มีนิสัยต้องเขย่าคนที่นอนใกล้ ๆ ตลอด เพราะเคยสูญเสียคุณตาไประหว่างนอนหลับ ทำให้เป็นปมในใจ จะทำยังไงให้ตัวเองเลิกนิสัยนี้ดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

มีนิสัยต้องเขย่าคนที่นอนใกล้ ๆ ตลอด เพราะเคยสูญเสียคุณตาไประหว่างนอนหลับ ทำให้เป็นปมในใจ จะทำยังไงให้ตัวเองเลิกนิสัยนี้ดีคะ?

29 พ.ค. 2026

มีนิสัยต้องเขย่าคนที่นอนใกล้ ๆ ตลอด

เพราะเคยสูญเสียคุณตาไประหว่างนอนหลับ ทำให้เป็นปมในใจ

จะทำยังไงให้ตัวเองเลิกนิสัยนี้ดีคะ?

        ‘คุณน้ำอุ่น’ (นามสมมติ) สายที่ 3 ในรายการในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษาจาก ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่องที่มีนิสัยต้องเขย่าตัวคนที่นอนด้วยใกล้ ๆ ตลอด เนื่องจากมีปมในวัยเด็ก

        ‘คุณน้ำอุ่น’ อายุ 26 ปี เล่าว่า ทุกครั้งเวลาตื่นนอน ต้องเขย่าตัวคนที่นอนข้าง ๆ ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า สาเหตุจากนิสัยนี้มาจากเคยสูญเสียคุณตาไปตอนเด็ก เหตุการณ์คือตอนนั้นเธอนอนหลับแต่อยู่คนละมุ้งกับคุณตา ซึ่งคุณตาเสียไปตอนกลางคืน กว่าจะรู้ว่าคุณตาเสียก็เป็นตอนเช้า ทำให้หลังจากนั้นเวลาที่นอนกับใครก็มักจะเขย่าตัวเพื่อเช็กว่าคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ คุณยาย เพื่อน หรือแม้แต่แฟนก็ตาม เคยอยากลองวิธีการอื่นในการเขย่า เช่น การจับตัว หรือการจับชีพจร แต่รู้สึกว่าการเขย่าตัวตรง ๆ มันรู้สึกดีกว่าเพราะได้รู้แน่ชัดว่ายังมีชีวิตอยู่ และไม่มีใครเลยที่มีปัญหากับการที่โดนคุณน้ำอุ่นเขย่าตัว 

        เมื่อต้นปีที่ผ่านมาคุณน้ำอุ่นได้ไปเยี่ยมคุณแม่ที่ต่างประเทศกับน้องชายด้วยกันเพียงสองคน ตอนนั้นคุณน้ำอุ่นเองก็ได้ตื่นก่อนจึงเขย่าตัวน้องชายให้ตื่น เพราะจับตัวน้องชายแล้วพบว่าตัวเย็น เขย่าตัวอยู่นานมากแต่น้องชายก็ไม่ตื่น ในตอนนั้นคุณน้ำอุ่นเองก็รู้สึกใจไม่ดีมาก แต่สุดท้ายน้องชายก็ตื่น ทำให้คุณน้ำอุ่นยังมีนิสัยเขย่าตัวคนที่นอนด้วยกันอยู่เรื่อย ๆ 

        ในตอนนี้เองคุณน้ำอุ่นก็อยู่ด้วยกันกับแฟน คุณน้ำอุ่นก็เขย่าตัวแฟนทุกเช้าที่ตื่นก่อนแฟน ซึ่งคุณน้ำอุ่นเองก็ไม่เคยบอกเรื่องอาการนี้ที่เป็นอยู่กับใคร ไม่มีใครสักคนถามว่าจะเขย่าตัวไปทำไม เพียงแค่ลืมตามามองคุณน้ำอุ่น และคุณน้ำอุ่นก็จะสบายใจถ้าเห็นว่าลืมตาแล้วก็จะปล่อยให้นอนต่อ นั่นจึงทำให้คุณน้ำอุ่นอยากได้วิธีที่ทำให้หายจากนิสัยที่ต้องเขย่าตัวคนข้าง ๆ ที่นอนด้วยกัน

