Healthy Lifestyle

HEALTHY LIFESTYLE

ปวดคอ บ่า ไหล่ และหลัง อาจไม่ใช่แค่นั่งนาน

16 ก.ย. 2026

ปวดคอ บ่า ไหล่ และหลัง อาจไม่ใช่แค่นั่งนาน

1.ทำไมคุณปวดคอบ่าไหล่ทุกวัน?สาเหตุหลักที่ไม่ควรมองข้ามกล้ามเนื้อเกร็ง ตึงสะสมเลือดไหลเวียนไม่ดีพลังหยางอ่อนล้าความเครียดสะสม2.พฤติกรรมทำร้ายนั่งทำงานหน้าจอนานๆ คอยื่น ไหล่ห่อก้มดูมือถือนานเกินไปนอนหมอนสูง หรือท่านอนผิดเครียด คิดมาก กล้ามเนื้อตึงตัว3.สาเหตุลึกกว่าที่คิดเลือดลมไหลเวียนไม่ดี ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่พอพลังหยางอ่อนล้า ความร้อนในร่างกายต่ำไตอ่อนพลังไม่พอ กล้ามเนื้อไม่ได้รับการบำรุงความเครียดสะสม ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตลอด4.วิธีแก้ที่ได้ผลฝังเข็ม คลายกล้ามเนื้อและเส้นลมปรานบำรุงไต เสริมพลังหยางยืดเหยียด คลายกล้ามเนื้อทุกวันประคบอุ่น เพิ่มการไหลเวียนเลือด5.ผลลัพธ์ที่คุณจะได้รับคอ บ่า ไหล่ คลายตัว ไม่ตึงเลือดลมไหลเวียนดี ร่างกายสดชื่นพลังงานเพิ่มขึ้น ไม่อ่อนเพลียง่ายปวดหลังทุกวันเกิดจากอะไร1.ทำไมคุณ “ปวดหลัง” ทุกวัน?สาเหตุหลักที่ไม่ควรมองข้ามพลังหยางอ่อน ภาระสะสม สิ่งรบกวนภายนอก2.นั่งนานกล้ามเนื้อหลังอ่อนแรง นั่งนานเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อหลังล้า เลือดไหลเวียนไม่ดี ปวดตึงเรื้อรังแนะนำ : ลุกขึ้นยืดเส้นทุก 1 ชั่วโมง เดินเบาๆ 5 นาที ช่วยได้ค่ะ3.ไตอ่อน พลังหยางน้อยไตเป็นรากของพลังชีวิต หากไตอ่อน พลังหยางน้อย หลังจะเย็น ปวดเมื่อย โดยเฉพาะช่วงเช้าแนะนำ : บำรุงไต ดื่มน้ำอุ่น ไม่ดื่มน้ำเย็นมากเกินไป4.เลือดไหลเวียนไม่ดีเส้นลมปรานติดขัด เลือดไปเลี้ยงหลังไม่พอ ของเสียค้างในเส้นลมปราน เกิดอาการปวดตึงเรื้อรังแนะนำ : เคลื่อนไหวร่างกาย นวด ฝังเข็ม ช่วยกระตุ้นเลือด5.ความเครียด นอนน้อยตับอ่อนพลัง หลังยิ่งปวด ความเครียดทำให้ตับติดขัด นอนน้อยร่างกายฟื้นฟูไม่ทัน ส่งผลให้ปวดหลังมากขึ้นทุกวันแนะนำ : ผ่อนคลายความเครียด นอนให้พอ หายใจลึกๆค่ะชาวออฟฟิศอย่างเรา เรื่องปวดคอ บ่า ไหล่ และหลังคงเลี่ยงได้ยาก แต่เราสามารถดูแลตัวเองเพื่อลดอาการเหล่านี้ได้ ด้วยการขยับร่างกาย ยืดกล้ามเนื้อเป็นระยะๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ อย่ารอให้ปวดมากแล้วค่อยดูแลตัวเองนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

16 วิธีดูแลสุขภาพง่ายๆ ที่หลายคนมองข้าม

25 ส.ค. 2026

16 วิธีดูแลสุขภาพง่ายๆ ที่หลายคนมองข้าม

1.ยืดตัวบ่อยๆ ยืดกล้ามเนื้อทั้งตัว ช่วยคลายตึงได้หลายจุด2.เขย่งปลายเท้าบ่อยๆ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดช่วงขา3.กำมือบ่อยๆ กำแล้วคลาย ช่วยกระตุ้นเส้นเอ็นและเลือดลม4.กลอกตาบ่อยๆ กลอกขึ้น-ลง-ซ้าย-ขวา ช่วยผ่อนคลายสายตา5.ขบฟันเบาๆ ฟันบนล่างกระทบกันเบาๆ ช่วยบำรุงไต6.นวดท้องบ่อยๆ นวดวนตามเข็มนาฬิกา ช่วยระบบย่อยอาหาร7.หวีผมบ่อยๆ ใช้มือหรือหวี กระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่ศีรษะ8.นวดหู ถูหรือบีบหูเบาๆ กระตุ้นจุดสะท้อนทั่วร่างกาย9.ขมิบก้น เกร็ง-คลายกล้ามเนื้อบริเวณทวารหนัก ช่วยระบบขับถ่ายและพลังไต10.บิดเอว ช่วยคลายเอว และกระตุ้นการไหลเวียน11.ยกไหล่ ยกขึ้น-ปล่อยลง คลายความตึงคอ บ่า ไหล่12.ตบมือ กระตุ้นเส้นลมปราณ และการไหลเวียนเลือด13.รับแดด วันละ 15–30 นาที ช่วยสร้างวิตามิน D และพลังหยาง15.แช่เท้า น้ำอุ่น 40–45°C ประมาณ 15–20 นาที ช่วยการไหลเวียน เดินเล่น เดินในที่อากาศดี ช่วยหัวใจและปอด16.หายใจลึกๆ หายใจเข้าท้องพอง ออกท้องแฟบ ช่วยปอดและผ่อนคลายการดูแลสุขภาพด้วยวิธีง่ายๆ เช่น ยืดตัว เดิน หายใจลึกๆ รับแสงแดด หรือนวดท้อง ช่วยเรื่องการผ่อนคลายร่างกาย และการไหลเวียนของโลหิต และสุขภาพโดยรวมได้ ลองทำไปด้วยกันนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

ยิ่งนอน ทำไมยิ่งล้า

14 ก.ค. 2026

ยิ่งนอน ทำไมยิ่งล้า

1.หลังนอนดึก บ้าคลั่งอยากนอนต่อคุณคิดว่า : นอนถึงเที่ยง จะทำให้ตื่นมาพักผ่อนเต็มที่ตลอดทั้งสัปดาห์ความจริง : นาฬิกาชีวภาพถูกรบกวน ยิ่งนอนลึก ยิ่งเพลีย ตื่นมาจะยิ่งรู้สึกอ่อนล้าทางเลือกที่ดีกว่า : ตั้งเวลาเข้านอนให้คงที่ทุกวัน ตื่นก่อนเที่ยง 1 – 2 ชั่วโมง จะช่วยรีเซ็ตนาฬิกาชีวภาพให้สมดุลค่ะ2. นอนบนเตียงเล่นมือถือ = ทำให้สมองล้า!คุณคิดว่า : นอนบนเตียง ก็แค่ผ่อนคลาย เพลินๆ ไม่เห็นเป็นไรความจริง : แสงสีฟ้าจากมือถือ กระตุ้นฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้สมองทำงานต่อเนื่อง ตาและคอเมื่อยล้า!ทางเลือกที่ดีกว่า : ก่อนนอน 1 ชั่วโมง วางมือถือให้ไกลตัวเปลี่ยนเป็นอ่านหนังสือกระดาษ หรือฟังเพลงเปิดโหมดเครื่องบิน หรือโหมดห้ามรบกวน3. แช่น้ำนาน แช่น้ำร้อน นั่งซาวน่า = การผ่อนคลายจริงหรือ?คุณคิดว่า : ขับเหงื่อ = ขับสารพิษ ช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายความจริง : อุณหภูมิสูง → หลอดเลือดขยายตัว ความดันโลหิตลดลงหากนานเกินไป → เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย และทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงานมากขึ้น ทางเลือกที่ดีกว่า : น้ำไม่ควรร้อนเกินไป จำกัดเวลา 15 – 20 นาทีหลังแช่ควรดื่มน้ำ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ร่างกาย4. ดื่มชานม / ของหวาน "เยียวยา" ตัวเอง จริงหรือ?คุณคิดว่า : กินของหวาน หรือชานมไข่มุก ช่วยคลายความเครียดความจริง : น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง แล้วตกฮวบ ร่างกายยิ่งอ่อนล้า หลังจากกินหนัก ๆ พลังงานขึ้นไว แล้วลงไว ทำให้ง่วง เพลีย และอ้วนง่ายทางเลือกที่ดีกว่า : ดื่มน้ำเปล่าแทน กินผลไม้หรือถั่ว ธัญพืชครั้งละนิดหน่อยอย่าพึ่งพาน้ำตาลให้เป็นทางออก5. คิดมากเกินไป "วนลูป" ตัวเองคุณคิดว่า : นอนแล้วจะสบายใจขึ้น คิดวนไปช่วยให้ จัดระเบียบความคิดความจริง : ยิ่งคิด ยิ่งเครียด นอนยาก หลับไม่ลง พรุ่งนี้ตื่นมาสมองล้า วันที่ 2 อารมณ์แย่ลงทางเลือกที่ดีกว่า : เขียนความคิดออกมาบนกระดาษ หรือตั้งเวลา 10 นาที "คิดให้เต็มที่" แล้วบอกตัวเองว่า "พอแล้ว พักได้แล้ว"หายใจลึก ๆ ผ่อนคลายก่อนนอน ทำกิจกรรมเบา ๆ ผ่อนคลาย6. อยู่บ้านทั้งวัน คุณคิดว่าได้พักผ่อน แต่จริงๆแล้วร่างกายกลับยิ่งเหนื่อย!คุณคิดว่า : ไม่ออกไปไหน คือการเก็บพลังงาน และได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ความจริง : การขาดแสงแดดและการเคลื่อนไหวการโดนแสงน้อยเกินไปการนอนดึกและกินของที่ไม่ดี ระดับฮอร์โมนและสารเคมีในเลือดเสียสมดุล ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย อารมณ์แปรปรวน และพลังงานลดลงทางเลือกที่ดีกว่า : ออกไปรับแสงแดดอย่างน้อย 15 นาทีขยับร่างกาย เดินเร็ว หรือออกกำลังกายเบา ๆนอนให้เป็นเวลา พักผ่อนให้เพียงพอทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือทำงานอดิเรกพักผ่อนให้ได้ผล ต้องนอนให้พอ ขยับร่างกาย รับแสงแดด ลดหน้าจอก่อนนอน กินอาหารที่ดี และปล่อยให้สมองได้พักบ้างนะคะขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

