หนูจะกลับไปคบแฟนเก่าดีไหม ถ้าเขามีเงื่อนไขว่าห้ามมีอะไรกัน แต่หนูก็กลัวว่า หนูจะทนไม่ไหว

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูจะกลับไปคบแฟนเก่าดีไหม ถ้าเขามีเงื่อนไขว่าห้ามมีอะไรกัน แต่หนูก็กลัวว่า หนูจะทนไม่ไหว

21 พ.ค. 2026

หนูจะกลับไปคบแฟนเก่าดีไหม

ถ้าเขามีเงื่อนไขว่าห้ามมีอะไรกัน

แต่หนูก็กลัวว่า หนูจะทนไม่ไหว

         ‘คุณคอร์นเนอร์’ (นามสมมติ)  เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 พฤษภาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่กำลังจะคืนดีกับแฟนเก่า แต่เขายื่นเงื่อนไขว่าขอไม่มีอะไรกัน

         คุณคอร์นเนอร์' (นามสมมติ) อายุ 22 ปี เธอมีแฟนที่อายุน้อยกว่าเธอประมาณ 2 ปี อายุราว 20 ปี ทั้งคู่คบหากันและย้ายมาอยู่ด้วยกัน พร้อมใช้ชีวิตคู่และมีเพศสัมพันธ์กันตามปกติ 

         กระทั่งมาถึงจุดหนึ่งที่ทั้งคู่ตัดสินใจเลิกรากัน เนื่องจากฝ่ายชายยังลืมคนรักเก่าไม่ได้ ในช่วงแรกเขายังไม่ยอมรับเหตุผลที่แท้จริง แต่เมื่อเธอพยายามถามอย่างจริงจัง เขาจึงยอมบอกว่าไม่อยากให้เธอกลายเป็นเพียงคนคั่นเวลาระหว่างที่เขากำลังพยายามลืมคนรักเก่า อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเขากลับมาบอกอีกครั้งว่าสิ่งที่พูดไปอาจเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น

         หลังจากทั้งคู่เลิกรากันอยู่ประมาณ 2 วัน ฝ่ายชายก็ได้ย้ายออกจากบ้านไป แต่ก่อนหน้านั้นทั้งสองเคยสัญญากันไว้ว่าจะไปเที่ยวทะเลด้วยกัน อีกทั้งได้ทำการจองทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เธอจึงตัดสินใจกลับไปง้อเขา และกลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง แม้จะยังไม่ได้กลับมาอยู่ในสถานะแฟนเหมือนเดิมก็ตาม

         หลังจากนั้นทั้งคู่ได้เดินทางไปเที่ยวทะเลด้วยกัน และมีเพศสัมพันธ์ใกล้ชิดเหมือนเช่นที่ผ่านมา โดยเธอเล่าว่า ฝ่ายชายเป็นคนเริ่มต้นก่อน แต่เมื่อกลับจากทริปทะเล ฝ่ายชายกลับพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า หลังจากนี้เขาไม่อยากมีความสัมพันธ์ทางเพศอีก พร้อมให้เหตุผลว่าเขากลัวว่าเธอจะตั้งครรภ์ และกังวลว่าอนาคตของเธออาจไม่มีความสุข

         เธอเล่าว่า ตัวเธอเองยังมีความต้องการในเรื่องนี้อยู่ และยืนยันว่าทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์กัน ทั้งคู่ป้องกันอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเธอเองนั้นก็มีการกินยาคุมเป็นประจำเนื่องจากปัญหาสุขภาพ แต่ฝ่ายชายยังยืนยันว่า ต่อให้กลับมาคบกันในสถานะเดิม เขาก็ยังไม่อยากมีความสัมพันธ์ทางเพศอีก 

         นอกจากนี้ เธอยังเล่าเพิ่มเติมว่า ฝ่ายชายอาจได้รับผลกระทบทางความคิดจากเรื่องของเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เคยพลาดตั้งครรภ์ จึงอาจเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกกังวลกับเรื่องนี้ เธอยังเล่าอีกว่า เธอเป็นคนแรกที่เขาเคยมีความสัมพันธ์ด้วย และหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้กลับมาเจอหน้ากันอีกเลย

         ในตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี พร้อมที่จะกลับมาคบกันในสถานะแฟน แต่มีเพียงเรื่องเดียว นั่นก็คือเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้คุณคอร์นเนอร์ยังกังวลอยู่ในใจ เพราะเธอเองก็รักเขา แต่ก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองนั้นจะทนไหว จึงอยากถามดีเจว่าควรจะทำอย่างไรดี

         ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า “แต่เรารู้สึก ชอบเขา รักเขาใช่ไหมล่ะ ก็ลอง แต่ก็ต้องเปิดใจไว้เจ็บ เจ็บก็เจ็บสิ คิดอย่างงี้ อย่างน้อยขอให้ได้ลอง สิ่งที่เขาพูดมันเอาแค่หล่อหรือเปล่า มันอดไม่ได้หรอกนะ คอร์นเนอร์ลองถามตัวเองว่าเราสามารถอยู่ได้ไหม ความสุขบางอย่างมันอาจจะมาทดแทนสิ่งนี้ก็ได้ เพราะความสัมพันธ์ในชีวิตคู่เรื่องเซ็กซ์ก็เป็นส่วนประกอบหลักเหมือนกันสำหรับบางคน”

         ‘ดีเจเผือก’ ให้คำแนะนำว่า “จากที่ฟังมาก็ดูว่าไม่ได้อยากเลิก เหมือนเราต้องรู้ก่อนว่าปริศนานี้มันคืออะไรกันแน่ เอาให้รู้คำตอบก่อน ไม่งั้นมันจะคาใจ เราไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า ถ้านอกเหนือจากกลัวการท้องก่อนกำหนด คอร์นเนอร์ลองอยู่ต่อให้หาคำตอบนี้ก็ได้ แต่ก็อยากให้รู้เหตุผลข้อนี้ก่อน”

         ‘ดีเจเติ้ล’ ได้เสริมอีกว่า “พี่ก็ยังไม่เชียร์ว่าให้เราเลิกกัน ลองพูดตรง ๆ ก่อนว่าถ้าเกิดไม่มีเพศสัมพันธ์กัน ก็ยังมีวิธีอื่นที่ทำให้เรามีความสุข จากที่เบอร์ 10 ก็ไปเบอร์ 5 เบอร์ 3 ก็ทำได้ และยังมีวิธีป้องกันอีกมาก ลองไปศึกษาดูด้วย และที่สำคัญก็มีสติ ดูเขาดี ๆ อะไรที่เขาประหลาดก็ทดไว้ในใจ”

         ปิดท้ายด้วยดีเจทั้งสามร่วมกันให้กำลังใจคุณคอร์นเนอร์ พร้อมอวยพรให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ดำเนินไปในทางที่ดี และสามารถกลับมาอัปเดตเรื่องราวกันได้อีกในอนาคต

 เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เจ็บแล้วเจ็บอีก… สาวโทรปรึกษาในรายการ แฟนคนนี้เป็นรักแรก คบกันมา 15 นิสัยดีทุกอย่าง ยกเว้นข้อเดียว แฟนเจ้าชู้มาก นอกใจแล้ว 16 ครั้ง ล่าสุดหนูยอมให้เขาติดต่อกับผู้หญิงอีกคน แต่เขา ก็มาโทษหนูว่าที่เป็นคนแบบนี้ เพราะนิสัยหนูเองทั้งนั้น

30 ต.ค. 2023

เจ็บแล้วเจ็บอีก… สาวโทรปรึกษาในรายการ แฟนคนนี้เป็นรักแรก คบกันมา 15 นิสัยดีทุกอย่าง ยกเว้นข้อเดียว แฟนเจ้าชู้มาก นอกใจแล้ว 16 ครั้ง ล่าสุดหนูยอมให้เขาติดต่อกับผู้หญิงอีกคน แต่เขา ก็มาโทษหนูว่าที่เป็นคนแบบนี้ เพราะนิสัยหนูเองทั้งนั้น

“คุณจิ๊บ(นามสมมุติ)” อายุ 29 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 ต.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาคบกับแฟนมา 15 ปี ตอนนี้จับได้ว่ากำลังนอกใจครั้งที่ 16 แล้วมาโทษเราว่าคือสาเหตุ โดย “คุณจิ๊บ(นามสมมุติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนคนแรกมาทั้งหมด 15 ปี แต่งงานจดทะเบียนกันแล้ว 4 ปี แต่ยังไม่มีลูกด้วยกัน ช่วงเวลาที่ผ่านมาเค้าดีทุกอย่าง ดูแลหนูดีมาก แต่เสียอยู่อย่างเดียว ตลอดเวลาที่คบกันมาเค้าเป็นคนที่ค่อนข้างเจ้าชู้มาก ด้วยความที่เค้าเป็นคนเฟรนลี่ ชอบคุยกับคนอื่นไปเรื่อย ทำให้เรามีปัญหาเรื่องมือที่สาม แล้วตลอดเวลาที่คบกันมา ก็จับได้ว่าเค้ามีมือที่สามมาแล้ว 15 ครั้ง แล้วทุกครั้งที่จับได้ เค้าจะขอให้อภัยเค้าอยู่เสมอ แล้วหนูก็ให้อภัยเค้าตลอด แต่ว่าการที่หนูให้อภัยอยู่แบบนี้ มันเลยทำให้หนูกลายเป็นคนขี้ระแวง โมโหใส่ทุกอย่างที่เค้าทำผิดไปจากเดิมที่เคยพูดไว้ เช่น เวลาจะไปทำงาน แล้วบอกว่าจะกลับหกโมงเย็น พอถึงเวลาเลยหกโมงเย็นไปหน่อยสักครึ่งชั่วโมง หรือชั่วโมงนึง เค้ายังไม่กลับ หนูก็จะเริ่มมีอารมณ์โมโห อาละวาดออกมาแบบ ‘ทำไมถึงกลับมาไม่ตรงเวลา’ ยิ่งให้อภัยเค้า หนูก็ยิ่งระแวงมากถึงขั้นติด GPS ในโทรศัพท์เค้า คอยควบคุมทุกอย่างในชีวิตเค้า ต้องโทรรายงานตลอดเวลา แล้วกลายเป็นว่ามันต้องอยู่แบบนี้กันไปเรื่อย ๆ จนครั้งที่ 16 ที่เพิ่งจับได้ล่าสุดเมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เค้ามาบอกกับหนูว่าเพราะสิ่งที่หนูทำ คอยเจ้ากี้เจ้าการเค้ามากจนเกินไป ทำให้เค้าพูดกับหนูไม่ได้ เลยต้องไปหาพื้นที่สบายใจที่อื่น เค้าแบบหมดใจกับหนู ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเค้าโทษหนู เพราะว่าหนูเป็นแบบนี้ จากที่ผ่านมาทั้งหมดมันเลยทำให้รู้สึกผิดมาก ที่หนูเอาแต่ใจ ระแวงเค้ามากขนาดนี้ และคิดว่านี่หนูกลายเป็นคนผิดใช่ไหม เหตุการณ์ล่าสุดทำให้หนูบอกกับเค้าไปว่า ‘ให้เค้าคุยได้ แต่หนูแค่อยากรักษาครอบครัวเราเอาไว้’ ตอนนี้กลายเป็นว่าเค้าทำเย็นชาใส่ ไม่สนใจหนูอีกแล้ว ตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยกัน ดูแลเหมือนเดิมอย่างพาไปกินข้าว แต่ไม่ค่อยคุยกัน ไม่เล่นกันเหมือนก่อน และแสดงอาการให้รู้ว่ากำลังคุยกับมือที่สามขณะที่อยู่ด้วยกัน วันนี้หนูอยากมาปรึกษาพี่ ๆ ว่าหนูผิดใช่ไหมที่หนูเป็นแบบนี้ เค้าถึงได้มีมือที่สาม หนูแค่อยากรักษาครอบครัวไว้ มันพอจะมีวิธีไหมแล้วถ้าหนูขอโทษเค้า หนูควรจะขอโทษเค้าแบบไหน’ “ดีเจพี่อ้อย” เริ่มให้คำปรึกษาว่า ‘คือจิ๊บ 15 ปีที่ผ่านมาหนูบอกว่าเค้าดูแลหนูดีมาโดยตลอด แต่พอหนูบอกว่าเค้านอกใจ 15 ครั้ง 16 ครั้งเนี่ย อย่างที่บอกข้อดีทั้งหลายเค้าถูกเปลี่ยนไปหมดเลย แล้วการที่หนูกลายเป็นคนระแวงก็ไม่ได้แปลว่าว่าง ๆแล้วหนูระแวงแต่บังเอิญว่าหนูถูกทำลายความไว้วางใจมาก่อนไง มันถึงเกิดความระแวง ก่อนหน้านี้ถ้าเค้าไม่ทำตัวให้คิดมาก เราจะคิดมากได้ยังไง และอันนึงพี่ไม่มั่นใจจริง ๆว่าเราให้อภัยเค้าตั้งแต่เค้ายังไม่รู้สึกผิดหรือเปล่า เพราะหนูดูให้อภัยเค้าบ่อยมาก จนเค้ารู้สึกเลยว่าเหมือนมันเป็นทรง เวียน ว่าย ตาย เกิด ประมาณว่าเมื่อไหร่ก็ตามจับได้ว่านอกใจ ‘เอ้า! ขอโทษ ขอโทษ เราจะไม่ทำอีกนะ’ ‘ให้โอกาส ให้โอกาส ให้โอกาส’ แล้วก็กลับมานอกใจซ้ำ ๆ เค้านอกใจหนูมา 15 ครั้งแล้ว พี่ถามหน่อยว่าเค้าจำเป็นต้องมาซื่อสัตย์ต่อน้องครั้งที่ 16 17 18 หรอ คนเรารักเค้า เราก็ไม่อยากทำให้เค้าเสียใจ เพราะรักเค้าเราไม่เห็นมีใคร เค้ารักเราน้อยไปถึงได้นอกใจบ่อยขนาดนี้ ต่อให้น้องบอกว่าเราจะต้องมารักษาครอบครัว พี่กำลังรู้สึกว่าตั้งแต่เค้ามีคนอื่น คนแรก เราเสียคนในครอบครัวไปแล้ว คนเราเวลารักกัน ความซื่อสัตย์ให้กันยากตรงไหน แล้วพี่รู้สึกว่าหนูอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ หนูมีความสุขหรอ อยู่ในบ้านเป็นแฟนเรา ก้าวเท้าออกจากบ้านเรา เป็นแฟนคนอื่นเต็มไปหมดเลย ต่อให้น้องติด GPS ขนาดไหนก็ตามแล้วยังไง เพราะเมื่อจับได้ว่าเค้ามีคนอื่น ก็ให้อภัยอยู่ดี แล้วจะจับทำไม เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ถ้าถามว่าผิดไหม พี่แค่งงว่า ทำไมหนูถึงรู้สึกว่าหนูต้องผิด เข้าใจว่าเราหันมามองตัวเองได้ว่าฉันทำอะไรให้เค้าไม่โอเคหรือเปล่า