ผมเป็นพี่คนโตที่ถูกพ่อแม่ใช้ให้ทำงานบ้านอยู่ตลอด ทำไมพ่อแม่ไม่บอกให้น้องคนเล็กทำบ้าง การเป็นพี่คนโตต้องเสียสละให้น้องตลอดเลยหรอ ผมรู้สึกว่ามันไม่แฟร์

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมเป็นพี่คนโตที่ถูกพ่อแม่ใช้ให้ทำงานบ้านอยู่ตลอด ทำไมพ่อแม่ไม่บอกให้น้องคนเล็กทำบ้าง การเป็นพี่คนโตต้องเสียสละให้น้องตลอดเลยหรอ ผมรู้สึกว่ามันไม่แฟร์

30 เม.ย. 2026

ผมเป็นพี่คนโตที่ถูกพ่อแม่ใช้ให้ทำงานบ้านอยู่ตลอด

ทำไมพ่อแม่ไม่บอกให้น้องคนเล็กทำบ้าง

การเป็นพี่คนโตต้องเสียสละให้น้องตลอดเลยหรอ ผมรู้สึกว่ามันไม่แฟร์

       ‘คุณมังคุด’ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาสอบถามปัญหาเรื่องในครอบครัวที่ค้างคาใจมาตลอด กับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท วรินทร และคุณหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)' เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นเป็นพี่คนโต แต่ต้องเสียสละให้น้องคนเล็กเสมอ

       โดย ‘คุณมังคุด’ เล่าว่า ตนนั้นมีน้องชายหนึ่งคน และตนเป็นพี่คนโต ที่ถูกที่บ้านสั่งสอนมาตลอดว่าการเป็นพี่คนโตจะต้องเสียสละให้น้องก่อนเสมอ จนทุกวันนี้การเสียสละที่ว่าเริ่มทำให้เกิดปัญหา เวลาพ่อแม่เรียกใช้ให้ทำงานบ้าน ก็มักจะเรียกหาแต่ตนก่อนเสมอ ไม่เคยเรียกใช้น้องเลย ยกตัวอย่างเหตุการณ์เช่น แม่ใช้ให้ไปตากผ้า ทั้งที่น้องก็นั่งเล่นเกมอยู่ใกล้ ๆ แม่ อีกเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่โอเคนั่นคือตอนที่ตนนั้นช่วยพ่อแม่ล้างจานจนเสร็จเรียบร้อย และน้องเพิ่งกินเสร็จอีกหนึ่งจาน ตนก็ได้บอกให้น้องชายเอาจานไปล้าง น้องก็บอกว่า “เดี๋ยวทำ” แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทำเลยสักครั้ง ซึ่งพ่อแม่และแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรน้องเลย สิ่งนั้นมันทำให้ตนนั้นรู้สึกไม่เข้าใจ คิดน้อยใจ และคิดว่ามันไม่แฟร์กับตัวเองที่เป็นพี่คนโต

       คุณมังคุด ยังเล่าอีกว่า ในส่วนของเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องงานบ้าน พ่อแม่ก็เลี้ยงเหมือนกันหมด ไม่ได้มีใครต้องเสียสละอะไรให้ใคร แต่ประเด็นหลัก ๆ คือมีแค่เรื่องงานบ้านเพียงเท่านั้น จึงได้ตั้งคำถามว่า “ผมคิดเล็กคิดน้อยไปหรือป่าว และอยากจะรู้ในมุมพี่ ๆ ดีเจว่าหากเป็นพี่ ๆ ดีเจจะแก้ไขปัญหาความรู้สึกว่ามันไม่แฟร์นี้ยังไงดี?”

       หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษาตามความเห็นของแต่ละคน โดยเริ่มที่ 'ดีเจเติ้ล' ได้ให้คำปรึกษาว่า “คำถามที่ว่า เราคิดมากไปมั้ย ถ้าเรื่องนี้เกิดกับพี่ พี่ก็คิด ในฐานะที่พี่เป็นพี่คนโตและมีน้องสาว ถ้าน้องโตแล้วไม่ทำอะไรเลย พี่ก็จะด่า พี่จะไม่ยอมทำคนเดียว พี่จะหาวิธีเสนอการแก้ปัญหากับพ่อแม่ เช่น ถ้าเราซักผ้าแล้ว น้องต้องล้างจาน เพราะถ้าปล่อยให้พี่คนโตทำอย่างเดียว ในอนาคตน้องก็จะมีนิสัยที่ขี้เกียจ และทำอะไรไม่เป็น เราอยู่บ้านเดียวกันเราต้องช่วยกันแบ่งเบาภาระกัน ในส่วนของพ่อแม่ที่ชอบใช้เราทำ อาจจะเพราะเขาเห็นว่าเราทำได้ และน้องเป็นคนที่สั่งแล้วไม่ทำ พ่อแม่ก็คงคิดแค่ว่าก็ให้เราทำให้มันจบ ๆ ไป การที่หนูคิดเล็กคิดน้อยนั้นมันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ พี่ว่าลองคุยกับพ่อกับแม่ดูได้ เราเป็นครอบครัวเดียวกันเราก็ต้องช่วยกัน”

       ถัดมาที่ 'ดีเจต้นหอม' ได้ให้คำปรึกษาว่า “เรียกที่บ้านมาคุยกันเลย ว่าสิ่งนี้เราไม่โอเค เราเป็นลูกคนโต กินข้าวจานขนาดเท่ากันกับน้องคนเล็ก สิทธิ์มีเท่ากัน ทุกคนเสมอภาคกัน ควรให้น้องเริ่มรับผิดชอบในส่วนที่เป็นข้าวของส่วนตัวของเขาก่อน ที่เราต้องแบ่งหน้าที่เพราะเพื่อจะให้ได้รู้ว่าใครมีหน้าที่อะไร และควรทำอะไร และเพื่อขจัดปัญหาที่เราถามว่า ‘ทำไมเราเป็นลูกคนโตแล้วเราต้องเสียสละ’ เริ่มให้เขาฝึกเลย เพื่อให้เขาไม่กลายเป็นคนขี้เกียจ”

       ต่อมาที่ 'ดีเจเกรท' ได้ให้คำปรึกษาว่า “แต่ละบ้านก็อาจจะเลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่การเป็นพี่คนโต ในมุมมองของพี่คือการต้องเสียสละจริง แต่การเสียสละคือเราต้องเสียสละด้วยความเต็มใจจริง ๆ ในฐานะที่พี่ก็เป็นพี่คนโต พี่คิดว่าเรื่องนี้มันก็คิดได้ ไม่ใช่เรื่องผิด พี่เห็นด้วยกับพี่ต้นหอม สำหรับเรื่องที่ควรรับผิดชอบในของใช้ส่วนตัวของตัวของน้อง และพ่อกับแม่ก็ห้ามสปอยน้อง เราอาจจะต้องแยกหน้าที่การทำงานบ้านกันให้ชัดเจน พี่มองว่าถ้าจะไม่มองให้เราทุกข์เลย คืออันไหนที่เราทำให้ได้ก็ทำ เราจะได้เบาใจ แต่ถ้ารู้สึกว่ามันเริ่มไม่แฟร์มาก ๆ ก็ลองคุยกับพ่อแม่ดู”

       มาที่คนสุดท้ายกับ 'คุณหมอท้อป' ได้ให้คำปรึกษาว่า “จากประสบการณ์เคยเจอทั้งพี่คนโตที่เสียสละให้น้องคนเล็ก และเจอทั้งน้องคนเล็กต้องเสียสละให้พี่คนโต อยู่ที่แต่ละบ้านจะเลี้ยงดู ถามว่าเราคิดเล็กคิดน้อยเกินไปมั้ย การที่เราเจอแบบนี้ เรารู้สึกแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ไม่จำเป็นจะต้องรู้สึกว่า ฉันห้ามคิดแบบนี้นะ ไม่งั้นปัญหามันก็จะถูกสะสม ให้เราเปลี่ยนมาคิดว่าจะจัดการความรู้สึกคิดมากนี้อย่างไรดีกว่า อยากให้คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ฟังเรื่องนี้เอาไว้ด้วย ในสายตาพ่อแม่หลาย ๆ คน อาจจะคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร การสอนให้เขารู้จักการเสียสละนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเกิดเป็นการไปบังคับให้เขาต้องเสียสละ ลูกจะรู้สึกว่ามันไม่แฟร์ 

       ที่สำคัญเลยของการเสียสละนั่นคือต้องให้เรารู้สึกว่าเราอยากทำด้วยตัวเราเองแบบเต็มใจทำเองจริง ๆ นั่นถือเป็นการเสียสละที่ถูกต้อง หมออยากให้คุณมังคุดลองคุยกับคุณพ่อคุณแม่ตรง ๆ แต่เป็นการคุยที่มีวิธีการ เช่น ลองบอกเลยว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปน้องคนเล็กจะเกิดปัญหาอะไรตามมาบ้าง แล้วถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลง ตัวน้องเองจะได้รับข้อดีอะไรบ้าง แนะนำว่าตอนคุยอย่าไปใช้อารมณ์หรือทะเลาะกับพ่อแม่ ไม่งั้นพ่อแม่ก็จะไม่อยากฟังเรา ถ้าอยากให้ง่ายขึ้น ลองแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน แล้วถ้าสุดท้ายแบ่งกันแล้ว แต่น้องไม่ทำ นั่นก็คือความผิดของน้อง”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมตาม Onlyfans อยู่ช่องนึง เค้าลงคลิป Collab กับอีก Channel เห็นภาพปกคลิปแล้ว เอ๊ะ... หน้าคุ้นๆ จมูกเอย ทรงผมเอย ทำไมเหมือนหัวหน้าเลย พอเขาหันหน้ามา สรุปใช่เลย! เลื่อนๆดูจนจบแล้วรีบปิด ตอนนี้กลัวเจอหน้าหัวหน้าแล้วจะโป๊ะ ทำตัวเลิ่กลัก

24 พ.ค. 2024

ผมตาม Onlyfans อยู่ช่องนึง เค้าลงคลิป Collab กับอีก Channel เห็นภาพปกคลิปแล้ว เอ๊ะ... หน้าคุ้นๆ จมูกเอย ทรงผมเอย ทำไมเหมือนหัวหน้าเลย พอเขาหันหน้ามา สรุปใช่เลย! เลื่อนๆดูจนจบแล้วรีบปิด ตอนนี้กลัวเจอหน้าหัวหน้าแล้วจะโป๊ะ ทำตัวเลิ่กลัก

“คุณเบล (นามสมมติ)” อายุ 38 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [22 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเจอคลิป OnlyFans ของหัวหน้าโดยบังเอิญ โดย “คุณเบล (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมพึ่งย้ายที่ทำงานมา ตอนนี้กำลังฝึกงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งอยู่ และทางบริษัทก็ให้หยุดงาน 2 วัน ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้หยุด ผมเป็นคนที่ชอบเล่นแอป x มาก ก็คือจะเล่นเป็นประจำ ชอบดูชอบเสพคลิป 18+ ในแอปนี้นิดนึง ผมจะมีหลายแอคเค้าท์ที่ชื่นชอบ แต่ก็จะมีแอคเคาท์หนึ่งที่จะชื่นชอบมากเป็นพิเศษ ผมติดตามผลงานของแอคเค้าท์นี้มาตลอด แต่ว่าล่าสุด แอคเค้าท์นี้ได้ปล่อยคลิปวิดีโอ 18+ คลิปหนึ่ง ลงแอป x สิ่งที่ผมเห็น ณ ตอนนั้นก็คือเป็นภาพนิ่ง เพราะยังไม่ได้กดให้คลิปวิดีโอเล่น จะเรียกว่าเป็นปกคลิปวิดีโอก็ได้ แล้วก็จะมีคำบรรยายข้างบน ตาสองข้างของผมได้ไปสะดุดตากับผู้ชายคนหนึ่ง ที่อยู่ในรูปปกคลิปวิดีโอนั้น ผมก็รู้สึกคุ้นหน้าผู้ชายคนนั้นมากๆ ทรงผมก็ใช่ จมูกก็ใช่ มันเหมือนกับคนๆ หนึ่งที่ผมรู้จัก ผมก็เลยกดเข้าไปดูที่คลิปวิดีโอนั้น พอเปิดดูคลิปเท่านั้นแหล่ะ!! ผู้ชายที่อยู่ในคลิปนั้นคือ “หัวหน้าผม” ซึ่งหัวหน้าผมเขามี OnlyFans อีกอันหนึ่ง แต่คลิปวิดีโอนี้หัวหน้าผมน่าจะมา Collabs กับคนที่ผมชื่นชอบและติดตามอยู่ ต้องขอบอกเลยว่า ผมดูคลิปวิดีโอนั้นจนจบแต่เป็นการดูแบบ เขยิบๆ ปกติเวลาดูคลิปพวกนี้ผมก็จะมีการทำกิจกรรมบนเตียงต่อ แต่พอดูคลิปนี้เสร็จผมงงมาก จนถึงเมื่อเช้าทำให้กิจกรรมบนเตียงของผมไม่เคลื่อนที่เลย ซึ่งผมก็เข้าใจเพราะมันเป็นเรื่องปกติมาก แล้วมันก็เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล ผมแค่รู้สึกไม่มั่นใจว่า ถ้าพรุ่งนี้ผมเจอเขาหลังจากที่หยุดงานมา 2 วัน กลัวว่าตัวเองจะทำหน้าเลิ่กลั่ก และกลัวตัวเองไม่เหมือนเดิม เพราะว่าผมเคยมีประสบการณ์คลิปวิดีโอหลุดของเพื่อนเมื่อสมัยเรียน พอผมได้เห็นผมก็รู้สึกว่าสิ่งที่เราเคย มองคนๆ หนึ่งไว้ ก็คือคนนี้เป็นเพื่อนเรา คนนี้เป็นหัวหน้างานเรา พอเราไปเห็นมุมมืดของเขา เราก็เลยรู้สึกดิ่งกลัวว่าตัวเองจะมีอาการเปลี่ยนไป? ซึ่ง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าต้องถามตัวเบลเอง ว่าเบลรู้สึกยังไง เหมือนเบลก็ยังตอบไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกยังไง พี่ว่า ไม่ควรรู้สึกอะไรมากมาย แล้วไอ่ความตกใจ! ไอ่ความเฮ้ยยย! มันก็คงจะมีบ้าง เวลาเจอกันก็ทำตัวปกติ นิ่งๆ ไว้ เพราะเราก็ดันดูคลิปวิดีโอนั้นจนจบด้วย คือถ้าช็อกตกใจจริงก็คงไม่ดูจนจบหรอก’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปีนี้ 2024 แล้ว เบลไม่ต้องอะไรทั้งสิ้น เพราะว่าถ้าเบลบอกว่าเห็นคลิปวิดีโอนั้น แล้วมันจะทำให้เบลรู้สึกว่า เฮ้ยยยย! คุณค่าของเขาลดลงมันก็ไม่เกี่ยวกัน อันนี้พี่บอกในบริบทที่มันเป็นปี 2024 แล้ว มันไม่เกี่ยวแล้วอ่ะ แล้วพี่ก็รู้สึกว่า ถึงแม้ว่าเบลจะเก็บอาการไม่อยู่ ทำหน้าเลิ่กลั่ก เขาก็ไม่มีปัญหาหรอก เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าฟีดแบคจะเป็นยังไงถ้ามีคนไปเห็น อันนี้มันคือ OnlyFans เขายินดีที่จะให้คนเห็น เพราะฉะนั้นเบลจะเป็นยังไงมันก็เป็นเรื่องของเบล เขาไม่แคร์อยู่แล้วพี่ว่า’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เผือก พี่เติ้ล พูดเหมือนกันไปหมดแล้ว ว่าเฉยๆ ไม่มีผลอะไรทั้งนั้น แต่ขอไว้อย่างหนึ่งนะเบล อย่าเอาเขาไปจินตนาการแล้วไปทำกิจกรรมบนเตียงมันใกล้ตัวเกินไป อันนี้มันจะทำให้มองหน้ากันไม่ติดยิ่งกว่าเดิมอีก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว 5 ปี กลับมาตามสตอล์กเกอร์ กลัวว่าสักวันเขาจะขับรถมาชนเรา ทำอย่างไรดีคะ?

