พ่อกับแม่บอกว่าอยากมีหลาน แต่พอคลอดลูกออกมากลับไม่มีใครช่วยเลี้ยง เราก็ตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อจ้างคนอื่นเลี้ยงลูก แต่สามีกลับบอกให้เราเลี้ยงลูกเอง

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พ่อกับแม่บอกว่าอยากมีหลาน แต่พอคลอดลูกออกมากลับไม่มีใครช่วยเลี้ยง เราก็ตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อจ้างคนอื่นเลี้ยงลูก แต่สามีกลับบอกให้เราเลี้ยงลูกเอง

05 มิ.ย. 2026

พ่อกับแม่บอกว่าอยากมีหลาน

แต่พอคลอดลูกออกมากลับไม่มีใครช่วยเลี้ยง

เราก็ตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อจ้างคนอื่นเลี้ยงลูก

แต่สามีกลับบอกให้เราเลี้ยงลูกเอง

        ‘คุณเปย์’ (นามสมมติ) สายแรกในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 มิถุนายน 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เธอคลอดลูกออกมาแล้ว แต่ไม่มีคนช่วยเลี้ยง เรื่องนี้ทำให้ทะเลาะกับสามีจนอยากจะเลิกกัน

        ‘คุณเปย์’ อายุ 38 ปี  เล่าว่า ตนเองเป็นคนที่มีบุตรยาก หลังจากแต่งงานกับสามีมาเป็นเวลากว่า 5 ปี ทั้งคู่พยายามมีลูกมาตลอด แต่ทุกครั้งที่ตั้งครรภ์ก็มักจะเกิดการแท้ง ทำให้สามีเริ่มทำใจและบอกอยู่เสมอว่า หากไม่มีลูกก็คงไม่เป็นไร

        ต่อมาคุณเปย์ตัดสินใจซื้อบ้านหลังหนึ่ง และหลังจากเข้าอยู่ได้ประมาณ 1 ปี เธอก็ตั้งครรภ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สามียังคงคิดว่าเหตุการณ์คงจะเหมือนเดิม

        แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เด็กสามารถอยู่ในครรภ์ได้เกือบ 7 เดือน ก่อนจะคลอดก่อนกำหนด โดยคุณเปย์เล่าว่า ลูกคลอดออกมาเมื่ออายุครรภ์เพียง 27 สัปดาห์เท่านั้น ทำให้เธอกังวลเป็นอย่างมากว่าเด็กจะมีโอกาสรอดชีวิตหรือไม่ เนื่องจากเด็กต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลาถึง 3 เดือน เธอยืนยันว่าในช่วงเวลานั้นเป็นห่วงลูกมาก ทุกครั้งที่ได้รับโทรศัพท์จากพยาบาลก็จะรู้สึกใจไม่ดี เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น แต่ปัจจุบันลูกมีอายุ 10 เดือนแล้ว สุขภาพโดยรวมแข็งแรงดี แม้จะยังมีพัฒนาการบางด้านที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของเด็กวัยเดียวกัน เนื่องจากเป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด อีกทั้งยังต้องเดินทางไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่องทุกเดือน

        อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ตามมาคือเรื่องการเลี้ยงดูบุตร เนื่องจากทั้งเธอต้องทำงานเพื่อหารายได้มารับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ทั้งค่าบ้าน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และค่าใช้จ่ายของลูก คุณเปย์มองว่าการทำงานเป็นสิ่งจำเป็น แต่สามีกลับมองว่าเธอเป็นแม่ที่ไม่ค่อยใส่ใจลูก และอยากให้เธอหยุดงานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและดูแลลูกบ้าง ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดซ้ำอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างหนัก และเกือบจะนำไปสู่การเลิกรา

        ปัจจุบัน คุณเปย์จึงหาทางออกด้วยการจ้างญาติของตนเองมาช่วยเลี้ยงลูก เนื่องจากเธอเป็นผู้หารายได้หลักของบ้านทำให้ไม่มีเวลาว่าง โดยเธอทำงานเป็นพนักงานประจำในโรงงานแห่งหนึ่งมานานกว่า 9-10 ปี ส่วนสามีทำงานในตำแหน่งซัพพอร์ต ซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอนและน้อยกว่าเธอ

        แต่ในขณะเดียวกัน ครอบครัวของเธอกลับไม่ได้ช่วยสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตรอย่างที่คาดหวังไว้ คุณเปย์เล่าว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจมีลูก เพราะแม่เคยพูดกับเธอว่า “ลองมีลูกดูสิ จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร” ทำให้เธอเข้าใจว่าแม่อาจอยากมีหลาน แต่เมื่อมีลูกจริง ๆ แม่กลับไม่ได้ช่วยดูแลอย่างที่คิด และมักบ่นเรื่องภาระในการเลี้ยงเด็กอยู่เสมอ เพราะตัวแม่เองก็ยังมีหน้าที่เป็นแม่บ้านที่ต้องดูแล ส่วนคุณพ่อก็ไม่ได้มีเวลามากนัก เนื่องจากต้องออกไปขายของ

        นอกจากนี้ เธอยังเคยถูกคุณหมอตักเตือนว่า ต้องเริ่มคิดให้ได้แล้วว่าหลังจากมีลูกแล้วจะวางแผนชีวิตอย่างไรต่อไป ซึ่งในตอนนั้นเธอยอมรับว่าไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่คิดว่า ลูกไม่ได้ผิดที่เกิดมา แต่เป็นตัวเธอเองที่ปรับตัวไม่ทัน และไม่ได้วางแผนชีวิตหลังมีลูกเอาไว้ตั้งแต่แรก

