โมโห ทำลายตับ

HEALTHY LIFESTYLE

โมโห ทำลายตับ

24 ก.พ. 2023

ตับเป็นอวัยวะสำคัญของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นของเสีย พิษที่อยู่ในร่างกาย หรืออาหารมีพิษที่เรารับประทานกันเข้าไป ล้วนแต่ต้องผ่านการกรองสารพิษของตับทั้งสิ้น ถ้าหากคุณยังไม่เคยคำนึงถึงการทำงานหนักของตับ คุณอาจจะมีโรคตามมาได้นะคะ

 

1. ดื่มเหล้า
            ปัจจุบันการดื่มเหล้าสังสรรค์ เป็นเรื่องปกติ สำหรับชีวิตประจำวันไปแล้ว ไม่ว่าคุณจะมีเรื่องทุกข์ เรื่องสุขก็ขาดเหล้าไม่ได้ เหล้ามีทั้งคุณและโทษ เหล้าในหลักแพทย์แผนจีนนั้น มีรสเผ็ด ร้อน สามารถขับเลือด กระตุ้นชีพจร ขับความหนาวเย็น นำพายาไปสู่ที่ต่างๆในร่างกาย เหล้าเป็นสารที่เข้าทำลายตับโดยตรง เพราะเหล้านั้นจะผ่านตับเพื่อกรองสารพิษ ดังนั้นตับจะทำงานหนัก ดื่มเหล้ามากๆจะทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้ เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง เป็นต้นค่ะ
 

2. หงุดหงิด และโกรธง่าย
            ไม่ว่าจะเป็นความเครียด คิดมาก ความโกรธ ล้วนแต่เป็นประตูสำหรับโรคภัยไข้เจ็บทั้งสิ้น ดังนั้นเราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยง เรื่องเช่นนี้ได้ ในหลักแพทย์แผนจีนความโกรธ จะไปลงอยู่ที่ตับ ทำให้ตับร้อน และทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย วิธีทำให้หายหงุดหงิด ลองตะโกนดังๆ หรือว่าฟังเพลงสบายๆที่ Green Wave เพื่อให้ อารมณ์ calm down ลงนะคะ
 

3. กินยามั่ว
            ยาต่างๆมีอันตรายต่อตับและไต ตามสำนวนจีนที่ว่า "ขอแค่เป็นยาล้วนมีพิษ" มนุษย์เราก็ไม่ค่อยที่จะระวังเรื่องการทานยา ตอนร่างกายแข็งแรงก็กินยาโด๊ปยาบำรุง พอร่างกายอ่อนแอ ก็กินยารักษา แต่รู้ไหมว่า สิ่งที่ทำงานหนักที่สุดคือ ตับและไต ฉะนั้นเราควรที่จะออกกำลังกายรักษาสุขภาพ ไม่ให้เราเจ็บไข้ไม่สบาย เท่านี้เราก็ไม่ต้องทานยาเหล่านั้นแล้ว และเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วงดูแลตับให้ไม่ต้องทำงานหนักได้อีกด้วยค่ะ
 

4. นอนไม่เพียงพอ
            การนอนไม่เพียงพอนั้นทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า แล้วยังทำให้ตับทำงานแย่ลงอีกด้วย บางคนไม่นอนกลางคืน ทำให้ระบบหยินหยางเสียสมดุล บางคนออกไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์ กลับมาก็รุ่งเช้า ในทางแพทย์แผนจีนตับทำงานตั้งแต่ 5 ทุ่มถึงตี 1 ฉะนั้นเราต้องนอนก่อนเพื่อรักษาสมดุลของตับนะคะ 

 

5. ทานอาหารที่เป็นน้ำมันเยอะ หรืออาหารเลี่ยนมากๆ
            ไขมัน หรือน้ำมันนั้นเป็นอาหาร ที่ต้องมีในชีวิตประจำวัน เพราะเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการนำมาใช้เป็นพลังงาน แต่ทราบไหมคะว่า พวกไขมันจะไปเกาะตับ ทำอันตรายต่อตับ ทำให้เกิดโรคอื่นๆตามมา เช่น โรคไขมันในเลือดสูง ไขมันที่ตับ หรือโรคอ้วนด้วย

 

