถูกไฟดูดเสียชีวิตในทันทีสิ่งหนึ่งที่คุณซานมาจำได้จากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่ คือประโยคที่ว่าคุณยายอาจล้มลงมาทับเธอได้ แต่ในวินาทีสุดท้าย คุณยายกลับเลือกเอนตัวล้มไปอีกด้าน เพื่อไม่ให้ร่างของตัวเองทับหลาน แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของตนเองก็ตามท้ายที่สุด คุณซานมายอมรับว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เธอจำเองไม่ได้ เพราะในเวลานั้นยังเด็กมาก ทุกสิ่งที่รับรู้ล้วนมาจากคำบอกเล่าของครอบครัว เพื่อน และชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ทุกครั้งที่เธอหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเล่า น้ำตาของเธอมักไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เพราะแม้จะไม่มีความทรงจำร่วมกับคุณยายมากนัก เธอกลับรับรู้ได้เสมอว่า ความรักและความห่วงใยของคุณยายที่มีต่อเธอนั้น ไม่เคยจางหายไป แม้เวลาจะผ่านมานานเพียงใด หรือแม้กระทั่งวันที่คุณยายจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม(เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เพราะฉันเสียอาการทุกที ที่เราได้อยู่ด้วยกัน EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนที่ผ่านมา “เอมี่ – บอนนี่” พกความน่ารัก ทะเล้นขี้เล่นมาเติมกันจนล้นสตูดิโอ จนเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะทั้งคืน
27 ก.ค. 2026
EFM FANDOM RECAP

เพราะฉันเสียอาการทุกที ที่เราได้อยู่ด้วยกัน EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนที่ผ่านมา “เอมี่ – บอนนี่” พกความน่ารัก ทะเล้นขี้เล่นมาเติมกันจนล้นสตูดิโอ จนเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะทั้งคืน