        ท้ายที่สุด คุณเปย์จึงเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ด้วยการลดการรับงานโอทีในวันหยุด จากเดิมที่ทำทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ เหลือเพียงวันเดียว และตั้งใจเก็บวันอาทิตย์ไว้เป็นวันครอบครัว เพื่อใช้เวลากับสามีและลูก

        อย่างไรก็ตาม เธอยังคงกังวลว่า แม้จะเริ่มปรับตัวแล้ว แต่ในอนาคตปัญหาเดิมอาจกลับมาจนกลายเป็นสาเหตุของการทะเลาะกันอีก เธอจึงอยากทราบว่า ควรเริ่มแก้ปัญหาความสัมพันธ์จากจุดใดก่อน เพราะที่ผ่านมาเธอและสามีไม่เคยสื่อสารกันอย่างสร้างสรรค์ จนเกือบจะต้องยุติชีวิตคู่

        ด้าน ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำแนะนำว่า “เปย์มีความคิดมาตลอดว่า พ่อแม่เปย์ต้องเป็นคนเลี้ยงลูก เพราะว่าท้องมาให้เขา ต้องช่วยเลี้ยงสิ ซึ่งไม่ใช่ คนแรกบนโลกใบนี้ที่ควรจะรักและดูแลให้เด็กคนนี้เติบโตมาคือแม่ ตอนตั้งครรภ์ควรที่จะคิดแบบนี้ก่อน

        สิ่งที่เราต้องทำต่อจากนี้คือยอมรับว่าเราไม่ได้วางแผนอะไรเลยกับการมีลูกครั้งนี้ การวางแผนเลี้ยงลูกคนนึงมันแสนจะยาก แต่การเลี้ยงโดยไม่มีแผนอะไรเลย แล้วแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวัน ๆ มันก็ยากที่จะเลี้ยงออกมาให้ได้ดี สิ่งที่สามีต้องการในตอนนี้คือ เด็กในวัยนี้ต้องการคนที่เลี้ยงดูเขา ถ้าพี่เลี้ยง เลี้ยงก็เป็นแบบนึง พ่อแม่เลี้ยงก็เป็นอีกแบบนึง พ่อแม่ที่ไม่ตั้งใจเลี้ยงก็จะเป็นแบบนึง พ่อแม่ที่ตั้งใจเลี้ยงก็จะโตอีกแบบนึง เปย์อยากให้เค้าโตแบบไหน เลี้ยงเค้าแบบนั้น ถ้าเปย์ไม่ได้สนใจว่าเค้าจะโตมาแบบไหน ก็ให้ใครเลี้ยงก็ได้

        การมีลูกคือการเปลี่ยนความสำคัญในชีวิต ลำดับความสำคัญในชีวิตที่เคยเป็นเราจะกลายเป็นเขา นี่คือธรรมชาติของพ่อแม่ที่ควรจะเป็น แต่ถ้ามันมีเงื่อนไขของความไม่พร้อม ยังไงก็ต้องสละบางอย่างในชีวิตของเราเพื่อดูแลเขา ถ้าต่อจากนี้ไม่อยากให้มีปัญหา เปย์ลองเปลี่ยนลำดับความสำคัญในชีวิตให้กลายเป็นลูกก่อน ถ้าเปย์คิดว่าลูกสำคัญที่สุดในชีวิตเปย์ เปย์จะพยายามแก้ปัญหาเพื่อดูแลเขาให้ได้ เปย์จะยอมสละบางอย่างในชีวิตได้เพื่อเขา 

        และการทำงานเป็นทีมร่วมกับสามีก็สำคัญมาก ต้องมีบาลานซ์ มันต้องผ่อนหนักผ่อนเบา คนนึงงานเยอะคนนึงช่วยดูแล ต้องทำงานเป็นทีม สามัคคี มันถึงจะรอด”

        ขณะที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้สะท้อนอีกมุมมองหนึ่งว่า “สิ่งที่จะต้องปรับคือทัศนคติ พี่รู้สึกว่าเปย์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับลูกเลย สิ่งที่เปย์เลือกมาปรึกษาคือทะเลาะกับแฟน เบื่อไม่อยากทะเลาะ กลัวจะมีปัญหาอีก มันกลายเป็นว่าอยากจะตัดปัญหานี้ทิ้ง โดยการเลิกกับแฟนไปเลย แทนที่จะอยู่เป็นพ่อเป็นแม่ มันดูเหมือนเลี้ยงเด็กแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เหมือนสิ่งที่เปย์พูดมาคือนึกถึงแต่ตัวเอง แค่ไม่อยากทะเลาะกับแฟน ไม่ได้มีการโฟกัสกับลูกเลย  ตอนนี้เรามีลูกแล้ว ซึ่งหนูก็ต้องรับผิดชอบ เพราะว่าหนูเป็นแม่”

        ส่วน ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวปิดท้ายสั้น ๆ ว่า “หยุดหนึ่งวันแล้วเลี้ยงลูก นับจากนี้กินยาคุมหรือว่าทำหมันไปได้เลยก็ดี มีแค่นั้น”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เวลาเลี้ยงลูก ดีเจต้นหอมจะมี 2 ร่าง เป็นร่างใจดีที่ชื่อว่าบอลลูน กับร่างใจร้ายที่คือต้นหอมเอง แต่ลูกดันรักและชอบเล่นกับบอลลูนมากกว่า จนกลัวว่าเขาไม่รักแม่ที่เป็นแม่จริง ๆ แต่ถ้าบอลลูนหายไป จะส่งผลเสียอะไรต่อลูกมั้ย?

