เขย่งเท้าวันละ 30 ครั้ง ท่าง่ายๆ กระตุ้นอวัยวะได้ทั่วร่างกาย

HEALTHY LIFESTYLE

เขย่งเท้าวันละ 30 ครั้ง ท่าง่ายๆ กระตุ้นอวัยวะได้ทั่วร่างกาย

02 เม.ย. 2026

การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องหนักหน่วงหรือใช้อุปกรณ์มากมายเสมอไปนะคะ เพียงแค่ท่า "เขย่งเท้า" ง่ายๆ ที่ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ก็สามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

ลองทำตาม 4 ขั้นตอนง่ายๆ นี้ทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นนะคะ

STEP 1: เตรียมพร้อมและทรงตัว

• หาพื้นที่ที่มั่นคง เช่น ข้างกำแพง โต๊ะ หรือเก้าอี้

• ใช้มือจับกำแพงหรือเฟอร์นิเจอร์เพื่อช่วยในการทรงตัว

• ยืนตัวตรง สายตามองไปข้างหน้า รักษาสมดุลของร่างกาย

 

STEP 2: เขย่งปลายเท้า

• ค่อยๆ เขย่งปลายเท้าทั้งสองข้างขึ้น พร้อมกับยืดส้นเท้าให้สูงขึ้น

• โฟกัสไปที่การเกร็งกล้ามเนื้อน่อง

• ยกจนรู้สึกตึงที่บริเวณน่องเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องเกร็งมากเกินไป

 

STEP 3: ค้างท่าและผ่อนคลาย

• เมื่อเขย่งจนสุดแล้ว ให้ค้างท่าไว้ประมาณ 3 วินาที

• จากนั้น ค่อยๆ ลดส้นเท้าลงวางบนพื้นอย่างช้าๆ

• พักประมาณ 1 วินาที แล้วจึงเริ่มทำซ้ำในข้อ 2

 

STEP 4: ทำอย่างสม่ำเสมอ

• ทำซ้ำขั้นตอนที่ 2 และ 3 จนครบ 30 ครั้งต่อวัน

• สามารถแบ่งทำเป็นเซตย่อยๆ ระหว่างวันได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องทำรวดเดียว

 

การเขย่งเท้าเป็นประจำนอกจากจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อน่องแล้ว ยังเปรียบเสมือนการปั๊มเลือดจากส่วนล่างของร่างกายกลับสู่หัวใจ ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลองเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม

Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music & Travel Lover

 

