พ่อกับแม่บอกว่าอยากมีหลาน แต่พอคลอดลูกออกมากลับไม่มีใครช่วยเลี้ยง เราก็ตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อจ้างคนอื่นเลี้ยงลูก แต่สามีกลับบอกให้เราเลี้ยงลูกเอง

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พ่อกับแม่บอกว่าอยากมีหลาน แต่พอคลอดลูกออกมากลับไม่มีใครช่วยเลี้ยง เราก็ตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อจ้างคนอื่นเลี้ยงลูก แต่สามีกลับบอกให้เราเลี้ยงลูกเอง

05 มิ.ย. 2026

พ่อกับแม่บอกว่าอยากมีหลาน

แต่พอคลอดลูกออกมากลับไม่มีใครช่วยเลี้ยง

เราก็ตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อจ้างคนอื่นเลี้ยงลูก

แต่สามีกลับบอกให้เราเลี้ยงลูกเอง

        ‘คุณเปย์’ (นามสมมติ) สายแรกในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 มิถุนายน 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เธอคลอดลูกออกมาแล้ว แต่ไม่มีคนช่วยเลี้ยง เรื่องนี้ทำให้ทะเลาะกับสามีจนอยากจะเลิกกัน

        ‘คุณเปย์’ อายุ 38 ปี  เล่าว่า ตนเองเป็นคนที่มีบุตรยาก หลังจากแต่งงานกับสามีมาเป็นเวลากว่า 5 ปี ทั้งคู่พยายามมีลูกมาตลอด แต่ทุกครั้งที่ตั้งครรภ์ก็มักจะเกิดการแท้ง ทำให้สามีเริ่มทำใจและบอกอยู่เสมอว่า หากไม่มีลูกก็คงไม่เป็นไร

        ต่อมาคุณเปย์ตัดสินใจซื้อบ้านหลังหนึ่ง และหลังจากเข้าอยู่ได้ประมาณ 1 ปี เธอก็ตั้งครรภ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สามียังคงคิดว่าเหตุการณ์คงจะเหมือนเดิม

        แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เด็กสามารถอยู่ในครรภ์ได้เกือบ 7 เดือน ก่อนจะคลอดก่อนกำหนด โดยคุณเปย์เล่าว่า ลูกคลอดออกมาเมื่ออายุครรภ์เพียง 27 สัปดาห์เท่านั้น ทำให้เธอกังวลเป็นอย่างมากว่าเด็กจะมีโอกาสรอดชีวิตหรือไม่ เนื่องจากเด็กต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลาถึง 3 เดือน เธอยืนยันว่าในช่วงเวลานั้นเป็นห่วงลูกมาก ทุกครั้งที่ได้รับโทรศัพท์จากพยาบาลก็จะรู้สึกใจไม่ดี เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น แต่ปัจจุบันลูกมีอายุ 10 เดือนแล้ว สุขภาพโดยรวมแข็งแรงดี แม้จะยังมีพัฒนาการบางด้านที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของเด็กวัยเดียวกัน เนื่องจากเป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด อีกทั้งยังต้องเดินทางไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่องทุกเดือน

        อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ตามมาคือเรื่องการเลี้ยงดูบุตร เนื่องจากทั้งเธอต้องทำงานเพื่อหารายได้มารับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ทั้งค่าบ้าน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และค่าใช้จ่ายของลูก คุณเปย์มองว่าการทำงานเป็นสิ่งจำเป็น แต่สามีกลับมองว่าเธอเป็นแม่ที่ไม่ค่อยใส่ใจลูก และอยากให้เธอหยุดงานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและดูแลลูกบ้าง ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดซ้ำอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างหนัก และเกือบจะนำไปสู่การเลิกรา

        ปัจจุบัน คุณเปย์จึงหาทางออกด้วยการจ้างญาติของตนเองมาช่วยเลี้ยงลูก เนื่องจากเธอเป็นผู้หารายได้หลักของบ้านทำให้ไม่มีเวลาว่าง โดยเธอทำงานเป็นพนักงานประจำในโรงงานแห่งหนึ่งมานานกว่า 9-10 ปี ส่วนสามีทำงานในตำแหน่งซัพพอร์ต ซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอนและน้อยกว่าเธอ

        แต่ในขณะเดียวกัน ครอบครัวของเธอกลับไม่ได้ช่วยสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตรอย่างที่คาดหวังไว้ คุณเปย์เล่าว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจมีลูก เพราะแม่เคยพูดกับเธอว่า “ลองมีลูกดูสิ จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร” ทำให้เธอเข้าใจว่าแม่อาจอยากมีหลาน แต่เมื่อมีลูกจริง ๆ แม่กลับไม่ได้ช่วยดูแลอย่างที่คิด และมักบ่นเรื่องภาระในการเลี้ยงเด็กอยู่เสมอ เพราะตัวแม่เองก็ยังมีหน้าที่เป็นแม่บ้านที่ต้องดูแล ส่วนคุณพ่อก็ไม่ได้มีเวลามากนัก เนื่องจากต้องออกไปขายของ

        นอกจากนี้ เธอยังเคยถูกคุณหมอตักเตือนว่า ต้องเริ่มคิดให้ได้แล้วว่าหลังจากมีลูกแล้วจะวางแผนชีวิตอย่างไรต่อไป ซึ่งในตอนนั้นเธอยอมรับว่าไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่คิดว่า ลูกไม่ได้ผิดที่เกิดมา แต่เป็นตัวเธอเองที่ปรับตัวไม่ทัน และไม่ได้วางแผนชีวิตหลังมีลูกเอาไว้ตั้งแต่แรก

        ท้ายที่สุด คุณเปย์จึงเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ด้วยการลดการรับงานโอทีในวันหยุด จากเดิมที่ทำทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ เหลือเพียงวันเดียว และตั้งใจเก็บวันอาทิตย์ไว้เป็นวันครอบครัว เพื่อใช้เวลากับสามีและลูก

        อย่างไรก็ตาม เธอยังคงกังวลว่า แม้จะเริ่มปรับตัวแล้ว แต่ในอนาคตปัญหาเดิมอาจกลับมาจนกลายเป็นสาเหตุของการทะเลาะกันอีก เธอจึงอยากทราบว่า ควรเริ่มแก้ปัญหาความสัมพันธ์จากจุดใดก่อน เพราะที่ผ่านมาเธอและสามีไม่เคยสื่อสารกันอย่างสร้างสรรค์ จนเกือบจะต้องยุติชีวิตคู่

        ด้าน ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำแนะนำว่า “เปย์มีความคิดมาตลอดว่า พ่อแม่เปย์ต้องเป็นคนเลี้ยงลูก เพราะว่าท้องมาให้เขา ต้องช่วยเลี้ยงสิ ซึ่งไม่ใช่ คนแรกบนโลกใบนี้ที่ควรจะรักและดูแลให้เด็กคนนี้เติบโตมาคือแม่ ตอนตั้งครรภ์ควรที่จะคิดแบบนี้ก่อน

        สิ่งที่เราต้องทำต่อจากนี้คือยอมรับว่าเราไม่ได้วางแผนอะไรเลยกับการมีลูกครั้งนี้ การวางแผนเลี้ยงลูกคนนึงมันแสนจะยาก แต่การเลี้ยงโดยไม่มีแผนอะไรเลย แล้วแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวัน ๆ มันก็ยากที่จะเลี้ยงออกมาให้ได้ดี สิ่งที่สามีต้องการในตอนนี้คือ เด็กในวัยนี้ต้องการคนที่เลี้ยงดูเขา ถ้าพี่เลี้ยง เลี้ยงก็เป็นแบบนึง พ่อแม่เลี้ยงก็เป็นอีกแบบนึง พ่อแม่ที่ไม่ตั้งใจเลี้ยงก็จะเป็นแบบนึง พ่อแม่ที่ตั้งใจเลี้ยงก็จะโตอีกแบบนึง เปย์อยากให้เค้าโตแบบไหน เลี้ยงเค้าแบบนั้น ถ้าเปย์ไม่ได้สนใจว่าเค้าจะโตมาแบบไหน ก็ให้ใครเลี้ยงก็ได้

