นักแสดงสุดฮอตที่กำลังเป็นที่พูดถึงในโซเชียลตอนนี้อย่าง 2 สาว “แจน - จิงจิง” มาบุก EFM FANDOM LIVE พร้อมแจกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ขำขัน นำความน่ารักจนล้นสตูดิโอ ทำเอาแฟน ๆ ยิ้มกันทั้งคืนให้กับความน่ารักที่ไม่มีสิ้นสุด

EFM FANDOM RECAP

นักแสดงสุดฮอตที่กำลังเป็นที่พูดถึงในโซเชียลตอนนี้อย่าง 2 สาว “แจน - จิงจิง” มาบุก EFM FANDOM LIVE พร้อมแจกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ขำขัน นำความน่ารักจนล้นสตูดิโอ ทำเอาแฟน ๆ ยิ้มกันทั้งคืนให้กับความน่ารักที่ไม่มีสิ้นสุด

13 ก.ค. 2026

            รายการ EFM FANDOM LIVE [ 2 กรกฎาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้พบกับ “แจน - จิงจิง” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ คารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Spectrum Blue

นามปากกา : Teaypss

            สำหรับ ‘แจน’ โลกใบนี้เต็มไปด้วยสีสันที่ส่งเสียงได้ เธอเป็นออทิสติกที่มองเห็นผู้คนเป็นเฉดสีต่าง ๆ เหมือนออร่ารอบตัว และเธอมักจะซ่อนตัวจากความวุ่นวายด้วยการร้องเพลง เสียงเพลงของแจนบริสุทธิ์และทรงพลังอย่างน่าอัศจรรย์ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่จะได้ยินมัน จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอได้พบกับ ‘จิงจิง’ นักร้องซุปเปอร์สตาร์ชื่อดัง ในความเงียบของห้องซ้อม จิงจิงเดินเข้ามาพร้อมกับแสง ออร่า ‘สีฟ้าพาสเทล’ ที่นุ่มนวลและสงบที่สุดเท่าที่แจนเคยเห็นมา สีฟ้าของจิงจิงทำให้อาการตื่นตระหนกของแจนมลายหายไปอย่างน่าประหลาด แจนเผลอพูดคุยกับจิงจิงได้อย่างเป็นธรรมชาติ จนตัวเองยังตกใจ จิงจิงที่ได้ยินแจนฮัมเพลงเบา ๆ ถึงกับชะงัก สายตาของเธอจับจ้องไปที่เด็กสาวผู้มีพรสวรรค์ด้วยความทึ่ง "เสียงของเธอ... สวยงามเหมือนสีฟ้าเลย" จิงจิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น            หัวใจของซุปตาร์สาวเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความน่ารัก บริสุทธิ์ และดนตรีที่เชื่อมถึงกัน ทำให้จิงจิงตกหลุมรักแจนตั้งแต่แรกพบหลังจากวันนั้น จิงจิงจูงมือแจนเข้าสู่สปอตไลท์ ร่วมโปรดิวซ์เพลงพิเศษด้วยกัน เสียงร้องของแจนประสานเข้ากับทำนองของจิงจิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Spectrum Blue

Pen Name : Teaypss          

            For Jan, the world is a canvas painted in vibrant hues that seem to whisper secrets. As someone on the autism spectrum, she perceives people as a spectrum of colors, their very essence glowing like auras. To escape the overwhelming noise of life, she often retreats into her own world through song. Jan has a voice that rings with purity and strength, but it remains a hidden gem, heard by just a few. All of this changes when she crosses paths with Jingjing, a renowned pop star. In the tranquil haven of a rehearsal space, Jingjing enters, emanating a soothing and delicate "pastel blue" aura that captivates Jan like never before. In an instant, the gentle blue light seems to wash away Jan’s worries, allowing her to connect with Jingjing in a way she never thought possible. As she hums softly, Jingjing stops in her tracks, her eyes wide with wonder as she takes in the remarkable talent in front of her. "Your voice... it’s as exquisite as the color blue," Jingjing says, her smile radiating warmth. In that moment, something stirs within Jingjing—her heart races like it never has before. Jan's sweetness, her purity, and the musical bond that sparks between them capture Jingjing at first glance. From that day forward, Jingjing brings Jan into the limelight, and together, they create a special song that resonates, with Jan's enchanting voice blending effortlessly with Jingjing's captivating melody.

