หนูเคยโทรมาในรายการ เคสที่เคยเจอพ่อเอาปืนจ่อหัว เพราะหนูเป็น LGBTQ จนหนูหนีออกจากบ้านมากับแฟน อยู่ด้วยกันตั้งแต่ไม่มีอะไร จนมีเงิน มีธุรกิจ สร้างตัวได้แล้ว แฟนที่คบกันมา 10 ปีรักกันดีไม่เคยมีปัญหาอะไรมาก่อน แต่ล่าสุดนี้

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเคยโทรมาในรายการ เคสที่เคยเจอพ่อเอาปืนจ่อหัว เพราะหนูเป็น LGBTQ จนหนูหนีออกจากบ้านมากับแฟน อยู่ด้วยกันตั้งแต่ไม่มีอะไร จนมีเงิน มีธุรกิจ สร้างตัวได้แล้ว แฟนที่คบกันมา 10 ปีรักกันดีไม่เคยมีปัญหาอะไรมาก่อน แต่ล่าสุดนี้

24 มิ.ย. 2025

หนูเคยโทรมาในรายการ เคสที่เคยเจอพ่อเอาปืนจ่อหัว เพราะหนูเป็น LGBTQ จนหนูหนีออกจากบ้านมากับแฟน

อยู่ด้วยกันตั้งแต่ไม่มีอะไร จนมีเงิน มีธุรกิจ สร้างตัวได้แล้ว แฟนที่คบกันมา 10 ปีรักกันดีไม่เคยมีปัญหาอะไรมาก่อน

แต่ล่าสุดนี้ เขาเพิ่งย้ายออกจากบ้านหนูไปได้ 2 เดือน พร้อมกับเหตุผลว่า เขารู้ตัวแล้วว่าเขาชอบผู้ชายมากกว่า

ตอนนี้เขาไม่มีวี่แววกลับมาเลย ย้ายไปอยู่กับผู้ชายคนนั้น 10 ปีที่ผ่านมา มันเหมือนโลกพังทลายลงไปเลย

หนูจะทำยังไงต่อไปดีคะ อยากขอกำลังใจจากทุกคน

                “คุณเค (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มิถุนายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องความรักที่คบกับแฟนมา 10 ปี เคยสร้างเนื้อสร้างตัว ฝ่าฟันอุปสรรค์มาด้วยกัน แต่เขาดันบอกเลิกเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าชอบผู้ชาย

                โดย “คุณเค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เคยโทรมาในรายการแล้วครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องที่โดนพ่อไล่ออกจากบ้านเพราะเป็น LGBTQ แล้วหนีออกจากบ้านไปสร้างตัวกับแฟน แต่ปัญหาที่หนูโทรมาวันนี้ คือ หนูเพิ่งเลิกกับแฟนได้ 2 เดือน เขาบอกว่าเขาเพิ่งมารู้ตัวว่าเขาชอบผู้ชาย ซึ่งหนูอยู่กับเขามา 10 ปี เขาเป็นรักแรกของหนูและเป็นโลกทั้งใบของหนูเลย เมื่อก่อนใครๆก็บอกว่าหนูน่าอิจฉา แฟนก็รัก การงานก็ดี แต่ตอนนี้เหมือนโลกทั้งใบนั้นมันพังไปแล้ว หนูยังทำใจไม่ได้เลย หนูอยากให้พวกพี่ๆดีเจช่วยฮีลใจหนูหน่อย หนูควรทำยังไงดี?’

                ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่มีอะไรจะช่วยได้นอกจากเวลา เวลาจะค่อย ๆ เยียวยารักษาแผลนี้ให้ดีขึ้น แค่ต้องพยายามข่มตานอน ฝืนกิน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีโอกาสเจอใครที่จะเป็นคู่ชีวิตของเราจริง ๆ มันยังมีโอกาสอีกมากมาย จงให้โอกาสนั้นกับตัวเอง อย่าปิดโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ และให้ชีวิตได้เรียนรู้จากความเจ็บปวดครั้งนี้ บางทีคู่ชีวิตอาจไม่ใช่คนที่คบกันมาเป็น 10 ปีก็ได้ สุดท้ายมันอาจจะเป็นคนใหม่ที่ก้าวเข้ามาก็ได้’

                ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่มีอะไรที่เป็นของเราถาวร ฉะนั้นอย่าให้ใครมาเป็นโลกทั้งใบของเราอีก ตราบใดที่โลกยังหมุนไปข้างหน้า นี่ไม่ใช่เรื่องเดียวที่จะทำให้เราเจ็บปวดในชีวิต ไม่ต้องเสียงดายหรืออาลัยอาวรณ์กับคนที่เราเอื้อมมือคว้าแล้วไม่เจออีกแล้ว ถ้าเขาอยู่ตรงหน้าเราไม่ได้ เราเองก็ต้อง move on ขึ้นอยู่กับเราว่าจะพร้อม move on เมื่อไหร่’

                ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้เวลากับมันจนกว่าวันหนึ่งเคจะเลิกคิดว่าเขาคือโลกทั้งใบของเรา แล้วหันมาเติมโลกของเราให้มันเต็มให้ได้ มันเจ็บแต่สักวันมันจะหาย สุดท้ายเราก็ไม่ได้อยู่กับใครไปจนตาย ชีวิตมันก็แค่นี้ ลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยและรอรักครั้งใหม่ที่จะเข้ามา’

                และสุดท้ายดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม) ได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘ให้เวลาช่วยเยียวยาทุกอย่าง และให้โอกาสตัวเองได้เจอกับรักครั้งใหม่ที่จะเข้ามา’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูโตแล้ว แค่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวคืน... ตั้งแต่เด็กแม่มีรหัส Facebook ของหนู แม่สวมรอย คอมเมนต์ ตอบเพื่อน ทักหาผู้ชายไปทั่ว ขอร้องหนูให้ช่วยวิดีโอคอลกับผู้ชาย 5 นาที ให้ผู้ชายมั่นใจว่าคือหนูจริงๆ

29 มี.ค. 2024

หนูโตแล้ว แค่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวคืน... ตั้งแต่เด็กแม่มีรหัส Facebook ของหนู แม่สวมรอย คอมเมนต์ ตอบเพื่อน ทักหาผู้ชายไปทั่ว ขอร้องหนูให้ช่วยวิดีโอคอลกับผู้ชาย 5 นาที ให้ผู้ชายมั่นใจว่าคือหนูจริงๆ

หนูโตแล้ว แค่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวคืน... ตั้งแต่เด็กแม่มีรหัส Facebook ของหนูแม่สวมรอย คอมเมนต์ ตอบเพื่อน ทักหาผู้ชายไปทั่ว ขอร้องหนูให้ช่วยวิดีโอคอลกับผู้ชาย 5 นาทีให้ผู้ชายมั่นใจว่าคือหนูจริงๆ พีคสุด นัดครอบครัวผู้ชายมากินข้าวด้วยกัน ตอนนั้นหนูยังเด็ก ทำตัวไม่ถูกเลย “คุณน้ำ(นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 มี.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่สวมรอยเป็นเราไปคุยกับผู้ชายในเฟสบุ๊คจนได้คบกัน ถึงขั้นนัดกันไปกินข้าวกับครอบครัวผู้ชายคนนั้น! โดย ​“คุณน้ำ(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มันเริ่มมาจากหนูมีเฟซบุ๊ก น่าจะช่วงวัยประถม ประมาณ ป.4-ป.5 และไม่ได้รู้สึกว่าการที่แม่รู้พาสเวิร์ดหรือเข้าไปอ่านแชทเวลาเราคุยกับเพื่อนเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะตอนนั้นเด็กมาก ๆ เลยคิดว่าแม่คงเป็นห่วง แต่มันกลายเป็นว่าคุณแม่ตอบแชท ตอบคอมเมนท์แทน โดยที่ทำตัวเป็นเราและเป็นอย่างนี้มาเรื่อย ๆ จนประมาณช่วง ม.1 โรงเรียนไม่ให้เอาโทรศัพท์ไป เพราะฉะนั้นหนูจะเล่นโทรศัพท์ได้ตอนที่อยู่บนรถ ก่อนจะลงจากรถเข้าโรงเรียน และตอนเลิกเรียน ทีนี้หนูก็ทิ้งโทรศัพท์ไว้ให้แม่ก่อนที่จะเข้าโรงเรียน หนูเห็นแล้วว่ามีผู้ชายคนนึงแอดเฟซบุ๊กหนูมา แต่หนูไม่ได้สนใจอะไรคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่พอหนูกลับมา เฟซบุ๊กผู้ชายคนนั้นหายไป แต่มีแชทที่แบบถามต่อว่า เธอชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ คุณแม่ก็ตอบแทนปกติ แต่หนูมารู้ทีหลังว่า... จริง ๆ แล้วคุณแม่เอาไอดีไลน์ของคุณแม่ให้เขาไป แล้วเขาก็ไปคุยกันในไลน์ โดยที่คุณแม่หลาย ๆ คนอาจจะชอบเอารูปลูกสาวหรือลูกชายตั้งเป็นโปรไฟล์ เขาอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้แปลกอะไร แต่ว่านั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัย แล้วมันก็เกินเลยมาเรื่อย ๆ หนูแอบเห็น message ที่เด้งมา ตอนแรกเข้าใจว่าคงคุยกันปกติ แต่ไป ๆ มา ๆ มันเป็นการคุยเหมือนจีบกันเชิงชู้สาว จนมารู้ทีหลังว่าเขาคบกัน คุณแม่ก็มาพูดประมาณว่า ช่วยวิดีโอคอลคุยกับเขาให้หน่อยซัก 5-10 นาทีได้ไหม? ทั้ง ๆ ที่หนูไม่ได้รู้จัก ไม่ได้คุยกับเขาเลย แต่ให้หนูตีหน้าซื่อคุยวิดีโอคอลกับเขา หนูก็คุย ๆ ไปให้มันหมดเวลา แล้วก็วางสาย คุณแม่ก็คุยกันต่อในแชท คุณพ่อทำงานอยู่ต่างจังหวัดกลับมาอาทิตย์ละ 1 ครั้ง แต่คุณพ่อจับไม่ได้เพราะอาจจะเป็นคนไม่ค่อยเล่นโซเชียล และไม่ค่อยสนใจอะไร เขาก็ดูอินโทรเวิร์ตหน่อย ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่คุยกับคุณแม่เลย ตอนหนูอายุ 15 ปี เป็นวันที่หนูต้องเปลี่ยนบัตรประชาชน หนูก็ถ่ายรูปลงมาจากอำเภอปุ๊บ แล้วคุณแม่ก็บอกว่า เดี๋ยวเราไปสยามกัน เนี่ยไปกินข้าวกัน นัดไว้แล้ว หนูก็ถามว่า ไปกินข้าวอะไร เขาก็เลยบอกว่า เขานัดผู้ชายคนนั้นกับครอบครัวเขาไว้แล้ว ต้องไปนะ เพราะว่าเขามาแล้ว หนูก็รู้สึกเหมือนโดนมัดมือชก ตอนนั่งกินอาหารก็คุยกันปกติ หนูอึดอัดมาก จนแบบหนูจะลุกไปเข้าห้องน้ำ แล้วแม่ของผู้ชายก็บอกผู้ชายคนนั้นว่า เนี่ย ไปกับน้องสิลูก จนหนูคิดว่าไม่ไปดีกว่ารู้สึกไม่ปลอดภัย หลังจากเหตุการณ์วันนั้น หนูก็พยายามที่จะบอกผู้ชาย โดยใช้แอคหลุมไอจีของหนูทักไปเลยว่า