30 ม.ค. 2026

เวลาเลี้ยงลูก ดีเจต้นหอมจะมี 2 ร่าง เป็นร่างใจดีที่ชื่อว่าบอลลูน กับร่างใจร้ายที่คือต้นหอมเอง แต่ลูกดันรักและชอบเล่นกับบอลลูนมากกว่า จนกลัวว่าเขาไม่รักแม่ที่เป็นแม่จริง ๆ แต่ถ้าบอลลูนหายไป จะส่งผลเสียอะไรต่อลูกมั้ย?

เวลาเลี้ยงลูก ดีเจต้นหอมจะมี 2 ร่างเป็นร่างใจดีที่ชื่อว่าบอลลูน กับร่างใจร้ายที่คือต้นหอมเองแต่ลูกดันรักและชอบเล่นกับบอลลูนมากกว่า จนกลัวว่าเขาไม่รักแม่ที่เป็นแม่จริง ๆแต่ถ้าบอลลูนหายไป จะส่งผลเสียอะไรต่อลูกมั้ย? ‘คุณบอลลูน หรือ ดีเจต้นหอม’ สายแรก ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (28 มกราคม 2569) ได้ขอคำปรึกษา ‘หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่องที่ตนนั้นกลัวลูกไม่รัก จึงสร้างบุคลิกที่ชื่อว่า ‘บอลลูน’ เพื่อรับมือลูกในตอนที่เขาไม่เชื่อฟัง ‘คุณบอลลูน (ดีเจต้นหอม)’ ได้เล่าว่า “ด้วยความที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เวลาเลี้ยงลูก จะมี 2 ร่าง เป็นร่างที่น่ารักและไม่น่ารัก เช่น เมื่อสอนการบ้านก็จำเป็นต้องดุ แต่ก็กลัวว่าดุอย่างเดียวแล้วลูกจะไม่รัก เลยต้องสร้างอีกร่างขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ชื่อว่า ‘บอลลูน’ ร่างนี้ปรากฏขึ้นมาครั้งแรก ตอนที่ลูกงอแงมาก ๆ จนไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร จึงทำเสียง “บลิ๊ง ๆ ๆ… สวัสดีครับ” ลูกชายงงไปสักพัก แต่ก็ถามว่า “นั่นใคร ?​​” นั่นแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ทำ ได้ผลกับเด็กที่งอแงอยู่ จึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส และใจดีไปว่า “บอลลูนครับ บอลลูนมาช่วย ‘ปกป้อง(ชื่อลูกชาย)’ ปกป้องต้องการความช่วยเหลือไหม ทำการบ้านอยู่ใช่ไหม?” หลังจากตอบกลับไปแบบนั้น ปรากฏว่า ลูกชายยอมทำตามและสนุกกับร่างที่ชื่อว่าบอลลูน หลัง ๆ มานี้ ปกป้องมีการกดปุ่มบอลลูนด้วยตัวเอง เมื่อกดปุ่ม ต้นหอมต้องกลายเป็นร่างบอลลูนทันที ซึ่งปฏิกริยาที่แสดงออกต่อ แม่(ร่างปกติ) และบอลลูน(ร่างใจดี) ก็แตกต่างกัน เช่น เมื่อแม่ขอขนม ปกป้องจะมีการคิดก่อนว่าจะให้หรือไม่ให้ดี แต่ถ้าเป็นบอลลูน ปกป้องจะให้ทันที นอกจากนี้ยังมีอุบายบอกลูกชายด้วยว่าบอลลูนต้องชาร์จแบตด้วยการ ‘หอม’ เพราะอยากได้ความรักจากลูก ทำให้ปกป้องจะมาหอม และมอบความรักกับแม่บ่อยมากขึ้น รวมถึงคอยถามว่าตอนนี้แบตกี่เปอร์เซนต์แล้ว ครั้งหนึ่ง เคยแกล้งให้เพื่อนไปถามปกป้องว่า “รู้ไหมว่าแม่กับบอลลูน คือคนเดียวกัน” คำตอบคือ “รู้ แต่แม่ใจร้าย บอลลูนใจดี” แล้วถ้าให้แม่เป็นแบบบอลลูน จะโอเคไหม ปกป้องตอบว่า ไม่เอา จะเอาบอลลูน และก็เคยโกหกไปว่าตอนนี้บอลลูนกำลังซ่อมอยู่นะ เพราะอยากให้ปกป้องรักแม่ที่เป็นแม่ ไม่ใช่เพราะบอลลูน แต่ลูกดันละเมอขณะนอนหลับว่า “เขาซ่อมเสร็จหรือยัง ?” จึงอยากปรึกษาคุณหมอว่า ควรจะมีบอลลูนต่อไปหรือไม่ จะมีผลเสียอะไรต่อปกป้องไหม เคยมีเพื่อนล้อเล่นว่า บอลลูนฆ่าแม่แล้ว แต่ปกป้องร้องไห้เสียใจมากๆ เพราะเขาจดจำว่า สองคนนี้คือคนที่เขารัก