มีนิสัยต้องเขย่าคนที่นอนใกล้ ๆ ตลอด เพราะเคยสูญเสียคุณตาไประหว่างนอนหลับ ทำให้เป็นปมในใจ จะทำยังไงให้ตัวเองเลิกนิสัยนี้ดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

มีนิสัยต้องเขย่าคนที่นอนใกล้ ๆ ตลอด เพราะเคยสูญเสียคุณตาไประหว่างนอนหลับ ทำให้เป็นปมในใจ จะทำยังไงให้ตัวเองเลิกนิสัยนี้ดีคะ?

29 พ.ค. 2026

มีนิสัยต้องเขย่าคนที่นอนใกล้ ๆ ตลอด

เพราะเคยสูญเสียคุณตาไประหว่างนอนหลับ ทำให้เป็นปมในใจ

จะทำยังไงให้ตัวเองเลิกนิสัยนี้ดีคะ?

        ‘คุณน้ำอุ่น’ (นามสมมติ) สายที่ 3 ในรายการในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษาจาก ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่องที่มีนิสัยต้องเขย่าตัวคนที่นอนด้วยใกล้ ๆ ตลอด เนื่องจากมีปมในวัยเด็ก

        ‘คุณน้ำอุ่น’ อายุ 26 ปี เล่าว่า ทุกครั้งเวลาตื่นนอน ต้องเขย่าตัวคนที่นอนข้าง ๆ ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า สาเหตุจากนิสัยนี้มาจากเคยสูญเสียคุณตาไปตอนเด็ก เหตุการณ์คือตอนนั้นเธอนอนหลับแต่อยู่คนละมุ้งกับคุณตา ซึ่งคุณตาเสียไปตอนกลางคืน กว่าจะรู้ว่าคุณตาเสียก็เป็นตอนเช้า ทำให้หลังจากนั้นเวลาที่นอนกับใครก็มักจะเขย่าตัวเพื่อเช็กว่าคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ คุณยาย เพื่อน หรือแม้แต่แฟนก็ตาม เคยอยากลองวิธีการอื่นในการเขย่า เช่น การจับตัว หรือการจับชีพจร แต่รู้สึกว่าการเขย่าตัวตรง ๆ มันรู้สึกดีกว่าเพราะได้รู้แน่ชัดว่ายังมีชีวิตอยู่ และไม่มีใครเลยที่มีปัญหากับการที่โดนคุณน้ำอุ่นเขย่าตัว 

        เมื่อต้นปีที่ผ่านมาคุณน้ำอุ่นได้ไปเยี่ยมคุณแม่ที่ต่างประเทศกับน้องชายด้วยกันเพียงสองคน ตอนนั้นคุณน้ำอุ่นเองก็ได้ตื่นก่อนจึงเขย่าตัวน้องชายให้ตื่น เพราะจับตัวน้องชายแล้วพบว่าตัวเย็น เขย่าตัวอยู่นานมากแต่น้องชายก็ไม่ตื่น ในตอนนั้นคุณน้ำอุ่นเองก็รู้สึกใจไม่ดีมาก แต่สุดท้ายน้องชายก็ตื่น ทำให้คุณน้ำอุ่นยังมีนิสัยเขย่าตัวคนที่นอนด้วยกันอยู่เรื่อย ๆ 

        ในตอนนี้เองคุณน้ำอุ่นก็อยู่ด้วยกันกับแฟน คุณน้ำอุ่นก็เขย่าตัวแฟนทุกเช้าที่ตื่นก่อนแฟน ซึ่งคุณน้ำอุ่นเองก็ไม่เคยบอกเรื่องอาการนี้ที่เป็นอยู่กับใคร ไม่มีใครสักคนถามว่าจะเขย่าตัวไปทำไม เพียงแค่ลืมตามามองคุณน้ำอุ่น และคุณน้ำอุ่นก็จะสบายใจถ้าเห็นว่าลืมตาแล้วก็จะปล่อยให้นอนต่อ นั่นจึงทำให้คุณน้ำอุ่นอยากได้วิธีที่ทำให้หายจากนิสัยที่ต้องเขย่าตัวคนข้าง ๆ ที่นอนด้วยกัน

        เรื่องของคุณน้ำอุ่นดูจะเป็นปัญหาทางจิตใจที่ต้องได้รับคำแนะนำจากคุณหมอโดยตรง ‘หมอท้อป’ จึงให้คำปรึกษาว่า “การที่กลัวการสูญเสียไม่ใช่เรื่องแปลก สิ่งที่คุณน้ำอุ่นเป็นอยู่คือบาดแผลทางใจ ยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัยเด็กก็เข้าใจได้เลยว่าทำไมถึงเกิด Trauma หลาย ๆ คนที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ฝังใจในรูปแบบที่ต่างกันไป ซึ่งปัญหานี้ควรเข้ากระบวนการรักษาไปเลยดีกว่า รักษาต่อเนื่องก็จะช่วยได้มากกว่า ซึ่งนี่ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งเคสตัวอย่างได้ว่าไม่ต้องป่วยก็ไปหาหมอได้ เพราะการไม่ได้ป่วยอาจรุนแรงและรบกวนการใช้ชีวิตมากกว่าอาการป่วยบางอันอีก”

        และปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ ช่วยกันเสริมด้วยว่า “ถ้าการโดนปลุกมันไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนรอบข้าง เราก็หาวิธีการปลุกที่เนียน ๆ กว่านี้ เช่น การจุ๊บหน้าผากให้เขารู้สึกตัวแทน”

 เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ตอนนี้เรากับสามี มีลูกอายุ 2 ขวบกันแล้วค่ะ เขาเป็นพ่อที่ดี เป็นสามีที่ดี หน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ตั้งแต่ก่อนคบกัน เขาสัญญาว่าจะเลิกบุหรี่ จนคบกัน ก็สัญญาว่าจะเลิก ก็ยังไม่เลิก จนแต่งงานกันบอกว่าจะเลิกสูบ ก็ยัง

15 ส.ค. 2025

ตอนนี้เรากับสามี มีลูกอายุ 2 ขวบกันแล้วค่ะ เขาเป็นพ่อที่ดี เป็นสามีที่ดี หน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ตั้งแต่ก่อนคบกัน เขาสัญญาว่าจะเลิกบุหรี่ จนคบกัน ก็สัญญาว่าจะเลิก ก็ยังไม่เลิก จนแต่งงานกันบอกว่าจะเลิกสูบ ก็ยัง

ตอนนี้เรากับสามี มีลูกอายุ 2 ขวบกันแล้วค่ะ เขาเป็นพ่อที่ดี เป็นสามีที่ดี หน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องแต่ตั้งแต่ก่อนคบกัน เขาสัญญาว่าจะเลิกบุหรี่ จนคบกัน ก็สัญญาว่าจะเลิก ก็ยังไม่เลิกจนแต่งงานกันบอกว่าจะเลิกสูบ ก็ยัง มาถึงตอนนี้บอกว่ามีลูกแล้วจะเลิกสูบ ก็เหมือนเดิมเขาแอบไปสูบในห้องน้ำ แอบสูบที่ทำงาน เราไม่ชอบคนสูบบุหรี่เลย สุขภาพก็เสียด้วยถ้าจะหย่ากับสามีเพราะเหตุผลนี้ จะแรงไปไหม?แต่ใจก็ยังรักเขาอยู่ แค่อยากให้สามีเลิกได้จริงๆจังๆสักที “คุณเพลง (นามสมมติ)” อายุ 27 ปีเป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [13 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจอ๋อง - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาที่สามีไม่สามารถเลิกบุหรี่สักที กลัวมันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพสามีและลูก โดย “คุณเพลง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แฟนของเราสัญญาว่าจะเลิกสูบบุหรี่ตั้งแต่ประมาณ 5 ปีที่แล้ว ตอนนั้นยังไม่มีลูก เราขอให้เขาลดหรือเลิกสูบตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เริ่มคบกัน เขาก็รับปากว่าจะเลิก แต่จนถึงตอนนี้เรามีลูกด้วยกันแล้ว ลูกอายุ 2 ขวบ เขาก็ยังไม่สามารถเลิกได้ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นพ่อที่ดี สามีที่ดีในหลาย ๆ ด้าน ยกเว้นแค่เรื่องเดียวคือบุหรี่ เขาเปลี่ยนจากสูบบุหรี่มวนมาเป็นบุหรี่ไฟฟ้า ถึงจะไม่สูบต่อหน้าลูกหรือเราโดยตรง แต่เขาก็จะแอบไปสูบในห้องน้ำ ซึ่งเราเคยจับได้เพราะไปเจอบุหรี่ในกระเป๋า ที่ผ่านมาเราเลือกเงียบ ไม่พูดถึง แต่ในใจก็รู้สึกอึดอัด เพราะเรื่องนี้เราเคยคุยกันหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่เรารู้ว่าตั้งครรภ์ เราเคยขอร้องอย่างจริงจัง เราพยายามเข้าใจว่าเขาสูบมานานตั้งแต่วัยรุ่น การจะเลิกคงจะยาก เขาเองก็อาจจะเครียดเพราะเป็นหัวหน้าครอบครัว ที่ต้องรับผิดชอบหลายเรื่องในบ้าน แต่ในมุมของเรา เราไม่เห็นประโยชน์อะไรจากบุหรี่เลยโดยเฉพาะกับสุขภาพของเขา และเรายังห่วงลูกมาก ๆ กลัวผลกระทบจากควันบุหรี่มือสอง รวมถึงในอนาคต กลัวว่าถ้าลูกไปเจอสังคมที่มีคนสูบบุหรี่ แล้วเขาจะสอนลูกได้ยังไง ในเมื่อเขาเองยังทำไม่ได้ เรามีงานที่มั่นคงต่อให้เลิกกัน เราก็ยังสามารถเลี้ยงดูลูกได้ เลยอยากรู้ว่าการหย่าเพราะเรื่องบุหรี่จะรุนแรงเกินไปไหมสำหรับเขาและอนาคตเด็กคนหนึ่ง?