ชอบเผลออารมณ์เสียพูดจาไม่น่ารักใส่คุณแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า จัดการอารมณ์ตัวเองอย่างไรดีคะ? อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ชอบเผลออารมณ์เสียพูดจาไม่น่ารักใส่คุณแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า จัดการอารมณ์ตัวเองอย่างไรดีคะ? อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้

29 พ.ค. 2026

ชอบเผลออารมณ์เสียพูดจาไม่น่ารักใส่คุณแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า

จัดการอารมณ์ตัวเองอย่างไรดีคะ?

อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้


       ‘คุณน้ำ (นามสมมุติ)’ สายแรก ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 พฤษภาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เกี่ยวกับปัญหาที่ตนนั้นมักเผลอพูดจาไม่ดีกับคุณแม่ที่ป่วยเป็นซึมเศร้า

       ‘คุณน้ำ (นามสมมุติ)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า คุณแม่เพิ่งถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว ทำให้ภาวะทางอารมณ์คุณแม่ค่อนข้างแปรปรวน คำพูดต่าง ๆ กระทบจิตใจได้ง่าย และส่วนตัวคุณน้ำเองก็เป็นคนอารมณ์ร้อน ในบางครั้ง เวลาที่คุณแม่ตั้งคำถามที่จู้จี้จุกจิกก็มักเผลอใช้คำพูดที่รุนแรง จนทำให้คุณแม่รู้สึกแย่ มีการทะเลาะกันไป 2 - 3 รอบ และมีการปรับความเข้าใจกัน ด้านคุณน้ำเองก็พยายามจะทำให้ตัวเองมีอารมณ์ที่ดีขึ้นเพราะอยากอยู่กับคุณแม่อย่างมีความสุข

       คุณน้ำเสริมว่าหลายครั้งเมื่อต้องทำงานเยอะ ๆ เจอสังคมมาก ๆ ก็ทำให้เครียด และเผลอพูดจาไม่น่ารักกับคุณแม่อีก ล่าสุดเผลอพูดคำที่อาจไม่รุนแรงมาก แต่กระทบจิตใจจนคุณแม่เสียใจร้องไห้ โดยคำพูดไม่น่ารักเหล่านั้นพูดออกไปด้วยความไม่ตั้งใจ และไม่ใช่คำหยาบคาย แต่มักจะแสดงอาการที่บ่งบอกเหมือนกำลังรำคาญคุณแม่

       คุณน้ำจึงอยากปรึกษาว่า “พยายามปรับอารมณ์ตัวเองยังไงดี ให้มีความสุขตลอด และสามารถพูดคุยกับคุณแม่โดยไม่ใช่คำที่รุนแรง อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้” 

       หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด ดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ บอกว่า "เข้าใจคุณน้ำเพราะในตอนที่ป๊าม๊ายังอยู่ พี่ก็เคยแสดงอาการรำคาญใส่ท่านเหมือนกัน พี่เคยอ่านมาว่า คนเรามักใจร้ายกับคนที่ใกล้ชิดที่สุด เรามักเผลอแสดงพฤติกรรมไม่น่ารักใส่พวกเขา เพราะรู้ว่านั่นคือเซฟโซนของเรา ไม่ตัดสินเรา และรับพฤติกรรมของเราได้ ด้วยอารมณ์บางครั้งเราก็จะพลั้งเผลอไป แต่หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ถ้าเอยคำขอโทษก็น่าจะทำให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้นได้ รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำด้วย”