รีเซ็ตสุขภาพใน 30 วัน ด้วยตารางชีวิตง่ายๆ สไตล์แพทย์แผนจีน

09 มิ.ย. 2026

รีเซ็ตสุขภาพใน 30 วัน ด้วยตารางชีวิตง่ายๆ สไตล์แพทย์แผนจีน

23:00 – 01:00 น. ถุงน้ำดีทำงานเวลานี้· ต้องนอนหลับสนิทพลังหยางเริ่มสูงขึ้น เป็นช่วงเวลาสำคัญในการบำรุงหยางควรเข้านอนก่อน 23:00 น. ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เหนื่อยง่าย ปวดหัว ภูมิคุ้มกันลดลง01:00 – 03:00 น. ตับทำงานเวลานี้· นอนให้ลึกที่สุดตับช่วยกำจัดสารพิษและเก็บเลือดไว้ใช้คนที่นอนหลับลึกช่วงนี้ = บำรุงตับดีช่วยให้เลือดไหลเวียนดี อารมณ์สมดุล03:00 – 05:00 น. ปอดทำงานเวลานี้· นอนให้เต็มอิ่มปอดดูแลการรับพลังชี่และการหายใจช่วงนี้ควรนอนให้หลับเต็มที่ หากตื่นเร็วเกินไป จะทำให้ปอดอ่อนแอภูมิแพ้ ไอ หายใจไม่เต็มปอด05:00 – 07:00 น. ลำไส้ใหญ่ทำงานเวลานี้· ตื่นนอนและขับถ่ายลำไส้ใหญ่ดูดซึมน้ำและขับของเสียควรตื่นเช้า ดื่มน้ำอุ่น แล้วขับถ่ายให้เป็นเวลาท้องโล่งสบาย เบาสบายตัว สดชื่นทั้งวัน07:00 – 09:00 น. กระเพาะอาหารทำงานเวลานี้· กินอาหารเช้าให้ดีม้ามและกระเพาะอาหารดูดซึมดีที่สุดในช่วงนี้ควรกินอาหารอุ่น ย่อยง่าย บำรุงม้ามเช่น โจ๊ก ไข่ นม ผักต้ม ไม่กินดิบ เย็นจัด09:00 – 11:00 น.· ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพพลังม้ามทำงานดี ดูดซึมสารอาหาร ส่งพลังงานไปทั่วร่างกายสมองปลอดโปร่ง เหมาะกับงานที่ใช้สมาธิ11:00 – 13:00 น.· พักใจยามเที่ยงพักสั้นๆ 20 -30 นาทีบำรุงหัวใจ ทำให้จิตใจสงบถ้าไม่นอนพัก อาจเพลียในช่วงบ่าย13:00 – 15:00 น.· ดื่มน้ำและเคลื่อนไหวดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยระบบย่อยกระตุ้นลำไส้เล็ก ดูดซึมสารอาหารลุกเดินเบาๆ ช่วยให้ระบบย่อยดีขึ้น15:00 – 17:00 น.· คิดได้ดี ขับของเสียช่วงเวลาที่สมองปลอดโปร่งที่สุดความจำดี คิดงานออก เป็นช่วงทองของการทำงานดื่มน้ำมากขึ้น ขับปัสสาวะ ช่วยขับของเสีย ลดสารพิษในร่ากาย17:00 – 19:00 น. ไตทำงานดีที่สุด· บำรุงไต พักผ่อนให้เพียงพอไตเก็บสารจำเป็นของร่างกายผ่อนคลายความเครียดทานอาหารเย็นแต่พอดี ไม่หนักเกินไป19:00 – 21:00 น. หัวใจทำงานดีที่สุด· ผ่อนคลายหัวใจ สงบอารมณ์เหมาะสำหรับเดินเล่น ฟังเพลง หรือแช่เท้าอุ่นช่วยลดความเครียด คลายใจเตรียมร่างกายเข้าสู่การนอนหลับ21:00 – 23:00 น. ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานดีที่สุด· เตรียมตัวเข้านอนให้ดีระบบไหลเวียนโลหิตจะฟื้นฟูร่างกายควรเข้านอนก่อน 23:00 น.แช่เท้าอุ่น ผ่อนคลายความคิดช่วยให้นอนหลับลึก ตื่นมาสดชื่นถ้าใครทำได้ตามตางรางชีวิตนี้ รับรองสุขภาพดีขึ้นแน่นอนค่ะ แต่ถ้ายังไม่ได้ ค่อยๆปรับ ขยับเวลาที่ละน้อย เริ่มไปด้วยกันนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

15 นิสัย ที่น่ากลัวกว่าการนอนดึก

06 พ.ค. 2026

15 นิสัย ที่น่ากลัวกว่าการนอนดึก

1.นั่งไขว่ห้างนี่คือตัวทำลายรูปร่าง! การทำแบบนี้เป็นเวลานาน จะนำไปสู่กระดูกเชิงกรานเอียง กระดูกสันหลังคด และอาจทำให้ขาไม่เท่ากันได้ รูปร่างจะเสียได้นะคะ2.นั่งนานไม่ขยับการนั่งนานทำให้เป็นโรค ไม่ใช่แค่ไขมันสะสมที่พุงและต้นขา แต่ยังส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดด้วย อย่าลืมลุกขึ้น ขยับไปไหนมาไหนสักเล็กๆน้อยทุกชั่วโมงนะคะ3.หายใจทางปากเมื่อนอนหรือมีสมาธิ ทำให้เปิดปากเล็กน้อย นานๆไปจะทำให้คางยุบ ปากยื่น หน้าตาเสียสมดุล ต้องตั้งใจหายใจทางจมูกนะคะ4.ไม่ชอบดื่มน้ำรอจนหิวน้ำค่อยดื่ม ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรงแล้ว! การเผาผลาญช้าลง ผิวแห้ง เหนื่อยง่าย ทั้งหมดเป็นเพราะดื่มน้ำไม่พอค่ะ5. ติดขนมหวานชานม เค้กไม่เคยขาดมือ น้ำตาลมากเกินไปจะทำให้เกิด Glycation ทำให้ผิวเหลือง หย่อนคล้อย เป็นสิวได้นะคะ6.ปิดไฟเล่นมือถือก่อนนอนตาแห้ง จะทำให้ขอบตาดำลึกขึ้น ร่องน้ำตา จนถึงเพิ่มแสงสีฟ้าทำลายผิว7.สัมผัสใบหน้าบ่อยๆคุณรู้ไหมว่ามือมีแบคทีเรียมากมาย การสัมผัสใบหน้าโดยไม่รู้ตัวก็เหมือนกับเอาแบคทีเรียยัดลงไปในรูขุมขน ทำให้เกิดสิวอุดตันซ้ำซาก8.หลังงอ/ท่าทางไม่ดีแม้จะมีรูปร่างหน้าตาที่ดีแค่ไหนก็ทนไม่ได้ถ้ามีท่าทางไม่ดี การทำท่าทางไม่ดีเป็นเวลานานจะทำให้เกิดริ้วรอยที่คออย่างลึก บุคลิกภาพไม่ดี และดูไม่มีชีวิตชีวาค่ะ9.กินเร็วเกินไป/กลืนโดยไม่เคี้ยวการกินเร็วเกินไปไม่เพียงแต่ทำให้กินอิ่มจนอ้วนง่าย แต่ยังทำให้กระเพาะและลำไส้ทำงานหนักเกินการเคี้ยวให้ละเอียดเป็นขั้นตอนแรกของการลดน้ำหนักนะคะ10.กินตอนร้อนๆอาหารที่ร้อนเกิน 65 องศาเซลเซียสจะทำลายเยื่อบุหลอดอาหาร การรีบกินอาหารร้อนๆโดยไม่รอ จะทำให้เสียสุขภาพ รอสักนิดแล้วค่อยกินจะดีกว่านะคะ11.กลั้นปัสสาวะการกลั้นปัสสาวะทำร้ายไตมากที่สุด และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ถ้ามีความรู้สึกรีบไปเข้าเลยนะคะ12.เคี้ยวข้างเดียวเป็นเวลานานกล้ามเนื้อเคี้ยวข้างหนึ่งจะใหญ่ขึ้น อีกข้างจะเล็กลง ใบหน้าที่ไม่สมดุลจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ต้องตั้งใจสลับข้างเคี้ยวนะคะ13.ไม่ทาครีมกันแดดรังสียูวีคือสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย ไม่ว่าแดดออกหรือครึ้มฟ้าครึ้มฝน หากป้องกันแสงแดดไม่เพียงพอ แม้แต่เอสเซนส์ราคาแพงแค่ไหนก็เสียเปล่าค่ะ14.