ผมรู้สึกว่าตัวเองยังทำงานได้ไม่ดีพอ ไม่คุ้มค่ากับเงินเดือนที่ได้รับ ผมคิดมากไปไหมครับ? ถ้าออกตอนนี้จะดูเป็นเจน Z ที่ไม่สู้งานหรือเปล่า?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมรู้สึกว่าตัวเองยังทำงานได้ไม่ดีพอ ไม่คุ้มค่ากับเงินเดือนที่ได้รับ ผมคิดมากไปไหมครับ? ถ้าออกตอนนี้จะดูเป็นเจน Z ที่ไม่สู้งานหรือเปล่า?

02 ต.ค. 2026

ผมรู้สึกว่าตัวเองยังทำงานได้ไม่ดีพอ ไม่คุ้มค่ากับเงินเดือนที่ได้รับ

ผมคิดมากไปไหมครับ? ถ้าออกตอนนี้จะดูเป็นเจน Z ที่ไม่สู้งานหรือเปล่า?


        ‘คุณพายุ (นามสมมติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (30 กันยายน 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม - หมอท้อป นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เกี่ยวกับปัญหาของ First jobber เจน Z ที่รู้สึกว่าทำงานได้ไม่คุ้มเงินเดือน

        ‘คุณพายุ (นามสมมุติ)’ อายุ 23 ปี ได้เล่าว่า เขาเพิ่งเรียนจบ เป็น First jobber ทำงานมาเกือบ 1 เดือน ยังอยู่ในช่วงทดลองงาน ต้องทำ 3 เดือนขึ้นไปจึงจะผ่านโปร และรู้สึกว่าผลงานที่ได้ทำให้กับบริษัทนั้นไม่คุ้มต่อสวัสดิการและเงินเดือนที่เขาได้รับ เพราะสวัสดิการมันดีมาก ทำให้เขารู้สึกไม่คู่ควร ส่วนตัวคุณพายุต้องการที่จะลาออก ด้วยความรู้สึกที่ไม่กล้าอยู่ต่อ

        โดยเงินเดือนที่ได้เป็นจำนวนหลักหมื่น แต่สวัสดิการของบริษัทสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคุณพายุได้ประมาณครึ่งหนึ่ง สามารถเบิกได้ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง

        ปัจจุบันคุณพายุอยู่ในสายงาน Creative ที่จะต้องมีผลงานออกมาในทุกวัน ซึ่งคุณพายุเต็มที่กับผลงานทุกชิ้นแล้ว แต่ผลงานนั้นกลับยังไม่ผ่านมาตรฐานที่เขาตั้งไว้กับตนเอง ถึงอย่างนั้นผลงานก็ผ่านการ Approved จากหัวหน้า เพียงแต่ว่ากว่าจะผ่านไปได้ในแต่ละชิ้นงาน ต้องใช้ทั้งเวลาและแรง แต่ผลลัพธ์กลับออกมาไม่ดีเท่าที่หวัง

        ด้านหัวหน้าไม่ได้ต่อว่าอะไรคุณพายุ กลับเป็นในเชิงของการให้กำลังใจว่า ยังอยู่ในช่วงของการปรับตัว ในช่วงเริ่มต้น แต่ในด้านของความรู้สึกคุณพายุมองว่า “ตนทำเต็มที่แล้ว” หากคุณพายุลาออกจากที่นี่ก็จะยังคงทำในสายงานเดิม แต่จะหาบริษัทที่เนื้องานตรงกับความถนัดของคุณพายุมากขึ้น

        คุณพายุอยากจะปรึกษาดีเจทั้งสามท่านและคุณหมอว่า เขาคิดมากไปหรือเปล่า หากลาออกตอนนี้จะถูกมองว่าเป็นเจน Z ไม่สู้งานไหม? พร้อมย้ำว่าสำหรับคุณพายุ เขาสู้เต็มที่กับงานมากแล้วจริง ๆ

        หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า “พายุอาจจะคิดมากไป จริง ๆ มันเป็นเรื่องดีที่พายุตั้งใจไว้สูง แต่พอทำงานไปได้ไม่ถึงที่หวังแล้วมาเฟล มันโอเคที่จะคิดแบบนี้ แต่ว่ามันควรจะเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้เราทำไปได้ถึงอย่างที่หวังไว้ ไม่ใช่พอไม่ได้อย่างที่หวังแล้วทำให้ถอดใจ 

        ถ้า 1 เดือนพี่ว่าพายุถอดใจเร็วไปหน่อย เพราะเจ้านายก็ยังนำงานที่พายุคิดไปใช้ นั่นแปลว่างานยังผ่าน แต่อาจไม่ดีเท่าที่พายุตั้งใจไว้ เจ้านายเห็นว่ายังทำได้และเขายังพูดว่านี่มันคือช่วงที่พายุต้องปรับตัว พี่รู้สึกว่าพายุไม่ต้องคิดมากว่าทำงานได้ไม่สมกับเงินเดือนหรือสวัสดิการ เพราะถ้าถึงวันนั้นแล้วเจ้านายเห็นแบบเดียวกันกับพายุเขาน่าจะไม่ให้พายุผ่านโปร และพายุจะได้ออกเองแน่นอน ตอนนี้ไม่ต้องรีบอีก 2 เดือนที่เหลือทำให้เต็มที่อย่างที่ทำ แล้วเดี๋ยววันนั้นจะรู้เอง เจ้านายอาจเห็นความเป็นไปได้ในตัวพายุ เพียงแต่ว่าหากพายุออกตอนนี้มันแค่เดือนเดียวเรายังไม่เห็นอะไรมากเท่าไหร่เลย 