เขาขาดใครไปไม่ได้แล้ว” ‘หมอท้อป’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าเด็กรู้แล้วว่า 2 บุคคลิกนี้คือคนเดียวกัน แปลว่าเขาโตประมาณหนึ่งแล้ว แต่ในกรณีเด็กเล็กอาจจะแยกไม่ออก ต้องค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไป แล้วค่อย ๆ เอาร่างบอลลูนมาอยู่ในตัว ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองด้วย ถ้าปล่อยให้มีบอลลูนไปเรื่อย ๆ ก็อาจส่งผลต่อเด็ก เมื่อเขาโตขึ้น และต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น จะไม่สามารถแยกอารมณ์คน ๆ หนึ่งได้ ทั้งนี้หลักการคือ พ่อแม่ต้องมั่นใจในศักยภาพของตัวเองว่า เราสามารถที่จะเป็นคนที่ใจดีมาก และเป็นคนที่มีกฏเกณฑ์ได้อย่างไร ต้องสอนด้วยเหตุและผล แนะนำว่าให้บอกลูกไปเลยว่า แม่กับบอลลูนคือคนเดียวกัน แต่ถ้าเขายังชอบบอลลูนมากกว่า ก็ถามไปตรง ๆ เลยว่าทำไมถึงชอบ เพราะอะไร แล้วค่อย ๆ ปรับตัวเองให้มีความเป็นบอลลูน แต่ก็ยังเป็นแม่คนเดิม อย่ากลัวว่าลูกจะไม่รัก” นอกจากนี้ ‘ดีเจเกลือ’ ยังได้เล่าประสบการณ์ส่วนตัวเพิ่มว่า “ผมเคยฟังมาหลายบ้าน ที่กลัวลูกไม่รักเหมือนกัน ซึ่งบางบ้านไม่กล้าดุลูกเลย แล้วก็จะมีผลเสียอีกมาก เพราะอาจจะทำให้เป็นเด็กก้าวร้าว ที่ไม่มีใครคุมได้ เพราะขนาดคนในบ้านเขายังไม่กล้าที่จะคุม” ‘หมอท้อป’ เสริมว่า “พ่อแม่บางบ้านมักเอาความรักของลูกมาผูกกับการสอน จึงทำให้ไม่กล้าที่จะสอน หรือสอนได้ไม่เต็มที่ เพราะกลัวลูกไม่รัก และก็จะเกิดปัญหาบานปลายต่อมา บางทีพ่อแม่ก็รู้สึกผิดที่จะเป็นตัวร้ายในสายตาลูก แต่อย่าลืมว่าพ่อแม่เองก็เป็นคนปกติ เมื่อเจอวันเหนื่อย ๆ แล้วลูกดื้อ ก็ต้องมีความรู้สึกแย่เป็นธรรมดา เรารู้สึกเหนื่อยได้ แต่ก็สอนลูกได้ว่า พ่อแม่เองก็มี Bad Day เหมือนกัน และมีวิธีการจัดการอารมณ์ยังไง มันก็จะทำให้ลูกได้รู้ว่าเมื่อโตขึ้น แล้วเจอวันแย่ ๆ ต้องจัดการตัวเองยังไง ถ้าเราทำผิด เราต้องรู้จักขอโทษได้” ‘ดีเจเกลือ’ ถามต่อว่า “แล้วในส่วนเรื่องการสอนหรือการลงโทษลูกควรทำวิธีไหน จึงจะได้ประสิทธิภาพมากที่สุด” ‘หมอท้อป’ ตอบกลับว่า “ต้องไม่ใช้พื้นฐานของอารมณ์ และไม่ใช้ความรุนแรง การตี ไม่ได้ช่วยขนาดนั้น ถ้าเราอยากสอนลูก เราต้องรู้ก่อนว่า อยากสอนอะไร ถ้าใช้ความรุนแรงทางอารมณ์หรือทางกาย เด็กจะรับรู้แค่อารมณ์ สิ่งที่เขาจะได้ก็คือ “พ่อเกลียดผม แม่เกลียดผม” ตราบใดที่พ่อแม่ยังคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ อย่าเพิ่งสอน เราสามารถโกรธลูกได้ ลูกโกรธเราได้ แต่หลังจากนั้นเราต้องคุมอารมณ์ เด็กจะได้รู้ว่า คนเราโกรธได้แต่ต้องรู้จักจัดการ แต่สรุปแล้วในเรื่องของบอลลูนหมอมองว่ามันสามารถหายไปได้ ไม่ต้องบอกว่าหายไปไหน แต่ก็บอกให้เขารู้และเข้าใจว่ามันคือตัวแม่เองนะ”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจตนายังไงกันแน่? สาวโทรปรึกษา อัดอัดใจมากตอนนี้ คบกับแฟนมา 2 ปีแล้ว แต่แฟนเก่าเค้ายังเข้าออกบ้านแฟน ทุกคนในบ้าน WELCOME ต้อนรับ ทักทายตลอด จนเราเป็นฝ่าย เข้าไปหลบในห้อง เพราะไม่อยากเจอ... ไม่ได้รบกวนกาย แต่มันกวนใจ

