3 โรคเป็นง่าย ในวันที่อากาศเปลี่ยน ร่างกายอ่อนแอ

HEALTHY LIFESTYLE

3 โรคเป็นง่าย ในวันที่อากาศเปลี่ยน ร่างกายอ่อนแอ

17 ก.ค. 2025

1. ไข้หวัดใหญ่

เกิดจากเชื้อที่อยู่ในน้ำมูกน้ำลายหรือเสมหะของผู้ป่วย ติดต่อโดยการไอจาม หรือสัมผัสกับสิ่งที่ปนเปื้อนเชื้อโรค มักมีอาการ ไข้สูง ตัวร้อน กลัวหนาว ปวดตามกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ ไอแห้ง จะมีอาการขมคอ และจุกแน่นท้อง

 

วิธีป้องกัน ให้ล้างมือเป็นประจำ หลีกเลี่ยงเอามือเข้าปากแล้วขยี้ตา ไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่น สวมผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม ถ้าหากมีอาการให้นอนพักผ่อนเยอะๆ ไม่ควรที่จะออกกำลังกายควร ดื่มน้ำเปล่าให้มาก ควรดื่มน้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เพื่อป้องกันหวัด ดื่มน้ำซุปที่ร้อนๆ น้ำขิงจะช่วยปรับสมดุลของกระเพาะอาหารและช่วยไล่หวัดได้ดี

 

2. อุจจาระร่วง

เกิดจากการกินการดื่มอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อน หรือมีเชื้อโรคที่มือ แล้วเอามือไปหยิบอาหารเข้าปาก หลังจากนั้น 3 - 4 ชั่วโมง จะเกิดอาการถ่ายบ่อย มีไข้หรือมีมูกในอุจจาระ บางคนจะมีอาการไข้ขึ้นสูง ถ้าหากทานไม่ถูกสุขลักษณะมีแมลงวันมาตอมก็จะสามารถแพร่ให้กับผู้อื่นทำให้เกิดการระบาดได้ค่ะ

 

วิธีป้องกัน ให้ล้างมือเป็นประจำ ถ้าหากมีอาการถ่ายไม่ควรซื้อยาประเภทหยุดถ่ายมากินเอง ควรดื่มน้ำเกลือแร่ ดื่มบ่อๆให้เพียงพอกับของเสียที่ออกไป ถ้าหากไม่ดื่มเกือแร่จะทำให้ร่างกายขาดสมดุลของเกลือแร่ จะทำให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลันได้เนื่องจากขาดน้ำ ควรดื่มน้ำให้สะอาด ปรุงอาหารให้สุก ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร หรือเข้าห้องน้ำทุกครั้ง 藿香(ฮั่วเซียง) เป็นยาจีนที่ช่วยเรื่องการปรับสมดุลย์ของลำไส้ ช่วยหยุดคลื่นไส้ อาเจียนและช่วยหยุดถ่าย แพทย์แผนจีนจะใช้ในการไล่ลม ให้ความร้อนแก่กระเพาะอาหาร และลำไส้ และช่วยลดไข้ได้ด้วย

 

3. ปอดบวม

เกิดจากการติดเชื้อของปอดเพราะการหายใจเอาเชื้อที่อยู่ตามอากาศเข้ามาในลำคอจากปากพูดลงไปในปอด หรือคนที่มีเสมหะเป็นประจำ ก็ทำให้ปัญหาได้ อาการจะมีไข้สูง ไอเป็นประจำ เจ็บหน้าอก หายใจหอบ มีเสมหะมาก  ถ้าเป็นเด็กจะมีอาการตัวร้อน หายใจจนชายโครงบุ๋ม ถ้ามีลักษณะแบบนี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะ

 

วิธีป้องกัน ควรหมั่นดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ  หลีกเลี่ยงไปในที่แออัด มันล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ

 

“เพราะฝนที่ตกอยู่ทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้” ฝนตกเกือบทุกวัน ดูแลสุขภาพร่างกายกันเยอะๆนะคะ ส่วนเรื่องใจให้พี่อ้อยพี่ฉอดและ GREEN WAVE ช่วยดูแลค่ะ ^^

 

ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม

Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music & Travel Lover

related HEALTHY LIFESTYLE

งานหนัก ใจยังไหว ร่างกายไหวไหม ?