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัจจุบันเด็กไม่จำเป็นต้องมีพ่อมีแม่ เดี๋ยวนี้เราใช้แค่คำว่ามีผู้ปกครองหรือคนที่ดูแลเขาได้อย่างดีก็พอแล้ว ถ้ามันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเราการหย่าจะไม่ถือว่ารุนแรงไป แต่น่าเสียดายที่เขาเป็นพ่อที่ดีและเป็นสามีที่ดี เพราะฉะนั้นลองแก้ไขดูก่อน วิธีแก้คือยื่นคำขาด บอกว่าเราจะแยกกันอยู่ เพื่อที่จะกดดันเขา แล้วถ้าวันไหนเขาพร้อมค่อยให้เขามาทำหน้าที่พ่อ เพราะคนจะเลิกบุหรี่ต้องเลิกด้วยตัวเอง ลองดูว่าวิธีไหนจะเหมาะกับเรา แล้วถ้าปัญหานี้แก้ไม่ได้จริง ๆ การเลิกกันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เขาควรจะได้รู้ว่าปัญหามันจริงจังขนาดไหน มันจะนำไปสู่การเลิกกันมากกว่าการที่อยู่ดี ๆ หย่ากันเลย ผมไม่ได้ปกป้องคนสูบบุหรี่นะ แต่อยากให้คิดอีกมุมด้วยว่าบางทีการที่มีพ่อที่สูบบุหรี่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกจะสูบบุหรี่ด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งไปคิดว่าลูกจะเป็นยังไง ต่อให้คุณเพลงหย่ามันก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าลูกคุณเพลงจะไม่สูบบุหรี่ แต่เท่าที่ได้ฟังก็เสียดายที่ต้องจะเลิกรากันไปด้วยปัญหานี้ที่มันสามารถแก้ไขกันได้ ด้วยการเลิกสูบบุหรี่ ก็ต้องถามคุณเพลงกลับว่าทั้งคู่ยังอยากอยู่ด้วยกันไหม ถ้าอยากอยู่ด้วยกันก็ทำให้เขารู้ว่าปัญหานี้มันจริงจังแค่ไหน ผมรู้สึกว่าการสูบบุหรี่มันลำบากกับการใช้ชีวิต สูบเสร็จก็ต้องล้างมือ แปรงฟัน บางทีก็ต้องถึงขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็อยากให้เขาหาเหตุที่ทำให้เลิกบุหรี่ให้ได้ ไม่เพื่อครอบครัวก็เพื่อตัวเอง อย่าไปเลิกเอาในวันที่หมอบอกให้เลิกแล้ว ตอนนั้นสุขภาพมันคงไม่ไหวแล้ว’ สุดท้าย “ดีเจอ๋อง” ได้ให้คำคำปรึกษาว่า ‘ไม่ติดที่คุณเพลงจะมีความรู้สึกอยากหย่าเพราะเรื่องนี้ ถ้าตัวสามีเขารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่เป็นเรื่องไร้สาระ อันนี้น่าจะไปต่อได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เขามองเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยแบบนั้นคือยาก คนสูบบุหรี่มันต้องมีอะไรในใจ สิ่งที่อยากให้คุณเพลงทำคืออยู่ข้าง ๆ เขา เราใช้ทุกวิธีแล้ว งั้นก็ทำให้เขาเห็นว่าถ้ายังเลิกไม่ได้ไม่เป็นไร เราก็จะอยู่ข้าง ๆ แบบนี้ แล้วหาให้ได้ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้เขาต้องไปสูบบุหรี่คืออะไรอ๋องเคยสูบบุหรี่มาเป็น 10 ปี แต่เลิกได้ด้วยการหักดิบ วันแรกที่อ๋องเลิกบุหรี่อ๋องไปเจอว่าสารในบุหรี่มันอยู่ในร่างกายเราแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้นเอง แสดงว่าหลังจากนั้นที่ทำให้คนเราติดมันอยู่ที่นิสัยเราล้วน ๆ เลย มันก็เป็นความรับผิดชอบเราส่วนหนึ่ง ที่ตอนเป็นแฟนกันเราก็ไม่เลิกกับเขาแล้วไปแต่งงานกับเขาเอง ดังนั้นวันนี้อยากให้ลองจับมือแล้วสู้ไปด้วยกันก่อน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายการวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปี พอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเรา ตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่าง แต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้น

24 พ.ย. 2023

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปี พอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเรา ตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่าง แต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้น

