บอกเลิกแฟน เพราะเขาเลือกเพื่อนผู้หญิงมากกว่าเรา เหตุผลนี้งี่เง่าเกินไปหรือเปล่าคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

บอกเลิกแฟน เพราะเขาเลือกเพื่อนผู้หญิงมากกว่าเรา เหตุผลนี้งี่เง่าเกินไปหรือเปล่าคะ?

15 มิ.ย. 2026

บอกเลิกแฟน เพราะเขาเลือกเพื่อนผู้หญิงมากกว่าเรา

เหตุผลนี้งี่เง่าเกินไปหรือเปล่าคะ?

       ‘คุณจอย’ ( นามสมมติ) เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 มิถุนายน 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องราวการตัดสินใจบอกเลิกแฟนเพราะเหตุผลบางอย่าง แต่เธอยังปล่อยวางไม่ได้และคิดอยู่เสมอว่าเธอตัดสินใจถูกต้องหรือคิดมากเกินไปกันแน่?

       ‘คุณจอย’ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ได้โทรเข้ามาปรึกษาปัญหาความรัก พร้อมตั้งคำถามกับเหล่าดีเจว่า “พี่ว่าหนูงี่เง่าไปรึเปล่า ที่หนูไปบอกเลิกเขาด้วยเหตุผลนี้”

       โดย ‘คุณจอย’ เล่าว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เธอตัดสินใจเลิกรากับแฟน มาจากเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งของแฟน ซึ่งขอสมมุติชื่อว่า ‘เอ’ ที่มักมีพฤติกรรมและคำพูดที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ได้รับการให้เกียรติในฐานะแฟน เธอยกตัวอย่างเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมาเล่าว่า ขณะที่ทุกคนกำลังคอลกลุ่มกันอยู่ เอได้พูดกับแฟนของเธอว่า “ถ้ากูกลับบ้านขอกลับไปเติมมึงนะ” พร้อมเรียกชื่อแฟนของเธอต่อท้าย ซึ่งแฟนของเธอก็หัวเราะตอบกลับไป

       อย่างไรก็ตาม มีเพื่อนอีกคนในสายที่รู้สึกว่าคำพูดดังกล่าวไม่เหมาะสม จึงเตือนเอให้เกรงใจคุณจอยบ้าง เพราะเธอก็นอนอยู่ข้าง ๆ แฟนของตัวเอง แต่เอกลับตอบว่า “เห้ยพี่จอยเขาไม่ว่าอะไรหรอก เขาไม่เกลียดกูหรอก หรืออาจจะเกลียดกูนานแล้ว” คุณจอยบอกว่าเอมักมีนิสัยทีเล่นทีจริง ชอบหยอดหรือพูดจาเชิงจีบแฟนของเธออยู่เป็นประจำ โดยทั้งคู่รู้จักกันมาก่อนที่เธอจะเข้ามาคบกับแฟนเสียอีก

       แต่เหตุการณ์ที่กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย เกิดขึ้นในวันที่แฟนของเธอและกลุ่มเพื่อนไปเที่ยวด้วยกัน แม้จะไม่ได้ไปกันสองต่อสอง แต่ระหว่างขากลับแฟนของเธอได้บอกว่าจะไปส่งเอที่บ้าน เพราะเป็นทางผ่าน บังเอิญในวันนั้น เพื่อนของคุณจอยได้พบกับกลุ่มดังกล่าวและเข้าไปทักทายตามปกติ แต่ระหว่างที่กำลังเดินผ่านกลับได้ยินเอพูดขึ้นมาว่า “มึงเป็นแฟนเก็บกูนะ”

       เมื่อทราบเรื่องจากเพื่อนของเธอ จึงรีบทักไปถามแฟนทันทีว่าทำไมเอถึงพูดแบบนั้น แต่แฟนของเธอกลับไม่ได้ปฏิเสธหรือแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับคำพูดดังกล่าว มีเพียงการขอโทษแทนเอและยืนยันว่าเป็นการพูดเล่น ไม่มีอะไรเกินเลย ด้วยความโกรธและเสียใจในตอนนั้น เธอจึงตอบกลับแฟนไปว่า “ถ้าไปส่งมันก็เลิกกันไปเลย”

       สุดท้ายแฟนของเธอก็ยังเลือกไปส่งเอถึงบ้าน ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจเลิกรากันในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ความโกรธเริ่มลดลง คุณจอยก็เริ่มมองเรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่งว่า ในฐานะเพื่อน หากปล่อยให้ผู้หญิงกลับบ้านคนเดียวก็อาจดูไม่ดีนัก จึงทำให้เธอเริ่มลังเลกับการตัดสินใจของตัวเอง เธอยอมรับว่าตลอดเวลาที่คบกัน ทั้งคู่มีเรื่องราวดี ๆ ร่วมกันมากมาย ปัญหาหลักจริง ๆ มีเพียงเรื่องนี้ และเรื่องที่แฟนไม่ค่อยมีเวลาให้ อีกทั้งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เคยคบ ๆ เลิก ๆ กันมาหลายครั้งแล้ว

       ทุกครั้งที่กลับมาคืนดีกัน แฟนของเธอมักจะสัญญาว่าจะปรับปรุงตัวตามที่เธอบอก แต่เรื่องเกี่ยวกับเพื่อนผู้หญิงกลับยังคงเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เพราะในกลุ่มของแฟนมีเพื่อนผู้หญิงค่อนข้างเยอะ และเขาก็มักจะไปรับไปส่งเพื่อนผู้หญิงอยู่เสมอ สิ่งที่ทำให้คุณจอยเสียใจที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องของเอเพียงคนเดียว แต่เป็นความรู้สึกที่ว่าเธอมักถูกทำให้รู้สึกเป็นคนสำคัญลำดับรองจากเพื่อนอยู่เสมอ

       คำถามที่เธออยากฝากถึงเหล่าดีเจก็คือ เธองี่เง่าเกินไปหรือไม่กับการตัดสินใจเลิกในครั้งนี้ และควรให้โอกาสแฟนอีกครั้งหรือเปล่า?