02 ต.ค. 2023

เจตนายังไงกันแน่? สาวโทรปรึกษา อัดอัดใจมากตอนนี้ คบกับแฟนมา 2 ปีแล้ว แต่แฟนเก่าเค้ายังเข้าออกบ้านแฟน ทุกคนในบ้าน WELCOME ต้อนรับ ทักทายตลอด จนเราเป็นฝ่าย เข้าไปหลบในห้อง เพราะไม่อยากเจอ... ไม่ได้รบกวนกาย แต่มันกวนใจ

เจตนายังไงกันแน่? สาวโทรปรึกษา อัดอัดใจมากตอนนี้คบกับแฟนมา 2 ปีแล้ว แต่แฟนเก่าเค้ายังเข้าออกบ้านแฟนทุกคนในบ้าน WELCOME ต้อนรับ ทักทายตลอด จนเราเป็นฝ่ายเข้าไปหลบในห้อง เพราะไม่อยากเจอ... ไม่ได้รบกวนกาย แต่มันกวนใจจนเกิดคำถามในหัวว่า ‘จะมาเพื่อ??’ หนูจะรับมือเรื่องนี้ยังไงดี... “คุณโอ (นามสมมุติ)” อายุ 21 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 ก.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาแฟนเก่ามาที่บ้านแฟนเรา แต่คนในครอบครัวก็ต้อนรับอย่างดี จนเรารู้สึกอึดอัด โดย “คุณโอ (นามสมมุติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘หนูมีปัญหากับแฟนคนเก่าของแฟนหนู เขายังมาบ้านแฟนหนูอยู่เรื่อย ๆแล้วทางบ้านแฟนก็ยังต้อนรับกันเป็นอย่างดี ปกติหนูไม่ได้อยู่ที่บ้านแฟนทุกวัน ตัวหนูจะไปบ้านแฟนช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ แล้วเวลาที่เขามาก็มักจะเป็นวันที่หนูอยู่ เขาก็จะเดินเปิดประตูเข้ามา ยิ้มร่าเริง ยกมือไหว้ทุกคน แล้วทุกคนในบ้านก็จะถามไถ่เป็นยังไงบ้าง มาได้ยังไง ตัวหนูเองกับเขาก็เคยเห็นหน้ากันแต่ไม่เคยทักหรือคุยกัน ส่วนกับแฟนหนู เขาก็ไม่ทัก ไม่คุยกันเพราะแฟนหนูเค้ารู้ว่าหนูไม่โอเค หนูก็อดคิดไม่ได้มันก็เกิดคำถามอยู่ตลอดว่า ‘มาทำไม’ ส่วนความสัมพันธ์ของหนูกับพ่อแม่แฟนก็ดีนะคะ โอเคเลยเหมือนกับว่าลูกเค้ามีแฟนใหม่แล้ว ก็ต้อนรับหนูที่เป็นแฟนใหม่เป็นอย่างดีเลยเหมือนกัน คือถ้าไม่มีเรื่องแฟนเก่าเกิดขึ้น ก็คือปกติไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย หนูก็พยายามเข้าใจนะว่าในมุมผู้ใหญ่เค้าคงมองว่าเป็นลูกหลานอีกคนนึง หนูขอเล่าย้อนไปตอนที่เค้ายังคบกันคือเค้าคบกันมาประมาณ 3 ปี ตอนที่เค้าคบกันแฟนเก่าก็ย้ายมาอยู่บ้านแฟนหนูถาวร บางทีที่เขามาที่บ้าน แฟนหนูก็จะออกไปบ้าง ไม่ออกบ้าง แต่เวลาออกไปคือไปทำกับข้าว ไม่ได้สนใจ แล้วตัวแฟนหนูก็คุยกับหนูว่า ‘เธอปล่อยให้มันเป็นอากาศไปเลยได้ไหม ไม่ต้องไปสนใจมัน’ แต่หนูพูดตรง ๆนะหนูทำไม่ได้ หนูเป็นแฟนใหม่นะ หนูอยู่ตรงนั้น แล้วหนูเป็นคนที่แสดงสีหน้าชัดเจนมาก พร้อมบวกตลอดเวลา แต่หนูเองก็ไม่ได้อยากทำให้เค้าเสียบรรยากาศกัน พวกน้า ๆ เค้าจะมีนั่งสังสรรค์กัน กลายเป็นว่าต้องมานั่งหยุมหยิมกันเรื่องเด็ก หนูก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ เลยตัดปัญหาที่เวลาเขามาหนูไม่ออกไป นั่งอยู่ในห้องดีกว่า หนูไม่รู้ว่าจะออกไปทำไมด้วย เพราะออกไป เขาก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้น แต่มันก็มีความรู้สึกที่เกิดขึ้นเอง เหมือนหนูรู้สึกว่าหนูเป็นคนนอกหรือเปล่า ระยะเวลาที่เขามาที่บ้านก็เฉลี่ย ๆ ประมาณ 2 เดือนครั้ง แม้เลิกกันไปแล้ว 2 ปีกว่าแล้วนะ อีกอย่างเขาก็เป็นฝ่ายบอกเลิกแฟนหนูด้วย อย่างในช่วงแรก ๆที่เขามาที่บ้านมันมีเหตุให้ต้องมาอย่างงานบวช งานศพ หนูก็รู้ว่าส่วนนี้หนูห้ามเขาไม่ได้เพราะเขาก็เหมือนเป็นคนในครอบครัวนี้ไปแล้ว แต่หลัง ๆเวลาที่เขามาด้วยความที่บ้านนี้ มีเด็ก ๆเยอะด้วยอายุก็ไล่ ๆกัน 17-18 พวกเด็ก ๆกับเขาก็จะเล่นเกมด้วยกันสนิทสนมกันมากกว่าหนู หนูรู้นะว่าเขาก็มีบ้านเขา แต่ว่าไม่ได้อยู่กับพ่อกับแม่ ในบางมุมหนูก็เห็นใจเขา แต่บางมุมมันก็อดคิดไม่ได้ว่า ก็เลิกไปแล้วไง วันนี้หนูเลยอยากปรึกษาว่าหนูต้องทำยังไง หรือหนูควรไปพูดกับเขาตรง ๆเลยไหม “ดีเจต้นหอม” เริ่มให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จะไม่ร้าย เพราะเราดูที่คนของเรา เค้าไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์หรืออะไร คือการที่เขามาบ้านแล้วเราดูแล้วว่าเค้าสนิทกัน แล้วเราก็มาที่หลังด้วย มันมีเหตุการณ์เกิดก่อนที่เราจะมา เราดูแค่คนกลางก็พอ ถ้าคนกลางไม่ไปยุ่ง แปลว่ามันไม่ได้มีอะไรที่ต้องระแวงหรือไม่มีอะไรที่ทำให้เราต้องร้าย แล้วการที่เราจะไปร้ายในบ้านแฟน ยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ และพี่ว่าเราต้องไม่เอาตัวเองไปเทียบกับเขาอะ เราไม่ได้อยู่ในจุดที่เราต้องแย่งชิง เพราะว่าคนกลางอยู่กับเรา เขาก็มีคนใหม่ แล้วถ้าสวย ๆเลยเดินเจอกันก็ทัก คือให้รู้ไปเลยว่าเขาไม่ใช่สิ่งที่เราต้องกังวล ไม่ต้องไปหาเรื่อง เพราะรู้สึกว่าเราอาจจะได้เพื่อนเพิ่มก็ได้ ซึ่งเขาอาจจะน่ารักก็ได้นะ เพราะส่วนของเขากับแฟนเรามันจบไปแล้ว แต่เข้าใจมันเป็นที่วัยด้วยว่าเรื่องแบบนี้ไม่ได้ มันมีเงื่อนไข แต่เวลาที่เจอกันแล้วเราต้องหลบ มันรู้สึกอึดอัด ใช้ชีวิตสบาย ๆดีกว่าไม่ต้องหลบเพียงแต่แฟนเราห้ามคุยนะ” ต่อมาที่ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า “เอาความจริงก็เข้าใจได้ ถ้าคนที่เป็นแฟนเก่า แล้วรู้สึกไม่อยากมีปัญหาเค้าก็จะไม่ปรากฎตัวหรอก แต่ในเมื่อคนเนี่ยไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ว่าเขามาแบบบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มาระราน ที่มาก็เพราะความเคยชิน และยังคิดไม่ได้ว่าเอ้ยเราเป็นแฟนเก่าไม่ควรไปอยู่ในพื้นที่ของแฟนใหม่ ซึ่งพี่รู้สึกว่าถ้าแฟนเราไม่ได้ไปรู้สึกอะไรกับเขา แสดงว่าแฟนเราไม่ได้อะไรจริง ๆแต่โอก็ต้องเข้าใจว่าเขาสนิทกับคนในพื้นที่นั้นมาก่อนหน้าแล้ว ไม่ต้องไปสนใจ ใช้ชีวิตตามปกติไม่ต้องหลบ เขามาในฐานะแขกคนนึง เราอยู่แบบสันติของเรา ยิ่งเราอยู่ตรงนั้นให้รู้ว่ามีเราอยู่นะเขาเห็นเรา อาจจะทำให้เขามาที่บ้านน้อยลงก็ได้นะ เมื่อเราอยู่กับแฟนเรา ถึงวันนั้นสภาวะความที่เขารู้สึกไม่สบายตัว เขาก็คิดได้เอง ” ปิดจบกันที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า “เห็นด้วยกับทั้งสองคนเลย โอฟังพี่เติ้ลพี่หอมแนะนำซ้ำ ๆเลยนะเราเป็นเจ้าถิ่น เจ้าบ้าน นิ่ง สยบความเคลื่อนไหว ให้เอาบารมีความเป็นสะใภ้คนใหม่ ขวัญใจคนใหม่ ผู้ซึ่งน่ารักใจกว้าง ต้อนรับแฟนเก่าอย่างดี จนเขาเกรงใจไปเอง มันต้องอย่างงั้น พี่หอมพูดถูกว่ามันคือชั้นเชิงยิ่งเราดีกับเขามากเท่าไหร่ ในแบบที่ยังรู้สึกได้บาง ๆว่าก็ไม่ได้ชอบสักเท่าไหร่ แล้วเดี๋ยวเขาจะไปเอง แล้วพ่อแม่จะรู้สึกว่าโอมันก็น่ารักเนอะ อย่าไปแบบเป็นตัวร้าย ตื้น ๆเปิดประตูออกมาจ้อง สะบัดหน้าคือชั้นเชิงหนูมันตื้นเขินเกินไป จากนางเอกหนูจะกลายเป็นตัวอิจฉาทันที แล้วเขาจะเป็นนางเอก ตอนนี้มุมนางเอกคือ 2 ปีแล้วแหละคงไม่มีใครคิดอะไรแล้วแหละ โต ๆกันแล้วแหละ เราก็ไปเยี่ยมผู้ใหญ่ได้ เขาอาจจะคิดแบบพี่แอฟ ทักษอรก็ได้นะตอนนี้ด้วยความใสเลย ตัวเขาก็มีแฟนใหม่แล้วด้วย ใครคิดอะไรก็บ้าแล้ว ไปสวัสดีพ่อแม่หน่อยคงไม่อะไรหรอกมั้ง ตอนนี้กลายเป็นโอเป็นตัวอิจฉาเลยนะ แล้วแฟนเราก็ประพฤติตัวดีด้วย ดังนั้นนิ่งไว้ลูก อย่าไปร้ายมากเก็บมันไว้กดความร้ายมันไว้”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมโดนคนคุยเท! เพราะตอนเจอกันครั้งแรก เขาไม่ประทับใจเรื่องที่ผม... ไม่เลี้ยงข้าวเขากับเพื่อนที่เขาพามาอีก 2 คน พอเราไปเที่ยวทะเลกันก็ไปกับกลุ่มรุ่นพี่ที่ทำงานเขาอีก เหมือนเขาเอาทริปครั้งนี้มาลองใจผมอีกครั้ง พอกลับมาเขาก็ทำตัวแปลกไป

