หัวหน้า HR ที่มีครอบครัวแล้วตามจีบไม่หยุด
ทั้งที่หนูยังไม่ผ่านโปร
หนูควรทำยังไงดีคะ?

‘คุณไอเอฟ‘ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 กรกฏาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท วรินทร‘ เกี่ยวกับเรื่องที่หัวหน้า HR ซึ่งมีครอบครัวอยู่แล้ว ตามจีบเธออย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เธอยังไม่ผ่านช่วงทดลองงาน จนกังวลว่าหากปฏิเสธ จะส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน
‘คุณไอเอฟ’ (นามสมมติ) อายุ 33 ปี เล่าว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่วันถัดจากการสัมภาษณ์งาน เมื่อหัวหน้า HR โทรศัพท์มาหาเธอ ก่อนจะโทรมาอย่างต่อเนื่องเรื่อย ๆ จนถึงวันเริ่มงาน เมื่อเริ่มทำงาน ทุกอย่างยังดูเป็นปกติ แต่หลังเลิกงานเขากลับแอดไลน์ส่วนตัวมาพูดคุย พร้อมโทรศัพท์มาหาอยู่เป็นประจำ ถามไถ่ว่า “เหนื่อยมั้ย เป็นไงบ้าง กินอะไรหรือยัง” เธอจึงคิดว่าเป็นเพราะเขาเป็น HR ที่ใส่ใจลูกน้อง จึงไม่ได้เอะใจอะไร และนำเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนร่วมงานฟังแต่เพื่อนร่วมงานกลับบอกว่า ตั้งแต่วันที่เธอเข้าสัมภาษณ์ก็สังเกตเห็นแล้วว่าเขามองเธอด้วยสายตาที่ดูผิดปกติ พร้อมถามว่า “เขาชอบเธอหรือเปล่า” ขณะที่เธอตอบกลับไปว่า “คงไม่หรอก เขาน่าจะเอ็นดูเฉย ๆ” เพราะในตอนนั้นเธอไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติใด ๆ
หลังจากนั้นเขาก็ยังคงทักข้อความส่วนตัวมาหาเธออยู่เรื่อย ๆ แต่เธอเลือกที่จะไม่เปิดอ่านข้อความเหล่านั้น ปล่อยทิ้งระยะไว้ และจะตอบกลับเฉพาะคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องงาน หรือคำถามที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อรักษามารยาทและไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด
กระทั่งเหตุการณ์ที่ทำให้เธอตกใจที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังเลิกงานเขาโทรศัพท์มาหาเธอตามปกติ ก่อนจะถามว่า “ถ้าพี่จะคุยนอกเหนือจากเรื่องงานได้มั้ย” เธอจึงถามกลับไปว่า “ยังไงหรอคะ” จากนั้นเขาก็ตอบกลับมาอย่างตรงไปตรงมาว่า “จะจีบหนูได้มั้ย”
เธอเล่าว่า ในตอนนั้นเธอตกใจเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากนั้นเขาก็พูดต่อทันทีว่า “พี่อะชอบหนูนะ” เธอจึงรีบตอบกลับไปว่า “แต่พี่มีครอบครัวแล้วนะคะ” แต่เขากลับตอบเพียงว่า “ไม่มีปัญหา” เธอเล่าว่า เมื่อได้ยินคำว่า “ไม่มีปัญหา” ซึ่งเขาหมายถึงคือ “ไม่มีปัญหา ไม่มีใครรู้แน่” แต่สิ่งที่เธอคิดในใจกลับเป็น “แล้วกูล่ะ” เพราะในเวลานั้นเธอเพิ่งเริ่มงาน ยังไม่ผ่านช่วงทดลองงาน และยังไม่ได้รับเงินเดือนแม้แต่นิดเดียว แต่เขากลับยืนยันกับเธอว่า เขาการันตีได้ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เธอจึงบอกเขาไปตรง ๆ ว่า “อย่าเลยค่ะพี่ คุยแค่เรื่องงานก็พอ” แต่เขาก็ยังยืนยันคำเดิมว่า “ไม่มีปัญหาแน่นอน” ด้วยความที่เธอเป็นคนขี้เกรงใจ ไม่กล้าปฏิเสธคน ประกอบกับความกังวลว่าจะไม่ผ่านโปร จึงพยายามพูดกับเขาด้วยเหตุผลว่า “พี่คะ พี่เป็นหัวหน้าหนูนะคะ ถ้าพี่ทำแบบนี้มันดูไม่เหมาะนะคะ”
