พ่อแฟนพาเข้าม่านรูดหวังล่วงเกิน โชคดีที่ตอนนั้นหนีออกมาได้ แล้วหลังจากนั้นพ่อแฟนก็ไม่ได้พูดอะไรกับเรา ตอนนี้ผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่แผลในใจยังไม่เคยหาย

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พ่อแฟนพาเข้าม่านรูดหวังล่วงเกิน โชคดีที่ตอนนั้นหนีออกมาได้ แล้วหลังจากนั้นพ่อแฟนก็ไม่ได้พูดอะไรกับเรา ตอนนี้ผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่แผลในใจยังไม่เคยหาย

29 พ.ค. 2026

พ่อแฟนพาเข้าม่านรูดหวังล่วงเกิน

โชคดีที่ตอนนั้นหนีออกมาได้

แล้วหลังจากนั้นพ่อแฟนก็ไม่ได้พูดอะไรกับเรา

ตอนนี้ผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่แผลในใจยังไม่เคยหาย

       ‘คุณน้ำหอม’ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 พฤษภาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และ หมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)’ เกี่ยวกับเรื่องที่ พ่อของแฟนเกือบจะล่วงเกิน โชคดีที่หนีออกมาได้ เรื่องผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่ยังเจ็บปวดในใจ

       ‘คุณน้ำหอม’ (นามสมมติ) อายุ อายุ 46 ปี ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่ติดค้างอยู่ในใจของเธอมานานกว่า 20 ปี เรื่องราวที่แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ความรู้สึกเจ็บปวดและหวาดระแวงก็ไม่เคยเลือนหายไปจากชีวิตของเธอเลย เธอเล่าว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงที่เพิ่งคบหากับแฟนและย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฝ่ายชายได้ประมาณหนึ่งปี วันหนึ่งคุณพ่อของแฟนมาเคาะประตูห้อง ก่อนจะบอกกับเธอว่าแฟนให้มารับไปหาที่ทำงาน ด้วยความที่ไว้ใจ เธอจึงนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ออกไปกับเขา

       แต่ระหว่างทาง พ่อของแฟนกลับพาเธอเลี้ยวเข้าไปในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ทั้งที่เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเล่าว่าแม้อีกฝ่ายจะยังไม่ได้ลงมือทำอะไร แต่พยายามฉุดกระชากและบังคับเธอให้อยู่ตรงนั้น ตอนนั้นเธอร้องเสียงดังมาก สุดท้ายเธอสามารถวิ่งหนีออกมาได้ และกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมากที่สุดคือหลังจากกลับมาถึงบ้าน พ่อของแฟนกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับเหตุการณ์ทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

       คุณน้ำหอมยอมรับว่าในช่วงเวลานั้นเธอยังอายุน้อยมาก และด้วยบริบทเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ทำให้เธอไม่กล้าพูดความจริงเรื่องนี้กับแฟนตรง ๆ เธอจึงเลือกเก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียว เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนก็จริงจังมากขึ้น ก่อนหน้านี้พ่อและแม่ของแฟนแยกทางกัน เดิมทีทุกคนอาศัยอยู่รวมกันในบ้านใหญ่กับญาติหลายคน เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มจริงจัง เธอกับแฟนจึงเริ่มวางแผนสร้างครอบครัวของตัวเอง และซื้อบ้านออกมาอยู่กันสองคน จนกลายมาเป็นบ้านหลังที่อยู่ในปัจจุบัน

       แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิด คือแฟนของเธอต้องการให้พ่อมาอยู่ด้วยในบ้านหลังปัจจุบัน แม้ในใจจะไม่อยากเผชิญหน้า แต่สุดท้ายเธอก็จำใจยอม เพราะไม่อยากให้แฟนลำบากใจ อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า เหตุการณ์ในวันนั้นไม่เคยหายไปจากความทรงจำเลยแม้แต่วันเดียว

       คุณน้ำหอมกล่าวว่า “เขาทำกับเราแบบนั้น แต่เหมือนในความรู้สึกของเขา เขาลืมมันไปหมดแล้ว”

       เธอเล่าว่าตลอดเวลาที่อยู่บ้านเดียวกัน เธอมักระแวงอยู่เสมอ เวลานอนก็ต้องล็อกประตูสองชั้นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม ปัจจุบัน พ่อของแฟนอายุมากขึ้นและเริ่มเจ็บป่วย ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่แฟนของเธอเองก็ประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นผู้พิการ แม้จะยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้บางส่วน แต่ก็ทำให้หลายอย่างในชีวิตยากขึ้นกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้ แฟนของเธอจึงมักฝากให้เธอช่วยพาพ่อไปหาหมอ หรือช่วยดูแลแทนอยู่เสมอ เธอยอมรับตรง ๆ ว่า ทุกวันนี้ที่ยังดูแลพ่อของแฟนอยู่ ก็เพราะความรักที่มีต่อแฟนล้วน ๆ เพราะเธอรู้ดีว่า ตอนนี้ครอบครัวของเขาเหลือกันอยู่เพียงสองคนพ่อลูกเท่านั้น

       สิ่งที่เธออยากรู้ คือเธอควรทำอย่างไรกับความรู้สึกของตัวเอง ควรทำใจอย่างไรเพื่อดูแลพ่อของแฟนต่อไป และสุดท้ายแล้วเธอควรบอกความจริงเรื่องนี้กับแฟนดีหรือไม่

       ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำแนะนำว่า “ไม่บอกค่ะ เพราะว่าเรารักแฟนเรา แล้วรู้ว่าถ้าหากเราบอกเรื่องนี้ไป แฟนของเราจะเสียใจแล้วก็มองหน้าพ่อไม่ติด ไหน ๆ เราเก็บมา 26 ปีแล้ว ก็ทำเพื่อแฟน ถ้าไหวนะคะ แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหว ก็บอกให้แฟนรู้ว่า เธอ เรามีความจริงเรื่องหนึ่ง แต่มันนานมาแล้ว แต่ ณ วันนี้ฉันไม่ได้อะไรนะ แค่อยากบอกให้เธอรู้ไว้ ส่วนเรื่องที่จะทำใจยังไงที่ต้องดูแลพ่อของแฟนต่อ เห็นแล้วโกรธ เห็นแล้วเกลียด ก็ลองจ้างคนอื่นมาดูแลแทน”

       ด้าน ‘ดีเจเติ้ล’ ให้ความเห็นว่า “อยากให้บอกความจริง แต่เรื่องนี้ก็อยู่ที่คุณน้ำหอมจะตัดสินใจ แต่คุณน้ำหอมต้องประเมินแฟนให้ออกว่า ถ้าพูดความจริงออกไปแล้ว ไม่ใช่ว่าหัวใจวาย เพราะมันก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ที่เขาควรต้องรู้ ส่วนคำถามว่าจะทำใจยังไงที่ต้องดูแลพ่ออยู่ อยากจะเชียร์ให้คนอื่นมาดูแล อย่าไปฝืนตัวเอง แต่ถ้าสุดท้ายแล้วมันไม่มีจริง ๆ ส่วนตัวคงอยากจะพูดกับพ่อตรง ๆ ว่า ไม่ได้ลืมนะในสิ่งที่เขาทำ นี่กำลังดูแลเพื่อแฟนของหนูนะ ทำให้เขารับรู้ว่าสิ่งที่เขาเคยทำมันผิด และควรรู้สึกผิด”

       ขณะที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้มุมมองว่า “จะทำยังไงให้ดูแลเขาได้ ไม่ต้องไปพยายามมาก ดูแลคนป่วยมันต้องอาศัยความพร้อมทางจิตใจของคนดูแลเหมือนกันนะ ถ้าจิตใจเราไม่พร้อม ก็ทำเท่าที่คนหนึ่งจะเมตตาต่อสิ่งมีชีวิตอีกคนหนึ่งได้ เพราะเราก็อดทนมาตั้ง 20 กว่าปีแล้ว ส่วนตัวเชียร์ว่าไม่ต้องฝืน รู้สึกยังไงก็ปฏิบัติตามนั้น ส่วนเรื่องจะบอกหรือไม่บอก ก็เหมือนกัน เก็บมาได้ตั้ง 20 กว่าปีแล้ว ถ้ายังไม่มีจังหวะที่เหมาะกว่านี้ ก็อาจเก็บไว้ก่อน ไม่แน่วันหนึ่ง ถ้าพ่อเขาไม่อยู่แล้ว อาจมีโอกาสได้คุยกัน แต่ถ้าวันนี้สถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ ส่วนตัวรู้สึกว่าที่ประคองกันมาได้ก็เก่งมากแล้ว แต่ถ้ามันไม่ไหวจริง ๆ ก็หาคนมาช่วยแบก นั่นก็คือสามี มันจะทำให้เราเบาลง”

       ปิดท้ายด้วย ‘หมอท็อป’ ที่ได้ให้คำแนะนำในด้านของสุขภาพจิตไว้อย่างลึกซึ้งว่า “คำถามที่สำคัญที่สุด คือเราจะดูแลจิตใจตัวเองอย่างไรก่อน เพราะคนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ มันเป็นบาดแผล ถึงแม้จะผ่านมา 26 ปีแล้ว หรือแม้จะผ่านไป 40 – 50 ปี มันก็ยังสามารถทำให้รู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานได้ ยิ่งเป็นคนในครอบครัว บาดแผลมันยิ่งลึก เพราะเราต้องเจอกันอยู่ทุกวัน ดังนั้นความรู้สึกแย่มันเป็นเรื่องปกติมาก และสิ่งสำคัญคืออย่าโทษตัวเอง บางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองผิด แต่จริง ๆ แล้วเราคือเหยื่อ เราไม่ได้ทำอะไรผิด ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว และต้องขอบคุณตัวเองที่ประคองชีวิตมาถึงตรงนี้ได้

       ความรู้สึกแย่ก็คือแย่ ไม่จำเป็นต้องฝืนว่าโอเค เพราะยิ่งกดไว้ มันจะยิ่งทรมาน ถ้าชาตินี้ยังให้อภัยไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะบางครั้งการถูกบังคับให้ให้อภัย มันอาจทำให้เราเจ็บกว่าเดิม ส่วนคำถามว่าจะบอกแฟนดีไหม ก็บอกเมื่อรู้สึกว่าจำเป็นต้องบอก บอกตอนที่เราอยากบอกจริง ๆ ไม่ใช่ตอนที่ถูกคนอื่นกดดันให้บอก”

       รายการ พุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้คุณน้ำหอม และไม่ว่าคุณน้ำหอมจะสามารถก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดนี้ได้หรือไม่ แต่หวังว่าคุณน้ำหอมจะเข้มแข็งอย่างที่เคยเป็นมาและเข้มแข็งมากขึ้นในอนาคต พวกเราจะส่งกำลังใจให้คุณน้ำหอมเสมอนะคะ 

 เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเลิกกับแฟนไปแล้ว กลับรู้สึกว่าสบายตัว สบายใจจังเลย แต่ก็แอบคิดถึงเพราะเขาเป็นคนเกาหลีที่หล่อมาก

12 ธ.ค. 2025

หนูเลิกกับแฟนไปแล้ว กลับรู้สึกว่าสบายตัว สบายใจจังเลย แต่ก็แอบคิดถึงเพราะเขาเป็นคนเกาหลีที่หล่อมาก

