แฟนหนูคลั่งรักหนูมากเกินไป จนรู้สึกว่ารักครั้งนี้ของเราไม่เท่ากันแฟนติดสกินชิพ ตัวติดหนูตลอด แต่หนูต้องการพื้นที่ส่วนตัวบ้าง เขาก็ทำหน้าที่แฟนได้ดีไม่มีบกพร่อง ชีวิตหนูโฟกัสหลายอย่าง หนูรู้สึกผิดว่า บางทีถ้าเขาไปเจอคนที่รักเขาเท่าๆกัน

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนหนูคลั่งรักหนูมากเกินไป จนรู้สึกว่ารักครั้งนี้ของเราไม่เท่ากันแฟนติดสกินชิพ ตัวติดหนูตลอด แต่หนูต้องการพื้นที่ส่วนตัวบ้าง เขาก็ทำหน้าที่แฟนได้ดีไม่มีบกพร่อง ชีวิตหนูโฟกัสหลายอย่าง หนูรู้สึกผิดว่า บางทีถ้าเขาไปเจอคนที่รักเขาเท่าๆกัน

01 พ.ย. 2024

แฟนหนูคลั่งรักหนูมากเกินไป จนรู้สึกว่ารักครั้งนี้ของเราไม่เท่ากันแฟนติดสกินชิพ ตัวติดหนูตลอด

แต่หนูต้องการพื้นที่ส่วนตัวบ้าง เขาก็ทำหน้าที่แฟนได้ดีไม่มีบกพร่อง ชีวิตหนูโฟกัสหลายอย่าง

หนูรู้สึกผิดว่า บางทีถ้าเขาไปเจอคนที่รักเขาเท่าๆกัน อาจจะดีกว่าคบกับเราก็ได้

              “คุณเค (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [30 ต.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาที่แฟนเป็นคนที่คลั่งรักเรามาก แต่เรารู้สึกว่าเราไม่ได้รักเขาขนาดนั้น เหมือนรักเรามันไม่เท่ากัน

             “คุณเค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แฟนหนูเป็นคนที่คลั่งรักหนูมาก แต่หนูไม่เคยมีแฟนมาก่อน คนนี้เป็นแฟนคนแรกของหนู แล้วหนูก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โฟกัสเรื่องรักเท่าเขาขนาดนั้น หนูคบกับแฟนคนนี้มา 1 ปี แฟนชอบสกินชิพ ตามใจเราทุกอย่าง ไม่ว่าเราจะทำอะไร เขาไม่ต้องการอะไรจากหนูเลย เขาต้องการแค่หนูเท่านั้น หนูชอบคนดีที่ไม่เจ้าชู้ เขาก็ตรงสามสเป็คเราทุกอย่าง แต่ด้วยความที่เราติดนิสัยอยู่คนเดียว เป็นลูกคนเดียวมาตลอด รู้สึกอยากมีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง แต่แฟนเป็นคนที่มีแฟนมาตลอด แฟนก็พยายามปรับมาตลอด เราคุยกันตลอด ส่วนตัวหนูก็ทำตัวดี ไม่ได้เจ้าชู้ ไม่ได้ไปนอกใจอะไรเขา

          ซึ่งนิสัยส่วนตัวเป็นคนที่ขี้รำคาญด้วย อาทิตย์นึงถ้าเขาว่าง เขาจะมาอยู่กับหนูตลอด บางทีก็จะมีจังหวะที่เวลาเราอยู่ด้วยกัน เราก็ไม่ได้คุยอะไรกันขนาดนั้น แค่รู้สึกว่ามีเขาอยู่ข้างๆก็พอ ปัญหาเล็กๆที่เกิดก็จะมีว่า เวลาเขาขอให้เราบอกรักเขาบ่อยๆ บอกรักเยอะๆ แต่หนูก็ไม่ได้อยากบอกรักบ่อยๆขนาดนั้น หนูมีความฝันเรื่องอนาคต หนูก็ยังเรียนไม่จบ ยิ่งตอนนี้ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย มันโฟกัสหลายอย่างเกิน กลัวว่าจะมาหงุดหงิดใส่เขา เวลาที่เราเครียด

             ส่วนเหตุผลที่หนูเป็นคนขอเค้าเป็นแฟนก่อนก็เพราะว่า อยากรู้ว่าคนรักกันเขาเป็นยังไง? ตอนนั้นก็รู้สึกว่าตัวเองก็น่าจะเป็นคนรักที่ดีได้ ก็เลยลองคบกันดู แต่พอผ่านมาก็ทำให้รู้สึกว่าหรือว่าเราควรอยู่กับตัวเอง และไปโฟกัสในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ มันเป็นความกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าอยากจะเลิกกับเขา ถามตัวเองอยู่เรื่อยๆ ตอนที่หนูไม่สบายเขาก็ดูแลดี คือเขาดีมากๆ ไม่มีอะไรผิดพลาดเลยตอนที่เราคบกัน ถ้าให้เทียบว่าอันไหนมีความสุขกว่ากัน ระหว่างตอนที่มีเขา กับ ตอนที่คบกันอยู่แบบนี้ มันก็ได้คำตอบว่า มันมีความสุขคนละแบบ ตอนโสดมันก็อิสระดี ได้ทำอะไรในสิ่งที่อยากทำ แต่พอมีแฟน เราก็ทำหน้าที่ของเราตามปกติ ถามว่าเสียใจไหมถ้าต้องเลิกกับเขา จะตอบว่า เสียดายมากกว่า เพราะอาจจะไม่ใช่เวลาของเราก็ได้ จริงๆในความสัมพันธ์ครั้งนี้ที่คบกัน มีการคุยกันมาตลอด สื่อสารกันมาตลอดว่าตอนนี้รู้สึกยังไง แฟนก็พยายามปรับตัวเอง เพิ่ม Space ให้กันมากขึ้น เคยเลิกกันไปแล้วรอบนึง แต่ตัวเคเองก็ยังกลับมารู้สึกเหมือนเดิม

          ก็เลยเกิดคำถามว่า หนูควรเลิกกับเขาไหม? ในเมื่อเขาทุ่มเทให้เราขนาดนี้ แต่เรากลับไม่ได้เต็มที่ขนาดเขา อยากให้เขาไปเจอคนที่เขาให้ แล้วเขาก็ได้รับกลับ ให้เขาไปเจอคนที่ดีกว่าเราดีไหม?