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... คนที่หายไปจากรูปถ่าย

นามปากกา : Quiet June

            จิงจิง มีความลับ ทุกครั้งที่ถ่ายรูปกับใคร คนคนนั้นจะค่อย ๆ เลือนหายจากรูป เมื่อความสัมพันธ์จบลง รูปเพื่อนสมัยเด็กเหลือเพียงสนามหญ้า รูปครูที่ย้ายโรงเรียนเหลือแค่เก้าอี้ ไม่มีใครเชื่อ จนวันที่จิงจิงถ่ายรูปกับ แจน หลายปีผ่านไปรูปใบนั้นยังเหมือนเดิม “แปลกจัง…” แจนหัวเราะ “อาจเพราะเรายังอยู่ไง” คืนหนึ่งจิงจิงพบกล้องโบราณในร้านเก่า เจ้าของร้านเตือน “กล้องตัวนี้ถ่ายได้…ไม่ใช่ใบหน้า แต่เป็นอนาคต” จิงจิงลองยกขึ้นถ่ายแจน ภาพที่ปรากฏทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น ในรูป…ไม่มีแจน ทั้งคืนจิงจิงพยายามเปลี่ยนทุกอย่าง พาแจนกลับบ้านเร็วขึ้น เลี่ยงทุกเส้นทาง ห้ามออกจากบ้าน จนแจนยิ้มแล้วจับมือไว้ “รู้ไหม…” “คนเรามัวแต่กลัวการจากลา จนลืมใช้เวลาที่มี” จิงจิงค่อย ๆ วางกล้องลง เลือกหัวเราะ แทนการหวาดกลัว เลือกอยู่กับปัจจุบัน แทนการวิ่งหนีอนาคต เช้าวันต่อมาจิงจิงหยิบรูปในกล้องขึ้นมาดูอีกครั้ง ภาพเดิมหายไป เหลือเพียงแจนที่กำลังยิ้มกว้าง พร้อมข้อความเล็ก ๆ ด้านหลัง ‘อนาคต…จะเปลี่ยนทุกครั้งที่หัวใจเลือกความสุข มากกว่าความกลัว’ จิงจิงยิ้ม ก่อนกดชัตเตอร์อีกครั้ง

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Absent souls in the snapshot.

Pen Name : Quiet June

             Jingjing harbored a unique secret. Every time she snapped a photo with someone, that person would mysteriously fade from the image as their bond diminished. Photos of her childhood pals ended up featuring nothing but the grass beneath them, while images of teachers who moved away showcased only their empty chairs. No one took her seriously—until the moment she posed with Jan. Years later, that picture remained unchanged. “Weird…” Jan chuckled. “Maybe it’s because we still are a thing.” One evening, Jingjing stumbled upon an old camera in a dusty shop. The owner cautioned her, “This camera captures not faces, but rather glimpses of the future.” Intrigued, she took a shot of Jan. The result made her breath hitch. In the photograph… Jan was nowhere to be seen. That night, Jingjing felt urgency pulse through her as she tried to alter their fate. She ushered Jan home early, took every detour possible, and insisted she stay inside until Jan, with a joyful smile and a hand clasped in hers, broke through. “You know…” “People are so scared of goodbyes that they forget to savor the moments they share.” With that, Jingjing lowered the camera, choosing laughter over trepidation, deciding to embrace the now rather than flee from the uncertain future. The following morning, she revisited the photo. The original shot had vanished, replaced by a radiant Jan, with a sweet note on the back: ‘The future… shifts every time your heart opts for joy over fear.’ Jingjing beamed before snapping the shutter once more.