เค้าถึงต้องไปมีความสุขนอกบ้านตลอดเวลา แต่ถ้าหนูรู้สึกว่าหนูผิดต้องไปขอโทษ พี่แค่ถามว่าหนูไปขอโทษในฐานะอะไร ขอโทษเธอนะที่ต้องทำให้เธอนอกใจขนาดนี้ ใช่หรือ? ลองค่อย ๆคิดดู แต่อันนึงพี่ยังอยากให้เรารักตัวเองเยอะ ๆบางที่เราก็ให้อภัย ให้ความอดทนกับคนไม่ควรค่าเท่าไหร่ การจะรักษาครอบครัว ต้องช่วยกันทั้งสองฝ่าย พยายามแต่เพียงผู้เดียวไม่รอดหรอก แล้วถ้าจะถามว่าหนูผิดไหม พี่ไม่ได้รู้สึกว่าหนูผิดอะไร ถ้าจะผิดคือ ให้อภัยง่ายไป และหนูให้อภัยแต่เค้า จนปิดโอกาสตัวเราที่จะมีความสุข พี่ขอพูดอีกครั้งนึง คนไม่ใช่กระเบื้อง อย่าให้เค้าเลือกเพราะเราอดทน’ ต่อมาที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘15 ครั้ง ทำไมถึงยังให้อภัยคนคนนึงถึง 15 ครั้ง ย้อนไปที่ประโยคแรก ‘เค้าเป็นคนที่ดีกับหนูทุกอย่างเสียอย่างเดียว เจ้าชู้’ แล้วหลังจากนั้น 15 เคสมาเป็นพรวน เวลาที่คนเราคบกัน หนูตั้งโจทย์ใหม่นะลูก การผัวเดียวเมียเดียว การซื่อสัตย์ต่อกันและกัน คือพื้นฐานทั้งหมดเลยของการคบกัน ไม่ใช่ว่าพี่ชอบปลูกต้นไม้ ทำอาหารให้หนู พี่เก็บที่นอน พี่อาบน้ำทุกวัน พี่ตัดเล็บให้ แล้วพี่จะสามารถ ไปมีผู้หญิงคนไหนก็ได้ 15 คนตลอด 15 ปี มันไม่ใช่อะเนาะ พี่ไม่อยากจะใช้บรรทัดฐานของพี่ไปตัดสินว่าจิ๊บไม่ควรมองแบบนี้ แต่ว่าการมองแบบนี้มันทำให้จิ๊บทนทุกข์ทรมานอยู่กับคนคนนึงที่มันไม่เคยซื่อสัตย์ต่อเราเลย 15 ปีโดยที่คิดว่ามันเป็นคนดี แล้ว 1-15 คนที่ผ่านมาเนี่ย จิ๊บคือสาเหตุหรอ แล้วไปคิดนะว่าทำไม 15 ปีที่ผ่านมาฉันถึงไม่ได้มีความรักดีดีเหมือนคนอื่นเค้า แฟนคนแรกไม่ใช่แฟนที่ดีที่สุดเนอะ คำว่าแฟนคนแรก ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยกับคำว่าความรักที่แท้จริง หรือคู่ชีวิตและการที่เคยมีแฟนมาคนเดียว บางครั้งอยู่คนเดียวไม่มีใครยังดีกว่า อย่าไปคิดว่าฉันมีแฟนคนนี้คนแรกฉันต้องรักษาทุกอย่างมันไว้ บางครั้งไม่มี ชีวิตเราอาจจะดีกว่าเยอะเลยนะ เพราะฉะนั้นนี่คือคำตอบของพี่แล้วมั้งว่า มันใช่ความผิดของจิ๊บมั๊ย ต่อให้จิ๊บถามครึ่งชั่วโมงโวย หนึ่งชั่วโมงโวย คือถ้าเค้าทำตัวแบบเนี่ยเค้าสายแค่ 3 นาทีจิ๊บก็มีสิทธิ์โวย ความไว้ใจที่มันเสียไป ไม่มีทางแล้วที่จะกลับมาได้เพราะฉะนั้นเราต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างให้มันชดเชยกับความไว้ใจที่มันแตกร้าวไปแล้ว นี่คือปกติมนุษย์ที่ควรทำ’ ปิดจบกันที่ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้เหมือนสมองส่วนเหตุผลของจิ๊บ พี่ว่าฟังก์ชันมันกำลังผิดพลาดอยู่ ไม่รู้ว่าเพราะว่าหนูโดนมาแบบนี้จนมันชินชา ร่างกายมันสร้างข้อมูลอะไรมาหลอกตัวเองหรืออะไรอยู่หรือเปล่า หรือว่าจิ๊บยังคิดไม่ได้จริง ๆแต่วันนี้พวกพี่สามคนพยายามจะทำให้จิ๊บคิดให้ได้ว่า ตอนนี้สิ่งที่จิ๊บคิดอยู่มันผิด อย่างอันแรกที่จิ๊บถามตัวเองว่าจิ๊บทำผิดกับเค้าหรือเปล่า พี่ก็จะบอกว่าจิ๊บไม่ได้ทำผิดอะไรเลย และถึงแม้ว่าจิ๊บจะระแวงเค้า มันก็สมเหตุสมผลมากที่จิ๊บจะทำแบบนั้น พี่ยกตัวอย่างง่าย ๆเหมือนพี่โดนหมาตัวนึงกัดมา 16 ครั้ง พี่จะไปอยู่ข้าง ๆมันโดยที่แบบสบายใจกับมัน ว่ามันจะไม่กัดพี่อีกแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ ว่ามึงกัดกูมา 16 ทีอะ พี่ก็ต้องอยู่แบบเมื่อไหร่มึงจะมากัดกูอีก ซึ่งจิ๊บก็เป็นแบบนั้น เพราะว่าจิ๊บเจอสิ่งเหล่านั้นมาเรื่อย ๆตลอด 16 ปี มันหนักหนามากนะสำหรับผู้หญิงคนนึง ซึ่งจิ๊บไม่ผิดที่รู้สึกแบบนั้น แล้วตอนนี้พี่รู้สึกว่าเค้ากำลังปั่นหัว ใช้ความไม่รู้ของจิ๊บในการจะโยงทุกอย่างมาให้จิ๊บเป็นคนผิด เพราะเค้าเป็นคนเห็นแก่ตัว เค้าเป็นคนไม่ดี เค้าเป็นคนรักที่เลวอะ ซึ่งถ้าจิ๊บไปคิดแบบนั้นอีก ยิ่งลงล็อกไปอีก คือจิ๊บไม่มีค่าอยู่แล้วในสายตาเค้าตอนนี้ที่พี่รู้สึกนะ ถ้าจิ๊บเป็นแบบนี้อีกจิ๊บจะยิ่งไม่มีค่า เพราะว่าจิ๊บยอมให้เค้ามาขนาดนี้แล้ว คือตอนนี้พี่อยากให้จิ๊บแบบมองเห็นว่าสิ่งที่จิ๊บทำผิดอยู่เรื่องเดียวที่พี่จะมองออกตอนนี้นะคือ จิ๊บให้อภัยคนผิด ให้อภัยคนที่ไม่สมควรได้รับ แล้วจิ๊บไม่ได้รักตัวเองเลย จิ๊บไปให้อภัยเค้า แต่จิ๊บกำลังทอดทิ้งตัวเอง ยอมให้เห็นตัวเองแบบโดนผู้ชายนอกใจมาแบบทุกปี ๆ บางปีมากกว่าหนึ่งครั้ง อันนี้มันคือนรกเลยนะ และมันมากพอแล้วที่ผู้หญิงคนนึงจะเจอ จิ๊บควรจะเดิoออกมาจากนรกขุมนั้นได้แล้ว และไม่มีอะไรที่ควรขอโทษ เค้าต่างหากที่ควรขอโทษจิ๊บ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ชอบเจอคนบังคับให้ดื่ม แล้วพูดว่า "ดื่มหน่อยน้อง บรรยากาศจะได้สนุก" แต่เราโดนบังคับแบบนี้ไม่สนุกเลย บางทีไม่เมาก็จอยได้ ทำไงดีไม่ชอบคนแบบนี้เลย

