เป็นแม่สื่อให้เพื่อนจนได้คบกัน แต่กลับถูกตัดขาด เพราะเล่าเรื่องในอดีตของฝ่ายชาย หนูผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เป็นแม่สื่อให้เพื่อนจนได้คบกัน แต่กลับถูกตัดขาด เพราะเล่าเรื่องในอดีตของฝ่ายชาย หนูผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ?

17 ก.ค. 2026

เป็นแม่สื่อให้เพื่อนจนได้คบกัน แต่กลับถูกตัดขาด

เพราะเล่าเรื่องในอดีตของฝ่ายชาย

หนูผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ?

         ‘คุณเบาหวิว‘ ( นามสมมติ) เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 กรกฏาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท วรินทร‘ เกี่ยวกับเรื่องราวที่รับหน้าที่เป็นแม่สื่อให้เพื่อนจนทั้งคู่ได้คบกัน แต่สุดท้ายกลับต้องเสียเพื่อนทั้ง 2 คน เพราะเล่าเรื่องในอดีตของฝ่ายชายตามคำขอของฝ่ายหญิง

         ‘คุณเบาหวิว’ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี เล่าว่า เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ในช่วงที่เธอเป็นเด็กซิ่วและย้ายมาเรียนอีกมหาวิทยาลัยหนึ่ง ทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมสาขาและพักอยู่หอในเดียวกัน โดยเพื่อนผู้ชายคนดังกล่าวเป็นรูมเมตของเธอ ทั้งคู่สนิทกันมาก และถือว่าเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดในกลุ่มช่วงเวลานั้น

         ขณะเดียวกัน เธอยังมีเพื่อนสมัยมัธยมอีกคนนึง ซึ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่เป็นรุ่นพี่ปี 2 วันหนึ่งระหว่างที่เธอแวะไปกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนของรุ่นพี่ เพื่อนรูมเมตก็บังเอิญเห็นเพื่อนผู้หญิงคนนี้ และเกิดความรู้สึกถูกใจ จึงไปค้นหาบัญชี Social Media ก่อนจะมาขอร้องให้เธอช่วยเป็นแม่สื่อให้

         ในตอนแรก เธอพยายามปฏิเสธ เพราะมองว่าลักษณะนิสัยของเพื่อนผู้ชายค่อนข้างเจ้าชู้ พูดคุยกับผู้หญิงหลายคน ขณะที่เพื่อนผู้หญิงเป็นคนเรียบร้อย ตั้งใจเรียน อีกทั้งคุณพ่อของเพื่อนผู้หญิงก็ค่อนข้างดุ เธอจึงไม่อยากให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง

         แต่เมื่อมีโอกาสได้เจอเพื่อนผู้หญิงอีกครั้ง ทั้งสองก็นั่งพูดคุยอัปเดตเรื่องราวกันตามปกติ เธอจึงบอกไปว่ามีเพื่อนในสาขาอยากทำความรู้จัก เพื่อนผู้หญิงจึงตอบกลับมาว่า “ลองสแกนดูก่อนก็ได้ ถ้าโอเคก็แล้วแต่ ถ้าอยากจีบก็จีบ” หลังจากนั้น เธอจึงกลับไปบอกเพื่อนรูมเมตว่า ฝ่ายผู้หญิงมีเงื่อนไขว่า หากเคลียร์ความสัมพันธ์กับคนคุยคนอื่น ๆ ได้ เลิกเจ้าชู้ และจริงจังกับความสัมพันธ์ ค่อยกลับมาคุยกันใหม่

         ในช่วงนั้น เธอทำหน้าที่เป็นคนกลาง คอยอัปเดตข่าวสารของทั้ง 2 ฝ่าย ส่งต่อข้อความ และประสานความเข้าใจให้กันอยู่ตลอด จนสุดท้ายทั้งคู่ก็ได้เริ่มคบหากัน ซึ่งความสัมพันธ์ในช่วงแรกก็ดูราบรื่นและเป็นไปได้ด้วยดี

         กระทั่งเวลาผ่านมาถึงช่วงปี 3 วันหนึ่งเพื่อนผู้หญิงโทรศัพท์มาหาเธอ ทั้งที่ตามปกติ หากมีใครโทรมาโดยไม่ส่งข้อความมาก่อน เธอมักจะไม่ค่อยรับสาย เพราะอยากให้ทักมาถามก่อนว่าสะดวกคุยหรือไม่ แต่วันนั้นเธอกลับตัดสินใจรับสายทันที เพราะรู้สึกว่าน่าจะเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ เมื่อรับสาย เพื่อนผู้หญิงก็เล่าให้ฟังว่า กำลังน้อยใจแฟน ซึ่งก็คือเพื่อนรูมเมตของเธอ เพราะช่วงหลังอีกฝ่ายไม่ค่อยสนใจ และไม่มีเวลาให้เหมือนตอนที่เพิ่งเริ่มคบกัน

         เธอจึงตอบกลับไปว่า ลองย้อนกลับไปนึกถึงช่วงที่เขาจีบใหม่ ๆ เพราะในตอนนั้นเพื่อนรูมเมตตั้งใจจีบมาก คอยมาถามเรื่องของเพื่อนผู้หญิงกับเธออยู่ตลอด จนเพื่อนผู้หญิงเกิดความสงสัย และถามต่อว่า ก่อนหน้าที่จะคบกัน เพื่อนรูมเมตเป็นคนแบบไหน และเคยคุยกับใครบ้าง ในตอนแรก เธอไม่อยากเล่า เพราะมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นรายละเอียดส่วนตัวของเพื่อนรูมเมต และหากนำไปเล่าให้แฟนของเขาฟัง ก็คงไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสม แต่เพื่อนผู้หญิงก็พยายามคะยั้นคะยอ พร้อมยืนยันกับเธอว่า จะไม่งี่เง่า ไม่คิดมาก และอยากรู้เพียงเพื่อทำความเข้าใจเท่านั้น