ความเครียด/วิตกกังวลฮอร์โมนความเครียดทำให้เกิดสิว ผมร่วง และน้ำหนักเพิ่ม เรียนรู้วิธีปลดปล่อยความเครียดอารมณ์ดี ดีกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใดๆค่ะ15.อดอาหารอย่างไม่รอบคอบการอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักมีแต่จะทำให้มวลกล้ามเนื้อลด การเผาผลาญต่ำลง และจะเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ได้ค่ะการนอนดึกว่าแย่แล้ว แต่นิสัยพวกนี้ก็ทำลายสุขภาพได้แบบไม่รู้ตัวเลยนะคะ ใครรู้ว่ามีนิสัยไหน มาลด ละ เลิกไปพร้อมๆกันนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

เขย่งเท้าวันละ 30 ครั้ง ท่าง่ายๆ กระตุ้นอวัยวะได้ทั่วร่างกาย

02 เม.ย. 2026

เขย่งเท้าวันละ 30 ครั้ง ท่าง่ายๆ กระตุ้นอวัยวะได้ทั่วร่างกาย

การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องหนักหน่วงหรือใช้อุปกรณ์มากมายเสมอไปนะคะ เพียงแค่ท่า "เขย่งเท้า" ง่ายๆ ที่ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ก็สามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ลองทำตาม 4 ขั้นตอนง่ายๆ นี้ทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นนะคะSTEP 1: เตรียมพร้อมและทรงตัว• หาพื้นที่ที่มั่นคง เช่น ข้างกำแพง โต๊ะ หรือเก้าอี้• ใช้มือจับกำแพงหรือเฟอร์นิเจอร์เพื่อช่วยในการทรงตัว• ยืนตัวตรง สายตามองไปข้างหน้า รักษาสมดุลของร่างกายSTEP 2: เขย่งปลายเท้า• ค่อยๆ เขย่งปลายเท้าทั้งสองข้างขึ้น พร้อมกับยืดส้นเท้าให้สูงขึ้น• โฟกัสไปที่การเกร็งกล้ามเนื้อน่อง• ยกจนรู้สึกตึงที่บริเวณน่องเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องเกร็งมากเกินไปSTEP 3: ค้างท่าและผ่อนคลาย• เมื่อเขย่งจนสุดแล้ว ให้ค้างท่าไว้ประมาณ 3 วินาที• จากนั้น ค่อยๆ ลดส้นเท้าลงวางบนพื้นอย่างช้าๆ• พักประมาณ 1 วินาที แล้วจึงเริ่มทำซ้ำในข้อ 2STEP 4: ทำอย่างสม่ำเสมอ• ทำซ้ำขั้นตอนที่ 2 และ 3 จนครบ 30 ครั้งต่อวัน• สามารถแบ่งทำเป็นเซตย่อยๆ ระหว่างวันได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องทำรวดเดียวการเขย่งเท้าเป็นประจำนอกจากจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อน่องแล้ว ยังเปรียบเสมือนการปั๊มเลือดจากส่วนล่างของร่างกายกลับสู่หัวใจ ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลองเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวนะคะขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

