เขย่งเท้าวันละ 30 ครั้ง ท่าง่ายๆ กระตุ้นอวัยวะได้ทั่วร่างกาย

HEALTHY LIFESTYLE

เขย่งเท้าวันละ 30 ครั้ง ท่าง่ายๆ กระตุ้นอวัยวะได้ทั่วร่างกาย

02 เม.ย. 2026

การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องหนักหน่วงหรือใช้อุปกรณ์มากมายเสมอไปนะคะ เพียงแค่ท่า "เขย่งเท้า" ง่ายๆ ที่ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ก็สามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

ลองทำตาม 4 ขั้นตอนง่ายๆ นี้ทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นนะคะ

STEP 1: เตรียมพร้อมและทรงตัว

• หาพื้นที่ที่มั่นคง เช่น ข้างกำแพง โต๊ะ หรือเก้าอี้

• ใช้มือจับกำแพงหรือเฟอร์นิเจอร์เพื่อช่วยในการทรงตัว

• ยืนตัวตรง สายตามองไปข้างหน้า รักษาสมดุลของร่างกาย

 

STEP 2: เขย่งปลายเท้า

• ค่อยๆ เขย่งปลายเท้าทั้งสองข้างขึ้น พร้อมกับยืดส้นเท้าให้สูงขึ้น

• โฟกัสไปที่การเกร็งกล้ามเนื้อน่อง

• ยกจนรู้สึกตึงที่บริเวณน่องเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องเกร็งมากเกินไป

 

STEP 3: ค้างท่าและผ่อนคลาย

• เมื่อเขย่งจนสุดแล้ว ให้ค้างท่าไว้ประมาณ 3 วินาที

• จากนั้น ค่อยๆ ลดส้นเท้าลงวางบนพื้นอย่างช้าๆ

• พักประมาณ 1 วินาที แล้วจึงเริ่มทำซ้ำในข้อ 2

 

STEP 4: ทำอย่างสม่ำเสมอ

• ทำซ้ำขั้นตอนที่ 2 และ 3 จนครบ 30 ครั้งต่อวัน

• สามารถแบ่งทำเป็นเซตย่อยๆ ระหว่างวันได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องทำรวดเดียว

 

การเขย่งเท้าเป็นประจำนอกจากจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อน่องแล้ว ยังเปรียบเสมือนการปั๊มเลือดจากส่วนล่างของร่างกายกลับสู่หัวใจ ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลองเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม

Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music & Travel Lover

 