6. ทานอาหารมื้อดึก
            การทานอาหารดึกทำให้มีการหลั่งน้ำดีออกมาโดยไม่เป็นเวลา เพื่อที่จะมาช่วยย่อยอาหารที่เรากินเข้าไป ทำให้ตับมีการผลิตน้ำดีเพิ่มขึ้นแล้วทำให้ตับทำงานหนัก อีกทั้งการเผาผลาญพลังงานในร่างกายก็จะลด ทำให้อ้วนได้ง่ายอีกด้วยค่ะ


            ตับเป็นเพื่อนที่อยู่ข้างคุณเสมอ ถ้าอยากให้ตับอยู่คู่กับคุณไปนานๆ โปรดหยุดทำร้ายเขา เพราะถ้าตับไม่แข็งแรง สุขภาพโดยรวมของเราก็จะแย่ไปด้วยนะคะ  อยากสดใส สุขภาพดี ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ก็อย่าลืมดูแลตับของเรานะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม

Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music & Travel Lover

related HEALTHY LIFESTYLE

เช็คด่วน! พฤติกรรมเสี่ยงโรคร้ายทำลายสุขภาพวัยทำงาน

18 ม.ค. 2024

เช็คด่วน! พฤติกรรมเสี่ยงโรคร้ายทำลายสุขภาพวัยทำงาน

ในชีวิตของการทำงานผู้คนมักเร่งรีบ แข่งขันกับเวลาอยู่เสมอ เลยอาจจะมักทำพฤติกรรมที่ส่งผลร้ายจนเป็นเรื่องปกติ และเผลอละเลยสุขภาพของตนเองไป1. นั่งท่าเดิมนานเกินไปโรคออฟฟิศซินโดรมเป็นโรคที่ชาวออฟฟิศหลายคนรู้จักกัน เพราะเกิดจากการนั่งทำงานตลอดวันแบบไม่ค่อยได้เปลี่ยนท่าทาง ทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการตึง ก่อให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบจนมีอาการปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ปวดหลัง ไหล่ คอ และบ่า รวมถึงการจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ส่งผลให้ปวดตา ปวดกระบอกตา และเสี่ยงโรคไมเกรนได้ด้วยเช่นกัน2. นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอคนส่วนใหญ่มักคิดว่าการนอนดึกมักไม่ใช่ปัญหาใหญ่ และไม่ทราบถึงภัยอันตรายที่ส่งผลต่อสุขภาพหลายคนอาจคิดว่านอนดึก เดี๋ยวค่อยตื่นสายก็ได้ แต่พฤติกรรมแบบนี้จะส่งผลให้นาฬิกาชีวิตพังหรือร่างกายทำงานไม่เป็นระบบ เพราะอวัยวะในแต่ละส่วนของร่างกายมีนาฬิกาเป็นของตัวเอง ฮอร์โมนในร่างกายอีกหลายชนิดหลั่งเป็นเวลา ส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญคือ การนอน เนื่องจากร่างกายต้องการเวลาในการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ที่ซึกหรอ รวมไปถึงฟื้นฟูร่างกายให้พร้อม การที่นอนดึกและพักผ่อนไม่เพียงพอนั้น จะทำให้มีปัญหาในระยะยาวได้ เช่น นอนตื่นมาแล้วไม่สดชื่น สมาธิสั้น รวมถึงเสี่ยงต่อโรคร้ายอีกหลายโรค3. อดอาหารเช้า/ทานอาหารไม่ตรงเวลาเพื่อที่จะได้เข้างานตรงเวลา