
รายการ EFM FANDOM LIVE [ 23 กรกฎาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “เอมี่ - บอนนี่” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ คารมดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”
ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน
FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Tomorrow,again
นามปากกา : Slowache
ทุกคืนเวลา 00:00 น. จะมีโรงแรมแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นในสถานที่ที่ไม่มีใครรู้ บางคืนอยู่กลางเมือง บางคืนอยู่ริมทะเล พอพระอาทิตย์ขึ้น โรงแรมก็หายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ ไม่มีใครจองห้องพักที่นี่ได้ เพราะโรงแรมจะเป็นคนเลือกแขกเอง แขกทุกคนคือ “คนจากวันพรุ่งนี้” คนที่กำลังจะเจอวันสำคัญในชีวิต ก่อนถึงวันนั้น พวกเขาจะได้มาพักที่นี่เพียงหนึ่งคืน แล้วตื่นขึ้นไปใช้ชีวิตต่อ โดยไม่เหลือความทรงจำเกี่ยวกับโรงแรม “บอนนี่”เด็กฝึกงานแผนกต้อนรับ ได้รับกฎสามข้อ ห้ามถามแขกถึงอนาคต ห้ามเปลี่ยนชะตา และห้ามเปิดทะเบียนห้อง 717 คืนแรกของการทำงาน หญิงสาวผมสั้นเจ้าของรอยยิ้มอบอุ่นเดินเข้ามาเช็กอิน “เอมี่” แต่ข้อมูลของเธอกลับมีเพียงคำว่า Status : No Tomorrow ทั้งที่แขกทุกคนต้องมีวันพรุ่งนี้ เอมี่กลับมาที่โรงแรมทุกคืน และจำบอนนี่ได้ทุกครั้ง จนคืนหนึ่งบอนนี่แอบเปิดทะเบียนห้อง 717 ข้างในมีเพียงรูปถ่ายเก่า ๆ และในทุกรูป… เอมี่ยืนอยู่ที่เดิม ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย บอนนี่เริ่มสงสัยว่า… เอมี่เป็นแค่แขกของโรงแรม หรือ เธอคือความลับที่โรงแรมซ่อนไว้มาตลอด
FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Tomorrow,again
Pen Name : Slowache
Imagine a hotel that materializes precisely at midnight, its location a mystery each night – sometimes nestled in the bustling city center, other times perched by the serene sea. As dawn breaks, it dissolves as if it were never there. This isn't a place you can book; the hotel handpicks its visitors. Each guest is a 'person from tomorrow,' someone on the cusp of a life-altering event. They're granted a single night's stay before returning to their lives, the hotel experience erased from their memory. Bonnie, an intern receptionist, is entrusted with three cardinal rules: never pry into a guest's future, never interfere with their destiny, and absolutely do not unlock room 717. On her very first night, a woman with short hair and a welcoming smile checks in, introducing herself as 'Emi.' But Emi's file is an anomaly, listing her 'Status: No Tomorrow,' a stark contradiction to the hotel's supposed clientele. Strangely, Emi reappears at the hotel night after night, always recognizing Bonnie. One particular evening, Bonnie can't resist and secretly opens room 717. Inside, she discovers a collection of old photographs, each one featuring Emi in the exact same spot, seemingly timeless. A seed of suspicion is planted in Bonnie's mind: is Emi merely a guest, or could she be the very secret the hotel has been guarding all along?

