เพราะพรหมลิขิตมักเกิดขึ้นกับเราเสมอและเกิดขึ้นที่นี่ด้วย ! กับค่ำคืนสุดพิเศษ “เน็ต - เจเจ” พาความแสบซนมาเติมในสตูดิโอ EFM FANDOM LIVE ให้ฟุ้งกระจายไปด้วยเสียงหัวเราะ จนแฟน ๆ ละมุนหัวใจไปทั้งคืน

EFM FANDOM RECAP

เพราะพรหมลิขิตมักเกิดขึ้นกับเราเสมอและเกิดขึ้นที่นี่ด้วย ! กับค่ำคืนสุดพิเศษ “เน็ต - เจเจ” พาความแสบซนมาเติมในสตูดิโอ EFM FANDOM LIVE ให้ฟุ้งกระจายไปด้วยเสียงหัวเราะ จนแฟน ๆ ละมุนหัวใจไปทั้งคืน

10 มิ.ย. 2026

            รายการ EFM FANDOM LIVE [ 4 มิถุนายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “เน็ต - เจเจ” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ คารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... สลักไว้ด้วยรัก (Engraved in love)

นามปากกา : คุณหญิงเสือแม่หมื่นภพ

            "คุณติดอยู่ในนี้มานานแค่ไหนแล้ว" นั่นเป็นคำถามที่ผมเลือกถามกับชายแปลกหน้าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "ตั้งแต่ฉันตาย" "นี่ผมพูดอยู่กับผี ถูกไหม" นอกจากจะถูกดึงเข้ามาในรูปวาดอย่างไม่เป็นปี่เป็นขลุ่ยแล้ว พระเจ้ายังทดสอบความกลัวของผมโดยการให้มานั่งสนทนากับผีอยู่ในบ้านทรงยุโรปสมัย ร.๕ แบบนี้ด้วย สมองผมเออเร่อแล้วตอนนี้ ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรก่อนดี "คงจะอย่างนั้น" ผีตรงหน้ายิ้ม เขามีใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสีดำสนิท ที่สำคัญ หล่อมาก (สาเหตุที่ไม่กลัว) "ผมอยากกลับออกไป" "แล้วเธอเข้ามายังไง" "นั่นน่ะสิ ผมแค่เดินผ่านโถงออฟฟิศจะไปเข้าห้องน้ำ หยุดดูรูปหน่อยเดียวก็ถูกดึงเข้ามาดื้อๆ" "..." "หรือเป็นคุณที่ดึงผมเข้ามา คุณหาเพื่อนแก้เหงาเหรอ" "ฉันไม่ได้อยากได้เพื่อนสักหน่อย" เขาหัวเราะ "ไปเถอะเดี๋ยวฉันพาเธอออกไป" มือแกร่งนั่นเอื้อมมาจับจูงผมตรงไปที่ทางออก มันอบอุ่นผิดกับที่คิดไว้ ราวกับคนตรงหน้ามีชีวิตจริงๆ "ว่าแต่ ชาตินี้เธอชื่ออะไรนะ" ชาตินี้? "เจเจครับ" "ชื่อแปลกหูดี" "คุณล่ะ" เป็นอีกครั้งที่เขายิ้ม พร้อมกับแรงที่ผลักผมออกจากประตูไป "ไว้ความทรงจำเธอกลับมาเมื่อไหร่ เธอก็จะรู้เอง"

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... (Engraved in love)

Pen Name : คุณหญิงเสือแม่หมื่นภพ

            I decided to break the quiet by asking the person across from me, "How long have you been trapped here?" His reply sent a shiver down my spine: "Ever since I passed away." My mind went into overdrive. Was I really chatting with a ghost? To make matters worse, after being bizarrely yanked into this painting, I was now sitting in an old-school European house, the kind you'd see in King Rama V's era, having a conversation with a phantom. My brain felt like it was about to short-circuit. "Quite likely," the ghost responded with a grin. He possessed striking features – a sharp face, intense dark eyes, and, I have to admit, he was remarkably handsome, which, strangely, kept my fear in check. "I need to escape this place." "And how did you find your way in?" he inquired. "Well, I was just heading to the restroom in the office corridor, stopped to admire the painting for a moment, and poof! I was pulled in." A brief pause. "Or did you pull me in? Are you looking for a companion?" He let out a soft laugh. "I don't require company. Come with me, I'll show you the exit." He offered a firm hand, leading me towards what appeared to be an escape route. The warmth emanating from him felt surprisingly tangible, almost as if he were alive. "By the way, what's your name in this current existence?" This life? "JJ." "An interesting name. And yours?" He offered another smile. As a gentle force guided me towards the threshold, he said, "You'll remember when your memories return."

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... ถึงปฏิหาริย์และพร 12 ข้อ (Wishing you)

นามปากกา : ไอซ์ไม่ชอบความเย็น

            มีคนเคยบอกว่า...เวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง เมษ (เจเจ) ถูกพรากคนรักไปด้วยโรคร้ายที่ไม่อาจรักษาได้ แม้ว่าการข่มตาหลับในทุกๆวันเพื่อไม่ให้นึกถึงคนรักนั้นเป็นเรื่องที่ฝืนและยากสำหรับเขามาก แต่ถึงอย่างนั้น วันเวลาที่ผันผ่านก็ไม่อาจพรากความหวังในปาฏิหาริย์ไปจากหัวใจของเขาได้ ในช่วงเวลาที่เขากำลังแตกสลายนั้น เมษได้พบกับชายหนุ่มปริศนา จ๊อบ (เน็ต) เข้ามาในชีวิตพร้อมกับมอบพร 12 ข้อให้แก่เขา จ๊อบเปรียบดั่งเทพไร้เสียง มีเพียงแค่กายหยาบกับพรที่จะสามารถทำให้บังเกิดขึ้นเป็นจริงได้ แต่แทนที่เมษจะขอให้ปาฏิหาริย์ของเขาเป็นจริง เขากลับขอแค่ให้ได้ทำในสิ่งที่เคยตั้งใจไว้ด้วยกันกับคนรัก เมษได้เริ่มใช้ช่วงเวลาร่วมกับจ๊อบในการทำพรแต่ละข้อให้เป็นจริง จนมาถึงพรข้อสุดท้าย ถ้อยคำขอคำสุดท้ายจากริมฝีปากเมษ สั่นคลอไปกับหยาดน้ำตาที่ไม่อาจกั้น เมษได้เอ่ยออกไปเป็นเพียงหนึ่งประโยคสั้นๆ ว่า “ขอจ๊อบกลับมาได้ไหม” ‘จ๊อบ..คนที่รักสุดหัวใจ’ แท้จริงแล้วเขานั้นรู้ดีว่า พรที่เข้ามาพร้อมกับชายปริศนาหรือแม้แต่ปาฏิหาริย์ที่เขาเฝ้ารอ ล้วนเป็นจินตนาการที่เมษได้สร้างขึ้นมาและไม่มีอยู่จริง เมษยังคงติดอยู่ในวังวนของรักครั้งนี้..ตลอดไป

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... (Wishing you)

Pen Name : ไอซ์ไม่ชอบความเย็น       

They say time's a healer, but for May, it was a different story. The loss of his beloved to an incurable illness left him shattered. Even the simple act of closing his eyes each night was an agonizing reminder, yet the hope for something extraordinary, a miracle, stubbornly persisted within him. It was during this profound grief that a peculiar figure named Job entered his life, a man of mystery who offered him twelve chances to reshape reality. Job was like a silent deity, a vessel of power capable of manifesting desires, yet wordless. Instead of a miraculous cure, May chose to weave his unfulfilled dreams with his lost love into existence. As May and Job embarked on this journey, ticking off each wish, a profound realization dawned. The final request, whispered through tears, wasn't for a miracle or a return to the past, but a simple, heartfelt plea: "Can I have Job back?" In that moment, the truth hit him with full force – the wishes, the ethereal presence of Job, even the longed-for miracle, were all illusions born from his yearning heart. May found himself forever caught in an endless cycle of love and longing, a destiny woven with shadows.

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... "Roof-Top Love: ตึกนี้มี (รัก) รั่ว"

นามปากกา : Fameyday

            "กฎของตึกนี้คือห้าม 'เผลอใจ' งั้นผมขอไม่เผลอ... แต่ขอ 'ตั้งใจ' รักเธอเลยแล้วกัน!" เน็ต รับบทเป็น "ธันวา" สถาปนิกหนุ่มมาดกวน เจ้าของไอเดียรีโนเวทตึกเก่ากลางกรุงให้กลายเป็นคอมมูนิตี้สเปซสุดคูล เขาเป็นคนขี้เล่น ช่างแกล้ง แต่เวลาทำงานหรือดูแลคนสำคัญจะอบอุ่นพึ่งพาได้เสมอ เจเจ รับบทเป็น "นับตังค์" อินทีเรียดีไซเนอร์หนุ่มแว่นสุดน่ารัก สายเนิร์ดแต่แอบดื้อ ที่ถูกส่งมาทำงานร่วมกับธันวาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เรื่องราววุ่นๆ เริ่มขึ้นเมื่อการรีโนเวทตึกนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องแบบแปลน แต่ทั้งคู่ดันไปสืบรู้ความลับว่าตึกนี้มี "คำสาปความรัก" ที่ลือกันว่า 'หากสถาปนิกและอินทีเรียดีไซเนอร์คู่ใด สามารถรีโนเวทตึกนี้เสร็จโดยไม่ตกหลุมรักกันได้ ตึกนี้จะกลายเป็นตึกที่ฮิตที่สุดในเมือง แต่ถ้าเผลอใจรักกันเมื่อไหร่ ทุกอย่างที่สร้างมาจะถล่มลงมาเป็นสีชมพู!' จากคู่กัดที่ต้องคอยทำท่าขู่เป็นแมวใส่กัน ต้องมาร่วมมือกันปิดบังความรู้สึกตัวเอง "บอกให้มาช่วยรีโนเวทตึก ไม่ได้บอกให้มาพัง 'กำแพงหัวใจ' กันซะหน่อย!" เน้นเคมีหยุมหัวแต่คลั่งรัก ท่าทางขี้เล่นกวนๆ ของพระเอก และความน่าเอ็นดูของนายเอกสายแว่น

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... "Roof-Top Love"

Pen Name : Fameyday

            In this vibrant tale, we meet Thanwa, a spirited young architect portrayed by Net, whose audacious plan is to transform a city-center relic into a trendy communal hub.  He's got a knack for playful banter and a teasing spirit, yet when it comes to his profession or those he cares about, he's a pillar of warmth and dependability. Opposite him is Nabtung, played by JJ, an endearing, bespectacled interior designer. Though outwardly studious, Nabtung harbors a rebellious streak and is reluctantly paired with Thanwa for the renovation project.  Their story truly kicks off when the project transcends mere blueprints.  They stumble upon a surprising secret: the building is under a 'love curse.' The legend goes that if an architect and interior designer can successfully complete the renovation without succumbing to romance, the building will skyrocket to fame. However, should they fall for each other, their entire creation is destined to crumble into a chaotic romantic disaster!  What begins as a clash of wills, akin to a feline squabble, forces them to collaborate and conceal their burgeoning feelings.  'I asked for help with the renovation, not for you to dismantle my heart's defenses!' one might exclaim. This narrative dives deep into the electrifying, almost delirious, chemistry between the leads. It highlights the main male character's charmingly mischievous nature and the utterly captivating, albeit seemingly reserved, 'antagonist' who wears glasses. The core of the story revolves around their unexpected and intense connection amidst the backdrop of a peculiar building curse.

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... ทางกลับบ้าน

นามปากกา : อ้วนรักพี่เน็ตไหม

            บนถนนสายเปลี่ยว มีไฟหน้าจากมอเตอร์ไซค์คันเล็กขับฝ่าความมืดเพื่อจะกลับบ้าน บรรยากาศต่างจังหวัดยามวิกาลชวนขนลุก “มืดไปป่าววะ..” เจเจ บ่นอุบ ยิ่งนึกถึงว่าตนต้องกลับดึกเพราะปาร์ตี้ส้มตำยิ่งบิดเร่ง ทว่าจู่ ๆ ตาคู่กลมก็เหลือบเห็นเงาสีขาววูบวาบที่หางตาขวา ลอยตามติดรถด้วยความเร็ว พอหันไปมองกลับว่างเปล่าแต่เมื่อหันกลับมามันก็โผล่มาประกบชิดอีก “อะไรเนี่ย!” เจเจสติกระเจิง กลัวจนมือสั่นจึงหักเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันข้างๆทันที ร่างเล็กคว้ามือถือโทรหาแฟนหนุ่มด้วยนิ้วชุ่มเหงื่อ [ว่าไงครับอ้วน] "พี่เน็ต... ฮือ มารับเจที่ปั๊มหน่อย เจเจอเงาขาวๆตามมา เจกลัว" [ตั้งสติคนดี รอพี่ตรงนั้น พี่กำลังออกไป] หลังวางสายเจเจยืนหลบร้านสะดวกซื้อ แต่เด็กปั๊มในเงากลับยืนนิ่ง ตาเบิกโพลงชี้มาที่หน้าเขา เจเจกลัวจนน้ำตาคลอแต่อึดใจเดียวแสงไฟรถคันคุ้นตาก็สาดเข้ามา เน็ตลงจากรถเข้ามากอดปลอบแฟนหนุ่มจมอก "พี่อยู่นี่แล้วอ้วน ไหนเป็นอะไรให้พี่ดูซิ" เน็ตประคองใบหน้าหวานให้เงยขึ้น "มันยังอยู่ตรงนั้นพี่เน็ต" ร่างหนามองตามก่อนจะสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งที่หางตาแฟนหนุ่ม "นี่หรอเงาขาว ๆ " เจเจเงยหน้าขึ้นมามองก่อนเจอกับ... เม็ดข้าวเหนียว

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... The way back home

Pen Name : อ้วนรักพี่เน็ตไหม 

 Cruising down a lonely stretch of road, the glow of a small motorcycle's headlights cut through the inky blackness as its rider headed home. The rural night felt a little spooky, the kind of quiet that makes you jump.  'Is it getting too dark...?' JJ mumbled, his thoughts of getting back late from a somtum feast only spurring him to go faster. Suddenly, his wide eyes registered a quick flash of white, a phantom darting past his peripheral vision, keeping pace with his bike. He whipped his head around, but there was nothing there. Then, as he turned back to the road, it reappeared, alarmingly close. 'What in the world was that?!' JJ yelped, his knuckles white on the handlebars as he veered sharply towards a nearby gas station. His clammy fingers fumbled for his phone, and he dialed his boyfriend. ['Hey, big guy, what's up?'] 'Net... h-h-h... could you swing by the gas station? I think something white was chasing me. I'm freaked out.' ['Whoa, take it easy, love. Just hang tight, I'm on my way.'] After the call, JJ ducked behind the convenience store, but the attendant, lurking in the shadows, stood frozen, his gaze locked onto JJ, pointing. Terror welled up in JJ, bringing tears to his eyes, but then, a familiar set of headlights pierced the gloom. Net emerged from his car, rushing to embrace his trembling boyfriend. 'I'm here, fatty.' 'What's going on? Let me see,' Net said softly, tilting JJ's tear-streaked face up. 'It's still there, P'Net,' JJ whispered, following his gaze. Net followed his boyfriend's line of sight and then spotted it. 'Is *this* the white shadow?' JJ looked up and saw... a single grain of sticky rice.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... The Last Flight เที่ยวบินสุดท้ายถึงคุณ

นามปากกา : ข้าวเหนียวนึ่ง

            วันนี้คือวันสุดท้ายที่ผมจะขึ้นบิน ไม่ใช่เพราะอายุงาน ไม่ใช่เพราะคำสั่งปลดประจำการ และไม่ได้เป็นเพราะร่างกายของผมอ่อนแอลงจนบังคับเครื่องบินไม่ไหว แต่เหตุผลที่แท้จริงกลับเรียบง่ายและเจ็บปวดกว่านั้น… มันเป็นเพราะคนที่ผมรักได้จากโลกนี้ไปแล้ว ผมเป็นนักบินกองทัพอากาศที่ใช้ชีวิตอยู่บนท้องฟ้า ส่วนเขาเป็นช่างภาพอิสระที่กล้องถ่ายรูปแทบไม่เคยห่างจากมือของเขาเลย ทุกครั้งที่มีการแสดงการบินหรือภารกิจเปิดให้คนนอกเข้าชม เขามักจะยกกล้องถ่ายรูปขึ้นเล็งไปบนฟ้าเสมอ และในบรรดาภาพนับพันใบที่บันทึกไว้ในกล้องนั้น มีเครื่องบินลำหนึ่งปรากฏอยู่บ่อยที่สุด… ลำที่ผมเป็นผู้บังคับ “ถ้าวันหนึ่งผมหาคุณไม่เจอบนฟ้าล่ะ” เขาเคยถามผมเล่น ๆ “เดี๋ยวผมจะบินให้คุณหาเจอเอง” ผมตอบพลางหัวเราะ ในวันที่เขาจากไปด้วยโรคที่ไม่มีใครคาดคิด ผมนึกถึงทฤษฎีหนึ่งว่า 7 นาทีสุดท้ายก่อนที่คนเราจะเสียชีวิต สมองของมนุษย์จะฉายภาพความทรงจำที่มีค่าที่สุดขึ้นมาอีกครั้ง... ผมไม่รู้ว่าทฤษฎีนั้นจริงไหม แต่ในเมื่อไม่มีคุณคอยมองหาแล้ว ต่อให้พยายามฝืนขึ้นบิน แต่ทุกเที่ยวบินหลังจากนี้ก็คงไร้ความหมายอีกต่อไป เที่ยวบินสุดท้ายนี้… ผมขอมอบให้คุณนะ