อันตรายของคนชอบหวาน

06 มี.ค. 2026

อันตรายของคนชอบหวาน

กรมอนามัย ปรับมาตรฐานหวานปกติ โฉมใหม่! ปรับ "หวาน 100% (หวานปกติ)" เป็น "หวานปกติ = หวาน 50%" ถือเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ ในการดื่มให้ได้สุขภาพดียิ่งขึ้นเพราะเบาหวานเป็นโรคยอดฮิตสำหรับคนไทย อาหารที่เรารับประทานเข้าไปส่วนใหญ่จะมีรสชาติค่อนข้างหวาน นานวันเข้าปรากฎว่าค่าน้ำตาลขึ้นสูง แต่จะไม่มีอาการบ่งบอกเลยว่ากำลังเป็นโรคนี้อยู่ จนกระทั้งอาการของโรคเบาหวานปรากฏ หลายคนเป็นแต่ยังไม่รู้ตัว เช่น กระหายน้ำบ่อย หิวง่าย รับประทานอาหารมากกว่าปกติ ผอมลงอย่างรวดเร็ว คันตามผิวหนัง บางคนถึงขนาดมือเท้าชา ปัสสาวะเป็นฟอง ตอนที่คุณรู้มันอาจจะไม่ใช่เบาหวานแล้วนะคะ แต่มันเริ่มจะมีโรคแทรกซ้อนของเบาหวานที่เข้ามารุมเร้าเรา หลายคนไม่ได้เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน แต่เสียชีวิตด้วยโรคที่แทรกซ้อนจากเบาหวาน มันน่ากลัวยิ่งกว่าโรคเบาหวานอีกนะคะคนไทย อยู่คู่กับเบาหวาน กันอย่างยาวนาน และนานมาก โรคภัยต่างๆมาจากความหวาน เชื้อโรคต่างๆก็ชอบรสหวาน ความหวานเป็นพลังงานให้กับเชื้อโรคโรคอ้วน ไทรอย์ดเป็นพิษ ยาเสตียรอยด์ ก็ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้เช่นกันค่ะอาการของโรคเบาหวานหลายคนอาจจะมองข้าม เช่น คอแห้ง ดื่มน้ำบ่อยขึ้น ดื่มเท่าไรก็ไม่พอ มือเท้าชา เหนื่อยง่ายไม่มีเรี่ยวแรง ตาเริ่มมองไม่ชัด มีอาการปวดหัว แผลที่โดนบาดเริ่มหายช้า หลายวันยังบวมแดง ปัสสาวะเยอะกว่าปกติ หรือปัสสาวะกลางคืนวันละหลายๆครั้งถ้าหากคุณมีอาการผิดปกติ เช่น หิวน้ำบ่อยๆ ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ไปโรงพยาบาลใกล้บ้านขอตรวจน้ำตาลสะสม กับน้ำตาลในเลือดได้เลยนะคะ น้ำตาลสะสม ไม่ควรเกิน 5.7 น้ำตาลในเลือดไม่ควรเกิน 90 mg/dl ถือว่าปกติค่ะถ้าหากคุณเริ่มเป็นเบาหวาน แพทย์แผนจีนแนะนำให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ วันละ 30 นาที และพยายามอย่าทานอะไรตามใจปาก หันมาทานผักใกล้ตัวลดน้ำตาล มาดูกันค่ะว่ามีผักอะไรบ้างมะระ ลดน้ำตาล ลดความร้อนให้ร่างกายชาใบหม่อน ลดน้ำตาล และยังลดความดันได้อีกด้วยค่ะเก๋ากี้ บำรุงไต ลดน้ำตาล และยังช่วยบำรุงสายตาเห็ดหูหนูขาว ช่วยลดน้ำตาล แถมยังบำรุงปอดให้แข็งแรงฮ่วยซัว ลดน้ำตาล บำรุงกระเพาะ ม้าม ให้แข็งแรง ช่วยลดปัสสาวะกลางคืนได้เพราะสุขภาพดีเริ่มได้ที่ตัวเรา แค่เลือกทานผักใกล้ตัว ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็ช่วยคุมน้ำตาลและบำรุงร่างกายให้แข็งแรงได้แล้วค่ะ ลองหามาทานกันดูนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

นอนไม่ดี อันตรายกว่าที่คิด!

