หนูมีแฟนแล้ว แต่ก็คบพี่ผู้ชายอีกคน แฟนคนแรกหนูเขาไม่ค่อยดูแลเอาใจใส่ แต่พี่ผู้ชายอีกคนดูแล จ่ายเงินให้เราตลอด ติดที่เค้ามีลูกเมียแล้ว เขาขอให้หนูไปเคลียร์กับคนแรก แต่หนูอยากได้วิธีที่จะ "คบกับเขาทั้งสองคนต่อ และ อยากให้แฟนคนแรกสนใจหนูมากกว่านี้"

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูมีแฟนแล้ว แต่ก็คบพี่ผู้ชายอีกคน แฟนคนแรกหนูเขาไม่ค่อยดูแลเอาใจใส่ แต่พี่ผู้ชายอีกคนดูแล จ่ายเงินให้เราตลอด ติดที่เค้ามีลูกเมียแล้ว เขาขอให้หนูไปเคลียร์กับคนแรก แต่หนูอยากได้วิธีที่จะ "คบกับเขาทั้งสองคนต่อ และ อยากให้แฟนคนแรกสนใจหนูมากกว่านี้"

14 มิ.ย. 2024

            “คุณแอม (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 มิ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟน 2 คนที่อยากจะเก็บไว้ทั้งคู่

            โดย “คุณแอม (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูเคยทำงานร้านเหล้า และตอนนี้หนูมีแฟน 2 คน ซึ่งคนหนึ่งที่มีครอบครัวแล้ว อายุประมาณ 40 ปี คนนี้ดูแลหนูดีมาก ดีกว่าอีกคน และแฟนอีกคน คือ คนที่หนูเปิดตัวกับทางบ้างและกำลังหมั้นกัน คนนี้อายุ 28 ปี ซึ่งหนูเจอแฟนทั้งคู่ของหนูในร้านเหล้าที่หนูทำงาน ซึ่งต่างฝ่ายต่างไม่มีใครรู้ว่าหนูมีแฟนอีกคน คนที่อายุ 28 เค้าทำงานข้าราชการ จะไปกินเหล้ากับเพื่อนและปาร์ตี้บ่อย จนไม่ค่อยสนใจหนู และจะเป็นคนที่อยากทำอะไรก็ทำโดยที่ไม่แคร์หนู ต่างจากคนที่อายุ 40 เค้าดูแลหนูทุกอย่าง ใส่ใจหนู หนูไปเที่ยวเค้าก็จะคอยถาม คอยเป็นห่วง และหนูจะเจอเค้าอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่จะเป็นการมามีอะไรกันแล้วก็กลับ แต่ก่อนที่หนูจะไปเจอกับคนอายุ 40 หนูจะไปเจอคนอายุ 28 แล้วมีอะไรกันก่อนเพราะเจอกันตลอด

            ซึ่งปัญหาในตอนนี้ คือ หนูกำลังจะเลิกกับคนที่อายุ 28 และรู้สึกผิดที่ไปคบกับคนที่เค้ามีครอบครัวแล้ว แต่คือหนูไม่ได้อยากเสียเค้าไปทั้ง 2 คน เพราะคนที่อายุ 40 เคยจับได้ว่าหนูมีแฟน แต่หนูบอกเค้าไปว่าแค่คุย ๆ กัน ซึ่งเค้าก็เชื่อหนู เลยให้อภัยและเลี้ยงดูหนูต่อ ซึ่งคำถามของหนูคือ หนูอยากเก็บเค้าไว้ทั้งคู่ แต่แค่อยากให้คนที่อายุ 28 สนใจหนูเพิ่มหนูต้องทำยังไงคะ?

            โดย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การที่เค้าสนใจหรือไม่สนใจมันก็เป็นนิสัยของเค้า และมันก็แปลได้ตรงตัวว่าเค้าจะเป็นที่ดีรึเปล่า ผู้ชายบางคนก็ดูแลเอาใจใส่แฟน บางคนก็ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ บางคนก็ติดแฟนบางคนก็ติดเพื่อน คำว่ารักใครก็พูดได้ แต่สิ่งที่แตกต่างคือการกระทำ ทีนี้หนูพยายามตามหาความรักให้กับตัวเอง แล้วหนูเคยมองตัวเองมั้ย ว่าทำอะไรอยู่ เพราะตอนนี้หนูกำลังทำผิดกับครอบครัวชาวบ้านเค้า หนูกำลังทำให้ครอบครัวหนึ่งมีปัญหา แล้วสิ่งที่หนูต้องการในวันนี้คือเก็บไว้ทั้งสองคน และอยากให้คนที่อายุ 28 รักหนูมากกว่าเดิม พี่ว่าหนูเห็นแก่ตัวไปหน่อยนะ มันไม่ใช่การที่เราอยากจะได้ทุกอย่าง แล้วเราจะครอบครองมันได้ทั้งหมด หรือถ้าเราอยากจะมีทุก ๆ อย่างในมือเราก็จะได้ของแบบนี้ คนดี ๆ เค้าไม่มาอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้หรอก เราต้องแยกเรื่องนะว่าเค้าเหมาะกับการเป็นแฟนที่ดีของเรารึเปล่า กับอีกเรื่องหนึ่งคือเราควรทำตัวแบบนี้รึเปล่า พี่ห่วงความคิดของหนูมากกว่าห่วงว่าผู้ชายมันจะดีพอสำหรับหนูรึเปล่า ทำไมหนูถึงพร้อมที่จะอยู่กับคนที่มีครอบครัวแล้วโดยที่เราไม่ได้รู้สึกรู้สาว่ามันสมควรรึเปล่า แล้วยิ่งอยากเก็บไว้ทั้งสองคนอีก สำหรับพี่พี่คิดว่าตรรกะที่หนูใช้ในตอนนี้มันไม่ถูกต้อง พี่ไม่รู้จะให้คำแนะนำยังไงที่จะให้อีกฝ่ายรักหนูมากขึ้น แต่อยากให้หนูคิดว่าถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคนรอบตัวหรือว่าเพื่อน แล้วเค้ามาปรึกษา ลองจินตนาการถึงเหตุการณ์นี้แล้วคิดดูสิว่ามันปกติที่ไม่ผิดมั้ย เราจะยังแนะนำเพื่อนคนนั้นให้เห็นแก่ตัวแล้วเก็บไว้ทั้งสองคนโดนไม่คิดที่จะแก้ไขอะไรแบบที่เราตั้งใจรึเปล่า’