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… The Last Flight

Pen Name : ข้าวเหนียวนึ่ง      

            This marks my final journey amongst the clouds. It's not a farewell born of seniority, nor an order from above, nor a body that has finally surrendered to age. The truth is far more poignant, a quiet ache in my heart: the person I loved most has departed this world.  I was an Air Force pilot, my life woven into the fabric of the sky. He, a freelance photographer, his camera a constant companion. During airshows and open days, his lens would invariably turn skyward, seeking out the aerial ballet. And among the countless frames he captured, one silhouette dominated – the very aircraft I commanded. 'What if one day I can't spot you up there?' he'd tease. 'Then I'll fly so you can find me,' I'd laugh back.  The day he succumbed to a sudden illness, a thought surfaced: that the human mind, in its final moments, revisits its most cherished memories. I can't say if it's true, but now that he's no longer here to seek me out, even if I were to take to the air, each subsequent flight would feel utterly hollow. This last flight is for you, my love.

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “เน็ต - เจเจ”

ที่จะมาแจกความความตลก และแบ่งปันเรื่องราวสนุก ๆ ให้เหล่าแฟนคลับทุกคนฟัง

( พี่ดาราและนามปากกาของเขา )

            ปกติทางรายการเปิดให้เหล่าแฟนคลับส่งฟิคเข้ามาในรายการ นั่นทำให้นึกถึง “เจเจ” ที่ก็เขียนฟิคอยู่แล้ว โดยใช้นามปากกา ‘ไข่ดาวไม่สัก เอ้ย ไข่ดาวไม่สุก เอ้ย ถูกแล้ว’ และใช้ชื่อนักเขียนว่า ‘ไก่ที่หมดจานดีกว่าการที่หมดใจ’ เพราะส่วนตัวก็ชอบคำคมอยู่แล้วเลยเลือกใช้ชื่อนักเขียนและปากกาแบบนี้ โดยชื่อเรื่องคือ ‘Perfect Disaster คุณวินาศ ผมวิบัติ’ พล็อตนิยายสนุกมาก พระเอกธงดำมีความจิต ๆ หน่อย ทิ้งท้ายด้วยการฝากให้ทุกคนไปอ่านด้วย ปิดท้ายด้วย “เน็ต” แซวตลก ๆ ว่าถ้าเจอนามปากกาแบบนี้คงไม่อ่าน แต่ก็เป็นแค่การล้อเล่น เพราะสุดท้าย “เน็ต” ก็ช่วย “เจเจ” เล่าถึงพล็อตและตัวละครสำหรับฟิคเรื่องนี้อยู่ดี

( Mini Game : ชาติก่อน )

            ทางรายการมี Mini Game เล็ก ๆ มาให้ “เน็ต-เจเจ” เล่นกันสนุก ๆ โดยเป็นคำถามเกี่ยวกับชาติก่อน ชาตินี้ และชาติหน้า โดยเริ่มที่ชาติก่อนกับคำถามที่ว่า ถ้าในอดีตทั้งสองรู้จักกันมาก่อน อีกฝ่ายจะเป็นอะไรในชีวิตของเรา พร้อมเหตุผลประกอบ เริ่มที่ “เน็ต” พูดก่อนเลยว่า ชาติที่แล้ว “เจเจ” ต้องเป็นน้องที่คลานตามกันมาแน่ ๆ เพราะชาติที่แล้วทำบุญทำบาปกันเอาไว้เยอะ ชาตินี้เลยได้มาเจอกันอีกแล้ว ส่วนคำตอบของ “เจเจ” ก็คือ ทั้งสองจะเป็นข้าราชการเหมือนกัน แต่คนละสังกัด พี่เน็ตจะเป็นกองพลลาดตระเวนแบบในเรื่องภพเธอ ส่วนตัวเองก็จะเป็นกระทรวงการคลัง ช่วงแรกก็จะถูกกัน แต่ภายหลังจะทะเลาะกันเพราะแย่งขนมปังกินในช่วงที่ฝรั่งกำลังเข้ามาในไทย เรียกได้ว่าจินตนาการล้ำเลิศมาเลยทีเดียว

( Mini Game : ชาตินี้ )

            ต่อด้วยคำถามของชาตินี้ที่ว่า คุณคิดว่าในชาตินี้อยากทำอะไรร่วมกันอีกบ้าง ทั้งสองคนตอบอย่างพร้อมเพรียงเลยว่า ตอนนี้มีแพลนที่วางเอาไว้แล้วไม่ได้ทำเยอะมาก เช่น การทำแคมเปญที่ให้อะไรกับสังคม คนเท่ห์ขอทำดี ทำสิ่งดี ๆ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่จะต้องทำให้กันและกัน เน็ตตอบว่า จะทำตัวเป็นคนดีให้กับน้อง เพราะการที่เราเป็นคนดีก็จะทำให้อีกคนที่อยู่ด้วยสบายใจ และอยากจะอยู่ด้วยกัน อีกทั้ง “เน็ต” ยังอยากจะพา “เจเจ” ไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเล โดยเฉพาะที่เกาะกูด เพราะเขาชอบทะเลมาก อีกทั้งทั้งคู่ก็ยังไม่เคยได้ไปเที่ยวด้วยกันเลย ถัดไปสำหรับคำตอบของ “เจเจ” ที่ว่าจะไม่ดื้อไม่ซน เพราะหลาย ๆ คนชอบบอกว่าทั้งสองชอบแกล้งกันไปกันมา แหย่กันไม่หยุด “เน็ต” เสริมด้วยว่าเพราะน้องน่าแกล้งก็เลยอดที่จะไม่แกล้งไม่ได้ มันเป็นการแสดงความรักในแบบฉบับของเขาที่ว่ารักใครก็อยากแกล้ง และทั้งคู่ก็ได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ว่ายังไง “เจเจ” ก็ขาด “เน็ต” ไม่ได้หรอก อย่างเช่นไปกินข้าวด้วยกันที่ญี่ปุ่น “เจเจ” ก็ลืมของเอาไว้ในร้านทันทีที่กินข้าวเสร็จ แต่ “เน็ต” ก็หยิบออกมาให้ และบอก “เจเจ” ว่า ถ้าไม่มีพี่จะอยู่ได้มั้ยเนี่ย เรียกได้ว่า “เจเจ” มีนิสัยเปิ่น ๆ โก๊ะ ๆ เรียกความน่าเอ็นดูไปได้เยอะเลย

( Mini Game : ชาติหน้า )

            ปิดจบ Mini Game ด้วยคำถามของชาติหน้ากับคำถามที่ว่า ถ้าชาติหน้ามีจริง ประโยคแรกที่จะพูดให้กับอีกฝ่ายคืออะไร โดยเริ่มจาก “เน็ต” ที่จะทักว่า ‘อ้าว เจอกันอีกแล้วหรอ’ ด้วยอารมณ์ที่ดีใจ และถ้ายิ่งจำกันได้อีกก็จะยิ่งดีใจ เพราะที่ผ่านมาก็ผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะมาก ส่วนคำตอบของ “เจเจ” ก็คือ ‘เห้ย ดีใจที่ได้เจอนะ แต่ทำไมเราไม่ลองไปเจอคนอื่นบ้างนะ’ ถึงแม้คำตอบจะติดกวน แต่ “เจเจ” ก็บอกว่าถ้าได้เจอกันจริง ๆ และจำกันได้ด้วยก็คงแปลกใจ แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองคนก็เรียกได้ว่าเหมือนเป็นพรหมลิขิตกันมาก่อนอยู่แล้ว เพราะก่อนที่จะได้มาเป็นพาร์ทเนอร์กันอย่างเป็นทางการ ทั้งคู่เคยเจอกันที่งานที่ “เน็ต”  ไปเดินแบบ และ “เจเจ” ก็เข้าร่วมงานนั้นด้วย ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายจะได้มาเป็นพาร์ทเนอร์กันแบบนี้