related HEALTHY LIFESTYLE

ฟังเพลงตอนออกกำลังกาย ถึก! ทน! มากขึ้น

28 ต.ค. 2022

ฟังเพลงตอนออกกำลังกาย ถึก! ทน! มากขึ้น

คนรักเสียงเพลงอย่างเราๆคงเข้าใจดี ว่าเวลาออกจากบ้าน อุปกรณ์อีกอย่างที่จะขาดไม่ได้เลยนั้นก็คือ หูฟัง ถ้าวันไหนออกไปข้างนอกแล้วลืมหูฟังนะ จะมีความรู้สึกว่า...เหมือนชีวิตขาดอะไรบางอย่าง ยิ่งเวลาทำกิจกรรมเพลินๆ ยิ่งต้องฟังเพลงโปรดเลยค่ะ โดยเฉพาะตอนออกกำลังกายภาพจาก Freepik.com และรู้มั้ยคะ ว่าการฟังเพลงตอนออกกำลังกาย ไม่ได้เพิ่มแค่ความสนุกได้เท่านั้น แต่ยังเพิ่มความอึด! ถึก! ทนทานได้อีกด้วย เพราะมีงานวิจัยที่ทำการวัดคลื่นสมองด้วยเครื่อง Electroencephalogram (EEG) ในขณะฟังเพลงพบว่า การฟังเพลงขณะออกกำลังกายนั้นช่วยลดคลื่นธีต้า (Theta waves) ชนิดความถี่ 4-7 เฮิร์ต (Hz) ได้ ซึ่งกระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการระงับอาการเมื่อยล้าต่างๆ ในขณะที่เรากำลังออกกำลังกายค่ะ เราจึงทนต่อความเมื่อยล้าขณะที่ออกกำลังกายได้ดีขึ้น และทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้นนั้นเองภาพจาก my-best.in.th โดยการเลือกระดับความเร็วของเพลงที่ฟังขณะออกกำลังกายก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพการออกกำลังกายได้ มีงานวิจัยพบว่า การฟังเพลงที่มีจังหวะเร็วจะส่งผลดีต่อสมรรถภาพทางกาย เมื่อออกกำลังกายที่ระดับความหนักเบาถึงปานกลาง โดยที่การออกกำลังกายแต่ละชนิดก็จะมีระดับความเร็วของจังหวะเพลงที่เหมาะสมแตกต่างกันด้วย เช่น หากต้องการปั่นจักรยานให้มีสมรรถภาพทางกายสูงสุดก็ควรเลือกฟังเพลงที่จังหวะความเร็ว 125 – 140 BPM6 หรือเวลาวิ่งบนลู่วิ่งสายพานให้มีสมรรถภาพทางกายสูงสุดก็ ควรเลือกฟังเพลงที่จังหวะความเร็ว 123-131 BPM7ภาพจาก thaiheartfound.org ไม่น่าล่ะ!! เวลาที่แอดไปวิ่ง แล้วฟังเพลงที่ดนตรีสนุกๆ แอดก็รู้สึกว่าวิ่งได้ระยะมากขึ้น วิ่งได้นานขึ้น แต่ถ้าใครวิ่งจ๊อกกิ้งตอนเช้า วิ่งไม่เร็วมาก วิ่งสบายๆก็สามารถเปิดฟัง Green Wave 106.5 FM ได้ที่ APP Atime Fungfin มีเพลงสบายๆ และดีเจคุยสนุกยามเช้า ฟังไป วิ่งเหยาะๆไป อาจจะทำให้การวิ่งไม่น่าเบื่อและวิ่งได้นานมากขึ้น ใครที่เป็นสายออกกำลังกาย ลองดูนะคะแหล่งอ้างอิง : https://bit.ly/3MDTCLRแหล่งอ้างอิง : https://bit.ly/3gezdRcแหล่งอ้างอิง : สสส.