         คุณเบาหวิวเล่าว่า จากที่รู้จักเพื่อนผู้หญิงมาโดยตลอด เธอเป็นคนเรียบร้อย ไม่ใช่คนพูดมาก และค่อนข้างตั้งใจเรียน จึงทำให้เธอเชื่อคำพูดของเพื่อนผู้หญิง สุดท้าย เธอจึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวในอดีตของเพื่อนรูมเมตให้ฟัง แต่ยืนยันว่า ทุกเรื่องที่เล่าเป็นเรื่องที่เคยบอกไปแล้วตั้งแต่ช่วงที่ทั้ง 2 กำลังศึกษาดูใจกัน ไม่ได้มีการใส่ไฟ หรือบิดเบือนข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด

         หลังจากเล่าจบ เพื่อนผู้หญิงก็กล่าวขอบคุณ ก่อนจะวางสายไป ขณะนั้นก็เป็นช่วงเย็นแล้ว คุณเบาหวิวจึงมีการงีบหลับไปประมาณ 3-4 ชั่วโมง กระทั่งเธอตื่นขึ้นมา เพราะเพื่อนผู้หญิงโทรศัพท์มาอีกครั้ง พร้อมพูดเพียงสั้น ๆ ว่า “กูขอโทษนะ” เธอเล่าว่า ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ก็เริ่มรู้สึกไม่ดี และไม่นานหลังจากนั้น โทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้ง คราวนี้เป็นข้อความจากเพื่อนรูมเมต เมื่อเปิดอ่านก็พบว่าเป็นข้อความต่อว่าเธออย่างรุนแรง เพราะไม่พอใจที่เธอนำเรื่องราวในอดีตของเขาไปเล่าให้แฟนฟัง ในตอนนั้น เธอจึงบอกเพื่อนผู้หญิงว่า ขอวางสายก่อน เพราะขอตั้งสติก่อน เนื่องจากกำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่เพื่อนรูมเมตยังคงส่งข้อความต่อว่าเธออย่างต่อเนื่อง พร้อมย้อนถามว่า ทำไมถึงเอาเรื่องเหล่านั้นไปเล่า ทั้งที่เพื่อนสนิทอีกคนของเขา ซึ่งรู้เรื่องมากกว่า ยังไม่เคยนำไปเล่าต่อเลย แล้วเธอเป็นใครถึงเอาเรื่องของเขาไปบอกแฟนละเอียดขนาดนั้น เธอจึงอธิบายกลับไปว่า ก็เพราะเพื่อนผู้หญิง ซึ่งเป็นแฟนของเขา เป็นคนอยากรู้และเป็นฝ่ายถามเอง แต่หลังจากนั้น เพื่อนรูมเมตก็ตัดสินใจบล็อกเธอทุกช่องทางการติดต่อทันที

         แม้เหตุการณ์ครั้งนั้นจะไม่ได้ทำให้ทั้งคู่เลิกรากัน และทั้ง 2 คนก็คบกันมาจนถึงปัจจุบัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณเบาหวิวกับเพื่อนทั้งสองคนกลับค่อย ๆ ห่างเหินกัน โดยเฉพาะเพื่อนผู้ชายที่ตัดขาดจากเธอไปโดยสิ้นเชิง

         ส่วนเพื่อนผู้หญิง แม้หลังจากนั้นจะยังมีการนัดเจอกันอยู่ประมาณ 2-3 ครั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็เริ่มห่างกันมากขึ้น ไม่ค่อยได้นัดพบเหมือนเดิม ซึ่งเธอเข้าใจว่าอีกฝ่ายน่าจะใช้เวลากับแฟน

         หลังจากเหตุการณ์นั้น เวลาก็ผ่านไปกว่า 5 ปี จนกระทั่งเมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณเบาหวิวฝันว่า เพื่อนทั้งสองคนได้แต่งงานกัน ภายในงานมีทั้งเพื่อนสมัยมัธยมและเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยได้รับบัตรเชิญกันครบทุกคน แต่กลับมีเพียงเธอคนเดียวที่ไม่ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเมื่อตื่นขึ้นมา เธอยอมรับว่า ความฝันดังกล่าวทำให้ความรู้สึกที่เคยเก็บไว้ในใจย้อนกลับมาอีกครั้ง แม้จะยืนยันว่าไม่ได้น้อยใจที่ไม่ได้รับบัตรเชิญ เพราะทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่เกิดขึ้นในความฝัน แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น เธอผิดมากขนาดนั้นเลยหรอ

         เธอยังยอมรับอีกว่า หากไม่ได้ฝันเรื่องนี้ ก็แทบไม่ได้คิดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ไม่ได้รู้สึกกังวลหรือค้างคาใจ แต่เมื่อฝันขึ้นมา ความรู้สึกผิดกลับย้อนกลับมาอีกครั้ง จึงอยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า เธอผิดมากไหมกับเรื่องราวทั้งหมด และสมควรแล้วหรือที่ต้องสูญเสียเพื่อนไปพร้อมกันถึง 2 คน

         ในฝั่งของ 'ดีเจเติ้ล' ได้ให้มุมมองว่า “พี่ชื่นชมว่าเบาหวิวเป็นพ่อสื่อแม่สื่อที่บริการหลังการขายด้วย ไม่ใช่แค่มีจรรยาบรรณ พอรู้ว่าคนนี้ไม่ดี ก็ไม่อยากแนะนำในตอนแรก มีการคัดกรอง แล้วเพื่อนผู้หญิงก็อยากจะเสี่ยงเอง ฉะนั้นเบาหวิวก็ทำเต็มที่แล้ว การที่ไปปรึกษาฝั่งผู้หญิง แล้วมันเกิดเรื่องที่เขาทะเลาะกัน พี่คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดามากเลย เราที่เป็นบุคคลที่ 3 เข้าไปมีส่วนพัวพันกับเรื่องผัวเมีย มันมีสิทธิ์อยู่แล้วที่เราจะโดนด่า ไม่มีทางรู้ว่าเวลาผัวเมียเขาคุยกัน เขาเอาอะไรไปคุยกันต่อ พี่ว่าการที่น้องผู้ชายบล็อกเบาหวิว มันเป็นการตัดสินใจของเขา แต่สิ่งที่เบาหวิวได้กลับมา คือได้รู้ว่าคนที่เราอุตส่าห์แนะนำให้ คนที่เราเป็นห่วง เป็นคนแบบไหน เท่านั้นเอง คัดกรองเขาออกไปจากชีวิต”