เธอรู้ไหมที่คุยกันมาตลอด 4-5 ปี แล้วที่นัดไปเจอเรื่องมันเป็นแบบนี้ ๆ ผู้ชายก็ไม่เชื่อ หนูก็ตั้งกล้องอัดหน้าตัวเองพูดว่า เนี่ย ดูหน้าเอาไว้ แล้วก็จำเสียงไว้ เสียงเราเป็นแบบนี้ พอเขาไม่เชื่อ หนูก็ไม่รู้จะทำยังไงหนูก็ปล่อยเขาไป แล้วเหมือนผู้ชายเริ่มจะรู้ว่านี่คือแอคหลุมของหนู แต่หนูไม่แน่ใจว่าเขาจะเข้าใจว่าแอคหลุมเป็นของแม่ไหม เพราะหนูคิดว่าผู้ชายมันก็ต้องแคปแชทที่หนูคุยส่งไปให้แม่ แม่ก็คงน่าจะบอกว่า นั่นแม่เราอย่าไปสนใจเลย ฟีลแบบสลับกัน และหนูพยายามหาว่าแม่กำลังจะทำอะไร ก็เลยเริ่มรู้ว่าแม่มีอีกเฟซบุ๊ก มีอีกไอจีนึงที่แม่สร้างเอง เหมือนเป็นอีกโลกที่เอาไว้คุยกับผู้ชายคนนั้น ด้วยความที่อยู่กับแม่ที่บ้าน 2 คน ก็เลยไปบอกเขาว่า แม่ทำแบบนี้ไม่โอเคเลยนะ เลิกได้ไหม เขาก็ขำแล้วบอกว่า จะอะไรนักหนาก็คุยกันผ่านแชท ไม่ได้ไปหาเขาสักหน่อย หนูก็เคย message ไลน์ไปบอกคุณพ่อ คุณพ่อก็อ่านแต่ไม่ตอบ แต่พอเวลาผ่านไปเหมือนคุณแม่ทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ หนูก็บอกว่า หนูทนไม่ไหวแล้วนะ หนูจะต้องบอกพ่อแล้วนะ เขาก็บอกว่า ครั้งที่แล้วก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรอ ถ้าบอกอีกจะเลิกกันแล้วนะ จนปัจจุบันหนูเริ่มมีสังคม มีแฟน หนูควรจะทำยังไง หนูถึงจะเอาพื้นที่ส่วนตัวคืนมา หรือหนูควรจะเปิดเฟซบุ๊กใหม่ไปเลย? ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูต้องเรียกแม่มาคุย แล้วการคุยของหนูไม่ได้ถามว่าแม่โอเคไหม หนูต้องบอกโหมดที่แม่จะใช้ชีวิตอยู่กับหนูให้แม่รับทราบ หนูเปลี่ยนพาสเวิร์ดเฟซบุ๊กก่อนที่จะเรียกแม่เข้ามาคุย ให้ทุกอย่างมันเป็นไพรเวทอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวของเรา คนอื่นจะเข้ามาก้าวก่ายไม่ได้ เรียกแม่มาคุยเลยว่า... 1. รับรู้เรื่องความเป็นส่วนตัวของเรา แล้วก็เราไม่ยุ่งเรื่องแม่ แม่ไม่ยุ่งเรื่องเรา อะไรที่เราอยากให้แม่รับรู้หรืออยากให้แม่แสดงความคิดเห็นเราจะบอก 2. เรื่องที่แม่แอบอ้างเป็นตัวตนของเราอันนั้นผิด อย่าทำอีก เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าถูกคุกคามแล้วไม่ปลอดภัย ถ้าทำทั้งหมดแล้วแม่ยังเป็นแบบนี้อยู่ เรื่องนี้จะเรียกพ่อมาคุย แล้วจะถามความคิดเห็นจากพ่อด้วย และถ้าพ่อกับแม่จะเลิกกัน ไม่ใช่ตัวหนูที่เอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อ แต่เป็นเพราะแม่ทำตัวแบบนี้ แล้วก็เราจะไม่คอลไลน์กับผู้ชายโดยที่เราหลอกเขา เพราะเท่ากับเราสมรู้ร่วมคิดกับแม่ ถ้าแม่อ้างเหตุผลอะไร ให้พูดไปเลยว่า ไม่ ก่อนที่แม่จะทำอะไร อยากให้แม่ใช้ความคิดมากกว่านี้ อีกนิดแม่จะเข้าข่ายไม่ปกติแล้ว ถ้าแม่ยังเป็นอย่างนี้หรือไม่สามารถขจัดนิสัยแบบนี้ออกไปได้ แม่ต้องปรึกษาแพทย์แล้ว’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘การปลอมตัวเพื่อสวมรอยเป็นใครสักคนเพื่อคุยมันคือการหลอก ผู้ชายโดนเต็ม ๆ พี่ดูสารคดีของเมืองนอกเยอะเกี่ยวกับพวกหลอกลวง สวมรอย แล้วจุดจบมันไม่ค่อยดีทั้งนั้นเลยที่พี่ดู พี่เลยค่อนข้างตกใจ พอคิดตาม ที่มันรู้สึกไม่ปลอดภัยถูกต้องแล้วน้ำ เพราะฉะนั้นถ้าจะคุยกับแม่ น้ำต้องเด็ดขาดว่านี่มันไม่ใช่แล้ว สิ่งที่แม่ทำ มันอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับลูกสาวตัวเองได้ ถ้าคิดว่าคุยไม่รู้เรื่องก็ปิดเฟสบุ๊คไปเลย ให้เขารู้ว่าเราไม่เอาแล้ว’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ต้องปิดเฟสบุ๊ค ปิดช่องทางทุกอย่างที่เขาจะเป็นหนูได้ แม่ต้องไม่มีตัวตนของหนูอีกต่อไปแล้ว ต้องดูว่าเขาทนได้ไหม ถ้าเขาไม่ไหวต้องพาเขาไปหาหมอ แต่ถ้าไปหาหมอแล้วเขาทำไม่ได้ เขาก็ต้องหย่ากับพ่อ ตอนนี้เขามีพ่อเป็นสามี เขาไม่สามารถไปคุยกับคนอื่นได้ นอกจากเขาต้องหย่า ทีนี้เขาจะคุยกับคนอื่นไม่ว่า แต่เขาก็ต้องห้ามสวมรอยเป็นคนอื่น เขาต้องคุยในฐานะเป็นเขาเอง ถ้าเราอยากให้ปัญหานี้ยุติ ต้องถอนรากถอนโคน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คือสงสัยอะค่ะ เวลาเราให้ของขวัญใครสักคน ทำไมถึงไม่แกะกันหรอคะ? เราให้ของขวัญพี่ที่ทำงานไป ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆแล้วเขายังไม่แกะเลย แล้วทุกคนเวลาได้ของขวัญจากใครสักคน จะแกะเลยไหมคะ

05 มี.ค. 2024

คือสงสัยอะค่ะ เวลาเราให้ของขวัญใครสักคน ทำไมถึงไม่แกะกันหรอคะ? เราให้ของขวัญพี่ที่ทำงานไป ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆแล้วเขายังไม่แกะเลย แล้วทุกคนเวลาได้ของขวัญจากใครสักคน จะแกะเลยไหมคะ

“คุณเฟย์(นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 ก.พ. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ กับปัญหาที่ให้ของขวัญพี่ในทีม แต่ผ่านมาหลายเดือนแล้ว เขายังไม่แกะของขวัญเลย โดย ​“คุณเฟย์(นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘เฟย์เป็นคนที่ชอบเลือกของขวัญหรือชอบเขียนการ์ด แล้วในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมามันก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะให้ของขวัญ ซึ่งเฟย์ก็จะให้ของขวัญกับคนที่เรารู้สึกว่า เราอยากขอบคุณเขาในปีที่ผ่านมา แล้วหนึ่งในนั้นคือทีมที่เราทำงานด้วย ก็เลยซื้อของขวัญให้กับคนในทีม เพราะเรารู้สึกว่าทีมที่ทำงานด้วยกันตอนนี้น่ารักมากในทีมมีกันอยู่ประมาณ 5 คน คือจริง ๆ เป็นบริษัทใหญ่แต่ว่าทีมที่สนิทกันคือทีมนี้ พอผ่านมาประมาณ 1 เดือน ก็มีช่วงวาเลนไทน์ เฟย์ก็เอาของขวัญไปให้เพื่อนในทีมอีก ปกติตอนแรกในทีมจะมีกันอยู่ 3 คน ทุกคนก็จะแลกของขวัญกันอยู่แล้ว พอมีเป็น 5 คนเฟย์ก็ให้ของขวัญ แล้วมีพี่ในทีมเล่าให้ฟังว่า เนี่ย ๆ มีอะไรจะสารภาพ คือคนนี้ยังไม่เปิดของขวัญปีใหม่ของเฟย์เลย ซึ่งมันผ่านมา 1 เดือนแล้ว เฟย์ก็คิดว่า เฮ้ย มันมีคนแบบนี้ด้วยหรอ คนที่ยังไม่แกะของขวัญ ถ้าเป็นกลุ่มเพื่อน เฟย์ก็คือเห่อของที่ได้มาแล้วแกะเลย ช่วงแรกที่เฟย์รู้ ก็รู้สึกเฟล ๆ ไปนิดนึงว่าผ่านไปเป็นเดือนแล้วทำไมไม่แกะสักที แต่ก็มาคิดดูว่า ความตั้งใจของเราที่อยากให้เขามันสำเร็จแล้ว เขาจะไปทำอะไรมันก็เรื่องของเขา ตอนนี้อยากชวนคุย Topic ว่า ทุกคนได้ของขวัญมาแล้วแกะกันเลยไหม? แล้วคนที่ไม่แกะของขวัญ จะแกะเมื่อไหร่? ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่ พี่ก็กอง ๆ ไว้ ถ้าช่วงปีใหม่มันไม่ได้เยอะ ก็ไม่ได้มานั่งแกะทุกอัน บางทีของพี่มันจะเดาได้ว่าแก้วน้ำ ก็เลือกที่จะไม่แกะ ถ้ามันไม่ได้จากคนที่พิเศษมากพี่ก็ไม่ได้ซีเรียส ถ้าได้จากคนที่ออฟฟิศทั่วไป ก็ทิ้งไว้ค่อยแกะทีหลัง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แกะเลย คือนอกจากว่าเรามองอย่างที่เติ้ลบอก ถ้ามองแล้วเราพอรู้ว่าคืออะไร เราก็อาจจะไม่ได้รีบแกะ ส่วนใหญ่คงแกะแหละ คนเราได้ของขวัญ แต่ก็จะมีคนขี้เกียจแฝงอยู่ไม่น้อย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แกะ แต่อย่างแฟนคลับให้ช่อเงินมา ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้แกะ เพราะมันรู้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่รู้อยู่ในกล่อง คือแกะคืนนั้นเลย เฟย์ไม่ต้องเสียใจใด ๆ คนแตกต่างกัน มีทั้งคนที่แกะ แล้วก็ไม่แกะ ไม่ได้แปลว่าเราไม่ได้สำคัญ เขาคือขี้เกียจ…’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนสนิทเรา ดูดีขึ้น หุ่นดีขึ้น เลยทักไปถาม ปรากฏเพื่อนบอกเดี๋ยวเล่าให้ฟัง ไว้นัด Zoom กัน หลังจากนั้นก็เริ่มขายของ ขายผลิตภัณฑ์ ชวนเข้าเครือข่าย บทสนทนาที่เคยคุยกันเริ่มหายไป กลายเป็น "ว่างวันไหน? ว่างเมื่อไหร่? พร้อมรึยัง?" เข้ามาแทน จะทำไงดีคะ?

08 มี.ค. 2024

เพื่อนสนิทเรา ดูดีขึ้น หุ่นดีขึ้น เลยทักไปถาม ปรากฏเพื่อนบอกเดี๋ยวเล่าให้ฟัง ไว้นัด Zoom กัน หลังจากนั้นก็เริ่มขายของ ขายผลิตภัณฑ์ ชวนเข้าเครือข่าย บทสนทนาที่เคยคุยกันเริ่มหายไป กลายเป็น "ว่างวันไหน? ว่างเมื่อไหร่? พร้อมรึยัง?" เข้ามาแทน จะทำไงดีคะ?

“คุณไอ (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 มี.ค. 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาที่ทักไปหาเพื่อนสนิทปรึกษาเรื่องลดน้ำหนัก แต่ดันเจอเพื่อนขายคอร์ส โดย “คุณไอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีเพื่อนสนิทคนนึง สนิทกันมา 4 - 5 ปีแล้ว หนูคุยกับเพื่อนทุกเรื่อง เวลาคุยกันบางทีก็พิมพ์แชท หรือ voice คุยกัน ส่วนน้อยมากที่จะโทรคุยกัน ซึ่งเพื่อนหนูเป็นคนที่ค่อนข้างอ้วน แต่วันนึงเขาเริ่มลงสตอรี่ IG ว่าออกกำลังกาย ตัวหนูเองไม่ได้อ้วนแต่แค่ไม่ค่อยเฟิร์ม หนูก็เลย reply สตอรี่ไปว่า ทำไมอยู่ดี ๆ ออกกำลังกาย เพื่อนหนูก็ตอบกลับมาว่า มีเวลาว่างไหม? เดี๋ยวโทรหา หนูก็คิดแค่ว่าเขาคงอยากบอกเรื่องราวในชีวิตเขาว่า ทำไมถึงอยากทำ พอหนูได้คุยกับเพื่อน เขาก็เริ่มพูดว่า อยากให้หนูเข้า Zoom ไปคุยกับอินฟลูคนนึง เขาจะมาช่วยดูแลการออกกำลังกาย การคุมอาหาร หนูก็เลยเข้าไป แต่มันเหมือนการขายตรงมากกว่า หลังจากที่หนูเข้าไปใน Zoom หนูก็มาถามเพื่อนว่า สรุปแกต้องการอะไร? แล้วพี่คนที่เป็นอินฟลูเขาต้องการอะไร? เพื่อนก็พูดกลับมาประมาณว่า ถามทำไม แล้วแกว่างไหม เดี๋ยวโทรไปนะ หนูก็เลยบอกกับเพื่อนไปว่า ตอนนี้ไม่ว่างเลย แต่จริง ๆ ตอนนั้นหนูว่าง หนูอยากให้เขาพิมพ์มา หนูไม่อยากโทรคุยเพราะหนูกลัวเสียความรู้สึก เขาก็พยายามคะยั้นคะยอว่า โทรแป๊บเดียว เดี๋ยวเล่าให้ฟัง หนูก็เลยโกหกไปว่า ไม่สะดวก ตอนนี้กูอยู่งานศพ แล้วเพื่อนก็อัดเสียงส่งมา 10 กว่าอัน หนูกดฟังที่เขาส่งมาประมาณว่า มึงกลัวพี่เขาหลอกหรอ พี่เขาไม่หลอกหรอก เขารวยกว่ามึงตั้งเยอะนะ กูอยากให้มึงลองเปิดใจนะ อยากให้ลองเข้า Zoom อีกวันนึงที่พี่เขานัด หนูก็เลยบอกไปว่า หนูไม่โอเคมาก ทำไมต้องให้หนูมาเข้าอะไรแบบนี้ หนูแค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าแบ่งเวลาออกกำลังกายยังไง? ไม่ได้อยากรู้เรื่องธุรกิจหรือเรื่องอาหารเสริม แล้วเพื่อนก็เหมือนหงุดหงิดและบอกมาประมาณว่า งั้นถ้ามึงไม่คุยก็ไม่ต้องคุยกันเลยแล้วกัน แต่อย่างที่บอกว่า พวกหนูสนิทกันมากและไม่อยากเสียเพื่อนคนนี้ไป หนูเลยตัดสินใจเข้าก็ได้ พอเข้าไปเขาก็พูดแต่เรื่องธุรกิจไม่เกี่ยวกับการออกกำลังกายเลย หนูก็เลยทักไปบอกเพื่อนอีกว่า กูไม่โอเคนะ ไม่เอาได้ไหม เพื่อนก็บอกว่า เออ ก็แล้วแต่แล้วกัน แต่หลังจากนั้นมันหนักกว่าอีก หนูก็ reply สตอรี่เพื่อนคนนี้ไปอีกแต่เป็นเรื่องอื่น ๆ เพื่อนก็ยังโยงไปเรื่องนั้นอีก ประมาณว่า มึงว่างแล้วหรอ ลองไปฟังพี่เขาอีกรอบไหมละ? ปัญหาก็คือหนูอึดอัด หนูรู้สึกว่ามันไม่เป็นส่วนตัวมาก ตรงที่เขาทักมาประมาณ 3 นาทีแล้วหนูไม่ตอบ เขาก็จะโทรมาเลย หนูก็บอกเพื่อนไปตรง ๆ เลยว่า เราไม่อยากคุยเรื่องนี้ แต่พอทุกครั้งหนูมีเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตที่อยากระบายเขาก็จะบอกว่า ถ้าโอเคแล้วก็ลองเปิดใจเรื่องนั้นดูก็ได้นะ หนูก็ลองถามเพื่อนคนอื่น ๆ เขาก็บอกว่า มึงก็บล็อกไปเลย ไม่ต้องแคร์หรอก แต่ด้วยที่หนูสนิทกับมันมานาน คุยกันมาทุกเรื่อง ไม่เคยคาดหวังประโยชน์อะไรจากกันเลยทั้งคู่ จนมาถึงเรื่องนี้จากเรื่องการออกกำลังกาย เพื่อนก็ลากไปถึงเรื่องการทำธุรกิจเรื่องอาหารเสริม หนูอยากปรึกษาพี่ ๆ ว่า จะแก้ไขตรงนี้ยังไง ไม่ให้เราเสียเพื่อน แล้วก็ไม่ทำให้เรารู้สึกแย่ไปด้วย’ โดยเริ่มให้คำปรึกษาจาก “ดีเจต้นหอม” ว่า ‘ไม่เอา ไม่กิน ฉันจะเป็นหมูที่แข็งแรง ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มก็เสิร์ชในอินเทอร์เน็ต TikTok มีหมดเลย เรื่องของทริคในการลดน้ำหนักพี่ก็ได้จากตรงนั้นเยอะมาก อาหารเสริมเป็นตัวช่วย ไม่ใช่หลัก คือ อาหารเสริมช่วยให้เราไม่กินจุกจิก แต่พี่รู้สึกว่าอายุ 19 ก็ยังไม่ควรจะต้องใช้อาหารเสริมอะไรพวกนั้นอยู่แล้วนะ เพราะว่ายังเป็นวัยที่หนูมีเอนเนอร์จี้ มีพลังงาน แล้วหนูก็ใช้ร่างกายได้เยอะมาก พี่คิดว่าอาหารเสริมประเภทนั้นไม่เหมาะ แต่พี่ว่าถ้าเราเป็นเพื่อนสนิทก็น่าจะพูดกันตรง ๆ ก็ได้นะ ประมาณว่า ชวนทำอะไร ไปฟังพี่เขา ไม่ฟังๆ เสียเวลา คือ ถ้าเขาบอกว่า เขาเห็นผลก็เขาเห็นผลกับสิ่งนี้ไง เราต้องไม่อยากรู้เรื่องของเขาเลย ไม่ได้อยากรู้การลดน้ำหนักของมึงเลย เราก็ต้องเริ่มจากที่ตัวเราก่อนในการบอกว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราไม่ได้สนใจ แล้วเรารู้สึกว่าการที่เราไปทำมันเสียเวลา เพราะกูไม่ได้สนใจมึง ถ้าเพื่อนสนิทพูดตรงๆ เลยแต่ว่าเราอย่าเปิดช่องให้เขาแค่นั้นเลย แล้วก็พูดตัดบทไปว่า มึงเสียเวลา ถ้ายังตื้อกูอยู่’ ต่อไป ดีเจเผือก ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้หนูอายุ 19 สนิทกันมา 3-4 ปี มันก็คือ 1 ใน 5 ประมาณนั้นของชีวิตหนู แต่ถ้าหนูใช้ชีวิตต่อไปอีก 5-10 ปี เขาก็จะไม่ใช่ 1 ใน 5 ในชีวิตหนูละ เขาอาจจะเป็น 1 ใน 7 หรือ 1 ใน 8 เพราะฉะนั้นก็อย่าไปยึดติดกับใครคนนึงที่เรารู้สึกว่าคนนี้คือเพื่อนสนิท แล้วเราจะไม่มีวันเลิกคบกับเขาได้ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรไม่ดีก็ตาม อันนี้มันก็ไม่ใช่ โตไปหนูก็อาจจะต้องเลิกคบกับเพื่อนสนิทบ้างถ้ามันเป็นคนไม่ดี หนูจะได้เจอกับเหตุการณ์วัดใจแบบนี้แหละ บางครั้งหนูอาจจะไม่ต้องโทรถามพี่เลยก็ได้ หนูอาจจะได้เจอเหตุการณ์ที่ต้องเลิกคบกับเพื่อนสนิทโดยที่ไม่ต้องปรึกษาใครเลย คนที่เราเคยสนิทมันก็คือคนที่เราเคยสนิทหรือคนที่เราสนิทอยู่ก็คือคนที่เราสนิทอยู่ แต่มันก็ไม่ได้บอกว่าเราจะต้องสนิทกับเขาไปจนวันตาย ถ้าถามว่าเพื่อนเขาเลวร้ายไหมก็คงไม่เขาก็แค่คงทำมาหากิน แต่เขาแค่ไม่มีศิลปะในการขาย ทุกอย่างมันมีทั้งคนขายที่ดีและคนที่ขายไม่เป็น คนที่เอาแต่ขายจนเสียเพื่อนรอบตัวมันก็ไม่ใช่ คนที่เขาขายอย่างมีจรรยาบรรณมันก็มี แค่เพื่อนเราเพิ่งเข้ามาในวงการนี้แล้วขายไม่เป็นแต่อยากมียอด เพราะฉะนั้นก็ถ้าเรื่องนี้ไอเข้าใจได้ก็ไม่ต้องเลิกคบกับเขา แล้วดูว่าเขาจะขายอีกยาวไหม? ไม่รู้ว่าโปรดักส์ออกกำลังกายจะอยู่ได้นานหรือเปล่า อาจจะเป็นช่วงแรก ๆ ที่เขากำลังทำยอดอยู่แหละ ก็อย่างที่บอก คุยกันไปตรง ๆ เป็นเพื่อนสนิทก็น่าจะคุยกันได้ ก็คุยกันไปเลยว่า มึงไม่ต้องมาวุ่นวายกับกูแล้วแหละ กูไม่มีวันซื้อแน่ ๆ ทุกวันนี้เงินจะกินข้าวยังไม่มีเลย คือถ้าเขาเป็นคนขายที่เก่งจริง ๆ เขาต้องรู้ว่ารายนี้ตื้อให้ตายก็ไม่ซื้อ เสียเวลาไปหาคนอื่นดีกว่า ถ้าอยากออกกำลังกายจริง ๆ เสิร์ชเอาใน Google , TikTok เยอะแยะ ถ้าเพื่อนคนนี้ตัดเรื่องขายออกไปแล้ว เขาจะกลับมาเป็นคนเดิมก็ลองดู แล้วก็แสดงออกให้ชัดเจนว่าเราจะไม่ร่วมธุรกิจกัน แล้วหลังจากนั้นดูว่าเขายังจะเป็นเพื่อนสนิทกับเราอยู่หรือเปล่า? ยังเม้าท์เรื่องอื่น ๆ กันอยู่หรือเปล่า? ซึ่งถ้าเขาเปลี่ยนไปเพียงแค่เราไม่ซื้อของของเขา ไอควรคิดดี ๆ ว่าคนนี้ควรจะเป็นเพื่อนสนิทเราจริงหรือเปล่า เขาเหมาะกับจะเป็นเพื่อนรักเราจริงไหม ถ้าขายของให้ฉันไม่ได้แล้วเลิกคบเราไป เขาควรจะเป็นเพื่อนแท้เราหรือเปล่า ไอลองไปคิดดูนะ’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก่อนอื่นหนูต้องปิดประตูตายก่อน เรื่องออกกำลังกายหรือเรื่องหุ่น อย่าไปเปิดประตูให้เขาเข้าหาเราได้จากเรื่องนี้ เพื่อให้เขาชัดเจนไปเลยว่าเราไม่ได้สนใจเรื่องนี้จริง ๆ ต้องทำให้เขารับรู้ก่อน ตอนนี้ไปอยู่กับคนที่สนิทคนอื่น ๆ ก่อน พี่รู้สึกว่าน้องไอกำลังคาดหวังให้เขามาสนิทเหมือนเดิม แต่ตอนนี้มันไม่ได้แล้วไง เพราะว่าสิ่งที่เขาโฟกัสมันไม่ใช่ไอแล้ว เขาโฟกัสกับสิ่งที่เขากำลังทำตอนนี้ คือการทำกิจการให้มันดีขึ้น เขาอาจจะไปร่วมมือกับโค้ชคนนั้นหรืออะไรก็ตาม แต่ตอนนี้เขาไม่ได้โฟกัสหนู หนูอย่าไปสำคัญตัวผิด เพราะถ้าหนูสำคัญตัวผิด หนูจะผิดหวัง เราต้องเลิกคาดหวังกับเขาก่อนให้เขาไปอยู่ในที่ที่เขาอยากทำ ไม่ต้องไปขัดเขา แล้วถ้าเขาทำสำเร็จก็ยินดีกับเขาไป แต่ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ แล้ววันไหนเขากลับมาหาเรา เราก็ยังเป็นเพื่อนเขาอยู่ได้เหมือนเดิม ซึ่งถ้าถึงวันนั้นไออาจจะไม่อยากเป็นเพื่อนเขาแล้วก็ได้ หรือถ้าเขากลับมาแล้ว ถ้ามันเป็นเพื่อนกันจริง ๆ มันต่อกันติดเราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้ แต่ตอนนี้หยุดคาดหวังก่อนเพราะตอนนี้เขาไม่เหมือนเดิมแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผู้ชายเป็นกันทุกบ้านไหมคะ? เวลาเราถามว่าจะกินอะไรมั๊ย จะซื้อไปให้ แฟนจะตอบว่า ไม่เอาอ่ะ แต่พอเราซื้อกลับไปกินที่บ้านทีไร แย่งกินตลอด ไม่ใช่แค่ชิม แต่กินเยอะด้วย บางทีมันก็หงุดหงิดอะค่ะ ถามแล้วก็ยังมาแย่ง มีใครเจอแบบหนูบ้างคะ

