บ้านเรากำลังรีโนเวทใหม่ เลยไปขออาศัยกับบ้านญาติ กลายเป็นมีสมาชิกอยู่ในบ้าน 5 คน แต่มี 1 ห้องน้ำ บางครั้งเราอยากเข้าห้องน้ำมันก็จะเต็มตลอด เราทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

บ้านเรากำลังรีโนเวทใหม่ เลยไปขออาศัยกับบ้านญาติ กลายเป็นมีสมาชิกอยู่ในบ้าน 5 คน แต่มี 1 ห้องน้ำ บางครั้งเราอยากเข้าห้องน้ำมันก็จะเต็มตลอด เราทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง

21 พ.ค. 2026

บ้านเรากำลังรีโนเวทใหม่ เลยไปขออาศัยกับบ้านญาติ

กลายเป็นมีสมาชิกอยู่ในบ้าน 5 คน แต่มี 1 ห้องน้ำ

บางครั้งเราอยากเข้าห้องน้ำมันก็จะเต็มตลอด

เราทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง

      ‘คุณฟรีคิก’ (นามสมมติ) สายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษาจาก ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่ต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวใหญ่ แต่มีปัญหาเรื่องการใช้ห้องน้ำ

      ‘คุณฟรีคิก’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า เธอเองมีเหตุที่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่บ้านญาติ เพราะบ้านที่เคยอยู่กำลังรีโนเวทใหม่ โดยบ้านหลังนี้มีพ่อ แม่ ย่า ลุง และตัวคุณฟรีคิกเอง ซึ่งปัญหาอยู่ที่เธอไม่สามารถใช้ห้องน้ำในเวลาที่ต้องการ บางวันต้องรีบวิ่งเข้าไปจองห้องน้ำทันทีถ้าเห็นว่าตอนนั้นไม่มีใครกำลังใช้ห้องน้ำอยู่ ถึงแม้ว่าตัวเธอเองไม่ได้คิดจะใช้ห้องน้ำ และอีกเหตุผลที่ห้องน้ำไม่ค่อยว่างคือ ผู้สูงอายุในบ้านชอบซักผ้าในห้องน้ำ ทำให้ไม่สามารถใช้ห้องน้ำในช่วงเวลานั้นได้ และเนื่องจากเธอมาขออาศัยอยู่ด้วยจึงเกรงใจที่จะขอเข้าไปใช้ห้องน้ำ

      เธอยกเหตุการณ์เพิ่มเติมว่า ในวันหนึ่งช่วงเวลาประมาณ 9 โมง จะเป็นช่วงเวลาชุลมุนในบ้าน เธออยากเข้าห้องน้ำมากแต่ห้องน้ำก็ไม่ว่าง คุณฟรีคิกจึงต้องจำใจไปทำธุระเบาที่ใต้ต้นมะม่วงนอกบ้านแทน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอมั่นใจว่าไม่มีใครเห็นอย่างแน่นอน และเหตุการณ์ที่หนักใจที่สุดคือ คุณฟรีคิกตื่นมารออาบน้ำตั้งแต่ 6 โมงเช้าเพื่อจะเตรียมตัวไปเข้ายิมต่อ แต่จนเวลา 7 โมงแล้วก็ยังไม่ได้อาบน้ำ จะขับรถออกไปยิมก็ไม่ทันเพราะรถติดมาก ทำให้วันนั้นไม่ได้อาบน้ำและต้องตรงไปที่ออฟฟิศ คุณฟรีคิกต้องขออนุญาต CEO ว่าขอตัวไปอาบน้ำก่อนจึงจะมาเข้าทำงาน นี่คือผลจากปัญหาที่ห้องน้ำไม่พอต่อจำนวนคน เธอจึงอยากได้คำแนะนำว่า 'จะแก้ไขเรื่องปัญหาห้องน้ำไม่พออย่างไรดี'

      เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้กล่าวว่า “อาจจะแก้ปัญหาด้วยการไปเช่าห้องอยู่แทน หรือถ้าหากจำเป็นต้องอยู่ที่บ้านก็ลองใช้แพมเพิสผู้ใหญ่ก็ดี ดีกว่าไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง”