         ในฝั่งของ 'ดีเจเกรท' ได้ให้มุมมองว่า “ณ ตอนที่ผู้ชายผู้หญิงให้เราเป็นแม่สื่อ พี่รู้สึกว่าเบาหวิวเป็นคนสื่อกลางที่ทำหน้าที่ได้มีความรับผิดชอบมาก น่ารักมาก สิ่งที่พี่อยากจะบอกคือ เวลาที่เราหวังดีด้วยใจจริงกับใครทั้ง 2 ฝ่าย พี่ว่ามันเป็นเรื่องที่ดีแล้ว พี่ไม่อยากให้โทษตัวเอง ทางผู้หญิงอาจจะคะยั้นคะยอขอให้เล่า ตัวเราเองก็ยังรู้สึกว่าฉันจะเล่าดีไหม แต่สุดท้ายก็เล่าในแบบที่เซฟ ๆ เป็นเรื่องที่เคยเล่าไปแล้ว มันผ่านกระบวนการคิดแล้วว่าเราหวังดี และไม่ได้ทำร้ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะเราแค่พูด Fact พี่คิดว่าเราไม่ต้องเสียใจหรอก ที่ผู้ชายโทรมาด่าเราด้วยคำพูดที่รุนแรง พี่ขอให้อันนั้นเป็นเรื่องของตัวเขา ส่วนตัวเราอาจจะต้องให้อภัยตัวเอง แล้วมองอีกมุมว่าเราไม่ได้มีส่วนผิดพลาด มันเป็นเรื่องของเขา ในมุมพี่ครับ”

         ในฝั่งของ 'ดีเจต้นหอม' ให้คำแนะนำว่า “คือฝันน่ะมันก็แค่ฝัน แต่ในชีวิตจริงเราไม่จำเป็นจะต้องมีเพื่อนอยู่แค่คน 2 คน คนนึงเดินเข้ามาแล้วก็ผ่านไป ให้ความรู้สึกนี้หายไปพร้อมกับความฝัน เวลาตื่นก็ปล่อยมันหายไปเลย ไม่ต้องเก็บมาคิด คิดซะว่าเป็นฝันร้าย ไม่ว่าเขาจะแต่งงานกัน จะเลิกกัน หรือจะคบกันต่อ ก็ไม่เกี่ยวกับเรา เราไม่ได้อยากไปงานแต่งนั้นเลย ฉันไม่ได้อยากใส่ซองด้วย มันไม่ได้มีผลกับชีวิตเบาหวิวแล้ว โฟกัสกับเพื่อนที่อยู่กับเราแค่นั้นเอง สุดท้ายแล้วสิ่งที่เราพยายาม หรือคิดว่าดีที่สุด เราก็แพ้คนนอนคุยกันอยู่ดี”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูโดนพี่ที่อยู่ชมรมเต้นลวนลาม แต่แฟนเขาทักมาข่มขู่ว่า “ถ้ายังทำอะไรแบบนี้อยู่ เดี๋ยวเจอกูนะ เจอกูแน่” หลังจากนั้น เวลาเลิกเรียนก็มีคนขับรถตาม คนเดินตามบ้าง จนหนูประสาทหลอน หนูไม่ไหว หนูแพนิค หนูหวาดระแวง หนูควรทำยังไงดีคะ?

08 พ.ย. 2024

หนูโดนพี่ที่อยู่ชมรมเต้นลวนลาม แต่แฟนเขาทักมาข่มขู่ว่า “ถ้ายังทำอะไรแบบนี้อยู่ เดี๋ยวเจอกูนะ เจอกูแน่” หลังจากนั้น เวลาเลิกเรียนก็มีคนขับรถตาม คนเดินตามบ้าง จนหนูประสาทหลอน หนูไม่ไหว หนูแพนิค หนูหวาดระแวง หนูควรทำยังไงดีคะ?

“คุณเม (นามสมมติ)” อายุ 16 สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 พ.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหา การถูกลวนลามจากคนรู้จักในชมรม แล้วส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดย “คุณเม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า เดิมทีหนูเป็นคนชอบเต้นได้เข้ามาเรียน แล้วมันจะมีชมรมนึงที่รวมทุกสายชั้นทุกเพศทุกวัยชอบเต้นก็สามารถมาเข้าได้ หนูก็เลยเข้าไปอยู่ได้สักพักนึง แล้วทีนี้มันมีพี่คนนึงเขาบอกว่าเหมือนอยากจะเต้นวงผู้ชายบ้าง เขาก็เลยโพสต์หาในเพจของโรงเรียนว่าแบบมีใครสนใจไหม แล้วมีพี่ผู้ชายคนนึงทักมาแล้วเขาก็มาขอเข้า เขาดูเป็นคนที่แบบว่าหน้าตาคือโอเคเลยดูเป็นคนดีหล่อด้วยในระดับนึง ทุกคนก็เลยจะว่าชอบก็ชอบ แต่ว่าเขาคนนั้นก็มีแฟนแล้วด้วย แล้วทีนี้ก็คือมันมีวันนึงที่เราซ้อมกันอยู่ แล้วก็คือโรงเรียนหนูมันจะมีลิฟต์ พอซ้อมเสร็จหนูก็รอซ้อมทีมหญิงต่อ ซ้อมทีมหญิงเสร็จทุกคนก็จะแยกย้ายกลับบ้าน แต่ทางกลับก็คือมันต้องไปลงลิฟต์กันหนูเดินรั้งท้ายสุดเลย แล้วก็มีพี่ผู้ชายเขารั้งท้ายกับหนูก็คืออยู่หลังหนู เขาก็เหมือนเอามือมาจับก้นหนู แต่ว่าหนูหันไปแล้วก็แบบว่าเอ้ยอะไรอะพี่ แล้วเขาก็เฉย ๆ หนูก็เลยคิดว่าเขาน่าจะมือโดนหรือเปล่าอะไรแบบนี้ ก็เลยลงไปข้างล่าง ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับพี่เขาก็เลยถามหนูว่า ตอนนั้นก็มีหนูกับพี่เขาสองคนก็เลยถามว่าไปซื้อส้มตำเป็นเพื่อนพี่ได้ไหม หนูก็ไม่ได้คิดไรมาก หน้าตาเขาก็ดูเป็นคนดีหนูก็เลยบอกว่าโอเคค่ะได้เดี๋ยวหนูไปเป็นเพื่อน อันนี้ก็คือนั่งรถมอเตอร์ไซค์ไป สั่งส้มตำปกติแล้วสักพักนึงเขาก็บอกว่าเดี๋ยวพาพี่ไปเอาของแป๊บนึงนะ หนูก็เลยตามเขาไปแต่ว่ามันเป็นเหมือนร้านที่ปิดอยู่ แล้วก็มันมีช่องเล็ก ๆ ให้เข้าไปหนูก็เดินตามเขาไป แล้วสักพักเขาก็เหมือนหันมาแล้วก็แบบจับหน้าอกหนูเลย แบบจับหน้าอกหนูแล้วก็บีบหน้าอกหนูเลย แล้วหนูก็เลยถามว่าพี่ทำอะไร เขาก็เลยบอกว่าพี่ชอบเรา พี่อยากได้เรามากเลย หนูก็บอกว่าหนูไม่โอเค คือพี่มีแฟนแล้ว หนูก็บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นหนูก็กลัวด้วย แล้วทีนี้ก็เลยพยายามเดินออกมาจากตรงนั้น แล้วพี่เขาก็เลยแบบเอามือหนู กระชากมือหนูแล้วก็ไปจับตรงเป้าของพี่เขา แล้วก็เลยถามว่า พี่พอจะได้ไหมขนาดพี่แบบโอเคไหม หนูก็เลยแบบเออพี่หนูไม่โอเคค่ะพี่ จนหนูพยายามเดินหนีหรือพยายามกลับมาเอารถที่โรงเรียน เพราะว่าหนูมีรถของหนูอยู่หนูก็พยายามกลับมาเอารถที่โรงเรียนหนูก็เดินมาเลย พี่เขาก็ขับรถตามมาแล้วก็แบบโอเคเดี๋ยวพี่ไปส่ง หนูก็ให้เขาไปส่ง ครั้งนี้เขาไปส่งที่โรงเรียนจริงๆ พี่เขาก็บอกว่าเรื่องนี้เก็บไว้เป็นความลับระหว่างเรานะ แต่หนูเป็นคนที่คิดมากด้วย หนูก็เลยไปปรึกษาพี่คนนึงที่เขาแบบเต้นเก่งมาก