ผมเป็นพี่คนโตที่ถูกพ่อแม่ใช้ให้ทำงานบ้านอยู่ตลอด ทำไมพ่อแม่ไม่บอกให้น้องคนเล็กทำบ้าง การเป็นพี่คนโตต้องเสียสละให้น้องตลอดเลยหรอ ผมรู้สึกว่ามันไม่แฟร์

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมเป็นพี่คนโตที่ถูกพ่อแม่ใช้ให้ทำงานบ้านอยู่ตลอด ทำไมพ่อแม่ไม่บอกให้น้องคนเล็กทำบ้าง การเป็นพี่คนโตต้องเสียสละให้น้องตลอดเลยหรอ ผมรู้สึกว่ามันไม่แฟร์

30 เม.ย. 2026

ผมเป็นพี่คนโตที่ถูกพ่อแม่ใช้ให้ทำงานบ้านอยู่ตลอด

ทำไมพ่อแม่ไม่บอกให้น้องคนเล็กทำบ้าง

การเป็นพี่คนโตต้องเสียสละให้น้องตลอดเลยหรอ ผมรู้สึกว่ามันไม่แฟร์

       ‘คุณมังคุด’ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาสอบถามปัญหาเรื่องในครอบครัวที่ค้างคาใจมาตลอด กับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท วรินทร และคุณหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)' เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นเป็นพี่คนโต แต่ต้องเสียสละให้น้องคนเล็กเสมอ

       โดย ‘คุณมังคุด’ เล่าว่า ตนนั้นมีน้องชายหนึ่งคน และตนเป็นพี่คนโต ที่ถูกที่บ้านสั่งสอนมาตลอดว่าการเป็นพี่คนโตจะต้องเสียสละให้น้องก่อนเสมอ จนทุกวันนี้การเสียสละที่ว่าเริ่มทำให้เกิดปัญหา เวลาพ่อแม่เรียกใช้ให้ทำงานบ้าน ก็มักจะเรียกหาแต่ตนก่อนเสมอ ไม่เคยเรียกใช้น้องเลย ยกตัวอย่างเหตุการณ์เช่น แม่ใช้ให้ไปตากผ้า ทั้งที่น้องก็นั่งเล่นเกมอยู่ใกล้ ๆ แม่ อีกเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่โอเคนั่นคือตอนที่ตนนั้นช่วยพ่อแม่ล้างจานจนเสร็จเรียบร้อย และน้องเพิ่งกินเสร็จอีกหนึ่งจาน ตนก็ได้บอกให้น้องชายเอาจานไปล้าง น้องก็บอกว่า “เดี๋ยวทำ” แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทำเลยสักครั้ง ซึ่งพ่อแม่และแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรน้องเลย สิ่งนั้นมันทำให้ตนนั้นรู้สึกไม่เข้าใจ คิดน้อยใจ และคิดว่ามันไม่แฟร์กับตัวเองที่เป็นพี่คนโต

       คุณมังคุด ยังเล่าอีกว่า ในส่วนของเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องงานบ้าน พ่อแม่ก็เลี้ยงเหมือนกันหมด ไม่ได้มีใครต้องเสียสละอะไรให้ใคร แต่ประเด็นหลัก ๆ คือมีแค่เรื่องงานบ้านเพียงเท่านั้น จึงได้ตั้งคำถามว่า “ผมคิดเล็กคิดน้อยไปหรือป่าว และอยากจะรู้ในมุมพี่ ๆ ดีเจว่าหากเป็นพี่ ๆ ดีเจจะแก้ไขปัญหาความรู้สึกว่ามันไม่แฟร์นี้ยังไงดี?”

       หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษาตามความเห็นของแต่ละคน โดยเริ่มที่ 'ดีเจเติ้ล' ได้ให้คำปรึกษาว่า “คำถามที่ว่า เราคิดมากไปมั้ย ถ้าเรื่องนี้เกิดกับพี่ พี่ก็คิด ในฐานะที่พี่เป็นพี่คนโตและมีน้องสาว ถ้าน้องโตแล้วไม่ทำอะไรเลย พี่ก็จะด่า พี่จะไม่ยอมทำคนเดียว พี่จะหาวิธีเสนอการแก้ปัญหากับพ่อแม่ เช่น ถ้าเราซักผ้าแล้ว น้องต้องล้างจาน เพราะถ้าปล่อยให้พี่คนโตทำอย่างเดียว ในอนาคตน้องก็จะมีนิสัยที่ขี้เกียจ และทำอะไรไม่เป็น เราอยู่บ้านเดียวกันเราต้องช่วยกันแบ่งเบาภาระกัน ในส่วนของพ่อแม่ที่ชอบใช้เราทำ อาจจะเพราะเขาเห็นว่าเราทำได้ และน้องเป็นคนที่สั่งแล้วไม่ทำ พ่อแม่ก็คงคิดแค่ว่าก็ให้เราทำให้มันจบ ๆ ไป การที่หนูคิดเล็กคิดน้อยนั้นมันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ พี่ว่าลองคุยกับพ่อกับแม่ดูได้ เราเป็นครอบครัวเดียวกันเราก็ต้องช่วยกัน”

       ถัดมาที่ 'ดีเจต้นหอม' ได้ให้คำปรึกษาว่า “เรียกที่บ้านมาคุยกันเลย ว่าสิ่งนี้เราไม่โอเค เราเป็นลูกคนโต กินข้าวจานขนาดเท่ากันกับน้องคนเล็ก สิทธิ์มีเท่ากัน ทุกคนเสมอภาคกัน ควรให้น้องเริ่มรับผิดชอบในส่วนที่เป็นข้าวของส่วนตัวของเขาก่อน ที่เราต้องแบ่งหน้าที่เพราะเพื่อจะให้ได้รู้ว่าใครมีหน้าที่อะไร และควรทำอะไร และเพื่อขจัดปัญหาที่เราถามว่า ‘ทำไมเราเป็นลูกคนโตแล้วเราต้องเสียสละ’ เริ่มให้เขาฝึกเลย เพื่อให้เขาไม่กลายเป็นคนขี้เกียจ”