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปีพอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเราตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่างแต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้นควรไปต่อหรือพอแค่นี้ แล้วถ้าบอกเลิกตอนนี้จะดูงี่เง่าไปไหม... “คุณเอฟ (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” กับปัญหาที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นมือที่ 3 จนคบกันมาถึงตอนนี้ ก็รู้สึกกลัวและระแวงว่าเขาจะนอกใจเหมือนที่เขาเคยทำ โดย “คุณเอฟ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ประมาณปีที่แล้ว ผู้ชายซึ่งเป็นแฟนในปัจจุบัน เขาเข้ามาจีบ โดยเราไม่รู้ว่าเขามีแฟนที่คบกันมากว่า 10 ปีแล้ว เรามาจับได้หลังจากคบกันมาสักพัก พอเรารู้เรื่อง เราก็ถอยออกมา ให้เขากลับไปจัดการเคลียร์กับทางนั้น เราไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราเข้าไปเป็นมือที่ 3 หลังจากที่เขากลับไปเคลียร์ เขาก็กลับมาบอกว่า “เลือกเรานะ เขารักเราจริงๆ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับทางนั้นแล้ว เขาขอโอกาสได้ไหม” เราก็เลยลองให้โอกาสเขาดู ตอนนี้มันก็ผ่านมา 1 ปีแล้ว แต่เราต้องใช้ชีวิตแบบหวาดระแวง กลัวว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่ทำกับคนที่เขาคบมานาน กลัวว่าเราจะต้องไปตกอยู่ในสภาพแบบนั้น กลัวว่าคนรอบข้างเขาจะสมน้ำหน้าเรา เพราะว่าคนที่เขาไม่ได้รู้เรื่องราว เขาก็มองว่าเราไปแย่งผู้ชายมา แล้วสิ้นปีนี้ผู้ชายเขาต้องเปลี่ยนงาน ซึ่งตอนที่เขามาจีบหนู ตอนนั้นเขาก็เปลี่ยนงานมาได้ไม่นาน มาเจอสังคมใหม่ หนูก็เลยกลัวมากว่าถ้าเขาเปลี่ยนสังคมไปแล้ว เขาจะทำแบบเดิมหรือเปล่า หนูไม่รู้จะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์นี้ ควรไปต่อหรือควรหยุด เพราะตลอดเวลาที่คบกันมาปีกว่า หนูกังวลเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาเขาก็ดูแลดีทุกอย่าง เป็นผู้ชายที่ดีคนนึง เพอร์เฟคในหลายๆ อย่าง มีไม่เพอร์เฟคแค่เรื่องนี้ ถ้าจะไปต่อในความสัมพันธ์นี้จะไปต่ออย่างไร หรือถ้าจะเลิกมันจะดูงี่เง่าไปไหม’ ทาง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าทุกความสัมพันธ์ มันตอบไม่ได้หรอก ว่าใครนอกใจหรือไม่นอกใจ เพียงแต่ว่าแค่คนนี้มันมีเชื้อ มันเหมือนเริ่มต้นผิด เริ่มต้นกับคนผิด แต่…มันก็มีเยอะเหมือนกันที่อยู่ด้วยกันกับคนปัจจุบัน ไปจนแก่เฒ่า สิ่งที่วัดคือ วัดจากปัจจุบันว่าผู้ชายคนนี้รักเรามากแค่ไหน ถ้าเขารักเรามาก เขาจะทำอะไรก็ได้ให้เรารู้สึกมั่นใจ ถ้าวันนึงที่เขามีคนอื่น ผู้ชายมันจะเปลี่ยนไปเอง จะเจอเรายากขึ้น เราจะรู้โดยธรรมชาติของเราเองว่าเปลี่ยนไป พอถึงวันนั้นไม่ต้องรอเจอคนใหม่ ให้เราถามตัวเองเลยว่า เราอยู่แล้วเรามีความสุขไหม ถ้าไม่มีความสุขเราก็แค่เดินออกมา ถ้าวันนี้เราจะไปขอเลิกเขา มันดูงี่เง่าไหม สำหรับพี่ถือว่างี่เง่า ถ้าไม่เอาก็ไม่ต้องเอาตั้งแต่วันแรกสิ ที่หนูบอกว่า ‘เขาดีทุกอย่างเลย เขาแค่นอกใจ’ เขาไม่ได้แค่นอกใจ นอกใจไม่ใช่แค่ เพราะถ้ามันแค่ มันจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของหนูในวันนี้ ถ้าเขาจะนอกใจ เขาก็นอกใจได้ แล้วก็ดีเสียอีก เพราะหนูจะได้ไม่เสียเวลา แต่ถ้าเลิกกันตอนนี้โดยที่เขาไม่มีความผิด มันก็งี่เง่าแหละ แต่เอาเป็นว่าถ้าอยู่กับปัจจุบันแล้วมันไม่มีความสุข ก็ให้เดินออกมา หรือเราต้องคุยกับเขาว่าเรากลัวอะไร อยากให้เขาแสดงความมั่นใจ ถ้าเขารักเราเขาจะทำให้เราได้ เขาอาจจะเลือกเราก็ได้ อาจจะรู้สึกว่าเราใช่แล้ว ไม่อยากเสียเราไป ถ้าถามเขาจะนอกใจไหม มันไม่มีใครตอบได้แม้กระทั่งตัวเขาเอง เขาก็ไม่รู้ว่าวันนึงเขาไปเจอใครแล้วเขาจะหวั่นไหวไหม เขามีความมั่นคงหรือหนักแน่นแค่ไหน ตัวเขาก็ยังไม่รู้ แต่เขารู้แค่ว่าตอนนี้เขามีเรา เขาจะแสดงความมั่นใจให้กับเรา ให้เราอยู่กับปัจจุบันว่าเรามีความสุขไหม’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากจะบอกเอฟอย่างนี้ว่า เวลาเราตัดสินใจคบกับใครสักคน มันก็คือความเสี่ยงทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย ดูจากประวัติในอดีตหรืออะไร แต่ทุกอย่างมันไม่ได้การันตีว่าคนที่เคยบอกเลิกกับแฟนคนนึงเพื่อมาคบกับอีกคนนึง นั่นแปลว่าเขาจะทำอีกแน่ๆ 100% หรือถ้าบอกว่า เขาจะไม่ทำแล้ว เขาเห็นเอฟเป็นรักแท้ มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หลายๆ เคสมันก็เป็นแบบนี้ เอฟลองคิดว่าเรารับความเสี่ยงกับการคบกันครั้งนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าตื่นมาทุกวันแล้วต้องระแวงในทุกการกระทำที่เขาทำ นั่นแปลว่าธรรมชาติของคุณ ไม่ใช่คนที่สามารถรับความเสี่ยงอะไรแบบนี้ได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะเสียเวลา เสียสุขภาพจิตไปกับตรงนี้ อยากให้คอมเม้นต์อีกด้านนึงว่า ถ้าเราเลิกตอนนี้ คนอื่นจะมองเรางี่เง่าแน่นอน แต่สุดท้ายถ้าเอฟรู้ตัวว่าฉันอยู่ไม่ไหว มันหวาดระแวง ไม่มีความสุข จะตัดสินใจยังไงมันก็เป็นเรื่องของเรา เราเคยให้โอกาสเค้า แล้วแต่พอมาคบกันจริงๆ แล้วมันไปไม่รอดอย่างที่เราหวัง จะจบความสัมพันธ์มันก็ได้นะ คนเรามีสิทธิ์ที่จะลอง ถ้าลองแล้วมันไม่ใช่ ก็มีสิทธิ์ที่จะแยกย้ายเหมือนกัน คนอื่นจะมองว่าเรางี่เง่า แต่มันก็ไม่ผิดอะไรที่เราจะทำให้ตัวเองมีความสุข’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับทั้งพี่เผือกและพี่ต้นหอม เราไม่รู้จริงๆ ว่าคนที่เราอยู่ด้วยวันนึงเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไร มันวัดไม่ได้จริงๆ ว่าเวลามันจะเปลี่ยนใคร เพราะฉะนั้นเคสนี้เขาเคยทิ้งผู้หญิงคนนั้นแล้ว แต่วันเวลามันอาจจะทำให้เขาตระหนักได้ว่าเขาไม่ควรทำอย่างนั้นอีกก็เป็นได้ หรือเขาอาจจะทำอีก ก็เป็นได้ ไม่มีใครรู้เลย ถ้าคิดจะให้โอกาส ต้องไม่นอยด์ไปจนถึงเอาเรื่องเก่ามาพูดอีกเลย ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะให้โอกาสไม่ควรที่จะไปคอยระแวง พี่คิดว่ามันไม่แฟร์กับเขาเพราะเราให้โอกาสเขาแล้ว และมันไม่แฟร์กับความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ด้วย พี่คิดว่า ถ้านอยด์แล้วเรื่องมันเกิดก็คือเลิก แต่ถ้านอยด์แล้วเรื่องมันไม่เกิด ก็มีผลว่าจะเลิกกันเหมือนกัน เพราะอีกคนก็ไม่มีความสุข ตัวเราก็ไม่มีความสุข แต่ในขณะที่เราไม่นอยด์แล้วเรื่องเกิดก็เลิกกัน แต่ถ้าเขาไม่เจ้าชู้เราก็มีสิทธิ์ที่จะรักกันไปตลอด ผลมันต่างกัน ถ้าคนเรารักกันแล้วคนนึงมาระแวงตลอด พี่ว่ามันไม่มีความสุข แล้วมันจะเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่น่าจะอยู่ระยะยาว แต่สุดท้ายทั้งหมดมันอยู่ที่ตัวหนู ใครจะมองว่าหนูงี่เง่า มันก็คือชีวิตหนู หนูก็ต้องไปหาที่ที่ทำให้หนูสบายใจ มันไม่มีใครที่จะมามีผลกับชีวิตหนูเลย นอกจากตัวหนูเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเมาไม่รู้ตัว พลาดมีอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่ถึงเดือน และเขาก็ไม่ได้ป้องกัน หนูกลัวท้องก็เลยจะกินยาคุม แต่เขาบอกกับหนูว่า “ไม่ต้องกินหรอก ไม่เคยพลาดท้อง” อยากรู้ว่า หนูจะดูเป็นผู้หญิงไร้ค่าสำหรับเขาหรือเปล่า?