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... BACKUP
นามปากกา : เชิ้ตรูบี้
ในโลกที่ไม่มีใครตายจริง ๆ ทุกครั้งที่ใครสักคนเสียชีวิต จักรวาลจะดึงตัวจากอีกเส้นเวลาหนึ่งเข้ามาใช้ชีวิตแทนทันทีในจักรวาลที่เรียกว่า จักรวาลหลัก ความทรงจำของผู้คนจะถูกแก้ไขโดยอัตโนมัติจนไม่มีใครสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง แต่ เอมี่ เริ่มสงสัยเมื่อ บอนนี่ เปลี่ยนนิสัยหลังรอดจากอุบัติเหตุหลายครั้ง จากคนชอบกาแฟกลับดื่มชา จากคนกลัวน้ำกลับว่ายน้ำเก่ง จากคนถนัดซ้ายกลายเป็นถนัดขวา ทุกความผิดปกติถูกอธิบายว่า เป็นผลจากอุบัติเหตุ แต่เอมี่กลับจำบอนนี่คนก่อนได้ดีจนค้นพบความจริงว่า บอนนี่ที่เธอรักได้ตายไปแล้วหลายสิบครั้งและคนที่อยู่ตรงหน้า คือ บอนนี่จากจักรวาลที่แตกต่างกัน เมื่อจำนวนจักรวาลเริ่มลดลง ตัวสำรองก็เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ และความตายครั้งถัดไปจะไม่มีใครกลับมาแทนได้อีก เอมี่จึงต้องเลือกระหว่างใช้ชีวิตต่อกับบอนนี่คนนี้ที่เปรียบเหมือนคนแปลกหน้า หรือออกตามหาบอนนี่คนแรกที่อาจยังติดอยู่ในรอยแยกระหว่างจักรวาล แม้ว่าการพาเธอกลับมาจะทำให้บอนนี่ทุกคนที่เคยมีอยู่ต้องหายไป หรือแม้แต่ตัวเธอเองก็เริ่มลืมความรู้สึกรักที่มีต่อบอนนี่คนแรกแล้วก็ตาม
FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... BACKUP
Pen Name : เชิ้ตรูบี้
Imagine a reality where true death is impossible. Instead, whenever someone 'dies,' the universe seamlessly plucks a substitute from another dimension to inhabit their life in what's known as the 'Main Universe.' Our memories get a convenient cosmic update, so we never notice the cosmic switcheroo. But Emi starts to get a weird feeling when her friend Bonnie undergoes a series of baffling transformations after surviving a few close calls. One minute Bonnie's a coffee fiend, the next she's a tea enthusiast. She goes from fearing water to being an absolute swimming pro, and even shifts from left-handedness to right. Everyone chalks it up to the accidents, but Emi has crystal-clear memories of the *original* Bonnie. She cracks the truth: the Bonnie she adores has shuffled off this mortal coil countless times, and the person standing before her is a Bonnie from a parallel world. Here's the kicker: as the multiverse shrinks, so do the available replacements, meaning no one can step in for Bonnie's next inevitable 'death.' Emi faces a gut-wrenching choice: stick with this new Bonnie who feels like a stranger, or embark on a quest to find the first Bonnie, who might be lost in a cosmic void. This choice comes with a heavy price – it could erase every Bonnie that ever was, and Emi herself is starting to feel the love for her original friend fading.

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... วิ่งแลก “คนเก่า” (Run With My Ex)
นามปากกา : Plaifah
“คนไทยเป็นอะไรกับคนเก่า ?” ก็คงเป็น…คนที่รู้ทั้งรู้ว่าเลิกกันแล้ว แต่พอมีแคมเปญชวนแฟนเก่ามาวิ่ง ก็ดันชวนจริง ๆ เมื่อ บอนนี่ ลากแฟนเก่าอย่าง เอมี่ เข้าร่วมแคมเปญ“วิ่งแลกคนเก่า” กิจกรรมที่ชวนอดีตคนรักมาวิ่งให้ครบ 11 กิโลเมตร เพื่อแลกของรางวัล ทั้งคู่ต่างคิดว่ามันก็แค่การออกกำลังกายสนุก ๆ กับคนที่เคยรู้จักดีที่สุด แต่ยิ่งวิ่ง…หัวใจกลับยิ่งวนกลับไปที่เดิม ทุกกิโลเมตรพาทั้งคู่ย้อนกลับไปหาร้านโปรด ม้านั่งตัวเดิม เพลงเพลงเดิม และเรื่องราวเล็ก ๆ ที่เคยทำให้ตกหลุมรักกัน พร้อมกับสร้างความทรงจำบทใหม่ที่ทำให้ทั้งคู่ได้รู้ว่า… คนเดิมอาจไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะบางครั้ง…การวิ่งกลับไปหาคนเก่า ไม่ได้ทำให้เราเจออดีต แต่ทำให้เราได้เจอคนเดิม… ในเวอร์ชันที่พร้อมรักกันมากกว่าเดิม แล้วเส้นชัยของการวิ่งครั้งนี้…จะแลกได้แค่ของรางวัล หรือแลก “คนเก่า” ให้กลับมาเป็น “คนปัจจุบัน” ได้อีกครั้ง
FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Run With My Ex
Pen Name : Plaifah
It's an interesting phenomenon, isn't it, how Thai people seem to have a unique relationship with their past flames? It appears to be a case of knowing a breakup is final, yet readily participating when an opportunity arises to engage with an ex. Take Bonnie, for instance, who ropes her former partner, Emi, into the 'Run for Your Ex' event. This isn't just any race; it's an 11-kilometer challenge where ex-lovers vie for prizes. Initially, both women see it as a lighthearted way to get some exercise with someone who knows them inside out. However, as they pound the pavement, the miles seem to rewind their hearts to cherished moments. Each kilometer echoes with memories of their favorite haunts, familiar park benches, the soundtracks to their romance, and the small anecdotes that sparked their initial connection. Along this journey, they inadvertently forge new experiences, leading to a profound realization: people change, and the person they once knew might be an entirely different individual now. It turns out that sometimes, retracing your steps with an ex isn't about dwelling on the past, but about encountering that same person, transformed and perhaps more ready than ever to love. So, will this race culminate solely in the coveted prize, or will the finish line also herald the return of the 'ex' to become a cherished 'present'?

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... ก่อนเสียงจะเอ่ยว่ารัก
นามปากกา : ปากกาสีส้มม่วง
คุณรู้ไหม… คำว่า รัก สามารถแสดงออกได้หลายแบบ บางคนบอกรักด้วยคำพูด บางคนบอกรักด้วยอ้อมกอด บางคนเลือกเก็บมันไว้ในสายตา แต่เราสองคนเลือกแสดงความรักด้วย “ภาษามือ” เพลงพิณ (บอนนี่) ศิลปินเดี่ยวคนดังที่มีฉายาว่าเสียงของสวรรค์ "วันนี้เหนื่อยไหม" เสียงผู้จัดการเอ่ยถาม "ไม่ค่ะ" เพลงพิณตอบและถอนหายใจเบา ๆ เธอเคยรักการร้องเพลงแต่ตอนนี้เธอไม่แน่ใจแล้วว่ากำลังร้องเพลงเพราะรักมัน หรือเพราะทุกคนอยากให้เธอร้อง แสงเหนือ (เอมี่) คุณครูสอนภาษามือกำลังสอนเด็กที่เหมือนกับเขาคนที่ไม่สามารถสื่อสารผ่านการออกเสียงได้ มีคนเคยถามว่า “ชีวิตที่ไม่มีเสียงน่าเบื่อไหม” ไม่เลย โลกใบนี้ไม่เคยเงียบ แม้เขาจะพูดไม่ได้แต่ยังได้ยินทุกอย่าง และยังสามารถส่งความรู้สึกด้วยสองมือได้ แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอุบัติเหตุในวันฝนตกทำให้พวกเธอทั้งสองคนสลับร่างกัน โชคชะตาที่จะทำให้ทั้งสองคนได้เรียนรู้ “เสียง” ได้เรียนรู้ความหมายของ “ความเงียบ” และให้ “ความเงียบ” ได้สัมผัสโลกของ “เสียง” เพื่อให้พวกเขาได้รู้ว่าบางครั้งความรักที่ดังที่สุด กลับเป็นความรักที่ไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูดเลย แต่แค่ใช้หัวใจเป็นตัวนำทางก็พอ
FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Before the voice says "I love you".
Pen Name : ปากกาสีส้มม่วง
It's fascinating how love finds its voice in countless ways, isn't it? For some, it's a whispered 'I love you,' for others, a warm embrace, or perhaps a loving glance. But for these two, their unique language of affection is spoken through the graceful movements of sign language. Take Plaengpin (Bonnie), the acclaimed solo artist known as the 'Voice of Heaven.' She might ask her manager, with a gentle sigh, 'Are you feeling tired today?' It seems her passion for singing, once so vibrant, is now clouded by uncertainty – is she singing for herself, or for the expectations of others? Then there's Saengnuea (Emi), a sign language instructor, who is nurturing a child who, like her, communicates without spoken words. Someone once mused, 'Is a life without sound a dull existence?' Far from it! This world is a symphony, even for those who cannot hear it in the traditional sense. Though he may not speak, she absorbs every sound and expresses her heart through her hands. However, a sudden, unforeseen accident on a rainy day throws their lives into delightful disarray, causing them to literally swap bodies! This twist of fate sets them on a journey to truly understand the essence of 'sound,' to grasp the profound meaning of 'silence,' and to allow the world of 'silence' to experience the vibrant realm of 'sound.' Through this shared adventure, they'll discover that sometimes, the most powerful expressions of love are the ones that transcend words, guided solely by the heart.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... บอนอย่าทิ้งบี๋
นามปากกา : พู่กันเบอร์11
ทุก ๆ เช้าของ "บี๋" ต้องพาควายออกไปเล็มหญ้า โลเคชันที่บี๋เลือกวันนี้เป็นริมถนนของหมู่บ้าน จู่ ๆ มีรถหรูสีขาวแปลกตาขับเข้ามา บี๋ไม่ได้ตั้งใจจะสอดรู้สอดเห็น แต่เพื่อความปลอดภัยของหมู่บ้าน บี๋จำเป็นต้องสอดส่อง มีคุณครูคนสวยย้ายเข้ามาสอนในโรงเรียนประจำหมู่บ้านเรานี่เอง อะไรกันคุณครูตาแป๋วคนสวยคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ ใกล้ ใกล้...ขึ้นเรื่อย ๆ "สวัสดีค่ะ บอนนี่นะคะ ฝากตัวด้วยค่ะ" หลังสิ้นเสียงนั้น บี๋เอาแต่อ้าปากค้าง หูดับไปชั่วขณะ รู้ตัวอีกทีเชือกควายก็หลุดออกจากมือแล้ว บี๋และคุณครูคนใหม่ต้องพากันวิ่งไล่จับควายราว 10 นาที เฟิดอิมเพซ่านอะไรสักอย่าง บี๋เรียกไม่ถูก นั่นแหละ อาจจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่มันทำให้บี๋และครูบอนสนิทกันไวมาก จนบี๋ไปมาหาสู่ช่วยเหลือดูแลครูบอนไม่ขาดตกบกพร่อง ก่อนออกจากบ้านพาควายไปเล็มหญ้าวันนี้ บี๋แต่งตัวดูดี ใส่เสื้อลายสก๊อตสีสวยและเซ็ตผมแบ่งปอยหวานนิดหน่อย เผื่อคุณครูคนสวยประทับใจ แต่พอไปถึงบี๋ต้องเจอกับภาพบาดตาบาดใจ มีไอหนุ่มหน้าหวาน หน้าตาไม่หล่อ ๆ เดินมาข้าง ๆ ครูบอน พร้อมกับยื่นซองสีชมพู "ถ้าสะดวกไป บอนอยากให้บี๋ไปร่วมงานแต่งของบอนนะ" บี๋แทบอยากหนีไปกอดเสาเถียง TT
FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Bon, don't abandon Babe.
Pen Name : พู่กันเบอร์11
Each morning, Bee herds her buffaloes out for their pasture time. Today, the village road became their grazing spot. Suddenly, a fancy white car, the kind you don't see every day, rolled to a stop. Babe, not one to pry, felt a duty to keep an eye out for the village's sake. A new teacher, quite a looker, had just arrived at the local school. What was this all about? This lovely, bright-eyed teacher was heading right towards her… 'Hi, I'm Bonnie. It's a pleasure to meet you all.' Babe was utterly floored, her ears buzzing for a moment. Before she could even react, the buffalo's lead slipped right through her fingers. A good ten minutes of frantic chasing ensued, with Babe and the new teacher hot on the heels of the escaped buffaloes. Whatever it was about a 'first impression' – Babe couldn't quite put her finger on it – but it seemed to forge an instant connection between her and Teacher Bonnie. Now, Babe finds herself visiting and lending a hand to Teacher Bonnie quite often. In fact, before heading out with the buffaloes this morning, Babe made sure to spruce herself up, donning a cute plaid shirt and styling her hair in a sweet, parted manner, all in the hopes of charming the beautiful teacher. But upon her arrival, Babe was greeted by a scene that shattered her hopes: a dashing young man… A fellow who was decidedly *not* handsome sauntered up to Teacher Bon and handed him a pink envelope. 'If you're free, Bon would love for you to come to Bon's wedding.' Babe felt an overwhelming urge to bolt and embrace the nearest lamppost. TT

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “เอมี่-บอนนี่”
ที่จะมาแจกความสดใส ขี้เล่นตามสไตล์สองสาวให้เหล่าแฟนคลับใจละลายกันไปเลย ~

( ถ้าไม่ได้ชื่อเอมี่-บอนนี่จะชื่อว่าอะไร ? )
จากคราวที่แล้วที่ “เอมี่ - บอนนี่” ได้มารายการ EFM FANDOM LIVE ได้ตั้งชื่อให้กันในรายการว่า ‘หมี่หมี – หนี่หนี’ แต่หลังจากนั้นที่มี “เอนี่” ก็ได้เปลี่ยนเป็น ‘มีมี่ - นีนี่’ ไปแล้ว ในคราวนี้เลยตั้งชื่อให้กันและกันเป็น ‘ตี๋หลี - แป๋วแหวว’ มีที่มาจาก “เอมี่” เป็นตี๋ และ “บอนนี่” ตาแป๋วเลยได้ชื่อนี้ไป

( ปริศนาดอกกุหลาบที่กรุงโรม )
จากงาน ‘EMIBONNIE 1st FANMEET IN EUROPE’ ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลีที่ทั้งสองได้ลงรูปดอกกุหลาบ แฟน ๆ สงสัยว่าใครเป็นคนให้ดอกกุหลาบนี้ ซึ่ง “เอมี่” บอกว่ามันเป็นดอกกุหลาบที่อยู่บนโต๊ะอาหารอยู่แล้วเลยหยิบขึ้นมาถ่ายรูปเล่น แต่พอเห็น “บอนนี่” เดินมาก็เลยยัดเข้ามือไปเลย แกล้ง ๆ เอาไปให้ เลยได้เห็นออกมาเป็นรูปที่ลงใน Instagram

( เซ็ตคำถามครอบครัวสระอี้ : ใครเป็นคนที่ไปรับ-ส่งเอนี่ทุกวัน )
“เอมี่” พูดเลยว่า เป็น “บอนนี่” แน่นอนเพราะเขาตื่นเช้ามาก ส่วนตัวเองเป็นคนที่ตื่นเย็นสุด ๆ “บอนนี่” เลยบอกว่าเป็น “บอนนี่” ที่ส่ง “เอนี่” ตอนเช้า ส่วนตอนเย็นเป็น “เอมี่” มารับกลับบ้าน แบ่งหน้าที่ไปรับลูกอย่างเท่าเทียมกัน ตอนเช้าเดี๋ยว “บอนนี่” ดูแลจัดการให้เอง !

( เซ็ตคำถามครอบครัวสระอี้ : ใครเป็นคนที่ห่อข้าวกล่องให้เอนี่เอาไปโรงเรียน )
“บอนนี่” บอกว่า “เอนี่” เอาแต่กินขนม ถ้าต้องห่อข้าวกล่องไปให้ คงต้องทำเมนูหมูกระทะปิ้งไปให้เรียบร้อยพร้อมมีน้ำจิ้ม และห้ามขาดของหวาน นั่นก็คือเค้กช็อกโกแลต เพราะ “เอนี่” ชอบกินช็อกโกแลตและอาหารที่ไม่มีผัก พออยู่ด้วยกันไปเรื่อย ๆ กับ เอนี่ แล้วรู้เลยว่าเขาไม่ชอบกินผัก “เอนี่” เป็นเด็กที่เลือกกิน เหมือนกับ “เอมี่”

( เซ็ตคำถามครอบครัวสระอี้ : ใครหวงลูกมากกว่ากัน ถ้ามีคนเข้ามาจีบเอนี่ )
“เอมี่ - บอนนี่” ต่างฝ่ายต่างคิดว่าก็คงหวงลูกเหมือนกันทั้งคู่ ถ้าเข้ามาจีบเล่น ๆ ขำ ๆ ก็ไม่ได้อะไร แต่ถ้าจะเข้ามาจีบจริงจังก็ขอเช็คประวัตินิดหน่อย ยิ่งตอนนี้ได้ข่าวว่า “เอนี่” ฮอตมาก เริ่มมีหลาย ๆ คนเข้ามาจีบ เพราะเขามีเพื่อนเยอะทั้งหญิงทั้งชาย ที่ได้ยินจากที่ “เอนี่” เล่ามาก็มี “LYKYOU” ลูกของวง ‘LYKN’ และมี “DOMIIA” ลูกของสองหนุ่ม ‘เพิร์ธ - แซนต้า’ ที่ชอบมาเต๊าะลูก แต่ “เอนี่” ก็เชิ่ด เพราะเขามีคนในใจอยู่แล้วที่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่ออย่าง “JEWEL” ที่เป็นลูกของ ‘แจน - จิงจิง’ ซึ่งถ้าต้องดองกับบ้านนี้ก็โอเค น่ารักดี ไม่มีปัญหา

( เซ็ตคำถามครอบครัวสระอี้ : ใครจะงอนลูก ถ้าลูกไม่เล่นด้วย )
“เอมี่” บอกว่าเป็น “บอนนี่” แน่นอน 100% เพราะ “บอนนี่” กับ “เอนี่” ชอบเล่นด้วยกันตลอดเลย ทั้งคู่ชอบคุยเล่นกันงุ้งงิ้ง ๆ เจื้อยแจ้วกันไป แล้วเราก็ฟังลูกพูด ถ้า “เอนี่” ไม่เล่นด้วยจริง ๆ ยังไง “บอนนี่” ก็งอน

( เซ็ตคำถามครอบครัวสระอี้ : ใครจะร้องไห้ถ้าลูกหกล้ม )
ทั้งคู่พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า “เอมี่” แน่นอน เพราะ “เอมี่” ไม่ชอบให้ลูกเจ็บตัว “เอนี่” เขาเคยล้มแล้วตอนงาน ‘GMMTV STARLYMPICS’ ที่ผ่านมา ตอนที่เห็นลูกล้มแล้วรู้สึกเจ็บไปกับ “เอนี่” ด้วยเลย ไม่อยากให้เขาวิ่งเลย ค่อย ๆ วิ่งแทนก็ได้ “บอนนี่” เลยแซวว่ากับลูกจะยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมเลย

( ยิ่งคิดยิ่งชิดที่ซ่อนความในใจเอาไว้ )
ที่มาที่ไปของ MV นี้มาจากที่ “เอมี่ - บอนนี่” เขียนบรรยายถึงกันและกัน เพราะด้วยความที่เป็นเพลงแรกที่ได้เดบิวต์เป็นศิลปินดูโอ้คู่แรกของ RISER MUSIC ทีมงานจึงอยากให้ทั้งคู่ได้มีส่วนร่วมกับเพลงนี้ โดยพี่ทีมงานถามมาว่ามีคำพูด เนื้อหา หรือคีย์เวิร์ดอะไรที่อยากใส่เข้ามาในเพลงมั้ย “เอมี่” เลยเขียนอธิบายความรู้สึกที่มีต่อ “บอนนี่” ไปเลย ตอนแรกที่เขียนก็ไม่ได้เขินอะไร แต่พอส่งให้ทีมงานดูแล้วเริ่มโดนแซวก็เขินนิดหน่อย พอ “บอนนี่” รู้ก็เลยเขียนบรรยายความรู้สึกกลับไปให้ “เอมี่” เหมือนกัน เหมือนเราเขียนความในใจให้กันและกันเลย และท่อนที่ทั้งคู่ชอบที่สุดในเพลงนี้คือ ‘ชอบเวลาเธอหันมาเรียกชื่อฉัน โลกทั้งใบก็หายเหลือแค่เราเท่านั้น’

