เป็นผู้หญิงที่กินเยอะกว่าปกติ แต่โดนเพื่อนผู้ชายทักว่ากินหมดได้ยังไง ไปเดทก็โดนผู้ชายทักแบบนี้อีก จนตอนนี้เสียเซลฟ์อย่างแรง หรือหนูควรแอ๊บกินน้อยดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เป็นผู้หญิงที่กินเยอะกว่าปกติ แต่โดนเพื่อนผู้ชายทักว่ากินหมดได้ยังไง ไปเดทก็โดนผู้ชายทักแบบนี้อีก จนตอนนี้เสียเซลฟ์อย่างแรง หรือหนูควรแอ๊บกินน้อยดีคะ?

10 ก.ค. 2026

เป็นผู้หญิงที่กินเยอะกว่าปกติ แต่โดนเพื่อนผู้ชายทักว่ากินหมดได้ยังไง

ไปเดทก็โดนผู้ชายทักแบบนี้อีก จนตอนนี้เสียเซลฟ์อย่างแรง

หรือหนูควรแอ๊บกินน้อยดีคะ?

        ‘คุณพิ้งค์’ (นามสมมติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 กรกฎาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเฟี๊ยต’ ถึงปัญหาที่ว่าเป็นคนกินเยอะมากกว่าผู้หญิงปกติ และโดนผู้ชายทักว่ากินเยอะจนเสียเซลฟ์

        ‘คุณพิ้งค์’ อายุ 21 ปีได้เล่าว่า ปกติเป็นคนที่กินเยอะอยู่แล้ว จนได้มาอยู่กลุ่มเพื่อนที่มีผู้ชาย เวลาไปกินร้านอาหารตามสั่งที่เขาให้ปริมาณเยอะมากปกติ เพื่อนผู้ชายก็จะแซวว่า "กินหมดได้ไง" เพราะเพื่อนผู้หญิงคนอื่นก็กินไม่หมด 

        ซึ่งคุณพิ้งค์เองก็ไม่ได้เป็นคนอ้วน สูงประมาณ 163 เซนติเมตร และน้ำหนัก 50 ต้น ๆ เธอจึงรู้สึกเสียความมั่นใจกับการที่โดนเพื่อนผู้ชายทแซวแบบนี้

        ล่าสุด คุณพิ้งค์ได้ไปเดทมา เป็นการกินข้าวที่ร้านสเต็กร้านหนึ่ง โดยในจานจะมีสเต็ก 2 ชิ้น และมีท็อปปิ้งเพิ่มเติมอีก แล้วจู่ ๆ ผู้ชายที่มาเดทด้วยก็ถามขึ้นมาว่า "กินหมดมั้ย" ทำให้คุณพิ้งค์ตกใจ แต่ก็ตอบผู้ชายไปว่า "กินไม่หมด" แต่จริง ๆ แล้วสามารถกินหมดได้ แค่แอ๊บกินไม่หมดเพราะกลัวผู้ชายจะมองไม่ดี จึงมีคำถามมาปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า "เราควรเป็นตัวของตัวเองเลยหรือแอ๊บต่อดี?"

        โดยครั้งนี้ เหล่าดีเจให้เป็นคำปรึกษารวมกันว่า “การที่เป็นผู้หญิงกินเก่งมันน่ารัก ผู้ชายเขาชอบผู้หญิงน่ารักนะ แล้วถ้าผู้ชายเขาชอบเราจริง ๆ การที่เราเปิดเผยตัวตนว่าเป็นคนยังไง มันก็จะทำให้รู้เลยว่าเขาชอบเราจริง ๆ ถ้าเขายอมรับเราได้ การกินเยอะมันไม่ใช่เรื่องแย่ 

        แล้วถ้าจะรักกันมันก็ควรจะเป็นตัวของตัวเอง ถ้าเราได้เจอคนนั้น มันก็จะเป็นความสัมพันธ์ที่สบายใจ ถ้าเขาจะบอกเลิกหรือไม่ชอบเรา เพราะเรากินเยอะมันก็ไม่ใช่เรื่องเหมือนกัน และถ้าเทียบกับผู้หญิงที่เขี่ยข้าวกับกินเยอะ ยังไงการกินเยอะมันก็ดูดีกว่านะ ไม่เป็นการ Food Waste ด้วย"

        ทั้งนี้ 'ดีเจต้นหอม' ยังให้ทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปด้วยว่า "ตอบผู้ชายแบบขำ ๆ ก็ได้ว่าเวลามีความสุขจะกินได้เยอะค่ะ”

        และสุดท้ายเหล่าดีเจก็ถามคุณพิ้งค์ว่าหลังจากนี้จะกินเยอะหรือไม่ คุณพิ้งค์ก็ตอบว่า "จะกินเยอะแบบนี้ต่อ ไม่แอ๊บแล้ว" เรียกได้ว่าจบได้ดีแฮปปี้สุด ๆ

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

บอกเลิกแฟน เพราะเขาเลือกเพื่อนผู้หญิงมากกว่าเรา เหตุผลนี้งี่เง่าเกินไปหรือเปล่าคะ?

15 มิ.ย. 2026

บอกเลิกแฟน เพราะเขาเลือกเพื่อนผู้หญิงมากกว่าเรา เหตุผลนี้งี่เง่าเกินไปหรือเปล่าคะ?

