พ่อแฟนพาเข้าม่านรูดหวังล่วงเกิน โชคดีที่ตอนนั้นหนีออกมาได้ แล้วหลังจากนั้นพ่อแฟนก็ไม่ได้พูดอะไรกับเรา ตอนนี้ผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่แผลในใจยังไม่เคยหาย

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พ่อแฟนพาเข้าม่านรูดหวังล่วงเกิน โชคดีที่ตอนนั้นหนีออกมาได้ แล้วหลังจากนั้นพ่อแฟนก็ไม่ได้พูดอะไรกับเรา ตอนนี้ผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่แผลในใจยังไม่เคยหาย

29 พ.ค. 2026

พ่อแฟนพาเข้าม่านรูดหวังล่วงเกิน

โชคดีที่ตอนนั้นหนีออกมาได้

แล้วหลังจากนั้นพ่อแฟนก็ไม่ได้พูดอะไรกับเรา

ตอนนี้ผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่แผลในใจยังไม่เคยหาย

       ‘คุณน้ำหอม’ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 พฤษภาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และ หมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)’ เกี่ยวกับเรื่องที่ พ่อของแฟนเกือบจะล่วงเกิน โชคดีที่หนีออกมาได้ เรื่องผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่ยังเจ็บปวดในใจ

       ‘คุณน้ำหอม’ (นามสมมติ) อายุ อายุ 46 ปี ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่ติดค้างอยู่ในใจของเธอมานานกว่า 20 ปี เรื่องราวที่แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ความรู้สึกเจ็บปวดและหวาดระแวงก็ไม่เคยเลือนหายไปจากชีวิตของเธอเลย เธอเล่าว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงที่เพิ่งคบหากับแฟนและย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฝ่ายชายได้ประมาณหนึ่งปี วันหนึ่งคุณพ่อของแฟนมาเคาะประตูห้อง ก่อนจะบอกกับเธอว่าแฟนให้มารับไปหาที่ทำงาน ด้วยความที่ไว้ใจ เธอจึงนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ออกไปกับเขา

       แต่ระหว่างทาง พ่อของแฟนกลับพาเธอเลี้ยวเข้าไปในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ทั้งที่เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเล่าว่าแม้อีกฝ่ายจะยังไม่ได้ลงมือทำอะไร แต่พยายามฉุดกระชากและบังคับเธอให้อยู่ตรงนั้น ตอนนั้นเธอร้องเสียงดังมาก สุดท้ายเธอสามารถวิ่งหนีออกมาได้ และกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมากที่สุดคือหลังจากกลับมาถึงบ้าน พ่อของแฟนกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับเหตุการณ์ทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

       คุณน้ำหอมยอมรับว่าในช่วงเวลานั้นเธอยังอายุน้อยมาก และด้วยบริบทเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ทำให้เธอไม่กล้าพูดความจริงเรื่องนี้กับแฟนตรง ๆ เธอจึงเลือกเก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียว เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนก็จริงจังมากขึ้น ก่อนหน้านี้พ่อและแม่ของแฟนแยกทางกัน เดิมทีทุกคนอาศัยอยู่รวมกันในบ้านใหญ่กับญาติหลายคน เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มจริงจัง เธอกับแฟนจึงเริ่มวางแผนสร้างครอบครัวของตัวเอง และซื้อบ้านออกมาอยู่กันสองคน จนกลายมาเป็นบ้านหลังที่อยู่ในปัจจุบัน

       แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิด คือแฟนของเธอต้องการให้พ่อมาอยู่ด้วยในบ้านหลังปัจจุบัน แม้ในใจจะไม่อยากเผชิญหน้า แต่สุดท้ายเธอก็จำใจยอม เพราะไม่อยากให้แฟนลำบากใจ อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า เหตุการณ์ในวันนั้นไม่เคยหายไปจากความทรงจำเลยแม้แต่วันเดียว

       คุณน้ำหอมกล่าวว่า “เขาทำกับเราแบบนั้น แต่เหมือนในความรู้สึกของเขา เขาลืมมันไปหมดแล้ว”

       เธอเล่าว่าตลอดเวลาที่อยู่บ้านเดียวกัน เธอมักระแวงอยู่เสมอ เวลานอนก็ต้องล็อกประตูสองชั้นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม ปัจจุบัน พ่อของแฟนอายุมากขึ้นและเริ่มเจ็บป่วย ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่แฟนของเธอเองก็ประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นผู้พิการ แม้จะยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้บางส่วน แต่ก็ทำให้หลายอย่างในชีวิตยากขึ้นกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้ แฟนของเธอจึงมักฝากให้เธอช่วยพาพ่อไปหาหมอ หรือช่วยดูแลแทนอยู่เสมอ เธอยอมรับตรง ๆ ว่า ทุกวันนี้ที่ยังดูแลพ่อของแฟนอยู่ ก็เพราะความรักที่มีต่อแฟนล้วน ๆ เพราะเธอรู้ดีว่า ตอนนี้ครอบครัวของเขาเหลือกันอยู่เพียงสองคนพ่อลูกเท่านั้น

       สิ่งที่เธออยากรู้ คือเธอควรทำอย่างไรกับความรู้สึกของตัวเอง ควรทำใจอย่างไรเพื่อดูแลพ่อของแฟนต่อไป และสุดท้ายแล้วเธอควรบอกความจริงเรื่องนี้กับแฟนดีหรือไม่

       ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำแนะนำว่า “ไม่บอกค่ะ เพราะว่าเรารักแฟนเรา แล้วรู้ว่าถ้าหากเราบอกเรื่องนี้ไป แฟนของเราจะเสียใจแล้วก็มองหน้าพ่อไม่ติด ไหน ๆ เราเก็บมา 26 ปีแล้ว ก็ทำเพื่อแฟน ถ้าไหวนะคะ แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหว ก็บอกให้แฟนรู้ว่า เธอ เรามีความจริงเรื่องหนึ่ง แต่มันนานมาแล้ว แต่ ณ วันนี้ฉันไม่ได้อะไรนะ แค่อยากบอกให้เธอรู้ไว้ ส่วนเรื่องที่จะทำใจยังไงที่ต้องดูแลพ่อของแฟนต่อ เห็นแล้วโกรธ เห็นแล้วเกลียด ก็ลองจ้างคนอื่นมาดูแลแทน”

       ด้าน ‘ดีเจเติ้ล’ ให้ความเห็นว่า “อยากให้บอกความจริง แต่เรื่องนี้ก็อยู่ที่คุณน้ำหอมจะตัดสินใจ แต่คุณน้ำหอมต้องประเมินแฟนให้ออกว่า ถ้าพูดความจริงออกไปแล้ว ไม่ใช่ว่าหัวใจวาย เพราะมันก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ที่เขาควรต้องรู้ ส่วนคำถามว่าจะทำใจยังไงที่ต้องดูแลพ่ออยู่ อยากจะเชียร์ให้คนอื่นมาดูแล อย่าไปฝืนตัวเอง แต่ถ้าสุดท้ายแล้วมันไม่มีจริง ๆ ส่วนตัวคงอยากจะพูดกับพ่อตรง ๆ ว่า ไม่ได้ลืมนะในสิ่งที่เขาทำ นี่กำลังดูแลเพื่อแฟนของหนูนะ ทำให้เขารับรู้ว่าสิ่งที่เขาเคยทำมันผิด และควรรู้สึกผิด”

       ขณะที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้มุมมองว่า “จะทำยังไงให้ดูแลเขาได้ ไม่ต้องไปพยายามมาก ดูแลคนป่วยมันต้องอาศัยความพร้อมทางจิตใจของคนดูแลเหมือนกันนะ ถ้าจิตใจเราไม่พร้อม ก็ทำเท่าที่คนหนึ่งจะเมตตาต่อสิ่งมีชีวิตอีกคนหนึ่งได้ เพราะเราก็อดทนมาตั้ง 20 กว่าปีแล้ว ส่วนตัวเชียร์ว่าไม่ต้องฝืน รู้สึกยังไงก็ปฏิบัติตามนั้น ส่วนเรื่องจะบอกหรือไม่บอก ก็เหมือนกัน เก็บมาได้ตั้ง 20 กว่าปีแล้ว ถ้ายังไม่มีจังหวะที่เหมาะกว่านี้ ก็อาจเก็บไว้ก่อน ไม่แน่วันหนึ่ง ถ้าพ่อเขาไม่อยู่แล้ว อาจมีโอกาสได้คุยกัน แต่ถ้าวันนี้สถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ ส่วนตัวรู้สึกว่าที่ประคองกันมาได้ก็เก่งมากแล้ว แต่ถ้ามันไม่ไหวจริง ๆ ก็หาคนมาช่วยแบก นั่นก็คือสามี มันจะทำให้เราเบาลง”

       ปิดท้ายด้วย ‘หมอท็อป’ ที่ได้ให้คำแนะนำในด้านของสุขภาพจิตไว้อย่างลึกซึ้งว่า “คำถามที่สำคัญที่สุด คือเราจะดูแลจิตใจตัวเองอย่างไรก่อน เพราะคนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ มันเป็นบาดแผล ถึงแม้จะผ่านมา 26 ปีแล้ว หรือแม้จะผ่านไป 40 – 50 ปี มันก็ยังสามารถทำให้รู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานได้ ยิ่งเป็นคนในครอบครัว บาดแผลมันยิ่งลึก เพราะเราต้องเจอกันอยู่ทุกวัน ดังนั้นความรู้สึกแย่มันเป็นเรื่องปกติมาก และสิ่งสำคัญคืออย่าโทษตัวเอง บางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองผิด แต่จริง ๆ แล้วเราคือเหยื่อ เราไม่ได้ทำอะไรผิด ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว และต้องขอบคุณตัวเองที่ประคองชีวิตมาถึงตรงนี้ได้

       ความรู้สึกแย่ก็คือแย่ ไม่จำเป็นต้องฝืนว่าโอเค เพราะยิ่งกดไว้ มันจะยิ่งทรมาน ถ้าชาตินี้ยังให้อภัยไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะบางครั้งการถูกบังคับให้ให้อภัย มันอาจทำให้เราเจ็บกว่าเดิม ส่วนคำถามว่าจะบอกแฟนดีไหม ก็บอกเมื่อรู้สึกว่าจำเป็นต้องบอก บอกตอนที่เราอยากบอกจริง ๆ ไม่ใช่ตอนที่ถูกคนอื่นกดดันให้บอก”

       รายการ พุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้คุณน้ำหอม และไม่ว่าคุณน้ำหอมจะสามารถก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดนี้ได้หรือไม่ แต่หวังว่าคุณน้ำหอมจะเข้มแข็งอย่างที่เคยเป็นมาและเข้มแข็งมากขึ้นในอนาคต พวกเราจะส่งกำลังใจให้คุณน้ำหอมเสมอนะคะ 

 เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

19 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้านแต่เราไม่อยากให้ทำถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง 'คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ อายุ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 กับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง เรื่องราวของ ‘คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ มีอยู่ว่า “แฟนของเขาทำงานได้เงินเดือนสี่หมื่นบาท แต่ครอบครัวของแฟนต้องการให้แฟนของเขา เป็นผู้ใหญ่บ้านเงินเดือนหมื่นกว่าบาท ซึ่งตัวของคุณยุ้ยเองนั้น ไม่โอเคกับเรื่องนี้ จนถึงขั้นแสดงเจตจำนง ว่าไม่อยากให้แฟนของเธอทำงานตรงนี้ และได้คิดว่าถ้าแฟนของเธอได้เป็นผู้ใหญ่บ้านจริง ๆ นั้น คุณยุ้ยจะยังคบกันคนนี้อยู่หรือเปล่า ซึ่งแฟนของคุณยุ้ยเอง ก็บอกว่าถ้าไม่อยากให้ทำ ก็ไปคุยกับพ่อของแม่ของเขาเอง” โดย ‘คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ ได้อัปเดตว่า “ตอนนี้คุณยุ้ยยังคบกับแฟนของเธออยู่ ย้อนกลับไปในวันที่คุณยุ้ยได้ปรึกษากับดีเจทั้งสาม ทุกคนได้เตือนว่า ระวังเขาจะทำตามในสิ่งที่พ่อแม่ของเขาต้องการ บอกให้เธอเผื่อใจเอาไว้ และบอกให้แฟนของคุณยุ้ย ควรเป็นคนที่จัดการกับเรื่องนี้เอง หลังจากที่ปรึกษาพี่ ๆ ดีเจไปได้ไม่นาน ผลสรุปสุดท้ายแล้ว แฟนของเธอก็ยอมทำตามสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ โดยไม่ปฏิเสธอะไรเลย ในตอนนั้นเธอเองก็ตกใจ เพราะสิ่งที่เขาบอกเธอ กับสิ่งที่เขาทำมันคนละอย่างกัน คุณยุ้ยเองก็ได้แต่คิดว่าเรื่องของเธอกับแฟนจะเป็นอย่างไรต่อ แฟนของคุณยุ้ยไม่ได้ให้เหตุผลอะไรกับเธอ แต่เธอเองก็เข้าใจเขา ที่ต้องยอมรับตำแหน่ง และทำตามในสิ่งที่พ่อแม่ของเขาต้องการ เนื่องจากในตอนนั้น พ่อแม่ของแฟนพูดประมาณว่า ถ้าไม่เป็นก็ตัดขาดกันไปเลย แม้จะไม่ได้พูดคำนี้โดยตรง แต่ความรู้สึก คือเขาคงไม่พอใจมาก ๆ ถ้าไม่ยอมเป็นไปตามในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ทางครอบครัวของแฟน ได้บอกว่าขอเวลาแค่ 2 ปี ในการเป็นผู้ใหญ่บ้าน แล้วถ้าพี่ชายของแฟนเธอนั้นกลับมาเมื่อไหร่ จะให้พี่ชายของแฟนรับตำแหน่งตรงนี้ต่อ แต่สำหรับคุณยุ้ยแล้ว เส้นทางมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่มีอะไรมาการันตีได้เลย ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป คุณยุ้ยได้ถามแฟน ว่าสรุปแล้วเรื่องนี้มันเป็นยังไง ความรู้สึกตัวเธอนั้น เหมือนกำลังโดนหักหลัง การที่เขาพูดอย่างทำอย่างแบบนี้ แล้วเธอจะเชื่อใจเขาได้อย่างไร แฟนของคุณยุ้ยก็บอกว่าเขาไม่อยากเลิกกับเธอ เขาบอกว่าเงินเดือนผู้ใหญ่บ้านที่ได้มา เขาจะโอนให้คุณยุ้ยเก็บ และเขาจะไปหารายได้ทางอื่นเพื่อที่จะได้มีเงินเก็บ และสร้างความมั่นใจให้กับคุณยุ้ย ในตอนนี้แฟนของคุณยุ้ยยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน เพราะยังไม่ถึงเวลาการเลือกตั้ง ส่วนฝั่งครอบครัวแฟน หลังจากวันนั้นคุณยุ้ยก็พยายามทำตัวปกติ พูดคุยทักทายกันตามปกติ เธอเองก็ได้คุยปรึกษากับผู้ใหญ่อยู่หลายครั้ง ทุกคนก็บอกว่ามันอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด ให้คุณยุ้ยนึกถึงความรู้สึกของแฟนเธอเยอะ ๆ เพราะบางทีเขาเองก็เลือกไม่ได้ ถ้ารู้สึกว่าเขารักเธออยู่ ก็ลองดูแค่ 2 ปี ถ้าอีก 2 ปีข้างหน้า เขาไม่ได้ทำตามอย่างที่พูด ก็จะได้รู้ว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อ” หลังจากที่ดีเจทั้งสาม ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ได้ฟังเรื่องราวของคุณยุ้ยจบ จึงได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ให้ลองดูก่อน ต้องยอมรับว่าเราอยู่ในเงื่อนไขของครอบครัวนี้ ถ้าเราอยากจะอยู่กับเขา เราจะต้องรับเงื่อนไขนี้ของเขาให้ได้เช่นกัน แต่ยังไงแล้ว ความคิดของเรา คือสุดท้ายแล้วเขาต้องได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ถ้าถึงวันนั้น ลองบอกกับแฟนว่า ไหน ๆ ก็ได้เป็นแล้ว ก็ทำมันให้ดี และอย่าลืมมาอัปเดตใหม่อีกครั้ง”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เป็นโลกใบที่สองไม่ทันตั้งตัว! สาวโทรเล่าความเจ็บปวด... คุยกันมาเกือบปี คอลหากันตลอด คุยกันทุกวัน แต่แฟนไม่ยอม ‘เปิดตัวเรากับครอบครัว’ สุดท้าย โดนเท ติดต่อไม่ได้ ไปหาที่บ้านถึงรู้ว่า ‘มีผู้หญิงอีกคนที่เขาคบกันมา 2 ปีกว่าแล้ว’

02 พ.ค. 2023

เป็นโลกใบที่สองไม่ทันตั้งตัว! สาวโทรเล่าความเจ็บปวด... คุยกันมาเกือบปี คอลหากันตลอด คุยกันทุกวัน แต่แฟนไม่ยอม ‘เปิดตัวเรากับครอบครัว’ สุดท้าย โดนเท ติดต่อไม่ได้ ไปหาที่บ้านถึงรู้ว่า ‘มีผู้หญิงอีกคนที่เขาคบกันมา 2 ปีกว่าแล้ว’

