ชอบเผลออารมณ์เสียพูดจาไม่น่ารักใส่คุณแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า จัดการอารมณ์ตัวเองอย่างไรดีคะ? อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ชอบเผลออารมณ์เสียพูดจาไม่น่ารักใส่คุณแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า จัดการอารมณ์ตัวเองอย่างไรดีคะ? อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้

29 พ.ค. 2026

ชอบเผลออารมณ์เสียพูดจาไม่น่ารักใส่คุณแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า

จัดการอารมณ์ตัวเองอย่างไรดีคะ?

อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้


       ‘คุณน้ำ (นามสมมุติ)’ สายแรก ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 พฤษภาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เกี่ยวกับปัญหาที่ตนนั้นมักเผลอพูดจาไม่ดีกับคุณแม่ที่ป่วยเป็นซึมเศร้า

       ‘คุณน้ำ (นามสมมุติ)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า คุณแม่เพิ่งถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว ทำให้ภาวะทางอารมณ์คุณแม่ค่อนข้างแปรปรวน คำพูดต่าง ๆ กระทบจิตใจได้ง่าย และส่วนตัวคุณน้ำเองก็เป็นคนอารมณ์ร้อน ในบางครั้ง เวลาที่คุณแม่ตั้งคำถามที่จู้จี้จุกจิกก็มักเผลอใช้คำพูดที่รุนแรง จนทำให้คุณแม่รู้สึกแย่ มีการทะเลาะกันไป 2 - 3 รอบ และมีการปรับความเข้าใจกัน ด้านคุณน้ำเองก็พยายามจะทำให้ตัวเองมีอารมณ์ที่ดีขึ้นเพราะอยากอยู่กับคุณแม่อย่างมีความสุข

       คุณน้ำเสริมว่าหลายครั้งเมื่อต้องทำงานเยอะ ๆ เจอสังคมมาก ๆ ก็ทำให้เครียด และเผลอพูดจาไม่น่ารักกับคุณแม่อีก ล่าสุดเผลอพูดคำที่อาจไม่รุนแรงมาก แต่กระทบจิตใจจนคุณแม่เสียใจร้องไห้ โดยคำพูดไม่น่ารักเหล่านั้นพูดออกไปด้วยความไม่ตั้งใจ และไม่ใช่คำหยาบคาย แต่มักจะแสดงอาการที่บ่งบอกเหมือนกำลังรำคาญคุณแม่

       คุณน้ำจึงอยากปรึกษาว่า “พยายามปรับอารมณ์ตัวเองยังไงดี ให้มีความสุขตลอด และสามารถพูดคุยกับคุณแม่โดยไม่ใช่คำที่รุนแรง อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้” 

       หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด ดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ บอกว่า "เข้าใจคุณน้ำเพราะในตอนที่ป๊าม๊ายังอยู่ พี่ก็เคยแสดงอาการรำคาญใส่ท่านเหมือนกัน พี่เคยอ่านมาว่า คนเรามักใจร้ายกับคนที่ใกล้ชิดที่สุด เรามักเผลอแสดงพฤติกรรมไม่น่ารักใส่พวกเขา เพราะรู้ว่านั่นคือเซฟโซนของเรา ไม่ตัดสินเรา และรับพฤติกรรมของเราได้ ด้วยอารมณ์บางครั้งเราก็จะพลั้งเผลอไป แต่หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ถ้าเอยคำขอโทษก็น่าจะทำให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้นได้ รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำด้วย”

       ถัดมาด้าน ‘ดีเจเติ้ล’ บอกว่า "พี่ก็เข้าใจคุณน้ำ เมื่อสนิทกับคุณแม่ก็มีบางครั้งที่เผลออารมณ์เสียใส่ด้วยความลืมตัว พอคุณแม่เป็นโรคซึมเศร้า ท่านอาจจะรู้สึกมากกว่าคนทั่วไป แต่ว่าเราไม่ต้องบังคับตัวเองขนาดนั้น ว่าจะต้องมีความสุขกับคุณแม่ตลอดเวลา มันฝืนธรรมชาติมนุษย์เกินไป เพียงแค่หากอารมณ์ไม่ดี เราหลีกเลี่ยงการพูดออกไปก่อน เงียบไปก่อน คิดไว้ว่าคุณแม่ไม่สบายอยู่ ต่อให้เคลียร์กันแล้ว แต่สิ่งที่นั้นอาจอยู่ในใจเขานาน ต้องตั้งสติ อย่าสวนเร็ว รู้อารมณ์ตัวเองให้ได้"

       ด้าน ‘ดีเจต้นหอม’ มี 2 วิธีแนะนำคือ หนึ่ง หาไอดอลที่เป็นคนน่ารัก และเมื่ออารมณ์เสียให้คิดว่า หากเป็นไอดอลคนนั้นที่เราชอบ เขาจะไม่พูดคำไม่น่ารักแบบนี้ และสอง คือคำว่า เมตตา  

       สุดท้ายคำแนะนำจาก ‘หมอท็อป’ บอกว่า "การหงุดหงิดไม่ใช่เรื่องผิด แต่เมื่ออารมณ์นี้เกิดขึ้น จะทำอย่างไรต่อนั้นคือปัญหา หมอแนะนำให้เคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะไปเจอคุณแม่ ทบทวนอารมณ์ วันนี้เราเป็นอย่างไร มีอะไรที่คาใจไหม ถ้ายังรู้สึกไม่โอเคชะลอการเข้าบ้าน เช่น นั่งในรถให้สงบสัก 5 นาทีแล้วค่อยเข้าบ้านก็ได้

