เมื่อร่างกาย กำลังขอความช่วยเหลือ

HEALTHY LIFESTYLE

เมื่อร่างกาย กำลังขอความช่วยเหลือ

23 ธ.ค. 2025

เราจะรู้ได้อย่างไร? ว่าร่างกายของเรากำลังร้องขอความช่วยเหลือ

แพทย์แผนจีนมีคำอธิบายอาการใกล้ตัวที่คนวัยทำงานหลายคนอาจเคยสัมผัส แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาร้ายแรงหรือไม่ วันนี้ขอรวบรวมลักษณะสำคัญๆ ที่ร่างกายกำลังบอกเราว่า "อย่าลืมดูแลฉันนะ"

1. หัวใจ
เมื่อหัวใจมีปัญหา อาการทั่วไปที่อาจพบได้ เช่น เจ็บบริเวณหน้าอกเหมือนมีเข็มแทง ปวดเป็นระยะๆ แขนข้างซ้ายปวดและชาไปด้วย หายใจไม่สะดวก ครั้นไปโรงพยาบาล คุณหมอกลับไม่พบอาการผิดปกติ กลับกันตามหลักแพทย์แผนจีนเมื่อหัวใจมีปัญหา ยังจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เป็นแผลในปากบ่อย ปัสสาวะออกสีเหลืองเข้ม นอนไม่หลับ แม้หลับก็ฝัน รู้สึกใจสั่น ซึ่งหมายถึงอาการหัวใจร้อนนั่นเองค่ะ

2. ตับ
ตามหลักแพทย์แผนจีนเมื่อเรามีอารมณ์หงุดหงิด แปรปรวน ฉุนเฉียว หรือก็คือลักษณะของคนใจร้อน อาจส่งผลร้ายต่อตับ เวลาที่ตับผิดปกติ จะรู้สึกปวดบริเวณท้องหรือเอวด้านบนขวา ไหล่ขวาจะปวดชา หรือเป็นตะคริวที่บริเวณน่อง ปวดหัวบ่อย เครียดลงกระเพาะ ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดประจำเดือน เจ็บเต้านมเวลาที่ประจำเดือนมา หากใครมีอาการเหล่านี้ลองหาเวลาไปพบหมอแมะดูอาการก่อนก็ดีนะคะ

3. ปอด
หลายคนอาจสงสัยว่าการเจ็บป่วยไม่สบายบ่อยครั้งมาจากสาเหตุอะไร บางคนอาจมีอาการไอเรื้อรังมานาน กินยาหลายขนานก็ไม่หายสักที บางคนผื่นขึ้นตามตัวเป็นประจำ หลายครั้งอาการเหล่านี้แพทย์แผนปัจจุบันเองอาจหาสาเหตุไม่ได้ แต่สำหรับแพทย์แผนจีนแล้ว ปอดของเรานั้นทำหน้าที่เชื่อมร่างกายกับอากาศภายนอก และป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย อาการที่เกิดขึ้นอาจสืบเนื่องมาจากปอดอ่อนแอ การบำรุงปอดจึงจะช่วยให้เรามีภูมิต้านทานที่ดีขึ้นค่ะ
 

4. ไต
ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญ บางคนคิดว่าโรคไตของแพทย์แผนปัจจุบัน กับโรคไตของแพทย์แผนจีนนั้นเหมือนกัน อันที่จริงแตกต่างกันนะคะ เพราะโรคไตของแพทย์แผนปัจจุบันเกิดจากการที่อวัยวะมีประสิทธิภาพลดลง เป็นผลให้ค่าของเลือดหรือปัสสาวะที่ตรวจเจอมีค่าของเสียเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน สำหรับแพทย์แผนจีนจะพูดถึงโรคไตอันเนื่องมาจากการเสียสมดุล เมื่อไตเสียสมดุล อาการแรกเริ่มคือ เมื่อยเอว ปัสสาวะไม่สุด หรือเป็นเลือด นกเขาไม่ขัน นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ(หลั่งเร็ว) ซึ่งแสดงว่าไตกำลังมีปัญหา ต้องการการบำรุงด่วนเลยค่ะ

5. ม้าม
ตามหลักแพทย์แผนจีนแล้ว ม้ามจัดได้ว่าเป็นศูนย์กลางของร่างกาย เมื่อม้ามพร่อง ร่างกายจะเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย อยากอาหารลดลง มีลมในกระเพาะมาก ท้องเสียง่าย ปวดหัว หรือมึนหัว เนื่องจากพลังส่งไปไม่ถึงสมอง แสดงว่าร่างกายเราต้องการการบำรุงแล้วครับ

อวัยวะภายในทั้งห้า ใช้วิธีดูแลตามแบบฉบับแพทย์แผนจีนที่หลากหลาย ทั้งทานยา ฝังเข็ม นวดกดจุด และอื่นๆ หากใครมีอาการตามที่ระบุข้างต้น แสดงว่าร่างกายกำลังต้องการความเอาใจใส่จากเราแล้วนะคะ อย่าลืมว่าสุขภาพที่แข็งแรง ย่อมมาจากการเอาใจใส่ของตัวเราเองนะคะ 

 

ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม

Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music & Travel Lover

related HEALTHY LIFESTYLE

เป็นคนร้อนในง่าย ควรปฏิบัติตัวยังไง

01 พ.ย. 2024

เป็นคนร้อนในง่าย ควรปฏิบัติตัวยังไง

คนอินพร่อง (ร้อนในบ่อย คอแห้ง มือเท้าร้อน)อินพร่อง คือ ระดับเลือดและน้ำในร่างกายที่ต่ำลง แต่พลังหยางนั้น(ความร้อนในร่างกาย)เท่าเดิม ทำให้เกิดไฟน้อยๆที่เผาพลานร่างกายตลอดเวลา เสมือนเปิดแก๊สไฟวงในเพื่อที่จะต้มน้ำซุป และทำให้น้ำในร่างกายเหือดแห้งไป ร่างกายมีแต่ความร้อน สภาพเหมือนทะเลทราย น้ำน้อย แต่ร้อนมาก ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น เสมือนร่างกายเรา ถ้าหากว่าร้อนแบบนี้เป็นเวลานานๆ เราจะกลายเป็นโรคได้ค่ะคนที่มีลักษณะอินพร่อง จะเป็นคนที่มีรูปร่างผอมสูง คอแห้งบ่อย รู้สึกแก้มร้อนบ่อย ใจร้อนง่าย อุ้งมือเท้าจะร้อน นอนไม่หลับ ฝันบ่อย ร้อนในบ่อย นิสัยของคนที่อินพร่องจะเป็นคนอารมณ์ร้อนง่าย ชอบคิดในเรื่องไม่สบายใจ เป็นคนช่างพูด ลักษณะแบบนี้ในทางแพทย์แผนจีนจำเป็นที่จะต้องบำรุงเหมือนกัน แต่เป็นเพราะว่าการบำรุงที่ต่างกันออกไป ในส่วนที่อินพร่องก็ต้องบำรุงอินเหมือนกับบำรุงน้ำเข้าไปในร่างกาย แต่อินในร่างกายไม่ได้หมายถึงน้ำเท่านั้นนะคะ แต่จะหมายถึงน้ำ และเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของคนเรา และจะต้องบำรุงไตบำรุงกระเพาะ ม้ามให้แข็งแรงด้วย เสมือนการปลูกต้นไม่ให้เยอะๆ และเสริมน้ำให้ด้วย ถ้าต้นไม่เยอะเกินไปก็จะดูดแต่น้ำ เราก็กลับมาสู่สภาวะเดิมคือไม่มีน้ำฉะนั้น ยาที่บำรุงอินที่เหมาะกับคนอินพร่องนั้นคือ 六味地黄丸(ลิ้วเว้ยตี้หวงหวาน) 大补阴煎(ต้าปู่หยินเจียน)ยาสองตัวนี้หาได้ตามร้านยาทั่วไปค่ะอาหารที่เหมาะสม จะมีฤทธิ์บำรุงอิน เช่น ข้าวเหนียว งา เต่า ตะพาบ เนื้อปู หอย เนื้อเป็ด นม หนังหมู เห็ดหูหนูขาว สาลี่ ปลาหมึก ไข่ นม เนื้อปลา หอย ปลิงทะเล รังนก ที่สำคัญไม่ควรทานอาหารที่มีรสเผ็ด หรืออาหารที่มีรสจัดค่ะคนอินพร่องจำเป็นต้องเข้านอนให้เร็วกว่าคนที่มีลักษณะอื่น ไม่ควรเล่นกีฬาหนักกลางแจ้ง และซาวน่า ที่ทำให้เหงื่อออกเยอะๆค่ะ เพราะจะทำให้น้ำในร่างกายลดน้อยลง เพราะคนอินพร่องน้ำในร่างกายจะน้อยกว่าปกติอยู่แล้ว กีฬาที่เหมาะสมกับคนอินพร่องคือ ว่ายน้ำ แต่อย่าว่ายนานเกินไปนะคะ แค่ 30 นาที ก็เพียงพอ เพราะจะทำให้เราขาดน้ำได้เช่นกันค่ะโรคที่พบมากสำหรับคนอินพร่องคือ โรคแห้งทั้งตัว ตาแห้ง เบาหวาน โรคกระเพาะ เพลียง่าย นอนไม่หลับ โรคไต หรือโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการคอแห้งปากแห้งเป็นประจำสำหรับใครที่กำลังมีอาการแบบนี้อยู่ ให้ลองปฏิบัติตามคำแนะนำได้นะคะ อย่างน้อยเราก็ไม่ได้ละเลยร่างกายของเราค่ะปล.การช่วยตัวเองบ่อยๆทำให้สารอินในร่างกายลดน้อยลง ไม่ควรถี่เกินไป เพราะจะทำให้ไตอ่อนแอได้นะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

