คลอดลูกได้ 2 เดือน ก็เจอปัญหาน้ำท่วมบ้าน ในวันที่เราต้องการสามีมากที่สุด ดันเป็นวันที่เขาแอบไปซื้อบริการทางเพศ!

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คลอดลูกได้ 2 เดือน ก็เจอปัญหาน้ำท่วมบ้าน ในวันที่เราต้องการสามีมากที่สุด ดันเป็นวันที่เขาแอบไปซื้อบริการทางเพศ!

09 ต.ค. 2026

คลอดลูกได้ 2 เดือน ก็เจอปัญหาน้ำท่วมบ้าน

ในวันที่เราต้องการสามีมากที่สุด

ดันเป็นวันที่เขาแอบไปซื้อบริการทางเพศ! 

         ‘คุณขม’ (นามสมมติ) สายแรก ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 ตุลาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่ตนนั้นจับได้ว่าสามีแอบไปซื้อกิน ที่เจ็บกว่านั้นคือมันเป็นวันที่เรากำลังลำบากและต้องการเขามากที่สุด

         ‘คุณขม’ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี เล่าว่า เธอเพิ่งคลอดลูกมาได้ประมาณ 2 เดือน แต่ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาก็จับได้ว่าสามีนั้นไปซื้อบริการทางเพศ โดยเธอเล่าว่าบ้านนั้นอยู่ในบริเวณที่ประสบภัยน้ำท่วมค่อนข้างหนัก ตั้งแต่ที่เธอคลอดลูกมาได้ 2 เดือน ในช่วงเดือนแรกแฟนยังคอยช่วยเลี้ยงดูลูก แต่เมื่อเข้าสู่เดือนถัดมา แฟนมีงานที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน ทว่าครั้งนี้กลับไปนานถึง 5 วัน หลังจากกลับมาอยู่บ้านได้เพียง 2 วัน เขาก็ต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดอีกครั้งเป็นเวลา 5 วัน ซึ่งในครั้งที่ 2 เขาเดินทางไปก่อนที่บริเวณบ้านของเธอจะเกิดน้ำท่วมสูง จนไม่สามารถออกจากบ้านได้

         กระทั่งวันที่แฟนกลับมาบ้าน ด้วยความรู้สึกตะหงิดใจ เธอจึงได้หยิบโทรศัพท์ของแฟนขึ้นมาเปิดดูและก็เจอกับข้อความที่เขาคุยกับผู้หญิงคนอื่น ในนั้นมีข้อความที่แฟนทักไปว่า ‘อยู่ที่นี่ไหม คิดถึง มาหาได้ไหม ขอเหมือนเดิม’ อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาเป็นเรทราคาต่าง ๆ และทั้งคู่ก็ตกลงกัน โดยแฟนยังส่งข้อความเร่งให้อีกฝ่ายมาหา พร้อมบอกว่า ‘รีบมานะ คิดถึง เดี๋ยวต้องกลับกรุงเทพฯ แล้ว’ ข้อความเหล่านั้นถูกส่งในช่วงเช้า ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่สถานการณ์น้ำท่วมบริเวณบ้านเริ่มรุนแรงขึ้น จนน้ำไหลเข้าตัวบ้าน ขณะนั้นเธอต้องอยู่กับลูกเพียงสองคน และในคืนเดียวกัน เธอก็ได้ส่งข้อความไปบอกสามีว่า ‘คืนนี้น่าจะไม่รอดนะ น้ำเข้าบ้านแน่ ๆ’ พร้อมเล่าว่าต้องขอความช่วยเหลือจากพี่ที่อยู่บ้านข้าง ๆ รวมถึงคุณตาและคุณยาย ให้มาช่วยขนกระสอบทรายมาวางกั้นน้ำ เพราะเธอไม่สามารถทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้

         แฟนของเธอก็ตอบกลับมาด้วยความเป็นห่วงเป็นใย พอเธอนำช่วงเวลาจากข้อความมาปะติดปะต่อกันก็พบว่าเขาส่งข้อความเป็นห่วงมาหาเธอหลังจากที่นัดซื้อขายบริการไปแล้ว และยังโทรศัพท์มาพูดคุยกับเธอตามปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยบอกว่า ‘เป็นห่วง เป็นไงบ้าง เดี๋ยวจะรีบกลับไปนะ’ เมื่อได้มาเห็นข้อความเหล่านี้ภายหลัง คุณขมจึงรู้สึกทั้งเสียใจและผิดหวัง เธออดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ทั้งที่แฟนก็รู้ว่าเธอกับลูกกำลังลำบากและต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมเพียงลำพัง ทำไมเขาจึงยังเลือกทำแบบนี้ โดยที่ไม่ได้นึกถึงความรู้สึกของเธอกับลูกเลย

         หลังจากคุณขมรับรู้เรื่องราวเหล่านั้น เธอก็มีอาการนิ่งจนแฟนจับสังเกตได้และคิดว่าเธออาจจะไปรู้อะไรบางอย่างมา เธอจึงพูดกับเขาว่า ‘จะทำอะไร นึกถึงเค้ากับลูกด้วยนะ เค้ากับลูกที่ผ่านมาก็ลำบากนะ เหนื่อยนะ ต้องการเธอนะ แต่เธอไม่อยู่ตรงนั้นเลย’ แต่เขากลับตอบว่า ‘เค้าก็อยู่ตรงนี้แล้วไง แล้วก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้ด้วย จะคิดมากทำไม’

         ตอนนี้เหตุการณ์ทั้งหมดถาโถมเข้ามาจนคุณขมยังไม่สามารถถามความจริงกับแฟนได้ตรง ๆ อีกทั้งเธอยังมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอดและต้องไปพบจิตแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้เธอพยายามประคับประคองตัวเองให้ผ่านแต่ละวันไปให้ได้ โดยมีลูกเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอยังคงเข้มแข็งและเดินหน้าต่อ

         เธอยังไม่ได้คิดถึงจุดที่ต้องแยกกันหรือจะต้องตัดสินใจอย่างไรกับเรื่องนี้ดี เธอจึงอยากถามดีเจว่าจะจัดการกับความรู้สึกตัวเองอย่างไร แล้วถ้าอยากจะพูด จะเริ่มต้นพูดกับเขาอย่างไรดี

         เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ที่กล่าวว่า "จริง ๆ มันควรคุยอยู่แล้วแหละ ทั้งคุณแม่ที่เพิ่งคลอด มันก็หนักหนาพออยู่แล้ว และยังเป็นซึมเศร้าหลังคลอดด้วย รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วม ผมเข้าใจคุณขมนะ แต่ไม่เห็นด้วยจริง ๆ ที่เก็บมันไว้ สภาพจิตใจเรา ความเข้มแข็งของเราแม้กระทั่งความใจหินของเรามันไม่ได้ขนาดนั้น ถ้าเราเก็บเรื่องนี้ไว้คนที่พังก็คือเรา  ในขณะที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย มันกลายเป็นว่าเราแบกหินก้อนมหึมาก้อนนี้ไว้คนเดียว ไปแบกไว้ทำไม เพราะฉะนั้นก็คุยกันเถอะครับ

         ส่วนจะคุยยังไง ผมว่ามันไม่ต้องมานั่งคิดหรอกว่าต้องเริ่มต้นด้วยประโยคอะไร สุดท้ายเราก็แค่ต้องบอกว่าเรารู้เรื่องนี้ แล้วเราจะเอายังไงต่อกับชีวิตคู่เรา เขาจะหยุดหรือเราจะปล่อย หรือถ้าเราไม่สามารถปล่อย เขาก็ต้องหยุดถ้าเราจะเก็บคำว่าครอบครัวไว้เหมือนเดิม แค่นี้ที่เราต้องคุยกัน"

         ต่อด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า "พี่ว่าวิธีการพูดไม่ได้สำคัญเท่าพูดแล้วเราจะทำยังไงกันต่อมากกว่า ประเด็นคือถ้าเขายอมรับแล้วจะยังไงต่อ ถ้าเขาบอกขอโทษขม ขมจะไปต่อได้ไหม พี่เป็นห่วงขมในมุมนี้ พี่เข้าใจขมนะคือเรื่องที่เขาไปซื้อบริการมันก็ผิด แต่มันไม่ได้เสียใจเท่าสิ่งที่เขาเลือกทำในวันนั้น ถ้าพี่เป็นขมพี่ก็คงแตกสลายมากเหมือนกัน มันระงับตัวเองไม่ได้เลยเหรอ ในวันที่บ้านน้ำท่วมแล้วเรากับลูกอยู่กัน 2 คน เธอก็รู้ว่าฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง แล้วยิ่งขมเป็น Baby Blue และยังเป็นซึมเศร้าอีก พี่รู้สึกว่ายังไงมันก็ต้องคุยกับเขาให้เข้าใจจริง ๆ

         สำหรับพี่คือตอนนนี้เขาให้ความสำคัญกับขมและลูกมากแค่ไหน มากพอที่เราจะไปต่อด้วยกันรึเปล่า ซึ่งมันก็อยู่ที่ขม ถ้าขมไม่เอาแล้ว ขมก็ต้องทำสิ่งที่ขมมีความสุขที่สุด ถ้าขมตัดสินใจแล้วว่าขมสามารถดูแลลูกได้ มีคุณตาคุณยายที่มาช่วยดูแล พี่ว่าถ้าทำในสิ่งที่ตัวเองสบายใจ พี่ก็ไม่ได้ค้านอะไรกับสิ่งที่ขมเลือกเลย ก็เอาที่ขมกับลูกจะมีความสุข"

         ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจต้นหอม’ ว่า "ถ้าขมไม่ป่วยก็อาจจะให้คำแนะนำว่าหรือจะลองให้โอกาสดู แต่พอขมป่วย แล้วผู้ชายดันต้องไปทำงานต่างจัดหวัดอีก มันยากจังเลยที่จะทำให้เราไว้ใจ มันยากมาก ๆ เห็นด้วยกับทุกคนเลยคือปัญหาครอบครัว ถ้ามันเกิดขึ้น มันต้องเรียกมาคุยกัน และก็บอกเขาไปเลยว่าเรารับทราบปัญหานี้แล้ว และฟังจากเขา แต่มันจะยากตอนที่เขาขอโอกาส ถ้าเขารู้สึกว่าที่ผ่านมาเขาผิดจริง ๆ เขาขอโทษและเขาจะไม่ทำอีกแล้ว มันจะยากตรงนี้ พี่หอมให้คำแนะนำว่า ตอนนี้ขมยังตัดสินใจไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก และขมก็ป่วยเป็นซึมเศร้าด้วย ถ้าเขาจะขอโอกาส ขมก็ลองดูในการใช้ชีวิตนะ แต่ถ้าขมไปไม่ไหว ก็อาจจะขอให้เรามีพื้นที่ส่วนตัวหรือแยกกันสักพักเพราะตอนนี้ขมรู้สึกอึดอัด แล้วเราค่อยมาดูกันว่าขมยังคิดถึงการเป็นพ่อหรือการเป็นสามีของเขาอยู่ไหม ยังคิดถึงการมีกันและกันไหม แล้วถ้าต่อให้สุดท้ายเราไปกันไม่ได้จริง ๆ หน้าที่พ่อกับหน้าที่แม่ก็ยังอยู่ เราจะไม่ปิดกั้นในการที่เขามาหาลูกหรือดูแลลูก เพราะพี่หอมเชื่อว่าเขาเองก็รักลูกเหมือนกัน ถ้าในพาร์ทของสามีภรรยามันไปต่อกันไม่ได้จริง ๆ การเป็นพ่อแม่ก็ยังสามารถตกลงกันได้ ให้พื้นที่เขาได้ดูแลในฐานะพ่อ ค่อย ๆ ทีละขั้น หรือถ้ายังพบแพทย์อยู่ก็ลองนำเรื่องนี้ไปปรึกษาแพทย์ดู เผื่อเขาจะช่วยให้คำแนะนำ"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ไม่คิดว่าจะเป็นลุงตัวเอง ! ทำยังไงดีลุงหนูชอบทำตัวเป็น มนุษย์ลุง ด่าคนไปทั่ว พูดจาไม่ดี เคยไปร้านอาหาร นั่งหน้าพัดลม สั่งน้ำมูกกระเด็นติดคนด้านหลัง พอเขาเดินมาเตือน ก็ด่ากราดเขาอีก กลัวว่าสักวันเขาจะเจอคนจริงเข้า หนูควรเตือนหรือปล่อยไปเลย

31 พ.ค. 2024

ไม่คิดว่าจะเป็นลุงตัวเอง ! ทำยังไงดีลุงหนูชอบทำตัวเป็น มนุษย์ลุง ด่าคนไปทั่ว พูดจาไม่ดี เคยไปร้านอาหาร นั่งหน้าพัดลม สั่งน้ำมูกกระเด็นติดคนด้านหลัง พอเขาเดินมาเตือน ก็ด่ากราดเขาอีก กลัวว่าสักวันเขาจะเจอคนจริงเข้า หนูควรเตือนหรือปล่อยไปเลย

“คุณบิว (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 พ.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจเผือก’ เกี่ยวกับปัญหาอยากตักเตือนมนุษย์ลุง โดย “คุณบิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีลุงคนหนึ่ง เป็นคนที่อารมณ์ร้อน บางครั้งการพูดของแกก็จะดูเป็นการบูลลี่คนอื่น แต่หนูก็ไม่รู้ว่าแกจะรู้ตัวหรือไม่ จนมีเหตุการณ์นึงที่หนูรู้สึกว่ามันหนักแล้ว เหตุการณ์ก็คือ เมื่อประมาณ 10 วันที่แล้วหนูไปงานแต่ง ซึ่งมีแม่ หนู และลุงอายุ 67 ปี ในงานจะนั่งโต๊ะจีน โต๊ะละ 10 คน สักพักนึงก็จะมีผู้หญิงอายุประมาณ 60 กว่าๆ มาขอนั่งแชร์โต๊ะด้วย นั่งข้างหนู หลังจากนั้นก็มีคนมานั่งเรื่อยๆจนครบ 10 คน และพิธีการก็เริ่มไป งานเลี้ยงตอนนั้นเป็นเวลาเที่ยงตรง ก็จะมีคนที่พ่อแม่ของบ่าวสาว ให้เกียรติขึ้นไปอวยพร ซึ่งก็เป็นผู้ใหญ่ที่เคารพ พออวยพรเสร็จ ปกติงานอื่นๆมีมอบของที่ระลึก แม่ก็เลยถามว่า เอ๊ะ งานนี้เขาไม่มอบหรอ เพราะว่าพอพูดเสร็จก็เชิญลงไปพักผ่อนเลย หนูก็เลยแบบ เขาคงลืมแหล่ะแม่ แล้วลุงหนูอยู่ๆก็พูดขึ้นมา เขาเชิญมาก็บุญแล้ว ที่เขายังให้ความสำคัญอยู่ หนูก็อึ้งมากเลย เพราะว่าแกพูดต่อหน้าคนบนโต๊ะ 10 คน ซึ่งหนูนั่งห่างกับแกที่มีแม่นั่งขั้นกลาง ยังได้ยินชัด แล้วหนูคิดว่าคนอื่นที่เป็นแขกในงานเขาก็ต้องรู้จัก ไม่พ่อก็แม่ของบ่าวสาว หนูก็แบบ อึ้งว่าแกพูดไปได้ยังไง แกก็ดูเหมือนไม่สลด หนูก็เลยหันไปบอกแม่ แม่ก็บอกลุงว่า พี่อย่าพูดแบบนั้น แล้วก็นั่งไปจนจบงาน หลังจากนั้นป้าคนที่นั่งข้างหนูเขาก็บอกว่า เดี๋ยวขอตัวก่อนนะคะ พอดีสามีโทรตามไปอีกงานแล้ว แล้วเขาก็เอียงตัวมาหาหนูพุูดเบาๆว่า สามีพี่คือคนที่ขึ้นไปอวยพรเมื่อตะกี้ แต่เขาจงใจพูดให้หนูได้ยิน คือหนูก็แบบ ทำยังไงดีนะ แล้วหนูก็เก็บเรื่องนี้จนถึงบ้าน แล้วอยู่ๆแม่ก็พูดกับลุงขึ้นมาว่า วันนี้พี่ไม่ควรพูดแบบนั้นเลย เพราะคนที่นั่งในโต๊ะเราก็ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง แล้วลุงก็พูดเสียงดังด้วย หนูก็เลยเล่าประโยคที่ผู้หญิงคนนี้พูดกับหนูให้แม่ฟัง แล้วแม่ก็แบบ โอ๊ะ ตายละ และก็ยังมีเหตุการณ์พีคๆอีก วันนั้นหนูไปทานก๋วยเตี๋ยว หนูนั่งฝั่งเดียวกับแม่ ลุงแกนั่งตรงข้าม แล้วทีนี้พัดลมเป่าจากข้างหลังหนู แล้วเป่าไปก็ต้องผ่านแก แล้วแกมีอาการไอและเป็นหวัด ปกติเราก็ต้องเอาทิชชู่มาปิดตอนไอหรือเป็นหวัด แต่แกดันไอแล้วสั่งน้ำมูกไป แล้วลมมันก็พัดพอดี ไปโดนคนข้างหลัง แล้วคนข้างหลังก็เหมือนบ่นอะไรไม่รู้ แต่ประมาณว่า คุณสั่งน้ำมูกแล้วมันกระเด็นมาโดนฉัน แกเลยหันไปเหมือนจะหาเรื่อง ทำให้หนูอดกินก๋วยเตี๋ยวร้านนั้นไปครึ่งปี พอชวนลุงไปลุงก็บอกว่าไม่ไป ไม่อร่อย ไม่อยากกินร้านนี้ ไม่กล้าไปกินเลย หลังจากนั้นหนูก็มาคุยกับแม่ว่า ถ้าเราจะปล่อยลุงเป็นอย่างงี้ แล้วไม่รู้ว่าแกรู้ตัวมั้ยว่าการพูดเเบบนี้ทำให้คนที่อยู่ด้วยอึ้ง และคนที่ไม่รู้จักก็มองลุงไม่ดี แล้วถ้าวันนึงเจอคนที่เอาจริง เอาเรื่องมาจะทำยังไง หนูเลยบอกแม่ว่า หรือเราควรสะกิดเวลาที่ลุงมีพฤติกรรมแบบนี้ แม่หนูบอกว่า อย่าเลย แกดึงดัน เถียงไปก็ไม่ชนะหรอกลูก ก่อนหน้านี้เขาก็เป็น แต่เป็นน้อยกว่านี้ ภรรยาเขาก็มองเวลาเขาพูดแบบนี้ แต่ก็ตามๆ คือหนูอยากรู้ว่า หนูควรพูดเตือนใน ณ ขณะนั้นดี หรือว่า อยู่ๆไปพูดกับลุงทีหลัง มันจะแปลกๆมั้ยคะ’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่ พี่ไม่พูด เพราะว่าพี่ไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยน และพี่ก็ไม่คิดว่า เขาจะมาเห็นความสำคัญของพี่ ที่เขาจะเปลี่ยนอะไร ถ้าเป็นแม่พี่ พี่จะพูด แต่นี่เป็นลุงพี่ไม่พูด พูดไปพี่คิดว้าเขาไม่เปลี่ยนนะถ้าทำมาขนาดนี้ ถามว่าเขารู้ตัวมั้ย พี่ว่าเขารู้แหล่ะ แต่เขาก็คือ ก็รู้แล้ว กูก็จะทำ จนกว่าเขาจะเจอของแข็ง เขา 67 ปี แล้ว ถ้าวันไหนเขาเจอของแข็ง มันก็จะเป็นบทเรียนของเขา ก็เพราะลุงทำตัวแบบนี้ไง เขาไม่ใช่คนไม่มีสติ กินเหล้าเมา หรืออะไรอย่างงี้ เขาพูด เขารู้ เขามีสติทุกอย่าง เพียงแต่มันเป็นนิสัยของเขาที่เขาปากไวแบบนั้น คนที่จะเตือนเขาก็คือเมีย และลูกเขา หรือไม่ก็แม่บิว สำหรับพี่คิดนะ บิวไม่จำเป็นต้องพูด นอกจากสมมติอย่างเรื่องก๋วยเตี๋ยว พี่คิดว่าบิวไม่ต้องไปยอมไม่ไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านนั้นนะ ถ้าจะไป แล้วทำไมลุงต้องมาห้ามไม่ให้หนูไปกินละ แล้วถ้าแกบอกว่า ”ก็วันนั้นลุงไปทะเลาะกับเขา“ เราก็บอกไปเลย ก็ลุงไปสั่งขี้มูกโดนเขา ลุงควรที่จะขอโทษเขาสิ แบบนี้ มันจะได้มีเรื่องที่ทำให้พูด แต่พี่จะไม่อยู่ๆไปพูดว่าแบบ ”ลุง หนูว่าลุงเป็นคนพูดไม่คิด“ พี่ว่าจังหวะมันไม่ได้ มันงงอะ และคิดว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ เขาไม่แก้ไข’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่คิดว่าพูดแล้ว จะมีผลดีขึ้นมา ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนอะไรเขาได้ ยิ่งอายุเยอะจะยิ่งหนักขึ้นด้วย ถ้าอยากจะพูดจริงๆ ลองได้ แต่พี่ค่อนข้างอยากจะการันตีแทบจะ 100% ว่าจะไม่มีอะไรดีขึ้น ถ้าอยากพูด พูดหลังจากเหตุการณ์นั้นได้ แต่ไม่ใช่สดๆร้อนๆ รอออกมาจากร้านก๋วยเตี๋ยวก่อน ขึ้นรถแล้วพูดว่า พูดแบบนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวทัวร์ลงนะ เอาเป็นว่าคนรุ่นเราจะเปลี่ยนตัวเองยังยากเลย ขนาดเรารู้ว่าสังคมมันเป็นยังไง บางทีข้อเสียของเราก็ยังเปลี่ยนกันยากเลย นี่เขาอยู่มาจะ 70 ปี นิสัยมันคงฝังลึกไปแล้วแหล่ะ ยิ่งอายุเยอะมันจะคิดน้อย พูดมาก อย่าไปอยู่กับเขามาก เวลาเสียมันไม่ได้เสียที่เขาคนเดียว มันเสียทั้งตระกูล เสียทั้งกลุ่ม’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็อย่างที่รู้เเหล่ะ ไม้แก่ดัดยาก แต่มันต้องพูดนะ บอกเขาว่า เอาวัน เดือน ปีเกิดของลุงไปดูมาละ ชาติที่แล้วลุงฆ่าเป็นอย่างทรมานเพื่อเอาปากเป็นมากิน ชาตินี้ปากลุงเลยไม่ดี ฉะนั้น เมื่อไหร่ลุงอยากเจริญ ลุงต้องพูดดีๆ แล้วไปหาลิปมันสาลิกาที่หมอดูเขาลงมาทาปากบอกเขาไปว่า ถ้าทาปากแล้วให้พูดแต่สิ่งดีๆ แล้วสิ่งดีๆจะเข้ามาหาตัวลุง บางทีเรื่องไสยศาสตร์ อาจจะช่วยได้ และไปไหนมาไหนกับเขาน้อยลง ให้เขารู่ว่าเขาไม่น่าคบหา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คุณแม่โทรปรึกษา 3 ดีเจ มีลูกสาวอายุ 11 ขวบ เขาเป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเรียน บางวันทำการบ้าน อ่านหนังสือถึงตี 1 – 2 รู้สึกว่าเขาจะมีภาวะเครียดสะสม ไม่มีความสุขเวลาไปโรงเรียน พาเขาย้ายโรงเรียนแล้วก็ยังเครียดเหมือนเดิม

22 พ.ย. 2023

คุณแม่โทรปรึกษา 3 ดีเจ มีลูกสาวอายุ 11 ขวบ เขาเป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเรียน บางวันทำการบ้าน อ่านหนังสือถึงตี 1 – 2 รู้สึกว่าเขาจะมีภาวะเครียดสะสม ไม่มีความสุขเวลาไปโรงเรียน พาเขาย้ายโรงเรียนแล้วก็ยังเครียดเหมือนเดิม

คุณแม่โทรปรึกษา 3 ดีเจ มีลูกสาวอายุ 11 ขวบเขาเป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเรียนบางวันทำการบ้าน อ่านหนังสือถึงตี 1 – 2 รู้สึกว่าเขาจะมีภาวะเครียดสะสมไม่มีความสุขเวลาไปโรงเรียน พาเขาย้ายโรงเรียนแล้วก็ยังเครียดเหมือนเดิมตอนนี้แม่รู้สึกกังวลและเป็นห่วงมาก ควรพาลูกสาวไปพบจิตแพทย์ดีไหม? “คุณแม่เหมียว (นามสมมติ)” อายุ 48 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องของลูกสาวอายุ 11 ขวบ รู้สึกกังวลและเป็นห่วง เพราะเขาเครียดเกินวัย โดยสายนี้ “คุณแม่เหมียว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ลูกสาวค่อนข้างมีภาวะเครียดสะสม ไม่มีความสุขเลยเวลาที่ลูกสาวอยู่ในโรงเรียน ต้องบอกว่าลูกสาวส่วนตัวเป็นคน Perfectionist มาก ทำอะไรก็ต้องดีทุกอย่าง เขาเป็นคนที่ลายมือสวย ระบายสีสวย แม้กระทั่งการเรียนก็ต้องดีที่สุด เขาจะสร้างบรรทัดฐานของตัวเองให้เป็นคนที่ดีมาตลอด จนทำให้เขาเริ่มมีความเครียดสะสม พอลูกสาวเราขึ้น ป.5 การเรียนของเขาก็เริ่มเข้มข้นขึ้น ครูที่สอนก็ไม่ได้ใจดีเหมือนเมื่อก่อน จะมีดุบ้าง ด่าบ้าง แต่ไม่ได้ดุหรือด่าลูกสาวเราคนเดียว หมายถึงว่าเขาก็พูดถึงโดยรวม แต่ลูกสาวเราก็จะเก็บมาคิดมาก เวลามีการบ้านเขาก็จะนั่งทำจนดึกดื่น ยิ่งช่วงสอบเขาจะนั่งติวหรืออ่านหนังสือดึกมาก บางทีอ่านไม่เข้าใจ เขาก็จะร้องไห้ หรือให้เราปลุกเขาตั้งแต่ตี 5 เรารู้สึกว่ามันเครียดเกินกว่าที่เด็กวัยนี้ควรจะเป็น ซึ่งเขาก็เป็นคนที่มีภาวะเครียดมาหลายปีอยู่แล้ว เคยมีเหตุการณ์หนึ่ง สมัยที่ลูกสาวเราเรียนอยู่ที่โรงเรียนเก่า เขามีภาวะเครียดเกี่ยวกับครูผู้สอน แม่ก็แก้ปัญหา โดยการพาเขาย้ายโรงเรียนไป ซึ่งเราก็มีการคุยกับครูไว้ว่าให้ดูแลเขาเป็นพิเศษ ตอนที่ลูกสาวขึ้น ป.5 คุณครูที่สอนแต่ละวิชาก็มีหลากหลายขึ้น แม่ก็เข้าใจ เพราะว่าแม่ก็อยากให้เขาเจอกับสังคมที่มันหลากหลายอยู่เหมือนกัน เพราะโตไปเขาก็ต้องเจออะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่เหมือนว่าลูกสาวยังคงเครียดอยู่เหมือนเดิม วันนี้เลยอยากปรึกษาว่า แม่ควรพาลูกสาวไปพบจิตแพทย์ไหม? เพราะว่าคุยกับหลาย ๆ บอกเราคิดไปเอง บางคนก็บอกว่ามันคือธรรมชาติของเด็ก ดีแล้วที่ลูกสาวเรามีความขยันมุ่งมั่นดี แต่เราก็รู้สึกว่ามันหนักเกินไปอยู่ดี หรืออีกอย่างที่อยากสอบถามคือ เราเองหรือเปล่าที่ต้องไปพบจิตแพทย์เอง เพราะรู้สึกว่าเราจะห่วงลูกมากเกินไป ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” มีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ว่า ‘สำหรับพวกเรา สิ่งที่เกิดกับลูกเป็นสิ่งที่ต้องคิดมาก ต้องใส่ใจอยู่แล้ว มันต้องคอยสังเกต สิ่งแบบนี้มันเป็นอะไรที่น่ากังวลมาก อะไรที่มันแพ้ไม่ได้ ยอมรับความผิดหวังไม่ได้ เราควรที่จะพาเขาไปพบจิตแพทย์เลยตอนนี้ เพราะว่าเด็กวัยนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้ว ตอนนี้เรายังควบคุมเขาได้ ควรที่จะพาเขาไปให้เร็วที่สุด มันเครียดเกินไป เหมือนว่าเขาไม่ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กเลย ได้วิ่งเล่นหมือนเด็กคนอื่น ๆ เลย ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าตัวเองเลี้ยงลูกแล้วมันเครียด มันมีปัญหา ก็ไปพบจิตแพทย์ได้ เพราะเขาจะบอกเลยว่าคุณแม่ควรที่จะทำตัวยังไงเพราะว่าเราเป็น Effect สำหรับเขาอยู่แล้ว มันต้องเริ่มที่คุณแม่ เดี๋ยวลูกก็จะปรับไปตามนั้น การมีลูกเราคิดน้อยไม่ได้ มันควรมีความบาลานซ์กัน ในระหว่างรอที่จะไปพบแพทย์ เราก็หาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกในเน็ตดูก่อน มันจะมีข้อมูลมากมาย ทั้งเทคนิคต่าง ๆ หรือคลิปวิดีโอที่มันจะพอเป็นแนวทางสำหรับคุณแม่ได้ หรือหากิจกรรมระหว่างครอบครัวให้เขารู้สึกได้ผ่อนคลาย รวมถึงการศึกษาที่มันเข้มข้นมากเกินไปอาจจะยังไม่เหมาะ ถ้ามันจะทำให้เด็กคนนึงต้องมีภาวะเครียดขนาดนี้ โรงเรียนทางเลือกอาจจะเป็นทางเลือกอีกอย่างหนึ่งก็ได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน เขาเข้ารับการรักษามาตลอด เจ็บทั้งร่างกายและเสียกำลังใจ อยากให้แฟนมีกำลังใจมากขึ้นกว่านี้ และอยากขอบคุณผู้ที่บริจาคไขกระดูกให้ด้วย

15 พ.ค. 2026

แฟนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน เขาเข้ารับการรักษามาตลอด เจ็บทั้งร่างกายและเสียกำลังใจ อยากให้แฟนมีกำลังใจมากขึ้นกว่านี้ และอยากขอบคุณผู้ที่บริจาคไขกระดูกให้ด้วย

แฟนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันเขาเข้ารับการรักษามาตลอด เจ็บทั้งร่างกายและเสียกำลังใจอยากให้แฟนมีกำลังใจมากขึ้นกว่านี้และอยากขอบคุณผู้ที่บริจาคไขกระดูกให้ด้วย ‘คุณเมล่อน (นามสมมุติ)’ สายแรกในรายการ 'พุธทอล์คพุธโทร' เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอกำลังใจจาก ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ และ ‘ชาวพุธโทรเรี่ยน’ เนื่องจากแฟนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งเขารักษามาหลายครั้งแล้ว ทำให้เจ็บปวดทั้งร่างกายและยังรู้สึกหมดกำลังใจในการรักษาต่อ ‘คุณเมล่อน (นามสมมุติ)’ อายุ 31 ปี ได้เล่าว่า “แฟนป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันและดื้อยา ตรวจเจอตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ได้รับการรักษาคีโมมาเรื่อย ๆ โดยแนวทางของคุณหมอคือปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด และมีโอกาสหายมากถึง 60:40 ซึ่ง 60% คือโอกาสที่จะหาย ในตอนนี้เข้ารับการปลูกถ่ายมาทั้งหมด 4 รอบแล้ว แต่การเข้ารับการปลูกถ่ายไขกระดูกที่กำลังจะถึงมีแนวโน้มที่ไม่ดี เพราะผลเชื้อมะเร็งเหมือนจะกลับมาใหม่อีกครั้ง และถ้าผลเชื้อกลับมาก็ต้องเลื่อนการปลูกถ่ายไขกระดูกออกไป นั่นทำให้แฟนเริ่มท้อ และไม่อยากจะไปต่อแล้ว” ดังนั้นที่คุณเมล่อนโทรมาในวันนี้ก็เพราะอยากขอกำลังใจไปให้แฟน เริ่มด้วยคำพูดให้กำลังใจของ ‘ดีเจต้นหอม’ ว่า “ไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีการอะไรก็ขอให้ตอบสนองและเป็นไปได้ด้วยดี ถ้าจิตใจแข็งแรงมันก็จะพาให้ร่างกายเราแข็งแรงไปด้วย เป็นกำลังใจให้สุดตัว” ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้กำลังใจว่า “โรคนี้อยู่ได้ด้วยกำลังใจของผู้ป่วยและทุกคนรอบตัว ปาฏิหารย์จะเกิดขึ้นได้เสมอถ้าหากจิตใจของเรายังสู้ ในตอนนี้แฟนยังได้รับการรักษาที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ยิ่งถ้าคนรอบตัวให้กำลังใจ มีเมล่อนให้กำลังใจ รวมถึงพวเราดีเจ 3 คน และชาวพุธโทรเรี่ยนทุกคน สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นแรงใจให้เสมอ จากการที่ฟังคนรอบข้างเล่ามามันก็เจ็บปวดทรมาน แต่จิตเป็นกาย นายเป็นบ่าว ถ้าจิตใจเราไม่แพ้หรือยอมแพ้ไปก่อน ก็จะมีวันที่เราหายดี สู้ ๆ ส่งกำลังใจให้นะคะ ขอให้การรักษาเป็นไปอย่างดีที่สุดค่ะ” นอกจากนี้ ‘ดีเจต้นหอม’ ก็ได้อ่านคอมเมนต์ในช่องไลฟ์สดเพิ่มเติมว่า “มีคอมเมนต์จากพุธโทรเรี่ยนบอกว่า 'เราเป็นคุณหมอที่เห็นมาทุกรูปแบบ ถึงมันจะยากแต่ใช่ว่าจะไม่มีทางออก เป็นกำลังใจให้คนป่วยและคนที่อยู่ข้าง ๆ ผู้ป่วยนะ' ตอนนี้ชาวพุธโทรเรี่ยนส่งกำลังใจกันมามากมายเลย หอมเชื่อว่ากำลังใจจากคนแปลกหน้า ณ เวลานี้มีค่ามากเลย” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก’ ให้กำลังใจว่า “พยายามสู้และมีกำลังใจเอาไว้ ถึงแม้ว่าฟังดูแล้วมันอาจจจะดูจับต้องไม่ได้ แต่กับโรคนี้มันมีผลมาก ๆ ถ้าหากเราคิดดี ทำดี มันก็จะส่งผลต่อสมองของเรา และการที่เราเจอเรื่องยากลำบากแบบนี้มันก็จะทำให้เราเห็นค่าของปัจจุบัน ถ้าคุณเมล่อนและแฟนผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันได้มันก็เป็นการพิสูจน์ เรื่องนี้อาจถูกส่งมาเพื่อทดสอบทั้ง 2 คน เปอร์เซ็นต์ที่คุณหมอบอกมันอาจจะมีอยู่น้อย แต่ถ้ามันยังมีอยู่ ก็แปลว่ายังมีโอกาส และขอให้ 60% มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเรายังสู้และคิดว่าจะชนะ มันจะต้องมีวันที่เพิ่มขึ้น และต้องมีวันนั้น เป็นกำลังใจให้มาก ๆ เลยครับ แล้วก็ขอบคุณคุณเมล่อนมาก ๆ ที่เลือกรายการของเราในการสร้างกำลังใจในครั้งนี้” ในวันพรุ่งนี้ (14 พฤษภาคม 2569) แฟนของคุณเมล่อนจะต้องเข้ารับการเจาะไขกระดูกสันหลังเพื่อตรวจเชื้อมะเร็งอีกครั้ง คุณเมล่อนจึงอยากโทรเข้ามาเพื่อขอกำลังใจให้แฟน เพราะส่วนตัวนั้นก็เป็นชาวพุธโทรเรี่ยนอยู่แล้ว และอยากจะขอบคุณผู้บริจาคที่ได้บริจาคไขกระดูก เนื่องจากแฟนเป็นลูกคนเดียว จึงไม่มีญาติพี่น้องที่จะสามารถบริจาคไขกระดูกที่เข้ากันได้ คุณเมล่อนกล่าว่า "ขอบคุณผู้บริจาคจริง ๆ ค่ะ ที่เลือกที่จะบริจาคไขกระดูกให้กับใครสักคนหนึ่ง มันเป็นการต่อชีวิตให้กับคนคนหนึ่ง ขอบคุณจริง ๆ" นอกจากนี้ คุณเมล่อนยังได้แชร์ความรู้เกี่ยวกับการบริจาคไขกระดูกเพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วย คุณเมล่อนกล่าวว่า "ขั้นตอนการบริจาคจะต้องเจาะช่วงหลอดเลือดดำใต้คอ โดยทุกคนสามารถบริจาคได้ แล้วข้อมูลนั้นจะถูกเก็บไว้ในสภากาชาด ถ้าเจอว่าผู้บริจาคและผู้รับบริจาคเข้ากันได้ ก็จะได้รับการติดต่อไป และเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ต่อไป สุดท้ายนี้ ทางรายการพุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้กับแฟนคุณเมล่อนและคุณเมล่อน ให้ต่อสู้กับเรื่องราวที่กำลังเผชิญอยู่ ขอให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเจอผู้ชายคนนึงที่ร้านเหล้า เค้าเข้ามาจีบ หลังจากนั้นก็นัดมีอะไรกันมาเรื่อยๆ ผ่านมาหลายเดือน เค้ามาบอกว่า เค้ามีแฟนแล้ว แฟนตัวจริงเขาจะกลับมาจากเมืองนอกเดือนหน้า ถ้าแฟนเขากลับมาเขาก็จะสร้างบ้านอยู่กับแฟนเค้า

22 ส.ค. 2024

หนูเจอผู้ชายคนนึงที่ร้านเหล้า เค้าเข้ามาจีบ หลังจากนั้นก็นัดมีอะไรกันมาเรื่อยๆ ผ่านมาหลายเดือน เค้ามาบอกว่า เค้ามีแฟนแล้ว แฟนตัวจริงเขาจะกลับมาจากเมืองนอกเดือนหน้า ถ้าแฟนเขากลับมาเขาก็จะสร้างบ้านอยู่กับแฟนเค้า

หนูเจอผู้ชายคนนึงที่ร้านเหล้า เค้าเข้ามาจีบ หลังจากนั้นก็นัดมีอะไรกันมาเรื่อยๆผ่านมาหลายเดือน เค้ามาบอกว่า เค้ามีแฟนแล้ว แฟนตัวจริงเขาจะกลับมาจากเมืองนอกเดือนหน้าถ้าแฟนเขากลับมาเขาก็จะสร้างบ้านอยู่กับแฟนเค้าแล้วความสัมพันธ์ของหนูกับเขาล่ะ จะทำยังไงต่อไปดี? “คุณเนย (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 ส.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับเรื่องกลายเป็นมือที่สามโดยไม่รู้ตัว โดย “คุณเนย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับผู้ชายคนนึง อายุ 30 ปี คบกันมาได้ 4 เดือน หนูเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืนเป็น One night มาเรื่อย ๆ เเต่จะไม่หลงรักใคร คืนนั้นหนูไปกับเพื่อน เขาเป็นคนเข้ามาหาหนูก่อนเเล้วถามว่า “หนูไม่มีแฟนหรอ?” หนูก็บอกว่า “ไม่มี” เเล้วเราก็เเลกคอนเเทคเเละเราก็นัดกัน คืนนั้นก็จบไป หนูก็คิดว่ามันจะจบเเค่คืนนั้น เเต่ไป ๆ มา ๆ เขาก็มีการโทรหา มีการทักหาว่า “มาเจอกันมั้ย?” หนูเจอเขาบ่อยมากเพราะเขาทำงานอยู่ที่ร้านนั้น เเล้วหนูก็จะเที่ยวเเต่ร้านนี้ เป็นร้านประจำเลยของหนูเลย หลังจากนั้นก็ได้พัฒนาความสัมพันธ์เป็นแฟนกัน จนมาซักพักหนึ่ง เขาก็เพิ่งมาบอกว่า “เขามีแฟนแล้วนะ!” เเต่เขาไม่ได้อยู่กับแฟน เเฟนไปทำงานต่างประเทศได้ประมาณเดือนกว่า ๆ เเล้ว กว่าจะกลับก็สิ้นปี ซึ่งตัวหนูเองก็เลยรู้สึกว่าหรือเราจะถอยดีเพราะตอนนี้ยังไม่ได้รู้สึกอะไรขนาดนั้น เเต่ถ้าถามว่ารู้สึกมั้ย ก็รู้สึกแหละ เพราะไปไหนด้วยกันบ่อย ได้ใช้ชีวิตด้วยกัน อยู่ด้วยกันทั้งวัน พอแยกกัน เขาก็เป็นคน Facetime มาคุยกัน มีอยู่ครั้งหนึ่งเราเคยลองไม่ไปด้วยกัน ลองต่างคนต่างไปหาคนอื่นดูบ้าง เเต่ตัวหนูเองทำไม่ได้ รู้สึกว่าเหมือนมันต้องไปกับเขา ส่วนเขาไปมาเเล้วรู้สึกผิดกับหนูมากเลย ทำแล้วนึกถึงเเต่หน้าหนู ซึ่งตอนนั้นหนูก็โกรธนะ หนูรู้สึกว่า “เอ้า ก็แกไปทำกับเขามาเเล้วนะ ละทำไมแกยังมาบอกว่าคิดถึงเเต่หน้าชั้น” มันย้อนแย้งหนูก็เลยมองว่าเราถอยออกมาดีกว่า ความรู้สึกของเรามันจะได้ไม่ถลำลึกลงไปมากกว่านี้ จนวันนั้นเขาเป็นคนบอกหนูเองว่าเขารู้สึกกับหนูยังไง ชอบหนูเเค่ไหน เวลาไปเจอเพื่อนเขาก็จะบอกว่า “แฟนใหม่กูนะ แฟนใหม่กูเอง” ซึ่งตัวหนูเองอะไม่ได้พูดอะไรออกไป หนูอึดอัดมากพูดอะไรออกไปไม่ได้เลย วันนั้นเขาพูดกับหนูประโยคนึงว่า “อย่าเพิ่งโทรมานะ พี่ขอคุยกับแฟนพี่ก่อน” หรือในช่วงกลางวันเขาก็จะเเบบว่า “เดี๋ยวขอคุยกับแฟนก่อนนะ หนูไปนอนรอพี่ที่ห้องก่อนนะ ซักตี 2 พี่ไปหา” คือหนูมองว่าถ้าเขาจะให้หนูรับรู้เเล้ว