12 ก.พ. 2026

นอนไม่ดี อันตรายกว่าที่คิด!

1. พลัง “ไตพร่อง” (肾虚)นอนดึก – นอนหลับๆ ตื่นๆ ทำให้พลังไตเสื่อมเร็ว- อ่อนเพลียเรื้อรัง- สมาธิสั้น- ปวดหลัง ปวดเอว- ฮอร์โมนแปรปรวน2. ม้าม – กระเพาะทำงานแย่ลง (脾虚)การนอนไม่พอทำให้ระบบย่อยและดูดซึมอ่อนตัว- อืดท้องง่าย- กินนิดเดียวก็อ้วน- ตัวบวมน้ำ- ภูมิตกง่าย3. สมองล้า – คิดช้าลง (Brain Fog)เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ- คิดช้า ตัดสินใจช้า- ความจำแย่- เวียนหัว มึนงงง่าย4. หัวใจไม่สงบ (心神不安)นอนน้อยทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น- ใจสั่น- นอนหลับไม่ลึก- สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย5. ตับเครียด – อารมณ์แปรปรวน (肝气不舒)ตับฟื้นตัวช่วง 23.00 – 03.00 น.ถ้าไม่ได้นอนจริงจัง- หงุดหงิดง่าย- ตาแห้ง ปวดหัว- อารมณ์ไม่นิ่ง6. อ้วนง่าย – บวมน้ำนอนไม่ดี → ฮอร์โมนหิว (Ghrelin) สูง- อยากของหวาน- เบิร์นแคลน้อยลง- อ้วนเร็วมาก โดยเฉพาะ “พุงล่าง”7. ภูมิตก ป่วยบ่อยเม็ดเลือดขาวฟื้นตัวช่วยหลับลึกถ้าไม่ถึงระดับนั้น-ไข้หวัดง่าย-ภูมิแพ้กำเริบ-อักเสบเรื้อรังแอดมีวิธีง่ายๆ ที่แพทย์แผนจีนแนะนำบ่อยมาก โดยเฉพาะคนที่นอนหลับไม่ลึก มือเท้าเย็น เครียด หรือตื่นกลางดึกบ่อย “แช่เท้าน้ำอุ่นก่อนนอน” มีประโยชน์มากค่ะ1.กระตุ้นเลือดลมฝ่าเท้าคือปลายเส้นไต–ตับ–ม้ามน้ำอุ่นช่วยเปิดเส้น ทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้นทั้งตัว2.หลับลึกขึ้นความอุ่นช่วยให้ “หัวใจสงบ (安神)”ลดการสะดุ้งตื่นกลางดึก3.ลดความเครียดการแช่เท้าเหมือนส่งสัญญาณให้ระบบประสาทคลายตัวเหมาะมากหลังวันทำงานหนักค่ะ4.ช่วยแก้อาการมือเท้าเย็นโดยเฉพาะคนที่ “ไตหยางพร่อง”เท้าอุ่น = ร่างกายอุ่น = นอนดีขึ้น5.เพิ่มพลังไตน้ำอุ่นไปกระตุ้นบริเวณ “จุดไต” บนฝ่าเท้า (Yongquan – 湧泉穴)ทำให้พลังหยางของไตฟื้นตัวได้ดีขึ้นวิธีทำง่ายๆ1. เตรียมน้ำอุ่นอุณหภูมิ 40–45°C2. แช่เท้า 10–15 นาที3. ถ้าต้องการบำรุงเพิ่มเติม• ขิง• เกลือหิมาลัย4. เช็ดเท้าให้แห้ง แล้วใส่ถุงเท้าอุ่นๆก่อนเข้านอน“แช่เท้าน้ำอุ่นก่อนนอน = เปิดเส้นลมปราณ + อุ่นไต + ทำให้จิตสงบ”ทำทุกวัน หลับลึกขึ้นแบบรู้สึกได้จริง ลองไปทำตามกันดูนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