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 23 กรกฎาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “เอมี่ - บอนนี่” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ คารมดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Tomorrow,againนามปากกา : Slowache ทุกคืนเวลา 00:00 น. จะมีโรงแรมแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นในสถานที่ที่ไม่มีใครรู้ บางคืนอยู่กลางเมือง บางคืนอยู่ริมทะเล พอพระอาทิตย์ขึ้น โรงแรมก็หายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ ไม่มีใครจองห้องพักที่นี่ได้ เพราะโรงแรมจะเป็นคนเลือกแขกเอง แขกทุกคนคือ “คนจากวันพรุ่งนี้” คนที่กำลังจะเจอวันสำคัญในชีวิต ก่อนถึงวันนั้น พวกเขาจะได้มาพักที่นี่เพียงหนึ่งคืน แล้วตื่นขึ้นไปใช้ชีวิตต่อ โดยไม่เหลือความทรงจำเกี่ยวกับโรงแรม “บอนนี่”เด็กฝึกงานแผนกต้อนรับ ได้รับกฎสามข้อ ห้ามถามแขกถึงอนาคต ห้ามเปลี่ยนชะตา และห้ามเปิดทะเบียนห้อง 717 คืนแรกของการทำงาน หญิงสาวผมสั้นเจ้าของรอยยิ้มอบอุ่นเดินเข้ามาเช็กอิน “เอมี่” แต่ข้อมูลของเธอกลับมีเพียงคำว่า Status : No Tomorrow ทั้งที่แขกทุกคนต้องมีวันพรุ่งนี้ เอมี่กลับมาที่โรงแรมทุกคืน และจำบอนนี่ได้ทุกครั้ง จนคืนหนึ่งบอนนี่แอบเปิดทะเบียนห้อง 717 ข้างในมีเพียงรูปถ่ายเก่า ๆ และในทุกรูป… เอมี่ยืนอยู่ที่เดิม ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย บอนนี่เริ่มสงสัยว่า… เอมี่เป็นแค่แขกของโรงแรม หรือ เธอคือความลับที่โรงแรมซ่อนไว้มาตลอดFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Tomorrow,againPen Name : Slowache Imagine a hotel that materializes precisely at midnight, its location a mystery each night – sometimes nestled in the bustling city center, other times perched by the serene sea. As dawn breaks, it dissolves as if it were never there. This isn't a place you can book; the hotel handpicks its visitors. Each guest is a 'person from tomorrow,' someone on the cusp of a life-altering event. They're granted a single night's stay before returning to their lives, the hotel experience erased from their memory. Bonnie, an intern receptionist, is entrusted with three cardinal rules: never pry into a guest's future, never interfere with their destiny, and absolutely do not unlock room 717. On her very first night, a woman with short hair and a welcoming smile checks in, introducing herself as 'Emi.' But Emi's file is an anomaly, listing her 'Status: No Tomorrow,' a stark contradiction to the hotel's supposed clientele. Strangely, Emi reappears at the hotel night after night, always recognizing Bonnie. One particular evening, Bonnie can't resist and secretly opens room 717. Inside, she discovers a collection of old photographs, each one featuring Emi in the exact same spot, seemingly timeless. A seed of suspicion is planted in Bonnie's mind: is Emi merely a guest, or could she be the very secret the hotel has been guarding all along?FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... BACKUPนามปากกา : เชิ้ตรูบี้ ในโลกที่ไม่มีใครตายจริง ๆ ทุกครั้งที่ใครสักคนเสียชีวิต จักรวาลจะดึงตัวจากอีกเส้นเวลาหนึ่งเข้ามาใช้ชีวิตแทนทันทีในจักรวาลที่เรียกว่า จักรวาลหลัก ความทรงจำของผู้คนจะถูกแก้ไขโดยอัตโนมัติจนไม่มีใครสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง แต่ เอมี่ เริ่มสงสัยเมื่อ บอนนี่ เปลี่ยนนิสัยหลังรอดจากอุบัติเหตุหลายครั้ง จากคนชอบกาแฟกลับดื่มชา จากคนกลัวน้ำกลับว่ายน้ำเก่ง จากคนถนัดซ้ายกลายเป็นถนัดขวา ทุกความผิดปกติถูกอธิบายว่า เป็นผลจากอุบัติเหตุ แต่เอมี่กลับจำบอนนี่คนก่อนได้ดีจนค้นพบความจริงว่า บอนนี่ที่เธอรักได้ตายไปแล้วหลายสิบครั้งและคนที่อยู่ตรงหน้า คือ บอนนี่จากจักรวาลที่แตกต่างกัน เมื่อจำนวนจักรวาลเริ่มลดลง ตัวสำรองก็เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ และความตายครั้งถัดไปจะไม่มีใครกลับมาแทนได้อีก เอมี่จึงต้องเลือกระหว่างใช้ชีวิตต่อกับบอนนี่คนนี้ที่เปรียบเหมือนคนแปลกหน้า หรือออกตามหาบอนนี่คนแรกที่อาจยังติดอยู่ในรอยแยกระหว่างจักรวาล แม้ว่าการพาเธอกลับมาจะทำให้บอนนี่ทุกคนที่เคยมีอยู่ต้องหายไป หรือแม้แต่ตัวเธอเองก็เริ่มลืมความรู้สึกรักที่มีต่อบอนนี่คนแรกแล้วก็ตามFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... BACKUPPen Name : เชิ้ตรูบี้ Imagine a reality where true death is impossible. Instead, whenever someone 'dies,' the universe seamlessly plucks a substitute from another dimension to inhabit their life in what's known as the 'Main Universe.' Our memories get a convenient cosmic update, so we never notice the cosmic switcheroo. But Emi starts to get a weird feeling when her friend Bonnie undergoes a series of baffling transformations after surviving a few close calls. One minute Bonnie's a coffee fiend, the next she's a tea enthusiast. She goes from fearing water to being an absolute swimming pro, and even shifts from left-handedness to right. Everyone chalks it up to the accidents, but Emi has crystal-clear memories of the *original* Bonnie. She cracks the truth: the Bonnie she adores has shuffled off this mortal coil countless times, and the person standing before her is a Bonnie from a parallel world. Here's the kicker: as the multiverse shrinks, so do the available replacements, meaning no one can step in for Bonnie's next inevitable 'death.' Emi faces a gut-wrenching choice: stick with this new Bonnie who feels like a stranger, or embark on a quest to find the first Bonnie, who might be lost in a cosmic void. This choice comes with a heavy price – it could erase every Bonnie that ever was, and Emi herself is starting to feel the love for her original friend fading.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... วิ่งแลก “คนเก่า” (Run With My Ex)นามปากกา : Plaifah “คนไทยเป็นอะไรกับคนเก่า ?” ก็คงเป็น…คนที่รู้ทั้งรู้ว่าเลิกกันแล้ว แต่พอมีแคมเปญชวนแฟนเก่ามาวิ่ง ก็ดันชวนจริง ๆ เมื่อ บอนนี่ ลากแฟนเก่าอย่าง เอมี่ เข้าร่วมแคมเปญ“วิ่งแลกคนเก่า” กิจกรรมที่ชวนอดีตคนรักมาวิ่งให้ครบ 11 กิโลเมตร เพื่อแลกของรางวัล ทั้งคู่ต่างคิดว่ามันก็แค่การออกกำลังกายสนุก ๆ กับคนที่เคยรู้จักดีที่สุด แต่ยิ่งวิ่ง…หัวใจกลับยิ่งวนกลับไปที่เดิม ทุกกิโลเมตรพาทั้งคู่ย้อนกลับไปหาร้านโปรด ม้านั่งตัวเดิม เพลงเพลงเดิม และเรื่องราวเล็ก ๆ ที่เคยทำให้ตกหลุมรักกัน พร้อมกับสร้างความทรงจำบทใหม่ที่ทำให้ทั้งคู่ได้รู้ว่า… คนเดิมอาจไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะบางครั้ง…การวิ่งกลับไปหาคนเก่า ไม่ได้ทำให้เราเจออดีต แต่ทำให้เราได้เจอคนเดิม… ในเวอร์ชันที่พร้อมรักกันมากกว่าเดิม แล้วเส้นชัยของการวิ่งครั้งนี้…จะแลกได้แค่ของรางวัล หรือแลก “คนเก่า” ให้กลับมาเป็น “คนปัจจุบัน” ได้อีกครั้งFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Run With My ExPen Name : Plaifah It's an interesting phenomenon, isn't it, how Thai people seem to have a unique relationship with their past flames? It appears to be a case of knowing a breakup is final, yet readily participating when an opportunity arises to engage with an ex. Take Bonnie, for instance, who ropes her former partner, Emi, into the 'Run for Your Ex' event. This isn't just any race; it's an 11-kilometer challenge where ex-lovers vie for prizes. Initially, both women see it as a lighthearted way to get some exercise with someone who knows them inside out. However, as they pound the pavement, the miles seem to rewind their hearts to cherished moments. Each kilometer echoes with memories of their favorite haunts, familiar park benches, the soundtracks to their romance, and the small anecdotes that sparked their initial connection. Along this journey, they inadvertently forge new experiences, leading to a profound realization: people change, and the person they once knew might be an entirely different individual now. It turns out that sometimes, retracing your steps with an ex isn't about dwelling on the past, but about encountering that same person, transformed and perhaps more ready than ever to love. So, will this race culminate solely in the coveted prize, or will the finish line also herald the return of the 'ex' to become a cherished 'present'?FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... ก่อนเสียงจะเอ่ยว่ารักนามปากกา : ปากกาสีส้มม่วง คุณรู้ไหม… คำว่า รัก สามารถแสดงออกได้หลายแบบ บางคนบอกรักด้วยคำพูด บางคนบอกรักด้วยอ้อมกอด บางคนเลือกเก็บมันไว้ในสายตา แต่เราสองคนเลือกแสดงความรักด้วย “ภาษามือ” เพลงพิณ (บอนนี่) ศิลปินเดี่ยวคนดังที่มีฉายาว่าเสียงของสวรรค์ "วันนี้เหนื่อยไหม" เสียงผู้จัดการเอ่ยถาม "ไม่ค่ะ" เพลงพิณตอบและถอนหายใจเบา ๆ เธอเคยรักการร้องเพลงแต่ตอนนี้เธอไม่แน่ใจแล้วว่ากำลังร้องเพลงเพราะรักมัน หรือเพราะทุกคนอยากให้เธอร้อง แสงเหนือ (เอมี่) คุณครูสอนภาษามือกำลังสอนเด็กที่เหมือนกับเขาคนที่ไม่สามารถสื่อสารผ่านการออกเสียงได้ มีคนเคยถามว่า “ชีวิตที่ไม่มีเสียงน่าเบื่อไหม” ไม่เลย โลกใบนี้ไม่เคยเงียบ แม้เขาจะพูดไม่ได้แต่ยังได้ยินทุกอย่าง และยังสามารถส่งความรู้สึกด้วยสองมือได้ แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอุบัติเหตุในวันฝนตกทำให้พวกเธอทั้งสองคนสลับร่างกัน โชคชะตาที่จะทำให้ทั้งสองคนได้เรียนรู้ “เสียง” ได้เรียนรู้ความหมายของ “ความเงียบ” และให้ “ความเงียบ” ได้สัมผัสโลกของ “เสียง” เพื่อให้พวกเขาได้รู้ว่าบางครั้งความรักที่ดังที่สุด กลับเป็นความรักที่ไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูดเลย แต่แค่ใช้หัวใจเป็นตัวนำทางก็พอFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Before the voice says "I love you".Pen Name : ปากกาสีส้มม่วง It's fascinating how love finds its voice in countless ways, isn't it? For some, it's a whispered 'I love you,' for others, a warm embrace, or perhaps a loving glance. But for these two, their unique language of affection is spoken through the graceful movements of sign language. Take Plaengpin (Bonnie), the acclaimed solo artist known as the 'Voice of Heaven.' She might ask her manager, with a gentle sigh, 'Are you feeling tired today?' It seems her passion for singing, once so vibrant, is now clouded by uncertainty – is she singing for herself, or for the expectations of others? Then there's Saengnuea (Emi), a sign language instructor, who is nurturing a child who, like her, communicates without spoken words. Someone once mused, 'Is a life without sound a dull existence?' Far from it! This world is a symphony, even for those who cannot hear it in the traditional sense. Though he may not speak, she absorbs every sound and expresses her heart through her hands. However, a sudden, unforeseen accident on a rainy day throws their lives into delightful disarray, causing them to literally swap bodies! This twist of fate sets them on a journey to truly understand the essence of 'sound,' to grasp the profound meaning of 'silence,' and to allow the world of 'silence' to experience the vibrant realm of 'sound.' Through this shared adventure, they'll discover that sometimes, the most powerful expressions of love are the ones that transcend words, guided solely by the heart.