       ด้าน ‘ดีเจเติ้ล’ มองว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่าแฟนของคุณจอยให้ความสำคัญกับเพื่อนมากกว่าเธอ และหากกลับไปคบกันอีก ก็มีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะยังคงเป็นแบบเดิม 

       ขณะที่ ‘ดีเจเผือก’ แสดงความคิดเห็นว่า คำว่า “เติม” เป็นคำที่สื่อถึงความใกล้ชิด และไม่ควรนำมาใช้กับแฟนของคนอื่น รวมถึงการพูดจาในลักษณะคลุมเครืออย่าง “แฟนเก็บ” ก็เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมเช่นกัน “เมื่อไหร่ที่เรายื่นคำขาดว่าถ้าอย่างงี้ก็เลิก แล้วถ้าเขาเลิก ก็แปลว่าควรรู้แล้วนะว่าคนนี้เขาคิดยังไง”

       ส่วน ‘ดีเจต้นหอม’ มองว่า ต่อให้มองในมุมของความเป็นเพื่อนจริง ๆ ก็ยังมีวิธีจัดการที่ดีกว่านี้ เช่น การอธิบายให้เพื่อนเข้าใจว่าแฟนอาจไม่สบายใจ แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือเหตุใดแฟนของคุณจอยจึงเลือกเกรงใจเพื่อนมากกว่าเกรงใจคนรักของตัวเอง พร้อมทิ้งท้ายอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผู้ชายคนเนี้ยมันไม่ได้” และยังเตือนคุณจอยอีกว่า หากตัดสินใจกลับไปคบกันอีกครั้ง ก็อาจต้องยอมรับความจริงว่าปัญหาเดิม ๆ เหล่านี้มีโอกาสกลับมาเกิดขึ้นซ้ำได้อีกในอนาคต

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมลองย้ายมาใช้ชีวิตร่วมกันกับแฟน แต่พออยู่กันไปเรื่อยๆ ก็เข้ากันไม่ได้ จนผมได้ไปคุยกับผู้หญิงคนอื่น พอแฟนจับได้เลยบอกเลิก แต่สิ่งที่ยังติดอยู่คือ คำพูดของแฟนที่บอกว่า ข้อดีข้อเดียวของเราคือ เราไม่เจ้าชู้ ตอนนี้ Move on จากคำพูดเขาไม่ได้เลย..

29 เม.ย. 2025

ผมลองย้ายมาใช้ชีวิตร่วมกันกับแฟน แต่พออยู่กันไปเรื่อยๆ ก็เข้ากันไม่ได้ จนผมได้ไปคุยกับผู้หญิงคนอื่น พอแฟนจับได้เลยบอกเลิก แต่สิ่งที่ยังติดอยู่คือ คำพูดของแฟนที่บอกว่า ข้อดีข้อเดียวของเราคือ เราไม่เจ้าชู้ ตอนนี้ Move on จากคำพูดเขาไม่ได้เลย..