       อย่าลืมว่าบ้านกับที่ทำงานเป็นคนละที่กัน ถ้าเอาเรื่องงานมาปนกับที่บ้าน บ้านก็จะกลายเป็นที่รองรับอารมณ์โดยใช่เหตุ เมื่อเคลียร์ตัวเองได้แล้วก็รู้ไว้เลยว่า เข้าบ้านไปจะเจอคุณแม่ มีสติตั้งแต่ตอนเข้าบ้าน เมื่อถูกจู่โจมเราจะมีโอกาสตั้งรับได้มากกว่า แต่หากวันไหนตัดการอารมณ์ไม่ไหว ให้หลีกเลี่ยงการคุย 

       หรือบางบ้านจะมีการคุยกันล่วงหน้าว่าหากไม่โอเคจะทำสัญญาณมือ เพื่อบอกว่าอย่าเพิ่งคุยด้วย และเมื่ออารมณ์ดีขึ้นก็ชิงอัปเดตกับคุณแม่ว่าช่วงนี้เป็นอย่างไร และทำข้อตกลงกันว่าหากมีคำถามสามารถถามได้เลย แต่อย่าเกินสองรอบ บางครั้งคำพูดถึงจะไม่รุนแรง แต่ก็กระทบกระเทือนจิตใจอีกฝ่ายได้ ต้องมีสติ ทำผิดขอโทษ และอาจจะถามคุณแม่ว่าเราทำได้ดีไหม จะได้รู้ว่ามาถูกทางแล้วหรือยัง สำคัญที่สุดคือให้คุณแม่ทานยา และพบแพทย์อย่างต่อเนื่องด้วย"

       สุดท้ายนี้ ทางรายการ พุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้คุณน้ำสามารถอยู่กับคุณแม่ได้อย่างมีความสุขอย่างที่ตั้งใจไว้นะคะ 

 เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

06 มิ.ย. 2025

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+”หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ?มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?” พอหนูตอบทุกอย่างตามจริง ผลออกมา ไม่ผ่าน ทั้งๆที่ หนูสอบปฏิบัติ ทดสอบร่างกายหนูทำได้ดีทุกอย่าง คะแนน 200 ได้ 170 คะแนน เหมือนความพยายามทั้งหมดที่หนูฝึกฝนมา 7-8 เดือน สูญเปล่าไปเลยแต่เพื่อนผู้ชายแท้ว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนไม่ดี กลับสอบติดตัวจริง ปีหน้าคงหมดหวังแล้วเพราะอายุหนูเกิน “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการสอบทหาร ซึ่งทำได้ดีในทุกรอบ แต่ตกรอบสัมภาษณ์เพราะเป็น LGBTQIA+ โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูอยากเป็นทหาร เลยเตรียมตัวฝึกฝนจนสอบผ่าน แต่มาตกเอารอบสัมภาษณ์ เพราะหนูเป็น LGBTQIA+ หนูเคยผ่านการเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน รู้สึกว่าระบบการทำงานมันตอบโจทย์กับหนู ถึงจะเป็นแบบนี้ก็จริง แต่หนูไม่ชอบทำงานนั่งสวย ๆ ในออฟฟิศเท่าไหร่ หนูชอบงานท้าทาย ตอนไปสอบก็พยายามแอ๊บแมน และในวันที่สอบสัมภาษณ์ ปกติแล้วคำถามในการสัมภาษณ์มันควรจะถามเกี่ยวกับองค์กรที่เราจะเข้าไปทำงานใช่ไหม? แต่อันนี้เขาไม่ถามเลย เขาถามแค่ว่า เป็นตุ๊ดใช่ไหม มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม เป็นรุกหรือเป็นรับ? เขาถามแค่เรื่องเพศสภาพของหนู เขาไม่ถามเกี่ยวกับทหารเลย หนูคิดว่าเขาคงไม่อคติขนาดนั้น เพราะในส่วนต่าง ๆ หนูทำได้ดีมาก ตอนเทสร่างกายเขาให้ว่ายน้ำ วิ่ง ดันพื้น และดึงข้อ หนูทำได้ดีเกือบทุกสนามจนหนูยังตกใจตัวเอง ขนาดกรรมการยังถามว่า ไปกินอะไรมา แต่คนที่เขาเลือกให้ผ่านเข้าไป กลับเป็นคนที่ได้คะแนนน้อยกว่าหนู ที่หนูรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับหนู คือ เพื่อนที่ไปสอบด้วยกัน เขาเป็นชายแท้ แต่เขาว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนได้ไม่ดี