โมโห ทำลายตับ

24 ก.พ. 2023

โมโห ทำลายตับ

ตับเป็นอวัยวะสำคัญของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นของเสีย พิษที่อยู่ในร่างกายหรืออาหารมีพิษที่เรารับประทานกันเข้าไปล้วนแต่ต้องผ่านการกรองสารพิษของตับทั้งสิ้นถ้าหากคุณยังไม่เคยคำนึงถึงการทำงานหนักของตับ คุณอาจจะมีโรคตามมาได้นะคะ1. ดื่มเหล้า ปัจจุบันการดื่มเหล้าสังสรรค์ เป็นเรื่องปกติ สำหรับชีวิตประจำวันไปแล้วไม่ว่าคุณจะมีเรื่องทุกข์ เรื่องสุขก็ขาดเหล้าไม่ได้ เหล้ามีทั้งคุณและโทษเหล้าในหลักแพทย์แผนจีนนั้น มีรสเผ็ด ร้อน สามารถขับเลือด กระตุ้นชีพจรขับความหนาวเย็น นำพายาไปสู่ที่ต่างๆในร่างกายเหล้าเป็นสารที่เข้าทำลายตับโดยตรง เพราะเหล้านั้นจะผ่านตับเพื่อกรองสารพิษดังนั้นตับจะทำงานหนัก ดื่มเหล้ามากๆจะทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้ เช่นตับอักเสบ ตับแข็ง เป็นต้นค่ะ2. หงุดหงิด และโกรธง่าย ไม่ว่าจะเป็นความเครียด คิดมาก ความโกรธ ล้วนแต่เป็นประตูสำหรับโรคภัยไข้เจ็บทั้งสิ้น ดังนั้นเราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยง เรื่องเช่นนี้ได้ในหลักแพทย์แผนจีนความโกรธ จะไปลงอยู่ที่ตับ ทำให้ตับร้อนและทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย วิธีทำให้หายหงุดหงิด ลองตะโกนดังๆ หรือว่าฟังเพลงสบายๆที่ Green Wave เพื่อให้ อารมณ์ calm down ลงนะคะ3. กินยามั่ว ยาต่างๆมีอันตรายต่อตับและไต ตามสำนวนจีนที่ว่า"ขอแค่เป็นยาล้วนมีพิษ" มนุษย์เราก็ไม่ค่อยที่จะระวังเรื่องการทานยาตอนร่างกายแข็งแรงก็กินยาโด๊ปยาบำรุง พอร่างกายอ่อนแอ ก็กินยารักษาแต่รู้ไหมว่า สิ่งที่ทำงานหนักที่สุดคือ ตับและไตฉะนั้นเราควรที่จะออกกำลังกายรักษาสุขภาพ ไม่ให้เราเจ็บไข้ไม่สบายเท่านี้เราก็ไม่ต้องทานยาเหล่านั้นแล้วและเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วงดูแลตับให้ไม่ต้องทำงานหนักได้อีกด้วยค่ะ4. นอนไม่เพียงพอ การนอนไม่เพียงพอนั้นทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า แล้วยังทำให้ตับทำงานแย่ลงอีกด้วย บางคนไม่นอนกลางคืน ทำให้ระบบหยินหยางเสียสมดุลบางคนออกไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์ กลับมาก็รุ่งเช้าในทางแพทย์แผนจีนตับทำงานตั้งแต่ 5 ทุ่มถึงตี 1ฉะนั้นเราต้องนอนก่อนเพื่อรักษาสมดุลของตับนะคะ5. ทานอาหารที่เป็นน้ำมันเยอะ หรืออาหารเลี่ยนมากๆ ไขมัน หรือน้ำมันนั้นเป็นอาหาร ที่ต้องมีในชีวิตประจำวันเพราะเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการนำมาใช้เป็นพลังงาน แต่ทราบไหมคะว่าพวกไขมันจะไปเกาะตับ ทำอันตรายต่อตับ ทำให้เกิดโรคอื่นๆตามมา เช่นโรคไขมันในเลือดสูง ไขมันที่ตับ หรือโรคอ้วนด้วย6. ทานอาหารมื้อดึก การทานอาหารดึกทำให้มีการหลั่งน้ำดีออกมาโดยไม่เป็นเวลา เพื่อที่จะมาช่วยย่อยอาหารที่เรากินเข้าไปทำให้ตับมีการผลิตน้ำดีเพิ่มขึ้นแล้วทำให้ตับทำงานหนักอีกทั้งการเผาผลาญพลังงานในร่างกายก็จะลด ทำให้อ้วนได้ง่ายอีกด้วยค่ะ ตับเป็นเพื่อนที่อยู่ข้างคุณเสมอ ถ้าอยากให้ตับอยู่คู่กับคุณไปนานๆ โปรดหยุดทำร้ายเขาเพราะถ้าตับไม่แข็งแรง สุขภาพโดยรวมของเราก็จะแย่ไปด้วยนะคะ อยากสดใส สุขภาพดี ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ก็อย่าลืมดูแลตับของเรานะคะขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว ระวังเป็นโรคซึมเศร้าตามฤดูกาล

01 พ.ย. 2022

เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว ระวังเป็นโรคซึมเศร้าตามฤดูกาล

