หนูกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ทันตั้งตัว เอาลูกนั่งคาร์ซีท ขับรถไปแอบส่องสามี ตอนทำงานร้องเพลงที่ร้านเหล้า เจอสาวนั่งเฝ้าสามี คอยถือของดูแลไม่ห่าง สุดท้าย สามีหนีออกจากบ้าน ทิ้งลูกสาว 1 ขวบ และ ลูกในท้องเกือบ 3 เดือนไปเลย...

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ทันตั้งตัว เอาลูกนั่งคาร์ซีท ขับรถไปแอบส่องสามี ตอนทำงานร้องเพลงที่ร้านเหล้า เจอสาวนั่งเฝ้าสามี คอยถือของดูแลไม่ห่าง สุดท้าย สามีหนีออกจากบ้าน ทิ้งลูกสาว 1 ขวบ และ ลูกในท้องเกือบ 3 เดือนไปเลย...

28 ก.พ. 2023

“คุณก้อย (นามสมมุติ)” อายุ 37 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22/02/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับสามี

โดย “คุณก้อย (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เรากำลังเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกะทันหัน เพราะโดนสามีสวมเขา เรื่องเพิ่งเกิดสดๆร้อนๆเลย ต้องเกริ่นก่อนเลยว่าเรามีลูกอายุ 1 ขวบ 8 เดือน และตอนนี้ก็กำลังท้องอยู่ 2 เดือนกว่าๆ เรากับสามีจดทะเบียนสมรสกันแล้ว และสามีเราเป็นนักดนตรี ปกติเขาจะกลับบ้านตรงเวลา เลทนิดหน่อย โทรหาก็รับสายปกติ แต่ช่วงก่อนปีใหม่นี้ เราสังเกตเห็นว่าเขากลับบ้านช้า บางวันกลับบ้านเกือบเช้า โทรหาก็ไม่รับ วิดีโอคอลไปก็ไม่รับ เราก็เอะใจว่ามีอะไรหรือป่าว...

ยิ่งหนักเข้ามันยิ่งผิดสังเกต เราก็เลยเอาลูกนั่งคาร์ซีท ขับรถตามไปดูที่ร้านเหล้าที่เขาไปทำงาน ไปแอบดูแบบเงียบๆ เจอผู้หญิงมานั่งเฝ้าเขาที่ร้านทุกวัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน สนิทกัน แต่เขาก็โกหกเราว่าไม่มีอะไร ไม่มีผู้หญิง ไว้ใจได้ มีแต่เพื่อนผู้ชาย เราตามไปเฝ้าดูประมาณ 2 เดือน ตอนแรกเห็นว่ามีคนมาเป็นกลุ่มๆ แต่ไปๆมาๆ เราเอะใจ ทำไมเห็นหน้าคนนี้บ่อยจัง ทำไมมานั่งเฝ้าสามีเรา มาถือของให้สามีเรา แล้วทำไมถึงขึ้นรถสามีเรา ตอนนั้นยังไม่กล้าบุกเข้าไปเพราะเราต้องมั่นใจก่อน กลัวสามีจะด่าด้วย อีกอย่างเขาก็ไม่ชอบที่ไม่ให้เกียรติเขา เราก็ทำได้แค่พยายามเงียบ พยายามเก็บข้อมูล

จนวันนึงมีเสื้อผ้าใหม่ๆ เสื้อผ้าแพงๆ ของแพงๆ กางเกงตัวละเกือบหมื่นมาส่งที่บ้าน เราก็ถามว่าใครซื้อให้ เขาบอกผ่อนกับรุ่นพี่ เราก็ถามว่ารุ่นพี่ผู้หญิง หรือผู้ชาย เขาบอกรุ่นพี่ผู้ชาย อ้วนๆดำๆตัวใหญ่ๆ เราก็ไม่ได้คิดอะไร เราโอเคและเชื่อ สักพักก็เริ่มมีเสื้อ มีของต่างๆมาส่งอีก เราก็ถามเขา เขาบอกว่าอ่อ อันนี้ซื้อต่อเพื่อนมา อันนี้รุ่นพี่เขาให้มา เราก็โอเค เราเชื่อ

คืนนั้นที่เกิดเรื่อง เขากลับบ้านมาประมาณตี 3 เราเห็นเขานอนดู TikTok สไลด์ไปเรื่อยๆ เราก็สงสัยว่าทำไมเขาสไลด์ TikTok แล้วกลับมาหน้าไลน์ แล้วกลับไปหน้าไลน์ แล้วก็กลับมาหน้า ไลน์อีก วนอยู่แบบนี้ ซึ่งเขาปิดเสียงแจ้งเตือน ด้วยความที่เราเก็บข้อมูลมาแน่นมากพอแล้ว เราเห็นทุกอย่าง รู้ทุกอย่าง จังหวะที่เขาเอี้ยวตัวมาหอมลูก เรากระชากมือถือ แล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ล็อคประตูเลย ทีนี้ก็ไปดูในไลน์ว่าเขาคุยกับใครบ้าง ตอนแรกเราหาไม่เจอ เพราะเขาลบข้อความที่แชทข้อความหมด ลบทุกอย่าง แต่ด้วยความโชคดีของเรา ผู้หญิงทักไลน์เข้ามาพอดี เราก็เลยส่งคอนแทคของผู้หญิงคนนี้จากไลน์สามีเข้าเครื่องของเรา

สถานการณ์ข้างนอกคือเขานอนนิ่ง เก็บอาหาร หน้าตึง โกรธเรามากที่เราไปยุ่งของส่วนตัวของเขา แล้วเขาก็ลุกขึ้นแต่งตัว คว้ากุญแจรถ เราก็ถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่า บอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่ชอบให้ยุ่งของส่วนตัว เราก็ชิงกระชากกุญแจรถ แล้ววิ่งขึ้นรถ ล็อคตัวเองอยู่ในรถ เราก็โทรคุยกับผู้หญิงคนนั้น เล่าสารพัดความไม่ดีให้ฟัง เราถามว่าซื้อของให้สามีคนอื่นแบบนี้คืออะไร คิดอะไรกันหรือป่าว ผู้หญิงบอกว่าพี่ หนูไม่ได้คิดอะไร หนูเป็นคนเปย์เพื่อน เปย์ใครๆแบบนี้อยู่แล้ว คนเราไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนสนิทเป็นเพศเดียวกันปะ? เราก็บอกว่าใช่ เพราะเราก็มีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ว่าคงไม่ได้สนิทกันถึงขั้นขนาดนี้ ไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสอง บางครั้งเขาเอาผู้หญิงคนนี้ไปที่วงดนตรีอื่น แล้ววงอื่นก็รู้จักกับเราทุกคน เขาทำได้แค่มองหน้ากันแล้วแบบคืออะไร ทำไมทำแบบนี้ ก็ไม่มีใครอยากยุ่ง ไม่มีใครสะกิดบอก แต่เรารู้สึกด้วยเซ้นส์ของเราเอง

หลังจากนั้นลูกก็ร้อง เขาบอกว่าเดี๋ยวขอออกไปจัดการตัวเอง ไปเคลียตัวเองก่อน เดี๋ยวไม่กี่ชั่วโมงกลับมา แล้วเขาก็หายไปเลย จนถึงตอนนี้เกือบ 1 เดือนแล้ว เขาให้เราเตรียมเสื้อผ้าบางส่วนไว้ให้สำหรับใส่ทำงาน แต่พวกเสื้อผ้าอื่นๆ ใส่เล่น ใส่เที่ยวทั่วไปก็ยังอยู่ที่บ้าน แล้วทุกอย่างในบ้านยังอยู่ที่เดิม เหมือนตอนที่เขาอยู่ เรายังไม่ได้เก็บของให้ ช่วงที่เขาหายไปก็มีการติดต่อกันบ้าง แต่คุยไปเขาก็ทะเลาะ ซึ่งเราพยายามคุยดีๆว่ามีปัญหาอะไร ทำไมอยู่ๆถึงเป็นแบบนี้ เขาก็บอกว่าอยู่กับเราเขาไม่มีความสุข เราคอยตาม คอยเช็ค ไม่เป็นตัวของตัวเอง รู้สึกไม่เป็นอิสระ เราก็เลยบอกว่าเราเป็นภรรยาที่งี่เง่าน้อยมากนะ เราทำดีทุกอย่างเลย ทำหน้าที่ภรรยาที่ดี ทำหน้าที่แม่ของลูกที่ดี มาว่าเราแบบนี้เพื่อปกปิดความชั่วของตัวเองหรือป่าว เขาบอกเขาไม่ได้มีใคร แค่อยากอยู่ตัวคนเดียว อยากไปไหน ทำอะไรคนเดียว อยากมีอิสระ เราก็เลยถามว่า อ้าว แล้วอิสระที่พาผู้หญิงคนนี้ไปด้วยเกือบทุกคืนคืออะไร เขาก็ถามว่ารู้ได้ยังไง เราก็บอกว่าเราเห็น ซึ่งเราเห็นจริงๆ ก็เลยพูดได้ เขาไม่ยอมรับว่าเขาคบกัน หลังจากที่หนูจับได้เขาก็ล็อคหน้าจอมือถือ เปลี่ยนรหัสต่างๆ ทำอะไรไม่ได้เลย