ซึ่งคะแนนเต็มทั้งหมด 200 คะแนน หนูทำได้ทั้งหมด 170 คะแนน ตอนนั้นหนูเลยไม่มีความคิดว่าจะไม่ติด เพราะเราเตรียมตัวมาดี ทำให้หนูคิดว่า พอเราเป็นแบบนี้แล้วทำไมไม่ให้โอกาสเราเลย ถ้าคุณบอกว่าการเป็นทหารต้องแข็งแรง หนูก็ทำให้เห็นแล้วว่าหนูทำได้ แล้วทำไมถึงไม่เอาหนูเข้าไป หนูน้อยใจในจุดนี้ หนูใช้เวลาทั้งหมด 8 เดือน ทั้งอ่านหนังสือ ฝึกฝน เตรียมร่างกาย หนูทำไปเพื่ออะไร? หนูออกไปวิ่งทุกเช้าทุกเย็น จริง ๆ หนูเคยไปสอบอีกสนาม หนูก็ไม่ผ่าน ซึ่งสนามนั้นหนูรู้ว่าหนูพลาดอะไร หนูเลยไม่ได้อะไรมาก แล้วในกฏเขาก็ไม่ได้มีเขียนบัญญัติไว้ว่าห้ามรับ LGBTQIA+ แถมตอนสัมภาษณ์หนูยังโดนย้ายไปห้องสอบสัมภาษณ์พิเศษ แต่ก็โดนถามแค่คำถามเดิม ๆ ที่เกี่ยวกับเพศสภาพ หนูแค่สงสัยว่า ทำไมถึงไม่เปิดโอกาสให้หนูตอบคำถามที่หนูควรจะได้ตอบเหมือนคนอื่น ๆ เพื่อที่หนูจะได้โชว์ว่าหนูทำได้ หนูเสียใจเพราะมันเป็นปีสุดท้ายที่หนูจะสมัครได้ เพราะเขารับอายุไม่เกิน 24 ปี แล้วปีนี้หนูกำลังจะครบอายุ 24 ปี เรื่องนี้ผ่านมา 3 เดือนแล้ว แต่หนูไม่สามารถปล่อยวางได้เลย หนูเลยอยากได้คำปลอบใจจากพี่ ๆ ดีเจว่า หนูควรทำยังไงดี?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็เคยเจอแบบหนูเหมือนกัน เคยโดนกีดกันไม่ให้เป็นพิธีกรโรงเรียน แต่พี่ก็ไม่ได้สนใจ พี่แค่อยากจะบอกเอว่ามันก็ไม่แฟร์จริง ๆ แต่เรื่องแบบนี้มันก็สามารถเกิดขึ้นได้แหละในชีวิตจริง เข้าใจแหละว่าเสียใจ แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ และไม่มองว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพสุดท้ายที่เอจะทำได้ ถ้าเอเปิดใจมันยังมีทางอื่นให้เอได้ลองทำอีกนะ ไม่อยากให้เอาสิ่งที่เกิดขึ้นไปตัดสินคุณค่าในตัวเอง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจในสิ่งที่เอเจอนะ ไม่อยากให้เอคิดว่ามันเป็นความผิดของเอ เราไม่รู้หรอกว่าเหตุผลจริง ๆ คืออะไร มันยังมีหลายที่ ๆ เขาโอเคกับความเป็นตัวเรา เราเป็นคนมีความสามารถและความตั้งใจ พี่เชื่อว่ามันจะทำให้เอสามารถไปยังอาชีพอื่น ๆ อีกมากมาย’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘เอดีเกินไปที่จะเข้าไปอยู่ในระบบราชการไทย หนูสามารถไปทำอะไรได้เยอะกว่านี้ ถ้าหนูเข้าไปหนูก็อาจจะโดนกลืนกิน เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ และเขาก็ไม่เชื่อว่าหนูจะทำมันได้อยู่แล้ว คนที่มุ่งมั่นขนาดนี้ สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้แน่นอน แค่ที่นั่นไม่ได้เหมาะกับเรา’ และสุดท้าย ดีเจทั้ง 3 คน ได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘อย่าด้อยค่าตัวเองและอย่าหยุดพยายาม ปล่อยให้ตัวเองไปเจอสิ่งที่ดีกว่าแล้วเราจะใช้ชีวิตแบบมีความสุข’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอายุ 28 ปี ไม่เคยจีบใคร และ ไม่เคยมีใครมาจีบเลย จนตอนนี้ ผมไปเจอกับผู้หญิงคนนึง เขาตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะทำอะไร ไปไหนคนเดียว ชีวิตนี้จะไม่รักใครแล้ว ผมได้ยินแบบนี้ เลยกังวลว่า เราจะคุยกับผู้หญิงที่ ตั้งกำแพงตัวเองไว้สูงแบบนี้ยังไงดีครับ??