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... เจตนาร้ายในคืนสายฝน You Brought Me Malice in the Rain

นามปากกา : Nomarszy

            บริษัทกำจัดความเป็นไปไม่ได้ บริษัทครีเอทีฟเล็ก ๆ ที่ถูกขนานนามว่าเป็นปีศาจแห่งวงการมายาซึ่งหาตัวจับได้ยาก ครั้งนี้ได้เข้ามามีบทบาทในวงการแพทย์อย่างเต็มตัว ทว่าไม่ใช่การร่วมมือทางธุรกิจแต่เป็นการพัวพันกันด้วยพันธะบางอย่าง ซีน CEO (แจน) ระดับคิวทองของบริษัทกำจัดความเป็นไปไม่ได้ ผู้ที่ใคร ๆ ต่างก็อยากพบหน้าเพื่อเจรจาธุรกิจ แต่เธอมักจะหลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เธอเป็นครีเอทีฟมือฉมังที่มักจะรังสรรค์ไอเดียระดับพันล้านออกมาได้ในคืนวันฝนพรำ ทว่าเมื่อ ไนล์ นิติเวชหญิงแถวหน้าประจำโรงพยาบาล (จิงจิง) เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ซีนออกมาจากเงามืดได้ด้วยเสน่หาและแรงดึงดูดบางอย่าง แต่กลับเจอเรื่องลึกลับเข้ามาพัวพันในความสัมพันธ์ของเธอทั้งสอง เมื่อไนล์ไม่ใช่แพทย์นิติเวชธรรมดา แต่เธอคือผู้ถูกเลือกให้มีพลังแห่งการเห็นนิมิตของร่างไร้วิญญาณ แม้จะเคยมีคำกล่าวอ้างว่าเธอนำพาเรื่องราวสุดสยองขวัญมาสู่โรงพยาบาลแห่งนี้                ทว่าเธอไม่สนคำครหาจากผู้ใด ทั้งยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติเสมอมา ขณะนี้การเดินทางครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อได้รู้ว่า ซีนเป็นสาเหตุหลักของการจากไปอย่างผิดธรรมชาติ

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... You Brought Me Malice in the Rain

Pen Name : Nomarszy

            "The Impossible Elimination Company," a daring little creative hub known for its relentless spirit in the entertainment world, is taking a bold leap into the medical arena. But this isn’t your average business partnership; it’s a complex tapestry of connections. Enter Scene, the enigmatic CEO of The Impossible Elimination Company, a woman whose presence everyone craves for business endeavors, yet she prefers to dwell in the shadows. A true creative savant, she often devises billion-dollar concepts during stormy nights. Then there’s Nile, a distinguished forensic pathologist at the hospital (Jingjing), whose captivating allure is enough to draw Scene out from her cocoon. However, their bond spirals into a mysterious entanglement. Nile isn't just another forensic pathologist; she possesses the uncanny gift of glimpsing into the realm of the deceased. Though her service has been linked to a string of eerie incidents at the hospital, she faces the scrutiny with unwavering confidence, executing her responsibilities with precision. But a new chapter unfolds when it comes to light that Scene may be at the heart of several unnatural fatalities.