       ถัดมาด้าน ‘ดีเจเติ้ล’ บอกว่า "พี่ก็เข้าใจคุณน้ำ เมื่อสนิทกับคุณแม่ก็มีบางครั้งที่เผลออารมณ์เสียใส่ด้วยความลืมตัว พอคุณแม่เป็นโรคซึมเศร้า ท่านอาจจะรู้สึกมากกว่าคนทั่วไป แต่ว่าเราไม่ต้องบังคับตัวเองขนาดนั้น ว่าจะต้องมีความสุขกับคุณแม่ตลอดเวลา มันฝืนธรรมชาติมนุษย์เกินไป เพียงแค่หากอารมณ์ไม่ดี เราหลีกเลี่ยงการพูดออกไปก่อน เงียบไปก่อน คิดไว้ว่าคุณแม่ไม่สบายอยู่ ต่อให้เคลียร์กันแล้ว แต่สิ่งที่นั้นอาจอยู่ในใจเขานาน ต้องตั้งสติ อย่าสวนเร็ว รู้อารมณ์ตัวเองให้ได้"

       ด้าน ‘ดีเจต้นหอม’ มี 2 วิธีแนะนำคือ หนึ่ง หาไอดอลที่เป็นคนน่ารัก และเมื่ออารมณ์เสียให้คิดว่า หากเป็นไอดอลคนนั้นที่เราชอบ เขาจะไม่พูดคำไม่น่ารักแบบนี้ และสอง คือคำว่า เมตตา  

       สุดท้ายคำแนะนำจาก ‘หมอท็อป’ บอกว่า "การหงุดหงิดไม่ใช่เรื่องผิด แต่เมื่ออารมณ์นี้เกิดขึ้น จะทำอย่างไรต่อนั้นคือปัญหา หมอแนะนำให้เคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะไปเจอคุณแม่ ทบทวนอารมณ์ วันนี้เราเป็นอย่างไร มีอะไรที่คาใจไหม ถ้ายังรู้สึกไม่โอเคชะลอการเข้าบ้าน เช่น นั่งในรถให้สงบสัก 5 นาทีแล้วค่อยเข้าบ้านก็ได้

       อย่าลืมว่าบ้านกับที่ทำงานเป็นคนละที่กัน ถ้าเอาเรื่องงานมาปนกับที่บ้าน บ้านก็จะกลายเป็นที่รองรับอารมณ์โดยใช่เหตุ เมื่อเคลียร์ตัวเองได้แล้วก็รู้ไว้เลยว่า เข้าบ้านไปจะเจอคุณแม่ มีสติตั้งแต่ตอนเข้าบ้าน เมื่อถูกจู่โจมเราจะมีโอกาสตั้งรับได้มากกว่า แต่หากวันไหนตัดการอารมณ์ไม่ไหว ให้หลีกเลี่ยงการคุย 

       หรือบางบ้านจะมีการคุยกันล่วงหน้าว่าหากไม่โอเคจะทำสัญญาณมือ เพื่อบอกว่าอย่าเพิ่งคุยด้วย และเมื่ออารมณ์ดีขึ้นก็ชิงอัปเดตกับคุณแม่ว่าช่วงนี้เป็นอย่างไร และทำข้อตกลงกันว่าหากมีคำถามสามารถถามได้เลย แต่อย่าเกินสองรอบ บางครั้งคำพูดถึงจะไม่รุนแรง แต่ก็กระทบกระเทือนจิตใจอีกฝ่ายได้ ต้องมีสติ ทำผิดขอโทษ และอาจจะถามคุณแม่ว่าเราทำได้ดีไหม จะได้รู้ว่ามาถูกทางแล้วหรือยัง สำคัญที่สุดคือให้คุณแม่ทานยา และพบแพทย์อย่างต่อเนื่องด้วย"

       สุดท้ายนี้ ทางรายการ พุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้คุณน้ำสามารถอยู่กับคุณแม่ได้อย่างมีความสุขอย่างที่ตั้งใจไว้นะคะ 

 เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ขนาดน้องชายใหญ่กว่า ผมรู้สึกแย่มากเลย จนทำให้ผมรู้สึกว่า ขนาดของน้องชาย มันกลายเป็นปมในชีวิตไปแล้ว

13 มี.ค. 2026

ผมเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ขนาดน้องชายใหญ่กว่า ผมรู้สึกแย่มากเลย จนทำให้ผมรู้สึกว่า ขนาดของน้องชาย มันกลายเป็นปมในชีวิตไปแล้ว

ผมเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ขนาดน้องชายใหญ่กว่าผมรู้สึกแย่มากเลย จนทำให้ผมรู้สึกว่า ขนาดของน้องชายมันกลายเป็นปมในชีวิตไปแล้ว ‘คุณบ๊อบ (นามสมมติ)’ อายุ 20 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ใหญ่กว่า จนกลายเป็นปมในชีวิต โดย ‘คุณบ๊อบ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ผมมีความชื่นชอบในเพศเดียวกัน หรือเรียกว่าเกย์ อีกอย่างผมก็เป็นสายรุกด้วย ผมมีความไม่สบายใจอย่างหนึ่ง ส่วนตัวผมชอบนัดกับคนอื่น ๆ เพื่อที่จะมีอะไรกัน แต่ทุกครั้งที่ผมนัดเจอกับอีกฝ่าย เขามักมีขนาดน้องชายที่ใหญ่กว่าผมตลอดเลยครับ บางครั้งที่ผมกำลังจะนัดกับใครสักคน แล้วเขาขอดูรูปตรงนั้นของผม เมื่อผมส่งรูปไปให้ เขาก็บล็อคแชตผมหนีไปเลยครับ ทั้งที่ยังไม่ทันได้เจอกันเลย ส่วนคนที่ได้เจอกันจริง ๆ เขาก็มีขนาดใหญ่กว่าผมทุกคนเลย ผมคิดว่าน้องชายของผมอาจจะมีขนาดที่ต่ำกว่ามาตรฐานนิดหน่อย เรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกว่ามันกลายเป็นปมในชีวิตของผมไปแล้วครับ ผมรู้สึกแย่มาก จนไม่อยากไปเจอใครใหม่ ๆ เลย” หลังจากดีเจทั้งสามคน ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ฟังเรื่องราวของคุณบ๊อบจบ ก็ได้ให้คำแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่า “เรื่องแบบนี้เราก็ต้องทำใจ เพราะเขาชัดเจนอยู่แล้วในความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน ว่าเขาต้องการจะหาอะไร เราไม่จำเป็นต้องน้อยใจ หรือใส่ใจคนเหล่านี้ มีคนบนโลกนี้มากมาย ที่น้องชายไม่ได้มีขนาดใหญ่ แต่เขาก็มีความสุขกับสิ่งที่เขามี คนบางคนอาจจะไม่ชอบคนที่มีน้องชายขนาดใหญ่เลยด้วยซ้ำ แค่เรายังไม่เจอคนที่พอดีกับเรา แต่ถ้ายังรู้สึกไม่มั่นใจจริง ๆ อาจจะลองออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายเราดูดีขึ้น หรือดูแลหน้าตาของเราให้ดูดีทดแทนกันไปก่อนก็ได้”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมไม่เข้าใจ! เวลาไปซื้อของที่ห้าง / สะดวกซื้อ ทีไร สิ่งที่ผมเจอคือ เวลาคนหน้าผมคิดเงินนาน – ของเยอะ พนักงานจะเปิดเค้าเตอร์คิดเงินใหม่ แต่เขาจะเรียกคนที่ 3 คนต่อคิวหลังผมขึ้นไปคิดเงินก่อน แต่ผมที่ยืนเป็นคนที่ 2 มาก่อน กลับต้องรอ เจอแบบนี้บ่อยมาก

06 มิ.ย. 2025

ผมไม่เข้าใจ! เวลาไปซื้อของที่ห้าง / สะดวกซื้อ ทีไร สิ่งที่ผมเจอคือ เวลาคนหน้าผมคิดเงินนาน – ของเยอะ พนักงานจะเปิดเค้าเตอร์คิดเงินใหม่ แต่เขาจะเรียกคนที่ 3 คนต่อคิวหลังผมขึ้นไปคิดเงินก่อน แต่ผมที่ยืนเป็นคนที่ 2 มาก่อน กลับต้องรอ เจอแบบนี้บ่อยมาก