แต่เขากลับตอบเพียงว่า “พี่รับประกันว่าไม่มีปัญหา” เธอจึงถามกลับไปอีกว่า “แล้วถ้าปัญหามันเกิดขึ้น พี่จะทำยังไง” แต่เขาก็ยังตอบกลับมาเหมือนเดิมว่า “ก็ไม่ต้องทำอะไร เพราะไม่มีปัญหาไง”

นอกจากนี้ เธอยังเล่าอีกว่า เธอทำงานอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง เดิมทีแผนกของเธอมีหัวหน้าดูแลโดยตรง แต่บังเอิญหัวหน้าคนนั้นลาออกพอดี ทำให้ HR คนดังกล่าวเข้ามารับหน้าที่ดูแลแทน ส่งผลให้เธอต้องเจอเขาบ่อยขึ้น และหลีกเลี่ยงได้ยากกว่าเดิม อีกทั้งสิ่งที่ทำให้เธออึดอัดใจมากที่สุด คือการที่เขาพยายามแตะเนื้อต้องตัวอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแตะแขน หรือเอามือมาแนบที่ต้นแขนของเธอเวลาที่เดินผ่านกัน
ยิ่งไปกว่านั้น หากเธอไม่รับสายภายในประมาณ 10 นาที เขาจะโทรศัพท์ตามอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลาประมาณ 1 ทุ่ม ไปจนถึง 3 ทุ่ม ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจและไม่ปลอดภัยเป็นอย่างมาก อีกทั้ง HR คนดังกล่าวยังสนิทกับเจ้าของโรงแรม ทำให้เธอยิ่งกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของตัวเอง
เพื่อนร่วมงานยังเตือนเธอว่า “อย่าเพิ่งปฏิเสธเขา ทำยังไงก็ได้ให้ผ่านโปรไปก่อน” เพราะตัวเพื่อนเองก็กลัวว่าจะไม่ผ่านช่วงทดลองงานเช่นเดียวกัน เนื่องจากมีภาระเรื่องการเงิน ทำให้ไม่มีใครกล้าเสี่ยงมีปัญหากับ HR คนนี้
ครั้งหนึ่ง เธอเคยลองถามเขาตรง ๆ ว่า หากวันหนึ่งเธอมีแฟนแล้ว เขาจะยังโทรมาหาแบบนี้อีกหรือไม่ แต่เขากลับตอบว่า “พี่จะโทร เพราะว่าพี่อะชอบเรา พี่ถูกชะตากับเรา” คำตอบดังกล่าวยิ่งทำให้เธอมั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การดูแลลูกน้องตามหน้าที่อีกต่อไป แต่เป็นความรู้สึกส่วนตัวของเขาที่มีต่อเธอ
แม้จะรู้สึกอึดอัดและอยากหลีกหนีจากสถานการณ์นี้ แต่เธอยอมรับว่ายังไม่สามารถลาออกได้ เพราะปัจจุบันหางานค่อนข้างยาก อีกทั้งเธอเพิ่งเริ่มงานและยังไม่ผ่านช่วงทดลองงาน จึงทำได้เพียงอดทนและพยายามรักษาระยะห่างจากเขาให้มากที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีอีกเหตุการณ์ที่ทำให้เธอรู้สึกหวาดระแวงเป็นอย่างมาก เมื่อวันหนึ่งเธอถอดรองเท้าไว้หน้าห้องน้ำตามปกติ แต่หลังจากออกมาจากห้องน้ำ กลับพบว่าเขามายืนรออยู่หน้าห้อง และยังจำรองเท้าของเธอได้ ทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย และยิ่งกังวลกับพฤติกรรมของเขามากขึ้น เธอยังเล่าอีกว่า นอกจากเพื่อนร่วมงานคนที่เข้ามาเตือนเรื่องการไม่ผ่านโปรแล้ว ก็แทบไม่มีเพื่อนร่วมงานคนอื่นเข้ามาพูดคุยกับเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย จึงคาดว่าหลายคนในที่ทำงานน่าจะพอรับรู้ถึงพฤติกรรมของ HR คนดังกล่าว แต่ไม่มีใครกล้าแสดงออกหรือพูดถึงอย่างตรงไปตรงมา