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... บอนอย่าทิ้งบี๋นามปากกา : พู่กันเบอร์11 ทุก ๆ เช้าของ "บี๋" ต้องพาควายออกไปเล็มหญ้า โลเคชันที่บี๋เลือกวันนี้เป็นริมถนนของหมู่บ้าน จู่ ๆ มีรถหรูสีขาวแปลกตาขับเข้ามา บี๋ไม่ได้ตั้งใจจะสอดรู้สอดเห็น แต่เพื่อความปลอดภัยของหมู่บ้าน บี๋จำเป็นต้องสอดส่อง มีคุณครูคนสวยย้ายเข้ามาสอนในโรงเรียนประจำหมู่บ้านเรานี่เอง อะไรกันคุณครูตาแป๋วคนสวยคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ ใกล้ ใกล้...ขึ้นเรื่อย ๆ "สวัสดีค่ะ บอนนี่นะคะ ฝากตัวด้วยค่ะ" หลังสิ้นเสียงนั้น บี๋เอาแต่อ้าปากค้าง หูดับไปชั่วขณะ รู้ตัวอีกทีเชือกควายก็หลุดออกจากมือแล้ว บี๋และคุณครูคนใหม่ต้องพากันวิ่งไล่จับควายราว 10 นาที เฟิดอิมเพซ่านอะไรสักอย่าง บี๋เรียกไม่ถูก นั่นแหละ อาจจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่มันทำให้บี๋และครูบอนสนิทกันไวมาก จนบี๋ไปมาหาสู่ช่วยเหลือดูแลครูบอนไม่ขาดตกบกพร่อง ก่อนออกจากบ้านพาควายไปเล็มหญ้าวันนี้ บี๋แต่งตัวดูดี ใส่เสื้อลายสก๊อตสีสวยและเซ็ตผมแบ่งปอยหวานนิดหน่อย เผื่อคุณครูคนสวยประทับใจ แต่พอไปถึงบี๋ต้องเจอกับภาพบาดตาบาดใจ มีไอหนุ่มหน้าหวาน หน้าตาไม่หล่อ ๆ เดินมาข้าง ๆ ครูบอน พร้อมกับยื่นซองสีชมพู "ถ้าสะดวกไป บอนอยากให้บี๋ไปร่วมงานแต่งของบอนนะ" บี๋แทบอยากหนีไปกอดเสาเถียง TTFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Bon, don't abandon Babe.Pen Name : พู่กันเบอร์11 Each morning, Bee herds her buffaloes out for their pasture time. Today, the village road became their grazing spot. Suddenly, a fancy white car, the kind you don't see every day, rolled to a stop. Babe, not one to pry, felt a duty to keep an eye out for the village's sake. A new teacher, quite a looker, had just arrived at the local school. What was this all about? This lovely, bright-eyed teacher was heading right towards her… 'Hi, I'm Bonnie. It's a pleasure to meet you all.' Babe was utterly floored, her ears buzzing for a moment. Before she could even react, the buffalo's lead slipped right through her fingers. A good ten minutes of frantic chasing ensued, with Babe and the new teacher hot on the heels of the escaped buffaloes. Whatever it was about a 'first impression' – Babe couldn't quite put her finger on it – but it seemed to forge an instant connection between her and Teacher Bonnie. Now, Babe finds herself visiting and lending a hand to Teacher Bonnie quite often. In fact, before heading out with the buffaloes this morning, Babe made sure to spruce herself up, donning a cute plaid shirt and styling her hair in a sweet, parted manner, all in the hopes of charming the beautiful teacher. But upon her arrival, Babe was greeted by a scene that shattered her hopes: a dashing young man… A fellow who was decidedly *not* handsome sauntered up to Teacher Bon and handed him a pink envelope. 'If you're free, Bon would love for you to come to Bon's wedding.' Babe felt an overwhelming urge to bolt and embrace the nearest lamppost. TTเข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “เอมี่-บอนนี่”ที่จะมาแจกความสดใส ขี้เล่นตามสไตล์สองสาวให้เหล่าแฟนคลับใจละลายกันไปเลย ~( ถ้าไม่ได้ชื่อเอมี่-บอนนี่จะชื่อว่าอะไร ? ) จากคราวที่แล้วที่ “เอมี่ - บอนนี่” ได้มารายการ EFM FANDOM LIVE ได้ตั้งชื่อให้กันในรายการว่า ‘หมี่หมี – หนี่หนี’ แต่หลังจากนั้นที่มี “เอนี่” ก็ได้เปลี่ยนเป็น ‘มีมี่ - นีนี่’ ไปแล้ว ในคราวนี้เลยตั้งชื่อให้กันและกันเป็น ‘ตี๋หลี - แป๋วแหวว’ มีที่มาจาก “เอมี่” เป็นตี๋ และ “บอนนี่” ตาแป๋วเลยได้ชื่อนี้ไป( ปริศนาดอกกุหลาบที่กรุงโรม ) จากงาน ‘EMIBONNIE 1st FANMEET IN EUROPE’ ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลีที่ทั้งสองได้ลงรูปดอกกุหลาบ แฟน ๆ สงสัยว่าใครเป็นคนให้ดอกกุหลาบนี้ ซึ่ง “เอมี่” บอกว่ามันเป็นดอกกุหลาบที่อยู่บนโต๊ะอาหารอยู่แล้วเลยหยิบขึ้นมาถ่ายรูปเล่น แต่พอเห็น “บอนนี่” เดินมาก็เลยยัดเข้ามือไปเลย แกล้ง ๆ เอาไปให้ เลยได้เห็นออกมาเป็นรูปที่ลงใน Instagram( เซ็ตคำถามครอบครัวสระอี้ : ใครเป็นคนที่ไปรับ-ส่งเอนี่ทุกวัน ) “เอมี่” พูดเลยว่า เป็น “บอนนี่” แน่นอนเพราะเขาตื่นเช้ามาก ส่วนตัวเองเป็นคนที่ตื่นเย็นสุด ๆ “บอนนี่” เลยบอกว่าเป็น “บอนนี่” ที่ส่ง “เอนี่” ตอนเช้า ส่วนตอนเย็นเป็น “เอมี่” มารับกลับบ้าน แบ่งหน้าที่ไปรับลูกอย่างเท่าเทียมกัน ตอนเช้าเดี๋ยว “บอนนี่” ดูแลจัดการให้เอง !( เซ็ตคำถามครอบครัวสระอี้ : ใครเป็นคนที่ห่อข้าวกล่องให้เอนี่เอาไปโรงเรียน ) “บอนนี่” บอกว่า “เอนี่” เอาแต่กินขนม ถ้าต้องห่อข้าวกล่องไปให้ คงต้องทำเมนูหมูกระทะปิ้งไปให้เรียบร้อยพร้อมมีน้ำจิ้ม และห้ามขาดของหวาน นั่นก็คือเค้กช็อกโกแลต เพราะ “เอนี่” ชอบกินช็อกโกแลตและอาหารที่ไม่มีผัก พออยู่ด้วยกันไปเรื่อย ๆ กับ เอนี่ แล้วรู้เลยว่าเขาไม่ชอบกินผัก “เอนี่” เป็นเด็กที่เลือกกิน เหมือนกับ “เอมี่”( เซ็ตคำถามครอบครัวสระอี้ : ใครหวงลูกมากกว่ากัน ถ้ามีคนเข้ามาจีบเอนี่ ) “เอมี่ - บอนนี่” ต่างฝ่ายต่างคิดว่าก็คงหวงลูกเหมือนกันทั้งคู่ ถ้าเข้ามาจีบเล่น ๆ ขำ ๆ ก็ไม่ได้อะไร แต่ถ้าจะเข้ามาจีบจริงจังก็ขอเช็คประวัตินิดหน่อย ยิ่งตอนนี้ได้ข่าวว่า “เอนี่” ฮอตมาก เริ่มมีหลาย ๆ คนเข้ามาจีบ เพราะเขามีเพื่อนเยอะทั้งหญิงทั้งชาย ที่ได้ยินจากที่ “เอนี่” เล่ามาก็มี “LYKYOU” ลูกของวง ‘LYKN’ และมี “DOMIIA” ลูกของสองหนุ่ม ‘เพิร์ธ - แซนต้า’ ที่ชอบมาเต๊าะลูก แต่ “เอนี่” ก็เชิ่ด เพราะเขามีคนในใจอยู่แล้วที่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่ออย่าง “JEWEL” ที่เป็นลูกของ ‘แจน - จิงจิง’ ซึ่งถ้าต้องดองกับบ้านนี้ก็โอเค น่ารักดี ไม่มีปัญหา( เซ็ตคำถามครอบครัวสระอี้ : ใครจะงอนลูก ถ้าลูกไม่เล่นด้วย ) “เอมี่” บอกว่าเป็น “บอนนี่” แน่นอน 100% เพราะ “บอนนี่” กับ “เอนี่” ชอบเล่นด้วยกันตลอดเลย ทั้งคู่ชอบคุยเล่นกันงุ้งงิ้ง ๆ เจื้อยแจ้วกันไป แล้วเราก็ฟังลูกพูด ถ้า “เอนี่” ไม่เล่นด้วยจริง ๆ ยังไง “บอนนี่” ก็งอน( เซ็ตคำถามครอบครัวสระอี้ : ใครจะร้องไห้ถ้าลูกหกล้ม ) ทั้งคู่พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า “เอมี่” แน่นอน เพราะ “เอมี่” ไม่ชอบให้ลูกเจ็บตัว “เอนี่” เขาเคยล้มแล้วตอนงาน ‘GMMTV STARLYMPICS’ ที่ผ่านมา ตอนที่เห็นลูกล้มแล้วรู้สึกเจ็บไปกับ “เอนี่” ด้วยเลย ไม่อยากให้เขาวิ่งเลย ค่อย ๆ วิ่งแทนก็ได้ “บอนนี่” เลยแซวว่ากับลูกจะยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมเลย( ยิ่งคิดยิ่งชิดที่ซ่อนความในใจเอาไว้ ) ที่มาที่ไปของ MV นี้มาจากที่ “เอมี่ - บอนนี่” เขียนบรรยายถึงกันและกัน เพราะด้วยความที่เป็นเพลงแรกที่ได้เดบิวต์เป็นศิลปินดูโอ้คู่แรกของ RISER MUSIC ทีมงานจึงอยากให้ทั้งคู่ได้มีส่วนร่วมกับเพลงนี้ โดยพี่ทีมงานถามมาว่ามีคำพูด เนื้อหา หรือคีย์เวิร์ดอะไรที่อยากใส่เข้ามาในเพลงมั้ย “เอมี่” เลยเขียนอธิบายความรู้สึกที่มีต่อ “บอนนี่” ไปเลย ตอนแรกที่เขียนก็ไม่ได้เขินอะไร แต่พอส่งให้ทีมงานดูแล้วเริ่มโดนแซวก็เขินนิดหน่อย พอ “บอนนี่” รู้ก็เลยเขียนบรรยายความรู้สึกกลับไปให้ “เอมี่” เหมือนกัน เหมือนเราเขียนความในใจให้กันและกันเลย และท่อนที่ทั้งคู่ชอบที่สุดในเพลงนี้คือ ‘ชอบเวลาเธอหันมาเรียกชื่อฉัน โลกทั้งใบก็หายเหลือแค่เราเท่านั้น’( ซีนที่ชอบใน MV ยิ่งชิดยิ่งคิด ) “เอมี่ - บอนนี่” บอกว่าชอบซีนที่ได้เจอกัน เป็นซีนแรกที่เริ่มถ่ายเลยที่อยู่ในร้านกีตาร์ จังหวะที่ “บอนนี่” จ๊ะเอ๋แล้วยิ้มให้กัน “เอมี่” หลุดยิ้มตามตลอด เขายิ้มแฮะ ๆ แล้วเราก็ยิ้มตาม เลยถ่ายไม่เสร็จสักทีซีนนี้ เพราะ “บอนนี่” ทำตาแป๋วตลอด( ศิลปินที่อยากฟีเจอร์ริ่งด้วย ) “เอมี่ - บอนนี่” บอกว่าจะเกิดฝันมาก ทำเอาไม่กล้าพูดเลย แต่ศิลปินที่อยากฟีเจอร์ริ่งด้วยก็คือ “BOKYLION” ทั้งคู่พึ่งคุยด้วยกันไปเองว่าเพลงใหม่อย่าง ‘นาฬิกาทราย’ ดีมาก ชอบพี่เขามาตั้งแต่ร้องเพลง Cover อยู่เลย และถ้าได้ร่วมงานกับ “THE TOYS” ด้วยอีกก็คงดีใจไม่น้อย( ผลงานซีรีส์คู่ที่อดใจรออีกเพียงไม่นาน ! ) ซีรีส์ ‘เงาใต้พระจันทร์’ ตอนนี้เริ่มถ่ายทำไปได้ถึงครึ่งเรื่องแล้ว และได้ยินมาว่าแฟนคลับแซวว่า “พี่จันทร์” เป็นเมะธงแดง ถ้าซีรีส์ออนแอร์แล้วจะโดนแม่ ๆ ของ “น้องคีย์” หักคะแนนฉ่ำแน่ ๆ แต่ “เอมี่” สวนกลับว่า จริง ๆ “พี่จันทร์” ไม่ได้ธงแดงขนาดนั้น “น้องคีย์” ก็ไม่เบาเหมือนกันแหละ “บอนนี่” เลยบอกว่าให้ทุกคนรอดูแล้วกัน ตัวละครมีเหตุผลในการกระทำว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น ยิ่งในซีรีส์มี “ฟิล์ม” มาเล่นด้วยตอนร่วมซีนกันก็สนุกมาก ๆ เชือดเฉือนกันสุด ๆ ให้ทุกคนรอติดตามกันด้วย เร็ว ๆ นี้มีข่าวดีมาแล้วและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “เอมี่ - บอนนี่” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกมชื่อว่า “Emi Bonnie MELODY - ยิ่งร้อง ยิ่งรัก”ในเกมนี้ “เอมี่ - บอนนี่” ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “เอมี่ - บอนนี่”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เอมี่ - บอนนี่” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากซิงเกิล “ยิ่งชิดยิ่งคิด (Fall For You)” เพราะ ๆ จากทั้งคู่ รับชม MV ได้ทาง Youtube : RISER MUSIC และรอติดตามซีรีส์ “เงาใต้พระจันทร์” เร็ว ๆ นี้ด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

แฉข่าวเช้า 27 กรกฎาคม 2569
27 ก.ค. 2026
แฉข่าวเช้า

แฉข่าวเช้า 27 กรกฎาคม 2569

พบกับ #แฉข่าวเช้า ได้ทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 - 10.00 น. ทันทุกกระแส แฉทุกข่าว กับ 'แฉข่าวเช้า’ ที่นี่ #EFM94 ทอล์คอารมณ์ดี เพลงดีทุกแนว

Green Wave

เรียนรู้ชีวิตร่างทรงคนเขียนเพลง “ปาน ธนพร” จากนักร้องพลังหญิง สู่นักภาวนาที่พาชีวิตจริงไปพบความสงบ
23 ก.ค. 2026
Club Inspired Day Recap

เรียนรู้ชีวิตร่างทรงคนเขียนเพลง “ปาน ธนพร” จากนักร้องพลังหญิง สู่นักภาวนาที่พาชีวิตจริงไปพบความสงบ

Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “ปาน ธนพร” นักร้องสาวผู้โด่งดังจากบทเพลงที่สะท้อนอารมณ์ผู้หญิงอย่างดุเดือด โดยเธอได้ย้อนเส้นทางตั้งแต่นักร้องเบื้องหลังจนก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้าที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เนื้อหาเน้นย้ำถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อเธอเริ่มหันเข้าหา ธรรมะ เพื่อเยียวยาจิตใจที่เหนื่อยล้าจากความคาดหวังและชื่อเสียงในวงการบันเทิงโดยปานได้ถ่ายทอดมุมมองเรื่องการฝึก สติ และการยอมรับความตายว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เธอรับมือกับการสูญเสียมารดาได้อย่างสงบ ปัจจุบันเธอเลือกใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและใช้เสียงเพลงเป็นสื่อนำทางบุญ โดยยังคงรับงานร้องเพลงควบคู่ไปกับการปฏิบัติธรรมตามวิถีฆราวาส ทั้งนี้เธอได้ฝากข้อคิดเรื่องการ รักตัวเอง ให้เป็นด้วยการถนอมดวงใจไม่ให้หลงไปกับกิเลส เพื่อสร้างความสุขที่ยั่งยืนจากภายในอย่างแท้จริงรากฐานที่แข็งแกร่ง เติบโตท่ามกลาง "ความถูกต้อง" และระเบียบวินัยปาน ธนพร เติบโตมาในครอบครัวนักร้องที่มีพี่สาวรวมกันถึง 5 คน ซึ่งทุกคนล้วนมีพรสวรรค์และได้รับรางวัลจากการประกวดร้องเพลงมาแล้วทั้งสิ้น การที่เธอได้ยินเสียงเพลงที่ "ถูกต้อง" และไม่เคยเพี้ยนเลยมาตั้งแต่เด็ก ทำให้หูของเธอถูกฝึกฝนให้แม่นยำในเรื่องโน้ตและจังหวะโดยไม่รู้ตัว เธอเริ่มต้นการเรียนรู้อย่างเป็นระบบที่ วิทยาลัยนาฏศิลป์ ซึ่งมีวิชาทั้งร้องไทยและสากล จุดเริ่มต้นของความเป็นมืออาชีพเกิดขึ้นตั้งแต่เธอยังเรียนอยู่มัธยมปีที่ 5 เมื่อเธอเริ่มใช้เสียงเป็นเครื่องมือหาเลี้ยงชีพจากการเป็นนักร้องคอรัสและนักร้องไกด์ซึ่งต้นทุนชีวิตที่สำคัญไม่ใช่แค่พรสวรรค์ แต่คือ "สภาพแวดล้อมที่ผลักดันให้เราเห็นแบบอย่างที่ดี" และวินัยที่เกิดจากการทำงานจริงตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งหล่อหลอมให้เธอเป็นนักร้องที่ทำงานด้วยความแม่นยำและรับผิดชอบสูงตัวตนที่แท้จริงภายใต้ "ร่างทรง" ของคนเขียนเพลงแม้ภาพลักษณ์เบื้องหน้าจะเป็นนักร้องสาวสายดุที่ร้องเพลงกระทบกระเทียบอารมณ์รุนแรง แต่ในชีวิตจริง ปานนิยามตัวเองว่าเป็นคนสาย "Easy Listening" ที่รักความเรียบง่ายและเป็นคนใจเย็น เธอเปรียบตัวเองเป็นเพียง "ร่างทรง" (Medium) ของคนเขียนเพลง หน้าที่ของเธอคือการนำเนื้อร้องและทำนองที่ผ่านการกลั่นกรองมาแล้ว มาตีความและใส่จิตวิญญาณลงไปให้สมบูรณ์ที่สุด เธอใช้ทักษะความชำนาญจากการเป็นนักร้องเบื้องหลัง (มือปืนรับจ้าง) มาสร้างสรรค์งานเบื้องหน้า โดยไม่ได้ยึดติดว่าต้องมีบุคลิกเหมือนในเพลงที่ร้องโดยความสำเร็จที่ยั่งยืนเกิดจากการ "รู้จักบทบาทหน้าที่" การเป็นมืออาชีพคือการทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ถึงมาตรฐานสูงสุด โดยไม่จำเป็นต้องสูญเสียตัวตนที่แท้จริงไปกับภาพลักษณ์ที่โลกภายนอกสร้างให้บทเรียนจากเรือที่มั่งคั่งแต่ไร้ฝั่ง เมื่อความสำเร็จกลายเป็นภาระในยุคที่ชื่อเสียงของเธอถึงขีดสุด ปานต้องเผชิญกับตารางงานที่อัดแน่นจนแทบไม่มีเวลาหายใจ เธอเคยทำงานหนักถึงขั้นอัดเพลงทั้งอัลบั้ม 10 เพลงให้เสร็จภายในวันเดียวเพื่อแข่งกับเวลาของธุรกิจ เธอเปรียบชีวิตในช่วงนั้นเหมือน "เรือที่แข็งแรงและอุดมสมบูรณ์มาก แต่ไม่มีฝั่งให้ขึ้น" คือมีเงินทองและชื่อเสียงไหลมาเทมา แต่หัวใจกลับเคว้งคว้าง เหนื่อยล้า และรู้สึกว่าพลังงานถูกใช้ไปจนหมดหน้าตักจากการต้องแบกรับอารมณ์ดราม่าและกิเลสในบทเพลงอยู่ตลอดเวลาปานทำให้เราได้เรียนรู้ว่าชื่อเสียงและเงินทองเป็นเพียงเครื่องหล่อเลี้ยงกาย แต่ "ความสงบทางใจคือฝั่งที่แท้จริง" หากเรามีแต่ทรัพย์สินแต่ไร้ซึ่งเวลาพักใจ ชีวิตก็ไม่ต่างจากการลอยคออยู่กลางทะเลกว้างอย่างไร้จุดหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จาก "ความร้อน" สู่ "ความเย็น"จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธอได้รับโอกาสทำโปรเจกต์ "หนุ่มบาว-สาวปาน" ซึ่งเปรียบเสมือนน้ำที่มาชุบชูใจให้เธอมองเห็นโลกที่กว้างขึ้นและสนุกกับการทำงานอีกครั้ง ต่อมาเธอได้นำเสียงของเธอไปใช้ในทางธรรมผ่านการสวดมนต์ "สรภัญญะ" และการลงพื้นที่ทำกิจกรรมจิตอาสาตามโรงเรียนนับร้อยแห่ง เธอพบว่าการใช้เสียงที่เคย "ร้อน" (จากเพลงรักที่รุนแรง) มาเปลี่ยนเป็นเสียงที่ "เย็น" เพื่อสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่น คือการพักใจที่ดีที่สุดและทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าในรูปแบบใหม่ซึ่งทักษะเดิมที่เรามีสามารถนำไปปรับใช้ในทิศทางที่สร้างสรรค์กว่าเดิมได้ การข้ามผ่านความล้มเหลวทางอารมณ์ไม่ได้หมายถึงการทิ้งอาชีพเก่า แต่คือการ "ปรับเจตนาในการทำงานใหม่" เพื่อให้เกิดความร่มเย็นทั้งต่อตนเองและผู้อื่น"สัมมาอาชีพ" และการทำงานด้วยใจที่สละออกปานเคยตั้งคำถามกับตัวเองเกี่ยวกับความเชื่อที่ว่าอาชีพนักร้องดารามักจะตกนรกเพราะมอมเมากิเลสผู้คน แต่เธอก็พบคำตอบว่า หากการทำงานนั้นทำด้วยเจตนาที่จะ "ผ่องถ่ายความทุกข์" ให้ผู้ฟัง โดยที่ตัวศิลปินเองไม่หลงยึดติดในชื่อเสียงหรือความลุ่มหลง อาชีพนี้ก็คือ "สัมมาอาชีพ" หรือการเลี้ยงชีพชอบ ความทุกข์หรือกิเลสไม่ได้อยู่ที่เสียงเพลง แต่อยู่ที่ใจของทั้งผู้ร้องและผู้ฟังว่าใครจะเอาใจไปยึดติดกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดับไปนั้นทั้งนี้งานทุกอย่างเป็นเพียงสมมติทางโลก "เจตนาที่บริสุทธิ์คือเกราะป้องกันใจ" หากเราทำงานเพื่อรับใช้ผู้อื่นและสละตัวตนออกไป งานนั้นจะกลายเป็นเครื่องมือในการสะสมบุญบารมีแทนที่จะเป็นโทษ“วิชาตายก่อนตาย" บททดสอบจากกตัญญูและการพลัดพรากวิชาสำคัญที่ปานฝึกฝนคือ "มรณานุสติ" หรือการระลึกถึงความตายอยู่เสมอเพื่อให้ใจยอมรับสัจธรรม บททดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการดูแลคุณแม่ที่นอนติดเตียงมายาวนานถึง 23 ปี ในช่วงเวลาสุดท้าย เธอเลือกที่จะดูแลคุณแม่ด้วยความสงบ ไม่ปั๊ม ไม่เจาะ เพื่อให้ท่านจากไปอย่างนักภาวนา เพราะเธอได้เตรียมใจล่วงหน้ามานานหลายสิบปี ทำให้เมื่อถึงวันที่ต้องจากกันจริง ๆ เธอจึงไม่ "เซ" แต่กลับรู้สึกโล่งใจที่แม่ได้พ้นจากความทรมานของร่างกายการฝึกสติไม่ได้มีไว้เพื่อให้พ้นจากความเศร้า แต่มีไว้เพื่อให้เรา "เผชิญหน้ากับความสูญเสียได้อย่างมั่นคง" การยอมรับความจริงในวันที่ยังมีชีวิตอยู่ จะทำให้เราจากกันด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่ด้วยความทุรนทุรายรักตัวเองให้เป็น ปัก GPS เดินเข้าหาแสงสว่างบทสรุปชีวิตของปาน ธนพร ในวันนี้ คือการ "รักตัวเองให้เป็น" ซึ่งไม่ได้หมายถึงการตามใจความอยาก (กิเลส) แต่คือการมีสติรู้เท่าทันอารมณ์ เธอเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเองได้อย่างมีความสุข หวงแหนพื้นที่ส่วนตัวเพื่อรักษาความสงบในใจ และเลือกทำแต่สิ่งที่ไม่ก่อทุกข์ก่อโทษให้กับตัวเอง เธอเปรียบชีวิตเหมือนการล่องเรือที่ต้องมีการปัก GPS (เป้าหมายทางธรรม) เอาไว้ แม้ฝั่งจะยังอยู่ไกล แต่ขอเพียงแค่หันหัวเรือไปในทิศทางที่ "สว่าง" ก็เพียงพอแล้วการมีสติคือทรัพย์สมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของมนุษย์ "การรักตัวเองที่แท้จริง คือการถนอมสติไว้ให้มั่น" เพื่อไม่ให้ชีวิตหลงไปในทางที่มืดบอด และเลือกเดินเข้าหาความสว่างในทุกย่างก้าวของลมหายใจชีวิตของ ปาน ธนพร เติบโตมาในครอบครัวนักร้องที่หล่อหลอมให้เธอมีทักษะการฟังที่แม่นยำ ก่อนจะเข้าศึกษาที่วิทยาลัยนาฏศิลป์และเริ่มต้นอาชีพจากการเป็นนักร้องเบื้องหลัง จนก้าวสู่การเป็นศิลปินเดี่ยวชื่อดังที่ได้รับฉายาว่า "หัวหน้าพรรคพลังหญิง" ผู้ถ่ายทอดบทเพลงอารมณ์รุนแรงซึ่งเปรียบเสมือนการเป็น "ร่างทรง" ให้กับคนเขียนเพลง แม้จะประสบความสำเร็จสูงสุดจนรู้สึกเหนื่อยล้าเหมือน "เรือที่อุดมสมบูรณ์แต่ไร้ฝั่งให้ขึ้น"แต่เธอได้พบจุดเปลี่ยนสำคัญผ่านการทำงานจิตอาสานำสวดมนต์สรภัญญะและการหันเข้าหาธรรมะเพื่อสร้าง "พลังงานเย็น" ให้กับชีวิต ซึ่งส่งผลให้เธอสามารถเผชิญกับการสูญเสียคุณแม่ที่ดูแลมานานถึง 23 ปีได้อย่างเข้มแข็งและไม่ "เซ" โดยปัจจุบันปานเลือกใช้ชีวิตที่เรียบง่าย รักการอยู่ลำพัง และมีเป้าหมายสำคัญคือการฝึกสติเพื่อหันหัวเรือมุ่งหน้าสู่แสงสว่างแห่งธรรมะในทุกลมหายใจที่เหลืออยู่ดูรายการย้อนหลัง

Hotwave

“PURPEECH” เสิร์ฟซิงเกิลใหม่รับต้นปี “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เตรียมซ้อมร้อง ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ 21 มิถุนายน นี้
23 ม.ค. 2025
News

“PURPEECH” เสิร์ฟซิงเกิลใหม่รับต้นปี “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เตรียมซ้อมร้อง ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ 21 มิถุนายน นี้

“PURPEECH” 5 หนุ่ม อินดี้ป็อปส่งตรงจากเชียงใหม่ สังกัดค่ายเพลง MILK! BKK Music Label นำทีมโดย “เรฟ” – ศราวุฒิ สุยะเขต” (ร้องนำ), “ยีนส์” - ภูริช สมชื่อ (คีย์บอร์ด), “เซ็นต์” - สิทธิโชค ตาสา (กีตาร์), “คอมพ์” - ทรรศนะ เพ็ญจันทร์ (เบส), และ “เจมส์” - จักรพรรณ ธนาศุภณัฏฐ์ (กลอง) เจ้าเพลงสุดฮิตขวัญใจ GEN Z มากมาย และเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก “PurfectPeech” ที่มีเพลงฮิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “ทิ้งไว้อย่างพอใจ”, “หากเพียงจะขอ”, “ภาพถ่ายจากวันวาน”, “อาจเป็นเพราะฉันเอง”, “รักรออยู่ไม่ไกล” และ “นี่ฉันเองคนที่… (It’s me)” เพลงคลั่งรักแบบเต็มอัตราและก่อนที่ทุกคนจะไปม่วนจอยกับ “PURPEECH” ในคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในชีวิต ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายน นี้ พวกเขาทั้ง 5 ขอส่งซิงเกิลใหม่ “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” เอาใจคนโดนหลอกให้รัก ที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่อยากฝากบอกคนใจร้าย ซึ่งเข้ามาปั่นป่วนให้ว้าวุ่นไปทั้งหัวใจ กับการเจอไม้เด็ดมัดใจด้วยคำหวาน ทำให้ใจอ่อนจนตกหลุมรักอย่างง่ายดายซึ่งเพลงนี้เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งเพลงน่ารัก ๆ กับเนื้อเพลงขี้เล่นที่เลือกใช้คำว่า “ตกกะใจ” เพื่อให้ดูมีความสนุก มาพร้อมกับดนตรีและซาวด์ย้อนยุควินเทจ ที่ได้ “TONHON” หรือ ต้นหน - ตันติเวชกุล นั่งแท่นโปรดิวซ์ให้อีกด้วย ซึ่งเป็นการทำงานที่เข้ามาเติมสีสันให้เพลงของพวกเขาดูมีมิติมากขึ้นมากไปว่านั้น “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” จะเป็นเพลงแรกที่แฟนเพลงจะได้ฟังเสียง “เซ็นต์” (กีตาร์) ร่วมร้องนำ กับ “เรฟ” อีกด้วยเรียกได้ว่าเริ่มต้นปีนี้ ฮีเสิร์ฟทั้งเพลงใหม่ ทั้งคอนเสิร์ตใหญ่แบบฉ่ำ ๆ เหล่าทานตะวันปักหมุดรอรายละเอียดเพิ่มเติม วอร์มนิ้วรอกดบัตร และซ้อมคอร้องเพลง “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” ไปพร้อม ๆ กันในคอนเสิร์ตได้เลยซ้อมร้องเพลง “ตกกะใจทำได้ลง (Oops.)” ได้ทุกสตรีมมิ่ง : https://bfan.link/PURPEECH-Oops และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ “PURPEECH” ผ่านทาง https://www.facebook.com/MILK.artistserviceplatform และ https://www.instagram.com/purpeechpurpeech

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18
03 ก.พ. 2026
Events

มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเล กับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18

ว้าวุ่นมาทั้งปี มารับวิตามิน SEA กันป่ะล่ะ !!ปลายปีนี้... EFM94 และ Chill Online จะพาคุณไปมันส์อีกครั้งกับมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ริมทะเลกับ EFM x CHILL ON THE BEACH ครั้งที่ 18 BY โซดา LEOมันส์ไปกับ 6 ศิลปิน ...NONT TANONT / PARADOX / MEAN / ROOFTOP / SLAPKISS / THE MOUSSESเตรียมแดนซ์ให้ยับกับ DJ PU บนเวที EDM สไตล์ EFM และ เหล่าดีเจจาก EFM94 และ CHILL ONLINEเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นี้ที่ หาดแหลมเจริญ จังหวัด ระยองห้ามนำเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าภายในงาน ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายเตรียมตัวกันให้พร้อม!! 16 ตุลาคมนี้เปิดให้กด REDEEM บัตรกันแล้วขั้นตอนการ Redeem Ticket!! บอกเลยว่า #งานนี้ฟรี!!- เพียงแค่ล็อกอิน เปิดแอป Application AtimeFungFin- เริ่มสะสมพ้อยได้แล้ววันนี้ ผ่านการฟัง Application ATIMEFUNGFIN !!1 นาที = 1 Point สะสมครบ 2,000 Point แลก Wristband ได้ 2 ใบ สามารถเข้างานได้ 2 คน(1 Account/1 สิทธิ์)ดาวน์โหลด Application : ATIME FUNGFIN รอไว้ได้เลย ทั้งระบบ IOS และ Androidพิเศษเฉพาะใน Application ATIMEFUNGFIN เท่านั้น!! รีบชวนเพื่อนด่วน #บัตรมีจำนวนจำกัด

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน
23 ม.ค. 2025
News

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน

"เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา” ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพันบทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปีโดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform

Atime Showbiz

BEACH BOYS CONCERT 2025
21 ก.ค. 2025
Ticket Now

BEACH BOYS CONCERT 2025

คอนเสิร์ตรวมศิลปิน BOYS “สมบัติแห่งชาติ” เสิร์ฟเพลงฮิตติดชาร์ตกันริมทะเล ชวนทุกด้อมมาเติมฟินพร้อมกัน ครบจบในวันเดียว !ใน “BEACH BOYS CONCERT 2025”พร้อมเสิร์ฟขุมทรัพย์ความฟิน กับ Lineup 10 ศิลปินแถวหน้าของ T-POP ที่แมสที่สุดมาไว้บนเวทีเดียวกัน พบกับ1. POLYCATวงดนตรีสุดเทสต์ ตัวท็อป Synth Pop ตำนานเพลงฮิตที่ทุกคนต้องมีติดเพลย์ลิสต์ !2. fellow fellowศิลปิน DUO เสียงละมุน เจ้าของเพลงรักโรแมนซ์สุดไวรัลกว่า 100 ล้านวิว !3. No One Else“เจ้าพ่อเพลงรัก” ศิลปินที่ครองชาร์ตครองใจเหล่าคนคลั่งรักทุก GEN !4. JEFF SATURศิลปินตัวท็อปมากประสบการณ์ผู้เปลี่ยนทุกเวทีให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของแบบไร้ขีดจำกัด!!5. NUNEWศิลปินเสียงหวานใจละลาย ฉายา “ลูกชายแห่งชาติ” ที่พร้อมชิงหัวใจจากทุกด้อมแบบไม่ให้ตั้งตัว !6. ATLASBOY GROUP ตัวท็อปสุดเป๊ะ ! ที่ต้องดูด้วยตาเนื้อสักครั้งในชีวิต พร้อมสาดความมันส์ให้หาดแตก !!7. PROXIEBOY BAND แถวหน้า All Rounder สุดจี๊ดแห่ง T-POP ตัวตึงทุก Viral สุดแมส !8. LYKNBOY GROUP สุดกรี๊ด เตรียมกร่อนใจทุกด้อม ด้วยคาริสม่าสุดสตรอง แซ่บไฟลุกไปทั้งหาด !9. DICEBOY GROUP ทำถึงแห่งปี เอเนอร์จี้สุดจะเลิศ ! พร้อมตกแฟน ๆ ด้วย Performance สุดปัง !!10. JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXXRookie น้องใหม่มาแรงแห่งวงการ T-POP พร้อมปล่อยดาเมจสุด HOT ให้ Beach สะเทือน !!เปิด MAP ความสนุกพร้อมกันวันแสดง :วันเสาร์ที่ 22 พฤจิกายน 2568 เวลา 15:30 น. เป็นต้นไปสถานที่ :SEA SAND SUN HUAHIN RESORTเปิดจำหน่ายบัตร : วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปซื้อบัตรได้ทาง Counter Service All Ticket ใน 7-Eleven ทุกสาขา หรือ https://bit.ly/BEACHBOYS2025ราคาบัตร :• บัตรราคา 1,100 บาท **ราคานี้ตั้งแต่วันนี้ - 21 พ.ย.**• บัตรหน้างาน (22 พ.ย. 2568) : บัตร Regular ราคา 2,000 บาท

YOLO FEST
10 มี.ค. 2025
Ticket Now

YOLO FEST

ครั้งแรกของ ATIMESHOWBIZ ครีเอทมิวสิคเฟสอินดี้ ขึ้นห้าง กลางเมืองโดนใจทุก Gen โดดเด่นทุก Line up ที่ทุกคนต้องได้มาฟังสดๆ สักครั้งในชีวิต!!YOLO FEST เฟสอินดี้ YOU ONLY LISTEN ONCEมิวสิคเฟสที่ “คุ้ม” ที่สุด กับโลเคชั่นที่ “ติดแกลม” ที่สุดจัดเต็มตลอด 8 ชม. แบบ Non stop กับ 12 ศิลปินอินดี้ตัวท็อปสุดเทสต์!1. TATTOO COLOUR วงดนตรีขวัญใจเด็กแนวทุกยุค กับสไตล์เพลงสุดครีเอทที่ไม่เคยเก่า!2. POLYCAT วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s ที่ปลุกกระแสยุคเก่าให้เก๋าไปทั่วบ้านทั่วเมือง3. SCRUBB ศิลปินดูโอ้ที่มีเพลงเพราะอยู่ในเพลย์ลิสต์โปรดของใครหลายคนมานานกว่า 20 ปี!4. THE TOYS อัจฉริยะทางดนตรี ผู้สร้างปรากฎการณ์ให้วงการเพลงไทยดังไกลทั่วเอเชีย!5. SAFEPLANET วงอินดี้ป็อปแถวหน้า ดาวเคราะห์แห่งเสียงดนตรีกับ Sound สุดซิกเนเจอร์!6. PUN ศิลปินหนุ่มสุดฮอต ขวัญใจเจน Z ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้!7. DEPT ดูโอ้ซินธ์ป็อปแห่งยุค กับแนวเพลงเศร้าเคลือบน้ำตา โดนใจวัยรุ่น8. WHAL DOLPH วงดนตรีอินดี้ป็อปจากท้องทะเล กับการดีไซน์เพลงที่ไร้ขีดจำกัด9. MEYOU All rounder แห่งวงการเพลงไทย เจ้าของเพลงฮิตร้อยล้านวิว10. WIM ศิลปินอินดี้ป็อปไวป์ดี Mr.feelgood มาพร้อมสไตล์เพลงสุดกรู๊ฟชวนฝัน!11. LUSS คู่หูมหัศจรรย์แห่งยุค! กับเมโลดี้ติดหูที่กลายเป็น Viral นับครั้งไม่ถ้วน12. TELEVISION OFF วงน้องใหม่ฟอร์มแรง ผู้ถ่ายทอดความเจ็บปวดได้อย่างสวยงาม“YOU ONLY LISTEN ONCE” โอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่คุณจะได้มาฟังทั้ง 12 ศิลปินสุดเทสต์ใน Stage เดียวกัน วันเดียวเท่านั้น รันยาวต่อเนื่องแบบ Non stop ห้ามพลาดเด็ดขาด!!พบกัน 14 มิ.ย. 2025 ที่ Paragon Hall ที่สุดของ VENUE ใจกลางเมือง!บัตรราคาเดียว : บัตรยืน 1,500 บาทพิเศษสุด! โปรฯ คู่ 2,800 บาท (จำกัด 1,500 คู่เท่านั้น!)จำหน่ายบัตร 29 มี.ค. 2025 (เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป) ทาง ThaiticketmajorLink ขายบัตร https://bit.ly/YOLOFESTติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ และ EFM ทุกช่องทาง#YOLOFest#YOU_ONLY_LISTEN_ONCE#ATIMESHOWBIZ#EFM94

GOTCHA POP 3 CONCERT
01 มี.ค. 2025
Ticket Now

GOTCHA POP 3 CONCERT

ALL TICKETS ARE SOLD OUT !ATIMESHOWBIZ ขอขอบคุณชาว T-POP ทุกด้อม-ทุกคน ที่ทำให้บัตร #GOTCHAPOP3 SOLD OUT ทุกราคา ทุกที่นั่งเป็นที่เรียบร้อย !!เจอกัน 24 พ.ค. 2025 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์GOTCHA POP Concert ไม่ใช่แค่การรวมศิลปิน T-POP แต่คือ “เวทีโชว์ Performance แห่งปี” ที่คอคอนเสิร์ตทุกคนต้องไม่พลาด ไม่ว่าคุณจะอยู่ด้อมไหน เตรียมใจลุ้นไปกับ Line Up สุดปัง จาก Boy Group - Girl Group ตัวท็อปสุดฟิน อะดรีนาลีนหลั่งไปกับสเตจพิเศษเกินคาดเดา ที่รับประกันความ Wow ! ขึ้นในทุก ๆ ปีเปิดตี้ฟินระเบิด พร้อมเสิร์ฟยกด้อม กับ คอนเสิร์ตรวม Idol ตัวท็อปแห่งปี !!ใน “GOTCHA POP CONCERT ครั้งที่ 3 ” จัดเต็มศิลปิน T-POP Boy Band , Girl Group ตัวท็อปที่ทุกคนอยากดูมากที่สุดในยุคนี้พบกับ1. TRINITY - Trio สารตั้งต้น T-Pop ตัวท็อประดับตำนานที่แฟน ๆ รอคอย! พร้อมเสิร์ฟเอเนอร์จีความ Hot ทะลุสเตจ !!2. PROXIE - Boy Band ตัวท็อปสุดแมส ความสามารถ All Rounder แห่ง T-POP การันตีที่สุดของความปัง!3. PiXXiE - Girl Group จริตทะลวงใจ! 3 ภูติจิ๋วเอวเอส มาพร้อมพลังดาเมจที่จะทำให้เวทีสะเทือน!!4. PERSES - 5 หนุ่ม Boy Group กระดูกเบอร์เดียวกัน เตรียมใส่สุดพลัง จัดเต็มทุก Performance พร้อมตกแฟน ๆ เข้าด้อม!!5. LYKN - Boy Group สุดโฮ่ง-Hot-ฉ่ำ ! ที่มาแรงเกินต้านทาน พร้อมระเบิดคาริสม่าบนเวทีให้ลุกเป็นไฟ !!6. BUS because of you I shine - Boy Group ที่เขย่าวงการ T-Pop ตัวท็อปห้างแตก ครองใจตั้งแต่มัมหมีจนถึงเจนอัลฟ่า!!7. DICE - Rookie น้องใหม่แห่งวงการ T-POP แต่ฝีมือไม่ธรรมดา เตรียมวางกับดักตกคนเข้าด้อม ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ!8. VIIS - Girl group สาย Performance ที่สตรองที่สุด! คอนเสิร์ตครั้งนี้ 5 สาวพร้อมสับแบบฟาดไม่ยั้ง !!9. QRRA - Girl group น้องใหม่แต่มากประสบการณ์ พร้อมรันวงการแบบ Queen ตัวท็อป!! เตรียมรับความจึ้งจาก 5 สาวได้เลย10. GELBOYS - บอยแก๊งน้องใหม่มาแรงแห่งปี จากซีรี่ย์สุดฮ็อต "GELBOYS สถานะกั๊กใจ" พร้อมปล่อยดาเมจสุดป็อปแบบไม่มีกั๊ก ! เตรียมโดน 4 หนุ่ม ตกเข้าด้อมกันได้เลย !!11. DAOU OFFROAD - คู่ศิลปิน IDOL ที่กำลังมาแรงสุด ๆ พกความสนุกมาแบบเต็มพิกัด Dance-ร้อง จัดหนักแบบตัวท็อป เตรียมตัวฮ็อบกันทั้งฮอลล์ !มาซัพพอร์ตวงการ T-POP ของเราให้เติบโตก้าวไกลไปด้วยกัน ใน GOTCHAPOP 3 คอนเสิร์ตที่โคตรฟินแห่งปีที่สแตน T-POP พลาดไม่ได้ ! รวม Line Up ชวนจึ้ง Boyband และ Girl Group ตัวแรร์แห่งยุค มาไว้บนเวทีเดียวกัน จัดเต็มโชว์สุดปัง เก็บครบทั้ง Vocal หูเคลือบทอง , Performance แดนซ์ไฟลุก และ Hidden Show สุดเซอร์ไพรส์ เคมีใหม่ ๆ หาดูได้แค่ที่ GOTCHAPOP 3 เท่านั้น !! ให้ทุกคนได้ดูแบบต่อเนื่องไม่สะดุดกว่า 6 ชั่วโมง !!!พร้อมปักหมุดแลนด์มาร์คความสนุกครั้งใหม่ “ใกล้ขึ้น” กับราคาบัตรที่ “ถูกลงกว่าเดิม” !!เจอกัน 24 พ.ค. นี้ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Exhibition Hall 3-4 , ชั้น G )ราคาบัตร : บัตรยืน 2,500 บาทบัตรนั่ง 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,800 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาทจำหน่ายบัตร 1 มีนาคม ที่ Thaiticketmajor เวลา 10.00 น.LINK ซื้อบัตร : https://bit.ly/GOTCHAPOP3ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ATIMESHOWBIZ ทุกช่องทาง