        การมีลูกคือการเปลี่ยนความสำคัญในชีวิต ลำดับความสำคัญในชีวิตที่เคยเป็นเราจะกลายเป็นเขา นี่คือธรรมชาติของพ่อแม่ที่ควรจะเป็น แต่ถ้ามันมีเงื่อนไขของความไม่พร้อม ยังไงก็ต้องสละบางอย่างในชีวิตของเราเพื่อดูแลเขา ถ้าต่อจากนี้ไม่อยากให้มีปัญหา เปย์ลองเปลี่ยนลำดับความสำคัญในชีวิตให้กลายเป็นลูกก่อน ถ้าเปย์คิดว่าลูกสำคัญที่สุดในชีวิตเปย์ เปย์จะพยายามแก้ปัญหาเพื่อดูแลเขาให้ได้ เปย์จะยอมสละบางอย่างในชีวิตได้เพื่อเขา 

        และการทำงานเป็นทีมร่วมกับสามีก็สำคัญมาก ต้องมีบาลานซ์ มันต้องผ่อนหนักผ่อนเบา คนนึงงานเยอะคนนึงช่วยดูแล ต้องทำงานเป็นทีม สามัคคี มันถึงจะรอด”

        ขณะที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้สะท้อนอีกมุมมองหนึ่งว่า “สิ่งที่จะต้องปรับคือทัศนคติ พี่รู้สึกว่าเปย์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับลูกเลย สิ่งที่เปย์เลือกมาปรึกษาคือทะเลาะกับแฟน เบื่อไม่อยากทะเลาะ กลัวจะมีปัญหาอีก มันกลายเป็นว่าอยากจะตัดปัญหานี้ทิ้ง โดยการเลิกกับแฟนไปเลย แทนที่จะอยู่เป็นพ่อเป็นแม่ มันดูเหมือนเลี้ยงเด็กแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เหมือนสิ่งที่เปย์พูดมาคือนึกถึงแต่ตัวเอง แค่ไม่อยากทะเลาะกับแฟน ไม่ได้มีการโฟกัสกับลูกเลย  ตอนนี้เรามีลูกแล้ว ซึ่งหนูก็ต้องรับผิดชอบ เพราะว่าหนูเป็นแม่”

        ส่วน ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวปิดท้ายสั้น ๆ ว่า “หยุดหนึ่งวันแล้วเลี้ยงลูก นับจากนี้กินยาคุมหรือว่าทำหมันไปได้เลยก็ดี มีแค่นั้น”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบแฟนมา 4-5 ปี ไม่รู้เป็นอะไร ช่วงนี้เรารู้สึกเฉยๆกับความสัมพันธ์มาก เราทำงาน 6 วัน/สัปดาห์ วันว่างไปเที่ยวกับเขาก็รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้สนุกเกิน100% เหมือนเมื่อก่อนแต่ก็ไม่อยากเลิก เขาเป็นคนดีมาก แค่รู้สึกดาวน์ๆทำไมตัวเองรู้สึกแบบนี้ คนที่คบแฟนนานๆ

07 มิ.ย. 2024

คบแฟนมา 4-5 ปี ไม่รู้เป็นอะไร ช่วงนี้เรารู้สึกเฉยๆกับความสัมพันธ์มาก เราทำงาน 6 วัน/สัปดาห์ วันว่างไปเที่ยวกับเขาก็รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้สนุกเกิน100% เหมือนเมื่อก่อนแต่ก็ไม่อยากเลิก เขาเป็นคนดีมาก แค่รู้สึกดาวน์ๆทำไมตัวเองรู้สึกแบบนี้ คนที่คบแฟนนานๆ

