เป็นแม่สื่อให้เพื่อนจนได้คบกัน แต่กลับถูกตัดขาด เพราะเล่าเรื่องในอดีตของฝ่ายชาย หนูผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เป็นแม่สื่อให้เพื่อนจนได้คบกัน แต่กลับถูกตัดขาด เพราะเล่าเรื่องในอดีตของฝ่ายชาย หนูผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ?

17 ก.ค. 2026

เป็นแม่สื่อให้เพื่อนจนได้คบกัน แต่กลับถูกตัดขาด

เพราะเล่าเรื่องในอดีตของฝ่ายชาย

หนูผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ?

         ‘คุณเบาหวิว‘ ( นามสมมติ) เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 กรกฏาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท วรินทร‘ เกี่ยวกับเรื่องราวที่รับหน้าที่เป็นแม่สื่อให้เพื่อนจนทั้งคู่ได้คบกัน แต่สุดท้ายกลับต้องเสียเพื่อนทั้ง 2 คน เพราะเล่าเรื่องในอดีตของฝ่ายชายตามคำขอของฝ่ายหญิง

         ‘คุณเบาหวิว’ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี เล่าว่า เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ในช่วงที่เธอเป็นเด็กซิ่วและย้ายมาเรียนอีกมหาวิทยาลัยหนึ่ง ทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมสาขาและพักอยู่หอในเดียวกัน โดยเพื่อนผู้ชายคนดังกล่าวเป็นรูมเมตของเธอ ทั้งคู่สนิทกันมาก และถือว่าเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดในกลุ่มช่วงเวลานั้น

         ขณะเดียวกัน เธอยังมีเพื่อนสมัยมัธยมอีกคนนึง ซึ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่เป็นรุ่นพี่ปี 2 วันหนึ่งระหว่างที่เธอแวะไปกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนของรุ่นพี่ เพื่อนรูมเมตก็บังเอิญเห็นเพื่อนผู้หญิงคนนี้ และเกิดความรู้สึกถูกใจ จึงไปค้นหาบัญชี Social Media ก่อนจะมาขอร้องให้เธอช่วยเป็นแม่สื่อให้

         ในตอนแรก เธอพยายามปฏิเสธ เพราะมองว่าลักษณะนิสัยของเพื่อนผู้ชายค่อนข้างเจ้าชู้ พูดคุยกับผู้หญิงหลายคน ขณะที่เพื่อนผู้หญิงเป็นคนเรียบร้อย ตั้งใจเรียน อีกทั้งคุณพ่อของเพื่อนผู้หญิงก็ค่อนข้างดุ เธอจึงไม่อยากให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง

         แต่เมื่อมีโอกาสได้เจอเพื่อนผู้หญิงอีกครั้ง ทั้งสองก็นั่งพูดคุยอัปเดตเรื่องราวกันตามปกติ เธอจึงบอกไปว่ามีเพื่อนในสาขาอยากทำความรู้จัก เพื่อนผู้หญิงจึงตอบกลับมาว่า “ลองสแกนดูก่อนก็ได้ ถ้าโอเคก็แล้วแต่ ถ้าอยากจีบก็จีบ” หลังจากนั้น เธอจึงกลับไปบอกเพื่อนรูมเมตว่า ฝ่ายผู้หญิงมีเงื่อนไขว่า หากเคลียร์ความสัมพันธ์กับคนคุยคนอื่น ๆ ได้ เลิกเจ้าชู้ และจริงจังกับความสัมพันธ์ ค่อยกลับมาคุยกันใหม่

         ในช่วงนั้น เธอทำหน้าที่เป็นคนกลาง คอยอัปเดตข่าวสารของทั้ง 2 ฝ่าย ส่งต่อข้อความ และประสานความเข้าใจให้กันอยู่ตลอด จนสุดท้ายทั้งคู่ก็ได้เริ่มคบหากัน ซึ่งความสัมพันธ์ในช่วงแรกก็ดูราบรื่นและเป็นไปได้ด้วยดี

         กระทั่งเวลาผ่านมาถึงช่วงปี 3 วันหนึ่งเพื่อนผู้หญิงโทรศัพท์มาหาเธอ ทั้งที่ตามปกติ หากมีใครโทรมาโดยไม่ส่งข้อความมาก่อน เธอมักจะไม่ค่อยรับสาย เพราะอยากให้ทักมาถามก่อนว่าสะดวกคุยหรือไม่ แต่วันนั้นเธอกลับตัดสินใจรับสายทันที เพราะรู้สึกว่าน่าจะเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ เมื่อรับสาย เพื่อนผู้หญิงก็เล่าให้ฟังว่า กำลังน้อยใจแฟน ซึ่งก็คือเพื่อนรูมเมตของเธอ เพราะช่วงหลังอีกฝ่ายไม่ค่อยสนใจ และไม่มีเวลาให้เหมือนตอนที่เพิ่งเริ่มคบกัน

         เธอจึงตอบกลับไปว่า ลองย้อนกลับไปนึกถึงช่วงที่เขาจีบใหม่ ๆ เพราะในตอนนั้นเพื่อนรูมเมตตั้งใจจีบมาก คอยมาถามเรื่องของเพื่อนผู้หญิงกับเธออยู่ตลอด จนเพื่อนผู้หญิงเกิดความสงสัย และถามต่อว่า ก่อนหน้าที่จะคบกัน เพื่อนรูมเมตเป็นคนแบบไหน และเคยคุยกับใครบ้าง ในตอนแรก เธอไม่อยากเล่า เพราะมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นรายละเอียดส่วนตัวของเพื่อนรูมเมต และหากนำไปเล่าให้แฟนของเขาฟัง ก็คงไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสม แต่เพื่อนผู้หญิงก็พยายามคะยั้นคะยอ พร้อมยืนยันกับเธอว่า จะไม่งี่เง่า ไม่คิดมาก และอยากรู้เพียงเพื่อทำความเข้าใจเท่านั้น

         คุณเบาหวิวเล่าว่า จากที่รู้จักเพื่อนผู้หญิงมาโดยตลอด เธอเป็นคนเรียบร้อย ไม่ใช่คนพูดมาก และค่อนข้างตั้งใจเรียน จึงทำให้เธอเชื่อคำพูดของเพื่อนผู้หญิง สุดท้าย เธอจึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวในอดีตของเพื่อนรูมเมตให้ฟัง แต่ยืนยันว่า ทุกเรื่องที่เล่าเป็นเรื่องที่เคยบอกไปแล้วตั้งแต่ช่วงที่ทั้ง 2 กำลังศึกษาดูใจกัน ไม่ได้มีการใส่ไฟ หรือบิดเบือนข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด

         หลังจากเล่าจบ เพื่อนผู้หญิงก็กล่าวขอบคุณ ก่อนจะวางสายไป ขณะนั้นก็เป็นช่วงเย็นแล้ว คุณเบาหวิวจึงมีการงีบหลับไปประมาณ 3-4 ชั่วโมง กระทั่งเธอตื่นขึ้นมา เพราะเพื่อนผู้หญิงโทรศัพท์มาอีกครั้ง พร้อมพูดเพียงสั้น ๆ ว่า “กูขอโทษนะ” เธอเล่าว่า ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ก็เริ่มรู้สึกไม่ดี และไม่นานหลังจากนั้น โทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้ง คราวนี้เป็นข้อความจากเพื่อนรูมเมต เมื่อเปิดอ่านก็พบว่าเป็นข้อความต่อว่าเธออย่างรุนแรง เพราะไม่พอใจที่เธอนำเรื่องราวในอดีตของเขาไปเล่าให้แฟนฟัง ในตอนนั้น เธอจึงบอกเพื่อนผู้หญิงว่า ขอวางสายก่อน เพราะขอตั้งสติก่อน เนื่องจากกำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่เพื่อนรูมเมตยังคงส่งข้อความต่อว่าเธออย่างต่อเนื่อง พร้อมย้อนถามว่า ทำไมถึงเอาเรื่องเหล่านั้นไปเล่า ทั้งที่เพื่อนสนิทอีกคนของเขา ซึ่งรู้เรื่องมากกว่า ยังไม่เคยนำไปเล่าต่อเลย แล้วเธอเป็นใครถึงเอาเรื่องของเขาไปบอกแฟนละเอียดขนาดนั้น เธอจึงอธิบายกลับไปว่า ก็เพราะเพื่อนผู้หญิง ซึ่งเป็นแฟนของเขา เป็นคนอยากรู้และเป็นฝ่ายถามเอง แต่หลังจากนั้น เพื่อนรูมเมตก็ตัดสินใจบล็อกเธอทุกช่องทางการติดต่อทันที

         แม้เหตุการณ์ครั้งนั้นจะไม่ได้ทำให้ทั้งคู่เลิกรากัน และทั้ง 2 คนก็คบกันมาจนถึงปัจจุบัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณเบาหวิวกับเพื่อนทั้งสองคนกลับค่อย ๆ ห่างเหินกัน โดยเฉพาะเพื่อนผู้ชายที่ตัดขาดจากเธอไปโดยสิ้นเชิง

         ส่วนเพื่อนผู้หญิง แม้หลังจากนั้นจะยังมีการนัดเจอกันอยู่ประมาณ 2-3 ครั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็เริ่มห่างกันมากขึ้น ไม่ค่อยได้นัดพบเหมือนเดิม ซึ่งเธอเข้าใจว่าอีกฝ่ายน่าจะใช้เวลากับแฟน

         หลังจากเหตุการณ์นั้น เวลาก็ผ่านไปกว่า 5 ปี จนกระทั่งเมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณเบาหวิวฝันว่า เพื่อนทั้งสองคนได้แต่งงานกัน ภายในงานมีทั้งเพื่อนสมัยมัธยมและเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยได้รับบัตรเชิญกันครบทุกคน แต่กลับมีเพียงเธอคนเดียวที่ไม่ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเมื่อตื่นขึ้นมา เธอยอมรับว่า ความฝันดังกล่าวทำให้ความรู้สึกที่เคยเก็บไว้ในใจย้อนกลับมาอีกครั้ง แม้จะยืนยันว่าไม่ได้น้อยใจที่ไม่ได้รับบัตรเชิญ เพราะทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่เกิดขึ้นในความฝัน แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น เธอผิดมากขนาดนั้นเลยหรอ

         เธอยังยอมรับอีกว่า หากไม่ได้ฝันเรื่องนี้ ก็แทบไม่ได้คิดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ไม่ได้รู้สึกกังวลหรือค้างคาใจ แต่เมื่อฝันขึ้นมา ความรู้สึกผิดกลับย้อนกลับมาอีกครั้ง จึงอยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า เธอผิดมากไหมกับเรื่องราวทั้งหมด และสมควรแล้วหรือที่ต้องสูญเสียเพื่อนไปพร้อมกันถึง 2 คน

         ในฝั่งของ 'ดีเจเติ้ล' ได้ให้มุมมองว่า “พี่ชื่นชมว่าเบาหวิวเป็นพ่อสื่อแม่สื่อที่บริการหลังการขายด้วย ไม่ใช่แค่มีจรรยาบรรณ พอรู้ว่าคนนี้ไม่ดี ก็ไม่อยากแนะนำในตอนแรก มีการคัดกรอง แล้วเพื่อนผู้หญิงก็อยากจะเสี่ยงเอง ฉะนั้นเบาหวิวก็ทำเต็มที่แล้ว การที่ไปปรึกษาฝั่งผู้หญิง แล้วมันเกิดเรื่องที่เขาทะเลาะกัน พี่คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดามากเลย เราที่เป็นบุคคลที่ 3 เข้าไปมีส่วนพัวพันกับเรื่องผัวเมีย มันมีสิทธิ์อยู่แล้วที่เราจะโดนด่า ไม่มีทางรู้ว่าเวลาผัวเมียเขาคุยกัน เขาเอาอะไรไปคุยกันต่อ พี่ว่าการที่น้องผู้ชายบล็อกเบาหวิว มันเป็นการตัดสินใจของเขา แต่สิ่งที่เบาหวิวได้กลับมา คือได้รู้ว่าคนที่เราอุตส่าห์แนะนำให้ คนที่เราเป็นห่วง เป็นคนแบบไหน เท่านั้นเอง คัดกรองเขาออกไปจากชีวิต”