หลายคนเลยมองข้ามการทานอาหารเช้าไป หรือว่าทำงานจนลืมเวลาอาหาร ทานไม่ตรงเวลา หรือกระทั่งอดมื้อนั้นๆไปเลย พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร เสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคหลายโรค ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหารอักเสบ โรคกรดไหลย้อน โรคลำไส้แปรปรวน และโรคท้องผูกเรื้อรังได้4. ทานอาหารไม่มีประโยชน์ชีวิตประจำวันที่ต้องเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา คนส่วนใหญ่มักบริโภคอาหารรสจัด ของมัน ของทอด น้ำอัดลม อาหารJunk Food หรืออาหารสำเร็จรูปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือการทำงานจนดึกดื่นแล้วค่อยมากินข้าวทีเดียวก่อนนอน พฤติกรรมแบบนี้ทำให้มีความเสี่ยงที่เกิดโรคตามมามากมาย เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคตับ โรคอาหารไม่ย่อย และโรคอื่น ๆ อีกมากมาย เนื่องจากอาหารประเภทนี้มักจะมีไขมันและคอเลสเตอรอลในอัตราที่สูงมาก รวมไปถึงปริมาณน้ำตาลและโซเดียมที่สูงกว่าอาหารทั่วไป5. ดื่มเหล้า สูบบุหรี่การดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสังสรรค์กับเพื่อนหลังเลิกงาน ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสุขและความสัมพันธ์ที่ดี แต่การสังสรรค์ที่มากจนเกินไป อาจเกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษและทำให้ร่างกายพังได้ รวมถึงส่งผลให้พักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะทำให้เสี่ยงต่อโรคตับแข็ง มะเร็งตับ หรือโรคหัวใจได้ นอกจากนี้บางคนยังนิยมสูบบุหรี่ระหว่างการทำงานด้วย ทำให้เสี่ยงต่อการโรคมะเร็งปอด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมไปถึงโรคอื่น ๆ ที่จะตามมาในอนาคต6. กลั้นปัสสาวะขณะทำงาน ไม่ยอมลุกไปเข้าห้องน้ำการนั่งเป็นเวลานานและไม่หยุดพัก นอกจากจะเสี่ยงในเรื่องของออฟฟิศซินโดรมแล้ว อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของกระเพาะปัสสาวะอีกด้วย เนื่องจากการนั่งทำงานจนไม่ลุกไปไหนแม้แต่การเข้าห้องน้ำและกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ทำให้เชื้อโรคในปัสสาวะเจริญเติบโตได้ดี เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบและกรวยไตอักเสบขอบคุณข้อมูลจาก:https://th.jobsdb.com/th/career-advice/article/7-%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9Ehttps://www.bangkokhospital.com/content/7-popular-diseases-that-threaten-workersAuthor : สามสิบสิงหา