        เรื่องของคุณน้ำอุ่นดูจะเป็นปัญหาทางจิตใจที่ต้องได้รับคำแนะนำจากคุณหมอโดยตรง ‘หมอท้อป’ จึงให้คำปรึกษาว่า “การที่กลัวการสูญเสียไม่ใช่เรื่องแปลก สิ่งที่คุณน้ำอุ่นเป็นอยู่คือบาดแผลทางใจ ยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัยเด็กก็เข้าใจได้เลยว่าทำไมถึงเกิด Trauma หลาย ๆ คนที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ฝังใจในรูปแบบที่ต่างกันไป ซึ่งปัญหานี้ควรเข้ากระบวนการรักษาไปเลยดีกว่า รักษาต่อเนื่องก็จะช่วยได้มากกว่า ซึ่งนี่ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งเคสตัวอย่างได้ว่าไม่ต้องป่วยก็ไปหาหมอได้ เพราะการไม่ได้ป่วยอาจรุนแรงและรบกวนการใช้ชีวิตมากกว่าอาการป่วยบางอันอีก”

        และปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ ช่วยกันเสริมด้วยว่า “ถ้าการโดนปลุกมันไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนรอบข้าง เราก็หาวิธีการปลุกที่เนียน ๆ กว่านี้ เช่น การจุ๊บหน้าผากให้เขารู้สึกตัวแทน”

 เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เจอแฟนแบบนี้ทำไง? สาวกลุ้มใจโทรปรึกษา คบกับแฟน มีอะไรพูดกันได้ทุกเรื่อง แต่พอบอกว่าเราทำงานเซลล์มา 5 ปี ได้เงินเดือนมากกว่าแฟน เขารู้สึกนอยด์ เทคแคร์เราน้อยลง พร้อมให้เหตุผลว่า 'เราไม่สมควรจะได้รับเงินเดือนเท่านี้'

26 พ.ค. 2023

เจอแฟนแบบนี้ทำไง? สาวกลุ้มใจโทรปรึกษา คบกับแฟน มีอะไรพูดกันได้ทุกเรื่อง แต่พอบอกว่าเราทำงานเซลล์มา 5 ปี ได้เงินเดือนมากกว่าแฟน เขารู้สึกนอยด์ เทคแคร์เราน้อยลง พร้อมให้เหตุผลว่า 'เราไม่สมควรจะได้รับเงินเดือนเท่านี้'

“คุณแซน (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเงินเดือน โดย “คุณแซน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนอายุเท่ากัน เป็นรุ่นเดียวกันเลย คบกันมาประมาณ 1 ปีกว่าๆ ตั้งแต่คบกันมาก็รักกันดี ไม่ได้มีการทะเลาะรุนแรง มีงอนบ้าง มีปัญหา เราก็พยายามปรับกันมาได้ตลอด ถึงขั้นมีแพลนที่จะใช้ชีวิตร่วมกันด้วย แต่มันจะมีอยู่ 1 ปัญหาในความสัมพันธ์ที่มันบั่นทอนจิตใจ และยังหาทางแก้ไขกันไม่ได้ จนมาถึงทุกวันนี้ต้องบอกก่อนว่า ตัวหนูเองทำงานเป็นเซลล์ ประสบการณ์ในอาชีพนี้ก็เกือบๆ 5 ปี ซึ่งรายได้เซลล์มันค่อนข้างจะสูง ส่วนแฟนทำงานคนละบริษัทกัน แต่งานที่เขาทำจะเป็นงานประเภท back office ซึ่งรายได้ก็จะน้อยกว่าหนูค่อนข้างเยอะ ประมาณ 30% 40%ช่วงที่คบกันแรกๆ เราก็เปิดใจคุยกันทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องรายได้ด้วย แบบเราบอกหมดเลยว่าเราทำงานอะไร รายได้เท่าไร หลังจากที่เขารับรู้เรื่องรายได้ของเรา การกระทำของเขาก็เปลี่ยนไปจนเรารู้สึกได้ มันไม่เชิงเป็นปัญหาที่ทะเลาะกัน แต่เหมือนเขาเคยเล่นกับเรา เคยมุ้งมิ้งกับเรา เคยหวานกับเรา ทุกอย่างมันน้อยลงหมดเลยจนเรารู้สึกได้เราก็เลยถามเขาว่าเป็นอะไร เขาก็บอกว่าเขารักหนูเหมือนเดิมนะ แต่ในหัวเขามีเรื่องรายได้หนูอยู่ตลอดเวลา จนทำให้เขาแสดงออกกับเราน้อยลง ด้วยเหตุผลที่ว่าเขามองว่าทำไมงานเซลล์กับงาน back office รายได้มันถึงต่างกันขนาดนี้ เพราะในขณะที่เขาทำงานหนักมากๆ เขาเลยรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเขาเลย รวมถึงเขามองว่าหนูไม่สมควรที่จะได้รับเงินเดือนมากขนาดนี้หนูพยายามอธิบายเหตุผลในอาชีพของเซลล์แล้ว และอธิบายว่าพาร์ทงาน การใช้สกิล ความเครียดอะไรมันก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว กว่าหนูจะได้เงินเดือนเท่านี้ หนูก็สะสมประสบการณ์ ใช้ความพยายามมาเหมือนกัน แต่เขาไม่ได้รู้สึกยินดีกับสิ่งที่หนูได้รับเลย ทุกครั้งที่คุยเรื่องนี้ มันก็จบตรงที่ว่าเขาจะมองว่าหนูไม่สมควรได้รับมันอยู่ดี หนูก็เคยถามเขาว่าหนูจะทำยังไงกับความคิดนี้ของเขา เขาก็บอกว่าเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงมีความคิดแบบนี้ แต่ถ้าความคิดนี้ของเขาหายไปได้ มันก็อาจจะเป็นในวันที่เขาจะยอมรับหนูก็ต่อเมื่อหนูทำอะไรที่เขาเห็นว่าหนูสมควรได้รับเงินเดือนเท่านี้ หรือวันหนึ่งที่เขามีรายได้มากกว่าหนู เขาก็อาจจะล้มเลิกความคิดนี้ไปก็ได้หนูรู้สึกบั่นทอนจิตใจมากที่เขาคิดแบบนี้ เพราะเราก็มีแพลนที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว แต่หนูยังไม่สามารถเปลี่ยนความคิดนี้เขาได้ มันก็เลยกระทบความสัมพันธ์ของเรา ซึ่งหนูคิดว่าเรื่องที่ทำให้เขาคิดแบบนี้ อาจจะเป็นเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะหนูไม่ค่อยแข็งแรง และจะมีเขาซัพพอร์ตในเรื่องนี้ แต่ในส่วนเรื่องการใช้ชีวิต เราจะค่อนข้างที่จะช่วยเหลือ ซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน ไม่ได้มีปัญหาตรงนี้หนูอยากถามพี่ๆว่า การที่หนูพูดเรื่องเงินเดือนไป หนูผิดมากมั้ย? เพราะมันเซนซิทีฟ และอีกคำถามคือ หนูควรจะพูดหรือทำยังไงที่จะเปลี่ยนความคิดเขาได้บ้าง…3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในวันที่เราจะเป็นคู่ชีวิตกัน มันควรจะส่งเสริมกัน มันไม่ควรกดอีกฝ่ายให้ต่ำ อยู่ด้วยกันมันไม่ควรเป็นจ่าฝูง แซนกำลังเจอคนที่ทัศคติแย่มาก และมันลามไปทุกเรื่องเลยนะ ถ้าวันนึงมีลูกขึ้นมา แล้วจะสอนเขายังไงแนะนำประโยคที่ทำให้เขาเปลี่ยน คือ พวกพี่ๆจะพูดว่า ถ้าเธอยังมีความคิดอย่างนี้อยู่ เธอก็ไม่สมควรมาเป็นแฟนเรา แค่นี้เลย เพราะมันไม่มองเห็นมุมไหนที่เราจะไปแก้ไขชุดตระกระความคิดนี้ของเขาได้ เราสมควรจะมีเงินเดือนตามความสามารถเรา และมีแฟนที่ยินดีกับเราในเรื่องนี้พี่แนะนำอีก 1 ทางเลือก บอกเขาไปว่า ไม่มีแฟนคนไหนหรอกนะที่เขาจะกดอีกคนให้ตกต่ำ พี่ควรจะดีใจที่หนูพัฒนาตัวเองได้ขนาดนี้ ถ้าพี่คิดว่าพี่ต่ำกว่าหนู พี่ต้องพัฒนาตัวเอง อย่ามาพูดกับหนูแบบนี้อีก พี่ไปหาคนใหม่ที่เงินเดือนต่ำกว่าหนู เราต้องพูดในสิ่งที่เราต้องการ และลองดูว่าเราพูดขนาดนี้ เขาจะรู้สึกตัวมั้ย ถ้าเขาไม่รู้สึกตัว แนะนำให้แซนเปลี่ยนแฟน…เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจอผู้ชายผ่านแอป รู้จักกันมาเดือนสองเดือน ไม่มีโอกาสบอกเขาเลยว่า เรามีลูกติด จะบอกเขาก็ติดงานใหญ่ พอจะรองานใหญ่เขาจบ แม่เขาก็เข้า ICU อีก เราอยากจริงจังกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ ถ้าบอกเขาช้าไปกว่านี้ กลัวเขาจะคิดว่าเรามาหลอกรึเปล่าคะ??