         ในฝั่งของ 'ดีเจเกรท' ได้ให้มุมมองว่า “ณ ตอนที่ผู้ชายผู้หญิงให้เราเป็นแม่สื่อ พี่รู้สึกว่าเบาหวิวเป็นคนสื่อกลางที่ทำหน้าที่ได้มีความรับผิดชอบมาก น่ารักมาก สิ่งที่พี่อยากจะบอกคือ เวลาที่เราหวังดีด้วยใจจริงกับใครทั้ง 2 ฝ่าย พี่ว่ามันเป็นเรื่องที่ดีแล้ว พี่ไม่อยากให้โทษตัวเอง ทางผู้หญิงอาจจะคะยั้นคะยอขอให้เล่า ตัวเราเองก็ยังรู้สึกว่าฉันจะเล่าดีไหม แต่สุดท้ายก็เล่าในแบบที่เซฟ ๆ เป็นเรื่องที่เคยเล่าไปแล้ว มันผ่านกระบวนการคิดแล้วว่าเราหวังดี และไม่ได้ทำร้ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะเราแค่พูด Fact พี่คิดว่าเราไม่ต้องเสียใจหรอก ที่ผู้ชายโทรมาด่าเราด้วยคำพูดที่รุนแรง พี่ขอให้อันนั้นเป็นเรื่องของตัวเขา ส่วนตัวเราอาจจะต้องให้อภัยตัวเอง แล้วมองอีกมุมว่าเราไม่ได้มีส่วนผิดพลาด มันเป็นเรื่องของเขา ในมุมพี่ครับ”

         ในฝั่งของ 'ดีเจต้นหอม' ให้คำแนะนำว่า “คือฝันน่ะมันก็แค่ฝัน แต่ในชีวิตจริงเราไม่จำเป็นจะต้องมีเพื่อนอยู่แค่คน 2 คน คนนึงเดินเข้ามาแล้วก็ผ่านไป ให้ความรู้สึกนี้หายไปพร้อมกับความฝัน เวลาตื่นก็ปล่อยมันหายไปเลย ไม่ต้องเก็บมาคิด คิดซะว่าเป็นฝันร้าย ไม่ว่าเขาจะแต่งงานกัน จะเลิกกัน หรือจะคบกันต่อ ก็ไม่เกี่ยวกับเรา เราไม่ได้อยากไปงานแต่งนั้นเลย ฉันไม่ได้อยากใส่ซองด้วย มันไม่ได้มีผลกับชีวิตเบาหวิวแล้ว โฟกัสกับเพื่อนที่อยู่กับเราแค่นั้นเอง สุดท้ายแล้วสิ่งที่เราพยายาม หรือคิดว่าดีที่สุด เราก็แพ้คนนอนคุยกันอยู่ดี”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ตั้งแต่จำความได้ ผมอยากเป็นผู้หญิงมาตลอด เคยแอบแต่งหน้า โดนแม่ด่าอย่าทำอีก เก็บมาจนเรียนโรงเรียนชายล้วน โตมาผมมีแฟนผู้หญิง คบกันมา 10 ปี มีอะไรกันตามปกติ ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย แต่จะเห็นแก่ตัวไหม ถ้าจะแต่งงานกับเขา แล้วผมยังอยากแต่งหญิงแบบที่อยากเป็น

29 พ.ย. 2024

ตั้งแต่จำความได้ ผมอยากเป็นผู้หญิงมาตลอด เคยแอบแต่งหน้า โดนแม่ด่าอย่าทำอีก เก็บมาจนเรียนโรงเรียนชายล้วน โตมาผมมีแฟนผู้หญิง คบกันมา 10 ปี มีอะไรกันตามปกติ ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย แต่จะเห็นแก่ตัวไหม ถ้าจะแต่งงานกับเขา แล้วผมยังอยากแต่งหญิงแบบที่อยากเป็น

