เลือกใครดี? แฟนเก่าหล่อ ตรงสเปคทุกอย่าง ติดแค่เขาชอบยืมเงินเรา คบมาปีนิดๆ ยืมไป 2 แสนกว่าบาท ตอนนี้คุยกับคนใหม่ ตรงสเปค แต่ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน จะปรับมายเซ็ทตัวเองยังไง ให้ไม่รู้สึกอิจฉาผู้หญิงคนใหม่ที่จะมาคบแฟนเก่าเรา

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เลือกใครดี? แฟนเก่าหล่อ ตรงสเปคทุกอย่าง ติดแค่เขาชอบยืมเงินเรา คบมาปีนิดๆ ยืมไป 2 แสนกว่าบาท ตอนนี้คุยกับคนใหม่ ตรงสเปค แต่ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน จะปรับมายเซ็ทตัวเองยังไง ให้ไม่รู้สึกอิจฉาผู้หญิงคนใหม่ที่จะมาคบแฟนเก่าเรา

21 ก.พ. 2025

          “คุณบีม (นามสมมติ)”อายุ 25 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเลือกใครดี คนเก่าที่ตรงสเปคแต่ชอบยืมเงิน กับ คนใหม่ที่ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน

            โดย “คุณบีม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้หนูมีแฟน คบกันมาปีกว่าๆ แฟนคนนี้ตรงสเปคทั้งภายนอกและภายใน ทั้งหล่อ นิสัยโอเค ไลฟ์สไตล์ตรงกับหนูทุกอย่าง แต่ติดอยู่เรื่องเดียว คือ เรื่องเงิน เขาทำงานรายรับได้น้อยกว่ารายจ่ายที่เขาต้องจ่าย เพราะจะต้องซัพพอร์ตทางบ้าน ซัพพอร์ตตัวเองด้วย ส่วนที่ไม่พอเขาก็มายืมหนูทุกเดือน อย่างต่ำเดือนละ 5,000 บาท หรือมากกว่านั้น นานๆ ทีเขาจะคืนหนู แต่ก็คืนไม่หมด มันเลยเป็นยอดสะสมไปเรื่อยๆ จนตอนนี้จำนวนเงินที่ยืมไปอยู่ที่ 2 แสนปลายๆ แต่เขาไม่ได้ยืมเงินเราตั้งแต่คบกันแรกๆ เหมือนพอคบกันได้หลายเดือนแล้วค่อยมายืม เขาบอกว่ายืมเอาไปจ่ายค่าบัตรเครดิต เพราะเขาเป็นคนที่ค่อนข้างติดแบรนด์เนมประมาณหนึ่ง ทุกอย่างเป็นแบรนด์ Hi-End สกินแคร์ก็ต้องใช้ของแพง จะไม่มีคำว่าถูกและดีสำหรับเขา

            อีกเรื่องหนึ่งคือ หนูได้คุยกับผู้ชายคนหนึ่งโดยบังเอิญ คุยกันได้ประมาณเดือนกว่าๆ กับคนคุยใหม่ก็ตรงสเปคหนูเหมือนกัน หนูชอบทัศนคติของเขา แต่คิดว่าไลฟ์สไตล์ไม่ได้เข้ากันมาก 100% เพราะวันเสาร์ -อาทิตย์ หนูเป็นคนชอบออกไปนู้นไปนี่ แต่เขาจะอยู่บ้าน ยกเว้นถ้าออกมาเจอกัน เขาก็จะออกมา ส่วนเราจะออกมาเพื่อเจอและก็ไปเที่ยวด้วยกันต่อ และตอนนี้แฟนหนูก็จับได้ว่าเราคุยกับผู้ชายคนนี้อยู่ แฟนหนูก็เลยบอกเลิกหนูไปแล้ว แต่หนูก็มีความคิดที่จะกลับไปง้อ แล้วเลิกคุยกับคนคุยใหม่ หรือปล่อยแฟนเก่าไปเลย และไปต่อกับแฟนใหม่

            เงินที่แฟนเก่ายืมไป เขาก็ให้ทยอยคืน แต่ยังคืนไม่หมด ส่วนตัวหนูก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน ตอนนี้เหมือนเขากำลังทำธุรกิจสตาร์ทอัพกับเพื่อน ถ้าเกิดยังคบกันอยู่ เขาก็ต้องยืมเงินเราไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะมีกำไร แล้วถึงจะแบ่งมาคืนเราได้ แต่หนูก็รู้สึกว่าถ้าปล่อยคนนี้ไป หนูกลัวว่าพอเขามีแฟนใหม่ หนูจะรู้สึกไปอิจฉาแฟนใหม่เขารึเปล่าว่าทำไมหนูไม่ใช่คนตรงนั้น เรื่องนี้หนูยังไม่เคยบอกเพื่อนเลย เพราะไม่อยากให้เพื่อนมองเขาไม่ดี เลยเก็บไว้คนเดียว หนูอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า คำถามที่ 1 : หนูควรเลือกใครดี จะไปต่อกับแฟนเก่าหรือคนคุยใหม่? คำถามที่ 2 : ถ้าจะปล่อยคนเก่าไป มีวิธีคิด หรือ mindset ยังไงไม่ให้หนูคิดถึงภาพที่เขาจะมีแฟนใหม่แล้วจะอิจฉา?’

            เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าให้ดูตอนนี้และข้อมูลทั้งหมดที่มี พี่เลือกคนใหม่ เพราะพี่คิดว่า แม้ว่าคนเก่าจะดีทุกอย่าง แต่การที่เขายืมเงินเราแบบนี้มันไม่ดี บีมต้องคิดว่าเขาติดแบรนด์แต่เขาไม่มีปัญญาซื้อแบรนด์นั้นเอง เขาต้องรู้สถานะตัวเอง แต่แบบนี้แสดงว่าเขาไม่มีวินัยทางการเงิน แล้วยังยืมเงินผู้หญิงอีก ผู้ชายแบบนี้น่าเป็นห่วง และการไปทำสตาร์ทอัพ โดยที่ตัวเองยังติดลบอยู่ ยิ่งน่าเป็นห่วงขึ้นไปอีกว่าอนาคตจะยังไงต่อ พี่คิดว่าทรงแบบนี้ ถ้าบีมกลับไปบีมจะโดนเขาเอาเงินจนหมดตัว แต่ผู้ชายคนใหม่ที่คุยกันหนึ่งเดือน แต่แค่เดือนเดียวยังบอกไม่ได้ ตอนนี้รู้แล้วว่าคนเก่าข้อเสียใหญ่ของเขามันรุนแรงเหลือเกินสำหรับพี่ บีมมีฐานะดี บีมจะให้เขาก็ได้ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ดี คิดซะว่ากลับไปหาคนเก่าก็หมดตัว คนใหม่ที่ไปเจอเขา ก็หมดตัวแน่นอน คิดแบบนี้ไปเลย ถ้าคนมีวินัยพื้นฐานการเงินแบบนี้ ยังไงก็เละ’

            ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่าคำว่าเลือกใครดี พี่คิดว่าคนเก่าไม่กลับมาแน่ เพราะเขาก็อยากล้างหนี้ เลิกกันไปก็จบ ส่วนเขาจะไปประสบความสำเร็จหรือเปล่า อันนี้ก็วัดกันยาก มันก็จะมาตอบคำถามที่ 2 ว่าแล้วเราจะปล่อยคนเก่าไปยังไง ให้เราไม่อิจฉาแฟนใหม่ มันอยู่ที่ศีลของแต่ละคน คือถ้าศีลเรามันเป็นคนต้องอิจฉาตาร้อนมันก็ต้องอิจฉา แต่ถ้าศีลเราเป็นคนที่แบบเลิกแล้วต่อกัน 2 แสนที่เอาไปถือว่าเป็นการซื้อความสัมพันธ์ที่เราจะไม่ต้องเจอกันอีกแล้วกัน แต่พี่ไม่รู้ว่าบีมเป็นคนยังไง จะให้พี่มาพูดภายใน 5 - 10 นาที แล้วจะไม่อิจฉาเลยก็ยาก งั้นก็ไปทำชีวิตเราให้มันน่าอิจฉาสำหรับเขาบ้าง แล้วถ้าเป็นแฟนใหม่ที่รู้คุณค่าของเงิน ใช้เงินอย่างพอตัว สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยกัน มันน่ารักกว่าอีกนะ อาจจะเป็นชีวิตที่สงบและน่าอิจฉาก็ได้ ถ้าให้เลือกสำหรับพี่ คนเก่ามันดูไม่ใช่สำหรับเราแล้ว แต่ถ้าคนใหม่ไลฟ์สไตล์มันก็ไม่ตรงกัน เดือนเดียวก็มีเรื่องให้เราเอ๊ะแล้ว ฉะนั้นเขาก็อาจจะไม่ใช่ทั้งคู่ก็ได้ แต่ก็ศึกษากับคนใหม่ได้ไม่เสียหายอะไร’

            สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ใครดี ควรเลือกใคร มันก็ตอบไม่ได้เพราะอาจจะเละทั้งคู่ก็ได้ แต่ที่เห็นแล้ว คือ 1 คนเก่าเละแน่ๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องอิจฉาขยะที่เราทิ้งแล้ว คือการที่เราทิ้งคนเก่าแปลว่าเราทิ้งขยะไปแล้ว มันจะมีใครเก็บต่อ เราต้องอิจฉาคนเก็บด้วยหรอ? ถ้าของมันดีจริงเราไม่ทิ้ง ผู้ชายที่ดีไม่ยืมเงินผู้หญิง แล้วถ้าเขารักบีมจริงๆ เห็นคุณค่า รู้ว่าบีมเหนื่อย เขาจะไม่เอาเงินบีมไปแบบสุรุ่ยสุร่าย ถ้าพ่อแม่เจ็บเข้าโรงพยาบาล แล้วเขากัดฟันยืมเงินแฟนก็ยังพอเข้าใจได้ แต่ยืมทุกเดือนแปลว่าเขาไม่ได้เห็นคุณค่าในตัวบีม เขาไม่ได้รักบีมขนาดนั้น ถ้าผู้ชายที่รักเราหรือเห็นคุณค่าในตัวเรา เขาจะระวังเรื่องนี้ สิ่งที่อยากให้เหลือไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นคุณค่าในตัวเอง อย่าจ่ายสิ่งเหล่านี้ให้กับผู้ชายที่เราเรียกว่าแฟน ถ้าเกิดเลิกกันไปแล้ว ไม่ส่อง ไม่เสือก ไม่เจ็บ ตัดเลย ใครจะเอาเขาต่อเรื่องของเขา คนเก่าไม่เอาเพราะเราเห็นแล้วว่ามันไม่ใช่ ส่วนคนใหม่ก็ไปเรียนรู้ ถ้าไม่ใช่ก็ทิ้งอีก หาจนกว่าจะใช่ เรามีสิทธิ์เลือก แล้วผู้ชายที่ดีเขาไม่เอาเงินผู้หญิง’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชม

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบกับแฟนมา เขาหวงหนู มีข้อห้ามต่างๆ ไปผับห้ามเต้นกับเพื่อน ห้ามใส่เสื้อโป๊ ใส่ได้แค่เสื้อยืดหลวมๆ บางทีให้หนูใส่กางเกงบอล ล่าสุดสงกรานต์ห้ามหนูออกจากบ้าน ด้วยเหตุผล "เปอเซ็นต์ผู้หญิงโดนปะแป้งเยอะกว่าผู้ชาย" หนูไม่โอเคเค้าก็บอกเลิกหนูเลย จะง้อยังไงดีคะ?

12 เม.ย. 2024

คบกับแฟนมา เขาหวงหนู มีข้อห้ามต่างๆ ไปผับห้ามเต้นกับเพื่อน ห้ามใส่เสื้อโป๊ ใส่ได้แค่เสื้อยืดหลวมๆ บางทีให้หนูใส่กางเกงบอล ล่าสุดสงกรานต์ห้ามหนูออกจากบ้าน ด้วยเหตุผล "เปอเซ็นต์ผู้หญิงโดนปะแป้งเยอะกว่าผู้ชาย" หนูไม่โอเคเค้าก็บอกเลิกหนูเลย จะง้อยังไงดีคะ?

“คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 เม.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย นภาพร’ เกี่ยวกับปัญหาโดนแฟนหวงห้ามเล่นสงกรานต์ โดย ​“คุณน้ำ(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แฟนไม่ให้หนูไปเล่นน้ำสงกรานต์ เขาให้เหตุผลว่า ผู้หญิงมีเปอร์เซ็นต์ที่จะโดนปะแป้ง โดนลวนลามมากกว่าผู้ชาย เขาเป็นแฟนหนูเขาจะไม่ยุ่งเรื่องนั้นอยู่แล้ว แต่ว่าตัวหนูเป็นผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงเขาเลยไม่ให้หนูไป แต่เขาออกไปเล่นได้ เขาไม่พาหนูไปด้วยเพราะว่าอยู่ไกลกันก็เลยไม่ได้เล่นน้ำด้วยกัน เขาเป็นคนหวงหนูมาก ชอบห้ามหนูในสิ่งที่เป็นตัวหนู เช่น เรื่องการแต่งตัว เรื่องไปเที่ยวกับเพื่อน เขาก็จะห้ามนู่นห้ามนี่ หนูก็รู้ว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่ Toxic แต่หนูก็รักเขาเลยยังอยู่ หนูกับเขาอายุ 22 ปีเท่ากัน คบกันมาประมาณปีกว่า ๆ ถ้ารวมคุยด้วย สิ่งที่เขาห้ามมีเรื่องแต่งตัว แล้วก็ถ้าไปร้านเหล้าก็ห้ามเต้นกับเพื่อน ให้นั่งเฉย ๆ ต้องใส่เสื้อยืดเท่านั้น กางเกงขาสั้น บางทีก็ให้ใส่กางเกงบอล ชุดนักศึกษาหนูใส่ได้แค่ทรงพลีท ไม่สามารถใส่ทรงเอได้เลย แต่เรื่องที่กำลังเป็นปัญหาในตอนนี้คือ เรื่องเล่นน้ำสงกรานต์ หนูแค่ไม่เข้าใจว่าเขาไปเล่นได้ ทำไมหนูถึงไปเล่นไม่ได้ หรือว่าถ้าเขาไม่ให้หนูเล่น เขาก็ไม่ควรออก เพราะคนที่นอนอยู่บ้านรู้สึกกังวล เป็นห่วงเขา หนูอยากออกไปสักแค่วันนึง แต่หนูไม่ได้อยากไปสาดน้ำ แค่อยากออกไปเจอเพื่อนเฉย ๆ เวลาหนูโดนเขาห้ามเยอะ หนูก็เลยพูดกับเขาว่า เนี่ย ถ้าเกิดเธอมาห้ามในสิ่งที่เราชอบ งั้นเราก็ห้ามเธอไปร้านเหล้าเหมือนกัน เขาก็ตอบว่า ได้ แต่สุดท้ายก็มีไปอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ไปบ่อยเท่าเดิม ล่าสุดหนูพยายามไกล่เกลี่ยขอเขาว่า ขอให้เขาเล่นน้ำแค่ 2 วันได้ไหม เขาก็บอกว่า ไม่ได้เลย ทีนี้ก็ทะเลาะกันหนักมาก เพราะว่าหนูก็ขอเขา เขาไม่ยอม เถียงกันไปเถียงกันมาก็บอกเลิกหนูเลย พอเขาบอกเลิกหนูก็ง้อ หนูรู้สึกว่าไม่ควรบอกเลิกเพราะเรื่องแค่นี้ หนูก็เลยพยายามง้อเขา ตอนนี้เขาก็ไม่ค่อยจะคุยกับหนูเท่าไหร่ ค่อย ๆ เฟดตัวออกไป แต่หนูก็พยายามทำตัวดี ๆ ก็บอกเขาว่า โอเค เธอไปเล่นได้เลย เราอยู่บ้านเฉย ๆ ก็ได้ แต่สิ่งที่อยากถามพี่ๆดีเจ คือ มีวิธีไหนบ้างที่จะบอกให้เขาแฟร์ ๆ กับเรา หรือวิธีพูดให้เขาเปลี่ยนความคิดสักนิดนึงได้ไหม? ซึ่ง “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าคนลักษณะนี้ ด้วยอายุเท่านี้ พูดไปเขาก็ไม่น่าจะฟังเหตุผลหรอก น้ำก็เคยคุยกันไปแล้วเรื่องสงกรานต์จบที่เลิกกัน พี่ยังคิดไม่ออกเหมือนกันจะมีเหตุผลอะไร ที่ทำให้คนคนนึงเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ นอกซะจากว่าวันหนึ่งเขาจะอายุมากพอ ความคิดโตพอที่จะแยกแยะได้ ระหว่างความหึงหวงใดใดก็ตามกับความไว้ใจคนของเรา แล้วก็เหมือนใจกว้างมากขึ้น ถ้าหนูพยายามที่จะหาจุดกึ่งกลางกับผู้ชายคนนี้ ณ เวลานี้พี่ว่ายังยากอยู่ ถ้ารักจริง ๆ พร้อมที่จะยอมจริง ๆ ก็อาจจะต้องทนก่อนระยะนี้ แต่พี่คิดว่าเขาไม่น่าจะเปลี่ยนเร็ว ๆ นี้ ด้วยความที่อายุ 22 ปีเท่ากันอยู่ แล้วหนูก็ไม่อยากให้เขามาเปลี่ยนตัวตนหนู แต่เอาเข้าจริงหนูก็ยอมเขา เพราะฉะนั้นถ้ายังคบกับเขา พี่ว่ายังไงก็ต้องยอมแบบนี้ ให้เอาเหตุผลอะไรไปพูด เดี๋ยวก็เลิกกันอีก เอาเป็นว่าถ้าเขามาฟัง สิ่งเดียวที่พี่พอจะช่วยได้ก็คือ ไอ้หนุ่มเอ้ย พ่อหนุ่ม เมื่อก่อนพี่ก็เป็น แต่เดี๋ยวเราโตขึ้นมันจะค่อย ๆ ใจกว้างขึ้นแหละ แล้วถ้ายิ่งโตขึ้นได้เร็วเมื่อไหร่ แฟนเราก็จะได้หายใจหายคอ แล้วความอึดอัดที่อยู่ด้วยกันก็จะยิ่งน้อยลงไปเรื่อย ๆ ชีวิตจะยิ่งมีความสุขขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเรารู้จักปล่อยวางนะไอ้หนุ่มนะ’ ต่อมา “ดีเจอ้อย” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าก่อนจะไปคุยกับเขา หนูคุยกับตัวเองก่อน ไม่รู้สิเวลาที่คนเรารักกันมันก็ต้องอยากให้เขามีความสุขในการอยู่ข้าง ๆ เรา ไม่ได้แปลว่าอยู่กับฉัน แล้วเธอต้องทำสิ่งสิ่งนั้น สิ่งนี้ นี่มีแฟนไม่ได้เข้าคุก การที่บอกว่าต้องแฟร์กับหนูหน่อย หนูก็ต้องแฟร์กับตัวเองด้วยเหมือนกันว่า เฮ้ย ชีวิตฉัน ฉันอยากมีแฟนแล้วทำให้ฉันมีความสุขในทางของฉันเช่นเดียวกัน และเมื่อไหร่ก็ตามทีที่เขาเองบังคับใด ๆ แล้วน้องก็ทำตามสิ่งที่เขาบังคับมาโดยตลอด อะไรจะเข้าฝันเขาหรอว่า เขาฝันเสร็จปั๊บ พรุ่งนี้ปล่อยให้น้ำเป็นอิสระบ้างดีกว่า สงสารน้ำจังเลย ไม่มีทาง วันนี้พี่ยังเป็นคนที่เชื่อเสมอว่า คนเราอะไรก็ได้ ไม่มีอยู่จริงหรอก ความรักของคนที่เป็นผู้ใหญ่ มันจะไม่ใช่แค่ห้ามทำสิ่งนั้น สิ่งนี้ พี่ว่านิดนึงน้ำเองก็ดันมีความรู้สึกว่า พี่ แต่เขาก็หวงหนูไงคะ หนูก็เลยรู้สึกว่าการหวงถือว่าเป็นการรักมาก แต่พี่ไม่ได้อยากพูดให้น้องนอยด์นะ พี่เห็นมาเยอะมากว่า ไอ้คนที่หวงแฟนระดับเกินเบอร์ไปมาก ตัวเองทำทุกอย่างเลย แล้วยิ่งถ้าน้องทำตัวเองเป็นดาวบริวารที่โคจรรอบตัวเขา ยอมเขาอะไรก็ได้ ขนาดเรื่องนี้คนที่ควรโกรธคือเราด้วยซ้ำ น้องกลับกลายเป็นง้อ พี่ว่าคน 2 คนเวลารักกัน เราต้องแคร์ความสุขของกันและกันด้วย ไม่ใช่พยายามบังคับให้เราเป็นแบบนั้นแบบนี้ และเราเองก็ดันพยายามบังคับตัวเองให้เป็นแบบนี้ด้วย อึดอัดก็อึดอัด แต่แสดงออกก็ไม่ได้กลัวเขาไม่รัก พี่รู้สึกว่าหึงนิด ๆ น่ารักนะ แต่หึงมากไปคล้ายดูถูก หึงมากไม่ได้แปลว่ารักมาก แต่แค่อยากเป็นเจ้าของชีวิต พี่เป็นคนที่เชื่อว่าคนรักกันเป็นเจ้าของหัวใจ แต่ไม่ใช่เจ้าของชีวิต เขาควรจะรู้ว่าน้ำมีความสุขกับเรื่องนี้ และถ้าเกิดเขาหวงมากก็แค่มาเล่นน้ำกับหนู พาหนูไปด้วย เขาไม่แฟร์กับหนูไม่เท่าหนูไม่แฟร์กับตัวเอง คือรักเขาพี่เข้าใจ แต่การรักเขาไม่ได้แปลว่าต้องยอมทุกสิ่ง จนกระทั่งเบียดบังความสุขของตัวเอง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าจะให้พี่พูดอะไรกับแฟนหนู พี่ก็จะบอกเขาว่า ต้องรู้จักที่จะให้เกียรติคนรักมากกว่านี้ สิ่งเดียวที่เขาทำตอนนี้มันมาจากเรื่องเดียวที่พี่รู้สึกคือ เขาไม่ไว้ใจ เหมือนเขาจะตัดสินว่าการที่น้องน้ำแต่งตัวแบบนี้ มันจะทำให้น้องน้ำนอกใจเขา สำหรับพี่รู้สึกว่าแฟนกันมันต้องไม่ทำให้พี่ไม่ชอบตัวเอง เราชอบแต่งตัวแบบนี้ เรามีความสุขกับการแต่งตัวแบบนี้ ซึ่งมันอยู่ในขอบข่ายที่ไม่ได้อนาจาร คนทั่วไปเขาก็แต่งกัน อยู่ ๆ ก็ไม่ให้เราแต่ง น้ำต้องตื่นมาใส่กางเกงบอล ใส่เสื้อตัวใหญ่ ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี แต่ตัวเองไม่ได้ชอบ พี่รู้สึกว่ามันคือคนรักที่เราจะมีความสุขจริง ๆ หรอ คนที่อยู่ด้วยกันแต่ทำให้เราไม่ชอบตัวเองอยู่คนเดียวดีกว่าหรือเปล่า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูคบกับพี่ผู้ชายคนนึงมา 2 เดือนแบบไม่ได้บอกใคร คบแบบไม่เปิดตัว แต่เพื่อนในกลุ่มคนนึงดันมาชอบคนเดียวกับเรา อึดอัดมานาน จนตัดสินใจบอกว่าเรากำลังคบกับพี่เขาอยู่นะ เพื่อนบอกโอเค รับได้ แต่หลังจากนั้น เพื่อนทั้ง 11 คนในกลุ่มก็ไม่คุยกับหนูไปเลย

03 ก.ค. 2024

หนูคบกับพี่ผู้ชายคนนึงมา 2 เดือนแบบไม่ได้บอกใคร คบแบบไม่เปิดตัว แต่เพื่อนในกลุ่มคนนึงดันมาชอบคนเดียวกับเรา อึดอัดมานาน จนตัดสินใจบอกว่าเรากำลังคบกับพี่เขาอยู่นะ เพื่อนบอกโอเค รับได้ แต่หลังจากนั้น เพื่อนทั้ง 11 คนในกลุ่มก็ไม่คุยกับหนูไปเลย

หนูคบกับพี่ผู้ชายคนนึงมา 2 เดือนแบบไม่ได้บอกใคร คบแบบไม่เปิดตัวแต่เพื่อนในกลุ่มคนนึงดันมาชอบคนเดียวกับเรา อึดอัดมานานจนตัดสินใจบอกว่าเรากำลังคบกับพี่เขาอยู่นะ เพื่อนบอกโอเค รับได้แต่หลังจากนั้น เพื่อนทั้ง 11 คนในกลุ่มก็ไม่คุยกับหนูไปเลย เหมือนเขาคิดว่าหนูแย่งของเพื่อน... “คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 16 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [26 มิ.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องเพื่อนที่ค่อย ๆ ออกห่าง โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว คือหนูมีเพื่อนสนิทในกลุ่มรวมกันทั้งหมด 11 คน แล้วเหมือนจะมีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มชอบรุ่นพี่ในโรงเรียน ซึ่งหนูรู้ว่าเพื่อนชอบอยู่แล้ว แต่ก็รู้ว่า ณ ตอนนั้นเพื่อนไม่ได้จะจริงจังกับพี่เค้า แต่พอเปิดเทอมที่ผ่านมาเพื่อนก็ได้บอกว่าชอบพี่คนนี้นะ ทั้ง ๆ ที่เราคบกับพี่คนนี้แล้ว ซึ่งตอนแรกหนูยังไม่ได้บอก เพราะว่ากลัวบอกไปแล้วเพื่อนจะไม่โอเค จนเมื่อเร็ว ๆ นี้หนูได้บอกกับเพื่อนว่าหนูคบกับพี่คนนี้เพื่อนโอเคใช่ไหม ตอนแรกเพื่อนก็บอกว่า “โอเค โอเคมาก ๆ” แล้วก็บอกหนูว่าไม่ต้องคิดมาก หลังจากที่หนูบอกไปเพื่อนทุกคนก็ตีตัวออกห่างทั้ง 11 คน หนูก็เลยรู้สึกว่า “เราผิดหรอ” ที่หนักกว่านั้นคือเพื่อนเริ่มแซะหนู เช่น โพสแซะในโน้ตไอจี ด้วยคำประมาณว่า “อุ้ยก็ไม่คิดว่าจะเอาเนาะ” ทั้ง ๆ ที่เพื่อนไม่เคยคุยกับพี่เค้าเลย แต่พี่คนนี้เค้าเป็นคนเข้ามาจีบหนูก่อน ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างหนูกับเพื่อนก็คือเหมือนเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดเลยค่ะ เพราะว่าหนูย้ายห้องเรียนใหม่ หนูเลยอยากถามว่าวันนี้หนูไปเรียนวันแรกเพื่อนยังแซะยังมองจิก หนูควรจะมองจิกกลับไปหรือหนูควาจะอยู่เฉย ๆ’ โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูสามารถเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกได้เพื่อผู้ชายอย่าได้แคร์ เค้าไม่ใช่แฟนเพื่อนเรา ไว้ให้ได้ก่อนแล้วค่อยเรียกว่าแย่ง เค้าไม่เคยเป็นของเพื่อนตั้งแต่แรก ต่อให้เค้ามาแซะก็ทำตลกไปเลย เช่นหัวเราะ ไม่ต้องแคร์ เพราะเราได้ผู้ชายมาแล้ว ชนะทุกสิ่ง ยินดีเป็นศัตรูกับทั้ง 11 คน คิดในใจแบบนี้ แล้วเพื่อนที่ดีเค้าจะไม่มาแซะเรา เค้าก็ต้องมาสนับสนุน’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าเป็นฮอร์โมนเด็กวัยรุ่นอายุ 16 พี่ว่าหนูไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะเพื่อนไม่ได้ชัดเจนตั้งแต่แรก แล้วผู้ชายก็เป็นฝ่ายเข้าหาเรา แต่พี่ว่าหนูก็อาจจะต้องเข้าใจเพื่อนหน่อยว่าเค้าก็มีสิทธิ์จะโกรธได้ เช่นเค้าอาจจะหวังว่าถ้าจะจีบกันไม่บอกสักคำก่อนหล่ะอะไรประมาณนี้ และในมุมของพี่พี่คิดว่าถ้าเพื่อนที่ดีเค้าควรจะต้องมาคุยกับหนูแบบไม่ใช้อารมณ์ ว่าเรื่องมันเป็นยังไง เกิดขึ้นตอนไหน แต่พี่ว่าเพื่อนน้ำดูเป็นคนว่น และถ้าเพื่อนทั้ง 11 คนเป็นแบบนี้ทั้งหมดพี่ก็ว่าดีแล้วที่เค้าไม่ต้องคบกับหนู เราไม่จำเป็นต้องไปอะไรกับเค้า เราก็เป็นนางเอกของเรานี่แหละ’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่แปลกเลยเพราะว่าเหตุการณ์พวกนี้พี่เห็นตั้งแต่สมัยพี่ 16 แล้วพี่ก็เห็นคนที่คบกับแฟน แล้วถูกเพื่อนไม่คบ พี่ถึงถามว่าถ้าขาด 11 คนนี้ไปน้ำมีเพื่อนกลุ่มอื่นไหม ถ้ามีไม่ต้องแคร์เลย เราก็ไปคบหาเพื่อนกลุ่มใหม่ สุดท้ายโตขึ้นจะรู้เองว่าสิ่งที่ 11 คนนี้ทำมันไร้สาระ แต่มันก็เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ซึ่งแปลกที่ผู้ชายจะไม่ค่อยมีเรื่องแบบนี้เพราะมันจะเคลียร์กัน แล้วก็พี่ไม่อยากให้ไปมองจิกกลับ เพราะเดี๋ยวเรื่องเล็กจะเป็นเรื่องใหญ่ เราอยู่แบบมายด์เซ็ตผู้ชนะ อยู่สวย ๆ ของเราไม่ต้องไปวุ่นวายอะไร’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

นี่หนูต้องมาเจออะไรเนี่ย?? บริษัทจ้างวิทยากรมาบรรยาย ให้ความรู้พนักงาน บรรยายไปบรรยายมา เข้าเรื่อง "เอเลี่ยน - มนุษย์ต่างดาว" ตลอด เคยให้คะแนนแล้วก็ยังไม่เป็นผล ยังต้องเจอคนนี้เดือนละ 2 ครั้งไปอีกยาวๆ ไม่รู้จะทำยังไงดีวิทยากรคนนี้สนิทกับ CEO ด้วย

13 พ.ค. 2024

นี่หนูต้องมาเจออะไรเนี่ย?? บริษัทจ้างวิทยากรมาบรรยาย ให้ความรู้พนักงาน บรรยายไปบรรยายมา เข้าเรื่อง "เอเลี่ยน - มนุษย์ต่างดาว" ตลอด เคยให้คะแนนแล้วก็ยังไม่เป็นผล ยังต้องเจอคนนี้เดือนละ 2 ครั้งไปอีกยาวๆ ไม่รู้จะทำยังไงดีวิทยากรคนนี้สนิทกับ CEO ด้วย

“คุณเจ (นามสมมติ)” 26 ปี สายที่ห้าในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเข้าไปอบรมสัมมนา แต่เจอผู้บรรยายพูดออกนอกเรื่องจนไม่ได้ความรู้! โดย “คุณเจ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘บริษัทจะมีการจัดอบรมสัมนาใหญ่ที่มีผลต่อ KPI ของเราทุกเดือน เดือนละ 2 ครั้ง ในห้องประชุมใหญ่ และในปีนึงส่วนมากจะเจอกับคนที่มาบรรยาย ซึ่งคนนี้เขามาบ่อยที่สุด และเขาจะชอบพูดไปเรื่อย พูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง สมมติว่าเรื่อง Innovation หรือการพัฒนา เขาก็จะพูดไปถึงว่า รู้ไหมว่าเทคโนโลยีพวกนี้มันมาจากเอเลี่ยน มันมีทฤษฎีอย่างนู้นอย่างนี้ พูดเป็นจริงเป็นจัง ซึ่งเขาก็จะให้พิมพ์ส่งมาว่ามีอะไรให้แนะนำเพิ่มมั้ย เจพิมพ์ไปทุกครั้งที่ประเมิน และก็มีหลายคนที่เขาไม่ชอบ เพราะหลังอบรมสัมมนาหลายๆแผนกก็พูดกันว่า อะไรวะ ไม่เห็นมีประโยชน์เลย แต่ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นพิมพ์ไหม ตามจริงเขาไม่น่าจะผ่านการประเมินมาอบรมสัมมนาอีก ถ้าคนอื่นพร้อมใจกันรีวิวว่ามันไม่มีประโยชน์ แต่สาเหตุที่เจ้านายยังเอาเขามาอบรมสัมมนาบ่อยๆ เพราะเขาสนิทกับ CEO และ CEO ก็เคยเกริ่นเรื่องนี้มาแล้วว่า มีอะไรก็คุยกันได้นะครับ ผมชิล แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่มีใครกล้าพูด เพราะ CEO ก็ค่อยข้างอีโก้นิดนึง พยายามทำเหมือนว่า คุยกับผมได้นะ ซึ่งจริงๆแล้วคุยไม่ได้เลย อยากถามพี่ๆดีเจว่า ทำอะไรกับเรื่องนี้ได้บ้าง? มันมีโอกาสมั้ยที่หนูจะสามารถปลุกระดม รายงาน HR ? จริงๆควรจะมีคนอื่นมาสัมมนาอบรมบ้าง แต่เขามาบ่อยมาก เจไม่รู้ว่าถ้ารวมตัว ล่ารายชื่อ หาคนที่เบื่อกับคนนี้แล้วมาประเมิน จะมีใครไปประเมินด้วยกันบ้าง จริงๆก็มีหลายคนที่นั่งงีบบ้าง นั่งเล่นโทรศัพท์บ้าง ประเด็นคือมีคนมา Discuss กับเขาด้วย เหมือนเริ่มกลายเป็นลัทธิ แล้วเริ่มมีคนสนใจ เพราะมาบ่อยขึ้น และตอนนี้แอบใช้น้องฝึกงาน เพราะอยู่แปปเดียวก็ต้องไปแล้วเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำไมตอนเรียนในมหาลัย กับ ชีวิตทำงานจริงๆ ถึงไม่เหมือนที่หนูคิดไว้เลย ตอนอยู่มหาลัยหนูทำกิจกรรม สนุกกับการใช้ชีวิตมาก แต่พอจบใหม่ มาทำงานจริงๆ ทำงานสายวิชาการ สภาพแวดล้อมก็เจอแต่ผู้ใหญ่อายุเยอะๆ งานก็เครียด บรรยากาศเหมือนต้องทนทำงานเฉยๆ

06 ต.ค. 2025

ทำไมตอนเรียนในมหาลัย กับ ชีวิตทำงานจริงๆ ถึงไม่เหมือนที่หนูคิดไว้เลย ตอนอยู่มหาลัยหนูทำกิจกรรม สนุกกับการใช้ชีวิตมาก แต่พอจบใหม่ มาทำงานจริงๆ ทำงานสายวิชาการ สภาพแวดล้อมก็เจอแต่ผู้ใหญ่อายุเยอะๆ งานก็เครียด บรรยากาศเหมือนต้องทนทำงานเฉยๆ

ทำไมตอนเรียนในมหาลัย กับ ชีวิตทำงานจริงๆ ถึงไม่เหมือนที่หนูคิดไว้เลย ตอนอยู่มหาลัยหนูทำกิจกรรมสนุกกับการใช้ชีวิตมาก แต่พอจบใหม่ มาทำงานจริงๆ ทำงานสายวิชาการ สภาพแวดล้อมก็เจอแต่ผู้ใหญ่อายุเยอะๆงานก็เครียด บรรยากาศเหมือนต้องทนทำงานเฉยๆ หนูจะปรับมายเซ็ตตัวเองยังไงดีคะ?ใครที่เป็น First Jobber แบบหนู แล้วเจอปัญหานี้... มาเล่าให้ฟังทีค่ะ ขอบคุณนะคะ “คุณฟ้า (นามสมมติ)” อายุ 23 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [1 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการทำงานในมุมของ First Jobber ที่เทียบกับตอนเรียนแล้วแทบจะไม่เหมือนกันเลย โดย “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูพึ่งเรียนจบ แล้วมีความเครียดว่าทำไมชีวิตทำงานกับชีวิตวัยเรียนมันต่างกันขนาดนี้ เข้าใจว่ามันต้องต่างเพราะชีวิตมันต้องจริงจังมากขึ้น แต่เรามีความรู้สึกว่าเราเครียดแล้วก็แพนิก จนกระทบกับสุขภาพ เวลาเครียดแล้วปวดท้อง คือหนูพึ่งเรียนจบเมื่อปีที่แล้ว ได้งานมาเรื่อย ๆ ย้ายงานบ้างเพราะมีปัญหาเรื่องการเดินทาง เรื่องสังคมด้วย เรื่องการเดินทางไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องสังคม มันทำให้เราเครียด ลดทอนความเป็นตัวเองไป ตอนฝึกงาน หนูฝึกสายที่ไม่ชอบ แต่คิดในแง่ดีว่าเราจะได้รู้ว่าเราไม่ชอบอะไร จะได้ไปต่อถูก พอจบมาระหว่างที่เรียนและหางาน หนูได้ทำงานพิเศษบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีไฟจะเลือกบริษัทที่เราอยากทำงาน รู้สึกว่าถ้าทำในสายที่เราทำตอนฝึกงาน มันยังไม่ใช่ตัวเอง แล้วก็เครียดมาก พอมาเจอที่นึงสังคมดีมาก ทุกอย่างดี แต่ด้วยความที่หนูต้องทำงาน 6 วัน บางทีก็ 7 วัน เพราะระบบยังไม่คงที่เท่าไหร่ อีกอย่างไกลบ้านมาก ๆ ถ้าหนูเอารถที่บ้านไปใช้ ที่บ้านก็จะไม่มีรถใช้ เดินทางลำบากด้วย สุดท้ายหนูก็ได้ที่ทำงานใหม่ ส่วนงานที่ 2 กับงานที่ 3 เป็นงานปัจจุบัน ลักษณะงานมันคล้ายกับตอนฝึกงานมากเลย แต่หนูก็คิดว่า ไม่เป็นไร อย่างน้อยเราทำ 5 วัน เป็นการฝึกตัวเองด้วย ปรับตัวเอา ปรากฎว่าเราทำงานกับคนที่อายุเยอะ เป็นคนพูดจาเสียงดัง ไม่สอนงาน บ่น ซึ่งงานมันเป็นเรื่องวิชาการที่ละเอียดอ่อน ต้องรอบคอบมาก ๆ มีความกดดัน งานก็ไม่เป็นเวลา จนเราเกิดความเครียด แพนิก ไม่มั่นใจในตัวเอง ไมเกรนขึ้น ปวดท้อง เลยจะถามว่า หนูควรจะทำยังไงดี? ไปทำงานอื่นดีไหม หรือว่าจะทนทำสายเดิม แล้วพี่ ๆ เคยประสบปัญหาเหมือนหนูไหม พี่ ๆ จัดการกันยังไงคะ’ ทางด้าน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ฟังตอนแรกรู้สึกว่ามันหนัก ดูมีผลกระทบต่อชีวิตฟ้าค่อนข้างรุนแรง แต่ถ้าจัดกรุ๊ปให้ดี มันมีแพทเทิร์นบางอย่างอยู่ คือ 2 งานหลังมันประเภทเดียวกันกับตอนฝึกงาน แล้วฟ้าท็อกซิกหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้าเราจัดกรุ๊ปให้ดี ฟ้าจะรู้อย่างชัดเจนเลยว่าฟ้าอาจจะไม่เหมาะกับสายวิชาการ แต่งานที่ 1 ถ้าไม่นับเรื่องไกลบ้าน เราทำแล้วมีความสุข ภูมิใจในตัวเอง เรารู้สึกว่าเราทำมันได้ดี เราแค่เจองานที่มันไกลบ้าน เพราะฉะนั้นพี่เชื่อเหลือเกินว่าจะมีงานในรูปแบบนี้ แต่เป็นบริษัทอื่น หรือใกล้เคียง ที่ทำให้ฟ้ายังได้ใช้สกิลวิทยาศาสตร์อยู่ โดยที่ไม่ต้องเดินทางไกลบ้าน ลองดูใต้โต๊ะทำงาน แล้วก็เข้าสปอนของรายการนั้นก็ได้เป็น Application หางาน มีแน่นอนสายเบจวิทยาศาสตร์ที่หนูทำงาน เพราะฉะนั้นอย่าพึ่งคิดว่าฉันจะไม่มีทางไป มันมีทางหนึ่งอยู่ที่ฟ้าเคยไปแล้วมันดีด้วย แต่แค่ว่าเราเจอปัญหาหนึ่งอยู่ แต่เรารู้แล้วแหละว่าเรามีความสุข ลองค้นหาทางนั้นเพิ่ม’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จากที่พี่ฟังนะ หนูจะไม่ใช่คนที่มีปัญหาเรื่องการหางานหรอก เพราะหนูเป็นคนเก่ง มีความพยายามด้วย แค่ตอนนี้ยังไม่ลงตัว ซึ่งมันต้องใช้เวลา อย่างที่พี่เผือกบอกว่ามันชัดเจนว่าเราอาจจะไม่เหมาะกับงานวิชาการ ถ้าเทียบกับงานแรกเรามีความสุขกว่า แค่เราเจองานที่ไกลบ้าน ซึ่งก็ไม่ได้มีงานลักษณะนี้แค่บริษัทเดียวหนิ สำหรับพี่ เราทำงานเพื่อให้ชีวิตเราดีขึ้นนะ การทำงานแล้วสุขภาพเราแย่ลง ก็คือชีวิตเราแย่ลงนะ ซึ่งพี่จะไม่เลือกแบบนั้น สุดท้ายจะฝากไว้ว่าชีวิตทำงานมันไม่ได้สนุกเหมือนตอนวัยเรียนนั่นแหละ อันนี้ต้องทำใจ นี่แหละโลกความเป็นจริง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ไม่เคยเสียดายในสิ่งตัวเองเรียนมาเลย ส่วนงานที่พี่เลือกทำ พี่เลือกทำในสิ่งที่พี่ชอบ แล้วมันก็ทำให้พี่มีความสุขกับการทำงานมาก ๆ สำหรับฟ้า พี่คิดว่าการทำงานมันควรจะมีความสุข แต่พอฟ้ามีเรื่องเงินเข้ามา ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สำคัญ งานนี้ที่ทำมันยังออกไม่ได้หรอก ตราบใดที่ยังไม่มีงานใหม่ แต่ถ้าได้งานใหม่ที่เรารู้สึกว่าตรงกับความสุขตัวเอง ไม่ต้องไปเสียดายเลยที่เรียนมา 4 ปีอะ เอาความสุขเป็นที่ตั้ง เราใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ หาไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็เจอ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-