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... เมื่อเมฆเปลี่ยนสี

นามปากกา : N3vermxnd

            ถ้าเมฆมีรสชาติ คุณคิดว่ามันจะเป็นแบบไหน? หอมหวานดั่งสายไหม หรือเปรี้ยวสดชื่นอย่างเลมอน แจนไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน จนได้พบกับร้านปรุงเมฆในตรอกลึกลับที่ปรากฏเฉพาะตอนพระอาทิตย์ขึ้น เมฆที่นี่กินได้ มีหลากหลายสีสันและรสชาติ พวกมันช่วยเยียวยาจิตใจผู้ได้ลิ้มลอง อย่างเมฆรสวานิลลาช่วยปลอบใจ เมฆรสเลม่อนช่วยไล่ความเหนื่อยล้า ที่พิเศษคือ "เมฆสายรุ้ง" เพราะมันจะเปลี่ยนสีตามหัวใจของผู้ครอบครอง กว่าสามเดือนที่ “แจน” แวะมาร้านนี้ทุกเช้า จนกลายเป็นลูกค้าประจำของ “จิงจิง” คนปรุงเมฆที่ยิ้มเก่งที่สุดในโลก วันหนึ่งแจนเลือกเมฆสายรุ้งเป็นครั้งแรก ทันทีที่รับมา มันกลับเปลี่ยนเป็นสีชมพู "สีชมพู...หมายถึงเจ้าของหัวใจกำลังตกหลุมรักใครสักคนค่ะ" จิงจิงพูดพลางหน้าแดง แจนยิ้มแล้วตอบเบา ๆ "งั้นก็คงจริง...เพราะฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อซื้อเมฆเท่านั้นหรอกค่ะ" "เอ๊ะ?" "ฉันมาหาคนปรุงเมฆต่างหาก" "บังเอิญจัง..." จิงจิงหัวเราะเขิน ๆ ก่อนยื่นเมฆของตัวเองให้ "เมฆของฉันก็เป็นสีชมพูตั้งแต่วันแรกที่เจอคุณแล้ว" ตั้งแต่นั้นมา เหนือร้านปรุงเมฆเล็ก ๆ จึงมีเมฆสีชมพูลอยอยู่เสมอ เพราะบางครั้ง...ความรักก็เบาราวกับก้อนเมฆ

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... When the skies don a new hue

Pen Name : N3vermxnd     

            What if clouds had flavors? Would they taste sweet and delicate like cotton candy, or would they be zesty and vibrant like a lemon? Jan had never pondered this whimsical question until she stumbled upon a magical cloud-making shop nestled in an enchanting alley that only materializes at dawn. Here, the clouds are not just for looking at; they're edible delights, adorned in a spectrum of colors and infused with unique flavors. Each cloud has its own healing magic—vanilla clouds comfort weary hearts, while lemon clouds invigorate the spirit. Yet, the true marvels are the "rainbow clouds," which shift colors in harmony with their owner's emotions.

For over three months, Jan has made it a ritual to visit this hidden treasure each morning, forming a delightful bond with Jingjing, the sunniest cloud creator in existence. One morning, eager to try something new, Jan selected a rainbow cloud for the very first time. The moment it touched her hands, it transformed into a soft pink hue. "Pink... signifies that the owner is falling in love," Jingjing remarked with a shy blush. Jan beamed in response, her voice barely above a whisper, "Then that must be it... because I didn’t just come here for clouds." "Huh?" Jingjing questioned, wide-eyed. "I actually came to discover the cloud maker," Jan confessed. "What a coincidence..." Jingjing giggled bashfully as she presented her own cloud, adding, "Mine has been pink since the very first time we met." From that day forward, pink clouds have elegantly drifted above the charming cloud-making shop, reminding everyone that sometimes, love is as light and airy as a cloud.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... โปรดระวังช่องว่างระหว่าง “เพื่อนสนิท”

นามปากกา : หนุ่มเอง

Please mind the gap between train and platform Thank you ถ้าให้เปรียบความสัมพันธ์ระหว่าง ‘เมษา’ (แจน) กับเพื่อนสาวคนสนิท ‘เพลงรัก’ (จิงจิง) เธอคิดว่ามันคงคล้ายกับเสียงสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อสักครู่ ช่องว่างระหว่างเราสองคนที่แม้จะเกือบใกล้ชิด แต่หากผลีผลามล้ำเส้นทำตามหัวใจตัวเองออกไป พนันได้เลยว่าเมษาคนนี้คงได้เผลอทำบทเพลงแสนรักของตนหล่นหายไปจากชีวิตเหมือนที่ผู้คนต่างก็พากันทำสิ่งของตกหายลงไปในช่องว่างระหว่างพื้นชานชาลาแห่งนี้ เพลงรักสดใสและอ่อนโยน จนฉันยกเพลงรักทุกเพลงให้เป็นของเธอ เพราะฉะนั้นฉันจึงควรระวังที่จะก้าวข้ามไป แต่ช่องว่างตรงนั้นก็เริ่มอันตราย เมื่อหัวใจของเพื่อนที่ตนแอบหลงรักมานานหลายปีกำลังโลดเต้นโดยที่สาเหตุของการเต้นนั้นไม่ใช่ฉัน บทเพลงรักที่เมษาไม่ได้เป็นคนบรรเลงแต่กลับกลายเป็นเมโลดี้โปรดของเธอ หรือระยะของเพลงรักกับใครคนนั้นมันถูกต้องแล้ว ส่วนเมษาคนนี้คงต้องกลับมาอยู่ในระยะที่ควรจะเป็น ระยะของ ‘เพื่อนสนิท’

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Keep an eye on the space that exists between 'close friends.'

