ชอบเผลออารมณ์เสียพูดจาไม่น่ารักใส่คุณแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า จัดการอารมณ์ตัวเองอย่างไรดีคะ? อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ชอบเผลออารมณ์เสียพูดจาไม่น่ารักใส่คุณแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า จัดการอารมณ์ตัวเองอย่างไรดีคะ? อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้

29 พ.ค. 2026

ชอบเผลออารมณ์เสียพูดจาไม่น่ารักใส่คุณแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า

จัดการอารมณ์ตัวเองอย่างไรดีคะ?

อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้


       ‘คุณน้ำ (นามสมมุติ)’ สายแรก ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 พฤษภาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เกี่ยวกับปัญหาที่ตนนั้นมักเผลอพูดจาไม่ดีกับคุณแม่ที่ป่วยเป็นซึมเศร้า

       ‘คุณน้ำ (นามสมมุติ)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า คุณแม่เพิ่งถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว ทำให้ภาวะทางอารมณ์คุณแม่ค่อนข้างแปรปรวน คำพูดต่าง ๆ กระทบจิตใจได้ง่าย และส่วนตัวคุณน้ำเองก็เป็นคนอารมณ์ร้อน ในบางครั้ง เวลาที่คุณแม่ตั้งคำถามที่จู้จี้จุกจิกก็มักเผลอใช้คำพูดที่รุนแรง จนทำให้คุณแม่รู้สึกแย่ มีการทะเลาะกันไป 2 - 3 รอบ และมีการปรับความเข้าใจกัน ด้านคุณน้ำเองก็พยายามจะทำให้ตัวเองมีอารมณ์ที่ดีขึ้นเพราะอยากอยู่กับคุณแม่อย่างมีความสุข

       คุณน้ำเสริมว่าหลายครั้งเมื่อต้องทำงานเยอะ ๆ เจอสังคมมาก ๆ ก็ทำให้เครียด และเผลอพูดจาไม่น่ารักกับคุณแม่อีก ล่าสุดเผลอพูดคำที่อาจไม่รุนแรงมาก แต่กระทบจิตใจจนคุณแม่เสียใจร้องไห้ โดยคำพูดไม่น่ารักเหล่านั้นพูดออกไปด้วยความไม่ตั้งใจ และไม่ใช่คำหยาบคาย แต่มักจะแสดงอาการที่บ่งบอกเหมือนกำลังรำคาญคุณแม่

       คุณน้ำจึงอยากปรึกษาว่า “พยายามปรับอารมณ์ตัวเองยังไงดี ให้มีความสุขตลอด และสามารถพูดคุยกับคุณแม่โดยไม่ใช่คำที่รุนแรง อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้” 

       หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด ดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ บอกว่า "เข้าใจคุณน้ำเพราะในตอนที่ป๊าม๊ายังอยู่ พี่ก็เคยแสดงอาการรำคาญใส่ท่านเหมือนกัน พี่เคยอ่านมาว่า คนเรามักใจร้ายกับคนที่ใกล้ชิดที่สุด เรามักเผลอแสดงพฤติกรรมไม่น่ารักใส่พวกเขา เพราะรู้ว่านั่นคือเซฟโซนของเรา ไม่ตัดสินเรา และรับพฤติกรรมของเราได้ ด้วยอารมณ์บางครั้งเราก็จะพลั้งเผลอไป แต่หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ถ้าเอยคำขอโทษก็น่าจะทำให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้นได้ รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำด้วย”

       ถัดมาด้าน ‘ดีเจเติ้ล’ บอกว่า "พี่ก็เข้าใจคุณน้ำ เมื่อสนิทกับคุณแม่ก็มีบางครั้งที่เผลออารมณ์เสียใส่ด้วยความลืมตัว พอคุณแม่เป็นโรคซึมเศร้า ท่านอาจจะรู้สึกมากกว่าคนทั่วไป แต่ว่าเราไม่ต้องบังคับตัวเองขนาดนั้น ว่าจะต้องมีความสุขกับคุณแม่ตลอดเวลา มันฝืนธรรมชาติมนุษย์เกินไป เพียงแค่หากอารมณ์ไม่ดี เราหลีกเลี่ยงการพูดออกไปก่อน เงียบไปก่อน คิดไว้ว่าคุณแม่ไม่สบายอยู่ ต่อให้เคลียร์กันแล้ว แต่สิ่งที่นั้นอาจอยู่ในใจเขานาน ต้องตั้งสติ อย่าสวนเร็ว รู้อารมณ์ตัวเองให้ได้"