“น้ำตาล” ต้องกินแบบนี้ถึงจะไม่เป็นโรค!

22 ก.ย. 2022

“น้ำตาล” ต้องกินแบบนี้ถึงจะไม่เป็นโรค!

ภาพจาก : siamchemi.comระหว่างที่หูฟังกรีนเวฟ มือไถหน้าฟีดเฟซบุ๊ก ปากก็ดูดชานมไข่มุก ดื่มกาแฟลาเต้ กินเค้กไปด้วยเพลิน ๆ ใช่มั้ยคะ รู้นะ!แหม่…ใครจะไปอดใจไหว ก็อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมันอร่อยไปซะทุกอย่างเลยนี่นา…ภาพจาก : board.postjung.comจริง ๆ แล้ว สามารถทานได้ค่ะ แต่ต้องควบคุมปริมาณให้พอดีต่อวัน เพราะว่า “ น้ำตาลคือยาพิษ ” ถ้าทานเข้าไปมากๆจะมีแต่โทษและไม่มีประโยชน์อะไรเลย นอกจากสร้างความสุขชั่วคราวแต่จะทิ้งโรคไว้ในร่างกายของเราตลอดไปค่ะ พูดไปก็คงไม่เห็นภาพ เดี๋ยวจะแจงรายละเอียด “โทษของน้ำตาล” ให้ทราบคร่าว ๆ นะคะ1.น้ำตาลเป็นสารเร่งผิวหนังเหี่ยวย่นและริ้วรอย ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ การรับประทานน้ำตาลมากเกินไปอาจทำให้ผิวเสีย หน้าแก่2.น้ำตาลทำให้อ้วน แน่นอนเรื่องนี้เรารู้กันดีค่ะ เพราะ ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลที่ได้รับมากเกินความต้องการ ไปสะสมกลายเป็นไขมันนั้นเอง3.น้ำตาลทำให้สมดุลของเลือดเสียไป เป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งเพิ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดต่าง ๆ ด้วย4.น้ำตาลทำให้กระดูกและฟันไม่แข็งแรง น้ำตาลมีส่วนผสมของซูโครส ถือว่าเป็นอาหารชั้นดีให้กับเหล่าแบคทีเรียที่อยู่ ในช่องปาก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคฟันผุ เหงือกอักเสบ และคราบต่าง ๆ5.น้ำตาลทำให้ร่างกายเซื่องซึม การกินน้ำตาลปริมาณมากเป็นประจำแทนที่จะสดชื่น กลับทำให้กรดอะมิโน ที่ชื่อว่า ทริปโตฟานเข้าสู่สมองมาเกินไป ทำให้เสียสมดุลของฮอร์โมนในสมองมีผลทำให้เกิดอาการเหนื่อย เซื่องซึมได้ภาพจาก : sukkaphap-d.comนี้แค่คร่าว ๆ นะทุกคน…โทษของน้ำตาล เยอะมากจริงๆค่ะแล้วแบบนี้ ต้องห้ามกินน้ำตาลเลยหรอ จะทำไหวมั้ยนะ?ไม่ต้องห่วงค่ะ หากกินน้ำตาลในปริมาณที่พอดี แค่เท่าที่ร่างกายจะนำไปใช้เป็นพลังงานได้ ก็ไม่เกิดอันตรายกับร่างกาย โดยปริมาณที่ควรกินต่อวัน มีดังนี้ค่ะ-เด็ก และ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรกินไม่เกิน 16 กรัม หรือ 4 ช้อนชา / วัน-วัยรุ่นหญิงชาย และ วัยทำงาน ควรกินไม่เกิน 24 กรัม หรือ 6 ช้อนชา / วันแต่อย่างไรก็ตาม การไม่กินน้ำตาลเลย หรือกินให้น้อยกว่าปริมาณข้างต้น ก็ถือว่าปลอดภัยที่สุดค่ะเพราะ “น้ำตาลคือยาพิษ” ท่องไว้ให้ขึ้นใจ เพื่อร่างกายที่แข็งแรงของเราค่ะข้อมูลจาก : https://www.vichaiyut.com/th/health/informations/5-โทษของน้ำตาล/ข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณะสุข กรมอนามัย และ กระทรวงสาธารณะสุขข้อมูลจาก : รายการเพื่อนเป็นหมอ

งานหนัก ใจยังไหว ร่างกายไหวไหม ?

26 เม.ย. 2023

งานหนัก ใจยังไหว ร่างกายไหวไหม ?

คนทำงานบางคนอาจเจองานหนักบ้าง เบาบ้างไม่เหมือนกันแต่ทราบไหมคะว่าคนที่ทำงานหนักจะเกิดความเครียดสะสม ซึ่งเจ้าความเครียดนี่เหละค่ะเป็นสาเหตุของหลายโรคเลยนะคะ เรามาเรียนรู้ลักษณะของคนที่'ทำงานหนัก'เกินไปกันดีกว่าค่ะ1.ปวดตาและตาแห้ง คนที่ทำงานหนักมักจะมีความเครียด ทำให้ตับเสียสมดุล ดวงตาเป็นประตูแห่งตับ เมื่อตับร้อน จะทำให้ปวดตา ตาร้อน และตาแห้งได้ แพทย์แผนจีนแนะนำให้เอาผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนแล้วประคบไว้บริเวณดวงตาประมาณ30นาทีค่ะ2.เจ็บคอ เสียงแหบ การทำงานหนักนั้นจะทำให้ใจร้อน เร่งรีบ แล้วร่างกายจะร้อนตามหัวใจไปด้วยคนที่ทำงานหนักมักจะเจ็บคอ หรือเป็นแผลในปากได้ง่ายแพทย์แผนจีนแนะนำให้ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งนะคะจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ค่ะ3.ปวดหัว มึนหัว ความเครียดทำให้ตับขาดสมดุล เมื่อตับขาดสมดุลก็จะเกิดความร้อนที่ตับความร้อนมีลักษณะที่พุ่งขึ้น ทำให้รู้สึกปวดหัว หรือมึนหัวได้ง่ายแพทย์แผนจีนแนะนำให้ใช้นิ้วมือนวดด้วยตัวเองบริเวณระหว่างหัวคิ้ว ท้ายทอยและขมับ สัก30นาที จะช่วยผ่อนคลายอาการปวดหัวได้ค่ะ4.กล้ามเนื้อบริเวณไหล่แข็งกว่าปกติ อาการนี้เป็นผลจากการนั่งท่าเดียวนานๆ ทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดีและเกิดการเกร็งบริเวณไหล่ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นแข็งกว่าปกติแนะนำให้นวด หรือไม่ก็ลองจัดกระดูก ฝังเข็มค่ะ5.รับประทานอาหารมากกว่าปกติ ภาวะเครียดจะทำให้เรารับประทานอาหารมากเป็นพิเศษตามหลักแพทย์แผนจีนนั้นเมื่อม้ามอ่อนแอจะทำให้ไฟในกระเพาะมากขึ้นไฟมากก็เผาพลาญแรง ทำให้กินอาหารไม่อิ่ม และอยากกินเรื่อยๆข้อนี้อาจต้องใช้ยาทานเข้าช่วยปรับสมดุลในร่างกายค่ะ6.ความจำลดลง การทำงานหนักจะเผาพลาญพลังของร่างกาย โดยส่วนใหญ่แล้วพลังนี้จะมาจากไตพลังไตเป็นพลังที่หล่อเลี้ยงสมอง หากพลังไตโดนใช้ไปหมดพลังไตก็จะขึ้นไม่ถึงสมอง ทำให้ความจำเราลดลง แพทย์แผนจีนแนะนำให้นั่งสมาธิช่วยได้ค่ะ7.หงุดหงิดง่าย หงุดหงิดง่ายอันนี้ปกติค่ะใครทำงานหนักแล้วไม่หงุดหงิด นับถือจริงๆความหงุดหงิดเกิดมาจากความเครียดที่สะสม อาการนี้ตามหลักแพทย์แผนจีนเรียกว่า'พลังตับติดขัด'แบบว่ามันแน่นอก ต้องยกออก เป็นบ่อยกับคนที่เครียดวิธีแก้อาจจะต้องปล่อยวาง หรือกินยาปรับสมดุล ลดไฟในตับค่ะ8.ร่างกายรู้สึกเหนื่อยง่าย เหนื่อยง่ายมาจากสาเหตุที่ร่างกายทำงานหนัก ใช้พลังจนหมด ในทางแพทย์แผนจีนเมื่อพูดว่าพลัง ก็คือ'ชี่'ถ้าพลังชี่อ่อนแอหรือใช้จนหมด ก็เหมือนแบตเตอรี่ที่เหลือไฟแค่ขีดเดียว รอเวลาชาร์ตซึ่งแพทย์แผนจีนแนะนำให้ดื่มชา หรือซุปที่มีส่วนผสมของโสมอเมริกาเพราะสรรพคุณเป็นยาบำรุงพลังและหยิน หรือว่าทานยาปรับสมดุลก็ได้เช่นกันค่ะ เราต่างต้องทำงานหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว สุขภาพของเราย่อมสำคัญที่สุด ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขกับการทำงานค่ะ หรือจะเปิด Green Wave เป็นเพื่อนระหว่างทำงาน ช่วยลดความเครียดได้นะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