16 ส.ค. 2024

เจอผู้ชายผ่านแอป รู้จักกันมาเดือนสองเดือน ไม่มีโอกาสบอกเขาเลยว่า เรามีลูกติด จะบอกเขาก็ติดงานใหญ่ พอจะรองานใหญ่เขาจบ แม่เขาก็เข้า ICU อีก เราอยากจริงจังกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ ถ้าบอกเขาช้าไปกว่านี้ กลัวเขาจะคิดว่าเรามาหลอกรึเปล่าคะ??

“คุณซี (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [14 ส.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหามีลูกแล้ว แต่ไม่กล้าบอกคนคุยใหม่ โดย “คุณซี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘สถานะของหนูคือหย่ากับสามีเก่าแล้ว และมีลูก 5 ขวบ หนูก็ไปปัดแอปพลิเคชัน แล้วไปเจอผู้ชายที่มาห้องหนูตอนนี้ ซึ่งหนูไม่เคยคุยจริงจังกับคนในแอปพลิเคชัน ก็เลยไม่คิดว่าต้องบอกเรื่องส่วนตัวทุกอย่างรึเปล่า? เพราะเค้าไม่ได้ถามหนู หนูก็ไม่ได้บอกเค้า และตอนนี้มันเดือนกว่าแล้ว มันเริ่มจริงจังขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อนหนูก็ถามว่าหนูบอกเค้าเรื่องมีลูกรึยัง? เดี๋ยวเค้าจะหาว่าหลอกเค้านะ แต่หนูไม่ได้หลอกแค่ไม่ได้บอก เพราะตอนจะบอกเค้าก็ติดงานที่ค่อนข้างเครียด ก็เลยคิดว่ารอเค้าเสร็จงานแล้วค่อยบอก แต่พอเค้าเสร็จงาน แม่เค้าดันเข้า ICU หนูก็เลยไม่รู้จะบอกตอนไหนดี หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูจะพูดยังไงดี หรือว่าควรรอไปก่อน?’ ซึ่งงานนี้ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่พี่ก็จะพูดพี่รู้สึกว่าการมีลูกมันไม่ได้มีปัญหาอะไรที่ต้องไม่พูด เพราะเราไม่ได้อยากปิดบังเค้าหนิ แค่จังหวะมันไม่ได้เท่านั้นเอง พี่ว่าถ้าวันนี้เค้ามีอารมณ์ขันก็พูดไปเลยแบบธรรมชาติ การมีลูกไม่ได้ค้องทำให้มันซับซ้อนซ่อนเร้นขนาดนั้น แต่ว่าต้องพูดแบบไม่คาดหวังด้วย ถ้าฟาล์วก็ฟาล์ว เพราะว่ามันเป็นเงื่อนไขได้ถ้าเค้าไม่ได้อยากได้เราแบบแพ็คเกจเค้าอยากได้เราตัวคนเดียวนั่นก็คือสิทธิ์เค้าเหมือนกัน พี่ว่าเดือนกว่ามันอยู่ในจังหวะที่พูดได้ ถ้ารับได้ว่าผลจากนั้นจะเป็นยังไง’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่พี่ก็บอกเลยเหมือนกัน แต่ถ้าบอกไปเค้าอยู่ก็อยู่ ไม่อยู่ก็ไม่แคร์’ และสุดท้าย “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่รู้สึกว่ามันคือความจริงอยู่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วเราก็ต้องบอกแต่เป็นพี่พี่เลือกเร็วตลอด และอีกด้านนึงคือเค้าอาจจะมีอะไรบอกเราเหมือนกันก็ได้ ก็บอกเค้าว่า นาน ๆ ที่เราจะได้อยู่ด้วยกันตรงนี้เนาะ ฉันก็มีหลายเรื่องอยากบอกเธอ แต่ว่าที่ผ่านมามันยังหาโอกาสไม่ได้สักที ถ้าเราคิดเหมือนกันว่าเราจะไปต่อเราต้องรู้จักกันมากกว่านี้แล้วก็ค่อย ๆ บอกเค้าไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมีแฟนเป็นผู้หญิง คบกันได้เกือบปีแล้ว แต่หนูมีความลับที่ไม่ได้บอกเขา ว่าหนูมีเสี่ยเลี้ยง หนูทำงานเป็นเด็กเอ็น ปรากฎว่าไม่นานมานี้ เพิ่งจับโป๊ะได้ ว่าแฟนหนูก็มีเสี่ยเลี้ยงเหมือนกัน ตอนนี้แฟนหนูเขารับเงินก้อนจากเสี่ยฝั่งนู้นมาแล้ว