เขามีคนรู้จักเยอะ พี่เขาก็เอาไปโพสต์ในสตอรี่ ว่าถ้ายังอยากมีที่ยืนในสังคมเต้นอยู่ไหมแล้วเขาก็มาเห็น เขาก็ทักเข้าไปใน DM ไอจีของพี่เขาแล้วก็แบบเออเหมือนขอโทษ พี่เขาก็เลยให้ทักมาขอโทษหนูพอขอโทษหนูเสร็จ เรื่องก็จบเลยวันสองวัน หลังจากนั้นก็มีผู้หญิงคนนึงเขาทักมาพี่หนูในวงที่เป็นหัวหน้าวงที่เป็นผู้หญิง เขาก็ทักมาแล้วก็เชิงประมาณด่าลง ๆ ในกลุ่มว่าแบบไปทำอะไรกับผัวคนอื่นไว้ก็แบบรับหน่อยนะ แบบมารับความจริงหน่อย เขาก็ทักไปหาพี่หัวหน้าวงว่าแบบอยากจะให้หนูมาขอโทษ แต่พอหนูทักไปเขาก็แบบเหมือนด่าหนูอย่างเดียวจนไม่ฟัง หนูก็เลยบอกว่าถ้าไม่ฟังกันก็ไม่ต้องทักมา จะฟังเมื่อไหร่ค่อยทักมาจนพี่หัวหน้าวงเขาตั้งกลุ่มให้เลยแล้วเคลียร์กันในกลุ่ม หนูก็บอกว่าหนูโอเคหนูก็พยายามขอโทษที่หนูเอาไปบอกคนอื่นคือเขาโกรธที่หนูเอาไปบอกคนอื่น เขาด่าประมาณว่าทำอะไรไว้กับผัวคนอื่นหัดมารับเรื่องรับความจริงหน่อยนะ แล้วก่อนหน้านี้หนูเพิ่งมารู้เรื่องจากรุ่นพี่ที่เป็นหัวหน้าวงว่าเขาโทรมาบอกว่า เขาอยู่กับแฟนเขาเขาอยู่กับผัวเขาใช่ไหมค่ะ เขาก็เหมือนโทรมาแล้วผัวเขาก็แย้งว่าแบบไม่น้องมันมาอ่อยก่อน เหมือนพี่หัวหน้าวงเขาก็ได้ยินแต่พี่หัวหน้าวงเขาก็เข้าข้างหนูเขาก็แบบว่า ถ้าแฟนมันไม่คิดอะไรจริง ๆ มันไม่ไปทำกับน้องแบบนั้นหรอก หลังจากนั้นพี่ผู้หญิงเขาก็เหมือนทักมาขู่หนูว่า ถ้ายังอะไรแบบนี้อยู่ เดี๋ยวเจอกูนะ เจอกูแน่อะไรแบบนี้ ช่วงหลังจากนั้นมันก้มีคนขับรถตามมั่ง คนเดินตามบ้าง จนหนูประสาทหลอนจนหนูไม่ไหวหนูแพนิคเพราะว่าเดิมทีหนูก็เป็นซึมเศร้ากับแพนิคอยู่แล้วด้วย หนูก็เลยแบบไปกันใหญ่เลยหวาดระแวง หนูเลยอยากถามพี่ ๆ ว่า หนูควรทำยังไงคะ? เพราะว่าหนูไปพบจิตแพทย์แล้วหนูก็แบบไม่ดีขึ้นเลยแถมยังได้ยามาเพิ่มด้วย! เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แนะนำให้พ่อแม่พาไปลงบันทึกประจำวัน แล้วก็อาจจะแบบขอเบอร์ที่ติดต่อคุณตำรวจว่า ถ้าสมมุติเรากำลังขับรถหลังจากเลิกเรียน แล้วถ้าเกิดเราเจออะไรแบบนี้ให้เราโทรหาเขาได้ไหม เพื่ออย่างน้อยมันจะได้อุ่นใจว่าก่อนที่มันจะทำอะไรเรา เรายังมีเวลาโทรหาคุณตำรวจหรือโทรหาใครสักคนนึงที่เป็นผู้ใหญ่ ที่พอรับรู้ว่าอีนี่มันมาแล้วนะอะไรอย่างงี้ แล้วก็ถ้าเกิดเขามีการข่มขู่อะไรอีก ต้องเก็บหลักฐานไว้ถ้าคราวหน้ามันมีอีก มีคนคำแนะนำว่ากลับดึกๆ พกอุปกรณ์ป้องกันตัวเอาไว้ด้วยจะได้อุ่นใจ แล้วพี่ก็จะบอกให้หนูสบายใจอย่างนึงว่า ด้วยความที่เขาอยู่โรงเรียนเดียวกับเราการที่เขาจะทำอะไรบุ่มบ่ามมันก็จะมีผลกับเขาตอนเรียนเหมือนกัน ส่วนใหญ่ที่มันตีกันมันจะต่างโรงเรียนที่มันจะเอาเรื่องกันส่วนใหญ่จะต่างโรงเรียน แล้วถ้าโรงเรียนเดียวกัน ถ้ามันจะทำมันทำไปแล้ว ครั้งหน้าว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็คือว่าต้องเด็ดขาดในการไม่เข้าไปกับเขา