บ้านเรากำลังรีโนเวทใหม่ เลยไปขออาศัยกับบ้านญาติ กลายเป็นมีสมาชิกอยู่ในบ้าน 5 คน แต่มี 1 ห้องน้ำ บางครั้งเราอยากเข้าห้องน้ำมันก็จะเต็มตลอด เราทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

บ้านเรากำลังรีโนเวทใหม่ เลยไปขออาศัยกับบ้านญาติ กลายเป็นมีสมาชิกอยู่ในบ้าน 5 คน แต่มี 1 ห้องน้ำ บางครั้งเราอยากเข้าห้องน้ำมันก็จะเต็มตลอด เราทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง

21 พ.ค. 2026

บ้านเรากำลังรีโนเวทใหม่ เลยไปขออาศัยกับบ้านญาติ

กลายเป็นมีสมาชิกอยู่ในบ้าน 5 คน แต่มี 1 ห้องน้ำ

บางครั้งเราอยากเข้าห้องน้ำมันก็จะเต็มตลอด

เราทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง

      ‘คุณฟรีคิก’ (นามสมมติ) สายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษาจาก ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่ต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวใหญ่ แต่มีปัญหาเรื่องการใช้ห้องน้ำ

      ‘คุณฟรีคิก’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า เธอเองมีเหตุที่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่บ้านญาติ เพราะบ้านที่เคยอยู่กำลังรีโนเวทใหม่ โดยบ้านหลังนี้มีพ่อ แม่ ย่า ลุง และตัวคุณฟรีคิกเอง ซึ่งปัญหาอยู่ที่เธอไม่สามารถใช้ห้องน้ำในเวลาที่ต้องการ บางวันต้องรีบวิ่งเข้าไปจองห้องน้ำทันทีถ้าเห็นว่าตอนนั้นไม่มีใครกำลังใช้ห้องน้ำอยู่ ถึงแม้ว่าตัวเธอเองไม่ได้คิดจะใช้ห้องน้ำ และอีกเหตุผลที่ห้องน้ำไม่ค่อยว่างคือ ผู้สูงอายุในบ้านชอบซักผ้าในห้องน้ำ ทำให้ไม่สามารถใช้ห้องน้ำในช่วงเวลานั้นได้ และเนื่องจากเธอมาขออาศัยอยู่ด้วยจึงเกรงใจที่จะขอเข้าไปใช้ห้องน้ำ

      เธอยกเหตุการณ์เพิ่มเติมว่า ในวันหนึ่งช่วงเวลาประมาณ 9 โมง จะเป็นช่วงเวลาชุลมุนในบ้าน เธออยากเข้าห้องน้ำมากแต่ห้องน้ำก็ไม่ว่าง คุณฟรีคิกจึงต้องจำใจไปทำธุระเบาที่ใต้ต้นมะม่วงนอกบ้านแทน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอมั่นใจว่าไม่มีใครเห็นอย่างแน่นอน และเหตุการณ์ที่หนักใจที่สุดคือ คุณฟรีคิกตื่นมารออาบน้ำตั้งแต่ 6 โมงเช้าเพื่อจะเตรียมตัวไปเข้ายิมต่อ แต่จนเวลา 7 โมงแล้วก็ยังไม่ได้อาบน้ำ จะขับรถออกไปยิมก็ไม่ทันเพราะรถติดมาก ทำให้วันนั้นไม่ได้อาบน้ำและต้องตรงไปที่ออฟฟิศ คุณฟรีคิกต้องขออนุญาต CEO ว่าขอตัวไปอาบน้ำก่อนจึงจะมาเข้าทำงาน นี่คือผลจากปัญหาที่ห้องน้ำไม่พอต่อจำนวนคน เธอจึงอยากได้คำแนะนำว่า 'จะแก้ไขเรื่องปัญหาห้องน้ำไม่พออย่างไรดี'

      เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้กล่าวว่า “อาจจะแก้ปัญหาด้วยการไปเช่าห้องอยู่แทน หรือถ้าหากจำเป็นต้องอยู่ที่บ้านก็ลองใช้แพมเพิสผู้ใหญ่ก็ดี ดีกว่าไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง”