21 มี.ค. 2023

หนูเมาไม่รู้ตัว พลาดมีอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่ถึงเดือน และเขาก็ไม่ได้ป้องกัน หนูกลัวท้องก็เลยจะกินยาคุม แต่เขาบอกกับหนูว่า “ไม่ต้องกินหรอก ไม่เคยพลาดท้อง” อยากรู้ว่า หนูจะดูเป็นผู้หญิงไร้ค่าสำหรับเขาหรือเปล่า?

“คุณบีน่า (นามสมมุติ)” อายุ 22 ปี สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 มีนาคม 2566) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจต้นหอม - ดีเจเฟี๊ยต เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ที่พลาดไปมีอะไรกับคนที่พึ่งรู้จัก โดย “คุณบีน่า (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึงอายุ 26 ปี ได้รู้จักกันผ่านเฟซบุ๊ก เพราะก่อนหน้านี้ได้เจอกันที่งานศพของรุ่นน้องที่รู้จัก ตอนนั้นหนูจำเขาไม่ได้ แต่เขาจำหนูได้เลยแอดเฟซบุ๊กและทักมาถามสารทุกข์สุกดิบว่า เป็นยังไงบ้าง ยังเสียใจอยู่มั้ย เขาก็หยอดว่า เนี่ยตัวจริงน่ารักว่าในรูปอีกนะ เหมือนเขาจะเข้ามาจีบ ซึ่งตอนแรกหนูก็ไม่ได้ชอบเขา แค่ตอบตามมารยาท และก็คุยกันมาเรื่อยๆ จนมีโอกาสได้นัดเจอกันถึง 3 ครั้ง ด้วยความที่หนูเป็นคนชอบดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือใคร หนูไปได้หมดเลย ตอนนั้นก็ได้นัดเจอกับเขาครั้งแรก ไปดื่มด้วยกัน 2 คน เขามารับหนูประมาณจะ 5 ทุ่มแล้ว เขาบอกกับหนูว่า ตอนนี้ร้านใกล้ปิดแล้วไปดื่มที่บ้านพี่ไหม ซึ่งหนูออกมากับเขาแล้ว หนูเลยปฏิเสธไม่ได้ หนูก็บอก โอเค แต่เที่ยงคืนต้องมาส่งนะ พอมาถึงบ้านเขา เราก็ดื่มด้วยกันแล้วเขาก็พยายามลวนลามหนู ตอนนั้นหนูยังไม่ได้เมามาก ก็เลยปฏิเสธเขาไปว่า ยังไม่พร้อม เราเพิ่งรู้จักและนัดเจอกันครั้งแรกเอง แต่คืนนั้นหนูนอนค้างบ้านเขาแต่ยังไม่ได้มีอะไรกัน ต่อมาครั้งที่สองก็นัดเจอทานข้าวกันปกติ ไม่ได้มีอะไร จนล่าสุด 2 อาทิตย์แล้ว ตอนนั้นหนูดื่มอยู่ที่บ้านคนเดียว ดื่มไปค่อนข้างเยอะ แล้วมีรุ่นพี่คนหนึ่งโทรตามให้ไปดื่มต่อข้างนอกใกล้ๆ บ้าน ซึ่งตอนนั้นหนูก็เริ่มเมาแล้วด้วย แต่หนูก็ตัดสินใจไป พอหนูไปดื่มกับรุ่นพี่ได้สักพัก เขาก็ทักมาบอกว่า เขาออกมาดื่มเหมือนกัน มาดื่มต่อกับพี่มั้ย แล้วหนูเมาไม่รู้เรื่องเลยเผลอตอบตกลงไปกับเขา หลังจากนั้นภาพตัดเลย รู้สึกตัวอีกทีตื่นมาประมาณ 6 โมงเช้า มีความรู้สึกกำลังจะพลิกตัว แล้วจะเอามือคว้าหมอนข้างมากอด แต่มันไม่ใช่หมอนข้าง มันเป็นเขานอนหันหลังอยู่ข้างๆ และหนูก็ไม่ได้ใส่ชุดชั้นใน แต่สวมเสื้อผ้าของเขาอยู่ หนูตกใจมากก็เลยไปเปิดแชทดู รู้เลยว่าเมื่อคืนหนูพลาดแล้ว หลังจากนั้นหนูก็ปลุกเขามาถามว่า เมื่อคืนได้ป้องกันมั้ย เขาก็ตอบว่าไม่ หนูทำอะไรไม่ถูกเลยกลับบ้าน ไม่ได้คุยอะไรกับเขา และพอถึงบ้านหนูก็ทักไปหาเขาว่าหนูต้องกินยาคุมหรือเปล่า เขาก็ตอบกลับมาว่า ไม่ต้องกินหรอก ไม่เคยพลาดท้อง แต่หนูก็เลือกที่จะกินยาคุม ซึ่งหนูกังวลทุกอย่างเลย ทั้งเรื่องท้อง เรื่องโรคติดต่อบ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตรวจโรค ได้แค่ตรวจเลือดจากการตรวจสุขภาพ ตอนนี้กำลังรอเวลาอยู่ประมาณ 7-15 วัน ค่อยตรวจอีกทีหนึ่ง ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง หนูก็เลิกดื่ม เลิกเที่ยวเลย หนูอยากรู้ว่า เขาจะมองว่าเราเป็นผู้หญิงไม่ดีมั้ย? 3 ดีเจ ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า‘เรื่องที่เขาจะมองหนูยังไง มันไม่สำคัญเท่ากับเรื่องสุขภาพที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายหนู หลังจากมีเซ็กส์ที่ไม่ยินยอมและไม่ป้องกันการมีอะไรกับผู้ชายที่พึ่งรู้จักกัน ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หนูไม่ได้เสียตัวถ้าหนูยินยอมพร้อมใจและเต็มใจ สนุกร่วมกันแล้วแยกย้าย แต่ถ้ากินเหล้าเมาแล้วพลาดไม่ได้ป้องกัน มันเหมือนกับว่า ไม่ได้สนุก ไม่ได้ป้องกัน ไม่ได้อะไรเลย เสียอย่างเดียว ลองคิดดูว่าถ้าหนูโดนคนที่เขาทำแย่ๆแบบนี้ใส่ แต่เป็นเพื่อน พี่ น้องของหนูล่ะ? ภาพที่มองมายังปัญหานี้อาจะเปลี่ยนไป ดังนั้นต่อจากนี้ ตัวหนูควรสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง ไม่ปล่อยให้คนอื่นมาฉวยโอกาสกับหนูได้ง่ายๆ ไม่พาตัวเองไปเสี่ยง ทบทวนว่าหนูได้บทเรียนอะไรกับเรื่องนี้บ้าง แล้วมาตั้งตัวใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรไปขอคำปรึกษาจากคุณหมอว่าหนูควรทำอย่างไรต่อไปดี อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงและผู้ชายควรจะรู้ ก็คือ มียา PrEP และยาต้าน HIV สำหรับคนที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ไม่ได้ตั้งใจ อย่าวางใจว่าไม่มีอะไรหรอก และอย่าไปคิดว่าการตรวจสุขภาพมันจะบอกทุกอย่าง ถือซะว่านี่คือบทเรียนครั้งสำคัญมากๆในชีวิต...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