10 พ.ย. 2023

ชอบเจอคนบังคับให้ดื่ม แล้วพูดว่า "ดื่มหน่อยน้อง บรรยากาศจะได้สนุก" แต่เราโดนบังคับแบบนี้ไม่สนุกเลย บางทีไม่เมาก็จอยได้ ทำไงดีไม่ชอบคนแบบนี้เลย

“คุณมิน (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนที่ชอบชวนให้ออกไปดื่ม แต่ด้วยส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ดื่มเลย กลายเป็นว่าอึดอัดเวลามีคนชวนไปสังสรรค์ โดย “คุณมิน (นามสมมติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘ส่วนตัวเราเป็นคนที่ไม่ชอบสังสรรค์ และไม่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ด้วยหน้าที่การงานที่เราทำ ก็มักจะมีรุ่นพี่ในบริษัทชวนออกไปสังสรรค์อยู่บ่อยครั้ง หรือมีบางโอกาสที่ต้องไปร่วมเพราะบริษัทมีจัดเลี้ยงสังสรรค์ ด้วยความที่เราเป็นคนที่มีอายุน้อยที่สุดในงาน จึงมักจะเป็นจุดสนใจของทุกคน เพราะทุกครั้งที่เราปฎิเสธก็จะเป็นการไม่รักษาน้ำใจ เพราะเขาก็ชงมาให้เราแล้ว ถ้าไม่ดื่มแล้วใครจะดื่ม หลังจากที่เราทำงานอยู่ที่เก่าได้ประมาณปีกว่า ๆ ก็ย้ายบริษัทออกมาทำงานอีกที่หนึ่งแทน แต่ปัจจุบันก็ยังเจอเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่รู้จัก เวลาชวนออกไปสังสรรค์ก็รู้ว่าไม่ชอบดื่ม แต่ทุกครั้งที่ไปก็มักจะบังคับให้ดื่มทุกครั้ง มันทำให้เรารู้สึกอึดอัดมาก และไม่อยากทำให้บรรยากาศเสีย เราจึงต้องยอมดื่ม ปัญหานี้มันเกิดขึ้นกับเรามาเรื่อย ๆ มันไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานที่ชอบชวนดื่มอย่างเดียว สังคมรอบข้างที่สนิทก็มักจะบังคับให้ดื่มอยู่บ่อยเหมือนกัน วันนี้เลยอยากปรึกษาว่า ดีเจทั้งสามคน มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับคนประเภทนี้ ที่ชอบมักจะชวนดื่มอยู่ตลอด พวกเขาต้องการอะไร? เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่กับแค่คนในริษัทอย่างเดียว แต่สังคมรอบข้างที่รู้จักก็มักจะบังคับให้ดื่มเหมือนกัน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ส่วนตัวพี่เอง ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ไม่สามารถปฎิเสธได้ เพราะก็มักจะปฎิเสธตลอด ตัวเองมีอาการแพ้เหล้า ดื่มไม่ได้ ร่างกายมันต่อต้าน และก็จะบอกไปเลยว่าไม่ชอบดื่ม และตั้งแต่ทำงานเป็นดีเจหรืองานในบริษัท ก็ไม่เห็นมีใครมาบังคับให้ดื่ม แต่ถ้ามีโอกาสไปร่วมงานสังสรรค์ เราก็สามารถเมาดิบได้ สามารถสนุกได้โดยที่ไม่ต้องดื่ม เพราะส่วนตัวพี่ไม่ได้เป็นคนที่ชอบสังสรรค์ เวลาที่ไปก็จะกลับเร็ว จึงแนะนำว่าถ้าจะให้อ้างเหตุผล ก็ควรจะอ้างเรื่องของสุภาพว่า แพ้แอลกอฮอล์ โรคตับ หมอบอกห้ามดื่ม วันก่อนที่ไปค่าตับขึ้น เดี๋ยวเต้นให้แล้วกัน อะไรก็ได้อ้างไป หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือไม่ต้องไปเลย ถ้าจะตกงานเพียงเพราะไม่ได้ดื่มก็หางานใหม่ เพราะในว่ารูปแบบงานบางงาน มันก็มีวัฒนธรรม หรือต้องไปดื่มจริง ๆ คนหมู่มากที่เขาทำงานก็ชอบสังสรรค์เป็นเรื่องปกติ ถามว่าคนหมู่น้อยอยู่ได้มั๊ย มันก็อยู่ได้แหละ แค่เรากล้าปฎิเสธหรือเปล่า หลักแน่นมากพอหรือเปล่า แต่ถ้าอยู่ไม่ได้ก็หางานใหม่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็อย่าไปยุ่งชีวิตเขา เขาจะเอาอะไรเข้าร่างของเขามันเป็นสิทธิ์ของเขา เพราะส่วนตัวพี่เองก็ไม่ได้เป็นคนที่ชอบดื่มเหมือนกัน ถึงแม้ในวงการบันเทิงมักจะมีการสังสรรค์อยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งก็จะปฎิเสธตลอด จึงแนะนำว่าให้กล้าปฎิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ดื่ม สัญญากับแม่ว่าจะไม่ดื่ม พี่ชายเคยเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำตาย เราไปอยู่ในงานนั้นก็พอแล้ว เราสนุกกับงานได้โดยไม่ต้องกินเหล้า หรือว่าเลี่ยงการไปงานสังสรรค์ไปเลย ปิดจบกันที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เสนอไปเลย 3 ทางเลือกคือ 1. บอกไปว่าเป็นโรคตับ วันนั้นไปตรวจมา ปรากฏว่าตับอักเสบ ดื่มไม่ได้จริง ๆ ให้ยืนยันเสียงแข็งว่าดื่มไม่ได้ สักวันหนึ่งเขาคงรู้แหละว่าเราไม่ดื่ม 2. ถ้าไม่อยากอยากให้มันเสียบรรยากาศเราก็จิบ ๆ ได้ นั่งสักพักพอทุกคนเริ่มได้ที่แล้ว เราก็แอบหนีกลับบ้านไปเลย 3. ถ้าเราอยากอยู่ทั้งคืน ก็เนียน ๆ ไป เราก็ผสมโคล่าเพิ่มเข้าไป แก้วแรกอาจจะเป็นเหล้าปกติ แก้วต่อไปก็เป็นโคล่าไปอย่างเดียว จะได้ไม่เสียบรรยากาศ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผิดขนาดนั้นเลยหรอ... สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจ คบกันมา 7 ปี แต่สามีฟ้องหย่า เพราะหนูแค่ถามเขาว่า “มึงจะกลับไม่กลับ!” ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เขาให้เหตุผลว่า เราใช้คำพูดไม่สุภาพ รุนแรง แต่เขาก็เคยต่อยเบ้าตาเราแตก จนต้องเข้าโรงพยาบาล...