08 ก.ค. 2025

ผมโดนคนคุยเท! เพราะตอนเจอกันครั้งแรก เขาไม่ประทับใจเรื่องที่ผม... ไม่เลี้ยงข้าวเขากับเพื่อนที่เขาพามาอีก 2 คน พอเราไปเที่ยวทะเลกันก็ไปกับกลุ่มรุ่นพี่ที่ทำงานเขาอีก เหมือนเขาเอาทริปครั้งนี้มาลองใจผมอีกครั้ง พอกลับมาเขาก็ทำตัวแปลกไป

ผมโดนคนคุยเท! เพราะตอนเจอกันครั้งแรก เขาไม่ประทับใจเรื่องที่ผม...ไม่เลี้ยงข้าวเขากับเพื่อนที่เขาพามาอีก 2 คน พอเราไปเที่ยวทะเลกันก็ไปกับกลุ่มรุ่นพี่ที่ทำงานเขาอีกเหมือนเขาเอาทริปครั้งนี้มาลองใจผมอีกครั้ง พอกลับมาเขาก็ทำตัวแปลกไป มาบอกผมว่าผมก็ยังหารค่าห้อง ค่าเรือ ค่าข้าวอยู่ดี สิ่งที่ผมหารเขาเป็นเรื่องที่ผิดหรอครับ? “คุณพีเจ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่ไปเดทกับผู้หญิงแล้วให้เขาหารค่าอาหาร หลังจากวันนั้นเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย โดย “คุณพีเจ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมเป็นคนฐานะปานกลาง ไม่มีรถยนต์ขับ แต่ก็ลองนัดเจอสาวดู เจอกันครั้งแรกเขาเอาเพื่อนมาด้วย 2 คน รวมผมเป็น 4 คน มันก็ไม่ใช่เดท แต่เหมือนเป็นการนัดเจอกันมากกว่า เราก็หารค่าข้าวกันปกติ วันต่อไปก็ไปเดทกันแค่ 2 คน ทั้งวันนั้นผมก็ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่าข้าว ดูหนัง จนคุยกันมาประมาณ 3 เดือน เขาชวนไปเสม็ด ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่เขาชวนเพื่อนที่ทำงานเขาไป ซึ่งเป็นรุ่นพี่หมดเลย อายุประมาณ 40 ขึ้นไป เป็นผู้ใหญ่หมดแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติจนกลับมา พฤติกรรมการคุยของเขาก็เปลี่ยนไป ตอบช้า เหมือนเขาหายไปหลายชั่วโมง แล้วค่อยกลับมาตอบ ทั้ง ๆ ที่ปกติเขาก็ตอบเร็วแม้จะทำงาน เราก็กระวนกระวายใจทักไปรัว ๆ เลยถามว่า สรุปมันเกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกว่า เขาไม่โอเคกับเราตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปเจอกันแล้วที่ผมไปหารค่าข้าวเขา เราไม่ได้คิดอะไรเลย แต่ครั้งที่ 2 ที่เสม็ดเหมือนเขาอยากลองใจเราอีกรอบ เขาบอกว่า ผมเหมือนเดิมเลย หารทุกอย่าง แล้วตอนที่พี่ไปเที่ยวด้วย เขาก็ฝากซื้อมะม่วงน้ำปลาหวาน แต่ผมไม่ได้ไปทวงเงินเขานะ เขายื่นมาให้เอง เป็นเงินค่าของที่ฝากซื้อ คนคุยผมก็บอกว่า ทำไมเราถึงไปเก็บค่าของของเขาด้วย แล้ววันถัดมาพี่คนนั้นเขาก็มาบอกคนคุยผมว่า ทำไมผมถึงไปเก็บเงินเขา พี่เขาพูดขำ ๆ แต่เขาก็เก็บมาคิดว่า ทำไมต้องไปเก็บเงินเขา ทั้ง ๆ ที่ตอนที่อยู่เสม็ดพี่เขาก็เลี้ยงข้าง เลี้ยงเหล้าเรา คนคุยผมเขาบอกว่า เขาไม่โอเค ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการหาร ทั้งค่าห้อง ค่าเรือ ค่าข้าว ก็หารกันหลายอย่างอยู่ อาจจะเป็นเพราะฐานะการงานผมด้วย ผมอยากรู้ว่าเรื่องนี้ผมผิดรึป่าว?’ ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘เรื่องนี้ไม่มีใครผิดเลย แค่ยังไม่เข้าใจกันและศีลไม่เสมอกันก็เท่านั้น เราก็ไม่ผิดที่จะเลี้ยงตามความสะดวกของเรา ซับพอร์ตเท่าที่ไหว อย่าเกินตัว หรือบางทีอาจจะไม่อยู่ที่ตัวเม็ดเงินเสมอไป แต่อยู่ที่ทัศนคติของเรากับเขาตรงกันมั๊ยด้วย แล้วอย่าคาดหวังกับการปัดแอปพลิเคชันหาคู่ เพราะถ้าคุยแล้วมันไม่ใช่เขาก็เฟดออกไปง่าย ๆ เป็นเรื่องปกติ อย่ารู้สึกน้อยใจและด้อยค่าตัวเอง บางคนเขาก็ต้องการหาใครสักคนมาสร้างความประทับใจให้เขาและกลุ่มเพื่อนเองด้วย การที่เขาบอกว่า “มันจะต่างจากเขาอยู่คนเดียวตรงไหน” แสดงว่าชัดเจนแล้วว่าต้องการแฟนแบบไหนมาซัปพอร์ตเขา’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ‘เดทแรกถ้าจะให้หล่อเลยคือเราต้องเลี้ยงผู้หญิง ต่อให้หารกันหลายคนเราก็ต้องออกให้ผู้หญิงของเรา จะได้รู้สึกเหมือนใจ ๆ และจากประสบการณ์ที่ทำรายการหาคู่มา ผู้ชายหล่อเลือกได้ แต่ผู้ชายรวยเลือกก่อนจริง ๆ เราต้องหาคนที่รับเราได้ และผู้หญิงที่ทำงานหาเงินเก่งอาจจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของเรา เพราะสเปคพวกเขาจะสูง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อยากรู้ว่าทุกคนคิดยังไงกันคะ ?? ตอนนี้หนูตั้งครรภ์ 4-5 เดือนแล้ว เวลาหนูขึ้นรถไฟฟ้า แล้วมีคนแก่ขึ้นมา แล้วคนข้างๆไม่มีใครลุก หนูควรลุกให้คนแก่ไหมคะ?

