หัวหน้าบอกว่าจะเลื่อนขั้นให้เรา แต่พอผ่านไป เขาดันพูดแบบนี้กับน้องอีกคน! แล้วสิ่งที่เขาคุยกับเรามาก่อนหน้านั้น มันคืออะไร ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หัวหน้าบอกว่าจะเลื่อนขั้นให้เรา แต่พอผ่านไป เขาดันพูดแบบนี้กับน้องอีกคน! แล้วสิ่งที่เขาคุยกับเรามาก่อนหน้านั้น มันคืออะไร ?

26 มี.ค. 2026

หัวหน้าบอกว่าจะเลื่อนขั้นให้เรา

แต่พอผ่านไป เขาดันพูดแบบนี้กับน้องอีกคน!

แล้วสิ่งที่เขาคุยกับเรามาก่อนหน้านั้น มันคืออะไร ?

         ‘คุณพอล (นามสมมติ)’ อายุ 39 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (25 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)' เกี่ยวกับเรื่องที่หัวหน้าบอกว่าจะเลื่อนขั้นให้เรา แต่พอผ่านไป เขาดันพูดแบบนี้กับน้องอีกคน

         โดย  ‘คุณพอล (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ผมทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง ในทีมจะมีประมาณ 5 - 6 คน ย้อนกับไปเมื่อสองปีที่ผ่านมา หัวหน้าได้พูดกับผมว่า จะ Promote (เลื่อนขั้น)ให้ผมได้ขึ้นเป็นหนึ่งในหัวหน้าของทีม ซึ่งหัวหน้าเขาได้มีการพูดกับผมหลายครั้ง จนทำให้ผมคิดว่า สิ่งที่เขาพูดกับผมนั้นมันคือเรื่องจริง ช่วงเวลาที่ผมทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งนี้ ผมก็เฝ้ารอวันที่หัวหน้าจะเลื่อนขั้นให้ผมขึ้นรับตำแหน่ง ระหว่างทางได้มีหลายบริษัทติดต่อมาเพื่อให้ผมไปร่วมงานด้วย แต่ผมได้ปฏิเสธพวกเขาไป เพราะผมเชื่อใจในสิ่งหัวหน้าที่เคยพูดกับผมว่า จะเลื่อนขั้นให้ผมได้ขึ้นเป็นหัวหน้าอีกคนหนึ่ง

         ล่าสุดเมื่อประมาณสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้นั่งประชุมงานกับหัวหน้าและน้อง ๆ ในทีม แต่จู่ ๆ หัวหน้าก็พูดกับรุ่นน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งเขามีอายุน้อยกว่าผมประมาณ 5 ปี หัวหน้าได้ถามรุ่นน้องคนนั้นว่า ‘คุณอยากเป็นหัวหน้าไหม ถ้าคุณอยากเป็น ผมให้คุณเป็นคนแรกเลย’ ประโยคนั้น มันเลยทำให้รู้สึกว่า แล้วสิ่งที่เขาคุยกับผมมาก่อนหน้านั้น มันคืออะไร ?

         เรื่องนี้มันทำให้ผมกลับไปนึกถึงเรื่องราวในอดีต มันเหมือนไปสะกิดปมในใจของผม ในสมัยมัธยมต้น ผมได้เล่นดนตรีกับเพื่อน ซึ่งผมได้เล่นกีตาร์ประจำวงให้กับงานโรงเรียนในทุก ๆ ปี จนมีอยู่ช่วงหนึ่ง ผมรู้สึกแปลกใจว่าทำไมถึงไม่มีการซ้อมวงดนตรี และผมก็ได้มารู้ความจริง ในตอนที่มือกลองของวงเขาก็โทรมาหาผม และถามกับผมว่าทำไมผมถึงไม่ไปซ้อม แต่เมื่อผมไปถึงห้องซ้อมดนตรี กลับพบว่ามีมือกีตาร์คนใหม่มาเล่นแทนที่ผมไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมก็ไม่กลับไปเล่นกีตาร์อีกเลย ผมรู้สึกแย่ รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า และคิดว่าถ้าพวกเขาพูดกับผมตรง ๆ มันก็คงจะดีกว่า

         หลังจากนั้นช่วงมัธยมปลาย ผมไปเล่นระนาดเอกในวงดนตรีไทยของโรงเรียน ซึ่งผมได้เล่นอยู่ในวงหลัก และเล่นเป็นตัวหลักในงานโรงเรียนมาตลอด แต่เมื่อถึงงานประกวด คุณครูกลับให้ผมไปเล่นในวงดนตรีรองของโรงเรียน ผมเลยรู้สึกว่า มันเหมือนเป็นเหตุการณ์ซ้ำ ๆ เป็นเรื่องเก่า ๆ ที่ย้อนกลับมาทำให้ผมรู้สึกแย่อยู่เสมอ ผมได้แต่ถามตัวเอง ว่าทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับผม

         กลับมาที่พาร์ทปัจจุบัน หลังจากเรื่องราวที่เกิดนขึ้นนั้น ผมก็ได้ถามเหตุผลกับหัวหน้าไปตรง ๆ ว่าสิ่งที่หัวหน้าเคยพูดกับผมว่าจะเลื่อนขั้นให้ผมขึ้นเป็นหัวหน้าอีกคนหนึ่ง มันหมายความว่าอย่างไร เขาก็ให้เหตุผลมาว่า ผมมีอายุที่ใกล้เคียงกันกับหัวหน้าคนอื่น ๆ มากเกินไป เหตุผลนี้ มันทำให้ผมตั้งคำถามว่า การเป็นหัวหน้า เขาไม่ได้วัดกันที่ความสามารถหรอ ถ้าเขาบอกเหตุผลกับผมตรง ๆ ว่าผมมีความสามารถไม่มากพอ ผมคงจะรู้สึกดีกว่านี้

         เรื่องราวเหล่านี้มันยังคงวนเวียน และติดอยู่ในใจของผมเสมอ ทุก ๆ คืนผมได้แต่นอนคิดเรื่องนี้ และคอยถามกับตัวเองว่าผมไม่มีค่ามากพอ หรือว่าผมไม่มีความสามารถกันแน่ ผมกลัวว่าเรื่องพวกนี้ มันจะทำให้การทำงานของผมมีประสิทธิภาพลดลง เพราะเรื่องราวที่ผ่านมามันทำให้ผมรู้สึกผิดหวัง ไปจนถึงขั้นเลิกทำในสิ่งที่เคยชอบ ความรู้สึกของผมตอนนี้ เหมือนเราไม่ดีพอในทุก ๆ อย่าง ผมรู้สึกหมดไฟ ผมอยากกลับมามีไฟในการทำงานอีกครั้งหนึ่ง ผมควรจะต้องจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้อย่างไรดีครับ”

         เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ที่ผ่านมาบริษัทอาจเป็นฝ่ายเลือกเรา แต่ทุกวันนี้เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง อย่าไปคิดว่าชีวิตของเราจะต้องถูกกำหนดโดยองค์กรหรือหัวหน้า ชีวิตเป็นของเรา เรามีสิทธิ์กำหนดเอง ไม่ว่าเราจะรวบรวมเอาความผิดหวังในชีวิต เก็บมันมาคิดมากแค่ไหน แต่อย่าคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่มีคุณค่า เราไม่ควรปล่อยให้คนอื่น มาทำให้เราไม่รู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง เพราะคนที่จะรู้ดีที่สุด ว่าเราเป็นคนที่มีค่าหรือเปล่า คือตัวเราเอง

         ทุกวันนี้คุณค่าของคนมักจะวัดกันที่ผลลัพธ์ แต่เรากลับลืมมองชีวิตระหว่างทาง ว่าที่ผ่านมาเราพยายามมามากแค่ไหน ถ้ามันมากพอแล้ว นั่นคือชัยชนะของเรา ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรเราต้องยอมรับมันให้ได้”

         ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าเราไม่เก่ง ไม่มีความสามารถจริง ๆ คงไม่มีบริษัทอื่น ๆ ติดต่อเรามาให้ไปร่วมงานกับเขา อย่าเพิ่งคิดว่าเราไม่เก่ง เรื่องบางเรื่องเราไม่สามารถควบคุมมันได้ อย่างน้อยเราก็มีทางเลือกเป็นของเราเอง อย่าปิดกั้นโอกาสของตัวเอง ความผิดหวังบางอย่างในชีวิต ไม่สามารถมาตัดสินคนคนหนึ่งได้ว่าคุณคือคนที่ไม่มีคุณค่า

         ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ชีวิตคนเรามักมีช่วงเวลาแห่งความผิดหวัง ถ้าใครสักคนต้องหยุดพัฒนา เพียงเพราะว่าเจอกับเรื่องผิดหวัง มันก็คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าเราสู้ต่อในวันนี้ เราอาจเป็นคนที่เก่งมาก ๆ ในวันข้างหน้า อย่าตัดสินตัวเองเร็วเกินไป”

         ปิดท้ายด้วย ‘หมอท้อป’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ ชีวิตของคนเรา การที่ต้องเจอกับเรื่องราวที่ไม่เป็นไปตามคาดหวัง ก็มักเจอกับความผิดหวัง มันเป็นความปกติที่เราจะรู้สึกแย่ ไม่อยากให้เรานำความผิดหวังนั้น มาโทษตัวเองโดยการเลิกทำในสิ่งที่เราชอบ ถ้าเรามัวแต่กลับไปนึกถึงอดีตซ้ำ ๆ มันก็เหมือนเป็นการซ้ำเติมแผลในใจของเราอยู่เรื่อยมา เราควรที่จะให้กำลังใจตัวเองเยอะ ๆ อย่าเอาความรู้สึกแย่เหล่านั้นมาทำร้ายตัวเราเอง

         สำหรับเรื่องงาน ลองคุยกับที่ทำงานปัจจุบัน ว่านอกจากตำแหน่งหัวหน้าแล้ว ยังพอมีทางอื่นที่ทำให้เราเติบโตหรือไม่ หรือถ้ามันไม่มี ก็ลองเปิดโอกาสให้เราไปเติบโตในสถานที่ใหม่ ๆ”

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูคิดมาก หรือ สังคมเพื่อนแฟนที่แปลกกันแน่? แฟนหนูคบหนูอยู่แล้ว เพื่อนเขาก็รู้ แต่จะมีเพื่อนแฟนที่เป็นผู้ชาย 2 คน ชอบชงผู้หญิงคนอื่นๆให้แฟนเราตลอด เราไม่ชอบเลย ถ้าเจอเพื่อนแฟนประเภทนี้ จัดการยังไงกันคะ?

14 ก.พ. 2025

หนูคิดมาก หรือ สังคมเพื่อนแฟนที่แปลกกันแน่? แฟนหนูคบหนูอยู่แล้ว เพื่อนเขาก็รู้ แต่จะมีเพื่อนแฟนที่เป็นผู้ชาย 2 คน ชอบชงผู้หญิงคนอื่นๆให้แฟนเราตลอด เราไม่ชอบเลย ถ้าเจอเพื่อนแฟนประเภทนี้ จัดการยังไงกันคะ?

“คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาเป็นตัวหนูที่แปลกหรือสังคมแฟนหนูที่ไม่ดี โดย “คุณหนู (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูกับแฟนคบกันมาเข้าปีที่ 5 แต่อยู่คนละจังหวัดกัน แฟนหนูอายุ 23 ปี เมื่อปีที่แล้วเป็นช่วงที่หนูกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย และแฟนก็เริ่มไปทำงานเสริมเพื่อหารายได้ ทำให้เริ่มคุยกันน้อยลง ช่วงนั้นเริ่มมีผู้หญิงอื่นเข้ามาจีบแฟน แล้วตัวเพื่อนแฟนก็ชอบชงให้ ทั้งที่รู้ว่าแฟนคบกับหนูอยู่ เวลามีผู้หญิงอื่นเข้ามาก็จะช่วยชง แล้วผู้หญิงที่เข้ามาก็รู้จักกับเพื่อนแฟนด้วย เขามาขอให้เพื่อนแฟนช่วยนัดแฟนเราออกมากินเหล้า อ้างว่าเป็นงานของมหาลัย เป็นแบบนักศึกษามารวมตัวกัน แฟนเราก็เข้าใจแบบนั้น แต่พอไปถึงจริง ๆ สรุปคือได้ไปกินห้องผู้หญิงคนนั้น แล้วเพื่อนก็ชงให้ทำความรู้จักกัน และเวลาเจอหรือเดินผ่านที่มหาลัย เพื่อนคนนี้ก็จะชอบแซว แต่พอผ่านไปสักพักแฟนหนูเริ่มชัดเจนขึ้นว่าไม่สนใจ ผู้หญิงก็ห่างออกไปเอง ผ่านมาได้สักพักก็มีผู้หญิงเข้ามาอีก ผู้หญิงคนนี้เป็นรุ่นพี่ของเอ (นามสมมติ) เอคนนี้เป็นเหมือนหัวหน้านักศึกษา ซึ่งเอเป็นเพื่อนกับผู้หญิงคนนี้ และก็รู้จักกับแฟนหนู แล้วก็รู้จักกับเพื่อนของแฟนหนูด้วย พอเอรู้ว่าเพื่อนของเขาสนใจแฟนหนู เอเลยพยายามติดต่อชวนให้แฟนของหนูมาเที่ยว มาเจอทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าแฟนมีหนูอยู่แล้ว และแฟนหนูก็ไม่รู้จริง ๆ ว่ามีผู้หญิงอยากจีบตัวเอง ก็เลยไปตามที่เขาชวน หลังจากกินเหล้ากัน ผู้หญิงคนนี้ก็เหมือนอยากทำความรู้จัก พยายามที่จะเข้าหา เขาก็ถามแฟนหนูว่ามีแฟนไหม? ซึ่งแฟนหนูก็ตอบไปว่ามีแฟนแล้ว แต่เหมือนผู้หญิงคนนี้ก็ยังจะเอา ยังจะคุย พอผ่านไปสามวัน แฟนหนูก็บอกว่าขอไม่ยุ่งแล้วได้ไหม ไม่อยากทำให้ใครไม่สบายใจ พอจบกันไป ผู้หญิงคนนี้ก็เอาแฟนหนูเข้าไปใน Close friend ของ IG และโพสต์เศร้า ๆ ว่าอยากให้กลับมาคุยกัน แฟนหนูก็ไม่ได้สนใจ เรื่องก็จบไป แล้วเขาก็มาเล่าให้หนูฟังทีหลัง หนูก็รู้สึกไม่โอเคก็เลยทักไปหาเพื่อนแฟนว่า ‘ทำไมถึงไม่ให้เกียรติกันเลย ไม่มีใครเขาโอเคหรอกที่ทำแบบนี้’ เขาก็ตอบกลับมาว่า ‘ไร้สาระ ปัญญาอ่อน’ หนูก็แบบโอเค งั้นก็จบ ไม่คุย หลังจากนั้นก็มีการทักไปคุยกับฝั่งผู้หญิงด้วยว่า ‘ทำไมถึงทำแบบนี้ ทั้งที่รู้ว่าเขามีแฟนนะ’ ทางผู้หญิงก็อธิบายและขอโทษว่าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ และถามกลับมาว่าแล้วหนูไปรู้ได้ไงทั้ง ๆ ที่ลบแชทไปหมดแล้ว เพื่อนแฟนไปบอกเหรอ หนูก็บอกไปว่าขอโทษนะ บอกไม่ได้จริง ๆ แล้วเขาก็ไม่พอใจเลยด่าหนูกลับมา หนูก็นอยตัวเองไปเลย หรือว่าเป็นตัวหนูที่แปลก เพราะเพื่อน ๆ แฟนทุกคนว่าหนูกันหมดเลยว่า หนูไร้สาระ ทำไมไม่ไปจัดการตัวเอง หลังจากนั้นเพื่อนแฟนก็ยังโทรมาชวนไปกินเหล้าอีก ทางแฟนก็ปัดไปว่าไม่อยากทำให้แฟนไม่สบายใจ เพื่อนก็พิมพ์กลับมาว่า ‘ถ้ามีแฟนแล้วชีวิตมึงแย่ ไม่ต้องมีก็ได้นะ’ หนูเลยอยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า เป็นตัวหนูที่แปลกหรือสังคมของแฟนหนูแปลกกันแน่? โดยเริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าถามว่าหนูผิดปกติไหม พี่ว่าไม่ มันก็ควรจะรู้สึกอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่ถ้าเทียบว่าหนูผิดปกติหรือสังคมเขาที่ผิดปกติ พี่ว่าทุกอย่างมันปกติหมดเลย แต่ตัวแปรสำคัญคือแฟนหนูมากกว่า ในมุมมองพี่ การที่เราจะมีเพื่อนแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ ส่วนการที่หนูรู้สึกไม่สบายใจก็เป็นเรื่องที่ปกติ แต่พี่ว่าแฟนหนูควรทำอะไรมากกว่านี้ แต่ที่รู้สึกไม่ปกติคือแฟนหนูมากกว่า หลงกลออกไปหลายต่อหลายครั้ง สุดท้ายเราก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง หนูก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะมันเป็นการเล่าผ่านปากของเขาเท่านั้น ถ้าเพื่อนเป็นตัวปัญหาที่ทำให้ไม่โอเค พี่ว่าพี่ก็จะยอมแฟนก่อนนะ พี่ไม่ได้จะแต่งงานกับเพื่อนในความหมายของพี่ เพราะฉะนั้นพี่รู้สึกว่าแฟนหนูต้องทำอะไรสักอย่างให้หนูรู้สึกสบายใจมากกว่านี้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ยืนยันว่าฝั่งของหนูปกติ ใครก็ต้องรู้สึกแบบนี้ เมื่อรู้ว่าเพื่อนแฟนทำแบบนี้ ส่วนฝั่งเพื่อนแฟน พี่ว่าเขาทำเรื่องไม่ปกติจนเป็นเรื่องปกติ พี่ว่าหนูไม่ต้องไปจัดการอะไร แต่ต้องเป็นแฟนหนูที่เป็นคนจัดการหรือทำอะไรบางอย่าง แต่ก็เข้าใจว่าหนูอายุ 19 หนูก็ค่อนข้างเด็กอยู่ แต่พี่ไม่อยากให้หนูโทรหาเพื่อนเขาหรือส่งข้อความไปเคลียร์ เพราะว่ามันไม่จำเป็นต้องทำ เรื่องนี้มันอยู่ที่คนของเราก็คือแฟนของหนู ถ้าพี่เป็นหนู พี่คงถามแฟนว่าทำไมยังคบเพื่อนแบบนี้อยู่’ และสุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คนเรามีสิทธิ์ในการหวงแฟน แต่พี่ว่าวิธีการของหนูต่างหากที่พี่รู้สึกว่ามันไม่ปกติ เป็นพี่จะขอบคุณเพื่อนสองคนนั้น เพราะมันจะเป็นโจทย์ให้พี่รู้ว่าแฟนของพี่เป็นคนยังไง อาจจะด้วยวัยของน้องที่รู้สึกว่าถ้าเลือกฉัน เธอต้องไม่เลือกเพื่อนสิ แต่พี่จะรู้สึกว่าหนูเสียเวลาจะตายที่ต้องไปแชทหาเพื่อนเขา ไปแชทหาผู้หญิงคนนั้น ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เพื่อนของเราเป็นโจทย์ เราจะเห็นทันทีว่าแฟนของเราเป็นคนที่หนักแน่นขนาดไหน ไม่ใช่คนนั้นลากไปทีก็ไป คนนี้ลากไปทีก็ไป เขาจะต้องดูแลหัวใจของแฟนก่อน ถึงจะมีกี่คนมาชงมันจะไม่มีทางมาสั่นคลอนหัวใจเขาได้ แต่ตอนนี้เราเองรู้สึกว่าเดี๋ยวเพื่อนชวนก็จะไปตามเพื่อนอีก ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ แฟนหนูจะไม่มีความเป็นตัวของตัวเองเลย การที่หนูทำแบบนี้อาจไปปิดโอกาส ที่จะทำให้เห็นอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง หลายครั้งที่เกิดอะไรขึ้นกับคนกลาง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปคุยกับคนอื่น ถ้าคนสองคนจับมือกันแน่นพอ หนูไม่ต้องกลัวมือที่สาม เพราะฉะนั้นตอนนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ใครลากไป แล้วเขาไปตลอด อันนั้นพี่รู้สึกว่าคนกลางหนูต้องดูดี ๆ ว่าเขารักหนูมากพอหรือเปล่า ถ้าเกิดคนคนหนึ่งรักเรา เขาจะเลือกเรา แม้ว่าจะเจอคนอื่น ๆ อีกมากมาย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมเป็นเกย์ครับ แต่ทำไมชอบโดนคนรอบข้างเหมารวมว่า "เกย์ต้องบ้าผู้ชาย" "เกย์ต้องอยากกินผู้ชายหล่อๆ" ทั้งๆที่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ทำตัวปกติเหมือนคนอื่นทั่วไปมาตลอดเลย...

22 ธ.ค. 2023

ผมเป็นเกย์ครับ แต่ทำไมชอบโดนคนรอบข้างเหมารวมว่า "เกย์ต้องบ้าผู้ชาย" "เกย์ต้องอยากกินผู้ชายหล่อๆ" ทั้งๆที่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ทำตัวปกติเหมือนคนอื่นทั่วไปมาตลอดเลย...

คุณธี (นามสมมติ) อายุ 38 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 ธ.ค 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก- ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม ทำไมเวลาไปไหนมาไหน คนชอบมองผมที่เป็น LGBT ว่าทุกคนที่เป็นแบบนี้ ต้องเหมารวมว่าทำเหมือนกันทุกคน ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้เป็นแบบนั้น! โดยคุณธี (นามสมมติ) ได้เริ่มเล่าว่า ‘ ผมเป็นเกย์ เป็นคนปกติทั่วไป อายุตอนนี้ก็ 37-38 ปีละ แต่คนส่วนใหญ่ จะมองว่าเกย์มักจะหมกมุ่นแต่เรื่องเซ็กส์อย่างเดียว ซึ่งมันมีหลายเหตุการณ์ที่เราก็เจอมา อย่างเช่น เวลาเราอยู่ที่ทำงาน หรือตามห้าง เวลาที่มีผู้ชายเดินผ่าน ไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นเกย์หรือไม่เป็นเกย์ ทุกคนในกลุ่มเราก็จะชอบจ้องมาที่เราแล้วพูดว่า ”จ้องใหญ่เลยนะ อยากได้ผู้ชายคนนั้นล่ะซิ” หรือแม้กระทั่งเวลาเราไปยิม เราจะชอบลงสอตอรี่ไอจี เพื่อนก็ชอบแซวว่า “ไปดูผู้ชายเหรอ” อะไรแบบนี้ ยิ่งถ้าเราถ่ายคู่กับเทรนด์เนอร์นะ คนยิ่งแซวเราหนักกว่าเดิมว่า “ได้กินแล้วล่ะซิ ไปนัดกันยังไงล่ะ” มันรู้สึกไม่โอเคที่ทุกคนคิดว่าเกย์เป็นแบบนี้ จนมันมีเหตุการณ์ที่เราไม่โอเคมากที่สุดคือวันนั้นก็นั่งคุยกันกับเพื่อน จู่ ๆ มันก็มีประเด็นให้คุยกันว่า ลูกฉันเป็นอย่างนั้น ลูกชั้นเป็นอย่างนี้ พอเราพูดว่า “ผมก็ชอบเด็กผู้ชาย เด็กผู้ชายเขามีกิจกรรมบู๊ ๆ ตลอด” เพื่อนก็จะแซวเราว่า “ขนาดเด็กก็ยังไม่เว้นเลยนะ ก็แน่ล่ะซิ แกมันชอบผู้ชายหนิ” จริง ๆ เจตนาเราไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ผมก็รู้แหละว่าเขาก็พูดหยอกล้อกันตามประสาเพื่อน แต่สำหรับเรามันก็แอบไม่โอเคสักเท่าไหร่ หรืออย่างเวลาเราไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน เวลาอัพรูปกลุ่มเพื่อนเราลงโซเชียล ก็จะมีคอมเมนต์ประมาณว่า “เป็นกลุ่มสวิ้งกิ้งเลยนะ เป็นยังไงแซ่บมั๊ย ?” อะไรทำนองนี้ เราก็ไม่ได้อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ก็เลยคิดว่าช่างมันเถอะ เล่นตามน้ำไป ดูที่เจตนาดีกว่า วันนี้เราเลยอยากมาปรึกษาพี่ ๆ อย่างแรกคือ ที่เราตอบโต้ไปแบบนั้น มันถูกต้องมั๊ย หรือพี่ ๆ มีคำแนะนำอะไรกับผมมั๊ย?อย่างที่สองคือ เราคิดว่ารายการนี้ก็มีคนดูเยอะ จึงอยากฝากถึงทุกคนที่กำลังคิดแบบนี้ ว่าเกย์หรือเพศแบบเรา ไม่ได้เป็นเหมือนกันทุกคน โดย “ดีเจหอม” ได้ให้คำปรึกษาเป็นลำดับแรก‘ เราทุกคน จะมีเรื่องที่เราไม่ชอบให้ใครมาพูดแบบนี้กับเราอยู่ในใจ ซึ่งเวลาคนเหล่านั้นพูดบางทีเขาคงไม่รู้แหละ หรืออาจจะรู้แต่อยากพูดให้เราเจ็บปวด หอมจะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราเจ็บปวดเรื่องไหน เพราะถ้าคนอื่นที่ไม่ชอบเรารู้ว่าเราอ่อนไหวเรื่องนี้ เขายิ่งจะพูดแบบนี้กับเรา ฉะนั้นแล้ววิธีของหอมที่จะปกป้องตัวเองเวลาเจอสถานการณ์นี้คือการเล่นตลกไปเลย ยอมรับไปเลย ให้คนที่มันกำลังล้อเรารู้สึกว่าทำอะไรเราไม่ได้จากการที่เขาพูดแบบนั้น แต่จากที่หอมฟังคุณธีเล่า หอมคิดว่าคนพวกนั้นไม่ได้ต้องการให้คุณธีรู้สึกเจ็บปวด แต่ภาพลักษณ์ของเกย์ของคนส่วนใหญ่เป็นแบบนั้นจริง ๆ ซึ่งหอมคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาของเราแต่เป็นปัญหาของเขา หอมอยากจะบอกกับทุกคนว่าต่อให้เราเห็น 70% 80% ของเกย์ที่เป็นแบบนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกตั้ง 20% ของเกย์ที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ฉะนั้นการที่คุณจะแซวอะไรกับใคร อาจจะต้องศึกษาคนรอบข้างสักนิดนึง ถ้าเราไม่ได้สนิทมาก ก็อย่าพลั้งปากพูดอะไรที่มันอึดอัดเลย ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ ถามว่าการตอบโต้ของธีที่จะเล่น ๆ ขำ ๆ มันจะดีมั๊ย? ไม่รู้ว่าดีมั๊ย แต่พี่จะไม่ใชวิธีนั้น ถ้าใครเข้ามาเล่นมุขแบบนี้พี่จะขำแห้งไปเลย ให้รู้ว่าเขากำลังเสียมารยาทนะ ทำให้รู้ไปเลยว่าเราก็ไม่ได้สบอารมณ์กับอะไรแบบนี้ เพราะฉนั้นคำถามแรกพี่ไม่เห็นด้วยที่จะเล่นตามน้ำ อย่างที่สอง เมื่อคนคนส่วนมากจะใช้มุขเหล่านี้เพื่อละลายพฤติกรรม แต่ตอนนี้วิธีคิดคนปัจจุบันมันเปลี่ยนไปแล้ว คนก็ควรจะเปลี่ยนไปตาม การที่เราจะรณรงค์อะไร สำหรับผม ผมอยากจะบอกทุก ๆ คนว่า ราไม่ต้องพยายามทำให้มันตลก เพื่อสร้างบทสนทนากับใครสักคนโดยการเล่นมุขอะไรแบบนั้น มันเสี่ยงมากที่จะทำให้บทสนทนานั้นมันเปลี่ยนทิศทางไป ถ้าเทียบกับการที่เราคุยกันปกติดีกว่าจะได้ไม่ต้องอึดอัด เพราะบางทีเขาอาจจะคิดว่าบทสนนาแบบนี้มันทำให้เราเฮฮา แต่จริง ๆ เราไม่ได้รู้สึกดีหรอก ปิดท้ายด้วย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ พี่อยากจะแชร์ในฐานะที่พี่ก็เป็นเกย์เหมือนกับคุณธี สำหรับพี่ อาจจะยังไม่เจอสถานการณ์แบบนี้ เพราะฉะนั้นพี่ก็ไม่อยากให้เหมารวมว่าเกย์จะเป็นแบบนี้ทุกคน อาจจะเป็นความโชคร้ายของคุณธีที่ต้องเจอคนเหล่านี้ เพราะยังมีคนอีกหลายคนบนโลกนี้ที่ไม่ได้มาตัดสินคนด้วยเพศสภาพหรืออะไรก็ตาม อย่างคำถามแรกพี่ว่าแล้วแต่สะดวกของคุณธีนะว่าจะยิ้มแห้ง ๆ ให้จบไป หรือเล่นตามน้ำก็แล้วแต่เราเลย เพราะขนาดดาราเขายังเจอเรื่องอะไรแบบนี้เลย มันขึ้นอยู่กับเราอะว่านิสัยเราเป็นยังไง และธีให้ค่าคำพูดคนพวกนั้นขนาดไหน เพราะสำหรับพี่ถ้ามันมาจากคนที่พี่ไม่ได้ให้ค่า พี่ไม่สนใจอะไรเลยนะ เพราะเขาไม่ได้รู้จักพี่เลย ถ้าคนนั้นเขาได้พัฒนาทางสติปัญญา วุฒิภาวะเขามีพี่ว่าเขาคงไม่ทำ เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่ เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำ มาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก

13 มิ.ย. 2025

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่ เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำ มาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำมาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก แต่อีกใจก็กลัวว่าจะไม่มั่นคงและไปได้ไม่ดี ทุกคนคิดว่ายังไงดีคะ?? “คุณจีจี้ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองในรายการ ‘พุธทอล์ค พุธโทร’ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 มิ.ย. 68] โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเจอเรื่อง Toxic ในที่ทำงาน จึงจะลาออกไปรับดูดวง โดย “คุณจีจี้ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานที่นี่มาสามปี ตอนแรกก็แฮปปี้ดี แต่พอเกิดการเปลี่ยนแปลงในที่ทำงาน ก็ทำให้ทำงานยากและลำบากขึ้นกว่าเดิม ตอนแรกทำงานก็ผ่านฉลุยแต่ หลัง ๆ เจอเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี ส่งงานก็ใช้เวลานานกว่าปกติกว่าจะผ่าน เพราะเขาไม่ได้มาซัพพอร์ตเราในส่วนนี้เลย เคยมีการคุยกับเพื่อนในแผนกบ้างแล้ว เขาก็เหนื่อยเหมือนกัน เพื่อนก็บอกว่าเขาเคยเอาเรื่องของหนูมาเล่าให้เพื่อนฟังด้วย จุดเริ่มต้นของการดูดวง หนูมีรุ่นพี่เป็นแม่หมอดูดวงคนนึง วันนั้นเขาชวนหนูไปซื้อไพ่สำรับใหม่แล้วเขาให้หนูเลือก หนูก็หลับตาเลือก ๆ ไป อันไหนเหมือนจะดึงเรา ก็เอาอันนั้นเลย หนูก็บอกรุ่นพี่ว่าหนูชอบอันนี้ แต่พอซื้อกลับมารุ่นพี่ก็โทรมาบอกว่าเขาอ่านไพ่สำรับนี้ไม่ออก หนูก็เลยตัดสินใจซื้อไพ่นี้มาเพื่อเรียนเองตามคู่มือที่มี เรียนไปได้สักพักหนูก็เริ่มขึ้นไลฟ์ใน TikTok แบบขำ ๆ จอย ๆ แต่คนดูก็บอกว่า ‘ทายแม่นนะ ลองทำจริงจังมั๊ย’ หนูก็เลยลองดูสักหน่อย แต่ก็ต้องหยุดไปเพราะปวดหัวกับที่ทำงานประจำ เมื่อเริ่มจับต้นชนปลายได้ หนูก็ลองคำนวณรายได้จากการดูดวงทั้งจากไลฟ์และทั้งส่วนตัวแล้ว ก็พบว่ามีจำนวนมากกว่างานที่ทำอยู่ด้วยซ้ำ แต่หนูยังไม่ได้ลงมือทำจริง หนูรับดูดวง 30 นาที 159 บาท 1 ชั่วโมง 259 บาท ถ้าในไลฟ์จะเป็นส่งของขวัญเพื่อดูดวง ซึ่งคนดูก็มีเข้ามาเรื่อย ๆ หนูยอมรับว่าตอนนี้หนูไม่สามารถทำงานควบกัน 2 อย่างได้ เพราะงานที่ทำส่งผลกับชีวิตหนู หนูไม่อยากเปิดไพ่ดูเพราะกลัวความ Toxic ออกมา แล้วก็ไม่อยากดูให้ตัวเองด้วยเพราะกลัวจะเข้าข้างตัวเองเกินไป ตอนนี้หนูแอบหางานใหม่อยู่ หนูก็เลยอยากถามว่าจะทำที่นี่ต่อไปดีมั๊ยหรือจะออกมาทำหมอดูแบบ Full Time ดี” ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก-ดีเจต้นหอม-ดีเจเติ้ล) ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘อย่าเพิ่งลาออกจากงานเลย อยากให้จีจี้ทำงานควบไปทั้ง 2 อย่างก่อน ถ้ายังไม่มั่นใจจริง ๆ อย่าเพิ่งเลือกทางใดทางหนึ่ง ค่อยเลือกตอนถึงเวลาที่จำเป็น หรืออีกทางคือลองหางานประจำใหม่ แล้วให้การดูดวงเป็นรายได้เสริม เพราะจากที่เล่ามาตอนนี้ยังมีความเสี่ยงมากเกินไปที่จะเลือกดูดวงอย่างเดียว การมีรายได้หลายทางก็นับเป็นการกระจายความเสี่ยงอีกอย่างหนึ่ง ลองพยายามให้มีงานหลักประจำก่อน แล้วทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าวันนึงเราจะแจ้งเกิดจากการดูดวงแล้วค่อยหันมาทำอย่างจริงจัง’ ทั้งนี้ “ดีเจต้นหอม” ได้เสนอขั้นตอนการทำงานไว้ว่า ‘1. หางานประจำใหม่แล้วโฟกัสกับงานนี้ไปก่อน 2.ดูดวงเป็นรายได้เสริมในเวลาว่าง 3.หากแจ้งเกิดและมีชื่อเสียงจากการดูดวงให้เปลี่ยนมาโฟกัสเป็นการดูดวง 4.ลาออกจากงานประจำ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อยากผ่านช่วงเวลาอ่อนแอและเสียใจนี้ไปไวๆ ทุกคนมีวิธีการ หรือ วิธีคิดยังไงในการฮีลตัวเองคะ ? หนูเลี้ยงน้องหมา โตมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันมา 15 ปี เค้าเหมือนสมาชิกคนนึงในครอบครัวเลย