            ต่อด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ผู้ชายที่เค้าไม่สนใจหนู ขนาดเค้าไม่รู้ว่าหนูนอกใจเค้ายังไม่สนใจหนูเลย แล้วถ้าเค้ารู้ว่าหนูนอกใจหนูน่าจะโดนเทไปเลย 1. เค้าอาจจะไม่สนใจเป็นนิสัย หรือ 2.หนูอาจจะไม่ได้มีค่าพอที่เค้าจะสนใจ การคบกัน 1 ปีสำหรับพี่มันน้อยไปที่จะวัดว่าคนนี้เป็นยังไง แล้วที่ไปหมั้นกันแล้วก็ไม่ต้องแคร์ แล้วทุก ๆ การกระทำ การใช้ชีวิตทุกอย่างในวันนี้มันผิดไปหมดเลย สุดท้ายการเก็บไว้ทั้งสองคนมันจะเก็บไปได้ระยะหนึ่ง แต่อยู่ที่ว่าใครจะเริ่มทิ้งหนูก่อน ระหว่างเบอร์ 1 กับเบอร์ 2 แล้วคนที่อายุ 40 หนูจะใช้คำว่าแฟนไม่ได้นะลูก นี่คือเด็กเลี้ยง การที่ผู้ชายคนหนึ่งให้เงินเรา แล้วมามีอะไรกับเราแล้วกลับ อันนี้คือ “เด็กเลี้ยง” ที่นี้ผู้ชายที่เที่ยวกลางคืนแล้วเจอเด็กอายุ 19 มันก็อารมณ์เหมือน “โคแก่กินหญ้าอ่อน” อยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่เค้าจะหึงหวงเพราะหนู 19 แต่ถ้าเค้าต้องจ่ายเงินแล้วเด็กของเค้ายังไปมีอะไรกับแฟนอีกคนอยู่ เดี๋ยวเค้าก็ไม่เอา

            อย่างผู้ชายอายุ 28 ที่ไม่สนใจแล้วหนูอยากรู้ว่าต้องทำยังไงให้สนใจ หนูไม่ต้องทำ หนูแค่เปลี่ยนคน มีแค่นี้ ส่วนคนอายุ 40 มันไม่ใช่ความรักมันอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง คือเค้าจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะเอาเราต่อหรือไม่เอาเราต่อ ฉะนั้นวันนี้พี่รู้สึกว่าผู้ชายทั้งสองคนไม่ใช่เซฟโซนสำหรับหนูเลย แต่ถ้าหนูมีปัญหาเรื่องการเงิน หนูจะเก็บคนที่อายุ 40 ไว้ก็ได้ถ้าเมียจับได้ก็เลิก แล้วการเจอการที่สถานที่กลางคืน เราก็รักเงินเค้า เค้าก็รักในตัวเรา แต่การที่ตอนนี้หนูไม่สามาไปจากเค้าได้เพราะเค้าซัพพอร์ตเรื่องเงิน พี่จะบอกว่าเรื่องแบบนี้มันไม่สามารถการันตีได้ว่าหนูจะมั่นคงตลอดไป ถ้าวันไหนที่เมียเค้ารู้แล้วเค้าไม่ยอมคือหนูก็ต้องเลิกกันแน่นอน หนูก็ต้องหาแพลนบีว่าถ้าเค้าเลิกกับหนูหนูจะเอาเงินที่ไหนใช้ เป็นป้หญิงก็ต้องรู้จักดูแลตัวเองให้ได้ ไม่ใช่ใช้ชีวิตโดยการแบมือขอเงินเค้าไปตลอด เพราะเราไม่รู้ว่าเค้าจะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน เพราะถ้าหนูมองเรื่องเงินก็มองถึงความผันผวนเอาไว้ด้วย เผื่อใจไว้อน่าไปรัก เราไม่หลงรักแขกลูกสาว’

            สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูต้องปรับวิธีคิดใหม่ เพราะตอนแรกที่หนูเอามาเปรียบเทียบกัน 2 คน มันเทียบกันไม่ได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะอย่างที่บอกคนแรกเค้าคือแฟนหนู แต่คนที่สองไม่ใช่ เราต่างตอบแทนด้วยผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน เพราะหนูต้องการเงินเค้า เค้าต้องการความสาวของหนู แต่พี่อยากจะบอกหนูว่า ตอนนี้หนูสร้างเงื่อนไขของชีวิตบนตรรกะที่ประหลาดมาก ซึ่งพี่ไม่รู้ว่าหนูคิดตรงนี้ได้รึเปล่า การที่หนูบอกว่าคนที่อายุ 28 ไม่ดีกับหนู มันเลยเป็นเหตุผลทำให้หนูมีคนที่อายุ 40 และเค้าดันมีครอบครัวอยู่แล้ว ถ้าคนปกติเค้ามีปัญหากับแฟนเค้าจะเคลียร์กับแฟน และถ้ามันไม่ลงตัวคือเลิก ไม่ใช่ไปเป็นเมียน้อยบ้านอื่น แต่ทีนี้พอหนูพูดมาล่าสุดว่าหนูต้องการเงินจากคนที่อายุ 40 มันก็ชัดเจนแล้วว่าตอนนี้หนูต้องการอะไร เพราะตอนนี้เหมือนกับว่าถ้าหนูขาดคนที่อายุ 28 หนูขาดได้ เพราะสิ่งที่หนูนะไม่ได้รับคือความรักความห่วงใยในฐานะแฟน ซึ่งจริง ๆ หนูสามารถมีให้ตัวเองได้ หนูไม่ได้เกิดมาแล้วจูงมือเค้าออกมาจากท้องแม่