           หลังจบคำถาม สามดีเจได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “บางทีเขาอาจจะแค่คนที่ไม่ใช่ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนที่ไม่ดี”

           เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ให้ความคิดเห็นว่า ‘อันดับแรก ลองจับจังหวะตัวเองดีๆว่า ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้เป็นฮอร์โมน หรือ PMS อยู่รึเปล่า ลองไปเช็คดู ถ้ามันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงแล้วตอนนี้ แล้วยังสับสนว่าตัวเองยังมีแฟนดีไหม? แฟนคนนี้จะใช่ไหม? สิ่งที่เราทำจะทำร้ายเขาไหม? เราจะมีเวลาให้เขาพอไหม? เราจะไปหงุดหงิดใส่เขาไหม? พี่ๆดีเจทุกคนถึงบอกว่า “คนนี้เขายังไม่ใช่” เพราะถ้าใช่จริงๆ คำถามเหล่านี้ จะมีคำตอบ ซึ่งไม่มีใครรู้หรอกว่าสุดท้ายแล้วเขาใช่ไหม? บางทีเราอาจจะมารู้ตัวแล้วตอนที่เสียเขาไป ว่าจริงๆแล้วเราต้องการเขา เหมือนการทดลงคบกันครั้งนี้ พอได้มาคบกันจริงๆ มากลับกลายเป็นภาระในความสัมพันธ์ ไม่ได้มาเติมเต็มในแบบที่เคต้องการ และตัวเคเองก็ไม่ได้ทุ่มเทให้กับเขาได้ขนาดนั้น

          โดยสรุปก็คือควรจะคุยกับเขาแบบจริงๆจังๆ อธิบายเหตุผลเขาให้เขาใจในความรู้สึกเคทั้งหมด เคกำลังคิดในมุมของตัวเอง ยังไม่ได้ถามความคิดเห็นเขาเลย เป็นการตัดสินใจแทนเขา ซึ่งถ้าเค้าได้รับรู้ปัญหาจริงๆ มันอาจจะเจอจุดสมดุลบางอย่างที่เค้าอาจจะพร้อมปรับตัวเข้ากับเราก็ได้ ถ้าพี่พูดแบบนี้แล้วเคเองยังรู้สึกว่าเขาไม่น่าจะทำให้ได้ เคก็ต้องกลับไปถามตัวเองจริงๆแล้วว่าตัวเองพร้อมกับความสัมพันธ์ครั้งนี้จริงๆแล้วหรือไม่ ? ถ้าเปิดใจคุยกันแล้วยังไม่ใช่ ก็แสดงว่ารักครั้งนี้มันยังไม่ใช่ ลองไปคุยกันดูก่อน ไม่อยากให้มันจบด้วยการตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่ได้คุยกับเขา เพราะเขาก็เป็นคนที่มีสิทธิ์ในการรับรู้ปัญหาครั้งนี้ ความสัมพันธ์นี้ไม่มีใครผิด แค่เคลียร์ให้ชัดว่ามันคืออะไรกันแน่’

       ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้ความเห็นว่า ‘เรื่องที่ว่าเขาคลั่งรัก เรื่องที่เขาชอบสกินชิพ มันคือปัญหาปลายภูเขาน้ำแข็ง พี่เพิ่งอ่านบทความเกี่ยวกับ Love Language มา เขาบอกว่า วิธีแสดงความรักของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่น 1.คำพูด ชอบชมแฟน 2.ทำการกระทำ 3.ให้ของ ซื้อของให้ 4.มีเวลาให้ 5.สกินชิพ ซึ่งข้อที่ 5 คือ แฟนเคกำลังทำอยู่ แต่สำหรับพี่ แต่ละคนไม่จำเป็นจะต้องมี Love Language ที่เหมือนกัน  เพียงแต่ว่าถ้าเรารู้ว่าแฟนเราเป็นแบบนี้ ถ้าเรายังมีความเข้าใจซึ่งกันและกันเราก็จะไปต่อกันได้ แต่เท่าที่ดีเจเติ้ลฟังคุณเคเล่ามา รู้สึกว่าเคอาจจะมีความสุขกับการอยู่ด้วยตัวเองมากกว่า เคอาจจะไปเจอคนที่มีความรักใกล้เคียงกันกว่านี้ มันอาจจะทำให้เคมีความสุขกว่าคนนี้ เรื่องนี้ถ้าหนูรักเขามาก อินกับเขามากจริงๆ ปัญหาที่เคเล่ามา มันแทบจะไม่ใช่ปัญหาเลย มันก็เลยสรุปเป็นประโยคได้ว่า เรื่องนี้ เธอไม่ผิด แต่เธอไม่ใช่’

          สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ให้ความคิดเห็นว่า ‘รู้สึกเหมือนกับทั้งดีเจเผือก และ ดีเจเติ้ลว่า คนนี้ไม่ใช่ไม่ดี แค่เขาไม่ใช่ ดีเจต้นหอมก็แนะนำว่า ถ้าเขากำลังพยายามปรับตัวอยู่ ลองไปดูเขาในเวอร์ชั่นนี้ว่าดีไหม? แต่ถ้ายังไม่ใช่อยู่ดี ก็บอกกับเขาตรงๆ คุยกันเยอะๆ อยากอยู่ หรือไม่อยากอยู่เป็นตัวเราเอง ลองทำชีวิตให้มันง่ายขึ้น ใช่ก็คบต่อ ไม่ใช่ก็เลิกกันไป แค่นั้นเอง’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูบูชาปี่เซียะมา ร้านแนะนำให้ทำพิธีก่อนเริ่มวันใหม่ วันนั้นกลับมา ห้าทุ่มครึ่ง เหลือเวลาครึ่งชั่วโมง รีบจุดธูป ทำพิธี แล้วไปอาบน้ำ ออกมาควันเต็มห้อง แฟนโกรธมาก แต่เราดันไปถามว่า "เธอเห็นตัวเลขบนรูปไหม?" เพราะตอนเช้าวันที่ 16 แล้ว แฟนด่าเราใหญ่เลย

25 พ.ย. 2024

หนูบูชาปี่เซียะมา ร้านแนะนำให้ทำพิธีก่อนเริ่มวันใหม่ วันนั้นกลับมา ห้าทุ่มครึ่ง เหลือเวลาครึ่งชั่วโมง รีบจุดธูป ทำพิธี แล้วไปอาบน้ำ ออกมาควันเต็มห้อง แฟนโกรธมาก แต่เราดันไปถามว่า "เธอเห็นตัวเลขบนรูปไหม?" เพราะตอนเช้าวันที่ 16 แล้ว แฟนด่าเราใหญ่เลย

หนูบูชาปี่เซียะมา ร้านแนะนำให้ทำพิธีก่อนเริ่มวันใหม่ วันนั้นกลับมา ห้าทุ่มครึ่งเหลือเวลาครึ่งชั่วโมง รีบจุดธูป ทำพิธี แล้วไปอาบน้ำ ออกมาควันเต็มห้อง แฟนโกรธมาก แต่เราดันไปถามว่า"เธอเห็นตัวเลขบนรูปไหม?" เพราะตอนเช้าวันที่ 16 แล้ว แฟนด่าเราใหญ่เลย หนูผิดมากหรอคะ? “คุณส้ม (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [20 พ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องบูชาปี่เซี๊ยะจนเกือบไฟไหม้บ้านแฟน โดย “คุณส้ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า สำหรับตัวหนูเป็นคนที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องปี่เซี๊ยะ ก็เลยไปซื้อปี่เซี๊ยะที่ร้าน ๆ นึงมา โดยทางร้านเขาก็บอกว่า จะมีวันที่ที่ต้องบูชาตาม วัน/เดือน/ปี/เกิด ของหนู พอเสร็จเรียบร้อย วันนั้นหนูกลับถึงบ้าน 5 ทุ่มครึ่ง คืออีกครึ่งชั่วโมง มันเป็นวันเกิดของหนู ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่หนูต้องบูชา ไม่งั้นมันจะเลยฤกษ์ แล้วหนูต้องนอนกับแฟนที่บ้าน แต่หนูต้องบอกก่อนว่าแฟนหนูเป็นคนใจเย็นมาก ไม่พูดคำหยาบ เรียบร้อย สุภาพ ทีนี้หนูก็ทำพิธีอย่างรวดเร็ว แบบว่ามันก็จะมีพาน แต่หนูไม่ได้ไปจุดธูปข้างล่าง เพราะคนอื่นเค้านอนกันหมดแล้ว หนูก็เลยขออนุญาตแฟนว่า ขอจุดในห้องนอนได้ไหม แค่แบบแปปเดียวจริง ๆ มันก็จะมีธูป มีแผ่นทอง มีกำไล มีเส้นแดง หนูก็จุดเรียบร้อย ทีนี้ระหว่างรอธูปดับ หนูก็ไปอาบน้ำ พอหนูอาบน้ำเสร็จ หนูคิดในใจ หนูจะได้เลขเด็ดแล้ว แต่พอออกมาจากห้องน้ำ เห็นแฟนกำลังพัด คือเหมือนธูปมันจะมอด ใกล้จะดับ แต่กลิ่นมันโขมงมาก สิ่งที่หนูเห็น หนูก็อึ้ง หนูทำไร ไม่ถูก แต่แฟนหนูก็เคลียร์ทุกอย่าง ทั้งธูป ทั้งควัน เสร็จแล้วเขาก็พูดว่า เฮ้ยส้ม!! ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ ฉันเตือนแล้ว มาเป็นชุด หนูก็เลย ทำไรไม่ถูก เสร็จปุ๊ปหนูก็เลยเดินไปถามเขาดี ๆ ว่า ‘เธอ ๆ เธอเห็นเลขไหม?’ คำถามนี้แหล่ะมันเลยทำให้เค้าโมโหหนักกว่าเดิม หนักกว่าเดิมแบบว่า เฮ้ย!! ส้มทำไมเธอถึงถามฉันด้วยคำถามแบบนี้วะ แทนที่จะมาดูว่าบ้านเป็นอะไรไหม? หนูก็เลยยืนงงอยู่ แฟนหนูก็เลยพูดต่อว่า ทำไมส้มโตแต่ตัว ทำไมส้มไม่ใช้สมองเลย เราคบกันมานานมาก คำพูดเหล่านั้นหนูไม่เคยได้ยินจากปากเขาเลย วันนี้ได้ยินแล้วค่อนข้างอึ้ง หนูก็เลยตะคอกกลับไปว่า หุบปากได้ไหม!! แล้วเค้าก็สบถคำที่ค่อนข้างทำให้หนูตกใจ หลังจากคืนนั้น คือก้นชนก้น ไม่พูดไม่จา ไม่อะไรกันทั้งนั้น คือคิดในใจแล้วว่า ‘หนังสือเล่มสุดท้ายของชีวิตล่ะ’ คือกำลังจะโบกมือบ๊ายบายกันแล้ว แต่สุดท้ายคือหนูก็ตกลงกันว่าโอเค ปรับความเข้าใจกัน คำถามที่หนูอยากจะถามพี่ๆดีเจคือ “หนูรู้นะหนูผิดตรงที่หนูไม่รู้ หนูไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ อยากรู้แค่ว่าหนูผิดมากไหม? ที่ต้องมาพูดแรงกับหนูขนาดนี้” ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นพร้อมกันไปในทางเดียวกันว่า ‘มากกก’ ส้มผิดมากค่ะ ส้มสมควรโดนด่า ถูกต้องแล้ว ไม่โดนทำร้ายกายก็ดีแค่ไหนแล้ว ต้องขอบคุณแฟนของส้มที่เตือนสติส้ม นอกจากนี้ “ดีเจต้นหอม” ยังพูดทิ้งท้ายอีกว่า ‘กลับไปบ้าน แล้วไปนวดแข้ง นวดขา นวดบ่าเขาให้ดี ดีที่เค้ายังไม่บอกเลิก ‘หนังสือเล่มสุดท้าย’ เค้าควรเป็นคนพูด...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คือสงสัยอะค่ะ เวลาเราให้ของขวัญใครสักคน ทำไมถึงไม่แกะกันหรอคะ? เราให้ของขวัญพี่ที่ทำงานไป ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆแล้วเขายังไม่แกะเลย แล้วทุกคนเวลาได้ของขวัญจากใครสักคน จะแกะเลยไหมคะ

05 มี.ค. 2024

คือสงสัยอะค่ะ เวลาเราให้ของขวัญใครสักคน ทำไมถึงไม่แกะกันหรอคะ? เราให้ของขวัญพี่ที่ทำงานไป ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆแล้วเขายังไม่แกะเลย แล้วทุกคนเวลาได้ของขวัญจากใครสักคน จะแกะเลยไหมคะ

“คุณเฟย์(นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 ก.พ. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ กับปัญหาที่ให้ของขวัญพี่ในทีม แต่ผ่านมาหลายเดือนแล้ว เขายังไม่แกะของขวัญเลย โดย ​“คุณเฟย์(นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘เฟย์เป็นคนที่ชอบเลือกของขวัญหรือชอบเขียนการ์ด แล้วในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมามันก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะให้ของขวัญ ซึ่งเฟย์ก็จะให้ของขวัญกับคนที่เรารู้สึกว่า เราอยากขอบคุณเขาในปีที่ผ่านมา แล้วหนึ่งในนั้นคือทีมที่เราทำงานด้วย ก็เลยซื้อของขวัญให้กับคนในทีม เพราะเรารู้สึกว่าทีมที่ทำงานด้วยกันตอนนี้น่ารักมากในทีมมีกันอยู่ประมาณ 5 คน คือจริง ๆ เป็นบริษัทใหญ่แต่ว่าทีมที่สนิทกันคือทีมนี้ พอผ่านมาประมาณ 1 เดือน ก็มีช่วงวาเลนไทน์ เฟย์ก็เอาของขวัญไปให้เพื่อนในทีมอีก ปกติตอนแรกในทีมจะมีกันอยู่ 3 คน ทุกคนก็จะแลกของขวัญกันอยู่แล้ว พอมีเป็น 5 คนเฟย์ก็ให้ของขวัญ แล้วมีพี่ในทีมเล่าให้ฟังว่า เนี่ย ๆ มีอะไรจะสารภาพ คือคนนี้ยังไม่เปิดของขวัญปีใหม่ของเฟย์เลย ซึ่งมันผ่านมา 1 เดือนแล้ว เฟย์ก็คิดว่า เฮ้ย มันมีคนแบบนี้ด้วยหรอ คนที่ยังไม่แกะของขวัญ ถ้าเป็นกลุ่มเพื่อน เฟย์ก็คือเห่อของที่ได้มาแล้วแกะเลย ช่วงแรกที่เฟย์รู้ ก็รู้สึกเฟล ๆ ไปนิดนึงว่าผ่านไปเป็นเดือนแล้วทำไมไม่แกะสักที แต่ก็มาคิดดูว่า ความตั้งใจของเราที่อยากให้เขามันสำเร็จแล้ว เขาจะไปทำอะไรมันก็เรื่องของเขา ตอนนี้อยากชวนคุย Topic ว่า ทุกคนได้ของขวัญมาแล้วแกะกันเลยไหม? แล้วคนที่ไม่แกะของขวัญ จะแกะเมื่อไหร่? ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่ พี่ก็กอง ๆ ไว้ ถ้าช่วงปีใหม่มันไม่ได้เยอะ ก็ไม่ได้มานั่งแกะทุกอัน บางทีของพี่มันจะเดาได้ว่าแก้วน้ำ ก็เลือกที่จะไม่แกะ ถ้ามันไม่ได้จากคนที่พิเศษมากพี่ก็ไม่ได้ซีเรียส ถ้าได้จากคนที่ออฟฟิศทั่วไป ก็ทิ้งไว้ค่อยแกะทีหลัง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แกะเลย คือนอกจากว่าเรามองอย่างที่เติ้ลบอก ถ้ามองแล้วเราพอรู้ว่าคืออะไร เราก็อาจจะไม่ได้รีบแกะ ส่วนใหญ่คงแกะแหละ คนเราได้ของขวัญ แต่ก็จะมีคนขี้เกียจแฝงอยู่ไม่น้อย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แกะ แต่อย่างแฟนคลับให้ช่อเงินมา ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้แกะ เพราะมันรู้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่รู้อยู่ในกล่อง คือแกะคืนนั้นเลย เฟย์ไม่ต้องเสียใจใด ๆ คนแตกต่างกัน มีทั้งคนที่แกะ แล้วก็ไม่แกะ ไม่ได้แปลว่าเราไม่ได้สำคัญ เขาคือขี้เกียจ…’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ลึกๆหนูรู้สึกอายมาตลอด ที่ตัวเองเป็น “ลูกชาวนา” โตมากับบ้านริมทุ่งนา ล่าสุด พาแฟนคนปัจจุบัน ไปกินข้าวที่บ้าน พ่อแม่เราก็ชาวบ้านๆ ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับแฟนเลย พอแฟนกลับจากบ้านหนู หนูก็โทรไปบอกแฟนว่า “เราไม่น่าพาเธอมาลำบากเลย พ่อแม่เราเป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ

25 ส.ค. 2025

ลึกๆหนูรู้สึกอายมาตลอด ที่ตัวเองเป็น “ลูกชาวนา” โตมากับบ้านริมทุ่งนา ล่าสุด พาแฟนคนปัจจุบัน ไปกินข้าวที่บ้าน พ่อแม่เราก็ชาวบ้านๆ ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับแฟนเลย พอแฟนกลับจากบ้านหนู หนูก็โทรไปบอกแฟนว่า “เราไม่น่าพาเธอมาลำบากเลย พ่อแม่เราเป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ

ลึกๆหนูรู้สึกอายมาตลอด ที่ตัวเองเป็น “ลูกชาวนา” โตมากับบ้านริมทุ่งนา ล่าสุด พาแฟนคนปัจจุบันไปกินข้าวที่บ้าน พ่อแม่เราก็ชาวบ้านๆ ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับแฟนเลย พอแฟนกลับจากบ้านหนูหนูก็โทรไปบอกแฟนว่า “เราไม่น่าพาเธอมาลำบากเลย พ่อแม่เราเป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ เขาไม่ค่อยพูดจาอะไรอย่าคิดมาก” แฟนหนูก็บอกไม่เป็นปัญหาอะไรเลย เขาก็ยังรักเราเหมือนเดิม คุยถึงอนาคตงานแต่งงานกับหนูบ่อยขึ้นด้วยซ้ำ ตอนนี้แฟนหนูโอเคทุกอย่าง ไม่ได้ติดอะไรมีแค่ตัวหนูเองที่ยังอายกับความเป็นอยู่ของตัวเอง กลัวว่าจะเป็นปัญหาของชีวิตคู่ในอนาคต... “คุณฟาง (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาไม่มั่นใจในฐานะทางบ้าน จนทำให้ไม่กล้าเปิดใจมีความรักเลย โดย “คุณฟาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นเด็กต่างจังหวัดที่โตมากับพ่อแม่ที่ รับจ้างทำนา เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หนูได้คุยกับผู้ชายคนนึงซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนสมัยมัธยมแล้วก็ตกลงคบกันไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ระหว่างที่คบกันเขาก็พาหนูไปเจอที่บ้านบ่อย ๆ ที่บ้านเขาก็น่ารัก แฮปปี้ เอ็นดูหนู แล้วเขาก็ชอบเล่าให้ฟังว่าคุณแม่พูดถึงหนูยังไงบ้าง จนแม่ของแฟนก็พูดว่าให้แฟนหนูไปเจอพ่อแม่หนูบ้าง หนูก็เริ่มกดดันเพราะรู้สึกว่าหนูยังไม่พร้อมที่จะให้เขามาเจอ ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยบอกแฟนเลยว่าที่บ้านทำอะไร แล้วแฟนก็ไม่เคยถามด้วย หนูกับแฟนไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะแฟนอยู่กรุงเทพ ส่วนหนูอยู่ต่างจังหวัด เราจะเจอกันแค่เสาร์-อาทิตย์เท่านั้น จนกระทั่งวันแม่ด้วยความที่แม่แฟนเอ็นดูหนูมาก แฟนก็เลยอยากจะเจอแม่ของหนูบ้าง จึงตัดสินใจไปหาแม่หนูเพราะตรงกับวันหยุด ถึงหนูกับแฟนจะโตมาในจังหวัดเดียวกันแต่บ้านแฟนจะอยู่ในเมือง ส่วนบ้านหนูจะอยู่ชานเมือง ระหว่างทางแฟนก็มีการเตรียมตัว อยากคุยนู่นคุยนี่กับแม่ แต่หนูก็กดดันจนหน้าถอดสี เพราะหนูรู้สึกไม่ดี ก็เลยบอกแฟนว่าไม่ต้องเตรียมอะไรมากหรอก พ่อแม่เป็นคนธรรมดา ไม่ค่อยพูด เผลอ ๆ ไม่พูดกับเราเลยด้วยซ้ำ พอไปถึงบ้านหนูปุ๊บ แฟนก็เหมือนจะช็อคไปนิดนึงแอบหน้าถอดสีนิด ๆ หนูก็เลยแนะนำตัวแฟนให้พ่อแม่รู้จัก ส่วนพ่อแม่หนูก็ได้แต่ยิ้ม มีทักทาย รับไหว้กันนิดหน่อยแต่ส่วนใหญ่ก็นั่งยิ้มมองกันเฉย ๆ เป็นชั่วโมงที่พ่อแม่หนูไม่พูดอะไรเลย แฟนหนูก็ทำตัวไม่ถูก ไม่พูดอะไรเลยเหมือนกันทั้ง ๆ ที่เป็นคนพูดเก่งมาก ณ เวลานั้นหนูก็เครียด ไม่รู้แฟนจะโอเคมั๊ย ไม่รู้แฟนคาดหวังเอาไว้ยังไง วันนั้นจะกินปิ้งย่างด้วยกันแต่ก็ไม่ได้กิน เพราะบรรยากาศดูไม่ได้เอนจอย เลยบอกแฟนว่ากลับบ้านก่อนก็ได้เดี๋ยวหนูตามไป ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาบ้าน หนูบอกพี่ชายไว้ว่าจะพาแฟนมาแต่ไม่รู้เขาได้สื่อสารกับพ่อแม่หรือเปล่าเพราะหนูก็ไม่ได้คุยกับพ่อแม่เลย ปกติหนูไม่ค่อยสนิทกับพ่อแม่อยู่แล้ว คุยได้ เล่นได้ แต่ไม่ค่อยสนิท พอแฟนมาบ้านหนูที่เป็นคนกลางก็ไม่ได้ชวนคุยเพราะหนูก็ยังกดดันที่มันเป็นครั้งแรก ไม่รู้จะทำยังไง ลึก ๆ หนูก็อายที่พ่อแม่เป็นชาวนา หนูติดเรื่องนี้มาโดยตลอดตั้งแต่เด็ก รู้สึกว่าบ้านหนูที่เป็นบ้านไม้ ใต้ถุนเป็นดิน มันไม่ได้น่าอยู่เหมือนคนอื่น แล้วก็พ่อแม่ก็ไม่ได้แต่งตัวสวยหรูด้วย พอแฟนขับรถออกไปหนูก็ส่งข้อความไปว่าขอโทษที่พามาลำบากนะ แต่แฟนกลับบอกว่าชิลมาก ไม่ต้องคิดมากเลยใช้ชีวิตให้สนุกกับที่บ้านเพราะยังไงเราก็ต้องเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว แฟนหนูปกติมากเลย มีแต่หนูที่คิดมากเหมือนเป็นปมมานาน ก่อนมาเจอคนนี้หนูก็ตั้งปณิธานว่าหนูไม่อยากมีแฟนจนกว่าจะทำบ้านใหม่ให้พ่อแม่อยู่ ทำให้พ่อแม่หนูสบายได้ หวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ หนูเลยอยากได้คำปรึกษาจากพี่ ๆ ว่า ทำยังไงให้หนูคิดให้ดีขึ้น? ไม่อยากเป็นคนที่คิดแบบนี้’ เริ่มต้นที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘รู้ว่าอายในสิ่งที่มีเลยพยายามที่จะพัฒนาภาพลักษณ์ตัวเองให้ดีก่อนที่จะให้คนอื่นได้เห็น แต่พี่มองว่าฟางกังวลเรื่องภาพลักษณ์ตัวเองที่จะต้องสมบูรณ์แบบมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่บางครั้งคนที่เข้ามาในชีวิตเราเขาอาจจะชอบที่ตัวเรามากกว่า แต่ก็เข้าใจว่าในสมัยเด็กคนเราเริ่มมีสังคม เริ่มมีความรัก เราก็จะเริ่มอายไม่กล้าพาใครมาบ้านเพราะมันเล็กนิดเดียวไม่ใหญ่เหมือนคนอื่น หลัก ๆ มันเกิดจากการที่เราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น อีกอย่างคือเราตัดสินชีวิตเราเองว่ามันไม่ดีพอและมองมันเป็นข้อด้อยเพราะคิดว่าเขาคงอยากได้คนที่ฐานะเท่าเทียมกัน ซึ่งในชีวิตจริงก็มี แต่ถ้าใครที่คิดแบบนี้กับเราแปลว่าเขาไม่เหมาะที่จะมาเป็นคู่ชีวิตกับเรา คนที่เหมาะกับเราควรเป็นคนที่โฟกัสเรามากกว่า แล้วสิ่งที่แฟนฟางแสดงออกมาเขาก็ดีมาก ๆ กลับมาแล้วมีความสัมพันธ์ดีขึ้นด้วย คงมีแต่ฟางที่ไม่สามารถทำลายปมในใจของตัวเองได้สักที วันใดที่โตขึ้นมากพอฟางจะไม่เอาเรื่องนี้มาลดทอนตัวเองลง แค่กล้าที่จะพูดความจริงกับเขา ถ้าเขาโอเคคือจบ และวันนี้ฟางก็โชคดีที่เจอคนที่เข้าใจฟางได้แล้ว ในเมื่อคนที่เรารัก เราแคร์ ยังไม่สนใจอะไรเลยแล้วเราจะคิดมากไปทำไม เขาอาจจะอยากดูแลเรามากขึ้นด้วยซ้ำ แล้วเราจะเสียเวลานั่งคิดเรื่องปมนี้ไปทำไม เพราะฉะนั้นอย่าดูถูกตัวเองด้วยปัจจัยที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา จงภูมิใจที่ได้เจอแฟนคนนี้ ขอบคุณแฟนเยอะ ๆ พูดให้เขาชื่นใจ’ ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ชีวิตคนเราจะเจริญหรือดีขึ้นได้มันไม่จำเป็นต้องโค่นรากเหง้าเราทิ้ง ในยุคนี้ใครที่ยังตัดสินคนจากชาติกำเนิดถือว่าเป็นความคิดที่ตื้นเขินมาก เราไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกเกิดแต่เรามีสิทธิ์ที่จะพาตัวเองขึ้นไปเจอสิ่งที่ดีได้โดยที่เราไม่จำเป็นต้องปกปิด เพราะถ้าไม่มีมันในวันนั้นก็จะไม่มีเราในวันนี้ อย่างน้อยมันก็เป็นสารตั้งต้นให้เรา พอโตขึ้นจะรู้ว่ามันไม่ได้วัดจากสิ่งที่มีเลย มันวัดที่ปัจจุบันเรากำลังทำอะไรกันอยู่ ความจริงเราสามารถดูว่าบ้านมีปัญหาตรงไหนแล้วเข้าช่วยได้เลย โดยที่ไม่ต้องปกปิดหรือลืมไปเพราะมันคือความจริง สุดท้ายเราก็เกิดเป็นลูกชาวนาอยู่ดี แต่สิ่งนี้จะไม่มีวันล่มสลายหรือบั่นทอนคุณค่าของฟางได้เลยถ้าฟางไม่บั่นทอนคุณค่าตัวเอง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘สมัยนี้เทรนด์การมองแค่เปลือกมันน้อยลงไปแล้ว แม้กระทั่งอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นสาวบ้านนาอะไรก็ตามเขาก็จะทำคอนเทนต์กับทุ่งหญ้า หรือกับสิ่งที่เขากำเนิดเกิดมา แล้วเขามีความภูมิใจด้วย เทรนด์ตอนนี้มันเปลี่ยนแล้ว ไม่มีใครสนใจเราแล้ว ที่สำคัญยังมีปัญหาอื่น ๆ ในชีวิตที่ใหญ่กว่านี้เยอะเลย อย่าเสียเวลาคิดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้ามีใครสักคนมาว่าเรา คนนั้นไม่ได้ชีวิตดีไปกว่าเราหรอก เวลาเราลำบากคนเหล่านี้ไม่เคยหยิบยื่นหรือช่วยเราเลยเพราะฉะนั้นจงมั่นใจในตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนหนูเคยเป็นบาร์โฮสมาก่อน เลิกทำอาชีพนี้ แล้วมาคบกับเรา ตอนนี้แฟนทำอาชีพเป็นเทรนเนอร์ กำลังจะไปประกวดเพาะกาย หนูทำอาหารให้วันละ 4 มื้อ ดูแลอย่างดีทุกวัน แต่พอจะถึงวันประกวด แฟนบอกไม่ให้เราไป เพราะมีสปอนเซอร์ไปด้วย จะให้สปอนเซอร์คนนี้รู้ไม่ได้ว่าคบหนู