      ต่อด้วย ‘ดีเจเผือก’ ที่สมทบคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า “แต่ถ้าหากทำธุระใต้ต้นมะม่วงได้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แพมเพิสหรอก อาจจะไปอาบน้ำที่ฟิตเนสก็ได้นะ จัดการเวลาให้ทัน หรือจากคำแนะนำของพี่เติ้ลที่ให้ไปเช่าห้องอยู่ก็โอเค เพราะห้องน้ำก็มีได้แค่ห้องเดียวอยู่แล้วแก้ปัญหาไม่ได้”

      ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “ถ้าแก้ที่เจ้าของบ้านไม่ได้ ก็ต้องแก้ที่ตัวเองตามที่ทุกคนให้คำแนะนำไป ไปเช่าห้องอยู่ที่อื่นใกล้ ๆ ละแวกบ้านเดียวกัน”

       นอกจากนี้ และคุณฟรีคิกยังเสริมคำถามปิดท้ายด้วยว่า หากเป็นดีเจทั้งสามจะแก้ปัญหาอย่างไรถ้าไม่ย้ายออก ดีเจทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าก็จะตื่นเช้ากว่าเดิมเพื่อที่จะได้เข้าไปใช้ห้องน้ำก่อน หรือแปรงฟันที่ออฟฟิศและอาบน้ำที่ฟิตเนสก่อนเข้าบ้านแทน

