ผมรู้สึกว่าตัวเองยังทำงานได้ไม่ดีพอ ไม่คุ้มค่ากับเงินเดือนที่ได้รับ
ผมคิดมากไปไหมครับ? ถ้าออกตอนนี้จะดูเป็นเจน Z ที่ไม่สู้งานหรือเปล่า?

‘คุณพายุ (นามสมมติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (30 กันยายน 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม - หมอท้อป นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เกี่ยวกับปัญหาของ First jobber เจน Z ที่รู้สึกว่าทำงานได้ไม่คุ้มเงินเดือน
‘คุณพายุ (นามสมมุติ)’ อายุ 23 ปี ได้เล่าว่า เขาเพิ่งเรียนจบ เป็น First jobber ทำงานมาเกือบ 1 เดือน ยังอยู่ในช่วงทดลองงาน ต้องทำ 3 เดือนขึ้นไปจึงจะผ่านโปร และรู้สึกว่าผลงานที่ได้ทำให้กับบริษัทนั้นไม่คุ้มต่อสวัสดิการและเงินเดือนที่เขาได้รับ เพราะสวัสดิการมันดีมาก ทำให้เขารู้สึกไม่คู่ควร ส่วนตัวคุณพายุต้องการที่จะลาออก ด้วยความรู้สึกที่ไม่กล้าอยู่ต่อ
โดยเงินเดือนที่ได้เป็นจำนวนหลักหมื่น แต่สวัสดิการของบริษัทสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคุณพายุได้ประมาณครึ่งหนึ่ง สามารถเบิกได้ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง
ปัจจุบันคุณพายุอยู่ในสายงาน Creative ที่จะต้องมีผลงานออกมาในทุกวัน ซึ่งคุณพายุเต็มที่กับผลงานทุกชิ้นแล้ว แต่ผลงานนั้นกลับยังไม่ผ่านมาตรฐานที่เขาตั้งไว้กับตนเอง ถึงอย่างนั้นผลงานก็ผ่านการ Approved จากหัวหน้า เพียงแต่ว่ากว่าจะผ่านไปได้ในแต่ละชิ้นงาน ต้องใช้ทั้งเวลาและแรง แต่ผลลัพธ์กลับออกมาไม่ดีเท่าที่หวัง
ด้านหัวหน้าไม่ได้ต่อว่าอะไรคุณพายุ กลับเป็นในเชิงของการให้กำลังใจว่า ยังอยู่ในช่วงของการปรับตัว ในช่วงเริ่มต้น แต่ในด้านของความรู้สึกคุณพายุมองว่า “ตนทำเต็มที่แล้ว” หากคุณพายุลาออกจากที่นี่ก็จะยังคงทำในสายงานเดิม แต่จะหาบริษัทที่เนื้องานตรงกับความถนัดของคุณพายุมากขึ้น
คุณพายุอยากจะปรึกษาดีเจทั้งสามท่านและคุณหมอว่า เขาคิดมากไปหรือเปล่า หากลาออกตอนนี้จะถูกมองว่าเป็นเจน Z ไม่สู้งานไหม? พร้อมย้ำว่าสำหรับคุณพายุ เขาสู้เต็มที่กับงานมากแล้วจริง ๆ
หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า “พายุอาจจะคิดมากไป จริง ๆ มันเป็นเรื่องดีที่พายุตั้งใจไว้สูง แต่พอทำงานไปได้ไม่ถึงที่หวังแล้วมาเฟล มันโอเคที่จะคิดแบบนี้ แต่ว่ามันควรจะเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้เราทำไปได้ถึงอย่างที่หวังไว้ ไม่ใช่พอไม่ได้อย่างที่หวังแล้วทำให้ถอดใจ

ถ้า 1 เดือนพี่ว่าพายุถอดใจเร็วไปหน่อย เพราะเจ้านายก็ยังนำงานที่พายุคิดไปใช้ นั่นแปลว่างานยังผ่าน แต่อาจไม่ดีเท่าที่พายุตั้งใจไว้ เจ้านายเห็นว่ายังทำได้และเขายังพูดว่านี่มันคือช่วงที่พายุต้องปรับตัว พี่รู้สึกว่าพายุไม่ต้องคิดมากว่าทำงานได้ไม่สมกับเงินเดือนหรือสวัสดิการ เพราะถ้าถึงวันนั้นแล้วเจ้านายเห็นแบบเดียวกันกับพายุเขาน่าจะไม่ให้พายุผ่านโปร และพายุจะได้ออกเองแน่นอน ตอนนี้ไม่ต้องรีบอีก 2 เดือนที่เหลือทำให้เต็มที่อย่างที่ทำ แล้วเดี๋ยววันนั้นจะรู้เอง เจ้านายอาจเห็นความเป็นไปได้ในตัวพายุ เพียงแต่ว่าหากพายุออกตอนนี้มันแค่เดือนเดียวเรายังไม่เห็นอะไรมากเท่าไหร่เลย