       ด้าน ‘ดีเจต้นหอม’ มี 2 วิธีแนะนำคือ หนึ่ง หาไอดอลที่เป็นคนน่ารัก และเมื่ออารมณ์เสียให้คิดว่า หากเป็นไอดอลคนนั้นที่เราชอบ เขาจะไม่พูดคำไม่น่ารักแบบนี้ และสอง คือคำว่า เมตตา  

       สุดท้ายคำแนะนำจาก ‘หมอท็อป’ บอกว่า "การหงุดหงิดไม่ใช่เรื่องผิด แต่เมื่ออารมณ์นี้เกิดขึ้น จะทำอย่างไรต่อนั้นคือปัญหา หมอแนะนำให้เคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะไปเจอคุณแม่ ทบทวนอารมณ์ วันนี้เราเป็นอย่างไร มีอะไรที่คาใจไหม ถ้ายังรู้สึกไม่โอเคชะลอการเข้าบ้าน เช่น นั่งในรถให้สงบสัก 5 นาทีแล้วค่อยเข้าบ้านก็ได้

       อย่าลืมว่าบ้านกับที่ทำงานเป็นคนละที่กัน ถ้าเอาเรื่องงานมาปนกับที่บ้าน บ้านก็จะกลายเป็นที่รองรับอารมณ์โดยใช่เหตุ เมื่อเคลียร์ตัวเองได้แล้วก็รู้ไว้เลยว่า เข้าบ้านไปจะเจอคุณแม่ มีสติตั้งแต่ตอนเข้าบ้าน เมื่อถูกจู่โจมเราจะมีโอกาสตั้งรับได้มากกว่า แต่หากวันไหนตัดการอารมณ์ไม่ไหว ให้หลีกเลี่ยงการคุย 

       หรือบางบ้านจะมีการคุยกันล่วงหน้าว่าหากไม่โอเคจะทำสัญญาณมือ เพื่อบอกว่าอย่าเพิ่งคุยด้วย และเมื่ออารมณ์ดีขึ้นก็ชิงอัปเดตกับคุณแม่ว่าช่วงนี้เป็นอย่างไร และทำข้อตกลงกันว่าหากมีคำถามสามารถถามได้เลย แต่อย่าเกินสองรอบ บางครั้งคำพูดถึงจะไม่รุนแรง แต่ก็กระทบกระเทือนจิตใจอีกฝ่ายได้ ต้องมีสติ ทำผิดขอโทษ และอาจจะถามคุณแม่ว่าเราทำได้ดีไหม จะได้รู้ว่ามาถูกทางแล้วหรือยัง สำคัญที่สุดคือให้คุณแม่ทานยา และพบแพทย์อย่างต่อเนื่องด้วย"

       สุดท้ายนี้ ทางรายการ พุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้คุณน้ำสามารถอยู่กับคุณแม่ได้อย่างมีความสุขอย่างที่ตั้งใจไว้นะคะ 

 เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ชอบเจอคนบังคับให้ดื่ม แล้วพูดว่า "ดื่มหน่อยน้อง บรรยากาศจะได้สนุก" แต่เราโดนบังคับแบบนี้ไม่สนุกเลย บางทีไม่เมาก็จอยได้ ทำไงดีไม่ชอบคนแบบนี้เลย

10 พ.ย. 2023

ชอบเจอคนบังคับให้ดื่ม แล้วพูดว่า "ดื่มหน่อยน้อง บรรยากาศจะได้สนุก" แต่เราโดนบังคับแบบนี้ไม่สนุกเลย บางทีไม่เมาก็จอยได้ ทำไงดีไม่ชอบคนแบบนี้เลย