ผมไม่เข้าใจ! เวลาไปซื้อของที่ห้าง / สะดวกซื้อ ทีไร สิ่งที่ผมเจอคือ เวลาคนหน้าผมคิดเงินนาน – ของเยอะพนักงานจะเปิดเค้าเตอร์คิดเงินใหม่ แต่เขาจะเรียกคนที่ 3 คนต่อคิวหลังผมขึ้นไปคิดเงินก่อน แต่ผมที่ยืนเป็นคนที่ 2 มาก่อนกลับต้องรอ เจอแบบนี้บ่อยมาก จนถามพนักงานว่า ทำไมผมได้ทีหลัง ทั้งๆที่ผมมาก่อน แล้วพนักงานก็เรียกผมไปคิดเงินแต่ช้าคนอื่นๆไปเลย “คุณนาย (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการต่อคิวเข้าแถวเพื่อชำระเงินสินค้า โดย “คุณนาย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมได้ไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าห้างหนึ่งที่ขายเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง แล้ววันนั้นมีคนมาต่อคิวหน้าผม 1 คน และต่อหลังผมอีก 3 คน แล้วคนข้างหน้ามีของค่อนข้างเยอะที่เขาต้องจ่าย พวกจาน แก้ว ประมาณ 20 ใบที่มันต้องห่อและระมัดระวัง ทีนี้คนด้านหลังผมอีก 3 คน โดนพนักงานเรียกไปให้เข้าแถวจ่ายเงินอีกเคาน์เตอร์นึง ซึ่งผมก็งงว่าทำไมไม่เรียกผม เพราะผมมาก่อน มันควรจะเรียกหัวแถวก่อนไหม ด้วยความที่ตอนนั้นผมค่อนข้างรีบ แล้วเคาน์เตอร์หลักดันมีแค่เคาน์เตอร์เดียวที่เขาเปิด เพราะเคาน์เตอร์ที่เขาเปิดเพิ่มคือเคาน์เตอร์รอง คนหลังผมมีของไม่เยอะ มีแค่ 3 - 4 ชิ้น ผมเลยสงสัยว่าแบบนี้ปกติไหม? ผมก็เลยถามพนักงานว่า “ทำไมผมได้ทีหลังครับ ทั้งๆที่ผมมาก่อน?” หลังจากผมถามเสร็จ เขาถึงเรียกผมไป แต่ก็ช้ากว่า 3 คนที่ต่อหลังผม จน 3 คนที่ต่อหลังผมเขาขึ้นรถกลับบ้านไปแล้ว บางครั้งผมก็เจอตามร้านสะดวกซื้อด้วยเหมือนกัน แล้วพนักงานเขาก็เรียกคนข้างหลังไปก่อน เท่าที่สังเกตมา ผมเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยมาก แล้วเป็นช่วงที่รีบด้วย มันก็อารมณ์เสียนิดนึง ผมเลยอยากถามและปรึกษาพี่ๆ ดีเจทั้ง 3 คนว่า ถ้าเราไม่มีน้ำใจเราผิดไหมครับ?’ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวของคุณนายแล้ว ดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม) ก็ให้ความคิดเห็นและคำปรึกษาไปในทางทิศเดียวกันว่า ‘ส่วนมากที่เจอพนักงานก็จะตัดท้ายแถว เพราะคนท้ายสุดรอนานแล้ว แต่จริง ๆ มันก็ผิดหลัก มันควรเอาคนที่สองมาเลย ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้ทุกที่ ฉะนั้นเราก็ควรจะรณรงค์ว่าควรเรียกคนที่มาก่อน อย่าตัดท้ายแถว’ ทางด้าน “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมอีกว่า ‘สิ่งที่คุณนายพูดดูมีเหตุและผล มันไม่เคยมีใครรู้สึกเสียเปรียบกับเรื่องพวกนี้ ใครที่ทำงานด้านบริการ แล้วกำลังจะเปิดอีกเคาน์เตอร์นึงเพื่อให้ลูกค้ามาชำระสินค้า ให้เรียกคนที่มาก่อน “First come First Serve ใครมาก่อนต้องได้รับบริการก่อน” สุดท้ายคือ จริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้ผิดหรอก แต่มันคือวิถีที่ทำตามกันมา มันไม่มีใครลุกขึ้นมาบอก ซึ่งรวมถึงการที่เราไม่มีน้ำใจมันก็ไม่ใช่สิ่งผิดเหมือนกัน เพราะมันคือการรักษาสิทธิ์ตัวเองตามลำดับก็เท่านั้นเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คุณพ่อหนูอยากให้หนูสานต่อธุรกิจโรงงานครอบครัว แต่หนูรู้สึกว่าที่นี่ยังไม่มีระบบการทำงานที่ดี ยังเป็นโรงงานเล็กๆ ความตั้งใจของหนูอยากจะไปทำงานที่โรงงานใหญ่ๆ ไปเปิดโลก เรียนรู้ก่อน สัก 1-2 ปี กลับมาพัฒนาธุรกิจครอบครัวของหนู แต่จะพูดยังไงให้พ่อเข้าใจดี

