สวยจากภายใน ไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

HEALTHY LIFESTYLE

สวยจากภายใน ไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

01 พ.ย. 2023

            เราทุกคนอยากดูเด็ก ชอบให้คนอื่นทักยิ่งมองยิ่งสวยนะทำอะไรมา? ทำอย่างไรให้สวยแบบธรรมชาติที่สุดโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี ฉะนั้นเราควรรู้ว่าอวัยวะภายในของเราทำงานอย่างไร มันทำให้เราสวยได้ยังไง สวยอยู่แล้วต้องบำรุงแบบไหน ตรงจุดไหม แล้วความสวยของเรานั้นมันเกี่ยวอะไรกับอวัยวะของเรา วันนี้แพทย์แผนจีน มีคำตอบค่ะ


1. ใบหน้างามด้วยหัวใจที่สดใส
            หน้าที่ของหัวใจจะเกี่ยวข้องกับการสูบฉีดเลือดโดยตรง  คือพลังของหัวใจนั้นจะผลักดันให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงร่างกาย  ใบหน้านั้นเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงมาก ถ้าหากระบบการทำงานของหัวใจไม่ดีจะแสดงออกมาในรูปสีบนใบหน้า เช่นพลังหัวใจแข็งแกร่ง เลือดลมไหลเวียนดี ก็จะทำให้ใบหน้าผิวแดง ดูสดใส หากพลังของหัวใจไม่เพียงพอ เลือดลมไหลเวียนไม่ดี ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าดูหมองคล้ำ ไม่สดใส
หัวใจพลังไม่พอ อาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น นอนไม่หลับ ใจสั่น ใจหวิว ฝันบ่อย ปัสสาวะเหลืองมาก

            แนะนำให้ทาน ลำใยแห้ง เมล็ดบัว อย่างละ30g ข้าวเหนียว 100g ต้มรวมกัน ทำเป็นโจ๊ก แล้วรับประทานบ่อยๆ จะช่วยในการบำรุงหัวใจ บำรุงเลือด ให้ความชุ่มชื่นกับผิว ทำให้ผิวแดงดูสดใส

2. สวยได้ถ้าตับไม่ร้อน
            ในแพทย์แผนจีน ตับมีหน้าที่เก็บเลือด ช่วยในเรื่องการขับเคลื่อนของชี่(气机คือพลังของร่างกายที่ เคลื่อนที่ ขึ้น ลง เข้า ออก ในร่างกาย) รักษาสมดุลของอารมณ์ ใบหน้าของเราเลือดลมไหลเวียนดี จะทำให้ใบหน้าแดงเรืองๆ ดูมีชีวิตชีวา หากตับมีปัญหา การขับเคลื่อนของชี่หยุดชงัก เลือดลมไม่เดิน เลือดคลั่งอยู่บริเวณใบหน้า ทำให้หน้าดูหมองเขียว เป็นสาเหตุให้เกิดฝ้าที่ใบหน้าได้ เลือดในตับพร่อง ทำให้ใบหน้าดูซีดเหมือนขาดเลือด ผิวแลดูไม่ชุมชื้น ผิวไม่มีประกาย อาจจะมีอาการของตาแห้งง่าย มองวัตถุไม่ค่อยเห็น
อาการที่เกี่ยวกับตับ เช่น อารมณ์หงุดหงิดง่าย ปวดด้านข้าง เรอบ่อย พายลมบ่อย ตาแห้ง
            แนะนำให้ทาน เห็ดหูหนูขาว ดอกเก๊กฮวย อย่างละ 10g ต้มน้ำรับประทานบ่อยๆ หรือใส่น้ำผึ้งเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหวาน  จะสามารถช่วย รักษาตับ บำรุงเลือด แก้ปวดหัวที่มาจากความร้อนในตับสูง ทำให้ดวงตาสว่าง บำรุงผิว และยังรักษาฝ้าได้อีกด้วยค่ะ