โลกกลมเกิ๊นนน!! สาวสองโทรปรึกษา ไม่เชื่อในรักแท้ของ LGBTQ+ จนมาเจอผู้ชายคนนี้ ดีทุกอย่าง แล้วเขาก็นัดหนูไปกินข้าว และพาน้องชายมาด้วย สุดท้าย หนูจำได้ว่าน้องชายของเขา คือคนที่หนูเคยเล่นแอปด้วย และนัดมีอะไรกันมาหลายครั้งแล้ว...

03 เม.ย. 2023

โลกกลมเกิ๊นนน!! สาวสองโทรปรึกษา ไม่เชื่อในรักแท้ของ LGBTQ+ จนมาเจอผู้ชายคนนี้ ดีทุกอย่าง แล้วเขาก็นัดหนูไปกินข้าว และพาน้องชายมาด้วย สุดท้าย หนูจำได้ว่าน้องชายของเขา คือคนที่หนูเคยเล่นแอปด้วย และนัดมีอะไรกันมาหลายครั้งแล้ว...

“คุณไอซ์ (นามสมมุติ)” อายุ 30 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 มี.ค.66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม โดย “คุณไอซ์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ขอท้าวความก่อนว่า หนูเป็นสาวประเภทสองและยังโสดอยู่ หนูไม่เชื่อเรื่องความรักเลยว่าจะเกิดขึ้นกับเพศทางเลือกหรือ LGBTQ อย่างหนู และหนูก็ใช้ชีวิตโสดมาเรื่อยๆ ถ้าเหงาก็มีการโหลดแอปหาคู่มาเล่นเพื่อคลายความเหงา แต่วันนึงความรักมันก็ได้เกิดขึ้นกับหนู ซึ่งหนูก็ได้เปิดใจให้ผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นรุ่นพี่ที่ทำงาน เขาก็เข้ามาจีบ เหมือนเขาเป็นคนที่มาเปิดประตูหัวใจของหนู ทะลายกำแพงความโสดของเราลง ให้เรากล้าที่จะคบกับใครสักคนมากขึ้น และเรื่องราวมันก็ดีมาก คบกันมาเรื่อยๆ สักระยะนึง ตัวหนูเองจะเป็นคนไม่ถามเรื่องส่วนตัว เรื่องการเป็นอยู่อะไรต่างๆของฝั่งผู้ชายเลย คือหนูจะไม่ยุ่ง ไม่ไปสืบหาอะไรทั้งสิ้น หนูรู้แค่ว่าเขาดีกับหนู หนูดีกับเขา แต่พอระยะเวลานานเข้าเขาก็อยากให้หนูรู้จักกับทางบ้านเขา ก็เริ่มจากเขานัดหนูไปทานบุฟเฟ่ต์ที่ห้างกับน้องชายเขาก่อน พอไปถึงร้านบุฟเฟ่ต์ หนูเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ผู้ชายคนนี้หนูรู้สึกคุ้นมาก แล้วเขาก็เดินมานั่งที่โต๊ะกับหนูกับแฟนของหนู หนูก็เลยรู้ว่า ผู้ชายคนนี้เป็นน้องชายของแฟน ซึ่งเขาเคยคุยกับหนูในแอพหาคู่และนัดเจอแล้วมีอะไรกัน ทั้งหนูและน้องชายเขาก็สตั้นกันไป ต่างคนต่างตกใจ น้องเขาก็ตกใจมากที่หนูเป็นแฟนพี่ชาย มันเหมือนเป็นละคร แต่ไม่ใช่ มันคือเรื่องจริง ที่เคยนัดมีอะไรกัน มันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่เป็นตลอดระยะเวลาที่หนูโสด 1 – 2 เดือน ก่อนที่จะมาเจอพี่ชายของเขา หลังจากนั้น หนูก็เฟดตัวออกมาจากแฟนหนูเลย หนูไม่สามารถทำลายความรู้สึกของพี่เขาได้ เพราะเขาดีกับหนูมาก เขาไม่เคยทำให้หนูเสียใจ และหนูก็ไม่ได้มีการติดต่อกับน้องเขาด้วย มันก็เลยเป็นคำถามกับพี่เขาว่าเขาทำอะไรผิด ทำไมหนูถึงต้องเดินออกมาจากเขาทั้งๆที่เขาก็ OPEN