แฟนชอบยืมเงิน และตอนนี้การเงินเราก็ติดขัด แต่ไม่กล้าทวงเงินจากแฟน กลัวเขาเสียความรู้สึก ทำอย่างไรดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนชอบยืมเงิน และตอนนี้การเงินเราก็ติดขัด แต่ไม่กล้าทวงเงินจากแฟน กลัวเขาเสียความรู้สึก ทำอย่างไรดีคะ?

10 ก.ค. 2026

แฟนชอบยืมเงิน และตอนนี้การเงินเราก็ติดขัด

แต่ไม่กล้าทวงเงินจากแฟน กลัวเขาเสียความรู้สึก

ทำอย่างไรดีคะ?

       ‘คุณม่อน (นามสมมติ)’ สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 กรกฎาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเฟี๊ยต’ เกี่ยวกับปัญหาที่ไม่กล้าทวงเงินแฟน เพราะกลัวเขาเสียความรู้สึก และกลัวกระทบความสัมพันธ์

       คุณม่อนเล่าว่าคบกับแฟนมาประมาณ 5 ปี ทราบตั้งแต่แรกว่าฐานะทางบ้านแฟนไม่ค่อยดี ในช่วงแรกที่คบกัน เรื่องเงินของเขาไม่ได้กระทบคุณม่อน แต่เริ่มมามีเรื่องเงินก็ช่วงหลังเรียนจบประมาณ 1-2 ปี แฟนเป็นพนักงานรายได้ไม่เพียงพอ จำนวนเงินที่มายืมก็ไม่ได้มากมาย แต่ก็ทำให้การเงินคุณม่อนติดขัดในบางเดือน ถึงขนาดที่ต้องนำของไปขายเพื่อให้หมุนเงินทัน ส่วนใหญ่แฟนจะยืมเงินเพื่อไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อย่างการให้ออกค่าข้าวให้ก่อน รวมกันแล้วประมาณ 4,000 บาท ไม่รวมกับเงินหมื่นก้อนใหญ่ที่แฟนเคยยืมจากคุณม่อนไป ด้านคุณม่อนฐานะดีกว่าแฟน แต่ก็ไม่ได้คล่องตัวพอที่จะให้ยืมได้มากมาย 

       คุณม่อนเพิ่งได้มาทราบว่า แฟนมีหนี้จากการที่ไปออกเดทกับคุณม่อน แฟนคุณม่อนบอกว่า ในการไปห้างที่กรุงเทพครั้งหนึ่งต้องใช้เงินประมาณ 1,000 - 2,000 บาท ซึ่งเขาไม่มี จึงต้องไปยืมมา คุณม่อนทราบเรื่องนี้เพราะแฟนใช้เหตุผลนี้ในการมาบอกเลิก เธอจึงได้ช่วยเรื่องเงินกับแฟนในการออกเดท 

       ในตอนนี้ คุณม่อนไม่ได้ลำบากถึงขั้นที่จะต้องทวงเงินก้อนหมื่นคืน และไม่เคยตกลงกันว่าจะต้องคืนเงินเมื่อไหร่ เพราะมองว่าเมื่อเขาตั้งตัวได้ก็จะมาคืนเอง เพียงแต่คุณม่อนอยากได้เงินที่เขายืมใช้จ่ายยิบย่อยในชีวิตประจำวันคืนก่อน (จำนวนเงินไม่ได้มาก ประมาณ 1,000 - 2,000 บาท) นอกจากนี้ทั้งคู่ยังเคยคุยกันไว้ว่าเมื่อเงินเดือนออกเขาจะคืนเงิน เพราะเมื่อก่อนเขาเคยคืนทีละเล็กน้อย แต่จะยืมทีละเยอะ ๆ และวนกลับมายืมใหม่

       สิ่งที่ทำให้กลุ้มใจคือ เมื่อทวงเงินไปแล้ว แฟนก็ไม่ได้โกรธอะไร แต่มองว่าเขาอาจจะเสียศักดิ์ศรี เพราะเขามีปมเรื่องเงิน และยังเคยพูดกับคุณม่อนว่า ต้นทุนชีวิตเขากับคุณม่อนต่างกัน เวลาทวงเงินเขาไปแล้ว เขาจะดูเงียบ ๆ ซึ่งคุณม่อนก็ไม่แน่ใจว่าแฟนผิดหวังในตัวคุณม่อนที่ไปทวงเงินเขาหรือเปล่า 

       ด้าน ‘ดีเจเติ้ล' และ 'ดีเจต้นหอม’ มองว่า หากเขากังวลเรื่องศักดิ์ศรี เขาจะไม่ยืมเงินเยอะและบ่อยขนาดนี้ รวมถึงเขาจะรีบหามาคืนทันที

       คุณม่อนเสริมว่า เธอได้ไปปรึกษาเพื่อน เพื่อนก็ด่าแฟน นอกจากนี้แฟนก็เป็นคนที่ไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีปัญหา หลังจากเล่าเรื่องราวทั้งหมดแล้ว คุณม่อนก็กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะสามารถให้เขายืมเงินหรือช่วยเขาไปได้ตลอด ตอนนี้ยังทำได้แต่ในอนาคตอาจจะไม่ไหว เพราะตัวคุณม่อนทำงานกับที่บ้าน และทางบ้านก็ยังไม่ทราบสถานการณ์ในตอนนี้ แต่คุณม่อนสบายใจกับการเลี้ยงแฟนได้หากมีเงินมากพอ เพราะในเรื่องอื่น ๆ เขาดีจริง ๆ แต่ตอนนี้มีเงินไม่พอแล้วต้องมาทวง จนรู้สึกเป็นคนไม่ดี คุณม่อนจึงอยากถามว่าจะทวงเงินอย่างไรให้แฟนไม่เสียความรู้สึก

       หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด ดีเจได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก ‘ดีเจเฟี๊ยต’ ว่า "หากไม่ติดปัญหาเรื่องเงิน แล้วถ้ามีเงินก็ยินดีที่จะซัพพอร์ตเขาเรื่อย ๆ ก็ไม่ติดอะไร แต่พี่ก็มองว่า เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญของชีวิตคู่ในระยะยาว การที่คุณม่อนซัพพอร์ตเขาก็เป็นคนที่น่ารักแล้ว การทวงเงินคืนไม่ควรทำให้คุณม่อนรู้สึกเป็นคนไม่ดี ในทางกลับกัน ถ้าแฟนรักเราเขาก็ต้องซัพพอร์ตเราเหมือนกัน เพราะการเงินเราก็ไม่ได้แข็งแรงตลอด ตอนนี้การเงินเริ่มสะดุดจนต้องขายของแล้ว มองไประยะยาวว่าหากคุณม่อนหาเงินไม่ได้ เขาจะซัพพอร์ตได้ไหม แล้วความสัมพันธ์จะเดินหน้าต่อได้จริงมั้ย

