คบกับแฟนมา 5 ปี เพิ่งรู้ว่าแฟนมีเชื้อเชื้อ HIV ตอนนี้แฟนมีอาการแทรกซ้อนจนต้องแอดมิท ผมควรไปต่อหรือพอแค่นี้ดีครับ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบกับแฟนมา 5 ปี เพิ่งรู้ว่าแฟนมีเชื้อเชื้อ HIV ตอนนี้แฟนมีอาการแทรกซ้อนจนต้องแอดมิท ผมควรไปต่อหรือพอแค่นี้ดีครับ?

03 ก.ค. 2026

คบกับแฟนมา 5 ปี

เพิ่งรู้ว่าแฟนมีเชื้อเชื้อ HIV

ตอนนี้แฟนมีอาการแทรกซ้อนจนต้องแอดมิท

ผมควรไปต่อหรือพอแค่นี้ดีครับ?

       ‘คุณโจ (นามสมมติ)’ สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 กรกฎาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องราวที่เพิ่งทราบว่าแฟนที่คบกันมา 5 ปี ปิดบังเรื่องการติดเชื้อ HIV ตอนนี้เขาป่วยหนักจนต้องแอทมิดอยู่ที่โรงพยาบาล จึงอยากรู้ว่าควรจะไปต่อหรือควรพอกับความสัมพันธ์ครั้งนี้

       คุณโจเล่าว่า คบกับแฟนมาประมาณ 5 ปี แฟนมีอายุน้อยกว่า 2 ปี ที่ผ่านมาแฟนสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง และต้องเข้าโรงพยาบาลเกือบทุกปี รอบแรกที่ป่วยเข้าโรงพยาบาล คือ มีอาการอ่อนแรง ท้องเสีย ซึ่งการเข้าโรงพยาบาลรอบแรก แพทย์ไม่ได้บอกอะไร เพียงแต่รักษาอาการท้องเสียท้องร่วงเท่านั้น

       พอป่วยเข้าโรงพยาบาลรอบที่ 2 กลับมีจุดที่น่าสงสัย เนื่องจากแพทย์ขอตรวจเลือดด้วย ซึ่งแฟนก็ยินยอมให้ตรวจ แต่หลังจากนั้นคุณโจไม่เคยทราบผลเลือดแต่อย่างใด เมื่อถามไป แฟนก็จะตอบเพียงว่าผลเป็นลบ ไม่ติด แต่คุณโจก็ยังไม่คลายความสงสัย เพราะตั้งแต่ตอนนั้น แฟนก็ได้ยากลับมา และเป็นยาที่ต้องกินให้ตรงเวลาตลอด

       ต่อมาในการเข้าโรงพยาบาลรอบที่ 3 แพทย์ได้พูดถึงเรื่องยาต้านบ่อยมาก ถามว่า "ทำไมไม่มาหาหมอตามเวลา ทำไมถึงขาดยา" ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณโจได้ยินจากคุณหมอซ้ำ ๆ คุณหมอกล่าวว่า "โรคที่เป็นอยู่นี้สามารถติดต่อกันได้ และยังติดเชื้อได้หลายอย่าง รวมถึงตอนนี้ภูมิคุ้มกันตกแล้ว" จนกระทั่งครั้งล่าสุด คุณโจไปโรงพยาบาลและเป็นคนไปรับยามาให้แฟน จึงเห็นชื่อยาหน้าซองและลองค้นหาข้อมูล จนทราบความจริงว่าเป็นยาต้าน HIV 

       ในวันนั้น คุณโจเดินไปบอกแฟนทันทีว่ารู้แล้วว่ามันคือยาอะไร แต่แฟนกลับทำหน้างงและถามกลับว่ายาอะไร คุณโจจึงนำข้อมูลยาให้ดู แฟนก็ทำท่าทางเหมือนตกใจว่า "ตนเองเป็นโรคนี้จริง ๆ หรอ" 

       ที่ผ่านมาทั้งคู่เคยมีเพศสัมพันธ์กันทั้งแบบป้องกันและไม่ป้องกัน ปัจจุบันคุณโจยังไม่ได้ไปตรวจ เนื่องจากตอนที่ตั้งใจจะไปตรวจ แฟนมีอาการป่วยแทรกซ้อนและตรวจพบว่าติดเชื้อราในกระแสเลือด เป็นเหตุให้แอทมิดเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง ตอนนี้แฟนอาการหนักมาก ลงจากเตียงไม่ได้ คุณโจจึงไม่สามารถไปตรวจได้ เพราะต้องคอยติดตามอาการของแฟนอยู่ตลอดเวลา 

        ส่วนเรื่องการติดเชื้อ HIV คุณโจทำใจไว้แล้วว่าหากติดก็พร้อมจะอยู่ด้วยกันและรักษาไปพร้อมกัน แต่ในการเข้าโรงพยาบาลรอบนี้คุณโจดันเปิดโทรศัพท์ของแฟนดู และพบว่าในช่วงที่แฟนเดินทางไปทำธุระที่บ้านทำให้ทั้งคู่ห่างกัน แฟนได้แอบสมัครแอปพลิเคชันหาคู่และสมัครแบบพรีเมียมไว้ด้วย เมื่อเห็นเช่นนั้นคุณโจจึงบอกกับที่บ้านของแฟนว่าไม่อยากไปต่อกับความสัมพันธ์นี้แล้ว แต่ก็ยังสงสารทั้งตัวแฟนและครอบครัวของเขา เพราะตอนนี้ครอบครัวของแฟนไม่มีใครที่สามารถจะดูแลแฟนได้ เนื่องจากคุณแม่ของแฟนก็ป่วยหนัก ปัจจุบันคุณโจจึงรับหน้าที่ดูแลแฟน 100% 

        คุณโจจึงอยากทราบความคิดเห็นของพี่ ๆ ดีเจว่าควรจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร ควรทิ้งแฟนไปหรือไม่ เพราะถ้ารู้ว่าแฟนตั้งใจโกหกเรื่องติดเชื้อคุณโจก็รู้สึกโกรธมากเช่นกัน

        หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด ดีเจได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า “เป็นพี่ พี่ก็โกรธนะ สำหรับพี่ ถ้าเป็นแล้วควรบอกกัน ยังไง HIV มันก็ควบคุมรักษาได้ บางคนกินยาต้านจนหายได้ มันมีวิธี แต่อันนี้เขาดูตั้งใจปกปิด คิดว่าเขารู้ตั้งแต่แรก ๆ แล้ว และเขาก็ยังคงใช้ชีวิตในไลฟ์สไตล์ที่ผู้ติดเชื้อไม่ควรทำอย่างการเล่นแอป และเขาไม่ดูแลตัวเอง ไม่ทานยา ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ยากเลยกับการทานยา 

        ไม่ผิดที่คุณโจจะโกรธผิดหวังกับเขา ถ้าวันนี้คุณโจจะทิ้งเขาไปเลย หลายคนฟังคงมองว่าชอบธรรม เพราะมันเกิดจากเขาไม่รับผิดชอบชีวิตตัวเอง แต่สำหรับพี่ ในฐานะคนที่เคยรักกันมา 5 ปี ถ้าเห็นว่าเขาไม่มีใครแล้วและเขาอยู่ในสภาพหนัก หากวันนี้คุณโจตรวจแล้วผลเป็นลบถ้าจะดูแลเขาในฐานะคนเคยรักกัน อย่างน้อยเราไม่ได้ทิ้งเขาในยามที่เขาต้องการความช่วยเหลือมาก ๆ แล้วหลังจากนั้นคุณโจค่อยออกมา สุดท้ายขึ้นอยู่กับคุณโจเลย อยากให้คุณโจดูตัวเองด้วย เอาที่คุณโจแฮปปี้ด้วย”

        คุณโจได้เล่าเสริมว่า ณ ตอนนี้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะดูแลแฟนอย่างดีไปจนกว่าเขาจะหายดีและสามารถดูแลตัวเองได้ จากนั้นค่อยมาคุยกันต่อว่าจะเอาอย่างไร เพราะได้รับปากกับที่บ้านของแฟนไว้แล้วว่าจะดูแลให้เต็มที่ที่สุด แต่คุณโจก็ยังมีความรู้สึกผิดต่อทั้งตัวเองและครอบครัวว่าทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ 

        ดีเจเติ้ลจึงกล่าว่า “มองว่าเรื่องนี้เป็นบทเรียน ให้รู้เอาไว้ว่าคนที่เราคิดว่าไว้ใจได้ก็อาจไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไป เป็นบทเรียนว่าหากคราวหน้าคุณโจมีแฟนใหม่แล้วแฟนป่วย อาจจะต้องพูดคุยกันมากกว่านี้และไม่ปล่อยให้เรื่องราวเลยเถิด การโทษตัวเองในตอนนี้ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว”

        ถัดมาที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ตอนนี้อยากให้โฟกัสกับตัวเองก่อน นับถือใจคุณโจ ใจคุณโจมันน่ากราบ คนที่โดนขนาดนี้และยังตอบกับตัวเองได้ 100% ว่าจะดูแลเขาให้ดีที่สุด คนอย่างนี้น่านับถือ แต่จะขออย่างเดียวว่าอยู่โรงพยาบาลแล้วเดินเข้าไปหาคุณหมอหน่อย ใช้เวลาไม่นานเลย เข้าไปปรึกษาว่าเป็นแฟนของผู้ป่วยและยังไม่ได้ตรวจ เราควรเอาตัวเองให้รอดก่อน

        ส่วนเรื่องเขา เราคงมีคำตอบให้ตัวเองอยู่แล้ว ทำเท่าที่ไหว แค่คุณโจยังดูแลเขาต่อก็เป็นการให้อภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว แต่คุณโจควรรู้สึกผิดต่อตนเองและครอบครัว เพราะคุณโจไม่ดูแลตัวเองเลย ไม่ห่วงตัวเองเลย คุณโจควรตรวจตั้งแต่วันแรกที่ทราบเรื่องแล้ว อยากให้เอาความห่วงที่มีให้เขาใส่ตัวเองด้วย พรุ่งนี้ตื่นเช้ามาไปหาคุณหมอเลยนะ”

        สุดท้ายคำแนะนำจาก ‘ดีเจต้นหอม’ “ทำเท่าที่เราไหว ถ้าเขาหายจากโรคนี้แล้วก็คุยกันว่าเราจะเลิกกัน แต่ถ้าเกิดว่าสุดท้ายอาการเขาหนัก ก็เหมือนกับส่งคนรักครั้งสุดท้าย เราทำดีที่สุดแล้วค่ะ ห่วงตัวเองด้วย เพราะจริง ๆ เพราะถ้าเป็นใหม่ ๆ มันหายได้ HIV และเป็นกำลังใจให้คุณโจ”

        ด้าน ‘ดีเจเผือก’ ได้พูดทิ้งท้ายว่า “อยากให้รีบไปตรวจเพราะยิ่งเร็วยิ่งรับมือได้ ไม่อยากให้ไปเจอคุณหมอแล้วเขาพูดว่า ‘ถ้ามาสักเดือนที่แล้วผลของยาจะดีกว่านี้ครับ’ “

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แม่สามีมาช่วยดูแลหลาน ทำให้หนูไม่มีเวลาได้อยู่กับลูกเลย แถมจะพาลูกไปอยู่ต่างจังหวัดอีก หนูอยากเปลี่ยนไปจ้างน้าสาวมาเลี้ยงแทน แต่ก็ต้องใช้เงิน หนูควรจัดการเรื่องนี้ยังไงดีคะ

03 ก.ค. 2026

แม่สามีมาช่วยดูแลหลาน ทำให้หนูไม่มีเวลาได้อยู่กับลูกเลย แถมจะพาลูกไปอยู่ต่างจังหวัดอีก หนูอยากเปลี่ยนไปจ้างน้าสาวมาเลี้ยงแทน แต่ก็ต้องใช้เงิน หนูควรจัดการเรื่องนี้ยังไงดีคะ