หนูเลิกกับแฟนไปแล้ว กลับรู้สึกว่าสบายตัว สบายใจจังเลยแต่ก็แอบคิดถึงเพราะเขาเป็นคนเกาหลีที่หล่อมากก่อนที่จะเลิกกัน หนูทำงาน Dancer ของหนูแล้วแฟนชาวเกาหลีคนนี้ขี้หึงมากกก เขาห้ามหนูส่งยิ้มให้ลูกค้าแล้วเวลาคบกัน จะต้องวิดีโอคอล คุยกันเกือบ 24 ชั่วโมงคุยกันตลอดเวลา และ เขาก็ขี้หึงแบบไม่มีเหตุผลเลยตอนนี้หนูเลิกกับเขามาแล้ว แต่ลึกๆก็คิดถึงเขาค่ะ “คุณปาล์ม (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นเลิกกับแฟนมาได้ 5 วัน เพราะรู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องมาคอยรับโทรศัพท์ตลอดเวลา แต่ใจลึก ๆ ก็ยังแอบคิดถึงเขา โดย “คุณปาล์ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แฟนหนู อายุ 22 ปี คบกันมาได้ 1 ปีแล้ว คือหนูรู้สึกสับสนในตัวเอง แฟนหนูเป็นคนเกาหลี เขาจะชอบบอกว่า วัฒนธรรมบางอย่างมันไม่เหมือนกัน หนูกับแฟนจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาจะมาหา 3 เดือนครั้ง ตอนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เวลานอนเขาชอบวิดีโอคอล ต้องเปิดกล้องกันตลอด ถ้าสายตัดต้องรีบโทรกลับมา เพื่อดูว่าหนูนอนคนเดียวไม่นอนกับใคร คือหนูเป็นแดนซ์เซอร์ ทำงานกลางคืน หนูกับแฟนเจอกันที่ผับ พอเจอกันแล้วก็รู้สึกชอบกันเลยได้ตกลงคบกัน แรก ๆ เขาก็เข้าใจงานของหนู ว่าต้องคุยกับลูกค้าบ้าง แต่หลัง ๆ เขาหึงหนู เริ่มห้ามไม่ให้คุย ไม่ให้ยิ้ม กับลูกค้าเพราะเขาหวง จนมีอยู่วันหนึ่งเขามาเซอร์ไพรส์ที่ผับ ตอนนั้นหนูกำลังยิ้มเล่นเกมกับลูกค้า เขาก็เข้ามาบอกเห็นหมดแล้วนะ หนูเลยบอกเขาว่า หนูขอโทษคือหนูเมาเลยเผลอยิ้มให้ลูกค้า พอเขากลับประเทศไปก็เหมือนเดิม คือต้องโทรหากันตลอดเวลา แต่อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็มาบอกว่าเราเลิกกันเถอะ หนูก็ยื้อเขาไว้แต่เขาก็ไม่ฟังบอกจะเลิก วันนั้นหนูเลยไปกินเหล้าหนักมากแล้วไปนอนบ้านเพื่อนต่อ เขาทักมาแต่หนูไม่ได้ตอบเพราะเมาจนหลับไป เขาก็ทักไปหาเพื่อนหนูทุกคน ถามว่าหนูอยู่ที่ไหน สรุปก็ทักมาบอกเลิกหนูอีกรอบ เพราะบอกว่าหนูไปนอนบ้านเพื่อน ที่ประเทศเขาไม่มีแบบนี้นะ เหตุผลที่เขาบอกเลิกหนู เขาบอกว่าไม่อยากจะต้องมาคอยหึง หรือคอยทะเลาะด้วย พอเลิกกันมาได้ 5 วัน หนูแฮปปี้มาก คือมันนอนได้เต็มอิ่ม แต่เขาก็ยังโทรมาหาบ้าง มีจะบินมาหาบ้าง แต่หนูก็บอกไม่ต้องมาไม่ว่างเจอ เขาก็ประชดหนูว่ามีคนอื่นแล้วใช่มั้ย คือตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดีกัน แต่เขาก็ชอบคิดเองว่าเราดีกันแล้ว ปัญหาของปาล์มที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ หนูจะทำยังไงกับความรู้สึกตัวเองดีคะ? คือตอนเลิกกันหนูก็สบายใจ ที่ไม่ต้องคอยรับสายเขา แต่อีกใจก็ยังคิดถึงเขาอยู่ เพราะเวลาเขามาง้อแล้วเขาหล่อดี’ เริ่มด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เราทำงานหาเงิน เป้าหมายหลักคือเงิน ถ้าเขาจะเข้ามา ต้องเข้ามาเติมเต็ม ไม่ใช่เข้ามาเป็นภาระ หน้าหล่อ ๆ ของเขาไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้น รอยยิ้มของเราต้องเอาไว้หาเงิน จำไว้แล้วบอกเขาไปเลยว่าชีวิตเราเป็นแบบนี้ ถ้าไม่เชื่อใจอยู่ไม่ได้ก็ไปหาคนอื่นเลย ถ้ารอบนี้เรายอมเขาอีก เราจะยอมเขาไปตลอด ชีวิตคู่มันต้องหล่อโดยนิสัย ยิ่งเราทำงานแบบนี้ ผู้ชายต้องเข้าใจเรามาก ๆ ต้องสอนให้รู้บทเรียน คำว่าเลิกไม่ใช่จะพูดได้บ่อย ๆ’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าจะให้เขากลับมา เราต้องต้องเชิ่ดเลย การเมืองมันเปลี่ยนขั้วแล้ว พูดให้เคลียร์เลยว่างานคืออะไร อะไรที่ให้ได้หรือไม่ได้ เราต้องเป็นฝ่ายที่คอนโทรลเขา คนที่หล่อแล้วดีมีอีกเยอะ ถ้าเขากลับมาชีวิตเราต้องได้นอนเต็มอิ่ม ไม่ใช่กลับไปเป็นแบบเดิม’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ณ วันแรกที่คบกันเขาเข้าใจเรา ไม่ได้ขออะไรมาก ให้เขาเป็นคนเดิม เหมือนในวันที่เข้ามาจีบเรา ถ้าเขาเป็นคนภายใต้บังคับบัญชาของเราได้ ก็ให้โอกาสเขา คุมอำนาจให้อยู่’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนสนิทที่คบมา 40 ปี ขอให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขา และอยากได้อสุจิสามีเราไปทำ GIFT จะปฏิเสธก็รู้สึกผิด ควรทำยังไงดี?