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

07 มิ.ย. 2024

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้วเราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิตย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา รู้สึกติดค้างไม่ได้พูดอะไรกับเขาเลย “คุณนิค (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [5มิ.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความรักที่ความรู้สึกยังค้างคา โดย “คุณนิค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เป็นเรื่องราวที่เราเคยถูกผู้หญิงคนหนึ่งทิ้งไปนานมากแล้ว ซึ่งเรื่องมันจบไปแล้วแต่เรายังรู้สึกผิดอยู่ เริ่มจากเราเคยเป็นเพื่อนร่วมห้องกันมาก่อนตั้งแต่ม.ปลาย เค้าเคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อนแล้วก็ค่อยมาคบกับเราที่เป็นทอม เวลาที่เค้าทะเลาะกับเพื่อนเราก็จะอยู่ข้าง ๆ เค้าตลอด เค้าก็มักจะบอกกับเราว่า “อย่าทิ้งเค้าไปไหนนะ” เพราะเราเหมือนเป็นที่พึ่งทางใจให้กับเค้า จนจุดเปลี่ยนมันเกิดช่วงที่เราทั้งคู่เข้ามหาลัย เค้าสอบติดมหาลัยที่อยู่ต่างจังหวัด เราก็ไปส่งเค้าที่สนามบิน แต่หลังจากนั้นได้ 2 อาทิตย์เค้าก็โทรมาบอกเลิกเราเลย ทั้งๆไม่มีสัญญาณอะไรและเราก็ไม่ได้เตรียมใจไว้เลย ซึ่งเหตุผลที่เค้าบอกเราคือเราขี้หึงเกินไป งี่เง่าเกินไป โทษความผิดให้กับเราหมดเลย เราเลยไปส่องเฟซบุ๊คของเค้า และสิ่งที่เราเจอคือเค้าโพสรูปคู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะเป็นคนคุยใหม่ของเค้า เราเลยโกรธเค้ามาก ไล่ลบรูปคู่ทั้งหมด บล็อกเค้าทุกช่องทาง แต่ด้วยความที่พี่สาวของเราเรียนที่มหาลัยเดียวกับเค้า เราเลยยังได้ทราบข่าวเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง หลังจากจบมหาวิทยาลัย แฟนเก่าเราประกาศแต่งงานทันที เราก็แอบรู้สึกช็อคนิดนึงแต่ก็รู้สึกว่ามันผ่านมานานมากแล้วทำไมถึงต้องไปคิดอีก แต่มันดันมีเรื่องบังเอิญที่ทำให้เราต้องไปเจอเค้าและภาพที่เราเห็นคือเค้ากำลังอุ้มลูกอยู่ เราตัวชา ทำตัวไม่ถูก เลยเลือกที่จะเดินสวนไป ผ่านไปสักพักเราก็ได้ยินข่าวคราวอีกทีคือเค้าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทั้งแม่และพี่สาวก็ไปให้กำลังใจเค้าและเหมือนจะดีขึ้น แต่สุดท้ายเค้าก็เสียชีวิต พอเราได้ยินแบบนั้นก็เหมือนโลกถล่ม สิ่งที่เราพยายามเกลียดเค้าหรือลืมเค้ามาโดยตลอดทำให้เราเสียศูนย์ไปเลย เราเลยขอแฟนคนปัจจุบันไปงานศพของเค้า และเราก็เสียใจที่คุยกับเค้าผ่านธูป และบอกกับตัวเองว่าทำไมเราไม่ทักไปคุยกับเค้า ทำไมเราถึงใจร้ายกับเค้า เราเลยกลับไปดูในเฟสบุ๊คคือเค้าไม่เคยลบรูปคู่กับเราเลย มันเลยยิ่งทำให้เราคิดว่าทำไมมีแต่เราที่มีทิฐิ และโกรธเค้าอยู่ฝ่ายเดียว ทำให้เราต้องไปปรึกษาจิตแพทย์และกินยา แต่เมื่อไหร่ที่นึกถึงเค้าเราก็จะร้องไห้ตลอด เลยอยากจะถามพี่ ๆ ว่าเราผิดมั้ยที่ตอนเลิกกันเราบล็อกเค้าทุกช่องทาง และถ้าอยากเลิกคิดเรื่องนี้พี่ช่วยแนะนำมุมมองใหม่ให้ได้มั้ยคะเพราะเราจมปลักกับตรงนี้มานานมาเกินครึ่งปีแล้ว’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณนิคไม่ผิดที่บล็อกเค้าเพราะเค้าบอกเลิกเรา จริง ๆ สำหรับผู้หญิงเรื่องแบบนี้เค้าวางแผนมาแล้วว่าจะเลิก กะว่าไปถึงอีกจังหวัดเค้าจะหาวิธีบอกเลิก หรือเค้าอาจจะไปแล้วไปเจอใครที่นู้นภายใน 2 อาทิตย์ สำหรับหอมมันก็คือการนอกใจ ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เราต้องเสียดาย เป็นหอมหอมก็ไม่ทักหา อาจจะใช้เวลาไปสักพักถึงจะให้อภัย ฉะนั้นตรงนี้ไม่ผิดอยู่แล้วเพราะเลิกกันไม่ดี ส่วนรื่องเปลี่ยนมุมมอง หอมว่าเราไม่ใช่หมอดู ไม่มีใครรู้อนาคตว่าใครจะต้องไปเจออะไร แล้วสัจธรรมของชีวิตคน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องปกติมาก ไม่วันหนึ่งคุณนิคไปเค้าก็ไป มันไม่ใช่ความผิดเรา สิ่งที่เราทำมันก็ถูกต้องแล้วคือต่างคนต่างใช้ชีวิตเพราะเลิกกันไปแล้ว นิคอาจจะรู้สึกเสียดายที่น่าจะให้อภัยและคุยกับเค้าเพราะนี่คือเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง หอมคิดว่ามันเป็นความเสียดายมากกว่าที่คุณนิคจะเก็บมาโทษตัวเองว่าเราทำผิดทำไมเราไม่คุยกับเธอ มันไม่ใช่แค่คุณนิคอย่างเดียว เค้าอยากคุยกับเรารึเปล่า อันนี้ก็ไม่รู้ แล้วที่บอกว่าไลน์เด้งมาหาเราก็มีคนให้ข้อสันนิฐานว่า จริง ๆ เค้าอาจจะไม่ได้แอดเรามา แต่ถ้ามีเบอร์เราไลน์มันก็จะเด้งอัตโนมัติเวลาที่เค้าเปลี่ยนมือถือ และในเมื่อเค้าเป็นคนทิ้งเราก่อนเราก็ไม่ผิดที่เราทักเค้าไป แล้วการที่คุณนิครู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และวันที่เค้าเสียชีวิตแล้วคุณนิคจะไปอโหสิกรรมอันนี้ก็เปนเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเราไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งเค้าจะเจออะไร เค้าจะจากเราไปตอนไหน ถ้าคุณนิครู้สึกว่านี่เป็นบทเรียนและไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้อีก วันนี้คนที่อยู่ข้าง ๆ คุณนิค คุณนิคก็ต้องทำดีกับเค้าเช่น แฟนใหม่ที่เราคบ ถ้าวันหนึ่งเค้าเป็นอะไรขึ้นมาเราจะเสียดายอะไรที่เรายังไม่ได้ทำบ้าง ให้ทำกับคนนี้หรือทำกับคนรอบข้างเหมือนจะจากกันตลอดเวลา เพราะงั้นทำตีต่อกันกับคนที่ยังเหลืออยู่ อันนี้หอมว่าดีกว่า และเลิกคิดถึงคนที่จากไปแล้วและไม่ต้องโทษตัวเอง เพราะเค้าไปแล้วและไม่รับรู้อะไรแล้ว’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ใกล้เคียงกับหอม เพราะพี่ก็ถามว่าว่าทำไมนิคคิดว่าตัวเองผิด แต่ด้วยจังหวะของการเลิกกันมันอาจจะกระทันหัน ซึ่งการเลิกกันแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับคู่อื่น ๆ คนเรามีการบอกบอกเลิกหรือวิธีหยุดความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนกัน บางคนก็หายไปเลย บางคนก็มานั่งคุย อันนี้ก็แล้วแต่คู่ แล้วพอเลิกกันไปผมมองว่าต่างคนต่างวางตัวกันดี เอาจริงคุณนิคก็ไม่ควรทักไปอยู่แล้ว เพราะมันไม่มีสาเหตุที่ต้องคุยกันในฐานะเพื่อนเก่าหรืออะไรก็ตาม ยิ่งทักคุยกันอาจจะยิ่งเป็นปัญหากับความสัมพันธ์ปัจจุบันของแฟนเค้าซะมากกว่า ผมว่าต่างฝ่ายต่างทำถูกแล้วที่ไม่ได้ติดต่อกัน และสุดท้ายคนที่จะติดค้างเรื่องคำขอโทษก็น่าจะเป็นฝ่ายเค้ามากกว่า ผมมองว่าทุกอย่างดำเนินไปตามปกติที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว ไม่เห็นว่าจะมีความผิดอะไรจากคุณนิคเลย ในเรื่องของมุมมองคุณนิคต้องล้างความคิดว่าตัวเองผิดก่อน ผมไม่เห็นว่าคุนนิคจะต้องมีอะไรที่ติดค้างหรือรู้สึกผิด เพราะต่างฝ่ายก็ต่างไปมีชีวิต คนที่เลิกกันแล้วบางทีก็ไม่เหมาะไม่ควรที่เราจะคบหากันต่อ แม้จะเป็นเพื่อนกันก็ตามมันต้องย้อนกลับไปตั้งแต่เป็นเพื่อนกัน เมื่อไหร่ที่ตัดสินใจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนมาเป็นแฟน มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ย้อนกลับไปไม่ได้ พอเลิกกันก็ต้องทำใจว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนมันจะไม่กลับมา และทุกอย่างี่เกิดขึ้นมาผมมองว่ามันเป็นเรื่องปกติทุกอย่าง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะเสนอมุมมองที่ต่างพี่เผือกพี่หอมนิดนึง เท่าที่พี่ฟังมาพี่รู้สึกเสียดายชีวิตคุณนิคมากเลย พี่รู้สึกว่า 9 ปีตั้งแต่เลิกกับเค้าคุณนิคไม่ได้ไปไหนเลย อย่างตอนที่เจอเค้าอุ้มลูกแล้วคุณนิคหนี ถ้าเป็นคนที่มูฟออนแล้วพี่ว่าเค้าคงเดินไปถามสารทุกข์สุขดิบ แต่สำหรับเติ้ลมองว่าเหมือนคุณนิคยังอยากได้เค้าเป็นแฟน ยังเฝ้าดูชีวิตเค้าตลอด เรื่องของเค้ายังเข้ามากระทบจิตใจคุณนิคตลอด แล้วสุดท้ายคนที่ไม่ไปไหนก็คือตัวคุณนิค แต่วันนี้เค้าเสียไปแล้วแต่คุณนิคเองที่ยังไม่ไปไหน ซึ่งทำให้เติ้ลเสียดายเวลาที่คุณนิคจะไปมีความสุขกับตัวเอง ถ้าคุณนิคยังไม่เลิกคิดว่าตัวเองผิด ก็โปรดให้อภัยตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมีพี่ที่ทำงานคนนึง กลิ่นปากแรงมากกกกกกกก แล้วเค้าพูดกับหนูเยอะที่สุด ตอนนี้เจอยาอมตัวนึงอยากลองสั่งซื้อให้พี่เขา แต่จะให้ยังไงให้ดูไม่น่าเกลียดดีคะ?? ขอวิธีแบบเนียนๆ

19 ก.ค. 2024

หนูมีพี่ที่ทำงานคนนึง กลิ่นปากแรงมากกกกกกกก แล้วเค้าพูดกับหนูเยอะที่สุด ตอนนี้เจอยาอมตัวนึงอยากลองสั่งซื้อให้พี่เขา แต่จะให้ยังไงให้ดูไม่น่าเกลียดดีคะ?? ขอวิธีแบบเนียนๆ

“คุณทิพย์ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาพี่ที่ทำงานกลิ่มปากเหม็นมากกกก! “คุณทิพย์ (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูย้ายที่ทำงานมาเกือบปีแล้ว ในแผนกจะมีพี่เลี้ยงคนหนึ่งคอยดูแลอยู่ตลอด เป็นคนที่คุยกับหนูเยอะที่สุดเพราะเวลามีงานใหม่ หรือเวลามีปัญหาก็ต้องถามเขา จึงต้องคุยกันตลอด แล้วพี่เขาปากเหม็นมาก แต่หนูก็ไม่กล้าบอกพี่เขาเพราะยังทำงานไม่ถึงปี แล้วก็ยังไม่สนิทถึงขั้นที่จะพูดว่าเขาปากเหม็นได้ หนูเลยต้องพยายามถามเขาให้น้อยที่สุด แต่บางทีพี่เขาคุยโทรศัพท์อยู่โต๊ะข้างๆหนู กลิ่นมันก็ลอยมา แล้วหนูก็พยายามเอาพัดลมมาเป่ากลิ่นไป พยายามชวนเขากินลูกอม แต่เขาก็ไม่กินเพราะลดน้ำตาล หรือบางทีหนูก็เอาแมสมาใส่เวลาเขามาคุยด้วย ไม่รู้ว่าเขาจะรู้ไหม หนูก็พยายามดูคนอื่นว่ามีปฏิกริยาแบบหนูไหม ปรากฎว่าไม่มีเลยสักคน หนูจึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามาเรื่อยๆ จนเมื่อไม่นานมานี้หนูไปเจอทวิตหนึ่ง เขาพูดถึงยาที่ช่วยดับกลิ่นมาจากข้างในเหงื่ออกก็หอม แต่หลักๆคือช่วยเรื่องกลิ่นปาก ซึ่งไม่ใช่ลูกอม แต่เป็นยาที่ต้องกลืนเข้าไป ซึ่งหนูอยากซื้อให้พี่เขา เลยอยากรู้ว่าจะให้ยังไงดีที่จะไม่กระอักกระอ่วน?’ โดยพี่ๆดีเจได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘ลองใช้ลูกอมดับกลิ่นปากแบบไม่มีน้ำตาลก่อน เวลาเขามาคุยให้หนูทำเป็นกินลูกอมแล้วยื่นให้เขา พี่ว่าน่าจะเบากว่ายาดับกลิ่นปากที่หนูบอกนะ เพราะถ้าให้ยาอันนั้น ก็เท่ากับหนูพูดแล้วว่าเขาปากเหม็น ซึ่งพูดเลยอาจจะดูดีกว่าเอายาให้เขากิน ยาอันนี้มันเหมือนลรักษาถึงรากข้างในเลย จริงๆกลิ่นปากสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนในโลกเลย แต่ต่อให้เขากิน แล้วเขากินวันเดียว หายวันเดียว มันก็เท่านั้นมันไม่ได้แก้ปัญหา พี่ว่าเขาต้องรู้ว่าเขามีปัญหาเรื่องกลิ่นปากแล้วให้เขาไปแก้ เช่น ปัญหาเรื่องเหงือก ปัญหาเรื่องฟัน เพราะถ้ายังไม่แก้ต่อให้เขาอมอะไรก็ตาม มันก็จะไม่หาย หรือลองคุยกับเพื่อนที่ทำงานที่สนิท ลองเช็คว่าเราได้กลิ่นคนเดียวมั้ย หรือลองแจ้งแม่บ้าน ว่ามีกลิ่นเหมือนมีอะไรตาย ให้เขาลองเดินเข้ามาเช็คหลายๆวัน ถ้ามันไม่เจอก็ลองเกริ่นไปว่า หรือว่าปากหนูเหม็น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนผมเคยไปกินข้าว กับคนที่เขาเคยคอลเสียวด้วย ผมเลยเอาจีพีเอสไปติด เพราะว่าระแวงเขามาก! ตอนนี้ไม่ได้ติดแล้วครับ เพราะเราจะมา Set Zero ด้วยกันใหม่