ตั้งแต่จำความได้ ผมอยากเป็นผู้หญิงมาตลอด เคยแอบแต่งหน้า โดนแม่ด่าอย่าทำอีกเก็บมาจนเรียนโรงเรียนชายล้วน โตมาผมมีแฟนผู้หญิง คบกันมา 10 ปี มีอะไรกันตามปกติ ผมไม่ได้ชอบผู้ชายแต่จะเห็นแก่ตัวไหม ถ้าจะแต่งงานกับเขา แล้วผมยังอยากแต่งหญิงแบบที่อยากเป็น แต่แฟนผมไม่ชอบ “คุณบอล (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [27 พ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจอั๋น – ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล’ เกี่ยวกับปัญหามีแฟนเป็นผู้หญิง แต่ส่วนตัวผมก็ชอบแต่งหญิง แต่งหน้า โดย “คุณบอล (นามสมมติ)” ได้เกริ่นก่อนว่า ‘ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ป.3 - ป.4 ก็ได้รู้สึกแล้วว่าตัวเองอยากเป็นผู้หญิงมาตลอด แต่ตอนนั้นอยู่โรงเรียนชายล้วน ยังไม่เคยอยู่โรงเรียนสหศึกษามาก่อน และก็รู้สึกว่าตัวเองก็เป็นผู้ชาย เข้าสังคมผู้ชาย ไม่มีเพื่อนเป็นผู้หญิงเลยตั้งแต่เด็ก มีพี่ชายก็เป็นผู้ชาย ชายแท้ หลังจากโตขึ้นมา ก็มีความรู้สึกที่อยากเป็นผู้หญิงมากขึ้น มีแอบไปแต่งหญิงบ้าง ตอนเป็นเด็กแม่ก็เหมือนจะรับรู้ และโดนขู่ไว้ หลังจากนั้นก็เลยไม่กล้าบอกใคร จนโตมาเข้ามหาวิทยาลัย ยังมีความรู้สึกอยากแต่งเป็นผู้หญิงอยู่ เคยคิดที่จะแปลงเพศและเอาอวัยวะเพศออก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเคยชินหรืออะไร แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ไปทำหรือเอาออก อีกอย่างที่กลัวก็คือผมก็ชอบผู้หญิงด้วย เวลามีเซ็กส์ก็ไม่ได้รู้สึกฝืนอะไร เคยคิดว่าตัวเองชอบผู้ชายไหม แต่ก็ไม่ได้รู้สึกชอบ หลังจากเข้ามหาลัยก็ได้มีแฟนเป็นผู้หญิง และคบกับแฟนคนนี้มา 10 ปี จนตอนนี้มีแพลนว่าจะแต่งงานกัน ส่วนตัว ‘รู้สึกผิดกับแฟนที่ตัวเองอยากแต่งเป็นผู้หญิง แต่ไม่ยอมเลิก’ เพราะจริง ๆ แฟนก็ชอบผู้ชาย ตั้งแต่ปีแรกที่คบกัน ผมก็รู้สึกว่าจริงจังกับแฟนคนนี้ และได้บอกความจริงกับแฟนว่า ‘อยากแต่งเป็นหญิงนะ’ แต่แฟนรู้สึกไม่โอเค เคยเลิกกันไปครั้งหนึ่งเพราะเรื่องนี้ แต่ก็กลับมาคบกันอีกเพราะผมรู้สึกว่าขาดเขาไปไม่ได้ ผมเคยลองคิดว่าจริง ๆ ตัวเองอาจจะชอบแค่การแต่งตัวเป็นผู้หญิงแค่นั้นหรือเปล่า? แต่พอโตขึ้นได้รับอิสระมากขึ้น ทั้งจากครอบครัวและคนรอบข้าง ความรู้สึกมันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อยากมีหน้าอก ซื้อยาเทคฮอร์โมนมากิน แอบแต่งหญิงมากขึ้น ในอนาคตก็อยากจะเป็นผู้หญิง เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า เห็นแก่ตัวเกินไปไหมถ้าจะแต่งงานกับคน ๆ นี้ทั้งที่ตัวเองก็พยายามจะเป็นผู้หญิงอีก และกลัวว่าอนาคตจะเป็นมากกว่านี้’ เริ่มให้คำปรึกษาที่ “ดีเจต้นหอม” ว่า ‘บอกเลยว่าเห็นแก่ตัว ถ้าคิดในกรณีของผู้หญิงที่ต้องแต่งงานกับใครสักคนหนึ่ง แล้วก็รู้ว่าในอนาคตตัวของคุณ จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในสิ่งที่รับไม่ได้ ซึ่งแต่ละคนมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน มันมีผู้หญิงที่รับได้ ฉะนั้นเวลาที่เราแต่งงานกับใคร เราไม่ได้ศึกษาแค่ข้อดีของเขา เราต้องศึกษาข้อเสียของเข้าด้วย ว่าเรารับข้อเสียของเขาได้ไหม ถ้าเรารับได้เราถึงจะได้ร่วมชีวิตกัน แต่ถ้าตัวคุณบอลมีข้อเสียข้อใหญ่ ที่ผู้หญิงคนนั้นตั้งธงมาแล้วว่าเรื่องนั้นเขารับไม่ได้ แต่คุณรับปากส่ง ๆ ไปว่าโอเคเราจะเป็นแบบในสิ่งที่เขาชอบ ซึ่งวันหนึ่งคุณบอลเปลี่ยนแน่นอนอยู่แล้ว ‘มันรู้สึกเห็นแก่ตัว’ ฉะนั้นสองสิ่งมันไปด้วยกันไม่ได้ สิ่งที่เป็นตัวเรา ดันไปโดนข้อเสียที่เป็นข้อใหญ่ของเขา ที่เขาตั้งธงมาแล้วว่ารับไม่ได้ ฉะนั้นคุณบอลต้องเลือกว่า จะเป็นผู้หญิงหรือเลือกแฟนคนนี้ จะเปลี่ยนตัวเองหรือเปลี่ยนแฟน มันมีแค่นี้ สิ่งที่พี่แนะนำคือ เลือกชีวิตที่มันเป็นตัวเองไปเลย มันมีผู้หญิงที่รับได้ หรือถ้าเรารักผู้หญิงคนนี้จริง ๆ บอกผู้หญิงไปเลยว่า ‘เราเปลี่ยนไม่ได้จริง ๆ ’ เราขอโทษที่ให้ทุกอย่างไม่ได้ เพราะการใช้ชีวิตคู่ มันไม่ได้แชร์กัน 50/50 บางเรื่องถ้าเรายอมไม่ได้จริง ๆ นั่นแปลว่าเขาต้องยอมเราร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าเขาบอกว่าเรื่องนี้ก็ไม่ได้สำหรับเขาเหมือนกัน นั่นแปลว่าเราเป็น ‘เส้นขนาน’ กันแล้ว’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในเชิงคำว่าเห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ตัวเนี่ย บอลก็รักเขาแหละ อย่างจริงใจ ประเด็นมันแค่ว่า ตอนนี้สิ่งที่สำคัญกับชีวิตบอลมากอะ มันไม่ไปกับสิ่งที่เขาต้องการ ซึ่งพี่จะมองในมุมที่ว่า ‘อย่าแต่งงานกันเลย’ เพราะว่ามันจะทำให้ทั้งสองคนไม่มีความสุขแค่นั้นเอง คือบอลจะเป็นอะไรก็ได้เลย แค่บอลต้องหาคนที่เขาโอเคกับสิ่งที่บอลเป็น ซึ่งพี่ว่าโลกนี้มันยังมีอยู่ มันมีอยู่แค่บอลยังไม่เจอเขา เพราะฉะนั้นพี่ว่าได้เป็นตัวของตัวเองที่บอลฝันมาตั้งแต่เด็กเถอะ แล้วหาคนที่เขาโอเคกับมัน ส่วนผู้หญิงถ้าคุยกันอีกครั้ง แล้วเขาชัดเจนว่ายังไงก็ไม่มีทาง บอลก็ต้องปล่อยเขาให้ไปหาคนอื่นเหมือนกัน เพราะสิ่งที่บอลเป็น เป็นสิ่งที่ทำให้บอลมีความสุข ซึ่งบอลไม่มีทางเก็บมันไว้ตลอดได้อยู่แล้ว’ สุดท้าย “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าถ้าเราอยู่กับมันมานานพอที่เรารู้จักตัวเราเอง จนตกตะกอนได้ในระดับหนึ่งว่า สิ่งที่เราชอบ มันไม่ใช่แค่ลุกขึ้นมาแล้วแต่งคอสเพลย์ แต่มันคือสิ่งที่บอลอยากให้มันเป็นร่างของเราเลย อย่างแรกพี่อยากให้เราชัวร์ตรงนี้ก่อน เรื่องนี้มันเดินหน้าแล้วถอยหลังไม่ได้ ถ้าเป็นพี่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน นอกเหนือจากที่เรารู้ตัวเราเองแล้ว บางทีมันอาจจะมีหลาย ๆ คำถามหรือมุมที่เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้ จนกว่าเราจะไปเจอผู้เชี่ยวชาญ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ พี่คิดว่าถ้าเราจะอยู่กับคนที่เป็นคู่ชีวิตเรา เขาน่าจะเป็นคนที่คุยกับเราได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องนี้ ซึ่งเรายังพูดไม่ได้เลย ‘ว่าเราจะเป็นผู้หญิง ก็อยากเป็นผู้หญิงอะ’ ลองคุยกับเขาดู ถ้าเขารับได้ก็เท่ากับว่าเป็นคู่เราได้ แต่ถ้ารับไม่ได้ก็แปลว่าเขาไม่ใช่คู่ของเรา ‘ไม่ควรอยู่เพียงเพราะอยากจะเก็บเขาไว้ แล้วตัดสินใจว่าโกหกดีกว่า’ อันนี้ผิดแน่นอน พี่รู้ว่ามันละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อนสูงมาก แต่อย่างหนึ่งพี่ ‘ไม่อยากให้บอลรู้สึกว่าเราผิดปกติ’ ในโลกนี้มันเปิดกว้าง ความหลากหลายในการเลือก มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติเลย ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของบอลที่จะตัดสินใจและเลือกเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจ็บทุกทาง... ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร หนุ่มโทรเข้ารายการ เล่าปัญหาสุดหนักใจ ผมนอนไม่สบายอยู่ในบ้าน ตอนแฟนไม่อยู่ พี่สาวแฟนมาเช็ดตัวให้ จนเผลอไปมีอะไรกัน ตอนนี้ตั้งท้อง 5-6 เดือนแล้ว แต่พี่สาวขอแก้ไขเรื่องนี้ โดยการ...