06 ธ.ค. 2025

ผมอายุ 28 ปี ไม่เคยจีบใคร และ ไม่เคยมีใครมาจีบเลย จนตอนนี้ ผมไปเจอกับผู้หญิงคนนึง เขาตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะทำอะไร ไปไหนคนเดียว ชีวิตนี้จะไม่รักใครแล้ว ผมได้ยินแบบนี้ เลยกังวลว่า เราจะคุยกับผู้หญิงที่ ตั้งกำแพงตัวเองไว้สูงแบบนี้ยังไงดีครับ??

ผมอายุ 28 ปี ชีวิตนี้ที่ผ่านมา ตั้งใจเรียน ทำงาน หาเงินมาตลอดไม่เคยจีบใคร และ ไม่เคยมีใครมาจีบเลยจนตอนนี้ ผมไปเจอกับผู้หญิงคนนึงใน TIKTOKเขาตรงสเปคผมมาก จนเราได้ ADD FACEBOOK คุยกันผมเขิน เราได้วิดีโอคอลคุยกันแล้วแต่เป็นผมเองที่ทำตัวไม่ถูกว่าจะชวนคุยอะไรยังไงแต่เขาก็เปิดใจเล่าให้เราฟังว่า รักที่ผ่านมา 3 ครั้งของเขาเสียใจมาตลอด เขาเลยตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะทำอะไรไปไหนคนเดียว ชีวิตนี้จะไม่รักใครแล้วผมได้ยินแบบนี้ เลยกังวลว่า เราจะคุยกับผู้หญิงที่ตั้งกำแพงตัวเองไว้สูงแบบนี้ยังไงดีครับ?? “คุณดิน (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่เคยมีแฟนหรือความรักมาก่อน และอยากจะจีบผู้หญิง แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร? โดย “คุณดิน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมอายุ 28 ปี ยังไม่เคยมีแฟนเลย เล่น TikTok แล้วได้ไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง เขาอายุใกล้ ๆ กัน แล้วก็ยังไม่มีแฟน เขาค่อนข้างดังมาก ผมก็เลยรู้สึกว่าคนนี้ตรงสเปคหมดเลย น่ารักดีทุกอย่างโอเคมากเลย ดูเป็นคนดี แต่เหมือนเขาบอกไว้ว่าเขาอกหักมาโดยตลอด แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไร เพราะผมไม่ได้รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว ผ่านไป 6 - 7 เดือน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Facebook แนะนำ Mutual Friend ขึ้นมาเป็นเขา ผมเลยกดแอดไป ปรากฏว่าเขารับ ผมเลยลองทักไปแล้วเขาก็ตอบ เราคุยกันมาได้เกือบ 2 อาทิตย์ แต่ด้วยความที่ผมไม่เคยมีความรัก ผมจีบใครไม่เป็นเลย ผมไม่มั่นใจในตัวเองด้วย เพราะไม่เคยมีใครเข้ามาจีบ หรือผมไปจีบใครเลย เขาก็ถามผมว่าจีบเขาหรอ ผมก็บอกเขาไปตามตรงว่าจีบ แต่เขาก็บอกว่าแน่ใจหรือเปล่า เขาเคยเฮิร์ทมา แล้วตั้งปฏิญาณกับตัวเองว่า เขาไม่อยากมีใครแล้ว จะอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต เขารับปากอะไรไม่ได้ แต่สุดท้ายก็คุยกันมาเรื่อย ๆ ได้ประมาณ 2 อาทิตย์ ผมก็ไม่ได้เร่งรีบ แต่ลึก ๆ ก็กลัวเสียใจเหมือนกัน ผมมองว่าอย่างน้อยเสียใจกับคนดี ก็คงจะมีความเสี่ยงน้อยกว่า อย่างน้อยเขาก็ไม่เจ้าชู้ คือเขาเป็นหมอโปรไฟล์ค่อนข้างดี แต่เขาอยู่ต่างจังหวัด ผมก็กังวลเพราะผมอยู่กรุงเทพ ก็มีวิดีโอคอลคุยกันบ้าง เขากดโทรมาตอนดึก เพราะเขาไม่เชื่อว่าผมโสด ล่าสุดจะมีนัดเจอกัน เขาเที่ยวคนเดียวตลอด รอบนี้เขาจะบินไปต่างประเทศ เลยได้นัดกินข้าวกันก่อนเฉย ๆ ปัญหาของดินวันนี้ที่อยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “ผมไม่รู้ดีลกับมันยังไง? ถ้าสุดท้ายแล้วผมกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ไปกันต่อ” และอยากได้ความมั่นใจ’ เริ่มด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าผู้หญิงบอกว่าเขาไม่คิดจะมีใครไปตลอดชีวิต