( กว่าจะได้เห็นภพเธอในทุกวันนี้ )

            สำหรับซีรีส์ภพเธอตั้งแต่ปล่อยไพลอตออกมาก็มีกระแสถล่มถลาย ทะลุสองล้านวิวในระยะเวลาไม่นาน แถมฟีดแบคจากผู้ชมทั้งเรื่องภาพ โปรดักชันก็คำชมมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้ ทั้ง “เน็ต-เจเจ” เรียกได้ว่าดีใจมาก ๆ ที่มีคนค้นพบพวกเขามากขึ้น สิ่งที่ทั้งคู่พยายามมามันไปถึงผู้ชมทุกคน ดีใจที่ทุกคนชอบในทุก ๆ พาร์ทของซีรีส์ภพเธอ ขอบคุณทั้งคนที่พึ่งมาค้นพบ และคนที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่แรก เพราะโปรเจกซีรีส์เรื่องนี้นานมาก ๆ กว่าจะสำเร็จให้ทุกคนได้เห็น “เน็ต” เล่าว่า ใช้เวลา 4-5 ปีเลย ทั้งพัฒนาการแสดง ต่อสู้กับหลาย ๆ เรื่องของภพเธอให้กับแฟนคลับ อีกทั้งยังมีอุปสรรคระหว่างการถ่ายทำเยอะมาก ทั้งน้ำท่วมสถานที่การถ่ายทำ ฝนตกหนักจนต้องเลื่อนการถ่ายทำ ต้องขอบคุณทีมงานทุกคนที่ทำให้ภพเธอในเวอร์ชั่นนี้ได้เฉิดฉาย ทุกคนทุ่มเทมาก ๆ กับซีรีส์ภพเธอ

( ผู้กำกับคนเก่งที่ทำให้ภพเธอสมบูรณ์แบบ ! )

          “เน็ต-เจเจ” ได้มาแชร์ความรู้สึกว่าได้ร่วมงานกับผู้กำกับคนเก่งอย่าง ‘ครูเด่น ภาณุวัฒน์’ เป็นอย่างไรบ้าง เริ่มที่คำตอบของ “เน็ต” ที่ว่า ครูเด่นเป็นคนที่เก่งมาก ๆ ตอนที่รู้ว่าได้พี่เด่นมากำกับก็ดีใจ เพราะเชื่อมั่นในฝีมือของพี่เด่น ผลงานจะต้องออกมาดีแน่ ๆ แต่เขาก็ดุตามประสาผู้กำกับอยู่แล้ว เสริมด้วย “เจเจ” ที่ว่า พี่เด่นทำให้มิติต่าง ๆ ที่ต้องนำเสนอในภพเธอถูกทำให้ครบ ดีเทลเยอะมาก ๆ รู้เลยว่าทำงานหนักมาก ๆ เป๊ะจนมั่นใจว่าไม่ดูถูกคนดูเลยแม้แต่น้อย ซึ่ง Final EP. ที่กำลังจะเกิดขึ้นก็อยากให้แฟน ๆ เตรียมตัวมาเจอกันที่งาน มีโชว์ มีเซอร์ไพร์สมากมายรอทุกคนอยู่ และทุกคนจะได้ดูตอนสุดท้ายไปพร้อม ๆ กันกับ “เน็ต-เจเจ” เพราะทั้งคู่ก็ยังไม่ได้ดูมาก่อนเช่นกัน เรียกได้ว่ารอส่งตัวละครกลับซีรีส์ไปพร้อมกับทุกคนเลย

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ

ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “เน็ต-เจเจ” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม

กับเกมชื่อว่า “พรจากดาว คราวภพรัก”

ในเกมนี้ “เน็ต-เจเจ” ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !

สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “เน็ต-เจเจ”

โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม  เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน

 

            สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เน็ต-เจเจ” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ "ภพเธอ ( Love upon a Time Series )" ทุกวันศุกร์ เวลา 21:30 น. ทางช่อง Workpoint 23 และเวอร์ชัน UNCUT ทาง iQIYI ด้วยน้าา

สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

 

album
efm
-

-