ใช้ชีวิตสิ้นเปลือง ต่อไประวังไตอ่อนแอ

06 มี.ค. 2025

ใช้ชีวิตสิ้นเปลือง ต่อไประวังไตอ่อนแอ

หลายคนอยากให้ตัวเองมีความหนุ่มสาวในระยะเวลายาวนานมีอายุให้ยืนยาวเป็นสิ่งที่ทุกคนไฝ่ฝันไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีหรือยาจก จึงมีการเสาะแสวงหายาอายุวัฒนะและวิธีหลากหลายมาช่วยดูแลบำรุงรักษาชะลอความเหี่ยวย่นความชราเพื่อให้อายุยืนยาวอยู่ได้นานๆไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ต้องมีต้นทุนทรัพย์สินหากไม่มีต้นทุนจะทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ และพบกับความยุ่งยากชีวิตก็เหมือนกับเราแต่ละคนมีต้นทุนที่ต่างกันต้นทุนชีวิตซึ่งได้มาจากพ่อแม่เป็นผู้ให้กำเนิดเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษหรือในแพทย์แผนปัจจุบันเราเรียกว่า DNAแต่ในแพทย์แผนจีนจะเรียกว่า”ทุนก่อนกำเนิด”และ”ทุนก่อนกำเนิด”นั้นมักจะสะสมอยู่ในไต ถ้าหากคุณอยากมีการเจริญเติบโตที่แข็งแรง เฉลียวฉลาดไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยมีอายุยืนยาว ต้องเรียนรู้ในการดูแลบำรุงต้นทุนของตัวเองให้ดีนะคะไตในแพทย์แผนจีนนอกจากเป็นต้นทุนก่อนกำเนิดแล้ว ยังเก็บสะสมพลังงานที่กินจากกระเพาะ ม้ามที่ย่อยแล้วส่งไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆในร่างกายเสมือนแบตเตอร์รี่ของร่างกายแต่เมื่ออวัยวะอื่นถูกใช้พลังงานไปจนหมดจนไตต้องส่งพลังงานไปเสริมถ้าหากใช้พลังงานไปมากใช้จนเกินตัวใช้ชีวิตสิ้นเปลืองเพราะตอนวัยหนุ่มสาววัยรุ่นนั้นใช้ยังไงก็ไม่หมด ไม่รู้สึก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยตัวเองบ่อยๆหลายๆรอบต่อวันการมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งดื่มเหล้า เมายาทำงานหนัก นอนน้อยจนกระทบกระเทือนกับร่างกาย แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ร่างกายเสื่อมถอยลง พลังงานที่อยู่ในไตก็เริ่มหมด ถึงตอนนั้นคุณจะมีหมอเป็นที่พึ่งมีโรงพยาบาลเป็นที่ท่องเที่ยวอย่างแน่นอนค่ะแพทย์แผนจีนนั้นเน้นย้ำถึงการบำรุงไต เพราะการบำรุงไตนั้นยากมาก และต้องใช้เวลาเพราะเราใช้พลังงานของมันไปจนหมดแล้วสำหรับผู้สนใจในแพทย์แผนจีนซึ่งมองเห็นความสำคัญในการดูแลไตจึงมีอาหารเสริมออกมามากมาย ผู้คนเข้าถึงกันง่าย ซื้อกินกันราคาก็สูงลิบลิ่วหลายคนไปเที่ยวต่างประเทศถูกต้อนให้ไปตรวจแมะ และซื้อยาแพงๆ โดนหลอกกลับมากลับมาแล้วก็ไม่กล้ากินเพราะกลัวว่าจะกระทบกับร่างกาย เก็บไว้จนหมดอายุหลายคนไปซื้อยาที่คนขายยาอวดอ้างสรรพคุณว่าเป็นยาดีรักษาไต ได้เกิดความหลงเชื่อแต่สุดท้ายเมื่อกินไป กลับทำให้ไตเสื่อมหนักกว่าเดิมฉะนั้นแพทย์แผนจีนแนะนำถ้าอยากจะดูแลเรื่องไตอย่างจริงจัง ให้มาปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญ หรือแพทย์แผนจีนที่มีใบประกอบจะดีกว่านะคะเพราะไตในแพทย์แผนจีนประกอบไปด้วยชี่ของไตไตอินไตหยางเพราะคำว่าโป๊วเสียงปู่เสิ้น补肾ไม่ใช่การรักษาในระยะสั้นแน่นอน พยายามบริหารเวลากันให้พอดี ดีกว่านะคะ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ทำงานหนักเกินไป ไตจะได้ไม่ทำงานหนัก หรือจะทำงานไปเปิด Green Wave ไป ผ่อนคลายไปในตัวนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

ไอแบบนี้ ปอดเป็นอะไร?

27 ม.ค. 2022

ไอแบบนี้ ปอดเป็นอะไร?

ไอแบบนี้ ปอดเป็นอะไร?ปอดไม่แข็งแรง หลายคนมีปัญหาแบบนี้ หลายคนมีอาการไอ แต่หาสาเหตุไม่เจอ วันนี้มีคำแนะนำจากแพทย์แผนจีนเรื่องของปอด ทำยังไงให้ปอดแข็งแรง ลองมาดูกันเลยค่ะปอดเย็น1.ไอเป็นประจำ2.มีน้ำมูกตอนเช้า3.เสมหะในลำคอมาก4.อ่อนเพลียง่าย5.คันตามผิวหนัง6.ไม่สบายบ่อยมารู้จักปอดเย็น หลายคนมีปัญหานี้ ส่วนใหญ่จะมีอาการภูมิแพ้ง่าย ไม่สบายบ่อยแพทย์แผนจีนแนะนำ น้ำขิงตอนเช้าทุกวัน บำรุงปอด ให้ปอดแข็งแรงค่ะปอดร้อน1.ไอเป็นประจำ2.เจ็บคอเป็นประจำ3.เสมหะเหลือง4.เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว5.สิงที่หน้าและหลัง6.ขับถ่ายยากคนที่ปอดร้อน มักจะมีโรคของต่อมทอมซินอักเสบเป็นประจำ อาการติดโควิด มักมีอาการ เจ็บคอง่าย เสมหะเหลือง มีสิวขึ้นที่หลัง และที่หน้า ขับถ่ายยาก คอแห้งปากแห้งแพทย์แผนจีนแนะนำ เก๊กฮวย ดอกสายน้ำผึ้ง แบะตงหล่อฮังก๊วย จับเลี้ยง จะทำให้ชุมคอ ลดการอักเสบ ลดการเจ็บคอได้ค่ะปอดแห้ง1.ไอแห้ง2.คอแห้ง ดื่มน้ำมาก3.เสมหะเหลือง มีเลือด4.ผิวหนังแห้งกร้าน5.เลือดกำเดา6.ขับถ่ายยากเลือดกำเดาไหล มีแต่คนคิดว่าร้อนใน ปอดแห้ง หรือปอดร้อนก็มีโอกาสทำให้เลือดกำเดาไหลง่าย เพราะความแห้งไม่มีความชุ่มชื้น จึงทำให้เส้นเลือดฝอยในจมูกแตก หลายคนจะมีอาการไอแห้ง ๆ ชอบดื่มน้ำ เสมหะเหนียว มีเลือดบ้าง ผิวหนังแห้งกร้าน ขับถ่ายยากแพทย์แผนจีนแนะนำ สมุนไพรจีน เก๊กฮวย หล่อฮังก้วย จับเลี้ยง แปะตง ใบย่านาง สามารถลดความร้อน ทำให้ปอดเย็น ลดการเกิดของเลือดกำเดาได้ค่ะปอดชื้น1.ไอมีเสมหะ2.ท้องอืด3.อ่อนเพลียง่าย4.ขับถ่ายเหลว5.มีเสมหะในลำคอ6.จุกแน่นหน้าอกมารู้จักปอดชื้นกันค่ะ หลายคนไม่รู้จัก แต่หลายคนมีอาการเช่นนี้ ไอแบบมีเสมหะ เสมหะค่อนข้างมาก มีอาการอ่อนเพลียง่าย ขับถ่ายเหลวบ้างเสหมะจุกในลำคอ จุกแน่นหน้าอก คนที่มีอาการแบบนี้ อาจจะมีโรคกรดไหลย้อน ผสมด้วย คนที่อายุมาก จะเป็นแบบนี้บ่อยค่ะแพทย์แผนจีนแนะนำ แปะฮะ ลูกเดือย ขมิ้นชัน จะช่วยแก้ไอ และขับความชื้นทั้งในปอด ช่วยขับความชื้นของกระเพาะอาหารได้ด้วยไอจากเสมหะร้อน1.ไอมีเสมหะเหนียว2.หายใจแรง มีเสียงดังวี๊ดๆ3.ไอแล้วเจ็บหน้าอก4.ใบหน้าแดงกล่ำ5.คอแห้ง ปากแห้ง6.จุกแน่นหน้าอก7.สีเสมหะ เหลือง ๆ เหนียว ๆปัญหาจากเสมหะร้อนในปอด คนป่วยมักจะมีอาการไอเสมหะเหนียว บางคนมีเสียงเสมหะในปอด ไอแล้วชอบเจ็บหน้าอก หน้าแดงเป็นประจำจุกคอ ปากแห้งแน่นหน้าอกแพทย์แผนจีนแนะนำ ยาสมุนไพรจีนที่ช่วยขับเสมหะร้อน เข่น เก๊กฮวย ใบสาระแหน่ ลูกสำรอง เพิ่มความชุ่มชื้นในปอด ลดอาการไอได้ดีค่ะไอเพราะไฟในตับเผาน้ำในปอด1.ไอโครก ไอเสียงดัง2.มีเลือดปน3.โมโหง่าย4.ปวดเสียดสีข้าง5.คอแห้งปากขม6.มีความดันสูง7.ถอนหายใจบ่อย ๆไอโครก ไอเสียงดีง มาจากน้ำในปอดแห้ง เพราะไฟในตับเผา ส่วนใหญ่ จะเป็นคนขี้โมโห ความดันสูง ปากแห้ง ปากขม และถอนหายใจบ่อย ๆ ค่ะแพทย์แผนจีนแนะนำ แปะฮะ ชาใบหม่อน ชาเก๊กฮวย ลดอาการไอ ลดความดันนอกจาก ไอ เลิฟ ยู ที่บอกอาการรัก การไอแบบอื่น ๆ ก็ยังบอกอาการโรคได้เหมือนกัน อย่าลืมสังเกตอาการ ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักด้วยนะคะ ด้วยความปรารถนาดีจาก Green Wave ค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะFacebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม- Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover -

สวยจากภายใน ไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

01 พ.ย. 2023

สวยจากภายใน ไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

เราทุกคนอยากดูเด็ก ชอบให้คนอื่นทักยิ่งมองยิ่งสวยนะทำอะไรมา? ทำอย่างไรให้สวยแบบธรรมชาติที่สุดโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี ฉะนั้นเราควรรู้ว่าอวัยวะภายในของเราทำงานอย่างไร มันทำให้เราสวยได้ยังไง สวยอยู่แล้วต้องบำรุงแบบไหน ตรงจุดไหม แล้วความสวยของเรานั้นมันเกี่ยวอะไรกับอวัยวะของเรา วันนี้แพทย์แผนจีน มีคำตอบค่ะ1. ใบหน้างามด้วยหัวใจที่สดใส หน้าที่ของหัวใจจะเกี่ยวข้องกับการสูบฉีดเลือดโดยตรง คือพลังของหัวใจนั้นจะผลักดันให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ใบหน้านั้นเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงมาก ถ้าหากระบบการทำงานของหัวใจไม่ดีจะแสดงออกมาในรูปสีบนใบหน้า เช่นพลังหัวใจแข็งแกร่งเลือดลมไหลเวียนดี ก็จะทำให้ใบหน้าผิวแดง ดูสดใส หากพลังของหัวใจไม่เพียงพอ เลือดลมไหลเวียนไม่ดี ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าดูหมองคล้ำ ไม่สดใสหัวใจพลังไม่พอ อาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น นอนไม่หลับ ใจสั่น ใจหวิว ฝันบ่อย ปัสสาวะเหลืองมาก แนะนำให้ทาน ลำใยแห้ง เมล็ดบัว อย่างละ30g ข้าวเหนียว 100g ต้มรวมกัน ทำเป็นโจ๊ก แล้วรับประทานบ่อยๆ จะช่วยในการบำรุงหัวใจ บำรุงเลือด ให้ความชุ่มชื่นกับผิว ทำให้ผิวแดงดูสดใส2. สวยได้ถ้าตับไม่ร้อน ในแพทย์แผนจีนตับมีหน้าที่เก็บเลือด ช่วยในเรื่องการขับเคลื่อนของชี่(气机คือพลังของร่างกายที่ เคลื่อนที่ ขึ้น ลง เข้า ออก ในร่างกาย) รักษาสมดุลของอารมณ์ ใบหน้าของเราเลือดลมไหลเวียนดี จะทำให้ใบหน้าแดงเรืองๆ ดูมีชีวิตชีวา หากตับมีปัญหา การขับเคลื่อนของชี่หยุดชงักเลือดลมไม่เดินเลือดคลั่งอยู่บริเวณใบหน้า ทำให้หน้าดูหมองเขียว เป็นสาเหตุให้เกิดฝ้าที่ใบหน้าได้ เลือดในตับพร่องทำให้ใบหน้าดูซีดเหมือนขาดเลือด ผิวแลดูไม่ชุมชื้น ผิวไม่มีประกาย อาจจะมีอาการของตาแห้งง่าย มองวัตถุไม่ค่อยเห็นอาการที่เกี่ยวกับตับ เช่น อารมณ์หงุดหงิดง่าย ปวดด้านข้าง เรอบ่อย พายลมบ่อย ตาแห้ง แนะนำให้ทาน เห็ดหูหนูขาว ดอกเก๊กฮวย อย่างละ 10g ต้มน้ำรับประทานบ่อยๆ หรือใส่น้ำผึ้งเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหวาน จะสามารถช่วย รักษาตับบำรุงเลือดแก้ปวดหัวที่มาจากความร้อนในตับสูงทำให้ดวงตาสว่าง บำรุงผิว และยังรักษาฝ้าได้อีกด้วยค่ะ3. บำรุงม้ามทำให้ผิวสวย หน้าไม่เหลือง สิ่งที่เป็นคุณค่า สารอาหาร ต่างๆ ที่รับประทานและส่งไปทั่วร่างกาย