ในฝั่งของ ‘ดีเจเติ้ล’ ให้มุมมองว่า “ถ้าหนูลาออกไม่ได้ หนูต้องระวังตัวมาก ๆ หนูต้องไม่มีทางไปอยู่กับเขา 2 ต่อ 2 และที่นี่มันเป็นที่ที่ไม่ควรทำงานอยู่เลยจริง ๆ นะ อะไรที่หนูชัดเจนกับเขา ให้เขารู้ว่าหนูไม่อนุญาตให้เขาทำแบบนี้กับหนู ต้องพูด เช่น จับตัวหนูแล้ว ‘โทษนะคะ โดนตัวหนูไม่ได้นะคะ’ ถ้ามีคนอื่นอยู่ ให้เขารับรู้ว่าเราไม่โอเคกับสิ่งที่เขาทำ อยากให้พยายามเด็ดขาด ต้องกลั้นใจ มันอาจจะต้องถามตัวเองดี ๆ ว่า มันคุ้มมากกับสิ่งที่ต้องเสี่ยงกับชีวิตหรือเปล่า มันเสี่ยงนะไอเอฟ มันเห็นอยู่นะคะว่าข่าวคราวที่มันเกิดขึ้น แล้วคนที่หน้าด้านหน้ามึนแบบนี้ เราจะดีกับเขายังไง แล้วหนูจะทำงานมีความสุขหรอ คือตอนนี้เจ้าของก็อยู่ฝั่งเขาด้วยนะไอเอฟ ลองคิดดูดี ๆ เขาก็เป็นคนที่เราต้องเจอไปตลอด แม้กระทั่งว่าจะมีหัวหน้าใหม่มาอีก มันก็เป็น HR อยู่เหมือนเดิม Toxic แน่ ๆ ชีวิตหนูต้องมาคอยระแวดระวังกับผู้ชายคนนี้ตลอดเวลา”

ในฝั่งของ ‘ดีเจเกรท’ ให้มุมมองว่า “สำหรับพี่ คำถามบางคำถามตอบด้วยความเกรงใจ อาจจะทำให้ฝ่ายนั้นคิดได้ว่าเขาน่าจะมีโอกาส แต่ว่าทั้งหมดทั้งมวล มันมีเรื่องของการคุกคามอีก พี่มองว่าตอนนี้อาจจะยังดำเนินการอะไรไม่ได้ พี่ไม่รู้ แต่ขอให้เก็บหลักฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการคุยแชต แล้วถ้าหากผ่านโปรไปแล้วจะเป็นยังไง พี่รู้ว่าเรื่องงานเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นเงื่อนไขสำคัญมาก ๆ ที่หนูต้องเผชิญอยู่ แต่งานกับตัวเราอันไหนสำคัญกว่า ถ้าสมมุติผ่านโปร ได้เงิน แต่เราก็ต้องแลกกับการที่เราต้องอยู่ที่นี่ กับคนนี้ต่อไป”
ในฝั่งของ ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า “เอาอย่างนี้ ระหว่างที่ทำงานที่นี่ก็ดูแลตัวเองดี ๆ แล้วก็หางานอื่นไปด้วย เพราะดูแล้วเมียเขาก็ไม่กลัวด้วย เพราะเขามั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาอะไร แล้วก็ไม่ใช่ว่าเราผ่านโปรแล้วเราจะสามารถถีบยอดหน้ามันได้เลย มันก็ไม่ใช่ไง ก็ต้องอดทนมันอยู่ดี”
ท้ายที่สุด เหล่า ‘ดีเจต้นหอม’ ‘ดีเจเติ้ล’ และ ‘ดีเจเกรท’ ได้ร่วมให้กำลังใจคุณไอเอฟพร้อมอวยพรให้เธอสามารถก้าวผ่านสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ไปได้ และหวังว่าเธอจะได้พบกับทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทั้งชีวิตและการทำงาน
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง
มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION
รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin