ท้องผูกเรื้อรังทำไงดี?

HEALTHY LIFESTYLE

ท้องผูกเรื้อรังทำไงดี?

23 มิ.ย. 2025

5 อาหาร ยิ่งกิน ยิ่งถ่ายดี

 

1. ลูกพรุน (Prunes)

สรรพคุณ: ลูกพรุนมีไฟเบอร์สูงและมีซอร์บิทอล (sorbitol) ซึ่งช่วยเพิ่มความถี่ในการขับถ่ายและปรับปรุงความสม่ำเสมอของอุจจาระ

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการบริโภคลูกพรุนและไซเลียม พบว่าลูกพรุนมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการท้องผูกได้ดีกว่า

วิธีบริโภค: รับประทานลูกพรุนแห้งประมาณ 50 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 5-6 เม็ดค่ะ

 

2. งาดำ (Black Sesame Seeds)

สรรพคุณ: งาดำมีโอเมก้า 3 และแมกนีเซียม ซึ่งช่วยหล่อลื่นผนังลำไส้และส่งเสริมการขับถ่าย

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การศึกษาพบว่างาดำสามารถปรับปรุงการเคลื่อนไหวของลำไส้และบรรเทาอาการท้องผูกได้

วิธีบริโภค: โรยงาดำคั่วบนข้าว โจ๊ก หรือผสมในสมูทตี้ก็ได้ค่ะ

 

3. ฟักทอง (Pumpkin)

สรรพคุณ: ฟักทองมีไฟเบอร์สูงและน้ำช่วยเพิ่มปริมาณและความนุ่มของอุจจาระ

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การศึกษาพบว่าซุปฟักทองสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกในผู้สูงอายุได้

วิธีบริโภค: ทำซุปฟักทองหรือเพิ่มฟักทองในเมนูอาหารประจำวัน

 

4. ข้าวกล้อง (Brown Rice)

สรรพคุณ: ข้าวกล้องมีไฟเบอร์สูง ช่วยเพิ่มความถี่ในการขับถ่ายและลดเวลาที่อาหารอยู่ในลำไส้

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การศึกษาพบว่าการบริโภคข้าวกล้องช่วยปรับปรุงการทำงานของลำไส้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

วิธีบริโภค: ใช้ข้าวกล้องแทนข้าวขาวในมื้ออาหารประจำวันค่ะ
 

5. เมล็ดเจีย (Chia Seeds)

สรรพคุณ: เมล็ดเจียมีไฟเบอร์สูงและเมื่อแช่น้ำจะเกิดเจลที่ช่วยให้อุจจาระนิ่มลง

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: แม้จะไม่มีการศึกษาที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเมล็ดเจียและอาการท้องผูก แต่ไฟเบอร์ในเมล็ดเจียเป็นที่ทราบกันดีว่าช่วยในการขับถ่าย

วิธีบริโภค: แช่เมล็ดเจียในน้ำหรือนมพืช แล้วผสมในโยเกิร์ตหรือสมูทตี้

 

ท้องผูกอาจจะเหมือนเรื่องเล็ก แต่ถ้าสะสมไปนานๆ อาจทำให้เกิดหลายโรคได้เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น โรคริดสีดวงทวาร, แผลปริรอบทวารหนัก, กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแอ, ไส้เลื่อน, ลำไส้อุดตัน และอาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญ่ มาเริ่มปรับ เปลี่ยน เพิ่มอาหารที่จะช่วยให้เราท้องผูกน้อยลงดีกว่าค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม

Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music & Travel Lover

related HEALTHY LIFESTYLE

ยิ่งนอน ทำไมยิ่งล้า

14 ก.ค. 2026

ยิ่งนอน ทำไมยิ่งล้า

1.หลังนอนดึก บ้าคลั่งอยากนอนต่อคุณคิดว่า : นอนถึงเที่ยง จะทำให้ตื่นมาพักผ่อนเต็มที่ตลอดทั้งสัปดาห์ความจริง : นาฬิกาชีวภาพถูกรบกวน ยิ่งนอนลึก ยิ่งเพลีย ตื่นมาจะยิ่งรู้สึกอ่อนล้าทางเลือกที่ดีกว่า : ตั้งเวลาเข้านอนให้คงที่ทุกวัน ตื่นก่อนเที่ยง 1 – 2 ชั่วโมง จะช่วยรีเซ็ตนาฬิกาชีวภาพให้สมดุลค่ะ2. นอนบนเตียงเล่นมือถือ = ทำให้สมองล้า!คุณคิดว่า : นอนบนเตียง ก็แค่ผ่อนคลาย เพลินๆ ไม่เห็นเป็นไรความจริง : แสงสีฟ้าจากมือถือ กระตุ้นฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้สมองทำงานต่อเนื่อง ตาและคอเมื่อยล้า!ทางเลือกที่ดีกว่า : ก่อนนอน 1 ชั่วโมง วางมือถือให้ไกลตัวเปลี่ยนเป็นอ่านหนังสือกระดาษ หรือฟังเพลงเปิดโหมดเครื่องบิน หรือโหมดห้ามรบกวน3. แช่น้ำนาน แช่น้ำร้อน นั่งซาวน่า = การผ่อนคลายจริงหรือ?คุณคิดว่า : ขับเหงื่อ = ขับสารพิษ ช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายความจริง : อุณหภูมิสูง → หลอดเลือดขยายตัว ความดันโลหิตลดลงหากนานเกินไป → เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย และทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงานมากขึ้น ทางเลือกที่ดีกว่า : น้ำไม่ควรร้อนเกินไป จำกัดเวลา 15 – 20 นาทีหลังแช่ควรดื่มน้ำ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ร่างกาย4. ดื่มชานม / ของหวาน "เยียวยา" ตัวเอง จริงหรือ?คุณคิดว่า : กินของหวาน หรือชานมไข่มุก ช่วยคลายความเครียดความจริง : น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง แล้วตกฮวบ ร่างกายยิ่งอ่อนล้า หลังจากกินหนัก ๆ พลังงานขึ้นไว แล้วลงไว ทำให้ง่วง เพลีย และอ้วนง่ายทางเลือกที่ดีกว่า : ดื่มน้ำเปล่าแทน กินผลไม้หรือถั่ว ธัญพืชครั้งละนิดหน่อยอย่าพึ่งพาน้ำตาลให้เป็นทางออก5. คิดมากเกินไป "วนลูป" ตัวเองคุณคิดว่า : นอนแล้วจะสบายใจขึ้น คิดวนไปช่วยให้ จัดระเบียบความคิดความจริง : ยิ่งคิด ยิ่งเครียด นอนยาก หลับไม่ลง พรุ่งนี้ตื่นมาสมองล้า วันที่ 2 อารมณ์แย่ลงทางเลือกที่ดีกว่า : เขียนความคิดออกมาบนกระดาษ หรือตั้งเวลา 10 นาที "คิดให้เต็มที่" แล้วบอกตัวเองว่า "พอแล้ว พักได้แล้ว"หายใจลึก ๆ ผ่อนคลายก่อนนอน ทำกิจกรรมเบา ๆ ผ่อนคลาย6. อยู่บ้านทั้งวัน คุณคิดว่าได้พักผ่อน แต่จริงๆแล้วร่างกายกลับยิ่งเหนื่อย!คุณคิดว่า : ไม่ออกไปไหน คือการเก็บพลังงาน และได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ความจริง : การขาดแสงแดดและการเคลื่อนไหวการโดนแสงน้อยเกินไปการนอนดึกและกินของที่ไม่ดี ระดับฮอร์โมนและสารเคมีในเลือดเสียสมดุล ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย อารมณ์แปรปรวน และพลังงานลดลงทางเลือกที่ดีกว่า : ออกไปรับแสงแดดอย่างน้อย 15 นาทีขยับร่างกาย เดินเร็ว หรือออกกำลังกายเบา ๆนอนให้เป็นเวลา พักผ่อนให้เพียงพอทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือทำงานอดิเรกพักผ่อนให้ได้ผล ต้องนอนให้พอ ขยับร่างกาย รับแสงแดด ลดหน้าจอก่อนนอน กินอาหารที่ดี และปล่อยให้สมองได้พักบ้างนะคะขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

เขย่งเท้าวันละ 30 ครั้ง ท่าง่ายๆ กระตุ้นอวัยวะได้ทั่วร่างกาย

02 เม.ย. 2026

เขย่งเท้าวันละ 30 ครั้ง ท่าง่ายๆ กระตุ้นอวัยวะได้ทั่วร่างกาย

การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องหนักหน่วงหรือใช้อุปกรณ์มากมายเสมอไปนะคะ เพียงแค่ท่า "เขย่งเท้า" ง่ายๆ ที่ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ก็สามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ลองทำตาม 4 ขั้นตอนง่ายๆ นี้ทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นนะคะSTEP 1: เตรียมพร้อมและทรงตัว• หาพื้นที่ที่มั่นคง เช่น ข้างกำแพง โต๊ะ หรือเก้าอี้• ใช้มือจับกำแพงหรือเฟอร์นิเจอร์เพื่อช่วยในการทรงตัว• ยืนตัวตรง สายตามองไปข้างหน้า รักษาสมดุลของร่างกายSTEP 2: เขย่งปลายเท้า• ค่อยๆ เขย่งปลายเท้าทั้งสองข้างขึ้น พร้อมกับยืดส้นเท้าให้สูงขึ้น• โฟกัสไปที่การเกร็งกล้ามเนื้อน่อง• ยกจนรู้สึกตึงที่บริเวณน่องเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องเกร็งมากเกินไปSTEP 3: ค้างท่าและผ่อนคลาย• เมื่อเขย่งจนสุดแล้ว ให้ค้างท่าไว้ประมาณ 3 วินาที• จากนั้น ค่อยๆ ลดส้นเท้าลงวางบนพื้นอย่างช้าๆ• พักประมาณ 1 วินาที แล้วจึงเริ่มทำซ้ำในข้อ 2STEP 4: ทำอย่างสม่ำเสมอ• ทำซ้ำขั้นตอนที่ 2 และ 3 จนครบ 30 ครั้งต่อวัน• สามารถแบ่งทำเป็นเซตย่อยๆ ระหว่างวันได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องทำรวดเดียวการเขย่งเท้าเป็นประจำนอกจากจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อน่องแล้ว ยังเปรียบเสมือนการปั๊มเลือดจากส่วนล่างของร่างกายกลับสู่หัวใจ ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลองเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวนะคะขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

น้ำมูกสีนี้. . . ร่างกายกำลังบอกอะไรกับคุณ ?

21 ต.ค. 2025

น้ำมูกสีนี้. . . ร่างกายกำลังบอกอะไรกับคุณ ?

รู้หรือไม่ น้ำมูกประกอบขึ้นมาจาก น้ำ โปรตีน แอนติบอดี้ และเกลือ ซึ่งสีของมันสามารถชี้วัดสุขภาพของเราได้สำหรับสีของน้ำมูกแบ่งออกเป็นตามนี้ค่ะ1. น้ำมูกใสเป็นอาการปกติของคนสุขภาพดี อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่ออากาศหนาวมาก เจอลม คนที่เป็นภูมิแพ้ก็จะเกิดน้ำมูกใสๆไหลตอนเช้าได้ แพทย์แผนจีนแนะนำดื่มน้ำขิงเป็นประจำทุกเช้าค่ะ2. น้ำมูกขาวขุ่นเป็นอาการของคนเริ่มจะมีอาการหวัด น้ำมูกไปคลั่งอยู่ในโพรงไซนัสก่อนจะออก ทำให้สะสมและหนาแน่น มักจะเหนียว หรือแห้งไปแล้ว ก็เลยทำให้เวลาสั่งก็จะออกมาพร้อมกับน้ำมูกใสๆ เริ่มจะไม่สบาย แพทย์แผนจีนแนะนำกินน้ำเก๊กฮวย น้ำใบหม่อน น้ำขิงได้เหมือนกันค่ะ3. น้ำมูกเหลืองบางคนเหลืองมาก เหลืองน้อย บางคนเขียวเลย เป็นก้อนๆ คืออยู่ในขั้นที่ติดเชื้อไวรัสมา และแอนติบอดี้กำลังต่อสู้กับเชื้อโรคไข้หวัด เราอาจจะทานวิตามินซี ยาแก้แพ้ และนอนหลับให้เพียงพอ ถ้าแพทย์แผนจีนจะให้ยาขับปอดร้อน เพราะเชื่อว่าปอดร้อนหรือลมร้อนมากระทบปอด เป็นสาเหตุทำให้น้ำมูกเขียวข้น บางคนนอนไม่พอทำให้ภูมิคุ้มกันถอย ก็อาจจะทำให้เป็นหวัดมีไข้จริงๆได้ แพทย์แผนจีนแนะนำ เก๊กฮวยใบหม่อน ดอกสายน้ำผึ้งช่วยลดปอดร้อนได้นะคะ4. น้ำมูกเขียวเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของเราต่อสู้กับเซลล์เชื้อโรค แต่ในระยะที่น้ำมูกสีเขียวนี้ นอกจากติดเชื้อแล้วสำหรับบางคนอาจมีไข้ไปแล้วก็ได้ เริ่มมึนๆ ร้อนๆ หนาวๆในแพทย์แผนจีนเรียกว่าร้อนลงปอด มีเสมหะขุ่นข้น ความร้อนค้างอยู่ในปอด ทำให้เกิดเสมหะร้อน และปอดชื้น ระยะนี้เราควรลดความร้อนในปอด ขับเสมหะที่อยู่ในปอด และบำรุงปอดให้แข็งแรง แต่หากแข็งแรงมากๆ อาจจะสีนี้อยู่ไม่กี่วัน ล้างจมูกและนอนให้เพียงพอ แพทย์แผนจีนแนะนำ เก๊กฮวย หวีซิงเฉ่า เปลือกส้ม ช่วยลดปอดร้อน ขับปอดชื้น5. น้ำมูกใสมีสีแดงหรือเป็นก้อนแดงๆแสดงว่าภายในจมูกมีแผลอยู่ เนื่องมาจากเส้นเลือกฝอยในโพรงจมูกแตก อาจจะมาจากเราเอานิ้วไปแคะ หรือภายในโพรงจมูกมันแห้งมาก อยู่ประเทศที่มีอากาศหนาวและแห้ง และมีอีกสาเหตุคือถ้าผู้ป่วยที่เพิ่งผ่าตัดโพรงจมูกในระยะแรกก็อาจจะมีก้อนเลือดที่ยังค้างอยู่ข้างในถูกขับออกมาก็ได้ค่ะ บางคนเป็นภูมิแพ้ก็ทำให้มีเลือดออกได้เหมือนกันนะคะ แพทย์แผนจีนเรียกว่าปอดร้อนแห้งกระทบเส้นเลือด แนะนำกินถั่วเขียว มะระ น้ำแกงต่างๆเป็นประจำ ไม่รับประทานของเผ็ดร้อนอย่างพวกขิง พริก ที่ทำให้ร่างกายร้อนจัด6. น้ำมูกสีน้ำตาลสีนี้ก็ยังคงเป็นเซลล์เม็ดเลือดนะคะ แต่ว่าอาจจะมอยู่นานใกล้จะหมดแล้วค่อยออก ก็เลยเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีน้ำตาล อาจจะมาจากมีน้ำมูกสีแดง และเปลี่ยนเป็นน้ำตาลค่ะ7. น้ำมูกสีดำปัจจัยที่ทำให้เกิดน้ำมูกสีดำมีหลายอย่าง กรณีแรกเป็นผู้ป่วยที่ชอบสูบบุหรี่ มีอาการติดเชื้อของระบบหายใจของร่างกายได้ อีกกรณีคือคุณไปเจอมลภาวะคือ เดินอยู่ข้างถนนมีควันรถท่อไอเสียต่างๆ อากาศในเมือง อีกทั้งแม้แต่นักเคมีหรือวิศวกร ช่างเทคนิคที่ทำงานอยู่ในไซท์งานที่ต้องเจอฝุ่นละออง กลับบ้านพบว่าน้ำมูกมีสีดำๆ เขม่าๆได้เช่นกัน ถ้าเป็นแบบนี้ก็ควรล้างจมูก ไม่ควรเอานิ้วไปแคะแกะเองนะคะ ล้างจมูกเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก แพทย์แผนจีนแนะนำ กินเก๊กฮวย แปะฮัก กิกแก้(桔梗) เหล่านี้ช่วยบำรุง ลดปอดร้อน ทำให้ปอดแข็งแรงสีของน้ำมูกสามารถช่วยบอกสัญญาณสุขภาพเบื้องต้นได้นะคะ แต่ถ้ามีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น ไข้สูง ปวดหัว หรือไอเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

3 สัญญาณบ่งบอกว่า เลือดของคุณกำลังไหลเวียนได้ไม่ดี

10 ส.ค. 2022

3 สัญญาณบ่งบอกว่า เลือดของคุณกำลังไหลเวียนได้ไม่ดี

คนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยเฉพาะสาวๆ จะเห็นได้ชัดจากรูปร่างและผิวพรรณที่ดูมีน้ำมีนวล อิ่มเอิบ เพราะมีระบบไหลเวียนเลือดดี แต่ก็ยังมีวิธีสังเกตอาการที่กำลังบอกเราได้ว่า ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี ต้องรีบบำรุงเลือดด่วนเลยนะคะ1.ผิวพรรณไม่มีน้ำมีนวล อยู่ดีๆ ผิวพรรณก็ดูหมองคล้ำ ไม่มีน้ำไม่มีนวล เป็นสิว ไม่สดใส อาจมีสาเหตุมาจากระบบหมุนเวียนเลือดไม่ดี ซึ่งเลือดทำหน้าที่ขนถ่ายสารอาหาร และออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย และพาเอาของเสียออกจากเซลล์ ถ้าระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี เลือดนำพาของเสียออกไปทิ้งไม่ได้ หรือไม่มีประสิทธิภาพ เซลล์ก็จะหมองเพราะมีของเสียตกค้าง อีกทั้งเซลล์ยังไม่ได้รับสารอาหารกับออกซิเจนที่เพียงพอจากระบบไหลเวียนเลือดอีกด้วยค่ะ2.ประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนมากกว่าปกติ หรือนานกว่าปกติ เช่น ประจำเดือนมามากกว่า 7 วัน, ต้องใช้ผ้าอนามัยมากกว่า 1 แผ่นต่อชั่วโมง หลายชั่วโมงติดต่อกัน, ประจำเดือนปนลิ่มเลือดขนาดใหญ่, รู้สึกอ่อนเพลียระหว่างการมีประจำเดือน อาการเหล่านี้ล้วนแต่ควรต้องไปปรึกษาแพทย์นะคะ เพราะการที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ แบบมามากเกินไป หรือมีอาการข้างต้นด้วยแบบนี้ อาจเป็นสัญญาณของปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ และอาจทำให้เกิดภาวะซีดจากการเสียเลือดมากกว่าปกติ อันนำไปสู่ภาวะโลหิตจางอีกด้วย ประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ คือ เลือดที่ออกมาในช่วงที่คุณมีประจำเดือน แต่มีปริมาณน้อยกว่าปกติ หรือมาไม่เกิน 2 วัน โดยอาจจะเป็นเลือดหยดๆ หรือเปื้อนผ้าอนามัยเพียงเล็กน้อย แบบนี้เป็นอาการประจำเดือนมาไม่ปกติที่อาจเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน ความเครียด หรือการขาดสารอาหารบางชนิด ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงเลือด3.เหนื่อยง่ายกว่าปกติ ทำกิจกรรมประจำวันปกติ แต่กลับรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่สดชื่น หายใจลำบากขณะออกแรง มึนงง วิงเวียนศีรษะ ปวดหัว มือเท้าเย็น ผิวซีดเหลือง เจ็บหน้าอก ใจสั่นไหว ฯลฯ เป็นอาการของผู้ที่มีภาวะโรคโลหิตจาง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาไม่ปกติ โดยสูญเสียธาตุเหล็กออกไปกับประจำเดือนนั่นเองค่ะ คุณมี 3 สัญญาณนี้อยู่รึเปล่า อย่าลืมสังเกตอาการตัวเองนะคะ ด้วยความปรารถนาดีจาก Green Wave ค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

album
greenwave
-

-