       ต่อมาที่ 'ดีเจเกรท' ได้ให้คำปรึกษาว่า “แต่ละบ้านก็อาจจะเลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่การเป็นพี่คนโต ในมุมมองของพี่คือการต้องเสียสละจริง แต่การเสียสละคือเราต้องเสียสละด้วยความเต็มใจจริง ๆ ในฐานะที่พี่ก็เป็นพี่คนโต พี่คิดว่าเรื่องนี้มันก็คิดได้ ไม่ใช่เรื่องผิด พี่เห็นด้วยกับพี่ต้นหอม สำหรับเรื่องที่ควรรับผิดชอบในของใช้ส่วนตัวของตัวของน้อง และพ่อกับแม่ก็ห้ามสปอยน้อง เราอาจจะต้องแยกหน้าที่การทำงานบ้านกันให้ชัดเจน พี่มองว่าถ้าจะไม่มองให้เราทุกข์เลย คืออันไหนที่เราทำให้ได้ก็ทำ เราจะได้เบาใจ แต่ถ้ารู้สึกว่ามันเริ่มไม่แฟร์มาก ๆ ก็ลองคุยกับพ่อแม่ดู”

       มาที่คนสุดท้ายกับ 'คุณหมอท้อป' ได้ให้คำปรึกษาว่า “จากประสบการณ์เคยเจอทั้งพี่คนโตที่เสียสละให้น้องคนเล็ก และเจอทั้งน้องคนเล็กต้องเสียสละให้พี่คนโต อยู่ที่แต่ละบ้านจะเลี้ยงดู ถามว่าเราคิดเล็กคิดน้อยเกินไปมั้ย การที่เราเจอแบบนี้ เรารู้สึกแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ไม่จำเป็นจะต้องรู้สึกว่า ฉันห้ามคิดแบบนี้นะ ไม่งั้นปัญหามันก็จะถูกสะสม ให้เราเปลี่ยนมาคิดว่าจะจัดการความรู้สึกคิดมากนี้อย่างไรดีกว่า อยากให้คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ฟังเรื่องนี้เอาไว้ด้วย ในสายตาพ่อแม่หลาย ๆ คน อาจจะคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร การสอนให้เขารู้จักการเสียสละนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเกิดเป็นการไปบังคับให้เขาต้องเสียสละ ลูกจะรู้สึกว่ามันไม่แฟร์ 

       ที่สำคัญเลยของการเสียสละนั่นคือต้องให้เรารู้สึกว่าเราอยากทำด้วยตัวเราเองแบบเต็มใจทำเองจริง ๆ นั่นถือเป็นการเสียสละที่ถูกต้อง หมออยากให้คุณมังคุดลองคุยกับคุณพ่อคุณแม่ตรง ๆ แต่เป็นการคุยที่มีวิธีการ เช่น ลองบอกเลยว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปน้องคนเล็กจะเกิดปัญหาอะไรตามมาบ้าง แล้วถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลง ตัวน้องเองจะได้รับข้อดีอะไรบ้าง แนะนำว่าตอนคุยอย่าไปใช้อารมณ์หรือทะเลาะกับพ่อแม่ ไม่งั้นพ่อแม่ก็จะไม่อยากฟังเรา ถ้าอยากให้ง่ายขึ้น ลองแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน แล้วถ้าสุดท้ายแบ่งกันแล้ว แต่น้องไม่ทำ นั่นก็คือความผิดของน้อง”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แม่หนูเปลี่ยนคู่นอนบ่อยมาก จนหนูเริ่มสังเกตว่าผิดปกติ ไปเจอว่าแม่ขายบริการทาง X มีลูกค้าติดต่อมา รับงานเรื่อยๆ หลังๆมาแม่เพิ่งทราบว่ามีเชื้อ HIV แต่แม่ก็ยังไม่หยุดทำงานนี้ ค่าตัวที่แม่รับ ทำหนูตกใจกว่าเดิม 200 – 300 บาท จะทำยังไงดีคะให้แม่เลิก

26 ก.ค. 2024

แม่หนูเปลี่ยนคู่นอนบ่อยมาก จนหนูเริ่มสังเกตว่าผิดปกติ ไปเจอว่าแม่ขายบริการทาง X มีลูกค้าติดต่อมา รับงานเรื่อยๆ หลังๆมาแม่เพิ่งทราบว่ามีเชื้อ HIV แต่แม่ก็ยังไม่หยุดทำงานนี้ ค่าตัวที่แม่รับ ทำหนูตกใจกว่าเดิม 200 – 300 บาท จะทำยังไงดีคะให้แม่เลิก

“คุณมิ้นต์ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่แรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [24 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่ติดเชื้อ HIV แต่ยังขายบริการอยู่ โดย “คุณมิ้นต์ (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘เรื่องนี้เป็นเรื่องของแม่หนู พ่อกับแม่หนูแยกทางกันตั้งแต่เด็ก หนูอยู่กับพ่อ ส่วนน้องสาวอยู่กับแม่ แม่หนูอายุ 45 ปี จะเป็นคนที่มีนิสัยเปลี่ยนแฟนบ่อยแทบทุกเดือน ช่วงที่หนูเด็กๆ เวลาแม่มาเยี่ยมเค้าก็จะเปลี่ยนแฟนทุกครั้ง จนหนูไม่อยากให้แม่มาหาเพราะคนแถวบ้านเค้าก็จะนินทาเรื่องที่แม่มาหาแล้วเปลี่ยนแฟน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่แม่มาหาแล้วเหมือนจะคืนดีกับพ่อ พอผ่านไปอยู่ดี ๆ เค้าก็กลับบ้านไปพร้อมกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นแม่หนูไม่มีโทรศัพท์แต่เจอผู้ชายคนนั้นที่ขนส่งเลยพาเค้ากลับบ้าน แล้วเหมือนแฟนเก่าแม่ก็ไปเจอทวิตเตอร์แม่ที่ขายบริการด้วย หนูก็เลยถามน้องสาว ซึ่งน้องสาวก็ไม่รู้ จนเวลาผ่านไป 3 ปี แม่ก็กลับมาบอกว่าเค้าป่วยและอยากให้หนูไปหา หนูเลยถามเค้าว่าเค้าป่วยเป็นอะไร? เค้าก็บอกว่าเค้าเป็นโรคที่คนรังเกียจ หนูก็เลยพาเค้าไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล ผลปรากฎว่าแม่หนูเค้าติดเชื้อ HIV แล้วหนูก็ให้เงินไปรักษา เพราะเค้าบอกว่าเค้าไม่สามารถทำงาน หาเงินได้แล้ว หนูก็เชื่อใจเค้า เพราะเค้าบอกเค้าจะหยุดเรื่องผู้ชายก็เลยช่วยเหลือเค้าไป จนผ่านมาประมาณเดือนกว่า หนูก็เห็นเค้าโพสต์ในเฟซบุ๊กว่าเหงา อยากหาคนมาอยู่ด้วยหรือใครสักคนที่รักเค้าไปเลี้ยง หนูก็เริ่มเอะใจว่าเค้าไม่ได้เลิกทำเหมือนที่เค้าบอก เลยไปเสิร์ชในทวิตเตอร์ก็เจออีกว่าเค้ายังขายบริการอยู่ แต่ที่หนูตกใจคือเค้ารับแบบไม่ป้องกันด้วย หนูก็เลยไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นบอกเค้ายังไง หนูเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้วเพราะว่าน้องสาวที่อยู่กับเค้าก็มีนิสัยเหมือนเค้าเลย คือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแฟนทุกเดือน และหนูก็เคยเตือนเค้าไปแล้ว เค้าก็บอกว่าเค้าเลิกแล้ว ที่หนูกลัวคือแม่หนูเค้าขายถูกมาก 200 - 300 หนูก็กลัวว่าคนที่มาซื้อแม่จะมารับเชื้อไปแพร่ต่อในครอบครัว หนูไม่รู้จะเริ่มต้นบอกเค้ายังไงให้เค้าหยุดเพราะหนูรู้สึกว่ามันเป็นตราบาป ปกติแม่หนูจะฟังรายการพุธทอล์คพุธโทร เค้าจะแชร์หน้าเฟสอยู่บ่อย ๆ เลยอยากให้พี่ ๆ พูดถึงแม่ว่าสิ่งที่เค้าทำมันเป็นยังไง? โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทุก ๆ การกระทำของคนที่เป็นแม่ มันส่งผลถึงลูกอยู่แล้ว ทีนี้ลูกโทรเข้ามาแม่ก็ต้องคิดแล้วว่าที่ผ่านมาเราทำหน้าที่แม่ดีพอแล้วรึเปล่า ทำไมเราถึงทำให้ลูกเราทุกข์ขนาดนี้ แล้วสิ่งที่ลูกเรากำลังเป็นห่วงอยู่ มันเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นรึเปล่า คุณแม่ควรคุยกับลูก บางทีลูกก็ไม่กล้าที่จะเปิดใจหรือพูดคุยกับคุณแม่ แม่ลองเป็นฝ่ายเข้าหาลูกดู ลูกโทรเข้ามาวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากห่วง ฉะนั้นแม่ลูกควรพูดคุยกัน และสิ่งที่ลูกบอกคือไม่อยากให้แม่แพร่เชื้อ แม่ก็ลองหาวิธีดูว่าแม่จะไม่แพร่เชื้อได้อย่างไร ส่วนลูกค้าที่มาใช้บริการหอมว่าชั่งหัวมัน เพราะการไม่ใส่ถุง โอกาสของการติดเชื้อมันมีอยู่แล้ว ชั่งหัวลูกค้ามัน เอาเรื่องความสัมพันธ์ของแม่ลูกดีกว่า ว่าวันนี้เราจะดูแลสภาพจิตใจลูกเรายังไง เรามีคำตอบอะไรให้ลูกเรา ยังไงหน้าที่แม่ก็ลาออกไม่ได้ ฝากคุณแม่เรื่องนี้ละกัน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมไม่แน่ใจย่าคุณแม่จะติดขัดเรื่องเงินมากน้อยแค่ไหน แต่รู้สึกว่าสุดท้ายแล้วเราก็ต้องคิดถึงคนอื่นบ้าง เข้าใจว่าชีวิตที่ลำบากมันทำให้ต้องคิดถึงตัวเราก่อน แต่ว่าในขณะที่เราต้องการพาตัวเราให้รอด ไม่ว่าจะปัญหาอะไรก็ตาม เราก็ไม่ควรพาเอาชีวิตคนอื่นเค้าแย่ไปด้วย ผมไม่รู้ว่าแม่ถือหรือเชื่อเรื่องอะไร แต่จริง ๆ บาปกรรมเราคงไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรม แต่ว่าถ้าพูดถึงกรรม กรรมก็คือผลของการกระทำ ทุกอย่างที่เราทำมันมีผลเสมอ มันอาจจะไม่ได้ตกถึงแม่ แต่วันนี้ความทุกข์มันตกถึงลูกอย่างมหาศาล ถึงแม้จะไม่ใช่ความรับผิดชอบอะไรของเค้าเลยก็ตาม มิ้นเองก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจก็ได้ ชีวิตใครชีวิตมัน แม้กระทั่งลูกสาวังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมากกว่าเรา ผมว่ามันมีอะไรที่ผิดไปแล้ว อย่างน้อยที่สุดที่จะพอนึกถึงคนอื่นได้บ้างก็ป้องกัน แต่อย่างน้อยที่สุดมันก็คิดถึงชีวิตคนอื่นได้บ้าง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จริง ๆ ก็เคารพในการตัดสินใจที่จะทำอะไร เพราะมันก็ชีวิตใครชีวิตมัน มันก็อาจจะเป็นหนทางเดียวที่คุณแม่มีอยู่ตอนนี้ก็เป็นได้ ซึ่งเติ้ลก็ไม่สามรถไปตัดสินได้ ว่าอย่าทำแบบนั้น อย่าทำแบบนี้ แต่อย่างน้อย ๆ การกระทำของคนทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อน แต่สิ่งที่คุณแม่ตัดสินใจทำอยู่ตอนนี้มันมีส่วนที่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนแล้วตัวเองด้วย ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณแม่ป่วยขนาดไหน แต่การที่คุณแม่ขายบริการโดยใช้เรื่องการสดเป็นการดึงดูดมันเหมือนเป็นการทำร้ายคนอื่นทางอ้อม เพราะว่าการเป็นโรคนี้ไม่ใช่แค่คนที่มาใช้บริการจะติดได้ แต่ถ้าคนนั้นเค้าไปมีอะไรกับภรรยาหรือคนอื่น ๆ มันก็มีสิทธิ์ที่จะแพร่ไปได้อีก และมันจะควบคุมความเสียหายไม่ได้ อยากให้คิดดี ๆ การที่แค่จะให้ตัวเองรอดโดยที่ไม่สนว่าคนอื่นจะเป็นยังไง มันสมควรแล้วมั้ยกับทางรอดของตัวเองในแบบนั้น เท่าที่น้องมิ้นเล่าให้ฟังมีน้องสาวที่เห็นคุณแม่เป็นตัวอย่าง อยากให้รู้ว่าบางอย่างไม่ใช่เราตัดสินใจแล้วจะทำได้เลย คิดหน้าคิดหลังว่าจะมีใครได้ผลกระทบจากสิ่งที่เราทำไหม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หัวหน้าบอกว่าจะเลื่อนขั้นให้เรา แต่พอผ่านไป เขาดันพูดแบบนี้กับน้องอีกคน! แล้วสิ่งที่เขาคุยกับเรามาก่อนหน้านั้น มันคืออะไร ?

