หนูเจอผู้ชายคนนึงที่ร้านเหล้า เค้าเข้ามาจีบ หลังจากนั้นก็นัดมีอะไรกันมาเรื่อยๆ ผ่านมาหลายเดือน เค้ามาบอกว่า เค้ามีแฟนแล้ว แฟนตัวจริงเขาจะกลับมาจากเมืองนอกเดือนหน้า ถ้าแฟนเขากลับมาเขาก็จะสร้างบ้านอยู่กับแฟนเค้า

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเจอผู้ชายคนนึงที่ร้านเหล้า เค้าเข้ามาจีบ หลังจากนั้นก็นัดมีอะไรกันมาเรื่อยๆ ผ่านมาหลายเดือน เค้ามาบอกว่า เค้ามีแฟนแล้ว แฟนตัวจริงเขาจะกลับมาจากเมืองนอกเดือนหน้า ถ้าแฟนเขากลับมาเขาก็จะสร้างบ้านอยู่กับแฟนเค้า

22 ส.ค. 2024

หนูเจอผู้ชายคนนึงที่ร้านเหล้า เค้าเข้ามาจีบ หลังจากนั้นก็นัดมีอะไรกันมาเรื่อยๆ

ผ่านมาหลายเดือน เค้ามาบอกว่า เค้ามีแฟนแล้ว แฟนตัวจริงเขาจะกลับมาจากเมืองนอกเดือนหน้า

ถ้าแฟนเขากลับมาเขาก็จะสร้างบ้านอยู่กับแฟนเค้า

แล้วความสัมพันธ์ของหนูกับเขาล่ะ จะทำยังไงต่อไปดี?

            “คุณเนย (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 ส.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับเรื่องกลายเป็นมือที่สามโดยไม่รู้ตัว

            โดย “คุณเนย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับผู้ชายคนนึง อายุ 30 ปี คบกันมาได้ 4 เดือน หนูเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืนเป็น One night มาเรื่อย ๆ เเต่จะไม่หลงรักใคร คืนนั้นหนูไปกับเพื่อน เขาเป็นคนเข้ามาหาหนูก่อนเเล้วถามว่า “หนูไม่มีแฟนหรอ?” หนูก็บอกว่า “ไม่มี” เเล้วเราก็เเลกคอนเเทคเเละเราก็นัดกัน คืนนั้นก็จบไป หนูก็คิดว่ามันจะจบเเค่คืนนั้น เเต่ไป ๆ มา ๆ เขาก็มีการโทรหา มีการทักหาว่า “มาเจอกันมั้ย?” หนูเจอเขาบ่อยมากเพราะเขาทำงานอยู่ที่ร้านนั้น เเล้วหนูก็จะเที่ยวเเต่ร้านนี้ เป็นร้านประจำเลยของหนูเลย

            หลังจากนั้นก็ได้พัฒนาความสัมพันธ์เป็นแฟนกัน จนมาซักพักหนึ่ง เขาก็เพิ่งมาบอกว่า เขามีแฟนแล้วนะ!” เเต่เขาไม่ได้อยู่กับแฟน เเฟนไปทำงานต่างประเทศได้ประมาณเดือนกว่า ๆ เเล้ว กว่าจะกลับก็สิ้นปี ซึ่งตัวหนูเองก็เลยรู้สึกว่าหรือเราจะถอยดีเพราะตอนนี้ยังไม่ได้รู้สึกอะไรขนาดนั้น เเต่ถ้าถามว่ารู้สึกมั้ย ก็รู้สึกแหละ เพราะไปไหนด้วยกันบ่อย ได้ใช้ชีวิตด้วยกัน อยู่ด้วยกันทั้งวัน พอแยกกัน เขาก็เป็นคน Facetime มาคุยกัน

            มีอยู่ครั้งหนึ่งเราเคยลองไม่ไปด้วยกัน ลองต่างคนต่างไปหาคนอื่นดูบ้าง เเต่ตัวหนูเองทำไม่ได้ รู้สึกว่าเหมือนมันต้องไปกับเขา ส่วนเขาไปมาเเล้วรู้สึกผิดกับหนูมากเลย ทำแล้วนึกถึงเเต่หน้าหนู ซึ่งตอนนั้นหนูก็โกรธนะ หนูรู้สึกว่า “เอ้า ก็แกไปทำกับเขามาเเล้วนะ ละทำไมแกยังมาบอกว่าคิดถึงเเต่หน้าชั้น” มันย้อนแย้งหนูก็เลยมองว่าเราถอยออกมาดีกว่า ความรู้สึกของเรามันจะได้ไม่ถลำลึกลงไปมากกว่านี้ จนวันนั้นเขาเป็นคนบอกหนูเองว่าเขารู้สึกกับหนูยังไง ชอบหนูเเค่ไหน เวลาไปเจอเพื่อนเขาก็จะบอกว่า “แฟนใหม่กูนะ แฟนใหม่กูเอง” ซึ่งตัวหนูเองอะไม่ได้พูดอะไรออกไป หนูอึดอัดมากพูดอะไรออกไปไม่ได้เลย วันนั้นเขาพูดกับหนูประโยคนึงว่า “อย่าเพิ่งโทรมานะ พี่ขอคุยกับแฟนพี่ก่อน” หรือในช่วงกลางวันเขาก็จะเเบบว่า “เดี๋ยวขอคุยกับแฟนก่อนนะ หนูไปนอนรอพี่ที่ห้องก่อนนะ ซักตี 2 พี่ไปหา” คือหนูมองว่าถ้าเขาจะให้หนูรับรู้เเล้ว เขาควรที่เลี่ยงใช้คำอื่นก็ได้มั้งว่าไปทำธุระหรือทำอะไรก็ได้ โกหกเราหน่อยก็ยังดี ความรู้สึกหนูตอนนั้นคือมันพังมากเลย ทำไมมันต้องอยู่จุด ๆ นี้ด้วยที่เเบบว่าเขามีแฟนอยู่เเล้ว รู้อยู่เเล้วเเต่ออกมาไม่ได้ถ้าออกมาก็เจ็บ

            เขาเคยถามหนูว่า “ถ้าพี่เลิกกับแฟนพี่อ่ะ เราจะมาคบกับพี่มั้ย?” เเต่ตอนนั้นตัวหนูเองมองว่าหนูคงไม่คบ หนูคงไม่เอาเพราะว่าเขายังทำเเบบนี้กับแฟนได้เลย ถ้ามาคบกับหนู หนูต้องระเเวงขนาดไหน ตอนนี้แฟนเขากำลังจะกลับมาจากต่างประเทศเเล้วเดือนหน้า เเล้วเขาก็กำลังจะซื้อบ้านหลังใหม่ด้วยกัน ซึ่งหนูก็เลยรู้สึกว่าต้องทำยังไงต่อ เเล้วเขาก็บอกกับหนูว่า “ถ้าแฟนพี่กลับมา เราไปคุยกันในแอปอื่นได้มั้ย ในไลน์คุยไม่ได้เเล้ว เพราะถ้าคุยกันเเล้วแฟนไปเปิดคอมมันก็จะขึ้น” หนูก็เลยพูดกับเขาไปว่า “ถ้าแฟนพี่กลับมา หนูก็คงไม่อยู่ต่อแล้ว” เเต่พอถึงเวลาจริง ๆ มันก็ทำไม่ได้ เหมือนหนูต้องอยู่จนไม่รู้สึกอะไรไปเอง เเล้วทีนี้มันอึดอัดเพราะหนูไม่รู้ต้องไปในทางไหน ต้องทำยังไงกับความสัมพันธ์นี้ หนูต้องหยุดยังไง ก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจทั้งสามคนว่า หนูจะต้องทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ดี?’

            ซึ่งดีเจทั้งสามคน (ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น) ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘กรรมมันเกิดจากการกระทำของเรา มันไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงเเต่ว่าทำไม่ได้ มี 2 เเพ็คเกจให้เลือก 1.สนุก หวือหวา ใจเต้นชั่วครั้งชั่วคราว แลกกับความเจ็บเเล้วยอมเป็นคนไม่สำคัญตลอดไป 2.เจ็บเเต่จบ หลังจากนั้นรอรางวัลความสุขตามหลังมา เพราะฉะนั้นต้องเลือกเอา เขาตั้งใจด้วยซ้ำมั้งที่ให้เราอยู่ใน Position นี้ ด้วยการใช้คำเหล่านั้นพยายามทำให้เราชินเเล้วยอมรับ เเล้วเขาก็ไม่ได้มีเจตนาอะไรเลยว่าเขาจะเลือกเรา ถ้าตอนนี้ยังไม่อยากออกมาก็อยู่ไปก่อน เมื่อไหร่ที่ความสุขจากการอยู่ตรงนั้นมันน้อยกว่าความทุกข์หนูจะออกมาเอง หรือไม่งั้นก็รอวันหมดกรรม ไม่รู้ว่ากรรมจะจบลงยังไงเเต่คนควบคุมมันตอนนี้ก็คือหนู สุดท้ายก็ต้องเลิกกันอยู่ดีเพราะถึงเขาเลิกกันหนูก็จะอยู่เเบบระเเวงไม่มีความสุขอยู่ดี ยังไงคำตอบก็คือต้องไปจากผู้ชายคนนี้ ในระหว่างนี้ก็ค่อย ๆ ใช้เวลาหันมารักตัวเองให้มากขึ้น ควรเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวเองนิดนึง โฟกัสที่ชีวิตตัวเองเพราะว่าอนาคตของเขาไม่ได้มีเราอยู่เเน่นอน บ้านหลังนั้นก็ไม่ใช่ของเรา เราไม่ใช่คนที่อยู่ในบ้านหลังนั้นที่เขาจะซื้อ ขยี้ตัวเองก็ได้ไม่ต้องรีบ ไม่มีอะไรจะเสียมากกว่านี้เเล้วนอกจากเวลา ก็ขอให้คิดได้เร็ว ๆ ขอให้ไหวเเละเเข็งแรงพอที่จะเดินออกมาได้เร็ว ๆ ขอให้รู้เเล้วว่าตรงไหนคือทางออกเเล้วเเข็งแรงพอที่จะลุกเอาตัวเองออกมาได้เร็ว ๆ’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูมีลูกอายุ 6 ขวบ ให้เขาเรียนเทควันโด 5 วันต่อสัปดาห์ วันละ 4 ชั่วโมง กว่าลูกจะได้นอนก็ 4-5 ทุ่ม อยากให้ลูกป้องกันตัวและสร้างพอร์ตเรียนต่อได้ด้วย จนหลังๆลูกเริ่มเพลีย ไปนอนหลับตอนเรียนในสนาม เราผู้เป็นแม่ เห็นก็อดห่วงไม่ได้

16 ส.ค. 2024

หนูมีลูกอายุ 6 ขวบ ให้เขาเรียนเทควันโด 5 วันต่อสัปดาห์ วันละ 4 ชั่วโมง กว่าลูกจะได้นอนก็ 4-5 ทุ่ม อยากให้ลูกป้องกันตัวและสร้างพอร์ตเรียนต่อได้ด้วย จนหลังๆลูกเริ่มเพลีย ไปนอนหลับตอนเรียนในสนาม เราผู้เป็นแม่ เห็นก็อดห่วงไม่ได้

หนูมีลูกอายุ 6 ขวบ ให้เขาเรียนเทควันโด 5 วันต่อสัปดาห์ วันละ 4 ชั่วโมงกว่าลูกจะได้นอนก็ 4-5 ทุ่ม อยากให้ลูกป้องกันตัวและสร้างพอร์ตเรียนต่อได้ด้วยจนหลังๆลูกเริ่มเพลีย ไปนอนหลับตอนเรียนในสนาม เราผู้เป็นแม่ เห็นก็อดห่วงไม่ได้อยากรู้ว่ามันหนักเกินไปไหมสำหรับเด็ก 6 ขวบ “คุณพลอย (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [14 ส.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาอยากให้ลูกเรียนเทควันโด เเต่ลูกเริ่มงอแงไม่อยากเรียน โดย “คุณพลอย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้น้องอายุ 6 ขวบ เป็นผู้หญิง คุณเเม่ให้น้องเรียนเทควันโด น้องเรียนมาได้ 8 เดือน เเล้วน้องเริ่มบ่นว่าเหนื่อย ไม่อยากเรียนเเล้ว ด้วยความที่คุณแม่อยากให้น้องออกกำลังกาย เเล้วด้วยสภาพเเวดล้อมสังคมปัจจุบันมันน่ากลัว เราก็อยากให้ลูกมีวิชาป้องกันตัว มีวันหนึ่งที่น้องรู้สึกเหนื่อยเเล้วหลับในคลาสเรียนเทควันโด น้องเรียนประมาณ 4 ชั่วโมงต่อวัน ตั้งเเต่วันพุธถึงวันอาทิตย์ เรียนหลังเลิกเรียนตั้งเเต่ 5 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม น้องเคยไปเรียนที่หนึ่งเเต่เรียนเเค่ 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเเม่มองว่ามันเรียนเเล้วไม่ค่อยได้อะไร เหมือนไม่ได้ออกกำลังกายจริง ๆ ถ้าน้องขาดเรียนไม่ได้เรียนทุกวันเเล้ว เรียนแค่เสาร์-อาทิตย์เขาจะเริ่มปวดตัว ถ้าเขาไม่ได้ออกกำลังกายหรือไปยืดเส้น คือเรียนเทควันโดมันจะมี 2 รอบ รอบแรกเรียนธรรมดาเพื่อปรับสายเลื่อนสายปกติ เเล้วรอบที่ 2 มันจะเป็นรอบนักกีฬา แม่กะจะให้ลูกเรียนยาว ๆ เเล้วเราก็เพิ่งรู้ว่าทุกวันนี้เวลาสมัครสอบเข้ามหาลัย หรือมัธยมบางที่มันต้องใช้พอร์ต บางทีอาจจะได้โควต้า ก็คิดว่าถ้าลูกสอบไม่ติด พอร์ตมันสามารถช่วยในการเข้าเรียนมหาลัยได้ พอกลับมาบ้าน น้องก็จะอาบน้ำเเล้วก็เข้านอนเลย เพราะน้องทานอะไรมาเรียบร้อยเเล้ว น้องจะนอนประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง บางทีก็เกือบ 5 ทุ่มเเล้วตื่นประมาณ 6 โมง แม่ก็มีคุยกับหมอ หมอก็แนะนำว่าให้น้องนอนเร็ว เเต่ก็มองว่าเด็กที่เรียนเทควันโดส่วนมากเขาก็ตัวสูงหมดเลย เขาก็เรียนเหมือนกันหมดกับน้อง เด็กที่เรียนด้วยเขาก็ตัวสูงทุกคนเเล้วเหมือนกับได้โควต้านักกีฬาเยอะ เราก็มองว่ามันก็เป็นใบเบิกทางนะ ถึงลูกเราจะไม่เก่งขนาดนั้นเเต่ว่ายังไงมันก็มีประสบการณ์ เคยให้น้องไปเทสเปียโน เเต่น้องก็เลือกเทควันโด ก็อยากให้น้องเป็นกีฬา เเต่ไม่ได้คาดหวังว่าต้องเก่งขนาดนั้น ที่เรียนจะมีการส่งเด็กไปแข่งในแมตซ์เล็ก ๆ เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า เราให้ลูกเรียนหนักเกินไปมั้ย? เพราะลูกเริ่มงอแงว่าเหนื่อย ไม่อยากไป โดยเริ่มให้คำปรึกษาที่ “ดีเจอั๋น” ว่า ‘สำหรับพี่ ในวัยนี้พี่ยังเน้นให้เขามีความสุขกับชีวิต เเละเปิดโอกาสให้เขาเลือก ให้ Play กับ Learn ให้มันมาคู่กัน เเละรู้สึกว่าในวัยนี้ Play เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก การที่เขาเลือกเทควันโดเอง เขาเลือกโดยที่เขาอาจจะไม่เข้าใจก็ได้ว่าในชีวิตเขามีทางเลือกอะไรบ้าง ผมไม่แน่ใจถ้าเราพยายามยัดเยียดแบบนี้ ถึงจุด ๆ หนึ่งที่เขาเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง กล้าพอที่จะเเสดงออกมากขึ้น เขาอาจจะเกิดพฤติกรรมต่อต้าน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ เขาอาจจะไม่ได้เกลียดเทควันโดก็ได้ เเต่เขารู้สึกว่ามันมากเกินไป’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่ามันเร็วเกินไปเเละยังไม่จำเป็นสำหรับเด็ก 6 ขวบ มันยังมีวิธีอื่นอีกมาก ถ้า ณ ตอนนี้ลูกเริ่มไม่มีรวามสุขกับเทควันโดในปริมาณที่มันมากขนาดนี้เเล้ว พี่ว่ามันยังกิจกรรมอื่น ๆ ที่จะพาเขาไปลองดูเผื่อเขาอาจจะชอบ อาจจะทำได้ดี ทั้งร่างกายเเละจิตใจตอนนี้สำหรับเด็ก 6 ขวบมันอาจจะไม่ดีสำหรับเขา สำหรับเรื่องป้องกันตัวมันยังมีอีกวิธีอื่นอีกมากมาย เทควันโดก็ได้เเต่ไม่ใช่ปริมาณที่เยอะขนาดนี้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าความสุขของลูกสำคัญ ไม่ต้องการที่ลูกจะเข้ามหาลัยเลยค่ะ นั่นคือสิ่งที่คุณพลอยวางไว้ให้ลูกโดยที่ลูกไม่ได้เลือกด้วยซ้ำ วันนี้ลูกอยากเรียนให้เรียน เเต่ถ้าไม่อยากเรียน ลูกเหนื่อย จบเลยค่ะ หยุดการเรียนทั้งหมดเลย เวลาที่เด็กนอนน้อยนอนไม่พอ ตื่นมาเขาจะเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่งเเล้ว เวลาที่ลูกอยากจะทำอะไรให้คุณเเม่ถามทุกครั้งว่านี่คือสิ่งที่หนูอยากทำมั้ย? ทั้งนี้ทั้งนั้นให้ถามลูกทุกครั้ง การเสนอหรือการตัดสินใจอะไรให้ลูกเป็นคนร่วมตัดสินใจกับเรา ให้เขาได้ทำหรือได้ใช้ชีวิตในสิ่งที่เขาเลือก ถ้ามันไม่ได้ออกนอกลู่นอกทาง อยากให้อะรุ่มอะร่วยเรื่องความสุขของลูก เอาความสุขกับความเเข็งแรงทางด้านร่างกาย การที่ลูกได้เล่นได้ใช้ชีวิตอยากมีความสุข เขาจะเติบโตมาในสังคมที่เขามีทัศนคติที่ดี มีพัฒนาการทางอารมณืที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันอาจจะไม่ถูกสอนในโรงเรียนด้วยซ้ำ‘ และดีเจทั้งสามคน ก็มีความคิดเห็นที่ไปในทิศทางเดียวกันก็คือ ‘ในเรื่องของจำนวนเวลาในการเรียนมันมากเกินไปสำหรับเด็ก 6 ขวบ ลองจำนวนวันเเละเวลาเรียนของเขามั้ย เป็นเรียนเเค่เสาร์อาทิตย์ก็ได้ เเล้วไปเพิ่มเวลาเล่นกับเวลานอนให้เขาดีกว่า ตอนนี้รู้สึกว่ามันมากเกินไปสำหรับเขา เเล้วคุณเเม่ส่วนก็ยังไม่ต้องกังวลเรื่องการเรียนต่อมากขนาดนั้นหรอก เพราะยังไม่รู้เลยว่าเขาอยากจะเรียนอะไร ตอนเขาโตการศึกษามันก็จะเปลี่ยนไปอีกนะ ไม่ได้บอกว่าไม่ต้องเรียนมหาลัย เเต่เราไม่รู้ว่ามหาลัยในยุคนั้นจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องกังวลสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในอนาคต ปล่อยให้เขาเติบโตตามธรรมชาติเเล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ถ้าตอนนี้มีทางเลือก การได้อยู่กับลูก ใช้เวลาด้วยกันที่ไม่ใช่อยู่เเต่คลาสเทควันโด มันอาจจะดีกว่าก็ได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

จะทำยังไงกับน้องสาวอายุ 14 ดีคะ? น้องไม่ค่อยกลับบ้าน เปลี่ยนแฟนไม่ซ้ำหน้า อยู่บ้านเพื่อนจนครูที่โรงเรียนมาตามที่บ้าน คุณแม่ก็เอาน้องไม่อยู่ น้องบอกจะดีขึ้นถ้าซื้อมอไซค์ให้คัน ละแสน แม่ก็ซื้อให้ สรุป น้องก็เหมือนเดิม

18 พ.ย. 2024

จะทำยังไงกับน้องสาวอายุ 14 ดีคะ? น้องไม่ค่อยกลับบ้าน เปลี่ยนแฟนไม่ซ้ำหน้า อยู่บ้านเพื่อนจนครูที่โรงเรียนมาตามที่บ้าน คุณแม่ก็เอาน้องไม่อยู่ น้องบอกจะดีขึ้นถ้าซื้อมอไซค์ให้คัน ละแสน แม่ก็ซื้อให้ สรุป น้องก็เหมือนเดิม

จะทำยังไงกับน้องสาวอายุ 14 ดีคะ? น้องไม่ค่อยกลับบ้าน เปลี่ยนแฟนไม่ซ้ำหน้าอยู่บ้านเพื่อนจนครูที่โรงเรียนมาตามที่บ้าน คุณแม่ก็เอาน้องไม่อยู่ น้องบอกจะดีขึ้นถ้าซื้อมอไซค์ให้คันละแสน แม่ก็ซื้อให้ สรุป น้องก็เหมือนเดิม แล้วน้องเคยพูดกับแม่ว่า "หนูสวย หนูหาผัวรวยๆเลี้ยงได้" “คุณเค (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พ.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาครอบครัว โดย “คุณเค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้น้องสาวอยู่กำลังอยู่ในวัยอายุ 14-15 เป็นวัยที่เราก็รู้กันอยู่ว่าเขาก็กำลังโตเป็นสาว ปัญหาก็คือน้องตอนนี้เริ่มติดเพื่อนมาก ติดแฟนมากจนไม่เข้าบ้าน ไม่ไปเรียนหนังสือ ทางที่บ้านก็ไม่รู้จะพูดกับน้องยังไง เพราะตอนแรกคุณแม่ก็ถามว่าเราจะเอายังไงกันดี? ปล่อยให้ไปเที่ยวกับเพื่อนแม่ก็ไม่ว่า คือคุณแม่ก็ไม่อยากจะด่าน้องด้วย เหมือนแบบวัยนี้มันพูดแรงมากไม่ได้ พูดแรงปุ๊ปก็แบบยิ่งเตลิด อันนี้คือสิ่งที่คุณแม่บอกมา ซึ่งน้องก็ยังทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้ปัญหามันเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทางโรงเรียนก็เริ่มโทรมาบอกว่า “น้องไม่ไปโรงเรียนเลย อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไปแค่วันสองวันเอง” คุณแม่ก็ไม่กล้าบอกกับทางโรงเรียนเพราะว่าน้องก็มีพฤติกรรมบางอย่างที่เราแบบไม่ค่อยโอเคด้วย เช่น สมมติมาถึงบ้านก็มาด่าคุณครูให้เราฟังว่าคุณครูเป็นอย่างงั้นเป็นอย่างงี้ ทำให้เรารู้สึกว่าเอ๊ะ! การที่เราบอกกับคุณครูจะทำให้น้องยิ่งเกลียดการไปโรงเรียนอีกหรือเปล่า? เลยเลือกที่จะไม่บอกคุณครูให้ทราบ ทีนี้เราก็เลยคุยกันว่าเราจะทำยังไงดีให้น้องกลับมาบ้าน ก็เลยยื่นข้อเสนอไปว่าอยากได้อะไรลองร้องขอมา น้องก็เลยร้องขอเป็นมอเตอร์ไซค์ราคาเกือบแสน คุณแม่ก็ตัดสินใจซื้อให้เพราะอยากจะให้น้องกลับมาเลยลองซื้อให้ กลายเป็นว่าการที่ซื้อไปน้องยิ่งเตลิดไปอีก เพื่อนเขาก็แบบเป็นฟีลสก๊อย ไม่เรียนหนังสือ เราก็ไปตามหาที่บ้านเพื่อนของเขาบ้าง บ้านแฟนบ้าง แต่คือตอนนี้เขาเริ่มมีแนวคิดที่แบบเราไม่รู้จะแก้ไขยังไง เขาบอกกับเราว่า เรียนหนังสือไปปวดหัว มีผัวดีกว่า คือความคิดนี้มาจากไหน เราก็ไม่รู้แต่ว่าเขามีความรู้สึกว่าเขาแบบสวย รู้สึกว่าความสวยของเขาสามารถทำให้ชีวิตเขาดีได้แน่นอน เราก็เลยไม่รู้จะกู้เขายังไงแล้วตอนนี้ ส่วนเรื่องเงินก็ได้คุยกับคุณแม่ดูว่าถ้าสมมติเราลองไม่ให้เงินเขาดีไหม เขาจะได้กลับบ้าน พอไม่ให้เงินปุ๊ปเขาก็กลับมาบ้าน มาขนเสื้อผ้า ขนของไปขายหมด เอาเงินไปใช้ แล้วเขาก็บอกคุณแม่ว่า ไม่มีแม่ก็หาเงินเองได้ ถามว่าเขาเอาตัวรอดได้ไหม? ก็ได้ แต่หนูว่าคำว่าเอาตัวรอด คือ เขาต้องไม่มีปัญหามาให้เรา ตอนนี้ครูก็โทรมาแจ้งเราเรื่อย ๆ พอครูโทรคุยกับน้อง น้องก็บอกว่า ไม่เป็นไรหรอก แก้ ๆ เอาก็จบแล้ว เราก็แบบโอโห้ จากเมื่อก่อนเขาเป็นคนเรียนดีเลย แต่ไม่รู้เพราะอะไรจริง ๆ ให้เขาเกิดความคิดแบบนี้ทั้ง ๆ ที่ความจริงเขาเกิดมาโชคดีกว่าเรามาก พ่อก็ตามใจ แม่ก็ไม่ค่อยว่าอะไร กลับบ้านจากไปเที่ยว 4 ทุ่ม 5 ทุ่มทุกวัน คุณแม่ก็ไม่สามารถว่าได้เรื่องนี้ ตอนนี้เขาก็น่าจะไม่ฟังใครในครอบครัวแล้ว เพราะในความคิดเขา เพื่อนคนรอบข้างเขาที่ไม่ใช่ครอบครัวคือสำคัญที่สุดของเขาไปแล้วตอนนี้ ส่วนทางพ่อแม่แฟนน้อง ทางเราก็ไม่ได้รู้จักพ่อแม่แฟนน้องเป็นการส่วนตัว แทบไม่เคยเจอหน้ากับแฟนเขาเลย เพราะว่าเวลาเขาไปไหนมาไหนเขาชอบหลบหน้าเรา สิ่งที่เราเป็นห่วงคือเรื่องยาเสพติด เรื่องท้องด้วย เพราะเราก็พูดตามความจริง เพื่อนเขาในมุมมองเรารู้สึกว่ามันไม่นำพาไปในสิ่งที่ดี คือน้องดันพอใจกับชีวิตที่น้องเป็นอยู่ แต่มันจะไม่แย่เลยถ้าสมมติมันไม่เกิดในสภาวะที่คุณแม่ก็ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูคุณพ่อที่ติดเตียง แล้วยังจะมาซื้อรถให้น้องเป็นแสนเพื่อหวังให้น้องกลับบ้าน แต่ผลตรงกันข้ามไปหมดเลย ทุกวันนี้น้องกลับบ้านเดือนนึงนับได้เลยว่ากี่ครั้ง เขาบอกเขาไปนอนบ้านเพื่อนแต่ว่าเราไปตามเขาทีไร คือ ครอบครัวของเพื่อนเขาก็จะบอกว่าเอาลูกกลับไปเถอะ เพราะเขาเหมือนแอบมองว่าเหมือนจะเป็นแหล่งซ่องสุม เพราะเวลาเขานัดปาร์ตี้กันมันก็หลาย ๆ คน ไม่ไปเรียนหนังสือกัน ผู้ปกครองเขาก็เป็นห่วงกันว่าเอ๊ะจะพาไปปาร์ตี้เหล้ายากันหรือเปล่า แล้วไปอยู่บ้านแฟนก็ไม่รู้ว่าใครคนไหน เพราะน้องเปลี่ยนแฟนบ่อย ทำให้เราไม่รู้เลยว่าคนไหน ก็เลยอยากจะมาปรึกษาว่า เราควรจะแก้ปัญหานี้กันยังไงดี?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ก็คือว่าคุยกับแม่ให้เรียบร้อยว่าเราต้องตัดท่อน้ำเลี้ยงเขา แล้วถ้าคุยกับแม่เรียบร้อยแล้ว เราเรียกเขามาคุยเลยว่าถ้าไม่เรียนพี่จะพาไปลาออกให้ เพราะตอนนี้มันคาราคาซังครูจะได้ไม่ต้องโทรมาตาม ให้เขารู้เลยว่าตอนนี้เราจะปล่อยเขาแล้ว แล้วก็ไปหางานทำเองนะ เพราะโตแล้วไม่อยากเรียนใช่ไหมงั้นก็ถือว่าโตแล้วรับผิดชอบตัวเองได้แล้วงั้นก็ออกไปทำงานนะ ตอนนี้เขาฟังคนข้างนอก เพื่อน เขารู้สึกว่าคนพวกนี้คือคนที่เข้าใจเขามาก ๆ ส่วนเรื่องแฟนย้ำน้องเลยว่าป้องกันเพราะถ้ามีลูกทำแทงค์อย่างเดียวเลยนะ ไม่มีใครเอาต้องคุยกัยเด็ดขาดนะ แล้วส่วนหนึ่งที่น้องเป็นแบบนี้เพราะแม่ตามใจแม่แก้ไขด้วย เริ่มทำวันนี้มันยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยแล้วปล่อยให้มันวินาศสันตโล’ ต่อมา “ดีเจอั้น” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘บางทีอาจจะต้องบอกสถานการณ์ของครอบครัวเราว่าตอนนี้เป็นยังไง ซึ่งก็อาจจะไม่ต้องพูดความจริงทั้งหมด อย่างเช่น แม่กำลังจะเกษียณตอนนี้เรามีเงินแค่นี้นะแม่ดูแล้วแม่ไม่สามารถที่จะซัพพอร์ตได้แล้ว คือผมจะไม่โทษคุณแม่ที่น้องเติบโตมาในบ้านที่คุณแม่ตามใจแบบทุกอย่างแบบขั้นสุดเลย แต่ว่าถึงที่สุดของที่สุดแล้วมันก็จะมีขอบเขตที่เราจำเป็นที่จะต้องทำเพื่อไม่ให้ความรักของเรามันเกินขอบเขตจนกลายเป็นความรักที่ไปทำลายเขา’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ขอเสริมหรืออาจจะต้องไปทางบ้านแฟนหน่อยไปให้รู้ไปให้เห็น แฟนคือใคร ที่อยู่ยังไง แฟนยังดีนู้นนี่นะ ไม่ใช่แบบไม่รู้อะไรเลย เป็นกำลังใจให้เคและคุณแม่นะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเปลี่ยนที่ทำงานมาหลายที่เจอแต่ "หัวหน้าผู้ชาย" สังคมง่ายๆ ตรงๆ ไม่จุกจิก ย้ายมาทำงานที่ใหม่ เจอ "หัวหน้าผู้หญิง" สังคมทำงานมีแต่ผู้หญิงๆ จุกจิก แบ่งพรรค แบ่งพวก นินทากัน จนตอนนี้รู้สึกอึดอัดมาก แต่งานดี เงินโอเค จะทนอยู่ หรือ ไปหาที่ใหม่ดีคะ?

19 พ.ย. 2024

หนูเปลี่ยนที่ทำงานมาหลายที่เจอแต่ "หัวหน้าผู้ชาย" สังคมง่ายๆ ตรงๆ ไม่จุกจิก ย้ายมาทำงานที่ใหม่ เจอ "หัวหน้าผู้หญิง" สังคมทำงานมีแต่ผู้หญิงๆ จุกจิก แบ่งพรรค แบ่งพวก นินทากัน จนตอนนี้รู้สึกอึดอัดมาก แต่งานดี เงินโอเค จะทนอยู่ หรือ ไปหาที่ใหม่ดีคะ?

“คุณบันนี่” สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [13 พ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องสังคมที่ทำงาน โดย “คุณบันนี่” ได้เล่าว่า ‘ต้องเกริ่นก่อนว่าหนูย้ายที่ทำงานมา ทำงานมาได้ 6 ปีแล้ว เปลี่ยนที่ทำงานมาหลายที่ ซึ่งทุกที่เคยมีหัวหน้าผู้ชายมาตลอด ตอนนี้เปลี่ยนบริษัทที่ทำงานมา 3 เดือน แล้วก็เปลี่ยนหัวหน้ามาเป็นผู้หญิง หนูอึดอัดกับสังคมที่ทำงานที่เพิ่งเข้ามาใหม่มาก ตอนที่ทำงานที่เก่าในสังคมที่ทำงานนั้นๆก็จะมีเพื่อนผู้ชาย เพื่อนผู้หญิง และ LGBTQ ครบหมด แต่มันน่าจะเป็นที่หัวหน้า ตอนนี้เป็นฟีลเหมือนโรงเรียนหญิงล้วน ข้างบนก็เป็นผู้หญิง ข้างล่างก็ผู้หญิง ทุกคนเป็นผู้หญิงหมดเลย ความแตกต่าง คือ หนูรู้สึกว่ามันหยุมหยิม ปัญหาที่เจอตอนนี้เหมือนไม่ได้โฟกัสปัญหาที่งาน แต่ปัญหาไปกองอยู่ที่คนมากกว่าที่งาน มีดราม่าบ้าง ทุกวันนี้เหมือนมีมที่โซเชียลทำกันเลยที่เราเดินเข้าออฟฟิศ แล้วต้องแสดงละครเป็นอีกคนนึง หรือเวลาเลิกงานปุ๊บ ร่างนั้นโดนถอดออกไป บางทีก็มีเหตุการณ์ที่เขามีลูกรักในที่ทำงาน ก็เข้าใจว่าทุกที่มี แต่หนูไม่รู้ว่ามันเกี่ยวมั้ย คือ หนูก็ไม่ได้อยากจะโทษว่าเป็นเพศอะไร แล้วจะเป็นอีกแบบนึง เหมือนเขาจะพูดกับน้องๆ Gen ใหม่อีกอย่างนึง แล้วมาพูดกับหนูอีกอย่างนึง บางครั้งหนูก็จะกลายเป็นคนดูดุ จริงๆเราไม่ได้มีอะไรเลย แต่เขาวางคาแรคเตอร์หนูอีกแบบนึง เขาอาจจะหวังดีที่ให้น้องเกรงใจ แต่สำหรับตัวเขาเอง คาแรคเตอร์ดูเป็นคนใจดี มันอาจจะเป็นการวางตัวของเขามั้ง หนูอาจจะไม่ชิน จริงๆหนูก็ใจดีกับน้องๆ แต่ด้วยอำนาจหน้าที่การรับผิดชอบของหนูต้องประสานกับน้อง ซึ่งในที่ทำงานนี้หนูก็มีเพื่อนที่เป็น Gen เดียวกับเรา วัยใกล้กันมากๆ ห่างกันปีนึง เขาอยู่มาก่อน มีตำแหน่งโตกว่าหน่อย เขาก็เคยพูดกับหนูว่าอยากให้เราคีพเก็บอารมณ์ หรือการแสดงออก ใจเย็นกว่านี้ เพราะหนูเป็นคนใจร้อน เขาอยากให้บรรยากาศการทำงานมันดี เขาไม่อยากให้มีความปะทะอะไรกันเลย แต่ในความเป็นจริงมันก็จะมีปัญหาที่ซุกอยู่ใต้พรม ปัญหาที่เราจะไม่แก้ ปัญหาที่เราจะเก็บ จะไม่พูดกันตรงๆ อย่างตอนที่หนูทำงานกับหัวหน้าผู้ชายที่ผ่านมา มันอาจจะเป็นความชินของหนู เช่น หัวหน้าไม่ชอบใจ หรือรู้สึกว่างานนี้ทำทำไม เขาก็จะพูดออกมาเลยว่า ทำทำไมวะ ไม่ดีนะ แต่พอเป็นสังคมผู้หญิงล้วนมันเหมือนต้องไปหาเหตุผลอ้อมมาก่อนว่ามันไม่ดีเพราะอะไร มันก็เลยทำให้หนูอึดอัดหนูรู้สึกว่าระดับความอดทนประมาณ 6.5/10 ซึ่งทั้ง Career Path , เงินเดือน , ตำแหน่ง ตอนนี้มันดีหมดเลย หนูติดแค่ปัญหาเรื่องนี้ คำถามที่อยากจะถามพี่ๆคือ หนูควรจะปรับตัวให้เข้ากับเขา เพื่อด้านอื่นๆในหน้าที่การงานที่มันดี หรือหนูควรจะรู้สึกว่าพอแล้วไปหางานใหม่?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจอผู้ชายผ่านแอป รู้จักกันมาเดือนสองเดือน ไม่มีโอกาสบอกเขาเลยว่า เรามีลูกติด จะบอกเขาก็ติดงานใหญ่ พอจะรองานใหญ่เขาจบ แม่เขาก็เข้า ICU อีก เราอยากจริงจังกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ ถ้าบอกเขาช้าไปกว่านี้ กลัวเขาจะคิดว่าเรามาหลอกรึเปล่าคะ??

16 ส.ค. 2024

เจอผู้ชายผ่านแอป รู้จักกันมาเดือนสองเดือน ไม่มีโอกาสบอกเขาเลยว่า เรามีลูกติด จะบอกเขาก็ติดงานใหญ่ พอจะรองานใหญ่เขาจบ แม่เขาก็เข้า ICU อีก เราอยากจริงจังกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ ถ้าบอกเขาช้าไปกว่านี้ กลัวเขาจะคิดว่าเรามาหลอกรึเปล่าคะ??

“คุณซี (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [14 ส.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหามีลูกแล้ว แต่ไม่กล้าบอกคนคุยใหม่ โดย “คุณซี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘สถานะของหนูคือหย่ากับสามีเก่าแล้ว และมีลูก 5 ขวบ หนูก็ไปปัดแอปพลิเคชัน แล้วไปเจอผู้ชายที่มาห้องหนูตอนนี้ ซึ่งหนูไม่เคยคุยจริงจังกับคนในแอปพลิเคชัน ก็เลยไม่คิดว่าต้องบอกเรื่องส่วนตัวทุกอย่างรึเปล่า? เพราะเค้าไม่ได้ถามหนู หนูก็ไม่ได้บอกเค้า และตอนนี้มันเดือนกว่าแล้ว มันเริ่มจริงจังขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อนหนูก็ถามว่าหนูบอกเค้าเรื่องมีลูกรึยัง? เดี๋ยวเค้าจะหาว่าหลอกเค้านะ แต่หนูไม่ได้หลอกแค่ไม่ได้บอก เพราะตอนจะบอกเค้าก็ติดงานที่ค่อนข้างเครียด ก็เลยคิดว่ารอเค้าเสร็จงานแล้วค่อยบอก แต่พอเค้าเสร็จงาน แม่เค้าดันเข้า ICU หนูก็เลยไม่รู้จะบอกตอนไหนดี หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูจะพูดยังไงดี หรือว่าควรรอไปก่อน?’ ซึ่งงานนี้ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่พี่ก็จะพูดพี่รู้สึกว่าการมีลูกมันไม่ได้มีปัญหาอะไรที่ต้องไม่พูด เพราะเราไม่ได้อยากปิดบังเค้าหนิ แค่จังหวะมันไม่ได้เท่านั้นเอง พี่ว่าถ้าวันนี้เค้ามีอารมณ์ขันก็พูดไปเลยแบบธรรมชาติ การมีลูกไม่ได้ค้องทำให้มันซับซ้อนซ่อนเร้นขนาดนั้น แต่ว่าต้องพูดแบบไม่คาดหวังด้วย ถ้าฟาล์วก็ฟาล์ว เพราะว่ามันเป็นเงื่อนไขได้ถ้าเค้าไม่ได้อยากได้เราแบบแพ็คเกจเค้าอยากได้เราตัวคนเดียวนั่นก็คือสิทธิ์เค้าเหมือนกัน พี่ว่าเดือนกว่ามันอยู่ในจังหวะที่พูดได้ ถ้ารับได้ว่าผลจากนั้นจะเป็นยังไง’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่พี่ก็บอกเลยเหมือนกัน แต่ถ้าบอกไปเค้าอยู่ก็อยู่ ไม่อยู่ก็ไม่แคร์’ และสุดท้าย “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่รู้สึกว่ามันคือความจริงอยู่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วเราก็ต้องบอกแต่เป็นพี่พี่เลือกเร็วตลอด และอีกด้านนึงคือเค้าอาจจะมีอะไรบอกเราเหมือนกันก็ได้ ก็บอกเค้าว่า นาน ๆ ที่เราจะได้อยู่ด้วยกันตรงนี้เนาะ ฉันก็มีหลายเรื่องอยากบอกเธอ แต่ว่าที่ผ่านมามันยังหาโอกาสไม่ได้สักที ถ้าเราคิดเหมือนกันว่าเราจะไปต่อเราต้องรู้จักกันมากกว่านี้แล้วก็ค่อย ๆ บอกเค้าไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-