เขาควรที่เลี่ยงใช้คำอื่นก็ได้มั้งว่าไปทำธุระหรือทำอะไรก็ได้ โกหกเราหน่อยก็ยังดี ความรู้สึกหนูตอนนั้นคือมันพังมากเลย ทำไมมันต้องอยู่จุด ๆ นี้ด้วยที่เเบบว่าเขามีแฟนอยู่เเล้ว รู้อยู่เเล้วเเต่ออกมาไม่ได้ถ้าออกมาก็เจ็บ เขาเคยถามหนูว่า “ถ้าพี่เลิกกับแฟนพี่อ่ะ เราจะมาคบกับพี่มั้ย?” เเต่ตอนนั้นตัวหนูเองมองว่าหนูคงไม่คบ หนูคงไม่เอาเพราะว่าเขายังทำเเบบนี้กับแฟนได้เลย ถ้ามาคบกับหนู หนูต้องระเเวงขนาดไหน ตอนนี้แฟนเขากำลังจะกลับมาจากต่างประเทศเเล้วเดือนหน้า เเล้วเขาก็กำลังจะซื้อบ้านหลังใหม่ด้วยกัน ซึ่งหนูก็เลยรู้สึกว่าต้องทำยังไงต่อ เเล้วเขาก็บอกกับหนูว่า “ถ้าแฟนพี่กลับมา เราไปคุยกันในแอปอื่นได้มั้ย ในไลน์คุยไม่ได้เเล้ว เพราะถ้าคุยกันเเล้วแฟนไปเปิดคอมมันก็จะขึ้น” หนูก็เลยพูดกับเขาไปว่า “ถ้าแฟนพี่กลับมา หนูก็คงไม่อยู่ต่อแล้ว” เเต่พอถึงเวลาจริง ๆ มันก็ทำไม่ได้ เหมือนหนูต้องอยู่จนไม่รู้สึกอะไรไปเอง เเล้วทีนี้มันอึดอัดเพราะหนูไม่รู้ต้องไปในทางไหน ต้องทำยังไงกับความสัมพันธ์นี้ หนูต้องหยุดยังไง ก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจทั้งสามคนว่า หนูจะต้องทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ดี?’ ซึ่งดีเจทั้งสามคน (ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น) ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘กรรมมันเกิดจากการกระทำของเรา มันไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงเเต่ว่าทำไม่ได้ มี 2 เเพ็คเกจให้เลือก 1.สนุก หวือหวา ใจเต้นชั่วครั้งชั่วคราว แลกกับความเจ็บเเล้วยอมเป็นคนไม่สำคัญตลอดไป 2.เจ็บเเต่จบ หลังจากนั้นรอรางวัลความสุขตามหลังมา เพราะฉะนั้นต้องเลือกเอา เขาตั้งใจด้วยซ้ำมั้งที่ให้เราอยู่ใน Position นี้ ด้วยการใช้คำเหล่านั้นพยายามทำให้เราชินเเล้วยอมรับ เเล้วเขาก็ไม่ได้มีเจตนาอะไรเลยว่าเขาจะเลือกเรา ถ้าตอนนี้ยังไม่อยากออกมาก็อยู่ไปก่อน เมื่อไหร่ที่ความสุขจากการอยู่ตรงนั้นมันน้อยกว่าความทุกข์หนูจะออกมาเอง หรือไม่งั้นก็รอวันหมดกรรม ไม่รู้ว่ากรรมจะจบลงยังไงเเต่คนควบคุมมันตอนนี้ก็คือหนู สุดท้ายก็ต้องเลิกกันอยู่ดีเพราะถึงเขาเลิกกันหนูก็จะอยู่เเบบระเเวงไม่มีความสุขอยู่ดี ยังไงคำตอบก็คือต้องไปจากผู้ชายคนนี้ ในระหว่างนี้ก็ค่อย ๆ ใช้เวลาหันมารักตัวเองให้มากขึ้น ควรเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวเองนิดนึง โฟกัสที่ชีวิตตัวเองเพราะว่าอนาคตของเขาไม่ได้มีเราอยู่เเน่นอน บ้านหลังนั้นก็ไม่ใช่ของเรา เราไม่ใช่คนที่อยู่ในบ้านหลังนั้นที่เขาจะซื้อ ขยี้ตัวเองก็ได้ไม่ต้องรีบ ไม่มีอะไรจะเสียมากกว่านี้เเล้วนอกจากเวลา ก็ขอให้คิดได้เร็ว ๆ ขอให้ไหวเเละเเข็งแรงพอที่จะเดินออกมาได้เร็ว ๆ ขอให้รู้เเล้วว่าตรงไหนคือทางออกเเล้วเเข็งแรงพอที่จะลุกเอาตัวเองออกมาได้เร็ว ๆ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-