ล้วนมาจากพลังม้ามทั้งสิ้นม้ามจะเป็นที่ผลิตพลังและเลือดให้กับร่างกายด้วย(ม้ามในหลักของแพทย์จีน)จะเห็นได้ว่าเมื่อเลือดลมไหลเวียนได้ดีแล้ว จะทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง ความยืดหยุ่นของผิวจะดี ผิวไม่แห้งกร้านและไม่เหี่ยวง่าย ถ้าหากม้ามไม่แข็งแรง การส่งอาหารให้กับร่างกายก็จะช้าลง เลือดลมไหลเวียนได้ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่อาจจะไปหล่อเลี้ยงผิวหนังบนใบหน้าได้อาการที่เกี่ยวข้องกับม้ามพร่อง เช่น หน้าดูซีดเหลือง ไม่มีชีวิตชีวา เหนื่อยง่าย อาหารไม่ย่อย มีเสียงดังในลำไส้บ่อยๆ แนะนำให้ทาน พุทราแดง วันละ 10 เม็ด เพราะพุทราแดง จะช่วยบำรุงม้ามบำรุงเลือดจะทำให้ผิวพรรณดูแดงสดใส4. บำรุงปอดหน่อย ผิวจะได้ไม่แห้งกร้าน หน้าที่ของปอดคือหายใจ แต่ในทางแพทย์แผนจีนปอดจะช่วยนำพลังชี่(พลังจากสารอาหาร น้ำ)ส่งลงล่างเพื่อให้ เลือดลม น้ำ สารอาหารต่างๆกระจายสู่ร่างกาย ถ้าหากปอดทำงานผิดปกติ จะทำให้ผิวหนังของเราแห้งง่าย กระด้าง ใบหน้าดูหมองหม่น และขาวซีดผิดปกติอาการที่ร่วมกับปอดเช่น หายใจสั่น ติดขัด ผิวหนังแห้ง ไอ บ่อย เป็นภูมิแพ้ แนะนำให้ทาน ดอกแปะฮะหรือดอกลินลี่(百合หาได้ตามร้านยาจีนทั่วไป) 15g เห็ดหูหนูขาว30g ใบเตย 2 ใบ น้ำตาลกรวด 1 ก้อน พอให้หวาน ต้มรวมกัน ทานแทนน้ำ สรรพคุณจะทำให้ร่างกายเย็นบำรุงปอดทำให้ผิวชุ่มชื้นขับเสมหะ แก้ไอได้5. ถั่วดำต้มบำรุงไต ตามหลักแพทย์จีนไตทำหน้าที่เก็บสารจิง(精คือ สารจำเป็นพื้นฐาน ช่วยพยุงร่างกายให้ดำรงชีวิตและทำกิจกรรมต่างๆ และยังหมายถึงสารจำเป็นต่อการสืบพันธุ์) ถ้าหากไตมีสารจิงเพียงพอ อวัยวะในร่างกายก็จะสมบูรณ์ไปด้วย เลือดลมก็จะไหลเวียนดี หน้าจะไม่แก่ง่าย ผมก็จะไม่ขาวเร็ว ฟันจะไม่ร่วงง่าย และไม่แก่ก่อนวัยถ้าหากไตพร่องสามารถทาน ข้าวเหนียวถั่วดำ เพราะ ข้าวเหนียว จะช่วยบำรุงเลือดลมช่วยกระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนดีขึ้น ถั่วดำมีฤทธิ์ช่วยบำรุงไตเสริมหลังอินในไต ในกะทิจะมีไขมันดี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และใบหน้าของคุณได้ค่ะ หลายคนที่มองตัวเองแล้วรู้สึกใบหน้าดูแล้วไม่เปล่งประกาย ไม่บริ้ง รู้สึกว่าตัวเองหน้าแก่ ขาวซีด หรือใบหน้าคล้ำลง ผิวหนังไม่รื่นเรียบเหมือนสมัยก่อน ใบหน้ามีทั้งฝ้าทั้งกระ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วมาจากอวัยวะต่างในร่างกายที่ขาดสมดุลทั้งสิ้น ฉะนั้นถ้าอยากจะสวย ต้องเพิ่มพลังให้กับอวัยวะนั้นๆ จะได้สวยโดยที่ไม่ต้องพึ่งมีดหมอนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

album
greenwave
-

-