นอกจากเรื่องนอกใจ ความเป็นสามี ความเป็นพ่อของเขาก็โอเค แต่เขาก็ไม่ได้ซัพพอร์ตเรามากมาย ส่วนตัวเราทำธรุกิจส่วนตัว จะพูดว่าเรามีมากกว่าเขาก็ได้ และเราไม่เคยยุ่งเรื่องเงินทองของเขาเลย เขาทำงานมาก็เก็บทุกบาททุกสตางค์ มีบ้างที่เขาช่วยออกค่ากับข้าว ซื้อนั่นซื้อนี้ให้บ้างแต่เล็กน้อยมากกับสิ่งที่เราให้เขา และค่าใช้จ่ายของลูกเขาก็ช่วยรับผิดชอบน้อยมาก ขนาดแพมเพิสยังไม่เคยซื้อให้เลย มีแต่คุณยายซื้อให้หมด เราก็ไม่อยากให้เขาเอาเรามาเป็นภาระ ต้องมาช่วยจ่ายนู้นนี่ เราจ่ายได้ก็จ่าย แต่เขาก็ติดเงินคุณแม่ของเราด้วย และก่อนหน้านี้เขาก็เคยมีครอบครัว มีลูก และลูกคนแรกเขาก็ไม่เคยส่งเสีย

ล่าสุดเขาบอกว่าจะไม่กลับมาเป็นครอบครัวแล้ว ตอนนี้เขาไม่อยากเจอหน้าเรา หลบหน้าเรา อย่างเมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาเราต้องไปฝากท้อง ซึ่งเราก็บอกเขาไปแล้ว แต่เขาก็ไม่มา ถามว่าเราสามารถเลี้ยงลูกเองได้มั้ย เราสามารถเลี้ยงได้ และเราก็ยังมีพ่อแม่ที่คอยซัพพอร์ตเราอยู่ข้างหลังด้วย เราทั้งเจ็บ ทั้งจุก เพราะลูกเคยนอนกอดเขาทุกวัน แต่วันนี้เขาเลือกที่จะทิ้งเรากับลูกๆไป เพราะผู้หญิงหนึ่งคน เพราะความโลภ ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ของเขา ถ้าวันหน้ากลับมาเราก็คงไม่เอาแล้ว เพราะในเมื่อวันที่เราต้องการเขา วันที่เราร้องไห้หาเขา เขากลับที่จะทิ้งเราไป

อยากถามพวกพี่ๆดีเจว่า จะใช้ชีวิตต่อไปยังไงดี? เพราะลูกก็ถามหาพ่อ คนรอบข้างทุกคนก็ถามว่าสามีไปไหน ซึ่งทุกครั้งที่มีคำถามพวกนี้มันแทงใจมากๆ แต่คนที่ถามแทงใจที่สุด คือลูก ลูกจะถามคุณแม่ว่าปะป๊าไปไหน ทำไมปะป๊าไม่มาหาหนู...

3 ดีเจให้คำปรึกษากับ “คุณก้อย (นามสมมุติ)” ว่า ‘ก้อยแค่เจอผู้ชายที่ไม่ดี เขาไม่เหมาะที่จะเป็นสามี หรือเป็นพ่อ แยกย้ายกันถูกแล้ว สิ่งใดที่มันเกิดขึ้นแล้วมันดีเสมอแหละ ครบครัวที่มีครบ มันไม่เท่ากับครอบครัวที่สมบูรณ์ การที่เราจะเป็นทั้งพ่อและแม่ มันไม่ใช่เรื่องยาก แค่ให้ความสุขเขา และสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคือเงิน ตอนนี้เรามีทั้งลูก ทั้งครอบครัว ส่วนใครที่เป็นภาระเรา ไม่ว่าจะเป็นภาระทางด้านการเงิน แถมภาระทางใจอีก อยู่กับคนนี้แล้วมันไม่ได้มีความสุขที่แท้จริง การที่เขาเดินออกจากชีวิตเราไป ถ้าเขาไม่ได้รักเราแล้ว การเริ่มต้นใหม่ของก้อยจะเป็นการเริ่มต้นการนับ 1 ของความสุขแล้ว มันเป็นข้อดีมากเลยนะที่ผู้ชายแบบนี้ออกไปจากชีวิตเรา

ความสุขคนเรามันไม่เหมือนกัน ความสุขของคนบางคนอาจจะมีครอบครัวสมบูรณ์ แต่ความสุขของคนบางคนคือการตัดใครบางคนที่ไม่รักเราออกจากชีวิต มันอาจจะทำให้ชีวิตมีความสุขมากกว่านี้ การที่เขาตัดก้อยและลูกๆออกไป เขารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้คือภาระสำหรับเขาเหมือนกัน และแปลว่ามันไม่ได้มีค่าสำหรับเขา เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นเลยที่ต้องคิดถึงคนๆนึงที่เดินออกไปแล้ว

โชคดีที่ลูกยังอยู่ในวัยที่สามารถลืมได้ ถ้าเป็นไปได้อนาคตเลือกโรงเรียนดีๆให้กับเขา แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงเรียนนานาชาติ ขอแค่เป็นโรงเรียนที่ดี เพราะโรงเรียนจะสอนเขาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้กับเด็กๆ แล้วของแบบนี้ไม่ต้องรีบไปฝังหัวลูกว่าพ่อเป็นคนแบบไหน แต่วันนึงเมื่อลูกโตขึ้น เราค่อยๆคุยกับเขา เดี๋ยวเขาจะเข้าใจทุกอย่างเองและอีกอย่างนึงที่เขาจะรับรู้ได้เลยว่าแม่คือทุกสิ่งทุกอย่าง

ถามว่าจะใช้ชีวิตยังไง ก้อยต้องรักตัวเองให้มากพอก่อน แล้วความรักนั้นจะส่งต่อถึงลูก ถึงคนรอบข้าง เอาชีวิตของเราเป็นที่ตั้งและมูฟออน ความสุขของลูกให้มันอยู่ที่ก้อย ถ้าวันนึงมีความสุขแล้ว เขาจะกลับมา จำไว้ว่าอย่าเอาความทุกข์กลับเข้ามาอีก...

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนักใจทั้งรายการ! สาวโทรปรึกษา จะเลือกทางไหนดี? แฟนที่คบมา 10 ปี ซื้อบ้าน ซื้อรถ หมั้นด้วยกันแล้ว ประสบอุบัติเหตุ ป่วยติดเตียง สุดท้ายเราเลือกทำงานเป็นเด็กเอนฯ หาเงินเลี้ยงดูแฟน ไปเจอลูกค้าจ้างเป็นรายเดือน ตกลงจะให้เงินเลี้ยงดูเรา

28 เม.ย. 2023

หนักใจทั้งรายการ! สาวโทรปรึกษา จะเลือกทางไหนดี? แฟนที่คบมา 10 ปี ซื้อบ้าน ซื้อรถ หมั้นด้วยกันแล้ว ประสบอุบัติเหตุ ป่วยติดเตียง สุดท้ายเราเลือกทำงานเป็นเด็กเอนฯ หาเงินเลี้ยงดูแฟน ไปเจอลูกค้าจ้างเป็นรายเดือน ตกลงจะให้เงินเลี้ยงดูเรา

“คุณปุ้ม (นามสมมุติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาแฟนเกิดอุบัติเหตุ โดย “คุณปุ้ม (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่ปี 2556 สถานะของเราคือหมั้นกันแล้ว และเริ่มสร้างครอบครัว มีบ้าน มีรถด้วยกัน แบบกู้ร่วม ต่างคนต่างทำงาน ระหว่างนั้นเขาก็ดูแลหนูดีมากๆ ซักชุดชั้นในให้หมด ทำกับข้าวไว้รอ เขาจะมีวันหยุดเยอะกว่าหนู เขาเลยทำให้หมดเลย แต่เดือนมิถุนายน ปี 2565 ที่ผ่านมา เขาประสบอุบัติเหตุหนัก เส้นเลือดในสมองแตก กะโหลดหน้ายุบ แขนขวาใช้งานไม่ได้ ทำให้ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้... ภาระที่กู้ร่วมกันทุกอย่างตกมาที่หนูหมดเลย ก่อนหน้านี้แม่แฟนก็ยื่นมือมาช่วยดูแลเขา และช่วยเรื่องรายเดือนไปก่อน จนช่วงนั้นหนูก็ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อจะไปเรียน เพราะหนูได้ทุน และรอโอกาสนี้มานานแล้ว ระหว่างที่เรียนก็ยังมีเวลา หนูเลยเรียนไปด้วย ดูแลเขาไปด้วย เพราะหนูเรียนแค่ช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ ส่วนวันจันทร์ - ศุกร์ หนูดูแลเขาตลอด ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน ช่วงที่เขาอยู่โรงพยาบาลประมาณเดือนกว่าๆ และกลับมาพักที่บ้านต่อ แต่มันมีผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ น้ำเสียง หน้าตา นิสัยเขาเปลี่ยนไปทุกอย่างเลย เขาจำหนูได้ แต่มีปัญหาเรื่องความรู้สึก อารมณ์อ่อนไหว ซึ่งหลังจากนั้นเป็นช่วงที่ต้องกายภาพ และมันต้องใช้เวลามากๆ หนูก็ทำทุกอย่างเลย ทั้งเอาหมอมาฝังเข็ม ไม่ว่าจะเป็น หมอการแพทย์ หมอบ้าน หมอผี เอามาหมด หลังจากนั้นอาการเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จากป่วยติดเตียง กลับมาเดินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่แขนขวาใช้ไม่ได้ เพราะต้องรอผ่าตัดกระดูกก่อน จนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขาล้มแบบวูบ ทรุดไปเลย หนูก็พาไปหาหมอ สรุปเขาเป็นเส้นเลือดในสมองแตกอีกครึ่งหนึ่ง ครั้งนี้เขาหนักมาก พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง ป่วยติดเตียงไปอีกรอบนึงเลย ซึ่งระหว่างที่เขาป่วยหนูก็ดูแลเขาเต็มที่ แม่แฟนก็ช่วยบ้าง และช่วงนั้นหนูก็ตัดสินใจออกไปทำงานกลางคืน เป็นเด็กเอนเตอร์เทน ได้เงินมาทีละ 2 – 3 พัน แต่ไม่ได้ไปบ่อย เพราะเรื่องเรียนหนูก็หนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน พอหนูไปทำงานก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามา เขาเข้าหาหนูโดยการจ้างเป็นรายเดือน เดือนละ 15,000 บาท ต้องไปเจอเขาทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ไปกินข้าวด้วยกันปกติ เขาก็มีของขวัญมาให้ตลอด แล้วก็แยกย้ายกันกลับ ไม่ได้มีอะไรเกินเลย ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่รู้ว่าหนูมีครอบครัวแล้ว แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหนูมีแฟนที่ป่วย หลังๆมา เหมือนเขาเริ่มอยากจะจริงจังกับหนู เขาบอกว่าเขาก็ไม่อยากทำร้ายคนป่วยเหมือนกัน แต่สงสารหนู อยากดูแลหนูเหมือนกัน เขาพร้อมดูแลและซัพพอร์ตหนู เขาอยากให้หนูชัดเจน เคลียร์ไปชัดๆเลย เขาจึงยื่นข้อเสนอมาให้ว่า หนูจะอยู่กับเขาหรือกลับไปอยู่กับแฟนที่ป่วย? หนูกับผู้ชายคนนี้ เราทะเลาะเรื่องนี้กันมาตลอด เรื่องอื่นไม่เคยมีปัญหาเลย เหมือนเขาอยากเป็นตัวจริง แล้วก็นอยด์หนูว่าทำไมต้องมาหลอก หลังจากที่หนูได้เงินจากพี่เขา หนูก็ไม่ได้ไปทำงานอีกเลย ตอนนี้หนูไม่แน่ใจเรื่องความรู้สึกเหมือนกัน หนูก็จะเอาเขาไปเปรียบเทียบกับแฟนที่ป่วยของหนูด้วย ก่อนหน้านี้ก็มีคนเข้ามา แต่ก็ไม่ได้มีใครดีกว่าแฟนหนูสักคน หนูคิดว่าถ้าแฟนไม่ป่วย หนูน่าจะตัดสินใจได้ง่ายกว่านี้ เพราะหนูเลือกแฟนแน่นอน! แต่ตอนนี้แฟนป่วยมันก็เลยทำให้เป็นอุปสรรคใหญ่มากๆกับชีวิตหนู แฟนไม่เคยบอกให้ไปหาคนใหม่ มีแต่เขาบอกว่าอย่าทิ้งเขานะ และบ้านหลังแรกของเราก็ไม่ได้อยากให้ปล่อยบ้านไป ประเด็น คือ หนูทิ้งแฟนที่ป่วยไม่ได้ เพราะเขาไม่มีใครเลย เขามีน้องชายอยู่ที่ต่างจังหวัด และพ่อกับแม่ก็อายุจะ 60 แล้ว บ้านเขาก็ไม่ได้มีฐานะด้วย และหนูก็ต้องซัพพอร์ตทางบ้านหนู แต่ช่วงที่หนูต้องดูแลเขา หนูก็ไม่ได้กลับบ้านตัวเองเลย...’ 3 ดีเจให้คำปรึกษา “คุณปุ้ม (นามสมมุติ)” ว่า ‘ถ้าวันนี้ปุ้มทิ้งเขา ปุ้มแอบดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย เพราะคบกันมาเป็น 10 ปี นึกถึงวันนั้น ถ้าคนที่ประสบอุบัติเหตุเป็นเราแทน ปุ้มคิดว่าเขาจะทิ้งเรามั้ย? สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้จากที่ปุ้มโทรมาวันนี้ คือ รู้เลยว่าตอนนี้ปุ้มเหนื่อยมาก เหมือนแบกทุกอย่างไว้กับตัวหมดเลย ไม่ว่าจะเรียน ฝึกงาน ส่งเงินค่าบ้าน แม้กระทั่งจะต้องดูแลเขาอีก การที่หนูต้องไปทำงานกลางคืน ต้องไปเจอข้อเสนอนี้ มันก็เกิดจากความตั้งใจของหนูที่จะเอาเงินไปดูแลเขา ตอนนี้ให้โฟกัสที่แฟนที่ป่วยก่อน แนะนำให้เขากลับไปอยู่ที่บ้าน ให้พ่อแม่ดูแลลูกเขาแทน ส่วนเราออกไปทำงาน บ้านที่กู้ร่วมกันคือขายออกไป เคลียภาระให้หมด ตอนนี้ไม่ใช่จังหวะที่เราจะทิ้งแฟนคนนี้ไป มันคือคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แต่ไม่ได้บอกให้อยู่ตรงนี้ไปตลอด เพราะการที่จะเดินออกจากชีวิตใคร เราต้องคุยกับเขาก่อน ต้องได้รับความยินยอมจากเขาด้วย ไม่งั้นมันจะกลายเป็นเราทิ้งเขา ต้องคุยและตกลงกัน ให้เป็นสถานพเพื่อนแล้วดูแลกัน ปุ้มจะไม่รู้สึกผิดเลย แต่ถ้าวันนี้ปุ้มเดินออกจากชีวิตเขา โดยที่ทิ้งเขาไป สิ่งนี้มันจะอยู่ในใจปุ้มไปตลอดชีวิตเลย... ส่วนผู้ชายคนใหม่ บอกให้เขาเข้าใจว่าตอนนี้ยังคงทำไม่ได้ แต่ให้รอหน่อยได้มั้ย? ลองยืดข้อเสนอ ยืดเวลากับเขาดู แต่เราก็ไม่รู้อีกว่าเราจะฝากชีวิตไว้กับผู้ชายคนใหม่ได้ยาวนานแค่ไหน ถ้าปุ้มอยากจะไปเริ่มใหม่จริงๆ อยากให้ประวิงเวลาไปก่อน เพื่อพิสูจน์ให้มากกว่านี้ เพราะนี่แค่ช่วงแรกๆที่คบกัน เขายังอดทนรอไม่ได้เลย เรามีปัญหาขนาดนี้ แต่เขายื่นคำขาดให้เราไปทิ้งแฟนซะ มันก็มีมุมไม่ดีที่อาจจะเตือนสติตัวเอง ให้ใจเย็นๆ ค่อยๆดูไป ปุ้มลองไปคุยกับทางบ้านแฟน บอกเขาได้หมดเลยว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไง มีคนเข้ามา มีคนเลี้ยงดูแล มีคนอยากให้ไปเริ่มต้นใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้ปุ้มยังอยู่เพราะปุ้มรักแฟน ทางบ้านเขาก็ต้องช่วยอะไรบ้าง ความรักก็ใช่ แต่การดูแลคนป่วย เงินก็ต้องกิน ต้องใช้ เขาเองก็ต้องช่วยเหลือ เพราะนี่ก็คือลูกชายของเขา และเขาจะได้เข้าใจว่าการตัดสินใจครั้นี้มันยิ่งใหญ่กับการที่เรายังอยู่ตรงนี้ ณ ตอนนี้ลองทำอะไรให้ภาระเหล่านี้มันเบาบางลง เพื่อให้เราได้รู้ว่าเรายังรักเขาจริงๆหรือเปล่า? แต่ถ้าวันหนึ่งที่มันไม่ไหวจริงๆ ทุกคนก็เคารพการตัดสินใจของหนู ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่สุดท้ายมันก็แล้วแต่ตัวหนู เพราะหนูต้องเป็นคนตัดสินใจ....’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ก็งานเสร็จแล้ว จะนั่งต่อเพื่อ ?? สาวออฟฟิศสุดกลุ้ม ถึงเวลาเลิกงานแล้ว แต่หัวหน้าชอบยื้อเวลาให้อยู่ต่อ ทั้งๆที่ไม่มีอะไรต้องทำแล้ว สงสัยจัง ทำไมจะกลับตรงเวลา ถึงเป็นเรื่องยากขนาดนี้ !! พี่ๆในแผนกก็เจอเหมือนกันหมด