30 ก.ย. 2025

แฟนหนูเคยเป็นบาร์โฮสมาก่อน เลิกทำอาชีพนี้ แล้วมาคบกับเรา ตอนนี้แฟนทำอาชีพเป็นเทรนเนอร์ กำลังจะไปประกวดเพาะกาย หนูทำอาหารให้วันละ 4 มื้อ ดูแลอย่างดีทุกวัน แต่พอจะถึงวันประกวด แฟนบอกไม่ให้เราไป เพราะมีสปอนเซอร์ไปด้วย จะให้สปอนเซอร์คนนี้รู้ไม่ได้ว่าคบหนู

แฟนหนูเคยเป็นบาร์โฮสมาก่อน เลิกทำอาชีพนี้ แล้วมาคบกับเรา ตอนนี้แฟนทำอาชีพเป็นเทรนเนอร์กำลังจะไปประกวดเพาะกาย หนูทำอาหารให้วันละ 4 มื้อ ดูแลอย่างดีทุกวัน แต่พอจะถึงวันประกวดแฟนบอกไม่ให้เราไป เพราะมีสปอนเซอร์ไปด้วย จะให้สปอนเซอร์คนนี้รู้ไม่ได้ว่าคบหนู ซึ่งสปอนเซอร์คนนี้คือเจ๊ส่งเงินให้แฟนเราเดือนละ 4 - 5 หมื่น ดูแลแฟนเรามาทุกเดือน แล้วเป็นสปอนเซอร์ในการส่งแฟนเราประกวดครั้งนี้ด้วย หนูจะทำยังไงดีคะ? ก็ยังรักแฟนคนนี้มาก ไม่ได้อยากเลิก แต่เขาก็ยังมีเจ๊คนนี้อยู่ “คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องแฟนที่เป็นนักเพาะกาย แต่ไม่ยอมให้เราไปดูงานประกวด เพราะกลัวเจ๊ที่เลี้ยงดูอยู่จะรู้ว่ามีแฟน โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนคบกันมา 1-2 ปี ตอนเจอกันครั้งแรกเขาทำงานเป็นบาร์โฮส แต่พอคบกันเขาก็เลิกทำงานนั้นไป งานประจำจริง ๆ ของเขาคือเป็นเทรนเนอร์และก็นักกีฬาเพาะกาย แล้วในช่วงเดือนหน้าเขาก็กำลังจะแข่งเพาะกาย ระยะเวลาที่เราอยู่กันมา 2 ปี ตัวหนูเองก็ดูแล ซัพพอร์ตกันมาตลอด การเป็นนักกีฬาต้องมีวินัยทั้งเรื่องอาหารการกิน การนอนก็ต้องนอนให้ตรงเวลา เราทั้งสองคนถือว่าเสียสละกันหลายอย่าง จะไปเที่ยวที่ไหน จะกินอะไรก็ไม่สามารถกินได้อย่างที่ต้องการ ซึ่งหนูก็ให้ความร่วมมือมาโดยตลอด แต่เมื่อใกล้จะถึงเวลาที่แข่งก็คือในช่วงเดือนหน้า กลายเป็นว่าหนูไม่สามารถไปยืนเชียร์เขาข้างสนามได้ ใจจริงหนูอยากไปอยู่ในทุก ๆ ความสำเร็จของเขา แต่เป็นเพราะว่าสปอนเซอร์เขาเนี่ยจะไปด้วยซึ่งสปอนเซอร์เขาคือลูกค้าเก่าจากบาร์โฮส นั่นแปลว่าเขาจะรับรู้สถานะเรากับแฟนไม่ได้ เขาซัพพอร์ตแฟนเราหลาย ๆ อย่าง ตกเดือนละประมาณ 4-5 หมื่นบาท แรก ๆ ก็มีไปกินข้าวกัน ซึ่งหนูรับรู้ตลอด เขาก็พยายามทำให้เราสบายใจด้วยการติด GPS หรือหนูทักไปเขาก็จะตอบเสมอ ถ่ายรูปให้ดูตลอดว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่มันก็เริ่มเป็นปัญหาเพราะเราเพิ่งคุยกันเรื่องนี้แล้วทะเลาะกัน ฝั่งเขาก็อยากให้เราเข้าใจว่าทำไมเราถึงไปไม่ได้แต่หนูก็เสียใจ’ ในระหว่างการพูดคุย ‘ดีเจต้นหอม’ ก็ได้ถามคุณน้ำ 1 คำถามว่า ‘ถ้าแฟนเราเลยเถิดไปถึงขึ้นมีอะไรกันกับเจ๊คนนั้น น้ำจะรับได้ไหม?’ ซึ่งทางฝั่งคุณน้ำได้ให้คำตอบกลับมาว่า ‘แฟนหนูบอกว่าไม่มีแน่นอน 100% และเขาก็ทำพยายามทำให้หนูมั่นใจตลอด แต่ถ้าถามว่าเชื่อ 100% ไหม เอาจริง ๆ ก็ไม่ แต่หนูคิดว่ารับได้เพราะหนูรู้ว่าเขาทำไปเพื่ออะไรแต่ก็รับไม่ได้นาน อาจจะแค่ 1 ปี เพื่อไปสร้างตัวหลังจากนั้นก็คงจะไม่ได้แล้ว’ “คุณน้ำ (นามสมมติ)” เล่าต่อว่า ‘อีกอย่างหนึ่งเลยคือต้องบอกก่อนว่าหนูก็เคยเป็นเด็กเสี่ยเหมือนกัน แต่พอหนูมาเจอเขา หนูก็ทิ้งทุกอย่างแล้วก็มาทำงาน