29 พ.ค. 2023

เจ็บทุกทาง... ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร หนุ่มโทรเข้ารายการ เล่าปัญหาสุดหนักใจ ผมนอนไม่สบายอยู่ในบ้าน ตอนแฟนไม่อยู่ พี่สาวแฟนมาเช็ดตัวให้ จนเผลอไปมีอะไรกัน ตอนนี้ตั้งท้อง 5-6 เดือนแล้ว แต่พี่สาวขอแก้ไขเรื่องนี้ โดยการ...

“คุณเล็ก (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 พ.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับพี่สาวของแฟน โดย “คุณเล็ก (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนมาได้ปีกว่าๆแล้ว เหตุการณ์นี้มี 3 ตัวละคร คือ แฟนของผม แม่แฟน และพี่สาวแท้ๆของแฟน อายุ 27 ปี พอดีวันนั้นผมป่วย ไข้สูง แฟนกับแม่แฟนก็ออกไปข้างนอก ในบ้านมีแต่ผมกับพี่สาวของแฟน แม่แฟนก็เลยฝากให้พี่สาวอยู่ดูแลผมหน่อย แล้วพี่สาวแฟนก็มาดูแลผมปกติ เอายามาให้กิน เช็ดตัวให้ ผมก็กินยาแล้วมันเพลียก็เลยหลับไป อยู่ดีๆ ผมก็สะดุ้งตื่น เห็นพี่สาวแฟนมาโอบกอดผม ผมก็ตกใจ แต่ตอนแรกผมก็นึกว่าเขาจะมาวัดอุณหภูมิ แล้วเขาก็บอกว่าเดี๋ยวเช็ดตัวให้นะ ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไร แล้วเขาก็จะถอดเสื้อผม ตอนนั้นผมก็คิดไว้แล้วว่าจะต้องลองใจผมแน่ๆ ผมก็ไม่เล่นด้วย เวลานั้นเป็นช่วงเช้าและฝนกำลังตกพอดี บรรยากาศกำลังเย็นๆ แล้วเขาก็มาหอมแก้มผม จนผมมีอารมณ์ขึ้นมา ก็เลยได้มีอะไรกัน หลังจากนั้นผมกับพี่สาวก็งงว่าทำอะไรกันลงไป สุดท้ายก็แยกย้ายกัน จนเวลามันก็ผ่านมา ในระหว่างนั้นเวลาที่เขาจะไปซื้อของหรือไปไหน ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล เขาก็จะพาผมไปด้วย และอ้างว่าเอาผมไปขับรถให้ เพราะผมเป็นคนเดียวที่ขับรถยนต์เป็นในครอบครัว ทางแฟนและแม่แฟนก็ไม่ได้ติดใจอะไรกัน เราไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยมาก อาทิตย์นึงประมาณ 3-4 ครั้ง และทุกครั้งที่ไปไหนด้วยกัน ก่อนจะเข้าบ้าน เราจะแวะโรงแรมมีอะไรกันก่อน ผมยอมรับว่ามีความคิดร่วมด้วย และไม่เคยขัด... ตลอดเวลาที่มีอะไรด้วยกันมา ผมไม่เคยป้องกันเลย เพราะพี่สาวแฟนบอกว่าเขากินยาคุมแบบรายเดือน เขาบอกว่ามันกันได้ 100% ไม่ต้องป้องกันก็ได้ จนวันนั้นผมเดินไปหลังบ้าน เขาก็เดินมาเจอกับผม 2 คน ทุกคนอยู่หน้าบ้านกันหมด เขาก็มาบอกกับผมว่า พี่ท้องนะ แต่จะไม่ให้วุ่นวายด้วย เดี๋ยวจะหาวิธี หาทางเอง เพราะเขากลัวน้องสาวกับแม่โกรธ ผมก็เสียใจที่เขาคิดแบบนี้ ต้องบอกก่อนว่าพี่สาวของแฟน เขาก็สวย มีคนแถวบ้านมาชอบ มาจีบเยอะมาก จนเขาได้แฟนมาคนนึง อายุ 23 ปี เขาคุยกันแปปเดียวก็คบกันเลย เหมือนพอเขารู้ว่าท้อง เขาก็ตั้งใจไปคุยกับผู้ชายคนนั้น แล้วเขาก็ไปบอกผู้ชายคนนั้นว่าเขาท้องด้วยกัน แต่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่สงสัยอะไร และเขาก็แต่งงานกันแล้วด้วย หลังจากนั้นเขาก็ไม่มาอะไรกับเราอีกเลย ตอนนี้ก็ห่างกันแล้ว เขาบอกว่าไม่อยากให้ผมยอมรับ เพราะเขาไม่อยากให้ผมกับน้องสาวเขาต้องแยกกัน และครอบครัวเขาจะแตก เพราะมาทำแบบนี้กับแฟนน้อง ตอนนี้เขาตั้งครรภ์ได้ประมาณ 5-6 เดือนแล้ว ผมเคยคุยกับเขาด้วย แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไร ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปเลย เขาดูแลได้ แต่มันก็เป็นตราบาปให้ผม ผมคิดว่าถ้าลูกคลอดออกมาแล้ว ผมอยากได้ลูกของผม ไม่ว่าจะเลิกกับแฟน เลิกกับพี่สาวแฟน หรือเลิกกับทั้งสองคนผมก็ยอม... ผมอยากรู้ว่า มันพอจะมีทางออกเพิ่มมั้ยครับ?’ 3 ดีเจให้คำปรึกษา “คุณเล็ก (นามสมมติ)” ว่า ‘ถ้าแม่ของลูกเขาบอกว่าเขาสามารถเลี้ยงได้ และเลี้ยงได้ดี เราก็ควรเดินออกมา เพราะวันนึงเล็กจะต้องแต่งงานและมีลูกใหม่ การที่เล็กไปบอกความจริงทุกอย่าง ไม่รู้ว่าแม่เขาจะยอมให้ลูกกลับมามั้ย? เอาจริงๆ เล็กก็ยังเป็นคนนอกสำหรับครอบครัวนี้ เป็นผู้ชายคนนึงที่นอกใจและไม่มีความยับยั้งชั่งใจ แต่พี่น้องที่คลานตามกันมา ทำไมถึงทำอย่างนั้นได้ลง และที่สำคัญต่อให้เล็กเปิดโปงความจริงทุกอย่าง คนที่เจ็บ ก็คือ แม่แฟนและแฟนที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย มันยากนะที่ใครหลายคนจะรับได้ แล้วคนที่เจ็บคือคนบริสุทธิ์ทั้งนั้นเลย ถ้าเล็กออกจากวงจรเขา เล็กก็ไม่ได้ผูกพันกับเด็กขนาดนั้น เราจะผูกพันกับเด็กคนนี้ก็ต่อเมื่อเราอยู่ในวันที่แม่เขาตั้งท้อง เราอยู่ในวันที่เขาคลอด เราอยู่และดูแลเด็กคนนั้นขึ้นมา แต่ถ้าวันนึงเราออกจากวงจรชีวิตนี้ไป แล้วไปเจอเด็กตอนโต เราจะไม่ผูกพัน แต่จะรู้สึกแค่ว่านี่คือลูกของเรา และความรักครั้งนี้ไม่อยากให้เปิดเผยด้วย... การที่จะไถบาปครั้งนี้ของเล็ก มันอาจจะสร้างบาปหนักไปมากกว่าอีก เล็กต้องไม่สปอยความอยากได้ของตัวเองแล้ว เล็กต้องระงับการที่จะอยากได้เด็กคนนี้มาเลี้ยงเป็นลูก เพราะไม่งั้นมันจะเป็นเหมือนเดิมที่เคยอยากได้กันกับพี่สาว แล้วปล่อยให้ทุกอย่างมันพังขนาดนี้ เล็กต้องไม่ได้ทุกอย่างที่อยากได้ได้แล้ว เพราะมันจะทำลายชีวิตคนอื่นไปด้วย ถ้าเล็กรู้สึกผิด อยากชดใช้ อยากแก้ไข พวกพี่ๆมองว่าเล็กทรมานไปคนเดียวน่าจะเหมาะสมกว่า เพราะการรับผิดชอบโดยการเอาเด็กมาเลี้ยง มันสร้างผลกระทบกับคนอื่นที่ต้องเจ็บไปพร้อมๆกับเราอีกมากมาย เพราะเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการที่เอาลูกมาอยู่กับเรา โดยที่ยอมเลิกกับแฟนทั้งสองคน มันจะยิ่งทำให้ปัญหานี้ ไม่จบไม่สิ้นสักที พวกพี่ๆให้ 2 ทางเลือก เล็กลองไปคิดดูว่าจะเอาแบบไหน โดยทางแรก คือ เล็กอยู่แบบนี้ แล้วเห็นเด็กคนนี้เติบโตขึ้นทุกๆวัน โดยที่เล็กต้องคิดและกล่อมตัวเองว่านี่ไม่ใช่ลูกของเราหรอก กับทางที่สอง คือ ออกมาเลย เล็กไปแบบช้ำๆ ไปเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนที่ไม่ได้อยู่ในวงจรครอบครัวนี้ ถือว่านี่เป็นผลที่มันเกิดขึ้นสำหรับการกระทำที่ผ่านมาของเรา สุดท้ายทางที่จะทำให้เล็กไปยุ่งกับเด็กคนนี้ได้ คือ ณ วันนั้นที่แม่เขาต้องการเรา สมมติอนาคต ถ้าสามีของเขาจับได้ว่านี่ไม่ใช่ลูกของเขา ตัวแม่ของเด็กไม่ไหว ดูแลลูกไม่ได้ แบบนี้มันน่าจะคุ้มที่เราไปแสดงความรับผิดชอบอะไรก็ตาม…’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำงานขายของฝาก เฝ้าร้านกันอยู่สองคน หนูกับพี่ที่อายุ 30 แล้ว แต่พอเค้าเจอลูกค้าต่างชาติ เค้าวิ่งหนีมาหาหนู ให้หนูพูดอยู่คนเดียว เค้าเคยหาคอร์สภาษาบอกให้หนูไปเรียน แต่เค้าไม่กระตือรือร้นเลย พี่เจ้าของร้านก็ยังเก็บเขาไว้ เพราะเขาขายคนไทยได้