08 ส.ค. 2025

คุณพ่อหนูอยากให้หนูสานต่อธุรกิจโรงงานครอบครัว แต่หนูรู้สึกว่าที่นี่ยังไม่มีระบบการทำงานที่ดี ยังเป็นโรงงานเล็กๆ ความตั้งใจของหนูอยากจะไปทำงานที่โรงงานใหญ่ๆ ไปเปิดโลก เรียนรู้ก่อน สัก 1-2 ปี กลับมาพัฒนาธุรกิจครอบครัวของหนู แต่จะพูดยังไงให้พ่อเข้าใจดี

คุณพ่อหนูอยากให้หนูสานต่อธุรกิจโรงงานครอบครัว แต่หนูรู้สึกว่าที่นี่ยังไม่มีระบบการทำงานที่ดียังเป็นโรงงานเล็กๆ ความตั้งใจของหนูอยากจะไปทำงานที่โรงงานใหญ่ๆ ไปเปิดโลก เรียนรู้ก่อนสัก 1-2 ปี กลับมาพัฒนาธุรกิจครอบครัวของหนู แต่จะพูดยังไงให้พ่อเข้าใจดี เพราะถ้าหนูทำตามที่พ่อบอกพ่อหนูก็อายุมากแล้ว สอนอะไรก็หลงๆลืมๆ สอนไม่เป็น ทุกคนคิดว่าควรจะเริ่มพูดกับคุณพ่อยังไงดีคะ? “คุณพี (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ในคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อม’ เกี่ยวกับปัญหาอยากไปทำงานหาประสบการณ์ข้างนอก ก่อนที่จะมาบริหารกิจการที่บ้าน แต่คุณพ่อไม่เห็นด้วย โดย “คุณพี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตัวหนูเองเป็นนักศึกษาจบใหม่ และที่บ้านก็เป็นครอบครัวคนจีน คุณพ่อมีบริษัทที่อยากจะให้มารับช่วงต่อ ในช่วงเวลาที่ได้เรียนจบใหม่ๆ หนูก็เริ่มทำงานกับที่บ้านเลย แต่ความกดดันหลายๆอย่างทำให้รู้สึกว่า ยังทำได้ไม่ดี รวมกับว่าที่คุณพ่ออายุมากแล้ว มีหลายครั้งที่ท่านเกิดอาการหลงๆลืมๆทำให้สอนงานได้ไม่ต่อเนื่อง หนูเลยตัดสินใจว่า จะไปทำงานที่อื่นก่อน แล้วค่อยเก็บประสบการณ์กลับมาทำงานที่บ้าน พอปรึกษาคุณแม่ ท่านก็เห็นด้วยกับสิ่งที่หนูจะทำ แต่คุณพ่อไม่เห็นด้วย ท่านอยากให้เราทำที่บ้านเลย เขาบอกว่าสามารถสอนเราได้ แต่ระยะเวลามันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว หนูก็เห็นแล้วว่า