แฟนชอบยืมเงิน และตอนนี้การเงินเราก็ติดขัด แต่ไม่กล้าทวงเงินจากแฟน กลัวเขาเสียความรู้สึก ทำอย่างไรดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนชอบยืมเงิน และตอนนี้การเงินเราก็ติดขัด แต่ไม่กล้าทวงเงินจากแฟน กลัวเขาเสียความรู้สึก ทำอย่างไรดีคะ?

10 ก.ค. 2026

แฟนชอบยืมเงิน และตอนนี้การเงินเราก็ติดขัด

แต่ไม่กล้าทวงเงินจากแฟน กลัวเขาเสียความรู้สึก

ทำอย่างไรดีคะ?

       ‘คุณม่อน (นามสมมติ)’ สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 กรกฎาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเฟี๊ยต’ เกี่ยวกับปัญหาที่ไม่กล้าทวงเงินแฟน เพราะกลัวเขาเสียความรู้สึก และกลัวกระทบความสัมพันธ์

       คุณม่อนเล่าว่าคบกับแฟนมาประมาณ 5 ปี ทราบตั้งแต่แรกว่าฐานะทางบ้านแฟนไม่ค่อยดี ในช่วงแรกที่คบกัน เรื่องเงินของเขาไม่ได้กระทบคุณม่อน แต่เริ่มมามีเรื่องเงินก็ช่วงหลังเรียนจบประมาณ 1-2 ปี แฟนเป็นพนักงานรายได้ไม่เพียงพอ จำนวนเงินที่มายืมก็ไม่ได้มากมาย แต่ก็ทำให้การเงินคุณม่อนติดขัดในบางเดือน ถึงขนาดที่ต้องนำของไปขายเพื่อให้หมุนเงินทัน ส่วนใหญ่แฟนจะยืมเงินเพื่อไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อย่างการให้ออกค่าข้าวให้ก่อน รวมกันแล้วประมาณ 4,000 บาท ไม่รวมกับเงินหมื่นก้อนใหญ่ที่แฟนเคยยืมจากคุณม่อนไป ด้านคุณม่อนฐานะดีกว่าแฟน แต่ก็ไม่ได้คล่องตัวพอที่จะให้ยืมได้มากมาย 

       คุณม่อนเพิ่งได้มาทราบว่า แฟนมีหนี้จากการที่ไปออกเดทกับคุณม่อน แฟนคุณม่อนบอกว่า ในการไปห้างที่กรุงเทพครั้งหนึ่งต้องใช้เงินประมาณ 1,000 - 2,000 บาท ซึ่งเขาไม่มี จึงต้องไปยืมมา คุณม่อนทราบเรื่องนี้เพราะแฟนใช้เหตุผลนี้ในการมาบอกเลิก เธอจึงได้ช่วยเรื่องเงินกับแฟนในการออกเดท 

       ในตอนนี้ คุณม่อนไม่ได้ลำบากถึงขั้นที่จะต้องทวงเงินก้อนหมื่นคืน และไม่เคยตกลงกันว่าจะต้องคืนเงินเมื่อไหร่ เพราะมองว่าเมื่อเขาตั้งตัวได้ก็จะมาคืนเอง เพียงแต่คุณม่อนอยากได้เงินที่เขายืมใช้จ่ายยิบย่อยในชีวิตประจำวันคืนก่อน (จำนวนเงินไม่ได้มาก ประมาณ 1,000 - 2,000 บาท) นอกจากนี้ทั้งคู่ยังเคยคุยกันไว้ว่าเมื่อเงินเดือนออกเขาจะคืนเงิน เพราะเมื่อก่อนเขาเคยคืนทีละเล็กน้อย แต่จะยืมทีละเยอะ ๆ และวนกลับมายืมใหม่

       สิ่งที่ทำให้กลุ้มใจคือ เมื่อทวงเงินไปแล้ว แฟนก็ไม่ได้โกรธอะไร แต่มองว่าเขาอาจจะเสียศักดิ์ศรี เพราะเขามีปมเรื่องเงิน และยังเคยพูดกับคุณม่อนว่า ต้นทุนชีวิตเขากับคุณม่อนต่างกัน เวลาทวงเงินเขาไปแล้ว เขาจะดูเงียบ ๆ ซึ่งคุณม่อนก็ไม่แน่ใจว่าแฟนผิดหวังในตัวคุณม่อนที่ไปทวงเงินเขาหรือเปล่า 

       ด้าน ‘ดีเจเติ้ล' และ 'ดีเจต้นหอม’ มองว่า หากเขากังวลเรื่องศักดิ์ศรี เขาจะไม่ยืมเงินเยอะและบ่อยขนาดนี้ รวมถึงเขาจะรีบหามาคืนทันที

       คุณม่อนเสริมว่า เธอได้ไปปรึกษาเพื่อน เพื่อนก็ด่าแฟน นอกจากนี้แฟนก็เป็นคนที่ไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีปัญหา หลังจากเล่าเรื่องราวทั้งหมดแล้ว คุณม่อนก็กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะสามารถให้เขายืมเงินหรือช่วยเขาไปได้ตลอด ตอนนี้ยังทำได้แต่ในอนาคตอาจจะไม่ไหว เพราะตัวคุณม่อนทำงานกับที่บ้าน และทางบ้านก็ยังไม่ทราบสถานการณ์ในตอนนี้ แต่คุณม่อนสบายใจกับการเลี้ยงแฟนได้หากมีเงินมากพอ เพราะในเรื่องอื่น ๆ เขาดีจริง ๆ แต่ตอนนี้มีเงินไม่พอแล้วต้องมาทวง จนรู้สึกเป็นคนไม่ดี คุณม่อนจึงอยากถามว่าจะทวงเงินอย่างไรให้แฟนไม่เสียความรู้สึก

       หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด ดีเจได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก ‘ดีเจเฟี๊ยต’ ว่า "หากไม่ติดปัญหาเรื่องเงิน แล้วถ้ามีเงินก็ยินดีที่จะซัพพอร์ตเขาเรื่อย ๆ ก็ไม่ติดอะไร แต่พี่ก็มองว่า เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญของชีวิตคู่ในระยะยาว การที่คุณม่อนซัพพอร์ตเขาก็เป็นคนที่น่ารักแล้ว การทวงเงินคืนไม่ควรทำให้คุณม่อนรู้สึกเป็นคนไม่ดี ในทางกลับกัน ถ้าแฟนรักเราเขาก็ต้องซัพพอร์ตเราเหมือนกัน เพราะการเงินเราก็ไม่ได้แข็งแรงตลอด ตอนนี้การเงินเริ่มสะดุดจนต้องขายของแล้ว มองไประยะยาวว่าหากคุณม่อนหาเงินไม่ได้ เขาจะซัพพอร์ตได้ไหม แล้วความสัมพันธ์จะเดินหน้าต่อได้จริงมั้ย

       ปัญหาเรื่องเงินกระทบความสัมพันธ์แน่ ๆ ต้องเปิดใจคุยกันว่าเขาติดหนี้อะไร การที่เขาติดหนี้ทั้งก้อนใหญ่ ทั้งยืมเงินในชีวิตประจำวัน เงินเก่าก็ยังไม่มีวี่แววจะคืน นั่นแปลว่าเขามีปัญหาบางอย่าง อาการเป็นหนี้ถ้าดูจากเคสที่เคยผ่านมาเขาอาจจะติดอะไรบางอย่าง เงินที่หายไป หายไปอยู่ที่ไหน เขาหาเงินได้เท่าไหร่ เขาพยายามคืนเงินจริงไหม มีความพยายามไหม มีความตั้งใจให้เห็นหรือเปล่า สิ่งพวกนี้จะบอกได้ว่าเขาใส่ใจจริงไหม ลองคุยกันอย่างตรงไปตรงมาว่าจะจัดการปัญหาอย่างไร ไม่อย่างนั้นความสัมพันธ์ก็จะไปไม่รอดด้วย"

       ถัดมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า "เรื่องเงินเป็นเรื่องปากท้องถ้าไม่มีมันอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ปัญหาความไม่เข้าใจกันที่ปรับความสัมพันธ์กันได้ และไม่เห็นความพยายามในการพัฒนาความสัมพันธ์ไปข้างหน้ากับคน ๆ นี้ ไม่เห็นความพยายามในการหาเงินมาคืนคุณม่อน ไม่เห็นความพยายามในการพัฒนาตัวเองให้อยู่ในระดับเดียวกับคุณม่อน และศักดิ์ศรีเขาหายไปตั้งแต่ที่ยืมเงินเราจนเคยชินแล้ว วิธีการพูดกับเขาคือบอกไปว่า เรามีปัญหาเรื่องเงิน เขาก็มีปัญหาเรื่องเงิน มาช่วยกันหาทางออกว่าจะทำอย่างไรดี บอกเขาไปว่าเราขัดสนเรื่องเงิน ดูว่าเขาจะช่วยเราอย่างไรได้บ้าง เขาอาจจะเข้าใจเราและพยายามหาเงินมาช่วยคุณม่อนก็ได้ เวลาเขามีปัญหาคุณม่อนพยายามที่จะช่วยเขา ถึงเวลาที่คุณม่อนมีปัญหาก็จะได้ดูว่าเขามีความพยายามในการอยากจะช่วยเหลือคุณม่อนมากน้อยขนาดไหน ถ้าเขากระตือรือร้นพยายามที่จะช่วยคุณม่อน ผู้ชายคนนี้ก็ไปต่อได้ แต่ถ้าเขาเลือกที่จะงอน ถ้าเราทำในสิ่งไม่ได้ผิดแล้วเขาขี้แพ้ ถ้าทวงเงินแล้วมองว่าเราไม่เหมาะกัน ก็เลิกกันไปเลย อีกทางเลือกคือคุณม่อนต้องเลี้ยงเขา ทำงานให้หนัก และดูแลเขา

       คุณม่อนเลือกได้ ในวันที่เราเดือดร้อนลองดูว่าเขาพยายามช่วยเราขนาดไหน ช่วยได้ไม่ได้ก็ดูความพยายามของเขาหน่อย กระตือรือร้นกับเรื่องของเราแค่ไหน เพราะเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่เป็นปัจจัยในการดำเนินชีวิต"

       สุดท้าย ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำแนะนำว่า "ไม่มีความจำเป็นต้องพยายามสรรหาเหตุผลหรือคำมาพูดให้เขารู้สึกดี เพราะการทวงเงินเขาไม่ใช่สิ่งที่ไม่สมควรทำ หรือทำให้เขาเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เลยทั้งสิ้น เป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยชอบธรรม

       สิ่งที่คุณม่อนขอจากเขายังไม่เท่ากับสิ่งที่เขาเอาไปเลยด้วยซ้ำ มันปกติมาถ้าจะพูดกับแฟนว่าเดือนนี้เราช็อตต้องเอาของไปขาย ขอเงินคืนหน่อย เขาเองต้องสำนึกได้เองว่าเขาเอาเงินเราไปเท่าไหร่ ถ้าคุณม่อนขอคืน 1,000 - 2,000 แฟนที่ดีที่ไหนจะไม่ให้ หรือแฟนที่ดีที่ไหนจะมีปัญหากับการคืนเงิน ไม่นับว่าเขามีหรือไม่มี แต่ใครจะมีทัศนคติที่ว่า ทำไมมาทวงเงิน เขาต้องละอายใจว่าเอาเงินคุณม่อนไปจนไม่มีแล้ว ทำไมถึงจะช่วยกันไม่ได้

       อย่าตัวเล็กขนาดนี้เลยในการมีแฟน ต้องคุยกันได้ทุกเรื่อง และในทางกลับกัน เวลาเขามีปัญหาเรื่องเงินเขายังมาขอคุณม่อนได้ ทำไมเราจะขอเขาไม่ได้ อย่าเอาสถานะที่เขามองว่าเราอยู่สูงกว่าเขามาบีบตัวเองขนาดนั้น วันไหนไม่มีก็ต้องบอกกันไปตามตรง หรือวันไหนเราอยากให้เขาทำมาหากินมากขึ้นก็บอกเขา อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียว

       และจากที่คุณม่อนเล่าว่าเขาต้องไปยืมเงินเพื่อมาเดท พี่มองว่าถ้าการมีแฟนทำให้ชีวิตลำบากขนาดนั้น ก็แยกย้ายกันไปทำมาหากิน และค่อยกลับมาหากันในวันที่ดีขึ้นดีกว่า"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมเป็นพี่คนโตที่ถูกพ่อแม่ใช้ให้ทำงานบ้านอยู่ตลอด ทำไมพ่อแม่ไม่บอกให้น้องคนเล็กทำบ้าง การเป็นพี่คนโตต้องเสียสละให้น้องตลอดเลยหรอ ผมรู้สึกว่ามันไม่แฟร์

30 เม.ย. 2026

ผมเป็นพี่คนโตที่ถูกพ่อแม่ใช้ให้ทำงานบ้านอยู่ตลอด ทำไมพ่อแม่ไม่บอกให้น้องคนเล็กทำบ้าง การเป็นพี่คนโตต้องเสียสละให้น้องตลอดเลยหรอ ผมรู้สึกว่ามันไม่แฟร์

ผมเป็นพี่คนโตที่ถูกพ่อแม่ใช้ให้ทำงานบ้านอยู่ตลอดทำไมพ่อแม่ไม่บอกให้น้องคนเล็กทำบ้างการเป็นพี่คนโตต้องเสียสละให้น้องตลอดเลยหรอ ผมรู้สึกว่ามันไม่แฟร์ ‘คุณมังคุด’ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาสอบถามปัญหาเรื่องในครอบครัวที่ค้างคาใจมาตลอด กับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท วรินทร และคุณหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)' เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นเป็นพี่คนโต แต่ต้องเสียสละให้น้องคนเล็กเสมอ โดย ‘คุณมังคุด’ เล่าว่า ตนนั้นมีน้องชายหนึ่งคน และตนเป็นพี่คนโต ที่ถูกที่บ้านสั่งสอนมาตลอดว่าการเป็นพี่คนโตจะต้องเสียสละให้น้องก่อนเสมอ จนทุกวันนี้การเสียสละที่ว่าเริ่มทำให้เกิดปัญหา เวลาพ่อแม่เรียกใช้ให้ทำงานบ้าน ก็มักจะเรียกหาแต่ตนก่อนเสมอ ไม่เคยเรียกใช้น้องเลย ยกตัวอย่างเหตุการณ์เช่น แม่ใช้ให้ไปตากผ้า ทั้งที่น้องก็นั่งเล่นเกมอยู่ใกล้ ๆ แม่ อีกเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่โอเคนั่นคือตอนที่ตนนั้นช่วยพ่อแม่ล้างจานจนเสร็จเรียบร้อย และน้องเพิ่งกินเสร็จอีกหนึ่งจาน ตนก็ได้บอกให้น้องชายเอาจานไปล้าง น้องก็บอกว่า “เดี๋ยวทำ” แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทำเลยสักครั้ง ซึ่งพ่อแม่และแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรน้องเลย สิ่งนั้นมันทำให้ตนนั้นรู้สึกไม่เข้าใจ คิดน้อยใจ และคิดว่ามันไม่แฟร์กับตัวเองที่เป็นพี่คนโต คุณมังคุด ยังเล่าอีกว่า ในส่วนของเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องงานบ้าน พ่อแม่ก็เลี้ยงเหมือนกันหมด ไม่ได้มีใครต้องเสียสละอะไรให้ใคร แต่ประเด็นหลัก ๆ คือมีแค่เรื่องงานบ้านเพียงเท่านั้น จึงได้ตั้งคำถามว่า “ผมคิดเล็กคิดน้อยไปหรือป่าว และอยากจะรู้ในมุมพี่ ๆ ดีเจว่าหากเป็นพี่ ๆ ดีเจจะแก้ไขปัญหาความรู้สึกว่ามันไม่แฟร์นี้ยังไงดี?” หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษาตามความเห็นของแต่ละคน โดยเริ่มที่ 'ดีเจเติ้ล' ได้ให้คำปรึกษาว่า “คำถามที่ว่า เราคิดมากไปมั้ย ถ้าเรื่องนี้เกิดกับพี่ พี่ก็คิด ในฐานะที่พี่เป็นพี่คนโตและมีน้องสาว ถ้าน้องโตแล้วไม่ทำอะไรเลย พี่ก็จะด่า พี่จะไม่ยอมทำคนเดียว พี่จะหาวิธีเสนอการแก้ปัญหากับพ่อแม่ เช่น ถ้าเราซักผ้าแล้ว น้องต้องล้างจาน เพราะถ้าปล่อยให้พี่คนโตทำอย่างเดียว ในอนาคตน้องก็จะมีนิสัยที่ขี้เกียจ และทำอะไรไม่เป็น เราอยู่บ้านเดียวกันเราต้องช่วยกันแบ่งเบาภาระกัน ในส่วนของพ่อแม่ที่ชอบใช้เราทำ อาจจะเพราะเขาเห็นว่าเราทำได้ และน้องเป็นคนที่สั่งแล้วไม่ทำ พ่อแม่ก็คงคิดแค่ว่าก็ให้เราทำให้มันจบ ๆ ไป การที่หนูคิดเล็กคิดน้อยนั้นมันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ พี่ว่าลองคุยกับพ่อกับแม่ดูได้ เราเป็นครอบครัวเดียวกันเราก็ต้องช่วยกัน” ถัดมาที่ 'ดีเจต้นหอม' ได้ให้คำปรึกษาว่า “เรียกที่บ้านมาคุยกันเลย ว่าสิ่งนี้เราไม่โอเค เราเป็นลูกคนโต กินข้าวจานขนาดเท่ากันกับน้องคนเล็ก สิทธิ์มีเท่ากัน ทุกคนเสมอภาคกัน ควรให้น้องเริ่มรับผิดชอบในส่วนที่เป็นข้าวของส่วนตัวของเขาก่อน ที่เราต้องแบ่งหน้าที่เพราะเพื่อจะให้ได้รู้ว่าใครมีหน้าที่อะไร และควรทำอะไร และเพื่อขจัดปัญหาที่เราถามว่า ‘ทำไมเราเป็นลูกคนโตแล้วเราต้องเสียสละ’ เริ่มให้เขาฝึกเลย เพื่อให้เขาไม่กลายเป็นคนขี้เกียจ” ต่อมาที่ 'ดีเจเกรท' ได้ให้คำปรึกษาว่า “แต่ละบ้านก็อาจจะเลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่การเป็นพี่คนโต ในมุมมองของพี่คือการต้องเสียสละจริง แต่การเสียสละคือเราต้องเสียสละด้วยความเต็มใจจริง ๆ ในฐานะที่พี่ก็เป็นพี่คนโต พี่คิดว่าเรื่องนี้มันก็คิดได้ ไม่ใช่เรื่องผิด พี่เห็นด้วยกับพี่ต้นหอม สำหรับเรื่องที่ควรรับผิดชอบในของใช้ส่วนตัวของตัวของน้อง และพ่อกับแม่ก็ห้ามสปอยน้อง เราอาจจะต้องแยกหน้าที่การทำงานบ้านกันให้ชัดเจน พี่มองว่าถ้าจะไม่มองให้เราทุกข์เลย คืออันไหนที่เราทำให้ได้ก็ทำ เราจะได้เบาใจ แต่ถ้ารู้สึกว่ามันเริ่มไม่แฟร์มาก ๆ ก็ลองคุยกับพ่อแม่ดู” มาที่คนสุดท้ายกับ 'คุณหมอท้อป' ได้ให้คำปรึกษาว่า “จากประสบการณ์เคยเจอทั้งพี่คนโตที่เสียสละให้น้องคนเล็ก และเจอทั้งน้องคนเล็กต้องเสียสละให้พี่คนโต อยู่ที่แต่ละบ้านจะเลี้ยงดู ถามว่าเราคิดเล็กคิดน้อยเกินไปมั้ย การที่เราเจอแบบนี้ เรารู้สึกแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ไม่จำเป็นจะต้องรู้สึกว่า ฉันห้ามคิดแบบนี้นะ ไม่งั้นปัญหามันก็จะถูกสะสม ให้เราเปลี่ยนมาคิดว่าจะจัดการความรู้สึกคิดมากนี้อย่างไรดีกว่า อยากให้คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ฟังเรื่องนี้เอาไว้ด้วย ในสายตาพ่อแม่หลาย ๆ คน อาจจะคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร การสอนให้เขารู้จักการเสียสละนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเกิดเป็นการไปบังคับให้เขาต้องเสียสละ ลูกจะรู้สึกว่ามันไม่แฟร์ ที่สำคัญเลยของการเสียสละนั่นคือต้องให้เรารู้สึกว่าเราอยากทำด้วยตัวเราเองแบบเต็มใจทำเองจริง ๆ นั่นถือเป็นการเสียสละที่ถูกต้อง หมออยากให้คุณมังคุดลองคุยกับคุณพ่อคุณแม่ตรง ๆ แต่เป็นการคุยที่มีวิธีการ เช่น ลองบอกเลยว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปน้องคนเล็กจะเกิดปัญหาอะไรตามมาบ้าง แล้วถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลง ตัวน้องเองจะได้รับข้อดีอะไรบ้าง แนะนำว่าตอนคุยอย่าไปใช้อารมณ์หรือทะเลาะกับพ่อแม่ ไม่งั้นพ่อแม่ก็จะไม่อยากฟังเรา ถ้าอยากให้ง่ายขึ้น ลองแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน แล้วถ้าสุดท้ายแบ่งกันแล้ว แต่น้องไม่ทำ นั่นก็คือความผิดของน้อง”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจ็บแล้วเจ็บอีก… สาวโทรปรึกษาในรายการ แฟนคนนี้เป็นรักแรก คบกันมา 15 นิสัยดีทุกอย่าง ยกเว้นข้อเดียว แฟนเจ้าชู้มาก นอกใจแล้ว 16 ครั้ง ล่าสุดหนูยอมให้เขาติดต่อกับผู้หญิงอีกคน แต่เขา ก็มาโทษหนูว่าที่เป็นคนแบบนี้ เพราะนิสัยหนูเองทั้งนั้น

30 ต.ค. 2023

เจ็บแล้วเจ็บอีก… สาวโทรปรึกษาในรายการ แฟนคนนี้เป็นรักแรก คบกันมา 15 นิสัยดีทุกอย่าง ยกเว้นข้อเดียว แฟนเจ้าชู้มาก นอกใจแล้ว 16 ครั้ง ล่าสุดหนูยอมให้เขาติดต่อกับผู้หญิงอีกคน แต่เขา ก็มาโทษหนูว่าที่เป็นคนแบบนี้ เพราะนิสัยหนูเองทั้งนั้น

“คุณจิ๊บ(นามสมมุติ)” อายุ 29 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 ต.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาคบกับแฟนมา 15 ปี ตอนนี้จับได้ว่ากำลังนอกใจครั้งที่ 16 แล้วมาโทษเราว่าคือสาเหตุ โดย “คุณจิ๊บ(นามสมมุติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนคนแรกมาทั้งหมด 15 ปี แต่งงานจดทะเบียนกันแล้ว 4 ปี แต่ยังไม่มีลูกด้วยกัน ช่วงเวลาที่ผ่านมาเค้าดีทุกอย่าง ดูแลหนูดีมาก แต่เสียอยู่อย่างเดียว ตลอดเวลาที่คบกันมาเค้าเป็นคนที่ค่อนข้างเจ้าชู้มาก ด้วยความที่เค้าเป็นคนเฟรนลี่ ชอบคุยกับคนอื่นไปเรื่อย ทำให้เรามีปัญหาเรื่องมือที่สาม แล้วตลอดเวลาที่คบกันมา ก็จับได้ว่าเค้ามีมือที่สามมาแล้ว 15 ครั้ง แล้วทุกครั้งที่จับได้ เค้าจะขอให้อภัยเค้าอยู่เสมอ แล้วหนูก็ให้อภัยเค้าตลอด แต่ว่าการที่หนูให้อภัยอยู่แบบนี้ มันเลยทำให้หนูกลายเป็นคนขี้ระแวง โมโหใส่ทุกอย่างที่เค้าทำผิดไปจากเดิมที่เคยพูดไว้ เช่น เวลาจะไปทำงาน แล้วบอกว่าจะกลับหกโมงเย็น พอถึงเวลาเลยหกโมงเย็นไปหน่อยสักครึ่งชั่วโมง หรือชั่วโมงนึง เค้ายังไม่กลับ หนูก็จะเริ่มมีอารมณ์โมโห อาละวาดออกมาแบบ ‘ทำไมถึงกลับมาไม่ตรงเวลา’ ยิ่งให้อภัยเค้า หนูก็ยิ่งระแวงมากถึงขั้นติด GPS ในโทรศัพท์เค้า คอยควบคุมทุกอย่างในชีวิตเค้า ต้องโทรรายงานตลอดเวลา แล้วกลายเป็นว่ามันต้องอยู่แบบนี้กันไปเรื่อย ๆ จนครั้งที่ 16 ที่เพิ่งจับได้ล่าสุดเมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เค้ามาบอกกับหนูว่าเพราะสิ่งที่หนูทำ คอยเจ้ากี้เจ้าการเค้ามากจนเกินไป ทำให้เค้าพูดกับหนูไม่ได้ เลยต้องไปหาพื้นที่สบายใจที่อื่น เค้าแบบหมดใจกับหนู ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเค้าโทษหนู เพราะว่าหนูเป็นแบบนี้ จากที่ผ่านมาทั้งหมดมันเลยทำให้รู้สึกผิดมาก ที่หนูเอาแต่ใจ ระแวงเค้ามากขนาดนี้ และคิดว่านี่หนูกลายเป็นคนผิดใช่ไหม เหตุการณ์ล่าสุดทำให้หนูบอกกับเค้าไปว่า ‘ให้เค้าคุยได้ แต่หนูแค่อยากรักษาครอบครัวเราเอาไว้’ ตอนนี้กลายเป็นว่าเค้าทำเย็นชาใส่ ไม่สนใจหนูอีกแล้ว ตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยกัน ดูแลเหมือนเดิมอย่างพาไปกินข้าว แต่ไม่ค่อยคุยกัน ไม่เล่นกันเหมือนก่อน และแสดงอาการให้รู้ว่ากำลังคุยกับมือที่สามขณะที่อยู่ด้วยกัน วันนี้หนูอยากมาปรึกษาพี่ ๆ ว่าหนูผิดใช่ไหมที่หนูเป็นแบบนี้ เค้าถึงได้มีมือที่สาม หนูแค่อยากรักษาครอบครัวไว้ มันพอจะมีวิธีไหมแล้วถ้าหนูขอโทษเค้า หนูควรจะขอโทษเค้าแบบไหน’ “ดีเจพี่อ้อย” เริ่มให้คำปรึกษาว่า ‘คือจิ๊บ 15 ปีที่ผ่านมาหนูบอกว่าเค้าดูแลหนูดีมาโดยตลอด แต่พอหนูบอกว่าเค้านอกใจ 15 ครั้ง 16 ครั้งเนี่ย อย่างที่บอกข้อดีทั้งหลายเค้าถูกเปลี่ยนไปหมดเลย แล้วการที่หนูกลายเป็นคนระแวงก็ไม่ได้แปลว่าว่าง ๆแล้วหนูระแวงแต่บังเอิญว่าหนูถูกทำลายความไว้วางใจมาก่อนไง มันถึงเกิดความระแวง ก่อนหน้านี้ถ้าเค้าไม่ทำตัวให้คิดมาก เราจะคิดมากได้ยังไง และอันนึงพี่ไม่มั่นใจจริง ๆว่าเราให้อภัยเค้าตั้งแต่เค้ายังไม่รู้สึกผิดหรือเปล่า เพราะหนูดูให้อภัยเค้าบ่อยมาก จนเค้ารู้สึกเลยว่าเหมือนมันเป็นทรง เวียน ว่าย ตาย เกิด ประมาณว่าเมื่อไหร่ก็ตามจับได้ว่านอกใจ ‘เอ้า! ขอโทษ ขอโทษ เราจะไม่ทำอีกนะ’ ‘ให้โอกาส ให้โอกาส ให้โอกาส’ แล้วก็กลับมานอกใจซ้ำ ๆ เค้านอกใจหนูมา 15 ครั้งแล้ว พี่ถามหน่อยว่าเค้าจำเป็นต้องมาซื่อสัตย์ต่อน้องครั้งที่ 16 17 18 หรอ คนเรารักเค้า เราก็ไม่อยากทำให้เค้าเสียใจ เพราะรักเค้าเราไม่เห็นมีใคร เค้ารักเราน้อยไปถึงได้นอกใจบ่อยขนาดนี้ ต่อให้น้องบอกว่าเราจะต้องมารักษาครอบครัว พี่กำลังรู้สึกว่าตั้งแต่เค้ามีคนอื่น คนแรก เราเสียคนในครอบครัวไปแล้ว คนเราเวลารักกัน ความซื่อสัตย์ให้กันยากตรงไหน แล้วพี่รู้สึกว่าหนูอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ หนูมีความสุขหรอ อยู่ในบ้านเป็นแฟนเรา ก้าวเท้าออกจากบ้านเรา เป็นแฟนคนอื่นเต็มไปหมดเลย ต่อให้น้องติด GPS ขนาดไหนก็ตามแล้วยังไง เพราะเมื่อจับได้ว่าเค้ามีคนอื่น ก็ให้อภัยอยู่ดี แล้วจะจับทำไม เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ถ้าถามว่าผิดไหม พี่แค่งงว่า ทำไมหนูถึงรู้สึกว่าหนูต้องผิด เข้าใจว่าเราหันมามองตัวเองได้ว่าฉันทำอะไรให้เค้าไม่โอเคหรือเปล่า เค้าถึงต้องไปมีความสุขนอกบ้านตลอดเวลา แต่ถ้าหนูรู้สึกว่าหนูผิดต้องไปขอโทษ พี่แค่ถามว่าหนูไปขอโทษในฐานะอะไร ขอโทษเธอนะที่ต้องทำให้เธอนอกใจขนาดนี้ ใช่หรือ? ลองค่อย ๆคิดดู แต่อันนึงพี่ยังอยากให้เรารักตัวเองเยอะ ๆบางที่เราก็ให้อภัย ให้ความอดทนกับคนไม่ควรค่าเท่าไหร่ การจะรักษาครอบครัว ต้องช่วยกันทั้งสองฝ่าย พยายามแต่เพียงผู้เดียวไม่รอดหรอก แล้วถ้าจะถามว่าหนูผิดไหม พี่ไม่ได้รู้สึกว่าหนูผิดอะไร ถ้าจะผิดคือ ให้อภัยง่ายไป และหนูให้อภัยแต่เค้า จนปิดโอกาสตัวเราที่จะมีความสุข พี่ขอพูดอีกครั้งนึง คนไม่ใช่กระเบื้อง อย่าให้เค้าเลือกเพราะเราอดทน’ ต่อมาที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘15 ครั้ง ทำไมถึงยังให้อภัยคนคนนึงถึง 15 ครั้ง ย้อนไปที่ประโยคแรก ‘เค้าเป็นคนที่ดีกับหนูทุกอย่างเสียอย่างเดียว เจ้าชู้’ แล้วหลังจากนั้น 15 เคสมาเป็นพรวน เวลาที่คนเราคบกัน หนูตั้งโจทย์ใหม่นะลูก การผัวเดียวเมียเดียว การซื่อสัตย์ต่อกันและกัน คือพื้นฐานทั้งหมดเลยของการคบกัน ไม่ใช่ว่าพี่ชอบปลูกต้นไม้ ทำอาหารให้หนู พี่เก็บที่นอน พี่อาบน้ำทุกวัน พี่ตัดเล็บให้ แล้วพี่จะสามารถ ไปมีผู้หญิงคนไหนก็ได้ 15 คนตลอด 15 ปี มันไม่ใช่อะเนาะ พี่ไม่อยากจะใช้บรรทัดฐานของพี่ไปตัดสินว่าจิ๊บไม่ควรมองแบบนี้ แต่ว่าการมองแบบนี้มันทำให้จิ๊บทนทุกข์ทรมานอยู่กับคนคนนึงที่มันไม่เคยซื่อสัตย์ต่อเราเลย 15 ปีโดยที่คิดว่ามันเป็นคนดี แล้ว 1-15 คนที่ผ่านมาเนี่ย จิ๊บคือสาเหตุหรอ แล้วไปคิดนะว่าทำไม 15 ปีที่ผ่านมาฉันถึงไม่ได้มีความรักดีดีเหมือนคนอื่นเค้า แฟนคนแรกไม่ใช่แฟนที่ดีที่สุดเนอะ คำว่าแฟนคนแรก ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยกับคำว่าความรักที่แท้จริง หรือคู่ชีวิตและการที่เคยมีแฟนมาคนเดียว บางครั้งอยู่คนเดียวไม่มีใครยังดีกว่า อย่าไปคิดว่าฉันมีแฟนคนนี้คนแรกฉันต้องรักษาทุกอย่างมันไว้ บางครั้งไม่มี ชีวิตเราอาจจะดีกว่าเยอะเลยนะ เพราะฉะนั้นนี่คือคำตอบของพี่แล้วมั้งว่า มันใช่ความผิดของจิ๊บมั๊ย ต่อให้จิ๊บถามครึ่งชั่วโมงโวย หนึ่งชั่วโมงโวย คือถ้าเค้าทำตัวแบบเนี่ยเค้าสายแค่ 3 นาทีจิ๊บก็มีสิทธิ์โวย ความไว้ใจที่มันเสียไป ไม่มีทางแล้วที่จะกลับมาได้เพราะฉะนั้นเราต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างให้มันชดเชยกับความไว้ใจที่มันแตกร้าวไปแล้ว นี่คือปกติมนุษย์ที่ควรทำ’ ปิดจบกันที่ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้เหมือนสมองส่วนเหตุผลของจิ๊บ พี่ว่าฟังก์ชันมันกำลังผิดพลาดอยู่ ไม่รู้ว่าเพราะว่าหนูโดนมาแบบนี้จนมันชินชา ร่างกายมันสร้างข้อมูลอะไรมาหลอกตัวเองหรืออะไรอยู่หรือเปล่า หรือว่าจิ๊บยังคิดไม่ได้จริง ๆแต่วันนี้พวกพี่สามคนพยายามจะทำให้จิ๊บคิดให้ได้ว่า ตอนนี้สิ่งที่จิ๊บคิดอยู่มันผิด อย่างอันแรกที่จิ๊บถามตัวเองว่าจิ๊บทำผิดกับเค้าหรือเปล่า พี่ก็จะบอกว่าจิ๊บไม่ได้ทำผิดอะไรเลย และถึงแม้ว่าจิ๊บจะระแวงเค้า มันก็สมเหตุสมผลมากที่จิ๊บจะทำแบบนั้น พี่ยกตัวอย่างง่าย ๆเหมือนพี่โดนหมาตัวนึงกัดมา 16 ครั้ง พี่จะไปอยู่ข้าง ๆมันโดยที่แบบสบายใจกับมัน ว่ามันจะไม่กัดพี่อีกแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ ว่ามึงกัดกูมา 16 ทีอะ พี่ก็ต้องอยู่แบบเมื่อไหร่มึงจะมากัดกูอีก ซึ่งจิ๊บก็เป็นแบบนั้น เพราะว่าจิ๊บเจอสิ่งเหล่านั้นมาเรื่อย ๆตลอด 16 ปี มันหนักหนามากนะสำหรับผู้หญิงคนนึง ซึ่งจิ๊บไม่ผิดที่รู้สึกแบบนั้น แล้วตอนนี้พี่รู้สึกว่าเค้ากำลังปั่นหัว ใช้ความไม่รู้ของจิ๊บในการจะโยงทุกอย่างมาให้จิ๊บเป็นคนผิด เพราะเค้าเป็นคนเห็นแก่ตัว เค้าเป็นคนไม่ดี เค้าเป็นคนรักที่เลวอะ ซึ่งถ้าจิ๊บไปคิดแบบนั้นอีก ยิ่งลงล็อกไปอีก คือจิ๊บไม่มีค่าอยู่แล้วในสายตาเค้าตอนนี้ที่พี่รู้สึกนะ ถ้าจิ๊บเป็นแบบนี้อีกจิ๊บจะยิ่งไม่มีค่า เพราะว่าจิ๊บยอมให้เค้ามาขนาดนี้แล้ว คือตอนนี้พี่อยากให้จิ๊บแบบมองเห็นว่าสิ่งที่จิ๊บทำผิดอยู่เรื่องเดียวที่พี่จะมองออกตอนนี้นะคือ จิ๊บให้อภัยคนผิด ให้อภัยคนที่ไม่สมควรได้รับ แล้วจิ๊บไม่ได้รักตัวเองเลย จิ๊บไปให้อภัยเค้า แต่จิ๊บกำลังทอดทิ้งตัวเอง ยอมให้เห็นตัวเองแบบโดนผู้ชายนอกใจมาแบบทุกปี ๆ บางปีมากกว่าหนึ่งครั้ง อันนี้มันคือนรกเลยนะ และมันมากพอแล้วที่ผู้หญิงคนนึงจะเจอ จิ๊บควรจะเดิoออกมาจากนรกขุมนั้นได้แล้ว และไม่มีอะไรที่ควรขอโทษ เค้าต่างหากที่ควรขอโทษจิ๊บ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ชอบเผลออารมณ์เสียพูดจาไม่น่ารักใส่คุณแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า จัดการอารมณ์ตัวเองอย่างไรดีคะ? อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้

29 พ.ค. 2026

ชอบเผลออารมณ์เสียพูดจาไม่น่ารักใส่คุณแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า จัดการอารมณ์ตัวเองอย่างไรดีคะ? อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้

ชอบเผลออารมณ์เสียพูดจาไม่น่ารักใส่คุณแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้าจัดการอารมณ์ตัวเองอย่างไรดีคะ?อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้ ‘คุณน้ำ (นามสมมุติ)’ สายแรกในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 พฤษภาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เกี่ยวกับปัญหาที่ตนนั้นมักเผลอพูดจาไม่ดีกับคุณแม่ที่ป่วยเป็นซึมเศร้า ‘คุณน้ำ (นามสมมุติ)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า คุณแม่เพิ่งถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว ทำให้ภาวะทางอารมณ์คุณแม่ค่อนข้างแปรปรวน คำพูดต่าง ๆ กระทบจิตใจได้ง่าย และส่วนตัวคุณน้ำเองก็เป็นคนอารมณ์ร้อน ในบางครั้ง เวลาที่คุณแม่ตั้งคำถามที่จู้จี้จุกจิกก็มักเผลอใช้คำพูดที่รุนแรง จนทำให้คุณแม่รู้สึกแย่ มีการทะเลาะกันไป 2 - 3 รอบ และมีการปรับความเข้าใจกัน ด้านคุณน้ำเองก็พยายามจะทำให้ตัวเองมีอารมณ์ที่ดีขึ้นเพราะอยากอยู่กับคุณแม่อย่างมีความสุข คุณน้ำเสริมว่าหลายครั้งเมื่อต้องทำงานเยอะ ๆ เจอสังคมมาก ๆ ก็ทำให้เครียด และเผลอพูดจาไม่น่ารักกับคุณแม่อีก ล่าสุดเผลอพูดคำที่อาจไม่รุนแรงมาก แต่กระทบจิตใจจนคุณแม่เสียใจร้องไห้ โดยคำพูดไม่น่ารักเหล่านั้นพูดออกไปด้วยความไม่ตั้งใจ และไม่ใช่คำหยาบคาย แต่มักจะแสดงอาการที่บ่งบอกเหมือนกำลังรำคาญคุณแม่ คุณน้ำจึงอยากปรึกษาว่า “พยายามปรับอารมณ์ตัวเองยังไงดี ให้มีความสุขตลอด และสามารถพูดคุยกับคุณแม่โดยไม่ใช่คำที่รุนแรง อยากอยู่กับคุณแม่ให้มีความสุขกว่านี้” หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด ดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ บอกว่า "เข้าใจคุณน้ำเพราะในตอนที่ป๊าม๊ายังอยู่ พี่ก็เคยแสดงอาการรำคาญใส่ท่านเหมือนกัน พี่เคยอ่านมาว่า คนเรามักใจร้ายกับคนที่ใกล้ชิดที่สุด เรามักเผลอแสดงพฤติกรรมไม่น่ารักใส่พวกเขา เพราะรู้ว่านั่นคือเซฟโซนของเรา ไม่ตัดสินเรา และรับพฤติกรรมของเราได้ ด้วยอารมณ์บางครั้งเราก็จะพลั้งเผลอไป แต่หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ถ้าเอยคำขอโทษก็น่าจะทำให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้นได้ รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำด้วย” ถัดมาด้าน ‘ดีเจเติ้ล’ บอกว่า "พี่ก็เข้าใจคุณน้ำ เมื่อสนิทกับคุณแม่ก็มีบางครั้งที่เผลออารมณ์เสียใส่ด้วยความลืมตัว พอคุณแม่เป็นโรคซึมเศร้า ท่านอาจจะรู้สึกมากกว่าคนทั่วไป แต่ว่าเราไม่ต้องบังคับตัวเองขนาดนั้น ว่าจะต้องมีความสุขกับคุณแม่ตลอดเวลา มันฝืนธรรมชาติมนุษย์เกินไป เพียงแค่หากอารมณ์ไม่ดี เราหลีกเลี่ยงการพูดออกไปก่อน เงียบไปก่อน คิดไว้ว่าคุณแม่ไม่สบายอยู่ ต่อให้เคลียร์กันแล้ว แต่สิ่งที่นั้นอาจอยู่ในใจเขานาน ต้องตั้งสติ อย่าสวนเร็ว รู้อารมณ์ตัวเองให้ได้" ด้าน ‘ดีเจต้นหอม’ มี 2 วิธีแนะนำคือ หนึ่ง หาไอดอลที่เป็นคนน่ารัก และเมื่ออารมณ์เสียให้คิดว่า หากเป็นไอดอลคนนั้นที่เราชอบ เขาจะไม่พูดคำไม่น่ารักแบบนี้ และสอง คือคำว่า เมตตา สุดท้ายคำแนะนำจาก ‘หมอท็อป’ บอกว่า "การหงุดหงิดไม่ใช่เรื่องผิด แต่เมื่ออารมณ์นี้เกิดขึ้น จะทำอย่างไรต่อนั้นคือปัญหา หมอแนะนำให้เคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะไปเจอคุณแม่ ทบทวนอารมณ์ วันนี้เราเป็นอย่างไร มีอะไรที่คาใจไหม ถ้ายังรู้สึกไม่โอเคชะลอการเข้าบ้าน เช่น นั่งในรถให้สงบสัก 5 นาทีแล้วค่อยเข้าบ้านก็ได้ อย่าลืมว่าบ้านกับที่ทำงานเป็นคนละที่กัน ถ้าเอาเรื่องงานมาปนกับที่บ้าน บ้านก็จะกลายเป็นที่รองรับอารมณ์โดยใช่เหตุ เมื่อเคลียร์ตัวเองได้แล้วก็รู้ไว้เลยว่า เข้าบ้านไปจะเจอคุณแม่ มีสติตั้งแต่ตอนเข้าบ้าน เมื่อถูกจู่โจมเราจะมีโอกาสตั้งรับได้มากกว่า แต่หากวันไหนตัดการอารมณ์ไม่ไหว ให้หลีกเลี่ยงการคุย หรือบางบ้านจะมีการคุยกันล่วงหน้าว่าหากไม่โอเคจะทำสัญญาณมือ เพื่อบอกว่าอย่าเพิ่งคุยด้วย และเมื่ออารมณ์ดีขึ้นก็ชิงอัปเดตกับคุณแม่ว่าช่วงนี้เป็นอย่างไร และทำข้อตกลงกันว่าหากมีคำถามสามารถถามได้เลย แต่อย่าเกินสองรอบ บางครั้งคำพูดถึงจะไม่รุนแรง แต่ก็กระทบกระเทือนจิตใจอีกฝ่ายได้ ต้องมีสติ ทำผิดขอโทษ และอาจจะถามคุณแม่ว่าเราทำได้ดีไหม จะได้รู้ว่ามาถูกทางแล้วหรือยัง สำคัญที่สุดคือให้คุณแม่ทานยา และพบแพทย์อย่างต่อเนื่องด้วย" สุดท้ายนี้ ทางรายการ พุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้คุณน้ำสามารถอยู่กับคุณแม่ได้อย่างมีความสุขอย่างที่ตั้งใจไว้นะคะเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมีแฟนแต่เหมือนมีพ่ออีกคน เค้าอายุ 50 เรา 31 อยากไปไหนเค้าไปรับไปส่งทุกที่ ไม่ให้ไปเจอคนอื่น ให้อยู่บ้านเทรดหุ้นอย่างเดียว เค้าให้เงินหนูทุกเดือน หนูไม่ได้เจอใคร อยากไปประกวดนางงาม เขาก็ห้ามกลัวว่าหนูจะไปเจอผู้ชายคนอื่น

22 ส.ค. 2024

หนูมีแฟนแต่เหมือนมีพ่ออีกคน เค้าอายุ 50 เรา 31 อยากไปไหนเค้าไปรับไปส่งทุกที่ ไม่ให้ไปเจอคนอื่น ให้อยู่บ้านเทรดหุ้นอย่างเดียว เค้าให้เงินหนูทุกเดือน หนูไม่ได้เจอใคร อยากไปประกวดนางงาม เขาก็ห้ามกลัวว่าหนูจะไปเจอผู้ชายคนอื่น

หนูมีแฟนแต่เหมือนมีพ่ออีกคน เค้าอายุ 50 เรา 31 อยากไปไหนเค้าไปรับไปส่งทุกที่ไม่ให้ไปเจอคนอื่น ให้อยู่บ้านเทรดหุ้นอย่างเดียว เค้าให้เงินหนูทุกเดือน หนูไม่ได้เจอใครอยากไปประกวดนางงาม เขาก็ห้ามกลัวว่าหนูจะไปเจอผู้ชายคนอื่น ตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็น นกน้อยในกรงทอง “คุณหวาน (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [21 ส.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจอั๋น – ดีเจเติ้ล’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนทำตัวเหมือนพ่อ โดย “คุณหวาน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟนที่เหมือนพ่อ แฟนหนูอายุ 50 คบกันมา 5 ปี เค้าจะทำเหมือนเราเป็นง่อย เช่น เวลาจะออกไปไหนต้องไปกับเค้าตลอด จากที่หนูขับรถไปนู่นนี่ได้ในตอนที่ยังไม่ได้อยู่ด้วยกัน พออยู่ด้วยกันเค้าก็ห้าม แล้วบอกว่าเป็นห่วง กลัวอุบัติเหตุ ตั้งแต่มาอยู่ด้วยกัน หนูก็ไม่เคยทำให้ไม่ไว้ใจ หนูอยากไปทำงานเค้าก็ไม่ให้หนูทำงาน หนูกับเค้าเจอกันตอนช่วงโควิด และงานหนูคืองานสายบริการ แล้วมันไม่มีลูกค้าเลย ทางที่ทำงานก็เลยแจ้งมาว่าขอไม่คอนเฟิร์มว่าถ้ากลับไปทำงานจะได้เงินเท่าเดิมมั้ย? แฟนหนูเลยเสนอว่าไม่ต้องทำงานหรอก ไปอยู่กับเค้า เค้าจะสอนเทรดหุ้น พอหนูไปอยู่กับเค้าจากคนที่เคยมีรูทีนทำงาน ตื่นเช้ามาทำงาน ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าอยู่แต่หน้าจอ เทรดหุ้น กินข้าว ใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน หนูอยากทำอะไรเค้าก็ห้าม ตอนนี้ก็คืออยู่ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ หนูจะขอกลับไปทำงาน เค้าก็บอกว่าหนูทำงานกับใครไม่ได้ เพราะหนูก็มีส่วนที่ทำให้เค้าเป็นแบบนี้ คือตอนแรก ๆ หนูไม่เถียงเค้าเลย เวลาเค้าพูดมาหนูก็ฟัง เวลาไม่โอเคหนูก็เฉย ๆ ไป เพราะรู้ว่าถ้าหนูบอกเค้าไปหรือพูดอะไรไป เค้าก็จะหาว่าหนูเถียง หนูไม่ฟัง ในตอนช่วงโควิดหนูอยากลงประกวดนางงาม เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวต้องไปเจอคนนู้นคนนี้ เช่น ช่างแต่งหน้าที่อาจจะพาเราไปเจอผู้ชายใหม่ เพราะเค้ากลัวหนูจะทิ้งเค้า หนูเลยอยากถามว่าหนูควรจะเป็นแบบนี้ต่อไป หรือควรจะพูดให้เค้าเปลี่ยนความคิดมากกว่านี้?’ งานนี้ “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุยตรง ๆ เลย วันนี้หนูอึดอัดเรื่องไหนหนูเรียกเค้ามาคุยแล้วบอกเค้าไปเลย เช่น ชีวิตที่ตอนนี้หนูไม่ได้แแสดงความคิดเห็นเลย เรามาอยู่ด้วยกันไม่ได้แปลว่าหนูจะทิ้งชีวิตหนูทั้งหมดไว้ที่นี่ หนูรักคนนี้หนูก็ไม่ได้ไปไหน เพียงแต่ว่าหนูก็ต้องมีชีวิตของหนูที่มันทำให้หนูมีความสุขบ้าง ตอนนี้หนูอึดอัดเรื่องนี้ หนูไม่ได้ทำความฝันของหนูเลย และพี่ไม่ต้องกังวลว่าหนูจะมีคนใหม่ การที่หนูมีคนใหม่แปลว่าหนูไม่ซื่อสัตย์ พี่ไม่ต้องเสียดายหนูเลย แต่ ณ วันนี้หนูไม่ได้อยากเลิกกับพี่เพราะถ้าหนูอยากเลิกกับพี่หนูไปนานแล้ว แล้วหนูอสากจะบอกพี่ว่าไม่ต้องคาดหวังให้ใครมาอยู่กับเราตลอดชีวิต ณ วันนี้เรามีความสุข แต่ถ้าพี่ทำให้หนูอึดอัด หนูอาจจะอยากออกจากตรงนี้ก็ได้ พูดตรง ๆ เลย ว่า ที่หนูเรียกพี่มาคุยวันนี้เพื่อที่จะบอกว่าหนูต้องการใช้ชีวิตในแบบของหนู อะไรที่หนูอยากทำหนูจะบอกพี่หนูจะให้เกียรติพี่ แต่หนูไม่อยากให้พี่มาห้ามหนูอีกแล้วเพราะหนูไม่อยากทะเลาะ ไม่ใช่ว่าหนูทำเพื่อพี่อยู่แล้วตัวหนูก็มาอึดอัด’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าหวานต้องทำตัวให้แข็งแรง พี่รู้สึกว่าหวานอ่อนแอเหมือนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเค้า อีกอย่างที่มีปัญหาคือหวานไม่มีพื้นที่ของตัวเอง และหวานต้องไปพูดกับแฟนว่า 1. พี่ต้องไว้ใจว่าหนูจะไม่นอกใจ เรื่องหึงหวงหยุดคิดได้แล้วค่ะห้าปีแล้ว 2. ไว้ใจว่าหนูสามารถดูแลตัวเองได้เพราะฉะนั้นต้องมีพื้นที่ให้หนูทำอะไรที่หนูอยากทำ แต่ถ้าทั้งหมดทั้งมวลเค้ายังไม่ยอมหวานก็ต้องนึกถึงตัวเอง’ สุดท้าย “ดีเจอั๋น” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หวานปล่อยให้ภาวะนี้เกิดขึ้นเอง เรายอมตัวเล็กเอง ไม่ได้แปลว่าให้กร่างนะ เราแค่เป็นตัวเองยืนแบบอกผายไหล่พึ่ง แล้วก็รักตัวเองมีศักดิ์ศรีในแบบของตัวเองแค่นั้นเอง และมีอะไรก็พูดกันดี ๆ มีอะไรต้องคุยกัน และไม่ได้อยู่ด้วยความกลัว ลองคุยกับเค้าเลยแล้วดูอาการของเค้า และอย่าเอาความเสียดายมาเป็นตัวตั้ง เพราะเรามีความรู้เรามีงานเราหางานได้ และเรายังสามารถดูแลตัวเองได้ เพราะถ้าเราปล่อยเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เราอาจจะโดนเค้าถีบออกจากบ้านเองก็ได้ แล้วถ้าคิดว่าต้องแต่งงาน คุยเคลียร์ให้จบ แล้วลองดูว่ามันคุยกันมีแพลนนั้นมั้ย เพราะถ้าเราคิดว่าจะฝากผีฝากไข้ไว้กับคนนี้มันก็ต้องได้อะไรบ้าง แต่ก่อนที่เราจะหวังให้เค้าฟังเรา เราก็ต้องทำตัวให้น่าฟัง ถ้าอยากให้เค้ารักก็ต้องทำตัวน่ารักถ้าอยากได้รับเกียรติก็ต้องทำตัวให้มีเกียรติ อยากให้เค้าเห็นค่าเราก็ต้องทำตัวมีค่าและเห็นค่าตัวเองก่อน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-