ชอบเจอคนบังคับให้ดื่ม แล้วพูดว่า "ดื่มหน่อยน้อง บรรยากาศจะได้สนุก" แต่เราโดนบังคับแบบนี้ไม่สนุกเลย บางทีไม่เมาก็จอยได้ ทำไงดีไม่ชอบคนแบบนี้เลย

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ชอบเจอคนบังคับให้ดื่ม แล้วพูดว่า "ดื่มหน่อยน้อง บรรยากาศจะได้สนุก" แต่เราโดนบังคับแบบนี้ไม่สนุกเลย บางทีไม่เมาก็จอยได้ ทำไงดีไม่ชอบคนแบบนี้เลย

10 พ.ย. 2023

        “คุณมิน (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนที่ชอบชวนให้ออกไปดื่ม แต่ด้วยส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ดื่มเลย กลายเป็นว่าอึดอัดเวลามีคนชวนไปสังสรรค์

        โดย “คุณมิน (นามสมมติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘ส่วนตัวเราเป็นคนที่ไม่ชอบสังสรรค์ และไม่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ด้วยหน้าที่การงานที่เราทำ ก็มักจะมีรุ่นพี่ในบริษัทชวนออกไปสังสรรค์อยู่บ่อยครั้ง หรือมีบางโอกาสที่ต้องไปร่วมเพราะบริษัทมีจัดเลี้ยงสังสรรค์ ด้วยความที่เราเป็นคนที่มีอายุน้อยที่สุดในงาน จึงมักจะเป็นจุดสนใจของทุกคน เพราะทุกครั้งที่เราปฎิเสธก็จะเป็นการไม่รักษาน้ำใจ เพราะเขาก็ชงมาให้เราแล้ว ถ้าไม่ดื่มแล้วใครจะดื่ม

        หลังจากที่เราทำงานอยู่ที่เก่าได้ประมาณปีกว่า ๆ ก็ย้ายบริษัทออกมาทำงานอีกที่หนึ่งแทน แต่ปัจจุบันก็ยังเจอเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่รู้จัก เวลาชวนออกไปสังสรรค์ก็รู้ว่าไม่ชอบดื่ม แต่ทุกครั้งที่ไปก็มักจะบังคับให้ดื่มทุกครั้ง มันทำให้เรารู้สึกอึดอัดมาก และไม่อยากทำให้บรรยากาศเสีย เราจึงต้องยอมดื่ม ปัญหานี้มันเกิดขึ้นกับเรามาเรื่อย ๆ มันไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานที่ชอบชวนดื่มอย่างเดียว สังคมรอบข้างที่สนิทก็มักจะบังคับให้ดื่มอยู่บ่อยเหมือนกัน

        วันนี้เลยอยากปรึกษาว่า ดีเจทั้งสามคน มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับคนประเภทนี้ ที่ชอบมักจะชวนดื่มอยู่ตลอด พวกเขาต้องการอะไร? เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่กับแค่คนในริษัทอย่างเดียว แต่สังคมรอบข้างที่รู้จักก็มักจะบังคับให้ดื่มเหมือนกัน

        “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ส่วนตัวพี่เอง ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ไม่สามารถปฎิเสธได้ เพราะก็มักจะปฎิเสธตลอด ตัวเองมีอาการแพ้เหล้า ดื่มไม่ได้ ร่างกายมันต่อต้าน และก็จะบอกไปเลยว่าไม่ชอบดื่ม และตั้งแต่ทำงานเป็นดีเจหรืองานในบริษัท ก็ไม่เห็นมีใครมาบังคับให้ดื่ม แต่ถ้ามีโอกาสไปร่วมงานสังสรรค์ เราก็สามารถเมาดิบได้ สามารถสนุกได้โดยที่ไม่ต้องดื่ม เพราะส่วนตัวพี่ไม่ได้เป็นคนที่ชอบสังสรรค์ เวลาที่ไปก็จะกลับเร็ว

        จึงแนะนำว่าถ้าจะให้อ้างเหตุผล ก็ควรจะอ้างเรื่องของสุภาพว่า แพ้แอลกอฮอล์ โรคตับ หมอบอกห้ามดื่ม วันก่อนที่ไปค่าตับขึ้น เดี๋ยวเต้นให้แล้วกัน อะไรก็ได้อ้างไป หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือไม่ต้องไปเลย ถ้าจะตกงานเพียงเพราะไม่ได้ดื่มก็หางานใหม่ เพราะในว่ารูปแบบงานบางงาน มันก็มีวัฒนธรรม หรือต้องไปดื่มจริง ๆ คนหมู่มากที่เขาทำงานก็ชอบสังสรรค์เป็นเรื่องปกติ ถามว่าคนหมู่น้อยอยู่ได้มั๊ย มันก็อยู่ได้แหละ แค่เรากล้าปฎิเสธหรือเปล่า หลักแน่นมากพอหรือเปล่า แต่ถ้าอยู่ไม่ได้ก็หางานใหม่

        “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็อย่าไปยุ่งชีวิตเขา เขาจะเอาอะไรเข้าร่างของเขามันเป็นสิทธิ์ของเขา เพราะส่วนตัวพี่เองก็ไม่ได้เป็นคนที่ชอบดื่มเหมือนกัน ถึงแม้ในวงการบันเทิงมักจะมีการสังสรรค์อยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งก็จะปฎิเสธตลอด จึงแนะนำว่าให้กล้าปฎิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ดื่ม สัญญากับแม่ว่าจะไม่ดื่ม พี่ชายเคยเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำตาย  เราไปอยู่ในงานนั้นก็พอแล้ว เราสนุกกับงานได้โดยไม่ต้องกินเหล้า หรือว่าเลี่ยงการไปงานสังสรรค์ไปเลย

        ปิดจบกันที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เสนอไปเลย 3 ทางเลือกคือ 1. บอกไปว่าเป็นโรคตับ วันนั้นไปตรวจมา ปรากฏว่าตับอักเสบ ดื่มไม่ได้จริง ๆ ให้ยืนยันเสียงแข็งว่าดื่มไม่ได้ สักวันหนึ่งเขาคงรู้แหละว่าเราไม่ดื่ม  2. ถ้าไม่อยากอยากให้มันเสียบรรยากาศเราก็จิบ ๆ ได้ นั่งสักพักพอทุกคนเริ่มได้ที่แล้ว เราก็แอบหนีกลับบ้านไปเลย 3. ถ้าเราอยากอยู่ทั้งคืน ก็เนียน ๆ ไป เราก็ผสมโคล่าเพิ่มเข้าไป แก้วแรกอาจจะเป็นเหล้าปกติ แก้วต่อไปก็เป็นโคล่าไปอย่างเดียว จะได้ไม่เสียบรรยากาศ’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

จะทำยังไงดีคะ? เป็นห่วงคุณแม่วัย 76 แกเป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ ของทุกคนเลย ช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามา ให้เงินญาติ หลานห่างๆ อาสาขับรถไปส่งคนนู้น คนนี้ ไปเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมอุปกรณ์ให้บ้านคนอื่น แกทำหมดเลย บางวันออกบ้านไปติดต่อไม่ได้แบตหมด

09 ธ.ค. 2024

จะทำยังไงดีคะ? เป็นห่วงคุณแม่วัย 76 แกเป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ ของทุกคนเลย ช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามา ให้เงินญาติ หลานห่างๆ อาสาขับรถไปส่งคนนู้น คนนี้ ไปเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมอุปกรณ์ให้บ้านคนอื่น แกทำหมดเลย บางวันออกบ้านไปติดต่อไม่ได้แบตหมด

จะทำยังไงดีคะ? เป็นห่วงคุณแม่วัย 76 แกเป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ ของทุกคนเลย ช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามาให้เงินญาติ หลานห่างๆ อาสาขับรถไปส่งคนนู้น คนนี้ ไปเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมอุปกรณ์ให้บ้านคนอื่นแกทำหมดเลย บางวันออกบ้านไปติดต่อไม่ได้แบตหมด ลืมเอามือถือไป ก็เป็นห่วงเค้ามาก “คุณมะม่วง (นามสมมติ)” อายุ 40 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [4 ธ.ค 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาคุณแม่ชอบช่วยเหลือคนอื่น โดย “คุณมะม่วง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มันเริ่มจากคุณแม่เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือทุกคนตั้งแต่ญาติพี่น้อง แล้วตอนนี้ก็ขยายไปถึงเพื่อนของญาติพี่น้องด้วย อย่างญาติพี่น้องก็จะขอหยิบยืมเงิน แต่ส่วนใหญ่คือให้ไปเลย ญาติห่าง ๆ ใครมาขอก็จะให้ไป หลาน ๆ ก็จะให้ 1,000 – 5,000 บาท เรื่องเงินก็เรื่องนึง ตอนนี้ด้วยความที่ท่านก็อายุเยอะแล้ว 76 ปี แต่ท่านก็ยังแอคทีฟมาก ช่วยเหลือทุกคน เช่น เพื่อนไม่สบายก็ขับรถไปรับเพื่อนที่บ้าน แล้วก็พาไปหาหมอนั่งรอ และก็พากลับไปส่งบ้าน แล้วก็ขับกลับบ้านเรา บางที่เป็นโรงบาลรัฐก็ต้องไปรอนาน ๆ ก็เลยคิดทำไมแม่เราต้องไปนั่งรอกับเขาด้วย? ทำไมญาติพี่น้องเขาไม่ช่วย จนล่าสุดอันนี้เป็นเพื่อนคุณป้าอีกทีนึง เขาอยู่ตัวคนเดียวแล้วขโมยขึ้นบ้าน ขโมยก็แงะประตู หน้าต่างแล้วเหมือนก็เขาอยู่ไม่ได้ ไม่ปลอดภัย คุณแม่ก็เลยไปซ่อมหน้าต่าง ซ่อมประตู ซื้อม่าน คือเหมือนทำบ้านให้เขาใหม่ เราก็แบบทำไมญาติพี่น้องเขาไม่ทำให้ ซึ่งเรื่องการช่วยเหลือความใจดีของคุณแม่เนี่ยเคยเป็นประเด็นในที่บ้านมาแล้ว เพราะว่าตอนนั้นคุณพ่อยังอยู่ คุณพ่อก็ค่อนข้างจะน้อยใจว่า ทำไมไม่ดูแลคนที่บ้านก่อน คุณแม่ออกจากบ้านแทบทุกวัน ไปช่วยคนนู้นช่วยคนนี้ ขับรถให้ญาติ ๆ บ้างเพื่อนบ้าง แต่ตอนนี้คุณพ่อไม่อยู่แล้ว คุณแม่เลยยิ่งแอคทีฟไปใหญ่ ทั้งที่อายุก็เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาคือคุณแม่ก็อายุเยอะแล้วก็ไม่อยากให้ขับรถ บางครั้งรถก็มีไปเฉี่ยวกับที่จอดรถบ้าง แต่ไม่ได้รุนแรง เคยพยามพูดแล้วแต่แม่ก็ไม่เชื่อ หนูอยากจะถามพี่ ๆ ดีเจ 2 ข้อคือ “พอจะพูดยังไงให้มัน Effective กว่านี้ หรือว่าเราควรจะพอได้แล้ว?” กับ “ควรจะหากิจกรรมอะไรให้ทำดี” ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ทั้งสองข้อแก้ให้ไม่ได้ค่ะ มันคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ในคำถามแรกพูดยังไงให้แม่เปลี่ยนไม่ได้ ถ้าถามว่าคุณแม่ทำมาทั้งชีวิตจะเปลี่ยนยังไงคะ ไม่มีทางเลยก็ให้มอง ถ้ามันเป็นความสุขของเขาก็ปล่อยเขา แต่ว่าดูอันนี้ไม่ได้อันตรายกับท่าน แล้วท่านยังดูแข็งแรงอยู่นะ 76 แล้วออกมาทำแบบบเนี้ยมันคือความสุขจริง ๆ ก็ได้นะถ้าอยู่บ้านแล้วมันไม่มีอะไร เพราะฉะนั้นข้อแรกเราตีไปเลยว่ามันทำไม่ได้มันไม่มีวิธีพูดใด ๆ ส่วนข้อสองกิจกรรมมีครบหลากหลายแล้ว มันต้องมีกิจกรรมที่คนสูงอายุทำแล้วเผาเวลา อย่างเช่นกิจกรรมที่บ้านพักคนชราเขาทำกัน “ไผ่นกกระจอก” “คุณมะม่วง” เสริมต่อว่า ‘เสาร์-อาทิตย์ ถ้าไม่ได้ทำงานก็จะพาแม่ไปกินข้าวไปคาเฟ่กับหลานซึ่งท่านก็ไปด้วย’ ดีเจเลยให้คำปรึกษาต่อว่า ‘คุณแม่ก็ทำดีแล้ว ทำครบทุกย่างแล้วจัดสรรเวลาดีซะด้วย ไม่ได้บกพร่องอะไรที่เราจะไปริดรอนความสุขเขา’ “ดีเจเติ้ล” เสริมต่อว่า ‘เพราะนี่พึ่งเห็นบทความ ‘การที่เราปล่อยให้พ่อแม่เราเกษียณ แล้วปล่อยให้อยู่บ้านเฉย ๆ อ่ะยิ่งทำให้เขาแก่ทำให้เสี่ยงอัลไซเมอร์’ ทำให้ชีวิตเฉามากเลยนะ เพราะเขารู้สึกว่าทำได้อีกตั้งเยอะ นอกจากนี้อาจจะให้ท่านเล่นเกม ออกกำลังกายหน้าห้าง เต้นลีลาศอะไรประมาณนี้ ดีเจมองว่า สิ่งที่คุณแม่ทำเป็นเรื่องน่ารักในวัยเขามากเลยนะ ถ้ามันไม่ได้เสี่ยงอันตรายอะไร แต่ทางที่ดีควรหาคนไปเป็นเพื่อนเขาคอยโทรบอกเวลามีอะไร ถ้าเราไม่มีเวลาตามเขาไปตลอด หรือหาอะไรติดตาม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำไมตอนเรียนในมหาลัย กับ ชีวิตทำงานจริงๆ ถึงไม่เหมือนที่หนูคิดไว้เลย ตอนอยู่มหาลัยหนูทำกิจกรรม สนุกกับการใช้ชีวิตมาก แต่พอจบใหม่ มาทำงานจริงๆ ทำงานสายวิชาการ สภาพแวดล้อมก็เจอแต่ผู้ใหญ่อายุเยอะๆ งานก็เครียด บรรยากาศเหมือนต้องทนทำงานเฉยๆ

06 ต.ค. 2025

ทำไมตอนเรียนในมหาลัย กับ ชีวิตทำงานจริงๆ ถึงไม่เหมือนที่หนูคิดไว้เลย ตอนอยู่มหาลัยหนูทำกิจกรรม สนุกกับการใช้ชีวิตมาก แต่พอจบใหม่ มาทำงานจริงๆ ทำงานสายวิชาการ สภาพแวดล้อมก็เจอแต่ผู้ใหญ่อายุเยอะๆ งานก็เครียด บรรยากาศเหมือนต้องทนทำงานเฉยๆ

ทำไมตอนเรียนในมหาลัย กับ ชีวิตทำงานจริงๆ ถึงไม่เหมือนที่หนูคิดไว้เลย ตอนอยู่มหาลัยหนูทำกิจกรรมสนุกกับการใช้ชีวิตมาก แต่พอจบใหม่ มาทำงานจริงๆ ทำงานสายวิชาการ สภาพแวดล้อมก็เจอแต่ผู้ใหญ่อายุเยอะๆงานก็เครียด บรรยากาศเหมือนต้องทนทำงานเฉยๆ หนูจะปรับมายเซ็ตตัวเองยังไงดีคะ?ใครที่เป็น First Jobber แบบหนู แล้วเจอปัญหานี้... มาเล่าให้ฟังทีค่ะ ขอบคุณนะคะ “คุณฟ้า (นามสมมติ)” อายุ 23 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [1 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการทำงานในมุมของ First Jobber ที่เทียบกับตอนเรียนแล้วแทบจะไม่เหมือนกันเลย โดย “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูพึ่งเรียนจบ แล้วมีความเครียดว่าทำไมชีวิตทำงานกับชีวิตวัยเรียนมันต่างกันขนาดนี้ เข้าใจว่ามันต้องต่างเพราะชีวิตมันต้องจริงจังมากขึ้น แต่เรามีความรู้สึกว่าเราเครียดแล้วก็แพนิก จนกระทบกับสุขภาพ เวลาเครียดแล้วปวดท้อง คือหนูพึ่งเรียนจบเมื่อปีที่แล้ว ได้งานมาเรื่อย ๆ ย้ายงานบ้างเพราะมีปัญหาเรื่องการเดินทาง เรื่องสังคมด้วย เรื่องการเดินทางไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องสังคม มันทำให้เราเครียด ลดทอนความเป็นตัวเองไป ตอนฝึกงาน หนูฝึกสายที่ไม่ชอบ แต่คิดในแง่ดีว่าเราจะได้รู้ว่าเราไม่ชอบอะไร จะได้ไปต่อถูก พอจบมาระหว่างที่เรียนและหางาน หนูได้ทำงานพิเศษบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีไฟจะเลือกบริษัทที่เราอยากทำงาน รู้สึกว่าถ้าทำในสายที่เราทำตอนฝึกงาน มันยังไม่ใช่ตัวเอง แล้วก็เครียดมาก พอมาเจอที่นึงสังคมดีมาก ทุกอย่างดี แต่ด้วยความที่หนูต้องทำงาน 6 วัน บางทีก็ 7 วัน เพราะระบบยังไม่คงที่เท่าไหร่ อีกอย่างไกลบ้านมาก ๆ ถ้าหนูเอารถที่บ้านไปใช้ ที่บ้านก็จะไม่มีรถใช้ เดินทางลำบากด้วย สุดท้ายหนูก็ได้ที่ทำงานใหม่ ส่วนงานที่ 2 กับงานที่ 3 เป็นงานปัจจุบัน ลักษณะงานมันคล้ายกับตอนฝึกงานมากเลย แต่หนูก็คิดว่า ไม่เป็นไร อย่างน้อยเราทำ 5 วัน เป็นการฝึกตัวเองด้วย ปรับตัวเอา ปรากฎว่าเราทำงานกับคนที่อายุเยอะ เป็นคนพูดจาเสียงดัง ไม่สอนงาน บ่น ซึ่งงานมันเป็นเรื่องวิชาการที่ละเอียดอ่อน ต้องรอบคอบมาก ๆ มีความกดดัน งานก็ไม่เป็นเวลา จนเราเกิดความเครียด แพนิก ไม่มั่นใจในตัวเอง ไมเกรนขึ้น ปวดท้อง เลยจะถามว่า หนูควรจะทำยังไงดี? ไปทำงานอื่นดีไหม หรือว่าจะทนทำสายเดิม แล้วพี่ ๆ เคยประสบปัญหาเหมือนหนูไหม พี่ ๆ จัดการกันยังไงคะ’ ทางด้าน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ฟังตอนแรกรู้สึกว่ามันหนัก ดูมีผลกระทบต่อชีวิตฟ้าค่อนข้างรุนแรง แต่ถ้าจัดกรุ๊ปให้ดี มันมีแพทเทิร์นบางอย่างอยู่ คือ 2 งานหลังมันประเภทเดียวกันกับตอนฝึกงาน แล้วฟ้าท็อกซิกหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้าเราจัดกรุ๊ปให้ดี ฟ้าจะรู้อย่างชัดเจนเลยว่าฟ้าอาจจะไม่เหมาะกับสายวิชาการ แต่งานที่ 1 ถ้าไม่นับเรื่องไกลบ้าน เราทำแล้วมีความสุข ภูมิใจในตัวเอง เรารู้สึกว่าเราทำมันได้ดี เราแค่เจองานที่มันไกลบ้าน เพราะฉะนั้นพี่เชื่อเหลือเกินว่าจะมีงานในรูปแบบนี้ แต่เป็นบริษัทอื่น หรือใกล้เคียง ที่ทำให้ฟ้ายังได้ใช้สกิลวิทยาศาสตร์อยู่ โดยที่ไม่ต้องเดินทางไกลบ้าน ลองดูใต้โต๊ะทำงาน แล้วก็เข้าสปอนของรายการนั้นก็ได้เป็น Application หางาน มีแน่นอนสายเบจวิทยาศาสตร์ที่หนูทำงาน เพราะฉะนั้นอย่าพึ่งคิดว่าฉันจะไม่มีทางไป มันมีทางหนึ่งอยู่ที่ฟ้าเคยไปแล้วมันดีด้วย แต่แค่ว่าเราเจอปัญหาหนึ่งอยู่ แต่เรารู้แล้วแหละว่าเรามีความสุข ลองค้นหาทางนั้นเพิ่ม’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จากที่พี่ฟังนะ หนูจะไม่ใช่คนที่มีปัญหาเรื่องการหางานหรอก เพราะหนูเป็นคนเก่ง มีความพยายามด้วย แค่ตอนนี้ยังไม่ลงตัว ซึ่งมันต้องใช้เวลา อย่างที่พี่เผือกบอกว่ามันชัดเจนว่าเราอาจจะไม่เหมาะกับงานวิชาการ ถ้าเทียบกับงานแรกเรามีความสุขกว่า แค่เราเจองานที่ไกลบ้าน ซึ่งก็ไม่ได้มีงานลักษณะนี้แค่บริษัทเดียวหนิ สำหรับพี่ เราทำงานเพื่อให้ชีวิตเราดีขึ้นนะ การทำงานแล้วสุขภาพเราแย่ลง ก็คือชีวิตเราแย่ลงนะ ซึ่งพี่จะไม่เลือกแบบนั้น สุดท้ายจะฝากไว้ว่าชีวิตทำงานมันไม่ได้สนุกเหมือนตอนวัยเรียนนั่นแหละ อันนี้ต้องทำใจ นี่แหละโลกความเป็นจริง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ไม่เคยเสียดายในสิ่งตัวเองเรียนมาเลย ส่วนงานที่พี่เลือกทำ พี่เลือกทำในสิ่งที่พี่ชอบ แล้วมันก็ทำให้พี่มีความสุขกับการทำงานมาก ๆ สำหรับฟ้า พี่คิดว่าการทำงานมันควรจะมีความสุข แต่พอฟ้ามีเรื่องเงินเข้ามา ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สำคัญ งานนี้ที่ทำมันยังออกไม่ได้หรอก ตราบใดที่ยังไม่มีงานใหม่ แต่ถ้าได้งานใหม่ที่เรารู้สึกว่าตรงกับความสุขตัวเอง ไม่ต้องไปเสียดายเลยที่เรียนมา 4 ปีอะ เอาความสุขเป็นที่ตั้ง เราใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ หาไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็เจอ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สรุปเรื่องนี้หนูทำถูกไหมคะ? ไปตลาดเจอป้าขาย Art Toy ปลอม แล้วเราเจอน้องสองคนที่ตั้งใจเก็บเงินมาซื้อ เลยเขียนโน๊ตในมือถือแล้วยื่นให้ 'ของปลอม ตามน้ำไป’ แกล้งทำเป็นรู้จักน้องแล้วบอกความจริงตอนออกร้าน

05 ก.พ. 2024

สรุปเรื่องนี้หนูทำถูกไหมคะ? ไปตลาดเจอป้าขาย Art Toy ปลอม แล้วเราเจอน้องสองคนที่ตั้งใจเก็บเงินมาซื้อ เลยเขียนโน๊ตในมือถือแล้วยื่นให้ 'ของปลอม ตามน้ำไป’ แกล้งทำเป็นรู้จักน้องแล้วบอกความจริงตอนออกร้าน

สรุปเรื่องนี้หนูทำถูกไหมคะ? ไปตลาดเจอป้าขาย Art Toy ปลอมแล้วเราเจอน้องสองคนที่ตั้งใจเก็บเงินมาซื้อ เลยเขียนโน๊ตในมือถือแล้วยื่นให้ 'ของปลอม ตามน้ำไป’แกล้งทำเป็นรู้จักน้องแล้วบอกความจริงตอนออกร้าน ไปเล่าให้เพื่อน เพื่อนบอกไม่ควรทำเหมือนเราช่วยน้อง แต่กำลังทำร้ายป้าอยู่ “คุณหยก(นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [31 ม.ค 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับการถ้าเราห้ามคนไม่ให้ซื้อของปลอม ถือว่าผิดมั้ยคะ? โดย “คุณหยก(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หนูไปเดินตลาดกลางคืนแห่งหนึ่ง เพื่อจะดูของเล่น เราก็ไปเดินกับเพื่อนแล้วก็ไปหยุดอยู่ร้านหนึ่ง คนขายเป็นคุณป้า อายุเยอะหน่อย เราก็เดินดูของเล่นไป ด้วยความที่เราเป็นสาย Art Toy พอเราดู เราก็รู้แหละว่าเป็นของปลอม ก็หยิบ ๆ ถามราคาขำ ๆ แต่คงไม่ซื้อหรอก สักพัก มีเด็กวัยรุ่น น่าจะเป็นแฟนกัน เดินมายืนข้าง ๆ แล้วก็พูดประมาณว่า “เนี้ย นู้น นี่ นั้น เราอยากได้ เราเก็บเงินมาซื้อ” เราก็เหล่ ๆ พอเห็นจังหวะที่น้องหยิบขึ้นมา 2-3 กล่อง เหมือนจะซื้อ เราก็แบบคิดในใจว่า “น้องโดนแน่ ๆ ” หนูก็เลยพิมพ์ข้อความใส่โน้ตมือถือประมาณว่า “ปลอม ตามน้ำ อยู่นิ่ง ๆ” ด้วยความที่หนูเป็นกุลสตรี หนูก็เข้าไปหาน้องผู้หญิง จับมือน้อง แล้วบอกว่า (นามสมมติ น้องแอน) “น้องแอน วันนั้นเราไปเจอน้องที่นั่นใช่ไหม พี่จำเราได้ เรายังถ่ายรูปด้วยกันอยู่เลย” หนูก็เอามือถือไปจ่อที่หน้าน้อง พอน้องเห็นข้อความ น้องก็นิ่งไปเลย หนูก็พูดว่า “ป่ะ ไปกินข้าวกับพี่ไหม เราจะซื้อของตรงนี้ใช่ป่ะ มา BTS เดี๋ยวมันจะเกะกะหรือเปล่า ไปกินข้าวกันก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาซื้อ” แล้วหนูก็ลากน้องเดินออกไป แล้วก็อธิบายให้น้องฟังว่า “แกลองดูตรงนี้สิ จุดสังเกตมันตรงนี้ คือมันปลอม” น้องก็พูดว่า “อ้าวหรอพี่ หนูเกือบโดนแหนะ” เรื่องมันจะจบอยู่แค่นี้แหละ หนูก็ไม่อะไรหรอก แต่พอดีที่แยกย้ายกับเด็ก 2 คนนั้นไป หนูก็คุยกันกับเพื่อน เพื่อนมันก็บอกประมาณว่า “เฮ้ย คือจริง ๆ แล้ว การที่แกทำแบบนี้มันไม่โอเคหรือเปล่า เพราะว่าการซื้อขายมันเป็นเรื่องของคนสองคนที่เขาดีลกัน การที่เราเอาตัวเองไปแทรก มันไปขัดวงจรเขา แกช่วยน้องเขา แต่ในขณะเดียวกัน แกก็ทำร้ายป้าเขานะเว้ย” มันเป็นความนอยด์ในใจเรา ด้วยตรรกะของหนู หนูคิดว่าทำถูกแต่เพื่อนกลับมองว่าหนูเผือก ที่ไปยุ่งกับเขา ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นห่วงเรื่องที่หยกเอาตัวเองเข้าไปแทรก โดยที่มันอาจมีเอฟเฟคกับตัวหยกเอง เช่น ป้านั้นอาจจะมารุมตีหยก คือเหมือนหาเรื่องใส่ตัว เรื่องที่ป้าขายของผิดลิขสิทธิ์ เราไม่ใช่ตำรวจ เรื่องลิขสิทธิ์ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ป้าเขาก็อาจหลบหลีกตำรวจอยู่ หรือตำรวจอาจจะเล็งป้าอยู่ แต่มันไม่ใช่หน้าที่เราที่จะจับกุมเขา หรือในกรณีแบบนี้ สมมติว่าเรานั่งอยู่ แล้วเห็นผู้ชาย/ผู้หญิงนั่งอยู่ ผู้หญิงลุกไปแล้วผู้ชายใส่อะไรลงไปในแก้ว เคสแบบนี้อันตรายถึงชีวิตเราได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การที่หยกเข้าหาด้วยวิธีการแบบนั้น ถ้าคนจิตไม่แกร่งเอาดี ๆ เขาตกใจ เขาอาจจะเหวอ ทำตัวไม่ถูก ประมาณว่า “คนนี้เป็นอะไรอ่ะ” พี่รู้สึกว่าวิธีนี้ทำได้นะในกรณีที่มันซีเรียสจริง ๆ ถ้าเป็นพี่ พี่ก็อาจจะหยิบมาแล้วก็พูดประมาณว่า “เอ๊ะ มันต้องมีตัวเลขตรงนี้หรือเปล่า ไม่แน่ใจเพราะหนูเคยเห็น” แล้วให้ดูรีแอคว่าคนขายเขาจะตอบยังไง แล้วให้น้อง 2 คนนั้น คิดด้วยตัวเอง พี่ชื่นชมในความตั้งใจของหยกที่จะช่วยเหลือคน แต่ว่าหยกต้องหาวิธีที่มันไม่ทำให้ตัวเองสุ่มเสี่ยงกว่านี้’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘วิธีการเข้าหาน่ากลัวมาก ถ้าเราจะใช้วิธีนี้ต้องเป็นเหตุการณ์เหมือนโดนลากไปเพื่อโดนปล้น เราเองไม่สนับสนุนของไม่ถูกลิขสิทธิ์ มันถูกต้องแล้ว แต่การที่เราเข้าไปแล้วเป็นนาตาชา โรมานอฟ ยื่นข้อความลับแบบนี้ พวกเรา 3 คน ตกใจกับวิธีการนี้มาก แล้วก็คิดว่าถ้าพี่เจอแบบนี้ พี่อาจจะไม่สนใจ แล้วซื้อตรงนั้นเลยก็ได้ หยกอยากช่วยน้องเขาจริง ๆ แต่เลือกวิธีการที่ซับซ้อนไปหน่อย หรือวิธีการแบบนี้มันอาจทำให้เพื่อนหยกตกใจ แล้วหาเหตุผลมา108 มาบอกว่าวิธีนี้ไม่เวิร์คหรอก เจตนาดีแต่หาวิธีการที่ไม่เป็นอันตรายขนาดนี้’ ก่อน “คุณหยก(นามสมมติ)” วางสาย พี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คน ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ‘เจตนาหยกดี พี่ไม่อยากให้หยกทิ้งเจตนานี้ แต่ใช้กับสถานการณ์ให้ปลอดภัยกว่านี้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมรำคาญ! มีพี่ที่ทำงานคนนึง อายุ 52 เป็นรุ่นพ่อแล้ว แต่ยังแกล้งผม แกล้งรุ่นน้องผู้ชายในที่ทำงานเหมือนเด็ก เอาน้ำแข็งหยอดใส่หลัง ดึงกางเกงให้หลุด เดินเตะขาให้สะดุด กินข้าวก็เอามือมาปัดตะเกียบ หลังๆเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ

04 มี.ค. 2024

ผมรำคาญ! มีพี่ที่ทำงานคนนึง อายุ 52 เป็นรุ่นพ่อแล้ว แต่ยังแกล้งผม แกล้งรุ่นน้องผู้ชายในที่ทำงานเหมือนเด็ก เอาน้ำแข็งหยอดใส่หลัง ดึงกางเกงให้หลุด เดินเตะขาให้สะดุด กินข้าวก็เอามือมาปัดตะเกียบ หลังๆเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ

ผมรำคาญ! มีพี่ที่ทำงานคนนึง อายุ 52 เป็นรุ่นพ่อแล้วแต่ยังแกล้งผม แกล้งรุ่นน้องผู้ชายในที่ทำงานเหมือนเด็กเอาน้ำแข็งหยอดใส่หลัง ดึงกางเกงให้หลุด เดินเตะขาให้สะดุดกินข้าวก็เอามือมาปัดตะเกียบ หลังๆเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เคยด่าอ้อมๆไปว่า“ถ้าผมด่าพี่ได้ ผมคงด่าไปแล้วครับว่า เป็น *** อะไร?” “คุณนัท (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 ก.พ 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเรื่องพี่ที่ทำงานชอบแกล้ง โดย “คุณนัท (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พี่ที่ทำงานอายุ 50 ปี ชอบแกล้งเหมือนเด็ก ๆ เช่น ดึงกางเกง ดึงผม ดีดหนังยาง ดึงหู บางที่ผมกำลังกินข้าวก็เอามือมาปัดแขนผม เพื่อให้ข้าวหล่น เอาน้ำแข็งใส่เสื้อ สกัดขาผมให้ล้ม เอานิ้วแหย่ก้น เอาปากกาเมจิกมาขีดแขน ผมก็รำคาญ ซึ่งผมเป็นคนหุ่นหมี พี่เขาตัวเล็กและอายุเยอะกว่า ผมจึงแกล้งเอาคืนพี่เขาไม่ลง วันไหนที่ผมต้องทำงานกับพี่เขาจะโดนแกล้งประมาณ 20 ครั้งต่อวัน ซึ่งคนอื่นก็โดนแกล้ง แต่ก็จะตะคอกและด่าพี่เขากลับ ด้วยความที่พี่เขาอายุเยอะกว่าผม เลยมีความเกรงใจ ผมจึงไม่ค่อยด่า แต่ผมก็เคยบอกกับพี่เขาไปว่า “ผมรำคาญ” พี่เขาก็หัวเราะ เห็นว่าผมอารมณ์ไม่ดีก็จะหายไปซักพัก พอเห็นว่าผมอารมณ์ดีแล้วก็จะกลับมาแกล้งผมอีก ผมก็เคยด่าเขาแต่ด่าแบบอ้อม ๆ พี่เขาก็เหมือนไม่รู้ตัว บางทีผมก็มีแกล้งเล่นกันกับเพื่อนที่ทำงาน แกล้งกันไปแกล้งกันมา ผมก็ไม่ได้โกรธอะไรเพื่อน แต่ถ้าพี่เขาแกล้งผมแล้วผมแกล้งพี่เขาคืน พี่เขาก็จะโกรธและงอนเหมือนเด็ก ทำฟึดฟัด ไม่พอใจ ผมก็ไม่ขอโทษเวลาที่พี่เขางอน เขาก็จะหายเอง แล้วก็จะกลับมาแกล้งผมอีก ตอนที่พี่เขาอยู่กับคนที่อายุใกล้ ๆ กันก็ปกติ แต่จะชอบแกล้งแค่คนที่อายุน้อยกว่า ผมไม่ได้โกรธพี่เขาแต่แค่รำคาญ บางทีก็โมโหเพราะดึงหัวครั้งแรก ครั้งที่สอง ผมก็ไม่ได้อะไร แต่พี่เขาดึงย้ำ ๆ บ่อยจนผมโมโห แล้วเขาก็จะหายไป พอผมอารมณ์ดีก็จะกลับมาอีก ผมก็สงสารพี่เขาเพราะพึ่งเข้ามาทำงาน ไม่ค่อยมีเพื่อน แต่บางทีก็ทำเกินไปจนผมโมโห มีครั้งหนึ่งผมอยากแกล้งพี่เขาคืน ก็มีการคุยกันประมาณว่า ผมให้พี่ดีดหนังยางใส่ผม 3 ครั้ง แล้วผมขอดีดพี่ครั้งเดียว แล้วพี่ห้ามโกรธ พี่เขาก็ตกลงแต่จะขอเป็นคนเริ่มก่อน พอพี่เขาดีดหนังยางใส่ผม 1 ครั้ง ก็บ่ายเบี่ยงว่ายังดีดไม่ครบ 3 ครั้งยังไม่ให้ผมดีดคืน ก็เลยอยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนว่าผมควรทำยังไงให้พี่เขาหยุดแกล้งหรือจะเอาคืนพี่เขายังไงดี? ซึ่ง ดีเจทั้ง 3 คน ก็ให้คำปรึกษาว่า ‘พวกพี่ก็จะรีแอคให้เขารู้ไปเลยว่าที่โดนแกล้งอยู่มันไม่สนุก ซึ่งการกระทำของคุณนัทที่ทำทุกวันก็เหมือนเล่นกับพี่เขาไปด้วย แต่บางทีก็เกินไป ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเราก็สนุกกับการเล่นกับพี่เขาในบางวัน เวลาแกล้งกันก็แบบนี้ อาจมีเลยเถิดไปบ้าง แต่เท่าที่ดูคุณนัทก็มีความปราณีกับพี่เขาอยู่ อยากให้เล่นกับพี่เขาต่อไป ไม่ต้องไปโกรธพี่เขา วันที่สนุกก็สนุกด้วยกัน แต่ถ้าไม่เล่นก็ต้องไม่เล่นเลยตั้งแต่แรก และต้องพูดกับพี่เขาแบบจริงจังหรือพูดตรง ๆ ไปเลยว่า “ผมรำคาญและทำงานอยู่ ผมไม่ได้มีอารมณ์เล่นกับพี่ได้ทุกครั้งนะ แต่ถ้าพี่ยังแกล้งผม ต่อไปนี้ผมจะแกล้งคืนแล้วนะ พี่จะได้รู้ว่ามันรู้สึกยังไง” เตือนพี่เขาก่อน แต่ถ้าเขายังแกล้งอีกก็แกล้งเขาให้หนักกว่าที่พี่เขาแกล้งเรา ให้พี่เขารู้ว่าเขาต้องหยุด ถ้าเราแกล้งคืนแล้วพี่เขางอน ก็ให้คุณนัทแจ้งกับฝ่ายบุคคล...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-