Chill On

ซื่อสัตย์และไม่คาดหวังกับตัวเอง l CLUB PRIDE DAY inside EP.13 ญดา นริลญา
21 ม.ค. 2026
Recap

ซื่อสัตย์และไม่คาดหวังกับตัวเอง l CLUB PRIDE DAY inside EP.13 ญดา นริลญา

ความรักของญดาเหมือนหมาความรักของหมาที่มีต่อเจ้าของคือความรักที่บริสุทธิ์ ไม่หวังสิ่งตอบแทน และจริงใจเสมอ ญดาเติบโตมากับความเชื่อว่าการเป็นนักแสดงเป็นเรื่องไกลตัว ด้วยความที่ตัวเองเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่เคยคิดว่าวงการบันเทิงจะเอื้อมถึงได้ง่าย แต่โอกาสเล็ก ๆ ในวัยเด็ก จากการไปถ่ายรูปกับเพื่อนที่โมเดลลิ่ง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อญดาเป็นคนเดียวที่ได้รับการติดต่อให้ไปแคสต์โฆษณา และนั่นคือก้าวแรกของเส้นทางในวงการ แม้เส้นทางจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ราบรื่น ญดาต้องผ่านการแคสต์งานและการประกวดมานับครั้งไม่ถ้วน รวมถึงประสบการณ์ผิดหวังจากความไม่โปร่งใส จนเกิดบาดแผลในใจและความกลัวต่อ “ความคาดหวัง” หลายครั้งที่เกือบถอดใจ แต่สิ่งที่ทำให้ญดายังเดินต่อได้ คือกำลังใจจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ คำสอนของคุณแม่เรื่องการไม่คาดหวังเกินตัว และการอยู่กับความสำเร็จเป็นวันต่อวัน กลายเป็นหลักคิดสำคัญในชีวิตญดา ทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างสมดุล อยู่ในจุดที่สุขไม่สุดและทุกข์ไม่สุด เข้าใจว่าทั้งความสุขและความเศร้าล้วนไม่ถาวร และทุกอย่างสามารถผ่านไปได้เสมอ มีช่วงหนึ่งที่ญดาเกือบจะหยุดเส้นทางนี้ เพราะต้นทุนชีวิตที่ไม่สูงและค่าใช้จ่ายในการแคสต์งาน โดยเฉพาะในช่วงที่คุณแม่ป่วย แต่ภาพของคุณแม่ที่ยังพามาแคสต์งานทั้งที่ตัวเองไม่สบาย กลับกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ ทำให้ญดาตั้งใจสู้เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองและดูแลคนในครอบครัว ญดาโตมากับความรับผิดชอบตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี แม้จะหนัก แต่ญดาไม่เคยมองว่าสิ่งนี้เป็นภาระ เพราะเป็นการทำเพื่อคนที่รักญดารัก ในฐานะนักแสดง ญดาเป็นคนที่เข้า–ออกจากตัวละครได้ดี ไม่ยึดติดบทบาทมาปะปนกับชีวิตจริง มองทุกบทที่ได้รับเป็นโอกาสเรียนรู้ โดยเฉพาะบทดราม่าหนักที่ต้องใช้พลังใจสูง ซึ่งเธอผ่านมันมาได้ด้วยการสนับสนุนจากครอบครัวและทีมงาน พร้อมทั้งมองว่าการแสดงคอมเมดี้ยิ่งท้าทาย เพราะต้องอาศัยเซนส์และความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง การเป็นนักแสดงทำให้ญดาต้องแลกหลายอย่าง ทั้งชีวิตวัยเด็ก เพื่อนสนิท และช่วงเวลาสำคัญในชีวิต แต่เธอเลือกแลกเพราะรักในงานที่ทำ และมองว่านี่คือความท้าทายที่ทำให้ตัวเองเติบโต ญดาจึงเลือกรับบทอย่างระมัดระวัง ไม่รับบทที่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับบทเดิม เพื่อให้คนดูได้เห็นมุมใหม่อยู่เสมอ ในเรื่องความรักและตัวตน ญดาเลือกซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง กล้าที่จะยอมรับรสนิยมทางเพศอย่างตรงไปตรงมา แม้จะต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์ แต่เธอมองว่านั่นคืออีกหนึ่งบททดสอบของนักแสดง หากแสดงแล้วคนไม่เชื่อ ก็เป็นเรื่องของฝีมือ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง กุญแจสำคัญที่ทำให้ญดากล้าเป็นตัวเอง คือการยอมรับจากคุณแม่ที่บอกเสมอว่า ไม่ว่าลูกจะรักใครหรือเป็นแบบไหน ก็พร้อมสนับสนุน ญดาจึงเชื่อว่าชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาหรือคำทำนายใด ๆ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำและการเลือกของตัวเอง แม้ญดาจะไม่ใช่คนที่มีความฝันชัดเจน แต่ญดาเป็นคนที่คว้าโอกาสทุกครั้งที่เข้ามา และทำให้ดีที่สุด ญดาเชื่อว่าโอกาสบางอย่างมาเพียงครั้งเดียว หากไม่ตั้งใจทำ ก็อาจต้องเสียใจภายหลัง สำหรับญดา ความเข้มแข็งไม่ได้หมายถึงการไม่ร้องไห้ แต่คือการรู้ว่าตัวเองยังสู้ได้ แม้จะขอพัก อ่อนแอ หรือร้องไห้ในบางช่วง และรักตัวเองในรูปแบบของญดา มันเป็นเรื่องง่ายๆในชีวิต ที่ได้ให้รางวัลกับตัวเอง มีชีวิตอยู่ในทุกๆวันและทำเพื่อคนอื่นดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

BINANCE TH ปล่อยคาราวานสีเหลือง ‘ON THE ROAD’ บุกกรุงเทพฯ ชวน Gen Z เปลี่ยนเรื่อง ‘Money’ ให้เป็นเรื่อง ‘Trendy’ ผ่านไลฟ์สไตล์สุดชิค
08 ก.ย. 2025
PR News

BINANCE TH ปล่อยคาราวานสีเหลือง ‘ON THE ROAD’ บุกกรุงเทพฯ ชวน Gen Z เปลี่ยนเรื่อง ‘Money’ ให้เป็นเรื่อง ‘Trendy’ ผ่านไลฟ์สไตล์สุดชิค