24 เม.ย. 2026

เพื่อนสนิทที่คบมา 40 ปี ขอให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขา และอยากได้อสุจิสามีเราไปทำ GIFT จะปฏิเสธก็รู้สึกผิด ควรทำยังไงดี?

เพื่อนสนิทที่คบมา 40 ปีขอให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขาและอยากได้อสุจิสามีเราไปทำ GIFTจะปฏิเสธก็รู้สึกผิด ควรทำยังไงดี? ‘คุณองศา (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนสนิทที่คบกันมานานอยากมีลูก แต่ไม่มีสามี จึงมาขอจดทะเบียนสมรสกับสามีของเราเพื่อจะไปทำ GIFT ‘คุณองศา (นามสมมุติ)’ อายุ 47 ปี ได้เล่าว่า “เพื่อนสนิทของเราให้ชื่อว่า ‘คุณเอ (นามสมมุติ)’ อยากให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขา ด้วยเหตุผลเพราะเขาอยากมีลูก องศากับเอเป็นเพื่อนกันมา 40 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่อนุบาล จนโต และแยกย้ายไปมีครอบครัวของตัวเอง ครอบครัวของเราก็ปกติดี มีลูก 2 คน ลูกชายคนโตเรียนอยู่ระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ส่วนคนเล็กเป็นลูกหลง ตอนนี้เพิ่งจะ 5 ขวบ ซึ่งเราก็จดทะเบียนสมรสกับสามีมาตั้งแต่ต้น ส่วนทางฝั่งคุณเอกับสามีหย่าร้างและยังไม่มีลูก แม่ของคุณเออยากมีหลาน แต่คุณเอไม่มีพี่น้องคนอื่น ๆ เลย และยังไม่มีสามีใหม่ จึงมีให้ไม่ได้ 2-3 ปีหลังนี้ คุณเอมาบ่นให้ฟังว่าอยากหาลูกเขยให้แม่ เคยมีคบผ่าน ๆ บ้าง แต่ไม่ได้จริงจัง พอถึงตอนที่เราคลอดลูกคนเล็ก เขาก็มาพูดกับเราว่า ลูกเราน่ารักจัง อยากขอไปเลี้ยง แต่เรากับสามีก็ไม่ให้ ปีนี้คุณเอได้มีการไปฝากไข่ และแม่ของคุณเอก็มาคุยกับองศาว่า “ให้สามีองศามาจดทะเบียนกับเอได้มั้ย เพื่อที่จะไปทำ GIFT จะต้องใช้เอกสารทะเบียนสมรส และอสุจิ" ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยขอให้เราอุ้มบุญให้ แต่เราก็ไม่สามารถทำได้ เพราะอายุก็มาก และเราก็ทำหมันแล้ว เขาจึงมาขอสามีเราไปช่วยเรื่องการทำ GIFT แทน คุณแม่ของเขามาขอกับสามีเราโดยตรงว่าอยากให้ไปจดทะเบียนกับคุณเอ หลังจากนั้นสามีก็มาถามเราว่า “องศากับเพื่อนสนิทกันขนาดไหน ทำไมเขาถึงมาขอผมขนาดนี้” เราตอบว่าก็สนิทกันนะ องศาถามสามีกลับว่า “คุณคิดว่าไง?” สามีตอบว่า “แล้วแต่คุณ” เราก็งง แล้วถามกลับว่า “อ้าว แล้วคุณยอมหรอ ถ้าจะทำจริง ๆ คือเราต้องหย่ากันก่อน คุณถึงจะไปจดทะเบียนกับเอได้” ซึ่งเราก็รู้ว่าขั้นตอนมันก็ยุ่งยาก นอกจากนี้ทางคุณเอยังบอกเราอีกว่า "อยากเรียกร้องอะไรก็ได้เลยนะ" สำหรับเรามองว่าถ้าเราจะช่วยจริง ๆ มันเป็นเพราะน้ำใจ ไม่จำเป็นต้องไปเรียกร้องอะไรจากเขา แต่ทำไมฝั่งนั้นถึงพูดแบบนี้ ส่วนเรื่องอสุจิแม่ของเอก็มาถามว่า "ขอใช้ของสามีเราได้มั้ย" ทำให้เรารู้สึกแปลก ๆ ล่าสุดหลังจากที่คุณเอไปฝากไข่ เขาก็มาบอกกับเราว่าเขาไปตรวจร่างกาย-ตรวจผนังมดลูกมาเรียบร้อยแล้ว ประมาณว่าเขาพร้อมแล้ว ฝั่งเราพร้อมหรือเปล่า เราเลยคิดว่าต่อให้เอไม่ได้เป็นคนมาพูดขอสามีเราเอง แต่เขาก็น่าจะเห็นด้วยกับที่แม่เขาทำ แต่เราก็ตอบไปว่า “เธอก็เคลียร์ตัวเองก่อน ส่วนเรื่องสามีเรา เรายังไม่ตัดสินใจ” ซึ่งจริง ๆ ในใจเราก็ไม่อยากช่วย แต่เราก็สนิทกันมากขนาดนี้ เราจะปฏิเสธอย่างไร เราเคยคิดว่า ถ้าให้อสุจิสามีไป แล้วลูกออกมาหน้าเหมือนกัน 3 คน ลูกเรา และลูกเขา จะเป็นอย่างไร เพราะมาจากสามีเราทั้ง 3 คน จึงอยากโทรมาปรึกษาดีเจทั้งสามว่า ถ้าเราไม่เห็นด้วยกับเอ แล้วปฏิเสธไป จะผิดมั้ย เพราะเราเป็นเพื่อนสนิทกันมานานมากขนาดนี้ เราจะปฏิเสธไม่ช่วยเหลือเพื่อนยังไง” เริ่มด้วย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า “ที่เขาทำมันผิดกฎหมาย เพราะเป็นการจดทะเบียนใหม่เพื่อไปทำ GIFT เท่านั้น มันเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง เราต้องล้างความเป็นครอบครัวของเรา แค่เพื่อที่จะช่วยให้เขามีลุ้นว่าจะมีลูกได้หรือเปล่า แล้วถ้ามีได้ มรดกสามีต้องเป็นของใคร? ตามกฎหมาย ก็ต้องเป็นของลูกคุณเอด้วยนะ ถ้าเขาไม่ยอมหย่ากับสามีคุณองศาจะทำยังไง หรือถ้าหย่า สังคมสงเคราะห์ก็จะเข้ามาตรวจสอบว่าเด็กสามารถอยู่กับแม่คนเดียวได้มั้ย ถ้าไม่ได้ต้องทำยังไง มันจะมีเรื่องอีกมากมายเลยที่จะเข้ามา เรื่องนี้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่แม่ของคุณเอคิด หรือหาวิธีแก้ปัญหาอื่น ลองหาคนที่บริจาคเชื้ออสุจิแทน หรือถ้าอุ้มบุญก็ต้องเป็นญาติสายตรงเท่านั้น” ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าคุณองศาคิดว่า การที่เราไม่ช่วยแล้วรู้สึกผิด ตัดตรงนี้ออกได้เลย เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาขอกัน มันขอกันไม่ได้ ตอนนี้ครอบครัวคุณองศามีความสุขดี แต่ถ้าไปช่วย มันจะมีปัญหาอะไรเข้ามามากมายเลย ไม่ต้องลังเล ปฏิเสธได้เลย” ปิดท้ายด้วย “ดีเจพี่หอม” ให้ความคิดเห็นว่า “ไม่ช่วยก็ได้ ไม่น่าเกลียด ไม่ผิด ขอเสริมนิดหนึ่งว่า อย่าให้ความหวังเขา บอกไปตรง ๆ ว่ามันไม่ได้ แนะนำวิธีอื่นไปค่ะ ติดต่อคนอื่นที่พร้อมไป ไม่ใช่สามีเรา ถึงแม้เขาจะไม่ได้มีเจตนาแย่งสามีเราก็ตาม แต่มันจะมีปัญหาแน่ ๆ มันจะยุ่งเหยิง แต่ก็แปลกนะที่สามีคุณองศา ไม่โวยวายอะไร และยอมที่จะตามใจคุณองศาเลย ไม่ว่าจะให้เขาหย่าไปจดทะเบียนกับเอหรือเปล่า”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ไปทำงานที่ต่างประเทศอยู่กับแฟน แรกๆไม่มีปัญหาอะไร มีน้องที่รู้จักมาเที่ยวหาเราที่บ้าน ตอนแรกปรึกษาเราว่า เขามีคนรู้จักที่มีลูก อายุเท่าๆลูกของพี่เลย แล้วสามีเขามีชู้ เราก็ให้คำปรึกษาไปไม่ได้คิดอะไร หลังจากนั้นอีก 1 อาทิตย์ น้องคนเดิมมาหาที่บ้าน

22 ก.ค. 2025

ไปทำงานที่ต่างประเทศอยู่กับแฟน แรกๆไม่มีปัญหาอะไร มีน้องที่รู้จักมาเที่ยวหาเราที่บ้าน ตอนแรกปรึกษาเราว่า เขามีคนรู้จักที่มีลูก อายุเท่าๆลูกของพี่เลย แล้วสามีเขามีชู้ เราก็ให้คำปรึกษาไปไม่ได้คิดอะไร หลังจากนั้นอีก 1 อาทิตย์ น้องคนเดิมมาหาที่บ้าน

ไปทำงานที่ต่างประเทศ อยู่กับแฟน แรกๆไม่มีปัญหาอะไร มีน้องที่รู้จักมาเที่ยวหาเราที่บ้านตอนแรกปรึกษาเราว่า เขามีคนรู้จักที่มีลูก อายุเท่าๆลูกของพี่เลย แล้วสามีเขามีชู้เราก็ให้คำปรึกษาไปไม่ได้คิดอะไร หลังจากนั้นอีก 1 อาทิตย์ น้องคนเดิมมาหาที่บ้านแล้วตัดสินใจบอกเราว่า เรื่องที่เคยปรึกษา คือเรื่องของพี่เองนะ สามีพี่มีอะไรกับน้องที่ทำงานเขาเพื่อนๆร่วมงานก็รู้ แต่ไม่มีใครกล้าพูด หลังจากนั้นเราก็สืบ และ รู้ว่าสามีไม่ได้นอกใจแค่คนเดียวแต่มีอะไรกับผู้หญิงอื่นอีก 4-5 คน โดยไม่ป้องกันเลย ตอนนี้เรารู้สึกรังเกียจตัวเองมากๆแต่ก็จำเป็นต้องอยู่กับเขาต่ออีก 2 ปี เพื่อรอเอาสัญชาติของลูกที่นั่นอยู่เพื่ออนาคตที่มั่นคงของลูก ทั้งๆที่หัวใจตัวเองเจ็บเหลือเกิน “คุณฟ้า (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [16 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจตู่ภพธร” เกี่ยวกับปัญหาจับได้ว่าสามีมีชู้ แต่ตอนนี้เราอยู่กับสามีที่ออสเตรเลีย โดย “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนมีลูกกัน ลูกอายุประมาณ 4 ขวบ แฟนกับหนูอยากย้ายไปอยู่ต่างประเทศเพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ต่างประเทศด้วยเงินของทางครอบครัวฝ่ายหนู ซึ่งแฟนเป็นคนมาที่ต่างประเทศก่อน และตอนนี้กำลังหาโรงเรียนอยู่เพราะลูกต้องเข้าโรงเรียนปีหน้า หลังจากนั้นหนูก็รอวีซ่าประมาณ 6 เดือนถึงได้ตามไป ดำเนินชีวิตมาเรื่อย ๆ จน 3 ปีกว่า หนูเองทำงานพอได้ค่าขนมกรุบกริบเล็กน้อย พอจ่ายแค่ค่า nursery เฉย ๆ ส่วนแฟนก็ทำงานอยู่ร้านอาหารร้านหนึ่ง เขาเป็นคนที่ตั้งใจทำงานดีทุกอย่าง ตั้งใจเลี้ยงลูก เป็น Family Man ดูแลเรา ซึ่งสังคมแฟนในที่ทำงานเพื่อนเขาก็กลายเป็นเพื่อนเราด้วย และด้วยความที่อยู่ต่างประเทศจะเป็นการแชร์บ้านกันอยู่กับเพื่อนคนไทยด้วยกัน ซึ่งคนที่มาแชร์อยู่ด้วย มีบางคนที่ทำงานอยู่ที่เดียวกันกับสามีหนูด้วย จนอยู่มาวันหนึ่งน้อง ๆ ที่รู้จักได้มาเล่นกับเรา แล้วสักพักเขาก็เริ่มเกริ่น ๆ กับเรามาประมาณว่า “พี่หนูอยากมาปรึกษา คือหนูสนิทกับทั้งฝ่ายหญิงและชาย เขาเป็นครอบครัวที่มีลูกรุ่นราวคราวเดียวกันกับพี่แหละ แล้วหนูรู้มาว่าเขานอกใจแฟนเขา พวกหนูเคยเตือนไปแล้วรอบนึง เขาก็เลิกลากันไปแต่ก็ดันกลับไปคบกันอีก” ซึ่งเรื่องที่น้องเอามาปรึกษา เขาบอกหนูว่าเป็นเรื่องของคนอื่น แล้วยังปรึกษาหนูเพิ่มอีกว่า “หนูจะทำยังไงดี บอกผู้ชายก่อนดีไหมหรือควรบอกฝ่ายหญิงไปเลย ถ้าพวกหนูบอกไปแล้วพวกหนูจะเป็นหมาไหม” หนูเลยได้แต่ให้คำแนะนำน้องเขาไปว่า “เออ ถ้าเขาจดทะเบียนแล้วก็ฟ้องชู้กันไปหรือถ้าเขายังไม่จดทะเบียนอาจจะยากหน่อย ส่วนเรื่องหมาหรือไม่หมา เราไม่ต้องไปใส่ความเห็นอะไรว่าให้เขาเลิกหรือไม่เลิก แค่บอกรายละเอียดที่เรารู้ก็พอ ให้เขาไปจัดการเรื่องในครอบครัวของเขากันเอง” อยู่มาวันหนึ่งน้อง ๆ เขาก็ได้มาเฉลยกับหนูว่า “เรื่องที่พวกหนูปรึกษาพี่ไป จริง ๆ มันเป็นเรื่องของพี่ และเขานอกใจตั้งแต่พี่ยังไม่มาที่นี่” แต่น้อง ๆ เขาก็จัดการให้เขาเลิกยุ่งกันแล้ว แต่ทีนี้น้อง ๆ ดันจับได้อีก เลยทนไม่ไหวเขาเลยอยากมาบอกหนู ที่ช็อคไปกว่านี้คือ คนที่เขานอกใจไปหาคือคนที่หนูรู้จักด้วย ซึ่งพอหนูรู้เรื่องนี้วันนั้นหนูก็รอให้เขากลับมาบ้านและได้ถามความจริงอย่างตรงไปตรงมาเลย ตอนแรกเขาก็เงียบ ไม่ได้ตอบอะไร แต่หนูก็เค้นเขาไปเรื่อย ๆ ว่า “นอกใจกัน มีอะไรกันไหม” จนเขายอมรับออกมาว่าเขานอกใจและเคยมีอะไรกันด้วยจริง ๆ หลังจากที่หนูรู้เรื่องนี้หนูก็ให้โอกาสเขาพูดอีกครั้งว่า “ตั้งแต่ที่มาเหยียบออสเตรเลียมีอะไรอีกไหมที่จะพูด” แต่เขาก็ไม่ยอมพูด บอกแค่ว่ามีแค่นี้ แต่น้อง ๆ ก็ยังมาบอกเพิ่มอีกว่า “พี่ มันไม่ใช่แค่นั้น ไม่ใช่แค่คนนี้คนเดียว” และตั้งแต่แฟนหนูมาเหยียบออสเตรเลียอาทิตย์แรก เขาก็ไปมีคนอื่นเลย และเท่าที่หนูดูมาจากหลักฐานก็ประมาณ 4-5 คนเลย จริง ๆ เรื่องนี้พึ่งเกิดมาประมาณ 4-5 วันมานี้ ตอนนี้หนูยังคงปล่อยเบลออยู่ คือหนูไม่โอเคนั่นแหละ แต่หนูไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี หนูยังตัดสินใจไม่ได้เพราะว่าเงินที่ฝ่ายครอบครัวหนูให้มาไม่ได้แปลว่าเขาจะให้หนูเลย มันเป็นเงินที่หนูยืมครอบครัวมา ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปี หนูคิดว่าเงินที่ยืมมาน่าจะเป็นจำนวนเงินล้านกว่าบาทแล้ว และไม่ได้ใช้หนี้เลยเพราะว่ายังอยู่ในช่วงของวีซ่านักเรียน เราต้องเอาไปจ่ายค่าเทอม และสิ่งที่หนูอยากปรึกษาคือ หนูจะอยู่ต่อดีไหมเพื่อให้ลูกหนูได้วีซ่า’ โดย “ดีเจตู่ภพธร” ได้ให้คำว่าปรึกษาว่า ‘ใจผมถ้าด้วยความที่เราเป็นแม่แล้ว ให้เอาลูกก่อน เอาลูกเป็นหลัก เรามีเป้าหมายของเราแล้ว เราอย่าให้คน ๆ นึงมาทำลายการที่เราจะสร้างโอกาสให้กับลูก และเรื่องความช้ำใจพี่ตู่มองว่า ความช้ำใจอยู่ที่ไหนมันก็ยังช้ำหรือเปล่า ถ้าในกรณีที่เราไม่ได้ทำงานก็อยากจะแนะนำแบบนี้ แต่ถ้าวิธีอื่นก็อาจจะแยกกันอยู่ แต่ว่าเวลาส่งข้อมูลเรื่องของการขอสัญชาติก็ทำส่งด้วยในฐานะที่เขาก็เป็นพ่อที่อยากให้ลูกได้สัญชาติด้วยเหมือนกัน คือผมไม่แน่ใจว่าจะมีวิธีไหนหรืออย่างไร แต่จากที่ฟังมันดูเหมือนกับว่ามันก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ง่ายสำหรับคุณฟ้า อยากให้อยู่แล้วใช้ชีวิตของเราด้วย เพราะสุดท้ายถ้าแยกกัน เราก็ตัวคนเดียว ไม่ว่าจะอยู่เมืองนอก อยู่ไทย หรืออยู่ที่ไหนบนโลกมันก็ยาก คุณฟ้าก็ต้องเป็น single mom อยู่ดี และผมมองว่าเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณฟ้ามากกว่าด้วย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ถ้าเอาสถานการณ์ตอนนี้ สำหรับพี่ พี่อยากให้ฟ้าทำอะไรที่จะทำให้ฟ้ามีความสุขมากกว่า พอนึกออกแหละว่าคนที่บอกว่า “เฮ้ย เลือกลูกก่อนสิวะ ทนหน่อยได้ไหม 2 ปี ให้ลูกได้วีซ่า” แต่สำหรับพี่พี่รู้สึกว่า มันจะไม่มีวิธีอื่นจริง ๆ ใช่ไหม