26 เม.ย. 2023

งานหนัก ใจยังไหว ร่างกายไหวไหม ?

คนทำงานบางคนอาจเจองานหนักบ้าง เบาบ้างไม่เหมือนกันแต่ทราบไหมคะว่าคนที่ทำงานหนักจะเกิดความเครียดสะสม ซึ่งเจ้าความเครียดนี่เหละค่ะเป็นสาเหตุของหลายโรคเลยนะคะ เรามาเรียนรู้ลักษณะของคนที่'ทำงานหนัก'เกินไปกันดีกว่าค่ะ1.ปวดตาและตาแห้ง คนที่ทำงานหนักมักจะมีความเครียด ทำให้ตับเสียสมดุล ดวงตาเป็นประตูแห่งตับ เมื่อตับร้อน จะทำให้ปวดตา ตาร้อน และตาแห้งได้ แพทย์แผนจีนแนะนำให้เอาผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนแล้วประคบไว้บริเวณดวงตาประมาณ30นาทีค่ะ2.เจ็บคอ เสียงแหบ การทำงานหนักนั้นจะทำให้ใจร้อน เร่งรีบ แล้วร่างกายจะร้อนตามหัวใจไปด้วยคนที่ทำงานหนักมักจะเจ็บคอ หรือเป็นแผลในปากได้ง่ายแพทย์แผนจีนแนะนำให้ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งนะคะจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ค่ะ3.ปวดหัว มึนหัว ความเครียดทำให้ตับขาดสมดุล เมื่อตับขาดสมดุลก็จะเกิดความร้อนที่ตับความร้อนมีลักษณะที่พุ่งขึ้น ทำให้รู้สึกปวดหัว หรือมึนหัวได้ง่ายแพทย์แผนจีนแนะนำให้ใช้นิ้วมือนวดด้วยตัวเองบริเวณระหว่างหัวคิ้ว ท้ายทอยและขมับ สัก30นาที จะช่วยผ่อนคลายอาการปวดหัวได้ค่ะ4.กล้ามเนื้อบริเวณไหล่แข็งกว่าปกติ อาการนี้เป็นผลจากการนั่งท่าเดียวนานๆ ทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดีและเกิดการเกร็งบริเวณไหล่ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นแข็งกว่าปกติแนะนำให้นวด หรือไม่ก็ลองจัดกระดูก ฝังเข็มค่ะ5.รับประทานอาหารมากกว่าปกติ ภาวะเครียดจะทำให้เรารับประทานอาหารมากเป็นพิเศษตามหลักแพทย์แผนจีนนั้นเมื่อม้ามอ่อนแอจะทำให้ไฟในกระเพาะมากขึ้นไฟมากก็เผาพลาญแรง ทำให้กินอาหารไม่อิ่ม และอยากกินเรื่อยๆข้อนี้อาจต้องใช้ยาทานเข้าช่วยปรับสมดุลในร่างกายค่ะ6.ความจำลดลง การทำงานหนักจะเผาพลาญพลังของร่างกาย โดยส่วนใหญ่แล้วพลังนี้จะมาจากไตพลังไตเป็นพลังที่หล่อเลี้ยงสมอง หากพลังไตโดนใช้ไปหมดพลังไตก็จะขึ้นไม่ถึงสมอง ทำให้ความจำเราลดลง แพทย์แผนจีนแนะนำให้นั่งสมาธิช่วยได้ค่ะ7.หงุดหงิดง่าย หงุดหงิดง่ายอันนี้ปกติค่ะใครทำงานหนักแล้วไม่หงุดหงิด นับถือจริงๆความหงุดหงิดเกิดมาจากความเครียดที่สะสม อาการนี้ตามหลักแพทย์แผนจีนเรียกว่า'พลังตับติดขัด'แบบว่ามันแน่นอก ต้องยกออก เป็นบ่อยกับคนที่เครียดวิธีแก้อาจจะต้องปล่อยวาง หรือกินยาปรับสมดุล ลดไฟในตับค่ะ8.ร่างกายรู้สึกเหนื่อยง่าย เหนื่อยง่ายมาจากสาเหตุที่ร่างกายทำงานหนัก ใช้พลังจนหมด ในทางแพทย์แผนจีนเมื่อพูดว่าพลัง ก็คือ'ชี่'ถ้าพลังชี่อ่อนแอหรือใช้จนหมด ก็เหมือนแบตเตอรี่ที่เหลือไฟแค่ขีดเดียว รอเวลาชาร์ตซึ่งแพทย์แผนจีนแนะนำให้ดื่มชา หรือซุปที่มีส่วนผสมของโสมอเมริกาเพราะสรรพคุณเป็นยาบำรุงพลังและหยิน หรือว่าทานยาปรับสมดุลก็ได้เช่นกันค่ะ เราต่างต้องทำงานหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว สุขภาพของเราย่อมสำคัญที่สุด ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขกับการทำงานค่ะ หรือจะเปิด Green Wave เป็นเพื่อนระหว่างทำงาน ช่วยลดความเครียดได้นะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

