ทำยังไงดีคะ เพื่อนร่วมงานชอบสปอยล์ซีรีส์จีนทุกวันจนเซ็ง พยายามหลบหรือพูดอ้อม ๆ แล้วแต่เขาก็ยังไม่เลิกทำ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทำยังไงดีคะ เพื่อนร่วมงานชอบสปอยล์ซีรีส์จีนทุกวันจนเซ็ง พยายามหลบหรือพูดอ้อม ๆ แล้วแต่เขาก็ยังไม่เลิกทำ

24 ต.ค. 2026

ทำยังไงดีคะ เพื่อนร่วมงานชอบสปอยล์ซีรีส์จีนทุกวันจนเซ็ง

พยายามหลบหรือพูดอ้อม ๆ แล้วแต่เขาก็ยังไม่เลิกทำ

        ‘คุณไลก์’ (นามสมมติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 ตุลาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนร่วมงานมักจะสปอยล์ซีรีส์จีนจนเธอไม่จำเป็นต้องไปดูเอง และยังทำให้เสียสมาธิในการทำงานอีกด้วย

        ‘คุณไลก์’ อายุ 29 ปี ได้เล่าว่าบริษัทที่กำลังทำงานอยู่ตอนนี้เป็นออฟฟิศขนาดเล็ก ที่นั่งจึงติดกันและไม่มีแผงกั้นโต๊ะกับคนอื่น ๆ ในบริษัทก็จะมีรุ่นพี่ที่ทำตำแหน่งใหญ่คนหนึ่งชอบดูซีรีส์จีนมาก รวมไปถึงซีรีส์แนวตั้งด้วย และจะมีคู่ขาคู่ซี้ที่ชอบคุยสปอยล์ซีรีส์ตอนใหม่แบบลงรายละเอียดมาก ๆ ดังลั่นออฟฟิศทุกเช้า ซึ่งคุณไลก์เป็นสายดองซีรีส์ไว้ดูทีเดียวตอนจบ เบื้องต้นได้มีการพยายามแก้ปัญหาด้วยการใส่หูฟังที่มี Noise Cancelling แล้ว แต่ก็เอาไม่อยู่เพราะพี่เขาตะโกนเสียงดังมาก ถ้าจะให้หนีไปเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ ก็เหนื่อยเกินไป เคยลองบอกไปตรง ๆ แล้วว่าอย่าเพิ่งสปอยล์เพราะตัวหนูเองจะกลับไปดู รุ่นพี่พูดขนาดนี้หนูคงไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าสตรีมมิงแล้ว แต่รุ่นพี่คนนั้นก็คิดว่าพูดเล่นซะงั้น

        โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่เพิ่งเริ่มงาน ต้องใช้สมาธิกับงานมาก ๆ พี่คนนั้นและคู่ขาก็ยังพูดคุยเสียงดังอยู่เสมอ แม้แต่ตอนพักเที่ยงก็ยังมีเสียงสปอยล์ทะลุกำแพงมาให้ได้ยินจากโรงอาหาร ทั้ง ๆ ที่คุณไลก์นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่รุ่นพี่คนนี้ตำแหน่งใหญ่กว่า คุณไลก์เลยคิดว่าคงไปจัดการเปลี่ยนพฤติกรรมของเขาไม่ได้ จึงอยากโทรมาขอคำแนะนำว่าควรจะจัดการตัวเองอย่างไรดี

        เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ว่า “ผมแนะนำว่าใช้ Noise Cancelation แบบ Pro Max ไปเลย คือนอกจากจะใส่หูฟังหรือเอานิ้วอุดหูแล้ว ให้พูดงึมงำ ๆ หรือบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ไปด้วย เสียงของเรามันจะก้องอยู่ในหูและช่วยกลบเสียงจากภายนอกได้ดีมากขึ้นไปอีก เวลาไหนที่เขาสปอยล์ปุ๊บก็อุดหูแล้วพึมพำ ๆ กับตัวเองไปเลย ถ้าเขาเห็นอาการของเรา เขาอาจจะรู้ได้ว่าเรากำลังทรมานกับการรับมือเขาอยู่นะ เผื่อเขาจะคิดได้และเกรงใจเรามากขึ้น”

        ต่อด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า “ถ้าอยากแก้ที่ตัวเองเลย ก็ต้องเลิกดองซีรีส์แล้วชิงดูให้ไวกว่าเขาให้ได้ ถ้ารู้ว่าตอนนี้เขากำลังอินเรื่องไหนก็รีบดูให้จบก่อนแล้วพอตอนเช้าถึงออฟฟิศก็รีบชิงสปอยล์ใส่เขาไปก่อนเลย จะได้ดูรีแอคชันว่าเขาเหวอมั้ย เขาจะได้เข้าใจความรู้สึกของการโดนสปอยล์ก่อนบ้าง หรือไม่ก็ลองหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่ไม่อยากโดนสปอยล์เหมือนกัน แล้วช่วยกันแสดงออกให้เขารู้ตัว”

        ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจอ้อม’ ที่สนับสนุนความคิดของดีเจเผือกว่า “แถมวิธีต่อจากพี่เผือกนะ ตอนที่เราจะใส่หูฟังแล้วพูดงึมงำ ๆ ให้เปลี่ยนเป็นบทสวดมนต์ภาษาบาลีล้วนไปเลย เอาแบบที่ไม่มีคำแปลไทย เช่น บทพาหุง หรืออิติปิโส สวดตอนนั่งหน้าคอมไปเลยนั่นแหละ พอเขาเริ่มสปอยล์ปุ๊บ เราก็สวดมนต์ปั๊บ ให้เขาช็อกไปเลย เขาคงจะรู้สึกแปลก ๆ แน่นอน หรืออาจจะคิดว่าเราเจอผี หรือระแวงไปเลยว่าเรากำลังสวดมนต์แช่งทำของใส่เขาหรือเปล่า วิธีนี้รับรองว่าเขาจะหยุดคุยเรื่องซีรีส์ไปเลย ลองเอาไปทำดูค่ะ”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูอายุ 19 แต่น้องชายหนูที่บ้านตามใจทุกเรื่อง แฟนก็มีได้ แต่หนูที่บ้านห้ามไม่ให้มี รู้สึกว่าไม่มีความเท่าเทียมเลย ความเท่าเทียมควรเริ่มต้นจากที่บ้านรึเปล่า? พอหนูถามไปผู้ใหญ่ที่บ้านก็ว่า Toxic ที่หนูคิดมันผิดมากเลยหรอคะ

11 เม.ย. 2025

หนูอายุ 19 แต่น้องชายหนูที่บ้านตามใจทุกเรื่อง แฟนก็มีได้ แต่หนูที่บ้านห้ามไม่ให้มี รู้สึกว่าไม่มีความเท่าเทียมเลย ความเท่าเทียมควรเริ่มต้นจากที่บ้านรึเปล่า? พอหนูถามไปผู้ใหญ่ที่บ้านก็ว่า Toxic ที่หนูคิดมันผิดมากเลยหรอคะ

“คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 เม.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในครอบครัว โดย “คุณเอ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่รู้ว่านิสัยเด็ก Gen Z เเบบหนูเรียกว่า Toxic รึป่าว หนูมีน้องชายเเท้ๆ อายุ 17 ปี อยู่ด้วยกัน แต่หนูก็มีความรู้สึกว่าคนทั้งบ้าน รัก เเละเอ็นดูน้องชายมากกว่าตัวหนู ตอนเเรกหนูไม่ได้สังเกต จนตอนที่เพื่อนหนูมาที่บ้านและถามว่า ทำไมรู้สึกว่าน้ามึงพูดกับน้องอย่างนึง พูดกับมึงอีกอย่าง ทั้งน้ำเสียงเเละคำพูด ท่าทาง ตอนเเรกหนูก็ไม่ได้คิดว่าจริงรึป่าว เเต่พอมานึกดูดีๆ บางอย่างก็จริงอย่างที่เพื่อนบอก จนหนูก็ลองสังเกตดู เเละเห็นว่าสิ่งที่น้องได้รับเเละหนูได้รับมันก็ต่างกัน เลยมีความรู้สึกน้อยใจ ไม่เท่าเทียมว่าทำไมน้องของหนูถึงมีสิทธิ์ทำอะไรได้มากกว่าหนู เช่น อิสระเรื่องความรัก เเละอีกหลายอย่าง ด้วยความที่บ้านของหนูเป็นเชื้อสายจีนเลยอาจจะเอ็นดูเด็กผู้ชายมากกว่า เวลาน้องหนูจะไปไหน ไปกับสาว ไปกับเเฟนเขาก็จะบอกที่บ้านตรงๆ เเต่พอเป็นหนู หนูไม่สามารถที่จะบอกเเบบนั้นได้เหมือนน้อง เพราะเวลาบอกไป เขาจะทำท่าทางไม่พอใจ และด้วยความที่น้องหนูเรียนโรงเรียนประจำห่างจากบ้าน ทำให้เวลาเสาร์ - อาทิตย์ น้องของหนูจะไปกรุงเทพ ไปเที่ยว เขาก็ไปได้ เเต่พอเป็นหนูที่ขอเขาไปอำเภอใกล้เคียง เขาก็จะถามมาเลยว่า กลับกี่โมง ไปกับใคร สมมติหนูบอกว่าจะกลับบ้านตอนเที่ยง สิบเอ็ดโมงครึ่ง เขาก็จะโทรมาตามหนูเเล้วว่า อยู่ไหนเเล้ว มันเลยทำให้หนูเกิดความอึดอัด เเล้วค้างคาใจ พอมีวันหนึ่งที่หนูมาหาเเม่ที่บ้าน เเล้วนั่งกินข้าวกัน 3 คน มีเเม่ น้องชาย แล้วก็หนู เเม่ก็เปิดประเด็นว่า ถ้าคราวหน้าน้องชายหนูจะพาเเฟนมานอนที่บ้านด้วยก็ได้ หนูเลยเเกล้งๆพูดไปว่า หนูทำบ้าง เเม่ของหนูก็พูดขึ้นมาเลยว่า ถ้าเป็นหนูต้องรอจนกว่าจะขึ้นมหาลัยก่อน หนูเลยไม่พอใจ เเล้วถามว่า เเล้วน้องหนูมีสิทธ์อะไรมากกว่าหนูถึงทำได้ อายุก็ไล่เลี่ยกัน เเม่ก็เลยบอกว่า ผู้ชาย กับ ผู้หญิง มันไม่เท่าเทียมกัน เกิดว่าหนูไปนอนบ้านเเฟนเเล้วพลาดท้อง ผู้หญิงอนาคตก็คือจบไปเลย เเต่ผู้ชายก็ยังไปเรียนต่อได้หรือว่าทำอะไรได้มากกว่าหนู อาจจะเพราะเเม่มีลูกตั้งเเต่ยังเด็กเลยทำให้เป็นห่วงหนู และสังคมรอบตัวหนู เพื่อนๆของหนูก็ท้อง มีลูกกันหมดแล้วด้วย หลังจากที่ทะเลาะกับเเม่เสร็จ น้องชายหนูก็เอาเรื่องนี้ไปฟ้องน้า เขาเลยอธิบายว่าทำไมเเม่ถึงพูดว่าไม่เท่าเทียม พยายามที่จะทำให้หนูเข้าใจ เเต่หนูก็คิดว่า ถึงหนูจะเป็นผู้หญิงเเต่หนูก็รับผิดชอบตัวเองได้ ไม่ต้องทำให้ใครเป็นห่วงเหมือนกับน้องชาย เเต่หนูยิ่งพูดก็เหมือนน้าจะยิ่งไม่เข้าใจ เขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา หนูก็เลยยิ่งสงสัยว่าทำไมน้องหนูเขาถึงทำได้ สุดท้ายหนูก็ได้ไปพูดกับเเม่ว่า ถ้าเเม่รู้สึกผู้หญิงกับผู้ชายไม่เท่าเทียมกัน เเม่ก็อย่าเเสดงออกเเบบนี้ได้ไหม ถ้าเเม่ไม่ให้หนูทำ ก็ต้องห้ามน้องทำเหมือนกัน พอหนูพูดไปเเบบนี้ เเม่เขาก็พูดสวนกลับมาว่า หนูเป็นลูก หนูมีสิทธิ์อะไรที่จะไปสั่งเขาเเบบนั้น ก็เลยทะเลาะกันใหญ่โต น้าเลยต้องเข้ามาคุยด้วย เเต่หนูก็ยังมีคำถามในหัวว่า ทำไม! ทำไม! หนูเลยไม่ได้คุยกับเเม่ ส่วนน้องชายก็มาเยาะเย้ย ซ้ำเติม ทำให้หนูรู้สึกว่าตอนนั้นไม่เหลือใครเลย เพราะน้าหนูก็เหมือนจะไม่เข้าใจตัวหนูเลย เเล้วบอกว่าหนู Toxic บอกให้หนูลองย้อนมามองตัวเองบ้าง เเละใน 2 เดือนที่หนูทะเลาะกับที่บ้าน ที่มี ลุง ป้า น้า น้องชาย ในบ้านไม่มีใครคุยกับหนูเลย พอหนูกลับไปเล่าเรื่องนี้ให้เเม่ฟัง เเม่ก็ถามว่า ให้หนูมาอยู่กับเเม่ไหม เเต่ป้าก็เหมือนจะไม่อยากให้ไป เพราะเเม่หนูไม่สามารถซัพพอร์ตเรื่องค่าใช้จ่ายให้หนูได้ จนตอนนี้พอน้าได้มาคุยกับหนู เขาบอกว่า เขาไม่สามารถเอ็นดูหนูได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะทิฐิที่หนูมีกับคนในบ้านมันมากเกินไป หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า หนูผิดไหมที่หนูทิฐิกับคนในบ้านมากเกินไป เเละ ความเท่าเทียมมันควรเริ่มจากคนในบ้านรึป่าว?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันยากมากที่จะทำให้คนที่มีอายุต่างกัน มองในมุมกันเเละกัน พวกพี่ที่นั่งกันตรงนี้ก็มีลูก เเละหลาน การพยายามปรับตัวเรื่องการสื่อสาร หรือมุมมอง คำเดียวที่พี่จะบอกเอได้ คือในวันที่เอมีลูก เอจะเข้าใจเพราะฉะนั้น ณ วันนี้เอรู้สึกไม่เเฟร์ เออาจจะต้องอดทนเพราะอีกนิดเดียวเอก็จะเข้ามหาลัย มีชีวิตเป็นของตัวเองเเล้ว เพราะเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนความคิดของคนที่มีอายุห่างกันเยอะๆได้อยู่เเล้ว เพราะงั้นอีกนิดเดียว เอก็จะได้กำหนดชีวิตตัวเองเเล้ว ใช้ชีวิตให้มันดี’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าน้องเอเป็นตัวเเทนของเด็กหลายๆบ้านที่มีความคิดเเบบเดียวกัน เเละที่น้องเอถามว่า เพศสภาพ ควรเริ่มที่จะเท่าเทียมกันตั้งเเต่ในครอบครัวรึเปล่า อันนี้พี่เห็นด้วย เเต่ความเท่าเทียมในสังคมเป็นเรื่องที่ยากมากในบางประเทศ ผู้หญิงยังไม่มีสิทธิ์ได้รับการศึกษาเลย เพราะฉะนั้นพี่รู้สึกดีที่น้องเอ เข้าใจถึงข้อนี้ เเต่สำหรับเรื่องที่บ้านของน้องเอ พี่ว่าเขารักน้องเอเเหละ เเต่อาจจะสื่อสารไม่ดี เเละที่เขาเข้มงวดกับเอ เพราะเขามองเห็นว่าเอเป็นผู้หญิงเลยอาจจะดูเเลตัวเองได้ไม่ดีเท่ากับน้องชายตัวเอง เพราะผู้หญิงมีความเสี่ยงกว่า มีพันธะมากกว่า เพราะงั้นเออาจจะลองมองในมุมว่าเขาเข้มงวด เพราะเขาเป็นห่วงเรา ลองหาความสุขในบ้านหลังนี้จนกว่าเอจะย้ายออกจากบ้านไปใช้ชีวิตของตัวเอง น้อยใจเรื่องเพศสภาพได้ เเต่อย่าน้อยใจว่าเขาไม่รักเรา พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราดูเเลตัวเองได้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เอมีทางเลือกอยู่อย่างเดียวคือ พิสูจน์ตัวเอง ทำในสิ่งที่ที่บ้านทำไม่ได้ เอาชนะในเรื่องความสำเร็จ ไม่ใช่เอาชนะในเรื่องคำพูด เมื่อเราทำงานได้ หาเงินได้ นั่นเเหละคือตอนที่เราจะมีอิสระจากครอบครัว อย่าเกลียดคนในบ้านเช่น ป้า น้า น้องชาย เพราะสุดท้ายทุกคนก็คือครอบครัวของเอ อาจจะไม่ต้องใช้เหตุผลคุยกัน เพราะทั้งเหตุผลของเอ เเละเหตุผลของครอบครัว ทั้งคู่เป็นเหตุผลที่ถูก ไม่ได้ผิด เเต่เเค่ต่างมุมมองกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) ลูกโตแล้ว ถึงคราวที่เราต้องเปิดใจ จะลองเดตดีไหมน้า ?

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) ลูกโตแล้ว ถึงคราวที่เราต้องเปิดใจ จะลองเดตดีไหมน้า ?

(ภาคต่อ) ลูกโตแล้วถึงคราวที่เราต้องเปิดใจจะลองเดตดีไหมน้า ? ‘คุณนาเดีย (นามสมมติ)’ อายุ 42 ปี สายที่ 7 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ลูกโตแล้ว ถึงคราวที่เราต้องเปิดใจบ้างหรือเปล่า เรื่องราวของ ‘คุณนาเดีย (นามสมมติ)’ มีอยู่ว่าคุณนาเดีย เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกตัวคนเดียว อาศัยอยู่ในอเมริกา ใช้ชีวิตโสด เป็นสุขมาตลอด เมื่อก่อนนั้น คุณแม่ตัวติดกับลูกตลอดเวลา แต่เมื่อถึงเวลาที่ลูกโตเป็นวัยรุ่น เริ่มมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว คุณนาเดียจึงรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วหรือเปล่าที่เธอจะต้องเปิดใจ โดย ‘คุณนาเดีย (นามสมมติ)’ ได้โทรมาอัปเดตว่า “หลังจากได้รับคำแนะนำจากพี่ ๆ ดีเจมาในวันนั้น ล่าสุดคุณนาเดียได้ลองโหลดแอปหาคู่มาเรียบร้อยแล้ว ลองปัดเล่น ๆ ดูคนไปมา แต่ถึงเวลาจะสานต่อกลับต้องเสียเงิน จึงคิดเรื่องนี้อยู่ คุณนาเดียคิดว่าช่วงนี้ยังไม่ค่อยเหงา เอาเวลาไปเล่นกับเพื่อนก่อน ส่วนรูปที่เธอใช้ลงในแอปหาคู่ เธอลงรูปปกติ ไม่ผ่านการแต่งอะไรมาก เพราะกลัวเขาตกใจเวลาที่เจอตัวจริง ถ้าเขารับได้แต่แรก ก็จะได้คัดคนไปเลย และจะได้ไม่เป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่าย นอกจากโหลดแอปหาคู่แล้ว ล่าสุดคุณนาเดียได้บอกว่าเธอนั้น อยากไปลองพายเรือคายัค เพราะที่ผ่านมาลูกสาวของเธอไม่ชอบทำกิจกรรมที่เหนื่อย แต่ตอนนี้เธอคงได้มีเวลาออกไปทำกิจกรรมข้างนอกมากขึ้น ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่อยากทำมานานแล้ว ส่วนเรื่องไปเที่ยว ตอนนี้เธอก็ยังไม่มีเพื่อนไป แต่เธอคิดว่าถึงไปคนเดียวก็คงไม่เหงา เพราะสามารถไปหาเพื่อนเที่ยวที่นั่นได้” หลังจากได้ฟังเรื่องราวของคุณนาเดียแล้วดีเจทั้งสาม ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ได้อวยพรให้กับคุณนาเดียเป็นเสียงเดียวกันว่า “ขอให้คุณนาเดียเอ็นจอยกับชีวิต ถ้าเจอใคร ก็ขอให้เจอคนที่ใช่ เลือกเขาให้ดี ๆ ไม่ต้องรีบ และขอให้เที่ยวให้สนุก”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูถูกพี่เขย ชวนให้มีอะไรด้วยมา 5 ปีแล้ว หนูขับรถไม่เป็น ที่บ้านหนูจะต้องให้พี่เขยขับไปส่งหนู ไปหาแม่ที่โรงพยาบาลในเมืองตลอด บ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด เรื่องนี้บอกพี่สาวไปแล้ว พี่สาวก็เข้าข้างพี่เขย ไม่สนใจอะไร เรื่องนี้แม่ก็รู้

20 มิ.ย. 2025

หนูถูกพี่เขย ชวนให้มีอะไรด้วยมา 5 ปีแล้ว หนูขับรถไม่เป็น ที่บ้านหนูจะต้องให้พี่เขยขับไปส่งหนู ไปหาแม่ที่โรงพยาบาลในเมืองตลอด บ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด เรื่องนี้บอกพี่สาวไปแล้ว พี่สาวก็เข้าข้างพี่เขย ไม่สนใจอะไร เรื่องนี้แม่ก็รู้

หนูถูกพี่เขย ชวนให้มีอะไรด้วยมา 5 ปีแล้ว หนูขับรถไม่เป็น ที่บ้านหนูจะต้องให้พี่เขยขับไปส่งหนูไปหาแม่ที่โรงพยาบาลในเมืองตลอด บ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด เรื่องนี้บอกพี่สาวไปแล้ว พี่สาวก็เข้าข้างพี่เขยไม่สนใจอะไร เรื่องนี้แม่ก็รู้ แม่บอกว่า “เขาคงแหย่เล่นๆ หยอกเฉยๆ” พอบอกพี่สาวคนโตพี่สาวคนโตก็เคยโดนแบบนี้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ย้ายออกบ้านมาสร้างครอบครัวแล้วไม่ได้เจอพี่เขยตอนนี้หนูแต่งงานมีสามีแล้ว เขาชอบมาถามว่า “เวลามีอะไรกับสามีเป็นยังไงบ้าง สามีโอเคไหม?”หนูควรจะทำยังไงต่อดีคะ “คุณอัน (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา [18 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องพี่เขยที่ชอบมาขอมีอะไรกับเรา โดย “คุณอัน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเรายังไม่ได้แต่งงาน คือบ้านเรากับพี่สาวอยู่ใกล้กัน เรามักจะโดนพี่เขยชวนมีอะไรด้วย ปกติเราเป็นคนที่ขับรถไม่เป็นเวลาไปต่างจังหวัด หรือพาแม่ไปหาหมอ เลยมักจะไปกับพี่คนนี้ และแม่จะวานให้พี่เขยคนนี้พาไป เวลาอยู่สองต่อสอง เขาชอบชวนเราประมาณว่า “ไปรีสอร์ทไหม มีรีสอร์ทอยู่ข้างหน้า” “ไปนอนกับเขาไหม เดี๋ยวเขาจะให้เงินจ่าย” คือให้เงินเราเพื่อให้เราเอาไปใช้จ่ายหรือช็อปปิง ซึ่งพี่สาวเรารับรู้มาตลอด แต่จนถึงปัจจุบันเขาก็ยังไม่เลิกกัน ปกติแล้วพี่เขยมักมีพฤติกรรมที่มีบ้านเล็กบ้านน้อยมาเรื่อย ๆ เสมอ ซึ่งเรื่องที่พี่สาวเราได้รู้คือ วันนึงพี่เขยได้นอกใจไปทำแบบนี้กับคนอื่นเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เรานะ อยู่ ๆ มาวันนึง วันนั้นมีแม่ พี่สาวคนโต พี่คนนี้ที่เป็นพี่สาวเรา และเรา แม่ได้พูดเรื่องที่จับได้ว่าพี่เขยเราได้นอกใจพี่สาว เราจึงยอมเปิดใจพูดคุยว่า “จริง ๆ พี่เขยเขาก็มีพฤติกรรมที่พูดจา ชวนเราไปทำอะไรแบบนี้เหมือนกัน” และพี่สาวคนโตก็พูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “ทำกับเขาเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่เล่นด้วยเหมือนกัน” พอพี่สาวที่เป็นภรรยาพี่เขยรู้เขาก็นิ่งและไม่พูดอะไรต่อเลย แม่จึงพูดขึ้นมาว่า “เขาคงแหย่เล่น คงหยอกเฉย ๆ” ตอนนั้นไม่รู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ หรือพยายามที่จะให้กำลังใจเราไม่ให้เราคิดเยอะ จนจบบทสนทนานี้ก็ไม่มีใครพูดและถามอะไรต่ออีกเลย พี่เขยเขายังคงพยายามทำพฤติกรรมแบบนี้กับเรามาเรื่อย ๆ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ที่เรายังไม่ได้แต่งงาน เรามักจะไปนอนกับหลานที่เป็นลูกของพี่สาวเราที่บ้าน บางทีนอนบนโซฟาเราจะใส่กางเกงขาสั้น อารมณ์เหมือนชุดบอลผู้ชาย แล้วเขาเข้ามามาจับตรงต้นขาเรา เหมือนจะปลุกเราให้ตื่น ๆ เรารับรู้ได้เลยว่าเหมือนมีอะไรมาไต่ที่ขาเรา จนเราแต่งงานมีแฟน เขายังคงชอบถามเราประมาณว่า “เวลามีเพศสัมพันธ์กับสามีเป็นยังไงบ้าง โอเคไหม ?” พยายามจะพูดกับเราแต่เรื่องอย่างว่าให้ได้ เราก็ตอบไปประมาณว่า “ทั่วไป ไม่มีอะไรก็เหมือนกับที่เขาทำ ๆ กันนั่นแหละ” ส่วนใหญ่ถ้าเลี่ยงไม่ได้เราจะตอบแบบนั้น ไม่ก็ตอบว่า “อะไรอะ” แล้วเดินหนีไปเลย ซึ่งแฟนเรารับรู้ทุกอย่าง เพราะเราก็เล่าให้เขาฟัง จริง ๆ เขาก็พยายามปลอบใจเรานะ แต่แฟนก็ไม่ได้พูดอะไรไป เหมือนกับที่บ้านทำอะไรไม่ได้เลย เพราะพี่เขยคนนี้เขาเป็นคนที่ดีในสายตาของทุกคนในบ้าน คือไม่ได้เกี่ยวอะไรในเรื่องเงินนะ แต่แม่เขาก็รักของเขา และพี่สาวเราก็รักเขามาก จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้เลิกกัน 5 ปีที่ผ่านมา เราพยายามที่จะพูดให้พี่สาวเลิก แต่พี่สาวไม่ยอมเลิก หลังจากที่พี่สาวจับได้เรื่องนอกใจ พี่เราร้องไห้นะ แต่อารมณ์เหมือนแค่อยากปรึกษา อยากระบายเฉย ๆ ไม่ได้อยากเลิก ขนาดพี่เขยเคยมีอะไรกับบ้านตรงข้าม พี่สาวยังไม่ยอมเลิกเลย แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกไปแล้ว เพราะเขาเชื่อพี่เขยอย่างเดียว แล้วเหมือนพี่เขยบอกว่า “อย่าไปพูดคุยกับแม่กับน้องนะ” “อย่าไปหาแม่ที่บ้านนะ” อะไรแบบนี้ พี่สาวจะเชื่อและจะไม่มาเลยจริง ๆ บางที่สถานการณ์มันทำให้เราช็อค แล้วทำอะไรไม่ถูก จริง ๆ เราไม่ได้แคร์เขานะ แต่ยังไงคงต้องพึ่งพาเขาอยู่ดี บ้านเราอยู่ต่างจังหวัดมาก มันไม่ได้สามารถจ้างรถไรเดอร์ ไลน์แมนได้เหมือนในเมือง เราจะมีแค่คนในครอบครัว ส่วนแฟนเราก็ธุรกิจส่วนตัว บางทีเลยไม่สามารถช่วยเราในเรื่องนี้ได้ เราอยากปรึกษาดีเจทั้งสามคนว่า เรายังต้องเจอพี่เขยคนนี้อยู่ เพราะต้องพาแม่ไปหาหมอ แล้วไม่มีใครขับรถให้ หนูก็ยังต้องพึ่งเขา บางครั้งต้องอยู่กับเขาสองคนแล้วเขามักจะพูดจาสองแง่สองง่ามใส่ อยากถามว่าหนูควรรับมือ หรือพูดยังไงดีคะ?’ โดยดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘ถ้าคุณอินพอมีพื้นฐานในการขับรถอยู่บ้าง ให้ไปเรียนขับรถ หรือจ้างให้คนมาขับรถให้ เพื่อที่จะไม่ต้องไปยุ่งกับเขาอีก นี่คือทางเลือกแรก แต่ถ้าในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้ ยังต้องเจอกับพฤติกรรมนี้ของเขาอยู่ แนะนำให้แฟนคุณอันไปเปิดเลย เพราะว่านี่คือพฤติกรรมคุกคาม ถ้าทุกวันนี้ยังคงทำแบบนี้อยู่ พี่คงให้แฟนไปเปิดแล้ว เพราะยิ่งถ้าพี่สาวเราเมินเฉยขนาดนั้น ทำไมเราถึงยังเอาตัวเราไปตกเป็นเหยื่ออยู่ ถ้าวันใดวันนึงเขาหน้ามืด เกิดการเมาหรือทำอะไรไปมากกว่านี้ ไปทำกับคนอื่นในบ้านอีกจะทำยังไง รู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ควรเป็นสิ่งที่ต้องยอม เพราะนี่คือการล่วงละเมิดทางเพศ และที่สำคัญคือทำกับคนในครอบครัวด้วยซ้ำ เราควรที่จะชัดเจนไปเลยว่าไม่ต้องแคร์ และบ้านนี้ควรมีใครสักคนต้อง Take Action อะไรสักอย่างให้เด็ดขาดในเรื่องนี้ ไม่ใช่ยอมรับไปเฉย ๆ ว่าคน ๆ นี้ทำแบบนี้ได้ และไม่มีใครทำอะไรกับเขาได้เลย พยายามคุยกับพี่สาวให้จริงจังไปเลย หรือพยายามเก็บหลักฐานเท่าที่จำเป็น เพราะเราควรทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องตัวเราเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

รู้สึกว่าแฟนมีแฟนเก่าคนโปรดมาตลอด แต่เรื่องที่ทำให้รับไม่ได้ คือเห็นแฟนเปิดคลิปแล้วช่วยตัวเอง พอไปเปิดดูก็เจอว่าเป็นคลิปที่แฟนแอบตั้งกล้องถ่ายแฟนเก่าตอนมีอะไรกัน

07 พ.ย. 2025

รู้สึกว่าแฟนมีแฟนเก่าคนโปรดมาตลอด แต่เรื่องที่ทำให้รับไม่ได้ คือเห็นแฟนเปิดคลิปแล้วช่วยตัวเอง พอไปเปิดดูก็เจอว่าเป็นคลิปที่แฟนแอบตั้งกล้องถ่ายแฟนเก่าตอนมีอะไรกัน

คบกับแฟนได้ 5-6 เดือน รู้สึกว่าแฟนมี แฟนเก่าคนโปรด มาตลอดแฟนยังไม่ Move on กับรักครั้งเก่า ยังทักแชทไปหาแฟนเก่าก่อนทุกวันแต่แฟนเก่าของแฟนก็ตอบแบบเพื่อน ขีดสถานะชัดเจนเพราะเขาก็มีแฟนใหม่ไปแล้ว แต่เรื่องที่ทำให้หนูรับไม่ได้เห็นแฟนตัวเอง แอบเปิดคลิปวิดีโอที่เซฟไว้ แล้วช่วยตัวเองพอเราแอบไปเปิดดูในไดร์ฟ เจอว่าเป็นคลิปที่แฟนแอบตั้งกล้องถ่ายแฟนเก่าไว้ตอนมีอะไรกัน ซึ่งไม่รู้ว่าผู้หญิงรู้ตัวไหม?ตอนนี้สับสนไปหมด จะบอกผู้หญิงคนนั้นดีไหมว่าโดนแอบถ่ายจะบอกแฟนดีไหมว่ารู้แล้ว หรือ ทำเป็นไม่รับรู้อะไรเลย แล้วเลิกไปเลย “คุณเกี๊ยว” (นามสมมติ) อายุ 36 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (5 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจต้นหอม - ดีเจเฟี๊ยต - ดีเจอ้อม” เรื่องจับได้ว่าแฟนแอบช่วยตัวเองกับคลิปแฟนเก่า “คุณเกี๊ยว” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘เกี๊ยวเพิ่งเข้ามาทำงานที่บริษัทเมื่อประมาณต้นปี และก็ได้ไปอยู่ทีมเดียวกับพี่คนหนึ่ง เราก็สนใจเขาและเขาก็โสด แต่เหมือนเขาจะมีแฟนเก่าคนโปรด ระหว่างนั้นความสัมพันธ์เรากับเขาก็ดีขึ้น เขาคุยกับเรามากขึ้น จนได้คบกันเมื่อ 6-7 เดือนที่แล้ว แต่พอคบกันแล้วเราอยู่กับเขามากขึ้น เราก็เห็นเขาคุยกับใครสักคนอยู่ตลอดเวลา เราก็ไปส่องเฟซบุ๊กเขาและก็ไปเจอแฟนเก่าเขา เราก็ไม่สบายใจเพราะเห็นว่าเขาแชทคุยกันเยอะ มีอยู่วันหนึ่ง เขาต้องไปไซต์งานข้างนอก เราก็เลยไปแอบอ่านแชทที่เขาคุยกันเพราะรู้สึกคาใจ ปรากฎว่าเขาคุยกันเยอะก็จริงแต่ส่วนใหญ่ก็คุยเรื่องทั่วไป เช่น เรื่องดารา การเมือง ฟุตบอล หรือไม่ก็ส่งมีมตลกให้กัน ซึ่งเรารู้สึกไม่โอเคตรงที่ว่าทำไมเขาไม่คุยกับเรา เราคาใจมากเลยโทรไปหาพี่ผู้หญิงที่เป็นแฟนเก่า เขาก็ตกใจและก็ขอโทษ เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าแฟนเรามีแฟนแล้ว เรื่องนั้นเราก็เข้าใจเพราะเราก็คุยกับแฟนแล้วว่าไม่อยากให้ใครรู้ ฝั่งผู้หญิงก็บอกว่าเขาเข้าใจเรา เขาจะเลิกคุย และจะบล็อกผู้ชายให้ แต่เราบอกไปว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวแฟนจะรู้ว่าเราแอบอ่านแชทแล้วจะทะเลาะกัน และเขาก็บอกว่าต่อจากนี้จะคุยให้น้อยที่สุด ให้เราสบายใจได้เพราะแฟนเก่าคนนั้นก็แต่งงานแล้ว ประเด็นคือพอคบกันมาเรื่อย ๆ เราก็รู้สึกจริง ๆ ว่าเขาดูไม่ค่อยอินกับเรา มันอาจจะสะสมมาหลายอย่าง เหมือนกับว่าเขาคงลืมแฟนเก่าไม่ได้จริง ๆ แต่มันมาพีคตรงที่มีอยู่คืนหนึ่ง เมื่อประมาณกลางเดือนที่ผ่านมา เราไม่สบายเลยนอนไปตั้งแต่หัวค่ำ ทีนี้เรารู้สึกตัวขึ้นมากลางดึกและเราเห็นเขากำลังช่วยตัวเองอยู่ ตอนแรกเราคิดว่าเขาน่าจะดูหนังโป๊จนเราได้ยินเสียงหมาที่เราคุ้นหูออกมาจากคลิป ก็คือหมาของเขา เราก็ช็อคเพราะกลัวว่าจะเป็นคลิปที่เขาถ่ายเรา จนเขาเสร็จธุระ เขาก็เก็บ External Harddisk ที่มีคลิปของแฟนเก่าไว้ในลิ้นชักแล้วก็ล็อคเอาไว้ เราก็แอบมองว่าเขาเก็บกุญแจไว้ที่ไหน วันรุ่งขึ้นเขาไปทำงาน เราก็แอบไปหากุญแจมาเปิด พอเปิดดูก็เจอว่ามันเป็นคลิปที่เขามีอะไรกันกับแฟนเก่า ซึ่งมันเป็นคลิปที่เขาไม่ได้ถ่ายกันแบบรู้ตัว เพราะเดาจากระยะคิดว่าเขาน่าจะแอบถ่ายและมันก็มีคลิปเยอะพอสมควร ใจเราตอนนี้อยากเลิกกับเขา เราเลยอยากปรึกษาว่าเราควรบอกพี่ผู้หญิงเรื่องที่เราไปเจอคลิปนี้ดีไหม? เรามองว่าเขาก็เป็นผู้เสียหาย หรือเลิกกับฝ่ายชายแล้วจบไป ทำเหมือนไม่เคยรู้มาก่อน’ เริ่มที่ “ดีเจอ้อม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่คือพี่ห่วงเกี๊ยวก่อน การที่เราเห็นคนอื่นมีโอกาสที่อยู่ในกล้องนั้นได้ ถ้าเกี๊ยวเป็นน้องพี่ พี่จะบอกให้เกี๊ยวเช็คให้เรียบร้อยก่อน ในบริเวณบ้านทั้งหมดมันมีกล้องอะไรแอบอยู่รึเปล่า พี่เอาความชัวร์เรื่องพวกนี้ก่อน ยังไม่จำเป็นต้องรีบบอกเขา เอาความปลอดภัยและความสบายใจของตัวเองก่อน เพราะถ้าทำได้หนึ่งครั้ง มันอาจจะมีครั้งที่สองหรือสามเกิดขึ้นอีกก็ได้ พี่ห่วงความปลอดภัยมากกว่า อยากให้จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องบอกหรือไม่บอกเดี๋ยวระหว่างทางที่เราจัดการมันจะบอกได้เองว่าเกี๊ยวรู้สึกยังไง’ ต่อมา “ดีเจเฟี๊ยต” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘ถ้ามีโอกาสสืบหาเรื่องคลิปจนถึงที่สุดแล้วเราคิดว่าไม่มีของเรา ก็สามารถหยุดจบได้ แต่ระหว่างนี้ถ้ามีโอกาสอยู่ก็อยากให้ลองหาดู แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับความสบายใจเรา ถ้าเรารู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว อยู่ไม่ได้แล้วกับผู้ชายคนนี้ เราก็จำเป็นจะต้องถอย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกทางเลือกของเรา ถ้าตัดสินใจแล้วมันออกอีกแบบหนึ่ง แล้วมาคิดโทษตัวเองทีหลังว่าวันนั้นเราไม่น่าทำอย่างนี้เลย ไม่ต้องคิดแบบนั้น เพราะการตัดสินใจเราตอนนั้นมันดีที่สุดแล้ว แต่ก็คืออยากแนะนำว่าให้ลองค้นหาดู แล้วถ้าเกิดว่ามันมีแนวโน้มที่จะคุกคามเราต่อไปในอนาคต เราอาจจะต้องหาความรู้ด้านกฎหมายเอาไว้ปกป้องคุ้มครองตัวเองด้วย เพราะขนาดคนเก่าที่เขาบอกว่านั่นเป็นความรักของเขามาก ๆ เขายังสามารถคุกคามความรักของเขาได้ เราก็ไม่รู้เลยว่าในอนาคตต่อไปถ้าเรายังอยู่กับคนนี้ แล้วเราจะเป็นยังไง ดูแล้วไม่ค่อยน่าปลอดภัยเท่าไหร่’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘อย่างแรกเพื่อความชัวร์เกี๊ยวลองไปหาอุปกรณ์ที่ช่วยเช็คพวกกล้องแอบถ่าย ถ้าเป็นไปได้ให้ Back up คลิปนั้นไว้ด้วยเพื่อเป็นหลักประกันในอนาคต และเกี๊ยวก็ไปพูดคุยกับเขาว่าเราไปเจอคลิปนี้มา เธอมีคลิปเราบ้างไหมเพราะเราหวาดระแวงและกังวล ถ้าเขาบอกว่าไม่มี ก็ต้องขอโทรศัพท์เขามาเช็คแล้วก็ถามว่าที่เธอถ่ายกับแฟนเก่า ผู้หญิงคนนั้นรู้ตัวไหม? ถามเพื่อเอาคำตอบจากเขา ถ้าเขาตอบว่าผู้หญิงคนนั้นไม่รู้ บอกเขาว่าให้ลบโฟลเดอร์นั้น ไม่งั้นเราจะเป็นคนบอกเขาเอง แต่ถ้าเขาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นรู้ เราก็แยกกันตรงนั้น เราแค่ต้องการจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเขารู้ตัวไหม แค่นั้น แต่เพื่อความปลอดภัยอาจจะมีเพื่อนไปคอยสแตนบายไว้ช่วยเหลือเราสักคน เผื่อถ้ามันเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-