17 มิ.ย. 2026

แฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว 5 ปี กลับมาตามสตอล์กเกอร์ กลัวว่าสักวันเขาจะขับรถมาชนเรา ทำอย่างไรดีคะ?

แฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว 5 ปีกลับมาตามสตอล์กเกอร์กลัวว่าสักวันเขาจะขับรถมาชนเราทำอย่างไรดีคะ? 'คุณเอริน' (นามสมมุติ) สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 มิถุนายน 2569)ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก — ดีเจเติ้ล — ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนเก่ากลับมาสตอล์กเกอร์หลังจากเลิกกันไปแล้ว ซึ่งมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ในอนาคต 'คุณเอริน' (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ได้เล่าเรื่องว่า ตนนั้นมีแฟนเก่าที่เลิกกันไปประมาณ 5 ปี แต่เขากลับมาตามไม่เลิก และเริ่มมีพฤติกรรมการเข้าประชิดตัวช่วงปีนี้ เหตุการณ์ล่าสุดคือ คุณเอรินกำลังให้อาหารปลาที่วัดแถวบ้าน แฟนเก่าก็เข้ามากอดจากด้านหลัง พยายามดึงแขนและชวนไปที่ห้อง เธอจึงกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจ ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ แฟนเก่าจึงตกใจและหนีไป นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาประชิดตัวคุณเอริน และมีอีกเหตุการณ์ที่เขามาดักระหว่างทางกลับบ้าน เพราะรู้ที่อยู่บ้าน อีกทั้งบ้านยังอยู่ในละแวกเดียวกันด้วย ในตอนที่คบกันนั้น แม้คุณเอรินจะรู้ว่าแฟนเก่าเจ้าชู้แต่ก็ยังหลับหูหลับตาหลอกตัวเอง ไม่ว่าเขาพูดอะไรก็เชื่อ แต่ครั้งสุดท้ายที่ทำให้คุณเอรินรับไม่ได้จริง ๆ คือเขานอกใจไปกับคุณแม่ของรุ่นพี่เธอ และในตอนนั้นคุณแม่มีสถานะเป็นหัวหน้างานของแฟนเก่า นอกจากนั้นยังเคยพูดกับเธอว่า “ถ้าเขาเจ้าชู้เดี๋ยวแม่จัดการให้” เธอจึงเชื่อใจแม่รุ่นพี่มาก ในตอนที่ไปเที่ยวกับแฟนเก่า คุณแม่รุ่นพี่โทรเข้ามาก็ไม่เคยเอะใจคิดว่าเขาคงคุยกันเรื่องงาน พอจับได้ครั้งนี้คุณเอรินก็บอกเลิก และบอกว่า “เรารับไม่ได้ ที่ผ่านมาเราก็หลอกตัวเองมาเยอะแล้ว แต่ครั้งนี้มันเกินไป” เลิกกันแรก ๆ เขาก็มาวอแวผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวของเธอ ทั้งตัวเขาเองและให้ผู้หญิงของเขาตามมาวอแวเราด้วย เธอไม่รู้ว่าเขาไปพูดอะไรกับผู้หญิงของเขา แต่เมื่อบล็อกไป ผู้หญิงเหล่านั้นก็จะเพิ่มเพื่อนคุณเอรินมา หากไม่รับ และไม่ตอบ เขาก็จะส่งข้อความไปหาเพื่อนของเธอแทน โดยจะเป็นข้อความประมาณว่า “น้องคะฝากบอกเพื่อนด้วยนะว่าให้เลิกยุ่งกับผัวพี่” ทั้งที่เธอไม่ได้ยุ่งกับเขาเลย และยังเป็นคนที่ออกมาจากผู้ชายคนนั้นเองด้วย คุณเอรินเล่าว่า แฟนเก่าเพิ่งเริ่มจะมาเข้าประชิดตัวตอนกำลังจะเข้าปีที่ 5 ที่เลิกกัน ซึ่งคือตอนนี้ อยู่ดี ๆ เขาก็กลับมา เริ่มแรกเขาทักมาว่า “อยากกลับมาคืนดี” แต่คุณเอรินเองก็มีแฟนใหม่แล้ว มีชีวิตที่ไม่ท็อกซิกแล้ว และยังไม่อยากเล่าให้แฟนฟัง เพราะแฟนเป็นคนจริง เธอจึงอยากแก้ปัญหาด้วยตนเองก่อน ก่อนหน้านี้เธอเคยลงบันทึกประจำวันไปแล้ว เพราะเขาส่งรูปโป๊เปลือยมา และเหตุการณ์ที่น่ากลัวที่สุดคือ ครั้งหนึ่งตอนที่เธอกำลังขับมอเตอร์ไซค์ผ่านเส้นทางหนึ่งเพื่อจะกลับบ้าน ก็มีรถยนต์คันหนึ่งขับปาดออกมา และเปิดกระจกบอกว่า “ถ้าไม่โอนเงินมา เดี๋ยวจอมากกว่านี้แน่!” ซึ่งคนในรถคันนั้นก็เป็นแฟนเก่าเธอ นอกจากคุกคามคุณเอรินแล้ว เขาก็ยังมาทวงของมีค่าที่เคยซื้อให้ช่วงที่คบกันอีกด้วย ในตอนนั้นเวลาทำผิดเขาก็จะซื้อของมาง้อ และเขารู้อยู่แล้วว่าเธอรักศักดิ์ศรีมาก ตอนเลิกกันเขาจะใช้คำพูดประมาณว่า “เราอยากได้ของเขาหรอถึงไม่คืนของ” คุณเอรินก็ได้คืนของเขาไปหมด เขาเองก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าเรายังไม่คืน นอกจากนั้นยังเคยมาขู่ให้โอนเงินจำนวน 1,000 บาท ให้เขา ไม่อย่างนั้นจะบอกแฟนคนปัจจุบันของคุณเอรินว่าตอนที่คบกันเป็นอย่างไร ในตอนนั้นเอง คุณเอรินก็รู้สึกตกใจเพราะเขาเคยขู่ว่าแอบถ่ายรูปเธอไว้ ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ จึงได้ทำการโอนเงินให้เขาไปหนึ่งครั้ง เหมือนเขาจะได้ใจ และพยายามติดต่อมา บางครั้งเขาก็ส่งข้อความมาคุยดี ๆ บอกว่าขอโทษสำหรับเรื่องที่ผ่านมา แต่พอเธอกดอ่าน เขาก็จะเปลี่ยนเป็นทวงเงิน จะคิดค่าน้ำมันรถที่เคยรับส่งเธอย้อนหลัง เคยทวงผ่านทางเพื่อนเธอ และผู้หญิงของเขาก็เคยมาทวงจากเธอ เขาเคยบอกว่าที่ชีวิตเขาเป็นอย่างนี้เพราะคุณเอรินเลิกกับเขา ในตอนที่คบกับเธอทำกับข้าวให้ทุกวัน และเวลาไม่มีเงินก็จะพูดจากดดันเพื่อยืมทองเธอไปจำนำ บางครั้งก็ไม่ไถ่มาคืนเธอ คุณเอรินเสริมว่าเรื่องที่เลิกกันเคยบอกคุณพ่อแล้ว แต่พักหลังที่เขามาคุกคามยังไม่ได้บอกเพราะคิดว่ามันจะไม่กลับมาเกิดขึ้นอีกแล้ว โดยปกติเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นตอนเลิกกันใหม่ ๆ แต่อันนี้เกิดขึ้นหลังเลิกกันไปนานแล้ว แฟนเก่าคนนี้ก็รู้ว่าเธอมีแฟนใหม่แล้วแต่เขาไม่กลัวเลย คุณเอรินกลัวว่าถ้าแจ้งความไปแล้วเรื่องเงียบ เธอกลัวว่าเขาจะขับรถมาเฉี่ยวเธอในสักวันหนึ่ง เพราะเธอเองก็ขับมอเตอร์ไซค์ และยังขับไม่แข็งอีกด้วย ไม่รู้ว่าเขาจะไปดักทางไหน และจนตอนนี้คุณเอรินก็ยังไม่กล้าเล่าให้แฟนฟัง เพราะแฟนเธอเป็นคนจริง จึงอยากจัดการด้วยตัวเองก่อน ไม่อยากให้แฟนต้องมาปวดหัวกับเรื่องราวในอดีตของเธอ คุณเอรินจึงขอคำปรึกษาจากดีเจทั้งสามว่า “หนูควรบอกแฟนดีไหม หรือจะทำอย่างไรดี?” ดีเจทั้งสามเริ่มให้คำปรึกษาโดยเริ่มจาก ‘ดีเจต้นหอม' ที่บอกว่า “อันนี้เราควรบอกคนรอบข้าง เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เราถูกคุมคาม และเป็นเรื่องความปลอดภัยของเรา" คุณเอรินเล่าเพิ่มเติมว่า เขาชอบทวงบุญคุณบางครั้งก็มีการส่งรูปกระบอกปืนมาขู่ ด้วยความกลัวเธอจึงไม่ได้ตอบกลับ แต่แคปเก็บไว้เป็นหลักฐาน และถามคำถามเพิ่มว่า หากแจ้งความแล้วเรื่องเงียบ สามารถส่งเรื่องไปให้ HR บริษัทเขาได้หรือไม่ เพราะบริษัทเขาค่อนข้างห่วงเรื่องภาพลักษณ์ แต่ตำแหน่งของแฟนเก่าไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่อะไร สำหรับเรื่องที่โดนขู่ ‘ดีเจต้นหอม’ มองว่าควรแจ้งความ และให้เก็บหลักฐานว่าเขาคุกคามเราอย่างไร ‘ดีเจเผือก’ ให้คำปรึกษาว่า “เรื่อง HR แล้วแต่ว่าเขารับเรื่องแล้วจะจัดการอย่างไรหรือเปล่า และมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพนักงานด้วย คิดว่าน่าจะบอกแฟนตามพี่เอรินบอกว่าเขาเป็นคนจริง เขาอาจจะจัดการได้” ’ดีเจเติ้ล‘ แนะนำว่า “นำหลักฐานที่มีให้ตำรวจทั้งหมด และเขาเองก็เคยฉุดเราแล้วด้วย จริง ๆ ถ้าวันนั้นเราแจ้งความตำรวจน่าจะทำอะไรแล้ว เพราะเขาก่อเรื่องในที่สาธารณะเลย เรื่องแบบนี้ควรป้องกันไว้ก่อน“ ดีเจทั้งสามให้คำแนะนำรวม ๆ กันว่า ”ให้บอกแฟน และให้แฟนพาไปแจ้งความเพื่อความปลอดภัยของคุณเอริน อีกทั้งเรื่องที่เขาขู่เธอมันเข้าข่าย Blackmail เก็บรวบรวมหลักฐานไว้ ไม่ต้องถึง HR แค่ให้คนรอบตัวรู้ก่อน และคอยตามเรื่องกับตำรวจว่าเขาจะดำเนินการอย่างไรต่อ อย่าไปคิดว่าอดีตของเราเป็นปัญหา เพราะตอนนี้เราคือเหยื่อ"เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เป็นผู้หญิงที่กินเยอะกว่าปกติ แต่โดนเพื่อนผู้ชายทักว่ากินหมดได้ยังไง ไปเดทก็โดนผู้ชายทักแบบนี้อีก จนตอนนี้เสียเซลฟ์อย่างแรง หรือหนูควรแอ๊บกินน้อยดีคะ?

10 ก.ค. 2026

เป็นผู้หญิงที่กินเยอะกว่าปกติ แต่โดนเพื่อนผู้ชายทักว่ากินหมดได้ยังไง ไปเดทก็โดนผู้ชายทักแบบนี้อีก จนตอนนี้เสียเซลฟ์อย่างแรง หรือหนูควรแอ๊บกินน้อยดีคะ?

เป็นผู้หญิงที่กินเยอะกว่าปกติ แต่โดนเพื่อนผู้ชายทักว่ากินหมดได้ยังไงไปเดทก็โดนผู้ชายทักแบบนี้อีก จนตอนนี้เสียเซลฟ์อย่างแรงหรือหนูควรแอ๊บกินน้อยดีคะ? ‘คุณพิ้งค์’ (นามสมมติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 กรกฎาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเฟี๊ยต’ ถึงปัญหาที่ว่าเป็นคนกินเยอะมากกว่าผู้หญิงปกติ และโดนผู้ชายทักว่ากินเยอะจนเสียเซลฟ์ ‘คุณพิ้งค์’ อายุ 21 ปีได้เล่าว่า ปกติเป็นคนที่กินเยอะอยู่แล้ว จนได้มาอยู่กลุ่มเพื่อนที่มีผู้ชาย เวลาไปกินร้านอาหารตามสั่งที่เขาให้ปริมาณเยอะมากปกติ เพื่อนผู้ชายก็จะแซวว่า "กินหมดได้ไง" เพราะเพื่อนผู้หญิงคนอื่นก็กินไม่หมด ซึ่งคุณพิ้งค์เองก็ไม่ได้เป็นคนอ้วน สูงประมาณ 163 เซนติเมตร และน้ำหนัก 50 ต้น ๆ เธอจึงรู้สึกเสียความมั่นใจกับการที่โดนเพื่อนผู้ชายทแซวแบบนี้ ล่าสุด คุณพิ้งค์ได้ไปเดทมา เป็นการกินข้าวที่ร้านสเต็กร้านหนึ่ง โดยในจานจะมีสเต็ก 2 ชิ้น และมีท็อปปิ้งเพิ่มเติมอีก แล้วจู่ ๆ ผู้ชายที่มาเดทด้วยก็ถามขึ้นมาว่า "กินหมดมั้ย" ทำให้คุณพิ้งค์ตกใจ แต่ก็ตอบผู้ชายไปว่า "กินไม่หมด" แต่จริง ๆ แล้วสามารถกินหมดได้ แค่แอ๊บกินไม่หมดเพราะกลัวผู้ชายจะมองไม่ดี จึงมีคำถามมาปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า "เราควรเป็นตัวของตัวเองเลยหรือแอ๊บต่อดี?" โดยครั้งนี้ เหล่าดีเจให้เป็นคำปรึกษารวมกันว่า “การที่เป็นผู้หญิงกินเก่งมันน่ารัก ผู้ชายเขาชอบผู้หญิงน่ารักนะ แล้วถ้าผู้ชายเขาชอบเราจริง ๆ การที่เราเปิดเผยตัวตนว่าเป็นคนยังไง มันก็จะทำให้รู้เลยว่าเขาชอบเราจริง ๆ ถ้าเขายอมรับเราได้ การกินเยอะมันไม่ใช่เรื่องแย่ แล้วถ้าจะรักกันมันก็ควรจะเป็นตัวของตัวเอง ถ้าเราได้เจอคนนั้น มันก็จะเป็นความสัมพันธ์ที่สบายใจ ถ้าเขาจะบอกเลิกหรือไม่ชอบเรา เพราะเรากินเยอะมันก็ไม่ใช่เรื่องเหมือนกัน และถ้าเทียบกับผู้หญิงที่เขี่ยข้าวกับกินเยอะ ยังไงการกินเยอะมันก็ดูดีกว่านะ ไม่เป็นการ Food Waste ด้วย" ทั้งนี้ 'ดีเจต้นหอม' ยังให้ทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปด้วยว่า "ตอบผู้ชายแบบขำ ๆ ก็ได้ว่าเวลามีความสุขจะกินได้เยอะค่ะ” และสุดท้ายเหล่าดีเจก็ถามคุณพิ้งค์ว่าหลังจากนี้จะกินเยอะหรือไม่ คุณพิ้งค์ก็ตอบว่า "จะกินเยอะแบบนี้ต่อ ไม่แอ๊บแล้ว" เรียกได้ว่าจบได้ดีแฮปปี้สุด ๆเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี แต่งงานกันมา 1 ปีกว่าๆ ก่อนคบกันตกลงกันหมดแล้วว่าทั้งคู่จะไม่มีลูก แต่ตอนนี้แฟนอายุ 29 แล้ว แฟนไปเล่นกับลูกๆของเพื่อน แล้วรู้สึกว่าอยากเลี้ยงเด็กขึ้นมา อยากมีลูกแล้ว เวลาเรามีอะไรกัน แฟนบอกว่าไม่ต้องให้เราใส่ถุงยาง

26 ก.ย. 2025

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี แต่งงานกันมา 1 ปีกว่าๆ ก่อนคบกันตกลงกันหมดแล้วว่าทั้งคู่จะไม่มีลูก แต่ตอนนี้แฟนอายุ 29 แล้ว แฟนไปเล่นกับลูกๆของเพื่อน แล้วรู้สึกว่าอยากเลี้ยงเด็กขึ้นมา อยากมีลูกแล้ว เวลาเรามีอะไรกัน แฟนบอกว่าไม่ต้องให้เราใส่ถุงยาง

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี แต่งงานกันมา 1 ปีกว่าๆ ก่อนคบกันตกลงกันหมดแล้วว่าทั้งคู่จะไม่มีลูกแต่ตอนนี้แฟนอายุ 29 แล้ว แฟนไปเล่นกับลูกๆของเพื่อน แล้วรู้สึกว่าอยากเลี้ยงเด็กขึ้นมา อยากมีลูกแล้วเวลาเรามีอะไรกัน แฟนบอกว่าไม่ต้องให้เราใส่ถุงยาง ตอนนี้ผมก็ยังตั้งใจว่าจะไม่มีลูกเหมือนเดิมรู้สึกว่าทุกวันนี้ เหมือนเราคบกันไปแล้วต้องรอวันเลิก เพราะปลายทางของเราไม่เหมือนกันแล้วแต่ผมก็ยังรักเขามากๆ เขาเป็นผู้หญิงที่ดีสุดๆ ผมจะทำยังไงดีครับกับเรื่องนี้ ?? “คุณวี (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการตกลงกับแฟนเรื่องมีลูก โดย “คุณวี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนมา 7 ปี แต่พึ่งมาแต่งงานกันตอนต้นปี 2568 ตอนที่เรียนจบใหม่ๆ ผมได้เริ่มคบกับแฟน ตอนนั้นผมก็เริ่มคุยกับเขาแล้วว่า ถ้าเราคบกันไปจนถึงแต่งงานกัน ผมก็บอกเธอว่า พี่ไม่อยากมีลูกนะ เธอรับได้มั้ย ช่วงแรก ๆ ที่คบกันเขาก็โอเค แต่พอเข้า 5 - 6 ปีหลังมานี้ เขาก็เริ่มพูดบ่อยขึ้นว่า อยากมีลูก เธอน่าจะอยากมีลูกเพราะเวลาคุยโทรศัพท์กับแม่ แม่เขาชอบพูดว่า ไม่อยากมีน้องหรอ แรก ๆ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่หลัง ๆ มันหนักขึ้นตรงที่เวลาเราไปเที่ยวกัน 2 คน เราก็จะเห็นครอบครัวไปเที่ยวกันกับลูก แฟนก็จะชอบพูดว่า พี่ไม่อยากมีลูกจริง ๆ หรอ แต่มา 3 - 4 เดือนก่อนมันหนักขึ้น เขาชอบส่งรูปเพื่อนเขามาแล้วพูดว่า พี่ดูเพื่อนหนูเค้ามี 3 - 4 คนแล้ว หนูอายุ 29 ยังไม่มีเลย ผมตัดสินใจโทรมาเพราะเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเขาพูดว่า พี่ไม่อยากมีลูกจริง ๆ หรอ ถ้าวันนึงน้องมาจริง ๆ จะทำยังไง ผมก็บอกว่าต้องเอาออกแหละ ถ้าอายุครรภ์มันไม่เกิน 12 สัปดาห์ก็น่าจะเอาออกได้นะ แต่แฟนผมพูดมาคำนึงที่ทำผมตกใจมาก เขาบอกว่า ถ้าน้องมาเกิดแล้วพี่จะเลิกกับหนูไม่เลี้ยงน้องก็แล้วแต่พี่ ผมไม่อยากมีเพราะสภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้ด้วย และด้วยเนื้องานของผมเป็นวิศวะ ที่ต้องไปไซต์งานตามต่างจังหวัด ผมไม่น่ามีเวลาดูแลลูก ถ้ามีน้องขึ้นมา รายได้ของผมกับแฟนก็ถือว่าพอเลี้ยงได้ แต่ว่าจะไม่มีเงินเก็บ เป้าหมายที่เคยตั้งไว้มันก็จะไปไม่ได้ ผมก็ให้ทางเลือกเขานะ ถ้าต่อไปนี้เราป้องกันดีมั้ย แต่เขาไม่ชอบให้ป้องกัน แต่ผมก็มาชั่งใจว่าจะไปทำหมันดีมั้ย แต่ผมกลัวว่าถ้าผมทำ แล้วอีก 4 - 5 ปี เขายิ่งโตขึ้น ผมกลัวว่าเขาจะเอาให้ได้ ถ้าถึงเวลานั้นต้องเลิกกัน กลัวจะเสียเวลาทั้งชีวิตเขาและผม ผมไม่อยากเลิกกับเขา เขาดีทุกอย่างเลย เป็นแม่ศรีเรือนอย่างดีเลย เสียอย่างเดียวคือเขาไม่ทำกับข้าว ซึ่งข้อเสียตรงนี้ผมรับได้ อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ ผมจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดี?’ เริ่มด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องนี้คือเรื่องใหญ่มาก เพราะมันคือเป้าหมายในชีวิต เวลาเราจะใช้ชีวิตคู่กับใคร เราต้องเช็คก่อนว่าเป้าหมายเดียวกันมั้ย แนะนำให้คุยกันอีกครั้ง และยืนยันเจตนารมภ์ให้ชัดเจนว่าเราไม่อยากมี ถ้าเขาบอกไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีต้องรับนะ คุณวีแสดงเจตจำนงไปเลยว่าพี่จะไปทำหมันเพื่อป้องกัน ในอนาคตไม่ต้องกลัวว่า วันนึงเขาอยากมีแล้วจะเลิกกับเรา ไม่มีใครบอกได้หรอกว่าเราจะอยู่กับใครไปตลอดชีวิต อยู่กับปัจจุบัน ถ้ายังรู้สึกว่ารักคนนี้อยู่ ก็อยู่กับคนนี้ อนาคตถ้าไปไม่ได้ก็แค่แยกจากกัน อย่าไปมองเรื่องเสียเวลา’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันชัดเจนมาก ๆ แล้วที่แฟนคุณวีต้องต้องฟังใน Message ที่คุณวีพยายามจะสื่อสาร ให้มองในแง่ระยะยาว มันจะไม่ดีต่อทั้ง 2 คน ถ้าคุณวีจะคุยพูดคุยอย่างจริงจัง ต้องคุยกับคุณแม่เขาด้วย ให้รับรู้ว่าคุณวีไม่ได้อยากมีลูกจริง ๆ การพูดครั้งนี้เพื่ออยากให้เขารู้ว่า ไม่อยากให้เขาไม่มีความสุขในอนาคต ถ้าเขาทั้ง 2 คนเยือนยันว่ายังอยากมีลูก ต้องคุยกันด้วยความรักความเข้าใจ’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การมีลูกไม่ได้การันตีว่า มอบความสุข 100% ให้คนเป็นพ่อแม่เสมอไป ให้เขาเป็นคนตัดสินใจเลือกทางเดินของชีวิต บอกเขาไปเลยว่า ยังไงก็ไม่อยากมีนะ ขีดเส้นใต้ประโยคที่คุณวีบอกว่าถ้ามีก็คงต้องไปเอาออก ผมว่าคำตอบมันชัดเจน ถ้าให้คุณวีตัดสินใจเราจะไม่เลิกกัน แต่ถ้าภรรยารู้สึกว่าชีวิตต้องมีลูก ก็คงต้องเลิกกัน คุณวีต้องพร้อมที่จะยอมให้เขาไป’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFung Fin

album
efm
-

-