12 ธ.ค. 2025

อยากรู้ว่าทุกคนคิดยังไงกันคะ ?? ตอนนี้หนูตั้งครรภ์ 4-5 เดือนแล้ว เวลาหนูขึ้นรถไฟฟ้า แล้วมีคนแก่ขึ้นมา แล้วคนข้างๆไม่มีใครลุก หนูควรลุกให้คนแก่ไหมคะ?

อยากรู้ว่าทุกคนคิดยังไงกันคะ ??ตอนนี้หนูตั้งครรภ์ 4-5 เดือนแล้ว เวลาหนูขึ้นรถไฟฟ้าแล้วนั่งที่นั่งพิเศษอยู่ แล้วมีคนแก่ขึ้นมาแล้วคนข้างๆไม่มีใครลุกปกติตอนหนูไม่ได้ตั้งครรภ์ นั่งที่นั่งไหนหนูก็จะลุกให้คนแก่ตลอดแต่ตอนนี้หนูเองก็ตั้งครรภ์อยู่ หนูควรลุกให้คนแก่ไหมคะ?เพราะคนอื่นเขาไม่ลุกกันเลยควรจะเรียงลำดับการให้คนนั่งที่นั่งพิเศษยังไงดี? “คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายสุดท้ายของรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนยันพุธที่ผ่านมา (10 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นขึ้นรถไฟฟ้า BTS แต่กลับรู้สึกกดดันตลอด ควรลุกให้ผู้สูงอายุดีมั้ย แม้จะท้องอยู่ก็ตาม โดย “คุณหนู (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัจจุบันเรากำลังตั้งครรภ์เข้าเดือนที่ 5 แล้วเวลาเราขึ้น BTS เราก็จะเล็งที่นั่งพิเศษเพื่อที่จะเข้าไปนั่ง แต่พอเราไปนั่ง มันก็จะมีผู้สูงอายุบ้าง เด็กบ้าง ที่จะมายืนอยู่ข้างหน้าเรา เพื่อที่จะรอนั่งเหมือนกัน พอเราเห็นก็จะรู้สึกกดดันว่า เราควรจะลุกให้ผู้สูงอายุมั้ย แต่พอเราเห็นว่าเป็นผู้สูงอายุ ถ้าสมมติว่าเราไม่ได้ตั้งครรภ์เราก็ลุกให้ แต่ตอนนี้เราตั้งท้องอยู่ และคนข้าง ๆ เราก็นั่งเล่นโทรศัพท์ เขาก็อาจจะไม่ได้สังเกตข้างหน้าว่าเป็นใคร คำถามของหนูที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ เราควรที่จะลุกให้คนอื่นนั่งมั้ย? หรือจริง ๆ แล้วเรานั่งแบบสบายใจได้เลย’ โดยดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปทางเดียวกันว่า ‘ความกังวลนี้น่าจะเกิดขึ้น กับคนที่นั่งข้าง ๆ มากกว่า ยุคนี้มันมีเส้นบาง ๆ ระหว่างเอื้อเฟื้ออารีย์ กับความเท่าเทียม ความเห็นแก่ตัว เรื่องนี้กลายเป็นคุณหนูที่มีความจำเป็น ที่จะต้องใช้ที่ตรงนั้น ต้องมากังวลว่ามีสิทธิ์มากพอหรือเปล่า ถ้าเราประเมินว่าเริ่มเมื่อยหลังแล้ว คนท้องยืนนาน ๆ ก็ไม่ดีกับสุขภาพครรภ์อีก อยากให้คุณหนูหายใจเข้าลึก ๆ แล้วบอกกับตัวเองว่า ฉันท้องฉันก็จำเป็นที่จะต้องนั่งตรงนี้เหมือนกัน แล้วกลั้นใจนั่งต่อไป ไม่ต้องรู้สึกอึดอัก เพราะสถานภาพของคุณหนู ก็ควรที่จะนั่งอยู่ตรงนั้น ให้คนอื่นคิด เรามองไปที่คนอื่นได้ ให้เขารู้สึกว่าลุกหน่อยเถอะ คุณหนูไม่ต้องคิดมากเรามีสิทธิ์ที่จะนั่งได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-