ตื่นเช้ามาอากาศเย็นๆ พอเที่ยงๆเริ่มแดดออก ตกบ่ายฟ้าครึ้มเหมือนฝนจะตก…ปรับการใช้ชีวิตกันไม่ทันแล้วค่ะ แล้วอารมณ์ของเราจะปรับทันหรอ จริงมั้ยคะ ? บางวันแอดตื่นมาก็รู้สึกเหนื่อยๆ มองท้องฟ้าครึ้มๆยิ่งรู้สึกเศร้าใจ โดยไม่มีสาเหตุ บางวันแดดร้อนมากๆก็รู้สึกหงุดหงิด นั้นเป็นเพราะอากาศส่งผลต่ออารมณ์ของเรานั้นเองภาพจาก pixabay.com ในทางการแพทย์กล่าวว่า อุณหภูมิที่อยู่ภายนอกมักจะส่งผลต่อระบบการทำงานในร่างกายของตัวเราด้วยยิ่งอากาศลดต่ำลงการทำงานของร่างกายก็จะช้าลง และยังสอดคล้องในเรื่องของระยะเวลาการเกิดกลางวันกลางคืนอีกด้วย ซึ่งช่วงฤดูหนาวเวลากลางวันจะสั้นกว่าช่วงกลางคืน ทำให้ส่งผลต่อนาฬิกาในการใช้ชีวิตของเรา หรือการดำเนินชีวิตของเราก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย ทำให้ร่างกายมีการทำงานและมีกลไกบางอย่างที่ทำงานผิดปกติไป หรือไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับอุณหภูมิภายนอก ก็จะส่งผลให้เกิดอาการทางจิตเวชตามมาภาพจาก brandinside.asiaหรือที่เรียกว่าโรคซึมเศร้าตามฤดูกาล Seasonal affective disorder (SAD) คือ โรคทางอารมณ์ชนิดหนึ่งที่จะเกิดในช่วงเวลาเดียวกัน ในแต่ละปี และมักจะเกิดขึ้นในหน้าหนาว อาจจะทำให้มีอากาศ ซึมเศร้า เก็บตัว รู้สึกเหนื่อยล้าแล้วแบบนี้มีวิธีแก้ไหมนะ?ภาพจาก sunawaythailand.comหากไม่อยากอารมณ์เปลี่ยนไปตามอากาศแบบนี้ก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น ง่ายๆ1.เปิดม่าน ให้ร่างกายได้โดนแดดอ่อนๆในยามเช้า เพราะแสงแดดมีสารที่ชื่อว่า เซโรโทนิน ทำให้อารมณ์ดีขึ้น2.เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น กล้วย ถั่ว ป๋นอาหารที่ช่วยสร้าง เซโรโทนิน ทำให้เราอารมณ์ดี3. ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ 30-60 นาทีต่อวัน นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังทำให้เราเห็นคุณค่าในตัวเอง ทำให้เรามีความสุขกับการใช้ชีวิตมากขึ้นค่ะ ถ้ามีอาการ บางทีก็เศร้าซึมแบบไม่ทราบสาเหตุ อย่าพึ่งคิดมากนะทุกคน บางทีอาจจะเป็นเพราะ สาเหตุข้างต้นได้ เพราะฉนั้น ลองแก้ไขตามวิธีที่แอดให้ไปก่อน หรือวิธีที่ง่ายที่สุด เปิดเพลงฟังให้สบายหู ที่ Green Wave 106.5 FM ก็จะช่วยให้อารมณ์ดีได้นะคะ และหากบทความนี้เป็นประโยชน์ก็แชร์ให้เพื่อนๆได้รู้กันได้เลยน้าแหล่งอ้างอิง : https://www.gqthailand.com/lifestyle/article/men-improve-sex-life-doing-householdแหล่งอ้างอิง : https://nph.go.th/?p=4758แหล่งอ้างอิง : https://www.alljitblog.com/?p=3710