คบแฟนมา 4-5 ปี ไม่รู้เป็นอะไร ช่วงนี้เรารู้สึกเฉยๆกับความสัมพันธ์มาก เราทำงาน 6 วัน/สัปดาห์วันว่างไปเที่ยวกับเขาก็รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้สนุกเกิน100% เหมือนเมื่อก่อนแต่ก็ไม่อยากเลิก เขาเป็นคนดีมากแค่รู้สึกดาวน์ๆทำไมตัวเองรู้สึกแบบนี้ คนที่คบแฟนนานๆ จัดการความรู้สึกยังไงหรอคะ? “คุณแพท (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 มิ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความรัก แฟนทำเหมือนเดิมทุกอย่างดูแลเทคแคร์ดี แต่เรากลับรู้สึกเนือยๆ เบื่อๆ หรือว่ามันถึงจุดอิ่มตัวของความรักครั้งนี้แล้ว โดย “คุณแพท (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เป็นปัญหาเรื่องความรัก หนูมีแฟนที่คบกันมา 3 ปี จะ 4 ปี เขาอายุ 21 ปี หนูทำงาน ส่วนเขายังเรียนอยู่แต่ก็จะมีรับพาร์ทไทม์บ้าง เราไม่ได้อยู่กินด้วยกัน แต่อยู่จังหวัดเดียวกัน ซึ่งไม่ได้อยู่ไกลกันมาก แล้วก็ไม่ได้เจอกันทุกวันด้วย ส่วนใหญ่จะเจอกันแค่วันเสาร์ เดือนหนึ่งจะไปเที่ยวกัน 2 - 3 ครั้ง แล้วแต่โอกาสและเวลาว่างของทั้งคู่ แต่เราก็โทรคุยกันทุกวัน ซึ่งเราทั้งคู่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน เขาดีทุกอย่าง ไม่มีเรื่องนอกใจ เรื่องเที่ยวตอนกลางคืน คือไม่มีเรื่องอะไรที่ไม่ดีเลย แต่พอดีหนูเกิดความรู้สึกหนึ่งกับตัวเอง มันเป็นความรู้สึกแบบ เนือยๆ เบื่อๆ แบบว่าเหมือนอยากอยู่เงียบๆ เป็นบางที ซึ่งความรู้สึกแบบนี้มันเคยเกิดขึ้นครั้งแรกตอนที่คบกันได้ 1 ปี หรือ 2 ปี แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เป็นอีกเลย พึ่งกลับมาเป็นอีกครั้งเมื่อตอนต้นปี แล้วก็เป็นถี่ขึ้นด้วย เกือบจะทุกเดือนเลยก็ว่าได้ ส่วนแฟนก็เหมือนเดิมทุกอย่าง ดูแลหนูดีทุกอย่าง แต่ว่าหนูมีภาระงาน ต้องทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ หนูแทบจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย แค่เดินทางไป - กลับ จากที่ทำงานก็เหนื่อยมากพอแล้ว เพราะที่ทำงานกับบ้านค่อนข้างอยู่ไกลกัน ซึ่งพอมีเวลาว่างก็จะทุ่มเวลาตรงนั้นให้กับเขาได้มากที่สุด อย่างเช่นวันนี้เลิกเร็วก็จะโทรหาเขา ชวนเขาเล่นเกม เหมือนว่าเป็นหน้าที่ไปแล้ว บางทีเขาถามหนูว่า “เราคอลกันมั้ย” แต่ตอนนั้นหนูใช้เวลานั่งพักของตัวเองอยู่ เลยรู้สึกไม่อยากคอลเลย แต่ก็ต้องหยุดสิ่งที่ทำอยู่เพื่อไปให้เวลาเขาก่อน แล้วก็มีเรื่องที่บ้านที่ต้องรับผิดชอบหลายเรื่อง ก็เลยไม่มั่นใจว่าตรงส่วนนี้ มันมาเกี่ยวด้วยรึเปล่า เพราะทุกครั้งที่มีอาการแบบนี้ หนูก็จะเนือยกับตัวเองแบบ “เฮ้ยเป็นอีกแล้วหรอ” อะไรอย่างเงี้ย และหนูก็กลัวว่า หนูจะพาให้เขาเครียดไปด้วย โดยตัวหนูเองก็ไม่ได้อยากจะเลิกกับเขาอยู่แล้ว เราทั้งคู่ก็มีคุยเรื่องนี้กันเพื่อหาทางแก้ แต่ก็ไม่รู้จะแก้ยังไง เพราะตัวหนูก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร และเขาก็ไม่รู้ว่าจะช่วยหนูได้ยังไง เคยลองห่างกันไป ไม่เชิงว่าเลิกกัน แค่แยกย้ายกันไปทำกิจวัตรของตัวเอง เขาโฟกัสเรื่องอ่านหนังสือ หนูก็โฟกัสเรื่องงาน พอทำแบบนี้มันก็เหมือนจะดีขึ้นมานิดนึง อย่างเมื่อก่อนที่เราใช้เวลาอยู่ด้วยกัน สมมุติมาตรวัดมันอยู่ที่ 150 แต่ว่าหลังๆ มามันเหลือ 100 มันไม่ได้ลดลงมาแต่มันเนิ่บๆ นิ่งๆ แล้วหนูก็ไม่เคยมีแฟนที่คบมานานขนาดนี้ด้วย ก็เลยไม่มั่นใจว่าตัวเอง เป็นอะไร เคยคิดจะไปหาจิตแพทย์ด้วย เผื่อมันเกี่ยวกับเรื่องลึกๆ ภายใต้จิตใจ พอหนูเป็นแบบนี้ หนูก็ลองไปหาข้อมูลในเน็ต ในเน็ตเขาบอกว่า เวลาคนคบกันมานานส่วนใหญ่เขาก็จะมาตายกันตรงนี้ หนูก็เลยหาต่อว่ามันเป็นอาการหมดรัก อิ่มตัว อะไรอย่างงี้รึป่าว ไปหาดูหลายที่มาก หนูก็พยายามคิดว่าตัวเองคงไม่ได้หมดรักแฟนหรอก ก็เลยอยากจะถามว่าพี่ๆ ว่าถ้าเกิดว่าความรู้สึกแบบนั้นมันกลับมาเล่นงานหนูอีก หนูจะทำยังไง หรือว่าทำเหมือนที่เคยทำมาตลอดทุกครั้งดี โดย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ภาวะอย่างงี้ต้องคุยกัน คือ ตอนนี้มันเหมือนกับหน้าที่การงานของหนูมันเยอะมาก และด้วยวัยนี้มันจะมีปัญหาเรื่องการสร้างตัว เพราะเราอยากจะทำงานทุกอย่างที่เราทำได้ เป้าหมายของเรามันคือเงิน แล้วก็บางทีแฟนอาจจะเข้ามาในจังหวะที่ไม่พร้อม ไม่พร้อม หมายความว่า คือการที่มีแฟน นอกจากเราจะทำงานแล้ว เรายังต้องมีเวลาให้เขาด้วย เรามีเวลาส่วนตัวของเรา และเขาก็ต้องมีของเขา และเราต้องมีเวลาร่วมกันอีก ทีนี้ของหนูเนี่ย แม้กระทั่งเวลาของตัวเองหนูยังไม่มีเลย แล้วพอหนูจะต้องแชร์เวลาให้เขาอีก มันกลายเป็นเวลาก้อนเดียวกัน ที่เหมือนต้องเจียดแบ่งกัน มันเลยทำให้หนูรู้สึกอึดอัดว่าทำไมหนูเหนื่อยจังเลย ตอนนี้หนูแบกอะไรไว้เยอะเกินไป ฉะนั้นหอมรู้สึกว่าเราควรต้องคุยกันกับแฟนว่า “เฮ้ยตอนนี้งานมันยุ่งมากเลย แล้วเราแทบไม่มีเวลาส่วนตัวเลย ช่วงนี้อาจจะขอให้มันยืดหยุ่นหน่อยได้มั้ย อาจจะไม่ได้มีเวลาคอลบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน หรืออาจจะไม่ได้ไปเดทกันทุกวันเสาร์ แต่อยากให้เข้าใจหน่อย ช่วงนี้มันเครียดจริงๆ” หอมคิดว่าการพูดคุยกับเขาน่าจะดีกว่าเพราะว่า เรารักกัน เท่าที่หอมเช็คแล้วเนี่ย แพทไม่ได้เบื่อแฟน ไม่ได้ถึงจุดอิ่มตัว แพทยังรู้สึก ภูมิใจในตัวแฟน ว่าแฟนเป็นคนดีอย่างนู้นอย่างนี้ แต่สิ่งที่แพทขาดมันเป็นเรื่องของเวลา ที่เวลาส่วนตัวกับเวลาของแฟนตอนนี้มันแย่งกันอยู่ แล้วแพทต้องการเวลาส่วนตัว ช่วงนี้มันอาจจะเป็นสถานการณ์ที่ยากนิดนึงสำหรับชีวิตคู่ แต่เรายังจะเดินไปด้วยกัน คือเราต้องวิเคราะห์ตัวเองให้ได้ก่อน ไม่งั้นอีกฝ่ายหนึ่งก็จะเหนื่อยกับเราเหมือนกัน ค่อยๆ ปรับมันจะเป็นอย่างงี้แหล่ะ ช่วงเวลาสร้างตัว’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เอาจากประสบการณ์ที่เคยเจอมาแล้วกัน อยากให้ลองตรวจสอบ “PMS อาการผิดปกติก่อนมีประจำเดือน” บางทีผู้หญิงบางคนไม่รู้ตัวว่ามันเกิดจาก ฮอร์โมน ที่สวิงเร็วมาก คือบางครั้งถ้าเรานอยด์อะไรแบบไม่มีเห็นผล แล้วเป็นทุกเดือน เป็นสักพักหนึ่งในช่วงประจำเดือนมา มันแทบจะใช่เลยนะ เท่าที่พี่เคยสัมผัสมา เพราะฉะนั้นเริ่มจากลงวันที่ประจำเดือนมาก็ได้ ลองบันทึกดูมันอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่ง สมมุติฮอร์โมนมันเปลี่ยนแบบรวดเร็วมาก บวกกับปัญหาเรื่องงาน ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ฮอร์โมนเราเปลี่ยนก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง แล้วอีก 1 สาเหตุสำคัญคือ การที่เราคบกันมา 3 - 4 ปี พี่ว่ามันเข้าสู่ช่วงนิ่งของความสัมพันธ์พอดีเลย พอสัก 3 ปี อะไรที่มันเคยหวือหวา หรือมันเคย 150 อย่างที่แพทว่า แล้วมันลดลงมาเหลือ 100 พี่ว่ามันก็ปกติ อาจจะมีอะไรหลายๆ อย่างที่ประกอบกันพอดี แล้วทำให้ทุกอย่างมันผสมรวมกันเป็นอารมณ์เดียวที่แพทสัมผัสได้ เพราะฉะนั้นลอง Checklist ดูทีละอย่าง แล้วก็ถึงแม้ว่าจะคบกันมา 3 - 4 ปี ความหวือหวามันจะลดลง หรือเราจะเริ่มรู้สึกมีความเบื่อ ปรากฎขึ้นมา ซึ่งมันยังปกติ ถ้าสุดท้ายแล้วคำถามที่เราลองถามตัวเองว่า ถ้าเบื่อแล้ววันหนึ่งไม่มีเขาอยู่ในชีวิต เราอยู่ได้มั้ย ลองดูเลยว่าถ้าเราไม่ได้คบกับคนนี้อีกต่อไป ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปยังไงบ้าง ถ้าคำตอบคือ “อยู่ไม่ได้” นั่นแปลว่า ความเบื่อที่มันลดลง และความหวือหวาที่มันหายไป พี่ว่ามันคือเรื่องปกติของความสัมพันธ์ ทุกๆ คู่มันจะต้องผ่านจุดนี้ จุดที่เราไม่ได้หวานฉ่ำ ไม่ได้หลงไหลกันเท่ากับตอนที่เราจีบกันปี 2 ปีแรก หรือใดๆ ก็ตาม จะผ่านได้ ไม่ได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างที่เขาว่าถ้าคบกันก็จะกลายเป็นเพื่อนกัน แพทคงเคยได้ยินประโยคนี้ แต่พี่ว่า ไม่ใช่ จริงๆ คบกันไปจะกลายเป็นคู่ชีวิตกัน แล้วยิ่งอยู่เป็นคู่ชีวิตแล้ว มันไม่ต้องการความหวือหวาและมานั่งตื่นเต้นอะไรกันแล้ว มันอยู่เพื่อสร้างครอบครัว อยู่กันเพื่ออนาคตมากกว่า มันคือความรักนั่นแหล่ะ แต่แค่เปลี่ยนรูปแบบ เปลี่ยนเป้าหมาย เปลี่ยนความรู้สึกไปบ้างตามธรรมชาติของมนุษย์’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทุกอย่างที่พี่จดไว้บนกระดาษ ก็คือพี่หอมและพี่เผือกพูดไปหมดแล้ว เห็นตรงกันหมดเลย พี่ไม่ได้รู้สึกว่าคุณแพทไม่ได้ ไม่รักเขา เพียงแต่ว่า ณ ตอนนี้มันมีเรื่องงานที่พี่คิดว่าน่าจะเป็นปัญหาหลักๆ อันนี้จากที่ฟัง แล้วพี่คิดว่า ที่คุณแพทบอกว่าเหมือนเคยอยากจะไปปรึกษาจิตแพทย์ พี่ว่าลองดูก็ได้นะ เพราะพี่ไม่รู้ว่า ไอความเนือยๆ เบื่อๆ ของคุณแพท บางทีมันส่งผลจริงๆ โดยที่คุณแพทไม่ได้รู้ตัว บางคนพอเวลาเครียดกับงาน เหมือนมันอยู่ในจิตตลอดเวลา ไม่สามารถทำงานหรือเคลียร์งานได้ พะว้าพะวง หรืออะไรก็ตาม แล้วพี่ว่าอายุแบบคุณแพทเรื่องงานมันสำคัญจริงๆ ซึ่งบางครั้ง เวลาที่เราต้องโฟกัส กับงานมากๆ การมีแฟน บางทีมันอาจจะกลายเป็นภาระก็ได้ คือถ้าไม่เจ๋งจริงเอาไม่อยู่เหมือนกันนะ หมายถึงว่าต้องเป็นคนที่มีทักษะประมาณหนึ่งเลย ที่สมมุติเวลามันมีงานที่ต้องรับผิดชอบมากๆ โดยที่เราก็ยังไม่ขาดตกบกพร่องเรื่องแฟน มันหาไม่ได้ในทุกคน เราจะเห็นว่าบางคน งานสำเร็จมาก แต่ความรักคือพังพินาศ เพราะว่าเขาไม่สามารถจัดการมันได้จริงๆ พี่ก็รู้สึกว่า ถ้าคุณแพทมีโอกาสก็ลองคุยกับคุณหมอจิตแพทย์ดู บางทีมันอาจจะปลดล็อคก็ได้ หรือจะเป็น PMS อย่างที่พี่เผือกบอกก็เป็นไปได้หมด แต่ถ้าตอนนี้พี่รู้สึกว่า สิ่งหนึ่งที่มันน่าจะเป็นปัญหาเลยคือ ความโหลด ของคุณแพทที่ทำงานหนัก แต่ว่าสุดท้ายทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ไปอยู่ที่พี่เผือกพูดว่า ถ้าแพทจะทำงานจนรู้สึกว่า เฮ้ยเราอยู่กับงานแล้วเราอยู่คนเดียวได้ สุดท้ายถ้าวันนั้นแพทรู้สึกว่า เฮ้ยเราทุ่มเทกับงานแล้วได้อยู่กับตัวเองแล้วมันสบาย โดยที่แพทกลับบ้านแล้วไม่มีใครมาถามว่า วันนี้เป็นยังไงบ้าง เหนื่อยมั้ย ถ้าแพทโอเค มันก็อาจจะเหมาะกับชีวิตของแพทก็ได้ แต่ถ้าแพทรู้ตัวว่า หนูก็ยังเป็นคนที่เวลากลับบ้านมาเหนื่อยๆ แล้วอยากให้มีคนถามไถ่ว่า วันนี้เป็นไงบ้าง เหนื่อยมั้ย ให้มีคนได้พูดได้ปรึกษา แพทก็ต้องช่างน้ำหนักตัวเองดู มันต้องมีคำตอบให้ตัวเองว่า สุดท้ายการอยู่คนเดียวหรือว่ามีเขาอยู่ อะไรมันดีกับชีวิตเรามากกว่ากัน แล้วเรื่องสุดท้ายเช่นกัน พี่ว่าการที่หนูไม่เคยมีแฟนระยะยาวมันเลยยิ่งทำให้หนูงงว่า เฮ้ยก่อนหน้ามันหวือหวาตลอด เพราะหนูเวลาแค่นั้นไง สำหรับพี่ทุกวันนี้นั่งเล่นมือถือหรืออ่านหนังสือแล้วมีแฟนนั่งอยู่ข้างๆ ก็พอ มันก็ไม่ได้มีความหวือหวาใดๆ แล้ว แต่มันก็อาจจะต้องหากิจกรรมทำร่วมกัน ไปเดทกันเพื่อเติมความหวานกันหน่อย ไม่ใช่อยู่กันเฉยๆ ไม่หาอะไรทำด้วยกัน ถ้าในความโรแมนติกมันก็จะหมดกันไปได้ในสักวัน แต่ว่าความหวือหวามันไม่เท่าอยู่แล้วน้องแพท มันไม่มีทางเท่า ใครทำเท่าได้นี่คือ กราบเลยอ่ะ มันลดลงอยู่แล้วตามปกติ เพียงแต่ว่ามันลดลงในปริมาณที่เรารู้สึกว่า เออพอดีอ่ะ มันอยู่ด้วยกันแล้วเราสบายใจที่มีคนอยู่ข้างๆ มากกว่า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบสามีมา 17 ปี ไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิง วันก่อนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสามีว่า สามีหนูไปข่มขืนผู้หญิงที่ทำงานด้วยกันตอนไปดูงานที่จีน สถานทูตติดต่อมา สามีฝากข้อความมาแค่ "ให้รอ เดี๋ยวเค้าจะรับโทษแล้วกลับไป" ไม่ขอโทษหนูเลยสักคำ หนูควรรอตามที่เขาขอไหม?