Pen Name : หนุ่มเอง

            Please mind the gap between train and platform Thank you. If she were to reflect on the bond between 'Maysa' (Jan) and her closest friend 'Plaengrak' (Jingjing), she’d liken it to the warning chime she just heard. The space between them, though seemingly small, loomed large—stepping over that boundary in pursuit of her feelings could mean losing her cherished song, much like people misplacing items between train platforms. That enchanting and tender love song—she poured every bit of her affection into it for her friend. So, she really needed to tread carefully and resist that temptation. Yet, this gap was turning perilous, for her friend’s heart, which she had adored in secret for years, was now beating with excitement, and the source of that thrill wasn’t her. The love song Maysa left unsung had become an anthem she couldn't escape. Perhaps the distance Plaengrak had kept from that other person was the ideal one, while Maysa needed to find her way back to the comfort of their ‘best friends’ boundary.

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE

ค่ำคืนนี้ขอต้อนรับ “แจน - จิงจิง” ที่พกพาความสว่างไสวมาแจกทุกคน !

( เฮห้ะ มาจากอะไร? )

            แฟน ๆ เรียก “แจน - จิงจิง” ว่า “เฮห้ะ” กันเยอะมาก ซึ่งที่มาก็มาจากทั้งสองคนอย่าง “แจนแฮ” และด้วยความที่จิงจิงหูไม่ค่อยดีเลยพูด ‘ห้ะ’ บ่อย ๆ ทำให้กลายเป็น “จิงห้ะ” ซึ่งเรื่องที่ “จิงจิง” หูไม่ดีก็เคยไปปรึกษาหมอแล้ว เช็กระดับการได้ยิน ทำให้รู้ว่าเป็นคนที่การได้ยินระดับเสียงต่ำ คนอื่นอาจจะได้ยินปกติแต่ “จิงจิง” จะไม่ได้ยิน ห้ะบ่อยมาก ๆ จน “แจน” ชินแล้ว และเข้าใจว่าจะต้องพูดดัง ๆ หรือพูดใกล้ ๆ จนบางที “จิงจิง” ก็จะทำเป็นได้ยินในสิ่งที่คนอื่นพูดแล้วเพราะเกรงใจ ไม่อยากให้คนอื่นพูดซ้ำ แต่ “แจน” ก็จะจับได้ว่ายังไม่ได้ยินนะเพราะสายตาว่างเปล่าสุด ๆ ซึ่ง “แจน” ก็ไม่ได้ว่าอะไรและเข้าใจกัน

( เซ็ทคำถามสุดพิเศษ : คู่ไหนที่ยกให้เป็นคู่ที่หวานที่สุดใน BBFanFest2026 )

            สำหรับคู่ที่หวานที่สุดสำหรับ “แจน” ก็คือคู่ของตัวเอง เพราะหลังจากจบคอนเสิร์ต “จิงจิง” ก็ได้มาพูดความในใจให้กัน “จิงจิง” เล่าว่าเป็นเรื่องที่เก็บเงียบมานานเลย เพราะทั้งคู่เข้าวงการกันมานาน มากกว่า 10 ปีเลย กว่าจะมีวันนี้ได้มันก็นานมาก ๆ แล้วด้วยความที่มีแพชชั่นเหมือนกัน ได้มาเล่นคู่กัน ประสบความสำเร็จ และตามความฝันไปด้วยกันมันทำให้มีความสุขมาก ๆ ที่ได้มาอยู่ด้วยกัน เพราะเจ็บกันมาเยอะมากกว่าจะมีวันนี้ และสำหรับ “จิงจิง” คู่ที่หวานยกให้เป็นคู่ของ “กระปุก-ไซซี” เพราะในโชว์คู่ของทั้งสองคนดีไซน์ตอนจบออกมาได้น่ารักมาก เหมือนลูกลิงเกาะแม่ เลยยกให้ความน่ารักนี้ทำให้คู่นี้หวานที่สุด