12 มิ.ย. 2023

ผิดขนาดนั้นเลยหรอ... สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจ คบกันมา 7 ปี แต่สามีฟ้องหย่า เพราะหนูแค่ถามเขาว่า “มึงจะกลับไม่กลับ!” ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เขาให้เหตุผลว่า เราใช้คำพูดไม่สุภาพ รุนแรง แต่เขาก็เคยต่อยเบ้าตาเราแตก จนต้องเข้าโรงพยาบาล...

ผิดขนาดนั้นเลยหรอ... สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจ คบกันมา 7 ปี แต่สามีฟ้องหย่า เพราะหนูแค่ถามเขาว่า “มึงจะกลับไม่กลับ!” ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เขาให้เหตุผลว่า เราใช้คำพูดไม่สุภาพ รุนแรง แต่เขาก็เคยต่อยเบ้าตาเราแตก จนต้องเข้าโรงพยาบาล หนูไม่อยากหย่าเพราะยังรู้สึกผูกพันและรักมาก ทำยังไงดีคะ? “คุณมิว (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [7 มิ.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจปุ๊กกี้ ปวีณ์นุช เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับสามี โดย “คุณมิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับสามีอยู่ด้วยกันมาเข้าปีที่ 7 เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนของปีที่ผ่านมา หนูกับแฟนตกงานกันทั้งคู่ ทีนี้มันมีผู้หญิงคนหนึ่งและสามีของเขาที่รู้จักกับครอบครัวหนูมาประมาณ 10 ปี เขามาชวนหนูไปทำงานที่ร้านอาหารของเขา หนูก็เลยพาแฟนเข้าไปทำด้วยในตำแหน่งพนักงานทั่วไป ซึ่งแฟนหนูก็เพิ่งรู้จักกับพี่คนนี้จากการที่หนูพาแฟนเข้าไปทำงานด้วย ทำงานตอนแรกๆก็ดี แต่ทำไปได้ประมาณอาทิตย์หนึ่ง หนูก็มีปากเสียงกับแฟน ทะเลาะกันขึ้นมา จากความรู้สึกหนูเรื่องที่ทะเลาะกันมันเป็นเรื่องเล็กๆนิดเดียวเอง มันควรที่จะคุยกันได้ แต่แฟนหนูกลับโมโหใหญ่โตมาก ไม่ยอมคุย วันนั้นที่ทะเลากัน ด้วยความที่ทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม พอเลิกงานหนูก็เหนื่อย ล้า แล้วก็เป็นประจำเดือนด้วยเลยมีหลายอารมณ์ พอเลิกงานก็ชวนสามีกลับบ้านแต่เขามัวแต่คุยกับเพื่อนที่ทำงาน หนูก็เลยโมโหแล้วก็มีการตะคอก ขึ้นเสียงใส่เขาไป ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน อาจจะหยาบนิดหนึ่ง คือหนูพูดว่า “มึงจะกลับหรือไม่กลับ” ก็เลยทำให้เขาโมโหและทะเลาะกัน ปกติหนูไม่ค่อยพูดคำหยาบ หรือขึ้นเสียงเลยถ้าไม่รู้สึกว่าอารมณ์มันสุดจริงๆ แต่วันนั้นทั้งเหนื่อย หลายเรื่อง อารมณ์เลยขึ้นไป เหมือนอารมณ์ชั่ววูบ ในระหว่าง 7 ปีก็เคยทะเลาะหนักกว่านี้ แต่มันไม่ถึงกับแยกกันแบบนี้ พอหนูตะคอกใส่เขา เขาก็เดินกลับบ้านไปเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า แล้วก็ออกมาไปอยู่กับพี่เจ้าของร้านเลย หนูก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร พี่เจ้าของร้านเขาอาจจะเอ็นดูแฟนหนูหรือเปล่าหนูก็ไม่แน่ใจ เหมือนพี่เจ้าของร้านเป็นที่พักพิงให้กับแฟนหนู หลังจากที่ทะเลาะกัน หนูกับสามีอยู่คนละที่แต่ก็มาเจอกันที่ทำงาน สามีหนูเขาก็ไม่สนใจ ไม่พูดคุย เห็นหนูเป็นฝุ่น เป็นอากาศ ส่วนตัวพี่เจ้าของร้านก็ยังพูดดีในตอนแรกว่าให้ค่อยๆพูด ค่อยๆเคลียร์กัน แต่หนูก็ไม่รู้ว่าพี่เขาไปคุยอะไรกับแฟนหนู จน 2 - 3 วันถัดมาพี่เขาก็เริ่มเปลี่ยนท่าที เริ่มบอกให้หนูกับสามีหย่ากัน ให้เลิกกันไปเลย อย่ามายุ่งกัน คำพูดเขาแบบ “ก็มันไม่เอาแล้ว จะมาอะไรกับมัน!” หนูรู้สึกได้เลยว่าการพูดของพี่เขาไม่ใช่ไกล่เกลี่ยหรือคนกลาง แต่อยากให้หนูไปเลิกกับสามี แต่หนูก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมพี่เขาถึงเป็นแบบนี้ หนูก็ไม่อยากเลิก หนูกับสามีอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา 7 ปี พี่คนนั้นก็คอยพูดเรื่อยๆ ทุกวันๆที่ไปทำงานแล้วก็มีบอกว่า ถ้ายังไม่หยุดเร้าหรือกับสามีของหนู เขาจะไล่หนูออกจากงาน พนักงานทุกคนจะได้วันหยุดหนึ่งวัน ซึ่งวันนั้นเป็นวันหยุดพักผ่อนของหนู แต่พี่ผู้หญิงเจ้าของร้านเขาโทรมาว่า “สรุปจะเอายังไง จะเลิก จะหย่าให้ไหม” หนูก็ตอบไปว่า “ยังไงหนูก็ไม่หย่า” สำหรับความรู้สึกหนู หนูอยากให้สามีมากลับมาคุยกันดีๆ เพราะตั้งแต่ที่ทะเลาะกันเขาไม่เคยมาคุยกันสักคำ เขาหายไปเลย เจอกันแค่ที่ทำงาน นอกนั้นก็ติดต่อไม่ได้เลย อยู่ที่ทำงานก็ไม่ยอมคุยกับหนู แล้วพี่เขาก็พูดอีกว่า “ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวจะดูแลสามีหนูอย่างดี” พี่เขาพูดถึงขนาดว่าจะเอาชื่อของสามีหนูเข้าทะเบียนบ้านของเขา เขาสงสารสามีเราเพราะเป็นคนต่างจังหวัดแล้วมาอยู่บ้านเดียวกับหนู เห็นว่าตอนนี้สามีหนูตัวคนเดียว สงสารเลยอยากดูแล สามีของพี่เขาก็รู้เรื่องทั้งหมด แต่ทุกคนก็ถามหนูว่า สามีเขาว่ายังไงบ้าง เหมือนสามีพี่เขาก็เชื่อ พี่เขาพูดอะไรก็เชื่อหมด หนูก็ไม่รู้ วันนั้นที่พี่เขาโทรมา เขาก็ยังบอกอีกว่า ถ้าไม่อย่าพี่จะหาทนายมาให้สามีหนูฟ้องหย่า หนูอยู่แบบนี้ไม่ได้ มันเสียสุขภาพจิตหนู หนูต้องกินยานอนหลับ ก็เลยตัดสินใจออกจากงาน เพื่อที่จะเว้นระยะห่างกับสามี เผื่อวันไหนที่เขาเย็นลง หรือโอเคขึ้นเขาจะกลับมาคุยกับเรา หลังจากหนูออกจากงานมาจนประมาณเดือนมีนาคม หนูได้รับหมายศาลการฟ้องหย่า โดยให้สาเหตุคร่าวๆคือ หนูด่าทอด้วยคำพูดที่ไม่สุภาพ รุนแรงในที่สาธารณะ ทำให้อับอาย หนูก็ได้ไปยื่นเรื่อง ไปไกล่เกลี่ยอะไรเรียบร้อยค่ะ หนูก็ไม่ได้ติดต่อกับเขาอีกเลย จนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีเพื่อนของหนูไปเห็นเฟซบุ๊กของผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ไม่ใช่พี่เจ้าของร้าน เขาเป็นลูกของแม่ค้าที่อยู่ในระแวกเดียวกัน ลงภาพซ้อนมอเตอร์ไซค์ให้เห็นต้นคอ ด้านหลังว่าเป็นสามีหนู แล้วบอกว่า “เป็นคนพิเศษ” ทีนี้หนูก็เลยโทรไปเคลียร์กับทางผู้หญิงคนนี้ (อายุประมาณ 17-18ปี) เขาก็บอกกับหนูว่า กำลังคุยๆดูๆกับอยู่ แต่ผู้ใหญ่ยังไม่อนุญาตให้คบกัน เพราะทางผู้ชายบอกว่ากำลังจะหย่ากับเมีย หนูก็คิดในใจว่า อ้าว ถ้าผู้ใหญ่รู้แบบนี้ ทำไมเขาไม่ห้ามหรอ ผู้ชายก็ยังมีเมียมี ทะเบียนสมรส หนูก็เลยโทรไปหาแม่ของน้องผู้หญิงด้วย แม่ของน้องเขาก็รับรู้ว่าผู้ชายที่น้องคุยมีเมียอยู่แต่ก็บอกหนูว่า ก็กำลังจะหย่ากันไม่ใช่หรอ เขาฟ้องเธออยู่ ระหว่างที่หนูกำลังคุยกับแม่เขา หนูได้ยินเสียงคนๆหนึ่งเข้ามาในโทรศัพท์ มันมีคำที่หนูไม่คิดว่าเกิดมาหนูจะได้ยินอะไรแบบนี้ มันทำให้หนูเจ็บใจมากที่สุด เขาพูดมาว่า “มึงจะโทรมาทำไม ทำไมไม่ไปคุยกับผัวมึง มึงเอาผัวมึงไม่อยู่เอง จะมาอะไรกับฝ่ายนี้!” แต่สามีหนูไม่ยอมคุยกับหนูเลย มีแต่ฝากพี่เจ้าของร้านมาคุย หนูอยากจะสู้ให้ถึงที่สุด ส่วนหนึ่งหนูก็อยากได้สามีกลับมา แล้วก็อยากให้มีความยุติธรรมว่าทำไมหนูต้องมาเจออะไรแบบนี้ ถ้าเขาชนะในคดีนี้ หนูจะกลายเป็นคนที่ไม่ได้ผิดขนาดที่จะต้องเป็นคดีหรือขึ้นศาลเพราะเรื่องแค่นี้ ดีเจทั้ง 3 คน ให้คำปรึกษากับ “คุณมิว (นามสมมติ)” ว่า ‘เรื่องฟ้องก็คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลตัดสินว่าผลมันจะเป็นยังไง แต่มันไม่สมเหตุผลกับการฟ้องหย่านี้เลย คนที่ควรจะฟ้องควรเป็นคุณมิวด้วยซ้ำ ในความเป็นจริง เวลาสามีภรรยามีปากเสียงแล้วใช้คำที่ไม่สุภาพเวลาทะเลาะกัน ไม่เห็นมีคู่ไหนที่ต้องขึ้นศาลขนาดนี้เลย “คุณมิว (นามสมมติ)” บอกต่อว่า หนูไม่เคยใช้คำที่ไม่สุภาพกับเขาเลยนะคะ หยาบสุดของหนูคือมึงกับกู มีแต่เขาที่ใช้คำไม่สุภาพกับหนูตลอด 3 ดีเจ จึงบอกว่า ถ้าเป็นอย่างที่คุณมิวบอก แบบนั้นมันก็เห็นชัดอยู่แล้ว เขาใช้สิ่งนี้เป็นข้ออ้างในการที่จะเลิกกับคุณมิวหรือเปล่า “คุณมิว (นามสมมติ)” ตอบกลับว่า คนรอบข้างส่วนมากบอกว่า เขาหาจังหวะมานาน แล้วมาเจอเรื่องนี้พอดี เขาเลยใช้จังหวะนี้ที่จะเลิกกับหนู ตอนไปไกล่เกลี่ยหนูก็ถามเขาว่า ฉันทำอะไรให้เธอหนักหนาขนาดนั้นเลยหรอ เขาตอบกลับมาว่า ความรู้สึกมันต่างกัน เรื่องเล็กสำหรับหนูอาจจะใหญ่สำหรับเขาก็ได้ 3 ดีเจ ถาม “คุณมิว (นามสมมติ)” ถึงเหตุผลว่าทำไมถึงไม่หย่า แล้วผู้ชายคนนี้มีข้อดีอะไร? “คุณมิว (นามสมมติ)” ตอบว่า หนูยังมีหวังอยู่ว่าสักวันเราจะกลับมาเป็นครอบครัวได้ แล้วก็เพราะความผูกพันที่อยู่ด้วยกันมาตลอด 7 ปี ข้อดีนอกจากผูกพันก็คงมีแต่ไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่ามันมีช่วงที่เคยทะเลาะกันแล้วเขาชกเบ้าตาหนูแตก เย็บไปหลายเข็ม ต้องนอนโรงพยาบาลอะไรแบบนี้ แต่หนูไม่ได้บอกคนรอบข้างว่าเขาเป็นคนทำ หนูบอกว่าหนูล้มเอง เพราะว่าหนูรักเขา แล้วหนูก็คอยสนับสนุนเขาในหลายๆเรื่องเลยไม่อยากหย่ากับเขา หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่าหนูจะ move on ต่อยังไงดีคะ? “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า คนแบบนี้ควรเอามาเป็นสามีหรอ จากที่ฟังแรกๆก็สงสัยว่าทำไมต้องหย่ากันด้วยเหตุผลแค่นั้น แต่พอคุณมิวเล่าต่อ เขาทั้งทำร้ายร่างกาย ใช้คำหยาบคาย ไม่ให้เกียรติ ตอนทะเลาะกัน แค่นี้ก็ไม่โอเคแล้ว แล้วก็ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลย พี่ไม่เห็นค่าอะไรที่ควรจะเอาเขากลับมาเลย หย่าไปเลย 7 ปีมันจะมีค่าเฉพาะคนที่ดีกับเรา แต่สำหรับคนนี้ 7 ปีคือเสียเวลาชีวิต คุณมิวควรเอาความรักนี้ไปให้กับคนที่สมควรจะได้รับและดีกับคุณมิวจริงๆ นี่คือเรื่องดีที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณมิวแล้ว ปล่อยเขาไปเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น “ดีเจปุ๊กกี้” แนะนำให้คุณมิวมีคนใหม่ และเจอคนที่ดีกว่า ถ้าเราทำดีให้เขาไปทุกอย่างแล้วเราไม่ได้รับกลับมาจากคนๆนั้น แสดงว่าเขาไม่อยู่ในชีวิตเรา ไปหาคนที่ดีกว่า เปิดใจ อย่าไปยึดติดกับคนเก่า คุณมิวอายุยังน้อยมีโอกาสที่จะได้เจอคนดีๆอีก แล้วก็เลิกถามตัวเองได้แล้วว่าตัวเองผิดอะไร เพราะเรื่องนี้คุณมิวไม่ได้ผิดเลย คำพูดแค่นั้นไม่สามารถฆ่าจิตใจคนได้ ส่วน “ดีเจเผือก” แนะนำให้คุณมิวไปปรึกษาจิตแพทย์เกี่ยวกับความเศร้าที่กำลังพบอยู่ แล้วก็ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดหาเหตุผลว่าเราทำอะไรผิด เอาเวลาไปทำให้ตัวเองดีขึ้น มีความสุขขึ้นดีกว่า ถ้ามองย้อนกลับไป 7 ปีแล้วคุณมิวเห็นว่าตัวเองเปลี่ยนไปขนาดไหน เขาทำให้คุณมิวกลายเป็นคนไม่รักตัวเอง คุณมิวควรเซ็นใบหย่าแบบไม่ต้องคิดเลย ไม่ต้องกลัวเสียศักดิ์ศรีอะไรทั้งนั้น ควรรักตัวเองก่อน สุดท้ายดีเจทั้ง 3 ขอส่งกำลังใจให้คุณมิวมีสติ และผ่านพ้นเรื่องนี้ไปให้ได้ รักตัวเองให้เยอะๆเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูโตแล้ว แค่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวคืน... ตั้งแต่เด็กแม่มีรหัส Facebook ของหนู แม่สวมรอย คอมเมนต์ ตอบเพื่อน ทักหาผู้ชายไปทั่ว ขอร้องหนูให้ช่วยวิดีโอคอลกับผู้ชาย 5 นาที ให้ผู้ชายมั่นใจว่าคือหนูจริงๆ