( ซีนที่ชอบใน MV ยิ่งชิดยิ่งคิด )
“เอมี่ - บอนนี่” บอกว่าชอบซีนที่ได้เจอกัน เป็นซีนแรกที่เริ่มถ่ายเลยที่อยู่ในร้านกีตาร์ จังหวะที่ “บอนนี่” จ๊ะเอ๋แล้วยิ้มให้กัน “เอมี่” หลุดยิ้มตามตลอด เขายิ้มแฮะ ๆ แล้วเราก็ยิ้มตาม เลยถ่ายไม่เสร็จสักทีซีนนี้ เพราะ “บอนนี่” ทำตาแป๋วตลอด

( ศิลปินที่อยากฟีเจอร์ริ่งด้วย )
“เอมี่ - บอนนี่” บอกว่าจะเกิดฝันมาก ทำเอาไม่กล้าพูดเลย แต่ศิลปินที่อยากฟีเจอร์ริ่งด้วยก็คือ “BOKYLION” ทั้งคู่พึ่งคุยด้วยกันไปเองว่าเพลงใหม่อย่าง ‘นาฬิกาทราย’ ดีมาก ชอบพี่เขามาตั้งแต่ร้องเพลง Cover อยู่เลย และถ้าได้ร่วมงานกับ “THE TOYS” ด้วยอีกก็คงดีใจไม่น้อย

( ผลงานซีรีส์คู่ที่อดใจรออีกเพียงไม่นาน ! )
ซีรีส์ ‘เงาใต้พระจันทร์’ ตอนนี้เริ่มถ่ายทำไปได้ถึงครึ่งเรื่องแล้ว และได้ยินมาว่าแฟนคลับแซวว่า “พี่จันทร์” เป็นเมะธงแดง ถ้าซีรีส์ออนแอร์แล้วจะโดนแม่ ๆ ของ “น้องคีย์” หักคะแนนฉ่ำแน่ ๆ แต่ “เอมี่” สวนกลับว่า จริง ๆ “พี่จันทร์” ไม่ได้ธงแดงขนาดนั้น “น้องคีย์” ก็ไม่เบาเหมือนกันแหละ “บอนนี่” เลยบอกว่าให้ทุกคนรอดูแล้วกัน ตัวละครมีเหตุผลในการกระทำว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น ยิ่งในซีรีส์มี “ฟิล์ม” มาเล่นด้วยตอนร่วมซีนกันก็สนุกมาก ๆ เชือดเฉือนกันสุด ๆ ให้ทุกคนรอติดตามกันด้วย เร็ว ๆ นี้มีข่าวดีมาแล้ว

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ
ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “เอมี่ - บอนนี่” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม
กับเกมชื่อว่า “Emi Bonnie MELODY - ยิ่งร้อง ยิ่งรัก”
ในเกมนี้ “เอมี่ - บอนนี่” ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !
สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!
(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “เอมี่ - บอนนี่”
โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน
สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เอมี่ - บอนนี่” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากซิงเกิล “ยิ่งชิดยิ่งคิด (Fall For You)” เพราะ ๆ จากทั้งคู่ รับชม MV ได้ทาง Youtube : RISER MUSIC และรอติดตามซีรีส์ “เงาใต้พระจันทร์” เร็ว ๆ นี้ด้วยน้าา

สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทาง
แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

-