เขาพูดเพื่อดูเรา เขายังอยู่ในช่วงเลือก ฉะนั้นดินต้องไม่เข้าไปแบบสุดตัว หรือว่าเทหมดหน้าตัก เขาอาจจะรู้สึกอึดอัด ลองทำความรู้จักกันไปก่อน ผู้หญิงอยู่กับใครแล้วหัวเราะได้มากที่สุด นั่นคือความสบายใจ ถ้าอกหักก็แค่เจ็บ ยังไงต้องลุยไปก่อน รู้ไว้เลยว่าทุกครั้งที่อกหัก ครั้งแรกเจ็บเสมอ เผื่อใจไว้ด้วยเพราะ 2 อาทิตย์ แต่เรามีหน้าที่ทำให้เต็มที่ เป็นธรรมชาติของตัวก็พอ ถ้าไม่เวิร์คก็แค่เลิก ดินอย่าไปกลัวการเลิกกัน เราไปให้เขาดูตัว เราก็มีสิทธิ์ดูตัวเขาเหมือนกัน จำไว้นะชีวิตยังต้องเจ็บอีกเยอะ’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ดินจะเจ็บสำหรับครั้งนี้ ถ้าดินไม่มีคนนี้เป็นคนแรกให้ดินได้เจ็บ แล้วจะมีคนต่อ ๆ ไปได้ยังไง มันเป็นเรื่องปกติมาก มันมีแค่ 2 ทางเลือกคือ ‘เจ็บ’ กับ ‘สมหวัง’ จากโปรไฟล์ดิน ถ้าลองไปใช้บริการหาคู่ที่เป็นเรื่องเป็นราว ยังไงก็มีคนเข้ามาหาดินแน่นอน แต่ดินไปคิดว่าตัวเองดีไม่พอ แล้วไปเปิดทุกอย่างให้เขาได้รับรู้ ซึ่งถ้าเขาเป็นคนดีก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าเขาเป็นคนไม่ดี รอได้เลยเขาจะเล่นกับหัวใจดิน เพราะสิ่งที่เขาทำมาถึงตอนนี้ บอกว่าตัวเองไม่อยากมีแฟน ไม่อยากมีใคร แต่เขารับแอดดิน วิดีโอคอลมาเพื่อเช็คว่าอยู่คนเดียวหรือเปล่า เขากำลังบริหารเสน่ห์ ดินอย่าไปด้อยค่าตัวเอง เพียงเพราะแค่อยากให้คน ๆ หนึ่งหันมามอง เรื่องของความรักบางทีมันต้องมีจังหวะ อันไหนต้องเร่ง ต้องผ่อน บางทีเดินหน้าอย่างเดียว มันไม่เวิร์คสำหรับความรัก ประสบการณ์มันจะสอนดินเอง เราต้องตอบตัวเองว่าเราดีพอไหม ไม่ต้องให้ใครมาบอกเรา เราต้องรู้ตัวเอง ต้องบอกตัวเองได้แล้วว่าดินดีพอ ต้องปรับตรงนี้ให้ได้ก่อนที่จะไปหาความรัก ถ้าดินยังเติมตัวเองไม่เต็ม ดินอย่าหวังว่าใครจะมาเติมให้ดินได้’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จงสบายใจ คงทุกอย่างนี้ไว้ ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย และปล่อยให้มันไหลไป Glow with the flow นี่คือสถานการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับการจีบใครสักคน การที่เราเจอคนที่บอกว่าเขาอกหักมา 3 - 4 ครั้ง แล้วชีวิตนี้จะไม่รักใครอีกแล้ว มันแปลว่าเขาอยากเจอคนที่รักเขาจริง ๆ ถ้าเรารู้สึกว่าเราบริสุทธิ์ใจ และเราต้องการเวลา ที่จะพิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน โคตรลงตัวเลย ไม่แปลกเลยที่ดินจะเบรคแตก แล้วเรื่องไม่มั่นใจในตัวเอง นี่คือ Position ที่ดีที่สุด เพราะเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ถ้าเราคิดว่าเราต่ำต้อย แต่เรามองขึ้นสูงถึงใครสักคนโคตรดีเลย เราจะได้ไม่ต้องคาดหวัง เราอยู่ข้างล่างนี่แหละ มองขึ้นไปแล้วก็ดูว่าเราจะหยิบดาวดวงนั้นได้ไหม ถ้าหยิบลงมาเราจะดูแลเขาได้ไหม ผลจะเป็นยังไงไม่รู้แต่อยากทำ ดีเลยแบบนี้ไม่ต้องไปคิดว่า เราจะจีบผู้หญิงคนนี้ติดไหม เอาตรงนี้ในการบอกตัวเองว่าพร้อมพิสูจน์ตัวเอง ถ้าสำเร็จเราได้เป็นแฟนกับเขา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใคร เพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่าง เข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน

09 ก.ย. 2025

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใคร เพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่าง เข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใครเพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่างเข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน เขาให้เวลาเราไปเคลียร์กับพี่คนนี้แต่ตอนนี้ใจสับสน เพราะพี่เขาบอกว่าจะปรับปรุงตัวทุกอย่าง และให้นึกถึงความสัมพันธ์10 กว่าปีที่ผ่านอะไรด้วยกันมา หนูสับสน ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี?? “คุณกิ๊ก (นามสมมติ)” อายุ 38 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ” เกี่ยวกับปัญหามีความสัมพันธ์ที่หลบ ๆ ซ่อน ๆ มานานนับสิบปี แล้วดันมาเจอคนใหม่ที่ดีกว่า โดย “คุณกิ๊ก (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ก่อนหน้านี้หนูมีครอบครัวมาแล้ว มีลูก 1 คน แต่ระหว่างนั้นหนูก็คบกับพี่คนปัจจุบันอยู่ จริง ๆ ระหว่างทางหนูก็คบ ๆ เลิก ๆ กับเขามาบ่อยแล้ว จนในที่สุดหนูก็เลือกที่จะเลิกกับสามีแล้วมาคบกับพี่คนปัจจุบันแทน โดยที่พี่คนนี้เขาก็มีครอบครัวอยู่แล้วเช่นกัน เมื่อภรรยาเขารู้ ก็เริ่มระแคะระคายและไล่พี่เขาออกจากบ้านไปอยู่หอพักด้านนอก และหนูก็คบกับเขามาได้นาน 13 ปี แบบไม่มีฝ่ายใดเปิดเผยตัวตน จนกระทั่งปัจจุบันมีผู้ชายคนใหม่เข้ามาทำให้หนูรู้สึกหวั่นไหว ถึงแม้จะเข้ามาในระยะเวลาอันสั้นแค่ 2 เดือน แต่เขาเข้ามาเติมเต็มความรักในส่วนที่หายไป ทำให้หนูอยากออกมาจากคนเดิม แต่คนแรกก็ไม่ยอมให้หนูไป ด้วยเหตุผลว่าเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปเพราะผู้ชายคนใหม่เลย ถ้าจะหมดรักอยากให้หมดรักจากตัวหนูเอง ซึ่งพอเขารับรู้ปัญหานี้ผู้ชายคนใหม่ก็เริ่มถอยห่างออกไป แต่ก็พอจะกั๊กกันอยู่บ้างเหมือนต่างคนต่างรอกันอยู่ แต่ผู้ชายคนแรกก็คือไม่ยอมเลย อะไรที่หนูเคยขอแล้วไม่ได้ ตอนนี้หนูได้ทุกอย่างเลย เขายอมปรับให้หนูทุกอย่าง ซึ่งหนูก็บอกเขาแล้วว่าหนูหมดรักเขาแล้ว อยากจะออกไปจริง ๆ แต่ก็ยังมีความผูกพันธ์กันมากทำให้ตัดกันไม่ขาดสักที เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน อาศัยการวิดีโอคอลกัน แล้วก็จะมีออกไปกินข้าวกันบ้างเล็กน้อย แต่ก็หลบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนเดิม หนึ่งในสาเหตุที่ตอนนี้ไม่เปิดตัวอาจเป็นเพราะพ่อแม่ของหนูไม่โอเคกับเขาแล้วเพราะก่อนหน้านี้หนูขอให้เปิดเขาไม่เปิด จนตอนนี้หนูไม่ต้องการเขาแล้ว คนใหม่เขาจริงใจ เขาเดินมาบอกกับพ่อหนูตรง ๆ ว่าคุยกับหนูอยู่ ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้เลย ก็เลยรู้สึกว่าเขาค่อนข้างมั่นใจ ซึ่งความรู้สึกของหนูที่มีต่อทั้ง 2 คนคือหนูให้คนปัจจุบัน 80% และคนใหม่ 20% แต่มันดันเป็น 20% ที่หนูตามหาในความรัก หนูเลยอยากรู้ว่า หนูควรอยู่ตรงไหนของความสัมพันธ์นี้ดี?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากได้แฟนเป็นคนดีให้เลือกคนใหม่ คนเก่าไม่ดีเพราะนอกใจภรรยามาคบกับเรา ถ้าคบกับคนเก่าแล้วจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่ทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับภรรยา ฉะนั้นเลือกคนใหม่เพราะคนใหม่ไม่รู้กำพืดเราว่าเราทำอะไรมา ให้ไปเริ่มต้นใหม่ เลือกแต่คนดี ๆ ตัวเราเองก็ต้องดีให้ได้ด้วย ถ้าตั้งใจจะให้ใจใครแล้วก็ต้องให้ทั้งใจและซื่อสัตย์ จะทำตัวเหมือนแต่ก่อนไม่ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยู่ตรงไหนก็ได้ขอแค่มีความสุขแค่นั้นเลย ตอนนี้ที่คนใหม่เขากลัวเพราะเรายอมเป็นเมียน้อยเขามา 13 ปี พอเจอคนที่ดีและพร้อม เรากลับมูฟออนจากคนเก่าไม่ได้ 13 ปียังไม่พออีกหรอที่จะตามหาสิ่งที่ต้องการ ทำไมไม่มองว่าเราอยู่กับกรรมก้อนนี้มา 13 ปีแล้ว ในเมื่อมีผู้ชายคนใหม่ที่กล้าเข้ามาหาเราแล้วเราจะอาลัยอาวรณ์อะไรอีก เขาคือผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนึงเลย เขากั๊กไว้ทั้งภรรยาเขาและเรา ขนาดเราเจอคนดี ๆ เข้ามาแล้วยังไม่ปล่อยเราไปเลย’ สุดท้าย “ดีเจเกลือ” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัจจุบันมีความสัมพันธ์แบบนี้เยอะ หลายครั้งที่ความสัมพันธ์มันพังลงเพราะมีคนใหม่เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่เราขาดไป โดยเราก็หลงลืม 80% ที่เราเคยอยู่ด้วยกัน คุณกิ๊กจะสอนให้ลูกเลือกคนที่รักและเป็นคนดี จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกซึ่งถ้าเทียบแล้วก็คือคนใหม่ เรารู้อยู่แก่ใจว่าอันไหนคือสิ่งที่ดี สิ่งเดียวที่ทำให้เรายังตัดสินใจไม่ได้คือความเชื่อผิด ๆ ที่บอกว่าเราเลือกไม่ได้เพราะมีบางอย่างเหนี่ยวรั้งเราไว้ ความเชื่อเหล่านั้นทำให้เราไม่กล้าตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ฉะนั้นไม่มีใครรั้งเราได้ถ้าเราต้องการที่จะเลือกสิ่งดี ๆ ให้ตัวเอง จะตัดสินใจอะไรให้นึกถึงลูกเยอะ ๆ ต่อไปลูกจะมองแม่เป็นแบบอย่างเพราะเราเป็นหนึ่งใน Role Model ของลูกเช่นกัน คนใหม่เขาเป็นคนดีมากเลย เขาพยายามที่จะทำให้เราเห็นค่าในตัวเอง สุดท้ายแม้ความรักครั้งนี้จะไม่สมหวังเราก็ยังได้เห็นคุณค่าของตัวเองเพราะฉะนั้นเดินหน้าต่อไปและอย่าตกลงไปในหลุมเดิมอีก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตอนนี้อายุ 17 แต่ลังเลกับชีวิต... จะเลือก 'ลาออก' จากโรงเรียน แล้วไปหางานทำ หรือ 'เรียนต่อ' จนจบดี ตัดสินใจไม่ได้ รู้สึกเหมือนเปลืองเงินพ่อแม่ไปวันๆ

01 ธ.ค. 2023

ตอนนี้อายุ 17 แต่ลังเลกับชีวิต... จะเลือก 'ลาออก' จากโรงเรียน แล้วไปหางานทำ หรือ 'เรียนต่อ' จนจบดี ตัดสินใจไม่ได้ รู้สึกเหมือนเปลืองเงินพ่อแม่ไปวันๆ

“คุณชาเย็น (นามสมมติ)” อายุ 17 ปี สายที่สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม กับปัญหาที่ว่าจะเรียนต่อหรือลาออกมาทำงานดีเพราะว่าสงสารพ่อแม่ที่ทำงานลำบากมาส่งตัวเองเรียน โดย “คุณชาเย็น (นามสมมติ)” ได้เริ่มปรึกษาว่า ‘หนูเลือกที่จะเรียนต่อ หรือว่าเลือกที่จะออกจากโรงเรียนดี หนูสงสารพ่อแม่ที่ต้องทำงานส่งหนูเรียนเพราะว่าหนูเป็นคนที่ไม่เข้าเรียน ชอบโดดเรียน เพราะในห้องหนูไม่มีเพื่อนเลย ก็จะโดดเรียนไปนั่งที่โรงอาหารกับเพื่อนห้องอื่น เพื่อนในห้องเดียวกันก็ไม่มีใครพูดกับหนู เพราะเขาเห็นหนูเป็นคนไม่ดีกันไปหมดแล้ว หนูเคยขึ้นไปเรียนครั้งนึง เรียนไปหนูก็ไม่มีความสุข หนูสงสารพ่อแม่ที่ต้องทำงานหาส่งหนูเรียน หนูเห็นท่านทำงานลำบากแล้วสงสาร หนูเลยคิดว่า ออกทำงานดีไหมเพื่อหาเงินให้พ่อแม่บ้าง อยากหาเงินมีอะไรเป็นของตัวเองบ้าง ตอนนี้หนูอยู่ ม.4 หนูคิดว่าจะไปทำเป็นเด็กเสิร์ฟแล้วก็ไปเรียน กศน. เอาวุฒิม.6 ไปต่อมหาวิทยาลัยหนูคิดไว้ว่าอย่างนี้ หนูอยากปรึกษาว่าหนูควรลาออกมาทำงานหรือว่าควรจะเรียนต่อดี’ โดยเริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเก ไม่เรียนหนังสือ ไม่ตั้งใจ เพื่อนพี่ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน พี่มีทั้งกลุ่มที่เป็นเด็กเรียน และไม่เรียน แต่พี่ชอบเอาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มเด็กเกเร เพราะพี่มีปัญหาทางบ้าน บ้านพี่ไม่ค่อยอบอุ่นพี่ก็เลยไปทำอะไรแบบนั้น แต่คนที่เป็นรุ่นราวคราวเดียวหรือกลุ่มเกเรของพี่ ไม่ตายก็ติดคุก ไม่ติดคุกก็ติดยาแล้วก็เป็นบ้า ทั้งหมด 30 กว่าคน มีพี่รอดคนเดียว พี่เลยไม่แน่ใจว่าชาเย็นจะเป็น 1 ในคนที่รอดไหม ที่พี่รอดเพราะพี่หันกลับมาเรียนในวันหนึ่ง พี่เลือกที่จะไม่ติดยาแล้วก็ตายไปกับเพื่อน พี่เลือกวกกลับมา แล้วพี่รู้สึกเสียดายเวลาที่ ณ เวลานั้น กูไปทำอะไรอยู่วะ พี่ก็คิดแบบนี้ พี่อยากได้เงิน แต่การอยากได้เงินของพี่ พี่มีเป้าหมายในชีวิต ก็คือหาเงินเรียนในสิ่งที่ต้องการ พี่ฟังชาเย็น พี่ไม่เห็นเป้าหมายที่มันแข็งแรง เป็นเป้าหมายระยะสั้นๆ จะไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟแบบนี้ พี่ว่าความทะเยอทะยานมันน้อยไปหน่อย ถ้าเป็นเด็กเสิร์ฟแล้วต้องไปเรียนต่อ สุดท้ายมันก็ต้องไปเรียนต่อ แล้วปัญหาที่เพื่อนไม่คุยกับเรา มันไม่แปลกหรอกเพราะเราไปอยู่กลุ่มที่มันคนละเคมีกับเขา ถ้าวันนี้เราอยากกลับไปอยู่ ในสังคมที่เพื่อนเขาคุยกับเรา เราก็ลองคุยกับเขาก่อน เราไปตั้งใจเรียนไปอยู่ในกลุ่มของเขา มันมีวิธีในการเขาหาเพื่อนได้เยอะแยะ พี่ว่าโลกข้างนอกอันตรายเกินไป แต่มันก็อยู่ที่ใจชาเย็นนะ ถ้าอยากออกมาหาเงินจริง ๆ อันนี้ต้องคุยกับพ่อแม่ เราก็ลองปรึกษาเขาว่าให้หนูออกมาทำงานดีไหม หนูอยากหาเงิน แต่เป้าหมายต้องแข็งแรงกว่านี้หน่อยว่าทำงานอะไร ต้องการเงินเท่าไหร่ พี่ว่าการเรียนหนังสือมันก็ให้อะไรมากกว่าที่เราคิด วุฒิการศึกษามันสามรถทำให้ง่ายกับการเปลี่ยนอาชีพ สมมติว่าอยากไปทำธุรการ ไปเรียนคุณครู แบบนี้เขาดูวุฒิการศึกษา ยกเว้นชาเย็นจะบอกว่าหนูอยากจะไปเป็นเน็ตไอดอล หนูสามารถทำเงินได้ 100 ล้าน ไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษา แต่ต้องถามตัวเองว่าแล้วเราชอบทางนี้ไหม หรือเรามีความสามารถทางนี้ไหม ถ้าวันนี้เรายังไม่รู้ตัวเองว่าต้องการอะไรหรือชอบอะไร พี่ว่าการเรียนไปก่อนเป็นสิ่งที่ดี พี่แนะนำแบบนี้ แต่ถ้าอยากจะออกจริงๆ ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่า เราต้องการเงินนี้ไปทำอะไร เพื่ออะไรแล้วเลือกอาชีพที่เหมาะกับเรา’ ต่อมาที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เราอยู่กับเพื่อนแบบไหนก็มีความเป็นไปได้ว่าเราจะกลายเป็นคนแบบนั้นเยอะมาก เลือกอยู่กับคนที่จะพาเราไปสู่สิ่งที่ดี พาเราเจริญขึ้น อันนี้คำแนะนำแรก คำแนะนำที่สอง ถ้าสงสารคุณพ่อคุณแม่จริงๆ สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คือทำให้เงินที่เขาจ่าย กลับมามีค่ากลับมาคุ้มค่า ไม่ยากเลยแค่เดินขึ้นไปเรียน ขึ้นไปแล้วเขาไม่คุยด้วยไม่แปลกครับเพราะว่า ชาเย็นบอกเคยขึ้นไปครั้งเดียวแล้วใครจะคุยกับหนูล่ะลูก เพราะเขาเรียนกันมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว หนูเพิ่งเคยขึ้นไปครั้งเดียว ถ้าสมมติหนูเป็นคนที่นั่งเรียนอยู่ แล้วก็มีใครไม่รู้ที่โดดเรียนตลอดเลย แล้ววันหนึ่งมาเพิ่งขึ้นมา หนูจะไปสนิทกับเขาหรอ หนูจะอยากคุยกับเขาหรอ ต่อให้เขาไม่ได้มองว่าหนูเป็นคนดีหรือไม่ดีก็เถอะ เขาก็ไม่ได้สนิทพอที่จะเดินเข้ามาคุย ถ้าเขารู้ว่าใครดีใครไม่ดีแล้วไม่อยากจะมาอยู่กับคนไม่ดี ก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าชาเย็นจะบอก ชาเย็นไม่ใช่เป็นคนไม่ดี ชาเย็นแค่ขึ้นไปเรียนอยู่กับเพื่อนมันก็จะค่อยๆ รู้จักกันไปเอง ทีนี้ทำไมถึงอยากให้กับไปเรียน การเรียนให้มันจบอย่างน้อยคือการศึกษาขั้นต่ำ วุฒิการศึกษาที่ชาเย็นจะได้มันทำให้ชาเย็นจะเอาไปยื่นทำงานในอนาคตได้มากกว่าเยอะเลย แล้วโรงเรียนที่มีกฎระเบียบครอบไว้ชาเย็นยังไม่อยู่ แล้วถ้าไปเรียน กศน. ที่ไม่มีอะไรมาครอบไว้ ชาเย็นจะบังคับตัวเองได้หรอ แล้วจะจบไหม กศน. แล้วคิดว่าตัวเองจะสอบผ่านไหม จะเรียนตามเขาได้ไหมในเมื่อกฎของโรงเรียนหนูยังทำไม่ได้เลย พี่บอกสั้นๆ ว่า เรียนให้จบม.6 นี่เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่คนเราจะรับผิดชอบตัวเองได้’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากให้เรียน เพราะว่าฟังจนถึงตอนนี้ พี่อาจจะรีบตัดสินเร็วเกินไปแต่พี่คิดว่าชาเย็นไม่น่ารอดในการออกไปทำงานและหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองแล้วจะกลับไปเรียน กศน. ไปต่อมหาวิทยาลัย พี่คิดแบบี้เลยนะ อย่างที่พี่เผือกถาม หนูเรียนตอนนี้ตามหลักสูตรปกติหนูยังทำไม่ได้ ที่มีเงินจากพ่อแม่ที่ส่งให้หนูไปเรียน แล้วการที่ต้องไปเรียนและทำงานไปด้วยพี่ว่ามันยากมากเลยนะ อันนั้นพี่จะเห็นในกรณีของคนที่เขาไม่มีโอกาส ไม่มีเงิน เขามีเป้าหมายว่า เขาทำงานเพื่อหาเงินเพื่อนส่งตัวเองเรียน กศน. อันนั้นพี่เข้าใจได้ และพี่เชื่อว่าแบบนั้นเขาจะประสบความสำเร็จ เขามีเป้าหมายในชีวิต แต่ตอนนี้ชาเย็นเหมือนเอาอันนี้มาแก้ปัญหาที่มันเป็นการแก้ปัญหาผิดวิธีมากเลย พวกพี่พยายามจะถามว่า การที่กลัวว่าพ่อแม่จะเสียใจที่ทำงานส่งหนูเรียน หนูก็แค่ไปตั้งใจเรียนให้มันจบ หนูบอกปัญหาเรื่องเพื่อน พี่บอกว่าปัญหาเรื่องเพื่อนแค่นี้หนูยังสู้มันไม่ได้ หนูยังกลัว โลกข้างนอกพี่ว่ามันเลวร้ายกว่านี้อีก หนูจะทำอย่างไรถ้าหนูไปเสิร์ฟแล้วโดนเจ้าของร้านโกง หนูจะทำอย่างไรถ้าโดนลูกค้าด่า เพื่อนร่วมงานไม่คบ หรืออะไรก็ตามมันเกิดขึ้นได้ทั้งหมด โลกข้างนอกพี่ว่ามันโหดกว่าในโรงเรียน เยอะ เพื่อนไม่คุยกับหนูเพราะคิดว่าหนูเกเร ปัญหาแบบนั้นสำหรับพี่ มันสามารถแก้ปัญหาได้ แต่หนูเลือกที่จะเอาตัวเองออกจากโรงเรียน กระโจนเข้าสู่สิ่งที่มันมันเยอะกว่านี้ถ้ามันจะเกิดปัญหาขึ้น แล้วสำหรับพี่ การเรียนมันทำให้พี่มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ มันไม่ใช่แค่วิชาความรู้ที่เราจะได้จากโรงเรียน แต่มันยังหมายถึงการที่เราจะรู้จักการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน รู้จักการเข้าสังคม รู้จักการทำงานร่วมกับคนอื่น ซึ่งตอนนี้พี่คิดว่ามันเร็วมากเลยที่ชาเย็นจะตัดสินใจหันหลังให้มันเลย เพียงเพราะว่าเพื่อนไม่คุยกับเรา ชาเย็นแก้ปัญหาที่ผิดอยู่ตอนนี้ เพราะคุณพ่อคุณแม่ลำบากในการหาเงินมาให้หนู หนูก็ต้องเห็นคุณค่าของมัน โดยการไปเรียนหนังสือและตั้งใจเรียน ช่วงม.ปลาย มันจะเป็นช่วงที่ทำให้หนูได้รู้ว่าหนูอยากเรียนเพื่อไปเป็นอะไร จะทำให้หนูได้รู้ว่าหนูชอบอะไร โลกภายนอกมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ที่หนูพูดพี่ว่าหนูยังไม่เจออะไรมาเลย สำหรับพี่ยังไงการเรียนก็สำคัญและมันก็ทำให้พี่เป็นผู้เป็นคนก็เพราะการเรียนนี่แหละ ทั้งเพื่อน คุณครู กิจกรรม ถ้าหนูเลือกออกมาแล้ว มันกลับไปหาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว คิดดีๆ นะ พี่อยากให้กลับไปเรียนหนังสือ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-