        ถ้ากลัว ไม่ต้องกลัว ถ้าทำได้ไม่ดีจริงเขาไม่ให้ผ่านโปรแน่ แต่ถ้าเขาเห็นว่าพายุมีแนวโน้มทำได้ดีเขาจะให้อยู่ต่อ และพายุก็พยายามปรับปรุง ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เหมือนเดิม และถ้าถึงวันนั้นหากทำเต็มที่แล้วแต่ไม่ได้อย่างที่หวังก็ให้เวลาพิสูจน์ไปเรื่อย ๆ อย่าบีบคั้นตัวเองขนาดนั้น นี่เพิ่งจะเป็นงานแรก”

        ถัดมาที่ ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า “หากอยู่ในสายงานที่รู้สึกไม่ถนัดจริง ๆ แล้วอยากจะเปลี่ยนงานก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ว่าพี่เผือกอาจเป็นคนยุคเก่าที่รู้สึกว่า 1 เดือน เรายังไม่รู้จักงานนั้นดีพอเลย แล้วเราก็ยังไม่ได้ลองพยายามจนเต็มที่ดูเลย ช่วงเวลาพ้นโปรแค่ 3 เดือน ถ้าเราไม่ใช่จริง ๆ เขาคงไม่เอาเราไว้หรอก แต่อย่างน้อยเราจะได้พิสูจน์แล้วจริง ๆ ว่าเราไม่เหมาะกับงานนี้ 

        แต่นี่เหมือนแหย่ขาเข้าไปข้างนึง แล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าเหมาะไม่เหมาะ ยังไม่ได้ลองปรับตัว ยังไม่เคยลองเรียนรู้จะทำในสิ่งที่ไม่ถนัด ดูให้มากกว่านี้อย่างน้อยก็ในช่วงทดลองงาน เรายังทดลองมันไม่จบเลยแล้วเราจะดึงขากลับแล้ว พี่ว่ามันเร็วไปหน่อย ในโลกของการทำงานมันคงไม่ได้ดั่งใจไปซะทุกอย่าง เราแค่ต้องเรียนรู้มันให้ชัวร์ว่าไม่ใช่จริง ๆ จะได้ตอบตนเองได้ว่าเราลองอย่างเต็มที่แล้วแต่มันไม่ใช่จริง ๆ คิดสะว่าใช้ก่อนที่จะพ้นโปรตอบคำถามตัวเองว่าเราเต็มที่แล้วหรือยัง และได้ตั้งคำถามกับงานนั้นว่าเหมาะกับเราหรือเปล่า 

        เวลา 1 เดือนเร็วเกินไปที่จะรู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ไม่ใช่ทาง เรายังไม่ได้พยายามที่จะปรับตัวต่ออีกสักหน่อย เสมือนกับน้ำร้อนในออนเซ็นที่ครั้งแรกตอนหย่อนขาลงไปมันร้อนเสียจนสะดุ้ง แต่พออยู่ไปก็จะรู้ได้ว่าเราก็อยู่ได้ อยากให้ลองอยู่ต่อก่อน อยู่รอให้เจออะไรที่ยากหน่อย เราจะได้ตอบคำถามตนเองได้ชัดเจนขึ้นว่าไม่ใช่คือไม่ใช่”

        ถัดมาที่ ‘ดีเจอ้อม’ กล่าวว่า “ตอนที่ได้ยินว่าอยากออกจากงานเพราะรู้สึกไม่คุ้ม พี่รู้สึกว่าน่าจ้างจังเพราะน้อยคนที่จะรู้สึกอยากทำงานให้คุ้มเงินที่ได้รับ พายุน่าสนใจ พี่ไม่ติดเลยถ้าพายุจะออก จะออกก็ได้นะ แต่ต้องถามตนเองว่าออกเพราะอะไร ชอบงานแล้วงานที่ทำถนัดไหม ซึ่งความถนัดจะมาจากการฝึกฝน หากชอบงานก็จะสามารถพัฒนาให้ถนัดได้ คนเราไม่ถนัดจนกว่าจะมีประสบการณ์ เพิ่งจะฝึกมาได้ 1 เดือนยังสั้นเกินไปที่ความถนัดจะเป็นความคุ้นเคยและคุ้นชินจนสามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติ การที่คนเราจะกลายเป็น Specialist ได้เขาต้องฝึกกันวันละ 8 ชั่วโมง เป็นเวลากี่ปี กว่าจะพูดได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ 

        มันก็ดีถ้าหากเราเดินไปพูดกับเขาว่าเราทำงานไม่คุ้ม แต่เขาก็รับเรามาแล้ว ในขณะเดียวกันให้เขาเป็นคนประเมินเราก่อน และพิสูจน์โดยการที่เจ้านายเลือกงานเราไปใช้แล้ว นั่นแปลว่าเราทำได้ เรายังทำได้ แต่ก็ไม่มีใครสามารถบังคับเราได้ เด็ก ๆ น้อง ๆ เชื่อว่า ‘ไม่ชอบก็เปลี่ยน ไม่ใช่ก็ย้าย จะคิดอะไรมากมาย อะไรที่ไม่ใช่เราไปเถอะอย่าเสียเวลาเลย’ จะมีวิธีคิดแบบนี้อยู่

        พี่คิดว่าหรือจริง ๆ แล้ว พายุกังวลว่า ถ้าบริษัทเป็นคนบอกว่าไม่ผ่านโปร แล้วจะไปกระตุ้นความรู้สึกสูญเสียคุณค่าของตนเองด้วยหรือเปล่า? จึงอยากจะเก็บพอร์ตให้ดีไม่มีการระบุไม่ผ่านโปร มีเพียงประวัติการออกเองหรือเปล่า?“

        คุณพายุ ตอบว่า “อาจจะใช่ครับ”

        ‘ดีเจอ้อม’ จึงเสริมต่อว่า “ถ้าเราจะเผชิญอย่างนี้ เราจะต้องเผชิญอีกกี่ที่จึงจะเจอที่ ๆ ใช่ พี่ไม่สามารถตอบได้ว่าคุณพายุจะเจอกับคำตอบแบบไหน แต่ถ้าเราได้ลองทำอย่างเต็มที่แล้วแต่ไม่ผ่านโปร อย่างน้อยเราก็ได้คำตอบว่าเราทำเต็มที่แล้ว ดีกว่าต้องมีคำถามกับตนเองว่าเราจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เลยหรอ หรือจะย้ายไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอบริษัทที่ใช่ มันอาจมีโอกาสนั้น แต่ก็ไม่รู้ได้ว่าโอกาสนั้นจะมาถึงเร็วหรือช้า เพราะฉะนั้นตอบตนเองให้ได้ว่าหากออกตอนนี้ จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เลยหรือเปล่า เสื้อผ้าเวลาเราซื้อมาหากไม่ได้ใส่แล้วดูดีในครั้งเรายังไม่ทิ้งทันทีเลย ยังเก็บไว้ลองใส่เผื่อเจอไอเทมที่จะทำให้ดูดีได้ กับงานก็เช่นกันให้ลองก่อนอย่าเพิ่งรีบ แต่ถ้าไม่ไหวกระทบใจมากก็ค่อย ๆ คิด แต่ 1 เดือนยังน้อยไปหน่อยนึง ขอให้ลองเป็นสัก 2 เดือนพี่จะขอบคุณมาก”

        ปิดท้ายที่ ‘คุณหมอท้อป’ กล่าวว่า “ถ้าพายุตั้งคำถามกับตนเองว่าคิดมากไปหรือเปล่า นั่นแปลว่าอาจคิดมากอยู่ลึก ๆ สาเหตุที่เกิดการตั้งเวลาทดลองงาน 3 เดือนขึ้นมานั่นเป็นเพราะว่า 3 เดือนเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์เกิดการปรับตัว เพราะฉะนั้นต่อให้จะเป็นคนที่เก่งมากจากที่ไหนมา ไม่ใช่ First jobber ก็ต้องมีการทดลองงานเพื่อปรับตัวให้เข้ากับงาน กับบริษัท กับองค์กร และหลาย ๆ สิ่ง แม้จะเก่งมาก ๆ ก็มีโอกาสทั้งผ่านและไม่ผ่าน ดังนั้นใช้เวลา 3 เดือนให้เกิดประโยชน์สูงสุดดีกว่า

        ตอนนี้พายุรู้สึกว่างานของเราต้องพัฒนาได้อีก ณ วันนี้กับงานพายุรู้สึกว่าทำเต็มที่แล้วแต่ยังไม่ดีพอ ไม่ได้หมายความว่าพรุ่งนี้จะไม่เก่งขึ้น ความถนัดจะเกิดขึ้นจากการทำซ้ำ ๆ ให้เวลาตนเองอีกหน่อยในเดือนที่ 2-3 ทำซ้ำ ๆ และพัฒนาให้มากขึ้น แต่ทำซ้ำไม่ใช่การทำเหมือนเดิมตลอด ลองดูหากวิธีไหนไม่เวิร์ก ให้ลองเปลี่ยนวิธีใหม่ดู ยิ่งอยู่สาย Creative ต้องมีความสร้างสรรค์ ดังนั้นลองสรรค์สร้างวิธีใหม่ให้ตัวเองเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ให้โอกาสตัวเอง 3 เดือนนี้ให้ลองหลาย ๆ วิธี ลองพัฒนาตัวเอง พอครบ 3 เดือนอย่างน้อยเราได้บอกตัวเองว่าเราเก่งขึ้น เก่งกว่าวันที่เราโทรมา

        คุณพายุอาจมีภาวะวิตกกังวลอยู่ด้วย ในสาย Creative ความกังวลอาจเป็นหนึ่งในอุปสรรค ตั้งสติ อย่างแรกคือหยุดคาเฟอีน ชากาแฟต่าง ๆ และหากควบคุมความกังวลได้ยากให้ลองปรึกษาแพทย์

        ถ้าหากเราปล่อยไปเรื่อย ๆ ออกจากที่นี่ไปที่ใหม่ซ้ำ ๆ อาจไม่ใช่แค่เรื่องความกังวล แต่จะมีเรื่องของซึมเศร้าตามมาด้วยจากความรู้สึกว่าไม่สำเร็จไม่ดีพอ ดังนั้นอยู่ที่นี่ทำให้เต็มที่ก่อน"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูไม่สามารถเข้ากับเพื่อนแฟนได้เลย!! ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อนผู้ชาย หรือ แก๊งเพื่อนผู้หญิง ของแฟน เพราะสิ่งที่หนูเจอ หนูไม่โอเคเลย... 1.ไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนผู้ชายของแฟน เห็นเขาไปลวนลามแฟนของเพื่อนอีกคน ต่อหน้าเรา ตอนแฟนเขาไม่อยู่ มันไม่โอเคเลย

25 ส.ค. 2025

หนูไม่สามารถเข้ากับเพื่อนแฟนได้เลย!! ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อนผู้ชาย หรือ แก๊งเพื่อนผู้หญิง ของแฟน เพราะสิ่งที่หนูเจอ หนูไม่โอเคเลย... 1.ไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนผู้ชายของแฟน เห็นเขาไปลวนลามแฟนของเพื่อนอีกคน ต่อหน้าเรา ตอนแฟนเขาไม่อยู่ มันไม่โอเคเลย

หนูไม่สามารถเข้ากับเพื่อนแฟนได้เลย!! ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อนผู้ชาย หรือ แก๊งเพื่อนผู้หญิง ของแฟนเพราะสิ่งที่หนูเจอ หนูไม่โอเคเลย... 1.ไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนผู้ชายของแฟน เห็นเขาไปลวนลามแฟนของเพื่อนอีกคนต่อหน้าเรา ตอนแฟนเขาไม่อยู่ มันไม่โอเคเลย 2.พอไปเที่ยวกับเพื่อนผู้หญิงของแฟน ก็จะมีคนนึงมาใกล้ชิดสนิทสนม กอดแขนแฟนเราบ่อยเกิน จนเรารู้สึกไม่โอเค ตอนนี้คบกันมาหลายปีแล้ว รู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทางมันผิดที่สังคมของแฟน หรือ ผิดที่ตัวหนูเองที่ไม่โอเคกับสิ่งที่หนูเจอมา “คุณฝน (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเข้ากับแฟนเพื่อนไม่ได้ โดย “คุณฝน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมานานแล้ว และแฟนก็พาไปรู้จักกับเพื่อนๆของเขา อย่างเพื่อนผู้ชายกลุ่มแรก เพื่อนๆเขาก็พาแฟนแต่ละคนมารู้จักกันไว้ มีนัดปาร์ตี้สังสรรค์กัน ค่อนข้างเจอกันบ่อย ในช่วงแรกก็เหมือนจะเข้ากันได้ แต่พอรู้จักกันไปสักพัก ในกลุ่มเนี่ยจะมีกัน 5 คน แต่เหมือนว่าหนึ่งจะไปลวนลามแฟนของสอง ซึ่งคนที่โดนก็ไม่ได้ยินยอม พวกเราก็รู้กันว่า คนนี้ทำแบบนี้กับเพื่อน แล้วหนูก็รู้สึกว่าหนูไม่โอเคกับเรื่องนี้มากๆ ก็เลยบอกแฟนว่า เราเลี่ยงที่จะไม่ไปเจอเขาได้มั้ย แต่แฟนก็ยังไปอยู่ หนูก็เลยปล่อยให้เขาไปคนเดียว ต่อมาแฟนก็พาไปเจอเพื่อนอีกกลุ่มนึง เป็นกลุ่มเพื่อนผู้หญิง แรกๆก็เหมือนจะเข้าได้ แต่พอล่าสุดที่ผ่านมา ในงานวันเกิดของเพื่อนในกลุ่มนั้น เขาก็ชวนไป แต่พอถึงเวลาที่จะกลับ เพื่อนของแฟนก็มาเกาะแกะแฟนหนู มันทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าตรงนั้นมันไม่น่าอยู่ เราจะไปอยู่ที่ตรงนั้นทำไม แต่แฟนก็ยังคะยั้นคอให้เราไปอยู่ดี พอหลังจากนั้น หนูก็ถ่ายรูปแฟน แต่ติดแขนเพื่อนผู้หญิงคนนั้น ลงสตอรี่ไอจีใส่แคปชั่นว่า ‘เออเอ๊า เอาเข้าไป’ แล้วเหมือนเจ้าของวันเกิด เขาจะเห็น เพื่อนผู้หญิงคนที่เกาะแกะแฟนก็เลยทักมา ‘เออเนี่ยขอโทษที่เมื่อวานไปเกาะแกะ แล้วก็ฝากขอโทษฝนด้วยนะ รู้ว่าไม่โอเค’ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า มันผิดที่หนูเองที่เข้ากับกลุ่มเพื่อนแฟนไม่ได้ หรือมันผิดที่เพื่อนแฟน?’ โดยทั้ง “ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘เป็นเรื่องของการที่รู้ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ ไม่ใช่ว่าเราเข้ากับเพื่อนแฟนไม่ได้ แต่สถานการณ์ต่างๆที่เจอ มันคงน่าอึดอัด และเรารับไม่ได้ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องเจอ อยู่กับแฟนไป ไม่ต้องฝืนตัวเอง อย่างเรื่องการโพส อาจจะใจเร็วเกินไป คนที่เราควรบอก คือแฟนของเรา ว่าเราไม่โอเค ช่วยห่างๆคนนี้ได้มั้ย ส่วนเรื่องปัญหาระยะไกล คือสังคมแฟนเราแปลกๆ ดูไว้ใจอะไรไม่ได้ เขาอยู่ท่ามกลางคนเหล่านี้ แล้วอะไรจะการันตีว่า เขาไม่ได้เป็นแบบนั้น นอกจากจะศีลเสมอกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 6-7 ปี ไม่เคยไปบ้านเค้าเลย เพราะแฟนบอก 'พ่อไม่ชอบทอม' เราไม่เคยเจอสังคมอะไรของแฟนเลย มีแต่แฟนที่รู้ฝั่งเรา พีคสุด แฟนจดทะเบียนสมรสกับผู้ชายอีกคนอยู่แล้วแต่แยกกันอยู่ ตอนนี้เราเลิกกันแล้วแต่แฟนขอให้กลับไปคบกันเหมือนเดิม

02 ก.พ. 2024

คบแฟนมา 6-7 ปี ไม่เคยไปบ้านเค้าเลย เพราะแฟนบอก 'พ่อไม่ชอบทอม' เราไม่เคยเจอสังคมอะไรของแฟนเลย มีแต่แฟนที่รู้ฝั่งเรา พีคสุด แฟนจดทะเบียนสมรสกับผู้ชายอีกคนอยู่แล้วแต่แยกกันอยู่ ตอนนี้เราเลิกกันแล้วแต่แฟนขอให้กลับไปคบกันเหมือนเดิม

“คุณยีนส์ (นามสมมติ)” อายุ 41 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (31 ม.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาที่มารู้ทีหลังว่าแฟนยังไม่หย่ากับสามี โดย “คุณยีนส์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ขอเกริ่นก่อนว่าเราเป็น LGBTQ คบกับแฟนมาประมาณ 6 - 7 ปีแล้ว ซึ่งตลอดเวลาที่คบกัน เรารู้แค่ว่าทางบ้านเขาไม่ชอบเรา และเราก็ไม่เคยรับรู้เรื่องทางบ้านเขาเลย ไม่เคยรู้เลยว่าบ้านเขาเป็นยังไง หรือแม้กระทั่งบ้านเขาอยู่ที่ไหน จนคบกันมาเข้าปีที่ 6 เป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสไปบ้านเขาใน ‘ฐานะเพื่อน’ หลังจากกลับมาจากบ้านเขา เราก็ได้รู้เรื่องต่าง ๆ จากปากเพื่อนเขาว่า ‘เขาแต่งงาน เคยจดทะเบียนสมรส แล้วยังคงคาทะเบียนสมรสกันอยู่ด้วย’ เราต้องไปคาดคั้นความจริงจากเขา เขาถึงยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง... ที่ผ่านมา เราไม่เคยมีตัวตนในชีวิตเขาเลย ไม่ว่าจะเป็นในโซเชียล ทางบ้านหรือทางสังคมของเขา คือเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลย แต่เขากลับรู้เรื่องเราทุกอย่าง เพราะว่าตอนที่คบกัน เขามาอยู่บ้านเราตลอด 24 ชม. แต่ในช่วงที่เขาอยู่บ้านเรา เขาก็จะมีกลับบ้านเขาไปบ้าง ซึ่งตอนที่เขากลับบ้าน เราจะไม่สามารถติดต่อเขาได้เลย เขาจะพูดกับเราเสมอว่า “ครอบครัวเขาเกลียดมาก” ไม่ให้รับโทรศัพท์ ไม่ให้ทำอะไรเลย แล้วพอมารู้เรื่องนี้ เราก็เหมือนตัดสินใจแล้วว่า “ฉันไม่เอาละ ฉันเลิกดีกว่า” ที่อยากเลิกเพราะรู้สึกว่าเขาเหมือนโกหกเรามาตลอด เพราะเราเองก็ถามมาตลอดเหมือนกัน ณ ตอนนี้ หลังจากที่เลิกกันแล้ว ก็ยังรู้สึกว่าคาราคาซังอยู่ เราก็คิดว่าเราไม่เอาแล้ว แต่ทางเขาก็ไม่ยอมเลิก จริง ๆ ก็เคยถามเขาเรื่องหย่า เขาก็บอกว่า “เดี๋ยวจะทำเรื่องหย่าให้” แต่พอถามเขาอีกรอบ เขาก็ยังตอบเหมือนเดิม โดยที่ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย เหมือนเขาแค่ตอบให้ผ่านๆ ไป วันนี้จึงอยากจะถามพี่ๆดีเจว่า “เราควรจะไปต่อดีไหม ถ้าเรามองข้ามเรื่องนั้นไป หรือเราจะเข้าไปคุยกับพ่อแม่เขาดี หรือจริงๆ ควรจะจบแค่เพียงเท่านี้ ?”’ ซึ่งทาง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าคนของเราโอเค มันจะแบ่งเบาภาระไปได้เยอะ ถ้าครอบครัวเขาไม่ชอบ อันนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งความลำบาก ซึ่งจะขึ้นอยู่กับคนกลางที่เป็นคนของเราเหมือนกัน เขาพร้อมที่จะเสียสละเพื่อที่จะอยู่กับเราไหม? ผมว่า 6 - 7 ปีที่ผ่านมา คุณยีนส์กำลังเข้าสู่ช่วงอยากมีตัวตน มันถึงวัยที่คุณยีนส์อยากได้รับการยอมรับ อยากเริ่มสร้างครอบครัวจริงจัง รวมถึงเริ่มรู้สึกเสียเวลาถ้าอยู่โดยไม่มีปลายทาง พอมาดูความรักของคุณยีนส์ มันก็ยังคงมีคำถามมากมาย ครอบครัวเขาจะรับเราได้ไหม? หรือเขาเองนี่แหละพร้อมที่จะเปิดตัวเรารึเปล่า? ซึ่งมันเป็นคำถามมากเลย สมมติว่าถ้าผมซี้กับคุณยีนส์ ผมก็จะแนะนำว่า “เราเคยเห็นคนที่มันชัดเจน เป็นความรักของ LGBTQ ที่เปิดตัว สร้างครอบครัวไปด้วยกัน ซึ่งมันดี” ไม่อยากให้คุณยีนส์เสียเวลา ถ้าต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง อายุเราก็เดินทางมาถึงเลขสี่แล้ว การที่เราจะต้องซื้อเวลาไปข้างหน้า เพื่อความขมุกขมัวที่ไม่แน่นอน ผมไม่ค่อยสนับสนุน มันอาจจะต้องมองหาสิ่งที่มันแน่นอน และเริ่มสร้างครอบครัวด้วยกันได้แล้ว ถ้ามันต้องเลือก ผมอยากให้คุณยีนส์มองหาสิ่งที่ทำให้คุณยีนส์มีความสุขจริง ๆ ได้สักที’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การที่เรามีทะเบียนสมรสอยู่ แล้วเราอยู่กับใครคนนึงมา 6 ปี โดยที่ไม่บอกเรื่องนี้ หอมว่ามันใจดำไปนิดนึง เพราะมันผิดกฎหมายด้วย ถ้าอีกฝ่ายจะฟ้อง เราแย่แน่ 6 - 7 ปี ที่อยู่ด้วยกันมา เขาไม่คิดจะบอกคนที่อยู่ข้าง ๆ เลยเหรอ? ถ้าเกิดผู้ชายคนนั้นไม่มีตัวตน อันนี้มันพูดง่ายมาก แค่บอกว่ายังไม่หย่า มันได้ใจเรามากกว่าอีก แล้วการปกปิดนี้มันเป็นเราที่มารู้เอง อีกเรื่องคือ เขาไม่เคารพ ไม่ให้เกียรติเราเลย อายุ 42 แล้ว ยังกลัวพ่อด่าเรื่อง LGBTQ อยู่อีกเหรอ? สมมติว่าการเลิกราเกิดขึ้น แล้วอีกฝ่ายไม่อยากเลิก สิ่งที่ยื้อคุณยีนส์กลับมาได้คือ การกระทำ เช่น 1. เดี๋ยวหย่าให้ 2. คือการพาไปไหว้พ่อ เปิดตัวให้รู้เลยว่าฉันจริงจัง มันต้องแสดงด้วยการกระทำ แต่นี่... ป่านนี้ยังไม่ทำอะไรเลย แล้วคือคุณยีนส์จะต้องรอคน ๆ นึงที่ไม่เคยให้เกียรติคุณยีนส์มาตลอด 6 ปี เลยเหรอ? เขามีราคาอะไรที่เราจะต้องจ่ายขนาดนั้น ความดีนี้ต้องซื้อด้วยอะไร ในเมื่อมันไม่มี ถ้าเขาอยากตื๊อก็ตื๊อได้ แต่ต้องอยู่กับปัจจุบัน ถ้าวันนี้ไม่เห็นอะไรที่น่ากลับไปก็ไม่ต้องกลับ แล้วยีนส์เปิดโอกาสให้ตัวเองเลย ใครสักคนที่ดีกว่านี้ ใครสักคนที่ไม่โกหกเรา ถ้าวันนี้คนเก่ายังทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องกลับ’ และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ดูที่พฤติกรรม ถ้าเกิดว่าพฤติกรรมเขาสวนทางกับคำพูด คือถ้ามันเป็นคนที่ใช่ มันจะไม่ยากลำบากขนาดนี้ แล้วสำหรับคู่คุณยีนส์มันหลายปีแล้ว มันควรจะต้องใช่ได้แล้ว มันไม่ควรจะมาตั้งคำถามในตอนนี้แล้ว มันเสียเวลาชีวิต 6 – 7 ปี มันพิสูจน์มามากพอแล้วว่าคุณยีนส์รักเขา และยอมขนาดไหน ขนาดให้เขาปกปิดโลกของเขาแล้วไม่งี่เง่าอะไรเลย วันนี้ถึงเวลาที่เขาจะทำให้เราเห็นแล้วว่า เขาอยากให้เราอยู่ ไม่ใช่แค่ปากที่มาง้อ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง!ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธเพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้ 'คุณแพนด้า' (นามสมมติ) อายุ 34 ปี สายที่ 11 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนเจ้าสาวไม่ได้ใส่ซองงานแต่ง แถมซองที่คนอื่นฝากมาก็มาไม่ถึงมือเราความคืบหน้าล่าสุด 'คุณแพนด้า (นามสมมติ)' ได้เล่าว่า "ปล่อยวางค่ะ ไม่ได้ไปทวง จริง ๆ ก็ปล่อยไปนานแล้วตั้งแต่ที่รู้เรื่อง แต่เมื่อเห็นว่ามีการถกเถียงกันในโซเชียลเรื่อง ไปงานแต่งงานจำเป็นต้องให้เงินใส่ซองหรือไม่ เลยนึกขึ้นได้อีกครั้งว่าเพื่อนเราเคยไม่ใส่ซองให้เราเหมือนกัน ก็เลยอยากลองมาแชร์เรื่องราว หลังจากที่โทรมาปรึกษา ก็ทำให้เราเข้าใจเพื่อนมากขึ้นว่า การเป็นเพื่อนเจ้าสาวไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้นะ และเราก็ไม่ได้โกรธเพื่อนด้วย ตอนเจอกันก็คุยกันปกติ ไม่ได้คิดอคติที่เขาไม่ใส่ซองให้เรา" สุดท้ายคุณแพนด้าขอฝากว่า การที่มาเล่าให้ฟังในรายการนี้ แค่อยากมาแชร์ประสบการณ์เท่านั้น ไม่ได้จริงจังอะไร เห็นว่าบางคอมเมนต์ มีการแสดงความคิดเห็นในทางลบ อยากให้เปิดใจ เข้าใจเรื่องราวให้มากก่อนแสดงความคิดเห็นเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตอนนี้เรากับสามี มีลูกอายุ 2 ขวบกันแล้วค่ะ เขาเป็นพ่อที่ดี เป็นสามีที่ดี หน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ตั้งแต่ก่อนคบกัน เขาสัญญาว่าจะเลิกบุหรี่ จนคบกัน ก็สัญญาว่าจะเลิก ก็ยังไม่เลิก จนแต่งงานกันบอกว่าจะเลิกสูบ ก็ยัง