แม่สามีมาช่วยดูแลหลานทำให้หนูไม่มีเวลาได้อยู่กับลูกเลยแถมจะพาลูกไปอยู่ต่างจังหวัดอีกหนูอยากเปลี่ยนไปจ้างน้าสาวมาเลี้ยงแทน แต่ก็ต้องใช้เงินหนูควรจัดการเรื่องนี้ยังไงดีคะ ‘คุณดาว’ (นามสมมติ) สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 กรกฎาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ ถึงปัญหาที่ว่าคุณแม่สามีมาช่วยเลี้ยงลูกให้ แต่กลับเอาไปเลี้ยงเองหมดจนทำให้คุณดาวที่เป็นแม่อึดอัด ‘คุณดาว’ อายุ 27 ปีได้เล่าว่า ในตอนแรกที่ท้องได้ตกลงกับสามีว่าจะให้คุณย่า (แม่สามี) มาช่วยเลี้ยงลูก เพราะคุณดาวทำงานประจำ แต่พอคลอดลูกออกมา สัญชาตญาณความเป็นแม่ทำให้คุณดาวอยากอยู่กับลูกและอยากเลี้ยงเอง จึงชวนคุณย่ามาเลี้ยงหลานที่บ้านตนเอง แต่คุณย่าอยู่ที่ต่างจังหวัดก็ไม่สะดวกที่จะย้ายมาอยู่ถาวร จึงตกลงมาช่วยเลี้ยงแค่ในช่วง 1 เดือนแรก เมื่อคุณย่ามาถึง กลับกลายเป็นว่าคุณย่าเลี้ยงลูกเองทั้งหมด จนคุณดาวแทบไม่ได้ดูแลลูกเลย เช่น พอคุณดาวจะขออาบน้ำให้ลูก คุณย่าก็ให้คุณดาวมาทำแค่ช่วงอาบน้ำ แต่หลังจากนั้นคุณย่าก็พาลูกไป หน้าที่ของคุณดาวเหลือแค่เพียงปั๊มนมและล้างขวดนม ยิ่งผสมกับฮอร์โมนคุณแม่หลังคลอดที่กำลังสวิง ทำให้คุณดาวร้องไห้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ด้วยความที่เกรงใจคุณย่าและไม่กล้าพูดตรง ๆ จึงยังไม่ได้พูดอะไรออกไป ในฝั่งของสามีซึ่งเป็นมือใหม่ในการเลี้ยงลูกก็ไว้ใจให้คุณแม่ของตัวเองจัดการ เพราะเชื่อว่าคุณแม่จะช่ำชองกว่า แต่ความคิดเห็นในการเลี้ยงดูเด็กของคุณย่าก็เป็นแบบคนโบราณที่จะขัดกับคำแนะนำของหมอที่คุณดาวเชื่อ แต่ถึงอย่างนั้นคุณดาวก็ไม่กล้าที่จะแย้งหรือพูดอะไรออกไป เมื่อครบหนึ่งเดือนคุณย่าต้องกลับต่างจังหวัดไป คุณดาวมีความสุขมาก แต่พอถึงเวลาที่ต้องกลับไปทำงาน เวลานั้นจะไม่มีใครเลี้ยงลูก คุณดาวก็กลับมากังวลอีกครั้งเพราะคุณดาวไม่อยากให้คุณย่ามาเลี้ยงแล้ว และคุณดาวก็เริ่มรู้สึกกลัวที่จะเสียลูกไป กลัวว่าคุณย่าจะโน้มน้าวให้พาลูกไปอยู่ต่างจังหวัดด้วย คุณดาวจึงมีแผนที่จะจ้างน้าสาวของตัวเองที่กำลังว่างงานมาช่วยเลี้ยงลูกแทน เพราะนอกจากจะเป็นคนคุ้นเคยแล้ว ในฐานะนายจ้าง คุณดาวจะมีความกล้าในการสั่งงานและกล้าปฏิเสธมากกว่า แต่แผนนี้ก็ยังมีความไม่แน่นอน เพราะได้คุยกับน้าสาวไว้แค่เบื้องต้น และยังไม่ได้ตกลงเรื่องเงินเดือนกันอย่างชัดเจน คุณดาวจึงกังวลว่าถ้าระหว่างนี้น้าสาวได้งานประจำทำไปก่อน แล้วต้องลางานมาเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน ก็อาจจะกลายเป็นปัญหาตามมาในอนาคตได้อีก ซึ่งปัญหาคือ สามีอยากให้คุณแม่มามีส่วนร่วมในการเลี้ยงลูก และต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยการเสนอเงื่อนไขว่าเดือนไหนคุณย่ามาเยี่ยมก็ไม่ต้องจ้างน้าสาว เดือนไหนคุณย่าไม่มาค่อยจ้าง ซึ่งคุณดาวมองว่าแผนนี้ใช้ไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นปัญหาในการว่าจ้าง และเรื่องเงินเดือนของน้าสาวในอนาคต อีกทั้งคุณดาวเองก็ไม่แฮปปี้ที่จะให้คุณย่ามาช่วยเลี้ยงลูก แต่ก็ยังคงไม่กล้าพูดตรง ๆ ทำให้รู้สึกสับสนและอึดอัดใจมาก ๆ เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ว่า “คุณดาวต้องเริ่มแสดงออกจากสิ่งที่รู้สึกก่อน ยิ่งผสมกับฮอร์โมนคุณแม่หลังคลอดด้วยแล้ว ยิ่งควรบอกความรู้สึกออกมาตรง ๆ แค่ครอบครัวขนาดเล็ก แค่พ่อแม่ลูกก็มีเรื่องให้จัดการเยอะแล้ว หากมีคนอื่นมาเพิ่มจะยิ่งมากความ ดังนั้นสามีควรจะเป็นตัวกลางในเรื่องนี้ให้ชัดเจนที่สุด ต้องคุยกับสามีให้รู้เรื่องก่อน เพราะตอนนี้เหมือนยังไม่มีใครรับรู้ความรู้สึกของคุณดาวเลย บอกสามีก่อนแล้วดูว่าเขาจะทำอย่างไร เราในฐานะพ่อแม่ควรมีสิทธิ์มากที่สุดที่จะกำหนดทิศทางการเลี้ยงลูก” ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ที่เสริมว่า “ตอนนี้คุณดาวไม่กล้าทำอะไรเลย ถ้าคุณย่ามาเลี้ยงก็คือมาช่วย ไม่ใช่มาแทนในบทบาทแม่ แต่เพราะคุณดาวไม่รู้ว่าถ้าพูดไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ก็เลยเลือกที่จะไม่พูด มันจึงไม่ถูกสื่อสารออกมา” ดีเจเติ้ลจึงแนะนำให้คุณดาวรวบรวมความกล้าและสื่อสารความต้องการของตนเองออกมาก่อน เพื่อตกลงกันให้ชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ปิดท้ายที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ที่สนับสนุนคำแนะนำทั้งหมดว่า “คุณดาวต้องมีความเด็ดขาดและกล้าที่จะสื่อสารออกไป ดีลกับน้าสาวเลยว่าเริ่มงานเดือนนี้นะ แล้วเราก็แค่บอกทุกคนว่า เดี๋ยวเดือนนี้น้าจะมาเลี้ยงแล้วนะ ถ้าแม่คิดถึงหลานแม่ก็มาเล่นกับหลานได้เลย (ไม่ต้องสลับจ้างน้าและให้ย่าเลี้ยง เพราะน้าก็อาจจะต้องการงานที่มั่นคง) ไม่มีปัญหาเลย กลั้นใจพูดออกไป เพื่อความสบายใจของตัวเองในระยะยาว”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

โลกกลมเกิ๊นนน!! สาวสองโทรปรึกษา ไม่เชื่อในรักแท้ของ LGBTQ+ จนมาเจอผู้ชายคนนี้ ดีทุกอย่าง แล้วเขาก็นัดหนูไปกินข้าว และพาน้องชายมาด้วย สุดท้าย หนูจำได้ว่าน้องชายของเขา คือคนที่หนูเคยเล่นแอปด้วย และนัดมีอะไรกันมาหลายครั้งแล้ว...

03 เม.ย. 2023

โลกกลมเกิ๊นนน!! สาวสองโทรปรึกษา ไม่เชื่อในรักแท้ของ LGBTQ+ จนมาเจอผู้ชายคนนี้ ดีทุกอย่าง แล้วเขาก็นัดหนูไปกินข้าว และพาน้องชายมาด้วย สุดท้าย หนูจำได้ว่าน้องชายของเขา คือคนที่หนูเคยเล่นแอปด้วย และนัดมีอะไรกันมาหลายครั้งแล้ว...

“คุณไอซ์ (นามสมมุติ)” อายุ 30 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 มี.ค.66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม โดย “คุณไอซ์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ขอท้าวความก่อนว่า หนูเป็นสาวประเภทสองและยังโสดอยู่ หนูไม่เชื่อเรื่องความรักเลยว่าจะเกิดขึ้นกับเพศทางเลือกหรือ LGBTQ อย่างหนู และหนูก็ใช้ชีวิตโสดมาเรื่อยๆ ถ้าเหงาก็มีการโหลดแอปหาคู่มาเล่นเพื่อคลายความเหงา แต่วันนึงความรักมันก็ได้เกิดขึ้นกับหนู ซึ่งหนูก็ได้เปิดใจให้ผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นรุ่นพี่ที่ทำงาน เขาก็เข้ามาจีบ เหมือนเขาเป็นคนที่มาเปิดประตูหัวใจของหนู ทะลายกำแพงความโสดของเราลง ให้เรากล้าที่จะคบกับใครสักคนมากขึ้น และเรื่องราวมันก็ดีมาก คบกันมาเรื่อยๆ สักระยะนึง ตัวหนูเองจะเป็นคนไม่ถามเรื่องส่วนตัว เรื่องการเป็นอยู่อะไรต่างๆของฝั่งผู้ชายเลย คือหนูจะไม่ยุ่ง ไม่ไปสืบหาอะไรทั้งสิ้น หนูรู้แค่ว่าเขาดีกับหนู หนูดีกับเขา แต่พอระยะเวลานานเข้าเขาก็อยากให้หนูรู้จักกับทางบ้านเขา ก็เริ่มจากเขานัดหนูไปทานบุฟเฟ่ต์ที่ห้างกับน้องชายเขาก่อน พอไปถึงร้านบุฟเฟ่ต์ หนูเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ผู้ชายคนนี้หนูรู้สึกคุ้นมาก แล้วเขาก็เดินมานั่งที่โต๊ะกับหนูกับแฟนของหนู หนูก็เลยรู้ว่า ผู้ชายคนนี้เป็นน้องชายของแฟน ซึ่งเขาเคยคุยกับหนูในแอพหาคู่และนัดเจอแล้วมีอะไรกัน ทั้งหนูและน้องชายเขาก็สตั้นกันไป ต่างคนต่างตกใจ น้องเขาก็ตกใจมากที่หนูเป็นแฟนพี่ชาย มันเหมือนเป็นละคร แต่ไม่ใช่ มันคือเรื่องจริง ที่เคยนัดมีอะไรกัน มันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่เป็นตลอดระยะเวลาที่หนูโสด 1 – 2 เดือน ก่อนที่จะมาเจอพี่ชายของเขา หลังจากนั้น หนูก็เฟดตัวออกมาจากแฟนหนูเลย หนูไม่สามารถทำลายความรู้สึกของพี่เขาได้ เพราะเขาดีกับหนูมาก เขาไม่เคยทำให้หนูเสียใจ และหนูก็ไม่ได้มีการติดต่อกับน้องเขาด้วย มันก็เลยเป็นคำถามกับพี่เขาว่าเขาทำอะไรผิด ทำไมหนูถึงต้องเดินออกมาจากเขาทั้งๆที่เขาก็ OPEN ในเรื่องของการที่หนูเป็น LGBTQ เพราะเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เขาก็งงกับตัวเองว่าเขาทำอะไรผิด หนูก็เลยบอกเขาว่า พี่ไม่ผิด แต่เราน่าจะไม่เหมาะกันตอนนี้ผ่านมา 5 เดือนแล้ว แต่หนูกับพี่เขายังเป็นเพื่อนกันอยู่ในเฟซบุ๊ก ก็ยังมีการกดไลก์ให้กันอยู่ หนูก็เคยโพสต์ประมาณว่า ทำไมโชคชะตาไม่เข้าข้างเรา ทำไมเราเจอเรื่องดีๆ แล้วเราต้องมีเรื่องแบบนี้ ทำให้เราต้องเดินออกมา เขาก็มากดหน้าเศร้า ทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงเขาอยู่ แต่เขาโทรมาหนูก็ตัดสายทิ้ง อยากถามพี่ๆว่าจากเหตุการณ์นี้ ถ้าหนูเดินออกมาจากเขาโดยที่หนูไม่ได้บอกเหตุผล ไม่บอกความจริง ไม่สามารถที่จะพูดความจริงในเรื่องนี้ให้เขาฟังได้ จนมันเป็นคำถามในใจเขา หนูผิดมั้ยหรือว่าหนูทำถูกแล้ว? 3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องนี้ไม่มีใครผิด แต่มันเป็นเรื่องของความซวยจริงๆ ถ้าให้แนะนำอยากจะให้ไปบอกเหตุผลกับเขา เผื่อจะได้ เพราะถ้ามันไม่ได้ขึ้นมายังไงก็เสมอตัว อย่างน้อยเราและเขาก็จะได้มูฟออนเร็ว ไม่ค้างคาใจกัน ยังไงก็แยกย้ายกันเหมือนเดิม แต่ถ้าเกิดบอกไปแล้วเขาโอเคก็นัดเจอเขาข้างนอกได้ ไม่ต้องเข้าบ้านเขา ไม่ต้องไปเจอน้องเขา ถ้าคบกันรอดเราก็แยกออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 2 คน แต่ถ้าคบกันแล้วไม่รอดก็แยกย้าย ที่แนะนำให้บอกเพราะไม่อยากให้สร้างปมหรือความรู้สึกแย่กับคนๆหนึ่งที่เขารู้สึกว่าไม่ดีตรงไหน ผิดอะไร เขาจะพยายามหาอะไรที่มันเป็นการโทษตัวเอง เราบอกเขาเพื่อให้เขารู้ว่าเขามีค่านะ แต่มันดันบังเอิญเกิดเรื่องไม่คาดคิดแบบนี้ขึ้นมา บางทีจากปัญหาที่เราแบกไว้ 100% เราอาจจะแบ่งไปให้เขา 50 ก็ได้ ที่เหลืออีก 50 ไปคิดต่อ แล้วถ้าช่วยกันคิดแล้วได้คำตอบว่าเราคงไปต่อกันไม่ได้จริงๆ คำตอบของไอซ์มันจะชัดเจนเลย ถ้าบอกเหตุผลมันจะชัดเจนกับความสัมพันธ์ของ 2 คนนี้เลยว่ามันจะไปในทิศทางไหนต่อ แล้วมันจะกลายเป็นว่า 2 คนจะช่วยกันเลือกทางของตัวเอง โดยที่ไม่ได้ทิ้งบาดแผลไว้ให้ใครข้างหลังไม่อยากให้คิดมาก ไม่ว่าไอซ์จะเลือกทางไหน บอกหรือไม่บอก ถ้าในอุดมคติการที่เราได้บอกอะไรโดยไม่ค้างคามันก็ดี แต่ในโลกความเป็นจริงมันก็มีบางเคสที่หนักใจเหลือเกินในการที่จะบอกแล้วก็เลือกที่จะหายไปเงียบๆ พอเวลาผ่านไปต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเองวันนั้นจะรู้แค่ว่าเราอย่าไปรู้เลย จังหวะนั้นก็แค่ไม่ใช่ สุดท้ายเราจะเรียนรู้เองว่าถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ เหตุผลมันเป็นแค่ส่วนประกอบก็เท่านั้นเอง...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมา 8 เดือน ล่าสุดแพลนทริปไปเที่ยวตปท. ด้วยกัน แต่กลับโดนแม่แฟนว่า ไปเที่ยวกัน แต่ไม่ให้เงินพ่อ-แม่ใช้ แฟนน้อยใจให้เราไปคุยแทน เลยบอกไปว่า คนอื่นเขายังขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่เลยนะ แม่แฟนสวนกลับมาว่า คิดได้แค่นี้เองหรอ สมองหมาปัญญาควาย

01 มี.ค. 2024

คบกับแฟนมา 8 เดือน ล่าสุดแพลนทริปไปเที่ยวตปท. ด้วยกัน แต่กลับโดนแม่แฟนว่า ไปเที่ยวกัน แต่ไม่ให้เงินพ่อ-แม่ใช้ แฟนน้อยใจให้เราไปคุยแทน เลยบอกไปว่า คนอื่นเขายังขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่เลยนะ แม่แฟนสวนกลับมาว่า คิดได้แค่นี้เองหรอ สมองหมาปัญญาควาย

คบกับแฟนมา 8 เดือน ล่าสุดแพลนทริปไปเที่ยวตปท. ด้วยกัน แต่กลับโดนแม่แฟนว่า ไปเที่ยวกัน แต่ไม่ให้เงินพ่อ-แม่ใช้แฟนน้อยใจให้เราไปคุยแทน เลยบอกไปว่า คนอื่นเขายังขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่เลยนะแม่แฟนสวนกลับมาว่า คิดได้แค่นี้เองหรอ สมองหมาปัญญาควาย ได้ยินปุ๊บน้ำตาไหลปั๊บที่บ้านไม่เคยใช้คำพูดรุนแรงแบบนี้กับเราเลย ถ้าเจอแบบนี้อีก ควรรับมือยังไงดี? “คุณจี (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 ก.พ. 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาแม่แฟนไม่พอใจและชอบใช้คำพูดรุนแรง “คุณจี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พอดีหนูมีเรื่องไม่สบายใจ โดนว่าด้วยคำพูดที่ไม่โอเค คือหนูเพิ่งคบกับแฟนมาประมาณ 8 เดือน แฟนหนูอายุ 29 ปี ซึ่งแฟนก็ซื้อบ้านเป็นของตัวเองแล้ว แยกออกมาอยู่ด้วยกัน 2 คน ขอเกริ่นก่อนว่าทางแม่ของแฟนค่อนข้างเป็นห่วงลูกชายมาก เพราะเขากลัวคนจะมาหลอกลูกเขา ครั้งแรกที่หนูโดนแม่แฟนว่าคือตอนที่เพิ่งคบกัน แล้วแม่เขาก็มาว่าหนู พูดให้ลูกเขาฟังว่าหนูอายุเยอะกว่า จะมาหลอกลูกเขาหรือเปล่า? ทำงานอะไรก็ยังไม่รู้ แล้วก็ได้เคลียร์กันไปรอบนึง บางทีเขาก็มาว่าหนูตอนที่ลูกชายเขาไปทำงาน เขาเข้ามาถามว่า หนูทำงานอะไร รู้จักกันได้ยังไง มีแพลนอะไรต่อในชีวิต แล้วก็ถามว่าไม่เคยแต่งงานใช่ไหม? อายุก็ขนาดนี้แล้ว หนูก็เลยบอกเขาไปว่าหนูยังไม่เคยแต่งงาน เพื่อนๆของหนูก็ยังโสดกันอยู่เลย แล้วเขาก็บอกมาอีกว่า ไม่ได้มาชุบมือเปิบใช่ไหม หนูก็ไม่ตอบโต้อะไร แล้วก็ไปบอกแฟน แฟนหนูเลยบอกว่า ขอโทษนะแม่เราเป็นแบบนี้ตลอดเลย แต่ถ้ามีอะไรให้บอกนะ เดี๋ยวเขาจะคุยกับแม่เขาเอง ต่อมาอีก 4 เดือน หนูก็กำลังจะมีทริปไปเที่ยวต่างประเทศกัน แล้วแฟนหนูเป็นคนที่ถ้ามีอะไรก็จะบอกแม่ทุกอย่าง ตอนที่อยู่ต่อหน้ากันแม่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร พอตกเย็น แม่เขาก็โทรมาหาแฟน หนูก็ไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกันเพราะหนูเห็นแฟนหนูหน้าเครียด ๆ แล้วเขาก็เอาโทรศัพท์มาให้หนูคุยกับแม่เขา แม่เขาก็พูดมาว่า จะไปเที่ยวกัน ทำไมไม่เก็บเงินไว้จ่ายหนี้ บ้านเป็นหนี้แล้วนะ หนูก็บอกอธิบายไปว่า แบ่งเงินไว้แล้ว แต่อันนี้ขอไปเที่ยวหน่อย ทำงานหนักมาทั้งปี พอคุยจบก็วางสายไปและคิดว่าไม่น่ามีอะไร จนเช้ามาแม่เขาก็ส่งข้อความมาหาหนูว่า เมื่อวานไม่โอเคเลยนะ ดูไม่มีมารยาททางสังคมเลย แม่ลูกเขาคุยกันอยู่มาคุยแทรกทำไม หนูก็บอกว่า ไม่ได้คุยแทรก แฟนหนูอะเป็นคนยื่นโทรศัพท์มาให้ แม่เขาก็ส่งมาอีกว่า ฉันไม่รู้หรอกนะเพราะฉันไม่ได้ไปอยู่ตรงนั้นด้วย หนูก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร แล้วก็ไปบอกแฟนว่าแม่เธอส่งข้อความมานะ แม่ไม่โอเค แฟนก็บอกหนูว่า งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เข้าไปคุยกัน คุยต่อหน้าจะได้ไปอธิบายด้วย พอตอนเย็นเราก็ไปหาแม่แฟนกัน แฟนหนูก็บอกแม่เขาว่า เนี่ยเมื่อวานนี้หนูอะไม่ได้แย่งโทรศัพท์ไป เพราะแฟนเริ่มอารมณ์ร้อนแล้ว เลยให้หนูคุยแทนเพราะหนูเป็นคนอารมณ์เย็น แม่เขาก็บอกว่า ฉันไม่รู้หรอก แต่ว่าพวกเธอก็เข้าข้างกันอยู่แล้ว อะไรก็ไม่เห็นหัวแม่ ทำงานได้ดิบได้ดีอะไรฉันก็ไม่รู้หรอก ไม่เห็นให้เงินแม่เลย เอาแต่ไปเที่ยว คือ บ้านแฟนหนูมีลูก 2 คน แฟนหนูเป็นลูกคนเล็ก พ่อเขาอยู่ต่างประเทศ แล้วเหมือนแม่จะคาดหวัง วันนั้นที่ไปคุยก็เกิดถกเถียงกัน แล้วเขาก็พูดประมาณว่า ทำไมลูกคนอื่นให้เงินพ่อแม่ ลูกฉันเป็นลูกอกตัญญูนะ ไม่ให้เงินพ่อแม่ใช้ แฟนหนูก็บอกว่า เดี๋ยวจะให้เงินนะ แล้วแฟนหนูก็มาบ่นตลอดเลยว่า แม่ไม่เคยภูมิใจในตัวเขาเลย ทั้ง ๆ ที่เขาก็ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนเลย หนูก็ให้กำลังใจเขาไปว่า เธอก็ดีกว่าคนอื่นตั้งเยอะนะ คนอื่น ๆ รอบตัวเราบางคนยังขอเงินพ่อแม่อยู่เลย ไปเที่ยวไหนเราก็เลี้ยงพ่อแม่ตลอดเลยนะ แฟนหนูก็บอกว่า เธอไปพูดให้แม่เขาฟังหน่อยว่าคนอื่นๆ เขาเป็นยังไงกัน หนูเลยยกตัวอย่างไปว่า เนี่ยคนอื่น ๆ เขายังไปขอเงินพ่อแม่อยู่เลยนะ เขาก็สวนมาเลยว่า โอ้โห!! เธอคิดได้แค่นี้เองหรอ สมองหมาปัญญาควาย หนูช็อคตรงนั้นเลย ทำอะไรไม่ถูก น้ำตาไหลออกมา แล้วเขาก็พูดมาอีกว่า ก็คิดกันแบบนี้ไง มันถึงได้ต่ำ มันมีที่ไหนเอาไปเทียบกับคนที่ต่ำกว่า เขามีแต่เทียบกับคนที่สูงกว่า แฟนหนูก็เลยบอกว่า แม่ มันก็แรงไป มันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น... หนูก็เฟลไปเลย แฟนหนูก็บอกว่า อย่าไปโกรธแม่เลย เพราะแม่เขาเป็นคนปากร้ายใจดี เดียวเขาก็หาย แต่หนูเสียความรู้สึกไปแล้วแล้วก็กลัวว่าวันไหนจะโดนอีกหนูอยากจะถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรจะรับมือยังไง ถ้าเจอแบบนี้อีก?’ โดย “ดีเจเติ้ล” ให้คำแนะนำว่า ‘พี่มีคำเดียวให้น้องจี คือคำว่าอดทน เพราะพี่รู้สึกว่าแม่เขาตั้งแง่ หรือว่าเขาเห็นว่าน้องจีไม่ดีพอสำหรับลูกเขา พี่ว่าที่เขาพูดมาตอนนี้มันดูไม่มีเหตุผล เหมือนเขาแค่งองแง เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง เหมือนเรื่องที่จะไปเที่ยวเมืองนอก ว่าจริง ๆ แล้วเราไม่ได้เอาเงินทั้งหมดไปเที่ยวนะ เราแบ่งค่าบ้านไว้แล้ว เขาก็เปลี่ยนเรื่องไป เป็นแล้วทำไม่ไม่ให้เงินฉัน เอาเงินไปเที่ยวกันน่ะ ซึ่งก่อนหน้านี้ถ้าไม่มีจี หรือไม่มีเรื่องนี้เขาก็ไม่พูด เราก็รู้แค่ว่า เขาก็แค่หาเรื่องว่าเรา แต่เท่าที่ฟังมาพี่ว่าก็ยังดีนะที่เขาก็แค่นี้ หมายถึงว่าเขาไม่ได้เข้ามาแทรก ๆ ด้วยวิธีอื่น เต็มที่ก็แค่โทรมาด่า มาคอมเม้นท์ เวลามีเรื่องมีราว พี่ก็รู้สึกว่ายังรับได้เหมือนแม่ผัวงี่เง่าที่ยังรับได้ แต่น้องจีก็ต้องอดทนและไม่เอาคำพูดเก็บมาคิดมาก พี่ว่าจีต้องอาจจะมองว่าเขาเป็นเด็กไปเลย คิดว่าสิ่งที่เขาพูดออกมามันมาจากอารมณ์เขา แล้วก็คิดไปเลยว่าเขางี่เง่า แล้วพี่คิดว่าแฟนน้องจีก็ทีมหนูนะ แม้ว่าเขาก็อาจจะสปอยแม่นิดนึง แต่ยังไงเขาก็รู้ว่าแม่เขาเป็นแบบนี้เลยไม่อยากให้ปะทะ เพราะฉนั้นรักษาความสัมพันธ์ไว้ อันไหนเลี่ยงได้เลี่ยง สำหรับพี่นะ’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำแนะนำว่า ‘เป็นเคสที่เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรเขาได้ยากที่สุด แล้วก็ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นจีหรือเป็นใคร หมายถึงใครที่เข้ามาก็ต้องเจอหมด ก็ต้องอดทน คนที่จะทำให้คลี่คลายได้ก็มีแค่ลูกชายเท่านั้น ไม่งั้นก็จะไม่มีปากมีเสียงถ้าลูกชายเอาอยู่ ก็ต้องทนอะถ้ารักลูกชายเขามากพอ เพราะทำอะไรไม่ได้ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เขาอาจจะหวงลูกชายเขาเพราะเขาไม่ได้เป็นความสำคัญเบอร์หนึ่งแล้ว เขาอาจจะน้อยใจ แล้วมันอาจจะหนักขึ้นด้วยเพราะเขาอายุเยอะนิดนึง ก็ต้องทนแหละ’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำแนะนำว่า ‘แต่ถ้าทนไม่ไหว ลองบอกกับคุณแม่เขารู้สึกตัวว่า หนูไม่ได้มาให้เขาเลือกอย่างเดียว หนูก็มาดูลูกชายคุณแม่ด้วยว่าผ่านไหม แล้วแม่แบบนี้เขาจะมีความภูมิใจในลูกชายตัวเองมาก ถ้าเรารู้สึกว่าลูกเขาก็ยังไม่ผ่าน เพราะครอบครัวแบบนี้หนูก็ยังไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วย คุณแม่ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะหนูเองก็อยู่ในช่วงศึกษา แสดงออกไปเลย เพราะแฟนมีหน้าที่เป็นกาวระหว่างคนสองคน ฉะนั้นเราให้เวลาเขาแต่เธอก็ต้องเด็ดขาดอะไรบ้าง แต่พี่รู้สึกว่าให้เว้นระยะไปเลยแล้วให้เขาไปคุยกับลูกเขา พอเขาจะวีนก็บอกไปเลยว่า แม่คุยกับลูกแม่ดีกว่า เพราะว่าลูกแม่เป็นคนตัดสินใจ ขอตัวไปนั่งรอที่อื่นดีกว่า แบบว่าให้เขาคุยกับรู้เขาดีกว่า อยู่กับปัจจุบัน ถ้าวันนี้มันยังดีอยู่ก็โอเค แต่ถ้ามาก้าวก่ายมาก็อาจจะต้องทบทวน และถามแฟนไปเลยว่า ที่เลิกกับแฟนเก่าเพราะเหตุผลอะไร นี่เป็นส่วนหนึ่งหรือป่าว เธอคิดที่จะแก้ไขไหม ถ้าเธอไม่แก้เราก็อาจจะมีจุดจบเหมือนแฟนเก่าเธอ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆ ชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีก เราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อ แต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ?