( เซ็ทคำถามสุดพิเศษ : ประทับใจโชว์ไหนที่สุดใน BBFanFest2026 )

            เริ่มที่ “จิงจิง” ยกให้โชว์ ‘Touch’ ที่เป็นโชว์แรกของคู่ “แจน-จิงจิง” เพราะกว่าที่โชว์นี้จะเสร็จก็แก้กันหลายรอบมาก ๆ ซึ่งเพลงเสร็จก่อน 1 อาทิตย์ก่อนที่จะขึ้นโชว์จริง ซึ่งถ้าเพลงแก้ ท่าเต้นก็ต้องแก้เพราะจังหวะเพลงมันเปลี่ยน ในโชว์ที่มีกรงก็พึ่งได้ซ้อมกันตอนวันซ้อมใหญ่ ในตอนแรกก็กังวลมาก ๆ ว่าโชว์จะออกมาไม่ดี แต่สุดท้ายโชว์ก็ออกมาสวยตามที่ “จิงจิง” คิดเอาไว้เลย ส่วน “แจน” ก็ชอบโชว์นี้เหมือนกัน แต่ก็มีอีกโชว์ที่ชอบมาก ๆ เหมือนกันก็คือเพลง ‘Genie’ เพราะ “แจน” เป็นแฟนคลับของวง ‘Girls' Generation’ อยู่แล้ว ได้เต้นเพลงนี้มาตั้งแต่เด็ก ดีใจมาก ๆ ที่ทีมให้ขึ้นโชว์เพลงนี้ด้วย “จิงจิง” แซวว่าตอนที่กำลังต่อท่าเพลงนี้ “แจน” คือเต้นได้อยู่แล้ว ซ้อมมาตั้งแต่สิบกว่าขวบ

( เซ็ทคำถามสุดพิเศษ : ตอนไหนที่มองอีกฝ่ายสวยที่สุดตอนที่อยู่ใน BBFanFest2026 )

            สำหรับ “แจน” มองว่า “จิงจิง” ตอนเต้นสวยที่สุด เพราะว่าเขาชอบเต้นมาก และเราก็รู้ว่าเขามีความสุขกับการเต้นขนาดไหน “แจน” เชื่อว่าคนที่ได้ไปดูหรือเห็นการแสดงจะรับรู้ได้ว่า “จิงจิง” มีความสุขขนาดไหน และตอนที่เขามีความสุขที่สุดก็คือตอนที่เขาสวยที่สุด ส่วน “จิงจิง” บอกว่ารู้อยู่แล้วที่ “แจน” ร้องเพลงได้ เพราะงั้นตอนที่สวยที่สวยที่สุดให้เป็นตอนที่พูดความในใจในคอนเสิร์ต เพราะว่า “จิงจิง” ได้เห็นว่าเขามีความสุขกับตัวเองขนาดไหน ยิ่งตอนที่เขาขอบคุณตัวเอง เห็นน้ำตาก็ยิ่งเอ็นดู เพราะกว่าจะมีวันนี้ได้ ในจังหวะนั้น “แจน” เขาเปล่งประกายเลย

( บทคุณไวน์ที่คุณลัลล์เลือกมาเอง )

            ตอนแรกเรื่องนี้ “แจน” ถูกวางตัวมาก่อน ซึ่งก่อนหน้าที่จะแคส “แจน” ก็ได้รู้จักและสนิทกับ “จิงจิง” มาก่อนอยู่แล้ว “แจน” รู้สึกว่าไลฟ์สไตล์เราไปด้วยกัน และร่วมงานด้วยกันมันสนุกมาก ๆ ก็เลยให้ทีมเรียก “จิงจิง” มาแคส ให้ผู้ใหญ่ช่วยดูเคมีให้ ซึ่งมันก็ออกมาดีจึงได้บทนี้กัน แต่ระหว่างทางก็เคยได้สลับบทกันดูทำให้รู้ว่าบทเดิมแต่แรกก็ดีอยู่แล้ว จึงทำให้ได้ ‘คุณลัลล์ และคุณไวน์’ ในเวอร์ชันนี้มา