เพื่อให้ลูกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยที่เราไม่ต้องทนอยู่กับผู้ชายแบบนี้ ตอนนี้มันคือเรื่องมันพึ่งเกิด พี่ไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไง มันขึ้นอยู่กับตัวฟ้าเองว่ารู้จักผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน แต่เอาจริง ๆ พี่ว่าฟ้าก็คงไม่ได้รู้จักเขาจริง ๆ หรอก เพราะถ้ารู้จักเขาจริง ๆ ฟ้าน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาเป็นคนแบบนี้ พี่เลยอยากแนะนำให้ฟ้าลองดูวิธีอื่นก่อนไหม ถ้ายังไม่ต้องกลับ มันจะมีวิธีอื่นอีกไหมที่จะทำให้ชีวิตลูกของฟ้าดีขึ้นได้ โดยที่ไม่ต้องทนอยู่กับผู้ชายคนนี้ หรือไม่ก็อาจจะแยกกันอยู่เลย แต่ยังไงผู้ชายคนนั้นมันก็ต้องเลี้ยงลูกด้วยนะ เขาต้องมีความเป็นพ่อที่จะต้องรับผิดชอบลูกคนนี้อยู่ เพียงแต่ว่าไม่อยากให้เขาต้องมาเป็นหลักสำคัญในชีวิตเพียงแค่ฟ้าต้องการวีซ่าให้ลูกเฉย ๆ เพราะถ้าถึงฟ้าจะดูแลตัวเองได้ เลี้ยงลูกได้ แต่มันต้องเหนื่อยมาก ๆ เลยนะที่เมืองนอกในการที่ต้องเลี้ยงลูกไปด้วย ท้ายที่สุดถ้ามันไม่ได้จริง ๆ แล้วฟ้ายอมให้ตัวเองทุกข์ระทมตอนนี้เพื่ออนาคตของลูก พี่ก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตมันจะดีจริงไหม จะโอเคหรือเปล่า เพราะว่าฟ้าคิดไว้แล้วว่าลูกจะดีถ้าอยู่ที่นู้น และแน่นอนอยู่แล้วมันดีกว่าเมืองไทยจริง ๆ พวกสวัสดิการต่าง ๆ เพียงแต่พี่ไม่แน่ใจว่า ถ้าฟ้าต้องแลกความสุขของชีวิตตอนนี้เพื่อให้ลูก มันจะดีไหม เพราะมันก็เป็นอนาคตที่ค่อนข้างไกลเหมือนกัน พี่ไม่ได้อยากจะบอกให้ฟ้าทิ้งเลย แต่ฟ้าต้องถามตัวเองดี ๆ เพราะมันพึ่งเกิดขึ้น และต้องดูปัจจัยหลัก ๆ อย่างแฟนคุณฟ้าด้วยว่าเขาเป็นคนยังไง มั่นใจได้ใช่ไหม และถ้าสมติดูแล้วว่าผู้ชายคนนี้ยังรับผิดชอบลูกอยู่ ก็น่าจะไปแตะในเรื่องของเงินได้ด้วย เพราะอย่างน้อยฟ้าต้องใช้เงินในการเลี้ยงดูลูก’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘โอเคแยกห้องนอน แต่ต้องคุยกันว่าสถานะตอนนี้เราจะเป็นแค่พ่อและแม่ ไม่ใช่สามีภรรยาแล้ว เธออยากมีใครเธอมีเลย ฉันจะมีใครเรื่องของฉันนะ เพราะมันคือความ รับผิดชอบลูก เป้าหมายของเราคือแค่ต้องการสัญชาติให้กับลูก ฉะนั้นเธอใช้ชีวิตแบบนี้ เราจะใช้ชีวิตแบบนี้นะ และพี่รู้สึกว่าฟ้าจะต้องหางานทำแล้วจ้างคนเลี้ยงลูกหรือถ้าจ้างไม่ไหว อาจจะต้องรอปีหน้า ต้องคุยกับเขาว่าเราจะ support อะไรซึ่งกันและกันบ้าง เขาต้องรับผิดชอบดูแลอะไรบ้าง และระหว่างนี้หนูหาสามีใหม่รอเลย ถ้าหนูอยากได้สัญชาติ มันจะเร็วกว่าด้วย และสมมติถ้าเราทนไม่ได้แล้วให้เอาลูกกลับไทยเลย ช่างสัญชาติไปเลย ปัดแอปหาคู่เลย มันไม่ได้ปิดกั้นขนาดนั้น สุดท้ายก็คืออยากให้คุยกันเลยในฐานะพ่อแม่ว่าจะรับผิดชอบลูกอย่างไร จะรับผิดชอบไปถึงเมื่อไหร่ แต่ยังไงฟ้าต้องเตรียมแผน B ของตัวเองไว้ด้วยนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คือสงสัยอะค่ะ เวลาเราให้ของขวัญใครสักคน ทำไมถึงไม่แกะกันหรอคะ? เราให้ของขวัญพี่ที่ทำงานไป ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆแล้วเขายังไม่แกะเลย แล้วทุกคนเวลาได้ของขวัญจากใครสักคน จะแกะเลยไหมคะ