“คุณมิน (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนที่ชอบชวนให้ออกไปดื่ม แต่ด้วยส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ดื่มเลย กลายเป็นว่าอึดอัดเวลามีคนชวนไปสังสรรค์ โดย “คุณมิน (นามสมมติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘ส่วนตัวเราเป็นคนที่ไม่ชอบสังสรรค์ และไม่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ด้วยหน้าที่การงานที่เราทำ ก็มักจะมีรุ่นพี่ในบริษัทชวนออกไปสังสรรค์อยู่บ่อยครั้ง หรือมีบางโอกาสที่ต้องไปร่วมเพราะบริษัทมีจัดเลี้ยงสังสรรค์ ด้วยความที่เราเป็นคนที่มีอายุน้อยที่สุดในงาน จึงมักจะเป็นจุดสนใจของทุกคน เพราะทุกครั้งที่เราปฎิเสธก็จะเป็นการไม่รักษาน้ำใจ เพราะเขาก็ชงมาให้เราแล้ว ถ้าไม่ดื่มแล้วใครจะดื่ม หลังจากที่เราทำงานอยู่ที่เก่าได้ประมาณปีกว่า ๆ ก็ย้ายบริษัทออกมาทำงานอีกที่หนึ่งแทน แต่ปัจจุบันก็ยังเจอเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่รู้จัก เวลาชวนออกไปสังสรรค์ก็รู้ว่าไม่ชอบดื่ม แต่ทุกครั้งที่ไปก็มักจะบังคับให้ดื่มทุกครั้ง มันทำให้เรารู้สึกอึดอัดมาก และไม่อยากทำให้บรรยากาศเสีย เราจึงต้องยอมดื่ม ปัญหานี้มันเกิดขึ้นกับเรามาเรื่อย ๆ มันไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานที่ชอบชวนดื่มอย่างเดียว สังคมรอบข้างที่สนิทก็มักจะบังคับให้ดื่มอยู่บ่อยเหมือนกัน วันนี้เลยอยากปรึกษาว่า ดีเจทั้งสามคน มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับคนประเภทนี้ ที่ชอบมักจะชวนดื่มอยู่ตลอด พวกเขาต้องการอะไร? เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่กับแค่คนในริษัทอย่างเดียว แต่สังคมรอบข้างที่รู้จักก็มักจะบังคับให้ดื่มเหมือนกัน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ส่วนตัวพี่เอง ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ไม่สามารถปฎิเสธได้ เพราะก็มักจะปฎิเสธตลอด ตัวเองมีอาการแพ้เหล้า ดื่มไม่ได้ ร่างกายมันต่อต้าน และก็จะบอกไปเลยว่าไม่ชอบดื่ม และตั้งแต่ทำงานเป็นดีเจหรืองานในบริษัท ก็ไม่เห็นมีใครมาบังคับให้ดื่ม แต่ถ้ามีโอกาสไปร่วมงานสังสรรค์ เราก็สามารถเมาดิบได้ สามารถสนุกได้โดยที่ไม่ต้องดื่ม เพราะส่วนตัวพี่ไม่ได้เป็นคนที่ชอบสังสรรค์ เวลาที่ไปก็จะกลับเร็ว จึงแนะนำว่าถ้าจะให้อ้างเหตุผล ก็ควรจะอ้างเรื่องของสุภาพว่า แพ้แอลกอฮอล์ โรคตับ หมอบอกห้ามดื่ม วันก่อนที่ไปค่าตับขึ้น เดี๋ยวเต้นให้แล้วกัน อะไรก็ได้อ้างไป หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือไม่ต้องไปเลย ถ้าจะตกงานเพียงเพราะไม่ได้ดื่มก็หางานใหม่ เพราะในว่ารูปแบบงานบางงาน มันก็มีวัฒนธรรม หรือต้องไปดื่มจริง ๆ คนหมู่มากที่เขาทำงานก็ชอบสังสรรค์เป็นเรื่องปกติ ถามว่าคนหมู่น้อยอยู่ได้มั๊ย มันก็อยู่ได้แหละ แค่เรากล้าปฎิเสธหรือเปล่า หลักแน่นมากพอหรือเปล่า แต่ถ้าอยู่ไม่ได้ก็หางานใหม่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็อย่าไปยุ่งชีวิตเขา เขาจะเอาอะไรเข้าร่างของเขามันเป็นสิทธิ์ของเขา เพราะส่วนตัวพี่เองก็ไม่ได้เป็นคนที่ชอบดื่มเหมือนกัน ถึงแม้ในวงการบันเทิงมักจะมีการสังสรรค์อยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งก็จะปฎิเสธตลอด จึงแนะนำว่าให้กล้าปฎิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ดื่ม สัญญากับแม่ว่าจะไม่ดื่ม พี่ชายเคยเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำตาย เราไปอยู่ในงานนั้นก็พอแล้ว เราสนุกกับงานได้โดยไม่ต้องกินเหล้า หรือว่าเลี่ยงการไปงานสังสรรค์ไปเลย ปิดจบกันที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เสนอไปเลย 3 ทางเลือกคือ 1. บอกไปว่าเป็นโรคตับ วันนั้นไปตรวจมา ปรากฏว่าตับอักเสบ ดื่มไม่ได้จริง ๆ ให้ยืนยันเสียงแข็งว่าดื่มไม่ได้ สักวันหนึ่งเขาคงรู้แหละว่าเราไม่ดื่ม 2. ถ้าไม่อยากอยากให้มันเสียบรรยากาศเราก็จิบ ๆ ได้ นั่งสักพักพอทุกคนเริ่มได้ที่แล้ว เราก็แอบหนีกลับบ้านไปเลย 3. ถ้าเราอยากอยู่ทั้งคืน ก็เนียน ๆ ไป เราก็ผสมโคล่าเพิ่มเข้าไป แก้วแรกอาจจะเป็นเหล้าปกติ แก้วต่อไปก็เป็นโคล่าไปอย่างเดียว จะได้ไม่เสียบรรยากาศ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูรู้สึกกังวลว่า FWB อาจจะแอบถ่ายคลิป ระหว่างที่กำลังทำกิจกรรมร่วมกัน แบบนี้หนูควรจะลองถามเขาตรง ๆ ดีไหม แล้วถ้าเขาไม่ได้ทำจริง เขาจะรู้สึกไม่ดีหรือเปล่าคะ