เมื่อร่างกาย กำลังขอความช่วยเหลือ

23 ธ.ค. 2025

เมื่อร่างกาย กำลังขอความช่วยเหลือ

เราจะรู้ได้อย่างไร? ว่าร่างกายของเรากำลังร้องขอความช่วยเหลือแพทย์แผนจีนมีคำอธิบายอาการใกล้ตัวที่คนวัยทำงานหลายคนอาจเคยสัมผัส แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาร้ายแรงหรือไม่ วันนี้ขอรวบรวมลักษณะสำคัญๆ ที่ร่างกายกำลังบอกเราว่า "อย่าลืมดูแลฉันนะ"1. หัวใจเมื่อหัวใจมีปัญหา อาการทั่วไปที่อาจพบได้ เช่น เจ็บบริเวณหน้าอกเหมือนมีเข็มแทง ปวดเป็นระยะๆ แขนข้างซ้ายปวดและชาไปด้วย หายใจไม่สะดวก ครั้นไปโรงพยาบาล คุณหมอกลับไม่พบอาการผิดปกติ กลับกันตามหลักแพทย์แผนจีนเมื่อหัวใจมีปัญหา ยังจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เป็นแผลในปากบ่อย ปัสสาวะออกสีเหลืองเข้มนอนไม่หลับแม้หลับก็ฝัน รู้สึกใจสั่นซึ่งหมายถึงอาการหัวใจร้อนนั่นเองค่ะ2. ตับตามหลักแพทย์แผนจีนเมื่อเรามีอารมณ์หงุดหงิด แปรปรวน ฉุนเฉียว หรือก็คือลักษณะของคนใจร้อน อาจส่งผลร้ายต่อตับเวลาที่ตับผิดปกติ จะรู้สึกปวดบริเวณท้องหรือเอวด้านบนขวา ไหล่ขวาจะปวดชา หรือเป็นตะคริวที่บริเวณน่อง ปวดหัวบ่อย เครียดลงกระเพาะ ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดประจำเดือน เจ็บเต้านมเวลาที่ประจำเดือนมา หากใครมีอาการเหล่านี้ลองหาเวลาไปพบหมอแมะดูอาการก่อนก็ดีนะคะ3. ปอดหลายคนอาจสงสัยว่าการเจ็บป่วยไม่สบายบ่อยครั้งมาจากสาเหตุอะไร บางคนอาจมีอาการไอเรื้อรังมานาน กินยาหลายขนานก็ไม่หายสักที บางคนผื่นขึ้นตามตัวเป็นประจำ หลายครั้งอาการเหล่านี้แพทย์แผนปัจจุบันเองอาจหาสาเหตุไม่ได้ แต่สำหรับแพทย์แผนจีนแล้ว ปอดของเรานั้นทำหน้าที่เชื่อมร่างกายกับอากาศภายนอก และป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย อาการที่เกิดขึ้นอาจสืบเนื่องมาจากปอดอ่อนแอการบำรุงปอดจึงจะช่วยให้เรามีภูมิต้านทานที่ดีขึ้นค่ะ4. ไตไตเป็นอวัยวะที่สำคัญ บางคนคิดว่าโรคไตของแพทย์แผนปัจจุบัน กับโรคไตของแพทย์แผนจีนนั้นเหมือนกัน อันที่จริงแตกต่างกันนะคะ เพราะโรคไตของแพทย์แผนปัจจุบันเกิดจากการที่อวัยวะมีประสิทธิภาพลดลง เป็นผลให้ค่าของเลือดหรือปัสสาวะที่ตรวจเจอมีค่าของเสียเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน สำหรับแพทย์แผนจีนจะพูดถึงโรคไตอันเนื่องมาจากการเสียสมดุล เมื่อไตเสียสมดุล อาการแรกเริ่มคือเมื่อยเอว ปัสสาวะไม่สุดหรือเป็นเลือดนกเขาไม่ขัน นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ(หลั่งเร็ว) ซึ่งแสดงว่าไตกำลังมีปัญหา ต้องการการบำรุงด่วนเลยค่ะ5. ม้ามตามหลักแพทย์แผนจีนแล้ว ม้ามจัดได้ว่าเป็นศูนย์กลางของร่างกาย เมื่อม้ามพร่องร่างกายจะเหนื่อยง่ายอ่อนเพลียอยากอาหารลดลง มีลมในกระเพาะมาก ท้องเสียง่ายปวดหัว หรือมึนหัวเนื่องจากพลังส่งไปไม่ถึงสมอง แสดงว่าร่างกายเราต้องการการบำรุงแล้วครับอวัยวะภายในทั้งห้า ใช้วิธีดูแลตามแบบฉบับแพทย์แผนจีนที่หลากหลาย ทั้งทานยา ฝังเข็ม นวดกดจุด และอื่นๆ หากใครมีอาการตามที่ระบุข้างต้น แสดงว่าร่างกายกำลังต้องการความเอาใจใส่จากเราแล้วนะคะ อย่าลืมว่าสุขภาพที่แข็งแรง ย่อมมาจากการเอาใจใส่ของตัวเราเองนะคะขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

album
greenwave
-

-