09 พ.ค. 2025

คบสามีมา 17 ปี ไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิง วันก่อนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสามีว่า สามีหนูไปข่มขืนผู้หญิงที่ทำงานด้วยกันตอนไปดูงานที่จีน สถานทูตติดต่อมา สามีฝากข้อความมาแค่ "ให้รอ เดี๋ยวเค้าจะรับโทษแล้วกลับไป" ไม่ขอโทษหนูเลยสักคำ หนูควรรอตามที่เขาขอไหม?

“คุณน้ำ (นามสมมติ)” สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [7 พ.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเพิ่งรู้ว่าแฟนโดนจับ คดีข่มขืนเพื่อนร่วมงานที่ไปทำงานด้วยกันที่ประเทศจีน โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเพิ่งได้รับสารจากเพื่อนแฟนว่า แฟนโดนจับคดีข่มขืนเพื่อนร่วมงาน หนูคบกับแฟนมา 17 ปีแล้ว ไม่ได้แต่งงาน แต่จดทะเบียนสมรสกัน มีลูกด้วยกัน 3 คนแล้ว ซึ่งแฟนเพิ่งจะได้ไปดูงานที่ประเทศจีนชั่วคราว 3 เดือน แต่ไปได้แค่ 2 เดือนก็มีคดีแบบนี้แล้ว ผู้เสียหายที่โดนคือเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่ไปด้วยกันจากประเทศไทย แต่หนูไม่รู้จักเขา แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้ตัดสินใจเพราะเพิ่งโดนจับ แต่จากที่หนูฟังมา เหมือนเขาน่าจะตัดสิน และจำคุกที่จีนเลย ซึ่งหนูไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย และเรายังไม่ได้ติดต่อกันเลย เพราะทางนู้นเขาไม่ให้ติดต่ออะไรเลย ฟังจากเพื่อนที่ไปด้วยกันกับเขาเล่าให้ฟัง ตอนแรกเพื่อนเขาก็ไม่เชื่อเหมือนกัน แต่แฟนหนูเป็นคนยอมรับว่าเขาทำจริง เขาก็เลยต้องเชื่อแบบนั้น และมีทางสถานทูตโทรมาหา คือ แฟนหนูเขาฝากข้อความกลับมาหาหนูว่า เขาอยู่ได้นะ ไม่ต้องเป็นห่วง ให้รอเขานะ เดี๋ยวเขากลับมา แต่ไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย ตอนที่เขาโดนจับมีตำรวจโทรมาหาหนู หนูก็ขอคุยกับเขาถามเขาว่า ทำไปทำไม เขาบอก เรื่องมันยาว เดี๋ยวกลับมาเล่าให้ฟัง แล้วเขาก็ไม่พูดอะไรเลย ประเด็นคือทางคู่กรณีไม่ได้เป็นคนแจ้งตำรวจ แต่เขาไปให้บริษัทที่พาไปดูงานเป็นคนแจ้ง เพราะบริษัทเขาไม่ยอมที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ตอนแรกหนูไม่คิดและไม่เชื่อเลยว่าเขาจะทำแบบนี้ และคนในครอบครัวก็ไม่มีใครเชื่อเลย เพราะอยู่กันมา 17 ปีเขาไม่เคยมีเรื่องนอกใจ หรือไปมีคนอื่นเลย เวลาฟังข่าวคุยกัน เขาก็จะชอบพูดว่า มีครอบครัวแล้ว มีภรรยาแล้วจะไปเอาคนอื่นทำไม? จะไปทำคนอื่นทำไม? เราคุยกันตลอด ไม่มีเรื่องแบบนี้เลย หนูเลยมั่นใจว่าเขาไม่น่าจะทำ แต่เพื่อนเขาบอกว่าแฟนหนูเขายอมรับกับตำรวจทั้งหมดเลย หนูก็เลยต้องยอมรับความจริง จากที่เพื่อนเขามาเล่าให้ฟัง คือ เขาไม่ได้เมา เพิ่งไปกินข้าวมา แล้วทางคู่กรณีซื้อน้ำขึ้นมาบนห้อง แล้วให้แฟนหนูช่วยยกขึ้นไป แล้วเรื่องก็เกิดขึ้น หนูพยายามคิดว่าเขาตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่เขาก็ทำไปแล้ว ซึ่งตอนที่เขาทำมันไม่มีหรอกที่ไม่ตั้งใจ สุดท้ายเขาก็นอกใจหนูไปแล้ว มันเกิดขึ้นไปแล้ว หนูเลยคิดว่าหนูต้องรอเขาด้วยหรอทั้งๆที่เขาหักหลังหนู ในกรณีที่ไม่รอเขาแล้วในส่วนเรื่องลูก หนูน่าจะผ่อนรถไม่ไหว ก็น่าจะปล่อยให้เขายึดไป ให้เหลือแค่บ้าน เพราะบ้านหนูยังส่งไหว ทางแม่แฟนก็อยู่กับหนู ตอนแรกหนูก็โมโหแล้วถามแม่แฟนไปว่า แล้วแม่จะอยู่บ้านหนูในฐานะอะไร? พอหนูใจเย็นลง หนูก็คิดว่าแม่เขาไม่ได้ผิดอะไร ถ้าหนูไล่เขาไป เขาก็ไม่มีที่อยู่ หนูสามารถเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกเองได้ แล้วก็มีน้องหนูคอยซัพพอร์ตตลอด ทางแม่แฟนก็จะคอยช่วยเลี้ยงลูก และลูกๆก็รับรู้เรื่องนี้แล้วด้วย ใจหนูตอนนี้ไม่อยากรอแล้ว เพราะหนูรับไม่ได้ กลัวว่าวันนึงมันจะเกิดขึ้นอีก แล้วถ้าวันนึงกลับมาดีกับเขา แผลที่มันอยู่ในใจหนูมันจะอยู่กับหนูตลอด แล้วหนูจะมองหน้าเขายังไง หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูจะทำยังไงดี ควรรอดีมั้ย?’ ดีเจทั้ง 3 คน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาในทางเดียวกันว่า ‘พวกพี่คิดว่าควรมูฟออน ไปต่อ ไม่รอแล้ว ไม่รู้จะรอไปเพื่ออะไร ถ้าเป็นคดีอื่นก็อาจจะเข้าใจ แต่นี่มันคดีข่มขืน เป็นคดีอาชญากรรม มันไปทำร้ายผู้หญิงอีกคนนึงด้วย ขนาดสมยอมระหว่างกันเรายังรับไม่ได้เลย แต่นี่เขาไม่ได้สมยอมด้วย ถึงใจมันจะอยากรอ แต่ไม่รู้โทษมันจะยาวนานแค่ไหน เพราะกฎหมายที่จีนน่าจะแรงมาก คงมีสิทธิ์ถึงตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดว่าไม่อยากรอ แล้วเราเลี้ยงลูกได้เอง ก็ไปต่อส่วนแม่เขา ถ้าเป็นคนดี ช่วยเลี้ยงหลานได้ก็อยู่ด้วยกันไป เพราะพ่อแม่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าเขายังดีกับเราอยู่ พี่ๆว่าเราก็อยู่กันได้นะ แล้วถ้าลูกเขากลับมาก็ให้เขารับผิดชอบชีวิตกันเองต่อ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราอยากจะขอโทษเพื่อนคนนึง พอโตมาแล้วก็นึกถึงเพื่อนคนนี้ ว่าตอนเด็ก เคยทำไม่ดีใส่ เค้าย้ายโรงเรียนมา นั่งกินข้าวกับกลุ่มเรา กลุ่มเราก็ลุกหนีเลย หรือ บางครั้งก็พูดไม่ดีใส่ ตอนนี้เราทักไปหาเขา ขอโทษเรื่องในอดีต เขาอ่านแต่ไม่ตอบเราเลย