            แต่ตอนนี้หนูต้องการเงินจากคนอายุ 40 หนูก็รู้ว่าสถานะของตัวเองคืออะไร ถ้าหนูจะอยู่บนกติกานี้ หนูก็อย่าพร่ำเพ้อคิดฝันว่าเค้าจะรักหนูจริง ๆ ต้องยอมรับให้ได้ว่าเราคือเครื่องมือที่จะมาตักตวงอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งหนูก็รู้ เพราะฉะนั้นต้องจัดระบบความคิดตัวเองดี ๆ ตอนนี้การที่หนูอยากมีสองคนพร้อมกันพี่ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แล้วการคาดหวังให้คนอายุ 28 มารักเค้าจะรักได้ยังไงเพราะหนูมีคนอื่น ถ้าหนูอยากได้ความรักดี ๆ หนูต้องทำตัวดี ๆ เพื่อให้คนที่เค้าเห็นคุณค่ามารัก แต่ถ้าหนูทำตัวแบบนี้พี่ว่าหนูไม่สามารถเจอความรักที่ดีได้ พี่ไม่ได้แช่งแต่อยากบอกให้เข้าใจว่าสิ่งที่หนูทำตอนนี้มันทำให้หนูไม่สมควรที่จะได้รับความรักที่ดีจากใครเลย ถ้าวันหนึ่งคนที่อายุ 28 รู้เค้าไปนากหนูแน่นอน คนที่อายุ 40 ถ้าวันหนึ่งเค้าเบื่อ วันหนึ่งเมียเค้าจับได้ เมียเค้าเอาเรื่อง หนูคิดแล้วกันว่าชีวิตหนูจะเป็นยังไง อย่าเห็นแค่ว่าวันนี้มันผ่านไปได้สบาย ๆ แล้วไม่นึกถึงอนาคตตัวเอง

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทุกคนคิดว่า "งานข้าราชการ" มั่นคงกันไหมครับ? ผมเป็นครูอัตราจ้างมาหลายปี แต่โดนคนรอบข้าง และ คนในครอบครัวดูถูกมาว่า "ทำงานมาหลายปี ไม่เห็นมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน"

16 ก.พ. 2024

ทุกคนคิดว่า "งานข้าราชการ" มั่นคงกันไหมครับ? ผมเป็นครูอัตราจ้างมาหลายปี แต่โดนคนรอบข้าง และ คนในครอบครัวดูถูกมาว่า "ทำงานมาหลายปี ไม่เห็นมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน"

ทุกคนคิดว่า "งานข้าราชการ" มั่นคงกันไหมครับ? ผมเป็นครูอัตราจ้างมาหลายปีแต่โดนคนรอบข้าง และ คนในครอบครัวดูถูกมาว่า "ทำงานมาหลายปี ไม่เห็นมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน"คนอื่นมีบ้าน มีรถกันหมดแล้ว ได้ยินบ่อยๆจนตอนนี้เริ่มท้อ คิดอยากเปลี่ยนอาชีพทั้งที่ยังรักการสอนอยู่ “คุณโอ (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [14 ก.พ 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย นภาพร เกี่ยวกับเรื่องการทำงานข้าราชการ โดย “คุณโอ(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมทำงานในสายข้าราชการมาประมาณ 5-6 ปี เมื่องช่วงปี 65 ผมตัดสินใจลาออก เพราะไม่ถูกกับผู้บริหาร เพราะผมเคยทำงานในตำแหน่งงานธุรการมาก่อน แล้วได้เลื่อนมาเป็นครูพิเศษสอน ผู้บริหารมักจะพูดกับผมประมาณว่า “เดี๋ยวให้ลงไปเป็นธุรการเหมือนเดิม” พูดแบบนี้กับผมทุกวัน และที่หนักสุดคือ เขาด่าผมว่า “โง่” ต่อหน้าเด็กนักเรียนกลางหน้าเสาธง จนทำให้ผมตัดสินใจลาออก และไปทำงานบริษัทเอกชนในกรุงเทพ 1-2 เดือนต่อมา ผมได้ข่าวว่าผู้บริหารคนนี้ลาออก คุณครูคนเก่าที่โรงเรียนนี้จึงโทรมาหาผม ถามว่า “ยังอยากกลับมาไหม” เพราะผลงานที่ผมทำให้กับโรงเรียนก็ได้มาตรฐาน คุณครูที่โรงเรียนก็เล็งเห็นเลยอยากให้ผมกลับไป ด้วยความที่ผมก็ทำงานสายข้าราชการมาโดยตลอด และรักในความเป็นครู ผมจึงตัดสินใจกลับไป ตอนที่ผมตัดสินใจลาออก จากบริษัทเอกชน ผมก็ได้ไปปรึกษากับหลายคน เริ่มจากคนในครอบครัว ครอบครัวของผมมีพี่น้องด้วยกันทั้งหมด 5 คน ผมเป็นคนสุดท้อง พี่ทุกคนต่างทำงานบริษัทเอกชนกันหมด ผมก็มีความคิดประมาณว่า “ต้องมีใครสักคนในครอบครัว เป็นข้าราชการ เพื่อจะได้รับสวัสดิการ” ผมก็เอาเหตุผลนี้ไปบอกกับครอบครัว แต่ครอบครัวก็ไม่เข้าใจ ผมพยายามหาหลาย ๆ เหตุผลมาอธิบาย เช่น “อยู่ไปก่อน เดี๋ยวก็ค่อยไล่สอบ ซึ่งไม่ใช่จะต้องเป็นครูอย่างเดียว งานข้าราชการไหนที่เปิดรับสมัครก็จะพยายามลงสอบให้ได้” พอผมอธิบายแบบนี้ไป ครอบครัวก็บอกว่า “ไหวหรอ เงินเดือนก็น้อย อยู่ได้ไม่นาน มีใต้โต๊ะบ้าง มีทุจริตบ้าง” ซึ่งผมก็บอกว่า “มันเป็นเรื่องปกติ ขึ้นอยู่กับเราว่าจะทำตัวแบบไหน” และด้วยความที่ว่าอัตราเงินเดือนของผมตอนนี้ มันน้อยกว่าทุกคนในบ้าน เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปม ผมเลยไปปรึกษาเพื่อนที่ทำงานข้าราชการและทำงานเอกชน ผมถามคนที่ทำงานข้าราชการ เขาก็จะบอกข้อดีของการทำงานข้าราชการ ผมไปถามคนที่ทำงานเอกชน เขาก็จะบอกข้อดีของการทำงานเอกชน ย้อนกลับไปตอนที่ผมทำงานบริษัทเอกชน ผมก็ได้มีการเรียนต่อปริญญาโทด้วย พอตอนที่คุณครูที่โรงเรียนตามกลับไปทำงาน ผมก็ลาออกจากการเรียนปริญญาโท แล้วมาเรียนต่อป.บัณฑิต(วิชาชีพครู) และช่วงเดือนธันวาคมผมเรียนจบ ผมก็เลยมีความคิดว่า อยากลาออกแล้วกลับไปทำงานที่บริษัทเอกชนอีก เพราะว่าผมก็อายุ 26 ปี แต่ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ขณะที่พวกพี่ ๆ มีทุกอย่างหมดแล้ว ผมอยากจะถามพี่ ๆ ดีเจว่าผมควรจะเลือกทางไหนดี? สำหรับคนที่อายุเท่านี้ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ที่พี่รู้คือ ตอนนี้คุณโออยากเป็นครู หรืออะไรก็ได้ที่เป็นราชการ ถ้าเรามี Passion กับเรื่องอะไร ก็อยากให้ทำอันนั้น แต่มันจะมีประโยคที่คุณโอพูดว่า “ต้องมีใครสักคนในครอบครัว เป็นข้าราชการ เพื่อจะได้รับสวัสดิการ” ถ้าเป็นเหตุผลนี้พี่ไม่เห็นด้วย เพราะพี่คิดว่ามันไม่ได้เป็นหน้าที่ใครในครอบครัวที่จะมารับผิดชอบชีวิตคนอื่น คุณโอไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปทำงานข้าราชการ ถ้าคุณโอไม่อยากทำ แต่ถ้าคุณโออยากเป็นครูจริง ๆ เพราะรักในการสอนนักเรียน เป็นครูที่ดี อันนี้พี่เชียร์ให้ทำ แต่ต้องขยัน สอบบรรจุเป็นครูประจำให้ได้ เพราะครูอัตราจ้างยังไม่มั่นคง เงินเดือนก็ค่อนข้างน้อย และไม่อยากให้คุณโอเอาชีวิตตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น คุณโออยากเห็นตัวเองเป็นอะไร และมีความสุขกับการทำอะไร อันนี้ต่างหากที่สำคัญ’ ต่อมา “ดีเจพี่อ้อย” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่มองว่าไม่ได้เกี่ยวกับข้าราชการหรือเอกชน พี่รู้สึกว่าชอบอะไร ทำสิ่งนั้น แต่ถ้ายังเป็นครูอัตราจ้างอยู่ ก็ไม่ได้สวัสดิการตามนั้น และถ้าคุณโอทำงานบริษัทเอกชน เรายังมีสวัสดิการเรื่องอื่น ๆ ที่เทียบกันแล้วก็อาจจะใกล้เคียงกับสิทธิ์ข้าราชการก็ได้ หรือแม้แต่พี่ ๆ ของคุณโอที่ทำงานบริษัทเอกชน ก็มีเงินเก็บ มีประกันชีวิต ถ้าเราคิดว่าจะต้องดูแลครอบครัว พี่น้องตั้งหลายคนก็ช่วยกัน เรื่องนี้ก็สามารถทำได้ ไม่อยากล็อกไว้แค่ว่า ตกลงเป็นข้าราชการหรือเอกชนเท่านั้น อันไหนถึงจะดี แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเราว่าเป็นงานที่ชอบ เป็นงานที่เรารัก และเป็นงานที่เราพร้อมจะพัฒนาตัวเอง ในที่สุดแล้วเราก็ต้องเลือกงานที่เราชอบก่อน ‘ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ครอบครัวน่าจะเข้าใจผิด เพราะหลายคนที่เลือกรับข้าราชการ ก็เพราะความมั่นคง เรื่องของรายได้ อาจจะสู้เอกชนไม่ได้ แต่ในระยะยาวมั่นคงกว่า เท่าที่พี่เคยคุยกับคนที่ทำอาชีพครู เขาก็บอกว่าครูเอกชน เงินดีจริง แต่เมื่อไหร่ที่คุณมาตรฐานตก หรือมีครูที่มีชื่อเสียงกว่า คุณมีสิทธิ์โดนแทนได้ทุกเมื่อ แต่การที่จะสอบครูข้าราชการมันยาก รับคนไม่เยอะ การที่คนจะไปเป็นครูอัตราจ้างก่อน เพื่อที่จะมีสนามสอบพิเศษ คุณโอต้องประเมินตัวเองก็ว่า อยากเป็นครูจริง ๆ และทำได้ดีในอาชีพครู ช่วงแรกก็คงต้องอดทนไปก่อน จนกว่าจะสอบบรรจุได้ และอยากจะส่งกำลังใจให้ เพราะหาคนที่มีใจรัก ที่อยากเป็นครูจริง ๆ หายาก แล้วผมก็อยากให้มีครูดี ๆ เยอะ ๆ เพราะการศึกษาไทยจะได้พัฒนาขึ้นไปอีก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนคือ “เดอะแบก” ของครอบครัว ให้ครอบครัวเขาเป็นที่หนึ่ง จนแทบมองไม่เห็นอนาคตของคู่เรา คบกันมา 10 ปี รู้สึกเหมือนยังใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีภาพอนาคตของเราเลย ซื้อบ้านด้วยกันแต่เขาก็พาพี่สาว คุณแม่ มาอยู่ด้วย