26 ก.ค. 2024

ผู้ชายเป็นกันทุกบ้านไหมคะ? เวลาเราถามว่าจะกินอะไรมั๊ย จะซื้อไปให้ แฟนจะตอบว่า ไม่เอาอ่ะ แต่พอเราซื้อกลับไปกินที่บ้านทีไร แย่งกินตลอด ไม่ใช่แค่ชิม แต่กินเยอะด้วย บางทีมันก็หงุดหงิดอะค่ะ ถามแล้วก็ยังมาแย่ง มีใครเจอแบบหนูบ้างคะ

“คุณมิ้ว (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาซื้อขนมมากินคนเดียว เคยถามแฟนแล้วว่าจะกินมั้ย แต่เขาบอกไม่กิน สุดท้ายโดนแย่งเฉย “คุณมิ้ว (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘เวลาที่เราไปห้าง หรือร้านสะดวกซื้อ เราจะชอบของขนมมาตุนเอาไว้ เพราะบ้านเราอยู่ไกลจากสถานที่ที่สามารถไปซื้อของได้ ก็จะซื้อไว้เยอะๆ แล้วเราจะถามแฟนว่า “เธอจะเอาอะไรไหม เธอจะกินอะไรไหม อันนี้เอาป่าว” ก็จะถามตลอด แต่คำตอบคือ “ไม่เอา ไม่กินหรอก พอแล้วๆๆ” พอเราซื้อกลับมากลับมาที่บ้านแล้วก็จะมาแบบ “ขอกินหน่อย ขอคำนึง” แต่คำว่าหน่อยของเขามันเยอะ มีอยู่ครั้งนึงที่ต้องทำให้มาเล่าเลยคือ วันนั้นเราซื้อชนมไว้ แล้วเราเก็บไว้ กะไว้ว่าจะมากินตอนเย็น วาดภาพในหัวไว้แล้วว่า ขนมชิ้นนี้มีอยู่เดี๋ยวฉันจะกลับมากิน พอกลับมาที่บ้าน ขนมหาย แล้วเราก็หา แล้วเขาก็ไม่พูดอะไร เราถามเขาว่า “ขนมฉันหายไปไหน” เขาก็ทำเป็นขำแล้วบอกว่า “ฉันกินเอง” แล้วตอนนั้นเราเป็นประจำเดือนด้วย เราก็แบบ “เอ้า อะไรอะ” คือหงุดหงิด โกรธ น้ำตาคลอเลย “ทำไมอะ ฉันถามเธอแล้วใช่ไหม ว่าเธอกินไหม ถ้ากินฉันจะซื้อมาเผื่อ ทำไมเธอถึงมสเเย่งฮันกิน” แล้วเขาก็ไม่พูดอะไร นั่งฟัง “ขอโทษค้าบบบ” ของที่ซื้อแต่ละครั้งก็เป็นเงินที่ใช้ร่วมกัน เคยลองซื้อมาเป็น 2 เท่าแล้วเขาก็จะไม่กิน เขาจะชอบแบบขนมอยู่ในมือเราแล้วมาขอกิน’ ซึ่งดีเจทั้ง 3 คนให้คำปรึกษาว่า ‘ในวินาทีที่ผู้ชายถูกถามมันยังไม่หิว ไม่อยากกิน ถ้าหิวถึงจะกิน แต่พอมาเห็นตรงหน้ามันเย้ายวน ด้วยรูป รส กลิ่น เสียง แล้วกว่าจะมาถึงบ้านของก็เริ่มหิวนิดๆแล้วส่วนผู้หญิงจะประมาณว่าไม่หิวก็กินได้ กินจุกจิก เพราะฉนั้นเวลาไปซื้อขนมลองถามเขาดูว่าอีก 2 ชม.จะเริ่มอยากกินไหม ถ้าหิวนิดๆแล้วอยากกินฉันจะได้ซื้อเลย ให้ผู้หญิงเเพลน เหลือดีกว่าขาด ซื้อเผื่อไปเลย ไม่ต้องถาม พอถึงเวลาก็บอกเลยว่าเธอต้องกิน หรือเมนูไหนที่มันหายากหรือมิ้วอยากกินจริงๆ ของจำกัดให้ซ่อนแล้วแอบกิน เพื่อลดปัญหาครอบครัว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-