06 มิ.ย. 2025

หนูมีแฟนเป็นผู้หญิง คบกันได้เกือบปีแล้ว แต่หนูมีความลับที่ไม่ได้บอกเขา ว่าหนูมีเสี่ยเลี้ยง หนูทำงานเป็นเด็กเอ็น ปรากฎว่าไม่นานมานี้ เพิ่งจับโป๊ะได้ ว่าแฟนหนูก็มีเสี่ยเลี้ยงเหมือนกัน ตอนนี้แฟนหนูเขารับเงินก้อนจากเสี่ยฝั่งนู้นมาแล้ว

หนูมีแฟนเป็นผู้หญิง คบกันได้เกือบปีแล้ว แต่หนูมีความลับที่ไม่ได้บอกเขา ว่าหนูมีเสี่ยเลี้ยง หนูทำงานเป็นเด็กเอ็นปรากฎว่าไม่นานมานี้ เพิ่งจับโป๊ะได้ ว่าแฟนหนูก็มีเสี่ยเลี้ยงเหมือนกัน ตอนนี้แฟนหนูเขารับเงินก้อนจากเสี่ยฝั่งนู้นมาแล้วเสี่ยเสนอให้ทดลองอยู่กัน 2 เดือนก่อน ถ้าไปต่อได้ จะเพิ่มเป็น 5 เดือน แฟนหนูเขาย้ายออกไปจากหนูแล้ว5 เดือนต่อจากนี้ หนูควรจะรอเขาไหม? หรือ หนูควรหาคนใหม่คุยไปเลย ... “คุณเรย์ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความรักเพศเดียวกัน แต่ดันทำอาชีพเด็กเอนเหมือนกัน โดย “คุณเรย์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนคบกันมาประมาณ 11 เดือน ที่ผ่านมาเราอยู่ด้วยกันมาตลอด อยู่กินด้วยกันที่บ้าน แต่หลัง ๆ เริ่มขอดูโทรศัพท์ของกันและกัน ก็เลยจับโป๊ะเรื่องที่ปิดบังกันได้ว่า ต่างคนต่างทำอาชีพเหมือนกันก็คือเขาเป็นเด็กเอน หนูก็เป็นเด็กเอนเหมือนกัน แล้วก็มีเสี่ยเลี้ยงกันทั้งคู่เลย เขาเป็นฝ่ายจับได้ก่อนแต่ปิดบังมาตลอด เขาพยายามรับให้ได้ เพราะไม่อยากเสียเราไป แต่พอหนูมารู้ความจริงของเขาทีหลังหนูเลือกที่จะถามไปตรง ๆ ว่า ไปเจอมาจากไหน? ทำไมถึงทำแบบนี้? ที่ถามออกไปแบบนี้ เพราะหนูไม่คิดว่าเขาจะทำงานแบบนี้ ฐานะที่บ้านเขาดีมาก ๆ แตกต่างกับหนูที่ทำเพื่อความจำเป็น แต่เขาก็พูดกับหนูตรง ๆ ว่าเงินไม่พอใช้สำหรับเขา ถึงจะมีมากแค่ไหนก็อยากจะใช้ฟุ่มเฟือย หลังจากนั้นเราก็พยายามปรับความเข้าใจกัน ซึ่งบอกว่าหนูทำเพราะจำเป็นนะ เขาก็บอกเขาทำเพราะอยากใช้เงินฟุ่มเฟือยและหนูไม่สามารถดูแลเขาได้ในตรงนี้ ก็เลยต้องยอมรับในส่วนนี้ด้วย เราก็เหมือนฝืนกันทั้งคู่ จนหลัง ๆ ทะเลาะกันบ่อยขึ้นในเรื่องงาน เริ่มฝืนไม่ได้แล้ว จนวันหนึ่งเราออกไปทำงานกันทั้งคู่ แต่เขากลับมาที่ห้องก่อน แล้วโทรให้เรารีบกลับได้ไหม มีเรื่องจะคุยด้วย แต่พอเรากลับมาเขาก็หลับไปแล้ว ตื่นเช้ามาแฟนพิมพ์แชทมาบอกว่า เขาจำเป็นต้องไปอยู่กับคนที่จะรับเลี้ยงดูแลวันนี้เลย ต้องเก็บของเลย ขอลองไปอยู่สัก 2 อาทิตย์ก่อน ถ้าเขาอึดอัดเขาจะรีบกลับมา ตอนนี้เขาไปอยู่ที่นั่น 4 วันแล้ว ซึ่งการไปอยู่กับเสี่ยคนนั้นเขาต้องแลกด้วยอิสระ เวลาจะไปไหนมาไหนต้องพาเสี่ยคนนี้ไปด้วยตลอดเวลา จะออกไปไหนก็ยากมาก ๆ และที่สำคัญห้ามมีแฟน ซึ่งเขาตัดสินใจไวมากแค่ภายในคืนเดียว เพราะเสี่ยบอกไว้ว่า อยากได้อะไรสามารถให้ได้ทุกอย่าง มีความฝันอะไร อยากเรียนพิเศษอะไร อยากไปไหน อยากดูแลตัวเองมากขึ้น เสี่ยสามารถให้ได้หมดเลย ณ ตอนนั้นหนูไม่คิดว่าเขาจะไปจริง ๆ เพราะเราไม่ได้ร่ำลากันเลย จนวันนี้เราเลิกกันแล้ว