เคสนี้ยังมองว่าโชคดีที่ผู้ชายยังไม่กล้าที่จะข่มขืน หรือซื้ออุปกรณืเพื่อป้องกันตัวเยอะแยะ ติดตัวไว้ พวงกุญแจสำหรับส่งสัญญาณเสียงขอความช่วยเหลือก็สามารถช่วยได้ให้คนร้ายมันรู้สึกตกใจ หรือ อะไรอื่นๆเมลองไปศึกษาดู ต่อมา “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ลองดูถ้าไม่อยากได้คนปรึกษาที่ไม่ใช่จิตแพทย์ก็ มีแบบที่เขาจะเป็นคนที่เคยถูกล่วงละเมิดคือจริง ๆ เราหาคนที่มีประสบการณ์คล้ายๆกัน มันอาจจะแชร์ความรู้สึกกันได้มากกว่าหมอที่เราไปคุยแล้วมันไม่ชอบ คือจริงๆแล้วจิตแพทย์มันก็เปลี่ยนคนได้แต่ว่าด้วยความที่อยู่ต่างจังหวัด การจะเข้าถึงจิตแพทย์ที่อาจจะดีๆ กรุงเทพมันก็ไม่ได้ง่ายบางคนก็ถูกจริตเรา บางคนให้คำแนะนำไม่ถูกก็ยิ่งหนัก ก็ถ้าอยู่ต่างจังหวัดแล้วจิตแพทย์มันหาไม่ได้ก็ลองทางเพจ มันมีคนที่เคยเป็นเหยื่อมาก่อนแล้วเขาก็ผ่านพ้นมาได้ มันมีวิธีที่จะจัดการกับความคิดตัวเองอยู่บ้าง ถ้าเรามีโอกาสได้คุยกับคนเหล่านั้นอาจจะดีขึ้น ลองหาพวกช่องทางเสิร์ช Google ดูก็ได้ เพจผู้หญิงที่ชื่อข้างกาย สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า เลี่ยงไปไหนที่เปลี่ยว ๆ คนเดียวสุ่มเสี่ยงทางไหนที่ไม่ใช่ทางปกติที่คนชุมชน หนูเลี่ยงดีกว่าช่วงนี้ แล้วก็ลองคุยกับนักจิตบำบัดพี่เห็นมีสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ลองดูได้เผื่อเราลองหานักจิตบำบัดหรืออะไรที่เรารู้สึกว่า ถ้าคนแนะนำแล้วเราโอเค เราแบบอยากฟังอย่างที่เหมือนว่ามันดูถูกจริตกับเราที่เราสามารถทำได้ แต่มีอันนึงที่ฟังแล้วแบบเหมือนอยากจะให้ข้อคิดน้องเมย์นะ คือบางทีเราแบบเห็นคนคนนึงหน้าตาไว้ใจได้อะไรแบบนี้ บางทีเราแบบไปกับเขาสองต่อสองอาจจะต้องระวังตัวมากกว่านี้ เพราะว่าคือเอาจริงๆถ้าวันนั้นรู้สึกว่าเขาเป็นคนมาจับก้นเราแล้ว ก็ไม่ควรไปกับเขาแล้วแม้ว่าเราจะแบบใช่ไม่ใช่ แต่พี่รู้สึกว่าสัญชาตญาณมันไม่ควรไปกับเขาแล้วกับการที่เห็นว่าบ้านหลังนั้นต้องเดินเข้าไปในช่องลึก ๆ พี่ว่าเราต้องรู้สึกตัวแล้วว่าห้ามเขาไป หนูอาจจะต้องมีกลไกลป้องกันตัวเองมากกว่านี้ที่มันจะต้องรู้สึกว่ามันอันตรายนะมันดูสุ่มเสี่ยง คือสำหรับพี่รู้สึกว่าเขาบอกว่าเขาจะไปส่งเป็นพี่พี่ไม่ไปกับเขาแล้วนะ ตอนท้ายคือหลังจากเกิดเรื่องทั้งหมดแล้วเขาบอกว่าเดี๋ยวเขาจะไปส่งเป็นพี่พี่ไม่ไปกับเขาแล้ว แต่เมย์ยังตัดสินใจไปกับเขาอันนี้พี่ว่ามันเหมือนเอาตัวเองกลับไปอยู่กับเขาอีก มันก็เลยรู้สึกว่ามันเสี่ยงเกินไป ถ้าอนาคตสถานการณ์มันแบบนี้อีกเมย์ต้องคิดให้รอบคอบกว่านี้ ขอให้มันผ่านไปวันนี้หนูไม่เป็นไรก็ดีแล้วก็ระวังตัวไม่ให้มันสุ่มเสี่ยงแบบนั้นอีกเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin#พุธทอล์คพุธโทร #พุธทอล์คพุธโทรRECAP #ดีเจเผือก #ดีเจเติ้ล #ดีเจเผือก #EFM94