05 มี.ค. 2024

คือสงสัยอะค่ะ เวลาเราให้ของขวัญใครสักคน ทำไมถึงไม่แกะกันหรอคะ? เราให้ของขวัญพี่ที่ทำงานไป ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆแล้วเขายังไม่แกะเลย แล้วทุกคนเวลาได้ของขวัญจากใครสักคน จะแกะเลยไหมคะ

“คุณเฟย์(นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 ก.พ. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ กับปัญหาที่ให้ของขวัญพี่ในทีม แต่ผ่านมาหลายเดือนแล้ว เขายังไม่แกะของขวัญเลย โดย ​“คุณเฟย์(นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘เฟย์เป็นคนที่ชอบเลือกของขวัญหรือชอบเขียนการ์ด แล้วในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมามันก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะให้ของขวัญ ซึ่งเฟย์ก็จะให้ของขวัญกับคนที่เรารู้สึกว่า เราอยากขอบคุณเขาในปีที่ผ่านมา แล้วหนึ่งในนั้นคือทีมที่เราทำงานด้วย ก็เลยซื้อของขวัญให้กับคนในทีม เพราะเรารู้สึกว่าทีมที่ทำงานด้วยกันตอนนี้น่ารักมากในทีมมีกันอยู่ประมาณ 5 คน คือจริง ๆ เป็นบริษัทใหญ่แต่ว่าทีมที่สนิทกันคือทีมนี้ พอผ่านมาประมาณ 1 เดือน ก็มีช่วงวาเลนไทน์ เฟย์ก็เอาของขวัญไปให้เพื่อนในทีมอีก ปกติตอนแรกในทีมจะมีกันอยู่ 3 คน ทุกคนก็จะแลกของขวัญกันอยู่แล้ว พอมีเป็น 5 คนเฟย์ก็ให้ของขวัญ แล้วมีพี่ในทีมเล่าให้ฟังว่า เนี่ย ๆ มีอะไรจะสารภาพ คือคนนี้ยังไม่เปิดของขวัญปีใหม่ของเฟย์เลย ซึ่งมันผ่านมา 1 เดือนแล้ว เฟย์ก็คิดว่า เฮ้ย มันมีคนแบบนี้ด้วยหรอ คนที่ยังไม่แกะของขวัญ ถ้าเป็นกลุ่มเพื่อน เฟย์ก็คือเห่อของที่ได้มาแล้วแกะเลย ช่วงแรกที่เฟย์รู้ ก็รู้สึกเฟล ๆ ไปนิดนึงว่าผ่านไปเป็นเดือนแล้วทำไมไม่แกะสักที แต่ก็มาคิดดูว่า ความตั้งใจของเราที่อยากให้เขามันสำเร็จแล้ว เขาจะไปทำอะไรมันก็เรื่องของเขา ตอนนี้อยากชวนคุย Topic ว่า ทุกคนได้ของขวัญมาแล้วแกะกันเลยไหม? แล้วคนที่ไม่แกะของขวัญ จะแกะเมื่อไหร่? ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่ พี่ก็กอง ๆ ไว้ ถ้าช่วงปีใหม่มันไม่ได้เยอะ ก็ไม่ได้มานั่งแกะทุกอัน บางทีของพี่มันจะเดาได้ว่าแก้วน้ำ ก็เลือกที่จะไม่แกะ ถ้ามันไม่ได้จากคนที่พิเศษมากพี่ก็ไม่ได้ซีเรียส ถ้าได้จากคนที่ออฟฟิศทั่วไป ก็ทิ้งไว้ค่อยแกะทีหลัง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แกะเลย คือนอกจากว่าเรามองอย่างที่เติ้ลบอก ถ้ามองแล้วเราพอรู้ว่าคืออะไร เราก็อาจจะไม่ได้รีบแกะ ส่วนใหญ่คงแกะแหละ คนเราได้ของขวัญ แต่ก็จะมีคนขี้เกียจแฝงอยู่ไม่น้อย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แกะ แต่อย่างแฟนคลับให้ช่อเงินมา ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้แกะ เพราะมันรู้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่รู้อยู่ในกล่อง คือแกะคืนนั้นเลย เฟย์ไม่ต้องเสียใจใด ๆ คนแตกต่างกัน มีทั้งคนที่แกะ แล้วก็ไม่แกะ ไม่ได้แปลว่าเราไม่ได้สำคัญ เขาคือขี้เกียจ…’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-