28 ต.ค. 2024

ทำงานขายของฝาก เฝ้าร้านกันอยู่สองคน หนูกับพี่ที่อายุ 30 แล้ว แต่พอเค้าเจอลูกค้าต่างชาติ เค้าวิ่งหนีมาหาหนู ให้หนูพูดอยู่คนเดียว เค้าเคยหาคอร์สภาษาบอกให้หนูไปเรียน แต่เค้าไม่กระตือรือร้นเลย พี่เจ้าของร้านก็ยังเก็บเขาไว้ เพราะเขาขายคนไทยได้

ทำงานขายของฝาก เฝ้าร้านกันอยู่สองคน หนูกับพี่ที่อายุ 30 แล้ว แต่พอเค้าเจอลูกค้าต่างชาติเค้าวิ่งหนีมาหาหนู ให้หนูพูดอยู่คนเดียว เค้าเคยหาคอร์สภาษาบอกให้หนูไปเรียน แต่เค้าไม่กระตือรือร้นเลยพี่เจ้าของร้านก็ยังเก็บเขาไว้ เพราะเขาขายคนไทยได้ ใกล้ high season แล้วทำไงดีคะ? “คุณนก (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [23 ต.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาพี่ที่ทำงานไม่ยอมใช้ภาษาอังกฤษ โดย “คุณนก (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘งานที่หนูทำคือเป็นงานค้าขาย/ขายของโซนทะเล ภาคตะวันออก ซึ่งจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษ แล้วช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ฝรั่งเข้ามาเยอะมาก เวลาที่ลูกค้าชาวต่างชาติเข้ามา พี่ที่ทำงานอายุ 30 กว่าๆ เขาไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษ เพราะเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ซึ่งเขาจะเลี่ยงให้หนูไปขายของ ไปคุยกับฝรั่งแทน แต่พอลูกค้าคนไทยเข้ามาซื้อ เขาก็ขายปกติ แต่เขาก็ไม่ได้ดูเป็นคนขี้เกียจ หนูก็เคยแนะนำให้เขาใช้มือถือ ใช้ Google หรือไปซื้อหนังสือมาอ่าน เขาก็ไม่เอา ส่วนเจ้านายก็เคยแนะนำเขาแล้วเหมือนกัน เลยทำให้หนูรับภาระมากขึ้นประมาณนึง และก็มีฝรั่งบางคนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็ต้องแปลเป็นภาษาอื่น เคยมีเหตุการณ์นึงมีฝรั่งมาซื้อของแล้วถามว่าชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่? เขาก็เดินมาตามหนู และบอกให้หนูแปลให้หน่อย เขาฟังไม่ออก แต่ก็มีครั้งนึง เพิ่งผ่านมาได้ไม่ถึงเดือนพี่เขาแนะนำแอปพลิเคชันเรียนภาษาอังกฤษให้หนู เขาบอกว่าไปเจอมาจากใน Facebook / Tiktok มันเป็นแบบทดลองเรียนฟรี หนูก็เลยลองไปทดลองเรียนตามที่เขาบอก แล้วหนูก็ไปบอกเขาว่าหนูเรียนมาแล้วนะ มันเป็นแบบนี้ มันดีมากเลยนะ ได้คุยกับฝรั่งด้วย เขาบอกเขาไม่เอา เขาไม่กล้าลอง สำหรับหนู ถามว่าคุยกับฝรั่งได้ไหม? ก็พอคุยได้ แบบเบสิคๆ สามารถสื่อสารในการขายของได้ แต่ถ้าเป็นคำถามที่ยากเกินไปหนูไม่เข้าใจ หนูก็ยังพยายามเปิด Translate แต่ทำไมพี่คนนี้เขาไม่เอาภาษาเลย ส่วนเงินเดือนเราก็เท่ากัน หนูทำงานก่อนเขา ได้ทำงานด้วยกันประมาณปีนึง เลยอยากจะถามพี่ๆดีเจว่าหนูอยากให้เขาไปเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบเบสิค ง่ายๆ เพื่อเอาไว้ใช้ขายของ หนูจะทำยังไงดี?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราเพิ่งฟ้องหย่าสามี เพราะสามีมีผู้หญิงอื่น แต่อยากจะได้วิธีการสอนลูกยังไงให้ไม่เกลียดพ่อตัวเองดีคะ?

28 พ.ย. 2025

เราเพิ่งฟ้องหย่าสามี เพราะสามีมีผู้หญิงอื่น แต่อยากจะได้วิธีการสอนลูกยังไงให้ไม่เกลียดพ่อตัวเองดีคะ?