เขย่งเท้าวันละ 30 ครั้ง ท่าง่ายๆ กระตุ้นอวัยวะได้ทั่วร่างกาย

02 เม.ย. 2026

เขย่งเท้าวันละ 30 ครั้ง ท่าง่ายๆ กระตุ้นอวัยวะได้ทั่วร่างกาย

การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องหนักหน่วงหรือใช้อุปกรณ์มากมายเสมอไปนะคะ เพียงแค่ท่า "เขย่งเท้า" ง่ายๆ ที่ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ก็สามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ลองทำตาม 4 ขั้นตอนง่ายๆ นี้ทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นนะคะSTEP 1: เตรียมพร้อมและทรงตัว• หาพื้นที่ที่มั่นคง เช่น ข้างกำแพง โต๊ะ หรือเก้าอี้• ใช้มือจับกำแพงหรือเฟอร์นิเจอร์เพื่อช่วยในการทรงตัว• ยืนตัวตรง สายตามองไปข้างหน้า รักษาสมดุลของร่างกายSTEP 2: เขย่งปลายเท้า• ค่อยๆ เขย่งปลายเท้าทั้งสองข้างขึ้น พร้อมกับยืดส้นเท้าให้สูงขึ้น• โฟกัสไปที่การเกร็งกล้ามเนื้อน่อง• ยกจนรู้สึกตึงที่บริเวณน่องเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องเกร็งมากเกินไปSTEP 3: ค้างท่าและผ่อนคลาย• เมื่อเขย่งจนสุดแล้ว ให้ค้างท่าไว้ประมาณ 3 วินาที• จากนั้น ค่อยๆ ลดส้นเท้าลงวางบนพื้นอย่างช้าๆ• พักประมาณ 1 วินาที แล้วจึงเริ่มทำซ้ำในข้อ 2STEP 4: ทำอย่างสม่ำเสมอ• ทำซ้ำขั้นตอนที่ 2 และ 3 จนครบ 30 ครั้งต่อวัน• สามารถแบ่งทำเป็นเซตย่อยๆ ระหว่างวันได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องทำรวดเดียวการเขย่งเท้าเป็นประจำนอกจากจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อน่องแล้ว ยังเปรียบเสมือนการปั๊มเลือดจากส่วนล่างของร่างกายกลับสู่หัวใจ ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลองเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวนะคะขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

ฝันร้าย ผลเสียของร่างกาย

22 ธ.ค. 2022

ฝันร้าย ผลเสียของร่างกาย

ใครฝันร้ายบ่อยๆ แสดงถึงสุขภาพไม่ดีฝันร้ายเป็นภาวะที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับ คนที่ฝันร้ายเรื้อรังจะทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆได้ด้วย เช่น โรคซึมเศร้า โรคหัวใจ โรคปวดหัวไมเกรน หลายคนถึงขนาดมีภาวะอ้วนดังนั้นผู้ที่ประสบภาวะวิตกกังวล หรือเป็นโรคซึมเศร้าด้วย อาจจะชอบฝันเป็นประจำ ถ้าหากผู้ที่ฝันร้ายอันเป็นผลจากการเป็นโรคไม่ได้รับการรักษา ป่วยเป็นโรคเครียดหลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ อาจจะมีปัญหาของภาวะหยุดหายใจในขณะหลับได้ มีผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ เนื่องจากภาวะดังกล่าวจะส่งผลต่อคุณภาพการใช้ชีวิตทำไมถึงชอบฝันร้ายฝันร้ายจัดเป็นภาวะของการนอนหลับที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน อาจจะมีปัจจัยดังนี้ค่ะคนที่ชอบรับประทานอาหารก่อนเข้านอนผู้ที่รับประทานอาหารหรือขนมก่อนเข้านอนอาจหลับฝันร้ายได้ เนื่องจากการรับประทานอาหารก่อนนอนส่งผลให้การทำงานของระบบเมตาบอลิซึมเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังส่งสัญญาณให้สมองตื่นตัวมากกว่าเดิม ในแพทย์แผนจีนจะพูดถึงม้ามไม่แข็งแรง ถ้าหากรับประทานอาหารจะทำให้ท้องอืด ลมตีขึ้นกระทบหัวใจ ทำให้นอนไม่หลับ และฝันร้ายเสมอๆค่ะเจ็บป่วย ผู้ที่ล้มป่วยและมีไข้ร่วมด้วยอาจฝันร้ายได้คนที่นอนบ่อยๆเป็นประจำ จะทำให้หัวใจพร่อง ก็จะทำให้ฝันร้ายได้เช่นกันนอนน้อย การนอนหลับไม่เพียงพอก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฝันร้ายได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจชี้ชัดได้ว่าการนอนน้อยจะทำให้เกิดการฝันร้ายจนส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ การนอนน้อยในแพทย์แผนจีนจะทำให้หัวใจร้อน และทำให้ฝันร้ายบ่อยๆดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินไป นับเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะฝันร้ายแพทย์แผนจีนพูดถึงการนอนหลับฝันว่าอย่างไร?ความฝันอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ฝันร้ายเป็นประจำ อาจจะกลายเป็นความผิดปกติ ซึ่งอาจจะบ่งบอกถึงสภาวะการทำงานต่างๆของอวัยวะภายในร่างกาย เกี่ยวกับ หัวใจ ม้าม ไต และตับ ซึ่งในทางการแพทย์แผนจีน ให้มุมมองเกี่ยวกับการนอนหลับว่าเป็นการสร้างสมดุลให้กับร่างกายของเราให้แข็งแรง เป็นการพักผ่อนของวัน แต่ถ้าหากเราเกิดอาการนอนไม่หลับหรือฝันเป็นประจำ หรือฝันร้ายทุกคืน ก็อาจจะเป็นอาการที่สามารถบ่งบอกความผิดปกติของอวัยวะภายในเหล่านี้ได้ค่ะและถึงแม้ว่าเรื่องของการนอน และการหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ เป็นเรื่องที่สามารถสร้างสมดุลให้กับร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเราสดชื่น มีพลังงาน สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่สำหรับบางคน สิ่งนี้กลับกลายเป็นปัญหา เนื่องจากบางคนอาจจะเกิดอาการเหนื่อยล้าจากการนอนหลับพักผ่อน ซึ่งถึงแม้ว่าจะนอนหลับมาแล้ว 8 - 10 ชั่วโมง มีความฝัน และทำให้นอนไปรู้สึกไม่เพียงพอ หรือว่าบางคนอาจจะนอนมากจนเกินไปแต่สุดท้ายแล้ว ก็ยังคงรู้สึกง่วง อยากนอนอยู่ตลอดเวลา บางคนเกิดอาการนอนไม่หลับ ซึ่งอาจจะมีสาเหตุหลักมาจากเป็นปัญหาที่ตับการถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์โกรธหรือโมโห ทำให้สภาวะสมองแปรปรวนแสดงว่าเป็นปัญหาที่ตับเป็นปัญหาที่ม้ามกระเพาะอาการอาหารไม่ย่อย ทำให้ระบบย่อยทำงานมากขึ้นในระหว่างที่เรากำลังนอน รวมไปถึงการกินดึกจนเกินไป จนทำให้ระบบย่อย ซึ่งทางการแพทย์แผนจีนจะเรียกการนอนไม่หลับจากสาเหตุที่อาหารไม่ย่อย มีการตกค้างของอาหารเป็นต้นเหตุเป็นปัญหาที่หัวใจเกิดจากความวิตกกังวลหรือจิตใจหมกมุ่นกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนเกินไปจนกระทบกระเทือน ต่อม้าม ซึ่งเป็นอวัยวะที่ควบคุมระบบการย่อย ทำให้พลังและเลือดจะลดลงจนไม่สามารถย่อยอาหาร หรือดูดซึมได้อย่างเต็มที่ ไม่สามารถส่งพลังไปยังหัวใจ ทำให้หัวใจอ่อนแอเป็นปัญหาที่ถุงน้ำดีและหัวใจในแพทย์แผนจีน หัวใจและถุงน้ำดี ซึ่งจะส่งผลต่อการควบคุมความฝันโดยตรง ซึ่งอาจจะทำให้เราฝันร้ายบ่อยๆ จนทำให้เกิดอาการหวาดกลัวในการหลับ เช่น ไม่กล้านอนคนเดียว หรือมีภาวะจิตประสาท เป็นสภาวะที่จะทำให้นอนไม่หลับทั้งคืน บางคืนอาจจะมีอาการป่วยทางจิต มีอาการร้องไห้สลับกับหัวเราะ ซึ่งอาจจะมีปัจจัยแวดล้อม หรือเกิดมาจากสาเหตุต่างๆจนทำให้เกิดโรคจิตประสาทได้เช่นกันแล้วเราจะป้องกันภาวะฝันร้ายแบบนี้ได้อย่างไรสร้างสุขลักษณะการนอนการสร้างสุขลักษณะที่ดีในการนอนหลับ จะช่วยให้ไม่หลับฝันร้าย ควรเริ่มเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรงีบหลับระหว่างวัน ในกรณีที่ไม่ได้ป่วยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ทั้งนี้ไม่ควรรับประทานอาหารหรือออกกำลังกายตอนช่วงใกล้เข้านอน และเลี่ยงการอ่านหนังสือหรือดูภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาน่ากลัวออกกำลังกายผู้ที่ฝันร้ายจากอาการวิตกกังวล หรือความเครียดควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อบรรเทาภาวะฝันร้าย โดยอาจเลือกเล่นโยคะหรือทำสมาธิ เพื่อช่วยให้จิตใจสงบขึ้นจัดสภาพแวดล้อมสำหรับการนอนให้หน้านอนควรจัดห้องนอน และเตียงนอนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนเลี่ยงและจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน เนื่องจากสารกระตุ้นทั้งสองอย่างอาจตกค้างอยู่ในร่างกายมากกว่า 12 ชั่วโมง ส่งผลให้รบกวนการนอนได้ฝันดี ฝันร้าย บ่งบอกถึงสุขภาพได้อย่างไรแพทย์แผนจีนกล่าวถึงความฝันของคนเราเอาไว้ว่า ความฝันสัมพันธ์กับหัวใจ กำกับสติและความรู้สึกนึกคิด ถ้าหัวใจพร่อง เลือดไม่พอ อินพร่อง หยางพร่องก็ทำให้หัวใจ ขาดพลัง ทำให้หัวใจมีปัญหา และทำให้สติและความรู้สึกนึกคิดของเรามีปัญหาด้วย ฉะนั้นการรักษาฝันต้องพึ่งการนอนหลับให้ดี ลดความกังวล บำรุงเลือด และลดไฟในหัวใจ แต่ถ้าเรามีภาวะจิตใจว้าวุ่นแปรปรวนมาก ทำให้สติและความรู้สึกนึกคิดทำให้เกิดความฝัน ทำให้ระบบประสาทตื่นตัวจนมีความฝันเกิดขึ้น ขาดความสดชื่น ขาดพลังสติปัญญา ทำให้รู้สึกอ่อนล้า อ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา ซึ่งลักษณะของความฝันเป็นประจำ ทำให้หัวใจอ่อนล้า และอาจจะทำให้เกิดความผิดปกติของอวัยวะภายในต่างๆได้อีกด้วยค่ะใครฝันร้ายบ่อยๆ อาจจะไม่ได้น่ากลัวแค่ในฝันแล้วนะคะ เพราะแสดงถึงสุขภาพที่ไม่ดี ต้องรีบดูและเรื่องการนอนพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ ถ้านอนไม่หลับเปิดฟัง Green Wave ฟังก่อนนอนได้นะคะ Zzzขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