related HEALTHY LIFESTYLE

โมโห ทำลายตับ

24 ก.พ. 2023

โมโห ทำลายตับ

ตับเป็นอวัยวะสำคัญของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นของเสีย พิษที่อยู่ในร่างกายหรืออาหารมีพิษที่เรารับประทานกันเข้าไปล้วนแต่ต้องผ่านการกรองสารพิษของตับทั้งสิ้นถ้าหากคุณยังไม่เคยคำนึงถึงการทำงานหนักของตับ คุณอาจจะมีโรคตามมาได้นะคะ1. ดื่มเหล้า ปัจจุบันการดื่มเหล้าสังสรรค์ เป็นเรื่องปกติ สำหรับชีวิตประจำวันไปแล้วไม่ว่าคุณจะมีเรื่องทุกข์ เรื่องสุขก็ขาดเหล้าไม่ได้ เหล้ามีทั้งคุณและโทษเหล้าในหลักแพทย์แผนจีนนั้น มีรสเผ็ด ร้อน สามารถขับเลือด กระตุ้นชีพจรขับความหนาวเย็น นำพายาไปสู่ที่ต่างๆในร่างกายเหล้าเป็นสารที่เข้าทำลายตับโดยตรง เพราะเหล้านั้นจะผ่านตับเพื่อกรองสารพิษดังนั้นตับจะทำงานหนัก ดื่มเหล้ามากๆจะทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้ เช่นตับอักเสบ ตับแข็ง เป็นต้นค่ะ2. หงุดหงิด และโกรธง่าย ไม่ว่าจะเป็นความเครียด คิดมาก ความโกรธ ล้วนแต่เป็นประตูสำหรับโรคภัยไข้เจ็บทั้งสิ้น ดังนั้นเราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยง เรื่องเช่นนี้ได้ในหลักแพทย์แผนจีนความโกรธ จะไปลงอยู่ที่ตับ ทำให้ตับร้อนและทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย วิธีทำให้หายหงุดหงิด ลองตะโกนดังๆ หรือว่าฟังเพลงสบายๆที่ Green Wave เพื่อให้ อารมณ์ calm down ลงนะคะ3. กินยามั่ว ยาต่างๆมีอันตรายต่อตับและไต ตามสำนวนจีนที่ว่า"ขอแค่เป็นยาล้วนมีพิษ" มนุษย์เราก็ไม่ค่อยที่จะระวังเรื่องการทานยาตอนร่างกายแข็งแรงก็กินยาโด๊ปยาบำรุง พอร่างกายอ่อนแอ ก็กินยารักษาแต่รู้ไหมว่า สิ่งที่ทำงานหนักที่สุดคือ ตับและไตฉะนั้นเราควรที่จะออกกำลังกายรักษาสุขภาพ ไม่ให้เราเจ็บไข้ไม่สบายเท่านี้เราก็ไม่ต้องทานยาเหล่านั้นแล้วและเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วงดูแลตับให้ไม่ต้องทำงานหนักได้อีกด้วยค่ะ4. นอนไม่เพียงพอ การนอนไม่เพียงพอนั้นทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า แล้วยังทำให้ตับทำงานแย่ลงอีกด้วย บางคนไม่นอนกลางคืน ทำให้ระบบหยินหยางเสียสมดุลบางคนออกไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์ กลับมาก็รุ่งเช้าในทางแพทย์แผนจีนตับทำงานตั้งแต่ 5 ทุ่มถึงตี 1ฉะนั้นเราต้องนอนก่อนเพื่อรักษาสมดุลของตับนะคะ5. ทานอาหารที่เป็นน้ำมันเยอะ หรืออาหารเลี่ยนมากๆ ไขมัน หรือน้ำมันนั้นเป็นอาหาร ที่ต้องมีในชีวิตประจำวันเพราะเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการนำมาใช้เป็นพลังงาน แต่ทราบไหมคะว่าพวกไขมันจะไปเกาะตับ ทำอันตรายต่อตับ ทำให้เกิดโรคอื่นๆตามมา เช่นโรคไขมันในเลือดสูง ไขมันที่ตับ หรือโรคอ้วนด้วย6. ทานอาหารมื้อดึก การทานอาหารดึกทำให้มีการหลั่งน้ำดีออกมาโดยไม่เป็นเวลา เพื่อที่จะมาช่วยย่อยอาหารที่เรากินเข้าไปทำให้ตับมีการผลิตน้ำดีเพิ่มขึ้นแล้วทำให้ตับทำงานหนักอีกทั้งการเผาผลาญพลังงานในร่างกายก็จะลด ทำให้อ้วนได้ง่ายอีกด้วยค่ะ ตับเป็นเพื่อนที่อยู่ข้างคุณเสมอ ถ้าอยากให้ตับอยู่คู่กับคุณไปนานๆ โปรดหยุดทำร้ายเขาเพราะถ้าตับไม่แข็งแรง สุขภาพโดยรวมของเราก็จะแย่ไปด้วยนะคะ อยากสดใส สุขภาพดี ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ก็อย่าลืมดูแลตับของเรานะคะขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

ปัญหาสุขภาพหัวใจ ที่คุณไม่รู้

27 ม.ค. 2022

ปัญหาสุขภาพหัวใจ ที่คุณไม่รู้

ปัญหาสุขภาพหัวใจ ที่คุณไม่รู้หลายคนมีปัญหาใจสั่น อ่อนเพลียง่าย นอนไม่หลับ หรือว่าเราเครียดนะ แต่ก็ไม่ได้เครียดอะไร แสดงว่าหัวใจคุณมีปัญหา แต่ไปตรวจก็ไม่ได้เจออะไร?แพทย์แผนจีนรวบรวม กลุ่มอาการของหัวใจมาให้ เผื่อใครมีอาการ ไปดูกันเลยค่ะ5 อาการ หัวใจไม่มีแรง (ชีพร่อง)1.อ่อนเพลียง่าย2.ใจสั่นบ่อย3.หายใจไม่สุด4.ปวดบริเวณหน้าอก5.เหงื่อออกง่าย5 อาการนี้ คือ หัวใจไม่มีแรง มักจะมีอาการ อ่อนเพลียง่าย หายใจไม่สุด ใจสั่นบ่อย ปวดตึงบริเวณหน้าอก และมีเหงื่อออกง่ายแพทย์แผนจีนแนะนำ โสม โสมอเมริกา แปะฮัก เม็ดบัว พุทราจีน จะช่วยบำรุงหัวใจ ให้หัวใจกลับมาแข็งแรงได้ค่ะ5 อาการ หัวใจหยางพร่อง1.เหงื่อออกง่าย (กลางวัน)2.ขี้หนาว มือเท้าเย็น3.อ่อนเพลีย4.ปวดบริเวณหน้าอก5.ขาบวมน้ำใครที่มีอาการมือเท้าเย็น เหงือออกง่าย ชอบอ่อนเพลียเสมอๆ แถมยังมีอาการ เท้าชอบบวม ๆ นิด ๆ นั่นคืออาการของหัวใจหยางพร่อง(ไม่มีไฟ) ธาตุไฟในหัวใจน้อย จนทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ทำให้เกิดน้ำคลั่งที่เท้า มือเท้าเย็นง่ายแพทย์แผนจีนแนะนำสำหรับคนที่หัวใจหยางพร่อง สามารถทาน สมุนไพรจีน โสมคน โสมเกาหลี อบเชย ขิงแก่ ที่ช่วยบำรุงพลังหยางในหัวใจได้6 อาการ หัวใจอินพร่อง1.เหงื่อออกง่าย (กลางคืน)2.นอนไม่หลับ3.อ่อนเพลียง่าย4.ปวดบริเวณหน้าอก5.ใจสั่นบ่อย6.คอแห้ง ปากแห้ง6 อาการนี้ คุณอาจเป็นหัวใจไม่แข็งแรง ตรวจแล้วไม่เจออะไรคุณอาจจะมีอาการหัวใจอินพร่อง เหงือออกง่ายในตอนกลางคืน นอนไม่ค่อยหลับ กระสับกระส่าย ใจสั่นบ่อย อ่อนเพลียง่าย ปากแห้งคอแห้งบางครั้งปวดบริเวณกลางอก หลายคนมีอาการแบบนี้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องไทรอยด์ โรคหัวใจ วัณโรค และโลหิตจางแพทย์แผนจีนแนะนำ เนื้อเป็ด หนังหมู ไข่ไก่ สาลี เก๋ากี้ เห็ดหูหนูขาว นม รังนก ที่ช่วยบำรุงอิน ให้หัวใจได้ลดความร้อน บำรุงสารน้ำ ช่วยให้หัวใจแข็งแรงค่ะ6 อาการ หัวใจขาดเลือด1.นอนหลับไม่สนิท2.เวียนศีรษะบ่อย3.อ่อนเพลียง่าย4.ขี้ลืม5.ริมฝีปากซีด6.ตื่นง่ายอาการแบบนี้ อาจจะเป็นได้ว่า หัวใจขาดเลือด หัวใจขาดเลือดหมายถึง เลือดส่งไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ หัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดเข้าไปทั่วร่างกายอาการของหัวใจขาดเลือดในแพทย์แผนจีน มักจะนอนหลับไม่สนิท เวียนศีรษะบ่อย ๆ อ่อนเพลียง่าย ปวดบริเวณกลางอก บางคนริมฝีปากซีด ขี้ลืม และชอบตื่นง่ายแพทย์แผนจีนแนะนำ พุทราจีน 10 ลูก เห็ดหูหนูดำ 30 กรัม น้ำตาลกรวด เล็กน้อย ต้มรวมกัน ทานเป็นประจำ จะช่วยบำรุงเลือด ขับเลือดลม ทำให้เลือดไหลเวียนดีค่ะ6 อาการ หัวใจมีเลือดคั่ง1.ปวดบริเวณหน้าอก2.เจ็บเหมือนเข็มแทง3.อ่อนเพลียง่าย4.ใจสั่น5.มือเท้าเย็น6.ชอบปวดแขนซ้ายภาวะเลือดคั่งในหัวใจ 6 อาการนี้ คุณมีหรือไม่ ส่วนใหญ่คนที่มีอาการพวกนี้มักจะเป็นโรคหัวใจแพทย์แผนจีนแนะนำ ดอกคําฝอย พุทราจีนแดง วันละ 10 เม็ด เมล็ดลำไย 10 เม็ดจะช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี ถ้าหากมีอาการหนักแนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะคะปัญหาหัวใจให้คุณหมอตี้ดูแล แต่ถ้าปัญหาความรักปรึกษาพี่อ้อยพี่ฉอดได้ทุกวันศุกร์ใน Club Friday ส่งเรื่องราวมาก่อนได้ที่ clubfriday@atimemedia.com หรือ Club Friday Fanpage นะคะ พี่อ้อยพี่ฉอดพร้อมดูแลค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะFacebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม- Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover -

ตดเหม็นไม่ใช่เรื่องน่าอาย อาจจะมีอันตรายกับลำไส้

13 ม.ค. 2023

ตดเหม็นไม่ใช่เรื่องน่าอาย อาจจะมีอันตรายกับลำไส้

ตดเหม็นอันตรายไหมการผายลม หรือ การตด ฟังดูแล้วเป็นเรื่องน่าอาย และน่าขบขันไม่น้อย แต่มันก็เป็นเพียงกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกาย ในการขับไล่ลมหรือแก๊สผ่านลำไส้ใหญ่เท่านั้นค่ะ ทุกครั้งที่เรากินอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งพูดคุยทั่วไป เรากลืนอากาศเข้าไปด้วย การตดในชีวิตประจำวันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่หลายคนก็ยังคงมีข้อข้องใจว่า ตดบ่อยแค่ไหนเรียกว่าปกติ? ตดดัง และเหม็นเป็นสัญญาณอันตรายเกี่ยวกับสุขภาพหรือไม่? บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจเกี่ยวกับปัญหาการผายลมเหล่านี้เองค่ะตดบ่อยแค่ไหน เรียกว่าปกติ? โดยปกติแล้ว ผู้ที่มีร่างกายอุดมสมบูรณ์และแข็งแรงดี จะตดประมาณ 14 - 23 ครั้งต่อวัน เมื่อใช้เกณฑ์นี้เป็นตัววัดแล้ว การผายลมที่มากกว่า 23 ครั้งภายในหนึ่งวันถือว่าผิดปกติค่ะ โดยความผิดปกตินี้อาจเกิดจากการรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดแก๊สในร่างกายมากเกินไป เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว ชีส กระหล่ำปลี หัวหอม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม หรืออาจเกิดจากภาวะความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งภายในร่างกายการผายลมบ่อยมากเกินไปนั้น เป็นสัญญาณที่บ่งบอกสุขภาพภายในได้เป็นอย่างดี ซึ่งภาวะหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับการผายลมมีด้วยกันดังนี้ค่ะ• โรคมะเร็งลำไส้• โรคลำไส้แปรปรวน• ระบบดูดซึมอาหารทำงานผิดปกติ• การแพ้อาหารที่มีส่วนประกอบของแลคโตส (lactose) เช่น นมวัวและโยเกิร์ต• ภาวะที่เกี่ยวของกับกระเพาอาหาร เช่น การที่อาหารเป็นพิษ เราควรหมั่นนับจำนวนครั้งที่เราผายลมในแต่ละวัน เพื่อสังเกตการทำงานที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหารและลำไส้ หากมีการผายลมที่บ่อยครั้งเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สได้ง่าย แต่หากยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง และหาทางแก้ไขอย่างเร็วที่สุดนะคะตดดังและตดเหม็น อันตรายหรือไม่?การผายลมที่มีเสียงดัง เกิดจากการที่แก๊สถูกขับออกมาด้วยแรงดันอากาศหรือแรงเบ่งที่สูงมาก หรืออาจเกิดจากการที่แก๊สต้องแทรกตัวผ่านกล้ามเนื้อหูรูดที่บีบตัวแน่น เสียงที่มาพร้อมกับการผายลมจึงไม่ได้บ่งบอกถึงความผิดปกติอะไร ส่วนกลิ่นตดนั้น ขึ้นอยู่กับอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ส่วนใหญ่แล้วอาหารจำพวกโปรตีนจะก่อให้เกิดแก๊สที่มีกลิ่นเหม็นมาก เช่น อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ ไข่ ชีส และนม รวมไปถึงถั่วชนิดต่างๆด้วย อีกทั้งแก๊สเหล่านี้ต้องเดินทางผ่านลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของอาหาร และกากอาหารที่ถูกย่อยสลายแล้ว จึงมีกลิ่นเหม็นเป็นธรรมดาและไม่ถือว่าเป็นสัญญาณของความผิดปกติของสุขภาพแต่อย่างใด ในแพทย์แผนจีนการที่ตดบ่อย และมีกลิ่นเหม็นมากๆนั้น คืออาการของลำไส้ กระเพาะอาหาร ม้ามทำงานไม่ดี กลิ่นเหม็นยิ่งมาก มักจะมาจากความร้อนชื้น การที่จะลดความร้อนชื้นได้นั้น เราไม่ควรรับประทานเนื้อสัตว์เยอะ ไม่รับประทานอาหารที่มีฤทธิ์เผ็ดร้อน พยายามดื่มน้ำมากๆ ก็อาจจะช่วยลดอาการตดเหม็นได้ค่ะ ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