แต่หนูก็ยังอยู่ในห้องเดิมของเรา 2 คน ตอนแรกเขาบอกจะไปแค่ 2 สัปดาห์ แต่หลังจากเสี่ยให้ไปตรวจโรค ถ้าพบว่าปกติ ก็ต้องอยู่ต่ออีก 5 เดือนเพราะรับเงินไปแล้วก้อนนึง เขาไปดินเนอร์กับเพื่อนก็มีเสี่ยไปด้วย แล้วหนูก็สงสัยทำไมเขาไม่บอกว่าหนูเป็นเพื่อน แล้วให้หนูไปเจอ ทำไมหนูไปหาเขาไม่ได้ เขาก็บอกว่า เขากลัวหนูเจ็บที่เห็นภาพแบบนั้น หนูไม่เคยเห็นหน้าเสี่ยแต่เขาบอกว่าเสี่ยเป็นผู้มีอิทธิพล หนูเลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า ทำยังไงดี? ใจนึงก็อยากเปิดโอกาสให้ตัวเองได้คุยกับคนอื่นบ้าง หรือหนูควรจะรอเขาแต่ในระหว่างที่รอก็คุยกับคนอื่นไปด้วย’ ทางด้าน “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเป็นคนแรกว่า ‘มันขึ้นอยู่กับว่าเรย์อยากมูฟออนไหม ถ้าอยากมูฟออนก็ออกมาจากห้องนั้นซะ แต่ถ้าอยากรอคนที่เขาไม่เห็นคุณค่าในตัวเราแล้วไม่มูฟออน ก็อยู่ในห้องนี้ต่อไป แบกความเจ็บปวด หรือการรอคอยแบบนี้ไปเรื่อย ๆ มันเป็นสิ่งที่เรย์ต้องได้รับอยู่แล้ว เพราะเขาไปโดยที่ไม่เหลือคุณค่าให้เราเลย เรย์ก็ต้องอยู่อย่างไม่มีคุณค่าและรอต่อไป ซึ่ง ณ เวลานี้เรย์ก็เหมือนไม่มีใจจะมูฟออน ถึงจะเป็นแผลสดเรย์ก็ดูไม่ได้อยากจะรักษาด้วย ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะกลับมาหรือไม่กลับมา ถ้าเรย์เลือกที่จะรอ ก็อยู่กับความเจ็บปวดต่อไปจนกระทั่งถึงที่สุด แล้วบอกตัวเองว่าไม่ไหวแล้ว เรื่องนี้มันมีสองทางระหว่างเขากลับมากับเรย์ทนไม่ไหว ถ้าถามพี่ว่าทำยังไงได้ พี่บอกเลยว่าก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้เวลามันผ่านไปและถามตัวเองบ่อย ๆ ว่ารู้สึกแบบไหนแล้ว ’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเรย์จะอยู่วงการนี้ต้องจิตแข็งกว่านี้ เรย์ดูอ่อนต่อโลกใบนี้เกินอาชีพที่ทำอยู่เยอะเลย มากกว่าความสัมพันธ์ที่ลงไปเล่น มากกว่าเงื่อนไขที่เจอมากมาย เรย์มองตัวเองด้านเดียว เรย์ไม่มองด้านอื่นเลย พี่ว่าอันตราย เรื่องราวที่เล่าก็ดูประหลาด ๆ ไม่สมเหตุสมผล ตรรกะของตัวละคร ถ้าเขียนบทก็คงไม่กล้า ซึ่งถ้าพูดถึงแค่ประเด็นที่เขารีบเก็บของออกไปไม่ถึง 24 ชั่วโมงที่เขากลับมา มันเป็นการที่เขาตัดเราไปง่าย ๆ โดยไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังเลย สำหรับพี่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วกับการที่ไม่ต้องรอคนนี้ รอทำไม ความจริงเดียวคือเขาทิ้งเราไป จบ’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเพียงเพราะเหตุผลที่เขาบอกว่าเขาต้องการใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่ายแล้วต้องเอาอิสระของชีวิตไปอยู่กับผู้ชายเพื่อแลกกับเงิน ถ้าเป็นพี่ พี่ไม่เอาคนนี้มาเป็นคู่ชีวิต เพราะเขากลวงเหลือเกิน สำหรับพี่พอแล้ว เรย์ก็คิดเอาว่าจะเอาคนนี้มาเป็นคู่ชีวิตเพื่ออะไร แต่ถ้าจะรอก็แล้วแต่เรย์เลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