( จากคนเฟียร์ซกลายเป็นคนต๊อง )

          “แจน” เคยให้สัมภาษณ์ว่า “จิงจิง” เขาเหมือนคนเฟียร์ซ แต่จริง ๆ แล้วเขาต๊องมากกว่าที่คิด ซึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้เปลี่ยนความคิด มาจากช่วงที่ถ่ายซีรีส์ ‘น้องสาวหายนะ Hide & Sis’ ซึ่งตอนนั้นพึ่ง Q.2 ทำให้ยังไม่สนิทกันขนาดนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ “แจน” กำลังเข้าห้องน้ำอยู่ ซึ่งห้องน้ำในกองมีเพียงห้องน้ำเดียว และ “จิงจิง” กำลังจะมาเข้าห้องน้ำและพยายามจะเปิดประตู “แจน” ก็ตะโกนออกไปบอกแล้วว่ามีคนอยู่ในห้องน้ำ แต่ประตูก็ถูกเขย่าและพยายามเปิดอยู่อย่างนั้น จนมีจังหวะที่ประตูเหมือนกำลังจะเปิดออกได้แล้ว ทำให้ “จิงจิง” เห็นว่ามีคนอยู่ในห้องน้ำ “แจน” ก็ต้องรีบออกมาจากห้องน้ำและบอกว่าพี่อยู่ในห้องน้ำ ตะโกนบอกหลายรอบแล้ว แต่ “จิงจิง” ก็บอกว่าหนูไม่ได้ยิน ทั้งกองบอกว่าได้ยินเสียงดังตะโกนลั่น มีแค่ “จิงจิง” คนเดียวที่ไม่ได้ยิน หลังจากเหตุการณ์นั้นทำให้ “แจน-จิงจิง” สนิทกัน และ “จิงจิง” ก็ได้รู้อีกว่า “แจน” เป็นคนที่ตลกมาก พูดจาตลกตลอด และชอบเล่นมุกห้าบาทสิบบาท

( คนขี้แกล้งกับคนขี้เขิน )

            ด้วยความที่ซีรีส์เรื่องนี้คือ ‘Enemies with Benefits’ ทำให้มันมีฉากที่ต้องเข้าหากันเยอะมาก ๆ เหตุผลที่ทำให้ไม่เขินเพราะ “แจน” บอกว่ามันคือการแสดง ด้วยความที่เคยเล่นซีรีส์แนวนี้มาก่อนแล้ว และ “จิงจิง” ก็มืออาชีพ ยิ่งสนิทกันก็เลยไว้ใจกันมาก ๆ การแตะตัวกันมันเลยเป็นเรื่องปกติไม่ได้รู้สึกแปลกหรือเกร็ง แต่หลัง ๆ “แจน” ก็ยอมรับแล้วว่าเขิน เพราะมีฉากแบบนั้นมากกว่าที่คิด ที่เคยผ่านมาก็แค่ 3-4 ซีน แต่เรื่องนี้คือตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนถึง 4 ทุ่มก็มีแต่ซีนแบบนั้น และในส่วนของ “จิงจิง” คือ ในช่วงแรกเขินมาก แต่หลัง ๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นแกล้งแทนแล้ว เพราะด้วยความที่ “จิงจิง” เป็นนางแบบมาก่อนทำให้ชอบดูรูปสวย ๆ ที่มีออกแบบท่าสวย ๆ ก็เลยได้ไปคุยและดีไซน์ท่ากับผู้ช่วยผู้กำกับว่าซีนนี้เริ่มที่ท่านี้ แล้วไปท่านี้ดีมั้ย ซึ่งก็แกล้งด้วยการไม่บอก “แจน” ก่อนถ่าย พอเข้าซีนด้วยกัน “แจน” ก็เขินมาก เพราะบางท่าก็ค่อนข้างที่จะน่าเขิน และซีนที่เขินที่สุดคือซีนที่เป็นบนโต๊ะ ใน Ep.5 เขินที่สุดตั้งแต่ถ่ายทำมาเลย แค่พูดถึงก็เขินแล้ว