ท้องผูกเรื้อรังทำไงดี?

23 มิ.ย. 2025

ท้องผูกเรื้อรังทำไงดี?

5 อาหาร ยิ่งกิน ยิ่งถ่ายดี1. ลูกพรุน (Prunes)สรรพคุณ: ลูกพรุนมีไฟเบอร์สูงและมีซอร์บิทอล (sorbitol) ซึ่งช่วยเพิ่มความถี่ในการขับถ่ายและปรับปรุงความสม่ำเสมอของอุจจาระงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการบริโภคลูกพรุนและไซเลียม พบว่าลูกพรุนมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการท้องผูกได้ดีกว่าวิธีบริโภค: รับประทานลูกพรุนแห้งประมาณ 50 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 5-6 เม็ดค่ะ2. งาดำ (Black Sesame Seeds)สรรพคุณ: งาดำมีโอเมก้า 3 และแมกนีเซียม ซึ่งช่วยหล่อลื่นผนังลำไส้และส่งเสริมการขับถ่ายงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การศึกษาพบว่างาดำสามารถปรับปรุงการเคลื่อนไหวของลำไส้และบรรเทาอาการท้องผูกได้วิธีบริโภค: โรยงาดำคั่วบนข้าว โจ๊ก หรือผสมในสมูทตี้ก็ได้ค่ะ3. ฟักทอง (Pumpkin)สรรพคุณ: ฟักทองมีไฟเบอร์สูงและน้ำช่วยเพิ่มปริมาณและความนุ่มของอุจจาระงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การศึกษาพบว่าซุปฟักทองสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกในผู้สูงอายุได้วิธีบริโภค: ทำซุปฟักทองหรือเพิ่มฟักทองในเมนูอาหารประจำวัน4. ข้าวกล้อง (Brown Rice)สรรพคุณ: ข้าวกล้องมีไฟเบอร์สูง ช่วยเพิ่มความถี่ในการขับถ่ายและลดเวลาที่อาหารอยู่ในลำไส้งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การศึกษาพบว่าการบริโภคข้าวกล้องช่วยปรับปรุงการทำงานของลำไส้ได้อย่างมีนัยสำคัญวิธีบริโภค: ใช้ข้าวกล้องแทนข้าวขาวในมื้ออาหารประจำวันค่ะ5. เมล็ดเจีย (Chia Seeds)สรรพคุณ: เมล็ดเจียมีไฟเบอร์สูงและเมื่อแช่น้ำจะเกิดเจลที่ช่วยให้อุจจาระนิ่มลงงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: แม้จะไม่มีการศึกษาที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเมล็ดเจียและอาการท้องผูก แต่ไฟเบอร์ในเมล็ดเจียเป็นที่ทราบกันดีว่าช่วยในการขับถ่ายวิธีบริโภค: แช่เมล็ดเจียในน้ำหรือนมพืช แล้วผสมในโยเกิร์ตหรือสมูทตี้ท้องผูกอาจจะเหมือนเรื่องเล็ก แต่ถ้าสะสมไปนานๆ อาจทำให้เกิดหลายโรคได้เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น โรคริดสีดวงทวาร, แผลปริรอบทวารหนัก, กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแอ, ไส้เลื่อน, ลำไส้อุดตัน และอาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญ่ มาเริ่มปรับ เปลี่ยน เพิ่มอาหารที่จะช่วยให้เราท้องผูกน้อยลงดีกว่าค่ะขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

album
greenwave
-

-