บอกเลิกแฟน เพราะเขาเลือกเพื่อนผู้หญิงมากกว่าเราเหตุผลนี้งี่เง่าเกินไปหรือเปล่าคะ? ‘คุณจอย’( นามสมมติ) เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 มิถุนายน 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องราวการตัดสินใจบอกเลิกแฟนเพราะเหตุผลบางอย่าง แต่เธอยังปล่อยวางไม่ได้และคิดอยู่เสมอว่าเธอตัดสินใจถูกต้องหรือคิดมากเกินไปกันแน่? ‘คุณจอย’ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ได้โทรเข้ามาปรึกษาปัญหาความรัก พร้อมตั้งคำถามกับเหล่าดีเจว่า “พี่ว่าหนูงี่เง่าไปรึเปล่า ที่หนูไปบอกเลิกเขาด้วยเหตุผลนี้” โดย ‘คุณจอย’ เล่าว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เธอตัดสินใจเลิกรากับแฟน มาจากเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งของแฟน ซึ่งขอสมมุติชื่อว่า ‘เอ’ ที่มักมีพฤติกรรมและคำพูดที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ได้รับการให้เกียรติในฐานะแฟน เธอยกตัวอย่างเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมาเล่าว่า ขณะที่ทุกคนกำลังคอลกลุ่มกันอยู่ เอได้พูดกับแฟนของเธอว่า “ถ้ากูกลับบ้านขอกลับไปเติมมึงนะ” พร้อมเรียกชื่อแฟนของเธอต่อท้าย ซึ่งแฟนของเธอก็หัวเราะตอบกลับไป อย่างไรก็ตาม มีเพื่อนอีกคนในสายที่รู้สึกว่าคำพูดดังกล่าวไม่เหมาะสม จึงเตือนเอให้เกรงใจคุณจอยบ้าง เพราะเธอก็นอนอยู่ข้าง ๆ แฟนของตัวเอง แต่เอกลับตอบว่า “เห้ยพี่จอยเขาไม่ว่าอะไรหรอก เขาไม่เกลียดกูหรอก หรืออาจจะเกลียดกูนานแล้ว” คุณจอยบอกว่าเอมักมีนิสัยทีเล่นทีจริง ชอบหยอดหรือพูดจาเชิงจีบแฟนของเธออยู่เป็นประจำ โดยทั้งคู่รู้จักกันมาก่อนที่เธอจะเข้ามาคบกับแฟนเสียอีก แต่เหตุการณ์ที่กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย เกิดขึ้นในวันที่แฟนของเธอและกลุ่มเพื่อนไปเที่ยวด้วยกัน แม้จะไม่ได้ไปกันสองต่อสอง แต่ระหว่างขากลับแฟนของเธอได้บอกว่าจะไปส่งเอที่บ้าน เพราะเป็นทางผ่าน บังเอิญในวันนั้น เพื่อนของคุณจอยได้พบกับกลุ่มดังกล่าวและเข้าไปทักทายตามปกติ แต่ระหว่างที่กำลังเดินผ่านกลับได้ยินเอพูดขึ้นมาว่า “มึงเป็นแฟนเก็บกูนะ” เมื่อทราบเรื่องจากเพื่อนของเธอ จึงรีบทักไปถามแฟนทันทีว่าทำไมเอถึงพูดแบบนั้น แต่แฟนของเธอกลับไม่ได้ปฏิเสธหรือแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับคำพูดดังกล่าว มีเพียงการขอโทษแทนเอและยืนยันว่าเป็นการพูดเล่น ไม่มีอะไรเกินเลย ด้วยความโกรธและเสียใจในตอนนั้น เธอจึงตอบกลับแฟนไปว่า “ถ้าไปส่งมันก็เลิกกันไปเลย” สุดท้ายแฟนของเธอก็ยังเลือกไปส่งเอถึงบ้าน ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจเลิกรากันในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ความโกรธเริ่มลดลง คุณจอยก็เริ่มมองเรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่งว่า ในฐานะเพื่อน หากปล่อยให้ผู้หญิงกลับบ้านคนเดียวก็อาจดูไม่ดีนัก จึงทำให้เธอเริ่มลังเลกับการตัดสินใจของตัวเอง เธอยอมรับว่าตลอดเวลาที่คบกัน ทั้งคู่มีเรื่องราวดี ๆ ร่วมกันมากมาย ปัญหาหลักจริง ๆ มีเพียงเรื่องนี้ และเรื่องที่แฟนไม่ค่อยมีเวลาให้ อีกทั้งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เคยคบ ๆ เลิก ๆ กันมาหลายครั้งแล้ว ทุกครั้งที่กลับมาคืนดีกัน แฟนของเธอมักจะสัญญาว่าจะปรับปรุงตัวตามที่เธอบอก แต่เรื่องเกี่ยวกับเพื่อนผู้หญิงกลับยังคงเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เพราะในกลุ่มของแฟนมีเพื่อนผู้หญิงค่อนข้างเยอะ และเขาก็มักจะไปรับไปส่งเพื่อนผู้หญิงอยู่เสมอ สิ่งที่ทำให้คุณจอยเสียใจที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องของเอเพียงคนเดียว แต่เป็นความรู้สึกที่ว่าเธอมักถูกทำให้รู้สึกเป็นคนสำคัญลำดับรองจากเพื่อนอยู่เสมอ คำถามที่เธออยากฝากถึงเหล่าดีเจก็คือ เธองี่เง่าเกินไปหรือไม่กับการตัดสินใจเลิกในครั้งนี้ และควรให้โอกาสแฟนอีกครั้งหรือเปล่า? ด้าน ‘ดีเจเติ้ล’ มองว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่าแฟนของคุณจอยให้ความสำคัญกับเพื่อนมากกว่าเธอ และหากกลับไปคบกันอีก ก็มีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะยังคงเป็นแบบเดิม ขณะที่ ‘ดีเจเผือก’ แสดงความคิดเห็นว่า คำว่า “เติม” เป็นคำที่สื่อถึงความใกล้ชิด และไม่ควรนำมาใช้กับแฟนของคนอื่น รวมถึงการพูดจาในลักษณะคลุมเครืออย่าง “แฟนเก็บ” ก็เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมเช่นกัน “เมื่อไหร่ที่เรายื่นคำขาดว่าถ้าอย่างงี้ก็เลิก แล้วถ้าเขาเลิก ก็แปลว่าควรรู้แล้วนะว่าคนนี้เขาคิดยังไง” ส่วน ‘ดีเจต้นหอม’ มองว่า ต่อให้มองในมุมของความเป็นเพื่อนจริง ๆ ก็ยังมีวิธีจัดการที่ดีกว่านี้ เช่น การอธิบายให้เพื่อนเข้าใจว่าแฟนอาจไม่สบายใจ แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือเหตุใดแฟนของคุณจอยจึงเลือกเกรงใจเพื่อนมากกว่าเกรงใจคนรักของตัวเอง พร้อมทิ้งท้ายอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผู้ชายคนเนี้ยมันไม่ได้” และยังเตือนคุณจอยอีกว่า หากตัดสินใจกลับไปคบกันอีกครั้ง ก็อาจต้องยอมรับความจริงว่าปัญหาเดิม ๆ เหล่านี้มีโอกาสกลับมาเกิดขึ้นซ้ำได้อีกในอนาคตเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 11 ปี ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ จนตอนนี้เช่าบ้านด้วยกัน ภาระค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นส่วนๆ แฟนรับผิดชอบค่าเช่าบ้าน หนูเพิ่งมารู้ความจริงว่า สลิปที่เค้าจ่ายค่าบ้านทุกเดือน แชทไลน์ที่คุยกับแม่เรื่องเงิน เค้าปลอมขึ้นมาทั้งหมด

02 ส.ค. 2024

คบแฟนมา 11 ปี ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ จนตอนนี้เช่าบ้านด้วยกัน ภาระค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นส่วนๆ แฟนรับผิดชอบค่าเช่าบ้าน หนูเพิ่งมารู้ความจริงว่า สลิปที่เค้าจ่ายค่าบ้านทุกเดือน แชทไลน์ที่คุยกับแม่เรื่องเงิน เค้าปลอมขึ้นมาทั้งหมด