15 ส.ค. 2025

ตอนนี้เรากับสามี มีลูกอายุ 2 ขวบกันแล้วค่ะ เขาเป็นพ่อที่ดี เป็นสามีที่ดี หน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ตั้งแต่ก่อนคบกัน เขาสัญญาว่าจะเลิกบุหรี่ จนคบกัน ก็สัญญาว่าจะเลิก ก็ยังไม่เลิก จนแต่งงานกันบอกว่าจะเลิกสูบ ก็ยัง

ตอนนี้เรากับสามี มีลูกอายุ 2 ขวบกันแล้วค่ะ เขาเป็นพ่อที่ดี เป็นสามีที่ดี หน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องแต่ตั้งแต่ก่อนคบกัน เขาสัญญาว่าจะเลิกบุหรี่ จนคบกัน ก็สัญญาว่าจะเลิก ก็ยังไม่เลิกจนแต่งงานกันบอกว่าจะเลิกสูบ ก็ยัง มาถึงตอนนี้บอกว่ามีลูกแล้วจะเลิกสูบ ก็เหมือนเดิมเขาแอบไปสูบในห้องน้ำ แอบสูบที่ทำงาน เราไม่ชอบคนสูบบุหรี่เลย สุขภาพก็เสียด้วยถ้าจะหย่ากับสามีเพราะเหตุผลนี้ จะแรงไปไหม?แต่ใจก็ยังรักเขาอยู่ แค่อยากให้สามีเลิกได้จริงๆจังๆสักที “คุณเพลง (นามสมมติ)” อายุ 27 ปีเป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [13 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจอ๋อง - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาที่สามีไม่สามารถเลิกบุหรี่สักที กลัวมันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพสามีและลูก โดย “คุณเพลง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แฟนของเราสัญญาว่าจะเลิกสูบบุหรี่ตั้งแต่ประมาณ 5 ปีที่แล้ว ตอนนั้นยังไม่มีลูก เราขอให้เขาลดหรือเลิกสูบตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เริ่มคบกัน เขาก็รับปากว่าจะเลิก แต่จนถึงตอนนี้เรามีลูกด้วยกันแล้ว ลูกอายุ 2 ขวบ เขาก็ยังไม่สามารถเลิกได้ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นพ่อที่ดี สามีที่ดีในหลาย ๆ ด้าน ยกเว้นแค่เรื่องเดียวคือบุหรี่ เขาเปลี่ยนจากสูบบุหรี่มวนมาเป็นบุหรี่ไฟฟ้า ถึงจะไม่สูบต่อหน้าลูกหรือเราโดยตรง แต่เขาก็จะแอบไปสูบในห้องน้ำ ซึ่งเราเคยจับได้เพราะไปเจอบุหรี่ในกระเป๋า ที่ผ่านมาเราเลือกเงียบ ไม่พูดถึง แต่ในใจก็รู้สึกอึดอัด เพราะเรื่องนี้เราเคยคุยกันหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่เรารู้ว่าตั้งครรภ์ เราเคยขอร้องอย่างจริงจัง เราพยายามเข้าใจว่าเขาสูบมานานตั้งแต่วัยรุ่น การจะเลิกคงจะยาก เขาเองก็อาจจะเครียดเพราะเป็นหัวหน้าครอบครัว ที่ต้องรับผิดชอบหลายเรื่องในบ้าน แต่ในมุมของเรา เราไม่เห็นประโยชน์อะไรจากบุหรี่เลยโดยเฉพาะกับสุขภาพของเขา และเรายังห่วงลูกมาก ๆ กลัวผลกระทบจากควันบุหรี่มือสอง รวมถึงในอนาคต กลัวว่าถ้าลูกไปเจอสังคมที่มีคนสูบบุหรี่ แล้วเขาจะสอนลูกได้ยังไง ในเมื่อเขาเองยังทำไม่ได้ เรามีงานที่มั่นคงต่อให้เลิกกัน เราก็ยังสามารถเลี้ยงดูลูกได้ เลยอยากรู้ว่าการหย่าเพราะเรื่องบุหรี่จะรุนแรงเกินไปไหมสำหรับเขาและอนาคตเด็กคนหนึ่ง?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัจจุบันเด็กไม่จำเป็นต้องมีพ่อมีแม่ เดี๋ยวนี้เราใช้แค่คำว่ามีผู้ปกครองหรือคนที่ดูแลเขาได้อย่างดีก็พอแล้ว ถ้ามันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเราการหย่าจะไม่ถือว่ารุนแรงไป แต่น่าเสียดายที่เขาเป็นพ่อที่ดีและเป็นสามีที่ดี เพราะฉะนั้นลองแก้ไขดูก่อน วิธีแก้คือยื่นคำขาด บอกว่าเราจะแยกกันอยู่ เพื่อที่จะกดดันเขา แล้วถ้าวันไหนเขาพร้อมค่อยให้เขามาทำหน้าที่พ่อ เพราะคนจะเลิกบุหรี่ต้องเลิกด้วยตัวเอง ลองดูว่าวิธีไหนจะเหมาะกับเรา แล้วถ้าปัญหานี้แก้ไม่ได้จริง ๆ การเลิกกันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เขาควรจะได้รู้ว่าปัญหามันจริงจังขนาดไหน มันจะนำไปสู่การเลิกกันมากกว่าการที่อยู่ดี ๆ หย่ากันเลย ผมไม่ได้ปกป้องคนสูบบุหรี่นะ แต่อยากให้คิดอีกมุมด้วยว่าบางทีการที่มีพ่อที่สูบบุหรี่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกจะสูบบุหรี่ด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งไปคิดว่าลูกจะเป็นยังไง ต่อให้คุณเพลงหย่ามันก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าลูกคุณเพลงจะไม่สูบบุหรี่ แต่เท่าที่ได้ฟังก็เสียดายที่ต้องจะเลิกรากันไปด้วยปัญหานี้ที่มันสามารถแก้ไขกันได้ ด้วยการเลิกสูบบุหรี่ ก็ต้องถามคุณเพลงกลับว่าทั้งคู่ยังอยากอยู่ด้วยกันไหม ถ้าอยากอยู่ด้วยกันก็ทำให้เขารู้ว่าปัญหานี้มันจริงจังแค่ไหน ผมรู้สึกว่าการสูบบุหรี่มันลำบากกับการใช้ชีวิต สูบเสร็จก็ต้องล้างมือ แปรงฟัน บางทีก็ต้องถึงขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็อยากให้เขาหาเหตุที่ทำให้เลิกบุหรี่ให้ได้ ไม่เพื่อครอบครัวก็เพื่อตัวเอง อย่าไปเลิกเอาในวันที่หมอบอกให้เลิกแล้ว ตอนนั้นสุขภาพมันคงไม่ไหวแล้ว’ สุดท้าย “ดีเจอ๋อง” ได้ให้คำคำปรึกษาว่า ‘ไม่ติดที่คุณเพลงจะมีความรู้สึกอยากหย่าเพราะเรื่องนี้ ถ้าตัวสามีเขารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่เป็นเรื่องไร้สาระ อันนี้น่าจะไปต่อได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เขามองเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยแบบนั้นคือยาก คนสูบบุหรี่มันต้องมีอะไรในใจ สิ่งที่อยากให้คุณเพลงทำคืออยู่ข้าง ๆ เขา เราใช้ทุกวิธีแล้ว งั้นก็ทำให้เขาเห็นว่าถ้ายังเลิกไม่ได้ไม่เป็นไร เราก็จะอยู่ข้าง ๆ แบบนี้ แล้วหาให้ได้ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้เขาต้องไปสูบบุหรี่คืออะไรอ๋องเคยสูบบุหรี่มาเป็น 10 ปี แต่เลิกได้ด้วยการหักดิบ วันแรกที่อ๋องเลิกบุหรี่อ๋องไปเจอว่าสารในบุหรี่มันอยู่ในร่างกายเราแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้นเอง แสดงว่าหลังจากนั้นที่ทำให้คนเราติดมันอยู่ที่นิสัยเราล้วน ๆ เลย มันก็เป็นความรับผิดชอบเราส่วนหนึ่ง ที่ตอนเป็นแฟนกันเราก็ไม่เลิกกับเขาแล้วไปแต่งงานกับเขาเอง ดังนั้นวันนี้อยากให้ลองจับมือแล้วสู้ไปด้วยกันก่อน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายการวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin

album
♪efm
-

-