26 มี.ค. 2026

หัวหน้าบอกว่าจะเลื่อนขั้นให้เรา แต่พอผ่านไป เขาดันพูดแบบนี้กับน้องอีกคน! แล้วสิ่งที่เขาคุยกับเรามาก่อนหน้านั้น มันคืออะไร ?

หัวหน้าบอกว่าจะเลื่อนขั้นให้เราแต่พอผ่านไป เขาดันพูดแบบนี้กับน้องอีกคน!แล้วสิ่งที่เขาคุยกับเรามาก่อนหน้านั้น มันคืออะไร ? ‘คุณพอล (นามสมมติ)’ อายุ 39 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (25 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)' เกี่ยวกับเรื่องที่หัวหน้าบอกว่าจะเลื่อนขั้นให้เรา แต่พอผ่านไป เขาดันพูดแบบนี้กับน้องอีกคน โดย ‘คุณพอล (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ผมทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง ในทีมจะมีประมาณ 5 - 6 คน ย้อนกับไปเมื่อสองปีที่ผ่านมา หัวหน้าได้พูดกับผมว่า จะ Promote (เลื่อนขั้น)ให้ผมได้ขึ้นเป็นหนึ่งในหัวหน้าของทีม ซึ่งหัวหน้าเขาได้มีการพูดกับผมหลายครั้ง จนทำให้ผมคิดว่า สิ่งที่เขาพูดกับผมนั้นมันคือเรื่องจริง ช่วงเวลาที่ผมทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งนี้ ผมก็เฝ้ารอวันที่หัวหน้าจะเลื่อนขั้นให้ผมขึ้นรับตำแหน่ง ระหว่างทางได้มีหลายบริษัทติดต่อมาเพื่อให้ผมไปร่วมงานด้วย แต่ผมได้ปฏิเสธพวกเขาไป เพราะผมเชื่อใจในสิ่งหัวหน้าที่เคยพูดกับผมว่า จะเลื่อนขั้นให้ผมได้ขึ้นเป็นหัวหน้าอีกคนหนึ่ง ล่าสุดเมื่อประมาณสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้นั่งประชุมงานกับหัวหน้าและน้อง ๆ ในทีม แต่จู่ ๆ หัวหน้าก็พูดกับรุ่นน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งเขามีอายุน้อยกว่าผมประมาณ 5 ปี หัวหน้าได้ถามรุ่นน้องคนนั้นว่า ‘คุณอยากเป็นหัวหน้าไหม ถ้าคุณอยากเป็น ผมให้คุณเป็นคนแรกเลย’ ประโยคนั้น มันเลยทำให้รู้สึกว่า แล้วสิ่งที่เขาคุยกับผมมาก่อนหน้านั้น มันคืออะไร ? เรื่องนี้มันทำให้ผมกลับไปนึกถึงเรื่องราวในอดีต มันเหมือนไปสะกิดปมในใจของผม ในสมัยมัธยมต้น ผมได้เล่นดนตรีกับเพื่อน ซึ่งผมได้เล่นกีตาร์ประจำวงให้กับงานโรงเรียนในทุก ๆ ปี จนมีอยู่ช่วงหนึ่ง ผมรู้สึกแปลกใจว่าทำไมถึงไม่มีการซ้อมวงดนตรี และผมก็ได้มารู้ความจริง ในตอนที่มือกลองของวงเขาก็โทรมาหาผม และถามกับผมว่าทำไมผมถึงไม่ไปซ้อม แต่เมื่อผมไปถึงห้องซ้อมดนตรี กลับพบว่ามีมือกีตาร์คนใหม่มาเล่นแทนที่ผมไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมก็ไม่กลับไปเล่นกีตาร์อีกเลย ผมรู้สึกแย่ รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า และคิดว่าถ้าพวกเขาพูดกับผมตรง ๆ มันก็คงจะดีกว่า หลังจากนั้นช่วงมัธยมปลาย ผมไปเล่นระนาดเอกในวงดนตรีไทยของโรงเรียน ซึ่งผมได้เล่นอยู่ในวงหลัก และเล่นเป็นตัวหลักในงานโรงเรียนมาตลอด แต่เมื่อถึงงานประกวด คุณครูกลับให้ผมไปเล่นในวงดนตรีรองของโรงเรียน ผมเลยรู้สึกว่า มันเหมือนเป็นเหตุการณ์ซ้ำ ๆ เป็นเรื่องเก่า ๆ ที่ย้อนกลับมาทำให้ผมรู้สึกแย่อยู่เสมอ ผมได้แต่ถามตัวเอง ว่าทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับผม กลับมาที่พาร์ทปัจจุบัน หลังจากเรื่องราวที่เกิดนขึ้นนั้น ผมก็ได้ถามเหตุผลกับหัวหน้าไปตรง ๆ ว่าสิ่งที่หัวหน้าเคยพูดกับผมว่าจะเลื่อนขั้นให้ผมขึ้นเป็นหัวหน้าอีกคนหนึ่ง มันหมายความว่าอย่างไร เขาก็ให้เหตุผลมาว่า ผมมีอายุที่ใกล้เคียงกันกับหัวหน้าคนอื่น ๆ มากเกินไป เหตุผลนี้ มันทำให้ผมตั้งคำถามว่า การเป็นหัวหน้า เขาไม่ได้วัดกันที่ความสามารถหรอ ถ้าเขาบอกเหตุผลกับผมตรง ๆ ว่าผมมีความสามารถไม่มากพอ ผมคงจะรู้สึกดีกว่านี้ เรื่องราวเหล่านี้มันยังคงวนเวียน และติดอยู่ในใจของผมเสมอ ทุก ๆ คืนผมได้แต่นอนคิดเรื่องนี้ และคอยถามกับตัวเองว่าผมไม่มีค่ามากพอ หรือว่าผมไม่มีความสามารถกันแน่ ผมกลัวว่าเรื่องพวกนี้ มันจะทำให้การทำงานของผมมีประสิทธิภาพลดลง เพราะเรื่องราวที่ผ่านมามันทำให้ผมรู้สึกผิดหวังไปจนถึงขั้นเลิกทำในสิ่งที่เคยชอบ ความรู้สึกของผมตอนนี้ เหมือนเราไม่ดีพอในทุก ๆ อย่าง ผมรู้สึกหมดไฟ ผมอยากกลับมามีไฟในการทำงานอีกครั้งหนึ่ง ผมควรจะต้องจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้อย่างไรดีครับ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ที่ผ่านมาบริษัทอาจเป็นฝ่ายเลือกเรา แต่ทุกวันนี้เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง อย่าไปคิดว่าชีวิตของเราจะต้องถูกกำหนดโดยองค์กรหรือหัวหน้า ชีวิตเป็นของเรา เรามีสิทธิ์กำหนดเอง ไม่ว่าเราจะรวบรวมเอาความผิดหวังในชีวิต เก็บมันมาคิดมากแค่ไหน แต่อย่าคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่มีคุณค่า เราไม่ควรปล่อยให้คนอื่น มาทำให้เราไม่รู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง เพราะคนที่จะรู้ดีที่สุด ว่าเราเป็นคนที่มีค่าหรือเปล่า คือตัวเราเอง ทุกวันนี้คุณค่าของคนมักจะวัดกันที่ผลลัพธ์ แต่เรากลับลืมมองชีวิตระหว่างทาง ว่าที่ผ่านมาเราพยายามมามากแค่ไหน ถ้ามันมากพอแล้ว นั่นคือชัยชนะของเรา ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรเราต้องยอมรับมันให้ได้” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าเราไม่เก่ง ไม่มีความสามารถจริง ๆ คงไม่มีบริษัทอื่น ๆ ติดต่อเรามาให้ไปร่วมงานกับเขา อย่าเพิ่งคิดว่าเราไม่เก่ง เรื่องบางเรื่องเราไม่สามารถควบคุมมันได้ อย่างน้อยเราก็มีทางเลือกเป็นของเราเอง อย่าปิดกั้นโอกาสของตัวเอง ความผิดหวังบางอย่างในชีวิต ไม่สามารถมาตัดสินคนคนหนึ่งได้ว่าคุณคือคนที่ไม่มีคุณค่า” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ชีวิตคนเรามักมีช่วงเวลาแห่งความผิดหวัง ถ้าใครสักคนต้องหยุดพัฒนา เพียงเพราะว่าเจอกับเรื่องผิดหวัง มันก็คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าเราสู้ต่อในวันนี้ เราอาจเป็นคนที่เก่งมาก ๆ ในวันข้างหน้า อย่าตัดสินตัวเองเร็วเกินไป” ปิดท้ายด้วย ‘หมอท้อป’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ ชีวิตของคนเรา การที่ต้องเจอกับเรื่องราวที่ไม่เป็นไปตามคาดหวัง ก็มักเจอกับความผิดหวัง มันเป็นความปกติที่เราจะรู้สึกแย่ไม่อยากให้เรานำความผิดหวังนั้น มาโทษตัวเองโดยการเลิกทำในสิ่งที่เราชอบ ถ้าเรามัวแต่กลับไปนึกถึงอดีตซ้ำ ๆ มันก็เหมือนเป็นการซ้ำเติมแผลในใจของเราอยู่เรื่อยมา เราควรที่จะให้กำลังใจตัวเองเยอะ ๆ อย่าเอาความรู้สึกแย่เหล่านั้นมาทำร้ายตัวเราเอง สำหรับเรื่องงาน ลองคุยกับที่ทำงานปัจจุบัน ว่านอกจากตำแหน่งหัวหน้าแล้ว ยังพอมีทางอื่นที่ทำให้เราเติบโตหรือไม่ หรือถ้ามันไม่มี ก็ลองเปิดโอกาสให้เราไปเติบโตในสถานที่ใหม่ ๆ”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

07 มิ.ย. 2024

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้วเราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิตย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา รู้สึกติดค้างไม่ได้พูดอะไรกับเขาเลย “คุณนิค (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [5มิ.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความรักที่ความรู้สึกยังค้างคา โดย “คุณนิค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เป็นเรื่องราวที่เราเคยถูกผู้หญิงคนหนึ่งทิ้งไปนานมากแล้ว ซึ่งเรื่องมันจบไปแล้วแต่เรายังรู้สึกผิดอยู่ เริ่มจากเราเคยเป็นเพื่อนร่วมห้องกันมาก่อนตั้งแต่ม.ปลาย เค้าเคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อนแล้วก็ค่อยมาคบกับเราที่เป็นทอม เวลาที่เค้าทะเลาะกับเพื่อนเราก็จะอยู่ข้าง ๆ เค้าตลอด เค้าก็มักจะบอกกับเราว่า “อย่าทิ้งเค้าไปไหนนะ” เพราะเราเหมือนเป็นที่พึ่งทางใจให้กับเค้า จนจุดเปลี่ยนมันเกิดช่วงที่เราทั้งคู่เข้ามหาลัย เค้าสอบติดมหาลัยที่อยู่ต่างจังหวัด เราก็ไปส่งเค้าที่สนามบิน แต่หลังจากนั้นได้ 2 อาทิตย์เค้าก็โทรมาบอกเลิกเราเลย ทั้งๆไม่มีสัญญาณอะไรและเราก็ไม่ได้เตรียมใจไว้เลย ซึ่งเหตุผลที่เค้าบอกเราคือเราขี้หึงเกินไป งี่เง่าเกินไป โทษความผิดให้กับเราหมดเลย เราเลยไปส่องเฟซบุ๊คของเค้า และสิ่งที่เราเจอคือเค้าโพสรูปคู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะเป็นคนคุยใหม่ของเค้า เราเลยโกรธเค้ามาก ไล่ลบรูปคู่ทั้งหมด บล็อกเค้าทุกช่องทาง แต่ด้วยความที่พี่สาวของเราเรียนที่มหาลัยเดียวกับเค้า เราเลยยังได้ทราบข่าวเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง หลังจากจบมหาวิทยาลัย แฟนเก่าเราประกาศแต่งงานทันที เราก็แอบรู้สึกช็อคนิดนึงแต่ก็รู้สึกว่ามันผ่านมานานมากแล้วทำไมถึงต้องไปคิดอีก แต่มันดันมีเรื่องบังเอิญที่ทำให้เราต้องไปเจอเค้าและภาพที่เราเห็นคือเค้ากำลังอุ้มลูกอยู่ เราตัวชา ทำตัวไม่ถูก เลยเลือกที่จะเดินสวนไป ผ่านไปสักพักเราก็ได้ยินข่าวคราวอีกทีคือเค้าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทั้งแม่และพี่สาวก็ไปให้กำลังใจเค้าและเหมือนจะดีขึ้น แต่สุดท้ายเค้าก็เสียชีวิต พอเราได้ยินแบบนั้นก็เหมือนโลกถล่ม สิ่งที่เราพยายามเกลียดเค้าหรือลืมเค้ามาโดยตลอดทำให้เราเสียศูนย์ไปเลย เราเลยขอแฟนคนปัจจุบันไปงานศพของเค้า และเราก็เสียใจที่คุยกับเค้าผ่านธูป และบอกกับตัวเองว่าทำไมเราไม่ทักไปคุยกับเค้า ทำไมเราถึงใจร้ายกับเค้า เราเลยกลับไปดูในเฟสบุ๊คคือเค้าไม่เคยลบรูปคู่กับเราเลย มันเลยยิ่งทำให้เราคิดว่าทำไมมีแต่เราที่มีทิฐิ และโกรธเค้าอยู่ฝ่ายเดียว ทำให้เราต้องไปปรึกษาจิตแพทย์และกินยา แต่เมื่อไหร่ที่นึกถึงเค้าเราก็จะร้องไห้ตลอด เลยอยากจะถามพี่ ๆ ว่าเราผิดมั้ยที่ตอนเลิกกันเราบล็อกเค้าทุกช่องทาง และถ้าอยากเลิกคิดเรื่องนี้พี่ช่วยแนะนำมุมมองใหม่ให้ได้มั้ยคะเพราะเราจมปลักกับตรงนี้มานานมาเกินครึ่งปีแล้ว’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณนิคไม่ผิดที่บล็อกเค้าเพราะเค้าบอกเลิกเรา จริง ๆ สำหรับผู้หญิงเรื่องแบบนี้เค้าวางแผนมาแล้วว่าจะเลิก กะว่าไปถึงอีกจังหวัดเค้าจะหาวิธีบอกเลิก หรือเค้าอาจจะไปแล้วไปเจอใครที่นู้นภายใน 2 อาทิตย์ สำหรับหอมมันก็คือการนอกใจ ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เราต้องเสียดาย เป็นหอมหอมก็ไม่ทักหา อาจจะใช้เวลาไปสักพักถึงจะให้อภัย ฉะนั้นตรงนี้ไม่ผิดอยู่แล้วเพราะเลิกกันไม่ดี ส่วนรื่องเปลี่ยนมุมมอง หอมว่าเราไม่ใช่หมอดู ไม่มีใครรู้อนาคตว่าใครจะต้องไปเจออะไร แล้วสัจธรรมของชีวิตคน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องปกติมาก ไม่วันหนึ่งคุณนิคไปเค้าก็ไป มันไม่ใช่ความผิดเรา สิ่งที่เราทำมันก็ถูกต้องแล้วคือต่างคนต่างใช้ชีวิตเพราะเลิกกันไปแล้ว นิคอาจจะรู้สึกเสียดายที่น่าจะให้อภัยและคุยกับเค้าเพราะนี่คือเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง หอมคิดว่ามันเป็นความเสียดายมากกว่าที่คุณนิคจะเก็บมาโทษตัวเองว่าเราทำผิดทำไมเราไม่คุยกับเธอ มันไม่ใช่แค่คุณนิคอย่างเดียว เค้าอยากคุยกับเรารึเปล่า อันนี้ก็ไม่รู้ แล้วที่บอกว่าไลน์เด้งมาหาเราก็มีคนให้ข้อสันนิฐานว่า จริง ๆ เค้าอาจจะไม่ได้แอดเรามา แต่ถ้ามีเบอร์เราไลน์มันก็จะเด้งอัตโนมัติเวลาที่เค้าเปลี่ยนมือถือ และในเมื่อเค้าเป็นคนทิ้งเราก่อนเราก็ไม่ผิดที่เราทักเค้าไป แล้วการที่คุณนิครู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และวันที่เค้าเสียชีวิตแล้วคุณนิคจะไปอโหสิกรรมอันนี้ก็เปนเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเราไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งเค้าจะเจออะไร เค้าจะจากเราไปตอนไหน ถ้าคุณนิครู้สึกว่านี่เป็นบทเรียนและไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้อีก วันนี้คนที่อยู่ข้าง ๆ คุณนิค คุณนิคก็ต้องทำดีกับเค้าเช่น แฟนใหม่ที่เราคบ ถ้าวันหนึ่งเค้าเป็นอะไรขึ้นมาเราจะเสียดายอะไรที่เรายังไม่ได้ทำบ้าง ให้ทำกับคนนี้หรือทำกับคนรอบข้างเหมือนจะจากกันตลอดเวลา เพราะงั้นทำตีต่อกันกับคนที่ยังเหลืออยู่ อันนี้หอมว่าดีกว่า และเลิกคิดถึงคนที่จากไปแล้วและไม่ต้องโทษตัวเอง เพราะเค้าไปแล้วและไม่รับรู้อะไรแล้ว’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ใกล้เคียงกับหอม เพราะพี่ก็ถามว่าว่าทำไมนิคคิดว่าตัวเองผิด แต่ด้วยจังหวะของการเลิกกันมันอาจจะกระทันหัน ซึ่งการเลิกกันแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับคู่อื่น ๆ คนเรามีการบอกบอกเลิกหรือวิธีหยุดความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนกัน บางคนก็หายไปเลย บางคนก็มานั่งคุย อันนี้ก็แล้วแต่คู่ แล้วพอเลิกกันไปผมมองว่าต่างคนต่างวางตัวกันดี เอาจริงคุณนิคก็ไม่ควรทักไปอยู่แล้ว เพราะมันไม่มีสาเหตุที่ต้องคุยกันในฐานะเพื่อนเก่าหรืออะไรก็ตาม ยิ่งทักคุยกันอาจจะยิ่งเป็นปัญหากับความสัมพันธ์ปัจจุบันของแฟนเค้าซะมากกว่า ผมว่าต่างฝ่ายต่างทำถูกแล้วที่ไม่ได้ติดต่อกัน และสุดท้ายคนที่จะติดค้างเรื่องคำขอโทษก็น่าจะเป็นฝ่ายเค้ามากกว่า ผมมองว่าทุกอย่างดำเนินไปตามปกติที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว ไม่เห็นว่าจะมีความผิดอะไรจากคุณนิคเลย ในเรื่องของมุมมองคุณนิคต้องล้างความคิดว่าตัวเองผิดก่อน ผมไม่เห็นว่าคุนนิคจะต้องมีอะไรที่ติดค้างหรือรู้สึกผิด เพราะต่างฝ่ายก็ต่างไปมีชีวิต คนที่เลิกกันแล้วบางทีก็ไม่เหมาะไม่ควรที่เราจะคบหากันต่อ แม้จะเป็นเพื่อนกันก็ตามมันต้องย้อนกลับไปตั้งแต่เป็นเพื่อนกัน เมื่อไหร่ที่ตัดสินใจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนมาเป็นแฟน มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ย้อนกลับไปไม่ได้ พอเลิกกันก็ต้องทำใจว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนมันจะไม่กลับมา และทุกอย่างี่เกิดขึ้นมาผมมองว่ามันเป็นเรื่องปกติทุกอย่าง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะเสนอมุมมองที่ต่างพี่เผือกพี่หอมนิดนึง เท่าที่พี่ฟังมาพี่รู้สึกเสียดายชีวิตคุณนิคมากเลย พี่รู้สึกว่า 9 ปีตั้งแต่เลิกกับเค้าคุณนิคไม่ได้ไปไหนเลย อย่างตอนที่เจอเค้าอุ้มลูกแล้วคุณนิคหนี ถ้าเป็นคนที่มูฟออนแล้วพี่ว่าเค้าคงเดินไปถามสารทุกข์สุขดิบ แต่สำหรับเติ้ลมองว่าเหมือนคุณนิคยังอยากได้เค้าเป็นแฟน ยังเฝ้าดูชีวิตเค้าตลอด เรื่องของเค้ายังเข้ามากระทบจิตใจคุณนิคตลอด แล้วสุดท้ายคนที่ไม่ไปไหนก็คือตัวคุณนิค แต่วันนี้เค้าเสียไปแล้วแต่คุณนิคเองที่ยังไม่ไปไหน ซึ่งทำให้เติ้ลเสียดายเวลาที่คุณนิคจะไปมีความสุขกับตัวเอง ถ้าคุณนิคยังไม่เลิกคิดว่าตัวเองผิด ก็โปรดให้อภัยตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แม่โทรหาพ่อ พ่อออกไปสังสรรค์กับเพื่อน พ่อลืมกดวางสาย แม่นั่งฟังต่อ 1 ชั่วโมงกว่า ได้ยินตั้งแต่พ่อเมากับเพื่อน จนพาผู้หญิงอีกคนไปนอนด้วยกัน ตอนมีอะไรกัน แม่ได้ยินทุกอย่าง พีคสุดผู้หญิงคนนั้นคือคนแถวบ้านที่รู้จักด้วย

08 มี.ค. 2024

แม่โทรหาพ่อ พ่อออกไปสังสรรค์กับเพื่อน พ่อลืมกดวางสาย แม่นั่งฟังต่อ 1 ชั่วโมงกว่า ได้ยินตั้งแต่พ่อเมากับเพื่อน จนพาผู้หญิงอีกคนไปนอนด้วยกัน ตอนมีอะไรกัน แม่ได้ยินทุกอย่าง พีคสุดผู้หญิงคนนั้นคือคนแถวบ้านที่รู้จักด้วย

แม่โทรหาพ่อ พ่อออกไปสังสรรค์กับเพื่อน พ่อลืมกดวางสายแม่นั่งฟังต่อ 1 ชั่วโมงกว่า ได้ยินตั้งแต่พ่อเมากับเพื่อนจนพาผู้หญิงอีกคนไปนอนด้วยกัน ตอนมีอะไรกัน แม่ได้ยินทุกอย่างพีคสุดผู้หญิงคนนั้นคือคนแถวบ้านที่รู้จักด้วย ตอนนี้แม่เศร้ามา 2-3 แล้ว หนูจะทำยังไงดีคะ? “คุณนิค(นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 มี.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาที่คุณแม่ได้ยินเสียงคุณพ่อกับชู้กำลังมีอะไรกันในโทรศัพท์ โดย ​“คุณนิค(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณแม่คุยโทรศัพท์กับคุณพ่อ ได้ยินเสียงคุณพ่อสังสรรค์กับเพื่อนๆ และมีอะไรกับผู้หญิงอีกคนนึง เพราะคุณพ่อเมาแล้วลืมกดวาง แต่คุณแม่ไม่วางสาย เพราะอยากรู้ว่าในวงนั้นเขาคุยอะไรกันบ้าง? จนมันลามไปถึงตรงนั้น คุณแม่อายุ 69 ปี ส่วนคุณพ่ออายุ 58 ปี จะอายุน้อยกว่าคุณแม่ วันเกิดเหตุ คือคืนวันเสาร์ จากที่คุณแม่เล่าให้ฟัง คุณพ่อขอไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ตามปกติ คุณแม่เป็นคนไม่โทรจิก ไม่โทรตาม แค่จะถามว่าอยู่ไหน เมื่อไหร่จะกลับแค่นั้น คุณพ่อเป็นคนที่ชอบสังสรรค์กับเพื่อนอยู่ตลอด แต่คุณแม่ก็เข้าใจในส่วนนี้ วันนั้นเหตุการณ์คือ คุณพ่อไปสังสรรค์ คุณแม่ก็โทรตามปกติ คุณพ่อบอกว่า เดี๋ยวกลับแล้ว คุณพ่อก็คิดว่าคุณแม่วางสายโทรศัพท์ไปแล้ว แต่หลังจากนั้นคุณแม่ก็แอบฟังว่าเขาคุยอะไรกัน ก็ฟังไปเรื่อย ๆ จนถึงจุด ๆ หนึ่ง เขาได้ยินเสียงคุณพ่อกับผู้หญิงคนนึงมีอะไรกัน มีการบอกว่าต้องทำยังไง และเสียงผู้หญิงตอนมีอะไรกันมันออกมาด้วย ซึ่งคุณพ่อน่าจะเอาโทรศัพท์ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและเมาในระดับหนึ่ง คุณแม่ก็ฟังจนเขาเสร็จภารกิจ ไปส่งกันแต่ไม่ถึงหน้าบ้าน เพราะเขาตกลงกันว่าจะส่งแค่ครึ่งทาง หลังจากที่กลับมาบ้าน คุณแม่ก็เคลียร์ตรงนั้นเลย คุณแม่มีสติ แต่ไม่รู้ว่าคุณพ่อพูดอะไรออกไปบ้าง เช้ามาคุณแม่ก็โทรหานิคเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ส่วนนิคก็โทรถามคุณพ่อว่า เหตุการณ์มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำแบบนั้นลงไป คุณพ่อก็ไม่ปฏิเสธ เขาบอกว่า เขาเมา อารมณ์ชั่ววูบ และไม่ได้ป้องกันด้วย ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนกับผู้ชายอีกคนหนึ่งในงาน เขาก็ไม่ใช่คนไกล อยู่หมู่บ้านข้าง ๆ คุณพ่อบอกคุณแม่ว่าเขามีครอบครัว มีสามี มีลูกแล้ว แต่สามีของผู้หญิงคนนั้นทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด คุณแม่บอกว่าไม่ได้นอนเลย 2 - 3 วัน หนูกับคุณแม่อยู่คนละจังหวัด แต่อยู่จังหวัดใกล้ ๆ กัน หนูก็ได้แต่โทรไปถามว่า โอเคใช่ไหม จะทำยังไงกันดี คุณแม่ก็บอกว่า ตอนนี้ทำอะไรไม่ถูกเลย คุณแม่ค่อนข้างช็อคเพราะได้ยินทุกอย่าง หนูอยากถามว่า หนูจะปลอบใจแม่ยังไงดี เพราะไม่รู้ว่าแบบไหนจะช่วยให้ดีขึ้น?’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ช่วงนี้ก็วิดีโอคอลหาคุณแม่บ่อย ๆ ปลอบใจกัน เวลาเห็นหน้าอาจจะส่งผลดีมากขึ้น สุดท้ายแล้วถึงแม่จะร้องไห้ ก็จะค่อย ๆ เยียวยาในตัวของมันเอง ได้เห็นหน้าลูก ได้เห็นหน้าหลาน อาจจะพอช่วยเยียวยาในช่วงนี้ไปได้บ้าง เรื่องราวมันค่อนข้างจะแรงมาก สิ่งที่ได้ยินมันเป็นซีนที่ทำร้ายจิตใจแบบมหาศาล ถ้าเราจะปลอบแม่ เราก็ต้องเชื่อก่อนว่า มันคือความผิดพลาด สิ่งที่เกิดขึ้นจากความมึนเมาแค่ครั้งเดียว คืนเดียวของพ่อ ก็คงต้องบอกว่า พ่อไม่เคยมีประวัติ มันก็เป็นไปได้ที่เขาจะเมาแล้วขาดสติ ชั่ววินาทีเดียวอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ แต่เชื่อว่าไปนั่งพร่ำบอกว่าพ่อเป็นยังไง มันก็คงช่วยลำบากเพราะเหตุการณ์พึ่งเกิด ก็ทำได้แต่ชวนคุณแม่คุยเรื่องอื่น ชวนดูหลาน เลี้ยงหลาน ส่งรูปหลานให้ดูเยอะ ๆ ก็จะช่วยเยียวยาคนแก่ได้มาก เอาลูกของเราเป็นตัวช่วยสมานแผลให้กับคุณยาย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าทำได้อยากให้คุณนิคจับเขาแยกกันก่อน เพราะว่าเขาอยู่ด้วยกัน 2 คน ถ้าคุณแม่ไม่เคยรับรู้ ไม่เคยระแคะระคาย แล้วมาเจอตอนอายุ 69 ปี พี่ว่าก็ช็อค แล้วมาเจอเหมือนอยู่ในไลฟ์สด ต้องฟังไปเรื่อย ๆ จนจบ ก็ไม่แปลกที่คุณแม่จะมีอาการอย่างนี้ อาจจะให้มาอยู่กับทางหนูก่อน เพื่อไม่ให้ว่างหรือฟุ้งซ่าน เพราะตอนนี้พี่ว่าถ้าเขาอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรมาดึงความสนใจ เขาก็ต้องคิดแต่เรื่องนี้ คล้าย ๆ กับพี่เผือกว่า เอาอย่างอื่นมาดึงความสนใจเขาก่อน พี่ว่ามันต้องใช้เวลาสักพักกับเรื่องนี้ จนเขาตกตะกอน ซึ่งพอเขาแยกออกมามันอาจจะเป็นได้ 2 ทางเลยคือ เขาตัดสินใจให้อภัยคุณพ่อ หรือเลิกกัน ซึ่งไม่ว่าจะยังไง พี่ว่าการที่นิคจะทำได้ดีที่สุดคือ น่าจะทำให้เขาเห็นว่า ไม่ว่ามันจะหัวหรือก้อย อยู่ต่อหรือเลิก คุณแม่จะมีคุณนิคอยู่ด้วย พร้อมซัพพอร์ตคุณแม่’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ตัวต้นเหตุคือคุณพ่อ สร้างความกลัวให้คุณพ่อเรื่องการที่ไม่ป้องกัน พ่อรู้ไหมจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? แชร์ตัวอย่างต่าง ๆ ที่ผิดพลาดในครั้งเดียว แล้วชีวิตเปลี่ยนไปทั้งชีวิต บอกพ่อเลยว่าอีก 3 เดือนพ่อต้องไปตรวจ ถ้าเกิดว่าพ่อไม่เป็น ถือว่าพ่อโชคดีมาก ๆ ฉะนั้นพ่อจงรักษาความโชคดีนี้เอาไว้ เพราะวันนี้ถ้าพ่อเป็นอะไรขึ้นมา พ่ออาจจะเสียแม่ไปด้วย การแยกตอนนี้มันยากมาก ความผูกพันที่แม่มีกับพ่อมันยาวนานมากแหละ แต่คนที่ตัดสินใจคือคุณแม่ว่าจะอยู่หรือจะไป เพียงแต่ ณ ตอนนี้เราดึงคุณแม่ออกมาก่อน ให้คุณแม่ตกตะกอนทางด้านความคิด ความรู้สึก ตอนนี้ฮีลใจคุณแม่ สร้างความกลัวให้คุณพ่อเพื่อไม่ให้ทำผิดอีก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-