“คุณเอ็กซ์(นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา[23 เมษายน 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหา ยังรู้สึกผิดที่นอกใจแฟน เพราะข้อดีของเราข้อเดียวที่เขาบอกคือ เราไม่เจ้าชู้ โดย “คุณเอ็กซ์(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนได้ประมาณ 6 เดือน เขาอายุประมาณ 24 ปี ในช่วง 4 เดือนแรกผมกับเขาแทบจะไม่มีปัญหาอะไร เจอกันตลอด มีไปรับไปส่งกันบ้าง จนวันหนึ่งผมรู้สึกว่าเราน่าจะย้ายมาอยู่ด้วยกัน เพราะผมอยากลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และผมเองก็ยังไม่เคยได้ย้ายมาอยู่กับแฟนสักครั้ง เลยลองปรึกษาแฟนดู ซึ่งแฟนก็ตกลง เราเลยได้เลือกคอนโดที่จะไปอยู่ด้วยกัน แต่หลังจากนั้น 2 เดือน เหมือนเราทั้งสองคนก็ได้เห็นข้อดีข้อเสียของกันและกัน ซึ่งก่อนที่ผมจะคบกับแฟน เขาเคยพูดประมาณว่า “เขาเป็นคนพูดตรง พูดแรงนะ เธอจะรับได้ไหม” ตอนนั้นผมก็ตอบโอเคไป พอผมได้มาอยู่กับเขา ผมเจอคำพูดที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ‘ผมไม่สมบูรณ์แบบขนาดนั้นเลยหรอ’ เช่น ผมกำลังจะย้ายงาน แล้วผมต้องการคำปรึกษา เลยไปถามเขาว่า ”เธอ เรากำลังจะย้ายงาน เรารู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเลย รู้สึกว่าที่นี่ให้เงินเดือนประมาณหนึ่ง อีกที่ก็ให้ประมาณนี้ เราจะไปสัมภาษณ์ดีไหม“ ตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเขาอารมณ์เสียอยู่หรือเปล่า เขาก็พูดมาว่า “ทำไมเธอดูเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเลยเนาะ“ เขาก็พูดด้วยอารมณ์นิ่งๆ เงียบๆ ผมก็แบบงง กับคำพูดของเขา และก็รู้สึกแย่ประมาณหนึ่ง แล้วผมก็จะเจอกับเหตุการณ์ประมาณนี้เรื่อยๆ เหมือนอยู่ในกรอบ มีครั้งหนึ่งที่ผมตัดสินใจที่จะซื้อโต๊ะเพื่อจะใช้วางคอมพิวเตอร์ในการทำงาน เขาก็พูดประมาณว่า “เขาไม่ชอบโต๊ะนี้ เธอพอจะเปลี่ยนโต๊ะได้ไหม” ผมก็อธิบายเหตุผลของผม เขาก็มีเหตุผลของเขา เหมือนเราหาตรงกลางกันไม่ได้ เขาก็จะพูดต่อว่า “เอางี้ไหม เดี๋ยวเขาไปอยู่ห้องอื่น เธอก็อยู่ห้องของเธอไป” หลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ ผมก็ได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง ผมก็ไป repire story ผู้หญิงคนนั้น แล้วก็มีการพูดคุยกันบ้าง เหมือนได้ปรึกษาเรื่องทัศนคติ ตอนแรกผมก็ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นแค่เพื่อนกัน แต่ความรู้สึกก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เราก็ยังไม่เคยเจอกันเลย จนมาวันหนึ่งแฟนผมก็จับได้ว่าผมนอกใจ เพราะผมเองก็ไม่ได้คิดที่จะลบแชทที่คุยกับผู้หญิงคนนั้น ซึ่งแฟนผมก็ได้ตัดสินใจที่จะบอกเลิกผม ผมก็ง้อเขาประมาณ 3 อาทิตย์ เขาก็บอกว่า เขาไม่สามารถที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะเขาไม่สามารถที่จะหาสาเหตุที่ผมนอกใจเขาได้และคำพูดที่เขาพูดมาแล้วผมรู้สึกแย่เลยคือ “เธอรู้ไหมว่า เธอไม่ได้อยู่ในสเปคเขาสักข้อเลย แต่มันมีสิ่งหนึ่งที่เขาสามารถเอาไปบอกคนอื่นๆ ได้ ก็คือ การที่เธอมีเขาแค่คนเดียว” มันทำให้ผมรู้สึกผิด และก็ไม่ move on กับคำพูดนี้สักที ผมยังรู้สึกผิดกับสิ่งที่ผมทำลงไป ผมก็รู้ว่าการนอกใจเป็นเรื่องที่ผิดมาก แล้วผมก็รู้สึกแย่ที่ผมไม่สามารถแก้ไขคำพูดของเขา หรือกลับไปเป็นคนใหม่ให้เขาเห็นได้แล้ว เพราะเราก็เลิกกันมาได้เกือบเดือนแล้ว แต่ผมก็ยอมรับกับผลรับที่ผมทำลงไป ตอนนี้ผมเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า ผมต้อง move on ยังไงกับความรู้สึกนี้ดี ที่ยังยึดติดกับเขาอยู่ครับ?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องใช้เวลา เพราะเพิ่งเดือนเดียวเอง ผมว่าคำหนึ่งที่ผมคิดว่ามันใช่ คือ ช่วงเวลาที่เรามีสิทธิ์ที่จะดูแล เราก็ควรที่จะใช้สิทธิ์ในการดูแลนั้นให้ดีที่สุดในฐานะคนคบกัน เมื่อไหร่ที่มันจบแล้วบางคนเขาไปเลย เขาไม่ได้ต้องการคำแก้ตัวอะไร ในคำพูดที่เขาพูด ผมคิดว่าเขามีอะไรที่ไม่ชอบในตัวคุณเอ็กซ์เยอะมาก พอได้อยู่ด้วยกัน ซึ่งเพิ่งอยู่ด้วยกันมาแค่ 2 เดือน นั้นแปลว่าในมุมของเขา เขาไม่ถูกใจในตัวคุณเอ็กซ์หลายอย่าง นั้นอาจทำให้เขาพูดจาไม่รักษาน้ำใจหรือเปล่า แต่อย่างน้อยคุณเอ็กซ์ก็เป็นแฟนที่ซื่อสัตย์ พอตรงนี้มันไม่เหลือแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่าต้องทนกับผู้ชายคนนี้ทำไม ในเมื่ออย่างอื่นก็ไม่ได้ถูกใจ สมมติในเรื่องความมั่นใจ เขาอาจจะไม่ชอบผู้ชายแบบนี้ เขาอาจจะชอบผู้ชายที่เป็นผู้นำ แต่ถ้าถามว่ามันผิดไหม มันก็ไม่ผิด บางทีถ้าคุณเอ็กซ์เจอผู้หญิงที่ชอบเป็นผู้นำ มันก็อาจจะไปด้วยกันได้ แค่ชีวิตที่ลองใช้ร่วมกันมันไม่เข้ากัน และเรื่องเดียวที่เขาคิดว่ามันดี ดันมาเจอแบบนี้ เขาก็เลยไปเลย ส่วนจะ move on ยังไง มันต้องใช้เวลา มันแล้วแต่คน บางคนอาจไปหาอะไรใหม่ๆ หรืออาจหาคนใหม่ๆ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับเวลา เวลามันก็จะค่อยๆ เยี่ยวยาไปตามสเต็ปของมัน’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ที่ผ่านมามันก็เป็นแค่ช่วงหนึ่งของชีวิต มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต สิ่งที่คุณเอ็กซ์เจอก็ต้องรับบทเรียนไป ซึ่งมันมีราคาที่จะต้องจ่าย ของชิ้นนี้มันหลุดมือเราไปแล้ว มันไกลเกินกว่าที่มือเราจะเอื้อมถึงแล้ว ฉะนั้นอยากจะ move on ก็ต้องทิ้งอดีต ไม่ต้องไปคิดถึงว่าทำไมเราทำแบบนั้น ทำไมวันนั้นไม่ทำแบบนี้ ซึ่งมันผ่านไปแล้ว ให้มองหาทางเลือกใหม่ที่จะเข้ามาในชีวิตเรา และถ้ามันยังเจ็บปวดอยู่ มันเป็นเรื่องของเวลา และราคาที่ต้องชดใช้ มีหนึ่งคำคมสำหรับคนที่ต้องการ move on ถ้าเรามั่วแต่ร้องไห้ น้ำตาทุกหยด เราเป็นคนเช็ดมันเอง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เอ็กซ์ต้องยอมรับก่อนว่าสิ่งที่ตัวเองทำตอนนี้มันผิด ซึ่งมันก็มีทั้งคนผิดที่ได้รับโอกาส กับคนผิดที่ไม่ได้รับโอกาสแก้ไข ซึ่งในกรณีของแฟนคนนี้ พี่ว่าเอ็กซ์จะไม่ได้รับโอกาสแก้ไข จากนั้นก็ต้องให้อภัยตัวเอง เพื่อที่เราจะไปต่อให้ได้ ไม่งั้นเราก็นอนจมอยู่กับความรู้สึกผิดอย่างนี้ไปจนวันตาย มันไม่มีประโยชน์ ให้อภัยตัวเองเสร็จแล้วไปต่อ ถ้ามีโอกาสได้สร้างความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนใหม่ก็ต้องไม่ทำแบบนี้อีก แค่นี้พอ เอาความผิดพลาดนี้เป็นบทเรียน มีชีวิตต่อไป และทำดีกับแฟนคนต่อๆ ไป มีปัญหาก็เคลียร์กันให้จบ ไม่ใช่มีปัญหาแล้วเอาใจไปคุยกับคนอื่น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจ เพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆ จนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลย

16 ส.ค. 2023

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจ เพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆ จนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลย

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจเพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆจนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลยตอนนี้ไม่มั่นใจในตัวเองเลย ทำยังไงให้เอาความรู้สึกพวกนี้หมดไปสักที “คุณอิง (นามสมมุติ)” อายุ 21 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (9 ส.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหานัด One Night Stand ครั้งแรก ยังไม่ทันเริ่ม ก็โดนเขาบอกว่าอย่าล่ก แล้วก็ออกจากห้องไปเลย โดย “คุณอิง (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เหตุการณ์ที่หนูเจอ ทำให้หนูเสียความมั่นใจจากการนัด ONS (One Night Stand) หนูขอเกริ่นก่อนว่า... ครั้งนี้คือการนัด ONS ครั้งแรกของหนู คิดว่าเรียนมหาลัยมา 4ปีแล้ว หนูก็อยากลองสักครั้งนึง เราเจอกันทางแอปหาคู่ ส่วนรูปที่ใช้ในโปรไฟล์กับตัวจริงก็ใกล้เคียงกัน ใส่ฟิลเตอร์นิดหน่อย ซึ่งเขาอายุพอๆกับหนู เราคุยกันและตกลงนัดกันคืนนั้นเลย เพราะอยู่ใกล้กันมาก หลังจากนั้นเขาก็มาที่ห้องหนู คือตอนนั้น ยอมรับเลยว่าเขินมากไม่รู้จะเริ่มยังไง หนูก็เลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยนู่น นั่น นี่ ช่วงแรกๆเขาก็ตอบหนูปกติ ดูจอยกับเรามาก สักพักนึงเขาก็เริ่มตอบบ้าง ไม่ตอบบ้าง นั่งเล่นโทรศัพท์บ้าง เริ่มไม่จอยแล้ว ซึ่งในระหว่างที่หนูชวนเขาคุย เขาจะพูดขึ้นมาตลอดเลยว่า เธออย่าล่กดิว่ะ อย่าล่กได้ปะ พอเห็นเขาพูดบ่อย ๆ หนูก็เลยเลิกถามเขา มันก็เลยกลายเป็นการเงียบใส่กัน แต่หนูว่า หนูก็ไม่ได้มีแสดงอาการตัวสั่น ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น หนูคิดว่าอาจจะชวนเขาคุยเยอะเกินไปกว่าที่หนูคิด ตอนคุยกันก็ถามประมาณ เธอเคยนัดหรือป่าว นัดมากี่คนแล้ว เรียนที่ไหน คณะอะไร คำถามประมาณนี้... หลังจากนั้นเขาก็พูดย้ำอีกรอบ เธอดูล่กจัง ถ้าไม่อยากทำ เดี๋ยวกลับก็ได้นะ หนูก็เลยถามเขาไปตรงๆว่า จะเริ่มเลยไหมหละ? เขาก็พยักหน้า แล้วเหมือนแบบสถานการณ์ตอนนั้นเขาดูแฮปปี้ขึ้นมาเลย ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เขาตึงใส่หนู แล้วทีนี้ก็ตามสเต็ปเลย เล้าโลมกันปกติ แล้วหนูก็เหมือนอยากจูบเขา ก็เลยถามเขาว่า ไม่ Kiss กันหน่อยหรอ เขาก็นิ่งใส่หนูไปแป๊ปนึง แล้วก็ตอบกลับมาว่า เราไม่ค่อยชอบจูบอะ หลังจากนั้นเขาก็หยุดทำทุกอย่าง แล้วก็พูดต่ออีกว่า เธอดูล่กว่ะ ไม่ธรรมชาติเลย แล้วเขาก็โยนเสื้อมาปิดหน้าอกหนูไว้ แล้วก็ลุกขึ้น บอกกับหนูอีกรอบว่า เธอดูล่กอะ ไม่ธรรมชาติ แล้วก็ออกจากห้องหนูไปเลย ตอนนั้นคือหนูนั่งเอ๋อเลย หนูตั้งตัวไม่ทันว่าหนูผิดอะไร ที่หนูโทรเข้ามาวันนี้ก็เพราะ มันเสียความมั่นใจไปแล้ว คืนนั้นหนูนอนไม่หลับ รู้สึกดาวน์มาก ไม่มั่นใจในตัวเอง หนูอยากรู้วิธีเอาความรู้สึกนี้ออกไป แล้วก็อยากรู้ว่าที่หนูทำออกไปคืนนั้นมันดูล่กจริงๆหรอ? หนูค้างคาใจมากที่อยู่ดีๆเขาก็ไปเลย ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” เริ่มให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับคนบางคนที่เขาจะนัดมาเพื่อมีเพศสัมพันธ์ เขาไม่ต้องการการพูดคุยนะ เขามาเพื่อต้องการทำสิ่งนั้นแล้วจบ แล้วก็กลับ มันไม่ใช่การมาเดท เขาไม่ได้ต้องการมาอารัมภบท ไม่ต้องการจะรู้จัก บางคนไม่สนใจชื่อด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร มันคือการนัดมาเพื่อทำกิจกรรมนั้นอย่างเดียว เรารู้สึกการที่น้องพยายามพูดคุย พยายามไปถามอย่าง “อยากจูบ” คือถ้าธรรมชาติคนที่เขาทำอะไรแบบนี้ เขาจะไม่ถาม ถ้าอยากทำเขาทำเลย พี่เลยรู้สึกว่าเนี่ยคือสาเหตุที่เขาทำแบบนั้นกับอิง แต่เอาจริง ๆ มันมีสาเหตุอีกมากมาย ที่พี่พูดคือพี่เดาจากสถานการณ์ที่อิงเล่ามานะ ต่อมาที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ไม่รู้ธรรมชาติของการนัดมีอะไรกันผ่านแอป เพราะเท่าที่พี่ฟัง พี่ไม่ได้รู้สึกมันล่ก หรืออะไรนะ พี่ก็รู้สึกมันคือการทำความรู้จักกันก่อน แบบเปิดประตูมาจะให้จุดระเบิด ปั้ง โป้ง เป้ง แล้วแยกย้าย มันก็ตลกนะ หรือเอาแบบนี้ คิดในมุมพี่ อิงดันไปเจอคนที่เขาโผงผาง คนละสไตล์กับเรา ทั้งสองคนอาจต้องการเซ็กส์เหมือนกัน แต่คนนึงไม่อยากคุย อีกคนอาจจะเออเราคุยกันก่อนสิ แล้วดันไปเจอคนที่ไม่รักษาน้ำใจ ขี้รำคาญ มันก็หงุดหงิดอะไรมาด้วยหรือเปล่า แต่พอพี่ฟังจบ พี่กลับรู้สึกโชคดีจังเลย เหมือนเป็นโชคดีของอิงที่ไม่ได้อะไรมากกว่านี้กับคนนี้ เพราะไม่รู้ว่าถ้ามีอะไรกันจริงๆ แล้วพอแยกย้าย บรรยากาศตอนนั้นอาจจะทำให้อิงรู้สึกยิ่งด้อยค่าตัวเองลงไปอีกหรือเปล่า เราอาจจะมาลงในสนามที่เราไม่เคย แล้วเราก็ไม่รู้ธรรมชาติของคนในแอปนี้ ว่าเขาต้องแนะนำตัวไหม คุยกันแค่ไหน หลายครั้งที่คนโทรเข้าพุธทอล์ค พุธโทร แล้วเล่าว่าไปเล่นผิดสนาม มือใหม่ เข้าไปเขาอาจจะมีทำเนียมของเขาที่เราอาจไม่รู้ เพราะฉะนั้นพี่ว่าเรื่องนี้ไม่อยากให้เอาไปผูกกับความมั่นใจ หรือคุณค่าในตัวเอง พยายามคิดไว้ว่าในโลกที่เขานัดเจอกันผ่านแอป มันก็ไม่ต้องมานั่งประดิดประดอยกันมาก ถ้าเราอยากประดิดประดอย อยากคุยก็ต้องลองช่องทางอื่น เอาเป็นว่า รสนิยม สไตล์มันดันไม่ตรงกัน แล้วดันไปเจอคนไม่แคร์อะไรด้วย จะไปก็ไปเลย มันเลยทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราอยู่ถูกที่ ถูกเวลา แล้วก็ถูกคน มันก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทั้งหลายทั้งมวลถ้าต้องการอะไรที่สวยงามก็หาช่องทางที่เหมาะสมกับเรา และกลับไปถามกับตัวเองว่า “ฉันเหมาะกับ One Night Stand หรือเปล่า” ปิดจบกันที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า “ไม่ต้องไปเสียความมั่นใจ คนนั้นก็อ่อนด้อยเหมือนกันแหละ ทำไมไม่เริ่มก่อนหละ มาว่าอิงล่ก ก็เปิดมาก่อนสิ ถ้าเปิดเราก็พร้อมตามอยู่แล้ว เป็นผู้ชายก็ลุกมากก่อนสิ งี้ก็มือใหม่เหมือนกันนั้นแหละ เข้าไม่ถูกไง” ‘เอาแบบนี้ถ้าอยากได้คนที่มีชั้นเชิง เป็นงานก็อาจจะต้องหาคนที่อายุมากกว่านี้ แล้วอิงเป็นคนชอบแบบมีเรื่องราวก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ ถ้าแบบนี้เวลาหนูเข้าในแอป มันจะมีให้เลือกหลายประเภท มันมีโอกาสที่หนูจะเจอคนแบบจู่โจม หนูลองเปลี่ยนสนามไปร้านเหล้า มีคนแนะนำ เราดีลกันหน้างาน หนูยังเลือกคนได้ ยังสนทนากันได้นิดนึง ยังพอได้จีบกันหน่อย…..’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย แฟนผมเขาลำบากมาก่อน จนตอนนี้ได้งานเป็นเลขา ไปทำงานต่างจังหวัด ทำงานได้ 2 อาทิตย์ หัวหน้าผู้ชายซื้อของแบรนด์เนมให้ ปลดหนี้ให้หลักแสน ล่าสุด หัวหน้าแฟนผมเมาสารภาพรักกับแฟนผม ตอนนี้ผมกลัวมากว่าเค้าจะใช้เงินซื้อแฟนไปจากผม...

05 ก.ค. 2024

ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย แฟนผมเขาลำบากมาก่อน จนตอนนี้ได้งานเป็นเลขา ไปทำงานต่างจังหวัด ทำงานได้ 2 อาทิตย์ หัวหน้าผู้ชายซื้อของแบรนด์เนมให้ ปลดหนี้ให้หลักแสน ล่าสุด หัวหน้าแฟนผมเมาสารภาพรักกับแฟนผม ตอนนี้ผมกลัวมากว่าเค้าจะใช้เงินซื้อแฟนไปจากผม...

“คุณเอ็ม (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 ก.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องแฟนที่ลังเลในความสัมพันธ์ระหว่างเราหลังจากที่หัวหน้ามาสารภาพรัก โดย “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัญหาของผมตอนนี้ คือแฟนผมต้องไปทำงานที่อยู่ไกลกัน ซึ่งตำแหน่งงานของแฟนผม คือเลขา เวลาไปไหนมาไหนก็ต้องตัวติดกับหัวหน้า 24 ชั่วโมง ทำให้ผมและเค้ามีเวลาติดต่อกันน้อย โดยหัวหน้าคนนี้เป็นคนที่รวยมาก ในวันแรก ๆ ที่แฟนผมไปทำงานหัวหน้าคนนี้ก็ซื้อโทรศัพท์ให้แฟนผม ซื้อของให้หรู ๆ พาไปกินของแพง ๆ แถมยังใช้หนี้ให้แฟนผม ในใจผมก็คิดว่าดีเพราะหัวหน้าดูแลดี แต่บางเวลาก็ต้องอยู่กับหัวหน้าแบบสองต่อสอง ผมก็ไม่ได้คิดอะไรผมเลยให้แฟนรายงานเวลาไปไหนมาไหนตามประสาแฟน แต่มันทำให้แฟนผมน้อยใจ เพราะก่อนหน้านี้แฟนผมเทคแคร์ เอาใจใส่ผม แต่ผมให้ความสำคัญกับมันน้อย แฟนผมจึงน้อยใจว่าตอนร้องขอทำไมไม่ได้บ้าง อยู่มาวันหนึ่งหัวหน้าของแฟนผมก็เมา แล้วสารภาพกับแฟนของผมว่าแอบชอบแฟนผม แต่ผมก็ไม่รู้ว่าต่อจากนั้นเป็นยังไงเพราะแฟนผมก็เล่าให้ผมฟังแค่นี้ แต่เรื่องนี้ทำให้แฟนของผมรู้สึกอึกอัดว่าตัวแฟนเองก็มีผมและมีหัวหน้าที่มาสารภาพว่าชอบ บวกกับแฟนผมที่กำลังน้อยใจผมอยู่ก็เครียดขึ้นไปอีก ซึ่งเรื่องราวนี้พึ่งเกิดขึ้นได้แค่ 1 สัปดาห์ แฟนผมจึงเอาเรื่องนี้ไประบายกับหัวหน้า ซึ่งพอหลังจากที่แฟนผมไประบายกับหัวหน้าผมก็รู้สึกว่าทัศนคติแฟนผมเปลี่ยนไป และสนใจผมน้อยลง เช่นเวลาผมลงสตอรี่แล้วแท็กไป แฟนผมก็จะไม่สนใจเหมือนแต่ก่อน เวลาทักไปหาก็ถามคำตอบคำเหมือนไม่อยากคุยด้วย ทั้งที่แต่ก่อนแฟนผมจะเป็นคนที่ลงสตอรี่และแท็กมา แต่ในตอนนั้นผมก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ซึ่งตอนนี้ผมกังวลว่าแฟนผมจะทิ้งผมไปหาคนที่มีเงินมากกว่ารึเปล่า บวกกับเรื่องที่อยู่ไกลกัน และไม่ค่อยได้คุยกัน ผมเลยอยากให้พี่ ๆ ช่วยประเมินสถานการณ์ว่าต่อไปจะเป็นยังไง และมันจะแก้ไขตรงไหนได้บ้าง เพราะผมเองก็ไม่อยากเสียเค้าไป’ โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สถานการณ์ของเอ็มตอนนี้ พี่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้แล้ว มันก็คือสถานการณ์ของแฟนที่กำลังนอกใจ แล้วเวลาที่แฟนมีคนอื่น เค้าจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิม และเราในฐานะแฟนเราจะสัมผัสได้ว่าแฟนของเราไม่เหมือนเดิม มันเป็นสัญญาณ พี่ไม่สามารถพูดได้ว่าแฟนของเอ็มไปกับทางนู้นแล้ว 100% แต่มันเป็นสัญญาณของคนที่นอกใจคือเค้าจะเริ่มเป็นแบบนี้ ตอนนี้ก็อยากให้เอ็มอยู่กับปัจจุบัน แล้วก็สังเกตเลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างเอ็มกับแฟนมันเป็นยังไง มันยังโอเคอยู่มั้ย ถ้าไม่โอเคต้องพูดคุยกัน แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่มีการพัฒนา หรือแฟนเอ็มกลับมาเป็นเหมือนเดิม เอ็มต้องทำใจค่ะ เราทำอะไรไม่ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้ก็อย่าไปงอแงหรือเพิ่มปัญหา ถ้าแฟนเอ็มออกตัวมาว่าตอนนี้กำลังสับสนวุ่นวาย เราต้องเป็นคนใจเย็นให้เค้าถึงแม่ว่าในใจเราจะว้าวุ่น เราต้องทำให้เค้าอยากจะคุยอยากจะปรึกษากับเอ็มอยู่ แต่ถ้าเอ็มไปงี่เง่าเค้าจะยิ่งไป แต่ในกรณีที่ถ้าเค้าไปอยู่แล้ว มันก็จะทำให้เอ็มแพ้อย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งพี่ว่าสถานการณ์นี้จะเป็นสถานการณ์ที่วัดคนเลย ถ้าเค้ากลับมาหาเอ็มก็อยากให้เอ็มรักษาคนนี้ไว้นาน ๆ แต่ถ้าเค้าไปก็นะได้รู้ส่าเค้าเป็นคนแบบนี้ เพราะระยะเวลาหนึ่งปีเรายังไม่รู้จักกันมากหรอกเอ็ม ถ้าเราเสียเค้าด้วยเรื่องนี้ไป ก็ถือว่าดีแล้วที่เสียคนแบบนี้ไป’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าคำว่ารักแท้แพ้เงินมันก็มีอยู่จริง เราก็ต้องยอมรับว่าบางทีรักแท้มันกินไม่ได้ และเอ็มกับเค้าก็พึ่งเริ่มต้นยังไม่ถึงหนึ่งปี มันก็ไม่ได้บอกว่าเราจะต้องร่วมหัวจมท้ายเป็นคู่ชีวิตกันไปตลอด มันยังไม่ถึงวันนั้น เพราะฉะนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ ลองดูละครสิละครก็สร้างมาจากชีวิตจริง บางทีชีวิตจริงจริงก็แรงกว่าละครอีก ทั้งหลายทั้งมวลเป็นเป็นเหตุการณ์ที่พิสูจน์ว่าคน ๆ หนึ่งเค้าจะอยู่กับเรารึเปล่า เงื่อนไขมันมีแค่นี้เองว่าเค้าอยากจะอยู่กับเอ็มรึเปล่า ถ้าเค้ามีอะไรที่ทำให้ไขว้เขวแล้วคำตอบเค้าคือ “ฉันก็ไม่ได้อยากจะอยู่กับเอ็มไปตลอดนี่” มันก็ต้องแยกกันแค่นั้นเอง มันก็จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เอ็มเก็บเลเวลในเรื่องความรัก อดหักบ้างจะได้รู้ว่าความรู้สึกนี้เป็นยังไง ครั้งหน้าพี่เชื่อว่ามันจะแข็งแกร่งมากขึ้น แค่ต้องยอมรับความจริง พี่ว่ามันชัดตั้งแต่ให้เค้าใช้หนี้ให้แล้ว และเลือกที่จะระบายกับหัวหน้าไม่ใช่เอ็ม การที่เราจะเสียคน ๆ หนึ่งไปกับสถานการณ์แบบนี้มันก็เข้าใจได้ คนเรามันก็มีเหตุผลในการตัดสินใจคนละแบบ ณ วันที่ยังวัยรุ่นกันอยู่เค้าก็มีโอกาสที่จะได้เลือกได้ลองได้เจอกับชีวิตที่เค้าอาจจะไม่เคยเจอ เช่น ความหรูหราที่เข้ามา ได้เป็นแฟนซีอีโอ ซึ่งมันเข้าใจได้ ว่า ณ วันนี้เราอาจจะแพ้ แต่เราอาจจะไม่ได้แพ้ตลอด’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอายุ 26 ตั้งใจทำงาน ลงทุนเก็บเงินไปเรื่อยๆ แพลนใช้เงินตอนอายุ 30 กว่าๆ แบบสบาย แต่เวลาไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ตอนกลับคู่อื่นเขามีรถใช้กันหมดแล้ว คู่ผมนั่ง Taxi จนรู้สึกกดดันตัวเองที่ยังไม่มีอะไรแบบคนอื่นเลยนอกจากเงินในบัญชี 7 หลัก

29 เม.ย. 2024

ผมอายุ 26 ตั้งใจทำงาน ลงทุนเก็บเงินไปเรื่อยๆ แพลนใช้เงินตอนอายุ 30 กว่าๆ แบบสบาย แต่เวลาไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ตอนกลับคู่อื่นเขามีรถใช้กันหมดแล้ว คู่ผมนั่ง Taxi จนรู้สึกกดดันตัวเองที่ยังไม่มีอะไรแบบคนอื่นเลยนอกจากเงินในบัญชี 7 หลัก

“คุณที (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 เม.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจพี่อ้อย - ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล’ เกี่ยวกับปัญหาอยากจะมีเงินเก็บเยอะๆ แต่เห็นคนอื่นมีรถ เลยรู้สึกกดดันว่าต้องมีบ้าง... โดย ​“คุณที (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ต้องขอท้าวความก่อนว่า ผมมาจากครอบครัวที่ฐานะทางการเงินไม่ดีเท่าไหร่ จะพูดว่าไม่ดีเลยก็ได้ พอได้เริ่มมีงานทำ ฐานะทางการเงินก็ค่อยๆดีขึ้น แต่ว่าผมก็ยังฝังใจกับความจนที่เจอมาอยู่ พอทำงานหาเงินได้ ก็ตั้งตาตั้งหน้าเก็บเงิน มีเอาไปลงทุนบ้าง เพราะหวังว่าสักวันนึงจะได้มีความมั่นคงทางการเงิน ทำยังไงก็ได้ให้ตัวผมออกห่างจากความจนให้ได้มากที่สุด ซึ่งผมคบกันแฟนคนนึง มาได้ประมาณ 2 - 3 ปี แฟนคนนี้เป็นแฟนที่ผมรู้สึกว่าดีที่สุดตั้งแต่ที่ผมเคยคบใครมาเลย แต่ก็จะมีบางเรื่องที่ทำให้เราสองคนเถียงกันได้ตลอด คือ เรื่องการใช้เงิน ผมกับแฟนมีรายได้จากการทำงานใกล้เคียงกัน เวลาใช้เงินผมจะเป็นคนที่ใช้เงินค่อนข้างตึงนิดนึง ส่วนแฟนก็จะใช้เงินแบบหย่อนกว่าผมหน่อย พูดง่ายๆเลยก็คือ เรายังหาตรงกลางที่ลงตัวไม่ค่อยเจอ แต่ผมกับแฟนก็พยายามปรับตัวเข้าหากันตลอด ผมจะเป็นคนที่วางแผนเรื่องการใช้เงินให้เขา เช่น เดือนนี้เก็บเท่านี้ดีมั้ย ช็อปปิ้งประมาณนี้นะ จะได้มีเงินเก็บบ้าง จนมีอยู่วันหนึ่ง ผมไปนัดสังสรรค์กับเพื่อนๆ โดยที่เพื่อนๆก็พาแฟนไป ตัวผมเองก็พาแฟนไปด้วยเหมือนกัน ทีนี้ตอนกลับบ้าน เพื่อนๆ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถของตัวเอง มีแค่ผมกับแฟนที่เดินออกไปปากซอยเพื่อเรียกรถแท็กซี่ ตอนนั้นผมก็รู้สึกเขินๆอยู่นิดนึง เพื่อนๆ 4 - 5 คู่ เขามีรถส่วนตัวกันหมด แต่ผมไม่มี แฟนผมก็พูดประมาณว่า ทำไมเราไม่มีเหมือนคนอื่นบ้าง คนอื่นเขามีรถกันหมดเลย ผมก็พยายามอธิบายให้เขาฟังว่า ช่วงนี้อยากสร้างเนื้อสร้างตัวก่อน ถ้ามีเงินแล้ว รถจะมีเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็เข้าใจความรู้สึกเขา เพราะตอนนั้นผมก็เขินเหมือนกัน เวลาที่เรามีเป้าหมายชีวิตแบบนี้ มันอาจจะไม่ได้เหมือนกับคนอื่น ผมอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ผมควรจะมีความคิดแบบไหนที่จะไม่ให้โดนสังคมภายนอกกดดันว่า ต้องมีแบบนู้น มีแบบนี้ในเวลาอายุเท่านี้ อาจจะแนะนำความคิดทั้งตัวผมเองแล้วก็แฟนผมด้วยก็ได้ ทำยังไงให้ไม่รู้สึกว่าโดนสังคมภายนอกกดดัน? โดย “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ส่วนใหญ่ความกดดันนั้น เราก็เป็นคนเอามาใส่ตัวเราเองทั้งนั้น เพื่อนก็ไม่ได้ถามคุณทีว่า ทำไมไม่มีรถล่ะ ซื้อรถสิ ก็ไม่มีใครบอกรึป่าว แต่คนที่มองรถที่ขับออกไป แล้วก็เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ ก็เป็นตัวเราเอง ที่คุณทีรู้สึกเป็นส่วนน้อยเพราะว่า มันทำยากเพราะคนสมัยนี้ก็วัตถุนิยม มีนู่นมีนี่ แต่คนที่คิดได้อย่างคุณที มีวิธีการดำเนินชีวิตที่ชัดเจน คุณทีอาจจะรู้สึกว่าน้อย แต่มันไม่ได้แปลว่าดีหรือไม่ดี ถ้าเรามีวิธีคิดแล้วมันพิสูจน์ได้จริง ณ ตอนนี้เราไม่ได้มีรถแต่เราก็ใช้ชีวิตอยู่ได้ แล้วเงินเก็บเราก็เพิ่มพูนมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าจะทำยังไง มีวิธีคิดยังไง เพื่อให้ปัจจัยอื่นๆในสังคมไม่มากดดันเรา เราก็ต้องไม่ไปเอามันมากดดันตัวเอง ในเคสของคุณที คือ การเอาสิ่งนั้นๆ มากดดันตัวเอง โดยที่ปัจจัยภายนอกมันไม่ได้มากดดันคุณทีเท่าไหร่ คุณทีต้องคิดว่ารถคันหนึ่ง กับ เป้าหมายที่คุณวางไว้อันไหนสำคัญกว่า โลกยุคนี้ถูกดำเนินด้วยสื่อโซเชียล มันทำให้ชีวิตของคนอื่น มามีผลต่อชีวิตของเรามากมาย ซึ่งมันเป็นกันทั้งโลก แล้วถ้าคุณทีจะเป็นหนึ่งในคนที่ไม่เป็นแบบนั้น ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีนะ แล้วก็ให้เวลามันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสิ่งต่างๆที่เราตั้งใจอดออมเก็บเงิน สุดท้ายแล้วมันออกดอกออกผลในอนาคต’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณทีพึ่งอายุ 26 เอง การที่ยังไม่มีรถในวัยนี้ พวกพี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่พี่เผือกพูดก็ถูก ตอนนี้โลกมันมีการแข่งขันกันมาก เปิดโซเชียลมาก็เจอคนโชว์ไลฟสไตล์ชีวิตที่มีความสุข ซึ่งบางทีเราก็เคยได้ยินที่เขาพูดกันว่า ไม่มีใครโชว์ความทุกข์ของตัวเองให้คนอื่นเห็นหรอก เขาเลือกด้านที่ดีให้คนอื่นเห็นอยู่แล้ว ซึ่งมันก็อาจจะมีผลที่ทำให้คนต้องแข่งขันกัน แต่ทุกวันนี้พี่ว่าคนเขาเคารพความเป็นแบบปัจเจกของคนมากกว่า มันไม่ได้มาตัดสินว่า คุณมีอายุเท่านี้ คุณจะต้องมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ ความคิดแบบนี้มันเคยมีในสมัยพวกพี่ ต้องทำงานมีเงิน มีบ้าน รับราชการ เหมือนโลกทุกวันนี้มันหลากหลายมาก แล้วคนก็เคารพกันมากขึ้นด้วย คุณจะทำอะไรมันคือสิทธิ์ของคุณ ถึงคุณจะไม่ได้ทำงานสำเร็จ และถึงคุณจะมีอาชีพเล็กๆ แต่คุณมีความสุข นั่นก็คือสิทธิ์ของคุณ หรือคุณจะเป็นนักธุรกิจยิ่งใหญ่ มันก็คือสิทธิ์ของคุณทั้งหมด เพียงแต่คุณมีความสุขรึป่าวกับสิ่งที่คุณเป็น แค่นั้นเอง และที่คุณทีบอกว่า ผมเขินที่จะต้องไปเรียกรถแท็กซี่ พี่จะให้ดูพี่เป็นตัวอย่าง พี่ต้องบอกยามให้เรียกรถแท็กซี่ให้ในทุกวันที่พี่มาจัดรายการ เพื่อนพี่ทุกคน ดีเจเผือก ดีเจต้นหอม มีรถกันหมด ส่วนพี่เดินข้ามถนนไปเรียกรถหน้าตึกแกรมมี่กลับบ้าน แต่พี่ก็รู้สึกว่าพี่ไม่ได้จะเขินอะไรนะ เพราะนั่นมันคือวิถีที่เราเลือกแล้ว พี่ก็มีความสุขกับสิ่งที่พี่เลือกแบบนี้ เพราะงั้นถ้าคุณทีเลือกที่จะเก็บเงิน ซึ่งมันก็เป็นวิธีที่ดีต่อชีวิตคุณทีด้วย คุณทีต้องไม่ทำให้อะไรเหล่านี้มาทำให้เราแบบไขว้เขว เพราะสิ่งที่คุณทีคิดและทำมาตลอด เรื่องที่เลือกจะเก็บเงิน ต้องภูมิใจในตัวเองมากๆเลยนะ ตอนที่พี่อายุเท่าคุณทีเงินในบัญชีพี่ติดลบ แต่คุณทีมีเงินเยอะขนาดนี้ แล้วทำไมปล่อยให้เรื่องแค่ว่า เราไม่มีรถ เราต้องไปเรียกรถแท็กซี่มากวนใจ พี่ว่าคุณทีต้องแข็งแกร่งกว่านี้ และพี่ไม่อยากให้คุณทีคิดแบบนั้น ให้เลือกว่าเรามีความสุขแบบไหนดีกว่า’ สุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ความสุขไม่ได้อยู่ที่ว่าเรามีอะไร มันอยู่ที่ว่าเรารู้สึกยังไงกับสิ่งที่เรามีมากกว่า ทุกคนมีสไตล์ และมีความสุขเป็นของตัวเอง คนอื่นถือแบรนด์เนม ถ้าคุณไม่ได้ถือแบรด์เนม ก็ไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจ คนมีเงินเยอะแยะมากมาย ที่ไม่ได้เอาเงินไปซื้อแบรนด์เนม แต่เขาอาจจะเอาเงินของเขาลงกับการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นความสุขของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน พี่ว่ามันหมดยุคแห่งการที่บอกว่า มีรถ ถือว่าคือมีชีวิตที่ดี หรือแสดงให้เห็นว่าเพราะสถานะทางการเงินดีถึงมีรถได้ แต่พี่ไม่รู้สึกแบบนั้น เพราะฉะนั้นวันนี้ การที่คุณทีบอกว่า โดนสังคมกดดัน พี่ว่าไม่ใช่ คุณทีต่างหากที่กดดันตัวเองและเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับสังคม ทุกคนมีมาตรฐานเป็นของตัวเอง และบางทีชีวิตคนอื่นมองอยู่ไกลๆยังไงก็สวย พออยู่ด้วยอาจจะเป็นอีกแบบ พี่รู้สึกว่าสิ่งหนึ่งที่มันเกิดขึ้นคือ เราต่างหากที่กำลังด้อยค่าชีวิตของเราเองอยู่ สมมติว่าคุณทีไปไหนกับแฟน แล้วแฟนถามว่า เมื่อไหร่เราจะมีรถเหมือนกับคนอื่นเขาบ้างนะ บางคนเขามองชีวิตของคุณทีคือ ดูสิเขาได้เดินกลับบ้านกับแฟนอ่ะ เห็นมั้ยทุกคนมีมุมน่าอิจฉา และมุมที่น่าสงสารของตัวเองที่แตกต่างกันไป เรามัวแต่ไปมองมุมน่าอิจฉาของคนอื่นใหญ่โต แล้วเห็นน่าสงสารของตัวเองใหญ่กว่า ทั้งหมดอยู่ที่วิธีคิด และสังคมที่คุณทีบอกก็ไม่ใช่สังคมทั้งหมดด้วยนะ คุณทีไปเห็นในกลุ่มเพื่อนเท่านั้น แล้วก็คิดว่านี่คือสังคมในกลุ่มใหญ่ พี่คิดว่าชีวิตของคนเรามันง่ายแค่ว่า คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงให้พอเถอะ คุณจะได้มีแรงในการหาเงิน แต่ถ้าวันนี้สุขภาพไม่แข็งแรง มีเงินแต่ต้องเอาเงินไปจ่ายค่ารักษาโรงพยาบาล ก็ไม่คุ้มกับชีวิตที่ต้องเหนื่อยมาก่อนหน้านี้ พี่ว่าความสุขของเรามันง่ายแค่นี้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-