“คุณพี (นามสมมติ)” สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาโลกใบที่สอง “คุณพี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาประมาณ 10 เดือน เรารู้จักกันผ่านแอปพลิเคชัน แต่เพิ่งเลิกกันเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา เพราะมารู้ทีหลังว่าหนูมาทีหลัง เป็นโลกใบที่สองของเขา ที่ผ่านมาเราคบกันมาปกติเลย คุยกันทุกวัน เวลาไปทำงานก็ไลน์คุยกันทั้งวัน กลับมาถึงบ้านเขาก็วิดีโอคอลมาคุยด้วย ก่อนนอนก็โทรมาคุย ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา วันที่ 30 ธันวา หนูติดต่อเขาไม่ได้ ไลน์ไปก็ไม่ตอบ โทรไปก็ไม่รับ จนวันที่ 31 ธันวา หนูก็เลยขับรถไปที่บ้านเขา ปกติหนูจะไปหาเขาทุกวันอาทิตย์ คือไปรับออกมากินข้าวกัน แต่เวลาที่ไปรับ หนูไม่เคยลงจากรถเลย แต่วันนั้นหนูเห็นญาติเขาออกจากบ้านไปหมดแล้ว หนูก็เลยลงจากรถ แล้วก็เจอกับแม่เขาและผู้หญิงอีกคนหนึ่ง สักพักเขาลงมา มาบอกกับหนูว่าไม่ชอบที่หนูมาแบบนี้ อยากให้มันจบ หนูก็บอกขอโทษ แต่ที่มาแบบนี้เพราะติดต่อไม่ได้เลย หนูก็เลยถามเขาไปว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เขาบอกว่าเป็นญาติ เดี๋ยวตอนเย็นค่อยคุยกัน หนูก็เลยกลับออกมา พอประมาณ 5 – 6 โมงเย็น เขาโทรมาหาหนูแล้วบอกว่า เขาก็ผิดเหมือนกันที่ติดต่อไม่ได้ แล้วเราก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิม ซึ่งช่วงก่อนสงกรานต์ หนูก็เริ่มถามเขาว่า คุยกันมาตั้งนานแล้ว ไปรับที่บ้านก็ทุกอาทิตย์ พ่อแม่ก็เห็นว่ามีรถคันนี้มารับตลอด แล้วเมื่อไหร่จะพาเข้าบ้าน หรือพาไปเจอเพื่อนสักที เขาบอกว่าพร้อมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น หนูก็เริ่มถามเขาเยอะขึ้น เขาก็โมโห แล้วก็ไม่ตอบไลน์ ไม่โทรหาหนูอีกเลย... ด้วยความที่หนูฟุ้งซ่าน หนูก็ไปส่องเฟซบุ๊กของเขา แล้วเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งรูป โพสต์ สถานที่ หรือแม้กระทั่งช่วงเวลา เหมือนกับที่เขาเคยลง หนูก็เลยทักไปถามผู้หญิงคนนั้นว่าเป็นแฟนกับพี่คนนี้ใช่ไหม? เขาบอกว่าใช่ คบกันมาประมาณ 2 ปีกว่าแล้ว หนูก็เลยบอกว่าหนูก็เป็นแฟนเหมือนกัน คบกันตอนเดือนมิถุนาปีที่แล้ว เขาก็ถามหนูว่าปกติเจอกันวันไหน หนูบอกว่าเจอกันวันอาทิตย์ ส่วนเขาเจอกันวันเสาร์ เขาก็ถามหนูว่าคุยกันทุกวันไหม? หนูบอกว่าใช่ เขาบอกเขาก็เหมือนกัน ที่ผ่านมาตั้งแต่คบกันหนูไม่เคยเห็นเขาโพสต์หรือลงสตอรี่อะไรเลย ซึ่งโพสต์สุดท้ายของเขาที่หนูเคยเห็น ก็คือ โพสต์ก่อนที่จะคุยกับหนูประมาณเดือนนึง ผู้หญิงคนนั้นก็บอกกับหนูว่า มีเฟส มีไอจีของเขา แต่ทำไมไม่รู้ เพราะว่าผู้ชายก็ลงสตอรี่ปกติ วันครบรอบเขาก็ลง มันก็ทำให้หนูรู้เลยว่าเขาปิดกั้นหนูตั้งแต่แรก หลังจากนั้นหนูก็ทักไปหาผู้ชายแล้วถามเขาว่ามีแฟนแล้ว มาหลอกหนูทำไม? เขาบอกว่าก็พี่เป็นคนไม่ดี จบนะ! แล้วเขาก็บล็อกหนูเลย ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็บล็อกหนูเหมือนกัน ตอนนี้หนูมูฟออนแล้ว แต่อยากให้ช่วยเตือนสติหนูหน่อย เพราะหนูเริ่มกลัวคนที่เข้ามาใหม่มากๆเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูโตแล้ว แค่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวคืน... ตั้งแต่เด็กแม่มีรหัส Facebook ของหนู แม่สวมรอย คอมเมนต์ ตอบเพื่อน ทักหาผู้ชายไปทั่ว ขอร้องหนูให้ช่วยวิดีโอคอลกับผู้ชาย 5 นาที ให้ผู้ชายมั่นใจว่าคือหนูจริงๆ

29 มี.ค. 2024

หนูโตแล้ว แค่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวคืน... ตั้งแต่เด็กแม่มีรหัส Facebook ของหนู แม่สวมรอย คอมเมนต์ ตอบเพื่อน ทักหาผู้ชายไปทั่ว ขอร้องหนูให้ช่วยวิดีโอคอลกับผู้ชาย 5 นาที ให้ผู้ชายมั่นใจว่าคือหนูจริงๆ