31 ม.ค. 2025

แฟนคือ “เดอะแบก” ของครอบครัว ให้ครอบครัวเขาเป็นที่หนึ่ง จนแทบมองไม่เห็นอนาคตของคู่เรา คบกันมา 10 ปี รู้สึกเหมือนยังใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีภาพอนาคตของเราเลย ซื้อบ้านด้วยกันแต่เขาก็พาพี่สาว คุณแม่ มาอยู่ด้วย

แฟนคือ “เดอะแบก” ของครอบครัว ให้ครอบครัวเขาเป็นที่หนึ่งจนแทบมองไม่เห็นอนาคตของคู่เรา คบกันมา 10 ปี รู้สึกเหมือนยังใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนเดิมไม่มีภาพอนาคตของเราเลย ซื้อบ้านด้วยกันแต่เขาก็พาพี่สาว คุณแม่ มาอยู่ด้วยเวลามีปัญหาอะไรเขาก็บอกว่าพูดไม่ได้เพราะเป็นคนกลาง “คุณเอ็น (นามสมมติ)” อายุ 35 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาของครอบครัวแฟนที่ส่งผลต่อชีวิตคู่ โดย “คุณเอ็น (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนตั้งแต่อายุ 19 - 20 ปี จนตอนนี้ก็คบกันมา 10 ปีแล้ว เราสองคนไม่ได้มีฐานะที่ดีมาก เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย สร้างทุกอย่างมาด้วยกัน ในระหว่างนั้นก็มีปัญหาจากทางบ้านแฟนมาเรื่อยๆ ในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องเงินหรือเรื่องปัญหาในบ้านของเขา เรื่องของลูกๆ เขา ทางบ้านแฟนก็จะมีปัญหามาให้แฟนแก้ตลอด ส่วนแฟนก็ใจดี แก้ให้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน ภาระทุกอย่าง แฟนหนูเป็นเดอะแบกตลอด ด้วยความที่เราลำบากมาด้วยกัน หนูก็เห็นภาพทุกอย่างทั้งหมด หนูก็เข้าใจเขา เพราะเมื่อก่อนเราก็เสียดายเวลา เลยไม่ได้คิดอะไรมากกับเรื่องพวกนี้ แต่หลังๆ ก็จะมีเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน เพราะตอนนี้เราทั้งคู่ซื้อบ้านอยู่ด้วยกัน แต่บ้านเป็นชื่อแฟน และในบ้านก็ไม่ได้มีแค่หนูกับแฟน 2 คน แต่ที่อยู่ด้วยกันจะมีครอบครัวแฟนทั้งหมดเลย 5 คน มีแม่แฟน มีพี่-น้องแฟนอีก 2 คน พออยู่ด้วยกันหลายๆ คน ปัญหามันก็จะเกิดขึ้นทุกวัน แต่ในส่วนของหนู หนูก็รับผิดชอบตัวเองได้ค่อนข้างเยอะ ก็มีช่วยแฟนบ้าง แต่ก็ไม่ได้ช่วย 100% จะช่วยแค่ค่าใช้จ่ายในบ้านที่หนูช่วยได้ แต่เรื่องในบ้าน เรื่องการรับผิดชอบก็จะเป็นหน้าที่แฟนทั้งหมด แม่เขาไม่ได้ทำงาน พี่สาวเขาอายุ 42 ปีก็ไม่ได้ทำงาน และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพี่สาวแฟนไม่เคยทำงานเป็นกิจจะลักษณะเลย อยู่บ้านอย่างเดียว ไปทำงานที่ไหนก็โดนไล่ออกตลอด ก่อนหน้านี้พี่สาวเขาก็มีครอบครัว แต่ก็เลิกกันมาหลายปีแล้ว และกลับมาอยู่บ้าน คนที่อยู่บ้านอีกคนคือน้องที่ไปๆ มาๆ แต่ที่อยู่บ้านหลักๆ ก็มีแม่ พี่สาว แฟนและก็หนู แต่ก็ยังเป็นคำถามของหนูอยู่ ว่าเขาอยู่ได้ยังไง? ซึ่งแม่เขาก็ปกป้องเขาในระดับหนึ่ง ทุกวันนี้เวลาหนูคุยเรื่องอนาคต ด้วยความที่หนูกับแฟนหาเงินกันมาเอง เรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัว หนูเลยไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องแต่งงาน หนูก็ไม่ได้คิดเรื่องแต่งงานเลย จนเงินหมดไปกับทางบ้านแฟนเยอะมาก หนูเลยคิดได้ว่ามีเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่หนูรู้สึกว่าหนูไม่ไหวแล้ว เมื่อก่อนหนูยอมทางบ้านแฟนค่อนข้างเยอะ แต่พอหลังๆ หนูไม่ค่อยฟังเขา เพราะด้วยหน้าที่การงาน วุฒิภาวะ ทำให้หนูเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองค่อนข้างเยอะ เลยทำให้มีปากเสียงกับที่บ้านเขาเหมือนกัน แล้วเราอยู่ในบ้านเขาด้วย หนูก็เริ่มรู้สึกไม่ไหว ไม่รู้จะไปต่อหรือยังไงดี เพราะตลอดระยะเวลาที่คบกัน แฟนหนูเขาไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงหรืออะไรเลย เขาไม่เคยทำอะไรที่ผิดพลาดกับหนูเลย ติดแค่เรื่องครอบครัวเขาอย่างเดียว ช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จนหนูคิดว่าจะเอาตัวเองออกมาจากบ้านนั้น อยากจะแยกอยู่แบบสงบๆ แต่หนูยังไม่ได้พูดถึงขั้นจะเลิกกับแฟน