กรุงเทพฯ ประเทศไทย [6 กันยายน 2568] - BINANCE TH by Gulf Binance ผู้นำแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการกำกับดูแลภายใต้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สร้าง Destination เจาะกลุ่ม Digital Native ผ่านกิจกรรม ‘BINANCE TH ON THE ROAD’ ที่นำรถเทรลเลอร์สีเหลืองวิ่งไปส่งความรู้สินทรัพย์ดิจิทัลถึงคนรุ่นใหม่ตามมหาวิทยาลัยและแหล่งแฮงเอาท์สุดฮิป สานต่อความสำเร็จจากงาน "Street of the Future" ที่สยามสแควร์ต้นปี โดยกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นเปลี่ยนการลงทุนให้เป็น "Money Life Experience" ที่ทุกคนออกแบบได้เอง ตั้งเป้าเติมความรู้ให้คนไทยกว่า 10,000 คนข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต) เดือนกรกฎาคม 2568 ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 2.7 ล้านบัญชี โดยตลาดมีมูลค่าสูงถึง 99.6 พันล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมยุคดิจิทัล และมีความพร้อมปรับตัวเรียนรู้กับสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนใครเพื่อน สอดคล้องกับผลวิจัยหัวข้อ Gen Z Finance Survey: เจาะพฤติกรรมการเงินคนรุ่นใหม่ของธนาคารกรุงศรี ที่ระบุว่า 7 ใน 10 ของ Gen Z เก็บเงินหรือลงทุนทุกเดือน ทว่าความรู้ให้เท่าทันโลกเทคโนโลยีของการลงทุนยังเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่ยังต้องหมั่นเติมอยู่เสมอ และ BINANCE TH ตระหนักและพร้อมเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันนางสาวแทนรัก เชียงทอง, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ไบแนนซ์ ทีเอช บาย กัลฟ์ ไบแนนซ์ (BINANCE TH) กล่าวว่า "ON THE ROAD เป็นโปรเจกต์การศึกษาแบบ Proactive ที่เราไม่รอให้คนมาหาเรา แต่เราไปหาเอง ผ่านรถเทรลเลอร์สีเหลืองที่วิ่งไปเสิร์ฟความรู้และเทรนด์การลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบถึงที่ สำหรับผลตอบรับจาก 2 ทริปแรกที่ ม.ธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) และ ม.เกษตรศาสตร์ เกินคาดมาก มีน้อง ๆ นักศึกษาสนใจร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 ราย สิ่งนี้ตอกย้ำว่าเรื่องคริปโทฯ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และกำลังอยู่ในความสนใจในคนรุ่นใหม่"โลกการเงินยุคใหม่วันนี้หลอมรวมเข้าไปอยู่ในทุกพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิต ถนนทรงวาดเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างคอมมูนิตี้การเงินให้เติบโตไปพร้อมกับการผลักดัน Soft Power ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เชื่อมต่อการท่องเที่ยวกับโลกสินทรัพย์ดิจิทัลได้ลงตัว สอดรับกับโครงการ Tourist DigiPay ที่เป็นแนวคิดใหม่ และสามารถผสาน Experience กับ Education ที่ทุกคนจะได้ทั้งความสนุกและความรู้ สอดรับเทรนด์ Digital Nomad หรือ Workation ที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ แต่เพิ่มมิติการเรียนรู้เรื่องการเงินเข้าไป เปลี่ยนการลงทุนให้เป็นการวางแผนไลฟ์สไตล์แบบที่ตัวเองต้องการ" นางสาวแทนรัก อธิบายเพิ่มเติมงานนี้ BINANCE TH ON THE ROAD เตรียมไปพบเจน Digital Native ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จัดเต็มกับ On-Event Auditorium หิ้ว Mini-Class บทเรียนทางการเงินในโลกความเป็นจริง จาก Money Guru ที่ทุกคนต้องเริ่มคิดและวางแผนกันแล้วตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมตอบข้อสงสัยให้กับเหล่านักศึกษานอกจากนี้ อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ คือการสร้าง Community Experience ฉายภาพและแบ่งปันประสบการณ์วิถีโลกการเงินดิจิทัลที่ถนนทรงวาด ต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกการเงินที่เสถียร ปลอดภัย และคล่องตัวยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น Gen Z นักชิม นักช้อป สายเที่ยว สายคอนเทนท์ หรือใครที่อยากเรียนรู้ประสบการณ์โลกคริปโต ด้วยบูธกิจกรรม เกมส์ที่ทำให้เข้าใจโลกบล็อกเชนง่าย ๆ ในบรรยากาศที่เป็นมิตรกับมือใหม่จากความเคลื่อนไหวเรื่อง Crypto Tourism เป็นอีกหนึ่งสัญญาณสะท้อนว่าคริปโตฯ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และทรงวาดที่เป็นอีกหนึ่ง destination ของนักท่องเที่ยวและคนรุ่นใหม่ การเปิดกว้างและเตรียมความพร้อมสำหรับเทรนด์การใช้งานที่กำลังมาถึงนี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหมายถึงโอกาสของธุรกิจและผู้ประกอบการ และพลังการใช้จ่ายที่มากขึ้น จากสถิติของ Travala x Binance Pay เมื่อปี 2024 เผยว่า นักท่องเที่ยวที่ใช้คริปโตยังใช้จ่ายสูงกว่าผู้ที่ใช้เงินทั่วไปถึง 2.5 เท่าสถานีต่อไป จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยกรุงเทพเส้นทางสร้าง Crypto-Friendly Spaces ถัดจากทรงวาด รถเทรลเลอร์สีเหลืองจะไปต่อที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (8 ก.ย.) และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (10 ก.ย.) พร้อมแผนขยายการเดินทางไปยังชุมชนคน Gen Z อื่น ๆ ทั่วประเทศ“Decentralized Finance จะไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่จะเป็นแนวทางสำหรับการวางแผนการเงิน โดยการลงทุนจะเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เหมือนการใช้โซเชียลมีเดียหรือแอปต่าง ๆ ในปัจจุบัน ที่สำคัญคือ BINANCE TH ทำความเข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Insights) เกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเงินของผู้บริโภค เพราะนั่นคือความสำเร็จที่แท้จริง เพราะเราไม่ได้ต้องการให้คนมาเทรดเพื่อรวยเร็ว แต่เราอยากให้คนเข้าใจว่าสินทรัพย์ดิจิทัลคือส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอการลงทุนในอนาคต" คุณแทนรักกล่าวสรุปนอกเหนือจากนโยบายรัฐบาลและการลงทุนขนาดใหญ่แล้ว การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทยยังต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของภาคประชาชนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจเริ่มจากรถเทรลเลอร์สีเหลืองคันหนึ่งจอดที่หัวมุมถนน ที่พาผู้คนไปสู่อนาคตของโลกการเงินและการลงทุนคำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาข้อมูลและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ไม่ได้อยากมีแฟน แต่อยากมีความรัก l CLUB PRIDE DAY inside EP.19 ยิปโซ อริย์กันตา
14 ก.ค. 2026
Recap

ไม่ได้อยากมีแฟน แต่อยากมีความรัก l CLUB PRIDE DAY inside EP.19 ยิปโซ อริย์กันตา

ความรักของ “ยิปโซ” อาจไม่ได้มีนิยามตายตัว เพราะในแต่ละช่วงชีวิต ความรักของยิปโซเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนบางครั้งก็เหมือนว่า"ความรักเปรียบเหมือนอะไรก็ไม่รู้" เมื่อโตขึ้น ยิปโซมองว่าความรักเปลี่ยนไปตามเวลา พอมองย้อนกลับไปในอดีต ยิปโซรู้สึกว่าในแต่ละช่วงชีวิต เราอาจไม่ได้เข้าใจความรักอย่างแท้จริง เช่น ตอนเด็ก ๆ ยิปโซเคยมองว่าความรักคือการให้อีกคนมาก่อนเสมอ ซึ่งในมุมหนึ่งก็จริง แต่พอเอาเข้าจริง เราเองก็อาจทำแบบนั้นไม่ได้เสมอไป จนถึงวันนี้ ยิปโซจึงยังไม่แน่ใจว่าความรักคืออะไรกันแน่ แต่ก็ยังอยากค้นหาคำตอบต่อไป และถ้าจะให้นิยามในตอนนี้ ยิปโซอยากบอกว่า “ความรักคือทุกอย่างที่เรารู้จัก หรืออาจจะมากกว่านั้น”ชอบบรรยากาศของความรัก แต่ไม่ได้แปลว่าอยากมีแฟน ยิปโซยอมรับว่ายิปโซชอบบรรยากาศของการถูกรัก และชอบการมีความรัก แต่ไม่ได้แปลว่ายิปโซอยากมีแฟนเสมอไป สำหรับยิปโซ ชีวิตไม่ได้จำเป็นต้องมีคู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่อยากมีความรัก เพียงแต่ความรักที่เป็น Real Love จริง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้ง่าย ความรักแบบนั้นต้องแมตช์กัน ต้องมาในเวลาที่ตรงกัน และต้องมีความรู้สึกที่สมดุลกัน ยิปโซไม่ได้สนใจปัจจัยภายนอกของคนที่จะเข้ามาเป็นคู่ชีวิต ไม่ว่าคนอื่นจะมองเขาอย่างไร ยิปโซไม่สน และพร้อมจะปกป้องเขาด้วยตัวเอง แต่ความรักของยิปโซจะไม่ใช่ความรักแบบตาบอด เพราะสำหรับยิปโซ ความรักต้องมีการให้เกียรติกัน ให้ใจกัน และซื่อตรงต่อกันการถูกเปรียบเทียบกับพี่สาวตั้งแต่วัยเด็ก อีกหนึ่งเรื่องที่ส่งผลต่อความรู้สึกของยิปโซ คือการถูกเปรียบเทียบกับพี่สาวอย่าง “ยิปซี” ยิปโซเพิ่งมารู้ทีหลังว่า การถูกเปรียบเทียบไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นตอนเข้าวงการ แต่มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เด็กแล้ว ยิปโซมักเจอคำถามว่า “ทำไมไม่เหมือนพี่สาวเลย?” ยิปโซรู้ว่าตัวเองไม่ได้สวยแบบพี่สาว แต่ในอีกมุมหนึ่งก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า แล้วทำไมเราต้องเหมือนพี่สาวด้วย? คำถามเหล่านี้ทำให้ยิปโซในวัยเด็กเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า หรือเราเองที่แปลก สิ่งที่เราเป็นอยู่มันผิดหรือเปล่า หรือเราควรเป็นแบบที่คนอื่นอยากให้เป็นความรู้สึกเหล่านั้นกลายเป็นความทุกข์ เป็นความกลัว และทำให้ยิปโซรู้สึกว่า ตัวเองไม่เข้าที่เข้าทาง และไม่ควรเป็นตัวเองจากพี่น้องที่เคยห่างกัน สู่ความสัมพันธ์ที่คุยกันได้ทุกเรื่อง ในวัยเด็ก ยิปซีกับยิปโซไม่ได้สนิทกันมากนัก ยิปโซยอมรับว่ายิปโซเคยรู้สึกเหมือนตัวเองวิ่งตามพี่สาวมาตลอด แต่ยิ่งวิ่งตาม ก็ยิ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายไกลออกไป ในตอนนั้น ยิปโซเคยสงสัยว่าทำไมพี่สาวถึงไม่รักและไม่ปกป้องยิปโซ แต่ถึงอย่างนั้น ยิปโซก็ไม่เคยมองว่ายิปซีเป็นคนไม่ดี เพราะเข้าใจว่าพี่สาวเองก็มีความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลงภายในครอบครัว ขณะที่ยิปโซเองก็เจ็บปวดจากสิ่งภายนอก จนวันหนึ่ง ยิปโซรู้สึกเหนื่อย ไม่อยากวิ่งตามอีกต่อไป และเบื่อกับการถูกเปรียบเทียบ ทั้งคู่จึงค่อย ๆ ห่างกัน ต่างคนต่างอยู่ และไม่ค่อยคุยกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยพื้นฐานครอบครัวที่รักกัน ไม่ทำร้ายกัน รวมถึงวุฒิภาวะที่มากขึ้น ทำให้ทั้งสองคนเริ่มกลับมาคุยกัน ปรับความเข้าใจกัน จนตอนนี้กลายเป็นพี่น้องที่คุยกันได้ทุกเรื่อง สำหรับยิปโซ ตอนนี้ความสัมพันธ์กับพี่สาวดีมาก จนยิปโซไม่สามารถมองเห็นภาพชีวิตที่ไม่มีพี่สาวคนนี้ได้อีกแล้วเลือกเรียนบัญชี ทั้งที่ใจจริงอยากเรียนนิเทศ สาเหตุที่ยิปโซเลือกเรียนบัญชี เป็นเพราะพี่ยิปซีเลือกเรียนนิเทศไปแล้ว ทั้งที่ใจจริงยิปโซเองก็อยากเรียนนิเทศเหมือนกัน แม้ที่บ้านไม่ได้บังคับ แต่ยิปโซมีมุมมองว่า ถ้าลูกทั้งสองคนเลือกเรียนเหมือนกัน วันหนึ่งถ้าเกิดอะไรขึ้น อาจไม่มีใครเป็นเสาหลักให้ครอบครัวได้ ยิปโซจึงเลือกเรียนบัญชีเพื่อกระจายความเสี่ยง ยิปโซรู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนั้นคือการไม่ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ทำให้ช่วงเวลาเรียนเป็นช่วงเวลาที่ทรมานมาก แม้จะเรียนได้ แต่ลึก ๆ ยิปโซรู้ว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ทางของตัวเอง จนมาถึงปี 3 ยิปโซตัดสินใจลาออก ซึ่งในตอนนั้นถือเป็นเรื่องเสี่ยงมาก ยิปโซก็เคยคิดเหมือนกันว่า ควรทนเรียนให้จบไปเลยไหม เพราะเรียนมาขนาดนี้แล้ว แต่เมื่อกลับมาถามตัวเองว่า “คำว่าเสียเวลาคืออะไร?” ยิปโซก็เริ่มเห็นคำตอบชัดขึ้น การออกจากตรงนี้อาจถูกมองว่าเสียเวลา แต่ถ้ายังฝืนต่อไป ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่ มันอาจยิ่งเสียเวลากว่าเดิม เมื่อยิปโซตัดสินใจลาออก สิ่งที่ตามมาคือความกลัว กลัวว่าคุณพ่อคุณแม่จะเสียใจ เพราะที่ผ่านมายิปโซเป็นเด็กดีมาตลอด แต่โชคดีที่ครอบครัวรู้จักและเข้าใจยิปโซดี จึงยอมรับการตัดสินใจครั้งนั้น อย่างไรก็ตาม ยิปโซมองว่า "อิสระที่ได้มาก็มีราคาที่ต้องจ่าย" เพราะสิ่งที่ยิปโซเสียไปคือความสามารถในการทำอะไรให้ลุล่วงจนจบ ซึ่งกลายเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิตคำฝังใจจากคุณพ่อ หนึ่งในคำพูดที่ฝังใจยิปโซ คือคำพูดของคุณพ่อที่เคยบอกว่า “วันหนึ่งเลี้ยงข้าวป๊าจานหนึ่งนะ” แม้ครอบครัวของยิปโซจะเลี้ยงลูกด้วยความรัก ไม่ได้บังคับว่าลูกต้องกลับมาเลี้ยงดูพ่อแม่ แต่คำพูดแซวเล่น ๆ ในวันนั้น กลับกลายเป็นประโยคที่ยิปโซจำฝังใจมาตลอดว่า โตขึ้นจะต้องเลี้ยงข้าวคุณพ่อให้ได้ตั้งแต่งานแรกที่ยิปโซเริ่มทำงานได้ ยิปโซก็ให้คุณพ่อคุณแม่ทันที และหลังจากนั้นมาก็เลี้ยงดูพวกท่านมาตลอดจากคนที่ไม่ให้อภัยตัวเอง สู่การใจดีกับตัวเองมากขึ้น ยิปโซเคยเป็นคนที่ไม่ให้อภัยตัวเอง ซึ่งเกิดจากการกดดันตัวเองมากเกินไป ยิปโซไม่อยากใช้คำว่า “กลัวความไม่สมบูรณ์แบบ” แต่อยากใช้คำว่า “เว่อร์” มากกว่า เพราะสำหรับยิปโซ มันไม่มีหรอกที่เราจะทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบได้ทั้งหมด บางครั้งเราแค่แสดงออกกับสิ่งต่าง ๆ แบบเล่นใหญ่เกินไป เวลาแย่ ก็รู้สึกว่ามันแย่มาก เวลาอะไรดี ก็อวยว่ามันดีมาก แต่ความเว่อร์เกินไปของตัวเอง ก็เคยย้อนกลับมาทำร้ายยิปโซเช่นกัน เช่น เมื่อก่อนเวลาไปถ่ายละครแล้วร้องไห้ไม่ได้ ยิปโซจะโทษตัวเองว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น ทั้งที่ไม่มีใครต่อว่ายิปโซเลย แต่มันเหมือนยิปโซกดดันตัวเองว่าทำได้ไม่ดีพอ จนกลายเป็นการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว จนวันหนึ่ง ยิปโซคิดได้ว่า เราไม่จำเป็นต้องใจร้ายกับตัวเองขนาดนั้น และไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการรักตัวเองให้ได้ แค่เริ่มจากการ Be nice to yourself แค่ใจดีกับตัวเองให้มากขึ้น แค่ให้โอกาสตัวเองได้เรียนรู้ไปกับแต่ละสถานการณ์ เท่านั้นเองการคุยกับตัวเอง และการมองตัวเองผ่านหลายมุม ยิปโซเป็นคนที่คุยกับตัวเองบ่อย ๆ แต่ถ้าจะอธิบายให้ชัด มันไม่ใช่การคุยแบบมีภาพชัดเจน แต่เป็นเหมือนการได้ยินเสียงความคิดของตัวเองยิปโซมองว่าสิ่งนี้คือการกลับมาดูตัวเอง โดยใช้ “หลายลูกตา” มองเรื่องเดียวกัน เพราะสิ่งที่เราคิดว่าถูก อาจไม่ได้ถูกทั้งหมดเสมอไปเราจึงต้องฝึกมองหลาย ๆ มุม เพื่อเข้าใจตัวเองและสถานการณ์ต่าง ๆ ให้มากขึ้นทุกบทบาทการแสดง คืออีกมุมหนึ่งของชีวิต ในฐานะนักแสดง ยิปโซชอบทุกตัวละครที่เคยแสดงมา เพราะยิปโซมองว่าเวลารับบทเป็นตัวละครหนึ่ง ตัวเราเหมือนได้กลายเป็น “ลูกตา” อีกคู่หนึ่งที่เข้าไปมองชีวิตของเขาทุกบทบาทล้วนให้ข้อคิดและมุมมองใหม่ ๆ กับยิปโซเสมอบท “นุ่น” จาก 32 ธันวา สอนให้เข้าใจว่า คนเราสามารถมีหลายด้านในตัวเองได้ และไม่จำเป็นต้องแสดงทุกด้านให้ทุกคนเห็นบท “อาลัย” จากละครเวทีเรื่อง หลังคาแดง สอนเรื่องการมีความหวัง แม้บางครั้งเราจะมองไม่เห็นความเป็นไปได้ แต่ความหวังก็อาจเป็นแรงที่ทำให้เรายังมีชีวิตอยู่ต่อและยังยิ้มได้บท “วันหนึ่ง” จาก วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์ สอนเรื่องความกล้า และการยอมถูกมอง ถูกดูถูก ไม่ใช่เพราะไม่รู้ แต่เพราะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองรักมากพอส่วนบท “แหวน” จาก แหวนดอกไม้ สอนเรื่องความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และการยินดีที่จะเปลี่ยนแปลงบทสรุปของยิปโซ เรื่องราวของยิปโซไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่ยังเป็นเรื่องของการเติบโต การถูกเปรียบเทียบ การทำความเข้าใจตัวเอง และการเรียนรู้ที่จะใจดีกับตัวเองมากขึ้น จากเด็กที่อยากเป็นคนดีให้ครอบครัว จากคนที่เคยกลัวการทำผิด และเคยตั้งคำถามกับตัวเอง วันนี้ยิปโซค่อย ๆ เรียนรู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องเป็นแบบที่ใครคาดหวังเสมอไป บางครั้งการเติบโตอาจไม่ใช่การมีคำตอบให้ทุกเรื่อง แต่อาจเป็นการยอมรับว่า บางเรื่องเรายังไม่รู้ และยังอยากเรียนรู้ต่อไป เหมือนกับนิยามความรักของยิปโซ ที่อาจเป็นทุกอย่างที่เรารู้จัก หรืออาจจะมากกว่านั้นดูคลิปเต็มได้ที่ Atime Do Dee