หนูโตแล้ว แค่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวคืน... ตั้งแต่เด็กแม่มีรหัส Facebook ของหนูแม่สวมรอย คอมเมนต์ ตอบเพื่อน ทักหาผู้ชายไปทั่ว ขอร้องหนูให้ช่วยวิดีโอคอลกับผู้ชาย 5 นาทีให้ผู้ชายมั่นใจว่าคือหนูจริงๆ พีคสุด นัดครอบครัวผู้ชายมากินข้าวด้วยกัน ตอนนั้นหนูยังเด็ก ทำตัวไม่ถูกเลย “คุณน้ำ(นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 มี.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่สวมรอยเป็นเราไปคุยกับผู้ชายในเฟสบุ๊คจนได้คบกัน ถึงขั้นนัดกันไปกินข้าวกับครอบครัวผู้ชายคนนั้น! โดย ​“คุณน้ำ(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มันเริ่มมาจากหนูมีเฟซบุ๊ก น่าจะช่วงวัยประถม ประมาณ ป.4-ป.5 และไม่ได้รู้สึกว่าการที่แม่รู้พาสเวิร์ดหรือเข้าไปอ่านแชทเวลาเราคุยกับเพื่อนเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะตอนนั้นเด็กมาก ๆ เลยคิดว่าแม่คงเป็นห่วง แต่มันกลายเป็นว่าคุณแม่ตอบแชท ตอบคอมเมนท์แทน โดยที่ทำตัวเป็นเราและเป็นอย่างนี้มาเรื่อย ๆ จนประมาณช่วง ม.1 โรงเรียนไม่ให้เอาโทรศัพท์ไป เพราะฉะนั้นหนูจะเล่นโทรศัพท์ได้ตอนที่อยู่บนรถ ก่อนจะลงจากรถเข้าโรงเรียน และตอนเลิกเรียน ทีนี้หนูก็ทิ้งโทรศัพท์ไว้ให้แม่ก่อนที่จะเข้าโรงเรียน หนูเห็นแล้วว่ามีผู้ชายคนนึงแอดเฟซบุ๊กหนูมา แต่หนูไม่ได้สนใจอะไรคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่พอหนูกลับมา เฟซบุ๊กผู้ชายคนนั้นหายไป แต่มีแชทที่แบบถามต่อว่า เธอชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ คุณแม่ก็ตอบแทนปกติ แต่หนูมารู้ทีหลังว่า... จริง ๆ แล้วคุณแม่เอาไอดีไลน์ของคุณแม่ให้เขาไป แล้วเขาก็ไปคุยกันในไลน์ โดยที่คุณแม่หลาย ๆ คนอาจจะชอบเอารูปลูกสาวหรือลูกชายตั้งเป็นโปรไฟล์ เขาอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้แปลกอะไร แต่ว่านั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัย แล้วมันก็เกินเลยมาเรื่อย ๆ หนูแอบเห็น message ที่เด้งมา ตอนแรกเข้าใจว่าคงคุยกันปกติ แต่ไป ๆ มา ๆ มันเป็นการคุยเหมือนจีบกันเชิงชู้สาว จนมารู้ทีหลังว่าเขาคบกัน คุณแม่ก็มาพูดประมาณว่า ช่วยวิดีโอคอลคุยกับเขาให้หน่อยซัก 5-10 นาทีได้ไหม? ทั้ง ๆ ที่หนูไม่ได้รู้จัก ไม่ได้คุยกับเขาเลย แต่ให้หนูตีหน้าซื่อคุยวิดีโอคอลกับเขา หนูก็คุย ๆ ไปให้มันหมดเวลา แล้วก็วางสาย คุณแม่ก็คุยกันต่อในแชท คุณพ่อทำงานอยู่ต่างจังหวัดกลับมาอาทิตย์ละ 1 ครั้ง แต่คุณพ่อจับไม่ได้เพราะอาจจะเป็นคนไม่ค่อยเล่นโซเชียล และไม่ค่อยสนใจอะไร เขาก็ดูอินโทรเวิร์ตหน่อย ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่คุยกับคุณแม่เลย ตอนหนูอายุ 15 ปี เป็นวันที่หนูต้องเปลี่ยนบัตรประชาชน หนูก็ถ่ายรูปลงมาจากอำเภอปุ๊บ แล้วคุณแม่ก็บอกว่า เดี๋ยวเราไปสยามกัน เนี่ยไปกินข้าวกัน นัดไว้แล้ว หนูก็ถามว่า ไปกินข้าวอะไร เขาก็เลยบอกว่า เขานัดผู้ชายคนนั้นกับครอบครัวเขาไว้แล้ว ต้องไปนะ เพราะว่าเขามาแล้ว หนูก็รู้สึกเหมือนโดนมัดมือชก ตอนนั่งกินอาหารก็คุยกันปกติ หนูอึดอัดมาก จนแบบหนูจะลุกไปเข้าห้องน้ำ แล้วแม่ของผู้ชายก็บอกผู้ชายคนนั้นว่า เนี่ย ไปกับน้องสิลูก จนหนูคิดว่าไม่ไปดีกว่ารู้สึกไม่ปลอดภัย หลังจากเหตุการณ์วันนั้น หนูก็พยายามที่จะบอกผู้ชาย โดยใช้แอคหลุมไอจีของหนูทักไปเลยว่า เธอรู้ไหมที่คุยกันมาตลอด 4-5 ปี แล้วที่นัดไปเจอเรื่องมันเป็นแบบนี้ ๆ ผู้ชายก็ไม่เชื่อ หนูก็ตั้งกล้องอัดหน้าตัวเองพูดว่า เนี่ย ดูหน้าเอาไว้ แล้วก็จำเสียงไว้ เสียงเราเป็นแบบนี้ พอเขาไม่เชื่อ หนูก็ไม่รู้จะทำยังไงหนูก็ปล่อยเขาไป แล้วเหมือนผู้ชายเริ่มจะรู้ว่านี่คือแอคหลุมของหนู แต่หนูไม่แน่ใจว่าเขาจะเข้าใจว่าแอคหลุมเป็นของแม่ไหม เพราะหนูคิดว่าผู้ชายมันก็ต้องแคปแชทที่หนูคุยส่งไปให้แม่ แม่ก็คงน่าจะบอกว่า นั่นแม่เราอย่าไปสนใจเลย ฟีลแบบสลับกัน และหนูพยายามหาว่าแม่กำลังจะทำอะไร ก็เลยเริ่มรู้ว่าแม่มีอีกเฟซบุ๊ก มีอีกไอจีนึงที่แม่สร้างเอง เหมือนเป็นอีกโลกที่เอาไว้คุยกับผู้ชายคนนั้น ด้วยความที่อยู่กับแม่ที่บ้าน 2 คน ก็เลยไปบอกเขาว่า แม่ทำแบบนี้ไม่โอเคเลยนะ เลิกได้ไหม เขาก็ขำแล้วบอกว่า จะอะไรนักหนาก็คุยกันผ่านแชท ไม่ได้ไปหาเขาสักหน่อย หนูก็เคย message ไลน์ไปบอกคุณพ่อ คุณพ่อก็อ่านแต่ไม่ตอบ แต่พอเวลาผ่านไปเหมือนคุณแม่ทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ หนูก็บอกว่า หนูทนไม่ไหวแล้วนะ หนูจะต้องบอกพ่อแล้วนะ เขาก็บอกว่า ครั้งที่แล้วก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรอ ถ้าบอกอีกจะเลิกกันแล้วนะ จนปัจจุบันหนูเริ่มมีสังคม มีแฟน หนูควรจะทำยังไง หนูถึงจะเอาพื้นที่ส่วนตัวคืนมา หรือหนูควรจะเปิดเฟซบุ๊กใหม่ไปเลย? ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูต้องเรียกแม่มาคุย แล้วการคุยของหนูไม่ได้ถามว่าแม่โอเคไหม หนูต้องบอกโหมดที่แม่จะใช้ชีวิตอยู่กับหนูให้แม่รับทราบ หนูเปลี่ยนพาสเวิร์ดเฟซบุ๊กก่อนที่จะเรียกแม่เข้ามาคุย ให้ทุกอย่างมันเป็นไพรเวทอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวของเรา คนอื่นจะเข้ามาก้าวก่ายไม่ได้ เรียกแม่มาคุยเลยว่า... 1. รับรู้เรื่องความเป็นส่วนตัวของเรา แล้วก็เราไม่ยุ่งเรื่องแม่ แม่ไม่ยุ่งเรื่องเรา อะไรที่เราอยากให้แม่รับรู้หรืออยากให้แม่แสดงความคิดเห็นเราจะบอก 2. เรื่องที่แม่แอบอ้างเป็นตัวตนของเราอันนั้นผิด อย่าทำอีก เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าถูกคุกคามแล้วไม่ปลอดภัย ถ้าทำทั้งหมดแล้วแม่ยังเป็นแบบนี้อยู่ เรื่องนี้จะเรียกพ่อมาคุย แล้วจะถามความคิดเห็นจากพ่อด้วย และถ้าพ่อกับแม่จะเลิกกัน ไม่ใช่ตัวหนูที่เอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อ แต่เป็นเพราะแม่ทำตัวแบบนี้ แล้วก็เราจะไม่คอลไลน์กับผู้ชายโดยที่เราหลอกเขา เพราะเท่ากับเราสมรู้ร่วมคิดกับแม่ ถ้าแม่อ้างเหตุผลอะไร ให้พูดไปเลยว่า ไม่ ก่อนที่แม่จะทำอะไร อยากให้แม่ใช้ความคิดมากกว่านี้ อีกนิดแม่จะเข้าข่ายไม่ปกติแล้ว ถ้าแม่ยังเป็นอย่างนี้หรือไม่สามารถขจัดนิสัยแบบนี้ออกไปได้ แม่ต้องปรึกษาแพทย์แล้ว’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘การปลอมตัวเพื่อสวมรอยเป็นใครสักคนเพื่อคุยมันคือการหลอก ผู้ชายโดนเต็ม ๆ พี่ดูสารคดีของเมืองนอกเยอะเกี่ยวกับพวกหลอกลวง สวมรอย แล้วจุดจบมันไม่ค่อยดีทั้งนั้นเลยที่พี่ดู พี่เลยค่อนข้างตกใจ พอคิดตาม ที่มันรู้สึกไม่ปลอดภัยถูกต้องแล้วน้ำ เพราะฉะนั้นถ้าจะคุยกับแม่ น้ำต้องเด็ดขาดว่านี่มันไม่ใช่แล้ว สิ่งที่แม่ทำ มันอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับลูกสาวตัวเองได้ ถ้าคิดว่าคุยไม่รู้เรื่องก็ปิดเฟสบุ๊คไปเลย ให้เขารู้ว่าเราไม่เอาแล้ว’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ต้องปิดเฟสบุ๊ค ปิดช่องทางทุกอย่างที่เขาจะเป็นหนูได้ แม่ต้องไม่มีตัวตนของหนูอีกต่อไปแล้ว ต้องดูว่าเขาทนได้ไหม ถ้าเขาไม่ไหวต้องพาเขาไปหาหมอ แต่ถ้าไปหาหมอแล้วเขาทำไม่ได้ เขาก็ต้องหย่ากับพ่อ ตอนนี้เขามีพ่อเป็นสามี เขาไม่สามารถไปคุยกับคนอื่นได้ นอกจากเขาต้องหย่า ทีนี้เขาจะคุยกับคนอื่นไม่ว่า แต่เขาก็ต้องห้ามสวมรอยเป็นคนอื่น เขาต้องคุยในฐานะเป็นเขาเอง ถ้าเราอยากให้ปัญหานี้ยุติ ต้องถอนรากถอนโคน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป 2 เดือนที่แล้ว เมื่อคิดถึง ก็จะร้องไห้ และเกิดคำถามขึ้นมากมาย อยากคิดถึงพ่อโดยที่ไม่ฟูมฟาย ต้องทำยังไงคะ?

03 พ.ค. 2026

เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป 2 เดือนที่แล้ว เมื่อคิดถึง ก็จะร้องไห้ และเกิดคำถามขึ้นมากมาย อยากคิดถึงพ่อโดยที่ไม่ฟูมฟาย ต้องทำยังไงคะ?

เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป 2 เดือนที่แล้วเมื่อคิดถึง ก็จะร้องไห้ และเกิดคำถามขึ้นมากมายอยากคิดถึงพ่อโดยที่ไม่ฟูมฟาย ต้องทำยังไงคะ? 'คุณองุ่น' (นามสมมุติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่องที่ตนนั้นเพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป ทุกครั้งที่คิดถึงจะฟูมฟายมาก ทำอย่างไรได้บ้างให้คิดถึงพ่อได้โดยไม่เศร้าแบบนี้ ‘คุณองุ่น (นามสมมุติ)’ อายุ 30 ปี ได้เล่าว่า “หนูเพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ก่อนหน้านี้เขาเป็นอัลไซเมอร์ แต่เสียด้วยอาการป่วยแทรกซ้อน หลังจากนั้นก็ทำให้มีคำถามติดอยู่ในใจ วน ๆ ซ้ำ ๆ ว่า ในความทรงจำของพ่อ องุ่นโตแค่ไหนแล้ว มีงานทำหรือยัง หรือโตกว่านั้น ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตกับคนอื่น ๆ ได้ปกติ แต่เมื่อต้องอยู่คนเดียว จะมีแวบหนึ่งที่นึกถึงคุณพ่อ แล้วก็ร้องไห้ออกมา ใจหนึ่งก็คิดว่ายอมรับได้แล้ว แต่อีกใจก็คิดว่ามันเป็นแค่การหลอกตัวเอง พ่อเป็นอัลไซเมอร์ก่อนเสีย 4-5 ปี ระหว่างนั้นจะมีคุณแม่เป็นคนดูแลพ่อตลอด โดยกิจวัตรประจำวันของเขาคือ เขาจะรอลูก ๆ กลับบ้านจนครบ 3 คนก่อนถึงจะยอมเข้าบ้าน พอวันนี้เรากลับบ้าน แล้วไม่เจอเขา ก็จะรู้สึกเศร้า รู้สึกคิดถึง และเสียดายที่ยังมีอะไรที่ไม่ได้ทำร่วมกันอีกมาก บางทีไปเจอร้านอร่อย ๆ ก็นึกเสียดายที่ไม่เคยพาพ่อมาเลย ช่วงแรก ๆ ตั้งคำถามว่า ในความทรงจำของเขา เขาจะภูมิใจในตัวเราบ้างมั้ย แต่พอเวลาผ่านไปกลายเป็นคิดถึงเขามากกว่า อยากขอคำแนะนำจากพี่ ๆ ว่าจะทำยังไงให้สามารถคิดถึงพ่อได้ โดยไม่ฟูมฟายแบบนี้ และผลกระทบอีกอย่างคือ องุ่นคุยกับคุณแม่น้อยลงมาก เพราะทุกครั้งที่เห็นคุณแม่ที่เคยตัวติดแพ็กคู่กับพ่อตลอดเวลา ทำให้คิดถึงคุณพ่อมากขึ้นด้วย" เริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำปรึกษาว่า “พี่ก็เสียพ่อไปเหมือนกัน ตอนท่านยังอยู่เราก็มีทะเลาะไม่ลงรอยกันบ้าง วันที่เขาต้องปลดเครื่องมือแพทย์ วันนั้นพี่ทำงานอยู่ แต่พี่ได้วิดีโอคอลคุยกับพ่อ พี่บอกพ่อว่า ให้พ่อหลับให้สบายเลย อะไรที่เติ้ลเคยทำไม่ดีกับพ่อ เติ้ลขอให้พ่ออโหสิกรรมให้นะ อะไรที่เรารู้สึกติดค้าง เติ้ลก็อโหสิกรรมให้พ่อด้วย และมันก็จบแค่นั้น ช่วงแรก ๆ ต้องมีนึกถึงเขาบ้าง แต่เวลาที่พี่นึกถึงเขา พี่จะเลือกนึกถึงแค่ภาพความทรงจำดี ๆ เท่านั้น เช่น ตอนเด็กที่เขาขับรถไปส่งพี่ที่โรงเรียน หรือเขาซื้อโดนัทมาเลี้ยงเพื่อนพี่ เพราะเป็นวันเกิดพี่ พี่ไม่รู้ว่าจะช่วยคุณองุ่นได้มั้ย ส่วนตัวพี่เลือกที่จะนึกถึงความทรงจำที่จะดีต่อตัวพี่ พี่อยากคิดถึงเขาในแบบที่ทำให้พี่สงบ ส่วนเรื่องที่คุณองุ่นยังปรับตัวไม่ได้ เหมือนมีอะไรหายไป ส่วนตัวพี่คิดว่าถึงแม้เขาจะไม่อยู่แล้ว แต่อะไรที่เขาทิ้งไว้ให้พี่ ไม่ว่าจะ DNA คำสั่งสอน หรืออะไรหลาย ๆ อย่าง มันยังอยู่กับพี่ตลอด มันไม่เคยจางหาย แต่พี่เข้าใจว่าคุณองุ่นเพิ่งสูญเสีย ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย อาจจะทำใจได้ยาก แต่ถ้าคุณองุ่นได้ไปพบคุณหมอ อาจจะช่วยให้ดีขึ้นได้ค่ะ” ต่อด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำปรึกษาว่า “ก่อนอื่นต้องแสดงความเสียใจด้วย ที่คุณองุ่นกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่คุณองุ่นต้องใช้เวลาเพื่อช่วยให้ทุก ๆ อย่างดีขึ้น สิ่งที่หอมกลัวมากที่สุดคือการสูญเสียเช่นกัน แต่หอมได้มีโอกาสได้ลองเข้าไปปฏิบัติธรรม เขาได้สอนให้หอมรู้จักการปล่อยวาง ไม่มีอะไรสามารถอยู่กับเราไปได้ตลอด แม้จะเป็นเนื้อหนังมังสา ร่างกายของเราเองก็ตาม คุณพ่อคุณองุ่นไม่ได้หายไปไหน เขาแค่ย้ายไปอยู่ในความทรงจำ และอยากแนะนำอีกอย่าง เกี่ยวกับคุณแม่ อยากให้ลองแบ่งเวลาให้กับคนที่ยังอยู่กับเรา สร้างความสุขร่วมกันกับเขา หอมว่าคุณแม่ก็เสียใจ แต่เขาไม่ได้แสดงออก ครึ่งนึงของคุณองุ่นยังคือคุณพ่อค่ะ ทุกครั้งที่ส่องกระจกเขายังอยู่กับเรา” ตามด้วย ‘ดีเจเกรท’ ให้คำปรึกษาว่า “อยากให้เราเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติมาก ตัวพี่เองก็เพิ่งสูญเสียคุณยายกับน้องแมวไป สำหรับคนที่องุ่นผูกพันมาก ๆ การสูญเสียไป 2 เดือน มันยังเป็นเวลาที่น้อยมากที่จะทำใจได้ เราไม่จำเป็นต้องรีบอยากหาย แน่นอนว่าคิดถึงมาก แต่ต้องให้เวลากับการคิดถึง ยอมรับอารมณ์ที่จะเกิดขึ้นกับเราให้ได้ ไม่ต้องกดดันตัวเอง พี่เชื่อว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเยียวยาเรา ลองคิดดูว่าถ้าสมมุติคุณพ่อเห็นเราร้องไห้ เขาจะพูดอะไรกับเรา อาจจะเป็นสู้ ๆ นะพ่ออยู่ข้าง ๆ นะอะไรแบบนั้น เมื่อไหร่ที่คิดถึงแล้วเสียใจก็แค่ยอมรับอารมณ์ตัวเองไปก่อนครับ” ปิดท้ายด้วย ‘หมอท้อป’ ให้คำปรึกษาว่า “ความรู้สึกเหล่านี้คือความปกติ ยอมรับว่าเศร้า ให้เวลากับตัวเอง อย่างที่คุณเกรทบอก แต่อย่าเศร้าจนทำร้ายตัวเอง สิ่งที่คุณองุ่นเจอ คือภาวะการสูญเสีย มีคนมาปรึกษาหมอเพราะเรื่องนี้เยอะ แต่เขาไม่ได้ป่วยนะ มันเป็นเรื่องที่ทรมานมาก อันนี้ไม่เถียง แต่ต้องค่อย ๆ ให้เวลาตัวเอง สิ่งที่จะเกิดขึ้นมันจะเป็นระยะ ๆ นะ บางครั้งเราจะรู้สึกว่าเรายอมรับได้ แต่บางครั้งเราก็จะเสียใจใหม่ อารมณ์จะไหลไปไหลมาได้ตลอด ต้องตั้งสติ แนะนำให้จดบันทึกความรู้สึก เขียนมันออกมาว่าเรารู้สึกอย่างไร ปัญหาคืออะไร บางเรื่องเมื่อเรารู้สึกซ้ำ เราจะจำได้ว่า อ๋อ อันนี้เรามีคำตอบแล้วนะ และถ้าเราอยากบอกอะไรคุณพ่อ ศัพท์การแพทย์เรียกว่า unfinished business คือ เรื่องติดค้างในใจ จดไว้ว่าเราค้างคาเรื่องอะไร หรือคุณพ่อค้างคาอะไร แล้วเราทำแทนคุณพ่อเพื่อสานต่อ เช่น ถ้าพ่อรักแม่มาก เราก็ทำหน้าที่ตรงนี้แทนคุณพ่อ แต่อย่าลืมว่าพ่อเขาไม่ได้รักแม่คนเดียวนะ เขารักหนูด้วย ดังนั้น ดูแลตัวเองด้วยนะ และคนเป็นโรคความจำเสื่อม เขาจะจำเรื่องในอดีตได้แม่นกว่า เพราะฉะนั้นเขาก็จะจำได้ตั้งแต่หนูเกิด ความปรารถนาของคนเป็นพ่อเป็นแม่ แค่อยากให้ลูกสุขภาพแข็งแรง วันนี้ลูกกินได้ มีความสุขได้ หรือแค่ลูกไม่ร้องไห้พ่อแม่ก็ภูมิใจแล้ว วันนี้ถ้าหนูอยากให้พ่อภูมิใจ พี่ตอบแทนเลยว่าคุณพ่อภูมิใจหนูไปหลายเรื่องแล้วล่ะ อาจจะตั้งแต่ 1 ขวบแล้วด้วย ” ปัญหาค้างคาใจของคุณองุ่น อาจเป็นปัญหาเดียวกันกับใครหลาย ๆ คน เรื่องการทำใจยอมรับกับความสูญเสียเป็นเรื่องที่ยาก รายการ พุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้ผ่านความรู้สึกเสียใจไปได้อย่างดีนะคะเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-