แค่จะย้ายออกมาเช่าคอนโดอยู่ เพราะเวลาที่กลับมาบ้านบรรยากาศมันไม่น่าอยู่ แต่แฟนหนูเขาก็ไม่ยอม และบอกว่า ถ้าออกจากบ้านไปก็คือต้องเลิกกับเขา แต่หนูก็ไม่ได้อยากเลิกกับแฟน แค่อยากให้เขาได้ดูแลครอบครัวเขา ซึ่งตอนนี้ที่มีปัญหากัน ต่างคนก็ต่างอยู่ ไม่ค่อยคุยกันแยกห้องกันไปเลย ส่วนใหญ่หนูจะมีปัญหากับแม่และพี่สาวแฟนมากกว่า เขามองว่าหนูเป็นคนขี้เกียจ เพราะเมื่อก่อนหนูเคยรีดผ้าของทุกคนในบ้าน พอวันหนึ่งไม่ทำ เขาก็บอกว่าหนูขี้เกียจ หนูก็มองว่ามันเป็นน้ำใจ หนูช่วยเพราะเผื่อบางคนไม่ว่าง หนูก็รีดให้ได้ แต่พอครั้งต่อไปมันกลายเป็นว่า ทำไมหนูไม่ทำละ? และก็มีเรื่องเงิน เขาคิดว่าแฟนหนูให้เงินหนูอยู่คนเดียว ไม่ให้ที่บ้านเขาด้วย ซึ่งหนูไม่เคยเอ่ยปากขอแฟนเลย หนูหาเองได้ บางเดือนหนูหาได้มากกว่าแฟนหนูด้วยซ้ำ แต่หนูกับแฟนเหมือนโตมาด้วยกัน เขาไม่มีเงิน หนูก็ให้ พอหนูไม่มี เขาก็ให้ ซึ่งเรื่องพวกนี้หนูไม่เคยไปเล่าให้พวกเขาฟังอยู่แล้ว เขาเลยมองว่าลูกเขาหลงหนูให้แต่หนูคนเดียว ไม่ให้พวกเขาเลย ทั้งๆ บ้านที่เขาอยู่ แฟนหนูก็เป็นคนผ่อน ค่าน้ำ ค่าไฟ แฟนหนูเป็นคนจ่ายหมด ซึ่งแม่และพี่สาวเขาจะออกแค่ค่ากินของเขา เพราะแม่เขาได้เงินส่วนนี้มาจากการรับซ่อมผ้าเล็กๆ น้อยๆ หนูกับแฟนเคยคุยกันเรื่องนี้ เขาก็บอกว่าเขาเป็นคนกลาง แต่หนูก็เคยชวนแฟนออกมาอยู่ข้างนอกกันสองคน เขาก็ไม่สะดวก ไม่กล้าปล่อยคนที่บ้านไว้ สถานะตอนนี้ของหนูกับแฟน คือไม่ได้แต่งงานกัน ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่มีลูก อยู่กันมา 10 กว่าปีแล้ว บางช่วงจังหวะของชีวิตหนูจะทำอะไร หนูก็ไม่เห็นภาพในอนาคตว่าหนูจะทำต่อไปได้ยังไง หนูไม่รู้ว่าควรไปต่อหรือพอแค่นี้ ในใจหนูก็สงสารเขาเพราะเขาก็ไม่ได้ผิดอะไร หนูอยากถามพี่ๆ ดีเจว่า หนูควรไปต่อหรือพอแค่นี้ ถ้าหนูเดินออกมา หนูจะเห็นแก่ตัวไหม?’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่คิดว่าหนูไม่ได้เห็นแก่ตัว หนูแค่รักตัวเอง ไม่อยากเห็นตัวเองเป็นแบบนี้อีกแล้ว แล้วหนูก็มีช้อยส์ให้เขาเลือกแล้ว แต่เขาดันยื่นคำขาดว่าถ้าย้ายออกเท่ากับเลิก สำหรับพี่ถ้าเขาเป็นคนกลางจริงๆ เขาก็ต้องเห็นว่าทั้งสองฝ่ายจะมีความสุขได้ยังไง การที่เขาเป็นคนกลางถ้าเขาไม่พยายามทำให้เรารู้สึกโอเคขึ้น เขาก็ต้องมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งจากที่ฟังเขาก็ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของเราขนาดนั้น และเขาก็ต้องเจอกับผู้หญิงที่รับที่บ้านเขาได้’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัญหาที่น้องกำลังเจอมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นปัญหาเรื้อรังระยะยาว การที่เอาคนในครอบครัวมาอยู่ในบ้าน ร่วมกันเป็นบ้านใหญ่ มันจะปรับเปลี่ยนอะไรยากมาก ถ้าวันหนึ่งคุณแม่แฟนไม่อยู่แล้ว ก็มีโอกาสที่เราจะต้องดูแลพี่สาวเขาด้วยหรือเปล่า ถ้ามองในมุมของเขาก็คงคิดว่าถ้าแฟนแยกไปอยู่ข้างนอกความสัมพันธ์ที่คบกันมา 10 กว่าปี ความสัมพันธ์จะถอยหลังหรือเปล่า ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเขาอาจจะเลือกดูแลเรา แต่ผู้ชายคนนี้เขาก็เลือกครอบครับเขา ซึ่งก็ไม่ผิด และมันก็เป็นสิทธิของเราที่จะต้องเลือกดูแลตัวเอง รักตัวเอง และก็สงสารตัวเอง’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ ไม่ได้เรียกว่าเห็นแก่ตัว เพราะมันไม่มีความจำเป็นที่ต้องเห็นแก่ครอบครัวใคร ครอบครัวเขายังไม่ช่วยกันเองเลย เรื่องอะไรจะต้องมาเป็นภาระเรา ยกเว้นถ้าน้องรับได้ว่าต้องรับภาระนี้ไปตลอดชีวิตก็อยู่กับคนๆ นี้ แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหวก็ออกมาเลย เสียเวลา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมือง มาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพส ตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่