สาเหตุที่ทำให้ปวดหลัง

02 มิ.ย. 2022

สาเหตุที่ทำให้ปวดหลัง

อาการปวดหลัง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุนะคะ แม้ในสภาวะปกติ เนื่องจากกระดูกสันหลังรับน้ำหนักของร่างกายตลอดเวลา แต่ในเวลานอนจะรับน้ำหนักน้อยที่สุด ถ้าไม่เอาใจใส่กับอาการปวดหลังที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราวแล้ว อาการปวดหลังในระยะเริ่มแรก ก็จะกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง ทําให้ยากต่อการรักษาให้หายขาดได้นะคะ การบําบัดรักษาที่จะได้ผลดี จําเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจทั้งผู้รักษาและผู้รับการรักษาค่ะสาเหตุของโรคหรือความผิดปกติที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง1.การบาดเจ็บ เช่น ตกจากที่สูง หมอนรองกระดูกเคลื่อน2.การติดเชื้อ เช่น วัณโรคของกระดูกสันหลัง3.ความผิดปกติแต่กําเนิด4.เนื้องอก เช่น การกระจายของมะเร็งจากอวัยวะอื่นมาที่กระดูกสันหลัง5.ความเสื่อมทางชีวกลศาสตร์ของหลัง เช่น ท่าทางไม่ถูกต้อง กล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ขาดการออกกําลังกาย6.อารมณ์ตึงเครียด อาจส่งผลถึงกล้ามเนื้อหลัง ทําให้มีอาการเกร็งและปวดหลังได้ค่ะในที่นี้ขอกล่าวถึงอาการปวดหลังที่เกิดจากสาเหตุ ข้อที่ 5 และ 6การวิเคราะห์แยกกลุ่มอาการโรคอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการ จากประวัติในพวกที่มีความผิดปกติของกระดูกสันหลัง เช่น กระดูกสันหลังไม่ตรง แอ่นเกินไป หรือหลังค่อมเกินไป ผู้ป่วยพวกนี้จะมีอาการปวดเวลาเคลื่อนไหว ถ้าได้พักจะทุเลาค่ะพวกที่เป็นเนื้องอกของกระดูกสันหลัง หรือจากต่อมไร้ท่อ ที่มีความผิดปกติ อาการปวดในกระดูกก็จะพบได้ โดยเฉพาะเวลานอนพักยิ่งปวดมากขึ้น และจะปวดตลอดเวลาเมื่อเคลื่อนไหวกระดูกสันหลัง บางครั้งจะเห็นอาการกระดูกสันหลังของผู้ป่วยคด(scoliosis) ทั้งนี้เป็นเพราะกล้ามเนื้อหลังหดเกร็งตัว การที่กระดูกสันหลังคด ทำให้การหดเกร็งของกล้ามเนื้อไม่สมดุล จึงทำให้ขาสั้นยาวไม่เท่ากันพวกที่มีข้อสันหลังเสื่อม จะเคลื่อนไหวไม่ได้เต็มที่ โดยเฉพาะท่าเอียงตัวไปซ้ายหรือขวา ในโรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด จะเอียงตัวไปด้านซ้ายหรือขวาไม่ได้เลยค่ะการตรวจกระดูกสันหลัง จำเป็นต้องตรวจหาอาการกดทับประสาทสันหลังด้วย เช่น การดึงตัวของประสาทขาทางด้านหลัง(Sciatic nerve) พวกนี้ถ้าก้มตัวจะปวดร้าวลงไปตามขาทางด้านหลัง และยิ่งถ้าไอหรือจามก็จะปวดหลังมาก มีอาการปวดร้าวแปลบไปตามแนวด้านหลังขาที่ประสาทผ่านไปมุมมองต่อโรคในศาสตร์การแพทย์แผนจีนปวดหลังบั้นเอว อาจปวดข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ค่ะ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างแนวกลางกระดูกสันหลัง และบริเวณด้านข้างทั้งสองข้าง โดยเฉพาะเวลามีอาการปวดจะเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าวจึงมีชื่อเรียกว่า Lumbospinal pain โดยทั่วไปมักเรียก Lumbago หรือ TCM เรียกอาการนี้ว่า Yao Tong บริเวณบั้นเอวเป็นที่อยู่ของไต ดังนั้นอาการปวดบั้นเอวจึงสัมพันธ์กับไต อาการอาจเป็นแบบเฉียบพลัน หรือเรื้อรังก็ได้ค่ะหลักการรักษา1. ความเย็นชื้น ขับความเย็น สลายความชื้น ทะลวงและอุ่นเส้นลมปราณความร้อนชื้น ขจัดร้อน สลายความชื้น คลายกล้ามเนื้อและเอ็นเพื่อระงับปวด2. ชี่ติดขัดและเลือดคั่ง กระตุ้นเลือดให้ไหลเวียน เพื่อสลายเลือดคั่ง ปรับการไหล เวียนของชี่เพื่อระงับปวด3. ไตพร่อง บำรุงไตเพื่อเสริมความแข็งแรงให้บั้นเอว เป็นหลักการทั่วไป กรณีไต หยางพร่อง บำรุงไตหยาง เพื่อเสริมความแข็งแรงให้บั้นเอว กรณีไตอินพร่อง เลี้ยงบำรุงไตอินให้สมบูรณ์4. ความผิดปกติของเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้องกับไต ทะลวงเส้นลมปราณ ปรับการไหลเวียนของจิงชี่ บริเวณบั้นเอว และระงับปวดสาเหตุที่ทำให้ปวดหลังมีหลายสาเหตุนะคะ เรามาค่อยๆเริ่มดูแลรักษาสุขภาพหลังไปด้วยกัน เริ่มจากเปิด Green Wave แล้วค่อยๆเอนหลัง นอนพักกันก่อนนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

album
greenwave
-

-