เพื่อนร่วมงานดึงเราเข้าไปจูบแบบไม่ทันตั้งตัว! เราเอาเรื่องนี้ไปบอกหัวหน้า แต่เขาก็ไม่ไล่ออก ให้เหตุผลว่าหน้าตาดีต้องเก็บเอาไว้

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนร่วมงานดึงเราเข้าไปจูบแบบไม่ทันตั้งตัว! เราเอาเรื่องนี้ไปบอกหัวหน้า แต่เขาก็ไม่ไล่ออก ให้เหตุผลว่าหน้าตาดีต้องเก็บเอาไว้

24 ต.ค. 2026

เพื่อนร่วมงานดึงเราเข้าไปจูบแบบไม่ทันตั้งตัว!

เราเอาเรื่องนี้ไปบอกหัวหน้า แต่เขาก็ไม่ไล่ออก

ให้เหตุผลว่าหน้าตาดีต้องเก็บเอาไว้

        ‘คุณออจอ’ (นามสมมติ) สายแรกในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 ตุลาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม’ เรื่องที่เธอโดนเพื่อนร่วมงานลวนลามแต่หัวหน้าก็ไม่ยอมไล่ออก

        ‘คุณออจอ’ (นามสมมติ) อายุ 23 ปี เล่าว่า เธอเป็นเด็กจบใหม่ที่เพิ่งเข้าทำงานในบริษัท Start Up ขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ซึ่งมีพนักงานในออฟฟิศเพียง 3 คน ได้แก่ คุณออจอ หัวหน้า และพนักงานอีกหนึ่งตำแหน่ง ในช่วงแรกแฟนหนุ่มของเธอเป็นคนขับรถมาส่งที่ทำงาน แต่เมื่อแฟนต้องไปฝึกงาน เธอจึงต้องเดินทางมาทำงานด้วยตัวเอง

        จนกระทั่งวันหนึ่ง บริษัทได้รับพนักงานใหม่เป็นผู้ชายอายุ 25 ปี ใช้นามสมมติว่า ‘นายเอ’ เขาเข้ามาทำงานในตำแหน่ง Warehouse ช่วงแรกทั้งคู่ทำงานร่วมกันได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ต้องประสานงานกันอยู่แล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป นายเอเริ่มส่งข้อความมาหาเธอผ่านทาง WeChat โดยเริ่มจากการสอบถามเรื่องงาน ซึ่งเธอก็ตอบกลับไปตามปกติโดยไม่ได้คิดอะไร แต่หลังจากนั้นบทสนทนากลับเริ่มเปลี่ยนไป นายเอเริ่มถามเรื่องส่วนตัวและพูดจาในลักษณะที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ เช่น ‘ไปไหนหรอ ทำอะไรอยู่ อยู่คนเดียวเหนื่อยไหม มานอนด้วยหน่อย มาหาพี่หน่อยสิ พี่อยู่ข้างล่าง’ เมื่อเธอเลือกที่จะไม่ตอบข้อความเหล่านั้น เขาก็มักจะเปลี่ยนกลับมาถามเรื่องงานอีกครั้ง เพื่อให้เธอจำเป็นต้องตอบข้อความ ก่อนจะวกกลับไปถามเรื่องส่วนตัวต่อ เช่น ‘วันนี้กินอะไรเหรอ ห่อข้าวอะไรมากิน’ นอกจากนี้ในตอนที่ทำงานด้วยกัน เธอสังเกตได้ว่าเขาจะชอบแตะเนื้อต้องตัวเธออยู่ตลอด ขณะที่เธอลงไปชงกาแฟ เขาก็มักเข้ามาขอจับแขน จับผม หรือจับแก้มเธอ ซึ่งทุกครั้งเธอจะแสดงท่าทีปฏิเสธและพยายามหลีกเลี่ยงอยู่เสมอ แต่พฤติกรรมของเขาก็เริ่มหนักขึ้น จากที่สัมผัสแขนและใบหน้า กลายเป็นการจับเอว จับตัว และเข้ามาดมผมของเธอ แม้บุคลิกภายนอกของนายเอจะดูเป็นคนสดใสร่าเริง ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเป็นคนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ก็ตาม ส่วนตัวเธอนั้นทราบอยู่แล้วว่านายเอมีครอบครัวแล้ว จึงไม่ได้คิดว่าเขาจะมีเจตนาอื่นแอบแฝง 

        จนกระทั่งเหตุการณ์ที่หนักที่สุดได้เกิดขึ้นในวันที่ฝนตกวันหนึ่ง วันนั้นเธอมาทำงานสายซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่นายเอมาทำงานพอดี หลังจากเข้าออฟฟิศไปแล้วเธอก็ออกมาล้างแก้วกาแฟที่ห้องน้ำ ระหว่างที่เธอกำลังล้างแก้วอยู่นั้น เมื่อหันกลับไปทางประตู เธอก็พบว่านายเอยืนขวางอยู่ตรงทางเข้าประตู ในตอนแรกเธอคิดว่าเขาคงเพียงต้องการเข้ามาพูดคุย จึงได้ถามออกไปว่า ‘วันนี้มาเช้านะ พี่จะเข้าห้องน้ำเหรอ หนูล้างแก้วเสร็จเดี๋ยวหนูก็ไปแล้ว’ เขาไม่ตอบอะไรแต่กลับเดินเข้ามาจับผมเธอ และจู่ ๆ ก็เข้ามาจูบเธอ สิ่งที่เขาทำไม่ได้เป็นเพียงการจูบผิวเผิน แต่ยังพยายามแทรกลิ้นเข้ามาในปากของเธออีกด้วย เขาจูบเธอนานเกือบ 5 นาที จนเธอเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกเลยรวบรวมแรงทั้งหมดผลักเขาออกไป เธอรู้สึกช็อคและหน้าชากับเหตุการณ์ที่เกิดจนทำอะไรไม่ถูก จึงแกล้งทำเป็นรับโทรศัพท์ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครโทรเข้ามา เธอแกล้งคุยโทรศัพท์นานถึง 20 นาทีจนนายเออดทนรอไม่ไหวและเดินออกไป 