30 มิ.ย. 2025

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมือง มาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพส ตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมืองมาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพสตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่ว่า ถ้าพ่อยังทำต่ออีกเรื่อยๆ อนาคตอาจจะเกิดกระทบต่อแม่ได้เรื่องนี้ปรึกษาพี่ชายแล้ว พี่ชายบอกว่า ไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับพ่อ ปล่อยให้เขาทำไปแต่หนูเห็นโพสแล้วก็อดเป็นห่วงแม่ไม่ได้ “คุณก้าน (นามสมมติ)” สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [25 มิ.ย 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาพ่อเอาเฟซบุ๊กแม่มาโพสต์สุ่มเสี่ยง โดย “คุณก้าน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พ่อชอบเอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์เล่น แล้วโพสต์ล่าสุดจริง ๆ มันเป็นเหมือนโพสต์ตลก แต่หนูรู้สึกว่ามันสุ่มเสี่ยง เพราะมันเกี่ยวกับบ้านเมือง หนูเลยค่อนข้างเป็นห่วงแม่ เพราะมันไม่ใช่แนวที่แม่จะทำ ปกติแม่ลงแต่เรื่องผ้าปัก หนูจึงถามพ่อ เขาให้เหตุผลมาว่า “เขาเพื่อนในเฟสน้อย อยากให้แม่ลองโพสต์อะไรออกสื่อบ้าง” ซึ่งตอนโพสต์แม่น่าจะรู้ เพราะเหมือนก่อนหน้านี้ พ่อได้เอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์เกี่ยวกับเรื่องไปเที่ยว ในส่วนนี้หนูไม่ติดอะไร ตอนแรกที่เห็น หนูคิดว่าพ่อโพสต์ จึงไม่ได้อะไร เพราะปกติพ่อเขาเป็นคนตลก แต่จะเจ้าอารมณ์หน่อย แล้วหนูพึ่งมาเห็นว่าเป็นเฟซบุ๊กแม่ที่โพสต์ หนูจึงทักไปถามพ่อว่า “ทำไมไม่เอาเฟซบุ๊กตัวเองโพสต์ มันไม่ควรหรือเปล่า ทำไมถึงเอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์แบบนั้น” พ่อจึงตอบกลับแนวประชด ๆ กวน ๆ มาประมาณว่า “พ่อก็โพสต์ไปแบบขำ ๆ อย่าซีเรียส ใครไม่โอเคก็เรื่องของเขา” แต่กลายเป็นว่าตัวของหนูเองที่ไม่โอเค จึงพูดกับพ่อไปว่า “ลูกไม่โอเค คือ ลูกต้องต้องไปจัดการตัวเองใช่ไหม” พ่อจึงตอบกลับมาว่า “ถูกต้อง” หนูยังไม่เคยคุยเรื่องนี้กับแม่เลย เพราะเขาอยู่ด้วยกันสองคนที่ต่างจังหวัด ส่วนหนูอยู่กรุงเทพ พ่อเขาจะเป็นคนเอาโทรศัพท์ของแม่ไปเล่นเป็นเหมือนของตัวเองเลย ก่อนหน้านี้พ่อเขาไม่ได้โพสต์เชิงนี้ มีแต่โพสต์รูปไปเที่ยว, เช็คอิน แค่นั้นเลย แต่จะใช้เฟซบุ๊กแม่ลง อีกทั้งพ่อเขาจะเอาเฟซบุ๊กตัวเองไปเมนต์ในโพสที่ลงในเฟซบุ๊กแม่อีกที คือเจตนาของหนูคือหนูแค่เป็นห่วงแม่เฉย ๆ กลัวในอนาคตเผื่อพ่อไปทำอะไรมากกว่านี้มันจะมีปัญหา คือถ้าโพสต์ไปอยู่ในเฟซบุ๊กพ่อหนูจะไม่อะไรเลย รวมถึงจริง ๆ พ่อเขาเป็นข้าราชการเกษียณ หนูเลยค่อนข้างห่วงเขาด้วย’ โดยดีเจทั้งสาม (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘จริง ๆ พ่อเขาคงตั้งใจให้มันเป็น comedy แต่ว่าข้อความและแคปชั่น มันค่อนข้าง sensitive ซึ่งจริง ๆ หนูควรบอกเขาเรื่องนี้ อย่างแรกคือ ควรเริ่มต้นคุยกับแม่ก่อนว่า “แม่โอเคไหม กลัวไหม” ซึ่งถ้าแม่บอกกลับมาว่า “โอ๊ย แม่ชอบ แม่ก็ขำด้วยเนี่ย” แบบนี้ก้านจะทำอย่างไร คงทำได้เพียงแค่เตือนไปว่า “โพสต์อะไร ให้ระวัง ๆ หน่อย” หรืออาจจะต้องพูดบอกทั้งแม่และพ่อไปว่า“เรื่องนี้มันค่อนข้างเสี่ยงมาก หากมีคนไม่หวังดี เอาไป เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่องไป อย่าไปเล่นเรื่องนี้ ข้อความมันแรงไปหน่อย ไปเล่นเรื่องอื่นแทน จริง ๆ มันแก้แค่ไม่กี่คำ แค่ดึงบางคำออกมันจะเซฟขึ้นเยอะ แต่นึกภาพออกนะว่าคนแก่ อาจจะอารมณ์ขันประมาณนี้ พี่แนะนำคือ เตือนพ่อได้ ซึ่งพ่ออาจจะเข้าใจ แต่เขาอาจจะตอบกวน ๆ กลับมา แต่ว่าอนาคตเขาอาจจะระวังขึ้น ถ้าเขาไม่ระวัง หากเขาโดนทัวร์ลงครั้งนึง เดี๋ยวเขาจะระวังขึ้นเอง อาจจะรีพอร์ต ลบโพสต์เฟซบุ๊กแม่ หรือไม่ก็ไปแก้ไขโพสต์ให้เป็น privacy ให้เห็นแค่ only me เลย เขาจับไม่ได้หรอก อีกทั้งหนูเองอยู่ไกลแม่ ไม่สามารถ control ได้ หนูอาจจะต้องสอนแม่อีกที มันสามารถจัดการได้คุณก้าน ลองคุยดูนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนหนูไม่กลับบ้านมาเกือบเดือนแล้ว เพราะเขาไปอยู่กับเจ๊โมเดลลิ่ง หาเด็ก N ให้ลูกค้า ล่าสุดเจ๊ให้รถแฟนหนูใช้ 1 คัน พอแฟนกลับมาเอาของที่บ้านแต่ละที ทำหน้าเหมือนไม่อยากอยู่ตรงนี้ อยากให้เขาชัดเจน หนูนอนรอเค้ามาทุกคืน

30 ก.ย. 2024

แฟนหนูไม่กลับบ้านมาเกือบเดือนแล้ว เพราะเขาไปอยู่กับเจ๊โมเดลลิ่ง หาเด็ก N ให้ลูกค้า ล่าสุดเจ๊ให้รถแฟนหนูใช้ 1 คัน พอแฟนกลับมาเอาของที่บ้านแต่ละที ทำหน้าเหมือนไม่อยากอยู่ตรงนี้ อยากให้เขาชัดเจน หนูนอนรอเค้ามาทุกคืน