02 ก.พ. 2024

อยากผ่านช่วงเวลาอ่อนแอและเสียใจนี้ไปไวๆ ทุกคนมีวิธีการ หรือ วิธีคิดยังไงในการฮีลตัวเองคะ ? หนูเลี้ยงน้องหมา โตมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันมา 15 ปี เค้าเหมือนสมาชิกคนนึงในครอบครัวเลย

อยากผ่านช่วงเวลาอ่อนแอและเสียใจนี้ไปไวๆ ทุกคนมีวิธีการ หรือ วิธีคิดยังไงในการฮีลตัวเองคะ ?หนูเลี้ยงน้องหมา โตมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันมา 15 ปี เค้าเหมือนสมาชิกคนนึงในครอบครัวเลยแต่อาทิตย์ก่อนน้องเพิ่งจากไปด้วยอุบัติเหตุที่มาจากความประมาทของคนอื่น เสียใจที่สุดเลยค่ะ “คุณบี (นามสมมุติ)” อายุ 26 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [31 ม.ค. 67] ได้โทรมาขอกำลังใจ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับน้องหมาที่เพิ่งเสียชีวิตไป โดย “คุณบี (นามสมมุติ)” เริ่มเล่าว่า ‘หนูเพิ่งสูญเสียน้องหมาที่อยู่ด้วยกันมา 15 ปีจากอุบัติเหตุ น้องหมาอยู่กับหนูมาตั้งแต่เด็ก เพิ่งผ่านมาอาทิตย์นึงเอง ครั้งนี้เหมือนหนูสูญเสียคนสำคัญของหนูครั้งแรกในชีวิตเลย หนูอยากจะขอกำลังใจจากพี่ทั้ง 3 คน นอกจากกำลังใจที่หนูอยากได้ ความเสียใจมันมีอยู่แล้วเพราะด้วยความที่น้องอยู่กับหนูมานาน น้องจากไปด้วยอุบัติเหตุ เลยทำให้อีกความรู้สึกนึงที่มันเกิดขึ้นในใจหนูคือ ความโกรธ ความโมโห คนที่มันทำ มันทำให้หนูย้ำคิดย้ำทำ ปล่อยว่างไม่ได้ ว่าเราจะโกรธเขาตลอดเวลาเลย’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้กำลังใจว่า ‘การจากไปด้วยอุบัติเหตุ เป็นอะไรที่สถานการณ์ยากลำบากที่สุด เพราะว่าเราไม่มีเวลาเตรียมตัว ให้นึกถึงว่า ไม่ช้าก็เร็ว เราทุกคนก็ต้องจากกัน จะจากเป็นหรือจากตายมันเป็นเรื่องธรรมชาติ ถึงเวลานั้นเราต้องเข้มแข็ง เวลาของความเสียใจมันใช้เวลา ยิ่งผูกพันมาก ๆ พี่ก็ใช้เวลาเป็นปี เป็นเรื่องที่ทำใจค่อนข้างยาก ให้เวลาเยียวยา จะไม่บอกว่าอย่าเสียใจนะ ยังไงมันก็เสียใจอยู่แล้ว ถือว่าที่โทรมาในพุธทอล์ควันนี้ พวกพี่กำลังกอดอยู่แล้วกัน เป็นกำลังใจให้นะ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้กำลังใจว่า ‘พี่อยากบอกน้องบีว่า น่าอิจฉามากเลย หนูเหมือนมีพี่ชายที่รักหนูมากแล้วอยู่กับหนูมา 15 ปี บางคนเขาอาจจะไม่เคยเจออะไรแบบนี้ในชีวิตเลยก็ได้ เขาแค่นำไปอยู่ดาวหมาก่อน เดี๋ยววันนึงมันก็เป็นคิวของพวกเราเอง แล้ววันนั้นเราก็จะไปเจอกับเขาบนดาวดวงนั้น แต่ว่าถ้าคิดถึง พี่ว่ามองอะไรที่นึกถึงแล้วทำให้ยิ้ม นึกถึงภาพที่อยู่กับเขา โตมากับเขาหรืออื่น ๆ ให้มีความสุขแล้วก็คิดว่าสักวันหนึ่งเราก็จะไปเจอกับเขาบนนั้น เป็นกำลังใจให้นะ... สำหรับพี่ ทุกอย่างมันมีเหตุผลของมันหมด มันเหมือนถูกวางไว้แล้ว เหมือนว่าการที่เราต้องซวยเจอเรื่องแบบนี้ เพราะว่าถ้าคนนี้ไม่มาจังหวะนี้ มันก็จะไม่มาชนน้องหมาของเรา แต่พี่รู้สึกว่าทุกอย่างเหมือนเราเลี่ยงไม่ได้เลย โดยเฉพาะมันเป็นอุบัติเหตุ เราไม่ใช่คนบนฟ้าที่มองลงมาแล้วเห็นว่า ถ้าเราไม่ออกไปตอนนี้ เราจะเจอใครอะไรแบบนี้ มันเป็นอุบัติเหตุตามชื่อของมัน เราไม่สามารถควบคุมมันได้ พี่ว่าต้องยอมรับแล้วก็เข้าใจมัน การที่เราไปผูกใจเจ็บ มันจะทำให้ตัวเราเองนั่นแหละจะเจ็บไปต่อเรื่อย ๆ และก็ไม่รู้ว่ามันจะจบเมื่อไหร่ ถ้าพี่ตอบเร็ว ๆ แบบนี้นะ น้องหมาเขาเสียไปแล้ว เสียเพราะคนใจร้าย แต่สุดท้ายเขาโชคดีมาก ๆ ที่ได้เจอคุณ ก่อนที่เขาจะจากไป การผูกใจเจ็บมันทำให้หนูไม่มีความสุข และถ้าน้องหมาเขามองลงมา เขาเห็นบีไม่มีความสุขเขาก็ไม่มีความสุข เพราะตอนนี้เขาอยู่กับหนูไม่ได้อีกแล้ว นึกถึงแต่เรื่องดี ๆ ไว้ดีกว่า สำหรับพี่นะ’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้กำลังใจว่า ‘ยอมรับก่อนว่าพี่ไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงแบบอยู่ด้วยกันยาว ๆ แต่ 15 ปี ที่อยู่ด้วยกันพี่ว่าก็คงไม่ต่างอะไรกับเราเสียคนในครอบครัวคนนึงไป สิ่งนึงที่พี่คุยกับลูกชายของพี่ 4 ขวบ เมื่อมีการศูนย์เสียเกิดขึ้นคือ เขาจะย้ายไปอยู่ในสมองของเรานะ คนที่จากไปเราจะเจอกับเขาได้แค่เราหลับตา เขาจะมาอยู่ในสมองของเรา จดจำเขาไว้ในความทรงจำของเรา อย่าลืมเขาแค่นั้น เขาจะอยู่กับเราไปตลอด พี่รู้สึกว่า คนเรามันมีอายุไข ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนี้วันนึงเราก็ต้องจากกัน พอวันนี้มันเกิดเหตุนี้ขึ้นมา มันกะทันหัน มันทำใจยาก มันทำให้บีเกิดความโกรธ ซึ่งถ้าเป็นพี่ก็คงโกรธมาก ๆ แต่มันเป็นเรื่องปกติที่เราโกรธ ถ้ามันเกิดขึ้นกับคนที่เรารัก ความประมาทจากบุคคลที่ 3 มันยิ่งทำให้เราโกรธ แต่หลังจากความโกรธนั้นสิ่งที่จะทำร้ายจริง ๆ คือทำร้ายเรา น้องไปแล้วคนที่เขาทำเขาอาจจะแคร์หรือไม่แคร์ก็ไม่รู้ แต่คนที่ยังรับความโกรธ ความโมโหอยู่ข้างใน คนที่โดนทำร้ายแน่ๆ คือเรา สุขภาพจิตเสีย พอเราอยู่กับความเครียด ความโกรธ ความเศร้ามาก ๆ เคมีในสมองก็จะหลั่งออกมาอีกแบบนึง สุดท้ายแล้วมันจะกระทบกับร่างกายเรา คนที่รับผลกระทบคือเรา เพราะฉะนั้นไม่มีประโยชน์ที่จะไปจมกับความโกรธ พี่ก็เลยเลือกที่จะให้อภัย ถ้าวันนั้นคนนั้นเลือกที่จะหยุดเวลาสั้น ๆ ได้ก็คงไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น สุดท้ายมันก็กลับมาที่ประโยคที่ว่าต้องใช้เวลา จนกว่าเราจะเห็นด้วยกับประโยคนี้ได้จริง ๆ ว่า เขาคงไม่อยากให้เกิดขึ้นหรอก’ พี่ ๆ ดีเจทั้ง3 คนเพิ่มเติมว่า ‘15 ปี คิดถึงช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมา 15 ปี บีคิดว่า 15 ปี มันต้องใช้เวลาทำใจเท่าไหร่ อาจจะต้องให้เวลามันหน่อย ช่วงนี้ก็เศร้าได้แค่เรารู้ตัวว่าก็เศร้า ไม่เป็นไรหรอกให้เวลา ให้ร่างกาย ให้ชีวิตเราเจอกับความเศร้า ในมุมของผู้ใหญ่ที่อายุ 40 กว่า คิดว่า อันนี้ก็ฝึกบีนะ เพราะเดี๋ยวบีก็ต้องเจอการศูนย์เสียอีกเต็มไปหมด อันนี้เหมือนเป็นเคสนึง ว่าบีจะผ่านไปได้เท่าไหร่ ต้องยอมรับว่า ไม่มีใครรู้เลยว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ จะช้าจะเร็วเดี๋ยวมันต้องมาแน่ ๆ บีต้องเจอพวกพี่ทุกคนก็ต้องเจอหมด แต่เราจะอยู่อย่างไรให้มีชีวิตอยู่ต่อได้จากการศูนย์เสียคนที่รักไป ให้เวลาเยียวยา’ ก่อนวางสายไป “คุณบี(นามสมมุติ)” ขอฝากถึงแฟนๆ รายการ พุธทอล์ค พุธโทร ว่า ‘บางคนอาจจะบอกว่า แค่หมาตัวนึง ทำไมจะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่หนูอยากบอกว่า ทุกชีวิตมันมีค่าเท่ากัน แค่หมาตัวนึงของคุณแต่ว่าเขาคือโลกทั้งใบหรือคนในครอบครัวของเราเลย หนูอยากให้ทุกคนเลิกมองว่าชีวิตคนกับชีวิตสัตว์มันมีค่าไม่เท่ากันสักที’ สุดท้ายนี้พี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คน ให้กำลังใจกอด “คุณบี(นามสมมุติ)” แน่น ๆ น้าาาเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางhttps://www.youtube.com/watch?v=SZ-XdtFvSHUt=646sใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-