ในเรื่องของการที่หนูเป็น LGBTQ เพราะเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เขาก็งงกับตัวเองว่าเขาทำอะไรผิด หนูก็เลยบอกเขาว่า พี่ไม่ผิด แต่เราน่าจะไม่เหมาะกันตอนนี้ผ่านมา 5 เดือนแล้ว แต่หนูกับพี่เขายังเป็นเพื่อนกันอยู่ในเฟซบุ๊ก ก็ยังมีการกดไลก์ให้กันอยู่ หนูก็เคยโพสต์ประมาณว่า ทำไมโชคชะตาไม่เข้าข้างเรา ทำไมเราเจอเรื่องดีๆ แล้วเราต้องมีเรื่องแบบนี้ ทำให้เราต้องเดินออกมา เขาก็มากดหน้าเศร้า ทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงเขาอยู่ แต่เขาโทรมาหนูก็ตัดสายทิ้ง อยากถามพี่ๆว่าจากเหตุการณ์นี้ ถ้าหนูเดินออกมาจากเขาโดยที่หนูไม่ได้บอกเหตุผล ไม่บอกความจริง ไม่สามารถที่จะพูดความจริงในเรื่องนี้ให้เขาฟังได้ จนมันเป็นคำถามในใจเขา หนูผิดมั้ยหรือว่าหนูทำถูกแล้ว? 3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องนี้ไม่มีใครผิด แต่มันเป็นเรื่องของความซวยจริงๆ ถ้าให้แนะนำอยากจะให้ไปบอกเหตุผลกับเขา เผื่อจะได้ เพราะถ้ามันไม่ได้ขึ้นมายังไงก็เสมอตัว อย่างน้อยเราและเขาก็จะได้มูฟออนเร็ว ไม่ค้างคาใจกัน ยังไงก็แยกย้ายกันเหมือนเดิม แต่ถ้าเกิดบอกไปแล้วเขาโอเคก็นัดเจอเขาข้างนอกได้ ไม่ต้องเข้าบ้านเขา ไม่ต้องไปเจอน้องเขา ถ้าคบกันรอดเราก็แยกออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 2 คน แต่ถ้าคบกันแล้วไม่รอดก็แยกย้าย ที่แนะนำให้บอกเพราะไม่อยากให้สร้างปมหรือความรู้สึกแย่กับคนๆหนึ่งที่เขารู้สึกว่าไม่ดีตรงไหน ผิดอะไร เขาจะพยายามหาอะไรที่มันเป็นการโทษตัวเอง เราบอกเขาเพื่อให้เขารู้ว่าเขามีค่านะ แต่มันดันบังเอิญเกิดเรื่องไม่คาดคิดแบบนี้ขึ้นมา บางทีจากปัญหาที่เราแบกไว้ 100% เราอาจจะแบ่งไปให้เขา 50 ก็ได้ ที่เหลืออีก 50 ไปคิดต่อ แล้วถ้าช่วยกันคิดแล้วได้คำตอบว่าเราคงไปต่อกันไม่ได้จริงๆ คำตอบของไอซ์มันจะชัดเจนเลย ถ้าบอกเหตุผลมันจะชัดเจนกับความสัมพันธ์ของ 2 คนนี้เลยว่ามันจะไปในทิศทางไหนต่อ แล้วมันจะกลายเป็นว่า 2 คนจะช่วยกันเลือกทางของตัวเอง โดยที่ไม่ได้ทิ้งบาดแผลไว้ให้ใครข้างหลังไม่อยากให้คิดมาก ไม่ว่าไอซ์จะเลือกทางไหน บอกหรือไม่บอก ถ้าในอุดมคติการที่เราได้บอกอะไรโดยไม่ค้างคามันก็ดี แต่ในโลกความเป็นจริงมันก็มีบางเคสที่หนักใจเหลือเกินในการที่จะบอกแล้วก็เลือกที่จะหายไปเงียบๆ พอเวลาผ่านไปต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเองวันนั้นจะรู้แค่ว่าเราอย่าไปรู้เลย จังหวะนั้นก็แค่ไม่ใช่ สุดท้ายเราจะเรียนรู้เองว่าถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ เหตุผลมันเป็นแค่ส่วนประกอบก็เท่านั้นเอง...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-