คบแฟนมา 11 ปี ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ จนตอนนี้เช่าบ้านด้วยกันภาระค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นส่วนๆ แฟนรับผิดชอบค่าเช่าบ้าน หนูเพิ่งมารู้ความจริงว่าสลิปที่เค้าจ่ายค่าบ้านทุกเดือน แชทไลน์ที่คุยกับแม่เรื่องเงิน เค้าปลอมขึ้นมาทั้งหมดเจ้าของบ้านบอกจ่ายไม่เคยตรงมา 3 ปี ตั้งแต่ย้ายเข้า “คุณบุ้งกี๋ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (31 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจก็อตจิ – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาที่เพิ่งรู้ความจริงถูกแฟนหลอกเรื่องเงินมาตลอด 3 ปี โดย “คุณบุ้งกี๋ (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘เราคบกับแฟนมา 11 ปี อายุเท่ากัน เราไม่ได้มีบ้านเป็นหลักเป็นแหล่ง เราเช่าบ้านอยู่ แต่เราจะส่งค่าเช่าบ้านให้แฟน เพื่อให้แฟนส่งต่อเจ้าของบ้าน เพราะเป็น Connection ของแฟน แฟนเคยทำงานกับเจ้าของบ้าน แล้วเราไม่เคยติดต่อกับเจ้าของบ้านโดยตรง ไม่มีเบอร์ ไม่เคยเห็นหน้า แต่เราตกลงกับแฟนว่าให้แฟนผ่อนค่ารถ ส่วนเราผ่อนค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต เพราะมีพ่อกับน้องอยู่ด้วย โดยเรากับแฟนจะมีพื้นที่ให้กัน เรามีห้องของเรา แฟนมีห้องของแฟน เราย้ายมาเช่าบ้านนี้ได้ประมาณ 3 ปี วันนั้นเราทะเลาะกัน แฟนเราโดนที่บ้านเรากดดันว่า “ทำไมหาเงินไม่ได้เท่าบุ้งกี๋ เป็นผู้ชายทำไมถึงให้ผู้หญิงนำตลอด” เงินเดือนของเขาประมาณ 18,000 - 20,000 บาท ซึ่งเราเองไม่ได้มองตรงนี้ บุ้งกี๋มีพี่น้อง 5 คน แต่ 2 คนแรกตัดขาดกันไปแล้ว ไม่ได้ติดต่อกันแล้ว ตอนนี้เหลือพี่สาว บุ้งกี๋ และน้องชาย พี่สาวจะกดดันตลอดว่า “ไม่อยากให้คบคนนี้ ไม่มีอนาคต อยากเลี้ยงผู้ชายไปเรื่อยๆหรอ” แต่เราไม่ได้เลี้ยงผู้ชายนะ ก็อยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ด้วยความที่เขามีเรื่องโดนคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เมื่อ 3 ปีก่อนเขามีหนี้ก้อนหนึ่งประมาณ 250,000 บาท เขายืมเพื่อนเราไป 100,000 ยืมเรา 50,000 ที่เหลือเขาออกเอง 100,000 บาท มันพังมาเรื่อยๆ ที่ทะเลาะกันเพราะเราไปกระตุ้นเขาว่า “ทำไมไม่คืนเงินเพื่อนสักที บอกว่าจะยืมแค่ 1 เดือน แต่นี่มันผ่านมา 1 ปี กับอีก 2 เดือนแล้ว ไม่กระตือรือร้นเลย ทำไมไม่คิดจะคืน” แล้วเขาก็ขับรถออกไป ทีนี้เราไม่รู้เป็นอะไร เราไม่เคยเช็คไลน์ หรือข้อความอะไรของเขาเลย แต่วันนั้นมีคอมพิวเตอร์ของเขาอยู่ข้างๆ เราเลยลองเช็คไลน์เขาดู ปรากฎว่าเราเห็นไลน์ของคุณแม่ของแฟน 2 ไลน์ พอเปิดดูกลายเป็นว่า 1 ในนั้นเป็นไลน์ของคุณแม่ที่เป็นของปลอม เอาไว้แคปหน้าจอมาให้เราดูว่า “แม่กำลังจะขายบ้านนะลูก เดี๋ยวเอาเงินไปคืนเขานะ กำลังจะได้เงินนะลูก” มันคือไลน์ที่เขาคุยกับตัวเอง แล้วแคปหน้าจอมาให้เรา เราตกใจมาก แล้วเราก็เลื่อนแชทไปเรื่อยๆ จนไปเจอแชทหนึ่ง เป็นผู้หญิง ซึ่งเขาเป็นเจ้าของบ้าน ส่งมาบอกว่า “จะไม่ให้อยู่แล้วนะ จะเอาบ้านคืนแล้วนะ” เราตกใจมาก เพราะเราส่งเงินในส่วนของค่าเช่าบ้านไปให้แฟนตลอดทุกวันที่ 29 - 30 ของทุกเดือนกลัวจะลืม ก็เลยโทรหาเขาเลยทั้งที่ทะเลาะกันอยู่ “เกิดอะไรขึ้น ทำไมมันเป็นแบบนี้ ทำไมเขาถึงบอกว่าจะไล่ออกจาบ้าน” เขาก็โกหกว่า “มันไม่เกี่ยวกัน มันเป็นเงินที่กู้มาจากเจ้าของบ้าน แล้วเขาเอาเงินมารวมกัน” เราเสียใจมากเพราะมันเป็นครั้งที่ 2 แล้ว พอวันรุ่งขึ้นก็ขอไลน์ ขอเบอร์เจ้าของบ้านมาจากเขา ตอนเช้ายังไม่ส่ง พอตกเย็นถึงจะส่งมาให้ เราก็โทรหาเจ้าของบ้านปรากฎว่าเรื่องมันเลวร้ายกว่านั้น เจ้าของบ้านบอกว่า “ไม่เคยปล่อยเงินให้นะ นี่คือค่าเช่าบ้าน จริงๆแล้วเขาไม่ได้ส่งเงินมาเลยตั้งแต่เดือนแรกที่เช่าบ้าน” คือค่าเช่าบ้านเดือนละ 6,000 บาท เขาส่งค่าเช่าบ้านแค่ 1,000 - 2,000 บาท เขาทำมาตลอดระยะเวลา 3 ปี เรารู้สึกว่าโลกทั้งใบพังทั้งหมด เพราะไว้ใจเขามาก เขาคือคนที่อยู่ข้างๆ เรารับภาระทุกอย่าง