About Atime

ATIME ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์
05 มิ.ย. 2026
Corporate News

ATIME ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์

ATIME - บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สาขานิเทศศาสตร์ - สื่อดิจิตัล รายวิชาสัมมนาอาชีพ จำนวน 25 คน เข้ามาศึกษาเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏีและยังเยี่ยมชมเบื้องหลังการจัดรายการวิทยุในห้องปฏิบัติการบันทึกเสียง และสตูดิโอ ATIME รวมทั้งได้ทดลองจัดรายการวิทยุในห้องสตูดิโอจัดรายการจริงอีกด้วย โดยมี ดีเจแนน - รชาดา จึงวัฒนกิจ จาก EFM94 ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ณ สตูดิโอ ATIME ชั้น 38 อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส

เปิด 2 เรื่องหลอน “อังคารคลุมโปง Horror Story” เตรียมต่อยอดสู่จอภาพยนตร์
26 พ.ค. 2026
Corporate News

เปิด 2 เรื่องหลอน “อังคารคลุมโปง Horror Story” เตรียมต่อยอดสู่จอภาพยนตร์

เจอแล้ว! 2 เรื่องหลอนในแคมเปญ “อังคารคลุมโปง Horror Story” ของ อังคารคลุมโปงX จาก EFM94 ที่จะนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ พร้อมได้รับเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท รวมมูลค่า 100,000 บาทโดยรายการ อังคารคลุมโปงX นำโดย ดีเจมดดำ คชาภา ตันเจริญ / ดีเจเจ็ม จิตตริน กุลกัลยาดี และดีเจแนน รชาดา จึงวัฒนกิจ ได้ต้อนรับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ปรัชญา ปิ่นแก้ว มาร่วมประกาศ 2 เรื่องสุดหลอน ที่ได้รับคัดเลือกจากผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้ามาเรื่องแรก ‘หากินกับผี’ (คุณณิชาภัทร ลิ่มสกุล เจ้าของเรื่องจากช่อง @nwnwned) เล่าถึงเรื่องหลอนๆของแม่ค้าออนไลน์ที่ให้ความสำคัญกับยอดขาย จนเป็นที่มาสุดหลอน ว่าหลายคนมักคอมเมนต์เข้ามาว่าเห็น “ผู้หญิง” ยืนอยู่ด้านหลังเธอในไลฟ์เสมอ ส่วน เรื่องสอง ‘ห้องพักต้องห้าม’ (คุณอริญย์ริสา ธนาบุญรสศักดิ์ เจ้าของเรื่องจากช่อง @arynlisa_ ) เรื่องเล่าของลูกเรือสายการบินเกี่ยวกับห้องพักช่วง Layover ที่ถูกบอกต่อกันมารุ่นสู่รุ่นว่าถ้าที่นี่ ‘เลี่ยงได้ควรเลี่ยง’ ถึงแม้ไม่ได้เข้าพักในห้องดังกล่าวแต่หลายคนก็ยังคงเจอดีเข้าจนได้ทาง EFM94 ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของเรื่องเล่าทั้ง 2 เรื่องที่ได้รับเลือกและคว้าเงินรางวัลเรื่องละ 50,000 บาท พร้อมโอกาสต่อยอดสู่การสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยผู้กำกับมากฝีมือ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ผู้สร้างตำนานภาพยนตร์ไทยทำรายได้สูง (Box Office) ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วยใครที่เป็นแฟนเรื่องเล่าสุดหลอนห้ามพลาดโปรเจกต์สำคัญครั้งนี้ และสามารถติดตามรายการอังคารคลุมโปง X ทาง EFM94 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ได้ทาง EFM94 และ อังคารคลุมโปง X หรือทาง atime.live/EFM

GREEN MORNING SHOW ตอกย้ำรายการข่าวคุณภาพ คว้ารางวัลนาฏราช 2 ปีต่อเนื่อง
18 พ.ค. 2026
Corporate News

GREEN MORNING SHOW ตอกย้ำรายการข่าวคุณภาพ คว้ารางวัลนาฏราช 2 ปีต่อเนื่อง

GREEN WAVE 106.5 FM เป็นปลื้มเมื่อรายการ GREEN MORNING SHOW ได้รับรางวัล รายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม จากงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติ นาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 แล้วโดยมี 2 ดีเจจาก ATIME ดีเจดาด้า วรินดา ดำรงผล และ ดีเจเผือก พงศธร จงวิลาส จาก EFM94 เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลดังกล่าวรายการ Green Moring Show เป็นรายการทอล์กข่าวยามเช้า โดยมี ดีเจอั๋น ภูวนาท คุนผลิน / ดีเจอ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล / ดีเจอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ และหนิง ปณิตา สลับสับเปลี่ยนกันมาอัพเดทข่าวยามเช้าสรุปย่อยเป็นประเด็นให้ฟังง่ายผ่านการนำเสนอที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละคน ออกอากาศทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ 07:00 - 08:00 โมงเช้า ทาง Green Wave 106.5 FM ในทุกช่องทางโดยรายการ Green Moring Show ได้รับรางวัลดังกล่าวเป็นปีที่ 2 แล้ว ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นคลื่นวิทยุที่ยังคงรักษาคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจและกำลังใจสำคัญให้เหล่าดีเจ ทีมงานกรีนเวฟ และ ATIME ทุกคนมีกำลังใจยืนหยัดผลิตผลงานที่ดีมีคุณภาพเพื่อผู้ฟังและสังคมต่อไป