ถ้ากลัว ไม่ต้องกลัว ถ้าทำได้ไม่ดีจริงเขาไม่ให้ผ่านโปรแน่ แต่ถ้าเขาเห็นว่าพายุมีแนวโน้มทำได้ดีเขาจะให้อยู่ต่อ และพายุก็พยายามปรับปรุง ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เหมือนเดิม และถ้าถึงวันนั้นหากทำเต็มที่แล้วแต่ไม่ได้อย่างที่หวังก็ให้เวลาพิสูจน์ไปเรื่อย ๆ อย่าบีบคั้นตัวเองขนาดนั้น นี่เพิ่งจะเป็นงานแรก”
ถัดมาที่ ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า “หากอยู่ในสายงานที่รู้สึกไม่ถนัดจริง ๆ แล้วอยากจะเปลี่ยนงานก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ว่าพี่เผือกอาจเป็นคนยุคเก่าที่รู้สึกว่า 1 เดือน เรายังไม่รู้จักงานนั้นดีพอเลย แล้วเราก็ยังไม่ได้ลองพยายามจนเต็มที่ดูเลย ช่วงเวลาพ้นโปรแค่ 3 เดือน ถ้าเราไม่ใช่จริง ๆ เขาคงไม่เอาเราไว้หรอก แต่อย่างน้อยเราจะได้พิสูจน์แล้วจริง ๆ ว่าเราไม่เหมาะกับงานนี้
แต่นี่เหมือนแหย่ขาเข้าไปข้างนึง แล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าเหมาะไม่เหมาะ ยังไม่ได้ลองปรับตัว ยังไม่เคยลองเรียนรู้จะทำในสิ่งที่ไม่ถนัด ดูให้มากกว่านี้อย่างน้อยก็ในช่วงทดลองงาน เรายังทดลองมันไม่จบเลยแล้วเราจะดึงขากลับแล้ว พี่ว่ามันเร็วไปหน่อย ในโลกของการทำงานมันคงไม่ได้ดั่งใจไปซะทุกอย่าง เราแค่ต้องเรียนรู้มันให้ชัวร์ว่าไม่ใช่จริง ๆ จะได้ตอบตนเองได้ว่าเราลองอย่างเต็มที่แล้วแต่มันไม่ใช่จริง ๆ คิดสะว่าใช้ก่อนที่จะพ้นโปรตอบคำถามตัวเองว่าเราเต็มที่แล้วหรือยัง และได้ตั้งคำถามกับงานนั้นว่าเหมาะกับเราหรือเปล่า
เวลา 1 เดือนเร็วเกินไปที่จะรู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ไม่ใช่ทาง เรายังไม่ได้พยายามที่จะปรับตัวต่ออีกสักหน่อย เสมือนกับน้ำร้อนในออนเซ็นที่ครั้งแรกตอนหย่อนขาลงไปมันร้อนเสียจนสะดุ้ง แต่พออยู่ไปก็จะรู้ได้ว่าเราก็อยู่ได้ อยากให้ลองอยู่ต่อก่อน อยู่รอให้เจออะไรที่ยากหน่อย เราจะได้ตอบคำถามตนเองได้ชัดเจนขึ้นว่าไม่ใช่คือไม่ใช่”

ถัดมาที่ ‘ดีเจอ้อม’ กล่าวว่า “ตอนที่ได้ยินว่าอยากออกจากงานเพราะรู้สึกไม่คุ้ม พี่รู้สึกว่าน่าจ้างจังเพราะน้อยคนที่จะรู้สึกอยากทำงานให้คุ้มเงินที่ได้รับ พายุน่าสนใจ พี่ไม่ติดเลยถ้าพายุจะออก จะออกก็ได้นะ แต่ต้องถามตนเองว่าออกเพราะอะไร ชอบงานแล้วงานที่ทำถนัดไหม ซึ่งความถนัดจะมาจากการฝึกฝน หากชอบงานก็จะสามารถพัฒนาให้ถนัดได้ คนเราไม่ถนัดจนกว่าจะมีประสบการณ์ เพิ่งจะฝึกมาได้ 1 เดือนยังสั้นเกินไปที่ความถนัดจะเป็นความคุ้นเคยและคุ้นชินจนสามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติ การที่คนเราจะกลายเป็น Specialist ได้เขาต้องฝึกกันวันละ 8 ชั่วโมง เป็นเวลากี่ปี กว่าจะพูดได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ
มันก็ดีถ้าหากเราเดินไปพูดกับเขาว่าเราทำงานไม่คุ้ม แต่เขาก็รับเรามาแล้ว ในขณะเดียวกันให้เขาเป็นคนประเมินเราก่อน และพิสูจน์โดยการที่เจ้านายเลือกงานเราไปใช้แล้ว นั่นแปลว่าเราทำได้ เรายังทำได้ แต่ก็ไม่มีใครสามารถบังคับเราได้ เด็ก ๆ น้อง ๆ เชื่อว่า ‘ไม่ชอบก็เปลี่ยน ไม่ใช่ก็ย้าย จะคิดอะไรมากมาย อะไรที่ไม่ใช่เราไปเถอะอย่าเสียเวลาเลย’ จะมีวิธีคิดแบบนี้อยู่