( ความคาดหวังในอนาคต )

            จบจากเรื่องนี้แล้ว “แจน” บอกว่าอยากเล่นแบบหนังจีน แนวกำลังภายใน เพราะตอนเด็ก ๆ ชอบดูมังกรหยก ส่วน “จิงจิง” บอกว่าด้วยความที่เป็นคนชอบเต้น ก็อยากได้แนวไอดอล ได้โชว์ Performance เข้าไปด้วย แต่สิ่งที่อยากลองมากที่สุดก็คือรำไทย เพราะชอบเวลาตัวเองได้ใส่ชุดไทย ได้รำไทย ถ้ามีโอกาสก็อยากจะเล่นพีเรียด ย้อนยุค หรืออะไรที่ได้รำไทยด้วย

( ประโยคที่อยากบอกคุณลัลล์และคุณไวน์ )

            เดินทางมีถึง Ep. สุดท้ายแล้วสำหรับซีรีส์เรื่อง ‘Enemies with Benefits’ ทั้งคู่ก็มีประโยคที่อยากบอกตัวละคร เริ่มด้วย “แจน” ที่ขอบคุณคุณลัลล์ที่เลือกแจน ดีใจที่ตัวเองได้มารับบทนี้ และได้สื่อสารอะไร ๆ แทนลัลล์ คุณลัลล์เป็นคนเก่ง ขอให้หลังจากนี้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และสำคัญที่สุดคือขอบคุณคุณลัลล์ที่ทำให้ได้มาพบกับ “จิงจิง” และแฟนคลับทุก ๆ คน ส่วน “จิงจิง” ก็ขอบคุณคุณไวน์เช่นเดียวกัน เพราะ “จิงจิง” รักคุณไวน์มาก ทำการบ้านเกี่ยวกับคุณไวน์หนักมาก รู้หมดเลยว่าคุณไวน์เป็นคนอย่างไร เห็นใจกับปมของเขามาก ๆ ที่กว่าจะกล้าก้าวข้ามความกลัวนั้นมาได้ และคุณไวน์สอนให้รู้ว่า ‘บางทีเรื่องความรักก็ต้องใช้หัวใจนำทาง’

( ดีลลับที่ทุกคนรอคอย ! )

          “แจน” เคยพูดเอาไว้ว่าถ้างาน ‘ลัลล์ไม่ชอบไวน์ Final EP. FAN MEETING’ ขายบัตรหมดภายใน 30 นาที จะม้วนหน้าและจุ๊บ “จิงจิง” แต่เพราะว่าบัตรหมดในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ทำให้เปลี่ยนดีลเป็น 4 สาวอย่าง “แจน-จิงจิง และกระปุก-ไซซี” จะม้วนหน้าไปพร้อม ๆ กันในงานเลย ถ้าหากจะรอจุ๊บต้องรอเป็นงานกดบัตรครั้งถัดไป ซึ่งมีแน่ ๆ ให้ทุกคนรอติดตาม

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ

ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “แจน - จิงจิง” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม

กับเกมชื่อว่า “บริษัท จจจปฟก จำกัด (มหาชน)”

ซึ่งเกมนี้ทั้งคู่ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !

สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “แจน-จิงจิง”

โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม  เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน

 

            สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “แจน - จิงจิง” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ ‘ลัลล์ไม่ชอบไวน์ Enemies with Benefits’ ที่สามารถดูย้อนหลังได้ทางแอป oneD และรอติดตามภาคพิเศษอย่าง ‘ลัลล์ไม่ชอบไวน์ : แต่รักไวน์ที่สุด Married to My Enemy’ ที่พึ่งประกาศออกมาที่งาน Final EP. FAN MEETING ที่ผ่านมานี่เอง

สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

 

album
efm
-

-