27 มิ.ย. 2023

ก็งานเสร็จแล้ว จะนั่งต่อเพื่อ ?? สาวออฟฟิศสุดกลุ้ม ถึงเวลาเลิกงานแล้ว แต่หัวหน้าชอบยื้อเวลาให้อยู่ต่อ ทั้งๆที่ไม่มีอะไรต้องทำแล้ว สงสัยจัง ทำไมจะกลับตรงเวลา ถึงเป็นเรื่องยากขนาดนี้ !! พี่ๆในแผนกก็เจอเหมือนกันหมด

“คุณมน (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 มิ.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเวลาการเลิกงาน โดย “คุณมน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้ 2 เดือนกว่าแล้ว ที่นี่ไม่ใช่บริษัทใหญ่ ตอนแรกหนูคุยกับเขา เขาบอกเข้างาน 09.30 น. เลิกงาน 18.30 น. แล้วเขาก็พูดทิ้งท้ายว่า แต่กลับสักทุ่มครึ่งก็ดีนะ หนูก็เอ๊ะ! แต่ตอนนั้นหนูอยากออกจากงานเก่าเต็มที แล้วเขาก็ให้เงินเดือนหนูเยอะเกินความคาดหมาย หนูก็เลยตัดสินใจทำงานที่นี่ พอเข้ามาทำงานจริงๆแล้ว ในช่วงเดือนแรกๆหนูก็กลับบ้านตรงเวลาอยู่ เพราะหนูเป็นคนกลับบ้านตรงเวลามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่หนูงงว่าทำไมในออฟฟิศไม่มีใครกลับเลย หนูก็เลยค่อยๆตะล่อมถามคนในออฟฟิศว่า เอ้อ...ทำไมไม่มีใครกลับเลย เขาก็เล่าให้หนูฟังว่าเจ้านายเขาไม่ค่อยอยากให้กลับตรงเวลา เขาจะดึงให้ทำงาน บางคนไม่ได้มีอะไรทำ แต่เขาก็ดึงเพื่อให้อยู่ด้วยกันแล้วเขาก็จะบอกว่าเดี๋ยวซื้อข้าวให้กิน พอช่วงหลังๆมาหนูก็ไม่ได้กลับตรงเวลา เพราะว่าจะมีงานให้บ้าง ที่หนูกลับดึกที่สุดตอนนี้ประมาณ 2 ทุ่ม – 2 ทุ่มครึ่ง ซึ่งเป็นการที่หนูกลับเอง คือไม่ไหวแล้ว อยากกลับแล้ว ก็ลาเขาแล้วก็ออกไปเลย ไม่ได้รอเขาตอบกลับอะไร วันที่อยู่ดึกๆกลับช้าหนูก็ไม่ได้โอที แต่มีคนเคยบอกว่าถ้าเกิดวันไหนทำถึง 4 ทุ่ม หนูก็จะได้โอที 200 บาท ส่วนเรื่องอื่นๆ หนูเคยถามว่าลาพักร้อนมีกี่วัน เขาก็ตอบหนูไม่ชัดเจน แล้วเขาก็บอกว่าแต่ต้องทำงานให้ครบปีก่อนนะ ถึงจะได้วันลาพักร้อน แต่เขาก็ไม่บอกจำนวนวัน บรรยากาศในการทำงานมันเป็นสภาวะที่อึดอัด ทุกคนทำงานเหมือนอยู่ในสถานปฏิบัติธรรม เงียบมาก เจ้านายก็นั่งอยู่ในห้องทำงาน แต่พอเจ้านายเดินออกจากห้องทำงาน ทุกคนก็เฮฮาหัวเราะ หนูก็เลยคิดว่าทำไมบรรยากาศมันแตกต่างจังเลย หนูเคยทำที่อื่นมาก่อน แต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย และล่าสุดที่เจอมา คือ มีเพื่อนคนนึงเขาป่วยหนักหลายวัน เจ้านายก็เลยให้เรียกรถมายกคอมไปให้ทำที่บ้านเลย การกลับบ้านของเจ้านายแต่ละวันก็แล้วแต่เขาเลย บางวันเขากลับเร็วก็เร็ว บางวันเขากลับดึกก็ดึก วันไหนที่เขากลับเร็วก็เหมือนเป็น Lucky ของพนักงานที่จะได้กลับเร็ว แต่ก็จะมีอีกกรณีนึงที่คนเก่าเขาเล่ามา คือ บางตำแหน่งที่เขาต้องคุยกับลูกค้า แล้วลูกค้าโทรมาให้ทำงานให้ตอนดึกๆ เจ้านายก็จะโทรมาบอกให้อยู่ทำงานก่อน ทำงานให้เสร็จ บางคนเลิกเที่ยงคืน ตี 1 ก็มี ส่วนค่าตอบแทน ที่นี่เขาให้เงินเดือนสูง คนอื่นๆก็ได้เงินเดือนสูงเหมือนกัน ได้โบนัสดี แต่เจ้านายคนนี้เขาก็ดี แค่เรื่องเวลาที่รู้สึกไม่ค่อยโอเค... “คุณมน (นามสมมติ)” อยากถามพี่ๆ ดีเจว่า ควรจะออกจากที่ทำงานนี้เลยมั้ย หรือ ทำต่อไป เพราะเราอยากได้ประสบการณ์ “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘เมื่อ15 ปีที่แล้ว ผมก็เคยทำงานออฟฟิศมาก่อน แต่ของผมเป็นออฟฟิศค่อนข้างใหญ่แบบ WorldWide ตอนนั้นก็สัมผัสได้ว่ามันเป็นวัฒนธรรมของงานในสายงานนี้ เมื่อคุณเสร็จงานประจำในช่วงเวลาปกติแล้ว หลังจากนั้นคุณสามารถทำอะไรต่อได้อีกเยอะเลย คุณสามารถทำงานเพื่อส่งประกวด เพื่อแคมเปญต่อๆไป ผมเลิกงานช้าสุดก็ตี 3 - 4 ไปเลย เน้นงานเสร็จไม่ได้เน้นเวลาการทำงาน ก่อนที่จะเลือกช้อยส์ 1 หรือช้อยส์ 2 ต้องถามตัวเองก่อนว่า มนมีทางเลือกหรือเปล่า? มีตัวเลือกอื่นที่จะทำให้มนย้ายและเงินเดือนเพิ่มขึ้น ได้งานที่รับผิดชอบที่สนุกสนานมากขึ้น หน้าที่การงานเติบโตขึ้นก็ย้าย แต่ถ้ารู้สึกว่าตัวเลือกนี้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด จากเงินเดือนที่เขาให้มาค่อนข้างสูงและจากที่ฟังมนเล่ามา เขาไม่ได้ดูเป็นคนเลวร้ายอะไร แค่เขาอาจจะขี้เหงา และเป็นหัวหน้าที่บ้างาน บางครั้งหัวหน้าที่บ้างานมักจะเอาความเป็นตัวเองใส่มาให้ลูกน้องด้วย แต่ถ้าไม่มีทางเลือก การที่อยู่เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ มนอาจจะได้เจออะไรที่เลวร้ายกว่า 2 เดือนแรกอีก เดี๋ยวอยู่ต่อไป มีถึงตี 1 – 2 วันที่ต้องปิดงานเพื่อจะต้องส่ง นั่นแหละต้องเจออีกแน่ ถ้าไม่มีทางเลือกก็อยู่ต่อไป มีทางเลือกเมื่อไหร่ก็บายบ๊าย เงินเดือนเพิ่มขึ้น ธรรมชาติของงานแบบนี้ย้ายกันบ่อยอยู่แล้ว ยิ่งย้าย มีผลงานเป็นที่พิสูจน์ ยิ่งอัพเงินเดือนเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นพี่เมื่อ 15 ปีที่แล้วพี่ยังคงทำ...’ ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำแนะนำว่า ‘มนต้องถามตัวเองว่าเป็นคนประเภทไหน แน่นอนมันจะมีคนที่สู้เพื่องาน จะเหนื่อยเท่าไร จะไม่สบายยังไง แต่ถ้าทำงานแล้วงานมันดี มันทำให้เราเจริญเติบโตก้าวหน้ายอมเสียสละ ถ้าเอาแค่ปัญหาที่อยู่แล้วไม่มีงานทำ ก็อาจจะลองถามคนอื่นว่ามีอะไรให้ช่วย เพราะว่างานที่หนูทำอยู่มันไม่ใช่งานที่ทำแล้วจบ มันสามารถทำอย่างอื่นเพื่อเพิ่มสกิล ทักษะอื่นๆได้ ถ้าหนูอยากหาประสบการณ์ คือ มันอยู่ที่ทัศนคติของหนูในการทำงานว่าจะทำให้มันดีกับตัวเองได้หรือเปล่า หรือแค่มานั่งว่างๆเพื่อรอให้คนอื่นกลับ แล้วฉันจะกลับ อันนี้พี่ว่ามันไม่มีประโยชน์ เอาจริงๆ มันควรต้องแก้ที่ตัวหัวหน้า ที่จะให้เขารู้ว่า เวลาในการทำงานมันไม่ได้เท่ากับประสิทธิภาพในการทำงานนะ มันไม่ได้เสมอไปว่า ถ้าทำงานดึกๆ มันจะได้งานที่ดี แต่ถ้าเขาเป็นแบบนี้ เราไปเปลี่ยนเขาไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเราไปเป็นลูกน้องเขา ตอนนี้มันก็มีแค่มนที่ต้องปรับ อยู่แบบนี้ให้ได้ โดยที่อยู่ยังไงให้ดีกับตัวเรา เหมือนที่พี่ถามมนตั้งแต่แรกว่ามนเป็นคนประเภทไหน มันแล้วแต่เลยว่าเราอยากเห็นชีวิตเราเป็นแบบไหน เราเลือกเป็นแบบไหน ซึ่งมันไม่มีถูก ไม่มีผิด มันแล้วแต่ว่าเราแฮปปี้หรือไม่แฮปปี้เท่านั้นเอง ตอนนี้มนต้องถามตัวเองว่ามนแฮปปี้มั้ยที่เป็นแบบนี้ แต่ก็ต้องดูองค์ประกอบอื่นๆด้วยว่า ถ้ามนออก ที่อื่นจะยังไง จะรับเข้าทำงานมั้ย ตอนนี้เงื่อนไขชีวิตเป็นยังไง หรือถ้าทนได้ แล้วไม่มีอะไรทำก็หาอะไรทำได้ ถ้างานมันยังดี เจ้านายดี ติดแค่เวลาการทำงานที่ชอบให้อยู่ดึก ลองชั่งน้ำหนักดูแล้วถ้าข้อดีมันมีเยอะกว่าก็อยู่ต่อ...’ ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า ‘ถ้าพี่เป็นเจ้านายแล้วลูกน้องกลับก่อนคนอื่น พี่จะเช็คว่างานเขาเสร็จหรือยัง เพราะฉะนั้นมันจะฟ้องด้วยผลงาน ถ้าเกิดงานหมดมันเสร็จแล้ว มันก็สามารถกลับได้ เราก็เคยไปบอกเขาว่ากลับก่อนนะคะ เขาก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร พี่ว่าเราอาจจะยังไม่ต้องคิดอะไรไปก่อนก็ได้ คือ ถ้ามนทำงานแล้วคุณภาพมันไม่ได้ลดลง มนกลับได้! เจ้านายไม่ไล่ออกหรอก ถ้าคุณภาพการทำงานของมนดี ทำงานเกินเงินเดือน ถึงเวลาเราทำงาน เราทำเต็มที่ วัดกันที่คุณภาพ แต่ถ้าวันไหนที่เขามีเคสเร่งด่วนหน่อย เราก็มีน้ำใจในการช่วยเหลือเขา คนละครึ่งทาง มันก็คือการเอื้ออาทรต่อกัน ถามว่าจะอยู่ต่อหรือพอแค่นี้ เอามวลความสุขของเราว่าการที่เราอยู่ที่นี่เรารู้สึกมีความสุขมั้ย บางทีมันไม่ใช่เรื่องหัวหน้า ไม่ใช่เรื่องเวลาอย่างเดียวหรอก เพื่อนร่วมงาน องค์ประกอบทุกอย่าง เราอยู่แล้วเราโอเคมั้ย แล้วเงินมันจำเป็นมั้ยที่ต้องได้เท่านี้ มันมีปัจจัยให้มนตัดสินใจได้อีกเยอะ 2 เดือนยังตัดสินใจอะไรไม่ได้ ให้เวลากว่านี้หน่อย...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผู้หญิงไร้ศีลธรรม กับ ผู้ชายที่ไม่รู้จักพอ... หนูคบแฟนมา 20 ปี ผู้หญิงคนนี้เข้ามาในรูปแบบเพื่อนของแฟน สนับสนุนทุกเรื่อง ให้คำปรึกษาทุกอย่าง จนเรารู้สึกว่าทำไมเพื่อนเขาคนนี้ดีจัง... สุดท้าย ผู้หญิงโทรมาสารภาพ ‘ขออยู่ในสถานะเมียน้อย’ ได้ไหม?

18 เม.ย. 2023

ผู้หญิงไร้ศีลธรรม กับ ผู้ชายที่ไม่รู้จักพอ... หนูคบแฟนมา 20 ปี ผู้หญิงคนนี้เข้ามาในรูปแบบเพื่อนของแฟน สนับสนุนทุกเรื่อง ให้คำปรึกษาทุกอย่าง จนเรารู้สึกว่าทำไมเพื่อนเขาคนนี้ดีจัง... สุดท้าย ผู้หญิงโทรมาสารภาพ ‘ขออยู่ในสถานะเมียน้อย’ ได้ไหม?

“คุณหนู (นามสมมุติ)” อายุ 39 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหามือที่สามของแฟน โดย “คุณหนู (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เราคบกับแฟนมา 20 ปีแล้ว และมีลูกด้วยกัน จนเรามาจับได้ว่าแฟนเรามีคนอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้แฟนเป็นคนเจ้าชู้มาตลอด แต่ด้วยความที่มีลูกแล้ว เราก็ไม่ได้ตาม ไม่อะไรแล้ว ลูกก็เริ่มโตแล้ว สนใจลูกมากกว่า เพราะเราคิดว่าเขาจะปรับตัวให้ดีขึ้นได้ จนวันหนึ่งมีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาหาเรา เขาเป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียนของแฟน เขาเข้ามาหาแฟนในรูปแบบเพื่อน คอยให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน หรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ จนเราคิดว่าเขาเป็นคนดี เป็นเพื่อนที่ดี แล้วเขาก็ร้องไห้ สารภาพกับเราว่า เขาขอเป็นแบบนี้ได้ไหม ขออยู่ในสถานะเมียน้อยได้ไหม? เขาบอกว่าเขาช่วยแฟนเราทุกอย่าง เขาไม่ต้องการอะไรจากเราเลย ไม่ต้องการจะแย่ง แต่ขออยู่ในสถานะนี้ได้มั้ย ขอแค่ให้มาหาบ้าง โทรหาบ้าง ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน เราก็เลยถามเขาว่า ทำไมเกินเลยกันถึงขั้นนี้เลย เขาบอกไม่รู้เหมือนกัน เขารักไปแล้ว ไม่สามารถออกห่างหรือเลิกได้แล้ว ต้องท้าวความก่อนว่าผู้หญิงคนนี้เขาเคยผ่านการมีสามีมาแล้ว มีลูกติด 1 คน แล้วเขาก็มีหน้าที่การงานที่ดี หน้าตาดี มีฐานะที่ดี เราก็เลยถามเขาไปว่าเขาก็มีทุกอย่างแล้ว แต่ทำไมถึงยอมมาอยู่ในสถานะเมียน้อย ทำไมถึงไม่ยอมไปหาผู้ชายที่ดีกว่านี้ ผู้ชายที่ยังไม่มีครอบครัว เขาบอกก็รักไปแล้ว เราก็เลยถามว่านานแค่ไหนแล้ว เขาพูดกลับมาแบบกวนๆใส่เราว่า ก็น่าจะรู้นะว่านานแค่ไหนแล้ว เราก็เลยเอะใจว่าเขามาขอร้องอ้อนวอนเป็นเมียน้อย หรือเขามาเยาะเย้ยเรา แบบอยากให้เรารู้ว่าเขามีตัวตน หลังจากวางสายผู้หญิงคนนี้เราก็ไปเคลียร์กับแฟนเลย ตอนแรกแฟนเราก็ยังไม่ยอมรับ จนเราต้องจี้จุด พูดชื่อผู้หญิงคนนี้ขึ้นมา เขาก็ร้องไห้แล้วสารภาพกับเราว่าเขามีปัญหาเรื่องธุรกิจ การงานของเขา เขาบอกเขาโพสต์เฟซบุ๊ก แล้วผู้หญิงคนนี้ก็เข้ามาทักถาม ให้คำปรึกษา เขาก็ไปคุยกันส่วนตัวเพราะเราไม่รู้ เราไม่เคยเช็คโทรศัพย์ของแฟนเลย เพราะเราเชื่อใจและไว้ใจเขา แฟนเราบอกว่าพยายามจะเลิกกับผู้หญิงคนนี้หลายรอบแล้ว แต่ผู้หญิงไม่ยอมเลิก บอกจะฆ่าตัวตายบ้าง แล้วแฟนเราก็พูดกับเราขึ้นมาคำนึงว่าแล้วลูกเขาล่ะ? แฟนบอกผู้หญิงคนนี้กำลังท้องอยู่ ซึ่งเขาบอกว่าท้องกับสามีเราจริง แต่ตอนนี้เขาแท้งไปแล้ว หลังจากเขายอมรับสารภาพ เราก็โทรไปเคลียร์กับผู้หญิงคนนี้เลย เราด่าด้วยความโมโหว่ามายุ่งกับแฟนเราทำไม เขาก็พูดใส่เราขึ้นมาว่า แล้วเวลาเขาไล่ทำไมไม่ไปอ่ะ อยู่ทำไม? เหมือนกับว่าแฟนเราไปเล่าให้เขาฟังหลายครั้งแล้ว แต่เราไม่ไปเอง เราก็เลยโทรประชุมสายหาแฟนเราเลย ถามว่าเขาพูดแบบนี้จริงไหม แฟนบอกพูดจริง แต่คือจริงๆเขาไม่เคยไล่เราเลย ต่อให้ทะเลาะกันยังไงก็ไม่เคยไล่ สรุปคือแฟนเราไปเล่าเรื่องทุกอย่างในส่วนของเราให้ผู้หญิงคนนี้ฟังหมด ให้เขามาดูถูกเรา ไม่ว่าจะเรื่องไล่เราออกจากบ้าน ทุบตีเรา หรือแม้กระทั่งเราไม่มีบ้าน ไม่มีเงิน เพราะทุกวันนี้เราเป็นแม่บ้าน มีงานแต่ไม่ได้มีเงินเยอะ หลักๆคือใช้เงินของแฟน และเขาก็ต้องมาคอยดูแลเรา ดูแลลูกเรา เขาบอกเขาเหนื่อย เขาไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้น ผู้หญิงคนนี้ก็เลยโอบอุ้มเขาไป’ ตอนนี้เราเลิกกันมาได้ 3 – 4 เดือนแล้ว คำถามวันนี้คือ ‘อยากถามพี่ๆว่า ผู้ชายสมัยนี้เขารักความสบาย ไปกับผู้หญิงที่มีเงินได้โดยทิ้งผู้หญิงที่ลำบากมาด้วยกัน 20 ปี มันง่ายขนาดนี้เลยหรอ?’ 3 ดีเจจึงให้คำแนะนำ “คุณหนู (นามสมมุติ)” ว่า เท่าที่ดูไม่น่าจะเกี่ยวแค่เรื่องเงิน ไม่งั้นถ้ามีอะไรกันน่าจะป้องกันไปแล้ว แฟนเราน่าจะมีเรื่องของความรักมาแล้ว และระยะเวลา 20 ปีที่คบกัน มันอาจจะเป็นคู่ชีวิต อาจจะไม่หวือหวาเท่าคนใหม่ที่เข้ามา แต่สิ่งสำคัญคือมองผู้ชายของเราดีกว่า ทำไมไม่ปกป้องความรู้สึก ปกป้องครอบครัวเราเลย ถือว่าความรับผิดชอบเขาต่ำมาก หยุดถามคำถามได้แล้วว่า 20 ปี ทำไปเขาถึงไม่นึกถึงเลย ต่อให้ 20 ปี 30 ปี เขาก็ไป ถ้าเขาจะไปกับอีกคน ได้คำตอบมามันก็เท่านั้น จงใช้ชีวิตที่เหลือโดยการเอาลูกเป็นที่ตั้ง เป็นกำลังใจในการก้าวเดินต่อไป บอกตัวเองว่า เขาเลือกทิ้งเราไปจากชีวิตแล้ว แล้วถ้าวันนึง ถ้าเขาจะกลับมา เราควรค่าที่จะเอาเขากลับมาไหม อย่าเสียดายกับคำว่า พ่อ หรือ ผัว นับจากนี้ ปล่อยให้เขาไปใช้ชีวิตของเรา แล้วเรามีความสุขกับลูกต่อไป ไม่ต้องหาเหตุผลอะไรในอดีตอีกแล้ว... จริงๆ ไม่ใช่แค่ผู้ชาย ไม่ว่าใคร คนเราถ้ามันจะเลิกกัน คนมันจะไป ยังไงก็ไป ต่อให้ทำดีแค่ไหน นานแค่ไหนเขาก็ทำได้ ถ้ามองจริงๆ มันแทบไม่มีอะไรซับซ้อน ถ้าคนมันไม่รักกันแล้ว เขาก็จะทิ้งเราไป ซึ่งถ้าคนมันจะอยู่ยังไงเขาก็จะอยู่ แต่สิ่งที่ยากคือ การทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว หลายครั้งที่เรามักจะไม่เรียนรู้ความเจ็บปวด แต่เรามักจะไปอาลัยอาวรณ์เขามากกว่า แล้วเรื่องที่เค้าเอาเราไปพูดเสียๆหายๆ ปกติคนเราเวลาพูดอะไรออกไปก็จะไม่พูดให้ตัวเองดูเสียๆหายๆอยู่แล้ว ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คือ ง่าย ในหลายๆคู่ทำยิ่งกว่านี้อีก บางคนที่เห็นในข่าวฆ่าเมียเพื่อไปหาอีกคนก็ยังมี มันมีผู้ชายแบบนี้อยู่แล้ว ซึ่งผู้ชายคนนี้ก็กำลังทำอยู่เขาจะทำอะไรก็ได้เลยที่เขาอยากทำ เพื่อที่จะไปอยู่กับอีกคน ถ้าเรามองจากมุมข้างนอกเข้าไป เขาจะพูดถึงหนูยังไง เขาจะทำอะไร หนูก็โอเคกับเขา หนูเราเขา แต่ในขณะที่เขาไม่ได้รู้สึกเท่ากับหนู วันนี้ที่หนูออกมาแล้ว นับเป็นความโชคดีแล้ว แล้วเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว หนูจะพบเจอกับความสุข เราก็ทำหน้าที่แม่ที่ดีของเราต่อไป แล้วก็มูฟออนให้ได้ และถ้านับจากการวางหูที่โทรเข้ามาในรายการ เลิกถามคำถามนี้ได้แล้วว่า ทำไมทำไม โฟกัสไปที่ปัจจุบันแล้วเดินไปข้างหน้าต่อเลย...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ไม่มีความเป็นผู้นำ หรือ ขี้เกียจกันแน่?? สาวสุดหนักใจ... คบกับแฟนมา 4 ปี แฟนให้คำปรึกษาไม่ได้เลย เวลาปรึกษาเรื่องใหญ่ๆที่ต้องตัดสินใจ ชอบพูดคำว่า แล้วแต่เธอเลย ตอนนี้เขาลาออกจากงานประจำมาช่วยงานเรา แต่เที่ยงยังไม่ตื่น...

11 ส.ค. 2023

ไม่มีความเป็นผู้นำ หรือ ขี้เกียจกันแน่?? สาวสุดหนักใจ... คบกับแฟนมา 4 ปี แฟนให้คำปรึกษาไม่ได้เลย เวลาปรึกษาเรื่องใหญ่ๆที่ต้องตัดสินใจ ชอบพูดคำว่า แล้วแต่เธอเลย ตอนนี้เขาลาออกจากงานประจำมาช่วยงานเรา แต่เที่ยงยังไม่ตื่น...

ไม่มีความเป็นผู้นำ หรือ ขี้เกียจกันแน่?? สาวสุดหนักใจ... คบกับแฟนมา 4 ปีแฟนให้คำปรึกษาไม่ได้เลย เวลาปรึกษาเรื่องใหญ่ๆที่ต้องตัดสินใจชอบพูดคำว่า แล้วแต่เธอเลย ตอนนี้เขาลาออกจากงานประจำมาช่วยงานเราแต่เที่ยงยังไม่ตื่น และ ชอบมาขอเงินเรา อ้างว่า เงินไม่พอใช้ ขอยืมทีละนิดๆตอนนี้หนูอยากจะเลิก แต่ติดตรงที่มองหน้าเขาแล้วสงสาร ควรทำยังไงดี? “คุณแพท (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายแรกในรายการ“พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา[2ส.ค. 66]ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาแฟนไม่มีภาวะเป็นผู้นำ ไม่ขยันทำงานหาเงิน ไม่คิดสร้างอนาคตไปด้วยกันโดย “คุณแพท (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมา 4ปีแล้ว แฟนอายุเท่ากัน ยังไม่ได้แต่งงาน แต่อยู่ด้วยกัน คือ... แฟนหนูไม่มีความเป็นผู้นำเลย เวลาที่เราต้องตัดสินใจอะไรเรื่องใหญ่ๆ หนูจะปรึกษาเขาไม่ค่อยได้ เขาจะพูดแค่คำว่า แล้วแต่เรา ตอนที่ซื้อบ้านด้วยกัน หนูก็ถามเขาว่า เธอเราซื้อตรงนี้ดีไหม หรือว่าราคาอย่างนี้เธอโอเคไหม เขาก็จะตอบแล้วแต่เธอ หรือแม้แต่ภาระค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน เราตกลงกันตั้งแต่แรกแล้วว่า เราจะแยกเงินคนละกระเป๋า เราจะไม่ยุ่งกับเงินเขา เขาก็จะไม่มายุ่งกับเงินของเรา ช่วงแรก ๆมันได้ แต่ช่วงหลัง ๆมาเขาก็จะมาขอเรา ในแต่ละครั้งไม่เยอะมากแต่ระยะเวลา ถ้าทบรวมๆกันก็เยอะ ครั้งละ 10,000-8,000 บาท บางทีเขาก็จะบอกเงินไม่พอจ่ายค่างวดรถ ไม่พอจ่ายค่านู้นค่านี่ ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเขาเอง อย่างเช่น รถเป็นชื่อเขา แต่เราก็ใช้ด้วยกัน คือแพทจะทำงานอยู่ที่บ้าน เขาจะเป็นคนที่ใช้รถคนเดียว แพทก็จะไม่ค่อยได้ใช้ แต่รถออกเป็นชื่อเขาเพราะว่าชื่อแพทติดแบล็คลิสต์ออกรถไม่ได้ เขาจะมีขอจุกจิก บางทีก็ขอน้ำมันเติมค่ารถ 1,000-2,000 บาท ขอจุกขอจิกเราก็จะถามเขาว่า เงินเดือนเธอไม่พอหรอ? เขาก็จะบอกว่า ไม่พอ ไม่พอจริง ๆ แพททำงานอยู่ที่บ้าน เปิดเป็นร้านเบเกอรี่ แล้วทีนี้หลังๆมา ด้วยความที่เขาคิดว่าอยากมาช่วยเรา เขาก็ลาออกจากงานประจำ แต่เอาจริงๆ ร้านหนูเปิด 10 โมง เที่ยงเขายังไม่ตื่นเลย ตอนนี้เขาออกจากงานได้ 2 ปีแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีรายได้ หลักๆก็มาจากหนูกับคุณพ่อของหนู เพราะหนูก็ไปคุยกับคุณพ่อ คุณพ่อก็เลยให้เขามาทำงานกับพ่อ เพราะพ่อเปิดร้านขายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ให้เขาไปเฝ้าร้านให้ แล้วพ่อก็ให้เงินเดือนกับเขาต่างหาก เขาก็ทำงานแต่ไม่ค่อยดี เหมือนที่เขาทำก็อาจจะเกรงใจพ่อหนูด้วย แต่พ่อจะชอบโทรมาบ่นว่า เขาชอบหนีไปเข้าห้องน้ำนาน ๆ ชอบไปสูบบุหรี่หลังร้านนาน ๆ พอไปทำงานกับคุณพ่อแล้ว เขาก็ยังมีปัญหาการเงินเหมือนเดิม ยังมาขอเงินหนูเหมือนเดิม แต่ไม่ได้เยอะเท่าเดิม คือก่อนหน้านี้หนูเคยแต่งงานมาแล้วครั้งนึง หนูมีลูกกับแฟนเก่า หนูก็เลยบอกเขาไปว่า เรามีลูกนะ การที่เราจะเอาใครสักคนเข้ามา ถ้าจะให้เรารับผิดชอบเธอด้วย รับผิดชอบลูกด้วยเราก็ไม่ไหว... แพทก็มีความรู้สึกอยากจะเลิกกับเขานะ แต่มันติดตรงที่เขาก็มีความดีของเขาอยู่ เขาไม่เคยนอกใจเรา แล้วเราสัมผัสได้ว่าเขาก็รักเรา เขาทำกับข้าวให้กิน ทำงานบ้านให้หนู เวลาที่หนูจะบอกเลิกเขา แล้วหันมองหน้าเขา มันก็เลยกลายเป็นสงสารเขา แต่มันก็ไม่ใช่ทุกวันที่เขาทำให้เรานะ ในสายตาเราก็นับว่าเขาเป็นคนขี้เกียจในระดับนึง แต่ในความรู้สึกก็ยังว่า...เหมือนเขาเป็นคนดีคนหนึ่งอยู่ เพราะไม่เคยโกหกเรา ไม่เคยไปเที่ยว หรือไม่เคยไปเมาเละเทะที่ไหน และหนูก็เคยบอกเขาให้ไปทำงานเพื่อหาเงิน แต่เขาก็ถามหนูกลับมาว่า จะให้เราไปทำอะไร? เขาก็ดูเหมือนจะรักลูกติดของหนูนะ อย่างเวลาไปเดินห้าง เขาก็จะบอก เห้ยเธอชุดนี้สวยจัง ซื้อแล้วก็ส่งไปให้ลูกไหม? ซึ่งลูกของหนูคุณแม่จะเป็นคนเลี้ยงให้อยู่ที่ต่างจังหวัด แต่เขาก็ไม่เคยถามเลยว่า เธอเดือนนี้ส่งเงินให้ลูกหรือยัง มีเงินพอส่งให้ลูกไหม? เขาไม่เคยถามแบบเป็นห่วง เป็นใย อย่างคำถามที่ว่า ลูกเป็นไงบ้าง ลูกเปิดเทอมหรือยัง ลูกปิดเรียนวันไหน เขาจะไม่เคยมีคำถามพวกนี้เลย เขาเคยเจอลูกของหนู ความสัมพันธ์ก็ปกติ เจอกันก็พาไปซื้อขนม อยากได้อะไรซื้อให้ ตอนนี้หนูกำลังอยากสร้างครอบครัว อยากได้คนที่แบบมาเป็นคู่คิด ซึ่งเขาเป็นคู่คิดให้หนูไม่ได้ เขาจะคอยต้านหนูตลอด สมมติถ้าบอกว่าอันนี้ได้นะ เขาก็จะแย้งขึ้นมาทันทีว่าอันนี้ไม่ได้ อย่างหนูเคยทำขนมออกมาชิ้นนึง คิดแล้วว่ามันต้องขายได้แหละ เขาก็จะสวนขึ้นมาทันทีเลยว่า มันขายไม่ได้หรอก ทั้ง ๆที่ยังไม่ได้ลองขายเลย แค่ทำออกมาชิมกัน มันก็เลยเหมือนเขามาบั่นทอน ปีแรกๆ เขาดีมาก คือทำงานตลอด OT ยันดึกดื่น เขาดูเป็นคนขยันมาก จนหนูรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เราฝากชีวิตได้แหละ ก็เลยตัดสินใจย้ายมาอยู่ด้วยกันกับเขา จุดเปลี่ยนเขา เอาจริงๆแพทก็ไม่รู้ เพราะแพทก็ไม่ทันตั้งตัวเหมือนกัน อยู่ดีดีเขาก็เปลี่ยนไปเลย แพทยังเคยคุยกับเขาเลยว่า แพทรู้สึกว่าตอนนี้เขาไม่เหมือนคนเดิมคนนั้นเลยนะ เขาก็บอกว่า เราก็เป็นของเราแบบนี้แหละ เธอไม่สังเกตเอง เขาไม่ได้ทำให้เราเสียใจ แต่เขาก็ไม่ได้ซัพพอร์ตความรู้สึกเราเหมือนกัน เขาเป็นคนไม่ทำอะไรผิดร้ายแรง แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรดีด้วย ทนมาประมาณ2ปี ตั้งแต่เขาลาออกจากงาน เลยอยากถามว่า แพทอยากเลิกค่ะ แต่ตัดความสงสารที่มีต่อเขาไม่ได้ ควรทำยังไงดี? งานนี้ในความคิดเห็นของผู้ชายอย่าง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จริงๆแล้วเคสอย่างคุณแพท น่าแปลกใจตรงมีประสบการณ์ความรักมาแล้ว พอเป็นความรักครั้งที่สอง การจะมีครอบครัวผมว่า ส่วนใหญ่มันจะทำให้เราตัดช้อยส์ง่ายขึ้น เมื่อตอนพ่อของลูกเลิกกันเพราะเขานอกใจ เขาไปมีผู้หญิงคนอื่น ทำให้คุณแพทมีปม พอคนนี้ไม่นอกใจเขาเลยได้คะแนนบวกเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นอันนี้เลยเป็นข้อเสียที่คุณแพทยังไม่เคยเจอ บวกกับข้อดีที่มันไปคลายปมของคุณแพทในความรักครั้งแรก เขาไม่มาซ้ำในแผลเดิม เราก็เลยรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้บวกมาก แต่จริงๆแล้วถ้าคุณแพทย์ยังรู้สึกสงสาร นั่นแปลว่าคุณแพทยังสงสารตัวเองไม่มากพอ เลยยังมีแรงไปสงสารเขาอยู่ ก็คงต้องทน ก็คือถ้าให้ผมบอกนะ ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ก็ต้องทน ทนจนกว่าคุณแพทจะเริ่มสงสารตัวเองและครอบครัว ถึงเวลานั้นคุณแพทจะรู้ว่าควรทำอย่างไร จริงๆมันควรเป็นวัยและเวลาที่เราไม่อยากเสียเวลาแล้ว เราเคยผ่านความรักครั้งแรกมา แล้วมันก็ล้มเหลว ความรักครั้งที่สองมันควรจะชัดเจนขึ้น อะไรที่ไม่ใช่ไปให้เร็ว ไม่มาอารัมภบทให้วุ่นวาย ไม่มาดราม่ากันแบบไร้สาระ ไม่ใช่ก็แยกย้าย มันควรจะเป็นอย่างนั้น นั่นแปลว่าความสงสาร คุณแพทยังชั่งน้ำหนักแล้วรู้สึกยังทนกับข้อเสียของเขาได้ และข้อดีของเขายังชนะอยู่ หรือมันเสมอกันแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมก็ว่าเหลือเวลาไม่นานที่ความอดทนครั้งนี้มันจะหมดลง มันอาจจะเป็นฝางเส้นสุดท้ายก็ได้ ผมว่าคุณแพทไม่ต้องกังวล ถ้าความรู้สึกนี้ค่อย ๆก่อตัว เดี๋ยววันนึงมันก็จะชัดเจน อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะมีวิธีจบเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน บางคนเตือนก่อน บางคนระเบิดบึ้มแล้วไปเลย คุณแพทเองก็เคยยื่นคำขาดมาหลายทีแล้ว แต่เขารู้ไหมว่าเขาอยู่ในสถานะที่ค่อนข้างวิกฤต แล้วก็คุณแพทมีทางเลือกที่จะเลิก ไปต่อกันที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘คุณแพท คือต้นหอมเวอร์ชั่นเก่า ที่ยังไม่ตรัสรู้ เพราะหอมเคยเป็น หอมเคยมีแฟนที่นอกใจ พอวันที่เรามีแฟนที่นอกใจ เราจะมีปมเลยหนึ่งอย่างว่า ครั้งหน้าขอแค่ข้อเดียว ขอคนที่ไม่นอกใจ พอแล้วเพราะว่ามันเจ็บกับสิ่งนี้มาก ขอคนที่ไม่นอกใจ แล้ววันนึงเจอผู้ชายที่ไม่นอกใจ แค่คำว่า ไม่นอกใจ เรากลายเป็นเราตกเป็นทาสคำนี้เลย ที่เหลือผู้ชายแม่งเห็นแก่ตัว ขี้เกียจ เอาเปรียบสารพัด แล้วอยู่ก็ไม่มีความสุข แต่เขาไม่นอกใจ คิดแบบนี้อยู่ จนไม่มีความสุข หรือเป็นที่ตัวเราเอง เราปรับเปลี่ยนตัวเองทุกอย่าง สุดท้ายคือ เราไม่ได้ต้องการแค่ไม่นอกใจ เรามีผู้ชายในแบบที่เราต้องการ และ ผู้ชายที่เราไม่ต้องการ ซึ่งเขามีสิ่งที่คุณแพทไม่ต้องการ เมื่อใครก็ตาม ที่ไปแตะสิ่งที่คุณแพทไม่ต้องการ แปลว่าคนนี้ไม่ใช่ คุณแพทกำลังอยู่กับจิ๊กซอว์ที่ไม่ใช่ ฉะนั้นวันนี้จะไปถามหาความสุขจากคนที่เขาไม่มีสิ่งนั้นให้คุณแพท คุณแพทก็จะอยู่ไม่มีความสุข คือเขาไม่ใช่ แล้วก็สิ่งที่คุณแพทบอก ลุกไปทำงานหรืออะไรก็ตาม เขาไม่ทำเพราะเขาไม่ใช่คนแบบนั้น เขาปรับเปลี่ยนไม่ได้ มันเป็นตัวเขาไปแล้ว แล้วคุณแพทก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทน แต่ในเมื่อมองหน้าเขา เห็นหน้าเขาแล้วสงสาร คุณแพทก็แค่ลองหันกระจก แล้วมองหน้าตัวเองดูบ้าง ฉันสงสารตัวเองอยู่หรือเปล่าทุกวันนี้ ที่ต้องทนอยู่กับคนแบบนี้ ถ้าแพทคิดว่าการเลิกกับเขามันยากที่สุด เดี๋ยวแพทจะทำใจไม่ได้ ไม่ใช่นะ หอมบอกเลยว่า ผู้ชายทรงแบบนี้ไล่ไม่ไป เพราะเขาอยู่สบายแล้ว อันนี้หนักกว่า ทำอย่าไงให้คนนี้ไปเถอะ ปัญหาใหญ่ที่สุดคือการทำอย่าไงให้เขาออกไปจากบ้าน อันนี้ยากมาก คนแบบนี้ไม่ออก และคนสุดท้ายของค่ำคืนนี้ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘งั้นพี่พูดในเชิงที่ว่า จะทำให้หนูเวลามาคิดแล้วสงสารเขาดีกว่านะ ว่าจะเอาความรู้สึกนี้ออกไปยังไงดีกว่าเนอะ พี่รู้สึกว่าอยากให้แพทถามตัวเองว่า ถ้าหนูจะมีคนรัก จะมีสามีหนูต้องการอะไรจากสถานะนี้ ต้องการคนที่เป็นผู้นำ ต้องการคนที่เป็นกำลังใจ ต้องการคนที่มีความรับผิดชอบทั้งตัวเขาเองและครอบครัว หรือหนูต้องการแค่แบบทำกับข้าว คนดูแลบ้าน คนที่ไม่นอกใจ ซึ่งถ้าต้องการแค่นี้ หนูจ้างแม่บ้านดีดีสักคนก็ได้เลยนะ แล้วทำแบบFULL-TIME ไม่แบบ 3วันดี 4วันไข้ด้วย แต่เรากอดแม่บ้านไม่ได้ แสดงว่าหนูต้องการที่พึ่งทางใจ ที่จะให้ความรัก การดูแล ความรับผิดชอบ ซึ่งแสดงว่าในตัวผู้ชายคนนี้ มันไม่มี แล้วหนูต้องหาคนอื่นมาทำหน้าที่แทนเขา สำหรับพี่ คือ ก้อนที่เขาทำได้ ตอนนี้ที่หนูบอก ทำกับข้าว ดูแลบ้าน ไม่นอกใจ ก้อนนี้มันหาคนมาทำแทนเขาได้เลย มันแล้วแต่ว่า คนรักที่หนูต้องการจะมี หนูอยากให้เขาเป็นอะไรสำหรับหนูในตอนนี้ เท่านั้นเอง เพราะว่าถ้าหนูสงสารเขาไป แต่เขาไม่หยุดเอาเงิน มันสงสารตัวเองดีกว่าไหม เพราะแพทไม่ใช่คนที่มีฐานะร่ำรวยถูกไหม ที่แบบอยากได้เท่าไหร่ เปย์ เปย์ ขอแค่อยู่กับฉัน ไม่นอกใจฉัน ไม่ใช่อะ หนูก็ทำมาหากิน เขาที่ตอนนี้อายุ 30 แล้วอยู่จะทำงานเลย อย่างที่พี่บอก ผู้ชายคนนี้ยังรับผิดชอบชีวิตตัวเองไม่ได้เลย แล้วเขาจะไปรับผิดชอบชีวิตใครได้ แล้วเขาไม่ใช่เด็กอายุ 15-16 ที่เหมือนกำลังเรียนรู้ชีวิตที่ต้องการอะไร ตอนนี้เขาอายุ 30 ที่มีหนูอยู่ข้าง ๆแล้ว ในฐานะสามีภรรยากัน ทุกครั้งถ้าจะสงสารเขา ลองคุยกับตัวเองว่าสิ่งที่เราเจอแบบนี้ถ้ามันต้องเจอไปอีก 5ปี 6ปี 7ปี ใครกันที่น่าสงสาร หนูตื่นมาทำขนม ตื่นมาทำมาหากินของหนู ในขณะที่เขานอนตื่นเที่ยง แล้วให้ไปทำงานไม่ทำ สำหรับพี่ตอนนี้นะ ถ้าพี่คิดไวๆ พี่จะบอกให้เขาไปทำงาน ถ้าเขาไม่ทำ พี่ก็บอกว่า งั้นเธอก็ไม่มีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับเงินแพทแล้วนะ แพทมีลูกต้องเลี้ยง แพทย์มีที่บ้านต้องดูแล เขาควรดูแลชีวิตตัวเองให้ได้ก่อนด้วยซ้ำในตอนนี้ ซึ่งถ้าทำไม่ได้ ก็ไม่ควรจะเก็บคนแบบนี้ไว้ในฐานะคนรักนะคะ หรือถ้าเขาบอกว่าเขาอยากอยู่ ก็มาเป็นคนงานที่บ้านไหมหละเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-