ลูกสาวโทรปรึกษา คุณพ่อติดเหล้าหนัก จนเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ ปกติพ่อเป็นคนใจดีมาก แต่พอดื่มเหล้าพ่อก็เปลี่ยนเป็นคนละคน พ่อเคยเลิกดื่มเหล้ามา 6 เดือน แต่ตอนนี้กลับไปดื่มเหมือนเดิม... มันหนักจนหนูเป็นโรคซึมเศร้า ควรทำยังไงให้คุณพ่อรักตัวเองดีคะ?

21 เม.ย. 2023

ลูกสาวโทรปรึกษา คุณพ่อติดเหล้าหนัก จนเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ ปกติพ่อเป็นคนใจดีมาก แต่พอดื่มเหล้าพ่อก็เปลี่ยนเป็นคนละคน พ่อเคยเลิกดื่มเหล้ามา 6 เดือน แต่ตอนนี้กลับไปดื่มเหมือนเดิม... มันหนักจนหนูเป็นโรคซึมเศร้า ควรทำยังไงให้คุณพ่อรักตัวเองดีคะ?

“น้องแคท (นามสมมุติ)” อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น – ดีเจอ้อย” เกี่ยวกับปัญหาคุณพ่อติดเหล้าหนักมาก “น้องแคท (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณพ่อของหนูติดเหล้าหนักมาก และตอนนี้พ่อก็เป็นโรคตับอักเสบด้วย คือ ตั้งแต่โตมาหนูเห็นพ่อกินเหล้ามาตลอด เวลาพ่อเมาเขาก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนนึงเลย ปกติพ่อจะเป็นคนใจดี น่ารักมากๆ แต่พอกินเหล้าพ่อก็เปลี่ยนไปเป็นคนก้าวร้าว เจ้าอารมณ์เลย พ่อดื่มเหล้าทุกวัน เมาทุกวัน ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนนั่งดื่ม เขาก็สามารถดื่มได้ พ่อจะดื่มมาจากข้างนอก เพราะถ้าดื่มในบ้านเขาจะทะเลาะกับแม่เลี้ยง แล้วจะปฏิเสธว่าไม่ได้ดื่ม มีทุกแบบเลยทั้งเดินไม่ตรง พูดไม่รู้เรื่อง หรือแม้กระทั่งนอนกองอยู่หน้าบ้าน มันหนักมากจนถึงขั้นที่หนูเป็นโรคซึมเศร้าเลย เพราะพ่อทำร้ายร่างกายทั้งหนูและแม่เลี้ยงเลย ตอนที่พ่อหายเมา เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนเคยพูดกับพ่อหมดเลย ทั้งญาติหนู ยายหนู แม้กระทั่งจิตแพทย์ที่หนูไปหาหมอเรื่องโรคซึมเศร้า ตอนแรกเขาก็ตกใจที่หนูเป็นโรคซึมเศร้า แต่ขนาดไปหาจิตแพทย์พ่อก็ยังเมาอยู่เลย ส่วนใหญ่หนูจะเป็นคนเรียกรถฉุกเฉินมารับพ่อไปโรงพยาบาล แล้วหนูก็จะไปเฝ้าเขา ทั้งพ่อและแม่ทำงานกันหมดเลย ซึ่งตอนนี้พ่อก็ยังทำงานได้ แต่เขาก็เคยเกือบจะโดนไล่ออกมาหลายครั้งแล้ว ก่อนหน้านี้พ่อเคยหยุดเหล้ามาได้ 6 เดือนแล้ว วันนั้นที่พ่อบอกปวดท้องหนัก หนูก็เลยเรียกรถฉุกเฉินแล้วตามไปที่โรงพยาบาล คุณหมอก็วินิจฉัยว่าพ่อเป็นตับอ่อนอักเสบ ช่วงนั้นคือโรคซึมเศร้าของหนูดีขึ้นมากๆ หนูจะเข้ามหาลัยปี 1 และต้องย้ายไปอยู่หอด้วย ตอนแรกที่รู้ว่าต้องไปอยู่ข้างนอกบ้าน หนูก็ดีใจ แต่พอรู้ว่าพ่อป่วย หนูก็ตัดสินใจเลือกมหาลัยใกล้บ้าน เพื่อที่จะได้กลับมาเยี่ยมคุณพ่อบ่อยๆ แต่ตอนนี้พ่อก็กลับมากินเหล้าเหมือนเดิมทุกวัน แต่ไม่ได้หนักเหมือนเมื่อก่อน และไม่ได้ทำร้ายร่างกายหนูกับแม่เลี้ยงแล้ว หนูก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกเหล้ามากกว่าเลือกหนู หนูอยากรู้ว่าหนูจะทำยังไงให้คุณพ่อรักตัวเอง ไม่ต้องรักหนูก็ได้ หรือถ้ามันเป็นไปไม่ได้ หนูจะทำใจยังไงดี? 3 ดีเจให้คำปรึกษากับ “น้องแคท (นามสมมุติ)” ว่า ‘อยากให้น้องแคทสู้ต่ออีกสักตั้ง เพราะพ่อเคยหยุดกินได้ถึง 6 เดือน และตอนนี้ก็ไม่ได้ดื่มหนักเท่าเดิม มันแปลว่ามาไกลจากจุดเริ่มต้นแล้วนะ อย่างน้อยก็ให้กำลังใจตัวเองบ้าง ถ้าเรายังเป็นคนที่สามารถคุยกับพ่อได้ ในช่วงเวลาที่เขาไม่เมา เราก็เปิดใจคุยกับเขาไปเลย ลองคุยทีละขั้นก่อน อาจจะไม่ต้องคุยในเชิงดราม่าก็ได้ ค่อยๆทำให้มันดีขึ้น แล้วก็ชื่นชมและขอบคุณคุณพ่อ ทั้งปลอบ ทั้งชม ทั้งดุบ้าง เพื่อจะประครองกันไป การสื่อสารก็ยังสามารถใช้ได้อยู่นะ เพียงแต่แคทต้องใจเย็นมากพอเหมือนกัน ณ วันนี้เขาอาจจะอยู่ในภาวะช่วยตัวเองไม่ได้หรือตัดสินใจตัวเองไม่ได้เวลาที่เขาอยากกินเหล้า เราต้องหาตัวช่วยให้เขา คือเขาต้องบำบัด แต่จะทำยังไงถึงจะให้เขาบำบัดได้ เราอาจจะต้องหาวัน เวลา และโอกาสในการคุยกับเขา ซึ่งเราคนเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ เราอาจจะต้องจับมือหลายคนช่วยๆกัน มานั่งล้อม คุยกับเขาอย่างจริงจัง พาเขาไปสู่การบำบัดให้ได้ ไม่อยากให้แคทรู้สึกว่าเรามีส่วนทำให้พ่อเป็นแบบนี้ ตอนนี้หนูดูแลชีวิตตัวเองให้ดี ให้โอเค อย่าโทษตัวเอง เรื่องบางเรื่องเราไม่ใช่ตัวเขา เราไปแทนเขาไม่ได้ ไปนั่งในหัวใจ ในสมองเขาแล้วสั่งว่าห้ามกินเหล้า มันทำไม่ได้อยู่แล้ว อย่าเอาทุกเรื่องมาอยู่ในความรับผิดชอบของตัวเองทั้งหมด เขาตัดสินใจเลือกแบบนั้นให้กับชีวิตเขาแล้ว ถ้าวันหนึ่งเขายังมีสติที่อยากจะแก้ไข สุดท้ายเขาจะทำมันเอง เราทำได้แค่เป็นคนซัพพอร์ตเขาเหมือนที่หนูทำอยู่ทุกวันนี้ มันดีมากๆแล้ว...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูไปต่อขนตามา แต่แฟนบอกว่าไม่ชอบที่ขนตาหนูมันจึ้งเกินไป ซึ่งหนูชอบขนตาของหนูมาก แล้วหนูคิดว่ามันไม่ได้สะพรึงขนาดนั้นค่ะพี่ หนูจะคุยกับแฟนยังไงดีคะ?