รู้หรือไม่? น้ำเย็นทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง

21 ม.ค. 2022

รู้หรือไม่? น้ำเย็นทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง

รู้หรือไม่? น้ำเย็นทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงอากาศร้อนๆอย่างนี้จะไม่ให้ดื่มน้ำเย็นได้อย่างไร?คนไทยชอบมากกับการดื่มน้ำเย็นไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบน้ำเปล่า น้ำอัดลมไอศกรีม ที่สำคัญชอบใส่น้ำแข็งเสริมให้เย็นเร็วขึ้นน้ำเย็นไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกายถ้าเรารู้ว่าน้ำเย็นมีผลเสียกับร่างกายอาจจะไม่อยากดื่มสังเกตุได้จากคนอายุมากจะชอบดื่มน้ำอุ่นมากกว่าน้ำเย็นเพราะอะไรเราไปหาคำตอบกันค่ะเมื่อเราดื่มน้ำเย็นจัดในเวลาอันรวดเร็วอาจทำให้เกิดอาการBrain freezeหรืออาการเย็นจี๊ดขึ้นสมองปวดศีรษะไปชั่วขณะได้(คนที่เป็นโรคไมเกรนจะมีโอกาสเกิดอาการนี้ง่ายกว่าคนปกติ)โดยเป็นกระบวนการของสมองที่สั่งการส่งเลือดมาไหลเวียนที่หลอดเลือดบริเวณที่เย็นจัดอย่างเฉียบพลันเพื่อทำให้หลอดเลือดบริเวณนั้นอุ่นขึ้นและขยายหลอดเลือดให้ใหญ่ขึ้นจนไปกระตุ้นประสาทส่วนที่รับรู้ถึงความเจ็บปวดไปด้วยจึงเกิดเป็นอาการปวดศีรษะโดยฉับพลันนั่นเอง แต่ไม่ต้องห่วงค่ะอาการนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีและไม่ส่งผลระยะยาวต่อร่างกายใดๆทั้งสิ้นแต่หากจะพูดถึงอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวในแพทย์แผนจีนพบว่าการดื่มน้ำเย็นเป็นประจำทำให้ไตกระเพาะปัสสาวะม้ามกระเพาะอาหารทำงานหนักและขาดสมดุลค่ะการดื่มน้ำเย็นเป็นประจำในผู้สูงอายุอาจจะทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น เพราะแพทย์แผนจีนจะกล่าวถึงความเย็นกระทบไตหยางทำให้ปัสสาวะบ่อยและอั้นปัสสาวะไว้ได้ไม่นานปัสสาวะจะเยอะกว่าคนปกติปวดหลังปวดเอวบ่อยๆ เมื่อไตหยางอ่อนแอไตตั้งอยู่บริเวณเอวจะทำให้เมื่อยหลังเมื่อยเอวตลอดเวลาเข่าอ่อนขาไม่มีเรียวแรงปวดเมื่อยตามร่างกายโดยเฉพาะตามข้อต่างๆเช่นเข่าศอกข้อนิ้ว เพราะความเย็นในน้ำเย็นทำให้กระเพาะอาหารและม้ามอ่อนแอม้ามคุมกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายถ้าหากม้ามอ่อนแอลง จะมีอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อแนะนำให้ประคบร้อนทำให้กล้ามเนื้ออุ่นขึ้นจะช่วยลดปวดได้ค่ะท้องอืดท้องเฟ้อย่อยอาหารได้ช้าลง ไขมันในอาหารจับตัวเป็นไขกระเพาะอาหารทำงานหนักขึ้นใช้เวลาย่อยนานขึ้นในแพทย์แผนจีนจะพูดถึงเรื่องม้ามและกระเพาะอาหาร มีความอ่อนแอลงทำให้การย่อยได้ช้าเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้ออาหารไม่ย่อยหลักแพทย์แผนจีนการดื่มน้ำเย็นจะทำให้พลังหยางในร่างกายลดลงจะทำให้หนาวง่ายปัสสาวะบ่อยมือเท้าเย็นด้วยนะคะแนะนำให้หลีกเลี่ยง ไม่ควรดื่มมากเกินไปควรดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องแทนการดื่มน้ำเย็นจัดและควรรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำควบคุมอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย ออกกำลังกายสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อปรับการทำงานของอวัยวะภายในช่วยให้ไตม้ามกระเพาะแข็งแรงยิ่งขึ้น เมื่ออวัยวะในร่างกายแข็งแรงจะช่วยให้เราสู้กับโรคที่เข้ามาโจมตีเราได้ค่ะขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะFacebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’GirlMusic Travel Lover

album
greenwave
-

-