13 ก.พ. 2026

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆ ชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีก เราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อ แต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ?

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีกเราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อแต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ? ‘คุณขนมปัง (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 กุมภาพันธ์ 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนผู้ชายในกลุ่มมีพฤติกรรมแปลก ๆ จนเธอไม่สบายใจ ‘คุณขนมปัง (นามสมมุติ)’ อายุ 21 ปี ได้เล่าว่า เธอมีเพื่อนอยู่ 5 คน แต่คนที่จะเล่าถึงคือเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่ม เขามีลักษณะนิสัยที่เนิร์ด ชอบเล่นเกม เรียนเก่ง และเขาเป็นคนตัวเล็ก ทำอะไรไม่ค่อยคล่องตัว ซึ่งคุณขนมปังก็ได้รับความช่วยเหลือด้านการเรียนจากเขาบ่อย ๆ โดยปกติถ้ามีนัดทำงานกลุ่ม คุณขนมปังจะเป็นคนอาสาคอยไปรับไปส่งเพื่อนผู้ชายคนนี้เสมอ เพราะเขาพักอยู่หอในและไม่มีรถ วันหนึ่ง มีการนัดทำงานกลุ่มกันเช่นเคย และเธอก็ขับรถจักรยานยนต์ไปรับเพื่อน ๆ ตามปกติ โดยซ้อนมา 3 คน มีเธอเป็นคนขับ และเพื่อนผู้ชาย 2 คนเป็นคนซ้อน ซึ่งเพื่อนที่เธอเล่าถึงได้นั่งตรงกลาง เมื่อขับรถไปสักพัก ด้วยความที่พื้นที่มีไม่มาก ทุกคนจึงนั่งชิดกันมาก และเธอก็รู้สึกได้ว่า 'จุ๊ดจู้' ของเพื่อนชนที่หลังของเธอ เธอบอกให้เพื่อนขยับออกไป เพื่อนก็ขยับออกไป แต่ไม่นานก็กลับมาชิดหลังเธออีก และเป็นแบบนี้ทั้ง 3 วันที่เธอได้ไปรับไปส่ง เธอรู้สึกไม่ดี ไม่โอเค จึงเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มฟัง และขอความช่วยเหลือจากเพื่อนว่า ขอให้แฟนเพื่อนไปรับส่งผู้ชายคนนี้แทนเธอ หลังจากนั้น เธอเริ่มสังเกตได้ว่า เพื่อนคนนี้โฟกัสเธอและมองเธอมากเป็นพิเศษ จนรู้สึกว่าแปลก ไม่รู้ว่าเขาเริ่มมองเธอแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณขนมปังจึงตัดสินใจไปถามเพื่อนผู้หญิงคนอื่น ๆ ในกลุ่มว่าเรื่องนี้เธอคิดมากไปเองหรือเปล่า แต่เพื่อน ๆ ตอบว่า เพื่อนผู้ชายคนนี้ มองคุณขนมปังแบบนี้มาตลอด แต่คุณขนมปังไม่เคยรู้ตัว อย่างไรก็ตามเพื่อนเธอก็พูดในแง่ดีว่า อาจเพราะเขาไว้ใจเธอ เพื่อนในกลุ่มมีตั้ง 5 คน แต่เขาคุยได้แค่กับเธอ เขาจึงรู้สึกสบายใจ และสนใจเธอเป็นพิเศษก็เท่านั้น คุณขนมปังไม่ค่อยเชื่อ แต่เธอเองก็ไม่คิดว่าเพื่อนชายคนนี้จะคิดอะไรกับเธอในเชิงชู้สาวเช่นกัน เพราะเพื่อนคนนี้ก็รู้ว่าคุณขนมปังมีแฟนแล้ว และเธอยังสงสัยในเหตุการณ์ที่ซ้อนรถจักรยานยนต์ จึงทดลองนั่งซ้อนกับเพื่อน โดยเธอลองเป็นคนที่นั่งตรงกลาง พบว่ามันก็มีสิทธิ์ไหลไปชนคนหน้าได้ แต่ถ้าพยายามเกร็งตัวไม่ให้ไหลมันก็ทำได้ จึงไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเพื่อนตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ อีกเหตุการณ์หนึ่งคือ เธอได้ใส่เสื้อที่เพิ่งซื้อมาใหม่ไปเรียน เมื่อเพื่อนผู้ชายคนนั้นเห็นก็เดินมาชมว่า “เสื้อสวยนะ” คุณขนมปังก็ยิ้มตอบขอบคุณที่ชม แต่เมื่อพักเบรก เขาก็ทักอีกว่า “เสื้อสวยนะ” และพอเลิกเรียน ก็เดินมาพูดอีกว่า “เสื้อสวยนะ” คุณขนมปังก็แค่ขอบคุณ แต่รู้สึกได้ว่า เขาน่าจะอยากคุยด้วย แต่เป็นคนเริ่มบทสนทนาก่อนไม่เก่ง จึงทำได้แค่ชมเสื้อเรา ตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันมา เพื่อนผู้ชายคนนี้สนใจ ไว้ใจ และคุยกับคุณขนมปังแค่คนเดียว เธอจึงรู้สึกอึดอัด ไม่แน่ใจว่าเพื่อนชอบเธอในเชิงชู้สาวหรือเปล่า และถ้าเขาชอบเธอจริง ด้วยความเป็นเพื่อนเธอก็ไม่อยากให้เราทั้งสองมองหน้ากันไม่ติด หรือไม่อยากรู้สึกอคติกับเขา แต่เมื่อยิ่งไม่สนใจ เขายิ่งพยายามทำตัวให้มาใกล้ชิดเรามากขึ้น เช่น เมื่ออยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เพื่อนผู้ชายคนนี้ก็จะพยายามแทรกวงมาเพื่อให้ได้อยู่ข้าง ๆ คุณขนมปัง จึงอยากปรึกษาว่า ในเมื่อตอนนี้เธออึดอัด และไม่สบายใจมาก แต่อยากให้สถานการณ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม ควรทำอย่างไร หรือควรวางตัวอย่างไร ดีเจทั้งสามคนมีความคิดเห็นว่า เขาอาจจะแค่อยากให้เราสนใจ เพราะคาแรคเตอร์เขาเป็นเหมือนเด็ก ๆ เราดีกับเขา เขาเลยอยากดีกับเราบ้าง และเมื่อคุณขนมปังเริ่มสังเกต และรู้สึกแปลก จนค่อย ๆ เฟดตัวออกมา เริ่มสนทนาน้อยลง เขาจึงกลัวว่าจะเสียเพื่อนดี ๆ แบบคุณขนมปังไป ดีเจมองว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ตัวขนมปังเองแค่รู้สึกไม่ชอบเขาเท่านั้น เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ พูดว่า "ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด พี่อยากให้ใส่คำว่าเมตตาลงไป เขาอาจจะสบายใจเมื่อคุยกับเรา รู้สึกดีกับเราในฐานะเพื่อน อาจเคยมีคนทำร้ายหรือปฏิเสธเขามา แต่คุณขนมปังไม่ปฏิเสธเขา และเหตุการณ์บนรถจักรยานยนต์ เขาอาจไม่ได้ตั้งใจคุมคาม" ตามด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ให้ลองเอาแฟนของเรามาอยู่ในกลุ่มด้วยดู เพื่อที่ให้เห็นว่าคุณขนมปังมีแฟน จะได้มั่นใจว่าเขาจะไม่คิดเรื่องชู้สาวกับเรา แต่ถ้ามันอึดอัดมาก ก็เจอกันและคุยกันแค่ตอนเรียน ไม่ต้องยุ่งกับเขาในเวลาอื่น มันอาจจะดูใจร้าย แต่มันก็ดีกว่าการปฏิเสธหรือทำร้ายจิตใจเขาโดยตรง" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก’ แนะนำว่า "เอาแบบที่คุณขนมปังสบายใจ ถ้าไม่โอเค ก็เฟดออกมา แต่ในวันนี้ ถ้าอยากแก้ปัญหาจริง ๆ ก็คงต้องตามใจคุณขนมปัง ว่าจะอยู่ต่อหรือไม่ แต่พี่มั่นใจว่า การที่ขนมปังโทรมา ขนมปังคงมีความเมตตาอยู่บ้างแล้ว เพราะงั้นเมตตาเท่าที่เราจะสบายใจ ให้เขาใกล้ได้แค่เท่าที่เราคิดว่าควรใกล้’ ‘ดีเจต้นหอม’ เสริมอีกว่า "แต่อย่าทำท่าทีบึ้งตึง เขาจะได้สบายใจ ไม่อย่างนั้นเขาจะพยายามหาคำตอบว่าเขาทำอะไรให้ขนมปังโกรธหรือเปล่า แต่เรื่องจุ๊ดจู้ คราวหลังควรพูดไปเลยว่า “มึงถอยไปหน่อย มันชนกูแล้วเนี่ย” เขาจะได้รู้ว่าเราไม่โอเค"เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-