       ปัญหาเรื่องเงินกระทบความสัมพันธ์แน่ ๆ ต้องเปิดใจคุยกันว่าเขาติดหนี้อะไร การที่เขาติดหนี้ทั้งก้อนใหญ่ ทั้งยืมเงินในชีวิตประจำวัน เงินเก่าก็ยังไม่มีวี่แววจะคืน นั่นแปลว่าเขามีปัญหาบางอย่าง อาการเป็นหนี้ถ้าดูจากเคสที่เคยผ่านมาเขาอาจจะติดอะไรบางอย่าง เงินที่หายไป หายไปอยู่ที่ไหน เขาหาเงินได้เท่าไหร่ เขาพยายามคืนเงินจริงไหม มีความพยายามไหม มีความตั้งใจให้เห็นหรือเปล่า สิ่งพวกนี้จะบอกได้ว่าเขาใส่ใจจริงไหม ลองคุยกันอย่างตรงไปตรงมาว่าจะจัดการปัญหาอย่างไร ไม่อย่างนั้นความสัมพันธ์ก็จะไปไม่รอดด้วย"

       ถัดมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า "เรื่องเงินเป็นเรื่องปากท้องถ้าไม่มีมันอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ปัญหาความไม่เข้าใจกันที่ปรับความสัมพันธ์กันได้ และไม่เห็นความพยายามในการพัฒนาความสัมพันธ์ไปข้างหน้ากับคน ๆ นี้ ไม่เห็นความพยายามในการหาเงินมาคืนคุณม่อน ไม่เห็นความพยายามในการพัฒนาตัวเองให้อยู่ในระดับเดียวกับคุณม่อน และศักดิ์ศรีเขาหายไปตั้งแต่ที่ยืมเงินเราจนเคยชินแล้ว วิธีการพูดกับเขาคือบอกไปว่า เรามีปัญหาเรื่องเงิน เขาก็มีปัญหาเรื่องเงิน มาช่วยกันหาทางออกว่าจะทำอย่างไรดี บอกเขาไปว่าเราขัดสนเรื่องเงิน ดูว่าเขาจะช่วยเราอย่างไรได้บ้าง เขาอาจจะเข้าใจเราและพยายามหาเงินมาช่วยคุณม่อนก็ได้ เวลาเขามีปัญหาคุณม่อนพยายามที่จะช่วยเขา ถึงเวลาที่คุณม่อนมีปัญหาก็จะได้ดูว่าเขามีความพยายามในการอยากจะช่วยเหลือคุณม่อนมากน้อยขนาดไหน ถ้าเขากระตือรือร้นพยายามที่จะช่วยคุณม่อน ผู้ชายคนนี้ก็ไปต่อได้ แต่ถ้าเขาเลือกที่จะงอน ถ้าเราทำในสิ่งไม่ได้ผิดแล้วเขาขี้แพ้ ถ้าทวงเงินแล้วมองว่าเราไม่เหมาะกัน ก็เลิกกันไปเลย อีกทางเลือกคือคุณม่อนต้องเลี้ยงเขา ทำงานให้หนัก และดูแลเขา

       คุณม่อนเลือกได้ ในวันที่เราเดือดร้อนลองดูว่าเขาพยายามช่วยเราขนาดไหน ช่วยได้ไม่ได้ก็ดูความพยายามของเขาหน่อย กระตือรือร้นกับเรื่องของเราแค่ไหน เพราะเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่เป็นปัจจัยในการดำเนินชีวิต"

       สุดท้าย ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำแนะนำว่า "ไม่มีความจำเป็นต้องพยายามสรรหาเหตุผลหรือคำมาพูดให้เขารู้สึกดี เพราะการทวงเงินเขาไม่ใช่สิ่งที่ไม่สมควรทำ หรือทำให้เขาเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เลยทั้งสิ้น เป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยชอบธรรม

       สิ่งที่คุณม่อนขอจากเขายังไม่เท่ากับสิ่งที่เขาเอาไปเลยด้วยซ้ำ มันปกติมาถ้าจะพูดกับแฟนว่าเดือนนี้เราช็อตต้องเอาของไปขาย ขอเงินคืนหน่อย เขาเองต้องสำนึกได้เองว่าเขาเอาเงินเราไปเท่าไหร่ ถ้าคุณม่อนขอคืน 1,000 - 2,000 แฟนที่ดีที่ไหนจะไม่ให้ หรือแฟนที่ดีที่ไหนจะมีปัญหากับการคืนเงิน ไม่นับว่าเขามีหรือไม่มี แต่ใครจะมีทัศนคติที่ว่า ทำไมมาทวงเงิน เขาต้องละอายใจว่าเอาเงินคุณม่อนไปจนไม่มีแล้ว ทำไมถึงจะช่วยกันไม่ได้

       อย่าตัวเล็กขนาดนี้เลยในการมีแฟน ต้องคุยกันได้ทุกเรื่อง และในทางกลับกัน เวลาเขามีปัญหาเรื่องเงินเขายังมาขอคุณม่อนได้ ทำไมเราจะขอเขาไม่ได้ อย่าเอาสถานะที่เขามองว่าเราอยู่สูงกว่าเขามาบีบตัวเองขนาดนั้น วันไหนไม่มีก็ต้องบอกกันไปตามตรง หรือวันไหนเราอยากให้เขาทำมาหากินมากขึ้นก็บอกเขา อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียว

       และจากที่คุณม่อนเล่าว่าเขาต้องไปยืมเงินเพื่อมาเดท พี่มองว่าถ้าการมีแฟนทำให้ชีวิตลำบากขนาดนั้น ก็แยกย้ายกันไปทำมาหากิน และค่อยกลับมาหากันในวันที่ดีขึ้นดีกว่า"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเดินกลับห้องหลังเลิกงานช่วงหลังสี่ทุ่ม บางวันก็เที่ยงคืน จะมีผู้ชายกลุ่มนึงนั่งดื่มเหล้าหน้าบ้าน เขาชอบมาแซว “น่ารักจังเลยน้องสาว มีแฟนหรือยังจ๊ะ ?? ถ้าพี่มีแฟนแบบนี้รักตายเลย” ที่ผ่านมาหนูรับมือด้วยการพยายามไม่ไปสนใจ แต่ปัญหาคือหลังๆมานี้

16 ก.ย. 2025

หนูเดินกลับห้องหลังเลิกงานช่วงหลังสี่ทุ่ม บางวันก็เที่ยงคืน จะมีผู้ชายกลุ่มนึงนั่งดื่มเหล้าหน้าบ้าน เขาชอบมาแซว “น่ารักจังเลยน้องสาว มีแฟนหรือยังจ๊ะ ?? ถ้าพี่มีแฟนแบบนี้รักตายเลย” ที่ผ่านมาหนูรับมือด้วยการพยายามไม่ไปสนใจ แต่ปัญหาคือหลังๆมานี้

หนูเดินกลับห้องหลังเลิกงานช่วงหลังสี่ทุ่ม บางวันก็เที่ยงคืน จะมีผู้ชายกลุ่มนึงนั่งดื่มเหล้าหน้าบ้านเขาชอบมาแซว “น่ารักจังเลยน้องสาว มีแฟนหรือยังจ๊ะ ?? ถ้าพี่มีแฟนแบบนี้รักตายเลย”ที่ผ่านมาหนูรับมือด้วยการพยายามไม่ไปสนใจ แต่ปัญหาคือหลังๆมานี้ จะมีคนนึงเขามาประชิดตัวเราเดินตามติดๆ แล้วหันไปคุยโม้กับเพื่อน ทำเหมือนเราเป็นแฟนเขาหนูรู้สึกไม่ปลอดภัย ซอยที่อยู่ก็เป็นทางเข้าออกทางเดียว ไม่อยากเจอปัญหานี้แล้ว หนูจะทำยังไงดี?? “คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [10 ส.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาโดนแซวจากกลุ่มผู้ชายที่ไม่รู้จักขณะที่เดินกลับห้องหลังเลิกงาน โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ทุกวันหลังเลิกงานจะต้องเดินผ่านซอยหนึ่งกลับบ้าน แล้วจะมีคนกลุ่มนึงชอบนั่งสังสรรค์กินดื่มกันทุกวันด้วยเสียงที่ดังมาก ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ตื่นเช้ามาเราต้องเดินออกไปซื้อของกินที่เซเว่นอยู่แล้ว เขาก็จะแซวว่าน่ารักจังเลย มีแฟนหรือยัง ขยันทำงานจังเลย มีแฟนแบบนี้รักตายเลย ทุกครั้งที่เขาเห็นหนูเวลาเดินผ่าน เราต้องเดินก้มหน้า เพราะเราไม่อยากเห็น ไม่อยากมอง รู้สึกกลัวไปแล้วว่าเขาจะพูด จะทักอะไรหรือเปล่า เราก็ไม่ได้สนใจตรงนี้เพราะเป็นแค่คำพูด ยังทำเป็นไม่สนใจได้ แต่ที่เป็นปัญหาก็คือเขามาประชิดตัวเราและเดินตาม และหันไปพูดกับเพื่อนว่า “กลับบ้านก่อนนะ กลับบ้านแล้วนะ” อารมณ์เหมือนแฟนมาแล้ว และเขามาเดินติดกับเราเลย เราก็ไม่พูดอะไร รีบเดินอย่างเดียว พอถึงที่พักก็รีบวิ่งเลย เพราะทางเดินกลับมันคั่นกันแค่คูหาเดียว และเป็นซอยที่เข้าออกทางเดียว เขานั่งรวมตัวกัน 7-8 คน ทุกวันเลยยกเว้นวันที่ฝนตก เขาอายุก็กลางคน ประมาณ 30 - 50 ปี เป็นแก๊งพวกชอบนั่งกินเหล้าหน้าบ้าน น้ำอยู่หอคนเดียว แต่ว่ามีแฟนมาหาเดือนหนึ่งก็ 4 - 5 ครั้ง เราเคยเดินมากับแฟนแต่พวกเขาน่าจะไม่เห็น เพราะบางทีเรากลับดึก ถ้าแฟนมา กลุ่มนั้นก็เลิกกินกันแล้ว เราก็บอกแฟนนะเพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่ 2 แล้วและเราก็กลัว แฟนก็บอกว่าจะเคลียร์งานและมาหาเราพรุ่งนี้ ช่วงกลางคืนแก๊งนี้เขาก็จะนั่งถึงเที่ยงคืนตีหนึ่ง ร้านค้าแถวนั้นก็จะปิดหมดแล้ว ในซอยก็เลยจะมีแต่คนกลุ่มนี้ที่นั่งอยู่ เราอยู่ที่ห้องเช่านี่มาได้ 4 - 5 ปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังไม่เคยคิดที่จะย้ายเพราะตึกที่อยู่ตอนนี้ก็ราคาสอดคล้องกับรายได้ของเรา แต่แก๊งนี้เขาก็อยู่มานานกว่าเราอีก เราเคยคุยกับเพื่อน เพื่อนก็บอกว่าไม่เคยมีใครโดนแบบนี้ ปัญหาของน้ำวันนี้ที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ เราจะรับมืออย่างไรดี? อยากได้ทางออกจากพี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คน’ เริ่มด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าพวกเขานั่งกันอยู่ตรงนั้น แล้วถึงขั้นเดินตามแบบนี้ค่อนข้างน่ากลัว ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรา การเข้าออกซอยถ้ามันดึก หนูอาจจะเลี่ยงด้วยการไม่เดินเข้า หรือนั่งมอเตอร์ไซค์เข้ามา แบบนี้น่าจะเลี่ยงได้ เราไม่ต้องไปปะทะ ไม่ต้องไปอยู่ให้เขาทำจนเคยชิน จนรู้สึกว่าสามารถทำอะไรกับเราได้แบบไม่ขัดขืน หรือเราเปิดอกคุยกับเขาไปเลยว่า “ขอโทษนะคะ อย่าทำแบบนี้เลยหนูเป็นผู้หญิงคนเดียวแบบนี้มันตราย หนูไม่สบายใจเลย” การที่แฟนหนูมาพรุ่งนี้ เราอาจจะขอให้เขาอยู่หลายวันนิดนึง ให้ผู้ชายกลุ่มนั้นรู้ว่าหนูมีแฟนอยู่’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เราคงต้องให้แฟนมาส่ง ถ้าเกิดเราอยู่คนเดียว ก่อนที่หนูจะเข้าไปคุยกับเขา อาจจะถามดีๆ เพื่อดูท่าทีและประเมินสถานการณ์ก่อน ถ้าเป็นคนดี เราก็พูดบอกไปว่า “หนูค่อนข้างไม่สบายใจเวลาเดินแล้วมีคนมาแซว ขอโทษจริงๆ นะคะ” แต่ถ้าคนกลุ่มนี้พูดไม่ดีเราก็หันหลังเดินกลับเลย คนพวกนี้สื่อสารด้วยไม่ได้ คุยช่วงหัวค่ำยังได้แต่ช่วงดึกไม่แนะนำ หลังจากนั้นก็เดินกับแฟนบ่อยๆ ธงสุดท้ายของเราคือการย้ายออก’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อันดับแรกเราต้องเลี่ยงเองก่อน นั่งมอเตอร์ไซค์ตรงเข้าไปเลย หรือเลี่ยงเดินผ่านเวลาที่เขานั่งกินเหล้า ถ้าเลี่ยงไม่ได้ แนะนำธงสุดท้ายคือการย้าย ถ้าเราต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ทุกวัน เอาส่วนต่างมาเทียบกันในแต่ละเดือนที่จะต้องจ่ายเพิ่ม 500 - 1,000 บาท หรือหาห้องดีๆ ที่ราคาใกล้เคียงกัน’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFung Fin

คบกับแฟนมา 6-7 ปี แต่งานใหม่ของผมทำให้เวลาว่างเราไม่ตรงกัน แฟนต้องการมีเวลาร่วมกันเพิ่ม ผมไม่อยากเปลี่ยนงาน เพราะเงินเดือนที่นี่ดีกว่า อยากให้แฟนเข้าใจว่าความก้าวหน้าในอาชีพ ก็มีผลต่ออนาคตที่จะมีร่วมกัน ควรทำอย่างไรดี ?

23 ม.ค. 2026

คบกับแฟนมา 6-7 ปี แต่งานใหม่ของผมทำให้เวลาว่างเราไม่ตรงกัน แฟนต้องการมีเวลาร่วมกันเพิ่ม ผมไม่อยากเปลี่ยนงาน เพราะเงินเดือนที่นี่ดีกว่า อยากให้แฟนเข้าใจว่าความก้าวหน้าในอาชีพ ก็มีผลต่ออนาคตที่จะมีร่วมกัน ควรทำอย่างไรดี ?

คบกับแฟนมา 6-7 ปี แต่งานใหม่ของผมทำให้เวลาว่างเราไม่ตรงกันแฟนต้องการมีเวลาร่วมกันเพิ่มผมไม่อยากเปลี่ยนงาน เพราะเงินเดือนที่นี่ดีกว่าอยากให้แฟนเข้าใจว่าความก้าวหน้าในอาชีพ ก็มีผลต่ออนาคตที่จะมีร่วมกัน ควรทำอย่างไรดี ? ‘คุณวิทย์ (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก-ดีเจ-ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องปัญหาเวลาไม่ตรงกับแฟน ทำให้แฟนน้อยใจ แต่ก็ไม่อยากจะเปลี่ยนงาน ‘คุณวิทย์ (นามสมมุติ)’ อายุ 35 ปี ปัจจุบันมีแฟนอายุ 31 ปี คบกันมา 6-7 ปี ยังไม่แต่งงาน แต่อาศัยอยู่ด้วยกัน เจอหน้ากันทุกวัน มาถึงช่วงเดือนตุลาคมปี 68 ที่ผ่านมา คุณวิทย์ได้เปลี่ยนงานใหม่ ก่อนหน้านี้ทำงานเวลาออฟฟิศทั่วไป ที่ลาออกเพราะมีปัญหาเรื่องค่าตอบแทนไม่เพียงพอ ในส่วนของงานใหม่นี้ ก็ได้ปรึกษากับแฟนแล้วว่าที่นี่เงินดีกว่า แต่ต้องเข้างานเป็นกะ คุณวิทย์คุยกับแฟนไว้ว่า อยากทำที่นี่ไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี เพราะก่อนหน้าได้มีการเปลี่ยนงานบ่อยมาก จึงกลัวจะกระทบต่อประวัติการทำงาน แต่เมื่อต้องย้ายเวลาเข้า - ออกงาน จึงทำให้เกิดปัญหาไม่เข้าใจกันกับแฟน ช่วงหลังปีใหม่ แฟนเริ่มน้อยใจหนักขึ้น มีการโทรมาเหวี่ยงใส่คุณวิทย์ว่า เธอไม่โอเค กับการที่ตื่นมาไม่ได้เจอหน้ากับบ่อย ๆ เหมือนเคย ซึ่งเธอบอกว่าเข้าใจในเรื่องการทำงานของคุณวิทย์ แต่ใจเธอยอมรับไม่ได้ ซึ่งตอนนั้นเองคุณวิทย์ ก็ยังคงทำงานอยู่ จึงทำได้แค่ฟัง แต่เมื่อกลับถึงบ้าน แฟนกลับเงียบใส่ ทำให้ไม่ได้พูดคุยเคลียร์ใจกัน ปกติแล้ว คุณวิทย์เป็นคนใช้เงินค่อนข้างเก่งมาก จึงโอนเงินให้แฟนเป็นคนจัดสรรเงินให้ แต่วันถัดมา แฟนกลับโอนเงินคืนคุณวิทย์ และพูดว่าจะไม่ทำให้อีกแล้ว จากนั้นคุณวิทย์ก็โทรตาม แต่ก็ไม่รับสาย จึงเปลี่ยนไปส่งข้อความ แต่ก็ได้คำตอบมาตามเดิมว่า เธอไม่ชอบที่เวลาทำงานของคุณวิทย์เปลี่ยนไป จนไม่มีเวลาร่วมกัน สิ่งที่เธอต้องการคืออยากให้วันเสาร์-อาทิตย์เราได้เจอกันเหมือนเดิม กลับมาก็เจอหน้ากันไม่นาน แล้วหลังจากนั้นอีกคนก็ออกไปทำงาน และเป็นแบบนี้อยู่บ่อย ๆ อาจมีบางวันหยุดของคุณวิทย์บ้าง ที่ตอนเที่ยงคุณวิทย์จะขับรถไปที่ทำงานแฟนเพื่อทานมื้อเที่ยงด้วยกัน หรือตอนเย็นไปรับจากที่ทำงาน และทานอาหารเย็นด้วยกัน ล่าสุดได้มีการพูดคุยกันเพิ่มเติมแล้ว แต่กลัวว่าแฟนจะกลับไปน้อยใจอีก เพราะเมื่อก่อนคุณวิทย์เคยสัญญาว่าจะทำงานเก็บเงินไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกัน แต่ทำไม่ได้สักที และทุกเสาร์-อาทิตย์เราไปเที่ยวด้วยกันตลอดแต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว จึงอยากปรึกษาขอคำแนะนำว่าจะทำอย่างไรให้แฟนเข้าใจ เรื่องที่ไม่อยากเปลี่ยนงาน อยากทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพและมีอนาคตที่ดีร่วมกัน เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ แนะนำให้บอกแฟนไปว่า “เดี๋ยวจะหางานใหม่ ที่เวลาตรงกันให้ และมีเงินดีด้วย วันนี้เราต้องพึ่งงานตรงนี้ก่อน ไม่มีใครอยากเลิกงานตี 2 ทุกวันหรอก แต่เอาเป็นว่า ถ้ามันมีงานที่ดี และเงินดีกว่า เราก็จะเปลี่ยนให้ ขอให้อดทนไปด้วยกัน ให้เธอสบายใจได้ว่าเราก็พยายามที่จะหาทางออก หรือถามตรง ๆ เลยว่า อยากให้คุณวิทย์ทำอะไร แต่ไม่ต้องห่วงนะ เราไม่ได้จะทำที่นี่ไปตลอดอยู่แล้ว แค่ต้องอดทนหน่อย” ต่อด้วย ‘ดีเจเผือก’ พูดว่า “แล้วในวัย 31 นี้ เขาก็น่าจะพอเข้าใจโลก แต่เมื่อคุณทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงาน อยู่ด้วยกันมานาน แต่ยังไม่ขยับขยายและไม่มั่นคงเท่าไหร่ กรณีแบบนี้ทำให้หลาย ๆ คู่เกิดคำถามต่อกันว่า ใช่ ไม่ใช่ ไปต่อหรือไม่ไปต่อ อะไรนิด ๆ หน่อย ๆ มันพาลให้เป็นปัญหาได้มาก แนะนำให้คุณวิทย์สร้างความมั่นใจให้เขาว่าในวันนี้อาจจะมีบ้างที่ยังแบ่งเวลาให้มากไม่ได้ แต่อยากให้มั่นใจว่าในอนาคตที่เขาต้องรอคอย มันจะมาถึงเมื่อไหร่ อยากให้ลองคุยให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่รอให้พร้อม แต่ไม่รู้ว่าพร้อมคือเมื่อไหร่ ลองยื่นอนาคตที่ชัดเจนให้เขาดู ถ้าเขากลับเริ่มไม่มั่นใจ ก็ลองโทรมาปรึกษากันใหม่” สุดท้ายตามด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ เสริมว่า “พี่เข้าใจแฟนคุณวิทย์ คนเราคงมีอารมณ์น้อยใจโกรธกัน เป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็เข้าใจในมุมคุณวิทย์ที่อยากจะมีอนาคตมีเงินที่มากขึ้น และยังพยายามที่จะชดเชยเวลาด้วยการไปกินข้าวกลางวัน ไปรับแฟนจากที่ทำงานด้วย พี่อยากให้คุณวิทย์คุยกับแฟนในมุมเหตุผลว่าทั้งหมดนี้เราทำไปทำไม บางครั้งเมื่อเงื่อนไขของชีวิตคู่ มันถูกเปลี่ยนเพื่อเป้าหมายของสองคน มันอาจจะต้องอดทนและยอม เพื่อให้มันไปถึงเป้าหมายได้” มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวง แล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวัง ซึ่งผมไม่มี

31 พ.ค. 2024

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวง แล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวัง ซึ่งผมไม่มี

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวงแล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวังซึ่งผมไม่มี ตอนนี้ทุกคนในบ้านฟังแม่เขาหมด แล้วแฟนก็ขอห่างกับผม เหมือนผมโดนตัดสินโดยใครก็ไม่รู้... “คุณเอ็กซ์ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่แฟนเอาวันเดือนปีเกิดไปดูดวงจนทำให้ต้องเลิกกับแฟน โดย “คุณเอ็กซ์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมทำงานอยู่ที่บริษัทซอฟแวร์แห่งหนึ่ง ที่บริษัทจะมีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง คือว่าเราสองคนได้รับหน้าที่ให้ทำโปรเจ็คด้วยกัน ทำให้เราสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้อยู่ด้วยกันตลอดทุกวัน เราก็เริ่มชอบกัน เพราะเราคุยกันถูกคอมากๆ ระบายกันทุกเรื่อง แล้วทีนี้เราก็ได้มีการนัดไปทำงานกันที่ห้างแห่งหนึ่ง เราก็มานั่งทำงานกันพอทำงานเสร็จ เราก็ไปกินข้าวด้วยกัน แล้วพอกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ แต่บ้านผมอยู่ไกลมาก ผมก็ต้องนั่งรถไฟฟ้ากลับ แต่ว่าผมเข้าใจผิดคิดว่าขบวนรถไฟสุดท้ายคือเที่ยงคืน แต่จริงๆ ขบวนสุดท้ายของสายนั้นคือ 5 ทุ่ม ทีนี้ผมก็ไม่มีรถกลับ ผมก็เลยโทรบอกเขา เออเนี่ย…เดี๋ยวจะไปเปิดห้องนอนก่อน แล้วเช้าค่อยกลับ แต่เขาก็บอกว่า ไม่เอาๆ เดี๋ยวเขาวนรถกลับมารับ แล้วก็ไปนอนบ้านเขา ผมก็ตกลง วันนั้นผมก็ได้ไปนอนบ้านเขาและวันนั้นเราสองคนก็ได้ตกลงเป็นแฟนกัน เราก็คบกันมาได้เกือบอาทิตย์ ต้องขอบอกเลยว่าพี่เขาเป็นคนที่เชื่อแม่ และรักแม่มากๆ สำหรับเขาแม่มีอิทธิพลมากพอสมควร ผมก็มองว่าไม่ผิดคนเราต้องรักแม่ถูกแล้ว แล้วทีนี้แม่เขาก็เอาวันเดือนปีเกิดของผมไปดูดวง ว่าดวงผมกับพี่เขาเป็นยังไง แล้วหมอดูทำนายว่า ดวงผมไม่สมพงศ์กับพี่เขา และมีอีกคำนายหนึ่งที่ไม่เป็นความจริงเลยคือ หมอดูทำนายว่า ผมมีครอบครัวแล้ว โดยที่ไม่ถามไถ่ผมเลย ซึ่งแฟนผมก็น่าจะยังไม่ได้บอกแม่เขาว่าผมยังไม่มีครอบครัว เพราะเขาน่าจะดูเชื่อไปด้วย แต่ผมไม่รู้ว่าเชื่อกี่เปอร์เซ็นต์ แต่หลักๆ เลยก็คือแม่เขาก็ไม่อยากให้ไปต่อกับผมนั่นแหล่ะ พี่เขาก็เลยขอลดสถานะความสัมพันธ์กับผม และไม่ขอพัฒนาต่อไปมากกว่านี้แล้ว การขอลดสถานะความสัมพันธ์ครั้งนี้ ผมไม่ติดอยู่แล้ว ผมเคารพการตัดสินใจของเขา เพราะเราเปลี่ยนความคิดใครไม่ได้ แต่ที่ผมนอยมากๆ เลยก็คือ ผมถูกตัดสินจากใครก็ไม่รู้ ที่รู้แค่ วันเดือนปีเกิดของผมแค่นั้น ซึ่งหลังจากที่เราเลิกกัน ผมก็ลาออก แต่พี่เขาก็ยังมีทักมาหาผมบ้าง มาระบายเรื่องงาน ถามเรื่องโปรเจคที่ผมกับพี่เขาเคยทำร่วมกัน ตอนนี้พี่เขารับหน้าที่ดูแลต่อ แล้วก็มีคุยเรื่องส่วนตัวบ้าง ผมก็มีถามเขาบ้างว่า สบายดีมั้ย เหนื่อยรึเปล่า ผมก็ถามไปปกติ ผมอยากถามพี่ๆดีเจว่า ควรปล่อยเขาไปใช่มั้ย หรือว่าควรจะสู้กับดวงที่หมอดูทำนายมาดี?’ โดย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับหอม ชีวิตเราเป็นคนเลือกเอง หมอดูเป็นแค่สิ่งที่นำทางให้เราเฉยๆ ถ้าหมอดูพูดอะไรแล้วมันซัพพอร์ตกับสิ่งที่อยู่ในใจเรา เราจะมีความมั่นใจในการลุยกับสิ่งนั้นมากขึ้นเท่านั้นเอง แล้วก็ที่ถามว่าเราจะยังไปรอผู้หญิงคนนี้อีกมั้ย หอมบอกเลยว่า ตัดไปเลย ทิ้งไปเลย ให้รู้ซะบ้าง ไม่ใช่ว่าแบบ เธอเลิกกับฉันง่ายๆ เพียงแค่ฟังคำหมอดู ซึ่งมัน Non sense ถ้าเกิดเราคบกันแล้วเธอเจอปัญหาที่ใหญ่กว่านี้ แล้วแม่เธอพูดอะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็เลิกกันได้อยู่ดี เรื่องเล็กๆ เธอยังเลิกกับเราได้ง่ายขนาดนี้เลย ฉะนั้นถ้ามีปัญหาใหญ่เข้ามาในชีวิต เธอจะไม่ปล่อยมือกันง่ายๆ หรอ แล้วก็ไม่ต้องถามเขาว่า สบายดีมั้ย เขาเทเรา ด้วยเหตุผลที่งี่เง่ามาก เขาต้องได้รับบทเรียน เธอกำลังเสียผู้ชายที่ดีที่สุดไป แล้วไปหาคนใหม่เลย หาคนที่เขาเห็นคุณค่าในตัวเราไม่ใช่แค่รู้สึกว่า เราไม่มีคุณค่าอะไรเลยหรอ ถึงได้ตัดสินเรากับเรื่องงี่เง่าแค่นี้ อันนี้คือไร้เหตุผลมากๆ และครอบครัวนี้ไม่เหมาะกับเรา ครอบครัวที่ใช้พ่อแม่บงการทุกอย่างในชีวิต จนไม่เป็นตัวของตัวเอง ก็ให้เขาอยู่กับแม่ไปหรือไม่ก็ให้เขามีแฟนกับคนที่แม่เขาหาให้ แล้วไม่ต้องรอให้มันเสียเวลา เชิ่ด !!!!’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันมี 2 ประเด็นสำหรับพี่นะ เวลาที่พี่เห็นใครที่เขาเชื่อเรื่องอะไรทำนองนี้ เรื่องหมอดู ดวงชะตา โชคชะตา และถ้าเขายึดมันเป็นแกนหลักในการใช้ชีวิตแล้ว พี่รู้สึกว่า อะไรก็เอาเขาไม่อยู่ เพราะเขาเลือกที่จะเชื่อแบบนี้แล้ว ถ้าเขาใช้สิ่งนี้เป็นที่ตั้ง แสดงว่าเขามีแนวคิดที่คิดมาแล้ว หรือว่าประสบการณ์ชีวิตของเขา สิ่งนี้มันพิสูจน์ได้ว่า มันจริงสำหรับเขา พี่ว่าการจะไปสู้กับอะไรแบบนี้ เหมือนเราแพ้ตั้งแต่หน้าประตูแล้ว ซึ่งมันเหนื่อยมากเลยกับการแพ้ ให้กับสิ่งที่เรามองไม่เห็น แล้วเราไม่รู้ว่าจะไปพิสูจน์มันยังไง นอกจากเราต้องใช้เวลา เข้าใจมั้ย ซึ่งบางอย่างเขาไม่มารอเรา แล้วเขาตัดสินเราไปแล้ว อันนี้สำหรับเรื่องแรกพี่ว่ามันยาก สำหรับอันที่ 2 พี่เห็นด้วยกับพี่หอมว่า ถ้าคนๆ หนึ่งเลือกเรา ในการคบหาจากการดวงล้วนๆ หรือจากสิ่งที่หมอดูบอก โดยที่ไม่ได้ดูสิ่งที่เราทำ ไม่ดูว่าเรามีพฤติกรรมที่ปฎิบัติกับเขายังไงในฐานะคนรัก พี่ว่าคนแบบนี้ พี่ไม่เลือกเอามาเป็นแฟนนะ ถ้าเขาไม่เอา เราก็ไปหาคนอื่น มันไม่ได้มีคนเดียวบนโลกใบนี้ที่เราจะต้องรักพุ สำหรับพี่มันง่ายแค่นี้’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมมีความเชื่อว่าถ้าเห็นลู่ทางไม่ดี เราอย่าชิงแพ้ให้เละเทะ เราไปแบบเชิ่ดๆ หล่อๆ ก่อนดีกว่า แล้วไปแบบให้เขาเสียดาย ไปแล้วไปลับไม่กลับมา ให้เขาเสียดายว่า ไอความไร้สาระของเขามันเคยทำให้เขาพลาดอะไรไป คือถ้าเรื่องแค่นี้เขามาขอลดความสัมพันธ์กับเรา หมอดูคนนี้จะดูชีวิตคู่ของคุณเอ็กซ์กับเขาเนี่ยไปตลอดเลย จะมีลูกปีไหน จะเกิดเดือนไหน จะให้เรียนโรงเรียนอะไร มันจะวุ่นวายไปหมด แล้วก็นอกจากหมอดูแล้วเนี่ย คิดว่าครอบครัวเขาก็จะมามีอิทธิพลกับชีวิตคู่คุณเอ็กซ์กับเขาไปตลอด ซึ่งถ้าคุณเอ็กซ์ได้ฟังพุธทอล์คพุธโทรมา ปัญหาที่ครอบครัวเข้ามาวุ่นวายในชีวิตคู่เนี่ยโครตปวดหัวเลย เพราะฉะนั้นไปแบบผู้ชนะถึงแม้ว่าใจลึกๆ เราจะรู้สึกว่าโดนเทก็ตาม แต่จงรักษาทรง แล้วเดินออกไปอย่างผู้ที่เหมือนว่าชนะ แบบโดนเทแต่ยังเท่อยู่ ให้เขาเสียดายเราในภายหลัง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมคบกับแฟนได้ 18 วัน แพลนจะไปเคาท์ดาวน์ที่ร้านแฟน แต่แฟนบอกหุ้นส่วนที่ร้านเป็นแฟนเก่า พอแฟนเก่ารู้ว่าผมจะไป เค้าไม่ยอม ฝากแฟนมาบอกว่าถ้าผมไปจะทำให้ร้านสะดุด เขาไม่โอเค ผมก็ให้แฟนไปคุยอีกรอบ เค้าก็บอกว่ามาได้ แต่แฟนผมห้ามมาโต๊ะผม ผมงงเลยว่าจะทำยังไงต่อ?

20 ธ.ค. 2024

ผมคบกับแฟนได้ 18 วัน แพลนจะไปเคาท์ดาวน์ที่ร้านแฟน แต่แฟนบอกหุ้นส่วนที่ร้านเป็นแฟนเก่า พอแฟนเก่ารู้ว่าผมจะไป เค้าไม่ยอม ฝากแฟนมาบอกว่าถ้าผมไปจะทำให้ร้านสะดุด เขาไม่โอเค ผมก็ให้แฟนไปคุยอีกรอบ เค้าก็บอกว่ามาได้ แต่แฟนผมห้ามมาโต๊ะผม ผมงงเลยว่าจะทำยังไงต่อ?

“คุณแม็ก (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [18 ธ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์ โดย “คุณแม็ก (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เป็นเรื่องความลำบากใจระหว่างผมกับแฟน เราสองคนพึ่งเริ่มคบกันได้ 18 วัน แต่ก่อนหน้านี้คุยกันมาประมาณ 3 เดือน เราไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ เพราะเราอยู่คนละจังหวัดกัน แฟนผมมีธุรกิจที่บ้านอยู่แล้วแต่ช่วงปลายปี เขามักจะรวมหุ้นกับเพื่อนเปิดลานเบียร์ ซึ่งในช่วงที่เราตกลงคบกันเขา เขาบอกกับผมว่า หนึ่งในหุ้นส่วนของเขาคือแฟนเก่าของเขาด้วย แต่เขาก็บอกผมว่าเลิกกันไปนานแล้ว ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกัน เป็นแค่พี่น้องหุ้นส่วนกัน ผมก็โอเคเพราะเขายืนยันว่าไม่น่าจะมีทางกลับไปได้ ถ้ากลับไปก็คงไม่เลิกกันตั้งแต่แรก เขาให้เหตุผลกับผมว่าปีนึงก็คุยกันแค่ช่วงที่มาทำร้านด้วยกัน ไม่ได้ติดต่ออะไรกันอีกนอกจากตอนที่ทำร้าน ซึ่งช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นวันหยุด เราได้ไปที่ร้านเพื่อไปหาแฟน แล้วตอนไปเราได้บังเอิญเจอกับแฟนเก่าเขา แต่เราไม่ได้แสดงตัวว่าเราคือคนใหม่ ด้วยความที่แฟนเรามันก็คงทำให้รู้ว่าคนนี้คือคนใหม่ เพราะว่าแฟนจะเดินเวียนมาโต๊ะเราบ่อย ๆ โต๊ะที่ผมนั่งก็จะมีเพื่อนผมด้วย เหตุการณ์วันนั้นก็ไม่มีอะไรปกติทุกอย่างแต่ก็จะมีหุ้นส่วนเขาเดินมาดูโต๊ะเราบ่อย เดินผ่านโต๊ะเราบ่อย จากที่เราสังเกตเห็น หลังจากวันนั้นเราก็กลับบ้านมาทำงานปกติ เราก็ได้คุยกันกับแฟนว่าวันเคาท์ดาวน์จะไปเคาท์ดาวน์กันที่ร้านเขา ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะได้ไปเจอกับแฟนเก่าเขา เพราะเขาก็ไม่น่าจะไปไหนได้ต้องอยู่ดูแลร้าน พอจากวันนั้นเขามาบอกผมว่า พี่เขากลับมาเหมือนจะมาง้อเขา มาชวนไปกินข้าว ชวนไปห้อง เราก็เลยถามเขาว่าแล้วยังไง เขาก็บอกว่ารู้สึกอึดอัดทำไมต้องมาทำแบบนี้ พอรู้ว่าผมเป็นใคร แล้วทำไมต้องมาทำแบบนี้อีก ผมก็เลยบอกเขาไปว่า ถ้าคุณไม่โอเค คุณก็บอกเขาไปตรง ๆ เราเป็นใคร ยังไงเราก็ไม่โอเคที่เป็นแบบนี้ เขาก็บอกกับเราว่า อยากบอก แต่หุ้นส่วนแฟนเก่าเขาเป็นคนที่แยกแยะไม่ได้ระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว คือถ้าบอกหุ้นส่วนก็จะงอแง วุ่นวายไม่ทำงาน ด้วยความที่เขารู้จักกันมาก่อนเขาก็รู้นิสัยกัน แล้วผมก็บอกแล้วจะให้ทำยังไง ถ้าไม่บอกมันก็จะเป็นคาราคาซังแบบนี้ เขาก็บอกว่า ทนหน่อยได้ไหม เดี๋ยวขอเวลาแป๊บนึง เดือนหน้าก็หมดร้านแล้ว เขาบอกผมว่าจะบอกตอนที่มันใกล้ ๆ จะเสร็จเรื่องร้าน ผมพยายามให้เขาไม่ทำแบบนี้ ผมก็ถามเขาว่าทนไหวเหรอ เขาบอกได้ทนไหว เราก็โอเคปล่อยเขาไปช่วงนึง จนผ่านไปประมาณ 3 วัน เป็นวันที่เขานัดจะมาหาเรา เพราะอีกวันร้านจะหยุด ช่วงประมาณ 1 ทุ่มเขาทักมาบอกว่า วันนี้น่าจะไปหาดึกหน่อย เพราะหุ้นส่วนบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เราก็เลยบอกว่า เรื่องกูแน่ ๆ แหละ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นเรื่องอื่น เราก็เลยปล่อยเขาคุยกันไป เราก็ไม่ได้ถามอะไรเขา จนเขาทักมาบอกว่าคุยเสร็จแล้ว กำลังจะไปหาที่บ้าน พอเขามาถึงบ้าน อาบน้ำทำอะไรเสร็จ เราก็เลยถามเขาว่าสรุปที่คุยกันว่ายังไง เขาก็บอกเราว่าที่เรานัดกันจะไปเคาท์ดาวน์ที่ร้านเขายกเลิกก่อนได้ไหม เพราะเขาไม่อยากให้เสียงาน หุ้นส่วนบอกว่า ถ้าเธอมา พี่เขาจะทำใจไม่ได้ แต่ผมก็ยืนยันที่จะไป เขาก็เลยบอกว่า งั้นเดี๋ยวจะไปคุยใหม่ พอเสร็จหลังจากนั้นเขาก็กลับไปทำงานปกติ 2 - 3 วัน เขาก็มาบอกผมว่า ไปคุยมาแล้ว พี่เขาบอกว่าจะมาก็มา แต่แฟนผมอะอย่ามานั่งที่โต๊ะผมบ่อยนะ ต้องทำงาน ผมเลยสงสัยถามเขาไปว่า หุ้นส่วนต้องทำอะไรบ้างถ้าเธอไม่ทำเดี๋ยวกูไปช่วยทำเองก็ได้ ผมก็เลยอยากจะมาปรึกษาพี่ ๆ ว่าเราควรไปไหมมันจะทำให้แฟนเราอึดอัดมาไปไหม?’ ซึ่งเริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ไม่แนะนำให้เปลี่ยนร้านนะ แต่พี่แนะนำให้เปลี่ยนแฟน ไม่มีคำว่าไปหรือไม่ไปคือการที่จะเดินมาบอกว่า เฮ้ยเธอต้องไปร้านนี้ได้ป่ะ เพราะแฟนเก่าไม่โอเค ถามหน่อยไอ่นั้นเป็นใครแล้วกูเป็นใครก่อนตอนนี้ ชั่งน้ำหนักก่อนใช่กูมา 18 วันกูเดินออกได้นะ ตอนนี้แม็กต้องไปสืบข้อมูล แม็กได้ข้อมูลไม่ครบแล้วล่ะกับเรื่องแฟนเก่าคนเนี้ย การที่แฟนเก่าเลิกมา 2 ปีแล้วนาน ๆ เราเจออกันทีเราจะมาเจอกันแค่ทำร้าน ขอโทษนะแค่ทำร้านปีนึงแปลว่ามันไม่ได้มีการติดต่ออะไรกันมาแล้ว อยู่ ๆ อีนี่จะมาหวงก้างขึ้นมาไม่ใช่ตลอดระยะเวลา 2 ปี ถ้าเลิกกัน 2 ปีจริง ๆ นะยังติดต่อกันอยู่แล้วเป็นแนวทางที่ไม่ใช่เพื่อรตัดขาด แฟนเก่ายังมีความหวังมาโดนตลอดแต่แม็กตอนนี้เลือกแคร์ผิดคน ทีนี้คือโทษเขาไม่ได้นะแม็กเธอมาแค่ 18 วัน สิ่งที่พี่อยากให้แม็กรู้คือน้ำหนักความสำคัญของตัวแม็กตอนนี้ แล้วคือการไปไปได้นะแต่ไม่ได้เต็มใจให้ไปคือการจัดการของคนกลางไม่ดีซึ่งพี่ไม่รู้ว่า คนกลางจัดการไม่ดีหรือคนกลางมันแคร์ตรงนั้นอยู่มันไม่ใช่เรื่องของการทำงาน แฟนเก่ามันเป็นแฟนเก่าจริงหรือเปล่าตอนนี้มันเหมือนมันไม่ใช่แฟนเก่าเท่าที่ฟัง ถ้ายังจะเอาคนนี้แม็กต้องยื่นคำขาดต้องวีนไปเลยว่า ทำไมถึงไม่ให้เราไปทำไมถึงไม่ให้ความสำคัญกับเราแล้วมันต้องเด็ดขาดกับแฟนเก่าไม่ใช่แบบ ไปก็ได้เดี๋ยวถามแฟนเก่าก่อนนะว่าให้เธอมาหรือเปล่า สถานะกูเป็นใคร ต้องตัดสินใตตั้งแต่ตอนนั้นต้องเคลียร์กับแฟนเก่าไม่ให้เรื่องแบบนี้มาถึงเรานะ ต้อง Protect ความรู้สึกเรา เราคือคนปัจจุบันเธอเอาไง ลองถามอึดอัดป่ะกับการที่มีเราอยู่เพราะถ้าเธอรู้สึกว่าอยากให้เราอยู่ตรงเนี้ยเธอทำอะไรให้เรารู้สึกอุ่นใจหน่อยได้ไหม เธอทำอะไรให้เรารู้สึกว่าที่ตรงเนี้ยคุ้มค่ากับการที่เราจะอยู่ตอนนี้เราไม่มั่นใจเลย คนกลางต้องหนักแน่นและเด็ดเดี่ยวมากกว่านี้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่า 18 วันนี้มีแต่สถานการณ์ประหลาดมาหมดเลย พี่ว่ามันอาจจะไม่ได้เลิกกันแบบตัดขาดเพราะถ้าตัดขาดไม่น่าจะเป็นแบบนี้นะอยู่ ๆ จะมาหึงเหรอไม่มีสิทธิ์ มันแปลก ๆ หมดเลยแต่พี่เชียร์ให้แม็กไปเพราะ ถ้าแม็กไปวันปีใหม่เนี้ยแม็กก็จะได้รู้แหละว่าตัวเองสำคัญขนาดไหนกับเขา มันอาจจะเคลียร์เลยก็ได้ว่าจริง ๆ แล้วมึงยังลืมเขาคนนั้นหรอก มึงอย่าเอากูมาแบบขัดตาทับขั้นเวลาเลย มึงไปอยู่กับเราเถอะ มันไม่ใช่แค่ข้ออ้างว่าเราต้องทำธุรกิจร่วมกันแล้วแต่อันนี้คือมันแคร์เขาค่ะ เชียร์ให้ไปจะได้รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง อาจจะได้คำตอบคืนนั้นแหละจะได้กลับมาตั้งหน้าตั้งตาเป็น doctor’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเสริมอีกว่า ‘พี่ติดอยู่ขั้นตอนเดียวที่มาบอกเราว่า อีกฝ่ายมาขอคืนดีซึ่งเราทำอะไรไม่ได้เพราะถ้าทำไปแล้วเจาอาจจะงอแงแล้วไม่หุ้นด้วย อันนี้แปลกมากคือมันผิดอะ ถ้าเป็นพี่ก็จะรู้สึกว่าอ้าวอย่างงี้มึงให้ความสำคัญกับใครมากกว่าวะ ถ้าสมมุติแฟนเก่าซึ่งจริงตามที่อ้างเลิกกันมา 2 ปีแล้ว เป็นคนงี่เง่า แล้วจะมาขอคืนดีอะ คนที่แฟนแม็กควรจะห่วงความรู้สึกมากที่สุดคือเรา ที่พึ่งคบกันได้ 18 วัน เขาควรจะปกป้องเรากลับกลายเป็นว่าเขาเลือกที่จะปกป้องความรู้สึกของฝั่งนั้น เป็นพี่พี่น้อยใจตรงนี้ จริง ๆ ถ้าจะเลือกคนที่ไม่มีเหตุผลและงี่เง่าในวงจรนี้ควรจะเป็นแฟนเก่าแล้วควรจะจัดการกับอีนั่น ไม่ใช่มากันเราออก การลำดับความสำคัญหรือแบบความงี่เงาของเขามันเบอร์ไหนวะ ถ้าถามว่าไปหรือไม่ไป คือไปแล้วจะรู้เลยแน่นอนว่าสถานการณ์เป็นยังไงอันนี้จริง แต่ถ้าเป็นชีวิตจริงผมก็อาจจะไม่ไปก็ได้นะ หมายถึงว่าฉันก็มีเชิงของฉัน ศักดิ์ศรีของฉันเหมือนกันไม่อยากให้ไปก็ไม่ไปก็ได้แล้วก้ไม่ต้องโทรตามแล้วกันก็อย่ามารู้แล้วกันว่าเคาท์ดาวน์ไปไหน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-