และเราก็กำลังสร้างตัวกันอยู่ เขาบอกว่าเขาขอสร้างโปรไฟล์ให้ได้ เขาอยากเติบโตมากว่านี้ซึ่งหนูก็ไม่รู้ว่าจะถึงเมื่อไหร่ เคยคุยกันว่าถ้าไม่มีเงินของเจ๊คนนี้จะอยู่ได้ไหม? แต่เขาก็บอกว่ามันไม่พอ เพราะตอนนี้เราก็เช่าคอนโดอยู่หลายหมื่นบาท หนูเลยอยากปรึกษาพี่ ๆ ทั้งสามคนว่า หนูควรเปลี่ยนมายเซ็ทตัวเองดีไหม? ให้คิดว่าเขาก็ทำเพื่อเราสองคน’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าถามว่าจะเปลี่ยนมายเซ็ทยังไง สำหรับพี่ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ปล่อยไหลไปตามชีวิต เราไปคิดมากก็กำหนดอะไรไม่ได้อยู่ดี ถ้าเราไปคิดตามเหตุและผล เหตุและผลมันก็จะบอกให้เราเลิก แต่ถ้าเราไม่อยากเลิกก็ไม่ต้องไปคิด แล้วก็เชื่อในความรักว่ามันคือสิ่งที่แท้จริง คลิปที่เราไปเที่ยวด้วยกัน คลิปที่เราหวานแหววกัน นี่คือความจริง ซึ่งความจริงนี่มันจะเกิดขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายช่วยกันสร้าง ช่วยกันยืนยัน และเรื่องอื่น ๆ ที่มันเกิดขึ้นที่ไม่ใช่ตรงนี้ มันเป็นเพราะความจำเป็น อะไรที่อยู่ลับหลังเรามันไม่จริง มันเป็นแค่สิ่งที่ปลอมขึ้นมาเพื่อประโยชน์อะไรสักอย่างในชีวิตตอนนี้ หลับหูหลับตาและมองในสิ่งที่เราเชื่อว่ามันเป็นความจริง แค่นั้น’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘มันคืออาชีพเขา เขาทำเพื่อรายได้ที่จะทำให้ชีวิตของเราสองคนดีขึ้นไปเรื่อย ๆ รายได้จากอาชีพนี้ทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น และเขายังรักน้ำคนเดียว เขาไม่ได้รักเจ๊คนนั้น ก็ต้องคิดแบบนี้ ถึงเราไปเชียร์เขาไม่ได้แต่เขารักเรา เขาแค่ต้องทำงานแลกเงินแต่ทุกอย่างเขาทำเพราะหวังดี เขาอยากให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นแค่นั้นและก็คิดว่าถ้าเขาขาดรายได้ตรงนี้ไป ชีวิตของเราสองคนก็อาจจะไม่ได้ดีอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามันคุ้มแลกก็ต้องทน’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘สู้เขาสิ! มันคือความรัก เขารักเรา เขาให้ GPS เราเพราะเขารักเรา เจ๊คนนั้นไม่เคยได้แบบที่เราได้ ภาพที่ลงแต่ละภาพเราก็เที่ยวหนักอยู่นะ ถ้าเทรนอย่างเดียวก็คงไม่ได้ไปหรอก ความสุขเขาอยู่ที่เรา เขาพูดและแสดงความเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรเราก็ต้องเชื่อเขา เชื่อที่เขาบอกและเราต้องอดทน เราต้องมองข้ามสิ่งนั้นไปเพราะน้ำบอกเองว่าถึงแม้ว่าเขามีอะไรกันน้ำก็ยังรับได้ นับประสาอะไรกับแค่เขาไปนั่งเชียร์ข้างเวที เขาไปทำงาน แค่นั้นเอง มันคือเรื่องอาชีพและเงิน เขาก็ต้องกินข้าว ทางเลือกเขาน้อยกว่าเขาเลยต้องอาศัยคนอื่น สุดท้ายมันก็เพื่อเป้าหมายของเราสองคน รอเขาไปเก็บโปรไฟล์มาแล้วเขามีเงิน ถึงวันนั้นถ้าเขายังไม่เลิกยุ่งกับเจ๊คนนั้นเราก็ต้องตื่นแล้วนะ ถ้าเขายังเลือกที่จะไม่หยุดแปลว่าผู้ชายคนนี้เขาแค่รักสบาย แต่ถ้าถามตอนนี้มันยังโอเคไหม มันโอเค ก็ไปต่อแล้วดูว่าเขาทำตามที่พูดไหม?’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFung Fin

album
efm
-

-