แฟนชอบยืมเงิน และตอนนี้การเงินเราก็ติดขัด แต่ไม่กล้าทวงเงินจากแฟน กลัวเขาเสียความรู้สึก ทำอย่างไรดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนชอบยืมเงิน และตอนนี้การเงินเราก็ติดขัด แต่ไม่กล้าทวงเงินจากแฟน กลัวเขาเสียความรู้สึก ทำอย่างไรดีคะ?

10 ก.ค. 2026

แฟนชอบยืมเงิน และตอนนี้การเงินเราก็ติดขัด

แต่ไม่กล้าทวงเงินจากแฟน กลัวเขาเสียความรู้สึก

ทำอย่างไรดีคะ?

       ‘คุณม่อน (นามสมมติ)’ สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 กรกฎาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเฟี๊ยต’ เกี่ยวกับปัญหาที่ไม่กล้าทวงเงินแฟน เพราะกลัวเขาเสียความรู้สึก และกลัวกระทบความสัมพันธ์

       คุณม่อนเล่าว่าคบกับแฟนมาประมาณ 5 ปี ทราบตั้งแต่แรกว่าฐานะทางบ้านแฟนไม่ค่อยดี ในช่วงแรกที่คบกัน เรื่องเงินของเขาไม่ได้กระทบคุณม่อน แต่เริ่มมามีเรื่องเงินก็ช่วงหลังเรียนจบประมาณ 1-2 ปี แฟนเป็นพนักงานรายได้ไม่เพียงพอ จำนวนเงินที่มายืมก็ไม่ได้มากมาย แต่ก็ทำให้การเงินคุณม่อนติดขัดในบางเดือน ถึงขนาดที่ต้องนำของไปขายเพื่อให้หมุนเงินทัน ส่วนใหญ่แฟนจะยืมเงินเพื่อไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อย่างการให้ออกค่าข้าวให้ก่อน รวมกันแล้วประมาณ 4,000 บาท ไม่รวมกับเงินหมื่นก้อนใหญ่ที่แฟนเคยยืมจากคุณม่อนไป ด้านคุณม่อนฐานะดีกว่าแฟน แต่ก็ไม่ได้คล่องตัวพอที่จะให้ยืมได้มากมาย 

       คุณม่อนเพิ่งได้มาทราบว่า แฟนมีหนี้จากการที่ไปออกเดทกับคุณม่อน แฟนคุณม่อนบอกว่า ในการไปห้างที่กรุงเทพครั้งหนึ่งต้องใช้เงินประมาณ 1,000 - 2,000 บาท ซึ่งเขาไม่มี จึงต้องไปยืมมา คุณม่อนทราบเรื่องนี้เพราะแฟนใช้เหตุผลนี้ในการมาบอกเลิก เธอจึงได้ช่วยเรื่องเงินกับแฟนในการออกเดท 

       ในตอนนี้ คุณม่อนไม่ได้ลำบากถึงขั้นที่จะต้องทวงเงินก้อนหมื่นคืน และไม่เคยตกลงกันว่าจะต้องคืนเงินเมื่อไหร่ เพราะมองว่าเมื่อเขาตั้งตัวได้ก็จะมาคืนเอง เพียงแต่คุณม่อนอยากได้เงินที่เขายืมใช้จ่ายยิบย่อยในชีวิตประจำวันคืนก่อน (จำนวนเงินไม่ได้มาก ประมาณ 1,000 - 2,000 บาท) นอกจากนี้ทั้งคู่ยังเคยคุยกันไว้ว่าเมื่อเงินเดือนออกเขาจะคืนเงิน เพราะเมื่อก่อนเขาเคยคืนทีละเล็กน้อย แต่จะยืมทีละเยอะ ๆ และวนกลับมายืมใหม่

       สิ่งที่ทำให้กลุ้มใจคือ เมื่อทวงเงินไปแล้ว แฟนก็ไม่ได้โกรธอะไร แต่มองว่าเขาอาจจะเสียศักดิ์ศรี เพราะเขามีปมเรื่องเงิน และยังเคยพูดกับคุณม่อนว่า ต้นทุนชีวิตเขากับคุณม่อนต่างกัน เวลาทวงเงินเขาไปแล้ว เขาจะดูเงียบ ๆ ซึ่งคุณม่อนก็ไม่แน่ใจว่าแฟนผิดหวังในตัวคุณม่อนที่ไปทวงเงินเขาหรือเปล่า 

       ด้าน ‘ดีเจเติ้ล' และ 'ดีเจต้นหอม’ มองว่า หากเขากังวลเรื่องศักดิ์ศรี เขาจะไม่ยืมเงินเยอะและบ่อยขนาดนี้ รวมถึงเขาจะรีบหามาคืนทันที

       คุณม่อนเสริมว่า เธอได้ไปปรึกษาเพื่อน เพื่อนก็ด่าแฟน นอกจากนี้แฟนก็เป็นคนที่ไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีปัญหา หลังจากเล่าเรื่องราวทั้งหมดแล้ว คุณม่อนก็กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะสามารถให้เขายืมเงินหรือช่วยเขาไปได้ตลอด ตอนนี้ยังทำได้แต่ในอนาคตอาจจะไม่ไหว เพราะตัวคุณม่อนทำงานกับที่บ้าน และทางบ้านก็ยังไม่ทราบสถานการณ์ในตอนนี้ แต่คุณม่อนสบายใจกับการเลี้ยงแฟนได้หากมีเงินมากพอ เพราะในเรื่องอื่น ๆ เขาดีจริง ๆ แต่ตอนนี้มีเงินไม่พอแล้วต้องมาทวง จนรู้สึกเป็นคนไม่ดี คุณม่อนจึงอยากถามว่าจะทวงเงินอย่างไรให้แฟนไม่เสียความรู้สึก

       หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด ดีเจได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก ‘ดีเจเฟี๊ยต’ ว่า "หากไม่ติดปัญหาเรื่องเงิน แล้วถ้ามีเงินก็ยินดีที่จะซัพพอร์ตเขาเรื่อย ๆ ก็ไม่ติดอะไร แต่พี่ก็มองว่า เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญของชีวิตคู่ในระยะยาว การที่คุณม่อนซัพพอร์ตเขาก็เป็นคนที่น่ารักแล้ว การทวงเงินคืนไม่ควรทำให้คุณม่อนรู้สึกเป็นคนไม่ดี ในทางกลับกัน ถ้าแฟนรักเราเขาก็ต้องซัพพอร์ตเราเหมือนกัน เพราะการเงินเราก็ไม่ได้แข็งแรงตลอด ตอนนี้การเงินเริ่มสะดุดจนต้องขายของแล้ว มองไประยะยาวว่าหากคุณม่อนหาเงินไม่ได้ เขาจะซัพพอร์ตได้ไหม แล้วความสัมพันธ์จะเดินหน้าต่อได้จริงมั้ย

       ปัญหาเรื่องเงินกระทบความสัมพันธ์แน่ ๆ ต้องเปิดใจคุยกันว่าเขาติดหนี้อะไร การที่เขาติดหนี้ทั้งก้อนใหญ่ ทั้งยืมเงินในชีวิตประจำวัน เงินเก่าก็ยังไม่มีวี่แววจะคืน นั่นแปลว่าเขามีปัญหาบางอย่าง อาการเป็นหนี้ถ้าดูจากเคสที่เคยผ่านมาเขาอาจจะติดอะไรบางอย่าง เงินที่หายไป หายไปอยู่ที่ไหน เขาหาเงินได้เท่าไหร่ เขาพยายามคืนเงินจริงไหม มีความพยายามไหม มีความตั้งใจให้เห็นหรือเปล่า สิ่งพวกนี้จะบอกได้ว่าเขาใส่ใจจริงไหม ลองคุยกันอย่างตรงไปตรงมาว่าจะจัดการปัญหาอย่างไร ไม่อย่างนั้นความสัมพันธ์ก็จะไปไม่รอดด้วย"

       ถัดมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า "เรื่องเงินเป็นเรื่องปากท้องถ้าไม่มีมันอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ปัญหาความไม่เข้าใจกันที่ปรับความสัมพันธ์กันได้ และไม่เห็นความพยายามในการพัฒนาความสัมพันธ์ไปข้างหน้ากับคน ๆ นี้ ไม่เห็นความพยายามในการหาเงินมาคืนคุณม่อน ไม่เห็นความพยายามในการพัฒนาตัวเองให้อยู่ในระดับเดียวกับคุณม่อน และศักดิ์ศรีเขาหายไปตั้งแต่ที่ยืมเงินเราจนเคยชินแล้ว วิธีการพูดกับเขาคือบอกไปว่า เรามีปัญหาเรื่องเงิน เขาก็มีปัญหาเรื่องเงิน มาช่วยกันหาทางออกว่าจะทำอย่างไรดี บอกเขาไปว่าเราขัดสนเรื่องเงิน ดูว่าเขาจะช่วยเราอย่างไรได้บ้าง เขาอาจจะเข้าใจเราและพยายามหาเงินมาช่วยคุณม่อนก็ได้ เวลาเขามีปัญหาคุณม่อนพยายามที่จะช่วยเขา ถึงเวลาที่คุณม่อนมีปัญหาก็จะได้ดูว่าเขามีความพยายามในการอยากจะช่วยเหลือคุณม่อนมากน้อยขนาดไหน ถ้าเขากระตือรือร้นพยายามที่จะช่วยคุณม่อน ผู้ชายคนนี้ก็ไปต่อได้ แต่ถ้าเขาเลือกที่จะงอน ถ้าเราทำในสิ่งไม่ได้ผิดแล้วเขาขี้แพ้ ถ้าทวงเงินแล้วมองว่าเราไม่เหมาะกัน ก็เลิกกันไปเลย อีกทางเลือกคือคุณม่อนต้องเลี้ยงเขา ทำงานให้หนัก และดูแลเขา

       คุณม่อนเลือกได้ ในวันที่เราเดือดร้อนลองดูว่าเขาพยายามช่วยเราขนาดไหน ช่วยได้ไม่ได้ก็ดูความพยายามของเขาหน่อย กระตือรือร้นกับเรื่องของเราแค่ไหน เพราะเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่เป็นปัจจัยในการดำเนินชีวิต"

       สุดท้าย ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำแนะนำว่า "ไม่มีความจำเป็นต้องพยายามสรรหาเหตุผลหรือคำมาพูดให้เขารู้สึกดี เพราะการทวงเงินเขาไม่ใช่สิ่งที่ไม่สมควรทำ หรือทำให้เขาเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เลยทั้งสิ้น เป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยชอบธรรม

       สิ่งที่คุณม่อนขอจากเขายังไม่เท่ากับสิ่งที่เขาเอาไปเลยด้วยซ้ำ มันปกติมาถ้าจะพูดกับแฟนว่าเดือนนี้เราช็อตต้องเอาของไปขาย ขอเงินคืนหน่อย เขาเองต้องสำนึกได้เองว่าเขาเอาเงินเราไปเท่าไหร่ ถ้าคุณม่อนขอคืน 1,000 - 2,000 แฟนที่ดีที่ไหนจะไม่ให้ หรือแฟนที่ดีที่ไหนจะมีปัญหากับการคืนเงิน ไม่นับว่าเขามีหรือไม่มี แต่ใครจะมีทัศนคติที่ว่า ทำไมมาทวงเงิน เขาต้องละอายใจว่าเอาเงินคุณม่อนไปจนไม่มีแล้ว ทำไมถึงจะช่วยกันไม่ได้

       อย่าตัวเล็กขนาดนี้เลยในการมีแฟน ต้องคุยกันได้ทุกเรื่อง และในทางกลับกัน เวลาเขามีปัญหาเรื่องเงินเขายังมาขอคุณม่อนได้ ทำไมเราจะขอเขาไม่ได้ อย่าเอาสถานะที่เขามองว่าเราอยู่สูงกว่าเขามาบีบตัวเองขนาดนั้น วันไหนไม่มีก็ต้องบอกกันไปตามตรง หรือวันไหนเราอยากให้เขาทำมาหากินมากขึ้นก็บอกเขา อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียว

       และจากที่คุณม่อนเล่าว่าเขาต้องไปยืมเงินเพื่อมาเดท พี่มองว่าถ้าการมีแฟนทำให้ชีวิตลำบากขนาดนั้น ก็แยกย้ายกันไปทำมาหากิน และค่อยกลับมาหากันในวันที่ดีขึ้นดีกว่า"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พี่ชายผมมีลูก 2 คน แต่กลายเป็นผมที่ต้องมาช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในอนาคตก็จะให้ผมส่งเรียนอีก ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมเลย จะคุยกับพี่ชายยังไงดีครับ?

12 ก.พ. 2026

พี่ชายผมมีลูก 2 คน แต่กลายเป็นผมที่ต้องมาช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในอนาคตก็จะให้ผมส่งเรียนอีก ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมเลย จะคุยกับพี่ชายยังไงดีครับ?

พี่ชายผมมีลูก 2 คนแต่กลายเป็นผมที่ต้องมาช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆในอนาคตก็จะให้ผมส่งเรียนอีกผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมเลยจะคุยกับพี่ชายยังไงดีครับ? ‘คุณบอส (นามสมมติ)’ อายุ 31 ปี สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่พี่ชายมีลูกแต่คุณบอสกลับต้องมาช่วยดูแลรับผิดชอบเด็กเป็นประจำ โดย ‘คุณบอส (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ตอนนี้ผมออกมาซื้อบ้านอยู่กับแฟน ไม่ได้อาศัยอยู่กับที่บ้านแล้ว ที่บ้านของผมจะมีพ่อ แม่ พี่ชาย และพี่สะใภ้อยู่ด้วยกัน พี่ชายมีลูกทั้งหมด 2 คน ปกติผมจะส่งเงินให้พ่อกับแม่เป็นประจำทุกอาทิตย์ ครั้งละ 3000 - 4000 บาท พี่ชายก็มักจะมีปัญหาเรื่องเงินอยู่บ่อย ๆ เขาจะขอยืมเงินของผมผ่านแม่ บางครั้งก็มีการทักมาขอยืมเงินกับผมเอง แต่ผมมองว่ามันคือการขอ มากกว่าการยืม เพราะเขาไม่เคยคืนเงินผมเลย ก่อนหน้านี้ สมัยผมเรียนอยู่มหาลัย ผมก็ไม่ได้อยู่กับที่บ้าน เนื่องจากต้องมาเรียนที่ต่างจังหวัด ส่วนเรื่องเงินผมก็แทบจะไม่ได้ขอที่บ้านเลย จนผมเรียนจบ แม่ก็เริ่มเกริ่นกับผมว่า แม่ทำงานไม่ไหวแล้ว ผมก็เต็มใจที่จะส่งเงินให้ ในตอนนั้นพี่ชายของผมได้มีลูกคนแรก ทั้งที่ยังไม่มีอาชีพที่มั่นคง ผมเองก็ไม่ค่อยพอใจที่เขามีลูกโดยไม่พร้อม ผ่านมาระยะหนึ่ง พี่ชายผมเริ่มขอยืมเงินมากขึ้น เพราะมีปัญหาเรื่องลูกของเขา บางครั้งก็เรื่องเรียน บางครั้งก็เรื่องเข้าโรงพยาบาล หลังจากนั้นเขาก็มีลูกคนที่ 2 ผมก็ยิ่งไม่พอใจมากยิ่งขึ้น แต่ผมเองก็ไม่กล้าที่จะพูดตรง ๆ กับเขา ด้วยอายุที่ห่างกันมาก ผมกลัวครอบครัวจะผิดใจกัน กลัวทำให้พวกเขาเสียใจ จนมีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมฉุดคิดขึ้นมาได้ คือตอนที่แม่ของผมพูดว่า พอหลานโตก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว เดี๋ยวผมก็ส่งเงินให้เรียนเอง ทำให้ผมคิดว่า เขาไม่ใช่ลูกผม ผมต้องรับผิดชอบชีวิตเขาขนาดนั้นเลยหรอครับ พ่อแม่ของผมก็เลี้ยงดูพี่ชายมาแบบตามใจ อยากได้อะไรก็ให้ ส่วนผมก็ต้องรับของต่อจากพี่มาตลอด ภรรยาของพี่ชาย ตอนแรกเขาก็ว่างงาน เป็นแม่บ้านเลี้ยงดูลูก ผมคิดว่าเขาควรมีอาชีพที่มั่นคง ผมเลยให้เงินแม่ไปประมาณหนึ่งแสนบาท ให้แม่ช่วยจัดการเปิดร้านขายอาหารให้พี่ชาย และภรรยาของเขาช่วยกันดูแล ส่วนเงินที่ได้ผมก็ให้เขาไปจัดการกันเองได้เลย แต่สุดท้ายเงินมันก็ไม่พออยู่ดี ทุกครั้งที่เขาขอเงินผมจะคิดว่าจะมีลูกเพื่ออะไร ถ้าตัวเองยังไม่พร้อมขนาดนี้ ผมไม่รู้ว่าจะบอกพี่ชายไปตรง ๆ เลยดีไหม ว่าต่อไปนี้ผมจะช่วยดูแลเรื่องเงินให้พ่อกับแม่แค่สองคน หรือมีวิธีอื่นที่ทำให้ผมกับพี่ชายไม่ผิดใจกันไหมครับ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “พูดไปตรง ๆ กับเขาได้เลย คนเราควรรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมา ถ้าเราช่วยเหลือคนเหล่านี้ เขาก็จะไม่ได้เรียนรู้ความลำบาก อยากให้เขาได้ลองเรียนรู้ ลองเจอกับความลำบากดูสักครั้ง เพราะฉะนั้นสนับสนุนให้คุยกันตรง ๆ หรือถ้าไม่กล้า ก็ฝากแม่ไปบอกก็ได้” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เข้าใจความรู้สึก ทำไมเราต้องมารับผิดชอบชีวิตเขาด้วย ยิ่งกรณีที่มีลูกคนแรกโดยที่ไม่พร้อม แล้วยังมีคนที่สองเพิ่มมาอีก แปลว่าเขาตัดสินใจยอมรับความเสี่ยงแล้ว เขาก็ต้องรับผิดชอบเอง พูดไปตรง ๆ ว่าเราก็มีส่วนที่เรารับผิดชอบในชีวิต เงินที่ให้นั่นคือเงินเรา การที่เราส่งเงินให้พ่อแม่ มันเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่ให้หลานกับพี่ชายก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็น ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำให้กัน ถ้าเราไม่แสดงจุดยืนของเราว่าเราช่วยเหลือเขาได้มากเท่าไหร่ เขาจะมองเราเป็นที่พึ่งพาไปตลอด ถ้าพูดแล้วผิดใจ เป็นเขาเองที่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกตัวเองไม่ใช่เรา” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “การคุยกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าไม่กล้าพูดตรง ๆ ก็ลองใช้วิธีการโกหกดู เรียกทุกคนมาคุยแล้วบอกว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ทุกคนต้องพึ่งพาตนเอง พี่ชายต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองและครอบครัวให้ได้ จะหวังพึ่งพากันไม่ได้แล้ว เขาเองจะได้รู้สึกกังวลใจ มีความตระหนักเรื่องการมีลูกเพิ่มด้วย ให้ทุกคนได้วางแผนชีวิตกันถูก ให้เขาได้คิดบ้าง ไม่ใช่แค่เราที่กังวลใจอยู่ฝ่ายเดียว การมีลูกมันเรื่องใหญ่มาก เรื่องแบบนี้มันคุยกันได้”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผู้บริหารที่ต่างประเทศ เห็นรูปหนูแล้วชอบ เลยขอเสนอตัวมาดูงานที่ไทย เขาบอกชอบหนู อยากให้หนูกลับไปพร้อมเขาจะให้เงิน 7 หลัก แต่หนูปฏิเสธไป เพราะหนูก็มีสามีแล้ว แต่พอสามีรู้เรื่องนี้ เห็นเพื่อนมาแซว สามีก็เศร้า เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเลย...

17 พ.ค. 2024

ผู้บริหารที่ต่างประเทศ เห็นรูปหนูแล้วชอบ เลยขอเสนอตัวมาดูงานที่ไทย เขาบอกชอบหนู อยากให้หนูกลับไปพร้อมเขาจะให้เงิน 7 หลัก แต่หนูปฏิเสธไป เพราะหนูก็มีสามีแล้ว แต่พอสามีรู้เรื่องนี้ เห็นเพื่อนมาแซว สามีก็เศร้า เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเลย...

“คุณออ (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (16 พ.ค. 67) ได้โทรเข้มาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาที่ผู้บริหารเคยขอซื้อตัว 7 หลัก แต่เราปฏิเสธจนเพื่อนแซว แล้วสามีมาเห็น ทำให้ความสัมพันธ์เราเปลี่ยนไป โดย “คุณออ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูแต่งงานมาแล้ว 7 - 8 ปี ตอนนี้กำลังทำงานอยู่ที่บริษัทต่างชาติ มีผู้บริหาร 2 แบบ คือ แบบที่อยู่ประจำสาขาที่ไทย และประจำอยู่สาขาต่างประเทศที่บริษัทแม่ ซึ่งมีผู้บริหารท่านหนึ่งจากบริษัทแม่บินมาดูงานที่ไทย ท่านเห็นรูปหนูจากรูป Outing ของบริษัท แล้วท่านชอบ พอบินมาวันแรกก็เสนอเงินก้อนหนึ่งประมาณ 7 หลัก ให้หนูเลิกกับสามี แล้วบินไปอยู่กับท่านที่ต่างประเทศเลย แต่หนูปฏิเสธไป ท่านก็เคารพการตัดสินใจของหนู ทีนี้ประเด็นมันมาอยู่ที่สามีของหนูมาเห็นแชทที่คุยเรื่องผู้บริหารคนนี้เล่นกับพี่ๆในออฟฟิศ ประมาณว่าแซวกันเล่นๆ แล้วสามีของหนูเขานอยมาก หลังจากวันนั้นครอบครัวที่มีความสุขก็เปลี่ยนไป ทั้งที่หนูบอกอธิบายไปแล้วว่าหนูปฏิเสธ แล้วท่านก็เข้าใจ เขาคงคิดว่า หนูอาจจะไปสักวัน หรือไม่ก็อาจจะมีผู้บริหารคนอื่นติดต่อหนูมาอีก ตอนนี้ผ่านมา 6 เดือนแล้ว ก็ยังเหมือนเดิม บางครั้งที่อยู่ด้วยกันแล้วมีเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ เขาก็จะถามว่า ใครไลน์มา หรือไม่ก็เวลาเขาดื่มแล้วเมาเขาก็จะชอบเอาเรื่องนี้กลับมาพูด บางครั้งพูดต่อหน้าผู้ใหญ่ ต่อหน้าพ่อแม่เขา และพ่อแม่เรา ทำนองว่า มีคนมาติดต่อขอเลี้ยงดู แรกๆหนูก็แกล้งตลกกลบเกลื่อนไป แต่หลังๆมันไม่ตลกแล้ว พอมันบ่อยเข้า จนหนูเองก็เริ่มรำคาญ หนูเคยเรียกเขามาคุยตอนเขาไม่เมาประมาณว่า พูดแบบนี้ต่อหน้าผู้ใหญ่มันไม่ดี พ่อแม่คุณจะมองเรายังไง หลังจากนั้นก็เงียบไป สักพักก็จะกลับมาพูดอีก บางครั้งผู้บริหารมาไทยต้องมีกินเลี้ยงต้อนรับกับบริษัท พอเราถ่ายรูปลง สามีก็จะมาเม้นต์ว่า จะไปเอาเงินล้านหรอ ไม่ใช่ในเชิงล้อเล่น จริงๆแล้วสามีหนูเขาไม่ใช่คนขี้ระแวง ไม่เคยหึงเลย แต่ว่ามีครั้งนึงที่เขาไปคุยกับคนอื่นแล้วหนูจับได้ หนูว่าเขาน่าจะฝังใจจากคราวนั้น คงกลัวว่าหนูจะเอาคืน ทั้งที่เรื่องนี้มันผ่านมาแล้ว ตั้งแต่คบกันก่อนแต่ง ที่ผ่านมาก็อยู่ด้วยกันได้ดีตลอด เขาดูเเลเราได้ดีทุกอย่าง อาจจะมีเรื่องเงินเดือนที่น้อยกว่า ประมาณสองเท่าตัว หรือว่าอาจจะเป็นเรื่องนี้ที่เขาไม่ค่อยมั่นใจ สามีกับหนูมีลูกด้วยกันคนเดียว อายุ 6 ขวบ เคยมีเหตุการณ์ครั้งนึงไปเที่ยวด้วยกันต่างจังหวัด ในตอนที่เรามีความสุขกันอยู่ ถึงไม่เมาเขาก็จะพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หนูพยายามชมเขาต่อหน้ากันเอง และต่อหน้าคนอื่น แล้วลงโซเชียล จนทุกวันนี้หนูแทบจะโพสแต่เรื่องผัวหนูแล้ว หนูจะทำยังไงกับปัญหานี้ดี?’ โดย “ดีเจทั้ง 3 ท่าน” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องแรก เราอาจจะให้ลูกเป็นตัวเชื่อม โดยทำกิจกรรมร่วมกัน หรือไม่ก็อาจจะลงชื่นชมกับเขาในโซเชียล ครบรอบ Anniversary รักที่สุดเลยนะ อะไรแบบนี้ หรือเวลาที่บรรยากาศดีๆ แล้วเขาพูดปัญหานี้ ให้หนูลองกรี๊ดใส่หน้าเขา ให้เขารู้ว่าเราแปลงร่างได้ แล้วเขาจะงง หรือเมื่อไหร่ถ้าพูดเรื่องนี้ปรับ 1,000 บาท หรือพูดกับเขาตรงๆว่า อย่าทำให้เสียบรรยากาศ หรือว่าถ้าเกิดหนักๆเลย เขาพูดเรื่องนี้ เราก็เอาเรื่องที่เขานอกใจมาพูดบาง เอาคืนมันไปเลย และสุดท้ายแนะนำให้ทั้งคู่ชวนกันไปพบจิตบำบัด ไปปรึกษา ซึ่งการปรึกษาไม่จำเป็นต้องมีปัญหาถึงจะไปได้ แค่พูดคุยเพื่ออัพเดตชีวิตซึ่งกันและกันโดยมีคนกลาง ก็พูดกับสามีไปตรงๆเลยว่า เธอมีปัญหาเรื่องนี้ แต่ต้องพูดกันดีๆ ไม่ต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็เตรียมปัญหาไป แบบ เธอมีปัญหาอะไร ฉันมีปัญหาอะไร? แล้วไปคุยกันตรงนั้นโดยที่ไม่ต้องทะเลาะกัน เขาอาจจะยังทำใจไม่ได้ ก็ให้เวลาเขา ชมเขาบ่อยๆให้เขามั่นใจเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตอนนี้หนูต้องเลือกระหว่าง “ผู้ชาย” กับ “เพื่อนสนิท” หนูคุยกับผู้ชายคนนึงมา ตอนนี้กำลังคลั่งรักเขามาก เข้ากันได้ดีทุกอย่าง พอไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนกลับบอกว่า “ไม่โอเค ถ้าเราจะคบกับคนนี้” เพราะคนนี้เป็นคนคุยเก่าของเขามาก่อน

01 ส.ค. 2025

ตอนนี้หนูต้องเลือกระหว่าง “ผู้ชาย” กับ “เพื่อนสนิท” หนูคุยกับผู้ชายคนนึงมา ตอนนี้กำลังคลั่งรักเขามาก เข้ากันได้ดีทุกอย่าง พอไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนกลับบอกว่า “ไม่โอเค ถ้าเราจะคบกับคนนี้” เพราะคนนี้เป็นคนคุยเก่าของเขามาก่อน

ตอนนี้หนูต้องเลือกระหว่าง “ผู้ชาย” กับ “เพื่อนสนิท” หนูคุยกับผู้ชายคนนึงมาตอนนี้กำลังคลั่งรักเขามาก เข้ากันได้ดีทุกอย่าง พอไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนกลับบอกว่า“ไม่โอเค ถ้าเราจะคบกับคนนี้” เพราะคนนี้เป็นคนคุยเก่าของเขามาก่อนอย่าพามาเจอหน้าเพราะจะทำตัวไม่ถูก หนูจะทำยังไงดี ทั้งๆที่เพื่อนหนูก็มีสามีมีลูกแล้วด้วยถ้าเป็นทุกคน จะเลือกอะไรกันคะ ?? “คุณขนม (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาที่พึ่งรู้ว่าคนที่คุยอยู่ตอนนี้ เป็นคนคุยเก่าของเพื่อนสนิท แล้วต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง โดย “คุณขนม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผู้ชายคนนี้คุยกับหนูมาก่อนอยู่แล้ว ตั้งแต่เมื่อปี 54 แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนูมีแฟนจึงไม่ได้คุยกันต่อ จนหนูมาเข้าสู่ช่วงอายุ 29 ปี เขาทักมาคุยกับหนู เลยได้คุยกันไปประมาณเดือนกว่า ๆ และตอนนี้เรารู้สึกดีกับเขามาก ๆ แล้ว แต่พึ่งมารู้ทีหลังว่าเขาเคยเป็นคนคุยเก่าของเพื่อนสนิทเรา เพื่อนคนนี้เราสนิทมาตั้งแต่มัธยม ปัจจุบันเพื่อนมีลูกและสามีแล้ว ซึ่งเพื่อนเป็นคนที่เชิงว่าเป็นศูนย์กลางประจำกลุ่ม โดยทั้งกลุ่มจะมี 6 คน และปกติเวลาเพื่อนจะนัดเจอกัน เพื่อนจะนัดเจอกันบ่อยมากกว่าหนู หนูไม่ค่อยได้เข้าไปเจอสักเท่าไหร่ ช่วงหลัง ๆ มานี้เป็นช่วงที่เราโสด แล้วเราไม่รู้จะคุยกับใครเลยคุยกับเพื่อนคนนี้บ่อย ๆ และเหตุผลที่เพื่อนรู้เรื่องนี้เพราะว่าเวลาเรามีอะไร เรามักจะปรึกษากับเพื่อนตลอด เพื่อนจึงรู้จากตรงนี้และไม่โอเคที่เราจะไปคุยต่อจากเขา เกริ่นก่อนว่าผู้ชายคนนี้เขาเคยคุยกับเพื่อนหนูมาตั้งแต่ปี 65 คุยกันในเชิงจีบกันปกติ มีวิดีโอคอลกันส่วนใหญ่ แต่ถ้าเจอกันจะเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว ซึ่งเรื่องใครเป็นคนเทใครก่อนอันนี้หนูไม่แน่ใจ เพราะว่าทั้งสองคนเล่ามาไม่เหมือนกัน หนูเคยลองพยายามถามทั้งสองฝ่ายแล้ว แต่เหมือนเขาก็ยังกั๊ก ๆ อะไรสักอย่างไว้อยู่ ซึ่งคนที่หนูคุยอยู่เขาบอกว่าเขาเป็นคนหยุดคุยเองเพราะว่าคุยแล้วไม่คลิกกัน โดยเขาบอกมาประมาณว่า “คุยแล้วไม่คลิกกัน ไม่โอเค ก็แค่แยกย้ายแค่นั้น” ส่วนเพื่อนเราบอกว่าตัวเองเป็นคนเทเขา โดยให้เหตุผลว่าเขาเป็นคนมีความคิดที่แปลกประหลาด คุยเยอะมาก คุยไปทั่ว แต่จากที่หนูคุยกับเขามันไม่ใช่แบบที่เพื่อนบอก สำหรับหนู หนูคุยกับเขาแล้วรู้สึกดี เขาเป็นคนปากหวานด้วย จึงไม่กล้าฟันธงอะไรมาก และเหตุผลที่เพื่อนอยากให้เราหยุดคุยกับผู้ชายเพราะว่าเขาเป็นคนคุยเก่าเพื่อน เพื่อนกลัวตัวเองจะมองหน้าเขาไม่ติด จริง ๆ ตัวหนูเองเคยเชิง ๆ พูดไปกับเพื่อนแล้วว่าเราเคยคุยกับเขาไปตอนปี 54 ก่อนที่เขาจะมาคุยกับแก แต่เพื่อนก็ไม่ได้ฟังอะไร จะแทรกเรื่องตัวเองมาเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งเพื่อนยังเคยเชิงพูดอ้อม ๆ มาอีกประมาณว่า “ถ้ามึงจะคุยต่อก็คุยได้นะ แต่กูไม่โอเค” ถ้าถามว่าถ้าหนูเลือกผู้ชาย แล้วไม่เลือกเพื่อน หนูจะโอเคไหม เอาจริง ๆ หนูรู้สึกครึ่ง ๆ เพราะว่าหนูรู้สึกเสียดายที่ยังไม่ได้เรียนรู้อะไรด้วยตัวเองเลย แต่อีกใจนึงคือถ้าสมมติหนูเลือกเขา แล้ววันใดวันหนึ่งมันดันเข้ากันไม่ได้แล้วเราเลือกเขาไปแล้ว เราจะเสียทั้งเพื่อนเสียทั้งผู้ชายเลย ซึ่งคำถามที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้งสามคนมีทั้งหมด 2 เรื่องคือ หนูแค่อยากรู้ว่าในความคิดหนูตอนนี้มันแปลกหรือเปล่า? ที่มองว่าตอนนี้มันเป็นแค่คนคุย แต่เพื่อนในกลุ่มหนูทุกคนมองว่ามันเป็นเรื่องผิดปกติและไม่สมควรที่จะคุยต่อจากเพื่อน ส่วนคำถามที่สองคือ หนูอยากถามว่าหนูควรจะไปต่อกับความสัมพันธ์นี้อย่างไรดี?’ เริ่มต้นที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แปลกหรือเปล่า เพื่อนหนูสิแปลก กลุ่มนี้ควรหยุดตัวเป็นแกนของโลกได้แล้ว ไม่มีเหตุผลที่แกจะมากั๊กของที่แกไม่เคยกิน แกไม่มีสิทธิ์ห้ามคนอื่นกิน เห็นแก่ตัวแบบนี้ไม่เรียกว่าเพื่อน เลิกคบได้ไม่ติด ส่วนข้อสองถ้าไม่อยากเสียทั้งเพื่อนเสียทั้งผู้ชายให้แอบคบ อย่าให้มันรู้และถ้าเกิดมันไปไม่รอดก็กลับมาหาเพื่อน แต่เพื่อนกลุ่มนี้ไม่โอเคเท่าไหร่ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีความเมตตาในจิตใจสักนิดเลย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ไม่แปลกที่จะคบกับคน ๆ นี้ พี่ว่าเพื่อนหนูมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ แต่ถ้าอยากจะให้มันเคลียร์พี่แนะนำว่าถ้าหนูแคร์ฝั่งเพื่อนด้วยให้บอกเพื่อนไปตรง ๆ ว่าเราจะคบ แต่ก่อนจะบอก หนูควรตัดสินใจถามเพื่อนไปตรง ๆ ก่อนเลยว่ามีอะไรที่เรายังไม่รู้อีกไหม แต่คือถ้าเพื่อนให้เหตุผลแค่นี้ พี่รู้สึกว่ามันยังไม่พอ ต้องดูที่เหตุผล ส่วนจะไปต่อกับความสัมพันธ์นี้ยังไงดี พี่ว่าถ้าขนมจะเอาทั้งซ้ายทั้งขวาให้ได้ดั่งใจเลย พี่ว่ามันยากในสถานการณ์นี้ ต้องลองเสี่ยงเพราะพี่รู้สึกว่ายังไงก็ตามมันไม่มีหลักประกันอยู่แล้วว่าคบผู้ชายคนนี้ไปแล้วมันจะเวิร์คหรือไม่เวิร์ค แต่ไม่อยากให้เอาเรื่องมีมาเป็นปัจจัยหลักใหญ่ที่จะไม่คบเขา ถ้าเพื่อนจะโกรธก็สิทธิ์ของเพื่อน แต่เราก็มีสิทธิ์ของเราเหมือนกันที่จะทำแบบนี้ พี่ว่าสิ่งที่หนูทำไม่ใช่สิ่งที่ทำลายความเป็นเพื่อนกัน’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘ผมว่าไม่แปลกหรอก ผมมองว่าขนมก็ไม่แปลกและอีกฝั่งก็ไม่แปลกเหมือนกัน มันมีคนที่ไม่ได้ใช้ตรรกะเหมือนกับคนอื่นในการดำเนินชีวิต ผมได้เรียนรู้มาในอีกรายการหนึ่งว่าสมองคนเรามันสั่งการทุกอย่างอยู่นะ คนเรามีวิธีการดำเนินชีวิตที่ตามแต่ที่สมองมันบอก เข้าใจได้ในความเป็นแก๊งผู้หญิงแบบดาวเจ็ดแฉก เมย์ไหนไฟแรงส์เวอร์ สมมติมีคนนึงที่เป็นตัวตั้งตัวตีแล้วเจอกับอีก 6 คนแบบสม่ำเสมอ สารพัดเหตุผลที่จะบอกว่าทำไมถึงไม่โอเค ทั้ง ๆ ที่เรามองไปเราอาจจะโอเค มันสามารถเกิดขึ้นได้ในแก๊งแบบนี้ที่มันถูกกล่อมอยู่ และกับคนนั้นที่จะหวงก้างโดยไม่ได้ใช้เหตุผล ซึ่งสมมติว่าข้อมูลที่เราฟังในวันนี้มันมีแค่นี้จริง ๆ เจอกันครั้งเดียว คุยกันอยู่ช่วงนึง สุดท้ายไม่โอเค แค่คน ๆ นึงที่ไม่โอเคแบบไม่มีเหตุผลมันก็เกิดขึ้นได้นะขนม บางทีแล้วการที่เราจะคบกับอดีตของคนในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นอดีตในขั้นไหน เราจะต้องยอมรับว่ามันมีโอกาสที่จะผิดใจกัน มันอาจจะมีบางคนที่ก็นี่ไม่มีเหตุผลอะ แต่นี่ไม่ชอบไม่อยากเจอคนนี้ นี่เคยคุยแล้ว ทำไมแกต้องคุยซ้ำด้วย มันเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ ทีนี้ทำไงต่อ พี่เห็นด้วยกับดีเจเติ้ลคือ การที่ถ้าเรายืนยันจะคบกับผู้ชายได้ไหม ได้ หรือถ้าเราจะไม่คบเพื่อเพื่อนได้ไหม ได้เหมือนกัน แต่ว่าเราควรได้เหตุผลที่มากกว่านี้ ถ้าเราจะทำอะไรเพื่อเพื่อนกลุ่มนี้นะ คนที่ไม่โอเคควรจะบอกเหตุผลที่แท้จริงว่า “ทำไมหรืออะไรที่ทำให้มองหน้ากันไม่ติด?” หรือแค่แกไม่อยากให้เราคุยกับคนซ้ำกับแกแค่นี้ โดยที่ไม่ได้มีเหตุว่าไม่ได้เลิกกันไม่ดี ไม่ได้ไปแอบด่ากันลับหลังหลังจากเลิกกันหรือไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น เราจะได้เข้าใจว่าอ๋อมันมีเหตุผลแค่นี้ อยู่ที่ว่าขนมจะแคร์คนนี้มากพอไหมที่จะคบหากันต่อ มันเกิดขึ้นได้ บางครั้งคนเราแบบเออนี่ไม่คบให้ก็ได้ เพราะนี่รักเพื่อนนะ แต่แกต้องบอกนะว่าทั้งหมดเกิดอะไรขึ้น และมันก็มีคนที่บอกว่า นี่จะคบนะ นี่ต้องรู้อะไรอีกไหม มันไปได้หมดทุกทางเลยขนม ควรที่จะคุยกันและหลังจากนั้นขนมช่างใจเลย ถ้าผู้ชายคนนี้ดูมีความเป็นไปได้ เราคุยศึกษากันสักพัก ช่วงแรกอาจจะเก็บเป็นความลับก่อนก็ได้ จนเวลามันผ่านไปแล้วรู้สึกว่าคนนี้ใช้ได้ เขาดีพอที่เราจะมั่นใจเขาได้ และมันก็คงมีเหตุการณ์ที่เราคงพาไปเจอเพื่อนไม่ได้บ่อยหรือไม่ต้องพาไปเจอก็ได้ เราก็มีชีวิตของเรา สุดท้ายเวลาผ่านไปมันจะเยียวยาเรื่องพวกนี้เอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูทำงานที่นี่มาปีกว่าๆ แต่ตอนนี้ได้ย้ายแผนก มาอยู่อีกแผนกที่มีพี่ที่ทำงานคนนึง ทำงานมา 20+ ปี เป็นคนขวางโลก ไล่จับผิดคนแผนกอื่นไปหมด ใส่ร้ายคนอื่น ว่าคนอื่นลับหลัง ล่าสุดหนูเจอกับตัว ทำงานแทนเขาแท้ๆ สุดท้ายเขาไปบอกหัวหน้า ว่าหนูไม่ทำงาน อู้งาน

09 ก.ย. 2025

หนูทำงานที่นี่มาปีกว่าๆ แต่ตอนนี้ได้ย้ายแผนก มาอยู่อีกแผนกที่มีพี่ที่ทำงานคนนึง ทำงานมา 20+ ปี เป็นคนขวางโลก ไล่จับผิดคนแผนกอื่นไปหมด ใส่ร้ายคนอื่น ว่าคนอื่นลับหลัง ล่าสุดหนูเจอกับตัว ทำงานแทนเขาแท้ๆ สุดท้ายเขาไปบอกหัวหน้า ว่าหนูไม่ทำงาน อู้งาน

หนูทำงานที่นี่มาปีกว่าๆ แต่ตอนนี้ได้ย้ายแผนก มาอยู่อีกแผนกที่มีพี่ที่ทำงานคนนึงทำงานมา 20+ ปี เป็นคนขวางโลก ไล่จับผิดคนแผนกอื่นไปหมด ใส่ร้ายคนอื่น ว่าคนอื่นลับหลังล่าสุดหนูเจอกับตัว ทำงานแทนเขาแท้ๆ สุดท้ายเขาไปบอกหัวหน้า ว่าหนูไม่ทำงาน อู้งานหนูจะทนอยู่กับคนแบบนี้ยังไง ใจก็ไม่อยากลาออก เพราะสังคมที่นี่คนอื่นดีมากเงินเดือนก็พอใจ และ เป็นงานที่เรายังชอบอยู่ “คุณนุ่น (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ” เกี่ยวกับปัญหารุ่นพี่ในทีมเอาเปรียบการทำงาน โดย “คุณนุ่น (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูโดนย้ายแผนกในที่ทำงาน ตอนนี้ทำแผนกนี้มาได้เกือบปีแล้ว แต่มีรุ่นพี่ที่ทำงานเอาเปรียบในเรื่องการทำงาน เขาเป็นคนไม่ทำงาน แต่เขาไปฟ้องหัวหน้าว่าเราไม่ทำงาน สัปดาห์ที่แล้วมีการประชุมแผนก พี่คนนี้เขาก็ไปฟ้องหัวหน้าว่าหนูไม่ทำงาน ก่อนหน้านี้หัวหน้ามอบหมายงานของพี่เขามาให้หนูทำ ซึ่งพี่เขาปฎิเสธงานนี้ แล้วเขาก็ไปฟ้องรุ่นพี่อีกคนในแผนกเดียวกันว่าหนูไม่ทำงาน ทั้งๆที่หนูทำงานแทนเขาจนดึกเลย ทีนี้เขาก็ให้รุ่นพี่ที่เขาไปฟ้อง ไปฟ้องหัวหน้าอีกทีนึงว่าหนูไม่ทำงาน หัวหน้าเขาก็เลยพูดในที่ประชุม ประมาณว่าหนูทำงานให้เขาจนดึก แบบมา defend ให้หนู อีกวันนึง พอหนูมาถึงออฟฟิศก็มีเอกสารมาส่ง หนูก็เอาเอกสารไปวางไว้ที่โต๊ะ เพราะเป็นงานของพี่เขา แล้วพี่เขาก็ไปฟ้องรุ่นพี่ว่าหนูทำเอกสารหาย หนูก็เลยกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าหนูไม่มีความรับผิดชอบขนาดนั้นเลยหรอ ไม่ทำงานด้วย แถมยังทำเอกสารหายอีก คนที่ใส่ร้ายหนูเป็นแค่คนที่ร่วมงานด้วยเท่านั้น หนูอยากให้ความรู้สึกแย่กับเขามันหายไป เราต้องทำงานด้วยกันต่อไปเรื่อยๆ พอหัวหน้าไม่อยู่ เขาก็จะไม่ทำงาน จะหายไปจากแผนกเลย ซึ่งถ้าเกิดเขาไม่รับผิดชอบ คนที่หัวหน้าจะมอบหมายให้ก็คือหนู งานก็ต้องมาตกที่หนูอีก จริงๆหนูไม่ต้องพูดก็ได้ เพราะพี่คนนี้ทำงานที่นี่มา 20 ปี เขาก็จะรู้ว่าคนนี้เป็นยังไง แต่พวกคนที่สนิทกับเขาก็จะเชื่อเขา เพราะหนูก็เพิ่งย้ายมาแผนกนี้ แต่ไม่ได้มีผลอะไรกับหัวหน้า หัวหน้าเขาก็รู้ว่าหนูทำงาน แล้วประเด็นคือหัวหน้าหนูตอนนี้กำลังจะเกษียณ ซึ่งคนที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าต่อไปคือคนที่เขาไปฟ้อง หนูกลัวเขาจะเข้าข้างกันเพราะเขาทำงานมาด้วยกันมานานมากๆ ตอนนี้ความรู้สึกหนูแย่มาก หนูอยากมีความรู้สึกดีขึ้น อยากมีกำลังใจในการทำงานขึ้น เมื่อก่อนหนูไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เข้ามาเลย หนูจะจัดการความรู้สึกของหนูยังไง? และไม่ให้เขารังแกหนูอีก’ เริ่มด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูไม่ต้องกลัวเรื่องการฟ้อง ความจริงคือความจริง ใครทำเอกสารหายมันเปลี่ยนไม่ได้ ส่วนเขาจะชอบหรือไม่ชอบเราไม่เป็นไร แต่ถ้าเขาไปฟ้องอะไรที่เป็นเรื่องแต่ง หนูสามารถเดินไปบอกหัวหน้าได้เลย ต่อให้เป็นเพื่อนกันก็ตาม หนูไม่ได้มาขอความเห็นใจ หนูมาชี้แจง ส่วนแก๊งของแม่ป้าที่สุ่มหัวว่าเรา ไม่ต้องแคร์ คนศีลเสมอกันมันก็คบกันได้ เราไม่ใช่ที่จะอยู่ในกลุ่มนั้น ไม่ต้องแคร์คนที่เกลียดเรา ต่อให้เราดีกับคนเหล่านั้นมากขนาดไหนก็ตาม ถ้ามันเกลียดเราแล้วมันก็คือเกลียดเรา เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องแคร์ แคร์เฉพาะคนที่อยู่กับเรา และแคร์เนื้อหาของงานเรา ต้องไม่กระทบกับภาพลักษณ์และประสิทธิภาพการทำงานของเรา’ ต่อมา “ดีเจเกลือ” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แน่นอนมันไม่มีอะไรดีไปหมด บรรยากาศ สภาพแวดล้อมที่เราอยู่มันมีทั้งดีและไม่ดี แต่มันอยู่ที่มุมมองของเราว่าจะอยู่ที่จุดไหน ถ้าเรามองในสิ่งดีๆ เราก็จะเริ่มรู้สึกว่าเดี๋ยวสิ่งไม่ดีก็จะผ่านไปได้ อยู่กับตัวเราเอง เอาตัวเองและหัวใจไปอยู่กับคนที่เขาดีกับเรา เพราะฉะนั้นอย่าไปเสริมแรงเขา อย่าไปทำให้เขาสำเร็จผลในการที่จะทำให้เรามีความทุกข์ นั่งภวงค์กับเรื่องนี้ ถ้าอยากแก้แค้นเขา จงทำตัวเองให้มีความสุขในที่ทำงานให้มากที่สุด สุดท้ายแล้วความจริงใจ ความตั้งใจทำงานของเรามันจะแสดงผลเอง ต่อให้หนูกังวลว่าพี่คนที่เขาไม่ชอบหนูได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าคนต่อไป หนูก็ต้องรู้แล้วว่าถ้าเขาได้ขึ้นมาจริงๆแล้วเขาเข้าข้างเพื่อนเขาที่คอยเป่าหูอยู่ตลอด เป็นคนหูเบา หนูจะอยู่กับหัวหน้าแบบนั้นไปทำไม’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ พี่จะไม่ปล่อยให้มันมีผลกับชีวิตพี่เลย เต็มที่พี่จะหัวเราะกับเพื่อนพี่ เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องไปทำตามเกมเขา ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับเราเลย แต่แนะนำว่าหลังจากนี้จะทำอะไร ถ่ายรูปเก็บหลักฐานไว้หน่อย พอโดนว่าอะไรมาค่อยปล่อยหลักฐานไป อย่าให้มันมาบั่นทอนจิตใจตัวเอง ขนาดหัวหน้าเรายังเห็นว่าเราเป็นยังไง อย่าเสียเวลาและให้ค่าคนแบบนี้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-