13 ก.ย. 2024

เราอยากจะขอโทษเพื่อนคนนึง พอโตมาแล้วก็นึกถึงเพื่อนคนนี้ ว่าตอนเด็ก เคยทำไม่ดีใส่ เค้าย้ายโรงเรียนมา นั่งกินข้าวกับกลุ่มเรา กลุ่มเราก็ลุกหนีเลย หรือ บางครั้งก็พูดไม่ดีใส่ ตอนนี้เราทักไปหาเขา ขอโทษเรื่องในอดีต เขาอ่านแต่ไม่ตอบเราเลย

“คุณเหมย (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 ก.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเคยบูลลี่เพื่อนตอนเด็ก เพิ่งจะมาคิดได้เลยอยากขอโทษเเต่เขาไม่ตอบเราเลย โดย “คุณเหมย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เพิ่งนึกได้ว่าเราเคยทำไม่ดีกับเพื่อนคนนึง เเล้วก็รู้สึกว่าอยากขอโทษ ประเด็นคือขอโทษไปแล้วเเต่เขาอ่านแล้วไม่ตอบ รู้สึกว่าเหมือนมันเป็นเรื่องงี่เง่าของเด็กอายุ 13 ที่แบบว่าเราไม่ชอบเพื่อนคนนี้ เเล้วในกลุ่มเราก็ไม่ชอบเพราะเขาเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามา ก็เป็นเพื่อนกับเขาซักระยะนึง แต่เหมือนแบบอาจจะเคมีไม่เข้ากันทำให้ไม่ชอบเพื่อนคนนี้ แล้วก็ไม่ทานข้าวด้วย สมมติเวลาที่คุยกัน เหมือนเขาจะเป็นคนที่ชอบพูดแบบไม่เข้าหูเพื่อน เราก็จะรู้สึกรำคาญ เวลาที่กินข้าวกลางวันกันเขาก็มานั่งด้วย กลุ่มเราก็จะลุกเลย พอไม่ได้คุยกับเขาเเล้วก็ไม่ได้สนใจ เขาก็คงไปหาเพื่อนคนอื่น ๆ มันก็เป็นเรื่องของเขา เเต่พอผ่านไประยะนึงคือเขาก็ย้ายโรงเรียน ตอนนั้นไม่รู้ว่าเพราะอะไร รู้เเค่ว่าเขาเข้ากับเพื่อนกลุ่มเราไม่ได้ เเล้วก็เข้ากับเพื่อนอีกกลุ่มในห้องไม่ได้เหมือนกัน จริง ๆ เรื่องนี้มันตั้งเเต่ ม.2 ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยทำแบบนั้นตอนเด็ก เเต่พอโตขึ้นมาเพิ่งนึกได้ว่า หึ้ย! เราเคยทำแบบนั้น เลยตกใจกับตัวเอง เเล้วก็หาเฟซบุ๊กของเขา ขอเฟซจากเพื่อนเเล้วก็ทักไป ตอนแรกก็ทักไปเหมือนกับว่า “เป็นไงบ้าง” เขาก็พิมพ์ตอบมาทำนองว่า “เออ สบายดี” แล้วก็บอกว่า “คุยกับเพื่อนคนเก่าคนนี้นะ อยากจะเจอ” ก็คุยกับเขาซักพักนึง ตอนนั้นไม่ว่างเลยบอกเขาว่า “เดี๋ยวพรุ่งนี้โทรหานะ ตอนนี้ยังไม่ว่าง” พออีกวันนึงโทรหาเขาเขาไม่รับ เเล้วก็ผ่านไปอีก 3-7 วันนี้ก็ส่งข้อความไปหาเขา เพราะรู้สึกว่าเราอยากพูดเเล้ว เลยพิมพ์ไปบอกว่า “เออ เรื่องตอนเด็ก ๆ อ่ะที่เราเคยทำตัวงี่เง่าอะไรอย่างเงี้ยอ่ะ ที่ทำไม่ดีกับเธอ เราขอโทษนะ” เขาก็ไม่อ่านประมาณ 2 วัน พอวันที่ 3 ก็อ่านเเต่ไม่ได้ตอบกลับอะไร หลังจากนั้นก็คุยกับเเฟนว่า เธอเราเคยมีเเบบนี้นะ ทักไปเขาไม่ตอบ เเฟนก็เลยบอกว่า เนี่ย อาจจะเป็นเพราะคนบางคนเขาอาจจะลืมเรื่องนี้ไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขาเคยโดนเเกล้ง เเต่พอเรายิ่งไปพูด มันยิ่งทำให้เขานึกขึ้นได้เขาก็ยิ่งรู้สึกแย่รึเปล่า มันก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกแย่เข้าไปอีก ก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจทั้งสามคนว่า หนูไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี? เพราะกลัวไปซ้ำแผลเขา เเล้วตอนนี้ก็รู้สึกแย่มากๆด้วย ซึ่งดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม) ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘การขอโทษเป็นสิทธิของเราเเต่การให้อภัยมันเป็นสิทธิของเขา การที่เรารู้สึกว่าเราทำผิดต่อใครเเล้วขอโทษไป มันก็พอแล้ว ไม่รู้เลยว่าเขาจะคิดอะไรยังไง เพราะมันเป็นเรื่องของเขา จริง ๆ เขาก็ไม่ได้สนใจเเล้วรึเปล่า หรือเขาไม่ว่างจะตอบ มันมีเหตุผลพันล้านแปดเลยอ่ะ หรือมันก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกันนานเเล้ว เขาก็ไม่ได้อยากเจอเรา มันมีหลายเหตุผลมากที่ลอยอยู่ในอากาศเเล้วเธอไม่ได้รู้คำตอบเพราะเขาไม่ได้ให้มา ฉะนั้นวันนี้ก็ไม่ต้องฟันธงโดยการไปหยิบคำตอบที่ทำร้ายใจที่สุดมาไว้ในชีวิตเธออ่ะ เพราะความต้องการของเหมยคืออยากให้เขารู้ว่าเราขอโทษมันก็จบสิ้นเเล้วนะจากข้อความนั้น ถ้ายิ่งคิดมากมันจะยิ่งทำร้ายเหมยอีก เเล้วถ้าเขาไม่ให้อภัยก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขา เเต่อย่าไปโฟกัสอย่างงั้นอย่างเดียวเพราะมันมีหลายเหตุผลมากที่คน ๆ นึงจะไม่ตอบเเชทเรา‘เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