        หลังจากวันนั้น เธอก็ร้องไห้ทุกวันที่ไปทำงานและมีอาการแพนิคจนมีความคิดอยากจบชีวิต แต่เธอก็ยังไม่ได้นำเรื่องนี้ไปบอกกับคนในบริษัท เนื่องจากบริษัทเป็นเพียง Start up ขนาดเล็ก ไม่มีทั้งกล้องวงจรปิดและระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม ทำให้เธอคิดว่าตัวเองไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดนายเอได้ อีกทั้งยังกังวลว่าหากพูดเรื่องนี้ออกไป อาจไม่มีใครเชื่อ เพราะภาพลักษณ์ของนายเอไม่ได้ดูเป็นคนที่มีพฤติกรรมเช่นนั้น เธอจึงตัดสินใจอดทนทำงานต่อจนถึงสิ้นเดือน ก่อนจะรวบรวมความกล้าเข้าไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้หัวหน้าฟังพร้อมกับร้องไห้ เมื่อได้รับฟังเรื่องราว หัวหน้าก็มีท่าที่ตกใจอย่างมาก เขาเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวายและถึงขั้นร้องไห้ออกมา ทำให้เธอคิดว่าหัวหน้าอาจจะช่วยให้เธอได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ครั้งนี้

        แต่กลายเป็นว่าวันถัดมาเธอก็ยังคงเห็นนายเอมาทำงานอย่างปกติเหมือนทุกวัน และหัวหน้าก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอจึงตัดสินใจบอกกับหัวหน้าไปว่าต้องการที่จะลาออก หัวหน้าของเธอก็ทำเพียงรับรู้แต่ไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เธอได้แจ้งไป ทำให้เธอรู้สึกว่าเขาก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่เธอบอกไปเลย 

        หลังจากที่คุณออจอออกจากงาน เธอก็ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้แฟนหนุ่มของเธอฟัง ทางด้านแฟนของเธอเมื่อทราบเรื่องก็ไปดักรอที่บริษัทของเธอทันทีเพื่อรอให้นายเอออกมา เมื่อเจอนายเอ แฟนของเธอก็เข้าไปต่อยและถามว่า ‘มึงได้ทำแบบนั้นจริง ๆ ไหม’ นายเอตอบกลับมาด้วยความหวาดกลัวว่า ‘ผมยอมรับแล้วพี่ ผมยอมรับว่าทำแล้ว’ แฟนของเธอก็ถามกลับไปอีกครั้งว่า ‘แล้วทำไมมึงไม่ยอมรับกับหัวหน้าว่ามึงทำ’ นายเอก็ได้ตอบกลับมาว่า ‘ยอมรับแล้วพี่ ผมยอมรับไปแล้ว’ ด้วยความที่สถานที่ตรงนั้นไม่ได้ห่างไกลจากบริษัทมากทำให้หัวหน้าของเธอเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและท้วงถามแฟนของเธอว่าเกิดอะไรขึ้น ในจังหวะเดียวกันนั้นนายเอก็ได้รีบขับรถหนีออกไป

        เมื่อแฟนของเธอได้คุยกับหัวหน้าก็ได้ความว่านายเอนั้นไม่ยอมรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงทำให้หัวหน้าไม่มีหลักฐานที่จะไล่นายเอออกได้ นายเอจึงยังต้องทำงานที่บริษัทนี้ต่อไป เมื่อได้ฟังคำตอบที่ไม่ตรงกัน แฟนของเธอจึงได้นัดทุกคนเข้ามาคุยเรื่องนี้กันอีกครั้งในวันถัดมา ในการพูดคุยครั้งนั้น นายเอได้บอกกับเธอว่า เขายอมรับกับหัวหน้าไปตั้งแต่วันแรกที่ถูกเรียกเข้าไปสอบถามแล้ว โดยหัวหน้าเพียงกำชับให้ทั้งสองคนไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีกเท่านั้น ทำให้เธอทราบว่าหัวหน้ารับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่กลับเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ โดยก่อนหน้านี้หัวหน้าเคยพูดว่านายเอเป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาดีจึงอยากให้เขาเป็นหน้าเป็นตาให้กับบริษัท

        ปัจจุบันนี้เธอลาออกจากงานแล้วแต่ไม่รู้จะต้องทำอย่างไรให้ความรู้สึกเหล่านี้หายไป เพราะตอนนี้ก็ยังคงรู้สึกผิดที่ออกมาและโทษตัวเองว่าเป็นเพราะเราไม่ทนงานรึเปล่า เลยอยากจะปรึกษพี่ ๆ ดีเจว่าเธอควรทำอย่างไรดี ให้เธอสามารถนอนหลับได้โดยไม่ต้องนึกถึงเรื่องนี้ และไม่ต้องนึกถึงหัวหน้าคนนั้นอีกเพราะส่วนตัวเธอยังคงมีความรู้สึกรักหัวหน้าอยู่ หากแต่ไม่สามารถกลับไปเคารพนับถือได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

        เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ที่ว่า "จริง ๆ เรื่องนี้มันค่อนข้างจะเป็นเรื่อง Trauma แล้ว สิ่งที่เหมาะที่สุดน่าจะเป็นการไปหาคุณหมอ ลองไปหาหลาย ๆ คน หลาย ๆ ที่ ไม่งั้นภาพนี้ก็จะฝังไปตลอด เพราะเราไม่สามารถจัดการมันเองได้ แต่ดีแล้วที่ออกมาจากที่ตรงนั้นมาได้ 

        การไปหาจิตแพทย์นอกเหนือจากการสั่งยา มันควรจะเป็นการพูดคุยที่จะปลดล็อคอะไรบางอย่างในสมองเราด้วย มันจะทำให้เรารู้สึกใช้ชีวิตอยู่กับความทรงจำนี้ได้บ้าง ให้อาการมันเบาลง พี่ว่าน่าจะช่วยได้ และก็ปรึกษาแฟนเยอะ ๆ ระบายออกไปบ้าง เราอ่อนแอได้เวลาเราอยู่กับแฟน หนูจะได้ไม่รู้สึกหนักจนเกินไป แบ่ง ๆ กันแบก"

        ต่อด้วยคำแนะนำเพิ่มเติมของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า "เห็นด้วยกับพี่เผือกเลย วิธีเดียวที่หนูจะรักษาตัวได้คือให้หมอจัดการให้ พี่ว่าหนูไม่สามารถทำเองได้ ส่วนเรื่องหัวหน้าดูพฤติกรรมที่เขาปล่อยให้คนที่ลวนลามหนูยังสามารถทำงานต่อในบริษัทได้ ไม่เอาเรื่องไม่เอาความแค่เพราะหน้าตาดี เขาไม่ใช่ครอบครัว ไม่ใช่แม้กระทั่งหัวหน้าที่ดีด้วยซ้ำ หัวหน้างานที่ดีจะไม่ให้คนแบบนี้อยู่ในบริษัท วิธีการจัดการมันง่ายมากถ้าไม่มีกล้องวงจรปิดก็ติดสิ แต่นี่คือเขาไม่อยากจะทำ เพราะฉะนั้นง่าย ๆ คือคนเหล่านี้มันไม่ดี เราออกมาได้ก็คือมันจบแล้ว เราไปเริ่มชีวิตใหม่ หนูแค่โชคไม่ดีที่ไปอยู่บริษัทนี้ เจอคนแบบนี้ทั้งหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน จากนี้ไปหนูเลือกได้แล้ว ตัดทิ้งมันไปให้หมด ไม่ต้องไปสนใจมัน"

        ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจอ้อม’ ว่า "ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมที่เล่าเรื่องนี้ให้พวกเราฟัง เพราะมันไม่ได้ง่าย มันเป็นเรื่องที่ยากสำหรับคนที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ แล้วที่ออจอรู้สึกสงสัยตัวเองว่าเราไม่ทนกับงานรึเปล่า สิ่งที่เราอดทนตอนนี้ไม่ใช่เรื่องงาน ไม่ต้องโทษตัวเอง จงภูมิใจว่าเราเจอปัญหาขนาดนี้แต่เรายังทำงานได้อยู่ แต่ถ้าทนต่อไปมันจะกลายเป็นทนเกินขีด แต่สุดท้ายแล้วเราก็เข้มแข็งมากที่จัดการได้และมีแฟนที่ดี อันนี้ต้องชื่นชมคนที่เข้าใจและรักเรา

        ส่วนเรื่องบาดแผลทางจิตใจ ถ้าพี่บอกให้ออจอหยุดคิดมันก็ยิ่งยาก เพราะไม่มีใครมาห้ามความคิดเราได้ งั้นก็ไม่ต้องพยายามไปหยุดความคิดตัวเอง แต่เมื่อเริ่มคิดเมื่อไหร่ให้เราเปลี่ยนเรื่องคิดแทน และเห็นด้วยกับพี่เผือกพี่เติ้ลว่าคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจไปพบแพทย์ แต่การให้ยาไม่ใช่เพียงทางออกเดียว มันต้องมีการพูดคุยกันด้วยหรืออาจจะเป็นนักจิตวิทยา นักจิตบำบัดที่เขาจะมีเวลาคุยกับเราควบคู่กันไป

        แต่เบื้องต้นชื่นชมตัวเองด้วยนะ กล้าที่จะออกจากตรงนั้น กล้าที่จะพูด หนูเก่งมากเลยนะ และถ้าเห็นอะไรไม่ชอบมาพากล อย่ารอให้มันนาน เราติดกล้องเองได้หรือปรึกษาแฟนไปเลยก็ได้ทันที ขอให้จากนี้เจอแต่คนดี ๆ ค่ะ"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทำงานขายของฝาก เฝ้าร้านกันอยู่สองคน หนูกับพี่ที่อายุ 30 แล้ว แต่พอเค้าเจอลูกค้าต่างชาติ เค้าวิ่งหนีมาหาหนู ให้หนูพูดอยู่คนเดียว เค้าเคยหาคอร์สภาษาบอกให้หนูไปเรียน แต่เค้าไม่กระตือรือร้นเลย พี่เจ้าของร้านก็ยังเก็บเขาไว้ เพราะเขาขายคนไทยได้

28 ต.ค. 2024

ทำงานขายของฝาก เฝ้าร้านกันอยู่สองคน หนูกับพี่ที่อายุ 30 แล้ว แต่พอเค้าเจอลูกค้าต่างชาติ เค้าวิ่งหนีมาหาหนู ให้หนูพูดอยู่คนเดียว เค้าเคยหาคอร์สภาษาบอกให้หนูไปเรียน แต่เค้าไม่กระตือรือร้นเลย พี่เจ้าของร้านก็ยังเก็บเขาไว้ เพราะเขาขายคนไทยได้

ทำงานขายของฝาก เฝ้าร้านกันอยู่สองคน หนูกับพี่ที่อายุ 30 แล้ว แต่พอเค้าเจอลูกค้าต่างชาติเค้าวิ่งหนีมาหาหนู ให้หนูพูดอยู่คนเดียว เค้าเคยหาคอร์สภาษาบอกให้หนูไปเรียน แต่เค้าไม่กระตือรือร้นเลยพี่เจ้าของร้านก็ยังเก็บเขาไว้ เพราะเขาขายคนไทยได้ ใกล้ high season แล้วทำไงดีคะ? “คุณนก (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [23 ต.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาพี่ที่ทำงานไม่ยอมใช้ภาษาอังกฤษ โดย “คุณนก (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘งานที่หนูทำคือเป็นงานค้าขาย/ขายของโซนทะเล ภาคตะวันออก ซึ่งจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษ แล้วช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ฝรั่งเข้ามาเยอะมาก เวลาที่ลูกค้าชาวต่างชาติเข้ามา พี่ที่ทำงานอายุ 30 กว่าๆ เขาไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษ เพราะเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ซึ่งเขาจะเลี่ยงให้หนูไปขายของ ไปคุยกับฝรั่งแทน แต่พอลูกค้าคนไทยเข้ามาซื้อ เขาก็ขายปกติ แต่เขาก็ไม่ได้ดูเป็นคนขี้เกียจ หนูก็เคยแนะนำให้เขาใช้มือถือ ใช้ Google หรือไปซื้อหนังสือมาอ่าน เขาก็ไม่เอา ส่วนเจ้านายก็เคยแนะนำเขาแล้วเหมือนกัน เลยทำให้หนูรับภาระมากขึ้นประมาณนึง และก็มีฝรั่งบางคนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็ต้องแปลเป็นภาษาอื่น เคยมีเหตุการณ์นึงมีฝรั่งมาซื้อของแล้วถามว่าชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่? เขาก็เดินมาตามหนู และบอกให้หนูแปลให้หน่อย เขาฟังไม่ออก แต่ก็มีครั้งนึง เพิ่งผ่านมาได้ไม่ถึงเดือนพี่เขาแนะนำแอปพลิเคชันเรียนภาษาอังกฤษให้หนู เขาบอกว่าไปเจอมาจากใน Facebook / Tiktok มันเป็นแบบทดลองเรียนฟรี หนูก็เลยลองไปทดลองเรียนตามที่เขาบอก แล้วหนูก็ไปบอกเขาว่าหนูเรียนมาแล้วนะ มันเป็นแบบนี้ มันดีมากเลยนะ ได้คุยกับฝรั่งด้วย เขาบอกเขาไม่เอา เขาไม่กล้าลอง สำหรับหนู ถามว่าคุยกับฝรั่งได้ไหม? ก็พอคุยได้ แบบเบสิคๆ สามารถสื่อสารในการขายของได้ แต่ถ้าเป็นคำถามที่ยากเกินไปหนูไม่เข้าใจ หนูก็ยังพยายามเปิด Translate แต่ทำไมพี่คนนี้เขาไม่เอาภาษาเลย ส่วนเงินเดือนเราก็เท่ากัน หนูทำงานก่อนเขา ได้ทำงานด้วยกันประมาณปีนึง เลยอยากจะถามพี่ๆดีเจว่าหนูอยากให้เขาไปเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบเบสิค ง่ายๆ เพื่อเอาไว้ใช้ขายของ หนูจะทำยังไงดี?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมไม่เข้าใจ! เวลาไปซื้อของที่ห้าง / สะดวกซื้อ ทีไร สิ่งที่ผมเจอคือ เวลาคนหน้าผมคิดเงินนาน – ของเยอะ พนักงานจะเปิดเค้าเตอร์คิดเงินใหม่ แต่เขาจะเรียกคนที่ 3 คนต่อคิวหลังผมขึ้นไปคิดเงินก่อน แต่ผมที่ยืนเป็นคนที่ 2 มาก่อน กลับต้องรอ เจอแบบนี้บ่อยมาก

06 มิ.ย. 2025

ผมไม่เข้าใจ! เวลาไปซื้อของที่ห้าง / สะดวกซื้อ ทีไร สิ่งที่ผมเจอคือ เวลาคนหน้าผมคิดเงินนาน – ของเยอะ พนักงานจะเปิดเค้าเตอร์คิดเงินใหม่ แต่เขาจะเรียกคนที่ 3 คนต่อคิวหลังผมขึ้นไปคิดเงินก่อน แต่ผมที่ยืนเป็นคนที่ 2 มาก่อน กลับต้องรอ เจอแบบนี้บ่อยมาก

ผมไม่เข้าใจ! เวลาไปซื้อของที่ห้าง / สะดวกซื้อ ทีไร สิ่งที่ผมเจอคือ เวลาคนหน้าผมคิดเงินนาน – ของเยอะพนักงานจะเปิดเค้าเตอร์คิดเงินใหม่ แต่เขาจะเรียกคนที่ 3 คนต่อคิวหลังผมขึ้นไปคิดเงินก่อน แต่ผมที่ยืนเป็นคนที่ 2 มาก่อนกลับต้องรอ เจอแบบนี้บ่อยมาก จนถามพนักงานว่า ทำไมผมได้ทีหลัง ทั้งๆที่ผมมาก่อน แล้วพนักงานก็เรียกผมไปคิดเงินแต่ช้าคนอื่นๆไปเลย “คุณนาย (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการต่อคิวเข้าแถวเพื่อชำระเงินสินค้า โดย “คุณนาย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมได้ไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าห้างหนึ่งที่ขายเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง แล้ววันนั้นมีคนมาต่อคิวหน้าผม 1 คน และต่อหลังผมอีก 3 คน แล้วคนข้างหน้ามีของค่อนข้างเยอะที่เขาต้องจ่าย พวกจาน แก้ว ประมาณ 20 ใบที่มันต้องห่อและระมัดระวัง ทีนี้คนด้านหลังผมอีก 3 คน โดนพนักงานเรียกไปให้เข้าแถวจ่ายเงินอีกเคาน์เตอร์นึง ซึ่งผมก็งงว่าทำไมไม่เรียกผม เพราะผมมาก่อน มันควรจะเรียกหัวแถวก่อนไหม ด้วยความที่ตอนนั้นผมค่อนข้างรีบ แล้วเคาน์เตอร์หลักดันมีแค่เคาน์เตอร์เดียวที่เขาเปิด เพราะเคาน์เตอร์ที่เขาเปิดเพิ่มคือเคาน์เตอร์รอง คนหลังผมมีของไม่เยอะ มีแค่ 3 - 4 ชิ้น ผมเลยสงสัยว่าแบบนี้ปกติไหม? ผมก็เลยถามพนักงานว่า “ทำไมผมได้ทีหลังครับ ทั้งๆที่ผมมาก่อน?” หลังจากผมถามเสร็จ เขาถึงเรียกผมไป แต่ก็ช้ากว่า 3 คนที่ต่อหลังผม จน 3 คนที่ต่อหลังผมเขาขึ้นรถกลับบ้านไปแล้ว บางครั้งผมก็เจอตามร้านสะดวกซื้อด้วยเหมือนกัน แล้วพนักงานเขาก็เรียกคนข้างหลังไปก่อน เท่าที่สังเกตมา ผมเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยมาก แล้วเป็นช่วงที่รีบด้วย มันก็อารมณ์เสียนิดนึง ผมเลยอยากถามและปรึกษาพี่ๆ ดีเจทั้ง 3 คนว่า ถ้าเราไม่มีน้ำใจเราผิดไหมครับ?’ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวของคุณนายแล้ว ดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม) ก็ให้ความคิดเห็นและคำปรึกษาไปในทางทิศเดียวกันว่า ‘ส่วนมากที่เจอพนักงานก็จะตัดท้ายแถว เพราะคนท้ายสุดรอนานแล้ว แต่จริง ๆ มันก็ผิดหลัก มันควรเอาคนที่สองมาเลย ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้ทุกที่ ฉะนั้นเราก็ควรจะรณรงค์ว่าควรเรียกคนที่มาก่อน อย่าตัดท้ายแถว’ ทางด้าน “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมอีกว่า ‘สิ่งที่คุณนายพูดดูมีเหตุและผล มันไม่เคยมีใครรู้สึกเสียเปรียบกับเรื่องพวกนี้ ใครที่ทำงานด้านบริการ แล้วกำลังจะเปิดอีกเคาน์เตอร์นึงเพื่อให้ลูกค้ามาชำระสินค้า ให้เรียกคนที่มาก่อน “First come First Serve ใครมาก่อนต้องได้รับบริการก่อน” สุดท้ายคือ จริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้ผิดหรอก แต่มันคือวิถีที่ทำตามกันมา มันไม่มีใครลุกขึ้นมาบอก ซึ่งรวมถึงการที่เราไม่มีน้ำใจมันก็ไม่ใช่สิ่งผิดเหมือนกัน เพราะมันคือการรักษาสิทธิ์ตัวเองตามลำดับก็เท่านั้นเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ... ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปี คัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่ แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”

10 ก.ค. 2023

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ... ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปี คัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่ แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ...ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปีคัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”พ่อก็มาต่อว่าแม่ จนแม่ร้องไห้เลย เราจะปกป้องแม่จากป้าคนนี้ยังไงดี? “คุณบิว (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 ก.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาป้าสะใภ้พูดเสียๆหายๆให้พ่อแม่ฟัง โดย “คุณบิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่เคยมีใครเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กเลย ทั้งญาติ พี่-น้อง หรือแม้แต่พ่อแม่ แต่มีป้าสะใภ้เขาไปค้นรูปเก่าๆของหนู ย้อนไปเป็นหลักปีเลย เขาจะเลือกแค่พวกชุดบิกินี่ หรือรูปที่มันดูวาบหวิว เขาไปไล่ถามพ่อหนู ญาติพี่น้อง เครือญาติของหนูทุกคนเลยว่าทำไมเขาต้องแต่งตัวแบบนี้ เขาทำงานอะไรหรอ เขามีอาชีพอะไร รู้มั้ยว่าลูกเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ พอคุณพ่อรู้ พ่อก็ไปด่าคุณแม่ว่าเลี้ยงลูกมายังไง ให้ลูกเป็นแบบนี้ ทำไมลูกทำแบบนี้... คุณแม่ก็โทรมาถามหนู ซึ่งหนูก็เข้าใจในส่วนที่พ่อกับแม่มาถาม เพราะเขาก็เคยให้ Space โดยที่ไม่มายุ่งวุ่นวายเลย แต่พอถึงจุดที่มีบุคคลที่สามมาถาม เขาก็เลยต้องมาถามหนู หนูคิดว่าสำหรับตัวป้าสะใภ้เขาไม่น่าจะรู้จักชื่อเฟซบุ๊กของหนู แต่อาจจะเป็นลูกสาวของป้าที่เขาเอามาให้ดู เพราะหนูเห็นแฟนของเขามาส่อง TikTok ของหนู ซึ่งแฟนเขาเป็นเพื่อนสมัยเรียนประถมของหนู เขาเคยจีบหนูมาตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมเลย แต่หนูไม่เคยคบหรือคุยกับเขาเลย สำหรับป้า หนูก็ไม่ได้เจอเขาบ่อยในชีวิตขนาดนั้น นับครั้งได้เลย และก็ไม่ได้สนิทกันถึงขนาดที่มารู้ชื่อจริงของหนูด้วย ตอนแรกหนูตั้งค่าเฟซบุ๊กไว้เฉพาะเพื่อน แต่พอเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา หนูมีการขายเสื้อผ้าออนไลน์บ้าง อัพรูปรีวิวบ้าง เพราะอยากให้ลูกค้าได้เห็น หนูก็เลยเปิดเป็นสาธารณะ หนูคิดว่านี่แหละอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเข้ามาส่องได้ หนูเล่าและอธิบายให้คุณแม่ฟัง เขาก็เข้าใจ เพราะงานหนูรับรีวิวต่างๆ หนูก็ให้แม่ดู หนูก็เป็นผู้หญิงทั่วไปที่ชอบแต่งตัว หนูก็เลยงงว่ามันเป็นยังไง แล้วแม่หนูก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย ป้าไม่ได้ส่งเสีย แต่ว่าสงสัยมากๆเลย ตอนแรกหนูจะโทรไปหาป้าคนนั้นด้วย แต่โดนแม่ห้ามไว้ หนูไม่เข้าใจว่าป้าเขาต้องการอะไร? คือ คนต่างจังหวัดเขาเป็นพี่น้องก็จะปลูกบ้านติดๆกัน ซึ่งพ่อหนูก็มีพี่น้อง 7 คน แล้วบ้านก็ติดกันทั้ง 7 หลัง ป้าคนนั้นเขาก็ไล่ถามทุกคนเลย ทั้งลุง ป้า น้า อา ญาติผู้ใหญ่ได้เห็นรูปของหนูหมดเลย ทั้งๆที่เรากันทุกคนออกจากเฟซบุ๊กแล้ว หนูก็เคยบอกแม่ว่า แม่เป็นแม่นะ ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนก็ได้ หนูก็ยังพูดติดตลกกันอยู่เลย เพราะเรามีอะไร เราคุยกันได้ตลอดอยู่แล้ว เขาก็ให้ Space เข้าใจ และเคารพในสิทธิ์ของหนู หนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมป้าต้องเข้ามาเป็นอะไรในชีวิตคนอื่น หนูกับพ่อก็ไม่ค่อยคุยกัน เพราะเราเหมือนกันเกินไป คุณพ่อค่อนข้างหัวโบราณ พ่อไม่เข้าใจ แต่แม่เข้าใจ เวลาเขามีอะไรก็จะคุยผ่านแม่ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ หนูควรจะรับมือป้องกันตัวเอง และแม่จากเหตุการณ์นี้ยังไงดี เพื่อไม่ให้เขามาพูดในทางเสียหาย พูดเหมือนหนูทำอาชีพที่ไม่ดีหรือเสื่อมเสียเกียรติ ณ จุดนี้ หนูไม่สนใจคนอื่นแล้ว แต่หนูสนใจแค่ว่าถ้าเหตุการณ์นี้มันยังมีอยู่ มันจะกระทบแม่หนูอีก แล้วเหตุการณ์นี้เขาควรจะขอโทษแม่หนูด้วยมั้ย? ที่มาพูดหรือทำอะไรให้แม่ต้องโดนพ่อต่อว่า... “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘วิธีที่จะทำให้ป้าสะใภ้หยุด คือ ถ้าเขาเอารูปมาให้แม่ดูอีก บิวต้องขอให้คุณแม่พูดกับเขาว่า ฉันโอเค มันใส่อย่างงี้ถ่ายรูปทำงาน ฉันไม่ได้มีปัญหา แต่ถ้าเขามาทางพ่อ ซึ่งยังไงพ่อก็ไม่ยอมรับเรื่องนี้ได้ สิ่งที่เดียวที่บิวจะทำได้ คือ บิวต้องบล็อค ไม่ให้คนภายนอกเห็นรูปเหล่านั้น ถ้าเขาเห็นรูปเมื่อไร เราทำอะไรเขาไม่ได้เลย การที่บิวจะไปบอกป้าคนนั้นว่า หยุดทำแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องของป้า นี่มันเรื่องของหนู สิ่งที่ป้าทำแบบนี้มันทำให้ครอบครัวหนูวุ่นวาย พี่ว่าเขาก็ยังไม่หยุด เพราะคนมันจะหาเรื่อง ยังไงเขาก็ต้องหาจนได้ เพราะฉะนั้นต้นตอของปัญหา คือ เขาไปเห็นรูปเหล่านั้น อีกหนึ่งปัญหา คือ เรื่องคุณพ่อ ที่เขาเป็นคนในครอบครัวและหนูแคร์เขาที่สุด ตอนนี้ถ้าแก้ทัศนคติของคุณพ่อได้ เรื่องนี้มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ตอนนี้มีแต่คุณแม่ที่เข้าใจบิว และที่สำคัญคือ บิวต้องให้กำลังใจคุณแม่ เพราะเหมือนเราเป็นคนสองคนที่เข้าใจและจับมือกัน ต้องบอกคุณแม่ให้เข้มแข็ง แม่ต้องเข้าใจนะ ต้องปล่อยให้คำพูดเหล่านั้นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปเลย...’ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องยอมรับในสิ่งที่เราเปิดเป็นสิ่งสาธารณะ มันก็เหมือนแกลลอรี่ของเราก็จะมีคนผ่านไปผ่านมาเยอะ คนที่มันรักษาและเข้าใจในโลกยุคนี้ก็มี และคนที่มันไม่เข้าใจก็มี เพราะฉะนั้นอย่างแรกเอาเทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขก่อน คือ มันมีวิธีการตั้งเยอะมาก ดีเทลการตั้งโพสต์ เราก็ไปไล่เก็บให้หมดเลยคนที่เราไม่อยากให้เขาเห็น เมื่อไหร่ที่เราเปิดเป็นสาธารณะแล้ว เราจะหวังว่าทุกคนจะเคารพสิทธิของกันและกัน ไม่มีวันเป็นแบบนั้น คำว่าสาธารณะ คำว่าสังคม มันปะปนไปด้วยคนที่มีการศึกษา คนที่ไม่มีการศึกษา คนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ คนที่ไม่ทันโลก คนล้าสมัย มันหลากหลายมาก เทรนด์ชุดว่ายน้ำในปัจจุบัน มันก็ไปเร็วมาก โลกมันก็เปลี่ยนเร็ว แล้วคนที่รุ่นพ่อ-แม่ ลุง ป้า คิดว่าเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่เขาจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติและเข้าใจ มันคือความแตกต่างคนละ Generations ที่จะเกิดขึ้นแบบนี้ในทุกปัญหา มันยากมากที่เราจะไปเป็นคุณพ่อ และป้า ไม่ว่าจะคุยกี่รอบก็ตาม พี่การันตีไม่เชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนได้ เขาไม่ได้เกิดมาในยุคนี้ และไม่ได้พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน เขาไม่ได้ถูกปลูกฝังว่าโลกของเรามันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆนะ เราต้องปรับตัวให้เขากับโลกนะ ชุดความคิดนี้มันเริ่มต้นที่ Generations เราเป็นต้นไป ส่วนสิ่งที่ทำได้ คือ ปกป้องหรือป้องกันจากฝั่งเราออกไป และอะไรที่คิดว่าเขารับไม่ได้ก็เก็บๆไป’ ส่วน “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เริ่มที่คุณพ่อก่อน โทรหาพ่อและบอกว่าบิวเป็นแบบนี้ เสื้อผ้าบิวใส่อย่างงี้ พ่อมีหน้าที่ปกป้องบิว เพราะว่าแม่ได้รับผลกระทบกับสิ่งนี้ แม่ไม่ว่า และนี่คือชีวิตของบิว บิวโทรมาบอกให้พ่อรับรู้ว่าบิวจะเป็นแบบนี้ หน้าที่ของพ่อเมื่อป้าคนนี้ เข้ามาพูดแบบนี้อีก ตอบไปเลยว่าพ่อไม่ว่า ใช่ว่าพ่อเอาปัญหาเข้ามาในบ้าน แต่ถ้าพ่อยังรับปัญหานี้ แล้วรู้สึกว่าเป็นปัญหา ให้พ่อโทรหาบิวโดยตรง ถ้าพ่อผ่านแม่แล้วทำให้แม่รู้สึกแย่เมื่อไหร่ บิวจะจัดการด่าป้าคนนั้นในเฟซบุ๊ก และจะไปเอาเรื่องป้า พ่อจะอายยิ่งกว่านี้ และจะบอกเลยว่าหลังจากวางหูของพ่อ บิวจะโทรหาป้าคนนั้น ถามความต้องการว่าจะมายุ่งชีวิตบิว แล้วได้อะไร? แต่ถ้าพ่อห้าม ไม่ให้โทรหาเขา บิวบอกเลยว่า ก็ได้ แต่พ่อต้องทำตามที่บิวบอก ถ้าพ่อโอเคกับดีลนี้ บิวก็จะหยุด... และสุดท้าย มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะมานั่งแก้ไขเฟซบุ๊ก แก้ไขการแต่งตัว เราจะใส่แบบนี้ เพราะชีวิตเราชอบจะใส่แบบนี้ เอาเวลาไปสั่งสอนลูกให้ดีดีกว่า ให้เขาเปลี่ยน ไม่ใช่เราเปลี่ยน ป้าต้องอยู่ร่วมกับความแตกต่าง โลกมันหมุนไปแล้ว ชุดความคิดเด็กรุ่นใหม่มันไปไกลแล้ว...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมเป็นเกย์ มีแฟนที่คบกันมา 8 ปี แต่ตั้งแต่ปีที่ 2 เขาออกไปสวิงกิ้ง นอกบ้านกับคนอื่นมาตลอด แต่ผมมีอะไรกับเค้าแค่คนเดียวมาตลอด แฟนบอกผมว่ามันคือรสนิยมทางเพศรูปแบบนึง สรุปแล้วผมผิดปกติ หรือ แฟนกันแน่ที่ผิดปกติ พอไปถามเพื่อนผม ตอบไม่เหมือนกันเลยครับ

11 ต.ค. 2024

ผมเป็นเกย์ มีแฟนที่คบกันมา 8 ปี แต่ตั้งแต่ปีที่ 2 เขาออกไปสวิงกิ้ง นอกบ้านกับคนอื่นมาตลอด แต่ผมมีอะไรกับเค้าแค่คนเดียวมาตลอด แฟนบอกผมว่ามันคือรสนิยมทางเพศรูปแบบนึง สรุปแล้วผมผิดปกติ หรือ แฟนกันแน่ที่ผิดปกติ พอไปถามเพื่อนผม ตอบไม่เหมือนกันเลยครับ

ผมเป็นเกย์ มีแฟนที่คบกันมา 8 ปี แต่ตั้งแต่ปีที่ 2 เขาออกไปสวิงกิ้ง นอกบ้านกับคนอื่นมาตลอดแต่ผมมีอะไรกับเค้าแค่คนเดียวมาตลอด แฟนบอกผมว่ามันคือรสนิยมทางเพศรูปแบบนึงสรุปแล้วผมผิดปกติ หรือ แฟนกันแน่ที่ผิดปกติ พอไปถามเพื่อนผม ตอบไม่เหมือนกันเลยครับ “คุณต้น (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่ผมแปลกหรือแฟนแปลก เพราะแฟนมีรสนิยมชอบไปมีอะไรกับคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ยังคบกับเราอยู่ โดย “คุณต้น (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ต้องท้าวความก่อนว่าเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผมได้คบกับแฟนคนนึง เราเป็นคู่รักชาย-ชาย ก็คือช่วง 2 ปีเเรกคบกันมันก็ไม่ได้มีอะไร ก็รักหวานอมขมกลืนกันปกติ เป็นแฟนคู่รักปกติ เเต่พอมาอยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนจากมัธยมขึ้นเป็นมหาลัย ด้วยสังคมที่มันใหญ่ขึ้น ด้วยสังคมที่มันเจริญมากยิ่งขึ้น ตัวผมเองก็เรียนอยู่อีกมหาลัยนึง แฟนผมเองก็เรียนอยู่อีกมหาลัยนึง ซึ่งเขาเป็นรุ่นพี่เขาจะได้เข้ามหาลัยก่อนผมปี 1 อยู่แล้ว เขาก็จะเจอโลกก่อนผม ผมไม่ได้เข้าใจวงการการเป็น LGBTQ สักเท่าไหร่ในช่วงนั้นเพราะว่าเป็นเด็กจากบ้านนอกเข้าไปเรียนมหาลัย ก็พบปัญหาว่าแฟนเริ่มมีรสนิยมทางเพศที่เปลี่ยนไป วันนึงนอนกันอยู่ เขาก็บอกว่า “คุณครับ เค้าอยากมีเซ็กส์เเบบ 3 คนจังเลย” ด้วยเราเองก็ เฮ้ย! มันไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตมากก่อน คำพูดนี้ทำไมมันมาจากคนของเรา ตัวผมเองก็ไม่ได้หาคำตอบอะไรนะเลยถามว่า “ทำไมถึงคิดเเบบนั้น” เขาก็ตอบว่า “เค้ามาอยู่ในสังคมที่ใหญ่ขึ้น อยากรู้อะไรที่มันตื่นเต้นมากขึ้นกว่านี้” ซึ่งตัวเราเองรักเขามากนะ รักเขามากกว่าตัวเองแหละ ก็ยอมนะ ยอมให้เขาออกไปมีอะไรกับคนอื่นตามที่เขาอยากจะออกไป ไม่ได้มาสวิงกับผม ถามว่าเราโอเคมั้ย ความรู้สึกลึก ๆ ในใจเราอ่ะเราไม่ได้โอเคหรอก แต่ด้วยความรักที่เรารักเขามาก เราก็ยอม หลังจากนั้นก็มีการออกไปใช้ชีวิตเเบบนี้เรื่อย ๆ อยู่กันมา 4-5 ปีจนผมเรียนจบ เขาเรียนจบก่อนก็ไปทำงานที่ต่างจังหวัด เเต่ผมทำงานที่จังหวัดเดิม คือมันมีความสัมพันธ์ที่ห่างกันไปแล้วตั้งเเต่คุณออกไปมีอะไรกับคนอื่นเเล้ว ก็คือห่างกันด้วยระยะทาง ก็มีการคุยกันเรื่องการใช้ชีวิตเเบบนี้ มันสุ่มเสี่ยงนะ ควรหยุดการทำพฤติกรรมเเบบนี้ได้เเล้ว เขาก็โอเค เดี๋ยวจะหยุดพฤติกรรมนี้เเล้วเรากลับไปใช้ชีวิตคู่กัน ก็แยกย้ายกันไปทำงาน ผมก็ไปหาเขาทุกเสาร์ - อาทิตย์เพราะว่าหยุดตรงกัน มันมีอยู่ช่วงนึง ด้วยนิสัยเราเป็นคนชอบเก็บกวาดห้องปกติ ก็ไปเจอเส้นผมตามพื้นหลากสีมาก ชมพู ฟ้า เขียว ม่วง ด้วยความเป็นคนขี้สงสัย เราก็เก็บเส้นผมพับใส่กระดาษทิชชู่ไว้ รอเขากลับมาจากที่ทำงาน ผมก็ถามว่าคุณเปลี่ยนสีผมหรอ? ทำไมในห้องคุณมีเส้นผมหลายสี ผมก็ได้คำตอบจากเขาว่า “อ๋อ ไม่ได้เปลี่ยน เเต่พี่ที่ทำงานเขาเปลี่ยนสีผมกันหลายคน มันอาจจะติดถุงเท้าผมกลับมาก็ได้” ด้วยความที่รักเขามากเลยไม่ได้สงสัยเลย ก็ผ่านไปไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากนั้นผมก็ให้โอกาสเขาอีกเเล้ว กลับมาคุยเหมือนเดิม เเต่เริ่มมีการใช้แอปพลิเคชั่นติดตามกันเกิดขึ้น เเละเวลานอนก็จะคอลหากันตลอดเวลา ผมจะโทรหาตั้งเเต่ 4 โมงเย็นจนถึง 6 โมงเช้าของอีกวัน ด้วยความคิดผมเองมองว่าถ้าเราเห็นกันเเละกันอยู่ตลอดเวลา มันคงจะไม่มีโอกาสที่จะไปทำแบบนั้น เเต่มันไม่มีผลเลย มีเหตุการณ์นึงเกิดขึ้น เพื่อนผมโทรมาหาเเล้วบอกว่า “ไม่ไหวละ มึงต้องขึ้นไปหากูหน่อยละ มันมีเรื่องที่ต้องคุย” ก็ตัดสินใจจัดการทำภารกิจตัวเองให้เสร็จเเล้วก็ไปหาเขา ก็ได้คุยกันว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็ไปนั่งรวมกันกับเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน วันนั้นก็มีประมาณ 11 คน ก็มีเพื่อนคนนึงเดินมาตบไหล่เบา ๆ เเล้วพูดว่า “ขอโทษนะที่ทำเเบบนี้ พอดีว่าต้องพูด เก็บไว้ไม่ได้” คือเพื่อนคนนี้ไปมีอะไรกับแฟนผมมา ทั้ง ๆ ที่เห็นผมคอลกันอยู่ เเต่แฟนผมแหงนหน้าจอขึ้น เพื่อไม่ให้เห็น ให้เห็นเเค่เพดาน และปิดลำโพงไว้ มันเป็นจังหวะเที่ยงคืนถึงตี 1 ผมก็ต้องนอนเเต่ก็คอลกันไว้ทั้งวันทั้งคืน พอคนที่ 1 มาสารภาพ ก็มีคนที่ 2 3 4 5 6 มาสารภาพว่าได้กันหมดเลย เขารวมตัวมาบอกเราว่าให้เราหยุดกับคน ๆ นี้เเล้ว เพราะมันไม่ได้มีเเค่นี้ หลังจากนั้นเราก็ได้คุยกันเเล้วก็ได้เลิกกัน หลังจากที่เลิกกัน ผมเลยถามเพื่อนว่าเหตุการณ์แบบนี้ที่มันเกิดขึ้นกับผม การที่แฟนออกไปมีอะไรกับคนอื่น มันเป็นเรื่องปกติมั้ย? มันก็เสียงแตกกันว่ามันก็ไม่ได้แปลกเลย คู่เราก็เป็น อีกเสียงคือไม่ถูก ความรักมันไม่จำเป็นต้องออกไปแบบนั้น ก็เลยอยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนว่าในความสัมพันธ์แบบ LGBTQ ผมเองที่ไม่ปกติหรือเขาที่ไม่ปกติ? โดยดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ไม่ได้ผิดปกติ มันขึ้นอยู่กับความชอบเเละรสนิยม เเล้วก็เงื่อนไขข้อตกลงระหว่างกัน ไม่เกี่ยวกับ LGBTQ เพราะว่าชายหญิงก็มี มีคู่ที่ Open Relationship มี FWB มีคนที่อยู่ใน Swinging Group ที่มีแฟนอยู่เเล้ว เขาไปเสร็จเเล้วก็กลับมาใช้ชีวิตคู่กัน ซึ่งรสนิยมของเราก็ต้องตรงกัน เเต่ของต้นเป็นแบบรักเดียวใจเดียว ก็ต้องหาคนที่ไม่ได้ออกไปทำแบบนั้น ไม่ได้มีใครแปลก แฟนก็ไม่ได้เเปลก เเต่เป็นเเค่เรื่องรสนิยมที่แตกต่างกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-