มีเพื่อนคนนึง ไม่ค่อยสนิทกัน แต่เค้าส่งคลิปมาให้หนูไม่หยุด ส่งมาให้ทั้งวัน ทั้งคืน คลิปตลก คลิปไวรัล คลิปโซเชียลต่างๆ บางทีหนูก็ไม่ได้เข้าไปดู ลองไม่ตอบไป 2-3 วัน ก็ยังส่งมาไม่หยุด จะบล็อกก็ไม่รู้ว่าจะเสียเพื่อนไปไหม ถ้าเจอแบบนี้ทำไงกันคะ?

26 ก.ค. 2024

มีเพื่อนคนนึง ไม่ค่อยสนิทกัน แต่เค้าส่งคลิปมาให้หนูไม่หยุด ส่งมาให้ทั้งวัน ทั้งคืน คลิปตลก คลิปไวรัล คลิปโซเชียลต่างๆ บางทีหนูก็ไม่ได้เข้าไปดู ลองไม่ตอบไป 2-3 วัน ก็ยังส่งมาไม่หยุด จะบล็อกก็ไม่รู้ว่าจะเสียเพื่อนไปไหม ถ้าเจอแบบนี้ทำไงกันคะ?

“คุณเบ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่ห้าในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องเพื่อนที่ไม่สนิทชอบส่งคลิปมาให้เรามากเกินไปจนมันน่ารำคาญ โดย “คุณเบ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีปัญหาคือจะมีเพื่อนที่ไม่สนิท ที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานานมากเเล้ว เเต่ว่ามีโซเชี่ยลกัน ติดต่อในโซเชียลบ้าง คือเขาจะชอบส่ง Reels ส่งคลิปมาใน DM ไอจี แชร์มาตลอดเวลาทั้งวันเป็นสิบ ๆ อัน เป็นคลิปตลกบ้าง คลิปศิลปิน คลิปทั่วไปเรื่อยเปื่อย ด้วยความที่มันส่งมาทั้งวัน เเล้วหนูก็รำคาญ คนที่มีพฤติกรรมเเบบนี้มี 2 คน แรกๆ หนูก็ตอบค่ะ ก็ตามมารยาท เพื่อนแชร์อะไรมาให้หนูก็ดู รีเเอคชั่นกลับไป เเต่มันเหมือนหนูยิ่งตอบมันก็ยิ่งส่ง เเล้วหนูเป็นคนตอบเร็วเเล้วไม่ชอบให้มีโนติค้าง เเล้วเป็นว่าก็ส่งมาไม่หยุดเลย คนที่ 1 เขาจะชอบส่งศิลปินที่เขาชอบมา หนูรู้จักแต่ไม่ได้ชอบ เหมือนส่งมาหวีดเมนตัวเองว่า “แก เมนเราน่ารัก ทำแบบนั้นแบบนี้น่ารักมั้ย” หนูเลยตอบรีเเอคไปแบบกว้าง ๆ ไปไม่ได้ลงดีเทลเหมือนที่เขาต้องการ เพราะหนูคิดไปเองว่า ถ้าหนูรีเเอคแบบคนไม่มีใจ เขาจะส่งมาน้อยลง เเต่ว่าไม่ ชีก็ส่งมาเรื่อย ๆ เลย ขอแค่หนูตอบอะไรก็ได้ คนที่ 2 เนี่ยหนักเลย คนนี้เขาชอบแชร์มีม เเชร์เรื่องตลกเรื่อยเปื่อย คือมาทุกช่องทางโซเชี่ยลที่หนูมีกับเขาเลย คือหนูจะมีเฟสบุ้ค ไอจีเขา เขาก็ส่งมาหมดเลย เฟสบุ้คนี่หนักเลย คือมันจะแบ่งเป็น 2 อย่างใช่มั้ยคะ แท็กหนูใต้โพสต์มาเป็นสิบ เเล้วก็ยังเเชร์มาในเเมสเซนเจอร์ของเฟสบุ้คมาอีก ด้วยความที่หนูไม่ค่อยเล่นเฟสบุ้คเเล้วเพราะว่ามีพ่อแม่มีญาติอยู่ หนูก็ไม่ค่อยตอบ เขาก็เหมือนย้ายแพลตฟอร์มมาที่ไอจี มาส่ง เเต่เขาก็ไม่ได้หยุดส่งในเฟสนะคะ เขาก็เเชร์ 3 แพลตฟอร์มเลย คือมันเยอะมาก หนูก็เคยเห็นเขาเเท็กหลายคนอยู่นะคะในโพสต์ที่เขาเเท็กหนู หนูก็กดเข้าไปอ่านไม่ตอบ เพื่อให้โนติมันหายไป มีครั้งนึงชีคนที่ 2 เขาก็ทักหนูกลับมาว่า “เป็นอะไรอะ ไม่ตอบเลย ป่วยหรอ?” หนูก็ตอบกลับไปว่า “ส่งมาเยอะขนาดนี้ตอบไม่ไหวหรอกจ้า” เขาก็อ่านไม่ตอบเเล้วก็หายไปสักพัก ไม่ถึงวันเขาก็แชร์มาอีก หนูทำมาทุกวิถีทางเเล้ว ไม่อ่านไม่ตอบ ทิ้งไว้หลาย ๆ วันเเล้วค่อยไปกดออก เเต่เหมือน 2 คนนี้เขาไม่ลดละความพยายามเลย เขาเห็นหนูอ่านเเล้วก็จะส่งมาใหม่ทันที ไม่สนใจว่าหนูจะไม่ตอบนานเเค่ไหนเเล้วส่งมาเรื่อย ๆ ทีเนี่ย เเจ้งเตือนหนูก็จะชึ้น 2 อัน เป็นเขา 2 คนอยู่ตลอดเลย ไม่เคยหายไปเลย หนูก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า หนูจะทำยังไงดีให้เขาเลิกส่งมาให้หนู หรือว่าส่งมาให้มันปริมาณไม่เยอะขนาดนี้’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเเชร์มีมลอย ๆ มาในกรุ๊ปจะไม่ตอบ เเต่ถ้าเขายิงตรงถึงเรา อาจจะเข้าไปอ่านแล้วตอบนิด ๆ หน่อย ๆ ตามมารยาท เเต่ถ้ารัว ๆ จะไม่ตอบจะไม่สนใจเลย บางคนเขามีความสุขกับการแชร์มีม โดยไม่ต้องการคำตอบด้วย เเค่รู้สึกว่าให้เพื่อนได้เห็นอะไรตลก ๆ เหมือนเรา’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าไม่มีโอกาสได้เจอ เป็นพี่พี่บล็อกไปแล้ว พี่ไม่เหนื่อยมาลบหรอก หรือเบไปตั้งไม่ให้เเท็กได้นะในเฟสบุ้ค เเต่ในไอจีพี่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ถ้ามันทำให้รำคาญ พี่จะบล็อก! ไม่เห็นต้องเเคร์เขาเลยถ้าไม่ใช่เพื่อนที่สนิทเเบบจะเจอกันอยู่เเล้วอะ ถ้าบอกไปแล้ว ทำให้เขารู้ไปเเล้วว่าไม่อยากรับสารเหล่านี้ เเล้วเขายังทำอยู่ก็ต้องบล็อกอะ เพราะไม่รู้จะทำยังไงเเล้ว’ เเละสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่ถ้าไม่สนิทพี่จะไม่อ่านเลย พี่จะลบ ถ้าเขาถามว่าเป็นอะไรทำไมไม่อ่าน ก็ตอบไปเลยว่ารู้ว่าที่ส่งอะไรมามันไม่สำคัญ ขี้เกียจอ่าน พูดตรงๆ เเต่ถ้าไม่อยากพูดตรง ๆ อีกวิธีคือให้อันฟอลเขาเเล้วไปตั้งค่าให้เเค่คนที่เราติดตามเท่านั้นส่งข้อความได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-