กำลังจะแต่งงานกับแฟนปีหน้า มาจับโป๊ะได้ว่าแฟนมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเรา เพื่อนบอก ความรู้สึกเริ่มแล้ว หยุดไม่ได้ แต่แฟนมาง้อ บอกจะเลิกยุ่งกับเพื่อนให้แล้วแต่งงานเลย พีคสุด 1 เดือน เขาบอกรักกันไปแล้ว 500+ ข้อความ เท่ากับที่คบหนูมา 3 ปี

22 พ.ย. 2024

กำลังจะแต่งงานกับแฟนปีหน้า มาจับโป๊ะได้ว่าแฟนมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเรา เพื่อนบอก ความรู้สึกเริ่มแล้ว หยุดไม่ได้ แต่แฟนมาง้อ บอกจะเลิกยุ่งกับเพื่อนให้แล้วแต่งงานเลย พีคสุด 1 เดือน เขาบอกรักกันไปแล้ว 500+ ข้อความ เท่ากับที่คบหนูมา 3 ปี

กำลังจะแต่งงานกับแฟนปีหน้า มาจับโป๊ะได้ว่าแฟนมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเราเพื่อนบอก ความรู้สึกเริ่มแล้ว หยุดไม่ได้ แต่แฟนมาง้อ บอกจะเลิกยุ่งกับเพื่อนให้แล้วแต่งงานเลยพีคสุด 1 เดือน เขาบอกรักกันไปแล้ว 500+ ข้อความ เท่ากับที่คบหนูมา 3 ปี ควรให้โอกาส หรือ พอแค่นี้?“คุณเชอรี่ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 พ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการโดนนอกใจโดย “คุณเชอรี่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘โดนแทงข้างหลังจากคนที่เรารักทั้งสองคน หนูมีแฟนที่คบกันมา 3 ปี และมีเพื่อนสนิทที่ทำงานคบมา 3 ปีเหมือนกัน' คือ หนูเข้ามาทำงานที่บริษัทเดียวกับแฟน หนูเข้ามาทำทีหลังเขาเลยทำให้เราได้เจอกัน เขาก็มาจีบหนูก่อน ส่วนเพื่อนคนนี้อยู่กับหนูมาตั้งแต่วันแรกเลย ตั้งแต่แฟนมาจีบเขารู้หมดทุกอย่างสนิทกันมาก ไปหากันถึงบ้าน กับพ่อแม่ของเพื่อนหนูก็สนิท ซึ่งตอนนี้หนูลาออกมาประมาณปีครึ่งแล้ว แต่หนูกับแฟนก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน เมื่อก่อนเราจะไปไหนก็ไปกันสามคนตลอด ไปกินข้าวด้วยกันสามคน คือสนิทกันมาก แล้วพอหนูลาออกมาเหมือนเพื่อนเขาก็ได้ย้ายตำแหน่ง ได้ย้ายไปทำงานแบบ Under แฟนหนู เขาก็มีออกไปทำงานตรวจดูพื้นที่กัน หนูก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะสนิทกันจริง ๆ เขาก็ทำงานกันไป พอช่วงหลังๆ หนูเริ่มรู้สึกแปลก ๆ หนูกับแฟนก็เหมือนทะเลาะกันบ่อย มีปัญหากันแต่เราก็ยังอยู่ด้วยกันทุกวันปกติไม่ได้เลิกกันจนมีช่วงนึงประมาณเดือนที่แล้ว เป็นเดือนเกิดของแฟนหนู ซึ่งที่หนูเริ่มเอะ คือ เขาได้เสื้อมาตัวนึง ด้วยความที่หนูกับแฟนเราเลี้ยงหมาด้วยกัน แล้วเสื้อที่แฟนได้เป็นเสื้อที่สกรีนรูปหมา หนูก็เลยถามเขาว่า “ได้ของขวัญวันเกิดเหรอ” แฟนก็บอกว่า “อ่อใช่ คนที่ทำงานเขารวมเงินกันซื้อให้” หลังจากนั้นหนูก็ทักไปหาพี่ที่ทำงาน เพราะหนูก็สนิทกับทุกคนที่บริษัทยังคุยกันอยู่ปกติ หนูก็ทักไปถามพี่ที่ทำงานว่า “เออทำเสื้อที่ร้านไหน หนูอยากได้บ้าง” พี่เขาก็ถาม “เสื้ออะไร เขาไม่รู้” หนูก็เลยเริ่มเอ๊ะเลยไปดูรูปหมาที่มันอยู่บนเสื้อ บอกก่อนว่าหนูจะมี Instagram หมา บางรูปเราก็ไม่ได้ลงใน Instagram หมาเลย แล้วก็ไม่ได้ลงสตอรี่ มันเป็นรูปที่เราไม่ได้ถ่าย หนูก็เลยเริ่มเอ๊ะยังไง? แต่ด้วยเซนส์หนูก็เลยถามไปว่า “ใช่เพื่อนคนนี้ไหม นอกใจหรือเปล่า” แฟนหนูก็บอกกลับมาว่า “จะบ้าเหรอ ไม่มีทาง” แล้วหนูกับแฟนเป็นคนไม่เช็คโทรศัพท์กันเลย พอวันนั้นเราทะเลาะกัน คืนนั้นหนูก็เลยแอบไปเช็คโทรศัพท์ก็เลยเปิดเจอแชทๆนึง แล้วก็เห็นทุกอย่าง เขาแอบคุยกัน บอกรักกันทุกวัน ยิ่งมีคำนึงที่หนูรู้สึกเจ็บมาก คือ เดือนที่แล้วก็เป็นเดือนเกิดหนูเหมือนกัน ก่อนหน้าที่เป็นวันเกิดหนู หนูทะเลาะกับแฟน แล้วหนูก็ไปอยู่กับเพื่อนแล้ว พอถึงวันเกิดหนู แฟนก็มาหาหนูมาอยู่ด้วยกันในงานวันเกิดหนู คืนนั้นเหมือนเพื่อนคนนี้ก็พูดว่า รู้สึกไม่ดีเลย ไม่ชินเลยที่อยากโทรไปฝันดี อยากโทรไป good night แต่ทำไม่ได้เพราะแฟนอยู่กับหนู แล้วแฟนก็ง้อให้หนูกลับไป หนูก็อ่านแชทเขาก็พูดแบบว่า “อยากโทรหาก็โทรไม่ได้” วันอื่นก็มีเหมือนกันพอรู้เรื่องนี้หนูก็ทะเลาะกับแฟน แฟนก็ขอโอกาส คือ ที่ผ่านมาที่เราทะเลาะกันหนูก็ไม่ใส่ใจแฟนจริง ๆ บางเรื่อง เขาบอกว่าเขาอยากได้คนซัพพอร์ตเขา เวลาเราทะเลาะกันเขาจะชอบเอาเรื่องหนูไปปรึกษาเพื่อนคนนี้ แล้วเรื่องงานเขาก็คุยปรึกษากัน แล้วเพื่อนคนนี้ก็คอยซัพพอร์ตเขา คอยให้กำลังใจทั้งเรื่องหนู ทั้งเรื่องทำงาน เขาก็เลยบอกว่าเขาเผลอไป หนูก็ไปเคลียร์กับเพื่อนหนูเหมือนกันว่าทำแบบนี้ได้ยังไง? เพื่อนก็ยอมรับว่าหักหลังจริง ๆ พยายามหยุดแล้ว แต่ก็หยุดไม่ได้ เพื่อนก็บอกว่า “ไม่รู้จะเชื่อหรือเปล่า แต่หลังจากนี้ก็จะเลิกยุ่งแล้ว” เขาก็ยังต้องทำงานเจอกันทุก ๆ วัน หนูก็ไม่รู้ว่าหนูควรจะทำตัวยังไง แฟนหนูก็บอกให้ Move on ได้ไหม? เขาเลิกยุ่งแล้วจริง ๆ เขาก็ไลน์ไปบอกผู้หญิงว่าจะเลิกยุ่งนะ เขารักหนู สงสารหนู ให้เราเลิกยุ่งกัน หนูก็ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังมันจะเป็นยังไง หนูก็ไม่รู้ว่าหนูควรจะทำยังไง แต่ตอนนี้หนูบอกว่า หนูขอเลิกนะ เพราะหนูทำใจไม่ได้จริง ๆ ตอนแรกหนูกับแฟนคุยกันว่าเราจะแต่งงานกันปีหน้านะ เรื่องก็รับรู้ทั้งถึงพ่อแม่เขาและพ่อแม่เรา เขาไปคุยไปขอเราถึงบ้านแล้ว ตอนนี้หนูก็ย้ายมาอยู่กับเพื่อนข้างนอก แต่หนูก็มีกลับไปบ้านบ้าง เพราะว่าเลี้ยงหมาก็กลับไปดูหมาบ้างแต่หนูก็รู้สึกว่าหนูก็ยังลืมไม่ได้ เขาก็พูดว่าให้ลืมได้ไหม?เราก็เคลียร์กันเรื่องที่เราชอบอะไร ไม่ชอบอะไรในตัวกันและกัน มันมีอะไรบ้างเราจะแก้ไขยังไง แต่หนูก็ไม่รู้ว่าหนูจะ Move on ไปได้ไหม หนูคงคิดว่าเรื่องนี้มันติดอยู่ในใจหนูมาก ๆ เพราะมันเป็นคนใกล้ตัวมาก ๆ ซึ่งหนูก็คิดว่าหนูอยากจะให้โอกาสแฟนแต่พอคิดไปคิดมาอีกทีนึง หนูก็รู้สึกว่าเราจะทำใจได้จริง ๆ หรอกับเหตุการณ์นี้ ตั้งแต่เรารู้เรื่องมา เราคิดอยู่ในหัวตลอดเวลาแบบเราลืมไม่ได้เลย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะลืมได้เมื่อไหร่ เขาก็ขอโทษทุกวัน แล้วหนูก็ไม่อยากให้เขามาเห็นหนูเป็นแบบนี้ ตั้งแต่เกิดเรื่องมาก็ผ่านมาประมาณสองอาทิตย์เขาก็ยังทุ่มเทง้ออยู่ เขาบอกเขาเผลอไป เขาไม่เคยรักแต่หนูอ่านแชท ในแชทก็เขาบอกรักกัน หนูเสิร์ชคำว่ารักในแชทเขากับเพื่อนมันแบบ 500 + เลย แล้วกับหนูที่คบกันมา 3 ปีคำว่ารักก็ 500+ เหมือนกัน ซึ่งมันแบบ 3 ปี แต่เขากับเพื่อนแค่เดือนกว่า ๆ คือไปรักกันอะไรขนาดนั้น หนูก็เลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูควรจะลืมเรื่องนี้ไปเลย หรือว่าเราควรเลิกให้มันแบบเจ็บแต่จบทีเดียวเลย?’เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาเป็นคนแรกว่า ‘ถ้าจะไปต่อถามว่ามันจะลืมได้ไหม ไม่ได้หรอก มันก็จะเป็นตราบาป ความสัมพันธ์นี้จะมีตำหนิครั้งนี้อยู่เป็นตำหนิที่ใหญ่แล้วก็จะไม่มีวันลืม หลังจากนี้เกิดเขาห่างจากเราไปหรือมีอะไรที่ผิดปกติไปแม้แต่เล็กน้อยภาพเหล่านี้ก็จะย้อนคืนมา มันก็จะเป็นความหลอนที่มันเคยเจอมาแล้ว แล้วมันจะเกิดขึ้นอีกไหม ความหวาดระแวงจะยังมีอยู่ไปตลอด มันอยู่ที่ว่าเชอรี่สามารถใช้ชีวิตยู่กับความไม่ไว้ใจตรงนี้ได้หรือเปล่า? ถามว่ามันจะสร้างกลับมาได้ไหม มันคงได้ แต่มันต้องใช้เวลามากพอสมควร มันจะไว้ใจได้ในแบบที่ว่าเราจะไม่ได้ลืมครั้งนี้ แต่เราจะรู้สึกว่าเขาคงไม่ทำแล้วแหละ คงไม่ทำเข้าใจคำว่าคงไม่ไหมมันได้แค่นั้น ความรู้สึกที่มันยังเหลืออยู่ในเชอรี่มันคงได้แค่นั้นแหละว่าเขาคงจะไม่ทำแล้วแหละ พี่ว่ายากที่จะมีวันใดวันนึงที่เชอรี่จะพูดได้เต็มปากว่าเขาไม่ทำแล้วแหละ ถ้าพี่คิดออกเร็ว ๆ ตอนนี้ก็อาจจะต้องแต่งงานกันไปมีลูก ลูกโตจนมันพิสูจน์มากพอซึ่งมันคงต้องใช้เวลานานมาก ถามว่าเชอรี่อยู่ได้ไหมล่ะ กับความไม่ไว้ใจอันนี้แล้วรวมถึงเขาด้วยเต็มใจที่จะอยู่จริงหรือเปล่าณ วันนี้มันยังง้อกันอยู่แต่ว่า มันกลับมาอยู่ด้วยกันจริง ๆ ได้เก็นเชอรี่นอย ได้เห็นเชอรี่ไม่ไว้ใจเหมือนเดิมสุดท้ายแล้วมันไปกันรอดจริงหรือเปล่า แต่ทั้งหลายทั้งมวลวงเล็บไว้ว่า ถ้าคนสองคนมันผิดพลาดแล้วมันตั้งใจที่จะกลับมาอยู่ด้วยกันจริง ๆ มันทำได้ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้หมดไปประเมินเอาเอง ส่วนถ้าเลิกเลยเป็นยังไงก็ไม่น่ามีอะไร เลิกเลยก็คือเลิกคือเชอรี่ไม่พร้อมที่จะอยู่บนความไม่ไว้ใจในความสัมพันธ์ทั้งสิ้น มันมีคนที่อยู่ได้และมันมีคนที่อยู่ไม่ได้เพราะว่าพอฉันมันเริ่มไม่ไว้ใจเธอแล้ว ทุกการกระทำทุกการเคลื่อนไหวของเธอ ฉันไม่ไว้ใจเลยแล้วไม่มีความสุข ถ้าเชอรี่เป็นแบบนี้การเลิกเลยก็จะเป็นสิ่งที่ตัดไฟแต่ต้นลมได้ดีกว่าไม่ยืดเยื้อไท่คาราคาซัง มันอยู่ที่ว่าน้ำหนักของปัญหาครั้งนี้การไปบอกรักคนอื่นห้าร้อยครั้งในหนึ่งเดือน เราต้องตั้งคำนี้ไว้เลยคน ๆ นี้เคยบอกรักคนอื่นในขนาดที่มีเราห้าร้อยครั้งต่อหนึ่งเดือนคำนี้มันหลอกหลอนเชอรี่แค่ไหน เชอรี่สามารถใช้ชีวิตอยู่บนประโยคนี้ได้จริง ๆ หรือเปล่า กลับไปตกลงตัวเองให้ดีมันไม่ง่ายนะการนอกใจไปในแบบดีกรีเบา ๆ มันก็มีแต่เราดันไปเห็นรายละเอียดในสิ่งที่เขาคุยกัน ภาพเหล่านี้มันจะอยู่ในใจเราตลอดไปถ้าเธอเคยบอกรักเราแม้กระทั่งวันที่เรารักกันใหม่ ๆ มันเคยถึงห้าร้อยไหม เพราะฉะนั้นตรงนี้มันจะหลอกหลอนเชอรี่ไปตลอดแหละบางคนอยู่ได้บางคนเลือกที่จะไม่อยู่ดีกว่า ซึ่งไม่ว่าทางไหนของให้เชอรี่คิดถึงตัวเชอรี่เองเป็นหลัก ณ วันนี้คือช่วงเวลาที่เราจะยึดถือตัวเราเองเป็นหลักมากที่สุดไม่ต้องไปคิดถึงเขาไม่ต้องไปคิดถึงพ่อแม่เอาที่เราสบายใจที่สุด’ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คือการไปมีคนอื่นเพราะว่าระหว่างคู่ของเรามันมีปัญหา ถ้าตัดสินจากทฤษฎีความรักแบบรักดี ๆ จริง ๆ มันก็ฟังไม่ขึ้นหรอก หมายถึงว่ายังไงก็ต้องมาเคลียร์กันก่อน ไม่ใช่เลือกวิธีการที่จะไปมีคนอื่นมันเป็นแค่ข้ออ้าง แต่ว่าอันนี้พยายามจะเข้าใจในแง่มนุษย์ว่า มันก็คงเกิดขึ้นได้บ้างนั่นแหละ แต่ว่าพอเชอรี่พูดว่า เขาบอกรักกัน 50 / 500 ครั้งต่อวัน พี่จะไปนึกถึงแบบพี่เผือกว่า สิ่งนี้มันดูมีน้ำหนักมากเลยนะว่าหรือจริง ๆ มึงไม่ได้แค่กำลังมีปัญหาหรือจริง ๆ มึงก็แค่อยากมีกับเขา คนที่มันมีปัญหาเพราะว่าแฟนมันไม่ดูแล พี่ว่ามันควรจะออกมาอีกทางนึง แต่มันดูแบบเป็นคนคลั่งรักกันอยู่ ซึ่งพี่ก็เลยไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาพูดกับเชอรี่ ความจริงมันเหลืออยู่กี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อนหนูก็อีกคน ไม่รู้เหลือกี่เปอร์เซ็นต์เพราะว่าก็ยังทำกันได้ ถามว่าแล้วยังไงดีจะเลิกหรือจะให้อภัยจริง ๆ ถ้าเลิกกับเขาความเจ็บปวดมันนานแหละ แต่สำหรับพี่มันจะมีเส้นชัยคือมันจะจบ หนูอาจจะต้องแบบเจ็บปวดเสียใจฟูมฟายซึ่งอาจจะยาวนานแต่มันจะจบ แต่ถ้าหนูไม่เลิกสิ่งที่มันติดอยู่ในใจหนูว่า คน ๆ นี้เคยไม่ซื่อสัตย์กับฉัน เคยนอกใจฉันและไปนอกใจกับเพื่อนสนิทของฉันมันจะอยู่นานและไม่รู้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่สำหรับพี่ คือมันแล้วแต่บุญแต่กรรมถ้าสุดท้ายแม่งเป็นคนดีจริง ๆ จนกูสบายใจวันนั้นมันก็อาจจะจบหรือมันก็กลายเป็นว่าเชอรี่ก็คือนอยแดกไปเลยทุกครั้งที่รู้ว่าเดี๋ยวเขาต้องไปทำงานด้วยกัน ซึ่งพี่ไม่รู้ว่าในระยะยาวมันจะส่งผลดีกับชีวิตคู่ของหนู ถ้าเทียบกับว่ากูเลิกกับมันตั้งแต่วันนั้นก้จบสิ้นละเรื่องนี้ ก็ให้เขาได้ไปอยู่กับเขาสองคนให้เขารักกันมาก ๆ 500 ครั้งนั่นน่ะอันนี้สำหรับพี่’สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จะบอกว่าคนที่ไม่ควรยุ่งที่สุดเขายังกล้ายุ่ง แล้วหนูจะเอาความไว้ใจที่ไหนเมื่อเขาก้าวออกไปนอกบ้าน วันนึงไปเที่ยวกลางคืนเหล้าเข้าปากหนูจะนอนไม่หลับ ถ้าหนูเลือกจะอยู่ต่อหนูจะกลายเป็นคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่ Toxic เขาจะดีหรือไม่ดีไม่มีใครรู้ แต่ตัวหนูไม่มีทางแบกรับความไว้ใจหรือความหวาดระแวงแบบนี้ได้ไปตลอดชีวิตหรอก พี่กำลังจินตนาการให้หนูเห็นภาพนะว่าสมมุติหนูยืนอยู่บนทางสองทาง ทางนึงเป็นทางที่แบบมีขวากหนามแต่มันเป็นประตูที่เขียนว่า Exit หลังประตูเป็นถนนที่เรียบแต่ว่าก่อนที่จะเดินไปมันเป็นทางขวากหนามสั้นหรือยาวอยู่ที่ตัวเองซึ้งพี่เคยอกหักแล้วใช้เวลาซ่อมใจแค่สองวัน ฉะนั้นมันสั้นได้มันย่นระยะเวลาได้ กับอีกทางนึงเป็นทางที่มีแต่เศษแก้วที่ผู้ชายคนนั้นปามาผู้ชายคนนั้นบอกว่าเดินกลับมาเชอรี่แล้ววันนึงฉันจะกวาดถนนเส้นนี้ให้เธอเอง ฉันจะปลูกดอกไม้ให้เธอแต่เธอเดินเหยียบแก้วกลับมาก่อนนะ แล้วนั้นนั้นก็จะมีห้อง ๆ นึงเป็นใบทะเบียนสมรสเมื่อเชอรี่เข้าไปแล้วปุ๊ปจะถูกล็อคประตูทันที โดยที่แบกความสุ่มเสี่ยงไว้ว่ามึงจะกวาดแก้วให้กูได้จริงไหม ถ้าเกิดกวาดจริงทะเบียนสมรสนั้นนอนกอดแบบสวย ๆ ไปเลยแต่ถ้าเกิดทำไม่ได้หนูต้องเดินย้อนกลับมาเหยียบแก้วนั้นอีกครั้งนึงแล้วหนูก็จะต้องเดินผ่านขวากหนามนั้นอีกครั้งนึง เผื่อไปยังประตู Exit ถ้ามีทะเบียนสมรสปุ๊ปหนูต้องแกะกุญแจนั้นอีก อย่างที่พี่บอกว่าหนูยังรู้เลยว่า หนูโครตโชคดีเลยที่ไม่แต่งงานไปก่อนแล้วมารับรู้เรื่องนี้ฉะนั้นความโชคดีมันถูกกำในมือหนูแล้ว เลือกใช้มันว่าจะเดินทางไหนสองทางที่หนูต้องเลือกพี่ให้หนูเลือกเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-