19 ก.พ. 2026

หนูไปต่อขนตามา แต่แฟนบอกว่าไม่ชอบที่ขนตาหนูมันจึ้งเกินไป ซึ่งหนูชอบขนตาของหนูมาก แล้วหนูคิดว่ามันไม่ได้สะพรึงขนาดนั้นค่ะพี่ หนูจะคุยกับแฟนยังไงดีคะ?

หนูไปต่อขนตามา แต่แฟนบอกว่าไม่ชอบที่ขนตาหนูมันจึ้งเกินไปซึ่งหนูชอบขนตาของหนูมาก แล้วหนูคิดว่ามันไม่ได้สะพรึงขนาดนั้นค่ะพี่หนูจะคุยกับแฟนยังไงดีคะ? ‘คุณเชอร์รี่’ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษากับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ' เกี่ยวกับเรื่องที่เธอนั้นไปต่อขนตามา แต่แฟนไม่ชอบที่ขนตาของเธอนั้นมันจึ้งเกินไป ‘คุณเชอร์รี่’ ได้เล่าว่า โดยปกติเธอก็แต่งหน้า ดัดขนตา ปัดมาสคาร่าไปทำงานเป็นประจำทุกวัน จนเธอเริ่มรู้สึกกังวลใจ ว่าหากต้องล้างเครื่องสำอางทุกวัน จะเสี่ยงทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยขึ้นได้ เธอจึงแก้ไขปัญหาด้วยการไปติดขนตาแม่เหล็ก เพื่อให้ง่ายต่อการใช้ชีวิต และความสุขของคนรักสวยรักงามอย่างเธอ แต่เมื่อแฟนของเธอได้เห็นว่าเธอนั้นไปติดขนตาแม่เหล็กมา ก็ได้บอกว่า “มันหนาเกินไป ดูไม่เป็นธรรมชาติ” ซึ่งส่วนตัวคุณเชอร์รี่กลับไม่เห็นด้วย เพราะเธอรู้สึกว่า เวลาที่ถ่ายรูปออกมา ขนตาของเธอมันจึ้งมาก และส่วนตัวเธอนั้นก็ชอบ และมั่นใจกับการที่ติดขนตาแม่เหล็กเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป แฟนของเธอเริ่มพูดแซวหนักขึ้น เธอจึงได้เปลี่ยนจากการติดขนตาแม่เหล็ก เป็นการติดขนตาปลอมแบบก้านใสปกติ ซึ่งแฟนของเธอก็ยังไม่ถูกใจกับสิ่งนี้ และให้เหตุผลว่ามันดูไม่เป็นธรรมชาติอีกเช่นเคย เมื่อคุณเชอร์รี่ได้ยินเช่นนั้น จึงตัดสินใจไปลิฟติ้งขนตา (Eyelash Lifting) ซึ่งเป็นการดัดและยกโคนขนตาจริงให้งอนและเด้งขึ้น โดยขนตานี้จะอยู่ได้เป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งเมื่อแฟนของคุณเชอร์รี่เห็นก็ยังไม่ถูกใจอยู่ดี คุณเชอร์รี่เล่าว่า ในตอนแรกที่เธอไปลิฟติ้งขนตามาแล้วลงรูป แฟนของเธอก็ได้บอกว่า “ขนตาจึ้งมาก” ซึ่งเธอก็นึกว่าครั้งนี้เขาจะถูกใจในสิ่งที่เธอไปทำมา แต่เมื่อเธอได้เปิดเฟซไทม์ คุยโทรศัพท์กับแฟน เธอก็เห็นว่าสีหน้าของแฟนของเธอนั้นดูเซอร์ไพรส์มาก แต่แววตาของแฟนของเธอกลับดูจ๋อยลงทันที เหมือนกับว่ากำลังผิดหวังกับบางสิ่งบางอย่างอยู่ คุณเชอร์รี่ก็แอบเสียใจ เนื่องจากการที่เธอตัดสินใจไปลิฟติ้งขนตามานั้น ก็เพราะอยากจะให้แฟนรู้สึกชอบมากขึ้น ซึ่งแฟนของคุณเชอร์รี่ก็ได้บอกว่า ชอบที่คุณเชอร์รี่แต่งหน้าเบา ๆ ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า พร้อมถามต่อว่า ขนตาที่ไปลิฟติ้งมานี้จะมีระยะเวลาอยู่ได้นานแค่ไหน คุณเชอร์รี่ก็ได้ตอบไปว่า สามารถอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน เมื่อแฟนของคุณเชอร์รี่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก พร้อมทั้งตั้งตารอที่จะให้ผ่าน 2 เดือนนี้ไป แต่ตัวของคุณเชอร์รี่กลับคิดหนัก เมื่อเธอมาคิดว่า อีก 2 เดือน จะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ และมีวันหยุดที่เธอกับแฟนจะต้องไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ซึ่งตัวของเธอเองนั้นก็เป็นผู้หญิงที่รักสวยรักงามเหมือนอย่างคนปกติ แล้วเธอรู้สึกชื่นชอบในขนตาที่ได้ไปทำมาเป็นอย่างมาก หากถึงวันนั้นที่ขนตาของเธอจะหมดอายุการใช้งาน เธอคงจะรู้สึกไม่ดี และคิดว่าเมื่อถึงเวลานั้น เธอคงอยากที่จะทำมันอีกครั้ง คุณเชอ์รี่จึงได้ปรึกษากับเหล่าดีเจทั้งสามว่า จะทำอย่างไรกับแฟนของเธอดี เพราะเธอคิดว่า หากถึงเทศกาลสงกรานต์ ที่เธอจะต้องไปเที่ยวต่างจังหวัด เธอก็อยากที่จะไปลิฟติ้งขนตาอีกครั้ง เพราะเธอรู้สึกว่าสิ่ง ๆ นี้มันคือความสุขของเธอ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจนจบ เหล่าดีเจทั้งสามก็ได้พูดให้กำลังใจ พร้อมทั้งสนับสนุนให้คุณเชอร์รี่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และมีความสุขต่อไป โดย 'ดีเจเกลือ' ก็ได้พูดเสริมขึ้นว่า “ความสุขของน้องคือการติดขนตาก็จริง แต่ความทุกข์ของน้องคือน้องอยากให้แฟนชอบ ความอยากนี่แหละ มันคือการอยากที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น ซึ่งมันยากมาก ความทุกข์ของเราที่เกิดขึ้น คือเรามักพยายามไปเปลี่ยนแปลงคนอื่นให้ตามใจเรา” ซึ่งหลังจากที่ดีเจเกลือได้พูดจบ คุณเชอร์รี่ก็ได้ตอบเห็นด้วยในทันที เรียกได้ว่า สร้างเสียงหัวเราะ และความเอ็นดูให้กับเหล่าดีเจทั้งสามเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต ! ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่า ล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาด และพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต ! ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่า ล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาด และพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต !ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่าล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาดและพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่ 'คุณบ๊อบ' (นามสมมติ) อายุ 20 ปี สายที่ 9 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 กับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนเองเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ใหญ่กว่า จนเสียความมั่นใจ กลายเป็นปมชีวิต ความคืบหน้าล่าสุด 'คุณบ๊อบ (นามสมมติ)' ได้เล่าว่า "ตอนนี้ผมเองก็ได้เปลี่ยนไปโฟกัสกับคนที่ไม่ได้สนเรื่องขนาดมากกว่า และหลังจากที่ได้รับคำปรึกษา ก็ลองเปลี่ยนกลุ่มตลาด ไปทางคนที่อยากไปเจอกันในสถานที่ใหม่ ๆ ได้รู้จัก และชอบก่อนในหลาย ๆ เรื่องก่อน ค่อยไปถึงเรื่องบนเตียง และจากที่อ่านคอมเมนต์จากทางบ้านก็เห็นด้วยที่ว่าถ้าเราอยู่ในตลาดแบบนี้การที่เขาจะสนใจแค่ขนาดของเรามันก็ไม่แปลก" 'ดีเจต้นหอม' ได้พูดให้กำลังใจต่อว่า ‘เห็นมั้ยว่าการที่เรากล้าเปิดใจถาม ทำให้ไม่ต้องเก็บความกังวลไว้คนเดียว และก็ได้เห็นความคิดเห็นของคนอื่น ๆ อีกว่า สิ่งนี้เป็นเรื่องปกติมากเลย’ ปิดท้ายด้วย 'ดีเจเผือก' ฝากไว้ว่า ‘ไม่ต้องรีบ ปล่อยไปตามจังหวะชีวิตครับ’เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-