เราเพิ่งฟ้องหย่าสามี เพราะสามีมีผู้หญิงอื่นเรากอดลูกสาว 8 ขวบร้องไห้ตลอด ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้วแต่อยากจะได้วิธีการสอนลูกยังไงให้ไม่เกลียดพ่อตัวเองดีคะ?พ่อเขาก็ยังมีแวะมาเจอลูก มาทำหน้าที่พ่ออยู่จะทำให้ลูกเข้าใจยังไงดีว่าพ่อและแม่จะไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมกันแน่นอน “คุณน้ำชา (นามสมมติ)” อายุ 37 ปี เป็นสายแรก ในรายการ พุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องขอวิธีสอนลูกไม่ให้ลูกเกลียดพ่อ และให้เข้าใจว่าพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว “คุณน้ำชา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘อยากมาปรึกษาเรื่องวิธีการสอนลูกที่ไม่ให้เขาเกลียดพ่อ คือเราเพิ่งหย่ากับสามี ลูกเราอายุ 8 ขวบ พอจบเรื่องหย่าแล้วลูกก็อยู่กับเรา แต่ว่าฝ่ายพ่อต้องส่งค่าเลี้ยงดูให้เราทุกเดือนตามคำสั่งของศาล แต่จริง ๆ แล้วลูกเขาไม่ได้เกลียดพ่อ เพียงแต่ว่าตอนที่เกิดเรื่อง เราก็เล่าให้ลูกฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ พ่อกับแม่ไม่ได้รักกันแล้ว พ่อไปรักคนผู้หญิงคนอื่น เขาก็ได้รับรู้ในวัยที่เขาควรจะรู้แล้ว แต่บางครั้งเขาก็จะถามว่า “พ่อไปไหน ทำไมพ่อไม่กลับ” แรก ๆ เราก็บอกไปว่าพ่อเขาไปทำงาน จนหลัง ๆ มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา เราก็เลยบอกไปว่ามันเกิดเรื่องนิดนึงนะ พ่อกับแม่ไม่ได้รักกันแล้ว พ่อเผลอไปรักผู้หญิงคนอื่น มันก็เลยทำให้เราต้องห่างกัน ในช่วงนั้นคือทรมานมาก ๆ เราร้องไห้และกอดไปกับลูก เราบอกกับเขาว่าพ่อเขาทำผิดและแม่ก็ไม่สามารถให้อภัยพ่อได้ คือเรื่องมันรุนแรงมากจนไปถึงชั้นศาล ไปถึงการฟ้องร้อง แต่ ณ วันนี้ สถานะทุกอย่างมันก็จบลงเหลือเแค่การเป็นพ่อเป็นแม่ให้ลูก ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ได้ดูแลลูกอยู่แล้ว เขามีหน้าที่แค่โอนเงินรายเดือนมาให้ หลังจากเกิดเรื่องเขาก็เจอลูกแค่ประมาณ 2-3 ครั้งในวันพิเศษต่าง ๆ อย่างวันเกิดลูก เราก็ไม่ได้กีดกันเลย แต่เรารู้อยู่แล้วว่าตัวเขาคงไม่ได้อยากที่จะมาหาลูก ลูกยังเคยมีคำถามว่า “พ่อจะไม่มีโอกาสกลับมานอนที่เตียงนี้แล้วใช่ไหม” เราก็ร้องไห้ แต่เราก็บอกไปว่า “ถ้าอยากไปนอนบ้านพ่อ ลูกก็ไปได้นะ” เวลาเขาเจอพ่อ เขาก็ดีใจตามประสาเด็กที่ไม่ค่อยได้เจอพ่อ เหมือนว่าเขาวางพ่อไว้เป็นฮีโร่ของเขา เป็นคนที่เขาคิดถึง เป็นคนที่เขาอยากเจอ เวลาเขาไปเที่ยวกับพ่อแล้วเราถามว่าเป็นยังไง เขาก็จะตอบกลาง ๆ เซฟพ่อของเขา คือลูกเราเขาเป็นคนที่เซฟทุก ๆ คน จะไม่พูดว่าร้ายใครเลย แต่ตอนอยู่ด้วยกัน พ่อกลับไม่ได้เลือกครอบครัวเป็น Priority หลัก ก็ไม่ได้สนใจลูกเท่าไหร่คือเราไม่อยากสอนให้ลูกเกลียดพ่ออยู่แล้ว แต่ในอีกทางคือลูกก็จะอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ไม่ได้ สรุปแล้วสิ่งที่เราทำมันโอเคแล้วหรือเปล่า’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมค่อนข้างเป็นคนที่คุยกับลูกด้วยเหตุผลอยู่แล้ว ถ้าเราสังเกตว่าลูกของเรา เขาเป็นคนที่สามารถเข้าใจในเหตุและผลที่เราเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังได้ ถ้าสิ่งที่เราพยายามอธิบายแล้วเขาเข้าใจว่า พ่อไปชอบผู้หญิงคนอื่นนะ แต่พ่อก็ยังเป็นพ่ออยู่ ซึ่งผมว่าอันนี้ซับซ้อนที่สุดแล้ว ถ้าลูกสาวของคุณน้ำชาเข้าใจมันในระดับหนึ่งได้ ถ้าเป็นผม ผมจะคุยด้วยเหตุและผลและพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจว่าความสัมพันธ์ในแบบผู้ใหญ่ มันจะเริ่มซับซ้อนขึ้นอย่างไรบ้าง ความรักที่มีให้กันวันหนึ่งจะหมดลง ผมจะค่อย ๆ อธิบายให้กับลูกฟัง โดยที่ผมจะไม่พยายามไปชี้นำว่าเขาต้องรักพ่อนะ เขาต้องเกลียดพ่อนะ แต่เลือกวิธีที่จะถามและฟังว่าเขารู้สึกอย่างไรมากกว่า แล้วเราก็ปรับจากตรงนั้น เขาจะเข้าใจมากหรือน้อยไม่รู้แต่ดีกว่าผมไม่ได้สื่อสารออกไป เราฟังว่าเขารู้สึกบวกหรือลบ เต็มสิบเขายังรักพ่อเท่าไหร่ แล้วเราค่อยเดินหน้ากันต่อด้วยพื้นฐานตรงนั้นมากกว่าและผมยังเชื่อว่าถ้าเป็นบ้านที่ใช้เวลากับการอ่านหนังสือด้วยกัน มันจะมีหนังสือนิทานที่เล่าเกี่ยวกับครอบครัว อาจจะเป็นครอบครัวสัตว์ชนิดหนึ่งที่ครอบครัวไม่สมบูรณ์ ผมว่ามันอาจจะเป็นสื่อกลางที่ทำให้เรามีภาพมาเปรียบเทียบให้เด็กเข้าใจได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘พี่จะค่อย ๆ ให้ลูกรับรู้และก็อยู่กับความจริงที่ว่าจากนี้พ่อกับแม่จะไม่เหมือนเดิม ชีวิตเขาจะต้องเปลี่ยน แต่ว่ามันจะไม่มีวันที่พ่อกับแม่จะไปอยู่ด้วยกันแบบเดิม มันต้องใช้เวลาให้เขายอมรับตรงนี้ให้ได้ แรก ๆ เขาก็จะงงแหละ แต่ว่าสักพักเขาจะเข้าใจและอยู่กับมันได้ เพราะชีวิตเขาก็จะชินไปเอง ซึ่งมันต้องใช้เวลาส่วนเรื่องที่ว่าจะพูดยังไงไม่ให้เขาเกลียดพ่อ พี่ว่ามันไม่จำเป็นต้องไปพูดว่า “อย่าไปเกลียดพ่อนะ” พี่แค่รู้สึกว่าอธิบายให้เขาเข้าใจว่าพ่อกับแม่จากที่เคยรักกัน ตอนนี้มันมีบางอย่างที่ทำให้เราไม่ได้รักกันอีกต่อไปแล้ว โดยที่สถานะความเป็นพ่อเป็นแม่มันยังคงอยู่ สำหรับพี่ พี่ก็จะบอกเขาว่า สิ่งที่พ่อมีปัญหากับแม่ มันไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่พ่อทำกับหนู เพราะฉะนั้นความรู้สึกที่หนูมีต่อพ่อถ้ามันเคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นต่อไป หนูไม่ต้องไปโกรธเขาเพราะหนูรักแม่ มันไม่เกี่ยวกัน และที่สำคัญคือหนูจะรู้สึกอย่างไรกับเขาต่อจากนี้ไป ขึ้นอยู่กับว่าพ่อเป็นพ่อหนูอย่างไรด้วยเหมือนกันและสุดท้ายพี่ว่าน้ำชาต้องไม่พยายามพูดซ้ำ ๆ ในสิ่งที่พ่อทำกับเราในอดีตอีก เพราะว่าวันนี้มันจบแล้ว การไม่พูดถึงมันอีกคือสิ่งที่ดีที่สุด อยู่กับปัจจุบัน ให้ลูกตัดสินตามสิ่งที่เขาเห็น มันต้องขึ้นอยู่กับว่าน้ำชาต้องรู้ด้วยว่าลูกเป็นเด็กที่เข้าใจง่ายขนาดไหน บางอย่างต้องอธิบายละเอียดหรือยกตัวอย่างเปรียบเทียบอะไรให้เขาเห็นภาพหน่อย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ปัญหาของผู้ใหญ่อย่าไปยัดใส่ลูก ถ้ารักลูก ปัญหาสิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกคิดมาก ลูกจะรักหรือเกลียดพ่อมาจากการกระทำของพ่อที่เขาเห็นเอง เขาอาจจะไม่ดีกับเราแต่ตอนเขาอยู่กับลูกเขาอาจจะเป็นพ่อที่ดีก็ได้ ให้ลูกตัดสินใจเองว่าเขาจะรักหรือเขาจะเกลียดพ่อก็ด้วยการกระทำของพ่อเขาส่วนปัญหาของผู้ใหญ่ให้เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ มันใหญ่เกินไปสำหรับเด็ก วันหนึ่งถ้าพ่อไม่รักลูก พ่อไม่มาหาลูก เด็กจะตัดสินใจได้เอง เขาจะรู้ได้ด้วยตัวเอง เขาอยู่ในช่วงปรับตัว ถ้าเรารู้สึกว่าการปรับตัวมันทำให้เขารู้สึกว่ามันยาก ลองหากิจกรรมหรือความสุขอื่น ๆ มาทดแทนให้เขา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-