19 มี.ค. 2026

หนูรู้สึกกังวลว่า FWB อาจจะแอบถ่ายคลิป ระหว่างที่กำลังทำกิจกรรมร่วมกัน แบบนี้หนูควรจะลองถามเขาตรง ๆ ดีไหม แล้วถ้าเขาไม่ได้ทำจริง เขาจะรู้สึกไม่ดีหรือเปล่าคะ

หนูรู้สึกกังวลว่า FWB อาจจะแอบถ่ายคลิประหว่างที่กำลังทำกิจกรรมร่วมกันแบบนี้หนูควรจะลองถามเขาตรง ๆ ดีไหมแล้วถ้าเขาไม่ได้ทำจริง เขาจะรู้สึกไม่ดีหรือเปล่าคะ ‘คุณเค้ก’ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่ทำให้เธอนั้นเกิดความรู้สึกกังวลมาเป็นเดือนกับ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่เธอนั้นเป็นกังวลว่า FWB ของเธอจะแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิประหว่างทำกิจกรรมร่วมกัน ‘คุณเค้ก’ เล่าว่า เธอนั้นเป็นเพื่อนกับคนนี้มาเป็นเวลานานถึง 6-7 ปี แต่มาเริ่มเป็นคู่นอน FWB ประมาณ 3-4 ปีให้หลัง โดยคุณเค้กเล่าว่า ครั้งแรกที่รู้สึกว่าเหมือนกำลังโดนแอบถ่าย คือขณะที่กำลังก้มหน้าทำกิจกรรมให้อีกฝ่าย เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าในมือของอีกฝ่ายกำลังถือโทรศัพท์อยู่ข้างหนึ่ง แต่อีกฝ่ายก็รีบนำมืออีกข้างมากดหัวลงให้ทำต่อกิจกรรมต่อ ซึ่งองศาของการถือโทรศัพท์ก็เดาได้ยากว่าจะเป็นการถ่ายคลิปหรือเพียงแค่เล่นโทรศัพท์ตามปกติ ด้วยความที่ไม่อยากคิดมากหรือกังวล คุณเค้กจึงได้มองข้ามเรื่องนี้และทำกิจกรรมต่อไป เวลาผ่านไปหลายเดือน ก็ได้มีการนัดเกิดขึ้น ซึ่งตอนนั้นเป็นจังหวะที่กำลังหันหลังทำกิจกรรมกันอยู่ แล้วช่วงเปลี่ยนท่าหันกลับมา ก็เห็นโทรศัพท์ของอีกฝ่ายที่ตอนแรกอยู่ที่โต๊ะหัวเตียง แต่ในตอนนี้ดันย้ายมาอยู่ที่ข้างตัวของอีกฝ่ายบนเตียงแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เหตุการณ์การนัดกันในครั้งแรกย้อนกลับเข้ามาในหัวของคุณเค้กอีกรอบ และทำให้เกิดความกังวลว่าอีกฝ่ายได้แอบถ่ายคลิปไปจริง ๆ หรือเปล่า เมื่อเวลาผ่านไป ก็ได้มีการนัดครั้งเกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้คุณเค้กตั้งใจว่าจะมาจับให้ได้แบบคาหนังคาเขา หากจับได้ว่าอีกฝ่ายแอบถ่ายคลิปจริงก็จะพูดตรง ๆ แต่วันนั้นทุกอย่างดันผิดคาด เพราะของทุกอย่าง รวมทั้งโทรศัพท์ที่เคยสงสัยนั้นยังคงวางอยู่ที่เดิม จึงทำให้คุณเค้กเกิดความสับสน ไม่รู้ว่าตนนั้นคิดมากเกินไปหรือเปล่า ว่าคู่นอนนั้นตั้งใจจะถ่ายคลิประหว่างการมีกิจกรรมร่วมกันเก็บไว้ ด้วยความไม่แน่ใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คุณเค้กไม่กล้าถามอีกฝ่ายไปตรง ๆ เพราะกลัวว่าถ้าหากอีกฝ่ายไม่ได้ทำจริง อาจจะทำให้อีกฝ่ายเสียความรู้สึกได้ จึงเกิดเป็นคำถามที่ต้องการปรึกษากับเหล่าดีเจว่า ควรถามไปตรง ๆ หรือไม่ต้องถามจะดีกว่า ซึ่งดีเจทั้งสามก็ได้คิดเห็นตรงกันว่า สามารถถามกับอีกฝ่ายไปตรง ๆ ได้เลย แม้เราจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาจะตอบนั้นเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม พร้อมให้คำปรึกษาเพิ่มเติม โดยเริ่มจาก 'ดีเจเติ้ล' ได้บอกว่า “ถ้าเป็นพี่ แล้วเรารู้จักกันมานานประมาณนึงแล้ว พี่จะเลือกพูดออกไปตรง ๆ เพื่อความสบายใจของตัวเอง และอาจจะขอโทษเขา ถ้าสิ่งที่คิดไว้มันไม่ใช่ความจริง ซึ่งถ้าเขายอมรับ ก็ต้องขอเขา ว่าช่วยลบออกได้มั้ย แต่ถ้าเขาไม่ยอมรับ พี่ก็จะพูดว่า ที่เราถามเพราะเราไม่อยากให้มีเรื่องนี้เกิดขึ้น ให้เขาเห็นว่าเรากังวลกับเรื่องนี้มาก และถ้าเขาโกหก แต่เขาเป็นคนดีพอ เขาจะลบมันเอง” ถัดมาที่ 'ดีเจต้นหอม' ได้บอกว่า “พี่เห็นด้วยกับพี่เติ้ลทุกอย่างเลย คิดเหมือนกันเลยว่า ถ้าเขาถ่ายไปแล้ว ก็ให้พูดออกไปก่อนเลย เผื่อว่าเขาจะคิดได้แล้วไปลบเอง ถ้าเห็นถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านมา” สุดท้าย 'ดีเจเผือก' ได้บอกว่า “พี่ก็เชียร์ให้ถามไปเลยตรง ๆ เล่าให้เขาฟังแบบที่เล่าให้พวกพี่ฟัง เพราะถ้าไม่ถาม เราก็จะไม่ได้อะไรต่อเลยจากเหตุการณ์นี้ แม้จะไม่รู้ว่าเขาจะตอบด้วยความจริงหรือโกหก แต่เรามีสิทธิ์ที่จะบอกความรู้สึกเรา แล้วก็ได้แต่หวังว่าเขาจะมีจิตใจที่ดีพอ และถ้าเขาบริสุทธิ์ใจจริง เขาก็จะเปิดให้เราเช็กเลย ว่าเขาบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ลูกสาวโทรปรึกษา คุณพ่อติดเหล้าหนัก จนเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ ปกติพ่อเป็นคนใจดีมาก แต่พอดื่มเหล้าพ่อก็เปลี่ยนเป็นคนละคน พ่อเคยเลิกดื่มเหล้ามา 6 เดือน แต่ตอนนี้กลับไปดื่มเหมือนเดิม... มันหนักจนหนูเป็นโรคซึมเศร้า ควรทำยังไงให้คุณพ่อรักตัวเองดีคะ?

21 เม.ย. 2023

ลูกสาวโทรปรึกษา คุณพ่อติดเหล้าหนัก จนเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ ปกติพ่อเป็นคนใจดีมาก แต่พอดื่มเหล้าพ่อก็เปลี่ยนเป็นคนละคน พ่อเคยเลิกดื่มเหล้ามา 6 เดือน แต่ตอนนี้กลับไปดื่มเหมือนเดิม... มันหนักจนหนูเป็นโรคซึมเศร้า ควรทำยังไงให้คุณพ่อรักตัวเองดีคะ?

“น้องแคท (นามสมมุติ)” อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น – ดีเจอ้อย” เกี่ยวกับปัญหาคุณพ่อติดเหล้าหนักมาก “น้องแคท (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณพ่อของหนูติดเหล้าหนักมาก และตอนนี้พ่อก็เป็นโรคตับอักเสบด้วย คือ ตั้งแต่โตมาหนูเห็นพ่อกินเหล้ามาตลอด เวลาพ่อเมาเขาก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนนึงเลย ปกติพ่อจะเป็นคนใจดี น่ารักมากๆ แต่พอกินเหล้าพ่อก็เปลี่ยนไปเป็นคนก้าวร้าว เจ้าอารมณ์เลย พ่อดื่มเหล้าทุกวัน เมาทุกวัน ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนนั่งดื่ม เขาก็สามารถดื่มได้ พ่อจะดื่มมาจากข้างนอก เพราะถ้าดื่มในบ้านเขาจะทะเลาะกับแม่เลี้ยง แล้วจะปฏิเสธว่าไม่ได้ดื่ม มีทุกแบบเลยทั้งเดินไม่ตรง พูดไม่รู้เรื่อง หรือแม้กระทั่งนอนกองอยู่หน้าบ้าน มันหนักมากจนถึงขั้นที่หนูเป็นโรคซึมเศร้าเลย เพราะพ่อทำร้ายร่างกายทั้งหนูและแม่เลี้ยงเลย ตอนที่พ่อหายเมา เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนเคยพูดกับพ่อหมดเลย ทั้งญาติหนู ยายหนู แม้กระทั่งจิตแพทย์ที่หนูไปหาหมอเรื่องโรคซึมเศร้า ตอนแรกเขาก็ตกใจที่หนูเป็นโรคซึมเศร้า แต่ขนาดไปหาจิตแพทย์พ่อก็ยังเมาอยู่เลย ส่วนใหญ่หนูจะเป็นคนเรียกรถฉุกเฉินมารับพ่อไปโรงพยาบาล แล้วหนูก็จะไปเฝ้าเขา ทั้งพ่อและแม่ทำงานกันหมดเลย ซึ่งตอนนี้พ่อก็ยังทำงานได้ แต่เขาก็เคยเกือบจะโดนไล่ออกมาหลายครั้งแล้ว ก่อนหน้านี้พ่อเคยหยุดเหล้ามาได้ 6 เดือนแล้ว วันนั้นที่พ่อบอกปวดท้องหนัก หนูก็เลยเรียกรถฉุกเฉินแล้วตามไปที่โรงพยาบาล คุณหมอก็วินิจฉัยว่าพ่อเป็นตับอ่อนอักเสบ ช่วงนั้นคือโรคซึมเศร้าของหนูดีขึ้นมากๆ หนูจะเข้ามหาลัยปี 1 และต้องย้ายไปอยู่หอด้วย ตอนแรกที่รู้ว่าต้องไปอยู่ข้างนอกบ้าน หนูก็ดีใจ แต่พอรู้ว่าพ่อป่วย หนูก็ตัดสินใจเลือกมหาลัยใกล้บ้าน เพื่อที่จะได้กลับมาเยี่ยมคุณพ่อบ่อยๆ แต่ตอนนี้พ่อก็กลับมากินเหล้าเหมือนเดิมทุกวัน แต่ไม่ได้หนักเหมือนเมื่อก่อน และไม่ได้ทำร้ายร่างกายหนูกับแม่เลี้ยงแล้ว หนูก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกเหล้ามากกว่าเลือกหนู หนูอยากรู้ว่าหนูจะทำยังไงให้คุณพ่อรักตัวเอง ไม่ต้องรักหนูก็ได้ หรือถ้ามันเป็นไปไม่ได้ หนูจะทำใจยังไงดี? 3 ดีเจให้คำปรึกษากับ “น้องแคท (นามสมมุติ)” ว่า ‘อยากให้น้องแคทสู้ต่ออีกสักตั้ง เพราะพ่อเคยหยุดกินได้ถึง 6 เดือน และตอนนี้ก็ไม่ได้ดื่มหนักเท่าเดิม มันแปลว่ามาไกลจากจุดเริ่มต้นแล้วนะ อย่างน้อยก็ให้กำลังใจตัวเองบ้าง ถ้าเรายังเป็นคนที่สามารถคุยกับพ่อได้ ในช่วงเวลาที่เขาไม่เมา เราก็เปิดใจคุยกับเขาไปเลย ลองคุยทีละขั้นก่อน อาจจะไม่ต้องคุยในเชิงดราม่าก็ได้ ค่อยๆทำให้มันดีขึ้น แล้วก็ชื่นชมและขอบคุณคุณพ่อ ทั้งปลอบ ทั้งชม ทั้งดุบ้าง เพื่อจะประครองกันไป การสื่อสารก็ยังสามารถใช้ได้อยู่นะ เพียงแต่แคทต้องใจเย็นมากพอเหมือนกัน ณ วันนี้เขาอาจจะอยู่ในภาวะช่วยตัวเองไม่ได้หรือตัดสินใจตัวเองไม่ได้เวลาที่เขาอยากกินเหล้า เราต้องหาตัวช่วยให้เขา คือเขาต้องบำบัด แต่จะทำยังไงถึงจะให้เขาบำบัดได้ เราอาจจะต้องหาวัน เวลา และโอกาสในการคุยกับเขา ซึ่งเราคนเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ เราอาจจะต้องจับมือหลายคนช่วยๆกัน มานั่งล้อม คุยกับเขาอย่างจริงจัง พาเขาไปสู่การบำบัดให้ได้ ไม่อยากให้แคทรู้สึกว่าเรามีส่วนทำให้พ่อเป็นแบบนี้ ตอนนี้หนูดูแลชีวิตตัวเองให้ดี ให้โอเค อย่าโทษตัวเอง เรื่องบางเรื่องเราไม่ใช่ตัวเขา เราไปแทนเขาไม่ได้ ไปนั่งในหัวใจ ในสมองเขาแล้วสั่งว่าห้ามกินเหล้า มันทำไม่ได้อยู่แล้ว อย่าเอาทุกเรื่องมาอยู่ในความรับผิดชอบของตัวเองทั้งหมด เขาตัดสินใจเลือกแบบนั้นให้กับชีวิตเขาแล้ว ถ้าวันหนึ่งเขายังมีสติที่อยากจะแก้ไข สุดท้ายเขาจะทำมันเอง เราทำได้แค่เป็นคนซัพพอร์ตเขาเหมือนที่หนูทำอยู่ทุกวันนี้ มันดีมากๆแล้ว...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนหนูเขาชอบแสดงความรักโดยการ เอาเอวมาถูที่ตัวหนู แล้วกะยึกๆน้องชายเขาให้มันขยับกะยึกๆ ความรู้สึกหนูเหมือนมีหนอนมาดุ๊กดิ๊กๆใส่เรา บอกไปแล้วว่าไม่ชอบ แต่แฟนก็ยังแกล้งทำอยู่ จะทำยังไงให้แฟนไม่กะยึกๆน้องชายใส่เราดีคะ

17 มี.ค. 2025

แฟนหนูเขาชอบแสดงความรักโดยการ เอาเอวมาถูที่ตัวหนู แล้วกะยึกๆน้องชายเขาให้มันขยับกะยึกๆ ความรู้สึกหนูเหมือนมีหนอนมาดุ๊กดิ๊กๆใส่เรา บอกไปแล้วว่าไม่ชอบ แต่แฟนก็ยังแกล้งทำอยู่ จะทำยังไงให้แฟนไม่กะยึกๆน้องชายใส่เราดีคะ

“คุณเเตง (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 มี.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจอ๋อง - ดีเจพี่อ้อย” เกี่ยวกับปัญหาพฤติกรรมการเเสดงความรักของเเฟนเเบบเเปลกๆ โดย “คุณเเตง (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบเเฟนคนนี้มา 4 ปี จะ 5 ปีแล้ว อยู่ด้วยกันก็อบอุ่น ละมุนละไม บอกรัก น่ารักกันมากๆ แต่พอเราอยู่ด้วยกัน เผยตัวตนของกันและกัน หนูเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการเเสดงความรักของเขา ซึ่งวิธีการเเสดงความรักของคนปกติก็อาจจะกอดกัน หอมกัน หวานๆ เเต่ของเเฟนหนูมันค่อนข้างจะทุเรศ คือเขาจะวิ่งมากอดเเล้วเอาขามาก่ายตัวหนู ประเด็นคือเวลาเขาทำเเบบนั้น น้องเจลลี่เเบร์เขา(อวัยวะเพศ) จะมาโดนที่ขาเรา ถ้าเเค่โดนเฉยๆแล้วมันนิ่งหนูก็จะโอเคกับมัน เเต่มันไม่นิ่ง เพราะเเฟนหนูเขาจะทำให้มันกะยึกๆมาชนสะโพก ชนขาเรา หนูรู้สึกได้ว่าเขากำลังขมิบ หนูก็รู้สึกรำคาญเหมือนโดนหนอนนุ่มๆมาอยู่ตรงขาเรา บางทีหนูก็คิดว่าเเค่กอดกันเเบบปกติไม่ได้หรอ เเล้วเขาก็ไม่เคยที่จะหยุดทำเลย ไม่ว่าจะนอนกอดท่าไหน หรือหนูนั่งตัก ถึงเขาจะไม่ได้ทำเเบบนี้ทุกที่ เเต่ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์เเบบ Feel good ต่อกันเขาก็จะทำเเบบนี้ และจะจบด้วยการที่หนูด่าเขา หรือบางทีเคยจับมือกันแล้วบอกให้หยุด พอแล้ว พอนะ! แต่เขาจะรีแอคแบบยิ้มๆ แล้วพูดว่า นั่นไม่ใช่เรา อยู่ตลอดเลย เคยมีครั้งหนึ่งโมโหมากๆ หนูก็ฟาดไปที่เป้าเขาเลย แล้วเขาก็จบ หนูสงสารเขา แต่หนูก็ว่าเขาสมควรแล้ว เหมือนเขาดูภูมิใจทุกครั้งที่ทำให้หนูโมโหได้ด้วยสิ่งนี้ หนูเลยคิดว่านี่มันเป็นนิสัยปกติของเธอแล้วใช่มั้ย มันหนักถึงขั้นทำให้หนูรู้สึกอยากเลิกกับเขาเลย เพราะบางครั้งที่หนูทำงานมาเหนื่อยๆก็เเค่อยากได้กอดธรรมดาๆ ไม่อยากให้เขามาทำแบบนี้ เเต่เขาก็ยังทำ แล้วเขาเหมือนทำว่ามันเป็นเรื่องตลก เรื่องขำๆอยู่ตลอด พอหนูบอกเขา ด่าเขา เขาก็จะสลด แล้วหยุดไปแปปนึง เเล้วสักพักก็กลับมาทำอีก เพราะเขารู้สึกว่าเรื่องแค่นี้มันอาจจะไม่ได้ทำให้เราเลิกกัน ส่วนตัวก็แอบคิดในใจว่าเรื่องติ๊งต๊องแบบนี้จะทำให้เราเลิกกันจริงๆหรอ แต่มันก็ทำให้รู้สึกรำคาญได้จริงๆ หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า เเฟนหนูเขาเป็นโรคจิตรึป่าวคะ? ผู้ชายรู้สึกดีที่ได้ทำเเบบนี้หรอคะ แล้วทำยังไงเขาถึงจะหยุด?’ เริ่มที่ “ดีเจพี่อ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่รู้สึกว่าการที่หนูไปตีเขา มันทำให้รู้สึกว่า ยิ่งเธอไม่ชอบ ฉันยิ่งอยากที่จะเเกล้ง พี่เลยคิดว่าภาษารักคนเราอาจจะต่างกัน เเต่ถ้าสมมุติในวันหนึ่งเขาไม่ได้ทำเเบบนี้กับเราเเล้ว เขาไปมีความสุขกับสิ่งอื่น เเตงก็อาจจะคิดว่าทำไมเขาถึงไม่ได้คลั่งไคล้เราเท่าเมื่อก่อนเเล้ว ซึ่งถ้าเขาทำเเบบนี้ในพื้นที่ส่วนตัว ไม่ได้ทำต่อหน้าคนอื่นเเบบนี้ก็ยังโอเคเเต่ถ้าเขาทำต่อหน้าเพื่อนเรา อันนี้ก็จะเหมือนเขาไม่ให้เกียรติเราเลย เพราะงั้นคบกันมา 4 ปี เเล้วก็ควรที่จะพูดคุยกันให้เยอะมากขึ้นว่าต้องการเเบบไหน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าปัญหาของเเตง ถ้านำไปเล่าให้คนอื่นฟัง ก็อาจจะมีคนที่อิจฉา เพราะเขาอาจจะอยากได้เเฟนที่ขี้ๆเล่นเเบบนี้ เเละการที่มีคู่ไหนที่จะเลิกกันด้วยเหตุผลเล็กๆ ผมเชื่อว่าคู่นั้นอาจจะสื่อสารกันไม่มากพอ เพราะงั้นพี่เลยคิดว่าอาจจะให้เเตงบอกเขาให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าเเตงต้องการอะไรหรือไม่ชอบอะไร’ เเละสุดท้าย “ดีเจอ๋อง” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ฉันว่าเธอโทรมาไม่ได้เหมือนมาปรึกษาเเต่เหมือนมาอวด เพราะฉันอิจฉาเธอมาก เเต่อ๋องจะบอกคุณเเตงว่าที่คุณเเตงบอกอยากเลิกเพราะเรื่องนี้ ถึงมันจะเป็นเหตุผลที่เล็กน้อยเเค่ไหนเเต่มันทำให้เรารู้สึกไม่ได้ คุณเเตงก็อาจจะต้องพูดออกไปตรงๆกับเเฟนเลย ลองเปิดใจคุยกันเเบบอาจจะไม่ต้องถึงขั้นซีเรียส เเต่เป็นการเเชร์มุมมองกัน เเต่สุดท้ายอ๋องก็คิดว่าถ้าเขาเเสดงออกเเบบนี้อาจจะเเปลว่าเขารักเราจริงๆ สุดท้ายก็อยู่ที่การพูดคุยกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-