      ต่อด้วย ‘ดีเจเผือก’ ที่สมทบคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า “แต่ถ้าหากทำธุระใต้ต้นมะม่วงได้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แพมเพิสหรอก อาจจะไปอาบน้ำที่ฟิตเนสก็ได้นะ จัดการเวลาให้ทัน หรือจากคำแนะนำของพี่เติ้ลที่ให้ไปเช่าห้องอยู่ก็โอเค เพราะห้องน้ำก็มีได้แค่ห้องเดียวอยู่แล้วแก้ปัญหาไม่ได้”

      ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “ถ้าแก้ที่เจ้าของบ้านไม่ได้ ก็ต้องแก้ที่ตัวเองตามที่ทุกคนให้คำแนะนำไป ไปเช่าห้องอยู่ที่อื่นใกล้ ๆ ละแวกบ้านเดียวกัน”

       นอกจากนี้ และคุณฟรีคิกยังเสริมคำถามปิดท้ายด้วยว่า หากเป็นดีเจทั้งสามจะแก้ปัญหาอย่างไรถ้าไม่ย้ายออก ดีเจทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าก็จะตื่นเช้ากว่าเดิมเพื่อที่จะได้เข้าไปใช้ห้องน้ำก่อน หรือแปรงฟันที่ออฟฟิศและอาบน้ำที่ฟิตเนสก่อนเข้าบ้านแทน

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ ! จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วัน ผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา!

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ ! จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วัน ผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา!

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ !จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วันผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา! 'คุณต้นไม้' (นามสมมติ) อายุ 27 ปี สายที่ 10 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นจับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานเพียงไม่กี่วัน แต่ที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เพราะกลัวจะโดนนินทาและเป็นหม้ายขันหมาก ความคืบหน้าล่าสุด “คุณต้นไม้ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตัดสินใจแต่งงานต่อ เพราะต้องแต่งค่ะ ในวันงาน บรรยากาศก็ดี เพราะคนรอบข้างไม่ได้รู้เรื่องนี้ ตอนที่พิธีกรให้คู่บ่าวสาวพูด เราก็ให้เขาพูดก่อนตามคำแนะนำ ซึ่งเขาก็พูดว่า “จะเป็นสามีที่ดี เพื่อดูแลเจ้าสาว” เมื่อถึงคิวเรา ต้นไม้ก็พูดขอบคุณแขกทุกคนที่มาร่วมงาน และทิ้งท้ายไว้ว่า “ความรักที่ดี คือความรักที่มีความซื่อสัตย์ให้กันนะคะ” เจ้าบ่าวก็มีสะอึกนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรมาก และตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ก็ดำเนินต่อไป ตั้งแต่วันที่เราจับได้ เขาก็เลิกติดต่อกับผู้หญิงคนนั้น และผู้หญิงคนนั้นก็บล็อกเรา ไม่ได้มายุ่งกับเราอีก ถึงแม้จะมีแผลเป็น แต่ก็สามารถไปต่อกันได้ และดูแผลนั้นไว้เป็นอุทาหรณ์ อาจมีระแวงบ้าง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาก็พยายามปรับเปลี่ยน เขารายงานทุกความเคลื่อนไหวของเขา ว่าไปไหน ทำอะไร แต่เราก็ยังไม่เชื่อใจเขา 100%ค่ะ’ ปิดท้ายด้วย “ดีเจทั้งสาม” อวยพร ให้คุณต้นไม้มีความสุขในชีวิตคู่ ขอให้เขากลับตัวกลับใจ เป็นคนดีได้ตลอดรอดฝั่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมหยุดใส่ใจการใช้เงินของคนอื่นไม่ได้!! ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เวลาผมเห็นเพื่อน หรือ คนรอบตัว ซื้อของที่แพงกว่าในราคา Online มา ผมจะหงุดหงิดมาก จะหยุดนิสัยนี้ยังไงดี?

14 พ.ย. 2025

ผมหยุดใส่ใจการใช้เงินของคนอื่นไม่ได้!! ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เวลาผมเห็นเพื่อน หรือ คนรอบตัว ซื้อของที่แพงกว่าในราคา Online มา ผมจะหงุดหงิดมาก จะหยุดนิสัยนี้ยังไงดี?

ผมหยุดใส่ใจการใช้เงินของคนอื่นไม่ได้!!ทำยังไงดีครับ ผมเป็นคนทำงาน หาเงินเองตั้งแต่เด็กๆจนเป็นคิดที่ประหยัดเรื่องการใช้เงินมากๆปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เวลาผมเห็นเพื่อน หรือ คนรอบตัวซื้อของที่แพงกว่าในราคา Online มา ผมจะหงุดหงิดมากเคยโกรธเพื่อนถึงขั้นไม่คุยไปเลย ผมแค่รู้สึกว่าออนไลน์ก็มีของแบบเดียวกัน ในราคาที่ถูกกว่าหรือบางครั้งผมก็หงุดหงิดตัวเองที่ซื้อของออนไลน์แพงกว่าของหน้าร้าน จะหยุดนิสัยนี้ยังไงดี? “คุณนุ” (นามสมมติ) อายุ 18 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับการชอบใส่ใจเรื่องการเงินของคนอื่น อยากให้เพื่อนซื้อของในราคาถูก แต่พูดบ่อยจนเพื่อนโมโห โดย “คุณนุ” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘ผมเป็นคนที่ทำพาร์ทไทม์มาตั้งแต่เด็ก ๆ เลยทำให้ผมรู้คุณค่าของเงิน แต่ในบางที ผมก็ชอบใส่ใจการใช้เงินของคนรอบข้างมาก ผมเป็นคนที่ชอบชอปปิ้งออนไลน์ เลยทำให้ผมรู้ถึงต้นทุนของสินค้าในชิ้นนั้น ผมเลยไม่ซื้อสินค้าร้านข้างนอกเลย เวลาผมรู้ว่าคนรอบตัวซื้อของ ผมจะชอบบอกเขาว่าทำไมไม่ซื้อออนไลน์ จนบางทีทำให้คนรอบตัวโมโห เพราะผมชอบบ่น บางทีผมก็หงุดหงิดจนไม่อยากคุยกับเพื่อนเลย ส่วนใหญ่ของที่ผมชอบซื้อจะเป็นพวกครีม เครื่องสำอางค์ ผมเป็นหนักขนาดที่ว่า ขนมห่อเล็ก ๆ ขายตามร้าน ห่อละ 5 บาท ผมก็กดได้มา 1 บาท เลยซื้อมาเป็นยกแพ็ค นิสัยนี้ผมจะเป็นเฉพาะกับเพื่อนที่สนิทกันมาก ๆ ปัญหาของนุวันที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ ทำยังยังให้ผมเลิกนิสัยแบบนี้? ที่ชอบไปวุ่นวายเรื่องการใช้เงินของคนอื่นดีครับ’ เริ่มด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การซื้อของออนไลน์และซื้อของหน้าร้าน มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน ถ้าเขาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ สิ่งที่ออนไลน์ทำไม่ได้ คือได้สินค้า ณ ตอนนั้นเลย สองคือ ได้ความมั่นใจ เมื่อของชิ้นนี้อยู่ในร้านสะดวกซื้อที่มีมาตรฐาน แปลว่าของชิ้นนี้ได้รับการการันตี มั่นใจได้ว่าเป็นของแท้แน่นอน สามคือ ได้เห็นสินค้าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ออนไลน์บางครั้งซื้อเสื้อผ้ามาไม่ตรงปก ซื้อรองเท้ามาใส่ไม่ได้ มีปัญหาที่ก่อให้เกิดขึ้นได้ คิดซะว่าเขาอาจจะยอมจ่ายแพงกว่า เพราะเหตุผลเหล่านี้ เราอย่าเอาราคาอย่างเดียวเป็นที่ตั้ง ให้มองว่าความสุขของคนเราต่างกัน แต่เราสามารถเตือนเพื่อนได้ อันนี้ถูกกว่าก็แนะนำให้ไปดู พูดครั้งเดียวแล้วจบ ที่เหลือเป็นการใช้ชีวิตของเขา’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันเป็นเรื่องของสารในสมองที่มันหลั่งออกมา ถ้ารู้ตัวว่าเราเริ่มหงุดหงิด ให้หายใจเข้าลึก ๆ แล้วบอกว่า เงินเขา..เงินเขา… ทำให้สมองค่อย ๆ รับรู้ไปทีละนิด เราต้องลดการที่ไปวุ่นวายกับคนอื่นลง ค่อย ๆ ตัดที่ไม่เกี่ยวกับเรา กังวลแค่เงินเราพอ และลองไปศึกษาเรื่องโดพามีล จะฝึกร่างกายยังไง ให้โดพามีลอยู่ในที่ ๆ ควร’ ปิดท้ายด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ที่ง่ายสุดต่อชีวิตเลยนะ ใครสะดวกแบบไหนเอาแบบนั้นเลย นุพูดบอกเขาได้นะ เพียงแต่ไม่ควรไปโมโหถ้าเขาไม่ทำตาม เพราะเขาเลือกในสิ่งที่เขาสะดวก นุทำแบบนี้ก็จะมีเงินเก็บ เพราะซื้อของที่ถูกกว่าเขา เขาทำแบบนั้นถึงเงินจะไม่เหลือ แต่เขาก็จะมีความสุขในแบบของเขา ถ้าจะให้ง่ายก็คือ ลองไปหาเพื่อน หรือ คนใกล้ตัวที่เขาต้องการสิ่งนี้ อันนี้มันจะมีค่ามาก ๆ ถ้าคนนี้ความคิดไม่ตรงกับเรา เราก็แค่ไม่ต้องไปวุ่นวายกับเขา’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFungFin

ผมอยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายมาทั้งชีวิต ผมก็พยายามปฏิเสธใจของตัวเองอยู่เสมอ แต่ตอนนี้อยากเปิดตัวว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิงครับ แต่ผมกลัวสายตาที่ทุกคนมองมา

10 เม.ย. 2026

ผมอยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายมาทั้งชีวิต ผมก็พยายามปฏิเสธใจของตัวเองอยู่เสมอ แต่ตอนนี้อยากเปิดตัวว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิงครับ แต่ผมกลัวสายตาที่ทุกคนมองมา

ผมอยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายมาทั้งชีวิตผมก็พยายามปฏิเสธใจของตัวเองอยู่เสมอแต่ตอนนี้อยากเปิดตัวว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิงครับแต่ผมกลัวสายตาที่ทุกคนมองมา ‘คุณสุดหล่อ (นามสมมติ)’ อายุ 20 ปลาย สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 เมษายน 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่กล้าเปิดเผยตัวตนให้กับกลุ่มเพื่อนได้รับรู้ โดย ‘คุณสุดหล่อ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ทุกวันนี้เหมือนผมไม่ได้มีชีวิตเป็นของตัวเองเลย เพราะว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่ผมกลับอยู่ในสังคมของการทำงานที่มีแต่ผู้ชาย ทำให้ผมต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้กับตัวเอง และไม่กล้าที่จะบอกใคร ผมเองก็อยากที่จะไปบอกเพื่อนผู้หญิง ที่ผมสนิทกันมามากกว่า 10 ปีแล้ว แต่สุดท้ายผมก็ไม่มีโอกาสได้บอกเธอไปในสิ่งที่ผมเป็น ที่ผ่านมาสมัยเรียนผมก็มีคนคุยเป็นผู้หญิงมาโดยตลอด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คบกัน เพราะเป็นผมเองที่ออกห่างจากอีกฝ่ายเอง ในบางครั้งผมก็รู้สึกดีกับผู้หญิงคนนั้น และมีความรู้สึกที่อยากจะลองคบกัน แต่ผมเองก็อยากให้เขารู้เงื่อนไขเหมือนกัน ว่าตัวผมนั้นมีความชอบแบบไหน ผมเพิ่งจะมาแน่ใจ และรู้ตัวเองในตอนที่มีอายุประมาณ 15 - 16 ปี ว่าผมชอบผู้ชาย ในตอนที่ผมยังเด็ก ส่วนตัวผมเป็นคนที่มีเพื่อนผู้หญิงเยอะ รวมทั้งยังมีพี่สาวอีกด้วย ทำให้ผมกลายเป็นคนที่สดใส ร่าเริง แต่เมื่อผมได้เป็นตัวเองแบบนี้แล้ว ผมกลับโดนเรียกว่า ‘ตุ๊ด’ ผมจึงเลือกที่จะออกห่างจากเพื่อนผู้หญิง และหยุดการเป็นตัวเองไปตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็พยายามปฏิเสธใจของตัวเองอยู่เสมอ เพราะผมก็ไม่ได้อยากเป็นตุ๊ด ผมเคยแอบชอบเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเขาเป็นเพื่อนสนิท ด้วยความที่ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าผมชอบผู้ชายในเวลาที่ผมโพสต์ข้อความถึงเรื่องความรัก เขาก็มักจะถามผมอยู่เสมอว่าหมายถึงผู้หญิงคนไหน เราทั้งสองเล่นถึงเนื้อถึงตัวกันตลอด แม้เขาจะไม่ได้คิดอะไร แต่มันมีหนึ่งคนที่คิด ซึ่งคนคนนั้นคือผม ในตอนที่ผมได้เข้ามาทำงานในสังคมใหม่ ผมได้แต่คิดว่าผมจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่สักที แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะในสังคมที่ผมอยู่มีแต่ผู้ชาย ผมเองก็ไม่กล้าที่จะเปิดเผยว่าผมชอบผู้ชาย เพื่อน ๆ ที่ทำงานก็มักถามผมอยู่เสมอว่าเมื่อไหร่ผมจะมีแฟน ส่วนตัวผมเคยเล่นแอปหาคู่ และได้มีโอกาสได้คุยผู้ชาย มันเหมือนเป็นการลองใจตัวเอง ทุกอย่างมันก็เหมือนจะดีนะครับ แต่สุดท้ายแล้ว เราก็เข้ากันไม่ได้ เขาเป็นคนที่เปิดเผย 100 % แต่ผมกลับเป็นคนที่ปกปิด ผมทำเหมือนกับว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เพราะผมกลัวสายตาคนอื่นจะมองว่าเรานั้นไม่ดี ผมก็รู้สึกว่าชีวิตมันต้องปลดล็อคสักที จะได้ใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง แต่ผมกลัว ผมไม่รู้ว่าสังคมที่ทำงาน และเพื่อนของผมที่คบกันมามากกว่า 10 ปี เขาจะคิดยังไงกับเรื่องนี้ ผมกลัวว่าเขาจะคิดว่าผมชอบเขาหรือเปล่า หรือพวกเขายังสบายใจ ที่จะคบกับผมอยู่ไหม ผมอยากเปิดเผยตัวตน ว่าผมนั้นมีความชอบอย่างไร แต่ผมไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของผมกับเพื่อน หรือที่ทำงานมันต้องเปลี่ยนไป ผมรู้ว่าผมจะต้องเสียบางอย่างไป แต่ผมยังไม่พร้อม สำหรับเพื่อนผู้ชายของผม บางครั้ง เขามักจะแสดงทัศนะคติบางอย่างเกี่ยวกับ LGBTQ ที่ทำให้เราไม่สบายใจ ทำให้เราได้เห็นความคิดบางอย่างที่ทำให้เรากลัว ที่ผมอยากบอกเรื่องนี้ให้เพื่อนสนิทที่เป็นผู้หญิงของผมได้รับรู้ เพราะผมอยากมีใครสักคน ที่คอยซัพพอร์ต แม้ว่าเพื่อนผู้หญิงคนนี้จะเคยชอบเพื่อนผู้ชายคนเดียวกับผมก็ตาม ชีวิตของผมในตอนนี้ เหมือนไม่รู้จะไปทางไหนดี แล้วถ้าวันนี้ผมเปิดตัวไปว่าผมชอบผู้ชาย แล้วเรื่องสมัยเรียน ในตอนที่ผมเคยบอกว่าคบกับคนคนหนึ่ง หรือเพ้อเรื่องความรัก จะมีคนรู้ไหม ว่าผมหมายถึงเพื่อนผู้ชายคนนั้น ทุกคนจะคิดยังไงกับผม แล้วสายตาที่คนรอบข้างเขาจะมองผมอย่างไร ผมควรจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไรดี กับการเป็นตัวเอง” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เราไม่จำเป็นที่จะต้องสื่อสารเรื่องนี้กับใคร เรายังสามารถใช้ชีวิตของตนเองได้โดยที่มีความสุข เราไม่จำเป็นที่จะต้องบอก หรือพูดเรื่องนี้กับใครเลย ถ้าใจเราไม่ได้รู้สึกอยากที่จะบอก แต่การที่เราอยากจะบอกใครสักคน เราคงต้องถามตัวเองว่าอยากจะบอกเพราะอะไร หรืออยากมีใครสักคนที่คอยรับฟัง ถ้าเรามั่นใจแล้วว่าเขาคนนั้น คือคนที่เราเชื่อใจได้ ก็พูดออกไป ถ้าหากพูดไปแล้วเขายอมรับในสิ่งที่เราเป็นได้ ก็พูดมันออกไป แต่ถ้าเราตัดสินใจพูดไปแล้ว ผลลัพธ์มันกลับออกมาไม่เป็นเหมือนกับในสิ่งที่เราคิด หรือเอาเรื่องของเราไปพูดให้คนอื่นฟัง ก็อยากให้เราทำใจยอมรับมัน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะเป็นการคัดกรองเพื่อนให้ชีวิต มันคือสิ่งที่เขาเลือกและเราก็เลือกเหมือนกัน อย่าให้สภาพแวดล้อมบีบบังคับเรา ทำอะไรที่ตัวเองมีความสุข แล้วไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็ดีแล้ว” ทางด้านของ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “สำหรับเราคิดว่าถ้าเพื่อนสนิทกันจริง ๆ เราคงรู้อยู่แล้วว่าเราเป็นยังไง ที่ผ่านมาเราก็เห็นเพื่อนที่เพิ่งเปิดตัวตอนที่มีเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และเราก็ยังสามารถเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิม กาลเวลา และชีวิตมันจะคัดกรองคนในชีวิตเรา อย่าไปกลัวที่เราจะเสียใครออกไปจากชีวิต แต่จงเข้าใจว่าชีวิตมันคัดคนที่ไม่ใช่ออกไปอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องเอาตัวตนของตัวเองมาเก็บซ่อนเอาไว้ เพื่อที่จะรักษาคนที่ไม่ใช่เพื่อนแท้ของเรา ถ้าคนคนนั้นเขาเป็นเพื่อนเราจริง ๆ เรื่องนี้จะไม่ใช่ปัญหาของเราแน่นอน สังคมผู้ชายมันไม่มีอะไรซับซ้อน ถ้ามันไม่ใช่มันก็แค่แยกย้ายกันไป เราก็จะได้ชีวิตที่เรานั้นไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ สักที และเราก็จะได้เจอเพื่อนที่เราไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนตัวตนของตัวเองตั้งแต่แรก อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง ยึดการเป็นตัวเองไว้ เรื่องนี้เราไม่ได้ผิดอะไรเลย และถ้าบอกไปแล้วเขาไม่โอเค ปัญหามันอยู่ที่ทัศนะคติของคนคนนั้น มันไม่ใช่ปัญหาของเรา ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างมีความสุข ให้ความสำคัญกับใจตัวเองให้มากขึ้น” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อยากแนะนำวิธีการบอกเพื่อนให้กับคุณสุดหล่อ คือ การนัดเพื่อนออกมาดื่มด้วยกัน แล้วเริ่มบอกเขาว่าเรามีเรื่องอยากจะบอก พูดกับเขาไปตรง ๆ ว่าเราเพิ่งรู้ตัวว่าชอบผู้ชาย และวันนี้ที่นัดทุกคนมา เพราะทุกคนคือคนที่เราแคร์มากที่สุด และอยากจะถามทุกคนว่ารู้สึกยังไง อยากจะคบกับเราต่อไหม เป็นการวัดใจเพื่อนเราไปเลย ทุกวันนี้เราเล่นโซเชียล หรือทำอะไร เราจะเห็น LGBTQ อยู่ในทุกบทบาทอยู่แล้ว และสังคมของเรา ทุกวันนี้ ยอมรับพวกเขามากขึ้น เขาไม่ได้แตกต่างอะไรกับเราเลย และเราก็มีความเข้าใจเขามากขึ้น บางทีเรื่องที่เราเคยมองว่ามันใหญ่ สักวันมันอาจจะเล็กไปเลย ถ้าไม่อยากบอก ก็ใช้ชีวิตให้มีความสุขต่อไป แต่ถ้าอยากบอกก็ลองหาโอกาสบอกดู”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

งานที่หนูทำต้องใช้สมาธิมากๆ พื้นฐานหนู Introvert สุดๆ แล้วเพื่อนที่ทำงานที่นั่งข้างๆก็ Extrovert สุดๆ ชวนหนูคุยทั้งวัน มีเรื่องคุย เรื่องถาม สะกิดทั้งวันไม่หยุด เราก็เกรงใจเขาด้วยไม่กล้าบอกตรงๆ ทนมาเป็นปีแล้ว

02 ก.ย. 2024

งานที่หนูทำต้องใช้สมาธิมากๆ พื้นฐานหนู Introvert สุดๆ แล้วเพื่อนที่ทำงานที่นั่งข้างๆก็ Extrovert สุดๆ ชวนหนูคุยทั้งวัน มีเรื่องคุย เรื่องถาม สะกิดทั้งวันไม่หยุด เราก็เกรงใจเขาด้วยไม่กล้าบอกตรงๆ ทนมาเป็นปีแล้ว

งานที่หนูทำต้องใช้สมาธิมากๆ พื้นฐานหนู Introvert สุดๆแล้วเพื่อนที่ทำงานที่นั่งข้างๆก็ Extrovert สุดๆ ชวนหนูคุยทั้งวัน มีเรื่องคุย เรื่องถามสะกิดทั้งวันไม่หยุด เราก็เกรงใจเขาด้วยไม่กล้าบอกตรงๆ ทนมาเป็นปีแล้วทุกคนเคยเจอคนข้างๆสะกิดคุยทั้งวันเหมือนกันไหมคะ? “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ26 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [28 ส.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม- ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนร่วมงานเป็น Extrovert ชอบเดินมาชวนคุยโดย “คุณเอ(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีเรื่องที่อึดอัดใจ คือหนูเป็น Introvert ที่ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครเท่าไหร่ แล้วทีนี้หนูทำงานอยู่ที่บริษัทหนึ่ง ในแผนกส่วนใหญ่จะมีผู้ใหญ่วัยกลางคน และหนูจะเป็นคนที่อายุน้อยที่สุด จนวันหนึ่งมีพนักงานใหม่เข้ามาอายุใกล้เคียงกับหนู ตอนแรกหนูก็รู้สึกดีที่มีเพื่อนร่วมงานอายุใกล้กัน แต่บุคลิกของเพื่อนร่วมงานคนนี้คือเค้ามีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก ดีที่สุดเลย คือเค้าคุยเก่งมาก คุยได้กับทุกคน ซึ่งมันเป็นนิสัยที่ตรงกันข้ามกับหนูเลยด้วยความคุยเก่งของเค้าก็เริ่มมากระทบกับหนู เพราะเค้าชอบชวนหนูคุยเรื่องทั่ว ๆ ไป และจะชวนคุยในขณะที่หนูกำลังทำงาน จะเรียกหนูหันไปดูว่าชุดนี้สวยไหม เสื้อตัวนี้สวยไหม เหมาะกับเค้ามั้ย หรือว่าถามหนูว่าเค้าควรแต่งตัวแบบไหนดีประมาณนี้ หนูก็คอยตอบเค้าตลอด ปกติเค้าจะเรียกชื่อหนู แต่ช่วงนี้เค้าจะเริ่มเดินมาที่โต๊ะทำงานเพื่อสะกิดหนูให้คุยในขณะที่หนูกำลังทำงาน แล้วมันเป็นแบบนี้ทุกวันตั้งแต่เช้ายันเลิกงาน เป็นแบบนี้มาเกือบปี หนูรู้สึกอึดอัดแล้วที่เค้ากำลังเข้ามาในเซฟโซนของหนู หนูเลยอยากจะถามพี่ๆดีเจว่าหนูควรจะวางตัว หรือ พูดกับเค้ายังไงดี?โดย “ดีเจทั้ง 3 ท่าน” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เราสามารถพูดกันตรง ๆ ได้มั้ย เพราะเดี๋ยวนี้คนเราเริ่มเปิดมากยิ่งขึ้นประมาณว่า “เราเป็น Introvert น้าเอาจริง ๆ แล้ว” เหมือนบอกตรง ๆ ไปเลย เพราะถ้าเอพูดกับเค้า เค้าอาจจะเข้าใจก็ได้นะเค้าอาจจะหยุด จริง ๆ พูดกับเค้าตรง ๆ แบบดี ๆ “ด้วยความที่เราเป็น Introvert เราอาจจะคุยไม่เก่งเราฏ้ไม่ค่ออยากจะคุยกับใคร บางทีเรามาทำงาน เราก็อยากจะอยู่เงียบ ๆ แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่ชอบเธอนะ หรือรำคาญอะไรเลย เพียงแค่เพราะว่าพื้นฐานเราเป็นคนแบบนี้ บุคลิกเราเป็นคนแบบนี้” คือพี่ว่าเออาจจะลองพูดไปก่อน ไม่น่าเกลียด คือปกติถ้าเราจะถามหรือจะคุยกับใครเราจะดูรีแอ๊คชั่นของอีกฝ่ายก่อนว่าเค้าอยากจะคุยกับเราไหม ถ้าสายเม้าเหมือนกันก็จะโต้ตอบกัน แต่ถ้านิ่ง ๆ มันก็จะดูออก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-