แฟนหนูไม่กลับบ้านมาเกือบเดือนแล้ว เพราะเขาไปอยู่กับเจ๊โมเดลลิ่งหาเด็ก N ให้ลูกค้า ล่าสุดเจ๊ให้รถแฟนหนูใช้ 1 คัน พอแฟนกลับมาเอาของที่บ้านแต่ละทีทำหน้าเหมือนไม่อยากอยู่ตรงนี้ อยากให้เขาชัดเจน หนูนอนรอเค้ามาทุกคืน จะเดินออกไปแต่เค้าก็บอกยังแคร์หนูอยู่ ให้เชื่อใจ “คุณมิว (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [25 ก.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนติดเจ๊ที่เป็นโมเดลลิ่งหาเด็กเอ็น ไม่กลับบ้านเลย โดย “คุณมิว(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้แฟนหนูเขาอายุ 29 ปี เราคบกันมาเข้าปีที่ 3 เเล้ว ปัญหาที่อยากมาปรึกษาพี่ๆวันนี้ คือเหมือนแฟนหนูไปติดเจ๊คนนึงที่เป็นโมเดลลิ่งหาเด็กเอ็น เจ๊อายุประมาณ 35-36 ปี ซึ่งเจ๊เขามีแฟนอยู่เเล้วด้วย เเล้วเขาไม่กลับบ้านเลย ก่อนที่เขาจะรู้จักเจ๊คนนี้ก็รู้จักจากรุ่นพี่คนนี้ เพราะรุ่นพี่คนนี้เขาฝากงานให้ ตั้งเเต่ที่เขาไปรู้จักรุ่นพี่คนนี้ เขาเปลี่ยนไปมากเลยทั้งนิสัย การใช้ชีวิต ทุกอย่างเขาทุ่มให้ทางนู้นหมดเลย คือเหมือนเขาลืมไปเลยว่าเขามีหนูอยู่ที่บ้าน เวลาเขาเข้าบ้าน สายตาหรือหน้าตาเขา เหมือนไม่อยากจะอยู่บ้าน ใจเขาเหมือนอยากจะไปอยู่เเต่ตรงนั้น พอเเม่เขาโทรหาเขาบอกเเม่ว่า ตอนนี้เขาอยู่ กทม.เขามากับรุ่นพี่เขา หนูเลยโทรหาเขาเเต่เขาไม่รับสายหนูเลย ไม่ตอบ ไม่ทักหาหนูเลย หายไปจะเป็นเดือนเเล้ว เเต่เขาจะมีการเเวะมาบ้าน มาแปป ๆ เเล้วก็ออกไป หนูรู้เพราะว่าตอนแรกเจ๊คนนี้เขาไลน์มาหาเเฟนหนูในโทรศัพท์อีกเครื่องนึง เขาบอกว่าอยู่ไหน เเล้ววันนั้นเป็นวันที่รุ่นพี่เขาโทรมาตอนเที่ยงคืนว่าให้พาไปทำธุระที่ประจวบหน่อย เเล้วเป็นจังหวะตรงกันที่เจ๊คนนั้นเขาทักมาพอดี พอเขาออกไปหนูก็เลยลองโทร ลองทักหา เขาก็ไม่ตอบไม่อ่านจนเช้าถึงโทรมาหาเเล้วบอกว่า ไม่ได้เอาโทรศัพท์ออกไป เอาไว้ในรถ เเต่ตอนนั้นหนูก็ไม่ได้เอะใจ มีวันนึงเขาขับรถเจ๊มารับหนูไปส่งที่ทำงาน หนูรู้เพราะว่าไปส่องเฟซเจ๊เขา หนูเข้าไปส่องก็งงว่าแฟนไปติดอะไรเขา เขาก็เหมือนคนบ้าน ๆ ไม่ได้มีเยอะมีมาก เเล้วหน้าเฟซบุ๊กเขาเขียนว่าจัดหาเด็กเอ็น , PR , จัดเลี้ยงงี้ เเต่พอเขาเข้าบ้านก็จะชอบมีเเว่น วันต่อไปมีเสื้อ มีรองเท้าเเต่ไม่ใช่รุ่นเเบรนด์อะไร พอหนูถามเขาว่าได้มาจากไหน เขาบอกเอามาจากรุ่นพี่ให้มา วันนั้นที่เขาเอารถเจ๊มารับหนู เขาบอกว่าเขาจะไปนั่งเล่นที่ห้องรุ่นพี่คนนี้ เเต่พอตอนเช้ามาเขาดันเอารถเจ๊มารับหนู หนูเลยคาใจ วันที่เจ๊ให้รถมาใช้ เขาก็ทักหาเจ๊ว่าผมสัญญาว่าผมจะไม่ดื้อ เเล้วก็อ้อน ๆ ไป เเล้วเจ๊ก็เรียกเเฟนหนูว่า “อ้วน” เขาก็คอลหาเเฟนหนูด้วย เเล้วถามแฟนหนูว่าจะกินอะไรมั้ย? แฟนหนูก็ตอบว่าพี่ก็รู้ ผมกินอะไรที่พี่ชอบ วันนั้นหนูทะเลาะกันหนักมาก เเต่เเฟนหนูเขาไม่ยอมรับ บอกว่าไม่มีอะไร เขาบอกว่าถ้าจะได้งานจากเขาก็ต้องอ้อนเขาหน่อย เขาไม่ได้ทำงานเอ็น เขาเเค่แบบรับส่งเด็กเอ็นเเล้วก็หาเด็กเอ็นให้ลูกค้า เขาก็ได้ค่าหัวจากเจ๊คนนี้ ก่อนหน้านี้หนูเเอบถ่ายรถเจ๊ไว้ เลยแกล้งบอกแฟนว่า งั้นหนูจะส่งข้อความหาแฟนเจ๊ว่าเขารับรู้ใช่มั้ยว่าเจ๊ให้เอารถมาใช้? เเล้วเขาก็โวยวายใหญ่เลย บอกว่า ถ้าอย่างงี้ ก็เหมือนทำชีวิตเขาพัง ทำงานเขาพัง ทุกสถานการณ์มีเจ๊ตลอดเลย ขนาดไปคอนเสิร์ตเขาบอกหนูว่าไม่ได้ไปด้วยกัน เเต่หนูเห็นเจ๊เขาลง TikTok อยู่คอนเสิร์ตเดียวกัน เจ๊เขารู้ว่าแฟนหนูมีแฟนอยู่เเล้วเพราะหนูเคยทักไปหาเจ๊ เจ๊เขาก็บอกว่า “ก็คุยเเค่เรื่องงาน ถ้าข้องใจหรือไม่สบายใจอะไร ออกมาคุยกันมั้ย จะได้สบายใจ” หนูไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะหนูไม่มีใคร เพื่อนก็ไม่มี หนูอยากออกไปเที่ยวหรือทำไรก็ไม่ได้เลย เพราะหนูมาจากต่างจังหวัด มาทำงานที่หัวหิน เลยมาอยู่กับเขา หนูก็รักเขานะ หนูก็คุยกับเขาดี ๆ เพื่อที่อยากจะให้เขามาคุยกับหนู เเล้วเขาบอกว่า เชื่อใจเขาเถอะ ว่าเขาไม่มีอะไรจริง ๆ เขาบอกให้เชื่อเขาเเต่เขาไม่ยอมกลับมาคุยที่บ้านเลย คำพูดกับการกระทำเขามันสวนกันมาก ๆ เลย หนูก็เลยบอกว่า มีเรื่องอยากจะคุยกับเขาเหมือนกัน เขาก็ตอบว่า อะไร สงสัยน่าจะไม่อยากอยู่ หนูก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า หนูควรทำยังไงต่อดีคะ?’ ซึ่งดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม) ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ไม่ต้องหาคำตอบว่าเขาจะมีหรือไม่มี เพราะปัจจุบันอยู่แล้วไม่มีความสุข ตัดสินคนที่ปัจจุบันเเละการกระทำที่เขาทำกับเรา ไม่ต้องหาคำตอบว่าต้องรอให้เขามีคนเเล้วเราจะเลิกกัน คนเราสามารถเลิกกันได้หลายเหตุผลเลย การที่เราอยู่เป็นฝ่ายรอให้เขากระทำอย่างเดียว ชีวิตเรามันไม่น่าสงสารหน่อยหรอ ชีวิตเราเราน่าจะเป็นฝ่ายเลือกได้เองบ้างนะ เราเลือกตัวเองไปอยู่ในที่ที่มีความสุขสิ รักตัวเองหน่อย กอดตัวเองหน่อย อายุเเค่นี้เองต้องมีความสุขกับชีวิตสิ เเล้วถ้าเขารักหนูเขาจะพยายามทำทุกอย่างให้หนูกลับมาเอง เเต่กลับมาเเล้วต้องไม่ใช่เเบบเดิมนะ ชีวิตเราเรามีสิทธิ์เลือก ถ้ากลับบ้านได้กลับไปเเล้วสร้างตัว หาคนที่เขาเห็นค่าในตัวเรา เป็นกำลังใจให้นะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-