29 มี.ค. 2024

หนูโตแล้ว แค่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวคืน... ตั้งแต่เด็กแม่มีรหัส Facebook ของหนู แม่สวมรอย คอมเมนต์ ตอบเพื่อน ทักหาผู้ชายไปทั่ว ขอร้องหนูให้ช่วยวิดีโอคอลกับผู้ชาย 5 นาที ให้ผู้ชายมั่นใจว่าคือหนูจริงๆ

หนูโตแล้ว แค่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวคืน... ตั้งแต่เด็กแม่มีรหัส Facebook ของหนูแม่สวมรอย คอมเมนต์ ตอบเพื่อน ทักหาผู้ชายไปทั่ว ขอร้องหนูให้ช่วยวิดีโอคอลกับผู้ชาย 5 นาทีให้ผู้ชายมั่นใจว่าคือหนูจริงๆ พีคสุด นัดครอบครัวผู้ชายมากินข้าวด้วยกัน ตอนนั้นหนูยังเด็ก ทำตัวไม่ถูกเลย “คุณน้ำ(นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 มี.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่สวมรอยเป็นเราไปคุยกับผู้ชายในเฟสบุ๊คจนได้คบกัน ถึงขั้นนัดกันไปกินข้าวกับครอบครัวผู้ชายคนนั้น! โดย ​“คุณน้ำ(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มันเริ่มมาจากหนูมีเฟซบุ๊ก น่าจะช่วงวัยประถม ประมาณ ป.4-ป.5 และไม่ได้รู้สึกว่าการที่แม่รู้พาสเวิร์ดหรือเข้าไปอ่านแชทเวลาเราคุยกับเพื่อนเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะตอนนั้นเด็กมาก ๆ เลยคิดว่าแม่คงเป็นห่วง แต่มันกลายเป็นว่าคุณแม่ตอบแชท ตอบคอมเมนท์แทน โดยที่ทำตัวเป็นเราและเป็นอย่างนี้มาเรื่อย ๆ จนประมาณช่วง ม.1 โรงเรียนไม่ให้เอาโทรศัพท์ไป เพราะฉะนั้นหนูจะเล่นโทรศัพท์ได้ตอนที่อยู่บนรถ ก่อนจะลงจากรถเข้าโรงเรียน และตอนเลิกเรียน ทีนี้หนูก็ทิ้งโทรศัพท์ไว้ให้แม่ก่อนที่จะเข้าโรงเรียน หนูเห็นแล้วว่ามีผู้ชายคนนึงแอดเฟซบุ๊กหนูมา แต่หนูไม่ได้สนใจอะไรคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่พอหนูกลับมา เฟซบุ๊กผู้ชายคนนั้นหายไป แต่มีแชทที่แบบถามต่อว่า เธอชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ คุณแม่ก็ตอบแทนปกติ แต่หนูมารู้ทีหลังว่า... จริง ๆ แล้วคุณแม่เอาไอดีไลน์ของคุณแม่ให้เขาไป แล้วเขาก็ไปคุยกันในไลน์ โดยที่คุณแม่หลาย ๆ คนอาจจะชอบเอารูปลูกสาวหรือลูกชายตั้งเป็นโปรไฟล์ เขาอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้แปลกอะไร แต่ว่านั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัย แล้วมันก็เกินเลยมาเรื่อย ๆ หนูแอบเห็น message ที่เด้งมา ตอนแรกเข้าใจว่าคงคุยกันปกติ แต่ไป ๆ มา ๆ มันเป็นการคุยเหมือนจีบกันเชิงชู้สาว จนมารู้ทีหลังว่าเขาคบกัน คุณแม่ก็มาพูดประมาณว่า ช่วยวิดีโอคอลคุยกับเขาให้หน่อยซัก 5-10 นาทีได้ไหม? ทั้ง ๆ ที่หนูไม่ได้รู้จัก ไม่ได้คุยกับเขาเลย แต่ให้หนูตีหน้าซื่อคุยวิดีโอคอลกับเขา หนูก็คุย ๆ ไปให้มันหมดเวลา แล้วก็วางสาย คุณแม่ก็คุยกันต่อในแชท คุณพ่อทำงานอยู่ต่างจังหวัดกลับมาอาทิตย์ละ 1 ครั้ง แต่คุณพ่อจับไม่ได้เพราะอาจจะเป็นคนไม่ค่อยเล่นโซเชียล และไม่ค่อยสนใจอะไร เขาก็ดูอินโทรเวิร์ตหน่อย ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่คุยกับคุณแม่เลย ตอนหนูอายุ 15 ปี เป็นวันที่หนูต้องเปลี่ยนบัตรประชาชน หนูก็ถ่ายรูปลงมาจากอำเภอปุ๊บ แล้วคุณแม่ก็บอกว่า เดี๋ยวเราไปสยามกัน เนี่ยไปกินข้าวกัน นัดไว้แล้ว หนูก็ถามว่า ไปกินข้าวอะไร เขาก็เลยบอกว่า เขานัดผู้ชายคนนั้นกับครอบครัวเขาไว้แล้ว ต้องไปนะ เพราะว่าเขามาแล้ว หนูก็รู้สึกเหมือนโดนมัดมือชก ตอนนั่งกินอาหารก็คุยกันปกติ หนูอึดอัดมาก จนแบบหนูจะลุกไปเข้าห้องน้ำ แล้วแม่ของผู้ชายก็บอกผู้ชายคนนั้นว่า เนี่ย ไปกับน้องสิลูก จนหนูคิดว่าไม่ไปดีกว่ารู้สึกไม่ปลอดภัย หลังจากเหตุการณ์วันนั้น หนูก็พยายามที่จะบอกผู้ชาย โดยใช้แอคหลุมไอจีของหนูทักไปเลยว่า เธอรู้ไหมที่คุยกันมาตลอด 4-5 ปี แล้วที่นัดไปเจอเรื่องมันเป็นแบบนี้ ๆ ผู้ชายก็ไม่เชื่อ หนูก็ตั้งกล้องอัดหน้าตัวเองพูดว่า เนี่ย ดูหน้าเอาไว้ แล้วก็จำเสียงไว้ เสียงเราเป็นแบบนี้ พอเขาไม่เชื่อ หนูก็ไม่รู้จะทำยังไงหนูก็ปล่อยเขาไป แล้วเหมือนผู้ชายเริ่มจะรู้ว่านี่คือแอคหลุมของหนู แต่หนูไม่แน่ใจว่าเขาจะเข้าใจว่าแอคหลุมเป็นของแม่ไหม เพราะหนูคิดว่าผู้ชายมันก็ต้องแคปแชทที่หนูคุยส่งไปให้แม่ แม่ก็คงน่าจะบอกว่า นั่นแม่เราอย่าไปสนใจเลย ฟีลแบบสลับกัน และหนูพยายามหาว่าแม่กำลังจะทำอะไร ก็เลยเริ่มรู้ว่าแม่มีอีกเฟซบุ๊ก มีอีกไอจีนึงที่แม่สร้างเอง เหมือนเป็นอีกโลกที่เอาไว้คุยกับผู้ชายคนนั้น ด้วยความที่อยู่กับแม่ที่บ้าน 2 คน ก็เลยไปบอกเขาว่า แม่ทำแบบนี้ไม่โอเคเลยนะ เลิกได้ไหม เขาก็ขำแล้วบอกว่า จะอะไรนักหนาก็คุยกันผ่านแชท ไม่ได้ไปหาเขาสักหน่อย หนูก็เคย message ไลน์ไปบอกคุณพ่อ คุณพ่อก็อ่านแต่ไม่ตอบ แต่พอเวลาผ่านไปเหมือนคุณแม่ทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ หนูก็บอกว่า หนูทนไม่ไหวแล้วนะ หนูจะต้องบอกพ่อแล้วนะ เขาก็บอกว่า ครั้งที่แล้วก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรอ ถ้าบอกอีกจะเลิกกันแล้วนะ จนปัจจุบันหนูเริ่มมีสังคม มีแฟน หนูควรจะทำยังไง หนูถึงจะเอาพื้นที่ส่วนตัวคืนมา หรือหนูควรจะเปิดเฟซบุ๊กใหม่ไปเลย? ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูต้องเรียกแม่มาคุย แล้วการคุยของหนูไม่ได้ถามว่าแม่โอเคไหม หนูต้องบอกโหมดที่แม่จะใช้ชีวิตอยู่กับหนูให้แม่รับทราบ หนูเปลี่ยนพาสเวิร์ดเฟซบุ๊กก่อนที่จะเรียกแม่เข้ามาคุย ให้ทุกอย่างมันเป็นไพรเวทอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวของเรา คนอื่นจะเข้ามาก้าวก่ายไม่ได้ เรียกแม่มาคุยเลยว่า... 1. รับรู้เรื่องความเป็นส่วนตัวของเรา แล้วก็เราไม่ยุ่งเรื่องแม่ แม่ไม่ยุ่งเรื่องเรา อะไรที่เราอยากให้แม่รับรู้หรืออยากให้แม่แสดงความคิดเห็นเราจะบอก 2. เรื่องที่แม่แอบอ้างเป็นตัวตนของเราอันนั้นผิด อย่าทำอีก เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าถูกคุกคามแล้วไม่ปลอดภัย ถ้าทำทั้งหมดแล้วแม่ยังเป็นแบบนี้อยู่ เรื่องนี้จะเรียกพ่อมาคุย แล้วจะถามความคิดเห็นจากพ่อด้วย และถ้าพ่อกับแม่จะเลิกกัน ไม่ใช่ตัวหนูที่เอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อ แต่เป็นเพราะแม่ทำตัวแบบนี้ แล้วก็เราจะไม่คอลไลน์กับผู้ชายโดยที่เราหลอกเขา เพราะเท่ากับเราสมรู้ร่วมคิดกับแม่ ถ้าแม่อ้างเหตุผลอะไร ให้พูดไปเลยว่า ไม่ ก่อนที่แม่จะทำอะไร อยากให้แม่ใช้ความคิดมากกว่านี้ อีกนิดแม่จะเข้าข่ายไม่ปกติแล้ว ถ้าแม่ยังเป็นอย่างนี้หรือไม่สามารถขจัดนิสัยแบบนี้ออกไปได้ แม่ต้องปรึกษาแพทย์แล้ว’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘การปลอมตัวเพื่อสวมรอยเป็นใครสักคนเพื่อคุยมันคือการหลอก ผู้ชายโดนเต็ม ๆ พี่ดูสารคดีของเมืองนอกเยอะเกี่ยวกับพวกหลอกลวง สวมรอย แล้วจุดจบมันไม่ค่อยดีทั้งนั้นเลยที่พี่ดู พี่เลยค่อนข้างตกใจ พอคิดตาม ที่มันรู้สึกไม่ปลอดภัยถูกต้องแล้วน้ำ เพราะฉะนั้นถ้าจะคุยกับแม่ น้ำต้องเด็ดขาดว่านี่มันไม่ใช่แล้ว สิ่งที่แม่ทำ มันอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับลูกสาวตัวเองได้ ถ้าคิดว่าคุยไม่รู้เรื่องก็ปิดเฟสบุ๊คไปเลย ให้เขารู้ว่าเราไม่เอาแล้ว’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ต้องปิดเฟสบุ๊ค ปิดช่องทางทุกอย่างที่เขาจะเป็นหนูได้ แม่ต้องไม่มีตัวตนของหนูอีกต่อไปแล้ว ต้องดูว่าเขาทนได้ไหม ถ้าเขาไม่ไหวต้องพาเขาไปหาหมอ แต่ถ้าไปหาหมอแล้วเขาทำไม่ได้ เขาก็ต้องหย่ากับพ่อ ตอนนี้เขามีพ่อเป็นสามี เขาไม่สามารถไปคุยกับคนอื่นได้ นอกจากเขาต้องหย่า ทีนี้เขาจะคุยกับคนอื่นไม่ว่า แต่เขาก็ต้องห้ามสวมรอยเป็นคนอื่น เขาต้องคุยในฐานะเป็นเขาเอง ถ้าเราอยากให้ปัญหานี้ยุติ ต้องถอนรากถอนโคน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-