09 ม.ค. 2026

แฟนผมเคยไปกินข้าว กับคนที่เขาเคยคอลเสียวด้วย ผมเลยเอาจีพีเอสไปติด เพราะว่าระแวงเขามาก! ตอนนี้ไม่ได้ติดแล้วครับ เพราะเราจะมา Set Zero ด้วยกันใหม่

แฟนผมเคยไปกินข้าว กับคนที่เขาเคยคอลเสียวด้วยผมเลยเอาจีพีเอสไปติด เพราะว่าระแวงเขามาก!ตอนนี้ไม่ได้ติดแล้วครับ เพราะเราจะมา Set Zero ด้วยกันใหม่ คุณบี (นามสมมติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวกับ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องที่คุณเอ (แฟน) ได้แอบไปกินข้าวกับรุ่นน้องที่เคยคอลเสียวกัน แต่ตัวคุณบีไม่โอเคกับเรื่องนี้ จึงได้ทำการติด GPS ไว้ที่รถคุณเอ คุณเอไม่พอใจมาก จึงโทรเข้ามาขอคำปรึกษาในรายการเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมาติดตามเรื่องราวก่อนหน้าได้ที่ ล่าสุด คุณบี (นามสมมติ) ได้โทรเข้ามาอัปเดตว่า "แฟนเขามาสารภาพกับผม ตั้งแต่วันที่ผมจับได้ ผมก็ไปด่าเขาว่าทำไมทำแบบนี้ แล้วก็บอกเลิกเขาไป เขาก็เล่าว่าแค่ไปกินข้าว ผมก็เลยให้โอกาสเขา แล้วบอกว่าครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้าย ปัจจุบันผมก็จะมีไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อนบ้าง แต่เป็นร้านนั่งชิล ผมจะชอบเป็นแนวนี้ แต่เขาก็เริ่มจะออกไปกับเพื่อนเขาบ้าง เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยได้ไป แต่เขาอยากเรียนรู้ว่าจะเป็นยังไง เขาก็เริ่มออกไปกับกลุ่มเพื่อนเขา ผมก็ปล่อย ไม่ได้ห้าม แต่ถ้ามีเรื่องเมื่อไหร่ผมก็จบ ส่วน GPS นั้น ผมเอาออกตั้งแต่วันที่เขามาบอกผมแล้ว เพราะผมคิดว่าถ้าเขาไม่ชอบ ผมก็เอาออก ก่อนหน้านั้นมันร้าวจนเกือบจะแตกแล้ว ผมก็คิดว่าถ้าเรามานั่งระแวง มันก็ไม่มีความสุขสำหรับเราด้วย ผมไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องมานั่งคิดว่า เขาไปไหนกับใครหรือเปล่า ผมก็คือปล่อยวางไปเลย แต่ถ้ามีเหตุการณ์อื่นในอนาคต ถ้าเขากล้าจะทำอีก ผมก็จะปล่อย ไม่เสียดายด้วย เพราะผมทำเต็มที่แล้ว" หลังจากที่ดีเจทั้งสามได้ฟังเรื่องราวก็เบาใจ และหวังว่าทั้งคุณเอและคุณบีจะครองรักได้อย่างมีความสุขอีกครั้งเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผู้บริหารที่ต่างประเทศ เห็นรูปหนูแล้วชอบ เลยขอเสนอตัวมาดูงานที่ไทย เขาบอกชอบหนู อยากให้หนูกลับไปพร้อมเขาจะให้เงิน 7 หลัก แต่หนูปฏิเสธไป เพราะหนูก็มีสามีแล้ว แต่พอสามีรู้เรื่องนี้ เห็นเพื่อนมาแซว สามีก็เศร้า เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเลย...

17 พ.ค. 2024

ผู้บริหารที่ต่างประเทศ เห็นรูปหนูแล้วชอบ เลยขอเสนอตัวมาดูงานที่ไทย เขาบอกชอบหนู อยากให้หนูกลับไปพร้อมเขาจะให้เงิน 7 หลัก แต่หนูปฏิเสธไป เพราะหนูก็มีสามีแล้ว แต่พอสามีรู้เรื่องนี้ เห็นเพื่อนมาแซว สามีก็เศร้า เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเลย...

“คุณออ (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (16 พ.ค. 67) ได้โทรเข้มาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาที่ผู้บริหารเคยขอซื้อตัว 7 หลัก แต่เราปฏิเสธจนเพื่อนแซว แล้วสามีมาเห็น ทำให้ความสัมพันธ์เราเปลี่ยนไป โดย “คุณออ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูแต่งงานมาแล้ว 7 - 8 ปี ตอนนี้กำลังทำงานอยู่ที่บริษัทต่างชาติ มีผู้บริหาร 2 แบบ คือ แบบที่อยู่ประจำสาขาที่ไทย และประจำอยู่สาขาต่างประเทศที่บริษัทแม่ ซึ่งมีผู้บริหารท่านหนึ่งจากบริษัทแม่บินมาดูงานที่ไทย ท่านเห็นรูปหนูจากรูป Outing ของบริษัท แล้วท่านชอบ พอบินมาวันแรกก็เสนอเงินก้อนหนึ่งประมาณ 7 หลัก ให้หนูเลิกกับสามี แล้วบินไปอยู่กับท่านที่ต่างประเทศเลย แต่หนูปฏิเสธไป ท่านก็เคารพการตัดสินใจของหนู ทีนี้ประเด็นมันมาอยู่ที่สามีของหนูมาเห็นแชทที่คุยเรื่องผู้บริหารคนนี้เล่นกับพี่ๆในออฟฟิศ ประมาณว่าแซวกันเล่นๆ แล้วสามีของหนูเขานอยมาก หลังจากวันนั้นครอบครัวที่มีความสุขก็เปลี่ยนไป ทั้งที่หนูบอกอธิบายไปแล้วว่าหนูปฏิเสธ แล้วท่านก็เข้าใจ เขาคงคิดว่า หนูอาจจะไปสักวัน หรือไม่ก็อาจจะมีผู้บริหารคนอื่นติดต่อหนูมาอีก ตอนนี้ผ่านมา 6 เดือนแล้ว ก็ยังเหมือนเดิม บางครั้งที่อยู่ด้วยกันแล้วมีเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ เขาก็จะถามว่า ใครไลน์มา หรือไม่ก็เวลาเขาดื่มแล้วเมาเขาก็จะชอบเอาเรื่องนี้กลับมาพูด บางครั้งพูดต่อหน้าผู้ใหญ่ ต่อหน้าพ่อแม่เขา และพ่อแม่เรา ทำนองว่า มีคนมาติดต่อขอเลี้ยงดู แรกๆหนูก็แกล้งตลกกลบเกลื่อนไป แต่หลังๆมันไม่ตลกแล้ว พอมันบ่อยเข้า จนหนูเองก็เริ่มรำคาญ หนูเคยเรียกเขามาคุยตอนเขาไม่เมาประมาณว่า พูดแบบนี้ต่อหน้าผู้ใหญ่มันไม่ดี พ่อแม่คุณจะมองเรายังไง หลังจากนั้นก็เงียบไป สักพักก็จะกลับมาพูดอีก บางครั้งผู้บริหารมาไทยต้องมีกินเลี้ยงต้อนรับกับบริษัท พอเราถ่ายรูปลง สามีก็จะมาเม้นต์ว่า จะไปเอาเงินล้านหรอ ไม่ใช่ในเชิงล้อเล่น จริงๆแล้วสามีหนูเขาไม่ใช่คนขี้ระแวง ไม่เคยหึงเลย แต่ว่ามีครั้งนึงที่เขาไปคุยกับคนอื่นแล้วหนูจับได้ หนูว่าเขาน่าจะฝังใจจากคราวนั้น คงกลัวว่าหนูจะเอาคืน ทั้งที่เรื่องนี้มันผ่านมาแล้ว ตั้งแต่คบกันก่อนแต่ง ที่ผ่านมาก็อยู่ด้วยกันได้ดีตลอด เขาดูเเลเราได้ดีทุกอย่าง อาจจะมีเรื่องเงินเดือนที่น้อยกว่า ประมาณสองเท่าตัว หรือว่าอาจจะเป็นเรื่องนี้ที่เขาไม่ค่อยมั่นใจ สามีกับหนูมีลูกด้วยกันคนเดียว อายุ 6 ขวบ เคยมีเหตุการณ์ครั้งนึงไปเที่ยวด้วยกันต่างจังหวัด ในตอนที่เรามีความสุขกันอยู่ ถึงไม่เมาเขาก็จะพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หนูพยายามชมเขาต่อหน้ากันเอง และต่อหน้าคนอื่น แล้วลงโซเชียล จนทุกวันนี้หนูแทบจะโพสแต่เรื่องผัวหนูแล้ว หนูจะทำยังไงกับปัญหานี้ดี?’ โดย “ดีเจทั้ง 3 ท่าน” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องแรก เราอาจจะให้ลูกเป็นตัวเชื่อม โดยทำกิจกรรมร่วมกัน หรือไม่ก็อาจจะลงชื่นชมกับเขาในโซเชียล ครบรอบ Anniversary รักที่สุดเลยนะ อะไรแบบนี้ หรือเวลาที่บรรยากาศดีๆ แล้วเขาพูดปัญหานี้ ให้หนูลองกรี๊ดใส่หน้าเขา ให้เขารู้ว่าเราแปลงร่างได้ แล้วเขาจะงง หรือเมื่อไหร่ถ้าพูดเรื่องนี้ปรับ 1,000 บาท หรือพูดกับเขาตรงๆว่า อย่าทำให้เสียบรรยากาศ หรือว่าถ้าเกิดหนักๆเลย เขาพูดเรื่องนี้ เราก็เอาเรื่องที่เขานอกใจมาพูดบาง เอาคืนมันไปเลย และสุดท้ายแนะนำให้ทั้งคู่ชวนกันไปพบจิตบำบัด ไปปรึกษา ซึ่งการปรึกษาไม่จำเป็นต้องมีปัญหาถึงจะไปได้ แค่พูดคุยเพื่ออัพเดตชีวิตซึ่งกันและกันโดยมีคนกลาง ก็พูดกับสามีไปตรงๆเลยว่า เธอมีปัญหาเรื่องนี้ แต่ต้องพูดกันดีๆ ไม่ต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็เตรียมปัญหาไป แบบ เธอมีปัญหาอะไร ฉันมีปัญหาอะไร? แล้วไปคุยกันตรงนั้นโดยที่ไม่ต้องทะเลาะกัน เขาอาจจะยังทำใจไม่ได้ ก็ให้เวลาเขา ชมเขาบ่อยๆให้เขามั่นใจเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-