3. บำรุงม้ามทำให้ผิวสวย หน้าไม่เหลือง
            สิ่งที่เป็นคุณค่า สารอาหาร ต่างๆ ที่รับประทานและส่งไปทั่วร่างกาย ล้วนมาจากพลังม้ามทั้งสิ้น ม้ามจะเป็นที่ผลิตพลังและเลือดให้กับร่างกายด้วย(ม้ามในหลักของแพทย์จีน)จะเห็นได้ว่าเมื่อเลือดลมไหลเวียนได้ดีแล้ว จะทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง ความยืดหยุ่นของผิวจะดี ผิวไม่แห้งกร้านและไม่เหี่ยวง่าย ถ้าหากม้ามไม่แข็งแรง การส่งอาหารให้กับร่างกายก็จะช้าลง เลือดลมไหลเวียนได้ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่อาจจะไปหล่อเลี้ยงผิวหนังบนใบหน้าได้
อาการที่เกี่ยวข้องกับม้ามพร่อง เช่น หน้าดูซีดเหลือง  ไม่มีชีวิตชีวา เหนื่อยง่าย อาหารไม่ย่อย มีเสียงดังในลำไส้บ่อยๆ
            แนะนำให้ทาน พุทราแดง วันละ 10 เม็ด เพราะพุทราแดง จะช่วยบำรุงม้าม บำรุงเลือด จะทำให้ผิวพรรณดูแดงสดใส


4. บำรุงปอดหน่อย ผิวจะได้ไม่แห้งกร้าน
            หน้าที่ของปอดคือหายใจ แต่ในทางแพทย์แผนจีนปอดจะช่วยนำพลังชี่(พลังจากสารอาหาร น้ำ)ส่งลงล่างเพื่อให้ เลือดลม น้ำ สารอาหารต่างๆกระจายสู่ร่างกาย ถ้าหากปอดทำงานผิดปกติ จะทำให้ผิวหนังของเราแห้งง่าย กระด้าง ใบหน้าดูหมองหม่น และขาวซีดผิดปกติ
อาการที่ร่วมกับปอด เช่น หายใจสั่น ติดขัด ผิวหนังแห้ง ไอ บ่อย เป็นภูมิแพ้
            แนะนำให้ทาน ดอกแปะฮะหรือดอกลินลี่(百合หาได้ตามร้านยาจีนทั่วไป) 15g เห็ดหูหนูขาว30g  ใบเตย 2 ใบ  น้ำตาลกรวด 1 ก้อน พอให้หวาน ต้มรวมกัน ทานแทนน้ำ สรรพคุณจะทำให้ร่างกายเย็น บำรุงปอด ทำให้ผิวชุ่มชื้น
ขับเสมหะ แก้ไอได้


5. ถั่วดำต้มบำรุงไต
            ตามหลักแพทย์จีน ไตทำหน้าที่เก็บสารจิง(精คือ สารจำเป็นพื้นฐาน ช่วยพยุงร่างกายให้ดำรงชีวิตและทำกิจกรรมต่างๆ และยังหมายถึงสารจำเป็นต่อการสืบพันธุ์) ถ้าหากไตมีสารจิงเพียงพอ อวัยวะในร่างกายก็จะสมบูรณ์ไปด้วย เลือดลมก็จะไหลเวียนดี หน้าจะไม่แก่ง่าย ผมก็จะไม่ขาวเร็ว ฟันจะไม่ร่วงง่าย และไม่แก่ก่อนวัย
ถ้าหากไตพร่อง สามารถทาน ข้าวเหนียวถั่วดำ เพราะ ข้าวเหนียว จะช่วยบำรุงเลือดลม ช่วยกระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนดีขึ้น  ถั่วดำมีฤทธิ์ช่วยบำรุงไต เสริมหลังอินในไต ในกะทิจะมีไขมันดี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และใบหน้าของคุณได้ค่ะ

 

            หลายคนที่มองตัวเองแล้วรู้สึกใบหน้าดูแล้วไม่เปล่งประกาย ไม่บริ้ง รู้สึกว่าตัวเองหน้าแก่ ขาวซีด หรือใบหน้าคล้ำลง ผิวหนังไม่รื่นเรียบเหมือนสมัยก่อน ใบหน้ามีทั้งฝ้าทั้งกระ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วมาจากอวัยวะต่างในร่างกายที่ขาดสมดุลทั้งสิ้น ฉะนั้นถ้าอยากจะสวย ต้องเพิ่มพลังให้กับอวัยวะนั้นๆ จะได้สวยโดยที่ไม่ต้องพึ่งมีดหมอนะคะ ^^

           

ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม

Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music & Travel Lover

related HEALTHY LIFESTYLE

ไม่อยากเป็นเกาต์ ให้เค้าดูแลสิ

01 มี.ค. 2022

ไม่อยากเป็นเกาต์ ให้เค้าดูแลสิ

โรคเกาต์เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดจากผลึกของ Monosodium Urate Monohydrate ตกตะกอนในข้อ ซึ่งมีผลมาจากกรดยูริก ซึ่งเป็นผลผลิตของกระบวนการเมตาบอลิสซึ่มของสารพิวรีน (Purene metabolism) ฟังแล้วอาจจะงง แต่ถ้า พิวรีนสูงมากจนตกตะกอนเป็นผลึกของยูเรทสะสมตามข้อต่อเนื้อเยื่อ รอบๆ ข้อและไต ทำให้พบผลึกนี้ในเม็ดเลือดขาวของน้ำไขข้อจากการเจาะข้อที่กำลังอักเสบได้เลยนะคะโรคเกาต์เป็นโรคปวดข้อเรื้อรังชนิดหนึ่ง ส่วนใหญ่จะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงส่วนมากพบในผู้ชายอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป เพราะผู้ชาย ชอบกินเหล้า กินเบียร์ จริงๆ แล้วการขับยูริกในผู้หญิงจะดีกว่าผู้ชายส่วนผู้หญิงพบได้น้อย ถ้าพบมักจะเป็นหลังวัยหมดประจำเดือนค่ะปวดเกาต์ ปวดแรกๆมักจะเป็นเพียงข้อเดียว ข้อที่พบส่วนมาก จะเป็นนิ้วหัวแม่เท้า ส่วนข้อเท้า ข้อเข่า ก็อาจพบในผู้ป่วยบางราย ข้อจะบวมและเจ็บมากจนเดินไม่ไหว ผิวหนังในบริเวณนั้นจะตึง เอาหลังมือไปวัดจะร้อนและแดง ขณะที่เดินอาการ เริ่มทุเลา ผิวหนังบริเวณนั้นจะลอกและคันได้ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการปวดในช่วงตอนกลางคืน และมักจะเป็นหลังดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ไตขับกรดยูริกได้น้อยลง หรือ หลังกินเลี้ยง โต๊ะจีนมื้ออาหารที่กินมากกว่าปกติ หรือ เดินสะดุด บางครั้งอาจมีอาการขณะมีภาวะความเครียดทางจิตใจก็อาจจะทำให้ปวดได้ค่ะถ้าปวดเกาต์ข้อที่ปวดจะมีลักษณะ บวม แดง ร้อน อาจมีไข้ร่วมด้วย บางรายอาจมีตุ่มขึ้นใสๆ หรือมีน้ำไหลออกมา ถ้าไม่ได้รับการรักษา อาจะทำให้เกิดภาวะข้อพิการ นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ซึ่งอาจทำให้มีการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะแทรกซ้อนตามมาได้และเป็นโรคไตในที่สุดค่ะนอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ป่วยโรคเกาต์มักมีโอกาสเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง และภาวะหลอดเลือดแดงแข็งมากกว่าคนปกติ และหากไม่ได้ควบคุมโรคเหล่านี้ ในที่สุดก็อาจกลายเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบและไตวายได้นะคะ1. อาการปวดจาก ลม-ชื้น-ร้อนอาการอักเสบเฉียบพลัน มักเกิดเวลากลางคืนมีไข้ร่วม กระหายน้ำ แน่นหน้าอกปวดหัว เหงื่อออก ปัสสาวะเข้ม ท้องผูก- อาการโรคเกาต์ตามกลุ่มอาการลมร้อนชื้น ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ แก้ปวด ขับร้อน ขับชื้น สลายลมร้อน2. อาการปวดจาก ลม-เย็น-ชื้น ข้อบวม อักเสบ เคลื่อนไหวข้อลำบาก มีก้อน Tophiถ้าลมเยอะตำแหน่งข้อที่อักเสบจะเปลี่ยน ถ้าความเย็นมาก จะปวด อักเสบมากและเป็นเฉพาะบางที่ ถ้าความชื้นมาก ข้อจะหนัก ไม่เปลี่ยนตำแหน่ง ร่วมกับอาการชาร่วมด้วย- อาการตามกลุ่มลมเย็นชื้น และม้ามพร่อง ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ แก้ปวด สลายลมเย็น ขับชื้น อุ่นเส้นลมปราณ บำรุงม้าม3. อาการปวดจากเสมหะอุดตันเป็นระยะข้ออักเสบเรื้อรัง ข้อผิดรูป มีก้อน Tophi มากจนทะลุออกมา ผิวหนังเปลี่ยนสีลิ้นซีดและใหญ่หรือเป็นสีม่วงคล้ำ มีตำรับยาสมุนไพรจีนต่างๆ หลายตำรับสำหรับอาการปวดบวมแต่ละชนิด- อาการโรคเกาต์ตามกลุ่มอาการเสมหะอุดตัน ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ แก้ปวด สลาย และขับเสมหะฝังเข็มตามกลุ่มอาการ ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามกลุ่มอาการต่างๆ ลดเสมหะ ขับลม ลดร้อน หรือลดเย็น ขึ้นอยู่กับหัตถการของแพทย์แต่ละท่านถ้ารู้ว่าเป็นเก๊าต์หรือยูริกสูง ควรปฏิบัติตัวยังไง เรามีคำแนะนำจากแพทย์แผนจีนมาฝากค่ะ1. ควรดื่มน้ำสะอาดให้ปริมาณเพียงพอ เพื่อป้องกันนิ่วในไต2. กรณีอ้วน ควรลดน้ำหนักลงทีละน้อย ไม่ควรลดแบบหักโหมฮวบฮาบ เพราะอาจทำให้มีการสลายตัวของเซลล์รวดเร็วเกินไป และมีการสร้างกรดยูริก ทำให้ข้ออักเสบกำเริบได้ค่ะ3. ควรงดแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์4. ควรระวังอย่าให้ข้อกระดูกได้รับบาดเจ็บ5. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น เครื่องในสัตว์ ไข่ปลา ปลาซาร์ดีน หอย กะปิ อาหารที่มียีสต์ และยอดผักชนิดต่างๆสมุนไพรที่ช่วยลดการเกิดเก๊าต์1.ลูกเดือยสรรพคุณของลูกเดือยนั่นก็คือ ช่วยขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน ขับความชื้นบำรุงสุขภาพ บำรุงไต ม้าม บำรุงเลือดลม อีกทั้งยังบรรเทาอาการโรคเก๊าต์ จากความร้อนชื้น ได้อีกด้วย วิธีใช้ ต้มเป็นน้ำ กินได้ทั้งเนื้อและน้ำค่ะ2.เห็ดหลินจือมีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูการทำงานของไต และลดการอักเสบของไต เมื่อไตทำงานดีขึ้นทำให้ไตสามารถขับกรดยูริคออกจากร่างกายได้มากขึ้น ยิ่งควบคุมอาหารที่มีสารพิวรีนด้วยแล้ว ยิ่งทำให้บรรเทาอาการได้ดียิ่งขึ้น ชงเป็นชาก็ได้นะคะ3.ขมิ้นชันจัดเป็นสมุนไพรประจำบ้านสรรพคุณครอบจักรวาล ซึ่งขมิ้นชันช่วยลดอาการอักเสบ ลดอาการปวดข้อ ทำให้อาการปวดข้อลดลง เป็นผลดีต่อคนเป็นเกาต์ วิธีใช้ ใช้ทานเป็นอาหาร หรือทานสด4.ชาตะไคร้ใบเตยนำตะไคร้ 4 - 5 ต้น ใบเตย 2 - 3 ใบ ล้างน้ำให้สะอาด นำไปต้มในน้ำ ปิดฝาประมาณ 30 นาที ดื่มแทนน้ำประมาณ 1 สัปดาห์ ช่วยล้างกรดยูริคในกระแสเลือด แต่การทานสมุนไพรนี้มีผลให้ปัสสาวะบ่อยนะคะ“ไม่อยากเป็นเกาต์ ให้เค้าดูแล” แต่ถ้าไม่มีใครเทคแคร์ เราก็ต้องดูแลตัวเองนะคะทุกคน ด้วยความปรารถนาดีจาก Green Wave ค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

น้ำมูกสีนี้. . . ร่างกายกำลังบอกอะไรกับคุณ ?

21 ต.ค. 2025

น้ำมูกสีนี้. . . ร่างกายกำลังบอกอะไรกับคุณ ?

รู้หรือไม่ น้ำมูกประกอบขึ้นมาจาก น้ำ โปรตีน แอนติบอดี้ และเกลือ ซึ่งสีของมันสามารถชี้วัดสุขภาพของเราได้สำหรับสีของน้ำมูกแบ่งออกเป็นตามนี้ค่ะ1. น้ำมูกใสเป็นอาการปกติของคนสุขภาพดี อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่ออากาศหนาวมาก เจอลม คนที่เป็นภูมิแพ้ก็จะเกิดน้ำมูกใสๆไหลตอนเช้าได้ แพทย์แผนจีนแนะนำดื่มน้ำขิงเป็นประจำทุกเช้าค่ะ2. น้ำมูกขาวขุ่นเป็นอาการของคนเริ่มจะมีอาการหวัด น้ำมูกไปคลั่งอยู่ในโพรงไซนัสก่อนจะออก ทำให้สะสมและหนาแน่น มักจะเหนียว หรือแห้งไปแล้ว ก็เลยทำให้เวลาสั่งก็จะออกมาพร้อมกับน้ำมูกใสๆ เริ่มจะไม่สบาย แพทย์แผนจีนแนะนำกินน้ำเก๊กฮวย น้ำใบหม่อน น้ำขิงได้เหมือนกันค่ะ3. น้ำมูกเหลืองบางคนเหลืองมาก เหลืองน้อย บางคนเขียวเลย เป็นก้อนๆ คืออยู่ในขั้นที่ติดเชื้อไวรัสมา และแอนติบอดี้กำลังต่อสู้กับเชื้อโรคไข้หวัด เราอาจจะทานวิตามินซี ยาแก้แพ้ และนอนหลับให้เพียงพอ ถ้าแพทย์แผนจีนจะให้ยาขับปอดร้อน เพราะเชื่อว่าปอดร้อนหรือลมร้อนมากระทบปอด เป็นสาเหตุทำให้น้ำมูกเขียวข้น บางคนนอนไม่พอทำให้ภูมิคุ้มกันถอย ก็อาจจะทำให้เป็นหวัดมีไข้จริงๆได้ แพทย์แผนจีนแนะนำ เก๊กฮวยใบหม่อน ดอกสายน้ำผึ้งช่วยลดปอดร้อนได้นะคะ4. น้ำมูกเขียวเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของเราต่อสู้กับเซลล์เชื้อโรค แต่ในระยะที่น้ำมูกสีเขียวนี้ นอกจากติดเชื้อแล้วสำหรับบางคนอาจมีไข้ไปแล้วก็ได้ เริ่มมึนๆ ร้อนๆ หนาวๆในแพทย์แผนจีนเรียกว่าร้อนลงปอด มีเสมหะขุ่นข้น ความร้อนค้างอยู่ในปอด ทำให้เกิดเสมหะร้อน และปอดชื้น ระยะนี้เราควรลดความร้อนในปอด ขับเสมหะที่อยู่ในปอด และบำรุงปอดให้แข็งแรง แต่หากแข็งแรงมากๆ อาจจะสีนี้อยู่ไม่กี่วัน ล้างจมูกและนอนให้เพียงพอ แพทย์แผนจีนแนะนำ เก๊กฮวย หวีซิงเฉ่า เปลือกส้ม ช่วยลดปอดร้อน ขับปอดชื้น5. น้ำมูกใสมีสีแดงหรือเป็นก้อนแดงๆแสดงว่าภายในจมูกมีแผลอยู่ เนื่องมาจากเส้นเลือกฝอยในโพรงจมูกแตก อาจจะมาจากเราเอานิ้วไปแคะ หรือภายในโพรงจมูกมันแห้งมาก อยู่ประเทศที่มีอากาศหนาวและแห้ง และมีอีกสาเหตุคือถ้าผู้ป่วยที่เพิ่งผ่าตัดโพรงจมูกในระยะแรกก็อาจจะมีก้อนเลือดที่ยังค้างอยู่ข้างในถูกขับออกมาก็ได้ค่ะ บางคนเป็นภูมิแพ้ก็ทำให้มีเลือดออกได้เหมือนกันนะคะ แพทย์แผนจีนเรียกว่าปอดร้อนแห้งกระทบเส้นเลือด แนะนำกินถั่วเขียว มะระ น้ำแกงต่างๆเป็นประจำ ไม่รับประทานของเผ็ดร้อนอย่างพวกขิง พริก ที่ทำให้ร่างกายร้อนจัด6. น้ำมูกสีน้ำตาลสีนี้ก็ยังคงเป็นเซลล์เม็ดเลือดนะคะ แต่ว่าอาจจะมอยู่นานใกล้จะหมดแล้วค่อยออก ก็เลยเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีน้ำตาล อาจจะมาจากมีน้ำมูกสีแดง และเปลี่ยนเป็นน้ำตาลค่ะ7. น้ำมูกสีดำปัจจัยที่ทำให้เกิดน้ำมูกสีดำมีหลายอย่าง กรณีแรกเป็นผู้ป่วยที่ชอบสูบบุหรี่ มีอาการติดเชื้อของระบบหายใจของร่างกายได้ อีกกรณีคือคุณไปเจอมลภาวะคือ เดินอยู่ข้างถนนมีควันรถท่อไอเสียต่างๆ อากาศในเมือง อีกทั้งแม้แต่นักเคมีหรือวิศวกร ช่างเทคนิคที่ทำงานอยู่ในไซท์งานที่ต้องเจอฝุ่นละออง กลับบ้านพบว่าน้ำมูกมีสีดำๆ เขม่าๆได้เช่นกัน ถ้าเป็นแบบนี้ก็ควรล้างจมูก ไม่ควรเอานิ้วไปแคะแกะเองนะคะ ล้างจมูกเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก แพทย์แผนจีนแนะนำ กินเก๊กฮวย แปะฮัก กิกแก้(桔梗) เหล่านี้ช่วยบำรุง ลดปอดร้อน ทำให้ปอดแข็งแรงสีของน้ำมูกสามารถช่วยบอกสัญญาณสุขภาพเบื้องต้นได้นะคะ แต่ถ้ามีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น ไข้สูง ปวดหัว หรือไอเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

รู้หรือไม่ กินผิด ปวดกระเพาะ

07 พ.ค. 2024

รู้หรือไม่ กินผิด ปวดกระเพาะ

กระเพาะอาหารเป็นอวัยวะที่เชื่อมกับปากของเรา และเป็นส่วนกลางระหว่างปากกับก้น จึงมีความสำคัญมากกับระบบย่อยอาหาร การรับประทานอาหารเข้าไป แบบเดิมๆ อาจจะทำให้กระเพาะอาหารของคุณมีปัญหาได้ มาดูกันว่าอะไรบ้างที่ทำให้กระเพาะของคุณมีปัญหาค่ะ1.ทานอาหารเร็วเกินไปการรับประทานอาหารนั้นควรเคี้ยวให้ละเอียดก่อนแล้วค่อยกลืน อย่างน้อยควรเคี้ยว 20 ครั้งนะคะ2.ทานอาหารไม่ตรงเวลาเมื่อทานอาหารเข้าไปถุงน้ำดีจะหลั่งน้ำดีเผื่อที่จะมาย่อยอาหารที่เรารับประทาน เวลาหิวน้ำดีก็จะหลั่งออกมาเหมือนกัน แต่เมื่อเราทานไม่ตรงเวลาน้ำดีจะหลั่งออกตามเวลา แต่พอไม่มีอาหารย่อย น้ำดีจะค่อยๆกัดกระเพาะ ทำให้กระเพาะเป็นแผลค่ะ3.เดี๋ยวกินอาหารที่ร้อน เดี๋ยวกินอาหารที่เย็นสลับกันไปกระเพาะอาหารปรับสภาพไม่ทัน ทำให้ปวดท้องได้ง่าย4.ทานขัาวแล้วดื่มน้ำตามทำให้การย่อยของกระเพาะอาหารทำได้ยากขึ้น ควรดื่มน้ำหลังอาหาร 30 นาทีนะคะ5.ชอบทานอาหารที่เผ็ดร้อนความเผ็ดร้อนจะไปกระตุ้นกระเพาะอาหารทำให้กระเพาะอาหารระคายเคืองได้ค่ะ6.ทานอาหารเวลากลางคืนกระเพาะอาหารทำงานหนักกว่าปกติ แทนที่จะได้พักผ่อน และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อ้วนด้วยนะคะรู้แบบนี้แล้วเราควรปฏิบัติตัวให้ถูกสุขอนามัยนะคะ เพื่อป้องกันรักษาไม่ให้กระเพาะอาหารของเราทำงานหนัก เพราะปกติเขาก็ทำงานหนักอยู่แล้วน๊า ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

นอนไม่ดี อันตรายกว่าที่คิด!

12 ก.พ. 2026

นอนไม่ดี อันตรายกว่าที่คิด!

1. พลัง “ไตพร่อง” (肾虚)นอนดึก – นอนหลับๆ ตื่นๆ ทำให้พลังไตเสื่อมเร็ว- อ่อนเพลียเรื้อรัง- สมาธิสั้น- ปวดหลัง ปวดเอว- ฮอร์โมนแปรปรวน2. ม้าม – กระเพาะทำงานแย่ลง (脾虚)การนอนไม่พอทำให้ระบบย่อยและดูดซึมอ่อนตัว- อืดท้องง่าย- กินนิดเดียวก็อ้วน- ตัวบวมน้ำ- ภูมิตกง่าย3. สมองล้า – คิดช้าลง (Brain Fog)เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ- คิดช้า ตัดสินใจช้า- ความจำแย่- เวียนหัว มึนงงง่าย4. หัวใจไม่สงบ (心神不安)นอนน้อยทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น- ใจสั่น- นอนหลับไม่ลึก- สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย5. ตับเครียด – อารมณ์แปรปรวน (肝气不舒)ตับฟื้นตัวช่วง 23.00 – 03.00 น.ถ้าไม่ได้นอนจริงจัง- หงุดหงิดง่าย- ตาแห้ง ปวดหัว- อารมณ์ไม่นิ่ง6. อ้วนง่าย – บวมน้ำนอนไม่ดี → ฮอร์โมนหิว (Ghrelin) สูง- อยากของหวาน- เบิร์นแคลน้อยลง- อ้วนเร็วมาก โดยเฉพาะ “พุงล่าง”7. ภูมิตก ป่วยบ่อยเม็ดเลือดขาวฟื้นตัวช่วยหลับลึกถ้าไม่ถึงระดับนั้น-ไข้หวัดง่าย-ภูมิแพ้กำเริบ-อักเสบเรื้อรังแอดมีวิธีง่ายๆ ที่แพทย์แผนจีนแนะนำบ่อยมาก โดยเฉพาะคนที่นอนหลับไม่ลึก มือเท้าเย็น เครียด หรือตื่นกลางดึกบ่อย “แช่เท้าน้ำอุ่นก่อนนอน” มีประโยชน์มากค่ะ1.กระตุ้นเลือดลมฝ่าเท้าคือปลายเส้นไต–ตับ–ม้ามน้ำอุ่นช่วยเปิดเส้น ทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้นทั้งตัว2.หลับลึกขึ้นความอุ่นช่วยให้ “หัวใจสงบ (安神)”ลดการสะดุ้งตื่นกลางดึก3.ลดความเครียดการแช่เท้าเหมือนส่งสัญญาณให้ระบบประสาทคลายตัวเหมาะมากหลังวันทำงานหนักค่ะ4.ช่วยแก้อาการมือเท้าเย็นโดยเฉพาะคนที่ “ไตหยางพร่อง”เท้าอุ่น = ร่างกายอุ่น = นอนดีขึ้น5.เพิ่มพลังไตน้ำอุ่นไปกระตุ้นบริเวณ “จุดไต” บนฝ่าเท้า (Yongquan – 湧泉穴)ทำให้พลังหยางของไตฟื้นตัวได้ดีขึ้นวิธีทำง่ายๆ1. เตรียมน้ำอุ่นอุณหภูมิ 40–45°C2. แช่เท้า 10–15 นาที3. ถ้าต้องการบำรุงเพิ่มเติม• ขิง• เกลือหิมาลัย4. เช็ดเท้าให้แห้ง แล้วใส่ถุงเท้าอุ่นๆก่อนเข้านอน“แช่เท้าน้ำอุ่นก่อนนอน = เปิดเส้นลมปราณ + อุ่นไต + ทำให้จิตสงบ”ทำทุกวัน หลับลึกขึ้นแบบรู้สึกได้จริง ลองไปทำตามกันดูนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

album
greenwave
-

-