ท้องผูกเรื้อรังทำไงดี?

23 มิ.ย. 2025

ท้องผูกเรื้อรังทำไงดี?

5 อาหาร ยิ่งกิน ยิ่งถ่ายดี1. ลูกพรุน (Prunes)สรรพคุณ: ลูกพรุนมีไฟเบอร์สูงและมีซอร์บิทอล (sorbitol) ซึ่งช่วยเพิ่มความถี่ในการขับถ่ายและปรับปรุงความสม่ำเสมอของอุจจาระงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการบริโภคลูกพรุนและไซเลียม พบว่าลูกพรุนมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการท้องผูกได้ดีกว่าวิธีบริโภค: รับประทานลูกพรุนแห้งประมาณ 50 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 5-6 เม็ดค่ะ2. งาดำ (Black Sesame Seeds)สรรพคุณ: งาดำมีโอเมก้า 3 และแมกนีเซียม ซึ่งช่วยหล่อลื่นผนังลำไส้และส่งเสริมการขับถ่ายงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การศึกษาพบว่างาดำสามารถปรับปรุงการเคลื่อนไหวของลำไส้และบรรเทาอาการท้องผูกได้วิธีบริโภค: โรยงาดำคั่วบนข้าว โจ๊ก หรือผสมในสมูทตี้ก็ได้ค่ะ3. ฟักทอง (Pumpkin)สรรพคุณ: ฟักทองมีไฟเบอร์สูงและน้ำช่วยเพิ่มปริมาณและความนุ่มของอุจจาระงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การศึกษาพบว่าซุปฟักทองสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกในผู้สูงอายุได้วิธีบริโภค: ทำซุปฟักทองหรือเพิ่มฟักทองในเมนูอาหารประจำวัน4. ข้าวกล้อง (Brown Rice)สรรพคุณ: ข้าวกล้องมีไฟเบอร์สูง ช่วยเพิ่มความถี่ในการขับถ่ายและลดเวลาที่อาหารอยู่ในลำไส้งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การศึกษาพบว่าการบริโภคข้าวกล้องช่วยปรับปรุงการทำงานของลำไส้ได้อย่างมีนัยสำคัญวิธีบริโภค: ใช้ข้าวกล้องแทนข้าวขาวในมื้ออาหารประจำวันค่ะ5. เมล็ดเจีย (Chia Seeds)สรรพคุณ: เมล็ดเจียมีไฟเบอร์สูงและเมื่อแช่น้ำจะเกิดเจลที่ช่วยให้อุจจาระนิ่มลงงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: แม้จะไม่มีการศึกษาที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเมล็ดเจียและอาการท้องผูก แต่ไฟเบอร์ในเมล็ดเจียเป็นที่ทราบกันดีว่าช่วยในการขับถ่ายวิธีบริโภค: แช่เมล็ดเจียในน้ำหรือนมพืช แล้วผสมในโยเกิร์ตหรือสมูทตี้ท้องผูกอาจจะเหมือนเรื่องเล็ก แต่ถ้าสะสมไปนานๆ อาจทำให้เกิดหลายโรคได้เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น โรคริดสีดวงทวาร, แผลปริรอบทวารหนัก, กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแอ, ไส้เลื่อน, ลำไส้อุดตัน และอาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญ่ มาเริ่มปรับ เปลี่ยน เพิ่มอาหารที่จะช่วยให้เราท้องผูกน้อยลงดีกว่าค่ะขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

album
greenwave
-

-