เลี้ยงพ่อ เลี้ยงน้อง แล้วก่อนหน้านี้บ้านเราเคยล้มละลายต้องสร้างใหม่เองทั้งหมด สู้มาตลอดตั้งแต่มหาลัย เราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ หลังจากจับได้เราก็ถามเขาว่า “ทำไมถึงโกหก นี่มันค่าเช่าบ้านไม่ใช่ยอดเงินกู้” เขาบอกว่าทำมาแค่ 4 เดือน คราวนี้เราเลยติดต่อไปหาคุณแม่ของเจ้าของบ้าน เขาบอกว่า “ทักมาเลื่อนค่าเช่าบ่อยมากนะ ไม่เคยส่งเลย เคยค้างมากสุด 6 เดือน ถ้าเป็นคนอื่นลาออกไปแล้ว แต่คนนี้เคยทำงานด้วยกัน เป็นคนทำมาหากินเลยยังให้อยู่” แล้วแฟนเราก็ยังไปโกหก เจ้าของบ้านว่าจะทำก๋วยเตี๋ยวขายหน้าบ้าน จะทำของขาย ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แล้วเราก็ถามแฟนว่าทำไมถึงโกหก เขาเล่าว่า “เขาจำเป็นจริงๆ เพราะป้าเขาป่วยกำลังจะเสียชีวิต แล้วป้าก็บีบบังคับเขาว่าให้ส่งเงิน” เราก็เปิดแชทดูแล้วว่าเขาโดนป้ากดดัน แม่ก็ส่งมาว่าให้ส่งเงินให้แม่ ให้น้อง ซึ่งเราก็เข้าใจในเหตุผลเขา แต่มันก็ยังเยือกเย็นเกินไป เพราะตลอดระยะเวลา 3 ปี บุ้งกี๋ให้เขาส่งสลิปมาหลังจากที่โอนค่าเช่าบ้านทุกเดือน เขาก็ส่งมา ตอนนี้เราเลยถามเขาว่า “สลิปที่ส่งมาคืออะไร?” เขาบอกว่าเขาตัดต่อ เราก็เลยถามเขาว่า “เรารักกันแบบไหนหรอ ตลอด 3 ปีที่นั่งตัดต่อมันไม่รู้สึกผิดอะไรเลยหรอ” เขาก็ร้องไห้ ขอโทษ ตอนนั้นเขาคิดไม่ได้ เขาไม่มีทางเลือก ทุกวันนี้เรายังหาทางออกไม่เจอ เพราะที่ผ่านมาเขาเป็นคนดีมาก ดูแลเราทุกอย่าง ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ดื่ม ไม่สูบบุหรี่ ไม่นอกใจ ตอนที่คุณแม่ของเรามีชีวิตอยู่ เขาก็ดูแล เหมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่ง แต่มาติดตรงที่เรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วมาทำรอบ 2 อีก ทำไมถึงคิดไม่ได้ แล้วพี่ก็เคยบอกว่าไม่อยากให้คบกับคนนี้ แต่พ่อก็พูดอีกแบบว่า “ถ้าพ่อต้องตายไป อย่างน้อยพ่อก็สบายใจถ้าบุ้งกี๋อยู่กับผู้ชายคนนี้” ซึ่งคนในครอบครัวจะรู้เรื่องทุกอย่าง แล้วอีกอย่างบ้านเขามีปัญหาครอบครัว แม่ของเขามักจะพูดเสมอว่า “ฉันไม่ได้อยากเลี้ยงแกนะ ที่แกเกิดมาเนี่ย ฉันพลาด” แล้วแม่ก็ไม่เลี้ยง ให้ไปอยู่กับป้าตั้งแต่คลอดเสร็จ แล้วก็เอากลับมาอยู่กับแม่เพื่อใช้งาน เรารู้จักกับเขาตอน ม.6 คุณแม่ของเรารู้สึกว่าเขาเป็นเด็กดี ก็เลยเลี้ยงดู จ่ายค่าใช้จ่ายให้ แล้วแม่ก็บอกว่าถ้าเกิดว่า “ถ้าอยู่บ้านนั้นแล้วเขาไม่รักเราเหมือนลูก งั้นมาอยู่บ้านแม่มั้ย” นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เราโตด้วยกันมา ในตอนที่แม่เราอยู่ ตอนนี้ปรึกษาคนในบ้านแล้วแต่เสียงก็แตกออกเป็น 2 ฝั่ง เลยอยากถามว่า “ผู้ชายแบบนี้เขาคือดีมั้ย?” แล้วเรามีความกลัวเพราะเขาคนนี้คือแฟนคนแรก ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขากลับไปอยู่บ้านคุณแม่ แต่คุณแม่เขาก็ไล่เพราะคุณแม่มีสามีใหม่ แล้วถ้าถามว่าตอนนี้เราตัดเขาได้มั้ย เราตัดได้ แต่ก็ลังเลกับที่พ่อพูด และลังเลว่าเขาจะใช้ชีวิตยังไงเหมือนเราไปตัดเขาออกไปเลย’ ซึ่งทางด้าน “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เคยเจอผู้ชายไม่เอาไหน ที่ที่บ้านเขาไม่เอา โดยประสบการณ์พี่ตัดทันที เพราะพี่คิดว่าชีวของเราเรามีสิทธิ์ออกแบบเหมือนกัน โดยส่วนตัวพี่รู้สึกว่า คนที่มาอยู่ในชีวิตพี่ จะมาเป็นภาระพี่ไม่ได้ การที่เขาจะลำบากยากแค้นขนาดไหน มันเป็นชีวิตของเขา เป็นเรื่องของเขา และต้องเป็นตัวเขาที่ต้องดิ้นรน ถ้าสงสารเขา อาจจะช่วยเหลือได้ในบางเรื่อง แต่สำหรับพี่ พี่ไม่เอาภาระเข้ามาในชีวิต แล้วอย่างที่คุณพ่อบอกว่า คนนี้หาไม่ได้อีกแล้ว พี่ไม่ได้รู้สึกว่าคนนี้ดีเลิศประเสริฐศรีจนหาไม่ได้ เพราะถ้าบุ้งกี๋จับไม่ได้ วันนึงเจ้าของบ้านก็ต้องมาไล่เราอยู่ดี เขาคงไม่ได้ห่วงเราเท่าไหร่ การที่เลือกว่าจะอยู่หรือไป มันเป็นการตัดสินใจของคุณบุ้งกี๋ พี่จะแนะนำให้ 2 แนวทาง 1. ตัดออกไปเลย ชีวิตไม่มีภาระ แต่ความสุขหายไป ความเหงาเข้ามาแทน เพราะความผูกพันธ์มันหายไป 2. เอาเขาที่เป็นภาระเข้ามา ให้โอกาสเขา เผื่อเชาจะดีขึ้น แล้วก็สุ่มเสี่ยงไปด้วยกัน มันตอบไม่ได้ว่าเขาจะดีขึ้น หรือแย่ลง ก็เสี่ยงกับเขาไปอีกรอบนึง ในกรณีที่เลือกไม่ได้ อันนี้คือให้เลือกชีวิตของตัวเอง ชีวิตที่ไม่มีเขา เหงาแน่ๆ แต่ความสะดวกสบาย ความสบายใจจะมาในอนาคต ยันนึงมีโอกาสเจอผู้ชายที่ดี หรือไม่ดีก็ได้ อย่ายคดติดกับคนๆนึงว่า ชีวิตฉันจะหาผู้ชายที่ดีแบบนี้ไม่ได้แล้ว ถ้าหาไม่ได้ ให้เอาอีกตัวเลือกนคงขึ้นมา คืออยู่คนเดียว มาเป็นอีก 1 ตัวเลือก ไม่งั้นเราจะไม่กล้าเดินออกมา ไม่กล้าเริ่มใหม่ เพราะต่อให้ไม่มีเขาเราก็ยังอยู่คนเดียวได้’ ต่อมา “ดีเจก็อตจิ” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เวลาคนเราหลอกกัน หรือโกหก ควาทเชื่อใจจะหายไปเลย คุณบุ้งกี๋ลองคิดูนะ ถ้าให้โอกาสเขากลับมา ความเชื่อใจจะให้ได้ 100% ไหม ถ้าไม่มันจะอยู่ด้วยความกลัวว่าเขาจะหลอกยังไง เมื่อไหร่ แล้วคิดว่าจะมีความสุขไหมถ้าอยู่กับคนนี้ไปตลอดชีวิต แล้วเรื่องคำแนะนำของคนรอบตัว คุณพ่อพูดเองด้วยนะว่าถ้าวันหนึ่งคุณพ่อไม่อยู่แล้วหนูจะอยู่ยังไง แสดงว่าความคิดเห็นเหล้านั้นเป็นความคิดเห็นที่คุณพ่อเสนอมา แต่การตัดสินใจคือต้องเป็นตัวหนูเอง หนูลองตัดข้อเสนอทิ้งไปก่อน แล้วลองชั่งใจเองว่าหนูจะอยู่กับเขาได้มั้ย ชีวิตเราไม่ค้องไปแบกรับเรื่องของใคร เราสามารถมีความสุขของเราได้ ชีวิตคู่ต้องมีความสุขไปด้วยกัน แต่ถ้าเราต้องแบกรับเขาขนาดนี้พี่ว่ามันไม่ใช่นะ คนเราถ้าจะอยู่ด้วยกันมันปรึกษากันได้ จริงๆแล้วเขาไม่จำเป็นต้องทำสลิปปลอม ไม่ต้องหลอกหนู แค่เขาพูดตามตรงเลยว่า ”ฉันไม่ไหวแล้วนะ เราหมุนเงินไม่ทัน ฉันหาเงินมาคืนไม่ทัน“ เราต้องคุยกันตรงๆเพราะเราต้องอยู่ด้วยกันไปตลอด แต่เขาเลือกที่จะหลอกเรา อันนี้น่ากลัวนะ ทั้งการทำสลิปปลอม การปลอมไลน์เป็นแม่แล้วแคปหน้าจอมาให้หนูดู ครั้งนี้จับได่ แปลว่าครั้งหย้าเขาจะทำให้มันแนบเนียนมากกว่านี้อีกนะ แล้วหนูบอกว่าคบคนนี้คนเเรก แล้วหนูจะรู้ได้ไงว่าอีก 500 ล้านกว่าคนบนโลกจะไม่มีใครดีเลย ไม่ต้องกลัวคงามผิดพลาดจากการเริ่มต้นกับคนอื่น คนเราผิดพลาดได้ หนูผิดพลาดที่คนนี้มาหลอกหนู ก็แค่จำไว้เป็นบทเรียน แล้วหนูก็ไแหาบทเรียนอันใหม่ มันอาจจะผิดพลาดอีก หรือหนูอาจจะโชคดีที่เจออีกคนที่จะมาอยู่เป็นคู่ชีววิตเราก็ได้ มันก็จะเป็นบทเรียนสินชีวิตเราว่าในอนาคตเราต้องระวังคนแบบไหน เอาง่ายๆหนูตัดความคิดเห็นคนอื่นให้หมด แล้วถามตัวเองว่าหนูยอมรับได้ไหมที่ต้องระแวงเขาไปตลอดชีวิต ถ้าได้หนูก็อยู่เลย แต่ถ้าอยู่ไม่ได้ แค่ออกมา’ และสุดท้าย “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันง่ายๆเลยพี่ว่าถ้าเอาเขาออกจากชีวิต ชีวิตเราจะสบายขึ้นทันทีเลย แต่ปัญหาตอนนี้คือพวกเรา 3 คนจะพูดได้ง่าย เพราะพวกเราไม่มีความผูกพันธ์ หรือความรัก อีกด้านหนึ่งคือ พอมาอยู่ด้วยกันมานาน มันจะมีความ อิน เหมือนว่าเขาเป็นครอบครัว เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ว่าถ้าตัดเขาไปเขาจะอยู่ยังไง แต่ถ้าสมมุติว่า บุ้งกี๋ไม่ซีเรียสเรื่องเงิน สามารถปิดหนี้ให้เขาได้ เเล้วเรามั่นใจว่าคนคนนี้เป็นคนดี แต่เรื่องการเงินเขาวนไม่ออก ก็อาจจะเลือกทางนั้นได้คืออยู่ต่อ แต่ถ้าฉันเองก็ต้องแบกรับครอบครัว แล้วถ้ามาใช้หนี้ให้อีก ฉันเองก็จะไปไม่รอด อันนี้พี่แนะนำให้บุ้งกี๋เมตตาตัวเองและครอบครัวตัวเองก่อน ถ้ารักเขา ให้เขาไปแก้ปัญหาชีวิตเขา แล้วค่อยกลับมาคุยกันใหม่ คือจริงๆแล้วการที่รายได้น้อย หรือเป็นหนี้ มันยังพอให้อภัยได้ แต่การที่เขาโกหก ปลอมแปลงสลิป คือมันล้ำลึกจนน่ากลัวเกินไปแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ห้ะ! อะไรนะ... สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจ หยุดเจ้าชู้ไม่ได้ 15 ปีที่คบกันมา นอกใจแฟนมากกว่า 15 ครั้ง ทุกครั้งที่นอกใจ จะบอกคนที่คุยด้วยว่า ห้ามล้ำเส้นเด็ดขาด เผยเหตุผลที่ทำไปเพราะหนูชอบบริหารเสน่ห์ เช็คเรตติ้ง

31 มี.ค. 2023

ห้ะ! อะไรนะ... สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจ หยุดเจ้าชู้ไม่ได้ 15 ปีที่คบกันมา นอกใจแฟนมากกว่า 15 ครั้ง ทุกครั้งที่นอกใจ จะบอกคนที่คุยด้วยว่า ห้ามล้ำเส้นเด็ดขาด เผยเหตุผลที่ทำไปเพราะหนูชอบบริหารเสน่ห์ เช็คเรตติ้ง

“คุณฟ้า (นามสมมุติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองใน รายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 มี.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหามีแฟน แต่นอกใจแฟนมาตลอด โดย “คุณฟ้า (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันมา 15 ปี เขาเป็นแฟนคนที่ 2 ที่หนูคบแบบจริงๆ แต่หนูนอกใจเขาทุกปีมากกว่า 15 คนด้วยซ้ำ มีนอกกายบ้างบางคน ไม่รู้จะใช้คำว่านอกใจได้มั้ย แต่หนูชอบเช็คเรตติ้ง แบบไปอ่อย คุยกับคนนั้น คนนี้ แค่อยากเช็คความสวยว่าจะมีคนชอบเราหรือเปล่า หนูอยู่กับเขามานานมาก จนเหมือนเป็นพี่น้อง เป็นเพื่อน เป็นครอบครัวกันไปแล้ว ซึ่งหนูจะบอกกับคนที่มาคุยว่าหนูมีแฟนแล้วนะ ห้ามมาล้ำเส้นแฟนของหนูเด็ดขาด ถ้าใครรับได้ก็อีกเรื่องนึง ช่วงแรกๆหนูก็ภูมิใจแฟนนะ แฟนหนูเป็นคนดี แต่ตอนนี้แบบความหวานมันก็หมดไปแล้ว เราทำงานด้วยกัน อยู่ห้องเดียวกัน เหมือนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมงเลย เราสองคนจะไม่ยุ่งโทรศัพท์ของกันและกันเลย แต่ส่วนใหญ่ที่แฟนจับได้ ไม่ได้มาจากคนที่คุยกับหนู แต่จะเป็นคนรอบข้างที่มาบอกเขา มาส่งซิกว่าหนูคุยกับคนนั้น คนนี้อยู่นะ พอเขารู้ เขาก็มาถามหนู หนูก็บอก แต่คือเราสองคนเลิกกันไม่ได้อยู่ดี แบบเขาเลิกกับหนูไม่ได้ และหนูก็เลิกกับเขาไม่ได้เหมือนกัน ช่วงแรกๆแฟนก็ร้องไห้ แล้วขอให้เลิกเจ้าชู้ได้มั้ย แต่หนูทำไม่ได้ เขาบอกว่าเขาแค่รับฟังคนอื่น แต่ถ้าเขาทนไม่ไหวเขาจะไปเอง แฟนเคยคุยกับคนอื่นด้วย แต่หนูไม่รู้ว่าถึงขั้นไหน หนูจับได้ก็บอกให้เขาไปเคลียร์แค่นั้นสั้นๆ แล้วเขาก็ไม่มีอีกเลย ตอนนี้หนูอยากเลิกนิสัยนี้มาก หนูพยายามไม่คุยกับคนอื่น ไม่อ่อยคนอื่น แต่มันก็ทำไม่ได้ ห้ามใจตัวเองไม่ได้อยู่ดี หนูอยากให้พี่ๆช่วยดึงสติหนูหน่อย...’ พี่ๆ 3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษา “คุณฟ้า (นามสมมุติ)” ว่า ‘มันคือคนหนึ่งพิการสมอง อีกคนหนึ่งพิการหัวใจที่มาเจอกัน แต่คนที่โทรเข้ามาคือคนที่พิการหัวใจ ซึ่งอยู่ในหน้าได้เปรียบ เพราะเราทุกคนมีความเห็นแก่ตัว แต่ที่ต่างกันคือความละอาย ซึ่งคนอื่นมี แต่ฟ้าไม่มี.... ไม่โทษฟ้า เพราะมีคนๆนึงที่เขาทนได้ให้เอาเปรียบมาโดยตลอด แล้วในเมื่อเขาทนให้เอาเปรียบขนาดนี้ ทำไมวันนี้ถึงต้องหยุด 15 ปีไม่เคยไปไหนเลย ร้องไห้ให้ตาย ต่อให้เจ็บแค่ไหน เขาก็ยังทนให้เอาเปรียบ และก็ไม่ได้เดือดร้อนจะโทรมาปรึกษาด้วย ถ้าให้ฟ้าทิ้งแฟนไปเลย ฟ้าจะทำมั้ย? เพราะฟ้าก็รู้ตัวว่าเป็นคนเจ้าชู้ ถ้าอยากจะไปวัดความสวยก็วัดได้เต็มที่เลย เราแค่ต้องไปหาคนที่เขารับได้ แต่คนที่รับได้ก็แปลว่าเขาก็ทำได้เหมือนกันนะ ถ้าไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวมากเกินไป ถ้าเขามีก็อย่าไปว่า ไปอะไรเขา แฟร์ๆหน่อย อยู่กันแบบเสมอภาค อย่างน้อยเราจะได้เป็นคนที่ไม่ได้เห็นแก่ตัว ฟ้าไม่ได้รักแฟนขนาดนั้น ระยะเวลา 15 ปีมันคือคู่ชีวิต แต่ฟ้าไม่ได้เห็นคุณค่าของมันแค่นั้นเอง ถ้าการที่เราไม่ได้รักเขา มันก็เลยเป็นวิถีที่เราจะมองหาคนอื่น ถ้าไม่รักก็ให้เขาอยู่ในสถานะเพื่อนที่ดีที่สุด ไม่งั้นเขาก็ไม่ได้เริ่มต้นใหม่กับใครสักที ถ้าวันนึงแฟนไปเจอคนใหม่ที่นิสัยดีกว่าฟ้า ซึ่งมีโอกาสสูงมาก เพราะถ้าเจอใครสักคนที่ซื่อสัตย์ วันนั้น 15 ปีจะไม่มีความหมายสำหรับฟ้าเลย เพราะฉะนั้นละครเรื่องนี้ ไม่ได้บอกให้ฟ้าหยุด แต่มันจะจบที่แฟนฟ้าคนนี้เขาจะเจอใครสักคนนึงที่ใช่ และเขารู้เลยว่าฟ้าไม่ได้ดีพอ เขายอมไปเสี่ยงเอาดาบหน้าดีกว่าอยู่กับฟ้า เรื่องราวทั้งหมดมันจะจบตรงที่เขามีคนอื่น...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตอนนี้หนูต้องเลือกระหว่าง “ผู้ชาย” กับ “เพื่อนสนิท” หนูคุยกับผู้ชายคนนึงมา ตอนนี้กำลังคลั่งรักเขามาก เข้ากันได้ดีทุกอย่าง พอไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนกลับบอกว่า “ไม่โอเค ถ้าเราจะคบกับคนนี้” เพราะคนนี้เป็นคนคุยเก่าของเขามาก่อน

01 ส.ค. 2025

ตอนนี้หนูต้องเลือกระหว่าง “ผู้ชาย” กับ “เพื่อนสนิท” หนูคุยกับผู้ชายคนนึงมา ตอนนี้กำลังคลั่งรักเขามาก เข้ากันได้ดีทุกอย่าง พอไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนกลับบอกว่า “ไม่โอเค ถ้าเราจะคบกับคนนี้” เพราะคนนี้เป็นคนคุยเก่าของเขามาก่อน

ตอนนี้หนูต้องเลือกระหว่าง “ผู้ชาย” กับ “เพื่อนสนิท” หนูคุยกับผู้ชายคนนึงมาตอนนี้กำลังคลั่งรักเขามาก เข้ากันได้ดีทุกอย่าง พอไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนกลับบอกว่า“ไม่โอเค ถ้าเราจะคบกับคนนี้” เพราะคนนี้เป็นคนคุยเก่าของเขามาก่อนอย่าพามาเจอหน้าเพราะจะทำตัวไม่ถูก หนูจะทำยังไงดี ทั้งๆที่เพื่อนหนูก็มีสามีมีลูกแล้วด้วยถ้าเป็นทุกคน จะเลือกอะไรกันคะ ?? “คุณขนม (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาที่พึ่งรู้ว่าคนที่คุยอยู่ตอนนี้ เป็นคนคุยเก่าของเพื่อนสนิท แล้วต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง โดย “คุณขนม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผู้ชายคนนี้คุยกับหนูมาก่อนอยู่แล้ว ตั้งแต่เมื่อปี 54 แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนูมีแฟนจึงไม่ได้คุยกันต่อ จนหนูมาเข้าสู่ช่วงอายุ 29 ปี เขาทักมาคุยกับหนู เลยได้คุยกันไปประมาณเดือนกว่า ๆ และตอนนี้เรารู้สึกดีกับเขามาก ๆ แล้ว แต่พึ่งมารู้ทีหลังว่าเขาเคยเป็นคนคุยเก่าของเพื่อนสนิทเรา เพื่อนคนนี้เราสนิทมาตั้งแต่มัธยม ปัจจุบันเพื่อนมีลูกและสามีแล้ว ซึ่งเพื่อนเป็นคนที่เชิงว่าเป็นศูนย์กลางประจำกลุ่ม โดยทั้งกลุ่มจะมี 6 คน และปกติเวลาเพื่อนจะนัดเจอกัน เพื่อนจะนัดเจอกันบ่อยมากกว่าหนู หนูไม่ค่อยได้เข้าไปเจอสักเท่าไหร่ ช่วงหลัง ๆ มานี้เป็นช่วงที่เราโสด แล้วเราไม่รู้จะคุยกับใครเลยคุยกับเพื่อนคนนี้บ่อย ๆ และเหตุผลที่เพื่อนรู้เรื่องนี้เพราะว่าเวลาเรามีอะไร เรามักจะปรึกษากับเพื่อนตลอด เพื่อนจึงรู้จากตรงนี้และไม่โอเคที่เราจะไปคุยต่อจากเขา เกริ่นก่อนว่าผู้ชายคนนี้เขาเคยคุยกับเพื่อนหนูมาตั้งแต่ปี 65 คุยกันในเชิงจีบกันปกติ มีวิดีโอคอลกันส่วนใหญ่ แต่ถ้าเจอกันจะเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว ซึ่งเรื่องใครเป็นคนเทใครก่อนอันนี้หนูไม่แน่ใจ เพราะว่าทั้งสองคนเล่ามาไม่เหมือนกัน หนูเคยลองพยายามถามทั้งสองฝ่ายแล้ว แต่เหมือนเขาก็ยังกั๊ก ๆ อะไรสักอย่างไว้อยู่ ซึ่งคนที่หนูคุยอยู่เขาบอกว่าเขาเป็นคนหยุดคุยเองเพราะว่าคุยแล้วไม่คลิกกัน โดยเขาบอกมาประมาณว่า “คุยแล้วไม่คลิกกัน ไม่โอเค ก็แค่แยกย้ายแค่นั้น” ส่วนเพื่อนเราบอกว่าตัวเองเป็นคนเทเขา โดยให้เหตุผลว่าเขาเป็นคนมีความคิดที่แปลกประหลาด คุยเยอะมาก คุยไปทั่ว แต่จากที่หนูคุยกับเขามันไม่ใช่แบบที่เพื่อนบอก สำหรับหนู หนูคุยกับเขาแล้วรู้สึกดี เขาเป็นคนปากหวานด้วย จึงไม่กล้าฟันธงอะไรมาก และเหตุผลที่เพื่อนอยากให้เราหยุดคุยกับผู้ชายเพราะว่าเขาเป็นคนคุยเก่าเพื่อน เพื่อนกลัวตัวเองจะมองหน้าเขาไม่ติด จริง ๆ ตัวหนูเองเคยเชิง ๆ พูดไปกับเพื่อนแล้วว่าเราเคยคุยกับเขาไปตอนปี 54 ก่อนที่เขาจะมาคุยกับแก แต่เพื่อนก็ไม่ได้ฟังอะไร จะแทรกเรื่องตัวเองมาเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งเพื่อนยังเคยเชิงพูดอ้อม ๆ มาอีกประมาณว่า “ถ้ามึงจะคุยต่อก็คุยได้นะ แต่กูไม่โอเค” ถ้าถามว่าถ้าหนูเลือกผู้ชาย แล้วไม่เลือกเพื่อน หนูจะโอเคไหม เอาจริง ๆ หนูรู้สึกครึ่ง ๆ เพราะว่าหนูรู้สึกเสียดายที่ยังไม่ได้เรียนรู้อะไรด้วยตัวเองเลย แต่อีกใจนึงคือถ้าสมมติหนูเลือกเขา แล้ววันใดวันหนึ่งมันดันเข้ากันไม่ได้แล้วเราเลือกเขาไปแล้ว เราจะเสียทั้งเพื่อนเสียทั้งผู้ชายเลย ซึ่งคำถามที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้งสามคนมีทั้งหมด 2 เรื่องคือ หนูแค่อยากรู้ว่าในความคิดหนูตอนนี้มันแปลกหรือเปล่า? ที่มองว่าตอนนี้มันเป็นแค่คนคุย แต่เพื่อนในกลุ่มหนูทุกคนมองว่ามันเป็นเรื่องผิดปกติและไม่สมควรที่จะคุยต่อจากเพื่อน ส่วนคำถามที่สองคือ หนูอยากถามว่าหนูควรจะไปต่อกับความสัมพันธ์นี้อย่างไรดี?’ เริ่มต้นที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แปลกหรือเปล่า เพื่อนหนูสิแปลก กลุ่มนี้ควรหยุดตัวเป็นแกนของโลกได้แล้ว ไม่มีเหตุผลที่แกจะมากั๊กของที่แกไม่เคยกิน แกไม่มีสิทธิ์ห้ามคนอื่นกิน เห็นแก่ตัวแบบนี้ไม่เรียกว่าเพื่อน เลิกคบได้ไม่ติด ส่วนข้อสองถ้าไม่อยากเสียทั้งเพื่อนเสียทั้งผู้ชายให้แอบคบ อย่าให้มันรู้และถ้าเกิดมันไปไม่รอดก็กลับมาหาเพื่อน แต่เพื่อนกลุ่มนี้ไม่โอเคเท่าไหร่ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีความเมตตาในจิตใจสักนิดเลย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ไม่แปลกที่จะคบกับคน ๆ นี้ พี่ว่าเพื่อนหนูมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ แต่ถ้าอยากจะให้มันเคลียร์พี่แนะนำว่าถ้าหนูแคร์ฝั่งเพื่อนด้วยให้บอกเพื่อนไปตรง ๆ ว่าเราจะคบ แต่ก่อนจะบอก หนูควรตัดสินใจถามเพื่อนไปตรง ๆ ก่อนเลยว่ามีอะไรที่เรายังไม่รู้อีกไหม แต่คือถ้าเพื่อนให้เหตุผลแค่นี้ พี่รู้สึกว่ามันยังไม่พอ ต้องดูที่เหตุผล ส่วนจะไปต่อกับความสัมพันธ์นี้ยังไงดี พี่ว่าถ้าขนมจะเอาทั้งซ้ายทั้งขวาให้ได้ดั่งใจเลย พี่ว่ามันยากในสถานการณ์นี้ ต้องลองเสี่ยงเพราะพี่รู้สึกว่ายังไงก็ตามมันไม่มีหลักประกันอยู่แล้วว่าคบผู้ชายคนนี้ไปแล้วมันจะเวิร์คหรือไม่เวิร์ค แต่ไม่อยากให้เอาเรื่องมีมาเป็นปัจจัยหลักใหญ่ที่จะไม่คบเขา ถ้าเพื่อนจะโกรธก็สิทธิ์ของเพื่อน แต่เราก็มีสิทธิ์ของเราเหมือนกันที่จะทำแบบนี้ พี่ว่าสิ่งที่หนูทำไม่ใช่สิ่งที่ทำลายความเป็นเพื่อนกัน’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘ผมว่าไม่แปลกหรอก ผมมองว่าขนมก็ไม่แปลกและอีกฝั่งก็ไม่แปลกเหมือนกัน มันมีคนที่ไม่ได้ใช้ตรรกะเหมือนกับคนอื่นในการดำเนินชีวิต ผมได้เรียนรู้มาในอีกรายการหนึ่งว่าสมองคนเรามันสั่งการทุกอย่างอยู่นะ คนเรามีวิธีการดำเนินชีวิตที่ตามแต่ที่สมองมันบอก เข้าใจได้ในความเป็นแก๊งผู้หญิงแบบดาวเจ็ดแฉก เมย์ไหนไฟแรงส์เวอร์ สมมติมีคนนึงที่เป็นตัวตั้งตัวตีแล้วเจอกับอีก 6 คนแบบสม่ำเสมอ สารพัดเหตุผลที่จะบอกว่าทำไมถึงไม่โอเค ทั้ง ๆ ที่เรามองไปเราอาจจะโอเค มันสามารถเกิดขึ้นได้ในแก๊งแบบนี้ที่มันถูกกล่อมอยู่ และกับคนนั้นที่จะหวงก้างโดยไม่ได้ใช้เหตุผล ซึ่งสมมติว่าข้อมูลที่เราฟังในวันนี้มันมีแค่นี้จริง ๆ เจอกันครั้งเดียว คุยกันอยู่ช่วงนึง สุดท้ายไม่โอเค แค่คน ๆ นึงที่ไม่โอเคแบบไม่มีเหตุผลมันก็เกิดขึ้นได้นะขนม บางทีแล้วการที่เราจะคบกับอดีตของคนในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นอดีตในขั้นไหน เราจะต้องยอมรับว่ามันมีโอกาสที่จะผิดใจกัน มันอาจจะมีบางคนที่ก็นี่ไม่มีเหตุผลอะ แต่นี่ไม่ชอบไม่อยากเจอคนนี้ นี่เคยคุยแล้ว ทำไมแกต้องคุยซ้ำด้วย มันเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ ทีนี้ทำไงต่อ พี่เห็นด้วยกับดีเจเติ้ลคือ การที่ถ้าเรายืนยันจะคบกับผู้ชายได้ไหม ได้ หรือถ้าเราจะไม่คบเพื่อเพื่อนได้ไหม ได้เหมือนกัน แต่ว่าเราควรได้เหตุผลที่มากกว่านี้ ถ้าเราจะทำอะไรเพื่อเพื่อนกลุ่มนี้นะ คนที่ไม่โอเคควรจะบอกเหตุผลที่แท้จริงว่า “ทำไมหรืออะไรที่ทำให้มองหน้ากันไม่ติด?” หรือแค่แกไม่อยากให้เราคุยกับคนซ้ำกับแกแค่นี้ โดยที่ไม่ได้มีเหตุว่าไม่ได้เลิกกันไม่ดี ไม่ได้ไปแอบด่ากันลับหลังหลังจากเลิกกันหรือไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น เราจะได้เข้าใจว่าอ๋อมันมีเหตุผลแค่นี้ อยู่ที่ว่าขนมจะแคร์คนนี้มากพอไหมที่จะคบหากันต่อ มันเกิดขึ้นได้ บางครั้งคนเราแบบเออนี่ไม่คบให้ก็ได้ เพราะนี่รักเพื่อนนะ แต่แกต้องบอกนะว่าทั้งหมดเกิดอะไรขึ้น และมันก็มีคนที่บอกว่า นี่จะคบนะ นี่ต้องรู้อะไรอีกไหม มันไปได้หมดทุกทางเลยขนม ควรที่จะคุยกันและหลังจากนั้นขนมช่างใจเลย ถ้าผู้ชายคนนี้ดูมีความเป็นไปได้ เราคุยศึกษากันสักพัก ช่วงแรกอาจจะเก็บเป็นความลับก่อนก็ได้ จนเวลามันผ่านไปแล้วรู้สึกว่าคนนี้ใช้ได้ เขาดีพอที่เราจะมั่นใจเขาได้ และมันก็คงมีเหตุการณ์ที่เราคงพาไปเจอเพื่อนไม่ได้บ่อยหรือไม่ต้องพาไปเจอก็ได้ เราก็มีชีวิตของเรา สุดท้ายเวลาผ่านไปมันจะเยียวยาเรื่องพวกนี้เอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-