พี่คิดว่าหรือจริง ๆ แล้ว พายุกังวลว่า ถ้าบริษัทเป็นคนบอกว่าไม่ผ่านโปร แล้วจะไปกระตุ้นความรู้สึกสูญเสียคุณค่าของตนเองด้วยหรือเปล่า? จึงอยากจะเก็บพอร์ตให้ดีไม่มีการระบุไม่ผ่านโปร มีเพียงประวัติการออกเองหรือเปล่า?“
คุณพายุ ตอบว่า “อาจจะใช่ครับ”
‘ดีเจอ้อม’ จึงเสริมต่อว่า “ถ้าเราจะเผชิญอย่างนี้ เราจะต้องเผชิญอีกกี่ที่จึงจะเจอที่ ๆ ใช่ พี่ไม่สามารถตอบได้ว่าคุณพายุจะเจอกับคำตอบแบบไหน แต่ถ้าเราได้ลองทำอย่างเต็มที่แล้วแต่ไม่ผ่านโปร อย่างน้อยเราก็ได้คำตอบว่าเราทำเต็มที่แล้ว ดีกว่าต้องมีคำถามกับตนเองว่าเราจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เลยหรอ หรือจะย้ายไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอบริษัทที่ใช่ มันอาจมีโอกาสนั้น แต่ก็ไม่รู้ได้ว่าโอกาสนั้นจะมาถึงเร็วหรือช้า เพราะฉะนั้นตอบตนเองให้ได้ว่าหากออกตอนนี้ จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เลยหรือเปล่า เสื้อผ้าเวลาเราซื้อมาหากไม่ได้ใส่แล้วดูดีในครั้งเรายังไม่ทิ้งทันทีเลย ยังเก็บไว้ลองใส่เผื่อเจอไอเทมที่จะทำให้ดูดีได้ กับงานก็เช่นกันให้ลองก่อนอย่าเพิ่งรีบ แต่ถ้าไม่ไหวกระทบใจมากก็ค่อย ๆ คิด แต่ 1 เดือนยังน้อยไปหน่อยนึง ขอให้ลองเป็นสัก 2 เดือนพี่จะขอบคุณมาก”

ปิดท้ายที่ ‘คุณหมอท้อป’ กล่าวว่า “ถ้าพายุตั้งคำถามกับตนเองว่าคิดมากไปหรือเปล่า นั่นแปลว่าอาจคิดมากอยู่ลึก ๆ สาเหตุที่เกิดการตั้งเวลาทดลองงาน 3 เดือนขึ้นมานั่นเป็นเพราะว่า 3 เดือนเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์เกิดการปรับตัว เพราะฉะนั้นต่อให้จะเป็นคนที่เก่งมากจากที่ไหนมา ไม่ใช่ First jobber ก็ต้องมีการทดลองงานเพื่อปรับตัวให้เข้ากับงาน กับบริษัท กับองค์กร และหลาย ๆ สิ่ง แม้จะเก่งมาก ๆ ก็มีโอกาสทั้งผ่านและไม่ผ่าน ดังนั้นใช้เวลา 3 เดือนให้เกิดประโยชน์สูงสุดดีกว่า
ตอนนี้พายุรู้สึกว่างานของเราต้องพัฒนาได้อีก ณ วันนี้กับงานพายุรู้สึกว่าทำเต็มที่แล้วแต่ยังไม่ดีพอ ไม่ได้หมายความว่าพรุ่งนี้จะไม่เก่งขึ้น ความถนัดจะเกิดขึ้นจากการทำซ้ำ ๆ ให้เวลาตนเองอีกหน่อยในเดือนที่ 2-3 ทำซ้ำ ๆ และพัฒนาให้มากขึ้น แต่ทำซ้ำไม่ใช่การทำเหมือนเดิมตลอด ลองดูหากวิธีไหนไม่เวิร์ก ให้ลองเปลี่ยนวิธีใหม่ดู ยิ่งอยู่สาย Creative ต้องมีความสร้างสรรค์ ดังนั้นลองสรรค์สร้างวิธีใหม่ให้ตัวเองเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ให้โอกาสตัวเอง 3 เดือนนี้ให้ลองหลาย ๆ วิธี ลองพัฒนาตัวเอง พอครบ 3 เดือนอย่างน้อยเราได้บอกตัวเองว่าเราเก่งขึ้น เก่งกว่าวันที่เราโทรมา
คุณพายุอาจมีภาวะวิตกกังวลอยู่ด้วย ในสาย Creative ความกังวลอาจเป็นหนึ่งในอุปสรรค ตั้งสติ อย่างแรกคือหยุดคาเฟอีน ชากาแฟต่าง ๆ และหากควบคุมความกังวลได้ยากให้ลองปรึกษาแพทย์
ถ้าหากเราปล่อยไปเรื่อย ๆ ออกจากที่นี่ไปที่ใหม่ซ้ำ ๆ อาจไม่ใช่แค่เรื่องความกังวล แต่จะมีเรื่องของซึมเศร้าตามมาด้วยจากความรู้สึกว่าไม่สำเร็จไม่ดีพอ ดังนั้นอยู่ที่นี่ทำให้เต็มที่ก่อน"
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง
มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION
รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin