เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟัง บอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของ เรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟัง เลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟัง บอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของ เรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟัง เลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ

20 ก.พ. 2026

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟัง

บอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของ

เรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟัง

เลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ

       ‘คุณบีม (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มกราคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นอยากเลิกยุ่งกับเพื่อนที่ชอบไปเป็นมือที่สามของคนอื่น 

       ‘คุณบีม (นามสมมุติ)’ อายุ 34 ปี ได้เล่าว่า เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว เธอมีเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ซึ่งเป็นรุ่นน้องและค่อนข้างสนิท ให้นามสมมติว่า 'เอ' แต่อยู่ด้วยกันได้ 3 ปี ก็ลาออกและแยกย้ายกัน แต่ระหว่างที่ไม่ได้ทำงานที่เดียวกันแล้ว ก็ยังคงติดต่อกัน ไปเที่ยวด้วยกัน และมาพักที่หอของเธอบ่อย ๆ เอนั้นมีสามีและลูกแล้ว ซึ่งคุณบีมรู้ว่าตลอดเวลาที่เอยังคบกับแฟน เอก็แอบคุยกับผู้ชายคนอื่นด้วย แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร และเมื่อทำงานเยอะขึ้นก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันสักพัก รู้เรื่องอีกทีก็ตอนที่เอได้เลิกกับแฟนไปแล้ว และย้ายมาอยู่หอใกล้กับคุณบีม

       ไม่นานเอก็มีแฟนใหม่ ซึ่งครั้งนี้ มีสถานะเป็นมือที่สาม เอเองก็รู้ว่าไม่ดี แต่ก็บอกว่า แค่คบเล่น ๆ และเอเป็นคนที่มีแรงดึงดูดกับคนมีเจ้าของ ต้องไปเป็นชู้ตลอด คุณบีมบอกอะไรเอก็ไม่ฟัง เพราะเอรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าทำอะไรอยู่ ระหว่างนั้นพวกเธอก็แยกย้ายกันทำงาน แต่คุณบีมก็ยังเห็นว่าเอยังคงเที่ยวเล่นต่างจังหวัดอยู่ ไม่รู้ว่าได้ทำงานหรือเปล่า แต่ก็เข้าใจได้ว่าน่าจะมีคนเลี้ยง ซึ่งก็ไม่ได้คบจริงจัง หลังจากนั้นก็รู้อีกว่าเอยังคุยกับคนอื่นอยู่ด้วย แต่คุณบีมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่รับไม่ได้ที่เอไปเป็นเมียน้อยคนอื่นแบบที่ไม่รู้สึกผิดเลย จึงไม่อยากติดต่อด้วย และพยายามไม่สนใจ เมินข้อความจากเพื่อนที่พยายามทักหาเธอตลอดเป็นเวลาประมาณ 3 ปี คุณบีมเห็นข้อความเหล่านั้น แต่ไม่อยากตอบ เอก็ยังทักมาซ้ำว่า “ทำไมไม่ตอบ” เหมือนจะไม่รู้ตัวว่าคุณบีมไม่ชอบ

       แต่เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา คุณบีมเผลอไปกดดูสตอรี่ในโซเชียลของเอ เป็นสตอรี่ที่ลงคู่กับแฟน ซึ่งเอยังคงเป็นเมียน้อย เอจึงแคปหน้าจอที่แสดงให้เห็นว่าคุณบีมเข้าไปชมสตอรี่ และทักมาถามว่า “อยู่ไหน ส่งโลให้หน่อย” คุณบีมที่พยายามเมินข้อความมาเป็นเวลานาน ตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ จึงส่งโลเคชั่นที่ทำงานให้ ทั้งสองจึงได้ไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน และก็เป็นอย่างทุกครั้งที่คุยกัน เอได้เล่าเรื่องที่ไปเป็นมือที่สามให้ฟัง โดยเล่าว่า เป็นเมียน้อยคนจีน เป็นมา 3 ปี ก่อนที่คนนั้นจะกลับไปแต่งงานกับแฟนตัวจริงที่จีน ทั้งคู่จึงเลิกกัน หลังจากนั้นเอก็มาเป็นเมียน้อยของแฟนคนปัจจุบันได้เกือบปีแล้ว และได้รับเงินค่าเลี้ยงดูเดือนละแสน ตอนแรกที่ตกลงกันผู้ชายไม่ยอม แต่ไม่รู้คุยกันยังไง ผู้ชายก็ยอมตกลง และเอยังบอกอีกว่า ตอนคบกับคนจีน ซึ่งเป็นจีนเทา เขาก็ให้เดือนละแสน เคยได้จับเงินล้านด้วย จึงได้ส่งเงินไปให้พ่อแม่สร้างบ้าน เพื่อนของเอก็เป็นเด็กเสี่ย มีคนเลี้ยงใช้ชีวิตสบายทุกคน 

      คุณบีมไม่อยากรับรู้เรื่องเหล่านี้ แต่ไม่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวเพื่อนเสียใจ และก็สนิทกัน รู้จักกันมานาน เอก็เป็นเพื่อนที่ดี เพียงแต่คุณบีมไม่ชอบพฤติกรรมที่มักจะไปเป็นมือที่สามของคนอื่นแบบนี้ เอรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่แต่ก็คิดถึงแค่เงินอย่างเดียว แม้คุณบีมจะไม่เคยบอกเอไปตรง ๆ ว่ามันไม่ดี แต่ถ้าจะหายไป หรือบล็อกไปเฉย ๆ โดยไม่ได้บอกอะไร ก็กลัวว่าเอจะมาตามถึงออฟฟิศหรือมาที่หอ เพราะปกติเอก็ทำแบบนี้ตลอด หรือจะแกล้งเมินข้อความต่อไปก็ทำให้คุณบีมไม่กล้าโพสต์หรือเคลื่อนไหวในโซเชียล กลัวเอจะหาว่าออนไลน์อยู่ทำไมไม่ตอบแชท จึงอยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจ ว่า จะพูดปฏิเสธเพื่อนอย่างไรดี

       เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า "พี่เป็นคนที่พูดตรง ๆ กับเพื่อนได้หมดเลย พี่คงพูดว่า เธอ ช่วงนี้ ไอสิ่งที่เธอเป็นอยู่ สำหรับในมุมมองเรา เรามองว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดว่ะ กลายเป็นว่าตอนนี้เคมีเรามันเริ่มไม่เข้ากัน และฉันไม่สบายใจที่จะคุยกับเธอเลย ฉันอึดอัด เพราะมันเป็นเรื่องที่ฉันอาจจะถือนะ ฉันไม่ค่อยชอบ เอาเป็นว่าถ้าแกยังใช้ชีวิตแบบนี้อยู่ เราเฟดออกจากกันก่อนดีกว่า วันไหนที่เธอกลับมาใช้ชีวิตแบบที่ถูกต้อง ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ค่อยทักมาหาฉัน ฉันยังอยู่ตรงนี้ ยังเป็นเพื่อนเธอ"

      ต่อด้วย ‘ดีเจเกลือ’ พูดว่า "หลักการพูดตรง ๆ แบบไม่ให้เกิดการปะทะ คือพูดถึงความรู้สึกตัวเอง แบบไม่ตัดสิน แน่นอนว่าเพื่อนเขาก็รู้ว่าตัวเองทำอะไร รู้ว่าตัวเขาเองก็ทำผิด แต่มนุษย์เราก็ยังเลือกทางที่คิดว่าดีกับตัวเองที่สุด ฉนั้น บอกแค่ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเรารู้สึกอย่างไร และมันรบกวนจิตใจเรามาก เธอเลือกแบบนี้ แต่ฉันรู้สึกแบบนี้ ฉันคิดว่ามันจะสบายใจกว่าถ้าเราไม่ได้คุยกัน และอย่างที่หอมบอก ถ้าวันหนึ่งเธอเลิกทำแบบนี้แล้ว ฉันก็ยังเป็นเพื่อนเธออยู่ แต่ว่าในฐานะเพื่อนที่รู้สึกว่าเราอยากยืนข้างความถูกต้อง เราขอเลือกแบบนี้ อย่าแคร์ความรู้สึกเพื่อนมาก ให้แคร์ตัวเองก่อน มันถึงขั้นที่ทำให้คุณบีมไม่กล้าเคลื่อนไหวในโซเชียล ก็ดูลำบากไป"

       ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ไม่ต้องพูดดีกว่า แค่ซ่อนเขาออกไปจากโซเชียล แต่ถ้าเพื่อนตามไปที่บริษัท หรือที่หอจริง ๆ ค่อย เลือกที่จะพูดตรง ๆ ว่า ขอโทษด้วยตลอดเวลาที่ผ่านมา เราไม่โอเคที่เธอเป็นเมียน้อยคนอื่น เราขอให้เธอไม่ต้องมายุ่งกับเราอีก เราไม่สบายใจ เราอึดอัดมาก เรารู้จักกันแค่นี้และจบเถอะ"

       ‘ดีเจเกลือ’ เสริมอีกว่า ‘คุณบีมมีวิธีการรับมือกับปัญหาแบบยอมตาม การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้บ่อย ๆ จะทำให้คุณเจอแต่ความทุกข์นะครับ ต้องฝึกตัวเองที่จะเข้มแข็งยืนหยัดที่จะพูดถึงความรู้สึกตัวเองให้ได้นะครับ’

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัท แต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลย ลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด

23 พ.ค. 2025

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัท แต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลย ลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัทแต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลยลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด คำหยาบใส่แบบเสียๆหายๆ วันไหนหนูลาป่วย ไม่สบายลูกค้ารายนี้ก็โทรมาต่อว่าว่าทำไมไม่ทำงาน เรื่องนี้รายงานหัวหน้าแล้วก็ยังเฉย ให้เราดูแลเขาต่อเพราะเราทำมานานแล้วตอนนี้เครียดมากๆ แต่ต้องเก็บอาการเวลาทำงานอย่างเดียว “คุณกบ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่ 2 ของรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 พ.ค. 68] เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการรับมือกับพฤติกรรม Toxic ของลูกค้ารายใหญ่ จึงโทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย” โดย “คุณกบ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำอาชีพ Customer Service มา 2 ปี ดูแลลูกค้ารายใหญ่ที่มีเม็ดเงินสูงของบริษัท ตอนนี้หนูรับมือกับพฤติกรรมของเขาไม่ไหวแล้ว ลูกค้าท่านนี้ค่อนข้างสูงอายุ จึงรับมือกับอารมณ์ได้ยาก ชอบเอาแต่ใจ รบกวนเวลา ถ้าวันไหนที่ต้องดูแลลูกค้าท่านนี้ หนูจะไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย หนูมีการแจ้งหัวหน้ามาโดยตลอด แจ้งถี่มาก หนูก็บอกหัวหน้าไปว่า ลูกค้ากดดันหนู หัวหน้าจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่หัวหน้าก็กดดันหนูกลับอีกที บอกว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าโอเคกับข้อเสนอ โดยที่เราไม่ได้ให้เขาทุกอย่างที่เขาอยากได้ หนูต้องรักษาลูกค้าคนนี้ไว้ สนใจแค่ยอดอย่างเดียว แล้วหัวหน้าก็ย้ำอย่างเดียวว่า ทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าพอใจ! งานนี้มีแค่หนูคนเดียวเท่านั้นที่ต้องรับมือและดีลกับลูกค้าทุกคนก่อนกระจายงานให้กับทีม หนูก็เลยโดนหัวหน้าด่าอยู่บ่อย ๆ ตอนนี้มีลูกค้ารายใหญ่ 5 ราย แต่ท่านนี้พอรวมยอดสะสมแล้วมากกว่าท่านอื่น ๆ เลยต้องดูแลเป็นพิเศษ เหตุการณ์ที่รู้สึกไม่สมเหตุสมผลของลูกค้าคนนี้ เช่น บางอย่างเขาคิดว่ามันง่ายสำหรับเรา แต่จริง ๆ มันไม่ง่าย หนูพยายามอธิบายดี ๆ เขาก็ไม่รับฟัง แถมอุทานคำหยาบใส่หนูอีก มีครั้งหนึ่งหนูแอดมิท และเขาต้องการใช้บริการตอนนั้น เขาก็พูดใส่หนูว่า โกหกหรือเปล่าเนี่ย อายุน้อยแค่นี้ป่วยเลยหรอ หนูเลยอยากถามพี่ๆดีเจสองข้อคือ 1. หนูอยากได้คำแนะนำว่าจะรับมือกับลูกค้าอย่างไรดี? 2. มีวิธีไหนที่หนูสามารถคุยกับหัวหน้าได้บ้าง? เพราะเพิ่งเลิกงานและโดนดุมาเหมือนกัน’ ซึ่ง “ดีเจทั้งสามคน” (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย) ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘คนทำอาชีพนี้ต้องเป็นคนที่เกิดมาเพื่อรองรับอารมณ์จากทุกฝ่าย ทั้งลูกค้าและฝั่งของเรา หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแย่ คนที่รองรับก็ต้องแย่ เพราะฉะนั้นถ้าเรารับมาก็ต้องถ่ายออก ต้องรู้วิธีกำจัดความเครียด คิดแค่เรื่องงานจริง ๆ เราคงเปลี่ยนนิสัยลูกค้าไม่ได้ แต่เราสามารถพูดคุยและต่อรองกับหัวหน้าในสิ่งที่เราพึงจะได้รับได้ เช่น ขอขึ้นเงินเดือนและได้รับค่าคอมมิชชั่นที่มากขึ้น หรือเจรจาว่า ถ้าต้องการให้เราอยู่ต่อ จะต้องส่งคนมาซัพพอร์ตในส่วนนี้เพิ่ม เพราะจากประสบการณ์การทำงานที่สูงของเราแล้ว มีสิทธิ์ที่จะต่อรองได้สูงมาก เพราะถ้าบริษัทขาดเราไป บริษัทก็เสียหายมากเช่นกัน’ ปิดท้ายด้วย “ดีเจอ้อย” บอกว่า ‘ถ้าสุดท้ายแล้ว ยังเหลือเราที่ต้องทำงานคนเดียวก็พอเลย เราต้องโอบกอดตัวเองบ้าง การทำงานทุกอย่างในโลกนี้ ถ้าเราทำไม่ได้ก็ยังหาคนมาทำแทน แต่การที่เราเสียสุขภาพจิตทุกวัน ถ้าวันหนึ่งหนูป่วยไป ครอบครัวจะเอาใครมาแทน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

จะบอกแม่ดีไหม? อายุ 30 แล้วแต่แม่ไม่อยากให้มีอะไรกับแฟน ห้ามมาตลอดตั้งแต่เราคบกับคนเก่า เคยบอกไปว่ามีอะไรกันแล้ว แม่ก็ปรี๊ดแตก เลยต้องเลิกกันไป และเราคบคนใหม่ได้ 1 ปี กลัวว่าแม่จะกดดันจนต้องเลิกกับคนใหม่อีก เพราะตอนนี้เราท้องกับคนใหม่ได้ 5 เดือนแล้ว…

28 ก.พ. 2025

จะบอกแม่ดีไหม? อายุ 30 แล้วแต่แม่ไม่อยากให้มีอะไรกับแฟน ห้ามมาตลอดตั้งแต่เราคบกับคนเก่า เคยบอกไปว่ามีอะไรกันแล้ว แม่ก็ปรี๊ดแตก เลยต้องเลิกกันไป และเราคบคนใหม่ได้ 1 ปี กลัวว่าแม่จะกดดันจนต้องเลิกกับคนใหม่อีก เพราะตอนนี้เราท้องกับคนใหม่ได้ 5 เดือนแล้ว…

“คุณเตย (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [26 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจอั๋น - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาแม่ไม่ยอมให้เรามีอะไรกับแฟน แต่ตอนนี้เราท้องได้ 5 เดือนแล้ว โดย “คุณเตย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัจจุบันหนูคบกับแฟนคนนี้มาได้ประมาณ 1 ปี แต่ก่อนที่จะคบกัน ก็รู้จักกันมาหลายปีแล้ว และตอนนี้หนูก็ท้องได้ 5 เดือน รู้ตัวว่าท้องมาตั้งแต่เดือนแรก แต่ปัญหาของหนูคือไม่กล้าที่จะบอกแม่ว่าท้อง ต้องเกริ่นก่อนว่า หนูกับแม่อยู่ด้วยกัน 2 คน แม่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แม่เลิกกับพ่อแล้ว แต่พ่อก็รับผิดชอบเรื่องเงิน ซัพพอร์ตให้ทุกอย่าง ตั้งแต่เล็กจนเรียนจบ หนูเป็นคนที่อยู่ในกรอบมาตลอด ไม่เคยเที่ยวกลางคืน ไม่เคยกินเหล้า เรียนจบด้วยดี ไม่เคยนอกลู่นอกทาง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีประเด็น คือ หนูมีแฟน ซึ่งตอนนี้เป็นแฟนเก่าไปแล้ว หนูจำเป็นที่จะต้องย้ายจังหวัดเพื่อมาทำงานกับเขา ด้วยรายได้และอะไรหลายๆ อย่างทำให้หนูต้องแยกจากแม่ เราสองคนก็เลยตัดสินใจจัดงานหมั้น เพื่อไม่ให้แม่ขายหน้า เพราะแม่ก็แคร์สังคมรอบข้างเยอะอยู่ และคุยกับแฟนเก่าว่า หลังจากนี้จะเก็บตังแล้วค่อยแต่งงานกัน ในระหว่างนั้นหนูก็อยู่บ้านแฟน แล้วแม่ก็สั่งห้ามว่า ให้แยกห้องกันนอน ห้ามมีอะไรกัน ห้ามยุ่งกันเด็ดขาด แม่จะโทรมาถามทุกวันว่า มีอะไรกันหรือยัง? มันก็เลยกลายเป็นปมของหนูมาตลอด ที่ผ่านมาหนูโกหกแม่ตลอดว่า แยกกันอยู่ เพื่อเป็นความสบายใจของหนูและแม่ จนถึงจุดหนึ่งที่หนูตัดสินใจบอกแม่ เพราะไม่อยากโกหกแล้ว บอกแม่ไปว่า หนูมีอะไรกับเขาแล้ว สิ่งที่ได้กลับมาคือ แม่ปรี๊ดแตก ตามมาโวยวายถึงบ้าน แล้วบอกว่า ‘ทำไมเป็นคนแบบนี้ ไปให้เขาเอาฟรีๆ ใจง่ายจัง’ หลังจากนั้นก็โดนสั่งห้ามอีก แต่หนูก็โกหกมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายหนูก็เลิกกับแฟนเก่าไป สาเหตุส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะแม่ พอเราเริ่มมาคบกับแฟนคนปัจจุบัน เราบอกเขาหมดทุกอย่างเลยว่า ‘แม่หนูเป็นแบบนี้ รับได้ไหม’ แต่ก็ไม่ได้บอกลึกขนาดนั้น แล้วก่อนที่หนูกับแฟนจะคบกัน หนูเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับแฟนเก่าให้เขาฟัง ตอนนั้นแฟนก็พูดว่า ‘ถ้าแม่เธอเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เขาก็จะขอเฟดออกมาก่อน’ พอมาคบกันจริงๆ เหมือนเขาได้สัมผัสสิ่งที่หนูคุยโทรศัพท์กับแม่ ทุกครั้งที่คุยหนูก็มีความเครียด จิตตกทุกครั้ง แฟนหนูก็เลยบอกว่า ถ้าแม่เธอเป็นแบบนี้ แม่หนูพี่ไม่ยุ่งนะ จัดการเอาเอง แต่พอเจอกันเขาก็ดูแลแม่ปกติ พอรู้ว่าท้องเราทั้งสองคนก็คุยกันว่ายังไม่ได้มีเงินมากพอที่จะจัดงานแต่งกัน เลยคิดว่าเอาเงินตรงนั้นไปเลี้ยงลูกดีกว่า แต่เราก็เคยคุยกันตั้งแต่คบแล้วว่า จะอยู่กันแบบนี้ ช่วยเหลือซัพพอร์ตกัน ทุกครั้งที่แม่โทรมาก็จะพูดเรื่องว่า มีญาติที่ท้องก่อนแต่งนะ เขาไม่ดีอย่างงั้นอย่างงี้ จะมีประเด็นนี้ตลอด ไม่เคยโทรมาถามเลยว่า สบายดีไหม ทำงานเป็นยังไง เหนื่อยไหม ไม่มีถามเลย ถามแต่ว่าพี่เขาเป็นยังไง มีอะไรกันหรือยัง ส่วนใหญ่เป็นประโยค พอเป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ จนหนูเครียดสะสม หนูพยายามที่จะบอกหลายครั้ง แต่ว่าทุกครั้งที่คุยกัน บทสนทนาก็จะเป็นแบบนี้ มันเลยกลายเป็นความกดดัน และก่อนที่หนูจะโทรมาปรึกษา หนูก็ได้ไปปรึกษาเพื่อนสนิท พี่ๆ ที่รู้จักกัน และคนรอบตัว ก็แนะนำว่าไม่ต้องบอกเลยดีกว่า ให้ปิดไปเลย หนูก็เลยไม่แน่ใจว่าจะทำยังไงดี เพราะถ้าบอกความจริงก็กลัวว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์ มันเลยเป็นความหนักใจของหนู ตอนนี้แม่อยู่กับญาติ อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว เขาก็ซัพพอร์ตกัน ตั้งแต่เรียนจบมา หนูไม่เคยขอเงิน ไม่เคยรบกวนแม่เลย ออกมาทำงานด้วยตัวเอง แล้วก็ส่งเงินกลับไปให้เขา นอกจากเรื่องนี้แล้วแม่ก็มีชอบมาแซะ มาเหน็บหนูบ้าง เช่น บางทีหนูลงรูปในเฟซบุ๊กแล้วมันโป๊นิดหน่อย เขาก็จะแบบว่า ทำไมน่าเกลียดจัง หนูก็เคยคิดว่าจะให้แม่ไปพบจิตแพทย์ดีไหม แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะพูดเรื่องนี้ หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า จะตัดสินใจบอกดีไหมหรือว่าไม่บอกดี ถ้าบอกจะเป็นไปในแนวทางไหน?’ เริ่มที่ “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับตัวพี่เอง พี่อยู่กับความจริงเสมอ ถ้าต้องเลือก พี่คิดว่าไม่บอกวันนี้ เราก็ต้องบอกสักวันอยู่ดี สักวันหนึ่งความจริงก็ต้องปรากฏ คุณเตยก็รักแม่ เพราะถ้าไม่รักก็ไม่มีคำถามแบบในวันนี้หรอก ถ้าเป็นพี่ พี่จะโทรไปบอกว่า ‘แม่รู้แล้วใช่ไหม หนูอยู่กับเขามาตั้งนานแล้ว และคิดว่าวันเสาร์นี้จะไปจดทะเบียนสมรสกันแล้วนะ ก็มาบอกแม่เฉยๆ แล้วก็จะมีลูกด้วยกัน เพราะว่าสามสิบแล้ว ถ้าอายุเลยไปกว่านี้อาจจะมีลูกยากแล้วมีปัญหาสุขภาพตามมาด้วย’ แล้วก็วางไปเลย ให้แม่เขาได้ไปคิดต่อ แล้วประเด็นที่เราบอกว่า แฟนเคยพูดว่าจะเฟดออกไปถ้าแม่เรื่องเยอะขึ้น เราก็ต้องบอกเขาว่า เธอต้องจับมือฉันแน่นๆ พูดให้ทีเล่นทีจริง มันจะได้เป็นเรื่องน่ารักไป แต่บอกให้เขารู้ว่า I need your Big support แค่นั้นเอง’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เชียร์ไปทางว่าต้องบอก ยิ่งบอกเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งดี เพราะว่ายังไงก็ตาม มันไม่มีทางปิดมิดอยู่แล้ว เขาต้องรู้ในสักวันอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้เป็นห่วงสุดคือเตย ถ้าเตยบอกแล้ว เตยจะสามารถจัดการสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ได้ไหม และพี่มั่นใจว่ารีแอคของแม่จะต้องรุนแรงมากแน่ๆ เราก็ต้องค่อยๆ รับมือไป เต็มที่คือแม่เขาอาจจะตัดแม่ตัดลูกไปเลย ในมุมที่เราเคยพบเคยเห็น ช่วงแรกจะโกรธมาก สักพักก็อยากจะเห็นหน้าหลาน คือตอนนี้พี่เป็นห่วงเตยที่สุด เพราะแม่มีอิทธิพลกับเตยมาก แม้ว่าเตยจะไม่ได้อยู่กับเขามาตั้งนานแล้ว แต่สิ่งที่เขาทำทุกอย่างมันส่งผลกับเตยจริงๆ แล้วมันเป็นปมกับเตยด้วยซ้ำ กลัวว่ามันจะเกิดขึ้นอีกกับแฟนคนนี้ และมันก็ต้องแยกกันเป็นเรื่องๆ กับแฟนเตยก็ต้องคุยกับเขาให้ชัดเจน เราต้องกุมมือกันไปโดยที่มีเด็กอีกคนหนึ่งที่จะไปสร้างครอบครัวด้วยกัน มันต้องแข็งแรงกันทั้งคู่ และสุดท้ายถ้าเตยตัดสินใจที่จะบอก เตยต้องแข็งแรงมาก ต้องตั้งรับและตั้งสติมากๆ พี่เชียร์ไปในทางบอก แต่บอกตอนไหน บอกเมื่อไหร่ พี่ฟันธงให้เตยไม่ได้ เพราะเตยเองที่ต้องบอกตัวเองว่า เตยพร้อมขนาดไหน สำหรับแรงกระแทกที่มันจะเกิดขึ้น’ สุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็คงจะเป็นคำตอบในทางเดียวกัน แต่เตยต้องเข้าใจก่อนว่า 1 แม่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว คุณแม่เองอาจจะรู้สึกว่าตัวเองก็ผิดพลาดในการเลือกคู่ และหนูยิ่งเป็นลูกคนเดียว และเป็นลูกสาวด้วย คุณแม่ก็จะเข้มเป็นพิเศษ เพราะไม่อยากให้ลูกเจ็บเหมือนที่แม่เจ็บ แต่ทำไมไม่รู้ พี่มีความรู้สึกว่าแม่รู้อยู่แล้ว เพียงแต่แค่เขาใช้วิธีการไซโค แต่พอมาถึงตรงนี้ ถ้าหนูมั่นใจว่าแฟนหนูคนนี้ หนูเลือกถูก งั้นวันนี้เราก็คือครอบครัวเดียวกัน เราคือทีมเดียวกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่หนูกลัวสารพัดอย่างเราต้องคุยกัน ไม่อย่างงั้นมันจะกลายเป็นว่าเหมือนหนูสู้อยู่คนเดียว ถ้าเกิดหนูบอกแฟนว่า ‘เฮ้ยเธอ เรื่องนี้มันเป็นสิ่งที่ฉันรับมือยากและฉันจะบอกแม่ว่าเราชัดเจนในการเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ฉะนั้นครอบครัวเรา เราต้องเดินหน้าไปด้วยกัน’ และพี่รู้สึกว่าการโกหกหรือบอกไม่หมด มาบอกทีหลังพังกว่าอยู่แล้ว แม่จะยิ่งรู้สึกว่า นี่อุตส่าห์หลอกแม่มาได้ขนาดนี้เลย สิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าแม่จะเป็นยังไง เราต้องยอมรับว่าเราเปลี่ยนแม่ไม่ได้แน่นอน เขาเป็นคนแบบนี้ เขามีความเชื่อแบบนี้ มีความคิดแบบนี้ เมื่อเปลี่ยนเขาไม่ได้ น้องต้องมีวิธีการดีล และที่น้องกลัวไม่ใช่แค่ที่แม่โวยวาย เพราะพี่รู้สึกว่าหนูเอาประสบการณ์ครั้งเก่า ที่พอแม่โวยวายแล้วแฟนทิ้ง มันก็เลยกลัวว่าจะเกิดขึ้นเหมือนเดิมอีกแล้ว แต่น้องลองมองย้อนกลับไป การที่แฟนเก่าทิ้งอาจจะไม่ใช่แค่เพราะแม่อย่างเดียว แต่วิธีการแก้ปัญหาของหนูคืออะไร กับการดีลกับปัญหานั้นยังไงมากกว่า เป็นพี่ พี่จะคุยกับสามีก่อน เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน บางครอบครัว สามีเขาTake Action มากกว่านี้อีก ตัวพี่เองก็เคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ที่แม่ไม่ยอมรับคนที่จะเข้ามาในครอบครัว นอกจากคนกลางที่ต้องเป็นคนลุยแล้ว อีกคนหนึ่งก็ต้องจับมือกันให้แน่นมาก และตอนนี้กลัวอะไรที่สุด ทำตรงนั้นก่อน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ซื้อลิปมากี่อัน เพื่อนคนเดิมก็ยืมใช้ทุกอัน เค้าไม่ยืมคนอื่นเลยค่ะ รอแต่จะยืมของหนู เช้าก็ทา เที่ยงก็ทา ก่อนกินข้าว หลังกินข้าวก็ทา พีคสุด ปากมันยังไม่เช็ดปากก็หยิบไปทา ตอนนี้กลิ่นลิปหนูเปลี่ยนด้วย ต้องซื้อใหม่ตลอด เจอแบบนี้ทำไงดี?

10 ม.ค. 2025

ซื้อลิปมากี่อัน เพื่อนคนเดิมก็ยืมใช้ทุกอัน เค้าไม่ยืมคนอื่นเลยค่ะ รอแต่จะยืมของหนู เช้าก็ทา เที่ยงก็ทา ก่อนกินข้าว หลังกินข้าวก็ทา พีคสุด ปากมันยังไม่เช็ดปากก็หยิบไปทา ตอนนี้กลิ่นลิปหนูเปลี่ยนด้วย ต้องซื้อใหม่ตลอด เจอแบบนี้ทำไงดี?

“คุณแพร (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร’ เมื่อคือวันพุธที่ [8 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนยืมลิปสติกบ่อยมาก แถมใช้แล้วลิปสติกมีกลิ่นแปลกไป! โดย “คุณแพร (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูซื้อลิปสติกมาใหม่ เพื่อนขอลอง แล้วก็ทาไปที่ปากเลย ตอนแรกหนูคิดว่าจะใช้นิ้วแตะ ๆ ก่อนแล้วค่อยทา ต่อมาเพื่อนก็ถามว่าซื้อที่ไหน? กี่บาท? หนูก็บอกไป แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มยืมบ่อยขึ้นก่อนเข้าเรียน เลิกเรียน ก่อนกินข้าว หลังกินข้าว ก็มาขอหนูว่า “มึงขอยืมลิปหน่อย” ไปห้องน้ำก็ทา เดินไปไหนก็ทาทั้งวัน ทามากกว่าหนูอีก พอบอกว่าหนูขายต่อ เพื่อนก็บอกกลับมาว่า “บ้าหรอ กูก็ต้องเอาอันใหม่สิ” หนูก็เลยส่งพิกัดอันใหม่ให้เขา เขาก็ไม่ซื้อ แล้วตอบมาแบบเปลี่ยนเรื่องแทน พอวันต่อมาเขาก็ยังยืมหนูเหมือนเดิม ซึ่งเขาก็มีลิปของเขา หนูก็ถามว่าไม่ใช้ลิปตัวเองแล้วเหรอ? เขาก็บอกว่า “ก็ต้องใช้ของมึงด้วย” กลุ่มหนูมีกัน 3 คน อีกคนหนึ่งคือเพื่อนของเขา ที่มาจากประถมด้วยกัน เขาไม่เห็นเคยยืมของเพื่อนคนนั้นเลยสักครั้ง ยืมแต่ของหนูคนเดียว หนูเริ่มไม่โอเคตรงที่กลิ่นลิปของหนูมันเริ่มเปลี่ยน เหมือนมันบูดเพราะหลังกินข้าวปากมัน ๆ เขาก็ยังทา หนูไม่กล้าปฏิเสธแบบตรง ๆ เขานิสัยดีทุกอย่าง แต่ติดแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเลย หนูเคยบอกว่าไม่ให้แล้ว แต่เขาก็บอกกลับมาว่า “โห ขี้งกว่ะ” หนูเลยให้ยืมมาตลอด ไม่ใช่แค่ลิปด้วย กระเป๋า เสื้อ เสื้อกันหนาว เขาจะขอเลย พูดแบบว่าถ้าหนูไม่ใช้ ขอได้ไหมอยากได้ เพื่อนอีกคนก็โดนแบบเดียวกัน เรื่องกิ๊บติดผม เขาบอกว่าขอติดได้ไหม? พอเขาติดแล้วก็เนียน ๆ เอากลับบ้านไปเลย พอทวงเขาก็จะทำเป็นลืม หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า ถ้าเจอสถานการณ์อย่างนี้ หนูควรทำอย่างไรดี?’ ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ควรบอกไปตรง ๆ เลยว่าของแบบนี้มันใช้ร่วมกันไม่ได้ หนูต้องบอกว่ามันมีเหตุผลของการไม่ให้ยืม มันเป็นสิ่งที่พูดได้ โตแล้วบอกเขาได้ หนูต้องรู้จักปฏิเสธ’ นอกจากนี้ “ดีเจเผือก” ยังพูดเสริมอีกว่า ‘ซื้อให้ไปเลย มึงกูไม่ให้ยืมแล้วนะ ใช้อันนี้ไปเลย ของแบบนี้มันไม่ใช้ร่วมกัน มันเหมือนแปรงสีฟัน ถ้าเพื่อนใหม่พึ่งเจอกันแล้วมันจะคัดกรองกันด้วยเรื่องลิป เรื่องยืมของก็โอเค ‘หาเพื่อนใหม่’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ถ่านไฟเก่ามันร้อน... สาวสุดช้ำ ย้ายไปอยู่ห้องแฟน แต่เพิ่งรู้ว่าห้องตรงข้าม คือห้อง “แฟนเก่า” ของแฟน หลังจากนั้นเขาทั้งสองก็กลับมาคืนดีกัน วันที่หนูย้ายออกจากห้อง เขาก็ขับรถมาส่ง แต่พาแฟนเก่านั่งมาด้วย...

19 มิ.ย. 2023

ถ่านไฟเก่ามันร้อน... สาวสุดช้ำ ย้ายไปอยู่ห้องแฟน แต่เพิ่งรู้ว่าห้องตรงข้าม คือห้อง “แฟนเก่า” ของแฟน หลังจากนั้นเขาทั้งสองก็กลับมาคืนดีกัน วันที่หนูย้ายออกจากห้อง เขาก็ขับรถมาส่ง แต่พาแฟนเก่านั่งมาด้วย...

ถ่านไฟเก่ามันร้อน... สาวสุดช้ำ ย้ายไปอยู่ห้องแฟน แต่เพิ่งรู้ว่าห้องตรงข้าม คือห้อง “แฟนเก่า” ของแฟน หลังจากนั้นเขาทั้งสองก็กลับมาคืนดีกัน วันที่หนูย้ายออกจากห้อง เขาก็ขับรถมาส่ง แต่พาแฟนเก่านั่งมาด้วย เลิกกันแล้ว เขาโทรหาหนูทุกวัน พอผู้หญิงคนนั้นไม่อยู่ เขาก็บอกคิดถึงเรา หนูต้องทำยังไงถึงจะตัดแฟนเก่า ไม่ให้มาวุ่นวายกับหนูอีกคะ? “คุณนิ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [14 มิ.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟน “คุณนิ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาได้สักระยะ จนตัดสินใจไปอยู่ด้วยกันที่จังหวัดหนึ่ง ซึ่งห้องของหนูกับห้องแฟนเก่าของเขาเขาอยู่ตรงข้ามกัน แบบเปิดประตูห้องไปก็เจอเลย ตอนหนูเลือกห้อง หนูก็รู้ว่าห้องตรงข้ามคือห้องแฟนเก่าของแฟน ทุกวันที่แฟนหนูไปทำงาน เขาต้องเข้าไปเอาอุปกรณ์ทำงานที่ห้องแฟนเก่าก่อน เพราะเขาซื้อด้วยกัน แล้วแฟนเก่าเขาไม่ยอมให้เอามาไว้ที่ห้องหนู ซึ่งใจหนูก็คิดไว้อยู่แล้วว่า ถ้าเจอหน้ากันทุกวันขนาดนี้คงไม่ลืมกันแน่ๆ จนวันนึงหนูถามเขาว่า ลืมได้ไหม ทำใจได้หรือเปล่า ตอนแรกเขาตอบว่า ลืมได้แล้ว ทำใจได้แล้ว แต่พอหนูเค้นถาม เขา เขาก็ยอมรับว่า ยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ ยังคิดถึงอยู่ หนูกับแฟนได้เคลียร์กัน เขาบอกกับหนูว่า ขอกลับไปหาแฟนเก่าได้ไหม หนูก็เลยปล่อยเขาไปแล้วเก็บของกลับมาอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด และที่พีคที่สุดคือ วันที่เขามาส่งหนูที่บ้าน เขาพาแฟนเก่าเขามาส่งด้วย มีหนู แฟนหนู แล้วก็แฟนเก่าเขา เราทั้ง 3 คนอยู่ด้วยกันในรถ หนูไม่โอเคแต่หนูทำได้แค่นั่งร้องไห้แบบเงียบๆอยู่ข้างหลัง เขามีจับแขน จับมือกัน แต่หนูทำเป็นไม่เห็น ไม่ได้สนใจอะไร หลังจากเลิกกันมา หนูก็กลับมาอยู่บ้าน แฟนเก่าเขาก็ทักมาบอกกับหนูว่า ขอคุยด้วยครั้งสุดท้ายได้ไหม หนูก็เคลียร์กับเขา จนมีวันหนึ่งหนูมีปัญหากับคนแก่แล้วหนูก็โพสต์ระบายลงโซเชียล แต่แฟนเก่าเขาคิดว่าหนูหมายถึงเขา เขาเลยโพสต์ว่าหนูกลับเป็นชุด ประมาณว่า แพ้แล้วพาล แล้วก็แคป IG story หนู เพื่อไปคุยกับเพื่อนเขา หนูอยากบอกเขาว่า ทุกวันนี้แฟนเขายังโทรมาหาหนูทุกวัน โทรมาบอกประมาณว่า ตอนนั้นน่าจะใจเย็นๆ ค่อยๆคุยกัน คิดถึง อยากกลับมาหา ขอเคลียร์อะไรต่างๆให้ลงตัวกว่านี้แล้วจะกลับมาหา แต่หนูไม่เชื่อคำพูดเขา ทุกวันนี้ก็ยังโทร ตอนแฟนเขาไปทำงานเขาก็โทรมา เขายังทำตัวเหมือนตอนที่ยังเป็นแฟนกัน แค่เหมือนห่างกันเฉยๆ’ “คุณนิ (นามสมมติ)” ก็ได้ถามพี่ๆดีเจว่า หนูอยากรู้ว่าต้องทำยังไงที่จะตัดแฟนเก่าหนูไม่ให้มาวุ่นวายกับหนูอีก? ทั้ง 3 ดีเจก็เห็นตรงกันว่า ‘จริงๆแล้วมันไม่ได้มีวิธีการว่าจะต้องทำยังไง ใช้วิธีไหน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขาโทรมา แต่อยู่ที่คุณนิรับสาย ทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับใจของคุณนิ คุณนิยังแอบรอเขาอยู่ ถ้าใจคุณนิจะจบหรือตัดเขาออกไปจากชีวิตก็คือจบ ไม่เกี่ยวกับเขาเลย ถ้าเขาโทรมาแล้วเรารู้ว่าเป็นเขา แค่กดวางสายแค่นั้น ต่อให้เขาจะสร้างช่องทางการติดต่อใหม่เพื่อติดต่อคุณนิ คุณนิก็สามารถบล็อกเขาได้ทุกช่องทางเช่นกัน ใจของคุณนิสำคัญที่สุดว่าจะเริ่มต้นใหม่หรือให้เรื่องนี้จบ “ดีเจอ้อย” ให้คำแนะนำว่า ‘เรื่องนี้มันแปลกตั้งแต่ห้องแฟนเก่ากับแฟนใหม่อยู่ตรงข้ามกันแล้ว แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเจตนาเขาคืออะไร ถึงคุณนิไม่ปล่อยเขาก็ไปอยู่ดี เขาให้ความสำคัญกับแฟนเก่าเขามากกว่า และมันก็ไม่เกี่ยวว่าเขาเคยคบกันมานานแค่ไหน ยังไงเขาก็เลือกแฟนเก่าเขา แค่ตอนนี้คุณนิรักเขามากกว่าที่เขารักคุณนิ คนที่อยากมีความสัมพันธ์แบบอยู่กัน 3 คน อยากเก็บไว้ทั้ง 2 คน คือคนเห็นแก่ตัว เขาทรยศคุณนิ ทำไมเขาถึงได้เลือกทุกอย่าง คุณนิเป็นคนซื่อสัตย์ที่ควรจะได้เลือกเอง คุณนิต้องสงสารตัวเองให้มากๆ เขาทำให้คุณนิเสียใจ เขาไม่แคร์ความรู้สึกของคุณนิเลย แล้ววันหนึ่งคุณนิจะดีใจที่คนแบบนี้ออกไปจากชีวิตสักที’ ส่วน “ดีเจเผือก” แนะนำอีกว่า ‘คุณนิถือเป็นคนที่โชคร้ายในเรื่องความรัก ยอมทุ่มเททุกอย่างให้เขาแต่ต้องมาเจอแบบนี้ แต่ในโชคร้ายให้มองเป็นโชคดี ถ้าเปรียบว่านี่คือการแข่งขันก็เหมือนแข่งชนะแล้วได้ขี้หมา รางวัลมันไม่คุ้มเลย ก็ดีแล้วที่คุณนิแพ้ไป ผู้ชายแบบนี้ปล่อยเขาไปเถอะ’ “ดีเจเติ้ล” เสริมว่า ‘ผู้ชายคนนี้ไม่มีอะไรให้ต้องพิจารณาเลยว่าคุณนิควรจะกลับไปไหม ถ้าการที่เขากลับไปหาแฟนเก่าเขา เพราะอาจจะตัดสินใจพลาดหรือลังเลยังพอเข้าใจได้ แต่นี่เขากลับไปแล้วยังจะกลับมาหาคุณนิอีก ผู้ชายคนนี้คือเละเทะไปหมด คุณนิเพิ่งอายุ 20 ปีเอง ยังมีอีกหลายโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในความรัก นี่เพิ่งเป็นการเริ่มต้นที่จะเรียนรู้ว่าความรักเป็นอย่างไร ตอนนี้คุณนิออกมาจากวงจรของเขา 2 คนนั้นแล้ว คุณนิไปเริ่มต้นใหม่ดีกว่า อย่าเสียเวลาเลย’ ทั้ง 3 ดีเจเอาใจช่วยให้คุณนิมีสติในการตัดสินใจให้ถูกต้องและพบเจอแต่สิ่งดีๆเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-