หนูควรจะได้ประสบการณ์จากที่อื่นมากกว่า ท่านรู้ตัวถึงอาการหลงๆลืมๆของตัวเอง บางทีที่จะอยากจะสอนงาน ท่านก็ลืมว่าจะสอนอะไร คนในบริษัทคนอื่นก็ไม่สามารถสอนแทนได้ในส่วนของท่าน ประเภทงานที่บ้านของหนูทำ เป็นโรงงาน นำเข้าส่งออก ด้วยความที่หนูเรียนไม่ตรงสาย บางครั้งก็ไม่รู้ว่าควรจะถามอะไรท่าน แล้วหนูก็ได้งานแล้ว ที่ยื่นสมัครไปเป็นโรงงานนิคม ทำหน้าที่ล่าม เอกสารเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออก โรงงานของคุณพ่อเป็นกิจการเล็ก ยังไม่ค่อยมีระบบ หนูไม่ชอบ เพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก เลยอยากที่จะมีประสบการณ์ก่อน เพื่อมาพัฒนา ระบบตรงนี้ หนูอยากจะปรึกษาพวกพี่ว่า หนูตัดสินใจแล้วว่าจะไป ควรอธิบายให้คุณพ่อเข้าใจยังไงดี ว่าหนูไม่ได้ทิ้งกิจการที่บ้าน แค่อยากมีประสบการณ์มากพอ ที่จะกลับมาช่วยที่บ้าน’ โดยทั้ง ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อม’ ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘การที่จะออกไปทำข้างนอก ต้องรีบทำให้ไว ครูพักลักจำให้มาก อาจจะเหนื่อยกว่าคนอื่นหน่อย ด้วยความที่เรียนไม่ตรงสาย หวังว่าทางที่พีเลือกไป จะสามารถนำมาปรับใช้กับกิจการที่บ้านได้จริงๆ มีโอกาสเรียนรู้ ควรเรียนรู้ให้มาก แต่เส้นทางที่เลือก เป็นเส้นทางที่ดี ควรตั้งเวลาให้กับคุณพ่อ ทำให้คุณพ่อสบายใจ ว่าเราจะไม่ทิ้งกิจการ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อน จู่ ๆ น้องสาวสามีทักมาขอรหัสผ่าน Account Social Media โดยให้เหตุผลว่าจะเอาไปเล่นต่อ แต่เรารู้สึกไม่สบายใจ

13 มี.ค. 2026

สามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อน จู่ ๆ น้องสาวสามีทักมาขอรหัสผ่าน Account Social Media โดยให้เหตุผลว่าจะเอาไปเล่นต่อ แต่เรารู้สึกไม่สบายใจ

สามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อนจู่ ๆ น้องสาวสามีทักมาขอรหัสผ่าน Account Social Mediaโดยให้เหตุผลว่าจะเอาไปเล่นต่อ แต่เรารู้สึกไม่สบายใจ ‘คุณจอย’ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่สร้างความไม่สบายใจให้ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' ได้ฟัง เกี่ยวกับการที่น้องสาวของสามีขอรหัสผ่าน Social Media ของสามี โดยให้เหตุผลว่าจะนำไปเล่นต่อเอง! ‘คุณจอย’ เล่าว่า สามีของเธอเสียชีวิตไปเมื่อครึ่งปีที่แล้ว จู่ ๆ น้องสาวสามีก็ได้ทักมาขอรหัสผ่าน Social Media ของสามี โดยไม่ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจนบอกเพียงแค่ว่าจะขอเข้าไปเก็บรูปของพี่ชายเพื่อที่จะนำไปทำเป็นอัลบั้มให้กับพ่อแม่ และจะนำ Account นี้ไปเล่นต่อ ซึ่งตัวคุณจอยนั้นก็ไม่เคยรู้รหัสผ่านของสามีเช่นกัน เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของสามี เธออยากให้การจากไปของสามีนั้นไม่คงเหลือการเคลื่อนไหวใด ๆ อีก ต้องการให้จบไปอย่างเงียบ ๆ จึงได้ปฏิเสธน้องสาวของสามีไป คุณจอยเล่าเพิ่มเติมว่า ที่เธอนั้นสามารถใช้ Social Media ของสามีได้ เพราะเข้าจากโทรศัพท์สามีโดยตรง ในบางทีเธอก็จะเข้าไปเช็กข้อความที่มีคนทักเข้ามา และเธอก็จะคอยแจ้งกลับไปว่าสามีนั้นเสียแล้ว แต่มาวันหนึ่ง เธอก็ได้พบว่ารหัสผ่านนั้นเปลี่ยนไป และเปลี่ยนจากการต้องขออนุญาตแท็กก่อนที่จะแท็กได้ เป็นเปิดให้สามารถแท็กและโพสต์ลงได้โดยไม่ต้องขออนุญาตอีกต่อไป ทั้งหมดนี้ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าน้องสาวของสามีสามารถเข้า Log in เข้าได้แล้ว นอกจากนี้น้องสาวของสามียังชอบโพสต์ลงถึงสามีในโพสต์ของตัวเอง และแท็กสามีอยู่บ่อย ๆ จนทำให้เธอที่มาเห็นก็รู้สึกไม่สบายใจ และอีกเหตุผลที่ทำให้คุณจอยรู้สึกไม่ดีนั่นก็เพราะย้อนกลับไปตอนที่สามียังมีชีวิตอยู่ เขาป่วยเป็นมะเร็งนอนอยู่ที่โรงพยาบาล เธอเล่าว่าไม่เห็นว่าจะมีญาติพี่น้องคนไหนที่จะมาช่วยเธอดูแลสามีสักคน แม้จะมีผ่านเข้ามาเยี่ยมบ้างก็ตาม สิ่งนี้ทำให้คุณจอยเกิดความสงสัยว่า แล้วทำไมถึงเพิ่งมาคิดถึงในตอนที่สามีได้จากไปแล้ว คุณจอยยังเล่าอีกว่า เคยได้ยินจากสามีมาว่า น้องสาวชอบพูดถึงเธอในทางที่ไม่ดี ในตอนที่สามียังมีชีวิตอยู่และป่วยเป็นมะเร็ง น้องสาวสามีก็จะชอบพูดว่ากับสามีว่า “ไปคบกับคนใหม่ เขาได้มาช่วยจ่ายเงินบ้างไหม?” แต่สามีของคุณจอยก็ไม่อยากรบกวน หรือมาพูดอะไรกับคุณจอยในเรื่องนี้ต่อ เพราะคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาส่วนตัวของตัวเขา เขาจึงอยากที่จะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองมากกว่า หลังจากที่ได้เล่าจบ คุณจอยก็ได้ปรึกษากับเหล่าดีเจว่า เธอนั้นควรจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ดีควรพูดตรง ๆ กับน้องสาวสามีหรือควรปล่อยไป แล้วหันมาจัดการความรู้สึกของตนเองดี หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด เหล่าดีเจจึงได้เริ่มให้คำปรึกษาตามความคิดเห็นของแต่ละคน เริ่มต้นจาก ‘ดีเจต้นหอม’ โดยให้ความเห็นว่า “ให้เราโพสต์ใน Facebook ใน Account ของสามีเลยว่า ‘เราเป็นภรรยา และเพิ่งได้รหัสผ่านของสามีมา การจากไปครั้งนี้ก็อยากสร้างความทรงจำที่ดี วันนี้เราขอทำการปิด Account นี้ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำระหว่างเราสองคนนะคะ’ แล้วเราก็ปิดการอนุญาตให้แท็ก เปลี่ยนรหัสไปเลย แล้วถ้าน้องเขาจะขอรหัสออีก ก็บอกไปเลยว่า อย่าเลย ให้อยู่แบบนี้ดีกว่า ถ้าอยากได้รูปอะไรก็ไปแคปเอา หรือให้เราไปแคปให้เขาเองก็ได้ ถ้าอยากได้อะไรก็ให้บอกมา เพราะเรารู้สึกว่า ไม่อยากให้มีการเคลื่อนไหวใด ๆ แล้ว ส่วนตัวพี่รู้สึกว่า เรายังไม่ควรไปพูดเปิด ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรเยอะเกินไป รู้สึกว่าเราแค่แจ้งก็เป็นอันรับทราบกันแล้วก็พอ แต่ถ้าเขายังมาวุ่นวายกับเราอยู่ เราก็สามารถพูดตรง ๆ ได้เลย” ต่อมาที่ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้ความเห็นว่า “พี่ว่าคุณจอยก็มีสิทธิ์ทำและดูแลทุกอย่างใน Account ของสามีนะ เพราะเป็นของสามีเราที่จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายแล้ว แต่ถ้าคุณจอยทำแล้วมันมีปัญหา คุณจอยก็ต้องใจแข็งนะ คือพี่รู้สึกว่า สิ่งเกิดขึ้นนี้มันแปลกตรงที่เหมือนไม่ใช่พี่น้องที่สนิทกัน เพราะตอนสามีของคุณจอยป่วย เขาก็ไม่ได้มาดูแล ถ้าคุณจอยไม่ได้มีปัญหากับเขา แล้วเขาไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตเรา ลองทำแบบที่พี่หอมบอก พี่ว่าก็เป็นทางเลือกที่ดี” สุดท้าย ‘ดีเจเผือก’ ก็ได้ออกความเห็นว่า “เท่าที่ฟังมาก็รู้สึกว่าก็เป็นไปได้ที่พอหลังจากสามีเสียไปแล้ว เขาจะคิดถึงพี่ชาย หรือเขาจะรู้สึกอะไรขึ้นมา แล้วการที่เขาโพสต์อะไรบางอย่าง แล้วมันขึ้นอยู่ในฟีดของพี่ชายเขา พยายามคิดแบบใส ๆ โลกสวยเลย คือเขาอาจจะคิดว่า นี่คือหนึ่งช่องทางในการเชื่อมโยงตัวเขากับพี่ชายที่เสียไปแล้ว คิดว่าเป็นไปได้ที่เขาจะคิดแบบนี้ ส่วนเรื่องราวก่อนที่สามีจะเสีย พี่รู้สึกว่า อารมณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นมันอาจจะเยอะมาก แต่วันนั้นก็ส่วนของวันนั้น ถามว่าแล้วมันสร้างผลเสียอะไรอีกมั้ย นอกจากความรำคาญใจ ถ้าเขามาโพสต์แทนใน Account ของสามีเลย สำหรับพี่ พี่ไม่เห็นด้วย แต่นี่คือแค่การแท็ก เขาไม่ได้เข้ามาเล่น Account ของสามี พี่ก็รู้สึกว่ามันยังไม่ได้หนักหนามากขนาดที่จะทำให้เราต้องไปนั่งคุยกัน ก็เลี่ยงที่เราอาจจะเบากว่า ถ้าเรารำคาญ เรากดซ่อนได้ โดยไม่ต้องบล็อก หรือเสียความสัมพันธ์ ถ้าเรายังไม่พร้อมก็ไม่ต้องไปเห็นมัน ลองพิจารณาดูก่อนว่ามันเป็นเพราะความบาดหมางตั้งแต่เรื่องก่อนหน้านี้หรือป่าว ที่ทำให้เรามองเขาไม่ดีไปแล้ว สุดท้ายแล้วถ้าเราจะไม่เอาคนนี้ไว้ในชีวิตแล้วก็ไม่ผิด เพราะเขาไม่ได้มีผลอะไรในชีวิตเราแล้ว แค่ลองแยกปัญหาให้ถูก ว่าจริง ๆ แล้วเราคิดยังไงอยู่กันแน่”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-